Recent Posts

Pages: 1 [2] 3 4 ... 10
11
ภาคธุรกิจหนุนประเพณีลับแล เสริมศักยภาพท่องเที่ยวอุตรดิตถ์
สืบสานประเพณีสงกรานต์เมืองลับแลงไชย เมืองลับแล ในงานคัดสรรเทพบุตรอุตรดิตถ์ 2569


จังหวัดอุตรดิตถ์ เดินหน้าสืบสานประเพณีท้องถิ่นอันทรงคุณค่า ผ่านการจัดกิจกรรม “คัดเลือกมังคละมานพ (เทพบุตร) เมืองลับแล” ประจำปี 2569 เพื่อเฟ้นหาตัวแทนของจังหวัดในการประกอบพิธีตั้งสัตยาธิษฐานเสี่ยงทายน้ำมะพร้าว ซึ่งเป็นพิธีกรรมโบราณที่สะท้อนถึงความเชื่อและอัตลักษณ์ของชาวลับแล ควบคู่กับการมีบทบาทสำคัญในพิธีสรงน้ำ “พระเจ้าลับแลง” พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง ในช่วงเทศกาลสงกรานต์

การจัดงานในปีนี้สะท้อนพลังความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนในการอนุรักษ์และต่อยอดวัฒนธรรมท้องถิ่นสู่มิติทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว โดย Dr.J Clinic ร่วมสนับสนุนรางวัลรวมมูลค่ากว่า 150,000 บาท เพื่อส่งเสริมศักยภาพผู้เข้าประกวด และสร้างแรงจูงใจให้คนรุ่นใหม่เข้ามามีส่วนร่วมในการสืบสานประเพณี อันเป็นการต่อยอด “ทุนทางวัฒนธรรม” สู่การสร้างมูลค่าเพิ่มในระดับพื้นที่


นอกจากนี้ ยังได้รับการสนับสนุนจากหลายภาคส่วน อาทิ ร้านอาหารบลูอิเลฟเฟ่น ร่วมสนับสนุนรางวัล , องค์การบริหารส่วนจังหวัดอุตรดิตถ์ ธนาคารออมสิน ร้านอาหารโรงเหล้าแสงจันทร์ เอกมัย-รามอินทรา และ ซึ่งสะท้อนถึงการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายในการขับเคลื่อนกิจกรรมวัฒนธรรมสู่ความยั่งยืน

ภายในงานได้รับเกียรติจาก นายธนพล ศิริเดช กรรมการผู้จัดการ บริษัท เจพี วันคอนซัลแทนท์ จำกัด และ นายสันต์ชัย มานิมนต์ รองอันดับ 1 Mr. Rainbow Sky 2025 ร่วมมอบรางวัลให้แก่ผู้ได้รับการคัดเลือกทั้ง 6 คน ซึ่งเป็นตัวแทนมังคละมานพ (เทพบุตร) เมืองลับแล ประจำปี 2569 ได้แก่ รางวัลชนะเลิศ นายตั้งปณิธาร นาก้อนทอง รองชนะเลิศอันดับ 1 นายนราวิชญ์ บุญเกิด รองชนะเลิศอันดับ 2 นายฐิติวัฒน์ ออนตะไคร้ รองชนะเลิศอันดับ 3 นายพุฒิพงศ์ หลิน รองชนะเลิศอันดับ 4 นายเซดดริก สันดำ


การประกวดมังคละมานพ (เทพบุตร) เมืองลับแล เทพบุตรอุตรดิตถ์ จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 โดยมีเป้าหมายเพื่ออนุรักษ์ สืบสาน และต่อยอดประเพณีท้องถิ่น ควบคู่กับการพัฒนาเป็นจุดขายด้านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม สร้างการรับรู้และดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติให้เข้ามาสัมผัสเสน่ห์ของ “เมืองลับแล” อย่างใกล้ชิด

งานดังกล่าวจัดขึ้น ณ วัดท้องลับแล ตำบลฝายหลวง อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ ท่ามกลางความสนใจของประชาชนและนักท่องเที่ยวจำนวนมาก สะท้อนถึงศักยภาพของวัฒนธรรมท้องถิ่นในการเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก และสร้างคุณค่าให้กับชุมชนในระยะยาว
12
โฮมโปร ผนึกกำลัง MI GROUP ถอดรหัสอินไซต์รักษ์โลก
คว้ารางวัล BRONZE จาก MAAT Media Awards 2025 กับแคมเปญ "แลกเก่าเพื่อโลกใหม่"
ตอกย้ำบทบาท 'ผู้นำค้าปลีกด้านความยั่งยืน'

ในยุคที่ "ความยั่งยืน" ไม่ใช่แค่เทรนด์ แต่คือความจำเป็นของโลก คำถามสำคัญไม่ใช่ "แบรนด์จะสื่อสารอย่างไร" แต่คือ "แบรนด์จะทำให้ทุกคนมีส่วนร่วมลงมือทำจริงได้อย่างไร" และนี่คือจุดเริ่มต้นของแคมเปญ "แลกเก่าเพื่อโลกใหม่" หรือ Trade-In


บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ "โฮมโปร" ผู้นำธุรกิจ Home Solution and Living Experience พลิกโจทย์สิ่งแวดล้อมให้กลายเป็น "พฤติกรรมใหม่ของผู้บริโภค" ร่วมกับพันธมิตรสื่อชั้นนำ Media Intelligence Group หรือ MI GROUP (Team Magenta) ประกาศความสำเร็จครั้งสำคัญบนเวที MAAT Media Awards 2025 ด้วยการคว้ารางวัลระดับ BRONZE จากเวที MAAT Media Awards 2025 ในหมวด BEST USE OF VIDEO (สาขา Screen Non-Cinema) จากแคมเปญรักษ์โลกของโฮมโปร "แลกเก่าเพื่อโลกใหม่" หรือ Trade-In สะท้อนภาพลักษณ์ผู้นำที่ใช้ 'สื่อ' เป็นเครื่องมือขับเคลื่อนความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม

จาก "Pain Point" สู่ "Power Move" ของแบรนด์
อินไซต์ที่หลายคนมองข้าม คือ "คนไทยอยากรักษ์โลก…แต่ไม่รู้จะเริ่มอย่างไร" นี่คือโจทย์ใหญ่ของโฮมโปร เมื่อผู้บริโภคส่วนใหญ่ยังเผชิญ Pain Point ในการจัดการเครื่องใช้ไฟฟ้าเก่าที่ไม่ใช้แล้ว ทั้งความเสียดายของเดิม และการขาดความรู้เกี่ยวกับผลกระทบด้านมลพิษหากทิ้งผิดวิธี โฮมโปรจึงไม่หยุดแค่การสื่อสาร แต่สร้างทางเลือกใหม่ที่เปิดโอกาสให้ทุกคนมีส่วนร่วมรักษ์โลกได้ง่ายๆ ผ่านแคมเปญ "แลกเก่าเพื่อโลกใหม่" หรือ Trade-In พร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน (Closed Loop Circularity) แบบครบวงจร ที่เปลี่ยนเรื่องสิ่งแวดล้อมที่ดูไกลตัวให้กลายเป็นเรื่องใกล้ตัว และเปลี่ยน "พฤติกรรมเล็กๆ ในบ้าน" ให้กลายเป็น "พลังขับเคลื่อนระดับประเทศ" นี่คืออีกก้าวสำคัญของโฮมโปร เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ให้เป็นศูนย์ (Net Zero) ในปี 2593

เมื่อ 'สื่อ' ไม่ได้มีไว้แค่สื่อสาร แต่มีไว้ "เปลี่ยนพฤติกรรม"
หัวใจของความสำเร็จ ไม่ใช่แค่ "Message" แต่คือ "Medium is the Message" โฮมโปร ในฐานะเจ้าของแคมเปญ ได้สร้างคอนเท้นต์วีดีโอที่ถ่ายทอดแนวคิดผ่าน "แลกเก่าเพื่อโลกใหม่" ให้เข้าใจง่าย เข้าถึงได้ และเชื่อมโยงกับชีวิตจริงของผู้บริโภค ขณะที่พันธมิตรด้านกลยุทธ์สื่ออย่าง MI GROUP ใช้ศักยภาพของสื่อ Screen Non-Cinema จากชิ้นงานวิดีโอ ให้กลายเป็น "Trigger" ที่ไม่เพียงสร้างการรับรู้ แต่กระตุ้นให้เกิดการลงมือทำ จากจอที่คนเคยมองผ่าน กลายเป็นจอที่ทำให้คน "หยุดคิด" และ "เปลี่ยนพฤติกรรม" นี่คือพลังของการผสานระหว่าง Content ที่ใช่ และ Media ที่แม่นยำ ที่ไม่หยุดเพียงแค่การสร้างการรับรู้ (Awareness) แต่ขับเคลื่อนไปสู่ "การลงมือทำ" (Action) ได้จริง อย่างเป็นรูปธรรม

เมื่อความยั่งยืนต้อง 'เข้าถึง' ไม่ใช่แค่ 'เข้าใจ'
คุณอุไรวรรณ ตันติพิริยะกิจ รองกรรมการผู้จัดการ กลุ่มธุรกิจปฏิบัติการและการตลาด บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ "โฮมโปร" เปิดเผยว่า "โจทย์ของเราไม่ใช่แค่การชวนลูกค้าเอาของเก่ามาแลก แต่คือการเปลี่ยน Mindset คนไทยให้เห็นว่า 'การทิ้งของเก่าอย่างถูกวิธี' สามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อโลกได้มหาศาล ความท้าทายคือการทำให้เรื่องเศรษฐกิจหมุนเวียน เข้าใจและเข้าถึงคนจำนวนมาก ซึ่ง MI GROUP พาร์ทเนอร์สำคัญ ที่ช่วยแปลวิสัยทัศน์ด้านความยั่งยืนของเรา ออกมาเป็นภาษาที่เข้าถึงผู้บริโภคผ่านกลยุทธ์สื่อ Screen ได้อย่างทรงพลัง พร้อมสร้างประสบการณ์ร่วม (Engagement) ระหว่างแบรนด์กับผู้บริโภค รางวัลนี้จึงไม่ใช่แค่ความสำเร็จของงานโฆษณา แต่เป็นก้าวสำคัญที่สะท้อนว่า โฮมโปรสามารถนำสื่อยุคใหม่มาเป็นกลไกสร้างโลกใบใหม่ ที่ยั่งยืนไปพร้อมกับลูกค้าได้จริงๆ"

รางวัลที่ไม่ใช่แค่ "Recognition" แต่คือ "Direction" ของแบรนด์
เวที MAAT Media Awards 2025 จัดขึ้นภายใต้ธีม "BRANDED MEDIA, Powering Brands through Media Excellence" ไม่ได้วัดแค่ความคิดสร้างสรรค์ แต่เพื่อยกย่องการใช้สื่อที่ทรงพลังและมีประสิทธิภาพสูงสุด และการที่ผลงานของโฮมโปร และ MI GROUP ได้รับการคัดเลือกจากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิให้รับรางวัลในครั้งนี้ เป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความมุ่งมั่นของโฮมโปร และเป็นการแสดงบทบาทของสื่อโฆษณายุคใหม่ ที่สามารถเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนสังคมได้อย่างแท้จริง พร้อมตอกย้ำจุดยืนที่ชัดเจนว่า หากนึกถึงผู้นำเรื่องการจัดการของเก่าอย่างถูกวิธี ต้องนึกถึง "โฮมโปร" เป็นแบรนด์แรก
13
ทรูโฟร์ยู ช่อง 24 ชวนหัวเราะสองอารมณ์ “หลวงพี่เท่ง COMEBACK” ปะทะความเฮี้ยนสุดฮา “ผีฮาคนเฮ”


ห้ามพลาด...วันอาทิตย์ที่ 26 เมษายน 2569 เต็มไปด้วยสีสันของภาพยนตร์ไทย เมื่อสองหนังตลกคนละอารมณ์มัดใจผู้ชมต่อเนื่องบนจอเดียว แฟรนไชส์ขวัญใจมหาชน “หลวงพี่เท่ง COMEBACK” ที่กลับมาพร้อมเรื่องราวร่วมสมัยและแง่คิดอุ่นใจ ก่อนส่งต่อความสนุกไปยัง “ผีฮาคนเฮ” ภาพยนตร์ตลกสยองขวัญกระแสพูดถึง ที่ผสมผสานเสียงหัวเราะกับความหลอนอย่างมีชั้นเชิง






เริ่มต้นด้วย “หลวงพี่เท่ง COMEBACK” เวลา 18.30 น. พาผู้ชมย้อนสู่ตำนานพระนักพูด เมื่อ หลวงพี่เท่ง (เท่ง เถิดเทิง) ออกธุดงค์ไกลถึงประเทศทิเบตยาวนาน 19 ปี เพื่อหลีกหนีแรงศรัทธาที่ถูกบิดเบือน ก่อนถูกโยมแม่เรียกตัวกลับไทยพร้อมคำสั่งให้อยู่ในวัด แต่โลกที่รออยู่กลับเต็มไปด้วยความเปลี่ยนแปลง ทั้งชุมชน ความเชื่อ และปัญหาเก่าที่หวนคืนมา หลวงพี่เท่งจึงต้องใช้ธรรมะ เสียงหัวเราะ และปัญญาชีวิต รับมือความคาดหวังของผู้คน หนังยังคงเสน่ห์ความฮาแฝงแง่คิด สะท้อนศรัทธาและสังคมอย่างอบอุ่น ต่อเนื่องด้วย “ผีฮาคนเฮ” เวลา 21.00 น. ถ่ายทอดเรื่องราวของ ไอ้เบิร์ต (แซ็ค ชุมแพ) เด็กวัดผู้เสียชีวิตจากความเข้าใจผิดในความรัก กลายเป็นผีขี้เหงาที่ไม่อาจไปผุดไปเกิด ความวุ่นวายเริ่มต้นเมื่อภาพศพลุกขึ้นนั่งถูกเผยแพร่จนเป็นไวรัล ดึงบรรดานักข่าวเข้ามาแย่งชิงข่าวใหญ่ ขณะที่การรวมตัวของเหล่าผีนำมาซึ่งความหลอนปนเสียงหัวเราะ ภาพยนตร์กำกับโดย ถิรวัฒน์ ผดุงการ ร่วมแสดงโดย ณวัสน์ ภู่พันธัชสีห์ และ นภัสนันท์ กล่องแก้ว เป็นหนังตลกสยองขวัญที่ผสานอารมณ์ได้อย่างลงตัว ร่วมติดตามความบันเทิงครบรสทั้งสองเรื่องได้ในวันอาทิตย์ที่ 26 เมษายน 2569 ทางทรูโฟร์ยู ช่อง 24 และทาง https://true4u.com/live/
14
“ซีวู พาร์ค”แชมป์ ซุปเปอร์ เจนซ์ บอย ‘บางจาก มาสเตอร์ 2026’ สนาม 2
คว้าตั๋วลุยศึกใหญ่นานาชาติ FCG ที่สหรัฐฯ





จบลงอย่างสวยงามสำหรับการแข่งขันกอล์ฟเยาวชนรายการ “บางจาก มาสเตอร์ 2026” สนามที่ 2 ของฤดูกาล ผนึกกำลังจัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 ระหว่าง บริษัท เดอะ เจ็นซ์ จำกัด และ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เดินหน้าพัฒนานักกอล์ฟเยาวชนไทยสู่ระดับสากล

สนามที่ 2 ทำการแข่งขัน ณ สนามกบินทร์บุรี สปอร์ตคลับ จ.ปราจีนบุรี ระหว่างวันที่ 18-19 เมษายน 2569

เป้าหมายแห่งชัยชนะของสนามนี้เพื่อเฟ้นหายอดนักกอล์ฟเข้าสู่โครงการพัฒนาของ GENZ และรับสิทธิ์เข้าร่วมแข่งขันรายการนานาชาติ และในปีนี้ยังได้ยกระดับมาตรฐานการแข่งขันสู่ระดับสากล โดยผลแข่งขันทั้ง 5 สนามตลอดฤดูกาลได้รับการบันทึกในระบบ Junior Golf Scoreboard (JGS) ฐานข้อมูลสำคัญสำหรับการยื่นขอทุนการศึกษาต่อในต่างประเทศ โดยเฉพาะในสนามที่ 1, 4 และ 5 ยังได้รับการรับรองจาก WAGR (World Amateur Golf Ranking) เพื่อให้นักกอล์ฟรุ่น Super GENZ และ Special GENZ ได้สะสมคะแนนอันดับโลกอีกด้วย

รอบสุดท้ายเมื่อวันอาทิตย์ที่ 19 เมษายน 2569 ไฮไลท์สำคัญของสนามที่ 2 อยู่ที่รุ่น Super GENZ Boy ผู้ชนะเลิศที่นอกจากได้รับถ้วยรางวัลยังได้รับรางวัลพิเศษอีกด้วย และแชมป์รุ่นนี้เป็นของ ซีวู พาร์ค จากเกาหลีใต้ ที่โชว์ฟอร์มได้สุดยอดจบสกอร์รวมสองวันที่ 6 อันเดอร์พาร์ 138 รับรางวัลพิเศษบินตรงสู่สหรัฐอเมริกา เข้ารับการฝึกซ้อมส่วนตัว (Private Coaching) กับโค้ชชื่อดัง จอช แอ็ล-เพิร์ท (Josh Alpert) (PGA - FlowCode Junior Golf) และทีมโค้ชจาก Division 1 เตรียมความพร้อมขั้นสูงสุดก่อนเข้าร่วมแข่งขันรายการใหญ่ระดับนานาชาติ “19th Annual FCG International Junior Golf Championship 2026”ช่วงเดือนมิถุนายน-กรกฎาคม ปีนี้ 


ขณะที่ผลงานรุ่นนี้ฝ่ายหญิง ภัสธนมนท์ สุทธิรักษ์พงศ์  คว้าถ้วยรางวัลด้วยสกอร์รวม 10 อันเดอร์พาร์ 134 

ผลแข่งขันในรุ่น Special GENZ Girl (อายุ 19-23 ปี) บรรยากาศเป็นไปอย่างเข้มข้นจนต้องตัดสินด้วยการ ดวลเพลย์ออฟ หลังจากที่ ซอฮยอน แบค จากเกาหลีใต้ ผู้นำในรอบแรก และ อิสยาภรณ์ จีรัฐสกุล สวิงสาวไทย ทำคะแนนรวมมาเท่ากันที่ 8 โอเวอร์พาร์ 152 หลังจบ 36 หลุม การดวลเพลย์ออฟเกิดขึ้นที่ หลุม 10 โดยทั้งคู่ต่างโชว์ความนิ่งท่ามกลางสภาพสนามที่ท้าทายและระยะเล่นที่ยาวที่สุดในประเทศ ผลปรากฏว่าเป็นทางด้าน ซอฮยอน แบค  สามารถปิดเกมไปได้ในการเพลย์ออฟหลุมแรก คว้าแชมป์ได้สำเร็จ

รายการนี้ยังเป็นโอกาสทองของนักกอล์ฟรุ่น Junior GENZ และ Super GENZ ที่ทำคะแนนสะสมดีที่สุดจากสนามที่ 1-3 (รวม 6 คน) ได้รับสิทธิ์เดินทางไปแข่งขันรายการ Yonex Junior Golf Championship 2026 ณ ประเทศญี่ปุ่น รวมถึงสิทธิ์เข้าสู่โครงการ GENZ CREW สำหรับผู้ที่มีคะแนนสะสมอันดับ 1-3 เมื่อจบฤดูกาล รับสิทธิ์แข่งขันในปี 2570 โดยไม่มีค่าใช้จ่าย รวมทั้งกิจกรรมพิเศษ GENZ Mind Training Camp ที่ เดอะ เจ็นซ์ ได้ร่วมมือกับ Golfing Ground และ ทีม FlowCode มาสอนเรื่องของ Mental Game  ทั้งนี้น้องๆ นักกอล์ฟที่เข้าร่วมการแข่งขันตั้งแต่สนามที่ 1-5 จำนวนรวม 28 คน และผ่านการคัดเลือก ยังได้เข้าร่วมแคมป์กอล์ฟในช่วงปลายปีนี้อีกด้วย




สรุปผลการแข่งขัน “บางจาก มาสเตอร์ 2026” รอบสุดท้าย (19 เม.ย.69) มีดังนี้

•   รุ่น Super GENZ Boy : ที่ 1 ซีวู พาร์ค สกอร์รวม 6 อันเดอร์พาร์(70-68) ที่ 2 ฐิติวัฒน์ ปิตุรงคพิทักษ์ สกอร์รวม 5 อันเดอร์พาร์(72-67) ที่ 3 ศาสตร์ศิลป์ ฉันทะอุไร สกอร์รวม 4 อันเดอร์พาร์(71-69) ที่ 4 พุทธ นุกูลอุดมพานิชย์ สกอร์รวม 3 อันเดอร์พาร์(71-70) ที่ 5 วรวิช เจิมพงศ์ สกอร์รวม 2 อันเดอร์พาร์(72-70)

•   รุ่น Super GENZ Girl : ที่ 1 ภัสธนมนท์ สุทธิรักษ์พงศ์ สกอร์รวม 10 อันเดอร์พาร์(68-66) ที่ 2 ขวัญ นภัช สวนอินทร์ สกอร์รวม 9 อันเดอร์พาร์(67-68) ที่ 3 สุธันยา โกมลเกษรักษ์ สกอร์รวม 2 อันเดอร์พาร์(65-77) ที่ 4 เอมาอร มณีฤทธิ์ สกอร์รวม อีเวนพาร์(73-71) ที่ 5 ปราณิสา สุคนธโอสถ สกอร์รวม 1 โอเวอร์พาร์(74-71)

•   รุ่น Junior GENZ Boy : ที่ 1 ชิฮยูน ลี สกอร์รวม 4 อันเดอร์พาร์(70-70) ที่ 2 วรวิวรรธน์ ทยาวิวัฒน์ สกอร์รวม 2 อันเดอร์พาร์(72-70) ที่ 3 ปรมะ ไชยจารุวณิช สกอร์รวม 2 อันเดอร์พาร์(70-72) ที่ 4 กฤชนนท์ เปลี่ยนสินไชย สกอร์รวม 7 โอเวอร์พาร์(71-80) ที่ 5 อมตะ รอดใหญ่ สกอร์รวม 8 โอเวอร์พาร์(78-74)

•   รุ่น Junior GENZ Girl : ที่ 1 กีรติกา กมลปราณี สกอร์รวม 7 อันเดอร์พาร์(68-69) ที่ 2 แฮดรึม โอ สกอร์รวม 4 อันเดอร์พาร์(67-73) ที่ 3 พิมพ์ญาดา นุชนาฎ สกอร์รวม 2 อันเดอร์พาร์(70-72) ที่ 4 อาทิอร ก้อนในเมือง สกอร์รวม  อีเวนพาร์(72-72) ที่ 5 ธัญวัลย์ นพคุณธรรมชาติ สกอร์รวม อีเวนพาร์(71-73)

•   รุ่น Special GENZ Boy : ที่ 1 ณภัทร ประเศรษฐสุต สกอร์รวม 6 โอเวอร์พาร์(76-74) ที่ 2 ศิวกร ประทีปเสน สกอร์รวม 16 โอเวอร์พาร์(80-80) ที่ 3 กฤตภาส นิติโยธิน สกอร์รวม 16 โอเวอร์พาร์(78-82) ที่ 4  ชนะพายุ จีระประพันธุ์กุล สกอร์รวม 18 โอเวอร์พาร์(79-83) ที่ 5 ปรัตถกร ประทุมสิทธิ์ สกอร์รวม 23  โอเวอร์พาร์(90-77)

•   รุ่น Special GENZ Girl : ที่ 1 ซอฮยอน แบค สกอร์รวม 8 โอเวอร์พาร์(75-77) ชนะเพลย์ออฟ ที่ 2 อิสยาภรณ์ จีรัฐสกุล สกอร์รวม 8 โอเวอร์พาร์(78-74) ที่ 3 ธรณ์ณัชชา ปานเทพอินทร์ สกอร์รวม 9 โอเวอร์พาร์(80-73) ที่ 4 ณัฐนิชา ประจวบเหมาะ สกอร์รวม 12 โอเวอร์พาร์(79-77) ที่ 5 ศิวัชญา ดีจังวิภาต สกอร์รวม 20โอเวอร์พาร์(80-84)

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ Official Line: @genzgolf หรือโทร. 065 696 2229


15
ทรูโฟร์ยู ช่อง 24 ปล่อยของแรง “ทีมพิฆาต ทะลุแดนเดือด 2” ภาคต่อแอ็กชันเข้ม ระห่ำทุกภารกิจ


กลับมาเดือดอีกครั้ง “ทีมพิฆาต ทะลุแดนเดือด 2” เรื่องราวของภารกิจลับในพื้นที่ชายแดนสหรัฐอเมริกาและเม็กซิโก ที่ไร้ซึ่งกฎเกณฑ์และความเมตตา นำแสดงโดย เบนิซิโอ เดล โทโร และ จอช โบรลิน สองนักแสดงรุ่นใหญ่ที่แท็กทีมถ่ายทอดความเข้มข้นของโลกมืดได้อย่างถึงพริกถึงขิง ภายใต้แนวทางภาพยนตร์แอ็กชัน‑ทริลเลอร์ที่เน้นความตึงเครียด ความรุนแรงสมจริง และได้รับเสียงตอบรับในฐานะภาคต่อที่ขยายสเกลให้ดิบและระห่ำยิ่งขึ้นจากภาคแรก




“ทีมพิฆาต ทะลุแดนเดือด 2 -SICARIO : DAY OF THE SOLDADO” เป็นภาพยนตร์แอ็กชัน‑อาชญากรรมที่เล่าเรื่องราวการปราบปรามขบวนการค้ายาเสพติดบริเวณชายแดนสหรัฐอเมริกาและเม็กซิโก เมื่อสถานการณ์ทวีความรุนแรงขึ้นจากข้อสงสัยว่ากลุ่มอาชญากรมีส่วนพาผู้ก่อการร้ายข้ามพรมแดน รัฐบาลจึงมอบหมายภารกิจลับให้กับ แมตต์ เกรเวอร์ (จอช โบรลิน) เจ้าหน้าที่หน่วยปฏิบัติการพิเศษ ร่วมมือกับ อเลฮานโดร (เบนิซิโอ เดล โทโร) นายทหารรับจ้างผู้ไร้ความปรานี เพื่อจุดชนวนสงครามระหว่างแก๊งค้ายา ภารกิจลุกลามสู่การลักพาตัว การปะทะ และการหักหลังในดินแดนที่ไม่มีเส้นแบ่งระหว่างถูกและผิด ภาพยนตร์กำกับโดย สเตฟาโน ซอลลิมา เน้นฉากแอ็กชันหนักหน่วง บรรยากาศกดดัน และมุมมองศีลธรรมสีเทา พาผู้ชมดำดิ่งสู่โลกของอำนาจ ผลประโยชน์ และการเอาชีวิตรอด ที่ทุกการตัดสินใจอาจหมายถึงความตายในพริบตา ห้ามพลาดชม “ทีมพิฆาต ทะลุแดนเดือด 2” วันเสาร์ที่ 18 เมษายน 2569 เวลา 12.30 น. ทางทรูโฟร์ยู ช่อง 24 และทาง https://true4u.com/live/
16
#มาโก้ศิลา ทายาทพิธีกร เปิดประตูเส้นทางโขนยักษ์ พิสูจน์ด้วยพลังใจที่แน่วแน่ ไปให้สุด ตะโกน “โขนอาจยาก แต่ไม่เกินความสามารถของคนที่ไม่ยอมแพ้” ภาษาวัฒนธรรมงดงามไร้พรมแดน


มาโก้ -ศิลา วัฒนกุล เติบโตด้วยคุณภาพ สุขภาพกายใจแกร่ง โดยลูกชายที่รักของลอร่า ศศิธร วัฒนกุล พิธีกรชื่อดัง ซึ่งมาโก้ เปิดเผยว่า “ผมกับโขนเป็นศิลปะที่ไม่ง่าย แต่อยู่ที่ใจว่าจะไปไกลแค่ไหน ผมเชื่อว่าโขนไม่ใช่เพียงการแสดง แต่คือศาสตร์ที่หลอมรวมร่างกาย จิตใจ และวินัยเข้าด้วยกันอย่างลึกซึ้ง จุดเริ่มต้นผมมาจากแรงบันดาลใจเล็กๆ ในวัยเด็ก แต่เมื่อก้าวเข้าสู่การฝึกจริง ผมค้นพบว่าโขน “ไม่ง่าย” อย่างที่เห็นบนเวที ผมต้องเริ่มจากพื้นฐานที่เข้มงวด ทั้งการดัดมือ การถีบเหลี่ยม การทรงตัวให้สง่างาม สรีระท่าทางต่างๆ และการควบคุมทุกอณูกล้ามเนื้อของร่างกายให้สอดคล้องกับจังหวะ


“สำหรับผมเรียนรู้ว่าการเป็น “โขนยักษ์” ไม่ใช่แค่ความแข็งแรง แต่ต้องมีพลังที่นิ่ง หนักแน่น และควบคุมอารมณ์ได้อย่างละเอียดอ่อน ผมต้องฝึกซ้ำท่าเดิมนับร้อยครั้ง จนร่างกายจดจำได้โดยไม่ต้องคิด และทุกครั้งที่พลาด ผมต้องกลับไปเริ่มใหม่โดยไม่มีทางลัด ผมเคยเจ็บ เคยล้า และเคยตั้งคำถามกับตัวเอง แต่ผมเลือกที่จะไม่หยุด เพราะผมรู้ว่าความอึดและความอดทน คือหัวใจของศิลปะนี้


นอกจากนี้ผมเผชิญอุปสรรคทั้งบนเวทีและนอกเวที ทั้งความผิดพลาด การปรับตัวในสภาพแวดล้อมใหม่ และช่วงเวลาที่โลกหยุดนิ่งจาก COVID-19 แต่ผมยังคงฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง แม้ต้องเรียนผ่านหน้าจอและส่งคลิปการบ้านทุกวัน  แน่นอนผมได้เรียนรู้ว่า “โขนอาจยาก แต่ไม่เกินความสามารถของคนที่ไม่ยอมแพ้” และทุกอุปสรรคคือขั้นบันไดของการพัฒนา”


“ผมในฐานะคนรุ่นใหม่ ต้องเรียนรู้การจัดการเวลาอย่างจริงจัง ผมแบ่งเวลาอย่างระมัดระวัง ระหว่างการเรียน การฝึกโขน และการพักผ่อน โดยผมวางแผนล่วงหน้า จัดลำดับความสำคัญ และใช้เวลาสั้นๆ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ทั้งการซ้อมรำตอนพักเที่ยง ตอนพักอ่านหนังสือเมื่ออยู่บ้าน และการฝึกซ้อมเพื่อการแสดงของโรงเรียน ทุกอย่างเพื่อให้ผมไม่ลืมรายละเอียดที่สามารถตกหล่นไปได้หากไม่ซ้อมจนอยู่กับเนื้อกับตัว


ทั้งนี้ผมไม่ได้มองว่าการเรียนกับสิ่งที่รักต้องแข่งขันกัน แต่ผมทำให้ทั้งสองสิ่ง “ส่งเสริมกัน” โดยโขนสอนให้ผมมีสมาธิและวินัย ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อผลการเรียนของผม ผมใช้โขนเป็นพื้นที่สร้างคุณค่า ทั้งการแสดงเพื่อสังคม การเผยแพร่วัฒนธรรมในต่างประเทศ และการสร้างแรงบันดาลใจให้คนรุ่นเดียวกันเห็นว่าศิลปะไทยยังมีพลังและไม่เชยหรือน่าเบื่ออย่างที่คิด” มาโก้ กล่าว

อย่างไรก็ตาม มาโก้ ปิดท้ายว่า “ผมเชื่อว่าโขนคือ “ภาษาของวัฒนธรรม” ที่สามารถใช้ภาษากายสื่อสารกับคนทั่วโลกได้โดยไม่ต้องเจ้าใจทุกคำพูด และเป็น Soft Power ที่ทรงคุณค่า เหมาะกับการสานสัมพันธ์ การแสดงความสามารถ และสร้างความบันเทิง เป็นสีสันได้ในทุกงาน ผมจึงตั้งใจจะพัฒนาตนเองต่อไป ไม่ใช่เพียงเพื่อเป็นผู้แสดงที่ดีขึ้น แต่เพื่อเป็น “ผู้สืบสานและสร้างสรรค์วัฒนธรรมไทย” ในมุมมองของคนรุ่นใหม่  และผมอยากพิสูจน์ให้เห็นว่า โขน หรือนาฏศิลป์ไทยทุกแขนง ไม่ใช่เรื่องไกลตัว และไม่ใช่เรื่องยากเกินไป หากเรามีไฟ มีวินัย มีความรัก และมีความกล้าที่จะเริ่มต้น และนี่คือเส้นทางของผม—เส้นทางที่อาจไม่ง่าย ไม่หวือหวา แต่เต็มไปด้วยความหมายและความมุ่งมั่นที่พาผมเติบโตเป็นตัวเองในเวอร์ชันที่ดีที่สุด” #มาโก้ศิลาวัฒนกุล #ลอร่าศศิธร  #โขนไทย
17
มหาวิทยาลัยศรีปทุม (SPU) จับมือ BytePlus: แถลงข่าวความร่วมมือสาขาภาพยนตร์และสื่อดิจิทัล SPU เป็นพันธมิตรทางวิชาการรายแรกของ BytePlus ในประเทศไทย เพื่อยกระดับการศึกษาด้านสื่อด้วยเทคโนโลยี AI


มหาวิทยาลัยศรีปทุม (SPU)  สาขาภาพยนตร์และสื่อดิจิทัล คณะนิเทศศาสตร์ สร้างก้าวสำคัญครั้งประวัติศาสตร์ ด้วยการเป็นสถาบันการศึกษาแห่งแรกที่ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับ BytePlus ประเทศไทย โดย BytePlus คือหน่วยธุรกิจเทคโนโลยีระดับองค์กรของ ByteDance ที่ให้บริการโซลูชันเทคโนโลยีแก่บริษัททั่วโลก


ความร่วมมือครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อบูรณาการเทคโนโลยี AI ล้ำสมัยเข้ากับการเรียนการสอนด้านการผลิตภาพยนตร์และสื่อดิจิทัล เพื่อเตรียมความพร้อมให้นักศึกษาสำหรับอุตสาหกรรมสื่อที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในฐานะสถาบันการศึกษาแห่งแรกในประเทศไทยที่ร่วมมือกับ BytePlus ในระดับนี้ มหาวิทยาลัยศรีปทุมกำลังกำหนดมาตรฐานใหม่ของการศึกษาด้านสื่อที่ขับเคลื่อนด้วย AI อย่างมีความรับผิดชอบ โดยนักศึกษาจะได้มีโอกาสเข้าถึงและทดลองใช้เทคโนโลยีระดับสูงแบบเดียวกับที่ใช้ในแพลตฟอร์มดิจิทัลชั้นนำของโลก


สำหรับจุดประสงค์สำคัญของความร่วมมือ ได้แก่

Next-Gen AI Video Generation Solution  นักศึกษาสามารถเปลี่ยนแนวคิดนามธรรมให้กลายเป็นคอนเทนต์วิดีโอคุณภาพสูงได้อย่างรวดเร็ว



High-Fidelity AI Image Generation Solution นักศึกษาสามารถสร้างคอนเซ็ปต์อาร์ตและสตอรี่บอร์ดที่มีความสมจริงสูง ช่วยให้สามารถมองเห็นภาพฉากภาพยนตร์หรือแคมเปญโฆษณาที่ซับซ้อนได้ภายในไม่กี่วินาที

Exclusive Resource Accessนักศึกษาจะได้รับสิทธิ์เข้าถึงโมเดล AI ขั้นสูงผ่าน BytePlus พร้อมการฝึกใช้งานเครื่องมือเดียวกับที่ผู้เชี่ยวชาญระดับโลกใช้

Media Entrepreneurship (ผู้ประกอบการด้านสื่อ) หลักสูตรไม่ได้เน้นเพียงการสร้าง “วิดีโอที่ดูน่าตื่นตา” เท่านั้น แต่ยังผสานทักษะความคิดสร้างสรรค์กับ Data Intelligence เพื่อสอนให้นักศึกษาสร้างคอนเทนต์ที่เข้าถึงผู้ชม มีโอกาสกลายเป็นไวรัล และสามารถสร้างรายได้จริง


Roadmap: การสร้างยุคใหม่ของนักนวัตกรรมภาพยนตร์  นอกเหนือจากการเรียนการสอนในห้องเรียน SPU และ BytePlus ยังเตรียมเปิดตัว การแข่งขันภาพยนตร์ AI (AI Film Competition) เพื่อผลักดันขอบเขตใหม่ของการเล่าเรื่องผ่านสื่อดิจิทัล
ผู้เข้าร่วมจะได้รับการให้คำปรึกษาโดยตรงจากผู้เชี่ยวชาญของ BytePlus ซึ่งจะช่วยสร้างเส้นทางให้นักศึกษาก้าวเข้าสู่อุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยและระดับภูมิภาค ในฐานะ “Media Innovators” หรือ นักนวัตกรรมสื่อ


ผศ.มานินทร์ เจริญลาภ คณบดีคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม เปิดเผยว่า “ “เป้าหมายของเราคือทำให้นักศึกษา SPU ไม่ได้เป็นเพียงผู้ใช้เครื่องมือเท่านั้น แต่เป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรม ด้วยความร่วมมือกับบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกอย่าง BytePlus เรากำลังมอบ ‘พลังพิเศษทางความคิดสร้างสรรค์’ ให้กับนักศึกษา เพื่อให้พวกเขากลายเป็นบุคลากรที่ตลาดระดับโลกต้องการตัวมากที่สุด”


ด้าน คุณชลิตา สมุทรรัตน์ Senior Vice President ของ BytePlus ประเทศไทย กล่าวว่า “เรายินดีอย่างยิ่งกับศักยภาพที่ AI สามารถนำมาสู่โลกแห่งความคิดสร้างสรรค์ และเราหวังว่าจะได้ช่วยให้นักศึกษาไทยค้นพบรูปแบบใหม่ ๆ ในการแสดงออกถึงความคิดสร้างสรรค์และความหลงใหลของพวกเขา ด้วยการก้าวข้ามข้อจำกัดเดิมของงานสร้างสรรค์และตั้งมาตรฐานใหม่ให้กับการผลิตสื่อ เราสามารถนำเสนอ Soft Power ของไทยสู่เวทีโลกได้อย่างโดดเด่น”

อย่างไรก็ตามสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับหลักสูตรและกิจกรรมได้ที่ คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีปทุมเว็บไซต์: www.spu.ac.th Facebook: https://web.facebook.com/COMM.ARTSPU โทรศัพท์: 02 579 1111
18
ทรูโฟร์ยู ช่อง 24 เสิร์ฟมูฟวี่พรีเมียร์ “ผู้บ่าวนิกะห์” หนังรักอบอุ่นหัวใจจากจักรวาลไทบ้าน


เมื่อความรักต้องเดินทางข้ามพรมแดนของวัฒนธรรมและความเชื่อ “ผู้บ่าวนิกะห์” ภาพยนตร์คอมเมดี้‑ดราม่าจากจักรวาลไทบ้าน จึงกลายเป็นเรื่องราวที่ทั้งอบอุ่น สนุก และชวนอมยิ้ม ผ่านความสัมพันธ์ของหนุ่มอีสานกับสาวมุสลิมใต้ นำแสดงโดย ด้งเด้ง‑ณัฐวุฒิ แสนยะบุตร ประกบ แทมมี่‑กมลพร แสงวัชรสุนทร พร้อมนักแสดงคุณภาพ ร่วมถ่ายทอดบทพิสูจน์หัวใจที่ต้องฝ่ากำแพงศาสนา ครอบครัว และความต่างอย่างจริงใจ






ผู้บ่าวนิกะห์ เป็นภาพยนตร์ที่บอกเล่าเรื่องราวการตัดสินใจแต่งงานตามพิธีนิกะห์ของ โซเฟีย (กมลพร แสงวัชรสุนทร) หญิงสาวชาวมุสลิมภาคใต้ กับ บักไข่ (ณัฐวุฒิ แสนยะบุตร) รุ่นพี่มหาวิทยาลัยหนุ่มอีสานชาวพุทธ แม้ทั้งคู่จะมีความต่างด้านวัฒนธรรมและศาสนา แต่ความรักกลับมั่นคงและจริงใจ บักไข่เดินทางลงใต้เพื่อเริ่มต้นชีวิตคู่ โดยมีเพื่อนเจ้าบ่าวอย่าง บักเจ้ย (ชาติชาย ชินศรี) เพื่อนสนิทผู้เป็นทั้งกำลังใจและสีสันร่วมทาง ทุกอย่างดูเหมือนจะราบรื่น จนกระทั่งต้องเผชิญบททดสอบสำคัญจาก พี่ชายของโซเฟีย ผู้ไม่เปิดรับความเปลี่ยนแปลงและไม่เชื่อว่าความรักต่างศาสนาจะเดินไปด้วยกันได้ ด้วยเงื่อนไขทางประเพณี ความเชื่อ และปมในอดีต ทำให้งานวิวาห์ครั้งนี้เต็มไปด้วยอุปสรรค เรื่องราวถูกถ่ายทอดอย่างสนุก เป็นธรรมชาติ สอดแทรกอารมณ์ขันแบบไทบ้าน ควบคู่กับประเด็นสังคมเรื่องการอยู่ร่วมกันท่ามกลางความแตกต่าง จนเกิดเป็นภาพยนตร์ที่ทั้งอบอุ่น หวานซึ้ง และชวนตั้งคำถามว่า ความรักจะก้าวข้ามกำแพงใจได้หรือไม่ ติดตามชมมูฟวี่พรีมียร์ ปักหมุดหนังใหม่ “ผู้บ่าวนิกะห์” วันอาทิตย์ที่ 19 เมษายน 2569 เวลา 21.00 น.ทางทรูโฟร์ยู ช่อง 24 และทาง https://true4u.com/live/
19
ส่องไฮไลต์ JGAB 2026 ปรากฏการณ์เหนือระดับแห่งอุตสาหกรรมอัญมณีอาเซียน
ใจกลางกรุงเทพฯ 22-25 เม.ย. 69 นี้ ณ ศูนย์สิริกิติ์ฯ


วงการอัญมณีและเครื่องประดับเตรียมพบกับความยิ่งใหญ่ระดับนานาชาติอีกครั้ง ในงาน Jewellery & Gem ASEAN Bangkok 2026 งานแสดงสินค้าเพื่อธุรกิจอัญมณีและเครื่องประดับนานาชาติสุดยิ่งใหญ่ใจกลางกรุงเทพฯ ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC) ฮอลล์ 5-7 ชั้น LG พร้อมปักหมุดเป็น ประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางแหล่งผลิตและจัดหาอัญมณีและเครื่องประดับของอาเซียน และเป็นประตูที่เชื่อมโยงผู้ซื้อ ผู้ผลิต และนักลงทุนจากทั่วโลกเข้าไว้ด้วยกันอย่างสมบูรณ์แบบสำคัญภายใต้แนวคิด "The Ultimate ASEAN Jewellery and Gemstone Sourcing Hub"

เมื่อก้าวเข้าสู่พื้นที่จัดแสดง ผู้เข้าชมงานจะได้สัมผัสกับประสบการณ์การจัดหาวัตถุดิบและสินค้าที่ครอบคลุมทุกมิติของอุตสาหกรรมตั้งแต่ต้นน้ำจรดปลายน้ำ โดยมีการออกแบบพื้นที่เป็นสัดส่วนเพื่อยกระดับบรรยากาศการเจรจาธุรกิจ และตอบสนองทุกโจทย์การลงทุนและการสร้างสรรค์คอลเลกชันใหม่ ประกอบด้วย



- Fine Jewellery & Silver พื้นที่รวมเครื่องประดับสำเร็จรูปและเครื่องประดับเงินที่โดดเด่นด้วยงานดีไซน์ระดับมาสเตอร์พีซ สะท้อนความประณีตและรสนิยมเหนือระดับ
- Gemstone & Diamond แหล่งค้นพบพลอยสีและอัญมณีหายาก รวมถึงเพชรแท้คุณภาพสูงจากซัพพลายเออร์ชั้นนำที่เชื่อถือได้
- Lab-Grown Diamond โซนนวัตกรรมทางเลือกใหม่ที่กำลังพลิกโฉมเทรนด์ตลาดโลก ตอบโจทย์ทั้งแง่ของความยั่งยืนและโอกาสทางธุรกิจที่กำลังเติบโต
- Tools & Equipment ศูนย์รวมเทคโนโลยี เครื่องมือ และอุปกรณ์ล้ำสมัย ที่ช่วยปลดล็อกขีดจำกัดและยกระดับมาตรฐานการผลิตให้ก้าวไปอีกขั้น

งานในปีนี้ยังให้ความสำคัญกับการยกระดับงานศิลป์และงานฝีมือผ่านสองเวทีไฮไลต์ เริ่มต้นด้วย The Next Gem Contest 2026 พื้นที่ประลองไอเดียของนักออกแบบรุ่นใหม่ภายใต้คอนเซ็ปต์ "Quiet Luxury Jewellery" ที่นำเสนอความหรูหราอันสงบนิ่งและเปี่ยมรสนิยม ต่อด้วยเวทีแข่งขัน Goldsmith Craftsmanship Competition 2026 รวมช่างฝีมือชั้นนำของไทยมาถ่ายทอดเอกลักษณ์ศิลปะไทยผ่านแนวคิด "The Secret of Thai Legacy" นำเสนอมรดกอันล้ำค่าในภาษาของเครื่องประดับร่วมสมัย



ในงานยังถูกเติมเต็มด้วยกิจกรรมที่ออกแบบมาเพื่อการต่อยอดเครือข่ายธุรกิจโดยเฉพาะ ตลอดทั้ง 4 วัน ไม่ว่าจะเป็น อัปเดตเทรนด์ผ่าน Seminar & Workshop โดยผู้เชี่ยวชาญระดับนานาชาติ การแลกเปลี่ยนมุมมองจากผู้นำอุตสาหกรรมจากอาเซียน ใน ASEAN JEWELLERY AND GEM SUMMIT ตลอดจนบรรยากาศสุดเอ็กซ์คลูซีฟในงานพบปะผู้ประกอบการและผู้ซื้อชั้นนำอย่าง Business Networking Night ปิดท้ายด้วยความตระการตาของ JGAB Runway แฟชั่นโชว์อัญมณีแห่งเอเชียที่จะสะกดทุกสายตา

ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์เหนือระดับและค้นหาโอกาสทางธุรกิจในงาน Jewellery & Gem ASEAN Bangkok 2026 ระหว่างวันที่ 22-25 เมษายน 2569 ณ ฮอลล์ 5-7 ชั้น LG ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC)



โดยเปิดให้เข้าชมในเวลา 10:00 - 18:00 น. (สำหรับวันที่ 22-24 เมษายน 2569) และเวลา 10:00 - 17:00 น. (สำหรับวันที่ 25 เมษายน 2569) ผู้ที่สนใจสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.jewellerygemaseanbkk.com และลงทะเบียนเข้าชมงานล่วงหน้า ได้แล้ววันนี้ผ่านทาง https://ers-th.informa-info.com/jgb26?cid=PR
20
ซัมมิท แคปปิตอล สนับสนุนน้ำดื่ม ณ จุดบริการประชาชน
เพื่อรณรงค์ความปลอดภัยทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569


             บริษัท ซัมมิท แคปปิตอล ลีสซิ่ง จำกัด ร่วมสนับสนุนน้ำดื่มบรรจุขวด จำนวน 1,300 ขวด ให้แก่สำนักหมวดทางหลวงวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อแจกจ่ายให้กับประชาชนผู้ใช้ทางหลวงในการเดินทางกลับสู่ภูมิลำเนาในช่วงเทศกาลสงกรานต์ การสนับสนุนครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมความปลอดภัยบนท้องถนน ลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ พร้อมสนับสนุนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ในการดูแลประชาชนตลอดช่วงวันหยุดยาว โดยมีคุณวัลลภ บุตรตรี (กลาง) หัวหน้าหมวดทางหลวงอาวุโสวังน้อย เป็นตัวแทนรับมอบจากคุณนิตยา พ่วงพลับ (ซ้าย) ผู้จัดการทั่วไป กลุ่มงานวางแผนองค์กรและการจัดการ ตัวแทนบริษัทฯ ณ จุดบริการประชาชนหมวดทางหลวงอาวุโสวังน้อย เมื่อเร็ว ๆ นี้

             กว่า 30 ปี บริษัท ซัมมิท แคปปิตอล ลีสซิ่ง จำกัด เราพร้อม “ขับเคลื่อน เพื่อชีวิตที่ดีกว่า” โดยมุ่งมั่นสร้างความเป็นอยู่ที่ดีให้กับสังคม ในการมีส่วนร่วมรับมือและพยายามที่จะแก้ไขกับปัญหาและประเด็นต่าง ๆ ทางสังคม ผ่านการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ สอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาองค์กรตามหลักการดำเนินงาน ด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล หรือ ESG เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาและช่วยเหลือสังคมไทยอย่างยั่งยืน

             ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.summitcapital.co.th
Pages: 1 [2] 3 4 ... 10