ภาพยนตร์ > ข่าวภาพยนตร์
ภาพยนตร์เรื่อง ชัมบาลา 23 สิงหาคม 2555
FB:
10 ปีฝันเป็นจริง สหมงคลฟิล์มไฟเขียว ทำ “ชัมบาลา” “ปี๊ด-ปัญจพงศ์” ได้ “ซันนี่ประกบอนันดา” ทำหนังไทยตะลุยถ่ายทิเบต
ไม่ใช่ทุกคนที่มีความฝันแล้วจะสามารถแปรเปลี่ยนความฝันจากอากาศธาตุ บ่มเพาะประสบการณ์หลอมรวมความคิด จินตนาการออกมาเป็นตัวหนังสือและเรื่องราว สานต่อความฝันให้กลายเป็นความจริง ได้ แต่สำหรับ ปี๊ด-ปัญจพงศ์ คงคาน้อย ผู้ที่คร่ำหวอดในวงการโทรทัศน์ โฆษณา มิวสิควิดีโอมาทั้งชีวิต ภาพยนตร์เรื่องแรกในชีวิตที่เขากำกับโดยได้รับแรงบันดาลใจในการเขียนบทจากการเดินทางไปทิเบตเพื่อถ่ายทำรายการท่องเที่ยวทางโทรทัศน์เมื่อหลายปีก่อน (“แดนบีมเดอะซีรี่ส์”) กำลังจะปรากฎสู่สายตาทุกคนแล้ว ถึงแม้จะใช้เวลานานนับ 10 ปีก็ตาม หลังจากผ่านอุปสรรคความยากลำบากนานัปการ เขียนบทอยู่ร่วมปี ผ่านการนำเสนอโปรเจ็คต์หาสตูดิโอที่จะอนุมัติออกทุนสร้างหนังโรแมนติคดราม่าเรื่องราวการเดินทางของ2พี่น้องที่มีความรักเป็นแรงบันดาลใจ
ซึ่งต้องเดินทางไปถ่ายทำไกลถึงดินแดนบนหลังคาโลกอย่างทิเบต รวมไปถึงหา 2นักแสดงชายระดับฝีมือที่จะมาร่วมผจญฝ่าความยากลำบากในการเดินทางไปใช้ชีวิตในโลเกชั่นสุดโหด เผชิญกับสภาพอากาศที่มีตั้งแต่หนาวสุดขั้วและร้อนสุดขีด จนในที่สุด “ชัมบาลา” ภาพยนตร์ที่ใช้เวลาในการสร้างถึง3ปีก็โดยได้ไฟเขียวจากเสี่ยเจียง สมศักดิ์ เตชะรัตนประเสริฐหัวเรือใหญ่สหมงคลฟิล์มอินเตอร์เนชั่นแนลออกทุนสร้าง และได้ 2 นักแสดงชายระดับแถวหน้าของเมืองไทยอย่าง ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์ และอนันดา เอเวอริงแฮมประกบบทบาทคู่กันเป็นครั้งแรก
“ก็เกือบจะสิบปีแล้ว มีโอกาสได้ไปทิเบต เพื่อทำรายการโทรทัศน์เกี่ยวกับท่องเที่ยว (แดนบีมเดอะซีรี่ส์) ก็รู้สึกประทับใจ มันมีประเทศแบบนี้อยู่บนโลกด้วยเหรอ มันเป็นไปได้ยังไง ประเทศที่หล่อหลอมด้วยความศรัทธา ชีวิตตั้งแต่ตื่นนอนยันหลับ ไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ เราก็รู้สึกว่ามัน IMPACT กับจิตใจเรามาก ทำให้ เราอยากทำเรื่องราวเกี่ยวกับประเทศนี้ แต่ก็ไม่คิดว่าวันหนึ่งจะได้ทำ เพราะทิเบต เป็นประเทศที่ไกลมาก มันยากมาก แล้วยิ่งไปทำหนังด้วย ใครจะออกทุน ใครจะยกกองไปกับเรา ใครจะไปทนลำบากกับเรา มันจะเป็นไปได้เหรอ เหมือนวันหนึ่งที่ผมเคยพูดเล่นๆ กับตัวเองว่าแบรดพิตต์ทำ 7 years in Tibet เป็นฮอลลีวู้ดแต่ไปถ่ายที่ทิเบตมันก็เป็นในแบบของเขา แล้วถ้าวันหนึ่งเราไปถ่ายทิเบตเราอาจสู้เขาไม่ได้เรื่องงบประมาณหลายๆ อย่าง แต่เราสู้เขาได้เรื่องความคิด เรื่องของมุมมอง ซึ่งผมคิดว่าคนไทยไม่ได้แพ้ใคร จนวันหนึ่งเราได้ทำหนังที่ไปถ่ายถึงทิเบตในแบบของเรานั่นคือ “ชัมบาลา” ซึ่งตั้งแต่ทำภาพยนตร์เรื่องนี้มาเราใช้เวลาไปทั้งหมดเกือบ 3 ปี ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยกับการทำหนังเรื่องหนึ่งที่ใช้เวลา3ปีสำหรับหนังไทย อย่างแรกผมต้องขอบคุณคุณเสี่ย เสี่ยเจียง (สมศักดิ์ เตชะรัตนประเสริฐ ประธาน บ.สหมงคลฟิล์ม) นะครับ ขอบคุณทีมงานสหมงคลฟิล์มทุกคนที่ไว้ใจให้ผมทำ และอดทนรอกับมันยาวนานมากๆ จนทีมงานทุกคนคิดเหมือนกันคือเมื่อไหร่มันจะได้เห็น จนถึงวันนี้ผมฝันมาไม่ต่ำกว่า10ปีเพื่อที่จะรอทำให้มันสำเร็จ เพราะฉะนั้นทุกวันผมจะรู้สึกเสมอว่าจริงเหรอ มันจะได้ฉายจริงเหรอ จนมาวันนี้เรากำลังจะได้เห็นแล้ว สิ่งที่ผมภูมิใจและรู้สึกดีที่สุดก็คือมันไม่ใช่หนังผม แต่เป็นหนังของพวกเราทีมงานนักแสดงทุกคน ต้องขอบคุณซันนี่ อนันดา ฝน นลินทิพย์ โอซาที่เชื่อมั่นและร่วมลำบากไปกับเรา สำหรับผมถ้าก้าวแรกมันได้ขนาดนี้ขอบอกตรงๆ ว่าผมมีความมั่นใจและภูมิใจกับชัมบาลาว่าเป็นภาพยนตร์ที่ดีเรื่องหนึ่ง อย่างน้อยที่สุดคุณออกจากโรงแล้วมันคงกระตุกต่อมคิดอะไรของคุณได้บางอย่าง คุณคงสนุกกับเรื่องราวของมัน อิ่มเอมกับความสวยงามของบรรยากาศในประเทศทิเบต โดยเฉพาะอย่างยิ่งทีมงานของเราทุกคนพยายามทำมันออกมาให้ดีที่สุดอยากให้ทุกคนได้ดูกัน”
รับรองว่าไม่นานเกินรอ เพราะงานนี้เสี่ยเจียงไฟเขียววางโปรแกรมฉายแล้ว 23 สิงหาคมนี้แน่นอน
FB:
ผกก. – นักแสดงตะลึงภาพทิเบตในหนัง “ชัมบาลา” งามมหัศจรรย์ โชว์ฝีมือ “น้ากล้วย” ผกก. ภาพโหมโรง, นเรศวร, นางนาก
ในการทำหนังเรื่องแรกของผู้กำกับแต่ละคนอาจะต้องเผชิญกับอุปสรรคและข้อจำกัดแตกต่างกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าฝันๆนั้นของผู้กำกับอยู่บนโจทย์ที่ไม่ธรรมดาอย่างเช่น “ชัมบาลา” ที่ต้องเดินทางไปถ่ายทำไกลถึงดินแดนบนหลังคาโลกอย่างทิเบตด้วยแล้ว งานนี้ทีมงานนับสิบชีวิตนอกจากจะต้องฟันฝ่าอุปสรรคในการเดินทางจากสภาพอากาศที่ไม่เป็นใจ ไม่ว่าจะเป็นการฝ่าหิมะท่ามกลางอุณหภูมิลบ15องศา ผจญความร้อนสุดขีดของแสงแดดที่แผดเผา รวมไปถึงความเสี่ยงจาก ATTITUDE SICKNESS ซึ่งเกิดเพราะความกดอากาศที่มันเบาบางมาก บนความสูงเหนือระดับน้ำทะเลกว่า4พันเมตร เนื่องจากมีออกซิเจนมันน้อย แต่ถึงกระนั้นปี๊ด ปัญจพงศ์ คงคาน้อย ผู้กำกับหนุ่มที่ในชีวิตผ่านการเดินทางมายังประเทศทิเบตมาแล้ว4ครั้ง พร้อมทีมงานและนักแสดงนำอย่าง ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์, อนันดา เอเวอริงแฮม และนักแสดงหน้าใหม่อย่างฝน นลินทิพย์ เพิ่มภัทรสกุลก็ไม่ได้ย่อท้อต่อความยากลำบากอันแสนสาหัสที่เกิดขึ้นตลอดการถ่ายทำ “ชัมบาลา” ภาพยนตร์ฟีลกู้ดในแนวโรแมนติค-ดราม่า เมื่อได้เห็นภาพจากการถ่ายทำที่เสร็จสมบูรณ์จากฝีมือของ น้ากล้วย ณัฐวุฒิ กิตติคุณ ผู้กำกับภาพระดับแถวหน้าของเมืองไทยที่อยู่เบื้องหลังงานกำกับภาพของนางนาก, ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช, องค์บาก, โหมโรง ฯลฯ ถ่ายทอดความงามของหุบเขา ผืนฟ้า สีสันของทิเบตได้อย่างมหัศจรรย์
“ก็สำหรับภาพในหลายๆ ฉากหลายๆ ซีนที่เราเห็นสวยๆ ในหนัง อย่างแรกต้องขอบคุณน้ากล้วยครับ แล้วก็ต้องขอบคุณในความอดทนยากลำบากด้วย เพราะบางทีที่เราไปดูเนื่องจากว่ามันเป็นสถานที่ที่มันธรรมชาติมาก ทำให้การที่เราจะวางเฟรม การที่เราจะตั้งกล้อง หรือความสะดวกในการถ่ายทำมันไม่มี ไม่ได้บอกว่ามันมีน้อยนะ แต่มันไม่มี เราก็เลยต้องอาศัยประสบการณ์ของน้ากลัวยนี่แหละในการที่จะมองผ่านเลนส์ซะยังไงให้มันสวย เพราะฉะนั้นแล้วอะไรที่มันสวยๆ ทั้งหมดของหนัง อะไรที่มันมหัศจรรย์ก็ขอให้ยกความดีให้น้ากล้วยเลย เพราะฉะนั้นมุมภาพต่างๆ ที่ถูกดีไซน์มา มันจะถูกดีไซน์ในเชิงเรียลลิสติค มหัศจรรย์มันมีอยู่แล้ว แต่มันอาจจะไม่ใช่แบบ โอ้โหสวยทั้งหมด มันไม่ใช่โจทย์ของเรา เราไม่ได้ต้องการอย่างนั้น เราต้องการให้คนดูตามตัวละครซันนี่และอนันดาไป แล้วค่อยๆ อิ่มเอมเรื่อยๆ ไปกับความสวยงามของทิเบตนะครับผม ถ้าถามว่ายากมั้ย ผมโชคดีที่ได้ทำงานกับน้ากล้วย น้ากล้วยทำให้เรื่องยากกลายเป็นเรื่องง่าย ซึ่งถ้าไปดูในหนังจะเห็นหลายๆ ฉากที่จะเกิดความรู้สึกที่ว่า ถ่ายจากตรงไหนเหรอ ถ่ายมาได้ไง ที่ทิเบตมันมีด้วยเหรอ ซึ่งบอกได้เลยว่าผมรู้สึกว่าโชคดีมากที่ได้ร่วมงานกับทีมงานที่บอกได้เลยว่าโคตรคุณภาพ แล้วน้ากล้วยคือ 1 ผกก. ภาพ 5 ที่ชีวิตนี้เราฝันอยากร่วมงานด้วย”
เตรียมพบกับความมหัศจรรย์ของทิเบตผ่านมุมกล้อง และสมองของน้ากล้วย ณัฐวุฒิ กิติตคุณสุดยอดผู้กำกับภาพระดับแถวหน้าของเมืองไทยได้จาก “ชัมบาลา” 12 ก.ค. นี้ทุกโรงภาพยนตร์
FB:
สาวๆ เตรียมกรี๊ดผกก. “ชัมบาลา” การันตี 2 หนุ่มฮอตพลิกบทบาท ดราม่าจัดหนัก “ซันนี่” VS. คอมมิดี้จัดเต็ม “อนันดา”
ปล่อยภาพออกมาทำเอาสาวๆ เล็กสาวใหญ่กรี๊ดกันแทบสลบเลยทีเดียวสำหรับ “ชัมบาลา” ภาพยนตร์โรแมนติค-ดราม่าที่ได้2หนุ่มสุดฮอตที่ได้รับการโหวตให้เป็นนักแสดงนายแบบหนุ่มหล่อขวัญใจสาวๆ ตลอดกาลอย่าง “ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์” และ “อนันดา เอเวอริงแฮม” มาประกบบทบาทคู่กันเป็นครั้งแรกโดยรับบทเป็น 2 พี่น้องที่นิสัยต่างกันสุดซึ่งแยกย้ายกันใช้ชีวิตนานแล้ว แต่ต้องกลับมาเจอกันและร่วมเดินทางไปยังทิเบตร่วมกันเพื่อทำภารกิจบางอย่างให้กับหญิงที่ตนรักโดยมีเป้าหมายคือตามหา “ชัมบาลา-สรวงสรววค์ในดินแดนบนหลังคาโลก” งานนี้ทำเอากราฟความน่าดูพุ่งปรี๊ดถึงขีดสุดและส่งผลให้ “ชัมบาลา” กลายเป็นหนังไทยเรื่องแรกที่นำเสนอภาพบรรยากาศความงามสุดมหัศจรรย์ของทิเบตออกมาได้อย่างน่าสนใจ และกลายเป็นว่าที่หนังไทยที่น่าจับตามองแห่งปี ด้วยความแตกต่างจากหนังไทยหลายๆ เรื่องที่ผ่านมาโดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นครั้งแรกที่แฟนๆ จะได้เห็นการพลิกบทบาททางการแสดงชนิดสลับขั้วกันของ2พระเอกหนุ่มไม่ว่าจะเป็นการถ่ายทอดดราม่าจัดหนักของซันนี่ และคอมมิดี้แบบจัดเต็มของอนันดาสมความตั้งใจของ ปี๊ด ปัญจพงศ์ คงคาน้อย ผกก.หนุ่มที่คร่ำหวอดในวงการโทรทัศน์, โฆษณา, มิวสิควิดีโอมานับ 10 ปีและผ่านประสบการณ์ตะลุยทิเบตมาแล้วถึง 4 ครั้ง
“ส่วนที่สำคัญที่ผมคิดว่าทำให้สองคนนี้รับเล่นหนังเรื่องนี้ก็เพราะว่าบทที่มันมีความแตกต่าง เราจะเห็นซันนี่เล่นแต่คอมมิดี้ซะเป็นส่วนใหญ่ เราเห็นอนันดาเล่นแต่ดราม่าเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งผมคิดตั้งแต่ต้นแล้ว ผมเชื่อว่าซันนี่ สุวรรณเมธานนท์สามารถเล่นบทบาทอื่นได้ดีเพราะผมรู้จักเขามาเป็นสิบๆ ปี พอๆ กับผมอยากเห็นอนันดา เอเวอริงแฮมเล่นบทบาทอื่นบ้างนอกจากร้องไห้ เศร้า เครียด ซึ่งตัวตนจริงๆของเขาธรรมชาติมาก เขาทั้งเฮฮาทั้งสนุกสนาน เพียงแต่เขาเป็นคนจริงจังจากการทำงานเท่านั้นเอง ซึ่งบท2พี่น้องที่นิสัยต่างกันสุดขั้ว เจอกันทีไรต้องมีเรื่องให้ทะเลาะกันกัดกันตลอดของทินกับวุฒิในภาพยนตร์เรื่องนี้มันทำให้เขาได้twist (สลับปรับเปลี่ยน) คาแรคเตอร์ตัวเองหมด คุณจะไม่เคยเห็นคาแรคเตอร์ของซันนี่ สุวรรณเมธานนท์ในแง่ของความดรามาติกมากขนาดนี้มาก่อน มีความเก็บกดอยู่ในใจ มีความคิดบางอย่างอยู่ในใจ มีความหมกหมุ่นอยู่กับอะไรบางอย่างพอๆ กับที่คุณจะไม่เคยเห็นอนันดา เอเวอร์ริงแฮมจากเรื่องไหนที่เป็นคนตลก กวนตีน ปากหมา นิสัยเลว เป็นธรรมชาติของตัวตน ซึ่งสิ่งเหล่านี้ได้รับการการันตีจากคนที่ได้ดูภาพยนตร์เรื่องนี้แล้ว ต่างรู้สึกตรงกันว่าสิ่งที่เขาชอบอย่างแรกเลยคือความเป็นธรรมชาติของตัวละ2คนนี้ และวิธีทางการแสดงใหม่ๆ ที่เขาไม่เคยเห็นจาก2คนนี้มาก่อน”
เตรียมพบกับการกระแทกบทบาทคู่กันเป็นครั้งแรกของซันนี่-อนันดา 2 ซุป’ตาร์หนุ่มระดับแถวหน้าของเมืองไทยใน “ชัมบาลา” เร็วๆ นี้ทุกโรงภาพยนตร์
FB:
“ซันนี่” เล่น “ชัมบาลา” นานๆ เจอบทถูกใจ ยอมรับคิดถึงหนังใหญ่ พร้อมคืนจอ
“ชัมบาลา” ถือได้ว่าเป็นการกลับมาจับงานแสดงทางด้านภาพยนตร์ครั้งแรกในรอบ 4-5 ปีเลยทีเดียว หลังจากที่ฝากงานแสดงผ่านจอโทรทัศน์ในซีรี่ส์ซิทคอมอย่าง “เนื้อคู่ฯ” มายาวนาน จนแฟนๆ หนัง ต่างบ่นคิดถึงว่าเมื่อไหร่หนุ่มนัยน์ตาซึ้งอย่างซันนี่ สุวรรณเมธานนท์จะกลับมาสร้างรอยยิ้มโชว์เสน่ห์มอบความสุขบนจอใหญ่ๆ ให้แฟนๆ หายคิดถึงสักที ซึ่งงานนี้ไม่เพียงแต่แฟนๆ แม้แต่เจ้าตัวก็ยังแอบแย้มให้ฟังว่ารู้สึกคิดถึงเหมือนกัน แถมการกลับมาครั้งนี้ยังไม่ธรรมดาตั้งแต่บทบาทที่ได้รับ รวมไปถึงตัวบทหรือเรื่องราวที่ซันนี่รู้สึกประทับใจ ยังไม่รวมกับที่ต้องเดินทางไปถ่ายทำไกลถึงดินแดนบนหลังคาโลกอย่างประเทศทิเบตท่ามกลางธรรมชาติที่บอกได้คำเดียวว่าสุดโหด
“ก็หายไปพักหนึ่ง ไปแสดงซิทคอมแรกๆ ก็ไม่รู้สึกอะไร แต่พอมารับและเล่นหนังเรื่องชัมบาลา โหรู้สึกเลยว่าคิดถึงมาก คือฟีลอารมณ์หนังกับโทรทัศน์มันคนละอย่างกัน มันคิดถึงครับ อยาก อยากเล่น และรู้สึกดีใจมากที่ได้เจอบทที่อ่านแล้วรู้สึกว่าชอบซะที รู้สึกดีมากครับ ที่บอกว่าเป็นบทที่ผมรู้สึกอยากเล่น เพราะก่อนหน้านี้จริงๆ แล้วก็บทหลายเรื่องที่ผ่านเข้ามา หรืออย่างพี่ปี๊ดผกก. ชัมบาลาก็เคยเอาบทมาให้อ่าน 4-5 เรื่อง เพียงแต่เรารู้สึกกับบทหนังเรื่องนี้ของเขาที่สุด ซึ่งปีหนึ่งผมอ่านบทมา ปึ๊บปึ๊บปึ๊บ ก็นานๆ จะเจอบทที่ชอบก็ดีใจครับ ได้เล่นหนังที ก็ดีใจครับ เพราะไม่รู้ว่าอีกกี่ปีผมถึงจะเจอบทที่ผมชอบอีก
ที่สำคัญเราจะได้เห็นหนุ่มซันนี่พลิกบทบาทการแสดงจากบทคอมมิดี้ใสๆ มาโชว์ฝีไม้ลายมือในทางดราม่าชนิดจัดเต็มแถมยังต้องประกบบทบาทคู่กับ อนันดา เอเวอริงแฮม พระเอกซูเปอร์สตาร์ชายระดับแถวหน้าของเมืองไทยที่นอกจากจะต้องร่วมเดินทางไปตะลุยทิเบตด้วยกันยังต้องมารับบทเป็นพี่น้องคู่กันเป็นครั้งแรกด้วย
“สำหรับบทที่เล่น ผมรับบทเป็นวุฒิก็ถือว่ายาก ยากมากครับ ดราม่าหนักๆ ผมก็ไม่เคยลอง จริงๆ ก็อยากทำมานานแล้วครับ แต่ว่าก็ยากนิดนึง ก็ถือว่าใหม่สำหรับเรา แต่ว่าเราก็พยายามครับ ตั้งใจครับ เพราะปกติก็เล่นแต่หนังคอมิดี้ โรแมนติคบ้าง ดราม่านิดๆ บ้าง ส่วนการร่วมงานกับอนันดา (หัวเราะ)ผมก็เห็นเขามานานแล้วครับ เล่นหนังอาร์ทอยู่เรื่อย (หัวเราะ) ก็ดี ดีใจได้ร่วมงานกับอนันดา ก็ไม่เคยรู้ว่าอยู่มาวันหนึ่งจะได้มาเล่นหนังกับอนันดา ร่วมงานกันราบรื่นครับ เขาก็เป็นคนนิสัยดีครับ ดีครับๆ ชอบ ชอบ”
สำหรับแฟนๆ ของพระเอกหนุ่มซันนี่ สุวรรณเมธานนท์ เตรียมพบกับอีกหนึ่งผลงานทางการแสดงที่เชื่อว่าหลายๆ คนตั้งหน้าตั้งตารอคอยกันมานานและจะยิ่งชื่นชมความสามารถในตัวของพระเอกหนุ่มมากยิ่งขึ้นไปอีกใน ชัมบาลา 12 ก.ค. นี้ รอกอีกแค่อึดใจเดียว ทุกโรงภาพยนตร์
FB:
ภูมิใจสุดๆ “ชัมบาลา” หนังเรื่องแรกถ่ายทอด “UNSEEN ทิเบต” นักแสดงทีมงานยอมตะลุยฝ่าเส้นทางสุดโหด
นอกเหนือจากความมหัศจรรย์ของงานด้านภาพที่ถูกถ่ายทอดผ่านมุมมอง และประสบการณ์ในการกำกับภาพของผู้กำกับภาพระดับแถวหน้าในวงการภาพยนตร์ และโฆษณาในบ้านเราอย่างน้ากล้วย ณัฐวุฒิ กิตติคุณ แล้ว การเลือกใช้โลเกชั่นที่แสนโดดเด่นสะดุดตาในประเทศบนหลังคาโลกอย่าง “ทิเบต” ทำให้กล้า พูดได้ว่า “ชัมบาลา” น่าจะเป็นภาพยนตร์เรื่องแรกๆ ที่มีโอกาสนำเสนอภาพสถานที่ บรรยากาศ ชีวิต กลิ่นอาย ผู้คน สีสันวัฒนธรรมความเป็นทิเบต รวมไปถึงป่า ทะเลสาป เทือกเขา ตลอดจนภูมิประเทศต่างๆ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่แม้แต่คนทิเบตเองอาจจะยังไม่เคยไปสัมผัสเรียกได้ว่าเป็น “อันซีนทิเบต” อย่างแท้จริงได้มาปรากฎลงบนแผ่นฟิล์มเป็นครั้งแรก งานนี้ ผกก. “ปี๊ด ปัญจพงศ์ คงคาน้อย” พร้อมนักแสดงนำทั้ง 3 อย่าง อนันดา เอเวอริงแฮม, ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์ และฝน-นลินทิพย์ เพิ่มภัทรสกุล รวมไปถึงทีมงานภาพยนตร์ได้มีโอกาสไปเยือนและดื่มด่ำซึมซับกับความน่าตื่นตา โดยต้องยอมแลกกับการที่ต้องฟันฝ่ากับอุปสรรคความยากลำบาก ในการเดินทางสารพัดบนเส้นทางที่พูดได้ว่าโหดสุดๆ
“ต้องบอกก่อนว่าการไปทำงานที่ทิเบต มันไม่ใช่เป็นเรื่องปกติ มันไม่ได้เหมือนไปทำงานสวิสเซอร์แลนด์ ไปทำงานที่นิวยอร์ค และครั้งนี้ที่เราไปถ่ายทำมันเป็นทิเบตอีกฝั่งหนึ่ง มันไม่ใช่ฝั่งลาซาลเมืองหลวง และตัวผมเองรู้สึกว่าฝั่งนั้นคนไปกันบ่อยแล้ว ใครๆ ก็เคยเห็น เราก็เลยเลือกไปในเส้นทางที่คนต่างชาติต่างถิ่นเขาไม่ไปกัน ระหว่างที่เราไปถ่ายทำเป็นหน้าหนาว อากาศน้อย ถึงแม้จะมีป่ามากขึ้น แต่เผอิญด้านโน้นที่เราไปความชื้นมันน้อยกว่า มันก็เลยทำให้การดำรงชีวิตมันยากลำบากกว่า และในการเดินทางไปในแต่ละที่ในทิเบตเราต้องมีเวลาอย่างต่ำ6ชั่วโมงในการเดินทาง แล้วช่วงเวลาที่เราเดินทางไปเป็นหน้าหิมะ ก็ต้องใช้เวลามากขึ้น เพราะต้องขับรถช้าลง ไม่งั้นรถมันจะไถลนะครับ ก็นานพอสมควร ที่ๆ เรากำหนดไว้ที่จะต้องถ่ายทำก็จะมีตั้งแต่วัด,คริสตัลเมาเทนส์ซึ่งเป็นหน้าผาที่มองลงไปจะเห็นภูเขาสลับซับซ้อนดูสวยงามมากเป็นจุดชมวิวที่สวยงามมาก เราต้องไปหมู่บ้านของชาวนอแมทชนเผ่าเร่ร่อนซึ่งต้องเข้าไปในป่า เราต้องไป “ชัมบาลา” ที่ๆ เรากำหนดไว้ซึ่งเป็นอีกเมืองหนึ่งไกลออกจากทิเบตอีก ไปจนเกือบถึงแคว้นอาบา แคว้นขาม เขตขาม ซึ่งเป็นที่ที่เขาไม่ไปเที่ยวกัน มันไม่ใช่ที่ที่เขาไปเที่ยวกัน แต่มันสวย เราต้องไปอีกฝั่งหนึ่งที่ปกคลุมด้วยหิมะซึ่งเป็นหมู่บ้านของตาว่าตัวละครไกด์ในเรื่อง อย่างถ้าได้ชมในภาพยนตร์จะมีฉากที่ตัวละคร3คนนั่นคืออนันดาและซันนี่ซึ่งเป็นพี่น้องกันและโจลูกครึ่งญี่ปุ่นที่มารับบทเป็นไกด์ชาวทิเบตที่ชื่อว่าตาว่า จอดรถนั่งกินข้าวคุยกันเป็นทุ่งโล่ง ข้างล่างเป็นถนนที่ยาวที่มองไม่เห็นไม่รู้
ว่ามันจะไปสุดตรงไหน รถแต่ละคันที่วิ่งเข้ามาชั่วโมงหนึ่งมาที เป็นถนนที่ไม่เห็นมีใครขับเข้ามา ซึ่งเราจะเห็นอีกแบบของทิเบต ซึ่งเราจะไม่ได้เห็นในสารคดีหรือหนังสือท่องเที่ยวที่เราเห็นกันเป็นประจำ แต่เราจะเห็นทิเบตอีกมุมหนึ่งซึ่งมีความดิบ มีความเป็นธรรมชาติ มีความสวยงามแบบไม่ได้ประดิษฐ์มากกว่านั้น ซึ่งถ้าถามผมว่าเป็นอันซีนที่ไม่เคยเห็นในหนังเรื่องอื่นมั้ย เอาง่ายๆ ก่อนเลยคือ คุณจะไม่เห็นในหนังไทยแน่ๆ แม้แต่หนังต่างประเทศคือถ้าไม่ใช่หนังทิเบตเองจริงๆ ผมว่าไม่เห็นนะ ซึ่งตรงนี้ต้องขอบคุณทีมงานเราด้วยที่พร้อมจะลุยไปทุกที่และขอบคุณนักแสดงด้วยที่พร้อมจะลุยไปกับเรา”
ติดตามธรรมชาติและความสวยงามในความเป็นทิเบตที่รอการค้นพบได้ใน “ชัมบาลา” เร็วๆ นี้ทุกโรงภาพยนตร์
Navigation
[0] Message Index
[#] Next page
Go to full version