ภาพยนตร์ > ข่าวภาพยนตร์

ภาพยนตร์เรื่อง ชัมบาลา 23 สิงหาคม 2555

<< < (5/7) > >>

FB:
MV “ประโยคบอกเล่า” เพลงประกอบภาพยนตร์ ชัมบาลา

MV ประโยคบอกเล่า OST.ชัมบาลา
http://www.youtube.com/watch?v=DpGp8Khi8EY

          เสียงร้องโดย เล็ก-อภิชัย ตระกูลเผด็จไกร GREASY CAFÉ
          คำร้อง ทำนอง ขับร้อง Greasy Cafe'
          เรียบเรียง รุ่งโรจน์ อุปถัมภ์โพธิวัฒน์, Greasy Cafe'

          คนแต่ละคนออกเดินทางด้วยเหตุผลที่แตกต่างกัน
          แต่สำหรับผู้ชาย 2 คน ที่ต่างมีมุมมองและเรื่องราวความรักต่างกัน
          อนันดา เอเวอริงแฮม / ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์
          กำลังจะพบกับการเดินทางครั้งสำคัญที่สุดในชีวิต
          ที่ทำให้มุมมองความรักของทั้งคู่เปลี่ยนไป
          คนหนึ่งออกเดินทางพร้อมความหลัง
          ส่วนอีกคนหนึ่งออกเดินทางด้วยความหวัง

          ออกเดินทางพร้อมกัน 23 สิงหา นี้ ในโรงภาพยนตร์

FB:
บทสัมภาษณ์ “โอซา แวง จาก ชัมบาลา”









           “เจน” หญิงสาวที่ทิ้งทุกอย่างเพื่อชายหนุ่มที่เธอรัก สัมผัสหัวใจที่อ่อนไหวผ่านการแสดงของ “โอซา แวง” ผู้หญิงสวย เซ็กซี่และเต็มไปด้วยความสามารถ ครั้งแรกกับการประกบบทบาทคู่กับ อนันดา เอเวอริงแฮม ใน “ชัมบาลา”

          Q.ทราบมาว่าช่วงนี้โอซา แวง ไม่ได้อยู่เมืองไทยประจำ
          O. ตอนนี้ฉันเพิ่งกลับจาก LA ก็อยู่ที่นั่นได้ 3 เดือน ตั้งใจว่าจะไปหาประสบการณ์ให้ตัวเอง เพราะเมื่อประมาณ 2 ปีที่แล้วได้มีโอกาสเล่นหนังฮอลลีวูดเรื่อง Prince and Me ภาค 4 จึงได้มีโอกาสรู้จักกับเพื่อนนักแสดงและแนะนำให้ฉันรู้จักกับเอเจนซี่ที่นั่น และถือเป็นความโชคดีที่ทางเอเจนซี่ก็ตอบรับ ทำให้มีผู้จัดการที่ LA คอยดูแล และจัดหางานให้ ส่วนเอเจนซี่ที่ฉันได้เข้าไปอยู่ เขาก็ทำหนังดังๆมากมาย เช่น Hangover 2 และตอนนี้ฉันก็ได้เดินสาย Audition ที่นั่น ซึ่งถือเป็นงานหนักมาก ส่วนผลงานล่าสุดก็กำลังจะมีหนังเรื่อง ชัมบาลา ที่เล่นกับ อนันดา ก็คงต้องบอกว่าตอนนี้ก็คงจะโฟกัสที่งานภาพยนตร์ก่อน ก็เป็นผลงานที่ทุกคนรอคอย รวมทั้งตัวโอซาด้วยที่จะได้ดูผลงานของตัวเองเรื่องนี้ ก็ค่อนข้างตื่นเต้นกับกระแสตอบรับ ส่วนงานด้านอื่นก็ยังไม่มีแพลนค่ะ แต่ก็เดินทางอยู่ตลอดเวลา ทั้งฮ่องกง สิงคโปร์ แล้วก็อเมริกาค่ะ แต่ถ้าสิ่งที่อยากทำจริงๆ ก็มีงานด้านภาพยนตร์แล้วก็ด้านแฟชั่นค่ะอาจจะเป็นการดีไซน์เสื้อผ้าหรืออาจจะมีแบรนด์เป็นของตนเอง แต่ก็เป็นเรื่องของอนาคตนะ ตอนนี้ยังไม่ได้วางแพลนอะไรชัดเจนค่ะ ส่วนโปรเจกต์อื่นๆ ตอนนี้ก็มีงานที่สิงคโปร์ ซึ่งฉันเป็นกรรมการตัดสินรายการ ‘SUPERMODEL ME’ Season 3 ซึ่งเป็นรายการคล้ายๆกับ American Next top Model ของที่อเมริกา ซึ่งตอนนี้กำลังออนแอร์ Season 2 ที่สิงคโปร์อยู่ ซึ่งกระแสตอบรับค่อนข้างดี

          Q.มาพูดถึงผลงานภาพยนตร์เรื่องล่าสุดที่ทุกคนรอคอย อยากให้แนะนำ อธิบายคาแรคเตอร์ตัวละครที่โอซาได้รับในภาพยนตร์เรื่อง “ชัมบาลา”
          O: ฉันรับบทเป็น เจน นะคะ เจนเป็นชาวต่างชาติที่หลงรักประเทศไทยและหนุ่มไทย คือผู้หญิงที่ยอมเสียสละทุกอย่างในชีวิต เพื่อมาอยู่กับคนที่เธอรัก เธอเชื่อในรักแท้ เธอเป็นคนโรแมนติกมาก เธอเชื่อว่ารักแท้เป็นคำตอบของทุกสิ่งดีๆ ในชีวิต เธอหัดที่จะเรียนทำอาหารไทย เรียนรู้ภาษาไทย เธอรักคนไทย ชอบวัฒนธรรมไทย เพราะคนรักของเธอเป็นคนไทย เจนเป็นผู้หญิงที่เสียสละ และเชื่อมั่นในความรัก เป็นผู้หญิงสมัยใหม่ ที่รักอิสระ สนุกสนาน กล้าแสดงออก และมีเสน่ห์ ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้ตัวละคร ทิน (อนันดา) หลงรักเธออย่างหมดใจ

          Q.เมื่อพูดถึงตัวตนของโอซาแล้ว คิดว่าคาแรคเตอร์เจนเหมือนหรือแตกต่างจากตัวจริงของมากน้อยแค่ไหนอย่างไร
          O: ฉันรู้สึกใกล้ชิดกับตัวละครตัวนี้มาก เพราะฉันก็เคยตกหลุมรักมาก่อน ซึ่งฉันก็เสียสละและยอมทำทุกอย่างเพื่อรักเช่นกัน ตอนที่อ่านบทฉันรู้สึกว่าฉันรู้สึกผูกผันและมีประสบการณ์ร่วมกับตัวละครเจน เพราะฉันเป็นชาวต่างชาติที่ย้ายมาอยู่เมืองไทยเช่นกัน ฉันก็ต้องเรียนรู้วัฒนธรรมไทย เรียนรู้ภาษาไทยและยังต้องเรียนรู้อะไรหลายๆอย่างเกี่ยวกับเมืองไทยแบบเดียวกับเจน ดังนั้นฉันจึงเข้าใจสิ่งที่เจนพยายามทำ ยังไงก็ตามก็ยังมีหลายๆอย่างที่ฉันจะทำซึ่งแตกต่างไปจากเจน ฉันเชื่อในความรัก แต่ฉันก็อยู่บนโลกแห่งความเป็นจริงเช่นกัน นั่นคือความแตกต่าง สำหรับเจน เธอจะทำทุกอย่างเพื่อความรัก แต่สำหรับฉันคงไม่ทุกทำอย่าง

          Q.สำหรับโอซาแล้วครั้งแรกที่เห็นบทนี้รู้สึกอย่างไรบ้าง
          O: ฉันได้รับบทเจนมาก่อนที่ภาพยนตร์จะได้ถ่ายทำล่วงหน้า1ปี ครั้งแรกเมื่อฉันอ่านมัน ฉันรู้สึกทันทีว่าฉันต้องการจะเล่นหนังเรื่องนี้ ซึ่งตอนที่อ่านบทเรื่องนี้ฉันอยู่ที่ L.A. เมื่อฉันอ่านบทฉันก็โทรหาPRประจำตัวฉันที่เมืองไทยทันทีแล้วบอกว่า ฉันรู้สึกบางอย่าง เพราะว่าอย่างที่ฉันบอกว่าฉันมีประสบการณ์ร่วมกับเจน ฉันเข้าใจเธอ เรามีความคล้ายคลึงกัน ถึงแม้ว่าตอนนั้นตัวบทยังไม่เสร็จสมบูรณ์ แต่ฉันก็ตัดสินใจตอบรับ ตกลงที่จะเล่น เพราะฉันชอบบทและอยากจะเล่นเรื่องนี้ เพราะว่าในวันหนึ่งเมื่อฉันย้อนกลับมาดูหนังเรื่องนี้ จะได้รู้ว่าฉันผ่านอะไรมาแล้วบ้างเช่นกัน ฉันเองอาจมีความผูกผันเป็นพิเศษกับบทละครตัวนี้ โอเคจริงๆแล้วฉันเองอาจไม่ได้เหมือนเจนทุกอย่าง แต่ฉันก็สัมผัสได้ถึงความรู้สึกของเธอ และมีประสบการณ์เหมือนกับเธอ

          Q.ความยากง่ายในการถ่ายทอดตัวละครตัวนี้
          O: เพราะว่าเจนเป็นคนที่เจ้าอารมณ์และก็ซับซ้อนมาก มีหลายบุคลิก ซึ่งมีความแตกต่างระหว่างสิ่งที่แสดงออกกับความรู้สึกภายใน เจนเป็นคนที่เศร้า และก็มีความยากมากที่จะเล่นบทนี้ แต่ว่าฉันสามารถที่จะเชื่อมโยงถึงความรู้สึกเจนได้ ซึ่งมันแตกต่างจากคนทั่วไป ซึ่งคนทั่วไปไม่เคยมีประสบการณ์ แต่ฉันสามารถใช้ประสบการณ์ในอดีตของฉันมาเชื่อมโยงกับความรู้สึกเจนได้ ฉันใช้เวลาอ่านบทนานมาก ในช่วงที่ฉันอ่าน ฉันก็รู้สึกแย่ มันยากที่จะผ่านไป เป็นบทที่เจ้าอารฒณ์เจ้าบทบาทที่สุดที่เคยเล่นมา ทำให้ฉันรู้สึกลำบากใจพอสมควร พูดถึงความยาก ฉันสามารถพูดได้เต็มปากเลยว่าบทนี้เป็นบทที่ยากมากๆ ความรู้สึกที่เกิดขึ้นในการถ่ายทอดบทบาทคาแรคเตอร์นี้ เมื่อถึงเวลาที่เจนมีความสุขฉันก็มีความสุขกับมัน ในขณะที่ช่วงเวลาที่เจนต้องเศร้าฉันก็ยังคงเศร้าอยู่ แม้ว่ามันจะจบการแสดงไปแล้วก็ตาม

FB:
          Q.คาแรคเตอร์นี้แตกต่างจากบทบาทที่เคยได้รับมาก่อนหน้านี้อย่างไรบ้าง
          O: เป็นบทบาทที่ใกล้เคียงกับชีวิตจริงของฉันมากที่สุดแล้วเท่าที่เคยเล่นมา มันเลยทำให้ตัวฉันมีความรู้สึกอินกับตัวละครตัวนี้เป็นพิเศษ ฉันเข้าใจว่าเธอต้องผ่านอะไรมาบ้าง และฉันรู้สึกเหมือนเป็นเจนตอนที่เล่นบทนี้อยู่ ฉันก็ไม่รู้ว่าฉันรักตัวละครนี้มากพอที่จะเชื่อว่า คนเราต้องเสียสละทุกอย่างเพื่อความรักหรือเปล่า

          Q.เป็นตัวละครที่มีการถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกค่อนข้างมากเลยทีเดียว โดยเฉพาะอย่างยิ่งการร้องไห้ ไม่น่าเชื่อว่าโอซาแวงจะเป็นนักแสดงเจ้าน้ำตาที่ร้องไห้เร็วมาก
          O: (หัวเราะ) เพราะเอามาจากประสบการณ์จริง ฉันคิดว่าทุกคนเคยมีความรักและอกหัก ทุกคนรู้ว่ามันเป็นอย่างไร เหมือนกับการรำลึกความหลังที่ไม่ดี ฉันก็ไม่รู้ว่าฉันควรจะเล่าให้คุณฟังหรือเปล่า ว่าฉันคิดถึงใครในขณะที่ร้องไห้ ฉันเป็นคนที่อ่อนไหวอยู่แล้วโดยปกติ ผู้หญิงคนไหนที่อยู่ในสถานการณ์ของเจน ก็ต้องเศร้าเหมือนกัน

          Q.เป็นหนังไทยเรื่องแรก ที่แฟนๆจะได้เห็นโอซา แวงพูดภาษาไทยในบทด้วย
          O: เป็นครั้งแรกที่ฉันอ่านจากบทภาษาไทย แล้วก็ต้องเรียนภาษาไทยจากครูคนไทย และก็ต้องพูดให้ดีๆ

          Q.นี่เป็นหนังเรื่องแรกของคุณในรอบหลายๆปีที่คนไทยจะได้ดูหลังจากเรื่อง สวยลากไส้ (Sick Nurse)
          O: ค่ะ พูดได้ว่ามันเป็นบทที่แตกต่างจากบทที่ฉันเคยแสดง ฉันได้ทำอะไรมากขึ้นจากหนังเรื่องแรกของฉัน มาถึงชัมบาลาฉันได้เรียนรู้อะไรมากขึ้นจากหนังเรื่องนี้ ซึ่งมันก็ไม่ได้ยากเหมือนตอนที่เล่นหนังเรื่องแรก ซึ่งฉันเองก็หวังอยากที่จะให้ผู้ชมจดจำฉันจากตัวละคร “เจน” ที่เป็นตัวแทนของผู้หญิงที่มีอารมณ์อ่อนไหว แล้วฉันก็เชื่อว่าทุกคนล้วนต่างมีอารมณ์ร่วมไปกับเจนแทบทั้งสิ้น โดยเฉพาะผู้หญิงที่ล้วนต่างมีมุมนี้กันทุกคน

          Q.พูดถึงตัวละครตัวนี้ค่อนข้างมีเสน่ห์เลยทีเดียว ผู้หญิงที่เดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลมาหลงรักเมืองไทยและหนุ่มไทย คุณคิดว่าพอหนังเรื่องนี้ออกฉายแล้ว ผู้ชมจะตกหลุมรักคุณมากกับตัวละครทินที่แสดงโดยอนันนาดารึเปล่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งหนุ่มๆ
          O: คือในภาพยนตร์คนดูจะได้เห็นความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับชีวิตของหลายอย่าง เริ่มตั้งแต่มาเมืองไทย หัดทำอาหารไทย สมัครงาน พูดภาษาไทย ฉันก็ต้องเตรียมตัวในบางส่วน และบางส่วนก็เล่นไปตามบท และบางส่วนก็มาจากสิ่งที่เป็นไปตามธรรมชาติ

          Q: ในชีวิตจริงคุณชอบอาหารไทยไหม
          O: ชอบมาก แต่ไม่ชอบทานเผ็ด อาหารที่ชอบก็จะมีข้าวผัดทะเล ไข่เจียว บะหมี่ปู แต่ไม่ชอบต้มยำ ส่วนผลไม้ที่ฉันชอบทานก็จะมีสับปะรด และแตงโม และไม่ชอบทานอะไรที่หวานเกินไป

          Q. จริงๆ แล้ว ทำอาหารไทยได้หรือเปล่า
          O: ทำไม่ได้เลย ทำได้แต่มาม่าปู

          Q.ไอเดียหรือคอนเซ็ปท์ของหนังเรื่องนี้มีการพูดถึงประเด็นเกี่ยวกับความรักที่เป็นแรงบันดาลใจ และตัวของคุณจะทำเพื่อความรักได้มากน้อยแค่ไหน
          O: ในเรื่องซันนี่กับอนันดาไปทิเบต เพื่อจะไปตามหารัก ฉันคิดว่าหนังเรื่องนี้มันพูดเกี่ยวกับตัวละคร 4 ตัว คู่รัก 2คู่ ที่มีความรักที่แตกต่างกัน ซึ่งมันก็ชี้ให้เห็นว่าความรักของแต่ละคนแตกต่างกัน ไม่มีหลักเกณฑ์ที่ตายตัว บางคู่อาจจะจบดี หรือจบไม่ดี แต่มันเกี่ยวกับการเติบโตไปด้วยกัน คุณสามารถอยู่ในความรักและเติบโตไปพร้อมๆ กันได้ ในหนังเรื่องนี้มีนิยามความรักที่หลากหลาย และทั้งอนันดาและซันนี่ก็มีความรักในรูปแบบที่แตกต่างกัน

          Q.ในมุมมองของคุณหนังเรื่องนี้มีน่าสนใจตรงไหน อย่างไร
          O: สำหรับหนังเรื่อง ชัมบาลา เราพยายามที่ทำให้ความรักใกล้เคียงกับความเป็นจริงที่สุด มันไม่ใช่หนังรักแบบที่ทุกสิ่งที่อย่างจะต้องสวยงามเสมอไป แต่ทุกๆ คนสามารถที่จะเชื่อมโยงเรื่องราวของตัวเองเข้ากับหนังเรื่องนี้ได้ ไม่ว่าทางใดก็ทางหนึ่ง และมันก็พูดถึงความรักที่แตกต่างออกไป ไม่ได้พูดถึงเฉพาะความรักของหนุ่มสาว ยังคงมีความรักของพี่น้อง และหลักๆ ก็พูดถึงความเป็นจริง เรื่องของวัฒนธรรมไทย ฉันคิดว่าคนหลายคนก็จะเรียนรู้อะไรหลายๆ อย่าง ได้จากหนังเรื่องนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่มาเมืองไทย และอยากจะเรียนรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรมไทย ฉันอยากให้คนดูรู้ว่าเราพยายามให้หนังใกล้เคียงกับความเป็นจริงมากที่สุด

          Q.หนังเรื่องนี้เกี่ยวกับการตามหาความรัก ความเชื่อมั่น ความศรัทธาในดินแดนที่ชื่อว่า ชัมบาลา
          O: ซัมบาลาเป็นเรื่องเกี่ยวกับพี่น้อง 2 คน ที่มีความรักระหว่างพี่น้อง และก็มีความรักให้กับผู้หญิงที่เขารัก แต่ว่าเขารู้สึกหลงทางและไม่แน่ใจ พวกเขาจึงตัดสินใจเดินทางไปทิเบต เพื่อหาคำตอบในจุดสูงสุดในทิเบต ที่ชื่อว่า ซัมบาลา และเขาใช้เวลาเดินทางยาวนาน เพื่อให้ไปถึงทิเบต มันจึงเป็นเรื่องเกี่ยวกับการเดินทางและความรัก

          Q. ซัมบาลาในความหมายของ โอซา แวง คืออะไร
          O: ฉันไม่รู้ ฉันยังไม่เคยไป และวันหนึ่งฉันก็อยากไปทิเบตให้ได้ ถ้าฉันมีโอกาสไป ฉันคิดว่ามันคือการปลดปล่อย และตามหาคำตอบเกี่ยวกับหลายๆ สิ่ง และฉันคิดว่าจะได้คำตอบจากที่แห่งนั้น ฉันเป็นคนที่เชื่อในจิตวิญญาณ ฉันเชื่อว่าถ้าฉันได้ไปซัมบาลา ฉันจะพบความสงบสุขในชีวิต เช่นเดียวกับคนในหนังที่เขาได้เจอกับความสงบสุขในชีวิต

          Q.การถ่ายทำหนังเรื่องนี้เป็นอย่างไรบ้าง
          O: ฉันคิดว่า ผู้กำกับและทีมงานทุกคนทำงานหนักมาก เพื่อให้หนังเรื่องนี้เกิดขึ้น และฉันก็รู้ว่าหนังเรื่องนี้เป็นเรื่องที่เขียนมาจากชีวิตจริงของคน เราทำงานหนักมากเพื่อให้เรื่องนี้สำเร็จลงไปได้ด้วยดี เนื่องจากหนังเรื่องนี้ถ่ายทำที่ทิเบต มันไม่ง่ายที่จะยกทีมงานทั้งหมดไปที่ทิเบตได้ ต้องขนอุปกรณ์ขึ้นเขา ทุกคนเหน็ดเหนื่อยในทางที่ดี มันไม่ง่ายที่จะทำให้สำเร็จ ทุกคนเอาประสบการณ์ใส่เข้าไป และพยายามทำให้ตัวละคร ใกล้เคียงกับความเป็นจริงมากที่สุด มันจะไม่ใช่หนังเลยถ้าไม่มีอุปสรรคที่จะก้าวข้ามไป ซึ่งตอนนี้ทุกอย่างมันเสร็จเรียบร้อยแล้ว มันก็เป็นสิ่งที่น่าสนใจที่จะได้ดู

          Q.ให้พูดถึงผู้กำกับ พี่ปี๊ด-ปัญจพงศ์ คงคาน้อย
          O: ฉันมีความสุขกับการทำงานกับเขามาก เพราะเขาให้อิสระในการทำงานของฉัน และยอมให้ฉันเสนอไอเดียใหม่ๆ ลงไปในหนังได้ ตอนที่ฉันเจอเขาครั้งแรก ฉันตั้งคำถามถามเขามากมาย ฉันจำได้ว่าฉันนั่งถามคำถามเขานานมาก ฉันอยากรู้ว่าเขาต้องการให้หนังเรื่องนี้ออกมาเป็นยังไง ในช่วงระหว่างที่ถ่ายทำ ฉันก็จะใส่ไอเดียของฉันลงไป แล้วเขาก็จะยอมรับ และยอมให้นักแสดงมีอิสรภาพในการที่จะเปลี่ยนแปลงบทบาทของตัวเอง เขาเป็นคนสนุกสนาน และไม่เครียด และฉันก็มีความสุขมาก ที่ฉันเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ฝันของเขาเป็นจริงได้ ถึงแม้ว่าจะมีปัญหาแค่ไหนก็ตาม ฉันเชื่อว่าเราฝ่าฟันอุปสรรคไปด้วยกันได้ดี

FB:
          Q.อยากให้พูดถึงพระเอกของโอซา อนันดา ทราบว่าเคยร่วมงานกันมาก่อน แต่สำหรับชัมบาลา เป็นการแสดงภาพยนตร์ร่วมกันเป็นครั้งแรก
          O: ฉันเคยทำงานกับอนันดามาก่อนแล้ว แต่ว่าไม่เคยเล่นหนังด้วยกัน พอฉันอ่านบทแล้วฉันก็รู้สึกว่าผู้ชายคนนี้เป็นคนนิสัยไม่ค่อยดีนะ(หัวเราะ) เขามีเจตนาดี แต่เขามีความรักที่แตกต่างออกไป สิ่งสำคัญก็คือฉันกับอนันดาทำงานร่วมกันได้ดี และก็เข้าใจกัน ฉันรู้สึกว่าเขามีความเป็นมืออาชีพมาก และฉันเชื่อว่ามันเป็นสิ่งที่ดี และเหตุผลที่ฉันรู้สึกว่าเราเข้าใจกันได้ดี เพราะพอเข้าถึงบทที่ต้องใช้ความละเอียดอ่อนทางอารมณ์ ฉันสามารถเข้าถึงความรู้สึกของเขาได้ เมื่อถึงฉากมีความสุขฉันก็มีความสุข พอถึงฉากเศร้าฉันก็เศร้าตาม เพราะว่าเราเป็นคู่กัน เรามีความเข้าใจเหมือนๆ กัน

          Q. ในหนังเรื่องนี้ฉากที่ยากที่สุดของโอซาคือ
          O: มี 2 ฉาก ฉากนึงก็คือฉากในร้านกาแฟ และอีกฉากนึงที่ฉันกลับมาบ้านและก็ทะเลาะกับอนันดา แต่สำหรับฉันฉากในร้านกาแฟยากที่สุด ทำไมในฉากร้านกาแฟถึงยากสำหรับฉัน เพราะเป็นฉากที่ต้องใช้อารมณ์เยอะมาก ทำให้ฉันต้องคิดถึงหลายๆ อย่างที่ทำให้ฉันเศร้า อย่างเช่น เจนรู้สึกเดียวดายแค่ไหนในเมืองไทย ซึ่งสำหรับฉันมันก็เป็นเหมือนจุดกระตุ้นความรู้สึกเพราะฉันก็เคยรู้สึกอย่างนั้นเช่นกัน ในฉากนั้นฉันรู้สึกเหงามากในต่างบ้านต่างเมือง เป็นสิ่งที่โหดร้ายมาก และในอีกฉากหนึ่งที่ฉันกลับบ้านและทะเลาะกับอนันดา ฉันรู้สึกว่ามันเป็นการพูดกันครั้งสุดท้ายระหว่างทินและเจน เนื่องจากเจนสะสมความโกรธ ความเหงา ความเศร้าและระเบิดออกมาในครั้งเดียว

          Q.เป็นฉากที่ทุกคนต้องดูใช่ไหม
          O: เป็นฉากที่ต้องดู เพราะมันโชว์ให้เห็นความแตกต่างที่ชัดเจน ข้อดีของหนังเรื่องนี้คือ ไม่ได้ทำเพื่อให้คนไทยดูเพียงอย่างเดียวแต่มันเหมาะสำหรับชาวต่างชาติที่มีความรักกับคนไทย เพราะมันบอกให้รู้ว่าคุณต้องปรับตัวกับคนไทย อาหารไทย วัฒนธรรมไทยอย่างไร

          Q.นอกจากนี้โอซา ยังมีโอกาสร่วมงานกับพระเอกสุดฮอตอีกคนหนึ่งของไทยอย่างซันนี่เป็นอย่างไรบ้าง
          O: ทำงานกับซันนี่สนุกมาก เป็นคนยิ้มแย้ม ร่าเริง เป็นคนที่ทำให้หนังมีชีวิตชีวา แต่ว่าคาแรกเตอร์ของซันนี่เป็นสิ่งที่แตกต่างจากตัวของเขามาก ในหนังเรื่องนี้เขาจะเป็นคนที่ค่อนข้างซีเรียส และมีอารมณ์ขันแทรกอยู่เล็กน้อย เป็นสิ่งที่ดีที่จะเห็นซันนี่ในมุมมองที่แตกต่างจากบทปกติของเขา

          Q.ซึ่งที่ผ่านมาคนดูจะไม่เคยเห็นซันนี่ในบทที่เศร้าหรือดราม่า
          O: หนังเรื่องนี้จะช่วยให้คนดูเห็นมุมมองใหม่ๆ ของซันนี่ เป็นสิ่งที่พิสูจน์ให้เห็นความสามารถในการแสดงของซันนี่ และคนส่วนใหญ่ก็ไม่คาดหวังว่าจะเห็น ซันนี่ อนันดา และ โอซาแวงในหนังเรื่องเดียวกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งอนันดามาเล่นบทอารมณ์ดี และซันนี่มาเล่นบทเครียด และเป็นสิ่งที่ดีมากที่ได้เล่นกับอนันดา

          Q. ทำไม SHAMBHALA ถึงเป็นหนังที่ต้องดู
          O: เป็นหนังที่มีการเอาตัวละครหลายๆ ตัวมารวมกัน และเป็นการหาความหมายของความรัก หนังเรื่องนี้เป็นหนังที่เกี่ยวกับความ
เป็นจริง เราพยายามที่จะไม่ตัดหรือเซ็นเซอร์ฉากไหนออกเลย ฉันรู้สึกภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของความเปลี่ยนแปลงในเมืองไทย

FB:
บทสัมภาษณ์ “ฝน จาก ชัมบาลา”









           “HOW FAR DID YOU GO FOR LOVE ?”ทำความรู้จักกับ “ฝน นลินทิพย์ เพิ่มภัทรสกุล” ผู้หญิงที่เป็นแรงบันดาลใจสำคัญที่ทำผู้ชาย 2 คนเดินทางไปยังดินแดนบนหลังคาโลก เพื่อจุดหมายที่เรียกว่า “ชัมบาลา”

          Q.ก่อนอื่นแนะนำตัวก่อนเลยดีกว่าว่าเข้ามาทำงานในวงการนี้ได้อย่างไร
          F.สวัสดีค่ะ ฝน นลินทิพย์ เพิ่มภัทรสกุล ค่ะ ก็กำลังจะมีภาพยนตร์เรื่องชัมบาลาเข้าฉายค่ะ ฝนเรียนจบคณะมนุษยศาสตร์ เอกภาษาอังกฤษ จากมหาวิทยาลัยกรุงเทพฯค่ะ แต่ตอนนี้กำลังเรียนโทอยู่ที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง คณะบริหารการจัดการ เรื่อเข้าวงการได้ยังไง เป็นเรื่องบังเอิญมากค่ะ ซึ่งช่วงนั้นเป็นช่วงที่เราเรียนอยู่ด้วยและมีพี่คนหนึ่งหานางเอกมิวสิควีดีโออยู่ และเขาอยากให้เราไปลองแคสท์ดู ซึ่งเป็นเอ็มวีตัวแรกชื่อเพลง “คนไม่มีเวลา” ใครที่รู้สึกคุ้นหน้าอาจจะบอกว่าไม่ค่อยเหมือนตอนนี้สักเท่าไร เพราะว่าประมาณสามสี่ปีมาแล้วค่ะ นานมากๆแล้ว หลังจากเอ็มวีออกไป ก็ทำให้ได้มีงานมาเรื่อยๆจากพี่ที่เป็นแคสติ้งหรือผู้กำกับก็ต้องขอบคุณพี่ผู้กำกับนั้นมากที่ทำให้เราก้าวเข้ามาในวงการนี้ด้วย ตัวต่อมาก็จะเริ่มมีเอ็มวีเพลงของพี่เบิร์ด แล้วพี่เบิร์ดเป็นนักร้องในดวงใจเราด้วย เราก็เลยรู้สึกว่าดีจังเลยและเป็นเกียรติมากที่ได้ถ่ายทำเอ็มวีกับพี่เขา ก็จะเป็นเพลง “อกมีเอาไว้หักพาสหนึ่ง” ของพี่เบิร์ดที่เราได้ร่วมเล่น นอกจากนั้นก็จะมีเอ็มวีที่ได้ร่วมงานกับพี่อนันดาในฐานะผู้กำกับเอ็มวีเรื่องแรกด้วย ชื่อเพลง “เพราะเรานั้นคู่กัน” ซึ่งเอ็มวีนี้เราไปถ่ายกันที่ระยอง และก็จะได้เห็นภาพสวยๆจากรถที่เราเอามาขับด้วย และอีกอันก็จะเป็นของพี่ตุ้ยเอเอฟ เพลง “กลับไปหลับสักคืน” ซึ่งตัวนี้เราจะเป็นคนๆหนึ่งที่มันเกิดเหตุการณ์รถชนกันและเราป่วย มันคือสร้างเรื่องราวให้คนๆหนึ่งเขาคิดถึงเรา แต่ถ้าพูดถึงเอ็มวีตัวล่าสุดตอนนี้จะเป็นของพี่ดา เอ็นโดรฟินค่ะ ก็คือเพลง “ยิ่งรู้จักยิ่งรักเธอ”ซึ่งเป็นซิงเกิ้ลที่พี่ดาเขาทำให้โตโยต้าครบรอบห้าสิบปี ก็คือเพลง ยิ่งรู้จักยิ่งรักเธอค่ะ อันนี้จะแอบเห็นออนในโฆษณาด้วย เพราะอันนี้เขาแยกมาเป็นความพิเศษของมัน คือจะเสนอถึงเรื่องราวความผูกพันที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์ของโตโยต้าที่มาจากรุ่นสู่รุ่น เราก็เลยได้ร่วมงานกับเขาด้วย นอกจากเอ็มวีก็มีพวกผลงานโฆษณาตั้งแต่นานมากแล้วค่ะสองสามปีล่ะก็มีทั้งซีพีและทรูสามจีที่ขึ้นไปถ่ายบนเขา ซึ่งพี่ผู้กำกับก็อยากแบบได้ฟีลอารมณ์หนาวมาก เราก็ต้องยกกองถ่ายขึ้นไปถ่ายบนนั้นด้วย ตอนนี้ก็มีรายการวิทยุค่ะที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้น แต่ก็ต้องรอดูต่อไปว่า ก็จะมีรายการค่ะเป็นรายการไล์ฟสไตล์ของผู้หญิง ซึ่งเป็นเกี่ยวกับแฟชั่นท่องเที่ยวก็ชื่อรายการโฮมสวีทโฮมของช่องห้าที่ผ่านมา และก็กำลังจะมีภาพยนตร์เรื่องแรกในชีวิตก็คือชัมบาลานั้นเอง แต่ก่อนหน้านี้ก็จะมีภาพยนตร์ที่ทำดีเพื่อพ่อของในหลวงในช่วงห้าธันวาคมที่ผ่านมา เรื่องทางแยกวัดใจ ก็เป็นพาสหนึ่งที่ทำให้คนไทยอยากทำความดีเป็นสื่อกลาง

          Q.ฟังๆดูแล้วมีผลงานเยอะเหมือนกัน แล้วถ้าให้คำจำกัดความผู้หญิงที่ชื่อ “ฝน” เป็นอย่างไร
          F. ก็คงเป็นเด็กแบบโก๊ะๆคนหนึ่งล่ะ เป็นเด็กขี้ลืม เป็นคนมีความฝันนะค่ะ คือตั้งแต่เด็กๆล่ะ คือพ่อกับแม่ก็จะชอบให้ไปประกวดอย่างแบบว่าถือป้ายร้องเพลงตั้งแต่สมัยเด็กๆแล้ว ถ้าถามว่าเราเป็นคนขี้อายไหม เราเป็นคนขี้อายมาก เพราะตอนนั้นเป็นเด็กเราก็คงไม่ได้คิดว่าเป็นความอายหรืออะไร ทำแบบสนุกๆ แต่พอเริ่มโตขึ้น เราก็รู้สึกว่าเราเริ่มหาความฝันและความชอบในสิ่งที่เรารักแล้ว พอเริ่มเข้ามหาลัยก็เริ่มที่จะเข้ามาทำงานในด้านนี้ พอมันเริ่มงานหนึ่งเรารู้สึกว่า เออเรารักจังเลยในด้านการแสดง ซึ่งเราอาจจะมีประสบการณ์ในตอนเด็กๆที่เคยทำนู่นนี้มาแล้วบ้าง พอมาเริ่มหนึ่งแล้ว เออเราอยากมีความฝัน เหมือนเราดูมิวสิคสีดีโอตัวหนึ่งแล้วเรามีความรู้สึกว่าเราอยากเป็นจังเลยนางเอกคนนี้ หรือว่าคนดูดูเราจะอินยังไงบ้าง และเรื่องภาพยนตร์มันคือหนึ่งอย่างเหมือนกันที่เป็นความฝันของเรา

          Q.แสดงว่ามีแววสนใจหรือหลงใหลเกี่ยวกับทางด้านการแสดงมานานแล้ว
          F. อย่างตอนแรกนะค่ะก็ประมาณสัก 7 ขวบได้คะ คือพ่อแม่รู้สึกว่าน่าเอาไปทำอะไรสักอย่าง เขาก็เลยส่งเราเข้าประกวดเต้นของโรงเรียน เราก็เลยรู้สึกว่าตอนนั้นก็เหมือนเป็นเด็กนะชอบแต่งตัว ไปฝึกเต้นกับเพื่อน แต่เรารู้สึกว่าพอผ่านช่วงนั้นมาแล้ว เออเราก็น่าจะมีความฝันที่มันเป็นตัวเป็นตนได้ เราก็พยายามหา หา อย่างช่วงสักประมาณยี่สิบเอ็ด ยี่สิบสองตอนอยู่มหาลัยเริ่มที่จะมีโอกาสเข้ามาทำงานในด้านวงการ เรารู้สึกว่าเราได้แต่งตัว เอ๊ะมีกล้องมีคนที่ร่วมงานเป็นทีมงาน เรารู้สึกว่าเราชอบแล้ว และวันหนึ่งเราได้มาทำภาพยนตร์เรื่องหนึ่ง เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในหนังก็เลยรู้สึกว่า มันไม่ง่ายนะ เพราะที่ผ่านมาฝนต้องแคสท์งานต้องผ่านการประกวดอะไรอีกมากมาย และวันนี้มันเป็นจริง เราภูมิใจจังเลยที่มันเป็นจริงขึ้นมาวันนี้

          Q.แล้วเป็นไงมาไงถึงได้เข้ามาเป็นนางเอกภาพยนตร์เรื่องชัมบาลาได้
          F. คือฝนเคยร่วมงานกับพี่พีทแล้ว ซึ่งพี่พีทเป็นผู้ช่วยผู้กำกับของเรื่องนี้ และเคยร่วมงานของเอ็มวีมาก่อน พี่พีทก็เลยลองโทรมาให้เราไปแคสท์ดู ตอนแรกมันตื่นเต้นเหมือนเป็นหนังเรื่องแรก เราต้องอ่านบททุกอย่าง ซึ่งก็จะมีพี่ผู้ช่วยคอยบรีฟว่าเราจะต้องเล่นซีนไหนบ้าง ซึ่งซีนที่ฝนได้รับเป็นซีนเริ่มต้นกับซีนตอนจบ ซึ่งเรื่องของอารมณ์มันแตกต่างกันมาก เอ๊ะเราจะทำยังไงดีนะให้เราเล่นซีนแรกกับซีนตอนจบให้มันดี เราก็จะคอยถามเขาว่า เออว่ามันประมาณไหนก็เริ่มค่อยบรีฟ เออมันคือหนัง มันคือครั้งแรกที่เราได้จับบท เออและเราก็เล่นออกมามันรู้สึกดี แค่เราเล่นออกมามันก็รู้สึกดีแล้ว อย่างผู้กำกับพี่ปี๊ด เขาเป็นผู้กำกับหนังที่ชัดเจนอยู่แล้ว และเรื่องคาแร็คเตอร์เขาก็เลือกออกมาได้ชัดเจนเหมือนกัน เราก็อืมโปรเจ็คท์นี้เราได้ยินมานานมาก เคยได้ข่าวว่าคนมาแคสท์เยอะมาก เราก็แอบยิ้มเหมือนกันคนแคสท์เยอะมาก เอ๊ะยังไงดีทำไมผู้กำกับถึงเลือกเรา ก็แอบงง

          Q.ตอนเห็นบทครั้งแรกรู้สึกอย่างไรบ้าง
          F.ครั้งแรกที่ได้รับบทในการที่จะแคสท์ ก็จะเป็นซีนแรกกับซีนสุดท้าย ซึ่งเราตื่นเต้นตั้งแต่ที่ได้รับบทแล้วตอนแคสท์ ซึ่งบทมันมีความแตกต่างและมันก็ยากมากด้วย ซีนแรกจะเป็นซีนที่เราเจอกับพระเอกตอนแรกเราต้องจินตนาการว่า ถ้าเราเจอกับคนๆหนึ่งซึ่งแบบเป็นคนกวน แต่เราก็มีจุดยืนในมุมของเรา และเรามีความมั่นใจกล้าคิดกล้าทำ เราจะสู้กับเขายังไงดีกับความรู้สึก แต่พอมาเป็นซีนสุดท้ายหักมุมอยู่ดีๆก็เป็นเรื่องดราม่า ซึ่งเนื้อเรื่องตอนกลางเรายังไม่ได้ถูกรับรู้อะไรเลย และเราต้องจินตนาการเองว่าถ้าจบออกมามันต้องดราม่าขนาดนี้ เราจะร้องไห้ไหมหรือเราจะทำยังไงให้มันเศร้า ซึ่งมันยากตั้งแต่เรารับบทครั้งแรกแล้ว และพอวันหนึ่งเรารู้สึกว่า เฮ้ยเราได้บทนี้นะมันบอกไม่ถูกอย่างที่ฝนบอกตั้งแต่แรกว่ามันคือความฝัน มันคือภาพยนตร์เรื่องแรกในชีวิตด้วย วันหนึ่ง มันเป็นเราที่เป็นส่วนหนึ่งที่จะถ่ายทอดความรู้สึกออกมาให้คนอื่นได้เห็นบ้าง โอ้โหดีใจและยิ่งมารู้ว่าเล่นกับพี่ซันนี่ซึ่งเป็นพระเอกในดวงใจใครหลายๆคนและฝนก็ติดตามผลงานเขาด้วย ซิทคอมเขาอะไรหลายๆอย่างหนังเรื่องเพื่อนสนิทเรื่องแรกเราก็ดูเรื่องของเขา แต่วันนี้เราได้เล่นประกบคู่กับเขา โอ้โหทั้งนักแสดงคุณภาพและหนังก็น่าสนใจมากๆในเรื่องของคาแร็คเตอร์ที่เราได้รับเล่นด้วย

          Q.คิดว่าเสน่ห์ของตัวละคร “น้ำ” ผู้หญิงที่ทำให้เกิดการเดินทางสู่ชัมบาลา อยู่ที่ตรงไหนอย่างไร
          F.อย่างเสน่ห์ของตัวละครที่ชื่อ น้ำ นะค่ะ คือตอนแรกที่ฝนอ่านบทเลย รู้สึกว่าผู้หญิงคนนี้เป็นคนที่น่าอยู่ด้วยมากๆ เพราะเขาเป็นคนที่มีความคิดในแง่บวกตลอดเวลา พอเราคิดในแง่บวกที่อยู่ด้วยมักจะได้รับอะไรที่ดีๆเสมอ เราว่าเขามีเสน่ห์มาก เขาเป็นคนที่คอยซัพพอร์ตความรู้สึกคนอื่น เหมือนเป็นตัวนำให้แรงบันดาลใจการใช้ชีวิตของคนหลายๆคนด้วย แค่นี้ก็เป็นเสน่ห์แล้ว เรื่องบทที่ได้รับมาถามว่ามันไกลตัวไหม มันอาจจะไกลตัวในเรื่องของบางเรื่อง ผู้หญิงคนนี้เป็นคนที่ศรัทธาในความรักมากๆ ซึ่งมันทำให้เรารู้สึกว่า อะไรเอ่ยที่มันทำให้เรารู้สึกว่าดึงความศรัทธาของความรักออกมาได้ถึงตัวละครนั้น มันก็เลยต้องมีการปรับเปลี่ยน อย่างมีการเวิร์คช้อป ผู้กำกับพี่ปี๊ด พี่อนันดา พี่ซันนี่ พี่โอซาและก็ฝนเอง เราก็คุยกันว่าคาแร็คเตอร์แต่ละคนเนี้ยะอยากได้ประมาณไหน อย่างของฝนอยากได้เป็นผู้หญิงมองโลกในแง่ดีนะ คอยแบบให้กำลังใจแฟน และก็มีแรงศรัทธาในความรักเยอะมาก เราก็เลยต้องมาปรับเปลี่ยนเพื่อให้อินกับบทที่สุด

          Q.ตัวละครน้ำในชัมบาลากับตัวจริงของฝนนลินทิพย์ แตกต่างใกล้เคียงกันมากน้อยแค่ไหนอย่างไร
          F.ถ้าจะเทียบคาแร็คเตอร์ของฝนกับน้ำ คือจะเป็นคนที่ใกล้เคียงเรื่องของมุมมอง เป็นคนมองโลกในแง่ดีซะส่วนใหญ่ที่จะมองในแง่ลบ เรารู้สึกว่ามันมีกำลังใจในการทำงานดำเนินชีวิตมากกว่า แต่เรื่องของความศรัทธาในเรื่องความรัก เราต้องทำให้ได้มากเท่าตัวละคร ซึ่งในชีวิตจริงอาจจะไม่ได้ศรัทธาขนาดนั้นก็เลยเอามาปรับเปลี่ยนแล้วก็หาเรื่องราวที่มันทำให้เรารู้สึกกับตัวนั้นจริงๆ คาแร็คเตอร์น้ำตัวนี้คือตั้งแต่ครั้งแรกในชีวิตที่เราได้รับบทๆหนึ่งแล้ว เราต้องเล่นให้มันเป็นตามคาแร็คเตอร์นั้น ซึ่งเราต้องเรียนรู้ตั้งแต่ความเป็นมาของชีวิตน้ำตั้งแต่เด็กจนถึงเขามีวุฒิ(ตัวละครที่รับบทโดยซันนี่)อยู่ในทุกวันนี้ เราเลยรู้สึกว่าจะทำยังไงดีให้เป็นน้ำ เราเลยต้องศึกษาในแง่ของมุมมองและก็การดำเนินชีวิตของเขา วิธีคิดซึ่งมันยากตรงที่เราทำยังไงให้เราไปอยู่ในความคิดของเขาและเป็นตัวเขาจริงๆ อย่างเรื่องถ่ายทอดความรู้สึกของน้ำมันมีตั้งแต่เจอพระเอกตอนแรกเลยตั้งแต่เชือดเฉือนอารมณ์กัน เพราะต่างคนก็ต่างมีความคิดเป็นของตัวเองซะส่วนใหญ่ ก็อาจจะมีมุมกวนๆนิดนึง แต่พอเรารู้สึกว่าวันหนึ่งมันเกิดความรักขึ้น ก็จะเป็นอีกมุมมองหนึ่งที่ดีๆที่เราแบ่งปันความรู้สึกให้เขา แต่พอหลังจากนั้นไปมันก็อาจจะเป็นมุมมองที่อาจจะไม่ผ่านคำพูด แต่มันเป็นความรู้สึกของคนที่รักกันแล้ว อาจจะมองด้วยสายตาก็น่าจะรู้แล้วค่ะ จริงๆมันมีหลายอารมณ์มากในแต่ละตอนแต่ละซีน

Navigation

[0] Message Index

[#] Next page

[*] Previous page

Go to full version