Facebook on July 18, 2018, 11:02:14 PM
เคล็ด (ไม่) ลับ จากเกษตรกรชาวญี่ปุ่น ที่ช่วยให้คุณมีผักกินฟรีตลอดปี







           อย่างที่ทราบกันว่า การปลูกผักกินเองนอกจากทำให้สุขภาพดีเพราะได้บริโภคผักปลอดสารพิษแล้ว ยังช่วยประหยัดเงินในกระเป๋าได้อีกด้วย แถมผู้ปลูกยังภูมิใจกับน้ำพักน้ำแรงของตัวเอง เมื่อเหลือก็แบ่งปันเพื่อนบ้าน หรือนำมาขายเป็นอาชีพเสริมสร้างรายได้อีกทาง มาดูกันดีกว่าว่าเคล็ดลับง่ายๆ ที่ช่วยให้มีผักกินฟรีตลอดปีต้องทำอย่างไรบ้าง

          หนังสือ "ปลูกผักกินเอง ขายเองตลอดปี" เล่มนี้ ถ่ายทอดจากประสบการณ์ตรงของ ยุตะกะ อิฮะระ (Yutaka Ihara) เกษตรกรชาวญี่ปุ่นที่เปลี่ยนผืนนาเป็นแปลงผักและประสบความสำเร็จในการปลูกผักเพื่อขายเป็นอาชีพมากว่า 50 ปี เพื่อเป็นจุดเริ่มต้นเล็กๆ ให้คุณสร้างอาชีพเสริมและมีรายรับอย่างยั่งยืน

          เนื้อหาในเล่มได้รวบรวมเทคนิคเฉพาะตัวของผู้เขียนที่ช่วยให้คุณประสบความสำเร็จในการปลูกผักทุกขั้นตอน เริ่มตั้งแต่การสร้างแปลงปลูก การเตรียมดิน การใส่ปุ๋ยอินทรีย์ การหว่านเมล็ด และการเก็บเกี่ยว พร้อมความรู้เรื่องการทำน้ำหมักไล่ศัตรูพืชจากธรรมชาติ โดยแนะนำวิธีปลูกผักสวนครัวง่ายๆ ที่เรารู้จักกันดีกว่า 28 ชนิด ไม่ว่าจะเป็นมะเขือเทศ แตงกวา ขิง ผักกาดขาว กะหล่ำปลี หัวไช้เท้า แครอต กระเทียม ต้นหอม และอีกมากมาย รวมถึงปฏิทินการปลูกซึ่งช่วยให้คุณปลูกผักแบบหมุนเวียนและมีผักกินฟรีตลอดปี

          ในยุคที่ข้าวยากหมากแพงเช่นนี้ เราก็คงต้องปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตกันใหม่ให้คล่องตัวมากยิ่งขึ้น ขอแนะนำเคล็ด (ไม่) ลับบางส่วนจากในหนังสือที่ช่วยให้คุณปลูกผักกินเองได้ง่ายๆ จากพื้นที่ว่างในบ้านของคุณเอง

          ผักสวนครัวที่เหมาะปลูกในฤดูร้อน

          1. มะเขือเทศ หากกล่าวถึงผักเพื่อสุขภาพหลายคนคงนึกถึงมะเขือเทศ ซึ่งมะเขือเทศนั้นควรเพาะต้นกล้าตั้งแต่ช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์-ต้นเดือนมีนาคม และต้นกล้าที่นำมาปลูกต้องไม่แข็งแรงจนเกินไป เพราะต้นที่แข็งแรงจะแตกกิ่งก้านออกมาโดยไม่ผลิดอก เริ่มจากนำต้นกล้าที่อ่อนปวกเปียกและยาวประมาณ 50 เซนติเมตรวางนอนลงกับพื้น แล้วใช้ดินกลบให้ปลายยอดโผล่พ้นดินเล็กน้อย ซึ่งปุ๋ยที่ใช้บำรุงมะเขือเทศควรเป็นปุ๋ยอินทรีย์ เช่น ปุ๋ยคอก มูลไก่ แกลบ หรือกากน้ำมันจากพืช เป็นต้น เพราะจะทำให้ได้ผลผลิตที่ปราศจากสารเคมี เมื่อเก็บมารับประทานก็ส่งผลดีต่อสุขภาพ

          2. มะเขือม่วง เป็นพืชที่ปลูกง่ายในช่วงเดือนพฤษภาคม การปลูกมะเขือเทศควรเลือกต้นกล้าที่ค่อนข้างแก่และกิ่งก้านอ่อน แต่การปลูกมะเขือม่วงควรเลือกต้นกล้าที่อ่อนแต่แข็งแรง พอมีใบจริง 7-8 ใบและมีดอกตูมจึงนำมาปลูกได้ ทั้งนี้ มะเขือม่วงไม่ชอบการปลูกแบบติดต่อกัน ถึงความเสียหายจะไม่มาก แต่ควรเว้นระยะการปลูกพืชวงศ์มะเขือติดต่อกันอย่างน้อย 5-6 ปี

          3. พริกหวาน เหมาะปลูกในดินที่แห้งๆ เพื่อให้ลำต้นอยู่ได้นาน ควรหว่านเมล็ดในช่วงต้นเดือนมีนาคม-เมษายน และย้ายต้นกล้าช่วงต้นเดือนพฤษภาคมเป็นต้นไป การปลูกพริกหวานควรปล่อยให้เจริญเติบโตเองตามธรรมชาติ ทั้งนี้ ควรป้องกันแมลงศัตรูพืชต่างๆ ด้วยการฉีดพ่นสารสกัดสมุนไพร หรือน้ำจากพริกหรือกระเทียม ไม่ควรใช้ยากำจัดศัตรูพืช

          4. แตงกวา ควรหว่านเมล็ดโดยตรงในช่วงต้น-กลางเดือนพฤษภาคม โดยใส่หลุมละ 4 เมล็ด ใช้ดินกลบแล้วเหยียบอัดดินให้แน่น จากนั้นย้ายต้นกล้าช่วงปลายเดือนพฤษภาคม และรอเก็บเกี่ยวผลผลิตในเดือนกรกฎาคม ซึ่งแตงกวาถือเป็นผักที่ใช้ระยะเวลาในการปลูกสั้นมาก แต่ให้ผลผลิตดี สิ่งสำคัญคือ การคัดเลือกพันธุ์ที่จะนำมาปลูก โดยแต่ละพันธุ์จะมีความทนทานต่อโรคไม่เท่ากัน จึงควรเลือกพันธุ์ที่แข็งแรง ทนทานต่อโรค เท่านี้ก็ช่วยให้ได้แตงกวาที่มีคุณภาพและได้ผลผลิตจำนวนมากแล้ว

          ผักสวนครัวที่เหมาะปลูกในฤดูหนาว

          1. ผักกาดขาว เป็นผักที่ปลูกได้ทั้งในฤดูร้อนและฤดูฝน แต่ถ้าต้องการปลูกไว้กินเอง แนะนำให้ปลูกในช่วงก่อนเข้าฤดูหนาว เริ่มจากหว่านเมล็ดในช่วงเดือนกันยายน และเก็บเกี่ยวผลผลิตในเดือนธันวาคม เคล็ดลับคือควรหว่านเมล็ดช้ากว่าปกติ 2 สัปดาห์ เพราะถ้าหว่านพร้อมกัน ผักกาดขาวของเราจะเป็นโรคเหมือนของคนอื่นและมีแมลงศัตรูพืชด้วย

          2. กะหล่ำปลี ส่วนใหญ่จะปลูกได้ตลอดทั้งปี แต่จะปลูกได้ดีในช่วงไหนนั้นก็ขึ้นอยู่กับดินและเมล็ดพันธุ์ที่เหมาะสมในช่วงฤดูกาลนั้นๆ หากต้องการปลูกไว้กินเอง ควรปลูกในช่วงที่อากาศเย็นช่วงปลายเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน และเก็บเกี่ยวในช่วงหลังฤดูหนาว เพราะไม่มีแมลงมารบกวน ที่สำคัญแนะนำให้เลือกซื้อพันธุ์ต้นกล้ามาปลูกแทนการเพาะเมล็ดเพื่อลดความยุ่งยาก เพียงเท่านี้ก็จะได้กะหล่ำปลีอร่อยๆ ไว้กินเองแล้ว

          3. หัวไช้เท้า หากต้องการปลูกไว้กินเองในครอบครัว แนะนำให้ปลูกในช่วงก่อนเข้าฤดูหนาวในเดือนกันยายน และเก็บเกี่ยวในช่วงเดือนธันวาคม สิ่งสำคัญในการปลูกคือ ไม่ควรโรยปุ๋ยจนทั่วผิวหน้าดินเด็ดขาด เพราะถ้ารากของหัวไช้เท้าสัมผัสกับปุ๋ยโดยตรงจะทำให้รากแตกได้ ส่งผลให้ได้หัวไช้เท้าที่มีรูปทรงไม่น่ากิน

          4. ต้นหอม เป็นผักที่ปลูกได้ตลอดทั้งปี หากต้องการปลูกไว้กินเองในครอบครัว แนะนำให้ปลูกในช่วงเดือนมีนาคม-กรกฎาคม และเก็บเกี่ยวในช่วงปลายเดือนกันยายน-ตุลาคม โดยค่อยๆ เก็บเกี่ยวทีละน้อย ซึ่งจะทำให้ใบใหม่ผลิออกมาเรื่อยๆ แค่ปลูกในพื้นที่เล็กๆ ขนาด 2 ตารางเมตร เพียงเท่านี้ก็มีต้นหอมเพียงพอไว้กินกันทั้งครอบครัวแล้ว

          5. หอมหัวใหญ่ ควรเริ่มจากการเพาะต้นกล้า โดยสร้างแปลงเพาะต้นกล้าไว้ตั้งแต่ช่วงกลางฤดูร้อน จากนั้นจึงลงมือปลูกในเดือนกรกฎาคม-กันยายน แต่สำหรับผู้ที่ต้องการปลูกไว้กินเองในครอบครัว จะซื้อต้นกล้ามาปลูกก็ได้ นอกจากไม่ต้องเสียเวลาแล้วยังช่วยลดต้นทุนได้อีกด้วย

          อย่างไรก็ตาม นอกจากการปลูกผักตามฤดูกาลจะช่วยให้ได้ผลผลิตที่ดีแล้ว การศึกษาเทคนิคการปลูกและวิธีการดูแลรักษาผักให้ปลอดภัยจากแมลงศัตรูพืชก็เป็นอีกหนึ่งเคล็ดลับสำคัญ ซึ่งหนังสือ "ปลูกผักกินเอง ขายเองตลอดปี" เล่มนี้ จะเป็นคู่มือที่ช่วยให้คุณประสบความสำเร็จในการปลูกผัก เหมาะสำหรับมือใหม่ที่สนใจปลูกผักและมือเก๋าที่ปลูกผักเป็นอาชีพ โดยอธิบายเนื้อหาอย่างเข้าใจง่ายพร้อมภาพประกอบตลอดเล่ม ช่วยให้คุณปลูกผักสวนครัวได้แบบหมุนเวียนและมีผักกินฟรีตลอดปี

          "ปลูกผักกินเอง ขายเองตลอดปี" จำนวน 216 หน้า ราคาเล่มละ 195 บาท วางจำหน่ายแล้วตามร้านหนังสือชั้นนำทั่วประเทศ หรือสั่งซื้อ โทร. 0-2622-3000 กด 0 หรือ www.nanmeebooks.com, www.facebook.com/nanmeebooksfan

          ติดตามข่าวสารและหนังสือที่น่าสนใจอีกมากมายเพียง ADD LINE @nanmeebooks และ @nmbadult