นวัตกรรมยานยนต์ > นวัตกรรมยานยนต์ - รถยนต์ - มอเตอร์ไซต์ - อุปกรณ์เสริม

งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 37

<< < (7/25) > >>

activity:
HARLEY-DAVIDSON SHOWCASES A SLEW OF NEW AT THE 37TH BANGKOK INTERNATIONAL MOTOR SHOW









           Leading American leisure motorcycle manufacturer, Harley-Davidson® (H-D) showcases a myriad of new offerings and initiatives at the 37th Bangkok International Motor Show. From customized Dark Custom bikes, done in collaboration with two Thailand dealers, to the introduction of the all-new 2016 CVO™ Pro Street Breakout® motorcycle, a Slim Fit Custom range apparel made especially for the Asian body stature and the announcement of a region wide initiative - Passport to Freedom - that helps customers defray THB 14,750 in costs when obtaining a large-capacity motorcycle license.
          "Our brand is known throughout the world and is associated with freedom, individuality, and brotherhood. Our proposition is that owning and riding a Harley will set you free in a way that no other brand can. At this year's Bangkok International Motor Show, Harley-Davidson allows consumers to fully immerse themselves into the Harley lifestyle. Consumers will be able to experience the latest Model Year 2016 motorcycles, customization possibilities and have the opportunity to buy and win the latest Black Label and Slim Fit Custom apparel," says Peter Mackenzie, Managing Director of Harley-Davidson Asia Emerging Markets.
          The show which runs from Wednesday, 23 March 2016 to Sunday, 3 April 2016, will host Harley-Davidson at booth number B3.
          DARK CUSTOM HARLEY-DAVIDSON STREET™ 750 BUILD OFF
          Harley-Davidson of Bangkok's, Ken Svensson and Richco Harley-Davidson's, Richy Wilson collaborated with the brand to create two specially designed Dark Custom Street 750 motorcycles. Each motorcycle by the respective dealers showcases H-D's rich history of customization, and how each motorcycle is like a blank canvas waiting for a new generation of urban riders to make it their own. Launched in the U.S. in 2008, Dark Custom is the contemporary face of Harley-Davidson. It strips a motorcycle to its mechanical essence and the motorcycling experience to its rebellious core – the quest for freedom and self-expression. It is made with artful design and skilful engineering, to bring to customers the bikes that are unique, premium, as well as look and sound and feel like no other brand can.
          THE 2016 CVO™ PRO STREET BREAKOUT®
          Harley-Davidson® Custom Vehicle Operations (CVO™) re-writes the factory-custom style book with the introduction of the 2016 CVO™ Pro Street Breakout® motorcycle, a limited-production model that introduces a new, darker look utilizing cutting-edge finishes and textures applied with an obsessive eye to design and detail. They are customized using premium components and exclusive paint treatments and surface finishes combined with numerous items from Harley-Davidson Genuine Motor Accessories. This all-new motorcycle will be the centerpiece at the H-D booth.
          PASSPORT TO FREEDOM
          At the Motor Show, Harley-Davidson announces the Passport to Freedom initiative – incentivizing consumers with a THB 14,750 rebate for customers who upgrade to a large-capacity motorcycle license in Thailand and across the region, to make Harley-Davidson their first choice. Consumers can use this THB 14,750 to offset their training cost, to purchase Harley-Davidson Parts & Accessories or apparel or and/or to use as a rebate to purchase a Harley-Davidson Street or Sportster® motorcycle.
          OTHER THAN MOTORCYCLES
          A rider isn't defined by just his bike, but his actions, his choices, his style. So at the Bangkok International Motor Show, there will be apparel on show from both the Black Label and Slim Fit Custom ranges. Like the Dark Custom bikes, Black Label apparel features a discreet, minimalistic design aesthetic that matches the taste and personal style of the new, younger generation of customers. The Slim Fit Custom range has been specially designed with the Asian body stature in mind.

activity:
ฮอนด้าเผยโฉมรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าต้นแบบแห่งอนาคต Honda EV-Cub Concept จากญี่ปุ่น พร้อมนำเสนอประสบการณ์สนุกใหม่ผ่านเทคโนโลยีอินเตอร์แอคทีฟในงานมอเตอร์โชว์ 2016









          รถจักรยานยนต์ฮอนด้า สร้างความตื่นตาตื่นใจในงานบางกอกอินเตอร์เนชันแนลมอเตอร์โชว์ครั้งที่ 37 ด้วยการนำเสนอประสบการณ์ใหม่ของไลฟ์สไตล์แห่งอนาคตถ่ายทอดผ่านบูธ "Honda Neo Xperience Store" ติดตั้งเทคโนโลยีอินเตอร์แอคทีฟ พร้อมการเปิดตัวรถจักรยานยนต์พลังงานไฟฟ้าต้นแบบแห่งอนาคต Honda EV-Cub Concept และรถคอนเซปต์แนวไลฟ์สไตล์อีกมากมาย
          นายสุชาติ อรุณแสงโรจน์ กรรมการบริหาร บริษัท เอ.พี. ฮอนด้า จำกัด ผู้จัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์ฮอนด้าในประเทศไทย เปิดเผยว่า "รากฐานสำคัญที่อยู่เบื้องหลังการเป็นผู้บุกเบิกนวัตกรรมใหม่ๆของฮอนด้า ก็คือการมองไปข้างหน้า แต่ไม่มองข้ามความสำคัญของสิ่งแวดล้อมบนโลกใบนี้ ดั้งนั้น เราจึงได้นำความสนุกภายใต้แนวคิด Power of Fun Project มาเป็นแกนหลักในการพัฒนาเทคโนโลยีที่ตอบสนองไลฟ์สไตล์การขับขี่ของคนรุ่นใหม่ ที่ต้องมีทั้งความสนุก ความสะดวกสบาย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม"
          "ในงานมอเตอร์โชว์ครั้งนี้ เราได้แสดงให้เห็นถึงเทคโนโลยีเพื่ออนาคตผ่านบูธขนาดใหญ่ภายใต้คอนเซปต์ Honda Neo Xperience Store เพื่อถ่ายทอดประสบการณ์ใหม่ของไลฟ์สไตล์ในวันข้างหน้า ภายในบูธติดตั้งเทคโนโลยีอินเตอร์แอคทีฟ โดยทางฮอนด้าและทีมแล็บซึ่งเป็นครีเอทีฟกรุ๊ประดับโลกจากประเทศญี่ปุ่นได้ร่วมกันพัฒนาในส่วนของซอฟท์แวร์เพื่อให้ผู้ที่เข้าชมบูธรถจักรยานยนต์ฮอนด้าได้ตื่นตาตื่นใจกับประสบการณ์ความสนุกที่ล้ำสมัยของวันข้างหน้าโดยใช้เพียงปลายนิ้วสัมผัส"
          "นอกจากบูธที่ได้รับการสร้างสรรค์เป็นอย่างดีแล้ว ในปีนี้เรายังได้นำรถคอนเซปต์ที่ออกแบบให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่มาจัดแสดงอีกมากมาย โดยมีไฮไลท์สำคัญอยู่ที่ Honda EV-Cub Concept จากญี่ปุ่น ซึ่งเป็นรถจักรยานยนต์พลังงานไฟฟ้าทีได้รับการพัฒนาให้มีความลงตัวระหว่างดีไซน์ที่คลาสสิคของรถตระกูล Cub กับเทคโนโลยีรักษ์สิ่งแวดล้อมแห่งอนาคต ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า เสียงเงียบ ไร้มลพิษ ใช้แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนที่ออกแบบพิเศษให้มีน้ำหนักเบา สามารถถอดออกและชาร์จไฟได้จากที่พักอาศัย รวมทั้งให้ระยะทางการขับขี่ที่มากกว่า ถือเป็นรถต้นแบบแห่งคอมมิวเตอร์ในอนาคต"
          "ต่อมาคือ Honda 300 TT Racer Concept รถที่นำจุดเด่นของตระกูล 300 Series มาประยุกต์เข้ากับการแต่งรถในสไตล์ Neo Retro Racer และสำหรับผู้ที่ชื่นชอบรถมินิไบค์ ครั้งนี้เราได้จัดแสดง New Honda Monkey Concept รถที่สร้างสรรค์ขึ้นบนพื้นฐานของรถตระกูล MSX เพื่อคนรักรถในแบบ Monkey รวมถึง Honda Grom50 Scrambler Concept One และ Concept Two จากประเทศญี่ปุ่น พร้อมกันนี้เรายังได้จัดแสดงรถแข่งของนักบิดไทยที่กำลังลงแข่งขันในรายการระดับเอเชียและระดับโลกภายใต้การผลักดันของ เอ.พี. ฮอนด้า โดยเฉพาะรถแข่งที่ใช้เครื่องยนต์ขนาด 600ซีซี ของฟิล์ม-รัฐภาคย์ วิไลโรจน์ หนึ่งเดียวของไทยในการแข่งเวิลด์จีพีรุ่นโมโตทู"
          "สำหรับผู้ที่ชื่นชอบรถบิ๊กไบค์ เราได้เปิดตัว New Honda NC750X รถแบบครอสโอเวอร์ที่ได้รับการปรับโฉมให้มีความเป็นสปอร์ตมากขึ้น สวยงามและขับขี่สนุกยิ่งขึ้นกว่าเดิม พร้อมกับข้อเสนอพิเศษเฉพาะในงานบางกอกมอเตอร์โชว์เท่านั้น"
          นอกจากเทคโนโลยีอินเตอร์แอคทีฟและการจัดแสดงที่น่าสนใจแล้ว รถจักรยานยนต์ฮอนด้ายังได้นำความบันเทิงจากพรีเซนเตอร์ของฮอนด้ามามอบให้กับผู้เข้าชมบูธอีกด้วยไม่ว่าจะเป็นมาริโอ้ เมาเร่อ, โทนี่ รากแก่น, สิงโต นำโชค, พีช พชร, ไทยเทเนียม, แป้งโกะ, รวมไปถึงนักแข่งชื่อดังจากเอ.พี. ฮอนด้า อาทิ ฟีม-รัฐภาคย์ วิไลโรจน์, โฟลท-รัฐพงษ์ วิไลโรจน์, ชิพ-นครินทร์ อธิรัฐภูวภัทร์
          สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการแต่งรถและการแต่งตัว ฮอนด้าได้นำเสนออุปกรณ์ตกแต่งรถจักรยานยนต์หลากหลายรุ่นภายใต้แบรนด์ H2C ควบคู่ไปกับสินค้าเครื่องแต่งกายคอลเลคชั่นใหม่ล่าสุดจากฮอนด้าให้ผู้เข้าชมได้เป็นเจ้าของในราคาพิเศษก่อนใคร
ผู้ที่สนใจสามารถเยี่ยมชมบูธรถจักรยานยนต์ฮอนด้าในงาน The 37th Bangkok International Motor Show ที่บูธ M1 ชาเลนเจอร์ฮอลล์ เมืองทองธานี ตั้งแต่วันที่ 23 มีนาคม ถึงวันที่ 3 เมษายน 2559 ติดตามรายละเอียดของกิจกรรมต่างๆตลอดงานได้ที่ www.facebook.com/hondamotorcyclethailand

activity:
ฮอนด้าปรับโฉมสกู๊ปปี้ไอลุคใหม่สุดแนว ภายใต้คอนเซปต์ “ลีฟ ออริจินอล” เปิดตัวโทนี่ รากแก่น – แป้งโกะ สองพรีเซนเตอร์ใหม่เสริมภาพลักษณ์









          ค่ายรถจักรยานยนต์ฮอนด้า เสิร์ฟความสดใหม่ให้กับวงการรถเอ.ที.อีกครั้งด้วยการเปิดตัวนิวฮอนด้า สกู๊ปปี้ไอ ลีฟ ออริจินอล ปรับโฉมให้โดดเด่นขึ้นด้วยกราฟิกและสีสันใหม่สุดแนวในสไตล์โมเดิร์นวินเทจ พร้อมเปิดตัว โทนี่ รากแก่น และ แป้งโกะ-จินตนัดดา ลัมะกานนท์ สองนักแสดงชื่อดังในฐานะพรีเซนเตอร์ใหม่เพื่อถ่ายทอดคาแรกเตอร์ของรถรุ่นนี้
          นายสุชาติ อรุณแสงโรจน์ กรรมการบริหาร บริษัท เอ.พี. ฮอนด้า จำกัด ผู้จัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์ฮอนด้าในประเทศไทยเปิดเผยว่า "รถฮอนด้าสกู๊ปปี้ไอถือเป็นโมเดลที่สร้างปรากฏการณ์ให้กับวงการรถจักรยานยนต์ไทยเป็นอย่างมากด้วยยอดจำหน่ายสะสมที่สูงถึง 1.62 ล้านคันนับตั้งแต่การวางจำหน่ายครั้งแรกในปี 2009 นับว่ามากที่สุดในกลุ่มรถเอ.ที. และยังคงได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในกลุ่มวัยรุ่นไทยยุคปัจจุบัน โดยจุดเด่นที่ทำให้รถรุ่นนี้ครองใจวัยรุ่นก็คือความลงตัวของดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์และเทคโนโลยีที่ล้ำหน้า มีสมรรถนะดีและประหยัดน้ำมัน"
          "ในปี 2016 นี้ เราได้ทำการปรับโฉมฮอนด้าสกู๊ปปี้ไอให้มีความโดดเด่นสวยงามมากขึ้น ภายใต้คอนเซปต์ ลีฟ ออริจินอล ด้วยลุคแบบโมเดิร์นวินเทจ สีและกราฟิกใหม่ให้อารมณ์ย้อนยุคแบบมีสไตล์ไม่ตามใคร แต่ละซีรีย์ก็ล้วนแต่มีคาแรกเตอร์ที่แตกต่างอย่างชัดเจน ที่สำคัญคือมีความเป็นยูนิเซ็กส์มากขึ้นเหมาะกับวัยรุ่นทุกคนไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายซี่งในจุดนี้เราได้ดึงทีนส์ไอดอลและนักแสดงชื่อดังอย่างโทนี่ รากแก่น และ แป้งโกะ-จินตนัดดา ลัมะกานนท์ มาถ่ายทอดคาแรกเตอร์แนวๆสู่กลุ่มเป้าหมายอีกด้วย"
          นิวฮอนด้าสกู๊ปปี้ไอ ลีฟ ออริจินอล (New Honda Scoopyi Live Original) มาพร้อมกับความแนวด้วยดีไซน์ในสไตล์โมเดิร์นวินเทจ วางเส้นสายและการเล่นสีแบบย้อนยุค แบ่งออกเป็นแบบล้อ 12 นิ้ว และล้อ 14 นิ้ว
เริ่มจากซีรีย์คลับทเวลฟ์ ที่ใช้กราฟิกและเฉดสีสไตล์อินดี้วินเทจ โดดเด่นด้วยล้อแม็กขนาด 12 นิ้วแบบ 7 ก้าน พร้อมยางแบบจุ๊บเลสสไตล์บิ๊กไบค์ ติดตั้งระบบกระจายแรงเบรกหน้าหลัง Combi Brake System พร้อมคาลิปเปอร์ 3 ลูกสูบ มีให้เลือก 3 คู่โทนสี ได้แก่สีเหลือง, ดำ, และสีขาว
          ต่อมาคือซีรีย์สกู๊ปปี้ไอล้อ 14 นิ้ว ประกอบด้วยซีรีย์เออร์เบินทีม แนวสุดๆด้วยกราฟิกด้านข้างซ้ายขวาไม่เหมือนกัน เพิ่มความสดใสด้วยสีสันที่ตัดกันอย่างลงตัว มีให้เลือก 3 คู่โทนสีได้แก่สีขาว-เขียว, ดำ-น้ำเงิน, ดำ-แดง และซีรีย์เพรสทีจ ที่ให้ความเรียบ เท่ ด้วยพาร์ทอินเนอร์สีทองและลวดลายสไตล์งานโครเมียม มีให้เลือก 3 คู่โทนสีได้แก่สีดำ-น้ำตาล, แดง-น้ำตาล, และขาว–น้ำตาล
          นิวฮอนด้า สกู๊ปปี้ไอ ลีฟ ออริจินอล ทุกซีรีย์ติดตั้งไฟหน้าแบบโปรเจคเตอร์แท้พร้อมหลอดฮาโลเจน และวงแหวนบลูริง, เรือนไมล์แบบมัลติมิเตอร์ดีไซน์แตกต่างในแต่ละซีรีย์, กล่องเก็บของใต้เบาะขนาดใหญ่ความจุมากถึง 15.4 ลิตร สามารถเก็บหมวกกันน็อคแบบเจ็ตได้เต็มใบ
          นิวฮอนด้าสกู๊ปปี้ไอ ลีฟ ออริจินอล มาพร้อมเครื่องยนต์ 4 จังหวะขนาด 110cc. ระบบหัวฉีด PGM-FI ยุคใหม่ล่าสุด ที่ได้รับการพัฒนาให้ดูแลรักษาง่ายขึ้น ให้แรงบิดเต็มพลังแต่ประหยัดน้ำมันสูงสุดถึง 53 กม./ลิตร (วัตตามมาตรฐาน สมอ. Mode ECE R40 ที่ได้รับการยอมรับทั่วโลก) ทั้งยังมีค่าไอเสียที่สะอาดถึงระดับ 6 และรองรับน้ำมัน E20
          เอ.พี. ฮอนด้าวางจำหน่ายนิวฮอนด้า สกู๊ปปี้ไอ ลีฟ ออริจินอล พร้อมกันทั่วประเทศแล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปที่ศูนย์ Honda Wing Center ทั่วประเทศ ด้วยราคาแนะนำที่ 46,500 บาท สำหรับซีรีย์เออร์เบินทีมและเพรสทีจ, และราคาแนะนำ 50,000 บาทสำหรับซีรีย์คลับทเวลฟ์ ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.aphonda.co.th และอัพเดทกิจกรรมความสนุกได้ที่ www.facebook.com/hondamotorcyclethailand

activity:
ฮอนด้า พลิกโฉม บูธจัดแสดงรถยนต์แนวคิดใหม่ต้อนรับ ซีวิค เจนเนอเรชั่นที่ 10 ในงานมอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 37 รองรับกระแสดีเกินคาด ด้วยยอดจองกว่า 3,000 คัน เพียง 10 วัน หลังเปิดตัว









          บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด พลิกโฉมบูธจัดแสดงรถยนต์ด้วยแนวคิด Road Through The Tunnel of Time เส้นทางแห่งความท้าทาย ผ่านมิติของกาลเวลา สู่ที่สุดแห่งโลกยนตรกรรม เพื่อต้อนรับฮอนด้า ซีวิค เจนเนอเรชั่นที่ 10 ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 37 ณ บูธ A9 อาคาร ชาเลนเจอร์ 2 อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 23 มีนาคม -3 เมษายน 2559
          นายพิทักษ์ พฤทธิสาริกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารปฏิบัติการ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า "ฮอนด้า ซีวิค ยนตรกรรมที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานที่สุดของฮอนด้า กว่า 43 ปี นับตั้งแต่การเปิดตัวเจนเนอเรชั่นที่ 1 ในปี 2515 และได้รับการพัฒนามาอย่างต่อเนื่องจนถึงเจนเนอเรชั่นที่ 9 และมาสู่การพลิกโฉมครั้งสำคัญใน ฮอนด้า ซีวิค เจนเนอเรชั่นที่ 10 นำมาสู่แรงบันดาลใจในการออกแบบบูธฮอนด้า ให้มีความพิเศษ และแตกต่างจากทุกปี เพื่อเป็นการต้อนรับ ฮอนด้า ซีวิค ใหม่ ภายใต้แนวคิด Road Through The Tunnel of Time เส้นทางแห่งความท้าทาย ผ่านมิติของกาลเวลา สู่ที่สุดแห่งโลกยนตรกรรม ด้วยการเปิดมุมมองของบูธในทุกด้าน และมีเส้นถนนสีแดงทอดยาวผ่านกลางบูธ เพื่อนำสายตาของทุกท่านไปยังอุโมงค์รูปตัว C ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของ ฮอนด้า ซีวิค โดยการจัดแสดงในปีนี้ มีไฮไลท์สำคัญอยู่ที่ ฮอนด้า ซีวิค ใหม่ ซึ่งได้รับกระแสการตอบรับที่ดีเยี่ยม ด้วยยอดจองกว่า 3,000 คัน นับจากการเปิดตัว เพียง 10 วัน และมาพร้อมหลากหลายยนตรกรรมฮอนด้ารวม 8 รุ่น ที่จะพาทุกท่านเดินทางสู่ทุกเส้นทางแห่งความท้าทาย และตอบสนองทุกไลฟ์สไตล์ ได้อย่างสมบูรณ์แบบ"
          ไฮไลท์ของฮอนด้าในปีนี้ คือ ฮอนด้า ซีวิค ใหม่ มาพร้อมการออกแบบภายนอกในสไตล์พรีเมียมสปอร์ต พื้นที่ภายในห้องโดยสารกว้างขวางสะดวกสบายใกล้เคียงกับรถยนต์ในระดับ D-Segment พร้อมด้วยขุมพลังเครื่องยนต์ 1.8 ลิตร และ 1.5 ลิตร VTEC TURBO ใหม่ ซึ่งให้สมรรถนะที่ทรงพลังเทียบเท่าเครื่องยนต์ 2.4 ลิตร และอัตราการประหยัดน้ำมันที่ดีเยี่ยมเทียบเท่าเครื่องยนต์ 1.8 ลิตร อีกทั้งฟังก์ชั่นและเทคโนโลยีที่ช่วยอำนวยความสะดวกสบาย อาทิ ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัส รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay ระบบสตาร์ทเครื่องยนต์พร้อมเครื่องปรับอากาศด้วยกุญแจรีโมท (Engine Remote Start) และมาตรฐานความปลอดภัยเหนือระดับ อาทิ ระบบแสดงภาพมุมอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน (Honda LaneWatch) ระบบเบรกมือไฟฟ้า (Electric Parking Brake) ระบบ Auto Brake Hold และระบบล็อกรถอัตโนมัติเมื่อกุญแจรีโมทอยู่ห่างจากตัวรถ (Walk Away Auto Lock) เป็นต้น ซึ่งนับเป็นการยกระดับซีวิคให้ก้าวล้ำนำสมัยสู่ความเป็นที่สุดของซีวิค
          เพื่อตอกย้ำสปอร์ตดีเอ็นเอของซีวิค ฮอนด้าได้แนะนำ ฮอนด้า ซีวิค รุ่น TURBO RS ที่มาพร้อมชุดแต่งรอบคัน ด้วยไฟหน้าแบบ LED และไฟตัดหมอกคู่หน้าแบบ LED กันชนหน้าและกระจังหน้าสไตล์สปอร์ตแบบ RS
โฉบเฉี่ยวยิ่งขึ้นด้วยสปอยเลอร์หลังแบบ wing พร้อมไฟเบรกดวงที่ 3 แบบ LED และแป้นเหยียบคันเร่งดีไซน์สปอร์ต รวมทั้งยังติดตั้งอุปกรณ์ความปลอดภัยอันล้ำสมัย ซึ่งพร้อมให้ทุกท่านได้สัมผัสอย่างใกล้ชิดที่บูธฮอนด้าในงานมอเตอร์โชว์ครั้งที่ 37
          นอกจากนี้ ยังมี ฮอนด้า แอคคอร์ด ใหม่ ยนตรกรรมที่จะมา เปลี่ยนมุมมองใหม่ สู่โลกแห่งความหรูหราเหนือระดับ สะท้อนอีกขั้นของความลงตัวที่สมบูรณ์แบบแห่งโลกยนตรกรรมระดับพรีเมียม ด้วยความโดดเด่น ของรูปลักษณ์ภายนอกที่คงไว้ซึ่งเอกลักษณ์แห่งความหรูหรา แต่เสริมความสปอร์ตโฉบเฉี่ยวในทุกเส้นสาย
ห้องโดยสารที่กว้างขวางและหรูหรา ด้วยชุดตกแต่งภายในลายไม้และสีดำเปียโนแบล็ค สะดวกสบายยิ่งขึ้น ด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวกระดับพรีเมียม และมั่นใจในทุกการเดินทางด้วยมาตรฐานความปลอดภัย ที่ครบครันล้ำสมัย
          และ ฮอนด้า บีอาร์-วี ยนตรกรรมแอคทีฟสปอร์ตครอสโอเวอร์ใหม่ มาพร้อมดีไซน์ภายนอกสไตล์สปอร์ตที่แข็งแกร่งในทุกมิติและช่วงล่างยกสูงสไตล์รถเอสยูวี สะดวกสบายด้วยพื้นที่ภายในห้องโดยสารที่กว้างขวาง เพิ่มความหรูหราด้วยเบาะหนังสีดำระดับพรีเมียม มีให้เลือก 2 รุ่น ได้แก่ รุ่น SV เบาะนั่ง 3 แถว 7 ที่นั่ง ที่ปรับพับได้หลากหลายรูปแบบ เพื่อเพิ่มพื้นที่บรรทุกสัมภาระด้านท้าย และรุ่น V เบาะนั่ง 2 แถว 5 ที่นั่ง ตอบโจทย์ทุกการใช้งาน ด้วยพื้นที่อเนกประสงค์ด้านท้ายขนาดใหญ่ พร้อมขับเคลื่อนสู่ทุกเส้นทางท้าทาย ด้วยเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร และระบบเกียร์ CVT ใหม่ ที่พัฒนาภายใต้เอิร์ธดรีมเทคโนโลยี ให้อัตราการประหยัดน้ำมันที่ดีเยี่ยม อีกทั้งรองรับพลังงานทางเลือก E85 และมาตรฐานความปลอดภัยที่ครบครัน เพื่อความมั่นใจในทุกการขับขี่
          ภายในงาน ลูกค้าสามารถเป็นเจ้าของรถยนต์ฮอนด้าได้ง่ายยิ่งขึ้น ด้วยแคมเปญสุดพิเศษและข้อเสนอที่แตกต่างกันสำหรับรถยนต์ฮอนด้าทุกรุ่น ได้แก่
          แคมเปญ สุขเลือกได้ ฮอนด้า ออกให้ มีรายละเอียด ดังนี้
          ฮอนด้า ซิตี้ / ซิตี้ ซีเอ็นจี / แจ๊ซ / โมบิลิโอ ออกค่าผ่อน เดือนละ 1,000 บาท นาน 12 เดือน หรือ ดาวน์ ผ่อนได้ 0% นาน 10 เดือน ผ่านบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ
          ฮอนด้า ซีอาร์-วี ออกค่าผ่อน เดือนละ 3,000 บาท นาน 12 เดือน หรือ ออกค่าน้ำมัน 36,000 บาท
          ฮอนด้า บริโอ้ และ บริโอ้ อเมซ ดาวน์ต่ำ 19,000 บาท หรือดอกเบี้ย 0% พร้อมฟรีประกันภัย
          ฮอนด้า ซิตี้ และ ซิตี้ ซีเอ็นจี ดาวน์เริ่มต้น 5% หรือ ดอกเบี้ย 0% หรือดอกเบี้ยเริ่มต้นที่ 0.69% พร้อมฟรีประกันภัย หรือเงื่อนไขพิเศษลดดอกเบี้ย สำหรับข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ และกลุ่มอาชีพพิเศษ
          ฮอนด้า แจ๊ซ ดอกเบี้ยเริ่มต้นที่ 1.59% หรือ ดอกเบี้ยเริ่มต้นที่ 2.29% พร้อมฟรีประกันภัย
          ฮอนด้า โมบิลิโอ ดอกเบี้ยเริ่มต้นที่ 1.29% หรือ ดอกเบี้ยเริ่มต้นที่ 1.99% พร้อมฟรีประกันภัย หรือเงื่อนไขพิเศษดาวน์ 0 บาท พร้อมฟรีประกันภัย สำหรับข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ และกลุ่มอาชีพพิเศษ
          ฮอนด้า แอคคอร์ด ไฮบริด ดอกเบี้ย 0% พร้อมฟรีประกันภัย
          ฮอนด้า ซีอาร์-วี ดอกเบี้ยเริ่มต้นที่ 0.99% หรือ ดอกเบี้ยเริ่มต้นที่ 1.49% พร้อมฟรีประกันภัย
          สำหรับลูกค้าเจ้าของรถยนต์ฮอนด้า ทุกรุ่น (Honda Loyalty)
          ฮอนด้า บีอาร์-วี ใหม่ / ซีวิค ใหม่ / แอคคอร์ด ใหม่ ดอกเบี้ยเริ่มต้นที่ 2.09%
          ฮอนด้า ซีอาร์-วี ดอกเบี้ยเริ่มต้นที่ 0.79% หรือ ดอกเบี้ยเริ่มต้นที่ 1.29% พร้อมฟรีประกันภัย
          สำหรับลูกค้าที่รับรถ ฮอนด้า ซีอาร์-วี ภายในวันที่ 31 มี.ค. รับฟรีบัตรน้ำมันมูลค่า 20,000 บาท
          พิเศษ สำหรับลูกค้าที่จองรถยนต์ฮอนด้า (ยกเว้น ฮอนด้า ซีวิค ใหม่ และ แอคคอร์ด ใหม่) ภายในวันที่ 3 เม.ย. และรับรถภายในวันที่ 30 เม.ย. 2559 รับ ฮอนด้า อัลติเมท แคร์ (Honda Ultimate Care) ขยายเวลารับประกันคุณภาพรถยนต์อีก 2 ปี หรือ 40,000 กม. และสิทธิพิเศษบริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนน 24 ชั่วโมง รวมเป็น 5 ปี
          ผู้ที่สนใจสามารถเยี่ยมชมบูธจัดแสดงนวัตกรรมยานยนต์ของฮอนด้าพร้อมพบกับข้อเสนอสุดพิเศษได้ที่งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 37 ณ บูธ A9 อาคารชาเลนเจอร์ 2 อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี ตั้งแต่วันที่ 23 มีนาคม - 3 เมษายน 2559 และพบกับข้อเสนอเดียวกันนี้ได้ที่โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ หรือติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.honda.co.th

activity:
บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ขนทัพนวัตกรรมยานยนต์บุกงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 37 ชูนวัตกรรม iPerformance พร้อมรุ่นพิเศษครบรอบ 100 ปี





          ไฮไลท์ของบีเอ็มดับเบิลยูและมินิ
          The all-new BMW 330e M Sport
          The all-new BMW M2 Coupe
          The all-new BMW 730Ld M Sport
          The all-new BMW X1
          BMW 525d Celebration Edition
          BMW X5 sDrive25d Celebration Edition
          The all-new MINI convertible
          บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ตอกย้ำความสำเร็จและความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีแห่งยนตรกรรมระดับพรีเมียม พร้อมร่วมเฉลิมฉลองครบรอบ 100 ปี และการรับรางวัล "Car & Bike of the Year 2016" ยอดเยี่ยมแห่งปี สูงสุดถึง 19 รางวัล ทั้งรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู มินิ และบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ด้วยการยกทัพรถยนต์รุ่นล่าสุดจากบีเอ็มดับเบิลยูและมินิ มาจัดแสดงในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 37 ไม่ว่าจะเป็น บีเอ็มดับเบิลยู 330e M Sport พร้อมเทคโนโลยีปลั๊กอิน ไฮบริด, บีเอ็มดับเบิลยู M2 Coupe, บีเอ็ม ดับเบิลยู X1 sDrive18d ใหม่, บีเอ็มดับเบิลยู X5 sDrive25d, บีเอ็มดับเบิลยู 525d รุ่นพิเศษครบรอบ 100 ปี, บีเอ็มดับเบิลยู 730Ld M Sport และครั้งแรกในไทยกับการเปิดตัวมินิ คูเปอร์ เอส คอนเวอร์ทิเบิลรุ่นใหม่ล่าสุด ผู้สนใจสามารถพบกับข้อเสนอสุดพิเศษจากบีเอ็มดับเบิลยูได้ ตั้งแต่วันที่ 23 มีนาคม ถึง 3 เมษายน 2559 ที่ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ อิมแพค เมืองทองธานี
          มร.แมทธิอัส พฟาลซ์ ประธาน บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย กล่าวว่า "ความสำเร็จของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ไม่ได้อยู่ที่ผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีของเราเท่านั้น แต่ต้องย้อนไปถึงจุดเริ่มต้นของเรื่องราวความยิ่งใหญ่ตลอดกว่า 100 ปีที่ผ่านมา โดยเราเพิ่งเฉลิมฉลองครบรอบ 1 ศตวรรษของบีเอ็มดับเบิลยู ณ กรุงมิวนิค เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2559 ที่ผ่านมา"
          "เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองความสำเร็จอันยิ่งใหญ่และการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย เรายังคงมุ่งมั่นนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ดีที่สุดสำหรับลูกค้า พร้อมเดินหน้าขยายการประกอบรถยนต์ในประเทศ ในรุ่นต่างๆ ซึ่งขณะนี้ รถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู 730Ld M Sport ก็เป็นอีกหนึ่งรุ่นที่จะมีการประกอบในประเทศตามมาตรฐานการผลิดของบีเอ็มดับเบิลยู"
          "ในปีนี้ เรายังยินดีที่จะเผยโฉมบีเอ็มดับเบิลยู 330e M Sport รถยนต์ตระกูล ซีรี่ส์ 3 รุ่นแรกที่มาพร้อมเทคโนโลยี ปลั๊กอิน ไฮบริด โดยอัตราการปล่อย CO2 ของบีเอ็มดับเบิลยู 330e M Sport อยู่ที่ 57 กรัมต่อกิโลเมตร ซึ่งนับเป็นอัตราที่น้อยที่สุดเป็นอันดับหนึ่งในประเทศไทยสำหรับประเภทรถยนต์นั่งซีดาน ส่วนรถที่มีอัตราการปล่อย CO2 น้อยที่สุดอันดับหนึ่งในรถยนต์ทุกประเภท รวมถึงรถยนต์ประเภท Eco Car คือ บีเอ็มดับเบิลยู i8 ที่มีอัตราการปล่อย CO2 ที่ 49 กรัมต่อกิโลเมตรเท่านั้น"
          "นอกจากนี้ เราได้เปิดตัวเทคโนโลยี iPerformance เพื่อนำนวัตกรรมล้ำยุคจากรถยนต์ในตระกูล BMW i มาปรับใช้ในรถยนต์ตระกูลหลักของบีเอ็มดับเบิลยู โดยชื่อรุ่น iPerformance ใหม่นี้จะถูกใช้ในรถยนต์ปลั๊กอิน ไฮบริดทุกรุ่นนับตั้งแต่ปี 2559 เป็นต้นไป"
          ทั้งนี้ ความสำเร็จอย่างต่อเนื่องของบีเอ็มดับเบิลยูและมินิในประเทศไทยสะท้อนให้เห็นถึงความต้องการและความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่มีต่อยนตรกรรมของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป อันเป็นผลมาจากนวัตกรรมที่ล้ำสมัยและดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ โดยในปีนี้ รถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูและมินิได้รับรางวัลรถยนต์ยอดเยี่ยมแห่งปี (Car of the Year) สูงสุดถึง 15 รุ่น ได้แก่ BMW 330i M Sport, BMW 320d Gran Turismo Sport, BMW i8, BMW X5 xDrive40e M Sport, BMW 528i Luxury, BMW 525d M Sport, BMW 740 Li, BMW 428i Gran Coupe M Sport, BMW 420d Coupe M Sport, BMW 218i Coupe M Sport, BMW 218i Gran Tourer Luxury , BMW X4 xDrive20d M Sport, BMW X6 xDrive30d M Sport, MINI John Cooper Works และ MINI COOPER S CLUBMAN
          บีเอ็มดับเบิลยู 330e M Sport ใหม่ พร้อมเทคโนโลยี ปลั๊กอิน ไฮบริด ราคา: 3,099,000 บาท (ราคารวม VAT)
          บีเอ็มดับเบิลยู 330e M Sport เป็นรถยนต์ปลั๊กอิน ไฮบริด รุ่นถัดจากรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู i8 ที่เปิดตัวไปเมื่อปี 2557 และบีเอ็มดับเบิลยู X5 xDrive40e ที่ออกสู่ตลาดในปี 2558 โดยนับเป็นปีที่ 3 แล้วที่บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทยนำเสนอเทคโนโลยีปลั๊กอิน ไฮบริด เพื่อนำพลังงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมาสู่ท้องถนนในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง
          บีเอ็มดับเบิลยู 330e M Sport เป็นนวัตกรรมที่ครบเครื่องด้วยประโยชน์ใช้สอยและความหรูหรา ได้รับการออกแบบเพื่อสุนทรียะในการขับขี่ของผู้โดยสาร ประหยัดน้ำมันอย่างเหนือชั้นด้วยเทคโนโลยี iPerformance ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร ขุมพลังเบนซิน 4 สูบ BMW TwinPower Turbo ที่ทรงพลังที่สุดของบีเอ็มดับเบิลยู ซึ่งได้รับรางวัล International Engine of the Year มาแล้วถึง 2 ครั้ง สามารถส่งกำลังสูงสุดที่ 135 กิโลวัตต์ / 184 แรงม้า พร้อมแรงบิด 290 นิวตันเมตร สู่ล้อรถได้อย่างราบรื่นในทุกรอบเครื่อง ส่วนมอเตอร์ไฟฟ้ามอบกำลังเพิ่มเติมสูงสุดอีก 65 กิโลวัตต์/88 แรงม้า พร้อมแรงบิดสูงสุด 250 นิวตันเมตร ให้สมรรถนะที่พร้อมตอบสนองในเสี้ยววินาทีตามสไตล์ระบบส่งกำลังไฟฟ้า ทำงานประสานกันกับระบบส่งกำลังแบบอัตโนมัติ 8 จังหวะเพื่อให้ขับขี่ ได้สนุก ทันใจ โดยสามารถเลือกขับขี่โดยใช้พลังไฟฟ้าเพียงอย่างเดียวได้ที่ความเร็วสูงสุด 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ส่วนในโหมดไฮบริด บีเอ็มดับเบิลยู 330e M Sport เร่งความเร็วจาก 0 ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ ในเวลาเพียง 6.1 วินาที และมีความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 225 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
          เมื่อใช้งานร่วมกัน เครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้าชุดนี้จะมอบกำลังสูงถึง 185 กิโลวัตต์/252 แรงม้า ให้เร่งความเร็วได้อย่างใจนึก ทั้งยังประหยัดน้ำมันด้วยอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงที่ 40.8 กิโลเมตรต่อลิตรและลดระดับมลภาวะในการขับขี่กับอัตราการปล่อย CO2 ที่ 57 กรัมต่อกิโลเมตรเท่านั้น นับว่าเป็นอัตราที่น้อยที่สุดเป็นอันดับหนึ่งในประเทศไทยสำหรับประเภทรถยนต์นั่งแบบซีดาน ส่วนรถที่มีอัตราการปล่อย CO2 น้อยที่สุดอันดับหนึ่งในรถยนต์ทุกประเภท รวมถึงรถยนต์ Eco Car คือ บีเอ็มดับเบิลยู i8 ที่มีอัตราการปล่อย CO2 ที่ 49 กรัมต่อกิโลเมตรเท่านั้น
          เทคโนโลยีปลั๊กอิน ไฮบริด ในบีเอ็มดับเบิลยู 330e M Sport สามารถนำสมรรถนะของมอเตอร์ไฟฟ้ามาใช้งานได้อย่างคุ้มค่า ช่วยลดการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง และยังสามารถขับขี่ในตัวเมืองได้โดยไม่ปล่อยมลภาวะออกจาก ท่อไอเสียเลยในระยะ 40 กิโลเมตร แบตเตอรี่ของรถมีความจุ 7.6 กิโลวัตต์ชั่วโมง และสามารถชาร์จได้กับปลั๊กไฟบ้านทั่วไป โดยมีช่องเก็บสายชาร์จอยู่ใต้พื้นที่เก็บสัมภาระตอนท้าย เมื่อแบตเตอรี่หมด สามารถชาร์จด้วยไฟบ้านให้เต็มได้โดยใช้เวลาราว 3 ชั่วโมง หรือเลือกเสริมประสิทธิภาพการชาร์จด้วยอุปกรณ์ บีเอ็มดับเบิลยู ไอ วอลล์บ็อกซ์ เพียว (BMW i Wallbox Pure) ที่ทั้งปลอดภัย ใช้งานง่าย และรวดเร็วด้วยกำลังไฟถึง 3.7 กิโลวัตต์ (16 แอมป์/230 โวล์ท) จึงสามารถชาร์จแบตเตอรี่ให้เต็มได้ในเวลาเพียง 2 ชั่วโมง 12 นาที
บีเอ็มดับเบิลยู M2 Coupe ใหม่ ราคา: 5,999,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)
          บีเอ็มดับเบิลยู M2 Coupe ใหม่ เป็นยนตรกรรมสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการขับขี่แบบสปอร์ตโดยเฉพาะ มาพร้อมขุมกำลัง บีเอ็มดับเบิลยู M TwinPower Turbo 3.0 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 370 แรงม้าที่ 6,500 รอบต่อนาที มีอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร/ชม. ที่ 4.3 วินาที และมีความเร็วสูงสุด 250 กิโลเมตร/ชม. ควบคุมด้วยเกียร์อัตโนมัติ M แบบคลัตช์คู่ 7 จังหวะ ตอบสนองการขับขี่แบบรถแข่งได้ในทุกจังหวะและย่านความเร็ว
          บีเอ็มดับเบิลยู M2 Coupe ใหม่ มาพร้อมดีไซน์โฉบเฉี่ยวสไตล์สปอร์ตทั้งภายนอกและภายใน ด้วยกันชนหน้าที่ใหญ่และดุดันกว่าเดิม พร้อมกระจังหน้าในแบบเอกลักษณ์ของรถยนต์ตระกูล M และล้อขนาดใหญ่ 19 นิ้ว M Double Spoke และโดดเด่นด้วยท่อไอเสียคู่แยกออก 2 ทาง ภายในห้องโดยสารหรูหราปราดเปรียวด้วยโทนสีดำ มาพร้อมการดีไซน์ที่ใส่ใจในทุกรายละเอียด ทั้งพวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นหุ้มด้วยหนังแบบ M และเบาะที่นั่งหนังแบบสปอร์ต มอบความรู้สึกแบบรถสปอร์ตพันธุ์แท้ที่สมบูรณ์แบบ นอกจากนี้ยังมีระบบ BMWApps ที่รองรับการเชื่อมต่อและทำงานร่วมกับแอพพลิเคชั่นต่างๆ เช่น Go Pro และ M Laptimer ช่วยบันทึกและวิเคราะห์การขับขี่ พร้อมทั้งแชร์ข้อมูลผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียต่างๆ ได้
          บีเอ็มดับเบิลยู X1 sDrive18d ใหม่ ราคา: 2,599,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)
          บีเอ็มดับเบิลยู X1 sDrive18d ใหม่เป็นเจนเนอเรชั่นที่ 2 ของบีเอ็มดับเบิลยู X1 ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์บีเอ็มดับเบิลยู ทวินพาวเวอร์ เทอร์โบ ดีเซล 4 สูบ รุ่นใหม่ล่าสุด 1,995 ซีซี 150 แรงม้า มอบประสิทธิภาพการประหยัดเชื้อเพลิง ด้วยอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเพียง 21.3 กิโลเมตร/ลิตร และอัตราการปล่อย CO2 ที่ 125 กรัม/กิโลเมตร พร้อมเกียร์อัตโนมัติแบบ Steptronic Sport 8 สปีด ให้อัตราเร่งที่พุ่งทะยานจาก 0 ถึง 100 กม./ชม. ได้ภายในเวลาเพียง 9.2 วินาที
          นอกจากนี้ บีเอ็มดับเบิลยู X1 sDrive18d ใหม่ยังมาพร้อมกับดีไซน์แบบสปอร์ตที่ดูทรงพลังด้วยชุดแต่ง xLine ภายในตกแต่งด้วยลายไม้โอ๊ค ไฟหน้าแอลอีดี และตกแต่งด้วยเบาะนั่งหนังแท้ดาโกต้า (Dakota) พร้อมระบบปรับเบาะแบบไฟฟ้าที่สามารถจดจำตำแหน่งฝั่งคนขับได้ ส่วนพวงมาลัยไฟฟ้ามัลติฟังก์ชั่นแบบ Servotronic หุ้มหนังแบบสปอร์ต ให้สัมผัสที่นุ่มมือในขณะขับขี่ ขณะที่ห้องโดยสารมีพื้นที่เก็บสัมภาระได้สูงสุดถึง 1,550 ลิตร มอบความบันเทิงผ่านจอภาพขนาด 8.8 นิ้ว สะดวกสบายด้วยระบบสั่งงานด้วยเสียง พร้อมปุ่มควบคุม iDrive และระบบแผนที่นำทาง
          เปิดตัวบีเอ็มดับเบิลยู X5 sDrive25d และบีเอ็มดับเบิลยู 525d Celebration Edition รุ่นพิเศษ ฉลองครบรอบ 100 ปี
          ราคา: บีเอ็มดับเบิลยู X5 sDrive25d Celebration Edition : 4,699,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)
          บีเอ็มดับเบิลยู 525d Celebration Edition : 3,899,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)
          บีเอ็มดับเบิลยูเปิดตัว บีเอ็มดับเบิลยู X5 sDrive25d และบีเอ็มดับเบิลยู 525d รุ่นพิเศษ ที่มีเพียงรุ่นละ 100 คันเพื่อเฉลิมฉลองครบ รอบ 100 ปีแห่งความสำเร็จของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป โดยมาพร้อมโลโก้พิเศษ "One of 100" และฟีเจอร์พิเศษต่างๆ เช่น หน้าจอ BMW Head-Up และหน้าจอควบคุมแบบมัลติฟังก์ชั่น เพื่อให้ผู้ขับขี่สามารถเห็นข้อมูลต่างๆ ได้ในขณะขับขี่
          บีเอ็มดับเบิลยู X5 sDrive25d Celebration Edition เป็นรถยนต์ที่ครบเครื่องด้วยประโยชน์ใช้สอยและความหรูหรา ในแบบรถยนต์ SAV เติมเต็มทุกความต้องการการใช้งานทุกรูปแบบ ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังดีเซล 4 สูบ 16 วาล์ว เทคโนโลยี TwinPower Turbo ส่งกำลังสูงสุดที่ 170 กิโลวัตต์/231 แรงม้า พร้อมแรงบิด 500 นิวตันเมตร ที่ 1,500-3,000 รอบต่อนาที ให้สามารถเร่งความเร็วได้อย่างใจนึกจาก 0-100 กิโลเมตรภายใน 7.7 วินาที และความเร็วสูงสุดที่ 220 กิโลเมตร/ชั่วโมง ทั้งยังประหยัดน้ำมันด้วยอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงที่ 18.2 กิโลเมตรต่อลิตรกับอัตราการปล่อย CO2 ที่ 146 กรัมต่อกิโลเมตรเท่านั้น
          ส่วนบีเอ็มดับเบิลยู 525d Celebration Edition ทรงพลังในทุกสมรรถนะการขับขี่และประหยัดพลังงานด้วยเครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบ 16 วาล์ว เทคโนโลยี TwinPower Turbo ส่งกำลังสูงสุดที่ 160 กิโลวัตต์/218 แรงม้า พร้อมแรงบิด 450 นิวตันเมตร ที่ 1,500-2,500 รอบต่อนาที ให้สามารถเร่งความเร็วได้อย่างใจนึกจาก 0-100 กิโลเมตรภายใน 6.9 วินาที และยังประหยัดน้ำมันด้วยอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงที่ 21.3 กิโลเมตรต่อลิตรกับอัตราการปล่อย CO2 ที่ 123 กรัมต่อกิโลเมตรเท่านั้น
          บีเอ็มดับเบิลยู 730Ld M Sport ใหม่
          (ราคายังไม่ประกาศอย่างเป็นทางการ)         
          เพื่อเป็นการตอกย้ำความมุ่งมั่นด้านการผลิตนวัตกรรมแห่งยานยนต์ การให้บริการด้วยมาตรฐานระดับสากล และ ตอบแทนความเชื่อมั่นของลูกค้า บีเอ็มดับเบิลยูจึงเสริมสร้างความแข็งแกร่ง ด้วยการขยายการประกอบรถยนต์ในประเทศในรุ่นบีเอ็มดับเบิลยู 730Ld M Sport ใหม่ ซึ่งเป็นรถยนต์หรูขนาดใหญ่ที่ให้ความสะดวกสบายในทุก การใช้งานด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย พร้อมยกระดับสมรรถนะ ความปราดเปรียวในการขับขี่ และความปลอดภัยอย่างครบครัน บีเอ็มดับเบิลยู 730Ld M Sport ใหม่นี้ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ดีเซล 6 สูบแถวเรียงรุ่นใหม่ ด้วยปริมาตรกระบอกสูบขนาด 3 ลิตร และเทคโนโลยี BMW TwinPower Turbo ให้กำลังสูงสุด 265 แรงม้า และแรงบิดสูงสุดที่ 620 นิวตันเมตร ทำงานเชื่อมกับเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด ให้อัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ภายใน 6.2 วินาที อัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ยที่ 17.6 กิโลเมตรต่อลิตร และมีอัตราการปล่อย CO2 อยู่ที่ 150 กรัมต่อกิโลเมตร
          บีเอ็มดับเบิลยู 730Ld M Sport ใหม่ ยังมาพร้อมดีไซน์สปอร์ต พร้อมไฟที่โฉบเฉี่ยว และสามารถเลือกปรับโหมดการขับรถได้หลายแบบตามต้องการ ทั้งโหมด SPORT, SPORT+, ECO PRO, COMFORT และ COMFORT+ พร้อมหน้าจอมัลติฟังก์ชั่นและอุปกรณ์เพื่อความบันเทิง ซึ่งรวมถึงระบบเครื่องเสียงที่ทำงานร่วมกับ iDrive ตอบรับทุกความต้องการของผู้ขับขี่เพื่อสุนทรียะแห่งการเดินทาง และมีชุดแต่ง M Sport ซึ่งประกอบด้วย ล้ออัลลอยน้ำหนักเบาขนาด 20 นิ้วแบบ Double-spoke และดีไซน์ภายนอกด้วยเส้นสาย High-Gloss Shadow Line ในแบบของบีเอ็มดับเบิลยู และชุดแต่ง M aerodynamics
เปิดตัวมินิ คอนเวอร์ทิเบิลรุ่นใหม่ล่าสุด ครั้งแรกในประเทศไทย ราคา: 3,050,000 บาท (ราคารวม VAT)
          ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 37 นี้ บรรดาแฟนมินิชาวไทยยังได้ร่วมสัมผัสถึงรายละเอียดของยนตรกรรมระดับหรูขนาดเล็กรุ่นใหม่ล่าสุด มินิ คอนเวอร์ทิเบิล ซึ่งเปิดตัวไปในงานมอเตอร์โชว์ที่กรุงโตเกียว
          มินิ คอนเวอร์ทิเบิล ใหม่ เป็นนวัตกรรมแห่งความสำเร็จอีกขั้นของการดีไซน์ที่เติมเต็มทุกอารมณ์ โดดเด่นทั้งภายนอกและภายใน ด้วยความล้ำสมัยโฉบเฉี่ยวและมิติที่เพิ่มขึ้น พร้อมพื้นที่ภายในตัวรถกว้างขวางขึ้นเช่นเดียวกับมิติภายนอก เพื่อตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์การใช้งาน
          มินิ คูเปอร์ เอส คอนเวอร์ทิเบิล ใหม่ มอบสมรรถนะการขับขี่แบบสปอร์ตด้วยเทคโนโลยีเครื่องยนต์ MINI TwinPower Turbo Technology ให้ประสิทธิภาพการขับขี่สูงสุด 141 กิโลวัตต์/192 แรงม้า มีอัตราความเร็วสูงสุด 228 กิโลเมตรต่อ ชม. และอัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ภายใน 7.1 วินาที โดยมาพร้อมกับฟีเจอร์ต่างๆ มากมาย เพื่อความรื่นรมย์ในยามขับขี่แบบเปิดประทุนตามสไตล์มินิ แผงหลังคารถเป็นวัสดุผ้าใบหรือซอฟต์ท็อปที่พับเก็บได้อัตโนมัติอย่างสมบูรณ์แบบ พร้อมทางเลือกดีไซน์ลายธงยูเนียนแจ็คเอกลักษณ์ของมินิ สำหรับหน้าปัดแสดงผลส่วนกลาง โดดเด่นด้วยเทคโนโลยี LED ใหม่ล่าสุดที่ให้แสงไฟสีสันต่างๆ รอบวงแหวน ซึ่งสามารถเปลี่ยนตามฟังก์ชั่นต่างๆ ที่ใช้ขณะขับขี่
          ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้ากับโปรแกรมบำรุงรักษารถยนต์ BMW Services Inclusive (BSI) และ MINI Service Inclusive (MSI) ซึ่งขยายขอบเขตการคุ้มครองเป็นตลอดระยะเวลา 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง
นอกเหนือจากสมรรถนะและดีไซน์ที่โดดเด่นของผลิตภัณฑ์ หัวใจสำคัญในการสร้างความพึงพอใจสูงสุดคือความสบายใจของลูกค้า ดังนั้น รถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูและมินิจึงมาพร้อมกับโปรแกรมบริการหลังการขาย BSI (BMW Services Inclusive) และ MSI (MINI Service Inclusive) ซึ่งมอบบริการบำรุงรักษารถยนต์สำหรับบีเอ็มดับเบิลยู และมินิระยะเวลา 5 ปี ระยะทาง 100,000 กิโลเมตร นอกจากนี้ บีเอ็มดับเบิลยูและมินิยังมีโปรแกรมการรับประกันที่ขยายขอบเขตการคุ้มครองเป็นตลอดระยะเวลา 5 ปี ไม่จำกัดระยะทางด้วย
          ข้อเสนอพิเศษในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 7
          ลูกค้าบีเอ็มดับเบิลยูที่ทำการจองรถยนต์ภายในงาน และรับส่งมอบรถยนต์ภายในเดือนเมษายน 2559 จะได้รับสิทธิประโยชน์ ดังนี้
          ลุ้นโอกาสในการเป็นเจ้าของรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูด้วยการผ่อนชำระรายเดือนในอัตราเริ่มต้นที่ 17,999 บาทต่อเดือน และรับฟรีทันที นาฬิกา BMW Motorsport ICE รุ่น steel Unisex หรือ รุ่น steel Chrono เมื่อซื้อรถยนต์
โปรแกรม"Fantastic Loyalty Reward" จากบีเอ็มดับเบิลยู ไฟแนนเชียล เซอร์วิส สำหรับลูกค้าปัจจุบันและลูกค้ารายเดิมของบีเอ็มดับเบิลยู ลีสซิ่ง (ประเทศไทย)
โปรแกรมบำรุงรักษา BMW Service Inclusive (BSI) 5ปี / 100,000 กิโลเมตร และโปรแกรมการรับประกันระยะเวลา 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง
          สำหรับลูกค้ามินิที่ทำการจองรถยนต์ภายในงาน และรับส่งมอบรถยนต์ภายในเดือนเมษายน 2559 จะได้รับสิทธิประโยชน์ ดังนี้
          ฟรีกล้อง Go Pro Hero 4 Silver*
          ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง* สำหรับลูกค้าที่ซื้อรถยนต์ด้วยเงินสดและลูกค้าของ MINI Financial Services
          (*ยกเว้นมินิ คลับแมน และมินิ คอนเวอร์ทิเบิล)
          ผู้สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับแคมเปญดังกล่าวหรือผลิตภัณฑ์การเงินอื่นๆ จาก BMW Financial Services และ MINI Financial Services ได้ทาง BMW Contact Center โทร. 1-800-269-269 (หรือโทร. 1-401-269-269 ถ้าโทรออกจากโทรศัพท์มือถือ) หรือติดต่อได้ที่ผู้จำหน่ายของบีเอ็มดับเบิลยูและมินิอย่างเป็นทางการ ทั่วประเทศ

Navigation

[0] Message Index

[#] Next page

[*] Previous page

Go to full version