Recent Posts

Pages: 1 ... 6 7 [8] 9 10
71
[Sakura Vows] คำมั่นสัญญาในวันเปิดให้บริการของ Ragnarok Origin Classic


ในขณะที่เกม MMORPG หลายๆเกมยังคงใช้ “ยอดการเติมเงิน” เพื่อผลักดันการอัปเดตเนื้อหาใหม่เพิ่มเติม แต่เกม Ragnarok Origin Classic (ซึ่งต่อไปจะขอเรียกว่า ROOC) ที่บริหารโดย Gravity Game Vision กลับเลือกเส้นทางที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง การอัปเดตของ Sakura Vows ที่เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในวันที่ 24 เม.ย. 2569 นั้น ได้นำเสนอระบบการแต่งงานและการเล่นแบบจำกัดเวลา พร้อมกับการเปิดตัวของเซิร์ฟเวอร์ใหม่ “Sakura Vows” ซึ่งเนื้อหาทั้งหมดนี้ไม่ได้เชื่อมโยงกับคุณสมบัติการต่อสู้ใดๆ

ROOC เคยให้สัญญากับผู้เล่นในวันเปิดให้บริการว่า “การผจญภัยอย่างยุติธรรม ที่เน้นแค่ Monthly Pass เป็นหลัก” ซึ่งแพทช์เสริม “Sakura Vows” คือส่วนหนึ่งของคำสัญญานี้ ระบบการแต่งงานเป็นฟังก์ชันสังคมที่สำคัญในเกม MMORPG ได้รับการออกแบบมาอย่างตั้งใจจากทีมงาน “เน้นความเป็นสังคมอย่างแท้จริง” คุณแต่งงานเพราะคุณต้องการผจญภัยร่วมกับคนคนนี้ ไม่ใช่เพราะต้องการเพิ่มพลังโจมตีใดๆ ชุดแต่งงานลิมิเต็ดทั้ง 3 แบบ มีค่าคุณสมบัติที่เหมือนกันทั้งหมด โดยชุด “Eternal Contract Wedding” ซึ่งเป็นชุดพื้นฐาน จะสามารถซื้อได้ในราคาเพียง 999,999 Eden Coin เท่านั้น ให้ความโรแมนติกเป็นสิ่งที่ทุกคนสามารถเอื้อมถึงได้ ไม่จำเป็นต้องเติมเพชรหรือเติมเงินอีกต่อไป ในขณะที่เกมที่มีลักษณะคล้ายคลึงกันยังคงใช้กลไก “แพ็กเกจแต่งงาน” เพื่อสร้างแรงกดดันการเติมเงินในช่วงเวลาจำกัด แต่ ROOC กลับเลือกที่จะทำให้การแต่งงานเป็นเรื่องที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ นี่ไม่ใช่แค่การอัปเดตฟังก์ชัน แต่เป็นการทำตามสัญญาของเรา ที่ได้ให้ไว้กับผู้เล่นทุกคน


การแต่งงาน 3 รูปแบบ: เลือกได้อย่างอิสระ โดยมีค่าคุณสมบัติเท่ากัน

ระบบแต่งงานของ Sakura Vows จะมีพิธีแต่งงานทั้งหมด 3 รูปแบบ แต่ละรูปแบบจะมีการนำเสนอภาพลักษณ์และให้ความรู้สึกที่แตกต่างกัน แต่อย่างไรก็ตาม หลักการพื้นฐานยังคงเหมือนกัน รางวัลจากการแต่งงานของทั้ง 3 รูปแบบจะเหมือนกัน มีค่าคุณสมบัติที่เท่าเทียมกัน ทำให้ตรรกะ “ยิ่งเติมเงินมาก ยิ่งแข็งแกร่ง” นั้นถูกลบออกไป

Eternal Contract Wedding: งานแต่งงานแบบเริ่มต้น โดยมีค่าใช้จ่ายเพียง 999,999 Eden Coin ก็สามารถทำให้คำมั่นสัญญของคุณเป็นจริงได้ รับชุดคอสตูม Eternal Contract Set และของขวัญสารภาพรัก ในครั้งนี้เราได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ความรักไม่จำเป็นต้องใช้บัตรเครดิต

Sakura Oath Wedding: งานแต่งงานที่มาพร้อมฉากสุดพิเศษและพิธีแต่งงานอย่างเป็นทางการ เมื่อจัดงานแต่งงานสำเร็จจะได้รับชุดคอสตูม Sakura Oath Set และพาหนะ Sakura Lux Car (แบบจำกัดเวลา) ให้งานของคุณยิ่งใหญ่และน่าจดจำมากยิ่งขึ้น (พลังต่อสู้เท่าเดิม)

Beyond the Stars Wedding: ที่สุดแห่งความตระการตากับพิธีแต่งงานสุดหรู เมื่อจัดงานแต่งงานสำเร็จจะได้รับชุดคอสตูม Beyond the Stars Set , พาหนะ Starry Night Car (แบบจำกัดเวลา) และ Exclusive Portrait ซึ่งความแตกต่างของการแต่งงานทั้ง 3 รูปแบบจะอยู่ที่ความหรูหราและคุณค่าในการสะสมเท่านั้น โดยไม่มีค่าคุณสมบัติมาเกี่ยวข้อง

นอกจากนี้ ในครั้งนี้ยังได้เพิ่มฟังก์ชัน “Vows Renewal” ใหม่เข้ามาด้วย โดยคู่รักที่เคยจัดงานแต่งงานมาแล้ว ยังสามารถจัดงานแต่งงานซ้ำอีกได้ในราคาประหยัด เชิญเพื่อนในกิลด์มาร่วมรำลึกถึงช่วงเวลาอันแสนหวานวัตถุประสงค์ของการออกแบบมีความชัดเจนว่า การแต่งงานไม่ใช่แค่การจ่ายเงินเพียงครั้งเดียวแล้วจบ แต่มันคือเหตุการณ์ที่น่าจดจำที่สามารถเฉลิมฉลองซ้ำๆได้ในเส้นทางการผจญภัยของคุณ


ไม่ใช่แค่การแต่งงาน:เวอร์ชันทางสังคมที่ “ไม่มีแรงกดดัน”

เวอร์ชัน Sakura Vows เรามุ่งหวังที่จะเป็นมากกว่าระบบแต่งงาน กิจกรรมของเวอร์ชันนี้ทั้งหมดถูกออกแบบมาเพื่อ “ประสบการณ์ทางสังคม” โดยเฉพาะฉากในเมือง Prontera ถูกแปลงโฉมให้อยู่ในธีมของดอกซากุระ บรรยากาศที่แสนอบอุ่นและโรแมนติกกิจกรรม “สารภาพรัก” เปิดโอกาสให้นักผจญภัยได้แสดงความรู้สึกต่อคนที่แอบชอบภารกิจ “Rainbow Covenant” เป็นภารกิจสำหรับ 2 คน ใช้ความเข้าใจเป็นตัวกำหนดบทสรุปการผจญภัยของคุณ ยกระดับความสำคัญของการมีคู่หู”MBTI Oracle” การทดสอบบุคลิกภาพ MBTI เพื่อสร้าง Title เฉพาะตัวในแบบของคุณ แนะนำแนวทางการจับคู่เมื่อทำกิจกรรมที่เกี่ยวข้องทั้งหมดสำเร็จและทำภารกิจเช็คอิน 15 วันสำเร็จ จะได้รับ Sakura Headwear (ลิมิเต็ด) เพื่อแสดงออกถึงความโรแมนติกเฉพาะตัวคุณในขณะเดียวกันเว็บไซต์ทางการก็ได้เปิดส่วนกิจกรรมพิเศษของ “Sakura Vows” โดยผู้เข้าร่วมสามารถรับรางวัลสุดโรแมนติกได้ตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 31 พ.ค. 2569 ซึ่งรางวัลใหญ่จะเป็น Backwear ที่ชื่อว่า “Sakura Spring” และในวันที่ 27 เม.ย. 2569 จะมีการเปิดตัววิธีการเล่น “Love Potion” และการท้าทายแบบ PVE ใน “Sakura Spirit” เพื่อเพิ่มเนื้อหาใหม่ๆ ให้กับการอัปเดตอีกด้วย


จากสโลแกน “ที่ให้ผู้เล่นเป็นศูนย์กลาง” สู่ DNA ของผลิตภัณฑ์

เมื่อมองย้อนกลับไปที่ตัวเลือกการออกแบบของ Sakura Vows ในครั้งนี้ สิ่งที่น่าสนใจมากที่สุดอาจจะไม่ใช่แค่ระบบแต่งงาน แต่เป็นมุมมองและทัศนคติต่อผลิตภัณฑ์นับจากวันที่เปิดให้บริการจนถึงวันนี้ โปรดิวเซอร์เสือน้อย ได้ยืนหยัดการใช้รูปแบบจดหมายเปิดผนึก เพื่อสื่อสารแนวคิดและการพัฒนากับผู้เล่น เปิดเผยแผนงานและความคืบหน้าของเวอร์ชันต่างๆอย่างจริงจังกับผู้เล่น พร้อมทั้งปรับปรุงและพัฒนาเนื้อหาตามข้อคิดเห็นของนักผจญภัย ยกระดับประสิทธิภาพและประสบการณ์ของผู้เล่น ในการดำเนินการที่เต็มไปด้วยความโปร่งใส ทำให้ผู้เล่นจำนวนมากได้สัมผัสถึงความตั้งใจ ความจริงใจที่ทีมงานมีต่อ IP ของ RO ตลอดจนการให้ความสำคัญกับประสบการณ์ของผู้เล่นอีกด้วยSakura Vows ไม่ใช่แค่การอัปเดตเท่านั้น แต่ยังเป็นอีกครั้งที่ทำให้ทีมงานของ ROOC ได้พิสูจน์ให้ผู้เล่นได้เห็นว่า คำสัญญาในช่วงเปิดให้บริการ ไม่ใช่แค่เพียงลมปากเท่านั้น แต่เป็นแนวทางที่เราจะเดินไปพร้อมกันในระยะยาวบนเส้นทางแห่งนี้เมื่อซากุระผลิบาน คุณพร้อมหรือยังที่จะจูงมือคนที่คุณรักก้าวสู่เรื่องราวสุดโรแมนติกของคุณ?

ลิงก์ที่เกี่ยวข้อง

เว็บไซต์ทางการ:https://roocpr.short.gy/pr0423

หน้าเพจกิจกรรม Sakura Vows:https://roocpr.short.gy/sakura2026

Discord ทางการ:https://discord.gg/rooclassic

Facebook ทางการ:https://www.facebook.com/RagnarokOriginClassicTh

YouTube ทางการ:https://www.youtube.com/@RagnarokOriginClassic
72
เดอะ แพลทินัม กรุ๊ป ปักธงทำเลยุทธศาสตร์ ราชประสงค์ – ประตูน้ำ – ราชปรารภ ปั้นแลนด์มาร์ก “The Neighbourhood of Platinum”
พร้อมเผยชื่อใหม่ “PLATINUM POP – PLATINUM PALAIS” ยกระดับสู่ CBD Mega Mixed-Use Ecosystem ดึงนักช้อปนักท่องเที่ยวทั่วโลก


เดอะ แพลทินัม กรุ๊ป ผู้นำกลุ่มธุรกิจศูนย์การค้า ค้าส่ง-ค้าปลีก โรงแรม และอาคารสำนักงาน เปิดแผนยุทธศาสตร์ครั้งสำคัญ ปักธงทำเลศักยภาพสูงย่านราชประสงค์ – ประตูน้ำ – ราชปรารภ ปั้นแลนด์มาร์กใหม่ในชื่อ “The Neighbourhood of Platinum” ให้เป็นอีกหนึ่ง CBD Mega Mixed-Use Ecosystem ใจกลางเมือง พร้อมรีแบรนด์ THE MARKET BANGKOK  ครั้งใหญ่ และเปลี่ยนชื่อ THE PLATINUM SQUARE ใหม่ ด้วยพลัง PLATINUM DNA


นายสุรชัย  โชติจุฬางกูร ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เดอะ แพลทินัม กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทได้วางทิศทางการพัฒนาและการขับเคลื่อนธุรกิจ โดยมุ่งยกระดับพัฒนา 3 ธุรกิจหลัก ที่ตั้งอยู่บนทำเลยุทธศาสตร์ใจกลางกรุงเทพฯ ย่านราชประสงค์ – ประตูน้ำ – ราชปรารภ ให้มีความเชื่อมโยงและสนับสนุนกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพิ่มขีดความสามารถด้านการแข่งขันได้ในระยะยาว พร้อมตอบโจทย์ผู้บริโภคนักช้อป นักท่องเที่ยว และผู้ประกอบการยุคใหม่ โดยธุรกิจดังกล่าว ประกอบด้วย ศูนย์การค้า 3 แห่ง ได้แก่ แพลทินัม แฟชั่น มอลล์ ,เดอะ มาร์เก็ต แบงคอก, เดอะ แพลทินัม สแควร์ รวมพื้นที่ทั้งหมด 345,475 ตร.ม. และมีโรงแรมอีก 3 แห่ง ได้แก่ โนโวเทล กรุงเทพ แพลทินัม ประตูน้ำ,ม็อกซี่ แบงคอก ราชประสงค์,มาม่า เชลเตอร์ แบงคอก แพลทินัม รวมห้องพักทั้งหมดมากกว่า 1,300 ห้อง นอกจากนี้ยังมีอาคารสำนักงาน Pier111 ที่ตั้งอยู่บนโครงการเดอะ มาร์เก็ต แบงคอก พื้นที่รวม 55,000 ตร.ม.


ปักธงทำเลยุทธศาสตร์ สู่การสร้างแลนด์มาร์กระดับโลก “The Neighbourhood of Platinum” ดึงจุดแข็งทำเลศูนย์กลางเมืองที่มีโครงข่ายคมนาคมครบวงจร อาทิ ทางเดินลอยฟ้า ราชประสงค์ วอร์ค ที่เชื่อมโยงถึงโครงการศูนย์การค้าสามารถเดินต่อไปยังสถานีรถไฟฟ้าชิดลมและสยาม หรือจะเดินทางไปยังท่าเรือประตูน้ำ นอกจากนี้ยังมีโครงการรถไฟฟ้าใต้ดินสายสีส้มในอนาคตที่จะเกิดขึ้น  ซึ่งต่อไปพื้นที่แห่งนี้จะเป็นมากกว่าย่านการค้าและท่องเที่ยวเพื่อจับจ่ายใช้สอย แต่เป็นจุดหมายปลายทางที่ผู้คนทั่วโลกมาใช้ชีวิต พบปะ สร้างโอกาสและประสบการณ์ เชื่อมโยงการใช้ชีวิตในทุกมิติ สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่


รีแบรนด์ THE MARKET BANGKOK ครั้งใหญ่ และเปลี่ยนชื่อ THE PLATINUM SQUARE ใหม่  การทรานส์ฟอร์มครั้งนี้ได้นำจุดแข็งและเอกลักษณ์ของแบรนด์ PLATINUM FASHION MALL ที่เป็นผู้นำศูนย์การค้า ค้าส่ง–ค้าปลีกแฟชั่นอันดับ 1 ของประเทศและอาเซียนมายาวนานกว่า 20 ปี มาถอดรหัสความสำเร็จเป็น PLATINUM DNA ประกอบด้วย 3 V ได้แก่ VARIETY • VALUE • VOLUME  นำมาขับเคลื่อนพัฒนาธุรกิจศูนย์การค้า สร้างประสบการณ์ Retail & Wholesale ใหม่ที่ทันสมัย การปรับเปลี่ยนในครั้งนี้ ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนชื่อหรือ โลโก้ แต่เป็นการพลิกโฉม จุดยืน เป้าหมายและคุณค่าของการให้บริการธุรกิจ ให้สอดคล้องกับเศรษฐกิจและสังคมปัจจุบัน เพิ่มประสิทธิภาพให้กับธุรกิจแบบองค์รวม นำไปสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน


THE MARKET BANGKOK เปลี่ยนชื่อใหม่เป็น “PLATINUM POP” (แพลทินัม ป๊อป) ปรับ Positioning ใหม่ “The Center of Bangkok’s Pop Life” ศูนย์รวมความป๊อปของกรุงเทพฯ ที่ไม่เคยหลับใหล เช่นเดียวกับเสน่ห์ของกรุงเทพฯ ที่ไม่เคยหายไปไหน แต่ซ่อนอยู่ในความวุ่นวายความคึกคักที่ไม่เคยหยุดนิ่ง รวมเป็นความสนุก ที่เกิดขึ้นแบบไม่ตั้งใจ พลิกประสบการณ์ช้อปในย่านราชประสงค์ รูปแบบใหม่ ที่ไร้กรอบ HIGH ENERGY, FLEX-FRIENDLY, VALUE-FIRST ให้ทุกก้าวเต็มไปด้วยสีสันและการค้นพบใหม่ๆ สร้างความตื่นเต้นในทุกจังหวะการช้อป


ประเดิมเปิดเฟส 1 ด้วย “Lai Jie” (ไหล่เจี๊ยะ) ฮับความอร่อยนานาชาติที่มาพร้อมกลิ่นไอแห่งเสน่ห์ที่ไม่เคยหลับใหลของย่านเยาวราช บริเวณชั้น G และ ชั้น M ใช้งบลงทุนกว่า 180 ล้านบาท  พื้นที่รวม 8,000 ตารางเมตร เป็นศูนย์รวมความอิ่มอร่อยแห่งใหม่ ใจกลางย่านราชประสงค์ อาทิ ร้านอร่อยระดับตำนานที่สืบทอดความอร่อยมายาวนานกว่า 100 ปี  ร้านดังจากเยาวราชที่ครองใจนักชิมทุกยุคสมัย ร้านฮิตติดกระแสไวรัล และลิสต์พิกัดสำหรับนักท่องเที่ยวสายกินต้องเช็กอินให้ครบ เปิดให้บริการภายใน มิ.ย.2569 “EVEANDBOY” บิ๊กแบรนด์บิวตี้ไลฟ์สไตล์ มาพร้อมความน่าตื่นเต้นกับการประเดิมเปิด EVEANDBOY Cafe ครั้งแรกของโลก  ที่บริเวณชั้น M เปิดให้บริการภายใน มิ.ย. 2569


เปิดบิ๊กเซอร์ไพรส์ กับ Thailand's No.1 Thai Beauty Hub  จากอาเซียนสู่ตลาดโลก "TOFU SKINCARE MEGAMART"  ศูนย์กลางความงามแบรนด์ไทยอันดับ 1 บนพื้นที่กว่า 7,200 ตร.ม. รวมสินค้าและนวัตกรรมความงามครบครัน ที่นี่ไม่ได้เป็นเพียงแค่แหล่งช้อปปิ้ง แต่คือ Beauty Experience Destination ที่เปลี่ยนทุกการเลือกซื้อให้กลายเป็น "Beauty Journey" มอบประสบการณ์ใหม่ที่เหนือระดับให้กับลูกค้าทั้งชาวไทย นักท่องเที่ยวและผู้ประกอบการจากทั่วโลก เปิดให้บริการภายใน ก.ค. 2569
HOUSE OF LITTLEBUNNY เตรียมเปิด Mega Flagship Store ก้าวสำคัญของแบรนด์ไทยสู่การเติบโตในระดับภูมิภาคเอเชีย    มอบประสบการณ์รูปแบบใหม่ให้กับลูกค้าจากทั่วทุกภูมิภาค อย่างเป็นทางการ บริเวณชั้น 1 ภายใน ส.ค. 2569



นอกจากนี้ยังมีร้านค้ายอดนิยมที่ปัจจุบันเปิดให้บริการ ได้แก่ ชั้น G ร้าน STARBUCKS ชั้น 3 ร้าน MOMO PARADISE, ร้านพระราม9 ไก่ย่างและ ชั้น 4 ร้าน Let's Relax Spa , 786 SALON , MOS Dental Clinic เตรียมพบกับความป๊อปเต็มรูปแบบกับ PLATINUM POP เฟส 2 ภายในไตรมาส 1 ปี 2570 ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการ Revolution Tenant Mix ใหม่ พบกับร้านค้าและบริการที่ตอบโจทย์ทุกแพชชั่น ในราคาที่ย่อมเยาต่อรองได้ นอกจากนี้ยังได้คัดสรรร้านค้าในรูปแบบ “Hybrid Retail & Wholesale” มาจัดจำหน่ายสินค้าทั้งในแบบค้าส่งและค้าปลีก เพื่อสร้างโอกาสและทางเลือกให้กับลูกค้า ทั้งกลุ่มชาวไทย นักท่องเที่ยวต่างชาติ ตลอดจนผู้ประกอบการธุรกิจ ให้สามารถมาใช้บริการช้อปครบจบในที่เดียว   สำหรับหมวดสินค้าที่จะนำมาเปิดให้บริการยกตัวอย่าง เช่น  Art - Toy & Hobby, Game & Gadget, Beauty & Wellness, 2nd Hand Fashion & Brand Name , Coffee & Tea Selection, Specialty Café ,Bar & Restaurant, International Buffet  ให้ได้ Hangout กันแบบ All Day All Night


ด้าน ศูนย์การค้า THE PLATINUM SQUARE ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง เปลี่ยนชื่อใหม่เป็น “PLATINUM PALAIS” (แพลทินัม พาเล) ยกระดับสู่อาณาจักรศูนย์กลาง Fashion Ecosystem ระดับภูมิภาค พร้อมสนับสนุนอุตสาหกรรมแฟชั่นของไทย ในทุกภาคส่วนให้ก้าวไกลสู่ระดับสากล ภายใต้แนวคิด ‘Spectrum of Fashion’ ที่สะท้อนความหลากหลายของแฟชั่นที่พร้อมตอบสนองความต้องการที่หลายหลากของผู้คนในที่เดียว งบลงทุนกว่า 7,800 ล้านบาท ตัวอาคารมีทั้งหมด 48 ชั้น แบ่งเป็นพื้นที่ศูนย์การค้า 4 ชั้น และโรงแรมมาม่า เชลเตอร์  แบงคอก แพลทินัม  ซึ่งบริหารงานโดย เอนนิสมอร์ บริษัทร่วมทุนของแอคคอร์ จำนวนห้องพักกว่า 500 ห้อง รวมพื้นที่ใช้สอยทั้งหมดประมาณ 100,000 ตร.ม. ตั้งบนพื้นที่ 7 ไร่ บริเวณสี่แยกประตูน้ำ ส่วนศูนย์การค้า    คาดว่าจะพร้อมเปิดบริการได้ในปี 2571 ส่วนโรงแรมเปิดให้บริการในปี 2572


เดินหน้าปรับปรุงพร้อมยกระดับการให้บริการธุรกิจโรงแรมที่อยู่ในทำเล “The Neighbourhood of Platinum”  ได้แก่ โรงแรมโนโวเทล กรุงเทพ แพลทินัม ประตูน้ำ จำนวน 288 ห้อง ที่ตั้งอยู่บนโครงการแพลทินัม แฟชั่น มอลล์ บริหารงานโดยเครือโรงแรมแอคคอร์ ได้ทำการปรับปรุงพัฒนาห้องพัก พื้นที่ส่วนกลาง และห้องอาหาร  วิว รูฟท็อป กรุงเทพ  เพื่อยกระดับประสบการณ์การเข้าพักของลูกค้าให้มีความทันสมัย สะดวกสบาย และตอบโจทย์เทรนด์การท่องเที่ยวในปัจจุบันและอนาคตมากยิ่งขึ้น โดยทยอยดำเนินการทีละเฟสควบคู่ไปกับการเปิดให้บริการตามปกติใช้งบประมาณ 227 ล้านบาท คาดว่าจะเสร็จสมบูรณ์ ในไตรมาส 2 ปี2569


โรงแรมม็อกซี่ แบงคอก ราชประสงค์ จำนวนห้องพัก 504 ห้อง ที่ตั้งอยู่บนโครงการ PLATINUM POP บริหารงานโดยเครือแมริออท อินเตอร์เนชันแนล ล่าสุดเปิดให้บริการ Rooftop Bar ใหม่บนดาดฟ้า ชั้น 32 ภายใต้ชื่อสาโท ซัง “Sato San” ไฮไลต์ คอนเซ็ปต์ ผสานวัฒนธรรมไทย-อีสาน และญี่ปุ่น มาบรรจบกันผ่านรสชาติ งานคราฟท์ และวัฒนธรรม สร้างชีวิตชีวา ใจกลางกรุงเทพฯ

ท่ามกลางความท้าทายของเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมท่องเที่ยว บริษัทยังคงยึดมั่นในการดำเนินธุรกิจอย่างรอบคอบ มุ่งสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน ด้วยการเสริมสร้างรายได้ระยะยาวควบคู่การเพิ่มมูลค่าสินทรัพย์ โดยเมื่อโครงการต่าง ๆ ทยอยเปิดบริการอย่างครบถ้วน คาดว่าจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ช่วยผลักดันรายได้ให้เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ นำไปสู่การเติบโตแบบก้าวกระโดด ทั้งนี้ เดอะ แพลทินัม กรุ๊ป ไม่ได้มุ่งเพียงการพัฒนา “โครงการ” หากแต่กำลังรังสรรค์ “ย่านแห่งอนาคต” ที่จะก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลาง   ของการใช้ชีวิต เศรษฐกิจ และโอกาสทางธุรกิจของกรุงเทพฯ อย่างแท้จริง
73
สบพ. ลงนาม MOU ร่วมกับ “บลู โอเชี่ยน อินทรีเกรชั่น” ยกระดับบุคลากรซ่อมบำรุงใบพัดอากาศยาน เสริมศักยภาพอุตสาหกรรมการบินไทย




วันที่ 22 เมษายน 256 สถาบันการบินพลเรือน (สบพ.) ลงนามบันทึกความเข้าใจความร่วมมือทางวิชาการ (MOU) ร่วมกับ บริษัท บลู โอเชี่ยน อินทรีเกรชั่น จำกัด เรื่อง “การเตรียมความพร้อมบุคลากรซ่อมใบพัดอากาศยาน”เพื่อร่วมกันพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านการซ่อมบำรุงอากาศยาน และยกระดับมาตรฐานวิชาชีพให้สอดคล้องกับความต้องการของอุตสาหกรรมการบินในปัจจุบันและอนาคต โดยมี ดร.วราภรณ์ เต็มแก้ว รองผู้ว่าการฝ่ายบริหาร รักษาการแทนผู้ว่าการ สบพ. และนายสยาม เมฆประดับ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บลู โอเชี่ยน อินทรีเกรชั่น จำกัด เป็นผู้ลงนามความร่วมมือในครั้งนี้ พร้อมด้วย ผู้บริหารทั้งสองหน่วยงานร่วมเป็นสักขีพยาน ณ สถาบันการบินพลเรือน กรุงเทพมหานคร


ดร.วราภรณ์ เต็มแก้ว รองผู้ว่าการฝ่ายบริหาร รักษาการแทนผู้ว่าการ สบพ. กล่าวว่า สบพ.ได้เล็งเห็นความสำคัญของการพัฒนาบุคลากรให้มีสมรรถนะสูง เพื่อรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมการบินที่มีการแข่งขันทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยการดำเนินความร่วมมือกับ บริษัท บลู โอเชี่ยน อินทรีเกรชั่น จำกัด ซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านอากาศยานและการซ่อมบำรุง จะช่วยเสริมศักยภาพของบุคลากร สบพ. ทั้งด้านองค์ความรู้และทักษะเชิงปฏิบัติ และนับเป็นจุดเริ่มต้นของการเป็นพันธมิตรที่ดีและยั่งยืน จากสถานประกอบการที่เล็งเห็นความสำคัญในการให้ความร่วมมือและสนับสนุนสถาบันการศึกษา อันจะนำไปสู่การพัฒนาโครงการและกิจกรรมต่าง ๆ ร่วมกันในอนาคต เพื่อประโยชน์ต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมการบินของประเทศโดยรวม


ด้าน นายสยาม เมฆประดับ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บลู โอเชี่ยน อินทรีเกรชั่น จำกัด เผยว่า ภายใต้กรอบความร่วมมือตลอดระยะเวลา 3 ปีนี้ ทางบริษัทฯ มีความพร้อมอย่างเต็มที่ในการสนับสนุนงบประมาณ เพื่อส่งเจ้าหน้าที่ของสถาบันฯ เพื่อเข้ารับการฝึกอบรมเชิงลึกด้านการตรวจซ่อมใบพัดอากาศยาน ณ สถาบัน Flight Safety ประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นเวลา 15 วัน พร้อมทั้งสนับสนุนเครื่องมือพิเศษ (Special Tools) ที่จำเป็น เพื่อให้เกิดการถ่ายทอดองค์ความรู้และนำไปสู่การปฏิบัติงานจริงอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด




โดยทั้งสองฝ่ายจะร่วมกันส่งเสริมงานด้านวิชาการและการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างทั้งสองหน่วยงาน รวมถึงส่งเสริมให้บุคลากรได้รับประสบการณ์จริงจากภาคอุตสาหกรรม ผ่านการพัฒนาขีดความสามารถด้านการให้บริการช่างอากาศยาน การตรวจซ่อม และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านใบพัดอากาศยาน ทั้งนี้ บริษัท บลู โอเชี่ยน อินทรีเกรชั่น จำกัด ซึ่งเป็นผู้ประกอบการด้านอุตสาหกรรมอากาศยานและเทคโนโลยีที่มีความเชี่ยวชาญ ทั้งในด้านการจำหน่ายอากาศยานและการให้บริการซ่อมบำรุง จะเข้ามามีบทบาทสนับสนุนด้านองค์ความรู้ เทคโนโลยี และทรัพยากรที่จำเป็นต่อการพัฒนาศักยภาพบุคลากรให้กับ สบพ. ต่อไป ความร่วมมือในครั้งนี้ จึงมิได้มุ่งแค่การพัฒนาศักยภาพบุคลากรให้มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางมากขึ้น แต่ยังเป็นการสร้างรากฐานที่สำคัญในการผลิตผู้เชี่ยวชาญด้านซ่อมบำรุงใบพัดอากาศยานที่ได้มาตรฐานสากล ช่วยประหยัดงบประมาณด้านการซ่อมบำรุงอากาศยานในประเทศ และขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการบินของไทยให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนในอนาคต




74
สคส. รวมพลังคนไทย ดัน GPPC คว้ารางวัลโลก ยกระดับ PDPA ไทยสู่มาตรฐานสากล


สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) เดินหน้าผลักดัน "PDPA ไทย" สู่เวทีระดับโลก เชิญชวนประชาชนร่วมโหวตโครงการ Government Platform for PDPA Compliance (GPPC) ในเวที WSIS Prizes 2026 ยกระดับมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของประเทศสู่ระดับสากล

โครงการ GPPC เป็นแพลตฟอร์มภาครัฐที่พัฒนาขึ้นเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานให้หน่วยงานต่าง ๆ ปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเป็นความร่วมมือระหว่าง สคส. และหน่วยงานด้านดิจิทัลของประเทศ เพื่อขับเคลื่อนการบริหารจัดการข้อมูลส่วนบุคคลผ่านเทคโนโลยีดิจิทัล

แพลตฟอร์มดังกล่าวถือเป็น "ระบบกลาง" ที่ช่วยให้หน่วยงานภาครัฐสามารถบริหารจัดการข้อมูลส่วนบุคคลได้อย่างครบวงจร ทั้งการจัดการความยินยอม (Consent Management) การบันทึกกิจกรรมการประมวลผลข้อมูล (ROPA) การแจ้งเหตุละเมิดข้อมูลภายในกรอบเวลาที่กฎหมายกำหนด รวมถึงการดูแลสิทธิของเจ้าของข้อมูล

การได้รับการคัดเลือกเข้าชิงรางวัล WSIS Prizes 2026 นับเป็นอีกก้าวสำคัญของประเทศไทยในการแสดงศักยภาพด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลบนเวทีนานาชาติ โดยเสียงโหวตจากประชาชนจะเป็นปัจจัยสำคัญในการผลักดันให้ GPPC ก้าวสู่การยอมรับในระดับโลก

สคส. จึงขอเชิญชวนคนไทยทุกภาคส่วนร่วมเป็นพลังสำคัญในการสนับสนุนผลงานนวัตกรรมของประเทศ ผ่านการร่วมโหวตให้ GPPC เพื่อแสดงศักยภาพของ "PDPA ไทย" และสร้างความเชื่อมั่นด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในยุคดิจิทัล

ทั้งนี้ ความสำเร็จของ GPPC ไม่เพียงสะท้อนถึงความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีของภาครัฐไทย แต่ยังเป็นก้าวสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนและภาคธุรกิจ ตอกย้ำบทบาทของประเทศไทยในฐานะหนึ่งในประเทศที่ให้ความสำคัญกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรฐานสากลอย่างแท้จริง


ทุกท่านสามารถร่วมโหวดเพื่อผลักดัน GPPC สู่เวทีระดับโลก : รางวัล WSIS Prizes 2026
ได้ที่ : https://gppc.pdpc.or.th/wsis-prizes-2026/
75
“สวพส.ส่งเสริมแหล่งน้ำขนาดเล็ก แก้ภัยแล้งพื้นที่สูง”


สถานการณ์ภัยแล้งบนพื้นที่สูงยังคงส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตและการทำการเกษตรของชุมชน โดยเฉพาะการขาดแคลนน้ำเพื่ออุปโภคบริโภคและการเพาะปลูก ซึ่งกระทบต่อผลผลิต รายได้ และเพิ่มความเสี่ยงจากการเผาในพื้นที่เกษตร




สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) หรือ สวพส. จึงส่งเสริม “การพัฒนาแหล่งน้ำขนาดเล็ก” เช่น บ่อน้ำพลาสติก และระบบถังพักน้ำ เพื่อให้ชุมชนสามารถกักเก็บน้ำไว้ใช้ในระดับครัวเรือนและแปลงเกษตร โดยตลอดระยะเวลา 7 ปีที่ผ่านมา (พ.ศ. 2563–2569) สวพส.ได้พัฒนาแหล่งน้ำขนาดเล็กอย่างต่อเนื่อง ครอบคลุม 309 ชุมชน รวม 1,175 แห่ง ช่วยให้เกษตรกรมีน้ำใช้ในการดำรงชีวิตและทำการเกษตร ครอบคลุมพื้นที่กว่า 81,516 ไร่ พร้อมทั้งทำให้ชุมชนหันมามีส่วนร่วมในการดูแลรักษาป่าต้นน้ำรวมกว่า 558,536 ไร่ ทำให้ชุมชนมีน้ำใช้อย่างเพียงพอ ทำให้เกษตรกรสามารถวางแผนการผลิตได้ต่อเนื่อง ลดความเสี่ยงจากฝนทิ้งช่วง และมีน้ำสำรองในช่วงภัยแล้ง




จากนั้น สวพส.จึงต่อยอดในการส่งเสริมให้เกษตรกรปรับสู่ “ระบบการเกษตรแบบประณีตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม” เน้นใช้พื้นที่น้อย ใช้น้ำน้อย แต่สร้างมูลค่าสูง โดยแนะนำการปลูกพืชทางเลือกที่มีตลาดรองรับ เช่น ผักในโรงเรือน กาแฟ อะโวคาโด เสาวรสหวาน และโกโก้ พร้อมสนับสนุนระบบให้น้ำที่มีประสิทธิภาพ เช่น ระบบน้ำหยด เพื่อให้ใช้น้ำได้อย่างคุ้มค่า ซึ่งแนวทางนี้ช่วยเพิ่มรายได้ให้เกษตรกร ลดการพึ่งพาพืชเชิงเดี่ยว ลดการเผาในพื้นที่เกษตร และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้อย่างยั่งยืน









76
โฮมโปรจัดใหญ่! ช้อปครบ ลุ้นบินเชียร์บอลโลก 2026 ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา
ยกระดับประสบการณ์ช้อปปิ้ง สู่ "โมเมนต์ระดับโลก" มูลค่ารวมกว่า 2 ล้านบาท


โฮมโปร เดินเกมรุกต้นปี ปลุกกำลังซื้อ เปิดตัวแคมเปญสุดเอ็กซ์คลูซีฟสำหรับผู้ถือบัตรเครดิต "โฮมโปร วีซ่า แพลทินัม" เปลี่ยนทุกยอดช้อป… ให้กลายเป็น "โมเมนต์ระดับโลก" เพียงช้อปสินค้าที่โฮมโปร และเมกาโฮม ครบทุก 8,000 บาทต่อใบเสร็จ รับ 1 สิทธิ์ชิงโชค* ลุ้นบินลัดฟ้าไปเชียร์การแข่งขัน FIFA World Cup 2026 ติดขอบสนาม ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา จำนวน 2 รางวัล พร้อมของรางวัลอื่นๆ รวมมูลค่ากว่า 2 ล้านบาท

จาก 'การช้อป' สู่ 'ประสบการณ์ที่เงินซื้อไม่ได้'
โฮมโปรไม่ได้เพียงมอบความคุ้มค่าในการช้อปสินค้าและบริการเรื่องบ้าน แต่กำลังยกระดับ "รีเทลเรื่องบ้าน" ให้เชื่อมต่อไลฟ์สไตล์และความฝันของผู้บริโภค เพราะวันนี้…ลูกค้าไม่ได้ต้องการแค่ "สินค้าและบริการที่ทำให้ชีวิตดีขึ้น" แต่ต้องการ "ประสบการณ์ที่เติมเต็มชีวิตให้ตรงกับไลฟ์สไตล์มากขึ้น"

เสียงตอบรับดี.. ตั้งแต่การจับรางวัลครั้งแรก!
โฮมโปรได้ดำเนินการจับรางวัลครั้งแรกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว พร้อมมีผู้โชคดีได้รับรางวัล ท่ามกลางกระแสตอบรับที่ดีจากลูกค้า สะท้อนความสำเร็จของแคมเปญที่สามารถ "เข้าใจอินไซต์และไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคยุคใหม่" ที่มองหามากกว่าแค่โปรโมชัน แต่คือ "ประสบการณ์ที่สัมผัสได้ และน่าจดจำ"


ยิ่งช้อป ยิ่งเข้าใกล้สนามบอลโลก
ลูกค้ายังสามารถร่วมลุ้นรางวัลอื่นๆ ต่อ ได้ต่อเนื่อง เพียงใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตโฮมโปร วีซ่า แพลทินัม ทุกยอดใช้จ่ายครบ 8,000 บาทต่อใบเสร็จ จะได้รับ 1 สิทธิ์ชิงโชค* ยิ่งช้อปมาก ยิ่งเพิ่มโอกาส และพิเศษ! สำหรับแบรนด์ที่ร่วมรายการรับสิทธิ์เพิ่ม 2 สิทธิ์ (โปรดตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติม ณ จุดขาย) ร่วมสนุกได้ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม – 31 พฤษภาคม 2569 นี้ ครอบคลุมสินค้าที่ร่วมรายการภายในโฮมโปร และเมกาโฮมทุกสาขา
*โปรดตรวจสอบข้อมูลโปรโมชั่นเพิ่มเติม ณ จุดขาย เฉพาะแบรนด์/ สินค้าที่ร่วมรายการ/ ราคาหลังหักส่วนลดทุกประเภท
*ใช้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนได้เต็มจำนวนตามกำหนด จะได้ไม่เสียดอกเบี้ย 16% ต่อปี / กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว, อัตราดอกเบี้ยปกติ 25% ต่อปี

Retail Strategy ที่มากกว่า "ราคา" คือ "ความฝัน"
แคมเปญนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์สำคัญของโฮมโปร ในการสร้างความแตกต่างในตลาดค้าปลีกสินค้าและบริการเรื่องบ้าน ผ่านการผสานสิทธิประโยชน์ทางการเงิน (Financial Benefit) เข้ากับประสบการณ์ไลฟ์สไตล์ระดับโลก (Lifestyle Experience) ไม่เพียงตอบโจทย์เรื่องความคุ้มค่าในการช้อปปิ้ง แต่ยังเติมเต็มความฝันของลูกค้าที่ต้องการสัมผัสประสบการณ์เชียร์ฟุตบอลระดับโลกอย่างใกล้ชิดอีกด้วย (Global Moment)* เพื่อเปลี่ยนทุกการช้อป ให้กลายเป็น โมเมนต์ที่ประทับใจ


เปลี่ยนทุกการช้อป ให้กลายเป็นโมเมนต์ที่คุณจะมีเรื่องเล่าไปทั้งชีวิต
เพราะสิ่งที่คนจดจำ ไม่ใช่สิ่งที่ซื้อ…แต่คือ "สิ่งที่ได้รู้สึก" — กับโฮมโปร
77
“บรูซ วิลลิส” กลับมาทวงความยุติธรรม ในภาพยนตร์แอ็กชันเดือด “นักฆ่าโคตรอึด” ทางทรูโฟร์ยู ช่อง 24


เตรียมพบกับภาพยนตร์แอ็กชันที่อัดแน่นด้วยอารมณ์เข้มข้นและความตึงเครียด ผลงานเด่นที่ผสานพลังนักแสดงระดับแถวหน้าเข้ากับลายเซ็นการกำกับสุดดิบได้อย่างลงตัว เมื่อ บรูซ วิลลิส นำทีมประชันบทบาทกับ วินเซนต์ ดีโอโนฟริโอ เอลิซาเบธ ชู และดีน นอร์ริส ภายใต้การกำกับของ อีไล รอธ ผู้ถ่ายทอดจังหวะความเดือดอย่างไม่ปรานี จนกลายเป็นภาพยนตร์ที่ทั้งเร้าอารมณ์ และสนุกสะใจ






[/b]“นักฆ่าโคตรอึด” ภาพยนตร์แนวแอ็กชัน‑ทริลเลอร์ ว่าด้วยชะตากรรมของ พอล เคอร์ซี (บรูซ วิลลิส) ศัลยแพทย์ผู้ทุ่มเทชีวิตให้การช่วยเหลือผู้อื่นในห้องฉุกเฉิน จนได้เห็นความรุนแรงกัดกินเมืองชิคาโกวันแล้ววันเล่า ชีวิตที่เคยสงบต้องพังทลายเมื่อครอบครัวตกเป็นเหยื่อการบุกปล้นอันโหดเหี้ยม ภรรยาถูกสังหาร ส่วนบุตรสาวบาดเจ็บสาหัส และเมื่อกระบวนการยุติธรรมไม่อาจตอบสนองความเจ็บปวดนี้ได้ พอลจึงเลือกก้าวข้ามเส้นศีลธรรม กลายเป็นศาลเตี้ยไล่ล่ากลุ่มอาชญากรด้วยมือตนเอง การล้างแค้นที่ทวีความรุนแรงทำให้ชื่อของเขาถูกกล่าวขานไปทั่วเมือง ผู้คนเริ่มตั้งคำถามว่าชายผู้นี้คือปีศาจนักฆ่าหรือผู้พิทักษ์ในยามที่สังคมไร้ที่พึ่ง ติดตามชมภาพยนตร์ “นักฆ่าโคตรอึด” วันเสาร์ที่ 25 เมษายน 2569 เวลา 16.30 น. ทาง ทรูโฟร์ยู ช่อง 24 และ https://true4u.com/live/
78
มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ลดความเหลื่อมล้ำ ขยายโอกาส สร้างอาชีพ สร้างชีวิตอย่างเท่าเทียมแก่ชาวนครราชสีมา ลงพื้นที่มอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพแก่ผู้ยากไร้ มอบรถเข็นวีลแชร์แก่ผู้พิการ มอบจักรยานเพื่อเยาวชนในพื้นที่ชนบท และนำหน่วยแพทย์ลงพื้นที่บริการประชาชนฟรี รวมงบฯ กว่า 9 แสนบาท




วันนี้ (วันอังคารที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2569) มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายจารุรัตน์ คุณัตถานนท์ กรรมการและเหรัญญิก นางจินดา บุญลาภทวีโชค กรรมการตรวจสอบ นายชาญกิจ วิทยาวรากรณ์ กรรมการ พร้อมด้วย นางสาวศุภรัตน์ สมบัติเจริญไทย รักษาการผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์และหัวหน้าแผนกส่งเสริมการศึกษาและอาชีพ และนางสาวเนาวรัตน์ วรรณศิริ หัวหน้าแผนกหน่วยแพทย์สงเคราะห์ชุมชน นำทีมเจ้าหน้าที่แผนกส่งเสริมการศึกษาและอาชีพ และหน่วยแพทย์สงเคราะห์ชุมชน ลงพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา มอบวัสดุอุปกรณ์ประกอบอาชีพ แก่ สตรี บุรุษ พ่อเลี้ยงเดี่ยว หรือผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศ ที่มีความรู้และความสามารถ ฐานะยากจน ขาดแคลนวัสดุอุปกรณ์ในการประกอบอาชีพ รวมจำนวน 46 คน คิดเป็นมูลค่า 862,770 บาท (แปดแสนหกหมื่นสองพันเจ็ดร้อยเจ็ดสิบบาทถ้วน) พร้อมมอบรถเข็นวีลแชร์แก่ผู้พิการ รวม 10 คน และมอบกระบอกน้ำขนาด 1 ลิตร พร้อมรถจักรยานแก่โรงเรียน 2 แห่ง รวมจำนวน 20 คัน  รวมมูลค่าการช่วยเหลือในครั้งนี้เป็นเงินทั้งสิ้น 924,770 บาท ( เก้าแสนสองหมื่นสี่พันเจ็ดร้อยเจ็ดสิบบาทถ้วน) นอกจากนี้ มูลนิธิฯ ยังได้จัดหน่วยแพทย์สงเคราะห์ชุมชน นำทีมแพทย์อาสาฯ เจ้าหน้าที่หน่วยแพทย์ ทีมกู้ชีพ และอาสาสมัคร ออกหน่วยให้บริการตรวจรักษาโรคทั่วไป แจกแว่นสายตา บริการตัดผมชาย-หญิง และบริการทันตกรรม แก่ประชาชนในพื้นที่ฟรี โดยมี นายฐานวัฒน์ พรนิธิดลวัฒน์ ผู้อำนวยการกองคุ้มครองและพัฒนาอาชีพ ผู้แทนอธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว พร้อมด้วย นางสาวขนิษฐา บำรุงรัตน์ ผู้อำนวยการสถานคุ้มครองและพัฒนาอาชีพบ้านนารีสวัสดิ์ จังหวัดนครราชสีมา ร่วมในพิธี ณ โรงเรียนสุรธรรมพิทักษ์ อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา




นางจินดา บุญลาภทวีโชค กรรมการตรวจสอบ เปิดเผยว่า โครงการ ส่งเสริมอาชีพเพื่อสตรีและครอบครัว มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง มีวัตถุประสงค์เพื่อมอบวัสดุอุปกรณ์ประกอบอาชีพ แก่ สตรี บุรุษ พ่อเลี้ยงเดี่ยว ผู้ด้อยโอกาสทางสังคม หรือผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศ ที่มีความรู้และความสามารถแต่ขาดแคลนวัสดุอุปกรณ์ในการประกอบอาชีพ โดยในปี พ.ศ. 2569 ได้รับความร่วมมือจากศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัว และสถานคุ้มครองและพัฒนาอาชีพ รวม 12 แห่ง ได้แก่ กรุงเทพฯ นนทบุรี ชลบุรี นครราชสีมา สงขลา สุราษฎร์ธานี ศรีสะเกษ  ขอนแก่น ลำพูน ลำปาง เชียงราย และพิษณุโลก คัดกรองผู้ที่ผ่านการฝึกอบรม เสริมทักษะอาชีพ ส่งมาให้มูลนิธิฯ พิจารณาตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้  โดยมูลนิธิฯ หวังเป็นอย่างยิ่งว่า การดำเนินการโครงการดังกล่าวนี้ จะมีส่วนสนับสนุน ช่วยสร้างอาชีพ สร้างรายได้ เลี้ยงตนเองและครอบครัว ลดปัญหาความเหลื่อมล้ำในสังคม และประเทศชาติอย่างยั่งยืนต่อไป




ตลอดระยะเวลากว่า 116 ปี ที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ขยายขอบข่ายโครงการต่าง ๆ ออกไปอย่างกว้างขวาง ไม่เพียงแต่บำบัดทุกข์ บำรุงสุข แก่ผู้ตกทุกข์ได้ยากโดยไม่จำกัดเชื้อชาติ ศาสนา เท่านั้น แต่ยังได้พัฒนาคุณภาพชีวิตอีกในหลายทาง เพื่อเป็นองค์กรสาธารณกุศลที่ช่วยเหลือประชาชนครบวงจรในทุกๆ ด้าน ต่อไป ดังปณิธาน “มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”

ติดตามข่าวสารกิจกรรม การช่วยเหลือของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่ เฟซบุ๊ก แฟนเพจwww.facebook.com/atpohtecktung หรือดูรายละเอียดช่องทางที่สะดวกได้ที่ https://linktr.ee/pohtecktung
 
มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”
#แอปพลิเคชัน และ #สายด่วน ป่อเต็กตึ๊ง1418
#ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน #แอปพลิเคชัน และ #สายด่วนป่อเต็กตึ๊ง1418






79
3 พ.ค. นี้ คิกออฟกิจกรรมเดิน-วิ่งการกุศลครั้งยิ่งใหญ่! ‘หมอออร์โธฯ ชวนก้าว เพื่อ 13 โรงพยาบาล’


                ราชวิทยาลัยแพทย์ออร์โธปิดิกส์แห่งประเทศไทย ผนึกกำลังพันธมิตร สมาคมออร์โธปิดิกส์แห่งประเทศไทย, มูลนิธิแพทย์ออร์โธปิดิกส์, ศิริราชมูลนิธิ, มูลนิธิก้าวคนละก้าว, We Run THAILAND, Butterbear, นายศุภชัย เจียรวนนท์ ผู้ก่อตั้งมูลนิธิศุภชัย, บุษดี เจียรวนนท์, ช่อง 3HD, ช่องเวิร์คพอยท์ และช่อง 7HD จัดโครงการ “หมอออร์โธฯ ชวนก้าว เพื่อ 13 โรงพยาบาล” ชวนประชาชนร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการให้ผ่านกิจกรรมเดิน-วิ่งการกุศลครั้งยิ่งใหญ่ เพื่อระดมทุน 100 ล้านบาท จัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ด้านกระดูกและข้อให้แก่โรงพยาบาลที่ขาดแคลนจำนวน 13 แห่งทั่วประเทศ ในวันอาทิตย์ที่ 3 พฤษภาคม 2569 เวลา 16.00 น. เป็นต้นไป ณ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต

         สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ได้ที่ บริษัท โซกู๊ด คอนซัลติ้ง จำกัด
กมลวรรณ พึ่งเนตร์ (น้ำหวาน) kamonwan.sogood@gmail.com , 085 449 0988
สุทธิพงษ์ เหมคช (เป็นหนึ่ง)  suttipongh.sogood@gmail.com , 061 696 6651
80
ภาคธุรกิจหนุนประเพณีลับแล เสริมศักยภาพท่องเที่ยวอุตรดิตถ์
สืบสานประเพณีสงกรานต์เมืองลับแลงไชย เมืองลับแล ในงานคัดสรรเทพบุตรอุตรดิตถ์ 2569


จังหวัดอุตรดิตถ์ เดินหน้าสืบสานประเพณีท้องถิ่นอันทรงคุณค่า ผ่านการจัดกิจกรรม “คัดเลือกมังคละมานพ (เทพบุตร) เมืองลับแล” ประจำปี 2569 เพื่อเฟ้นหาตัวแทนของจังหวัดในการประกอบพิธีตั้งสัตยาธิษฐานเสี่ยงทายน้ำมะพร้าว ซึ่งเป็นพิธีกรรมโบราณที่สะท้อนถึงความเชื่อและอัตลักษณ์ของชาวลับแล ควบคู่กับการมีบทบาทสำคัญในพิธีสรงน้ำ “พระเจ้าลับแลง” พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง ในช่วงเทศกาลสงกรานต์

การจัดงานในปีนี้สะท้อนพลังความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนในการอนุรักษ์และต่อยอดวัฒนธรรมท้องถิ่นสู่มิติทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว โดย Dr.J Clinic ร่วมสนับสนุนรางวัลรวมมูลค่ากว่า 150,000 บาท เพื่อส่งเสริมศักยภาพผู้เข้าประกวด และสร้างแรงจูงใจให้คนรุ่นใหม่เข้ามามีส่วนร่วมในการสืบสานประเพณี อันเป็นการต่อยอด “ทุนทางวัฒนธรรม” สู่การสร้างมูลค่าเพิ่มในระดับพื้นที่


นอกจากนี้ ยังได้รับการสนับสนุนจากหลายภาคส่วน อาทิ ร้านอาหารบลูอิเลฟเฟ่น ร่วมสนับสนุนรางวัล , องค์การบริหารส่วนจังหวัดอุตรดิตถ์ ธนาคารออมสิน ร้านอาหารโรงเหล้าแสงจันทร์ เอกมัย-รามอินทรา และ ซึ่งสะท้อนถึงการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายในการขับเคลื่อนกิจกรรมวัฒนธรรมสู่ความยั่งยืน

ภายในงานได้รับเกียรติจาก นายธนพล ศิริเดช กรรมการผู้จัดการ บริษัท เจพี วันคอนซัลแทนท์ จำกัด และ นายสันต์ชัย มานิมนต์ รองอันดับ 1 Mr. Rainbow Sky 2025 ร่วมมอบรางวัลให้แก่ผู้ได้รับการคัดเลือกทั้ง 6 คน ซึ่งเป็นตัวแทนมังคละมานพ (เทพบุตร) เมืองลับแล ประจำปี 2569 ได้แก่ รางวัลชนะเลิศ นายตั้งปณิธาร นาก้อนทอง รองชนะเลิศอันดับ 1 นายนราวิชญ์ บุญเกิด รองชนะเลิศอันดับ 2 นายฐิติวัฒน์ ออนตะไคร้ รองชนะเลิศอันดับ 3 นายพุฒิพงศ์ หลิน รองชนะเลิศอันดับ 4 นายเซดดริก สันดำ


การประกวดมังคละมานพ (เทพบุตร) เมืองลับแล เทพบุตรอุตรดิตถ์ จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 โดยมีเป้าหมายเพื่ออนุรักษ์ สืบสาน และต่อยอดประเพณีท้องถิ่น ควบคู่กับการพัฒนาเป็นจุดขายด้านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม สร้างการรับรู้และดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติให้เข้ามาสัมผัสเสน่ห์ของ “เมืองลับแล” อย่างใกล้ชิด

งานดังกล่าวจัดขึ้น ณ วัดท้องลับแล ตำบลฝายหลวง อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ ท่ามกลางความสนใจของประชาชนและนักท่องเที่ยวจำนวนมาก สะท้อนถึงศักยภาพของวัฒนธรรมท้องถิ่นในการเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก และสร้างคุณค่าให้กับชุมชนในระยะยาว
Pages: 1 ... 6 7 [8] 9 10