Recent Posts

Pages: 1 [2] 3 4 ... 10
11
บททดสอบแรกในฐานะนางเอก “เหมยหลิน ประณยา”
กับความท้าทายในภาพยนตร์ “อานนท์” ทรูโฟร์ยู ช่อง 24


หลังแจ้งเกิดจากรายการตลกชื่อดัง “ก็มาดิคร้าบ” จนกลายเป็นนักแสดงสาวที่ถูกพูดถึงอย่างรวดเร็ว ล่าสุด “เหมยหลิน ประณยา ลี้ปฐมากุล” ขยับบทบาทสำคัญอีกขั้น กับการรับบทนางเอกเต็มตัวเป็นครั้งแรกในล้อหนังดัง เรื่อง “อานนท์” ออกอากาศทางทรูโฟร์ยู ช่อง 24


ภาพยนตร์เรื่องนี้นับเป็นผลงานภาพยนตร์เรื่องแรกที่เหมยหลินรับบทนำตลอดทั้งเรื่อง โดยเธอรับบท “เหมย” ลูกสาวเพียงคนเดียวของ “ชู” (นุ้ย เชิญยิ้ม) ชายผู้มีจิตใจดีแต่ชีวิตเต็มไปด้วยปัญหา และเป็นตัวละครเดียวที่สามารถมองเห็นและสื่อสารกับวิญญาณเจ้าของบ้านอย่าง “อานนท์” (เอ๋ เชิญยิ้ม) นำไปสู่เรื่องราวความสัมพันธ์ระหว่างคนเป็นและคนตายที่เต็มไปด้วยความวุ่นวาย เสียงหัวเราะ และความผูกพัน


เหมยหลิน เผยว่า “แม้ภาพยนตร์จะอยู่ในแนวคอมเมดี้ แต่การทำงานจริงกลับท้าทายไม่น้อย โดยเฉพาะการร่วมงานกับนักแสดงรุ่นใหญ่ที่มากประสบการณ์ “ตอนแรกคิดว่าเป็นหนังตลกที่รับมือได้ไม่ยาก แต่พอถ่ายทำจริงต้องใช้ทั้งสมาธิ อารมณ์ และการเตรียมตัวมากกว่าที่คาด เพราะบทมีรายละเอียดและต้องปรับการแสดงตามสถานการณ์หน้างานตลอด การได้กลับมาร่วมงานกับ นุ้ย เชิญยิ้ม อีกครั้ง ถือเป็นแรงสนับสนุนสำคัญ โดยนักแสดงสาวเผยว่า ผู้รับบทพ่อในเรื่องคอยให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด ช่วยให้เธอปรับตัวและพัฒนาการแสดงได้อย่างต่อเนื่อง”


สำหรับ “อานนท์” เป็นล้อหนังดังที่เล่าเรื่องครอบครัวเล็ก ๆ ซึ่งย้ายเข้าไปอยู่บ้านเก่าที่มีวิญญาณเจ้าของบ้านสิงอยู่ หนังผสมผสานความเฮี้ยนแบบไทยเข้ากับอารมณ์ขันและความอบอุ่น สะท้อนมุมมองของการอยู่ร่วมกัน ความเข้าใจ และการปล่อยวาง ผ่านสายสัมพันธ์ระหว่างคนเป็นและคนตาย




เหมยหลิน ทิ้งท้ายว่า นี่คือผลงานที่เธอตั้งใจและทุ่มเทอย่างมาก พร้อมฝากให้ผู้ชมติดตามและเป็นกำลังใจให้ทีมงานและนักแสดงทุกคน “หวังว่าผู้ชมจะได้ทั้งรอยยิ้ม ความสนุก และความประทับใจกลับไปจากเรื่องนี้ สามารถติดตามชมภาพยนตร์ “อานนท์” ออกอากาศทางทรูโฟร์ยู ช่อง 24 ในวันเสาร์ที่ 7 กุมภาพันธ์ เวลา 18.30 น. และทาง ทางทรูโฟร์ยู ช่อง 24 ในวันเสาร์ที่ 7 กุมภาพันธ์ เวลา 18.30 น. และทาง https://true4u.com/live/
12
Dr.TATTOF Clinic ปักหมุดแลนด์มาร์คใหม่ ที่ Zpell @ ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต




Dr.TATTOF Clinic (ด็อกเตอร์แททออฟ คลินิก) ผู้นำด้านการลบรอยสัก และรักษาปัญหาผิวด้วย นวัตกรรมเลเซอร์แนวหน้าของเมืองไทย จัดงาน Opening เปิดสาขาใหม่อย่างเป็นทางการ ณ ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต (โซน Zpell) ชั้น 1 มุ่งตอบโจทย์ลูกค้าโซนกรุงเทพฯ ตอนเหนือ ด้วย นวัตกรรมเลเซอร์ทางการแพทย์ที่ทันสมัยที่สุด




ภายในงานได้รับเกียรติจาก นพ.นัทธพงศ์ จิรุระวงศ์ ประธานบริษัท Dr.TATTOF Clinic เป็นประธาน ในพิธีเปิดอย่างเป็นทางการ ร่วมกับ คุณพงศยา ตราชูนิตย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายปฏิบัติการ โดยมีคณะผู้บริหารจากศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต ให้เกียรติเข้าร่วมแสดงความยินดีในโอกาสสำคัญนี้ ท่ามกลางบรรยากาศอันอบอุ่น และเป็นกันเอง




นพ.นัทธพงศ์ จิรุระวงศ์ ประธานบริษัท Dr.TATTOF Clinic เปิดเผยว่า “การเปิดสาขาที่ Zpell @ ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต ในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญของ Dr.TATTOF ในการขยายฐานการให้บริการให้ครอบคลุม มากยิ่งขึ้น เรายังคงยึดมั่นในมาตรฐานการรักษาที่เน้นผลลัพธ์ และความปลอดภัยเป็นหัวใจสำคัญ โดยเฉพาะ การลบรอยสักที่เราเลือกใช้เทคโนโลยีเลเซอร์ประสิทธิภาพสูง ผสานกับประสบการณ์ของทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อเปลี่ยนความกังวลให้เป็นความมั่นใจให้กับลูกค้าทุกท่าน”

Dr.TATTOF Clinic โดดเด่นด้วยการเป็นสถานพยาบาลที่มุ่งเน้นการลบรอยสัก ด้วยนวัตกรรมเลเซอร์ มาตรฐานทางการแพทย์ ทุกขั้นตอนการรักษาถูกออกแบบมา เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ชัดเจน ปลอดภัย และไม่ทิ้งรอยแผลเป็น โดยให้ความสำคัญกับ 3 เสาหลักสำคัญ ได้แก่:

          1.   Expertise: ทีมแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญและมีประสบการณ์
          2.   Innovation: นวัตกรรมเลเซอร์ระดับโลกที่ได้รับการรับรองมาตรฐานสากล
          3.   Trust: การบริการที่โปร่งใส จริงใจ เพื่อสร้างความไว้วางใจให้กับผู้เข้ารับบริการ

เพราะที่ Dr.TATTOF Clinic ความเป็นมืออาชีพ คือสิ่งที่ลูกค้าสัมผัสได้จริงในทุกการรักษา เราพร้อมแล้ว ที่จะส่งมอบประสบการณ์การดูแลรักษาที่ดีที่สุดให้กับชาวรังสิต และพื้นที่ใกล้เคียง คุณพงศยา กล่าวเสริม




สำหรับผู้ที่สนใจบริการลบรอยสัก ลบรอยแผลเป็น หรือดูแลผิวพรรณ สามารถเข้ารับคำปรึกษา จากทีมแพทย์ได้แล้ววันนี้ที่ Dr.TATTOF Clinic หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Dr.TATTOF ทั้ง 10 สาขา ได้แก่ สาขาวัน แบงค็อก 090-546-2424, สาขาเซ็นทรัลพลาซ่า ลาดพร้าว 095-428-9424, สาขาเทอร์มินอล 21 พัทยา 097-428-2424, สาขาเอท ทองหล่อ 099-614-2424, สาขาฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต 083-535-2424, สาขาเซ็นทรัลพลาซ่า ปิ่นเกล้า 064-679-2424, สาขาเดอะ พรอมานาด 064-756-2424, สาขาเซ็นทรัล เวสต์เกต 064-568-2424, สาขาเมกาบางนา 090-895-2424, และสาขาเซ็นทรัลภูเก็ต เฟสติวัล 095-336-2424 หรือ Inbox: http://m.me/dr.tattof, Line@: http://line.me/ti/p/~@dr.tattof


13
Ragnarok Origin Classic ขอเชิญชวนคุณ
ร่วมสัมผัส "การผจญภัยอย่างแท้จริง" ที่เน้นเพียงบัตรรายเดือนเท่านั้น





เกม Ragnarok Origin Classic (ROOC) ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้ว ในงาน RO Festa 2025 ที่ผ่านมา เกมนี้ได้รับการพัฒนามาจากเกม MMORPG อย่าง Ragnarok Origin (ROO) ที่ดำเนินการโดย Gravity Game Vision โดยยังคงรักษาเอกลักษณ์และวิธีการเล่นหลักของเกมเดิมเอาไว้ ในขณะเดียวกันก็มีการปรับปรุงวิธีการเล่นให้ง่ายขึ้น อาทิเช่น เน้นเพียงบัตรรายเดือน ทำให้การเติบโตของตัวละครมีความง่ายยิ่งขึ้น ปรับค่าสถานะรูปลักษณ์ให้เท่าเทียมกัน ลดการเติมเงิน เพิ่มระบบการแข่งขันที่เป็นธรรมกับทุกคน ทำให้สามารถกลับคืนสู่การผจญภัยอย่างแท้จริงได้อีกครั้ง
 
เป็น RO ที่เน้นเพียง Monthly Pass โดยวันนี้มีการเปิดให้ลงทะเบียนล่วงหน้าสำหรับผู้เล่นในภูมิภาค ไต้หวัน/ฮ่องกง/มาเก๊า , เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และ เกาหลี นี่ไม่ใช่แค่การกลับมาอีกครั้ง แต่ยังเป็นคำเชิญจากใจของเราถึงแฟนคลับของ ROO ทุกคน ให้พวกเราได้กลับไปสู่ความตื่นเต้นในครั้งแรกของเกมอีกครั้ง ขณะนี้เกมได้เปิดให้ลงทะเบียนล่วงหน้าอย่างเป็นทางการแล้ว และจะประกาศกำหนดการเกี่ยวกับ CBT ในเร็วๆ นี้

PV: https://youtu.be/SU9GACHagbQ

ROOC มีการลดความซับซ้อนของเกมลง เน้นที่แก่นแท้ของเกม จัดการปัญหาการเติมเงินอย่างตรงไปตรงมา เป็น RO ที่จำหน่ายเฉพาะ Monthly Pass โดยเรามุ่งหวังให้ผู้เล่น ROO ทุกคนได้สนุกกันอย่างเต็มที่ ที่นี่คุณสามารถร่วมมือในการต่อสู้กับนักผจญภัยทั่วทั้งเอเชียได้ทุกเมื่อ สามารถปรับแต่งคลาสอาชีพและเครื่องแต่งกายของตัวละครได้อย่างอิสระ สร้างการผจญภัยที่ไม่เหมือนใคร เราหวังว่าผู้เล่นทุกคนจะได้ค้นพบกับความสนุกและความตื่นเต้นเหมือนที่เคยรู้สึกในเกมนี้อีกครั้ง

การผจญภัยของ ROO ได้เริ่มขึ้นอีกครั้ง แบบสบายๆ

"คิดถึงตอนเปิดตัวเกม ROO ในช่วงแรกๆ" , "เกมนี้ต้องเติมเงินมากจึงจะชนะได้" , "ภารกิจเยอะเกินไป เหนื่อย" , "เพื่อนๆ เลิกเล่นไปหมดแล้ว" , "อาชีพต่างๆ ไม่สมดุล"......เสียงเหล่านี้ได้ดังก้องใน Prontera มานานหลายปี และมันคือรอยบาดแผลในใจของพวกเรา เรารู้ดีว่าสิ่งที่ทุกคนชื่นชอบมันไม่ใช่แค่เวอร์ชัน ใดเวอร์ชันหนึ่งเท่านั้น แต่มันคือความอบอุ่นที่เป็นเอกลักษณ์ในยุคนั้นต่างหาก สำหรับนักผจญภัยที่ยังคงรักใน ROO แต่จำต้องจากไป ตอนนี้ ROOC กำลังจะออกเดินทางอีกครั้งแล้ว มาร่วมตามหาเพื่อนร่วมทางที่คุ้นเคย หวนรำลึกถึงการผจญภัยที่แท้จริงกันอีกครั้ง

มีนักผจญภัยหลายๆ คนที่เลิกเล่น ROO ไปแล้วด้วยปัจจัยต่างๆ แต่สายตาของพวกเขาก็ไม่เคยห่างหายไปไหน เรามักจะได้ยินคำพูดที่ว่า "ROO เป็นเกมที่ฉันชอบมากๆ" , "ทีมงานรับฟังความคิดเห็นของผู้เล่นดีนะ"ตั้งแต่ช่วงเปิดตัวเกมที่มีผู้เล่นเป็นจำนวนมาก จนถึงการอัปเดตในครั้งต่อๆมา ดินแดน Midgard ยังคงเต็มไปด้วยความมีชีวิตชีวาอยู่เสมอ เพราะมีเรื่องราวของคุณอยู่ในนั้น เราเชื่อว่า สิ่งที่คุณอยากจะกลับมาสัมผัสอีกครั้ง ไม่ใช่แค่เกม แต่ยังรวมถึงตัวตนของคุณที่เคยรัก ROO ในอดีต รวมถึง "พวกเรา" ที่เคยร่วมผจญภัยไปด้วยกัน

เปิดให้ลงทะเบียนล่วงหน้าอย่างเป็นทางการแล้ว เน้นการใช้เพียงบัตรรายเดือนเท่านั้น

ในการเดินทางครั้งใหม่ของ Ragnarok Origin Classic เราหวังว่าผู้เล่นทุกคนจะได้รับความสนุกสนานในแบบของตัวเอง ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาการจ่ายเงินเพื่อเล่นให้จบเกมอย่างรวดเร็ว แต่ให้ทุกๆ ประสบการณ์นำไปสู่การพัฒนาตนเอง



 
เกมเปิดให้ลงทะเบียนล่วงหน้าแล้ววันนี้ หลังจากลงทะเบียนล่วงหน้าสำเร็จ จะได้รับพาหนะ "Bunny Group" เฮดแวร์ "Majestic Goat" และยังมีโอกาสลุ้นรางวัล iPhone 17 Pro อีกด้วย! รีบมาลงทะเบียนล่วงหน้ากันเลย  https://roocpr.short.gy/th0202

การเดินทางผจญภัย ROO รูปแบบใหม่จะได้รับการปรับปรุงดังต่อไปนี้ และจะได้รับการปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้นในการทดสอบครั้งต่อๆไป:
https://youtu.be/2KyYzacyIu4

การเดินทางครั้งใหม่ใน ROOC เราหวังว่าผู้เล่นทุกคนจะได้รับความสนุกสนานในแบบของตนเอง ไม่ใช่แค่เติมเงินแล้วจะสามารถจบเกมหรือเอาชนะผู้อื่นได้เสมอไป และเพื่อให้มั่นใจว่าทุกคนจะสามารถเติบโตและก้าวไปสู่เป้าหมายสูงสุดได้ในทุกๆ หนทาง เราจึงได้มุ่งทำการปรับปรุงแนวทางของเกมอย่างต่อเนื่อง ในทิศทางดังต่อไปนี้

          •   จำกัดการเติมเงิน เน้นเพียงบัตรรายเดือน: จำกัดการซื้อในแต่ละสัปดาห์ ลดช่องว่างระหว่างผู้เล่นทั่วไปและผู้เล่นที่เป็นสายเติม แม้จะมีเงินก็สามารถทำการซื้อทรัพยากรได้อย่างจำกัด
          •   ภารกิจน้อยลง แต่ความสนุกเพิ่มขึ้น:ปรับปรุงกลไกการเติบโต ลดภารกิจซ้ำๆ ปรับปรุงระบบเศรษฐกิจในเกม ทำให้การเติบโตของตัวละคร กลับไปสู่ความสนุกของกลยุทธ์และการสำรวจอีกครั้ง
          •   เซิร์ฟเดียวกันทั่วทั้งเอเชีย การผจญภัยที่ไร้ขอบเขต:เปิดใช้งานเซิร์ฟเวอร์เกมที่เล่นด้วยกันได้ทั่วทั้งเอเชีย ทำลายอุปสรรคทางภูมิศาสตร์ รู้จักกับเพื่อนใหม่ๆ พัฒนาฝีมือผ่านการแข่งขันระหว่างภูมิภาค
         •   การแข่งขันที่ยุติธรรม มิตรภาพจากการแข่งขัน:เกมเน้นความสมดุลของอาชีพและการทำงานเป็นทีม โดยเปิดให้เล่นได้ถึง High Class เท่านั้น สร้างเวทีการต่อสู้ที่ยุติธรรม ที่ต้องอาศัยทักษะและกลยุทธ์
         •   กลับมาเล่นได้อย่างง่ายๆ สนุกได้ทันที:ลดความซับซ้อน มอบประสบการณ์การเล่นที่คลาสสิกแบบดั้งเดิม การพัฒนาตัวละครทั้งหมดสามารถทำได้จากการผ่านดันเจี้ยน ทำให้การกลับมาเล่นอีกครั้งของผู้เล่นเก่าเป็นเรื่องง่ายๆ

การกลับมาของผลงานคลาสสิกเพื่อคุณ

ก่อนที่เราจะเริ่มต้นการเดินทางในครั้งนี้ เราตั้งหน้าตั้งตาที่จะรอฟังความคิดเห็นจากคุณ ไม่ว่าจะเป็นความคาดหวัง ข้อเสนอแนะ หรือแม้แต่ "คำวิจารณ์" ที่เฉียบคมของคุณ ทุกอย่างจะเป็นส่วนสำคัญของการกลับมาในครั้งนี้ เส้นทางข้างหน้ายังอีกยาวไกล และความคิดสร้างสรรค์ย่อมนำมาซึ่งความท้าทาย เราขอเชิญชวนให้คุณเข้าร่วมกำหนดแนวทางการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ด้วยประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมของคุณกับพวกเรา

มาร่วมมือเพื่อสร้างสรรค์ ROO ที่สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้นของพวกเรากัน และแบ่งปันความคิดของคุณ ทุกคำพูดของคุณจะทำให้การรวมตัวกันในครั้งนี้เป็นสิ่งที่ทุกคนรอคอยอย่างแท้จริง และนักผจญภัยผู้โชคดียังมีโอกาสได้รับ iPhone 17 Pro อีกด้วยนะ!
เข้าร่วมเพจทางการ แล้วพบกันอีกครั้ง!

การลงทะเบียนล่วงหน้าสำหรับ Ragnarok Origin Classic ได้เริ่มขึ้นแล้ว ขอเชิญชวนทุกท่านเข้าร่วมการผจญภัยอย่างแท้จริงในครั้งนี้
เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าทุกท่านที่รัก ROO จะกลับมายังทวีป Midgard อีกครั้งและเริ่มต้นการเดินทางครั้งใหม่ที่เต็มไปด้วยอิสระอย่างแท้จริงกับเรา
เราหวังว่าจะได้พบคุณอีกครั้ง ณ จุดเริ่มต้นของเรื่องราว




14
เดือดต้อนรับศักราชใหม่ "ราด ราชิด" นักชกจากเยอรมันผงาดครองเข็มขัดแชมป์ WBC ASIA ประเดิมชัยแรกของปีใหม่ 2569


              ร้อนแรงเกินห้ามใจจริงๆ สำหรับศึก "NARIS - HIGHLAND BOXING PROMOTIONS" ที่ขนทัพนักสู้ยอดฝีมือจากทั่วทุกมุมโลกขึ้นสังเวียนกำปั้น มาประชันความดุเดือดกันแบบจัดเต็มถึง 21 คู่ เมื่อวันเสาร์ที่ 31 มกราคม 2569 ที่สนามมวย เวิลด์สยาม สเตเดี้ยม เขตบางกะปิ การแข่งขันชกมวยศึก "NARIS - HIGHLAND BOXING PROMOTIONS" จัดโดยโปรโมเตอร์สองคู่เขย มิสเตอร์ บริโก้ แซนติก โปรโมเตอร์ชาวฟิลิปปินส์ กับ “ปุ่นอินเตอร์” นายศุภณัฐ จันทร์แรม โปรโมเตอร์ชาวไทย พร้อมด้วย นายนริส สิงห์วังชา ประธานสหพันธ์มวยแห่งเอเชีย (ABF) และ นายกสมาคมกีฬาชักกะเย่อ แห่งประเทศไทย ร่วมจัดศึกต้อนรับศักราชใหม่ 2569 ศึก "NARIS - HIGHLAND BOXING PROMOTIONS" เป็นการชกชิงข็มขัดแชมป์ WBC ASIA และ WBA ASIA มีเข็มขัด 2 เส้น 2 สถาบัน อัดแน่นนักสู้ยอดฝีมือ 21 คู่จากทั่วโลกที่เสิร์ฟความมันส์ในศึกแห่งศักดิ์ศรี ศึก "NARIS - HIGHLAND BOXING PROMOTIONS" ซึ่งได้รับความสนใจอย่างล้นหลามจากทั้งแฟนมวยชาวไทยและชาวต่างชาติ




สรุปผลการชกรายการศึก "NARIS - HIGHLAND BOXING PROMOTIONS" ทั้ง 21 คู่มีดังนี้

คู่ที่ 1. ชกอุ่นเครื่อง รุ่นไลท์เวท กำหนด 3 ยก พิกัด 135 ปอนด์ ดึ๊ก ฮุย บุย นักชกจากเวียดนาม ชนะ TKO ยก1 ธนากร ยาเซน นักชกไทย

คู่ที่ 2. ชกอุ่นเครื่อง รุ่นเฟเธอร์เวท กำหนด  8 ยก พิกัด 126 ปอนด์ ซูเหลียง เฉิน นักชกจากจีน ชนะ TKO ยก4 มงคล นาคศรี นักชกไทย

คู่ที่ 3. ชกอุ่นเครื่อง รุ่นซูเปอร์เวลเตอร์เวท กำหนด 4 ยก พิกัด 168 ปอนด์ ราล์ฟ เอเตียน นักขกจากออสเตรเลีย ชนะ TKO ยก1 ภูวนัย หลีทัพ นักชกไทย



คู่ที่ 4. ชกอุ่นเครื่อง รุ่นเฮฟวี่เวท พิกัด 225 ปอนด์ กำหนด 4 ยก ชุน เหอ ชาน นักชกจากแคนาดา ชนะ TKO ยก1 กฤษณะ บุญโกศล นักชกไทย

คู่ที่ 5. ชกอุ่นเครื่อง รุ่นซูเปอร์ไลท์เวท กำหนด 6 ยก พิกัด 140 ปอนด์ นูรูลตัน สเมล นักชกจากคาซัคสถาน ชนะ TKO ยก2 คัมภีร์ ผายม นักชกไทย

คู่ที่ 6. ชกอุ่นเครื่อง รุ่นซูเปอร์เวลเตอร์เวท กำหนด 4 ยก พิกัด 154 ปอนด์ อเลสซานโด กริปปา นักชกจากออสเตรเลีย ชนะ TKO ยก1 กัมปนาท กองอ้นนักชกไทย



คู่ที่ 7. ชกอุ่นเครื่อง รุ่นซูเปอร์แบนตัมเวท กำหนด 8 ยก พิกัด 122 ปอนด์ รูเซิน เจิ้ง นักชกจากจีน ชนะ TKO ยก2 ประสิทธิ์ศักดิ์ ภาพรหม  นักชกไทย

คู่ที่ 8. ชกอุ่นเครื่อง รุ่นเวลเตอร์เวท กำหนด 4 ยก พิกัด 147 ปอนด์ ซามีร์ ฮัมดัม นักชกจากเยอรมัน ชนะ TKO ยก1 คูชาล นันด์คิชอร์ วียาส นักชกจากอินเดีย

คู่ที่ 9. ชกอุ่นเครื่อง รุ่นซูเปอร์ไลท์เวท กำหนด 8 ยก พิกัด 140 ปอนด์ อี้ห่าว 4จาง นักชกจากจีน ชนะ TKO ยก4 วันพิชิต ศิริพนา นักชกไทย



คู่ที่ 10. ชกอุ่นเครื่อง รุ่นซูเปอร์มิดเดิลเวท กำหนด 4 ยก พิกัด 168 ปอนด์ ซิกูร์ด ซิงห์ บราร์ นักชกจากนอร์เวย์ ชนะ TKO ยก1 นิธิ สง่าแสงนักชกไทย

คู่ที่ 11. ชกอุ่นเครื่อง รุ่นไลท์เวท กำหนด 4 ยก พิกัด 135 ปอนด์ เจ เลน เทย์เลอร์ นักชกจากออสเตรเลีย ชนะ TKO ยก1 มาโนช คำพุฒ นักชกไทย

คู่ที่ 12. ชกอุ่นเครื่อง รุ่นซูเปอร์เฟเธอร์เวท กำหนด 4 ยก พิกัด 130 ปอนด์ ฮาร์มันบีร์ ซิงห์ บราร์ นักชกจากแคนาดา ชนะ TKO ยก1 ฟารุก เสือแน นักชกไทย



คู่ที่ 13. ชกอุ่นเครื่อง รุ่นซูเปอร์มิดเดิลเวท กำหนด 4 ยก พิกัด 168 ปอนด์ เดจ ซูดฮารี นักชกจากอินเดีย ชนะ TKO ยก3 ธนวัฒน์ พลนาคู นักชกไทย

คู่ที่ 14. ชกอุ่นเครื่อง รรุ่นเฮฟวี่เวท กำหนด 4 ยก พิกัด 175 ปอนด์ ซิสฮาน ซิสคาน นักชกจากอินเดีย ชนะ TKO ยก2 คชา ศรีคง นักชกไทย

คู่ที่ 15. ชกอุ่นเครื่อง รุ่นเวลเตอร์เวท กำหนด 4 ยก พิกัด 147 ปอนด์ ดาร์ริงการ์รา เทรว์ฮัลลา นักชกจากออสเตรเลีย ชนะ TKO ยก2 สมชาย พืชพันธ์นักชกไทย



คู่ที่ 16. ชกอุ่นเครื่อง รุ่นไลท์เฮฟวี่เวท กำหนด 4 ยก พิกัด 175ปอนด์ อัลโมล ไทกี นักชกจากอินเดีย ชนะ TKO ยก3 ทัศพงษ์ ศรีขาบ นักชกไทย

คู่ที่ 17. ชิงเข็มขัดแชมป์ WBA ASIA GOLD รุ่นซูเปอร์ไลท์เวท พิกัด 140 ปอนด์ กำหนด 10 ยก ระหว่าง ปรินซ์ พาเทล นักชกจากอินเดีย ปะทะ ยาฮายา มุสซา นักชกจากแทนซาเนีย เกมส์การชก พาเทล เป็นฝ่ายเดินรุกไล่เข้าหาต่อยหมัดอัดลำตัวทำเอา มัสซ่า ได้แต่ตั้งรับกระทั่งหมดยก5 มัสซ่า ไม่ยอมออกจากมุมขอยอมแพ้ทำให้ ปริ๊น พาเทล คว้าแชมป์ WBA Asia มาครอง

คู่ที่ 18. ชกอุ่นเครื่อง รุ่นซูปร์แบนตัมเวท กำหนด 6 ยก พิกัด 122 ปอนด์ ฮวาง กว็อก จุง นักชกจากเวียดนาม ชนะTKO ยก1 วานิช แตงอุไร นักชกไทย



คู่ที่ 19. ชกอุ่นเครื่อง รุ่นฟลายเวท กำหนด 4 ยก พิกัด 112 ปอนด์ โรเบิร์ต แองเจลอสกี้ นักชกจากออสเตรเลีย ชนะคะแนน เน ลิน อ่อง นักชกจากเมียนมาร์

คู่ที่ 20. ชกอุ่นเครื่อง รุ่นเฟเธอร์เวท กำหนด 8 ยก พิกัด 126 ปอนด์ บิลเฮส บารากัต นักชกจากเยอรมัน ชนะ TKO ยก2 ซาการ์ ซูฮาน นักชกจากอินเดีย

คู่ที่ 21. ชิงเข็มขัดแชมป์ WBC ASIA SILVER รุ่นซิลเวอร์ ครุยเซอร์เวท พิกัด 200 ปอนด์ กำหนด 8 ยก ระหว่าง ราด ราชิด นักชกจากเยอรมัน ปะทะ จัสการัน ซิงห์ นักชกจากอินเดีย เริ่มยกแรก ลาซิส อาศัยความดุดันเกินรุกไล่ต่อยหมัดตัดลำตัวและใบหน้าแบบเน้นๆ เอา จัสการัน ต้องถอยล่มมาตั้งรับแม้พยามออกหมัดแต่ก็ไม่ชัดเจนจนกระทั่งหมดยก 6 ขึ้นยก 7  จาการัน ซิง ไม่ยอมออกจากมุมขอยอมแพ้ทำให้ ลาส ลาซิส เป็นฝ่ายชนะ TKO ยก7 คว้าแชมป์ WBC Asia มาครองอย่างสะใจกองเชียร์





              เสียงเชียร์คือพลังให้กับนักมวย การต่อสู้ที่สร้างบรรยากาศคึกคักและดึงดูดความสนใจจากผู้ชมจำนวนมากทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งบรรยากาศในสนามมวยเต็มไปด้วยนักสู้ยอดฝีมือที่ขึ้นสังเวียนดวลหมัดกันสุดมันส์ การต่อสู้ในสนามมวยเต็มไปด้วยเสียงเชียร์จากแฟนมวยทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่ลุ้นระทึกครบทุกคู่ ทำให้แฟนมวยส่งเสียงเชียร์ไปด้วยความสนุกสนาน สร้างความตื่นเต้นและเป็นพลังใจสำคัญให้กับนักมวยบนเวทีอีกด้วย
15
ททท. เนรมิตราตรีแห่งหัตถศิลป์และคีตศิลป์ ในงาน“The Night by Amazing Thailand” สืบสานพระราชปณิธานสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง พร้อมขับเคลื่อนการท่องเที่ยว Night-time & Experience-based Tourism


การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ยกระดับปรากฏการณ์ท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ ชวนสัมผัสมนต์เสน่ห์ศิลป์แผ่นดินยามค่ำคืนกับงาน “The Night by Amazing Thailand: รอยไหมในแสงจันทร์ ศิลป์แผ่นดินในความทรงจำใต้แสงพระบารมี” ระหว่างวันที่ 27 มกราคม-7 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 16.00–21.30 น. ณ สวนลุมพินี กรุงเทพมหานคร เนรมิตพื้นที่ใจกลางเมืองให้กลายเป็นจุดหมายท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรมยามค่ำคืน ถ่ายทอดพระราชกรณียกิจของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ
พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผ่านนิทรรศการ Immersive สุดล้ำ งานศิลปาชีพ งานหัตถศิลป์ การแสดงดนตรีระดับโลก “Moonlight Concert” และโขนในมิติใหม่ KHON IN JAZZ ตอกย้ำพลัง Soft Power ไทย ควบคู่แนวคิด Night-time & Experience-based Tourism เสริมภาพลักษณ์ กรุงเทพมหานครและประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางที่พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวอย่างอบอุ่นและยั่งยืน ทั้งนี้ พิธีเปิดงานในวันที่ 29 มกราคม 2569 ได้รับพระกรุณาธิคุณจากทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญาสิริวัฒนาพรรณวดี เสด็จเป็นองค์ประธานในการเปิดงานฯ โดยมีนายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. พร้อมคณะผู้บริหาร ททท. เฝ้ารับเสด็จฯ



นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. เปิดเผยว่า ททท. มุ่งเน้นการสร้างประสบการณ์ท่องเที่ยวที่เปี่ยมด้วยความหมายและคุณค่าทางจิตใจ รวมถึงร่วมน้อมนำพระราชกรณียกิจของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง มาเป็นแรงบันดาลใจหลักในการรังสรรค์งาน จึงเป็นที่มาของโครงการ “The Night by Amazing Thailand” รอยไหมในแสงจันทร์ : ศิลป์แผ่นดินในความทรงจําใต้แสงพระบารมี ซึ่งจัดขึ้นในวันที่ 27 มกราคม-7 กุมภาพันธ์ 2569 ณ สวนลุมพินี กรุงเทพมหานคร ถ่ายทอดผ่านกิจกรรมศิลปวัฒนธรรมยามค่ำคืนที่ผสานการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์อย่างร่วมสมัย เพื่อยกระดับแหล่งท่องเที่ยวและพื้นที่กิจกรรมยามค่ำคืน ให้มีชีวิตชีวา มีเอกลักษณ์ โดยเชื่อมโยงศิลปะ วัฒนธรรม ดนตรี และเทคโนโลยีเข้าด้วยกัน เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ที่กระตุ้นการใช้จ่ายในที่พัก ร้านอาหาร ร้านค้า และธุรกิจชุมชน สอดรับกับแนวคิดการส่งเสริม Night-time Tourism และ Experience-based Tourism พร้อมกันนี้ ยังเป็นเวทีสำคัญในการนำเสนอ Soft Power ของไทย ผ่านมิติของศิลปะ วัฒนธรรม ศิลปาชีพ และแฟชั่นไทยในรูปแบบร่วมสมัยที่เข้าถึงประชาชนทุกช่วงวัยได้อย่างกลมกลืน และสามารถสะท้อนอัตลักษณ์ไทยให้โดดเด่นบนเวทีโลกอย่างงดงามด้วย


สำหรับพิธีเปิดงานในวันที่ 29 มกราคม 2569 ททท. ได้รับพระกรุณาธิคุณจากทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญาสิริวัฒนาพรรณวดี เสด็จเป็นองค์ประธานการเปิดงานพร้อมทั้งทอดพระเนตรนิทรรศการเทิดพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และกิจกรรมสาธิตสินค้าและผลิตภัณฑ์จากศูนย์ศิลปาชีพ และในโอกาสพิเศษนี้ยังได้ทรงขับร้อง 4 บทเพลงพระราชนิพนธ์ภายในงานฯ อีกด้วย


ไฮไลต์กิจกรรมสำคัญภายในงาน ประกอบด้วย โซนนิทรรศการเทิดพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในรูปแบบ IMMERSIVE BOX “แสงแห่งพระบารมี” ซึ่งเป็นนิทรรศการสื่อผสมเสมือนจริง ถ่ายทอดพระราชกรณียกิจ ตั้งแต่การส่งเสริมงานหัตถศิลป์และศิลปาชีพ ไปจนถึงการยกระดับผ้าไทยสู่แฟชั่นไอคอนระดับสากล สะท้อนพระราชปณิธานในการอนุรักษ์วัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อมเพื่อคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืน ต่อด้วย โซนสาธิต สินค้าและผลิตภัณฑ์ จากศูนย์ศิลปาชีพ จัดแสดงผลงานปักผ้าซอยแบบไทย งานทอผ้ามัดหมี่ งานทอผ้าจก งานทอผ้าตาดทอง งานปักโขน งานเพนท์เซรามิก งานสานย่านลิเภา งานดอกไม้ประดิษฐ์ งานเป่าแก้ว และการจัดกิจกรรมสาธิตจากศูนย์ศิลปาชีพ เช่น การเพ้นท์หน้ากากโขน การประดิษฐ์ว่าว เป็นต้น


อีกหนึ่งไฮไลต์คือ โซนเวทีการแสดง “THE MOONLIGHT CONCERT: รอยไหมในแสงจันทร์” กับการแสดงดนตรีชุด “บทเพลงแห่งพระเมตตา” ที่รวบรวมเพลงพระราชนิพนธ์และบทเพลงที่ได้รับแรงบันดาลใจจากพระมหากรุณาธิคุณ นำเสนอในรูปแบบ Jazz Meets Orchestra โดย Koh Mr.Saxman & The Sound of Siam ร่วมกับวง Thai Symphony Orchestra พร้อมศิลปินรับเชิญ อาทิ เบน ชลาทิศ, วิยะดา โกมารกุล ณ นคร, สุชาติ ชวางกูร, เก่ง ธชย, Anchee The Voice, ครูกิต The Voice, มายด์ สิริกร เพลงเอก, ฟอร์ด สบชัย, กบ ทรงสิทธิ์, วสุ แสงสิงแก้ว, ลูกหว้า พิจิกา และคุณอิสริยา คูประเสริฐ นักร้องประจำพระองค์ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง นอกจากนี้ ยังมีการแสดง KHON IN JAZZ: จิตวิญญาณแห่งศิลปะไทย การแสดงโขนในมิติใหม่ ที่สะท้อนพระราชดำริในการสืบทอดโขนให้คงอยู่ในวิถีชีวิตคนไทยอย่างร่วมสมัย


ทั้งนี้ ททท. คาดหวังว่า โครงการ The Night by Amazing Thailand จะเป็นหนึ่งในหมุดหมายสำคัญในการยกระดับศักยภาพทางการแข่งขันของการท่องเที่ยวไทยบนเวทีโลก และสร้างระบบนิเวศการท่องเที่ยวภาคกลางคืนที่เปี่ยมด้วยคุณภาพ ความปลอดภัย และความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งจะช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับต้นทุนทางวัฒนธรรมที่เรามีอยู่ และเป็นอีกหนึ่งฟันเฟืองสำคัญในการกระจายรายได้สู่ผู้ประกอบการทุกระดับ และตอกย้ำภาพลักษณ์กรุงเทพมหานครเป็นจุดหมายปลายทาง Best Travel 2026 และส่งเสริมภาพลักษณ์ประเทศไทยระดับสากลอย่างเป็นรูปธรรม


ผู้ที่สนใจสามารถเข้าร่วมงาน The Night by Amazing Thailand รอยไหมในแสงจันทร์ : ศิลป์แผ่นดินในความทรงจําใต้แสงพระบารมี ระหว่างวันที่ 27 มกราคม-7 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 16.00-21.30 น. ณ สวนลุมพินี กรุงเทพมหานคร สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ TAT Call Center 1672 และ Line : @tatcontactcenter หรือช่องทางโซเชียลมีเดีย Facebook Page : Thailand Festival หรือ Facebook Page : TAT Contact Center IG / TikTok / Line / X : @1672travelbuddy และเว็บไซต์ www.tourismthailand.org หรือ www.1672travelbuddy.com
16
ยัวซ่า จัดกิจกรรมพามู เสริมดวงให้ปัง! รับพลังปีม้า 2569




              คุณสึเนะโนริ โยชิมูระ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและพนักงาน บริษัท ยัวซ่าแบตเตอรี่ ประเทศไทย จำกัด (มหาชน) ร่วมประกอบพิธีไหว้พระเสริมดวง เพื่อเสริมสิริมงคลและต้อนรับพลังแห่งปีม้า ตามความเชื่อของจีน ปีม้าเป็นสัญลักษณ์ของความรวดเร็ว ความแข็งแกร่ง และความก้าวหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง สื่อถึงพลังแห่งการเริ่มต้นและความสำเร็จ สอดคล้องกับแนวคิดของแบรนด์ยัวซ่าแบตเตอรี่ ที่มุ่งมั่นเติมพลังให้ทุกการเดินทางและทุกภาคธุรกิจขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้อย่างมั่นใจ ราบรื่น ไม่สะดุดตลอดปี ณ วัดบำเพ็ญจีนพรต (วัดย่งฮกยี่) เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา


              ภายในพิธีมีการนำของขวัญมงคล “ชุดม้ามงคล 8 ตัว” และ “ม้าแห่งชัยชนะ” เข้าร่วมประกอบพิธีและรับการอธิษฐาน เพื่อเสริมโชคลาภ ความมั่งคั่ง และความเป็นสิริมงคล ก่อนนำไปมอบให้แก่ตัวแทนจัดจำหน่าย สำหรับประดับตกแต่งบ้านหรือร้านค้า เป็นสัญลักษณ์แห่งความเป็นมงคล เจริญรุ่งเรืองอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ช่วยเสริมพลังด้านธุรกิจการค้าให้เติบโต ก้าวหน้า และประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง ต้อนรับปีม้า ยัวซ่าชาร์จพลัง สตาร์ทความเฮงทุกวันไปกับเรา


              ทั้งนี้ ตามความเชื่อแนะนำให้ติดตั้งในห้องทำงานหรือห้องโถง โดยหันหัวม้าเข้าด้านในบ้าน ร้านค้า หรือสำนักงาน เพื่อเรียกทรัพย์และโชคลาภ และห้ามหันหัวม้าออกนอกบ้านหรือร้านค้าเด็ดขาด เพราะเชื่อว่าจะทำให้พลังมงคลและทรัพย์สินไหลออก
17
โปรโมเตอร์ "บริโก้ แซนติก" เปิดสังเวียนศักราชใหม่ดวลกำปั้นนัดแรกของปี 2569 อัดแน่นนักสู้ 21 คู่ระเบิดความมันส์ แฟนมวยห้ามพลาด!


              เปิดสังเวียนศักราชใหม่ ศึก "NARIS - HIGHLAND BOXING PROMOTIONS" ประเดิมนัดแรกของปี 2569 รวมยอดนักสู้จากหลายประเทศ พร้อมระเบิดความมันส์ทุกคู่ในวันเสาร์ที่ 31 มกราคม 2569 โดยคู่ไฮไลต์ ศึกชิงเข็มขัดแชมป์ WBC ASIA SILVER รุ่นซิลเวอร์ บริดจ์เวท พิกัด 200 ปอนด์ กำหนด 10 ยก ระหว่าง ราด ราชิด นักชกจากเยอรมัน ปะทะ จัสการัน ซิงห์ นักชกจากอินเดีย นัดประเดิมศักราชใหม่ ทั้งคู่พร้อมขึ้นสังเวียนสร้างความประทับใจให้แฟนมวยทั้งคนไทยและชาวต่างชาติได้ส่งเสียงเชียร์กันอย่างเร้าใจแน่นอน!


              เมื่อวันศุกร์ที่ 30 มกราคม 2569 ที่ โรงแรมทาวน์อินทาวน์ กรุงเทพฯ มีพิธีการตรวจร่างกายและชั่งน้ำหนักนักมวยอย่างเป็นทางการ ผลการชั่งน้ำหนักนักมวยทั้ง 21 คู่ ผ่านการตรวจสภาพร่างกายและชั่งน้ำหนักผ่านฉลุย นักสู้ทุกคู่พร้อมบู๊ศึก "NARIS - HIGHLAND BOXING PROMOTIONS" การชกชิงเข็มขัดแชมป์ WBC ASIA และ WBA ASIA ชิงเข็มขัด 2 เส้น 2 สถาบัน จัดโดยโปรโมเตอร์สองคู่เขย มิสเตอร์ บริโก้ แซนติก โปรโมเตอร์ชาวฟิลิปปินส์ พร้อมด้วย “ปุ่นอินเตอร์” นายศุภณัฐ จันทร์แรม โปรโมเตอร์ชาวไทย และ “พ่อพระวงการมวย” นายนริส สิงห์วังชา ประธานสหพันธ์มวยแห่งเอเชีย (ABF) และ นายกสมาคมกีฬาชักกะเย่อแห่งประเทศไทย ร่วมกันจัดศึก "NARIS - HIGHLAND BOXING PROMOTIONS" นักสู้ทั้ง 21 คู่พร้อมเปิดศักราชความมันส์แรกของปีในวันเสาร์ที่ 31 มกราคม 2569 ที่ สนามมวย เวิลด์สยาม สเตเดี้ยม เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ ถ่ายทอดสดทางช่อง TRILLER TV ทั่วโลก สำหรับแฟนกีฬาการต่อสู้สามารถติดตามรับชมและเชียร์การดวลเดือดได้ที่ทางเพจ HIGHLAND BOXING GYM คู่แรกเริ่มตั้งแต่เวลา 13.00 น. เป็นต้นไป

ส่วนผลการชั่งน้ำหนักนักมวยทั้ง 21 คู่ มีดังนี้


คู่ที่ 1. ชกอุ่นเครื่อง รุ่นไลท์เวท กำหนด 3 ยก พิกัด 135 ปอนด์ ระหว่าง ดึ๊ก ฮุย บุย นักชกจากเวียดนาม พบกับ ธนากร ยาเซน นักชกไทย

คู่ที่ 2. ชกอุ่นเครื่องรุ่นเฟเธอร์เวท กำหนด  8 ยก พิกัด 126 ปอนด์ ระหว่าง ซูเหลียง เฉิน นักชกจากจีน พบกับ ขวัญชัย เปลี่ยนขุนทด นักชกไทย

คู่ที่ 3. ชกอุ่นเครื่อง รุ่นซูเปอร์เวลเตอร์เวท กำหนด 4 ยก พิกัด 168 ปอนด์ ระหว่าง ราล์ฟ เอเตียน นักขกจากออสเตรเลีย พบกับ ภูวนา ลีธาบ นักชกไทย



คู่ที่ 4. ชกอุ่นเครื่อง รุ่นเฮฟวี่เวท พิกัด 225 ปอนด์ กำหนด 4 ยก ชุน เหอ ชาน นักชกจากแคนาดา พบกับ กฤษณะ บุญโกศล นักชกไทย

คู่ที่ 5. ชกอุ่นเครื่อง รุ่นซูเปอร์ไลท์เวท กำหนด 6 ยก พิกัด 140 ปอนด์ ระหว่าง นูรูลตัน สเมล นักชกจากคาซัคสถาน พบกับ แคมป์ พีพยาม นักชกไทย

คู่ที่ 6. ชกอุ่นเครื่อง รุ่นซูเปอร์เวลเตอร์เวท กำหนด 4 ยก พิกัด 154 ปอนด์ ระหว่าง อเลสซานโด กริปปา นักชกจากออสเตรเลีย พบกับ กัมปนาท คงกล นักชกไทย



คู่ที่ 7. ชกอุ่นเครื่อง รุ่นซูเปอร์แบนตัมเวท กำหนด 8 ยก พิกัด 122 ปอนด์ ระหว่าง รูเซิน เจิ้ง นักชกจากจีน พบกับ ประสิทธิ์ศักดิ์ ภาพรหม  นักชกไทย

คู่ที่ 8. ชกอุ่นเครื่อง รุ่นเวลเตอร์เวท กำหนด 4 ยก พิกัด 147 ปอนด์ ระหว่าง ซามีร์ ฮัมดัม นักชกจากเยอรมัน พบกับ คูชาล นันด์คิชอร์ วียาส นักชกจากอินเดีย

คู่ที่ 9. ชกอุ่นเครื่อง รุ่นซูเปอร์ไลท์เวท กำหนด 8 ยก พิกัด 140 ปอนด์ ระหว่าง อี้ห่าว จาง นักชกจากจีน พบกับ วันพิศิษฐ์ สิริพนา นักชกไทย



คู่ที่ 10. ชกอุ่นเครื่อง รุ่นซูเปอร์มิดเดิลเวท กำหนด 4 ยก พิกัด 168 ปอนด์ ระหว่าง ซิกูร์ด ซิงห์ บราร์ นักชกจากนอร์เวย์ พบกับ ฟ้ารัก ซื่อเน่ นักชกไทย

คู่ที่ 11. ชกอุ่นเครื่อง รุ่นไลท์เวท กำหนด 4 ยก พิกัด 135 ปอนด์ ระหว่าง เจ เลน เทย์เลอร์ นักชกจากออสเตรเลีย พบกับ ธนวัฒน์ พรนาคุ นักชกไทย

คู่ที่ 12. ชกอุ่นเครื่อง รุ่นซูเปอร์เฟเธอร์เวท กำหนด 4 ยก พิกัด 130 ปอนด์ ระหว่าง ฮาร์มันบีร์ ซิงห์ บราร์ นักชกจากแคนาดา พบกับ คชา ศรีคง นักชกไทย



คู่ที่ 13. ชกอุ่นเครื่อง รุ่นซูเปอร์มิดเดิลเวท กำหนด 4 ยก พิกัด 168 ปอนด์ ระหว่าง เดจ ซูดฮารี นักชกจากอินเดีย พบกับ สมชาย เพื่อพันธ์ นักชกไทย

คู่ที่ 14. ชกอุ่นเครื่อง รรุ่นเฮฟวี่เวท กำหนด 4 ยก พิกัด 175 ปอนด์ ระหว่าง สิทธันท์ นักชกจากอินเดีย พบกับ คชา ศรีคง นักชกไทย

คู่ที่ 15. ชกอุ่นเครื่อง รุ่นเวลเตอร์เวท กำหนด 4 ยก พิกัด 147 ปอนด์ ระหว่าง ดาร์ริงการ์รา เทรว์ฮัลลา นักชกจากออสเตรเลีย พบกับ สมชาย ภูพัน นักชกไทย



คู่ที่ 16. ชกอุ่นเครื่อง รุ่นไลท์เฮฟวี่เวท กำหนด 4 ยก พิกัด 175ปอนด์ ระหว่าง อัลโมล ไทกี นักชกจากอินเดีย พบกับ ทัสพงษ์ ศรีขับ นักชกไทย

คู่ที่ 17. ชิงเข็มขัดแชมป์ WBA ASIA GOLD รุ่นซูเปอร์ไลท์เวท พิกัด 140 ปอนด์ กำหนด 10 ยก ระหว่าง ปรินซ์ พาเทล นักชกจากอินเดีย ปะทะ ยาฮายา มุสซา นักชกจากแทนซาเนีย

คู่ที่ 18. ชกอุ่นเครื่อง รุ่นซูปร์แบนตัมเวท กำหนด 6 ยก พิกัด 122 ปอนด์ ระหว่าง ฮวาง กว็อก จุง นักชกจากเวียดนาม พบกับ
วานิช ตันกุไร นักชกไทย



คู่ที่ 19. ชกอุ่นเครื่อง รุ่นฟลายเวท กำหนด 4 ยก พิกัด 112 ปอนด์ ระหว่าง โรเบิร์ต แองเจลอสกี้ นักชกจากออสเตรเลีย พบกับ เน ลิน อ่อง นักชกจากเมียนมาร์

คู่ที่ 20. ชกอุ่นเครื่อง รุ่นเฟเธอร์เวท กำหนด 8 ยก พิกัด 126 ปอนด์ ระหว่าง บิลเฮส บารากัต นักชกจากเยอรมัน พบกับ ซาการ์ ซูฮาน นักชกจากอินเดีย

คู่ที่ 21. ชิงเข็มขัดแชมป์ WBC ASIA SILVER รุ่นซิลเวอร์ บริดจ์เวท พิกัด 200 ปอนด์ กำหนด 10 ยก ระหว่าง ราด ราชิด นักชกจากเยอรมัน ปะทะ จัสการัน ซิงห์ นักชกจากอินเดีย


              เปิดสังเวียนศักราชใหม่ ศึก "NARIS - HIGHLAND BOXING PROMOTIONS" ระเบิดความมันส์ต้อนรับศักราชใหม่ 2569 การันตีความมันส์และความดุเดือดทุกคู่ โดยโปรโมเตอร์ "บริโก้ แซนติก" ขนทัพนักสู้ยอดฝีมือดีจากทั่วโลกขึ้นสังเวียนมาให้ชมคับคั่ง พร้อมชิงชัยบนสังเวียนกำปั้นให้แฟนๆ มวยที่ชื่นชอบความดุดันเร้าใจเช่นเคย พร้อมเปิดศักราชความมันส์แรกของปีในวันเสาร์ที่ 31 มกราคม 2569 ที่ สนามมวย เวิลด์สยาม สเตเดี้ยม เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ ถ่ายทอดสดทางช่อง TRILLER TV ทั่วโลก สำหรับแฟนกีฬาการต่อสู้สามารถติดตามรับชมและเชียร์การดวลเดือดได้ที่ทางเพจ HIGHLAND BOXING GYM คู่แรกเริ่มตั้งแต่เวลา 13.00 น. เป็นต้นไป
18
รวมพลังสุขภาพ ร่วมถกมาตรการ”ภาษีลดเค็ม”
ภาษีโซเดียม:ก้าวสำคัญเพื่อลดความเสี่ยงโรคไม่ติดต่อ

โดย รศ.นพ.สุรศักดิ์ กันตชูเวสศิริ ประธานเครือข่ายลดบริโภคเค็ม


              จากการเปิดเวทีเสวนา “ภาษีโซเดียม”ในการจัดเสวนาหนุนมาตรการเชิงระบบช่วยคนไทย โดยการบริโภคอาหารที่มีปริมาณโซเดียมสูงเป็นสาเหตุให้เกิดภาวะความดันโลหิตสูงและเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดและโรคไตเรื้อรังได้  ซึ่งปัจจุบันแนวโน้มการบริโภคโซเดียมโดยเฉลี่ยของคนไทยเพิ่มขึ้นร้อยละ 12 จาก 3,264 มิลลิกรัม (มก.)/วัน ซึ่งจากการสำรวจสถานการณ์การบริโภคอาหาร ความมั่นคงทางอาหารและความรอบรู้ด้านอาหารของประชาชนไทยพบว่าคนไทยอายุ 20 ปีขึ้นไป บริโภคบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปโดยเฉลี่ย 22 กรัม/วัน และ14 กรัม/วัน ในเพศชายและเพศหญิง ขณะที่มีการบริโภคขนมขบเคี้ยว โดยเฉลี่ย 32 กรัม/วัน และ29 กรัม/วัน ในเพศชายและเพศหญิง ทำให้การคาดการณ์จัดเก็บภาษีตามปริมาณโซเดียมใน 10 ปีแรก จะสามารถป้องกันการเกิดโรคกับผู้ป่วยรายใหม่ของโรคหัวใจและหลอดเลือดและโรคไต คาดว่าป้องกันได้ประมาณ155,000 (132,455-176,859) ราย หากดำเนินการจัดเก็บภาษีตามปริมาณโซเดียมทั้งในบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปและขนมขบเคี้ยวใน 10 ปีแรกต่อจากนี้ จะป้องกันโรคหลอดเลือดสมองได้มากที่สุดในเพศชายจำนวน 33,673 (23,347-43,954) ราย รองลงมาคือโรคหลอดเลือดสมองในเพศหญิง จำนวน 20,772 (14,821-27,039) ราย (ข้อมูลจาก ดร.พจนา หันจางสิทธิ์ สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล)


              ทพญ.จันทนา อึ้งชูศักดิ์ ประธานกรรมการกำกับทิศทางแผนอาหารเพื่อสุขภาวะและประธาน Sodium Tax Policy กล่าวว่า อาหารที่มีโซเดียมสูงคืออาหารที่ปรุงขึ้นเองกับอาหารสำเร็จรูป ซึ่งต้องทำอย่างไรให้มีการปรับสูตรอาหารเหล่านี้ลดความเค็มลง ซึ่งเด็กไทยเป็นโรคความดันโลหิตสูงมากขึ้น รวมถึงสุ่มเสี่ยงที่จะเป็นโรคเส้นเลือดหัวใจเพิ่มขึ้นเกือบ 3 เท่า ดังนั้นการปรับปรุงสูตรใหม่ เป็นข้อดีให้กับสุขภาพของเราโดยตรง ทำให้เกิดการเห็นภาพในการออกแบบนโยบายที่เหมาะสมและเป็นบริบทใหม่ของประเทศไทย ซึ่งสอดคล้องกับ รศ.นพ.สุรศักดิ์ กันตชูเวสศิริ ประธานเครือข่ายลดบริโภคเค็ม กล่าวว่า จากการงานวิจัยล่าสุดพบว่าภาวะโรคอ้วนในเด็กมีมากถึง 10 เปอร์เซ็นต์ จากการกินเค็มอย่างต่อเนื่องเป็นกิจวัตรประจำวัน นอกจากนี้ในผู้หญิงวัยหมดประจำเดือนก็มีโอกาสเสี่ยงเป็นโรคกระดูกบางและแตกหักง่าย และยังพบว่าอาหารยอดนิยมที่เค็มจัดและมีโซเดียมสูง คือแกงไตปลา รองลงมาคือ ส้มตำและปลาร้า ซึ่งเป็นที่นิยมของคนไทย เราจึงต้องพยายามปรับสูตรอาหาร “ให้มีความเค็มน้อยแต่อร่อยเท่าเดิม”


              ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม รองผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าวว่า จากข้อมูลการสำรวจสุขภาพประชาชนไทย (พ.ศ. 2567-2568) พบว่า จากกรณีที่คนไทยบริโภคโซเดียมโดยเฉลี่ยสูง ส่งผลให้โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจและหลอดเลือด และโรคไตเรื้อรัง ยังคงเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้น ๆ ของประเทศ ก่อให้เกิดความสูญเสียทางเศรษฐกิจกว่า 78,000 ล้านบาทต่อปี ประสบการณ์จากมาตรการภาษีสุขภาพในหลายประเทศ รวมถึงภาษีเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลของไทย แสดงให้เห็นชัดว่าภาษีสามารถเปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภค กระตุ้นการปรับสูตรของผู้ผลิต และสร้างผลลัพธ์เชิงบวกต่อสุขภาพประชาชนได้จริง การลดการบริโภคโซเดียมจำเป็นต้องทำทั้งการสื่อสารและมาตรการเชิงระบบควบคู่กัน สสส. จึงเดินหน้าขับเคลื่อนงาน “ลดเค็ม ลดโรค” ร่วมกับภาคีทุกภาคส่วน ทั้งการรณรงค์สร้างความรอบรู้ให้ประชาชนปรับพฤติกรรมการกินเค็ม การสนับสนุนเครื่องมือและนวัตกรรมในพื้นที่ เช่น เครื่องตรวจวัดความเค็มในอาหาร (Salt Meter) เพื่อช่วยให้ประชาชนเห็นปริมาณโซเดียมจริงและปรับลดได้ง่ายขึ้น


              ผศ.ดร.ปภัศร ชัยวัฒน์ นักวิชาการจากศูนย์ศึกษานโยบายเพื่อการพัฒนา คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า เราควรใช้มาตรการเชิงภาษีผ่านแรงจูงใจทางด้านราคา โดยดูผลการศึกษาความยืดหยุ่นของอุปสงค์ของอาหารที่มีโซเดียมสูงในตลาดประเทศไทย ปี 2568  พบว่า บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปและขนมขบเคี้ยวเป็นกลุ่มสินค้าที่ผู้บริโภคมีความอ่อนไหวต่อราคา เมื่อราคาสูงขึ้นจากมาตรการภาษี ผู้บริโภคมีแนวโน้มลดการบริโภคอย่างมีนัยสำคัญ จึงเป็นแรงจูงใจให้ผู้ผลิตปรับสูตรเพื่อลดภาระภาษี การออกแบบภาษีโซเดียมอย่างเหมาะสม จะช่วยลดการบริโภคเค็มโดยไม่สร้างภาระเกินจำเป็นและยังป้องกันการผลักภาระไปยังผู้บริโภคกลุ่มเปราะบางได้ โดยมุ่งหวังให้เกิดข้อเสนอเชิงนโยบายที่ตั้งอยู่บนหลักฐานทางวิชาการ สนับสนุนการใช้มาตรการภาษีควบคู่กับมาตรการอื่น ๆ เช่น การปรับสูตรอาหาร การติดฉลาก และการสื่อสารสาธารณะ เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนสังคมไทยสู่การ “ลดเค็ม ลดโรค”


              ดร.มณีขวัญ จันทรศร นักวิชาการด้านนโยบายภาษีและการคลัง กล่าวว่า ภาษีสุขภาพ มีเป้าหมายหลักคือสุขภาพของประชาชน เป้าหมายรองคือการสร้างรายได้ให้รัฐเพิ่มขึ้น โดยประสิทธิผลของภาษีสุขภาพวัดจาก “พฤติกรรมที่เปลี่ยน” ไม่ใช่รายได้ที่เพิ่มขึ้น” ภาษีอาจจะเก็บจากผู้ผลิตหรือผู้นำเข้า แต่มุ่งหวังผลที่พฤติกรรมของทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภค ความสำเร็จคือ ผู้ผลิตสามารถปรับสูตร(ลดเค็ม) หรือทำให้ผู้บริโภครับประทานเค็มน้อยลง เลือกทางเลือกที่ดีขึ้น ลดช่องว่างของการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือ NCDs ลง ประชาชนคนไทยก็จะมีสุขภาพที่ดีขึ้น ค่าใช้จ่ายในการรักษาสุขภาพในระยะยาวก็จะสั้นลงลดลง


              นางสาวรัชฎา วานิชกร รองอธิบดีกรมสรรพาสามิต กล่าวว่า ทำอย่างไรให้ภาษีโซเดียม “ได้ผล” นั้น จะต้องมีเกณฑ์ทางสุขภาพที่ชัดเจนและมีข้อมูลโซเดียมที่โปร่งใส และให้มีการบังคับการแสดงฉลากอาหารในรูปแบบที่อ่านง่าย รวมถึงจะต้องสามารถกำหนดงานภาษีและการจัดเก็บรายได้อย่างแม่นยำ ลดข้อโต้แย้ง ในการออกแบบโครงสร้างภาษีให้มีแรงจูงใจเชิงพฤติกรรมที่ชัดเจน สร้างทางเลือกใหม่และมูลค่าของสินค้าให้มีราคาไม่แพง และสิ่งสำคัญคือสามารถให้ประชาชนเห็นว่ารายได้จากภาษีโซเดียม จะช่วยเพิ่มศักยภาพให้งบประมาณของประเทศทางด้านเศรษฐกิจและสังคม โดยกรมสรรพสามิตได้พลิกบทบาทสู่ "กรม ESG" แห่งแรกของหน่วยงานราชการไทย ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยภาษี (EASE Excise) ที่มุ่งเน้นสิ่งแวดล้อม (Environmental), สังคม (Social) และธรรมาภิบาล (Governance) เพื่อความยั่งยืน


              โดยสรุปส่งท้ายการเสวนาภาษีโซเดียม...ประโยชน์ต่อสุขภาพที่มองไม่เห็น โดยมาตรการจัดเก็บภาษีตามปริมาณโซเดียม สามารถช่วยลดจำนวนผู้ป่วยความดันโลหิตสูง ป้องกันการเกิดผู้ป่วยใหม่และป้องกันการเสียชีวิต เช่น โรคหัวใจขาดเลือด โรคหลอดเลือดสมอง โรคไต ลดภาระค่าใช้จ่ายระบบสุขภาพของประเทศ และสร้างรายได้ให้กับภาครัฐเพิ่มขึ้น ทั้งนี้คาดการณ์ว่าภาครัฐมีรายได้จากการจัดเก็บภาษีตามปริมาณโซเดียมใน 10 ปีแรกเกือบ  35.3 พันล้านบาท ซึ่งตามข้อเสนอแนะของสสส.และภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนมองว่าภาครัฐโดยกรมสรรพสามิตควรดำเนินมาตรการจัดเก็บภาษีตามปริมาณโซเดียมในผลิตภัณฑ์ เช่น บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปและขนมขบเคี้ยว เพื่อกระตุ้นให้ผู้ผลิตลดปริมาณโซเดียมในสินค้าให้เป็นผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพที่ดีขึ้นสำหรับประชาชน, ภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ควรร่วมมือกันสนับสนุนการส่งเสริมความรู้ให้แก่ประชาชน เกี่ยวกับผลกระทบของโซเดียมต่อความดันโลหิตสูงที่นำไปสู่โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง เพื่อเพิ่มความตระหนักในการเลือกบริโภคผลิตภัณฑ์ที่มีปริมาณโซเดียมที่เหมาะสม นำรายได้จากการจัดเก็บภาษีโซเดียมและภาระค่าใช้จ่ายในการรักษาที่ลดลง เป็นทุนสนับสนุนโครงการที่มีการส่งเสริมสุขภาพและการป้องกัน ส่งเสริมการทำงานอย่างบูรณาการระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชนและภาคประชาชน ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อสุขภาพ ลดปริมาณโซเดียม รวมทั้งสื่อสาธารณะ เพื่อเพิ่มความรอบรู้การบริโภคเพื่อสุขภาพให้แก่ประชาชน

             
19
สจล. ผนึกภาคธุรกิจ พัฒนากำลังคนและการศึกษา อย่างมืออาชีพ


             เมื่อเร็ว ๆ นี้ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) นำโดย รองศาสตราจารย์ ดร.คมสัน มาลีสี อธิการบดี พร้อมด้วย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เอกรัตน์ สุวรรณกูล คณบดีคณะศิลปศาสตร์ และ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อติชาต รุ่งสว่าง ผู้ช่วยคณบดีคณะศิลปศาสตร์ ร่วมพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการกับ บริษัท เอ็น.ซี.ซี. แมนเนจเมนท์ แอนด์ ดิเวลลอปเม้นท์ จำกัด โดยมี นายสุรพล อุทินทุ และนายศักดิ์ชัย ภัทรปรีชากุล กรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทนบริษัท พร้อมด้วย นายณัฐกิตติ์ วัฒนะจันทร์กุล ผู้อำนวยการฝ่ายทรัพยากรบุคคล และ นายอิทธิพัทธ์ ปันสม ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายทรัพยากรบุคคล ร่วมเป็นพยาน เพื่อเสริมสร้างการทำงานร่วมกันด้านวิชาการ การพัฒนาหลักสูตร และการจัดกิจกรรมเสริมสร้างทักษะด้านวิชาชีพ การบริการ และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนส่งเสริมการวิจัยและนวัตกรรมด้านการจัดการงานบริการ งานอีเวนต์ และอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไมซ์ (MICE) ให้สอดคล้องกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรม โดยทั้งสองฝ่ายมีความมุ่งหวังจะช่วยยกระดับศักยภาพผู้เรียน เพิ่มโอกาสในการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง และสนับสนุนการพัฒนากำลังคนที่มีคุณภาพ เพื่อตอบโจทย์การเปลี่ยนแปลงของภาคบริการและอุตสาหกรรมไมซ์ในอนาคต โดยพิธีลงนามจัดขึ้น ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

             ติดตามข้อมูลข่าวสารและความเคลื่อนไหวของ สจล. ได้ทาง https://www.facebook.com/kmitlofficial และเว็บไซต์ www.kmitl.ac.th สอบถามเพิ่มเติมที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 329 8000





20
มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เดินสายสร้างอาชีพ สร้างชีวิตประชาชนภาคใต้อย่างยั่งยืนต่อเนื่อง มอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพ ให้แก่ครัวเรือนยากจนในพื้นที่จังหวัดระนอง พร้อมมอบจักรยานให้แก่โรงเรียนในพื้นที่ชนบท และนำหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ออกบริการในพื้นที่ฟรี




วันนี้ (วันศุกร์ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2569) มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายสุรพงษ์ เตชะหรูวิจิตร กรรมการและรองเลขาธิการ เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นายวิรุฬ เตชะไพบูลย์ ที่ปรึกษาประธานกรรมการ นายณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ ผู้ช่วยกรรมการ นางศิริพร กระจ่างหล้า ผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์ และนางสาวเนาวรัตน์ วรรณศิริ หัวหน้าแผนกหน่วยแพทย์สงเคราะห์ชุมชน นำเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่มอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพให้แก่ครัวเรือนยากจน ในพื้นที่จังหวัดระนอง (จังหวัดที่ 4 ของทางภาคใต้) จำนวน 16 ครัวเรือน รวมมูลค่า 421,650 บาท และมอบรถจักรยาน แก่โรงเรียน 2 แห่ง รวมจำนวน 20 คัน มูลค่า 25,800 บาท รวมมูลค่าการช่วยเหลือในครั้งนี้เป็นเงินทั้งสิ้น  447,450 บาท (สี่แสนสี่หมื่นเจ็ดพันสี่ร้อยห้าสิบบาทถ้วน)  นอกจากนี้ มูลนิธิฯ ยังได้จัดทีมหน่วยแพทย์สงเคราะห์ชุมชน นำแพทย์อาสาฯ เจ้าหน้าที่หน่วยแพทย์ฯ ทีมบรรเทาสาธารณภัย (กู้ชีพ) และอาสาสมัครลงพื้นที่ให้บริการประชาชนฟรี ประกอบด้วย บริการตรวจรักษาโรคทั่วไป จ่ายยา ทันตกรรม คัดกรองเบาหวาน ตรวจวัดสายตาพร้อมแจกแว่น บริการตัดผมชาย-หญิง และกิจกรรมนันทนาการ โดยมี นายราชัน มีน้อย ผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง และ นางมุกดา หลิมนุกูล ผู้ตรวจราชการกรมการพัฒนาชุมชน เป็นประธานร่วมในพิธี นายวิธรัช รามัญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง ร่วมในพิธี และ คณะมูลนิธิระนองสงเคราะห์ เป็นผู้ประสานงานและร่วมในพิธี พร้อมด้วยอาสาสมัครศิลปินมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นางสาวอธิชา เทศขำ (เมย์-อธิชา) นางสาวเบญญาภา จันใจ (ขิม) ร่วมสร้างสีสันและให้กำลังใจ ณ บริเวณหอประชุมจังหวัดระนอง อำเภอเมือง จังหวัดระนอง







นายสุรพงษ์ เตชะหรูวิจิตร กรรมการและรองเลขาธิการ กล่าวว่า โครงการแก้ไขปัญหาความยากจนเชิงบูรณาการ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้สนับสนุนอุปกรณ์ประกอบอาชีพ ช่วยเหลือครัวเรือนยากจน ตามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือแก้ไขปัญหาความยากจน  ระหว่างกรมการพัฒนาชุมชนและมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง  ซึ่งมูลนิธิฯ ได้จัดงบประมาณดำเนินการเพื่อจัดหาวัสดุอุปกรณ์การประกอบอาชีพมอบให้แก่ครัวเรือนยากจน ให้สามารถประกอบอาชีพเลี้ยงตนเองและครอบครัว ซึ่งได้ดำเนินการไปแล้ว 3 ระยะ โดย ระยะที่ 1 ดำเนินการในพื้นที่ภาคกลาง จำนวน 17 จังหวัด รวม 98 ครัวเรือน ระยะที่ 2 ได้ดำเนินการในพื้นที่ภาคเหนือ จำนวน 17 จังหวัด รวม 230 ครัวเรือน ระยะที่ 3 ได้ดำเนินการในพื้นที่ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จำนวน 20 จังหวัด รวม 485 ครัวเรือน นอกจากนี้ยังได้มอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพให้กับครัวเรือนยากจนผู้ประสบอุทกภัย ประจำปี พ.ศ.2567 ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ และ จังหวัดเชียงราย อีกจำนวน 57 ครัวเรือน รวมจำนวนครัวเรือนยากจนที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้สร้างอาชีพ สร้างชีวิต ด้วยการมอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพแล้วทั้งสิ้น 870 ครัวเรือน คิดเป็นมูลค่ากว่า 17 ล้านบาท และขณะนี้ได้พิจารณาดำเนินการระยะที่ 4 ในพื้นที่ภาคใต้ รวม 14 จังหวัด ได้แก่ ชุมพร สุราษฎร์ธานี ระนอง นครศรีธรรมราช พังงา พัทลุง สงขลา ตรัง สตูล กระบี่ ภูเก็ต ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส







ตลอดระยะเวลากว่า 116 ปี ที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง  ได้ขยายขอบข่ายโครงการต่าง ๆ ออกไปอย่างกว้างขวาง ไม่เพียงแต่บำบัดทุกข์ บำรุงสุข แก่ผู้ตกทุกข์ได้ยากโดยไม่จำกัดเชื้อชาติ  ศาสนา เท่านั้น แต่ยังได้พัฒนาคุณภาพชีวิตอีกในหลายทาง เพื่อเป็นองค์กรสาธารณกุศลที่ช่วยเหลือประชาชนครบวงจรในทุกๆ ด้าน ต่อไป ดังปณิธาน “มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”

ติดต่อสอบถาม และติดตามข่าวสาร และกิจกรรมของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่ เฟซบุ๊ก แฟนเพจ www.facebook.com/atpohtecktung และช่องทางอื่นๆ ที่สะดวกได้ที่ https://linktr.ee/pohtecktung หรือที่สายด่วนป่อเต็กตึ๊ง 1418

## ป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต ##
#แอปพลิเคชันป่อเต็กตึ๊ง1418 #ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน


Pages: 1 [2] 3 4 ... 10