นวัตกรรมยานยนต์ > นวัตกรรมยานยนต์ - รถยนต์ - มอเตอร์ไซต์ - อุปกรณ์เสริม
งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 37
activity:
ฮุนไดสอดรับแนวคิด “ยานยนต์ไร้ขีดจำกัด” นำทัพรถยนต์เพียบพร้อมด้วยเทคโนโลยี ร่วมจัดแสดงในงาน บางกอก อินเตอร์เนชันแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 37
ฮุนไดเปิดตัว ฮุนได เอช-วัน และ แกรนด์ สตาร์เร็กซ์รุ่นใหม่ เผยโฉมสู่สาธารณชนอย่างเป็นทางการ ตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดรถอเนกประสงค์ขนาดใหญ่
ครั้งแรกของประเทศไทย กับการเผยโฉมรถยนต์ระดับไฮเอนด์กับ เจเนซิส แนะนำตัวแทนผลิตภัณฑ์คนใหม่ของรถยนต์ เอช-วัน และเพลงพิเศษ แต่งขึ้นภายใต้แนวคิด "For All Lives"
บริษัท ฮุนได มอเตอร์ (ไทยแลนด์) จำกัด เปิดตัว ฮุนได เอช-วัน และ แกรนด์ สตาร์เร็กซ์รุ่นใหม่ ตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดรถอเนกประสงค์ขนาดใหญ่ และครั้งแรกของประเทศไทย กับการเผยโฉมรถยนต์ระดับไฮเอนด์กับ เจเนซิส รถยนต์ระดับหรู และทรงพลัง ในงาน บางกอก อินเตอร์เนชันแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 37 สร้างความหรูหราทันสมัย ตอบความต้องการแก่ลูกค้าทุกระดับ
ภายใต้แนวคิด "ยานยนต์ไร้ขีดจำกัด" หรือ "No Boundaries Mobility" ในงาน บางกอก อินเตอร์เนชันแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 37 ฮุนได ได้นำทัพรถยนต์ เข้าร่วมจัดแสดงในงาน ได้แก่ รถยนต์อเนกประสงค์ เอช-วัน และ แกรนด์ สตาร์เร็กซ์, รถสปอร์ตซีดาน เอลันตร้า, รถเอสยูวี ทูซอน และรถสปอร์ตแฮ็ทช์แบ็คสามประตู เวลอสเตอร์
"ถึงแม้ว่าในปีที่ผ่านมา ตลาดรถยนต์ในประเทศไทยยังอยู่ในสภาวะซบเซา แต่ฮุนได มอเตอร์ (ไทยแลนด์) ก็ยังสามารถฝ่าฟันให้ยอดขายเพิ่มขึ้นได้อีก 4 เปอร์เซนต์ เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้านี้ เราหวังว่า ยอดขายของเรา จะยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากแผนการดำเนินงานที่เราได้เตรียมแนะนำรถยนต์รุ่นใหม่ในปีนี้อีก 3 รุ่น รวมถึงการขยายเครือข่ายผู้จำหน่าย และการสื่อสารทางการตลาด" มร.ฮิเดกิ ยานากิซาวา ประธาน บริษัท ฮุนได มอเตอร์ (ไทยแลนด์) จำกัด กล่าว
"แนวคิดความนำสมัยและมีระดับหรือ Modern & Premium เป็นแนวคิดฮุนไดทั่วโลกใช้ในการสื่อสารของภาพลักษณ์ของแบรนด์ และเช่นกันในบูธของเราและรถยนต์ที่นำมาจัดแสดงในงาน จึงได้สะท้อนภาพลักษณ์ของความเป็น Modern & Premium ได้เป็นอย่างดี จากทั้งเทคโนโลยี และการออกแบบ" มร.ฮิเดกิ ยานากิซาวา กล่าวเสริม
รถยนต์ฮุนได เอช-วัน และ แกรนด์ สตาร์เร็กซ์ ยังคงตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดรถยนต์อเนกประสงค์ขนาดใหญ่ ถ่ายทอดความพรีเมียม มอบความหรูหรา และอรรถประโยชน์ของการใช้งานที่หลากหลาย ตอบโจทย์การใช้งาน ด้วยดีไซน์ภายนอกที่ได้รับการออกแบบและตกแต่งใหม่ รวมถึงการออกแบบภายใน และอุปกรณ์อำนวยความสะดวกเพิ่มเติม ทั้งหมดนี้ ทำให้รถยนต์ฮุนได เอช-วัน และ แกรนด์ สตาร์เร็กซ์ ยังคงเป็นผู้นำในรถระดับเดียวกัน
รถยนต์ฮุนได เอช-วัน และ แกรนด์ สตาร์เร็กซ์ ได้รับการออกแบบและเพิ่มเติมอุปกรณ์เพื่อความหรูหราและทันสมัย ได้แก่ กระจังหน้าใหม่, ไฟส่องสว่างเวลากลางวัน (Daytime Running Light), ไฟส่องพื้นใต้กระจกมองข้าง รวมถึงล้ออัลลอยลายใหม่ เบาะนั่งโดยสารและพนักพิงศีรษะได้รับการออกแบบใหม่ ในรุ่นเอช-วัน และออกแบบที่วางเท้าใหม่ ในรุ่นแกรนด์ สตาร์เร็กซ์ เพื่อความสะดวกสบายขณะโดยสาร รวมถึงจอ LCD ความละเอียดสูงขนาด 13.3 นิ้ว พร้อมระบบ HDMI เพื่อเติมเต็มความบันเทิงแก่ผู้โดยสารขณะเดินทาง เสมือนนั่งอยู่ในห้องนั่งเล่นของบ้าน
เทคโนโลยีอื่นๆที่ได้รับการติดตั้ง เพื่อความสะดวกสบายสูงสุดในการใช้งาน ได้แก่ ประตูเลื่อนไฟฟ้าอัตโนมัติทั้ง 2 บาน สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง ช่วยให้การเข้าและออกจากตัวรถ สะดวกสบายมากขึ้น รวมถึงระบบ Smart View System ที่จะแสดงภาพขณะถอยหลังแบบ 360 องศา ผ่านหน้าจอความละเอียดสูงบนคอนโซลกลาง เพื่อความปลอดภัยสูงสุด โดยนับเป็นครั้งแรกในรถระดับเดียวกัน ที่มีการติดตั้งอุปกรณ์ดังกล่าว
"เราเชื่อมั่นว่า ผู้บริโภค จะให้การตอบรับผลิตภัณฑ์ใหม่ของเราเป็นอย่างดี และหวังว่า ฮุนได จะสามารถรักษาความเป็นผู้นำในตลาดนี้ได้"
"นอกจากนี้ เราได้เชิญนักแต่งเพลงชื่อดัง "บอย โกสิยพงษ์" มาร่วมถ่ายทอดเอกลักษณ์ของรถยนต์ฮุนได โดยได้มีการแต่งเพลงพิเศษขึ้นใหม่ "เคียงกัน" เพื่อถ่ายทอดชีวิตที่ไม่เหลืออะไรหากไร้ครอบครัวที่อยู่เคียงกัน และขับร้องโดยนักร้องชื่อดัง "ตู่ ภพธร" เพื่อสะท้อนความเป็นรถยนต์ เอช-วัน รถยนต์สำหรับครอบครัวอย่างแท้จริง" มร. ฮิเดกิ ยานากิซาวา กล่าวเสริม
มินิคอนเสิร์ตของ ตู่ ภพธร จะจัดขึ้นในวันที่ 26 มีนาคม 2559 ที่บูธฮุนได ณ งาน บางกอกอินเตอร์เนชัน แนลมอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 37 และสำหรับลูกค้าที่จองรถยนต์ฮุนไดภายในงาน จะได้รับซีดีเพลง "เคียงกัน" ซึ่งถูกผลิตขึ้นโดยมีจำนวนจำกัด
มร.ฮิเดกิ ยานากิซาวา กล่าวต่อว่า "ในปีนี้ เป็นปีที่เราได้ดำเนินธุรกิจในประเทศไทยเป็นปีที่ 9 ก่อนหน้านี้ เราได้นำเสนอการสื่อสารภายใต้แคมเปญ "Confidence" โดยเราได้นำเสนอถึงพันธสัญญาที่เรามีต่อผู้บริโภคชาวไทย ในการดำเนินธุรกิจ และเราจะยังยืนหยัดความเป็นผู้นำในตลาดรถอเนกประสงค์ ด้วยการนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่นี้ ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยเทคโนโลยีที่สามารถตอบโจทย์ผู้บริโภคชาวไทยได้อย่างแท้จริง"
"เพื่อยืนยันพันธสัญญาดังกล่าว ในงานนี้ เราจึงได้นำรถยนต์ระดับไฮเอนด์ มาจัดแสดงในงาน เพื่อแสดงถึงเทคโนโลยี ที่เพียบพร้อมด้วยความหรูหรา กับ เจเนซิส" มร. ฮิเดกิ ยานากิซาวา กล่าว
เจเนซิส ได้ถือกำเนิดขึ้นครั้งแรกในปี 2548 ชื่อของเจเนซิส บ่งบอกถึงต้นกำเนิดของบางอย่าง ที่เป็นจุดกำเนิดที่แท้จริง ด้วยการเน้นถึงความเป็นมนุษย์เป็นจุดสำคัญ หรือ human-centric focus
เจเนซิส เป็นรถยนต์ที่ถูกสรรสร้างขึ้น เพื่อกำหนดมาตรฐานใหม่ ของความเป็นรถยนต์ระดับหรู ด้วยการผสานเทคโนโลยีระดับสูง เข้ากับความสะดวกสบาย และความปลอดภัย เพื่อมอบสิ่งที่ดีที่สุด ให้กับลูกค้า
ด้วยแนวคิด "Fluidic Sculpture 2.0" เจเนซิสรุ่นปี 2016 จึงกลายเป็นรถยนต์ที่เพียบพร้อมด้วยความหรูหรา ทันสมัย และเต็มเปี่ยมด้วยพละกำลัง รวมถึงความสะดวกสบาย ด้วยการออกแบบที่ดึงดูดสายตา ได้แก่ กระจังหน้าทรงสี่เหลี่ยมคางหมู, ไฟหน้า HID พร้อมโคมโปรเจกเตอร์, ไฟเลี้ยวบนกระจกมองข้างแบบ LED, ไฟส่องสว่างเวลากลางวันแบบ LED (Daytime Running Light), เสาหลังคาด้านหลังที่ได้รับการออกแบบให้มีความลู่ลม และสปอร์ต และไฟท้ายแบบ LED ที่ให้ความสวยงามและสว่างคมชัด
ภายในได้รับการออกแบบให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสาร ได้รับความสะดวกสบายสูงสุด ด้วยการเลือกใช้วัสดุที่มีคุณภาพสูง รวมถึงอุปกรณ์อื่นๆที่มอบความสะดวกสบายอย่างเต็มที่ ได้แก่ เบาะนั่งปรับไฟฟ้า 16 ทิศทางสำหรับคนขับ และ 12 ทิศทางสำหรับผู้โดยสาร ทุกที่นั่ง มีระบบปรับอากาศใต้เบาะทั้งลมร้อน และลมเย็น และหรูหรามากขึ้น ด้วยการตกแต่งด้วยลายไม้แท้ และอลูมิเนียมคุณภาพสูง ทรงพลัง ด้วยเครื่องยนต์เบนซิน 3.8 ลิตร ไดเร็กอินเจคชัน พร้อมระบบวาล์วแปรผัน D-CVVT ที่ให้พละกำลังสูงสุด 315 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 397 นิวตัน-เมตร ที่ 5,000 รอบต่อนาที จับคู่กับระบบส่งกำลังแบบอัตโนมัติ 8 สปีดพร้อมระบบ SHIFTRONIC ที่สามารถเลือกเปลี่ยนเกียร์ได้ตามต้องการ พร้อม paddle shifters ทั้งหมดนี้ ทำให้เจเนซิส เป็นรถยนต์ที่มีพละกำลังที่สูง ให้อัตราเร่งที่ดี และขับขี่ได้อย่างนุ่มนวล
นอกจากนี้ เจเนซิสยังเต็มไปด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง ที่มอบความสะดวกสบายและความปลอดภัยขณะขับขี่ ได้แก่ ระบบ intelligent drives modes ที่สามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบการขับขี่ได้ตามสภาพถนน, ระบบ Emergency Steering Support, ระบบ Electronic Stability Control, ถุงลมนิรภัย 9 ใบ และพนักพิงศีรษะที่ถูกออกแบบเพื่อป้องกันการบาดเจ็บของกระดูกต้นคอ ขณะเกิดการชนด้านหลัง และยังมีระบบ Blind Spot Detection และ Smart View System ที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยขณะขับขี่, ระบบควบคุมปริมาณก๊าซคาร์บอนไดอ๊อกไซด์ ภายในห้องโดยสาร, สัญญาณกะระยะขณะถอยหลัง รวมถึงเทคโนโลยีการออกแบบตัวถังเพื่อลดเสียงและแรงสั่นสะเทือน ทั้งหมดนี้ มีอยู่ในรถยนต์เจเนซิส
และอีกหนึ่งไฮไลท์ของฮุนไดในปีนี้ กับรถยนต์ฮุนได เอลันตร้า รถยนต์สปอร์ตซีดานที่ได้รับรางวัลจากเวทีระดับโลก ด้วยการออกแบบจากแนวคิด Fluidic Sculpture ที่มีเส้นสายที่พลิ้วไหว สวยงาม และสะดุดตา พร้อมเครื่องยนต์เบนซิน 1.8 ลิตร ที่ให้พละกำลังสูงสุด 150 แรงม้า ที่ 6,500 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุดที่ 178 นิวตัน-เมตร ที่ 4,700 รอบต่อนาที ที่ให้พละกำลังที่แรง แต่ยังคงไว้ซึ่งความประหยัดน้ำมัน รถยนต์ฮุนได เอลันตร้า มีจำหน่ายทั้งหมด 4 รุ่น ได้แก่ รุ่น SE, GLS Navi, GLE และ GL
สำหรับผู้สนใจรถยนต์ฮุนได ในงาน บางกอก อินเตอร์เนชันแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 37 ในระหว่างวันที่ 23 มีนาคม – 3 เมษายน 2559 ฮุนไดได้เตรียมข้อเสนอสุดพิเศษสำหรับลูกค้าผู้ที่กำลังตัดสินใจ โดยสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เว็บไซต์ฮุนไดประเทศไทย และที่โชว์รูมฮุนได ทั่วประเทศ
activity:
Hyundai brings ‘No Boundaries Mobility’ to The Bangkok International Motor Show 2016 with class-leading and advanced technology lineups
Official 2016 launch of Thailand's best-selling MPVs – the new H-1 and the Grand Starex
On a showcase tour: First time in Thailand, the Genesis – Hyundai's high-end, powerful and luxurious sedan
Introducing Hyundai's H-1 product ambassador – a special song dedicated to promoting Hyundai's H-1 theme "For all lives"
Hyundai Motor (Thailand) Co., Ltd. unveils to the public the latest additions to its best-selling range of large MPVs, the 2016 H-1 and the Grand Starex, and for the first time in Thailand, the Genesis, Hyundai's high-end, powerful and luxurious sedan is on display. Three vehicles that firmly showcase that the brand is all about Premium Modernity for all types of customers.
Participating at the 37th Bangkok International Motor Show 2016, with a theme of 'No Boundaries Mobility', the Hyundai stand presents a wide-range of its lineup – the best- selling MPVs H-1 and Grand Starex, sporty sedan Elantra, high performance SUV -Tucson, and 3-door coupe Veloster.
"Even though across-the-board vehicles sales in Thailand may have been flat last year, I am happy to say that Hyundai Motor (Thailand) closed 2015 with 4,227 units sold - a positive 4 percent sales increase compared to 2014. We may expect another gloomy 2016, but we are still confident to continue our positive sales again from our solid plan – launching 3 new products as well as dealership expansion, and new communication campaign roll out" said Mr.Hideki Yanagisawa, the president of Hyundai Motor (Thailand) Co., Ltd.
"Our booth concept is Modern Premium, a vision that is Hyundai's global brand identity, and we apply this regardless of whether we are a major player or a new market entrant. Modern Premium is reflected in the booth design, and of course, in the exceptional show vehicles that encapsulate modern and advanced technologies coupled with comfort." Yanagisawa added.
The new Hyundai H-1 and the Grand Starex have again set the benchmark for the premium MPV market as both deliver premium and technological advances to their drivers and passengers. Not only do the two models show off new exterior and interior designs but a host of other changes that make them the best in class.
Design improvements include body re-designs, new front grilles, daytime running lights, courtesy lamps and new alloy wheels. The interior also boasts revised seating designs, and a new 13.3" roof-mounted LCD in the passenger cabin that is fully HDMI-capable providing full entertainment options that mimics a living room.
Other new technology and practical options introduced in these new products are new dual-powered sliding doors providing ease of access from both sides, and the first MPV with a smart view system that provides a 360 degree view on a high definition screen that enhances ease of parking and maneuvering.
"We are confident the discerning Thai customer will welcome these new vehicles and that they will continue to sell very well, maintaining Hyundai's domination in this segment", Yanagisawa stated.
"We have also devised a new communications strategy this year that includes a brand new TVC, and the overall theme is 'For All Lives" – a theme that neatly encompasses the fact that Hyundai has a vehicle for every lifestyle. Our team has been working with famous song writer 'Boyd Kosiyapongse and acclaimed singer Two- Popetorn. The song lyrics and concept tell the story that live is nothing without family – the characteristics of our H-1 family," continued Yanagisawa.
A mini-concert by Two-Popetorn will be held on March 26, and every customer who makes booking during this motor show will receive a limited edition single CD.
He added "This year marks our 9th anniversary of our operations in Thailand and recently we kicked off our 'Confidence' campaign. We would like to express our strong commitment to growing our presence in the coming decades, continue to be the lead in MPV segment and increase our shares with more innovative products that will wow the driving consumer."
"As an example of that," continued Yanagisawa, "it is my honor to showcase at this motor show the 2016 Hyundai Genesis, our powerful and super-luxurious sedan."
Hyundai's Genesis marque was born in 2005. The name, Genesis, implies an origin of something completely original, with a human-centric focus.
Genesis sedan sets new standards of luxury by connecting mobility with cutting edge technology to anticipate the driver's needs and move him in superlative comfort and safety.
Designed with a 'Fluidic Sculpture 2.0' philosophy, the 2016 Hyundai Genesis lends a modern, premium and sophisticated silhouette that evokes power and comfort.
One of the most positively-reviewed high-end sedans in the United States market, the Genesis has a refined hexagonal front grille, HID headlamps, LED indicators and fog lamps, while a sleek C-pillar emphasize the sporty styling. The rear of the Genesis benefits from a strong and sporty dynamic with aesthetically sculptured full LED-tail lamps.
Interior- wise, the cabin layout is one of pure refinement that provides the driver and passengers with high-end comfort and spaciousness. Hyundai's interior design principles – safety, intuitiveness and simplicity are perfectly highlighted in the Genesis.
The Genesis also provides 16-way power adjustable for driver seat and 12-way for front passenger seat, all seats are ventilated and giving most comfort by Power Driver Bolster, cushion extenders, 4-way power lumbar support, and high-grade materials such as genuine aluminum and matter-finished wood trim also being available.
Powered by 3.8 liter direct injected Lambda engine with Dual Continuously Variable Valve Timing (D-CVVT), the Genesis produces 315 horsepower at 6,000 rpm and 397 Nm of torque at 5,000 rpm. It gives excellent power while direct injection technology provides a significant reduction in emissions.
The Genesis comes equipped with Hyundai-developed 8-speed transmission, include SHIFTRONIC manual shift capability with ergonomically-placed paddle shifters, all of which means enhanced shift logic and speed, better acceleration and a smooth ride.
The Genesis is packed with innovation and technology that makes it one of the most highly-equipped and safety-oriented sedans on the market. Some of the features found with the Genesis are driver selectable Intelligent drive modes – depending on conditions and preference - emergency steering support, Electronic Stability Control, nine airbags, and anti-whiplash front head restraints.
Other features include a Blind Spot Detection system, and 360 degree smart view that helps monitor traffic around the car, CO2 sensor control, a parking assist system, NVH reduction and 0ther driving convenient technologies. All features that surpass others brands in its class.
Also sharing the limelight at the show is the Elantra - a Hyundai sports passenger marque that is a global best seller. The Elantra comes with a 1.8 liter engine, producing a powerful 150 horsepower at 6,500 rpm and a maximum torque of 178 Nm at 4,700 rpm - all in a compact and sleek design that delivers fun, responsive driving with surprising economy. Its features and options are incredible value for money and the Elantra is now available in 4 versions – SE special edition, GLS Navi, GL and SE.
Besides being able to explore the lineup of Hyundai's market-leadership in technology and premium innovations at the booth, attractive sales promotions are also available to customers during the 37th Bangkok International Motor Show.
For more information, customers can check Hyundai's official website, or visit our Booth at Muang Thong Thani from March 23 – April 3, 2016, or visit any Hyundai showroom nationwide.
activity:
ฟอร์ดเปิดตัว ฟอร์ด โฟกัส ใหม่ มาพร้อมเครื่องยนต์อีโค่บูสท์ เทอร์โบ ขนาด 1.5ลิตร อันทรงพลัง ณ งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์ โชว์ ครั้งที่ 37
มร. มาร์ค คอฟแมน ประธานฟอร์ด อาเซียน และ นางสาวยุคนธร วิเศษโกสิน กรรมการผู้จัดการ ฟอร์ด ประเทศไทย เปิดตัวรถฟอร์ด โฟกัส ใหม่ มาพร้อมเครื่องยนต์อีโค่บูสท์ เทอร์โบ ขนาด 1.5 ลิตร อันทรงพลัง เปิดให้จองแล้ววันนี้ราคา 1,099,000 บาท ณ งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 37
ฟอร์ด โฟกัส ใหม่ มาพร้อมเครื่องยนต์อีโค่บูสท์ เทอร์โบ ขนาด 1.5 ลิตร และเทคโนโลยีช่วยเหลือผู้ขับขี่ล้ำสมัยยิ่งขึ้น เพื่อมอบสมรรถนะการขับขี่ที่ดีเยี่ยมกว่าเดิม พร้อมความประณีตแบบครบครันฟอร์ด โฟกัสใหม่ พร้อมเปิดจองแล้ววันนี้ ภายในงานที่ราคา 1,099,000 บาทพบข้อเสนอสุดพิเศษจากฟอร์ด และรถฟอร์ด เอคโค่สปอร์ต และฟอร์ด เฟียสต้า ที่สามารถรองรับน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E85
ฟอร์ด ประเทศไทย เปิดตัวรถฟอร์ด โฟกัส ใหม่ อันทรงพลัง พร้อมฟอร์ด เอคโค่สปอร์ต และฟอร์ด เฟียสต้า รุ่นสีพิเศษ โดยสามารถรองรับน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E85 ณ งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 37
การเปิดตัว ฟอร์ด โฟกัส ใหม่ ยังคงสานต่อความมุ่งมั่นของฟอร์ดในการผลิตรถยนต์คุณภาพเยี่ยม สำหรับประเทศไทย ที่มาพร้อมเทคโนโลยีอัจฉริยะ เครื่องยนต์อันทรงพลัง และระบบการเชื่อมต่อล้ำสมัยเหนือมาตรฐานรถยนต์ในระดับเดียวกัน
ฟอร์ด โฟกัส ใหม่ มาพร้อมขุมพลังเครื่องยนต์อีโค่บูสท์ เทอร์โบ แบบ 4 สูบ ขนาด 1.5 ลิตร พร้อมความสามารถในการรองรับน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E85
ฟอร์ด โฟกัส รุ่น 5 ประตู เปิดให้จองแล้ววันนี้ในราคา 1,099,000 บาท ณ งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ หรือที่โชว์รูมฟอร์ดทั่วประเทศ และพร้อมส่งมอบรถได้ตั้งแต่ช่วงเดือนมิถุนายนเป็นต้นไป
"ฟอร์ด โฟกัส ใหม่ เป็นรถตามมาตรฐานระดับโลกของฟอร์ดรุ่นล่าสุด ที่เราพร้อมจัดแสดงในโชว์รูม และนำเสนอแก่ลูกค้าในประเทศไทย ซึ่งเรามุ่งหวังว่า ฟอร์ด โฟกัส ใหม่ จะสร้างความสนใจจากผู้บริโภค และช่วยให้เราเดินหน้าสร้างความแข็งแกร่งในประเทศไทย ควบคู่ไปกับการเติบโตด้านส่วนแบ่งทางการตลาดรวมในประเทศไทย อันเป็นตลาดสำคัญของเรา" มร. มาร์ค คอฟแมน ประธานฟอร์ด อาเซียน กล่าว
ฟอร์ด โฟกัส ใหม่ ขุมพลังความแรง
ด้วยดีไซน์ภายนอกที่โดดเด่นขึ้น ประณีตยิ่งขึ้น สมรรถนะดียิ่งขึ้น และยังอัดแน่นด้วยเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย มากมาย โดยวิวัฒนาการดังกล่าวของ ฟอร์ด โฟกัส ใหม่ นี้ สร้างนิยามใหม่ให้แก่แบรนด์โฟกัส ทั้งยังได้ยกระดับขุมพลังความแรง และความสนุกสนานในการขับขี่ให้กับผู้บริโภคชาวไทย
ฟอร์ด โฟกัส ใหม่ มาพร้อมขุมพลังเครื่องยนต์อีโค่บูสท์ เทอร์โบ แบบ 4 สูบ ขนาด 1.5 ลิตร ที่สามารถรองรับน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E85 เครื่องยนต์อีโค่บูสท์ เทอร์โบ ขนาด 1.5 ลิตร นี้ มอบพลังขับเคลื่อน 180 แรงม้าที่ 6,000 รอบต่อนาที และแรงบิด 240 นิวตันเมตรที่ 1,600-5,000 รอบต่อนาที ฟอร์ด โฟกัส ใหม่ ยังมาพร้อมระบบเกียร์อัตโนมัติทอร์ค คอนเวอร์เตอร์ แบบ 6 สปีด ใหม่ เพื่อมอบสมรรถนะการขับขี่ที่ยอดเยี่ยมในการทำงานควบคู่กับเครื่องยนต์อีโค่บูสท์ เทอร์โบ ขนาด 1.5 ลิตร
นอกจากนี้ ฟอร์ด โฟกัส ใหม่ ยังได้รับการติดตั้งเทคโนโลยีอัจฉริยะที่เหนือชั้นและล้ำสมัยยิ่งกว่าเดิม เพื่อช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุมการขับขี่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถเข้าถึงทุกการเชื่อมต่อสื่อสารได้ทุกเวลา
ระบบช่วยจอดอัจฉริยะใหม่ (Enhanced Active Park Assist): ได้รับการพัฒนาต่อยอดจาก ระบบช่วยจอดแบบคู่ขนาน (Parallel Park Assist) โดยเพิ่ม ระบบช่วยถอยจอดเข้าซอง (Perpendicular Park Assist)เทคโนโลยีช่วยจอดรถเข้าซอง โดยไม่ต้องใช้มือบังคับพวงมาลัย เพื่อให้ผู้ขับขี่สามารถถอยรถเข้าเข้าซองได้แม้ในพื้นที่จำกัด
ระบบช่วยเบรกที่ความเร็วต่ำ (Active City Stop): ได้รับการปรับปรุงเพื่อช่วยลดอัตราการชนขณะขับขี่ด้วยความเร็วต่ำกว่า 50 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ระบบจะทำงานโดยลดแรงบิดของเครื่องยนต์ และควบคุมเบรกอัตโนมัติ เพื่อช่วยลดแรงปะทะจากการชน ในกรณีที่ผู้ขับขี่ไม่สามารถควบคุมรถได้ทันท่วงที
ระบบสั่งงานด้วยเสียง ซิงค์ 3 (SYNC 3): ซิงค์ 3 เวอร์ชั่นใหม่ล่าสุด มาพร้อมหน้าจอสีทัชสกรีน 8 นิ้ว แบบโทรศัพท์สมาร์ทโฟน ที่ตอบสนองการสั่งงานด้วยนิ้วมือได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ ระบบซิงค์ 3 ใหม่ ยังได้รับการปรับปรุง เพื่อให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุมระบบความบันเทิงภายในรถ และเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนได้อย่างง่ายดาย ผ่านคำสั่งเสียง ทั้งยังรองรับการใช้งานแอปเปิ้ล คาร์เพลย์ (Apple CarPlay)
"ฟอร์ด โฟกัส ใหม่ พิสูจน์ให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของฟอร์ด ที่จะส่งมอบรถยนต์มาตรฐานระดับโลกของฟอร์ดสู่ผู้บริโภคชาวไทย พร้อมสร้างมาตรฐานใหม่ในด้านเทคโนโลยีอัจฉริยะให้กับตลาดรถยนต์ขนาดกลาง" นางสาวยุคนธร วิเศษโกสิน กรรมการผู้จัดการ ฟอร์ด ประเทศไทย กล่าว "เมื่อไม่กี่ปีนี้ เทคโนโลยีหลายๆ อย่างในฟอร์ด โฟกัส ใหม่ นั้นได้รับการติดตั้งในรถยนต์หรูราคาแพงเท่านั้น แต่ในปัจจุบัน ผู้บริโภคชาวไทยจำนวนมากขึ้นสามารถสัมผัสกับประสบการณ์การใช้งานเทคโนโลยีเหล่านี้ได้ในรถราคาที่เข้าถึงได้"
ฟอร์ด โฟกัส ใหม่ นี้ ผลิตและประกอบขึ้นที่โรงงานฟอร์ด ไทยแลนด์ แมนูแฟคเจอริ่ง จังหวัดระยอง โดยมีให้เลือกทั้งหมด 5 สี ได้แก่ สีน้ำเงิน วินนิ่ง บลู (Winning Blue) สีดำ แพนเทอร์ แบล็ก (Panther Black) สีเทา แม็คเนติก เกรย์ (Magnetic Grey) สีแดง แคนดี้ เรด (Candy Red) และสีขาว โฟรเซ่น ไวท์ (Frozen White)
รถยนต์รุ่นต่างๆ ในปี 2016 ที่นำมาจัดแสดง
บูธฟอร์ดภายในงานมอเตอร์โชว์ปีนี้ จะมีการจัดแสดงทั้งรถยนต์ รถกระบะ และรถอเนกประสงค์ทุกรุ่น รวมถึง ฟอร์ด เอคโค่สปอร์ต และฟอร์ด เฟียสต้า รถรุ่นสีพิเศษ นอกจากนี้ รถทั้งสองรุ่น ยังสามารถรองรับน้ำมัน แก๊สโซฮอล์ E85สำหรับรุ่นปี 2016
ฟอร์ด เอคโค่สปอร์ต ใหม่ รุ่นพิเศษ แบล็ก อิดิชั่น (Black Edition) ได้รับการตกแต่งภายนอกรอบคันด้วยสีดำทั้งบริเวณโครงหลังคา และล้อไทเทเนี่ยมอัลลอยสีดำขนาด 16 นิ้ว นอกจากนี้ เอคโค่สปอร์ต ยังมีเฉดสีใหม่สีแดง แคนดี้ เรด (Candy Red) ในราคาเริ่มต้นที่ 714,000 บาท
ฟอร์ด เฟียสต้า เปิดตัว รุ่นแบล็ก ลิมิเต็ด (Black Limited) ในสีทูโทนดำแดง ซึ่งมีให้เลือกในรุ่น Sport แบบ 5 ประตู ที่ราคา 719,000 บาท
นอกจากนี้ ฟอร์ดได้แนะนำสีสันใหม่สำหรับฟอร์ด เฟียสต้า ซึ่งได้แก่ สีน้ำเงิน วินนิ่งบลู (Winning Blue) และ สีแดง แคนดี้ เรด (Candy Red) ในราคาเริ่มต้นที่ 644,000 บาท
ภายในงาน ลูกค้าจะได้ร่วมสัมผัส รถฟอร์ด เอเวอเรสต์ ใหม่ ที่เพิ่งคว้ารางวัลรถยนต์ยอดเยี่ยมแห่งปี 2558 โดยได้รับการยกย่องในด้านสมรรถนะการขับขี่แบบออฟโรดเหนือชั้น ผสมผสานกับคุณภาพการขับขี่ยอดเยี่ยม พร้อมการควบคุมที่คล่องตัว ทำให้ฟอร์ด เอเวอเรสต์ เป็นรถยนต์อเนกประสงค์ เปี่ยมสมรรถนะ เกินความคาดหมายของผู้บริโภคกลุ่มรถเอสยูวี
ฟอร์ด เอเวอเรสต์ และรถกระบะสายพันธุ์แกร่ง ฟอร์ด เรนเจอร์ รุ่นปี 2016 จะถูกนำมาจัดแสดงภายในงานด้วยเช่นกัน โดยรถรุ่นดังกล่าว มาพร้อมเทคโนโลยีช่วยเหลือผู้ขับขี่แบบครบครัน เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ชาญฉลาดยิ่งขึ้น ปลอดภัยยิ่งขึ้น และสะดวกสบายยิ่งขึ้น เทคโนโลยีเหล่านี้ รวมถึง ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ (Adaptive Cruise Control) ระบบเตือนป้องกันการชนรถคันหน้า (Forward Collision Warning System) ระบบรักษาเลน (Lane Keeping System) ระบบเปิด-ปิดไฟสูงอัตโนมัติ (Auto High Beam Control) และระบบแจ้งเตือนผู้ขับขี่ (Driver Alert System)
ฟอร์ดมุ่งมั่นยกระดับประสบการณ์การบริการลูกค้า
นอกจากการจัดแสดงรถยนต์รุ่นต่างๆ แล้ว ภายในบูธฟอร์ดยังมีการจัดแสดงข้อมูล เพื่อให้ผู้เยี่ยมชมได้ทราบถึงความมุ่งมั่นของฟอร์ดในการยกระดับและพัฒนาบริการให้กับลูกค้าและการขยายเครือข่ายการให้บริการทั่วประเทศ รวมถึงข้อมูลและตำแหน่งของตัวแทนจำหน่ายฟอร์ดทั่วประเทศ พร้อมโปรแกรมบริการหลังการขายต่างๆ ได้แก่ บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน (Roadside Assistance) การนัดตรวจสภาพรถยนต์ล่วงหน้า (Scheduled Service Plan) ประกันFord Ensure บริการรับประกันจัดส่งอะไหล่ภายใน 24 ชั่วโมง โปรแกรมขยายความคุ้มครอง (Premium Protection Plus) และบริการให้ความช่วยเหลือทางโทรศัพท์
"ฟอร์ดเดินหน้าให้ความสำคัญกับการพัฒนาประสบการณ์ของลูกค้า และการเป็นเจ้าของรถยนต์ฟอร์ด ให้สอดคล้องกับคุณภาพรถยนต์ระดับโลกของฟอร์ด เราเชื่อมั่นว่า ลูกค้าฟอร์ดจะสามารถสังเกตและรับรู้ได้อย่างชัดเจน ถึงการเปลี่ยนแปลงด้านการให้บริการ ซึ่งมุ่งเน้นพัฒนาในสามส่วนหลัก ได้แก่ ความสะดวกในการรับบริการของลูกค้า คุณภาพของการให้บริการ และการปรับภาพลักษณ์ที่ผู้บริโภคมีต่อแบรนด์ฟอร์ดในด้านการบริการ นอกจากนี้ เพื่อเป็นการสร้างความมั่นใจในการเป็นเจ้าของรถฟอร์ด เราได้ขยายระยะเวลาบริการฟรีค่าแรงบำรุงรักษาตามระยะทาง เพิ่มขึ้นเป็น 5 ครั้ง หรือระยะเวลา 75,000 กิโลเมตร สำหรับรถฟอร์ดทุกรุ่น" ยุคนธรกล่าว
ข้อเสนอสุดพิเศษ
ฟอร์ดพร้อมมอบข้อเสนอที่น่าสนใจสำหรับรถยนต์ฟอร์ดคุณภาพระดับโลกในประเทศไทย สำหรับลูกค้าที่จองรถภายในงาน เฉพาะช่วงเวลาพิเศษนี้เท่านั้น ได้แก่
ดอกเบี้ยพิเศษ 1.49% ผ่อนนาน 60 เดือน พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่งสำหรับฟอร์ด เรนเจอร์ รุ่น Open Cab XLT 4x2 Hi-rider
ดอกเบี้ยพิเศษ 1.99% ผ่อนนาน 60 เดือนพร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่งสำหรับฟอร์ด เอเวอเรสต์ รุ่น 2.2ลิตร
ดอกเบี้ยพิเศษ 0.99% ผ่อนนาน 48 เดือน พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่งสำหรับฟอร์ด เอคโค่สปอร์ต
ดาวน์เพียง 10% พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่งสำหรับฟอร์ด โฟกัส ใหม่
activity:
Photo Release: The launch of New Ford Focus at the 37th Bangkok International Motor Show
Mark Kaufman (right), president, Ford ASEAN and Yukontorn 'Vickie' Wisadkosin (left), managing director, Ford Thailand officially introduced the new Ford Focus, featuring a new 1.5L EcoBoost Turbo engine, advanced driver assistance technologies and a refreshed, modern design at the 37th Bangkok International Motor Show.
The new Focus priced at THB 1,099,000 is open for booking starting 23 March at the Show and dealers nationwide. The new Focus is powered by a powerful and efficient 1.5L four-cylinder EcoBoost Turbo engine with flexible fuel capability of up to E85 gasohol. Its new features include SYNC 3, Enhanced Active Park Assist, Parallel Park Assist, Perpendicular Park Assist, Park Out Assist and Active City Stop.
Customers can visit the Ford Booth at the Bangkok International Motor Show at IMPACT, Muang Thong Thani from March 23 to April 3 to experience the lineup of world-class vehicles and take advantage of special promotions on the full range of vehicles available in Thailand.
activity:
เมอร์เซเดส-เบนซ์ เปิดตัว The new E-Class เจนเนอเรชั่นที่ 10 ที่สุดแห่งยนตกรรมซีดานอัจฉริยะในงานมอเตอร์ โชว์ ครั้งที่ 37
บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด ตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดรถยนต์ระดับพรีเมี่ยม เปิดตัวสุดยอดยนตรกรรม 7 รุ่นใหม่ นำโดย The new E-Class เจนเนอเรชั่นที่ 10 ที่สุดแห่งยนตกรรมซีดานอัจฉริยะ ด้วยรูปลักษณ์โดดเด่น ทรงพลัง มาพร้อมเทคโนโลยี เพื่อการขับขี่อย่างเหนือระดับ The S 500 e และ The C 350 e รถยนต์เทคโนโลยีปลั๊กอิน-ไฮบริด รุ่นประกอบในประเทศ The new C-Class Coupe ยนตกรรมสไตล์สปอร์ตคูเป้ เจนเนอเรชั่นล่าสุด The new GLS "เอสยูวี ระดับเอส-คลาส" ที่เข้ามาเติมเต็มพอร์ทโฟลิโอรถยนต์ตระกูลเอสยูวีของเมอร์เซเดส-เบนซ์ และสองยนตรกรรมจากค่าย Mercedes-AMG ได้แก่ Mercedes-AMG A 45 และ Mercedes-AMG C 63 S Coupe เสริมทัพด้วย The new Vito concept และรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์อีกกว่า 30 รุ่นมาจัดแสดงในงาน "บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์ โชว์ ครั้งที่ 37 ณ ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ อิมแพค เมืองทองธานี
มร.ไมเคิล เกรเว่ ประธานบริหาร บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า "ในปี 2559 นี้ บริษัทฯ มีแนวทางการดำเนินงานภายใต้กลยุทธ์ "เดอะ เบสท์" (THE BEST) เพื่อสะท้อนความมุ่งมั่นของบริษัทฯ ที่จะนำเสนอ "สิ่งที่ดีที่สุด" ให้กับลูกค้าในวันนี้และ วันข้างหน้า ดังนั้นการนำเสนอรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ในงาน "บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์ โชว์ ครั้งที่ 37" ในครั้งนี้ บริษัทฯ จึงได้นำสุดยอดยนตรกรรมที่มาพร้อมเทคโนโลยีและดีไซน์อันทันสมัยครอบคลุมทั้ง 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่ม Compact Car กลุ่ม Contemporary Luxury และกลุ่ม Dream Car เพื่อสามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างครอบคลุม ในทุกไลฟ์สไตล์การขับขี่"
"สำหรับไฮไลท์ของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 37 คือ การเปิดตัว The new E-Class เจนเนอเรชั่นที่ 10 ที่สุดแห่งยนตกรรมซีดานอัจฉริยะในกลุ่ม Contemporary Luxury โดยตลอดเวลาที่ผ่านมารถยนต์ตระกูล E-Class เป็นหัวใจของ เมอร์เซเดส-เบนซ์ เพราะได้สร้างมาตรฐานใหม่ๆ ให้กับกลุ่มรถยนต์สำหรับนักธุรกิจอยู่เสมอ และบริษัทฯ ยังคงสานต่อแนวคิดดังกล่าวมาอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น รถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ The new E-Class จึงมาพร้อมกับรูปลักษณ์ที่โดดเด่น ทรงพลัง ทุกองค์ประกอบสอดรับกัน เป็นหนึ่งเดียวอย่างสมบูรณ์แบบตามหลัก Sensual Purity ของเมอร์เซเดส-เบนซ์ และนำเสนอเทคโนโลยียนตรกรรมใหม่ล่าสุดเป็นครั้งแรกของโลก ยกระดับแนวคิดการพัฒนาระบบขับขี่อัตโนมัติไปอีกขั้น อีกทั้งยังเป็นรถยนต์ที่มีอัตราการใช้พลังงานต่ำลง และได้รับการสรรสร้าง ให้ขับขี่สนุกขึ้นเพื่อมอบสุนทรีย์ให้กับผู้ขับขี่ได้อย่างสมบูรณ์แบบอีกด้วย"
มร.มาร์ทิน ชูลซ์ รองประธานบริหาร ฝ่ายขายและการตลาด บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า "สำหรับงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ในปีนี้ เมอร์เซเดส-เบนซ์ ได้เตรียมเปิดตัวยนตรกรรมใหม่ 7 รุ่น นำทัพด้วย The new E-Class, The S 500 e และThe C 350 e รถยนต์เทคโนโลยีปลั๊กอินไฮบริดรุ่นประกอบในประเทศ (Local production) และ The new C-Class Coupe ยนตกรรมสไตล์สปอร์ตคูเป้ เจนเนอเรชั่นล่าสุด ซึ่งทั้งสองรุ่นดังกล่าวได้เปิดตัวไปเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา พร้อมด้วย The new GLS, และยนตรกรรมจากแบรนด์ Mercedes-AMG ได้แก่ Mercedes-AMG A 45 และ Mercedes-AMG C 63 S Coupe อีกทั้งยังได้นำ The new Vito concept และยนตรกรรมอีกกว่า 30 รุ่น ครอบคลุมทุกเซ็กเมนต์มาจัดแสดงให้ลูกค้าได้สัมผัสอย่างใกล้ชิด"
ข้อเสนอพิเศษสำหรับลูกค้า
นอกเหนือจากขบวนรถยนต์มากมายที่นำมาจัดแสดงในงาน "บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์" เมอร์เซเดส-เบนซ์ยังเตรียมข้อเสนอพิเศษสุดเพื่อเป็นการขอบคุณแก่ลูกค้า ดังนี้
แคมเปญ MercedesCard
สมัครบัตรเครดิตเมอร์เซเดสการ์ดใบใหม่วันนี้ รับ Cash back สูงสุด 5,000 บาท* (ตรวจสอบเงื่อนไข ณ จุดขาย)
สำหรับผู้ถือบัตรเมอร์เซเดสการ์ด – เมื่อจองรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ ภายในงาน ผ่านบัตรเมอร์เซเดสการ์ด 200,000 บาทขึ้นไป รับบัตรกำนัลที่พักโรงแรม มูลค่า 10,000 บาท
ข้อเสนอสุดพิเศษจากเมอร์เซเดส-เบนซ์ ลีสซิ่ง
สำหรับผู้ที่สั่งซื้อรถยนต์ภายในงาน บริษัทฯ นำเสนอสินเชื่อภายใต้โปรแกรม mySTAR Special รับสิทธิพิเศษอัตราผ่อนชำระต่อเดือนต่ำกว่า 1% ของราคารถยนต์ (เฉพาะรุ่น)
นอกจากนี้เมอร์เซเดส-เบนซ์ยังได้เตรียมขนขบวนสุดยอดยนตรกรรมรวมทั้งสิ้นกว่า 30 คัน ในทุกเซ็กเมนต์ ทั้งที่เป็นเครื่องยนต์เบนซินและเครื่องยนต์ดีเซล และรถนำเข้ารุ่นอื่นๆ อาทิ CLA-Class, GLA-Class, G-Class, GLC-Class, GLE-Class, V-Class, GLE-Class Coupe, E-Class Coupe, S-Class Coupe, CLS-Class, Mercedes-Maybach
เมอร์เซเดส-เบนซ์ ขอเชิญท่านพบกับขบวนสุดยอดยนตรกรรมรุ่นใหม่ล่าสุดและ ยนตรกรรมหลากหลายรุ่น ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยียานยนต์เพื่อสิ่งแวดล้อม ในงาน "บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 37 ระหว่างวันที่ 23 มีนาคม ถึง 3 เมษายน 2559 ณ ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ อมแพค เมืองทองธานี
Navigation
[0] Message Index
[#] Next page
[*] Previous page
Go to full version