MSN on February 25, 2015, 09:54:46 AM
พบการกลับมาอีกครั้งกับเวสป้า 946 คอลเลคชั่น “เบลลิสซิม่า” สุดยอดนวัตกรรมสกู๊ตเตอร์พรีเมี่ยมสุดล้ำ ที่ผสานความหรูคู่กับสมรรถนะที่ยอดเยี่ยมกว่าเคย ตอกย้ำนิยามแห่งการขับขี่ที่เหนือระดับ


 
          บริษัท เวสปิอาริโอ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายรถสกู๊ตเตอร์สัญชาติอิตาลี “เวสป้า” และ “พิอาจิโอ” แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมสกู๊ตเตอร์พรีเมี่ยม ด้วยการเผยโฉมเวสป้า 946 คอลเลคชั่นใหม่ล่าสุด “เบลลิสซิม่า” (Bellissima) ที่ผสานรูปลักษณ์อันโฉบเฉี่ยวและหรูหราเข้ากับเครื่องยนต์ 4 จังหวะ 150 ซีซี เพื่อตอกย้ำสุนทรียภาพในการขับขี่ที่เหนือระดับ โดยมีจำหน่ายในประเทศไทยเพียง 50 คันเท่านั้น

          เวสป้า 946 “เบลลิสซิม่า” นับว่าเป็นเป็นสุดยอด ยนตรกรรมสองล้อรุ่นใหม่ล่าสุดจากค่ายเวสป้า ที่ปรากฏโฉมด้วยรูปลักษณ์ใหม่และดีไซน์สุดโฉบเฉี่ยว หรูหรา ที่พร้อมจะทะยานสู่การขับขี่เหนือจินตนาการ โดยมีเครื่องยนต์แบบ 4 จังหวะ ขนาด 150 ซีซี มาพร้อมอัตราเร่งแบบเต็มสปีด รวมทั้งการออกแบบโครงสร้างตัวถังอย่างพิถีพิถันจากวัสดุคุณภาพชั้นเยี่ยมที่แตกต่างจากรถเวสป้ารุ่นอื่นๆ

           คุณพรนฎา เตชะไพบูลย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เวสปิอาริโอ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า

          “การนำรถสกู๊ตเตอร์เวสป้ารุ่น ‘เบลลิสซิม่า’ ซึ่งเป็นโมเดลล่าสุดจากตระกูลเวสป้า 946 เข้ามาจำหน่ายในประเทศไทยถือเป็นอีกหนึ่งก้าวย่างสำคัญของทั้งเวสป้า และเวสปิอาริโอในการนำเสนอนวัตกรรมยานยนต์สองล้อระดับพรีเมี่ยมลักชัวรี่ ที่ลงตัวด้วยดีไซน์อันพิถีพิถันและเทคโนโลยีที่ล้ำหน้า พร้อมตอบสนองทุกไลฟ์สไตล์ของการขับขี่ในเมืองอย่างสมบูรณ์แบบ ตอกย้ำความมุ่งมั่นของสุดยอดแบรนด์ระดับตำนาน ที่มีอายุกว่า 68 ปีจากอิตาลี ที่เดินหน้าพัฒนายนตรกรรมเพื่อการสร้างสรรค์และเปลี่ยนแปลงอนาคตอย่างไม่หยุดยั้ง”

          เบลลิสซิม่า ได้รับการสร้างสรรค์อย่างประณีตด้วยการผสานสุนทรียศาสตร์ แห่งความงดงามสไตล์อิตาลีเข้ากับเอกลักษณ์อันโดดเด่นของรถเวสป้าแบบดั้งเดิม โดยโครงสร้างตัวถังเป็นเหล็กกล้า แบบปั๊มขึ้นรูปและไร้โครงแบบโมโนค็อก (Monocoque) พร้อมขอบล้ออัลลอยที่ทำจากอะลูมิเนียมที่มีความแข็งแรงทนทานแต่มีน้ำหนักเบา

          ขณะที่เบาะนั่งของผู้ขับขี่และผู้ซ้อนท้าย เป็นงานแฮนด์เมค ด้วยหนังเบาะที่ใช้วัสดุกันน้ำคุณภาพสูง โดยแบ่งเป็นเบาะนั่งแบบสองตอน และสามารถถอดเบาะสำหรับผู้ซ้อนท้ายออกได้ เพื่อเพิ่มดีกรีความสปอร์ตสุดเร้าใจ โดยมีปลอกแฮนด์ที่ตัดเย็บด้วยงานแฮนด์เมค อย่างประณีตเข้ากับส่วนประกอบที่เป็นอะลูมิเนียมแบบชิ้นต่อชิ้น พร้อมทั้งโคมไฟหน้าและโคมไฟท้ายแบบ แอลอีดี (LED) ที่มาพร้อมกับ ระบบ ระบายความร้อน ของโคมไฟ รวมไปถึงหน้าจอเรือนไมล์แบบ แอลซีดี-มัลติฟังก์ชั่น ทำให้ “เบลลิสซิม่า” โดดเด่นและสง่างามไร้ที่ติ

          เครื่องยนต์โดดเด่นด้วยวิทยาการอันล้ำสมัยเพื่อมอบสมรรถนะการขับขี่ที่สามารถตอบโจทย์ ไลฟ์สไตล์คนเมืองรุ่นใหม่ได้อย่างลงตัว โดยมาพร้อมกับเครื่องยนต์ขนาดใหญ่กว่าเดิม 150 ซีซี 4 จังหวะ 1 สูบ 3 วาล์ว ติดตั้งระบบน้ำมันเชื้อเพลิง แบบหัวฉีดอิเล็กทรอนิกส์พร้อมระบบปั๊มน้ำมันเชื้อเพลิง แรงดันสูง

          นอกจากนี้ เบลลิสซิม่า ยังถูกเพิ่มประสิทธิภาพการขับขี่ที่ปลอดภัยขั้นสูงสุด ด้วยระบบรองรับน้ำหนักด้านหน้าแบบซิงเกิลอาร์ม ที่ใช้โช้คอัพแบบไฮดรอลิค สามารถรองรับน้ำหนักและทำงานได้แบบสองทิศทาง ขณะที่ระบบรองรับน้ำหนักด้านหลัง ใช้โช้คอัพไฮดรอลิคเช่นกัน สามารถปรับระดับให้รองรับน้ำหนักได้ 4 ระดับ รวมทั้งติดตั้งระบบเบรก เอบีเอส (ABS) ที่ควบคุมด้วยโปรแกรมซอฟท์แวร์พิเศษโดยเฉพาะ และระบบควบคุมล้อสไลด์ ASR (Acceleration Skid Control) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ป้องกันล้อหมุนฟรีและการลื่นไถลจากการสูญเสียแรงฉุดลาก จึงช่วยป้องกันการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย

          สำหรับประเทศไทย ทางบริษัท เวสปิอาริโอ (ประเทศไทย) จำกัด ได้นำเวสป้า รุ่นเบลลิสซิม่า เข้ามาจัดจำหน่ายเพียง 50 คัน โดยมาพร้อม 2เฉดสีพิเศษ คือ สีฟ้าเมทัลลิกบลู จำนวน 15 คัน และสีเทาเมทัลลิคเกรย์ จำนวน 35 คัน สำหรับผู้ที่สนใจสามารถเป็นเจ้าของได้แล้วตั้งแต่วันนี้ โดยสามารถสั่งจองได้ที่ตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศในราคา 535,000 บาท (ราคาไม่รวมอุปกรณ์เสริม) และติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.vespa.co.th

          บริษัท เวสปิอาริโอ (ประเทศไทย) จำกัด ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2552 ภายใต้ความมุ่งมั่นที่จะเป็นผู้บุกเบิกนวัตกรรมทางด้านความปลอดภัยสำหรับผู้ขับขี่จักรยานยนต์ โดยตลอดระยะเวลากว่า 5 ปีแห่งการเติบโต

          บริษัทฯ ไม่เพียงสร้างความแข็งแกร่งทางธุรกิจและการตลาด แต่ยังได้ดำเนินกิจกรรมสร้างสรรค์สังคมด้านความปลอดภัยบนท้องถนน ผ่านโครงการรณรงค์การสวมหมวกนิรภัยและมอบหมวกนิรภัยให้แก่เด็กระหว่างช่วงอายุ 3 – 12 ปี กับแคมเปญ “Help Save One Life by Giving a Kid a Helmet” เพื่อตอกย้ำความมุ่งมั่นตั้งใจในการส่งเสริมและปลูกฝังจิตสำนึกรักการขับขี่อย่างปลอดภัยให้แก่คนไทยอย่างยั่งยืน
« Last Edit: February 25, 2015, 02:57:03 PM by MSN »