Recent Posts

Pages: 1 [2] 3 4 ... 10
11
"บริโก้ แซนติก" นำทัพ 13 จอมบู๊ผ่านด่านตาชั่งพร้อมบู๊ศึก "NARIS - HIGHLAND BOXING PROMOTIONS" เสิร์ฟความเร้าใจส่งท้ายปี 2568


              เมื่อวันศุกร์ที่ 26 ธันวาคม 2568 ที่ โรงแรมทาวน์อินทาวน์ กรุงเทพฯ มีพิธีการตรวจร่างกายและชั่งน้ำหนักนักมวยอย่างเป็นทางการ ผลการชั่งน้ำหนักนักมวยทั้ง 13 คู่ ผ่านการตรวจสภาพร่างกายและชั่งน้ำหนักผ่านฉลุย นักสู้ทุกคู่จูงมือพร้อมบู๊ศึก "NARIS - HIGHLAND BOXING PROMOTIONS" เป็นการชิงเข็มขัดแชมป์ WBC Asia และ WBO ORIENTAL มีชิงเข็มขัด 2 เส้น 2 สถาบัน จัดโดยโปรโมเตอร์สองคู่เขย มิสเตอร์ บริโก้ แซนติก โปรโมเตอร์ชาวฟิลิปปินส์ พร้อมด้วย “ปุ่นอินเตอร์” นายศุภณัฐ จันทร์แรม โปรโมเตอร์ชาวไทย และ “พ่อพระวงการมวย” นายนริส สิงห์วังชา ประธานสหพันธ์มวยแห่งเอเชีย (ABF) และ นายกสมาคมกีฬาชักกะเย่อแห่งประเทศไทย ร่วมกันจัดศึกส่งท้ายปี ศึก "NARIS - HIGHLAND BOXING PROMOTIONS" นำโดย 2 คู่ชิงแชมป์ พร้อมคู่มวยอีกคับคั่งพร้อมเสิร์ฟความเร้าใจ การต่อสู้ที่ไม่ควรพลาด! พร้อมระเบิดความมันส์ส่งท้ายปี 2568 วันเสาร์ที่ 27 ธันวาคม 2568 ที่ สนามมวย เวิลด์สยาม สเตเดี้ยม เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ ช่อง TRILLER TV ถ่ายทอดสดทั่วโลก สำหรับแฟนกีฬาการต่อสู้สามารถติดตามรับชมและลุ้นการปะทะเดือดได้ที่ทางเพจ HIGHLAND BOXING GYM คู่แรกเริ่มตั้งแต่เวลา 14.00 น. เป็นต้นไป






ส่วนผลการชั่งน้ำหนักนักมวย มีดังนี้

คู่ที่ 1. อุ่นเครื่อง (4 ยก) รุ่นมิดเดิลเวท พิกัด 160 ปอนด์ ระหว่าง จิน จิง ชาง นักชกจากจีน พบกับ นิติ ส่องแสง นักชกไทย

คู่ที่ 2. อุ่นเครื่อง (4ยก) รุ่นซุปเปอร์ไลท์เวท พิกัด 140 ปอนด์ ระหว่าง ไล เลน จี นักชกจากจีน พบกับ รัตน์ภัทร จันทร์พันสิงห์มณี นักไทย

คู่ที่ 3. อุ่นเครื่อง (6 ยก) รุ่นซุปเปอร์เฟเธอร์เวท พิกัด 130 ปอนด์ ระหว่าง ชาเกล อูบัล นักชกจากสหราชอาณาจักร พบกับ วิชา พูลายขาว นักชกไทย





คู่ที่ 4. อุ่นเครื่อง (6ยก) รุ่นไลท์เวท พิกัด 135 ปอนด์ ระหว่าง เรเมล  ดีบา โบ นักชกจากฟิลิปปินส์ พบกับ มงคล นาคศรี นักชกไทย

คู่ที่ 5. อุ่นเครื่อง (8 ยก) รุ่นซูเปอร์เฟเธอร์เวท พิกัด 130 ปอนด์ ระหว่าง ชาง ยอน คิม นักชกจากเกาหลี พบกับ สุรัตน์ เอี่ยมอ่อง นักชกไทย

คู่ที่ 6. อุ่นเครื่อง (6 ยก) รุ่นไลท์แฮฟวี่เวท พิกัด 175 ปอนด์ ระหว่าง กิตติพงศ์  บาโฮ นักชกจากสิงคโปร์ พบกับ ทักษิณ ไกรศรี นักชกไทย





คู่ที่ 7. อุ่นเครื่อง (6 ยก) รุ่นซุปเปอร์ไลท์เวท พิกัด 140 ปอนด์ ระหว่าง เยชิ เนชิอิวูล่า นักชกจากจีน พบกับ คำภีร์ ผายม นักชกไทย

คู่ที่ 8. อุ่นเครื่อง (6 ยก) รุ่นฟลายเวท พิกัด 112 ปอนด์ ระหว่าง จอห์น มิชาเอล ซูเอลล่า นักชกจากฟิลิปปินส์ พบกับ ประสิทธิศักดิ์ ผาพรหม นักชกไทย

คู่ที่ 9. อุ่นเครื่อง (6ยก) รุ่นมิดเดิลเวท พิกัด 160 ปอนด์ ระหว่าง ซิมคอน พรีเดล นักชกจากสหราชอาณาจักร พบกับ อัจฉริยะ วิโรจน์มโนบล นักชกไทย







คู่ที่ 10. อุ่นเครื่อง (6 ยก) รุ่นมิดเดิลเวท พิกัด 160 ปอนด์ ระหว่าง ทอย คอนแมน นักชกจากสหราชอาณาจักร พบกับ นาย เมา โฮ นักชกจากเมียนมา

คู่ที่ 11. อุ่นเครื่อง (8ยก) รุ่นเฟเธอร์เวท พิกัด 126 ปอนด์ ระหว่าง ลีบอย อเนซิโอ นักชกจากฟิลิปปินส์ พบกับ ซอร์ แทน ซิน นักชกจากเมียนมา

คู่ที่ 12. เป็นการชกชิงเข็มขัดแขมป์ WBC Asia รุ่นซูเปอร์เวลเตอร์เวท พิกัด 154 ปอนด์ (8 ยก) ระหว่าง ยิกิต ยาซิซี นักชกจากตุรกี พร้อมแลกเดือดกับ โมห์ด อาซาฮาร์ นักชกจากอินเดีย

คู่ที่ 13 .เป็นการชกป้องกันเข็มขัดแขมป์ WBO ORIENTAL รุ่นมิดเดิลเวท พิกัด 158 ปอนด์ (10 ยก) ระหว่าง ดาริโอ ซอคซี ผู้ครองเข็มขัด WBO ORIENTAL กำปั้นประสบการณ์แน่นจากอิตาลี ปะทะเดือดกับ รัฐวุฒิ ทองอร่าม นักชกไทย พร้อมออกหมัดทุ่มสุดตัว! กู้ความมั่นใจพร้อมคืนสู่เส้นทางชัยชนะ







              "บริโก้ แซนติก" นำทัพ 13 จอมบู๊ตบเท้าเข้าชิงชัยกันความเป็นหนึ่ง พร้อมเสิร์ฟความเร้าใจให้แฟนๆ คอมวยโลกแฟนพันธุ์แท้ ที่ไม่ควรพลาด!! มอบความมันส์ส่งท้ายปี 2568 นักสู้ทุกคนต่างต้องการชัยชนะบนสังเวียน พร้อมจัดหนักจัดเต็มนัดสุดท้ายของปีนี้ วันเสาร์ที่ 27 ธันวาคม 2568 ที่ สนามมวย เวิลด์สยาม สเตเดี้ยม เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ ช่อง TRILLER TV ถ่ายทอดสดทั่วโลก สำหรับแฟนมวยกีฬาการต่อสู้สามารถติดตามรับชมและลุ้นการปะทะเดือดได้ที่ทางเพจ HIGHLAND BOXING GYM คู่แรกเริ่มตั้งแต่เวลา 14.00 น. เป็นต้นไป แฟนมวยทั่วประเทศห้ามพลาด!
12
แนะนำหนังสือ “GRANDPA’s DIARY #บันทึกรักของคุณปู่”
นวนิยายอบอุ่นหัวใจว่าด้วยความรักที่ไม่เคยหมดอายุ


โลกของวรรณกรรมร่วมสมัยได้ต้อนรับหนังสือนวนิยายอบอุ่นหัวใจเรื่องใหม่ “GRANDPA’s DIARY #บันทึกรักของคุณปู่” ถ่ายทอดเรื่องราวความรักเรียบง่ายแต่ลึกซึ้งของ “คุณปู่สาคร” กับการตกหลุมรักคุณย่าในทุก ๆ วัน แม้จะเป็นวันธรรมดาหรือวันหยุดราชการ ความรักในวัยชราถูกเล่าอย่างอ่อนโยน ชวนให้ผู้อ่านทุกช่วงวัยสัมผัสถึงคุณค่าของความสัมพันธ์และความหมายของคำว่า “ครอบครัว”

นวนิยายเรื่องนี้เป็นผลงานภายใต้โครงการผลิตสื่อสร้างสรรค์สังคมเชิงรุก “HAPPY ME” ซึ่งเป็นภาคต่อจากซีรีส์และภาพยนตร์เรื่อง “Return to Reset?: เมื่อชีวิตย้อนกลับไปเริ่มใหม่ (ไม่) ได้?” โดยยังคงแนวคิดการตั้งคำถามกับชีวิต ความทรงจำ และความรัก ที่ค่อยๆ คลี่คลายผ่านเรื่องเล่าที่เข้าถึงง่าย แต่แฝงความลึกซึ้งทางอารมณ์


“GRANDPA’s DIARY #บันทึกรักของคุณปู่” เขียนโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ทอแสงรัศมี ถีถะแก้ว ได้รับการสนับสนุนจากกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ และดำเนินการโดยสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) สะท้อนบทบาทของงานสร้างสรรค์ที่มุ่งสร้างพลังบวกให้กับสังคม ผ่านสื่อวรรณกรรมที่อ่านได้ทั้งครอบครัว

ผู้สนใจสามารถอ่านนวนิยาย “GRANDPA’s DIARY #บันทึกรักของคุณปู่” ได้แล้ววันนี้ในรูปแบบออนไลน์
อ่านได้ที่:
https://anyflip.com/hnqmd/wvis/

13
พานาโซนิค มอบโคมไฟพลังงานแสงอาทิตย์
สร้างแสงสว่างยามค่ำคืนให้น้อง ๆ บ้านแม่แมม จังหวัดเชียงใหม่


ผู้บริหารกลุ่มบริษัทพานาโซนิค พร้อมด้วยพนักงานร่วมมอบโคมไฟพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Lanterns) พร้อมด้วยข้าวสารอาหารแห้ง อุปกรณ์การเรียน ให้แก่คุณครูและนักเรียน โรงเรียนบ้านแม่แมม

             กลุ่มบริษัทพานาโซนิคในประเทศไทย ร่วมกับพานาโซนิค โฮลดิงส์ ประเทศญี่ปุ่น และนิยมพานิช กรุ๊ป เชียงใหม่ สานต่อโครงการ ‘LIGHT UP THE FUTURE’ สู่ปี 2025  ลงพื้นที่มอบโคมไฟพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Lanterns) ให้แก่ โรงเรียนบ้านแม่แมม อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ โรงเรียนขนาดเล็กกลางหุบเขาที่ต้องเผชิญกับข้อจำกัดด้านแสงสว่างยามค่ำคืน  ซึ่งส่งผลต่อการเรียนรู้และการใช้ชีวิตของเด็ก ๆ ในชุมชน การสนับสนุนครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อช่วยให้เด็กนักเรียนสามารถอ่านหนังสือ ทำการบ้าน และดูแลตัวเองได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมยิ่งขึ้น


นายฮิเดคาสึ อิโตะ ซีอีโอ กลุ่มบริษัทพานาโซนิคในประเทศไทย

             มร.ฮิเดคาสึ อิโตะ ซีอีโอ กลุ่มบริษัทพานาโซนิคในประเทศไทย กล่าวว่า “พานาโซนิคยังคงมุ่งมั่นยกระดับสุขภาพ ความปลอดภัย และคุณภาพชีวิตของผู้คนอย่างยั่งยืน ตามแนวทางของพานาโซนิค โฮลดิ้ง คอร์ปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น โครงการ ‘LIGHT UP THE FUTURE’ จึงถูกขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่องเพื่อช่วยให้ชุมชนที่ยังไม่มีไฟฟ้าใช้กว่า 700 ล้านคน ในหลายประเทศทั่วโลกได้เข้าถึงแสงสว่างที่ปลอดภัย สำหรับประเทศไทย พานาโซนิคได้สานต่อโครงการนี้มาอย่างต่อเนื่อง โดยได้มีการส่งมอบโคมไฟพลังงานแสงอาทิตย์ ให้แก่ชุมชนในหลายพื้นที่ อาทิ อำเภอสังคม จังหวัดหนองคาย, อำเภอยะหา-อำเภอกาบัง จังหวัดยะลา, อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ และอำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย ตลอดระยะเวลาการดำเนินโครงการพานาโซนิค ได้ให้ทีมติดตามผลอย่างต่อเนื่องเสมอมา พบว่าเด็กในชุมชนพื้นที่ห่างไกลมีโอกาสเรียนรู้เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน ทั้งการทบทวนบทเรียน ทำการบ้าน และทำกิจกรรมร่วมกับครอบครัวในช่วงค่ำได้อย่างสะดวกยิ่งขึ้น ขณะเดียวกัน ครอบครัวก็มีความปลอดภัยมากขึ้นจากการลดการใช้ตะเกียงน้ำมัน ส่งผลให้คุณภาพชีวิตของชุมชนโดยรวมดีขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม


(จากซ้าย) นางสาวมิกิโกะ วาตานาเบะ ผู้เชี่ยวชาญ ฝ่ายกิจการเพื่อความยั่งยืนขององค์กร บริษัท พานาโซนิค ออปชันนอล เอ็กซ์เซลเลนซ์ จำกัด, นายทัตสึยะ ชิมิสึ รองผู้อำนวยการ บริษัท พานาโซนิค โซลูชั่นส์ (ประเทศไทย) จำกัด,  นายฮิเดคาสึ อิโตะ ซีอีโอ กลุ่มบริษัทพานาโซนิคในประเทศไทย และ นางสาวธาริณี เลิศธนะโภค กรรมการผู้จัดการ บริษัท สุทธิภัณฑ์ (1991) จำกัด

             สำหรับในปี 2025 พานาโซนิคได้สานต่อโครงการ ‘LIGHT UP THE FUTURE’ ด้วยการส่งมอบ“โคมไฟพลังงานแสงอาทิตย์” (Solar Lanterns) ให้แก่คณะครู และนักเรียน โรงเรียนบ้านแม่แมม  อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ เนื่องจากการศึกษาข้อมูลและสำรวจพื้นที่อย่างละเอียด พบว่าโรงเรียนตั้งอยู่กลางหุบเขา การเข้าถึงสาธารณูปโภคพื้นฐานยังมีข้อจำกัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านไฟฟ้าซึ่งไม่เพียงพอต่อการใช้งานในยามค่ำคืน ส่งผลกระทบโดยตรงต่อโอกาสทางการศึกษาของเด็ก ๆ ทำให้ไม่สามารถอ่านหนังสือหรือทำการบ้านได้อย่างต่อเนื่อง โรงเรียนแห่งนี้มีนักเรียนทั้งหมด 32 คน และครูผู้สอน 7 คน โดยส่วนใหญ่เป็นบุตรหลานของครอบครัวที่มีฐานะยากจน ประกอบอาชีพเกษตรกรรมและรับจ้างทั่วไป จึงต้องเผชิญกับความยากลำบาก ทั้งในด้านความเป็นอยู่และโอกาสในการเรียนรู้


(จากซ้าย) นางสาวมิกิโกะ วาตานาเบะ ผู้เชี่ยวชาญ ฝ่ายกิจการเพื่อความยั่งยืนขององค์กร บริษัท พานาโซนิค ออปชันนอล เอ็กซ์เซลเลนซ์ จำกัด, นายนพรัตน์ เอกจิตร ผู้อำนวยการ โรงเรียนบ้านแม่แมม และ นายฮิเดคาสึ อิโตะ ซีอีโอ กลุ่มบริษัทพานาโซนิคในประเทศไทย

             พานาโซนิคจึงได้เล็งเห็นปัญหาดังกล่าว และได้นำทีมลงพื้นที่เพื่อส่งมอบโคมไฟพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Lanterns) ซึ่งสามารถเก็บพลังงานจากแสงแดดในตอนกลางวันและให้แสงสว่างในเวลากลางคืน เป็นพลังงานสะอาด ปลอดภัย เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อช่วยให้เด็ก ๆ มีแสงเพียงพอสำหรับการอ่านหนังสือ ทำการบ้าน และดูแลตนเองได้อย่างปลอดภัย พร้อมกันนี้ พนักงานพานาโซนิคยังได้ร่วมแรงร่วมใจกันจัดเตรียมมื้ออาหารสุดพิเศษ พร้อมมอบผ้าห่ม ถุงเท้า อุปกรณ์การเรียน สิ่งของเครื่องใช้ที่จำเป็น เพื่อส่งต่อความอบอุ่น ความห่วงใย และสร้างแรงสนับสนุนเล็ก ๆ ที่จะช่วยเติมเต็มพลังใจและโอกาสในการเรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพ


นางสาวมิกิโกะ วาตานาเบะ ผู้เชี่ยวชาญ ฝ่ายกิจการเพื่อความยั่งยืนขององค์กร บริษัท พานาโซนิค ออปชันนอล เอ็กซ์เซลเลนซ์ จำกัด

             นางสาวมิกิโกะ วาตานาเบะ ผู้เชี่ยวชาญ ฝ่ายกิจการเพื่อความยั่งยืนขององค์กร บริษัทพานาโซนิค ออปชันนอล เอ็กซ์เซลเลนซ์ จำกัด ตัวแทน พานาโซนิค โฮลดิ้ง คอร์ปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น กล่าวว่า “โครงการ LIGHT UP THE FUTURE มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งมอบแสงสว่างที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพให้แก่ชุมชนที่ยังขาดแคลนไฟฟ้า เพราะ “แสงสว่าง” ไม่เพียงช่วยสนับสนุนพื้นฐานของการดำเนินชีวิตประจำวัน ทั้งในด้านการศึกษา สุขภาพ และโอกาสทางเศรษฐกิจเท่านั้น แต่ยังช่วยเสริมสร้างอนาคตที่ยั่งยืนให้กับชุมชนอีกด้วย




             จากประสบการณ์การลงพื้นที่ในชุมชนที่ห่างไกล ขาดโอกาส และขาดแคลนไฟฟ้า ในแต่ละประเทศ ทำให้เห็นถึงพลังของแสงสว่างที่สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงอย่างมีความหมาย ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ของเด็ก ๆ การสร้างความรู้สึกปลอดภัยให้กับครอบครัว รวมถึงการเปิดโอกาสใหม่ ๆ ให้กับชุมชน โดยหวังเป็นอย่างยิ่งว่า การมอบโคมไฟพลังงานแสงอาทิตย์ในครั้งนี้ จะช่วยขยายโอกาสทางการเรียนรู้ให้แก่เด็ก ๆ ในประเทศไทย และช่วยส่องสว่างเส้นทางสู่อนาคตที่ดียิ่งขึ้นของพวกเขา




             “ต้องขอขอบคุณทางพานาโซนิค ประเทศไทย รวมถึง คุณครู และ ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกท่าน ที่ให้การสนับสนุนและร่วมมือกันอย่างเข้มแข็งจนทำให้โครงการ LIGHT UP THE FUTURE สามารถเกิดขึ้นได้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่า เราจะได้ร่วมมือกันทำกิจกรรมดี ๆ ต่อไป”




             ทางด้าน นายทนงศักดิ์ ศรีชรากุล ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท นิยมพานิช จำกัด กล่าวว่า  “ขอขอบคุณทางพานาโซนิคที่มอบโอกาสให้กับ ทาง นิยมพานิช  ได้เข้ามามีส่วนร่วมทำสิ่งดี ๆ เพื่อคืนกลับให้กับสังคมไทย พวกเรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่ได้ร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ ทางบริษัทฯ ได้เตรียมสิ่งของมาร่วมบริจาคด้วยความตั้งใจ อาทิ เสื้อกันหนาว และสิ่งของจำเป็นต่าง ๆ เพื่อเป็นกำลังเล็ก ๆ ที่ช่วยส่งต่อความห่วงใยให้กับผู้คนในพื้นที่ กิจกรรมครั้งนี้ ทำให้เรารับรู้ถึงพลังของการร่วมมือกันอย่างแท้จริง และหวังว่าจะได้มีโอกาสทำงานร่วมกับทางพานาโซนิคในกิจกรรมดี ๆ เช่นนี้ต่อไปในอนาคต”




             โดยโครงการ ‘LIGHT UP THE FUTURE’ ได้มีการร่วมมือกับโครงการ “พานาโซนิค แคร์ (Panasonic Cares)” โครงการเพื่อตอบแทนสังคมไทยของกลุ่มบริษัทพานาโซนิค ในประเทศไทย อันได้ดำเดินการมาอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ภายใต้กรอบการดำเนินงานที่สอดคล้องกับ Sustainable Development Goals (SDGs) ในมิติต่างๆ ได้แก่ สุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี คุณภาพการศึกษา ระบบนิเวศบนบกที่ยั่งยืน การขจัดความยากจน การบริโภคและการผลิตอย่างมีความรับผิดชอบ การขจัดความหิวโหย และความร่วมมือกับพันธมิตรเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ผ่านการจัดกิจกรรมต่าง ๆ ในหลายจังหวัดทั่วประเทศ และยังสอดคล้องกับ Panasonic Green Impact โครงการระยะยาวเพื่อสิ่งแวดล้อมสำหรับพานาโซนิคกรุ๊ปทั่วโลก  ที่มุ่งมั่นสร้างความเป็นอยู่ที่ดีอย่างยั่งยืนและลดการทำลายทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งได้ดำเนินกิจกรรมไปแล้วมากมาย อาทิ การมอบผลิตภัณฑ์ให้แก่โรงเรียน โรงพยาบาล การปลูกต้นไม้ร่วมกับชุมชน การสนับสนุนด้านสุขภาพของพนักงานและครอบครัว และล่าสุดกับกิจกรรมมอบชุดถังขยะแยกประเภท ส่งให้กับชุมชนทั่วประเทศ เพื่อเป็นจุดเริ่มต้นที่ให้เยาวชนได้เรียนรู้ถึงการจัดการขยะที่ถูกต้อง ลดปัญหาขยะล้นเมืองและรักษาสภาพแวดล้อมในชุมชนให้น่าอยู่ยิ่งขึ้น ต่อไป
14
ลัคกี้เฟลม จับมือ PDM Brand เปิดตัว “Lucky Flame x PDM Brand – Dok Mai Fire” เตาแม่เหล็กไฟฟ้าดีไซน์พิเศษ ยกระดับครัวด้วยนวัตกรรมและศิลปะร่วมสมัย


              บริษัท ลัคกี้เฟลม จำกัด ผู้นำด้านเตาแก๊สและเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวของไทย เปิดตัวเตาแม่เหล็กไฟฟ้า (Induction) ดีไซน์พิเศษ Limited Edition รุ่น Lucky Flame x PDM Brand – Dok Mai Fire ซึ่งเป็นผลจากความร่วมมือกับ PDM Brand แบรนด์ไทยที่นำวัฒนธรรมไทยมาออกแบบและเล่าเรื่องผ่านภาษาของดีไซน์สากล ภายใต้แนวคิด Enhance The Living เพื่อเพิ่มชีวิตชีวาให้กับผู้คน ผ่านงานออกแบบชั้นเยี่ยม โดยไม่ลืมรากเหง้าทางวัฒนธรรม ร่วมงานภายใต้โปรเจกต์ “ดอกไม้ไฟ” ถ่ายทอดแนวคิดการผสานนวัตกรรมความร้อนเข้ากับงานออกแบบเชิงศิลปะ เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ให้พื้นที่ครัว กลายเป็นทั้งพื้นที่ทำอาหารและพื้นที่แห่งแรงบันดาลใจ


              เตาอินดักชันรุ่นดังกล่าวโดดเด่นด้วย หน้ากระจกเซรามิก Eurokera Onyka Matte Black จากประเทศฝรั่งเศส พื้นผิวแมตต์สีดำด้าน ช่วยลดแสงสะท้อน ให้สัมผัสเรียบเนียน และเพิ่มมิติความหรูหราให้ครัวเสมือนเฟอร์นิเจอร์ชิ้นหนึ่ง พร้อมคุณสมบัติทนรอยขีดข่วนได้ดีกว่ากระจกเซรามิกทั่วไปถึง 80% ลดการเกิดคราบอาหารและรอยนิ้วมือ ทำความสะอาดง่าย และคงความสวยงามยาวนาน


              ในด้านการออกแบบ ลวดลาย ดอกเดซี่ จาก PDM Brand ได้รับการออกแบบให้สามารถเข้ากับครัวหลากหลายสไตล์ ตั้งแต่มินิมอล โมเดิร์น ไปจนถึงลอฟต์ ช่วยให้เตาอินดักชันทำหน้าที่เป็น art piece ที่เติมความโดดเด่นให้พื้นที่ใช้งาน

              ด้านฟังก์ชันการใช้งาน เตารุ่นนี้มาพร้อมระบบ Touch Control ควบคุมกำลังไฟ 9 ระดับแบบสไลด์ เพื่อการปรุงอาหารที่แม่นยำ และฟังก์ชัน Turbo Boost สำหรับเร่งกำลังไฟสูงสุดได้นาน 5 นาที รองรับการใช้งานที่ต้องการความรวดเร็ว โดยมีเตา 2 หัว ให้กำลังไฟแตกต่างกัน ได้แก่


·        หัวเตาด้านบน กำลังไฟ 1,200 วัตต์ (Turbo Boost 1,500 วัตต์)

·        หัวเตาด้านล่าง กำลังไฟ 1,800 วัตต์ (Turbo Boost 2,100 วัตต์)


              นอกจากนี้ ยังมีระบบตั้งเวลาการทำอาหารสูงสุด 99 นาที ไฟแจ้งเตือนเมื่อหน้าเตายังร้อน และระบบล็อกหน้าจอเพื่อความปลอดภัย พร้อมการรับประกันตัวทำความร้อนนานถึง 5 ปี รับประกันตัวเครื่องนานถึง 2 ปี


              Lucky Flame x PDM Brand – Dok Mai Fire มีให้เลือก 2 รูปแบบ ได้แก่ Daisy และ Daisy Field สะท้อนแนวคิดการยกระดับเครื่องครัวจากอุปกรณ์ใช้งานสู่ผลงานที่รวม “ดีไซน์” และ “ประสิทธิภาพ” ไว้อย่างสมดุล ซึ่งลวดลายดอกไม้ ได้ถูกรังสรรค์เป็นชิ้นงานที่หลากหลายจาก PDM Brand มาก่อนหน้า และ เตาแม่เหล็กไฟฟ้า ดอกไม้ไฟ รุ่น Daisy ถือเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าชิ้นแรกของซีรี่ส์นี้

              ความร่วมมือในครั้งนี้ตอกย้ำบทบาทของลัคกี้เฟลมในการพัฒนานวัตกรรมเครื่องครัวที่ตอบโจทย์การใช้งานของผู้บริโภคยุคใหม่ ควบคู่กับการสร้างคุณค่าด้านการออกแบบ เพื่อส่งมอบประสบการณ์การทำอาหารที่ครบถ้วนทั้งฟังก์ชัน ความปลอดภัย และสุนทรียภาพให้กับครัวไทยทั่วประเทศ

              สำหรับผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดสินค้า หรือติดตามข่าวสารของบริษัท ลัคกี้เฟลม จำกัด ได้ผ่านเว็บไซต์: www.luckyflame.co.th Facebook : https://www.facebook.com/luckyflame , LINE Official : @LuckyFlame, หรือโทรศัพท์: 02-312-4330-40 ต่อ 124, 125, 126 หรือ 150 อีเมล: info@luckyflame.co.th
15
สุขสันต์วันเด็กแห่งชาติ 10 มกราคม 2569
ซื้อไอศกรีม 1 สกู๊ป แถมฟรี 1 สกู๊ป ที่คาเฟ่ แคนทารี ทุกสาขา




สุขสันต์วันเด็กแห่งชาติ! 10 มกราคม 2569 คาเฟ่ แคนทารี ร่วมฉลองวันสำคัญของเหล่าคุณหนู กับโปรโมชั่นสุดพิเศษ เมื่อซื้อ ไอศกรีมแสนอร่อย 1 สกู๊ป แถมฟรี 1 สกู๊ปทันที! ณ สาขาปราจีนบุรี, เชียงใหม่, เกาะยาวน้อย, โคราช, ภูเก็ต, ศรีราชา, ระยอง, ระยองบายเดอะซี (หาดแสงจันทร์), อยุธยา และคาเฟ่ แคนทารี คอนเนอร์ สาขาคลาสสิค คามิโอ อยุธยา

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ Call Centre: 1627 หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์ www.cafekantary.com











16
ทรูโฟร์ยู ช่อง 24 ตอกย้ำเบอร์หนึ่งหนังไทย
เปิดผังมูฟวี่พรีเมียร์ อัดแน่นภาพยนตร์คุณภาพ
พร้อมมอบประสบการณ์บันเทิงครบอรรถรสตลอดปี 2569


กรุงเทพมหานคร, 24 ธันวาคม 2568 – ทรูโฟร์ยู ช่อง 24 เดินหน้ากลยุทธ์คอนเทนต์บันเทิง ตอกย้ำความเป็นผู้นำฟรีทีวีที่ฉายหนังไทยมากที่สุด เปิดผัง มูฟวี่พรีเมียร์ล็อตใหม่ ต้อนรับปี 2569 รวมภาพยนตร์ไทยฟอร์มเด่นกว่า 23 เรื่อง ครอบคลุมทุกอรรถรส อัดแน่นด้วยนักแสดงระดับแถวหน้าของวงการ ถ่ายทอดประสบการณ์ความบันเทิงอย่างต่อเนื่อง คืนวันอาทิตย์ เวลา 21.00 น. พร้อมเสริมความพิเศษด้วยหนังใหม่จากโรงภาพยนตร์ ที่ฉายครั้งแรกบนฟรีทีวี เดือนละ 2 เรื่อง รับชมฟรีตลอดปี


4 king (2)


โฮมสวีทโฮม


แต่ง Monk

ผังมูฟวี่พรีเมียร์ ปักหมุดหนังใหม่ปี 2569 ของทรูโฟร์ยู ช่อง 24 ถูกออกแบบให้ตอบโจทย์ผู้ชมทุกกลุ่ม ด้วยภาพยนตร์ไทยคุณภาพหลากหลายแนว ตั้งแต่ตลก ดราม่า แอ็กชัน สยองขวัญ โรแมนติก ไปจนถึงแฟนตาซี อัดแน่นด้วยนักแสดงชื่อดัง อาทิ อนันดา เอเวอริงแฮม, ญาญ่า อุรัสยา, มาริโอ้ เมาเร่อ, เจมส์ จิรายุ, คริส พีรวัส, เป้ อารักษ์ และ เท่ง เถิดเทิง ผสานงานสร้างที่ใส่ใจทุกรายละเอียด เพื่อยกระดับประสบการณ์รับชมอย่างต่อเนื่องตลอดปี เริ่มต้นไตรมาสแรกด้วยความครบรส เดือนมกราคมเปิดศักราชด้วยเสียงหัวเราะและความหลอนจาก “ตำรวจแต่ง กำเนิดผู้พิทักษ์สันติหลุด” และ “ปอบแม่ใหญ่แดง” ต่อด้วยเดือนกุมภาพันธ์กับเรื่องราวโรแมนติกกลิ่นอายอีสานใน “ผาดา-คำไอ่ ซินเดอเรลล่าสตอรี่” มีนาคมเติมสีสันด้วยหนังธรรมะสายฮา “แต่ง Monk” พร้อมการกลับมาของตำนานความสนุก “หลวงพี่เท่ง Come Back” ขณะที่เมษายนอบอวลด้วยเรื่องรักและความผูกพัน ผ่าน “ฮักสัปปะลี่กับคดีสีชมพู” และดราม่าต่างศาสนา “ผู้บ่าวนิกะห์”


วัยหนุ่ม 2544


ไรเดอร์


ท่าเเร่


ปิดเมืองล่า

ครึ่งปีหลังยกระดับความเข้มข้น พฤษภาคมมากับดราม่าแอ็กชัน “วัยหนุ่ม 2544” และอาชญากรรมสุดมันส์ “ปิดเมืองล่า Pattaya Heat” มิถุนายนจัดเต็มพลังวัยรุ่นใน “วัยเป้งนักเลงขาสั้น 2” ต่อเนื่องความเดือดด้วย “4 Kings ภาค 2” กรกฎาคมพาผู้ชมท่องโลกแฟนตาซี “อคิลลิสเคิร์สกับสมบัติต้องคำสาป” สลับอารมณ์ด้วยโรแมนติกคอมเมดี้ “สวัสดีวันจันทร์(ส)” ก่อนจะตื่นตากับไซไฟไทยฟอร์มยักษ์ “ตาคลีเจเนซิส” และแอ็กชันระทึกขวัญ “โฮมสวีทโฮม : กำเนิดใหม่” ในเดือนสิงหาคมกันยายนเพิ่มดีกรีความสยองกับ “แดนสาป” และ “สาปอสรพิษ” ตุลาคมสนุกปนหลอนใน “ไรเดอร์” พร้อมรีเมกกระแสแรง “นากรักมากม๊ากมาก” พฤศจิกายนอัดแน่นความมันส์ด้วยแอ็กชันตลก “ปะฉะดะ” และเสียงหัวเราะจาก “ฮีโร่บ้านทุ่ง” ก่อนปิดท้ายปีอย่างเข้มข้นในเดือนธันวาคมกับบรรยากาศเหนือธรรมชาติของ “ท่าแร่” และ “เกจิคนฆ่าผี” ติดตามชมภาพยนตร์ไทยคุณภาพ คืนวันอาทิตย์ เวลา 21.00 น. ทางทรูโฟร์ยู ช่อง 24 และรับชมออนไลน์ได้ที่ https://true4u.com/live/
17
เดอะ แพลทินัม กรุ๊ป จัดกิจกรรมบริจาคโลหิตต่อเนื่อง รวม 3.5 ล้าน ซีซี


นางสาวปิยนันท์ คุ้มครอง ผู้ช่วยผู้อำนวยการด้านจัดหาโลหิตและภาพลักษณ์องค์กร สภากาชาดไทย มอบหนังสือรับรองหน่วยงานที่จัดกิจกรรมบริจาคโลหิตให้กับศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทยให้แก่นางสุฐิตา ภิรมย์ภักดี รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เดอะ แพลทินัม กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ในโอกาสจัดกิจกรรมบริจาคโลหิต มาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2550 - พ.ศ. 2567 ได้รับโลหิตบริจาครวมทั้งสิ้น 3,516,800 ซีซี โดยมี นายสุวิทย์ วรรณะศิริสุข  รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ร่วมด้วย ภายในงานศูนย์การค้าแพลทินัมฉลองครบรอบ 20 ปี ณ ห้อง Sapphire ชั้น 7 โรงแรมโนโวเทล กรุงเทพ แพลทินัม
18
เปิดตัวพรีวิว “Return to Reset  เมื่อชีวิตย้อนเวลากลับไป (ไม่) ได้?”


ชมพรีวิวได้ที่ https://youtu.be/wpfl3secFOU

“Return to Reset เมื่อชีวิตย้อนเวลากลับไป (ไม่) ได้?” เป็นละครสั้นแนวดรามา - แฟนตาซี ที่ชวนผู้ชมทบทวนความหมายของชีวิต ความสุข และการเตรียมพร้อมสู่สังคมสูงวัย ผ่านเรื่องราวอบอุ่น ลึกซึ้ง และร่วมสมัย

นำแสดงโดย โบว์ เบญวรรณ อาร์ดเนอร์ และ อ้น นพพันธ์ บุญใหญ่ ถ่ายทอดบทบาทคู่ชีวิตในวัยชรา ที่ได้ย้อนมองเส้นทางชีวิตของตนเอง เพื่อค้นหาคำตอบของ “ความสุขที่แท้จริง” พร้อมด้วยทีมนักแสดงคุณภาพ
ผลงานสร้างสรรค์ภายใต้โครงการ “Happy Me สื่อสร้างสรรค์สร้างสังคมสูงวัยเชิงรุก” ที่สะท้อนแนวคิดการสูงวัยอย่างมีคุณค่า (Active Aging) และการใช้ชีวิตอย่างมีความหมายในทุกช่วงวัย

รับชมละครชุด Mini Series จำนวน 5 ตอน ออกอากาศ ทุกวันเสาร์ เวลา 13.30 - 13.55 น. ทางสถานีโทรทัศน์ NBT (เริ่มตอนแรก วันเสาร์ที่ 20 ธันวาคม 2568)

ผลงานนี้ได้รับการสนับสนุนจากกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ควบคุมการผลิตโดย ผศ.ดร.ทอแสงรัศมี ถีถะแก้ว ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายสื่อสารองค์กรสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง
ผลิตโดย สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง
19
มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ขยายความช่วยเหลือผู้พิการด้อยโอกาส มอบรถเข็นวีลแชร์พร้อมค่าพาหนะแก่ผู้พิการ 100 คน ในพื้นที่จังหวัดหนองบัวลำภู เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ ที่ว่าการอำเภอเมืองหนองบัวลำภู อำเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลำภู




วันนี้ (วันพุธที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2568) มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นางสาวดวงชุตา ติยะพจนพรกุล ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์ และนางสาวศุภรัตน์ สมบัติเจริญไทย หัวหน้าแผนกส่งเสริมการศึกษาและอาชีพ นำทีมลงพื้นที่มอบรถเข็นวีลแชร์ในโครงการ “ป่อเต็กตึ๊ง สงเคราะห์สังคม” แก่ผู้พิการด้อยโอกาสในพื้นที่จังหวัดหนองบัวลำภู เพื่อบรรเทาความยากลำบากในการดำรงชีวิตและเพื่อให้มีความสามารถในการช่วยเหลือตนเองได้ รวมจำนวน 100 คัน พร้อมมอบค่าพาหนะแก่ผู้พิการคนละ 500 บาท  รวมงบประมาณเป็นเงินทั้งสิ้น 290,000 บาท (สองแสนเก้าหมื่นบาทถ้วน) โดยมี นายเสฏฐชัย ยุทธเศรษฐสิริ รองผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู เป็นประธานในพิธี นางสาวกนกวรรณ เหลืองมงคลเลิศ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดหนองบัวลำภู ร่วมพิธี พร้อมด้วยมูลนิธิรวมน้ำใจหนองบัวลำภู เป็นผู้ประสานงานและร่วมในพิธี ณ ที่ว่าการอำเภอเมืองหนองบัวลำภู อำเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลำภู







สำหรับโครงการ “ป่อเต็กตึ๊ง สงเคราะห์สังคม” โดยการมอบรถเข็นวีลแชร์แก่ผู้พิการ มูลนิธิฯ ได้ดำเนินการมาเป็นระยะเวลานับ 10 ปี ซึ่งในปี พ.ศ. 2568 นี้ มูลนิธิฯ กำหนดดำเนินการมอบรถเข็นวีลแชร์พร้อมค่าพาหนะแก่ผู้พิการ รวม 5 จังหวัด ประกอบด้วย จังหวัดบุรีรัมย์ ชัยภูมิ หนองบัวลำภู แพร่ และกำแพงเพชร คิดเป็นมูลค่าทั้งสิ้น 1,450,000 บาท (หนึ่งล้านสี่แสนห้าหมื่นบาทถ้วน)

ติดตามข่าวสารกิจกรรม การช่วยเหลือของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่ เฟซบุ๊ก แฟนเพจwww.facebook.com/atpohtecktung หรือดูรายละเอียดช่องทางที่สะดวกได้ที่ https://linktr.ee/pohtecktung

##ป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต##
#ป่อเต็กตึ๊งยึดมั่นอุดมการณ์อยู่เคียงข้างทุกวิกฤต





20
news & activity / MEDEZE ผนึก Identity Dermatology Center ลงนาม MOU
« Last post by happy on December 24, 2025, 05:49:30 PM »
MEDEZE ผนึก Identity Dermatology Center ลงนาม MOU
ยกระดับนวัตกรรม Regenerative Beauty ดันไทยสู่ศูนย์กลาง Medical & Wellness Tourism





“เมดีซ กรุ๊ป” จับมือ Identity Dermatology Center คลินิกผิวหนังชั้นนำระดับสากล ผสานเทคโนโลยีสเต็มเซลล์และความเชี่ยวชาญแพทย์เฉพาะทาง ต่อยอดเวชศาสตร์ฟื้นฟูและความงาม สร้างมาตรฐานใหม่อุตสาหกรรมสุขภาพไทย




นายแพทย์วีรพล เขมะรังสรรค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมดีซ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ MEDEZE เปิดเผยว่า บริษัทได้ลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ หรือ MOU ร่วมกับ บริษัท ไอเด็นทิตี้ กรุ๊ป จำกัด ศูนย์เลเซอร์และผิวหนังชั้นนำของประเทศ เป็นความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ที่ครอบคลุมตั้งแต่ ต้นน้ำ–กลางน้ำ–ปลายน้ำ ของอุตสาหกรรมเวชศาสตร์ฟื้นฟูและความงาม โดยมีเป้าหมายร่วมกันในการพัฒนาการให้บริการด้าน Regenerative Beauty & Anti-Aging แนวทางการดูแลสุขภาพและความงามด้วยศาสตร์ Regenerative Medicine โดยนำสเต็มเซลล์ส่วนบุคคล (Mesenchymal Stem Cells: MSCs) จากเนื้อเยื่อไขมัน มาต่อยอดการดูแลผิวพรรณ การฟื้นฟูความอ่อนเยาว์ และการชะลอความเสื่อมของร่างกายในอนาคต ภายใต้กระบวนการทางการแพทย์ที่ถูกต้อง ปลอดภัย และตรวจสอบได้ และยกระดับการให้บริการด้านสุขภาพและความงามของประเทศไทยให้ได้มาตรฐานระดับสากล




นอกจากนี้ MEDEZE จะรับผิดชอบในกระบวนการทางห้องปฏิบัติการทั้งหมด ตั้งแต่การคัดแยก เพาะเลี้ยง เพิ่มจำนวน และจัดเก็บสเต็มเซลล์ด้วยเทคโนโลยีมาตรฐานสูง ขณะที่ Identity Dermatology Center จะรับผิดชอบในส่วนของการคัดกรองผู้รับบริการ การเก็บตัวอย่างเนื้อเยื่อไขมัน รวมถึงการนำสเต็มเซลล์ไปใช้ในการรักษาและฟื้นฟูภายใต้การดูแลของแพทย์เฉพาะทาง เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ทางการแพทย์ที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล




ด้านคุณธนากร วังคะฮาด และ นายแพทย์ภูริชญ์ โฆษิตคณาทรัพย์ ผู้บริหาร บริษัท ไอเด็นทิตี้ กรุ๊ป จำกัด เปิดเผยว่า Identity Dermatology Center เป็นศูนย์การแพทย์เฉพาะทางด้านผิวหนังและความงาม ที่มุ่งเน้นการดูแลรักษาแบบองค์รวมภายใต้การดูแลของแพทย์เฉพาะทางด้านผิวหนังโดยตรง ครอบคลุมตั้งแต่การรักษาโรคผิวหนัง การดูแลสุขภาพผิว การชะลอวัย ไปจนถึงการฟื้นฟูผิวพรรณ ด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ขั้นสูง ที่ผ่านการรับรองมาตรฐานขององค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา (USFDA)

สำหรับความร่วมมือภายใต้ MOU ครั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายจะทำงานร่วมกันตั้งแต่กระบวนการคัดกรองผู้รับบริการ การเก็บตัวอย่างเนื้อเยื่อไขมัน การคัดแยกและเพาะเลี้ยงสเต็มเซลล์ ไปจนถึงการนำไปใช้ในการฟื้นฟูผิวพรรณและการชะลอวัยในอนาคต ภายใต้การกำกับดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอย่างใกล้ชิด




ความร่วมมือดังกล่าวไม่เพียงมุ่งสร้างการเติบโตทางธุรกิจ แต่ยังเป็นการยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมสุขภาพและความงามของไทย สร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้รับบริการจากทั่วโลก และสนับสนุนการพัฒนาประเทศไทยให้เป็น Medical & Wellness Tourism อย่างยั่งยืนในระดับสากล[/left]

Pages: 1 [2] 3 4 ... 10