Recent Posts

Pages: 1 [2] 3 4 ... 10
11
“ช้าง-เจนซ์ กอล์ฟ ทัวร์ 2026” ต่อสนาม 2 ‘บางจาก มาสเตอร์ส’ เล่นกบินทร์บุรี
ลุ้นตั๋วล่าฝัน พบโค้ชระดับโลกที่สหรัฐฯ มูลค่ากว่า 1 ล้านบาท





“ช้าง-เจนซ์ กอล์ฟ ทัวร์ 2026” เดินหน้าสร้างปรากฏการณ์ต่อเนื่องในสนามที่ 2 รายการ “บางจาก มาสเตอร์ส 2026” ณ สนามกบินทร์บุรี สปอร์ตคลับ จ.ปราจีนบุรี ระหว่างวันที่ 18-19 เมษายน 2569 แชมป์รุ่น Super GENZ (ชาย) รับสิทธิ์บินตรงสู่สหรัฐอเมริกา เข้าแคมป์ฝึกซ้อมแบบ 1 ต่อ 1 กับโค้ชระดับโลก และลงชิงชัยในศึก FCG International Championship อย่างคุ้มค่าที่สุด




การแข่งขันสนามที่ 2 นี้ มีรางวัลใหญ่ที่เหล่านักสวิงเยาวชนพลาดไม่ได้ ให้กับผู้ชนะเลิศในรุ่น Super GENZ (ชาย) ซึ่งจะได้รับสิทธิ์เดินทางไปเก็บตัวฝึกซ้อมและเข้าร่วมแข่งขันกอล์ฟรายการ 19th FCG International Championship ณ ประเทศสหรัฐอเมริกา ระหว่างวันที่ 25 มิถุนายน-3 กรกฎาคม 2569 โดยบริษัท เดอะ เจ็นซ์ จำกัด เป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด นับว่าเป็นโอกาสที่หาได้ยาก นักกีฬาได้สัมผัสประสบการณ์ระดับอาชีพตลอด 11 วันเต็ม แบ่งเป็นช่วงเก็บตัวฝึกซ้อมและวางแผนการเล่นในสนามจริง 4 วัน และช่วงแข่งขันในรายการที่ได้รับการรับรองคะแนน WAGR อีก 3 วัน มูลค่ารวมกว่า 1 ล้านบาท (รวม 2 รางวัล จากสนามที่ 1 และ 2) และความพิเศษในปีนี้คือการได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดจากทีมโค้ชระดับโลก นำโดย โค้ช Josh Alpert เจ้าของรางวัล 2023 SCPGA Teacher & Coach of the Year ผู้เชี่ยวชาญด้านการผลักดันนักกอล์ฟเยาวชนเข้าสู่ระบบมหาวิทยาลัยในสหรัฐฯ ที่มีประสบการณ์กว่า 20 ปี พร้อมด้วย โค้ช Aiden Oliver อดีตนักกอล์ฟ Division 1 ร่วมถ่ายทอดกลยุทธ์แบบ 1 ต่อ 1 เพื่อดึงศักยภาพนักกีฬาออกมาให้ถึงขีดสุด




นอกจากรางวัลสู่สหรัฐอเมริกาแล้ว นักกอล์ฟยังได้สะสมคะแนนในระบบ Junior Golf Scoreboard (JGS)  เพื่อสร้างโปรไฟล์สำหรับการศึกษาต่อต่างประเทศ และลุ้นสิทธิ์เป็น 1 ใน 6 ตัวแทนเยาวชนไทยจากรุ่น Junior GENZ และ Super GENZ บินไปแข่งขันรายการ Yonex Junior Golf Championship 2026 ที่ประเทศญี่ปุ่น หลังจบการแข่งขันสนามที่ 3 อีกด้วย







สนามกบินทร์บุรี สปอร์ตคลับ ขึ้นชื่อว่าเป็นสนามที่มีความยาวและท้าทายความสามารถของนักกอล์ฟอย่างมาก จึงเป็นบทพิสูจน์สำคัญว่าใครจะมีความนิ่งและสมาธิที่แข็งแกร่งพอที่จะคว้าแชมป์ในสนามนี้ไปครอง โดยทาง “เดอะ เจ็นซ์” ยังคงมุ่งเน้นการเสริมทักษะด้านจิตวิทยา ผ่านความร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญระดับโลกเพื่อยกระดับเยาวชนไทยให้มีมาตรฐานทัดเทียมนักกีฬาอาชีพ

“บางจาก มาสเตอร์ส 2026” พร้อมระเบิดความมันส์บนสนามที่ยาวที่สุดในประเทศไทย ณ กบินทร์บุรี สปอร์ตคลับ เยาวชนที่สนใจสามารถสมัครและติดตามรายละเอียดได้ที่: Official Line: @genzgolf  และ โทรศัพท์: 065-696-2229








12
ธ.กรุงเทพ จับมือ ประพันธ์สาส์น ปักหมุด ‘ชมนาดอินเตอร์ฯ’ บนเวทีโลก พร้อมฉลองทศวรรษใหม่ Elite+




ถือเป็นปรากฏการณ์ทางวัฒนธรรมครั้งสำคัญ เมื่อกรุงเทพมหานครได้เปิดบ้านต้อนรับ 8 นักเขียนหญิงผู้มีชื่อเสียงระดับนานาชาติ ผู้สร้างสรรค์ผลงานที่ผ่านเข้ารอบสุดท้ายในรางวัล ‘Chommanard International Women’s Literary Award 2026’ ภายใต้ความร่วมมือของ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) และ บริษัท สำนักพิมพ์ประพันธ์สาส์น จำกัด จากการยกระดับสู่สากลอย่างเต็มรูปแบบ รางวัล ‘ชมนาดอินเตอร์’ ในปีนี้ได้ขยายขอบเขตสู่การเฟ้นหานักเขียนหญิงใน 13 ประเทศ และเขตเศรษฐกิจทั่วอาเซียน จีน ฮ่องกง และไต้หวัน พร้อมรางวัลเกียรติยศ Grand Prize มูลค่า 500,000 บาท เพื่อสร้างพื้นที่ให้ผู้หญิงได้ถ่ายทอดประวัติศาสตร์และสะท้อนภาพสังคมผ่านงานเขียนที่ทรงพลัง โดยจากผลงานที่ส่งเข้าประกวดมากกว่า 70 เรื่อง คณะกรรมการได้คัดสรร 8 ผลงานคุณภาพที่ผ่านเข้าสู่รอบตัดสิน ดังนี้

          1. The Sea Speaks His Name โดย Leila S. Chudori (อินโดนีเซีย)
          2. Chinatown โดย Doan Anh Thuan (เวียดนาม)
          3. Memories of the Memories of the Black Rose Cat โดย วีรพร นิติประภา (ไทย)
          4. Tongueless โดย Lau Yee Wa (ฮ่องกง)
          5. Mountains More Ancient โดย Isna Marifa (อินโดนีเซีย)
          6. The Mountains Sing โดย Nguyen Phan Que Mai (เวียดนาม)
          7. Taiwan Travelogue โดย Yang Shuang Zi (ไต้หวัน)
          8. The Age of Goodbyes โดย Li Zi Shu (มาเลเซีย)




ซึ่งก่อนจะถึงช่วงเวลาสำคัญแห่งการประกาศเกียรติคุณ เหล่านักเขียนได้ร่วมเดินทางสัมผัสประสบการณ์ในทริป ‘One Day Trip to Ayutthaya’ เพื่อสำรวจมรดกโลกและรากแก้วทางประวัติศาสตร์ไทย ต่อด้วยกิจกรรม ‘Media & Publishing Tour’ ที่นำพาทั้ง 8 ท่าน ออกสำรวจกรุงเทพฯ ในฐานะเมืองหลวงแห่งวรรณกรรม เพื่อสัมผัสระบบนิเวศของอุตสาหกรรมสื่อและการพิมพ์ในประเทศไทย สร้างความประทับใจและความเข้าใจในบริบททางวัฒนธรรมก่อนเข้าสู่งานกาล่าค่ำคืนแห่งเกียรติยศ




บรรยากาศแห่งความยินดีมาบรรจบกันในค่ำคืนของวันที่ 3 เมษายน 2569 ณ งานกาล่า ‘Elite Plus Magazine 12th Anniversary Gala Celebration’ โดยงานนี้ได้รับเกียรติจาก ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) กล่าวเปิดงานและแสดงความยินดีต่อหมุดหมายสำคัญนี้ว่า “ในนามของธนาคารกรุงเทพ ผมขอแสดงความยินดีกับนิตยสาร Elite+ ที่ก้าวสู่หมุดหมายสำคัญครบรอบ 12 ปี สิ่งที่น่าประทับใจคือความสามารถในการปรับตัวท่ามกลางยุคดิจิทัลดิสรัปชัน เพื่อส่งต่อข้อมูลข่าวสารให้แก่พวกเราอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะผ่านช่องทางออนไลน์ที่เติบโตขึ้น”

นอกจากนี้ ดร.กอบศักดิ์ ยังได้เน้นย้ำถึงความภาคภูมิใจที่มีต่อรางวัลชมนาดอินเตอร์ฯ ว่า งานในปีนี้เป็นมงคลยิ่งที่ได้ร่วมประกาศผลรางวัล Chommanard International Women’s Literary Award เป็นครั้งแรก ธนาคารกรุงเทพภาคภูมิใจที่ได้สนับสนุนโครงการระดับนานาชาติที่ครอบคลุมทั้งอาเซียน จีน ฮ่องกง และไต้หวัน ซึ่งธนาคารจะยังคงให้การสนับสนุนโครงการนี้ต่อไป เช่นเดียวกับที่ธนาคารกรุงเทพเคยร่วมงานกับประพันธ์สาส์นในโครงการที่เป็นประโยชน์มากมาย อาทิ ค่ายวิจารณ์วรรณกรรม และการบริจาคหนังสือประจำปี




นอกเหนือจากมิติทางวรรณกรรม งานในค่ำคืนนี้ยังสะท้อนถึงพลังแห่งการแบ่งปัน โดย ดร.กอบศักดิ์ ได้กล่าวชื่นชมวิสัยทัศน์ของ นายอาทร เตชะธาดา และทีมงานที่มุ่งมั่นผลิตผลงานคุณภาพ พร้อมมอบเงินบริจาคจำนวน 100,000 บาท ในนามธนาคารกรุงเทพ ให้แก่ มูลนิธิบราเดอร์หลุยส์ ชาแนล เพื่อสนับสนุนการดูแลผู้สูงอายุ ผู้ยากไร้ และมอบทุนการศึกษาแก่เยาวชนและนักวิชาการ ซึ่งเป็นเจตนารมณ์ร่วมกันในการสร้างสังคมที่ยั่งยืน




b]จาก 12 ปีแห่งการเดินทาง สู่บทใหม่ของ Elite+ และเวทีวรรณกรรมสตรี[/b]

ในวาระเดียวกัน ดร.พิสุทธิ์ เลิศวิไล กรรมการบริหาร บริษัท อีลิท ครีเอทีฟ จำกัด ได้กล่าวเสริมถึงก้าวต่อไปของนิตยสารว่า ค่ำคืนนี้ถือเป็นหมุดหมายอันเป็นมงคลยิ่ง ในวาระที่เราได้เฉลิมฉลองการครบรอบ 12 ปีของนิตยสาร และผมยังรู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมากกับการเริ่มต้นก้าวสู่ปีที่ 13 ของเรา ซึ่งถือเป็นปีแห่งความหวังและโอกาส

ดร.พิสุทธิ์ ยังได้กล่าวถึงความสำคัญของรางวัลนี้ในฐานะที่เป็นการต่อยอดขยายผลมาจากรางวัลชมนาด (Chommanard Book Prize) ที่จัดขึ้นโดยสำนักพิมพ์ประพันธ์สาส์น และได้รับการสนับสนุนจากธนาคารกรุงเทพมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2550 เพื่อส่งเสริมและประกาศเกียรติคุณให้แก่นวนิยายที่ดีที่สุดซึ่งเขียนโดยนักเขียนหญิงชาวไทย “สำหรับรางวัล Chommanard International Women’s Literary Award ถูกจัดตั้งขึ้นเพื่อยกย่องนักเขียนหญิงที่ดีที่สุดในภูมิภาคอาเซียน จีน ฮ่องกง และไต้หวัน โดยทำการคัดเลือกผู้ชนะในระดับประเทศก่อนจะตัดสินผู้ชนะเลิศในระดับภูมิภาค ผลงานที่ส่งเข้าประกวดมีทั้งต้นฉบับภาษาอังกฤษและฉบับแปล ซึ่งคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิระดับนานาชาติของเราต้องทำงานอย่างหนักในการคัดสรรผลงานที่ยอดเยี่ยมที่สุด”




บทสรุปของค่ำคืนแห่งประวัติศาสตร์จบลงด้วยความยินดี เมื่อผู้ที่สามารถคว้ารางวัลสูงสุด Grand prize Award Winner of Chommanard International Women’s Literary Award ไปครองและคว้าเงินรางวัล 500,000 บาทได้สำเร็จ คือ Lau Yee Wa จากฮ่องกง กับผลงานเรื่อง ‘Tongueless’ นับเป็นการเปิดฉากยุคสมัยใหม่ของวรรณกรรมสตรีในระดับสากลอย่างสง่างาม โดยนิตยสาร Elite+ ยืนยันที่จะเดินหน้าเป็นสื่อกลางในการเสริมสร้างพลังให้กับผู้คนและชุมชน พร้อมสนับสนุนความก้าวหน้าในระดับภูมิภาคต่อไปในอนาคต
13
มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ห่วงใยสุขภาพ ลดภาระค่าใช้จ่ายประชาชนในส่วนภูมิภาค  ลงพื้นที่ 4 จังหวัดภาคเหนือ แจกจ่ายหน้ากากอนามัยแก่ผู้ได้รับผลกระทบ รวม 440,000 แสนชิ้น ฝ่าวิกฤตมหันตภัยจมฝุ่นพิษ [PM2.5เกินมาตรฐาน]




ระหว่างวันที่ 4-7 เมษายน พ.ศ. 2569 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นางสาวดวงชุตา ติยะพจนพรกุล รักษาการผู้จัดการฝ่ายสาธารณภัย นำเจ้าหน้าที่แผนกสาธารณภัย และแผนกบรรเทาสาธารณภัย ลงพื้นที่ประสบภัยฝุ่นพิษ [PM2.5เกินมาตรฐาน] อาทิ อำเภอเมือง หางดง แม่ริม สันทราย ดอยสะเก็ด และสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง และอำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย แจกจ่ายหน้ากากอนามัยแก่ประชาชนผู้ได้รับผลกระทบ รวม 440,000 ชิ้น คิดเป็นมูลค่ากว่า 2 แสนบาท โดยมี มูลนิธิเชียงใหม่สามัคคีการกุศล จังหวัดเชียงใหม่ มูลนิธิลำพูนสามัคคีการกุศล จังหวัดลำพูน และมูลนิธิลําปางสงเคราะห์ จังหวัดลำปาง และมูลนิธิสาธารณกุศลสงเคราะห์เชียงราย เป็นผู้ประสานงานและร่วมแจกจ่ายในพื้นที่







ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ตระหนักถึงวิกฤตการณ์ค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก [PM2.5] โดย ศาลเจ้าไต้ฮงกง มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง บูรณาการการจัดการเรื่อยมา ไม่ว่าจะเป็นการลดจำนวนกระถางธูปสักการบูชา การงดการเผากระดาษชุดเครื่องสักการะที่ศาลเจ้าฯ รวมถึงติดป้ายรณรงค์ขอความร่วมมือผู้มีจิตศรัทธางดจุดธูป-เทียน และแจ้งการจัดเก็บธูป-เทียนที่จุดแล้วเร็วขึ้น และจัดเจ้าหน้าที่ออกแจกจ่ายหน้ากากอนามัยแก่ประชาชนในพื้นที่ประสบภัย ด้วยความห่วงใย และ ตระหนักถึงสุขภาพประชาชนผู้มีจิตศรัทธาและสิ่งแวดล้อมส่วนรวม โดยตลอดระยะเวลากว่า 116 ปีของการก่อตั้งมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง  มูลนิธิฯ ได้ขยายขอบข่ายโครงการต่าง ๆ ออกไปอย่างกว้างขวาง ไม่เพียงแต่บำบัดทุกข์ บำรุงสุข แก่ผู้ตกทุกข์ได้ยากโดยไม่จำกัดเชื้อชาติ  ศาสนา เท่านั้น แต่ยังได้พัฒนาคุณภาพชีวิตอีกในหลายทาง เพื่อเป็นองค์กรสาธารณกุศลที่ช่วยเหลือประชาชนครบวงจรในทุกๆ ด้าน ต่อไป ดังปณิธาน “มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”




ติดตามข่าวสาร และกิจกรรมงานสาธารณกุศลมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้ที่ เว็บไซต์ www.pohtecktung.org และ เฟซบุ๊ก แฟนเพจ www.facebook.com/atpohtecktung 

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”
#แอปพลิเคชันและสายด่วนป่อเต็กตึ๊ง1418
#ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน








14
ทรูโฟร์ยู ช่อง 24 เสิร์ฟแอ็คชั่นเข้มข้น “สิสู้…เฒ่ามหากาฬ” ศักดิ์ศรีนักรบผู้ไม่ยอมแพ้


สำหรับคอหนังที่มองหาแอ็คชั่นดิบเดือดซึ่งสะท้อนศักดิ์ศรีของนักรบผู้ไม่ยอมจำนน ทรูโฟร์ยูขอเสนอ “Sisu-สิสู้…เฒ่ามหากาฬ” ภาพยนตร์การต่อสู้สุดระอุในฉากหลังปลายสงครามโลกครั้งที่สอง ถ่ายทอดผ่านการแสดงทรงพลังของ ยอร์มา ทอมมิล่า พร้อมทีมนักแสดงนานาชาติ กับฉากแอ็คชั่นเข้มข้น เลือดสาด และการเล่าเรื่องที่ไม่ประนีประนอม จนได้รับการยอมรับว่าเป็นผลงานโหด ดิบ และโดดเด่นไม่เหมือนใคร






สิสู้…เฒ่ามหากาฬ เป็นภาพยนตร์แอ็คชั่นที่พาผู้ชมย้อนสู่ปี พ.ศ. 2487 ช่วงปลายสงครามโลกครั้งที่สอง เมื่อ อาตามิ (ยอร์มา ทอมมิล่า) อดีตทหารผู้ปลีกวิเวกออกจากสนามรบ ใช้ชีวิตตามลำพังในพื้นที่รกร้างแห่งแลปแลนด์ โดยใช้แต่ละวันขุดดินเพื่อค้นหาทองคำ ความพยายามของเขาสัมฤทธิ์ผลเมื่อพบขุมทองจำนวนมหาศาลเพียงพอสำหรับการเริ่มต้นชีวิตใหม่ อาตามิจึงมุ่งหน้าเข้าเมืองเพื่อนำทองไปแลกเป็นเงินตรา แต่ระหว่างทางกลับต้องเผชิญกับกองทหารนาซีที่ยึดครองพื้นที่ นำโดย บรูโน่ (แอคเซล เฮนนี่) นายทหารหน่วยเอสเอสผู้โหดเหี้ยม เมื่อพวกเขาล่วงรู้ถึงทองคำที่ชายชราครอบครอง จึงเริ่มต้นการไล่ล่าอย่างไร้ความปรานี พร้อมส่ง วูล์ฟ (แจ็ค ดูแลน) และสมุนติดอาวุธครบมือออกตามล่า โดยไม่รู้เลยว่าเป้าหมายตรงหน้าคืออดีตทหารที่ผ่านสมรภูมินรกมาแล้วนับไม่ถ้วน การปะทะระหว่างนักรบผู้เดียวดายกับกองทัพนาซีจึงกลายเป็นสงครามย่อยที่เดิมพันด้วยชีวิต ศักดิ์ศรี และเสรีภาพ ชมความสนุกได้ในภาพยนตร์ “สิสู้…เฒ่ามหากาฬ” วันเสาร์ที่ 11 เมษายน 2569 เวลา 12.30 น. ทางทรูโฟร์ยู ช่อง 24 และทาง https://true4u.com/live/
15
ศูนย์การค้าแพลทินัม ชวนอิ่มฟินอร่อยกับโปรโมชั่นสุดคุ้ม
ในโอกาสพิเศษ Yenly Yours ฉลองครบรอบ 16 ปี


ศูนย์การค้าแพลทินัม ชวนอิ่มฟินอร่อยสุดคุ้ม เนื่องในโอกาสพิเศษ Yenly Yours ฉลองครบรอบ 16 ปี จากจุดเริ่มต้นด้วยความรักในมะม่วงน้ำดอกไม้ไทย สู่การรังสรรค์เมนูขนมหวานจากมะม่วง ที่ทั้งแปลกใหม่และอร่อยไม่ซ้ำใคร


เริ่มจากการคัดสรรมะม่วงน้ำดอกไม้สุกสีเหลืองทอง หอม หวาน ฉ่ำที่สุดของฤดูกาล นำมาจัดทำเมนูโปรด ได้แก่
Mango Sticky Rice : มะม่วงน้ำดอกไม้สุก หวานฉ่ำ เสิร์ฟพร้อมข้าวเหนียวมูนสูตรพิเศษจากข้าวเหนียวคุณภาพของไทย ราดกะทิข้นสูตรมันนัวร์ หอม เข้มข้นทุกคำ



Mango Jasmine Tea Mochi Mango Sticky Rice : ชามะลิหอมสดชื่น ปั่นรวมกับมะม่วงสีเหลืองทอง หวานกำลังดี ดื่มแล้วสดชื่นสุดๆ เพิ่มความฟินด้วย Mochi Mango Sticky Rice โมจิข้าวเหนียวมูนหนุบๆ เคี้ยวเพลิน ได้ฟีลข้าวเหนียวมะม่วงแบบเต็มคำในรูปแบบใหม่


เปิดเมนูจัดโปรโมชั่นฉลองครบรอบ 16 ปี ลดราคาพิเศษแบบ ที่ไม่ได้มีบ่อย ได้แก่ ข้าวเหนียวมะม่วง (ชุดเล็ก) ปกติ 159 บาท เหลือเพียง 99 บาท ชามะลิหอมมะม่วงปั่น Mochi Mango Sticky Rice 16 ออนซ์ ปกติ 129 บาท เหลือเพียง 75 บาท ทุกวัน จันทร์ – ศุกร์  เวลา 10:00 – 16:00 น. เฉพาะหน้าร้านเท่านั้น ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 30 เมษายน 2569 ที่ร้าน Yenly Yours ชั้น 1 ศูนย์การค้าแพลทินัม ติดตามข่าวสารร้านค้าและโปรโมชั่นเพิ่มเติมได้ที่ Facebook: Platinum Fashion Mall แพลทินัม แฟชั่น มอลล์
16
เจง วิไลลักษณ์ ภรรยาคนสวยของ พีท ทองเจือ พร้อมเพื่อนสนิท ดร.เจนีตา ร่วมบุญใหญ่โครงการบรรพชา #สามเณรภาคฤดูร้อน ประจำปี 2569 ถวายพระราชกุศลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถพระบรมราชพันปีหลวง ณ #วัดธาตุทอง พระอารามหลวง เขตวัฒนา


เจง -วิไลลักษณ์ ทองเจือ ผนึกใจเพื่อนสนิท ได้แก่ ดร.เจนีตา ชอบตวงทอง, เพ็ญพร วงศ์นพรัตน์เลิศ, รณิดา ณ ระนอง, ดนยธร จิรสันติ์ และเพื่อนจากหลายวงการ ร่วมบุญใหญ่เป็นเจ้าภาพร่วมบรรพชาสามเณร ใน "โครงการบรรพชาสามเณร ภาคฤดูร้อน ปี 2569 เพื่อน้อมถวายพระราชกุศลฯ" ณ วัดธาตุทอง พระอารามหลวง โดยภายในงานเต็มไปด้วยประชาชน ผู้ปกครองจำนวนมากที่มาร่วมอนุโมทนา


นับเป็นตัวอย่างที่ดี และเป็นกิจกรรมที่น่าสนับสนุน การที่เด็กๆได้มาบรรพชาหมู่ช่วงฤดูร้อนนั้น นอกจากจะเป็นการใช้เวลาช่วงปิดเทอมให้เกิดประโยชน์แล้ว ยังเป็นการพัฒนาตนเองให้เป็นคนดีมีความอดทน มีระเบียบวินัย ปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม และสร้างมิตรภาพใหม่ๆ ที่จะเป็นความทรงจำดีๆให้กับเด็กตลอดไป


คุณแม่เจง เสริมว่า ตัวเองเลี้ยงลูกมา 3 คนย่อมเข้าใจความรู้สึกของคนเป็นแม่ ยิ่งเด็กสมัยนี้อยู่กับหน้าจอมือถือ คอมพิวเตอร์ค่อนข้างมาก การที่ได้มาบวชเหมือนได้พักสมอง การสวดมนต์ยังช่วยให้เด็กๆสมาธิดีขึ้นอีกด้วย ส่วนเพื่อนๆที่มาร่วมบุญก็ฟีลกู้ด แฮปปี้กันทุกคน


สำหรับผู้ปกครองและบุคคลทั่วไป ที่สนใจอยากจะพาบุตรหลานร่วมกิจกรรมดีๆแบบนี้ โดยไม่มีค่าใช้จ่าย สอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook :  วัดธาตุทองพระอารามหลวง ช่องทางออนไลน์แก่ผู้ปกครองยุคใหม่ 





17
AP x TOA สองผู้นำพันธมิตรอสังหาฯ ประกาศความร่วมมือ Green Supply Chain
ยกระดับมาตรฐานการก่อสร้าง ส่งมอบ Living Quality เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน





บริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ TOA ตอกย้ำผู้นำอุตสาหกรรมสีอันดับ 1 เคมีภัณฑ์ก่อสร้าง และวัสดุก่อสร้างในประเทศไทย ประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญกับ บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) หรือ AP Thailand พันธมิตรผู้นำในการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำ รายแรกที่ประกาศเจตนารมณ์มุ่งขับเคลื่อน "Green Supply Chain" เต็มรูปแบบ พร้อมขยายเครือข่ายพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ด้านสิ่งแวดล้อม พลังงาน และวัสดุก่อสร้าง (Strategic Sustainability Partners) ที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมในทุกมิติ พร้อมส่งมอบคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืนให้กับผู้คน สังคม และโลกในระยะยาวไปร่วมกัน

นายรัชต์ชยุตม์ นันทโชติโสภณ President (ประธานฝ่ายบริหาร) บริษัท เอพี ไทยแลนด์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เอพี ไทยแลนด์ มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตในการอยู่อาศัยภายใต้วิสัยทัศน์ EMPOWER LIVING หรือชีวิตดีๆ ที่เลือกเองได้ พร้อมขับเคลื่อนธุรกิจภายใต้ยุทธศาสตร์ “CODE OF IN-DEPTH UNDERSTANDING” ซึ่งให้ความสำคัญกับความเข้าใจชีวิตผู้คนอย่างลึกซึ้งในทุกมิติ โดยหนึ่งในเสาหลักสำคัญคือ Code of Sustainable Impact ที่มุ่งยกระดับมาตรฐานความยั่งยืนของอุตสาหกรรม ผ่านกรอบการดำเนินงานที่บูรณาการแนวคิด ESG เข้าไว้ในทุกขั้นตอนของการพัฒนาโครงการ ตั้งแต่แนวคิดการออกแบบ การคัดเลือกวัสดุและนวัตกรรมก่อสร้าง ไปจนถึงประสบการณ์การอยู่อาศัยจริง




ทุกโครงการบ้านและคอนโดเอพี เลือกใช้วัสดุคุณภาพมาตรฐานระดับโลก

ความร่วมมือครั้งนี้นำไปสู่เป้าหมายในการส่งมอบชีวิตคุณภาพให้กับลูกค้าเอพี ไทยแลนด์ ด้วยการเลือกใช้วัสดุคุณภาพของทาง TOA ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและได้มาตรฐานระดับสากล โดยเฉพาะมาตรฐาน EPD (Environmental Product Declaration) ซึ่งเป็นฉลากสิ่งแวดล้อมที่เปิดเผยข้อมูลผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมของผลิตภัณฑ์ตลอดวัฏจักรชีวิตอย่างโปร่งใส รวมถึงการรับรองฉลากลดโลกร้อน (CFR – Carbon Footprint Reduction) จากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (TGO) ที่สะท้อนถึงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในกระบวนการผลิตอย่างเป็นรูปธรรม โดยเลือกใช้สีคุณภาพและวัสดุก่อสร้างรักษ์โลกจาก TOA ซึ่งได้มาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมและช่วยส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้อยู่อาศัย โดยนำไปใช้ในโครงการที่อยู่อาศัยของเอพีอย่างต่อเนื่อง อาทิ

          •   ผลิตภัณฑ์สีทาอาคาร ด้วยนวัตกรรมสีซุปเปอร์ชิลด์ (SuperShield) ซึ่งมีคุณสมบัติสะท้อนแสงแดดได้สูงสุดถึง 99.2% และสามารถคายความร้อนได้ถึง 90% ช่วยลดอุณหภูมิภายในบ้านได้สูงสุด 8.1 องศาเซลเซียส ส่งผลให้ช่วยลดการใช้พลังงานจากเครื่องปรับอากาศ และสีโฟร์ซีซั่น (4Seasons) ที่มีสารระเหยต่ำ ปลอดภัยต่อผู้อยู่อาศัย

          •   นวัตกรรมบรรจุภัณฑ์ถังสีที่ใช้พลาสติกรีไซเคิล ซึ่งช่วยลดการใช้พลาสติกใหม่ได้ประมาณ 20% ต่อถัง และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ถึง 322 กรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (gCO2e)

          •   ผลิตภัณฑ์กลุ่มวัสดุก่อสร้าง TOA Gypsum นวัตกรรมวัสดุรักษ์โลกใหม่ล่าสุดจากทาง TOA  ทั้งแผ่นยิปซัมชนิดมาตรฐาน (TOA Proboard) และแผ่นยิปซัมชนิดทนชื้น (TOA Waterproof) ซึ่งผ่านการรับรองฉลากลดโลกร้อน (CFR) จาก TGO รายแรกในประเทศไทย และมาตรฐาน LEED V4 & V4.1 จากองค์กรระดับสากลอย่าง USGBC ยืนยันว่าผลิตภัณฑ์มีสารระเหย VOCs ต่ำ ปลอดภัยต่อสุขภาพของทั้งช่างก่อสร้างและผู้อยู่อาศัย ซึ่งสอดคล้องกับการพัฒนาโครงการตามแนวทาง Green Building ในปัจจุบัน

ความร่วมมือดังกล่าวสะท้อนเสาหลักสำคัญ Code of Sustainable Impact ภายใต้ยุทธศาสตร์ CODE OF IN-DEPTH UNDERSTANDING ของเอพี ไทยแลนด์ ซึ่งมุ่งบูรณาการแนวคิดด้าน ESG เข้าไว้ในทุกขั้นตอนของการพัฒนาโครงการ ที่อยู่อาศัยคุณภาพในเครือเอพี ไทยแลนด์ ตั้งแต่การออกแบบที่คำนึงถึงการใช้พลังงานและสิ่งแวดล้อม การทำงานร่วมกับเครือข่ายพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ด้านสิ่งแวดล้อม พลังงาน และวัสดุก่อสร้างคุณภาพ ภายใต้บทบาทของ Strategic Sustainability Partners การบริหารจัดการของเสียจากกระบวนการก่อสร้าง ตลอดจนการพัฒนาพื้นที่สีเขียวและคุณภาพชีวิตของชุมชนโดยรอบ




ทั้งหมดนี้มีเป้าหมายเพื่อสร้างความสมดุลระหว่างการพัฒนาธุรกิจ คุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัย และความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อมในระยะยาวให้กับลูกค้าในทุกโครงการของเอพี ทั้งบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม บ้านแฝด และคอนโดมิเนียมสะท้อนแนวคิด Living Quality ของเอพี ไทยแลนด์ ที่มุ่งพัฒนาที่อยู่อาศัยคุณภาพ ควบคู่กับการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และร่วมสร้างสังคมคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน

ด้าน นายจตุภัทร์ ตั้งคารวคุณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เผยว่า TOA ได้ก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมจากการเป็นเพียงผู้ผลิตสีทาอาคาร สู่การประกาศจุดยืนอย่างแข็งแกร่งในฐานะ "ผู้นำ Total Solution for Living อย่างยั่งยืน" ซึ่งเป็นการทรานส์ฟอร์มองค์กรครั้งสำคัญเพื่อตอบรับวิถีชีวิตแห่งอนาคต ภายใต้วิสัยทัศน์ที่มุ่งเน้นการสร้าง "ความสุขในการอยู่อาศัย" ควบคู่ไปกับการดูแลโลก

โดยอีกหนึ่งความสำเร็จในปีนี้ คือการผนึกกำลังความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับพันธมิตรชั้นนำอย่าง เอพี ไทยแลนด์ ภายใต้เป้าหมายร่วมกันในการสร้างที่อยู่อาศัยที่ "ดีต่อใจและดีต่อโลก" TOA ได้นำนวัตกรรมวัสดุก่อสร้างครบวงจร ทั้งนวัตกรรมสีรักษ์โลก และแผ่นฝ้ายิปซัม เข้าไปเติมเต็มมาตรฐานการก่อสร้างของ AP เพื่อให้ทุกโครงการเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมตั้งแต่โครงสร้างจนถึงพื้นผิว




TOA เดินหน้าเต็มสูบสู่เป้าหมาย Net Zero Emissions ภายในปี 2050 ถือเป็นหมุดหมายสำคัญในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ผ่านพันธกิจ 7 Green Mission ที่เรานำมาปรับใช้จริงในทุกมิติ อาทิ Green Production & Energy โรงงานของเราใช้พลังงานสะอาดและลดขยะจากการผลิตอย่างต่อเนื่อง Greenovation & Green Certified พัฒนานวัตกรรมอย่าง TOA Organic Care ที่ใช้วัตถุดิบจากพืช และสี SuperShield สีทน สะท้อนแสงแดดสูงสุด 99.2% ช่วยประหยัดค่าไฟฟ้า ที่ได้รับรองฉลาก EPD และฉลากลดโลกร้อน (CFR) มากที่สุดในไทย ซึ่งโครงการของ AP Thailand ได้เลือกใช้ผลิตภัณฑ์เหล่านี้เพื่อส่งต่อบ้านที่ประหยัดพลังงานและปลอดภัยแก่ผู้อยู่อาศัย Green Reforestation โครงการปลูกป่าเพิ่มพื้นที่สีเขียว เพื่อช่วยดูดซับคาร์บอน รวมทั้งมิติ Green Partner & Value Chain การร่วมมือกับ AP คือต้นแบบของ Green Supply Chain ที่เราบริหารจัดการทรัพยากรและโลจิสติกส์ร่วมกันเพื่อลด Carbon Footprint ตลอดวงจรชีวิตของผลิตภัณฑ์

"ความร่วมมือกับเอพี ไทยแลนด์ ในครั้งนี้ คือการนำนวัตกรรมที่เราภาคภูมิใจอย่างสี SuperShield และ TOA Gypsum มาสร้างคุณค่าที่จับต้องได้จริง พร้อมกับโมเดลถังสีรีไซเคิล ซึ่งเป็นการพิสูจน์ว่าธุรกิจอสังหาฯ และวัสดุก่อสร้างสามารถพัฒนา Living Quality อย่างต่อเนื่องและแสดงให้เห็นถึงความร่วมมือกันเพื่อยกระดับมาตรฐานความยั่งยืนที่ส่งผลดีต่อผู้อยู่อาศัย สังคม และโลก" นายจตุภัทร์ ตั้งคารวคุณ กล่าวสรุป

#TOA #ทีโอเอ #Totalsolutionforliving #GreenMission #APThailand
18
อบจ.ภูเก็ต ปล่อยว่าวสู่ฟ้า! เปิดงาน “Phuket Kite Festival 2026”
เติมสีสันท้องฟ้าหาดกะรน ชูภูมิปัญญาว่าวไทยสู่เทศกาลสร้างสรรค์ระดับนานาชาติ


จังหวัดภูเก็ตคึกคักต้อนรับฤดูท่องเที่ยว เมื่อองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต จัดพิธีเปิดงานเทศกาลว่าวที่สุดอาร์ตแห่งปี!  “สีสันแห่งสายลม Phuket Kite Festival 2026” อย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 3 – 5 เมษายน 2569  ณ บริเวณสวนสาธารณะหนองหาน หาดกะรน อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต ท่ามกลางบรรยากาศคึกคักของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่มาร่วมชมความงดงามของว่าวหลากหลายรูปแบบที่โบยบินแต่งแต้มสีสันเหนือท้องฟ้าชายหาดภูเก็ต


ภายในพิธีเปิดงานเป็นไปอย่างคึกคัก ท่ามกลางท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยว่าวหลากหลายรูปแบบ ทั้งว่าวไทยพื้นบ้านจากภูมิภาคต่าง ๆ ของประเทศไทย ว่าวแฟนซี และว่าวขนาดใหญ่จากต่างประเทศ ที่ร่วมกันสร้างภาพความงดงามเหนือชายหาดกะรน เปรียบเสมือนงานศิลปะบนผืนฟ้าขนาดใหญ่ สะท้อนเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญาของไทยให้เป็นที่รู้จักในระดับสากล


นายเรวัต อารีรอบ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า การจัดงานในครั้งนี้ องค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต มีเป้าหมายสำคัญในการร่วมอนุรักษ์และสืบสานภูมิปัญญาการเล่นว่าวของไทย ซึ่งถือเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่สะท้อนถึงความคิดสร้างสรรค์และวิถีชีวิตของคนไทยมาอย่างยาวนาน พร้อมต่อยอดสู่กิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ที่ช่วยเติมสีสันและสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ต


“องค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ตมีความตั้งใจที่จะผลักดันให้ Phuket Kite Festival เป็นอีกหนึ่งเทศกาลสำคัญของจังหวัด ที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ โดยนำเสน่ห์ของว่าวไทยและว่าวนานาชาติมาสร้างสีสันบนท้องฟ้าเหนือชายหาดภูเก็ต ควบคู่กับการส่งเสริมการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจในพื้นที่ เราหวังว่างานในครั้งนี้จะสร้างความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยว และช่วยยกระดับภูเก็ตให้เป็นจุดหมายปลายทางของเทศกาลสร้างสรรค์ระดับนานาชาติในอนาคต”


สำหรับบรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยกิจกรรมที่น่าสนใจ อาทิ การแสดงว่าวทั้งว่าวไทยดั้งเดิม ว่าวแฟนซี และว่าวนานาชาติ เช่น ประเภทว่าวนานาชาติจากประเทศจีน ประเทศสิงคโปร์ ประเทศมาเลเซีย และประเทศโปแลนด์ ประเภทว่าวแฟนซี เช่น ว่าวมังกรของจีน ว่าวกวางโจเมืองหยางเจียง ว่าวรูปสัตว์ที่จะร่วมกันสร้างสีสันบนท้องฟ้าเหนือชายหาดภูเก็ตอย่างสวยงาม กิจกรรมเวิร์กชอปประดิษฐ์ว่าวและเพ้นท์ว่าวสำหรับเยาวชน รวมถึงกิจกรรมสร้างสรรค์ด้านสิ่งแวดล้อม เช่น การทำพวงกุญแจจากวัสดุรีไซเคิล นอกจากนี้ ยังมีโซน Creative Market จำหน่ายสินค้าและผลิตภัณฑ์ชุมชน โซน Craft Coffee และร้านอาหารชื่อดัง รวมถึง Food Truck ริมชายหาดที่พร้อมเติมเต็มบรรยากาศการท่องเที่ยวให้คึกคักตลอดทั้งวัน ขณะที่ช่วงค่ำยังมีการแสดงดนตรีจากศิลปินชื่อดังของไทย อาทิ วง Musketeers, OG-ANIC และ LAZYLOXY และวง ETC. ที่จะมาสร้างสีสันและความสนุกสนานให้กับนักท่องเที่ยวตลอดระยะเวลาการจัดงาน




ทั้งนี้ การจัดงาน “สีสันแห่งสายลม Phuket Kite Festival 2026” ยังเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมสำคัญในการประชาสัมพันธ์ศักยภาพด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ต ทั้งในมิติของธรรมชาติ วัฒนธรรม และกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ เพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของจังหวัดภูเก็ตในฐานะเมืองท่องเที่ยวระดับโลก และช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวของจังหวัดให้คึกคักยิ่งขึ้น




องค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต ขอเชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวร่วมสัมผัสความงดงามของท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยสีสันของว่าวหลากหลายรูปแบบ ในงาน “สีสันแห่งสายลม Phuket Kite Festival 2026” ระหว่างวันที่ 3 – 5 เมษายน 2569 ณ สวนสาธารณะหนองหาน หาดกะรน จังหวัดภูเก็ต พร้อมร่วมสร้างประสบการณ์แห่งความประทับใจและสีสันใหม่ของการท่องเที่ยวภูเก็ตไปด้วยกัน

19
ทีเส็บ จับมือเอกชนยกระดับ MICE Day สู่ Thailand MICE Week
มิติใหม่เปิดพื้นที่ทุกฝ่ายขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไมซ์ไทยครบวงจร



2 เมษายน 2569: สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ ปักหมุด      ปี 2569 สร้างเวทีกลางให้ภาครัฐและเอกชนร่วมขับเคลื่อนพัฒนาไมซ์ไทยครบวงจร จับมือสมาคมการแสดงสินค้า (ไทย) หรือ TEA และสมาคมส่งเสริมการประชุมนานาชาติ (ไทย) หรือ TICA ยกระดับงาน MICE Day ประจำปีสู่งาน Thailand MICE Week 2026 วันที่ 28–30 เมษายน 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยทีเส็บดึงงานไมซ์หลากหลายสาขาที่เคยแยกจัดตามวาระต่างๆ อาทิ MICE Standards Day, MICE Academy Day, MICE City Summit และ TEA ดึงงาน Thailand MICE X-Change หรือ TMX มาจัดร่วมกัน ภายใต้ร่มธง Thailand MICE Week เพื่อเชื่อมโยงสาระเชิงนโยบายและการพัฒนาจากภาครัฐและสาระเชิงธุรกิจและการพัฒนาของภาคเอกชนให้เกิดสาระเชิงทวีคูณที่ครอบคลุมทุกห่วงโซ่อุตสาหกรรมและผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย เปิดกว้างให้ผู้เข้าร่วมงานเก็บเกี่ยวสาระทุกองคาพยพของไมซ์ไทยในงานเดียว พร้อมตั้งเป้า Thailand MICE Week เป็น Net Zero Carbon Event งานแรกของประเทศไทย ตอกย้ำสร้างจุดขายความยั่งยืนให้กับอุตสาหกรรมไมซ์ไทย


ดร. ศุภวรรณ ตีระรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ เปิดเผยว่า สถานการณ์ความท้าทายและพัฒนาการใหม่ๆ ระดับโลกเป็นโจทย์ใหญ่ของทุกภาคธุรกิจ อุตสาหกรรมไมซ์ไทยจึงต้องเร่งดึงดูดผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่ายในห่วงโซ่อุตสาหกรรมไมซ์ให้มารวมตัวประสานความร่วมมือภายในแพลตฟอร์มเดียว เพื่อให้เกิดพลังแบบทวีคูณสำหรับขับเคลื่อนการพัฒนาที่สามารถครอบคลุมทุกมิติสำคัญของอุตสาหกรรมไมซ์ไทย ทีเส็บในฐานะองค์กรภาครัฐที่ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไมซ์จึงตัดสินใจยกระดับ งาน MICE Day ที่เดิมจัดระยะ 1 วันต่อเนื่องมา 5 ปีเป็นงาน Thailand MICE Week 2026 ระยะเวลา 3 วัน เริ่มต้นในปีนี้ วันที่ 28–30 เมษายน 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยร่วมมือกับพันธมิตรภาคเอกชน คือ สมาคมการแสดงสินค้า (ไทย) หรือ Thai Exhibition Association (TEA) และสมาคมส่งเสริมการประชุมนานาชาติ (ไทย) หรือ Thailand Incentive and Convention Association (TICA) ในการขับเคลื่อนงาน สาระสำคัญของการยกระดับงานคือทีเส็บดึงงานขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไมซ์ที่เคยจัดแบบแยกส่วนตามกลุ่มเป้าหมายที่แตกต่างกัน เช่น MICE Standards Day, MICE Academy Day, และ MICE City Summit ให้มาจัดในคราวเดียวกัน ในส่วนของภาคเอกชน TEA ได้นำงานประจำปี Thailand MICE X-Change หรือ TMX มาร่วมจัดกับงานของทีเส็บ ภายใต้ร่มธง Thailand MICE Week 2026 หรือเป็นการดึงการพัฒนาอุตสาหกรรมไมซ์ในทุกองคาพยพมารวมไว้ในแพลตฟอร์มเดียว เพื่อให้ผู้มีส่วนได้เสียในทุกฝ่ายมารวมตัวแลกเปลี่ยนเรียนรู้สร้างแรงบันดาลใจจับมือขับเคลื่อนการพัฒนาอุตสาหกรรมไมซ์ไทยให้มีพลังและก้าวไปในทิศทางเดียวกัน


“การรวมตัวระหว่างงานของทีเส็บกับงานของ TEA เป็นหนึ่งไฮไลท์สำคัญของงาน เพราะถือเป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยง ‘เวทีนโยบาย’ และ ‘เวทีธุรกิจ’ เข้าด้วยกันอย่างเป็นรูปธรรม โดยงาน Thailand MICE Week 2026 จะเป็นเวทีนำเสนอนโยบายและยุทธศาสตร์ระดับชาติ การถ่ายทอดองค์ความรู้และนวัตกรรมการส่งเสริมมาตรฐานและความยั่งยืน ส่วนงาน Thailand MICE X-Change 2026 จะเป็นแพลตฟอร์มเจรจาธุรกิจและจับคู่ทางการค้า ซึ่งจะทำให้การจัดงานครั้งนี้ครอบคลุมทั้งระบบนิเวศของอุตสาหกรรมไมซ์อย่างครบวงจร งาน Thailand MICE Week 2026 จึงกำหนดจัดภายใต้แนวคิด ‘MICE in Motion พลังไมซ์ ขับเคลื่อนไทยสู่อนาคต’ เพื่อใช้พลังความร่วมมือที่เข้มข้นขึ้นให้เกิดระบบนิเวศไมซ์ที่ผลักดันทิศทางของประเทศไทยในฐานะ Global MICE Destination และขับเคลื่อนประเทศสู่การเป็น Trustworthy Opportunity Connector หรือศูนย์กลางเชื่อมโยงโอกาสทางเศรษฐกิจของภูมิภาคอย่างเป็นระบบ”


ทั้งนี้ ผู้เข้าร่วมงานจะประกอบด้วยผู้กำหนดนโยบายการพัฒนาระดับประเทศและระดับนานาชาติ วิทยากรจากต่างประเทศสำหรับถ่ายทอดองค์ความรู้ระดับสากล ผู้บริหาร C-Level จากภาคธุรกิจไมซ์ การเดินทาง การบิน โรงแรม สถานที่จัดงาน ผู้สร้างนวัตกรรม นักลงทุน ตลอดจนคณาจารย์และนักศึกษา รวมจำนวนประมาณ 2,000 คน เพื่อร่วมผลักดันทิศทางอุตสาหกรรมไมซ์ไทยในระยะยาวที่ครอบคลุมทุกมิติสำคัญทั้งเชิงนโยบาย แนวโน้มและยุทธศาสตร์ เชิงธุรกิจและการตลาด เชิงการพัฒนาทรัพยากรขั้นพื้นฐานทั้งบุคลากรในภาคการศึกษา มาตรฐานสถานประกอบการ เมืองไมซ์ นวัตกรรมและความยั่งยืน ซึ่งจะทำให้ผู้เข้าร่วมงานจากทุกฝ่ายในอุตสาหกรรมไมซ์และผู้สนใจทั่วไปสามารถเก็บเกี่ยวความรู้ ก้าวทันสถานการณ์ไมซ์ได้อย่างครบครันในทีเดียว


นายลอย จุน ฮาว นายกสมาคมการแสดงสินค้า (ไทย) และ ประธานจัดงาน Thailand MICE X-Change 2026 กล่าวถึงความร่วมมือการจัดงานในครั้งนี้ ว่า “TMX 2026 จัดร่วมกับ Thailand MICE Week ของทีเส็บทำให้งาน TMX 2026 ไม่ได้เป็นเพียงงานที่รวมตัวผู้เชี่ยวชาญและผู้ที่เกี่ยวข้องในธุรกิจการจัดงานการประชุมและอีเวนต์ประจำปีเท่านั้น แต่ยังเป็นงานที่เชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนที่ได้มาพบปะกันแบบตัวต่อตัว สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการยกระดับและเตรียมความพร้อมให้ธุรกิจการจัดงานแสดงสินค้า งานประชุมและอีเวนต์ของประเทศไทยก้าวสู่อนาคตอย่างยั่งยืนร่วมกัน ด้วยการให้ความสำคัญกับนวัตกรรมดิจิทัล ความยั่งยืน  และความร่วมมือในระดับสากล เรากำลังสร้างบทบาทของประเทศไทยให้เป็นหนึ่งในศูนย์กลางด้านการจัดงานแสดงสินค้า งานประชุมและอีเวนต์ที่มีความแข็งแกร่งและมีศักยภาพสูงที่สุดในเอเชีย พร้อมขับเคลื่อนการลงทุน การค้า และการเติบโตทางธุรกิจที่ยั่งยืนในระดับภูมิภาค”


“Thailand MICE Week 2026” จึงไม่ใช่เพียงงานอีเวนต์ แต่เป็น “แพลตฟอร์มยุทธศาสตร์” ที่เป็นเครื่องมือขับเคลื่อนผลลัพธ์ให้กับระบบเศรษฐกิจ ความร่วมมือจากทุกภาคส่วน การสร้างโอกาสทางธุรกิจและการลงทุน ตลอดจนภาพลักษณ์ของประเทศไทยในเวทีโลก สะท้อนการยกระดับบทบาทของประเทศไทยจากผู้จัดงาน  สู่ศูนย์กลางการเชื่อมโยงโอกาสทางเศรษฐกิจในระดับภูมิภาค ภายใต้โมเดลการเติบโตที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมและความยั่งยืน


นางสาวประชุม ตันติประเสริฐสุข นายกสมาคมส่งเสริมการประชุมนานาชาติ (ไทย) หรือ TICA กล่าวว่า “TICA และ ทีเส็บได้ทำงานร่วมกันมาก้าวเข้าสู่ปีที่ 24 ในการยกระดับอุตสาหกรรมไมซ์ไทยในทุกองค์ประกอบ   ทั้งการพัฒนามาตรฐานและบุคลากรที่ทำงานในอุตสาหกรรม ผู้ใช้บริการ ภาคการศึกษา ร่วมทำการขายทำการตลาดทั้งในและต่างประเทศ การประชาสัมพันธ์ การดึงงานและการสนับสนุนงานร่วมกัน จึงเป็นรากฐานสำคัญสำหรับความร่วมมือกับทีเส็บในงาน Thailand MICE Week 2026 โดย TICA ในฐานะองค์กรภาคเอกชนที่มีสมาชิกเป็นผู้ประกอบการที่มีประสบการณ์และชำนาญการสูงในห่วงโซ่อุตสาหกรรมไมซ์มีความยินดีร่วมแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ เพื่อพัฒนาให้งานนี้เป็นแพลตฟอร์มยกระดับความร่วมมือของพันธมิตรทุกฝ่ายในอุตสาหกรรมไมซ์ไทยเพราะเชื่อมั่นว่าความร่วมมือที่แข็งแกร่งของทุกฝ่ายคือจุดแข็งของประเทศไทยในการแข่งขันระดับนานาชาติ”


งาน Thailand MICE Week 2026 นอกจากเป็นการรวบรวมงานไมซ์ที่หลากหลายมาไว้ในที่เดียว จะมีการจัดสรรพื้นที่กิจกรรม 12 พื้นที่นำเสนอพัฒนาการใหม่ๆ ของอุตสาหกรรมไมซ์ไทยที่เกิดจากความร่วมมือของทีเส็บและพันธมิตรภาคเอกชนและภาคการศึกษา ทั้งการอำนวยความสะดวกการจัดงาน นวัตกรรมสำหรับการจัดงาน เส้นทางบรรลุผลความยั่งยืน การพัฒนาบุคลากร การจับคู่ธุรกิจ ยุทธศาสตร์การพัฒนา Destination การสร้างกำลังคนรุ่นใหม่ เป็นต้น

ทีเส็บยังได้ตั้งเป้าหมายให้งาน Thailand MICE Week 2026 เป็น Net Zero Carbon Event งานแรกของประเทศไทย เพื่อส่งเสริมให้อุตสาหกรรมไมซ์ไทยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่วัดผลได้อย่างเป็นรูปธรรม  เป็นแบบอย่างให้กับการจัดงานในวงกว้างต่อไปและสามารถต่อยอดพัฒนาให้เป็นจุดขายของอุตสาหกรรมไมซ์ไทยในการแข่งขันระดับนานาชาติ ในภาพใหญ่เพื่อให้อุตสาหกรรมไมซ์ไทยมีส่วนร่วมขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านของประเทศสู่สังคมคาร์บอนต่ำตามยุทธศาสตร์ชาติอีกด้วย โดยทีเส็บได้เชิญชวนผู้ประกอบการและบุคลากรในอุตสาหกรรม MICE ร่วมใจลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ด้วยตนเองผ่านการคำนวณและชดเชยคาร์บอนฟุตพริ้นท์และก้าวสู่การเป็น “Net Zero MICE Champion” และจะมีการรับประกาศนียบัตรภายในงาน Thailand MICE Week 2026 ด้วย
20
Lonark  Le Blanc  กับสุดยอดตำนานดูแลผิวบทใหม่




เตรียมพบกับนวัตกรรมความงามในรูปแบบ พรีเมียมสกินแคร์ 4 step  ทุกสารสกัดบินลัดฟ้าอิมพอรต์จาก เกาหลีใต้ 100%  เตรียมส่งมอบมิติใหม่แห่งศาสตร์การบำรุง  พร้อมส่ง “กระทิง ขุนณรงค์” พระเอกฉายา “สุดหล่อหน้าหวาน” ขึ้นรับตำแหน่งพรีเซนเตอร์  ตอกย้ำความเป็นพระเอกหนุ่ม Perfect Look มากความสามารถ ที่ฮอตทุกบทบาท ในศักราชนี้   





Lonark พร้อมให้คุณร่วมสัมผัสประสบการณ์ดูแลผิว เตรียมพบกับที่สุดแห่งศาสตร์ของการบำรุงผิวกับการบำรุงนวัตกรรมระดับพรีเมียมอันเป็นเอกสิทธิ์เฉพาะของทาง Lonark  ในรูปแบบพรีเมียมสกินแคร์  4 สเตป ทั้ง 4 product catagories  ของแบรนด์ถูกคิดค้นและพัฒนาเพื่อให้ได้สุดยอดการบำรุงผสมผสานให้เกิดศาสตร์แห่งการบำรุงที่ครบและตอบโจทย์เพื่อคุณ ให้ผิวของคุณได้ Shining EveryDay 

Lonark ให้ความสำคัญกับการพัฒนา และ คัดเลือกสารสกัดสู่ทุกผิวสัมผัส ให้ทุกการบำรุงเปิดมิติใหม่แห่งศาสตร์การบำรุงที่ล้ำลึก และเป็นที่สุดของการบำรุงผิวเตรียมพร้อมเปิดประสบการณ์ดูแลผิวแบบยกระดับให้กับคุณ




ขอแนะนำกับสุดยอดการบำรุงศาสตร์เดียวที่ควบรวม 4 ผลิตภัณฑ์ คัดสรรสารสกัดระดับ Top Ingredients  มาไว้ให้คุณได้เตรียมพบกับทุกสัมผัสและประสบการณ์ใหม่แห่งการบำรุงผิว

1.“LONARK LE BLANC RADIANCE SERUM” เซรั่มเรือธง เปิดตัวไปครบ1ปี และ สร้างประสบการณ์ความงามบทใหม่ไปอย่างสวยงามกับทุกการตอบรับ จากกระแสบนโลกออนไลน์ ผ่านแคมเปญ การจัดกิจกรรมการตลาดจนเป็นที่รู้จักกันดี กับ  “เซรั่มซุปตาร์”  เป็นหัวใจของแบรนด์ มอบความกระจ่างใสให้ผิวของคุณอย่างเป็นธรรมชาติ พร้อมยกระดับคุณภาพผิวในทุกมิติ ให้ความชุ่มชื้น ความเรียบเนียน และ กลิ่นหอม สารสกัดเอกสิทธิ์จาก Tulipa Extract ที่มีใน แบรนด์ Lonark




2. “LONARK LE BLANC GLOW ESSENCE”  เอสเซนต์ระดับพรีเมียม ชูสารสกัดเด่น Plankton Extract มาคู่กับ C-PDRN สุดยอดเอสเซนต์ระดับพรีเมียมที่พร้อมส่งมอบความชุ่มชื่น และ ซ่อมแซมฟื้นฟูผิวที่หมองคล้ำของคุณให้กลับมากระจ่างใส ดูสุขภาพดี

3. “LONARK LE BLANC MICRO BEADS CLEANSING FOAM”  โฟมล้างหน้าผสมผสานไมโครบีดส์ ที่มาพร้อม Triple extract จาก  stemcell เฉพาะสกัดจากดอกทิวลิป , สารสกัดจากไข่ปลาแซลมอน รวมถึง peptides ให้ทุกสัมผัสของการล้างหน้า คืนความสะอาด เรียบเนียน พร้อมผลัดเซลล์ผิว ทุกสัมผัสไม่แห้งตึง ตอบโจทย์การล้างหน้าของคุณให้สดชื่นเป็น daily routine 




4. “LONARK LE BLANC AIRY SUNPROTECT SPF  50+ PA++++ นวัตกรรมครีมกันแดดสูตรบางเบา ให้ทุกการทาครีมกันแดดของคุณได้รับการปกป้องแสง UVA /UVB ในระดับที่ครอบคลุมค่า SPF สูงสุดในมาตรฐานสากล ให้ทุกการทา สัมผัสถึงความ AIRY ส่งต่อความรู้สึก เบาสบาย ไม่เหนียวเหนอะนะ คุณค่าปกป้องผิวที่ยกระดับเพื่อคุณ


 
 

Lonark ปรับกลยุทธ์เชื่อมการเข้าถึงแบรนด์ผ่านพรีเซนเตอร์ ฤกษ์ดีเปิดปีม้าทอง ปี 2569 ปรับภาพลักษณ์ของแบรนด์ให้ดูทันสมัย พรีเมียม สดชื่น ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์  และ เพิ่มความแข็งแรงผ่านพรีเซนเตอร์ ที่ทางแบรนด์ตัดสินใจเลือก “กระทิง ขุนณรงค์” ขึ้นรับตำแหน่งพรีเซนเตอร์ พรีเมียมสกินแคร์ 4 step ในปี 69

แบรนด์ฯ มีความมั่นใจว่า ภายในปี 2569 สินค้าภายใต้แบรนด์ Lonark จะมีการทำแคมเปญ กิจกรรมการตลาด ขยายกลุ่มลูกค้าสัดส่วนในกลุ่ม Gen Y และ Gen Z ในระหว่างปีนี้ จะได้เห็นประสบการณ์การขาย ผ่านกิจกรรมในรูปแบบการประชาสัมพันธ์ และ แคมเปญการตลาดที่รองรับการขยายฐานลูกค้าในทุกช่วงวัยเพิ่มมากขึ้นอย่างแน่นอน




เป้าหมายปีนี้ LONARK  มุ่งเน้นการขยายฐานลูกค้าของแบรนด์ไปในกลุ่มที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นกลุ่ม Teenage ,  First Jobber,  Men’s Skincare , LGBGTQIA+  ด้วยภาพลักษณ์ของ “กระทิง ขุนณรงค์” พรีเซนเตอร์ที่สื่อถึงความหล่อ สมบูรณ์แบบ ออร่าที่ผสมผสานความแข็งแรง กับการใส่ใจดูแลตัวเอง สัมผัสไลฟ์สไตล์ Sport , Healthy ถ่ายทอดความเป็น Perfect Look ตรงกับการสื่อสารผ่านสโลแกนของแบรนด์ “Power of Radiance , Your Power , Your Glow”  พร้อมสร้างสีสันให้วงการ บิวตี้สกินแคร์ อย่างแน่นอน




เตรียมพบกับ Lonark และ พรีเมียมสกินแคร์  4 Step ที่เตรียมพร้อมจะออกสู่ตลาดเร็วๆนี้  สามารถสอบถามรายละเอียด ข้อมูลผลิตภัณฑ์ และ สั่งซื้อออนไลน์ทุกช่องทาง

FB | IG : Lonarkofficial
Shopee I TikTok : Lonark
LINE : @Lonark
Tel : 02-0778767
เลือกช่องทางที่คุณสะดวก แล้วเริ่มต้นดูแลผิวแบบล้ำ ๆ ไปกับ LONARK

#LONARK #LONARKofficial
#เซรั่มซุปตาร์ #สกินแคร์นำเข้าจากเกาหลี #KBeautyInnovation
#Tops #BEAUTRIUM #watsons #gourmetmarket #PowerOfRadiance
#NewPresenter #กระทิงขุนณรงค์
#Krating
Pages: 1 [2] 3 4 ... 10