FB on November 09, 2012, 04:21:23 PM
“นุ้ย-เกศริน” คัมแบ๊กร่วมงาน “พันนา” สวมบทบู๊เซ็กซี่ใน “เร็วทะลุเร็ว”





          ถือเป็นสาวมากความสามารถอีกคนของวงการบันเทิง สำหรับสาวเซ็กซี่ “นุ้ย-เกศริน เอกธวัชกุล” ที่ทั้งมีผลงานทั้งร้อง-เต้น ออกมาให้แฟนๆ ได้เห็นกันตลอด และล่าสุดเธอก็กลับมารับบทบาทที่ทำให้เธอแจ้งเกิดอีกครั้ง ในฐานะสาวนักบู๊กับผลงานหนังแอ็คชั่นเรื่องใหม่ที่มีชื่อว่า “เร็วทะลุเร็ว” ของค่าย “สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล” ผลงานการกำกับของปรมาจารย์คิวบู๊อันดับหนึ่งของเมืองไทย “พันนา ฤทธิไกร” ซึ่งเรื่องนี้เป็นผลงานภาพยนตร์เรื่องแรกในรอบ 2 ปีของเธอ กับการมาสวมบทบาทเป็นสาววายร้ายสุดเซ็กซี่ ปะทะลีลาแอ็คชั่นกับสุดยอดนักบู๊ระดับพระกาฬ “เดี่ยว-ชูพงษ์ ช่างปรุง” ทีมสตั้นท์ระดับโลก “ไฟท์ติ้งคลับ” รวมไปถึงนักบู๊สายเลือดใหม่ “วุฒิ-นันทวุฒิ บุญรับทรัพย์” ซึ่งงานนี้สาวนุ้ยก็ต้องเตรียมตัวฟิตร่างกายอย่างเต็มที่เพื่อการกลับมาแสดง บทบาทแอ๊คชั่นอีกครั้ง โดย นุ้ย-เกศริน พูดถึงผลงานหนังเรื่องใหม่เรื่องนี้ว่า

          “ก็รู้สึกดีใจที่ได้ กลับมาร่วมงานกับพี่พันนาอีกครั้งค่ะ ก็ตั้งแต่เรื่องแรกที่นุ้ยเข้ามาแสดงหนังตั้งแต่เกิดมาลุย หลังจากนั้นก็ยังไม่ได้มาร่วมงานกันกับพี่พันนาแบบเต็มๆ อีกเลย ก็ถือเป็นการได้กลับมาเจอครูของเราในวงการอีกครั้ง กับการเตรียมตัวช่วงก่อนหน้านี้นุ้ยก็มีบินไปอเมริกาเพื่อซ้อมเต้นอยู่หลาย เดือน ก็ได้ฝึกซ้อมร่างกายให้ฟิตไปในตัว ก็พยายามจะทำร่างกายให้พร้อมที่สุดค่ะ สำหรับบทบาทที่ได้รับในหนังเรื่องเร็วทะลุเร็ว นุ้ยรับบทเป็น เจย์ วายร้ายสาวที่อยู่ในกลุ่มที่ตามฆ่าพวกเดี่ยว (เดี่ยว-ชูพงษ์) ในเรื่องก็มีสมุนเป็นหนุ่มๆ ส่วนเราก็จะเป็นผู้หญิงคนเดียว แต่จะร้ายยังไงต้องลองไปดูกัน ส่วนการทำงานก็สนุกอยู่แล้ว เพราะเป็นทีมงานที่นุ้ยรู้จักกันมานานแล้วก็เลยไม่หนักใจ ยิ่งผู้กำกับเป็นพี่พันนานุ้ยก็เต็มที่อยู่แล้วค่ะ อยากให้รอดูหนังแอ๊คชั่นเรื่องนี้ รับรองว่ามีอะไรแปลกใหม่ ให้ตื่นตะลึงกว่าทุกครั้งแน่นอนค่ะ”

          ใครที่ชื่นชอบสาวเซ็กซี่มากความ สามารถที่ชื่อ “นุ้ย-เกศริน เอกธวัชกุล” ก็รอดูผลงานหนังเรื่องใหม่ของเธอใน “เร็วทะลุเร็ว” ปีหน้าได้มันส์กันแน่นอน
« Last Edit: September 22, 2014, 08:02:29 AM by FB »

FB on November 09, 2012, 04:23:04 PM
“พันนา ฤทธิไกร” เตรียมดันนักบู๊ดวงใหม่ “วุฒิ นันทวุฒิ” ปะทะลีลาแอ๊คชั่นนักบู๊รุ่นพี่ “เดี่ยว ชูพงษ์” ใน “เร็วทะลุเร็ว”





           ถือเป็นปรมาจารย์แอ็คชั่นที่เป็นผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของสุดยอดนัก บู๊หลายคนในเมืองไทย สำหรับ “พันนา ฤทธิไกร”ไล่มาตั้งแต่ จา-พนม, เดี่ยว ชูพงษ์, จีจ้า ญาณิน หรือล่าสุดกับกลุ่มสตั้นท์แมนที่เพิ่งไปประกาศศักดาในเวทีอินเตอร์ในนาม “ไฟท์ติ้งคลับ”ซึ่งทุกคนต่างเกิดมาจากการปลุกปั้นและฝึกปรือวิชาต่อสู้มาจาก พันนากันแทบทั้งสิ้น และกับผลงานกำกับหนังแอ็คชั่นเรื่องล่าสุด “เร็วทะลุเร็ว”ของค่ายใบโพธิ์ “สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล”พันนา ฤทธิไกร ก็เตรียมส่งนักบู๊ดวงใหม่วัย 18 ปี ที่เจ้าตัวเพาะบ่มมากว่า 10 ปี นามว่า “วุฒิ นันทวุฒิ บุญรับทรัพย์”มาโชว์ลีลาแอ็คชั่นแบบเต็มตัวครั้งแรก หลังจากเคยมีผลงานให้เห็นผ่านตามาแล้วใน “5 หัวใจฮีโร่”สมัยเมื่อยังเป็นวัยกระเตาะ ซึ่งการปรากฏตัวครั้งนี้ของหนุ่มวุฒิ พันนาผู้กำกับก็การันตีเลยว่าคอหนังจะได้เห็นลีลาบู๊ระดับพระกาฬของหนุ่ม วุฒิที่ไม่แพ้เหล่านักบู๊รุ่นพี่ๆอย่างแน่นอน โดยเฉพาะกับการที่ต้องมาปะทะลีลาแอ็คชั่นกับนักบู๊รุ่นพี่ “เดี่ยว-ชูพงษ์ ช่างปรุง”ในเรื่องอีกด้วย ซึ่ง พันนา ฤทธิไกร ผู้กำกับ พูดถึงนักบู๊ดวงใหม่ วุฒิ นันทวุฒิ ว่า

          “สำหรับวุฒิเนี่ยผมรอ เวลานี้มานานแล้ว รอให้เขามีร่างกายและพละกำลังที่เป็นผู้ใหญ่ เพราะเรื่องพื้นฐานการต่อสู้วุฒิมีอยู่เต็มตัวอยู่แล้ว เขาเคยได้เหรียญทองจากการใช้ทักษะแม่ไม้มวยไทยตั้งแต่ 10 ขวบ สมัยนั้นเขายังเดินทางจากสุพรรณบุรี มาซ้อมกับผมที่กรุงเทพทุก เสาร์-อาทิตย์ โดยที่ก็ไม่รู้ว่าจะได้แสดงหนังหรือเปล่า พอเห็นท่าทางและแววตาต้องบอกว่าเป็นเด็กที่น่าจับตามาก คือเขาจะไม่ยอมแพ้กับการฝึกซ้อม ไม่ได้ก็ต้องซ้อมจนกว่าจะทำได้ จนเขาได้มาเล่นหนังเรื่องแรกในเรื่อง 5 หัวใจฮีโร่ ตอนนั้นก็ยังเป็นแอ็คชั่นในแบบรุ่นเล็กอยู่ แต่เรื่องนี้ด้วยวัยและร่างกายที่พร้อมทุกอย่าง ก็เลยถึงเวลาที่เขาจะแสดงแอ็คชั่นแบบผู้ใหญ่ได้แล้ว ก็มาดวลลีลาแอ็คชั่นกับ เดี่ยว ชูพงษ์ ในเรื่องนี้อยากให้จับตาดูฝีมือของเด็กคนนี้ให้ดีๆ ครับ รับรองว่าไม่แพ้รุ่นพี่ๆ แน่นอน”

          ทางด้านของ วุฒิ-นันทวุฒิ หนุ่มนักบู๊สายเลือดใหม่ที่จะมารับบทนำในหนังเรื่อง “เร็วทะลุเร็ว” ก็พูดการได้ก้าวมาเป็นนักแสดงแอ็คชั่นแบบเต็มตัวครั้งนี้ว่า

          “ก็ รู้สึกดีใจมากครับที่ได้กลับมาแสดงหนังอีกครั้ง ยิ่งเป็นหนังของครูของเรา คือ อาพันนา ก็เต็มที่อยู่แล้วครับ ช่วงที่หายไปก็มีการฝึกซ้อมกับพวกพี่ๆ สตั้นท์อย่างต่อเนื่อง กับบทบาทในเรื่องนี้ผมมารับบทเป็น ธาร น้องของพี่เดี่ยว (เดี่ยว ชูพงษ์) คาแรกเตอร์ ก็จะกวนๆ วัยรุ่นๆ ตามวัยครับ ก็ได้มาเล่นกับ พี่เดี่ยว ชูพงษ์ ซึ่งเป็นรุ่นพี่ที่สนิทของผม ก็ซ้อมด้วยกันมาเป็น 10 ปีแล้ว ก็เข้าขากันไม่มีปัญหาอยู่แล้ว ในส่วนของแอ็คชั่นก็ต้องจริงจังและยากขึ้นในแบบที่ผมไม่เคยทำมาก่อน ก็ต้องเตรียมตัวหนักครับ แต่ผมกับพี่สตั้นท์ทุกคนจะพยายามทำให้ดีที่สุดครับ”

          คอหนัง ต้องจำชื่อของ “วุฒิ-นันทวุฒิ” ไว้ให้ดีๆ เพราะว่าเขาอาจเป็นแอ็คชั่นฮีโร่คนใหม่ของวงการหนังไทยก็เป็นได้ ต้องรอไปพิสูจน์ในหนัง “เร็วทะลุเร็ว”ปีหน้าได้ดูกันแน่นอน
« Last Edit: September 22, 2014, 08:03:17 AM by FB »

FB on October 13, 2014, 03:44:36 PM
ผลงานเรื่องสุดท้ายของสุดยอดปรมาจารย์คิวบู๊ผู้ล่วงลับ





           สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล และ นาฟิล์ม ภูมิใจเสนออภิมหาภาพยนตร์แอ็คชั่น เร็วท้าทุกความระห่ำ แรงทะลุขีดความตาย “เร็วทะลุเร็ว” ผลงานการกำกับเรื่องสุดท้ายของปรมาจารย์คิวบู๊อันดับหนึ่งของเมืองไทยผู้ล่วงลับ “พันนา ฤทธิไกร” ที่ขอสร้างปรากฎการณ์ความยิ่งใหญ่ครั้งสำคัญให้คอหนังแอ็คชั่นจารึกไว้ในความทรงจำ กับเรื่องราวของวิถีของชีวิตมือปืน ที่เต็มไปด้วยแง่มุมของความรัก มิตรภาพของพี่น้อง การแก้แค้นที่มีชีวิตเป็นเดิมพัน ซึ่งงานนี้ พันนา ฤทธิไกร ก็ขนทัพนักแสดง และทีมงานแอ็คชั่นระดับอินเตอร์มาร่วมกันมันส์ระห่ำอย่างคับคั่ง นำทีมโดยแอ็คชั่นสตาร์ระดับพระกาฬ “เดี่ยว-ชูพงษ์ ช่างปรุง” ที่ขอมาโชว์ลีลาบู๊ระห่ำให้กับบุคคลที่เปรียบเสมือนพ่อผู้ให้กำเนิดเขาในเส้นทางแอ๊คชั่น พร้อมแจ้งเกิดนักบู๊เลือดใหม่ “ วุฒิ-นันทวุฒิ บุญรับทรัพย์” ที่พันนาเพาะบ่มฝีมือมากว่า 10 ปี จนถึงเวลาแล้วที่วงการหนังแอ็คชั่นไทยจะได้พิสูจน์ฝีมือของเด็กหนุ่มคนนี้ กับศิลปะการต่อสู้ที่ผู้กำกับพันนาซูฮกว่ามีดีไม่แพ้ศิษย์รุ่นพี่อย่าง “จา พนม” เลยทีเดียว นอกจากนี้ยังรวมเอาเหล่าบรรดานักแสดงที่เป็นลูกศิษย์ และเพื่อนพ้องที่เคยร่วมงานกับผู้กำกับพันนาเอาไว้มากที่สุด อาทิ นุ้ย เกศริน เอกธวัชกุล , พิง ลำพระเพลิง ,ดามพ์ ดัสกร , โกวิทย์ วัฒนกุล , รวมไปถึงนักแสดงสาวหน้าใหม่ “เมย์ –นิศาชล ต้วมสูงเนิน”
และใน “เร็วทะลุเร็ว” ยังรวบรวมเอาเหล่าขุนพลแอ็คชั่น ที่ถือเป็นลูกศิษย์ที่ร่วมงานกันมาอย่างยาวนาน ผ่านงานแอ็คชั่นระดับอินเตอร์มาแล้วมาอย่างโชกโชน รวมไปถึงทีมสตั้นท์ระดับโลก “ไฟท์ติ้งคลับ" ที่มีดีกรีเป็นถึง สตั้นท์ยอดเยี่ยม จากเทศกาลภาพยนตร์แอ็คชั่นเฟส 2011 ที่พร้อมจะฉีกทุกกรอบความเสี่ยงตาย ให้ออกมาเป็นผลงานแอ็คชั่นสุดระห่ำระดับมาสเตอร์พีชที่ทั้งโลกต้องหยุดหายใจ ซึ่ง “พันนา ฤทธิไกร” ได้พูดถึงความมันส์ของหนังแอ็คชั่นเรื่องนี้ว่า

          “มันเริ่มมาจากการที่อยากเปลี่ยนภาพหนัง และวิธีการนำเสนอแบบใหม่ๆ ปกติจะมีการคิดฉากแอ็คชั่นก่อน แล้วค่อยใส่เรื่องราวเข้าไป มาในเรื่องเร็วทะลุเร็วผมอยากทำหนังที่สตอรี่กับฉากแอ็คชั่นเดินไปด้วยกัน ซึ่งมีสัดส่วนของความเป็นดราม่า-คอเมดี้-โรแมนติก รวมกันอยู่ ซึ่งเราก็ได้ปรึกษาคุ ณปรัชญา ปิ่นแก้ว ถึงเรื่องมุมมองและจังหวะของเรื่องราว ซึ่งมีตัวละครแบบหนึ่งที่ผมอยากทำเป็นหนังอยากเอามาเป็นตัวพระเอกบ้าง ก็คือตัวละครที่เป็นมือปืน เป็นนักฆ่า เลยนึกไปถึงหนังในดวงใจของผมคือเรื่อง “มือปืน” ของท่านมุ้ย คือบอกไว้ก่อนว่าคงไม่อาจเอื้อมทำให้ได้แบบท่านนะ แต่ชอบคาแรกเตอร์ของมือปืนที่พี่เอก สรพงษ์เล่นไว้ เหมือนที่ตัวเอกของเร็วทะลุเร็ว ที่เดี่ยวเล่น การที่ชีวิตหันเหมาเป็นมือปืน เพราะพ่อแม่โดนฆ่า คือมันเป็นจุดเชื่อมต่อของดราม่ากับแอ็คชั่น เพราะถ้าตรงนี้ไม่มีพลังไม่มีแรงขับพอ พาร์ทของแอ็คชั่นก็ไม่น่าเชื่อ ไม่ใช่มาถึงก็ต่อยๆ กัน แต่หนังต้องมีความรู้สึกจากข้างใน แล้วขับไปเป็นพลังให้เกิดฉากต่อสู้เสี่ยงตายต่างๆ ได้”

          ซึ่งงานนี้ผู้กำกับ “พันนา ฤทธิไกร” ยังพูดถึงความหมายของชื่อหนัง “เร็วทะลุเร็ว” ว่ามีที่มาที่ไป และสื่อถึงความมันส์ของตัวหนังอย่างไรด้วยว่า

          “ตอนที่ทำพรีเซ้นท์ฉากแอ็คชั่นไปเสนอเสี่ยงเจียง (สมศักดิ์ เตชะรัตนประเสริฐ) ก็พูดถึงชื่อหนังกัน แล้วก็ชื่อ “เร็วทะลุเร็ว” ผุดขึ้นมา คือคำว่าเร็วในที่นี้คือเร็วมาจากความแค้นของตัวละคร ไม่ใช่เร็วแบบหนังแข่งรถนะ แต่มาจากความเร็วความแรงในใจของตัวละครที่พุ่งไปหาศัตรูด้วยความแค้น คือผมไม่อยากให้หนังมาบู๊มาต่อสู้กันแบบไม่มีความหมาย หนังเรื่องนี้ต้องการจะบอกว่าการต่อสู้เกิดจากความรู้สึกข้างในจิตใจของมนุษย์เรา ความตื่นเต้นมาจากการไล่ล่า จากหนึ่งไปสอง สองไปสาม สามไปสี่ คือเร็วแรงให้มันทะลุไปเลย คนที่มีความแค้นมากๆ แล้วนำไปถึงฉากแอ็คชั่นและเรื่องราวที่เราจะนำเสนอ”

          งานนี้บอกได้คำเดียวว่าคอหนังบู๊ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวงกับ “เร็วทะลุเร็ว” ผลงานเรื่องสุดท้ายของปรมาจารย์คิวบู๊ผู้ล่วงลับ “พันนา ฤทธิไกร” เร็ว แรง ท้า ทุกความระห่ำแบบนันสต๊อบ 13 พฤศจิกายนนี้ ทุกโรงภาพยนตร์

FB on October 17, 2014, 03:18:32 PM
“เดี่ยว-วุฒิ” โชว์ลูกเดือด ถ่ายโปสเตอร์ “เร็วทะลุเร็ว” ที่เราขอท้าให้ดูก่อนตาย!!













ตัวอย่าง เร็วทะลุเร็ว (VENGEANCE OF AN ASSASSIN - Official Trailer HD)
<a href="http://www.youtube.com/watch?v=P9TB1LcCCuM" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=P9TB1LcCCuM</a>

           ใครที่กำลังรอชมภาพยนตร์แอ็คชั่นท้าตาย ที่เราท้าให้ดูก่อนตาย “เร็วทะลุเร็ว” จากการแท็คทีมกันระห่ำของ “สหมงคลฟิล์มอินเตอร์เนชั่นแนล” และ “นาฟิล์ม” ผลงานการกำกับเรื่องสุดท้ายของผู้กำกับและตำนานนักบู๊ “พันนา ฤทธิไกร” ซึ่งก่อนที่เราจะได้ไปสัมผัสความมันส์กันเต็มๆ ในหนัง เราก็มีภาพเบื้องหลังการถ่ายโปสเตอร์ของหนังเรื่องนี้ ซึ่งได้สองนักแสดงนำของเรื่องอย่างสุดยอดนักบู๊อันดับหนึ่งของเมืองไทยคนใหม่ “เดี่ยว-ชูพงษ์ ช่างปรุง” และ “วุฒิ-นันทวุฒิ บุญรับทรัพย์” ทายาทนักบู๊คนสุดท้ายจากการปลุกปั้นของผู้กำกับพันนา มาร่วมกันโชว์ลีลาเดือดๆ ลงในโปสเตอร์หนังเรื่องนี้ ร่วมด้วยนักแสดงคนอื่นๆ ในเรื่องอย่าง “นุ้ย-เกศริน เอกธวัชกุล” และ “ปอช-ชัชพล กุลศิริวุฒิชัย” รวมไปถึงนักแสดงสาวที่มาประเดิมเป็นนางเอกในเรื่องนี้เป็นครั้งแรกอย่าง “เมย์-นิศาชล ต้วมสูงเนิน” ซึ่งบรรยากาศการถ่ายทำทุกคนก็ใส่ความมันส์กันแบบสุดตัว ไม่แพ้การถ่ายทำจริง ซึ่งภาพที่ออกมาจะมันส์ระห่ำแค่ไหนต้องไปดูกันในโปสเตอร์ของหนังเรื่องนี้ ซึ่งนักบู๊สายเลือดใหม่ “วุฒิ-นันทวุฒิ” ขอเป็นตัวแทนพูดถึงการถ่ายทำโปสเตอร์ว่า

          “วันนี้พวกเราก็มาถ่ายโปสเตอร์ของหนัง เร็วทะลุเร็วกันครับ ก็ถือเป็นการมาเจอกันอีกครั้งของพวกเราหลังจากหนังปิดกล้องกันไป ก็สนุกดีครับ แต่ก็ต้องใส่อารมณ์และลีลาไม่แพ้ตอนที่ถ่ายหนังกันจริงๆ เลย อย่างผมต้องมีการกระโดดลอยตัว ทั้งเตะต่อย ก็ตะโกนกันจนแสบคอ (หัวเราะ) อย่างของพี่เดี่ยวก็จะแอ็คท่ากับปืนเท่ๆ ก็ต้องไปลองดูกันครับว่าพอออกมาเป็นโปสเตอร์จะสวยขนาดไหน แล้วก็อย่าลืมติดตามหนัง เร็วทะลุเร็ว พวกเรารวมไปถึงทีมงานทุกคนทุ่มเทตั้งใจทำหนังเรื่องนี้ออกมากันอย่างเต็มที่ แล้วที่สำคัญคือเป็นหนังเรื่องสุดท้ายของอาพันนา ที่เคารพของพวกเรา อยากให้แฟนหนังของอาพันนา รวมไปถึงแฟนหนังแอ็คชั่นไปติดตามหนังเรื่องนี้กัน 13 พฤศจิกายนนี้ ทุกโรงภาพยนตร์ครับ”

          แฟนหนังแอ็คชั่นไทยสไตล์ “พันนา ฤทธิไกร” อย่าลืมไปให้กำลังใจผลงานการกำกับเรื่องสุดท้ายของตำนานนักบู๊ของไทยคนนี้ ซึ่งจะเข้าฉาย 13 พฤศจิกายนนี้ ท้าให้ดูก่อนตายทุกโรงภาพยนตร์
« Last Edit: October 20, 2014, 11:07:39 AM by FB »

FB on October 20, 2014, 03:55:10 PM
“เดี่ยว-วุฒิ” นำทีมขุนพลแอ็คชั่นเปิดตัวหนังแอ็คชั่นท้าตาย “เร็วทะลุเร็ว” ผลงานเรื่องสุดท้ายตำนานนักบู๊ “พันนา ฤทธิไกร”







          เปิดตัวไปเป็นที่เรียบร้อย สำหรับภาพยนตร์แอ็คชั่นท้าตาย ที่ขอท้าให้ดูก่อนตาย “เร็วทะลุเร็ว” ของค่าย “สหมงคลฟิล์มอินเตอร์เนชั่นแนล” และ “นาฟิล์ม” ผลงานการกำกับเรื่องสุดท้ายของตำนานนักบู๊ “พันนา ฤทธิไกร” โดยได้จัดงานแถลงข่าวไปเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม ณ SFW ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิร์ล งานนี้เหล่าสื่อมวลชนรวมไปถึงแฟนหนังแอ็คชั่นของผู้กำกับพันนาก็มาร่วมเป็นเกียรติให้กับงานเปิดตัวหนังเรื่องสุดท้ายของตำนานนักบู๊คนนี้กันอย่างคับคั่ง ก่อนที่จะถึงเวลาที่ทีมนักแสดงจาก “เร็วทะลุเร็ว” นำทีมโดยนักบู๊ศิษย์เอกคนที่สองจากการปลุกปั้นของพันนา “เดี่ยว-ชูพงษ์ ช่างปรุง” และ นักบู๊สายเลือดใหม่ที่ถูกเพาะบ่มฝีมือมากว่า 10 ปี “วุฒิ-นันทวุฒิ บุญรับทรัพย์” รวมไปถึงสองลูกศิษย์ที่มารับบทตัวร้ายในเรื่องนี้อย่าง “นุ้ย-เกศริน เอกธวัชกุล” และ “ปอช-ชัชพล อภิชาติ” ที่ขึ้นมาพูดคุยถึงบทบาทและการแสดงสุดมันส์ในเรื่องนี้ ก่อนที่ทายาทจากสายเลือดแท้ๆ ของตำนานนักบู๊พันนา “ตอง-กฤษณะ ลาดพันนา” มาเป็นตัวแทนคุณพ่อพูดถึงความตั้งใจและความทุ่มเทที่คุณพ่อมอบให้กับหนังเรื่องนี้ร่วมกับผู้ออกแบบคิวบู๊ระดับอินเตอร์อย่าง “ธนา ศรีสุข” ที่มาพูดถึงเบื้องหลังฉากเสี่ยงตายในเรื่องนี้ และการปรากฏตัวสุดเซอร์ไพรซ์ของมาสเตอร์แห่งแอ็คชั่นวัย 80 ปี “อ.ซีฟู” ที่มาโชว์ลีลาบู๊สุดทึ่งในหนังเรื่องนี้ ก่อนที่ทั้งหมดจะขึ้นถ่ายภาพรวมกับเหล่าผู้บริหารและผู้ให้การสนับสนุน ซึ่งมี คุณ วราภรณ์ ลีกุลนิมิต ผู้จัดการอาวุโส ส่วนโฆษณา บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) คุณอวิกา เตชะรัตนประเสริฐ รองประธานกรรมการ ฝ่ายการตลาด บริษัท สหมงคลฟิล์มอินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด คุณอัครพล เตชะรัตนประเสริฐ ผู้ควบคุมงานสร้าง ซึ่งภาพยนตร์แอ็คชั่นท้าตาย “เร็วทะลุเร็ว” จะเข้าฉายในวันที่ 13 พฤศจิกายนนี้ ทุกโรงภาพยนตร์

FB on October 22, 2014, 03:33:29 PM
Movie: เร็วทะลุเร็ว




 
ผลงานเรื่องสุดท้ายของสุดยอดปรมาจารย์คิวบู๊อันดับหนึ่งของเมืองไทยผู้ล่วงลับ “พันนา ฤทธิไกร” และการผนึกความมันส์ของสองนักบู๊พันธุ์ระห่ำครั้งแรกบนแผ่นฟิล์ม คนหนึ่งคือนักสู้ศิษย์เอกคนที่สองจากการปลุกปั้น “เดี่ยว-ชูพงษ์ ช่างปรุง” อีกคนคือนักสู้ศิษย์เอกคนสุดท้ายที่โลกต้องจับตา “วุฒิ-นันทวุฒิ บุญรับทรัพย์” เร็วกว่า แรงกว่า ระห่ำกว่าแบบ Non-Stop 13 พฤศจิกายนนี้ ทุกโรงภาพยนตร์

บริษัทผู้สร้าง สหมงคลฟิล์มอินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด
บริษัทดำเนินงานสร้าง บริษัท นาฟิล์ม
อำนวยการสร้าง สมศักดิ์ เตชะรัตนประเสริฐ
ควบคุมงานสร้าง พันนา ฤทธิไกร, อัครพล เตชะรัตนประเสริฐ
ดำเนินงานสร้าง สุกุลยา สุจริตธนารักษ์
กำกับภาพยนตร์ พันนา ฤทธิไกร
บทภาพยนตร์ พันนา ฤทธิไกร,วิชิต วัฒนานนท์
ออกแบบงานสร้าง วรากร พูนสวัสดิ์.
กำกับภาพ ณัฐวุฒิ กิติคุณ
กำกับศิลป์ ไชยวัฒน์ บุญสูงเนิน
ลำดับภาพ ศราวุธ นะคะจัด
ดนตรีประกอบ คณิสร พ่วงจีน
ออกแบบเครื่องแต่งกาย เกียรติชัย คีรีศรี
ฟิล์มแลบส์ บริษัท สยามพัฒนาฟิล์ม จำกัด
บันทึกเสียง ห้องเสียงรามอินทรา
ทีมนักแสดง ชูพงษ์ ช่างปรุง,นันทวุฒิ บุญรับทรัพย์,นิศาชล ต้วม สูงเนิน,เกศริน เอกธวัชกุล,ชัชพล กุลศิริวุฒิชัย ,พิง ลำพระเพลิง ,โกวิท วัฒนกุล

เรื่องย่อ

          เมื่อความหลังแปรเปลี่ยนชะตากรรมของเขา...
          เมื่อความแค้นพุ่งขึ้นถึงขีดสุด...
          การไล่ล่าโดยมีชีวิตเป็นเดิมพันจึงเริ่มต้นขึ้น...
         
          สำหรับ นที (เดี่ยว-ชูพงษ์ ช่างปรุง) แล้ว เหตุผลเพียงข้อเดียวที่ทำให้ชีวิตของเขาก้าวเข้ามาสู่วิถีแห่งการเป็นนักฆ่าอย่างเต็มตัว ถึงขนาดยอมละทิ้ง ธาร (วุฒิ-นันทวุฒิ บุญรับทรัพย์) น้องชายเพียงคนเดียว ก็เพียงเพื่อแลกกับข้อมูลคนที่เกี่ยวข้องกับการฆ่าพ่อแม่ของเขา
วันหนึ่งเขาได้รับคำสั่งให้ไปคุ้มครอง พลอย (เมย์-นิศาชล ต้วมสูงเนิน) หลานสาวของผู้มีอิทธิพล ในขณะที่นทีช่วยพลอยให้รอดพ้นจากการลอบสังหาร แต่แล้วจู่ๆ เขาก็ได้รับคำสั่งให้เปลี่ยนจากคุ้มครองกลายเป็นฆ่าพลอยซะ แต่นทีก็ทำไม่ลง เหตุการณ์จึงเกิดพลิกผัน นทีถูกซ้อนแผนให้เป็นแพะในคดีลักพาตัว และถูกไล่ล่าจากมือสังหารลึกลับในขณะเดียวกัน นั่นทำให้นทีต้องกลับไปผนึกกำลังกับธารช่วยกันสู้สุดชีวิตเพื่อเอาชีวิตรอด พร้อมกับตามล่าหาความจริงว่าใครคือผู้อยู่เบื้องหลังของแผนการทั้งหมดนี้!!!

          การต่อสู้สุดระห่ำที่มีความแค้นเป็นที่ตั้ง มาพร้อมกับกลยุทธ์การต่อสู้แบบมันส์สะใจคอแอ็คชั่น อย่างแน่นอน “จะสู้ให้ชนะ เราต้องเร็วกว่า แรงกว่า และ ระห่ำกว่า”

FB on October 22, 2014, 03:33:48 PM
จุดประทุของ “เร็วทะลุเร็ว”
          “เร็วทะลุเร็ว” ผลงานหนังแอ็คชั่นสุดระห่ำเที่ยวล่าสุดของสุดยอดปรมาจารย์คิวบู๊อันดับหนึ่งของเมืองไทย “พันนา ฤทธิไกร” ที่ขอกลับมาสร้างผลงานในสไตล์ถนัดที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวอีกครั้ง หลังจากว่างเว้นจากผลงานเรื่องล่าสุดอย่าง “โคตรสู้ โคตรโส” โดยการกลับมาในครั้งนี้ของพันนา เขาก็ขอสร้างปรากฏการณ์ความยิ่งใหญ่ครั้งสำคัญให้คอหนังแอ็คชั่นจารึกไว้ในความทรงจำ กับเรื่องราววิถีชีวิตมือปืนที่เต็มไปด้วยแง่มุมของความรัก มิตรภาพของพี่น้อง การแก้แค้นที่มีชีวิตเป็นเดิมพัน ซึ่ง พันนา ฤทธิไกร พูดถึงจุดเริ่มต้นของ “เร็วทะลุเร็ว” ว่า
          “มันเริ่มมาจากการที่อยากเปลี่ยนภาพหนัง และวิธีการนำเสนอแบบใหม่ๆ ปกติจะมีการคิดฉากแอ๊คชั่นก่อน แล้วค่อยใส่เรื่องราวเข้าไป มาในเรื่องเร็วทะลุเร็วผมอยากทำหนังที่สตอรี่กับฉากแอ็คชั่นเดินไปด้วยกัน ซึ่งเราก็ได้ปรึกษาคุณปรัชญา (ปรัชญา ปิ่นแก้ว) ถึงเรื่องมุมมองและจังหวะของเรื่องราว ซึ่งมีตัวละครแบบหนึ่งที่ผมอยากทำเป็นหนังอยากเอามาเป็นตัวพระเอกบ้าง ก็คือตัวละครที่เป็นมือปืน เป็นนักฆ่า เลยนึกไปถึงหนังในดวงใจของผมคือเรื่อง “มือปืน” ของท่านมุ้ย คือบอกไว้ก่อนว่าคงไม่อาจเอื้อมทำให้ได้แบบท่านนะ แต่ชอบคาแรกเตอร์ของมือปืนที่พี่เอก สรพงษ์เล่นไว้ เหมือนที่ตัวเอกของเร็วทะลุเร็วที่เดี่ยวเล่น การที่ชีวิตหันเหมาเป็นมือปืนเพราะพ่อแม่โดนฆ่า คือมันเป็นจุดเชื่อมต่อของดราม่ากับแอ็คชั่น เพราะถ้าตรงนี้ไม่มีพลังไม่มีแรงขับพอ พาร์ทของแอ็คชั่นก็ไม่น่าเชื่อ ไม่ใช่มาถึงก็ต่อยๆ กัน แต่หนังต้องมีความรู้สึกจากข้างใน แล้วขับไปเป็นพลังให้เกิดฉากต่อสู้เสี่ยงตายต่างๆ ได้”
          กับที่มาของชื่อ “เร็วทะลุเร็ว” ซึ่งหลายคนอาจอยากรู้ถึงที่มาที่ไปของชื่อนี้ ที่ผู้กำกับพันนาตั้งใจสื่อความหมายให้ออกมาตรงกับคอนเซปต์ของการต่อสู้รวมไปถึงฉากเสี่ยงตายที่จะออกสู่สายตาทุกคู่ให้ได้ตะลึงจนแทบหยุดหายใจอีกครั้ง
          “ตอนที่ทำพรีเซ้นท์ฉากแอ็คชั่นไปเสนอเสี่ยงเจียง (สมศักดิ์ เตชะรัตนประเสริฐ) ก็พูดถึงชื่อหนังกัน แล้วก็ชื่อ “เร็วทะลุเร็ว” ผุดขึ้นมา คือคำว่าเร็วในที่นี้คือเร็วมากใจมาจากความแค้นของตัวละคร ไม่ใช่เร็วแบบหนังแข่งรถนะ แต่มาจากความเร็วความแรงในใจของตัวละครที่พุ่งไปหาศัตรูด้วยความแค้น คือผมไม่อยากให้หนังมาบู๊มาต่อสู้กันแบบไม่มีความหมาย หนังเรื่องนี้ต้องการจะบอกว่าการต่อสู้เกิดจากความรู้สึกข้างในจิตใจของมนุษย์เรา ความตื่นเต้นมาจากการไล่ล่า จากหนึ่งไปสอง สองไปสาม สามไปสี่ คือเร็วแรงให้มันทะลุไปเลย คนที่มีความแค้นมากๆ แล้วนำไปถึงฉากแอ็คชั่นและเรื่องราวที่เราจะนำเสนอ”
          ใน “เร็วทะลุเร็ว” ยังถือเป็นการรวบรวมเอาเหล่าขุนพลแอ็คชั่นมาผนึกกำลังสร้างความมันส์ระห่ำกันอย่างชนิดที่ไม่เคยมีมาก่อน ทั้งทีมออกแบบคิวบู๊มือหนึ่งของเมืองไทยอย่าง ธนา ศรีสุข รวมไปถึงผู้ควบคุมฉากเสี่ยงตายอย่าง “เซ้ง-กวี ศิริคะเณรัตน์” ที่อยู่เบื้องหลังหนังแอ็คชั่นหลายต่อหลายเรื่องของเมืองไทย รวมไปถึงผ่านงานหนังแอ็คชั่นระดับอินเตอร์มาแล้วอย่างโชกโชน และที่ขาดไม่ได้เลยคือเหล่าสตั้นท์แมนระดับโลก ที่พกพาเอารางวัลสตั้นท์ยอดเยี่ยมจากเทศกาลแอ็คชั่นเฟสเป็นเครื่องการันตีถึงคุณภาพของฉากต่อสู้และฉากเสี่ยงตายต่างๆ ซึ่งผู้กำกับ พันนา พูดถึงเรื่องนี้ว่า “อย่างที่รู้กันดีว่าหนังผมเป็นหนังที่เต็มไปด้วยฉากเสี่ยงตาย มีแต่งานที่ทำออกมาให้เห็นเป็นภาพในหนังยากมากเพราะฉะนั้นผมจะคิดคนเดียวไม่ได้ ต้องมีคนออกแบบคิวบู๊ มีคนออกแบบฉากเสี่ยงตาย มีสตั้นท์ ผมก็เลือกคนที่เคยทำงานด้วยกัน เพราะว่ารู้ใจกัน แล้วทีมงานเหล่านี้นอกจากเขาจะอยู่เบื้องหลังหนังแอ็คชั่นของไทยแล้ว เขาก็ไปเก็บประสบการณ์ ไปโชว์ฝีมือให้ฝรั่งให้มาแล้วหลายต่อหลายเรื่อง และเมื่อถึงเวลาที่ต้องกลับมาทำหนังไทย ทุกคนก็จะกลับมารวมกัน คือมันเหมือนเป็นครอบครัวเดียวกัน มารวมพลังกันทำฉากยากๆ ฉากเสี่ยงตาย อย่างสตั้นท์เราก็จะคัดเลือกจากซีนที่เขาถนัด เช่นตกตึก คนนี้ถนัดเพราะใจถึง บางคนต้องไฟไหม้ท่วมตัว คือทุกคนต้องแกร่งทั้งร่างกายและจิตใจ เรียกว่าเอาสตั้นท์มารวมไว้ในหนังเรื่องนี้เยอะที่สุดเลยก็ว่าได้ อย่างมีฉากหนึ่งก็รวมเอาสตั้นท์มารวมไว้ถึง 60 คน เรียกว่าทุกคนเอาชีวิตเข้าแลกกว่าจะได้ฉากมันส์ๆ มาสักฉาก ดาราแอ๊คชั่นจะไม่เกิดเลย ถ้าไม่มีสตั้นท์ที่เอาชีวิตเข้าแลกเพื่องานๆ นี้”
          และอย่างที่ทราบกันดีแล้วว่า “เร็วทะลุเร็ว” คือผลงานการกำกับเรื่องสุดท้ายของสุดยอดปรมาจารย์นักบู๊คนนี้ คนที่สร้างสรรค์ผลงานสุดระห่ำที่ไม่เคยมีใครเคยกล้าทำ หรือกล้าคิดมาก่อน แม้ว่าจะเป็นเรื่องที่น่าเสียดายที่วงการหนังไทยต้องสูญเสียบุคคลมากฝีมือคนนี้ไป แต่เชื่อเหลือเกินว่าสิ่งที่ “พันนา” สร้างเอาไว้ตลอดระยะเวลา 34 ปีในเส้นทางสายแอ็คชั่น จะเป็นสิ่งที่คนรุ่นใหม่ที่อยากเดินบนเส้นทางสายนี้ จะได้ใช้ผลงานของเขาเป็นแรงบันดาลใจอย่างดีในการทำงานต่อไป ซึ่งผู้กำกับพันนาได้ฝากผลงานเรื่องสุดท้ายของเขาเรื่องนี้ว่า
“ก็อยากฝากคอหนังแอ็คชั่นทุกคนไปช่วยให้กำลังใจหนังบู๊พันธ์ไทยเรื่องนี้ด้วยครับ ทุกคนรวมพลังกันทำให้หนังเรื่องนี้ออกมาอย่างเต็มที่ บางคนต้องเสี่ยงตายกว่าจะได้ฉากมันส์ๆ ให้ได้ดูกัน แล้วก็อยากจะฝากวุติ นักบู๊เลือดใหม่คนนี้ด้วย ผมเชื่อว่าเขาต้องแจ้งเกิดได้ถ้าคุณได้เห็นฝีมือกัน ไปอุดหนุนกันเยอะๆ ครับ แอ็คชั่นพันธ์ไทยจะได้เติบโตไปสู้กับต่างชาติได้ อย่าลืมไปดูกันครับ “เร็วทะลุเร็ว” 13 กันยายนนี้ ทุกโรงภาพยนตร์”
          ถึงแม้ว่าตำนานนักบู๊ “พันนา ฤทธิไกร” จะเหลือไว้เพียงชื่อและผลงานที่คนรุ่นต่อไปจะต้องจดจำผู้ชายคนนี้ในฐานะคนที่ทำหนังแอ็คชั่นได้เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ไม่เหมือนใคร ทั้งสไตล์หนัง เล่นจริง เจ็บจริง เสี่ยงตาย ท้าตาย และความทุ่มเทของพันนารวมไปถึงทีมงานทุกคนแบบเกินร้อย ซึ่งไม่ต้องห่วงเลยว่าสิ่งเหล่านี้จะหายไปกับชื่อของพันนา เพราะทายาทที่มาจากสายเลือดแท้ๆ ของเขา “กฤษณะ ลาดพันนา” ที่พร้อมจะเดินตามรอยเท้าพ่อต่อไปบนเส้นทางสายนี้
          “ก็ตอนนี้ที่มีก็คือทำตามระบบที่พ่อเคยวางไว้ ก็คือตอนนี้ก็อยากจะเคลียร์เรื่องของเร็วทะลุเร็วให้จบก่อน แต่ว่ามีไอเดีย มีโปรเจ็กต์หนังเรื่องใหม่ ๆ ที่พ่ออยากทำ ทางทีมงานก็จะมาช่วยกันคิดช่วยกันทำออกมาเป็นรูปเป็นร่างเพื่อที่จะสร้างเป็นผลงานต่อไป จริง ๆ หนังแอ็คชั่นสไตล์ พันนา ฤทธิไกร มันโดดเด่นอยู่แล้ว ด้วยเรื่องของคิวบู๊ สมจริง แตะจริง ต่อยจริง แต่อยู่บนความเซฟตี้ที่ปลอดภัย มีเรื่องความเสี่ยง มีเรื่องคิวแอ็คชั่น เสี่ยงตายยาก ๆ มันเป็นลายเซ็นที่มันเป็นทางของเราอยู่แล้ว ซึ่งเป็นสไตล์ที่ชัดเจน ซึ่งจริง ๆ แล้วตรงจุดนี้ผมก็จะคงความเป็นสไตล์พันนาให้อยู่ต่อไป และก็จะเสริมด้วยไอเดียใหม่ ๆ จากผม จากทีมงานผู้กำกับทั้งหลายที่เป็นลูกศิษย์พ่อ จากทีมสตั้นท์ทุกคน มาระดมไอเดียกันเพื่อสร้างผลงานใหม่ ๆ ขึ้นมา เพราะว่าแนวคิดของพ่อคือการพัฒนาไอเดียใหม่ ๆ อยู่ตลอดเวลา ฉะนั้นเราก็ต้องพัฒนาไอเดียใหม่ ๆ ต่อยอดจากของพ่อขึ้นไปอีก แต่คงความเป็นหนังแอ็คชั่นไทย สไตล์ พันนา ฤทธิไกร ไว้ครับผม”

FB on October 22, 2014, 03:34:26 PM
คาแรกเตอร์

นที (รับบทโดย เดี่ยว-ชูพงษ์ ช่างปรุง)
          ชายหนุ่มที่ต้องการค้นหาความจริงว่าใครเป็นคนฆ่าพ่อแม่ของตน จนต้องยอมเป็นมือสังหารเพื่อแลกเบาะแสในอดีต เขาเป็นคนจมอยู่กับความคิดของตนเองจนมาเจอกับ "พลอย" ที่เปิดหัวใจเขาให้คิดในสิ่งที่ต่างออกไป
          เดี่ยว-ชูพงษ์ เริ่มเส้นทางบนสายแอ็คชั่นจากการเป็นหนึ่งในทีมสตั้นท์ของ “พันนา ฤทธิไกร” ด้วยความเชี่ยวชาญในเรื่องของศิลปะการต่อสู้และการแสดงผาดโผน พ่วงด้วยพื้นฐานยิมนาสติกและมวยไทย บวกกับความโดดเด่นทางด้านบุคลิกหน้าตา ทำให้เดี่ยว-ชูพงษ์ ได้รับเลือกให้เป็นพระเอกเรื่อง "เกิดมาลุย" จนสามารถแจ้งเกิดในฐานะนักบู๊ได้สำเร็จ และยิ่งตอกย้ำในศักยภาพและฝีมือที่มีอยู่เต็มตัวในผลงานเรื่องต่อมา “คนไฟบิน” ที่ส่งให้ชื่อของ เดี่ยว-ชูพงษ์ ขึ้นแท่นเป็นนักบู๊อันดับต้นๆ ของเมืองไทย ก่อนจะมีผลงานที่เขาได้ปะทะฝีมือกับศิษย์ผู้พี่ “จา-พนม ยีรัมย์” ในองค์บาก 2 และ 3 และในล่าสุดกับผลงานอภิมหาแอ็คชั่นฟอร์มยักษ์ “เร็วทะลุเร็ว” ที่เดี่ยว ชูพงษ์ได้มารับบทพระเอกอีกครั้ง และต้องมาผนึกกำลังความมันส์ระห่ำกับนักบู๊รุ่นน้อง “วุฒิ-นันทวุฒิ บุญรับทรัพย์” ที่พร้อมส่งให้เขากลายเป็นนักบู๊อันดับหนึ่งของเมืองไทยคนใหม่อย่างไม่ต้องสงสัย ซึ่งผู้กำกับพันนา พูดถึง เดี่ยว-ชูพงษ์ว่า
          “ผมว่าเดี่ยวในตอนนี้อยู่ในช่วงที่พีกที่สุด คืออยากพูดว่าเรื่องการต่อสู้ที่จาพนมเคยทำให้เห็น เดี่ยวก็มีศักยภาพและความสามารถที่จะทำแบบนั้นได้แล้ว ดังนั้นผมก็เลยมีไอเดียใหม่ที่จะทำให้เดี่ยวต่างจากจา ก็เลยให้เดี่ยวโชว์ศักยภาพในเรื่องของการใช้อาวุธปืน การต่อสู้ระยะประชิดตัวแบบนักฆ่า ซึ่งเราก็ส่งเดียวไปศึกษากับหน่วยอรินทราชที่เขาเชียวชาญในจุดนี้เลยเราจะได้เห็นเดี่ยวประกอบปืนอย่างคล่องแคล่ว ถือปืนลูกซองบุกเดี่ยวไปยิงคนเป็นสิบ หรือแม้แต่การวางระเบิด ซึ่งตรงนี้เป็นความใหม่ของเดี่ยว ในส่วนของเรื่องการแสดงมันก็มีความเข้มข้นมีมิติที่ต่างจากเดิม คือเป็นบทที่มีความเครียดสูงมาก คือต้องตามล่าคนที่ทำพ่อกับแม่ แล้วยังต้องหนีจากการไล่ล่าอีก ซึ่งผมมองว่าเรื่องการแสดงเดี่ยวต่างจากเดิมมาก ต่างจากเมื่อ 9 ปีที่แล้วใน เกิดมาลุย เพราะเขาผ่านผู้กำกับชั้นครูที่ทำงานร่วมกันมาทั้ง เฉลิม วงษ์พิมพ์ ทั้ง พี่อุ๋ย นนทรีย์ อารมณ์กับการแสดงของเดี่ยวเปลี่ยนไป พอเขาได้อ่านบทเรื่องนี้ เขาก็ตีความอารมณ์ของตัวละครได้เลย”
ทางด้านของแอ็คชั่นสตาร์คนใหม่ของวงการหนังไทย “เดี่ยว-ชูพงษ์” ก็พูดถึงบทบาทใน “เร็วทะลุเร็ว” รวมไปถึงการได้กลับมาร่วมงานแบบเต็มตัวกับผู้กำกับพันนา ผู้ที่เปรียบเสมือน “พ่อ” ของเขาในเส้นทางสายแอ็คชั่นว่า
          “พี่พันนาคุยให้ได้ฟังมานานแล้วครับ ตอนที่ได้ฟังคอนเซปต์แล้วรู้สึกว่ามันฉีกจากทุกเรื่องของพี่พันนา คือมีทุกรสชาติในหนังเรื่องนี้ มีเรื่องราวให้ลุ้น บวกกับแอ็คชั่นดีไซน์ใหม่ๆ ที่ฟังแล้วรู้สึกโหดมาก เพราะหนังเป็นแนวเรียลแอ็คชั่น พอฟังแล้วเราอยากที่จะเล่น พอแกบอกจะให้เราเล่น มันก็เป็นความรู้สึกที่ดีมาก เพราะเราได้ยินแกพูดมานาน ที่แกจะทำในเร็วทะลุเร็ว ทำให้เราสนใจ ก็อีกอย่างหนึ่งคือ แอ็คชั่นของเราก็เป็นแอ็คชั่นที่ยากมาก แล้วก็ทำยากมากๆ ทำให้เรารู้สึกว่าท้าทาย ความสามารถของเราที่จะทำให้สำเร็จได้”

ธาร (รับบทโดย วุฒิ-นันทวุฒิ บุญรับทรัพย์)
          น้องชายของนที เขาอยากมีความกล้าอย่างพี่ชาย กล้าที่จะออกไปต่อสู้เพื่อหาความจริง จนวันหนึ่งที่เขาได้รู้ความจริงของการตายของพ่อแม่ ทำให้เขากล้าที่จะต่อสู้ และแสดงความสามารถที่แท้จริงออกมา เพื่อช่วยนทีหนีจากการไล่ล่าและร่วมกันล้างแค้นพวกคนเลวให้สิ้นไป
          วุฒิ-นันทวุฒิ บุญรับทรัพย์ เริ่มเข้าสู่เส้นทางสายแอ็คชั่น จากการค้นพบของปรมาจารย์นักบู๊อันดับหนึ่งของเมืองไทยผู้ล่วงลับ “พันนา ฤทธิไกร” ที่พาเขามาฝึกซ้อมศิลปะการต่อสู้หลังจากได้เห็นแววและฝีมือของเด็กหนุ่มคนนี้ จนได้ประเดิมผลงานเรื่องแรกในภาพยนตร์ “5 หัวใจฮีโร่” ในขณะที่มีอายุเพียง 12 ปี ก่อนจะหันไปทุ่มเทให้กับการฝึกซ้อมอย่างหนักเป็นเวลาหลายปี ตามความตั้งใจของพันนา ฤทธิไกร ที่ต้องการให้วุฒิโตเป็นหนุ่มอย่างเต็มที่ และล่าสุดใน ปี พ.ศ. 2557 วุฒิ-นันทวุฒิ ก็ขอแจ้งเกิดอย่างเต็มตัวในฐานะนักบู๊เลือดใหม่ในอภิมหาภาพยนตร์แอ็คชั่นฟอร์มยักษ์ “เร็วทะลุเร็ว” ผลงานการกำกับเรื่องสุดท้ายของผู้ที่ถือเป็นพ่อและครูในเส้นทางสายแอ็คชั่นของเขา “พันนา ฤทธิไกร”
          “สำหรับวุติ ก็รับบทเป็น ธาร น้องชายของนที (รับบทโดย เดี่ยว-ชูพงษ์) คาแรกเตอร์ก็เป็นเด็กหนุ่มธรรมดาที่ชีวิตต้องเปลี่ยนไปเมื่อรู้เรื่องการตายของพ่อแม่ แล้วกับการที่ต้องมาช่วยพี่ชายหนีจากการไล่ล่า สำหรับวุติหลายคนคงเคยเห็นเขาตอนเล่นเรื่อง 5 หัวฮีโร่มาแล้ว แต่ตอนนั้นเขายังอายุแค่ 10 ขวบ มาตอนนี้ก็อายุ 20 ปีแล้ว โครงสร้างร่างกายก็โตเป็นหนุ่มแล้ว ช่วงระยะเวลาเกือบ 10ปี ที่เขาว้างเว้นจากการเล่นหนัง เราก็ปล่อยให้เขาได้ใช้ชีวิตตามประสาเด็กวัยรุ่นทั่วไป แต่ก็มีการฝึกซ้อมกันอยู่ตลอด จะบอกว่าเรารอให้เขาพร้อมก็ได้นะ เพราะมันมีหลายโปรเจกต์ที่อยากให้วุติมาเล่น แต่เราอยากรอเวลาให้เขาพร้อมก่อนจริงๆ เหมือนกับที่เราฝึกจีจ้ามาเป็น 10 ปี แล้วรอช่วงอายุที่เหมาะจริงๆ วุติก็เหมือนกันเราให้เขาหยุดเล่นหนังมา 8-9 ปี แล้วก็ซ้อมๆ แล้วเราก็วางไว้ว่าพอเขาอายุ 20 เราจะมีหนังที่ให้เขาเป็นตัวเอกเลย จนมาถึง “เร็วทะลุเร็ว” ผมว่าถึงเวลาของเขาแล้ว”
ทางด้าน “วุฒิ-นันทวุฒิ” ก็พูดถึงบทบาทครั้งสำคัญ ที่จะส่งให้เขาได้เป็นแอ็คชั่นสตาร์คนต่อไปของวงการหนังไทยว่า
          “พอรู้ว่าต้องเล่นเรื่องนี้ ก็ต้องซ้อมหนักขึ้น ให้กล้ามเนื้อแข็งแกร่ง ถือว่าต้องซ้อมหนักกว่าตอนเล่นเรื่องที่แล้วมาก เพราะตอนนั้นยังเด็ก แต่เรื่องนี้เราโตขึ้นก็ต้องมีการฝึกเพิ่มการคล่องตัว เพิ่มความแข็งแรง ทั้งฟิตกล้ามเนื้อให้มันเข้าที่ คือก่อนหน้าถ่ายทำก็ต้องมีการฝึกซ้อมกันอย่างต่อเนื่องตลอดอยู่แล้ว ยิ่งพอตอนถ่ายทำยิ่งเจอคอร์สที่เข้มข้นขึ้นอีก ตอนเช้าตื่นมาวิ่ง ตอนเที่ยงฝึกการออกอาวุธการต่อสู้ ตอนเย็นต้องเข้ายิม วันหนึ่งคือเกินสิบโมงที่ต้องซ้อมคือร่างกายต้องพร้อมก่อน ถ้าร่างกายไม่พร้อมเวลาถ่ายมันก็จะเหนื่อย คือร่างกายต้องมาก่อน และที่อาพันนาเน้นเราอยู่เสมอคือเรื่องของอารมณ์ในการเล่นแอ๊คชั่น เราเล่นแอ๊คชั่นไม่ได้เล่นแค่เตะต่อย คือเราต้องใช้อารมณ์ข้างในออกมา เหมือนเราเล่นเป็นตัวละครอะไรเราก็เราก็ต้องสื่ออารมณ์ข้างในออกมาให้ดีที่สุด แล้วก็ใช้อารมณ์จากตรงนั้นจริงๆ ออกมาเป็นการต่อสู้ครับ ถามว่ากดดันมั้ย ผมไม่กดดัน เลยครับ เพราะผมไม่เคยเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับใคร เราได้ทำสิ่งที่เรารัก เราแค่ทำวันนี้ให้ดีที่สุด เหมือนก้าวแรกที่เราก้าวเข้ามา คนอื่นเค้าจะมองยังไงผมว่าเป็นมุมของคนอื่นมากกว่า ผมเต็มที่กับงานของผม ก็พอแล้ว เป้าหมายเราไม่ได้วางไว้สูงมาก คือเราอยากทำตรงนี้ให้มันดีมากกว่า เดี๋ยวอนาคตจะเป็นไงก็ช่างมัน”

พลอย (รับบทโดย เมย์-นิศาชล ต้วมสูงเนิน)
          หญิงสาววัยรุ่น หลานสาวของผู้มีอิทธิพลที่ต้องถูกบอดี้การ์ดติดตามตลอดเวลา เธออยากเป็นอิสระ วันหนึ่งมีคนต้องการชีวิตเธอ โดยที่เธอไม่รู้เหตุผล แต่เธอก็ได้นทีช่วยเหลือไว้ พลอยไปกับนที เธอกลับได้พบโลกใหม่ที่เธอไม่เคยได้พบมาก่อน
          อีกหนึ่งตัวละคร ที่ถือเป็นตัวแปรสำคัญของเรื่องราวใน “เร็วทะลุเร็ว” รับบทโดยสาวน้อยวัย 18 ปี ซึ่งผู้กำกับพันนาคัดเลือกมาจากผู้ที่มาแคสติ้งกว่า 50 ชีวิต ก่อนจะมาเคาะที่สาวจากจังหวัดอุดรธานีที่มีชื่อว่า “เมย์-นิศาชล ต้วมสูงเนิน” ที่จะมาสวมบทบาท “พลอย” หญิงสาวที่จะเข้ามาเปลี่ยนชีวิตสีดำของนทีให้กลายเป็นคนเดิมอีกครั้ง ซึ่งผู้กำกับพันนา พูดถึงนักแสดงสาวหน้าใหม่คนนี้ว่า
          “สำหรับเมย์ ที่มารับบทพลอยในเรื่องนี้ ผมเลือกมาจากการแคสติ้งกว่า 50 คน ที่ผมเลือกเพราะว่าแววตาของเขาเลยนะ เจอตอนแรกหน้าตายังไม่ขนาดนี้เลย (หัวเราะ) นางเอกผมขี้เหร่มาก แต่พอเขาเขาเริ่มแสดงหนังเรื่องนี้ เห็นว่าเขาก็ไปประกวดนางงาม ได้รางวัลมาด้วย แล้วก็ไปเล่นละคร คือช่วงถ่ายทำเราจะเห็นว่าเขาเริ่มน่ารักขึ้นเรื่อยๆ คือในเรื่องมาถึงเขาก็ต้องหนีการไล่ล่าต้องมอมแมม ซึ่งฉากที่หนีจากการไล่ล่าเขาทุ่มสุดตัวเลยนะ ถ่ายกันตั้งแต่หัวค่ำยันเกือบเช้า ต้องหกกะล้มอยู่หลายรอบ แล้วยังมีซีนดราม่ากับเดี่ยวต่ออีก เรียกว่าโหดมากสำหรับเขา แต่โดยรวมเขาทำได้ดีมากทั้งความทุ่มเทและการแสดงทั้งๆ ที่เป็นเรื่องแรกของเขา”
ทางด้านของนักแสดงสาวหน้าใหม่ “เมย์-นิศาชล” ก็พูดถึงการได้รับโอกาสมาแสดงหนังเป็นเรื่องแรกในชีวิต ซึ่งก็เจอกับงานสุดหินในการทำงานกับผู้กำกับพันนา ซึ่งสาวเมย์ได้พูดถึงโอกาสในครั้งนี้ว่า
          “สำหรับ “เร็วทะลุเร็ว” ก็ถือเป็นผลงานในวงการบันเทิงชิ้นแรกของเมย์ค่ะ แต่ช่วงที่กำลังถ่ายภาพยนตร์เรื่องนี้อยู่ ก็มีได้ไปประกวดมิสไทยเลนด์เวิลด์ปี 56 และได้รับตำแหน่งนางงามรูปร่างดีบายสลิมคอนเซปต์ ตอนที่รู้ว่าได้เล่นเรื่องนี้คือมีพี่โทรมาบอกว่าน้องเมย์ได้แล้วนะ เราก็บอกว่าจริงหรอพี่ รู้สึกดีใจ ตื่นเต้น แล้วผลงานครั้งแรกของเราเป็นหนังแอ็คชั่น แล้วต้องได้มาร่วมงานกับอาพันนา ซึ่งดังมาก ก็รู้สึกว่าเป็นโอกาสครั้งสำคัญ จำได้ว่ามากองวันแรก ก็ตกใจค่ะ คนเยอะมาก ทั้งรถพยาบาล ทั้งรถทีมสตั้นท์ เมย์ก็ตกใจ ไม่นึกว่ามันจะเยอะขนาดนี้ เคยเห็นในทีวีกองถ่ายคนเค้าคงไม่เยอะขนาดนี้ คงเป็นเพราะมันเป็นหนังแอ๊คชั่นด้วย ทั้งกองมีแต่คนตัวโตๆ เดินเต็มไปหมด ก็มีทั้งทีมงานสตั้นท์มีเอ็กซ์ตร้าเยอะมาก ตอนที่เข้าฉากครั้งแรกก็คือหนักแล้ว คือเป็นฉากใส่ชุดนางรำ หนีตายจากการถูกไล่ล่า หนีไปอยู่ที่สลัม เจอทั้งระเบิด เจอทั้งปืน ทั้งไฟ ต้องวิ่งด้วย ต้องล้ม ล้มใส่กองขยะ ล้มใส่พื้น ล้มใส่น้ำ มาถ่ายวันแรกนี่คือเจอครบทุกอย่าง แล้วถ่ายตั้งแต่ตีห้าอีกวันนึง จนถึงตีห้าของอีกวัน เรียกว่า 24 ชั่วโมง วิ่งเสร็จก็ต้องมาเข้าฉากดราม่ากับพี่เดี่ยว ซึ่งหนักมาก เมย์เครียดจนร้องไห้เลย”
          เจย์ รับบทโดย เกศริน เอกธวัชกุล (เกิดมาลุย/ไฉไล/สลัดตาเดียวกับเด็ก 200 ตา/สวยซามูไร/ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราชภาค3มือสังหารตัวฉกาจ ลูกน้องคนสำคัญของชัย เจย์เป็นนักฆ่าโดยสมบูรณ์แบบ เลือดเย็นโหดเหี้ยม ไร้ซึ่งความปราณี เธอแอบมีสัมพันธ์ลับๆ กับปอชลูกหัวหน้าของเธอเอง
          “นุ้ย-เกศริน เอกธวัชกุล” นักแสดงสาวสุดเซ็กซี่ ที่ก้าวเข้ามาเป็นนักแสดงอย่างเต็มตัวครั้งแรกจากผู้กำกับพันนานั่นเอง จากการเห็นแววความสามารถจากการที่เธอเคยเป็นนักกีฬาเทควันโด้ทีมชาติไทย จึงชวนให้มาร่วมงานในหนังแอ็คชั่น “เกิดมาลุย” ในปี พ.ศ.2547 ซึ่งส่งให้เธอแจ้งเกิดในวงการบันเทิงอย่างเต็มตัวจากเสน่ห์ที่มีอยู่ในตัวอย่างเต็มเปี่ยม รวมไปถึงความสามารถในการต่อสู้ที่ถูกประยุกต์เข้ากับลีลาแอ็คชั่นได้เป็นอย่างดี เราจึงเห็นผลงานเธอในภาพของสาวสุดเซ็กซี่ที่มีลีลาแอ็คชั่นที่หนักหน่วงไม่แพ้ผู้ชายแต่อย่างใด และใน “เร็วทะลุเร็ว” ถือเป็นการได้กลับมาร่วมงานกับผู้ที่เปรียบเสมือน “พ่อ” ในเส้นทางสายนี้ของเธออีกครั้งในรอบสิบปี กับบทบาท “เจย์” มือสังหารตัวฉกาจที่สุดแสนจะเลือดเย็น ซึ่งผู้กำกับพันนา พูดถึงบทบาทของเธอในเรื่องนี้ว่า
          “เรื่องนี้ได้ นุ้ยเกศริน มาเล่นเป็นตัวร้าย ซึ่งโหดมากเลยนะ ในส่วนของแอ็คชั่นไม่ต้องห่วงเลย ด้วยความที่เขาเคยเป็นนักกีฬาเทควันโด้ทีมชาติ เคยผ่านงานแสดงแอ็คชั่นมามากมาย เรื่องลูกบู๊นี่ไม่ต้องเป็นห่วง เขาผ่านอะไรมาเยอะ ก็ถือว่าเป็นการมาร่วมงานกันเต็มๆ อีกครั้งเลย ตอนเกิดมาลุยนุ้ยยังใหม่มาก แต่ตอนนี้นี่สุดยอด ทั้งเรื่องแอ็คติ้ง ทั้งการเคลื่อนไหว เพราะเขาเป็นครูสอนเต้นด้วย ในเรื่องนี่ผมว่าเขาเล่นร้ายที่สุดแล้วนะ ออกแนวมือสังหารที่ฆ่าคนแบบไม่รู้สึกอะไร สีหน้าดูโหดมากๆ แล้วในเรื่องนี้มีฉากหนึ่งที่เขาต้องสู้กับเดี่ยว คือเป็นฉากแอ็คชั่นระหว่างผู้ชายกับผู้หญิงที่คนดูต้องทึ่งว่าผู้หญิงเล่นฉากแอ็คชั่นแบบนี้ได้ด้วยหรอ ต้องบอกว่านุ้ยทำได้ดีมากๆ สำหรับฉากนี้”
ทางด้านสาวนักบู๊สุดเซ็กซี่ “นุ้ย-เกศริน” ก็พูดถึงการได้กลับมาร่วมงานอีกครั้งกับผู้กำกับพันนาอีกครั้งในรอบ 10 ปี กับบทบาทที่ร้ายที่สุดในชีวิตของเธอว่า
          “ก่อนอื่นนุ้ยอยากบอกว่า รู้สึกเป็นเกียรติมากที่พันนาชวนเล่นในเร็วทะลุเร็ว เพราะว่าพี่พันนาโทรศัพท์หานุ้ยด้วยตัวเอง เราก็ตอบโอเคเลย เพราะว่าเราก็เกิดจากพี่พันนา ตั้งแต่เกิดมาลุย เหมือนเป็นผู้ให้โอกาสเราในวงการนี้ การได้ร่วมงานกับพี่พันนาอีกครั้งนุ้ยถือว่าสุดยอด ในเรื่องก็รับบทเป็นเจย์เป็นผู้หญิงคนเดียวในกลุ่มตัวโกง แล้วก็เป็นเด็กของเสี่ยชัยหัวหน้าของฝั่งผู้ร้ายที่ตามฆ่า นที ซึ่งรับบทโดย พี่เดี่ยว แล้วก็มีสัมพันธ์กับลูกบุญธรรมของเสี่ยชัยอีก ภายนอกอาจไม่ร้าย ดูนิ่งๆ คือเหมือนเป็นคนที่ไม่มีอะไรเลย แต่จริงๆ แล้วในหัวเขาคิดอยู่ตลอด เวลาที่จะสั่งฆ่า ก็จะนิ่งแต่ดูโหดเหี้ยมมากในเรื่องก็ต้องมีฉากสู้กับพี่เดี่ยว มันค่อนข้างยากมากสำหรับผู้หญิง เพราะถ้าผู้ชายสู้กันมันก็คงจะอีกฟีลนึง แต่ด้วยความที่เราเป็นผู้หญิง แล้วต้องไปสู้กับผู้ชาย เราก็ต้องโดนจับทุ่ม จับเหวี่ยง นุ้ยก็ว่าถ้าเป็นผู้หญิงคนอื่นพี่พันนา คงต้องเกรงใจแน่ๆ เลย แต่นี่เห็นเป็นนุ้ย เลยจัดเต็ม”
ปอช รับบทโดย ชัชพล กุลศิริวุฒิชัย (โคตรสู้โคตรโส)
          เพลย์บอยหนุ่มลูกชายผู้มีอิทธิพล นิสัยเลือดร้อน บ้าระห่ำ ชอบการต่อสู้ ปอชทำทุกอย่างเพื่อให้เป็นที่ยอมรับในแวดวงอิทธิพลเถื่อนและที่สำคัญเขาหวังจะยิ่งใหญ่แทนที่พ่อเขาเอง
          “ปอช-ชัชพล กุลศิริวุฒิชัย” บุตรชายแท้ๆ ของ “ลักษณ์ อภิชาติ” นักแสดงแอ็คชั่นชื่อดังในอดีต เริ่มเจริญรอยเท้าพ่อจากการเข้ามาสมัครเป็นหนึ่งในทีมสตั้นท์แมนของผู้กำกับพันนา ก่อนจะทำตามความฝันของตัวเองได้สำเร็จกับการได้มีผลงานแสดงแบบเต็มตัวในหนังแอ็คชั่น “โคตรสู้ โคตรโส” ในปีพ.ศ.2553 และล่าสุดกับผลงานเรื่องล่าสุด “เร็วทะลุเร็ว” เขาก็ถูกวางตัวจากผู้กำกับพันนาให้มารับบทมาฟียหนุ่มเลือดร้อน ที่ตามไล่ล่าตัวเอกของเรื่อง ซึ่งแน่นอนว่าผลงานเรื่องใหม่ของเขาในเรื่องนี้ เราจะได้เห็นลีลาการต่อสู้ที่ชัดเจนในเรื่องความหนักหน่วง และทักษะของการเป็นนักบู๊ที่มีอยู่เต็มเปี่ยมในตัวเขา ซึ่งผู้กำกับพันนา พูดถึงบทบาทในเรื่องนี้ของ “ปอช-ชัชพล” ว่า
          “สำหรับปอช เรื่องนี้จะเห็นได้ชัดเลยว่าเขาเก่งขึ้นยังไง จากเรื่องที่แล้ว โคตรสู้โคตรโส เขาเล่นเป็นตัวดี เป็นพระเอก เรื่องนี้จะร้ายแบบสุดขั้ว คือเล่นเป็นลูกของเสี่ยชัย ที่ตามฆ่ากลุ่มพระเอก ก็ถือว่าเรื่องนี้ผมตั้งใจปรับลุกส์เขาเลย ซึ่งเขาก็แสดงผ่านสีหน้าท่าทางได้ตามคาแรกเตอร์ของตัวละครตัวนี้ได้สมบูรณ์แบบ ส่วนเรื่องแอ็คชั่นไม่ต้องห่วงเพราะเขาเริ่มมาจากสตั้นท์ เขาจะเก่งในเรื่องการออกอาวุธที่สวยงาม ด้วยความที่เล่นเทควันโด้มา อย่างในเรื่องเขาต้องมีฉากที่สู้กับวุฒิ เป็นดีไซน์การเล่นกับกระจก ก็ต้องสู้ผ่านกระจกที่อันตรายมากๆ รวมไปถึงการต่อสู้แล้วตกลงมาจากตึกสี่ชั้นกับวุฒิก็ถือว่ายากและอันตราย แต่เขาก็ทำออกมาได้ดี”
ทางด้าน “ปอช-ชัชพล” ก็พูดถึงการพลิกบทบาทมารับบทร้ายแบบสุดขั้ว กับผลงานหนังแอ็คชั่นท้าตายเรื่องนี้ว่า
          “จุดเริ่มต้นก็เริ่มจากการไปเป็นทีมสลิง ในหนังนเรศวร แล้วก็ไปเป็นสตั้นท์ใน ช็อคโกแลต ในดื้อ สวย ดุ มีองค์บากสอง องค์บากสาม มาสักพักอาพันนาเขาก็เล็งเห็นก็เลยให้ผมรับบทนำในโคตรสู้โคตรโส ตอนนั้นก็ถือว่ายากเพราะเราไม่เคยพูดบทเลย เคยแต่โดนเตะต่อยอย่างเดียว ตอนที่เล่นตอนนั้นเราก็ได้ประสบการณ์มากขึ้น ซึ่งก็ดีใจมากได้รับรางวัลจากต่างประเทศมาหลายรางวัล มาในเรื่องนี้ก็ดีใจครับที่อาพันนาให้โอกาสอีกครั้ง ก็มาเล่นเป็นตัวร้ายคอยตามฆ่าพี่เดี่ยว ก็มีฉากที่ยากๆ คือ ต้องสู้กับพี่เดี่ยวบนโบกี้รถไฟ สิ่งที่ยากคือมันเป็นการต่อสู้บนที่แคบ เวลาที่ต้องตีลังกา เวลาที่ต้องจับทุ่ม ถ้าทุ่มก็คือต้องข้ามตัวพี่เดี่ยวไปเลย แล้วก็มีฉากที่ตกจากที่สูงประมาณสี่ชั้น แต่ว่าผมใช้หันหลังลง ส่วนวุฒิก็เจ็บขา ลงมาข้อเท้าพลิก คือในเรื่องนี้คือสู้กันแบบดิบๆ ใช้หมัดกับศอก เรียกว่าหลับได้เลย”

FB on October 22, 2014, 03:34:46 PM
ร่วมด้วย
อาหนอม รับบทโดย พิง ลำพระเพลิง (คนหิ้วหัว/ฝันโคตรโคตร/สามย่าน/ฟ้าแก้มโต
          อดีตนายตำรวจหนุ่มไฟแรงมากฝีมือ ผู้ที่ดูแลนทีกับธารมาตั้งแต่เด็ก เพราะสัญญาไว้กับพ่อของทั้งสองคนที่เคยช่วยชีวิตเขาไว้เมื่ออดีตว่าจะเลี้ยงดูอย่างดีและไม่ให้มาเกี่ยวพันกับวงการอันตรายโดยเด็ดขาด แต่สุดท้าย อาหนอมก็ทำอย่างที่รับปากไว้กับรุ่นพี่ไม่ได้ เมื่อนทีไปเป็นมือ สังหาร
ชัย รับบทโดย โกวิทย์ วัฒนกุล
          ผู้ที่มีอิทธิพลที่มีจิตใจอำมหิตเลือดเย็น ทำทุกอย่างได้เพื่อผลประโยชน์ของตน ความเลวและความชั่วช้าในจิตใจของเขาได้ถูกส่งต่อไปยังปอช ลูกชายเพลย์บอยที่พยายามเดินตามรอยอิทธิพลเฉกเช่นพ่อของตน
อาจารย์ซีฟู รับบทโดย อาจารย์ซีฟู
          หมอจีนประจำของครอบครัวของพลอยเป็นทั้งซินแสที่มีความสามารถในการรักษาอาการเจ็บป่วยในแพทย์แผนจีน แต่ก็มีความสามารถในด้านศิลปะการต่อสู้ที่เก่งฉกาจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งวิชากังฟูอันร้ายกาจที่คนหนุ่มยากจะต่อกรได้ถึงแม้จะมีอายุถึง 78 ปีแล้วก็ตาม
ทีมสตั้นท์เสี่ยงตาย รับบทโดย พันนาสตั้นท์ทีม
          พระเอกตัวจริงของหนังแอ็คชั่นแทบทุกเรื่อง กับการทุ่มเทชีวิตและใจที่เกินร้อยเปอร์เซ็นต์กับทุกๆ ฉากที่เล่นจริง เจ็บจริง หรือฉากเสี่ยงตายที่ไม่มีมนุษย์ธรรมดาคนไหนกล้าทำ แต่พวกเขาก็พร้อมเอาชีวิตรวมไปถึงอาการบาดเจ็บของเขาเข้าแลกเพื่อความมันส์สะใจของ คนดู โดยมีรางวัลสตั้นท์ยอดเยี่ยมระดับโลก ในเวทีเทศกาลแอ็คชั่นเฟส เป็นเครื่องการันตี

ฉากน่าจับตา ที่เร็วกว่า...แรงกว่า...แบบNON-STOP
          ใน “เร็วทะลุเร็ว” เราจะได้เห็นฉากแอ็คชั่นเสี่ยงตายในสไตล์พันนาที่ทวีความเสี่ยงตายและฉีกทุกกรอบความระห่ำในแบบที่ไม่มีใครกล้าทำ อาทิเช่น ฉากแอ็คชั่นฟุตบอล, ฉากแอ็คชั่นลองเทกบุกเดี่ยว, ฉากต่อสู้บนรถไฟที่กำลังวิ่งอยู่, ฉากรถชนเสี่ยงตาย ฯลฯ ซึ่งทั้งหมดเป็นการโชว์ศักยภาพของทีมงานนับ 100 ชีวิต กับฉากแอ็คชั่นที่ใช้มันสมองคิดสร้างสรรค์ที่เต็มไปด้วยความหวือหวา เพื่อเป็นการบูชาปรมาจารย์คิวบู๊ผู้ล่วงลับ “พันนา ฤทธิไกร” ที่ทุกคนต้องจารึกชื่อของเขากับผลงานเรื่องสุดท้ายเรื่องนี้ให้อยู่ในความทรงจำของทุกคนตลอดไป... ”เร็วทะลุเร็ว”
ไฟท์ติ้ง ซอคเกอร์
          ฉากนี้บอกได้คำเดียวว่าถูกอกถูกใจคอบอลพันธ์แท้อย่างแน่นอน เมื่อผู้กำกับพันนาขอหยิบเอากีฬาฟุตบอลสุดฮิตมาผสมผสานเข้ากับการต่อสู้ จะเป็นยังไงเมื่อการแข่งขันฟุตบอล ไม่มีกติกา ไม่มีสนามหญ้าแต่ต้องมาเตะกันในโรงงานงานที่เต็มไปด้วยอุปสรรคและสิ่งกีดขวางที่อันตรายถึงชีวิต ทั้งดิน น้ำ ลม ไฟ ระเบิด จากการเนรมิตของผู้กำกับพันนาที่ตั้งใจให้ “ไฟท์ติ้ง ซอกเกอร์” เป็นฉากแอ็คชั่นสไตล์ใหม่ที่ทั้งโลกต้องจับตา
          “ฉากเปิดเรื่องที่เป็นแอ็คชั่นฟุตบอล ที่มีเป้าหมายคือการยิงประตูเหมือนของจริง แต่กติกาจะต่างออกไป คือมีเล่นนอกเกมได้ ต้องมีการออกอาวุธ หมัด เท้า เข่า ศอกกันสักหน่อย แล้วสนามที่ใช้ไม่ใช่สนามหญ้าเหมือนฟุตบอลทั่วไป แต่เต็มไปด้วยอุปสรรคต่างๆ ทั้ง ฝุ่นหิน น้ำ ไฟ ระเบิด ซึ่งเป็นการดวลกันของสองพี่น้อง นทีกับธาร ฉากนี้เราถ่ายกันสามวันเต็มๆบวกกับการเวิร์คช็อบร่วมเดือน เพราะรายละเอียดต่างๆ เยอะมาก เราใช้โรงงานขนาดใหญ่เพื่อใช้พื้นที่ข้างในเซ็ตอุปสรรคต่างๆ ฉากนี้ใครที่ชอบดูฟุตบอลคงชอบกัน ภาพออกมาสวยมาก น่าจะทำเป็นหนังเต็มเรื่องได้เลย แต่อันนี้แค่ซีนเปิดเรื่องไม่ได้เกี่ยวกับเนื้อหาในหนังนะ”
รถไฟเร็วท้านรก
          ฉากนี้บอกได้คำเดียวว่าสมชื่อหนัง “เร็วทะลุเร็ว” ซะเหลือเกิน กับการที่นักบู๊เลือดใหม่อย่าง “วุฒิ-นันทวุฒิ” ต้องโชว์ลีลาการต่อสู้ในสเต็ปที่ไวจนชนิดห้ามกระพริบตา บนโบกี้รถไฟที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อการถ่ายทำฉากนี้โดยเฉพาะ ซึ่งงานนี้หนุ่มวุฒิต้องต่อสู้บนพื้นที่ที่จำกัด บวกกับขบวนรถไฟที่เคลื่อนที่ไปด้วย ซึ่งถือเป็นฉากที่โหดหินสำหรับนักแสดงและทีมงานที่ต้องถ่ายทำฉากนี้กันถึงห้าวันเต็มๆ กับสภาวะอากาศที่ร้อนระอุทะลุ 40 องศา อีกทั้งการทุ่มชีวิตของเหล่าสตั้นท์แมนที่ต้องถูกเหวี่ยงตกลงมาซึ่งจะเกิดความผิดพลาดขึ้นไม่ได้โดยเด็ดขาด ซึ่งนักบู๊เลือดใหม่ “วุฒิ-นันทวุฒิ” พูดถึงการถ่ายทำฉากนี้ว่า
          “ก็ถ่ายกันห้าวันเต็มๆ ถือว่าร้อนมาก เพราะช่วงนั้นถ่ายกันหน้าร้อน ทีมงานตัวไหม้กันเป็นแถว ฉากนี้ก็เจ็บตัวกันพอสมควรเพราะทุ่มเทกันมาก มีบางช็อตที่เราต้องถีบพี่ๆ สตั้นท์ตกลงมา ก็นับถือใจพวกพี่ๆ สตั้นท์ที่ยอมร่วงลงมาจากรถไฟกันจริงๆ ความยากอยู่ที่คือพื้นที่มันแคบ แล้วพื้นที่มันจำกัดแล้วก็สูงด้วย ก็จะเกิดความระแวงในตัวของมันเอง มันทำให้ความกล้ามันหายไป ไม่เหมือนเล่นบนพื้นปกติ การดีไซน์ท่าก็ต้องอยู่ในพื้นที่ที่จำกัด แต่ว่าออกแบบมาแล้วก็สวยงาม ลองไปดูกันครับ”

อ.ซีฟู หมัดเหล็ก มาสเตอร์แห่งแอ็คชั่น
          ถ้าเรานึกถึงชายชราอายุ 80 ปี แค่ลำพังให้เดินหรือวิ่งแบบคนหนุ่มๆ ก็เป็นสิ่งที่ยากแล้ว แต่สำหรับ “อ.ซีฟู” มาสเตอร์แห่งแอ็คชั่น ที่เคยเป็นผู้ฝึกสอนการต่อสู้ให้กับนักบู๊ระดับตำนานอย่าง “บรู๊ซ ลี” เขาสามารถทำในสิ่งที่เหลือเชื่อให้เกิดขึ้นได้อย่างง่ายดาย ไม่ว่าจะเป็นการต่อสู้ที่หนักหน่วงแต่รวดเร็วและปราดเปรียวจนกระทั่งคนหนุ่มๆ ยังต้องอาย
อย่างในฉากนี้ที่อ.ซีฟูต้องต่อสู้กับศัตรูนับสิบด้วยมือเปล่า กับศิลปะการต่อสู้แบบไทชิ กับอาวุธเด็ดที่น่าทึ่งคือ หมัดที่หนัก แกร่ง และทรงพลัง ที่ทุกสายตาต้องตะลึงกับความสามารถของชายชราคนนี้ ซึ่ง พันนา ฤทธิไกร พูดถึงอ.ซีฟูว่า
          “สำหรับ “อ.ซีฟู” เป็นอีกหนึ่งชาวต่างชาติที่แวะเวียนเข้ามาเจอผม เขาบอกว่ารู้จักผมจากหนังเรื่ององค์บาก ตอนนั้นผมก็ตกใจว่าอายุตั้ง 80 ปีจะมาทำอะไรได้ แต่พอเขาโชว์ท่าให้ดูก็อึ้งเลย คืออายุ 18 อย่ามาใกล้ คือเป็นมวยจีนที่ปราบคู่ต่อสู้ได้ด้วยมือเปล่า ฉายาของเขาคือซีฟูหมัดเหล็ก นักบู๊หลายคนในฮอลลีวู้ดเป็นลูกศิษย์แก เพื่อนเขาคือสุดยอดนักมวย มูฮาหมัด อาลี ชูการ์เรย์ เรียวนาด ก็เลยตั้งใจให้เขาสอนศิลปะการต่อสู้ใหม่ๆ ให้เดี่ยวและวุติ และก็คิดว่าน่าจะมีตัวละครอย่างอาจารย์ซีฟู อยู่ในเรื่องด้วย ก็ถือว่าผมโชคดีที่ได้รู้จักกับเขาครับ อย่างในฉากที่เขาต้องสู้กับคู่ต่อสู้นับสิบด้วยมือเปล่า ฉากนี้รับรองว่าคนดูต้องทึ่งกันอย่างแน่นอน”
          “แกเป็นคนที่สุดยอดมาก ผมว่าเป็นประสบการณ์ใหม่ๆ ที่ได้ร่วมงานกับเขา ผมก็ได้คลุกคลี เขาได้สอนมวยไทชิ ที่คล้ายๆ กับไทเก๊ก แล้วการต่อสู้ระยะประชิดแกก็เก่งมาก เราก็ขอคำปรึกษาจากแกได้ทุกอย่าง แล้วก็สอนไม่มีหวงวิชาเลย สำคัญคือเขาคือของจริง หมัดอย่างกะเหล็ก ขนาดใส่มาแค่ 20-30 เปอเซนต์ เรารู้สึกเหมือนคนที่เป็นวัยรุ่นชกเราเลย แต่เขาเล่นแบบนิดเดียว 20-30 เปอร์เซ็นต์ แต่ความแรงเหมือนเราต่อยกันจริงๆ คือถ้าโดนหน้าก็คงบวม ก็รู้สึกเป็นประสบการณ์ที่ดีมากที่ได้ร่วมงานกัน แล้วแอ๊คชั่นของแกก็สุดยอด คนอายุเกือบ 80 แล้วเล่นขนาดนี้ ผมว่าหาไม่ได้แล้วครับ” เดี่ยว-ชูพงษ์พูดถึงอาจารย์ซีฟู
          “แกเป็นคนที่แข็งแรงมาก ถ้าพูดถึงคนที่เล่นแอ๊คชั่น อายุขนาดนี้ถือว่าเก่งมาก อายุตั้ง 78 ปีแล้ว ก็มีให้คำปรึกษาวุฒิบ้าง เวลาออกอาวุธท่าทางแกก็จะปรับให้มันสวยงามขึ้น และแข็งแรงขึ้น หลายคนได้เห็นอ.ซีฟูในหนัง รับรองว่าต้องทึ่งกับลีลาแอ็คชั่นของแก” วุฒิ-นันทวุฒิพูดถึงอาจารย์ซีฟู

แอ็คชั่นสุดระห่ำ สไตล์ ONE LONG TAKE
          หลายคนคงเคยได้ดูฉากแอ็คชั่นดีไซน์เท่ในเทคนิคการถ่ายทำแบบ “ONE LONG TAKE” (การถ่ายโดยไม่มีการแบ่งคัท) กันมาแล้วจากฉากดังๆ ใน “ต้มยำกุ้ง” หรือ “องค์บาก” และใน “เร็วทะลุเร็ว” เราก็จะได้เห็นฉากสุดมันส์ที่ใช้เทคนิคการถ่ายทำแบบนี้อีกครั้ง ซึ่งในครั้งนี้ผู้กำกับพันนา ได้เพิ่มระดับความยาก และความเสี่ยง เพิ่มเข้าไปอีก กับการที่ “เดี่ยว-ชูพงษ์” ต้องสวมบทมือสังหารโซโล่เดี่ยวบุกรังโจร ที่มีคนร้ายหลายสิบคน ที่ต้องฝ่าทั้งดงกระสุน และระเบิดหลายสิบลูก ซึ่งกว่าจะได้ฉากมันส์ๆ ฉากนี้ ต้องใช้ทีมงานหลายร้อยชีวิตผนึกกำลังกันสร้างความระห่ำด้วยกัน ซึ่งผู้กำกับพันนา พูดถึงการถ่ายทำฉากนี้ว่า
          “ฉากลองเทคอีกฉากที่เดี่ยวต้องบุกเดี่ยวไปลุยกับผู้ร้ายหลายสิบคน ซึ่งฉากนี้เราใช้ทีมงานเยอะมาก ทั้งสตั้นท์ ทั้งทีมเอฟเฟ็กต์ ทีมระเบิด เรียกว่ายากแต่ก็ได้ความมันส์ในระดับที่ผมพอใจมาก ฉากนี้ค่อนข้างอลังการในส่วนของทีมงานและ เอฟเฟ็กต์ต่างๆ มีระเบิดเกือบห้าสิบลูก ทุกสิ่งทุกอย่างมันต้องแม่นหมด ในไลน์ของสตั้นท์แมนมันต้องเป๊ะ ซ้อมกันอยู่เป็นเดือน รวมแล้วก็หลายร้อยรอบ ฉากนี้ต้องยกเครดิตให้กับทีมพี่เซ้ง ที่มีทีมงานและบุคลากรที่ดี มีอุปกรณ์ในการเซฟตี้ที่ดี มันก็ทำให้ฉากที่ยากมันผ่านไปได้”

เร็ว...แรง...ท้ามฤตยู
          หนังแอ็คชั่นในสไตล์ผู้กำกับพันนา มักเต็มไปด้วยฉากเสี่ยงตายและความหวาดเสียว โดยเฉพาะฉากเสี่ยงตายที่เล่นกับความสูง ที่ต้องใช้ความทุ่มเทและใจที่เกินร้อยในการแสดงฉากนั้นๆ อย่างในฉากนี้ที่ “วุฒิ-นันทวุฒิ” ต้องเจองานหินกับการต้องเข้าฉากต่อสู้พร้อมกับการร่วงตกลงมาจากตึก 4 ชั้น โดยมีเพียงสลิงเส้นบางๆ ประคองร่างเอาไว้เท่านั้น ซึ่งวุฒิก็ไม่ทำให้ผู้กำกับพันนาผิดหวังแต่อย่างใด เพราะสามารถแสดงฉากนี้แบบเทคเดียวผ่าน แม้จะต้องแลกมากับอาการบาดเจ็บเอ็นข้อเท้าฉีกก็ตาม ซึ่ง วุฒิ-นันทวุฒิ พูดถึงการถ่ายทำฉากนี้ว่า
“ฉากนี้เป็นฉากที่ต้องสู้กันทะลุตึกลงมาสี่ชั้น ความยากไม่เท่าไหร่ แต่ความกลัวมีมากกว่า ก็ไม่ค่อยชอบที่สูงเท่าไหร่ก็มีเสียวๆ แต่ก่อนหน้านั้นได้ซ้อมกันแล้ว ช่วงเช้าพี่ทัชก็ให้ซ้อมกันแบบมีสลิง ให้อยู่ระดับความสูงจริงๆ แล้วปล่อยลงมา ปล่อยขึ้นปล่อยลงให้ราคุ้นความรู้สึก แล้วค่อยเอาจริง แต่ว่าพอมาเล่นจริงก็จะยากไปอีกแบบ เพราะเราต้องกะระยะที่เราจะกระทืบคู่ต่อสู้ลงมา พอถึงพื้นก็ต้องยืดขาออก เพราะถ้าเราค้างขาไว้ พี่ที่สู้กับเราก็จะเจ็บ จังหวะที่เท้าลง พื้นมันนิ่ม ก็เลยพลิก สรุปก็เอ็นข้อเท้าฉีกเลย”

DIRECTOR’S NOTE
          ตั้งแต่ผมยังเด็กเท่าที่จำความได้ผมก็อยู่กองถ่ายกับพ่อมาตลอด ตั้งแต่ตอนที่พ่อยังทำหนังสายที่ขอนแก่นจนกระทั้งพ่อได้มีโอกาสมาร่วมงานกับ ลุงปรัชญา (ปรัชญา ปิ่นแก้ว) ที่กรุงเทพฯ บนเส้นทางชีวิตของพ่อโอกาสที่พ่อได้มาพูดได้ว่าพ่อได้เอาชีวิตแลกมาและพ่อทำให้คนอีกหลายคนได้รับโอกาสที่จะมีชีวิตที่ดีขึ้น สตั้นท์แมนทุกคนในรุ่งแรกๆล้วนแต่เป็นพี่น้องเป็นญาติเป็นครอบครัวเดียวกันหมดเพราะนอกจากการที่พ่อได้ให้วิชาความรูในการทำงานพ่อยังให้ความรักยังดูแลทุกคนและไม่เคยทิ้งใครแม้แต่คนเดียวจนทำให้สตั้นท์แมนรุ่นต่อๆมาก็ได้รับการดูแลจากพ่อเช่นเดียวกัน ตลอดระยะเวลา 24 ปีในชีวิตผมผมไม่เคยที่จะไม่เห็นพ่อหยุดคิดหยุดทำงานแม้แต่วันเดียว พ่อจะมีไอเดียมีความคิดใหม่ๆมาให้ทีมงานต้องปวดหัวอยู่ตลอด แต่สิ่งนั้นแหละที่ทำให้ทีมงานทุกคนยิ่งรักและศรัทธาพ่อมากขึ้น ความสามารถของพ่อได้ถูกพิสูจน์แล้วจากหนังหลายเรื่องที่ได้ไปทำชื่อเสียงในหลายประเทศซึ้งทั้งหมดนี้คือความฝันของพ่อที่เป็นจริงแล้วพ่อได้เดินมาถึงฝันของพ่อแล้ว พ่อจึงตั้งความฝันใหม่และมีหนังในใจอีกหลายเรื่องที่อยากทำรวมถึงหนังเรื่อง เร็วทะลุเร็ว ก็เป็นหนึ่งในนั้น ความต้องการที่พ่ออยากให้คนดูได้รับจากหนังเรื่องนี้คือแปลกใหม่ของหนังแอ็คชั่นไทยโดยมีสไตล์ที่ชัดเจนคือฉากเสี่ยงตายและแอ็คชั่นที่มันส์สมจริงตื่นตาตื่นใจ พ่ออยากให้หนังเรื่องนี้ทำให้วงการหนังแอ็คชั่นไทยกลับมาคึกคักอีกครั้งอยากให้ชาวต่างชาติตะลึงว่าคนไทยก็ทำได้ไม่แพ้หนังแอ็คชั่นเรื่องไหนในโลกนี้ และสุดท้ายนี้พ่อเคยบอกกับผมไว้อย่างหนึ่งว่า ในชีวิตของพ่อพ่ออยากทำหนังไทยไปติด BOX OFFICE อันดับที่ 1 ที่ประเทศอเมริกาให้ได้ เหมือนที่พ่อเคยทำได้สูงสุดอันดับที่ 4 จากหนังเรื่อง ต้มยำกุ้ง ภาคแรก สิ่งที่พ่อทิ้งไว้คือรอยเท้าที่พ่อเหยียบหินเหยียบหนามไว้ให้เรา ทำให้เราเดินตามได้พ่อโดยไม่ลำบากเท่าเส้นทางของพ่อ ขอบคุณครับ

FB on October 28, 2014, 03:27:36 PM
ทั้งโลกต้องจับตา!! “วุฒิ-นันทวุฒิ” แอ็คชั่นสตาร์คนใหม่ ทายาทนักบู๊คนสุดท้ายของ “พันนา” ใน “เร็วทะลุเร็ว”





           ถือเป็นปรมาจารย์คิวบู๊อันดับหนึ่งของเมืองไทย ที่ปลุกปั้นแอ็คชั่นสตาร์จนโด่งดังและแจ้งเกิดมาแล้วหลายต่อหลายคน สำหรับ “พันนา ฤทธิไกร” ที่ถือเป็นผู้ให้กำเนิดสุดยอดนักบู๊อย่าง “จา พนม”, “จีจ้า ญาณิน” จนชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก และในอภิมหาภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ “เร็วทะลุเร็ว” จากค่าย “สหมงคลฟิล์มอินเตอร์เนชั่นแนล” และ “นาฟิล์ม” ผลงานการกำกับเรื่องสุดท้ายของ “พันนา ฤทธิไกร” เขาก็ภูมิใจเสนอแอ๊คชั่นสตาร์คนใหม่นามว่า “วุฒิ-นันทวุฒิ บุญรับทรัพย์” ที่ถูกพันนาปลุกปั้นเพาะบ่มฝีมือมากว่า 10 ปี จนถึงเวลาแล้วที่วงการหนังแอ็คชั่นไทยจะได้พิสูจน์ฝีมือของเด็กหนุ่มวัย 21 ปีคนนี้ กับศิลปะการต่อสู้ที่ผู้กำกับพันนาซูฮกว่ามีดีไม่แพ้ศิษย์รุ่นพี่ และพร้อมที่จะก้าวมาเป็นแอ็คชั่นสตาร์ที่ทั้งโลกต้องจับตาอีกครั้ง

          ซึ่งงานนี้นักบู๊เลือดใหม่ “วุฒิ-นันทวุฒิ” ต้องมาปะทะฝีมือกับนักบู๊รุ่นพี่ที่กำลังก้าวมาเป็นสุดยอดนักบู๊อันดับหนึ่งของเมืองไทยอย่าง “เดี่ยว-ชูพงษ์ ช่างปรุง” โดยต้องมารับบทเป็น “ธาร” น้องชายของนที (เดี่ยว ชูพงษ์) เด็กหนุ่มธรรมดาที่ชีวิตต้องเปลี่ยนไปเมื่อรู้เรื่องการตายของพ่อแม่ แล้วกับการที่ต้องมาช่วยพี่ชายหนีจากการไล่ล่า ที่รับรองว่ามันส์ระห่ำ ชนิดที่ว่าทั้งเร็วทั้งแรงสมชื่อหนังเลยทีเดียว
          ผู้กำกับ “พันนา ฤทธิไกร” พูดถึงนักบู๊เลือดใหม่คนนี้ว่า

          “สำหรับวุฒิหลายคนคงเคยเห็นเขาตอนเล่นเรื่อง ‘5 หัวฮีโร่’ มาแล้ว แต่ตอนนั้นเขายังอายุแค่ 10 กว่าๆ มาตอนนี้ก็อายุ 20 ปีแล้วจากเวลาที่ผ่านมาหลายปีทั้งการฝึกซ้อมต่างๆ ทำให้เขาแกร่งขึ้นในทุกๆ ด้าน ทั้งการฝึกมวย ฝึกกล้ามเนื้อ ยิ่งเป็นวัยรุ่นด้วยอะไรก็พลิ้วไปหมด ทั้งการเคลื่อนไหวออกอาวุธต่างๆ ผมว่าไม่ได้ต่างกับจาเลยในช่วงอายุเดียวกัน ออกอาวุธมวยไทยได้ มีความเป็นเรียลแอ็คชั่นเหมือนกัน ก่อนถ่ายก็ไปฝึกซ้อมท่าตามที่เราดีไซน์แอ็คชั่นเอาไว้ แล้วผมไม่ได้ให้ผ่านง่ายๆ นะ ทำอยู่เป็นสิบๆ รอบกว่าจะผ่านได้ ผมว่าวุฒิต้องแจ้งเกิดได้ มุมหนึ่งผมคิดว่า สมัยนี้ดาราแอ็คชั่นซึ่งเป็นวัยรุ่นจริงๆ ยังไม่มี ส่วนใหญ่ก็ต้องใช้ดับเบิ้ลแสดงแทน จะหาเด็กวัยรุ่นเล่นแอ็คชั่นแบบจาพนมยังไม่มี แล้วที่สำคัญคือหน้าตาดีกว่านักบู๊ทั่วไปด้วย” (หัวเราะ)

          ทางด้านของนักบู๊เลือดใหม่ “วุฒิ นันทวุฒิ” ก็พูดถึงความรู้สึกที่กำลังถูกวางตัวให้เป็นแอ็คชั่นสตาร์คนใหม่และการบทบาที่ได้รับในเรื่องนี้ว่า

          “สำหรับวุฒิก็รับบทเป็น ธาร น้องชายของนที (เดี่ยว ชูพงษ์) คาแร็คเตอร์ก็เป็นเด็กหนุ่มธรรมดาที่ชีวิตต้องเปลี่ยนไปเมื่อรู้เรื่องการตายของพ่อแม่ แล้วกับการที่ต้องมาช่วยพี่ชายหนีจากการไล่ล่า เรื่องนี้ก็ถือว่าทิ้งช่วงจาก Power Kids (5 หัวใจฮีโร่) พอสมควรครับ อาพันนาก็เล่าให้ฟังว่าจะทำเรื่องนี้นะ อยากให้เรามาเล่น ต้องมาประกบกับพี่เดี่ยวนะ อาพันนาก็เล่าถึงคอนเซ็ปต์ต่างๆ ฉากแอ็คชั่นที่เราต้องเจอ บอกให้เราเตรียมตัวให้พร้อม แล้วก็เพิ่มความแข็งแกร่งของกล้ามเนื้อ ในเรื่องของแอ็คชั่นก็ต่างกันอย่างสิ้นเชิงเลยครับ เพราะเรื่องที่แล้วจะเป็นมวยไทย แต่เรื่องนี้จะเป็นศิลปะการต่อสู้ที่ไม่ได้ออกมาตามตำรา แต่จะออกมาตามองค์ประกอบโดยรอบ และสัญชาตญาณที่อยู่ในตัวเรา เรื่องนี้ก็จะเน้นเรื่องความคล่องตัว ผสมผสานกับฟรีรันนิ่ง (Free Running), มาเชียลอาร์ต (Martial Art) ครับ ที่สำคัญคือดิบมากครับฉากต่อสู้ในเรื่องนี้”

          เตรียมตัวจับตานักบู๊เลือดใหม่นามว่า “วุฒิ นันทวุฒิ” เอาไว้ให้ดี รับรองว่าฝีไม้ลายมือระห่ำไม่แพ้แอ็คชั่นสตาร์รุ่นพี่กันอย่างแน่นอน ต้องไปพิสูจน์ในอภิมหาภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ส่งท้ายปี “เร็วทะลุเร็ว” 13 พฤศจิกายนนี้ ทุกโรงภาพยนตร์

FB on October 29, 2014, 03:45:52 PM
ศิษย์เอกคนสุดท้าย!! “วุฒิ-นันทวุฒิ” โชว์ลีลาบู๊ท้ามัจจุราช สุดระห่ำฉากรถไฟเร็วท้านรกใน “เร็วทะลุเร็ว”




 
           สมกับที่คอหนังแอ็คชั่นไทยรอคอย กับฉากแอ็คชั่นท้าตายในสไตล์ของผู้กำกับตำนานนักบู๊ “พันนา ฤทธิไกร” ที่คิดดีไซน์ฉากท้ามฤตยูมาให้คอหนังได้หยุดหายใจอีกครั้ง ในผลงานการกำกับเรื่องสุดท้ายในชีวิตของเขา “เร็วทะลุเร็ว” จากค่าย “สหมงคลฟิล์มอินเตอร์เนชั่นแนล” และ “นาฟิล์ม” ซึ่งฉากนี้บอกได้คำเดียวว่าสมชื่อหนัง “เร็วทะลุเร็ว” กับการที่นักบู๊เลือดใหม่อย่าง “วุฒิ-นันทวุฒิ” ต้องโชว์ลีลาการต่อสู้ในสเต็ปที่รวดเร็วจนชนิดห้ามกระพริบตา บนโบกี้รถไฟที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อการถ่ายทำฉากนี้โดยเฉพาะ ซึ่งงานนี้หนุ่มวุฒิต้องต่อสู้บนพื้นที่ที่จำกัด บวกกับขบวนรถไฟที่เคลื่อนที่ไปด้วย ซึ่งถือเป็นฉากที่โหดหินสำหรับนักแสดงและทีมงานที่ต้องถ่ายทำฉากนี้กันถึงห้าวันเต็มๆ กับสภาวะอากาศที่ร้อนระอุทะลุ 40 องศา อีกทั้งการทุ่มชีวิตของเหล่าสตั้นท์แมนที่ต้องถูกเหวี่ยงตกลงมาซึ่งจะเกิดความผิดพลาดขึ้นไม่ได้โดยเด็ดขาด
ซึ่งผู้กำกับพันนา พูดถึงการถ่ายทำฉากนี้ว่า

          “ฉากแอ็คชั่นบนรถไฟนี่ถือเป็นฉากไฮไลท์ของหนังเรื่องนี้เลยนะ เหมือนกับชื่อหนังเร็วทะลุเร็ว ฉากนี้เราดีไซน์มีการต่อสู้ที่รวดเร็ว เน้นความคล่องตัวและการต่อสู้บนที่แคบ มีทั้งการต่อสู้กันในตัวรถไฟ แล้วก็บนหลังคา ซึ่งเป็นรถไฟที่ทีมงานสร้างขึ้นมาเพื่อการถ่ายทำโดยเฉพาะ ซึ่งในส่วนตรงนี้เราใช้เวลาเตรียมงานกันหลายเดือน ในส่วนของแอ็คชั่นที่เชื่อมโยงกับรถไฟในแบบที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน อย่างของวุฒิมีช็อตหนึ่งที่เสี่ยงมาก คือการสู้กับคู่ต่อสู้บนหลังคาแล้วต้องเหวี่ยงคู่ต่อสู้ตกลงมาบนพื้น เรียกว่าเราต้องเตรียมการซ้อมมาหลายสิบรอบ ตอนถ่ายในส่วนของแอ็คชั่นรถไฟเราก็ถ่ายกันอยู่ร่วมเดือน เพื่อฉากที่เสี่ยงตายแบบนี้มีความปลอดภัยที่สุด ผมว่าภาพที่ออกมาดูตื่นเต้นแล้วก็ต่อสู้กันแตกต่างจากที่เคยดูกันแน่นอน”

          ทางด้านนักบู๊เลือดใหม่ “วุฒิ-นันทวุฒิ” พูดถึงการถ่ายทำฉากนี้ว่า

          “ก็ถ่ายกันห้าวันเต็มๆ ถือว่าร้อนมากครับ เพราะช่วงนั้นถ่ายกันหน้าร้อน ทีมงานตัวไหม้กันเป็นแถว ฉากนี้ก็เจ็บตัวกันพอสมควรเพราะทุกคนทุ่มเทกันมาก มีบางช็อตที่เราต้องถีบพี่ๆ สตั้นท์ตกลงมา ก็นับถือใจพวกพี่ๆ สตั้นท์ที่ยอมร่วงลงมาจากรถไฟกันจริงๆ ความยากอยู่ที่คือพื้นที่มันแคบ แล้วพื้นที่มันจำกัดแล้วก็สูงด้วย ก็จะเกิดความระแวงในตัวของมันเอง มันทำให้ความกล้ามันหายไป ไม่เหมือนเล่นบนพื้นปกติ การดีไซน์ท่าก็ต้องอยู่ในพื้นที่ที่จำกัด แต่ว่าออกแบบมาแล้วก็สวยงาม ลองไปดูกันครับ”

          ต้องบอกว่าทั้งเร็วทั้งแรงสมชื่อหนัง “เร็วทะลุเร็ว” และคอนเซปต์ “ภาพยนตร์แอ็คชั่นท้าตาย ที่ขอท้าให้ดูก่อนตาย” จริงๆ สาวกหนังแอ็คชั่นโดยเฉพาะของตำนานนักบู๊ “พันนา ฤทธิไกร” พลาดไม่ได้ด้วยประการทั้งปวง 13 พฤศจิกายนนี้ ทุกโรงภาพยนตร์

FB on November 04, 2014, 02:49:59 PM
บทสัมภาษณ์ “วุฒิ-นันทวุฒิ บุญรับทรัพย์” แอ็คชั่นสตาร์ดาวรุ่งทายาทนักสู้คนสุดท้ายจากการให้กำเนิดของปรมาจารย์คิวบู๊อันดับหนึ่งของเมืองไทย “พันนา ฤทธิไกร” ในอภิมหาภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ “เร็วทะลุเร็ว”



บทบาท-คาแรกเตอร์
          รับบทเป็น“ธาร” ก็เป็นวัยรุ่นใช้ชีวิตตามปกติธรรมดาครับ มีพี่ชายที่ชื่อ นที (เดี่ยว ชูพงษ์) ธารเห็นพี่ชายแล้วรู้สึกว่าเท่ อยากจะกล้าอยากจะเก่งแบบพี่ชาย แล้วนทีกับธารก็สูญเสียพ่อกับแม่ไปตั้งแต่เด็ก อาศัยอยู่ในอู่ซ่อมรถกับอา ก็ใช้ชีวิตเป็นเด็กอู่ คอยช่วยอาซ่อมรถ แล้วอยู่วันหนึ่งพี่นทีก็หายไป โผล่มาอีกทีก็พาผุ้หญิงคนหนึ่งมามา เหมือนหนีอะไรมาสักอย่างหนึ่ง เหมือนกับโดนไล่ล่าจากที่อื่นมา แล้วคนที่ตามล่าก็ตามมาเหมือนกัน ธารก็เลยต้องพี่ชายหนีแล้วก็แก้แค้นคนที่ฆ่าพ่อแม่ด้วย
จากผลงานหนังเรื่องแรก “5 หัวใจฮีโร่” เป็นไงมาไงถึงได้รับโอกาสมาเล่นในเรื่องนี้
          เรื่องนี้ก็ถือว่าทิ้งช่วงจาก Power Kids (5 หัวใจฮีโร่) พอสมควรครับ อาพันนาก็เล่าให้ฟังว่าจะทำเรื่องนี้นะ อยากให้เรามาเล่น ต้องมาประกบกับพี่เดี่ยวนะ อาพันนาก็เล่าถึงคอนเซปต์ต่างๆ ฉากแอ็คชั่นที่เราต้องเจอ บอกให้เราเตรียมตัวให้พร้อม แล้วก็เพิ่มความแข็งแกร่งของกล้ามเนื้อ
หลังจาก “5 หัวใจฮีโร่” เราหายไปทำอะไรมาบ้าง
          หลังจาก “5 หัวใจฮีโร่” ไปก็มีซ้อมบ้าง เรียนบ้าง แล้วก็ใช้ชีวิตประจำวันเหมือนคนธรรมดาครับ ตามประสาวัยรุ่น แต่พอรู้ว่าจะได้เล่นหนังเรื่องนี้ ก็ต้องมีเตรียมตัวมากขึ้น ต้องมีการซ้อมเป็นหลายชั่วโมงต่อวัน ก็มีทั้งแยกซ้อม มีเวิร์กช็อปการแสดงบ้าง เหมือนเป็นการซ้อมไปในตัว
ผู้กำกับ พันนา ฤทธิไกร ได้ให้เราเตรียมตัวเพิ่มเติมในส่วนไหนบ้าง
          พอรู้ว่าต้องเล่นเรื่องนี้ ก็ต้องซ้อมหนักขึ้น ให้กล้ามเนื้อแข็งแกร่ง ถือว่าต้องซ้อมหนักกว่าตอนเล่นเรื่องที่แล้วมาก เพราะตอนนั้นยังเด็ก แต่เรื่องนี้เราโตขึ้นก็ต้องมีการฝึกเพิ่มการคล่องตัว เพิ่มความแข็งแรง ทั้งฟิตกล้ามเนื้อให้มันเข้าที่ คือร่างกายต้องพร้อมก่อน ถ้าร่างกายไม่พร้อมเวลาถ่ายมันก็จะเหนื่อย คือร่างกายต้องมาก่อน และที่อาพันนาเน้นเราอยู่เสมอคือเรื่องของอารมณ์ในการเล่นแอ็คชั่น เราเล่นแอ็คชั่นไม่ได้เล่นแค่เตะต่อย คือเราต้องใช้อารมณ์ข้างในออกมา เหมือนเราเล่นเป็นตัวละครอะไรเราก็เราก็ต้องสื่ออารมณ์ข้างในออกมาให้ดีที่สุด แล้วก็ใช้อารมณ์จากตรงนั้นจริงๆ ออกมาเป็นการต่อสู้ครับ
ในเรื่องนี้ต้องออกลีลาแอ็คชั่นต่างจากเรื่องที่แล้วยังไง
          ในเรื่องของแอ็คชั่นก็ต่างกันอย่างสิ้นเชิงเลยครับ เพราะเรื่องที่แล้วจะเป็นมวยไทย แต่เรื่องนี้จะเป็นศิลปะการต่อสู้ที่ไม่ได้ออกมาตามตำรา แต่จะออกมาตามองค์ประกอบโดยรอบ และสัญชาตญาณที่อยู่ในตัวเรา เรื่องนี้ก็จะเน้นเรื่องความคล่องตัว ผสมผสานกับฟรีรันนิ่ง (Free Running), มาเชียลอาร์ต (Martial Art) มาผสมผสานกันครับ ที่สำคัญคือดิบมากครับฉากต่อสู้ในเรื่องนี้

เรื่องราวของ “เร็วทะลุเร็ว”
          เรื่องนี้ก็เป็นเรื่องราวของชีวิตมือปืนที่ชื่อว่า นที (เดี่ยว ชูพงษ์) เขาต้องค้นหาความจริงว่าใครเป็นคนที่ฆ่าพ่อแม่เขา ก็เลยต้องเอาชีวิตเข้าไปเสี่ยงเพื่อจะรู้ว่าใครเป็นคนที่ฆ่าพ่อแม่ แล้ววันหนึ่งนทีไปเจอกับผู้หญิงคนหนึ่งก็คือพลอย (เมย์ นิศาชล) ซึ่งได้รับคำสั่งให้ไปปกป้องพลอย แต่เหมือนโดนหักหลัง ก็เลยโดนตามล่า เค้าก็เลยพาพลอยมาเจอ ธาร พวกตามล่าก็ตามมาด้วย ทีนี้ก็เลยพากันช่วยพากันหนี แล้วก็ล้างแค้นด้วย แล้วก็ช่วยกันสืบว่าใครฆ่าพ่อให้แม่ด้วย
ในส่วนของบทบาทที่ได้รับในเรื่องนี้ลุกส์จะออกมาแบบไหน
          ในเรื่องนี้ก็จะโตกว่าเรื่องที่แล้วครับ ตามอายุเลย เรื่องนั้นก็ฟีลเด็กๆ แต่ว่าเรื่องนี้โตวัยรุ่นก็จะมีความคิดเป็นของตัวเอง มีความรัก มีอารมณ์ของความเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น มีความสับสนทางด้านอารมณ์ อารมณ์จะคนละเรื่องกับ “5 หัวใจฮีโร่” เลย ตัวธารกับตัวผมก็มีความใกล้เคียงกันมาก การพูดการจานี่คือตัวเราเลย ถือว่าใกล้เคียงกับชีวิตเรามาก
ความรู้สึกต่อชื่อ “พันนา ฤทธิไกร”
          ถ้าพูดถึงชื่อนี้ ผมก็นับถือเขาเป็นครูบาอาจารย์คนหนึ่ง ผมก็ดูหนังเก่าๆ ที่อาเล่นมาพอสมควร ทั้งในสมัยที่อาเล่นเองด้วย แล้วก็ที่อากำกับด้วย ดูแล้วรู้สึกตกใจกับฉากแอ็คชั่นเสี่ยงๆ ก็ถือว่าน่ากลัวครับ ในหนังสมัยก่อนยังไม่มีเซฟตี้ขนาดนี้เลย เราก็มองมาที่ตัวเราว่าเราก็ต้องเล่นให้ได้ เพราะแต่ก่อนอาลำบากยังเล่นได้เลย ก็เหมือนเป็นแรงฮึดว่าแต่ก่อนเขายังทำได้ เราก็ต้องทำให้ได้ เรามีทุกอย่างพร้อม ทั้งเซฟทั้งอะไร ผมก็เลยต้องกล้าเล่นมากขึ้น
ได้มาเล่นหนังของปรมาจารย์คิวบู๊อันดับหนึ่งของเมืองไทย “พันนา ฤทธิไกร” รู้สึกกดดันบ้างมั้ย
          กดดันไม่มีเลยคับ มันเป็นความรู้สึกที่เราอยากจะทำมากกว่า รู้สึกอยากจะลองว่าเราจะทำได้หรือเปล่า ก็รู้สึกตื่นเต้นมากคับที่จะได้ทำในสิ่งที่เราไม่เคยทำ ก็สำหรับการได้มาร่วมงานกับอาพันนา เป็นนักแสดงภายใต้การกำกับของอาพันนา ก็รู้สึกดีใจมากซึ่ง เวลาเขาทำอะไรเค้าตั้งใจมาก จะใส่พลังให้กับการทำงาน แล้วก็นิ่งมาก บางทีเราไม่รู้ว่าเขาคิดอะไรอยู่ แต่เขาพูดสื่อสารออกมาได้เข้าใจได้ง่าย คำพูดเขาทำให้เรามีพลัง ทำให้เรากล้าเล่น และตั้งใจที่จะทำมันออกมาจริงๆ บางทีฉากไหนที่เราเล่นไม่ถึง เขาก็จะบอกถึงอารมณ์ของตัวละคร เวลาเขาพูดเหมือนเขาเป็นตัวเราจริงๆ ทำให้เราอินกับคำพูดไปด้วย ทำให้เราเดินกลับไปเล่นได้
แล้วกับการต้องมาดวลฝีมือกับนักบู๊รุ่นพี่ “เดี่ยว ชูพงษ์” รู้สึกอย่างไรบ้าง
          ตอนที่รู้อาพันนาบอกว่าจะได้มาเล่นหนังเรื่องนี้ ก็รู้สึกดีใจที่รับโอกาสอีกครั้ง เหมือนเรารอเวลาที่จะพิสูจน์ตัวเองมานาน มันเก็บกดครับอยากออกไปโชว์ฝีมือ แถมยังต้องดวลกับพี่เดี่ยวด้วย ก็รู้สึกดีใจครับ ไม่ได้เป็นกังวลอะไร เพราะก็คุ้นเคยกับพี่เดี่ยว รู้จักกันมาหลายปี ได้มาเล่นเดียวกันสักที เราก็ได้โอกาสเรียนรู้วิชาจากพี่เค้าด้วย
          การร่วมงานกันก็รู้สึกสบายใจที่ได้เล่นกับพี่เดี่ยว มีอะไรก็คุยได้ทุกเรื่อง สนุกสนานดี ก็มีแหย่มีแกล้งกันบ้าง เราพูดจากันในหนังเหมือนที่พูดกันข้างนอกเลย คือเป็นพี่น้องกัน พี่เดี่ยวก็ให้คำแนะนำเยอะ เพราะตอนซ้อมพี่เดี่ยว ก็ฝึกให้ สำหรับพี่เดี่ยวตอนซ้อมบางทีเค้าก็จะให้คำแนะนำเรา แล้วก็ซ้อมให้เราด้วย ถามว่าหนักใจมั้ยถ้าต้องดวลแอ็คชั่นกันก็ไม่หนักใจครับ แต่หนักใจเวลาทำเค้า กลัวเค้าเจ็บ กลัวเค้าเป็นอะไร
การร่วมงานกับนางเอกป้ายแดง “เมย์ นิศาชล”
          เมย์ก็เป็นคนสนุกสนาน ก็คุยกันในกองบ่อยคับ เมย์เป็นคนที่ตั้งใจเล่นมาก แล้วก็ทำออกมาได้ดี ก็มีการส่งอารมณ์บ้าง บางทีฉากโหดๆ เขาก็มีเจ็บตัว แต่ก็ทุ่มเทมาก ส่งเสียงไหวๆ ตลอด ไม่มียอมแพ้ ถือเป็นผู้หญิงที่ใจสู้คนหนึ่งครับ
Master of Action “อาจารย์ซีฟู”
          แกเป็นคนที่แข็งแรงมาก ถ้าพูดถึงคนที่เล่นแอ็คชั่น อายุขนาดนี้ถือว่าเก่งมาก อายุตั้ง 78 ปีแล้ว ก็มีให้คำปรึกษาวุฒิบ้าง เวลาออกอาวุธท่าทางแกก็จะปรับให้มันสวยงามขึ้น และแข็งแรงขึ้น หลายคนได้เห็นอ.ซีฟูในหนัง รับรองว่าต้องทึ่งกับลีลาแอ็คชั่นของแก
รู้สึกอย่างไรกับการถูกเทียบชั้นกับซูเปอร์สตาร์แอ็คชั่นอย่างจา พนม หรือเดี่ยว ชูพงษ์
          ถามว่ากดดันมั้ย ผมไม่กดดัน เลยครับ เพราะผมไม่เคยเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับใคร เราได้ทำสิ่งที่เรารัก เราแค่ทำวันนี้ให้ดีที่สุด เหมือนก้าวแรกที่เราก้าวเข้ามา คนอื่นเค้าจะมองยังไงผมว่าเป็นมุมของคนอื่นมากกว่า ผมเต็มที่กับงานของผม ก็พอแล้ว เป้าหมายเราไม่ได้วางไว้สูงมาก คือเราอยากทำตรงนี้ให้มันดีมากกว่า เดี๋ยวอนาคตจะเป็นไงก็ช่างมัน
ทีมงานแอ็คชั่นระดับอินเตอร์ที่มารวมตัวกันเนรมิตความมันส์ระห่ำในหนังเรื่องนี้
          กับพี่ๆ ทุกคน ก็มีความคุ้นเคยกันมาก่อนอยู่แล้ว อย่างพี่ทัช (ผู้ออกแบบคิวบู๊) ก็ทำกันมาตั้งแต่หนังเรื่องแรกของผม ก็สนิทกัน ส่วนทีมงานอื่นก็รู้จักกันมานานแล้ว ก็คุยกันง่ายในคิวต่างๆ อย่างที่พูดถึงเรื่องนี้ฉากเสี่ยงตายมีเยอะสตั๊นท์แต่ละคน เล่นนี่ใช้ใจกันล้วนๆ คือเวลาผมเล่นผมต้องขอโทษกันจริงๆ เพราะเราโดนกันจริงๆ ผมก็จะบอกว่าพี่ผมขอทีเดียวละกัน พยายามจะไม่เจ็บเยอะ ถ้าไม่มีพวกเขาก็ไม่มีฉากสวยๆ ในหนังแน่นอน
ฉากเปิดเรื่องที่ผู้กำกับพันนาดีไซน์ลีลาแอ็คชั่นเข้ากับกีฬาฟุตบอล
          ฉากฟุตบอลแอ็คชั่น คือส่วนตัวเราชอบเล่นฟุตบอลอยู่แล้ว ก็รู้สึกตื่นเต้นที่ได้เล่นและสนุกไปกับมัน มันต้องมีการพลาดต้องมีการพลั้ง ต้องมีการเจ็บกันมาก เล่นกับพี่เดี่ยวก็มีผิดคิวกันเล็กน้อย ในวันแรกที่ถ่ายกับฝุ่น ส่วนน้ำก็ถือว่ายาก เพราะเวลาน้ำเจอเสื้อผ้ามันก็หนัก ทำให้ความคล่องตัวของเราลดลง การเล่นกับลูกบอลความยากมันก็มี แล้วก็รู้สึกสนุกมาก อย่างไฟ ก็เอาถ่านเผาไฟแล้วก็เอามาโปรยให้เราเล่น ก็ทั้งร้อน ก็พองกันไป ถือว่าสนุกแล้วก็เหนื่อยมาก ถือเป็นฉากแรกที่เปิดตัวเรื่องราวในหนังด้วย คือทีมงานดีไซน์ออกมาได้สวยงามมาก ต้องไปดูกันในหนัง
ฉากที่เราต้องต่อสู้บนรถไฟที่ถือว่าฉากที่เสี่ยงและอันตรายมาก
          ก็ถ่ายกันห้าวันเต็มๆ ถือว่าร้อนมาก เพราะช่วงนั้นถ่ายกันหน้าร้อน ทีมงานตัวไหม้กันเป็นแถว ฉากนี้ก็เจ็บตัวกันพอสมควรเพราะทุ่มเทกันมาก มีบางช็อตที่เราต้องถีบพี่ๆ สตั๊นท์ตกลงมา ก็นับถือใจพวกพี่ๆ สตั๊นท์ที่ยอมร่วงลงมาจากรถไฟกันจริงๆ ความยากอยู่ที่คือพื้นที่มันแคบ แล้วพื้นที่มันจำกัดแล้วก็สูงด้วย ก็จะเกิดความระแวงในตัวของมันเอง มันทำให้ความกล้ามันหายไป ไม่เหมือนเล่นบนพื้นปกติ การดีไซน์ท่าก็ต้องอยู่ในพื้นที่ที่จำกัด แต่ว่าออกแบบมาแล้วก็สวยงาม ลองไปดูกันครับ
ฉากที่ต้องสู้กับคู่ต่อสู้แล้วตกลงมาจากตึกสี่ชั้น
          ฉากนี้เป็นฉากที่ต้องสู้กันทะลุตึกลงมาสี่ชั้น ความยากก็พอสมควร เพราตึกค่อนข้างสูง ก็มีเสียวๆบ้าง แต่ก่อนหน้านั้นได้ซ้อมกันแล้ว ช่วงเช้าพี่ทัช(ออกแบบคิวบู๊)ก็ให้ซ้อมกัน ให้อยู่ระดับความสูงจริงๆ แล้วปล่อยลงมา ปล่อยขึ้นปล่อยลงให้เราคุ้นความรู้สึก แล้วค่อยเอาจริง แต่ว่าพอมาเล่นจริงก็จะยากไปอีกแบบ เพราะเราต้องกะระยะที่เราจะกระทืบคู่ต่อสู้ลงมา พอถึงพื้นก็ต้องยืดขาออก เพราะถ้าเราค้างขาไว้ พี่ที่สู้กับเราก็จะอันตรายมาก จังหวะที่เท้าลงก็เลยพลิก สรุปก็เอ็นข้อเท้าฉีกเลย
ความมันส์ระห่ำใน “เร็วทะลุเร็ว”
          วุฒิว่ามันมีความมันส์ของการไล่ล่าเยอะพอสมควร แล้วคิวเสี่ยงต่างๆ ก็จะเยอะมาก ฉากเสี่ยงๆ ก็จะเล่นเองหมด จะมีฉากบนรถไฟ แล้วก็ฉากระเบิดตึก ฉากตกตึก ฉากรถชน คือมันเยอะไปหมด ถือว่ามีความใหม่แตกต่างจากหนังเรื่องอื่นๆ พอสมควร เร็วทะลุเร็วเป็นหนังแอ็คชั่นที่ หนักแล้วก็ดิบ แล้วก็เต็มไปด้วยฉากเสี่ยงตาย แล้วก็ถือว่าเป็นคิวที่ยังไม่เคยเห็นที่ไหนมาก้อน เพราะว่าตรงนี้มันเป็นเสน่ห์ของหนัง ก็ฝากหนังเรื่อง “เร็วทะลุเร็ว” ด้วยนะครับ ทีมงานของพวกเราตั้งใจทำกันจริงๆ 13 พฤศจิกานี้ได้ดูแน่นอนครับ

FB on November 05, 2014, 02:51:41 PM
Movie Guide: “เดี่ยว-ชูพงษ์” โชว์ลูกบู๊จัดหนักใส่ “นุ้ย-เกศริน” ดวลกันมันหยดคาราวะตำนานนักบู๊ “พันนา” ใน “เร็วทะลุเร็ว”





           ถือเป็นการดวลสุดเดือดของสองศิษย์เอกของตำนานนักบู๊ผู้ล่วงลับ “พันนา ฤทธไกร” ระหว่างสุดยอดนักบู๊ “เดี่ยว-ชูพงษ์ ช่างปรุง” และ นักบู๊สุดเซ็กซี่ “นุ้ย-เกศริน เอกธวัชกุล” ที่โคจรมาเจอกันอีกครั้งในรอบ 10 ปี ในหนังแอ็คชั่นท้าตาย ที่ขอท้าให้ดูก่อนตาย “เร็วทะลุเร็ว” จากค่าย “สหมงคลฟิล์มอินเตอร์เนชั่นแนล” และ “นาฟิล์ม” ซึ่งทั้ง “เดี่ยว-ชูพงษ์” และ “นุ้ย-เกศริน”เคยร่วมงานกันมาแล้วในหนังแอ็คชั่นสุดมันส์ “เกิดมาลุย” ที่ถือเป็นหนังเรื่องแรกของทั้งคู่ในตอนนั้น และทั่งคู่ถือเป็นลูกศิษย์ที่แจ้งเกิดจากการปลุกปั้นของผู้กำกับพันนาเหมือนกัน งานนี้จึงถือเป็นการได้หวนกลับมาเจอกันอีกครั้งของทั้งคู่ กับการต้องมารับบทศัตรูตัวฉกาจที่ต้องห้ำหั่นกัน และมาปะทะการต่อสู้ชนิดเล่นจริงเจ็บจริงแบบสุดระห่ำ ซึ่งเบื้องหลังการถ่ายทำฉากนี้ทั้งสองคนก็ต้องมีการซ้อมและเตรียมตัวอยู่นับอาทิตย์ โดยคนที่ต้องรับบทหนักสุดคงหนีไม่พ้นสาวนักบู๊สุดเซ็กซี่ นุ้ย-เกศริน ที่ต้องโดนจัดหนักจากนักบู๊เพื่อนซี้ “เดี่ยว-ชูพงษ์” ที่โชว์ลูกบู๊แบบจัดเต็มแบบไม่มีกั๊ก งานนี้ทำเอาสาวนุ้ยถึงกับสะบักสะบอมไปกับการต่อสู้ในฉากนี้ ซึ่งออกมาสมจริงตามความต้องการของผู้กำกับพันนา จนเหล่าทีมงานถึงกับยกนิ้วในสปิริตนักสู้ของสาวนุ้ยในฉากนี้ ซึ่งสาวนักบู๊สุดเซ็กซี่ พูดถึงการถ่ายทำฉากนี้ว่า

          “นุ้ยว่าฉากที่ต้องสู้กับพี่เดี่ยว มันค่อนข้างยากมากสำหรับผู้หญิง เพราะถ้าผู้ชายสู้กันมันก็คงจะอีกฟีล แต่ด้วยความที่เราเป็นผู้หญิง แล้วต้องไปสู้กับผู้ชาย เราก็ต้องโดนจับทุ่ม จับเหวี่ยง นุ้ยก็ว่าถ้าเป็นผู้หญิงคนอื่นพี่พันนา คงต้องเกรงใจแน่ๆ เลย แต่นี่เห็นเป็นนุ้ย เลยจัดเต็ม (หัวเราะ) ก็ต้องรับศึกหนักค่ะฉากนี้ โดนจับทุ่มอยู่หลายสิบที ทุ่มจริงๆ เลย ก็ดีใจที่พี่พันนาเชื่อใจให้นุ้ยเล่นเอง ส่วนพี่เดี่ยวฉากนี้เขาก็เกรงใจเรามาขอโทษกันก่อนถ่ายจริง ก็ต้องมีการเตี๊ยมกันก่อนถ่าย เนื่องจากว่าต้องสามัคคีกัน ไม่งั้นมันก็ออกมาไม่สมบูรณ์ ถือเป็นคิวแอ๊คชั่นของนุ้ยที่ยากเอาการอยู่เหมือนกัน”

          ทางด้านของนักบู๊ “เดี่ยว-ชูพงษ์” ก็พูดถึงการได้กลับมาเจอกับนักบู๊ร่วมรุ่นอย่างสาวสุดเซ็กซี่อย่าง “นุ้ย-เกศริน” อีกครั้งว่า

          “ก็ได้เจอกันในรอบ 10 ปีเหมือนกันสำหรับนุ้ย แต่ก่อนคือเล่นเป็นพี่เป็นน้องกันในเกิดมาลุย ในเรื่องของแอ๊คชั่นนุ้ยเค้าเก่งอยู่แล้ว แต่มันยากตรงที่ว่าเวลาเราเล่นกับเค้า เพราะเค้าเป็นผู้หญิงเวลาที่เราเล่นก็ไม่อยากเล่นเต็มที่มาก คือร่างกายมันต่างกัน เวลาเล่นก็ต้องมีออมๆ บ้าง ก็พยามเล่นให้เต็มที่ที่สุดแต่นุ้ยเค้าก็เต็มที่ครับ”

          งานนี้ต้องมาดูกันว่าการโคจรมาเจอกันอีกครั้งของสองศิษย์เอกของตำนานนักบู๊ “พันนา ฤทธิไกร” จะออกมามันส์เข้มข้นขนาดไหน ต้องไปติดตามในภาพยนตร์แอ็คชั่นท้าตาย ที่ขอท้าให้ดูก่อนตาย “เร็วทะลุเร็ว” 13 พฤศจิกายนนี้ ทุกโรงภาพยนตร์

FB on November 07, 2014, 01:50:05 PM
“เดี่ยว ชูพงษ์–วุฒิ นันทวุฒิ” ร่วมทำบุญ 100 วันปรมาจารย์ผู้ล่วงลับ “พันนา ฤทธิไกร” พร้อมฝากแฟนหนังอุดหนุนแอ็คชั่นไทยให้ไปต่อ





           ถึงแม้ว่าร่างกายและดวงวิญญาณของตำนานนักบู๊อันดับหนึ่งของเมืองไทย “พันนา ฤทธิไกร” จะจากโลกนี้ไปอย่างสงบ เหลือไว้เพียงผลงานหนังแอ็คชั่นสุดมันส์ตลอดระยะเวลา 35 ปีในเส้นทางสายนี้ของเขา รวมไปถึงบรรดาลูกศิษย์นักบู๊ที่เขาปลุกปั้นมาประดับวงการมากมายหลายต่อหลายคน ซึ่งในวาระโอกาสครบรอบการจากไป 100 วันของตำนานนักบู๊คนนี้ บริษัท สหมงคลฟิล์มอินเตอร์เนชั่นแนล และ ครอบครัวลาดพันนา รวมไปถึงเหล่าบรรดาลูกศิษย์ก็ได้มาร่วมกันทำบุญเลี้ยงเพลพระให้กับอาจารย์ที่พวกเขาเคารพรักกัน ณ บ้านวังหิน จังหวัดขอนแก่น บ้านเกิดของตำนานนักบู๊พันนา ซึ่งภายในงานก็มีบุคคลในครอบครัวอย่างลูกชายคนเดียวที่พร้อมสานต่อเจตนารมณ์ของคุณพ่ออย่าง “ตอง-กฤษณะ ลาดพันนา” รวมไปถึงสองลูกศิษย์อย่าง “เดี่ยว-ชูพงษ์ ช่างปรุง” และ “วุฒิ-นันทวุฒิ บุญรับทรัพย์” สองนักแสดงนำจากผลงานหนังเรื่องสุดท้ายของผู้กำกับพันนา “เร็วทะลุเร็ว” ที่กำลังจะมีโปรแกรมเข้าฉายในวันที่ 13 พฤศจิกายนนี้ ซึ่ง “ตอง-กฤษณะ” เป็นตัวแทนพูดถึงงานทำบุญ 100 วันของคุณพ่อว่า

          “วันนี้เราก็มาจัดงานทำบุญ 100 วันให้คุณพ่อกันที่บ้านพักที่จังหวัดขอนแก่น ซึ่งที่นี่คุณพ่อตั้งใจให้เป็นบ้านพักในช่วงบั้นปลายชีวิต วันนี้ก็รู้สึกอบอุ่นมีญาติพี่น้องรวมไปถึงทีมงานที่เคยร่วมงานกับคุณพ่อกันตั้งแต่เริ่มแรกมาร่วมทำบุญให้คุณพ่อกัน ขาดแต่ก็คุณพ่อคนเดียวที่ไม่ได้มา ซึ่งพวกเราทุกคนก็ระลึกถึงพ่ออยู่ตลอดเวลา ก็อยากบอกพ่อว่าไม่ต้องห่วงอะไร เพราะว่าทางนี้ทุกคนทำงานกันอย่างเต็มที่ ซึ่งพ่อเองก็ยังระลึกถึงทุกคน เพราะชอบไปเข้าฝันชวนไปถ่ายหนังกัน ซึ่งผมและทุกคนก็ตั้งใจที่จะสานต่อทำสิ่งที่พ่อรักต่อไปครับ ก็อยากจะขอฝากหนังเรื่องสุดท้ายของพ่อ เร็วทะลุเร็ว ให้คนไปดูกันเยอะๆ แอ็คชั่นไทยจะได้ไปต่อ จะได้มีแรงใจทำออกมาให้คนได้ดูกันอีก ก็ขอฝากด้วยครับ”

          สุดท้ายชื่อของ “พันนา ฤทธิไกร” จะเหลือไว้เพียงความทรงจำ ในฐานะบุคคลที่ใช้ชีวิตและหัวใจสร้างผลงานเพื่อสร้างความบันเทิงแก่คนดู คอหนังไทยอย่าลืมไปร่วมกันคาราวะตำนานนักบู๊คนนี้กับผลงานเรื่องสุดท้าย “เร็วทะลุเร็ว” 13 พฤศจิกายนนี้ ทุกโรงภาพยนตร์

FB on November 07, 2014, 01:52:03 PM
“เมย์-นิศาชล” นางเอกคนใหม่และคนสุดท้ายของตำนานนักบู๊ “พันนา” ประเดิมเล่นหนังเจอจัดโหดที่สุดในชีวิตใน “เร็วทะลุเร็ว”





           เรียกว่าได้มาประเดิมแสดงหนังเรื่องแรกในชีวิตก็เจอกับงานสุดโหดซะแล้ว สำหรับนักแสดงสาว “เมย์ นิศาชล ต้วมสูงเนิน” นางเอกป้ายแดงของผู้กำกับตำนานนักบู๊ “พันนา ฤทธิไกร” ในหนังแอ็คชั่นท้าตาย ที่ขอท้าให้ดูก่อนตาย “เร็วทะลุเร็ว” จากค่าย “สหมงคลฟิล์มอินเตอร์เนชั่นแนล” และ “นาฟิล์ม” นักแสดงสาวหน้าใหม่วัย 21 ปี ที่พกพาเอาตำแหน่งนางงามรูปร่างดี จากเวทีประกวดมิสไทยแลนด์เวิล์ดปีพ.ศ.2556 ต้องมารับบทเป็น “พลอย” ตัวละครสำคัญ ที่ถือเป็นตัวแปรสำคัญของเรื่องราวในหนังเรื่องนี้ ที่ต้องมาประชันบทบาทกับสองนักบู๊อย่าง “เดี่ยว-ชูพงษ์ ช่างปรุง” และ “วุฒิ-นันทวุฒิ บุญรับทรัพย์” ซึ่งผู้กำกับพันนาคัดเลือกมาจากผู้ที่มาแคสติ้งกว่า 50 ชีวิต ก่อนจะมาเคาะที่สาวจากจังหวัดอุดรธานีคนนี้ ซึ่งงานนี้สาวเมย์เจอกับการแสดงที่ทั้งหิน ทั้งโหดกับการแสดงเรื่องแรกของเธอ ซึ่งผู้กำกับพันนา พูดถึงนักแสดงสาวหน้าใหม่คนนี้ว่า

          “สำหรับเมย์ ที่มารับบทพลอยในเรื่องนี้ ผมเลือกมาจากการแคสติ้งกว่า 50 คน ที่ผมเลือกเพราะว่าแววตาของเขาเลยนะ เจอตอนแรกหน้าตายังไม่ขนาดนี้เลย (หัวเราะ) นางเอกผมขี้เหร่มาก แต่พอเขาเขาเริ่มแสดงหนังเรื่องนี้ เห็นว่าเขาก็ไปประกวดนางงาม ได้รางวัลมาด้วย แล้วก็ไปเล่นละคร คือช่วงถ่ายทำเราจะเห็นว่าเขาเริ่มน่ารักขึ้นเรื่อยๆ คือในเรื่องมาถึงเขาก็ต้องหนีการไล่ล่าต้องมอมแมม ซึ่งฉากที่หนีจากการไล่ล่าเขาทุ่มสุดตัวเลยนะ ถ่ายกันตั้งแต่หัวค่ำยันเกือบเช้า ต้องหกกะล้มอยู่หลายรอบ แล้วยังมีซีนดราม่ากับเดี่ยวต่ออีก เรียกว่าโหดมากสำหรับเขา แต่โดยรวมเขาทำได้ดีมากทั้งความทุ่มเทและการแสดงทั้งๆ ที่เป็นเรื่องแรกของเขา”

          ทางด้านของนักแสดงสาวหน้าใหม่ “เมย์-นิศาชล” ก็พูดถึงการได้รับโอกาสมาแสดงหนังเป็นเรื่องแรกในชีวิต ซึ่งก็เจอกับงานสุดหินในการทำงานกับผู้กำกับพันนา ซึ่งสาวเมย์ได้พูดถึงโอกาสในครั้งนี้ว่า

          “สำหรับ “เร็วทะลุเร็ว” ก็ถือเป็นผลงานในวงการบันเทิงชิ้นแรกของเมย์ค่ะ ก็รู้สึกว่าเป็นโอกาสครั้งสำคัญ จำได้ว่ามากองวันแรก ก็ตกใจค่ะ คนเยอะมาก ทั้งรถพยาบาล ทั้งรถทีมสตั้นท์ เมย์ก็ตกใจ ไม่นึกว่ามันจะเยอะขนาดนี้ เคยเห็นในทีวีกองถ่ายคนเค้าคงไม่เยอะขนาดนี้ คงเป็นเพราะมันเป็นหนังแอ็คชั่นด้วย ทั้งกองมีแต่คนตัวโตๆ เดินเต็มไปหมด ก็มีทั้งทีมงานสตั้นท์มีเอ็กซ์ตร้าเยอะมาก ตอนที่เข้าฉากครั้งแรกก็คือหนักแล้ว คือเป็นฉากใส่ชุดนางรำ หนีตายจากการถูกไล่ล่า หนีไปอยู่ที่สลัม เจอทั้งระเบิด เจอทั้งปืน ทั้งไฟ ต้องวิ่งด้วย ต้องล้ม ล้มใส่กองขยะ ล้มใส่พื้น ล้มใส่น้ำ มาถ่ายวันแรกนี่คือเจอครบทุกอย่าง แล้วถ่ายตั้งแต่ตีห้าอีกวันนึง จนถึงตีห้าของอีกวัน เรียกว่า 24 ชั่วโมง วิ่งเสร็จก็ต้องมาเข้าฉากดราม่ากับพี่เดี่ยว ซึ่งหนักมาก เมย์เครียดจนร้องไห้เลย”

          เรียกว่ามาประเดิมงานแสดงครั้งแรกในชีวิตก็เจอกับงานสุดโหดจากผู้กำกับพันนาซะแล้ว ต้องมาดูกันว่าสาวเมย์จะได้ออกมาดีขนาดไหน ต้องไปพิสูจน์ในหนังแอ็คชั่นท้าตาย ที่ขอท้าให้ดูก่อนตาย “ เร็วทะลุเร็ว” 13 พฤศจิกายนนี้ทุกโรงภาพยนตร์