Recent Posts

Pages: 1 [2] 3 4 ... 10
11
NUUI WORLD ก้าวสู่ Modern Wellness Lifestyle Brand เปิดตัว NUUI Shot 10 สูตร พร้อม “เก้า นพเก้า” พรีเซนเตอร์ของ NUUI Fiber สะท้อนเทรนด์คนรุ่นใหม่ที่ี่เริ่มดูแลตัวเองตั้งแต่วันนี้


ตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา NUUI WORLD เติบโตจากแบรนด์อาหารเสริมที่ได้รับความไว้วางใจ จากผู้บริโภค สู่การเป็นหนึ่งในแบรนด์ที่อยู่ในไลฟ์สไตล์การดูแลตัวเองของคนไทยมาอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด ภายในงาน Thaifex-Anuga Asia 2026 งานแสดงสินค้าอาหารและเครื่องดื่มระดับนานาชาติที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย NUUI WORLD ประกาศก้าวสู่บทบาทใหม่ในฐานะ Modern Wellness Lifestyle Brand ที่ต้องการทำให้การดูแลตัวเองเป็นเรื่องง่าย สนุก และเข้าถึงได้สำหรับคนรุ่นใหม่


คุณศิริพร ทองรุจิโรจน์ ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท NUUI WORLD จำกัด กล่าวว่า

“วันนี้การดูแลตัวเองไม่ใช่เรื่องของคนที่มีปัญหาสุขภาพอีกต่อไป แต่กลายเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ คนรุ่นใหม่ที่อยากมีคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว เราจึงอยากให้ NUUI WORLD เป็นมากกว่าแบรนด์อาหารเสริม แต่เป็นแบรนด์ที่ช่วยให้ทุกคนเริ่มต้นดูแลตัวเองได้ง่ายขึ้นในทุกวัน”


การเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญของแบรนด์ในปีนี้ มาพร้อมการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ภายใต้กลุ่ม NUUI Shot จำนวน 10 สูตร ที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์การดูแลตัวเองในหลากหลายช่วงเวลาของวัน ภายใต้แนวคิดที่ว่า Wellness ควรเป็นเรื่องที่เข้ากับชีวิตประจำวัน ไม่ใช่เรื่องยุ่งยากหรือไกลตัว ผลิตภัณฑ์ทั้งหมดมาในรูปแบบซองพร้อมดื่ม พกพาสะดวก ใช้งานง่าย และคัดเลือกสารสกัดจากแหล่งคุณภาพทั่วโลก เพื่อให้สอดคล้องกับพฤติกรรมของผู้บริโภคยุคใหม่ที่ต้องการความสะดวก รวดเร็วและสามารถดูแลตัวเองได้ทุกที่ทุกเวลา


หนึ่งในไฮไลต์สำคัญของการเปิดตัวครั้งนี้ คือ NUUI Astaxanthin Shot สูตรพิเศษที่พัฒนาโดยทีมวิจัยของแบรนด์ ซึ่งสะท้อนแนวคิดการดูแลตัวเองแบบ Long-Term Wellness และสอดคล้องกับกระแส Longevity Lifestyle ที่กำลังได้รับความสนใจจากผู้บริโภครุ่นใหม่ทั่วโลก

พร้อมกันนี้ NUUI WORLD ยังได้เปิดตัว “เก้า นพเก้า เดชาพัฒนคุณ” ในฐานะพรีเซนเตอร์ของ NUUI Fiber ผลิตภัณฑ์เรือธงของแบรนด์ที่ได้รับความนิยมจากผู้บริโภคมาอย่างต่อเนื่อง การเลือกเก้า นพเก้า ในครั้งนี้ ไม่ได้สะท้อนเพียงภาพลักษณ์ของคนรุ่นใหม่เท่านั้น แต่ยังสะท้อนแนวคิดของคนที่ให้ความสำคัญกับการดูแลตัวเองอย่างสมดุล ทั้งในเรื่องสุขภาพ การใช้ชีวิต และการพัฒนาตัวเองในระยะยาว




“เก้าเป็นตัวแทนของคนรุ่นใหม่ที่เข้าใจว่าการดูแลตัวเองไม่ใช่เรื่องของความสวยหรือรูปลักษณ์เพียงอย่างเดียว แต่คือการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีในทุกวัน ซึ่งเป็นแนวคิดเดียวกับที่ NUUI Fiber ต้องการสื่อสารกับผู้บริโภคในยุคนี้” คุณศิริพร กล่าว

นอกจากการพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง NUUI WORLD ยังเดินหน้าพัฒนาประสบการณ์ใหม่ด้านWellness ผ่านการติดตั้ง Wellness Vending Machine หรือ ตู้จำหน่ายผลิตภัณฑ์อัตโนมัติ ซึ่งเกิดจากการศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคและCustomer Journey เพื่อทำให้การเข้าถึงผลิตภัณฑ์เป็นเรื่องง่ายและสะดวกมากยิ่งขึ้น โดยมีแผนขยายจุดให้บริการเพิ่มเติมภายในปี 2569




สำหรับทิศทางธุรกิจในปีนี้ NUUI WORLD จะให้ความสำคัญกับกลุ่มผู้บริโภค Gen Z และ Young Millennials มากขึ้น โดยมองว่าคนรุ่นใหม่ไม่ได้มองสุขภาพเป็นเพียงเรื่องของการป้องกันโรค แต่เป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ที่สะท้อนตัวตน คุณภาพชีวิต และความมั่นใจในการใช้ชีวิต ภายใต้แนวคิด Begin Bold. Live Bright.NUUI WORLD ต้องการส่งต่อมุมมองใหม่ว่า การดูแลตัวเองไม่ใช่เรื่องยาก และไม่จำเป็นต้องรอให้มีปัญหาสุขภาพก่อนจึงค่อยเริ่มต้น เพราะทุกการดูแลตัวเองในวันนี้ คือการลงทุุุุนเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีในอนาคต

ปัจจุบัน NUUI WORLD มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทั้งกลุ่ม Fiber และ Wellness Shot พร้อมแผนเปิดตัวนวัตกรรมใหม่อย่างต่อเนื่องตลอดปี 2569 รวมถึงขยายการสื่อสารผ่าน Live Commerce, Social Media และ Lifestyle Content เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่หันมาใส่ใจสุขภาพในแบบที่เข้ากับวิถีชีวิตของตนเอง

ติดตามข่าวสารและกิจกรรมของ NUUI WORLD ได้ทาง Facebook, Instagram, TikTok, Shopee และ Lazada ภายใต้ชื่อ NUUI WORLD
12
ศิริราชยกระดับการวินิจฉัยโรคทางเดินอาหารแห่งแรกในประเทศไทย สะท้อนวิสัยทัศน์การแพทย์สมัยใหม่ มุ่งสู่การรักษาที่แม่นยำเพื่อผู้ป่วย

ศ.นพ.สมชาย ลีลากุศลวงศ์
หัวหน้าภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลมหาวิทยาลัยมหิดล


ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ตอกย้ำบทบาทผู้นำด้านการแพทย์และนวัตกรรมของประเทศไทย ด้วยการนำเทคโนโลยี Impedance Planimetry มาใช้ในการตรวจวินิจฉัยความผิดปกติของการเคลื่อนไหวระบบทางเดินอาหารเป็นแห่งแรกในประเทศไทย เป็นการยกระดับความแม่นยำในการวินิจฉัยและรักษาโรคทางเดินอาหารที่มีความซับซ้อน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการตัดสินใจทางการแพทย์และมอบผลลัพธ์การรักษาที่ดีที่สุดแก่ผู้ป่วย

“เพราะการวินิจฉัยที่แม่นยำ คือ จุดเริ่มต้นของการรักษาที่ดีที่สุด”



ปัจจุบันโรงพยาบาลศิริราช ถือเป็นหนึ่งในโรงพยาบาลที่มีความพร้อมสูงสุดของประเทศไทย ครอบคลุมการดูแลรักษาโรคตั้งแต่ระดับปฐมภูมิจนถึงระดับโรคซับซ้อนขั้นสูงสุด โดยเฉพาะโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหารและหลอดอาหาร ซึ่งมีแนวโน้มพบเพิ่มมากขึ้น ทั้งในกลุ่มผู้สูงอายุและวัยทำงาน เช่น โรคกลืนลำบาก โรคกรดไหลย้อน โรคอะคาเลเซีย (Achalasia) หรือภาวะหลอดอาหารส่วนปลายไม่คลายตัว

ภายใต้การบริหารงานของ ศ.นพ.สมชาย ลีลากุศลวงศ์ หัวหน้าภาควิชาอายุรศาสตร์ หัวหน้าศูนย์การเคลื่อนไหวทางเดินอาหาร (Motility center) และหัวหน้าศูนย์ทางเดินอาหารและตับ โรงพยาบาลศิริราชปิยมหาราชการุณย์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ได้เล็งเห็นความสำคัญของการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามามีบทบาทในการใช้ในการวินิจฉัยและการรักษาคนไข้มากขึ้น ซึ่งตรงกับวิสัยทัศน์ของโรงพยาบาล


ศิริราช โดยมุ่งเน้นให้เป็นศูนย์การรักษา การบริการ การวิจัย และการเรียนรู้วิชาการในระดับนานาชาติ คือ “Real World Impact in Action and Research” โดยการนำความรู้ที่มีมาพัฒนาและต่อยอด ทั้งทางด้านศึกษา มุ่งแน้นการผลิตแพทย์ให้มีศักยภาพ, การรักษา มุ่งเน้นรักษากลุ่มโรคที่รักษายากหรือซับซ้อน และนำความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทมากขึ้นและด้านวิจัย มุ่งเน้นศึกษาโรคต่าง ๆที่ส่งผลกระทบในระดับโลก และสร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่ส่งผลกับมวลมนุษยชาติ

ศ.นพ.สมชาย ในฐานะหัวหน้าภาควิชาอายุรศาสตร์และอาจารย์แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคระบบทางเดินอาหาร กล่าวว่า สำหรับเทคโนโลยี Impedance Planimetry ได้นำมาใช้ในโรงพยาบาลศิริราชเป็นแห่งแรกในประเทศไทย ถือเป็นนวัตกรรมการวินิจฉัยขั้นสูงที่ช่วยประเมิน “การบีบตัว” และ “ความยืดหยุ่น” ของหลอดอาหารและหูรูดทางเดินอาหารแบบ Real-Time ผ่านการวัดแรงต้านและพื้นที่หน้าตัดภายในอวัยวะ ช่วยให้แพทย์สามารถวิเคราะห์การทำงานของระบบทางเดินอาหารได้อย่างละเอียดและแม่นยำมากยิ่งขึ้น


จุดเด่นสำคัญของเทคโนโลยีนี้ คือ สามารถทำร่วมกับการส่องกล้องในขณะที่ผู้ป่วยอยู่ภายใต้การให้ยานอนหลับ ลดความไม่สบายตัวจากการตรวจ เมื่อเปรียบเทียบกับวิธีการตรวจแบบเดิมอย่าง High Resolution Manometry (HRM) ที่ผู้ป่วยจำเป็นต้องรู้สึกตัวและปฏิบัติตามขั้นตอนระหว่างการตรวจ นอกจากนี้ เทคโนโลยีดังกล่าวยังช่วยให้แพทย์สามารถประเมินผลการรักษาได้ทันทีระหว่างทำหัตถการ เช่น การขยายหลอดอาหารในผู้ป่วยโรคอะคาเลเซีย โดยสามารถวัดค่าความตึงตัวของหลอดอาหารและเปรียบเทียบกับค่ามาตรฐาน เพื่อช่วยวางแผนการรักษาได้อย่างเหมาะสม ลดภาวะแทรกซ้อน และเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาระยะยาว

ศ.นพ.สมชาย กล่าวเพิ่มเติมว่า การนำเทคโนโลยีทางการแพทย์สมัยใหม่เข้ามาใช้ ไม่ได้เป็นเพียงการเพิ่มศักยภาพในการรักษาเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของศิริราชในการพัฒนาระบบสาธารณสุขไทยให้ก้าวทันมาตรฐานระดับสากล ทั้งในด้านการรักษา การเรียนการสอน และการวิจัย เพื่อสร้างประโยชน์สูงสุดแก่ผู้ป่วยและสังคมไทย

ในช่วงท้าย ศ.นพ.สมชาย ฝากถึงประชาชนว่า หากมีอาการผิดปกติ เช่น กลืนลำบาก แน่นหน้าอก แสบร้อนกลางอกเรื้อรัง เรอบ่อย อาเจียนเป็นเลือด หรือมีปัญหาเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหารต่อเนื่อง ไม่ควรละเลย ควรรีบพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อรับการวินิจฉัยอย่างถูกต้องตั้งแต่ระยะเริ่มต้น เพราะการตรวจพบโรคเร็วจะช่วยเพิ่มโอกาสในการรักษาและลดภาวะแทรกซ้อนในอนาคตได้ พร้อมกันนี้ การดูแลสุขภาพด้วยการรับประทานอาหารที่เหมาะสม หลีกเลี่ยงอาหารรสจัด ลดการสูบบุหรี่และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ รวมถึงตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ ล้วนเป็นแนวทางสำคัญในการป้องกันโรคทางเดินอาหารและช่วยเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว   
13
เปิดจักรวาลล่าผีอีกครั้ง! ทรูโฟร์ยู ช่อง 24 ส่ง “โกสต์บัสเตอร์ส: ปลุกพลังล่าท้าผี” ลงจอ เสาร์ 6 มิ.ย.นี้ :


เตรียมรับความสนุกแบบจัดเต็ม!! กับภาพยนตร์ฟอร์มสนุกแนวตลก แฟนตาซี ผสมความสยองขวัญ “โกสต์บัสเตอร์ส: ปลุกพลังล่าท้าผี (GHOSTBUSTERS: AFTERLIFE)” ผลงานกำกับโดย เจสัน ไรต์แมน ที่หยิบตำนานนักล่าผีกลับมาเล่าใหม่อย่างมีชีวิตชีวา นำทีมความป่วนโดย พอล รัดด์, ฟินน์ วูล์ฟฮาร์ด, แม็คเคนนา เกรซ และแคร์รี่ย์ คูน พร้อมเคมีนักแสดงที่เข้าขากันอย่างลงตัว โดดเด่นด้วยความฮา ความตื่นเต้น และความอบอุ่นของครอบครัวไว้ครบถ้วน






เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อ คัลลี่ (แคร์รี่ย์ คูน) แม่เลี้ยงเดี่ยวหัวใจแกร่ง พาลูกสองคน โฟบี้ (แม็คเคนนา เกรซ) เด็กหญิงอัจฉริยะสายวิทยาศาสตร์ และ เทรเวอร์ (ฟินน์ วูล์ฟฮาร์ด) เด็กหนุ่มผู้หลงใหลเครื่องจักร ย้ายเข้าสู่เมืองชนบทเล็ก ๆ ในรัฐโอคลาโฮมา หลังได้รับมรดกจากพ่อที่ไม่เคยรู้จัก การมาถึงของทั้งสามกลับปลุกบางสิ่งให้ตื่นขึ้น เมื่อพวกเขาค้นพบว่าเจ้าของบ้านเดิมคือ อีแกน สเปงเลอร์ อดีตสมาชิกคนสำคัญของทีมโกสต์บัสเตอร์ส พร้อมอุปกรณ์ล่าผีสุดล้ำที่ถูกซ่อนไว้ในโรงรถ ไม่นานนัก เหตุการณ์ประหลาดก็เริ่มคืบคลาน ทั้งแรงสั่นสะเทือนปริศนาและการปรากฏตัวของวิญญาณร้ายที่คุกคามเมือง โฟบี้และเทรเวอร์จึงต้องเรียนรู้ความจริงเกี่ยวกับมรดกของครอบครัว โดยมี กรูเบอร์สัน (พอล รัดด์) อาจารย์ผู้รอบรู้คอยช่วยแกะรอยปริศนา การผจญภัยสุดป่วนจึงเริ่มต้นขึ้น ร่วมหัวเราะไปด้วยกัน วันเสาร์ที่ 6  มิถุนายน 2569 เวลา 16.30 น. ทางทรูโฟร์ยู ช่อง 24 และ https://true4u.com/live/
14
คอหนังห้ามพลาด “เดอะ เซลส์แมน แค้นนี้ต้องชำระ” ดราม่าคุณภาพระดับโลก ทางทรูโฟร์ยู ช่อง 24


ท่ามกลางกระแสภาพยนตร์คุณภาพจากทั่วโลก “เดอะ เซลส์แมน แค้นนี้ต้องชำระ” กลายเป็นผลงานดราม่า-ระทึกขวัญที่ถูกกล่าวถึงอย่างกว้างขวาง จากฝีมือกำกับของ อัสการ์ ฟาร์ฮาดี พร้อมนักแสดงนำ ชาฮาบ ฮอสเซนี และ ทาราเนห์ อลิดูสตี ที่ถ่ายทอดเรื่องราวชีวิตคู่ได้อย่างเข้มข้นและสมจริง จนสามารถคว้ารางวัลภาพยนตร์ภาษาต่างประเทศยอดเยี่ยมจากเวทีออสการ์ ครั้งที่ 89 มาครองได้สำเร็จ






“เดอะ เซลส์แมน แค้นนี้ต้องชำระ” พาผู้ชมติดตามชีวิตของ เอมาด (ชาฮาบ ฮอสเซนี) และ รานา (ทาราเนห์ อลิดูสตี) สองสามีภรรยาที่ต้องระหกระเหินหาห้องเช่าใหม่ หลังอพาร์ทเมนต์เดิมเสียหายหนักจากแผ่นดินไหว ทั้งคู่ย้ายสู่ที่พักใหม่โดยไม่รู้เลยว่าห้องแห่งนี้ซ่อนอดีตอันโสมมเอาไว้ ความปกติค่อย ๆ สั่นคลอน กระทั่งคืนหนึ่งระหว่างที่รานากำลังอาบน้ำ กลับมีชายแปลกหน้าบุกเข้ามาทำมิดีมิร้าย เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทิ้งบาดแผลทั้งร่างกายและจิตใจ เอมาดเมื่อกลับมาพบความจริงตรงหน้าก็เกิดความโกรธแค้น และพยายามขอให้ภรรยาแจ้งความ แต่รานากลับเลือกเก็บงำความอัปยศไว้เพียงลำพัง นำไปสู่การตามหาความจริงของเอมาดที่ค่อย ๆ พาเขาเข้าสู่เส้นทางเปราะบาง ระหว่างความยุติธรรมกับการแก้แค้นที่ยากจะหาทางออก ห้ามพลาดชม “เดอะ เซลส์แมน แค้นนี้ต้องชำระ” ออกอากาศวันอาทิตย์ที่ 7 มิถุนายน 2569 เวลา 14.30 น. ในช่วงหนังดังรอบโลก ทางทรูโฟร์ยู ช่อง 24 และ
15
สจล. จับมือ เรย์แด้นท์ ศึกษาและจัดตั้งศูนย์ศึกษาพลังงานนิวเคลียร์
ปั้นบุคลากรพลังงานสะอาด รองรับเป้าหมาย Net Zero ของไทย


รองศาสตราจารย์ ดร.คมสัน มาลีสี อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ให้การต้อนรับคณะผู้บริหาร บริษัท เรย์แด้นท์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด นำโดย นายระยอง สาหร่าย ประธานกรรมการบริษัท นายณรงค์ สาหร่าย Business Development Director และ ดร.กิตติศักดิ์ ชัยสรรค์ Director of Alternative Energy ในโอกาสร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ (MOU) เพื่อศึกษาและจัดตั้งศูนย์การศึกษาด้านการผลิตพลังงานสะอาดด้วยเทคโนโลยีนิวเคลียร์ โดยมี นายพรเพิ่ม ทองศรี ประธานคณะกรรมาธิการการพลังงาน วุฒิสภา นายชัชวาล วังศิริรจันทร์ คณะอนุกรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณ วุฒิสภา คุณบุญศักดิ์ เกียรติจรูญเลิศ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คัมเวล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และ ดร.วีระเชษฐ์ ขันเงิน กรรมการบริหาร บริษัท คัมเวล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ร่วมเป็นสักขีพยาน


รองศาสตราจารย์ ดร.คมสัน มาลีสี อธิการบดีสจล. กล่าวว่า ประเทศไทยจำเป็นต้องเตรียมความพร้อมด้านองค์ความรู้ บุคลากร และโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบพลังงานสะอาดในอนาคต ท่ามกลางเป้าหมายการบรรลุ Carbon Neutrality ภายในปี ค.ศ.2050 และ Net Zero Emissions ภายในปี ค.ศ.2065 โดยเทคโนโลยีนิวเคลียร์สมัยใหม่ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำคัญในการเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ ความร่วมมือในครั้งนี้จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาศูนย์การเรียนรู้และการศึกษาด้านพลังงานนิวเคลียร์สมัยใหม่ เพื่อสร้างบุคลากรคุณภาพ พัฒนางานวิจัยและนวัตกรรม ตลอดจนสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องแก่สาธารณชนเกี่ยวกับเทคโนโลยีนิวเคลียร์สำหรับการผลิตพลังงานสะอาด โดยครอบคลุมการศึกษาความเป็นไปได้ในการจัดตั้งศูนย์สนับสนุนทางเทคนิคเพื่อการใช้งานเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ การพัฒนาเครือข่ายความร่วมมือกับมหาวิทยาลัย หน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชนทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงการศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์แบบ Advance Modular Reactor ซึ่งเป็นเทคโนโลยีนิวเคลียร์ยุคใหม่ที่มีขนาดกะทัดรัด มีระบบความปลอดภัยขั้นสูง และได้รับความสนใจจากหลายประเทศทั่วโลก


ทั้งนี้ สจล. ขอเชิญชวนผู้สนใจร่วมเปิดโลกแห่งนวัตกรรมและโอกาสระดับสากล ในงาน “ลาดกระบังนิทรรศน์ 2569” (KMITL EXPO 2026) ระหว่างวันที่ 1 - 6 กันยายน 2569 ณ สจล. โดยภายในงานจะมีการจัดแสดงนวัตกรรม เทคโนโลยีแห่งอนาคต เวทีเสวนานานาชาติ กิจกรรม Open House เวิร์กชอป และกิจกรรมสร้างสรรค์สำหรับเยาวชนตลอดทั้ง 6 วัน

ติดตามข้อมูลข่าวสารและความเคลื่อนไหวของ สจล. ได้ทาง https://www.facebook.com/kmitlofficial และเว็บไซต์ www.kmitl.ac.th สอบถามเพิ่มเติมที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 329 8000
16
โฮมโปร – เมกาโฮม ชวนทุกคน "ขยับร่างกาย เติมเอเนอร์จี้ดีๆ"
เปิดพื้นที่เต้นแอโรบิกฟรี! ทุกสัปดาห์ สร้าง Community Well-being ให้ทุกเจเนอเรชัน


เพราะ "สุขภาพที่ดี" ไม่ได้หมายถึงแค่การออกกำลังกาย แต่ยังรวมถึงการมีพื้นที่ดีๆ ให้ผู้คนได้มาใช้เวลาร่วมกัน โฮมโปร และ เมกาโฮม จึงชวนทุกคนออกมาขยับร่างกาย เติมเอเนอร์จี้ดีๆ ผ่านกิจกรรม "เต้นแอโรบิก" ที่เปิดให้เข้าร่วมฟรีทุกสัปดาห์ ภายใต้แนวคิด "ขยับกาย สบายใจ ได้สุขภาพที่ดี"

กิจกรรมจัดขึ้นทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 17.00 น. ณ โฮมโปร และ เมกาโฮม สาขาที่ร่วมรายการ* เปิดพื้นที่ให้คนทุกวัยได้มาออกกำลังกาย ไม่มีค่าใช้จ่าย สนุกไปกับเสียงเพลง และใช้เวลาร่วมกันในบรรยากาศเป็นกันเอง ที่เต็มไปด้วยพลังบวกและความสนุกของ Community ในชุมชน



นอกจากช่วยเสริมสร้างความแข็งแรง กระตุ้นการเผาผลาญพลังงาน และลดความเครียดแล้ว กิจกรรมนี้ยังกลายเป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาที่ช่วยให้ผู้คนได้พบปะ พูดคุย และเชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างกัน สะท้อนเทรนด์ของคนยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับทั้ง "สุขภาพกาย" และ "สุขภาพใจ" ควบคู่กันไป

ตลอดระยะเวลาที่จัดกิจกรรม ได้รับการตอบรับที่ดีอย่างต่อเนื่องจากคนในพื้นที่ ทั้งกลุ่มวัยทำงาน ผู้สูงอายุ และกลุ่มครอบครัว ที่มาร่วมสร้างบรรยากาศเฮลท์ตี้และเติมเอเนอร์จี้ดีๆ ให้กันในทุกสัปดาห์ สะท้อนถึงความตื่นตัวในการดูแลสุขภาพ รวมถึงความต้องการพื้นที่สำหรับทำกิจกรรมร่วมกันของคนในชุมชน



โฮมโปร และ เมกาโฮม มองว่า "Community Well-being" คือการสร้างพื้นที่ที่ทำให้ผู้คนรู้สึกดีทั้งกายและใจ จึงเดินหน้าสนับสนุนกิจกรรมที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น พร้อมสร้างพื้นที่แห่งความสุขให้คนในชุมชนได้มาใช้เวลาร่วมกันและสร้างความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันในระยะยาว

นอกจากนี้ เดินจัดกิจกรรมหลากหลายที่ช่วยเติมสีสันและความสุขให้กับคนในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมตัดผมฟรี, โซน Food Truck, ตลาดนัดชุมชน และกิจกรรมไลฟ์สไตล์อื่นๆ ที่เปิดโอกาสให้ผู้คนได้มาใช้เวลาร่วมกันในบรรยากาศเป็นกันเอง สะท้อนแนวคิดของแบรนด์ที่ต้องการให้สาขาเป็นมากกว่าแค่พื้นที่ช้อปปิ้ง แต่เป็น "พื้นที่แห่งความสุขของชุมชน" สำหรับทุกเจเนอเรชัน



โฮมโปร และ เมกาโฮม ตั้งใจเป็น "พื้นที่ของชุมชน" ที่พร้อมเชื่อมผู้คนผ่านกิจกรรมดีๆ และส่งต่อพลังบวกให้กับทุกเจเนอเรชัน เพราะเราเชื่อว่าการมีสุขภาพที่ดีเริ่มต้นได้จากการดูแลตัวเองอย่างสม่ำเสมอ และการมีพื้นที่ที่ช่วยเติมทั้งความสุขและคุณภาพชีวิตของผู้คนในทุกพื้นที่

ผู้ที่สนใจสามารถเข้าร่วมกิจกรรม "เต้นแอโรบิก" ได้ฟรี! ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 17.00 น. ณ โฮมโปร และ เมกาโฮม สาขาที่ร่วมรายการ* แล้วมาร่วม "ขยับร่างกาย เติมเอเนอร์จี้ดีๆ" ไปด้วยกันในทุกสัปดาห์
17
เมื่อโลกไม่ได้ใจดีกับลูกเสมอไป
พ่อแม่จึงต้องสอน "ทักษะสังคม" ให้ลูกพร้อมรับมือชีวิตจริง


ในวันที่โลกเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เด็ก ๆ ไม่ได้เผชิญเพียงความท้าทายด้านการเรียนเท่านั้น แต่ยังต้องเรียนรู้การอยู่ร่วมกับผู้อื่น การสร้างความสัมพันธ์ การรับมือกับความขัดแย้ง และการเผชิญกับการกลั่นแกล้งทั้งในโลกจริงและโลกออนไลน์ ซึ่งล้วนเป็นทักษะสำคัญที่ส่งผลต่อพัฒนาการทางอารมณ์ ความมั่นใจ และคุณภาพชีวิตในระยะยาว

โรงพยาบาลพระรามเก้า ขอเชิญคุณพ่อคุณแม่ที่มีบุตรหลานอายุ 3–12 ปี เข้าร่วมกิจกรรมสัมมนา "เมื่อโลกไม่ใจดี ต้องสอนลูกให้มีทักษะสังคม" เพื่อเรียนรู้แนวทางเสริมสร้างทักษะทางสังคมให้ลูกตั้งแต่วัยเด็ก พร้อมทำความเข้าใจพัฒนาการด้านอารมณ์และการเข้าสังคม เรียนรู้วิธีสังเกตสัญญาณเตือนเมื่อลูกเริ่มมีปัญหาในการอยู่ร่วมกับผู้อื่น ตลอดจนแนวทางดูแลและส่งเสริมให้ลูกเติบโตอย่างมั่นใจ สามารถใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างมีความสุขและเหมาะสมกับโลกยุคปัจจุบัน

ภายในงานได้รับเกียรติจาก พญ.ปรานี ปวีณชนา จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น โรงพยาบาลพระรามเก้า เจ้าของเพจ "หมอแมวน้ำเล่าเรื่อง" ร่วมถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับการเลี้ยงดูเด็ก ในยุคดิจิทัล ผ่านหัวข้อสำคัญที่พ่อแม่ไม่ควรพลาด ไม่ว่าจะเป็น ทักษะทางสังคมคืออะไร, วิธีสังเกตว่าลูกเริ่มมีปัญหาการเข้าสังคม, ทำไมเด็กจึงต้องมีเพื่อน, การรับมือกับการบูลลี่ทั้งในโลกจริงและโลกออนไลน์ รวมถึงวิธีช่วยให้ลูกเข้าสังคมได้ดีขึ้น

กิจกรรมจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 13 มิถุนายน 2569 เวลา 09.00–12.00 น. ณ ห้องประชุม Grand Hall ชั้น 5 อาคาร A โรงพยาบาลพระรามเก้า สำหรับผู้สนใจสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมงานผ่าน QR Code หรือสอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร. 1270 หรือ Line: @praram9hospital รับจำนวนจำกัดเพียง 40 ครอบครัวเท่านั้น กิจกรรมดี ๆ ครั้งนี้เปิดให้เข้าร่วม ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

เพราะในโลกที่ไม่ได้ใจดีกับทุกคนเสมอไป การสอนให้ลูกมีทักษะในการเข้าใจตนเอง เข้าใจผู้อื่น และอยู่ร่วมกับสังคมได้อย่างมั่นคง อาจเป็นหนึ่งในภูมิคุ้มกันชีวิตที่สำคัญที่สุดที่พ่อแม่สามารถมอบให้ลูกได้ตั้งแต่วันนี้
18
เครือข่ายพันธมิตรท่องเที่ยว-เกษตร-อาหาร
จับมือต่อยอด "น้ำพริกแม่ปราณี" สืบสานมรดกรสชาติอาหารไทย


​นครราชสีมา – น้ำพริกแม่ปราณี ผลิตภัณฑ์อาหารไทยจากอำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ที่ได้รับความนิยมจากผู้บริโภคมาอย่างต่อเนื่องยาวนานกว่า 30 ปี ก้าวสู่บทใหม่ของการพัฒนาแบรนด์ผ่านความร่วมมือระหว่างภาคการท่องเที่ยว เกษตรกรรม และอุตสาหกรรมอาหาร นำโดยสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดนครราชสีมา, สมาคมการท่องเที่ยวเขาใหญ่,  ชมรมผู้ประกอบการร้านอาหารอำเภอปากช่อง, สวนเอเดน ออร์แกนิกส์, กลุ่มโรงแรมแกรนด์สิริ เขาใหญ่ และมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา เพื่อร่วมกันอนุรักษ์และต่อยอดมรดกอาหารไทยควบคู่กับการยกระดับคุณภาพผลิตภัณฑ์ พัฒนาห่วงโซ่อุปทานจากวัตถุดิบท้องถิ่น ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอาหาร (Gastronomy Tourism) รวมถึงต่อยอดสู่ตลาดของฝากและของขวัญองค์กร เพื่อสร้างคุณค่าและโอกาสทางเศรษฐกิจให้แก่ชุมชนท้องถิ่นอย่างยั่งยืน


​ความร่วมมือครั้งนี้เกิดขึ้นจากความตั้งใจร่วมกันในการอนุรักษ์และต่อยอดภูมิปัญญาอาหารไทย โดยเฉพาะ “น้ำพริก” ซึ่งเป็นอาหารที่สะท้อนวัฒนธรรม วิถีชีวิต และความหลากหลายของวัตถุดิบในแต่ละภูมิภาคของประเทศ ให้สามารถตอบโจทย์ผู้บริโภคในยุคปัจจุบันได้มากยิ่งขึ้น โดยยังคงเอกลักษณ์และรากฐานทางวัฒนธรรมไว้อย่างครบถ้วน


​ดร. วัชรี ปรัชญานุสรณ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท น้ำพริกแม่ปราณี จำกัด และประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดนครราชสีมา และผู้ก่อตั้งโรงแรมเดอะเปียโน เขาใหญ่ กล่าวว่า “อาหารไทยไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของรสชาติ แต่เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่สะท้อนภูมิปัญญาของผู้คนในแต่ละท้องถิ่น น้ำพริกแม่ปราณีถือเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่มีเรื่องราวและมีความผูกพันกับชุมชนปากช่องมายาวนาน เราจึงต้องการร่วมกันรักษาอัตลักษณ์ดังกล่าว พร้อมพัฒนาให้สอดคล้องกับมาตรฐานการผลิตและความต้องการของผู้บริโภคในปัจจุบัน เพื่อให้อาหารไทยยังคงคุณค่าและสามารถส่งต่อไปสู่คนรุ่นต่อไปได้อย่างยั่งยืน”


​นายณรงค์ฤทธิ์ สุขไชยปราการ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจและพันธมิตร บริษัท น้ำพริกแม่ปราณี จำกัด และผู้ก่อตั้งสวนเอเดน ออร์แกนิกส์ จะเข้ามามีบทบาทสำคัญในการพัฒนาวัตถุดิบและห่วงโซ่อุปทาน  ส่งเสริมการใช้วัตถุดิบคุณภาพจากเกษตรกรและเครือข่ายผู้ผลิตในชุมชน สนับสนุนแนวทางการเกษตรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และเชื่อมโยงการผลิตอาหารเข้ากับการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก เพื่อให้เกิดการกระจายรายได้และสร้างมูลค่าเพิ่มแก่ผลผลิตทางการเกษตรของท้องถิ่น


นางสาวพันชนะ วัฒนเสถียร นายกสมาคมการท่องเที่ยวเขาใหญ่และประธานชมรมผู้ประกอบการร้านอาหารอำเภอปากช่อง กล่าวเสริมว่า “การส่งเสริมน้ำพริกแม่ปราณีให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง ไม่ใช่แค่การขายผลิตภัณฑ์ แต่คือการดึงจุดแข็งของ 'Soft Power' ด้านอาหารถิ่นของปากช่องให้โดดเด่นขึ้นมา ในฐานะตัวแทนผู้ประกอบการ เราพร้อมสนับสนุนการนำผลิตภัณฑ์นี้เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางท่องเที่ยวเชิงอาหาร (Gastronomy Tourism) ซึ่งจะช่วยสร้างรายได้กลับคืนสู่ชุมชนและยกระดับมาตรฐานผู้ผลิตในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม”


​ขณะเดียวกัน นางสาวประไพพิศ จารุวดีรัตนา กรรมการที่ปรึกษา บริษัท น้ำพริกแม่ปราณี จำกัด และกรรมการบริหารกลุ่มโรงแรมแกรนด์สิริ เขาใหญ่ เน้นย้ำถึงบทบาทการเชื่อมโยงการท่องเที่ยวว่า ทางกลุ่มโรงแรมพร้อมสนับสนุนการนำเสนอผลิตภัณฑ์อาหารไทยที่มีเรื่องราวและคุณค่าทางวัฒนธรรม ให้เป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์การบริการและการท่องเที่ยวในพื้นที่เขาใหญ่ เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสถึงอัตลักษณ์ความอร่อยที่แท้จริงของปากช่อง


การพัฒนาผลิตภัณฑ์บนพื้นฐานของภูมิปัญญาและงานวิจัย

​อีกหนึ่งแนวทางสำคัญของโครงการ คือการนำองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์อาหารและงานวิจัยมาสนับสนุนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ โดยได้รับความร่วมมือทางวิชาการจากสถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา ในการศึกษาและพัฒนาด้านสูตรผลิตภัณฑ์ บรรจุภัณฑ์ และมาตรฐานการผลิต เพื่อให้ผลิตภัณฑ์มีคุณภาพสม่ำเสมอ สะดวกต่อการบริโภค และสามารถรักษารสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ของอาหารไทยไว้ได้อย่างเหมาะสม

​ส่งเสริมอาหารไทยผ่านผลิตภัณฑ์ของฝากและของขวัญองค์กร

​นอกเหนือจากการจำหน่ายภายใต้แบรนด์น้ำพริกแม่ปราณี โครงการยังมุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ในรูปแบบของฝากและของขวัญองค์กร (Corporate Gifts) ที่สะท้อนเสน่ห์ของอาหารไทยและวัตถุดิบพื้นบ้าน โดยเปิดรับการผลิตในรูปแบบ OEM สำหรับองค์กร หน่วยงาน และแบรนด์ที่ต้องการนำเสนออัตลักษณ์อาหารไทยในนามของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นของที่ระลึกสำหรับงานอีเวนต์ ของขวัญองค์กร หรือสินค้าส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ในขณะเดียวกัน บริษัทฯ ยังเปิดรับตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ เพื่อร่วมกันกระจายผลิตภัณฑ์อาหารไทยคุณภาพสู่ผู้บริโภคในทุกภูมิภาค สร้างโอกาสทางธุรกิจให้แก่ผู้ประกอบการท้องถิ่น และขยายการรับรู้คุณค่าของอาหารถิ่นปากช่องในวงกว้างยิ่งขึ้น

ความร่วมมือในครั้งนี้จึงไม่เพียงเป็นการพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร แต่ยังเป็นการเชื่อมโยงภาคการท่องเที่ยว ภาคเกษตรกรรม ภาควิชาการ และผู้ประกอบการอาหารเข้าด้วยกัน เพื่อร่วมกันอนุรักษ์ สืบสาน และสร้างคุณค่าใหม่ให้กับมรดกอาหารไทยบนพื้นฐานของวัตถุดิบท้องถิ่น ภูมิปัญญาชุมชน และการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยนับจากนี้ บริษัท น้ำพริกแม่ปราณี จำกัด จะดำเนินงานภายใต้ทีมบริหารชุดใหม่ที่พร้อมขับเคลื่อนองค์กรสู่บทบาทที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม


​เกี่ยวกับน้ำพริกแม่ปราณี

น้ำพริกแม่ปราณี เป็นผลิตภัณฑ์น้ำพริกจากอำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ที่ได้รับความนิยมจากผู้บริโภคในท้องถิ่นมายาวนานกว่า 30 ปี ด้วยรสชาติที่สะท้อนอัตลักษณ์อาหารไทยและการคัดสรรวัตถุดิบจากท้องถิ่น ปัจจุบันได้รับการสนับสนุนจากเครือข่ายพันธมิตรด้านการท่องเที่ยว เกษตรกรรม อาหาร และสถาบันการศึกษา เพื่อร่วมกันสืบสานมรดกอาหารไทย ควบคู่กับการพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์และการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้แก่ชุมชนอย่างยั่งยืน



ที่ตั้งสำนักงานใหญ่และโรงงานผลิต: บริษัท น้ำพริกแม่ปราณี จำกัด เลขที่ 1/12 ถนนหนองกะจะ ตำบลปากช่อง อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา 30130



ติดตามข้อมูลข่าวสาร:

Facebook: https://www.facebook.com/profile.php?id=61578517550773

Instagram: https://www.instagram.com/maepranee.official/

สั่งซื้อสินค้า ปรึกษาการผลิต ​สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อ:

LINE Official: @maepranee
Email: contact@maepranee.com
19
มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ทูลเกล้าฯ ถวายแจกันดอกไม้และลงนามถวายพระพรชัยมงคล สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ 3 มิถุนายน 2569 ณ ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง กรุงเทพฯ




วันนี้ (วันพุธที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2569) มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายสัก กอแสงเรือง รองประธานกรรมการ นายวิชิต ชินวงศ์วรกุล รองประธานกรรมการ นายจารุรัตน์ คุณัตถานนท์ กรรมการและเหรัญญิก นายชาญกิจ วิทยาวรากรณ์ กรรมการ นายวิศิษฎ์ ลิ้มประนะ กรรมการ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง และหน่วยงานในเครือ นำแจกันดอกไม้ทูลเกล้าฯ ถวายเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ และลงนามถวายพระพรชัยมงคล สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี  เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี 3 มิถุนายน 2569 ณ ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง กรุงเทพฯ

ติดตามข่าวสาร กิจกรรม ของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่ เฟซบุ๊ก แฟนเพจwww.facebook.com/atpohtecktung หรือคลิกเพื่อติดตามทางช่องทางอื่นๆ รวมถึงพิกัดของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้ที่ https://linktr.ee/pohtecktung

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”
#แอปพลิเคชัน และ #สายด่วน ป่อเต็กตึ๊ง1418
#ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน










20
Dr.TATTOF ประกาศกลยุทธ์ ยกระดับสู่การเป็นผู้นำในการรักษาปัญหาผิว ด้วยนวัตกรรม เลเซอร์ครบวงจร (Leader in Medical Laser Solutions)


          Dr.TATTOF คลินิกผู้นำอันดับ 1 ด้านการลบรอยสัก และรักษาแผลเป็นในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ประกาศปรับยุทธศาสตร์ครึ่งปีหลัง 2026 มุ่งยกระดับแนวทางจากคลินิกเลเซอร์ลบรอยสัก สู่การเป็นผู้นำในการ รักษาด้วยนวัตกรรมเลเซอร์ครบวงจร (Leader in Medical Laser Solutions)  ขยายขีดความสามารถการรักษา นอกเหนือจากการลบรอยสัก เพิ่มนวัตกรรมเลเซอร์ให้ครอบคลุมทุกปัญหา ตอบรับความต้องการของผู้รับบริการ


          นพ.นัทธพงศ์ จิรุระวงศ์ ประธานบริษัท Dr.TATTOF กล่าวว่า จากความสำเร็จในการเป็นอันดับ 1 ด้านการลบรอยสัก ทำให้เรามีความเชี่ยวชาญในการใช้นวัตกรรมเลเซอร์ วันนี้ Dr.TATTOF พร้อมแล้วที่จะนำ ประสบการณ์การรักษาด้วยนวัตกรรมเลเซอร์ระดับ Gold Standard ที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล มารุกตลาดการรักษาผิวอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อส่งมอบผลลัพธ์การรักษาที่ปลอดภัยและเห็นผล ครอบคลุมทั้งปัญหา รอยแผลเป็น รอยดำคล้ำ รอยแดงสิว รอยหลุมสิว รอยแตกลาย กำจัดขน รอยฝ้า/กระ และการฟื้นฟูยกกระชับผิว สู่การเป็นศูนย์รวมนวัตกรรมเลเซอร์ทางการแพทย์ที่ครบวงจรที่สุด"

          ด้านการขับเคลื่อนองค์กรและการขยายตลาด คุณพงศยา ตราชูนิตย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายปฏิบัติการ Dr.TATTOF ได้กล่าวถึงทิศทางธุรกิจ และกลยุทธ์สำคัญที่จะช่วยตอกย้ำความเป็นอันดับหนึ่ง อย่างยั่งยืนว่า หัวใจหลักคือการสร้างมาตรฐาน ทั้งในแง่ของคุณภาพการรักษา การเลือกใช้นวัตกรรมเลเซอร์ การพัฒนาบุคลากร และการเข้าถึงผู้บริโภค

คุณพงศยา

          "ความท้าทายของตลาดความงามในปัจจุบัน คือ ความคาดหวังของผู้บริโภคที่สูงขึ้น และต้องการ ความรวดเร็วที่มาพร้อมกับความปลอดภัยสูงสุด กลยุทธ์ของ Dr.TATTOF ในปีนี้ จึงมุ่งเน้นการส่งมอบ “Excellent Service Behavior” หรือมาตรฐานการบริการที่เป็นเลิศที่ออกแบบเฉพาะบุคคล (Personalized) ควบคู่ไปกับการรักษามาตรฐานสถานพยาบาล นอกจากนี้ การรุกตลาดการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ที่สาขาเซ็นทรัล ภูเก็ต เฟสติวัล ถือเป็นหมุดชิ้นสำคัญที่เปิดประตูให้ Dr.TATTOF ไม่ได้เป็นเพียงผู้นำในไทย แต่กำลังก้าวสู่การเป็น Medical & Aesthetic Destination ในระดับสากล" คุณพงศยา กล่าว


          ด้วยประสบการณ์การรักษาที่ยาวนาน ทีมแพทย์ที่เชี่ยวชาญเฉพาะทาง ตลอดจนการเลือกใช้เครื่องมือ ที่ผ่านการรับรองมาตรฐานสากล (US-FDA) ทำให้การปรับยุทธศาสตร์สู่การเป็นผู้นำในการรักษา ด้วยนวัตกรรมเลเซอร์ครบวงจรในครั้งนี้ของ Dr.TATTOF จะช่วยเปิดมิติใหม่ และยกระดับอุตสาหกรรม คลินิกความงามในประเทศไทยให้เทียบเท่าระดับโลกอย่างแน่นอน

          ผู้ที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Dr.TATTOF ทั้ง 10 สาขา ได้แก่ สาขาวัน แบงค็อก 090-546-2424, สาขาเซ็นทรัลพลาซ่า ลาดพร้าว 095-428-9424, สาขาเทอร์มินอล 21 พัทยา 097-428-2424, สาขาเอท ทองหล่อ 099-614-2424, สาขาฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต 083-535-2424, สาขาเซ็นทรัลพลาซ่า ปิ่นเกล้า 064-679-2424, สาขาเดอะ พรอมานาด 064-756-2424, สาขาเซ็นทรัล เวสต์เกต 064-568-2424, สาขาเมกาบางนา 090-895-2424 และสาขาเซ็นทรัล ภูเก็ต เฟสติวัล 095-336-2424, หรือ Inbox: http://m.me/dr.tattof และ Line@: http://line.me/ti/p/~@dr.tattof
Pages: 1 [2] 3 4 ... 10