FB on May 17, 2014, 04:16:15 PM
สหมงคลฟิล์มฯ ไฟเขียวสั่งมะเดี่ยวทำบุญชุดใหญ่!!ปั้นจั่น-โฟกัส ร่วมสร้างสิริมงคลให้พร้อมก่อนเปิดกล้อง The Eyes Diary!!





          เลือกวันที่ 9 พฤษภาคม เวลา 09.39 น. เอาฤกษ์เอาชัยในการบวงสรวงเปิดกล้อง The Eyes Diary (ดิอายส์ ไดอารี่) ภาพยนตร์สยองขวัญผี-วัยรุ่นเรื่องใหม่ล่าสุดจากผลงานการสร้าง-จัดจำหน่ายของ “สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล” โดยจับมือร่วมกับ “สตูดิโอ คำม่วน” เตรียมเปิดกล้องถ่ายทำต้นเดือนมิ.ย. ภายใต้การเขียนบท-กำกับภาพยนตร์โดย มะเดี่ยว ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล (คนผีปีศาจ,13 เกมสยอง,หลุดสี่หลุด:ฮูอาร์กง, HOME ความรัก ความสุข ความทรงจำ, เกรียนฟิคชั่น)

          โดยในช่วงเช้า “คุณเตือนใจ เตชะรัตนประเสริฐ” รองประธานกรรมการ บริษัท สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด และ“คุณจาตุศม เตชะรัตนประเสริฐ” โปรดิวเซอร์ภาพยนตร์ พร้อมด้วย “ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล” ผู้เขียนบท-กำกับภาพยนตร์ และ 4 นักแสดงวัยรุ่น ปั้นจั่น ปรมะ อิ่มอโนทัย (It gets better ไม่ได้ขอให้มารัก), โฟกัส จีระกุล (แฟนฉัน, ตีสาม 3D) , เมย์โกะ ชนนิกานต์ เนตรจุ้ย (ตั้งวง, Mary is Happy) และ แจ๊ค กิตติศักดิ์ ปฐมบูรณา (Home , เกรียน ฟิคชั่น) พร้อมเหล่าทีมงานจากภาพยนตร์ และพี่น้องสื่อมวลชนร่วมไหว้พระพิฆเนศบวงสรวงเปิดกล้องภาพยนตร์ The Eyes Diary (ดิอายส์ ไดอารี่), ไหว้ฮอเฮียตี๋ รวมถึงร่วมทำบุญบริจาคโลงศพ และถวายภัตตาหารเพลแด่พระสงฆ์ ณ วัดหัวลำโพง พระอารามหลวง บางรัก และ มูลนิธิร่วมกตัญญู (สามย่าน) ถือเป็นกิจกรรมสิริมงคลเอาฤกษ์เอาชัยให้แก่ทั้งบริษัทฯ, ผู้กำกับฯ, นักแสดง และทีมงานเพื่อลุยเปิดกล้องกันได้อย่างเต็มที่ แฟนๆหนังไทยเตรียมตัวรอรับความสยอง ความสนุกอีกรูปแบบจากทีมผลิตภาพยนตร์มือรางวัลทีมนี้ได้เลย
« Last Edit: September 02, 2014, 03:36:00 PM by FB »

FB on August 16, 2014, 10:15:44 PM
มะเดี่ยวติวเข้ม 4 วัยรุ่น ปั้นจั่น-โฟกัส-เมโกะ-แจ๊ค พร้อมลุย The Eyes Diary หนังผีเต็มตัว






 
          The Eyes Diary ภาพยนตร์ โรแมนติค-ฮอร์เรอร์” เรื่องใหม่ล่าสุดของ สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล ที่เป็นการหวนกลับมาเขียนบท-กำกับหนังผีหลอนสยอง ในรอบ 10 ปีหลังจาก คนผีปีศาจ และ 13 เกมสยอง ของ มะเดี่ยว ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล ตัดสินใจเลือก 4 นักแสดงวัยรุ่นมากฝีมือ ที่มีรางวัลทางด้านการแสดงติดตัวกันมาทุกคนไม่ว่าจะเป็น ปั้นจั่น-ปรมะ อิ่มอโนทัย, โฟกัส จิระกุล, เมโกะ-ชนนิกานต์ เนตรจุ้ย และ แจ๊ค-กิตติศักดิ์ ปฐมบูรณา มาร่วมถ่ายทอดประสบการณ์ “เฉียด-สัมผัส และ เห็น ผี” ที่แฟนหนังจะได้สัมผัสกับไอเดีย และพลังสร้างสรรค์ ที่พร้อมจะหลอนผู้ชมให้ตกอยู่ในสถานการณ์แห่งความหวาดกลัว ให้ด่ำดิ่งสู่ความสยองอย่างถึงขีดสุด ซึ่งมะเดี่ยวเองเปิดสตูดิโอ ทำหน้าที่ผกก. ติวเข้มให้กับ 4 นักแสดง ได้ทำความรู้จักกับบทบาท ในแต่ละคาแรคเตอร์ ตั้งแต่ก่อนเปิดกล้อง

          “สำหรับขั้นตอนที่เราเรียกว่า read through ถือได้ว่าสำคัญมากๆ ซึ่งเราทำอย่างนี้กันทุกเรื่องเลย เป็นขั้นตอนการอ่านบทหนังทั้งเรื่อง นักแสดงหลักๆ มาร่วมอ่านบทที่เขาจะต้องเล่นด้วยกัน บทที่เขาจะต้องเล่นดู เคลียร์กันว่ารู้สึกอย่างไร ไม่เข้าใจตรงไหน รวมไปถึงเป็นการกำหนดทิศทางของหนัง และกำกับนักแสดงไปด้วยเลย ว่าตัวละครตัวนี้มีความรู้สึกนึกคิดแบบนี้นะ มาปฏิสัมพันธ์กันก่อนที่จะไปสู่ขั้นตอนที่เรียกว่ากระบวนการถ่ายทำ ซึ่งอย่างพวกน้องๆ ทั้ง 4 คนเอง ล้วนแล้วแต่เป็นนักแสดงที่ผ่านผลงานมา แล้วก็เป็นนักแสดงมือรางวัลมาด้วย ก็จะเป็นการสร้างความเข้าใจไปกับตัวละครด้วยกัน แลกเปลี่ยนกัน งานกำกับมันเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ก่อนที่หนังจะไปถ่ายอีก เราต้องรู้ว่าเรากำกับนักแสดงได้ไหม นักแสดงพร้อมที่จะให้เรากำกับมั้ย แล้วเขามองเห็นทิศทางที่เราจะกำหนดให้เขาไปด้วยรึเปล่า อันนี้สำคัญมากเลย แล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับหนังผี บางคนไม่เคยเจอผี หรือบางคนไม่เข้าใจในเรื่องชีวิตหลังความตาย เพราะเรื่องเหล่านี้เกิดขึ้นจากการจินตนาการล้วนๆ มันต้องมาสร้างด้วยกัน มันต้องมาทำให้เขาเห็นภาพที่เราเห็นด้วย”

          หลังจากผ่านการพูดคุยอ่านบททำความเข้าใจกับเรื่องราวและตัวละครแล้ว มะเดี่ยว ชูเกียรติ ผกก.มั่นใจว่าจะได้เห็นการเชือดเฉือนบทบาทกันอย่างเข้มข้น ในการกลับมากำกับหนังผีครั้งแรกในรอบ 10 ปีสมกับที่รอคอยจริงๆ
         
          “หมดจากตรงนี้ไปเราก็รู้สึกอุ่นใจมากขึ้นว่าโอเคนักแสดงเต็มร้อย เราก็มองเห็นแล้วว่าพอไปหน้าเซ็ทแล้วเราจะถ่ายเขาอย่างไร ทำอย่างไรให้เขาสวย หล่อ ให้เขาอินกับบท เขาจะนำพาสารที่เราจะสื่อไปหาคนดูได้ไหม พอเราเห็นว่าทุกคนมีความเข้าใจ และความพร้อมก็อุ่นใจมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง 4 คนนี้ เขาเป็นนักแสดงแถวหน้าในรุ่นเดียวกันอยู่แล้ว ที่เราถือว่าเด็กพวกนี้เป็นเรี่ยวแรงสำคัญของวงการเลย แล้วเราก็จะได้เห็นพวกเขาปล่อยของกันเต็มๆ ในครั้งนี้ ทุกคนก็พร้อมเชือดเฉือนกันเต็มที่ ก็คอยติดตามดู มีปั้นจั่น ,มีแจ๊ค ที่โตด้วยกันมาตั้งแต่ HOME แล้วก็มีน้องโฟกัส เห็นกันมาตั้งแต่เด็ก และน้องเมโกะก็เป็นม้ามืดที่มาแรงในวงการเลยตอนนี้ พูดได้ว่าทุกคนแหล่มมาก ยังไงอยากให้ฝากติดตามกันสำหรับ The EYES DIARY เปิดกล้องถ่ายทำแล้วเจอกันฮาโลวีน 2014 นี้แน่นอน
« Last Edit: September 02, 2014, 03:36:29 PM by FB »

FB on September 02, 2014, 03:36:05 PM
จนมุมผี” “ปั้นจั่น, โฟกัส, เมย์โกะ, แจ๊ค ท้าทายเก็บของ “คนตาย” ถ่ายโปสเตอร์คอนเซ็ปท์แรง “ของทุกชิ้นมีเจ้าของ” The Eyes Diary (ดิอายส์ ไดอารี่) ปิดกล้องพร้อมฉายฮาโลวีน


 
            บ่งบอกถึงบรรยากาศในความเป็นหนังผีสยองขวัญได้ดีทีเดียว สำหรับ The Eyes Diary (ดิอายส์ ไดอารี่) ภาพยนตร์เรื่องใหม่จาก สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล และ สตูดิโอคำม่วน พร้อมกับเป็นการกลับมาจับงานในแนวผีๆน่ากลัวระทึกขวัญในรอบ10ปีของ มะเดี่ยว ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล ที่เคยช็อคคนดูมาแล้วจาก คนผีปีศาจ และ 13เกมสยอง ฯลฯ แต่การมาครั้งนี้เป็นการผสมผสานระหว่างความเป็นหนังผี กับแนวทางของหนังรักโรแมนติค ดราม่า โดยได้ ปั้นจั่น-ปรมะ อิ่มอโนทัย ,โฟกัส จีระกุล ,เมโกะ-ชนนิกานต์ เนตรจุ้ย และแจ๊ค-กิตติศักดิ์ ปฐมบูรณา 4 นักแสดงวัยรุ่นมากฝีมือมาทำหน้าที่ถ่ายทอดเรื่องราวที่ฟังแค่พล็อตก็ชวนขนลุกแล้ว อะไรจะเกิดขึ้นเมื่อ ชายหนุ่มคนหนึ่งยอมลุกขึ้นมาทำทุกอย่างแม้กระทั่งเก็บข้าวของคนตายมาสะสม เพราะเชื่อว่าวิธีนี้จะทำให้เขาได้เห็นคนรักที่ตายไปแล้ว และนี่เป็นจุดเริ่มต้นของคอนเซ็ปท์การถ่ายโปสเตอร์ในวันนี้ ซึ่งงานนี้ คุณจาตุศม เตชะรัตนประเสริฐ โปรดิวเซอร์ของภาพยนตร์ มาร่วมดูการถ่ายทำโปสเตอร์ พร้อมร่วมบิ้วให้เหล่านักแสดงหลักทั้ง 4 คน ตกอยู่ในสถานการณ์จนมุมผี โดยในมือทุกคนมาพร้อมพล็อพอุปกรณ์ประกอบการถ่ายทำที่ล้วนแล้วแต่เป็นข้าวของของคนตายทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็น หมวกกันน็อคแตกจากอุบัติเหตุ, ตุ๊กตาที่ดูน่ารักของเด็กผู้หญิงที่มีเจ้าของอยู่ก่อนแล้ว, เชือกแขวนคอศพคนตายในที่เกิดเหตุ, ริสท์แบนด์ที่ผูกข้อมือมากับศพ และเพื่อให้บรรยากาศของภาพดูน่ากลัวยิ่งขึ้นไปอีกจึงมีการจัดแสงในลักษณะแบบมืดอึมครึมชวนขนลุก ส่งผลให้มูทแอนด์โทนของภาพจะยิ่งดำมืดขึ้นไปอีกราวกับว่ารอบๆตัวๆเต็มไปด้วยสิ่งที่ไม่น่าไว้ใจ ไฟฉายที่อยู่ในมือแต่ละคนต่างสาดส่องไปรอบๆตัว ด้วยสีหน้าและท่าทางที่หวาดสะพรึง ทุกคนเบียดชิดตัวติดกัน เพราะไม่รู้ว่าเจ้าของของรักของหวงที่อยู่ในมือแต่ละคนพร้อมจะเข้ามาทวงคืนตอนไหน

           ปั้นจั่น : ครับสำหรับวันนี้เราก็ได้มาถ่ายโปสเตอร์กัน ก็มีหลายท่าหลายแบบ หลายคู่หลายอารมณ์กัน
           โฟกัส : สำหรับธีมหนังที่กลายมาเป็นคอนเซ็ปท์ของธีมโปสเตอร์ที่เราถ่ายทำกันในวันนี้ ก็เป็นอารมณ์เหมือนท้าทายค่ะ ของทุกชิ้นจะเป็นของคนตายค่ะ แล้วของทุกชิ้นก็จะมีเจ้าของ
           เมโกะ: ซึ่งมันจะเกี่ยวกับตัวละครในหนัง ตัวละครแต่ละตัวก็จะมีของที่แทนตัวตนแต่ละตัว
นอกจากเป็นการกลับมาพร้อมหน้าพร้อมตากันอีกครั้งหลังจากที่ภาพยนตร์ปิดกล้องถ่ายทำไปแล้วทั้ง4ได้เล่าให้ฟังถึงประสบการร์การทำงานร่วมกันเป็นครั้งแรกในหนังผีร่วมกันรวมไปถึงความน่าสนใจของภาพยนตร์ผีสยองขวัญโรแมนติคเรื่องนี้
           โฟกัส : ดีใจที่ได้ทำงานกับนักแสดงที่มีคุณภาพทุกคน ทีมงานทุกคนเก่งมากแล้วพี่มะเดี่ยวน่ารักมากๆ ได้ทำงานร่วมกันเป็นครั้งแรกก็รู้สึกดีค่ะ
           เมโกะ: เรื่องนี้เป็นภาพยนตร์ในแนวโรแมนติค-เฮอร์เรอร์ เป็นหนังผีที่มีเรื่องราวเกี่ยวกับความรักเข้ามาเกี่ยวพันด้วย เล่าถึงผู้ชายคนหนึ่งที่พยายามทุกอย่างเพื่อที่จะได้เห็นแฟนเขาที่ตายไปแล้วอีกครั้งหนึ่งด้วยการเก็บข้าวของคนตาย
และที่สำคัญคือประสบการณ์กับบางสิ่งบางอย่างที่ชวนขนลุกที่ทั้งสี่คนต่างประสบกันมาในระหว่างการถ่ายทำ
           โฟกัส: เจอค่ะ เรื่องนี้ต้องถามเมโกะค่ะ เมโกะจิตสัมผัสค่ะ
           เมโกะ : ไม่ใช่แค่เม แต่ทุกคนสัมผัสได้จริงๆ คือมีสถานที่หนึ่งที่เราถ่ายทำ แล้วจำลองขึ้นมาให้เป็นโรงพยาบาลร้าง คือทุกคนรู้สึกว่าในฉากก็จะมีเอ็กซ์ตร้า แล้วพี่ทีมงานเขานับให้ครบ18คน นับตรงข้างหน้าครบ18คน แต่ว่ามันมี1คนอยู่ในฉาก แสดงว่าไอ้ที่นับตรงข้างหน้าเกินมา1คน ทุกคนก็ต่างไม่ว่าอะไรก็ต่างแยกย้ายกันขึ้นไปถ่ายเลย แล้วก็แจ๊คก็เจอที่โรงแรม
           แจ๊ค : ครับผมก็จะนอนกับพี่ปั้นจั่น ทีนี้พี่ปั้นเขาจะเป็นคนเดียวเลยครับที่ห้อยพระ
           ปั้นจั่น: ใช่ครับ ผมใส่พระตลอดครับ ที่นี้พอแจ๊คตื่นขึ้นมาตอนเช้าเขาก็บอกให้มาดูพุงเขา เป็นรูปมือแดงๆมาแตะที่พุงเขาเป็นเหมือนรอยกด แต่พิจารณาดูแล้วน่าจะเหมือนมือผู้หญิง ไม่น่าใช่มือแจ๊ค
           แจ๊ค: แล้วก็มีอีกๆมีรอยกดตรงนี้ด้วย(ใต้ริมฝีปากเหนือคาง) กดตรงคางเป็นรอยแดงอะไรอย่างนี้ครับ
และด้วยความที่เป็นหนังผีแน่นอนว่าต้องถ่ายทำกลางคืนยันเช้า แถมสถานที่ถ่ายทำก็ทั้งร้างและเต็มไปด้วยความยากในการถ่ายทำชนิดที่ว่าท้าทายทั้งคนเล่นและคนดูจริงๆ
           ปั้นจั่น : ก็ที่จริงๆ แล้วพวกเราก็เต็มที่กับงาน สนุกกันมัน ก็หวังว่าทุกคนจะชอบผลงานชิ้นนี้ของพวกเราทุกคน เป็นการกลับมาทำภาพยนตร์สยองขวัญของพี่มะเดี่ยวด้วย หลายคนก็รอติดตามอยู่ ก็หวังว่าจะถูกใจกับคอหนังผีแล้วก็เรื่องสยองขวัญบวกกับความรักของเราจะถูกใจคนดู

           The Eyes Diary (ดิอายส์ ไดอารี่) รับฮาโลวีน 30ต.ค.นี้
« Last Edit: September 02, 2014, 03:52:55 PM by FB »

FB on September 03, 2014, 10:50:04 PM
กลัวผีแต่เล่นหนังผี ปั้นจั่นเล่น The Eyes Diary ขอห้อยพระเครื่อง ประสบการณ์สยองผสมความรักโรแมนติคชวนขนลุก





           โชว์ความสามารถทางด้านการแสดง จนสามารถคว้ารางวัล นักแสดงนำฝ่ายชายยอดเยี่ยม บนเวทีประกาศรางวัลทางการแสดงภาพยนตร์ใหญ่ๆในบ้านเราจาก “It’s get better ไม่ได้ขอมาให้รัก” กับ ปั้นจั่น ปรมะ อิ่มอโนทัย หนุ่มหล่อเข้มที่กำลังจะมี “The Eyes Diary” (ดิ อายส์ ไดอารี่) ผลงานภาพยนตร์โรแมนติค-ฮอร์เรอร์ ชวนขนลุกเรื่องใหม่ล่าสุดของค่าย สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล ที่เรียกได้ว่าเป็นโปรเจ็คต์ภาพยนตร์ครบรอบ 10 ปี ในฐานะผู้กำกับของ มะเดี่ยว ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล

          ไม่เพียงเป็นหนังผีเรื่องแรก แต่ทำเอาชีวิตจริงของพระเอกหนุ่มที่กลัวผีที่สุด ได้พบกับประสบการณ์การทำงานที่ยากจะลืมเลือน และท้าทายที่สุดในชีวิต (โดยเป็นนักแสดงคนเดียวที่ขอห้อยพระเครื่องตลอดการถ่ายทำ) เมื่อต้องถ่ายทอดตัวละคร “น็อต” ชายหนุ่มที่พยายามทำทุกวิถีทางเพื่อหวังว่าจะได้พบกับ “ปลา” (โฟกัส จีระกุล) แฟนสาวที่ตายไปแล้วอีกครั้ง ถึงขนาดยอมไปสมัครเป็นจิตอาสากู้ภัยเพื่อเก็บข้าวของของคนตายมาสะสม เพียงเพื่อหวังว่าจะได้เห็นผี

          “พอรู้ว่าพี่มะเดี่ยวเข้าให้โอกาสเราเล่นก็ดีใจมากครับ แล้วยิ่งพอได้อ่านบทเต็มๆ ที่พี่มะเดี่ยวเขียนก็รู้ว่ามันน่าจะสนุกมาก และพล็อตเรื่องก็เป็นหนังผีด้วย ซึ่งผมไม่เคยเล่นหนังผีมาก่อน หรือเวลาที่ใครมาชวนไปออกรายการผีผมก็จะไม่ไป เพราะผมเป็นคนที่กลัวผีมาก แต่ว่าเรื่องนี้ผมรู้สึกว่ามันต้องไม่ใช่หนังผีธรรมดาๆ คือเป็นหนังผีที่มีแง่มุมให้ได้คิดให้อะไรกับคนดู ที่สำคัญมันมีเรื่องของความรักเข้าไปผสมด้วย มันเลยทำให้ผมอยากเล่นเข้าไปอีก เอาจริงๆ ตกลงรับเล่นตั้งแต่ยังไม่ได้อ่านบทเลยด้วยซ้ำเพราะว่าชื่อของพี่มะเดี่ยว พี่เขาผ่านการทำหนังมามากมาย แล้วก็มีรางวัลการันตีความสามารถอีกมากมาย คือเชื่อใจครับ อย่างรักแห่งสยาม หรือถ้าเป็นแนวโหดๆ ก็ 13 เกมสยอง
เป็นนักแสดงที่มีรางวัลการันตี แต่ถึงกระนั้นพระเอกหนุ่มก็แอบกังวลอยู่ใช่น้อย

          “จริงๆ ผมกังวลตลอดเวลาที่ถ่ายทำนะ แต่ว่าไม่ได้บอกคนอื่น ไม่ได้บอกพี่มะเดี่ยวด้วย แต่ผมจะใช้การถามพี่มะเดี่ยวมากกว่าว่าต้องการอะไร แล้วสิ่งที่เราแสดงออกไปมันดีพอรึเปล่า จะให้ลดหรือเพิ่มตรงไหน แล้วสิ่งที่หนักใจที่สุดคือผมเป็นคนที่กลัวผีมาก แต่ก็ไม่เคยเจอผี แล้วให้เรื่องมันมีซีนที่เราต้องเจอผีด้วย ก็เลยจินตนาการไม่ออกว่าเจอผีจะต้องตกใจระดับไหน มันจะมีรีแอคชั่นอย่างไรเมื่อเห็นผีอยู่ตรงหน้า มันจะช็อค มันจะตัวแข็ง มันจะตะโกนโวยวาย หรือว่าจะทำอะไร ผมรู้สึกว่าการตกใจจริงๆ มันยาก เราไม่รู้ว่าจะเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น ทุกอย่างมันต้องสด หรือย่างตอนที่น็อตต้องร้องไห้ เหมือนจะเป็นบ้าจะจิตๆ หน่อยๆ ระเบิดอารมณ์ก็มี ก็คือจะเล่นข้างในเป็นส่วนใหญ่ ผมชอบบทแบบนี้มากกว่าคอมเมดี้นะ แต่ตอนถ่ายทำยังไงผมก็ขอพี่ทีมงานห้อยพระเครื่องเพื่อความสบายใจ (หัวเราะ)”

          เตรียมพบกับการปล่อยของและฝีไม้ลายมือทางการแสดงที่เรียกได้ว่าจมดิ่งลงลึกสู่ด้านมืดอย่างขีดสุดของปั้นจั่น กับสภาวะการณ์เห็นผีที่รับรองว่าจะทำให้ทุกคนขนลุกทั้งในเรื่องสยองและโรแมนติคอย่างแน่นอน 30 ต.ค.นี้ The Eyes Diary ทุกโรงภาพยนตร์

FB on September 10, 2014, 06:58:12 PM
“โฟกัส จีระกุล” ทุ่มเททุกอย่างเพื่อความรัก ใน “The Eyes Diary (ดิอายส์ ไดอารี่)”พร้อมไม่หวั่นถ่ายหนังยันเช้า 4 วันติด





           เป็นนางเอกเด็กขวัญใจมหาชนตั้งแต่เล่น “แฟนฉัน” อายุ 10 ขวบ เผลอแพล็บเดียว โฟกัส จีระกุล โตเป็นสาวอายุ 21 ผ่านทั้งผลงานหนัง, ละคร เรียกได้ว่าเป็นนักแสดงวัยรุ่นที่มากล้นด้วยฝีมือชนิดที่ว่ากวาดรางวัลการันตีติดตัวมาแล้วแทบทุกสถาบัน ล่าสุดกำลังจะมี The Eyes Diary (ดิอายส์ ไดอารี่) ภาพยนตร์โรแมนติค-เฮอร์เรอร์ ผลงานการเขียนบท-กำกับภาพยนตร์โดย มะเดี่ยว ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล จากค่ายสมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล ต้อนรับเทศกาลฮาโลวีน 30 ต.ค.นี้ ที่เราจะได้เห็นโฟกัสมาในลุคส์ของสาววัยมหาวิทยาลัย เป็นตัวแทนของวัยรุ่นยุคนี้ที่จริงจังและเซนส์ซิทีฟในเรื่องความรักยอมทำทุกอย่างเพื่อคนรักทั้งในยามที่ตัวเองยังมีชีวิตอยู่ และหลังเสียชีวิตจากอุบัติเหตุจนกลายเป็น “ผี” แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นตัวละครที่ต้องเห็นผีบ่อยที่สุด เยอะที่สุดกว่าตัวละครอื่นๆ

          “ตอนเห็นบทหนังเรื่องนี้ครั้งแรกก็นึกถึงพี่มะเดี่ยวก่อนเลยค่ะ ว่าจะออกมาสยองขนาดไหน เพราะจากเรื่อง 13 เกมสยองพี่เขาทำไว้ได้โอเคมากๆ พอมาเรื่องนี้อ่านบทดูก็มีจุดเด็ดๆ อยู่หลายจุด เพราะในหนังเรื่องนี้ไม่ได้เป็นแค่หนังแนวสยองขวัญเพียงอย่างเดียว แต่มันมีในเรื่องของความรักในวัยรุ่นด้วยโดยคาแรคเตอร์ของปลาที่โฟกัสแสดงก็จะเป็นผู้หญิงวัยรุ่นคนหนึ่งที่จริงจังในเรื่องความรักมาก ร่าเริง โลกสวย ยิ้มง่ายมีนิสัยเหมือนผู้หญิงทั่วไป คือขี้งอน ขี้หึง เรียกร้องความสนใจ อยากให้แฟนสนใจ แต่ในเรื่องความรัก รักใครรักจริง รักแฟนมากๆ กัสว่าเป็นแบบนี้ทุกคนนะเวลาที่เรารักใคร กัสเองก็เป็น แต่ถ้าถามว่าเหมือนกับตัวกัสมั้ย คือตัวกัสเองก็ไม่ได้ขี้หึงขนาดนั้น ไม่ได้แบบว่าเธอต้องจดวันสำคัญวันนี้ให้ได้นะ แต่ในหนังตัวปลาเองอยากให้น็อต (รับบทโดยปั้นจั่น) แฟนของเราแสดงความรักกับเรามากกว่านี้ ขณะที่เขาจะไม่ค่อยแสดงออก พูดได้ว่าตัวละครปลาจะเน้นหนักไปในเรื่องของความรัก ทั้งเรื่องก็จะอยู่กับความรักทั้งในยามที่เป็นคนหรือหลังจากที่เสียชีวิตไปแล้ว แต่ถึงอย่างนั้นปลาก็จะเป็นตัวละครที่เมื่อพูดถึงเรื่องการเห็นผีนะ ปลากลับเป็นตัวละครที่จะต้องเจอผีบ่อยที่สุด เยอะที่สุด โดยที่ตัวปลาเองก็ไมได้อยากจะเห็นผีเลย แต่ก็ต้องมาเห็น แปลกมั้ย”

          เป็นหนังผีที่มาพร้อมกับความแปลก ท้าทายด้วยไอเดียและพล็อตเรื่องที่ผสมผสานระหว่างความโรแมนติคในแง่มุมของความรักและเรื่องราวชวนขนลุกในแนวทางสยองขวัญระทึกขวัญ ตัวละคร “ปลา” มีเสน่ห์ขึ้นมาและอดไม่ได้ที่จะทำให้นางเอกสาวหลงรักตัวละครตัวนี้ถึงแม้ว่าจะเป็นหนังผีและต้องถ่ายทำกันอย่างทรหดในตอนกลางคืนชนิดยันเช้า

          “ถ้าถามว่าโฟกัสรักตัวละครตัวนี้มั๊ย ก็รักค่ะ เพราะในเรื่องปลาเองก็มีจุดมุ่งหมายของเขาคล้ายกับตัวน็อตแฟนเขาที่มีจุดมุ่งหมายของเขาเหมือนกัน เรียกได้ว่าในการดำเนินเรื่องทุกตัวละครล้วนมีจุดมุ่งหมายว่าทำไม เพราะอะไร ดูมีมิติดี น่าสนใจค่ะไม่ว่าจะเป็นคนหรือผี และนอกจากตัวหนังแล้ว โฟกัสรู้สึกอึ้งทึ่งพี่ทีมงาน และนักแสดงทุกคนมาก เพราะหนังที่เราถ่ายกันมันเป็นหนังผี การทำงานเรื่องนี้ถือว่าโหดเพราะมันเป็นการทำงานที่อดหลับอดนอนถ่ายทำกันยันเช้าติดต่อกันหลายวันสัก 4 วันได้ นับถือทีมงานและนักแสดงทุกคนจริงๆ ว่าสุดยอด ไม่มีใครบ่นเลยว่าต้องนอนเช้า ทุกคนจะเต็มที่และทุ่มเทกับงานหมด อย่างกัสนี่แพ้ฝุ่นและเป็นตากุ้งยิงด้วย พักผ่อนน้อย ส่วนแจ๊คก็คอเคล็ดเพราะต้องแสดงฉากแอคชั่น น่าสงสารนะ กัสเข้าใจเวลาคอเคล็ดมันก็จะหันลำบาก พอเข้าฉากก็ลำบากเวลาหันมาคุยกันก็ต้องหันทั้งตัว และยังมีพี่ปั้นจั่นอีก คนนี้เหนื่อยหน่อยเพราะระหว่างถ่ายหนัง ก็มีถ่ายละครด้วย เขาจะต้องบินไปบินกลับ เหนื่อยสุดๆ แล้วเขาก็ปวดไหล่ด้วย ในเรื่องนี้เราเล่นจริงกันหมดเลย ลุ้น สยอง ไปกับเรื่องราวของหนังจริงๆ เจอจริงๆ ก็เป็นคนชอบอะไรแบบนี้อยู่แล้วด้วย สนุกดีค่ะ ก็เป็นประสบการณ์แบบใหม่ดี เคยเล่นหนังผีมาก่อนนะ แต่มันคนละแนวกันเลยกับเรื่องนี้ก็อยากให้ดูกันเพราะแม้แต่ผีเรื่องนี้ก็ยังมีมิติมีความลึกของตัวละคร”

FB on September 15, 2014, 02:19:04 PM
“ใบโพธิ์” ปล่อย 2 ใบปิด “The Eyes Diary คนเห็นผี” โรแมนติคหลอนชวนขนลุก พร้อมชวนอัพเดทความหลอนต่อใน www.facebook.com/TheEyesDiary





           เดินเครื่องปล่อย “ของ” กันอย่างต่อเนื่องสำหรับ “The Eyes Diary คนเห็นผี” โปรเจ็คต์หนังผี “โรแมนติค-เฮอร์เรอร์” คอนเซ็ปท์แรงผสมผสานความหลอนระทึกเข้ากับรักโรแมนติคได้อย่างลงตัวเรื่องใหม่ล่าสุดจาก “สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล” โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับภาพคาแรคเตอร์คู่ของ 4 ตัวละครสำคัญที่แต่ละคนล้วนต้องเผชิญหน้ากับประสบการณ์ “เห็น” ที่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็น แบบแรกที่ได้ ปั้นจั่น-ปรมะ อิ่มอโนทัย ถือหมวกกันน็อคเปื้อนเลือดจากอุบัติเหตุ จนสูญเสียแฟนไป และพร้อมทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้เห็นผี จับคู่กับสาวน้อยสุดฮอต เมโกะ-ชนนิกานต์ เนตรจุ้ย ในมือคือ ตุ๊กตาที่มีอดีตชวนขนลุก กับคอนเซ๊ปต์ “เขายอมกลัวเพื่อที่จะได้เห็น” ในขณะที่อีกแบบเป็นภาพนางเอกสาวหน้าหวาน โฟกัส จีระกุล ที่ในมือถือ ริสท์แบนด์ พร้อมคราบเลือดแต่ข้างหน้ากลับมีบ่วงเชือกผูกคอตายที่ถือโดย แจ๊ค-กิตติศักดิ์ ปฐมบูรณา พร้อมประโยคที่ว่า “เธอยอมเห็นในสิ่งที่กลัว” ซึ่งทั้งสองแบบอยู่ภายใต้บรรยากาศที่เต็มไปด้วยความหลอน สยอง กดดันด้วยสีดำทะมึน แต่ดวงตาทุกคู่ทั้ง 4 ตัวละครล้วนจับต้องถึงสิ่งเร้นลับที่อยู่ตรงหน้าซึ่งเชื่อว่า “หลายคนพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อที่จะได้เห็นกลับไม่ได้เห็น แต่ในขณะที่บางคนต้องทนเห็นในสิ่งที่ไม่อยากจะเห็นมาทั้งชีวิต” สื่อถึงคอนเซ็ปท์ “คนเห็นผี” ได้อย่างชัดเจน และนี่คือสื่อโฆษณาชุดแรกอย่างเป็นทางการของ “The Eyes Diary คนเห็นผี” ภาพยนตร์โรแมนติค-เฮอร์เรอร์ชวนขนลุกประจำปีนี้จากค่ายใบโพธิ์ที่คอหนังรักและหนังระทึกขวัญสยองขวัญไม่ควรพลาด พร้อมฉาย 30 ตุลาคมนี้แน่นอน

          ติดตามข้อมูลข่าวสารความเคลื่อนไหวใหม่ๆ กันทุกรายละเอียดทั้งเบื้องหน้า เบื้องหลัง ในทุกเรื่องราวจากภาพยนตร์ ทั้ง ตัวอย่าง เพลงประกอบภาพยนตร์ มิวสิควิดีโอ รวมไปถึงประสบการณ์ชวนขนลุกที่พร้อมออนไลน์แล้ววันนี้ และพิเศษเตรียมสัมผัสกับประสบการณ์ดูก่อนใคร The Eyes Diary คนเห็นผี : เงา (ตอนพิเศษ) ติดตามรายละเอียดได้ที่ www.facebook.com/TheEyesDiary

FB on September 19, 2014, 11:45:12 PM
The Eyes Diary คนเห็นผี เลือก “พละ เดอะวอยซ์” ร้อง “คิดถึง”กระชากความรู้สึกโรแมนติคบาดลึก เมื่อความรักก้าวผ่านความตาย



           เพลงซอฟท์ร็อคบัลลาร์ด เมโลดี้หวานเหงาฮิตติดชาร์ทอันดับ 1 ของยุค ’90 อย่างเพลง “คิดถึง” เสียงร้องของ “หรั่ง-ชัชชัย สุขาวดี” ถือเป็น 1 ในเพลงรักคลาสสิคที่อยู่เหนือกาลเวลา ล่าสุดเพลงนี้ได้ถูกนำมาขับร้องใหม่โดย “ธนพล มหัทธนาดุลย์” หรือ “พละ เดอะวอยซ์” นักร้องหนุ่มเสียงเท่ห์ ที่หลายๆคนติดใจ เนื้อเสียงของเขา ที่มาพร้อมเมโลดี้สวยๆ บรรเลงโดยเปียโน และคงความเป็นร็อคบัลลาร์ด ที่เป็นเสน่ห์ของบทเพลง ด้วยเครื่องสายอย่างไวโอลิน และวิโอล่า แต่บาดลึก และกระชากอารมณ์ที่สื่อถึงการที่ คนหนึ่งยังคง “คิดถึง” ใครอีกคนที่ความตายพรากจากไป อย่างไม่มีวันหวนกลับ อย่างโหยหาและเสียดแทงความรู้สึกมากยิ่งขึ้น ผสานกับลีลาการสับคอร์ดกระชากกีต้าร์ อันเป็นเอกลักษณ์ประจำตัวของ พละ เดอะวอยซ์ ได้อย่างลงตัว

          จนเป็นที่มาของบทเพลงแห่งรักโรแมนติคบาดลึก แทนตัวละคร น็อต (ปั้นจั่น-ปรมะ อิ่มอโนทัย) ชายหนุ่มผู้รู้สึกผิดบาปในใจ และยอมทำทุกอย่างเพื่อหวังว่าจะได้เห็น ปลา (โฟกัส จีระกุล) แฟนสาวที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุอีกครั้ง ถึงขนาดยอมเก็บของคนตายเพื่อหวังว่าจะเป็นวิธีที่ทำให้เขาได้เห็นผีคนรัก เพื่อเป็นเพลงประกอบ The Eyes Diary คนเห็นผี ภาพยนตร์โรแมนติค-สยองขวัญ ชวนขนลุก โดยได้เหล่านักดนตรีฝีมือขั้นเทพ มารวมตัวกันสร้างชีวิตให้แต่ละตัวโน้ตโลดแล่นได้อย่างลึกซึ้งสวยงาม และบาดหัวใจไม่ว่าจะเป็น เควิน บิดเดิล มือกลองที่เคยอัดเสียงให้กับศิลปินระดับโลกอย่าง Ashanti / Backstreet Boys / BoyzIIMen มาแล้ว มือเบสอย่าง ตี้ กรกฏ ศรีธวัชชัย โคโปรดิวเซอร์ที่เคยฝากผลงานอัลบั้ม Blue ของแดน วรเวช, ศิลปิน love is , บอยด์ โกสิยพงษ์ เปียโนและเครื่องสาย STRING ORCHESTRATE โดย ซัน รัตนะ วงศ์สรรเสริญ นักเปียโนแจ๊สรุ่นใหม่

          ภายใต้การโปรดิวซ์โดย ชัช ชัชวาล วิศวบำรุงชัย สมาชิกคนสำคัญของ 7th SCENE เจ้าของรางวัลศิลปินหน้าใหม่สีสันอวอร์ด และอยู่เบื้องหลังในฐานะมิวสิคไดเรคเตอร์ของ The Voice Thailand และเพื่อให้เป็นเพลงรักที่พิเศษสุดๆ งานนี้ได้มือ1อย่าง สามิตร ดิษสุงเนิน และ สุธี แสงเสรีชน มารับหน้าที่ในการ Mix&Mastering ให้โดยเฉพาะ ซึ่งพละได้กล่าวถึงความรู้สึกว่า         

          “เมื่อพูดถึงเสน่ห์ของเพลงคิดถึงนะครับ เป็นเพลงร็อคบัลลาร์ดที่ไม่มีใครไม่รู้จัก เพลงนี้ในยุค 90 จนกระทั่งวันนี้ รุ่นผม รุ่นคุณพ่อ หรือรุ่นน้องๆ รู้จักกันหมดทุกคน เสน่ห์ที่ความชัดเจนของอารมณ์ อารมณ์ที่ถ่ายทอดจากคนๆ หนึ่งที่มีการพร่ำพรรณนาว่าเขาอยากจะเจอผู้หญิงที่เขารัก มากมายแค่ไหนสาหัสสากรรจ์แค่ไหน มันถูกอธิบายด้วยอารมณ์ของเพลงนี้ครับ แล้วพอมาเป็นเพลงคิดถึงเวอร์ชั่นของพละในปีนี้ปี 57 นี้ก็จะไม่ทิ้งความแข็งแกร่งของออริจินัลในเรื่องของอารมณ์ และมีสไตล์ที่เรียกได้ว่าพอได้ฟังแล้วขนลุกนะครับ พอมาเป็นเพลงในเวอร์ชั่นของเราก็น่าจะให้ความรู้สึกที่แตกต่างออกไปมีการใช้เครื่องสาย มีการเรียบเรียงตัวเพลงใหม่ให้เข้ายุคเข้าสมัยมากขึ้น รวมๆ แล้วก็น่าจะเป็นเพลงคิดถึงในเวอร์ชั่นขอใช้คำว่าโหยหวนละกันนะครับ มีความโหยหวน มีความหม่นในตัวเพลงแล้วก็ในเวลาเดียวกันก็จะรู้สึกได้ว่าผู้ชายคนหนึ่งรักผู้หญิงคนหนึ่งมากๆ และเขายอมทำทุกอย่างทุกทางเพียงเพื่อให้เจอผู้หญิงคนนี้อีกครั้งหนึ่ง ถ้าเป็นคุณคุณจะทำได้เหมือนเขามั้ย หรือคุณจะทำได้แค่ไหน สำหรับเพลงนี้ ถ้าเป็นไปได้อยากให้หลับตาฟัง ตั้งใจฟัง ค่อยๆ ฟังค่อยๆ เสพไปแต่ละวินาที ค่อยๆ เสพไปทีละตัวโน้ตเรื่อยๆ จนจบเพลง เพราะว่าผมและทุกๆ คนที่ทำเพลงนี้ร่วมกันนะครับว่ามีความตั้งใจมากและทุ่มเทกับมันสุดๆ”

          ติดตามฟังเพลง คิดถึง เวอร์ชั่นพิเศษจากเสียงร้องของ “พละ เดอะวอยซ์-ธนพล มหัทธนาดุลย์” ได้ที่ตามสถานีวิทยุชั้นนำทั่วประเทศและทาง facebook.com/sahamongkolfilmint

FB on September 22, 2014, 08:43:57 AM





FB on September 25, 2014, 03:38:05 PM
Movie Guide: ออนไลน์พร้อมกันทั้งโลกแล้ววันนี้ กับ ภาพยนตร์ตัวอย่างอย่างเป็นทางการ “The Eyes Diary คนเห็นผี” หลอนสยองโรแมนติค





The Eyes Diary คนเห็นผี - ตัวอย่าง1 (Official Tr.)
<a href="http://www.youtube.com/watch?v=yUtcGRGIau4" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=yUtcGRGIau4</a>

คิดถึง - พละ The Voice - Ost. The Eyes Diary คนเห็นผี 【Official Lyrics Video】
<a href="http://www.youtube.com/watch?v=9JnPo5FM8hw" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=9JnPo5FM8hw</a>

           สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล ส่งตัวอย่างล่าสุดของภาพยนตร์ “The Eyes Diary คนเห็นผี” ผลงานกำกับเรื่องล่าสุดของ “มะเดี่ยว ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล” ในนามสตูดิโอคำม่วนที่ครั้งนี้กลับมาจับหนังสยองขวัญของชอบของเขา หลังจากเคยส่งทั้ง “คนผีปีศาจ” และ “13 เกมสยอง” ให้คอหนังชาวไทยได้สนุก มันส์ ตื่นเต้น กันมาแล้ว โดยภาพยนตร์เรื่อง “The Eyes Diary คนเห็นผี” เล่าถึงการพยายามของผู้ชายคนหนึ่งที่จะทำทุกอย่างเพื่อให้ได้เจอกับคนรักที่ตายไปแล้วอีกครั้ง โดยสิ่งที่เค้าพยายามจะเห็นคนตายเหล่านี้ นำพาเขาและเพื่อนไปสู่สิ่งที่ไม่คาดฝัน นำแสดงโดย ปั้นจั่น โฟกัส แจ๊ค และ เมโกะ พร้อมด้วยเพลงประกอบภาพยนตร์สุดโรแมนติค “คิดถึง” กับน้ำเสียงของ “พละ The Voice” เข้าฉายพร้อมกันทั่วประเทศ 30 ตุลาคมนี้ ต้อนรับ ฮาโลวีน

          ประเดิมอารมณ์หลอนสยองโรแมนติคด้วยภาพยนตร์ตัวอย่างอย่างเป็นทางการของ “The Eyes Diary คนเห็นผี” ให้ได้สัมผัสแล้ววันนี้ที่ http://youtu.be/yUtcGRGIau4
« Last Edit: September 26, 2014, 03:18:18 PM by FB »

FB on September 26, 2014, 03:42:36 PM
Movie Guide: “The Eyes Diary คนเห็นผี”เล่นคอนเซ็ปท์แรงส่งใบปิดธีมหลัก “เผชิญหน้าท้าทายผี”ตอกย้ำอารมณ์ “หลอนสยองโรแมนติค” แบบจัดเต็ม



The Eyes Diary คนเห็นผี - ตัวอย่าง1 (Official Tr.)
<a href="http://www.youtube.com/watch?v=yUtcGRGIau4" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=yUtcGRGIau4</a>

จัดเต็ม “ความหลอนสยองโรแมนติค” อย่างเป็นทางการกับโปรเจ็คต์ “The Eyes Diary คนเห็นผี” ของ “สหมงคฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล” หลังจากที่ก่อนหน้านี้หลายคนต่างเฝ้าจับตามองหลังจากมีข่าวถึงการกลับมาเขียนบท-กำกับภาพยนตร์ผีระทึกขวัญสยองขวัญของ “มะเดี่ยว ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล” หลังจากที่ก่อนหน้านี้เคยส่ง “คนผีปีศาจ” และ “13 เกมสยอง” ขึ้นไปอยู่บนทำเนียบภาพยนตร์มันส์สนุกตื่นเต้นที่อยู่ในใจของใครหลายคนมาแล้ว และก่อนที่แฟนๆ จะได้สัมผัสกับ “เนื้อหนังแบบเน้นๆ” ของตัวภาพยนตร์ที่ได้ 4 นักแสดงวัยรุ่น “ปั้นจั่น-โฟกัส-เมโกะ-แจ๊ค” มาถ่ายทอดเรื่องราว “การเผชิญหน้าเห็นในสิ่งที่ไม่ควรเห็น” เมื่อ 1 ในตัวละครกลุ่มเพื่อนยอมทำทุกวิถีทางแม้กระทั่งลุกขึ้นมาเก็บของคนตายเพื่อหวังว่าจะทำให้ได้เห็นคนรักที่ตายไปแล้ว ซึ่งวางโปรแกรมเตรียมเข้าฉายต้อนรับฮาโลวีน 30 ต.ค.นี้ ค่ายใบโพธิ์เลยถือโอกาสส่งภาพโปสเตอร์ชุดใหม่ภายใต้คอนเซ็ปท์ที่เป็นธีมหลักของภาพยนตร์นั่นคือ “เก็บของคนตายเพื่อจะได้เห็นผี เผชิญหน้ากับการเห็นที่ชวนขนลุก เมื่ออุปสรรคของความรักคือความตาย” โดยภาพโปสเตอร์ใบนี้จะเป็นธีม “เผชิญหน้าท้าทายผี” ซึ่งในแบบนี้ทั้ง 4 ตัวละครมาพร้อมกับแววตาที่แข็งกร้าว ไม่หวั่นเกรงหรือกลัวกับการเผชิญหน้ากับการเห็นในสิ่งที่พวกเขาและเธอไม่เคยรู้เลยว่ากำลังจะเปลี่ยนชีวิตนับจากนี้ตลอดไป โดยรอบตัวๆ ต่างถูกโอบรัดสัมผัสไปด้วยมือผีที่แต่ละคนต่างไม่รู้ตัวแม้แต่น้อย หลังจากที่ก่อนหน้านี้ปล่อยภาพคาแรคเตอร์ของตัวละครทั้ง 4 ออกมาแล้ว

แต่นั้นยังไม่พอ เพื่อให้สมกับคอนเซ็ปท์แรงในความเป็นหนังผีโรแมนติค-เฮอร์เรอร์ งานนี้จัดหนักจัดเต็มให้ขนแขน STAND UP ดับเบิ้ลยิ่งๆ ขึ้นไปอีกด้วยการปล่อย ภาพยนตร์ตัวอย่างอย่างเป็นทางการ (Official Trailer) ที่ว่ากันว่า “หลอน-สยอง-โรแมนติค” ของ “The Eyes Diary คนเห็นผี” ที่มาพร้อมบทเพลง “คิดถึง” ที่ทั้งหวาน ไพเราะและโหยหวนด้วยน้ำเสียงเท่ห์ๆ ของ พละThe Voice” ให้ได้ “เห็น” และ “ฟัง” กันก่อน ที่ http://youtu.be/yUtcGRGIau4

แต่ถ้าอยากฟังเสียงร้องของพละThe Voice กับ “คิดถึง” เพลงประกอบภาพยนตร์The Eyes Diaryในเวอร์ชั่นออดิโอแบบกดฟังเต็มๆ เพลงคลิ้กไปได้ที่ http://youtu.be/9JnPo5FM8hw

FB on October 03, 2014, 08:51:41 AM
Movie: The Eyes Diary คนเห็นผี






 
          สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล และ สตูดิโอ คำม่วน
          ท้าทายทุก “สายตา” กับประสบการณ์“เห็นผี” ครั้งใหม่!!
          เพราะรักหมดใจ คนเรายอม “ท้าทาย” ได้ทุกอย่าง!
          เพราะเชื่อสนิทใจ บางคนเลยได้ “เห็น” ทุกอย่าง!!
          The Eyes Diary คนเห็นผี

          “ของ”ทุกชิ้นมี“เจ้าของ” และ “เรื่องราวสุดท้าย” เสมอ!!
          4นักแสดงวัยรุ่นมากความสามารถ ปั้นจั่น* โฟกัส * เมโกะ* แจ๊ค
          พร้อมแล้วที่จะถ่ายทอด “ความหลอนสยองโรแมนติก”
          โดย “มะเดี่ยว ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล”
          แห่ง “คนผีปีศาจ”,“13 เกมสยอง” และ “รักแห่งสยาม”
          กลับคืนสู่ความดาร์คไซด์สุดระทึก ตลาดหนังทั้งเอเชียเตรียมอ้าแขนรับ!
          ควบคุมงานสยองโดย-จาตุศม เตชะรัตนประเสริฐ
          30 ต.ค.นี้ ท้าติดตา ทุกโรงภาพยนตร์!!
          The Eyes Diary คนเห็นผี

          กำหนดฉาย 30 ตุลาคม 2557
          แนวภาพยนตร์ Romantic-Horror
          บริษัทผู้สร้างและจัดจำหน่าย สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล
          บริษัทดำเนินงานสร้าง สตูดิโอคำม่วน
          อำนวยการสร้าง สมศักดิ์ เตชะรัตนประเสริฐ
          ควบคุมงานสร้าง จาตุศม เตชะรัตนประเสริฐ
          กำกับภาพยนตร์ ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล
          ดำเนินงานสร้าง กนกพร บุญธรรมเจริญ
          กำกับภาพ อิทธิพงศ์ สุวรรณรูป
          เรื่อง เอนก ร้อยแก้ว และ บริษัท สยามอินเตอร์มัลติมีเดีย จำกัด (มหาชน)
          บทภาพยนตร์ ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล
          ฟิล์มแลบส์ กันตนา แล็บบอราทอรี่
          บันทึกเสียง ห้องบันทึกเสียงกันตนา
          ออกแบบงานสร้าง วุฒินันท์ ดุริยประณีต
          ลำดับภาพ ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล,หัสชัย มาเอียด,มนตรี สีบู่
          ดนตรีประกอบและออกแบบเสียง ออริจิน กัมปะนี
          เพลงประกอบภาพยนตร์ “คิดถึง” ขับร้องโดย “พละ ธนพล มหัทธนาดุลย์”
          สเปเชี่ยล เอฟเฟกต์ เมคอัพ คิว กิตติชนม์ กุลรัตน์ชล(QFX WORK SHOP)
          ออกแบบเครื่องแต่งกาย ณัฐวรรณ เป็งพงา
          ทำผม มนพัทธ์ กาลอ
          แต่งหน้า พันธุ์ภฤต สุวรรณประกร
          นักแสดง ปรมะ อิ่มอโนทัย, โฟกัส จีระกุล, ชนนิกานต์ เนตรจุ้ย, กิตติศักดิ์ ปฐมบูรณา

          เรื่องราวของ “The Eyes Diary คนเห็นผี”
          เมื่อ “ความตาย” เป็นเพียงแค่การเริ่มต้นที่จะพิสูจน์ให้รู้ว่า“รัก”มีค่าแค่ไหน
          สามเดือนแล้วที่น็อต (ปั้นจั่น) เป็นแบบนี้ เต็มไปด้วยความเศร้าสลด ทุกข์อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน คงเป็นเพราะเหตุการณ์คืนนั้นคืนเดียวที่ทำให้เขาต้องสูญเสียปลา (โฟกัส) แฟนสาวในอุบัติเหตุรถมอเตอร์ไซด์คว่ำที่เขาเป็นคนขี่มันเอง
          น็อตอยากจะลืมแต่ลืมไม่ได้ ทั้งรู้สึกผิด รู้สึกเสียใจจนหัวใจจะแตกสลาย ทางเดียวที่น็อตคิดว่าจะทำให้เขาพ้นความเจ็บปวดนี้ไปได้ คือการได้พบกับปลาที่ตายไป น็อตพยายามค้นหาวิธีทำให้เห็นผี ในที่สุดก็ได้สมัครเข้าร่วมเป็นอาสาสมัครเก็บศพ และ แอบเก็บของเล็กๆน้อยๆของคนที่ตายโหงกลับบ้านไป เพราะคิดว่า เมื่อได้เห็นผี น็อตอาจจะได้เจอปลา แต่มันไม่ง่ายอย่างนั้น น็อตไม่เคยเจอผีสักครั้ง แต่คนที่เจอกลับเป็นเพื่อนที่อยู่บ้านเดียวกับน็อตที่ต้องขนหัวลุกกันแทบทุกวัน ท้ายสุดไม่มีใครทนได้จึงพากันย้ายหนี เหลือเพียง มดตะ (เมโกะ) เพื่อนสาวอีกคน ที่พอจะเข้าใจน็อต และพร้อมจะเคียงข้างเขา
          จอห์น(แจ๊ค) เพื่อนที่มูลนิธิอาสาฯ พยายามบอกน็อตว่าอย่าหาเรื่องใส่ตัว การได้เห็นวิญญาณมันไม่ใช่เรื่องสนุกเลย แต่น็อตไม่ฟัง เพราะน็อตต้องการบอกอะไรบางอย่างกับปลา น็อตเพิ่มระดับความท้าทายเพื่อต้องการเผชิญหน้ากับวิญญาณเฮี้ยนทั้งหลายและนำเขาไปสู่ปลา น็อตได้เจอกับปลาอย่างที่เขาหวังไว้ไหม สิ่งสุดท้ายที่น็อตต้องการจะบอกกับปลา น็อตจะทำได้ไหม…โดยน็อตหารู้ไม่ว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดอยู่ใน “สายตา” ของปลาด้วยเช่นกัน

บทบาทและคาแรคเตอร์ The Eyes Diary คนเห็นผี
          น็อต หนุ่มนักศึกษามหาวิทยาลัย ผู้มีปมลึกๆ ในใจ จนทำให้เขามีความมุ่งมั่น เด็ดเดี่ยว และพร้อมที่จะทำทุกอย่างเพื่อให้ตัวเองได้เฉียดหรือมีประสบการณ์เห็นผี แม้กระทั่งยอมเก็บสะสมของของคนตายมาไว้ที่บ้าน และเข้าทำงานในกู้ภัยจิตอาสาเก็บศพ เพียงเพราะคิดว่าการเข้าไปใกล้ชิดกับคนตาย อาจเป็นเพียงสิ่งที่เดียวที่ทำให้เขาสามารถมองเห็นคนรักของเขาได้
          รับบทโดย ปั้นจั่น-ปรมะ อิ่มอโนทัย นักร้อง-นักแสดงหนุ่มหล่อวัย 27 ปี เป็นที่รู้จักจากการเป็นนักร้องวง Nice to Meet You สังกัดค่ายอาร์เอส และมีผลงานละคร อาทิ ช่วยด้วยครับ ผมรักลูกสาวเจ้าพ่อ, ทองประกายแสด, ยอดรักนักสู้, คาราบาวเดอะซีรี่ย์, ผู้ชนะสิบทิศ และบางระจัน อีกทั้งยังมีผลงานพิธีกรรายการอย่าง Star Road Trip ที่ประกบคู่กับก้อง-ปิยะ ด้วย สำหรับผลงานภาพยนตร์เรื่องแรกในปี พ.ศ. 2552 ประสบความสำเร็จกับบท “ไฟ” ช่างซ่อมมอเตอร์ไซด์รูปหล่อ ใน “It Gets Better ไม่ได้ขอให้มารัก” จนได้รับรางวัลการันตีความสามารถในด้านการแสดงรางวัลนักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยม จากภาพยนตร์เรื่อง “It Gets Better ไม่ได้ขอให้มารัก” จากสถาบันต่างๆมากมาย อาทิ สตาร์พิคส์อวอร์ด,สุพรรณหงส์,ชมรมวิจารณ์บันเทิง
          ปลา แฟนสาวของน็อต ขี้หึง ขี้งอน ขี้น้อยใจ เป็นคนเก็บรายละเอียดทุกความทรงจำเกี่ยวกับคนรักและก็เป็นคนที่กลัวผีที่สุด แต่กลับต้องจำยอมให้น็อตเก็บของของคนตายเข้ามาสะสมไว้ที่บ้าน อีกทั้งยังต้องเผชิญหน้ากับเหล่าบรรดาผีในรูปแบบต่างๆ แบบไม่เต็มใจด้วย เพราะเธอรักและพร้อมที่จะทำทุกอย่างเพื่อให้คนที่เธอรักมีความสุขและปลอดภัย หลังเสียชีวิตยังคงวนเวียนผูกผันกับน็อตโดยไม่ไปไหน
          รับบทโดย โฟกัส จีระกุล นักแสดง นักร้องสาววัยรุ่นที่โด่งดังและประสบความสำเร็จ เป็นที่จับตามองมากที่สุดคนหนึ่ง แจ้งเกิดอย่างเป็นทางการจากบท “น้อยหน่า” ในภาพยนตร์เรื่อง “แฟนฉัน” ด้วยความน่ารักและสามารถเข้าถึงบทบาทการแสดงชนิดที่เรียกว่าตีบทแตก ทำให้โฟกัสกลายเป็นนางเอกขวัญใจของคนดูทั่วประเทศ และเธอยังมีผลงานภาพยนตร์อีกหลายเรื่อง อาทิ เก๋า...เก๋า, ผีเลี้ยงลูกคน, ปิดเทอมใหญ่หัวใจว้าวุ่น, ตีสาม 3D และเป็นเจ้าของรางวัลเฉลิมไทยอวอร์ดและแฮมเบอร์เกอร์อวอร์ดสาขานักแสดงนำหญิงจากแฟนฉันและรางวัลสุพรรณหงส์,ชมรมวิจารณ์บันเทิง,คมชัดลึกอวอร์ด,สตาร์พิคส์อวอร์ด,แฮมเบอร์เกอร์อวอร์ด,สตาร์เอนเตอร์เทนเมนท์อวอร์ดสาขานักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยมจากปิดเทอมใหญ่หัวใจว้าวุ่นด้วย นอกจากนี้ยังมีผลงานละครอย่างเวียงร้อยดาว รวมถึงผลงานด้านโฆษณา และ MV เพลงอีกมากมาย
          มดตะ เพื่อนสาวในกลุ่มก๊วนมหาวิทยาลัย เดียวกันกับน็อต เธอเป็นคนน่ารัก จิตใจดี เธอพยายามสร้างความสุขให้ตัวเอง เพื่อปิดบังปมในใจหรือเรื่องราวความหลังที่แสนเจ็บปวด ที่เธอไม่สามารถอธิบายให้ใครได้รับรู้ เธอเป็นคนเดียวที่สนับสนุนการกระทำอยากเห็นผีของน็อต อีกทั้งยังอาสาที่จะขอร่วมเปิดประสบการณ์การเห็นผีในครั้งนี้ด้วย
          รับบทโดย เมโกะ-ชนนิกานต์ เนตรจุ้ย นักแสดงสาวขวัญใจวัยรุ่นที่น่าจับตามองอีกคนหนึ่งของเมืองไทย ปัจจุบันกำลังเรียนอยู่ชั้นปีที่ 3 คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เข้าสู่วงการตั้งแต่ 5 ขวบ จากการถ่ายโฆษณา จากนั้นก็มีผลงานโฆษณา อย่าง สก็อตเพียวเร่ และ MV อย่าง อุคริ จุ๊บุ๊ หุหุ (Noob!) ของเสลอ สำหรับงานด้านภาพยนตร์ เมโกะได้ฝากผลงานไว้ในเรื่องตั้งวง และแจ้งเกิดอย่างเต็มตัวในบท “ซูริ” จากภาพยนตร์เรื่อง Mary is Happy,Mary is Happy ซึ่งภาพยนตร์เรื่องนี้ทำให้เธอคว้ารางวัลสุพรรณหงส์สาขานักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยมมาครอง ล่าสุดกำลังจะมี “The Eyes Diary คนเห็นผี” ผลงานภาพยนตร์แนวสยองขวัญเรื่องแรก จากฝีมือการกำกับของ มะเดี่ยว-ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล
          จอห์น เพื่อนสนิทในสายอาชีพกู้ภัยเก็บศพของน็อต หนุ่มมาดเข้มที่ดูเหมือนเป็นคนขี้เก็ก แต่แท้จริงแล้วเขาคือคนที่พร้อมจะช่วยเหลือคนอื่นทุกเมื่อ เป็นผู้ที่มีประสบการณ์การเห็นผีมาอย่างโชกโชน เป็นคนที่คอยเฝ้ามองดูพฤติกรรมอยากเห็นผีของน็อตอยู่ห่างๆ คอยแนะนำ และเป็นคนที่พยายามเตือนให้น็อตล้มเลิกความตั้งใจที่อยากจะเห็นผี เพราะเขารู้ดีว่าผลลัพธ์ที่ได้มันจะเป็นอย่างไร
          รับบทโดย แจ๊ค-กิตติศักดิ์ ปฐมบูรณา นักแสดงหนุ่มหน้าใสวัย 20 ปี ที่กำลังก้าวเข้าสู่วงการบันเทิงอย่างเต็มตัว ปัจจุบันกำลังเรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยรังสิต คณะนิเทศศาสตร์ สาขาภาพยนตร์ เข้าสู่วงการบันเทิงครั้งแรกจากบท “บีม” ในภาพยนตร์เรื่อง “HOME ความรัก ความสุข ความทรงจำ” และบท “โมน” ในภาพยนตร์เรื่อง “เกรียนฟิคชั่น” ซึ่งภาพยนตร์เรื่องนี้ส่งให้แจ็คได้รับรางวัลคมชัดลึกอวอร์ดสาขานักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยมด้วย และในปี พ.ศ. 2557 แฟนๆ จะได้พบกับผลงานการแสดงชิ้นล่าสุด “The Eyes Diary คนเห็นผี” ภาพยนตร์แนวแอคชั่น-สยองขวัญเรื่องแรกจากฝีมือการกำกับของมะเดี่ยว-ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล ที่ว่ากันว่าเป็นการพลิกบทบาทครั้งสำคัญทางการแสดงของเขาด้วย

ประวัติ ผู้กำกับ มะเดี่ยว ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล
          มะเดี่ยว-ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล คือผู้กำกับรุ่นใหม่มากฝีมือของไทยที่ได้รับการยกย่องและเป็นที่ยอมรับจากผลงานการเขียนบทและกำกับภาพยนตร์ 7 เรื่อง ที่ถูกผลิตออกมาในระบบสตูดิโอตลอดช่วงระยะเวลา 10 ปี ส่งผลให้ภาพยนตร์ที่มีชื่อของมะเดี่ยว-ชูเกียรติ มักกวาดรางวัลสำคัญๆ ทางด้านภาพยนตร์จากสถาบันต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยม, ผู้กำกับยอดเยี่ยม, บทภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ไปจนถึงรางวัลทางด้านการแสดงของเหล่านักแสดงระดับคุณภาพทั้งรุ่นใหม่และรุ่นใหญ่มานับไม่ถ้วน ถึงขนาดในปี พ.ศ.2553 มะเดี่ยว-ชูเกียรติ ได้รับการคัดเลือกจากนิตยสาร Hollywood Reporter ให้เป็น 1 ใน 20 ผู้รับรางวัล The Next Generation Asia คนรุ่นใหม่ที่น่าจับตามองประจำปี
          ด้วยความสามารถรอบด้านทั้งในส่วนของการเขียนบท-กำกับภาพยนตร์ รวมไปถึงความสนใจและศึกษางานทางด้านภาพและการลำดับภาพอย่างจริงจังส่งผลให้มะเดี่ยว-ชูเกียรติเป็นผู้กำกับที่มีอิทธิพลต่องานกำกับ และลำดับภาพในภาพยนตร์ทุกเรื่องรวมไปถึงงานทางด้านดนตรีประกอบและการเขียนเนื้อร้องและแต่งทำนองในเพลงประกอบภาพยนตร์ และถึงขั้นโชว์ความสามารถในการขับร้องเพลงประกอบภาพยนตร์ในหลายๆ เรื่อง
          นับตั้งแต่ “บ้านเก่า” ภาพยนตร์สั้นเรื่องแรกในปี 2543 ที่มะเดี่ยวกำกับตอนอายุ19 ปี ในขณะที่เรียนปี2คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยปรากฎสู่สายตาสาธารณะเป็นครั้งแรกมาจนถึงภาพยนตร์สั้นกึ่งสารคดีที่คว้ารางวัลรองชนะเลิศสาขาช้างเผือกจากมูลนิธิหนังไทยเรื่อง “2003” ก่อนที่ในอีก1ปีต่อมาจะประเดิมอาชีพผู้กำกับภาพยนตร์อย่างเต็มตัวให้กับ สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล จาก “คนผีปีศาจ” ในปีพ.ศ.2547 ตามด้วย 12 (12 begins)ภาพยนตร์สั้นที่เป็นปฐมบทของ “13เกมสยอง” ภาพยนตร์ระทึกขวัญที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงสุดกระทั่งสตูดิโอจากฮอลลีวู้ดซื้อสิทธิ์ไปรีเมคและออกฉายทั่วโลกในชื่อ “13 sins” 13 เกมสยองถูกเชิญเข้าร่วมฉายและประกวดในเทศกาลภาพยนตร์สำคัญๆทั้งในระดับประเทศและนานาชาติจนสามารถคว้ารางวัลใหญ่ๆในหลายเทศกาล อาทิ Best of Puchon: Puchon International Film Festival (PiFan) ครั้งที่ 11 ประเทศเกาหลี, Best Asian Film award: European Fantastic Film Festival Federation Asian Award หรือ EFFFF, Best Asian Film: The Golden Prize จาก The Fantasia International Film Festival ครั้งที่ 9 ประเทศแคนาดา, Golden Raven award: Brussels International Festival of Fantastic Film และเข้าร่วมใน 4 เทศกาลภาพยนตร์ระดับโลก อาทิ Hannya Film Festival 2007 (สเปน) Udine Far East Film Festival (อิตาลี), Neuchatel International Fantastic Film Festival (สวิสเซอร์เลนด์), Fantasia International Film Festival (แคนาดา), Puchon International Fantastic Film Festival (เกาหลี) ก่อนที่จะหันไปเอาดีในการเขียนบทและกำกับภาพยนตร์ในแนวดราม่าที่สะท้อนเรื่องราวของวัยรุ่นและครอบครัวผ่านแง่มุมทางด้านความรักจนประสบความสำเร็จและคว้ารางวัลมากมายโดยเริ่มจาก “รักแห่งสยาม” (คว้ารางวัลสำคัญๆอย่างภาพยนตร์ยอดเยี่ยม,ผู้กำกับยอดเยี่ยม,บทภาพยนตร์ยอดเยี่ยม รวมไปถึงรางวัลทางด้านการแสดงของนักแสดงจากภาพยนตร์-สินจัย หงษ์ไทย,พลอย เฌอมาลย์ บุญยศักดิ์ ,ทรงสิทธิ์ รุ่งนพคุณศรี ฯลฯ จากเวทีประกาศรางวัลทางด้านภาพยนตร์ใหญ่ๆในประเทศคละเคล้ากันไปอย่างสุพรรณหงส์ทองคำ,ชมรมวิจารณ์บันเทิง,เฉลิมไทยอวอร์ด,สตาร์เอนเตอร์เทนเนท์อวอร์ด,สตาร์พิคส์อวอร์ดและในต่างประเทศอาทิ นักแสดงนำชายยอดเยี่ยม-มาริโอ้ เมาเร่อจากเทศกาลหนังซีเนมนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ และรางวัลมหาชนนิยม Silver Bunny trophy จากบราซิล) โดยมีหนังสั้น2เรื่องในระหว่างนั้นในโปรเจ็คต์รวมผู้กำกับจาก “ฝัน” ใน “ฝันหวานอายจูบ” และ “ฮูอากง”ใน “หลุดสี่หลุด” และกลับมาจับงานดราม่าโรแมนติคอีกครั้งโดยผลิตภายใต้บริษัทโปรดักชั่น “สตูดิโอคำม่วน” ของตัวเองโดยประเดิมที่ “HOME ความรัก ความสุข ความทรงจำ” และ “เกรียนฟิคชั่น” และแน่นอนที่ภาพยนตร์ทั้งสองเรื่องยังคงได้รับการถูกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลสำคัญรวมไปถึงสามารถคว้ารางวัลใหญ่ๆจากเวทีการประกาศรางวัลต่างๆในประเทศ ไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์ยอดเยี่ยม,ผู้กำกับยอดเยี่ยม,บทภาพยนตร์รวมไปถึงรางวัลทางด้านการแสดงอย่าง เพ็ญพักตร์ ศิริกุล,ศิรพันธ์ วัฒนจินดา, กิ๊บซี่ วนิดา เติมธนาภรณ์,แจ๊ค กิตติศักดิ์ ปฐมบูรณา นอกจากนี้ยังอยู่เบื้องหลังความสำเร็จในงานเพลงของวงเสือโคร่ง และพิช วิชญ์วิสิฐ หิรัญวงษ์กุลซึ่งเป็นศิลปินชาวไทยที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงสุดและมีกลุ่มแฟนคลับจำนวนมหาศาลที่ประเทศจีน ล่าสุดกำลังมีผลงานภาพยนตร์เรื่อง “The Eyes Diary คนเห็นผี” ที่เป็นการหวนกลับมาเขียนบทและกำกับภาพยนตร์ในแนวระทึกขวัญสยองขวัญที่ผสมผสานกับอารมณ์รักโรแมนติคในทางถนัดครั้งแรกในรอบ10ปี
« Last Edit: October 03, 2014, 08:54:04 AM by FB »

FB on October 03, 2014, 08:59:30 AM
เปิดบันทึกงานสร้าง ““The Eyes Diary คนเห็นผี”
          “เมื่ออุปสรรคของความรักคือความตาย”
          10ปีเต็ม จาก “คน ผี ปีศาจ” ถึง “The Eyes Diary คนเห็นผี”
          สู่ประสบการณ์ “หลอนสยองโรแมนติคครั้งใหม่” ในมุมมอง “เห็นผี”
          ของ “มะเดี่ยว-ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล”
          ที่ตลาดหนังทั้งเอเชียรุมซื้อสิทธิ์ตั้งแต่ยังไม่เปิดกล้อง

          นับเป็นการกลับมาเขียนบทและกำกับภาพยนตร์แนวระทึกขวัญสยองขวัญในรอบ 10 ปี ของผู้กำกับมือรางวัล “มะเดี่ยว-ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล” ตั้งแต่ “คน ผี ปีศาจ” ภาพยนตร์ระทึกขวัญเรื่องแรกเมื่อปี พ.ศ.2547 และตามด้วย “13เกมสยอง” ก่อนที่จะหันไปสร้างชื่อและประสบความสำเร็จกับ “รักแห่งสยาม” ภาพยนตร์ดราม่า-โรแมนติคที่กวาดรายได้และคว้ารางวัลทางด้านภาพยนตร์อย่างมากมาย
และในปี พ.ศ.2557 สหมงคลฟิล์มอินเตอร์เนชั่นแนล และสตูดิโอคำม่วน พร้อมแล้วที่จะนำทุกท่านดำดิ่งลงสู่ด้านมืดที่ลึกสุดของมนุษย์กับความต้องการ “เห็น” ที่จะเปลี่ยนชีวิตโดยสิ้นเชิงเมื่อความตายคืออุปสรรคสำคัญของความรักอันนำไปสู่เรื่องราวชวนขนลุก ใน“The Eyes Diary คนเห็นผี” ภาพยนตร์แนวโรแมนติค-เฮอร์เรอร์ เรื่องล่าสุด ภายใต้การผสมผสานของ2แนวทางภาพยนตร์ที่เป็นทางถนัดและถือได้ว่าเป็นลายเซ็นต์เฉพาะตัวของมะเดี่ยว ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุลผู้กำกับ
          “หนังเรื่องนี้จริงๆมันก็คือหนังที่พูดถึงเรื่องราวความรักของตัวละครที่มีอุปสรรคคือความตาย หนังรักที่เอาตัวเราไปแทนได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นถ้าคนที่เรารักตายจากไปโดยที่มีอะไรบางอย่างติดค้างคาอยู่ แล้วเราพยายามจะสื่อสารกับเขา ชีวิตจริงเราอาจไม่กล้าทำอย่างตัวละครในหนัง แต่ว่าเราลองไปดูว่ามีอะไรที่เมื่อเราข้ามเส้นของความกลัว ความสยดสยองไปแล้ว ความรักจะสามารถนำพาให้เราผ่านความกลัว ความเกลียดชังที่ไม่รู้ว่าข้างหน้ามันคืออะไร ความรักจะผลักดันคุณให้ทำถึงขนาดนั้นได้ไหม สิ่งที่คนดูจะได้เห็นในหนังเรื่องนี้มันคือการเห็นตัวคุณเอง ว่าตัวคุณจะทำได้ขนาดไหน ถ้าเกิดจะต้องเสียคนที่คุณรักที่สุด ถ้าคุณรู้ว่าคนรักของคุณอยู่อีกฝั่งหนึ่งของโลก ทำได้ขนาดไหนเพื่อที่จะได้เจอ ได้เห็น ได้เคลียร์สิ่งที่ติดค้างอยู่ คือดูแล้วอาจจะรักคนที่คุณรักมากขึ้นอาจจะเห็นความสำคัญของคนที่คุณมีความผูกพันกับเขามากขึ้น ดูแล้วจะไม่อยากตายไปจากกัน เพราะความตายมันเป็นอุปสรรคที่ใหญ่โต แล้วมันหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งมันไม่มีทางรู้ว่าจะเกิดขึ้นกับเราตอนไหนด้วย สิ่งสำคัญถ้าหากคุณมีความรักอยู่กับตัวคุณเองแล้วรักษามันไว้ให้ดีทำวันนี้กับคนที่คุณรักให้ดีที่สุด”
          ด้วยพล็อตเรื่องและไอเดียที่มาพร้อมกับความแปลก และแตกต่างจากหนังรักและหนังผีสยองขวัญโดยทั่วๆไปเรียกได้ว่า “เข้าตา” จนสามารถสร้างความฮือฮาในตลาดการซื้อขายภาพยนตร์ในเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติที่เมืองคานส์ ประเทศฝรั่งเศสเมื่อกลางปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ The Eyes Diary คนเห็นผี จากผลงานการสร้างและจัดจำหน่ายของสหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนลประสบความสำเร็จสามารถขายสิทธิ์ pre-sale ในการจัดจำหน่ายให้กับผู้ซื้อภาพยนตร์จากต่างประเทศได้ในหลายประเทศตั้งแต่ตัวหนังยังไม่เปิดกล้องถ่ายทำโดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้SEA(South East Asia)เกือบทั้งหมดซึ่งประกอบไปด้วย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ รวมทั้ง ฮ่องกง ไต้หวัน ยกเว้นเพียง พม่า,ลาว,เขมร เท่านั้นเอง จากการเปิดเผยของ มร.กิลเบิร์ต ลิม รองประธานกรรมการบริหารอาวุโส ฝ่ายต่างประเทศ บ.สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด
          “เป็นเพราะเนื้อหาและเรื่องราวของหนังจริงๆ มันมีความพิเศษตรงที่ตัวเรื่องราวของหนังไปสัมผัสความรู้สึกคน ซึ่งมีทั้งในส่วนของความซึ้งโรแมนติค แต่ในขณะเดียวกันก็น่ากลัวมากๆ ตอนที่ลูกค้าได้ฟังพล็อตเรื่องที่เริ่มต้นด้วยความสยองและน่ากลัวมากๆ บางฉากที่เล่าเรื่องของเหตุการณ์ที่ตัวละครต้องเจอมันค่อนข้างจะชวนให้คนดูรู้สึกขนลุก แต่กลับกลายเป็นว่าตัวหนังเองนอกจากทำให้คนดูรู้สึกขนลุกด้วยความกลัวแล้วยังสามารถทำให้คนดูสัมผัสได้ถึงมุมความโรแมนติคที่รวมเข้าไปอยู่ในตัวหนังด้วย กลายเป็นว่าแม้แต่เรื่องราวในส่วนโรแมนติคก็ทำให้คนดูเกิดอาการขนลุกได้ด้วย คือมันมีหลายฟีลลิ่งที่รวมอยู่ในหนังเรื่องนี้ ซึ่งน้อยมากที่จะมีหนังผีสักเรื่องที่มีอารมณ์แบบนี้ที่มันน่ากลัวแล้วก็โรแมนติคอีก หลายคนฟังเรื่องแล้วรู้สึกอินมาก”
          มะเดี่ยวการันตีจับตาดูเซอร์ไพรส์4คาแรคเตอร์ “เห็นผี” เปิดพื้นที่การแสดง
          “ปั้นจั่น,โฟกัส,เมโกะ,แจ๊ค” 4 นักแสดงมือรางวัลพร้อมปล่อยของ
          แต่เหนืออื่นใดในทุกองค์ประกอบดังกล่าวจะไม่สัมฤทธิ์ผลเลยหากไม่ได้พลังทางด้านการแสดงที่เต็มไปด้วยอารมณ์ความรู้สึกซึ่งเรียกได้ว่าอัดแน่นจัดเต็มในทุกๆฉาก ไม่ว่าจะเป็นฉากตื่นเต้นระทึกขวัญหลอนสยองในความรู้สึกที่แต่ละตัวละครจะต้องเผชิญหน้าหรือตกอยู่ท่ามกลางสถานการณ์ที่เต็มไปด้วยความน่าสะพรึงกลัว รวมไปถึงฉากที่ต้องมีการระเบิดอารมณ์ของตัวละครซึ่งเราจะได้เห็นศักยภาพและความสามารถตลอดจนความทุ่มเทอันเต็มเปี่ยม โดยเฉพาะอย่างยิ่งเคมีทางด้านการแสดงระหว่างกันของ4นักแสดงวัยรุ่นมากความสามารถที่การันตีด้วยรางวัลทางด้านการแสดงจากภาพยนตร์เรื่องก่อนหน้านี้ของทุกคนไม่ว่าจะเป็น ปั้นจั่น ปรมะ อิ่มอโนทัย,โฟกัส จีระกุล,เมโกะ ชนนิกานต์ เนตรจุ้ย และแจ๊คกิตติศักดิ์ ปฐมบูรณา ที่สอดคล้องกันได้อย่างกลมกลืน ในการที่จะต้องสวมชีวิตและบทบาทของ 4 ตัวละครสำคัญที่ล้วนแล้วแต่ผ่านประสบการณ์ “เห็นผี” ที่แตกต่างกัน
          “อย่างการคัดเลือกนักแสดง พอบทมันออกมาแล้วเราก็ค่อยหานักแสดงไม่ได้เขียนๆแล้วนึกถึงใครมาก่อน แต่พอรู้ว่ามันเป็นการเฉือดเชือนกันระหว่างตัวละครที่มันมีอะไรบางอย่างอยู่ในตัว ก็ต้องเลือกคนที่เล่นได้ อย่างตอนเลือกน็อต พระเอกก็คือปั้นจั่น ปั้นจั่นเคยเห็นใน “ไม่ได้ขอให้มารัก” แล้วก็เป็นนักแสดงที่มีของ มีฝีมือ ก็น่าสนใจ เราอยากเห็นคนที่มีฝีมืออย่างนี้ เราอยากเห็นพัฒนาการของเขาต่อๆไป อย่างคาแรกเตอร์ของน็อต จริงๆปั้นจั่นเป็นคนกลัวผีมากเลย แต่น็อตนี่เป็นคนที่ไม่กลัวผีแต่อยากจะเห็นผีแล้วปั้นจั่นก็ไม่เคยเห็นผีแล้วก็ไม่เคยตกใจเวลาเห็นผี มันก็ต้องมีอะไรที่ต้องปรับต้องจูนกันเยอะ เขาก็พยายามทำให้เรา เวลาตกใจเห็นผีมันต้องกลัวอะไรเหรอพี่ คือมันเป็นดีเทลแล็กๆน้อยๆว่ามันตกใจมันก็มีหลายแบบ ตกใจเห็นผีมันคงไม่เหมือนเวลาที่เรากลัวแมลงสาบ แล้วเราจะเห็นมัน มันคงไม่ใช่เป็นแบบนั้น ก็คุยกันนานกว่าจะตกใจแบบไหนดี แล้วก็คาแรกเตอร์ของเขามีเรื่องจะต้องคิด จะต้องดำดิ่งสู่ด้านมืดลงไปเรื่อยๆจากการที่แค่อยากเห็นแฟน แต่มนต์เสน่ห์สิ่งลี้ลับมันดึงดูดให้เขาไปอยู่ด้านมืดกว่านั้น ตัวละครต้องมีพัฒนาการที่น่ากลัว ปั้นก็ทำได้ดี”
          ในขณะที่ตัวปั้นจั่น ปรมะ อิ่มอโนทัย เองที่เป็นคนกลัวผีที่สุดถึงขนาดขอผู้กำกับห้อยพระเครื่องตลอดการถ่ายทำแต่กลับต้องมาถ่ายทอดบท”น็อต”ว่านี่คือตัวละครโรแมนติคที่หม่นและมีด้านมืดอยู่ในตัวเยอะที่สุดในชีวิตการแสดงและยอมรับว่าตกหลุมรักในเสน่ห์ของโฟกัสที่รับบทเป็นปลาคนรักของเขาไปโดยไม่รู้ตัว
          “ผมรู้สึกว่าหนังเรื่องนี้มันแตกต่างจากหนังผีทั่วไป เพราะว่ามันไม่ได้สักแต่ว่าจะทำให้คนดูตกใจ แต่มันมีเรื่องราวของความรักด้วย และผมก็รู้สึกอินกับตัวละครของโฟกัสจริงๆ รู้สึกว่าเคมีมันลงตัว พอได้มาเล่นมาเข้าฉากด้วยกันมันก็จะเป็นอะไรที่ลงตัว จนถึงขั้นผมติดรอยยิ้มของโฟกัสกลับไปที่บ้าน เหมือนหลงเสน่ห์รอยยิ้มนั้นจริงๆเวลากลับมากรุงเทพก็อยากจะให้ถึงวันที่มีคิวถ่ายเร็วๆ จะได้ไปเห็นรอยยิ้มนั้นอีก แล้วยิ่งเวลาเข้าฉากถ่ายทำโดยเฉพาะในบ้านที่น็อตเองอยู่ประจำกับปลาและเพื่อนๆก็ยิ่งทำให้อินมากพอสมควร เพราะว่าแต่ละสถานที่มันมีเรื่องราว ซึ่งต้องยกนิ้วให้กับทีมอาร์ตที่หาบ้านได้สวยมีสไตล์และมีกลิ่นอายของความหลังเยอะมากๆ ในเรื่องของรายละเอียดก็ทำออกมาได้ดี เพราะไม่ว่าเราจะเดินไปที่มุมไหนเราจะเห็นรูปแฟนเก่าของเราติดอยู่เต็มห้องไปหมดเลย จะเห็นภาพเขา เห็นความทรงจำที่มีความสุขอยู่ในนั้นตลอดเวลา แล้วมันทำให้เราคิดถึง ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้อยู่กับเราแล้วก็ตาม”
          มาจนถึงตัวละครสำคัญที่เรียกได้ว่าเป็นศูนย์กลางของเรื่องราวที่ส่งผลกระทบต่อทุกตัวละคร เมื่อความตายของเธอคือจุดเริ่มต้นของการ “เห็นผี” ของทุกคน งานนี้มะเดี่ยวได้ “โฟกัส จีระกุล” นักแสดงสาวมากความสามารถมาสวมชีวิต “ปลา” หญิงสาวที่รักแฟนมากแม้กระทั่งวินาทีสุดท้ายของชีวิต
          “โฟกัสนี่อยากทำงานด้วยกันมานานแล้วคือเห็นกันมาตั้งแต่เด็กแต่เล็ก แล้วโฟกัสก็แสดงฝีมือให้เราเห็นอยู่ทุกเรื่องเลยที่น้องเขาไปเล่น คิดว่าเรื่องนี้น่าสนใจที่จะได้ทำงานด้วยกันก็เลยลองทาบทามไปดูแล้วพอน้องเห็นบทก็โอเค ส่วนคาแรกเตอร์ปลาของโฟกัส ต้องเล่นเป็นผีแต่ในหนังเรื่องนี้อยากให้เห็นว่าผีมันก็คือคนที่มีอายุไขในรูปแบบหนึ่ง โดยที่อายุไขก็คือความทรงจำ สำหรับคน อายุไขคือเราโต เราแก่ เราก็ตาย แต่ตายไปมันก็เป็นวิญญาณ อายุไขของวิญญาณมันคือความทรงจำ คือสิ่งที่เป็นเมมโมรี่ของเรื่องต่างๆ ตายแรก ๆ เราอาจจะจำทุกสิ่งทุกอย่างได้ แต่พอเวลาผ่านไปทุกอย่างมันก็จะหายไปๆ จนเหลือแค่ความทรงจำไม่กี่อย่างที่มันวนๆเวียนๆอยู่อย่างนั้น โฟกัสคือวิญญาณที่ยังวนเวียนอยู่กับคนที่เขารัก ก็ไม่ได้ไปไหน ก็มีแต่ความทรงจำอยู่อย่างนั้น แต่ถ้าวนเวียนแล้วไม่มีความทรงจำอย่างอื่นเลยมันก็กลายเป็นผี เป็นสัมภเวสี เป็นสิ่งที่แบบลุ่มหลงวนเวียนกับอะไรของตัวเองที่หมกหมุ่น ทางออกของก็คือจะทำยังไงให้พ้นไปจากสภาวะนั้น คือเขาเรียกภาษาบ้านๆคือไปสู่สุขคติจะได้ไม่ยึดติดวนเวียน ในเมื่อไม่มีสังขารให้ยึดแล้วก็ยึดแต่ความทรงจำ พอยึดความทรงจำนานๆก็กลายเป็นผี เป็นสัมภเวสี ถ้าไม่อยากเป็นสัมภเวสีก็ต้องปล่อยไป นี่เป็นสิ่งที่ตัวละครตัวนี้ต้องเรียนรู้แล้วก็หาทางปลดปล่อยตัวเองไปให้ได้ แต่ปลดปล่อยไม่ได้เพราะว่าแฟนก็ยังอยากเจอแต่ทำยังไงก็ไม่เจอแล้วมันเป็นเพราะอะไร นี่คือโฟกัสก็ต้องทำความเข้าใจความรู้สึกของการถูกมองไม่เห็น ทำอะไรก็ไม่มีใครเห็น ไม่มีใครสนใจ รอคอยสิ่งต่างๆไปอย่างเลื่อนลอยไปวันๆ ดังนั้นน้องก็ต้องทำการบ้านพอสมควรเกี่ยวกับตัวละครตัวนี้
ซึ่งตัวโฟกัสเองก็ยอมรับว่าตัวละครปลาที่ได้รับเปิดโอกาสให้เธอได้มีพื้นที่ทางการแสดงซึ่งเต็มไปด้วยความหลากหลายทางอารมณ์และความรู้สึกไม่ว่าจะตอนมีชีวิตหรือเรื่องราวหลังความตาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่ต้องทำงานร่วมกับปั้นจั่นในบทของคนรัก
          “ตัวบทเองมีอะไรให้เล่นเยอะค่ะ ไม่ว่าจะเป็นของพี่ปั้นจั่นหรือของโฟกัสเองก็จะมีหลายมุมค่ะในเรื่องนี้ แบ๊ว ดราม่า รักโรแมนติก มีครบหมดเลยค่ะในเรื่องนี้ ได้เล่นหมดเลย ได้เจอผีด้วย ก็ดีค่ะถือเป็นประสบการณ์แปลกใหม่ดี อย่างในเรื่อง พี่ปั้นจั่นจะรับบทเป็นน็อต ซึ่งเป็นแฟนกับปลา เราอยู่บ้านหลังเดียวกัน การเป็นแฟนกันก็จะมีมุมหวานแหวว กุ๊กกิ๊ก งุ๊งงิ๊งกัน และก็ต้องมีทะเลาะกันด้วย ก็จะได้เห็นหลายมุมหน่อย ทำงานกับพี่ปั้นจั่นเราคุยกันค่ะ อย่างฉากหวานจะหวานยังไง หวานขนาดไหน คนดูจะเชื่อรึเปล่าว่าเราเป็นแฟนกัน เราก็จะปรึกษากันตลอด ในมุมทะเลาะพี่เขาก็จะเสนอไอเดียให้ตบจริง กัสก็เกรงใจเขา แต่เขาก็ยังยืนยัน ตอนแรกๆก็ไม่กล้าตบเพราะไม่เคยตบใคร เลยตบเบาๆ พี่ปั้นก็บอกแรงๆ เลย ไม่เจ็บหรอก ตัวเล็กๆแบบนี้จะแรงเยอะขนาดไหนเชียว กัสก็เลยตบจริงๆ คือฉากนั้นเงียบทั้งกอง เพราะกัสตบแรงมาก ขึ้นรอยแดงเลย พี่ปั้นบอกเจ็บยิ่งกว่าเข้าฉากเตะต่อยเวลาไปถ่ายละครแอ็คชั่นอีก กัสก็ว่าฟาด
          ไม่หนักนะ (หัวเราะ) พี่ปั้นจั่นเป็นคนที่ตั้งใจทำงานมาก อย่างซีนอารมณ์เขาก็จะเต็มที่ไม่ว่าจะกี่เทคและเต็มที่กับทุกๆเทคด้วย”
มาจนถึงอีก2บทบาทที่เรียกได้ว่าเต็มไปด้วยสีสันและเชื่อมโยงเรื่องราวสำคัญและแง่ปมบางอย่างในการเห็นผีของทั้ง4ตัวละครนั่นคือ มดตะ เพื่อนร่วมมหาวิทยาลัยของน็อต เป็นคนเดียวที่นอกจากจะไม่คัดค้านในการพยายามทำทุกอย่างเพื่อเห็นผีของน็อต แต่กลับพร้อมดำดิ่งสู่โลกมืดไปด้วยกันซึ่งได้เมโกะ-ชนนิกานต์ เนตรจุ้ย” คลื่นลูกใหม่มากฝีมือสาวหน้าเก๋จากหนังอินดี้เมื่อปีกลาย “Mary is happy,Mary is happy” และ “ตั้งวง” และ “แจ๊ค-กิตติศักดิ์ ปฐมบูรณา” จาก “HOME ความรัก ความสุข ความทรงจำ” และ “เกรียนฟิคชั่น” ในบทบาทที่จะได้เห็นพัฒนาการทางด้านการแสดงไปอีกขั้นในบท “จอห์น” ที่ไม่เพียงโตกว่าวัยแต่ท้าทายสุดๆกับการสวมชีวิตอาสากู้ภัยที่ผ่านประสบการณ์เห็นผีมาอย่างโชกโชนที่มะเดี่ยวผู้กำกับยืนยันว่ามีเซอร์ไพรส์
          “เมโกะเพิ่งได้สุพรรณหงส์ไปปีล่าสุด นักแสดงสมทบหญิงอันนี้สดใหม่เลย เห็นเสน่ห์น้องบนจอหนังแล้วสนใจ ก็ชวนน้องมาลองเล่นลองมาแคสท์กันแล้วเขาทำได้ดี อย่างเมโกะเล่นเป็นมดตะ มดตะเขาก็จะเป็นผู้หญิงคนหนึ่งที่เหมือนจะไม่มีอะไรเหมือนแบบเพื่อนลั้นลาไปวัน ๆ แต่จริง ๆ แล้วมีปมอะไรบางอย่างอยู่ มีเรื่องที่เกิดขึ้นกับชีวิตที่บอกใครไม่ได้คล้าย ๆ กับน็อตเพียงแต่ว่าพยายามจะบอกน็อตให้ ปล่อยมันไป แต่จริงๆมันไม่ง่ายขนาดนั้น ชีวิตของมดตะก็ต้องไปพัวพันกับความมืดดำของน็อตอีก อย่างแจ๊คนี่ก็เจอหน้ากันอยู่เรื่อย ๆ อยู่แล้ว เพราะเป็นนักแสดงที่เราปั้นมากับมือดังนั้นก็หายห่วง แล้วแจ๊คเองเล่นเป็นคนเห็นผี เล่นเป็นกู้ภัยเป็นเพื่อนของน็อตที่มองเห็นวิญญาณ รับรู้ว่าโลกของวิญญาณมันเป็นยังไง แต่ก่อนที่เขาเห็นเขาเจออะไรบางอย่างที่ทำให้เขามองเห็นแล้วสิ่งนั้นมันน่าสะพรึงกลัว เขาไม่อยากให้ใครไปยุ่ง
          เกี่ยวกับตรงนั้น แต่เขาก็บอกใครไม่ได้ด้วยว่าเขาเป็นคนเห็นผี ซึ่งเป็นคาแรกเตอร์ที่ซับซ้อนพอสมควร แล้วพอเราทำงานกับนักแสดงรุ่นนี้ เราได้เห็นสปิริทของน้อง แล้วการถ่ายทำก็มืดและอันตรายนะ เพราะถ่ายหนังผีมันก็ต้องถ่ายกลางคืนเยอะ น้องก็ทำให้ได้หมดทุกอย่างจะออกมากรี๊ดกันดึก ๆ ดื่น ๆ จะเดินข้างถนน ต้องรอแสง ต้องทำอะไรหลายๆอย่างที่มันเหนื่อยแต่ว่าเขาก็เต็มที่ทุกคนทั้งนักแสดง ทั้งทีมงานได้ใจมากยิ่งเรื่องเคมีหรือการเข้าขากันทางด้านการแสดง เนื่องจากในเรื่องนี้พอเราพูดถึงความรัก เราให้เห็นทุกด้านของมัน โอเคชีวิตของคนพวกนี้ก่อนที่ความตายจะพลัดพราก ความรักมันมีหลายมุมของคนเป็นแฟนกัน บทจะรักกันบทจะหวานมันก็หวานกันเต็มที่บทจะโกรธกัน บทจะเกลียดก็ตบหน้ากัน ด่าทอกันมันก็มาเต็มที่เหมือนกัน เพราะว่าเราเล่าเรื่องของความรักวัยรุ่นหนุ่มสาว ไดนามิกของมันจึงขึ้นสุดลงสุด ไอ้ความขึ้นสุดลงสุดนี่มันทำให้เมื่อตายจากกันไปแล้วความเสียใจมันถึงสุดไง มันยอมทำอะไรสุดเพื่อให้ได้กลับคืนมา แล้วน้องก็เต็มที่กันมากแบบว่ากลายเป็นผู้กำกับซาดิสต์ ให้นักแสดงตบก็ตบกันแรงเลยให้ปั้นจั่นผลักโฟกัสก็ล้มโครมไปกับพื้น แบบโหดมากทุกคนเล่นกันเต็ม ด่ากันก็ด่ากันลั่นสนั่นถนนทั้งในส่วนของโฟกัสกับปั้นจั่น หรือในฉากที่ยากๆของปั้นจั่นกับเมโกะในฉากที่ต้องปะทะกันทางอารมณ์ การทำงานในฉากนั้นมันยากนะ เพราะสิ่งที่ตัวละครเมโกะเล่นมันหนักหนามาก มันเป็นสิ่งที่ไม่มีใครเจอกันง่ายๆ หรอก ก็ต้องทำความเข้าใจกับน้องนาน น้องก็ไปจัดการอารมณ์ตัวเองจนได้ เราก็เซอร์ไพรส์เหมือนกันเพราะมันไม่ได้เล่นง่ายนะอารมณ์อย่างนี้ แล้วก็การรับการส่งของเมโกะกับปั้นมันมาเต็มมาก พอมันมาเต็มแล้วเราเห็นการแสดงที่เต็มที่ของเด็กรุ่นนี้แล้วก็เซอร์ไพรส์ คิดว่าเมโกะยังไปได้อีก ยังมีหนทางไปได้อีกมากกว่าจะหยุดอยู่แค่นี้อยากให้น้องมีหนังเล่นอีกเยอะๆ”
          ในขณะที่ตัวเมโกะเองนอกจากเป็นการแสดงหนังผีเรื่องแรกในชีวิตแล้วครั้งนี้ยังถือได้ว่าเป็นโอกาสสำคัญที่จะได้สลัดภาพสาวอินดี้ที่คุ้นตามาถ่ายทอดบทบาทที่เต็มไปด้ วยการแสดงทางด้านอารมณ์สุดเข้มข้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งนี่คือตัวละครที่มีเงื่อนปมในการเห็นผีที่ซับซ้อนที่สุด
          “ตั้งแต่เห็นบทครั้งแรกตื่นเต้นค่ะ ไม่เคยเล่นหนังผี ไม่เคยเจอผี ไม่เคยรู้ว่าผีเป็นยังไง ต้องกลัวผียังไง คือเมว่าการเล่นหนังผีเป็นอะไรที่ท้าทายมากเลยนะ เราไม่เคยสัมผัสว่าผีเขาเป็นยังไงแต่เราต้องแสดงความรู้สึก สิ่งที่เรามโนขึ้นมาว่ามันเป็นรูปร่างยังไง มันยากเลยละ มันไม่ใช่แค่คำว่าท้าทายหรอก จริงๆ มันทั้งท้าทาย ทั้งน่าสนใจค่ะ แต่ว่ามันก็ยากนะ เมดูหนังผีเยอะมาก จริงๆ เป็นคนชอบดูหนังผีอยู่แล้ว ก็พยายามสังเกตตัวละครที่เขาเล่นหนังผีว่าเขากลัวยังไง เวลาเจอเขาแสดงออกยังไง คือหนังเรื่องนี้เป็นการรวบรวมความรู้สึกของตัวละครต่างๆ เข้ามา ทำให้มันเกิดเรื่องราวขึ้น คือตัวละครแต่ละตัวจะมีอารมณ์ มี
          เป้าหมายที่แตกต่างกันออกไป แล้วมันทำให้เกิดเป็นเรื่องราวซึ่งมีทั้งแอคชั่น เฮอร์เรอร์ และก็โรแมนติก ผสมผสานกันจนเป็นเรื่องเป็นราว เป็นหนังเรื่อง The Eyes Diary ซึ่งน่าสนใจมากค่ะ”
          มาจนถึง แจ๊ค กิตติศักดิ์ ปฐมบูรณาเป็นนักแสดงคนเดียวที่ผ่านการทำงานร่วมกับผู้กำกับมะเดี่ยวมาแล้วถึง2ครั้ง และใน “The Eyes Diary คนเห็นผี” จะเป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่หนุ่มแจ๊คไม่มีวันลืมโดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่ต้องสวมชุดเครื่องแบบและนั่งอยู่หลังพวงมาลัยรถขนศพของมูลนิธิอาสากู้ภัย และเข้าฉากกู้ศพรถชนที่เป็นฉากเปิดเรื่อง
          “ตอนที่ผมใส่ชุดหมีหรือชุดกู้ภัย วันฟิตติ้งผมยังรู้สึกธรรมดาๆ แต่พอได้มาเข้าฉาก ได้มาร่วมกับพี่มูลนิธิจริงๆ ขึ้นมา ผมรู้สึกว่าชุดมันขลังมาก แล้วยิ่งได้สัมผัสบนรถเขาด้วย คือผมไม่รู้ว่าผมคิดไปเองรึเปล่านะ เวลาผมหายใจเข้าไปผมรู้สึกว่ามันมีเรื่องราวมากมาย มันทำให้ผมอึดอัด คือมันมีบรรยากาศสิ่งแวดล้อมแบบนี้ แล้วผมเชื่อว่าชุดนี้ไม่ใช่ชุดธรรมดาๆ มันต้องมีเรื่องราวผ่านมาแน่ๆ ที่จำได้ติดตาคือเป็นซีนแรกๆ ของเรื่องเลย เราก็จะเป็นมูลนิธิจิตอาสาที่มาเก็บศพ แล้วศพนี้เป็นศพที่เกิดอุบัติเหตุรถมอเตอร์ไซด์ถูกรถบรรทุกชนแล้วโดนลากไปกับพื้น ซึ่งมันก็มีไส้ มีเครื่องใน มีเลือด ซึ่งถ้าถามว่าเห็นในฉากแล้วรู้สึกอย่างไร ผมคิดว่าเหตุการณ์จริงๆก็น่าจะใกล้เคียงแบบนี้ แล้วพอไปถามพี่ที่เป็นกู้ภัยเขาก็บอกว่าเหมือนมาก มันเหมือนจริงขนาดที่ชาวบ้านที่ขับรถผ่านมาจอดรถแล้วลงมาดู เพราะเขาคิดว่ามีอุบัติเหตุ มีคนตายจริงๆ”
          และแน่นอนว่าการกลับมาครั้งนี้ของ “The Eyes Diary คนเห็นผี” น่าจะเป็นอีกหนึ่งของประสบการณ์ในการดูหนังที่แตกต่างและสร้างความประทับใจเหมือนกับผลงานภาพยนตร์ก่อนหน้าทั้ง7เรื่องของผู้กำกับอย่างมะเดี่ยว ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล ที่จะไม่ทำให้ผู้ชมผิดหวังอย่างแน่นอน
          “หลังจากห่างหายไปจากการเขียนบทและกำกับหนังในแนวแอ็คชั่นระทึกขวัญสยองขวัญหรือหนังผีๆ เกือบ 10 ปี ก็รู้สึกดีใจที่ได้กลับมาจับแนวนี้อีกครั้งตั้งแต่ คนผีปีศาจ, 13เกมสยองโน่นเลย มาคราวนี้ก็ตั้งใจให้เป็นหนังแนวสยองขวัญเลยครับ สิ่งที่เราใส่ลงไปคือความสนุก ลุ้นทุก ๆ นาทีเลย มันเป็นเรื่องที่มีครบทุกรสชาติในนั้น แก่นจริงๆ ของเรื่องคือเรื่องราวของความรักที่มันมีความตายมาเกี่ยวข้อง ซึ่งมันเป็นอุปสรรคที่ทำให้ตัวละครทั้ง 4 คนต้องฝ่าฟันอะไรบางอย่าง ด้านสถานที่ก็ไปถ่ายทำที่เชียงใหม่ทั้งเรื่องเลย มีบางส่วนที่ถ่ายกรุงเทพฯ แต่ไม่ได้เยอะมาก นักแสดงทั้ง 4 คนที่เราวางตัวนี้ก็เพราะว่าหนังเป็นแนววัยรุ่น และด้วยรางวัลที่การันตีของพวกเขา ถือได้ว่าเป็นนักแสดงที่มีฝีมือระดับต้นๆ ตอนนี้ ซึ่งเราก็คาดหวังอยากให้ทุกคนสนุกไปกับมัน ผู้ชมได้ดูกันช่วงฮาโลวีนแน่นอน”

FB on October 03, 2014, 08:59:50 AM
          อ้างว้าง โดดเดี่ยว บาดลึก โหยหวน
          ด้วยบทเพลงรักหม่นเศร้าแห่งความ “คิดถึง”
          จากพลังเสียงร้องกระชากใจของ “พละ ธนพล”
          และเมโลดี้หวานหลอนสุดโรแมนติค
          ดนตรีประกอบเองก็เป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบที่มีส่วนสำคัญในการถ่ายทอด และสื่อสารถึงอารมณ์ความรู้สึกอ้างว้างโดดเดี่ยวของตัวละครที่ยังคงยึดติดผูกผัน และนึกถึงคนรักที่ตายจากไปตลอดเวลาจนสุดท้ายตัดสินใจทำทุกอย่างเพื่อที่จะให้ได้เห็นผีคนรักอีกครั้ง ซึ่งมี “คิดถึง” บทเพลงประกอบภาพยนตร์ที่ถ่ายทอดผ่านเสียงร้องของ พละ “ธนพล มหัทธนาดุลย์” ซึ่งมีการนำเอาเพลงบัลลาร์ดร็อคอันดับ1แห่งยุค’90ของ หรั่ง-ชัชชัย สุขขาวดี มาบันทึกเสียง และเรียบเรียงใหม่โดยมีไฮไลท์อยู่ที่การนำเอาเครื่องสายอย่างไวโอลิน,วิโอล่า และเชลโล่มาช่วยสร้างความหม่นเศร้าเหงาของบทเพลงให้ทวีคูณมากขึ้นจากตัวโน้ตและเมโลดี้ดั้งเดิมที่หวานไพเราะอยู่แล้ว เพื่อให้เข้ากับบรรยากาศของภาพยนตร์มากที่สุด ภายใต้การโปรดิวซ์โดย ชัช ชัชวาล วิศวบำรุงชัย มิวสิคไดเรคเตอร์ของThe Voice Thailand และเพื่อให้เป็นเพลงรักที่พิเศษสุดๆ งานนี้ได้มือ1อย่าง สามิตร ดิษสุงเนิน และสุธี แสงเสรีชนมารับหน้าที่ในการ Mix&Mastering ให้โดยเฉพาะพร้อมกับเหล่านักดนตรีฝีมือขั้นเทพระดับแถวหน้าของเมืองไทยและของโลกมาร่วมบันทึกเสียงในครั้งนี้ไม่ว่าจะเป็น เควิน บิดเดิล มือกลองที่เคยอัดเสียงให้กับศิลปินระดับโลกอย่าง Ashanti / Backstreet Boys / BoyzIIMen มาแล้ว รวมไปถึงมือเบสอย่าง ตี้-กรกฏ ศรีธวัชชัย โคโปรดิวเซอร์ที่เคยฝากผลงานอัลบั้มBlue ของแดน วรเวชรวมทั้งอยู่เบื้องหลังเสียงเบสให้กับศิลปินหลายๆคนของlove is รวมทั้งงานของบอย โกสิยพงษ์ เปียโนและเครื่องสายSTRING ORCHESTRATE โดย ซัน รัตนะ วงศ์สรรเสริญ นักเปียโนแจ๊ส รุ่นใหม่มือวางอันดับต้นๆ ของบ้านเรา
          “เมื่อพูดถึงเสน่ห์ของเพลงคิดถึงนะครับเป็นเพลงร็อคบัลลาร์ดที่ไม่มีใครไม่รู้จักเพลงนี้ในยุค90จนกระทั่งวันนี้ รุ่นผม รุ่นคุณพ่อ หรือรุ่นน้องๆ รู้จักกันหมดทุกคน เสน่ห์ที่ความชัดเจนของอารมณ์ อารมณ์ที่ถ่ายทอดจากคน ๆ หนึ่งที่มีการพร่ำพรรณนาว่าเขาอยากจะเจอผู้หญิงที่เขารักมากมายแค่ไหนสาหัสสากรรจ์แค่ไหน มันถูกอธิบายด้วยอารมณ์ของเพลงนี้ครับ แล้วพอมาเป็นเพลงคิดถึงเวอร์ชั่นประกอบภาพยนตร์ “The Eyes Diary คนเห็นผี” ก็จะไม่ทิ้งความแข็งแกร่งของออริจินัลในเรื่องของอารมณ์ และมีสไตล์ที่เรียกได้ว่าพอได้ฟังแล้วขนลุกนะครับ ในเวอร์ชั่นนี้จะให้ความรู้สึกที่แตกต่างออกไปมีการใช้เครื่องสาย มีการเรียบเรียงตัวเพลงใหม่ให้เข้ายุคเข้าสมัยมากขึ้น รวมๆแล้วก็น่าจะเป็นเพลงคิดถึงในเวอร์ชั่นที่มีความโหยหวน มีความหม่นในตัวเพลงแล้วก็ในเวลาเดียวกันก็จะรู้สึกได้ว่าผู้ชายคนหนึ่งรักผู้หญิงคนหนึ่งมากๆ และเขายอมทำทุกอย่างทุกทางเพียงเพื่อให้เจอผู้หญิงคนนี้อีกครั้งหนึ่ง ถ้าเป็นคุณคุณจะทำได้เหมือนเขามั้ย หรือคุณจะทำได้แค่ไหน สำหรับเพลงนี้ ถ้าเป็นไปได้อยากให้หลับตาฟัง ตั้งใจฟัง ค่อยๆฟังค่อยๆเสพไปแต่ละวินาที ค่อยๆเสพไปทีละตัวโน้ตเรื่อยๆ จนจบเพลง เพราะว่าผมและทุกๆคนที่ทำเพลงนี้ร่วมกันนะครับว่ามีความตั้งใจมากและทุ่มเทกับมันสุดๆ”

          เมื่อทุกสถานที่ล้วนมีเรื่องเล่า โลเกชั่นทุกแห่งหนล้วนมีเรื่องราว
          ข้าวของทุกชิ้นล้วนมีเจ้าของ.....ไม่ว่าจะ“เป็น” หรือ“ตาย”
          การออกแบบงานสร้างเพื่อเติมเต็มความ“หลอนสยอง”ของ“The Eyes Diary”
          ด้วยสภาวะการณ์หลอน สถานการณ์สยองที่ “น็อต”(ปั้นจั่น ปรมะ)พยายามทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้เห็นปลา(โฟกัส จีระกุล)แฟนสาวที่เสียชีวิตเพราะอุบัติเหตุ ถึงขนาดไปเป็นจิตอาสากู้ภัย เก็บสะสมของคนตายมาไว้ที่บ้าน รวมไปถึงการตะลุยออกท้าผีในสถานที่ร้าง เฮี้ยน และหลอนที่สุด ทำให้งานนี้ โจ๊ก วุฒินันท์ ดุริยประณีตโปรดักชั่นดีไซน์เนอร์และทีมงานฝ่ายศิลป์ต้องเข้ามามีหน้าที่สำคัญในการออกแบบงานสร้าง และเติมเต็มความ “หลอนสยอง” ให้เกิดขึ้นในทุกๆฉากของภาพยนตร์เรื่องThe Eyes Diary คนเห็นผี นับตั้งแต่เริ่มต้นเปิดเรื่องไปจนถึงend credit กันชนิดที่เรียกได้ว่าจัดเต็มเลยทีเดียว
          “พอช่วงที่เราต้องมานั่งเลือกของคนตายมันสนุกนะ เพราะเราต้องมาคิดว่าเวลาคนตายจะเหลืออะไรกันบ้างในชีวิตแล้วเราก็ค่อยๆดึงออกมาพี่มะเดี่ยวบอกว่าให้เลือกของที่มันบอกถึงการตาย ของที่มันเชื่อมโยง เวลาคิดก็จะคิดว่าถ้าเราเก็บแว่นแตกก็หมายความว่าคนเขาอาจจะโดนรถชนหรือตกตึก โดยต้องทำความเข้าใจก่อนว่าจุดมุ่งหมายของตัวละครเขาพยายามตั้งใจจะเก็บของพวกนี้จริงๆ อย่างในหนังเรื่องนี้จะเห็นว่าพระเอกพยายามจะหยิบทุกอย่างจากศพ เพราะในเรื่องพระเอกมันเหมือนหน้ามืดไปแล้วไม่สนใจอะไรแล้วจะทำอะไรก็ได้ ยอมเพื่อที่จะทำให้ตัวเองบรรลุสิ่งที่ตั้งใจ”
          ดังที่จะเห็นในฉากเปิดเรื่องที่ตัวละคร น็อต และ จอห์น(รับบทโดยแจ๊ค-กิตติศักดิ์) เพื่อนที่ร่วมเป็นจิตอาสากู้ภัยออกช่วยกันตามเก็บศพผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถชนบนถนนที่จะห็นบรรดาชิ้นส่วนอวัยวะต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นชิ้นเล็กๆอย่างตับไตไส้ ร่างกายของศพที่เสียชีวิตกระจัดกระจายทั่วถนนไปจนถึงรถสิบล้อและรถกู้ภัย ฯลฯ ล้วนแล้วแต่คือองค์ประกอบสำคัญที่ทีมออกแบบงานสร้างต้องเข้ามาทำหน้าที่เติมเต็มให้บรรยากาศของแต่ละฉากออกมาอย่างสมจริง ไม่ว่าจะเป็นบ้านทุกหลัง ที่อยู่ของทุกตัวละคร ทั้งบ้านที่กำลังจะตายของน็อตและปลา , หอพักในมหาวิทยาลัยของมดตะและเพื่อนๆ หรือโรงพยาบาลร้าง ฯลฯ ซึ่งบางโลเกชั่นทางทีมงานต้องตระเวนหากันถึง30-40หลังกว่าจะได้ตรงตามความต้องการ และแน่นอนว่าในทุกๆครั้งที่ออกหาโลเกชั่น ล้วนแล้วแต่เป็นช่วงเวลากลางคืนเพื่อซึมซับบรรยากาศความหลอนให้ออกมาใกล้เคียงกับเรื่องราวในภาพยนตร์มากที่สุด ยังไม่รวมถึงบรรดาข้าวของประจำตัว เครื่องใช้ไม้สอยหรือพร็อพอุปกรณ์ประกอบฉากที่ปรากฎอยู่ในทุกซอกหลืบมุมในทุกโลเกชั่นที่ล้วนแล้วแต่มีความสำคัญกับทุกตัวละคร และเรื่องราวในภาพยนตร์ไม่ว่าจะเป็นรูปถ่าย , รถเวสป้า , มีมี้ตุ๊กตาของขวัญที่น็อตซื้อให้ปลาไปจนถึงตุ๊กตาของมดตะ ฯลฯ หรือแม้กระทั่งข้าวของทุกชิ้นของคนตาย อาทิ หมวกกันน็อค ,มีดโกน,ริสท์แบนด์,เชือก ฯลฯ ตามความตั้งใจของผู้กำกับอย่างมะเดี่ยวที่ต้องการให้ข้าวของทุกชิ้นสะท้อนถึงบุคลิกคาแรคเตอร์ของตัวละครแต่ละตัว และในทุกๆสถานที่ในภาพยนตร์ล้วนต่างมีเรื่องราวและรายละเอียดที่มาที่ไปที่สัมพันธ์กับแต่ละตัวละคร

          ดำดิ่งสู่ก้นบึ้งแห่ง “ความหลอน” ชวนขนลุกของการ “เห็นผี”
          ผ่านสายตาผี และการดีไซน์ผี รวบรวมทุกไอเดีย
          จากทุกองค์ประกอบงานสร้างของภาพยนตร์
          สู่ทุกจังหวะสยองโรแมนติคชนิดหายใจรดต้นคอกับ
          “The Eyes Diary คนเห็นผี”

          ขึ้นชื่อว่าเป็นผู้กำกับที่แม่นและเชี่ยวชาญในการวางจังหวะ หลอน ระทึก รุกเร้าความรู้สึกคนดูได้อย่างมีชั้นเชิง และพร้อมที่จะกระชากอารมณ์คนดูให้นั่งไม่ติดเบาะอยู่ตลอดเวลา แต่ในขณะเดียวกันก็ได้รับการยอมรับถึงลายเซ็นต์เฉพาะตัวในการถ่ายทอดมุมมองทางด้านความรักได้อย่างลึกซึ้งโรแมนติคไม่ว่าจะเป็นความรักของหนุ่มสาว วัยรุ่น เพื่อน ไปจนถึงครอบครัวจากผลงานภาพยนตร์ทุกเรื่องในตลอดทศวรรษที่ผ่านมาอาทิ Home ความรัก ความสุข ความทรงจำ และเกรียนฟิคชั่น แถมยังเป็นผู้กำกับรุ่นใหม่ที่อัพเดทไอเดียรวมไปถึงเทคนิควิธีการตลอดจนเทคโนโลยี นวัตกรรมต่างๆเพื่อนำมาต่อยอดในการปรับใช้กับภาพยนตร์ให้มีความทันสมัยอยู่เสมอ แน่นอนว่าการกลับมากำกับหนังผีโรแมนติค-เฮอร์เรอร์อย่าง “The Eyes Diary คนเห็นผี” ในครั้งนี้ มะเดี่ยว ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุลพร้อมจัดเต็มในการรวบรวมไอเดีย สร้างสรรค์ทุกองค์ประกอบงานสร้างของภาพยนตร์ สู่ทุกจังหวะสยองโรแมนติคชนิดหายใจรดต้นคอเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นการสร้างความแปลกใหม่ในแง่การถ่ายทอดและนำเสนอมุมภาพในการเล่าเรื่องชีวิตหลังความตายผ่านสายตาและมุมมองของผี การเคลื่อนไหวล่องลอย ไปจนถึงจังหวะการรุกเร้า จู่โจมของตัวผีชนิดช็อตต่อช็อตโดยมีการนำเอาMulimotor (กล้องถ่ายภาพยนตร์ติดกับอุปกรณ์พิเศษคล้ายเครื่องบังคับวิทยุเพื่อให้ได้มุมภาพถ่ายทางอากาศ DRONE SHOT) มาสร้างความแปลกใหม่ในการดีไซน์มุมภาพผสมผสานกับการใช้STEADY CAM.กล้องถ่ายทำภาพยนตร์ติดกับตัวผู้กำกับภาพแทนสายตาของตัวละครเพื่อเติมเต็มอารมณ์ความหลอนสยองในปรากฎการณ์เห็นผีเบิกกว้างกว่าที่เคย
          “หนังผีที่สำคัญเลยคือมันอยู่ที่บรรยากาศ เราไม่ได้นั่งอยู่เฉยๆแล้วเรากลัวกัน เราต้องไปอยู่ในที่บางที่ที่เรากลัว ก่อนที่จะกลัวเราต้องรู้ก่อนว่าเรากลัวอะไร บรรยากาศที่เรากลัว ความมืดที่เรากลัว เสียงที่เราได้ยินแต่เรามองไม่เห็น เรากลัวอันตรายที่เกิดขึ้นกับเรา ความที่เราไม่รู้ ที่มันก่อก แก่ก ๆ นั่นมันเป็นผีหรือคนหรืออะไร เราต้องรู้ก่อนว่าเราต้องกลัวอะไร เราถึงจะสร้างบรรยากาศตรงนั้นให้คนดูรู้สึกไปกับเราได้ อันนี้สำคัญ ดังนั้นทุกสิ่งทุกอย่างมันจะถูกสร้างขึ้นมาใหม่หมดเลย เทคนิคของมุมกล้องเรามีหลายอันที่มันเป็นมุมกล้องที่แทนตาผี มันล่องลอยมันวน ๆ เวียน ๆ มันไม่ได้อยู่นิ่ง บทมันอยู่นิ่งในฐานะที่เราจะรับรู้เรื่องกล้องก็จะนิ่งเลย พอบทอยู่ในบ้านที่มันมีความทรงจำมีวิญญาณอะไรอยู่ในระหว่างสายตาของวิญญาณกล้องมันก็ต้องล่องลอยลอยไปลอยมามันไม่อยู่นิ่งกับที่ หรือแม้แต่ในลักษณะของอุปกรณ์กล้องอย่างพวก สเตดี้แคม(กล้องที่มีอุปกรณ์ยึดติดตัวกับผู้กำกับภาพเวลาถ่ายก็จะให้ผู้กำกับภาพเดินเข้าไปแทนตัวละครเหมือนเป็นส่วนหนึ่งส่วนใดกับตัวละคร) เครนเล็กอะไรพวกนี้จะถูกนำมาใช้เยอะมากเวลาอยู่ในบ้านหรืออยู่บนท้องถนนที่มีคนตาย มันเป็นภาษาของภาพที่สื่อสารถึงวิญญาณ”
          โดยเฉพาะอย่างยิ่งไฮไลท์สำคัญในการคิด ออกแบบและสร้างสรรค์ “ผี” ของภาพยนตร์เรื่อง “The Eyes Diary คนเห็นผี” ที่ได้ คิว กิตติชนม์ กุลรัตน์ชล จากคิวเอฟเฟ็คต์เวิร์คช็อพ (Special Effect make up)ผู้เชี่ยวชาญพิเศษในการสร้างสรรค์งานเมคอัพเอฟเฟ็คต์ในโลกภาพยนตร์มือ1ของไทยที่ความสามารถโดดเด่นในระดับโลกอยู่เบื้องหลังความยับเยินปางตายของไรอัน กอสลิงใน Only God Forgives ,แปลงโฉมหน้าของ โจวเหวินฟะให้กลายเป็นขงจื้อตอนแก่ใน Confucius ,ดอนนี่ เยน ใน ICEMAN3D สร้างตัวอากงใน ฮูอากง ,Hang over , WUXIAเดชไอ้ด้วนเวอร์ชั่นดอนนี่ เยน-ปีเตอร์ ชาน ฯลฯ มารับหน้าที่สำคัญในการสร้างสรรค์และออกแบบผีทุกตัวที่จะปรากฎขึ้นในภาพยนตร์จากไอเดียของมะเดี่ยวซึ่งมีตั้งแต่ 1-2ตัวไปจนถึงกว่า20ตัวในฉากเดียว ภายใต้คอนเซ็ปท์ที่ว่า ตายอย่างไรมาอย่างนั้น แม้แต่ผีแต่ละตัวล้วนมีที่มาที่ไป นอกจากความหลอนสยองของตัวผีที่เกิดขึ้นจากการดีไซน์ที่แปลกตาแล้ว เราจะได้เห็นมิติด้านลึกในการเล่าเรื่องผ่านตัวละครผีที่จะทำให้จังหวะหลอนสยองของการเห็นผีครั้งนี้ขนแขนStand Upกันชนิดที่ว่า พร้อมจะหายใจรดต้นคอกันเลยทีเดียวเพราะการเห็นครั้งนี้ผู้กำกับมะเดี่ยวยืนยันว่าขนกันมาแบบจัดเต็ม
          “ส่วนใหญ่การดีไซน์ผีในหนังเรื่องนี้คือตายยังไงก็มาอย่างนั้น บางคนที่ตายแล้วยังอยู่ในความทรงจำดี ๆ ยังรับรู้ความทรงจำตัวเองว่าเป็นคน มันก็ยังจะเป็นคนอยู่ แต่ถ้าเกิดว่าความทรงจำอื่น ๆ มันหายไปหมดแล้วมันก็เหมือนร่างกายเราที่มันสูญเสียอะไรก็มีการผุพังมีการเน่าเฟะไปตามสภาพแล้วก็จะกลายเป็นผีที่น่ากลัวก็คือผีที่ไม่ได้มีความเป็นมนุษย์เหลืออยู่แล้ว สังขารกับสัญญามันผูกอยู่ด้วยกันในเมื่อไม่มีความทรงจำร่างกายก็จะผุพังไปด้วยแล้วผีที่เราออกแบบส่วนใหญ่ก็จะเป็นผีที่ตายในลักษณะหลายๆแบบ ทั้งอุบัติเหตุ ทั้งตายเน่าเฟะ โดนไฟไหม้ อะไรพวกนี้คือมาในลักษณะที่สยดสยอง ก็ต้องเน้นในเรื่องเอฟเฟกต์คือต้องทำอย่างละเอียดเพราะว่าเราเห็นเต็มๆเราไม่กั๊กมาเป็นสิบเลย”

FB on October 06, 2014, 03:21:43 PM
แถลงข่าว “The Eyes Diary คนเห็นผี” โหยหวนโรแมนติคชวนขนลุกเต็มรูปแบบ ปั้นจั่น-โฟกัส-เมโกะ-แจ๊ค” ชวนสัมผัสประสบการณ์ “เห็นผี” กับ “Exhibition ของคนตาย” พร้อมโชว์เพลง “คิดถึง” เพลงประกอบหนังจากพลังเสียงอันบาดลึกโดย “พละ-ธนพล ตลอดเดือน ต.ค. เตรียมพบทั้งภาพยนตร์, นิยาย, การ์ตูน, หนังสั้น และ MV.









คิดถึง - พละ ธนพล - Ost. The Eyes Diary คนเห็นผี 【Official Lyrics Video】
<a href="http://www.youtube.com/watch?v=9JnPo5FM8hw" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=9JnPo5FM8hw</a>

          บริษัท “สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด” ร่วมกับ “สตูดิโอคำม่วน” จัดงานแถลงข่าวเปิดตัว “The Eyes Diary คนเห็นผี” ภาพยนตร์โรแมนติค-เฮอร์เรอร์ชวนขนลุกเรื่องใหม่ล่าสุดอย่างเต็มรูปแบบ ณ โรงภาพยนตร์ เอส เอฟ เวิลด์ ซีเนม่า ชั้น 8 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ภายใต้คอนเซ็ปท์แรงเข้ากับธีมหลักของภาพยนตร์ที่ถ่ายทอดเรื่องราวของ “การเก็บของคนตายเพื่อที่จะได้เห็นคนรักที่ตายจากไป” โดยมี คุณจาตุศม เตชะรัตนประเสริฐ โปรดิวเซอร์ของภาพยนตร์ นำทีมผู้กำกับมือหนึ่ง มะเดี่ยว ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล ขึ้นเวทีพร้อมด้วย 4 นักแสดงนำจากภาพยนตร์ ปั้นจั่น ปรมะ อิ่มอโนทัย, โฟกัส จีระกุล, เมโกะ ชนนิกานต์ เนตรจุ้ย และ แจ๊ค กิตติศักดิ์ ปฐมบูรณา ชวนพี่น้องสื่อมวลชนร่วมสัมผัสประสบการณ์เห็นผีและร่วมพูดคุยเกี่ยวกับโปรเจกต์โดยมี พละ ธนพล มหัทธนาดุลย์ ที่ประสบความสำเร็จจากเวที The Voice มาร่วมถ่ายทอดเสียงร้องบาดลึกกับ“คิดถึง”เพลงประกอบภาพยนตร์ในเวอร์ชั่นอะคูสติก พร้อมแวดล้อมไปด้วย “Exibition ของคนตาย” โหยหวนโรแมนติคชวนขนลุก นอกจากนี้ยังได้มีการจัดฉายภาพยนตร์ตัวอย่างอย่างเป็นทางการ Official Trailer รวมไปถึง สื่อโฆษณา-ประชาสัมพันธ์ โปสเตอร์-แบนเนอร์ทุกรูปแบบของภาพยนตร์ในครั้งนี้ด้วย

          พร้อมเปิดตัวพอกเกตบุคส์ The Eyes Diary คนเห็นผี ตอน Open The Eyes เปิดตาคนเห็นผี และ การ์ตูน The Eyes Diary : The Side Stories ที่จะวางแผงจริงในเดือนตุลาคม และจัดฉาย “มดตะ” ปฐมบทแห่งความหลอนสยองโรแมนติคภาพยนตร์สั้นของ “The Eyes Diary คนเห็นผี” ให้ได้ขนหัวลุกก่อนใครในงานนี้อีกด้วย โดยทั้งหมดรวมทั้งมิวสิควิดีโอ “คิดถึง” จะทอยอยสร้างความหลอนโรแมนติคตลอดเดือน ต.ค. ก่อนปิดท้ายด้วยการขึ้นถ่ายภาพร่วมกันทั้งในส่วนของทีมงานฝ่ายภาพยนตร์ตั้งแต่โปรดิวเซอร์, ผู้กำกับ นักแสดง จากภาพยนตร์เรื่อง “The Eyes Diary คนเห็นผี” โดยได้รับเกียรติจาก คุณอวิกา เตชะรัตนประเสริฐ รองประธานกรรมการฝ่ายการตลาด บ.สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล จก., คุณกนกพร บุญธรรมเจริญ ผู้ดำเนินงานสร้าง, คุณสุพัฒน์ งามวงศ์ไพบูลย์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บ. เอส เอฟ คอร์ปอเรชั่น จก.(มหาชน) พร้อมด้วยทีมงานที่อยู่เบื้องหลังในส่วนงานเขียนนวนิยายและการ์ตูน คุณวิชัย ลิ้มศิริโพธิ์ทอง บรรณาธิการบริหาร บ. Siam Inter Comic, คุณณัฐวุฒิ อุดมศิล นามปากกา MiYU และ คุณจักรกฤษณ์ จุ้ยสุ้ย

          ถือได้ว่าเป็นการเปิดตัว “The Eyes Diary คนเห็นผี” ภาพยนตร์ผีในแนวโรแมนติค-เฮอร์เรอร์ อย่างเต็มรูปแบบเพราะงานนี้สื่อมวลชนได้สัมผัสกับความหลอนโรแมนติคในรูปแบบต่างๆ ก่อนจะได้เห็นผีกันแบบเต็มๆ 30 ตุลาคมนี้ทุกโรงภาพยนตร์

FB on October 08, 2014, 04:50:05 PM
The Eyes Diary คนเห็นผี ส่งหนังสั้น 12 นาที “มดตะ” ในคืนหนึ่งที่เธอเห็น เรียกน้ำย่อยประสบการณ์ “เห็นผี” ก่อนดูหนังฉบับเต็ม รับฮาโลวีน!!





หนังสั้น "มดตะ" ในคืนหนึ่งที่เธอเห็น (Side Story จาก The Eyes Diary คนเห็นผี)
<a href="http://www.youtube.com/watch?v=0jMBXkmDzNc" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=0jMBXkmDzNc</a>

           เป็นโปรเจ็คต์หนังผีโรแมนติค-เฮอร์เรอร์ไอเดียบรรเจิดสุดๆ แถมมาพร้อมด้วยความคิดสร้างสรรค์ที่กระตุ้นต่อมความอยากเห็นอยากดูออกมาเป็นระยะๆ สำหรับ “The Eyes Diary คนเห็นผี” ภาพยนตร์เรื่องใหม่ล่าสุดของ สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล จากผลงานการเขียนบทและกำกับภาพยนตร์ของมะเดี่ยว ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุลที่วางโปรแกรมฉายรับฮาโลวีน 30 ตุลาคมนี้ ด้วยคอนเซ็ปท์ความเป็นหนังผีผสมผสานกับหนังรักโรแมนติค ว่าด้วยเรื่องราวของ 4 ตัวละครวัยรุ่นกับประสบการณ์เห็นผีที่แตกต่างกัน ดำเนินเรื่องหลักโดย “น็อต” (ปั้นจั่น ปรมะ อิ่มอโนทัย) ชายหนุ่มที่สูญเสียคนรักไปจากอุบัติเหตุจนลุกขึ้นมาเก็บของคนตายมาสะสมเพื่อหวังว่าจะทำให้เห็นปลา (โฟกัส จีระกุล) ผีคนรักอีกครั้ง แต่ก่อนที่จะได้ไปดูภาพยนตร์ฉบับเต็ม นอกเหนือจากส่วนขยาย Side Stories ทั้งหนังสือและการ์ตูนแล้ว ทีมผู้สร้างส่งภาพยนตร์สั้น 12 นาที ออกมาเรียกน้ำย่อยคนดูก่อน ขยายเรื่องของ“มดตะ” 1 ใน 4 ตัวละครสำคัญของเรื่อง พูดถึงค่ำคืนแห่งประสบการณ์เห็นผีของมดตะ ปูพื้นฐานบรรยากาศและโลกวิญญาณก่อนที่คนดูจะได้สัมผัสจริงๆ ในภาพยนตร์ฉบับเต็ม ซึ่งถ่ายทอดโดยเมโกะ ชนนิกานต์ เนตรจุ้ย (Marry is Happy Marry is Happy), เบส เอกวัฒน์ เอกอัจฉริยา (Last Summer ฤดุร้อนนั้น ฉันตาย), ดรีม ณัฐณิชา เหลืองอนันต์คุณ (Hormones The Series season1) ร่วมส่งความหลอน โดย ผกก. โดม สิทธิศิริ มงคลศิริ (Last Summer ฤดูร้อนนั้น ฉันตาย) ชมฟรีๆ แบบไม่มีกั๊กในสื่อออนไลน์ตั้งแต่บัดนี้ ที่ลิงก์ http://youtu.be0jMBXkmDzNc?list=PLxmnDayBxWE2hp1vhfpuzb11_RsflNjHV ก่อนที่จะได้ “เห็น” ความหลอนโรแมนติคแบบเต็มรูปแบบของภาพยนตร์ The Eyes Diary คนเห็นผี ฉบับเต็ม พร้อมกัน 30 ต.ค.นี้ทุกโรงภาพยนตร์