Recent Posts

Pages: 1 ... 4 5 [6] 7 8 ... 10
51
หรือว่า… “ไบโอชาร์” จะเป็นทางเลือกแก้ปัญหาวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตร


เมื่อฝนเริ่มมา ปัญหาฝุ่นควัน PM2.5 ในภาคเหนือก็เริ่มคลี่คลายลงตามฤดูกาล แต่เบื้องหลังหมอกควันที่เกิดขึ้นทุกปี คือปัญหาวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตรที่ยังรอการจัดการอย่างจริงจัง ประเด็นนี้เป็นหนึ่งในเรื่องที่สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) หรือ สวพส.ให้ความสำคัญมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการหาแนวทางลดการเผาในพื้นที่เกษตรเพื่อผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและเพิ่มมูลค่าจากทรัพยากรที่มีอยู่ในชุมชน


“ไบโอชาร์” หรือถ่านชีวภาพ จึงกลายเป็นอีกหนึ่งแนวทางที่ถูกจับตามอง เพราะสามารถช่วยเปลี่ยนของเหลือทิ้งจากภาคการเกษตร ให้กลายเป็นประโยชน์ต่อทั้งดิน สิ่งแวดล้อม และรายได้ของเกษตรกรได้ในเวลาเดียวกัน


ที่ผ่านมา เกษตรกรจำนวนไม่น้อยเลือกใช้วิธี “เผา” เพื่อกำจัดเศษวัสดุหลังการเก็บเกี่ยว ไม่ว่าจะเป็นฟางข้าว ซังข้าวโพด กิ่งไม้ หรือเศษพืชต่าง ๆ เพราะเป็นวิธีที่สะดวกและต้นทุนต่ำ แต่การเผากลับกลายเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญของปัญหาหมอกควันและฝุ่น PM2.5 ที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ สิ่งแวดล้อม และคุณภาพชีวิตของผู้คนในวงกว้าง


แม้หลายหน่วยงานจะพยายามส่งเสริมการนำเศษวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตรไปใช้ประโยชน์ในรูปแบบต่าง ๆ เช่น การทำปุ๋ยหมัก การผลิตเชื้อเพลิงชีวมวล หรือการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร แต่ก็ยังมีวัสดุเหลือทิ้งอีกจำนวนมากที่รอการจัดการอย่างเหมาะสม “ไบโอชาร์” จึงถูกมองว่าเป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจ เพราะเป็นการนำวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตรกลับมาใช้ประโยชน์ ผ่านกระบวนการเผาแบบใช้ออกซิเจนน้อย หรือที่เรียกว่า Pyrolysis ซึ่งทำให้เกิดควันน้อยกว่าการเผาทั่วไป แต่ได้ถ่านชีวภาพที่มีรูพรุนจำนวนมากในเนื้อถ่าน คุณสมบัติสำคัญของไบโอชาร์ คือสามารถกักเก็บน้ำ อากาศ แร่ธาตุ และจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์ต่อพืชไว้ได้ จึงช่วยปรับปรุงโครงสร้างดิน เพิ่มความอุดมสมบูรณ์ และลดการใช้ปุ๋ยเคมี นอกจากนี้ยังสามารถนำไปผสมกับปุ๋ยหมักหรือน้ำหมักชีวภาพ เพื่อใช้เป็นวัสดุปลูกและช่วยเพิ่มคุณภาพผลผลิตทางการเกษตรได้อีกด้วย


จุดเด่นอีกประการของไบโอชาร์ คือสามารถผลิตได้จากวัสดุอินทรีย์แทบทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นซังข้าวโพด ฟางข้าว เปลือกไม้ กิ่งไม้ หรือเศษพืชต่าง ๆ ทำให้ของที่เคยถูกมองว่าเป็น “ของเสีย” สามารถกลับมาสร้างมูลค่าได้อีกครั้ง


นอกจากประโยชน์ด้านการเกษตรแล้ว ไบโอชาร์ยังมีบทบาทสำคัญต่อสิ่งแวดล้อม เพราะช่วยกักเก็บคาร์บอนไว้ในดินได้เป็นเวลานาน ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และช่วยลดภาวะโลกร้อน หลายประเทศจึงเรียกไบโอชาร์ว่า “Black Gold” หรือ “ทองคำดำ”


คุณสมบัติด้านการกักเก็บคาร์บอนนี้ ยังเชื่อมโยงไปสู่แนวคิดเรื่อง “คาร์บอนเครดิต” เพราะคาร์บอนที่ถูกกักเก็บไว้ในดินสามารถนำไปคำนวณเป็นคาร์บอนเครดิตได้ ซึ่งอาจกลายเป็นอีกหนึ่งโอกาสในการสร้างรายได้เพิ่มเติมให้กับเกษตรกรในอนาคต แม้ตลาดคาร์บอนเครดิตของประเทศไทยจะยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นก็ตาม


ขณะเดียวกัน การใช้ไบโอชาร์ยังช่วยสร้างภาพลักษณ์สินค้าเกษตรรักษ์โลก หรือ Eco Brand เพราะสะท้อนถึงกระบวนการผลิตที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม ลดการเผา ลดการปล่อยคาร์บอน และใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ซึ่งสอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพและความยั่งยืนมากขึ้น




ท้ายที่สุดแล้ว “ไบโอชาร์” อาจไม่ใช่เพียงทางเลือกในการจัดการวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตร แต่กำลังก้าวสู่การเป็นอีกหนึ่งแนวทางสำคัญ ที่ช่วยเชื่อมโยงการเกษตร เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อมเข้าด้วยกันอย่างสมดุล และอาจกลายเป็นหนึ่งในคำตอบสำคัญของการแก้ปัญหา PM2.5 และการพัฒนาการเกษตรอย่างยั่งยืนในอนาคตได้จริง

เขียนและเรียบเรียงโดย : นายภาคภูมิ  ดาราพงษ์
นักวิชาการส่งเสริมและพัฒนา สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง
52
กรมหม่อนไหมเชิญชวนเที่ยวงาน OTOP MIDYEAR 2026 ชมเสน่ห์ผ้าไหมไทยและภูมิปัญญาหม่อนไหมสู่สากล




กรมหม่อนไหมขอเชิญชวนประชาชนร่วมเที่ยวชมงาน OTOP MIDYEAR 2026 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 20 - 28 มิถุนายน 2569 ณ อาคารชาเลนเจอร์ 1–3 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี ภายใต้แนวคิด OTOP Next Inspiration “สร้างมูลค่าผลิตภัณฑ์ภูมิปัญญาสู่สากล” และการส่งเสริมมาตรการไทยช่วยไทย 


ภายในบูธกรมหม่อนไหม พบกับการจัดแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ผ้าไหมไทยและผลิตภัณฑ์หม่อนไหมจากผู้ประกอบการ จำนวน 18 ร้านค้า ที่คัดสรรผลงานคุณภาพ สะท้อนอัตลักษณ์ ความประณีต และภูมิปัญญาท้องถิ่น ผ่านผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการพัฒนาต่อยอดให้มีความร่วมสมัย ตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวัน และสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับชุมชน


ภายในบูธกรมหม่อนไหม ยังมีนิทรรศการแสดงชุดไทยพระราชนิยม 8 แบบ ภายใต้แนวคิด “พระมิ่งขวัญชาวไทย สร้างไหมไทยให้ยั่งยืน” โดยชุดไทยทั้ง 8 ชุด ตัดเย็บจากผ้าไหมแท้ ถ่ายทอดความงดงามของผ้าไหมไทยในมิติของวัฒนธรรม การแต่งกาย และงานหัตถศิลป์อันทรงคุณค่า




นอกจากนี้ ผู้เข้าชมงานยังสามารถร่วมกิจกรรม Workshop งานประดิษฐ์จากรังไหม เรียนรู้กระบวนการสร้างสรรค์ผลงานจากวัสดุหม่อนไหม และสัมผัสเสน่ห์ของหม่อนไหมไทยผ่านกิจกรรมที่สนุก สร้างสรรค์ และสามารถนำผลงานกลับไปเป็นที่ระลึกได้อีกด้วย





53
“วิล สมิธ” ควง “เจเดน สมิธ” ฝ่ามหันตภัยบนโลกอนาคต “After Earth สยองโลกร้างปี” ทางทรูโฟร์ยู ช่อง 24


ศึกเอาชีวิตรอดบนโลกที่ถูกทิ้งร้างนับพันปี เปิดฉากความระทึกและบทพิสูจน์สายใยพ่อลูกใน “After Earth สยองโลกร้างปี” ผลงานไซไฟผจญภัยของผู้กำกับ เอ็ม ไนท์ ชยามาลาน นำแสดงโดย วิล สมิธ และ เจเดน สมิธ ที่พาผู้ชมลุ้นทุกฝีก้าวกลางดินแดนมรณะอันคาดเดาไม่ได้






ในโลกอนาคตที่มนุษย์อพยพหนีหายนะทางธรรมชาติไปตั้งรกรากบนดาวดวงใหม่ นายพลไซเฟอร์ เรจ (วิล สมิธ) นักรบผู้เป็นตำนาน ต้องร่วมเดินทางกับ คีไท เรจ (เจเดน สมิธ) ลูกชายที่ยังเฝ้ารอการยอมรับจากผู้เป็นพ่อ แต่เหตุไม่คาดฝันกลับทำให้ยานอวกาศตกสู่โลกที่ถูกทิ้งร้างมานานนับพันปี จนกลายเป็นดินแดนอันตรายที่เต็มไปด้วยสัตว์ร้าย เมื่อไซเฟอร์บาดเจ็บสาหัส ภารกิจตามหาสัญญาณขอความช่วยเหลือจึงตกอยู่ในมือของคีไทเพียงลำพัง การเดินทางครั้งนี้ทำให้เขาต้องเผชิญทั้งความหวาดกลัวและบททดสอบครั้งสำคัญ ท่ามกลางคำแนะนำของผู้เป็นพ่อผ่านเครื่องสื่อสารจากระยะไกล นอกจากฉากผจญภัยสุดระทึกแล้ว ภาพยนตร์ยังถ่ายทอดสายใยพ่อลูกได้อย่างน่าประทับใจ โดยมี ฟาเอีย เรจ (โซฟี โอโคเนโด), เซนชี เรจ (โซอี คราวิทซ์) และ แม็กควอร์รี (เดวิด เดนแมน) ร่วมเสริมความเข้มข้นของเรื่อง ติดตามชม“After Earth สยองโลกร้างปี” วันเสาร์ที่ 27 มิถุนายน 2569 เวลา 12.30 น. ทางทรูโฟร์ยู ช่อง 24 และ https://true4u.com/live/
54
กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร จัดโครงการ “กอ.รมน. ปันน้ำใจ บรรเทาทุกข์ค่าครองชีพประชาชน” จับมือ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง มูลนิธิไทยอาสาป้องกันชาติ และภาคีเครือข่ายภาคประชาชน มอบสิ่งของอุปโภคบริโภค บรรเทาทุกข์ค่าครองชีพของประชาชน ณ บริเวณวัดท่าพระ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพฯ




วันนี้ (วันอังคารที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2569) พลเอก ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เลขาธิการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นายอรัณย์ โตทวด ผู้จัดการใหญ่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง คณะมูลนิธิไทยอาสาป้องกันชาติ และคณะภาคีเครือข่ายภาคเอกชน ร่วมพิธีเปิด “กอ.รมน. ปันน้ำใจ บรรเทาทุกข์ค่าครองชีพประชาชน” มอบสิ่งของอุปโภคบริโภค เพื่อเป็นการช่วยเหลือประชาชนโดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้มีรายได้น้อย และประชาชนกลุ่มเปราะบางที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจ โดยมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้จัดทีมเจ้าหน้าที่สาธารณภัยและเจ้าหน้าที่บรรเทาสาธารณภัย นำโดย นายรัชพร ประสงค์ทรัพย์ หัวหน้าแผนกสาธารณภัย นำถุงยังชีพจำนวน 500 ชุด มูลค่ากว่า 2 แสนบาท ร่วมสนับสนุนในโครงการดังกล่าว ณ บริเวณวัดท่าพระ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพฯ


ตลอดระยะเวลากว่า 116 ปี ที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้ขยายขอบข่ายโครงการต่าง ๆ ออกไปอย่างกว้างขวาง ไม่เพียงแต่บำบัดทุกข์ บำรุงสุข แก่ผู้ตกทุกข์ได้ยากโดยไม่จำกัดเชื้อชาติศาสนา เท่านั้น แต่ยังได้พัฒนาคุณภาพชีวิตอีกในหลายทาง เพื่อเป็นองค์กรสาธารณกุศลที่ช่วยเหลือประชาชนครบวงจรในทุกๆ ด้าน ต่อไป ดังปณิธาน “มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”


ติดต่อสอบถาม และติดตามข่าวสาร และกิจกรรมของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่ เฟซบุ๊ก แฟนเพจ www.facebook.com/atpohtecktung และช่องทางอื่นๆ ที่สะดวกได้ที่ https://linktr.ee/pohtecktung หรือที่สายด่วนป่อเต็กตึ๊ง 1418

## ป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต ##
#แอปพลิเคชันป่อเต็กตึ๊ง1418 #ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน






55
ทรูโฟร์ยู ช่อง 24 ชวนลุ้นภารกิจฮีโร่จำเป็น “ฮีโร่บ้านทุ่ง” หนังฮา บู๊ อบอุ่นหัวใจ 28 มิ.ย.นี้


ฮีโร่ไม่จำเป็นต้องมีพลังวิเศษ เมื่อชะตาบังคับให้คนธรรมดาต้องลุกขึ้นปกป้องบ้านเกิด “ฮีโร่บ้านทุ่ง (Baby Hero)” ภาพยนตร์แอ็กชัน-คอมเมดี้อารมณ์ดี นำแสดงโดย หลง ลี, เฮย์ลีย์ วู ,หวัง เว่ยเหลียง และยังมีดาราไทยอย่าง เดี่ยว โชติพิพัฒน์ , ปู วิทยา และ คงคิด วิเศษศิริ ร่วมสร้างสีสัน กับภารกิจปกป้องสมบัติล้ำค่าของหมู่บ้าน








เตรียมลุ้นไปกับภารกิจสุดป่วนใน “ฮีโร่บ้านทุ่ง” เมื่อ ซัน (หลง ลี) นักดนตรีหนุ่มที่ผิดหวังกับความฝัน ตัดสินใจกลับมาพักใจที่หมู่บ้านแฮปปี้ บ้านเกิดอันแสนสงบ แต่ความวุ่นวายกลับมาเยือนเมื่อ อา จิ่ว (หวัง เว่ยเหลียง) โจรชื่อดังแฝงตัวมากับคณะนักท่องเที่ยว หวังขโมย “รูปปั้นวิเศษ” สมบัติล้ำค่าของหมู่บ้าน ขณะที่ ลีน่า (เฮย์ลีย์ วู) แฟนสาวของซัน ก็ปรากฏตัวขึ้นท่ามกลางเหตุการณ์ไม่คาดฝัน ทำให้คนธรรมดาทั้งหมู่บ้านต้องจับมือกันกลายเป็น “ฮีโร่จำเป็น” ออกปกป้องบ้านเกิด ท่ามกลางภารกิจไล่ล่าสุดชุลมุน ฉากบู๊ชวนลุ้น และมุกตลกเรียกเสียงหัวเราะ โดยภาพยนตร์ยังโดดเด่นด้วยการถ่ายทอดเสน่ห์วัฒนธรรมและวิถีชีวิตไทย ผ่านผลงานร่วมทุนไทย-สิงคโปร์ที่ส่งต่อความสนุกและความประทับใจสู่ผู้ชมในวงกว้าง ติดตามชม “ฮีโร่บ้านทุ่ง” วันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน 2569 เวลา 21.00 น. ในช่วง มูฟวีพรีเมียร์ ปักหมุดหนังใหม่ ทาง ทรูโฟร์ยู ช่อง 24 และทาง https://true4u.com/live/
56
KMITL EXPO 2026 เปิดลงทะเบียน Workshop แล้ว!
ชวนน้อง ๆ สัมผัสนวัตกรรมแห่งอนาคต จากห้องแล็บสู่ชีวิตจริง พร้อมรับ E-Certificate


สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) เชิญชวนน้อง ๆ นักเรียน นักศึกษา และผู้สนใจ ร่วมเปิดประสบการณ์การเรียนรู้ครั้งสำคัญในงาน KMITL EXPO 2026 From Lab To Life #ลาดกระบังนิทรรศน์2569 ระหว่างวันที่ 1 - 6 กันยายน 2569 ณ สจล. ภายในงานเปิดพื้นที่ให้น้อง ๆ ได้เรียนรู้และทดลองจริงผ่านกิจกรรม Workshop สุดพิเศษจากคณะและหน่วยงานต่าง ๆ ของ สจล. ที่จะพาผู้เข้าร่วมก้าวเข้าสู่โลกแห่งวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม พร้อมสัมผัสแนวคิด “From Lab To Life” การนำองค์ความรู้จากห้องปฏิบัติการไปต่อยอดสู่การใช้งานจริงในอนาคต

กิจกรรม Workshop ไฮไลต์ภายในงาน มีให้เลือกหลากหลายตามความสนใจ เริ่มจากกลุ่ม Deep Tech และนวัตกรรมล้ำสมัย ที่เปิดโอกาสให้น้องๆ ได้เรียนรู้เทคโนโลยีแห่งอนาคตผ่านกิจกรรม “Stripe Heater by Laser-Induced Graphene” การสร้างแผ่นความร้อนจากกราฟีนด้วยเทคนิคเลเซอร์ และ “Projection Mapping Design of 3D Object” ที่สอนการออกแบบและฉายภาพลงบนวัตถุสามมิติ เพื่อสร้างสรรค์ผลงานมัลติมีเดียที่ผสานทั้งเทคโนโลยีและศิลปะเข้าด้วยกัน

กลุ่มวิทยาศาสตร์สุขภาพและทันตแพทยศาสตร์ น้องๆ จะได้สัมผัสประสบการณ์การเรียนรู้ในห้องปฏิบัติการและการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีทางการแพทย์ผ่านกิจกรรม “Blood Lab Experience: ABO Typing and Blood Smear” ที่เปิดโอกาสให้ทดลองตรวจกรุ๊ปเลือด ABO และศึกษาตัวอย่างเม็ดเลือดด้วยกล้องจุลทรรศน์ “Hack Your Smile เจาะรหัสลับรอยยิ้ม 3 มิติ” ที่แนะนำการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการออกแบบรอยยิ้มและวางแผนการรักษาทางทันตกรรม รวมถึง “Dentistry in a Nutshell” ที่พาไปรู้จักภาพรวมของการเรียนและเส้นทางสู่วิชาชีพทันตแพทย์

กลุ่มศิลปะ การออกแบบ และครีเอทีฟ มี Workshop ที่เปิดพื้นที่ให้ผู้เข้าร่วมได้พัฒนาทักษะด้านการสื่อสารผ่านภาพและงานสร้างสรรค์ อาทิ “108 Studio Photography” ที่สอนเทคนิคการจัดแสงและถ่ายภาพบุคคลในสตูดิโอ “Pose ให้สุด ไม่หยุดคิด” ที่เจาะลึกการจัดท่าทางและการเล่าเรื่องผ่านภาพถ่าย และ “Collage Portrait” ที่ชวนสร้างสรรค์ผลงานภาพตัดแปะด้วยเทคนิคคอลลาจซึ่งได้รับความนิยมในงานศิลปะและการออกแบบร่วมสมัย

กิจกรรม Workshop ทั้งหมดคือการเน้นประสบการณ์แบบ Hands-on Experience ที่ผู้เข้าร่วมไม่ได้เป็นเพียงผู้ฟัง แต่ได้ลงมือปฏิบัติจริง ตั้งแต่การทดลองในห้องแล็บทางการแพทย์ การสร้างนวัตกรรมจากกราฟีน ไปจนถึงการออกแบบรอยยิ้มและสร้างสรรค์ผลงานด้านศิลปะและสื่อดิจิทัล สะท้อนแนวคิดการเรียนรู้ผ่านประสบการณ์จริงที่ช่วยให้ค้นพบความถนัดและแรงบันดาลใจในอนาคตได้อย่างเป็นรูปธรรม



 
ลงทะเบียนล่วงหน้าวันนี้!
ผู้เข้าร่วม Workshop จะได้รับ E-Certificate ในวันงาน เพื่อรับรองประสบการณ์การเข้าร่วมกิจกรรม
สามารถลงทะเบียนได้ทั้งแบบมาเดี่ยวและมาเป็นกลุ่ม
#มาเดี่ยวลงทะเบียนได้ที่ https://expo.kmitl.ac.th
#มากลุ่มลงทะเบียนได้ที่ https://events.kmitl.ac.th/en/events/14
ห้ามพลาด! งาน “ลาดกระบังนิทรรศน์ 2569” (KMITL EXPO 2026) ระหว่างวันที่ 1 - 6 กันยายน 2569 ณ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ภายในงานพบกับการจัดแสดงนวัตกรรมและเทคโนโลยีแห่งอนาคต เวทีเสวนานานาชาติ กิจกรรม Open House เวิร์กชอป และกิจกรรมสร้างสรรค์สำหรับเยาวชนตลอดทั้ง 6 วัน

ผู้สนใจสามารถติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวเพิ่มเติมได้ทาง ผู้สนใจสามารถติ ดตามข้อมูลข่าวสารและความเคลื่อนไหวเพิ่มเติมได้ทาง Facebook: https://www.facebook.com/kmitlofficial  และเว็บไซต์ https://www.kmitl.ac.th   หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02-329-8000
57
ปัญหาความไม่ปลอดภัยของอาคารเก่า ภัยเร้นที่ซ่อนตัวสำหรับคนเมืองกรุงฯ


ปัญหาความไม่ปลอดภัยของอาคารเก่า ภัยเร้นที่ซ่อนตัวสำหรับคนเมืองกรุงฯ
โดย ศ.ดร.อมร พิมานมาศ
นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย และ อ.ประจำคณะวิศวกรรม ม.เกษตรศาสตร์

ในกรุงเทพมหานคร มีอาคารเก่าจำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเขตตัวเมืองชั้นใน ซึ่งอาคารบางหลังมีอายุเกินร้อยปี อาคารเหล่านี้แม้จะมีความสูงไม่มาก แต่กลับมีลักษณะโครงสร้างบางประการที่ไม่แข็งแรง คือ ส่วนยื่นของอาคาร เช่น ระเบียง กันสาด ซึ่งเป็นพื้นปูน มีน้ำหนักมาก และบางครั้งใช้เป็นที่วางสิ่งของต่างๆ
ตามหลักวิศวกรรมแล้ว อาคารย่อมมีอายุการใช้งาน เช่น 50-60 ปี เนื่องจากวัสดุที่ใช้ก่อสร้างมีการเสื่อมสภาพไปตามเวลา โดยเฉพาะอย่างยิ่งคอนกรีต และเหล็กเส้น อีกทั้งวัสดุก่อสร้างเหล่านี้ในอดีตยังไม่ได้มีเทคโนโลยีในการผลิตที่ทำให้ได้วัสดุคุณภาพดี กำลังสูงและทนทาน เช่น คอนกรีตในสมัยก่อนมีกำลังรับน้ำหนักต่ำ เหล็กเสริมในอดีต ใช้เหล็กเส้นกลมผิวเรียบ มีการยึดเกาะโครงสร้างน้อย วัสดุเหล่านี้ย่อมเกิดการเสื่อมสภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อต้องสัมผัสกับสภาพแวดล้อม แดด ฝน ความชื้น จึงทำให้เหล็กเกิดสนิมได้
สำหรับเหตุการณ์การพังถล่มของพื้นระเบียงยื่นที่ ตึกแถว ถ. พระราม 4 ไม่ใช่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งแรก ย้อนกลับไปในเดือน ต.ค. ปี 2568 เกิดเหตุการณ์กันสาดตึกแถวเก่าบริเวณปากซอยสำราญราษฎร์ เขตพระนคร ก็ถล่มลงมาเช่นกัน ชี้ให้เห็นว่าเป็นปัญหาที่ซ่อนเร้นอยู่ และมีอาคารเก่าแบบนี้อีกเป็นจำนวนมากใน กรุงเทพฯ ซึ่งอาจจะพังถล่มวันไหนก็ได้ จึงเป็นภัยซ่อนเร้นของคนเมืองกรุงอย่างเลี่ยงไม่ได้
ปัญหาการถล่มของโครงสร้างส่วนยื่นนี้ จากที่รวบรวมข้อมูลมา สามารถสรุปปัจจัยได้ 5 ข้อหลักๆ
1.   เป็นโครงสร้างเก่า ที่มีอายุเกินกว่าอายุการใช้งานตามปกติ เช่น อายุ 50 ปีขึ้นไป วัสดุ เช่น คอนกรีต เหล็กเส้น เสื่อมสภาพตามเวลา เป็นสนิม เมื่อโดนความชื้น
2.   โครงสร้างที่มีลักษะยื่น มีจุดยึดด้านเดียว มีโอกาสร่วงได้ง่าย
3.   มีจำนวนจุดยึดน้อย และ จุดยึดไม่แข็งแรง หรือ ไม่มีการยึดรั้งกับโครงสร้างด้านในที่แข็งแรง
4.   บางครั้งมีการวางสิ่งของน้ำหนักมากบนโครงสร้างนั้น
5.   อาจมีการต่อเติมส่วนยื่น
ทั้ง 5 ข้อนี้ เป็นปัจจัยต่างๆ ซึ่งแต่ละเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอาจเกิดจากปัจจัยใดปัจจัยหนึ่ง หรือหลายปัจจัยร่วมกัน สำหรับกรณีการพังถล่มของส่วนยื่นอาคาร ที่ ถ.พระราม 4 น่าจะเกิดจาก 3 ปัจจัยแรกเป็นหลัก ส่วนปัจจัยเรื่องการต่อเติมยังไม่สามารถยืนยันได้ในขณะนี้




   ปัญหาอาคารเก่า เป็นปัญหาที่กระทบต่อความปลอดภัยของประชาชนอย่างสำคัญ เนื่องจากอาคารมีอายุเพิ่มขึ้นเรื่อยๆตามเวลาที่ผ่านไป ดังนั้น กทม. จะต้องมีแผนรองรับและป้องกันเหตุการณ์ลักษณะนี้อย่างเป็นระบบ โดยใช้ฐานอำนาจตาม พรบ. ควบคุมอาคาร ที่กำหนดให้เจ้าพนักงานท้องถิ่น เช่น กทม. มีอำนาจตามกฎกระทรวงปี 2563 เรื่อง การแก้ไขอาคารที่มีสภาพหรือมีการใช้ที่อาจเป็นภยันตรายต่อสุขภาพ ชีวิต ร่างกาย หรือทรัพย์สิน หรืออาจไม่ปลอดภัยจากอัคคีภัย หรือก่อให้เกิดเหตุรำคาญ หรือกระทบกระเทือนต่อการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม
   ดังนั้น กทม. ควรดำเนินการเพื่อแก้ไขปัญหาอาคารเก่าอย่างเป็นระบบดังนี้
1.   สำรวจอาคารเก่าทั้งหมด โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาคารที่อายุเกิน 50 ปีขึ้นไป และที่มีลักษณะเป็นโครงสร้างยื่น เช่น พื้น ระเบียง และจัดทำฐานข้อมูลอาคารเก่า
2.   ทำการตรวจประเมินสภาพความแข็งแรงของอาคารอย่างเป็นระบบ โดยมอบหมายนายช่างโยธา  นายตรวจ ผู้ตรวจสอบอาคารตามกฎหมายตรวจสอบอาคาร และขอความร่วมมือ องค์กรวิชาชีพส่งวิศวกรอาสาเข้าร่วมตรวจสอบสภาพทางโครงสร้างอาคาร และรายงานผลสำรวจแก่เจ้าพนักงานท้องถิ่นทราบ
3.   หากตรวจพบอาคารที่มีสภาพไม่แข็งแรงทางโครงสร้างอาคาร ต้องออกคำสั่งให้แก้ไขอาคาร และบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง
58
การตรวจสอบพื้นที่ และซากพื้นปูนที่ถล่ม เพื่อวิเคราะห์สาเหตุ


จากเหตุการณ์ระเบียงกันสาดอาคาร 2 ชั้น ที่พระราม 4 ถล่ ม นั้น ศ.ดร.อมร พิมานมาศ นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย แจ้งว่า ได้ลงพื้นที่ตรอบ เมื่อค่ำวันนี้ พบข้อมูลที่น่าจะเป็นประเด็นสาเหตุของการพังถล่ม เพิ่มเติม

จากเดิมที่คาดการณ์ว่า เกิดจากการเกิดสนิมในเหล็กที่ใส่ในพื้น และ โครงสร้างเป็นลักษณะยื่น แต่เมื่อได้ตรวจสอบซากพื้นที่ถล่มลงไป พบว่า มีประเด็นสำคัญเพิ่มเติมคือพบว่ามีจุดยึดระหว่างพื้นกับตัวอาคาร เพียงไม่กี่ตำแหน่ง และใช้เหล็กเส้นกลมในการยึด ซึ่งอาจทำให้จุดยึดไม่แข็งแรง

ดังนั้นปัญหาของการถล่ม จึงอาจเกิดจากการเสื่อมสภาพของอาคารเก่า เหล็กเป็นสนิม และจุดยึดไม่เพียงพอ ทั้งสามปัจจัยร่วมกันนี้ อาจเป็นสาเหตุให้ระเบียงกันสาดถล่มได้

ทั้งนี้ ศ.ดร.อมร ให้เห็นว่า อาคารหลังดังกล่าวควรต้องตรวจสอบโครงสร้างส่วนที่เหลือว่าได้รับผลกระทบเพียงใด และยังคงมั่นคงแข็งแรงหรือไม่

นอกจากนี้ ยังขอให้ กทม. เร่งตรวจสอบระเบียงกันสาดในอาคารข้างเคียงด้วย เนื่องจากมีลักษณะการก่อสร้างคล้ายกัน มีความเสี่ยงจะถล่มได้เช่นกัน
59
5 ปี East Field จากแม่ที่อยากเลือกสิ่งดีที่สุดให้ลูก สู่แบรนด์นมที่เติบโตจากความใส่ใจ


หลายธุรกิจเริ่มต้นจากการมองเห็นโอกาสทางการตลาด แต่สำหรับ East Field จุดเริ่มต้นกลับมาจากคำถามง่าย ๆ ของคนเป็นแม่

“ถ้าเป็นลูกเรา เราอยากให้เขาดื่มอะไร”


5 ปีที่ผ่านมาเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการเดินทาง

เมื่อ 5 ปีก่อน คุณแม่ลูก 4 คนคนหนึ่ง ซึ่งอยู่ในแวดวงอาหารและโภชนาการมานาน เริ่มตั้งคำถามกับตัวเองทุกครั้งที่เลือกอาหารและเครื่องดื่มให้ลูก

แม้จะมีผลิตภัณฑ์ให้เลือกมากมายในท้องตลาด แต่สิ่งที่เธอมองหากลับเรียบง่ายกว่านั้น นั่นคือผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ รสชาติดี และสามารถให้ลูกดื่มได้ทุกวันอย่างสบายใจ

จากความตั้งใจเล็ก ๆ ภายในครอบครัว จึงกลายเป็นจุดเริ่มต้นของ East Field

แบรนด์ที่เกิดขึ้นจากแนวคิดว่า “สิ่งที่ทำให้ลูกเราได้ เราจึงอยากส่งต่อให้ครอบครัวอื่นเช่นกัน”






ตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา East Field เติบโตอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยไม่เคยเริ่มต้นจากงบการตลาดมหาศาลหรือแคมเปญโฆษณาขนาดใหญ่

แต่เติบโตจากเสียงตอบรับของผู้บริโภคจริง โดยเฉพาะกลุ่มคุณแม่ที่มองหาผลิตภัณฑ์ที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพของวัตถุดิบ และรสชาติที่เด็กสามารถดื่มได้จริงในชีวิตประจำวัน

สิ่งที่ East Field ให้ความสำคัญมาตั้งแต่วันแรก ไม่ใช่เพียงตัวเลขยอดขาย แต่คือการรักษามาตรฐานของผลิตภัณฑ์ในแบบที่ผู้ก่อตั้งกล้ายกให้ลูกของตัวเองดื่มทุกวัน

เพราะในมุมของคนเป็นแม่ การเลือกอาหารให้ลูกไม่ใช่เรื่องของการตลาด แต่เป็นเรื่องของความรับผิดชอบ

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา East Field จึงให้ความสำคัญกับการคัดเลือกวัตถุดิบ การพัฒนาสูตร และการสร้างผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ครอบครัวไทย โดยยึดหลักว่าโภชนาการที่ดีควรมาพร้อมกับรสชาติที่ดีเช่นกัน

แนวคิดดังกล่าวทำให้ East Field กลายเป็นแบรนด์ที่ได้รับการบอกต่ออย่างต่อเนื่องในกลุ่มผู้ปกครอง โดยเฉพาะในเรื่องรสชาติ ความหอม กลมกล่อม และความใส่ใจในรายละเอียดของผลิตภัณฑ์


จากวันแรกที่มีเป้าหมายเพียงอยากให้ลูกทั้ง 4 คนได้ดื่มนมที่ดี วันนี้ East Field ได้ส่งต่อความตั้งใจเดียวกันไปยังครอบครัวไทยจำนวนมากทั่วประเทศ

ในโอกาสครบรอบ 5 ปีของแบรนด์ East Field ยังยืนยันในแนวทางเดิม คือการพัฒนาผลิตภัณฑ์จากความเข้าใจในชีวิตจริงของครอบครัว ไม่ใช่เพียงการตามกระแสของตลาด

เพราะตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา สิ่งที่ East Field ภูมิใจที่สุด อาจไม่ใช่จำนวนผลิตภัณฑ์ที่วางจำหน่าย หรือยอดขายที่เติบโตขึ้นในแต่ละปี

แต่คือการได้เป็นส่วนหนึ่งของมื้อเช้าก่อนเข้าโรงเรียน เป็นแก้วนมก่อนนอนของเด็กหลายคน และเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยเล็ก ๆ ที่อยู่เคียงข้างครอบครัวไทยในทุกวัน

จากความตั้งใจของแม่คนหนึ่งในวันนั้น สู่ East Field ในวันนี้



5 ปีที่ผ่านมาเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการเดินทาง

และหัวใจสำคัญของแบรนด์ยังคงเหมือนเดิม

“ถ้าเป็นลูกเรา เราจะเลือกสิ่งไหนให้เขา”
60
'สีสันตะวันออก กอล์ฟ พาราไดซ์ - Color Of The East Golf Paradise 2026' ประเดิมสนามแรก ณ รอยัลฮิลล์ นครนายก ท่ามกลางบรรยากาศนักกอล์ฟและครอบครัวร่วมงานสุดคึกคัก"




การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ภูมิภาคภาคตะวันออก ร่วมกับ บริษัท ทริปเปิลนายน์ เน็ตเวิร์ค จำกัด ประเดิมเปิดสนามการแข่งขันกอล์ฟรายการยิ่งใหญ่แห่งปี “สีสันตะวันออก กอล์ฟ พาราไดซ์ - Color Of The East Golf Paradise 2026” สนามที่ 1 อย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2569 ณ สนามรอยัลฮิลล์ กอล์ฟ รีสอร์ท แอนด์ สปา (Royal Hills Golf Resort & Spa) จังหวัดนครนายก เดินหน้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจการท่องเที่ยวเชิงกีฬาในช่วงนอกฤดูกาล ภายใต้กลยุทธ์ “PLAY STAY SAVE” มุ่งกระตุ้นให้นักกอล์ฟและครอบครัวเกิดการเดินทาง พำนักค้างคืน และจับจ่ายใช้สอยเพื่อกระจายรายได้สู่กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกอย่างยั่งยืน


บรรยากาศการแข่งขันประเดิมสนามแรกเต็มไปด้วยความคึกคักของเหล่านักกอล์ฟที่เข้าร่วมประชันวงสวิงท่ามกลางธรรมชาติอันร่มรื่น พร้อมลุ้นรับรางวัลมากมาย โดยไฮไลต์สำคัญของการแข่งขันตกเป็นของยอดฝีมืออย่าง คุณนวิน ฟูทวีมั่งทรัพย์ ที่สามารถโชว์ฟอร์มการเล่นได้อย่างยอดเยี่ยม ทำคะแนน Out 32, In 41 จบที่ Gross 73 คว้าแชมป์ Overall Low Gross ประจำสนามไปครองอย่างสมศักดิ์ศรี พร้อมรับถ้วยรางวัลเกียรติยศจาก ททท. และแพ็กเกจออกรอบพร้อมที่พักสนามกอล์ฟแหลมฉบัง อินเตอร์เนชั่นแนล ชลบุรี


โดยในพิธีประกาศผลและมอบรางวัล ได้รับเกียรติจาก คุณกนกกิตติกา กฤตย์วุฒิกร ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคตะวันออก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และ คุณวัชรพล สารสอน ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานนครนายก ให้เกียรติร่วมเป็นผู้มอบถ้วยรางวัลและแสดงความยินดีแก่นักกอล์ฟที่ชนะการแข่งขันในครั้งนี้อย่างอบอุ่น


สรุปผลการแข่งขัน “Color Of The East Golf Paradise 2026” สนามที่ 1 มีดังนี้

•    แชมป์ Overall Low Gross:
          o    นวิน ฟูทวีมั่งทรัพย์ (Out 32, In 41, Gross 73)

•    ผลการแข่งขัน Flight A (Handicap 0-12):
          o    Winner: สิทธิพร เกิดร่วม (Out 36, In 37, Gross 73, Hcp. 5, Stableford Point 39)
          o    1st Runner Up: ชยกร รัตนนิลกานต์ (Out 35, In 42, Gross 77, Hcp. 10, Stableford Point 39)

•    ผลการแข่งขัน Flight B (Handicap 13-18):
          o    Winner: พีรพล ธำรงรัตนศิลป์ (Out 41, In 43, Gross 84, Hcp. 13, Stableford Point 34)
          o    1st Runner Up: ณัฐพล ศรีรังสิต (Out 36, In 49, Gross 85, Hcp. 13, Stableford Point 34)

•    ผลการแข่งขัน Flight C (Handicap 19-24):
          o    Winner: ภาสกร ยะสะวุฒิ (Out 41, In 50, Gross 91, Hcp. 20, Stableford Point 32)
          o    1st Runner Up: ปู พันหน้า (Out 45, In 47, Gross 92, Hcp. 19, Stableford Point 31)

•    รางวัล Boobie:
          o    กฤษณ์ เจริญจิตสวัสดิ์ (Out 53, In 73, Gross 126, Hcp. 24, Stableford Point 16)


ทั้งนี้ โครงการ “Color Of The East Golf Paradise 2026” ยังคงเดินหน้าส่งมอบประสบการณ์การแข่งขันกอล์ฟสุดคุ้มค่าภายใต้แนวคิด “Play Stay Save” อย่างต่อเนื่อง โดยเตรียมเปิดศึกดวลวงสวิงสนามที่ 2 ในวันศุกร์ที่ 17 กรกฎาคม 2569 ณ สนามกอล์ฟเซ้นต์แอนดรูว์ 2000 (St. Andrews 2000) จังหวัดระยอง ขอเชิญชวนนักกอล์ฟที่สนใจร่วมสมัครประลองฝีมือ พร้อมลุ้นรับรางวัลจากพันธมิตรผู้สนับสนุนอีกคับคั่ง

สามารถติดตามรายละเอียดการสมัครและติดตามความเคลื่อนไหวของโครงการได้ที่:

•    LINE Official: @triple999
•    Facebook: สีสันตะวันออก กอล์ฟ พาราไดซ์
•    โทรศัพท์: 062-416-5965

#ColorOfTheEastGolfParadise2026 #PlayStaySave #กอล์ฟภาคตะวันออก #ททท #AmazingThailand #RoyalHillsGolfResortAndSpa



Pages: 1 ... 4 5 [6] 7 8 ... 10