Recent Posts

Pages: 1 [2] 3 4 ... 10
11
มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งให้การต้อนรับ เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย
ณ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย กรุงเทพฯ





วานนี้ (วันพุธที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2569) มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายวิชิต ชินวงศ์วรกุล รองประธานกรรมการ นายสัก กอแสงเรือง รองประธานกรรมการ นางศิริกุล โอภาสวงศ์ กรรมการและเลขาธิการ นายจารุรัตน์ คุณัตถานนท์ กรรมการและเหรัญญิก พร้อมด้วย คณะกรรมการมูลนิธิฯ ให้การต้อนรับ นายจาง เจี้ยนเว่ย เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย  และคณะ เข้าพบคณะกรรมการมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง สักการะหลวงปู่ไต้ฮง ณ ศาลเจ้าไต้ฮงกง มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย พร้อมเยี่ยมชมภารกิจมูลนิธิฯ หอประวัติมูลนิธิฯ และภารกิจด้านบรรเทาสาธารณภัย และอุปกรณ์ด้านกู้ชีพ กู้ภัย ฯลฯ โดยมี คณะผู้บริหาร และพนักงานมูลนิธิฯ ร่วมให้การต้อนรับ ณ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย กรุงเทพฯ

ติดตามข่าวสาร และกิจกรรมงานสาธารณกุศลมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้ที่ เว็บไซต์ www.pohtecktung.org และ เฟซบุ๊ก แฟนเพจ www.facebook.com/atpohtecktung 

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”
#แอปพลิเคชันและสายด่วนป่อเต็กตึ๊ง1418
#ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน










12
ส.วิศวกรโครงสร้างจับมือ สกสว.และภาคี
มุ่งสร้างสังคมอัจฉริยะโครงสร้างปลอดภัย


วันที่ 8 เมษายน 2569 สมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย จับมือสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) และเครือข่ายภาคเอกชน จัดการแถลงข่าวและการเสวนา “1 ปีผ่านไปจากเหตุแผ่นดินไหวใหญ่ ตึก สตง. ถล่ม โครงสร้างไทยจะปลอดภัยเมื่อไร” ณ โรงแรม จูบีลี เพรสทีจน์ รัชดาภิเษก เพื่อสะท้อนบทเรียนจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 ที่ผ่านมา รวมถึงวิเคราะห์สถานการณ์ความปลอดภัยของโครงสร้างในประเทศไทย ตลอดจนส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาคส่วนต่าง ๆ ในการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยของโครงสร้างอาคารและโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ

จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวมัณฑะเลย์ขนาด 7.7 เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 ส่งผลกระทบมาถึงกรุงเทพมหานคร ทำให้ตึกสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ที่กำลังก่อสร้างพังถล่มลงมา รวมถึงอาคารสูงใน กทม. สั่นไหวอย่างรุนแรงและได้รับความเสียหายทางโครงสร้างนับสิบหลัง ศ. ดร.อมร พิมานมาศ นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย กล่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าวผ่านไปแล้ว 1 ปี สมาคมฯ ซึ่งเป็นตัวแทนของภาควิชาชีพได้ร่วมกับภาคเอกชนนำโดย คุณประเสริฐ ธรรมมนุญกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทเข็มเหล็ก จำกัด ร่วมกันจัดงานแถลงข่าวและเสวนา โดยมีวัตถุประสงค์ที่จะเรียนรู้จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวและตึกถล่ม เพื่อนำไปสู่การสร้างความร่วมมือทุกภาคส่วนในสังคมไทย ได้แก่ ภาควิจัย ภาควิชาการ ภาควิชาชีพ และภาคเอกชน
ภายในงานยังมีการประกาศเจตนารมย์ทุกภาคส่วนเพื่อสร้างสังคมอัจฉริยะที่โครงสร้างปลอดภัย (Smart and Safe Structure Society) รวมถึงการบรรยายพิเศษเรื่องอนาคตการออกแบบก่อสร้าง และการติดตามการสั่นไหวของอาคารสูงใน กทม. เพื่อเป็นแนวทางให้วิศวกรโครงสร้างได้นำไปใช้ในการออกแบบอาคารสูงให้มีความปลอดภัยจากแผ่นดินไหวต่อไปในอนาคต นอกจากนี้ไฮไลต์สำคัญของงานคือ การค้นหาความจริงกรณีตึก สตง. ถล่ม ผ่านมุมมองเจาะลึกและการวิเคราะห์จากวิศวกรผู้เชี่ยวชาญ

ด้านตัวแทนภาควิชาการ ผศ. ดร.พูลศักดิ์ โกษียาภรณ์ รองผู้อำนวยการ สกสว. เผยถึงบทบาทของกองทุน ววน. ในการส่งเสริมความปลอดภัยสาธารณะ ว่า สกสว.ในฐานะเลขานุการกองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.) มีนโยบายในการจัดสรรงบประมาณการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมเพื่อการรับมือกับภัยพิบัติแผ่นดินไหวอย่างครบวงจร ทั้งการเตรียมความพร้อมการตอบสนองเหตุฉุกเฉิน และการฟื้นฟูชุมชนหลังเกิดภัย โดยแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ งบประมาณสำหรับการพัฒนานโยบายและต้นแบบเพื่อลดความเสี่ยงและลดผลกระทบที่เกิดจากภัยพิบัติทางธรรมชาติ และงบประมาณเพื่อการแก้ไขปัญหาและตอบสนองภาวะวิกฤติเร่งด่วนของประเทศ ซึ่งหลังเกิดเหตุแผ่นดินไหวปี 2568 ที่ประชุมคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (กสว.) ได้อนุมัติงบประมาณสนับสนุนงานเชิงกลยุทธ์ในการจัดการปัญหาวิกฤติแผ่นดินไหว ทำให้เกิดการนำองค์ความรู้มาใช้ประโยชน์ในการแก้ปัญหาหลากหลายประเด็น อาทิ เกิดแพลตฟอร์มอัจฉริยะที่บูรณาการข้อมูล SRI Alert (ศรีเตือนภัย) ซึ่งรวบรวมผู้เชี่ยวชาญ องค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมด้านภัยพิบัติเพื่อสนับสนุนการตัดสินใจของหน่วยงานภาครัฐโดยการมีส่วนร่วมของประชาชน รวมถึงการฟื้นตัวจากภัยแผ่นดินไหวโดยใช้ผลสำเร็จจากงานวิจัย การสร้างฐานข้อมูลสำหรับการเตรียมความพร้อมที่ดีขึ้นในอนาคตโดยศูนย์วิจัยแผ่นดินไหวแห่งชาติ ทั้งนี้ นับตั้งแต่ปีงบประมาณ 2563-2569 กองทุน ววน. สนับสนุนโครงการวิจัยและนวัตกรรมกว่า 106 โครงการเพื่อยกระดับการบริหารจัดการภัยพิบัติของประเทศ นอกจากนี้ สกสว.ยังทบทวนและยกระดับแผนด้าน ววน.ของประเทศให้ตอบโจทย์ปัญหาท้าทายด้านภัยพิบัติ นำองค์ความรู้ เทคโนโลยีและนวัตกรรมไปสนับสนุนการทำงานของหน่วยงานหลักด้านการบริหารจัดการสาธารณภัย สนับสนุนภารกิจการสร้างความตระหนักรู้ ป้องกัน และเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติ อีกทั้งขับเคลื่อนบทบาทในการเป็นกลไกลดการสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์ของประชาชน

ผศ. ดร.ประกิต ชมชื่น ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานพัฒนาระบบตรวจวัดการสั่นไหวในอาคาร และ อ.วัฒนพงศ์ หิรัญมาลย์ เลขาธิการสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย กล่าวเสริมว่า ในงานดังกล่าวยังมีการแถลงข่าวเปิดตัว “ระบบตรวจวัดแผ่นดินไหวและแจ้งเตือนผู้ใช้อาคาร” ซึ่งเป็นระบบที่สมาคมฯ ร่วมกับ บริษัทเอ อี ที เอส เอส ร่วมกันพัฒนาขึ้นมา เพื่อใช้ตรวจจับการสั่นไหวของอาคารและการแจ้งเตือนผู้ใช้งานอาคารอย่างทันท่วงที ทั้งนี้ระบบดังกล่าวได้มีการติดตั้งจริงแล้วที่โรงเรียนบ้านป่าก่อดำ จ.เชียงราย และ อาคารโรงพยาบาลสูง 25 ชั้นใน กทม. ระบบดังกล่าวจะช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นให้แก่ผู้อาศัยในเขตเสี่ยงแผ่นดินไหวและผู้ที่ต้องพำนักในอาคารสูง

คุณประเสริฐ ธรรมนุญกุล ในฐานะตัวแทนภาคเอกชน เผยว่า งานนี้ถือเป็นการร่วมมือกันของภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจก่อสร้างที่จะระดมสมอง เพื่อพัฒนาวัสดุ อุปกรณ์ก่อสร้างที่ต้านแผ่นดินไหว รวมทั้งแนวทางการสนับสนุนภาควิชาการและวิชาชีพ เพื่อสร้างสังคมอัจฉริยะที่โครงสร้างปลอดภัยต่อไปอีกด้วย

“แผ่นดินไหวเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 ยังไม่ใช่แผ่นดินไหวตัวสุดท้ายและตัวใหญ่สุดที่ประเทศไทยจะเผชิญ อนาคตข้างหน้าประเทศไทยยังคงต้องประสบกับแผ่นดินไหวได้อีก ซึ่งอาจจะใหญ่กว่าที่เราเคยเจอมา เพียงแต่กำหนดเวลาแน่ชัดที่จะมาอีกครั้งไม่ได้ ดังนั้นการเตรียมพร้อมรับมืออาคารให้แข็งแรง การมีระบบเตือนภัยที่เหมาะสม การที่ประชาชนตื่นตัวแต่ไม่ตื่นตระหนก จะเป็นทางรอดของประเทศไทยต่อแผ่นดินไหวที่ดีที่สุด” ศ. ดร.อมร กล่าวสรุป
13
ดูแล้วใจฟู! ทรูโฟร์ยู จัดเต็ม “วัยสตาร์ท น็อนสต็อป” รวมทีม “นนกุล‑ชานน - ใบเตย‑สุวพิชญ์”ลงจอ 12 เมษายนนี้


เมื่อมิตรภาพ ความฝัน และบททดสอบชีวิตเดินทางมาบรรจบกัน “วัยสตาร์ท น็อนสต็อป” จึงกลายเป็นภาพยนตร์คอมเมดี้-เฟรนด์ชิปที่ทั้งสนุก อบอุ่น และสะท้อนหัวใจของการไม่ยอมแพ้ ผ่านการแสดงของคู่พระ–นาง นนกุล–ชานน สันตินธรกุล และ ใบเตย–สุวพิชญ์ ไตรพรวรกิจ ที่ชวนผู้ชมร่วมออกเดินทางไปกับแก๊งเพื่อนซี้ ผู้ต้องเผชิญความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ และเรียนรู้ความหมายของการเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง






วัยสตาร์ท น็อนสต็อป เป็นภาพยนตร์แนวคอมเมดี้-เฟรนด์ชิปที่เล่าเรื่องของสามเพื่อนซี้ซึ่งชีวิตกำลังโลดแล่นกลับต้องสะดุดอย่างไม่คาดคิด เจีย (นนกุล–ชานน สันตินธรกุล) เด็กหนุ่มหัวใจอิสระที่ไม่คิดจริงจังกับอนาคตและปฏิเสธการสืบทอดธุรกิจร้านอาหารของครอบครัว พี่พั่ง (โจ๊ก โซคูล) รุ่นพี่สายป่วนที่ภายนอกดูไม่เอาไหนแต่พร้อมยืนเคียงข้างเพื่อนเสมอ และ เหลียง (ปีเตอร์–เซิ่งอี้หลุน) นักศึกษาจีนผู้สุขุม พูดน้อยแต่เปี่ยมด้วยฝีมือด้านอาหาร เมื่อชีวิตของเจียต้องเผชิญวิกฤตใหญ่จากอุบัติเหตุที่ทำให้พ่อแม่บาดเจ็บจนส่งผลต่อธุรกิจครอบครัว ซ้ำร้ายยังถูก จิว (ตู้ซี่ยี่) พี่สาวของเหลียงหมายตาฮุบกิจการ สามหนุ่มจึงตัดสินใจรวมพลังลุกขึ้นสู้ เปิดฉากภารกิจพิสูจน์ตัวเองผ่านการแข่งขันทำอาหาร “ฮันเตอร์เชฟ” ที่โหดทั้งฝีมือและหัวใจ ระหว่างทางพวกเขายังได้พบกับ นานะ (ใบเตย–สุวพิชญ์ ไตรพรวรกิจ) ยูทูบเบอร์สาวไฟแรง พร้อมบทเรียนชีวิตสุดเข้มข้นที่หลอมรวมเสียงหัวเราะ แอ็กชัน และพลังมิตรภาพเข้าไว้ด้วยกันอย่างกลมกล่อม ห้ามพลาด “วัยสตาร์ท น็อนสต็อป” วันอาทิตย์ที่ 12 เมษายน 2569 เวลา 18.30 น.ทางทรูโฟร์ยู ช่อง 24 และรับชมออนไลน์ได้ที่ https://true4u.com/live/
14
“ช้าง-เจนซ์ กอล์ฟ ทัวร์ 2026” ต่อสนาม 2 ‘บางจาก มาสเตอร์ส’ เล่นกบินทร์บุรี
ลุ้นตั๋วล่าฝัน พบโค้ชระดับโลกที่สหรัฐฯ มูลค่ากว่า 1 ล้านบาท





“ช้าง-เจนซ์ กอล์ฟ ทัวร์ 2026” เดินหน้าสร้างปรากฏการณ์ต่อเนื่องในสนามที่ 2 รายการ “บางจาก มาสเตอร์ส 2026” ณ สนามกบินทร์บุรี สปอร์ตคลับ จ.ปราจีนบุรี ระหว่างวันที่ 18-19 เมษายน 2569 แชมป์รุ่น Super GENZ (ชาย) รับสิทธิ์บินตรงสู่สหรัฐอเมริกา เข้าแคมป์ฝึกซ้อมแบบ 1 ต่อ 1 กับโค้ชระดับโลก และลงชิงชัยในศึก FCG International Championship อย่างคุ้มค่าที่สุด




การแข่งขันสนามที่ 2 นี้ มีรางวัลใหญ่ที่เหล่านักสวิงเยาวชนพลาดไม่ได้ ให้กับผู้ชนะเลิศในรุ่น Super GENZ (ชาย) ซึ่งจะได้รับสิทธิ์เดินทางไปเก็บตัวฝึกซ้อมและเข้าร่วมแข่งขันกอล์ฟรายการ 19th FCG International Championship ณ ประเทศสหรัฐอเมริกา ระหว่างวันที่ 25 มิถุนายน-3 กรกฎาคม 2569 โดยบริษัท เดอะ เจ็นซ์ จำกัด เป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด นับว่าเป็นโอกาสที่หาได้ยาก นักกีฬาได้สัมผัสประสบการณ์ระดับอาชีพตลอด 11 วันเต็ม แบ่งเป็นช่วงเก็บตัวฝึกซ้อมและวางแผนการเล่นในสนามจริง 4 วัน และช่วงแข่งขันในรายการที่ได้รับการรับรองคะแนน WAGR อีก 3 วัน มูลค่ารวมกว่า 1 ล้านบาท (รวม 2 รางวัล จากสนามที่ 1 และ 2) และความพิเศษในปีนี้คือการได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดจากทีมโค้ชระดับโลก นำโดย โค้ช Josh Alpert เจ้าของรางวัล 2023 SCPGA Teacher & Coach of the Year ผู้เชี่ยวชาญด้านการผลักดันนักกอล์ฟเยาวชนเข้าสู่ระบบมหาวิทยาลัยในสหรัฐฯ ที่มีประสบการณ์กว่า 20 ปี พร้อมด้วย โค้ช Aiden Oliver อดีตนักกอล์ฟ Division 1 ร่วมถ่ายทอดกลยุทธ์แบบ 1 ต่อ 1 เพื่อดึงศักยภาพนักกีฬาออกมาให้ถึงขีดสุด




นอกจากรางวัลสู่สหรัฐอเมริกาแล้ว นักกอล์ฟยังได้สะสมคะแนนในระบบ Junior Golf Scoreboard (JGS)  เพื่อสร้างโปรไฟล์สำหรับการศึกษาต่อต่างประเทศ และลุ้นสิทธิ์เป็น 1 ใน 6 ตัวแทนเยาวชนไทยจากรุ่น Junior GENZ และ Super GENZ บินไปแข่งขันรายการ Yonex Junior Golf Championship 2026 ที่ประเทศญี่ปุ่น หลังจบการแข่งขันสนามที่ 3 อีกด้วย







สนามกบินทร์บุรี สปอร์ตคลับ ขึ้นชื่อว่าเป็นสนามที่มีความยาวและท้าทายความสามารถของนักกอล์ฟอย่างมาก จึงเป็นบทพิสูจน์สำคัญว่าใครจะมีความนิ่งและสมาธิที่แข็งแกร่งพอที่จะคว้าแชมป์ในสนามนี้ไปครอง โดยทาง “เดอะ เจ็นซ์” ยังคงมุ่งเน้นการเสริมทักษะด้านจิตวิทยา ผ่านความร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญระดับโลกเพื่อยกระดับเยาวชนไทยให้มีมาตรฐานทัดเทียมนักกีฬาอาชีพ

“บางจาก มาสเตอร์ส 2026” พร้อมระเบิดความมันส์บนสนามที่ยาวที่สุดในประเทศไทย ณ กบินทร์บุรี สปอร์ตคลับ เยาวชนที่สนใจสามารถสมัครและติดตามรายละเอียดได้ที่: Official Line: @genzgolf  และ โทรศัพท์: 065-696-2229








15
ธ.กรุงเทพ จับมือ ประพันธ์สาส์น ปักหมุด ‘ชมนาดอินเตอร์ฯ’ บนเวทีโลก พร้อมฉลองทศวรรษใหม่ Elite+




ถือเป็นปรากฏการณ์ทางวัฒนธรรมครั้งสำคัญ เมื่อกรุงเทพมหานครได้เปิดบ้านต้อนรับ 8 นักเขียนหญิงผู้มีชื่อเสียงระดับนานาชาติ ผู้สร้างสรรค์ผลงานที่ผ่านเข้ารอบสุดท้ายในรางวัล ‘Chommanard International Women’s Literary Award 2026’ ภายใต้ความร่วมมือของ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) และ บริษัท สำนักพิมพ์ประพันธ์สาส์น จำกัด จากการยกระดับสู่สากลอย่างเต็มรูปแบบ รางวัล ‘ชมนาดอินเตอร์’ ในปีนี้ได้ขยายขอบเขตสู่การเฟ้นหานักเขียนหญิงใน 13 ประเทศ และเขตเศรษฐกิจทั่วอาเซียน จีน ฮ่องกง และไต้หวัน พร้อมรางวัลเกียรติยศ Grand Prize มูลค่า 500,000 บาท เพื่อสร้างพื้นที่ให้ผู้หญิงได้ถ่ายทอดประวัติศาสตร์และสะท้อนภาพสังคมผ่านงานเขียนที่ทรงพลัง โดยจากผลงานที่ส่งเข้าประกวดมากกว่า 70 เรื่อง คณะกรรมการได้คัดสรร 8 ผลงานคุณภาพที่ผ่านเข้าสู่รอบตัดสิน ดังนี้

          1. The Sea Speaks His Name โดย Leila S. Chudori (อินโดนีเซีย)
          2. Chinatown โดย Doan Anh Thuan (เวียดนาม)
          3. Memories of the Memories of the Black Rose Cat โดย วีรพร นิติประภา (ไทย)
          4. Tongueless โดย Lau Yee Wa (ฮ่องกง)
          5. Mountains More Ancient โดย Isna Marifa (อินโดนีเซีย)
          6. The Mountains Sing โดย Nguyen Phan Que Mai (เวียดนาม)
          7. Taiwan Travelogue โดย Yang Shuang Zi (ไต้หวัน)
          8. The Age of Goodbyes โดย Li Zi Shu (มาเลเซีย)




ซึ่งก่อนจะถึงช่วงเวลาสำคัญแห่งการประกาศเกียรติคุณ เหล่านักเขียนได้ร่วมเดินทางสัมผัสประสบการณ์ในทริป ‘One Day Trip to Ayutthaya’ เพื่อสำรวจมรดกโลกและรากแก้วทางประวัติศาสตร์ไทย ต่อด้วยกิจกรรม ‘Media & Publishing Tour’ ที่นำพาทั้ง 8 ท่าน ออกสำรวจกรุงเทพฯ ในฐานะเมืองหลวงแห่งวรรณกรรม เพื่อสัมผัสระบบนิเวศของอุตสาหกรรมสื่อและการพิมพ์ในประเทศไทย สร้างความประทับใจและความเข้าใจในบริบททางวัฒนธรรมก่อนเข้าสู่งานกาล่าค่ำคืนแห่งเกียรติยศ




บรรยากาศแห่งความยินดีมาบรรจบกันในค่ำคืนของวันที่ 3 เมษายน 2569 ณ งานกาล่า ‘Elite Plus Magazine 12th Anniversary Gala Celebration’ โดยงานนี้ได้รับเกียรติจาก ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) กล่าวเปิดงานและแสดงความยินดีต่อหมุดหมายสำคัญนี้ว่า “ในนามของธนาคารกรุงเทพ ผมขอแสดงความยินดีกับนิตยสาร Elite+ ที่ก้าวสู่หมุดหมายสำคัญครบรอบ 12 ปี สิ่งที่น่าประทับใจคือความสามารถในการปรับตัวท่ามกลางยุคดิจิทัลดิสรัปชัน เพื่อส่งต่อข้อมูลข่าวสารให้แก่พวกเราอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะผ่านช่องทางออนไลน์ที่เติบโตขึ้น”

นอกจากนี้ ดร.กอบศักดิ์ ยังได้เน้นย้ำถึงความภาคภูมิใจที่มีต่อรางวัลชมนาดอินเตอร์ฯ ว่า งานในปีนี้เป็นมงคลยิ่งที่ได้ร่วมประกาศผลรางวัล Chommanard International Women’s Literary Award เป็นครั้งแรก ธนาคารกรุงเทพภาคภูมิใจที่ได้สนับสนุนโครงการระดับนานาชาติที่ครอบคลุมทั้งอาเซียน จีน ฮ่องกง และไต้หวัน ซึ่งธนาคารจะยังคงให้การสนับสนุนโครงการนี้ต่อไป เช่นเดียวกับที่ธนาคารกรุงเทพเคยร่วมงานกับประพันธ์สาส์นในโครงการที่เป็นประโยชน์มากมาย อาทิ ค่ายวิจารณ์วรรณกรรม และการบริจาคหนังสือประจำปี




นอกเหนือจากมิติทางวรรณกรรม งานในค่ำคืนนี้ยังสะท้อนถึงพลังแห่งการแบ่งปัน โดย ดร.กอบศักดิ์ ได้กล่าวชื่นชมวิสัยทัศน์ของ นายอาทร เตชะธาดา และทีมงานที่มุ่งมั่นผลิตผลงานคุณภาพ พร้อมมอบเงินบริจาคจำนวน 100,000 บาท ในนามธนาคารกรุงเทพ ให้แก่ มูลนิธิบราเดอร์หลุยส์ ชาแนล เพื่อสนับสนุนการดูแลผู้สูงอายุ ผู้ยากไร้ และมอบทุนการศึกษาแก่เยาวชนและนักวิชาการ ซึ่งเป็นเจตนารมณ์ร่วมกันในการสร้างสังคมที่ยั่งยืน




b]จาก 12 ปีแห่งการเดินทาง สู่บทใหม่ของ Elite+ และเวทีวรรณกรรมสตรี[/b]

ในวาระเดียวกัน ดร.พิสุทธิ์ เลิศวิไล กรรมการบริหาร บริษัท อีลิท ครีเอทีฟ จำกัด ได้กล่าวเสริมถึงก้าวต่อไปของนิตยสารว่า ค่ำคืนนี้ถือเป็นหมุดหมายอันเป็นมงคลยิ่ง ในวาระที่เราได้เฉลิมฉลองการครบรอบ 12 ปีของนิตยสาร และผมยังรู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมากกับการเริ่มต้นก้าวสู่ปีที่ 13 ของเรา ซึ่งถือเป็นปีแห่งความหวังและโอกาส

ดร.พิสุทธิ์ ยังได้กล่าวถึงความสำคัญของรางวัลนี้ในฐานะที่เป็นการต่อยอดขยายผลมาจากรางวัลชมนาด (Chommanard Book Prize) ที่จัดขึ้นโดยสำนักพิมพ์ประพันธ์สาส์น และได้รับการสนับสนุนจากธนาคารกรุงเทพมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2550 เพื่อส่งเสริมและประกาศเกียรติคุณให้แก่นวนิยายที่ดีที่สุดซึ่งเขียนโดยนักเขียนหญิงชาวไทย “สำหรับรางวัล Chommanard International Women’s Literary Award ถูกจัดตั้งขึ้นเพื่อยกย่องนักเขียนหญิงที่ดีที่สุดในภูมิภาคอาเซียน จีน ฮ่องกง และไต้หวัน โดยทำการคัดเลือกผู้ชนะในระดับประเทศก่อนจะตัดสินผู้ชนะเลิศในระดับภูมิภาค ผลงานที่ส่งเข้าประกวดมีทั้งต้นฉบับภาษาอังกฤษและฉบับแปล ซึ่งคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิระดับนานาชาติของเราต้องทำงานอย่างหนักในการคัดสรรผลงานที่ยอดเยี่ยมที่สุด”




บทสรุปของค่ำคืนแห่งประวัติศาสตร์จบลงด้วยความยินดี เมื่อผู้ที่สามารถคว้ารางวัลสูงสุด Grand prize Award Winner of Chommanard International Women’s Literary Award ไปครองและคว้าเงินรางวัล 500,000 บาทได้สำเร็จ คือ Lau Yee Wa จากฮ่องกง กับผลงานเรื่อง ‘Tongueless’ นับเป็นการเปิดฉากยุคสมัยใหม่ของวรรณกรรมสตรีในระดับสากลอย่างสง่างาม โดยนิตยสาร Elite+ ยืนยันที่จะเดินหน้าเป็นสื่อกลางในการเสริมสร้างพลังให้กับผู้คนและชุมชน พร้อมสนับสนุนความก้าวหน้าในระดับภูมิภาคต่อไปในอนาคต
16
มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ห่วงใยสุขภาพ ลดภาระค่าใช้จ่ายประชาชนในส่วนภูมิภาค  ลงพื้นที่ 4 จังหวัดภาคเหนือ แจกจ่ายหน้ากากอนามัยแก่ผู้ได้รับผลกระทบ รวม 440,000 แสนชิ้น ฝ่าวิกฤตมหันตภัยจมฝุ่นพิษ [PM2.5เกินมาตรฐาน]




ระหว่างวันที่ 4-7 เมษายน พ.ศ. 2569 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นางสาวดวงชุตา ติยะพจนพรกุล รักษาการผู้จัดการฝ่ายสาธารณภัย นำเจ้าหน้าที่แผนกสาธารณภัย และแผนกบรรเทาสาธารณภัย ลงพื้นที่ประสบภัยฝุ่นพิษ [PM2.5เกินมาตรฐาน] อาทิ อำเภอเมือง หางดง แม่ริม สันทราย ดอยสะเก็ด และสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง และอำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย แจกจ่ายหน้ากากอนามัยแก่ประชาชนผู้ได้รับผลกระทบ รวม 440,000 ชิ้น คิดเป็นมูลค่ากว่า 2 แสนบาท โดยมี มูลนิธิเชียงใหม่สามัคคีการกุศล จังหวัดเชียงใหม่ มูลนิธิลำพูนสามัคคีการกุศล จังหวัดลำพูน และมูลนิธิลําปางสงเคราะห์ จังหวัดลำปาง และมูลนิธิสาธารณกุศลสงเคราะห์เชียงราย เป็นผู้ประสานงานและร่วมแจกจ่ายในพื้นที่







ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ตระหนักถึงวิกฤตการณ์ค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก [PM2.5] โดย ศาลเจ้าไต้ฮงกง มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง บูรณาการการจัดการเรื่อยมา ไม่ว่าจะเป็นการลดจำนวนกระถางธูปสักการบูชา การงดการเผากระดาษชุดเครื่องสักการะที่ศาลเจ้าฯ รวมถึงติดป้ายรณรงค์ขอความร่วมมือผู้มีจิตศรัทธางดจุดธูป-เทียน และแจ้งการจัดเก็บธูป-เทียนที่จุดแล้วเร็วขึ้น และจัดเจ้าหน้าที่ออกแจกจ่ายหน้ากากอนามัยแก่ประชาชนในพื้นที่ประสบภัย ด้วยความห่วงใย และ ตระหนักถึงสุขภาพประชาชนผู้มีจิตศรัทธาและสิ่งแวดล้อมส่วนรวม โดยตลอดระยะเวลากว่า 116 ปีของการก่อตั้งมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง  มูลนิธิฯ ได้ขยายขอบข่ายโครงการต่าง ๆ ออกไปอย่างกว้างขวาง ไม่เพียงแต่บำบัดทุกข์ บำรุงสุข แก่ผู้ตกทุกข์ได้ยากโดยไม่จำกัดเชื้อชาติ  ศาสนา เท่านั้น แต่ยังได้พัฒนาคุณภาพชีวิตอีกในหลายทาง เพื่อเป็นองค์กรสาธารณกุศลที่ช่วยเหลือประชาชนครบวงจรในทุกๆ ด้าน ต่อไป ดังปณิธาน “มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”




ติดตามข่าวสาร และกิจกรรมงานสาธารณกุศลมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้ที่ เว็บไซต์ www.pohtecktung.org และ เฟซบุ๊ก แฟนเพจ www.facebook.com/atpohtecktung 

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”
#แอปพลิเคชันและสายด่วนป่อเต็กตึ๊ง1418
#ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน








17
ทรูโฟร์ยู ช่อง 24 เสิร์ฟแอ็คชั่นเข้มข้น “สิสู้…เฒ่ามหากาฬ” ศักดิ์ศรีนักรบผู้ไม่ยอมแพ้


สำหรับคอหนังที่มองหาแอ็คชั่นดิบเดือดซึ่งสะท้อนศักดิ์ศรีของนักรบผู้ไม่ยอมจำนน ทรูโฟร์ยูขอเสนอ “Sisu-สิสู้…เฒ่ามหากาฬ” ภาพยนตร์การต่อสู้สุดระอุในฉากหลังปลายสงครามโลกครั้งที่สอง ถ่ายทอดผ่านการแสดงทรงพลังของ ยอร์มา ทอมมิล่า พร้อมทีมนักแสดงนานาชาติ กับฉากแอ็คชั่นเข้มข้น เลือดสาด และการเล่าเรื่องที่ไม่ประนีประนอม จนได้รับการยอมรับว่าเป็นผลงานโหด ดิบ และโดดเด่นไม่เหมือนใคร






สิสู้…เฒ่ามหากาฬ เป็นภาพยนตร์แอ็คชั่นที่พาผู้ชมย้อนสู่ปี พ.ศ. 2487 ช่วงปลายสงครามโลกครั้งที่สอง เมื่อ อาตามิ (ยอร์มา ทอมมิล่า) อดีตทหารผู้ปลีกวิเวกออกจากสนามรบ ใช้ชีวิตตามลำพังในพื้นที่รกร้างแห่งแลปแลนด์ โดยใช้แต่ละวันขุดดินเพื่อค้นหาทองคำ ความพยายามของเขาสัมฤทธิ์ผลเมื่อพบขุมทองจำนวนมหาศาลเพียงพอสำหรับการเริ่มต้นชีวิตใหม่ อาตามิจึงมุ่งหน้าเข้าเมืองเพื่อนำทองไปแลกเป็นเงินตรา แต่ระหว่างทางกลับต้องเผชิญกับกองทหารนาซีที่ยึดครองพื้นที่ นำโดย บรูโน่ (แอคเซล เฮนนี่) นายทหารหน่วยเอสเอสผู้โหดเหี้ยม เมื่อพวกเขาล่วงรู้ถึงทองคำที่ชายชราครอบครอง จึงเริ่มต้นการไล่ล่าอย่างไร้ความปรานี พร้อมส่ง วูล์ฟ (แจ็ค ดูแลน) และสมุนติดอาวุธครบมือออกตามล่า โดยไม่รู้เลยว่าเป้าหมายตรงหน้าคืออดีตทหารที่ผ่านสมรภูมินรกมาแล้วนับไม่ถ้วน การปะทะระหว่างนักรบผู้เดียวดายกับกองทัพนาซีจึงกลายเป็นสงครามย่อยที่เดิมพันด้วยชีวิต ศักดิ์ศรี และเสรีภาพ ชมความสนุกได้ในภาพยนตร์ “สิสู้…เฒ่ามหากาฬ” วันเสาร์ที่ 11 เมษายน 2569 เวลา 12.30 น. ทางทรูโฟร์ยู ช่อง 24 และทาง https://true4u.com/live/
18
ศูนย์การค้าแพลทินัม ชวนอิ่มฟินอร่อยกับโปรโมชั่นสุดคุ้ม
ในโอกาสพิเศษ Yenly Yours ฉลองครบรอบ 16 ปี


ศูนย์การค้าแพลทินัม ชวนอิ่มฟินอร่อยสุดคุ้ม เนื่องในโอกาสพิเศษ Yenly Yours ฉลองครบรอบ 16 ปี จากจุดเริ่มต้นด้วยความรักในมะม่วงน้ำดอกไม้ไทย สู่การรังสรรค์เมนูขนมหวานจากมะม่วง ที่ทั้งแปลกใหม่และอร่อยไม่ซ้ำใคร


เริ่มจากการคัดสรรมะม่วงน้ำดอกไม้สุกสีเหลืองทอง หอม หวาน ฉ่ำที่สุดของฤดูกาล นำมาจัดทำเมนูโปรด ได้แก่
Mango Sticky Rice : มะม่วงน้ำดอกไม้สุก หวานฉ่ำ เสิร์ฟพร้อมข้าวเหนียวมูนสูตรพิเศษจากข้าวเหนียวคุณภาพของไทย ราดกะทิข้นสูตรมันนัวร์ หอม เข้มข้นทุกคำ



Mango Jasmine Tea Mochi Mango Sticky Rice : ชามะลิหอมสดชื่น ปั่นรวมกับมะม่วงสีเหลืองทอง หวานกำลังดี ดื่มแล้วสดชื่นสุดๆ เพิ่มความฟินด้วย Mochi Mango Sticky Rice โมจิข้าวเหนียวมูนหนุบๆ เคี้ยวเพลิน ได้ฟีลข้าวเหนียวมะม่วงแบบเต็มคำในรูปแบบใหม่


เปิดเมนูจัดโปรโมชั่นฉลองครบรอบ 16 ปี ลดราคาพิเศษแบบ ที่ไม่ได้มีบ่อย ได้แก่ ข้าวเหนียวมะม่วง (ชุดเล็ก) ปกติ 159 บาท เหลือเพียง 99 บาท ชามะลิหอมมะม่วงปั่น Mochi Mango Sticky Rice 16 ออนซ์ ปกติ 129 บาท เหลือเพียง 75 บาท ทุกวัน จันทร์ – ศุกร์  เวลา 10:00 – 16:00 น. เฉพาะหน้าร้านเท่านั้น ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 30 เมษายน 2569 ที่ร้าน Yenly Yours ชั้น 1 ศูนย์การค้าแพลทินัม ติดตามข่าวสารร้านค้าและโปรโมชั่นเพิ่มเติมได้ที่ Facebook: Platinum Fashion Mall แพลทินัม แฟชั่น มอลล์
19
เจง วิไลลักษณ์ ภรรยาคนสวยของ พีท ทองเจือ พร้อมเพื่อนสนิท ดร.เจนีตา ร่วมบุญใหญ่โครงการบรรพชา #สามเณรภาคฤดูร้อน ประจำปี 2569 ถวายพระราชกุศลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถพระบรมราชพันปีหลวง ณ #วัดธาตุทอง พระอารามหลวง เขตวัฒนา


เจง -วิไลลักษณ์ ทองเจือ ผนึกใจเพื่อนสนิท ได้แก่ ดร.เจนีตา ชอบตวงทอง, เพ็ญพร วงศ์นพรัตน์เลิศ, รณิดา ณ ระนอง, ดนยธร จิรสันติ์ และเพื่อนจากหลายวงการ ร่วมบุญใหญ่เป็นเจ้าภาพร่วมบรรพชาสามเณร ใน "โครงการบรรพชาสามเณร ภาคฤดูร้อน ปี 2569 เพื่อน้อมถวายพระราชกุศลฯ" ณ วัดธาตุทอง พระอารามหลวง โดยภายในงานเต็มไปด้วยประชาชน ผู้ปกครองจำนวนมากที่มาร่วมอนุโมทนา


นับเป็นตัวอย่างที่ดี และเป็นกิจกรรมที่น่าสนับสนุน การที่เด็กๆได้มาบรรพชาหมู่ช่วงฤดูร้อนนั้น นอกจากจะเป็นการใช้เวลาช่วงปิดเทอมให้เกิดประโยชน์แล้ว ยังเป็นการพัฒนาตนเองให้เป็นคนดีมีความอดทน มีระเบียบวินัย ปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม และสร้างมิตรภาพใหม่ๆ ที่จะเป็นความทรงจำดีๆให้กับเด็กตลอดไป


คุณแม่เจง เสริมว่า ตัวเองเลี้ยงลูกมา 3 คนย่อมเข้าใจความรู้สึกของคนเป็นแม่ ยิ่งเด็กสมัยนี้อยู่กับหน้าจอมือถือ คอมพิวเตอร์ค่อนข้างมาก การที่ได้มาบวชเหมือนได้พักสมอง การสวดมนต์ยังช่วยให้เด็กๆสมาธิดีขึ้นอีกด้วย ส่วนเพื่อนๆที่มาร่วมบุญก็ฟีลกู้ด แฮปปี้กันทุกคน


สำหรับผู้ปกครองและบุคคลทั่วไป ที่สนใจอยากจะพาบุตรหลานร่วมกิจกรรมดีๆแบบนี้ โดยไม่มีค่าใช้จ่าย สอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook :  วัดธาตุทองพระอารามหลวง ช่องทางออนไลน์แก่ผู้ปกครองยุคใหม่ 





20
AP x TOA สองผู้นำพันธมิตรอสังหาฯ ประกาศความร่วมมือ Green Supply Chain
ยกระดับมาตรฐานการก่อสร้าง ส่งมอบ Living Quality เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน





บริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ TOA ตอกย้ำผู้นำอุตสาหกรรมสีอันดับ 1 เคมีภัณฑ์ก่อสร้าง และวัสดุก่อสร้างในประเทศไทย ประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญกับ บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) หรือ AP Thailand พันธมิตรผู้นำในการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำ รายแรกที่ประกาศเจตนารมณ์มุ่งขับเคลื่อน "Green Supply Chain" เต็มรูปแบบ พร้อมขยายเครือข่ายพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ด้านสิ่งแวดล้อม พลังงาน และวัสดุก่อสร้าง (Strategic Sustainability Partners) ที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมในทุกมิติ พร้อมส่งมอบคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืนให้กับผู้คน สังคม และโลกในระยะยาวไปร่วมกัน

นายรัชต์ชยุตม์ นันทโชติโสภณ President (ประธานฝ่ายบริหาร) บริษัท เอพี ไทยแลนด์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เอพี ไทยแลนด์ มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตในการอยู่อาศัยภายใต้วิสัยทัศน์ EMPOWER LIVING หรือชีวิตดีๆ ที่เลือกเองได้ พร้อมขับเคลื่อนธุรกิจภายใต้ยุทธศาสตร์ “CODE OF IN-DEPTH UNDERSTANDING” ซึ่งให้ความสำคัญกับความเข้าใจชีวิตผู้คนอย่างลึกซึ้งในทุกมิติ โดยหนึ่งในเสาหลักสำคัญคือ Code of Sustainable Impact ที่มุ่งยกระดับมาตรฐานความยั่งยืนของอุตสาหกรรม ผ่านกรอบการดำเนินงานที่บูรณาการแนวคิด ESG เข้าไว้ในทุกขั้นตอนของการพัฒนาโครงการ ตั้งแต่แนวคิดการออกแบบ การคัดเลือกวัสดุและนวัตกรรมก่อสร้าง ไปจนถึงประสบการณ์การอยู่อาศัยจริง




ทุกโครงการบ้านและคอนโดเอพี เลือกใช้วัสดุคุณภาพมาตรฐานระดับโลก

ความร่วมมือครั้งนี้นำไปสู่เป้าหมายในการส่งมอบชีวิตคุณภาพให้กับลูกค้าเอพี ไทยแลนด์ ด้วยการเลือกใช้วัสดุคุณภาพของทาง TOA ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและได้มาตรฐานระดับสากล โดยเฉพาะมาตรฐาน EPD (Environmental Product Declaration) ซึ่งเป็นฉลากสิ่งแวดล้อมที่เปิดเผยข้อมูลผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมของผลิตภัณฑ์ตลอดวัฏจักรชีวิตอย่างโปร่งใส รวมถึงการรับรองฉลากลดโลกร้อน (CFR – Carbon Footprint Reduction) จากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (TGO) ที่สะท้อนถึงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในกระบวนการผลิตอย่างเป็นรูปธรรม โดยเลือกใช้สีคุณภาพและวัสดุก่อสร้างรักษ์โลกจาก TOA ซึ่งได้มาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมและช่วยส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้อยู่อาศัย โดยนำไปใช้ในโครงการที่อยู่อาศัยของเอพีอย่างต่อเนื่อง อาทิ

          •   ผลิตภัณฑ์สีทาอาคาร ด้วยนวัตกรรมสีซุปเปอร์ชิลด์ (SuperShield) ซึ่งมีคุณสมบัติสะท้อนแสงแดดได้สูงสุดถึง 99.2% และสามารถคายความร้อนได้ถึง 90% ช่วยลดอุณหภูมิภายในบ้านได้สูงสุด 8.1 องศาเซลเซียส ส่งผลให้ช่วยลดการใช้พลังงานจากเครื่องปรับอากาศ และสีโฟร์ซีซั่น (4Seasons) ที่มีสารระเหยต่ำ ปลอดภัยต่อผู้อยู่อาศัย

          •   นวัตกรรมบรรจุภัณฑ์ถังสีที่ใช้พลาสติกรีไซเคิล ซึ่งช่วยลดการใช้พลาสติกใหม่ได้ประมาณ 20% ต่อถัง และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ถึง 322 กรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (gCO2e)

          •   ผลิตภัณฑ์กลุ่มวัสดุก่อสร้าง TOA Gypsum นวัตกรรมวัสดุรักษ์โลกใหม่ล่าสุดจากทาง TOA  ทั้งแผ่นยิปซัมชนิดมาตรฐาน (TOA Proboard) และแผ่นยิปซัมชนิดทนชื้น (TOA Waterproof) ซึ่งผ่านการรับรองฉลากลดโลกร้อน (CFR) จาก TGO รายแรกในประเทศไทย และมาตรฐาน LEED V4 & V4.1 จากองค์กรระดับสากลอย่าง USGBC ยืนยันว่าผลิตภัณฑ์มีสารระเหย VOCs ต่ำ ปลอดภัยต่อสุขภาพของทั้งช่างก่อสร้างและผู้อยู่อาศัย ซึ่งสอดคล้องกับการพัฒนาโครงการตามแนวทาง Green Building ในปัจจุบัน

ความร่วมมือดังกล่าวสะท้อนเสาหลักสำคัญ Code of Sustainable Impact ภายใต้ยุทธศาสตร์ CODE OF IN-DEPTH UNDERSTANDING ของเอพี ไทยแลนด์ ซึ่งมุ่งบูรณาการแนวคิดด้าน ESG เข้าไว้ในทุกขั้นตอนของการพัฒนาโครงการ ที่อยู่อาศัยคุณภาพในเครือเอพี ไทยแลนด์ ตั้งแต่การออกแบบที่คำนึงถึงการใช้พลังงานและสิ่งแวดล้อม การทำงานร่วมกับเครือข่ายพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ด้านสิ่งแวดล้อม พลังงาน และวัสดุก่อสร้างคุณภาพ ภายใต้บทบาทของ Strategic Sustainability Partners การบริหารจัดการของเสียจากกระบวนการก่อสร้าง ตลอดจนการพัฒนาพื้นที่สีเขียวและคุณภาพชีวิตของชุมชนโดยรอบ




ทั้งหมดนี้มีเป้าหมายเพื่อสร้างความสมดุลระหว่างการพัฒนาธุรกิจ คุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัย และความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อมในระยะยาวให้กับลูกค้าในทุกโครงการของเอพี ทั้งบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม บ้านแฝด และคอนโดมิเนียมสะท้อนแนวคิด Living Quality ของเอพี ไทยแลนด์ ที่มุ่งพัฒนาที่อยู่อาศัยคุณภาพ ควบคู่กับการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และร่วมสร้างสังคมคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน

ด้าน นายจตุภัทร์ ตั้งคารวคุณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เผยว่า TOA ได้ก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมจากการเป็นเพียงผู้ผลิตสีทาอาคาร สู่การประกาศจุดยืนอย่างแข็งแกร่งในฐานะ "ผู้นำ Total Solution for Living อย่างยั่งยืน" ซึ่งเป็นการทรานส์ฟอร์มองค์กรครั้งสำคัญเพื่อตอบรับวิถีชีวิตแห่งอนาคต ภายใต้วิสัยทัศน์ที่มุ่งเน้นการสร้าง "ความสุขในการอยู่อาศัย" ควบคู่ไปกับการดูแลโลก

โดยอีกหนึ่งความสำเร็จในปีนี้ คือการผนึกกำลังความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับพันธมิตรชั้นนำอย่าง เอพี ไทยแลนด์ ภายใต้เป้าหมายร่วมกันในการสร้างที่อยู่อาศัยที่ "ดีต่อใจและดีต่อโลก" TOA ได้นำนวัตกรรมวัสดุก่อสร้างครบวงจร ทั้งนวัตกรรมสีรักษ์โลก และแผ่นฝ้ายิปซัม เข้าไปเติมเต็มมาตรฐานการก่อสร้างของ AP เพื่อให้ทุกโครงการเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมตั้งแต่โครงสร้างจนถึงพื้นผิว




TOA เดินหน้าเต็มสูบสู่เป้าหมาย Net Zero Emissions ภายในปี 2050 ถือเป็นหมุดหมายสำคัญในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ผ่านพันธกิจ 7 Green Mission ที่เรานำมาปรับใช้จริงในทุกมิติ อาทิ Green Production & Energy โรงงานของเราใช้พลังงานสะอาดและลดขยะจากการผลิตอย่างต่อเนื่อง Greenovation & Green Certified พัฒนานวัตกรรมอย่าง TOA Organic Care ที่ใช้วัตถุดิบจากพืช และสี SuperShield สีทน สะท้อนแสงแดดสูงสุด 99.2% ช่วยประหยัดค่าไฟฟ้า ที่ได้รับรองฉลาก EPD และฉลากลดโลกร้อน (CFR) มากที่สุดในไทย ซึ่งโครงการของ AP Thailand ได้เลือกใช้ผลิตภัณฑ์เหล่านี้เพื่อส่งต่อบ้านที่ประหยัดพลังงานและปลอดภัยแก่ผู้อยู่อาศัย Green Reforestation โครงการปลูกป่าเพิ่มพื้นที่สีเขียว เพื่อช่วยดูดซับคาร์บอน รวมทั้งมิติ Green Partner & Value Chain การร่วมมือกับ AP คือต้นแบบของ Green Supply Chain ที่เราบริหารจัดการทรัพยากรและโลจิสติกส์ร่วมกันเพื่อลด Carbon Footprint ตลอดวงจรชีวิตของผลิตภัณฑ์

"ความร่วมมือกับเอพี ไทยแลนด์ ในครั้งนี้ คือการนำนวัตกรรมที่เราภาคภูมิใจอย่างสี SuperShield และ TOA Gypsum มาสร้างคุณค่าที่จับต้องได้จริง พร้อมกับโมเดลถังสีรีไซเคิล ซึ่งเป็นการพิสูจน์ว่าธุรกิจอสังหาฯ และวัสดุก่อสร้างสามารถพัฒนา Living Quality อย่างต่อเนื่องและแสดงให้เห็นถึงความร่วมมือกันเพื่อยกระดับมาตรฐานความยั่งยืนที่ส่งผลดีต่อผู้อยู่อาศัย สังคม และโลก" นายจตุภัทร์ ตั้งคารวคุณ กล่าวสรุป

#TOA #ทีโอเอ #Totalsolutionforliving #GreenMission #APThailand
Pages: 1 [2] 3 4 ... 10