Recent Posts

Pages: 1 ... 4 5 [6] 7 8 ... 10
51
Cosmopack CBE ASEAN 2026 จับมือ 5 แบรนด์ Supply Chain ความงามชั้นนำ
เดินเครื่องโรงงานผลิตเครื่องสำอางจำลอง "The Sunscreen Factory"
ไฮไลต์ใหม่ในงาน Cosmoprof CBE ASEAN Bangkok 2026


กรุงเทพฯ, ประเทศไทย – "Cosmopack CBE ASEAN Bangkok 2026" เตรียมเปิดตัวครั้งแรกในประเทศไทย ในบทบาทแพลตฟอร์มที่รวม Supply Chain ด้านความงาม ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำไว้ในงานเดียว พร้อมเพิ่มกิจกรรมพิเศษ "The Sunscreen Factory" เข้ามาเสริมความโดดเด่นภายในงาน ให้กระบวนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ความงามถูกสื่อสารได้ชัดเจนขึ้น ผ่านประสบการณ์ที่ผู้ร่วมงานจะได้เห็นภาพจริงของเบื้องหลังขั้นตอนการผลิตสินค้า จาก 5 แบรนด์ผู้ผลิตชั้นนำ ในงาน Cosmoprof CBE ASEAN Bangkok 2026 ระหว่างวันที่ 24–26 มิถุนายน 2026 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

Cosmopack CBE ASEAN คือส่วนหนึ่งของงานแสดงเพื่อธุรกิจความงามระดับโลกอย่าง Cosmoprof CBE ASEAN Bangkok 2026 ถูกออกแบบมาเพื่อเป็นกลยุทธ์สำคัญในการตอบสนองต่อการขยายตัวของธุรกิจ และการเติบโตของกลุ่มผู้ประกอบการด้านสายการผลิต ตั้งแต่การทำงานวิจัยและพัฒนา การคัดเลือกวัตถุดิบและสารสกัด การออกแบบบรรจุภัณฑ์ ไปจนถึงการผลิต OEM/ODM โดย Cosmopack CBE ASEAN จะกลายเป็นเวทีสำคัญที่ตอบโจทย์แบรนด์ ซัพพลายเออร์ และผู้สร้างสรรค์นวัตกรรมในอุตสาหกรรมความงาม ที่ต้องการพัฒนาไอเดียสินค้าให้พร้อมออกสู่ตลาดสากลอย่างมีมาตรฐาน



นายสรรชาย นุ่มบุญนำ ผู้จัดการทั่วไป อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ประเทศไทย เปิดเผยว่า การนำแบรนด์ Cosmopack เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของงาน Cosmoprof CBE ASEAN Bangkok 2026 อย่างเต็มรูปแบบเป็นครั้งแรก จะช่วยยกระดับงานให้ครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ และเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยเชื่อมโยงโอกาสทางธุรกิจ พร้อมสร้างพันธมิตรที่ยั่งยืนในเวทีระดับนานาชาติ

"บนพื้นฐานความสำเร็จของงาน Cosmoprof CBE ASEAN Bangkok ในปี 2025 ที่ผ่านมา ได้ตอกย้ำบทบาทการเป็นแพลตฟอร์ม B2B สำคัญของภูมิภาค ทั้งจากการสร้างเครือข่ายธุรกิจ อัปเดตองค์ความรู้ระดับมืออาชีพ และการรวมเทรนด์ล่าสุดของอุตสาหกรรมความงามอาเซียนมาไว้ในที่เดียว ซึ่งการต่อยอดปี 2026 นี้ ด้วยงานเปิดตัวงาน Cosmopack CBE ASEAN และกิจกรรม The Sunscreen Factory จึงเป็นก้าวสำคัญที่จะทำผู้ประกอบการ ผู้เยี่ยมชมงาน จากทั้งไทยและต่างประเทศ ได้เห็นภาพที่ชัดเจนมากขึ้นศักยภาพของผู้ประกอบการและผู้ผลิตไทย พร้อมช่วยขับเคลื่อนอุตสาหกรรมความงามในภาพรวมให้ดียิ่งกว่าเดิม"

ภายในงาน Cosmopack CBE ASEAN Bangkok 2026 ยังมาพร้อมกับโปรแกรมจับคู่ธุรกิจ หรือ Business Matching เพื่อเปิดพื้นที่ให้ผู้ซื้อ-ผู้ขาย และผู้เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมสามารถนัดหมายเจรจาธุรกิจได้โดยตรง พร้อมมีพื้นที่จัดแสดงสินค้าที่ครอบคลุมทั้งในเรื่องสายการผลิต (Supply Chain) เพื่อให้ผู้เข้าร่วมงานมองเห็นภาพโซลูชันและนวัตกรรมที่ครอบคลุมการทำธุรกิจครบ ตั้งแต่หลังบ้านจนถึงหน้าร้าน



อีกหนึ่งจุดต่างสำคัญของ Cosmopack CBE ASEAN ปีนี้ คือการเพิ่มโซนกิจกรรมพิเศษอย่าง "The Sunscreen Factory" เข้ามาในงาน และทำหน้าที่เป็นพื้นที่ยกระดับบทบาทของผู้พัฒนาสินค้า ไม่ว่าจะเป็น นักพัฒนาสูตร นักออกแบบ หรือผู้ผลิต ให้ออกจากเบื้องหลังมาสู่เบื้องหน้า พร้อมแสดงศักยภาพและความเชี่ยวชาญให้เห็นอย่างเป็นรูปธรรม ภายใต้แนวคิดการเปลี่ยนซัพพลายเชนให้เป็นภาพที่เข้าใจง่าย โดยนำกระบวนการผลิตมาอยู่ในรูปแบบการจัดแสดงเชิงสาธิต (Physical set-up) ให้ผู้ร่วมงานได้ติดตามเส้นทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์ความงามได้ชัดเจน ตั้งแต่ช่วงการพัฒนา-สร้างสรรค์ การทำสูตร (Formulation) โซลูชันการบรรจุ (Filling) ตัวเลือกแพ็กเกจจิ้ง ไปจนถึงการเลือกช่องทางจัดจำหน่ายและสร้างประสบการณ์ให้ผู้บริโภค เป็นการเชื่อมต่อไอเดียที่มีเข้ากับการผลิตจริง และเพิ่มความเร็วในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้แข่งขันได้ในตลาดที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

กิจกรรม The Sunscreen Factory ภายในงาน Cosmopack CBE ASEAN Bangkok 2026 ได้รับการสนับสนุนจากแบรนด์-โรงงานชั้นนำรวม 5 บริษัท เพื่อร่วมกันเสริมองค์ความรู้ เทคโนโลยี และสร้างมาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ความงามให้เกิดขึ้นจริงในบริบทของธุรกิจ ประกอบด้วย



1. Derma Innovation – Contract Manufacturing (OEM/ODM) "การเข้าร่วม Cosmopack CBE ASEAN Bangkok 2026 เป็นโอกาสสำคัญที่ Derma Innovation จะได้แสดงศักยภาพด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์แบบ OEM/ODM ครบวงจร ตั้งแต่การคิดค้นแนวคิด วิจัยและพัฒนาสูตร ไปจนถึงการผลิตเชิงพาณิชย์ เราต้องการให้ผู้ประกอบการเห็นภาพเส้นทางการสร้างแบรนด์ความงามที่สามารถต่อยอดจากไอเดียสู่ผลิตภัณฑ์ที่พร้อมแข่งขันในตลาดได้จริง"


2. Selcon Co., Ltd. – Machinery (Mixing Machine) "Cosmopack CBE ASEAN Bangkok 2026 เป็นเวทีที่ Selcon ต้องการนำเสนอเทคโนโลยีเครื่องผสมที่เป็นหัวใจสำคัญของกระบวนการผลิต เพื่อให้ผู้ประกอบการได้เห็นถึงความสำคัญของการควบคุมคุณภาพและความสม่ำเสมอของผลิตภัณฑ์ พร้อมสร้างความมั่นใจว่าสูตรที่พัฒนาขึ้นสามารถต่อยอดสู่การผลิตจริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ"


3. TherLine – Machinery (Filling Machine) "เรามุ่งหวังให้ผู้เข้าชมงาน Cosmopack CBE ASEAN Bangkok 2026 ได้เห็นภาพการทำงานของกระบวนการผลิตแบบครบวงจร โดยเฉพาะขั้นตอนการบรรจุที่ช่วยรักษาคุณภาพผลิตภัณฑ์ เพิ่มความแม่นยำในการผลิต และเตรียมความพร้อมให้สินค้าก้าวสู่การจำหน่ายได้อย่างมีมาตรฐาน"


4. NAPAT PACKAGING – Packaging "การเข้าร่วม Cosmopack CBE ASEAN Bangkok 2026 เปิดโอกาสให้เราได้นำเสนอแนวคิดด้านบรรจุภัณฑ์ที่ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงปกป้องสินค้า แต่ยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างมูลค่าและภาพลักษณ์ของแบรนด์ เราต้องการให้ผู้ประกอบการเห็นว่าแพ็กเกจจิ้งคือหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ช่วยผลักดันความสำเร็จของผลิตภัณฑ์ในตลาด"


5. Propack – Packaging / Wrapping "ในงาน Cosmopack CBE ASEAN Bangkok 2026 เราต้องการสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของกระบวนการปลายทางในสายการผลิต ตั้งแต่การห่อหุ้ม การจัดเตรียมสินค้า ไปจนถึงความพร้อมในการกระจายสู่ช่องทางจำหน่าย โดยทุกขั้นตอนล้วนมีบทบาทสำคัญในการส่งมอบผลิตภัณฑ์คุณภาพถึงมือผู้บริโภคอย่างสมบูรณ์"


"การเปิดตัว Cosmopack CBE ASEAN อย่างเต็มรูปแบบ ภายในงาน Cosmoprof CBE ASEAN Bangkok 2026 ยังสะท้อนคุณค่าในอุตสาหกรรมความงามไทย ต่อการผลักดันให้ประเทศไทยก้าวสู่บทบาท ศูนย์กลางการผลิตและนวัตกรรมความงามของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ผ่านการเชื่อมเครือข่ายงานแสดงสินค้าธุรกิจระดับโลกเข้ากับผู้เล่นในภูมิภาค ทั้งแบรนด์ ผู้ผลิต ซัพพลายเออร์ และนักลงทุน ที่คาดว่าจะมีผู้จัดแสดงเข้าร่วมมากกว่า 700 บริษัท และมีแบรนด์กว่า 2,500 แบรนด์จากนานาประเทศ ที่จะมาร่วมสร้างความร่วมมือที่เติบโตได้อย่างยั่งยืนในปี 2026 นี้" นายสรรชาย กล่าว

งาน Cosmopack CBE ASEAN จัดขึ้นภายใต้งาน "Cosmoprof CBE ASEAN Bangkok 2026" งาน B2B ด้านธุรกิจความงามชั้นนำในประเทศไทย โดยมีกำหนดจัดงานระหว่างวันที่ 24–26 มิถุนายน 2026 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC) กรุงเทพฯ

สอบถามข้อมูล/การลงทะเบียนเข้าร่วมงาน และติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.cosmoprofcbeasean.com
52
สคส. จัดงาน "ครบรอบ 4 ปี สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล"
ส่งสัญญาณยกระดับ PDPA ไทย สร้างความเชื่อมั่นเศรษฐกิจดิจิทัล


ความเคลื่อนไหวที่น่าจับตาจาก "พ.ต.อ.สุรพงศ์ เปล่งขำ" เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เตรียมจัดงานครั้งสำคัญ "ครบรอบ 4 ปี สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล" ในวันที่ 25 มิถุนายนนี้ โดยงานดังกล่าวนอกจากจะเป็นการสะท้อนความสำเร็จตลอด 4 ปีของการขับเคลื่อนกฎหมาย PDPA แล้ว ยังเป็นอีกหนึ่งเวทีสำคัญในการกำหนดทิศทางการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของประเทศไทยในอนาคต ท่ามกลางความท้าทายใหม่จาก AI, Deepfake, Cyber Threat, Scam Economy และเหตุข้อมูลรั่วไหลที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องทั่วโลก

ภายในงานพบกับการจัดเสวนาพิเศษหัวข้อ "4th Anniversary PDPC Thailand : ความก้าวหน้าและพัฒนาการด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัลของประเทศ" ซึ่งรวบรวมผู้บริหารและผู้กำหนดนโยบายด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของประเทศ นำโดย ประธานกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และ ประธานกรรมการกำกับสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล มาร่วมถอดบทเรียนตลอด 4 ปีที่ผ่านมา พร้อมแลกเปลี่ยนมุมมองต่อบทบาทของ PDPA ในยุคเศรษฐกิจดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่กำลังเปลี่ยนแปลงโลกอย่างรวดเร็ว

อีกหนึ่งไฮไลต์ที่ภาคธุรกิจไม่ควรพลาด คือ การบรรยายพิเศษเรื่อง "การขอเครื่องหมายรับรองมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล" ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับมาตรฐานการบริหารจัดการข้อมูลส่วนบุคคลขององค์กรไทยให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล โดยเครื่องหมายดังกล่าวจะช่วยสะท้อนให้องค์กรคู่ค้า นักลงทุน และประชาชนเห็นว่า องค์กรนั้นมีระบบการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้มาตรฐาน มีธรรมาภิบาลด้านข้อมูล และให้ความสำคัญกับสิทธิของเจ้าของข้อมูลอย่างแท้จริง อันจะเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นทางธุรกิจในยุค Data Economy

ถือเป็นงานครั้งสำคัญจาก สคส. ถึงทิศทางการ "คุมเข้ม" และ "ยกระดับ" มาตรการด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในช่วงครึ่งปีหลัง โดยเฉพาะการรับมือ Data Breach การใช้ AI อย่างรับผิดชอบ และการผลักดันให้องค์กรไทยก้าวสู่มาตรฐานการกำกับดูแลข้อมูลส่วนบุคคลที่ทัดเทียมนานาชาติ ทิศทาง PDPA ไทยกำลังจะเดินหน้าไปทางใด ต้องจับตางานครบรอบ 4 ปี สคส. ครั้งนี้ให้ดี และนี่คืออีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของการยกระดับความเชื่อมั่นดิจิทัลของประเทศในปี 2569 และสามารถติดตามรับชมบรรยากาศการถ่ายทอดสดงานครบรอบ 4 ปี สคส.ในวันที่ 25 มิถุนายนนี้ ผ่านทางเพจเฟซบุ๊ก สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล -สคส
53
ค่ายรถแห่จองพื้นที่ MOTOR EXPO 2026 เต็มแล้ว


             “IMC สื่อสากล” เปิดจองพื้นที่งาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 43” ค่ายรถยนต์ จักรยานยนต์ ไม่ยอมพลาด วันเดียวจองเต็มพื้นที่


             ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ ประธานจัดงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 43” เปิดเผยว่า “จากความสำเร็จของงานปีก่อน ที่มียอดรถยนต์ 75,246 คัน จักรยานยนต์ 5,263 คัน ผู้เข้าชมงานกว่า 1.5 ล้านคน สร้างเม็ดเงินสะพัดรวมกว่า 7 หมื่นล้านบาท ประกอบกับตลาดรถยนต์ปีนี้ยังขยายตัวต่อเนื่อง ส่งผลให้การเปิดจองพื้นที่ MOTOR EXPO 2026 ภายในอาคารชาลเลนเจอร์ 1-3 รวม 60,000 ตารางเมตร มีผู้ผลิตรถยนต์ จักรยานยนต์ และอุปกรณ์เกี่ยวเนื่อง ให้ความสนใจอย่างคึกคัก ถูกจองเต็มอย่างรวดเร็ว”


             ยิ่งกว่านั้น ในงานยังจัดสรรพื้นที่สำหรับกิจกรรมต่างๆ ที่น่าสนใจ สำหรับเด็ก เยาวชน และคนรักยานยนต์ ได้แก่ Join Boat Platform จัดแสดงเรือ และกิจกรรมทางน้ำ / Skill Driving Experience Junior จัดกิจกรรมสนุกปลูกฝังวินัยจราจรเด็ก / มูลนิธิ "ลมหายใจไร้มลทิน" / Skill Driving Experience ให้ความรู้การขับรถที่ถูกต้อง / Spirit of the 4x4 Driving School ให้ความรู้การขับรถขับเคลื่อน 4 ล้อ / สมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย จัดแสดงรถโบราณทรงคุณค่า ฯลฯ

             “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 43” จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “โน่น นี่ นั่น สารพันยานยนต์-Here, There and Every Car” โดยมีผู้อุปถัมภ์อย่างเป็นทางการ ได้แก่ บริษัท ทรู วิชั่นส์ กรุ๊ป จำกัด บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน) บริษัท สิงห์ คอร์เปอเรชั่น จำกัด และบริษัท ฟินนิกซ์ ฟิล์ม จำกัด

             พบกับ งาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 43” ณ อาคารชาลเลนเจอร์ IMPACT เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 2-13 ธันวาคม 2569 ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ motorexpo.co.th และทุกสื่อในเครือ “IMC สื่อสากล”
54
MOTOR EXPO 2026
สานต่อโครงการ “การจัดงานอย่างยั่งยืน”


             บริษัท สื่อสากล จำกัด ผู้จัดงานแสดงยานยนต์ระดับนานาชาติ “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 43” ภายใต้แนวคิด “โน่น นี่ นั่น สารพันยานยนต์-Here, There and Every Car” เปิดจองพื้นที่ ซึ่งในงานได้มอบถุงที่ทำจากวัสดุรีไซเคิลจากป้ายไวนิลของการจัดงานปีก่อนเป็นของที่ระลึก

             ทั้งนี้ของที่ระลึกดังกล่าว เป็นการสานต่อโครงการ “การจัดงานอย่างยั่งยืน” (Motor Expo Sustainable Exhibition) ถือเป็นการจัดการวัสดุตกแต่งหลังเสร็จสิ้นการจัดแสดง เพื่อไม่ให้กลายเป็นขยะฝังกลบ ได้ตระหนักถึงความสำคัญของการจัดงานอย่างมีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม และนอกจากนี้ยังเชิญชวน ผู้ร่วมแสดงงาน “มหกรรมยานยนต์” เข้าร่วมโครงการ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการจัดงานอย่างยั่งยืนในอนาคตไปด้วยกัน

             พบกับ งาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 43” ณ อาคารชาลเลนเจอร์ IMPACT เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 2-13 ธันวาคม 2569 ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ motorexpo.co.th และทุกสื่อในเครือ “IMC สื่อสากล”
55
KMITL Future Innovator 2026 เปิดรับสมัครผลงานนวัตกรรม
เฟ้นหานวัตกรรุ่นใหม่ ขับเคลื่อนชุมชนและสังคมสู่ความยั่งยืน


สำนักการเรียนรู้ตลอดชีวิต สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ร่วมกับคณะ/วิทยาลัย/สำนัก และหน่วยงานต่าง ๆ ภายในสถาบัน เปิดรับสมัครและเชิญชวนนักเรียน นักศึกษา คณาจารย์ นักวิจัย และผู้สนใจทั่วประเทศ ส่งผลงานเข้าร่วมประกวดและแข่งขันด้านนวัตกรรมในงาน “KMITL Future Innovator 2026” ภายใต้แนวคิด “นวัตกรรมเพื่อการขับเคลื่อนชุมชนและสังคมสู่ความยั่งยืน” ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1-6 กันยายน และ 12-13 กันยายน 2569 ณ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.)

โครงการดังกล่าวมุ่งเปิดเวทีให้นวัตกรรุ่นเยาว์ นักเรียน นักศึกษา และประชาชนทั่วไป ได้แสดงศักยภาพผ่านการนำเสนอผลงาน สิ่งประดิษฐ์ และแนวคิดสร้างสรรค์ในหลากหลายสาขา อาทิ นาโนเทคโนโลยี นวัตกรรมการเกษตร ธุรกิจ เมืองอัจฉริยะ ศิลปะ การบิน ทันตแพทยศาสตร์ และการพยาบาล พร้อมส่งเสริมการประยุกต์ใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นร่วมกับองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อชุมชนและสังคมอย่างยั่งยืน

ภายในงานมีโครงการประกวดและแข่งขันด้านนวัตกรรมรวม 12 โครงการ อาทิ การประกวดนวัตกรรมด้านนาโนเทคโนโลยีระดับประเทศ ครั้งที่ 14/2569, แข่งขันแนวคิดนวัตกรรมการเกษตรเพื่ออนาคต (Pitching),  KMITL Business School Hackathon 2026 Season 3: The Entrepreneurial Innovator, Smart Idea Showcase: Liberal Arts Innovators, Young Innovators 2026, ศิลป์สร้างเมือง: Art Learning Place, KMITL AIRBUS Landing Challenge 2026, และภารกิจโดรนส่งต่อหัวใจ  เพื่อเฟ้นหานวัตกรรุ่นใหม่และส่งเสริมการพัฒนานวัตกรรมที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง โดยผู้ชนะจะได้รับถ้วยรางวัล เกียรติบัตร และเงินรางวัล ขอเชิญผู้สนใจส่งผลงานเข้าร่วมประกวดและสมัครเข้าร่วมกิจกรรม โดยสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่หมายเลขโทรศัพท์ 089 785 1023 หรือที่ QR Code นี้




ห้ามพลาด! ร่วมเปิดโลกแห่งนวัตกรรมและโอกาสระดับสากล ในงาน “ลาดกระบังนิทรรศน์ 2569” (KMITL EXPO 2026) ระหว่างวันที่ 1 - 6 กันยายน 2569 ณ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ภายในงานพบกับการจัดแสดงนวัตกรรมและเทคโนโลยีแห่งอนาคต เวทีเสวนานานาชาติ กิจกรรม Open House เวิร์กชอป และกิจกรรมสร้างสรรค์สำหรับเยาวชนตลอดทั้ง 6 วัน ผู้สนใจสามารถติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวเพิ่มเติมได้ทาง ผู้สนใจสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารและความเคลื่อนไหวเพิ่มเติมได้ทาง Facebook: https://www.facebook.com/kmitlofficial   และเว็บไซต์ https://www.kmitl.ac.th   หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02-329-8000
56
สมหวัง เงินสั่งได้ เปิดตัวโฆษณาชุดใหม่ เข้าใจทุกวิกฤตการเงิน
ย้ำจุดยืน ‘เพื่อนที่พร้อมเคียงข้างคนไทย’


สมหวัง เงินสั่งได้ ผู้ให้บริการสินเชื่อจำนำทะเบียนรถในกลุ่มธนาคารทิสโก้ เดินหน้าตอกย้ำจุดยืนในการเป็นเพื่อนแท้ทางการเงินที่พร้อมอยู่เคียงข้างคนไทยในทุกสถานการณ์ เปิดตัวแคมเปญโฆษณาล่าสุด “สินเชื่อรถแลกเงิน รวดเร็ว ทันใจ เรียกใช้สมหวัง” สะท้อนบทบาทการเป็นที่พึ่งที่เข้าใจและพร้อมช่วยเหลือคนไทยที่ต้องการเงินด่วน เพื่อสู้ต่อ ท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจ

นายสุรัตน์ เฑียรบุญเลิศรัตน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไฮเวย์ จำกัด (บริษัทในกลุ่มทิสโก้) ผู้ให้บริการสินเชื่อจำนำทะเบียนรถทุกประเภท และนายหน้าประกันภัย ภายใต้แบรนด์ “สมหวัง เงินสั่งได้” กล่าวว่า ช่วงหลายปีที่ผ่านมา คนไทยยังคงเผชิญภาวะเศรษฐกิจที่ท้าทาย ท่ามกลางหนี้ครัวเรือนในระดับสูง ส่งผลให้ผู้บริโภคมีสภาพคล่องลดลง และความสามารถในการชำระหนี้ลดลง ส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่อง เราไม่ได้มองลูกค้าเป็นเพียงผู้ขอสินเชื่อ แต่มองเป็นเพื่อนคนหนึ่งที่ต้องการความช่วยเหลือและกำลังใจ ‘สมหวัง เงินสั่งได้’ จึงเลือกใช้เรื่องราวใกล้ตัวและเกิดขึ้นได้จริงกับทุกคนมาถ่ายทอดผ่านโฆษณาชุดนี้ เพื่อยืนยันว่าไม่ว่าปัญหาทางการเงินจะหนักหนาเพียงใด เราพร้อมเป็นที่พึ่งพิงด้วยความจริงใจ และมุ่งมั่นมอบบริการที่รวดเร็ว ทันใจ เพื่อให้ลูกค้าได้รับเงินก้อนไปคลี่คลายสถานการณ์ฉุกเฉินได้อย่างทันท่วงที และก้าวต่อไปได้


ภาพยนต์โฆษณาชุดนี้ถ่ายทอดเรื่องราวจากชีวิตจริงของคนสู้ชีวิต 3 รูปแบบ แม้จะเผชิญกับสถานการณ์ที่จริงจัง แต่ ‘สมหวัง เงินสั่งได้’ เลือกที่จะเล่าเรื่องด้วยโทนที่อบอุ่นสอดแทรกอารมณ์ขัน สะท้อนว่า ทุกปัญหามีทางออก และสมหวังพร้อมที่จะเป็นเพื่อนที่รับฟังและช่วยเหลืออยู่เสมอ นำแสดงโดย “เด่นคุณ งามเนตร” พรีเซนเตอร์พระเอกดังที่อยู่กับครอบครัวสมหวังฯ มาอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 7  เป็นตัวแทนภาพลักษณ์ของความเป็นเพื่อนที่จริงใจและเชื่อถือได้ โดยโฆษณาชุดนี้แบ่งเล่าเรื่องราวออกเป็น 3 ตอน ได้แก่

·      ตอน กำลังจะจม – เล่าเรื่องราวผ่านไรเดอร์ ตัวแทนของผู้ใช้รถมอเตอร์ไซค์ ที่ขาดสภาพคล่องทางการเงินและต้องการเงินด่วนมาซ่อมแซมที่พักอาศัย

·      ตอน มองไม่เห็นทาง – เล่าเรื่องราวผ่านพนักงานออฟฟิศ ตัวแทนของผู้ใช้รถเก๋ง ที่มีภาระหนี้ที่จำเป็นมากมาย และต้องการนำเงินมาหมุนเวียนในชีวิตประจำวัน

·      ตอน หลังชนฝา เล่าเรื่องราวผ่านแม่ค้าร้านอาหาร ตัวแทนของผู้ใช้รถกระบะ ที่ต้องการเงินลงทุนในการขยับขยายร้าน ต่อยอดธุรกิจ ขยายกิจการ เพื่อสร้างรายได้เพิ่มขึ้น

สามารถรับชมโฆษณา “สินเชื่อรถแลกเงิน รวดเร็ว ทันใจ เรียกใช้สมหวัง” ได้แล้ววันนี้ ผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียของ สมหวัง เงินสั่งได้


สมหวัง เงินสั่งได้ ภายใต้บริษัท ไฮเวย์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในกลุ่มธนาคารทิสโก้ เปิดให้บริการสาขาแรกเมื่อปี 2555 โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ได้พัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการสินเชื่อมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้คนไทยเข้าถึงสินเชื่อในระบบที่ให้บริการอย่างมืออาชีพ โดยให้บริการสินเชื่อจำนำทะเบียนรถทุกประเภท ตั้งแต่รถ 2 – 22 ล้อ ไม่ว่าอาชีพไหนก็สามารถสมัครขอสินเชื่อได้ อนุมัติไว ไม่ต้องโอนเล่มทะเบียน และให้วงเงินสูงสุด 100% ของราคาประเมิน โดยพิจารณาจากความสามารถในการชำระหนี้ของลูกค้า กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว เพื่อไม่ให้เกิดภาระหนี้เกินตัว

อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงสำหรับสินเชื่อทะเบียนรถยนต์อยู่ระหว่าง 12% – 24% ต่อปี และสำหรับสินเชื่อทะเบียนรถมอเตอร์ไซค์อยู่ระหว่าง 15% - 24% ต่อปี ทั้งนี้ เงื่อนไขในการพิจารณาให้สินเชื่อเป็นไปตามผู้ให้สินเชื่อกำหนด สำหรับผู้ที่กำลังมองหาเพื่อนที่พร้อมช่วยคุณในยามฉุกเฉิน สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 02-123-4000 LINE: @Somwang หรือ เว็บไซต์: www.somwang.co.th

หมายเหตุ  บริษัท ไฮเวย์ จำกัด เป็นผู้ให้สินเชื่อทะเบียนรถมอเตอร์ไซค์ และธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ให้สินเชื่อทะเบียนรถยนต์
57
บมจ.เออาร์ไอพีและพันธมิตรเตรียมจัดงานมหกรรมสินค้าไอที
“COMMART ULTRAFORCE” อัปเดตเทรนด์ AI รอบกลางปี
2 - 5 กรกฎาคม 2569 ณ ไบเทค บางนา


บริษัท เออาร์ไอพี จำกัด (มหาชน) และพันธมิตรแบรนด์ไอทีชั้นนำ เตรียมจัดงาน “COMMART ULTRAFORCE” มหกรรมแสดงและจำหน่ายสินค้าไอทีกลางปี 2569 พร้อมขนทัพสินค้าไอทีจากแบรนด์ชั้นนำ มาให้ลองสัมผัสกันอย่างจุใจ

สายอัปเกรดห้ามพลาด เตรียมรับไอเดียแต่งคอมสุดล้ำ ด้วยอุปกรณ์ระดับไฮเอนด์ที่ยกให้เป็น The Best ทั้งคอมบ้าน และเครื่องที่ใช้งานระดับองค์กร ทดลองเล่นก่อนตัดสินใจซื้อ ครบทั้ง Notebook AI, AI PC, Gaming PC, Smart Device, อุปกรณ์ DIY PC, จอมอนิเตอร์ ตอบโจทย์ทั้งผู้ใช้งานทั่วไป เกมเมอร์ นักสร้างคอนเทนต์ ไปจนถึงองค์กรธุรกิจที่กำลังปรับตัวเข้าสู่ยุค AI อย่างเต็มรูปแบบ ภายในงานเดียว พร้อมโปรโมชันสุดคุ้ม ราคาพิเศษเฉพาะภายในงานระหว่างวันที่ 2 - 5 กรกฎาคม 2569 ณ Hall 98 - 99 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา เข้างานฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย


นายบุญเลิศ นราไท ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เออาร์ไอพี จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ปัจจุบันอุตสาหกรรมไอทีกำลังก้าวเข้าสู่ยุคของ AI Computing อย่างเต็มรูปแบบ โดยเฉพาะเทรนด์ Local AI หรือการประมวลผล AI บนอุปกรณ์โดยตรง ซึ่งกำลังได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากช่วยลดค่าใช้จ่ายในการใช้บริการ Cloud เพิ่มความปลอดภัยของข้อมูล และตอบโจทย์การใช้งานของทั้งบุคคลและองค์กร ส่งผลให้ผู้ผลิตคอมพิวเตอร์และโน้ตบุ๊กหลายแบรนด์เร่งพัฒนาสินค้ารุ่นใหม่ที่รองรับการประมวลผล AI มากขึ้น ขณะที่สินค้ารุ่นก่อนหน้ามีการปรับราคาเพื่อระบายสต็อก ถือเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับผู้บริโภคที่ต้องการอัปเกรดอุปกรณ์ไอที”

นอกจากนี้ กลุ่ม Gaming และ Smart Devices ยังคงมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากพฤติกรรมผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับการทำงาน ความบันเทิง และไลฟ์สไตล์ดิจิทัลมากขึ้น สินค้าใหม่ในกลุ่ม Gaming Gear เครื่องเล่นเกม แท็บเล็ต และสมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุด ยังคงได้รับความสนใจจากตลาดอย่างต่อเนื่อง


สำหรับแนวคิดของงาน COMMART ULTRAFORCE ในครั้งนี้ จะสะท้อนภาพการเปลี่ยนผ่านสู่ยุค AI อย่างชัดเจน โดยเฉพาะคอมพิวเตอร์รุ่นใหม่ที่รองรับการทำงานด้าน AI และ Local AI มากขึ้น และปัจจุบันผู้ผลิตคอมพิวเตอร์เริ่มเปิดตัว AI PC ที่สามารถประมวลผลโมเดล AI ขนาดย่อมได้ภายในเครื่อง ตั้งแต่ระดับ Core Ultra 5 หรือ Ryzen AI 5 ที่มาพร้อม NPU ในตัว ไปจนถึงแพลตฟอร์มประสิทธิภาพสูงที่ออกแบบมาสำหรับงาน Local AI โดยเฉพาะ ขณะที่เทคโนโลยีใหม่ที่เปิดตัวในงาน Computex 2026 อย่าง NVIDIA RTX Spark ซึ่งเป็นชิปสำหรับการประมวลผล Local AI และรองรับระบบปฏิบัติการ Windows ได้รับความสนใจอย่างมากในฐานะอีกหนึ่งทางเลือกของตลาด AI Computing ในอนาคต

ด้านกลุ่ม DIY PC ยังคงเป็นไฮไลต์สำคัญของงาน โดยผู้บริโภคจะได้พบกับชุดคอมประกอบราคาพิเศษจาก  แบรนด์ชั้นนำ พร้อมคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญในการจัดสเปกให้เหมาะกับการใช้งานในยุค AI โดยคาดว่า SSD ความจุ 2TB จะกลายเป็นมาตรฐานใหม่สำหรับผู้ใช้งานที่ต้องรองรับทั้งเกมระดับ AAA และงานด้าน AI ที่ต้องใช้พื้นที่จัดเก็บข้อมูลเพิ่มขึ้น


แม้ราคาอุปกรณ์บางประเภท เช่น การ์ดจอและหน่วยความจำ จะมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นตามต้นทุนตลาดโลก แต่ผู้บริโภคยังสามารถเลือกซื้ออุปกรณ์ต่อพ่วงในราคาที่คุ้มค่ามากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเคสคอมพิวเตอร์ดีไซน์ซ่อนสาย จอมอนิเตอร์ประสิทธิภาพสูง รวมถึงอุปกรณ์เสริมรุ่นใหม่ที่นำมาให้ทดลองใช้งานจริงภายในงาน

นายอธิชัย อุ่นโกมล ผู้จัดการประจำประเทศ และหัวหน้าธุรกิจผู้บริโภค บริษัท เอ็นวิเดีย (ประเทศไทย) จำกัด หนึ่งในพันธมิตรของงานคอมมาร์ต กล่าวว่า ในช่วงปีที่ผ่านมานวัตกรรมของอุปกรณ์ไอทีได้พัฒนาไปอย่างก้าวกระโดด สะท้อนถึงความต้องการของผู้บริโภคที่หลากหลายมากขึ้น  ซึ่งภายในงาน COMMART ULTRAFORCE ครั้งนี้ เอ็นวิเดีย ประเทศไทย ได้จับมือกับแบรนด์ชั้นนำ เตรียมนำเสนอสุดยอดอุปกรณ์สเปกระดับท็อป ที่ตอบโจทย์การใช้งานครบทุกด้าน ตั้งแต่การทำงาน การสร้างสรรค์ผลงาน ไปจนถึงการเล่นเกม ซึ่งผู้ร่วมงานจะได้พบกับที่สุดของกราฟิกการประมวลผลระดับสูง, หน้าจอที่มีอัตรารีเฟรชเรตลื่นไหล หาตัวจับยาก, รวมถึงนวัตกรรมสุดล้ำอย่างผู้ช่วย AI Agent ที่มาพร้อมความสามารถในการประมวลผลบนเครื่อง (On-Device) ที่ปลอดภัย ตอบโจทย์ทุกการใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างมีประสิทธิภาพ


“ทางเอ็นวิเดียตั้งใจเดินหน้าจับมือกับพันธมิตร เพื่อนำเสนออุปกรณ์สเปกท็อปที่สามารถตอบสนองทุกกลุ่มผู้บริโภค ไม่ว่าจะเป็นการทำงาน การสร้างสรรค์ หรือการเล่นเกม เพื่อให้ทุกคนได้สัมผัสประสบการณ์ที่เหนือกว่าในงาน COMMART ULTRAFORCE ครั้งนี้”

COMMART ULTRAFORCE จึงเป็นมากกว่างานจำหน่ายสินค้าไอที แต่เป็นเวทีสำคัญสำหรับผู้ที่ต้องการ    อัปเดตเทคโนโลยี AI ล่าสุด ค้นหาอุปกรณ์ที่เหมาะกับการทำงานและไลฟ์สไตล์ในอนาคต พร้อมรับข้อเสนอสุดพิเศษจากแบรนด์ชั้นนำตลอด 4 วันเต็ม ระหว่างวันที่ 2 - 5 กรกฎาคม 2569 ณ Hall 98 - 99 ไบเทค บางนา



นายพรชัย จันทรศุภแสง ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อไอซีทีและการจัดงาน บริษัท เออาร์ไอพี จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า แนวโน้มผู้บริโภคในปีนี้ให้ความสำคัญกับอุปกรณ์ที่รองรับ AI และการใช้งานแบบ Hybrid มากขึ้น ทั้งการทำงาน การเรียน การเล่นเกม และการสร้างคอนเทนต์ ส่งผลให้ตลาดอุปกรณ์ไอทีระดับ Performance ยังคงเติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่ม AI PC, Gaming และ Creator Device

“COMMART ULTRAFORCE” จะเป็นอีกหนึ่งงานสำคัญที่รวบรวมสินค้าไอทีประสิทธิภาพสูง พร้อมข้อเสนอที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคในช่วงกลางปี ทั้งโปรโมชันลดราคา ของแถม เครดิตเงินคืน และกิจกรรมพิเศษจากพันธมิตรแบรนด์ต่าง ๆ เพื่อกระตุ้นตลาดไอทีในช่วงครึ่งปีหลัง”


สำหรับไฮไลต์โปรโมชันภายในงาน ประกอบด้วย
•   Commart Big Bonus ช้อปครบ 3,000. - บาท ได้สิทธิ์ลุ้นโชค 2 ต่อ ต่อแรก ลุ้นจับรางวัล จอคอมพิวเตอร์, เครื่องเล่นเกม Nintendo Switch 2, รถจักรยานไฟฟ้า, เครื่องฟอกอากาศ ต่อที่ 2 อัปโหลดใบเสร็จ ผ่าน LINE COMMART ได้ลุ้น AirPods 4 จำนวน 5 รางวัล
•   คอมมาร์ตวัดดวง สมัครปั๊บรับสิทธิ์ลุ้นฟรี คูปองส่วนลดสูงสุด 10,000 บาท และของที่ระลึกอีกมากมาย แค่มางานก็รับไปเลย
•   คอมมาร์ตช่วยจ่ายค่าจอดรถ เพียงซื้อสินค้าในงานคอมมาร์ตครบ 30,000. - รับสิทธิ์จอดรถฟรี 3 ชั่วโมง

Special โปรโมชัน วันธรรมดา (เฉพาะวันพฤหัส - ศุกร์)
•   ลุ้นรับคูปอง 10,000 บาท สำหรับช้อปคอมพิวเตอร์ ภายในงาน แค่มางานก็มีสิทธิ์ลุ้น โปรโมชัน Early Bird 10:00-12:00 และ Rush Hour 13:00-17:00
•   Commart On Top ช้อปครบ 50,000. - แลกคูปองส่วนลดเพิ่ม 500.-, ช้อปครบ 30,000. - แลกคูปองส่วนลดเพิ่ม 300.-



นอกจากนี้ ภายในงานยังมีโปรโมชันผ่อนชำระ 0% และเครดิตเงินคืนจากบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ, โปรโมชัน Clearance Sale จากร้านค้า และแลกรับของสมนาคุณเมื่อซื้อสินค้าจากแบรนด์ชั้นนำที่ร่วมรายการ

งาน “COMMART ULTRAFORCE” ได้รับความร่วมมือจากพันธมิตรธุรกิจไอทีชั้นนำ อาทิ ACE, Achiva, AMD, AppleSheep, Ascenti, ASUS, Banana E-Quip, Bewell, Epson, Ergotrend, GamersLab, iStudio by SPVI, IT City, J.I.B, MSI, NVIDIA GEFORCE, Secretlab, SPEED Computer, Studio7, TTRacing, เครดิตบูโร และพันธมิตรอีกมากมาย พร้อม Media Partner ได้แก่ Techhub, Beartai, Business+, CeeMeAgain, ExtremeIT, iT24Hrs., Notebookspec และ ชอบโปร


ผู้สนใจสามารถเข้าชมงานได้ฟรี ระหว่างวันที่ 2 - 5 กรกฎาคม 2569 เวลา 10.00 - 21.00 น. ณ Hall 98 - 99 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา เดินทางสะดวกด้วยรถไฟฟ้า BTS สถานีบางนา 

ติดตามข่าวสารโปรโมชันและกิจกรรม หรือรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.commartThailand.comwww.facebook.com/commartThailand, LINE:@Commart, และ https://x.com/Commart
58
มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เดินหน้าโครงการ “พัดลมคลายร้อน สร้างสุข เพื่อน้องในถิ่นทุรกันดาร” ครั้งที่ 3 รุดส่งมอบชุดพัดลมเพดาน แขวนผนัง และตั้งพื้น พร้อมค่าพาหนะ ค่าติดตั้งพัดลม แก่โรงเรียนที่ขาดแคลนเพิ่มอีก 5 จังหวัด รวมมูลค่ากว่า 9 แสนบาท




ระหว่างวันที่ 5-9 มิถุนายน พ.ศ. 2569 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายจารุรัตน์ คุณัตถานนท์ กรรมการและเหรัญญิก นายสุรพงศ์ เสรฐภักดี กรรมการและรองเหรัญญิก พร้อมด้วย นางศิริพร กระจ่างหล้า ผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์ นางสาวศุภรัตน์ สมบัติเจริญไทย รักษาการผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์/หัวหน้าแผนกส่งเสริมการศึกษาและอาชีพ และนายพิทักษ์พนธ์ ถูกจิตต์ รักษาการผู้ช่วยหัวหน้าแผนกส่งเสริมการศึกษาและอาชีพ ลงพื้นที่มอบชุดพัดลมเพดาน แขวนผนัง และตั้งพื้น รวมทั้งชุดนักเรียน ในโครงการ พัดลมคลายร้อน สร้างสุข เพื่อน้องในถิ่นทุรกันดาร ครั้งที่ 3 ให้แก่สถานศึกษาในถิ่นทุรกันดารในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา สิงห์บุรี  ชัยนาท  ฉะเชิงเทรา และปราจีนบุรี รวม 5 จังหวัด 25 โรงเรียน รวมจำนวนพัดลมทั้งสิ้น 274 ตัว พร้อมมอบค่าพาหนะให้แก่โรงเรียนๆ ละ 2,000 บาท และค่าติดตั้งพัดลมแก่โรงเรียนๆ ละ 3,000 บาท นอกจากนี้มูลนิธิฯ ยังได้มอบชุดนักเรียน ให้แก่นักเรียนทั้ง 25 โรงเรียน รวม 750 ชุด รวมงบประมาณทั้งสิ้น 995,494 บาท (เก้าแสนเก้าหมื่นห้าพันสี่ร้อยเก้าสิบสี่บาทถ้วน) เพื่อลดสภาวะอากาศร้อนภายในโรงเรียน ให้นักเรียน ครู และบุคลากรในโรงเรียนได้คลายร้อนและมีสมาธิในการเรียนการสอน โดยมี ผู้แทนจากหน่วยงานรัฐเป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย มูลนิธิฯ / สมาคมจีนประจำจังหวัดต่างๆ เป็นผู้ประสานงานและร่วมในพิธี และอาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งจุดสิงห์บุรี ร่วมลงพื้นที่แจกจ่าย


โครงการพัดลมคลายร้อน สร้างสุข เพื่อน้องถิ่นทุรกันดาร มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง โดย นายวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการ ห่วงใยนักเรียน ครู และบุคลากรในสถานศึกษาถิ่นทุรกันดารที่ขาดแคลนพัดลม จึงมอบหมายให้คณะกรรมการมูลนิธิฯ จัดทีมฝ่ายสังคมสงเคราะห์ เร่งดำเนินการโครงการ พัดลมคลายร้อน สร้างสุข เพื่อน้องถิ่นทุรกันดาร นำร่องเมื่อปี พ.ศ. 2567 ที่ผ่านมา โดยมอบชุดพัดลมแก่สถานศึกษาในพื้นที่จังหวัดสระบุรี ลพบุรี กาญจนบุรี สุพรรณบุรี และราชบุรี รวม 5 จังหวัด  25 โรงเรียน  และได้ขยายพื้นที่บรรเทาทุกข์ต่อเนื่องในปี พ.ศ. 2569 รวมการดำเนินการโครงการพัดลมคลายร้อน สร้างสุข เพื่อน้องถิ่นทุรกันดารแล้ว 15 จังหวัด 75 โรงเรียน คิดเป็นมูลค่ากว่า 2.5 ล้านบาท




ตลอดระยะเวลากว่า 116 ปีที่ผ่านมา มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง  ได้ขยายขอบข่ายโครงการต่าง ๆ ออกไปอย่างกว้างขวาง ไม่เพียงแต่บำบัดทุกข์ บำรุงสุข แก่ผู้ตกทุกข์ได้ยากโดยไม่จำกัดเชื้อชาติ  ชนชั้น และศาสนา เท่านั้น แต่ยังได้พัฒนาคุณภาพชีวิตอีกในหลาย ๆ ทาง รวมถึงสนับสนุนด้านการศึกษา เพื่อให้เป็นองค์กรสาธารณกุศลที่ช่วยเหลือประชาชนอย่างครบวงจรในทุกๆ ด้าน ต่อไป ภายใต้ปณิธานมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง “ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”


ติดตามข่าวสาร กิจกรรม ของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่ เฟซบุ๊ก แฟนเพจwww.facebook.com/atpohtecktung หรือคลิกเพื่อติดตามทางช่องทางอื่นๆ รวมถึงพิกัดของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้ที่ https://linktr.ee/pohtecktung

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”
#แอปพลิเคชัน และ #สายด่วน ป่อเต็กตึ๊ง1418
#ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน



59
ทรูโฟร์ยู ช่อง 24 ชวนมันส์เต็มสปีด “ฅนเหล็ก 3 กำเนิดใหม่เครื่องจักรสังหาร” สงครามอนาคตเดือดทะลุเวลา


ภาพยนตร์แอ็กชันไซไฟระดับตำนานที่แฟนหนังทั่วโลกจดจำ “ฅนเหล็ก 3 กำเนิดใหม่เครื่องจักรสังหาร-Terminator 3: Rise of the Machines” กลับมาสร้างความระทึกอีกครั้ง กับการคืนบทบาทสุดไอคอนิกของ อาร์โนลด์ ชวาร์เซเน็กเกอร์ ในบทไซบอร์กนักสู้ พร้อมการปรากฏตัวของวายร้ายหญิงสุดอันตราย ที-เอ็กซ์ ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในหุ่นสังหารที่ทรงพลังที่สุดของแฟรนไชส์




หนึ่งทศวรรษหลังเหตุการณ์วันพิพากษาถูกหยุดยั้ง จอห์น คอนเนอร์ (นิค สตาห์ล) ต้องใช้ชีวิตอย่างหลบซ่อน ไร้ตัวตนจากระบบของโลก เพื่อหนีการตามล่าจากสกายเน็ต เครือข่ายปัญญาประดิษฐ์อัจฉริยะที่ยังไม่ยอมล้มเลิกภารกิจทำลายมนุษยชาติ จนกระทั่งหุ่นสังหารรุ่นใหม่ ที-เอ็กซ์ (คริสตานนา โลเคน) ถูกส่งย้อนเวลามาสังหารเป้าหมายสำคัญ รวมถึงสัตวแพทย์สาว เคต บรูว์สเตอร์ (แคลร์ เดนส์) ผู้กุมชะตาอนาคตของมนุษย์เอาไว้ ท่ามกลางเวลาที่เหลือเพียงไม่กี่ชั่วโมงก่อนโลกเข้าสู่หายนะ ความหวังเดียวของจอห์น คือการกลับมาของ ที-หนึ่งศูนย์หนึ่ง (อาร์โนลด์ ชวาร์เซเน็กเกอร์) ไซบอร์กนักสู้รุ่นเก๋าที่ต้องปะทะกับจักรกลสังหารสุดล้ำในการต่อสู้ครั้งสำคัญ ภาพยนตร์อัดแน่นด้วยฉากแอ็กชันดุดัน ไล่ล่าระห่ำ และตั้งคำถามถึงชะตากรรมของมนุษยชาติได้อย่างเข้มข้น ติดตามชม “ฅนเหล็ก 3 กำเนิดใหม่เครื่องจักรสังหาร” วันเสาร์ที่ 13 มิถุนายน 2569 เวลา 12.30 น. ทางทรูโฟร์ยู ช่อง 24 และรับชมออนไลน์ได้ที่ https://true4u.com/live/
60
ไทเชฟ เปิดตัวแกงไทยฟรีซดราย หอมเครื่องแกงเข้มข้น




           ไทเชฟ (ThyChef) ผู้นำด้านผงโรยอาหารและผงชงเครื่องดื่มหลากหลายรสชาติ ขอแนะนำ สินค้าใหม่ล่าสุด แกงไทยฟรีซดราย 4 รสชาติ ได้แก่ ต้มยำเห็ด ต้มข่าเห็ด แกงเขียวหวาน และแกงพะแนง ที่มาพร้อมกับความเข้มข้น หอมกลิ่นเครื่องแกงเน้น ๆ ด้วยกรรมวิธีง่าย ๆ เพียงใส่ก้อนพริกแกงลงในหม้อ แล้วเติมน้ำ 200 มิลลิลิตร จากนั้นตั้งไฟกลางจนเดือด เติมเนื้อสัตว์ตามใจชอบ ต้มจนสุกพร้อมเสิร์ฟใน 3 นาที (ไม่ต้องปรุงรสเพิ่ม) เท่านี้ก็จะได้เมนูกับข้าวที่หอมเครื่องแกงทุกคำ อร่อย ครบรส ทานคู่กับข้าวสวยร้อน ๆ อีกหนึ่งไอเทมเด็ดสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการเดินทาง เพราะพกพาสะดวก และน้ำหนักเบา พร้อมทานทุกที่ หรือพ่อค้า แม่ค้าที่ต้องการรังสรรค์เมนูใหม่ ๆ ก็สามารถนำผลิตภัณฑ์ของไทเชฟไปสร้างยอดขายได้ง่าย ๆ

           สำหรับผู้ที่สนใจสามารถหาซื้อได้ที่ร้านจำหน่ายอุปกรณ์เบเกอรี่ทั่วประเทศ หรือสั่งซื้อทางออนไลน์กับบริการ “ฟาสต์ ไทเชฟ” สั่งวันนี้ ส่งวันนี้พรุ่งนี้ถึง เร็วทันใจที่ www.thychef.com หรือคลิก https://line.me/R/ti/p/%40vul8664q หรือทาง Lazada : https://www.lazada.co.th/shop/ thychef, Shopee : https://s.shopee.co.th/ 7zslrSS489, FB: ThyChef, ID Line: @thychef สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02-968-3723-6
Pages: 1 ... 4 5 [6] 7 8 ... 10