Recent Posts

Pages: [1] 2 3 ... 10
1
สนุกสุดวงสวิง 2 วัน 1 คืน
กับแพ็กเกจห้องพักระดับเอ็กซ์คลูซีฟ
พร้อมออกรอบตีกอล์ฟ 18 หลุม X 2
ณ โรงแรมแคนทารี กบินทร์บุรี


โรงแรมแคนทารี กบินทร์บุรี ในเครือเคป แอนด์ แคนทารี โฮเทลส์ เชิญชวนนักกอล์ฟมาเพลิดเพลินกับแพ็กเกจสุดพิเศษ ที่ผสานการพักผ่อนอย่างมีระดับเข้ากับความสนุกเพลิดเพลินของกีฬากอล์ฟท่ามกลางธรรมชาติอันร่มรื่นของจังหวัดปราจีนบุรี  ดื่มด่ำกับการพักผ่อนในห้องพักสไตล์เอ็กซ์คลูซีฟ ดีไซน์ทันสมัย พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน พร้อมเปิดประสบการณ์ตีกอล์ฟในสนามมาตรฐานคุณภาพ อาทิ สนามกอล์ฟกบินทร์บุรีสปอร์ตคลับ หรือสนามฮิลล์ไซด์คันทรี โฮม กอล์ฟ แอนด์ รีสอร์ท กับแพ็กเกจห้องพัก 2 วัน 1 คืนพร้อมออกรอบเล่นกอล์ฟ 18 หลุม จำนวน 2 รอบ ณ โรงแรมแคนทารี กบินทร์บุรี ในราคาเริ่มต้น 2,000 บาทสุทธิ/คืน/ท่าน สามารถจองห้องพักและเข้าพักได้ตั้งแต่วันนี้ - 31 ธันวาคม 2569 กรุณาจองล่วงหน้าตามเงื่อนไขที่โรงแรมฯ กำหนด




แพ็กเกจที่ 1 : ออกรอบ ณ สนามกอล์ฟกบินทร์บุรีสปอร์ตคลับ 1 วัน  และออกรอบ ณ สนามฮิลล์ไซด์คันทรี โฮม กอล์ฟ  แอนด์ รีสอร์ท 1 วัน  พร้อมห้องพักสตูดิโอสวีต 2 วัน 1 คืน ในราคาเริ่มต้นเพียง 2,000 บาทสุทธิ/ท่าน สำหรับวันจันทร์ถึงพฤหัสบดี และราคา 2,500 บาทสุทธิ/ท่าน สำหรับวันศุกร์ถึงอาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์

แพ็กเกจที่ 2 : ออกรอบ ณ สนามกอล์ฟกบินทร์บุรีสปอร์ตคลับ 2 วัน  พร้อมห้องพักสตูดิโอสวีต 2 วัน 1 คืน ในราคาเริ่มต้นเพียง 2,300 บาทสุทธิ/ท่าน สำหรับวันจันทร์ถึงพฤหัสบดี และราคา 2,900 บาทสุทธิ/ท่าน สำหรับวันศุกร์ถึงอาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์




สิทธิพิเศษและเงื่อนไข

   กรุณาสำรองห้องพัก โดยชำระเงินค่าบริการล่วงหน้าเต็มจำนวน
   พร้อมสิทธิ์ออกรอบกอล์ฟ 18 หลุม จำนวน 2 รอบ โดยสามารถเลือกออกรอบวันละ 1 รอบ หรือออกรอบวันเดียว 2 รอบ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับช่วงเวลาและความพร้อมในการให้บริการของสนามกอล์ฟ
   หากต้องการพักห้องเดี่ยวมีค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม 900 บาท/วัน/ท่าน
   ผู้เข้าพักร่วมที่ไม่เล่นกอล์ฟ มีค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม 900 บาท/วัน/ท่าน
   แพ็กเกจนี้รองรับผู้เล่นกอล์ฟสูงสุด 5 ท่านในวันหยุดสุดสัปดาห์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ และผู้เล่นกอล์ฟ จำนวน 6 ท่านในวันจันทร์-วันพฤหัสบดี
   ราคานี้รวมภาษีและค่าบริการทั้งหมดแล้ว
   ไม่รวมค่าบริการรถกอล์ฟ 700 บาทต่อวัน และแคดดี้ 300 บาทต่อวัน โดยชำระเพิ่มเติมด้วยตนเอง ณ สนามกอล์ฟ
   โรงแรมฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลง ข้อกำหนด และเงื่อนไข โดยหากมีการเปลี่ยนแปลงจะแจ้งให้ทราบล่วงหน้าผ่านทางช่องทางการติดต่อสื่อสารของโรงแรมฯ




สำรองห้องพัก หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่โรงแรมแคนทารี กบินทร์บุรี โทร 037-282-699,       037-203-193 หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์ www.kantaryhotel-kabinburi.com/ ####################
Hashtags: #capeandkantary #kantary #kabinburi #golfpackage
####################
2
Balloon AA (บอลลูนเอเอ) จับมือ มูลนิธิเสมา ลุยตลาด Balloon Content Creation สร้าง “Giant Puppet” (หุ่นกระบอกยักษ์) ฝีมือคนไทย ในเทศกาลหุ่นฯ นานาชาติ Songkhla Harmony World Puppet Festival 2026 วันที่ 5-9 สิงหาคม


            Balloon AA (บอลลูนเอเอ) ร่วมกับ มูลนิธิหุ่นสายเสมาศิลปะเพื่อสังคม เดินหน้าสร้าง “Giant Balloon Puppet” ถ่ายทอดเสน่ห์ศิลปวัฒนธรรมไทยผ่านนวัตกรรมบอลลูนร่วมสมัย พร้อมต่อยอดสู่คอนเทนต์สร้างสรรค์ระดับโลก เปิดมิติใหม่แห่งวงการศิลปะการแสดงไทย ผ่านการพัฒนา “หุ่นบอลลูนร่วมสมัย” ขนาดยักษ์ ที่หลอมรวมความคิดสร้างสรรค์ เทคโนโลยี และอัตลักษณ์วัฒนธรรมไทย เพื่อยกระดับ Soft Power ไทยสู่สายตาชาวโลก


            นายเมธาวี ตีระพัฒน์สกล ผู้บริหาร บริษัท ทูบีไลท์ จำกัด เจ้าของธุรกิจสื่อโฆษณาเป่าลมภายใต้แบรนด์ Balloon AA (บอลลูนเอเอ) เปิดเผยว่า ปี 2569 ถือเป็นวาระครบรอบ 20 ปีของบริษัทฯ ซึ่งนับเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้องค์กรเริ่มทบทวนทิศทางการดำเนินธุรกิจในทศวรรษต่อไป จากเดิมที่ดำเนินงานอยู่ในแวดวงอีเวนต์และการตลาดมาอย่างต่อเนื่อง บริษัทฯ จึงมองเห็นโอกาสในการนำองค์ความรู้และความเชี่ยวชาญด้านการสร้างคาแรคเตอร์ 3 มิติเป่าลมขนาดใหญ่มาต่อยอดสู่มิติใหม่ของงานศิลปะและวัฒนธรรม

            “ตลอดระยะเวลา 20 ปีที่ผ่านมา เรามุ่งผลิตผลงานเพื่อตอบโจทย์ด้านการตลาดและยอดขายเป็นหลัก แต่วันนี้เราเชื่อว่าศักยภาพของเทคโนโลยีบอลลูนเป่าลมสามารถต่อยอดไปสู่งานศิลปะร่วมสมัยรูปแบบใหม่ได้อย่างสร้างสรรค์และน่าสนใจ ความเชี่ยวชาญด้านบอลลูนของเราถือเป็นอีกหนึ่ง ‘จิ๊กซอว์’ สำคัญที่ยังไม่ค่อยมีผู้พัฒนาในแวดวงศิลปะร่วมสมัย และเรามองว่าสิ่งนี้สามารถต่อยอดสู่การสร้างผลงานที่ผสมผสานศิลปะ วัฒนธรรม และนวัตกรรมเข้าด้วยกันได้อย่างโดดเด่นในอนาคต” นายเมธาวี กล่าว


            แนวคิดดังกล่าวจึงนำไปสู่การหารือร่วมกันระหว่าง Balloon AA (บอลลูนเอเอ) และมูลนิธิหุ่นสายเสมาศิลปะเพื่อสังคม เพื่อผสานองค์ความรู้ด้านหุ่นร่วมสมัยเข้ากับเทคโนโลยีบอลลูนเป่าลม จนเกิดเป็นแนวคิด “หุ่นบอลลูนร่วมสมัย” (Giant Balloon Puppet) นวัตกรรมการแสดงรูปแบบใหม่ที่สามารถตอบโจทย์ข้อจำกัดของการจัดแสดงหุ่นขนาดใหญ่ในระดับนานาชาติ ทั้งด้านต้นทุนและการขนส่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยจุดเด่นของเทคโนโลยีบอลลูนเป่าลมที่มีน้ำหนักเบา สามารถพับเก็บในขนาดเล็กเพียงใส่เป้สะพายสำหรับเดินทางขึ้นเครื่องบิน แต่เมื่อเติมลมแล้วสามารถขยายเป็นผลงานขนาดใหญ่สูงถึง 6–10 เมตรได้ภายในเวลาอันรวดเร็ว ช่วยเพิ่มความสะดวกในการเคลื่อนย้ายและเปิดโอกาสให้ผลงานศิลปะไทยสามารถเดินทางไปจัดแสดงในต่างประเทศได้อย่างโดดเด่นและคล่องตัวยิ่งขึ้น

            ด้านคุณนิมิตร พิพิธกุล ประธานมูลนิธิหุ่นสายเสมาศิลปะเพื่อสังคม กล่าวว่า มูลนิธิดำเนินงานด้านหุ่นร่วมสมัยมานานกว่า 30 ปี และเป็นผู้จัดเทศกาลหุ่นโลก โดยมีเป้าหมายในการพัฒนาหุ่นขนาดใหญ่หรือ Giant Puppet สำหรับขบวนพาเหรดและการแสดงร่วมสมัย แต่ที่ผ่านมายังต้องเผชิญข้อจำกัดด้านน้ำหนักและค่าขนส่งสูง


            “ต่างประเทศมีการพัฒนาหุ่นขนาดใหญ่สำหรับงานพาเหรดกันอย่างแพร่หลาย แต่ประเทศไทยยังไม่สามารถพัฒนาได้อย่างเต็มรูปแบบ ความร่วมมือกับ Balloon AA (บอลลูนเอเอ) จึงเป็นการนำองค์ความรู้ด้านหุ่นร่วมสมัยมาผสานกับเทคโนโลยีบอลลูน เพื่อสร้างหุ่นขนาดใหญ่ที่มีน้ำหนักเบา เคลื่อนย้ายสะดวก และสามารถใช้งานต่อเนื่องในขบวนพาเหรดได้เป็นเวลานาน” คุณนิมิตร กล่าว

            สำหรับเป้าหมายสำคัญของความร่วมมือครั้งนี้ ทั้งสององค์กรต่างมีวิสัยทัศน์ร่วมกันในการผลักดันศิลปวัฒนธรรมไทยสู่ระดับสากล ผ่านการสร้างสรรค์หุ่นบอลลูนขนาดใหญ่ที่สะท้อนเอกลักษณ์ไทย อาทิ ตัวละครจากวรรณคดีไทย เช่น “สุดสาคร” หรือ “ม้านิลมังกร” เพื่อใช้ในการแสดงงานเทศกาลหุ่นฯ นานาชาติ Songkhla Harmony World Puppet Festival 2026 วันที่ 5-9 สิงหาคมนี้ ทั้งนี้ มูลนิธิฯ ยังได้ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ หรือ อพวช. เพื่อนำเทคโนโลยีด้านหุ่นยนต์ กลไกการเคลื่อนไหว แสง สี เสียง และนวัตกรรมการแสดง เข้ามาต่อยอดให้ผลงานมีความทันสมัยและสร้างประสบการณ์ใหม่แก่ผู้ชม


             คุณเมธาวีกล่าวเพิ่มเติมว่า Balloon AA ยังให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจตามแนวคิด ESG โดยเฉพาะด้านสังคม ผ่านการสนับสนุนชุมชน ผู้สูงอายุ และกิจกรรมเพื่อสาธารณประโยชน์อย่างต่อเนื่อง รวมถึงการสนับสนุนกิจกรรมของมูลนิธิและองค์กรสาธารณกุศลต่าง ๆ

             “เราอยากตอบแทนสังคมผ่านองค์ความรู้และศักยภาพที่มี พร้อมต่อยอดจากผู้ผลิตโปรดักส์ในงานอีเวนต์ สู่การเป็นผู้ผลิตคอนเทนต์และประสบการณ์รูปแบบใหม่ในอนาคต ไม่ว่าจะเป็น Balloon Museum หรือ Interactive Balloon Show ซึ่งถือเป็นอีกก้าวสำคัญของ Balloon AA ในการสร้างธุรกิจสร้างสรรค์ยุคใหม่” คุณเมธาวี กล่าวทิ้งท้าย

             ทั้งนี้ Balloon AA (บอลลูนเอเอ) เตรียมเดินหน้าพัฒนาโปรเจกต์ภายใต้แนวคิด “Balloon Content Creator” เพื่อสร้างสรรค์ผลงานที่ผสมผสานศิลปะ วัฒนธรรม เทคโนโลยี และนวัตกรรมเข้าด้วยกัน พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้ชมทั้งชาวไทยและต่างชาติได้สัมผัสเสน่ห์ของวัฒนธรรมไทยในรูปแบบใหม่ที่เข้าถึงง่าย สนุก และร่วมสมัย ผ่านผลงานหุ่นบอลลูนขนาดใหญ่ที่โดดเด่นและสะท้อนอัตลักษณ์ไทยได้อย่างชัดเจน

             สอบถามและติดตามรายละเอียดความเคลื่อนไหวโครงการได้ที่โทรศัพท์ 086-046-8000 หรือ www.balloonaa.com, Line : @balloonaa, Fb : facebook.com/BalloonAA และYT : youtube.com/BalloonaaThailand
3
“จากครัวสู่ไวรัล” ThyChef ปั้นเมนูบ้านๆ ให้กลายเป็นคอนเทนต์ TikTok เจาะคนรุ่นใหม่สาย Food Entertainment


               ตลาดคอนเทนต์อาหารบน TikTok ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะคลิปแนว “เมนูทำง่าย กินง่าย และดูเพลิน” ที่กำลังกลายเป็นหนึ่งในรูปแบบคอนเทนต์ยอดนิยมของคนรุ่นใหม่ สะท้อนให้เห็นว่าพฤติกรรมผู้บริโภคยุคนี้ ไม่ได้มองหาเพียง “รสชาติ” ของอาหารอีกต่อไป แต่ยังต้องการ “ความสนุก” และ “แรงบันดาลใจ” จากคอนเทนต์ที่รับชมบนโซเชียลมีเดีย

               ThyChef (ไทเชฟ) แบรนด์ผลิตภัณฑ์ปรุงรสและผงโรยสำหรับเมนูอาหาร ได้ใช้แพลตฟอร์ม TikTok เป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญในการสื่อสารแบรนด์ ผ่านช่อง TikTok @thycheff ที่นำเสนอคอนเทนต์แนว Food Entertainment ผสมผสานความสนุก ความง่าย และการสร้างสรรค์เมนูในชีวิตประจำวัน จนสามารถเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคยุคใหม่ได้อย่างรวดเร็ว

               จุดเด่นของคอนเทนต์จาก ThyChef คือการหยิบเมนูใกล้ตัว ไม่ว่าจะเป็นไก่ทอด เฟรนช์ฟรายส์ ของทอด หรือเมนูทานเล่น มาปรับให้น่าสนใจผ่านการใช้ผงปรุงรสและเทคนิคการนำเสนอแบบกระชับ เข้าใจง่าย และมีจังหวะการเล่าเรื่องที่เหมาะกับผู้ชมบน TikTok ซึ่งสอดคล้องกับพฤติกรรมของผู้บริโภคยุคดิจิทัลที่นิยมรับชมคลิปสั้น และต้องการคอนเทนต์ที่ “ดูจบแล้วอยากทำตามทันที”


               นายสมเจตน์ ปัญจวัฒนางกูร กรรมการผู้จัดการ บริษัท โฟร์ ฟูดส์ จำกัด กล่าวว่า “ปัจจุบันผู้บริโภคไม่ได้มองหาแค่ความอร่อยเพียงอย่างเดียว แต่ยังต้องการคอนเทนต์ที่ดูสนุก เข้าใจง่าย และสามารถนำไปทำตามได้จริง เราจึงพยายามพัฒนาแนวทางการสื่อสารของแบรนด์ผ่านแพลตฟอร์ม TikTok ให้เข้าถึงคนรุ่นใหม่มากขึ้น โดยนำเสนอเมนูที่ทำง่าย ใช้วัตถุดิบใกล้ตัว และสามารถสร้างแรงบันดาลใจในการทำอาหารได้ในชีวิตประจำวัน”

               นอกจากนี้ เทรนด์ “Cooking Content” หรือคอนเทนต์ทำอาหาร ยังกลายเป็นหนึ่งในหมวดคอนเทนต์ที่ได้รับความนิยมสูงบนแพลตฟอร์ม TikTok เพราะสามารถสร้างทั้งความบันเทิงและแรงบันดาลใจในเวลาเดียวกัน โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่นและ First Jobber ที่นิยมค้นหาเมนูง่ายๆ สำหรับทำรับประทานเองที่บ้าน

               ThyChef มองว่า การสร้างคอนเทนต์ในยุคนี้ไม่ใช่เพียงการสื่อสารโปรโมชั่นสินค้า แต่คือการสร้างประสบการณ์ร่วมกับผู้บริโภค ผ่านรูปแบบคอนเทนต์ที่เข้าถึงง่าย ดูสนุก และสามารถมีส่วนร่วมได้จริง ซึ่งเป็นเหตุผลที่แบรนด์เลือกใช้แนวทาง “Food Content + Entertainment” เพื่อเชื่อมโยงแบรนด์เข้ากับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคยุคใหม่

               “เราเชื่อว่า Food Content ในวันนี้ ไม่ใช่เพียงการสาธิตทำอาหาร แต่คือการสร้างประสบการณ์ร่วมระหว่างแบรนด์กับผู้บริโภค เพราะเมื่อคนดูรู้สึกสนุก อยากลองทำตาม หรือแชร์ต่อให้คนรอบตัว นั่นคือจุดเริ่มต้นของ Community ที่เกิดขึ้นจากคอนเทนต์อาหาร ซึ่งเป็นทิศทางสำคัญที่ ThyChef ต้องการเดินต่อในอนาคต” นายสมเจตน์ กล่าวเพิ่มเติม

               อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้คอนเทนต์อาหารบน TikTok เติบโต คือการที่ผู้บริโภคสามารถมีส่วนร่วมกับแบรนด์ได้ทันที ทั้งการคอมเมนต์ การทำคลิปตาม หรือการแชร์เมนูไปยังกลุ่มเพื่อนและครอบครัว ส่งผลให้แบรนด์อาหารในปัจจุบันต้องปรับวิธีสื่อสารจาก “ขายสินค้า” ไปสู่ “สร้างคอมมูนิตี้ร่วมกัน”

               จากแนวทางดังกล่าว ทำให้ ThyChef ไม่ได้เป็นเพียงแบรนด์เครื่องปรุง แต่กำลังพัฒนาตัวเองสู่แบรนด์คอนเทนต์อาหารที่เข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคยุคดิจิทัล พร้อมต่อยอดการสร้างสรรค์เมนูและคอนเทนต์ใหม่ๆ ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์อย่างต่อเนื่อง

               ผู้สนใจสามารถติดตามคอนเทนต์และเมนูสร้างสรรค์เพิ่มเติมได้ที่ https://www.tiktok.com/@thycheff
4
เปิดแล้ว adidas Golf Core Store Bangkok แห่งแรกในไทยและใหญ่สุดในเอเชีย



 
บริษัท พาลลาส เอจี จำกัด เขย่าตลาดกอล์ฟฉลองใหญ่เปิดร้านใหม่ “adidas Golf Core Store Bangkok” กอล์ฟเดสทิเนชั่นแห่งใหม่สำหรับนักกอล์ฟผู้หลงใหลแฟชั่นและแฟนพันธุ์แท้ของอาดิดาส กอล์ฟ จำหน่ายสินค้าฟูลไลน์ทั้งเสื้อผ้า เครื่องแต่งกาย รองเท้า และแอคเซสเซอรี่ส์ สำหรับสุภาพบุรุษ สุภาพสตรี และเยาวชน ครบทุกคอลเล็คชั่นทั้ง Originals Golf หรือ Performance Golf อัปเดตใหม่ทุกซีซั่น นับเป็น “adidas Golf Core Store Bangkok แห่งแรกที่ใหญ่ที่สุดในกลุ่ม Emerging Markets (EM) และใหญ่ที่สุดในเอเชีย พร้อมให้บริการนักกอล์ฟแล้ววันนี้ ณ ชั้น 2 ธนิยะ ช้อปปิ้งเซ็นเตอร์ ถนนสีลม


นับเป็นการเขย่าตลาดกอล์ฟอีกครั้งสำหรับคู่ค้าอย่างบริษัท พาลลาส เอจี จำกัด และอาดิดาส กอล์ฟ ร่วมกันจัดงานเฉลิมฉลองการเปิดร้านใหม่ พร้อมกับการปรับโฉมขยายพื้นที่สร้างเป็น “adidas Golf Core Store Bangkok”  นำโดยคุณพัทธ์ยศ โชคฤทธิ์ผานนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท พาลลาส เอจี จำกัด คุณนิศารัตน์ ฉายมงคลชัย ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายธุรกิจ อาดิดาส กอล์ฟ บริษัท อาดิดาส (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมกับแบรนด์แอมบาสซาเดอร์ โปรกอล์ฟและเหล่าอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังอีกมากมาย adidas Golf Core Store Bangkok ชั้น 2 ธนิยะช้อปปิ้งเซ็นเตอร์ เมื่อที่ผ่านมาเร็วๆนี้


คุณพัทธ์ยศ เผยว่า สำหรับอาดิดาส กอล์ฟ นับเป็นแบรนด์ที่มีอัตราการเติบโตที่ดีเยี่ยมมาโดยตลอด ด้วยความมีคุณภาพของสินค้าที่มีประสิทธิภาพสูง ตอบสนองนักกอล์ฟทุกๆ สไตล์ ทุกระดับฝีมือ บวกกับการสร้างกิจกรรมทางการตลาดอย่างต่อเนื่องส่งผลให้แบรนด์ไม่เพียงครองใจกลุ่มลูกค้าที่มีอยู่เดิมเท่านั้น แต่ยังสามารถเพิ่มกลุ่มลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ ที่หลากหลายขึ้น พาลลาส เอจี ในฐานะคู่ค้าของอาดิดาส กอล์ฟ เล็งเห็นถึงโอกาสที่จะสร้างการเติบโตจึงตัดสินใจปรับขยายร้านอาดิดาส กอล์ฟ ให้ใหญ่ขึ้น จึงเลือกศูนย์การค้าธนิยะช้อปปิ้งเซ็นเตอร์ซึ่งถือว่าเป็นแหล่งช้อปปิ้งของนักกอล์ฟตัวจริงที่ต้องมาและในโอกาสนี้ได้มีการเปลี่ยนชื่อร้านเป็น adidas Golf Core Store Bangkok  วางจำหน่ายสินค้าอาดิดาส กอล์ฟ ครบครันและมีขนาดใหญ่ที่สุดในกลุ่ม Emerging Markets (EM) และใหญ่ที่สุดในเอเชีย
 
“ที่นี่จะมีสินค้าครบทุกแบบทุกคอลเล็คชั่นครับ ทั้งในส่วน Performance Golf และ Originals Golf ทั้งเสื้อผ้า เครื่องแต่งกาย รองเท้า รวมถึงแอคเซสเซอรี่ส์ต่างๆ สำหรับสุภาพบุรุษ สุภาพสตรี และเยาวชน ซึ่งในอนาคตก็อาจมี Special Edition มาวางจำหน่ายด้วยเช่นกัน ส่วนของการตกแต่งร้านจะเป็นคอนเซ็ปท์จากอาดิดาสทั้งหมด นักกอล์ฟเข้ามาแล้วจะรู้สึกถึงแบรนด์อาดิดาสได้อย่างชัดเจน รวมถึงพนักงานที่ได้รับการอบรมขั้นสูงตามมาตรฐานของแบรนด์ จะช่วยสร้างประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมในการช็อปปิ้งเลือกสินค้าให้ตรงกับความต้องการของนักกอล์ฟ ที่นี่จึงถือเป็นกอล์ฟเดสทิเนชั่นแห่งใหม่สำหรับนักกอล์ฟผู้หลงใหลในแฟชั่นและแฟนพันธุ์แท้ของอาดิดาส กอล์ฟที่ต้องมาครับ” คุณพัทธ์ยศ กล่าว


เพื่อเป็นฉลองในโอกาสปรับโฉมร้านใหม่ครั้งนี้ adidas Golf Core Store Bangkok มอบโปรโมชั่นพิเศษให้กับนักกอล์ฟที่มาช้อปปิ้ง เมื่อซื้อสินค้าทุกประเภทครบ 9,000 บาท รับทันที Unisex PU Leather 2 Zip Pouch มูลค่า 2,000 บาท หรือซื้อสินค้าครบ 12,000 บาท รับ Unisex PU Leather Cart Bag มูลค่า 3,300 บาท ทันทีเช่นกัน เริ่มตั้งวันที่ 18 พฤษภาคมนี้เป็นต้นไปหรือจนกว่าของสมนาคุณจะหมด เชิญอัปเดตแฟชั่นและฟินไปกับคอลเล็คชั่นใหม่ล่าสุดจากอาดิดาส กอล์ฟ แบบครบจบในที่เดียวได้แล้ววันนี้ที่ adidas Golf Core Store Bangkok ณ ชั้น 2 ธนิยะช้อปปิ้งเซ็นเตอร์ 

#adidasgolfthailand #adidasgolf
#adidasGolfCoreStore_Bangkok










5
TRT เขียนประวัติศาสตร์อุตสาหกรรมไฟฟ้าไทย
ครั้งแรกของการ ส่งหม้อแปลงกำลังขนาดใหญ่ฝีมือคนไทยเจาะตลาดสหรัฐฯ


นายสัมพันธ์ วงษ์ปาน กรรมการผู้จัดการ บริษัท ถิรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ TRT เป็นประธานในพิธีประวัติศาสตร์ในการส่งออกหม้อแปลงกำลังขนาดใหญ่ฝีมือคนไทยล็อตแรกไปยังสหรัฐอเมริกา มูลค่ารวมกว่า 1,600 ล้านบาท รับแรงหนุนเมกะเทรนด์ AI, Data Center และการลงทุนโครงข่ายไฟฟ้าโลกที่กำลังขยายตัว ส่งผลให้บริษัทสู่การเป็นผู้ผลิตหม้อแปลงไฟฟ้ากำลังขนาดใหญ่เพื่อป้อนตลาดโลก ผ่านความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ Siemens Energy พันธมิตรด้านพลังงานระดับโลก ซึ่งจะเข้ามาเสริมศักยภาพทั้งด้านเทคโนโลยี มาตรฐานการผลิต และการขยายตลาดสู่สหรัฐอเมริกาและยุโรปอย่างเป็นรูปธรรม โดยมี นายอวยชัย ศิริวจนา, นายกานต์ วงษ์ปาน ร่วมงานด้วย ณ โรงงาน 2 บริษัท ถิรไทย จำกัด (มหาชน) นิคมอุตสาหกรรมบางปู
6
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดอาคารศาลเจ้าไต้ฮงกงหยกขาว เฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา ถนนเจริญราษฎร์ เขตสาทร กรุงเทพฯ พุทธสถานประวัติศาสตร์ มรดกแห่งเมตตาธรรม และแหล่งเรียนรู้ด้านสถาปัตยกรรมเชิงวัฒนธรรมแต้จิ๋วโบราณอันทรงคุณค่า ศูนย์รวมพลังศรัทธาที่ยิ่งใหญ่บนดินแดนศักดิ์สิทธิ์กว่า 120 ปี




วานนี้ (วันพุธที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 เวลา 17.00 น.) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดอาคารศาลเจ้าไต้ฮงกงหยกขาว เฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา ถนนเจริญราษฎร์ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร พุทธสถานประวัติศาสตร์แห่งการรวมพลังศรัทธาของหลวงปู่ไต้ฮง มรดกแห่งเมตตาธรรมและแหล่งเรียนรู้ด้านสถาปัตยกรรมเชิงวัฒนธรรมแต้จิ๋วโบราณอันทรงคุณค่า บนดินแดนศักดิ์สิทธิ์กว่า 120 ปี ใจกลางสาทร อันเป็นที่ประดิษฐาน องค์หลวงปู่ไต้ฮง (ไต้ฮงกง) แกะสลักจากหินหยกขาวที่มีขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย พระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ (กวนซีอิมผ่อสัก) และ พระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ (ตี่จั๋งอ้วงผ่อสัก) องค์เทพสำคัญตามคติความเชื่อจีน และเป็นแหล่งเรียนรู้วัฒนธรรมผ่านสถาปัตยกรรมแต้จิ๋วโบราณ เป็นแหล่งรวบรวมงานศิลป์ งานไม้แกะสลัก และงานจิตรกรรมหินหยกขาวแกะสลักตกแต่งตามแนวศิลปกรรมจีนแบบราชสำนักที่ถูกต้องตามขนบธรรมเนียม โดยมี นายอรรถนิติ ดิษฐอํานาจ องคมนตรี นายอําพน กิตติอําพน องคมนตรี นายวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี นายจาง เจี้ยนเว่ย เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย พร้อมด้วย คณะกรรมการมูลนิธิฯ แขกผู้มีเกียรติ และประชาชนเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ


เมื่อเสด็จพระราชดำเนินมาถึง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระรัตนตรัย เสด็จประทับพระราชอาสน์ ทรงศีล และพระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ นายวิชิต ชินวงศ์วรกุล รองประธานกรรมการมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พร้อมด้วย นางศิริกุล โอภาสวงศ์ กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เข้าเฝ้าฯ ทูลเกล้าฯ ถวายสูจิบัตร แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี จากนั้น นายสัก กอแสงเรือง รองประธานกรรมการมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง กราบบังคมทูลรายงานวัตถุประสงค์การดำเนินงานจัดสร้างอาคารศาลเจ้าไต้ฮงกงหยกขาว เฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา พร้อมทั้งกราบบังคมทูลเชิญเสด็จฯ ทรงประกอบพิธีเปิดอาคารศาลเจ้าไต้ฮงกงหยกขาว เฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา ทรงกดปุ่มไฟฟ้าเปิดแพรคลุมป้ายชื่ออาคารศาลเจ้าไต้ฮงกงหยกขาว เฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา พระสงฆ์เจริญชัยมงคลคาถา ชาวพนักงานลั่นฆ้องชัย ประโคมสังข์ แตร ดุริยางค์ เมื่อเสด็จเข้าอาคารศาลเจ้าฯ ทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมถวายพระสงฆ์ ทรงหลั่งทักษิโณทก จากนั้น นายวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เข้าเฝ้าฯ ทูลเกล้าฯ ถวายเงินโดยเสด็จพระราชกุศล ตามพระราชอัธยาศัย นายวิศิษฎ์ ลิ้มประนะ กรรมการมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง กราบบังคมทูลเบิกผู้มีอุปการคุณและผู้บริจาคเงินสมทบทุนการก่อสร้าง

อาคารศาลเจ้าฯ เข้าเฝ้าฯ รับพระราชทานของที่ระลึก นายบวรสินธุ์ ตันธุวนิตย์ ผู้ช่วยกรรมการมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เข้าเฝ้าฯ ทูลเกล้าฯ ถวายแผ่นศิลาเพื่อทรงลงพระปรมาภิไธย และทรงลงพระนามาภิไธย ทรงกราบที่หน้าเครื่องนมัสการ ทรงลาพระสงฆ์ พระมหาคณาจารย์จีนธรรมวชิราจารย์ (เจ้าคุณเย็นอี่) เจ้าคณะใหญ่จีนนิกาย เจ้าอาวาสวัดโพธิ์เย็น ถวายเทพซิ่ว (เทพอายุวัฒนะ) เนื้อไม้กฤษณาแกะสลัก แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระคณาจารย์จีนธรรมวชิรานุวัตร (เจ้าคุณเย็นงี้) รองเจ้าคณะใหญ่จีนนิกาย เจ้าอาวาสวัดมังกรกมลาวาส (วัดเล่งเน่ยยี่) ถวายพระกวนอิมโพธิสัตว์ เนื้อไม้กฤษณาแก่สลัก แด่สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี


จากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ฉายพระบรมฉายาลักษณ์ ร่วมกับ คณะกรรมการมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง และผู้ให้การสนับสนุนการก่อสร้างอาคารฯ หน้าองค์ไต้ฮงกงหยกขาว ก่อนเสด็จไปยังบริเวณที่ปลูกต้นไม้ โดย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงปลูกต้นสนฉัตร จำนวน 1 ต้น สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงปลูกต้นสนฉัตร 1 ต้น จากนั้น นายวิชิต ชินวงศ์วรกุล รองประธานกรรมการมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง น้อมเกล้าฯ ถวายองค์หลวงปู่ไต้ฮง (ไต้ฮงกง) หินหยกขาวแกะสลัก แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว นางศิริกุล โอภาสวงศ์ กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง น้อมเกล้าฯ ถวายพระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ (พระโพธิสัตว์กวนอิม) หินหยกขาวแกะสลัก แด่สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ต่อจากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินกลับ


นายสัก กอแสงเรือง รองประธานกรรมการมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เปิดเผยว่า การก่อสร้างศาลเจ้าไต้ฮงกงหยกขาว เฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา แห่งนี้ ยึดรูปแบบสถาปัตยกรรมจีนตอนใต้ตามสกุลช่างแต้จิ๋ว บนเนื้อที่ 4 ไร่ 17 ตารางวา ซึ่งตั้งอยู่ติดกับสวนเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา อันเป็นผืนแผ่นดินประวัติศาสตร์แห่งศรัทธาและการตอบแทนคุณแผ่นดินไทยในนาม “สุสานวัดดอน” ที่ชาวจีน 710 ท่าน ได้รวบรวมเงินจัดซื้อที่ดินในปี พ.ศ. 2442 สร้างสุสานสาธารณะเพื่อผู้วายชนม์โดยไม่แบ่งชนชั้น วรรณะ เชื้อชาติ และศาสนา และเป็นจุดเริ่มต้นของการก่อตั้งคณะเก็บศพไต้ฮงกงพร้อมศาลเจ้าไต้ฮงกงพลับพลาไชย ในปี พ.ศ. 2452-2453 ก่อนจะจดทะเบียนเป็นมูลนิธิฯ ในนาม มูลนิธิฮั่วเคี้ยวป่อเต็กเซี่ยงตึ๊ง (มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง) หมายถึง “มูลนิธิฯ แห่งการตอบแทนคุณแผ่นดิน โดยการทำคุณงามความดี ด้วยการ ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”


ศาลเจ้าไต้ฮงกงหยกขาว เฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา แบ่งพื้นที่ออกเป็นตัวอาคารศาลเจ้าและอาคารอเนกประสงค์ จัดสร้างขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 และฉลองในโอกาสที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งก่อตั้งครบ 110 ปี

อาคารแห่งนี้ได้รับพระมหากรุณาธิคุณพระราชทานนามว่า “ศาลเจ้าไต้ฮงกงหยกขาว เฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา” เพื่อยกย่องเทิดทูนเกียรติคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในโอกาสทรงเจริญพระชนมพรรษา 72 พรรษา พร้อมได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้เชิญตราสัญลักษณ์งานเฉลิมพระเกียรติฯ มาประดิษฐานบนอาคาร นับเป็นสิริมงคลสูงสุดแก่มูลนิธิฯ และพสกนิกรผู้มีจิตศรัทธาทุกหมู่เหล่า

ศาลเจ้าแห่งนี้คือภูมิสัญลักษณ์แห่งใหม่ด้านศาสนาและกิจกรรมเพื่อสังคม เป็นศูนย์รวมพลังศรัทธาอันยิ่งใหญ่แห่งเมตตาธรรมของหลวงปู่ไต้ฮง และเป็นแหล่งเรียนรู้วัฒนธรรมสถาปัตยกรรมแต้จิ๋วโบราณ บนผืนดินศักดิ์สิทธิ์ใจกลางสาทรที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 120 ปี

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ขอขอบพระคุณผู้มีจิตกุศล ที่ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการจารึกประวัติศาสตร์ ในการสร้างพุทธสถาน สืบสานพลังศรัทธา ร่วมทำความดี เพื่อตอบแทนคุณแผ่นดิน อย่างไม่มีที่สิ้นสุด


ศาลเจ้าไต้ฮงกงหยกขาว เฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา กำหนดเปิดให้ประชาชนผู้มีศรัทธาเข้าเยี่ยมชม และสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ตั้งแต่วันจันทร์ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 เป็นต้นไป ติดตามข่าวสารกิจกรรม การช่วยเหลือของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้ที่ www.facebook.com/TaiHongGongShrine หรือติดตามข่าวสารตามช่องทางอื่นๆ ที่สะดวกได้ที่ https://linktr.ee/TaihonggongshrineTH
7
Eaton Electric (Thailand) Ltd. เปิดตัวแคมเปญวิดีโอ “Life Uninterrupted” ถ่ายทอด 3 โมเมนต์สำคัญของชีวิตและธุรกิจที่เดินหน้าได้แม้ไฟดับ ตอกย้ำบทบาท Eaton ในการส่งมอบพลังงานไฟฟ้าที่เชื่อถือได้สำหรับทุกสถานการณ์


Eaton ผู้นำระดับโลกด้านการจัดการพลังงาน เปิดตัววิดีโอแคมเปญ “Life Uninterrupted” อย่างเป็นทางการในประเทศไทย โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างการรับรู้ต่อผลิตภัณฑ์ในกลุ่มเครื่องสำรองไฟฟ้า พร้อมตอกย้ำบทบาทของแบรนด์ในฐานะผู้อยู่เบื้องหลังความต่อเนื่องของชีวิตและระบบงานที่สำคัญ ตั้งแต่ภายในบ้านและธุรกิจขนาดเล็ก ไปจนถึงดาต้าเซ็นเตอร์ระดับองค์กร แคมเปญนี้สะท้อนแก่นความหมายของ “Powering What Matters” ผ่าน 3 เรื่องราวที่เกิดขึ้นในวันที่ไฟฟ้าไม่เสถียร แต่ทุกอย่างยังคงดำเนินต่อได้อย่างราบรื่นเพราะมีโซลูชันของ Eaton ทำงานอยู่เบื้องหลัง


“ในโลกที่พลังงานไฟฟ้ามีผลต่อทุกวินาทีของชีวิต ตั้งแต่การประชุมสำคัญจนถึงรอยยิ้มวันเกิดของเด็ก ๆ Eaton มุ่งมั่นทำให้ช่วงเวลาสำคัญเหล่านี้ดำเนินต่อไปอย่างไม่สะดุด—นี่คือหัวใจของ Life Uninterrupted” นางสาวสุภัทรา รามสูต ผู้จัดการประจำประเทศไทย กล่าวถึงเจตนารมณ์ของแคมเปญนี้


วิดีโอเปิดด้วยฉากงานวันเกิดภายในคาเฟ่เล็ก ๆ ท่ามกลางบรรยากาศฝนฟ้าคะนอง ขณะที่เด็ก ๆ กำลังสนุกสนาน ฟ้าผ่าก็ทำให้ไฟฟ้าดับลงทันที เด็กชายคนนึงเริ่มตกใจ แต่ในขณะที่ร้านรอบข้างมืดสนิท คาเฟ่ยังคงสว่างไสวเพราะได้รับการปกป้องด้วย Eaton UPS ทำให้เด็กหญิงตัวเล็กสามารถเป่าเทียนวันเกิดได้อย่างไม่มีสะดุด เสียงเพลง “Happy Birthday” จึงดำเนินต่อไปอย่างอบอุ่นและราบรื่น เหตุการณ์นี้สะท้อนว่าความราบรื่นของช่วงเวลาสำคัญอาจขึ้นอยู่กับพลังงานไฟฟ้าที่ “แม้มองไม่เห็น แต่สัมผัสได้เสมอ”

อีกฉากสำคัญเป็นเรื่องราวของหนุ่มวัยทำงานที่เตรียมสัมภาษณ์งานออนไลน์ในวันที่สภาพอากาศเลวร้าย ไฟกระพริบ อินเทอร์เน็ตสั่นไหว และแมวตกใจเพิ่มความวุ่นวาย ขณะเขาพยายามตั้งสติดำเนินบทสนทนากับ HR ก่อนที่ไฟทั้งอาคารจะดับลง แต่ห้องของเขายังสว่างและเชื่อมต่อออนไลน์ได้อย่างมั่นคงเพราะ Eaton UPS ทำหน้าที่รักษาความเสถียรของระบบสำคัญทั้งหมด ช่วยให้เขาตอบคำถามจนจบและคว้าโอกาสงานใหม่ไว้ได้ แม้จะเป็นช่วงเวลาสั้น ๆ แต่เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของชีวิต—และ Eaton เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้โอกาสนั้นไม่หลุดลอยไป


ฉากสุดท้ายเกิดขึ้นในเซิร์ฟเวอร์รูมขององค์กร ผู้จัดการไอทีได้รับข้อความจากผู้บริหารว่า “คืนนี้เซิร์ฟเวอร์ห้ามดับ—ไม่อย่างนั้นเราจบแน่!” ขณะเกิดพายุและไฟฟ้าดับทั่วเมือง แต่ระบบภายในห้องเซิร์ฟเวอร์ยังคงทำงานอย่างสมบูรณ์ หน้าจอทุกเครื่องขึ้นสถานะสีเขียว all systems go ด้วยการปกป้องของ Eaton UPSและซอร์ฟแวร์ควบคุมที่ช่วยให้เขามั่นใจตอบกลับผู้บริหารว่า “ไม่ต้องห่วงครับ เราควบคุมสถานการณ์ได้” การทำงานของระบบที่ไม่สะดุดทำให้งานราบรื่น แสดงให้เห็นว่าความต่อเนื่องของธุรกิจระดับองค์กรไม่อาจพึ่งดวง หรือรอการกู้คืนระบบ แต่จำเป็นต้องมีพลังงานที่เชื่อถือได้ตลอดเวลา

แคมเปญ “Life Uninterrupted” ถูกออกแบบให้เข้าถึงผู้ใช้งานในหลายระดับ ทั้งเจ้าของบ้าน ผู้ทำงานจากที่บ้าน นักเรียน และผู้ใช้ SOHO รวมถึงกลุ่มธุรกิจค้าปลีกและร้านอาหารที่ต้องรักษาการบริการลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนผู้จัดการฝ่ายไอที Edge Computing และองค์กรขนาดใหญ่ เช่น ดาต้าเซ็นเตอร์ ภาคอุตสาหกรรม และสาธารณสุข ซึ่งต้องการความเสถียรของพลังงานระดับศูนย์ความผิดพลาด (zero‑downtime) เพื่อคงคุณภาพการให้บริการและปกป้องข้อมูลสำคัญ โซลูชันของ Eaton จึงถูกออกแบบให้ตอบโจทย์ทั้งในมิติของการใช้งานจริงและการป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากความไม่เสถียรของไฟฟ้า


นอกจากประเทศไทยแล้ว แคมเปญนี้ยังเตรียมเปิดตัวในอีก 9 ประเทศทั่วเอเชียตะวันออก ได้แก่ ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย มาเลเซีย เวียดนาม เกาหลี ญี่ปุ่น ไต้หวัน และสิงคโปร์ ผ่านการสื่อสารที่ผสานทั้งอารมณ์และฟังก์ชัน ผ่านวิดีโอออนไลน์ คอนเทนต์โซเชียล และความร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ในหลายอุตสาหกรรม เพื่อยกระดับภาพลักษณ์ Eaton ในฐานะแบรนด์ที่ผู้บริโภคและองค์กรไว้วางใจด้านความเสถียรของพลังงาน

“Life Uninterrupted” จึงไม่ใช่เพียงการเปิดตัววิดีโอ แต่เป็นการแสดงถึงพันธกิจของ Eaton ในการอยู่เบื้องหลังทุกช่วงเวลาที่มีความหมาย เพื่อให้ชีวิตและธุรกิจเดินหน้าต่อได้อย่างมั่นใจ แม้ในวันที่พลังงานไม่แน่นอนที่สุดก็ตาม
8
สจล. เปิดหลักสูตร “นักบินอากาศยานเบาพิเศษ การวิจัย และนวัตกรรม” รุ่นแรก
ปั้น “นักบิน Ultralight” ยุคใหม่ ผสาน AI-การบิน-เกษตรอัจฉริยะ-อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม


สถาบันวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีและถ่ายทอดเทคโนโลยี พระจอมเกล้าลาดกระบัง (ด่านช้าง) ร่วมกับ สมาคมมัจฉานุ (Matchanu Association) เปิดรับสมัครผู้เข้าอบรม “หลักสูตรนักบินอากาศยานเบาพิเศษ การวิจัย และนวัตกรรม” (Short Course in Ultralight Pilot, Research and Innovation) รุ่นแรก หลักสูตรระยะสั้น 3 เดือน (63 ชั่วโมง) มุ่งพัฒนาบุคลากรด้านการบินและนวัตกรรม เพื่อประยุกต์ใช้อากาศยานเบาพิเศษร่วมกับ AI, GIS และเทคโนโลยีดิจิทัล สำหรับภาคเกษตรอัจฉริยะ งานสำรวจทางอากาศ ภารกิจอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และงานกู้ภัยทางน้ำในอนาคต

เนื้อหาหลักสูตรครอบคลุมทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ อาทิ กฎหมายการบิน หลักการบิน ระบบอากาศยาน อุตุนิยมวิทยาการบิน การวิเคราะห์ Flight Data การประยุกต์ใช้ AI เพื่อความปลอดภัยทางการบิน ตลอดจนฝึกบินจริง ณ สนามบินอยุธยา เพื่อเตรียมความพร้อมสู่การทดสอบใบอนุญาตนักบินอากาศยานเบาพิเศษ (UPL)

หลักสูตรได้รับความร่วมมือจากทีมครูการบิน ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์การบิน นักวิจัย และกัปตันสายการบินพาณิชย์ชั้นนำของไทย เปิดรับสมัครผู้มีอายุ 17 ปีขึ้นไป วุฒิมัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทียบเท่า ผ่านการตรวจสุขภาพ MEDICAL CLASS 4 รับจำนวนจำกัด 35 คน ค่าลงทะเบียน 180,000 บาท เปิดรับสมัครระหว่างวันที่ 11-31 พฤษภาคม 2569


ผู้สนใจสามารถสแกน QR Code บนโปสเตอร์ประชาสัมพันธ์เพื่อสมัครเรียนและสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ทางอีเมล ultralight@kmitl.ac.th ติดตามข้อมูลข่าวสารและความเคลื่อนไหวของ สจล. ได้ทาง https://www.facebook.com/kmitlofficial และเว็บไซต์ www.kmitl.ac.th สอบถามเพิ่มเติมที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 329 8000
9
"ซูเลียน" เขย่าเวทีธุรกิจลำปาง รวมพลังนักสร้างฝัน ปลดล็อกชีวิตสู่ความสำเร็จ


บริษัท ซูเลียน (ประเทศไทย) จำกัด เดินหน้าสร้างแรงบันดาลใจในการทำธุรกิจ อย่างต่อเนื่อง ล่าสุดปักหมุดจังหวัดลำปาง จัดกิจกรรม "พลิกวิสัยทัศน์ธุรกิจ สู่ชีวิตที่คุณเลือก" ณ โรงแรมบุษย์น้ำทอง จังหวัดลำปาง ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยพลังแห่งความสำเร็จ ความรู้ และแรงบันดาลใจจากผู้เข้าร่วมงานที่เดินทางมาจากหลากหลายพื้นที่ทั่วประเทศ เพื่อเปิดมุมมองใหม่ด้านธุรกิจและต่อยอดศักยภาพสู่ความสำเร็จในยุคใหม่

ภายในงานได้รับเกียรติจากวิทยากรคุณภาพและนักธุรกิจระดับแนวหน้า ร่วมถ่ายทอดประสบการณ์กลยุทธ์การทำธุรกิจ และแนวคิดสู่ความสำเร็จอย่างใกล้ชิด นำโดย Master RCD ดร.ชาญชัย เจ้ยชุม, Master RCD วิมุกดา ภูทับทิม, RCD ชายแดน ภูทับทิม และ RCD วิลินรัตน์ ยานยา ที่ร่วมกันจุดประกายแนวคิดใหม่ให้กับผู้เข้าร่วมงาน พร้อมแบ่งปันประสบการณ์ตรงในการสร้างธุรกิจ และยกระดับคุณภาพชีวิตผ่านโมเดลธุรกิจยุคใหม่



อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญที่ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก คือการเปิดตัว CMO คุณณัฐชานนท์ จุลล์จักรวงศา อย่างเป็นทางการ ท่ามกลางเสียงต้อนรับอย่างอบอุ่น พร้อมเผยวิสัยทัศน์ด้านการตลาดปี 2569 ที่มุ่งสร้างโอกาสใหม่ให้กับนักธุรกิจยุคดิจิทัล สะท้อนแนวคิดว่า "ชีวิตที่เลือกได้" ไม่ใช่เพียงความฝัน แต่เป็นเป้าหมายที่ทุกคนสามารถเริ่มต้นและลงมือทำให้เกิดขึ้นจริงได้

คุณณัฐชานนท์ จุลล์จักรวงศา กล่าวว่า การจัดงาน "พลิกวิสัยทัศน์ธุรกิจ สู่ชีวิตที่คุณเลือก" ในครั้งนี้ นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของซูเลียน ในการส่งต่อแนวคิดการสร้างอาชีพ สร้างรายได้ และสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับคนไทย พร้อมตอกย้ำพันธกิจในการเป็นแรงผลักดันให้ทุกคนกล้าคิด กล้าฝัน และกล้าสร้างชีวิตในแบบที่ตนเองเลือกได้อย่างแท้จริง



นอกจากสาระความรู้และแรงบันดาลใจทางธุรกิจแล้ว ภายในงานยังเต็มไปด้วยกิจกรรมสร้างความสุข สนุกสนาน โดยเฉพาะช่วงจับรางวัลอั่งเปาเงินสด ที่สร้างรอยยิ้มและเสียงหัวเราะให้กับผู้ร่วมงานอย่างอบอุ่น

"เพราะความสำเร็จ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับโอกาสที่รออยู่ แต่อยู่ที่การกล้าลงมือเริ่มต้น"







10
จัดศึกฟุตบอลเยาวชน ไฮเซ่นส์ ปี 3 ที่ จ.เชียงราย ชิงเงินรางวัลรวมกว่า 2 แสน




“ไฮเซ่นส์” ร่วมกับ “กกท.” จัด “การแข่งขันฟุตบอล  7 คน ชิงแชมป์เยาวชนรุ่น 12 ปี  HISENSE FOOTBALL YOUTH CUP SPONSORSHIP 2026 ปี 3” สานฝันให้น้อง เยาวชนที่รักกีฬาฟุตบอลอย่างต่อเนื่อง ได้พัฒนาตนเอง ก้าวสู่การเป็นนักกีฬาฟุตบอลอาชีพต่อไปในอนาคต


นายทวีศักดิ์ คงชะนะ รองประธานกรรมการ บริษัท ไฮเซ่นส์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) พร้อมด้วย นางนิตยา เกิดจันทึก ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการกีฬาอาชีพ การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ร่วมแถลงข่าว “การแข่งขันฟุตบอล  7 คน ชิงแชมป์เยาวชนรุ่น 12 ปี  HISENSE FOOTBALL YOUTH CUP SPONSORSHIP 2026 ปี 3” และ จับสลากแบ่งกลุ่มการแข่งขัน ร่วมด้วย คุณสลักจฤฎดิ์ ติยะไพรัช ประธานสภาวัฒนธรรม จ. เชียงราย, คุณวรัชยา โกแสนตอ เป็นที่ปรึกษาสโมสรฟุตบอล สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด, "วาว" จารุวัฒน์ พริบไหว และ “โอ๊ต” ณัฐพร พันธุ์ฤทธิ์ นักฟุตบอลทีมชาติไทย ที่  ห้องประชุมชั้น 25 อาคารเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา การกีฬาแห่งประเทศไทย




ไฮเซ่นส์ (Hisense) แบรนด์ผู้นำเทคโนโลยีระดับโลก ในฐานะ ออฟฟิเชียล พาร์ทเนอร์ (Official Partner) กับ ฟีฟ่า (FIFA) ร่วมกับ การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) และพันธมิตรทางธุรกิจ ร่วมจัดโครงการการแข่งขันฟุตบอล 7 คน เยาวชนอายุไม่เกิน 12 ปี ในจังหวัดเชียงราย ชิงถ้วยเกียรติยศ พร้อมเงินรางวัล และอุปกรณ์โสตทัศนศึกษา ในระหว่างวันที่ 30, 31 พฤษภาคม และ 1 มิถุนายน 2569 ที่สนามสิงห์ เชียงราย สเตเดียม จังหวัดเชียงราย โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อมุ่งหวังให้เยาวชนไทยได้ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ พร้อมจุดประกายฝันก้าวสู่การเป็นนักฟุตบอลอาชีพต่อไป

งานนี้ยังได้รับเกียรติจาก “โอ๊ต” ณัฐพร พันธุ์ฤทธิ์ นักฟุตบอลทีมชาติไทย ที่มาร่วมบอกเล่าเส้นทางการฝ่าฟัน กว่าจะได้เป็นนักฟุตบอลทีมชาติ เเละเปิดมุมมองเพื่อจุดประกายให้กับเยาวชน


นายทวีศักดิ์ คงชะนะ รองประธานกรรมการ บริษัท ไฮเซ่นส์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) กล่าวว่า ในนามของ บริษัท ไฮเซ่นส์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด  รู้สึกเป็นเกียรติและยินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่ได้ร่วมจัด โครงการ HISENSE FOOTBALL YOUTH CUP SPONSORSHIP 2026  ร่วมกับ การกีฬาแห่งประเทศไทย และหน่วยงานพันธมิตรทุกภาคส่วน

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา บริษัท ไฮเซ่นส์ ให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจควบคู่ไปกับแนวคิด ESG โดยเฉพาะในด้านสังคมและการพัฒนาเยาวชน เพราะเราเชื่อว่า “โอกาส” คือจุดเริ่มต้นสำคัญของการเติบโต




โครงการ HISENSE FOOTBALL YOUTH CUP SPONSORSHIP 2026 ในปีนี้ ถือเป็นการจัดการแข่งขันต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 และนับเป็นครั้งแรกที่เราได้มีโอกาสนำโครงการออกไปจัดในพื้นที่ต่างจังหวัด ณ จังหวัดเชียงราย เพื่อขยายโอกาสและเปิดพื้นที่ให้เด็กและเยาวชนในภูมิภาค  ได้เข้าถึงเวทีการแข่งขันฟุตบอลที่มีมาตรฐานระดับสากลอย่างแท้จริง

เรามองเห็นศักยภาพของเยาวชนไทยในทุกพื้นที่ และเชื่อว่าเด็กๆ ในต่างจังหวัด ควรได้รับโอกาสไม่แตกต่างจากในเมืองใหญ่ โครงการนี้ จึงไม่ใช่เพียงการแข่งขันกีฬา แต่ยังเป็นเวทีแห่งแรงบันดาลใจ ที่เปิดโอกาสให้น้องๆ เยาวชนได้แสดงความสามารถ พัฒนาทักษะ และสัมผัสประสบการณ์การแข่งขันระดับมืออาชีพ ซึ่งอาจเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการก้าวสู่การเป็นนักกีฬาอาชีพในอนาคต




บริษัทฯ ขอขอบคุณ การกีฬาแห่งประเทศไทย ที่ให้ความร่วมมือด้วยดีเสมอมา และร่วมเดินหน้าพัฒนาโครงการร่วมกันอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 รวมถึงขอบคุณทุกหน่วยงาน พันธมิตร โรงเรียน ผู้ฝึกสอน และผู้ปกครองทุกท่าน ที่ร่วมกันผลักดันให้โครงการนี้เกิดขึ้นได้อย่างสมบูรณ์   
       
เราหวังว่า HISENSE FOOTBALL YOUTH CUP SPONSORSHIP 2026 จะไม่ใช่เพียงแค่การแข่งขันฟุตบอล แต่จะเป็น “โอกาส” ที่ช่วยจุดประกายความฝันให้กับเด็กๆอีกหลายคน ได้เชื่อมั่นในตัวเอง กล้าที่จะก้าวเดินต่อ และเติบโตขึ้น เป็นกำลังสำคัญของวงการกีฬาไทยในอนาคต และจะยังคงเดินหน้าสานต่อโครงการดีๆ แบบนี้ต่อไป เพื่อส่งมอบโอกาส แรงบันดาลใจ ละอนาคตที่ดีให้กับเยาวชนไทย เพราะเราเชื่อว่า…เมื่อเด็กไทยได้รับโอกาสที่ดี พวกเขาสามารถก้าวไปได้ไกลในระดับโลกอย่างแน่นอน

 
 
สำหรับ “การแข่งขันฟุตบอล  7 คน ชิงแชมป์เยาวชนรุ่น 12 ปี  HISENSE FOOTBALL YOUTH CUP SPONSORSHIP 2026  ปี 3” เป็นหนึ่งในโครงการ อีเอสจี (ESG) ที่ตั้งใจจัดขึ้น เพื่อส่งเสริมศักยภาพและความเป็นเลิศของเยาวชนไทยด้านกีฬาและเป็นเวทีสำคัญในการแสดงความ สามารถ ที่ไร้ขีดจำกัด พร้อมเปิดโอกาสให้เยาวชนที่รักในการเล่นกีฬาฟุตบอล ในเขตพื้นที่จังหวัดเชียงราย ได้ร่วมแข่งขันฟุตบอล 7 คน ชิงเงินรางวัลอย่างยิ่งใหญ่ การแข่งขันจะมีขึ้น ระหว่างวันที่ 30, 31 พฤษภาคม และ 1 มิถุนายน 2569 จะเป็นการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ ที่สนามสิงห์ เชียงราย สเตเดียม จังหวัดเชียงราย”


ด้าน นางนิตยา เกิดจันทึก ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการกีฬาอาชีพ การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) กล่าวว่า “ในนามของ กกท. ขอชื่นชมและขอบคุณ ไฮเซ่นส์ (Hisense) ที่ได้ให้ความสำคัญกับ อีเอสจี (ESG) ทั้งยังส่งเสริมกิจกรรมสร้างสรรค์ด้านกีฬาเสมอมา และล่าสุด คือ HISENSE FOOTBALL YOUTH CUP SPONSORSHIP 2026  ปี 3” เป็นโครงการจัดการแข่งขันฟุตบอล 7 คน ชิงแชมป์เยาวชน ในจังหวัดเชียงราย ซึ่ง กกท. ยินดีให้การสนับสนุน หวังเป็นอย่างยิ่งว่า การแข่งขันในครั้งนี้ จะสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี และช่วยจุดประกายความฝันให้น้องๆ เยาวชนที่รักกีฬาฟุตบอล ได้พัฒนาตนเอง ก้าวไปสู่การเป็นนักกีฬาฟุตบอลอาชีพต่อไปในอนาคต”




HISENSE FOOTBALL YOUTH CUP SPONSORSHIP 2026 ปี 3 (HISENSE Football Youth Cup Sponsorship 2026 at Chiangrai) เป็นการแข่งขัน ประเภทฟุตบอลนักเรียน 7 คน ยุวชนและเยาวชนชาย อายุไม่เกิน 12 ปี โดยได้เปิดรับสมัครทีมเข้าร่วมการแข่งขันจำนวน 32 โรงเรียน จัดการแข่งขันทั้งหมด 3 วัน โดยรอบแรก เป็นการแข่งขันแบบแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 4 ทีม จำนวน 8 กลุ่ม ตั้งแต่รอบ 16 ทีม แข่งแบบแพ้คัดออก เพื่อชิงรางวัลรวมกว่า 200,000 บาท ดังนี้

- รางวัลชนะเลิศการแข่งขัน ได้รับถ้วยเกียรติยศ พร้อมเงินรางวัล 30,000 บาท พร้อมโสตทัศนูปกรณ์จาก บริษัท ไฮเช่นส์ อินเตอร์เนชันแนล (ประเทศไทย) จำกัด มูลค่า 120,000 บาท
- รางวัลรองชนะเลิศลำดับที่ 1 ได้รับเงินรางวัล บำรุงทีม 20,000 บาท
- รางวัสรองชนะเลิศลำดับที่ 2 ได้รับเงินรางวัล บำรุงทีม 10,000 บาท
- รางวัลรองขนะเลิศลำดับที่ 3 ได้รับเงินรางวัล บำรุงทีม 7,000 บาท
- รางวัลนักเตะยอดเยี่ยมMVP ได้รับเงินรางวัล 4,000 บาท
- รางวัลดาวซัลโว ได้รับเงินรางวัล 4,000 บาท
- รางวัลผู้รักษาประตูยอดเยี่ยม ได้รับเงินรางวัล 4,000 บาท
- รางวัลทีมเชียร์ยอดเยี่ยม ได้รับเงินรางวัล 5,000 บาท

#hisense #Innovating a Brighter Life #technology #quality #hisenseyouthcup

Pages: [1] 2 3 ... 10