Recent Posts

Pages: 1 [2] 3 4 ... 10
11
DEX เดินเกมรุก Location-based Experience
ตั้งเป้า Event Business ดันรายได้โต 350 ล้านบาท ในปี 2569


เปิดฉากอย่างยิ่งใหญ่พร้อมกระแสตอบรับคึกคัก สำหรับ “One Piece Pop-up Cafe in Thailand” นิทรรศการและธีมคาเฟ่เต็มรูปแบบครั้งแรกในประเทศไทยของ ONE PIECE ณ Attraction Hall ชั้น 6 ไอคอนสยาม ภายในงานได้รับเกียรติจากนายกฤษณ์  สกุลพานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เดกซ์ (ดรีม เอกซ์เพรส) จำกัด (DEX) ผู้นำเข้าคอนเทนต์และลิขสิทธิ์อนิเมชันชั้นนำของประเทศไทย พร้อมด้วย MR. ALSTON LEE Head of Licensing (SEA) TOEI ANIMATION ENTERPRISES LIMITED. เจ้าของลิขสิทธิ์อนิเมชันระดับโลก และ ICONSIAM แลนด์มาร์กระดับโลกริมแม่น้ำเจ้าพระยา รวมถึง นักแสดงหนุ่มชื่อดัง จี๋ สุทธิลักษณ์  ร่วมเปิดงาน ท่ามกลางบรรยากาศอบอุ่นและเสียงตอบรับจากแฟนๆ วันพีซที่มาร่วมสัมผัสประสบการณ์อย่างล้นหลาม


นายกฤษณ์ สกุลพานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เดกซ์ (ดรีม เอกซ์เพรส) จำกัด เปิดเผยว่า งานนี้เกิดจากความร่วมมือระหว่าง DEX, TOEI ANIMATION ENTERPRISES และ ICONSIAM เนรมิตพื้นที่กว่า 600 ตารางเมตร ให้กลายเป็นจักรวาล ONE PIECE แบบ 360 องศา ที่ได้รับความสนใจอย่างมากจากผู้ประกอบการ สื่อมวลชน และพันธมิตร รวมถึงแฟนๆ ที่มาร่วมงานอย่างคับคั่ง ซึ่งสะท้อนให้เห็นโอกาสทางเศรษฐกิจและความร้อนแรงของตลาดคอนเทนต์ญี่ปุ่นในไทยที่ยังเติบโตอย่างต่อเนื่อง


โปรเจกต์ “One Piece Pop-up Cafe in Thailand” คือก้าวสำคัญของบริษัทฯ ที่จะเติมเต็มโมเดลรายได้จากการบริหารลิขสิทธิ์ สู่การสร้างประสบการณ์และการต่อยอดในเชิงพาณิชย์เต็มรูปแบบ โดยในปี 2569 ถือเป็นปีแห่งการขยายธุรกิจเชิงรุก โดยเฉพาะกลุ่ม Event & Experience ที่บริษัทตั้งเป้าให้เป็นหนึ่งในกลไกขับเคลื่อนการเติบโต (Growth Engine) จากที่ผ่านมา รายได้หลักของ DEX มาจากธุรกิจลิขสิทธิ์ การจัดจำหน่าย และสินค้า Merchandise เป็นหลัก คิดเป็นสัดส่วน 70% ของรายได้รวม ขณะที่รายได้จากอีเวนต์ยังอยู่ในระดับ 10% เท่านั้น ปีนี้จึงตั้งเป้าขยับสัดส่วนรายได้จากธุรกิจ Event & Experience เพิ่มเป็น 20% ของรายได้รวมทั้งหมด


“สำหรับ One Piece Pop-up Cafe in Thailand เราประเมินว่า หากมีผู้เข้าชมเฉลี่ย 500 - 1,000  คนต่อวัน จะมีจำนวนผู้เข้าชมรวม 100,000 - 200,000 คน ตลอดระยะเวลาจัดงาน โดยคาดว่าอัตราการใช้จ่ายเฉลี่ยต่อหัว (รวมอาหาร เครื่องดื่ม และสินค้า Limited Edition) 1,000 บาทต่อบิล ซึ่งจะสร้างรายได้รวมจากโครงการนี้ 50 - 100 ล้านบาท ช่วยผลักดันการเติบโตของรายได้รวมในปี 2569 นายกฤษณ์ สกุลพานิช กล่าว


นายกฤษณ์ สกุลพานิช เปิดเผยเพิ่มเติมว่า นอกจากรายได้โดยตรงจากคาเฟ่และสินค้าแล้ว บริษัทฯ ประเมินว่ามูลค่าทางอ้อม และ การสร้าง Brand Equity การขยายฐานลูกค้าใหม่ และการต่อยอด Licensing Deal ในอนาคต จะเป็นปัจจัยสนับสนุนการเติบโตในระยะยาว โดยเฉพาะเมื่อจัดงานในทำเลแลนด์มาร์กระดับโลกอย่าง ICONSIAM ซึ่งมีทั้งฐานลูกค้าในประเทศและนักท่องเที่ยวต่างชาติ จึงสามารถขยายฐานรายได้เกินกว่าตลาดแฟนคลับเดิม ซึ่งบริษัทฯ ตั้งเป้าว่า ภายใน 3 ปีข้างหน้า ธุรกิจ Event & Experience จะกลายเป็นหนึ่งในรายได้หลักขององค์กร และช่วยให้รายได้รวมของบริษัทฯ เติบโตเฉลี่ยปีละ 30% อย่างต่อเนื่อง พร้อมเตรียมเดินหน้าพัฒนาโปรเจกต์ IP Experience เพิ่มเติมในช่วงครึ่งปีหลัง อาทิ ยอดนัดสืบจิ๋วโคนัน (Detective Conan), ดาบพิฆาตอสูร (Demon Slayer) และความร่วมมือกับพันธมิตรเชิงกลยุทธ์รายอื่นในอนาคต

“One Piece Pop-up Cafe in Thailand คือ จุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนผ่านเชิงกลยุทธ์ ที่เราไม่ได้มองเป็นเพียงอีเวนต์หนึ่งงาน แต่กำลังวางรากฐานแพลตฟอร์มธุรกิจใหม่ ที่ต่อยอดลิขสิทธิ์ระดับโลก เพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจในประเทศอย่างยั่งยืน” นายกฤษณ์ สกุลพานิช กล่าวทิ้งท้าย



สำหรับแฟนๆ ONE PIECE ท่านใด สนใจสัมผัสบรรยากาศความสนุกและความผูกพันกับเรื่องราวการผจญภัยระดับตำนาน สามารถเข้าชมนิทรรศการ “One Piece Pop-up Cafe in Thailand” ได้ฟรีตั้งแต่วันนี้ ถึง 31 ตุลาคม 2569 ณ Attraction Hall ชั้น 6 ไอคอนสยาม ผู้ที่สนใจเข้าร่วมงานสามารถติดตามรายละเอียดรวมไปถึงกิจกรรมต่างๆ ข้อมูลโปรโมชั่นสุดพิเศษ พร้อมสิทธิประโยชน์ต่างๆ เพิ่มเติมได้ที่ทางช่องทางของ DEX https://www.facebook.com/ONEPIECE.POPUP.TH และ ICONSIAM https://www.facebook.com/ICONSIAM

12
“COMMART GAMEFORCE 2026”
มหกรรมไอทีต้นปี ’69 กระแสแรง กวาดยอดขายตามเป้า


              บมจ.เออาร์ไอพี ผู้จัดงาน “COMMART GAMEFORCE ” มหกรรมสินค้าไอทีต้นปี 2569 ประสบความสำเร็จตามเป้าหมาย นักช้อปเนืองแน่น ตลอด 4 วัน ระหว่างวันที่ 5-8 มีนาคม  2569 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค และสินค้าที่ขายดีประกอบด้วย Laptop / โน้ตบุ๊ก  และ คอมพิวเตอร์ประกอบ (ComSet / DIY) ตอกย้ำความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่ให้ความสนใจงานคอมมาร์ตอย่างต่อเนื่อง พร้อมเดินหน้าจัดงานคอมมาร์ต กลางปีต่อไป วันที่ 2-5 กรกฎาคม 2569  ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทคที่เดิม


              นายพรชัย จันทรศุภแสง ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อไอซีทีและการจัดงาน บริษัท เออาร์ไอพี จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า งาน “COMMART GAMEFORCE” ไม่เพียงเป็นมหกรรมแสดงสินค้าไอทีเท่านั้น แต่ยังเป็น “ดัชนีชี้วัด” สำคัญที่สะท้อนความแข็งแกร่งของกำลังซื้อในกลุ่มสินค้าเทคโนโลยีของผู้บริโภคไทย โดยเฉพาะในช่วงที่ตลาดกำลังเข้าสู่การเปลี่ยนผ่านสู่ยุค AI PC อย่างเต็มรูปแบบ จึงกระตุ้นให้เกิดรอบการอัปเกรดคอมพิวเตอร์ครั้งใหม่ ทั้งนี้ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับการลงทุนในอุปกรณ์ไอทีคุณภาพสูงมากขึ้น และมักรอจังหวะการซื้อในช่วงที่มีโปรโมชั่นคุ้มค่า


              โดยภายในงานพบว่ากลุ่มสินค้า Com Set / DIY และ Gaming Gear ได้รับแรงหนุนสำคัญจากการเปิดตัวการ์ดจอซีรีส์ใหม่ล่าสุด GeForce RTX™ 50 Series ที่เหล่าเกมเมอร์ทั่วโลกต่างตั้งตารอ ขณะเดียวกัน งาน Commart ยังก้าวสู่การเป็นคอมมูนิตี้เกมเมอร์ ด้วยกิจกรรมทดลองเล่นเกมระดับโลกบนเครื่องที่สเปกแรงที่สุด เช่น Resident Evil Requiem พร้อมกันนี้ยังมีกิจกรรมส่งเสริมการขายภายในงาน อาทิ Commart on Top, Commart วัดดวง และ Commart Big Bonus ที่ช่วยกระตุ้นให้ผู้เข้าชมงานตัดสินใจซื้อสินค้าได้ง่ายขึ้น


              นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการจัดจุดรับทิ้ง E-Waste เพื่อส่งเสริมการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์อย่างเหมาะสม สะท้อนถึงความใส่ใจของผู้จัดงานที่มุ่งสร้างประสบการณ์ (Experience) ที่ดีให้กับผู้เข้าชมงาน ควบคู่กับการสนับสนุนแนวคิดด้านสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน


              โดยสินค้าขายดียังเป็น Laptop โน้ตบุ๊ก 49%, คอมพิวเตอร์ประกอบ (Com Set DIY) 20%, สมาร์ทโฟน 13%, Gaming Gear (อุปกรณ์เสริมสำหรับเกม) 10% และ GPU การ์ดจอ 8% และในส่วนของแบรนด์สินค้าที่ขายดีในงาน ได้แก่ Acer / AMD / Apple / Asus / Galax / Gigabyte / Hp / Intel / Lenovo และ MSI


              ร้านค้าปลีกที่ขายดี ได้แก่  Banana / IT CITY / JIB / Speed และ SPVi  โอกาสนี้ในฐานะผู้จัดงานขอบคุณทุกฝ่ายที่เป็นส่วนหนึ่งในพลังที่ทำให้งาน  “COMMART GAMEFORCE” ประสบความสำเร็จ


              เพื่อเป็นการขอบคุณทางผู้จัดงานได้จับรางวัลในกิจกรรม Commart Bonus สิทธิ์ในการลุ้นรางวัล Gadget เก๋ๆ ซึ่งมีการจับสลากผู้โชคดีแบบรายวันไปเรียบร้อยแล้ว สามารถติดตามผลรางวัลได้ที่ www.commartThailand.com, www.facebook/commartThailand
13
"MOTOR EXPO" เผยโฉมผู้โชคดี
มอบรถยนต์ 3 คัน จักรยานยนต์ 1 คัน


            “IMC สื่อสากล” ผู้จัดงาน “มหกรรมยานยนต์” มอบรางวัลรถยนต์ 3 คัน จักรยานยนต์ 1 คัน แก่ผู้โชคดีที่ร่วมกิจกรรมชิงรางวัลจากงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42” เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2569 ดังนี้


            ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ ประธานจัดงาน มอบรางวัลรายการ “ซื้อรถ...ชิงรถ” AVATR 11 รุ่น STANDARD RANGE มูลค่า 2,099,000  บาท ผู้ได้รับรางวัล ได้แก่ ว่าที่ ร.ต.เอนก อิสระมงคลพันธุ์ จังหวัดเชียงใหม่


            ชลัทชัย ปภัสร์พงษ์ รองประธานจัดงาน ควบคุมงานด้านการบริหารงานทั่วไป มอบรางวัลรายการ “ซื้อบัตร...ชิงรถ” MITSUBISHI XFORCE รุ่น ULTIMATE มูลค่า 1,059,000 บาท ผู้ได้รับรางวัล ได้แก่ ภูมิพร ไชยเดช กรุงเทพฯ


            ชไมพร ปภัสร์พงษ์ รองประธานจัดงาน ควบคุมงานด้านการตลาดสัมพันธ์ มอบรางวัลรายการ “ชมงานผ่าน MOTOR EXPO APP ชิงรถ" WULING BINGUO รุ่น DC ICON มูลค่า 429,000 บาท ผู้ได้รับรางวัล ได้แก่ กมลพร ชลไชยะ จังหวัดร้อยเอ็ด


            วราทิพย์ คำนึงคุณ กรรมการผู้จัดการ บริษัท มอเตอร์ไซเคิล เอ็กซ์โป จำกัด มอบรางวัลรายการ “ซื้อมอเตอร์ไซค์...ชิงบิกไบค์” SUZUKI รุ่น GSX-8R มูลค่า 419,000 บาท ผู้ได้รับรางวัล ได้แก่ รัชพล แช่มจันทร์ จังหวัดตาก

            พบกับงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 43” ณ อาคารชาลเลนเจอร์ IMPACT เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 2-13 ธันวาคม 2569 ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ motorexpo.co.th และทุกสื่อในเครือ “IMC สื่อสากล”
14
ไทเชฟ บุกญี่ปุ่น จัดขบวนสินค้าออกบูธงาน FOODEX JAPAN 2026


            ไทเชฟ (ThyChef) ผู้นำด้านผงโรยอาหารและผงชงเครื่องดื่มหลากหลายรสชาติ ยกทัพสินค้าจัดแสดงและจำหน่ายที่งาน FOODEX JAPAN 2026 ซึ่งเป็นงานแสดงสินค้าอาหารและเครื่องดื่มระดับนานาชาติ ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย โดยครั้งนี้ไทเชฟได้นำผลิตภัณฑ์ฟรีซดราย 4 รสชาติ ผงปรุงรสแบบกระป๋องที่ใช้งานง่าย พกพาสะดวก ควรมีไว้ติดบ้าน และผงปรุงรสแบบซองรสชาติต่าง ๆ อาทิ ผงปรุงรสชีส รสต้มยำ รสบาร์บิคิว ฯลฯ รวมถึงอาหารทานเล่นที่นำมาคลุกเคล้ากับผงปรุงรส สำหรับทดลองชิมฟรี ซึ่งบูธของไทเชฟมีผู้ประกอบการ และผู้ที่สนใจเข้าร่วมชมเป็นจำนวนมากทั้งคนไทยและต่างชาติ ตั้งแต่วันที่ 10–13 มีนาคม 2569 ณ Booth No.027 ณ Tokyo Big Sight กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น


            นอกจากนี้ไทเชฟยังมีผงโรยอีกหลายหลายรสชาติให้เลือกสรร อาทิ รสบาร์บีคิว, ปาปริก้า, ชีส, ต้มยำ, และวิงค์แซ่บ ฯลฯ สำหรับผู้ที่สนใจผงปรุงรสข้าวโพดหวานในขนาด 200 กรัม และขนาดใหญ่ 450 กรัม สามารถหาซื้อได้ที่ร้านจำหน่ายอุปกรณ์เบเกอรี่ทั่วประเทศ หรือสั่งซื้อทางออนไลน์กับบริการ “ฟาสต์ ไทเชฟ” สั่งวันนี้ ส่งวันนี้พรุ่งนี้ถึง เร็วทันใจที่ www.thychef.com หรือคลิก https://line.me/R/ti/p/%40vul8664q หรือทาง Lazada : https://www.lazada.co.th/shop/ thychef, Shopee : https://s.shopee.co.th/ 7zslrSS489, FB: ThyChef, ID Line: @thychef สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02-968-3723-6

#ThyChef #FoodexJapan #ผงปรุงรสไทยเชฟ #TokyoBigSight #JapanExhibition





15
pชาวภูเก็ต เตียมเฮ ชมงานงานแสดงแสง สี เสียง ละครอิงประวัติศาสตร์ท้าวเทพกระษัตรีท้าวศรีสุนทร วีรสตรีผู้ยืนหยัดเคียงข้างเมืองถลาง  และกิจกรรมด้านศิลปวัฒนธรรม ณ ลานวัฒนธรรมและประเพณีท้องถิ่น ประจำปี 2569 ภายใต้ “โครงการสดุดีท้าวเทพกระษัตรีท้าวศรีสุนทร”  ในวันที่ 13 - 16 มีนาคม 2569 ณ อนุสรณ์สถานเมืองถลาง จังหวัดภูเก็ตสองดาราดัง!! “ฮาน่า ลีวิส – อาภา ภาวิไล” รับบท ย่าจัน – ย่ามุก ร่วมถ่ายทอดตำนานเมืองถลาง


โดยทั้งสองนักแสดงนำ ได้กล่าววถึงการได้ร่วมงานในครั้งนี้ว่า


ย่าจัน ท้าวเทพกระษัตรี
วีรสตรีผู้ยืนหยัดเคียงข้างเมืองถลาง
นำแสดงโดย ฮาน่า ลีวิส



“ การได้รับถ่ายทอดบทบาท “ย่าจัน” คือเกียรติสูงสุดในฐานะนักแสดงคนหนึ่ง ย่าจัน ไม่ใช่เพียงวีรสตรีในประวัติศาสตร์ แต่คือพลังของความกล้าหาญ ความรักบ้านเกิด และการยืนหยัดเพื่อแผ่นดินของผู้หญิงไทย

เรื่องราวของย่าจัน คือแรงบันดาลใจที่บอกเล่า ความกล้าหาญไม่เคยมีขอบเขตของกาลเวลา”


ย่าจัน หรือ ท้าวเทพกระษัตรี คือหนึ่งในสองวีรสตรีผู้ยิ่งใหญ่แห่งเมืองถลาง ผู้เป็นสัญลักษณ์ของความกล้าหาญ ปัญญา และความเสียสละเพื่อปกป้องบ้านเมืองจากศัตรู ย่าจันมิได้เป็นเพียงผู้นำหญิงในยามศึก แต่ยังเป็นศูนย์รวมจิตใจของผู้คน ผู้ปลุกพลังศรัทธาและความสามัคคีให้ชาวเมืองถลางลุกขึ้นยืนหยัดเคียงข้างกัน เพื่อรักษาแผ่นดินอันเป็นที่รัก

ในการแสดงแสง สี เสียง ละครอิงประวัติศาสตร์ครั้งนี้ บทบาทของ ย่าจัน ถ่ายทอดผ่านการแสดงของ ฮาน่า ลีวิส นักแสดง สังกัดสถานีโทรทัศน์สีกองทัพบก ช่อง 7 ผู้มีบุคลิกสง่างาม แข็งแกร่ง และเปี่ยมพลังทางการแสดง อีกทั้งยังเป็นเจ้าของตำแหน่ง มิสทีนไทยแลนด์ 2010 ซึ่งสะท้อนถึงความสามารถและความโดดเด่นที่ได้รับการยอมรับในระดับประเทศ

การถ่ายทอดบทบาทย่าจันโดย ฮาน่า ลีวิส ไม่เพียงสะท้อนความกล้าหาญและภาวะผู้นำของวีรสตรีในหน้าประวัติศาสตร์ หากยังเชื่อมโยงเรื่องราวแห่งอดีตสู่หัวใจของคนรุ่นใหม่ ให้ได้ตระหนักถึงคุณค่าของการเสียสละ ความกตัญญูกตเวที และพลังของผู้หญิงไทยที่ยืนหยัดเพื่อแผ่นดินมาตั้งแต่อดีตจวบจนปัจจุบัน


ย่ามุก ท้าวศรีสุนทร
วีรสตรีผู้ยืนหยัดเคียงข้างเมืองถลาง

นำแสดงโดย อาภา ภาวิไล (แม็กกี้)



“การได้สวมบทบาทย่ามุก คือเกียรติสูงสุดในฐานะนักแสดง และเป็นโอกาสสำคัญในการถ่ายทอดความกล้าหาญและความเสียสละของวีรสตรีผู้ยิ่งใหญ่ ให้คนรุ่นใหม่ได้จดจำและภาคภูมิใจ  “ย่ามุก” ไม่ใช่เพียงตัวละครในประวัติศาสตร์ แต่คือแรงบันดาลใจของความเข้มแข็ง ความรักบ้านเกิด และพลังของผู้หญิงไทย”

ย่ามุก หรือที่ประวัติศาสตร์จารึกนามไว้ในนาม ท้าวศรีสุนทร คือหนึ่งในสองวีรสตรีผู้ยิ่งใหญ่แห่งเมืองถลาง ผู้มีบทบาทสำคัญในการร่วมปกป้องบ้านเมืองในยามที่แผ่นดินเผชิญภัยคุกคาม ด้วยหัวใจที่เข้มแข็ง ปัญญาอันเฉียบแหลม และความเสียสละเพื่อส่วนรวม

ย่ามุกมิได้เป็นเพียงสตรีผู้ยืนอยู่เบื้องหลัง หากแต่เป็นกำลังสำคัญที่ร่วมวางแผน รวมพลังผู้คน และสร้างขวัญกำลังใจให้ชาวเมืองถลางยืนหยัดต่อสู้เพื่อผืนแผ่นดิน ความกล้าหาญและความสามัคคีที่ย่ามุกถ่ายทอด จึงกลายเป็นพลังสำคัญที่ทำให้เมืองถลางสามารถฝ่าฟันวิกฤตและคงอยู่มาจนถึงปัจจุบัน

ในการแสดงแสง สี เสียง ละครอิงประวัติศาสตร์ครั้งนี้ บทบาทของ ย่ามุก ถ่ายทอดผ่านการแสดงของ
อาภา ภาวิไล หรือ “แม็กกี้” นักแสดงและนางแบบชาวไทย ผู้มีบุคลิกสง่างามและพลังการแสดงที่สามารถถ่ายทอดอารมณ์ ความเข้มแข็ง และความอ่อนโยนในคราวเดียวกัน

การรับบทเป็นย่ามุกของอาภา ภาวิไล จึงไม่ใช่เพียงการแสดงบทบาททางประวัติศาสตร์ หากแต่เป็นการถ่ายทอดจิตวิญญาณของวีรสตรีผู้ยิ่งใหญ่ ให้กลับมามีชีวิตอีกครั้งบนเวที เพื่อให้ผู้ชมได้สัมผัสถึงความเสียสละ ความรักแผ่นดิน และคุณค่าของบรรพชนผู้สร้างรากฐานให้เมืองถลางและจังหวัดภูเก็ตในวันนี้
16
มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เข้ารับมอบโล่ประกาศเกียรติคุณจากพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา องคมนตรี รองประธานมูลนิธิโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช เนื่องในวาระที่มูลนิธิฯ สนับสนุนครุภัณฑ์ทางการแพทย์มูลค่า 1.12 ล้านบาท ให้แก่โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชนครไทย จังหวัดพิษณุโลก




วันนี้ (วันพุธที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2569) มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นางจินดา บุญลาภทวีโชค กรรมการตรวจสอบ รับมอบโล่ประกาศเกียรติคุณจาก พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา  องคมนตรี  รองประธานมูลนิธิโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช เนื่องในวาระที่มูลนิธิฯ ได้ทำคุณประโยชน์โดยการสนับสนุนครุภัณฑ์ทางการแพทย์ “ชุดมอเตอร์ไถผิวหนังระบบแบตเตอรี่ และขูดผิวหนัง” มูลค่า 1,125,000 บาท (หนึ่งล้านหนึ่งแสนสองหมื่นห้าพันบาทถ้วน) ให้แก่โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชนครไทย จังหวัดพิษณุโลก เพื่อพัฒนาการรักษาพยาบาลแก่ผู้ป่วยในส่วนภูมิภาค ตามปณิธานของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งในด้าน “รักษาชีวิต” ณ ห้องประชุมราชาวดี โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชนครไทย จังหวัดพิษณุโลก




ทั้งนี้  มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ริเริ่มการสนับสนุนอุปกรณ์และเครื่องมือทางการแพทย์เป็นครั้งแรก เนื่องในโอกาสครบรอบ 110 ปี มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เมื่อปี พ.ศ. 2563 รวมทั้งในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยได้มีการสนับสนุนเรื่อยมา ไม่ว่าจะเป็นการมอบครุภัณฑ์และอุปกรณ์ทางการแพทย์ มอบรถพยาบาลติดตั้งอุปกรณ์ มอบรถ X-Ray เคลื่อนที่ระบบดิจิทัล มอบห้องผ่าตัดปลอดเชื้อ มาตรฐาน ISO7 เป็นต้น รวมงบประมาณการสนับสนุนอุปกรณ์และเครื่องมือทางการแพทย์นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2563 เป็นต้นมาไม่ต่ำกว่า 199 ล้านบาท




ตลอดระยะเวลากว่า 116 ปี ที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ขยายขอบข่ายโครงการต่าง ๆ ออกไปอย่างกว้างขวาง นอกจากจะบำบัดทุกข์ บำรุงสุข แก่ผู้ตกทุกข์ได้ยากโดยไม่แบ่งแยกเชื้อชาติ วรรณะ และศาสนา ยังเป็นองค์กรสาธารณกุศลที่ช่วยเหลือประชาชนครบวงจรในทุกๆ ด้าน รวมทั้งการสนับสนุนงานด้านสาธารณสุขให้กับประชาชนที่ด้อยโอกาส ดังปณิธาน มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต

ติดตามข่าวสาร และกิจกรรมงานสาธารณกุศลมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้ที่ สายด่วนป่อเต็กตึ๊ง 1418, เว็บไซต์ www.pohtecktung.org ได้ที่ เฟซบุ๊ก แฟนเพจ www.facebook.com/atpohtecktung หรือดูรายละเอียดช่องทางที่สะดวกได้ที่ https://linktr.ee/pohtecktung

** มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต **


17
โฮมโปร ยกระดับสิทธิพิเศษ HomeCard Prestige
ชวนเปิดประสบการณ์ "DIY for Better Living: HomeCard x CHANG HomePro Workshop"
เปลี่ยนแรงบันดาลใจเรื่องบ้าน ให้เป็นการลงมือทำจริง


โฮมโปรเดินหน้ายกระดับประสบการณ์สำหรับสมาชิก HomeCard Prestige ผ่านกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟ "DIY for Better Living: HomeCard x CHANG HomePro Workshop" เวิร์กช็อปพิเศษที่ออกแบบขึ้นเพื่อเติมเต็มไลฟ์สไตล์ของคนรักบ้าน ด้วยแนวคิดส่งมอบ "ประสบการณ์ที่เหนือระดับ" โดยเปิด Exclusive Private Class ให้สมาชิกได้เรียนรู้แบบใกล้ชิดและเป็นกันเองจากผู้เชี่ยวชาญตัวจริง ในบรรยากาศที่รวมทั้งความรู้ แรงบันดาลใจ และความสนุกของการลงมือทำบ้านด้วยตัวเอง เพราะสำหรับคนรักบ้าน ความสุขไม่ได้อยู่แค่การเห็นไอเดียสวยๆ แต่คือการได้ลงมือสร้างขึ้นมาเองจริง

นางอุไรวรรณ ตันติพิริยะกิจ รองกรรมการผู้จัดการ กลุ่มธุรกิจปฏิบัติการและการตลาด บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ "โฮมโปร" กล่าวว่า สำหรับโฮมโปรแล้ว การมอบความพิเศษให้กับสมาชิก HomeCard Prestige ต้องมีมากกว่าแค่ข้อเสนอหรือส่วนลด แต่คือการสร้างประสบการณ์ที่มีความความหมายและนำไปใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน กิจกรรมครั้งนี้จึงถูกออกแบบให้เป็นคลาสพิเศษ ที่ช่วยเปิดมุมมองใหม่ของการดูแลบ้าน เติมเต็มทั้งความรู้ แรงบันดาลใจ และไอเดียเล็กๆ ที่สามารถเปลี่ยนบ้านธรรมดาให้กลายเป็น พื้นที่ที่สะท้อนตัวตนของเจ้าของบ้านได้อย่างแท้จริง



แนวคิดของแคมเปญครั้งนี้ ต่อยอดมาจากความตั้งใจของโฮมโปร ที่อยากเปลี่ยนแรงบันดาลใจจากหน้าจอทีวีในช่วง Home Makeover ปรับบ้าน เปลี่ยนชีวิต โดยช่างโฮมโปร ให้กลายเป็นประสบการณ์จริงที่ลูกค้าสามารถลงมือทำได้ด้วยตัวเอง—ธีม "DIY for Better Living" เวิร์คช็อปครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการสอนงานช่างทั่วไป แต่ออกแบบให้เป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ ที่ช่วยสร้างความมั่นใจว่า "ใครๆ ก็สามารถทำบ้านให้ดีขึ้นได้" ผ่านคลาส "ไอเดียปูกระเบื้องโมเสดด้วยตัวคุณเอง" ที่เปิดโอกาสให้ผู้ร่วมกิจกรรมได้เรียนรู้เทคนิค ขั้นตอน และเคล็ดลับการปูกระเบื้องจากผู้เชี่ยวชาญอย่างใกล้ชิด พร้อมนำไปประยุกต์ใช้กับบ้านของตนเองได้ทันที ความพิเศษของกิจกรรมจึงไม่ได้เป็นเพียงแค่การเรียนรู้ทักษะใหม่ แต่ยังรวมถึงความภูมิใจที่เกิดจากการได้ลงมือสร้างสรรค์สิ่งสวยงามด้วยตัวเอง

อีกหนึ่งสีสันสำคัญของแคมเปญนี้ คือความร่วมมือระหว่าง CHANG HomePro กับ "รายการช่างประจำบ้าน Amarin TV" ที่ช่วยทำให้เรื่องงานช่างกลายเป็นเรื่องเข้าใจง่าย สนุก และเข้าถึงคนรักบ้านได้มากขึ้น ในอีกมุมของแคมเปญเป็นก้าวสำคัญของการยกระดับ ช่างโฮมโปร จากผู้ให้บริการงานติดตั้งหรือซ่อมแซม ไปสู่การเป็น "ช่างประจำบ้าน" หรือผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมยืนอยู่เคียงข้างเจ้าของบ้าน ทั้งในฐานะผู้แนะนำ ผู้สร้างแรงบันดาลใจ และผู้ช่วยเปลี่ยนไอเดียเรื่องบ้านให้กลายเป็นสิ่งที่ทำได้จริง เพราะบ้านที่ดี ไม่ได้เกิดจากไอเดียที่สวยที่สุดเสมอไป แต่เกิดจากความมั่นใจว่าเจ้าของบ้านสามารถเริ่มต้นลงมือทำได้



นอกจากประสบการณ์เรียนรู้ภายในคลาสแล้ว โฮมโปรยังเติมเต็มความคุ้มค่าระดับพรีเมียมให้แก่ผู้เข้าร่วม ด้วยสิทธิพิเศษมากมาย ทั้ง คูปองส่วนลดมูลค่า 500 บาท เมื่อซื้อสินค้าครบ 2,000 บาท พร้อมวัสดุกระเบื้องโมเสดและสินค้าจากกลุ่ม Private Brand ที่คัดสรรมา เพื่อให้ผู้ร่วมกิจกรรมสามารถนำกลับไปต่อยอดไอเดียหรือทดลองสร้างสรรค์งาน DIY ต่อที่บ้านได้ทันที เปลี่ยนแรงบันดาลใจให้กลายเป็นความเป็นไปได้ใหม่ๆ ในการดูแลและแต่งบ้านด้วยตัวเองอย่างต่อเนื่อง

"แคมเปญ DIY for Better Living เป็นมากกว่ากิจกรรมพิเศษสำหรับสมาชิกโฮมการ์ด เพราะนี่เป็นภาพสะท้อนแนวคิดของโฮมโปร ที่ต้องการทำให้เรื่องบ้านเป็นเรื่องใกล้ตัว สนุก และเข้าถึงได้จริง พร้อมส่งต่อมุมมองใหม่ว่าความสวยงามของบ้าน ไม่ได้เริ่มจากการรีโนเวทใหญ่เสมอไป แต่มันเริ่มจากการลงมือทำสิ่งเล็กๆ ด้วยตัวเองอย่างมั่นใจ และเมื่อบ้านเปลี่ยน ชีวิตการอยู่อาศัยของทุกคนก็เปลี่ยนตามได้อย่างมีความหมาย"










18
บางมดเอสเธติค ตอกย้ำบทบาทผู้นำศัลยกรรมความงามระดับนานาชาติ
จัดประชุมวิชาการ “Global Advancements in Facelift & Breast Surgery 2026”
เปิดเวทีองค์ความรู้ระดับสากล ยกระดับศักยภาพศัลยแพทย์ตกแต่งไทยสู่เวทีโลก


             โรงพยาบาลบางมดเอสเธติค (Bangmod Aesthetic Hospital: BAH) ตอกย้ำจุดยืนในฐานะผู้นำด้านศัลยกรรมความงามระดับนานาชาติ จัดงานประชุมวิชาการ “Global Advancements in Facelift & Breast Surgery 2026” รวมศัลยแพทย์ตกแต่งจากประเทศไทยและต่างประเทศ เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ทางวิชาการ ยกระดับมาตรฐานวิชาชีพ และต่อยอดศักยภาพศัลยแพทย์ไทยให้ก้าวไกลสู่ระดับสากล สะท้อนความเชื่อมั่นของวงการศัลยกรรมความงามที่มีต่อฝีมือและมาตรฐานการรักษาของประเทศไทย


             การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านศัลยกรรมการดึงหน้าและศัลยกรรมตกแต่งทรวงอก โดยมี นพ. ธนัญชัย อัศดามงคล แพทย์เฉพาะทางด้านศัลยกรรมตกแต่ง และ CEO ของโรงพยาบาลบางมดเอสเธติค พร้อมด้วยพญ. ภาวิณี อรรณพพรชัย และ นพ. รัชภูมิ เกตุแก้ว ทีมแพทย์เฉพาะทางด้านศัลยกรรมตกแต่งของโรงพยาบาล ร่วมถ่ายทอดประสบการณ์และเทคนิคในการดึงหน้าขั้นสูง “Modern Facelift Plus” ซึ่งเป็นการดึงหน้าในชั้นลึกที่เป็นเทคนิคเฉพาะของบางมด ด้วยการเย็บใบหน้าชั้น SMAS ถึง 3 ขั้นตอน (Triple SMAS) ผสานการดึงหน้าร่วมกับการเติมไขมันบนใบหน้า (Fat Grafting) เพื่อให้ผลลัพธ์อยู่ได้อย่างยาวนานขึ้น ตลอดจนมีการวิเคราะห์โครงสร้างใบหน้าในแต่ละเคสที่เหมาะสมเฉพาะตัวบุคคล และการออกแบบผลลัพธ์ก่อนผ่าตัด ภายใต้แนวคิด “แผลเล็ก เจ็บน้อย หายเร็ว ดูเป็นธรรมชาติ” โดยมุ่งเน้นความปลอดภัย ความสมดุล และมาตรฐานการรักษาในระดับโรงพยาบาลชั้นนำ


             นอกจากนี้ โรงพยาบาลยังได้รับเกียรติจากแพทย์ด้านศัลยกรรมตกแต่งทั้งในและต่างประเทศเข้าร่วมบรรยาย แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ทั้งในหัวข้อของ Facial Palsy โดย Dr.Tsz Yin Voravitvet และ Concept of 3D Printing Breast Volume โดย Dr.Jo Chun Hsiao เป็นต้น โดยภายหลังการบรรยาย หนึ่งในไฮไลต์สำคัญของงาน ทางโรงพยาบาลได้เปิดโอกาสให้แพทย์ทั้งหมดที่เข้าร่วมประชุมได้เข้าร่วมสังเกตกาณ์เทคนิคในการผ่าตัด Modern Facelift Plus ที่ได้รับการยอมรับและความสนใจจากแพทย์ศัลยกรรมตกแต่งจากต่างประเทศที่เข้าร่วมงานเป็นอย่างมาก และถือเป็นเวทีสำคัญที่สะท้อนศักยภาพของทีมศัลยแพทย์ตกแต่งไทย ตลอดจนความพร้อมของระบบห้องผ่าตัดการดูแลคนไข้ระหว่างพักฟื้น และภายหลังจากการผ่าตัดที่ได้มาตรฐานระดับสากล


             นพ. ธนัญชัย อัศดามงคล แพทย์เฉพาะทางด้านศัลยกรรมตกแต่ง และ CEO โรงพยาบาลบางมดเอสเธติค กล่าวว่า “การจัดประชุมวิชาการระดับนานาชาติครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ แต่คืออีกก้าวสำคัญในการเตรียมความพร้อมที่จะเปิดศูนย์เฉพาะทางด้านการดึงหน้าอย่างยิ่งใหญ่ และเป็นการตอกย้ำว่าศัลยแพทย์ตกแต่งของไทยมีศักยภาพและมาตรฐานในการผ่าตัดไม่แพ้ชาติใดในโลก เราเชื่อว่าการเปิดบ้านให้แพทย์จากต่างประเทศเข้ามาร่วมแลกเปลี่ยนความรู้และศึกษาดูงานในครั้งนี้ คือการสะท้อนความเชื่อมั่นในคุณภาพของทีมแพทย์เรา ตลอดจนระบบการดูแลรักษา และมาตรฐานความปลอดภัยของโรงพยาบาลบางมดเอสเธติคที่มุ่งมั่นพัฒนาองค์ความรู้ วิจัยพัฒนา และประยุกต์ใช้เทคโนโลยีใหม่อย่างต่อเนื่อง เพื่อต่อยอดผลลัพธ์การรักษา และขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางด้านศัลยกรรมความงามด้านการดึงหน้าของภูมิภาคเอเชียอย่างยั่งยืน”

             การประชุมครั้งนี้จึงไม่เพียงตอกย้ำบทบาทของโรงพยาบาลบางมดเอสเธติคในฐานะผู้นำด้านศัลยกรรมดึงหน้าและศัลยกรรมตกแต่งทรวงอกของประเทศไทย แต่ยังสะท้อนภาพประเทศไทยในฐานะหนึ่งในจุดหมายปลายทางสำคัญของวงการศัลยกรรมความงามระดับนานาชาติ และด้วยความมุ่งมั่นในการพัฒนาอย่างไม่หยุดนิ่ง โรงพยาบาลบางมดเอสเธติคจึงไม่ได้เป็นเพียงสถานพยาบาลด้านศัลยกรรมความงาม หากแต่เป็นศูนย์กลางแห่งความก้าวหน้าทางวิชาการ ที่พร้อมขับเคลื่อนวงการศัลยกรรมความงามไทยสู่ระดับสากลอย่างมั่นคงและยั่งยืน
19
ทรูโฟร์ยู ช่อง 24 เสิร์ฟความระทึก “65 ผจญนรกล้านปี” สัมผัสโลกยุคดึกดำบรรพ์แบบลุ้นทุกวินาที


ทรูโฟร์ยู ช่อง 24 พร้อมพาผู้ชมย้อนสู่โลกยุคดึกดำบรรพ์กับภาพยนตร์ไซไฟ–ระทึกขวัญ “65 ผจญนรกล้านปี” นำโดยนักแสดงมากฝีมืออย่าง “อดัม ไดรเวอร์” ร่วมด้วยดาวรุ่ง “อารีอานา กรีนแบล็ตต์” ถ่ายทอดภารกิจเอาชีวิตรอดท่ามกลางโลกเมื่อ 65 ล้านปีก่อน ตัวหนังโดดเด่นด้วยงานภาพสุดตื่นตาและบรรยากาศชวนลุ้นในแบบที่ทีมผู้สร้างเคยสร้าง The Quiet Place มาแล้ว






“65 ผจญนรกล้านปี” ถ่ายทอดเรื่องราวของ มิลล์ (รับบทโดย อดัม ไดรเวอร์) นักบินสำรวจอวกาศที่ต้องทำภารกิจสำคัญ ก่อนประสบเหตุอุกกาบาตพุ่งชนยานจนต้องลงจอดฉุกเฉินบนดาวลึกลับซึ่งแท้จริงคือโลกเมื่อ 65 ล้านปีก่อน เต็มไปด้วยสิ่งมีชีวิตยุคดึกดำบรรพ์ที่พร้อมไล่ล่าทุกลมหายใจ เขาต้องพยายามเอาชีวิตรอดกลางสภาพแวดล้อมสุดโหด และในความสิ้นหวังนั้นเอง เขาได้พบกับ โคอา (อารีอานา กรีนแบล็ตต์) เด็กหญิงผู้รอดชีวิตที่ไม่สามารถสื่อสารภาษาเดียวกัน ทั้งสองต้องร่วมแรงใช้สัญชาตญาณและความหวังนำทาง เพื่อเดินทางตามหาซากยานส่วนที่เหลือซึ่งเป็นเพียงโอกาสเดียวในการกลับบ้าน ขณะเดียวกันต้องหลบหนีเหล่าไดโนเสาร์ที่ถูกถ่ายทอดออกมาอย่างดุดันราวกับมีเลือดเนื้อจริง การกำกับของ สก็อต เบ็ค และไบรอัน วู้ดส์ เติมเต็มความระทึกแบบไม่ให้ผู้ชมได้ตั้งตัว สร้างจังหวะลุ้นที่กดดันจนแทบลืมหายใจ อย่าพลาดชม “65 ผจญนรกล้านปี” วันเสาร์ที่ 14 มีนาคม 2569 เวลา 16.30 น. ทางทรูโฟร์ยู ช่อง 24 หรือทาง https://true4u.com/live/
20
สจล. จับมือ ไทย สมายล์ กรุ๊ป พัฒนานวัตกรรมขนส่งพลังงานสะอาด
Kick off ความร่วมมือ เตรียมสู่งาน “ลาดกระบังนิทรรศน์ 2569”


สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับกลุ่มบริษัท ไทย สมายล์ กรุ๊ป เพื่อร่วมกันพัฒนาองค์ความรู้ งานวิจัย และนวัตกรรมด้านระบบขนส่งพลังงานสะอาด รวมถึงการพัฒนาการท่องเที่ยวทางน้ำเชิงยั่งยืน โดยใช้ระบบ EV Bus และ EV Boat ที่ดำเนินงานจริงในกรุงเทพมหานคร เป็นพื้นที่เรียนรู้และทดลองเชิงปฏิบัติ (Living Lab) เพื่อเชื่อมโยงองค์ความรู้จากภาคการศึกษาสู่การใช้งานจริงในภาคอุตสาหกรรม

พิธีลงนามจัดขึ้นเมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2569 ณ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง โดยมี รองศาสตราจารย์ ดร.คมสัน มาลีสี อธิการบดี สจล. และ นางสาวกุลพรภัสร์ วงศ์มาจารภิญญา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท ไทย สมายล์ บัส และ ไทย สมายล์ โบ้ท ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลง พร้อมด้วยคณะผู้บริหารจากทั้งสองฝ่ายร่วมเป็นสักขีพยาน โดยมีเป้าหมายในการบูรณาการองค์ความรู้ด้านวิศวกรรม เทคโนโลยี ผังเมือง เข้ากับระบบนิเวศการขนส่งพลังงานไฟฟ้าที่ดำเนินงานจริง เพื่อร่วมกันพัฒนาต้นแบบการเดินทางที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และการพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืน


รองศาสตราจารย์ ดร.คมสัน มาลีสี อธิการบดี สจล. กล่าวว่า สถาบันมีบทบาทในการสร้างและพัฒนาองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ควบคู่กับการผลิตกำลังคนคุณภาพ เพื่อให้องค์ความรู้สามารถนำไปประยุกต์ใช้และต่อยอดในภาคอุตสาหกรรมและภาคสังคมได้อย่างเป็นรูปธรรม รองรับการทำงานในโลกเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

ในโอกาสนี้ สจล. ได้นำองค์ความรู้และศักยภาพของคณาจารย์และนักวิจัยมาสนับสนุนแนวคิดการใช้เรือไฟฟ้าในคลองประเวศบุรีรมย์ เพื่อเป็นอีกทางเลือกของระบบขนส่งสาธารณะพลังงานสะอาดในพื้นที่ โดยเชื่อมโยงชุมชนสำคัญ ได้แก่ ชุมชนลาดกระบัง ชุมชนหัวตะเข้ ชุมชนวัดลานบุญ ชุมชนวัดสังฆราชา ชุมชนวัดลาดกระบัง และชุมชนวัดปลูกศรัทธา เพื่อให้เส้นทางสายน้ำสามารถพัฒนาเป็นเส้นทางการเดินทางที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและสอดคล้องกับวิถีชีวิตของชุมชนท้องถิ่น อีกทั้งยังเป็นแนวทางสนับสนุนการพัฒนาระบบขนส่งพลังงานสะอาด ต่อยอดสู่การพัฒนาเมืองอัจฉริยะ (Smart City) ระบบการเดินทางอัจฉริยะ (Smart Mobility) และการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาสังคมคาร์บอนต่ำในอนาคต


ทั้งนี้ ผลงานวิจัยและนวัตกรรมของสถาบันจะถูกนำเสนอผ่านเวที “ลาดกระบังนิทรรศน์ 69” ที่ สจล. เตรียมจัดขึ้นระหว่างวันที่ 24 - 30 สิงหาคม 2569 ณ สจล. เพื่อเปิดพื้นที่ให้ภาคอุตสาหกรรม ชุมชน และสังคม ได้ร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ด้านนวัตกรรม อีกทั้งภายในงานยังผนวกการจัดกิจกรรม Open House ซึ่งเป็นกิจกรรมแนะแนวการศึกษาสำคัญของสถาบัน เปิดโอกาสให้นักเรียน ผู้ปกครอง และผู้สนใจ ได้ทำความรู้จักคณะและหลักสูตรต่าง ๆ ของ สจล. พร้อมเยี่ยมชมผลงานวิจัยและนวัตกรรมจากคณาจารย์และนักศึกษา

ด้าน นางสาวกุลพรภัสร์ วงศ์มาจารภิญญา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท ไทย สมายล์ บัส และ ไทย สมายล์ โบ้ท กล่าวว่า กลุ่มบริษัทมีความมุ่งมั่นในการพัฒนาระบบการเดินทางแบบบูรณาการ (Integrated Mobility) ที่เชื่อมต่อรูปแบบการเดินทางต่าง ๆ อย่างมีประสิทธิภาพและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยการนำระบบ EV Bus และ EV Boat มาใช้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และสนับสนุนการพัฒนาเมืองคาร์บอนต่ำ

ความร่วมมือกับ สจล. ในครั้งนี้จะช่วยยกระดับองค์ความรู้เชิงวิชาการสู่การใช้งานจริง และเปิดโอกาสให้เกิดการพัฒนานวัตกรรมด้านการเดินทางและการท่องเที่ยวทางน้ำอย่างยั่งยืนในระยะยาว ทั้งนี้ บันทึกข้อตกลงความร่วมมือดังกล่าวมีระยะเวลา 3 ปี โดยทั้งสองฝ่ายจะจัดตั้งคณะทำงานร่วมเพื่อกำหนดแผนงานและติดตามผลการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างต้นแบบการพัฒนาเมืองที่สามารถขยายผลได้ในระดับประเทศ


ติดตามข้อมูลข่าวสารและความเคลื่อนไหวของ สจล. ได้ทาง https://www.facebook.com/kmitlofficial และเว็บไซต์ www.kmitl.ac.th สอบถามเพิ่มเติมที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 329 8000
Pages: 1 [2] 3 4 ... 10