Recent Posts

Pages: 1 ... 4 5 [6] 7 8 ... 10
51
มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จัดพิธีต้อนรับและอัญเชิญขบวนเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวจากหาดใหญ่ ประจำปี 2569 ประดิษฐาน ณ ลานสำนักงาน มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย




วานนี้ (วันพฤหัสบดีที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2569) มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายวิชิต ชินวงศ์วรกุล รองประธานกรรมการ นายวิรุฬ เตชะไพบูลย์ ที่ปรึกษาประธานกรรมการ นายสุรพงษ์ เตชะหรูวิจิตร กรรมการและรองเลขาธิการ พร้อมด้วย คณะกรรมการ ผู้ช่วยกรรมการ และผู้บริหารมูลนิธิฯ จัดพิธีต้อนรับและอัญเชิญเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว องค์ฮกเต็กแป๊ะกง องค์นาจาไท้จื้อ (เทพโกมินทร์) และองค์หลวงปู่ไต้ฮง จาก มูลนิธิมิตรภาพสามัคคี (ท่งเซียเซี่ยงตึ๊ง) หาดใหญ่ เข้าประดิษฐาน ณ บริเวณลานสำนักงานมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย กรุงเทพฯ โดยมี นายอรุณชัย ศิริมหาชัย ประธานมูลนิธิมิตรภาพสามัคคี (ท่งเซียเซี่ยงตึ๊ง) หาดใหญ่ พร้อมด้วย คณะกรรมการ เป็นผู้นำคณะและอัญเชิญมายังมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย พร้อมด้วยสาธุชนร่วมพิธีรับคณะเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวกันอย่างเนืองแน่น







โดยระหว่างวันที่ 19 – 22 มีนาคม พ.ศ. 2569  มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง และมูลนิธิมิตรภาพสามัคคี (ท่งเซียเซี่ยงตึ๊ง) หาดใหญ่ ขอเชิญศิษยานุศิษย์ และสาธุชนที่เลื่อมใส ร่วมสักการะเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวจากหาดใหญ่ องค์ฮกเต็กแป๊ะกง และองค์นาจาไท้จื้อ (เทพโกมินทร์)  ณ บริเวณลานสำนักงาน มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย กรุงเทพฯ โดยในวันพฤหัสบดีที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2569 เวลาประมาณ 17.30 น. คณะเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวเดินทางถึงกรุงเทพฯ เคลื่อนขบวนผ่านบริเวณวงเวียนโอเดียน ไปตามถนนเยาวราช เจริญกรุง โดยขบวนจะแห่ถึงมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง และเปิดให้ผู้มีจิตศรัทธาเข้าสักการะ เวลาประมาณ 18.00 น. และในวันศุกร์ที่ 20 มีนาคม - วันเสาร์ที่ 21 มีนาคม 2569 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งเปิดให้ผู้มีจิตศรัทธาเข้าสักการะตั้งแต่เวลา 06.00 – 21.00 น. สำหรับวันอาทิตย์ที่ 22 มีนาคม 2569 เวลาประมาณ 18.00 น. จะมีพิธีส่งเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวกลับหาดใหญ่

## มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต ##
#สายด่วนและแอปพลิเคชันป่อเต็กตึ๊ง1418
#ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน











52
ตลาดจีน 700 ล้านผู้บริโภค กำลังเปิดโอกาสใหม่ให้สินค้าไทย
Far East Fame Line DDB Group และ BBMi ประกาศความร่วมมือกับ JD.com
เพื่อผลักดันสินค้าไทยเข้าสู่ตลาดจีน ผ่านโมเดล Cross-Border E-Commerce
ช่วยให้แบรนด์ไทยเข้าถึงผู้บริโภคจีน โดยไม่ต้องตั้งบริษัทในจีนตั้งแต่วันแรก
อีกก้าวสำคัญของการพาแบรนด์ไทยสู่เวที Asia E-Commerce





ความร่วมมือครั้งนี้มุ่งยกระดับศักยภาพแบรนด์ไทยในตลาดจีน โดยผสานจุดแข็งของทั้งสามฝ่าย ได้แก่ ความเชี่ยวชาญด้านแบรนด์และการสื่อสารการตลาดของ Far East Fame Line DDB Group ความเชี่ยวชาญด้านกลยุทธ์ Cross-Border และการพัฒนาตลาดจีนของ BBMi รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานอีคอมเมิร์ซและระบบโลจิสติกส์อัจฉริยะของ JD.com




โมเดล Cross-Border Commerce ผ่าน JD.com ช่วยลดข้อจำกัดสำคัญของผู้ประกอบการไทยในการเข้าสู่ตลาดจีน พร้อมสร้างโอกาสเติบโตในระดับภูมิภาค ผ่าน 5 กลไกหลัก ได้แก่

1.   ลดความเสี่ยงในการเข้าสู่ตลาด (Market Entry Risk Reduction)

ผู้ประกอบการไทยสามารถเริ่มจำหน่ายสินค้าในจีนได้โดยไม่ต้องจัดตั้งบริษัทหรือดำเนินโครงสร้างธุรกิจเต็มรูปแบบในระยะแรก ช่วยลดต้นทุนการลงทุน ความซับซ้อนด้านกฎหมาย และระยะเวลาในการเข้าสู่ตลาด (Time-to-Market) อย่างมีนัยสำคัญ

2.   เข้าถึงผู้บริโภคจีนคุณภาพสูงโดยตรง (Direct Access to Premium Consumers)

ผ่านแพลตฟอร์ม JD.com แบรนด์ไทยสามารถเข้าถึงฐานผู้ใช้งานกว่า 700 ล้านราย โดยเฉพาะกลุ่มผู้บริโภคระดับชนชั้นกลางถึงบนในเมือง Tier 1–2 ซึ่งให้ความสำคัญกับคุณภาพสินค้า ความน่าเชื่อถือของแบรนด์ และสินค้านำเข้า

3.   โครงสร้างโลจิสติกส์ระดับประเทศ (Nationwide Smart Logistics Infrastructure)

JD.com มีระบบคลังสินค้าและ Fulfillment Network ครอบคลุมทั่วประเทศจีน พร้อมเทคโนโลยี Smart Logistics ที่ช่วยควบคุมมาตรฐานการจัดส่ง ความเร็ว และคุณภาพสินค้า ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภคจีน

4.   การตลาดขับเคลื่อนด้วยข้อมูล (Data-Driven Growth & Precision Marketing)

แบรนด์สามารถใช้ Consumer Data และ Insight Analytics ของ JD.com เพื่อวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภค ปรับกลยุทธ์สินค้า ราคา และการสื่อสารให้เหมาะกับตลาดจีนแบบเฉพาะเจาะจง ช่วยเพิ่ม Conversion Rate และประสิทธิภาพการลงทุนทางการตลาด

5.   วางรากฐานการสร้างแบรนด์ระยะยาว (Long-Term Brand Building Platform)

การเปิด Official Flagship Store บน JD.com ไม่เพียงช่วยสร้างยอดขาย แต่ยังเสริมความน่าเชื่อถือของแบรนด์ในสายตาผู้บริโภคจีน และสามารถต่อยอดสู่ Offline Retail, Local Partnership หรือการตั้งบริษัทในจีนในอนาคตได้อย่างเป็นขั้นตอน




คุณเกษแก้ว อิทธิกุล Managing Director ของ Far East Fame Line DDB Group กล่าวว่า

“ความร่วมมือครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการนำสินค้าไปวางขาย แต่เป็นการสร้าง ‘China Entry Model’ แบบครบวงจร ตั้งแต่ Brand Strategy, Market Localization, Digital Activation ไปจนถึงการบริหาร GMV บนแพลตฟอร์ม เพื่อช่วยให้แบรนด์ไทยเติบโตในตลาดจีนได้อย่างยั่งยืน”

ในระยะถัดไป Far East Fame Line DDB Group และ BBMi เตรียมขยายความร่วมมือกับ JD.com ในกลุ่มสินค้าอาหารและเครื่องดื่ม ผลิตภัณฑ์สุขภาพ ความงาม และไลฟ์สไตล์ ซึ่งเป็นหมวดที่ได้รับความนิยมสูงในกลุ่มผู้บริโภคจีน

คุณเดวิด เฉิน (David Chen) Head of JD.com Cross-border SEA กล่าวเพิ่มว่า

"ในโอกาสครบรอบ 50 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–จีน ความร่วมมือที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นได้เปิดโอกาสสำคัญให้แบรนด์ไทยขยายตลาดสู่ประเทศจีนอย่างมีศักยภาพมากขึ้น โดยเฉพาะผ่านแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซชั้นนำอย่าง JD.com ซึ่งช่วยผลักดันสินค้าไทยให้เข้าถึงผู้บริโภคจีนได้อย่างกว้างขวางและมีประสิทธิภาพ“




ดร.ปณิชา ประทีปะวณิช Director of Asia Business Intelligence & Market Development ของ Far East Fame Line DDB Group ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า

“การร่วมมือครั้งนี้นับเป็นอีกก้าวสำคัญในการยกระดับสินค้าไทยสู่เวทีอีคอมเมิร์ซระดับเอเชีย พร้อมสร้างทางเลือกใหม่ให้ผู้ประกอบการไทยสามารถขยายธุรกิจสู่ตลาดจีนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ภายใต้โมเดล Cross-Border ที่ลดความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสการเติบโตในระยะยาว”

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับบริการ Asia Business และ Cross-Border E-Commerce

ดร.ปณิชา ประทีปะวณิช
Director of Asia Business Intelligence & Market Development
Far East Fame Line DDB PLC.
โทร. 02-354-3555
อีเมล : panicha@FarEastFameLineDDB.com
53
TSPCA จับมือ 11 โรงเรียนนำร่องต้นแบบในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ
ร่วมลงนาม MOU การพัฒนาคุณธรรม
ด้านความเมตตากรุณาต่อสัตว์อย่างรับผิดชอบ


สมาคมป้องกันการทารุณสัตว์แห่งประเทศไทย (TSPCA) นำโดย รศ. ดร.วรากรณ์ สามโกเศศ (คนที่ 6 จากซ้าย) อุปนายกสมาคม TSPCA, ประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนโครงการรักสัตว์ในโรงเรียนและบูรณาการลูกเสือสวัสดิภาพสัตว์ และอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วย รศ.ดร.น.สพ.ปานเทพ รัตนากร (คนที่ 7 จากซ้าย) อุปนายกสมาคม TSPCA ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการพัฒนาคุณธรรมด้านความเมตตากรุณาต่อสัตว์อย่างรับผิดชอบ ร่วมกับผู้บริหารโรงเรียนนำร่องต้นแบบทั้ง 11 แห่ง โดยได้รับเกียรติจาก ดร.อำนาจ สายฉลาด (คนที่ 4 จากซ้าย) ผู้อำนวยการสำนักการลูกเสือ ยุวกาชาด และกิจการนักเรียน, ดร.คุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา  (คนที่ 3 จากซ้าย) กรรมการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และอดีตปลัดกระทรวงศึกษาธิการ, ดร.ณัฎฐิกา ลิ้มเฉลิม (คนที่ 2 จากซ้าย) ผู้อำนวยการสำนักอำนวยการ การศึกษาขั้นพื้นฐาน, ประวีณา อัสโย (คนที่ 1 จากซ้าย) ผู้อำนวยการสำนักอำนวยการ รักษาการในตำแหน่งที่ปรึกษาด้านระบบการศึกษา และ รศ. นุชทิพย์ บรรจงศิลป์ (คนที่ 5 จากซ้าย) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ TSPCA  ร่วมเป็นสักขีพยาน ณ กระทรวงศึกษาธิการ กรุงเทพมหานคร

โรงเรียนนำร่องต้นแบบทั้ง 11 แห่ง ได้แก่ โรงเรียนเบญจมราชาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์, โรงเรียนสายน้ำผึ้ง ในพระอุปถัมภ์ฯ, โรงเรียนจันทร์หุ่นบำเพ็ญ, โรงเรียนมัธยมวัดหนองแขม, โรงเรียนทีปังกรวิทยาพัฒน์ (ทวีวัฒนา) ในพระราชูปถัมภ์, โรงเรียนกัลยวิทย์, โรงเรียนฤทธิไกรศึกษา, โรงเรียนเทศบาลวัดลักษณาราม (สมุทรราษฎร์วิทยาคาร), โรงเรียนบ้านหนองไก่แก้ว (เพิ่มเจริญประชานุกูล), โรงเรียนหนองแหนวิทยา และโรงเรียนวัดเนินผาสุก
54
Minimice Group ผงาดคว้า Google Premier Partner 2026 ในประเทศไทยได้สำเร็จ! การันตีผลงานด้านการตลอดออนไลน์ระดับท็อป




กรุงเทพมหานคร – Minimice Group เอเจนซี่การตลาดดิจิทัลชั้นนำ การันตีผลลัพธ์ Performance Marketing ด้วยการประกาศความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่ กับการได้รับคัดเลือกให้เป็น Google Premier Partner ในประเทศไทย ปี 2026 สถานะสูงสุดที่ Google มอบให้แก่พาร์ตเนอร์ที่มีผลงานโดดเด่น และมีมาตรฐานการบริหารจัดการแคมเปญโฆษณาในระดับสากล ความสำเร็จในครั้งนี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ Minimice Group ในการขับเคลื่อนธุรกิจของลูกค้าให้เติบโตอย่างก้าวกระโดด ผ่านการวางกลยุทธ์ที่แม่นยำ และการประยุกต์ใช้นวัตกรรมที่ล้ำหน้าที่สุดในอุตสาหกรรม

ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ทำได้สำเร็จ Google Premier Partner  ในประเทศไทย คัดเลือกเข้มงวด มาตรฐานสากลที่ทั่วโลกยอมรับ

Google Premier Partner คือ ระดับสูงสุดของความร่วมมือในโครงการ Google Partners ถูกออกแบบมาเพื่อคัดกรองบริษัทที่มีความเชี่ยวชาญระดับสูง ในการใช้ Google Ads เพื่อสร้างความสำเร็จให้แก่ลูกค้า โดยเกณฑ์การตัดสินสำหรับเอเจนซีในประเทศไทยนั้นมีความเข้มงวดและความละเอียดสูงมาก ครอบคลุมทั้งด้าน Performance หรือความสามารถในการรักษาและขยายฐานลูกค้าผ่านผลลัพธ์ที่พิสูจน์ได้จริง ระดับการบริหารจัดการงบประมาณโฆษณาที่สะท้อนถึงความไว้วางใจจากธุรกิจชั้นนำ มีการลงทุนและเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย รวมถึง Certification ที่ทีมงานต้องผ่านการรับรองความรู้ขั้นสูงจาก Google อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มั่นใจว่าบริษัท หรือทีมงานมีศักยภาพ สามาถใช้เครื่องมือของ Google ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

Minimice Group หนึ่งใน Top 3% สุดยอดเอเจนซี่ที่ได้รับ Google Premier Partner ในประเทศไทย

การก้าวขึ้นสู่สถานะ Premier Partner ในปี 2026 ของ Minimice Group คือ เครื่องยืนยันว่า บริษัทอยู่ในกลุ่ม Top 3% ของบริษัทชั้นนำทั่วประเทศ เป็นหนึ่งใน Google Premier Partner ในประเทศไทย

ที่มีผลงานโดดเด่นที่สุดในแต่ละปี ด้วยความเชี่ยวชาญด้านการวางแผนกลยุทธ์ออนไลน์ การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก ประยุกต์ใช้เครื่องมือหลากหลาย ปรับตัวท่ามกลางเทรนด์ที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา และ SEO Blitz Strategy ที่ให้ความสำคัญกับผลลัพธ์ที่วัดผลได้จริงเท่านั้น ทำให้ Minimice Group สามารถปลดล็อกศักยภาพของธุรกิจลูกค้าให้เหนือกว่าคู่แข่งในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นการสร้าง Brand Awareness หรือการทำ Conversion ที่แม่นยำ การได้รับเลือกในกลุ่ม 3% แรกนี้จึงถือเป็นข้อพิสูจน์ถึงความน่าเชื่อถือและความสามารถระดับท็อป ที่ Google การันตีให้กับผู้ใช้บริการ

9 ปีแห่งความมุ่งมั่น และก้าวต่อไปที่ไม่หยุดพัฒนา

หฤษฎ์ โปษณกุล CEO Minimice Group ได้กล่าวถึงความสำเร็จในครั้งนี้ว่า

“ความสำเร็จในฐานะ Google Premier Partner 2026 คือ ผลลัพธ์จากประสบการณ์และความเชี่ยวชาญด้านการตลาดออนไลน์ที่เราสะสมมาตลอดกว่า 9 ปี เราไม่เคยหยุดนิ่งที่จะพัฒนาทักษะของทีมงานและการบริหารจัดการข้อมูล โดยเฉพาะในยุคปัจจุบันที่เราให้ความสำคัญกับ AI-Driven Marketing และการวิเคราะห์ Data เชิงลึก ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางการตัดสินของ Google ที่ให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีและนวัตกรรรม เราพร้อมที่จะนำเครื่องมือระดับสูงและสิทธิพิเศษที่ได้รับจาก Google มาประยุกต์ใช้ เพื่อสร้างความได้เปรียบให้แก่ลูกค้าของเรา เสริมความมั่นใจว่า ทุกการลงทุนทางการตลาดกับ Minimice Group จะคุ้มค่า ได้รับผลกำไรและการเติบโตที่ยั่งยืนระดับสากลแน่นอน”

ท่ามกลางการแข่งขันทางธุรกิจที่ดุเดือด และ AI Trending Minimice Group ที่ผ่านการรับรองมาตรฐานสูงสุดในฐานะ Google Premier Partner ในประเทศไทย พร้อมเป็นพาร์ตเนอร์ที่จะช่วยให้ธุรกิจของลูกค้าก้าวข้ามทุกขีดจำกัด และคว้าโอกาสเหนือคู่แข่ง ออกแบบโซลูชันทางการตลาดที่แม่นยำ กับ SEO Blitz Strategy กลยุทธ์หนึ่งเดียวเฉพาะที่ Minimice Group  ตอบโจทย์ทุกธุรกิจ ด้วยความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ ผสานกับสิทธิพิเศษและเครื่องมือระดับสูงที่ได้รับจาก Google โดยตรง

ขับเคลื่อนทุกแคมเปญให้ประสบความสำเร็จ เติบโตอย่างมั่นคงในเวทีโลกกับ Minimice Group หนึ่งใน Google Premier Partner ในประเทศไทย

Website: https://minimicegroup.co.th
Facebook: https://www.facebook.com/minimicegroup
Tel: (+66) 02-168-3196, (+66) 98-867-8937
55
KEMREX ฉลองครบรอบ 15 ปี แห่งความสำเร็จ
ขยายวงเงินความคุ้มครองความรับผิดต่อผลิตภัณฑ์ จาก 200 ล้าน เป็น 300 ล้านบาท
พร้อมเปิดตัวนวัตกรรมใหม่ฝีมือคนไทย รถติดตั้งเข็มเหล็ก “MDGT” รุ่นล่าสุด


กรุงเทพมหานคร, 19 มีนาคม 2569 – บริษัท เข็มเหล็ก จำกัด (KEMREX) ผู้นำด้านนวัตกรรมฐานรากเข็มเหล็ก จัดงานภายใต้แนวคิด “Beyond 300 Million : Genuine Trust, Solid Foundation” ณ KEMREX Hall @ Sukhumvit 101 โดยมีไฮไลต์สำคัญคือ พิธีรับมอบกรมธรรม์ประกันความรับผิดต่อผลิตภัณฑ์ (Product Liability Insurance) วงเงินความคุ้มครอง 300 ล้านบาท จาก Allianz Ayudhya ซึ่งสะท้อนถึงความเชื่อมั่นในมาตรฐานผลิตภัณฑ์และการดำเนินธุรกิจของบริษัท พร้อมกันนี้ยังมีการเปิดตัวนวัตกรรมรถติดตั้งเข็มเหล็ก “MDGT” ที่พัฒนาโดยคนไทย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความปลอดภัยในการทำงานหน้างานก่อสร้าง

การรับมอบกรมธรรม์ในครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก คุณนนท์วริศ สมฤทธิ์ฐิติกุล ตัวแทนจาก Allianz Ayudhya เป็นผู้ส่งมอบ โดยการยกระดับวงเงินความคุ้มครองของบริษัทอย่างต่อเนื่องจาก 100 ล้านบาท สู่ 200 ล้านบาท และเพิ่มขึ้นเป็น 300 ล้านบาทในปัจจุบัน สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของบริษัทประกันภัยระดับโลกต่อมาตรฐานผลิตภัณฑ์และระบบการดำเนินงานของ KEMREX ซึ่งมีประวัติการดำเนินงานที่โดดเด่นและ ไม่เคยมีประวัติการเคลมความเสียหายจากผลิตภัณฑ์ (Zero Claim History)


ภายในงานยังมีการเสวนาเกี่ยวกับมาตรฐานและการทดสอบผลิตภัณฑ์ โดยได้รับเกียรติจาก ดร.นครินทร์ ศรีสุวรรณ นักวิจัยจากสถาบันนวัตกรรมเทคโนโลยีไทย-ฝรั่งเศส ร่วมให้ข้อมูลเชิงวิชาการเกี่ยวกับการทดสอบความแข็งแรงและมาตรฐานความปลอดภัยของระบบฐานราก เพื่อยืนยันคุณภาพของผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการตรวจสอบตามหลักวิศวกรรม

อีกหนึ่งไฮไลต์ของงาน คือการเปิดตัว “MDGT” นวัตกรรมรถติดตั้งเข็มเหล็กที่พัฒนาโดยความร่วมมือระหว่าง KEMREX และ บริษัท สุธีแทงเกอร์ แอนด์ สเปเชียลทรัคส์ จำกัด (บริษัทในเครือสุธีกรุ๊ป) ผู้เชี่ยวชาญด้านการผลิตรถบรรทุกเฉพาะทางและรถแทงเกอร์สำหรับภาคอุตสาหกรรม โดย คุณประดิษฐ์ ธรรมมนุญกุล ผู้บริหารจากบริษัท สุธีแทงเกอร์ แอนด์ สเปเชียลทรัคส์ จำกัด ได้ร่วมบรรยายถึงสมรรถนะของรถติดตั้งที่ถูกออกแบบ “โดยคนไทย เพื่อหน้างานไทยโดยเฉพาะ” ซึ่งสามารถรองรับการทำงานที่สูงขึ้น เร็วขึ้น และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานหน้างานได้มากถึง 30%


คุณประเสริฐ ธรรมมนุญกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) บริษัท เข็มเหล็ก จำกัด กล่าวว่า "การรับมอบกรมธรรม์ประกันความรับผิดต่อผลิตภัณฑ์ วงเงินความคุ้มครอง 300 ล้านบาทในครั้งนี้ สะท้อนถึงความเชื่อมั่นในมาตรฐานผลิตภัณฑ์และการดำเนินธุรกิจของ KEMREX ขณะเดียวกัน การเปิดตัวรถติดตั้งเข็มเหล็ก MDGT ยังเป็นอีกก้าวสำคัญของการพัฒนานวัตกรรมที่ไม่ได้หยุดอยู่เพียงตัวผลิตภัณฑ์ แต่ครอบคลุมถึงเครื่องมือและกระบวนการติดตั้งทั้งหมด เพื่อยกระดับมาตรฐานงานฐานรากของไทย และสร้างความมั่นใจให้กับคู่ค้าและลูกค้าในทุกโครงการ"
56
สมาคมแพทย์โรคหัวใจฯ จับมือ Thai FH Network เดินหน้า
หนุนผู้ป่วยไขมันในเลือดสูงจากพันธุกรรมเข้าถึงการรักษา ลดความเสี่ยงโรคหัวใจก่อนวัย


สมาคมแพทย์โรคหัวใจแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกับเครือข่าย Thai FH Network และ บริษัทแอมเจน (ประเทศไทย) จํากัด จัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมความตระหนักรู้เกี่ยวกับโรคภาวะไขมันในเลือดสูงจากพันธุกรรม (Familial Hypercholesterolemia: FH) โดยมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ บุคลากรทางการแพทย์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมงาน ณ โรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ กรุงเทพฯ


พล.ต.ต.นพ. เกษม รัตนสุมาวงศ์ นายกสมาคมแพทย์โรคหัวใจแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่า ภาวะ Familial Hypercholesterolemia (FH) เป็นโรคทางพันธุกรรมที่ทําให้ระดับไขมัน LDL-C ในเลือดสูงตั้งแต่อายุยังน้อย ส่งผลให้ผู้ป่วยมีความเสี่ยงสูงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือดก่อนวัยอันควร หากไม่ได้รับ การวินิจฉัยและรักษาอย่างเหมาะสม ผู้ป่วยจํานวนหนึ่งอาจเผชิญภาวะหัวใจขาดเลือดหรือภาวะแทรกซ้อนรุนแรงตั้งแต่อายุยังน้อย


สมาคมแพทย์โรคหัวใจแห่งประเทศไทยฯ จึงได้ดําเนินโครงการสนับสนุนงานทางวิชาการเพื่อสร้างความตระหนักรู้สําหรับผู้ป่วย FH ต่างๆ โดยโครงการดังกล่าวมี แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากโรงพยาบาลในหลายภูมิภาคเข้าร่วมดําเนินงาน โดยมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมการวินิจฉัยโรค FH และการดูแลรักษาตามแนวทางมาตรฐานสากล ซึ่งถือเป็นความร่วมมือระดับประเทศที่มุ่งสนับสนุนผู้ป่วยโรคไขมันในเลือดสูงจากพันธุกรรม


ศ.ดร.นพ. วีรพันธุ์ โขวิฑูรกิจ ประธานเครือข่าย Thai FH Network กล่าวว่า ปัจจุบันผู้ป่วย FH จํานวนมากยังไม่ได้รับการวินิจฉัยหรือเข้าถึงการรักษาที่เหมาะสม การดําเนินโครงการต่างๆ เกี่ยวกับโรค FH จึงถือเป็นก้าวสําคัญในการเพิ่มโอกาสในการได้รับการวินิจฉัยและการดูแลรักษาที่เหมาะสม โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ป่วยภายใต้สิทธิประกันสังคมและหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า พร้อมเน้นย้ำถึงความสำคัญของการสร้างความตระหนักรู้และการคัดกรองผู้ป่วยตั้งแต่ระยะเริ่มต้น



ภาวะไขมันในเลือดสูงจากพันธุกรรม เป็นโรคทางพันธุกรรมที่ทําให้ระดับ LDL สูงผิดปกติตั้งแต่อายุน้อย ส่งผลให้เสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือดก่อนวัย หากได้รับ การวินิจฉัยเร็วและเริ่มการรักษาอย่างเหมาะสม จะช่วยลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนในระยะยาวได้อย่างมีนัยสําคัญ ทั้งนี้ Thai FH Network ยังเดินหน้าส่งเสริมความ ร่วมมือด้านวิชาการ เพื่อพัฒนาระบบการคัดกรอง การวินิจฉัย และการดูแลรักษาผู้ป่วย FH ในประเทศไทยให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น



57
HKTDC เปิดตัว แคมเปญ GreenBiz HK ในกรุงเทพฯ
เดินหน้าส่งเสริมความร่วมมือฮ่องกง-ไทย ด้านการเงินสีเขียว นวัตกรรม และการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน


18 มีนาคม 2569 – องค์การสภาพัฒนาการค้าฮ่องกง (HKTDC) เปิดตัวแคมเปญ GreenBiz HK ณ โรงแรมแกรนด์ เซ็นเตอร์ พอยต์ ลุมพินี กรุงเทพฯ ภายในงานประกอบด้วย การประชุมเฉพาะหัวข้อ กิจกรรมสร้างเครือข่าย และการประชุมจับคู่ธุรกิจ โดยมีคณะผู้แทนจาก “Hong Kong Green Team” และผู้แทนจากภาครัฐและภาคธุรกิจทั่วประเทศไทยเข้าร่วมกว่า 550 คน ดร. ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ให้เกียรติเข้าร่วมงาน และกล่าวเปิดการประชุมในเวทีดังกล่าว เพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านเศรษฐกิจสีเขียวระหว่างฮ่องกงและไทย การสัมมนาครั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมการแลกเปลี่ยนด้านการเงินสีเขียว เทคโนโลยีสีเขียว ห่วงโซ่อุปทาน การพัฒนาเมืองอัจฉริยะอย่างยั่งยืน และการเสริมสร้างความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและธุรกิจที่มีมายาวนานระหว่างไทย-ฮ่องกง รวมถึงการแสดงบทบาทของฮ่องกงในฐานะศูนย์กลางการเงินสีเขียวและนวัตกรรมระดับนานาชาติ


คุณแอนนา เฉิง ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายบริหารของ HKTDC กล่าวว่า “ฮ่องกงเป็นที่ยอมรับในฐานะศูนย์กลางสำคัญในการเชื่อมโยงเครือข่ายระดับโลก และเป็นแหล่งสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับธุรกิจและความร่วมมือต่าง ๆ ระบบนิเวศที่เฟื่องฟูของฮ่องกง เอื้อต่อการสร้างสรรค์นวัตกรรมสีเขียวและการพัฒนาอย่างยั่งยืน ผสานการสนับสนุนด้านนโยบายเข้ากับการหมุนเวียนทางการเงินที่แข็งแกร่ง การให้ทุนวิจัยและพัฒนาที่ตรงเป้าหมาย กลุ่มนวัตกรรมเฉพาะ และโซลูชันที่ปรับเปลี่ยนขนาดได้ GreenBiz HK จึงเป็นแพลตฟอร์ม เพื่อส่งเสริมฮ่องกงในฐานะศูนย์กลางทางการเงินและนวัตกรรมสีเขียวระดับนานาชาติ ที่ผู้นำทางธุรกิจและผู้เชี่ยวชาญในสาขาต่างๆ สามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลเชิงลึกและประสบการณ์เชิงปฏิบัติ พร้อมทั้งสำรวจโอกาสและความร่วมมือร่วมกัน ซึ่งสอดคล้องกับแนวโน้มระดับโลก”


ดร. ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวเสริมว่า “การเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียวไม่ใช่ความท้าทายที่เมืองหรือประเทศใดประเทศหนึ่งจะจัดการได้เพียงลำพัง แต่ต้องอาศัยความร่วมมือที่แข็งแกร่ง วิสัยทัศน์ร่วมกัน และการลงมือปฏิบัติร่วมกันจากทั้งภาครัฐและภาคเอกชน และเวที GreenBiz HK Forum เป็นแพลตฟอร์มสำคัญที่เชื่อมโยงจุดแข็งด้านสิ่งแวดล้อมของฮ่องกงกับความมุ่งมั่นในการพัฒนาอย่างยั่งยืนของกรุงเทพฯ ผ่านความร่วมมือทางธุรกิจที่มีความหมาย”


เวทีเสวนาหลากหลายแง่มุม เน้นย้ำบทบาทของการเงินและนวัตกรรมสีเขียว

ในการประชุมใหญ่หัวข้อ “ความร่วมมือระหว่างฮ่องกง–ไทย เพื่อส่งเสริมความยั่งยืนและนวัตกรรม” ผู้นำจากภาครัฐและภาคธุรกิจของฮ่องกงและไทย ได้ร่วมกันสำรวจแนวทางความร่วมมือข้ามพรมแดนด้านการเงินสีเขียว นวัตกรรม และการพัฒนาอย่างยั่งยืน คุณเฉาหนี่ หวง รองประธานบริหาร สมาคมการเงินสีเขียวแห่งฮ่องกง (HKGFA); กรรมการผู้จัดการ หัวหน้าฝ่ายการเงินและการเปลี่ยนผ่านเพื่อความยั่งยืน ประจำภูมิภาคเอเชีย ธนาคารเอชเอสบีซี, ดร.คัง คู กรรมการผู้จัดการฝ่ายกลยุทธ์ความยั่งยืน ธนาคารแห่งประเทศจีน (ฮ่องกง) ร่วมด้วย ดร.คิม มัก ประธานบริษัท อนาล็อก โฮลดิ้งส์ จำกัด และคุณจอห์น โล ผู้ก่อตั้งสถาบันคาร์บอนแห่งเอเชีย ได้เน้นย้ำถึงจุดแข็งของฮ่องกงในฐานะศูนย์กลางการเงินสีเขียวระดับนานาชาติ และแสดงให้เห็นว่าเครื่องมือทางการเงินที่เป็นนวัตกรรมใหม่ กำลังเร่งการเปลี่ยนแปลงด้าน ESG ขององค์กรอย่างไร


ดร. คิม มัก ประธานบริษัท อนาล็อก โฮลดิ้งส์ จำกัด ได้กล่าวถึงการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสีเขียว อาคารสีเขียว และโซลูชันเมืองอัจฉริยะล่าสุด ขณะที่ คุณจอห์น โล ผู้ก่อตั้งสถาบันเอเชียคาร์บอน ได้แบ่งปันข้อมูลเชิงลึกที่เป็นประโยชน์เกี่ยวกับการลดการปล่อยคาร์บอนและกลยุทธ์ ESG คุณหวง เหวยเหว่ย ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายพัฒนากลยุทธ์ประจำประเทศจีน และรองประธานอาวุโสของซีพี ไชน่า ในเครือเจริญโภคภัณฑ์ จากประเทศไทย ได้นำเสนอประสบการณ์ของบริษัทในด้านพลังงานหมุนเวียนและเทคโนโลยีด้านสิ่งแวดล้อม โดยชี้ให้เห็นว่าแพลตฟอร์มด้านเงินทุน การบริการระดับมืออาชีพ และการเชื่อมต่อระดับโลกของฮ่องกงสามารถสนับสนุนวิสาหกิจไทยในการพัฒนาโมเดลเศรษฐกิจชีวภาพหมุนเวียนสีเขียว (Bio-Circular-Green: BCG) และขยายธุรกิจไปต่างประเทศได้ การประชุมครั้งนี้ เน้นย้ำถึงศักยภาพในการร่วมมือกันอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้นในด้านการเงินสีเขียว เทคโนโลยีที่ยั่งยืน และนวัตกรรมเมืองในอนาคต


นอกจากนี้ ยังมีการจัดการประชุมย่อย 2 หัวข้อ ซึ่งจัดขึ้นพร้อมกัน เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างฮ่องกงและไทยในด้านเทคโนโลยี เพื่อความยั่งยืนและการพัฒนาเมืองในอนาคตให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น หัวข้อแรกคือ “ขับเคลื่อนอนาคตที่ยั่งยืนด้วยเทคโนโลยีสีเขียวและการออกแบบแบบบูรณาการ” โดยมุ่งเน้นว่าเทคโนโลยีสีเขียว สถาปัตยกรรมที่ยั่งยืน โซลูชันด้านภูมิทัศน์ ระบบประหยัดพลังงาน พลังงานหมุนเวียน และแอปพลิเคชันเมืองอัจฉริยะ จะช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นของเมืองได้อย่างไร โดยมีวิทยากรจากสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีประยุกต์แห่งฮ่องกง (ASTRI) บริษัท เฮนเดอร์สัน แลนด์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด บริษัท Arup และบริษัท ออเธอร์แลนด์ จำกัด ได้ร่วมกันอภิปรายเกี่ยวกับการออกแบบแบบบูรณาการและเทคโนโลยีที่เป็นนวัตกรรมใหม่ที่สนับสนุนการลดคาร์บอนทั่วเมือง


ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ ได้กล่าวถึงความคืบหน้าของไทย ในการพัฒนาเมืองอัจฉริยะและแสดงความสนใจที่จะใช้ประโยชน์จากจุดแข็งแบบสหวิทยาการของฮ่องกง เพื่อเร่งความยั่งยืนในระดับภูมิภาค ส่วนหัวข้อที่สอง คือ “การพัฒนาเมืองอัจฉริยะ เมืองสีเขียว และเมืองเพื่อสุขภาวะ : ความร่วมมือฮ่องกง–ไทย และโอกาสห่วงโซ่อุปทานสีเขียวในระดับภูมิภาค” ได้รับการสนับสนุนจาก BEAM Society Limited และสภาอาคารสีเขียวแห่งฮ่องกง ได้หารือเกี่ยวกับการตรวจสอบมาตรฐานอาคารสีเขียว การก่อสร้างคาร์บอนต่ำ และการพัฒนาในห่วงโซ่อุปทานสีเขียวระดับภูมิภาค


การจับคู่เจรจาธุรกิจระหว่างไทย-ฮ่องกง ที่มุ่งเน้นส่งเสริมเทคโนโลยีสีเขียว

ด้วยการจับคู่โครงการที่มีเป้าหมายชัดเจน การแลกเปลี่ยนความรู้ด้านเทคนิค และการหารือระหว่างภาคธุรกิจ ผู้เข้าร่วมสามารถต่อยอดการแลกเปลี่ยนในเวทีเสวนาไปสู่โอกาสความร่วมมือที่เป็นรูปธรรม ซึ่งช่วยสนับสนุนความก้าวหน้าเชิงปฏิบัติในด้านเทคโนโลยีสีเขียว นวัตกรรมเมือง และการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน การประชุมดังกล่าวยังช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์ทางธุรกิจระหว่างฮ่องกง และไทย ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น เร่งการทำงานร่วมกันข้ามพรมแดน และเปิดโอกาสให้ภาคธุรกิจสามารถร่วมกันคว้าโอกาสใหม่ ๆ ในด้านเศรษฐกิจสีเขียว

GreenBiz HK ในกรุงเทพฯ ถือเป็นหนึ่งในกิจกรรมสำคัญภายใต้โครงการ Economic and Trade Express (ETE) ซึ่งETE เป็นแพลตฟอร์มเชิงปฏิบัติที่ออกแบบมาเพื่อสนับสนุนวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) รวมถึงสตาร์ทอัพจากฮ่องกง ในการสำรวจและขยายโอกาสทางธุรกิจในตลาดต่างประเทศ พร้อมทั้งดึงดูดผู้ประกอบการจากต่างประเทศให้เข้ามาลงทุนและจัดตั้งธุรกิจในฮ่องกงมากยิ่งขึ้น สำหรับงานเลี้ยงอาหารกลางวันเพื่อสร้างเครือข่ายทางธุรกิจของโครงการนี้ ได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจและการค้าฮ่องกง (HKETO) ประจำกรุงเทพฯ ซึ่งช่วยส่งเสริมการมีส่วนร่วมอย่างมีความหมายระหว่างฮ่องกงและกลุ่มธุรกิจในท้องถิ่น

คณะผู้แทน “Hong Kong Green Team” ส่งเสริมฮ่องกงในฐานะศูนย์กลางชั้นนำของเอเชียด้านการบริการแบบบูรณาการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

ระหว่างวันที่ 17-20 มีนาคม 2569 องค์การสภาพัฒนาการค้าฮ่องกงยังได้พาคณะ “Hong Kong Green Team” สำรวจโอกาสทางการตลาดสีเขียวที่กำลังเติบโตในประเทศไทย นำโดย คุณแอนนา เฉิง และ ดร. โล ไหว่ กว็อก ประธานคณะกรรมการที่ปรึกษาการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานขององค์การสภาพัฒนาการค้าฮ่องกง และผู้แทนอีก 18 คน ซึ่งเป็นตัวแทนจากหลากหลายภาคส่วนด้านบริการสีเขียวแบบบูรณาการ รวมถึงสถาปัตยกรรม วิศวกรรม การพัฒนาเมืองอัจฉริยะ การให้คำปรึกษาด้าน ESG เทคโนโลยีสีเขียว และอื่นๆ เดินทางเข้าพบกับสมาคมอุตสาหกรรมและผู้พัฒนารายใหญ่ เช่น สถาบันอาคารเขียวไทย (TGBI) สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) บริษัท ดับบลิวเอชเอ อินดัสเตรียล ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) และบริษัท ทีพีไอ โพลีน จำกัด (มหาชน) เพื่อเปิดโอกาสให้คณะผู้แทนจากฮ่องกงได้สำรวจความเป็นไปได้ในการเป็นพันธมิตรกับบริษัทของไทย

GreenBiz HK ได้รวบรวมผู้ให้บริการด้านสิ่งแวดล้อมของฮ่องกงในด้านการเงินสีเขียว การให้คำปรึกษาด้าน ESG อาคารสีเขียว เทคโนโลยีอสังหาริมทรัพย์ และโซลูชันเมืองอัจฉริยะ เพื่อส่งเสริมความร่วมมือข้ามภาคส่วนและความก้าวหน้าของอุตสาหกรรม โครงการนี้สนับสนุนให้ธุรกิจต่างๆ ใช้ประโยชน์จากตลาดทุนที่เติบโตเต็มที่ ความเชี่ยวชาญทางการเงิน และบริการระดับมืออาชีพของฮ่องกง เพื่อสนับสนุนการลงทุน รวมถึงการรับรองมาตรฐาน การพัฒนาอุตสาหกรรม และการคว้าโอกาสการเติบโตที่ขับเคลื่อนโดยเศรษฐกิจสีเขียวระดับโลก

องค์การสภาพัฒนาการค้าฮ่องกง จะยังคงใช้แพลตฟอร์มนี้ในการจัดคณะผู้แทนธุรกิจ การประชุมเชิงวิชาการ และกิจกรรมสร้างเครือข่ายอย่างต่อเนื่อง เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และจีนแผ่นดินใหญ่ ในการใช้จุดแข็งด้านการเงินและนวัตกรรมของฮ่องกงเพื่อขยายสู่ตลาดต่างประเทศและส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืนทั่วทั้งภูมิภาค
58
เปิดเซิร์ฟแล้ววันนี้! LootBox Hero: ฮีโร่ล่าของ ล็อกอินรับ 1,000 สุ่ม ตะลุยด่านล่าสมบัติระดับเทพไปกับ เต๋อ – ฉันทวิชช์


กรุงเทพฯ – 19 มีนาคม 2026 LootBox Hero: ฮีโร่ล่าของ เปิดประตูสู่ความมันส์อย่างเป็นทางการแล้ววันนี้!ระเบิดพลังนักล่า เกมมือถือ RPG สายฟาร์มที่ร้อนแรงที่สุดแห่งปีพร้อมให้สัมผัสความสนุกเต็มรูปแบบ พร้อมจัดหนักรางวัลฉลองเปิดเซิร์ฟสุดอลังการ เพียงดาวน์โหลดและเข้าสู่ระบบ รับทันที 1,000 สุ่มฟรี! ลุ้นรับไอเทมระดับเทพแบบจุใจ รวมถึงสกินจำกัดเวลาของสมุนระดับ S เพื่อเริ่มต้นการผจญภัยอย่างยิ่งใหญ่


การเปิดตัวครั้งนี้ยังสร้างสีสันไปทั่วใจกลางกรุงเทพฯ ด้วยแคมเปญการตลาดขนาดใหญ่ผ่านสื่อประชาสัมพันธ์ตามสถานี BTS และจุดสำคัญต่าง ๆ พร้อมเปิดตัวพรีเซนเตอร์หนุ่มอารมณ์ดี “เต๋อ – ฉันทวิชช์ ธนะเสวี” ในบทบาท “คนป่าเถื่อน” กับเรื่องราวสุดกวนใน “ด่านคุก” ไม่ว่าจะเป็นภาคติดคุกหรือภาคติดสินบน สร้างความสนุกและเสียงหัวเราะให้กับแฟนเกม

นอกจากกิจกรรม KOL ที่ออกเดินสายตามถนนเปิดชาเลนจ์สุดมันส์ ให้เหล่าคู่รักร่วมสนุกกับการสุ่มเปิดกล่องลุ้นของหายากในซีเคร็ทบ็อกซ์แล้ว ยังได้เจ้าพ่อคอนเทนต์อย่าง Lowcostcosplay มาร่วมสร้างสีสันในการแปลงโฉมเป็นสมุน ‘ตะขออสูรอ้วน’ เรียกยอดไลก์และกระแสไวรัลในโซเชียล จุดเด่นของ LootBox Hero อยู่ที่ระบบ “กล่องสุ่ม” ซึ่งเป็นเทรนด์ยอดนิยมที่ถูกผสานเข้ากับเกมเพลย์แนว วางแผน/ปล่อยบอท และการฟาร์มไอเทม ผู้เล่นจะได้สัมผัสความตื่นเต้นแบบเดียวกับการเปิดกล่องซีเคร็ท ลุ้นรับไอเทมหายากแบบไม่รู้ล่วงหน้า สร้างประสบการณ์การเล่นที่สนุกและผ่อนคลายจากชีวิตประจำวัน โดยเกมเปิดให้ดาวน์โหลดแล้วทั้งบน iOS และ Android



ความตื่นเต้นยังไม่จบเพียงเท่านี้! เพื่อเฉลิมฉลองการเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ งานนี้เตรียมพบกับ กิจกรรมไลฟ์สดฉลองเปิดเซิร์ฟ โดยสองอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง BaVinci และ Misaki ที่จะมาร่วมแปลงโฉมเป็นตัวละคร “คนป่าเถื่อน” และ “ราชินีโคนม” พาผู้ชมเจาะลึกระบบเกมแบบเอ็กซ์คลูซีฟ พร้อมสุ่มแจกกล่องสุ่มยอดฮิตรวม 9 ชุด ได้แก่ Labubu, Crybaby และ Molly ให้แฟนเกมได้ร่วมลุ้นตลอดการไลฟ์ นอกจากนี้ยังมีการรวมตัวของ 10 KOL ชื่อดัง ที่จะมาร่วมภารกิจ “ล่าสมบัติ” พร้อมยกขบวนของรางวัลมาแจกให้ผู้ชมอย่างต่อเนื่อง

หลังกวาดความสำเร็จอย่างถล่มทลายมาแล้วทั้งในฮ่องกง, มาเก๊า, ไต้หวัน และเวียดนาม ในที่สุดก็ถึงคิวของแฟนเกมชาวไทยที่จะได้สัมผัสความสนุกอย่างเต็มรูปแบบ! โดยตัวเกมโดดเด่นด้วยกราฟิกสไตล์การ์ตูนน่ารัก, ระบบดรอปสมบัติสุดมันส์ และการเล่นแนวตั้งแบบวางแผนปล่อยบอท ที่ตอบโจทย์การเล่นแบบง่ายๆ แต่สนุกเร้าใจ



ศึกการล่าสมบัติสุดมันส์แห่งปี 2026 เริ่มต้นแล้ว! <ล่ามันส์สะใจ> พิชิตดันเจี้ยน แค่กดเพียงครั้งเดียว กวาดล้างมอนสเตอร์ทั้งแผนที่ ฟาร์มได้รวดเร็ว เล่นลื่น เอฟเฟกต์สกิลระเบิดทั่วจอ สัมผัสความมันส์ สะใจของ APRG ได้อย่างง่ายดาย ต่อด้วย <ดรอปโหดไม่หยุด! >ล่ามอนสเตอร์และบอส ไอเทมแรร์ดรอปรัว ลุ้นทุกการล่า เปิดกล่องแต่ละครั้งเต็มไปด้วยความตื่นเต้น แสงทองพุ่งเต็มจอทุกครั้งที่ได้ของดี ความสนุกของการล่าของที่ไม่มีวันซ้ำหรือ <จัด Build อิสระ> ผสมสกิลได้ตามใจ เลือกแนวทางการเล่นของตัวเอง จะสายดาเมจ,สายคอมโบ,สายเอาตัวรอด ก็สามารถสร้าง Build ที่ไม่ซ้ำใคร และปรับกลยุทธ์ได้ตลอดเวลา ยกระดับการต่อสู้ให้ทรงพลังยิ่งขึ้นไปอีกขั้นกับระบบ <รวมพลสมุน>เรียกสมุนคู่ใจเข้าร่วมการต่อสู้ เสริมความสามารถให้ฮีโร่ทั้งด้านพลังโจมตี การป้องกัน และเอฟเฟกต์พิเศษ ยิ่งสะสมและพัฒนาสมุนมากเท่าไร พลังรบก็ยิ่งพุ่งสูง ลุยง่ายขึ้นทันที! และเพื่อพิสูจน์ว่าใครคือนักล่าอันดับหนึ่ง เตรียมก้าวเข้าสู่สมรภูมิเพื่อ <กลายเป็นตำนาน>ท้าทายบอสสุดโหด และกอบกู้โลกจากความมืด พร้อมเข้าสู่โหมด PVP วัดฝีมือกับผู้เล่นคนอื่น แสดง Build ที่คุณสร้างมาเอง ใครแข็งแกร่งกว่าคือผู้ยืนอยู่บนจุดสูงสุดของตำนาน!

สตาร์ทความสนุกได้ง่าย ๆ เพียงล็อกอินต่อเนื่องครบ 7 วัน รับสิทธิ์สุ่มกล่องรางวัล พร้อมรับ สกินจำกัดเวลาของสมุนระดับ S “ตะขออสูรอ้วน” ไปใช้งานฟรี เพิ่มสีสันให้การผจญภัยตั้งแต่ช่วงเริ่มต้น เท่านั้นยังไม่พอ ผ่านด่านตามกำหนด รับฟรี 1,000 สุ่ม พร้อมรับสมุนระดับ S “ภูเขาหน้า” ไปร่วมทีมแบบฟรี ๆ ช่วยเสริมพลังให้การต่อสู้สนุกและมันส์ยิ่งขึ้น



ปิดท้ายด้วยความยิ่งใหญ่เพื่อฉลองยอดลงทะเบียนล่วงหน้าที่พุ่งทะลุ 1 ล้านคน เตรียมรับรางวัลเซิร์ฟเวอร์สุดคุ้มภายในเวลาจำกัด ห้ามพลาดโอกาสทองที่จะได้เริ่มผจญภัยแบบจัดเต็มตั้งแต่วันนี้!

ดาวน์โหลดเกมและสัมผัสประสบการณ์การเป็นฮีโร่นักล่าสมบัติได้แล้ววันนี้ มาร่วมก้าวสู่จุดสูงสุดของตำนานไปด้วยกัน!


การลงทะเบียนล่วงหน้า: https://t.9ring.com/lbhpr

จองเกมผ่านสโตร์: https://t.9ring.com/lbhprdl

ติดตามแฟนเพจ: https://www.facebook.com/LootBoxHeroTH/
59
ที่สุดของเอเจนซีในประเทศไทย การันตีด้วยรางวัล The Growth Champion 2025 จาก Google Thailand กลยุทธ์ที่พิสูจน์ได้จริง ธุรกิจลูกค้าเติบโตอย่างก้าวกระโดด!




กรุงเทพมหานคร – Minimice Group เอเจนซีการตลาดดิจิทัลชั้นนำ ประกาศความสำเร็จครั้งสำคัญบนเวทีระดับประเทศ ด้วยการคว้าผู้ชนะรางวัล Agency Excellence Awards: The Growth Champion 2025 จาก Google Thailand รางวัลอันทรงเกียรติที่มอบให้แก่เอเจนซีที่มีผลงานโดดเด่นที่สุดในประเทศไทย และเป็นการแข่งขันระหว่างเอเจนซีชั้นนำทั่วประเทศ โดย Minimice Group ได้ตำแหน่งอันดับที่ 1 ในด้านการเติบโตของยอดใช้จ่ายโฆษณา (Ads Spend Growth) และเปอร์เซ็นต์การเติบโตแบบปีต่อปีที่สูงที่สุด การันตี Performance ความเชี่ยวชาญของทีมงาน พร้อมสะท้อนถึงวิสัยทัศน์ที่มุ่งมั่นผลักดันให้ธุรกิจในไทย รวมถึงลูกค้าทุกระดับก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมๆ สู่การแข่งขันที่ยั่งยืนในระดับสากล

The Growth Champion 2025 ชัยชนะอันดับ 1 ในฐานะเอเจนซีที่มีอัตราการเติบโตสูงสุดในประเทศไทย

รางวัล Agency Excellence Awards Winner จาก Google Thailand คือ ความเชี่ยวชาญเหนือระดับของ Minimice Group ในการใช้โซลูชันและเครื่องมือชาญฉลาดจาก Google เพื่อสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจที่พิสูจน์ได้จริง โดยรางวัลในสาขา The Growth Champion 2025 ถือเป็นหนึ่งในรางวัลที่คว้ามาได้ยากที่สุด เนื่องจากเป็นการเชือดเฉือนกันโดยตรงระหว่าง Top 10 เอเจนซีชั้นนำในประเทศไทย ซึ่ง Google จะพิจารณาจากเกณฑ์อันเข้มงวดรอบด้าน ทั้งประสิทธิภาพการบริหารแคมเปญ ความสามารถในการขยายฐานลูกค้า และผลตอบแทน (ROI) ที่ลูกค้าได้รับจริง ท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือดที่สุดของเหล่าเอเจนซีในไทย Minimice Group ก็ได้คว้ารางวัลตำแหน่งผู้ชนะอันดับ 1 มาครองได้สำเร็จ ในฐานะเอเจนซีที่มีอัตราการเติบโตสูงสุดในประเทศไทย โดยวัดจากมูลค่าการใช้จ่ายโฆษณา (Ads Spend) และเปอร์เซ็นต์การเติบโตแบบปีต่อปี (YoY Growth) ที่สูงที่สุด เหนือกว่าทุกรายในกลุ่มผู้เข้าชิง การได้รับเลือกให้เป็นผู้ชนะในสาขานี้จึงเป็นการพิสูจน์ว่า Minimice Group คือ หนึ่งในเอเจนซีระดับท็อปของประเทศไทยที่สามารถเปลี่ยน ‘งบประมาณการตลาด’ ของลูกค้าให้กลายเป็นยอดขาย ผลกำไร และเติบโตได้อย่างมีคุณภาพ

กลยุทธ์ Full-Funnel Ecosystem เบื้องหลังความสำเร็จที่พิสูจน์ได้ด้วยผลลัพธ์

หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้ Minimice Group เฉิดฉายบนเวที Google Excellence Awards 2025 คือการวางกลยุทธ์แบบ Full-Funnel Ecosystem ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อให้ทุกธุรกิจเติบโตได้อย่างครบวงจร ตั้งแต่การสร้างการรับรู้ (Awareness) ไปจนถึงการปิดการขาย (Conversion) และการรักษาฐานลูกค้าในระยะยาว ทีมงานของ Minimice Group ไม่ได้วางแผนแค่การยิงโฆษณา แต่ยังโฟกัสที่ Data Analysis มีการวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภคเชิงลึก เพื่อวางโครงสร้างการตลาดดิจิทัลที่เชื่อมโยงกัน ทำให้ทุก Touchpoint ของลูกค้ามีประสิทธิภาพสูงสุด การผสานความเชี่ยวชาญของทีมงานเข้ากับเทคโนโลยี นวัตกรรมใหม่ๆ พร้อมอัปเดตเทรนด์ดิจิทัลอยู่เสมอ จึงทำให้ Minimice Group สามารถตอบโจทย์ทางธุรกิจได้ทุกมิติและทำได้จริงตามเป้าหมายที่วางไว้

ก้าวล้ำนำเทรนด์กับ Session พิเศษ Travel & Medical Tourism Thailand 2026

นอกจากความสำเร็จด้วยการคว้ารางวัลเอเจนซีที่เติบโตสูงในประเทศไทย The Growth Champion Award 2025 จาก Google Thailand แล้ว Minimice Group ยังแสดงให้เห็นถึงความพร้อมในการรับมือกับความท้าทายในอนาคต ผ่านการนำเสนอ Session พิเศษเกี่ยวกับ Travel & Medical Tourism Thailand 2026 เพื่อเตรียมความพร้อมให้แก่กลุ่มธุรกิจท่องเที่ยวและบริการทางการแพทย์ของไทย ซึ่งกำลังจะกลายเป็นอุตสาหกรรมมาแรงในปีหน้า โดยมุ่งมั่นวางแผนกลยุทธ์เลือกใช้ Data และ AI ใหม่ๆ ดึงดูดกลุ่มเป้าหมายคุณภาพสูงจากทั่วโลก รวมถึงเจาะตลาดกลุ่ม Medical Tourist เป็นพิเศษด้วย Movement นี้พิสูจน์ให้เห็นว่า Minimice Group ไม่เคยหยุดพัฒนา พร้อมปรับตัวและออกแบบกลยุทธ์ให้ทันต่อเทรนด์โลกอยู่เสมอ เพื่อให้ลูกค้ามั่นใจได้ว่าจะได้รับการดูแลโดยทีมงานที่มองเห็นโอกาสก่อนใคร!

ทะยานสู่ความสำเร็จกับเอเจนซีที่เติบโตสูงในประเทศไทยกับ Minimice Group

หฤษฎ์ โปษณกุล CEO Minimice Group กล่าวถึงความภาคภูมิใจในครั้งนี้ว่า
“การได้รับรางวัล Agency Excellence Awards: The Growth Champion 2025 ในตำแหน่งอันดับ 1 ของเอเจนซีที่เติบโตสูงในประเทศไทย คือเครื่องยืนยันว่าเราเดินมาถูกทางในการเป็น Strategic Partner เราไม่ใช่แค่เอเจนซีที่วางแผนโฆษณาแคมเปญให้เแก่ลูกค้า แต่ Minimice Group คือหนึ่งในผู้วางรากฐานให้ธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืน เน้นผลลัพธ์โดยใช้ Data และเทคโนโลยี AI ของ Google มาขับเคลื่อนกลยุทธ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ รางวัลนี้นับเป็นอีกกำลังใจสำคัญให้ทีมงาน Minimice Group ทุกคน ไม่ว่าเทรนด์โลกจะเปลี่ยนไปมากขนาดไหน เราพร้อมมุ่งมั่นพัฒนาโซลูชันที่เหนือระดับ ผลักดันให้ลูกค้าก้าวสู่การเป็นผู้นำทั้งในประเทศและในตลาดสากล”

ในโลกการตลาดดิจิทัลที่ดุเดือด การมี Partner ที่เชี่ยวชาญทั้งด้านกลยุทธ์ Data และเทคโนโลยี AI คือกุญแจสำคัญที่จะเปลี่ยนทุกวิกฤตให้เป็นโอกาส และเปลี่ยนทุกงบประมาณให้เป็นการเติบโตที่จับต้องได้  สำหรับธุรกิจที่กำลังมองหาการเติบโตอย่างก้าวกระโดด ด้วยมาตรฐานระดับโลกจาก Google Premier Partner ทีมงานผู้เชี่ยวชาญจาก Minimice Group เอเจนซีระดับท็อปของประเทศไทย พร้อมแล้วที่จะร่วมวางรากฐาน พัฒนากลยุทธ์ และขับเคลื่อนธุรกิจของคุณให้ทะยานสู่เป้าหมายอย่างยั่งยืน เพราะความสำเร็จของคุณ คือภารกิจที่สำคัญที่สุดของเรา

ให้ Minimice Group เอเจนซีอันดับหนึ่งของไทยออกแบบกลยุทธ์เพื่อธุรกิจคุณ

Website: https://minimicegroup.co.th
Facebook: Minimice Group
Tel: (+66) 02-168-3196, (+66) 98-867-8937
60
มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เป็นสะพานบุญผู้มีจิตศรัทธา ส่งมอบขนมมงคล [ขนมจันอับ] 34,000 ห่อ แก่สถานสงเคราะห์เด็ก ผู้พิการและผู้ยากไร้ในพื้นที่จังหวัดนนทบุรีและนครปฐม รวม 10 แห่ง




วันนี้ (วันพุธที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2569) มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง โดย นางศิริพร กระจ่างหล้า ผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์ พร้อมด้วย นายพิทักษ์พนธ์ ถูกจิตต์ รักษาการผู้ช่วยหัวหน้าแผนกส่งเสริมการศึกษาและอาชีพ นำเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ส่งมอบขนมมงคล [ขนมจันอับ] ที่ผู้มีจิตศรัทธาได้ร่วมทำบุญบริจาคให้กับสถานสงเคราะห์เด็ก ผู้พิการ และผู้ยากไร้ เนื่องในเทศกาลตรุษจีน ประจำปี 2569 ในพื้นที่จังหวัดนครปฐม และนนทบุรี รวม 10 แห่ง ประกอบด้วย สถานคุ้มครองและพัฒนาคนพิการ บ้านนนทภูมิ บ้านราชาวดี (ชาย) บ้านราชาวดี (หญิง) และสถานคุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี  สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดนนทบุรี อำเภอไทรน้อย จังหวัดนนทบุรี  ศูนย์ฝึกอบรมเด็กและเยาวชนชาย บ้านอุเบกขา และมูลนิธิหลวงตาน้อย อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม ศูนย์ฝึกอบรมเด็กและเยาวชนบ้านปราณี อำเภอสามพราน ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งจังหวัดนครปฐม อำเภอเมือง และสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนฯ อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานต่างๆ เป็นผู้รับมอบ รวมจำนวนขนมมงคล [ขนมจันอับ] ที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เป็นสะพานบุญผู้มีจิตศรัทธา แจกจ่ายให้กับสถานสงเคราะห์ผู้พิการและผู้ยากไร้เนื่องในเทศกาลตรุษจีน ประจำปี 2569 ทั้งสิ้น 34,000 ห่อ คิดเป็นมูลค่ากว่า 3 แสนบาท







สำหรับเทศกาลตรุษจีน มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ประจำปี 2569 ที่ผ่านมา มีประชาชนจำนวนมากร่วมสักการะหลวงปู่ไต้ฮง เพื่อเป็นสิริมงคลในเทศกาลปีใหม่จีน และ ทำบุญพะเก่ง (พะเก่ง คือ การจดชื่อสวดชัยมงคลคาถา เพื่อเสริมโชคลาภ เสริมดวงชะตา เสริมความเป็นสิริมงคลแก่ตนเอง และ ครอบครัว) โดยเมื่อลงชื่อทำบุญพะเก่งแล้ว จะได้รับตั๋วขนม เพื่อแลกขนมมงคล [ขนมจันอับ หรือขนมเปี๊ยะ] นำไปไหว้พระ ไหว้เจ้า รับประทานเพื่อความเป็นสิริมงคล หรือนำทำบุญทำทาน บริจาคขนมมงคลแก่ผู้ยากไร้ โดยมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งจะเป็นสะพานบุญส่งมอบขนมมงคลหลังจากจบเทศกาลตรุษจีนต่อไป มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ขอบุญบารมีหลวงปู่ไต้ฮง ส่งผลให้ผู้มีจิตศรัทธาและครอบครัวทุกท่าน มีความสุขความเจริญ สุขภาพแข็งแรงตลอดไป







ติดตามข่าวสาร และกิจกรรมงานสาธารณกุศลมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้ที่ สายด่วนป่อเต็กตึ๊ง 1418, เว็บไซต์ www.pohtecktung.org ได้ที่ เฟซบุ๊ก แฟนเพจ www.facebook.com/atpohtecktung หรือดูรายละเอียดช่องทางที่สะดวกได้ที่ https://linktr.ee/pohtecktung

** มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต **


Pages: 1 ... 4 5 [6] 7 8 ... 10