Recent Posts

Pages: 1 ... 4 5 [6] 7 8 ... 10
51
หมัดคมจัดชัดเต็มคาง! "แสงพนม" ปล่อยฮุกขวาเข้าเต็มคาง "วุฒิเดช" ร่วงยก 2 ศึก "มวยรอบปูนเสือ มวยไทยพันธุ์แท้ ครั้งที่ 25" สาย C นัดที่สอง




             ศึก "มวยรอบปูนเสือ มวยไทยพันธุ์แท้ ครั้งที่ 25" สาย C รอบ 16 คน นัดที่สอง เมื่อวันอาทิตย์ที่ 15 มีนาคม 2569 ที่เวทีมวยช่อง 7 HD โดยก่อนชก ดร.ชนะ ภูมี รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยและที่ปรึกษากรรมการผู้จัดการใหญ่ SCG ให้เกียรติขึ้นคล้องพวงมาลัยเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้กับนักมวยทั้งสองคู่บนเวที ระหว่าง วุฒิเดช ศ.เดชดำรงค์ (แดง) ดวลกับ แสงพนม ผดุงชัยมวยไทยยืม (น้ำเงิน) พิกัด 116 ปอนด์ และ ยอดกัณฑ์ ช้างนครศรี (แดง) ดวลกับ ชาริโต้ ลานนาวอเตอร์ไซด์ (น้ำเงิน) พิกัด 116 ปอนด์ หลังจากนั้นทั้งสองคู่ขึ้นสังเวียนแลกอาวุธกันอย่างดุเดือด ทำให้บรรยากาศเต็มไปด้วยความตื่นเต้น โดยมีแฟนมวยทั้งคนไทยและชาวต่างชาติมาร่วมชมติดขอบเวทีและส่งเสียงเชียร์กันอย่างคึกคัก

สรุปผล ศึก "มวยรอบปูนเสือ มวยไทยพันธุ์แท้ ครั้งที่ 25" สาย C รอบ 16 คน นัดที่สอง มีดังนี้






คู่ที่ 1. น็อกยก 2 ตกรอบ วุฒิเดช ศ.เดชดำรงค์ (แดง) พบกับ แสงพนม ผดุงชัยมวยไทยยิม (น้ำเงิน) คู่นี้ใครแพ้ตกรอบทันที "วุฒิเดช" เป็นมวยขวาเข่าในเหนียวแน่นด้าน "แสงพนม" มวยขวาด้วยกันเตะหนักมวยเข่าอาชีพเช่นกัน "วุฒิเดช" เดินเตะขวาลำตัวตามด้วยหมัดเข้าใบหน้าแต่ไม่ชัดเจนผิดกับ "แสงพนม" เดินย่างสามขุมเตะขวาจับในตีเข่าเน้นๆ ตามด้วยหมัดทำเอา "วุฒิเดช" ถึงกับสะดุ้งไปเหมือนกับ เกมจบยก2 จังหวะที่ทั้งคู่ยืนปักหลักดวลเข่าด้วยกัน เป็นจังหวะที่ "แสงพนม" ฮุกช้ายเข้าปลายคาง "วุฒิเดช" เต็มๆ ถึงกับร่วงให้กรรมการนับ 8 ชกต่อ "แสงพนม" ไม่ปล่อยโอกาสวิ่งเข้าไปรัวหมัดทั้งซ้ายและขวาเข้าปลายคางอีกรอบเต็มๆ "วุฒิเดช" ร่วงให้กรรมการนับ10 ทำให้ "แสงพนม" เป็นฝ่ายชนะทีเคโอ2 ยังได้ไปต่อ ส่วน "วุฒิเดช" ตกรอบทันที






คู่ที่ 2. ชนะคะแนนเข้ารอบ 8 คน ยอดกัณฑ์ ช้างนครศรี (แดง) พบกับ ชาริโต้ ลานนาวอเตอร์ไซค์มวยไทยยิม (น้ำเงิน) คู่นี้ชนะมาด้วยกันทั้งคู่ใครชนะเข้ารอบ 8 คนทันที "ยอดกัณฑ์" มวยขวาเข่าในอาชีพเตะขวารุนแรง ด้าน "ชาริโต้" มวยซ้ายเตะหนักรุนแรง "ยอดกัณฑ์" เดินเร็วเตะขวาจับในตีเข่าเน้นๆ เป็นชุดทำเอา "ชาริโต้" ดิ้นไม่หลุดต้องถอยมาตั้งรับเตะซ้ายรุนแรงแต่ไม่ชัดเจนผิดกับ "ยอดกัณฑ์" ยิ่งเดินออกอาวุธได้รุนแรงจับในตีเข่าฝ่ายเดียวครบยก "ยอดกัณฑ์" เป็นฝ่ายชนะคะแนนผ่านเข้ารอบ 8 คนทันที ส่วน "ชาริโต้" ยังได้ไปต่อ

             สำหรับ ศึก "มวยรอบปูนเสือ มวยไทยพันธุ์แท้ ครั้งที่ 25" สาย D รอบ 16 คน นัดที่สอง ประชันฝีมือกันระหว่าง บิ๊กบอส ศิษย์เอราวัณ (แดง) ปะทะ ไทยแลนด์ ส.รุ่งศักดิ์ (น้ำเงิน) พิกัด 116 ปอนด์ และ ยอดเพชร พีเค.เสี่ยต้อม ที.เค อะไหล่ยนต์ (แดง) ดวลกับ แสงทองน้อย แสงทองค้าแก๊ส (น้ำเงิน) พิกัด 116 ปอนด์ เพื่อเตรียมตัวความพร้อมขึ้นสังเวียนโชว์ศิลปะแม่ไม้มวยไทยให้กับผู้ชมทั้งคนไทยและชาวต่างชาติได้ชมและลุ้นกันว่าการบู๊ของทั้งสองคู่ ในรูปเกมจะออกมาดุเดือดแค่ไหน และสุดท้ายฝ่ายไหนจะได้รับการชูมือ เชิญผู้ชมทั้งคนไทยและชาวต่างชาติมาเชียร์กันให้สุดเสียงในวันอาทิตย์ที่ 22 มีนาคม 2569 ที่เวทีมวยช่อง 7 HD รับชมการถ่ายทอดสดทางช่อง 7 HD ตั้งแต่เวลา 14.30 น. เป็นต้นไป แฟนมวยทั่วประเทศห้ามพลาด!
52
“Japanese Food Festival”
27 – 28 มีนาคม 2569
อิ่มอร่อยจุใจกับคาราวานบุฟเฟ่ต์ดินเนอร์อาหารญี่ปุ่น
ห้องอาหารแคลิฟอร์เนีย สเต็ก โรงแรมแคนทารี อยุธยา






เตรียมพบความอร่อยครั้งยิ่งใหญ่ วันที่ 27 – 28 มีนาคม 2569 กับค่ำคืนแห่งรสชาติแดนอาทิตย์อุทัยที่หลายคนเฝ้ารอกับ Japanese Food Festival ณ ห้องอาหารแคลิฟอร์เนีย สเต็ก โรงแรมแคนทารี อยุธยา (18.00 – 22.00 น.) เต็มอิ่มจุใจกับคาราวานบุฟเฟ่ต์อาหารญี่ปุ่น ปรุงสดใหม่โดยทีมเชฟระดับโรงแรมชั้นนำ คัดสรรวัตถุดิบคุณภาพเยี่ยมเพื่อรังสรรค์เมนูยอดนิยม อาทิ ซูชิ ซาชิมิ เทมปุระ เทริยากิ อุด้งในน้ำซุปกลมกล่อม พร้อมอาหารคาวหวานสไตล์ญี่ปุ่นอีกมากมาย ในราคา 790 บาทสุทธิ/ท่าน (เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี และส่วนสูงไม่เกิน 120 ซม. ลดครึ่งราคา)






สำรองที่นั่งล่วงหน้า หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ห้องอาหารแคลิฟอร์เนีย สเต็ก โรงแรมแคนทารี อยุธยา โทร. 035-337-177 หรือ www.kantaryhotel-ayutthaya.com/

###

* โรงแรมในเครือเคป แอนด์ แคนทารี โฮเทลส์ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงข้อกำหนดและเงื่อนไข
โดยหากมีการเปลี่ยนแปลงจะแจ้งให้ทราบล่วงหน้าผ่านทางช่องทางการติดต่อสื่อสารของโรงแรมฯ


###

* กลุ่มโรงแรมในเครือ เคป แอนด์ แคนทารี โฮเทลส์ สนับสนุนการป้องกันการทารุณสัตว์
ซึ่งโรงแรมฯ มีนโยบายชัดเจนในการห้ามไม่ให้มีการขาย หูฉลาม รังนก และตับห่าน ในทุกห้องอาหารของโรงแรม
########################
capeandkantary #dinnerbuffet #ayutthaya #japanesefood
53
รณรงค์วันไตโลก 2569 ชวนคนไทยคัดกรองความเสี่ยง
รู้ทันโรคไต ป้องกันก่อนป่วย




              เครือข่ายลดบริโภคเค็ม สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุขและโรงพยาบาลราชพิพัฒน์ กรุงเทพมหานคร จัดกิจกรรมรณรงค์ “วันไตโลก ปี 2569 ภายใต้แนวคิด “คัดกรองป้องกัน รู้ทันโรคไต ใส่ใจรักษ์โลก” (Kidney Health For All-Caring for People, Protecting the Planet) เพื่อสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับโรคไตเรื้อรังและส่งเสริมให้ประชาชนเข้าถึงการตรวจคัดกรองความเสี่ยงได้มากขึ้น


              ดร.พญ.เลิศลักษณ์ ลีลาเรืองแสง รองปลัดกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า กรุงเทพมหานครได้ร่วมกับกรมควบคุมโรค เครือข่ายลดบริโภคเค็ม สมาคมเพื่อนโรคไตแห่งประเทศไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันจัดกิจกรรมรณรงค์สร้างความตระหนักรู้เรื่องโรคไตเรื้อรังแก่ประชาชน พร้อมส่งเสริมให้กลุ่มเสี่ยงได้แก่ ผู้ป่วยโรคเบาหวาน ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงและผู้สูงอายุ เข้ารับการตรวจคัดกรองโรคไตเรื้อรัง เพื่อค้นหาผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังในระยะเริ่มต้นให้ได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม รวมถึงส่งเสริมให้ประชาชนปรับพฤติกรรมสุขภาพ ทั้งการบริโภคอาหาร การออกกำลังกาย การควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดและความดันโลหิต ตลอดจนการใช้ยาและสมุนไพรอย่างสมเหตุสมผลและปรึกษาแพทย์ทุกครั้ง


              ด้าน นพ.กฤษฎา หาญบรรเจิด ผู้อำนวยการกองโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรค กล่าวว่า ประเทศไทยมีแนวโน้มผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยจำนวนผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังทุกระยะเพิ่มจาก 1,046,072 คน ในปี 2566 เป็น 1,145,586 คน และในปี 2568 ส่วนใหญ่เป็นผู้ป่วยระยะที่ 3 มากกว่า 670,000 คน ระยะที่ 4 กว่า 186,000 คน และระยะที่ 5 มากกว่า 100,000 คน สะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นในการเร่งสร้างความรู้ความเข้าใจและส่งเสริมการป้องกันโรคตั้งแต่ระยะเริ่มต้น โดยประชาชนจะต้องให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพของตนเอง โดยมุ่งเน้นการป้องกันมากกว่าการรักษา โดยเฉพาะกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง เช่น โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ และโรคไตเรื้อรัง ซึ่งหากไม่ได้รับการป้องกันและดูแลอย่างเหมาะสม อาจนำไปสู่ภาวะไตวายและต้องได้รับการบำบัดทดแทนไต ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยและครอบครัว ซึ่งจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาลต่อระบบบริการสาธารณสุขของประเทศ


              ด้านรศ.นพ.สุรศักดิ์ กันตชูเวสศิริ ประธานเครือข่ายลดบริโภคเค็มกล่าวว่า ในทุก ๆ ปี ประเทศไทยจะมีการจัดงานวันไตโลกทุกวันพฤหัสบดีที่ 2 เดือนมีนาคมของทุกปี โดยในปีนี้จัดขึ้นในวันพฤหัสบดีที่ 12 มีนาคม 2569 ตามสถานพยาบาลต่างๆ ทั่วประเทศ เพื่อต้องการให้ประชาชนได้ตรวจคัดกรองสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยค้นหาความเสี่ยงของโรคได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น และได้กำหนดคำขวัญการรณรงค์ว่า “คัดกรองป้องกัน รู้ทันโรคไต ใส่ใจรักษ์โลก” เพื่อเน้นย้ำให้ประชาชนตระหนักถึงความสำคัญของการป้องกันและการตรวจคัดกรองโรคไตเรื้อรัง ปัจจุบันนี้มีผู้ป่วยโรคไตทั่วโลกกว่า 780 ล้านคน  ทำให้โรคไตเรื้อรัง จึงเป็นภาวะที่อันตรายทำให้เกิดความทุกข์ทรมานอย่างมาก ส่วนหนึ่งของโรคไตเรื้อรังเกิดจากไตวายเฉียบพลันมาก่อน ในประเทศที่กำลังพัฒนาจะพบภาวะไตวายเฉียบพลันได้บ่อย สาเหตุเกิดจากการเสียสารน้ำและการรับประทานยาแก้ปวด  ส่วนปัจจัยอื่น ๆ ที่ทำให้เกิดไตวายเรื้อรังได้แก่  เบาหวาน  ความดันโลหิตสูง โรคอ้วน รวมทั้งการติดเชื้อบางชนิด  เช่น  เอชไอวี , ตับอักเสบ  การเป็นโรคไตตั้งแต่เด็ก  ก็ทำให้เพิ่มความเสี่ยงในการเป็นโรคไตเรื้อรังในผู้ใหญ่ได้




              ความเค็มในอาหารจะลดการเกิดโรคที่เกิดจากการบริโภคโซเดียมเกินได้  เช่น โรคไต  โรคหัวใจ  ความดันโลหิตสูง อัมพฤกษ์ อัมพาต  คนไทยติดการบริโภคหวานและเค็ม ผู้ที่เป็นเบาหวานเอง มีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคไตสูงอยู่แล้ว ดังนั้นผู้ป่วยกลุ่มนี้จึงต้องระมัดระวัง ลดการบริโภคอาหารหวานมันเค็มลง โดยตัวอย่างอาหารที่มีโซเดียมสูง ได้แก่ น้ำปลา เกลือ ซีอิ๊ว ผงปรุงรส ซอสปรุงรส ซุปก้อน จะมีโซเดียมเป็นส่วนประกอบทำให้เค็ม ส่วนผงฟูที่ใส่ในเบเกอรี่ ก็มีความเค็มเช่นกัน ส่วนในอาหารสำเร็จรูป  เช่น ไส้กรอก แหนม จะมีสารกันบูด  ซึ่งมีโซเดียมเป็นส่วนประกอบ น้ำแกง น้ำซุป มักใช้ซุปก้อนและมักปรุงให้มีรสเค็มจึงควรหลีกเลี่ยง  ส่วนขนมขบเคี้ยว มักจะมีเกลือมาก  ควรลดขนมกรุบกรอบซึ่งมีความหวานเค็มเช่นกัน




              สำหรับการเสวนาจากผู้เชี่ยวชาญในหัวข้อ “คัดกรองป้องกัน รู้ทันโรคไต ใส่ใจรักษ์โลก” นั้น พล.อ.ท.นพ.อนุตตร จิตตินันทน์ ที่ปรึกษาผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า 8 กฎทองในการป้องกันโรคไตให้ได้อย่างได้ผล ประกอบด้วย 1.ต้องออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ 2.ลดการรับประทานอาหาร หวาน มัน  เค็ม  3.ดื่มน้ำที่สะอาดอย่างพอเพียง 3.ป้องกันระมัดระวังมลภาวะต่าง ๆ เช่น ฝุ่นละออง PM2.5 4.ควบคุมการเป็นเบาหวานและหมั่นตรวจความดันอย่างสม่ำเสมอ 5.งดสูบบุหรี่ 6.ไม่ควรรับประทานยาแก้ปวด 7.งดการบริโภคสมุนไพร และ 8.หมั่นตรวจการทำงานของไต โดยเริ่มตั้งแต่อายุ 45 ปีเป็นต้นไป ส่วน พญ.สุธี สฤษฎ์ศิริ ผู้อำนวยการกองสร้างเสริมสุขภาพ กรุงเทพมหานคร กล่าวทิ้งท้ายว่า ณ ปัจจุบัน ประเทศไทยมีผู้ป่วยด้วยโรคไตวาย (2569) จำนวน 106,883 คน มีผู้รับประทานหวานสูงขึ้น คิดเป็น 47.8% ทานเค็มมากขึ้น 25.5% และรับประทานกะทิ  (มัน) เพิ่มขึ้น 46.9% แต่ทั้งนี้ในส่วนของปริมาณผู้สูบบุหรี่/ดื่มแอลกอฮอล์ มีจำนวนลดลงเล็กน้อย
54
จังหวัดภูเก็ตจัดการซ้อมใหญ่การแสดงแสง สี เสียง ละครอิงประวัติศาสตร์ “ท้าวเทพกระษัตรี–ท้าวศรีสุนทร สดุดีผู้กล้าเมืองถลาง” ประจำปี 2569 อย่างยิ่งใหญ่ตระการตา

<a href="http://www.youtube.com/watch?v=P7stvQQBU7w" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=P7stvQQBU7w</a>

เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2569 ณ อนุสรณ์สถานเมืองถลาง จังหวัดภูเก็ต ได้จัดการซ้อมใหญ่การแสดงแสง สี เสียง ละครอิงประวัติศาสตร์สุดยิ่งใหญ่แห่งปี ถ่ายทอดเรื่องราววีรกรรมการปกป้องบ้านเมืองของ ท้าวเทพกระษัตรี และ ท้าวศรีสุนทร วีรสตรีผู้เป็นสัญลักษณ์แห่งความกล้าหาญของชาวภูเก็ต

การแสดงในปีนี้จัดเต็มทั้งฉาก แสง สี เสียง เทคนิคพิเศษ และการแสดงศิลปวัฒนธรรมที่ผสมผสานกับฉากประวัติศาสตร์อย่างยิ่งใหญ่ มีนักแสดงและทีมงานจำนวนมากร่วมถ่ายทอดเหตุการณ์สำคัญของเมืองถลาง สร้างบรรยากาศสมจริงราวกับย้อนเวลากลับไปสู่ช่วงเวลาประวัติศาสตร์ พร้อมสะท้อนพลังความรักบ้านเกิด ความสามัคคี และจิตวิญญาณแห่งการปกป้องแผ่นดินของบรรพชน

การซ้อมใหญ่ในครั้งนี้ถือเป็นการทดสอบความพร้อมทุกด้านก่อนเปิดการแสดงจริง เพื่อให้การแสดงแสง สี เสียง ละครอิงประวัติศาสตร์ “ท้าวเทพกระษัตรี–ท้าวศรีสุนทร สดุดีผู้กล้าเมืองถลาง” เป็นอีกหนึ่งมหกรรมวัฒนธรรมสำคัญของประเทศ ที่จะร่วมถ่ายทอดเกียรติภูมิแห่งวีรสตรีเมืองถลางสู่สายตาประชาชนและนักท่องเที่ยวจากทั่วประเทศอย่างยิ่งใหญ่และน่าประทับใจ

รับชมคลิปการซ้อมใหญ่ การแสดง แสง สี เสียง ละครอิงประวัติศาสตร์สุดยิ่งใหญ่แห่งปีไต้ตามลิงค์นี้

https://drive.google.com/file/d/1J_pRr7uFkwbj3Ai3c-09L6EP1yhmjKbn/view
55
LIQUI MOLY THAILAND เขย่าตลาดน้ำมันเครื่องไทย เปิดตัว "T-SERIES" เกมรุกพรีเมียมแมส
ดึง "เบียร์-ปิยะเลิศ ใบหยก" เสริมพลังแบรนด์ ภายใต้แนวคิด ADVANCE YOUR DRIVE FOR THE DRIVERS


นางศิริจิตต์ กาญจนบัตร (กลาง) ผู้บริหาร บริษัท คาร์แลค (ไทย-เยอรมัน) จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์น้ำมันเครื่องลิควิ โมลี่ จากประเทศเยอรมนี จัดงาน "ADVANCE YOUR DRIVE FOR THE DRIVERS" เปิดตัวนวัตกรรมน้ำมันเครื่องพรีเมียมแมส "T-Series" โดยเฉพาะรถเอเชีย เขย่าวงการยานยนต์ประเทศไทย ยกระดับทุกการขับเคลื่อนกับ ลิควิ โมลี่ น้ำมันเครื่องคุณภาพ พร้อมเปิดตัว ICONIC BRAND ตัวจริงแห่งวงการรถ อย่าง "เบียร์-ปิยะเลิศ ใบหยก" ที่มาร่วมถ่ายทอดแนวคิด "FOR THE DRIVERS" แบรนด์ที่ "เข้าใจคนขับ" มุ่งสร้างประสบการณ์สำหรับผู้ขับขี่อย่างแท้จริง โดยมี นายกฤษฏ์ กาญจนบัตร (ที่ 1 จากขวา) กรรมการผู้จัดการ บริษัท คาร์แลค (ไทย-เยอรมัน) จำกัด นางสาวขวัญพัฒน์ สกุลธัญญลักษณ์ (ที่ 2 จากซ้าย) Export Area Manager of LIQUI MOLY GmbH นายอินโก้ ลินเน่อ (ที่ 3 จากขวา) Director Export of LIQUI MOLY GmbH นายอานเดรียส ไฟรซ (ที่ 2 จากขวา) Laboratory Application Technology / Services of LIQUI MOLY Produktions GmbH & Co.KG และ นายโรแลนด์ บราวน์ (ที่ 3 จากซ้าย) Sales Director Asia of LIQUI MOLY GmbH ร่วมงานด้วย ณ เซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัล พลาซ่า ลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร
56
DEX เดินเกมรุก Location-based Experience
ตั้งเป้า Event Business ดันรายได้โต 350 ล้านบาท ในปี 2569


เปิดฉากอย่างยิ่งใหญ่พร้อมกระแสตอบรับคึกคัก สำหรับ “One Piece Pop-up Cafe in Thailand” นิทรรศการและธีมคาเฟ่เต็มรูปแบบครั้งแรกในประเทศไทยของ ONE PIECE ณ Attraction Hall ชั้น 6 ไอคอนสยาม ภายในงานได้รับเกียรติจากนายกฤษณ์  สกุลพานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เดกซ์ (ดรีม เอกซ์เพรส) จำกัด (DEX) ผู้นำเข้าคอนเทนต์และลิขสิทธิ์อนิเมชันชั้นนำของประเทศไทย พร้อมด้วย MR. ALSTON LEE Head of Licensing (SEA) TOEI ANIMATION ENTERPRISES LIMITED. เจ้าของลิขสิทธิ์อนิเมชันระดับโลก และ ICONSIAM แลนด์มาร์กระดับโลกริมแม่น้ำเจ้าพระยา รวมถึง นักแสดงหนุ่มชื่อดัง จี๋ สุทธิลักษณ์  ร่วมเปิดงาน ท่ามกลางบรรยากาศอบอุ่นและเสียงตอบรับจากแฟนๆ วันพีซที่มาร่วมสัมผัสประสบการณ์อย่างล้นหลาม


นายกฤษณ์ สกุลพานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เดกซ์ (ดรีม เอกซ์เพรส) จำกัด เปิดเผยว่า งานนี้เกิดจากความร่วมมือระหว่าง DEX, TOEI ANIMATION ENTERPRISES และ ICONSIAM เนรมิตพื้นที่กว่า 600 ตารางเมตร ให้กลายเป็นจักรวาล ONE PIECE แบบ 360 องศา ที่ได้รับความสนใจอย่างมากจากผู้ประกอบการ สื่อมวลชน และพันธมิตร รวมถึงแฟนๆ ที่มาร่วมงานอย่างคับคั่ง ซึ่งสะท้อนให้เห็นโอกาสทางเศรษฐกิจและความร้อนแรงของตลาดคอนเทนต์ญี่ปุ่นในไทยที่ยังเติบโตอย่างต่อเนื่อง


โปรเจกต์ “One Piece Pop-up Cafe in Thailand” คือก้าวสำคัญของบริษัทฯ ที่จะเติมเต็มโมเดลรายได้จากการบริหารลิขสิทธิ์ สู่การสร้างประสบการณ์และการต่อยอดในเชิงพาณิชย์เต็มรูปแบบ โดยในปี 2569 ถือเป็นปีแห่งการขยายธุรกิจเชิงรุก โดยเฉพาะกลุ่ม Event & Experience ที่บริษัทตั้งเป้าให้เป็นหนึ่งในกลไกขับเคลื่อนการเติบโต (Growth Engine) จากที่ผ่านมา รายได้หลักของ DEX มาจากธุรกิจลิขสิทธิ์ การจัดจำหน่าย และสินค้า Merchandise เป็นหลัก คิดเป็นสัดส่วน 70% ของรายได้รวม ขณะที่รายได้จากอีเวนต์ยังอยู่ในระดับ 10% เท่านั้น ปีนี้จึงตั้งเป้าขยับสัดส่วนรายได้จากธุรกิจ Event & Experience เพิ่มเป็น 20% ของรายได้รวมทั้งหมด


“สำหรับ One Piece Pop-up Cafe in Thailand เราประเมินว่า หากมีผู้เข้าชมเฉลี่ย 500 - 1,000  คนต่อวัน จะมีจำนวนผู้เข้าชมรวม 100,000 - 200,000 คน ตลอดระยะเวลาจัดงาน โดยคาดว่าอัตราการใช้จ่ายเฉลี่ยต่อหัว (รวมอาหาร เครื่องดื่ม และสินค้า Limited Edition) 1,000 บาทต่อบิล ซึ่งจะสร้างรายได้รวมจากโครงการนี้ 50 - 100 ล้านบาท ช่วยผลักดันการเติบโตของรายได้รวมในปี 2569 นายกฤษณ์ สกุลพานิช กล่าว


นายกฤษณ์ สกุลพานิช เปิดเผยเพิ่มเติมว่า นอกจากรายได้โดยตรงจากคาเฟ่และสินค้าแล้ว บริษัทฯ ประเมินว่ามูลค่าทางอ้อม และ การสร้าง Brand Equity การขยายฐานลูกค้าใหม่ และการต่อยอด Licensing Deal ในอนาคต จะเป็นปัจจัยสนับสนุนการเติบโตในระยะยาว โดยเฉพาะเมื่อจัดงานในทำเลแลนด์มาร์กระดับโลกอย่าง ICONSIAM ซึ่งมีทั้งฐานลูกค้าในประเทศและนักท่องเที่ยวต่างชาติ จึงสามารถขยายฐานรายได้เกินกว่าตลาดแฟนคลับเดิม ซึ่งบริษัทฯ ตั้งเป้าว่า ภายใน 3 ปีข้างหน้า ธุรกิจ Event & Experience จะกลายเป็นหนึ่งในรายได้หลักขององค์กร และช่วยให้รายได้รวมของบริษัทฯ เติบโตเฉลี่ยปีละ 30% อย่างต่อเนื่อง พร้อมเตรียมเดินหน้าพัฒนาโปรเจกต์ IP Experience เพิ่มเติมในช่วงครึ่งปีหลัง อาทิ ยอดนัดสืบจิ๋วโคนัน (Detective Conan), ดาบพิฆาตอสูร (Demon Slayer) และความร่วมมือกับพันธมิตรเชิงกลยุทธ์รายอื่นในอนาคต

“One Piece Pop-up Cafe in Thailand คือ จุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนผ่านเชิงกลยุทธ์ ที่เราไม่ได้มองเป็นเพียงอีเวนต์หนึ่งงาน แต่กำลังวางรากฐานแพลตฟอร์มธุรกิจใหม่ ที่ต่อยอดลิขสิทธิ์ระดับโลก เพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจในประเทศอย่างยั่งยืน” นายกฤษณ์ สกุลพานิช กล่าวทิ้งท้าย



สำหรับแฟนๆ ONE PIECE ท่านใด สนใจสัมผัสบรรยากาศความสนุกและความผูกพันกับเรื่องราวการผจญภัยระดับตำนาน สามารถเข้าชมนิทรรศการ “One Piece Pop-up Cafe in Thailand” ได้ฟรีตั้งแต่วันนี้ ถึง 31 ตุลาคม 2569 ณ Attraction Hall ชั้น 6 ไอคอนสยาม ผู้ที่สนใจเข้าร่วมงานสามารถติดตามรายละเอียดรวมไปถึงกิจกรรมต่างๆ ข้อมูลโปรโมชั่นสุดพิเศษ พร้อมสิทธิประโยชน์ต่างๆ เพิ่มเติมได้ที่ทางช่องทางของ DEX https://www.facebook.com/ONEPIECE.POPUP.TH และ ICONSIAM https://www.facebook.com/ICONSIAM

57
“COMMART GAMEFORCE 2026”
มหกรรมไอทีต้นปี ’69 กระแสแรง กวาดยอดขายตามเป้า


              บมจ.เออาร์ไอพี ผู้จัดงาน “COMMART GAMEFORCE ” มหกรรมสินค้าไอทีต้นปี 2569 ประสบความสำเร็จตามเป้าหมาย นักช้อปเนืองแน่น ตลอด 4 วัน ระหว่างวันที่ 5-8 มีนาคม  2569 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค และสินค้าที่ขายดีประกอบด้วย Laptop / โน้ตบุ๊ก  และ คอมพิวเตอร์ประกอบ (ComSet / DIY) ตอกย้ำความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่ให้ความสนใจงานคอมมาร์ตอย่างต่อเนื่อง พร้อมเดินหน้าจัดงานคอมมาร์ต กลางปีต่อไป วันที่ 2-5 กรกฎาคม 2569  ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทคที่เดิม


              นายพรชัย จันทรศุภแสง ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อไอซีทีและการจัดงาน บริษัท เออาร์ไอพี จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า งาน “COMMART GAMEFORCE” ไม่เพียงเป็นมหกรรมแสดงสินค้าไอทีเท่านั้น แต่ยังเป็น “ดัชนีชี้วัด” สำคัญที่สะท้อนความแข็งแกร่งของกำลังซื้อในกลุ่มสินค้าเทคโนโลยีของผู้บริโภคไทย โดยเฉพาะในช่วงที่ตลาดกำลังเข้าสู่การเปลี่ยนผ่านสู่ยุค AI PC อย่างเต็มรูปแบบ จึงกระตุ้นให้เกิดรอบการอัปเกรดคอมพิวเตอร์ครั้งใหม่ ทั้งนี้ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับการลงทุนในอุปกรณ์ไอทีคุณภาพสูงมากขึ้น และมักรอจังหวะการซื้อในช่วงที่มีโปรโมชั่นคุ้มค่า


              โดยภายในงานพบว่ากลุ่มสินค้า Com Set / DIY และ Gaming Gear ได้รับแรงหนุนสำคัญจากการเปิดตัวการ์ดจอซีรีส์ใหม่ล่าสุด GeForce RTX™ 50 Series ที่เหล่าเกมเมอร์ทั่วโลกต่างตั้งตารอ ขณะเดียวกัน งาน Commart ยังก้าวสู่การเป็นคอมมูนิตี้เกมเมอร์ ด้วยกิจกรรมทดลองเล่นเกมระดับโลกบนเครื่องที่สเปกแรงที่สุด เช่น Resident Evil Requiem พร้อมกันนี้ยังมีกิจกรรมส่งเสริมการขายภายในงาน อาทิ Commart on Top, Commart วัดดวง และ Commart Big Bonus ที่ช่วยกระตุ้นให้ผู้เข้าชมงานตัดสินใจซื้อสินค้าได้ง่ายขึ้น


              นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการจัดจุดรับทิ้ง E-Waste เพื่อส่งเสริมการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์อย่างเหมาะสม สะท้อนถึงความใส่ใจของผู้จัดงานที่มุ่งสร้างประสบการณ์ (Experience) ที่ดีให้กับผู้เข้าชมงาน ควบคู่กับการสนับสนุนแนวคิดด้านสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน


              โดยสินค้าขายดียังเป็น Laptop โน้ตบุ๊ก 49%, คอมพิวเตอร์ประกอบ (Com Set DIY) 20%, สมาร์ทโฟน 13%, Gaming Gear (อุปกรณ์เสริมสำหรับเกม) 10% และ GPU การ์ดจอ 8% และในส่วนของแบรนด์สินค้าที่ขายดีในงาน ได้แก่ Acer / AMD / Apple / Asus / Galax / Gigabyte / Hp / Intel / Lenovo และ MSI


              ร้านค้าปลีกที่ขายดี ได้แก่  Banana / IT CITY / JIB / Speed และ SPVi  โอกาสนี้ในฐานะผู้จัดงานขอบคุณทุกฝ่ายที่เป็นส่วนหนึ่งในพลังที่ทำให้งาน  “COMMART GAMEFORCE” ประสบความสำเร็จ


              เพื่อเป็นการขอบคุณทางผู้จัดงานได้จับรางวัลในกิจกรรม Commart Bonus สิทธิ์ในการลุ้นรางวัล Gadget เก๋ๆ ซึ่งมีการจับสลากผู้โชคดีแบบรายวันไปเรียบร้อยแล้ว สามารถติดตามผลรางวัลได้ที่ www.commartThailand.com, www.facebook/commartThailand
58
"MOTOR EXPO" เผยโฉมผู้โชคดี
มอบรถยนต์ 3 คัน จักรยานยนต์ 1 คัน


            “IMC สื่อสากล” ผู้จัดงาน “มหกรรมยานยนต์” มอบรางวัลรถยนต์ 3 คัน จักรยานยนต์ 1 คัน แก่ผู้โชคดีที่ร่วมกิจกรรมชิงรางวัลจากงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42” เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2569 ดังนี้


            ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ ประธานจัดงาน มอบรางวัลรายการ “ซื้อรถ...ชิงรถ” AVATR 11 รุ่น STANDARD RANGE มูลค่า 2,099,000  บาท ผู้ได้รับรางวัล ได้แก่ ว่าที่ ร.ต.เอนก อิสระมงคลพันธุ์ จังหวัดเชียงใหม่


            ชลัทชัย ปภัสร์พงษ์ รองประธานจัดงาน ควบคุมงานด้านการบริหารงานทั่วไป มอบรางวัลรายการ “ซื้อบัตร...ชิงรถ” MITSUBISHI XFORCE รุ่น ULTIMATE มูลค่า 1,059,000 บาท ผู้ได้รับรางวัล ได้แก่ ภูมิพร ไชยเดช กรุงเทพฯ


            ชไมพร ปภัสร์พงษ์ รองประธานจัดงาน ควบคุมงานด้านการตลาดสัมพันธ์ มอบรางวัลรายการ “ชมงานผ่าน MOTOR EXPO APP ชิงรถ" WULING BINGUO รุ่น DC ICON มูลค่า 429,000 บาท ผู้ได้รับรางวัล ได้แก่ กมลพร ชลไชยะ จังหวัดร้อยเอ็ด


            วราทิพย์ คำนึงคุณ กรรมการผู้จัดการ บริษัท มอเตอร์ไซเคิล เอ็กซ์โป จำกัด มอบรางวัลรายการ “ซื้อมอเตอร์ไซค์...ชิงบิกไบค์” SUZUKI รุ่น GSX-8R มูลค่า 419,000 บาท ผู้ได้รับรางวัล ได้แก่ รัชพล แช่มจันทร์ จังหวัดตาก

            พบกับงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 43” ณ อาคารชาลเลนเจอร์ IMPACT เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 2-13 ธันวาคม 2569 ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ motorexpo.co.th และทุกสื่อในเครือ “IMC สื่อสากล”
59
ไทเชฟ บุกญี่ปุ่น จัดขบวนสินค้าออกบูธงาน FOODEX JAPAN 2026


            ไทเชฟ (ThyChef) ผู้นำด้านผงโรยอาหารและผงชงเครื่องดื่มหลากหลายรสชาติ ยกทัพสินค้าจัดแสดงและจำหน่ายที่งาน FOODEX JAPAN 2026 ซึ่งเป็นงานแสดงสินค้าอาหารและเครื่องดื่มระดับนานาชาติ ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย โดยครั้งนี้ไทเชฟได้นำผลิตภัณฑ์ฟรีซดราย 4 รสชาติ ผงปรุงรสแบบกระป๋องที่ใช้งานง่าย พกพาสะดวก ควรมีไว้ติดบ้าน และผงปรุงรสแบบซองรสชาติต่าง ๆ อาทิ ผงปรุงรสชีส รสต้มยำ รสบาร์บิคิว ฯลฯ รวมถึงอาหารทานเล่นที่นำมาคลุกเคล้ากับผงปรุงรส สำหรับทดลองชิมฟรี ซึ่งบูธของไทเชฟมีผู้ประกอบการ และผู้ที่สนใจเข้าร่วมชมเป็นจำนวนมากทั้งคนไทยและต่างชาติ ตั้งแต่วันที่ 10–13 มีนาคม 2569 ณ Booth No.027 ณ Tokyo Big Sight กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น


            นอกจากนี้ไทเชฟยังมีผงโรยอีกหลายหลายรสชาติให้เลือกสรร อาทิ รสบาร์บีคิว, ปาปริก้า, ชีส, ต้มยำ, และวิงค์แซ่บ ฯลฯ สำหรับผู้ที่สนใจผงปรุงรสข้าวโพดหวานในขนาด 200 กรัม และขนาดใหญ่ 450 กรัม สามารถหาซื้อได้ที่ร้านจำหน่ายอุปกรณ์เบเกอรี่ทั่วประเทศ หรือสั่งซื้อทางออนไลน์กับบริการ “ฟาสต์ ไทเชฟ” สั่งวันนี้ ส่งวันนี้พรุ่งนี้ถึง เร็วทันใจที่ www.thychef.com หรือคลิก https://line.me/R/ti/p/%40vul8664q หรือทาง Lazada : https://www.lazada.co.th/shop/ thychef, Shopee : https://s.shopee.co.th/ 7zslrSS489, FB: ThyChef, ID Line: @thychef สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02-968-3723-6

#ThyChef #FoodexJapan #ผงปรุงรสไทยเชฟ #TokyoBigSight #JapanExhibition





60
pชาวภูเก็ต เตียมเฮ ชมงานงานแสดงแสง สี เสียง ละครอิงประวัติศาสตร์ท้าวเทพกระษัตรีท้าวศรีสุนทร วีรสตรีผู้ยืนหยัดเคียงข้างเมืองถลาง  และกิจกรรมด้านศิลปวัฒนธรรม ณ ลานวัฒนธรรมและประเพณีท้องถิ่น ประจำปี 2569 ภายใต้ “โครงการสดุดีท้าวเทพกระษัตรีท้าวศรีสุนทร”  ในวันที่ 13 - 16 มีนาคม 2569 ณ อนุสรณ์สถานเมืองถลาง จังหวัดภูเก็ตสองดาราดัง!! “ฮาน่า ลีวิส – อาภา ภาวิไล” รับบท ย่าจัน – ย่ามุก ร่วมถ่ายทอดตำนานเมืองถลาง


โดยทั้งสองนักแสดงนำ ได้กล่าววถึงการได้ร่วมงานในครั้งนี้ว่า


ย่าจัน ท้าวเทพกระษัตรี
วีรสตรีผู้ยืนหยัดเคียงข้างเมืองถลาง
นำแสดงโดย ฮาน่า ลีวิส



“ การได้รับถ่ายทอดบทบาท “ย่าจัน” คือเกียรติสูงสุดในฐานะนักแสดงคนหนึ่ง ย่าจัน ไม่ใช่เพียงวีรสตรีในประวัติศาสตร์ แต่คือพลังของความกล้าหาญ ความรักบ้านเกิด และการยืนหยัดเพื่อแผ่นดินของผู้หญิงไทย

เรื่องราวของย่าจัน คือแรงบันดาลใจที่บอกเล่า ความกล้าหาญไม่เคยมีขอบเขตของกาลเวลา”


ย่าจัน หรือ ท้าวเทพกระษัตรี คือหนึ่งในสองวีรสตรีผู้ยิ่งใหญ่แห่งเมืองถลาง ผู้เป็นสัญลักษณ์ของความกล้าหาญ ปัญญา และความเสียสละเพื่อปกป้องบ้านเมืองจากศัตรู ย่าจันมิได้เป็นเพียงผู้นำหญิงในยามศึก แต่ยังเป็นศูนย์รวมจิตใจของผู้คน ผู้ปลุกพลังศรัทธาและความสามัคคีให้ชาวเมืองถลางลุกขึ้นยืนหยัดเคียงข้างกัน เพื่อรักษาแผ่นดินอันเป็นที่รัก

ในการแสดงแสง สี เสียง ละครอิงประวัติศาสตร์ครั้งนี้ บทบาทของ ย่าจัน ถ่ายทอดผ่านการแสดงของ ฮาน่า ลีวิส นักแสดง สังกัดสถานีโทรทัศน์สีกองทัพบก ช่อง 7 ผู้มีบุคลิกสง่างาม แข็งแกร่ง และเปี่ยมพลังทางการแสดง อีกทั้งยังเป็นเจ้าของตำแหน่ง มิสทีนไทยแลนด์ 2010 ซึ่งสะท้อนถึงความสามารถและความโดดเด่นที่ได้รับการยอมรับในระดับประเทศ

การถ่ายทอดบทบาทย่าจันโดย ฮาน่า ลีวิส ไม่เพียงสะท้อนความกล้าหาญและภาวะผู้นำของวีรสตรีในหน้าประวัติศาสตร์ หากยังเชื่อมโยงเรื่องราวแห่งอดีตสู่หัวใจของคนรุ่นใหม่ ให้ได้ตระหนักถึงคุณค่าของการเสียสละ ความกตัญญูกตเวที และพลังของผู้หญิงไทยที่ยืนหยัดเพื่อแผ่นดินมาตั้งแต่อดีตจวบจนปัจจุบัน


ย่ามุก ท้าวศรีสุนทร
วีรสตรีผู้ยืนหยัดเคียงข้างเมืองถลาง

นำแสดงโดย อาภา ภาวิไล (แม็กกี้)



“การได้สวมบทบาทย่ามุก คือเกียรติสูงสุดในฐานะนักแสดง และเป็นโอกาสสำคัญในการถ่ายทอดความกล้าหาญและความเสียสละของวีรสตรีผู้ยิ่งใหญ่ ให้คนรุ่นใหม่ได้จดจำและภาคภูมิใจ  “ย่ามุก” ไม่ใช่เพียงตัวละครในประวัติศาสตร์ แต่คือแรงบันดาลใจของความเข้มแข็ง ความรักบ้านเกิด และพลังของผู้หญิงไทย”

ย่ามุก หรือที่ประวัติศาสตร์จารึกนามไว้ในนาม ท้าวศรีสุนทร คือหนึ่งในสองวีรสตรีผู้ยิ่งใหญ่แห่งเมืองถลาง ผู้มีบทบาทสำคัญในการร่วมปกป้องบ้านเมืองในยามที่แผ่นดินเผชิญภัยคุกคาม ด้วยหัวใจที่เข้มแข็ง ปัญญาอันเฉียบแหลม และความเสียสละเพื่อส่วนรวม

ย่ามุกมิได้เป็นเพียงสตรีผู้ยืนอยู่เบื้องหลัง หากแต่เป็นกำลังสำคัญที่ร่วมวางแผน รวมพลังผู้คน และสร้างขวัญกำลังใจให้ชาวเมืองถลางยืนหยัดต่อสู้เพื่อผืนแผ่นดิน ความกล้าหาญและความสามัคคีที่ย่ามุกถ่ายทอด จึงกลายเป็นพลังสำคัญที่ทำให้เมืองถลางสามารถฝ่าฟันวิกฤตและคงอยู่มาจนถึงปัจจุบัน

ในการแสดงแสง สี เสียง ละครอิงประวัติศาสตร์ครั้งนี้ บทบาทของ ย่ามุก ถ่ายทอดผ่านการแสดงของ
อาภา ภาวิไล หรือ “แม็กกี้” นักแสดงและนางแบบชาวไทย ผู้มีบุคลิกสง่างามและพลังการแสดงที่สามารถถ่ายทอดอารมณ์ ความเข้มแข็ง และความอ่อนโยนในคราวเดียวกัน

การรับบทเป็นย่ามุกของอาภา ภาวิไล จึงไม่ใช่เพียงการแสดงบทบาททางประวัติศาสตร์ หากแต่เป็นการถ่ายทอดจิตวิญญาณของวีรสตรีผู้ยิ่งใหญ่ ให้กลับมามีชีวิตอีกครั้งบนเวที เพื่อให้ผู้ชมได้สัมผัสถึงความเสียสละ ความรักแผ่นดิน และคุณค่าของบรรพชนผู้สร้างรากฐานให้เมืองถลางและจังหวัดภูเก็ตในวันนี้
Pages: 1 ... 4 5 [6] 7 8 ... 10