Recent Posts

Pages: 1 ... 5 6 [7] 8 9 10
61
“เลียม นีสัน” เหยียบคันเร่งหนีระเบิด เดิมพันชีวิตครอบครัว “เหยียบระห่ำ ดับโคตรแค้น” ทางทรูโฟร์ยู ช่อง 24


ราชาแอ็กชันทริลเลอร์ “เลียม นีสัน” กลับมารับบทชายธรรมดาที่ถูกผลักเข้าสู่เกมมรณะกลางถนนเมืองเบอร์ลิน เมื่อรถที่เขาขับกลายเป็นกับดักระเบิดพร้อมทำงานทุกวินาที เสริมความเข้มข้นด้วย “แมทธิว โมดีน” ในเรื่องราวไล่ล่าที่บีบหัวใจตั้งแต่ต้นจนจบ ความระทึกครั้งนี้ไม่ได้วัดกันที่ความเร็วเท่านั้น แต่เดิมพันด้วยชีวิต ความจริง และครอบครัวที่ต้องรอดไปพร้อมกัน กับภาพยนตร์ “เหยียบระห่ำ ดับโคตรแค้น”






เปิดฉากความระทึก เมื่อ แมตต์ เทอร์เนอร์ (เลียม นีสัน) นักธุรกิจชาวอเมริกันที่ใช้ชีวิตอยู่ในกรุงเบอร์ลิน กำลังขับรถพาลูกทั้งสองคนไปโรงเรียนในเช้าวันปกติ แต่ทุกอย่างกลับพลิกเป็นวิกฤต หลังได้รับสายจากบุคคลปริศนาแจ้งว่ามีระเบิดซ่อนอยู่ใต้เบาะรถ และจะทำงานทันทีหากเขาหรือลูกลงจากรถ หรือทำภารกิจไม่ทันตามเวลาที่กำหนด แมตต์จึงต้องบังคับพวงมาลัยไปพร้อมกับควบคุมสติ ท่ามกลางความหวาดกลัวของลูกและแรงกดดันจากเสียงปลายสายที่คอยบงการทุกฝีก้าว ขณะเดียวกัน เงื่อนงำของเหตุการณ์เริ่มโยงไปถึง แอนเดอร์ส มุลเลอร์ (แมทธิว โมดีน) บุคคลสำคัญในแวดวงธุรกิจที่อาจเกี่ยวพันกับความลับเบื้องหลังแผนวินาศครั้งนี้ เมื่อทุกถนนกลายเป็นสนามไล่ล่า และทุกวินาทีคือเส้นแบ่งระหว่างรอดกับตาย แมตต์ต้องเร่งค้นหาคนร้ายตัวจริง ก่อนที่เขาจะสูญเสียทุกอย่างที่รัก ติดตามชม “เหยียบระห่ำ ดับโคตรแค้น” (Retribution) วันเสาร์ที่ 1 สิงหาคม 2569 เวลา 16.40 น. ทางทรูโฟร์ยู ช่อง 24 และ https://true4u.com/live/
62
จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวขนาด 6.8 ที่ความลึก 10 กม. ศ.ดร.อมร พิมานมาศ นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย และ อ.ประจำคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ระบุว่า เบื้องต้นคาดว่าเป็นแผ่นดินไหวที่เกิดจากรอยเลื่อนตามแนวระดับ (Strike-slip) โดยเกิดใกล้แนวรอยเลื่อนฟุตะกะวะและฮินางุ


สำหรับเหตุอาคาร AEON Mall ถล่มนั้น ศ.ดร. อมร ตั้งข้อสังเกตว่า อาคาร AEON Mall ซึ่งถล่มไปนั้น เป็นอาคาร 2 ชั้น เมื่อดูภาพการถล่ม พบว่าการถล่มเกิดขึ้นที่บริเวณชั้นสองของอาคาร และถล่มหลังจากเกิดแผ่นดินไหวไปแล้วประมาณชั่วโมงครึ่ง ซึ่งดูจากลักษณะการถล่มแล้ว ไม่คล้ายรูปแบบการถล่มที่พบจากแผ่นดินไหวทั่วไป เนื่องจาก หากอาคารเตี้ยถล่มด้วยแรงเฉือนจากแผ่นดินไหว รูปแบบที่พบเห็นบ่อยคือ การถล่มที่ชั้นล่างของอาคาร (ซึ่งมีแรงเฉือนสูงสุด) ทำให้เสาชั้นล่างหัก อาคารล้มเอียง หรือเกิด “ชั้นอ่อน” หรือ “Soft Storey” แล้วทำให้อาคารถล่มทั้งหลัง

แต่สำหรับอาคาร AEON Mall พบว่า การพังทลายเกิดขึ้นที่ชั้นสอง โดยโครงสร้างหลังคาพังเสียหาย ผนังด้านนอกหลุดทั้งหมด และโครงเหล็กบิดเบี้ยว เสียรูปอย่างรุนแรง ประกอบกับผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่าเห็นกลุ่มควัน และได้ยินเสียงระเบิด ซึ่งอาจเป็นไปได้ว่า เกิดการรั่วของท่อก๊าซ เช่น ก๊าซหุงต้มในระบบท่อในอาคาร แล้วทำให้เกิดการระเบิดตามมา ทั้งนี้ ทางการญี่ปุ่นคงต้องสำรวจสาเหตุที่แท้จริงต่อไป



ศ.ดร.อมร ให้ความเห็นต่อว่า หากเกิดจากท่อก๊าซรั่วแล้วนำไปสู่การระเบิดจริง คงจะต้องทบทวนระบบท่อในอาคารด้วย ว่ามีมาตรฐานต้านแผ่นดินไหวขนาดไหน และมีระบบตัดก๊าซอัตโนมัติหรือไม่ เพราะแม้อาคารไม่ถล่มจากแผ่นดินไหว แต่หากท่อก๊าซแตก ก็อาจทำให้เกิดการระเบิด แล้วทำให้อาคารถล่มได้เช่นกัน

ดร.อมร กล่าวสรุปในตอนท้ายว่า สำหรับอาคาร AEON Mall หลังนี้ก็เคยได้รับความเสียหายหนักจากแผ่นดินไหวคุมะโมโตะ ในปี 2559 มาแล้วด้วย
63
มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ลงนามถวายพระพรชัยมงคล พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2569 ณ ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง กรุงเทพฯ




วันนี้ (วันอังคารที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2569) มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายสัก กอแสงเรือง รองประธานกรรมการ นายวิชิต ชินวงศ์วรกุล รองประธานกรรมการ นายจารุรัตน์ คุณัตถานนท์ กรรมการและเหรัญญิก และนายวิศิษฎ์ ลิ้มประนะ กรรมการ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง และหน่วยงานในเครือ นำแจกันดอกไม้ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ และลงนามถวายพระพรชัยมงคล พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2569 ณ ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง กรุงเทพฯ


ทั้งนี้ ระหว่างวันที่ 28-30 กรกฎาคม 2569 ศาลเจ้าไต้ฮงกงหยกขาว เฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา จะเปิดไฟประดับรอบนอกศาลเจ้าฯ ถึงเวลา 21.00 น. เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2569  โดยผู้มีจิตศรัทธาสามารถเข้าสักการะหลวงปู่ไต้ฮงและเทพเจ้าศักดิ์สิทธิ์ภายในศาลเจ้าฯ ได้ถึงเวลา 18.00 น. ติดต่อสอบถาม ติดตามข่าวสารและกิจกรรม รวมถึงพิกัดของศาลเจ้าไต้ฮงกงหยกขาวได้ที่ https://linktr.ee/TaihonggongshrineTH





64
มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง สนับสนุนค่าพาหนะ และสิ่งของ ให้แก่ ผู้รับขาเทียม ช่างและอาสาสมัคร ในโครงการออกหน่วยทำขาเทียม พระราชทานเคลื่อนที่ ครั้งที่ 178 เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ณ หอประชุมวิทยาลัยเทคนิคหาดใหญ่ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา




วันนี้ (วันศุกร์ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2569) มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายวิชิต ชินวงศ์วรกุล รองประธานกรรมการ พร้อมด้วย นายรัชพร ประสงค์ทรัพย์ หัวหน้าแผนกสาธารณภัย ลงพื้นที่มอบค่าพาหนะคนละ 500 บาท พร้อมเครื่องอุปโภคบริโภคให้แก่ผู้รับขาเทียม และช่างอาสาสมัคร ที่เข้าร่วมโครงการออกหน่วยทำขาเทียมพระราชทานเคลื่อนที่ ครั้งที่ 178 มูลนิธิขาเทียม ในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี รวม 168 คน รวมงบประมาณดำเนินการในครั้งนี้ทั้งสิ้น 152,455 บาท (หนึ่งแสนห้าหมื่นสองพันสี่ร้อยห้าสิบห้าบาทถ้วน)  โดยมี นายจิรวัตร์ มณีโชติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เป็นประธานในพิธี ศาสตราจารย์คลินิก นายแพทย์นิเวศน์ นันทจิต เลขาธิการมูลนิธิขาเทียมฯ กล่าวขอบคุณและแสดงความยินดีกับคนพิการขาขาด นายแพทย์ชาญชัย พจมานวิพุธ รองเลขาธิการมูลนิธิขาเทียมฯ กล่าวรายงานผลการปฏิบัติงาน พลเอกกานต์นาท นิกรยานนท์ ผู้อำนวยการสงเคราะห์ทหารผ่านศึกฯ มอบของที่ระลึกขอบคุณผู้สนับสนุนโครงการ พร้อมด้วย ดร.สมศักดิ์ ไชยโสดา ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคหาดใหญ่ คณะมูลนิธิมิตรภาพสามัคคี (ท่งเซียเซี่ยงตึ๊ง) หาดใหญ่ มูลนิธิเทิดคุณธรรมหาดใหญ่ “เต็กก่า” จีหน่ำเกาะ และผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชนต่างๆ ร่วมในพิธี ณ หอประชุมวิทยาลัยเทคนิคหาดใหญ่ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา


การสนับสนุนมูลนิธิขาเทียม ในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี โครงการออกหน่วยทำขาเทียมพระราชทานเคลื่อนที่ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ให้การสนับสนุนอย่างต่อเนื่องเรื่อยมา ตั้งแต่การดำเนินการครั้งที่ 165 รวม 14 จังหวัด คิดเป็นมูลค่าไม่ต่ำกว่า 5.4 ล้านบาท

ตลอดระยะเวลากว่า 116 ปี ที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ขยายขอบข่ายโครงการต่าง ๆ ออกไปอย่างกว้างขวาง ไม่เพียงแต่บำบัดทุกข์ บำรุงสุข แก่ผู้ตกทุกข์ได้ยากโดยไม่จำกัดเชื้อชาติ ศาสนา เท่านั้น แต่ยังได้พัฒนาคุณภาพชีวิตอีกในหลายทาง เพื่อเป็นองค์กรสาธารณกุศลที่ช่วยเหลือประชาชนครบวงจรในทุกๆ ด้าน ต่อไป ดังปณิธาน มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต




ติดต่อสอบถาม และติดตามข่าวสารและกิจกรรมของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่ เฟซบุ๊ก แฟนเพจ www.facebook.com/atpohtecktung และช่องทางอื่นๆ ที่สะดวกได้ที่ https://linktr.ee/pohtecktung หรือที่สายด่วนป่อเต็กตึ๊ง 1418

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”
#แอปพลิเคชัน และ #สายด่วน ป่อเต็กตึ๊ง1418


65
เอส ซี เอ็ม ซี คลินิกเวชกรรม ทำบุญใหญ่ พร้อมรีแบรนด์ ก้าวข้ามจากคลินิกความงาม สู่ศูนย์เวชศาสตร์เมตาบอลิกระดับภูมิภาค โดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ


           ศูนย์การแพทย์ SCMC (Srisukho Clinic at Mahanakhon Center) จัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์ และทำบุญคลินิก โดยมีพระอาจารย์ไพศาล วิสาโล (เจ้าอาวาสวัดป่าสุคะโต จังหวัดชัยภูมิ) เมตตารับเป็นประธานฝ่ายสงฆ์ พร้อมเจริญพระพุทธมนต์ เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่บุคลากรในโรงพยาบาล เมื่อวันอาทิตย์ที่ 19 กรกฎาคม 2569 ณ SCMC ชั้น 2 อาคารมหานครเซ็นเตอร์ สีลมซอย 9


           นพ.ชเนษฎ์ ศรีสุโข (หมอกล้า) ผู้ก่อตั้งและผู้อำนวยการ SCMC เปิดเผยว่า การทำบุญครั้งนี้ เพื่อเสริมสร้างความเป็นสิริมงคล และตอกย้ำการก้าวสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ สู่ศูนย์เวชศาสตร์เมตาบอลิก พร้อมการเปิดป้ายชื่อใหม่ “SCMC” และเปิด “โถงอัมพร” อย่างเป็นทางการ โถงต้อนรับที่ออกแบบใหม่ทั้งหมด เพื่อรำลึกถึงคุณย่า ผู้เป็นช่างตัดเสื้อสตรีที่มีชื่อเสียงในอดีต ท่านสอนให้เรามีเมตตา และให้รักษาให้ดี เหมือนการตัดเสื้อผ้าให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคล และปรัชญาจากโรงพยาบาลศรีสุโข “ดูแลด้วยหัวใจใส่ความรัก พร้อมพรักมาตรฐานการรักษา ยามป่วยไข้ได้อุ่นใจในทุกครา ด้วยศรัทธาจะผลาญโศกดับโรคภัย" ซึ่งเป็นโรงพยาบาลของครอบครัว และสนับสนุน SCMC อย่างต่อเนื่อง โดย SCMC เป็นมรดกทางการแพทย์ของครอบครัวจากสหคลินิก และได้สืบต่อมาเป็นรุ่นที่ 3 โดยเปิดให้บริการตั้งแต่ปี 2564


           ปัจจุบันได้มีการรีแบรนด์ ปรับโฉมใหม่จาก มาลิคลินิกเวชกรรม เป็น SCMC สู่การยกระดับ ด้วยมาตรฐานการบริการด้วยหัวใจ พร้อมตั้งเป้าหมายรองรับวิสัยทัศน์ 10 ปี (2569 –2579) ที่ก้าวข้ามจากคลินิกความงาม และดูแลน้ำหนัก สู่ศูนย์เวชศาสตร์เมตาบอลิกระดับภูมิภาค พร้อมยกระดับประสบการณ์ ผู้รับบริการสู่มาตรฐานบริการแบบโรงแรม ทั้งชาวไทยและนานาชาติ นอกจากนี้ SCMC ยังได้รับรางวัล WhatClinic Service Awards 2023–2025 จากรีวิวผู้รับบริการชาวต่างชาติกว่า 400 ราย


           นอกจากนี้ SCMC ยังมีเทคโนโลยีใหม่ 2 แพลตฟอร์ม คือ Coolfase (คลื่นวิทยุกระชับผิวพร้อมระบบความเย็น) และ Liftera 2 (HIFU สองโหมด ยกกระชับไม่ผ่าตัด) และยังมีบริการใหม่ คือ คลินิกสุขภาพสตรีทุกวันพฤหัสบดี รวมถึงนโยบายปรึกษาแพทย์ฟรีถาวร และโปรแกรมเมตาบอลิกเวลเนส


จุดเด่นที่ทำให้ SCMC ตั้งเป้าเป็นศูนย์เวชศาสตร์เมตาบอลิกระดับภูมิภาค

-        โปรแกรมดูแลน้ำหนักและปรับรูปร่างภายใต้การประเมินของแพทย์ (ออกแบบเฉพาะบุคคล) พร้อมโภชนาการและการรักษามวลกล้ามเนื้อ

-        ความงามแบบไม่ผ่าตัดครบวงจร: HIFU รุ่นใหม่ ฟิลเลอร์ โบท็อกซ์ สารกระตุ้นผิว เลเซอร์ ดูแลสิว ฝ้า และกระ

-        “นวดหน้าชุดใหญ่” (Facial Treatment Massage Program) ภายใน 2 ชั่วโมง ผลักวิตามินด้วยคลื่นอัลตราโซนิกและนวดหน้าผ่อนคลายซิกเนเจอร์

-        วิตามินดริปสูตรพัฒนาต่อยอดจากโรงพยาบาลศรีสุโข

-        ตรวจสุขภาพระดับโรงพยาบาล (อัลตราซาวนด์ คลื่นไฟฟ้าหัวใจ) และความร่วมมือกับ LAB ชั้นนำระดับโลกในไทย

-        คลินิกสุขภาพสตรี โดย พญ.ชัญวลี ศรีสุโข ที่มีประสบการณ์กว่า 40 ปี ทุกวันพฤหัสบดี

-        นโยบายปรึกษาแพทย์ไม่มีค่าใช้จ่าย (นัดหมายล่วงหน้า)

-        บริการมาตรฐานโรงแรม: ทีมงาน SCMC มีการอบรมกับ John Robert Powers และสถาบัน Nai Lert Butler ทีมทรีตเมนต์ทำงานร่วมคลินิก – โรงพยาบาล ตรวจคุณภาพทุกสัปดาห์โดย อจ.พญ.ชัญวลี



           ในปี 2569 – 2579 SCMC ยังมีเป้าหมายแผนทางธุรกิจ สู่การพัฒนาศูนย์เวชศาสตร์เมตาบอลิก ระดับภูมิภาค เพื่อขยายฐานผู้รับบริการนานาชาติ โดยยึดมาตรฐาน “บริการดุจโรงแรม 5 ดาว การแพทย์ มาตรฐานระดับชาติ” เดินหน้าสร้างความร่วมมือกับศูนย์ความงามชั้นนำกับโรงพยาบาลเครือข่ายระดับโลก นพ.ชเนษฎ์ กล่าวปิดท้าย

           สำหรับผู้ที่สนใจหรือต้องการคำแนะนำเพิ่มเติมสามารถสอบถามได้ที่ ชั้น 2 อาคารมหานครเซ็นเตอร์ (2/21) สีลมซอย 9 เขตบางรัก กรุงเทพฯ หรือเว็บไซต์: scmcthailand.com (ข้อมูลโรงพยาบาลเครือครอบครัว: srisukho.co.th) Instagram: scmcclinic หรือโทรศัพท์: 097-428-2999
66
พม. จับมือ มจธ. และเครือข่ายคนพิการ แถลงข่าวการจัดงาน
“โครงการสัมมนาวิชาการระดับชาติด้านคนพิการ ครั้งที่ 18 (NCPD 2026)”
ชูแนวคิด “Learning to Earning” นวัตกรรมสร้างสรรค์ สู่อาชีพที่ยั่งยืน


นางสาวสนธยา บุณยภูษิต อธิบดีกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ร่วมกับ รองศาสตราจารย์ ดร.สยาม เจริญเสียง รองอธิการบดีอาวุโสฝ่ายวิชาการ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) พร้อมด้วย นายวิทยุต บุนนาค นายกสมาคมสภาคนพิการทุกประเภทแห่งประเทศไทย และนายกสมาคมคนหูหนวกแห่งประเทศไทย ร่วมแถลงข่าวการจัด โครงการสัมมนาวิชาการระดับชาติด้านคนพิการ ครั้งที่ 18 ประจำปี 2569 (The 18th National Conference on Persons with Disabilities : NCPD 2026) ภายใต้แนวคิด “From Learning to Earning : Innovation for Persons with Disabilities in an Inclusive Society” หรือ “การเรียนรู้สู่การสร้างรายได้ด้วยนวัตกรรมเพื่อคนพิการในสังคมที่ทุกคนเข้าถึง มีส่วนร่วม และเท่าเทียม” โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ มุ่งเปลี่ยน “การเรียนรู้” สู่ “การสร้างรายได้” อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตคนพิการในยุคดิจิทัล ท่ามกลางผู้บริหารหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้นำองค์กรด้านคนพิการ เครือข่ายคนพิการ และสื่อมวลชน เข้าร่วมงาน ณ Hall 9-10 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2569


โครงการสัมมนาวิชาการระดับชาติด้านคนพิการ ครั้งที่ 18 มีกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 4 สิงหาคม 2569 ณ สุราลัย ฮอลล์ ชั้น 7 ศูนย์การค้าไอคอนสยาม โดยมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) เป็นเจ้าภาพ และกองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ เป็นผู้สนับสนุนการจัดงาน


นางสาววิษฐิดา อุ้ยตยะกุล ผู้อำนวยการกองกองทุนและส่งเสริมความเสมอภาคคนพิการ กล่าวว่า กองทุนฯ พร้อมสนับสนุนโครงการที่มุ่งยกระดับนวัตกรรมและองค์ความรู้ เพื่อสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีแก่คนพิการอย่างยั่งยืน โดยการผนึกกำลังกับสถาบันการศึกษาชั้นนำในการขยายผลองค์ความรู้สู่ระดับประเทศ จะเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการให้ก้าวทันการเปลี่ยนแปลงของสังคมและเทคโนโลยี


รองศาสตราจารย์ ดร.สยาม เจริญเสียง รองอธิการบดีอาวุโสฝ่ายวิชาการ มจธ. กล่าวว่า ความพิเศษของการจัดงานครั้งนี้คือเป็นครั้งแรกในรอบ 18 ปี ที่ย้ายสถานที่จัดงานจากภายในมหาวิทยาลัยสู่พื้นที่สาธารณะ เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนและผู้สนใจเข้าร่วมได้อย่างทั่วถึง ภายในงานจะมีการนำเสนอผลงานวิจัยกว่า 58 ผลงาน และนวัตกรรมเพื่อคนพิการที่ผ่านเข้ารอบสุดท้าย 10 ผลงาน จากผลงานที่ส่งเข้าประกวดกว่า 70 ผลงานทั่วประเทศ พร้อมการนำเสนอผลงาน (Pitching) บนเวทีใหญ่ โดยมุ่งเน้นการนำไปใช้ได้จริงตามหลัก Universal Design และมีเครือข่ายสถาบันการศึกษาและภาคเอกชนร่วมจัดแสดงผลงานกว่า 60 บูธ


ด้าน ดร.อรกัญญาณี เลี้ยงอิสสระ ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต มจธ. และหัวหน้าโครงการฯ กล่าวว่า การจัดงานครั้งนี้ครอบคลุม 3 ด้านสำคัญ ได้แก่ Education for All, Technology for All เช่น หุ่นยนต์ควบคุมระยะไกลและระบบ AI เพื่อช่วยเหลือคนพิการ และ Employment for All ผ่านงานวิจัยเชิงนโยบายและการส่งเสริมมาตรา 35 พร้อมเปิดพื้นที่แลกเปลี่ยนองค์ความรู้จากผู้ปฏิบัติงานจริง (Best Practice) และจัดเวิร์กช็อปฝึกอาชีพฟรีร่วมกับมหาวิทยาลัยขอนแก่น


กิจกรรมสำคัญภายในงาน ประกอบด้วย พิธีเปิดและปาฐกถาพิเศษโดย ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม การเปิดนิทรรศการ Inclusive Innovation Expo การแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ Inclusive Design Challenge การประกวดนวัตกรรม เทคโนโลยี และปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตคนพิการ การเสวนาด้านการออกแบบเพื่อคนทั้งมวล (Universal Design) การนำเสนอผลงานวิจัยด้านการศึกษา การมีงานทำ และการสร้างรายได้ของคนพิการ ตลอดจนประเด็นการสูงวัยอย่างมีคุณภาพและการดูแลคนพิการสูงอายุ โดยมีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ร่วมจัดเสวนา พร้อมนิทรรศการจากสถาบันการศึกษาและหน่วยงานภาคีเครือข่าย


การแถลงข่าวครั้งนี้ยังมีผู้ทรงคุณวุฒิจากหน่วยงานภาครัฐและสถาบันการศึกษาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมอง ได้แก่ นางสาวสนธยา บุณยภูษิต อธิบดีกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ รองศาสตราจารย์ ดร.ชุมเขต แสวงเจริญ หัวหน้าศูนย์ออกแบบสภาพแวดล้อมเพื่อทุกคน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และผู้แทนคณะทำงานยกร่างพระราชบัญญัติการออกแบบที่เป็นสากล (Universal Design) นายชนินทร์ ธันดา ผู้อำนวยการกองกฎหมาย กรมการขนส่งทางราง กระทรวงคมนาคม และนายธีรภัทร สุนทรชื่น วิศวกรโยธาชำนาญการ กรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย โดยมีคุณอรปรียา งามสง่า เป็นผู้ดำเนินรายการ


การแถลงข่าวดังกล่าวจัดขึ้นภายในงาน "มหกรรม UD (Universal Design) เพื่อคนพิการและทุกคนอยู่ดี" ซึ่งกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ร่วมกับภาคีเครือข่ายจัดขึ้น ณ Hall 9-10 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี เพื่อผลักดันแนวคิด Universal Design หรือการออกแบบที่เป็นสากล สร้างสังคมที่ทุกคนสามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากสิ่งอำนวยความสะดวกได้อย่างเท่าเทียม ไม่ว่าจะเป็นคนพิการ ผู้สูงอายุ หรือประชาชนทั่วไป
บรรยากาศพิธีเปิดเป็นไปอย่างคึกคัก เริ่มด้วยการแสดงพิเศษ "Able Opening Performance" จากเครือข่ายคนพิการ เยาวชนพิการ และศิลปินรับเชิญ พร้อมการฉายวีดิทัศน์สรุปผลการขับเคลื่อนสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับคนพิการของประเทศไทย จากนั้น นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นประธานในพิธีเปิดงาน โดยมี ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ร่วมในพิธี พร้อมมอบโล่ประกาศเกียรติคุณ "UD Hero Awards" จำนวน 15 รางวัล แก่บุคคลต้นแบบที่มีบทบาทสำคัญในการผลักดันการออกแบบที่เป็นสากลและส่งเสริมสิทธิการเข้าถึงของคนพิการ โดยมีคุณเพลงรบ ฐิติกุลดิลก และคุณภิญญาพัชญ์ ด่านอุตรา เป็นผู้ดำเนินรายการ


ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กล่าวว่า รัฐบาลมุ่งมั่นขับเคลื่อนนโยบายสร้างความเท่าเทียมในสังคม โดยยึดหลัก Universal Design หรือการออกแบบเพื่อคนทุกคน ที่เน้นเปลี่ยนผ่านจาก "กฎหมาย" สู่ "การใช้ชีวิตที่เข้าถึงได้จริง" เพื่อลดความเหลื่อมล้ำและปิดช่องว่างในการเข้าถึงอาคาร สถานที่ท่องเที่ยว ระบบขนส่ง และบริการสาธารณะ ตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง ควบคู่กับการผลักดันพระราชบัญญัติการออกแบบที่เป็นสากล (Universal Design) โดยบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อสนับสนุนอุปกรณ์ช่วยเหลือ ส่งเสริมเจตคติเชิงสร้างสรรค์ และสร้างสังคมที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง รองรับการเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์

ภายหลังพิธีเปิด คณะผู้บริหารและแขกผู้มีเกียรติได้เยี่ยมชมนิทรรศการและนวัตกรรมด้าน Universal Design ภายในงาน อาทิ UD Exhibition, UD Clinic, Empathy Zone, UD Timeline Wall และบูทกิจกรรมจากภาคีเครือข่าย ซึ่งนำเสนอองค์ความรู้ เทคโนโลยี และแนวทางการออกแบบสภาพแวดล้อมที่เป็นมิตรกับทุกคน เพื่อส่งเสริมการใช้ชีวิตอย่างเท่าเทียมในทุกมิติ
67
สังเวียนเดือด! "สตีเว่น" ปิดเกมส์ไว ชนะTKO ยก3 ผงาดคว้าแชมป์ OPBF มาครอง ส่วน "จอห์น" นักชกฟิลิปปินส์ ชนะคะแนน ซิวเข็มขัดแชมป์ ABF ได้สำเร็จ


           สังเวียนเดือด! ศึก "NARIS - HIGHLAND BOXING PROMOTIONS" ศึกแห่งศักดิ์ศรี เมื่อวันเสาร์ที่ 25 กรกฎาคม 2569 ที่ เวทีมวย เวิลด์สยาม สเตเดี้ยม บางกะปิ กรุงเทพฯ การแข่งขันชกมวยศึก "NARIS - HIGHLAND BOXING PROMOTIONS" จัดการแข่งขันโดยโปรโมเตอร์สองคู่เขยมากฝีมือ มิสเตอร์ บริโก้ แซนติก โปรโมเตอร์ชาวฟิลิปปินส์ กับ “ปุ่นอินเตอร์” นายศุภณัฐ จันทร์แรม โปรโมเตอร์ชาวไทย พร้อมด้วย นายนริส สิงห์วังชา ประธานสหพันธ์มวยแห่งเอเชีย (ABF) และ นายกสมาคมกีฬาชักกะเย่อ แห่งประเทศไทย ร่วมกันจัดศึก "NARIS - HIGHLAND BOXING PROMOTIONS" การแข่งขันชิงเข็มขัดแชมป์ ABF และ OPBF มีเข็มขัด 3 เส้น 2 สถาบัน นักสู้สังเวียนเดือดมีนักชกไทยและนักชกต่างชาติดวลฝีมือกันทั้ง 12 คู่เสิร์ฟความมันส์ในศึก "NARIS - HIGHLAND BOXING PROMOTIONS" นักสู้ขึ้นสังเวียนดวลหมัดในศึกแห่งศักดิ์ศรีกันอย่างดุเดือด โดยตลอดเกมการชกบนสังเวียนฟาดฟันกันอย่างดุเดือดทุกยกทุกวินาทีสะกดสายตาแฟนมวยทั้งสนาม โดยมีแฟนมวยทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติส่งเสียงเชียร์กันอย่างสนุกสนาน




ส่วนผลการแข่งขัน ศึก "NARIS - HIGHLAND BOXING PROMOTIONS" มีดังนี้

คู่ที่ 1. การชกอุ่นเครื่อง ในรุ่นเฮฟวี่เวท พิกัด 225 ปอนด์ กำหนด 6 ยก โฮอัง วินเซนต์ ทราน นักชกจากออสเตรเลีย ชนะTKO ยก2 ฉัตรกมล พัฒทพงษ์ นักชกไทย

คู่ที่ 2. การชกอุ่นเครื่อง ในรุ่นซูเปอร์เฟเธอร์เวท พิกัด 130 ปอนด์ กำหนด 4 ยก พุทธรักษ์ บุญร่วม ชนะTKO ยก2 ชูไฮมี่ แตนิละ

คู่ที่ 3. การชกอุ่นเครื่อง ในรุ่นมิดเดิลเวท พิกัด 160 ปอนด์ กำหนด 6 ยก ศรัณย์ ศรีอ่วมเบา ชนะTKO ยก2 ธะสพัส แดงสวัสดิ์





คู่ที่ 4. การชกอุ่นเครื่อง ในรุ่นซูเปอร์ฟลายเวท พิกัด 115 ปอนด์ กำหนด 4 ยก ณัฐนพ ลีวันแสงทอง ชนะยก1 สหรัฐ กรินรักษ์

คู่ที่ 5. การชกอุ่นเครื่อง ในรุ่นเฟเธอร์เวต พิกัด 126 ปอนด์ กำหนด 4 ยก คูเกล เบนเตบิเช นักชกจากแอลจีเรีย ชนะTKO ยก2 พีระพัฒน์ อั๋นสวัสดิ์ นักชกไทย

คู่ที่ 6. การชกอุ่นเครื่องมวยหญิง ในรุ่นซูเปอร์เฟเธอร์เวท พิกัด 130 ปอนด์ กำหนด 4 ยก อานิยา เคมิอาห์ คาร์ นักชกจากสหรัฐอเมริกา ชนะคะแนน ภัทราวดี คะเนนอก นักชกไทย





คู่ที่ 7. การชกอุ่นเครื่อง ในรุ่นไลต์เฮฟวี่เวต พิกัด 175 ปอนด์ กำหนด 6 ยก รูอารี นีล นักชกจากสกอตแลนด์ ชนะTKO ยก1 วิน ตุน อู นักชกจากเมียนมาร์

คู่ที่ 8. การชกอุ่นเครื่อง ในรุ่นเฟเธอร์เวท พิกัด 126 ปอนด์ กำหนด 6 ยก พันธกานต์ ปทุมมาศโสภณ ไทย ชนะTKO ยก1 อิปราฮิม ไทย

คู่ที่ 9. การชกอุ่นเครื่อง ในรุ่นฟลายเวท พิกัด 105 ปอนด์ กำหนด 6 ยก โรเบิร์ต แองเจโลสกี้ นักชกจากออสเตรเลีย ชนะTKO ยก5 เน ลิน อ่อง นักชกจากเมียนมาร์





คู่ที่ 10. การแข่งขันขิงเข็มขัดแชมป์ ABF ในรุ่นเฟเธอร์เวต พิกัด 126 ปอนด์ กำหนด 10 ยก ระหว่าง มิคาเอล อารูตยุนยาน นักชกจากอาร์เมเนีย/รัสเซีย ปะทะกับ วัชรพล โอ้นุช นักชกไทย เริ่มยกแรก มิเกล อาศัยความเก็าเดินรุกไล่ตัดลำตัวเน้นๆบนสลับล่างทำเอา "รัชรพล" ถึงกับสดุ้ง แต้ก็ยังโต้ตอบได้ดีกระทั่งต้นยก2 "มิคาเอล" ได้โอกาสฮุคขวาตัดลำตัวเข้าชายโครงด้านซ้าย "รัชรพล" ร่วงตรงมุมระฆังให้กรรมการนับ8 ชกต่อได้ "มิคาเอล" ไม่ปล่อยโอกาสฮุคขวาตรงเข้าปลายคาง "วัชรพล" ถึงกับร่วงทั้งยืนให้กรรมการนับถึง10 ชนะTKO ยก 2 ทำให้ "มิคาเอล" คว้าแชมป์ ABF มาครอง โดยได้รับเกียรติจากนายนริส สิงห์วังชา นายกสมาคมกีฬาชักกะเย่อแห่งประเทศไทยและพ่อพระวงการมวยขึ้นคาดเข็มขัดแชมป์




คู่ที่ 11. การแข่งขันขิงเข็มขัดแชมป์ ABF ในรุ่นฟลายเวท พิกัด 112 ปอนด์ กำหนด 10 ยก ระหว่าง จอห์น ไมเคิล ซูลูเอตา นักชกจากฟิลิปปินส์ ปะทะเดือดกับ โซเลี้ยง สุวรรณภักดี นักชกจาก สปป.ลาว เปิดเกมส์ "จอห์น" นักชกอันตรายจอมเก๋า จากฟิลิปปินส์ ยังคุมเกมส์ได้ดีคอยรอจังหวะสองผิดกับ "โซเลี้ยง" ที่เดินเร็วไล่ตัดลำตัวแต่ไม่ชัดเจน "จอห์น" เริ่มเดินเร็วออกหมัดได้ชัดเจนเน้นลำตัวสลับขึ้นบนทำเอา "โซเลี้ยง" ถึงกับหน้าหงายแต่ยังทนได้แม้จะโดนอัดลำตัวอย่างจังถึงกับออกอาการ หน้าสะบัด ช่วงปลายยก "จอห์น" ยังคงออกหมัดได้หนักหน่วงแบบเน้นทั้งใบหน้าและลำตัวครบยก "จอห์น" เผ็นฝ่ายชนะคะแนนเอกฉันท์ 98-92,98-92,98-92 ทำให้ "จอห์น" คว้าแชมป์ ABF มาครองอย่างสุดสวย โดยได้รับเกียรติจาก นายนริส สิงห์วังชา นายกสมาคมกีฬาชักกะเย่อแห่งประเทศไทยและพ่อพระวงการมวยคาดเข็มขัดแชมป์แสดงความยินดี




คู่ที่ 12. การแข่งขันขิงเข็มขัดแชมป์ OPBF (เยาวชน) ในรุ่นซูเปอร์มิดเดิลเวต พิกัด 168 ปอนด์ กำหนด 10 ยก ระหว่าง คัลลัม สตีเวน แดน นักชกจากอังกฤษ ปะทะกับ ปรมินทร์ แสงปัก นักชกไทย เริ่มยกแรก "สตีเว่น" อาศัยความสูงใหญ่เดินเข้าฮุคซ้ายและขวาตัดลำตัวได้เหนักหน่วงทำเอา ปรมิน นักชกไทยต้องถอยตั้งรับวนรอบเวทีกระทั่งต้นยก3 "สตีเว่น" ได้จังหวะฮุคซ้ายตัดลำตัวบนสลับล่างทำให้ "ปรมินทร์" ถึงกับร่วงให้กรรมการนับ8 ตรงมุมน้ำเงินชกต่อได้ "สตีเว่น" เดินเข้าซ้ำหมัดซ่ายขวาลำตัวอีกครั้งร่วงให้กรรมการนับ10 ทำให้ "สตีเว่น" เป็นฝ่ายชนะTKO ยก3 คว้าแชมป์มาครองสวยงามโดยมีนายนริส สิงห์วังชา นายกสมาคมกีฬาชักกะเย่อแห่งประเทศไทยและพ่อพระวงการมวยขึ้นคาดเข็มขัดพร้อมดัวยพลตรีดำรงค์ สิมะขจรบุญ ประธาน OPBF ร่วมแสดงความยินดี


           บรรยากาศรอบสังเวียนผืนผ้าใบเต็มไปด้วยความคึกคักและเสียงเชียร์ดังกึกก้อง ทั้งจากแฟนมวยชาวไทยและชาวต่างชาติที่มาร่วมชมติดขอบเวที ทุกการแข่งขันเต็มไปด้วยความดุเดือด แลกอาวุธกันอย่างสุดมันส์ นักชกแต่ละคนต่างระเบิดฟอร์มสะกดสายตาผู้ชมตั้งแต่คู่แรกจนคู่สุดท้าย ทำให้แฟนมวยส่งเสียงเชียร์ดังกึกก้องไปทั่วทั้งสนาม
68
สจล. จัด “KMITL Team Meet & Talk ปี 4”
เปิดพื้นที่รับฟังทุกภาคส่วน ร่วมขับเคลื่อนนิเวศนวัตกรรม
ในโอกาสครบรอบ 66 ปี


สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) จัดกิจกรรม “KMITL Team Meet & Talk ปี 4” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเปิดเวทีสื่อสารทิศทางการบริหารองค์กร สร้างการมีส่วนร่วม และเปิดรับฟังความคิดเห็นจากประชาคมชาว สจล. ทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นนักศึกษา บุคลากร ตลอดจนศิษย์เก่า เพื่อร่วมกันกำหนดทิศทางในการพัฒนาสถาบันมุ่งสู่อนาคตอย่างยั่งยืน ณ Activity Area อาคาร A ชั้น 1 สำนักการเรียนรู้ตลอดชีวิตพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (KLLC) ในวันที่ 23 กรกฎาคม 2569


รองศาสตราจารย์ ดร.คมสัน มาลีสี อธิการบดี สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) กล่าวว่า การขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยแห่งนวัตกรรมอย่างแท้จริงนั้น ไม่สามารถเกิดขึ้นได้จากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่จำเป็นต้องอาศัยพลังและความร่วมมือจากทุกภาคส่วน กิจกรรมในลักษณะนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของการสร้าง Innovation Ecosystem หรือระบบนิเวศแห่งนวัตกรรมที่สมบูรณ์แบบ ที่เอื้อต่อสภาพแวดล้อมที่เปิดกว้างจะช่วยส่งเสริมให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การรับฟังความคิดเห็นที่หลากหลาย การเชื่อมโยงองค์ความรู้ งานวิจัย และเทคโนโลยีเข้าด้วยกัน ซึ่งความร่วมมือเหล่านี้จะนำไปสู่การพัฒนานวัตกรรมที่สามารถตอบโจทย์ภาคอุตสาหกรรม แก้ไขปัญหา และสร้างประโยชน์ให้กับสังคมได้อย่างเป็นรูปธรรม


ปัจจุบัน สจล. มีพัฒนาการที่โดดเด่นในระดับนานาชาติ  โดยล่าสุดในการจัดอันดับ THE World University Rankings 2026 Asia สจล. ได้รับการจัดอันดับอยู่ในอันดับ 5 ร่วมของประเทศไทย จากเดิมอันดับ 8 ร่วมในปี 2025 และขยับขึ้นมาอยู่ในกลุ่มอันดับ 401-500 ของเอเชีย และก้าวขึ้นสู่อันดับ 290 ของอาเซียน พร้อมครองอันดับ 1 ในกลุ่มมหาวิทยาลัยขับเคลื่อนเทคโนโลยี อีกทั้งยังมีคะแนนด้าน Research Environment และ Research Productivity เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ชี้ให้เห็นถึงศักยภาพด้านงานวิจัยและการสร้างองค์ความรู้ในระดับสากล


นอกจากนี้ ผลสำรวจ TTU 2025 ยังพบว่าสจล. ครองอันดับ 1 ใน 3 สาขายอดนิยม ได้แก่ สถาปัตยกรรมศาสตร์ โลจิสติกส์ และเทคโนโลยีการเกษตร/อุตสาหกรรมเกษตร/อาหาร ขณะที่ปีการศึกษา 2568 มีนักศึกษาใหม่เข้าศึกษารวม 9,754 คน เพิ่มขึ้นร้อยละ 13.4 จากปีก่อน และมีอัตราการได้งานทำของบัณฑิตร้อยละ 86.19 สะท้อนคุณภาพการจัดการศึกษาและการผลิตบัณฑิตที่ตอบโจทย์ความต้องการของภาคอุตสาหกรรมและตลาดแรงงาน


สจล. ยังคงเดินหน้าขยายความเป็นมหาวิทยาลัยนานาชาติ โดยปัจจุบันมีนักศึกษาต่างชาติ 828 คน จากกว่า 44 ประเทศทั่วโลก และตั้งเป้าขยายจำนวนนักศึกษาต่างชาติสู่ประมาณ 900 คน ผ่านการสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยและสถาบันการศึกษาชั้นนำจากต่างประเทศ ควบคู่กับการพัฒนาศักยภาพผู้เรียนให้พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงของโลก ด้วยการพัฒนาหลักสูตรที่เปิดโอกาสให้นักศึกษาได้เรียนรู้ด้าน AI และ Coding ตั้งแต่ชั้นปีที่ 1 พร้อมยกระดับพื้นที่การเรียนรู้และ Co-working Space ควบคู่กับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของมหาวิทยาลัย การนำระบบ ERP มาใช้ในการบริหารจัดการองค์กร การจัดตั้ง Data Management Center เพื่อยกระดับการบริหารจัดการข้อมูล และเสริมความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ รองรับการก้าวสู่การเป็นมหาวิทยาลัยนวัตกรรมระดับโลก


สำหรับก้าวสำคัญถัดไปในการขับเคลื่อนวิสัยทัศน์ “The World Master of Innovation” สจล. เตรียมจัดงานมหกรรมครั้งยิ่งใหญ่ KMITL EXPO 2026 : “ลาดกระบังนิทรรศน์ 2569” ภายใต้แนวคิด “From Lab to Life” จากห้องปฏิบัติการสู่การใช้จริงระหว่างวันที่ 1-6 กันยายน 2569 เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนาสถาบันก้าวสู่ปีที่ 66 โดยเป็นการผนึกกำลังร่วมกับเครือข่ายมหาวิทยาลัย องค์กรวิจัย และหน่วยงานด้านนวัตกรรมชั้นนำระดับนานาประเทศ เพื่อร่วมจัดแสดงผลงานวิจัย เทคโนโลยีล้ำสมัย และนวัตกรรมแห่งอนาคต มุ่งเชื่อมโยงภาคการศึกษาในการบ่มเพาะความรู้ ภาคอุตสาหกรรมในการต่อยอดเชิงพาณิชย์ และเศรษฐกิจดิจิทัลในการขับเคลื่อนโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยีของประเทศ


ผู้สนใจสามารถติ ดตามข้อมูลข่าวสารและความเคลื่อนไหวเพิ่มเติมได้ทาง Facebook: https://www.facebook.com/kmitlofficial และเว็บไซต์ www.kmitl.ac.th สอบถามเพิ่มเติมที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 329 8000
69
“เฟิร์ส-พรชิตา” พลิกบทจากผีสู่นางเอก เปิดฉากบู๊ฮาในล้อหนังดัง
“อีเกรียนซิ่ง” 1 สิงหาคมนี้ ทางทรูโฟร์ยู ช่อง 24


ถือเป็นอีกหนึ่งบทบาทที่น่าจับตาของนักแสดงสาว เฟิร์ส-พรชิตา ใจตง ที่หวนร่วมงานล้อหนังดังอีกครั้งในภาพยนตร์คอมเมดี้ “อีเกรียนซิ่ง” โดยครั้งนี้พลิกมารับบท “เฟิร์ส” เด็กแว้นหัวร้อนประจำหมู่บ้าน คาแรกเตอร์สุดเฮี้ยว ซ่า พร้อมลุย และยังเป็นการขึ้นแท่นนางเอกครั้งแรกที่ทำให้เจ้าตัวทั้งตื่นเต้นและดีใจเป็นพิเศษ


เฟิร์ส-พรชิตา เผยว่า บทบาทนี้มีความใกล้ตัวอยู่ไม่น้อย แต่ก็ท้าทายทั้งจังหวะคอมเมดี้และฉากแอ็กชันที่ต้องเล่นจริงหลายซีน “เรื่องนี้สนุกมากค่ะ และเป็นอีกงานที่ท้าทายสำหรับเฟิร์ส ก่อนหน้านี้เคยรับบทเป็นผีใน ‘ธี่หด’ พอครั้งนี้ได้มาเป็นนางเอกก็แอบเขินเหมือนกัน ต้องขอบคุณผู้ใหญ่ที่ให้โอกาส บทนี้ค่อนข้างเป็นตัวเอง มีความเฮี้ยว ซ่า และต้องเล่นฉากบู๊เยอะ ทั้งเตะจริง ต่อยจริง ถือเป็นประสบการณ์ใหม่ที่ได้ลุยเต็มที่ค่ะ”นอกจากบทบาทที่เข้มข้นขึ้น “อีเกรียนซิ่ง” ยังรวมนักแสดงสายฮาไว้อย่างคับคั่ง อาทิ นุ้ย เชิญยิ้ม, หลุยส์ ชวนชื่น, หน่อย เชิญยิ้ม, ยาว ลูกหยี, ปิ่น หทัยรัตน์ และอีกมากมาย ภายใต้การกำกับของ หลุยส์ ชวนชื่น และ อานุภาพ อนุวงษ์สังข์ ถ่ายทอดเรื่องราวสุดวุ่นของแก๊งเด็กแว้นที่เข้าไปพัวพันกับศึกค่ายมวยและกลุ่มผู้มีอิทธิพล จนนำไปสู่ภารกิจป่วน ฮา และมันเกินคาด “อยากฝากให้ทุกคนติดตามชม เป็นหนังที่ดูง่าย ผ่อนคลาย และมีตลกรุ่นใหญ่มุกแน่น มาร่วมสร้างความสนุกคับคั่ง รับรองว่าได้หัวเราะกรามค้างกันอย่างแน่นอน” ห้ามพลาดชม ล้อหนังดัง “อีเกรียนซิ่ง” วันเสาร์ที่ 1 สิงหาคม เวลา 18.30 น. ทาง ทรูโฟร์ยู ช่อง 24 และทาง https://true4u.com/live/









70
สงครามวัดกึ๋น! ทัพนักสู้ทั้ง 12 คู่ชั่งน้ำหนักผ่านฉลุย พร้อมปะทะเดือดเต็มอัตราศึก

            สงครามวัดกึ๋น! แฟนมวยเตรียมตัวมาสัมผัสความเดือดทะลุปรอทสะท้านสังเวียนผืนผ้าใบในศึก "NARIS - HIGHLAND BOXING PROMOTIONS" พรุ่งนี้เดือดแน่! นำทัพจอมบู๊เต็มอัตราศึกโดย มิสเตอร์ บริโก้ แซนติก โปรโมเตอร์ชาวฟิลิปปินส์ อัดแน่นด้วยขุนพลนักสู้ระดับแนวหน้าทั้ง 12 คู่ผ่านตาชั่งฉลุย เตรียมเปิดฉากปะทะเดือดทะลุปรอทกันในวันเสาร์ที่ 25 กรกฎาคม 2569 ณ เวทีมวย เวิลด์สยามสเตเดียม ถ่ายทอดสดทางช่อง TRILLER TV สู่สายตาผู้ชมทั่วโลก ตั้งแต่เวลา 12.30 น. เป็นต้นไป


            เมื่อวันศุกร์ที่ 24 กรกฎาคม 2569 ที่ โรงแรมอเล็กซานเดอร์ ห้องสุพรรณหงส์ 2 กรุงเทพฯได้มีพิธีการตรวจร่างกายและชั่งน้ำหนักนักมวยอย่างเป็นทางการ ผลการชั่งน้ำหนักนักมวยทั้ง 12 คู่ทำน้ำหนักได้ตามพิกัดและผ่านการตรวจร่างกายตามมาตรฐานโดยนักมวยที่ผ่านเกณฑ์การชั่งน้ำหนักและวัดระดับน้ำในร่างกายเป็นที่เรียบร้อย พร้อมขึ้นปะทะฝีมือกันในศึก "NARIS - HIGHLAND BOXING PROMOTIONS" งานนี้ห้ามพลาดเดือดทะลุปรอทกับคู่มวยชิงแชมป์ 3 คู่และมีนักมวยชั้นนำทั่วโลกจากหลากหลายประเทศขึ้นสังเวียนโชว์พลังหมัดกัน โดยมีประเทศ สหราชอาณาจักร, ฟิลิปปินส์, ออสเตรเลีย, เมียนมาร์, อาร์เมเนีย, รัสเซีย, มาเลเซีย, แอลจีเรีย, ลาว, สกอตแลนด์, สหรัฐอเมริกาและไทย พร้อมขึ้นชกกันอย่างดุเดือดแน่นอน จัดโดย โปรโมเตอร์สองคู่เขย มิสเตอร์ บริโก้ แซนติก โปรโมเตอร์ชาวฟิลิปปินส์ พร้อมด้วย “ปุ่นอินเตอร์” นายศุภณัฐ จันทร์แรม โปรโมเตอร์ชาวไทย และ “พ่อพระวงการมวย” นายนริส สิงห์วังชา ประธานสหพันธ์มวยแห่งเอเชีย (ABF) และ นายกสมาคมกีฬาชักกะเย่อแห่งประเทศไทย ร่วมกันจัดศึก "NARIS - HIGHLAND BOXING PROMOTIONS" มีชิงเข็มขัดแชมป์ ABF และ OPBF มีเข็มขัด 3 เส้น 2 สถาบัน แฟนๆ คอมวยมาสัมผัสความเดือดทะลุปรอทกับมวยหลายรุ่นจะขึ้นสังเวียนโชว์พลังหมัดแบบเต็มอิ่ม ไม่ควรพลาดทุกการชกเดือดทะลุปรอทสะท้านสังเวียนผืนผ้าใบกันในวันเสาร์ที่ 25 กรกฎาคม 2569 ณ เวทีมวย เวิลด์สยามสเตเดียม กรุงเทพฯ รับชมการถ่ายทอดสดทางช่อง TRILLER TV สู่สายตาผู้ชมทั่วโลก และ สำหรับแฟนมวยสามารถติดตามรับชมการดวลเดือดได้ที่ทางเพจ HIGHLAND BOXING GYM ได้ตั้งแต่เวลา 12.30 น. เป็นต้นไป




ส่วนผลการชั่งน้ำหนักนักมวยมีดังนี้

คู่ที่ 1. การชกอุ่นเครื่อง ในรุ่นเฮฟวี่เวท พิกัด 225 ปอนด์ กำหนด 6 ยก ระหว่าง โฮอัง วินเซนต์ ทราน นักชกจากออสเตรเลีย พบกับ ฉัตรกมล พัฒทพงษ์ นักชกไทย

คู่ที่ 2. การชกอุ่นเครื่อง ในรุ่นซูเปอร์เฟเธอร์เวท พิกัด 130 ปอนด์ กำหนด 4 ยก ระหว่าง พุทธรักษ์ บุญร่วม ไทยพบไทย ชูไฮมี่ แตนิละ

คู่ที่ 3. การชกอุ่นเครื่อง ในรุ่นมิดเดิลเวท พิกัด 160 ปอนด์ กำหนด 6 ยก ระหว่าง ศรัณย์ ศรีอ่วมบู่ ไทยพบกับไทย ตัสปัต ดันสวัสดิ์





คู่ที่ 4. การชกอุ่นเครื่อง ในรุ่นซูเปอร์ฟลายเวท พิกัด 115 ปอนด์ กำหนด 4 ยก ระหว่าง ณัฐนพ ลีวันแสงทอง ไทยพบไทย สหรัฐ กรินรักษ์

คู่ที่ 5. การชกอุ่นเครื่อง ในรุ่นเฟเธอร์เวต พิกัด 126 ปอนด์ กำหนด 4 ยก ระหว่าง คูเกล เบนเตบิเช นักชกจากแอลจีเรีย พบกับ พีระพัฒน์ อั๋นสวัสดิ์ นักชกไทย

คู่ที่ 6. การชกอุ่นเครื่องมวยหญิง ในรุ่นซูเปอร์เฟเธอร์เวท พิกัด 130 ปอนด์ กำหนด 4 ยก ระหว่าง อานิยา เคมิอาห์ คาร์ นักชกจากสหรัฐอเมริกา พบกับ ภัทราวดี คะเนนอก นักชกไทย





คู่ที่ 7. การชกอุ่นเครื่อง ในรุ่นไลต์เฮฟวี่เวต พิกัด 175 ปอนด์ กำหนด 6 ยก ระหว่าง รูอารี นีล นักชกจากสกอตแลนด์ พบกับ วิน ตุน อู นักชกจากเมียนมาร์

คู่ที่ 8. การชกอุ่นเครื่อง ในรุ่นเฟเธอร์เวท พิกัด 126 ปอนด์ กำหนด 6 ยก ระหว่าง พันธกานต์ ปทุมมาศโสภณ ไทยพบไทย มาโนช คำพุฒ

คู่ที่ 9. การชกอุ่นเครื่อง ในรุ่นฟลายเวท พิกัด 105 ปอนด์ กำหนด 6 ยก ระหว่าง โรเบิร์ต แองเจโลสกี้ นักชกจากออสเตรเลีย พบกับ เน ลิน อ่อง นักชกจากเมียนมาร์





คู่ที่ 10. การแข่งขันขิงเข็มขัดแชมป์ ABF ในรุ่นเฟเธอร์เวต พิกัด 126 ปอนด์ กำหนด 10 ยก ระหว่าง มิคาเอล อารูตยุนยาน นักชกจากอาร์เมเนีย/รัสเซีย จะปะทะ วัชรพล โอ้นุช นักชกไทย

คู่ที่ 11. การแข่งขันขิงเข็มขัดแชมป์ ABF ในรุ่นฟลายเวท พิกัด 112 ปอนด์ กำหนด 10 ยก ระหว่าง จอห์น ไมเคิล ซูลูเอตา นักชกจากฟิลิปปินส์ ปะทะเดือดกับ โซเลี้ยง สุวรรณภักดี นักชกจาก สปป.ลาว

คู่ที่ 12. การแข่งขันขิงเข็มขัดแชมป์ OPBF (เยาวชน) ในรุ่นซูเปอร์มิดเดิลเวต พิกัด 168 ปอนด์ กำหนด 10 ยก ระหว่าง คัลลัม สตีเวน แดน นักชกจากอังกฤษ ปะทะกับ ปรมินทร์ แสงปัก นักชกไทย





            แฟนๆ มวยเชิญมาสัมผัสความเดือดทะลุปรอทสะท้านสังเวียนผ้าใบในศึก "NARIS - HIGHLAND BOXING PROMOTIONS" รายการนี้อัดแน่นเหล่านักมวยมากฝีมือ พร้อมระเบิดความดุเดือดบนสังเวียนให้แฟนมวยได้ลุ้นกันแบบเต็มอิ่ม นำทัพจอมบู๊เต็มอัตราศึกโดย มิสเตอร์ บริโก้ แซนติก โปรโมเตอร์ชาวฟิลิปปินส์ ที่อัดแน่นด้วยขุนพลนักชกระดับแนวหน้าทั้ง 12 คู่ผ่านตาชั่งฉลุย พร้อมเปิดฉากปะทะเดือดทะลุปรอทสะท้านสังเวียนผืนผ้าใบกันในวันเสาร์ที่ 25 กรกฎาคม 2569 ณ เวทีมวย เวิลด์สยามสเตเดียม ถ่ายทอดสดทางช่อง TRILLER TV สู่สายตาผู้ชมทั่วโลก และ สำหรับแฟนมวยสามารถรับชมชมการดวลเดือดได้ที่ทางเพจ HIGHLAND BOXING GYM ตั้งแต่เวลา 12.30 น. เป็นต้นไป
Pages: 1 ... 5 6 [7] 8 9 10