Recent Posts

Pages: [1] 2 3 ... 10
1
เตรียมพบความฮาสไตล์ "ตุ๊กกี้" พร้อมความน่ารักชวนใจฟูของลูกสาวสี่ขาตัวโปรด "พี่วัว"
ติดตามความสนุกในรายการ “Pet Planet รักนี้มีหาง” 
สี่โมงเย็นอาทิตย์ ที่ 12 ก.ค. นี้ 4 โมงเย็น ทางช่อง 3HD


           ซุปตาร์ตลกหญิงแถวหน้าของไทย"ตุ๊กกี้ สุดารัตน์ บุตรพรม"สาวร่างเล็กมีเอกลักษณ์โดดเด่น ที่ชื่นชอบการเลี้ยงพิทบูลอย่างมาก "พี่วัว" คือสุนัขพิทบูล ลูกสาวแสนน่ารัก ขี้อ้อน ที่เรียบร้อย ไม่งอแง และเป็นมิตร ตรงข้ามกับภาพลักษณ์ดุร้ายแบบสุดๆ พี่วัวเป็นสาวใต้จากฟาร์มที่นครศรีธรรมราชราคา 7500บาท ถ้าไปรับเองเจ้าของให้ฟรี พอดีตุ๊กกี้มีงานที่นั่นเลยไปรับฟรี แต่ค่าตั๋วเครื่องบินพากลับกรุงเทพฯราคา 7500บาท เท่าค่าตัวพอดี




           ในสัปดาห์นี้ รายการ“PET Planet รักนี้มีหาง” รายการวาไรตี้อารมณ์ดีอบอุ่นและสร้างความเข้าใจในการดูแลสัตว์เลี้ยงอย่างถูกต้อง โดยสัปดาห์นี้ทั้ง 3 พิธีกรอย่าง  เอ ไชยา, เอ๋ ดาเรศ และ น้องแป้ง ศรัณฉัตร จะพาไปพูดคุยกับครูเพ็ญศรี(ตุ๊กกี้)ที่จะมาแนะนำนักเรียนใหม่ “พี่วัว” อายุ 13 ขวบให้รู้จัก พิทบูล ที่แรงเยอะ และดูโหด เหตุผลสาวที่ตัวเล็กๆ เลี้ยงสุนัขสายโหดแบบนี้พราะ “พี่บู้กำธร โพธิ์น้ำคำ” สามีของ ตุ๊กกี้ เป็นฮิบฮอป เค้าชอบพันธุ์นี้ ได้ยินว่าตุ๊กกี้และพี่บู้ เป็นพ่อแม่สายเปย์มาก ถึงขั้นซื้อทองให้ลูกรัก


           ติดตามชม ชีวิตแฮปปี้ของซุปตาร์ตลกหญิงแถวหน้า"ตุ๊กกี้"   พร้อมอวด ความน่ารักของ "พี่วัว"สุนัขพิทบูลลูกสาวสี่ขาตัวโปรดแสนน่ารัก ขวัญใจโลกออนไลน์ ที่จะทำให้ผู้ชมใจทั้งหลงรักและฮาไปพร้อมกันได้ทางช่อง3HDได้ในรายการ “PET Planet รักนี้มีทาง” วันอาทิตย์ที่ 12 กรกฎาคม 2569 เวลา 16.00 น. ทางช่อง 3HD กด 33 และติดตามชมได้ทาง youtube : Pet Planet รักนี้มีหาง , IG: petplanetonline.th , Facebook: Pet Planet รักนี้มีหาง , TikTok: รักนี้มีหาง แอป : ch3plus.com




           ห้ามพลาด!!! แฟนๆ รายการสามารถร่วมสนุก โดยส่ง “คลิปลูกรัก” ลุ้นขึ้นจอช่วง “แจ้งเกิดซุปตาร์มีหาง” กันได้  เพียงกด Follow Subscribe ช่องทาง Social Media ของรายการในทุกช่องทาง แล้วโพสต์คลิปน้อง ๆ ลงโซเชียลตัวเอง ติดแฮชแท็ก #แจ้งเกิดซุปตาร์มีหาง พร้อมตั้งค่าเป็นสาธารณะ เพียงแค่นี้ก็สามารถลุ้นแจ้งเกิดซุปตาร์มีหาง ในรายการ “PET Planet รักนี้มีหาง” พร้อมรับของที่ระลึกกันได้ทุกสัปดาห์
2
Ragnarok Origin Classic เปิดตัว Glast Heim พร้อมอาชีพใหม่ Gunslinger เเล้ววันนี้! ชูระบบ Monthly Pass เพื่อการเล่นที่ยุติธรรม

"Ragnarok Origin Classic" ที่ให้บริการโดย Gravity Game Vision ได้เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการอัปเดตครั้งใหญ่ของเวอร์ชัน "Shadows over Glast Heim" แล้ว วันนี้ (วันที่ 9 กรกฎาคม 2569) พร้อมพานักผจญภัยทุกท่านดำดิ่งไปสู่เรื่องราวที่ถูกซ่อนอยู่ภายใต้ซากปรักหักพังแห่ง Glast Heim ก้าวข้ามกาลเวลาสู่การผจญภัยบทใหม่

พบกับอาชีพใหม่ล่าสุด Gunslinger และดันเจี้ยนท้าทายที่มีความยากระดับสูงอย่าง "Draconic Cataclysm" พร้อมเปิดให้ทุกท่านมาร่วมสัมผัสแล้ว! นอกจากนี้ ทีมงานยังจัดเต็มกับซีรีส์กิจกรรมฉลองเวอร์ชันใหม่ให้กับทุกท่านอีกมากมาย

ภายในเกมจะเน้นสภาพแวดล้อมที่สมดุลควบคู่ไปกับระบบการพัฒนาตัวละครที่แข็งแกร่ง เพื่อให้นักผจญภัยทุกคนสามารถเข้าร่วมการผจญภัยในแบบของตัวเองได้ใน Glast Heim เมืองที่เต็มไปด้วยความลึกลับแห่งนี้!


ลบภาพจำ Gunslinger ในแบบเดิมๆ Melee Build ใหม่เปิดตัวแล้ว!

อาชีพใหม่ที่ทุกคนรอคอยอย่าง "Gunslinger" ได้มาถึง "Ragnarok Origin Classic" แล้ว! โดยในครั้งนี้ Gunslinger ได้มาพร้อมกับระบบการต่อสู้ใหม่ เพิ่ม Melee Build ใหม่ ให้คุณได้สัมผัสการทำ Combo และ Burst ในระยะประชิดที่รวดเร็วและสะใจสุดๆ การจับคู่สกิลที่หลากหลายจะเปลี่ยนรูปแบบการต่อสู้ใน PVP ไปอย่างสิ้นเชิง พร้อมมอบประสบการณ์ในสนามรบที่ไม่ใครให้กับคุณ!

ทีมงานได้กล่าวว่าการออกแบบ Gunslinger ยังคงยึดมั่นแนวทางความยุติธรรมของ ROOC มาโดยตลอด ทุกๆ Build มีเงื่อนไขการพัฒนาที่ไม่สูงมากนัก ไม่ว่าจะเป็นผู้เล่นสายชิลล์หรือผู้เล่นสายฮาร์ดคอร์ที่ชอบเจาะลึก ก็สามารถสนุกไปกับเสน่ห์ที่เป็นเอกลักษณ์ของ Gunslinger ได้อย่างเต็มที่! https://www.youtube.com/watch?v=ahPuFGTbIC0

สำรวจ Glast Heim ที่ถูกปิดผนึก แจกหนักจัดเต็มกับสวัสดิการเซิร์ฟเวอรใหม่!

Glast Heim เมืองหลวงเก่าแก่ที่ถูกทิ้งร้างมาอย่างยาวนานแห่งนี้ กลับมาเป็นจุดสนใจในการสำรวจของนักผจญภัยอีกครั้งพร้อมกับการอัปเดตในครั้งนี้ เตรียมพบกับเนื้อเรื่องหลักใหม่ล่าสุด ที่ผู้เล่นจะได้ร่วมเป็นสักขีพยานถึงการล่มสลายของ Knights ในอดีต ค้นหาความจริงที่ถูกซ่อนอยู่ใน Glast Heim มานานนับพันปี

นอกจากเนื้อเรื่องหลักแล้ว ภายในแผนที่ยังมีภารกิจการผจญภัยที่ถูกซ่อนไว้ รอให้นักผจญภัยออกทำการสำรวจ เพื่อค้นหาความลับเพิ่มเติม หลังจากทำภารกิจการสำรวจทั้งหมดในแผนที่สำเร็จ จะได้รับเฮดแวร์ลิมิเต็ดและเฟอร์นิเจอร์สุดพิเศษในธีม Glast Heim เป็นที่ระลึกสำหรับการผจญภัยในครั้งนี้


เพื่อรองรับการเปิดตัวใหม่ของเวอร์ชัน Glast Heim ในวันที่ 9 กรกฎาคม 2569 ทีมงานจึงได้จัดกิจกรรมฉลองเวอร์ชันใหม่ขึ้นมามากมาย โดยจะมีกิจกรรมจำกัดเวลาอย่าง การเพิ่มอัตราการดรอปการ์ด 3 เท่า! เป็นต้น เพื่อเป็นเซอร์ไพรส์ให้กับนักผจญภัยทุกคน

นอกจากเวอร์ชัน Glast Heim แล้วยังมีการเปิดตัว เซิร์ฟเวอร์ใหม่ [Glast Heim] ที่มาพร้อมกับสิทธิประโยชน์ มากมายเฉพาะเซิร์ฟเวอร์ ช่วยให้ผู้เล่นเริ่มต้นการผจญภัยครั้งใหม่ใน Glast Heim ได้อย่างราบรื่นและเติบโตได้อย่างรวดเร็ว เมื่อมีจำนวนผู้เล่นภายในเซิร์ฟเวอร์ถึงเลเวลสูงสุดมากกว่า 30,000 คน ผู้เล่นทุกคนภายในเซิร์ฟเวอร์จะได้รับไอเทมรูปลักษณ์ยอดนิยมอย่าง [Spooky Nyan Suit Set] ฟรี! และหากทำการล็อกอินเกมทุกวันจะสามารถรับ [Violet Oath] Gift Box , การ์ดสีแดง [Moonlight Flower Card] , การ์ดสีทอง [Angeling Illusion Card] ตลอดจนรางวัลที่มีมูลค่าสูงอื่นๆอีกมากมาย นอกจากนี้ การเพิ่มความเร็วในการเติบโตของกิลด์ จะทำให้กิลด์ต่างๆในเซิร์ฟเวอร์ใหม่พัฒนาได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้นอีกด้วย

"Tyr Cup Global" กำลังจะเปิดตัว การกลับมาอีกครั้งของเงินรางวัลรวม 1,000,000 ดอลลาร์สหรัฐ

การแข่งขัน Tyr Cup Grand Final จะจัดขึ้นขึ้นที่กรุงเทพฯ ในวันที่ 11 กรกฎาคม 2569 แชมป์สมัยแรกของ Tyr Cup กำลังจะถือกำเนิดขึ้นแล้ว นอกจากนี้ จะมีการจัดงานคืนฉลองแชมป์ในวันที่ 12 กรกฎาคม 2569 เพื่อเชิญชวนผู้เล่นทั้งเซิร์ฟเวอร์มาร่วมเฉลิมฉลองในช่วงเวลาดีๆไปด้วยกัน

และนี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น ทีมงานได้ประกาศอย่างเป็นทางการว่า ซีรีส์การแข่งขัน Tyr Cup จะมีการอัปเกรดสู่ระดับโลกอย่างเต็มรูปแบบภายใต้ชื่อ "Tyr Cup Global" ที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้น พร้อมกับการกลับมาของเงินรางวัลรวมมูลค่า 1,000,000 ดอลลาร์สหรัฐ


"Tyr Cup Global" จะจัดขึ้นพร้อมกันทั้งในเซิร์ฟเอเชียและเซิร์ฟอเมริกาของ ROOC โดยทั้ง 2 โซนจะเข้าร่วมชิงชัยเพื่อคว้าส่วนแบ่งจากเงินรางวัลรวมมูลค่า 1,000,000 ดอลลาร์สหรัฐ! กิลด์จากทั่วทุกมุมโลกจะมารวมตัวกันบนเวทีแห่งนี้ เพื่อประชันฝีมือและชิงตำแหน่งสูงสุดที่มาพร้อมกับเกียรติยศอันยิ่งใหญ่ 

นอกจากเงินสดมูลค่า 1,000,000 ดอลลาร์สหรัฐแล้ว "Tyr Cup Global" ยังมีรางวัลเกียรติยศอื่นๆ เพื่อมอบเป็นเกียรติสูงสุดสำหรับความสำเร็จแก่กิลด์ชั้นนำและนักผจญภัยระดับตำนานอีกด้วย

เกม Ragnarok Origin Classic ใช้ระบบ Monthly Pass เป็นโหมดหลักในการเติมเงิน เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมการแข่งขันที่ยุติธรรม กลับคืนสู่ความสนุกของ MMORPG อย่างแท้จริง

หากต้องการทราบรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อมูลการอัปเดตและกิจกรรม สามารถติดตามข่าวสารได้ที่หน้าเว็บไซต์และชุมชนออนไลน์ของเรา!


[Download] https://roocasia.onelink.me/1jCd/0tnt05d1

[Official Website] https://roocasia.gnjoy.game/

[Facebook] https://www.facebook.com/RagnarokOriginClassicTH

[Discord] https://discord.gg/rooclassic
3
COMMART ULTRAFORCE 2026 คึกคักรับกระแส AI หนุนตลาดไอทีกลางปี โน้ตบุ๊กครองแชมป์ยอดขาย


ปิดฉากลงด้วยบรรยากาศคึกคักสำหรับงาน COMMART ULTRAFORCE 2026 มหกรรมสินค้าไอทีและเทคโนโลยี ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 2-5 กรกฎาคม 2569 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา โดยตลอด 4 วันของการจัดงานมีผู้บริโภคเดินทางเข้าชมและเลือกซื้อสินค้าไอทีอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่ม AI PC คอมพิวเตอร์ประกอบ อุปกรณ์เกมมิ่ง และฮาร์ดแวร์ประสิทธิภาพสูง 


นายพรชัย จันทรศุภแสง ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อไอซีทีและการจัดงาน บริษัท เออาร์ไอพี จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงภาพรวมการจัดงาน COMMART ULTRAFORCE ครั้งนี้ที่ประสบความสำเร็จทั้งในแง่ยอดขาย และจำนวนผู้เข้าร่วมงาน มีปัจจัยมากจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป โดยผู้บริโภคจำนวนมากไม่ได้เปลี่ยนคอมพิวเตอร์ เพราะเครื่องเดิมเสียหรือหมดอายุการใช้งาน แต่เปลี่ยนเพื่อที่จะได้สัมผัสประสบการณ์การใช้งาน AI ที่สมบูรณ์แบบมากขึ้น ทั้งด้านการทำงาน การเรียน การสร้างคอนเทนต์ และการเล่นเกม ส่งผลให้ AI PC และอุปกรณ์ประสิทธิภาพสูงได้รับความสนใจเป็นพิเศษตลอดการจัดงาน


นอกจากนี้สินค้าไอทีระดับไฮเอนด์และเทคโนโลยีใหม่ ๆ เป็นสินค้าที่ผู้บริโภคต้องการเห็นและทดลองใช้งานจริง พร้อมรับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจ โดยเฉพาะคอมพิวเตอร์ประกอบ (DIY) และเกมมิ่งเกียร์ ที่หลายบูธจะมีผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำปรึกษา จัดสเปกเครื่องตามงบประมาณ พร้อมบริการประกอบเครื่องฟรีภายในงาน ทำให้ผู้บริโภคสามารถเลือกซื้อและรับเครื่องได้ครบจบในที่เดียว ซึ่งเป็นจุดแข็งของ COMMART ที่ตอบโจทย์ได้ดีกว่าการเลือกซื้อผ่านช่องทางออนไลน์


อีกหนึ่งปัจจัยที่ช่วยกระตุ้นการตัดสินใจซื้อ คือแคมเปญ "โปรซ้อนโปร" ที่ผนึกสิทธิประโยชน์จาก 3 ส่วน ได้แก่ โปรโมชั่นและของแถมจากร้านค้า สิทธิผ่อนชำระ 0% พร้อมเครดิตเงินคืน (Cashback) จากบัตรเครดิต รวมถึง Voucher ส่วนลดออนท็อปจาก COMMART และการลุ้นรับรางวัลใหญ่ทุกวัน ช่วยเพิ่มความคุ้มค่าให้กับผู้บริโภค และตอกย้ำแนวคิด "มางาน COMMART คุ้มที่สุด


สำหรับสินค้าที่มียอดขายสูงสุดภายในงาน ได้แก่ โน้ตบุ๊ก (Laptop/Notebook) คิดเป็น 65% ของยอดขายทั้งหมด รองลงมา ได้แก่ คอมพิวเตอร์ประกอบ (Comset) 16%, การ์ดจอ (Graphics Card: GPU) 10%, จอภาพ (Monitor) 5% และ หน่วยความจำ (RAM) 4%  ซึ่งชี้ให้เห็นว่าความต้องการของตลาดยังมุ่งไปที่อุปกรณ์ประสิทธิภาพสูงสำหรับการใช้งาน AI เกมมิ่ง และการสร้างสรรค์คอนเทนต์




ด้านแบรนด์ที่ได้รับความนิยมภายในงาน ได้แก่ Acer, AMD, Apple, ASUS, Corsair, Gigabyte, HP, Lenovo, MSI และ Nintendo ขณะที่ผู้ค้าปลีกชั้นนำ ได้แก่ BaNANA, IT CITY, JIB, Speed Computer และ SPVi ต่างนำสินค้าใหม่ พร้อมโปรโมชั่นและบริการให้คำปรึกษาเลือกสเปกเครื่องมานำเสนอแก่ผู้บริโภคอย่างเต็มที่




ติดตามข่าวสารโปรโมชั่นและกิจกรรม หรือรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.commartThailand.comwww.facebook.com/commartThailand, LINE:@Commart, และ https://x.com/Commart
4
Cosmoprof CBE ASEAN 2026 ปิดฉากความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่
ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านงานแสดงสินค้าเพื่อธุรกิจความงามในอาเซียน พร้อมยกระดับสู่เอเชีย


งาน Cosmoprof CBE ASEAN 2026 ครั้งที่ 5 ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ โดยมีผู้เข้าชมงานรวม 24,859 คน จาก 95 ประเทศและภูมิภาคทั่วโลก เพิ่มขึ้น 7% เมื่อเทียบกับปี 2568 พร้อมผู้แสดงสินค้ามากกว่า 730 บริษัท บนพื้นที่จัดแสดงกว่า 33,000 ตารางเมตร และต้อนรับผู้ซื้อที่มีศักยภาพ (Qualified Buyers) กว่า 550 ราย จากทั่วโลก นอกจากนี้ การเปิดตัว Cosmopack CBE ASEAN เป็นครั้งแรกยังถือเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของงาน สะท้อนบทบาทที่เพิ่มขึ้นของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในฐานะ ศูนย์กลางการผลิต Supply Chain และนวัตกรรมของอุตสาหกรรมความงาม ที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ

กรุงเทพฯ, 3 กรกฎาคม 2569 – Cosmoprof CBE ASEAN 2026 ปิดฉากลงอย่างงดงาม ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC) พร้อมตอกย้ำบทบาทการเป็นเวทีธุรกิจด้านความงามที่สำคัญของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และศูนย์กลางเชิงกลยุทธ์ในการเชื่อมโยงผู้ประกอบการ นักลงทุน และผู้ซื้อจากทั่วโลก เพื่อขยายโอกาสทางธุรกิจสู่ประเทศไทย อาเซียน และภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

งาน Cosmoprof CBE ASEAN 2026 ซึ่งจัดขึ้นโดย BolognaFiere Cosmoprof, Informa Markets และ Shanghai Baiwen Exhibition Co., Ltd. ประสบความสำเร็จอย่างงดงามในการจัดงานครั้งที่ 5 โดยรวบรวมแบรนด์ชั้นนำ ผู้ผลิต ผู้จัดจำหน่าย ผู้ค้าปลีก ผู้ซื้อ และผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมความงามจากทั่วโลก ตลอดระยะเวลา 3 วันของการจัดงาน เพื่อสร้างเครือข่ายทางธุรกิจ แลกเปลี่ยนข้อมูลเชิงลึกด้านตลาด ค้นพบนวัตกรรมและผลิตภัณฑ์ใหม่ ตลอดจนติดตามเทรนด์ล่าสุดของอุตสาหกรรม ในหนึ่งในภูมิภาคที่มีการเติบโตและมีศักยภาพสูงที่สุดของโลก

Cosmoprof CBE ASEAN 2026 ต้อนรับผู้เข้าชมงานรวม 24,859 คน จาก 95 ประเทศและภูมิภาคทั่วโลก เพิ่มขึ้น 7% เมื่อเทียบกับปี 2568 โดยมีผู้เข้าร่วมงานจากประเทศไทย จีน อินเดีย ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย และเกาหลีใต้ เป็นกลุ่มประเทศที่มีจำนวนผู้เข้าร่วมสูงที่สุด สะท้อนถึงการเติบโตอย่างแข็งแกร่งของการจัดงานครั้งที่ 5 ทั้งในด้านผู้เข้าชมภายในประเทศและจากต่างประเทศ โดยผู้เข้าชมชาวไทยเพิ่มขึ้น 6% ขณะที่ผู้เข้าชมจากต่างประเทศเติบโตถึง 11% เมื่อเทียบกับปีก่อน

ด้านการจัดแสดงสินค้า งานมีผู้แสดงสินค้ามากกว่า 730 บริษัท เพิ่มขึ้น 12% จากปี 2568 พร้อมขยายพื้นที่จัดแสดงเป็น 33,000 ตารางเมตร หรือเพิ่มขึ้น 30% จากการจัดงานครั้งก่อน ครอบคลุมพื้นที่จัดแสดง 6 ฮอลล์ บน 2 ชั้น ของศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยมีสัดส่วนผู้แสดงสินค้าจากประเทศไทย 47% และจากต่างประเทศ 53% สะท้อนถึงความสมดุลของการมีส่วนร่วมจากผู้ประกอบการทั้งในประเทศและนานาชาติ ตอกย้ำสถานะของงานในฐานะเวทีธุรกิจความงามระดับนานาชาติของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ยิ่งไปกว่านั้น งานยังต้อนรับ ผู้ซื้อและนักธุรกิจจากทั่วโลก กว่า 550 ราย จากตลาดสำคัญทั้งในภูมิภาคและนานาชาติ ซึ่งช่วยยกระดับศักยภาพทางธุรกิจของงานให้โดดเด่นยิ่งขึ้น พร้อมตอกย้ำบทบาทของ Cosmoprof CBE ASEAN ในฐานะแพลตฟอร์มชั้นนำสำหรับการจัดหาสินค้า การสร้างโอกาสทางธุรกิจ และการขยายตลาดสู่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และตลาดต่างประเทศ

นายเอ็นรีโก ซานนินี (Enrico Zannini) ผู้จัดการทั่วไปของ BolognaFiere Cosmoprof กล่าวว่า "ความสำเร็จของ Cosmoprof CBE ASEAN 2026 สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของเครือข่าย Cosmoprof ในฐานะแพลตฟอร์มธุรกิจระดับนานาชาติที่สามารถสนับสนุนการเติบโตของอุตสาหกรรมความงามในตลาดที่มีศักยภาพสูงทั่วโลก การเปิดตัว Cosmopack CBE ASEAN เป็นครั้งแรกนับเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของการพัฒนางาน โดยได้นำรูปแบบการจัดงานแบบครบวงจร ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของ Cosmoprof ในระดับโลก มาสู่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อเชื่อมโยงธุรกิจผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปเข้ากับ Supply Chain ทั้งหมด พร้อมสร้างโอกาสใหม่ให้แก่ผู้ประกอบการที่ต้องการสร้างความร่วมมือทางธุรกิจระยะยาวในภูมิภาค เราภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันการเติบโตครั้งนี้ และเสริมความแข็งแกร่งให้กับบทบาทของแบรนด์ Cosmoprof บนเวทีโลก"

นายสรรชาย นุ่มบุญนำ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ประเทศไทย กล่าวว่า "Cosmoprof CBE ASEAN 2026 ประสบความสำเร็จอย่างโดดเด่น โดยมีผู้เข้าชมงานเพิ่มขึ้น 7% จากปีก่อน พร้อมการเปิดตัว Cosmopack CBE ASEAN ที่ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ประเทศไทย มีความภาคภูมิใจที่ได้ร่วมจัดงานในฐานะแพลตฟอร์มธุรกิจชั้นนำ ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการผลักดันประเทศไทยให้เป็นประตูสู่ตลาดอุตสาหกรรมความงามที่เติบโตอย่างรวดเร็วในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เรามุ่งมั่นเชื่อมโยงแบรนด์ ผู้ผลิต และผู้ซื้อจากทั่วโลก เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจที่มีคุณค่าและขับเคลื่อนการเติบโตของอุตสาหกรรมในภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง"

นางหยิง ซาง (Ying Sang) ประธานกรรมการบริหาร China Beauty Expo กล่าวว่า "ในฐานะผู้ร่วมจัดงาน Cosmoprof CBE ASEAN เราใช้ประโยชน์จากประสบการณ์กว่า 30 ปี และเครือข่ายอันแข็งแกร่งของ China Beauty Expo ในการนำคณะผู้ประกอบการและผู้ซื้อจากประเทศจีนเข้าร่วมงานที่กรุงเทพฯ พร้อมทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมการค้าแบบสองทิศทาง โดยสนับสนุนให้แบรนด์นานาชาติเข้าสู่ตลาดจีน ควบคู่กับการผลักดันผู้ประกอบการจีนขยายธุรกิจสู่ภูมิภาคอาเซียน การเปิดตัว Cosmopack CBE ASEAN ยังช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับ Supply Chain ของอุตสาหกรรมความงามอย่างครบวงจร พร้อมเปิดโอกาสใหม่ในการสร้างความร่วมมือและนวัตกรรมร่วมกันในภูมิภาค"



Cosmoprof CBE ASEAN ประตูสู่ตลาดอุตสาหกรรมความงามแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ความสำเร็จของ Cosmoprof CBE ASEAN 2026 สะท้อนให้เห็นถึงบทบาทที่เพิ่มขึ้นของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในฐานะหนึ่งในตลาดอุตสาหกรรมความงามที่มีศักยภาพและเติบโตอย่างรวดเร็วของโลก โดยประเทศไทยยังคงโดดเด่นทั้งในฐานะตลาดความงามที่มีศักยภาพสูง และศูนย์กลางการผลิตของภูมิภาค ด้วยความแข็งแกร่งด้านการรับจ้างผลิตในรูปแบบ OEM และ ODM รวมถึงความเชี่ยวชาญในการผลิตผลิตภัณฑ์ดูแลผิว (Skincare) ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม (Haircare) และเครื่องสำอางสี (Colour Cosmetics) ตลอดจนการเติบโตอย่างต่อเนื่องของระบบนิเวศธุรกิจที่ประกอบด้วยผู้ผลิต ซัพพลายเออร์ แบรนด์ และผู้ประกอบการ ซึ่งร่วมกันขับเคลื่อนอุตสาหกรรมความงามของประเทศไทยและภูมิภาคให้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง

นายฟรานเชสโก อิออปโปโล (Francesco Ioppolo) กรรมการบริษัทและผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจระหว่างประเทศ บริษัท G.V.F. / Itely Hairfashion ประเทศอิตาลี กล่าวว่า "ภูมิภาคอาเซียนเป็นตลาดเชิงกลยุทธ์ที่มีศักยภาพในการเติบโตสูงสำหรับบริษัทของเรา การเข้าร่วมงาน Cosmoprof CBE ASEAN ไม่เพียงเปิดโอกาสให้เราได้พบพันธมิตรทางธุรกิจรายใหม่ แต่ยังช่วยให้เราเข้าใจแนวโน้มและทิศทางการเติบโตของอุตสาหกรรมความงามในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้อย่างลึกซึ้ง

สิ่งที่ทำให้งานนี้มีความโดดเด่นคือคุณภาพของผู้เข้าชมงาน ซึ่งแตกต่างจากงานแสดงสินค้าอื่น ๆ โดย Cosmoprof CBE ASEAN สามารถดึงดูดผู้ประกอบการและผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพ และกำลังมองหาผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมคุณภาพระดับพรีเมียมได้อย่างต่อเนื่อง จึงนับเป็นเวทีที่เหมาะสมอย่างยิ่งทั้งสำหรับการขยายโอกาสทางธุรกิจ และการติดตามข้อมูลเชิงลึกของตลาด"

นางสเตฟานี เราช์ (Stephanie Rausch) ผู้จัดการฝ่ายขายประจำภูมิภาค บริษัท Eduard Gerlach GmbH / Gehwol ประเทศเยอรมนี กล่าวว่า "การเข้าร่วมแสดงสินค้าในงาน Cosmoprof CBE ASEAN ที่กรุงเทพฯ ครั้งนี้ นับเป็นครั้งแรกของบริษัท และถือว่าประสบความสำเร็จอย่างยิ่ง เราได้พบโอกาสทางธุรกิจมากมายในภูมิภาคอาเซียน รวมถึงสามารถสร้างความร่วมมือกับพันธมิตรด้านการจัดจำหน่ายในประเทศไทยได้สำเร็จ

อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญคือกิจกรรม Cosmo on Stage ซึ่งช่วยให้เราได้รับข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับตลาดและแนวโน้มของอุตสาหกรรมความงามในภูมิภาค ขณะเดียวกัน การบริหารจัดการงานและการอำนวยความสะดวกของผู้จัดงานก็เป็นไปอย่างมีมาตรฐานในทุกด้าน

สำหรับเรา Cosmoprof CBE ASEAN ไม่ได้เป็นเพียงประตูสู่ตลาดประเทศไทยเท่านั้น แต่ยังเป็นประตูสำคัญในการขยายธุรกิจสู่ตลาดอาเซียน เรามั่นใจว่าจะกลับมาร่วมงานอีกครั้งอย่างแน่นอน"



Cosmopack CBE ASEAN เปิดตัวครั้งแรกอย่างประสบความสำเร็จ เสริมแกร่ง Supply Chain อุตสาหกรรมความงามครบวงจร
อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญของ Cosmoprof CBE ASEAN 2026 คือการเปิดตัว Cosmopack CBE ASEAN เป็นครั้งแรก ซึ่งเป็นโซนจัดแสดงที่มุ่งเน้นธุรกิจใน Beauty Supply Chain ของอุตสาหกรรมความงามโดยเฉพาะ จัดขึ้นบริเวณชั้น LG ฮอลล์ 5–7 ครอบคลุมพื้นที่จัดแสดงคิดเป็น 52% ของพื้นที่จัดงานทั้งหมด

ภายในโซนดังกล่าวรวบรวมผู้ประกอบการชั้นนำที่ครอบคลุมทุกภาคส่วนของ Supply Chain ไม่ว่าจะเป็นผู้ผลิตวัตถุดิบ (Ingredients) การพัฒนาสูตรผลิตภัณฑ์ (Formulation) ธุรกิจรับจ้างผลิต (Contract Manufacturing) บริการผลิตภายใต้แบรนด์ของลูกค้า (Private Label) บรรจุภัณฑ์ เครื่องจักร งานพิมพ์และฉลาก ตลอดจนผู้ให้บริการโซลูชันแบบครบวงจรสำหรับอุตสาหกรรมความงาม

การเปิดตัว Cosmopack CBE ASEAN ในครั้งนี้ ตอบโจทย์ความต้องการที่เพิ่มขึ้นของตลาดต่อโซลูชันด้าน Supply Chain คุณภาพสูง พร้อมสะท้อนบทบาทที่โดดเด่นของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในฐานะศูนย์กลางการผลิตและนวัตกรรมของอุตสาหกรรมความงามระดับโลก ความสนใจจากแบรนด์ ผู้ซื้อ และซัพพลายเออร์ที่เข้าร่วมงาน ยังตอกย้ำถึงคุณค่าของการนำรูปแบบการจัดงาน Cosmopack มาสู่กรุงเทพฯ ซึ่งช่วยเปิดโอกาสใหม่ในการสร้างความร่วมมือทางธุรกิจตลอดทั้ง Beauty Value Chain ของอุตสาหกรรมความงาม

นางนาตาเลีย ซินิอุก (Nataliia Syniuk) บริษัท Soma Beauty ประเทศสเปน กล่าวว่า "การเปิดตัว Cosmopack ช่วยเพิ่มคุณค่าให้กับงานอย่างชัดเจน โดยเฉพาะสำหรับบริษัทที่กำลังมองหาโอกาสด้านการรับจ้างผลิต (Contract Manufacturing) โซลูชันด้านบรรจุภัณฑ์ บริการ OEM/ODM และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ทำให้งานมีความครบวงจรมากยิ่งขึ้น และตอบโจทย์ผู้ประกอบการที่ต้องการพัฒนาแบรนด์สินค้า (Private Label) หรือสร้างความร่วมมือด้านการผลิตกับพันธมิตรทางธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ"

นางบรูเนลลา ซานเชซ (Brunnella Sanchez) ฝ่ายขายและการตลาด บริษัท Italcosmetici ประเทศอิตาลี กล่าวว่า "หลังจากเข้าร่วมงาน Cosmopack CBE ASEAN ในปีนี้ เรามั่นใจว่างานแห่งนี้จะก้าวขึ้นเป็นเวทีธุรกิจสำคัญสำหรับบริษัทของเราอย่างแน่นอน เพราะไม่เพียงเปิดโอกาสให้เราได้พบกับลูกค้าเดิมในภูมิภาค แต่ยังช่วยให้เราได้สร้างความสัมพันธ์กับพันธมิตรทางธุรกิจรายใหม่ในตลาดอาเซียน ซึ่งเป็นภูมิภาคที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็วและเป็นตลาดที่เราตั้งเป้าจะขยายการดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่องในอนาคต"

นายอัลแบร์โต บาร์บารา (Alberto Barbara) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้อำนวยการฝ่ายเทคนิค บริษัท AB COSM ประเทศอิตาลี กล่าวว่า "การเข้าร่วมงาน Cosmoprof CBE ASEAN ครั้งนี้ถือเป็นความสำเร็จเชิงกลยุทธ์อย่างยิ่งสำหรับบริษัทของเรา ในฐานะหนึ่งในผู้ให้บริการรับจ้างผลิต (Contract Manufacturer) ที่ร่วมจัดแสดงภายใน Italian Pavilion ซึ่งมีความโดดเด่นทั้งด้านการออกแบบและบรรยากาศที่มีชีวิตชีวา ทำให้เราได้รับความสนใจจากแบรนด์ความงามในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นอย่างมาก รวมถึงผู้ประกอบการจากอินเดีย เวียดนาม และมาเลเซีย

สิ่งที่ดึงดูดความสนใจของผู้เข้าร่วมงานไม่เพียงมาจากคุณค่าของผลิตภัณฑ์ 'Made in Italy' เท่านั้น แต่ยังรวมถึงนวัตกรรมทางวิทยาศาสตร์ที่อยู่เบื้องหลังการพัฒนาสูตรผลิตภัณฑ์ดูแลผิว (Skincare) และเครื่องสำอาง (Make-up) ของเรา ซึ่งช่วยสร้างความแตกต่างและเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันให้กับแบรนด์ในตลาดโลก"

เพื่อสะท้อนศักยภาพของ Supply Chain อุตสาหกรรมความงามอย่างเป็นรูปธรรม Cosmopack CBE ASEAN ยังได้นำเสนอ The Sunscreen Factory นิทรรศการรูปแบบ Live Installation ที่จำลองกระบวนการผลิตผลิตภัณฑ์กันแดดแบบครบวงจร ผ่านความร่วมมือกับผู้ผลิตและซัพพลายเออร์ชั้นนำของไทย ได้แก่ DERMA INNOVATION COMPANY LIMITED, PROPACK ASIA COMPANY LIMITED, THER LINE, NAPAT PACKAGING COMPANY LIMITED และ SELCON CO., LTD.

กิจกรรมดังกล่าวเปิดโอกาสให้ผู้เข้าชมงานได้สัมผัสประสบการณ์เสมือนจริงตลอดกระบวนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ตั้งแต่การคิดค้นและพัฒนาสูตร (Formulation) ไปจนถึงการออกแบบและผลิตบรรจุภัณฑ์ (Packaging) พร้อมสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของความร่วมมือระหว่างผู้ประกอบการในทุกภาคส่วนของ Supply Chain อุตสาหกรรมเครื่องสำอาง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนนวัตกรรมและยกระดับศักยภาพการแข่งขันของอุตสาหกรรมความงามในภูมิภาค



เวทีแห่งโอกาสทางธุรกิจ การสร้างเครือข่าย และองค์ความรู้ด้านอุตสาหกรรมความงาม
นอกจากการเป็นเวทีแสดงสินค้าและเจรจาธุรกิจระดับนานาชาติแล้ว Cosmoprof CBE ASEAN 2026 ยังตอกย้ำบทบาทการเป็นศูนย์กลางการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และเชื่อมโยงเครือข่ายของอุตสาหกรรมความงาม ผ่านกิจกรรมสัมมนาและการประชุมที่เข้มข้น ประกอบด้วย CosmoTalks จำนวน 15 หัวข้อ, Cosmo Onstage 2 กิจกรรม และ Beauty Studio 9 เซสชัน โดยได้รับความร่วมมือจากวิทยากรและพันธมิตรชั้นนำระดับนานาชาติ

อาทิ Statista, Kline, BEAUTYSTREAMS, ASEAN Cosmetic Association และ Halal Product Organizing Agency รวมถึงผู้เชี่ยวชาญและบริษัทชั้นนำจากประเทศไทยและภูมิภาค

นางยูมิโกะ ฮาซามะ (Yumiko Hasama) ฝ่ายวางแผนผลิตภัณฑ์และการตลาด บริษัท Shiseido ประเทศญี่ปุ่น กล่าวว่า "Cosmoprof CBE ASEAN เป็นเวทีที่ช่วยให้เราเข้าใจแนวโน้มของตลาดอาเซียนได้อย่างลึกซึ้ง ตั้งแต่กระแสความนิยมของผลิตภัณฑ์ความงามฮาลาล (Halal Beauty) ไปจนถึงธุรกิจเวชศาสตร์ความงาม (Aesthetic Medicine) อีกทั้งยังช่วยให้เห็นถึงอิทธิพลของสภาพภูมิอากาศและพฤติกรรมผู้บริโภคในภูมิภาค ที่มีผลต่อการพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง

สิ่งที่สร้างความประทับใจเป็นอย่างมาก คือการนำเสนอของผู้ประกอบการจากอิตาลีที่มีคุณภาพสูง โดดเด่น และสะท้อนความเชี่ยวชาญของอุตสาหกรรมได้อย่างชัดเจน นอกจากนี้ การได้พบปะผู้ผลิต OEM และผู้ประกอบการด้านบรรจุภัณฑ์จากประเทศเกาหลีใต้และอิตาลี ภายในโซน Cosmopack CBE ASEAN ยังเปิดโอกาสสำคัญในการสร้างเครือข่ายทางธุรกิจและต่อยอดความร่วมมือในอนาคต"

นายอาร์. โกปาลกฤษนัน (R. Gopalakrishnan) กรรมการ บริษัท CavinKare Group ประเทศอินเดีย กล่าวว่า "การเข้าร่วมงาน Cosmoprof CBE ASEAN ที่กรุงเทพฯ เป็นประสบการณ์ที่มีคุณค่าอย่างยิ่ง งานนี้สะท้อนให้เห็นว่า ภูมิภาคอาเซียนกำลังก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในตลาดอุตสาหกรรมความงามและผลิตภัณฑ์ดูแลบุคคล (Beauty & Personal Care) ที่เติบโตเร็วที่สุดแห่งหนึ่งของโลก โดยรวบรวมแบรนด์ชั้นนำ ผู้พัฒนานวัตกรรม ผู้ผลิต และผู้จัดจำหน่ายจากนานาประเทศไว้บนแพลตฟอร์มเดียว

สำหรับผู้ประกอบการด้านความงามของอินเดีย Cosmoprof CBE ASEAN ไม่ได้เป็นเพียงงานแสดงสินค้าเท่านั้น แต่ยังเป็นประตูสำคัญสู่การขยายธุรกิจในระดับนานาชาติ เปิดโอกาสให้ค้นพบนวัตกรรมและผลิตภัณฑ์ใหม่ สร้างพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ และต่อยอดโอกาสทางธุรกิจในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงตลาดอื่น ๆ ทั่วโลก"



เตรียมพบกับ Cosmoprof CBE ASEAN 2027
จากความสำเร็จของการจัดงานในปี 2569 ผู้จัดงานได้เดินหน้าวางแผนการจัด Cosmoprof CBE ASEAN 2027 เป็นที่เรียบร้อย โดยงานจะกลับมาจัดขึ้นอีกครั้งระหว่างวันที่ 23–25 มิถุนายน 2570 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC) กรุงเทพมหานคร เพื่อสานต่อบทบาทการเป็นเวทีธุรกิจความงามระดับนานาชาติ ที่เชื่อมโยง

ผู้ประกอบการ นักลงทุน ผู้ซื้อ และพันธมิตรจากทั่วโลก พร้อมขับเคลื่อนโอกาสทางธุรกิจและนวัตกรรมของอุตสาหกรรมความงามในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างต่อเนื่อง
5
SAMART โชว์ Green Energy Solutions ยกระดับพลังงานอัจฉริยะ
ในงาน ASIA Sustainable Energy Week 2026


นายเจริญรัฐ วิไลลักษณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สามารถคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) นำกลุ่มบริษัทสามารถ ร่วมแสดงนวัตกรรมและโซลูชันด้าน Green Energy ภายในงาน "ASIA Sustainable Energy Week 2026" เวทีแสดงเทคโนโลยีและงานประชุมด้านพลังงานสะอาดระดับนานาชาติของเอเชีย โดยนำเสนอผลิตภัณฑ์และโซลูชันจาก SAMART และ LIVOLTEK ครอบคลุมระบบอินเวอร์เตอร์พลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Inverter) ระบบกักเก็บพลังงาน (Energy Storage System) โซลูชันสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า (EV Charging) และระบบบริหารจัดการพลังงานอัจฉริยะ (Energy Management System) เพื่อตอบโจทย์การเปลี่ยนผ่านสู่การใช้พลังงานสะอาดอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมี พลเอกสัมพันธ์ บุญญานันต์ ประธานกรรมการ บริษัท สามารถเทลคอม จำกัด (มหาชน), นายวิชัย ศรีขวัญ รองประธานกรรมการ บริษัท สามารถคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และ นายวิชัย โภคาสัมฤทธิ์ กรรมการ บริษัท สามารถเทลคอม จำกัด (มหาชน) ร่วมเยี่ยมชมบูธและกิจกรรมภายในงาน ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพฯ

ติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวของ SAMART ได้ที่ Facebook : SamartCompany
6
โรงพยาบาลพระรามเก้า ฉลองครบรอบ 34 ปี จัดโปรใหญ่แห่งปี !!!
ชวนสายสปอร์ตเช็กความฟิตกับแพ็กเกจสุขภาพ ลดสูงสุดกว่า 60%
ครอบคลุมกว่า 70 รายการ ราคาเริ่มต้นเพียง 2,900 บาท


โรงพยาบาลพระรามเก้า ฉลองครบรอบ 34 ปี เปิดแคมเปญโปรสุขภาพครั้งใหญ่แห่งปี ภายใต้ คอนเซ็ปต์ “SELF-CARE IS HEALTHCARE” ชวนทุกสายสปอร์ตและคนรักสุขภาพมาเช็กความฟิต ก่อนออกไปสนุกกับทุกกิจกรรม ด้วยแพ็กเกจตรวจสุขภาพและโปรแกรมคัดกรองโรคเฉพาะทางกว่า 70 รายการ ลดสูงสุดกว่า 60% ราคาเริ่มต้นเพียง 2,900 บาท

แคมเปญนี้ โรงพยาบาลพระรามเก้าได้ออกแบบแพ็กเกจตรวจสุขภาพให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ กิจกรรมที่ชื่นชอบ และช่วงวัยของแต่ละคน ไม่ว่าจะเป็นแพ็กเกจ Active, Fit, Firm, Smart, Strong, Premium, Preventive หรือ Special สำหรับผู้หญิงและผู้ชายในช่วงอายุ 30+, 40+ และ 50+ ครอบคลุมทั้งการตรวจสุขภาพประจำปี การตรวจเชิงลึก และการคัดกรองโรคสำคัญ เช่น โรคหัวใจ โรคไต โรคมะเร็ง โรคสมอง และโรคกระดูก เพื่อช่วยค้นหาความเสี่ยงตั้งแต่ระยะเริ่มต้น และวางแผนดูแลสุขภาพได้อย่างเหมาะสม



ไม่ว่าคุณจะเป็นสายวิ่งมาราธอน ไตรกีฬา ปั่นจักรยาน ว่ายน้ำ ดำน้ำ กอล์ฟ ฟุตบอล เทนนิส แบดมินตัน หรือสายฟิตเนส การมีร่างกายที่แข็งแรงและรู้เท่าทันสุขภาพของตัวเอง คือจุดเริ่มต้นของทุกความสำเร็จ เพราะเมื่อร่างกายพร้อม คุณก็พร้อมสนุกกับทุกกิจกรรม ออกกำลังกายได้อย่างเต็มศักยภาพ ท้าทายทุกขีดจำกัด และใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจ เพราะทุกสนามเริ่มต้นจากร่างกายที่พร้อม และทุกเป้าหมายสำเร็จได้...เมื่อสุขภาพแข็งแรง

พิเศษ! ซื้อแพ็กเกจตามยอดที่กำหนด รับของที่ระลึกครบรอบ 34 ปี เช่น PR9 Gift Voucher, กระบอกน้ำ, ร่มกอล์ฟ CAT9 และกระเป๋าฟิตเนส CAT9 ตามเงื่อนไขของโรงพยาบาล



ซื้อแพ็กเกจได้ตั้งแต่วันนี้-31 สิงหาคม 2569 ผ่านทางเว็บไซต์  www.praram9.com หรือที่เคาน์เตอร์จำหน่ายแพ็กเกจ อาคาร A ชั้น 2 ถึง 31 กรกฎาคม 2569 สามารถเข้ารับบริการได้ถึง 31 พฤษภาคม 2570 (ช่วงเดือน ต.ค.- ธ.ค.69 ไม่สามารถใช้บริการได้) สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร.1270 หรือ LINE Official: @praram9hospital ทั้งนี้ เงื่อนไขเป็นไปตามที่โรงพยาบาลกำหนด
7
4 ปี PDPC จากกฎหมายบนกระดาษ สู่ผู้พิทักษ์ข้อมูลของคนไทย
เมื่อการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกลายเป็นด่านหน้าสร้าง "Digital Trust" ในยุค AI


ในวันที่ข้อมูลส่วนบุคคล ตั้งแต่ชื่อ เบอร์โทรศัพท์ ไปจนถึงใบหน้าและเสียง กลายเป็นสิ่งมีค่าไม่ต่างจากเงินในกระเป๋า ย้อนกลับไปเมื่อเพียง 4 ปีก่อน คำถามที่ได้ยินบ่อยที่สุดยังเป็นเพียงว่า ประเทศไทยพร้อมแล้วหรือยัง กับการมีกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล แต่วันนี้ คำถามนั้นเปลี่ยนไปแล้ว เพราะการดูแลข้อมูลของคนไทยได้เดินทางมาไกลกว่าที่หลายคนคิด

เนื่องในโอกาสครบรอบ 4 ปี วันสถาปนาสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) และครบ 4 ปีของการบังคับใช้พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 หรือ PDPA อย่างเต็มรูปแบบ สคส. ได้จัดเวทีเสวนา "4th Anniversary PDPC Thailand ความก้าวหน้า และพัฒนาการด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล กับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัลของประเทศ" เพื่อทบทวนเส้นทางตลอด 4 ปีที่ผ่านมา ภายใต้แนวคิดที่ พ.ต.อ.สุรพงศ์ เปล่งขำ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เน้นย้ำมาโดยตลอดว่า PDPA ไม่ได้เป็นเพียงกฎหมาย แต่เป็นการสร้าง "Digital Trust" หรือความเชื่อมั่นในสังคมเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ



เส้นทางของ สคส. เริ่มต้นอย่างไม่ธรรมดา โดย นายพันธ์ศักดิ์ ศิริรัชตพงษ์ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ในคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ได้อธิบายว่า PDPA เป็นกฎหมายลักษณะพิเศษที่ "กฎหมายมาก่อนองค์กร" แตกต่างจากกฎหมายทั่วไปที่มักมีหน่วยงานแข็งแรงรองรับอยู่ก่อนแล้ว


ขณะที่ ดร.ปริญญา หอมเอนก กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการกำกับสำนักงานฯ กล่าวเปรียบการก่อตั้ง สคส. ว่าเหมือนการสร้างสตาร์ตอัพจากศูนย์ ที่ในวันเริ่มต้นไม่มีทั้งเลขาธิการ ไม่มีสำนักงาน และไม่มีงบประมาณ แต่กลับต้องเร่งสรรหาบุคลากรมาขับเคลื่อนองค์กรให้ทันกับกฎหมายที่ประกาศออกมาแล้ว

ในปีแรกจึงเป็นปีแห่งการวางรากฐาน ด้วยพนักงานเพียง 50 คน สคส. ได้เร่งออกกฎหมายลูกถึง 22 ฉบับ เพื่อให้กลไกการบังคับใช้เดินหน้าได้จริง พร้อมจัดตั้งศูนย์รับเรื่องร้องเรียนและให้คำปรึกษา ซึ่งในปีแรกมีเรื่องร้องเรียนเข้ามากว่า 200 เรื่อง

จุดเปลี่ยนสำคัญมาถึงในปีที่ 2 เมื่อภัยจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์ระบาดหนัก และทุกฝ่ายเห็นตรงกันว่าต้นตอของการหลอกลวงคือข้อมูลส่วนบุคคลที่รั่วไหล การคุ้มครองข้อมูลจึงกลายเป็นการแก้ปัญหาอาชญากรรมไปพร้อมกัน สคส. ได้จัดตั้ง ศูนย์เฝ้าระวังการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล หรือ PDPC Eagle Eye ที่ทำงานเชิงรุกด้วยระบบค้นหาและแจ้งเตือนอัตโนมัติในลักษณะ "เจอก่อนโจร"

พ.ต.อ.สุรพงศ์ เล่าถึงผลงานที่จับต้องได้ ว่านับตั้งแต่ปี 2566 จนถึงปัจจุบัน PDPC Eagle Eye ค้นหาไปแล้วราว 900,000 URL และแก้ไขจัดการได้กว่า 7,000 เรื่องโดยไม่เกิดความเสียหาย และเมื่อพบการซื้อขายข้อมูลเพื่อนำไปก่ออาชญากรรม สคส. ได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจผลักดันมาตรา 11/2 พระราชกำหนดมาตรการป้องกัน และปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568 จนนำไปสู่การจับกุมจริงรวมแล้ว 18 ราย

ตรงกับแนวคิดที่ ดร.ปริญญา ย้ำว่ารากเหง้าของปัญหาทั้งหมดคือ Data Breach หรือข้อมูลรั่วไหล หากลดปัญหานี้ลงได้ มิจฉาชีพก็จะมีข้อมูลไปหลอกลวงประชาชนน้อยลง และผลลัพธ์นี้ก็เริ่มเห็นชัดขึ้น เมื่อมูลค่าความเสียหายจากภัยออนไลน์เฉลี่ยต่อวันลดลงจากราว 117 ล้านบาทในช่วงต้นปี 2567 เหลือราว 65 ล้านบาทในช่วงต้นปี 2568 หรือลดลงเกือบ 40%

ซึ่งเมื่อรากฐานเริ่มมั่นคง ภารกิจของ สคส. ก็ได้ขยายจาก "การปราบปราม" ไปสู่ "การส่งเสริม" องค์กรได้ขยายอัตรากำลังที่เพิ่มขึ้นเป็น 175 คน มีเครือข่ายเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (DPO) ขยายครอบคลุมทั้งภาครัฐและเอกชนเกือบ 4,000 หน่วยงาน พร้อมมีการพัฒนาเครื่องมือให้ประชาชนและองค์กรใช้งานได้ฟรี ทั้งแพลตฟอร์ม GPPC ที่เริ่มเปิดบริการสำหรับ SME แอปพลิเคชัน Smart PDPA และระบบ e-Learning ที่มีผู้เข้าเรียนแล้วเกือบแสนคน อีกทั้ง ความก้าวหน้านี้ยังได้รับการยอมรับในระดับสากล โดยโครงการ GPPC เป็นหนึ่งในโครงการที่ผ่านเข้ารอบ Champions (Top 5) 1 ใน 5 ผลงานที่ดีที่สุดในหมวดนโยบายและการส่งเสริมไอซีที จากเวที WSIS Prizes 2026 เพื่อยกย่องโครงการดิจิทัลจากทั่วโลกที่มีความโดดเด่นและสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมอย่างยั่งยืน



สำหรับบทต่อไปของ สคส. คือการรับมือกับโจทย์ในยุคปัญญาประดิษฐ์ โดย ดร.ปริญญา ชี้ว่าความท้าทายในวันนี้ไม่ใช่แค่แฮกเกอร์ที่เจาะระบบ แต่รวมถึงแพลตฟอร์มที่ออกแบบให้ผู้ใช้กด "ยินยอม" แบ่งปันข้อมูลโดยแทบไม่รู้ตัว หรือที่เรียกว่า Privacy Engineering โดยยกตัวอย่างว่าปัจจุบันมีแพลตฟอร์มมากถึง 17 ใน 20 ที่แอบเก็บข้อมูลผู้ใช้แชร์ออกไป

ด้าน นายพันธ์ศักดิ์ ระบุว่าคณะกรรมการได้ตั้งอนุกรรมการเฉพาะเพื่อจัดทำแนวปฏิบัติด้าน AI สำหรับ 5 กลุ่ม ตั้งแต่ประชาชนทั่วไป ผู้บริหารระดับสูง ผู้ควบคุมข้อมูล ผู้ประมวลผล ไปจนถึงนักพัฒนา ควบคู่กับการเดินหน้าความร่วมมือระหว่างประเทศ ทั้งการวางกรอบการส่งข้อมูลข้ามพรมแดน (Cross Border Transfer) และการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้กับหน่วยงานคุ้มครองข้อมูลของต่างชาติ เพื่อให้ประเทศไทยใช้ประโยชน์จากข้อมูลและ AI ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลได้อย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องแลกมาด้วยการละเมิดสิทธิของประชาชน

ความเชื่อมั่นที่ สคส. สร้างขึ้นตลอด 4 ปี ตั้งอยู่บนแนวทางสองด้านที่เสริมกัน ด้านหนึ่งคือการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง โดยมียอดค่าปรับทางปกครองสะสมกับทั้งหน่วยงานรัฐและเอกชนรวมกว่า 21.5 ล้านบาท (ยอดสะสม ณ ปีงบประมาณ 2568) ซึ่งสะท้อนว่ากฎหมายฉบับนี้มีสภาพบังคับจริง ไม่ใช่เพียงกฎหมายบนกระดาษ และอีกด้านคือการยกระดับเชิงบวก ด้วยการออกเครื่องหมายรับรองมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือ PDPC Certification (Trust Mark) อย่างเป็นทางการ เพื่อเปิดโอกาสให้หน่วยงานที่ทำได้ดีได้รับการยอมรับและสร้างความเชื่อมั่นให้คู่ค้าและประชาชน โดยผู้ที่ประสงค์จะขอรับรองต้องผ่านการประเมินระดับความพร้อมที่เรียกว่า Privacy Maturity Model (PMM) ถึงระดับ 5 และต้องไม่เคยถูกลงโทษตาม PDPA มาก่อนเป็นเวลา 2 ปี



ท้ายที่สุด การคุ้มครองข้อมูลที่ดีที่สุดยังคงเริ่มต้นที่ตัวเราเอง พ.ต.อ.สุรพงศ์ ฝากหลักง่าย ๆ ให้ประชาชน คือ เปิดเผยข้อมูลเท่าที่จำเป็น ตั้งรหัสผ่านให้เข้มแข็งและเปลี่ยนอย่างสม่ำเสมอ และระมัดระวังธุรกรรมที่น่าสงสัย ยึดหลัก "ไม่หลงเชื่อ ไม่หลงโหลด ไม่หลงโอน" หรือแม้แต่การตั้ง "รหัสลับของครอบครัว" ไว้ยืนยันตัวตน ในวันที่มิจฉาชีพใช้ AI ปลอมได้แม้กระทั่งใบหน้าและเสียงของคนที่เรารัก

เพราะสำหรับ สคส. แล้ว PDPA ไม่ใช่เรื่องของกฎหมายที่ไกลตัว แต่เป็น Digital Trust ที่เดินเคียงข้างทุกคน จากกฎหมายบนกระดาษเมื่อ 4 ปีก่อน ในวันนี้ สคส. กำลังยืนหยัดในฐานะผู้พิทักษ์ข้อมูลที่พร้อมก้าวไปกับคนไทยในยุค AI อย่างมั่นคง
8
ซูเลียน เปิดเวที "THE SUCCESS VISION" พลิกวิสัยทัศน์ธุรกิจ สู่ชีวิตที่คุณเลือก
รวมสุดยอดผู้นำเครือข่ายและผู้บริหารระดับแนวหน้า
จุดประกายโอกาสใหม่ สู่ความสำเร็จที่ทุกคนสร้างได้


บริษัท ซูเลียน (ประเทศไทย) จำกัด เดินหน้าสร้างโอกาสและต่อยอดศักยภาพนักธุรกิจไทย จัดงาน "ZHULIAN THE SUCCESS VISION พลิกวิสัยทัศน์ธุรกิจ สู่ชีวิตที่คุณเลือก" ภายใต้ OPP Business Solution โปรแกรมพิเศษ แนะนำธุรกิจ เวทีแห่งแรงบันดาลใจที่รวบรวมผู้บริหารและนักธุรกิจซูเลียนระดับแนวหน้าของประเทศ มาร่วมถ่ายทอดประสบการณ์ตรง แนวคิดการสร้างธุรกิจ และกลยุทธ์สู่ความสำเร็จ เพื่อเปิดมุมมองใหม่ให้กับผู้ที่กำลังมองหาโอกาสสร้างรายได้ สร้างอาชีพ และสร้างอนาคตที่มั่นคง โดยงานจะจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 5 กรกฎาคม 2569 เวลา 12.00 – 17.00 น.ห้องประชุมอาคารจิรธนา บริษัท ซูเลียน สำนักงานใหญ่ จังหวัดนนทบุรี เปิดให้เข้าร่วมงาน ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย


ภายในงาน ผู้เข้าร่วมจะได้เรียนรู้แนวทางการสร้างธุรกิจอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การเปิดมุมมองสู่ความสำเร็จ การพัฒนาศักยภาพด้านการขาย การสร้างเครือข่าย การเรียนรู้ผลิตภัณฑ์ ไปจนถึงการสร้างแรงบันดาลใจในการก้าวสู่ความสำเร็จอย่างยั่งยืน ผ่านการถ่ายทอดองค์ความรู้จากวิทยากรผู้มากประสบการณ์ ได้แก่ Pro RCM ศลินดา หนูคาบแก้ว, Pro RCM พิเชษฐ ทิศรักษ์, RCD ควรคิด แดงคงแก้ว, RCD ไพบูลย์ เมืองอุดม พร้อมด้วย ณัฐชานนท์ จุลล์จักรวงศา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการตลาด (CMO) บริษัท ซูเลียน (ประเทศไทย) จำกัด และผู้บริหารของบริษัท ที่จะร่วมแบ่งปันวิสัยทัศน์ ทิศทางการดำเนินธุรกิจ และโอกาสในการเติบโตไปพร้อมกับซูเลียน


หนึ่งในไฮไลต์สำคัญของงาน คือการบรรยายพิเศษหัวข้อ "ความมั่นคงของบริษัทซูเลียน โอกาสทางธุรกิจที่เป็นไปได้มากที่สุด" โดย ณัฐชานนท์ จุลล์จักรวงศา ที่จะถ่ายทอดทิศทางการเติบโตขององค์กร กลยุทธ์การตลาด และแนวคิดการสร้างธุรกิจที่ตอบโจทย์โลกยุคใหม่ พร้อมสะท้อนถึงความแข็งแกร่งของระบบธุรกิจซูเลียนที่ช่วยให้สมาชิกสามารถต่อยอดอาชีพ สร้างรายได้ และเติบโตอย่างมั่นคงในระยะยาว


ณัฐชานนท์ จุลล์จักรวงศา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการตลาด (CMO) บริษัท ซูเลียน (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า "โลกธุรกิจในวันนี้เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว แต่โอกาสยังมีอยู่เสมอสำหรับผู้ที่พร้อมเรียนรู้และลงมือทำ ซูเลียนเชื่อมั่นว่าความสำเร็จไม่ได้เกิดจากโชค แต่เกิดจากวิสัยทัศน์ ความมุ่งมั่น และการมีระบบที่แข็งแกร่งคอยสนับสนุน งาน THE SUCCESS VISION จึงถูกจัดขึ้นเพื่อเปิดมุมมองใหม่ให้กับทุกคน ได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริงของผู้ที่ประสบความสำเร็จ

พร้อมเห็นโอกาสในการสร้างธุรกิจที่มั่นคง เติบโตได้อย่างยั่งยืน และสามารถเปลี่ยนความตั้งใจให้กลายเป็นผลลัพธ์ที่จับต้องได้ เพราะเราเชื่อว่า เมื่อมีวิสัยทัศน์ที่ถูกต้อง ทุกคนสามารถเลือกและสร้างเส้นทางความสำเร็จในแบบของตัวเองได้"



นอกจากสาระความรู้จากวิทยากรผู้ทรงประสบการณ์แล้ว ผู้เข้าร่วมงานยังจะได้ร่วมกิจกรรมพิเศษ รับของรางวัลและของที่ระลึกจากบริษัท พร้อมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ สร้างเครือข่าย และต่อยอดแนวคิดทางธุรกิจกับนักธุรกิจซูเลียนจากทั่วประเทศ ซึ่งนับเป็นอีกหนึ่งเวทีสำคัญสำหรับผู้ที่ต้องการเปิดโอกาสใหม่ให้กับชีวิต และก้าวสู่ความสำเร็จไปพร้อมกับองค์กรที่มีความมั่นคงและเติบโตอย่างต่อเนื่อง

ผู้สนใจสามารถเข้าร่วมงานได้ ฟรี ในวันอาทิตย์ที่ 5 กรกฎาคม 2569 เวลา 12.00 – 17.00 น.ห้องประชุมอาคารจิรธนา บริษัท ซูเลียน สำนักงานใหญ่ จังหวัดนนทบุรี เพื่อร่วมเปิดวิสัยทัศน์ใหม่ เรียนรู้แนวคิดจากผู้ประสบความสำเร็จ และค้นพบโอกาสในการสร้างอนาคตที่คุณสามารถเลือกได้ด้วยตัวเอง
9
เอเซอร์ ร่วมกับ โรงเรียนสารสาสน์วิเทศร่มเกล้า เปิดตัวโครงการ "Acer Next-Gen School Tour 2026" ชวนนักเรียนมัธยมเรียนรู้เทคโนโลยีผ่านประสบการณ์จริง พร้อมค้นหาแรงบันดาลใจสู่อาชีพด้าน IT และดิจิทัลในยุค AI


กรุงเทพฯ — นางสาวณัฐฐนันท์ รัตนพรพิศ รองผู้อำนวยการฝ่าย Commercial Business Group บริษัท เอเซอร์ คอมพิวเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมกับ นางสาวรุ่งนภา ชาติพันธ์จันทร์ รองผู้อำนวยการ โรงเรียนสารสาสน์วิเทศร่มเกล้า เปิดตัวกิจกรรม "Acer Next-Gen School Tour 2026" โครงการส่งเสริมการเรียนรู้ด้านเทคโนโลยีสำหรับนักเรียนระดับมัธยมศึกษา ภายใต้แนวคิดเปลี่ยนโรงเรียนให้เป็น "สนามทดลองไอเดีย" ที่เปิดโอกาสให้เยาวชนได้สัมผัสเทคโนโลยีจริง เรียนรู้ทักษะแห่งอนาคต และค้นหาเส้นทางอาชีพสาย IT-Digital ในยุค AI พร้อมตอกย้ำความมุ่งมั่นของเอเซอร์ในการสนับสนุนการศึกษาและพัฒนาศักยภาพเยาวชนไทย ซึ่งเป็นก้าวสำคัญในวาระ ครบรอบ 50 ปีของเอเซอร์ โดยมี ณัฐวุฒิ รัตโนดม Marketing Specialist บริษัท เอเซอร์ คอมพิวเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด, ปริญญา พงศ์จิรพันธุ์, สัจจพงศ์ เหรียญโมรา จากช่อง Kame up! ร่วมงานด้วย ณ โรงเรียนสารสาสน์วิเทศร่มเกล้า เมื่อเร็ว ๆ นี้
10
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดประชุมวิชาการทดสอบความชำนาญระดับชาติ ครั้งที่ 6 ประจำปี 2569


วันที่ 8 กรกฎาคม 2569 ดร.นพ.สราวุฒิ บุญสุข อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เป็นประธานในพิธีเปิดประชุมวิชาการทดสอบความชำนาญระดับชาติ ครั้งที่ 6 ประจำปี 2569 หัวข้อ“จากห้องปฏิบัติการสู่ชีวิต ผ่านการทดสอบความชำนาญ: สร้างความเชื่อมั่นในทุกผลตรวจและก้าวไกลสู่อนาคต” (From Lab to Life through Proficiency Testing: Building Confidence in Every Result and Beyond) โดยมี นพ.วัชรพงษ์ คำหล้า รองอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เป็นผู้กล่าวรายงาน พร้อมผู้บริหารและผู้เข้าร่วมประชุม ณ โรงแรมเบสท์ เวสเทิร์น พลัส แวนด้า แกรนด์ จ.นนทบุรี
Pages: [1] 2 3 ... 10