Recent Posts

Pages: 1 ... 4 5 [6] 7 8 ... 10
51
KEMREX ฉลองครบรอบ 15 ปี แห่งความสำเร็จ
ขยายวงเงินความคุ้มครองความรับผิดต่อผลิตภัณฑ์ จาก 200 ล้าน เป็น 300 ล้านบาท
พร้อมเปิดตัวนวัตกรรมใหม่ฝีมือคนไทย รถติดตั้งเข็มเหล็ก “MDGT” รุ่นล่าสุด


กรุงเทพมหานคร, 19 มีนาคม 2569 – บริษัท เข็มเหล็ก จำกัด (KEMREX) ผู้นำด้านนวัตกรรมฐานรากเข็มเหล็ก จัดงานภายใต้แนวคิด “Beyond 300 Million : Genuine Trust, Solid Foundation” ณ KEMREX Hall @ Sukhumvit 101 โดยมีไฮไลต์สำคัญคือ พิธีรับมอบกรมธรรม์ประกันความรับผิดต่อผลิตภัณฑ์ (Product Liability Insurance) วงเงินความคุ้มครอง 300 ล้านบาท จาก Allianz Ayudhya ซึ่งสะท้อนถึงความเชื่อมั่นในมาตรฐานผลิตภัณฑ์และการดำเนินธุรกิจของบริษัท พร้อมกันนี้ยังมีการเปิดตัวนวัตกรรมรถติดตั้งเข็มเหล็ก “MDGT” ที่พัฒนาโดยคนไทย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความปลอดภัยในการทำงานหน้างานก่อสร้าง

การรับมอบกรมธรรม์ในครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก คุณนนท์วริศ สมฤทธิ์ฐิติกุล ตัวแทนจาก Allianz Ayudhya เป็นผู้ส่งมอบ โดยการยกระดับวงเงินความคุ้มครองของบริษัทอย่างต่อเนื่องจาก 100 ล้านบาท สู่ 200 ล้านบาท และเพิ่มขึ้นเป็น 300 ล้านบาทในปัจจุบัน สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของบริษัทประกันภัยระดับโลกต่อมาตรฐานผลิตภัณฑ์และระบบการดำเนินงานของ KEMREX ซึ่งมีประวัติการดำเนินงานที่โดดเด่นและ ไม่เคยมีประวัติการเคลมความเสียหายจากผลิตภัณฑ์ (Zero Claim History)


ภายในงานยังมีการเสวนาเกี่ยวกับมาตรฐานและการทดสอบผลิตภัณฑ์ โดยได้รับเกียรติจาก ดร.นครินทร์ ศรีสุวรรณ นักวิจัยจากสถาบันนวัตกรรมเทคโนโลยีไทย-ฝรั่งเศส ร่วมให้ข้อมูลเชิงวิชาการเกี่ยวกับการทดสอบความแข็งแรงและมาตรฐานความปลอดภัยของระบบฐานราก เพื่อยืนยันคุณภาพของผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการตรวจสอบตามหลักวิศวกรรม

อีกหนึ่งไฮไลต์ของงาน คือการเปิดตัว “MDGT” นวัตกรรมรถติดตั้งเข็มเหล็กที่พัฒนาโดยความร่วมมือระหว่าง KEMREX และ บริษัท สุธีแทงเกอร์ แอนด์ สเปเชียลทรัคส์ จำกัด (บริษัทในเครือสุธีกรุ๊ป) ผู้เชี่ยวชาญด้านการผลิตรถบรรทุกเฉพาะทางและรถแทงเกอร์สำหรับภาคอุตสาหกรรม โดย คุณประดิษฐ์ ธรรมมนุญกุล ผู้บริหารจากบริษัท สุธีแทงเกอร์ แอนด์ สเปเชียลทรัคส์ จำกัด ได้ร่วมบรรยายถึงสมรรถนะของรถติดตั้งที่ถูกออกแบบ “โดยคนไทย เพื่อหน้างานไทยโดยเฉพาะ” ซึ่งสามารถรองรับการทำงานที่สูงขึ้น เร็วขึ้น และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานหน้างานได้มากถึง 30%


คุณประเสริฐ ธรรมมนุญกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) บริษัท เข็มเหล็ก จำกัด กล่าวว่า "การรับมอบกรมธรรม์ประกันความรับผิดต่อผลิตภัณฑ์ วงเงินความคุ้มครอง 300 ล้านบาทในครั้งนี้ สะท้อนถึงความเชื่อมั่นในมาตรฐานผลิตภัณฑ์และการดำเนินธุรกิจของ KEMREX ขณะเดียวกัน การเปิดตัวรถติดตั้งเข็มเหล็ก MDGT ยังเป็นอีกก้าวสำคัญของการพัฒนานวัตกรรมที่ไม่ได้หยุดอยู่เพียงตัวผลิตภัณฑ์ แต่ครอบคลุมถึงเครื่องมือและกระบวนการติดตั้งทั้งหมด เพื่อยกระดับมาตรฐานงานฐานรากของไทย และสร้างความมั่นใจให้กับคู่ค้าและลูกค้าในทุกโครงการ"
52
สมาคมแพทย์โรคหัวใจฯ จับมือ Thai FH Network เดินหน้า
หนุนผู้ป่วยไขมันในเลือดสูงจากพันธุกรรมเข้าถึงการรักษา ลดความเสี่ยงโรคหัวใจก่อนวัย


สมาคมแพทย์โรคหัวใจแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกับเครือข่าย Thai FH Network และ บริษัทแอมเจน (ประเทศไทย) จํากัด จัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมความตระหนักรู้เกี่ยวกับโรคภาวะไขมันในเลือดสูงจากพันธุกรรม (Familial Hypercholesterolemia: FH) โดยมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ บุคลากรทางการแพทย์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมงาน ณ โรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ กรุงเทพฯ


พล.ต.ต.นพ. เกษม รัตนสุมาวงศ์ นายกสมาคมแพทย์โรคหัวใจแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่า ภาวะ Familial Hypercholesterolemia (FH) เป็นโรคทางพันธุกรรมที่ทําให้ระดับไขมัน LDL-C ในเลือดสูงตั้งแต่อายุยังน้อย ส่งผลให้ผู้ป่วยมีความเสี่ยงสูงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือดก่อนวัยอันควร หากไม่ได้รับ การวินิจฉัยและรักษาอย่างเหมาะสม ผู้ป่วยจํานวนหนึ่งอาจเผชิญภาวะหัวใจขาดเลือดหรือภาวะแทรกซ้อนรุนแรงตั้งแต่อายุยังน้อย


สมาคมแพทย์โรคหัวใจแห่งประเทศไทยฯ จึงได้ดําเนินโครงการสนับสนุนงานทางวิชาการเพื่อสร้างความตระหนักรู้สําหรับผู้ป่วย FH ต่างๆ โดยโครงการดังกล่าวมี แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากโรงพยาบาลในหลายภูมิภาคเข้าร่วมดําเนินงาน โดยมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมการวินิจฉัยโรค FH และการดูแลรักษาตามแนวทางมาตรฐานสากล ซึ่งถือเป็นความร่วมมือระดับประเทศที่มุ่งสนับสนุนผู้ป่วยโรคไขมันในเลือดสูงจากพันธุกรรม


ศ.ดร.นพ. วีรพันธุ์ โขวิฑูรกิจ ประธานเครือข่าย Thai FH Network กล่าวว่า ปัจจุบันผู้ป่วย FH จํานวนมากยังไม่ได้รับการวินิจฉัยหรือเข้าถึงการรักษาที่เหมาะสม การดําเนินโครงการต่างๆ เกี่ยวกับโรค FH จึงถือเป็นก้าวสําคัญในการเพิ่มโอกาสในการได้รับการวินิจฉัยและการดูแลรักษาที่เหมาะสม โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ป่วยภายใต้สิทธิประกันสังคมและหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า พร้อมเน้นย้ำถึงความสำคัญของการสร้างความตระหนักรู้และการคัดกรองผู้ป่วยตั้งแต่ระยะเริ่มต้น



ภาวะไขมันในเลือดสูงจากพันธุกรรม เป็นโรคทางพันธุกรรมที่ทําให้ระดับ LDL สูงผิดปกติตั้งแต่อายุน้อย ส่งผลให้เสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือดก่อนวัย หากได้รับ การวินิจฉัยเร็วและเริ่มการรักษาอย่างเหมาะสม จะช่วยลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนในระยะยาวได้อย่างมีนัยสําคัญ ทั้งนี้ Thai FH Network ยังเดินหน้าส่งเสริมความ ร่วมมือด้านวิชาการ เพื่อพัฒนาระบบการคัดกรอง การวินิจฉัย และการดูแลรักษาผู้ป่วย FH ในประเทศไทยให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น



53
HKTDC เปิดตัว แคมเปญ GreenBiz HK ในกรุงเทพฯ
เดินหน้าส่งเสริมความร่วมมือฮ่องกง-ไทย ด้านการเงินสีเขียว นวัตกรรม และการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน


18 มีนาคม 2569 – องค์การสภาพัฒนาการค้าฮ่องกง (HKTDC) เปิดตัวแคมเปญ GreenBiz HK ณ โรงแรมแกรนด์ เซ็นเตอร์ พอยต์ ลุมพินี กรุงเทพฯ ภายในงานประกอบด้วย การประชุมเฉพาะหัวข้อ กิจกรรมสร้างเครือข่าย และการประชุมจับคู่ธุรกิจ โดยมีคณะผู้แทนจาก “Hong Kong Green Team” และผู้แทนจากภาครัฐและภาคธุรกิจทั่วประเทศไทยเข้าร่วมกว่า 550 คน ดร. ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ให้เกียรติเข้าร่วมงาน และกล่าวเปิดการประชุมในเวทีดังกล่าว เพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านเศรษฐกิจสีเขียวระหว่างฮ่องกงและไทย การสัมมนาครั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมการแลกเปลี่ยนด้านการเงินสีเขียว เทคโนโลยีสีเขียว ห่วงโซ่อุปทาน การพัฒนาเมืองอัจฉริยะอย่างยั่งยืน และการเสริมสร้างความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและธุรกิจที่มีมายาวนานระหว่างไทย-ฮ่องกง รวมถึงการแสดงบทบาทของฮ่องกงในฐานะศูนย์กลางการเงินสีเขียวและนวัตกรรมระดับนานาชาติ


คุณแอนนา เฉิง ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายบริหารของ HKTDC กล่าวว่า “ฮ่องกงเป็นที่ยอมรับในฐานะศูนย์กลางสำคัญในการเชื่อมโยงเครือข่ายระดับโลก และเป็นแหล่งสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับธุรกิจและความร่วมมือต่าง ๆ ระบบนิเวศที่เฟื่องฟูของฮ่องกง เอื้อต่อการสร้างสรรค์นวัตกรรมสีเขียวและการพัฒนาอย่างยั่งยืน ผสานการสนับสนุนด้านนโยบายเข้ากับการหมุนเวียนทางการเงินที่แข็งแกร่ง การให้ทุนวิจัยและพัฒนาที่ตรงเป้าหมาย กลุ่มนวัตกรรมเฉพาะ และโซลูชันที่ปรับเปลี่ยนขนาดได้ GreenBiz HK จึงเป็นแพลตฟอร์ม เพื่อส่งเสริมฮ่องกงในฐานะศูนย์กลางทางการเงินและนวัตกรรมสีเขียวระดับนานาชาติ ที่ผู้นำทางธุรกิจและผู้เชี่ยวชาญในสาขาต่างๆ สามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลเชิงลึกและประสบการณ์เชิงปฏิบัติ พร้อมทั้งสำรวจโอกาสและความร่วมมือร่วมกัน ซึ่งสอดคล้องกับแนวโน้มระดับโลก”


ดร. ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวเสริมว่า “การเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียวไม่ใช่ความท้าทายที่เมืองหรือประเทศใดประเทศหนึ่งจะจัดการได้เพียงลำพัง แต่ต้องอาศัยความร่วมมือที่แข็งแกร่ง วิสัยทัศน์ร่วมกัน และการลงมือปฏิบัติร่วมกันจากทั้งภาครัฐและภาคเอกชน และเวที GreenBiz HK Forum เป็นแพลตฟอร์มสำคัญที่เชื่อมโยงจุดแข็งด้านสิ่งแวดล้อมของฮ่องกงกับความมุ่งมั่นในการพัฒนาอย่างยั่งยืนของกรุงเทพฯ ผ่านความร่วมมือทางธุรกิจที่มีความหมาย”


เวทีเสวนาหลากหลายแง่มุม เน้นย้ำบทบาทของการเงินและนวัตกรรมสีเขียว

ในการประชุมใหญ่หัวข้อ “ความร่วมมือระหว่างฮ่องกง–ไทย เพื่อส่งเสริมความยั่งยืนและนวัตกรรม” ผู้นำจากภาครัฐและภาคธุรกิจของฮ่องกงและไทย ได้ร่วมกันสำรวจแนวทางความร่วมมือข้ามพรมแดนด้านการเงินสีเขียว นวัตกรรม และการพัฒนาอย่างยั่งยืน คุณเฉาหนี่ หวง รองประธานบริหาร สมาคมการเงินสีเขียวแห่งฮ่องกง (HKGFA); กรรมการผู้จัดการ หัวหน้าฝ่ายการเงินและการเปลี่ยนผ่านเพื่อความยั่งยืน ประจำภูมิภาคเอเชีย ธนาคารเอชเอสบีซี, ดร.คัง คู กรรมการผู้จัดการฝ่ายกลยุทธ์ความยั่งยืน ธนาคารแห่งประเทศจีน (ฮ่องกง) ร่วมด้วย ดร.คิม มัก ประธานบริษัท อนาล็อก โฮลดิ้งส์ จำกัด และคุณจอห์น โล ผู้ก่อตั้งสถาบันคาร์บอนแห่งเอเชีย ได้เน้นย้ำถึงจุดแข็งของฮ่องกงในฐานะศูนย์กลางการเงินสีเขียวระดับนานาชาติ และแสดงให้เห็นว่าเครื่องมือทางการเงินที่เป็นนวัตกรรมใหม่ กำลังเร่งการเปลี่ยนแปลงด้าน ESG ขององค์กรอย่างไร


ดร. คิม มัก ประธานบริษัท อนาล็อก โฮลดิ้งส์ จำกัด ได้กล่าวถึงการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสีเขียว อาคารสีเขียว และโซลูชันเมืองอัจฉริยะล่าสุด ขณะที่ คุณจอห์น โล ผู้ก่อตั้งสถาบันเอเชียคาร์บอน ได้แบ่งปันข้อมูลเชิงลึกที่เป็นประโยชน์เกี่ยวกับการลดการปล่อยคาร์บอนและกลยุทธ์ ESG คุณหวง เหวยเหว่ย ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายพัฒนากลยุทธ์ประจำประเทศจีน และรองประธานอาวุโสของซีพี ไชน่า ในเครือเจริญโภคภัณฑ์ จากประเทศไทย ได้นำเสนอประสบการณ์ของบริษัทในด้านพลังงานหมุนเวียนและเทคโนโลยีด้านสิ่งแวดล้อม โดยชี้ให้เห็นว่าแพลตฟอร์มด้านเงินทุน การบริการระดับมืออาชีพ และการเชื่อมต่อระดับโลกของฮ่องกงสามารถสนับสนุนวิสาหกิจไทยในการพัฒนาโมเดลเศรษฐกิจชีวภาพหมุนเวียนสีเขียว (Bio-Circular-Green: BCG) และขยายธุรกิจไปต่างประเทศได้ การประชุมครั้งนี้ เน้นย้ำถึงศักยภาพในการร่วมมือกันอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้นในด้านการเงินสีเขียว เทคโนโลยีที่ยั่งยืน และนวัตกรรมเมืองในอนาคต


นอกจากนี้ ยังมีการจัดการประชุมย่อย 2 หัวข้อ ซึ่งจัดขึ้นพร้อมกัน เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างฮ่องกงและไทยในด้านเทคโนโลยี เพื่อความยั่งยืนและการพัฒนาเมืองในอนาคตให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น หัวข้อแรกคือ “ขับเคลื่อนอนาคตที่ยั่งยืนด้วยเทคโนโลยีสีเขียวและการออกแบบแบบบูรณาการ” โดยมุ่งเน้นว่าเทคโนโลยีสีเขียว สถาปัตยกรรมที่ยั่งยืน โซลูชันด้านภูมิทัศน์ ระบบประหยัดพลังงาน พลังงานหมุนเวียน และแอปพลิเคชันเมืองอัจฉริยะ จะช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นของเมืองได้อย่างไร โดยมีวิทยากรจากสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีประยุกต์แห่งฮ่องกง (ASTRI) บริษัท เฮนเดอร์สัน แลนด์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด บริษัท Arup และบริษัท ออเธอร์แลนด์ จำกัด ได้ร่วมกันอภิปรายเกี่ยวกับการออกแบบแบบบูรณาการและเทคโนโลยีที่เป็นนวัตกรรมใหม่ที่สนับสนุนการลดคาร์บอนทั่วเมือง


ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ ได้กล่าวถึงความคืบหน้าของไทย ในการพัฒนาเมืองอัจฉริยะและแสดงความสนใจที่จะใช้ประโยชน์จากจุดแข็งแบบสหวิทยาการของฮ่องกง เพื่อเร่งความยั่งยืนในระดับภูมิภาค ส่วนหัวข้อที่สอง คือ “การพัฒนาเมืองอัจฉริยะ เมืองสีเขียว และเมืองเพื่อสุขภาวะ : ความร่วมมือฮ่องกง–ไทย และโอกาสห่วงโซ่อุปทานสีเขียวในระดับภูมิภาค” ได้รับการสนับสนุนจาก BEAM Society Limited และสภาอาคารสีเขียวแห่งฮ่องกง ได้หารือเกี่ยวกับการตรวจสอบมาตรฐานอาคารสีเขียว การก่อสร้างคาร์บอนต่ำ และการพัฒนาในห่วงโซ่อุปทานสีเขียวระดับภูมิภาค


การจับคู่เจรจาธุรกิจระหว่างไทย-ฮ่องกง ที่มุ่งเน้นส่งเสริมเทคโนโลยีสีเขียว

ด้วยการจับคู่โครงการที่มีเป้าหมายชัดเจน การแลกเปลี่ยนความรู้ด้านเทคนิค และการหารือระหว่างภาคธุรกิจ ผู้เข้าร่วมสามารถต่อยอดการแลกเปลี่ยนในเวทีเสวนาไปสู่โอกาสความร่วมมือที่เป็นรูปธรรม ซึ่งช่วยสนับสนุนความก้าวหน้าเชิงปฏิบัติในด้านเทคโนโลยีสีเขียว นวัตกรรมเมือง และการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน การประชุมดังกล่าวยังช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์ทางธุรกิจระหว่างฮ่องกง และไทย ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น เร่งการทำงานร่วมกันข้ามพรมแดน และเปิดโอกาสให้ภาคธุรกิจสามารถร่วมกันคว้าโอกาสใหม่ ๆ ในด้านเศรษฐกิจสีเขียว

GreenBiz HK ในกรุงเทพฯ ถือเป็นหนึ่งในกิจกรรมสำคัญภายใต้โครงการ Economic and Trade Express (ETE) ซึ่งETE เป็นแพลตฟอร์มเชิงปฏิบัติที่ออกแบบมาเพื่อสนับสนุนวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) รวมถึงสตาร์ทอัพจากฮ่องกง ในการสำรวจและขยายโอกาสทางธุรกิจในตลาดต่างประเทศ พร้อมทั้งดึงดูดผู้ประกอบการจากต่างประเทศให้เข้ามาลงทุนและจัดตั้งธุรกิจในฮ่องกงมากยิ่งขึ้น สำหรับงานเลี้ยงอาหารกลางวันเพื่อสร้างเครือข่ายทางธุรกิจของโครงการนี้ ได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจและการค้าฮ่องกง (HKETO) ประจำกรุงเทพฯ ซึ่งช่วยส่งเสริมการมีส่วนร่วมอย่างมีความหมายระหว่างฮ่องกงและกลุ่มธุรกิจในท้องถิ่น

คณะผู้แทน “Hong Kong Green Team” ส่งเสริมฮ่องกงในฐานะศูนย์กลางชั้นนำของเอเชียด้านการบริการแบบบูรณาการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

ระหว่างวันที่ 17-20 มีนาคม 2569 องค์การสภาพัฒนาการค้าฮ่องกงยังได้พาคณะ “Hong Kong Green Team” สำรวจโอกาสทางการตลาดสีเขียวที่กำลังเติบโตในประเทศไทย นำโดย คุณแอนนา เฉิง และ ดร. โล ไหว่ กว็อก ประธานคณะกรรมการที่ปรึกษาการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานขององค์การสภาพัฒนาการค้าฮ่องกง และผู้แทนอีก 18 คน ซึ่งเป็นตัวแทนจากหลากหลายภาคส่วนด้านบริการสีเขียวแบบบูรณาการ รวมถึงสถาปัตยกรรม วิศวกรรม การพัฒนาเมืองอัจฉริยะ การให้คำปรึกษาด้าน ESG เทคโนโลยีสีเขียว และอื่นๆ เดินทางเข้าพบกับสมาคมอุตสาหกรรมและผู้พัฒนารายใหญ่ เช่น สถาบันอาคารเขียวไทย (TGBI) สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) บริษัท ดับบลิวเอชเอ อินดัสเตรียล ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) และบริษัท ทีพีไอ โพลีน จำกัด (มหาชน) เพื่อเปิดโอกาสให้คณะผู้แทนจากฮ่องกงได้สำรวจความเป็นไปได้ในการเป็นพันธมิตรกับบริษัทของไทย

GreenBiz HK ได้รวบรวมผู้ให้บริการด้านสิ่งแวดล้อมของฮ่องกงในด้านการเงินสีเขียว การให้คำปรึกษาด้าน ESG อาคารสีเขียว เทคโนโลยีอสังหาริมทรัพย์ และโซลูชันเมืองอัจฉริยะ เพื่อส่งเสริมความร่วมมือข้ามภาคส่วนและความก้าวหน้าของอุตสาหกรรม โครงการนี้สนับสนุนให้ธุรกิจต่างๆ ใช้ประโยชน์จากตลาดทุนที่เติบโตเต็มที่ ความเชี่ยวชาญทางการเงิน และบริการระดับมืออาชีพของฮ่องกง เพื่อสนับสนุนการลงทุน รวมถึงการรับรองมาตรฐาน การพัฒนาอุตสาหกรรม และการคว้าโอกาสการเติบโตที่ขับเคลื่อนโดยเศรษฐกิจสีเขียวระดับโลก

องค์การสภาพัฒนาการค้าฮ่องกง จะยังคงใช้แพลตฟอร์มนี้ในการจัดคณะผู้แทนธุรกิจ การประชุมเชิงวิชาการ และกิจกรรมสร้างเครือข่ายอย่างต่อเนื่อง เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และจีนแผ่นดินใหญ่ ในการใช้จุดแข็งด้านการเงินและนวัตกรรมของฮ่องกงเพื่อขยายสู่ตลาดต่างประเทศและส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืนทั่วทั้งภูมิภาค
54
เปิดเซิร์ฟแล้ววันนี้! LootBox Hero: ฮีโร่ล่าของ ล็อกอินรับ 1,000 สุ่ม ตะลุยด่านล่าสมบัติระดับเทพไปกับ เต๋อ – ฉันทวิชช์


กรุงเทพฯ – 19 มีนาคม 2026 LootBox Hero: ฮีโร่ล่าของ เปิดประตูสู่ความมันส์อย่างเป็นทางการแล้ววันนี้!ระเบิดพลังนักล่า เกมมือถือ RPG สายฟาร์มที่ร้อนแรงที่สุดแห่งปีพร้อมให้สัมผัสความสนุกเต็มรูปแบบ พร้อมจัดหนักรางวัลฉลองเปิดเซิร์ฟสุดอลังการ เพียงดาวน์โหลดและเข้าสู่ระบบ รับทันที 1,000 สุ่มฟรี! ลุ้นรับไอเทมระดับเทพแบบจุใจ รวมถึงสกินจำกัดเวลาของสมุนระดับ S เพื่อเริ่มต้นการผจญภัยอย่างยิ่งใหญ่


การเปิดตัวครั้งนี้ยังสร้างสีสันไปทั่วใจกลางกรุงเทพฯ ด้วยแคมเปญการตลาดขนาดใหญ่ผ่านสื่อประชาสัมพันธ์ตามสถานี BTS และจุดสำคัญต่าง ๆ พร้อมเปิดตัวพรีเซนเตอร์หนุ่มอารมณ์ดี “เต๋อ – ฉันทวิชช์ ธนะเสวี” ในบทบาท “คนป่าเถื่อน” กับเรื่องราวสุดกวนใน “ด่านคุก” ไม่ว่าจะเป็นภาคติดคุกหรือภาคติดสินบน สร้างความสนุกและเสียงหัวเราะให้กับแฟนเกม

นอกจากกิจกรรม KOL ที่ออกเดินสายตามถนนเปิดชาเลนจ์สุดมันส์ ให้เหล่าคู่รักร่วมสนุกกับการสุ่มเปิดกล่องลุ้นของหายากในซีเคร็ทบ็อกซ์แล้ว ยังได้เจ้าพ่อคอนเทนต์อย่าง Lowcostcosplay มาร่วมสร้างสีสันในการแปลงโฉมเป็นสมุน ‘ตะขออสูรอ้วน’ เรียกยอดไลก์และกระแสไวรัลในโซเชียล จุดเด่นของ LootBox Hero อยู่ที่ระบบ “กล่องสุ่ม” ซึ่งเป็นเทรนด์ยอดนิยมที่ถูกผสานเข้ากับเกมเพลย์แนว วางแผน/ปล่อยบอท และการฟาร์มไอเทม ผู้เล่นจะได้สัมผัสความตื่นเต้นแบบเดียวกับการเปิดกล่องซีเคร็ท ลุ้นรับไอเทมหายากแบบไม่รู้ล่วงหน้า สร้างประสบการณ์การเล่นที่สนุกและผ่อนคลายจากชีวิตประจำวัน โดยเกมเปิดให้ดาวน์โหลดแล้วทั้งบน iOS และ Android



ความตื่นเต้นยังไม่จบเพียงเท่านี้! เพื่อเฉลิมฉลองการเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ งานนี้เตรียมพบกับ กิจกรรมไลฟ์สดฉลองเปิดเซิร์ฟ โดยสองอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง BaVinci และ Misaki ที่จะมาร่วมแปลงโฉมเป็นตัวละคร “คนป่าเถื่อน” และ “ราชินีโคนม” พาผู้ชมเจาะลึกระบบเกมแบบเอ็กซ์คลูซีฟ พร้อมสุ่มแจกกล่องสุ่มยอดฮิตรวม 9 ชุด ได้แก่ Labubu, Crybaby และ Molly ให้แฟนเกมได้ร่วมลุ้นตลอดการไลฟ์ นอกจากนี้ยังมีการรวมตัวของ 10 KOL ชื่อดัง ที่จะมาร่วมภารกิจ “ล่าสมบัติ” พร้อมยกขบวนของรางวัลมาแจกให้ผู้ชมอย่างต่อเนื่อง

หลังกวาดความสำเร็จอย่างถล่มทลายมาแล้วทั้งในฮ่องกง, มาเก๊า, ไต้หวัน และเวียดนาม ในที่สุดก็ถึงคิวของแฟนเกมชาวไทยที่จะได้สัมผัสความสนุกอย่างเต็มรูปแบบ! โดยตัวเกมโดดเด่นด้วยกราฟิกสไตล์การ์ตูนน่ารัก, ระบบดรอปสมบัติสุดมันส์ และการเล่นแนวตั้งแบบวางแผนปล่อยบอท ที่ตอบโจทย์การเล่นแบบง่ายๆ แต่สนุกเร้าใจ



ศึกการล่าสมบัติสุดมันส์แห่งปี 2026 เริ่มต้นแล้ว! <ล่ามันส์สะใจ> พิชิตดันเจี้ยน แค่กดเพียงครั้งเดียว กวาดล้างมอนสเตอร์ทั้งแผนที่ ฟาร์มได้รวดเร็ว เล่นลื่น เอฟเฟกต์สกิลระเบิดทั่วจอ สัมผัสความมันส์ สะใจของ APRG ได้อย่างง่ายดาย ต่อด้วย <ดรอปโหดไม่หยุด! >ล่ามอนสเตอร์และบอส ไอเทมแรร์ดรอปรัว ลุ้นทุกการล่า เปิดกล่องแต่ละครั้งเต็มไปด้วยความตื่นเต้น แสงทองพุ่งเต็มจอทุกครั้งที่ได้ของดี ความสนุกของการล่าของที่ไม่มีวันซ้ำหรือ <จัด Build อิสระ> ผสมสกิลได้ตามใจ เลือกแนวทางการเล่นของตัวเอง จะสายดาเมจ,สายคอมโบ,สายเอาตัวรอด ก็สามารถสร้าง Build ที่ไม่ซ้ำใคร และปรับกลยุทธ์ได้ตลอดเวลา ยกระดับการต่อสู้ให้ทรงพลังยิ่งขึ้นไปอีกขั้นกับระบบ <รวมพลสมุน>เรียกสมุนคู่ใจเข้าร่วมการต่อสู้ เสริมความสามารถให้ฮีโร่ทั้งด้านพลังโจมตี การป้องกัน และเอฟเฟกต์พิเศษ ยิ่งสะสมและพัฒนาสมุนมากเท่าไร พลังรบก็ยิ่งพุ่งสูง ลุยง่ายขึ้นทันที! และเพื่อพิสูจน์ว่าใครคือนักล่าอันดับหนึ่ง เตรียมก้าวเข้าสู่สมรภูมิเพื่อ <กลายเป็นตำนาน>ท้าทายบอสสุดโหด และกอบกู้โลกจากความมืด พร้อมเข้าสู่โหมด PVP วัดฝีมือกับผู้เล่นคนอื่น แสดง Build ที่คุณสร้างมาเอง ใครแข็งแกร่งกว่าคือผู้ยืนอยู่บนจุดสูงสุดของตำนาน!

สตาร์ทความสนุกได้ง่าย ๆ เพียงล็อกอินต่อเนื่องครบ 7 วัน รับสิทธิ์สุ่มกล่องรางวัล พร้อมรับ สกินจำกัดเวลาของสมุนระดับ S “ตะขออสูรอ้วน” ไปใช้งานฟรี เพิ่มสีสันให้การผจญภัยตั้งแต่ช่วงเริ่มต้น เท่านั้นยังไม่พอ ผ่านด่านตามกำหนด รับฟรี 1,000 สุ่ม พร้อมรับสมุนระดับ S “ภูเขาหน้า” ไปร่วมทีมแบบฟรี ๆ ช่วยเสริมพลังให้การต่อสู้สนุกและมันส์ยิ่งขึ้น



ปิดท้ายด้วยความยิ่งใหญ่เพื่อฉลองยอดลงทะเบียนล่วงหน้าที่พุ่งทะลุ 1 ล้านคน เตรียมรับรางวัลเซิร์ฟเวอร์สุดคุ้มภายในเวลาจำกัด ห้ามพลาดโอกาสทองที่จะได้เริ่มผจญภัยแบบจัดเต็มตั้งแต่วันนี้!

ดาวน์โหลดเกมและสัมผัสประสบการณ์การเป็นฮีโร่นักล่าสมบัติได้แล้ววันนี้ มาร่วมก้าวสู่จุดสูงสุดของตำนานไปด้วยกัน!


การลงทะเบียนล่วงหน้า: https://t.9ring.com/lbhpr

จองเกมผ่านสโตร์: https://t.9ring.com/lbhprdl

ติดตามแฟนเพจ: https://www.facebook.com/LootBoxHeroTH/
55
ที่สุดของเอเจนซีในประเทศไทย การันตีด้วยรางวัล The Growth Champion 2025 จาก Google Thailand กลยุทธ์ที่พิสูจน์ได้จริง ธุรกิจลูกค้าเติบโตอย่างก้าวกระโดด!




กรุงเทพมหานคร – Minimice Group เอเจนซีการตลาดดิจิทัลชั้นนำ ประกาศความสำเร็จครั้งสำคัญบนเวทีระดับประเทศ ด้วยการคว้าผู้ชนะรางวัล Agency Excellence Awards: The Growth Champion 2025 จาก Google Thailand รางวัลอันทรงเกียรติที่มอบให้แก่เอเจนซีที่มีผลงานโดดเด่นที่สุดในประเทศไทย และเป็นการแข่งขันระหว่างเอเจนซีชั้นนำทั่วประเทศ โดย Minimice Group ได้ตำแหน่งอันดับที่ 1 ในด้านการเติบโตของยอดใช้จ่ายโฆษณา (Ads Spend Growth) และเปอร์เซ็นต์การเติบโตแบบปีต่อปีที่สูงที่สุด การันตี Performance ความเชี่ยวชาญของทีมงาน พร้อมสะท้อนถึงวิสัยทัศน์ที่มุ่งมั่นผลักดันให้ธุรกิจในไทย รวมถึงลูกค้าทุกระดับก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมๆ สู่การแข่งขันที่ยั่งยืนในระดับสากล

The Growth Champion 2025 ชัยชนะอันดับ 1 ในฐานะเอเจนซีที่มีอัตราการเติบโตสูงสุดในประเทศไทย

รางวัล Agency Excellence Awards Winner จาก Google Thailand คือ ความเชี่ยวชาญเหนือระดับของ Minimice Group ในการใช้โซลูชันและเครื่องมือชาญฉลาดจาก Google เพื่อสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจที่พิสูจน์ได้จริง โดยรางวัลในสาขา The Growth Champion 2025 ถือเป็นหนึ่งในรางวัลที่คว้ามาได้ยากที่สุด เนื่องจากเป็นการเชือดเฉือนกันโดยตรงระหว่าง Top 10 เอเจนซีชั้นนำในประเทศไทย ซึ่ง Google จะพิจารณาจากเกณฑ์อันเข้มงวดรอบด้าน ทั้งประสิทธิภาพการบริหารแคมเปญ ความสามารถในการขยายฐานลูกค้า และผลตอบแทน (ROI) ที่ลูกค้าได้รับจริง ท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือดที่สุดของเหล่าเอเจนซีในไทย Minimice Group ก็ได้คว้ารางวัลตำแหน่งผู้ชนะอันดับ 1 มาครองได้สำเร็จ ในฐานะเอเจนซีที่มีอัตราการเติบโตสูงสุดในประเทศไทย โดยวัดจากมูลค่าการใช้จ่ายโฆษณา (Ads Spend) และเปอร์เซ็นต์การเติบโตแบบปีต่อปี (YoY Growth) ที่สูงที่สุด เหนือกว่าทุกรายในกลุ่มผู้เข้าชิง การได้รับเลือกให้เป็นผู้ชนะในสาขานี้จึงเป็นการพิสูจน์ว่า Minimice Group คือ หนึ่งในเอเจนซีระดับท็อปของประเทศไทยที่สามารถเปลี่ยน ‘งบประมาณการตลาด’ ของลูกค้าให้กลายเป็นยอดขาย ผลกำไร และเติบโตได้อย่างมีคุณภาพ

กลยุทธ์ Full-Funnel Ecosystem เบื้องหลังความสำเร็จที่พิสูจน์ได้ด้วยผลลัพธ์

หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้ Minimice Group เฉิดฉายบนเวที Google Excellence Awards 2025 คือการวางกลยุทธ์แบบ Full-Funnel Ecosystem ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อให้ทุกธุรกิจเติบโตได้อย่างครบวงจร ตั้งแต่การสร้างการรับรู้ (Awareness) ไปจนถึงการปิดการขาย (Conversion) และการรักษาฐานลูกค้าในระยะยาว ทีมงานของ Minimice Group ไม่ได้วางแผนแค่การยิงโฆษณา แต่ยังโฟกัสที่ Data Analysis มีการวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภคเชิงลึก เพื่อวางโครงสร้างการตลาดดิจิทัลที่เชื่อมโยงกัน ทำให้ทุก Touchpoint ของลูกค้ามีประสิทธิภาพสูงสุด การผสานความเชี่ยวชาญของทีมงานเข้ากับเทคโนโลยี นวัตกรรมใหม่ๆ พร้อมอัปเดตเทรนด์ดิจิทัลอยู่เสมอ จึงทำให้ Minimice Group สามารถตอบโจทย์ทางธุรกิจได้ทุกมิติและทำได้จริงตามเป้าหมายที่วางไว้

ก้าวล้ำนำเทรนด์กับ Session พิเศษ Travel & Medical Tourism Thailand 2026

นอกจากความสำเร็จด้วยการคว้ารางวัลเอเจนซีที่เติบโตสูงในประเทศไทย The Growth Champion Award 2025 จาก Google Thailand แล้ว Minimice Group ยังแสดงให้เห็นถึงความพร้อมในการรับมือกับความท้าทายในอนาคต ผ่านการนำเสนอ Session พิเศษเกี่ยวกับ Travel & Medical Tourism Thailand 2026 เพื่อเตรียมความพร้อมให้แก่กลุ่มธุรกิจท่องเที่ยวและบริการทางการแพทย์ของไทย ซึ่งกำลังจะกลายเป็นอุตสาหกรรมมาแรงในปีหน้า โดยมุ่งมั่นวางแผนกลยุทธ์เลือกใช้ Data และ AI ใหม่ๆ ดึงดูดกลุ่มเป้าหมายคุณภาพสูงจากทั่วโลก รวมถึงเจาะตลาดกลุ่ม Medical Tourist เป็นพิเศษด้วย Movement นี้พิสูจน์ให้เห็นว่า Minimice Group ไม่เคยหยุดพัฒนา พร้อมปรับตัวและออกแบบกลยุทธ์ให้ทันต่อเทรนด์โลกอยู่เสมอ เพื่อให้ลูกค้ามั่นใจได้ว่าจะได้รับการดูแลโดยทีมงานที่มองเห็นโอกาสก่อนใคร!

ทะยานสู่ความสำเร็จกับเอเจนซีที่เติบโตสูงในประเทศไทยกับ Minimice Group

หฤษฎ์ โปษณกุล CEO Minimice Group กล่าวถึงความภาคภูมิใจในครั้งนี้ว่า
“การได้รับรางวัล Agency Excellence Awards: The Growth Champion 2025 ในตำแหน่งอันดับ 1 ของเอเจนซีที่เติบโตสูงในประเทศไทย คือเครื่องยืนยันว่าเราเดินมาถูกทางในการเป็น Strategic Partner เราไม่ใช่แค่เอเจนซีที่วางแผนโฆษณาแคมเปญให้เแก่ลูกค้า แต่ Minimice Group คือหนึ่งในผู้วางรากฐานให้ธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืน เน้นผลลัพธ์โดยใช้ Data และเทคโนโลยี AI ของ Google มาขับเคลื่อนกลยุทธ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ รางวัลนี้นับเป็นอีกกำลังใจสำคัญให้ทีมงาน Minimice Group ทุกคน ไม่ว่าเทรนด์โลกจะเปลี่ยนไปมากขนาดไหน เราพร้อมมุ่งมั่นพัฒนาโซลูชันที่เหนือระดับ ผลักดันให้ลูกค้าก้าวสู่การเป็นผู้นำทั้งในประเทศและในตลาดสากล”

ในโลกการตลาดดิจิทัลที่ดุเดือด การมี Partner ที่เชี่ยวชาญทั้งด้านกลยุทธ์ Data และเทคโนโลยี AI คือกุญแจสำคัญที่จะเปลี่ยนทุกวิกฤตให้เป็นโอกาส และเปลี่ยนทุกงบประมาณให้เป็นการเติบโตที่จับต้องได้  สำหรับธุรกิจที่กำลังมองหาการเติบโตอย่างก้าวกระโดด ด้วยมาตรฐานระดับโลกจาก Google Premier Partner ทีมงานผู้เชี่ยวชาญจาก Minimice Group เอเจนซีระดับท็อปของประเทศไทย พร้อมแล้วที่จะร่วมวางรากฐาน พัฒนากลยุทธ์ และขับเคลื่อนธุรกิจของคุณให้ทะยานสู่เป้าหมายอย่างยั่งยืน เพราะความสำเร็จของคุณ คือภารกิจที่สำคัญที่สุดของเรา

ให้ Minimice Group เอเจนซีอันดับหนึ่งของไทยออกแบบกลยุทธ์เพื่อธุรกิจคุณ

Website: https://minimicegroup.co.th
Facebook: Minimice Group
Tel: (+66) 02-168-3196, (+66) 98-867-8937
56
มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เป็นสะพานบุญผู้มีจิตศรัทธา ส่งมอบขนมมงคล [ขนมจันอับ] 34,000 ห่อ แก่สถานสงเคราะห์เด็ก ผู้พิการและผู้ยากไร้ในพื้นที่จังหวัดนนทบุรีและนครปฐม รวม 10 แห่ง




วันนี้ (วันพุธที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2569) มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง โดย นางศิริพร กระจ่างหล้า ผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์ พร้อมด้วย นายพิทักษ์พนธ์ ถูกจิตต์ รักษาการผู้ช่วยหัวหน้าแผนกส่งเสริมการศึกษาและอาชีพ นำเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ส่งมอบขนมมงคล [ขนมจันอับ] ที่ผู้มีจิตศรัทธาได้ร่วมทำบุญบริจาคให้กับสถานสงเคราะห์เด็ก ผู้พิการ และผู้ยากไร้ เนื่องในเทศกาลตรุษจีน ประจำปี 2569 ในพื้นที่จังหวัดนครปฐม และนนทบุรี รวม 10 แห่ง ประกอบด้วย สถานคุ้มครองและพัฒนาคนพิการ บ้านนนทภูมิ บ้านราชาวดี (ชาย) บ้านราชาวดี (หญิง) และสถานคุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี  สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดนนทบุรี อำเภอไทรน้อย จังหวัดนนทบุรี  ศูนย์ฝึกอบรมเด็กและเยาวชนชาย บ้านอุเบกขา และมูลนิธิหลวงตาน้อย อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม ศูนย์ฝึกอบรมเด็กและเยาวชนบ้านปราณี อำเภอสามพราน ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งจังหวัดนครปฐม อำเภอเมือง และสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนฯ อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานต่างๆ เป็นผู้รับมอบ รวมจำนวนขนมมงคล [ขนมจันอับ] ที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เป็นสะพานบุญผู้มีจิตศรัทธา แจกจ่ายให้กับสถานสงเคราะห์ผู้พิการและผู้ยากไร้เนื่องในเทศกาลตรุษจีน ประจำปี 2569 ทั้งสิ้น 34,000 ห่อ คิดเป็นมูลค่ากว่า 3 แสนบาท







สำหรับเทศกาลตรุษจีน มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ประจำปี 2569 ที่ผ่านมา มีประชาชนจำนวนมากร่วมสักการะหลวงปู่ไต้ฮง เพื่อเป็นสิริมงคลในเทศกาลปีใหม่จีน และ ทำบุญพะเก่ง (พะเก่ง คือ การจดชื่อสวดชัยมงคลคาถา เพื่อเสริมโชคลาภ เสริมดวงชะตา เสริมความเป็นสิริมงคลแก่ตนเอง และ ครอบครัว) โดยเมื่อลงชื่อทำบุญพะเก่งแล้ว จะได้รับตั๋วขนม เพื่อแลกขนมมงคล [ขนมจันอับ หรือขนมเปี๊ยะ] นำไปไหว้พระ ไหว้เจ้า รับประทานเพื่อความเป็นสิริมงคล หรือนำทำบุญทำทาน บริจาคขนมมงคลแก่ผู้ยากไร้ โดยมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งจะเป็นสะพานบุญส่งมอบขนมมงคลหลังจากจบเทศกาลตรุษจีนต่อไป มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ขอบุญบารมีหลวงปู่ไต้ฮง ส่งผลให้ผู้มีจิตศรัทธาและครอบครัวทุกท่าน มีความสุขความเจริญ สุขภาพแข็งแรงตลอดไป







ติดตามข่าวสาร และกิจกรรมงานสาธารณกุศลมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้ที่ สายด่วนป่อเต็กตึ๊ง 1418, เว็บไซต์ www.pohtecktung.org ได้ที่ เฟซบุ๊ก แฟนเพจ www.facebook.com/atpohtecktung หรือดูรายละเอียดช่องทางที่สะดวกได้ที่ https://linktr.ee/pohtecktung

** มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต **


57
ทรูโฟร์ยู ช่อง 24 ชวนลุ้นระทึก “มอร์เบียส” แวมไพร์ฮีโร่สายดาร์ก เสาร์นี้เที่ยงครึ่ง

:-\

ห้ามพลาด....ภาพยนตร์แอ็กชันไซไฟฟอร์มใหญ่ “มอร์เบียส” หยิบยกตำนานซูเปอร์ฮีโร่สายดาร์กจากจักรวาลการ์ตูนมาร์เวล มานำเสนอในมุมมองเข้มข้นว่าด้วยพลังเหนือมนุษย์ที่ต้องแลกมาด้วยด้านมืดในจิตใจ ถ่ายทอดผ่านการแสดงของ จาเร็ด เลโต นักแสดงเจ้าของรางวัลออสการ์ ที่พลิกบทบาทสู่ตัวละครซับซ้อนและท้าทายที่สุดบทหนึ่งในเส้นทางการแสดง





"เมื่อ 'การรักษา' กลายเป็น 'คำสาป' ที่เปลี่ยนอัจฉริยะให้เป็นอสุรกาย" ดร. ไมเคิล มอร์เบียส (จาเร็ด เลโต) ยอมเดิมพันชีวิตกับงานวิจัยเลือดค้างคาวเพื่อรักษาโรคประหลาด แต่ผลลัพธ์ที่ได้กลับเป็นพลังเหนือมนุษย์ที่แลกมาด้วยความกระหายเลือดไม่สิ้นสุด ท่ามกลางการต่อสู้ระหว่าง 'ศีลธรรม' และ 'สัญชาตญาณดิบ' เขาต้องเผชิญหน้ากับเพื่อนรักอย่าง ไมโล (แมตต์ สมิธ) ที่เลือกโอบรับด้านมืดอย่างเต็มตัว เตรียมพบกับแอ็กชันไซไฟสุดระทึกที่ตั้งคำถามว่า คุณจะยอมจ่ายราคาเท่าไหร่ เพื่อให้ได้มีชีวิตรอด รับชมภาพยนตร์ “มอร์เบียส” วันเสาร์ที่ 21 มีนาคม 2569 เวลา 12.30 น.ทางทรูโฟร์ยู ช่อง 24 หรือทาง https://true4u.com/live/
58
รอย คอนซูเมอร์ โปรดักส์ เขย่าอุตสาหกรรม OEM ไทย
ทรานส์ฟอร์มสู่ Strategic Partner ปักธงปั้นแบรนด์ CHILLY รุกตลาดโลกเต็มกำลัง


กรุงเทพฯ – ท่ามกลางการแข่งขันที่ทวีความเข้มข้นในอุตสาหกรรมรับจ้างผลิต (OEM) ของไทย ทั้งจากแรงกดดันด้านต้นทุน มาตรฐานสากลที่เข้มงวดขึ้น และพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว บริษัท รอย คอนซูเมอร์ โปรดักส์ จำกัด เดินเกมรุกครั้งสำคัญ ประกาศทรานส์ฟอร์มองค์กรสู่การเป็น "Strategic OEM Partner" อย่างเต็มรูปแบบ ประกาศรายได้ปี 2568 แตะ 470 ล้านบาท พร้อมปักธงปั้นแบรนด์ CHILLY ของบริษัทให้แตะ 100 ล้านบาท ภายในระยะเวลา 3 ปี

นายปิติพงศ์ รอยเรืองพานิช กรรมการผู้จัดการ บริษัท รอย คอนซูเมอร์ โปรดักส์ จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทมีจุดเริ่มต้นจากธุรกิจเทรดดิ้งเคมีภัณฑ์สำหรับผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด โดยเน้นการจัดหาวัตถุดิบและแบ่งบรรจุส่งต่อให้ร้านค้าและโรงงานขนาดเล็ก ก่อนจะมองเห็นช่องว่างเชิงโครงสร้างของตลาด OEM ไทยในอดีต ซึ่งส่วนใหญ่กำหนดปริมาณการสั่งผลิตขั้นต่ำค่อนข้างสูงในระดับร้อยตันหรือหลายพันชิ้น ส่งผลให้ผู้ประกอบการรายย่อยและเจ้าของแบรนด์เกิดใหม่ไม่สามารถเข้าถึงกำลังการผลิตที่ได้มาตรฐานในต้นทุนที่เหมาะสม



"เราจึงตัดสินใจเข้าสู่ธุรกิจ OEM เมื่อกว่า 15 ปีก่อน ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่วางรากฐานการเติบโตของบริษัทมาจนถึงปัจจุบัน โดยตั้งเป้าชัดเจนตั้งแต่ต้นว่าจะไม่เป็นเพียง 'ผู้รับจ้างผลิต' แต่ต้องเป็นพันธมิตรทางธุรกิจที่ช่วยสร้างความสำเร็จให้กับแบรนด์ เราไม่ได้มองตัวเองเป็นแค่โรงงาน แต่เป็นพาร์ตเนอร์เชิงกลยุทธ์ที่ช่วยลูกค้าตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ตั้งแต่การคิดสูตร วางตำแหน่งสินค้า คำนวณโครงสร้างต้นทุน ไปจนถึงการขยายตลาด หากลูกค้าเติบโตได้อย่างมั่นคง เราก็จะเติบโตอย่างยั่งยืนไปพร้อมกัน"

ปัจจุบัน รอย คอนซูเมอร์ โปรดักส์ พัฒนาศักยภาพสู่การเป็นผู้ผลิต OEM แบบครบวงจร (One-Stop Service) ดูแลลูกค้ากว่า 100 แบรนด์ ครอบคลุมการวิจัยและพัฒนาสูตร (R&D) การออกแบบและพัฒนาบรรจุภัณฑ์ การวิเคราะห์ต้นทุนและกำหนดโครงสร้างราคา การควบคุมคุณภาพ การขอขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์ ไปจนถึงการให้คำปรึกษาด้านกลยุทธ์ช่องทางจำหน่าย ทั้ง Modern Trade, E-commerce และการส่งออก



นายปิติพงศ์ กล่าวต่อว่า ในปี 2568 บริษัทมีรายได้รวม 470 ล้านบาท แบ่งเป็นรายได้จากธุรกิจ OEM ประมาณ 450 ล้านบาท และรายได้จากแบรนด์ของบริษัทเองประมาณ 20 ล้านบาท โดยสัดส่วนรายได้หลักมาจากกลุ่มเครื่องสำอางและสกินแคร์ 70% ซึ่งเติบโตต่อเนื่องในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา รองลงมาคือกลุ่มผลิตภัณฑ์ในครัวเรือน 15% และธุรกิจเทรดดิ้งวัตถุดิบเคมีภัณฑ์อีก 15% สะท้อนความแข็งแกร่งของพอร์ตธุรกิจที่มีความหลากหลายและสมดุล

อีกปัจจัยความสำเร็จที่สร้างความแตกต่างคือ "ความยืดหยุ่นเชิงระบบ" (Operational Flexibility) โดยเฉพาะการรองรับคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจากกระแสออนไลน์ หรือที่เรียกว่า "ออเดอร์กระชาก" ซึ่งเป็นความท้าทายสำคัญของแบรนด์ยุคดิจิทัลที่ยอดขายสามารถพุ่งขึ้นภายในข้ามคืนจากกระแสโซเชียล "โรงงานต้องปรับตัวได้เร็วกว่าเดิม เราลงทุนในระบบการวางแผนการผลิต ทีมงาน และซัพพลายเชน เพื่อให้สามารถเพิ่มกำลังการผลิตได้ทันทีโดยไม่กระทบคุณภาพ เพราะความตรงต่อเวลาคือความน่าเชื่อถือของแบรนด์"



ในด้านนวัตกรรม บริษัทให้ความสำคัญกับการวิเคราะห์แนวโน้มตลาดล่วงหน้า โดยทีม Business Development ทำงานร่วมกับทีม R&D อย่างใกล้ชิด แบ่งแผนพัฒนาผลิตภัณฑ์เป็นรอบครึ่งปี เพื่อเตรียมสูตรมาตรฐานรองรับเทรนด์สำคัญ อาทิ ผลิตภัณฑ์กลุ่ม Organic และ Clean Beauty ผลิตภัณฑ์สูตรเฉพาะ (Niche & Formula-Driven) รวมถึงอิทธิพลเทรนด์ความงามจากจีนที่กำลังเติบโตในภูมิภาคเอเชีย "ธุรกิจ OEM ยุคใหม่ต้องคิดล่วงหน้าอย่างน้อยหนึ่งก้าว เราพัฒนาสูตรต้นแบบเตรียมไว้ก่อนตลาดจะมาถึง เพื่อให้ลูกค้าสามารถปรับแต่งและเปิดตัวสินค้าได้ทันจังหวะโอกาสทางธุรกิจ"

นายปิติพงศ์ กล่าวปิดท้ายว่า นอกจากรับจ้างผลิตสินค้าแล้ว บริษัทยังได้พัฒนาแบรนด์ของตนเองภายใต้ชื่อ "CHILLY" โดยกำหนดกลยุทธ์ชัดเจนไม่ให้ทับซ้อนกับลูกค้า OEM ในกลุ่มความงาม จึงเลือกโฟกัสกลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลบ้าน (Home Care) เป็นหลัก หนึ่งในผลิตภัณฑ์สำคัญคือ "เจลบอล" (Gel Ball / Laundry Pods) ซึ่งบริษัทเป็นหนึ่งในผู้ผลิตรายแรก ๆ ในประเทศไทยที่มีไลน์การผลิตภายในโรงงานของตนเอง นอกจากนี้ยังพัฒนานวัตกรรมน้ำยาทำความสะอาดกึ่งสำเร็จรูปภายใต้แนวคิด "เติมน้ำแล้วใช้ได้เลย" เพื่อลดต้นทุนการขนส่งและเพิ่มประสิทธิภาพด้านโลจิสติกส์



บริษัทตั้งเป้ายอดขายแบรนด์ CHILLY แตะ 100 ล้านบาทภายใน 3 ปี โดยมุ่งเน้นการขยายตลาดต่างประเทศเป็นหลัก ทั้งในเวียดนาม ฟิลิปปินส์ ลาว กัมพูชา อินเดีย บังกลาเทศ ตะวันออกกลาง และจีน โดยอาศัยจุดแข็งด้านภาพลักษณ์ "Made in Thailand" ซึ่งยังคงได้รับความเชื่อมั่นสูง โดยเฉพาะในกลุ่มผลิตภัณฑ์ความงามและดูแลผิว

"เราเชื่อว่าผู้ผลิตไทยมีศักยภาพแข่งขันในระดับภูมิภาคและระดับโลกได้ หากมีทั้งมาตรฐานสากล ความรวดเร็วในการปรับตัว และวิสัยทัศน์ที่ชัดเจน พร้อมเปิดรับพันธมิตรทางธุรกิจที่ต้องการเติบโตอย่างมั่นคง และสร้างแบรนด์ให้แข็งแรงในระยะยาวไปด้วยกัน"



จากธุรกิจเทรดดิ้งขนาดเล็ก สู่ผู้ผลิต OEM รายได้เกือบ 500 ล้านบาท และการวางยุทธศาสตร์รุกตลาดโลกอย่างเป็นระบบ รอย คอนซูเมอร์ โปรดักส์ กำลังสะท้อนภาพผู้ประกอบการไทยยุคใหม่ที่ไม่ได้แข่งขันกันด้วยกำลังการผลิตเพียงอย่างเดียว แต่แข่งขันด้วยกลยุทธ์ ความเข้าใจตลาด และความสามารถในการเติบโตเคียงข้างพันธมิตรทางธุรกิจอย่างแท้จริง พร้อมก้าวสู่บทบาทสำคัญในห่วงโซ่อุตสาหกรรมความงามและสินค้าอุปโภคบริโภคของภูมิภาคในอนาคตอันใกล้

สำหรับผู้ประกอบการที่สนใจ สามารถพบกับบริษัทได้ที่งาน Cosmopack CBE ASEAN Bangkok 2026 ซึ่งจัดขึ้นภายใต้งาน Cosmoprof CBE ASEAN Bangkok 2026 งาน B2B ในประเทศไทยเพื่อขยายโอกาสทางธุรกิจความงามในตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีกำหนดจัดงานระหว่างวันที่ 24–26 มิถุนายน 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพฯ สอบถามข้อมูลและลงทะเบียนเข้าร่วมงานเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ cosmoprof.com และ Facebook: Cosmoprof CBE ASEAN Bangkok
59
เปิดค่ายลมหายใจไร้มลทิน ประจำปี 2569
เดินหน้าขยายเครือข่าย สร้างความซื่อสัตย์สุจริต


             ชไมพร ปภัสร์พงษ์ ผู้อำนวยการ มูลนิธิลมหายใจไร้มลทิน ร่วมมือจัดงานค่ายลมหายใจไร้มลทิน ประจำปี 2569 โดยมี อภิญญา ชมภูมาศ อธิบดีกรมกิจการเด็กและเยาวชน กล่าวเปิดงาน โดยมีเครือข่ายเยาวชนลมหายใจไร้มลทินเข้าร่วมกว่า 60 คน  สำหรับการอบรมนี้จะเสริมสร้างความซื่อสัตย์สุจริต เพื่อส่งเสริมการมีคุณธรรม จริยธรรม สร้างความซื่อสัตย์สุจริต และเรียนรู้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตให้กับเด็ก และเยาวชน ณ โรงแรมตรัง กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 12-14 มีนาคม 2569


             ผู้สนใจสามารถติดตามกิจกรรมต่างๆ ของมูลนิธิ “ลมหายใจไร้มลทิน” ได้ที่ lomhaijai.org dcy.go.th และ facebook.com/LomhaijaiFoundation













60
อาทิตย์นี้มีขำ! “หลวงพี่เท่ง คัมแบ็ก” มูฟวี่พรีเมียร์ ทางทรูโฟร์ยู ช่อง 24


ทรูโฟร์ยู ช่อง 24 พร้อมมอบความบันเทิงในค่ำคืนวันอาทิตย์ด้วยมูฟวี่พรีเมียร์ “หลวงพี่เท่ง คัมแบ็ก” ผลงานภาพยนตร์ตลกที่ผสมผสานความสนุกแบบดั้งเดิมของหนังไทยเข้ากับเสน่ห์เฉพาะตัวของตัวละครซึ่งผู้ชมคุ้นเคย ถ่ายทอดด้วยลีลาการเล่าเรื่องที่ทั้งขับขันและมีแง่คิดซ่อนอยู่ ทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้กลายเป็นสีสันใหม่ของค่ำคืนที่ผู้ชมไม่ควรพลาดชม








ภาพยนตร์ “หลวงพี่เท่ง คัมแบ็ก” ถ่ายทอดเรื่องราวของ หลวงพี่เท่ง (รับบทโดย เท่ง เถิดเทิง) ที่ตัดสินใจเดินทางกลับสู่ประเทศไทยอีกครั้ง หลังจากเดินทางไปแสวงบุญและจำพรรษาไกลถึงประเทศทิเบตมานานถึง 19 ปี เมื่อกลับมาถึง ท่านพบว่าสังคมไทยเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก ทั้งด้านเทคโนโลยีที่รวดเร็ว ความเชื่อที่บิดเบือน และวิถีชีวิตของผู้คนที่ยึดติดกับโลกโซเชียล หลวงพี่เท่งต้องกลับมาบูรณะวัดเก่าและฟื้นฟูศรัทธาที่ถูกต้อง ท่ามกลางปัญหาความงมงาย ลัทธิประหลาด และข่าวลือที่แพร่สะพัดในชุมชน ท่านจึงต้องใช้ทั้งเมตตาและสติปัญญาในการแก้ปัญหาอย่างละมุนละม่อม โดยมี มัคทายกส่ง (รับบทโดย โน้ต เชิญยิ้ม) คู่หูคนเดิมที่คอยซัพพอร์ตแบบฮาๆ พร้อมด้วยเหล่าศิษย์วัดจอมกวนรุ่นใหม่ที่มาช่วยเพิ่มสีสันให้เหตุการณ์ต่าง ๆ ปั่นป่วนและเข้มข้นขึ้น ติดตามชมมูฟวี่พรีเมียร์ “หลวงพี่เท่ง คัมแบ็ก” ได้ในวันอาทิตย์ที่ 22 มีนาคม 2569 เวลา 21.00 น. ทางทรูโฟร์ยู ช่อง 24 และชมสดออนไลน์ได้ที่ https://true4u.com/live/
Pages: 1 ... 4 5 [6] 7 8 ... 10