Recent Posts

Pages: 1 [2] 3 4 ... 10
11


สมาคมนักธุรกิจสัมพันธ์แห่งประเทศไทย
จัดงานพิธีกงเต็กหลวง 19 ส.ค. ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท


นายประสิทธิ์ ภักดีพาณิชพงศ์ นายกสมาคมสมัยที่ 32 ของ สมาคมนักธุรกิจสัมพันธ์แห่งประเทศไทย ที่มีประวัติการก่อตั้งกว่า 60 ปี ทางสมาคมฯ ได้จัดกิจกรรมแสดงความกตัญญูต่อบรรพบุรุษผู้ล่วงลับเมื่อปี 2568 ที่ผ่านมา ได้รับการตอบรับจากพี่น้อง ลูกหลานไทยเชื้อสายจีน อันดีงามในครั้งก่อน ทางสมาคมฯ ยังคงมุ่งเน้นในการจัดกิจกรรมที่เป็นสาธารณประโยชน์ต่อสังคมอย่างต่อเนื่อง เพื่อแสดงออกถึงความสัมพันธ์อันดีระหว่างไทยและจีนสองประเทศ


และในครั้งนี้ ทางสมาคมนักธุรกิจสัมพันธ์แห่งประเทศไทย ได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาต ให้ประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลทักษิณานุปทานแบบพุทธมหายาน (กงเต็ก) ถวายพระบรมศพ สมเด็จพระนาง เจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในวันพุธที่ 19 สิงหาคม 2569 กิจกรรมเริ่มตั้งแต่ 13.30–20.00 น. ถือเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจที่คณะบริหาร สมาคมฯ มีโอกาสแสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ สมาคมฯ ได้รับความไว้วางใจ จากสำนักพระราชวังให้จัดงานประกอบพิธีทางศาสนา (กงเต็กหลวง) ถวายแก่


1. สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ได้จัดถวายเป็นเวลา 9 วัน 9 คืน

2. คุณพุ่ม เจนเซ่น พระโอรสในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ได้จัดถวายเป็นเวลา 7 คืน

3. สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ได้จัดถวายเป็นเวลา 9 คืน

4. พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (ร.9) ได้จัดถวายเช่นกัน
[/b


รูปแบบการจัดงานเป็นไปอย่างถูกต้องตามระเบียบการ กองพิธีสำนักพระราชวัง รวมถึงพิธีถวาย อาลัยตามจีนโบราณ (ซ้ำเที่ยง) พิธีดังกล่าวเป็นพิธีสำหรับกษัตริย์พระราชวงศ์ชั้นสูง หรือจีนฮ่องเต้เท่านั้น คนจีนถือว่าเป็นพิธีเคารพสูงสุดจะต้องทำความเคารพถึง 3 ครั้ง ต้องก้มศีรษะจรดพื้นเป็นการแสดงออก ถึงการเคารพอย่างสูงสุดตามธรรมเนียมจีนโบราณ


โดยทางสมาคมฯ ได้ทำหนังสือเรียนเชิญ ฯพณฯ จาง เจี้ยนเว่ย เอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทยเป็นประธานในพิธีชำเที่ยง และผู้นำสมาคมต่างๆ รวม 9 ท่าน โดยจะมีแขกวีไอพีระดับเอลิสต์ของเมืองไทย จำนวน 20 ท่าน ในแถวหน้า และลูกหลาน ไทย-จีน อีก 180 คน เข้าร่วมพิธีสำคัญในครั้งนี้






ส่วนความสำคัญของเครื่องกระดาษ (กระดาษที่ใช้ในพิธีกงเต็ก) เราได้ถ่ายทอดพระราชกรณียกิจสำคัญๆ ในคราวที่ทรงเสด็จ เยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนเมื่อปี 2543 เพื่อถ่ายทอดถึงความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นของทั้งสองประเทศให้ เป็นที่ประจักษ์ผ่านงานวิจิตรศิลป์เครื่องกระดาษที่ตั้งใจทำถวายในครั้งนี้






จึงอยากจะเชิญผู้ชมที่อยู่ทางบ้าน เปิดโทรทัศน์ (รวมการเฉพาะกิจ) ดูการถ่ายทอดพิธีจีนโบราณ ดูความสวยงาม ในรูปแบบการจัดงานที่ทางสมาคมมีความตั้งใจทำถวาย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระ บรมราชชนนีพันปีหลวง เพื่อให้สมพระเกียรติพระราชสมัญญา “แม่ของแผ่นดิน”
12
ทรูโฟร์ยู ช่อง 24 จัดเต็ม “เกมล่าฆ่ารอด” ดราม่าเดือด “น้ำหวาน-แซมมี่-ดิว” ศึกเพื่อนรักสู่เดิมพันชีวิต


ในโลกที่ความเป็นความตายถูกกำหนดด้วยเกมของผู้มีอำนาจ ภาพยนตร์แอ็กชันระทึกขวัญ “เกมล่าฆ่ารอด - DARK WORLD” พาผู้ชมดำดิ่งสู่สนามประลองที่ไร้ปรานี ผ่านการแสดงทรงพลังของ น้ำหวาน รักษ์ณภัค, แซมมี่ เคาวเวลล์ และ ดิว อริสรา ที่ร่วมกันสร้างแรงกดดันและความลุ้นระทึกในทุกวินาที






หลังสงครามโลกครั้งที่สาม โลกตกอยู่ในความอดอยาก ชนชั้นล่างถูกใช้เป็นเครื่องมือของผู้มีอำนาจ เกมเดิมพันชีวิตถูกจัดขึ้นเพื่อความบันเทิง รัน (น้ำหวาน รักษ์ณภัค) นักสู้ข้างถนนที่หวังมีชีวิตดีขึ้น ต้องดิ้นรนอย่างไม่ยอมแพ้ เฟียร์ (แซมมี่ เคาวเวลล์) ช่างซ่อมรถผู้ยึดมั่นในความถูกต้อง มุ่งทำลายองค์กรอันโหดร้าย ไอรีน (ดิว อริสรา) เอาตัวรอดด้วยการอยู่ใต้การดูแลของกวิน ผู้นำองค์กรลึกลับ ทั้งสามเคยผูกพันกันตั้งแต่วัยเด็ก จากเกมที่มีชีวิตเป็นเดิมพัน เมื่อเติบโต เส้นทางที่ต่างกันนำพาพวกเธอกลับมาพบกันอีกครั้งในเกมใหม่ แผนลอบสังหารของเฟียร์ผิดพลาด ทำให้เธอถูกจับเข้าสู่สนามนรก การเผชิญหน้าครั้งนี้ บีบให้ทั้งสามต้องเลือกระหว่างมิตรภาพหรือการอยู่รอด ติดตามชม “เกมล่าฆ่ารอด” วันพฤหัสบดีที่ 18 มิถุนายน 2569 เวลา 20.40 น. ทางทรูโฟร์ยู ช่อง 24 และรับชมออนไลน์ได้ที่ https://true4u.com/live/
13
“อติวิชญ์-สุธีพัทธ์” จบที่สามร่วมศึก อินเตอร์เนชั่นแนล ซีรีส์ โมร็อกโก “โค” แซงคว้าแชมป์


ไทชิ โค


บับบา วัตสัน


อติวิชญ์ เจนวัฒนานนท์


สุธีพัทธ์ ประทีปเธียรชัย

15 มิถุนายน 2569 – อติวิชญ์ เจนวัฒนานนท์ และ สุธีพัทธ์ ประทีปเธียรชัย จบอันดับ 3 ร่วมด้วยสกอร์รวมคนละ 15 อันเดอร์พาร์ 277 ในศึกอินเตอร์เนชั่นแนล ซีรีส์ โมร็อกโก ที่สนามรอยัลกอล์ฟ ดาร์ เอส ซาลาม ประเทศโมร็อกโก เมื่อวันที่ 14 มิถุนายนที่ผ่านมา ขณะที่โทรฟี่แชมป์เป็นของ ไทชิ โค โปรหนุ่มจากฮ่องกงที่เฉือนชนะ บับบา วัตสัน ดาวดังโลกชาวอเมริกัน เพียงสโตรคเดียวด้วยสกอร์รวม 19 อันเดอร์พาร์ 273 (ภาพ: Asian Tour)

เอเชียน ทัวร์ จัดศึกอินเตอร์เนชันแนล ซีรีส์ โมร็อกโก ชิงเงินรางวัลรวม 2 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 65 ล้านบาท แข่งขัน ณ สนามรอยัลกอล์ฟ ดาร์ เอส ซาลาม ระยะ 7,630 หลา พาร์ 73 ประเทศโมร็อกโก ระหว่างวันที่ 11-14 มิถุนายนที่ผ่านมา โดยมีนักกอล์ฟไทยผ่านตัดตัวเข้ารอบ 14 คน

ปิดฉากการชิงชัย ไทชิ โค โปรหนุ่มแถวหน้าของฮ่องกง มาแรงวันสุดท้ายปิดเกมด้วยเบอร์ดี้ในหลุมสุดท้ายเข้ามา 5 อันเดอร์พาร์ 68 จบด้วยสกอร์รวม 19 อันเดอร์พาร์ 273 คว้าแชมป์เอเชียน ทัวร์ เป็นรายการที่สองให้กับตัวเองพร้อมเงินรางวัล 360,000 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 11.7 ล้านบาท โดยเฉือนหนึ่งสโตรคชนะ บับบา วัตสัน ดาวดังโลกจากสหรัฐฯ ซึ่งออกสนาร์ทในฐานะผู้นำจากรอบสาม ที่ทำได้ 3 อันเดอร์พาร์ 70 รั้งรองแชมป์ไปด้วยสกอร์รวม 18 อันเดอร์พาร์ 274

ไทชิ โค เผยหลังขยับขึ้นรั้งอันดับสองในตารางคะแนนสะสมเงินรางวัลสะสมเอเชียน ทัวร์ ออร์เดอร์ ออฟ เมอริต และอันดับสามของอินเตอร์เนชันแนล ซีรีส์ ฤดูกาลนี้ว่า “ผมรู้สึกตื่นเต้นมาก การได้เล่นกับบับบาเหมือนฝันที่เป็นจริง ผมจำได้ว่าเคยดูเขาคว้าแชมป์มาสเตอร์สสองสมัยตอนที่ผมยังเป็นเด็ก การที่ผมได้แข่งขันอย่างสูสีกับเขาตลอดห้าชั่วโมงในวันนี้ ทำให้เด็กในตัวผมกระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจ ผมไม่ได้คิดถึงเรื่องชนะเลยจนกระทั่งพัตต์ลูกสุดท้ายลงหลุม การพัตต์ระยะสี่ฟุตสุดท้ายเพื่อชนะนั้น เหมือนเป็นไปไม่ได้เลย ผมไม่รู้ว่าลูกจะเลี้ยวไปทางไหน พัตต์นั้นดูไกลมาก และหลุมก็ดูเล็กมาก แต่ลึกๆ ในใจผมรู้ว่าผมสามารถเอาชนะสถานการณ์นั้นได้ นั่นคือสิ่งที่ช่วยให้ผมพัตต์ได้ดี ผมดีใจมากที่ทำสำเร็จ”

ขณะที่นักกอล์ฟไทยผลงานดีสุดเป็น โปรแจ๊ส-อติวิชญ์ เจนวัฒนานนท์ อดีตแชมป์รายการนี้เมื่อปี 2022 ที่เก็บเพิ่ม 1 อันเดอร์พาร์ 72 และ โปรตี้-สุธีพัทธ์ ประทีปเธียรชัย หวดอีก 4 อันเดอร์พาร์ 69 รวมสี่วันมีคนละ 15 อันเดอร์พาร์ 277 จบที่อันดับ 3 ร่วม พร้อมรับเงินรางวัลไปคนละ 113,000 เหรียญสหรัฐ หรือราว 3.68 ล้านบาท ส่วน โปรไช้-ปวิธ ตั้งกมลประเสริฐ ผู้นำสองวันแรก เก็บแต้มเพิ่มไม่ได้ตีเข้ามาอีเวนพาร์ 73 สกอร์รวม 12 อันเดอร์พาร์ 280 เท่ากับ แดนไท บุญมา ที่ทำ 3 อันเดอร์พาร์ 70 ทั้งคู่อยู่ในกลุ่มอันดับ 10 ร่วม รับเงินรางวัลไปคนละ 33,975 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 1.1 ล้านบาท

อติวิชญ์ อดีตมือหนึ่งเอเชียน ทัวร์ ปี 2019 ซึ่งพลาดเสียโบกี้ในหลุมสุดท้ายกล่าวว่า “วันนี้ผมพลาดเยอะเกินไป ยิ่งหลุมสุดท้ายนี่ผมทำเงินหายไปเยอะ ผมคิดว่าเกมนี้สูสีกันมาก ดังนั้นโมเมนตัมต้องดีกว่านี้ และรู้สึกดีที่จะได้เห็นว่าจะทำอะไรได้บ้างในช่วงที่เหลือของปี เป้าหมายของผมในปีนี้คือการคว้าแชมป์ให้ได้มากกว่าหนึ่งครั้ง ผมต้องเรียนรู้วิธีที่จะชนะอีกครั้ง และเมื่อผมทำได้แล้ว ผมคิดว่าครั้งที่สองน่าจะง่ายขึ้น”

ส่วนผลงานนักกอล์ฟไทยที่น่าสนใจรายอื่น ชลทิตย์ ชื่นบุญงาม (68) สกอร์รวม 10 อันเดอร์พาร์ 274 อันดับ 12 ร่วม, ภูมิ ศักดิ์แสนศิลป์ (70) สกอร์รวม 8 อันเดอร์พาร์ 276 อันดับ 22 ร่วม, เอกปริษฐ์ หวู่ (68) สกอร์รวม 7 อันเดอร์พาร์ 277 อันดับ 29 ร่วม, กิรเดช อภิบาลรัตน์ (69) และ อติวิชญ์ เจนวัฒนานนท์ (71) สกอร์รวมคนละ 5 อันเดอร์พาร์ 279 อันดับ 41 ร่วม, แดนไท บุญมา (71) และ กัญจน์ เจริญกุล (70) สกอร์รวม 4 อันเดอร์พาร์ 280 อันดับ 44 ร่วม       

ติดตามข่าวสารของเอเชียน ทัวร์ ได้ที่เว็บไซต์  www.asiantour.com และเฟซบุค Asian Tour
14
วิทยาลัยวิศวกรรมสังคีต สจล. รับมอบทุนการศึกษาตลอดหลักสูตร
สนับสนุนโอกาสทางการศึกษาแก่นักศึกษาที่มีศักยภาพ


เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2569 - ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พิทักษ์ ธรรมวาริน คณบดีวิทยาลัยวิศวกรรมสังคีต พร้อมด้วยคณะผู้บริหารวิทยาลัยวิศวกรรมสังคีต สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ให้การต้อนรับบริษัท มหาจักรดีเวลอปเมนท์ จำกัด นำโดย นายเกษมสิน กาญจนชัยภูมิ  Chief Executive Officer และคุณบุษยาภรณ์ ปิยะธรรมวุฒิกุล Chief Operating Officer ในโอกาสมอบทุนการศึกษาตลอดหลักสูตรให้แก่ นายจิตรฤทธิ์ สายดำ นักศึกษาชั้นปีที่ 1 สาขาวิศวกรรมดนตรีและสื่อประสม วิทยาลัยวิศวกรรมสังคีต ซึ่งผ่านการคัดเลือกเข้าศึกษาต่อระดับปริญญาตรี

การมอบทุนการศึกษาดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนโอกาสทางการศึกษาแก่นักศึกษาที่มีผลการเรียนดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ให้สามารถศึกษาต่อได้อย่างเต็มศักยภาพ อันเป็นการร่วมสร้างโอกาสทางการศึกษาและพัฒนากำลังคนคุณภาพของประเทศในอนาคต โดยจัดขึ้น ณ วิทยาลัยวิศวกรรมสังคีต สจล.

สำหรับผู้ที่สนใจงานแสดงนวัตกรรมและเทคโนโลยีแห่งอนาคต ห้ามพลาด! งาน “ลาดกระบังนิทรรศน์ 2569” (KMITL EXPO 2026) ระหว่างวันที่ 1 - 6 กันยายน 2569 ณ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ภายในงานพบกับการจัดแสดงนวัตกรรมและเทคโนโลยีแห่งอนาคต เวทีเสวนานานาชาติ กิจกรรม Open House เวิร์กชอป และกิจกรรมสร้างสรรค์สำหรับเยาวชนตลอดทั้ง 6 วัน


ผู้สนใจสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารและความเคลื่อนไหวของ สจล. ได้ทาง https://www.facebook.com/kmitlofficial และเว็บไซต์ www.kmitl.ac.th สอบถามเพิ่มเติมที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 329 8000
15
"โฮมโปร" ส่ง CHANG HomePro เข้าหมู่บ้าน ดันแนวคิด "ซ่อมก่อนเปลี่ยน"
ยกระดับบริการเชิงรุก ดูแลชุมชนแล้วกว่า 100 หมู่บ้านทั่วประเทศ พร้อมเดินหน้าต่อเนื่องตลอดปี 2569


"โฮมโปร" เดินหน้ายกระดับกิจกรรม "ซ่อมฟรี! เครื่องใช้ไฟฟ้า" จากการให้บริการหน้าสโตร์ สู่การส่งทีม CHANG HomePro - ช่างโฮมโปร ลงพื้นที่ดูแลผู้บริโภคถึงหมู่บ้านและชุมชนที่อยู่อาศัยทั่วประเทศ ภายใต้แนวคิด "ซ่อมก่อนเปลี่ยน" ผ่านบริการตรวจเช็ค ซ่อมแซม และบำรุงรักษาเครื่องใช้ไฟฟ้า เพื่อช่วยยืดอายุการใช้งานของสินค้า ลดภาระค่าใช้จ่ายในครัวเรือน และลดการเกิดขยะอิเล็กทรอนิกส์ โดยปัจจุบันครอบคลุมแล้วกว่า 100 หมู่บ้าน พร้อมเดินหน้าขยายกิจกรรมต่อเนื่องตลอดปี 2569 ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด เพื่อให้การดูแลบ้านเป็นเรื่องที่เข้าถึงง่าย สะดวก และใกล้ตัวมากที่สุด ตอกย้ำบทบาท Home Lifetime Companion เพื่อนคู่บ้านที่อยู่เคียงข้างคนไทยในทุกช่วงเวลาของการอยู่อาศัย

นายธีรพล รอดเฉื่อย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ กลุ่มงานบริการช่างโฮมโปร บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ "โฮมโปร" กล่าวว่า แนวคิดเบื้องหลังของการนำกิจกรรมซ่อมฟรี! เครื่องใช้ไฟฟ้า เข้าไปให้บริการถึงหมู่บ้าน มาจากการมองเห็นว่า บ้านในโครงการหรือชุมชนที่อยู่อาศัยจำนวนมาก ที่มีอายุนาน 10–20 ปี กำลังเข้าสู่ช่วงเวลาที่เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์ต่างๆ ภายในบ้าน เช่น พัดลม เตารีด ปั๊มน้ำ หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็ก ต่างเริ่มเสื่อมสภาพและต้องการการดูแล ซ่อมบำรุงมากขึ้นในเวลาใกล้เคียงกัน



"เราพบว่าชุมชนที่อยู่อาศัยจำนวนมากกำลังเข้าสู่ช่วงเวลาที่เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านเริ่มต้องการการดูแลมากขึ้นในเวลาใกล้เคียงกัน ก็เป็นโอกาสที่โฮมโปรจะเข้าไปช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายและยืดอายุการใช้งานสินค้าให้กับลูกค้าได้อย่างตรงจุด โฮมโปรจึงนำแนวคิด 'ซ่อมก่อนเปลี่ยน' เข้าไปถึงระดับครัวเรือน เพื่อช่วยให้คนในชุมชนใช้ทรัพยากรได้อย่างคุ้มค่า และลดการเกิดขยะอิเล็กทรอนิกส์ไปพร้อมกัน"

"การที่โฮมโปรเลือกเดินเข้าไปหาลูกค้าถึงหมู่บ้าน ไม่ใช่เพียงการจัดกิจกรรม แต่คือการเปลี่ยนวิธีคิดของการบริการเรื่องบ้าน จากเดิมที่เรารอให้ลูกค้าเดินเข้ามาหา สู่การเป็น 'มือโปรประจำบ้านคุณ' ที่อยู่ใกล้และพร้อมดูแลคนในชุมชนได้จริง เพราะโฮมโปรเชื่อว่าเมื่อบ้านและอุปกรณ์ต่างๆ ได้รับการดูแลอย่างถูกวิธีตั้งแต่ต้น ลูกค้าจะประหยัดค่าใช้จ่าย และได้ยืดอายุการใช้งานสินค้าได้ยาวนานขึ้น ซึ่งนี่เป็นหัวใจของการใช้ชีวิตที่ดีขึ้นและยั่งยืนที่เราตั้งใจส่งต่อให้กับทุกครัวเรือนทั่วประเทศ"



โมเดล บริการซ่อมฟรี! เชิงรุก ส่ง CHANG HomePro - มือโปรประจำบ้านคุณ ช่างมืออาชีพถึงหมู่บ้าน
โมเดลการให้บริการ "ซ่อมฟรี! เครื่องใช้ไฟฟ้า" ถึงหมู่บ้านของโฮมโปร ออกแบบมาให้สอดคล้องกับความต้องการจริงและสามารถบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเน้นเข้าให้บริการในหมู่บ้านและชุมชนที่อยู่ในรัศมีประมาณ 10 กิโลเมตรจากสาขาโฮมโปร และเป็นโครงการที่อยู่อาศัยมานาน 10–20 ปี เพื่อให้ทีมช่างโฮมโปร ทั้ง 2,500 ทีม สามารถเข้าถึงพื้นที่ได้อย่างรวดเร็ว ดูแลลูกค้าได้ทั่วถึง และคงมาตรฐานการให้บริการแบบเดียวกันทุกหมู่บ้าน

ปัจจุบันโฮมโปรได้เข้าให้บริการตามหมู่บ้านต่างๆ ไปแล้วกว่า 100 หมู่บ้านทั่วประเทศ และมีแผนเข้าให้บริการต่อเนื่องตลอดปี 2569 เพื่อขยายการเข้าถึงบริการดูแลบ้านให้ครอบคลุมทั้งในพื้นที่กรุงเทพฯ และต่างจังหวัด



มอบความครบ คุ้ม ถึงหน้าบ้าน ด้วยบริการพิเศษ จาก CHANG HomePro
นอกจากบริการ ซ่อมฟรี! เครื่องใช้ไฟฟ้าแล้ว โฮมโปรได้จัดบริการดูแลบ้านในราคาพิเศษ เข้าไปให้ลูกค้าได้เข้าถึงได้อย่างสะดวก ประกอบด้วย

- บริการล้างแอร์ติดผนัง ราคาพิเศษเพียง 399 บาท
- บริการแม่บ้านทำความสะอาด รับส่วนลด 10%
- บริการสำรวจบ้านฟรี เพื่อให้ลูกค้าทราบสภาพบ้านและวางแผนดูแลรักษาได้ล่วงหน้า
- บริการช่างฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง ในราคาพิเศษ 1,200 บาท ที่พร้อมแก้ไขปัญหาเร่งด่วนเรื่องบ้าน ทั้งระบบไฟ ท่อน้ำ ปั๊มน้ำ และเครื่องปรับอากาศ (ครอบคลุมเฉพาะพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล รวมถึงผ่านช่องทางออนไลน์)



สร้างความยั่งยืนที่จับต้องได้ ผ่านแนวคิด "ซ่อมก่อนเปลี่ยน"
"กิจกรรมซ่อมฟรี! เครื่องใช้ไฟฟ้า ตามหมู่บ้าน เป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ที่โฮมโปรผสานเข้ากับการบริการเรื่องบ้าน โดยส่งเสริมให้ผู้บริโภคเลือกซ่อมก่อนเปลี่ยน เพื่อยืดอายุการใช้งาน ลดการใช้ทรัพยากรใหม่ และลดการเกิดขยะอิเล็กทรอนิกส์ตั้งแต่ต้นทาง

ที่ผ่านมา กิจกรรม ซ่อมฟรี! เครื่องใช้ไฟฟ้า ของโฮมโปร มีผู้เข้ามาใช้บริการมากกว่า 27,000 ชิ้น สามารถรวบรวมเครื่องใช้ไฟฟ้าเก่าเข้าสู่โครงการ 'แลกเก่าเพื่อโลกใหม่' เพื่อนำไปจัดการอย่างถูกวิธี กว่า 4,000 ชิ้น สะท้อนให้เห็นถึงการตื่นตัวของผู้บริโภค ในการดูแลรักษาและใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่ามากขึ้นเรื่อยๆ" นายธีรพล เสริมทิ้งท้าย

โฮมโปรพร้อมเดินหน้าขยายกิจกรรม "ซ่อมฟรี! เครื่องใช้ไฟฟ้า" ตามหมู่บ้านต่อเนื่องตลอดปี 2569 ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด เพื่อตอกย้ำบทบาทการเป็นผู้นำด้านโซลูชันเรื่องบ้านแบบครบ และเป็น Home Lifetime Companion เพื่อนคู่บ้านที่อยู่เคียงข้างคนไทยทุกช่วงเวลา

ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดและสอบถามเกี่ยวกับบริการซ่อมฟรี! เครื่องใช้ไฟฟ้า ได้ผ่าน Facebook Page "Chang HomePro ช่างโฮมโปร", แอปพลิเคชัน CHANG HomePro หรือ Call Center หมายเลข 1284
16
แพลทินัม แฟชั่น มอลล์ ชวนฉลองเดือนแห่งความหลากหลาย
ในกิจกรรม WEAR YOUR PRIDE 2026


ศูนย์การค้าแพลทินัม แฟชั่น มอลล์ ชวนร่วมเฉลิมฉลองเดือนแห่งความภาคภูมิใจ (Pride Month) ในกิจกรรม “WEAR YOUR PRIDE 2026 ใส่ความภูมิใจในแบบของตัวเอง” เปิดพื้นที่สนับสนุนความหลากหลาย ความเท่าเทียม ให้แฟชั่นเป็นส่วนหนึ่งที่ให้คุณเป็นตัวของตัวเองได้อย่างเต็มที่ พร้อมส่องประกายเฉิดฉายความเป็นคุณอย่างภาคภูมิใจไปด้วยกันตลอดเดือนมิถุนายนนี้


แนะไอเดียอัปเดตลุคด้วยแฟชั่นหลากหลายสไตล์จากร้านค้าภายในศูนย์การค้ากับ 3 โมเดล สุดจี๊ด พร้อมปักหมุดพิกัดร้านเสื้อผ้าที่น่าสนใจ อาทิ เสื้อเกาะอกสีฟ้า จากร้าน 8 Cube+ ชั้น B, เสื้อคลุมสีขาว จากร้าน Chani ชั้น 2, รองเท้าบูธ จากร้าน Deara Bigshoes ชั้น 3 ,เสื้อสีชมพู และกางเกงยีนส์ จากร้าน Today I Feel Stylish ชั้น B,เสื้อคลุมยีนส์ จากร้าน Chani ชั้น 2, เสื้อลายจุด จากร้าน M.Style X PS.Garden ชั้น 1, กระโปรงลายกราฟฟิก จากร้าน The Sis ชั้น B


พร้อมร่วมสนุกกับกิจกรรม Platinum Wear Your Pride รับฟรี! พวงกุญแจ ดีไซน์สุดคิ้วท์ เพียงกดติดตาม Facebook : Platinum Fashion Mall แพลทินัม แฟชั่น มอลล์ และถ่ายภาพเช็คอินภายในศูนย์การค้าแพลทินัม แฟชั่น มอลล์ พร้อมติดแฮชแท็ก #WearYourPride และ #PlatinumFashionMall แสดงหลักฐานการร่วมกิจกรรมต่อเจ้าหน้าที่ ณ จุดประชาสัมพันธ์ ชั้น 1 โซน 2 สามารถร่วมกิจกรรมได้ตั้งแต่วันนี้ – 30 มิถุนายน 2569


อิ่มอร่อยกับร้าน Mister Donut ให้ตลอดเดือนมิถุนายนนี้มีแต่เรื่องจอย เติมสีสันตลอดเดือนด้วย เมนู “Pon De Ring Pride Edition” โดนัทนุ่ม หนึบ สีสันสดใส สุดคุ้มกับโปรโมชั่น โดนัท 10 ชิ้น ราคาเพียง 199 บาท (จากปกติ 310 บาท) (ชิ้นละไม่เกิน 29 บาท หรือ 32 บาท)ที่ร้าน Mister Donut ชั้น B ตั้งแต่วันนี้ – 30 มิถุนายน 2569


ชวนร่วมฉลองความหลากหลาย แสดงความภูมิใจในตัวคุณ กับกิจกรรมสุดพิเศษได้ที่ศูนย์การค้าแพลทินัม แฟชั่น มอลล์ ตลอดเดือนมิถุนายน 2569 ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook : Platinum Fashion Mall แพลทินัม แฟชั่น มอลล์
17
สจล. ผนึก วช. เปิด “HUB OF TALENT”
พัฒนากำลังคน AI - Data Center - Smart Energy ขับเคลื่อนไทยสู่ AI Hub แห่งอาเซียน


สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ร่วมกับสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) และเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญจากภาครัฐ ภาคเอกชน และภาควิชาการ เปิดตัวโครงการ “HUB OF TALENT: AI, DATA CENTER AND SMART ENERGY MANAGEMENT” พร้อมจัด “เวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และเครือข่าย ครั้งที่ 1” (เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2569) ณ สจล. เพื่อวางรากฐานการพัฒนากำลังคนสมรรถนะสูงด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ศูนย์ข้อมูล (Data Center) และการบริหารจัดการพลังงานอัจฉริยะ (Smart Energy Management) รองรับการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลและอุตสาหกรรมแห่งอนาคตของประเทศไทย
โครงการดังกล่าวได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) โดยมีเป้าหมายสำคัญในการยกระดับประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางด้าน AI, Data Center, Digital Infrastructure และ Smart Energy Management ของภูมิภาคอาเซียน ผ่านการพัฒนาบุคลากรคุณภาพสูง การสร้างเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญ และการบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาคส่วนต่าง ๆ เพื่อรองรับการลงทุนด้านเทคโนโลยีดิจิทัลที่กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว



รองศาสตราจารย์ ดร.คมสัน มาลีสี อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ในฐานะประธานคณะที่ปรึกษาของศูนย์ฯ กล่าวว่า ประเทศไทยจำเป็นต้องเร่งพัฒนา Hybrid Talent หรือบุคลากรสมรรถนะสูงที่เข้าใจทั้ง AI, Data Center, Cloud Computing, Power System, Cooling Technology และ Digital Infrastructure เพราะโลกยุคใหม่ต้องการคนที่ไม่ได้เก่งเฉพาะด้าน แต่ต้องสามารถบูรณาการความรู้เพื่อสร้างโซลูชันจริงให้ประเทศ ซึ่งภายในงานมีการแลกเปลี่ยนมุมมองจากผู้ทรงคุณวุฒิและผู้เชี่ยวชาญระดับประเทศ อาทิ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ (พิเศษ) ดร.นพ.พลวรรธน์ วิทูรกลชิต ประธานอนุกรรมการด้าน Data Center ได้ให้มุมมองว่า “Data Center ไม่ใช่เพียงอาคารหรือระบบคอมพิวเตอร์ แต่เป็นโครงสร้างพื้นฐานหลักของเศรษฐกิจดิจิทัล หากประเทศไทยต้องการเป็นศูนย์กลางภูมิภาค เราต้องพัฒนาทั้งมาตรฐาน ความมั่นคงปลอดภัย พลังงาน และบุคลากรควบคู่กัน”


คุณพิเชฐ เกตุรวม

ด้าน ดร.วิโรจน์ บัวคลี่ รองผู้ว่าการดิจิทัลและการสื่อสาร การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ในฐานะอนุกรรมการด้านการบริหารจัดการพลังงาน กล่าวว่า หัวใจของ Data Center ยุคใหม่คือพลังงานที่มั่นคง มีประสิทธิภาพ และยั่งยืน การบริหารจัดการพลังงานอัจฉริยะจึงเป็นปัจจัยชี้ขาดต่อความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

ขณะที่ คุณพิเชฐ เกตุรวม อุปนายกสมาคมโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลประเทศไทย กรรมการและรองประธานอนุกรรมการด้าน AI และด้านพลังงาน กล่าวว่า การแข่งขันด้านดิจิทัลในภูมิภาคกำลังเข้มข้น ประเทศไทยต้องเปลี่ยนจากผู้ใช้เทคโนโลยีไปสู่ผู้ร่วมออกแบบระบบนิเวศดิจิทัล ทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐาน บุคลากร มาตรฐาน และความร่วมมือกับภาคอุตสาหกรรม


ด้าน ดร.ชาญวิทย์ บุญช่วย นายกสมาคมผู้ประกอบการปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทย กล่าวว่า AI จะเป็นเครื่องยนต์ใหม่ของเศรษฐกิจไทย แต่การขับเคลื่อน AI ให้เกิดผลจริงต้องมีทั้งข้อมูลคุณภาพสูง โครงสร้างพื้นฐานที่รองรับ และบุคลากรที่เข้าใจการประยุกต์ใช้ในภาคธุรกิจและภาครัฐ

ขณะที่ ดร.คุณานันท์ ทยายุทธ กรรมการและเลขานุการศูนย์ฯ กล่าวว่า เวทีครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการประชุม แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการรวมพลังผู้เชี่ยวชาญ เพื่อออกแบบทิศทางการทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ ทั้งการพัฒนาคน การวิจัย การสร้างเครือข่าย และการผลักดันข้อเสนอเชิงนโยบาย



ทั้งนี้ กิจกรรมสำคัญของงานประกอบด้วยการนำเสนอวิสัยทัศน์ด้านการลงทุนและการวางตำแหน่งเชิงยุทธศาสตร์ของประเทศไทย การยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน การพัฒนาบุคลากรทักษะสูงด้าน AI และ Data Center การสร้างระบบนิเวศความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคการศึกษา รวมถึงข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อขับเคลื่อนโครงการ Hub of Talent อย่างเป็นรูปธรรม

อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญของงาน คือ การประชุมเชิงปฏิบัติการ (Strategic Workshop) เพื่อระดมสมองและกำหนดทิศทางการพัฒนาประเทศใน 3 กลุ่มยุทธศาสตร์สำคัญ ได้แก่ กลุ่ม Data Center ซึ่งมุ่งวางแนวทางการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลระดับชาติ เพื่อรองรับการลงทุนของผู้ให้บริการ Cloud และ Hyperscale Data Center ระดับโลก กลุ่ม Artificial Intelligence (AI) ที่มุ่งขับเคลื่อนการพัฒนาระบบนิเวศ AI ของประเทศ ครอบคลุมการพัฒนาบุคลากร งานวิจัย นวัตกรรม และการประยุกต์ใช้ AI ในภาคอุตสาหกรรม และกลุ่ม Smart Energy Management ที่มุ่งออกแบบแนวทางการบริหารจัดการพลังงานอัจฉริยะเพื่อรองรับการเติบโตของ Data Center และอุตสาหกรรมดิจิทัล พร้อมผลักดันการใช้พลังงานสะอาด เทคโนโลยีประหยัดพลังงาน และการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตามเป้าหมาย Net Zero ของประเทศไทย

การหารือครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงเวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็นทั่วไป หากแต่เป็นการรวมตัวของผู้กำหนดนโยบาย ผู้บริหารองค์กรชั้นนำ ผู้ประกอบการ นักลงทุน นักวิจัย และผู้เชี่ยวชาญระดับประเทศ เพื่อร่วมกันออกแบบ “Blueprint แห่งอนาคต” สำหรับการพัฒนาระบบนิเวศด้าน AI, Data Center และ Smart Energy Management ของประเทศไทย


สำหรับข้อเสนอและผลลัพธ์จากการประชุมทั้ง 3 กลุ่ม จะถูกสังเคราะห์เป็นข้อเสนอเชิงนโยบายและแผนปฏิบัติการเชิงยุทธศาสตร์ (Strategic Roadmap) เพื่อสนับสนุนการกำหนดทิศทางการพัฒนากำลังคน โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล การลงทุนด้านเทคโนโลยี และความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคการศึกษาในระดับประเทศต่อไป

โครงการ “HUB OF TALENT: AI, DATA CENTER AND SMART ENERGY MANAGEMENT” จึงมิใช่เพียงโครงการพัฒนาบุคลากร หากแต่เป็น “แพลตฟอร์มยุทธศาสตร์แห่งชาติ” ที่มุ่งสร้างระบบนิเวศเทคโนโลยีดิจิทัลครบวงจรของประเทศไทย ตั้งแต่การพัฒนากำลังคนสมรรถนะสูง การสร้างเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญระดับประเทศ การสนับสนุนงานวิจัยและนวัตกรรม การถ่ายทอดองค์ความรู้สู่ภาคอุตสาหกรรม ตลอดจนการเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษาทั้งในและต่างประเทศ

ภายใต้บริบทการแข่งขันทางเทคโนโลยีที่ทวีความเข้มข้นทั่วโลก โครงการดังกล่าวมีเป้าหมายสำคัญในการยกระดับประเทศไทยจาก “ผู้ใช้เทคโนโลยี” สู่ “ผู้สร้างเทคโนโลยี” และจาก “ผู้ตาม” สู่ “ผู้นำด้านเศรษฐกิจดิจิทัลของภูมิภาค” โดยมุ่งผลักดันให้ประเทศไทยก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางด้าน Artificial Intelligence, Data Center, Digital Infrastructure และ Smart Energy Hub ของอาเซียนในอนาคต ความร่วมมือครั้งนี้จึงถือเป็นก้าวสำคัญของการวางรากฐานเศรษฐกิจแห่งอนาคต ที่จะสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจใหม่ ดึงดูดการลงทุนจากทั่วโลก สร้างงานทักษะสูงให้คนไทย และเสริมสร้างความมั่นคงทางเทคโนโลยีของประเทศอย่างยั่งยืนในระยะยาว


สำหรับผู้ที่สนใจงานแสดงนวัตกรรมและเทคโนโลยีแห่งอนาคต ห้ามพลาด! งาน “ลาดกระบังนิทรรศน์ 2569” (KMITL EXPO 2026) ระหว่างวันที่ 1 - 6 กันยายน 2569 ณ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ภายในงานพบกับการจัดแสดงนวัตกรรมและเทคโนโลยีแห่งอนาคต เวทีเสวนานานาชาติ กิจกรรม Open House เวิร์กชอป และกิจกรรมสร้างสรรค์สำหรับเยาวชนตลอดทั้ง 6 วัน ผู้สนใจสามารถติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวเพิ่มเติมได้ทาง ผู้สนใจสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารและความเคลื่อนไหวเพิ่มเติมได้ทาง Facebook: https://www.facebook.com/kmitlofficial และเว็บไซต์ https://www.kmitl.ac.th หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02-329-8000
18
"เมกาโฮม พัทยา" ทุ่มงบ 80 ล้านบาท ฉลองเปิดโฉม Re-Grand Opening ครั้งใหญ่
ภายใต้แนวคิด "เพื่อช่าง เพื่อบ้าน" ยกระดับสโตร์รองรับการเติบโตเมืองท่องเที่ยวและตลาดที่อยู่อาศัย


เมกาโฮม พัทยา เดินหน้ายกระดับสโตร์ครั้งใหญ่ด้วยงบรีโนเวทกว่า 80 ล้านบาท เปิดโฉม Re-Grand Opening ใหม่อย่างเป็นทางการ ภายใต้แนวคิด "เพื่อช่าง เพื่อบ้าน" ด้วยสโตร์ที่ออกแบบอย่างทันสมัย พร้อมการวางบทบาทสาขาที่เดินหน้าไปพร้อมกับพัทยา เมืองที่กำลังเติบโตทั้งฝั่งงานก่อสร้างและฝั่งการตกแต่งต่อเติมบ้านไปพร้อมกัน เปิดบริการเต็มรูปแบบ 12 มิถุนายน 2569 นี้

การปรับโฉมครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการปรับปรุงสาขา แต่เป็นการออกแบบประสบการณ์ใหม่ให้ตอบโจทย์ลูกค้าได้ครบยิ่งขึ้น ผ่านการออกแบบผังการจัดสโตร์ใหม่ ที่รวมทุกเรื่องของงานก่อสร้าง งานช่าง และการใช้ชีวิตในบ้านไว้ในสโตร์เดียว เพื่อให้เมกาโฮมเป็นมากกว่าศูนย์รวมวัสดุก่อสร้าง แต่เป็นจุดหมายปลายทางของทั้งช่างมืออาชีพ ผู้รับเหมา เจ้าของธุรกิจ และเจ้าของบ้าน

นายวีรพันธ์ อังสุมาลี กรรมการผู้จัดการ บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ "โฮมโปร" (HMPRO) เผยว่า "พัทยาเป็นเมืองที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านที่อยู่อาศัย การท่องเที่ยว และธุรกิจบริการ จึงมองว่า การลงทุนครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงการปรับปรุงสาขา แต่เป็นการยกระดับสโตร์ให้เติบโตไปพร้อมกับเมือง และตอบโจทย์ลูกค้าในพื้นที่ได้ดียิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มช่าง ผู้รับเหมา เจ้าของธุรกิจ หรือเจ้าของบ้าน เพื่อให้ทุกการเลือกซื้อสินค้าเป็นเรื่องง่าย สะดวก และครบจบในที่เดียว"

เมกาโฮม พัทยา ตั้งอยู่ในทำเลที่ตลาดที่อยู่อาศัยและธุรกิจท่องเที่ยวขยายตัวร่วมกันอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่โครงการบ้านจัดสรรและคอนโดมิเนียม ไปจนถึงบ้านพักตากอากาศ คาเฟ่ ร้านอาหาร และธุรกิจบริการขนาดเล็ก ส่งผลให้ความต้องการเรื่องบ้านและงานช่างในพื้นที่ขยายตัวต่อเนื่อง


เมกาโฮม พัทยา โฉมใหม่ ถูกออกแบบให้ตอบโจทย์ลูกค้าสองกลุ่มหลักชัดเจน


กลุ่มแรก คือ ช่างและผู้รับเหมา ที่ต้องการวัสดุก่อสร้างและเครื่องมือที่ครบครัน
ชั้นล่าง คือพื้นที่สำหรับงานช่างโดยเฉพาะ รวบรวมวัสดุก่อสร้าง เครื่องมือช่าง และสินค้าขนาดใหญ่ไว้อย่างครบครัน ช่วยให้ช่างและผู้รับเหมาสามารถเลือกสินค้า ชำระเงิน และขนของขึ้นรถได้สะดวกในจุดเดียว รองรับทั้งงานก่อสร้าง งานระบบ และงานต่อเติมทุกประเภท

ส่วนอีกกลุ่ม คือ เจ้าของบ้าน-ลูกค้าวัยทำงาน ที่มองหาเฟอร์นิเจอร์ ของแต่งบ้าน เพื่อไปเติมเต็มพื้นที่อยู่อาศัย
ขณะที่ชั้นบน ถูกพัฒนาให้เป็นพื้นที่แห่งแรงบันดาลใจสำหรับการอยู่อาศัย ขยายโซนสินค้าตกแต่งและของใช้ภายในบ้านให้ครบและกว้างกว่าเดิม รวบรวมเฟอร์นิเจอร์ ของตกแต่งบ้าน เครื่องใช้ไฟฟ้า และโซนห้องตัวอย่าง (Model Room) ที่ช่วยให้ลูกค้ามองเห็นภาพการใช้งานจริงและเลือกสินค้าที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ได้ง่ายยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็น โซนเครื่องนอน-ที่รวมที่นอนไว้หลากหลายขนาด โซนเฟอร์นิเจอร์-ที่คัดสรรทั้งชุดรับแขก อุปกรณ์ และของตกแต่งสำหรับทุกมุมบ้าน โซนเครื่องครัวและอุปกรณ์สำหรับคนที่อยากอัปเกรดมุมทำอาหาร โซนห้องตัวอย่าง หรือ Model Room ซึ่งเป็นพื้นที่แรงบันดาลใจในการตกแต่งจริง รวมถึงร้าน The Power ที่รวมเครื่องใช้ไฟฟ้าไว้หลากหลายแบรนด์ ตั้งแต่ของชิ้นใหญ่ไปจนถึงเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็กในชีวิตประจำวัน

เมกาโฮม พัทยา โฉมใหม่ พร้อมเปิดให้บริการอย่างเต็มรูปแบบในวันที่ 12 มิถุนายน 2569 นี้ เปิดบริการทุกวัน 7.00 – 21.00 น. บนทำเลเดิมติดถนนสุขุมวิท ห่างจากแยกเทพประสิทธิ์เพียง 500 เมตร เข้าออกสะดวกทั้งรถส่วนตัวและรถขนของขนาดใหญ่ พร้อมมีบริการจัดส่งถึงหน้างานที่ช่วยให้ทุกการช้อปเป็นเรื่องง่าย พร้อมเสริมประสบการ์ครั้งใหม่ให้พิเศษกว่าเดิม ฉลองรีแกรนด์โอเพนนิงจัดเต็มแคมเปญมากมาย ห้ามพลาด!

ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 033-265-050
19
Cosmopack CBE ASEAN 2026 จับมือ 5 แบรนด์ Supply Chain ความงามชั้นนำ
เดินเครื่องโรงงานผลิตเครื่องสำอางจำลอง "The Sunscreen Factory"
ไฮไลต์ใหม่ในงาน Cosmoprof CBE ASEAN Bangkok 2026


กรุงเทพฯ, ประเทศไทย – "Cosmopack CBE ASEAN Bangkok 2026" เตรียมเปิดตัวครั้งแรกในประเทศไทย ในบทบาทแพลตฟอร์มที่รวม Supply Chain ด้านความงาม ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำไว้ในงานเดียว พร้อมเพิ่มกิจกรรมพิเศษ "The Sunscreen Factory" เข้ามาเสริมความโดดเด่นภายในงาน ให้กระบวนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ความงามถูกสื่อสารได้ชัดเจนขึ้น ผ่านประสบการณ์ที่ผู้ร่วมงานจะได้เห็นภาพจริงของเบื้องหลังขั้นตอนการผลิตสินค้า จาก 5 แบรนด์ผู้ผลิตชั้นนำ ในงาน Cosmoprof CBE ASEAN Bangkok 2026 ระหว่างวันที่ 24–26 มิถุนายน 2026 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

Cosmopack CBE ASEAN คือส่วนหนึ่งของงานแสดงเพื่อธุรกิจความงามระดับโลกอย่าง Cosmoprof CBE ASEAN Bangkok 2026 ถูกออกแบบมาเพื่อเป็นกลยุทธ์สำคัญในการตอบสนองต่อการขยายตัวของธุรกิจ และการเติบโตของกลุ่มผู้ประกอบการด้านสายการผลิต ตั้งแต่การทำงานวิจัยและพัฒนา การคัดเลือกวัตถุดิบและสารสกัด การออกแบบบรรจุภัณฑ์ ไปจนถึงการผลิต OEM/ODM โดย Cosmopack CBE ASEAN จะกลายเป็นเวทีสำคัญที่ตอบโจทย์แบรนด์ ซัพพลายเออร์ และผู้สร้างสรรค์นวัตกรรมในอุตสาหกรรมความงาม ที่ต้องการพัฒนาไอเดียสินค้าให้พร้อมออกสู่ตลาดสากลอย่างมีมาตรฐาน



นายสรรชาย นุ่มบุญนำ ผู้จัดการทั่วไป อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ประเทศไทย เปิดเผยว่า การนำแบรนด์ Cosmopack เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของงาน Cosmoprof CBE ASEAN Bangkok 2026 อย่างเต็มรูปแบบเป็นครั้งแรก จะช่วยยกระดับงานให้ครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ และเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยเชื่อมโยงโอกาสทางธุรกิจ พร้อมสร้างพันธมิตรที่ยั่งยืนในเวทีระดับนานาชาติ

"บนพื้นฐานความสำเร็จของงาน Cosmoprof CBE ASEAN Bangkok ในปี 2025 ที่ผ่านมา ได้ตอกย้ำบทบาทการเป็นแพลตฟอร์ม B2B สำคัญของภูมิภาค ทั้งจากการสร้างเครือข่ายธุรกิจ อัปเดตองค์ความรู้ระดับมืออาชีพ และการรวมเทรนด์ล่าสุดของอุตสาหกรรมความงามอาเซียนมาไว้ในที่เดียว ซึ่งการต่อยอดปี 2026 นี้ ด้วยงานเปิดตัวงาน Cosmopack CBE ASEAN และกิจกรรม The Sunscreen Factory จึงเป็นก้าวสำคัญที่จะทำผู้ประกอบการ ผู้เยี่ยมชมงาน จากทั้งไทยและต่างประเทศ ได้เห็นภาพที่ชัดเจนมากขึ้นศักยภาพของผู้ประกอบการและผู้ผลิตไทย พร้อมช่วยขับเคลื่อนอุตสาหกรรมความงามในภาพรวมให้ดียิ่งกว่าเดิม"

ภายในงาน Cosmopack CBE ASEAN Bangkok 2026 ยังมาพร้อมกับโปรแกรมจับคู่ธุรกิจ หรือ Business Matching เพื่อเปิดพื้นที่ให้ผู้ซื้อ-ผู้ขาย และผู้เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมสามารถนัดหมายเจรจาธุรกิจได้โดยตรง พร้อมมีพื้นที่จัดแสดงสินค้าที่ครอบคลุมทั้งในเรื่องสายการผลิต (Supply Chain) เพื่อให้ผู้เข้าร่วมงานมองเห็นภาพโซลูชันและนวัตกรรมที่ครอบคลุมการทำธุรกิจครบ ตั้งแต่หลังบ้านจนถึงหน้าร้าน



อีกหนึ่งจุดต่างสำคัญของ Cosmopack CBE ASEAN ปีนี้ คือการเพิ่มโซนกิจกรรมพิเศษอย่าง "The Sunscreen Factory" เข้ามาในงาน และทำหน้าที่เป็นพื้นที่ยกระดับบทบาทของผู้พัฒนาสินค้า ไม่ว่าจะเป็น นักพัฒนาสูตร นักออกแบบ หรือผู้ผลิต ให้ออกจากเบื้องหลังมาสู่เบื้องหน้า พร้อมแสดงศักยภาพและความเชี่ยวชาญให้เห็นอย่างเป็นรูปธรรม ภายใต้แนวคิดการเปลี่ยนซัพพลายเชนให้เป็นภาพที่เข้าใจง่าย โดยนำกระบวนการผลิตมาอยู่ในรูปแบบการจัดแสดงเชิงสาธิต (Physical set-up) ให้ผู้ร่วมงานได้ติดตามเส้นทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์ความงามได้ชัดเจน ตั้งแต่ช่วงการพัฒนา-สร้างสรรค์ การทำสูตร (Formulation) โซลูชันการบรรจุ (Filling) ตัวเลือกแพ็กเกจจิ้ง ไปจนถึงการเลือกช่องทางจัดจำหน่ายและสร้างประสบการณ์ให้ผู้บริโภค เป็นการเชื่อมต่อไอเดียที่มีเข้ากับการผลิตจริง และเพิ่มความเร็วในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้แข่งขันได้ในตลาดที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

กิจกรรม The Sunscreen Factory ภายในงาน Cosmopack CBE ASEAN Bangkok 2026 ได้รับการสนับสนุนจากแบรนด์-โรงงานชั้นนำรวม 5 บริษัท เพื่อร่วมกันเสริมองค์ความรู้ เทคโนโลยี และสร้างมาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ความงามให้เกิดขึ้นจริงในบริบทของธุรกิจ ประกอบด้วย



1. Derma Innovation – Contract Manufacturing (OEM/ODM) "การเข้าร่วม Cosmopack CBE ASEAN Bangkok 2026 เป็นโอกาสสำคัญที่ Derma Innovation จะได้แสดงศักยภาพด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์แบบ OEM/ODM ครบวงจร ตั้งแต่การคิดค้นแนวคิด วิจัยและพัฒนาสูตร ไปจนถึงการผลิตเชิงพาณิชย์ เราต้องการให้ผู้ประกอบการเห็นภาพเส้นทางการสร้างแบรนด์ความงามที่สามารถต่อยอดจากไอเดียสู่ผลิตภัณฑ์ที่พร้อมแข่งขันในตลาดได้จริง"


2. Selcon Co., Ltd. – Machinery (Mixing Machine) "Cosmopack CBE ASEAN Bangkok 2026 เป็นเวทีที่ Selcon ต้องการนำเสนอเทคโนโลยีเครื่องผสมที่เป็นหัวใจสำคัญของกระบวนการผลิต เพื่อให้ผู้ประกอบการได้เห็นถึงความสำคัญของการควบคุมคุณภาพและความสม่ำเสมอของผลิตภัณฑ์ พร้อมสร้างความมั่นใจว่าสูตรที่พัฒนาขึ้นสามารถต่อยอดสู่การผลิตจริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ"


3. TherLine – Machinery (Filling Machine) "เรามุ่งหวังให้ผู้เข้าชมงาน Cosmopack CBE ASEAN Bangkok 2026 ได้เห็นภาพการทำงานของกระบวนการผลิตแบบครบวงจร โดยเฉพาะขั้นตอนการบรรจุที่ช่วยรักษาคุณภาพผลิตภัณฑ์ เพิ่มความแม่นยำในการผลิต และเตรียมความพร้อมให้สินค้าก้าวสู่การจำหน่ายได้อย่างมีมาตรฐาน"


4. NAPAT PACKAGING – Packaging "การเข้าร่วม Cosmopack CBE ASEAN Bangkok 2026 เปิดโอกาสให้เราได้นำเสนอแนวคิดด้านบรรจุภัณฑ์ที่ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงปกป้องสินค้า แต่ยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างมูลค่าและภาพลักษณ์ของแบรนด์ เราต้องการให้ผู้ประกอบการเห็นว่าแพ็กเกจจิ้งคือหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ช่วยผลักดันความสำเร็จของผลิตภัณฑ์ในตลาด"


5. Propack – Packaging / Wrapping "ในงาน Cosmopack CBE ASEAN Bangkok 2026 เราต้องการสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของกระบวนการปลายทางในสายการผลิต ตั้งแต่การห่อหุ้ม การจัดเตรียมสินค้า ไปจนถึงความพร้อมในการกระจายสู่ช่องทางจำหน่าย โดยทุกขั้นตอนล้วนมีบทบาทสำคัญในการส่งมอบผลิตภัณฑ์คุณภาพถึงมือผู้บริโภคอย่างสมบูรณ์"


"การเปิดตัว Cosmopack CBE ASEAN อย่างเต็มรูปแบบ ภายในงาน Cosmoprof CBE ASEAN Bangkok 2026 ยังสะท้อนคุณค่าในอุตสาหกรรมความงามไทย ต่อการผลักดันให้ประเทศไทยก้าวสู่บทบาท ศูนย์กลางการผลิตและนวัตกรรมความงามของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ผ่านการเชื่อมเครือข่ายงานแสดงสินค้าธุรกิจระดับโลกเข้ากับผู้เล่นในภูมิภาค ทั้งแบรนด์ ผู้ผลิต ซัพพลายเออร์ และนักลงทุน ที่คาดว่าจะมีผู้จัดแสดงเข้าร่วมมากกว่า 700 บริษัท และมีแบรนด์กว่า 2,500 แบรนด์จากนานาประเทศ ที่จะมาร่วมสร้างความร่วมมือที่เติบโตได้อย่างยั่งยืนในปี 2026 นี้" นายสรรชาย กล่าว

งาน Cosmopack CBE ASEAN จัดขึ้นภายใต้งาน "Cosmoprof CBE ASEAN Bangkok 2026" งาน B2B ด้านธุรกิจความงามชั้นนำในประเทศไทย โดยมีกำหนดจัดงานระหว่างวันที่ 24–26 มิถุนายน 2026 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC) กรุงเทพฯ

สอบถามข้อมูล/การลงทะเบียนเข้าร่วมงาน และติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.cosmoprofcbeasean.com
20
สคส. จัดงาน "ครบรอบ 4 ปี สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล"
ส่งสัญญาณยกระดับ PDPA ไทย สร้างความเชื่อมั่นเศรษฐกิจดิจิทัล


ความเคลื่อนไหวที่น่าจับตาจาก "พ.ต.อ.สุรพงศ์ เปล่งขำ" เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เตรียมจัดงานครั้งสำคัญ "ครบรอบ 4 ปี สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล" ในวันที่ 25 มิถุนายนนี้ โดยงานดังกล่าวนอกจากจะเป็นการสะท้อนความสำเร็จตลอด 4 ปีของการขับเคลื่อนกฎหมาย PDPA แล้ว ยังเป็นอีกหนึ่งเวทีสำคัญในการกำหนดทิศทางการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของประเทศไทยในอนาคต ท่ามกลางความท้าทายใหม่จาก AI, Deepfake, Cyber Threat, Scam Economy และเหตุข้อมูลรั่วไหลที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องทั่วโลก

ภายในงานพบกับการจัดเสวนาพิเศษหัวข้อ "4th Anniversary PDPC Thailand : ความก้าวหน้าและพัฒนาการด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัลของประเทศ" ซึ่งรวบรวมผู้บริหารและผู้กำหนดนโยบายด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของประเทศ นำโดย ประธานกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และ ประธานกรรมการกำกับสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล มาร่วมถอดบทเรียนตลอด 4 ปีที่ผ่านมา พร้อมแลกเปลี่ยนมุมมองต่อบทบาทของ PDPA ในยุคเศรษฐกิจดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่กำลังเปลี่ยนแปลงโลกอย่างรวดเร็ว

อีกหนึ่งไฮไลต์ที่ภาคธุรกิจไม่ควรพลาด คือ การบรรยายพิเศษเรื่อง "การขอเครื่องหมายรับรองมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล" ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับมาตรฐานการบริหารจัดการข้อมูลส่วนบุคคลขององค์กรไทยให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล โดยเครื่องหมายดังกล่าวจะช่วยสะท้อนให้องค์กรคู่ค้า นักลงทุน และประชาชนเห็นว่า องค์กรนั้นมีระบบการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้มาตรฐาน มีธรรมาภิบาลด้านข้อมูล และให้ความสำคัญกับสิทธิของเจ้าของข้อมูลอย่างแท้จริง อันจะเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นทางธุรกิจในยุค Data Economy

ถือเป็นงานครั้งสำคัญจาก สคส. ถึงทิศทางการ "คุมเข้ม" และ "ยกระดับ" มาตรการด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในช่วงครึ่งปีหลัง โดยเฉพาะการรับมือ Data Breach การใช้ AI อย่างรับผิดชอบ และการผลักดันให้องค์กรไทยก้าวสู่มาตรฐานการกำกับดูแลข้อมูลส่วนบุคคลที่ทัดเทียมนานาชาติ ทิศทาง PDPA ไทยกำลังจะเดินหน้าไปทางใด ต้องจับตางานครบรอบ 4 ปี สคส. ครั้งนี้ให้ดี และนี่คืออีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของการยกระดับความเชื่อมั่นดิจิทัลของประเทศในปี 2569 และสามารถติดตามรับชมบรรยากาศการถ่ายทอดสดงานครบรอบ 4 ปี สคส.ในวันที่ 25 มิถุนายนนี้ ผ่านทางเพจเฟซบุ๊ก สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล -สคส
Pages: 1 [2] 3 4 ... 10