51
news & activity / “สถาปนิก’69” เปิดเวที ASA International Forum เชิญเหล่าสถาปนิกระดับโลกร่วมแชร์
« Last post by happy on April 10, 2026, 01:09:43 PM »“สถาปนิก’69” เปิดเวที ASA International Forum เชิญเหล่าสถาปนิกระดับโลกร่วมแชร์ไอเดียปรับตัวรับเทคโนโลยี AI เปลี่ยนแปลงโลก

เตรียมพบกับสุดยอดงานแสดงนิทรรศการสถาปัตยกรรมยิ่งใหญ่ที่สุดในอาเซียน “สถาปนิก’69” ภายใต้แนวคิด สติมา : ปัญญา : พร้อม(ท์) | SATI : WISDOM : PROMPT โดยสมาคมสถาปนิกสยามฯ เผยความพร้อมจัดแสดงนิทรรศการและกิจกรรมพิเศษ มุ่งเน้นให้ความสำคัญสร้างสมดุลระหว่างภูมิปัญญามนุษย์ ความคิดสร้างสรรค์ และ ปัญญาประดิษฐ์ ซึ่งเป็นนวัตกรรมแห่งอนาคต เพื่อช่วยยกระดับขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สังคม และพัฒนาคุณภาพชีวิต เปิดเวทีสัมมนา ASA International Forum เชิญกูรูวิชาชีพสถาปนิกจากต่างประเทศร่วมแชร์ความรู้ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และสร้างแรงบันดาลใจให้กลุ่มวิชาชีพนักออกแบบ สถาปัตยกรรมได้ปรับตัวรองรับการเปลี่ยนแปลงของโลกจากเทคโนโลยีใหม่ AI ที่เข้ามามีบทบาทในการดำเนินชีวิตปัจจุบัน ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรม ฟรี

นายอเส สุขยางค์ นายกสมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ (ASA) กล่าวถึงปัจจุบันโลกกำลังเปลี่ยนแปลงด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามามีบทบาทกับการใช้ชีวิตประจำวัน ในหลากหลายสาขาอาชีพล้วนต้องปรับตัว แวดวงวิชาชีพสถาปนิก นักออกแบบ สถาปัตยกรรมเป็นอีกหนึ่งภาคส่วนที่กำลังปรับตัว เพื่อผสานองค์ความรู้ดั้งเดิมเข้ากับเทคโนโลยีสมัยใหม่ พร้อมมองหาแนวทางสร้างสมดุลระหว่างภูมิปัญญามนุษย์ ความคิดสร้างสรรค์ และ ปัญญาประดิษฐ์ซึ่งเป็นนวัตกรรมแห่งอนาคต เพื่อช่วยยกระดับขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สังคม และพัฒนาคุณภาพชีวิต งานสถาปนิก’69 ซึ่งมีกำหนดจัดงานวันที่ 28 เมษายน – 3 พฤษภาคม 2569 ณ อาคารชาเลนเจอร์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี ภายใต้แนวคิด “สติมา : ปัญญา : พร้อม(ท์) | SATI : WISDOM : PROMPT” ปีนี้ได้เตรียมจัดแสดงนิทรรศการที่น่าสนใจไว้มากมาย รวมถึงกิจกรรมพิเศษสอดรับกับแนวคิดการจัดงานอย่างดีที่สุด
โดยในส่วนของกิจกรรมการสัมมนา ASA International Forum เป็นการรวมตัวของเหล่าสถาปนิกและนักออกแบบชั้นนำจากทั่วโลก เพื่อร่วมแสดงปาฐกถาและแลกเปลี่ยนแนวคิดภายใต้กรอบแนวคิด "สติมา : ปัญญา : พร้อม(ท์) " (Sati : Wisdom : Prompt) งานเสวนาในครั้งนี้จะขอเชิญชวนทุกท่านมาร่วมขบคิดถึงรากฐานของสติปัญญาของมนุษย์ และความสัมพันธ์กับยุคสมัยแห่งปัญญาประดิษฐ์ที่กำลังก้าวเข้ามา เพื่อร่วมกันกำหนดทิศทางไปสู่ยุคใหม่แห่ง "ปัญญาแบบผสมผสาน" (Hybridized Wisdom) การเสวนาในปีนี้แบ่งออกเป็น 2 ช่วงสำคัญ โดยแต่ละช่วงจะศึกษาวิเคราะห์ระหว่าง "ปัญญา" (Wisdom) ซึ่งหมายถึงความลุ่มลึกของความรู้ วัฒนธรรม และพลังสร้างสรรค์ของมนุษย์ กับ "ความฉลาดใหม่" (New Intelligence) ซึ่งหมายถึงศักยภาพในการเปลี่ยนแปลงโลกของระบบปัญญาประดิษฐ์และระบบการคำนวณในการสร้างสรรค์สภาพแวดล้อมทางกายภาพ

ไฮไลต์ใหม่ในปีนี้ คือ ในตอนท้ายของแต่ละช่วงการเสวนา จะมีการจัด Roundtable หรือเวทีเสวนาโต๊ะกลม ซึ่งเป็นพื้นที่เปิดให้วิทยากรและผู้ดำเนินการสนทนาได้แลกเปลี่ยนทัศนะกันอย่างเจาะลึก โดยผู้เข้าร่วมงานสามารถมีส่วนร่วมในบทสนทนาได้อย่างใกล้ชิด ทั้งการตั้งคำถามและร่วมแบ่งปันความคิดเห็น เพื่อสร้างบทสนทนาร่วมกันเกี่ยวกับอนาคตของสถาปัตยกรรมและอัจฉริยภาพในการออกแบบนั่นเอง

นายจาตุรนต์ กิ่งมิ่งแฮ ประธานจัดงานสถาปนิก’69 กล่าวถึงรายละเอียดของ ASA INTERNATIONAL FORUM และความน่าสนใจ เริ่มจากหัวข้อ "FUTURE ILLUSION" โดยสองสถาปนิกรุ่นใหม่ที่มีชื่อเสียง Jenchieh Hung และ Kulthida Songkittipakdee ผู้ก่อตั้ง HAS Design and Research สำนักงานอยู่ในกรุงเทพฯ และเซี่ยงไฮ้ ผลงานออกแบบของทั้งคู่ เป็นที่รู้จักในแนวคิด "Chameleon Architecture" สถาปัตยกรรมที่ปรับตัวเข้ากับบริบทของสภาพอากาศ วัฒนธรรม และชุมชน โดยยังคงรากเหง้าของพื้นที่ไว้อย่างลึกซึ้ง เช่น ผลงาน High line Bangkok ผลงาน Botanica Meditation Centre ต่อด้วยหัวข้อ "CULTURE" โดย Boonserm Premthada สถาปนิกชาวไทย ผู้ก่อตั้ง Bangkok Project Studio เป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติจากแนวทางการออกแบบที่มองสถาปัตยกรรมในฐานะ กระบวนการอยู่ร่วมกัน ระหว่างมนุษย์ ธรรมชาติ และชุมชน ผลงานโดดเด่นด้วยการใช้วัสดุท้องถิ่นและภูมิปัญญาพื้นถิ่น อาทิ Elephant Chapel จัดแสดงที่ Venice Biennal 2025, The Cultural Courtyard, The Artisans Ayutthaya และในงานครั้งนี้ยังมีแขกรับเชิญมาร่วมพูดคุยเป็น Latifa Alkhayat สถาปนิกและนักวิจัยชาวบาห์เรน
ถัดมา "SITE, MATTER, GESTURE" โดย Anne Holtrop สถาปนิกชาวดัตช์และผู้ก่อตั้ง Studio Anne Holtrop สำนักงานที่มีฐานหลักอยู่ในเมือง Muharraq บาห์เรน งานออกแบบของเขามุ่งเน้นความสัมพันธ์ระหว่างวัสดุ พื้นที่ และสภาพแวดล้อม โดยเฉพาะบริบทของภูมิอากาศและท้องถิ่น ผลงานเช่น Green Corner Building ต่อด้วยหัวข้อ "RIGOROUSLY IMAGINATIVE: HOW TO DESIGN BETTER FUTURES" โดย Cecilia MoSze Tham นักอนาคตศาสตร์รางวัลระดับนานาชาติ ผู้ทำงานอยู่ที่จุดตัดระหว่างการประกอบการ เทคโนโลยี วิทยาศาสตร์ และการออกแบบ ปัจจุบันเป็นผู้ก่อตั้งและ CEO ของ Futurity Systems บริษัทที่ให้บริการด้านการมองอนาคต เพื่อช่วยองค์กรต่างๆ สร้างและวางแผนอนาคตได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ และหัวข้อ "NATURAL ARTIFICIAL AND COLLECTIVE INTELLIGENCE IN THE BUILT ENVIRONMENT" โดย Luca Bussolino สถาปนิกและวิศวกรชาวอิตาลี Partner และ Head of Strategy & Innovation ของ Carlo Ratti Associati (CRA) สำนักงานออกแบบระดับนานาชาติที่มีฐานอยู่ในเมืองตูริน ผลงานเช่น France Pavillion จัดแสดงที่โอซาก้าปี 2025 หัวข้อสุดท้าย "DESIGNING FOR RESILIENCE" โดย Miho Mazereeuw ซึ่งเป็นรองศาสตราจารย์ด้านสถาปัตยกรรมและผังเมือง จาก MIT และผู้อำนวยการ Urban Risk Lab ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบเมืองที่รับมือกับความเสี่ยงจากภัยพิบัติ และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เคยวิจัยในไทยและญี่ปุ่น ที่เน้น Design Before Disaster เป็นแนวทางป้องกัน การปรับตัวเมื่อมีภัยพิบัติ เป็นต้น

ประธานจัดงานสถาปนิก’69 กล่าวเสริมอีกหนึ่งกิจกรรมไม่ควรพลาด ASA INSPIRATION LAB เป็นการจัดเสวนาสนับสนุนกลุ่มวิชาชีพ ซึ่งไม่เพียงการเสวนาให้ความรู้ในหัวข้อต่างๆ ที่น่าสนใจ แต่ยังรวมเวิร์คชอปเข้ามาด้วย เพื่อให้ผู้ร่วมงานได้สัมผัสกับแรงบันดาลใจและทดลองได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์ซึ่งเป็นสิ่งแปลกใหม่ในเวทีเสวนาปีนี้ ยกตัวอย่างเช่น BODY – CITY - BALANCE โดยคุณศัลยเวทย์ ประเสริฐวิทยาการ, คุณจูน เซคิโน, คุณพงศ์ภัทร เอื้อสังคมเศรษฐ์ และคุณไพทยา บัญชากิติคุณ เหล่าสถาปนิกไทยที่มีชื่อเสียง และมีช่วง Roundtable ดำเนินรายการโดยคุณบุญชัย เทียนวัง หรือหัวข้อ Thinking AI เมื่อ AI เป็นมากกว่าคนคุย โดยคุณใหม่ พัฒนา ยังรวมถึงหัวข้อ MATERIAL JOURNEY: IN SEARCH FOR PATTERN AND GEOMETRY โดยคณาจารย์และนิสิตจากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และช่วง Roundtable ดำเนินรายการโดยคุณณัฐนิช ชัยดี จาก ART4D Works เป็นต้น
สำหรับ ASA INSPIRATION LAB ยังมีหัวข้อเสวนาและกิจกรรมอีกมาย ซึ่งได้เชิญวิทยากรมาร่วมแชร์ไอเดียกันครอบคลุมทั้งเรื่องของมนุษย์และเทคโนโลยีสมัยใหม่อย่าง AI ตั้งแต่เรื่อง สัมผัสของมนุษย์, สมดุลระหว่างจิตใจและร่างกาย, การทํางานเชิงฝีมือช่างและท้องถิ่น, การทํางานกับบริบททางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมร่วมสมัย, มุมมองการออกแบบในเวทีโลก, ไปจนถึงการทํางานเชิงทดลองกับ Robotic และ Artificial Intelligence กิจกรรมทั้งหมดรวบรวมนักออกแบบ สถาปนิก นักคิด และผู้เชี่ยวชาญระดับแนวหน้าจากทั้งประเทศไทยและนานาชาติ มาร่วมแบ่งปันประสบการณ์ แนวคิด และการทดลองใหม่ๆ ที่กําลังขับเคลื่อนอนาคตของงานออกแบบ
ทั้งนี้ กิจกรรมเสวนา ASA INTERNATIONAL FORUM จัดขึ้นเพียง 2 วัน (ช่วงงานสถาปนิก’69) ในวันที่ 2 และ 3 พฤษภาคม 2569 ณ ห้องฟินิกซ์ 4-6 อาคารอิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น เซ็นเตอร์ ส่วนกิจกรรม ASA INSPIRATION LAB จัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 28 เมษายน – 3 พฤษภาคม ณ บริเวณเวทีกลางภายในอาคาร อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ 1-3 และห้องฟินิกซ์ 1-3 อาคารอิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น สำหรับผู้ที่สนใจสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมและลงทะเบียนร่วมงานล่วงหน้า โดยไม่มีค่าใช้จ่ายผ่านทาง www.asaexpo.org
52
news & activity / Mattress City แบรนด์ที่นอน ที่ให้ลูกค้าสามารถ “ลอง” ได้อย่าง “ถูกต้อง”
« Last post by happy on April 09, 2026, 06:34:07 PM »ปัญหาของการซื้อที่นอนคือ “ไม่ได้ลอง” หรือ “ลองไม่ได้นาน” ทำให้การซื้อไปแล้วหากไม่ถูกใจอาจจะต้องทนนอนไปหลายปีด้วยความเสียดาย Mattress City แบรนด์ที่เห็นปัญหานี้และต่อยอดไปไกลกว่าด้วยการให้ลูกค้าสามารถ “ลอง” ได้อย่าง “ถูกต้อง” และเหมาะสมกับคนนั้นๆ


วันนี้ Mattress City ไม่ได้มาขายที่นอน แต่มาทลายปัญหาที่ค้างคาวงการนี้มานาน ด้วยการประการปรับกลยุทธ์แบรนด์ครั้งใหญ่ ยกระดับการขายที่นอนไปอีกขั้นสู่การเป็น "Sleep Specialist" ผู้เชี่ยวชาญด้านการนอนตัวจริงของประเทศไทย พร้อมเปิดตัวบริการ "Sleep Coach" ที่ปรึกษาด้านการนอนส่วนตัว ครั้งแรกในวงการที่นอนไทย ภายใต้แนวคิด "เรื่องที่นอนจบที่เรา"
ต้องยอมรับว่าตลาดที่นอนในเมืองไทยวันนี้เต็มไปด้วยความสับสน ผู้บริโภคเดินเข้าห้าง เจอที่นอนเป็นร้อยรุ่น จากหลายสิบยี่ห้อ สเปคหน้าตาคล้ายกันหมด ตัดสินใจจากการนอนลองในห้างไม่กี่นาที แล้วก็หวังว่ามันจะ "เหมาะกับตัวเอง" พอเอาไปนอนจริงที่บ้าน กลับไม่ใช่ ปวดหลัง ร้อน นอนไม่หลับ วนซ้ำเหมือนเดิม ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ "ที่นอนไม่ดี" แต่อยู่ที่ การเลือกที่ไม่เหมาะกับตัวเอง เพราะไม่มี “Specialist” แนะนำก่อนซื้อ
ต้องยอมรับว่าตลาดที่นอนในเมืองไทยวันนี้เต็มไปด้วยความสับสน ผู้บริโภคเดินเข้าห้าง เจอที่นอนเป็นร้อยรุ่น จากหลายสิบยี่ห้อ สเปคหน้าตาคล้ายกันหมด ตัดสินใจจากการนอนลองในห้างไม่กี่นาที แล้วก็หวังว่ามันจะ "เหมาะกับตัวเอง" พอเอาไปนอนจริงที่บ้าน กลับไม่ใช่ ปวดหลัง ร้อน นอนไม่หลับ วนซ้ำเหมือนเดิม ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ "ที่นอนไม่ดี" แต่อยู่ที่ การเลือกที่ไม่เหมาะกับตัวเอง เพราะไม่มี “Specialist” แนะนำก่อนซื้อ
Mattress City จึงขอเป็นหนึ่งในแบรนด์ที่จะเข้ามาแก้ไขปัญหานี้ให้ทุกการซื้อที่นอนเป็นเรื่องที่ “ง่าย” และ ได้ที่นอนที่เหมาะกับตัวเองจริงๆ
คุณ กิตติ ตั้งพานทอง ผู้อํานวยการสายงานปฏิบัติการธุรกิจค้าปลีก (MattressCity Thailand) กล่าวว่า ที่ผ่านมาตลาดที่นอนขายกันด้วย "สเปค" จำนวนสปริง ความหนายางพารา เปอร์เซ็นต์วัสดุ แต่สิ่งที่ลูกค้าต้องการจริงๆ ไม่ใช่ตัวเลข แต่คือ "คนที่เข้าใจ" ว่าปัญหาการนอนของเขาเกิดจากอะไร และที่นอนแบบไหนจะแก้ปัญหาได้ตรงจุด วันนี้เราไม่ได้แค่ขายที่นอน เราเป็นคนที่พร้อมรับจบทุกปัญหาเรื่องการนอนให้คนไทย “ไม่ว่าจะเคยเจ็บจากที่นอนแบบไหนมาก่อนก็จบที่เรา”
คุณ กิตติ ตั้งพานทอง ผู้อํานวยการสายงานปฏิบัติการธุรกิจค้าปลีก (MattressCity Thailand) กล่าวว่า ที่ผ่านมาตลาดที่นอนขายกันด้วย "สเปค" จำนวนสปริง ความหนายางพารา เปอร์เซ็นต์วัสดุ แต่สิ่งที่ลูกค้าต้องการจริงๆ ไม่ใช่ตัวเลข แต่คือ "คนที่เข้าใจ" ว่าปัญหาการนอนของเขาเกิดจากอะไร และที่นอนแบบไหนจะแก้ปัญหาได้ตรงจุด วันนี้เราไม่ได้แค่ขายที่นอน เราเป็นคนที่พร้อมรับจบทุกปัญหาเรื่องการนอนให้คนไทย “ไม่ว่าจะเคยเจ็บจากที่นอนแบบไหนมาก่อนก็จบที่เรา”
Sleep Coach คืออะไร? ทำไมถึงเปลี่ยนเกม
หัวใจของการปรับกลยุทธ์ครั้งนี้คือ "Sleep Coach" ผู้เชี่ยวชาญด้านการนอนที่ Mattress City ที่จะทำความเข้าใจทุกปัญหาของลูกค้าจริงๆ ก่อนนำสินค้า
กระบวนการทำงานของ Sleep Coach ไม่ใช่แค่ถามว่า "ชอบนุ่มหรือแข็ง" แล้วชี้ไปที่ชั้นวาง แต่คือการวิเคราะห์แบบ Personalized ตั้งแต่สรีระ น้ำหนัก ส่วนสูง ท่านอน อาการปวดเรื้อรัง ไลฟ์สไตล์ ไปจนถึงนิสัยการนอนที่สะสมมา เพื่อให้เลือกที่นอนที่ "ใช่" สำหรับร่างกายของคนคนนั้นโดยเฉพาะ
หัวใจของการปรับกลยุทธ์ครั้งนี้คือ "Sleep Coach" ผู้เชี่ยวชาญด้านการนอนที่ Mattress City ที่จะทำความเข้าใจทุกปัญหาของลูกค้าจริงๆ ก่อนนำสินค้า
กระบวนการทำงานของ Sleep Coach ไม่ใช่แค่ถามว่า "ชอบนุ่มหรือแข็ง" แล้วชี้ไปที่ชั้นวาง แต่คือการวิเคราะห์แบบ Personalized ตั้งแต่สรีระ น้ำหนัก ส่วนสูง ท่านอน อาการปวดเรื้อรัง ไลฟ์สไตล์ ไปจนถึงนิสัยการนอนที่สะสมมา เพื่อให้เลือกที่นอนที่ "ใช่" สำหรับร่างกายของคนคนนั้นโดยเฉพาะ
ทำให้สามารถวิเคราะห์ปัญหา และแนะนำรุ่นที่เหมาะสมกับลูกค้าได้มากที่สุด โดยมี Sleep Coach ประจำสาขาคอยให้คำปรึกษาแบบตัวต่อตัว ทั้งเรื่องที่นอนและหมอน สามารถลองได้จนกว่าจะเจอสิ่งที่เหมาะกับตัวลูกค้าจริงๆ Mattress City มั่นใจได้ว่า เรื่องที่นอนจบที่นี่แน่นอน
ทั้งหมดนี้ตอกย้ำว่า Mattress City คือ ร้านที่นอน Specialist ที่มีที่นอนให้เลือกหลากหลายที่สุดในประเทศ ครอบคลุมทุกแบรนด์ชั้นนำOmazz Lotus Dunlopillo Bedgear และอีกมากกว่า 11 แบรนด์ชั้นนำ ทุกเทคโนโลยี ทุกระดับราคา ผ่านมากกว่า 46 สาขา สาขาทั่วประเทศ — พร้อมทีม Sleep Coach ที่จบหลักสูตรมาโดยตรงและผ่านการฝึกอบรมด้านสรีระศาสตร์และวิทยาศาสตร์การนอนโดยเฉพาะ
Mattress City อยากเป็นชื่อแรกที่คนไทยนึกถึงเมื่อมีปัญหาเรื่องการนอน ไม่ใช่แค่ร้านที่นอน แต่คือที่ที่พร้อมแก้ปัญหาด้วยความเชี่ยวชาญที่หาจากที่ไหนไม่ได้ เพราะ Mattress City เชื่อว่า “การเลือกที่นอนต้องได้ลอง” และการมีคนที่เข้าใจการนอนของคุณมากที่สุดมาแนะนำการลองคือสิ่งจำเป็น และที่ Mattress City เราเป็นคนนั้น เรื่องที่นอนจบที่เรา
ไปสัมผัสที่นอนได้เเล้ววันนี้ที่ Mattress City ทุกสาขาทั่วประเทศ
ไปสัมผัสที่นอนได้เเล้ววันนี้ที่ Mattress City ทุกสาขาทั่วประเทศ
สาขาเปิดให้บริการทุกวัน 10.00 - 20.00 น.สามารถเช็คเวลาให้บริการจาก Google Map หรือลิงค์ https://mattresscity.co.th/th/store-locator
ช่องทางการติดต่อ:
Messenger: m.me/mattresscitythailand
Line: @mattresscity
Instagram: https://www.Instagram.com/mattresscitythailand
Online Call Center: 062-246-2494
Website : https://mattresscity.co.th
ช่องทางการติดต่อ:
Messenger: m.me/mattresscitythailand
Line: @mattresscity
Instagram: https://www.Instagram.com/mattresscitythailand
Online Call Center: 062-246-2494
Website : https://mattresscity.co.th
53
news & activity / อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ประเทศไทย เยี่ยมชม "โทฟู สกินแคร์"
« Last post by fh400 on April 09, 2026, 05:15:44 PM »อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ประเทศไทย เยี่ยมชม "โทฟู สกินแคร์"
เสริมความร่วมมืออุตสาหกรรมความงาม
เสริมความร่วมมืออุตสาหกรรมความงาม

นายธัชพล วงษ์รักษา รองผู้อำนวยการฝ่ายบริหารโครงการ พร้อมด้วย นางสาวธนิยา โกมารกุล ณ นคร ผู้จัดการฝ่ายขายอาวุโส บริษัท อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ประเทศไทย เข้าเยี่ยมชม บริษัท โทฟู สกินแคร์ จำกัด เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองด้านการพัฒนาธุรกิจและอุตสาหกรรมความงาม ในการนี้ได้รับเกียรติจาก นางสาวปวริศา รัชวัลธาดากูล ประธานบริษัท โทฟู สกินแคร์ จำกัด ให้การต้อนรับ พร้อมนำชมการดำเนินงานของบริษัท รวมถึงแนวทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์สกินแคร์ของแบรนด์ โดยการพบปะในครั้งนี้นับเป็นอีกก้าวสำคัญในการสร้างความร่วมมือระหว่างผู้ประกอบการในอุตสาหกรรม เพื่อส่งเสริมศักยภาพธุรกิจความงามของไทยให้เติบโตอย่างต่อเนื่องในระดับภูมิภาคและสากล ณ บริษัท โทฟู สกินแคร์ จำกัด เมื่อเร็วๆ นี้
54
news & activity / ซูเลียน ล่องใต้สะเทือนสงขลา จุดไฟความสำเร็จครั้งใหญ่
« Last post by fh400 on April 09, 2026, 05:09:45 PM »ซูเลียน ล่องใต้สะเทือนสงขลา จุดไฟความสำเร็จครั้งใหญ่
ปลุกพลังนักธุรกิจสู่ชีวิตที่เลือกเอง
ปลุกพลังนักธุรกิจสู่ชีวิตที่เลือกเอง

จังหวัดสงขลา ลุกเป็นไฟด้วยพลังแห่งความมุ่งมั่น เมื่อ บริษัท ซูเลียน (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเวทีสัมมนาครั้งสำคัญภายใต้หัวข้อ "พลิกวิสัยทัศน์ธุรกิจ สู่ชีวิตที่คุณเลือก" เปิดฉากอย่างยิ่งใหญ่ ท่ามกลางสมาชิกและผู้สนใจที่หลั่งไหลเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง สะท้อนกระแสตื่นตัวของผู้คนที่ต้องการ "เปลี่ยนเกมชีวิต" ด้วยพลังธุรกิจของตนเอง
บรรยากาศเต็มไปด้วยพลังแห่งความหวังและแรงบันดาลใจ ผู้เข้าร่วมงานทุกคนมาพร้อมเป้าหมายเดียวกัน คือการยกระดับคุณภาพชีวิต สร้างรายได้อย่างมั่นคง และก้าวสู่การเป็นนักธุรกิจซูเลียนอย่างเต็มภาคภูมิ เวทีแห่งนี้จึงไม่ใช่เพียงงานสัมมนา หากคือพื้นที่แห่งการจุดประกายศักยภาพที่ซ่อนอยู่ในตัวทุกคนให้ลุกโชนขึ้นอีกครั้ง

เนื้อหาการบรรยายเข้มข้น ครบทุกมิติแห่งความสำเร็จ ตั้งแต่การวิเคราะห์ทิศทางเศรษฐกิจในช่วงเปลี่ยนผ่าน กลยุทธ์การสร้างรายได้อย่างยั่งยืน การพัฒนาภาวะผู้นำ การสร้างทีมงานคุณภาพ ไปจนถึงการปลูกฝังแนวคิดแบบเติบโต (Growth Mindset) เพื่อให้ผู้เข้าร่วมพร้อมก้าวสู่การแข่งขันในโลกธุรกิจยุคใหม่ ทุกช่วงเวลาถูกออกแบบเพื่อสร้าง "นักธุรกิจตัวจริง" ที่มีทั้งวิสัยทัศน์ ระบบ และหัวใจที่ไม่ยอมแพ้
ไฮไลต์สำคัญของงาน คือ คุณณัฐชานนท์ จุลล์จักรวงศา ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด (CMO) ผู้ถ่ายทอดวิสัยทัศน์เชิงลึกด้านการวางรากฐานธุรกิจอย่างมั่นคงและยั่งยืน พร้อมส่งต่อพลังความเชื่อมั่นให้ผู้เข้าร่วมทุกคนที่สะท้อนหัวใจขององค์กรว่า "ซูเลียนไม่ใช่แค่ทางเลือก แต่คือทางรอดและความมั่นคงที่คุณออกแบบได้เอง"

ปิดท้ายบรรยากาศแห่งพลังด้วยกิจกรรมคืนกำไรสุดคึกคัก การจับฉลากอั่งเปาเงินสด พร้อมมอบของที่ระลึกสุดพิเศษ ท่ามกลางเสียงเชียร์ เสียงหัวเราะ และรอยยิ้มแห่งความหวัง สร้างความประทับใจและความเชื่อมั่นในก้าวต่อไปของแต่ละคน
งานครั้งนี้ไม่ใช่เพียงกิจกรรมทางธุรกิจ หากคือ "จุดเปลี่ยนของชีวิต" สำหรับผู้ที่เลือกจะคว้าโอกาสไว้ด้วยสองมือ และกล้าที่จะออกแบบอนาคตของตนเอง ซูเลียนได้ตอกย้ำอีกครั้งว่า ความสำเร็จไม่ใช่เรื่องบังเอิญ หากเป็นผลลัพธ์ของวิสัยทัศน์ การลงมือทำ และความเชื่อมั่นที่ไม่สั่นคลอน



55
news & activity / อุตสาหกรรมอัญมณีไทยเร่งปรับเกม รับส่งออกหดตัว 20%
« Last post by fh400 on April 09, 2026, 04:36:48 PM »อุตสาหกรรมอัญมณีไทยเร่งปรับเกม รับส่งออกหดตัว 20%
ชูโมเดล "Selected Strategy" ดันงานแฟร์ไทยสู่เวทีสากล มั่นใจฝีมือช่างยังเหนืออาเซียน
ชูโมเดล "Selected Strategy" ดันงานแฟร์ไทยสู่เวทีสากล มั่นใจฝีมือช่างยังเหนืออาเซียน

กลุ่มอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ประเมินภาพรวมการส่งออกอัญมณีไทยช่วงต้นปี พบสัญญาณชะลอตัวตามภาวะเศรษฐกิจโลก โดยมูลค่าการส่งออกปรับลดลงกว่า 20% ครอบคลุมทุกหมวดสินค้า ทั้งกลุ่มพลอยเจียระไน เครื่องประดับทอง เครื่องประดับเงิน และสินค้ากึ่งสำเร็จรูป สะท้อนแรงกดดันจากกำลังซื้อในตลาดหลัก โดยเฉพาะประเทศตะวันตกที่เผชิญภาวะเงินเฟ้อและความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจภาคอุตสาหกรรม พร้อมแนะผู้ประกอบการเร่งปรับยุทธศาสตร์ มุ่งสร้างความแตกต่าง ยกระดับมาตรฐานสินค้า และพัฒนาแบรนด์ให้มีความเป็นสากล เพื่อรักษาฐานตลาดในระยะยาว
นายวิบูลย์ หงษ์ศรีจินดา รองประธานที่ปรึกษากลุ่มอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ตัวเลขที่หดตัว 20% อาจยังไม่สะท้อนภาพรวมทั้งหมด เนื่องจากราคาโลหะมีค่าในตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้นเมื่อเทียบกับปี 2568 ยังช่วยพยุงมูลค่าการส่งออกรวมไว้ ขณะที่ในเชิงปริมาณการผลิตและคำสั่งซื้อจริงลดลงมากกว่าที่ปรากฏอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนภาวะตลาดขาลงที่ต้องใช้เวลาในการฟื้นตัว โดยแนวโน้มในช่วง 9 เดือนข้างหน้ายังอยู่ภายใต้ความผันผวนของเศรษฐกิจโลก อัตราดอกเบี้ย และกำลังซื้อผู้บริโภค
ทั้งนี้ โครงสร้างอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับของไทยยังพึ่งพาแรงงานฝีมือสูงถึง 80–85% ของกระบวนการผลิต ตั้งแต่การขึ้นรูป การฝังพลอย ไปจนถึงการขัดเงาขั้นสุดท้าย ส่งผลให้ผู้ประกอบการต้องแบกรับต้นทุนแรงงานค่อนข้างสูง ท่ามกลางสถานการณ์ที่คำสั่งซื้อชะลอตัว
เพื่อเร่งขับเคลื่อนอุตสาหกรรมให้ผ่านพ้นความผันผวนดังกล่าว ภาคอุตสาหกรรมเตรียมนำแนวคิด "Selected Strategy" มาใช้เป็นกรอบยุทธศาสตร์ในการยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขัน โดยมุ่งสร้างมูลค่าเพิ่มมากกว่าการแข่งขันด้านปริมาณ พร้อมยกระดับมาตรฐานคุณภาพ และคัดเลือกกลุ่มเป้าหมายทางการค้าอย่างชัดเจน เพื่อให้การเติบโตเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

การจัดงาน JGAB 2026 ระหว่างวันที่ 22–25 เมษายน 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ถูกวางให้เป็นงานแสดงสินค้าระดับนานาชาติอย่างเต็มรูปแบบ และเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมทั้งระบบ โดยมุ่งสร้างแพลตฟอร์มกลางในการขยายเครือข่ายธุรกิจ เชื่อมโยงผู้ซื้อคุณภาพจากต่างประเทศ และยกระดับการจับคู่ธุรกิจให้เกิดผลเชิงพาณิชย์อย่างแท้จริง แนวทางดังกล่าวไม่เน้นจำนวนผู้เข้าชม แต่ให้ความสำคัญกับ "คุณภาพของผู้ซื้อ" และโอกาสทางการค้าที่ต่อยอดได้ในระยะยาว
หัวใจสำคัญของ Selected Strategy คือการผลักดันมาตรฐานสินค้าไปสู่ระดับ "No Return" หรือมาตรฐานที่สร้างความมั่นใจสูงสุดแก่ผู้ซื้อจนไม่เกิดการคืนสินค้า อาศัยการบูรณาการตั้งแต่กระบวนการผลิต การตรวจสอบคุณภาพ ไปจนถึงการสื่อสารแบรนด์อย่างมืออาชีพ เพื่อยกระดับภาพลักษณ์สินค้าไทยในตลาดโลก
นายวิบูลย์ ระบุเพิ่มเติมว่า ผู้ประกอบการที่ต้องการก้าวสู่เวที International Show จำเป็นต้องสร้างความแตกต่างอย่างชัดเจน สินค้าต้องมีเอกลักษณ์ ไม่ใช่แข่งขันด้านราคา แต่ต้องพร้อมพัฒนาดีไซน์ให้มีความเป็นสากล สอดคล้องกับรสนิยมผู้บริโภคในตลาดหลักอย่างยุโรปและสหรัฐอเมริกา
ขณะเดียวกัน อุตสาหกรรมควรใช้จุดแข็งด้านฝีมือช่างไทย ซึ่งมีความประณีตในขั้นตอนการตกแต่งขั้นสุดท้าย เป็นหัวใจของการสร้างมูลค่าเพิ่ม แม้ไทยจะมีข้อจำกัดด้านวัตถุดิบต้นน้ำ แต่ความเชี่ยวชาญด้านการผลิตและการควบคุมคุณภาพยังเป็นข้อได้เปรียบสำคัญเมื่อเทียบกับประเทศคู่แข่งในอาเซียน
ในด้านการเตรียมความพร้อมเชิงระบบ ผู้จัดงาน JGAB จะมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนการรับรู้ในระดับนานาชาติ โดยวางแผนประชาสัมพันธ์เชิงรุกล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 6 เดือน ผ่านการสื่อสารแบบบูรณาการทั้งสื่อดิจิทัล เครือข่ายพันธมิตรการค้า และฐานข้อมูลผู้ซื้อคุณภาพจากต่างประเทศ พร้อมผลักดันภาพลักษณ์ของงานในจุดยุทธศาสตร์สำคัญ เช่น สนามบินและศูนย์กลางธุรกิจ เพื่อเพิ่มการมองเห็นในระดับสากล
แนวทางดังกล่าวมีเป้าหมายยกระดับ JGAB ให้เป็นมากกว่างานแสดงสินค้า แต่เป็นเครื่องมือเชิงยุทธศาสตร์ในการรวมพลังผู้ประกอบการ ลดภาระการทำตลาดรายบุคคล และสร้างแรงขับเคลื่อนร่วมกันในการดึงดูดผู้ซื้อคุณภาพจากทั่วโลก
"การปรับตัวในช่วงเวลาที่ท้าทาย ไม่ใช่เพียงการรอให้ตลาดฟื้นตัว แต่คือการยกระดับมาตรฐานทั้งระบบ ตั้งแต่การออกแบบ การผลิต การตลาด ไปจนถึงการจัดงานแสดงสินค้า เพื่อผลักดันอุตสาหกรรมอัญมณีไทยให้สามารถแข่งขันและเติบโตได้อย่างมั่นคงบนเวทีเศรษฐกิจโลก"
ผู้ที่สนใจลงทะเบียนเข้าชมงานล่วงหน้า (Visitor Pre-Registration) ได้ที่เว็บไซต์งาน www.jewellerygemaseanbkk.com
หรือดูรายละเอียดและติดข่าวสารเพิ่มเติมได้ทาง
Website: https://jewellerygemaseanbkk.com
Facebook: https://www.facebook.com/JGABThailand
IG: https://www.instagram.com/jewelleryandgemaseanbangkok/
LinkedIn: https://www.linkedin.com/in/jewellery-and-gem-asean-bkk/
Line: https://lin.ee/cp9sd85
56
news & activity / โฮมโปร จับมือพันธมิตร จัดเต็มโปรในมหกรรมช้อปครั้งใหญ่ SUPER EXPO
« Last post by fh400 on April 09, 2026, 03:42:29 PM »โฮมโปร จับมือพันธมิตร จัดเต็มโปร #แรงส์ห้ามพลาด
ในมหกรรมช้อปครั้งใหญ่ HomePro x Mega Home SUPER EXPO
ในมหกรรมช้อปครั้งใหญ่ HomePro x Mega Home SUPER EXPO

คุณอุไรวรรณ ตันติพิริยะกิจ รองกรรมการผู้จัดการ กลุ่มธุรกิจปฏิบัติการและการตลาด บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ "โฮมโปร" จับมือพันธมิตร ร่วมมอบประสบการณ์ช้อปสุดคุ้ม ในมหกรรม HomePro x Mega Home SUPER EXPO ยกระดับแคมเปญใหญ่รับซัมเมอร์ ด้วยดีลพิเศษ และสิทธิประโยชน์ครบ ครอบคลุมทั้งสินค้า Home Improvement เครื่องใช้ไฟฟ้า ของใช้ในบ้าน ไปจนถึงวัสดุก่อสร้างและอุปกรณ์งานช่าง ตลอด 5 วันเต็ม 2-6 เม.ย.69 ทุกสาขาทั่วประเทศและออนไลน์ โดยมีคุณกนกวรรณ เหลืองอรุณโรจน์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายบัตรเครดิตพันธมิตรธุรกิจ บริษัท บัตรกรุงศรีอยุธยา จำกัด, คุณศุภมาศ เผ่าธัญลักษณ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายการตลาดบัตรกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ บริษัท อยุธยา แคปปิตอล เซอร์วิสเซส จำกัด, คุณณัฐนาถ ดนตรี ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารลูกค้า บริษัท วีซ่า อินเตอร์เนชั่นเนล ประเทศไทย จำกัด และคุณพงศธร ตั้งเสรีจิตสกุล ผู้จัดการทั่วไป สาย Payment Strategy บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) ร่วมงาน ณ โฮมโปร สาขาราชพฤกษ์ เมื่อเร็วๆ นี้
57
news & activity / มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งให้การต้อนรับ เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย
« Last post by happy on April 09, 2026, 02:36:49 PM »มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งให้การต้อนรับ เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย
ณ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย กรุงเทพฯ

ณ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย กรุงเทพฯ

วานนี้ (วันพุธที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2569) มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายวิชิต ชินวงศ์วรกุล รองประธานกรรมการ นายสัก กอแสงเรือง รองประธานกรรมการ นางศิริกุล โอภาสวงศ์ กรรมการและเลขาธิการ นายจารุรัตน์ คุณัตถานนท์ กรรมการและเหรัญญิก พร้อมด้วย คณะกรรมการมูลนิธิฯ ให้การต้อนรับ นายจาง เจี้ยนเว่ย เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย และคณะ เข้าพบคณะกรรมการมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง สักการะหลวงปู่ไต้ฮง ณ ศาลเจ้าไต้ฮงกง มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย พร้อมเยี่ยมชมภารกิจมูลนิธิฯ หอประวัติมูลนิธิฯ และภารกิจด้านบรรเทาสาธารณภัย และอุปกรณ์ด้านกู้ชีพ กู้ภัย ฯลฯ โดยมี คณะผู้บริหาร และพนักงานมูลนิธิฯ ร่วมให้การต้อนรับ ณ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย กรุงเทพฯ
ติดตามข่าวสาร และกิจกรรมงานสาธารณกุศลมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้ที่ เว็บไซต์ www.pohtecktung.org และ เฟซบุ๊ก แฟนเพจ www.facebook.com/atpohtecktung
มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”
#แอปพลิเคชันและสายด่วนป่อเต็กตึ๊ง1418
#ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน
ติดตามข่าวสาร และกิจกรรมงานสาธารณกุศลมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้ที่ เว็บไซต์ www.pohtecktung.org และ เฟซบุ๊ก แฟนเพจ www.facebook.com/atpohtecktung
มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”
#แอปพลิเคชันและสายด่วนป่อเต็กตึ๊ง1418
#ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน
58
news & activity / ส.วิศวกรโครงสร้างจับมือ สกสว.และภาคี มุ่งสร้างสังคมอัจฉริยะโครงสร้างปลอดภัย
« Last post by happy on April 08, 2026, 11:01:54 PM »ส.วิศวกรโครงสร้างจับมือ สกสว.และภาคี
มุ่งสร้างสังคมอัจฉริยะโครงสร้างปลอดภัย
มุ่งสร้างสังคมอัจฉริยะโครงสร้างปลอดภัย

วันที่ 8 เมษายน 2569 สมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย จับมือสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) และเครือข่ายภาคเอกชน จัดการแถลงข่าวและการเสวนา “1 ปีผ่านไปจากเหตุแผ่นดินไหวใหญ่ ตึก สตง. ถล่ม โครงสร้างไทยจะปลอดภัยเมื่อไร” ณ โรงแรม จูบีลี เพรสทีจน์ รัชดาภิเษก เพื่อสะท้อนบทเรียนจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 ที่ผ่านมา รวมถึงวิเคราะห์สถานการณ์ความปลอดภัยของโครงสร้างในประเทศไทย ตลอดจนส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาคส่วนต่าง ๆ ในการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยของโครงสร้างอาคารและโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ
จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวมัณฑะเลย์ขนาด 7.7 เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 ส่งผลกระทบมาถึงกรุงเทพมหานคร ทำให้ตึกสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ที่กำลังก่อสร้างพังถล่มลงมา รวมถึงอาคารสูงใน กทม. สั่นไหวอย่างรุนแรงและได้รับความเสียหายทางโครงสร้างนับสิบหลัง ศ. ดร.อมร พิมานมาศ นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย กล่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าวผ่านไปแล้ว 1 ปี สมาคมฯ ซึ่งเป็นตัวแทนของภาควิชาชีพได้ร่วมกับภาคเอกชนนำโดย คุณประเสริฐ ธรรมมนุญกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทเข็มเหล็ก จำกัด ร่วมกันจัดงานแถลงข่าวและเสวนา โดยมีวัตถุประสงค์ที่จะเรียนรู้จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวและตึกถล่ม เพื่อนำไปสู่การสร้างความร่วมมือทุกภาคส่วนในสังคมไทย ได้แก่ ภาควิจัย ภาควิชาการ ภาควิชาชีพ และภาคเอกชน
ภายในงานยังมีการประกาศเจตนารมย์ทุกภาคส่วนเพื่อสร้างสังคมอัจฉริยะที่โครงสร้างปลอดภัย (Smart and Safe Structure Society) รวมถึงการบรรยายพิเศษเรื่องอนาคตการออกแบบก่อสร้าง และการติดตามการสั่นไหวของอาคารสูงใน กทม. เพื่อเป็นแนวทางให้วิศวกรโครงสร้างได้นำไปใช้ในการออกแบบอาคารสูงให้มีความปลอดภัยจากแผ่นดินไหวต่อไปในอนาคต นอกจากนี้ไฮไลต์สำคัญของงานคือ การค้นหาความจริงกรณีตึก สตง. ถล่ม ผ่านมุมมองเจาะลึกและการวิเคราะห์จากวิศวกรผู้เชี่ยวชาญ
ด้านตัวแทนภาควิชาการ ผศ. ดร.พูลศักดิ์ โกษียาภรณ์ รองผู้อำนวยการ สกสว. เผยถึงบทบาทของกองทุน ววน. ในการส่งเสริมความปลอดภัยสาธารณะ ว่า สกสว.ในฐานะเลขานุการกองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.) มีนโยบายในการจัดสรรงบประมาณการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมเพื่อการรับมือกับภัยพิบัติแผ่นดินไหวอย่างครบวงจร ทั้งการเตรียมความพร้อมการตอบสนองเหตุฉุกเฉิน และการฟื้นฟูชุมชนหลังเกิดภัย โดยแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ งบประมาณสำหรับการพัฒนานโยบายและต้นแบบเพื่อลดความเสี่ยงและลดผลกระทบที่เกิดจากภัยพิบัติทางธรรมชาติ และงบประมาณเพื่อการแก้ไขปัญหาและตอบสนองภาวะวิกฤติเร่งด่วนของประเทศ ซึ่งหลังเกิดเหตุแผ่นดินไหวปี 2568 ที่ประชุมคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (กสว.) ได้อนุมัติงบประมาณสนับสนุนงานเชิงกลยุทธ์ในการจัดการปัญหาวิกฤติแผ่นดินไหว ทำให้เกิดการนำองค์ความรู้มาใช้ประโยชน์ในการแก้ปัญหาหลากหลายประเด็น อาทิ เกิดแพลตฟอร์มอัจฉริยะที่บูรณาการข้อมูล SRI Alert (ศรีเตือนภัย) ซึ่งรวบรวมผู้เชี่ยวชาญ องค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมด้านภัยพิบัติเพื่อสนับสนุนการตัดสินใจของหน่วยงานภาครัฐโดยการมีส่วนร่วมของประชาชน รวมถึงการฟื้นตัวจากภัยแผ่นดินไหวโดยใช้ผลสำเร็จจากงานวิจัย การสร้างฐานข้อมูลสำหรับการเตรียมความพร้อมที่ดีขึ้นในอนาคตโดยศูนย์วิจัยแผ่นดินไหวแห่งชาติ ทั้งนี้ นับตั้งแต่ปีงบประมาณ 2563-2569 กองทุน ววน. สนับสนุนโครงการวิจัยและนวัตกรรมกว่า 106 โครงการเพื่อยกระดับการบริหารจัดการภัยพิบัติของประเทศ นอกจากนี้ สกสว.ยังทบทวนและยกระดับแผนด้าน ววน.ของประเทศให้ตอบโจทย์ปัญหาท้าทายด้านภัยพิบัติ นำองค์ความรู้ เทคโนโลยีและนวัตกรรมไปสนับสนุนการทำงานของหน่วยงานหลักด้านการบริหารจัดการสาธารณภัย สนับสนุนภารกิจการสร้างความตระหนักรู้ ป้องกัน และเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติ อีกทั้งขับเคลื่อนบทบาทในการเป็นกลไกลดการสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์ของประชาชน
ผศ. ดร.ประกิต ชมชื่น ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานพัฒนาระบบตรวจวัดการสั่นไหวในอาคาร และ อ.วัฒนพงศ์ หิรัญมาลย์ เลขาธิการสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย กล่าวเสริมว่า ในงานดังกล่าวยังมีการแถลงข่าวเปิดตัว “ระบบตรวจวัดแผ่นดินไหวและแจ้งเตือนผู้ใช้อาคาร” ซึ่งเป็นระบบที่สมาคมฯ ร่วมกับ บริษัทเอ อี ที เอส เอส ร่วมกันพัฒนาขึ้นมา เพื่อใช้ตรวจจับการสั่นไหวของอาคารและการแจ้งเตือนผู้ใช้งานอาคารอย่างทันท่วงที ทั้งนี้ระบบดังกล่าวได้มีการติดตั้งจริงแล้วที่โรงเรียนบ้านป่าก่อดำ จ.เชียงราย และ อาคารโรงพยาบาลสูง 25 ชั้นใน กทม. ระบบดังกล่าวจะช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นให้แก่ผู้อาศัยในเขตเสี่ยงแผ่นดินไหวและผู้ที่ต้องพำนักในอาคารสูง
คุณประเสริฐ ธรรมนุญกุล ในฐานะตัวแทนภาคเอกชน เผยว่า งานนี้ถือเป็นการร่วมมือกันของภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจก่อสร้างที่จะระดมสมอง เพื่อพัฒนาวัสดุ อุปกรณ์ก่อสร้างที่ต้านแผ่นดินไหว รวมทั้งแนวทางการสนับสนุนภาควิชาการและวิชาชีพ เพื่อสร้างสังคมอัจฉริยะที่โครงสร้างปลอดภัยต่อไปอีกด้วย
“แผ่นดินไหวเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 ยังไม่ใช่แผ่นดินไหวตัวสุดท้ายและตัวใหญ่สุดที่ประเทศไทยจะเผชิญ อนาคตข้างหน้าประเทศไทยยังคงต้องประสบกับแผ่นดินไหวได้อีก ซึ่งอาจจะใหญ่กว่าที่เราเคยเจอมา เพียงแต่กำหนดเวลาแน่ชัดที่จะมาอีกครั้งไม่ได้ ดังนั้นการเตรียมพร้อมรับมืออาคารให้แข็งแรง การมีระบบเตือนภัยที่เหมาะสม การที่ประชาชนตื่นตัวแต่ไม่ตื่นตระหนก จะเป็นทางรอดของประเทศไทยต่อแผ่นดินไหวที่ดีที่สุด” ศ. ดร.อมร กล่าวสรุป
59
ข่าวบันเทิง / ดูแล้วใจฟู! ทรูโฟร์ยู จัดเต็ม “วัยสตาร์ท น็อนสต็อป” รวมทีม “นนกุล‑ชานน - ใบเตย
« Last post by happy on April 08, 2026, 10:41:50 PM »ดูแล้วใจฟู! ทรูโฟร์ยู จัดเต็ม “วัยสตาร์ท น็อนสต็อป” รวมทีม “นนกุล‑ชานน - ใบเตย‑สุวพิชญ์”ลงจอ 12 เมษายนนี้

เมื่อมิตรภาพ ความฝัน และบททดสอบชีวิตเดินทางมาบรรจบกัน “วัยสตาร์ท น็อนสต็อป” จึงกลายเป็นภาพยนตร์คอมเมดี้-เฟรนด์ชิปที่ทั้งสนุก อบอุ่น และสะท้อนหัวใจของการไม่ยอมแพ้ ผ่านการแสดงของคู่พระ–นาง นนกุล–ชานน สันตินธรกุล และ ใบเตย–สุวพิชญ์ ไตรพรวรกิจ ที่ชวนผู้ชมร่วมออกเดินทางไปกับแก๊งเพื่อนซี้ ผู้ต้องเผชิญความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ และเรียนรู้ความหมายของการเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง



วัยสตาร์ท น็อนสต็อป เป็นภาพยนตร์แนวคอมเมดี้-เฟรนด์ชิปที่เล่าเรื่องของสามเพื่อนซี้ซึ่งชีวิตกำลังโลดแล่นกลับต้องสะดุดอย่างไม่คาดคิด เจีย (นนกุล–ชานน สันตินธรกุล) เด็กหนุ่มหัวใจอิสระที่ไม่คิดจริงจังกับอนาคตและปฏิเสธการสืบทอดธุรกิจร้านอาหารของครอบครัว พี่พั่ง (โจ๊ก โซคูล) รุ่นพี่สายป่วนที่ภายนอกดูไม่เอาไหนแต่พร้อมยืนเคียงข้างเพื่อนเสมอ และ เหลียง (ปีเตอร์–เซิ่งอี้หลุน) นักศึกษาจีนผู้สุขุม พูดน้อยแต่เปี่ยมด้วยฝีมือด้านอาหาร เมื่อชีวิตของเจียต้องเผชิญวิกฤตใหญ่จากอุบัติเหตุที่ทำให้พ่อแม่บาดเจ็บจนส่งผลต่อธุรกิจครอบครัว ซ้ำร้ายยังถูก จิว (ตู้ซี่ยี่) พี่สาวของเหลียงหมายตาฮุบกิจการ สามหนุ่มจึงตัดสินใจรวมพลังลุกขึ้นสู้ เปิดฉากภารกิจพิสูจน์ตัวเองผ่านการแข่งขันทำอาหาร “ฮันเตอร์เชฟ” ที่โหดทั้งฝีมือและหัวใจ ระหว่างทางพวกเขายังได้พบกับ นานะ (ใบเตย–สุวพิชญ์ ไตรพรวรกิจ) ยูทูบเบอร์สาวไฟแรง พร้อมบทเรียนชีวิตสุดเข้มข้นที่หลอมรวมเสียงหัวเราะ แอ็กชัน และพลังมิตรภาพเข้าไว้ด้วยกันอย่างกลมกล่อม ห้ามพลาด “วัยสตาร์ท น็อนสต็อป” วันอาทิตย์ที่ 12 เมษายน 2569 เวลา 18.30 น.ทางทรูโฟร์ยู ช่อง 24 และรับชมออนไลน์ได้ที่ https://true4u.com/live/
60
news & activity / “ช้าง-เจนซ์ กอล์ฟ ทัวร์ 2026” ต่อสนาม 2 ‘บางจาก มาสเตอร์ส’ เล่นกบินทร์บุรี
« Last post by happy on April 08, 2026, 10:01:16 PM »“ช้าง-เจนซ์ กอล์ฟ ทัวร์ 2026” ต่อสนาม 2 ‘บางจาก มาสเตอร์ส’ เล่นกบินทร์บุรี
ลุ้นตั๋วล่าฝัน พบโค้ชระดับโลกที่สหรัฐฯ มูลค่ากว่า 1 ล้านบาท

ลุ้นตั๋วล่าฝัน พบโค้ชระดับโลกที่สหรัฐฯ มูลค่ากว่า 1 ล้านบาท

“ช้าง-เจนซ์ กอล์ฟ ทัวร์ 2026” เดินหน้าสร้างปรากฏการณ์ต่อเนื่องในสนามที่ 2 รายการ “บางจาก มาสเตอร์ส 2026” ณ สนามกบินทร์บุรี สปอร์ตคลับ จ.ปราจีนบุรี ระหว่างวันที่ 18-19 เมษายน 2569 แชมป์รุ่น Super GENZ (ชาย) รับสิทธิ์บินตรงสู่สหรัฐอเมริกา เข้าแคมป์ฝึกซ้อมแบบ 1 ต่อ 1 กับโค้ชระดับโลก และลงชิงชัยในศึก FCG International Championship อย่างคุ้มค่าที่สุด
การแข่งขันสนามที่ 2 นี้ มีรางวัลใหญ่ที่เหล่านักสวิงเยาวชนพลาดไม่ได้ ให้กับผู้ชนะเลิศในรุ่น Super GENZ (ชาย) ซึ่งจะได้รับสิทธิ์เดินทางไปเก็บตัวฝึกซ้อมและเข้าร่วมแข่งขันกอล์ฟรายการ 19th FCG International Championship ณ ประเทศสหรัฐอเมริกา ระหว่างวันที่ 25 มิถุนายน-3 กรกฎาคม 2569 โดยบริษัท เดอะ เจ็นซ์ จำกัด เป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด นับว่าเป็นโอกาสที่หาได้ยาก นักกีฬาได้สัมผัสประสบการณ์ระดับอาชีพตลอด 11 วันเต็ม แบ่งเป็นช่วงเก็บตัวฝึกซ้อมและวางแผนการเล่นในสนามจริง 4 วัน และช่วงแข่งขันในรายการที่ได้รับการรับรองคะแนน WAGR อีก 3 วัน มูลค่ารวมกว่า 1 ล้านบาท (รวม 2 รางวัล จากสนามที่ 1 และ 2) และความพิเศษในปีนี้คือการได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดจากทีมโค้ชระดับโลก นำโดย โค้ช Josh Alpert เจ้าของรางวัล 2023 SCPGA Teacher & Coach of the Year ผู้เชี่ยวชาญด้านการผลักดันนักกอล์ฟเยาวชนเข้าสู่ระบบมหาวิทยาลัยในสหรัฐฯ ที่มีประสบการณ์กว่า 20 ปี พร้อมด้วย โค้ช Aiden Oliver อดีตนักกอล์ฟ Division 1 ร่วมถ่ายทอดกลยุทธ์แบบ 1 ต่อ 1 เพื่อดึงศักยภาพนักกีฬาออกมาให้ถึงขีดสุด
นอกจากรางวัลสู่สหรัฐอเมริกาแล้ว นักกอล์ฟยังได้สะสมคะแนนในระบบ Junior Golf Scoreboard (JGS) เพื่อสร้างโปรไฟล์สำหรับการศึกษาต่อต่างประเทศ และลุ้นสิทธิ์เป็น 1 ใน 6 ตัวแทนเยาวชนไทยจากรุ่น Junior GENZ และ Super GENZ บินไปแข่งขันรายการ Yonex Junior Golf Championship 2026 ที่ประเทศญี่ปุ่น หลังจบการแข่งขันสนามที่ 3 อีกด้วย
สนามกบินทร์บุรี สปอร์ตคลับ ขึ้นชื่อว่าเป็นสนามที่มีความยาวและท้าทายความสามารถของนักกอล์ฟอย่างมาก จึงเป็นบทพิสูจน์สำคัญว่าใครจะมีความนิ่งและสมาธิที่แข็งแกร่งพอที่จะคว้าแชมป์ในสนามนี้ไปครอง โดยทาง “เดอะ เจ็นซ์” ยังคงมุ่งเน้นการเสริมทักษะด้านจิตวิทยา ผ่านความร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญระดับโลกเพื่อยกระดับเยาวชนไทยให้มีมาตรฐานทัดเทียมนักกีฬาอาชีพ
“บางจาก มาสเตอร์ส 2026” พร้อมระเบิดความมันส์บนสนามที่ยาวที่สุดในประเทศไทย ณ กบินทร์บุรี สปอร์ตคลับ เยาวชนที่สนใจสามารถสมัครและติดตามรายละเอียดได้ที่: Official Line: @genzgolf และ โทรศัพท์: 065-696-2229
“บางจาก มาสเตอร์ส 2026” พร้อมระเบิดความมันส์บนสนามที่ยาวที่สุดในประเทศไทย ณ กบินทร์บุรี สปอร์ตคลับ เยาวชนที่สนใจสามารถสมัครและติดตามรายละเอียดได้ที่: Official Line: @genzgolf และ โทรศัพท์: 065-696-2229

Recent Posts
















