21
news & activity / Burger King เปิดสาขาใหม่ ชั้น 6 ศูนย์การค้าแพลทินัม ชวนลิ้มรสความอร่อยระดับโลก
« Last post by happy on May 14, 2026, 05:36:48 PM »Burger King เปิดสาขาใหม่ ชั้น 6 ศูนย์การค้าแพลทินัม ชวนลิ้มรสความอร่อยระดับโลก

Burger King เปิดสาขาใหม่ เอาใจสายเบอร์เกอร์ พร้อมเสิร์ฟเมนูคุณภาพระดับโลกที่คัดสรรความอร่อยมาแบบจัดเต็ม ทั้งเมนูซิกเนเจอร์และเมนูยอดนิยมที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์การทาน

ไฮไลต์ความอร่อยกับเมนู “Whopper” เบอร์เกอร์ระดับตำนาน ด้วยเนื้อวัวคุณภาพนำเข้า 100% จากประเทศออสเตรเลีย ชิ้นหนา ย่างบนเปลวไฟจนหอมกรุ่น เสิร์ฟพร้อมผักสด มะเขือเทศ หอมใหญ่ แตงกวาดอง และซอสมายองเนส บนขนมปังงานุ่ม ให้รสชาติอร่อยลงตัวในทุกคำ นอกจากนี้ยังมีเมนูให้เลือกหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น เบอร์เกอร์ ปลา ชีสเบอร์เกอร์หมู และเบอร์เกอร์มังสวิรัติ สำหรับผู้ที่ไม่ทานเนื้อสัตว์ พร้อมเติมเต็มความอิ่มอร่อยด้วยเมนูของทานเล่นยอดนิยม อาทิ ไก่คั่วเกลือ เทมปุระ นักเก็ต และไอศกรีมซันเด รวมถึงเมนูข้าวและไก่ทอดที่พร้อมเสิร์ฟแบบจัดเต็ม

สัมผัสความอร่อยได้แล้ววันนี้ที่ Burger King ชั้น 6 ศูนย์การค้าแพลทินัม แฟชั่น มอลล์ พร้อมติดตามข่าวสารและโปรโมชั่นเพิ่มเติมได้ที่ Facebook: Platinum Fashion Mall แพลทินัม แฟชั่น มอลล์
22
news & activity / มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ขอเชิญประชาชน เฝ้าฯ รับเสด็จ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
« Last post by happy on May 14, 2026, 05:09:56 PM »มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ขอเชิญประชาชน เฝ้าฯ รับเสด็จ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ในพิธีเปิดอาคารศาลเจ้าไต้ฮงกงหยกขาว เฉลิมพระเกียรติ ๗๒ พรรษา ถนนเจริญราษฎร์ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร


ในวันพุธที่ ๒๐ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙ เวลา ๑๗.๐๐ น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนิน ทรงเปิดอาคารศาลเจ้าไต้ฮงกงหยกขาว เฉลิมพระเกียรติ ๗๒ พรรษา ถนนเจริญราษฎร์ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร ภูมิสัญลักษณ์แห่งศรัทธาและมรดกด้านสถาปัตยกรรมเชิงวัฒนธรรมแต้จิ๋วโบราณ อันเป็นที่ประดิษฐานองค์หลวงปู่ไต้ฮง (ไต้ฮงกง) หินหยกขาวที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย
มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง โดย นายวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการ พร้อมคณะกรรมการมูลนิธิฯ ขอเชิญชวนประชาชนทุกท่าน เฝ้าฯ รับเสด็จ โดยทุกท่านสามารถเข้าจุดคัดกรองได้ตั้งแต่เวลา ๑๔.๐๐ น. ที่โรงเรียนโกศลภัทรวิทย์ ซอยเจริญกรุง ๕๗ แขวงยานนาวา เขตสาทร เพื่อเข้าจุดพักคอยก่อนเตรียมเข้าพื้นที่รับเสด็จฯ ภายในสวนเฉลิมพระเกียรติ ๘๐ พรรษา รัชกาลที่ ๙ (พ.ศ. ๒๕๕๐) บริเวณศาลเจ้าไต้ฮงกงหยกขาว เฉลิมพระเกียรติ ๗๒ พรรษา ถนนเจริญราษฎร์ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร เป็นลำดับถัดไป หรือรับชมการถ่ายทอดสด [LIVE STREAMING] ได้ที่ เฟชบุ๊ก แฟนเพจ facebook.com/TaiHongGongShrine และ facebook.com/atpohtecktung
หมายเหตุ: โปรดเตรียมบัตรประจำตัวประชาชนตัวจริงหรือพาสปอร์ตตัวจริงเพื่อแสดงตน แต่งกายสุภาพ และปฏิบัติตามมาตรการรักษาความปลอดภัย และการป้องกันทางสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด
ติดต่อสอบถาม และติดตามข่าวสาร และกิจกรรมของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง และ ศาลเจ้าไต้ฮงกงหยกขาว เฉลิมพระเกียรติ ๗๒ พรรษา และช่องทางอื่นๆ ที่สะดวกได้ที่ https://linktr.ee/pohtecktung และ https://linktr.ee/TaihonggongshrineTH
มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง โดย นายวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการ พร้อมคณะกรรมการมูลนิธิฯ ขอเชิญชวนประชาชนทุกท่าน เฝ้าฯ รับเสด็จ โดยทุกท่านสามารถเข้าจุดคัดกรองได้ตั้งแต่เวลา ๑๔.๐๐ น. ที่โรงเรียนโกศลภัทรวิทย์ ซอยเจริญกรุง ๕๗ แขวงยานนาวา เขตสาทร เพื่อเข้าจุดพักคอยก่อนเตรียมเข้าพื้นที่รับเสด็จฯ ภายในสวนเฉลิมพระเกียรติ ๘๐ พรรษา รัชกาลที่ ๙ (พ.ศ. ๒๕๕๐) บริเวณศาลเจ้าไต้ฮงกงหยกขาว เฉลิมพระเกียรติ ๗๒ พรรษา ถนนเจริญราษฎร์ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร เป็นลำดับถัดไป หรือรับชมการถ่ายทอดสด [LIVE STREAMING] ได้ที่ เฟชบุ๊ก แฟนเพจ facebook.com/TaiHongGongShrine และ facebook.com/atpohtecktung
หมายเหตุ: โปรดเตรียมบัตรประจำตัวประชาชนตัวจริงหรือพาสปอร์ตตัวจริงเพื่อแสดงตน แต่งกายสุภาพ และปฏิบัติตามมาตรการรักษาความปลอดภัย และการป้องกันทางสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด
ติดต่อสอบถาม และติดตามข่าวสาร และกิจกรรมของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง และ ศาลเจ้าไต้ฮงกงหยกขาว เฉลิมพระเกียรติ ๗๒ พรรษา และช่องทางอื่นๆ ที่สะดวกได้ที่ https://linktr.ee/pohtecktung และ https://linktr.ee/TaihonggongshrineTH
23
news & activity / สคส. ปักธง "องค์กรต้นแบบสิทธิมนุษยชน" ยกระดับคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
« Last post by fh400 on May 14, 2026, 04:40:13 PM »สคส. ปักธง "องค์กรต้นแบบสิทธิมนุษยชน" ยกระดับคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล–รับมือภัยไซเบอร์

สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) เดินหน้ายกระดับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลสู่ "วาระสิทธิมนุษยชนดิจิทัล" อย่างเป็นรูปธรรม ผ่าน "แผนปฏิบัติการด้านสิทธิมนุษยชน สคส. ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569" ที่มุ่งวางรากฐานให้องค์กรก้าวสู่ "องค์กรต้นแบบด้านสิทธิมนุษยชน" ของประเทศ ท่ามกลางความท้าทายจากเทคโนโลยี AI อาชญากรรมไซเบอร์ การละเมิดข้อมูล และความเสี่ยงด้านสิทธิในยุคดิจิทัล
พ.ต.อ. สุรพงศ์ เปล่งขำ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล กล่าวว่า ปัจจุบัน "ข้อมูลส่วนบุคคล" ไม่ใช่เพียงทรัพย์สินทางดิจิทัล แต่เป็นส่วนหนึ่งของ "ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์" และสิทธิขั้นพื้นฐานที่ทุกคนต้องได้รับการคุ้มครอง โดยเฉพาะในยุคที่เทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันอย่างเข้มข้น
สคส. เชื่อว่าการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล คือ การคุ้มครองสิทธิมนุษยชน เพราะเมื่อข้อมูลรั่วไหล ถูกนำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ หรือถูกใช้เพื่อเลือกปฏิบัติ ย่อมส่งผลกระทบโดยตรงต่อเสรีภาพ ความปลอดภัย และศักดิ์ศรีของประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง เช่น เด็ก ผู้สูงอายุ คนพิการ และผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศ
แผนปฏิบัติการด้านสิทธิมนุษยชนของ สคส. ปี 2569 ถูกออกแบบให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี แผนสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ฉบับที่ 5 รวมถึงแผนปฏิบัติการระดับชาติว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน (NAP) และหลักการสากลด้านสิทธิมนุษยชน โดยมีเป้าหมายสำคัญในการยกระดับมาตรฐานการกำกับดูแลข้อมูลส่วนบุคคลของไทยให้สอดคล้องกับแนวปฏิบัติระดับสากล
ทั้งนี้ สคส. จะขับเคลื่อนแผนดังกล่าวผ่าน 3 มิติสำคัญ ได้แก่ "มิติยกระดับองค์กร" ที่มุ่งสร้างวัฒนธรรมองค์กรเคารพสิทธิมนุษยชน ผ่านการอบรมบุคลากรและกระบวนการตรวจสอบสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน (Human Rights Due Diligence: HRDD) เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากภายในองค์กร
"มิติคุ้มครองกลุ่มเปราะบาง" ที่มุ่งพัฒนาสื่อความรู้และช่องทางร้องเรียนที่ทุกคนเข้าถึงได้ตามหลัก Universal Design เช่น สื่อ Easy Read ภาษามือ และระบบอำนวยความสะดวกสำหรับคนพิการ เพื่อให้ประชาชนทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงสิทธิของตนเองได้อย่างเท่าเทียม
และ "มิติเฝ้าระวังเชิงรุก" ที่เน้นการติดตาม วิเคราะห์ และประเมินความเสี่ยงจากการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงผลกระทบจากการใช้ AI และเทคโนโลยีดิจิทัลที่อาจนำไปสู่การเลือกปฏิบัติ การเฝ้าระวังประชาชน หรือการละเมิดสิทธิเสรีภาพ

พ.ต.อ.สุรพงศ์ กล่าวอีกว่า หนึ่งในประเด็นสำคัญของปี 2569 คือ การจัดทำ "แนวปฏิบัติด้าน AI และการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล" เพื่อป้องกันการใช้ AI ในลักษณะที่ละเมิดสิทธิประชาชน หรือสร้างอคติในการประมวลผลข้อมูล โดยเฉพาะข้อมูลอ่อนไหว (Sensitive Data)
"AI จะต้องเติบโตควบคู่กับธรรมาภิบาลและสิทธิมนุษยชน เทคโนโลยีไม่ควรถูกใช้เป็นเครื่องมือในการเลือกปฏิบัติ ละเมิดความเป็นส่วนตัว หรือสร้างผลกระทบต่อกลุ่มเปราะบาง สคส. จึงต้องวางกรอบกำกับดูแลที่สมดุลระหว่างนวัตกรรมกับสิทธิของประชาชน" เลขาฯ สคส. กล่าว
นอกจากนี้ สคส. ยังเตรียมผลักดัน "PDPA Center" หรือศูนย์บริการประชาชนด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อเพิ่มช่องทางรับเรื่องร้องเรียน ให้คำปรึกษา และอำนวยความยุติธรรมแก่ประชาชน โดยเฉพาะผู้ที่เข้าถึงกระบวนการทางกฎหมายได้ยาก ลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงสิทธิในยุคดิจิทัล
สำหรับตัวชี้วัดสำคัญของแผนปี 2569 สคส. ตั้งเป้าหมายให้บุคลากรขององค์กรเข้ารับการอบรมด้านสิทธิมนุษยชนไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 พัฒนาสื่อความรู้สำหรับกลุ่มเปราะบางไม่น้อยกว่า 4 รูปแบบ และจัดให้มีช่องทางร้องเรียนหรือขอคำปรึกษาที่เข้าถึงได้สำหรับกลุ่มเปราะบางไม่น้อยกว่า 5 ช่องทาง
พ.ต.อ.สุรพงศ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในโลกยุคใหม่ ไม่ใช่เพียงเรื่อง "Compliance" หรือการปฏิบัติตามกฎหมาย แต่คือ "ความเชื่อมั่น" ของประชาชนต่อรัฐและระบบดิจิทัลของประเทศ หากประเทศไทยต้องการเดินหน้าสู่รัฐบาลดิจิทัล เศรษฐกิจดิจิทัล และ AI Economy อย่างยั่งยืน สิ่งสำคัญที่สุดคือประชาชนต้องมั่นใจว่า ข้อมูลของตนจะได้รับการคุ้มครองอย่างมีมาตรฐาน โปร่งใส และเคารพสิทธิมนุษยชนในทุกมิติ
24
ข่าวบันเทิง / ทรูโฟร์ยู ช่อง 24 ชวนสายแอคทีฟปล่อยพลังความฟิต กับ “True4U แฟนเดย์ Beat Battle”
« Last post by happy on May 13, 2026, 07:09:14 PM »ทรูโฟร์ยู ช่อง 24 ชวนสายแอคทีฟปล่อยพลังความฟิต กับ “True4U แฟนเดย์ Beat Battle” กีฬาสนุก สร้างสุขภาพดีดีต่อใจ

ตอกย้ำบทบาทสื่อบันเทิงที่เชื่อมโยงไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่กับการดูแลสุขภาพ ทรูโฟร์ยู ช่อง 24 จัดกิจกรรม “True4U แฟนเดย์ Beat Battle” ที่ผสานความสนุกของเสียงเพลงและกีฬาออกกำลังกายเข้าไว้ด้วยกัน เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้คนหันมาขยับร่างกายและมีสุขภาพดีทั้งกายและใจ



“True4U แฟนเดย์ Beat Battle” ถูกออกแบบภายใต้แนวคิด “กีฬาแห่งจังหวะที่ดีต่อสุขภาพและดีต่อใจ” เปิดพื้นที่ให้ผู้ที่รักการเคลื่อนไหวได้มาร่วมแข่งขันและสนุกไปกับการออกกำลังกาย เริ่มต้นด้วยการเต้นแอโรบิค เพื่อวอร์มอัพร่างกาย ก่อนเข้าสู่การแข่งขัน 3 ฐานท้าทาย ได้แก่ ฐานฝึกจังหวะความแม่นยำ ฐานฝึกจังหวะความคล่องตัว และฐานฝึกจังหวะความไว ซึ่งช่วยพัฒนาความฟิต ความเร็ว และการควบคุมร่างกายได้อย่างรอบด้าน ปิดท้ายด้วยกิจกรรมปีนผาจำลอง Beat Active Climbing ที่ทดสอบความแข็งแกร่งและความกล้า เพื่อค้นหาผู้ชนะตำแหน่ง “Beat Active Fanday Winning” โดยกิจกรรมจะจัดขึ้นในวันที่ 23 พฤษภาคม 2569 ณ BEAT Active ไบเทคบุรี ผู้สนใจสามารถร่วมสนุกได้ง่าย ๆ เพียงสแกน QR Code และตอบคำถามเพื่อรับสิทธิ์เข้าร่วมกิจกรรม จำนวน 6 รางวัล รางวัลละ 3 ท่าน ตั้งแต่วันนี้ถึง 17 พฤษภาคม 2569 และประกาศผลวันที่ 19 พฤษภาคม 2569 ทาง เฟซบุ๊ก True4U
25
news & activity / เปิดตัว“HUB OF TALENT: DATA CENTER, AI, AND SMART ENERGY MANAGEMENT TECHNOLOGIES
« Last post by happy on May 13, 2026, 06:21:49 PM »เปิดตัว “HUB OF TALENT: DATA CENTER, AI, AND SMART ENERGY MANAGEMENT TECHNOLOGIES” ศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีศูนย์ข้อมูล ปัญญาประดิษฐ์ และการจัดการพลังงานอัจฉริยะ เพื่อยกระดับประเทศไทยสู่ศูนย์กลางดิจิทัลของภูมิภาคอาเซียน

สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ร่วมกับสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง และภาคีเครือข่ายภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาการ และผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี จัดการประชุมเปิดตัว “HUB OF TALENT: DATA CENTER, AI, AND SMART ENERGY MANAGEMENT TECHNOLOGIES” หรือศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีศูนย์ข้อมูล ปัญญาประดิษฐ์ และการจัดการพลังงานอัจฉริยะ พร้อมแต่งตั้งที่ปรึกษา คณะกรรมการบริหาร และคณะกรรมการของศูนย์ฯ ในวันจันทร์ที่ 11 พฤษภาคม 2569 ณ ห้องประชุมจอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ ชั้น 2 อาคาร วช.1 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ

การจัดตั้งศูนย์ดังกล่าวเกิดขึ้นภายใต้บริบทที่โลกกำลังก้าวเข้าสู่ยุคเศรษฐกิจดิจิทัลและเศรษฐกิจฐานปัญญาประดิษฐ์อย่างเต็มรูปแบบ โดยเทคโนโลยีศูนย์ข้อมูล ปัญญาประดิษฐ์ ระบบประมวลผลขั้นสูง Cloud Computing และ Big Data ได้กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานเชิงยุทธศาสตร์ที่มีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจ สังคม ความมั่นคง และขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ขณะเดียวกัน การเติบโตของ AI และบริการดิจิทัลได้จึงก่อให้เกิดความต้องการใช้พลังประมวลผลและพลังงานในระดับสูง ทำให้การบริหารจัดการพลังงานอย่างอัจฉริยะ หรือ Smart Energy Management กลายเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่มีประสิทธิภาพ ยั่งยืน และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

ประเทศไทยมีศักยภาพสำคัญหลายด้าน ทั้งระบบไฟฟ้าขนาดใหญ่ ทำเลที่ตั้งเชิงยุทธศาสตร์ โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล อุปสงค์ภายในประเทศ และความสมดุลทางภูมิรัฐศาสตร์ อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยยังจำเป็นต้องเร่งพัฒนาทุนมนุษย์ บุคลากรเชิงลึก เทคโนโลยีเฉพาะทาง ระบบพลังงานสะอาด ตลอดจนกลไกการขับเคลื่อนแบบบูรณาการ เพื่อให้สามารถยกระดับประเทศจาก “ผู้ใช้เทคโนโลยี” ไปสู่ “ผู้พัฒนา ผู้กำหนดทิศทาง และศูนย์กลางเทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ของภูมิภาค” HUB OF TALENT: DATA CENTER, AI, AND SMART ENERGY MANAGEMENT TECHNOLOGIES จึงได้รับการจัดตั้งขึ้นเพื่อเป็น “ศูนย์กลางแห่งองค์ความรู้ เทคโนโลยี นวัตกรรม และผู้เชี่ยวชาญ” ที่ทำหน้าที่เชื่อมโยงภาคการศึกษา ภาคอุตสาหกรรม ภาครัฐ และภาควิจัยเข้าด้วยกัน โดยมีเป้าหมายสำคัญในการสร้างระบบนิเวศด้าน Data Center, AI, และ Smart Energy Management Technologiesให้มีความเข้มแข็ง เป็นรูปธรรม และสามารถแข่งขันได้ในระดับสากล

ศูนย์แห่งนี้มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาบุคลากรคุณภาพสูง หรือ Hybrid Talent ที่สามารถเชื่อมโยงองค์ความรู้หลายมิติ ได้แก่ Data Center, AI, Cloud, Power, Cooling, Facility Management และ Energy Efficiency เข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ รวมทั้งทำหน้าที่เป็นเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างผู้เชี่ยวชาญจากทุกภาคส่วน เพื่อสนับสนุนการกำหนดทิศทางเชิงยุทธศาสตร์ มาตรฐาน แนวปฏิบัติที่ดี และแนวทางการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของประเทศ
กลุ่มผู้ได้รับประโยชน์จากศูนย์ประกอบด้วย หน่วยงานภาครัฐที่ต้องการพัฒนานโยบายด้านดิจิทัลและพลังงาน ภาคเอกชนและผู้ประกอบการด้าน Data Center, Cloud, AI, Energy และ Digital Infrastructure สถาบันการศึกษา นักวิจัย อาจารย์ นักศึกษา บุคลากรสายวิศวกรรม เทคโนโลยีสารสนเทศ พลังงาน และผู้ที่ต้องการยกระดับทักษะไปสู่สายงานใหม่ด้าน Data Center และ AI รวมถึงผู้ประกอบการไทยที่ต้องการเตรียมความพร้อมเข้าสู่เศรษฐกิจดิจิทัลและอุตสาหกรรมแห่งอนาคต

แนวทางการขับเคลื่อนของศูนย์จะมุ่งดำเนินงานใน 5 มิติหลัก ได้แก่
1. การพัฒนาหลักสูตรและการฝึกอบรมบุคลากรด้าน Data Center, AI, และ Smart Energy Management
2. การสร้างเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญและคณะทำงานเชิงยุทธศาสตร์
3. การสนับสนุนงานวิจัย นวัตกรรม และโครงการนำร่อง
4. การจัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย มาตรฐาน และแนวทางปฏิบัติที่ดี
5. การเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาการ และภาคอุตสาหกรรม เพื่อยกระดับ
ประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางด้าน Data Center, AI, และ Digital Infrastructure ของภูมิภาคอาเซียน
การเปิดตัวศูนย์ในครั้งนี้จึงมิใช่เพียงกิจกรรมทางวิชาการหรือการอบรมทั่วไป หากแต่เป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างกลไกเชิงยุทธศาสตร์ของประเทศ เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจดิจิทัลอย่างมั่นคง ยั่งยืน และมีขีดความสามารถในการแข่งขันในระดับสากล

ศาสตราจารย์กิตติคุณ นายแพทย์ สุทธิพร จิตต์มิตรภาพ ประธานคณะทำงานที่ปรึกษาเพื่อการพัฒนา ศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญ (Hub of Talents) และศูนย์กลางด้านความรู้ (Hub of Knowledge) วช. ได้ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ โดยเน้นย้ำว่า โครงการนี้เป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาควิชาการ เพื่อร่วมกันพัฒนาบุคลากรคุณภาพสูง โครงสร้างพื้นฐานด้าน AI และ Data Center ระบบพลังงานอัจฉริยะ และระบบนิเวศดิจิทัลที่สามารถแข่งขันได้ในระดับสากล

รศ.ดร.ชิต เหล่าวัฒนา นายกสมาคมโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล กล่าวว่า ปัจจุบันแนวโน้มการลงทุนด้าน Data Center ในประเทศไทยมีการเติบโตอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม ปัจจัยสำคัญที่จะขับเคลื่อนอุตสาหกรรมนี้ให้เติบโตอย่างยั่งยืนและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับประเทศได้อย่างแท้จริง คือการพัฒนาบุคลากรที่มีความสามารถ (Talent) ซึ่งถือเป็นฟันเฟืองหลักในการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล จึงนำมาสู่ความร่วมมือครั้งสำคัญในการจัดตั้งโครงการ "Hub of Talent: Data Center, AI, and Smart Energy Management Technologies" โดยใช้กลไกความร่วมมือแบบ "3 ประสาน" ระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษา เพื่อสร้างศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญที่ครอบคลุมทั้งด้านศูนย์ข้อมูล ปัญญาประดิษฐ์ และการจัดการพลังงานอัจฉริยะ อันเป็นรากฐานสำคัญของอุตสาหกรรมดิจิทัลทั้งหมด
การดำเนินงานในครั้งนี้ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงแค่การรองรับการลงทุนจากต่างชาติเท่านั้น แต่ยังมุ่งเป้าให้ประเทศไทยมีกำลังคนที่มีทักษะขั้นสูงที่สามารถสร้างนวัตกรรมดิจิทัลได้ด้วยตนเองในอนาคต ซึ่งการเปิดตัวโครงการถือเป็นก้าวสำคัญในการเตรียมความพร้อมด้านทรัพยากรมนุษย์ เพื่อรองรับการขยายตัวของระบบเศรษฐกิจดิจิทัลและเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่กำลังเข้ามามีบทบาทสำคัญในการปฏิรูปทุกภาคส่วนของอุตสาหกรรมไทยอย่างเต็มรูปแบบ

รองศาสตราจารย์ ดร. คมสัน มาลีสี อธิการบดี สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) และประธานคณะที่ปรึกษาว่า กล่าวว่า การเปิดตัว “HUB OF TALENT: DATA CENTER, AI, AND SMART ENERGY MANAGEMENT TECHNOLOGIES” ถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับประเทศไทยสู่ศูนย์กลางด้านปัญญาประดิษฐ์และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของภูมิภาค โดยมุ่งสร้างความร่วมมือระหว่างภาคการศึกษา ภาครัฐ และภาคอุตสาหกรรม เพื่อพัฒนาบุคลากรคุณภาพสูงที่มีองค์ความรู้ด้าน Data Center, AI, Cloud และ Smart Energy Management ควบคู่กับการสร้างระบบนิเวศด้านเทคโนโลยีและพลังงานอัจฉริยะ รองรับการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลและการพัฒนา Green Data Center อย่างยั่งยืน พร้อมผลักดันประเทศไทยจากผู้ใช้เทคโนโลยี สู่การเป็นผู้พัฒนาและศูนย์กลางเทคโนโลยีดิจิทัลระดับอาเซียนในอนาคต

รศ.ดร.สุรพงษ์ สิริพงศ์ดี คณบดีวิทยาลัยการจัดการนวัตกรรมและอุตสาหกรรม สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.), ประธานคณะกรรมการของ HUB OF TALENT: AI, and Smart Energy Management Technologies กล่าวว่า สจล. ได้รับมอบหมายจากกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยการสนับสนุนจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ในการจัดตั้งโครงการ "Hub of Talent: Data Center, AI, and Smart Energy Management Technologies" ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคการศึกษา เพื่อร่วมกันกำหนดทิศทางและจัดทำแผนยุทธศาสตร์ (Roadmap) ในการสร้างบุคลากรผู้เชี่ยวชาญระดับสูงด้านดาต้าเซ็นเตอร์และปัญญาประดิษฐ์ อันจะเป็นการยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขันของประเทศไทยให้ก้าวสู่ระดับนานาชาติได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

ด้าน รศ.ดร.มนตรี วิบูลยรัตน์ รองคณบดีวิทยาลัยการจัดการนวัตกรรมและอุตสาหกรรม สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) และประธานกรรมการมาตรฐานดาต้าเซ็นเตอร์ วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) กล่าวว่า โครงการนี้เปรียบเสมือนเครื่องยนต์ตัวใหม่ (New Engine) ที่จะขับเคลื่อนประเทศไปสู่ยุคเศรษฐกิจดิจิทัล โดยมุ่งเน้นการสร้างระบบนิเวศ (Ecosystem) ผ่าน 3 เสาหลัก คือ Data Center, AI และการจัดการพลังงานอัจฉริยะโดยได้รับความร่วมมือจากพันธมิตรประกอบด้วย การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.), การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.), การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) และสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.) รวมถึงบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกอย่าง AWS และ Nvidia นอกจากนี้ยังมีการหารือถึงแนวทางพลังงานสะอาดแห่งอนาคต เช่น เทคโนโลยี SMR (Small Modular Reactor) เพื่อรองรับการขยายตัวของดาต้าเซ็นเตอร์ในระยะ 10 ปีข้างหน้า โดยเป้าหมายสำคัญคือการเป็นศูนย์รวมทางความคิด (Think Tank) เพื่อเสนอแผนยุทธศาสตร์ต่อรัฐบาล ในการเปลี่ยนเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติและโอกาสทางภูมิรัฐศาสตร์ให้กลายเป็นมูลค่าเพิ่มที่ยั่งยืนแก่ประเทศไทยต่อไป
ทั้งนี้ การดำเนินงานของ HUB OF TALENT: DATA CENTER, AI, AND SMART ENERGY MANAGEMENT TECHNOLOGIES คาดว่าจะเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับศักยภาพบุคลากรไทย สร้างองค์ความรู้ใหม่ สนับสนุนการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และผลักดันประเทศไทยให้ก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางด้าน Data Center, AI, และ Digital Infrastructure ของภูมิภาคอาเซียนได้อย่างเป็นรูปธรรม
26
news & activity / "ซูเลียน" จุดไฟความสำเร็จครั้งใหญ่ รวมตัวท็อปนักธุรกิจแชร์สูตรพลิกชีวิต
« Last post by fh400 on May 13, 2026, 01:51:34 PM »"ซูเลียน" จุดไฟความสำเร็จครั้งใหญ่ รวมตัวท็อปนักธุรกิจแชร์สูตรพลิกชีวิต
สร้างรายได้มั่นคง สู่อนาคตที่ "เลือกเองได้"
สร้างรายได้มั่นคง สู่อนาคตที่ "เลือกเองได้"

บริษัท ซูเลียน (ประเทศไทย) จำกัด เดินหน้าสร้างแรงบันดาลใจให้คนไทย จัดงานสัมมนาสุดยิ่งใหญ่ "The Success Vision : พลิกวิสัยทัศน์ธุรกิจ สู่ชีวิตที่คุณเลือก" ณ สำนักงานใหญ่ของบริษัท ท่ามกลางบรรยากาศคึกคักและอบอวลไปด้วยพลังแห่งความสำเร็จ โดยมีนักธุรกิจซูเลียนจากหลากหลายพื้นที่เข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง เพื่อเปิดมุมมองใหม่ในการสร้างรายได้ และต่อยอดสู่ความมั่นคงในชีวิตผ่านโมเดลธุรกิจซูเลียน
ภายในงานได้รับเกียรติจากนักธุรกิจระดับแนวหน้าขององค์กร ร่วมถ่ายทอดประสบการณ์จริงบนเส้นทางความสำเร็จ ทั้งแนวคิดการทำธุรกิจ การพัฒนาตัวเอง และกลยุทธ์การสร้างทีมอย่างมืออาชีพ นำโดย อภิชาติ ทิศรักษ์ ตำแหน่ง RCM, ยงเกียรติ พฤฒิวรกุลชัย ตำแหน่ง CDM, ควรคิด แดงคงแก้ว ตำแหน่ง RCD และ ปราโมทย์ คงชัย ตำแหน่ง RCD โดยวิทยากรทุกท่านต่างสะท้อนมุมมองเดียวกันว่า "ความสำเร็จเริ่มต้นจากการเปิดใจเรียนรู้ และลงมือทำอย่างมีระบบ" พร้อมย้ำว่าธุรกิจซูเลียนสามารถเป็นอีกหนึ่งโอกาสสำคัญในการเปลี่ยนคุณภาพชีวิตได้จริง
อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญ คือ การถ่ายทอดวิสัยทัศน์จาก ณัฐชานนท์ จุลล์จักรวงศา ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด (CMO) บริษัท ซูเลียน (ประเทศไทย) จำกัด ที่มาร่วมตอกย้ำความแข็งแกร่งขององค์กร ทั้งด้านระบบการตลาด ความมั่นคงของบริษัท และทิศทางการดำเนินธุรกิจในอนาคต ที่พร้อมสนับสนุนให้นักธุรกิจซูเลียนเติบโตอย่างยั่งยืนในยุคดิจิทัล

นอกจากสาระและแรงบันดาลใจแบบจัดเต็ม ภายในงานยังเต็มไปด้วยสีสันและความสนุกสนาน โดยมีพิธีมอบรางวัล iPhone ให้แก่ผู้ชนะจากแคมเปญ "แจกหนัก แจกจริง Season 2" เพื่อเชิดชูความสำเร็จและความทุ่มเทของนักธุรกิจซูเลียน พร้อมคืนกำไรให้ผู้ร่วมงานแบบไม่มีกั๊ก ด้วยกิจกรรมลุ้นรับอั่งเปาเงินสดฟรี และจับรางวัลของที่ระลึกพิเศษ สร้างรอยยิ้มและเสียงหัวเราะตลอดทั้งงาน
งาน "The Success Vision" ในครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงเวทีสัมมนาทางธุรกิจ แต่ยังเป็นพื้นที่แห่งแรงบันดาลใจ การสร้างเครือข่ายคุณภาพ และการเติมพลังบวกให้ผู้เข้าร่วมทุกคนได้เห็นภาพอนาคตที่ชัดเจนยิ่งขึ้น พร้อมก้าวไปสู่การ "เลือกชีวิตในแบบที่ต้องการ" ร่วมกับครอบครัวซูเลียนอย่างมั่นคงและยั่งยืน





27
ข่าวบันเทิง / ทรูโฟร์ยู ช่อง 24 เสิร์ฟความมันส์สายซ่า“วัยเป้งนักเลงขาสั้น 2”สนุกเต็มจอ 17 พ.ค.
« Last post by happy on May 12, 2026, 08:14:23 PM »ทรูโฟร์ยู ช่อง 24 เสิร์ฟความมันส์สายซ่า “วัยเป้งนักเลงขาสั้น 2” สนุกเต็มจอ 17 พ.ค.นี้
งอาทิตย์นี้ ห้ามพลาด...“วัยเป้งนักเลงขาสั้น 2” ผลงานกำกับของ พชร์ อานนท์ กลับมาสร้างสีสันอีกครั้ง ด้วยเนื้อหาเข้มข้นสะท้อนปัญหาวัยรุ่นไทย ผสานทั้งแอ็กชันและดราม่าอย่างลงตัว ผ่านการแสดงของ คุณาธิป ปิ่นประดับ และ สิรภพ มานิตยกุล ที่ถ่ายทอดบทบาทได้อย่างน่าจับตา พาเรื่องราวความขัดแย้งและทางเลือกชีวิตของวัยรุ่นให้เข้มข้นยิ่งขึ้น



“วัยเป้งนักเลงขาสั้น 2” ถ่ายทอดเรื่องราวการหวนกลับมาของ เป้ง (คุณาธิป ปิ่นประดับ) หลังจากหายไปนานสิบปี ภายหลังการสูญเสียบุคคลสำคัญในชีวิตและใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศ เมื่อกลับมาเมืองไทยต้องเผชิญความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ โดยเฉพาะ แป๋ง (สิรภพ มานิตยกุล) น้องชายที่ก้าวเข้าสู่เส้นทางสีเทา ท่ามกลางความขัดแย้งของสองแก๊งนักเรียนอย่าง แก๊งดีแตก และ แก๊งกะโหลกหมา ที่ความรุนแรงค่อย ๆ ปะทุและลุกลามเกินควบคุม เป้งจึงต้องรับมือทั้งปัญหาครอบครัวและสถานการณ์รอบตัวที่ทวีความตึงเครียดมากขึ้น พร้อมเผชิญหน้ากับกลุ่มอิทธิพลและอดีตที่ย้อนกลับมาท้าทายอีกครั้ง เส้นแบ่งระหว่างคำว่า “นักเลง” กับ “อันธพาล” ถูกตั้งคำถามอย่างจริงจังผ่านเหตุการณ์ที่ไม่มีใครตั้งใจ แต่กลับนำไปสู่ความสูญเสียและบทเรียนชีวิตที่ต้องแลกมาอย่างเจ็บปวด เรื่องราวทั้งหมดสะท้อนภาพสังคมวัยรุ่นไทยได้อย่างเข้มข้น เต็มไปด้วยแอ็กชันและดราม่าที่ชวนติดตาม ร่วมรับชม “วัยเป้งนักเลงขาสั้น 2” ในช่วง มูฟวี่พรีเมียร์ ปักหมุดหนังใหม่ วันอาทิตย์ที่ 17 พฤษภาคม 2569 เวลา 21:00 น.ทางทรูโฟร์ยู ช่อง 24 และรับชมสดออนไลน์ที่ https://true4u.com/live/
28
news & activity / "ซูเลียน" เดินหน้าภารกิจ CSR สร้างสะพานบุญไทย-ลาว
« Last post by fh400 on May 12, 2026, 05:31:09 PM »"ซูเลียน" สร้างสะพานบุญไทย-ลาว เดินหน้าภารกิจ CSR ทุ่มกว่า 955 ล้านกีบ
หนุนพระพุทธศาสนา–การศึกษา สร้างคุณค่าสู่สังคมอย่างยั่งยืน
หนุนพระพุทธศาสนา–การศึกษา สร้างคุณค่าสู่สังคมอย่างยั่งยืน

ท่ามกลางบทบาทของภาคธุรกิจที่ไม่ได้มุ่งเพียงการเติบโตทางเศรษฐกิจ แต่ยังให้ความสำคัญกับการสร้างคุณค่าคืนสู่สังคม บริษัท ซูเลียน (ประเทศไทย) จำกัด ยังคงเดินหน้าสานต่อพันธกิจด้านความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR) อย่างต่อเนื่อง ล่าสุด Master RCD Bountheung Soukphakdy ผู้จัดการขายระดับมงกุฎจุลล์จักรพรรดิ์ บริษัท ซูเลียน (ประเทศไทย) จำกัด ได้ร่วมส่งต่อพลังแห่งการให้ผ่านโครงการ "Master's Donation" ด้วยยอดเงินบริจาครวมกว่า 955,500,000 กีบ เพื่อสนับสนุนพระพุทธศาสนา พัฒนาศาสนสถาน และส่งเสริมโอกาสทางการศึกษาแก่เยาวชนไทย-ลาว
หนึ่งในภารกิจสำคัญครั้งนี้ คือการถวายปัจจัยจำนวน 877,500,000 กีบ เพื่อสมทบทุนจัดสร้างพระพุทธรูปองค์ใหญ่ ความสูง 17 เมตร ณ วัดป่าโพนงาม เมืองหนองบก สปป.ลาว ซึ่งนับเป็นอีกหนึ่งโครงการสำคัญในการสร้างศูนย์รวมศรัทธาให้แก่พุทธศาสนิกชน และเป็นสัญลักษณ์แห่งพลังศรัทธาที่เชื่อมโยงความสัมพันธ์อันดีระหว่างไทยและลาว

นอกจากนี้ ยังได้มอบปัจจัยสนับสนุนวัดต่าง ๆ ในเมืองท่าแขก แห่งละ 6,000,000 กีบ รวม 8 แห่ง ได้แก่ วัดนาโบ, วัดกลาง, วัดป่าโชคคำแสน, วัดคำบอน (หลัก 5), วัดปากดง, วัดจอมทอง, วัดธาตุเมืองเก่า และวัดปากเบ่ง เพื่อให้แต่ละวัดนำไปใช้ในการบูรณะและพัฒนาศาสนสถาน อันเป็นศูนย์กลางทางจิตใจของชุมชน
พร้อมกันนี้ ยังได้ส่งต่อโอกาสทางการศึกษาสู่เยาวชนไทย ด้วยการมอบเงินสนับสนุนจำนวน 50,000 บาท ให้แก่โรงเรียนรอดโพธิ์ทองวิทยาสรรค์ จังหวัดนครพนม เพื่อสนับสนุนการพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอน และเสริมสร้างโอกาสทางการศึกษาให้แก่เยาวชนในพื้นที่ โดยการส่งมอบทุนสนับสนุนดังกล่าว ได้รับเกียรติจาก Master RCD วิมุกดา ภูทับทิม และ RCD ชายแดน ภูทับทิม เป็นตัวแทนในการมอบความสุขและโอกาสแก่คณะครูและนักเรียน ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความอบอุ่นและพลังแห่งการแบ่งปัน

Master RCD Bountheung Soukphakdy ผู้จัดการขายระดับมงกุฎจุลล์จักรจักรพรรดิ์ บริษัท ซูเลียน (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า "ผมเชื่อว่าความสำเร็จที่แท้จริง ไม่ได้วัดจากสิ่งที่เรามีเพียงอย่างเดียว แต่คือการได้ส่งต่อโอกาส ความสุข และสิ่งดี ๆ กลับคืนสู่สังคม การสนับสนุนพระพุทธศาสนาและการศึกษา คือการสร้างรากฐานที่มั่นคงให้กับคนรุ่นต่อไป และเป็นอีกหนึ่งความตั้งใจที่อยากเห็นสังคมไทย-ลาวเติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน"
โครงการ "Master's Donation" ในครั้งนี้ สะท้อนถึงวิสัยทัศน์และหัวใจแห่งการให้ของผู้นำเครือข่ายซูเลียน ที่ไม่เพียงมุ่งมั่นสร้างความสำเร็จทางธุรกิจ แต่ยังให้ความสำคัญกับการสร้างประโยชน์ต่อสังคมในทุกมิติ พร้อมตอกย้ำภาพลักษณ์ของ บริษัท ซูเลียน (ประเทศไทย) จำกัด ในฐานะองค์กรที่เติบโตควบคู่ไปกับการสร้างคุณค่าและพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืน ผ่านพลังแห่งการแบ่งปันอย่างแท้จริง
29
news & activity / ไฮเซ่นส์ พร้อม กกท. และจังหวัดเชียงราย เปิดตัวการแข่งขันฟุตบอลนักเรียน HISENSE
« Last post by happy on May 11, 2026, 07:53:36 PM »ไฮเซ่นส์ พร้อม กกท. และจังหวัดเชียงราย
เปิดตัวการแข่งขันฟุตบอลนักเรียน HISENSE Youth Cup 2026 CHIANGRAI

เปิดตัวการแข่งขันฟุตบอลนักเรียน HISENSE Youth Cup 2026 CHIANGRAI

มิสคลาร่า ชาง (Clara Chang) กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไฮเซ่นส์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) พร้อมด้วย คุณนิตยา เกิดจันทึก ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการกีฬาอาชีพ การกีฬาแห่งประเทศไทย, ผู้บริหาร สำนักงานการกีฬาแห่งประเทศไทย จังหวัดเชียงราย และ ผู้บริหาร สภาวัฒนธรรม จังหวัดเชียงราย จะให้เกียรติร่วมงานแถลงข่าวเปิดตัว โครงการ แข่งขันฟุตบอลนักเรียน HISENSE Youth Cup 2026 CHIANGRAI อย่างเป็นทางการ ในวันอังคาร ที่ 19 พฤษภาคม 2569 ระหว่างเวลา 13.00-15.15 น. ณ ห้องประชุม ชั้น 25 อาคารเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา (ตึก 25 ชั้น) การกีฬาแห่งประเทศไทย
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ : ปริม-วิริยา 081-373-6366, 085-833-0611, 085-108-2233
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ : ปริม-วิริยา 081-373-6366, 085-833-0611, 085-108-2233
30
news & activity / ศูนย์การค้าแพลทินัม รับรางวัล MEA ENERGY AWARDS 2025 ระดับ STANDARD
« Last post by happy on May 10, 2026, 07:22:02 PM »ศูนย์การค้าแพลทินัม รับรางวัล MEA ENERGY AWARDS 2025 ระดับ STANDARD
งศูนย์การค้าแพลทินัม ศูนย์รวมแฟชั่นค้าส่งที่ดีที่สุดในอาเซียน “The Best Wholesale Fashion Hub of ASEAN” นำโดย นายสาธิต เติมประยูร ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เดอะ แพลทินัม กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เป็นผู้แทนเข้ารับมอบรางวัลตราสัญลักษณ์ MEA ENERGY AWARDS 2025 ระดับ STANDARD จากนายดิชวัฒน์ จันทร์อี่ ผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง ในพิธีประกาศรางวัลและมอบตราสัญลักษณ์ MEA ENERGY AWARDS ปีที่ 8 ภายใต้โครงการส่งเสริมการปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้พลังงานในอาคาร ณ โรงละครเคแบงก์สยามพิฆเนศ ชั้น 7 สยาม สแควร์วัน เมื่อเร็วๆ นี้


ทั้งนี้รางวัลที่ได้รับดังกล่าว สะท้อนถึงความมุ่งมั่น ของศูนย์การค้าแพลทินัม ในการบริหารจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่กับการดูแลสิ่งแวดล้อม ผ่านโครงการ Power Plat Green ที่มุ่งสร้างการมีส่วนร่วมรักษ์สิ่งแวดล้อม ตั้งแต่ผู้บริหาร พนักงาน ผู้เช่า และผู้มาใช้บริการ รวมไปถึงทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนศูนย์การค้าสู่การเป็นพื้นที่แห่งอนาคต ที่ผสานความสำเร็จทางธุรกิจควบคู่ไปกับความรับผิดชอบต่อสังคม สิ่งแวดล้อม เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนร่วมกัน

Recent Posts