11
news & activity / สคส. แจ้งค่ายมือถือ ชี้แจงกรณีพนักงานหลอกเด็กนักเรียนสแกนใบหน้าแลกซิม
« Last post by fh400 on February 27, 2026, 01:24:54 PM »สคส. แจ้งค่ายมือถือ ชี้แจงกรณีพนักงานหลอกเด็กนักเรียนสแกนใบหน้าแลกซิม

จากกรณีเมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ACSC) ร่วมกับกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองบังคับการปราบปราม เปิดปฏิบัติการ "SAFE ดอย BOY" เข้าตรวจค้น 8 เป้าหมายในพื้นที่จังหวัดเชียงราย เชียงใหม่ สมุทรปราการ และประจวบคีรีขันธ์ ภายหลังพบพฤติการณ์หลอกนักเรียนเข้าร่วมกิจกรรม "แจกซิมฟรี" ก่อนนำข้อมูลไปลงทะเบียนเป็นซิมผีส่งต่อเครือข่ายสแกมเมอร์ โดยสามารถจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับได้ 3 ราย พร้อมตรวจยึดของกลาง อาทิ ซิมโทรศัพท์ 2,160 ซิม โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง และเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการเป็นตัวแทนจำหน่ายและการโฆษณาขายซิม ซึ่งกรณีดังกล่าวเป็นเหตุให้ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) หรือ PDPC ได้เร่งติดตามและกำกับดูแลบริษัทผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ในฐานะผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ให้ชี้แจงข้อเท็จจริงและทบทวนมาตรการคุ้มครองข้อมูลอย่างเคร่งครัดต่อไป
พันตำรวจเอก สุรพงศ์ เปล่งขำ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล กล่าวว่า บริษัทผู้ให้บริการในฐานะผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล จะต้องจัดให้มีมาตรการในการกำกับดูแลพนักงานบุคลากร หรือตัวแทนของตนให้รับทราบ และถือปฏิบัติตามมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของบริษัท เพื่อคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและสิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลประชาชนผู้รับบริการ อย่างเคร่งครัด และเมื่อเกิดเหตุขึ้นแล้วจะต้องมีการทบทวนมาตรการดังกล่าวเพื่อไม่ให้เกิดเหตุลักษณะเดียวกันนั้นอีก
สคส. จะได้กำกับดูแลให้บริษัทปฏิบัติหน้าที่ของตนตามกฎหมาย PDPA อย่างเคร่งครัดเพื่อคุ้มครองสิทธิ์ของพี่น้องประชาชน ให้เต็มศักยภาพตามที่กฎหมาย PDPA กำหนดต่อไป ในส่วนของโรงเรียนก็ควรมีการตรวจสอบบุคคลภายนอกที่มาทำกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของนักเรียนอย่างละเอียดก่อนที่จะอนุญาตให้ดำเนินการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสแกนใบหน้าเป็นข้อมูลอ่อนไหว ซึ่งมีผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของเด็กนักเรียนซึ่งเป็นกลุ่มเปราะบางที่ควรจะต้องมีความระมัดระวัง ในการเก็บรวบรวมใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเป็นอย่างยิ่งอีกด้วย
หากมีเหตุสงสัยว่าจะเป็นการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล หรือหากมีข้อสงสัยในประเด็นข้อกฎหมายเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล สามารถติดต่อ สคส. ได้ทางโทร. 0 2111 8800 หรือ Facebook : สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล-สคส
12
Sport News & Motor Sport / “เอรียา” ตามสามสโตรค เปิดศึก ”เอชเอสบีซี วีเมนส์ เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ” รอบแรก
« Last post by happy on February 26, 2026, 10:40:29 PM »“เอรียา” ตามสามสโตรค เปิดศึก ”เอชเอสบีซี วีเมนส์ เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ” รอบแรก

เอรียา จุฑานุกาล

ออสตัน คิม

อาฒยา ฐิติกุล

หยัน หลิว
สิงคโปร์, 26 กุมภาพันธ์ 2568 – เอรียา จุฑานุกาล โปรสาวมืออันดับ 21 ของโลก ประเดิมหวด 3 อันเดอร์พาร์ 69 อยู่ในกลุ่มอันดับ 8 ร่วม ตามหลัง ออสตัน คิม มือ 39 ของโลกจากสหรัฐฯ สามสโตรค เปิดศึก เอชเอสบีซี วีเมนส์ เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ ณ สนามเซนโตซา กอล์ฟ คลับ (ตันจง คอร์ส) ประเทศสิงคโปร์ เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา (ภาพ: LPGA/BGB Images)
แอลพีจีเอทัวร์จัดการแข่งขันกอล์ฟรายการที่สามของฤดูกาล “เอชเอสบีซี วีเมนส์ เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ” ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นเมเจอร์หญิงแห่งเอเชีย แข่งขันแบบสโตรกเพลย์ 4 วัน 72 หลุม ไม่มีการตัดตัว ระหว่างวันที่ 26 กุมภาพันธ์ ถึง 1 มีนาคมนี้ มีเหล่านักกอล์ฟระดับโลกลงชิงชัย 72 คน โดยเป็นนักกอล์ฟสาวไทย 4 คน ได้แก่ จีโน่-อาฒยา ฐิติกุล, เม-เอรียา จุฑานุกาล, เมียว-ปาจรีย์ อนันต์นฤการ และ พราว-ชเนตตี วรรณแสน
เปิดฉากการแข่งขันวันแรกปรากฎว่า โปรเม-เอรียา จุฑานุกาล นักกอล์ฟมืออันดับ 21 ของโลก หวด 4 เบอร์ดี้ เสียเพียงโบกี้เดียว จบ 18 หลุมเข้ามา 3 อันเดอร์พาร์ 69 รั้งอันดับ 8 ร่วมกับ เซลีน บูติเยร์ จากฝรั่งเศส และผู้เล่นอีก 4 คน ขณะที่ ออสตัน คิม มือ 39 ของโลกชาวอเมริกัน ประเดิมนำเดี่ยวที่สกอร์ 6 อันเดอร์พาร์ 66 โดยมี หยัน หลิว มือ 88 ของโลกจากจีน ตามหลังสโตรคเดียว
เอรียา จุฑานุกาล เจ้าของแชมป์แอลพีจีเอ 12 รายการ ซึ่งลงเล่นรายการนี้เป็นครั้งที่11 เผยถึงเกมวันแรกว่า “สภาพสนามวันนี้ค่อนข้างยาก รู้สึกว่ายากกว่าทุกๆ ปี ลมแรงกว่าทุกครั้งที่เคยมา สัปดาห์นี้ไม่คาดหวังอะไร อยากมาเล่นให้สนุก อาจจะไม่ได้เล่นทุกอย่างดีมาก เหล็กยังไม่ค่อยคมเท่าไหร่ วันนี้มีพัตต์ประมาณ 20 หลาลงสองหลุมก็โชคดีนิดหน่อย สัปดาห์นี้ตั้งเป้าให้เหล็กดีขึ้น ส่วนพัตต์เริ่มดีขึ้น หวังว่าพรุ่งนี้เหล็กจะดีขึ้นจะได้มีโอกาสพัตต์เบอร์ดี้มากขึ้น ส่วนเป้าก็อยากดูวันต่อวันมากกว่า แน่นอนว่าทุกครั้งที่เล่นก็อยากขึ้นไปสูงที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่ก็ต้องดูทั้งร่างกายและปัจจัยหลายๆ อย่างแบบวันต่อวัน แล้วค่อยซ้อมเพื่อให้ดีขึ้น”
ทางด้าน ออสตัน คิม ซึ่งจบอันดับ 18 ร่วมที่พัทยาเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว กล่าวหลังขึ้นนำวันแรกว่า “วันนี้ตีได้ดีหลายช็อต และทุกครั้งที่ตีพลาดก็สามารถแก้ไขได้ ฉันเซฟพาร์ได้ถึงสามครั้ง วันนี้ภารกิจสำเร็จแล้ว สนุกมาก และรู้สึกว่าเล่นได้ตามเกมดีมาก แต่ยังมีอีกสามรอบให้เล่นก็จะพยายามอย่างเต็มที่ และพยายามเอาชนะตัวเองในแต่ละวัน”
ส่วนมือท็อปเท็นของโลกอย่าง มิยู ยามาชิตะ มืออันดับ 5 ของโลกจากญี่ปุ่น หวด 4 อันเดอร์พาร์ 68 อยู่อันดับ 3 ร่วม, ลีเดีย โค มือ 6 ของโลกจากนิวซีแลนด์ ดีกรีแชมป์เก่าปีที่แล้ว ทำ 2 อันเดอร์พาร์ 70 อยู่อันดับ 14 ร่วม, มินจี ลี มือ 4 ของโลกจากออสเตรเลีย, ฮโย จู คิม และ คิม เซ ยัง มืออันดับ 7 และ 10 ของโลกจากเกาหลีใต้ ทำคนละ 1 อันเดอร์พาร์ 71 อยู่ในกลุ่มอันดับ 18 ร่วม
ขณะที่ อาฒยา ฐิติกุล มือหนึ่งของโลกซึ่งจบรองแชมป์รายการนี้เมื่อปีที่แล้ว และชเนตตี วรรณแสน เครื่องยังไม่ร้อน ตีเข้ามาคนละ 1 โอเวอร์พาร์ 73 อยู่อันดับ 36 ร่วม ส่วน ปาจรีย์ อนันต์นฤการ ตีเกิน 5 โอเวอร์พาร์ 77 รั้งอันดับ 68 ร่วม
ข้อมูลเพิ่มเติมของการแข่งขันเอชเอสบีซี วีเมนส์ เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ ได้ที่เว็บไซต์ www.hsbcgolf.com/womens
13
กิน - เที่ยว เปรี้ยวซ่า / แพลทินัม ชวนอิ่มคุ้มกับโปรเครื่องดืม “Duo Deal แก้วที่ 2 ลด 50%” วันนี้–10 มี.ค.
« Last post by happy on February 26, 2026, 10:18:05 PM »แพลทินัม ชวนอิ่มคุ้มกับโปรเครื่องดื่ม “Duo Deal แก้วที่ 2 ลด 50%” วันนี้ – 10 มี.ค. 2569

ศูนย์การค้าแพลทินัม แฟชั่น มอลล์ แนะนำเมนูเครื่องดื่มสุดคุ้มเกินต้านกับโปรโมชั่นพิเศษ “Duo Deal แก้วที่ 2 ลด 50%” ที่ Food Floor More a Meal ชั้น 6 ให้คุณเลือกสรรจับคู่ความอร่อยได้หลากหลายสไตล์ ไม่ว่าจะเป็น Iced Coffee + Lemon Tea เปรี้ยวหวานสดชื่น, Iced Coffee + Ice Tea คลาสสิกสายชิล, Iced Coffee + Milo หวานมันโดนใจ หรือจะเลือก Iced Coffee + Iced Coffee ก็อร่อยคุ้มลงตัว ในราคาเพียง 60 บาทเท่านั้น เฉลี่ยแก้วละ 30 บาท เหมาะสำหรับชวนเพื่อนหรือคนรู้ใจมาแชร์ความอร่อยไปด้วยกัน
พลาดไม่ได้กับโปรโมชั่นสุดคุ้ม ตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 10 มีนาคม 2569 ที่ Food Floor More a Meal ชั้น 6 ศูนย์การค้าแพลทินัม แฟชั่น มอลล์ ติดตามข่าวสารร้านค้าและโปรโมชั่นเพิ่มเติมได้ที่ Facebook: Platinum Fashion Mall แพลทินัม แฟชั่น มอลล์
14
ข่าวบันเทิง / ทรูโฟร์ยู ช่อง 24 ส่ง “มัจจุราชไร้เงา 2” ระเบิดความมันกลางจอ 1 มีนาคมนี้
« Last post by happy on February 25, 2026, 07:04:50 PM »ทรูโฟร์ยู ช่อง 24 ส่ง “มัจจุราชไร้เงา 2” ระเบิดความมันกลางจอ 1 มีนาคมนี้

ทรูโฟร์ยู ช่อง 24 พร้อมพาผู้ชมพบประสบการณ์แอ็กชันสุดเข้มข้นในภาพยนตร์ฟอร์มเดือด “มัจจุราชไร้เงา 2” ผลงานภาคต่อที่ได้รับเสียงชื่นชมจากแฟนหนังทั่วโลก ด้วยพลังการแสดงอันหนักแน่นของ เดนเซล วอชิงตัน พร้อมทีมนักแสดงคุณภาพอย่าง เมลิสซา ลีโอ, เปโดร ปาสกาล, และ แอชตัน แซนเดอร์ส ภาพยนตร์แนวแอ็กชัน–ทริลเลอร์เรื่องนี้โดดเด่นด้วยสไตล์การเล่าเรื่องที่ลึกซึ้งและเข้มข้นขึ้น



เรื่องราวภาคนี้ พบกับ “โรเบิร์ต แม็คคอล” (เดนเซล วอชิงตัน) อดีตเจ้าหน้าที่มากฝีมือที่ยังคงยึดมั่นในการช่วยเหลือผู้ถูกเอาเปรียบตามแบบฉบับศาลเตี้ย เขาต้องสั่นคลอนอย่างหนักเมื่อ “ซูซาน พลัมเมอร์” (เมลิสซา ลีโอ) เพื่อนสนิทและอดีตคู่หูจากหน่วยข่าวกรองถูกสังหารระหว่างการสืบคดีสำคัญ กระตุ้นให้เขาออกตามล่าความจริงอย่างไม่ลังเล เส้นเรื่องซับซ้อนยิ่งขึ้นเมื่อ “เดฟ ยอร์ก” (เปโดร ปาสกาล) อดีตเพื่อนร่วมงานปรากฏตัวพร้อมเงื่อนงำที่โยงใยกับเหตุการณ์นี้อย่างลึกซึ้ง หนังยังขับเคลื่อนด้วยบทบาทของ “ไมลส์ วิทเทเกอร์” (แอชตัน แซนเดอร์ส) เด็กหนุ่มที่แม็คคอลพยายามชี้ทางสู่ชีวิตที่ถูกต้อง เพิ่มมิติเชิงอารมณ์ควบคู่ความเข้มข้นของฉากแอ็กชันที่ทั้งเฉียบและเร้าใจ เหตุการณ์ทั้งหมดนำไปสู่การปะทะเดือดท่ามกลางสภาพแวดล้อมสุดโหด สะท้อนความหมายของการยืนหยัดเพื่อความถูกต้อง พร้อมพาเรื่องราวไปสู่บทสรุปที่หนักแน่นและสมศักดิ์ศรีหนังแอ็กชันภาคต่อ อย่าพลาดชม ภาพยนตร์ “มัจจุราชไร้เงา 2” วันอาทิตย์ที่ 1 มีนาคม เวลา 12.30 น. ทางทรูโฟร์ยู ช่อง 24 ชมสดออนไลน์ได้ที่ https://true4u.com/live/
15
news & activity / มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จัดพิธีเวียนธูปศักดิ์สิทธิ์สุดยิ่งใหญ่ เนื่องในเทศกาลตรุษจีน
« Last post by happy on February 25, 2026, 01:11:10 PM »มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จัดพิธีเวียนธูปศักดิ์สิทธิ์สุดยิ่งใหญ่ เนื่องในเทศกาลตรุษจีน ประจำปี 2569
ตั้งจิตอธิษฐานต่อเทพยดาฟ้าดิน (เจ้าแห่งสวรรค์) ขอให้ตนเองและครอบครัว เฮงๆ ตลอดปีมะเมีย

ตั้งจิตอธิษฐานต่อเทพยดาฟ้าดิน (เจ้าแห่งสวรรค์) ขอให้ตนเองและครอบครัว เฮงๆ ตลอดปีมะเมีย

วานนี้ (วันอังคารที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 เวลา 23.00 น.) มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายสัก กอแสงเรือง รองประธานกรรมการ นายจารุรัตน์ คุณัตถานนท์ กรรมการและเหรัญญิก นายสุรพงษ์ เตชะหรูวิจิตร กรรมการและรองเลขาธิการ นายนิพนธ์ ลีละศิธร กรรมการ และนางชุติมา ตันติศิริวัฒน์ ผู้ช่วยกรรมการ พร้อมด้วย คณะผู้บริหาร อาสาสมัคร รวมทั้งศิษยานุศิษย์ และสาธุชนจำนวนมาก ร่วมในพิธีเวียนธูปศักดิ์สิทธิ์ เพื่อตั้งจิตอธิษฐานเทพยดาฟ้าดิน (เจ้าแห่งสวรรค์) และหลวงปู่ไต้ฮง ช่วยดลบันดาลให้ประสบโชคดีตลอดปีใหม่ พร้อมกับสรรเสริญและขอพรจากเทพเจ้า ให้ตนเอง และครอบครัว รวมถึงประเทศชาติ อยู่เย็นเป็นสุข ปราศจากโรคภัย เฮงๆ ตลอดปีมะเมีย โดยมี คณะสงฆ์ฝ่ายอนัมนิกาย วัดอุภัยราชบำรุง เป็นผู้ประกอบพิธีสงฆ์ ณ ศาลเจ้าไต้ฮงกง มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย
“พิธีเวียนธูป” เนื่องในเทศกาลตรุษจีนนั้น เป็นหนึ่งในพิธีที่สำคัญที่มูลนิธิฯ จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี เป็นวันประสูติของเทพยดาฟ้าดิน (ทีกงแซ) เจ้าแห่งสวรรค์ ซึ่งในปีนี้ตรงกับวันพุธที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 และเพื่อเป็นสัญญาณว่าได้สิ้นสุดงานเทศกาลตรุษจีน โดยทำพิธีเวียนธูปรอบศาลเจ้า 3 รอบ ตั้งจิตอธิษฐาน ระลึกพระคุณเทพยดาฟ้าดิน ขออำนาจฟ้าดินเป็นที่พึ่ง ขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ตนนับถือ เช่น หลวงปู่ไต้ฮง ช่วยดลบันดาลให้ประสบโชคดีตลอดปีใหม่ พร้อมกับสรรเสริญและขอพรจากเทพเจ้า เพื่อทำให้จิตใจเบิกบาน ผ่องแผ้ว และเริ่มต้นวันปีใหม่ของคนไทยเชื้อสายจีนอย่างมีความสุข และเป็นสิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัว นอกจากนี้ในค่ำคืนของพิธีเวียนธูป เทศกาลตรุษจีน ศาลเจ้าไต้ฮงกง มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เปิดบริการโต้รุ่งให้แก่ผู้มีจิตศรัทธาได้เข้าสักการะขอพร ทำบุญพะเก่ง รับสาคูสิริมงคลตลอดทั้งคืน
ติดตามภาพบรรยากาศงานเทศกาล ข่าวสาร และกิจกรรมการช่วยเหลือของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่ เฟซบุ๊ก แฟนเพจ www.facebook.com/atpohtecktung หรือดูรายละเอียดช่องทางที่สะดวกได้ที่ https://linktr.ee/pohtecktung
** มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต **
** มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต **
16
news & activity / ไดกิ้น ส่งมอบ "ห้องเรียนปลอดฝุ่น" ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาลตำบลเมืองคง
« Last post by fh400 on February 25, 2026, 10:26:28 AM »ไดกิ้น ส่งมอบ "ห้องเรียนปลอดฝุ่น" ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาลตำบลเมืองคง
จังหวัดนครราชสีมา ยกระดับต้นแบบศูนย์การเรียนรู้คุณภาพอากาศในอาคาร
จังหวัดนครราชสีมา ยกระดับต้นแบบศูนย์การเรียนรู้คุณภาพอากาศในอาคาร

นายคาสุฮิสะ ฮินาสึ กรรมการบริษัท ไดกิ้น อินดัสทรีส์ (ประเทศไทย) จำกัด หรือ ไดกิ้น เดินหน้าสานต่อพันธกิจด้านนวัตกรรมเพื่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม ส่งมอบ "ห้องเรียนปลอดฝุ่น" ห้องต้นแบบศูนย์การเรียนรู้ด้านการจัดการคุณภาพอากาศภายในอาคารระดับภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ให้กับ นายบัลลังก์ ไวทย์ศิริ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เป็นผู้รับมอบ เพื่อยกระดับมาตรฐานสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ให้ปลอดภัยจากมลพิษทางอากาศ พร้อมผลักดันองค์ความรู้และแนวทางการบริหารจัดการคุณภาพอากาศอย่างยั่งยืน โดยมี นายไพศาล เกียรติชัยพัฒน, นางสาวนิชาพัชญ รักษาภักดี ร่วมงานด้วย ณ ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาลตำบลเมืองคง จังหวัดนครราชสีมา
17
news & activity / สศอ. หนุน SMEs ไทยเจาะตลาดอาหารฮาลาลโลก จัดสัมมนาใหญ่ เปิดตัวโครงการพัฒนาศักยภาพ
« Last post by happy on February 25, 2026, 09:24:26 AM »สศอ. หนุน SMEs ไทยเจาะตลาดอาหารฮาลาลโลก จัดสัมมนาใหญ่ เปิดตัวโครงการพัฒนาศักยภาพอุตสาหกรรมอาหารฮาลาลไทย ใส่ใจผู้บริโภคทั่วโลก 5 มี.ค. นี้

สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม เปิดยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมฮาลาลไทยปี 2569 มุ่งเป้ายกระดับนวัตกรรมอาหารอนาคตสู่ตลาดสากล พร้อมดันไทยติดอันดับ 1 ใน 10 ประเทศผู้ส่งออกอาหารโลก ภายในปี 2570 ร่วมมือกับสถาบันอาหาร จัดกิจกรรมเปิดตัวโครงการพัฒนาศักยภาพอุตสาหกรรมอาหารฮาลาลไทย ใส่ใจผู้บริโภคทั่วโลก และสัมมนาเชิงปฏิบัติการ “Halal Food & Beverage Innovation and Standard” ในวันพฤหัสบดีที่ 5 มีนาคม 2569 เวลา 08.00 - 13.30 น. ณ อาคารศูนย์การเรียนรู้อาหารไทย สถาบันอาหาร ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมอาหารที่สนใจ สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ
สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) กระทรวงอุตสาหกรรม เดินหน้าขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการด้านการพัฒนาอุตสาหกรรมแปรรูปอาหาร ระยะที่ 1 (พ.ศ. 2562 – 2570) ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 28 เมษายน 2563 โดยมุ่งเน้นการผลักดันให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็น 1 ใน 10 ประเทศผู้ส่งออกอาหารของโลกภายในปี พ.ศ. 2570 ผ่านการขับเคลื่อนการดำเนินโครงการ “พัฒนาศักยภาพอุตสาหกรรมอาหารฮาลาลไทย ใส่ใจผู้บริโภคทั่วโลก” ประจำปีงบประมาณ 2569 กิจกรรมครอบคลุมตั้งแต่การสำรวจและประเมินศักยภาพตลาดอาหารฮาลาลเชิงลึกในต่างประเทศ ทั้งในกลุ่มประเทศ Muslim และ Non-Muslim การคัดเลือกสถานประกอบการ 40 กิจการเพื่อให้คำปรึกษาเชิงลึกด้านมาตรฐานฮาลาล เพื่อเตรียมความพร้อมตั้งแต่โครงสร้างอาคารจนถึงการยื่นขอรับรองผ่านระบบออนไลน์ ตามระเบียบคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย การจัดทำคู่มือฮาลาล (Halal Manual) และการยกระดับผลิตภัณฑ์อาหารฮาลาลในรูปแบบอาหารอนาคตจำนวน 20 ผลิตภัณฑ์ โดยจะให้คำปรึกษาเชิงลึกทั้งด้านกระบวนการผลิต ตลอดจนการพัฒนาบรรจุภัณฑ์และการตรวจวิเคราะห์ความปลอดภัย นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมเชื่อมโยงตลาดผ่านงานแสดงสินค้าชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ เพื่อสร้างโอกาสทางการค้าและจัดกิจกรรมจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) กับคู่ค้าที่มีศักยภาพ

นายศุภกิจ บุญศิริ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม(สศอ.) เปิดเผยว่า ตลาดอาหารฮาลาลโลกในปี พ.ศ. 2567 มีมูลค่าสูงถึง 2.67 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ และคาดการณ์ว่าจะขยายตัวเป็น 6.75 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ ภายในปี พ.ศ. 2575 อย่างไรก็ตาม แม้ประเทศไทยจะเป็นผู้ผลิตอาหารรายสำคัญ แต่ปัจจุบันยังมีส่วนแบ่งตลาดอาหารฮาลาลเพียงร้อยละ 2.85 เนื่องจากยังขาดความพร้อมด้านมาตรฐานและการประยุกต์ใช้นวัตกรรม สศอ.จึงเร่งดำเนินโครงการเพื่อกระตุ้นให้ผู้ประกอบการเกิดการปรับตัวยกระดับมาตรฐานการผลิตให้เป็นสากล และพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดเป้าหมายในแต่ละภูมิภาคทั่วโลก โดยมุ่งเน้นกลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารอนาคต เช่น อาหารสุขภาพ อาหารฟังก์ชั่น และโปรตีนทางเลือก ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีศักยภาพการเติบโตสูงในปัจจุบัน และในวันที่ 5 มีนาคม 2569 เวลา 08.00 - 13.30 น. สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม ร่วมมือกับสถาบันอาหาร จัดกิจกรรมเปิดตัวโครงการพัฒนาศักยภาพอุตสาหกรรมอาหารฮาลาลไทย ใส่ใจผู้บริโภคทั่วโลก และสัมมนาเชิงปฏิบัติการ “Halal Food & Beverage Innovation and Standard” ณ อาคารศูนย์การเรียนรู้อาหารไทย สถาบันอาหาร ซึ่งผู้เข้าร่วมกิจกรรมฯ จะได้รับความรู้ด้านนวัตกรรมอาหารมูลค่าสูง แนวทางการเจาะตลาดฮาลาลตะวันออกกลาง รวมถึงขั้นตอนการขอรับรองมาตรฐานฮาลาลอย่างถูกต้อง พร้อมทั้งเปิดรับสมัครผู้ประกอบการเข้าร่วมกิจกรรมยกระดับมาตรฐานและพัฒนาผลิตภัณฑ์ โดยตั้งเป้าหมายให้ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการพัฒนาพุ่งเป้าไปที่การเพิ่มมูลค่า และรายได้ให้กับผู้ประกอบการ เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถทางการแข่งขันของอุตสาหกรรมอาหารไทยในเวทีโลกอย่างยั่งยืน
“ขอเชิญชวนผู้ประกอบการอุตสาหกรรมอาหารโดยเฉพาะกลุ่ม SMEs เข้าร่วมกิจกรรมเปิดตัวโครงการดังกล่าว โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งนี้สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่คุณนัสซีมา โทร. 083 601 5437 และคุณนภัสวรรณ โทร. 085 076 6862 หรือติดตามข่าวสารและลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้ที่ช่องทางประชาสัมพันธ์ของสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม www.oie.go.th และสถาบันอาหาร www.nfi.or.th เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอาหารฮาลาลไทยสู่สากล”
18
news & activity / เจาะลึก! แบตเตอรี่รถจักรยานยนต์ยัวซ่า พร้อมเทคนิคการตรวจเช็ค 2026
« Last post by happy on February 24, 2026, 11:05:27 PM »เจาะลึก! แบตเตอรี่รถจักรยานยนต์ยัวซ่า พร้อมเทคนิคการตรวจเช็ค 2026

บริษัท ยัวซ่า แบตเตอรี่ ประเทศไทย จำกัด จัดกิจกรรมภายใต้ชื่อ “เจาะลึก! แบตเตอรี่รถจักรยานยนต์ยัวซ่า พร้อมเทคนิคการตรวจเช็ค 2026” ยกระดับความรู้ตัวแทนจำหน่ายภาคอีสาน ตอกย้ำผู้นำตลาดแบตเตอรี่รถมอเตอร์ไซค์คุณภาพสูง เพื่อเสริมสร้างองค์ความรู้ด้าน แบตเตอรี่รถมอเตอร์ไซค์ ให้กับตัวแทนจำหน่ายและเครือข่าย ร้านแบตมอเตอร์ไซค์ ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ณ โรงแรมพูลแมน จังหวัดขอนแก่น

กิจกรรมในครั้งนี้มุ่งเน้นการถ่ายทอดความรู้เชิงลึกเกี่ยวกับ แบตเตอรี่ยัวซ่า ตั้งแต่เทคโนโลยีการผลิต คุณสมบัติของผลิตภัณฑ์ วิธีการตรวจเช็คสภาพแบตเตอรี่ ไปจนถึงการดูแลรักษาอย่างถูกต้อง เพื่อให้ตัวแทนจำหน่ายสามารถให้คำแนะนำแก่ผู้ใช้รถจักรยานยนต์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสร้างความเชื่อมั่นในแบรนด์ ยัวซ่า อย่างต่อเนื่อง

แบตเตอรี่รถจักรยานยนต์ยัวซ่าเป็นแบตเตอรี่ประเภท AGM (Absorbent Glass Mat) ที่พัฒนาด้วยเทคโนโลยีการผลิตจากประเทศญี่ปุ่น ให้ประสิทธิภาพการจ่ายไฟที่เสถียร แข็งแรงทนทาน รองรับการใช้งานในทุกสภาพถนน และเหมาะสำหรับผู้ที่กำลังมองหา แบตเตอรี่รถมอเตอร์ไซค์คุณภาพสูง ที่ใช้งานได้ยาวนาน

จุดเด่นสำคัญของแบตเตอรี่ยัวซ่า ประกอบด้วย
· เป็นแบตเตอรี่ AGM มาตรฐานสากล ให้พลังงานเสถียร
· คุ้มค่า ด้วยอายุการใช้งานที่ยาวนาน ลดค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนแบตเตอรี่
· ผลิตด้วยส่วนผสมของตะกั่วบริสุทธิ์ 99.99% เพิ่มประสิทธิภาพการนำไฟฟ้าเจาะลึก! แบตเตอรี่รถจักรยานยนต์ยัวซ่า พร้อมเทคนิคการตรวจเช็ค 2026
· ทนต่อแรงสั่นสะเทือนและแรงกระแทก เหมาะกับการใช้งานจริงบนท้องถนน
· ได้รับความไว้วางใจให้เป็นแบตเตอรี่ OEM สำหรับรถจักรยานยนต์ชั้นนำเกือบทุกแบรนด์
นอกจากนี้ ยัวซ่ายังเป็นแบรนด์ที่สนับสนุนวงการมอเตอร์สปอร์ตระดับโลก โดยเป็นผู้สนับสนุนทีมแข่ง MotoGP ซึ่งสะท้อนถึงคุณภาพ สมรรถนะ และความน่าเชื่อถือของแบตเตอรี่ยัวซ่าในระดับสากล
การจัดกิจกรรมครั้งนี้ตอกย้ำความตั้งใจของยัวซ่าในการพัฒนาศักยภาพของเครือข่าย ร้านแบตมอเตอร์ไซค์ และตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ เพื่อส่งมอบ แบตเตอรี่รถมอเตอร์ไซค์ที่ได้มาตรฐานญี่ปุ่น ให้กับผู้บริโภค พร้อมยกระดับประสบการณ์การใช้งานและความปลอดภัยในการขับขี่อย่างยั่งยืน
ติดตามข่าวสารแบตเตอรี่ยัวซ่าได้ที่ facebook: Yuasas Club Tiktok: Yuasatha
19
news & activity / รายงานดัชนี APB100 ชี้บริษัทอาหารไทยทำคะแนนสูงสุดในเอเชีย ด้านความยั่งยืนโปรตีน
« Last post by happy on February 24, 2026, 05:58:44 PM »รายงานดัชนี APB100 ชี้บริษัทอาหารไทยทำคะแนนสูงสุดในเอเชีย
ด้านความยั่งยืนโปรตีน แต่ยังไร้แผนลดการพึ่งพาโปรตีนจากสัตว์
ด้านความยั่งยืนโปรตีน แต่ยังไร้แผนลดการพึ่งพาโปรตีนจากสัตว์

• บริษัทไทยที่เข้ารับการประเมิน ได้แก่ บมจ. เซ็นทรัลพลาซา (CENTEL), เจริญโภคภัณฑ์อาหาร (CPF), ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป (TU), ซีพี ออลล์ (CPALL), ไทยเบฟเวอเรจ (ThaiBev), ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล (MINT), ดุสิตธานี (DUSIT), เอส แอนด์ พี (S&P), เอ็มเค เรสโตรองต์ (M) และ เพรซิเดนท์ เบเกอรี่ (PB) ซึ่งครอบคลุมภาคการผลิต ค้าปลีก ร้านอาหาร และโรงแรม
• บริษัทไทยหลายแห่งอยู่ในกลุ่ม Tier 3 ของการจัดอันดับ แต่ยังไม่มีบริษัทใดทำคะแนนได้เกิน 50%
• ไทยโดดเด่นด้านการเปิดเผยข้อมูลแรงงานและอาหารทะเล แต่ยังมีจุดอ่อนด้านการดำเนินงานจริง และยังไม่มีกลยุทธ์ชัดเจนในการลดการพึ่งพาโปรตีนจากสัตว์
20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, กรุงเทพฯ - บริษัทค้าปลีกอาหาร ผู้ผลิต เครือร้านอาหาร และกลุ่มธุรกิจบริการรายใหญ่ของไทย มีบทบาทที่สำคัญต่อทิศทาง “ระบบโปรตีน” ของประเทศ ตามรายงาน The Asia Protein Buyers 100: An Assessment of Responsible and Sustainable Sourcing ซึ่งเผยแพร่โดย Asia Research & Engagement (ARE)
ผลการประเมินระบุว่า บริษัทไทยทำผลงานโดดเด่นที่สุดในภูมิภาคด้านการเปิดเผยข้อมูลห่วงโซ่อุปทานโปรตีน อย่างไรก็ตาม บริษัทส่วนใหญ่ยังไม่มีแผนการเปลี่ยนผ่านที่ชัดเจนในการเพิ่มสัดส่วนโปรตีนจากพืช และยังคงพึ่งพาโปรตีนจากสัตว์ในระดับสูง โดยเฉพาะในมิติของวัตถุดิบอาหารสัตว์นำเข้าที่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงด้านการตัดไม้ทำลายป่า การสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ และมลพิษทางอากาศ
Asia Protein Buyers 100 (APB100) เป็นดัชนีที่ได้รับการสนับสนุนจากนักลงทุน ประเมินบริษัทจดทะเบียนขนาดใหญ่ 100 แห่งใน 12 ตลาดเอเชีย รวมถึงประเทศไทย โดยพิจารณาว่าบริษัทจัดการความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) ที่เกี่ยวข้องกับห่วงโซ่อุปทานที่มาจากเนื้อสัตว์ ผลิตภัณฑ์นม สัตว์ปีก และอาหารทะเล ซึ่งครอบคลุมประเด็นตั้งแต่ธรรมาภิบาล การตรวจสอบย้อนกลับ แรงงาน สุขภาพและความปลอดภัยแรงงาน (Worker Health and Safety) การดื้อยาต้านจุลชีพ (Antimicrobial Resistance) สวัสดิภาพสัตว์ สภาพภูมิอากาศ การตัดไม้ทำลายป่า ความหลากหลายทางชีวภาพ น้ำ และของเสีย ไปจนถึงการกระจายแหล่งโปรตีน (Protein Diversification)
โปรตีนจากสัตว์มีความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศ การใช้ที่ดิน น้ำ และสาธารณสุขสูงกว่าโปรตีนจากพืชอย่างมีนัยสำคัญ จึงทำให้ “การกระจายแหล่งโปรตีน” รวมถึงการเพิ่มโปรตีนจากพืช กลายเป็นเครื่องมือสำคัญของภาคธุรกิจและสถาบันลงทุนในการบริหารความเสี่ยง ESG เพื่อบรรลุเป้าหมาย Net Zero และพัฒนานวัตกรรมเพื่อยกระดับระบบอาหารให้มีความยั่งยืนและดีต่อสุขภาพมากยิ่งขึ้น
ไทยยังคงเป็นตลาดที่ทำคะแนนสูงในภูมิภาค
บริษัทไทย 10 แห่งที่ได้รับการประเมิน มี 6 แห่งอยู่ในระดับ Tier 3 (พัฒนาเชิงกลยุทธ์ - Evolving Strategically) และที่เหลืออยู่ในระดับ Tier 4 (อยู่ระหว่างพัฒนา - Developing Efforts) ซึ่งไทยเคยทำคะแนนเฉลี่ยสูงสุดในรายงานปี ค.ศ. 2024 และในการประเมินล่าสุดก็ยังคงนำภูมิภาค แม้คะแนนเฉลี่ยรวมจะอยู่ที่ 26% ซึ่งสะท้อนว่ายังมีช่องว่างให้พัฒนาอีกมาก
บริษัทเหล่านี้ถือเป็นแกนหลักของภาคการผลิต ค้าปลีก และบริการอาหาร (HORECA) ของไทย ส่งผลให้บริษัทเหล่านี้อยู่ในจุดยุทธศาสตร์ที่ส่งผลชี้ขาดต่อระบบโปรตีนของประเทศ โดยที่การตัดสินใจจัดซื้อจะส่งผลโดยตรงต่อมาตรฐานการผลิตและความเสี่ยงในห่วงโซ่อุปทาน
มาตรฐานแรงงาน: ปัจจัยหนุนการเป็นผู้นำของไทย
บริษัทไทยทำคะแนนนำในประเด็นแรงงาน โดยเฉพาะการเปิดเผยจรรยาบรรณซัพพลายเออร์ มาตรฐานแรงงาน (SsSupplier Code of Conduct) และกระบวนการตรวจสอบห่วงโซ่อุปทาน (Due Diligence) ผลลัพธ์นี้บ่งชี้ว่าบริษัทไทยหลายแห่งเริ่มขยับจากการประกาศเพียงนโยบาย ไปสู่การนำไปปรับใช้ ตรวจสอบและประเมินผลด้านแรงงาน (Labour Audit) ในเครือข่ายซัพพลายเออร์มากขึ้น
ด้านสภาพภูมิอากาศและอาหารทะเลมีพัฒนาการต่อเนื่อง
บริษัทไทยมีผลการดำเนินงานด้านสภาพภูมิอากาศสูงกว่าค่าเฉลี่ยเอเชีย จากการประกาศเป้าหมาย Net Zero การเปิดเผยการปล่อยก๊าซเรือนกระจก Scope 3 และการรายงานตามกรอบมาตรฐานสากล อย่างไรก็ตามทว่ายังคงมีหลักฐานที่จำกัดว่าเป้าหมายเหล่านี้ถูกนำไปปฏิบัติจริงในห่วงโซ่อุปทานโปรตีนอย่างไร โดยเฉพาะในด้านการจัดสรรเงินทุนและการลดการปล่อยก๊าซที่เชื่อมโยงกับการจัดหาอาหาสัตว์
ในส่วนของอาหารทะเล เนื่องจากไทยมีบทบาทสำคัญในห่วงโซ่อุปทานระดับโลก การเปิดเผยข้อมูลในด้านนี้จึงรุดหน้ากว่าตลาดส่วนใหญ่ในเอเซีย อย่างไรก็ตาม ยังคงมีช่องวางในด้านความลึกของการตรวจสอบย้อนกลับ และการรายงานผลลัพธ์เชิงปริมาณที่ชัดเจนมากกว่าการเป็นเพียงถ้อยแถลง
สวัสดิภาพสัตว์เริ่มได้รับความสนใจมากขึ้น
บริษัทไทยหลายแห่งเผยแพร่นโยบายด้านสวัสดิภาพสัตว์ และอ้างอิงแนวทางการจัดหาที่คำนึงถึงสวัสดิภาพที่ดีขึ้น แต่รายงาน APB100 ประจำปี ค.ศ. 2026 พบว่ายังขาดสาระสำคัญในเรื่องคำมั่นที่มีกรอบเวลาชัดเจน ความครอบคลุมของระบบปลอดกรง(Cage-free) เชิงปริมาณ และการรับรองจากหน่วยงานอิสระ ทำให้ประเด็นนี้ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นมากกว่าการเป็นมาตราฐานหลักของการจัดหาโปรตีนอย่างรับผิดชอบ (Responsible Protein Sourcing)
จุดอ่อนที่สำคัญ: ธรรมาภิบาล การกระจายแหล่งโปรตีน และความเสี่ยงด้านธรรมชาติ เช่นเดียวกับหลายประเทศในเอเซีย ธรรมาภิบาล (Governance) ที่เกี่ยวข้องกับความยั่งยืนของโปรตีน ยังเป็นจุดอ่อนที่สำคัญโดยบริษัทไทยส่วนใหญ่ยังขาดกลยุทธ์ที่ผ่านการอนุมัติจากคณะกรรมการบริษัท เพื่อการเปลี่ยนผ่านด้านโปรตีนที่ยั่งยืน (Protein Sustainability) เช่นเดียวกับการกระจายแหล่งโปรตีน (Protein Diversification) ที่ยังเป็นจุดอ่อน ซึ่งสะท้อนถึงการขาดการดำเนินการที่มีความหมายในการเปลี่ยนผ่านโปรตีน (Protein Transition) ที่ปลอดภัยต่อสภาพภูมิอากาศ และเป็นธรรม
แม้ว่าหลายบริษัทเริ่มตระนักถึงความเสี่ยงด้านธรรมชาติแล้ว แต่คำมั่นสัญญาที่มีกรอบเวลาชัดเจน รวมถึงการจัดหาวัตถุดิบที่สามารถตรวจสอบได้ว่าปลอดจากการตัดไม้ทำลายป่า ยังมีอยู่จำกัด โดยเฉพาะในห่วงโซ่อุปทานที่มีความเสี่ยงสูงเช่น เนื้อวัวและพืชอาหารสัตว์
ความสำคัญของประเทศไทย: จุดยุทธศาสตร์ในการเปลี่ยนผ่านด้านโปรตีนของเอเชีย
ประเทศไทยมีบทบาทที่สำคัญในระบบโปรตีนของเอเชีย ในฐานะผู้ผลิต ผู้แปรรูป ผู้ส่งออก และผู้บริโภคโปรตีนจากสัตว์รายสำคัญ นอกจากนี้ ไทยยังเป็นตลาดที่เติบโตอย่างรวดเร็ว โดยภาคบริการอาหาร ซึ่งครอบคลุมทั้งเครือร้านอาหาร การจัดเลี้ยง โรงพยาบาล และกลุ่มธุรกิจบริการ กำลังมีอิทธิพลเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องต่อรูปแบบการจัดหา (Sourcing Expectations) และความต้องการโปรตีนในภูมิภาค
นายพงศกร สัจจิพานนท์ ผู้จัดการด้านความยั่งยืนทางอาหาร ประจำประเทศไทย ของ ARE กล่าวว่า “ประเทศไทยพิสูจน์แล้วว่าสามารถยกระดับมาตรฐานด้านแรงงาน สภาพภูมิอากาศ และอุตสาหกรรมอาหารทะเลได้อย่างเป็นรูปธรรม ขั้นต่อไปคือการเปลี่ยนนโนบายเหล่านั้นให้เป็นแผนการเปลี่ยนผ่านที่ยั่งยืนและมีมนุษยธรรม โดยเฉพาะการเพิ่มสัดส่วนโปรตีนจากพืชให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น ทั้งในเมนูอาหารและห่วงโซ่อุปทาน เช่นเดียวกับผู้นำในระดับสากล และกล่าวเสริมว่า การขยับจาก “ความมุ่งมั่น” ไปสู่ “การปฏิบัติจริง” จำเป็นต้องมีเป้าหมายที่ชัดเจนและการตรวจสอบที่น่าเชื่อถือ ซึ่งจะช่วยให้ไทยสามารถยกระดับความเป็นผู้นำในภูมิภาคไปสู่มาตรฐานระดับโลก และก้าวสู่การเป็นศูนย์กลาง ครัวแห่งอนาคต (Kitchen of the Future) ของเอเชียได้อย่างแท้จริง”
เกี่ยวกับ Asia Research & Engagement (ARE)
Asia Research & Engagement (ARE) ทำหน้าที่เชื่อมโยงนักลงทุนชั้นนำเข้าสู่กระบวนการสร้างการมีส่วนร่วมเชิงกลยุทธ์กับบริษัทจดทะเบียนในเอเชีย เพื่อร่วมกันแก้ไขความท้าทายด้านการพัฒนาที่ยั่งยืน และสนับสนุนให้ภาคธุรกิปรับทิศทางการดำเนินงานให้สอดคล้องกับประเด็นที่นักลงทุนให้ความสำคัญ (Investor Priorities) อย่างมีประสิทธิภาพ
ด้วยประสบการณ์อันยาวนานหลายทศวรรษในภูมิภาค ประกอบกับทีมงานที่มีความเข้าใจในบริบทที่หลากหลายและมีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง ทำให้ ARE มีความเข้าใจในบริบทและความต้องการที่แตกต่างกันในเอเชีย นอกจากนี้ งานวิจัยอิสระคุณภาพสูง เครือข่ายนักลงทุนที่เข้มแข็ง และความเชี่ยวชาญในการสร้างการมีส่วนร่วมกับภาคธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ยังเป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนผู้นำองค์กรและผู้มีบทบาทในการตัดสินใจทางการเงิน ให้สามารถกำหนดทิศทางและขับเคลื่อนการดำเนินงานสู่ความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม
ภาคผนวก 1: ระเบียบวิธีวิจัย (Methodology)
ขอบเขตการประเมิน
1. เกณฑ์การคัดเลือกบริษัท
• บริษัทจดทะเบียนจำนวน 100 แห่ง
• เป็นบริษัทที่มีสำนักงานใหญ่หรือมีการดำเนินงานหลักอยู่ในภูมิภาคเอเชีย
• คัดเลือกตามมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด ขนาดปริมาณการจัดหาโปรตีน และความเกี่ยวข้องกับระบบอาหารในภูมิภาค
• รายงานฉบับนี้มุ่งรักษาความต่อเนื่องของข้อมูลจากปี ค.ศ.2023 เป็นหลัก โดยมีการเปลี่ยนรายชื่อบริษัทเฉพาะในกรณีที่มีการเพิกถอนหลักทรัพย์ การแปรรูปกิจการ หรือการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างธุรกิจที่มีนัยสำคัญ
2. ขอบเขตทางภูมิศาสตร์ 10 ตลาด
• จีนแผ่นดินใหญ่ ฮ่องกง และไต้หวัน
• ญี่ปุ่น
• เกาหลีใต้
• อินเดีย
• ไทย
• ฟิลิปปินส์
• มาเลเซีย
• อินโดนีเซีย
• เวียดนาม
• สิงคโปร์
3. กลุ่มธุรกิจที่ทำการประเมิน
• การผลิตอาหาร (เนื้อสัตว์, ผลิตภัณฑ์นม, อาหารทะเล, อาหารแปรรูป)
• กลุ่มค้าปลีก (ซูเปอร์มาร์เก็ต, ไฮเปอร์มาร์เก็ต, ร้านสะดวกซื้อ)
• กลุ่มภัตตาคาร (ร้านอาหารบริการด่วน (Quick Service Restaurants: QSR) และร้านอาหารประเภท casual dining )
• กลุ่มธุรกิจบริการ (โรงแรม และ ธุรกิจรับจัดเลี้ยง)
4. กรอบการประเมิน
บริษัทแต่ละแห่งจะได้รับการประเมินผ่าน40 ตัวชี้วัด ครอบคลุม 10 ประเด็นสำคัญ ดังนี้
• ธรรมาภิบาล (Governance)
• การตรวจสอบย้อนกลับ & และการจัดหา (Traceability & Sourcing)
• แรงงาน และการเปลี่ยนผ่านที่เป็นธรรม (Labour & Just Transition)
• สุขภาพและความปลอดภัยของแรงงาน (Worker Health & Safety: WHS) และการดื้อยาต้านจุลชีพ (Antimicrobial Resistance: AMR)
• สวัสดิภาพสัตว์ (Animal Welfare)
• การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change)
• การตัดไม้ทำลายป่าและความหลากหลายทางชีวภาพ (Deforestation & Biodiversity)
• อาหารทะเล (Seafood)
• การจัดการน้ำและของเสีย (Water & Waste)
• การกระจายแหล่งโปรตีน (Protein Diversification)
5. การจัดระดับผลการดำเนินงาน (Tier classification)
ผลคะแนนรวมถูกคำนวณเป็นเปอร์เซ็นต์และจัดกลุ่มออกเป็น 6 ระดับ (Tiers) เพื่อแสดงถึงความก้าวหน้าในการดำเนินงาน:
• Tier 1 - ขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง (Driving Transformation)
• Tier 2 - ก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง (Advancing Steadily)
• Tier 3 - พัฒนาเชิงกลยุทธ์ (Evolving Strategically)
• Tier 4 - อยู่ระหว่างพัฒนา (Developing Efforts)
• Tier 5 - เริ่มตระหนัก (Showing Awareness)
• Tier 6 - ระยะเริ่มต้น (At the Starting Block)
20
ข่าวบันเทิง / คดีลับกลางกรุงสยามเปิดฉากอีกครั้ง"อาโป–ณัฐวิญญ์"นำทีมไขปริศนาใน “แมนสรวง” ช่อง24
« Last post by happy on February 24, 2026, 05:28:09 PM »คดีลับกลางกรุงสยามเปิดฉากอีกครั้ง "อาโป–ณัฐวิญญ์" นำทีมไขปริศนาใน “แมนสรวง” ทางทรูโฟร์ยู ช่อง 24

ทรูโฟร์ยู ช่อง 24 เปิดประตูอดีตพาย้อนสู่อารยะแห่งสยามเมื่อกว่า 173 ปีก่อน ผ่านภาพยนตร์ “แมนสรวง” ผลงาน ดราม่าสืบสวนที่งดงามทั้งงานสร้างและการเล่าเรื่อง ถ่ายทอดโดยทีมนักแสดงคุณภาพ นำโดย อาโป–ณัฐวิญญ์ วัฒนกิติพัฒน์ ร่วมด้วย ภาคภูมิ ร่มไทรทอง, อัศวภัทร พลพิบูลย์ และธนายุทธ ฐากูรอรรถยา ถ่ายทอดมนตร์เสน่ห์แห่งยุคปลายรัชกาลที่ 3 ที่ซึ่งเบื้องหลังความหรูหรากลับแฝงความลับทางการเมืองและเกมอำนาจอันน่าค้นหาในสถานเริงรมย์

“แมนสรวง” ว่าด้วยเนื่องราวของ “เขม” (ณัฐวิญญ์ วัฒนกิติพัฒน์) และ “ว่าน” (อัศวภัทร พลพิบูลย์) สองหนุ่มจากสามัญชนถูกชักนำให้ก้าวเข้าสู่โลกอำพรางภายในสถานเริงรมย์หรูหรา เพื่อสืบหาความจริงเบื้องหลังเหตุฆาตกรรมลึกลับและเงื่อนงำการกบฏที่โยงใยบุคคลทรงอิทธิพลหลายฝ่าย โดยมี “นายโชติ” (ภาคภูมิ ร่มไทรทอง) และ “อรุณ” (ธนายุทธ ฐากูรอรรถยา) เป็นตัวละครสำคัญที่พาเรื่องราวเดินลึกสู่เบื้องหลังเกมอำนาจอันซับซ้อน ท่ามกลางความสวยงามของศิลปะการแสดงในยุคสยาม สถานที่แห่งนี้ยังเป็นศูนย์รวมของผลประโยชน์ การต่อรอง และการทรยศหักหลัง ตั้งแต่การช่วงชิงความโปรดปรานของผู้มีอำนาจ การป้ายสี ลอบทำร้าย ไปจนถึงความสัมพันธ์ที่บิดผันเมื่อทุกคนล้วนซ่อนความจริงไว้ภายใต้ใบหน้ายิ้มแย้ม การเดินทางของเขมและว่านจึงเต็มไปด้วยความท้าทายระหว่างหน้าที่ ความอยู่รอด มิตรแท้ และศัตรูที่ไม่คาดคิด ขณะที่ความลับของแมนสรวงค่อยๆ ถูกเผยทีละชั้นจนพาพวกเขาไปสู่ทางเลือกที่เปลี่ยนชีวิตตลอดกาล รับชมภาพยนตร์ “แมนสรวง” วันอาทิตย์ที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 18.30 น. ทาง ทรูโฟร์ยู ช่อง 24 หรือรับชมทาง https://true4u.com/live/




Recent Posts



