11
news & activity / มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เดินสายสร้างอาชีพ สร้างชีวิตประชาชนภาคใต้อย่างยั่งยืน
« Last post by happy on April 28, 2026, 06:50:54 PM »มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เดินสายสร้างอาชีพ สร้างชีวิตประชาชนภาคใต้อย่างยั่งยืนต่อเนื่อง มอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพ ให้แก่ครัวเรือนยากจนในพื้นที่จังหวัดสงขลา พร้อมมอบจักรยานให้แก่โรงเรียนในพื้นที่ชนบท และนำหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ออกบริการในพื้นที่ฟรี


วันนี้ (วันอังคารที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2569) มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายสุรพงษ์ เตชะหรูวิจิตร กรรมการและรองเลขาธิการ เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นางสาวศุภรัตน์ สมบัติเจริญไทย รักษาการผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์และหัวหน้าแผนกส่งเสริมการศึกษาและอาชีพ นางสาวเนาวรัตน์ วรรณศิริ หัวหน้าแผนกหน่วยแพทย์สงเคราะห์ชุมชน นายพิทักษ์พนธ์ ถูกจิตต์ รักษาการผู้ช่วยหัวหน้าแผนกส่งเสริมการศึกษาและอาชีพ และนางสุชาดา น้อยจีน รักษาการผู้ช่วยหัวหน้าแผนกหน่วยแพทย์สงเคราะห์ชุมชน นำเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่มอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพให้แก่ครัวเรือนยากจน ในพื้นที่จังหวัดสงขลา (จังหวัดที่ 5 ของทางภาคใต้) จำนวน 33 ครัวเรือน รวมมูลค่า 804,642 บาท และมอบรถจักรยาน แก่โรงเรียน 2 แห่ง รวมจำนวน 20 คัน มูลค่า 25,800 บาท รวมมูลค่าการช่วยเหลือในครั้งนี้เป็นเงินทั้งสิ้น 830,442 บาท (แปดแสนสามหมื่นสี่ร้อยสี่สิบสองบาทถ้วน) นอกจากนี้ มูลนิธิฯ ยังได้จัดหน่วยแพทย์สงเคราะห์ชุมชน นำทีมแพทย์อาสาฯ เจ้าหน้าที่หน่วยแพทย์ ทีมกู้ชีพ และอาสาสมัคร ออกหน่วยให้บริการตรวจรักษาโรคทั่วไป แจกแว่นสายตา บริการตัดผมชาย-หญิง บริการทันตกรรม และกิจกรรมนันทนาการ แก่ประชาชนในพื้นที่ฟรี โดยมี นายชูชีพ ธรรมเพชร รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา และนายสามารถ สุวรรณมณี รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน เป็นประธานร่วมในพิธี พร้อมด้วย คณะมูลนิธิมิตรภาพสามัคคี (ท่งเซียเซี่ยงตึ๊ง) หาดใหญ่ และอาสาศิลปินมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายสมบูรณ์ จุลมุสิก (ทศพล หิมพานต์) และ นางสาวอาทิติยา เบ็ญจะปัก (แคท) ร่วมในพิธี ณ ศูนย์ประชุมนานาชาติฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา
นายสุรพงษ์ เตชะหรูวิจิตร กรรมการและรองเลขาธิการ กล่าวว่า โครงการแก้ไขปัญหาความยากจนเชิงบูรณาการ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้สนับสนุนอุปกรณ์ประกอบอาชีพ ช่วยเหลือครัวเรือนยากจน ตามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือแก้ไขปัญหาความยากจน ระหว่างกรมการพัฒนาชุมชนและมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ซึ่งมูลนิธิฯ ได้จัดงบประมาณดำเนินการเพื่อจัดหาวัสดุอุปกรณ์การประกอบอาชีพมอบให้แก่ครัวเรือนยากจน ให้สามารถประกอบอาชีพเลี้ยงตนเองและครอบครัว ซึ่งได้ดำเนินการไปแล้ว 3 ระยะ โดย ระยะที่ 1 ดำเนินการในพื้นที่ภาคกลาง จำนวน 17 จังหวัด รวม 98 ครัวเรือน ระยะที่ 2 ได้ดำเนินการในพื้นที่ภาคเหนือ จำนวน 17 จังหวัด รวม 230 ครัวเรือน ระยะที่ 3 ได้ดำเนินการในพื้นที่ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จำนวน 20 จังหวัด รวม 485 ครัวเรือน นอกจากนี้ยังได้มอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพให้กับครัวเรือนยากจนผู้ประสบอุทกภัย ประจำปี พ.ศ.2567 ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ และ จังหวัดเชียงราย อีกจำนวน 57 ครัวเรือน รวมจำนวนครัวเรือนยากจนที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้สร้างอาชีพ สร้างชีวิต ด้วยการมอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพแล้วทั้งสิ้น 870 ครัวเรือน คิดเป็นมูลค่ากว่า 17 ล้านบาท และขณะนี้ได้พิจารณาดำเนินการระยะที่ 4 ในพื้นที่ภาคใต้ รวม 14 จังหวัด ได้แก่ ชุมพร สุราษฎร์ธานี ระนอง นครศรีธรรมราช พังงา พัทลุง สงขลา ตรัง สตูล กระบี่ ภูเก็ต ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส
ตลอดระยะเวลากว่า 116 ปี ที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ขยายขอบข่ายโครงการต่าง ๆ ออกไปอย่างกว้างขวาง ไม่เพียงแต่บำบัดทุกข์ บำรุงสุข แก่ผู้ตกทุกข์ได้ยากโดยไม่จำกัดเชื้อชาติ ศาสนา เท่านั้น แต่ยังได้พัฒนาคุณภาพชีวิตอีกในหลายทาง เพื่อเป็นองค์กรสาธารณกุศลที่ช่วยเหลือประชาชนครบวงจรในทุกๆ ด้าน ต่อไป ดังปณิธาน “มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”
ติดต่อสอบถาม และติดตามข่าวสาร และกิจกรรมของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่ เฟซบุ๊ก แฟนเพจ www.facebook.com/atpohtecktung และช่องทางอื่นๆ ที่สะดวกได้ที่ https://linktr.ee/pohtecktung หรือที่สายด่วนป่อเต็กตึ๊ง 1418
## ป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต ##
#แอปพลิเคชันป่อเต็กตึ๊ง1418 #ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน
ติดต่อสอบถาม และติดตามข่าวสาร และกิจกรรมของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่ เฟซบุ๊ก แฟนเพจ www.facebook.com/atpohtecktung และช่องทางอื่นๆ ที่สะดวกได้ที่ https://linktr.ee/pohtecktung หรือที่สายด่วนป่อเต็กตึ๊ง 1418
## ป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต ##
#แอปพลิเคชันป่อเต็กตึ๊ง1418 #ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน
12
news & activity / โบลท์ มุ่งขับเคลื่อนสังคมการเดินทางที่ปลอดภัย สร้างความมั่นใจในทุกการเดินทาง
« Last post by happy on April 28, 2026, 11:00:16 AM »โบลท์ มุ่งขับเคลื่อนสังคมการเดินทางที่ปลอดภัย สร้างความมั่นใจในทุกการเดินทาง

ปัจจุบัน การเลือกใช้บริการเรียกรถไม่ได้ขึ้นอยู่กับ “ความสะดวก” หรือ “ราคา” เพียงอย่างเดียวอีกต่อไป หากแต่ “ความปลอดภัย” ได้กลายเป็นปัจจัยอันดับต้นๆ ที่ผู้บริโภคใช้ประกอบการตัดสินใจเลือกแพลตฟอร์มขนส่งสาธารณะ
โบลท์ จึงให้ความสำคัญและมุ่งพัฒนาระบบความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการสร้างความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและองค์กรพันธมิตร ผ่านโครงการฝึกอบรม การให้ความรู้ และกิจกรรมด้านความปลอดภัยในหลากหลายรูปแบบ เพื่อยกระดับมาตรฐานการเดินทางให้ครอบคลุมทั้งทั้งด้านระบบ เทคโนโลยี และพฤติกรรมการใช้งาน อันนำไปสู่ประสบการณ์การเดินทางที่ผู้ใช้สามารถไว้วางใจได้ในทุกช่วงเวลา

หัวใจสำคัญของแนวทางดังกล่าว คือการออกแบบระบบที่ “ไม่ปล่อยให้ผู้ใช้งานเผชิญสถานการณ์เพียงลำพัง” โดยมีทีมความปลอดภัยที่ปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมง ทำหน้าที่เฝ้าระวัง ตรวจจับความผิดปกติ และประสานความช่วยเหลืออย่างทันท่วงที เพื่อให้สามารถรับมือกับเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นับตั้งแต่การเปิดให้บริการในประเทศไทย โบลท์ได้พัฒนาและนำเสนอฟีเจอร์ด้านความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับมาตรฐานการให้บริการบนแพลตฟอร์ม อาทิ
• ปุ่มช่วยเหลือฉุกเฉิน (Emergency Assist) ที่สามารถเชื่อมต่อไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้อย่างรวดเร็ว
• การแชร์ข้อมูลการเดินทางแบบเรียลไทม์ (Trip Sharing) เพื่อให้บุคคลใกล้ชิดสามารถติดตามการเดินทางได้ตลอดเส้นทาง
• ระบบตรวจสอบความปลอดภัยระหว่างการเดินทาง (Trip Safety Monitoring) ที่สามารถตรวจจับความผิดปกติ เช่น การหยุดนิ่งเป็นเวลานาน
• การโทรผ่านแอปพลิเคชัน (In-app Calls) ซึ่งช่วยไม่เปิดเผยข้อมูลหมายเลขโทรศัพท์ของทั้งผู้ใช้บริการและผู้ขับขี่
• ระบบยกเลิกการจับคู่ (Rider and Driver Unmatching) ระหว่างผู้โดยสารและผู้ขับขี่ เพื่อลดความเสี่ยงจากประสบการณ์ที่ไม่เหมาะสม
• ระบบยืนยันตัวตนผู้ขับขี่ด้วยภาพถ่าย (Driver Selfie Verification) เพื่อป้องกันการแอบอ้าง
• ฟีเจอร์บันทึกเสียงระหว่างการเดินทาง (Audio Trip Recording) เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบในกรณีด้านความปลอดภัย

ระบบที่เชื่อมโยงกันในทุกขั้นตอนนี้ ช่วยสร้าง “ความต่อเนื่องของความปลอดภัย” ตั้งแต่ก่อนเริ่มเดินทาง ระหว่างการเดินทาง ไปจนถึงหลังการเดินทาง ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญในการเสริมสร้างความเชื่อมั่นในระยะยาว
นอกเหนือจากการพัฒนาเทคโนโลยี โบลท์ยังให้ความสำคัญกับการสร้างการมีส่วนร่วมของผู้ใช้งาน โดยแนะนำ 4 แนวทางง่าย ๆ เพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการเดินทาง อาทิ
1. ตรวจสอบข้อมูลผู้ขับขี่และรถทุกครั้งก่อนเริ่มเดินทาง เพื่อให้มั่นใจว่าตรงกับข้อมูลในแอปพลิเคชัน หากพบความไม่ตรงกัน ผู้ใช้งานสามารถยกเลิกการเดินทางและแจ้งทีมสนับสนุนได้ทันที
2. หลีกเลี่ยงการใช้บริการนอกระบบ เพื่อให้สามารถเข้าถึงเครื่องมือด้านความปลอดภัย และให้ทีมงานสามารถติดตามการเดินทางได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
3. แชร์ตำแหน่งการเดินทางแบบเรียลไทม์กับบุคคลใกล้ชิด เพื่อเพิ่มความอุ่นใจ และให้บุคคลใกล้ชิดสามารถติดตามการเดินทางได้ตลอดเส้นทาง
4. ใช้งานฟีเจอร์ด้านความปลอดภัย เช่น ปุ่มแจ้งเหตุฉุกเฉิน (Emergency Assist) และการบันทึกเสียง (Audio Recording) ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถรับมือกับสถานการณ์ไม่คาดคิดได้อย่างรวดเร็ว โดยข้อมูลจะถูกจัดเก็บอย่างปลอดภัยและลบโดยอัตโนมัติภายในระยะเวลาที่กำหนด

แนวทางดังกล่าวสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของโบลท์ในการพัฒนาสภาพแวดล้อมการเดินทางที่ปลอดภัยอย่างเป็นระบบและยั่งยืน เพื่อให้ทุกการเดินทางไม่ใช่เพียงการเข้าถึงจุดหมาย แต่เป็นประสบการณ์ที่ผู้ใช้งานสามารถมั่นใจได้ในทุกช่วงเวลา
13
Sport News & Motor Sport / "แสงพนม" ควง "ไทยแลนด์" ลิ่วรอบ 8 คน พร้อมเปิดตัว 8 ขุนพล สู้ศึกมวยรอบปูนเสือ
« Last post by happy on April 26, 2026, 11:27:01 PM »"แสงพนม" ควง "ไทยแลนด์" ลิ่วรอบ 8 คน พร้อมเปิดตัว 8 ขุนพล สู้ศึกมวยรอบปูนเสือ มวยไทยพันธุ์แท้ ครั้งที่ 25


ศึก "มวยรอบปูนเสือ มวยไทยพันธุ์แท้ ครั้งที่ 25" สาย C และ สาย D รอบ 16 คน นัดที่ 3 เมื่อวันอาทิตย์ที่ 26 เมษายน 2569 ที่เวทีมวยช่อง 7 HD โดยก่อนชก นายปิยากร ชินะรัตนกุล บริษัท ผลิตภัณฑ์และวัตถุก่อสร้าง จำกัด (ผู้แทนปูนเสือ) พร้อมด้วย นายจมร เลขะกุล (ผู้แทนปูนเสือ) ทั้งสองท่านให้เกียรติขึ้นคล้องพวงมาลัยเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้กับนักมวยทั้งสองคู่บนเวที ระหว่าง ชาริโต้ ลานนาวอเตอร์ไซค์ (แดง) พบกับ แสงพนม ผดุงชัยมวยไทยยิม (น้ำเงิน) พิกัด 116 ปอนด์ สาย C และ สาย D ระหว่าง ไทยแลนด์ ส.รุ่งศักดิ์ (แดง) พบกับ ยอดเพชร พี.เค.เสี่ยต้อมอะไหล่ยนต์ (น้ำเงิน) พิกัด 116 ปอนด์ หลังจากนั้นทั้งสองคู่ขึ้นสังเวียนแลกอาวุธกันอย่างดุเดือด ทำให้บรรยากาศเต็มไปด้วยความตื่นเต้น โดยมีแฟนมวยทั้งคนไทยและชาวต่างชาติมาร่วมชมติดขอบเวทีและส่งเสียงเชียร์กันอย่างสนุกสนาน
สรุปผล ศึก "มวยรอบปูนเสือ มวยไทยพันธุ์แท้ ครั้งที่ 25" สาย C และ สาย D รอบ 16 คน นัดที่ 3 มีดังนี้



คู่ที่ 1. ชนะเข้ารอบ ชาลิโต้ ลานนาวอเตอร์ไซด์มวยไทยยิมส์ (แดง) พบกับ แสงพนม ผดุงชัยมวยไทยยิมส์ (น้ำเงิน) เป็นมวยซ้ายด้วยกันใครแพ้ตกรอบทันทีผู้ชนะเข้ารอบ 8 คนทันที แสงพนม เดินเข้าหาเตะซ้ายเข้าชายโครงจับในปล้ำตีเข้าเน้นๆ เป็นชุดทำเอา ชาริโต้ ที่เตี้ยกว่าอาศัยออกหมัดเตะซ้ายแต่ยังไม่ชัดเจนผิดกับ แสงพนม ที่ออกอาวุธได้ชัดเจนเตะซ้ายลำตัวจับในตีเข่าข้างเดียวทำเอา ชาริโต้ ที่พยามใช้หมัดตามด้วยศอกแต่ก็ได้แค่เสียวผิดกับ แสงพนม ออกมาเล่นฝีมิอถีบยันเตะซ้ายโชว์ทำเอา ชาริโต้ หมดแรงออกอาการ ครบยก แสงพนม ชนะคะแนน ผ่านเข้ารอบ 8 คนทันที ส่วน ชาริโต้ แพ้ตกรอบ



คู่ที่ 2. พลิกชนะเข้ารอบ 8 คน ไทยแลนด์ ส.รุ่งศักดิ์ (แดง) พบกับ ยอดเพชร พี.เค.เสี่ยต้อม ที.เค.อะไหล่ยนต์ (น้ำเงิน) คู่นี้ใครแพ้ตกรอบผู้ขนะเข้ารอบ 8 คนทันทีมวยซ้ายด้วยกัน ไทนแลนด์ เดินเข้าหาเตะขาหน้าตามด้วยหมัด ยอดเพชร พยามเตะซ้ายนำแต่ยังวืดวาด พยามเดินจับคอปล้ำในตีเข่าเน้นๆ ไทยแลนด์ ก็โต้ด้วยหมัดเท้าเข่าศอกหน้าหงายไปเหมือนกันได้ชัดเจนทำเอา ยอดเพชร ถึงกับหยุดชะงัดไปทันทีอย่างเห็นได้ชัดครบยก ไทยแลนด์ ชนะคะแนน เข้ารอบ 8คน ส่วน ยอดเพชร ตกรอบ
หลังจากจบการแข่งขันได้มีพิธีการจับฉลากประกบคู่มวย ศึกมวยปูนเสือ มวยไทยพันธุ์แท้ ครั้งที่ 25 รอบ 8 คน ผลการจับสลากประกบคู่มวยออกมาเป็นที่เรียบร้อย โดยมี นายปิยากร ชินะรัตนกุล บริษัท ผลิตภัณฑ์และวัตถุก่อสร้าง จำกัด (ผู้แทนปูนเสือ) พร้อมด้วย นายพีรพงศ์ ธีระเดชพงศ์ (ชุ้น เกียรติเพชร) โปรโมเตอร์มวยไทย 7 สี ร่วมกันจับฉลากประกบคู่มวยและเป็นสักขีพยานในการจับฉลากในครั้งนี้



ผลการจับฉลากประกบคู่มวย ศึกมวยปูนเสือ มวยไทยพันธุ์แท้ ครั้งที่ 25 รอบ 8 คน สำหรับ 8 ขุนพลที่ผ่านเข้ารอบ 8 คนจะขึ้นประชันฝีมือกันในวันอาทิตย์ที่ 24 พฤษภาคม 2569 คู่ที่ 1. สาย A ระหว่าง ยอดกัณฑ์ ช้างนครศรี พบกับ มอญขาว ซีเมนต์ดี และ คู่ที่ 2. สาย B ระหว่าง แสงพนม ผดุงชัยมวยไทยยิม พบกับ หัสดี ตี๋น้อยคชิน และ วันเสาร์ที่ 30 พฤษภาคม 2569 คู่ที่ 1. สาย C ระหว่าง ไทยแลนด์ ส.รุ่งศักดิ์ พบกับ เมืองช้าง ส.เดชะพันธ์ และ คู่ที่ 2. สาย D ระหว่าง พรเพชร ส.ราชภูมิ พบกับ แสงทองน้อย แสงทองค้าแก๊ส ให้แฟนมวยทั้งคนไทยและชาวต่างชาติมาร่วมลุ้นและมาเชียร์และให้กำลังใจนักมวยบนสังเวียนช่อง 7 HD ถ่ายทอดสดทางช่อง 7 HD ตั้งแต่เวลา 14.30 น. เป็นต้นไป
14
Sport News & Motor Sport / ระห่ำเดือดทะลุจอ ! หายคาใจ "อิบราฮิม" ปล่อยฮุคซ้ายเข้าชายโครง "กรีติภัค" ร่วงยก
« Last post by happy on April 25, 2026, 09:37:02 PM »ระห่ำเดือดทะลุจอ ! หายคาใจ "อิบราฮิม" ปล่อยฮุคซ้ายเข้าชายโครง "กรีติภัค" ร่วงยก 5 "อิบราฮิม" คว้าเข็มขัดแชมป์ WBC INTERNATIONAL GOLD ไปครองสำเร็จ



เมื่อวันเสาร์ที่ 25 เมษายน 2569 ที่ เวทีมวย เวิลด์สยาม สเตเดี้ยม เขตบางกะปิ การแข่งขันชกมวยศึก "NARIS - HIGHLAND BOXING PROMOTIONS" เสิร์ฟแบบถึงใจ! จัดการแข่งขันชกมวยโดยโปรโมเตอร์สองคู่เขย มิสเตอร์ บริโก้ แซนติก โปรโมเตอร์ชาวฟิลิปปินส์ กับ “ปุ่น อินเตอร์” นายศุภณัฐ จันทร์แรม โปรโมเตอร์ชาวไทย พร้อมด้วย นายนริส สิงห์วังชา ประธานสหพันธ์มวยแห่งเอเชีย (ABF) และ นายกสมาคมกีฬาชักกะเย่อ แห่งประเทศไทย ร่วมกันจัดศึก "NARIS - HIGHLAND BOXING PROMOTIONS" เป็นการชกชิงข็มขัดแชมป์ WBC INTERNATIONAL GOLD และ ABF มีชิงเข็มขัด 2 เส้น 2 สถาบัน มีนักมวยสายบู๊ยอดฝีมือจากทั่วโลกที่เปิดฉากบู๊สุดมันส์ในศึก "NARIS - HIGHLAND BOXING PROMOTIONS" 32 นักชกสายบู๊ขึ้นสังเวียนดวลหมัดศึกแห่งศักดิ์ศรีกันอย่างดุเดือดแบบถึงพริกถึงขิง สร้างความตื่นเต้นให้แฟนมวยทั้งสนามเสียงเชียร์ดังกระหึ่ม!
ส่วนผลการแข่งขันศึก "NARIS - HIGHLAND BOXING PROMOTIONS" ทุกคู่มีดังนี้


คู่ที่ 1. ชกอุ่นเครื่อง รุ่นซูเปอร์มิดเดิลเวท กำหนด 4 ยก พิกัด 168 ปอนด์ อามีร์ ฮอสเซน ซามิอี นักชกจากอิหร่าน ชนะTKO ยก 2 รัฐพล กาดำดวน นักชกไทย
คู่ที่ 2. ชกอุ่นเครื่อง รุ่น ซูเปอร์ไลท์เวท กำหนด 4 ยก พิกัด 140 ปอนด์ ราชิด ซาลิม นักชกจากฝรั่งเศส ชนะTKO ยก 3 ชินาธิป ทวีพูน นักชกไทย
คู่ที่ 3. ชกอุ่นเครื่อง รุ่นซูเปอร์เฟเธอร์เวท กำหนด 4 ยก พิกัด 130 ปอนด์ ปูรา เอสมาอิลี นักชกจากอิหร่าน ชนะTKO ยก 1 กฤษณะ เอกสัจจะวาที นักชกไทย


คู่ที่ 4. ชกอุ่นเครื่อง รุ่นเวลเตอร์เวท กำหนด 4 ยก พิกัด 147 ปอนด์ บริซ คิซุก ลี นักชกจากสหรัฐอเมริกา ชนะTKO ยก 1 รัสปัทม์ จันปันสินมณี นักชกไทย
คู่ที่ 5. ชกอุ่นเครื่อง รุ่นมินิมัมเวท กำหนด 4 ยก พิกัด 105 ปอนด์ โรเบิร์ต แองเจโลสกี นักชกจากออสเตรเลีย ชนะTKO ยก 1 ณัฐพัฒน์ ทองไสล นักชกไทย
คู่ที่ 6. ชกอุ่นเครื่อง รุ่นไลท์เฮฟวี่เวท กำหนด 4 ยก พิกัด 175 ปอนด์ รูไอริ เอริค โรเบิร์ต นีล นักชกจากสหราชอาณาจักร ชนะTKO ยก 1 จีรศักดิ์ กรานสกุล นักชกไทย


คู่ที่ 7. ชกอุ่นเครื่อง รุ่นซูเปอร์ฟลายเวท กำหนด 6 ยก พิกัด 115 ปอนด์ แม็กดาเลนา แม็กกี้ สเวด นักชกจากโปแลนด์ ชนะคะแนน ทัศวรรณ ห้อยระย้านักชกไทย
คู่ที่ 8. ชกอุ่นเครื่องมวยหญิง รุ่นไลต์เวท กำหนด 6 ยก พิกัด 135 ปอนด์ จันดินี เมห์รา นักชกจากอินเดีย ชนะคะแนน ศศิธร เลี้ยงประเสริจ นักชกไทย
คู่ที่ 9. ชกอุ่นเครื่อง รุ่นซูเปอร์เวลเตอร์เวท กำหนด 6 ยก พิกัด 154 ปอนด์ อเลสซานโดร กริปปา นักชกจาก ชนะTKO ยก 1 สิทธิชัย บัวสา นักชกไทย


คู่ที่ 10. ชกอุ่นเครื่อง รุ่นซูเปอร์เวลเตอร์เวท กำหนด 6 ยก พิกัด 154 ปอนด์ ติอาโก้ โอโซริโอ นักชกจากมาซัมบิก ชนะTKO ยก 2 สตีวี ออเกน เฟอรินันดัส นักชกจากอินโดนีเซีย
คู่ที่ 11. ชกอุ่นเครื่อง รุ่นเฮฟวีเวท กำหนด 6 ยก พิกัด 225 ปอนด์ หวาง วินเซนต์ ตรัน นักชกจากมาเลเซีย แพ้คะแนน บรรพต ขาวเอี่ยม นักชกไทย
คู่ที่ 12. ชกอุ่นเครื่อง รุ่นเวลเตอร์เวท กำหนด 8 ยก พิกัด 147 ปอนด์ ซีชาน อาลี มูกัล นักชกจากปากีสถาน ชนะคะแนน สมชาย พืชพันธ์ นักชกไทย


คู่ที่ 13. ชกอุ่นเครื่อง รุ่นมิดเดิลเวท กำหนด 8 ยก พิกัด 160 ปอนด์ อับเดลละห์ คาร์รูม นักชกจากฝรั่งเศส ชนะTKO ยก 2 อัจฉริยะ กันต์ยศทรงศิริ นักชกไทย
คู่ที่ 14. ชกอุ่นเครื่อง รุ่นซูเปอร์แบนตัมเวท กำหนด 8 ยก พิกัด 122 ปอนด์ รูเซ่น เจิ้ง นักชกจากจีน ชนะTKO ยก 3 อุดมศักดิ์ ศรีนวล นักชกไทย
คู่ที่ 15. การแข่งขันชิงเข็มขัดแชมป์ ABF รุ่นซูเปอร์ไลท์เวท พิกัด .140 ปอนด์ กำหนด 10 ยก ระหว่าง โจนาธาน เยาว์ หมิง นักชกจากมาเลเซีย ปะทะ กรีระติ ศรีสิทธิเดช นักชกไทย เริ่มยกแรก "โจนาธาน" เดินไล่ตัดลำตัว "กรีระติ" เน้นๆถึงกับสดุ้งถอยล่นไปรอบเวที ต้นยก 4 เกมส์จบ เมื่อ "โจนาธาน" ได้จังเดินไล่ต่อยหมัดตัดลำตัว กรีระต ต้องถอยล่นไปติดมุมระฆังได้ต่อยซ้ายขวาเน้นๆๆปที่ลำทำเอา "กรีระติ" ทนไม่ไหวทิ้งลงไปนอนให้กรรมการนับ 10 ทำให้ "โจนาธาน" เป็นฝ่ายชนะTKO ยก 4 คว้าแชมป์ ABF มาครองอย่างสะใจกองเชียร์


คู่ที่ 16. คู่ไฮไลท์เป็นการแข่งขันชิงเข็มขัดแชมป์ WBC INTERNATIONAL GOLD รุ่นซูเปอร์เฟเธอร์เวท พิกัด 130 ปอนด์ กำหนด 10 ยก ระหว่าง อิบราฮิม คลาส เอ็มเจนเดอร์ นักชกจากแทนซาเนีย ปะทะ กรีติภัค ด้วงนุชนักชกไทย ด้าน "กรีติภัค" ลั่นสู้เต็มที่เก็บชัยแบบไม่ครบยกเพื่อคว้าเข็มขัดแชมป์กลับบ้าน สำหรับการแข่งขันครั้งนั้นทั้งคู่เจอกันเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 โดยการชกในครั้งนั้นผลปรากฏว่าตลอดทั้ง 10 ยก ต่างเปิดเกมส์รุกเข้าใส่กันแบบดุเดือด แต่สุดท้ายผลออกมาเสมอกันด้วยคะแนน 95-95, 95-95 และ 97-95 และครั้งนี้กลับมาเปิดศึกรีแมตช์ภาคสองกันอีกครั้ง เริ่มยกแรก "กรีติภัค" เดินเข้าออกหมัดขวาเน้นลำตัวและใบหน้าด้าน "อิบราฮิม" ที่ออกหมัดได้แนบเนียนเน้าบนสลับล่างได้ชัดเจนกว่าออกหมัดซ้ายและขวาเข้าใบหน้า "กรีติภัค" ถึงกับหน้าหงายไปหลายครั้งกลางยก 4 "อิบราฮิม" ได้จังหวะฮุคซ้ายขวาตัดลำตัว "กรีติภัค" อย่างจังถึงกับร่วงคาเขือกให้กรรมการนับ 8 ชกต่อได้จนกระทั่งกลางยก 5 จังหวะที่ "กรีติภัค" เดินรุกไล่เพลินกลับโดน "อิบราฮิม" ฮุคซ้ายเข้าชายโครงเต็มๆ "กรีติภัค" ร่วงให้กรรมการนับถึง 10 ในยกที่ 5 ทำให้ "อิบราฮิม" คว้าแชมป์ WBC INTERNATIONAL GOLD มาครองอย่างสวยหรู
บรรยากาศในสนามมวยเต็มไปด้วยแฟนมวยที่เข้าร่วมชมกันอย่างเนืองแน่น เสียงเชียร์ดังกระหึ่มตั้งแต่คู่เปิดสนามจนถึงคู่เอก นักชกทุกคนต่างโชว์ฝีมืออย่างเต็มที่ สร้างความประทับใจให้กับผู้ชมทั้งคนไทยและชายต่างชาติ "บริโก้ แซนติก" ได้กล่าวขอบคุณนักมวย ทีมงาน และแฟนมวยทุกคนที่มีส่วนร่วมทำให้งานครั้งนี้ประสบความสำเร็จ พร้อมยืนยันว่าจะมีการจัดการแข่งขันที่ยิ่งใหญ่และสนุกยิ่งขึ้นในครั้งต่อไป
15
Sport News & Motor Sport / เปิดศึกรีแมตช์ภาคสอง "กรีติภัค" พร้อมฉะเดือด "อิบราฮิม" จะได้หายคาใจ!
« Last post by happy on April 24, 2026, 10:51:48 PM »เปิดศึกรีแมตช์ภาคสอง "กรีติภัค" พร้อมฉะเดือด "อิบราฮิม" จะได้หายคาใจ!

แฟนๆ กำปั้นมาลุ้นความมันส์ระดับโลกในศึก "NARIS - HIGHLAND BOXING PROMOTIONS" กลับมาร้อนระอุกันอีกครั้งกับความยิ่งใหญ่ของคู่มวยเดือดกลับมาเปิดศึกรีแมตช์ภาคสองกันอีกครั้ง โดยคู่ไฮไลท์สำคัญเป็นการแข่งขันชิงเข็มขัดแชมป์ WBC INTERNATIONAL SILVER รุ่นซูเปอร์เฟเธอร์เวท พิกัด 130 ปอนด์ กำหนด 10 ยก ระหว่าง อิบราฮิม คลาส เอ็มเจนเดอร์ นักชกจากแทนซาเนีย ปะทะ กรีติภัก ดวงนุช นักชกไทย ด้าน "กรีติภัค" ลั่นจะสู้เต็มที่เก็บชัยแบบไม่ครบยกเพื่อคว้าแชมป์กลับบ้าน สำหรับการแข่งขันครั้งนั้นทั้งคู่เคยฉะเดือดกันเมื่อวันเสาร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 โดยการชกในครั้งนั้นผลปรากฏว่าตลอดทั้ง 10 ยก ต่างเปิดเกมส์รุกเข้าใส่กันแบบดุเดือด แต่สุดท้ายผลออกมาเสมอกันด้วยคะแนน 95-95, 95-95 และ 97-95 และครั้งนี้กลับมาเปิดศึกรีแมตช์ภาคสองกันอีกครั้ง พร้อมขึ้นสังเวียนฉะเดือดในวันเสาร์ที่ 25 เมษายน 2569 พรุ่งนี้เดือดแน่!


เมื่อวันศุกร์ที่ 24 เมษายน 2569 ที่ โรงแรมทาวน์อินทาวน์ ห้องทรัพย์มณี กรุงเทพฯ มีพิธีการตรวจร่างกายและชั่งน้ำหนักนักมวยอย่างเป็นทางการ ผลการชั่งน้ำหนักนักมวยทั้ง 16 จอมบู๊ทำน้ำหนักได้ตามพิกัดและผ่านการตรวจร่างกายตามมาตรฐานผ่านฉลุย นักสู้พร้อมบู๊เดือดในศึก "NARIS - HIGHLAND BOXING PROMOTIONS" เป็นการแข่งขันชิงเข็มขัดแชมป์ WBC INTERNATIONAL SILVER และ ABF มีชิงเข็มขัดแชมป์ 2 เส้น 2 สถาบัน จัดโดยโปรโมเตอร์สองคู่เขย มิสเตอร์ บริโก้ แซนติก โปรโมเตอร์ชาวฟิลิปปินส์ และ “ปุ่นอินเตอร์” นายศุภณัฐ จันทร์แรม โปรโมเตอร์ชาวไทย พร้อมด้วย “พ่อพระวงการมวย” นายนริส สิงห์วังชา ประธานสหพันธ์มวยแห่งเอเชีย (ABF) และ นายกสมาคมกีฬาชักกะเย่อแห่งประเทศไทย ร่วมกันจัด ศึก "NARIS - HIGHLAND BOXING PROMOTIONS" โดยมี 2 คู่ชิงเข็มขัดแชมป์และคู่มวยประกอบรายการอีกคับคั่ง นักสู้สายบู๊มาพร้อมกับความมั่นใจเต็มเปี่ยมเพื่อคว้าชัยชนะในศึกครั้งนี้ พร้อมฉะเดือดในวันเสาร์ที่ 25 เมษายน 2569 ที่ เวทีมวย เวิลด์สยาม สเตเดี้ยม เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ ถ่ายทอดสดทางช่อง TRILLER TV ส่งตรงความเดือดสู่สายตาผู้ชมทั่วโลก ตั้งแต่เวลา 11.00 น. เป็นต้นไป และสำหรับแฟนมวยสามารถติดตามรับชมการดวลเดือดได้ที่ทางเพจ HIGHLAND BOXING GYM ตั้งแต่เวลา 11.00 น. เป็นต้นไป
ส่วนผลการชั่งน้ำหนักนักมวยทุกคู่มีดังนี้


คู่ที่ 1. ชกอุ่นเครื่อง รุ่นซูเปอร์มิดเดิลเวท กำหนด 4 ยก พิกัด 168 ปอนด์ ระหว่าง อามีร์ ฮอสเซน ซามิอี นักชกจากอิหร่าน ปะทะ รัฐพล กาดำดวน นักชกไทย
คู่ที่ 2. ชกอุ่นเครื่อง รุ่น ซูเปอร์ไลท์เวท กำหนด 4 ยก พิกัด 140 ปอนด์ ระหว่าง ราชิด ซาลิม นักชกจากฝรั่งเศส ปะทะ ชินาธิป ทวีพูน นักชกไทย
คู่ที่ 3. ชกอุ่นเครื่อง รุ่นซูเปอร์เฟเธอร์เวท กำหนด 4 ยก พิกัด 130 ปอนด์ ระหว่าง ปูรา เอสมาอิลี นักชกจากอิหร่าน ปะทะ กฤษณะ เอกสัจจะวาที นักชกไทย


คู่ที่ 4. ชกอุ่นเครื่อง รุ่นเวลเตอร์เวท กำหนด 4 ยก พิกัด 147 ปอนด์ ระหว่าง บริซ คิซุก ลี นักชกจากสหรัฐอเมริกา ปะทะ รัสปัทม์ จันปันสินมณี นักชกไทย
คู่ที่ 5. ชกอุ่นเครื่อง รุ่นมินิมัมเวท กำหนด 4 ยก พิกัด 105 ปอนด์ ระหว่าง โรเบิร์ต แองเจโลสกี นักชกจากออสเตรเลีย ปะทะ ณัฐพัฒน์ ทองไสก นักชกไทย
คู่ที่ 6. ชกอุ่นเครื่อง รุ่นไลท์เฮฟวี่เวท กำหนด 4 ยก พิกัด 175 ปอนด์ ระหว่าง รูไอริ เอริค โรเบิร์ต นีล นักชกจากสหราชอาณาจักร ปะทะ จีรศักดิ์ กรานสกุล นักชกไทย


คู่ที่ 7. ชกอุ่นเครื่อง รุ่นซูเปอร์ฟลายเวท กำหนด 6 ยก พิกัด 115 ปอนด์ ระหว่าง แม็กดาเลนา แม็กกี้ สเวด นักชกจากโปแลนด์ ปะทะ ทัศวรรณ ห้อยระย้านักชกไทย
คู่ที่ 8. ชกอุ่นเครื่องมวยหญิง รุ่นไลต์เวท กำหนด 6 ยก พิกัด 135 ปอนด์ ระหว่าง จันดินี เมห์รา นักชกจากอินเดีย ปะทะ ศศิธร เลี้ยงประเสริจ นักชกไทย
คู่ที่ 9. ชกอุ่นเครื่อง รุ่นซูเปอร์เวลเตอร์เวท กำหนด 6 ยก พิกัด 154 ปอนด์ ระหว่าง อเลสซานโดร กริปปา นักชกจาก ปะทะ สิทธิชัย บัวสา นักชกไทย


คู่ที่ 10. ชกอุ่นเครื่อง รุ่นซูเปอร์เวลเตอร์เวท กำหนด 6 ยก พิกัด 154 ปอนด์ ระหว่าง ติอาโก้ โอโซริโอ นักชกจากมาซัมบิก ปะทะ สตีวี ออนเกน เฟอรินันดัส นักชกจากอินโดนีเซีย
คู่ที่ 11. ชกอุ่นเครื่อง รุ่นเฮฟวีเวท กำหนด 6 ยก พิกัด 225 ปอนด์ ระหว่าง หวาง วินเซนต์ ตรัน นักชกจากมาเลเซีย ปะทะ บรรพต ขาวเอี่ยม นักชกไทย
คู่ที่ 12. ชกอุ่นเครื่อง รุ่นเวลเตอร์เวท กำหนด 8 ยก พิกัด 147 ปอนด์ ระหว่าง ซีชาน อาลี มูกัล นักชกจากปากีสถาน ปะทะ สมชาย พืชพันธ์ นักชกไทย


คู่ที่ 13. ชกอุ่นเครื่อง รุ่นมิดเดิลเวท กำหนด 8 ยก พิกัด 160 ปอนด์ ระหว่างง อับเดลละห์ คาร์รูม นักชกจากฝรั่งเศส ปะทะ อัจฉริยะ กันต์ยศทรงศิริ นักชกไทย
คู่ที่ 14. ชกอุ่นเครื่อง รุ่นซูเปอร์แบนตัมเวท กำหนด 8 ยก พิกัด 122 ปอนด์ ระหว่าง รูเซ่น เจิ้ง นักชกจากจีน ปะทะ อุดมศักดิ์ ษรีถาน นักชกไทย
คู่ที่ 15. การแข่งขันชิงเข็มขัดแชมป์ ABF รุ่นซูเปอร์ไลท์เวท พิกัด .140 ปอนด์ กำหนด 10 ยก ระหว่าง โจนาธาน เยาว์ หมิง นักชกจากมาเลเซีย ปะทะ กรีระติ ศรีสิทธิเดช นักชกไทย
คู่ที่ 16. คู่ไฮไลท์เป็นการแข่งขันชิงเข็มขัดแชมป์ WBC INTERNATIONAL SILVER รุ่นซูเปอร์เฟเธอร์เวท พิกัด 130 ปอนด์ กำหนด 10 ยก ระหว่าง อิบราฮิม คลาส เอ็มเจนเดอร์ นักชกจากแทนซาเนีย ปะทะ กรีติภัค ดวงนุช นักชกไทย ด้าน "กรีติภัค" ลั่นสู้เต็มที่เก็บชัยแบบไม่ครบยกเพื่อคว้าเข็มขัดแชมป์กลับบ้าน สำหรับการแข่งขันครั้งนั้นทั้งคู่เจอกันเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 โดยการชกในครั้งนั้นผลปรากฏว่าตลอดทั้ง 10 ยก ต่างเปิดเกมส์รุกเข้าใส่กันแบบดุเดือด แต่สุดท้ายผลออกมาเสมอกันด้วยคะแนน 95-95, 95-95 และ 97-95 และครั้งนี้กลับมาเปิดศึกรีแมตช์ภาคสองกันอีกครั้ง
แฟนกำปั้นห้ามพลาด ศึก "NARIS - HIGHLAND BOXING PROMOTIONS" ศึกนี้การันตีความยิ่งใหญ่โดย "บริโก้ แซนติก" โปรโมเตอร์ชาวฟิลิปปินส์ นำทัพนักชกสายบู๊จากทั่วโลกมาแลกหมัดเดือดกันถึง 16 คู่ โดยมีเข็มขัดแชมป์เป็นเดิมพันถึง 2 เส้น พร้อมนักมวยไทยร่วมโชว์ผลงาน 16 คน ซึ่งคู่ชิงแชมป์ต่างก็ลุ้นคว้าเข็มขัดแชมป์กลับบ้าน พร้อมแลกเดือดในวันเสาร์ที่ 25 เมษายน 2569 ที่ เวทีมวย เวิลด์สยาม สเตเดี้ยม เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ ถ่ายทอดสดทางช่อง TRILLER TV ส่งตรงความเดือดสู่สายตาผู้ชมทั่วโลก ตั้งแต่เวลา 11.00 น. เป็นต้นไป และสำหรับแฟนมวยสามารถติดตามรับชมการดวลเดือดได้ที่ทางเพจ HIGHLAND BOXING GYM ตั้งแต่เวลา 11.00 น. เป็นต้นไป
16
Sport News & Motor Sport / เปิดศึกรีแมตช์ภาคสอง "กรีติภัค" พร้อมฉะเดือด "อิบราฮิม" จะได้หายคาใจ!
« Last post by happy on April 24, 2026, 09:45:51 PM »เปิดศึกรีแมตช์ภาคสอง "กรีติภัค" พร้อมฉะเดือด "อิบราฮิม" จะได้หายคาใจ!

แฟนๆ กำปั้นมาลุ้นความมันส์ระดับโลกในศึก "NARIS - HIGHLAND BOXING PROMOTIONS" กลับมาร้อนระอุกันอีกครั้งกับความยิ่งใหญ่ของคู่มวยเดือดกลับมาเปิดศึกรีแมตช์ภาคสองกันอีกครั้ง โดยคู่ไฮไลท์สำคัญเป็นการแข่งขันชิงเข็มขัดแชมป์ WBC INTERNATIONAL SILVER รุ่นซูเปอร์เฟเธอร์เวท พิกัด 130 ปอนด์ กำหนด 10 ยก ระหว่าง อิบราฮิม คลาส เอ็มเจนเดอร์ นักชกจากแทนซาเนีย ปะทะ กรีติภัก ดวงนุช นักชกไทย ด้าน "กรีติภัค" ลั่นจะสู้เต็มที่เก็บชัยแบบไม่ครบยกเพื่อคว้าแชมป์กลับบ้าน สำหรับการแข่งขันครั้งนั้นทั้งคู่เคยฉะเดือดกันเมื่อวันเสาร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 โดยการชกในครั้งนั้นผลปรากฏว่าตลอดทั้ง 10 ยก ต่างเปิดเกมส์รุกเข้าใส่กันแบบดุเดือด แต่สุดท้ายผลออกมาเสมอกันด้วยคะแนน 95-95, 95-95 และ 97-95 และครั้งนี้กลับมาเปิดศึกรีแมตช์ภาคสองกันอีกครั้ง พร้อมขึ้นสังเวียนฉะเดือดในวันเสาร์ที่ 25 เมษายน 2569 พรุ่งนี้เดือดแน่!


เมื่อวันศุกร์ที่ 24 เมษายน 2569 ที่ โรงแรมทาวน์อินทาวน์ ห้องทรัพย์มณี กรุงเทพฯ มีพิธีการตรวจร่างกายและชั่งน้ำหนักนักมวยอย่างเป็นทางการ ผลการชั่งน้ำหนักนักมวยทั้ง 16 จอมบู๊ทำน้ำหนักได้ตามพิกัดและผ่านการตรวจร่างกายตามมาตรฐานผ่านฉลุย นักสู้พร้อมบู๊เดือดในศึก "NARIS - HIGHLAND BOXING PROMOTIONS" เป็นการแข่งขันชิงเข็มขัดแชมป์ WBC INTERNATIONAL SILVER และ ABF มีชิงเข็มขัดแชมป์ 2 เส้น 2 สถาบัน จัดโดยโปรโมเตอร์สองคู่เขย มิสเตอร์ บริโก้ แซนติก โปรโมเตอร์ชาวฟิลิปปินส์ และ “ปุ่นอินเตอร์” นายศุภณัฐ จันทร์แรม โปรโมเตอร์ชาวไทย พร้อมด้วย “พ่อพระวงการมวย” นายนริส สิงห์วังชา ประธานสหพันธ์มวยแห่งเอเชีย (ABF) และ นายกสมาคมกีฬาชักกะเย่อแห่งประเทศไทย ร่วมกันจัด ศึก "NARIS - HIGHLAND BOXING PROMOTIONS" โดยมี 2 คู่ชิงเข็มขัดแชมป์และคู่มวยประกอบรายการอีกคับคั่ง นักสู้สายบู๊มาพร้อมกับความมั่นใจเต็มเปี่ยมเพื่อคว้าชัยชนะในศึกครั้งนี้ พร้อมฉะเดือดในวันเสาร์ที่ 25 เมษายน 2569 ที่ เวทีมวย เวิลด์สยาม สเตเดี้ยม เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ ถ่ายทอดสดทางช่อง TRILLER TV ส่งตรงความเดือดสู่สายตาผู้ชมทั่วโลก ตั้งแต่เวลา 11.00 น. เป็นต้นไป และสำหรับแฟนมวยสามารถติดตามรับชมการดวลเดือดได้ที่ทางเพจ HIGHLAND BOXING GYM ตั้งแต่เวลา 11.00 น. เป็นต้นไป
ส่วนผลการชั่งน้ำหนักนักมวยทุกคู่มีดังนี้


คู่ที่ 1. ชกอุ่นเครื่อง รุ่นซูเปอร์มิดเดิลเวท กำหนด 4 ยก พิกัด 168 ปอนด์ ระหว่าง อามีร์ ฮอสเซน ซามิอี นักชกจากอิหร่าน ปะทะ รัฐพล กาดำดวน นักชกไทย
คู่ที่ 2. ชกอุ่นเครื่อง รุ่น ซูเปอร์ไลท์เวท กำหนด 4 ยก พิกัด 140 ปอนด์ ระหว่าง ราชิด ซาลิม นักชกจากฝรั่งเศส ปะทะ ชินาธิป ทวีพูน นักชกไทย
คู่ที่ 3. ชกอุ่นเครื่อง รุ่นซูเปอร์เฟเธอร์เวท กำหนด 4 ยก พิกัด 130 ปอนด์ ระหว่าง ปูรา เอสมาอิลี นักชกจากอิหร่าน ปะทะ กฤษณะ เอกสัจจะวาที นักชกไทย
คู่ที่ 4. ชกอุ่นเครื่อง รุ่นเวลเตอร์เวท กำหนด 4 ยก พิกัด 147 ปอนด์ ระหว่าง บริซ คิซุก ลี นักชกจากสหรัฐอเมริกา ปะทะ รัสปัทม์ จันปันสินมณี นักชกไทย
คู่ที่ 5. ชกอุ่นเครื่อง รุ่นมินิมัมเวท กำหนด 4 ยก พิกัด 105 ปอนด์ ระหว่าง โรเบิร์ต แองเจโลสกี นักชกจากออสเตรเลีย ปะทะ ณัฐพัฒน์ ทองไสก นักชกไทย
คู่ที่ 6. ชกอุ่นเครื่อง รุ่นไลท์เฮฟวี่เวท กำหนด 4 ยก พิกัด 175 ปอนด์ ระหว่าง รูไอริ เอริค โรเบิร์ต นีล นักชกจากสหราชอาณาจักร ปะทะ จีรศักดิ์ กรานสกุล นักชกไทย
คู่ที่ 7. ชกอุ่นเครื่อง รุ่นซูเปอร์ฟลายเวท กำหนด 6 ยก พิกัด 115 ปอนด์ ระหว่าง แม็กดาเลนา แม็กกี้ สเวด นักชกจากโปแลนด์ ปะทะ ทัศวรรณ ห้อยระย้านักชกไทย
คู่ที่ 8. ชกอุ่นเครื่องมวยหญิง รุ่นไลต์เวท กำหนด 6 ยก พิกัด 135 ปอนด์ ระหว่าง จันดินี เมห์รา นักชกจากอินเดีย ปะทะ ศศิธร เลี้ยงประเสริจ นักชกไทย
คู่ที่ 9. ชกอุ่นเครื่อง รุ่นซูเปอร์เวลเตอร์เวท กำหนด 6 ยก พิกัด 154 ปอนด์ ระหว่าง อเลสซานโดร กริปปา นักชกจาก ปะทะ สิทธิชัย บัวสา นักชกไทย
คู่ที่ 10. ชกอุ่นเครื่อง รุ่นซูเปอร์เวลเตอร์เวท กำหนด 6 ยก พิกัด 154 ปอนด์ ระหว่าง ติอาโก้ โอโซริโอ นักชกจากมาซัมบิก ปะทะ สตีวี ออนเกน เฟอรินันดัส นักชกจากอินโดนีเซีย
คู่ที่ 11. ชกอุ่นเครื่อง รุ่นเฮฟวีเวท กำหนด 6 ยก พิกัด 225 ปอนด์ ระหว่าง หวาง วินเซนต์ ตรัน นักชกจากมาเลเซีย ปะทะ บรรพต ขาวเอี่ยม นักชกไทย
คู่ที่ 12. ชกอุ่นเครื่อง รุ่นเวลเตอร์เวท กำหนด 8 ยก พิกัด 147 ปอนด์ ระหว่าง ซีชาน อาลี มูกัล นักชกจากปากีสถาน ปะทะ สมชาย พืชพันธ์ นักชกไทย
คู่ที่ 13. ชกอุ่นเครื่อง รุ่นมิดเดิลเวท กำหนด 8 ยก พิกัด 160 ปอนด์ ระหว่างง อับเดลละห์ คาร์รูม นักชกจากฝรั่งเศส ปะทะ อัจฉริยะ กันต์ยศทรงศิริ นักชกไทย
คู่ที่ 14. ชกอุ่นเครื่อง รุ่นซูเปอร์แบนตัมเวท กำหนด 8 ยก พิกัด 122 ปอนด์ ระหว่าง รูเซ่น เจิ้ง นักชกจากจีน ปะทะ อุดมศักดิ์ ษรีถาน นักชกไทย
คู่ที่ 15. การแข่งขันชิงเข็มขัดแชมป์ ABF รุ่นซูเปอร์ไลท์เวท พิกัด .140 ปอนด์ กำหนด 10 ยก ระหว่าง โจนาธาน เยาว์ หมิง นักชกจากมาเลเซีย ปะทะ กรีระติ ศรีสิทธิเดช นักชกไทย
คู่ที่ 16. คู่ไฮไลท์เป็นการแข่งขันชิงเข็มขัดแชมป์ WBC INTERNATIONAL SILVER รุ่นซูเปอร์เฟเธอร์เวท พิกัด 130 ปอนด์ กำหนด 10 ยก ระหว่าง อิบราฮิม คลาส เอ็มเจนเดอร์ นักชกจากแทนซาเนีย ปะทะ กรีติภัค ดวงนุช นักชกไทย ด้าน "กรีติภัค" ลั่นสู้เต็มที่เก็บชัยแบบไม่ครบยกเพื่อคว้าเข็มขัดแชมป์กลับบ้าน สำหรับการแข่งขันครั้งนั้นทั้งคู่เจอกันเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 โดยการชกในครั้งนั้นผลปรากฏว่าตลอดทั้ง 10 ยก ต่างเปิดเกมส์รุกเข้าใส่กันแบบดุเดือด แต่สุดท้ายผลออกมาเสมอกันด้วยคะแนน 95-95, 95-95 และ 97-95 และครั้งนี้กลับมาเปิดศึกรีแมตช์ภาคสองกันอีกครั้ง
แฟนกำปั้นห้ามพลาด ศึก "NARIS - HIGHLAND BOXING PROMOTIONS" ศึกนี้การันตีความยิ่งใหญ่โดย "บริโก้ แซนติก" โปรโมเตอร์ชาวฟิลิปปินส์ นำทัพนักชกสายบู๊จากทั่วโลกมาแลกหมัดเดือดกันถึง 16 คู่ โดยมีเข็มขัดแชมป์เป็นเดิมพันถึง 2 เส้น พร้อมนักมวยไทยร่วมโชว์ผลงาน 16 คน ซึ่งคู่ชิงแชมป์ต่างก็ลุ้นคว้าเข็มขัดแชมป์กลับบ้าน พร้อมแลกเดือดในวันเสาร์ที่ 25 เมษายน 2569 ที่ เวทีมวย เวิลด์สยาม สเตเดี้ยม เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ ถ่ายทอดสดทางช่อง TRILLER TV ส่งตรงความเดือดสู่สายตาผู้ชมทั่วโลก ตั้งแต่เวลา 11.00 น. เป็นต้นไป และสำหรับแฟนมวยสามารถติดตามรับชมการดวลเดือดได้ที่ทางเพจ HIGHLAND BOXING GYM ตั้งแต่เวลา 11.00 น. เป็นต้นไป
17
Sport News & Motor Sport / เปิดศึกรีแมตช์ภาคสอง "กรีติภัค" พร้อมฉะเดือด "อิบราฮิม" จะได้หายคาใจ!
« Last post by happy on April 24, 2026, 09:38:34 PM »เปิดศึกรีแมตช์ภาคสอง "กรีติภัค" พร้อมฉะเดือด "อิบราฮิม" จะได้หายคาใจ!

แฟนๆ กำปั้นมาลุ้นความมันส์ระดับโลกในศึก "NARIS - HIGHLAND BOXING PROMOTIONS" กลับมาร้อนระอุกันอีกครั้งกับความยิ่งใหญ่ของคู่มวยเดือดกลับมาเปิดศึกรีแมตช์ภาคสองกันอีกครั้ง โดยคู่ไฮไลท์สำคัญเป็นการแข่งขันชิงเข็มขัดแชมป์ WBC INTERNATIONAL SILVER รุ่นซูเปอร์เฟเธอร์เวท พิกัด 130 ปอนด์ กำหนด 10 ยก ระหว่าง อิบราฮิม คลาส เอ็มเจนเดอร์ นักชกจากแทนซาเนีย ปะทะ กรีติภัก ดวงนุช นักชกไทย ด้าน "กรีติภัค" ลั่นจะสู้เต็มที่เก็บชัยแบบไม่ครบยกเพื่อคว้าแชมป์กลับบ้าน สำหรับการแข่งขันครั้งนั้นทั้งคู่เคยฉะเดือดกันเมื่อวันเสาร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 โดยการชกในครั้งนั้นผลปรากฏว่าตลอดทั้ง 10 ยก ต่างเปิดเกมส์รุกเข้าใส่กันแบบดุเดือด แต่สุดท้ายผลออกมาเสมอกันด้วยคะแนน 95-95, 95-95 และ 97-95 และครั้งนี้กลับมาเปิดศึกรีแมตช์ภาคสองกันอีกครั้ง พร้อมขึ้นสังเวียนฉะเดือดในวันเสาร์ที่ 25 เมษายน 2569 พรุ่งนี้เดือดแน่!

เมื่อวันศุกร์ที่ 24 เมษายน 2569 ที่ โรงแรมทาวน์อินทาวน์ ห้องทรัพย์มณี กรุงเทพฯ มีพิธีการตรวจร่างกายและชั่งน้ำหนักนักมวยอย่างเป็นทางการ ผลการชั่งน้ำหนักนักมวยทั้ง 16 จอมบู๊ทำน้ำหนักได้ตามพิกัดและผ่านการตรวจร่างกายตามมาตรฐานผ่านฉลุย นักสู้พร้อมบู๊เดือดในศึก "NARIS - HIGHLAND BOXING PROMOTIONS" เป็นการแข่งขันชิงเข็มขัดแชมป์ WBC INTERNATIONAL SILVER และ ABF มีชิงเข็มขัดแชมป์ 2 เส้น 2 สถาบัน จัดโดยโปรโมเตอร์สองคู่เขย มิสเตอร์ บริโก้ แซนติก โปรโมเตอร์ชาวฟิลิปปินส์ และ “ปุ่นอินเตอร์” นายศุภณัฐ จันทร์แรม โปรโมเตอร์ชาวไทย พร้อมด้วย “พ่อพระวงการมวย” นายนริส สิงห์วังชา ประธานสหพันธ์มวยแห่งเอเชีย (ABF) และ นายกสมาคมกีฬาชักกะเย่อแห่งประเทศไทย ร่วมกันจัด ศึก "NARIS - HIGHLAND BOXING PROMOTIONS" โดยมี 2 คู่ชิงเข็มขัดแชมป์และคู่มวยประกอบรายการอีกคับคั่ง นักสู้สายบู๊มาพร้อมกับความมั่นใจเต็มเปี่ยมเพื่อคว้าชัยชนะในศึกครั้งนี้ พร้อมฉะเดือดในวันเสาร์ที่ 25 เมษายน 2569 ที่ เวทีมวย เวิลด์สยาม สเตเดี้ยม เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ ถ่ายทอดสดทางช่อง TRILLER TV ส่งตรงความเดือดสู่สายตาผู้ชมทั่วโลก ตั้งแต่เวลา 11.00 น. เป็นต้นไป และสำหรับแฟนมวยสามารถติดตามรับชมการดวลเดือดได้ที่ทางเพจ HIGHLAND BOXING GYM ตั้งแต่เวลา 11.00 น. เป็นต้นไป
ส่วนผลการชั่งน้ำหนักนักมวยทุกคู่มีดังนี้
คู่ที่ 1. ชกอุ่นเครื่อง รุ่นซูเปอร์มิดเดิลเวท กำหนด 4 ยก พิกัด 168 ปอนด์ ระหว่าง อามีร์ ฮอสเซน ซามิอี นักชกจากอิหร่าน ปะทะ รัฐพล กาดำดวน นักชกไทย
คู่ที่ 2. ชกอุ่นเครื่อง รุ่น ซูเปอร์ไลท์เวท กำหนด 4 ยก พิกัด 140 ปอนด์ ระหว่าง ราชิด ซาลิม นักชกจากฝรั่งเศส ปะทะ ชินาธิป ทวีพูน นักชกไทย
คู่ที่ 3. ชกอุ่นเครื่อง รุ่นซูเปอร์เฟเธอร์เวท กำหนด 4 ยก พิกัด 130 ปอนด์ ระหว่าง ปูรา เอสมาอิลี นักชกจากอิหร่าน ปะทะ กฤษณะ เอกสัจจะวาที นักชกไทย
คู่ที่ 4. ชกอุ่นเครื่อง รุ่นเวลเตอร์เวท กำหนด 4 ยก พิกัด 147 ปอนด์ ระหว่าง บริซ คิซุก ลี นักชกจากสหรัฐอเมริกา ปะทะ รัสปัทม์ จันปันสินมณี นักชกไทย
คู่ที่ 5. ชกอุ่นเครื่อง รุ่นมินิมัมเวท กำหนด 4 ยก พิกัด 105 ปอนด์ ระหว่าง โรเบิร์ต แองเจโลสกี นักชกจากออสเตรเลีย ปะทะ ณัฐพัฒน์ ทองไสก นักชกไทย
คู่ที่ 6. ชกอุ่นเครื่อง รุ่นไลท์เฮฟวี่เวท กำหนด 4 ยก พิกัด 175 ปอนด์ ระหว่าง รูไอริ เอริค โรเบิร์ต นีล นักชกจากสหราชอาณาจักร ปะทะ จีรศักดิ์ กรานสกุล นักชกไทย
คู่ที่ 7. ชกอุ่นเครื่อง รุ่นซูเปอร์ฟลายเวท กำหนด 6 ยก พิกัด 115 ปอนด์ ระหว่าง แม็กดาเลนา แม็กกี้ สเวด นักชกจากโปแลนด์ ปะทะ ทัศวรรณ ห้อยระย้านักชกไทย
คู่ที่ 8. ชกอุ่นเครื่องมวยหญิง รุ่นไลต์เวท กำหนด 6 ยก พิกัด 135 ปอนด์ ระหว่าง จันดินี เมห์รา นักชกจากอินเดีย ปะทะ ศศิธร เลี้ยงประเสริจ นักชกไทย
คู่ที่ 9. ชกอุ่นเครื่อง รุ่นซูเปอร์เวลเตอร์เวท กำหนด 6 ยก พิกัด 154 ปอนด์ ระหว่าง อเลสซานโดร กริปปา นักชกจาก ปะทะ สิทธิชัย บัวสา นักชกไทย
คู่ที่ 10. ชกอุ่นเครื่อง รุ่นซูเปอร์เวลเตอร์เวท กำหนด 6 ยก พิกัด 154 ปอนด์ ระหว่าง ติอาโก้ โอโซริโอ นักชกจากมาซัมบิก ปะทะ สตีวี ออนเกน เฟอรินันดัส นักชกจากอินโดนีเซีย
คู่ที่ 11. ชกอุ่นเครื่อง รุ่นเฮฟวีเวท กำหนด 6 ยก พิกัด 225 ปอนด์ ระหว่าง หวาง วินเซนต์ ตรัน นักชกจากมาเลเซีย ปะทะ บรรพต ขาวเอี่ยม นักชกไทย
คู่ที่ 12. ชกอุ่นเครื่อง รุ่นเวลเตอร์เวท กำหนด 8 ยก พิกัด 147 ปอนด์ ระหว่าง ซีชาน อาลี มูกัล นักชกจากปากีสถาน ปะทะ สมชาย พืชพันธ์ นักชกไทย
คู่ที่ 13. ชกอุ่นเครื่อง รุ่นมิดเดิลเวท กำหนด 8 ยก พิกัด 160 ปอนด์ ระหว่างง อับเดลละห์ คาร์รูม นักชกจากฝรั่งเศส ปะทะ อัจฉริยะ กันต์ยศทรงศิริ นักชกไทย
คู่ที่ 14. ชกอุ่นเครื่อง รุ่นซูเปอร์แบนตัมเวท กำหนด 8 ยก พิกัด 122 ปอนด์ ระหว่าง รูเซ่น เจิ้ง นักชกจากจีน ปะทะ อุดมศักดิ์ ษรีถาน นักชกไทย
คู่ที่ 15. การแข่งขันชิงเข็มขัดแชมป์ ABF รุ่นซูเปอร์ไลท์เวท พิกัด .140 ปอนด์ กำหนด 10 ยก ระหว่าง โจนาธาน เยาว์ หมิง นักชกจากมาเลเซีย ปะทะ กรีระติ ศรีสิทธิเดช นักชกไทย
คู่ที่ 16. คู่ไฮไลท์เป็นการแข่งขันชิงเข็มขัดแชมป์ WBC INTERNATIONAL SILVER รุ่นซูเปอร์เฟเธอร์เวท พิกัด 130 ปอนด์ กำหนด 10 ยก ระหว่าง อิบราฮิม คลาส เอ็มเจนเดอร์ นักชกจากแทนซาเนีย ปะทะ กรีติภัค ดวงนุช นักชกไทย ด้าน "กรีติภัค" ลั่นสู้เต็มที่เก็บชัยแบบไม่ครบยกเพื่อคว้าเข็มขัดแชมป์กลับบ้าน สำหรับการแข่งขันครั้งนั้นทั้งคู่เจอกันเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 โดยการชกในครั้งนั้นผลปรากฏว่าตลอดทั้ง 10 ยก ต่างเปิดเกมส์รุกเข้าใส่กันแบบดุเดือด แต่สุดท้ายผลออกมาเสมอกันด้วยคะแนน 95-95, 95-95 และ 97-95 และครั้งนี้กลับมาเปิดศึกรีแมตช์ภาคสองกันอีกครั้ง
แฟนกำปั้นห้ามพลาด ศึก "NARIS - HIGHLAND BOXING PROMOTIONS" ศึกนี้การันตีความยิ่งใหญ่โดย "บริโก้ แซนติก" โปรโมเตอร์ชาวฟิลิปปินส์ นำทัพนักชกสายบู๊จากทั่วโลกมาแลกหมัดเดือดกันถึง 16 คู่ โดยมีเข็มขัดแชมป์เป็นเดิมพันถึง 2 เส้น พร้อมนักมวยไทยร่วมโชว์ผลงาน 16 คน ซึ่งคู่ชิงแชมป์ต่างก็ลุ้นคว้าเข็มขัดแชมป์กลับบ้าน พร้อมแลกเดือดในวันเสาร์ที่ 25 เมษายน 2569 ที่ เวทีมวย เวิลด์สยาม สเตเดี้ยม เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ ถ่ายทอดสดทางช่อง TRILLER TV ส่งตรงความเดือดสู่สายตาผู้ชมทั่วโลก ตั้งแต่เวลา 11.00 น. เป็นต้นไป และสำหรับแฟนมวยสามารถติดตามรับชมการดวลเดือดได้ที่ทางเพจ HIGHLAND BOXING GYM ตั้งแต่เวลา 11.00 น. เป็นต้นไป
18
Sport News & Motor Sport / เปิดศึกรีแมตช์ภาคสอง "กรีติภัค" พร้อมฉะเดือด "อิบราฮิม" จะได้หายคาใจ!
« Last post by happy on April 24, 2026, 09:33:52 PM »เปิดศึกรีแมตช์ภาคสอง "กรีติภัค" พร้อมฉะเดือด "อิบราฮิม" จะได้หายคาใจ!

แฟนๆ กำปั้นมาลุ้นความมันส์ระดับโลกในศึก "NARIS - HIGHLAND BOXING PROMOTIONS" กลับมาร้อนระอุกันอีกครั้งกับความยิ่งใหญ่ของคู่มวยเดือดกลับมาเปิดศึกรีแมตช์ภาคสองกันอีกครั้ง โดยคู่ไฮไลท์สำคัญเป็นการแข่งขันชิงเข็มขัดแชมป์ WBC INTERNATIONAL SILVER รุ่นซูเปอร์เฟเธอร์เวท พิกัด 130 ปอนด์ กำหนด 10 ยก ระหว่าง อิบราฮิม คลาส เอ็มเจนเดอร์ นักชกจากแทนซาเนีย ปะทะ กรีติภัก ดวงนุช นักชกไทย ด้าน "กรีติภัค" ลั่นจะสู้เต็มที่เก็บชัยแบบไม่ครบยกเพื่อคว้าแชมป์กลับบ้าน สำหรับการแข่งขันครั้งนั้นทั้งคู่เคยฉะเดือดกันเมื่อวันเสาร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 โดยการชกในครั้งนั้นผลปรากฏว่าตลอดทั้ง 10 ยก ต่างเปิดเกมส์รุกเข้าใส่กันแบบดุเดือด แต่สุดท้ายผลออกมาเสมอกันด้วยคะแนน 95-95, 95-95 และ 97-95 และครั้งนี้กลับมาเปิดศึกรีแมตช์ภาคสองกันอีกครั้ง พร้อมขึ้นสังเวียนฉะเดือดในวันเสาร์ที่ 25 เมษายน 2569 พรุ่งนี้เดือดแน่!


เมื่อวันศุกร์ที่ 24 เมษายน 2569 ที่ โรงแรมทาวน์อินทาวน์ ห้องทรัพย์มณี กรุงเทพฯ มีพิธีการตรวจร่างกายและชั่งน้ำหนักนักมวยอย่างเป็นทางการ ผลการชั่งน้ำหนักนักมวยทั้ง 16 จอมบู๊ทำน้ำหนักได้ตามพิกัดและผ่านการตรวจร่างกายตามมาตรฐานผ่านฉลุย นักสู้พร้อมบู๊เดือดในศึก "NARIS - HIGHLAND BOXING PROMOTIONS" เป็นการแข่งขันชิงเข็มขัดแชมป์ WBC INTERNATIONAL SILVER และ ABF มีชิงเข็มขัดแชมป์ 2 เส้น 2 สถาบัน จัดโดยโปรโมเตอร์สองคู่เขย มิสเตอร์ บริโก้ แซนติก โปรโมเตอร์ชาวฟิลิปปินส์ และ “ปุ่นอินเตอร์” นายศุภณัฐ จันทร์แรม โปรโมเตอร์ชาวไทย พร้อมด้วย “พ่อพระวงการมวย” นายนริส สิงห์วังชา ประธานสหพันธ์มวยแห่งเอเชีย (ABF) และ นายกสมาคมกีฬาชักกะเย่อแห่งประเทศไทย ร่วมกันจัด ศึก "NARIS - HIGHLAND BOXING PROMOTIONS" โดยมี 2 คู่ชิงเข็มขัดแชมป์และคู่มวยประกอบรายการอีกคับคั่ง นักสู้สายบู๊มาพร้อมกับความมั่นใจเต็มเปี่ยมเพื่อคว้าชัยชนะในศึกครั้งนี้ พร้อมฉะเดือดในวันเสาร์ที่ 25 เมษายน 2569 ที่ เวทีมวย เวิลด์สยาม สเตเดี้ยม เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ ถ่ายทอดสดทางช่อง TRILLER TV ส่งตรงความเดือดสู่สายตาผู้ชมทั่วโลก ตั้งแต่เวลา 11.00 น. เป็นต้นไป และสำหรับแฟนมวยสามารถติดตามรับชมการดวลเดือดได้ที่ทางเพจ HIGHLAND BOXING GYM ตั้งแต่เวลา 11.00 น. เป็นต้นไป
ส่วนผลการชั่งน้ำหนักนักมวยทุกคู่มีดังนี้


คู่ที่ 1. ชกอุ่นเครื่อง รุ่นซูเปอร์มิดเดิลเวท กำหนด 4 ยก พิกัด 168 ปอนด์ ระหว่าง อามีร์ ฮอสเซน ซามิอี นักชกจากอิหร่าน ปะทะ รัฐพล กาดำดวน นักชกไทย
คู่ที่ 2. ชกอุ่นเครื่อง รุ่น ซูเปอร์ไลท์เวท กำหนด 4 ยก พิกัด 140 ปอนด์ ระหว่าง ราชิด ซาลิม นักชกจากฝรั่งเศส ปะทะ ชินาธิป ทวีพูน นักชกไทย
คู่ที่ 3. ชกอุ่นเครื่อง รุ่นซูเปอร์เฟเธอร์เวท กำหนด 4 ยก พิกัด 130 ปอนด์ ระหว่าง ปูรา เอสมาอิลี นักชกจากอิหร่าน ปะทะ กฤษณะ เอกสัจจะวาที นักชกไทย
คู่ที่ 4. ชกอุ่นเครื่อง รุ่นเวลเตอร์เวท กำหนด 4 ยก พิกัด 147 ปอนด์ ระหว่าง บริซ คิซุก ลี นักชกจากสหรัฐอเมริกา ปะทะ รัสปัทม์ จันปันสินมณี นักชกไทย
คู่ที่ 5. ชกอุ่นเครื่อง รุ่นมินิมัมเวท กำหนด 4 ยก พิกัด 105 ปอนด์ ระหว่าง โรเบิร์ต แองเจโลสกี นักชกจากออสเตรเลีย ปะทะ ณัฐพัฒน์ ทองไสก นักชกไทย
คู่ที่ 6. ชกอุ่นเครื่อง รุ่นไลท์เฮฟวี่เวท กำหนด 4 ยก พิกัด 175 ปอนด์ ระหว่าง รูไอริ เอริค โรเบิร์ต นีล นักชกจากสหราชอาณาจักร ปะทะ จีรศักดิ์ กรานสกุล นักชกไทย
คู่ที่ 7. ชกอุ่นเครื่อง รุ่นซูเปอร์ฟลายเวท กำหนด 6 ยก พิกัด 115 ปอนด์ ระหว่าง แม็กดาเลนา แม็กกี้ สเวด นักชกจากโปแลนด์ ปะทะ ทัศวรรณ ห้อยระย้านักชกไทย
คู่ที่ 8. ชกอุ่นเครื่องมวยหญิง รุ่นไลต์เวท กำหนด 6 ยก พิกัด 135 ปอนด์ ระหว่าง จันดินี เมห์รา นักชกจากอินเดีย ปะทะ ศศิธร เลี้ยงประเสริจ นักชกไทย
คู่ที่ 9. ชกอุ่นเครื่อง รุ่นซูเปอร์เวลเตอร์เวท กำหนด 6 ยก พิกัด 154 ปอนด์ ระหว่าง อเลสซานโดร กริปปา นักชกจาก ปะทะ สิทธิชัย บัวสา นักชกไทย
คู่ที่ 10. ชกอุ่นเครื่อง รุ่นซูเปอร์เวลเตอร์เวท กำหนด 6 ยก พิกัด 154 ปอนด์ ระหว่าง ติอาโก้ โอโซริโอ นักชกจากมาซัมบิก ปะทะ สตีวี ออนเกน เฟอรินันดัส นักชกจากอินโดนีเซีย
คู่ที่ 11. ชกอุ่นเครื่อง รุ่นเฮฟวีเวท กำหนด 6 ยก พิกัด 225 ปอนด์ ระหว่าง หวาง วินเซนต์ ตรัน นักชกจากมาเลเซีย ปะทะ บรรพต ขาวเอี่ยม นักชกไทย
คู่ที่ 12. ชกอุ่นเครื่อง รุ่นเวลเตอร์เวท กำหนด 8 ยก พิกัด 147 ปอนด์ ระหว่าง ซีชาน อาลี มูกัล นักชกจากปากีสถาน ปะทะ สมชาย พืชพันธ์ นักชกไทย
คู่ที่ 13. ชกอุ่นเครื่อง รุ่นมิดเดิลเวท กำหนด 8 ยก พิกัด 160 ปอนด์ ระหว่างง อับเดลละห์ คาร์รูม นักชกจากฝรั่งเศส ปะทะ อัจฉริยะ กันต์ยศทรงศิริ นักชกไทย
คู่ที่ 14. ชกอุ่นเครื่อง รุ่นซูเปอร์แบนตัมเวท กำหนด 8 ยก พิกัด 122 ปอนด์ ระหว่าง รูเซ่น เจิ้ง นักชกจากจีน ปะทะ อุดมศักดิ์ ษรีถาน นักชกไทย
คู่ที่ 15. การแข่งขันชิงเข็มขัดแชมป์ ABF รุ่นซูเปอร์ไลท์เวท พิกัด .140 ปอนด์ กำหนด 10 ยก ระหว่าง โจนาธาน เยาว์ หมิง นักชกจากมาเลเซีย ปะทะ กรีระติ ศรีสิทธิเดช นักชกไทย
คู่ที่ 16. คู่ไฮไลท์เป็นการแข่งขันชิงเข็มขัดแชมป์ WBC INTERNATIONAL SILVER รุ่นซูเปอร์เฟเธอร์เวท พิกัด 130 ปอนด์ กำหนด 10 ยก ระหว่าง อิบราฮิม คลาส เอ็มเจนเดอร์ นักชกจากแทนซาเนีย ปะทะ กรีติภัค ดวงนุช นักชกไทย ด้าน "กรีติภัค" ลั่นสู้เต็มที่เก็บชัยแบบไม่ครบยกเพื่อคว้าเข็มขัดแชมป์กลับบ้าน สำหรับการแข่งขันครั้งนั้นทั้งคู่เจอกันเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 โดยการชกในครั้งนั้นผลปรากฏว่าตลอดทั้ง 10 ยก ต่างเปิดเกมส์รุกเข้าใส่กันแบบดุเดือด แต่สุดท้ายผลออกมาเสมอกันด้วยคะแนน 95-95, 95-95 และ 97-95 และครั้งนี้กลับมาเปิดศึกรีแมตช์ภาคสองกันอีกครั้ง
แฟนกำปั้นห้ามพลาด ศึก "NARIS - HIGHLAND BOXING PROMOTIONS" ศึกนี้การันตีความยิ่งใหญ่โดย "บริโก้ แซนติก" โปรโมเตอร์ชาวฟิลิปปินส์ นำทัพนักชกสายบู๊จากทั่วโลกมาแลกหมัดเดือดกันถึง 16 คู่ โดยมีเข็มขัดแชมป์เป็นเดิมพันถึง 2 เส้น พร้อมนักมวยไทยร่วมโชว์ผลงาน 16 คน ซึ่งคู่ชิงแชมป์ต่างก็ลุ้นคว้าเข็มขัดแชมป์กลับบ้าน พร้อมแลกเดือดในวันเสาร์ที่ 25 เมษายน 2569 ที่ เวทีมวย เวิลด์สยาม สเตเดี้ยม เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ ถ่ายทอดสดทางช่อง TRILLER TV ส่งตรงความเดือดสู่สายตาผู้ชมทั่วโลก ตั้งแต่เวลา 11.00 น. เป็นต้นไป และสำหรับแฟนมวยสามารถติดตามรับชมการดวลเดือดได้ที่ทางเพจ HIGHLAND BOXING GYM ตั้งแต่เวลา 11.00 น. เป็นต้นไป
19
news & activity / Mantra.Ad x SPU: ปฏิวัติวงการ Creative Tech เมื่อ "จินตนาการ"ใช้งานง่ายและสมจริง
« Last post by happy on April 24, 2026, 06:01:20 PM »Mantra.Ad x SPU: ปฏิวัติวงการ Creative Tech เมื่อ "จินตนาการ" ใช้งานง่ายและสมจริงที่สุดด้วย Easy Mediaในโลกของการสร้างสรรค์คอนเทนต์ "ความสมจริง" คือเส้นแบ่งระหว่างงานทั่วไปกับงานระดับมาสเตอร์พีซ


นายอธิราช ชูเรือง CEO Mantra กล่าวว่า “ วันนี้ Mantra.Ad แพลตฟอร์ม AI ชั้นนำ พร้อมแล้วที่จะทลายทุกขีดจำกัดเดิมๆ ผ่านความร่วมมือครั้งสำคัญกับ มหาวิทยาลัยศรีปทุม (SPU) เพื่อมอบเครื่องมือที่ทรงพลังที่สุดให้แก่นักศึกษาและคนทำงานสาย Production ทั่วประเทศ เหนือกว่าด้วยความสมจริง: ปลดล็อกศักยภาพด้านสรีระมนุษย์ 18+ Mantra.Ad ภาคภูมิใจที่เป็นแพลตฟอร์มเพียงหนึ่งเดียวในประเทศไทย ที่มาพร้อมความสามารถในการสร้างสรรค์ AI ในเวอร์ชันที่เปิดกว้างและสมจริงสูงสุด โดยเฉพาะการถ่ายทอดรายละเอียดของสรีระและร่างกายมนุษย์อย่างลึกซึ้ง

• ความสมจริงในทุกมิติ: เทคโนโลยีของเราช่วยให้การสร้างภาพร่างกายมนุษย์มีความซับซ้อนและแม่นยำ ไม่ว่าจะเป็นการนำไปประยุกต์ใช้ในเทคนิคทางการแพทย์เพื่อจำลองอวัยวะภายใน หรือการศึกษากายวิภาคที่ต้องการความละเอียดสูง
• ปลดปล่อยภาพในหัวให้เป็นจริง: สำหรับศิลปินและคนทำ Production ความสามารถนี้หมายถึงการดึงเอา "ภาพในจินตนาการ" ออกมาได้ตรงตามความต้องการมากที่สุด โดยไม่มีข้อจำกัดด้าน AI Filter ที่มักจะบิดเบือนสัดส่วนร่างกาย ทำให้ Mantra.Ad เป็นเครื่องมือที่ทำภาพได้เสมือนจริงที่สุดในขณะนี้

อัปเกรดเครื่องมือใหม่: พลิกโฉมงาน Media ให้เป็นเรื่อง Easy ภายใต้สโลแกน "Easy Media" เราอัปเวอร์ชันใหม่เพื่อให้การทำงานระดับ High-end กลายเป็นเรื่องง่ายสำหรับทุกคน:
• seeDream 5.0 (Static Image Generation): ก้าวกระโดดของการสร้างภาพนิ่ง ให้รายละเอียดแสง เงา และผิวสัมผัส (Texture) ของมนุษย์ที่สมบูรณ์แบบ เหมาะสำหรับภาพนิ่งโฆษณา คอนเซปต์อาร์ต หรือภาพประกอบเชิงเทคนิค ช่วยให้การทำ Storyboard หรือ Mood Board เสร็จได้ในไม่กี่วินาที
• seeDance 2.0 (Video Generation): เนรมิตภาพเคลื่อนไหวที่ลื่นไหล ทรงพลัง เหมาะสำหรับคลิปโฆษณา หนังสั้น หรือ Content ที่ต้องการความตื่นตาตื่นใจในระดับมืออาชีพ
จากห้องเรียนสู่มาตรฐานระดับโลก

การร่วมมือกับ มหาวิทยาลัยศรีปทุม ไม่ใช่เพียงแค่การใช้ซอฟต์แวร์ แต่คือการสร้างนิเวศแห่งการเรียนรู้ให้นักศึกษาได้ฝึกฝนกับเครื่องมือที่อุตสาหกรรมภาพยนตร์และโฆษณาต้องการจริง ช่วยลดช่องว่างระหว่าง "ไอเดีย" กับ "ผลงานจริง" ด้วย AI ที่เข้าใจธรรมชาติของมนุษย์มากที่สุด

นายอธิราช ชูเรือง ปิดท้ายว่า “เหตุผลต้องใช้แพลตฟอร์ม AI ของ Mantra.Ad
1.The Only One in Thailand: หนึ่งเดียวที่ให้ความละเอียดด้านสรีระมนุษย์ 18+ อย่างสมจริงและไร้ข้อจำกัด
2.Precision & Realism: ตอบโจทย์ทั้งงาน Creative และงานเทคนิคเฉพาะทาง เช่น การแพทย์
3.Speed & Simplicity: ทำงาน Production ใหญ่ๆ ให้เสร็จได้ง่ายและเร็วขึ้นหลายเท่าตัว
4.High Quality, Low Effort: เครื่องมือระดับ High-end ที่ใช้งานง่ายจนใครๆ ก็สร้างผลงานระดับมือโปรได้
5.Speed to Market: ช่วยให้คุณผลิต Content จำนวนมากในเวลาที่สั้นลง เพิ่มโอกาสในการแข่งขัน
6.Creative Freedom: ปลดล็อกไอเดียที่เคยทำไม่ได้เพราะข้อจำกัดด้านงบประมาณหรืออุปกรณ์ ให้ AI ของเราจัดการแทน”

อย่างไรก็ตาม สัมผัสประสบการณ์ "Easy Media" ที่ดึงทุกจินตนาการออกมาได้สมจริงกว่าใคร เริ่มต้นใช้งาน Mantra.Ad เวอร์ชันใหม่ได้แล้ววันนี้ ก่อนใครในภูมิภาคนี้ #Mantra.Ad #EasyMedia #seeDream5 #seeDance2 #SPU #AIProduction #AnatomyAI #ความสมจริงระดับสูงสุด
20
news & activity / ไดกิ้น ร่วมขับเคลื่อนงาน "เมืองต้นแบบเพื่ออากาศสะอาด" ชูโซลูชันอากาศสะอาดครบวงจร
« Last post by fh400 on April 24, 2026, 02:19:08 PM »ไดกิ้น ร่วมขับเคลื่อนงาน "เมืองต้นแบบเพื่ออากาศสะอาด" โดย สยามพิวรรธน์ ผนึกกำลัง กรุงเทพมหานคร
ชูโซลูชันอากาศสะอาดครบวงจร ขับเคลื่อนกรุงเทพฯ สู่เมืองต้นแบบเพื่อคุณภาพชีวิตคนเมือง
ชูโซลูชันอากาศสะอาดครบวงจร ขับเคลื่อนกรุงเทพฯ สู่เมืองต้นแบบเพื่อคุณภาพชีวิตคนเมือง

บริษัท สยามไดกิ้นเซลส์ จำกัด ผู้นำด้านระบบปรับอากาศและโซลูชันอากาศสะอาดระดับโลก ตอกย้ำบทบาทภาคเอกชนในการร่วมแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศของประเทศไทย ด้วยการนำเสนอเทคโนโลยีการจัดการคุณภาพอากาศภายในอาคาร (Indoor Air Quality) แบบครบวงจร เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการยกระดับคุณภาพชีวิตคนเมืองอย่างเป็นรูปธรรม ใน งาน "เมืองต้นแบบเพื่ออากาศสะอาด" เนื่องในวัน Earth Day 2026 จัดโดยความร่วมมือระหว่างกลุ่มบริษัทสยามพิวรรธน์ และกรุงเทพมหานคร ณ NEXTOPIA ชั้น 5 ศูนย์การค้าสยามพารากอน
ในฐานะผู้ผลิตเครื่องปรับอากาศชั้นนำระดับโลก ไดกิ้นได้ก้าวข้ามบทบาทเดิมจาก 'ผู้ผลิตเครื่องปรับอากาศ' สู่การเป็น "Air Solution Provider" ที่ให้บริการโซลูชันอากาศอย่างครบวงจร ภายใต้แนวคิด "Perfecting the Air" ที่มุ่งเน้นการดูแลคุณภาพอากาศ ครอบคลุมทั้งการสร้างความเย็นสบาย การฟอกอากาศ รวมไปถึงการระบายอากาศเพื่อลดคาร์บอนไดออกไซด์ในอาคาร ที่ต่างเป็นส่วนสำคัญในการเดินหน้าสู่เป้าหมาย Environmental Vision 2050 มุ่งปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2050

นายนภนต์ ธนุภาพรังสรรค์ ผู้จัดการฝ่ายผลิตภัณฑ์ บริษัท สยามไดกิ้นเซลส์ จำกัด กล่าวว่า "ปัญหาฝุ่น PM 2.5 ไม่ใช่เพียงวิกฤตสิ่งแวดล้อม แต่ไดกิ้นมองเป็นวิกฤตสุขภาพของคนไทยทุกคน เราเชื่อมั่นว่าการแก้ไขปัญหาในระดับเมืองจะเกิดขึ้นได้จริง เมื่อภาครัฐ เอกชน และภาคประชาชน ร่วมกันลงมือทำอย่างเป็นระบบ บทบาทของไดกิ้นในวันนี้จึงไม่ได้หยุดเพียงการส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ แต่เรากำลังมุ่งนำองค์ความรู้และนวัตกรรมจากประสบการณ์ที่สั่งสมมากว่า 100 ปี เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศเมืองอากาศสะอาด เพื่อให้คนไทยทุกคนได้เข้าถึงสิทธิในการหายใจอย่างปลอดภัย"
สำหรับการร่วมงานในครั้งนี้ ไดกิ้นได้นำเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์การจัดการคุณภาพอากาศภายในอาคารมาร่วมจัดแสดง ประกอบด้วย ระบบปรับอากาศเชิงพาณิชย์ VRV เทคโนโลยีต้นแบบของไดกิ้นที่ช่วยควบคุมอุณหภูมิแบบแยกโซนและประหยัดพลังงาน ระบบระบายอากาศแลกเปลี่ยนความร้อน (Heat Reclaim Ventilator) ที่นำอากาศบริสุทธิ์จากภายนอกเข้าสู่อาคารโดยไม่สูญเสียพลังงาน เครื่องฟอกอากาศ ที่ผสานเทคโนโลยี Streamer เอกสิทธิ์เฉพาะของไดกิ้นในการสลายเชื้อโรค ควบคู่กับ Electrostatic HEPA Filter ที่ดักจับฝุ่นละเอียดได้ต่ำกว่า 2.5 ไมครอน และ ระบบบริหารจัดการ HVAC อัจฉริยะ MARUTTO

ไดกิ้น ยังได้ร่วมเวทีเสวนาในหัวข้อ "ความร่วมมือและพลังของภาคเอกชน ในการร่วมกันดูแลอากาศสะอาด เพื่อยกระดับคุณภาพอากาศ" ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายภาคส่วน โดยได้แลกเปลี่ยนมุมมองถึงบทบาทของเทคโนโลยีในการยกระดับคุณภาพชีวิต ควบคู่กับการใส่ใจสิ่งแวดล้อม รวมถึงแนวทางการสร้าง "ห้องปลอดฝุ่น" ในพื้นที่สาธารณะ เช่น สนามบิน ศูนย์เด็กเล็ก รวมไปถึงพื้นที่ของ NEXTOPIA เมืองต้นแบบแห่งอนาคต ที่ไดกิ้นได้ออกแบบและนำเสนอ Air Innovation Solutions เพื่อยกระดับคุณภาพอากาศทั้งระบบให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตสมัยใหม่
"ไดกิ้นพร้อมให้ความร่วมมือกับทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐและพันธมิตร ในการนำเทคโนโลยีระบบกรองอากาศระดับสูงมาประยุกต์ใช้ เพื่อยกระดับพื้นที่ให้เป็น 'เมืองต้นแบบขนาดย่อม' ที่สามารถเห็นผลได้จริง ไม่เพียงในพื้นที่สาธารณะหรืออาคารขนาดใหญ่ แต่ยังครอบคลุมไปถึงพื้นที่ส่วนตัวอย่าง 'บ้าน' ของทุกคน เพราะเราเชื่อว่าโซลูชันที่ดีต้องตอบโจทย์การใช้งานจริง เข้าถึงได้ และสามารถทำงานสอดคล้องกับนโยบายของเมือง เพื่อให้การยกระดับคุณภาพอากาศเกิดขึ้นได้อย่างยั่งยืน" นายนภนต์ กล่าวเสริม

การร่วมงาน Earth Day 2026 ในครั้งนี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของไดกิ้นในการเป็นพันธมิตรระยะยาวของสังคมไทย เพื่อขับเคลื่อนกรุงเทพมหานครสู่เมืองต้นแบบด้านอากาศสะอาด โดยอาศัยพลังความร่วมมือของทุกภาคส่วน ผู้สนใจสามารถติดตามข้อมูลและความเคลื่อนไหวด้านโซลูชันอากาศสะอาดของไดกิ้นได้ที่ www.facebook.com/DaikinTH

Recent Posts



