sianbun on March 19, 2009, 04:54:17 PM
บลจ.ไอเอ็นจีปลื้มกระแสตอบรับกองทุนเปิด ‘ไทย ไลฟ์ไซเคิล’ ย้ำดูแล “ความเสี่ยง” ผู้ลงทุนเน้นตราสารหนี้ภาครัฐ-หุ้นคุณภาพ

บลจ.ไอเอ็นจี ปลื้มกระแสตอบรับกองทุนเปิด “ไอเอ็นจี ไทย ไลฟ์ไซเคิล” หลังเดินหน้าให้ข้อมูลผู้ลงทุน พบได้รับความสนใจคึกคัก ชี้นักลงทุนแสวงหาช่องทางการลงทุนรับวัยเกษียณ ยันนโยบายดูแล “ความเสี่ยง” สามารถตอบโจทย์ผู้ลงทุนได้เป็นอย่างดี ย้ำเลือกลงทุนในตราสารหนี้ภาครัฐที่มีความมั่นคงสูง ขณะที่ตราสารทุนจะเฟ้นเฉพาะหุ้นคุณภาพ พร้อมปรับสัดส่วนการลงทุนโดยผู้จัดการกองทุนมืออาชีพทั้ง 3 กองทุน ไม่ว่าจะเป็นไทย ไลฟ์ ไซเคิล 2015, 2020 หรือ 2025 มั่นใจเปิดขาย IPO 19-26 มี.ค.นี้ฉลุยแน่ เผยจองขั้นต่ำแค่ 10,000 บาท

            นายจุมพล สายมาลา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ไอเอ็นจี (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า หลังจาก บลจ.ไอเอ็นจี ได้เปิดตัวกองทุนใหม่ในซีรีย์ส “กองทุนเปิด ไอเอ็นจี ไทย ไลฟ์ ไซเคิล” (ING Thai Lifecycle Fund) ซึ่งประกอบด้วย 3 กองทุน ได้แก่ กองทุนเปิด ไอเอ็นจี ไทย ไลฟ์ไซเคิล 2015 กองทุนเปิด ไอเอ็นจี ไทย ไลฟ์ไซเคิล 2020 และกองทุนเปิด ไอเอ็นจี ไทย ไลฟ์ไซเคิล 2025 โดยใช้ปีที่ผู้ลงทุนต้องการเกษียณอายุเป็นตัวกำหนดเป้าหมายการลงทุนนั้น ปรากฏว่า ได้รับความสนใจจากนักลงทุนสอบถามข้อมูลเข้ามาเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะหลังจากที่บริษัทฯ ได้จัดกิจกรรมสัมมนาเพื่อพบปะกับผู้ลงทุน ซึ่งกระแสตอบรับที่เกิดขึ้นในขณะนี้ มาจากการที่นักลงทุนส่วนใหญ่ตระหนักถึงการวางแผนทางการเงินเพื่อรองรับวัยเกษียณ ขณะที่นโยบายหลักของกองทุนในซีรียส์ “ไอเอ็นจี ไทย ไลฟ์ไซเคิล” ที่เน้นดูแลความเสี่ยงจากการลงทุนสามารถตอบสนองความต้องการของผู้ลงทุนได้เป็นอย่างดี

            “ขณะนี้เราต้องยอมรับว่า ผู้ลงทุนให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยงเป็นหลัก โดยเฉพาะในช่วงที่เศรษฐกิจโลกกำลังอยู่ในภาวะถดถอย ซึ่งนโยบายของกองทุนเปิด ไอเอ็นจี ไทย ไลฟ์ไซเคิล สามารถตอบโจทย์ได้ เพราะกองทุน   ดังกล่าวเป็นกองทุนแบบผสม โดยส่วนของตราสารหนี้จะเน้นลงทุนในตราสารหนี้ภาครัฐ ไม่ว่าจะเป็นตั๋วเงินคลัง รวมถึง พันธบัตรรัฐบาลไทย ซึ่งเป็นตราสารมีความมั่นคงสูง ขณะที่การเลือกลงทุนในตราสารทุน ซึ่งจะเป็นส่วนที่สร้างผลตอบแทนให้กับผู้ถือหน่วยลงทุนนั้น เราจะลงทุนในหุ้นที่มีคุณภาพดีด้วยกระบวนการลงทุนของกลุ่มไอเอ็นจีที่เป็นมาตรฐานทั่วโลก ซึ่งจะเป็นการลงทุนในตราสารหนี้และหุ้นในประเทศเท่านั้น นอกจากนี้ ยังมีการปรับสัดส่วนการลงทุนระหว่างตราสารหนี้ หุ้นและเงินสดโดยผู้จัดการกองทุนมืออาชีพ ทำให้ผู้ลงทุนไม่ต้องกังวลเรื่องจังหวะของการลงทุนและการเลือกลงทุนในแต่ละสินทรัพย์อีกด้วย” นายจุมพลกล่าว

สำหรับกองทุนเปิดไอเอ็นจี ไทย ไลฟ์ไซเคิล 2025 จะมีอายุโครงการ 16 ปี 8 เดือน แต่มีสภาพคล่องด้วยการเปิดให้ซื้อ-ขายได้ทุกวันทำการ เหมาะสำหรับผู้ลงทุนที่มีอายุ 40-45 ปี และคาดว่าอยากจะเกษียณอายุในวัยประมาณ 60 ปี คือ ในปี 2023-2028 ซึ่งนักลงทุนกลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่ยังอยู่ในวัยทำงานที่แสวงหาทั้งความมั่นคงในหน้าที่การงาน และความ   มั่งคั่งให้กับตนเอง การแสวงหาผลตอบแทนที่ดีพร้อมกับการยอมรับความเสี่ยงจึงยังมีได้มาก ดังนั้น สัดส่วนการลงทุนจะเน้นการลงทุนในตราสารทุนในช่วงปีแรกไม่เกินกว่า 55% แต่ในปีใกล้สิ้นอายุของกองทุน ตราสารในพอร์ตการลงทุนจะมีการเพิ่มสัดส่วนตราสารหนี้ระยะสั้นมากขึ้นจนกลายเป็นตราสารหนี้ระยะสั้นทั้งหมดในวันสิ้นอายุกองทุน เพื่อลดความเสี่ยงในตลอดช่วงอายุการลงทุน

ขณะที่กองทุนเปิดไอเอ็นจี ไทย ไลฟ์ไซเคิล 2020 จะมีอายุโครงการ 11 ปี 8 เดือน เหมาะสำหรับผู้ลงทุนที่มีอายุ 45-50 ปี โดยคาดว่าจะเกษียณที่อายุประมาณ 60 ปี ในปี 2018-2023 ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความสม่ำเสมอของรายได้และ รับความเสี่ยงได้น้อยลง ดังนั้น จึงให้น้ำหนักการลงทุนในตราสารหนี้มากขึ้น โดยจะลงทุนในตราสารทุนในช่วงปีแรกไม่เกินกว่า 45%

            ส่วนกองทุนเปิดไอเอ็นจี ไทย ไลฟ์ไซเคิล 2015 อายุโครงการ 6 ปี 8 เดือน เป็นกองทุนที่เหมาะกับผู้ลงทุนที่มีอายุ 50-55 ปี ซึ่งคาดว่าจะเกษียณที่อายุประมาณในปี 2013-2023 ดังนั้น การจัดสรรการลงทุนจะเน้นความปลอดภัยมากกว่าผลตอบแทนที่สูง เพื่อเตรียมเงินทุนไว้รองรับการใช้จ่ายในยามเกษียณแล้ว โดยในช่วงปีแรกจะลงทุนในตราสารทุนไม่เกินกว่า 30% และจะกลายเป็นตราสารหนี้ระยะสั้นในที่สุด

“กองทุนเปิด ไอเอ็นจี ไทย ไลฟ์ไซเคิล” ทั้ง 3 กองทุน เสนอขายให้แก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) พร้อมกัน ระหว่างวันที่ 19-26 มีนาคม 2552 โดยกำหนดวงเงินลงทุนขั้นต่ำ 10,000 บาท ผู้สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ บลจ.ไอเอ็นจี (ประเทศไทย) จำกัด โทร.0-2688-7777 หรือ www.ingfunds.co.th รวมทั้งที่ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) ธนาคารซิตี้แบงก์ ธนาคารฮ่องกงและเซี่ยงไฮ้แบงกิ้งคอร์ปอเรชั่น (HSBC) และผู้สนับสนุนการขายและรับซื้อคืนหน่วยลงทุนของ บลจ.ไอเอ็นจี

ธนาคาร ไทยธนาคาร จำกัด (มหาชน)                           บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)

บริษัทหลักทรัพย์ ซิมีโก้ จำกัด (มหาชน)                         บริษัทหลักทรัพย์ ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด

บริษัทหลักทรัพย์ ธนชาต จำกัด (มหาชน)                       บริษัทหลักทรัพย์ ภัทร จำกัด (มหาชน)

ธนาคาร ดอยซ์แบงก์                                               บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด (มหาชน)   

บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)      บริษัทหลักทรัพย์ ซิกโก้ จำกัด (มหาชน)

บริษัทหลักทรัพย์ ไทยพาณิชย์ จำกัด                             บริษัทหลักทรัพย์ ไอวี โกลบอล จำกัด (มหาชน)

บริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคิน จำกัด                            บริษัทหลักทรัพย์ ไซรัส จำกัด (มหาชน)   

บริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)      บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน)     

บริษัทหลักทรัพย์ ไอร่า จำกัด                                     บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันซ่า จำกัด

บริษัทหลักทรัพย์ นครหลวงไทย จำกัด                          บริษัทหลักทรัพย์ ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)

บริษัทหลักทรัพย์ เมอร์ชั่น พาร์ทเนอร์ จำกัด (มหาชน)       บริษัทหลักทรัพย์ ฟาร์อีสท์ จำกัด

บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด                                บริษัทหลักทรัพย์ ยูไนเต็ด จำกัด (มหาชน)