ภาพยนตร์ > ข่าวภาพยนตร์

ภาพยนตร์เรื่อง ยักษ์ (The Giant King) 4 ตุลาคม 2555

<< < (7/11) > >>

FB:
Q: ตอนแรกที่รู้ว่าพี่จิกอยากทำรามเกียรติ์รู้สึกยังไง แล้วส่วนตัวรู้สึกยังไงกับรามเกียรติ์
X: ผมรู้สึกว่าคงไม่ใช่ทศกัณฐ์ที่มีกล้ามน่ะ (หัวเราะ) เพราะว่าผมเคยทำภาพประกอบให้พี่จิก ผมรู้ว่าพี่จิกจะไม่ออกอะไรที่เป็นกล้ามๆ ดุดันเป็นคนจริง มันจะไม่ใช่สไตล์พี่จิก พอมาคุยว่าเป็นหุ่นกระป๋องสู้กับทศกัณฐ์ มันก็น่าจะสนุกขึ้น แต่ครั้งแรกพี่จิกพูดพี่ก็รู้แล้วว่าไม่น่าจะใช่รามเกียรติ์ที่ดุดัน ไม่ใช่เป็นกล้ามเนื้อไม่ใช่คน ผมรู้สึกว่าตื่นเต้นกับไอเดียนี้นะครับโดยเฉพาะกับตัวหนุมาน เพราะมีฤทธิ์มาก สามารถสำแดงเดชต่างๆ ยืดหางยาวพันภูเขาได้ผม รู้สึกว่าหนุมานมีเสน่ห์ ทศกัณฐ์ก็มีเสน่ห์ แต่ถ้าเกิดผมทำแอนิเมชั่นผมก็จะไม่ไปอิงกับเรื่องราวต้นฉบับมาก ผมคิดว่ามันจะไม่สนุกถ้าอิงเยอะๆ ชนิดถ้าเป็นทศกัณฐ์ก็ต้องเป็นตัวใหญ่มีกล้ามๆ อะไรอย่างนี้ แต่ผมจะรู้สึกตื่นเต้นไปกับเรื่องราวเสมอ ผมมองเห็นมันเป็นหนังเรื่องหนึ่งเลย

Q: ยากไหมกับการแปลงรามเกียรติ์มาเป็นแอนิเมชั่น
X: ยากครับ ยากเพราะว่ามันต้องมาอิงกับบทเดิม คาแร็คเตอร์เดิมบ้างนิดหน่อย แล้วบทที่เรามาเขียนใหม่เนี่ยเราสร้างมาจากศูนย์เลย เราต้องดีไซน์ฉากจะเป็นอย่างไร ยักษ์จะเป็นยังไง พี่จิกก็ถามเหมือนกันว่าเอ็กซ์เห็นฉากหินที่ลากไปเหลี่ยมหรือคมหรือกลม ผมก็ต้องบอกว่าต้องเป็นหินเหลี่ยมเพราะตอนที่เห็นมือยักษ์ที่ถูกลากไปกับหินเหลี่ยมเวลา หินมันจะคมจะบาดเหล็กด้วยมันจะดูสะเทือนใจขึ้น แล้วผมจะไปออกแบบให้พี่จิกเห็นด้วยว่าสภาพของหินผาที่พูดถึงมันเป็นยังไง รายละเอียดมากครับ (หัวเราะ)

Q: พอรู้โจทย์แล้วคิดไหมว่าจะเป็นงานที่ต้องใช้เวลาทำต่อเนื่องนานถึงหกปี
X: ปกติแอนิเมชั่นเรื่องหนึ่งจะใช้เวลาประมาณนี้อยู่แล้วครับ เพราะว่าหนังอย่าง Brave ของ Pixar ก็ใช้เวลาประมาณนี้ ห้าถึงจ็ดปี เพราะว่ามันเป็นแอนิเมชั่น ดูของฝรั่งส่วนใหญ่ก็เป็นอย่างนี้ครับ ผมไม่ได้ตกใจเลยนะเตรียมใจแล้วมากกว่า หนังแอนิเมชั่น 2D บางเรื่องใช้เวลานานถึงสิบปีก็มี แต่ผมไม่ได้กังวลนะเพราะว่ามันเป็นหุ่นยนต์ ทิศทางในการทำเรามีชัดเจนอยู่แล้ว หกปีนี้ก็จะมีช่วงที่ต้องพัฒนาเรื่องต่างๆ ควบคู่ไปด้วย ทั้งเรื่องเครื่องมืออุปกรณ์ ,แอนิเมเตอร์ที่จะรับมาทำก็ต้องมาทดลองงานกันก่อนว่าทำไว้ได้อย่างที่เราวางแผนไว้หรือไม่ และก็ทำบทด้วยทำควบคู่กันไป กว่าจะเรียนรู้ระบบที่ทำให้มันเร็วขึ้นหรือให้มันตอบโจทย์กับบทที่เขียนมาลงตัวก็ใช้เวลาประมาณสามปี ค่อยๆ พัฒนากันไป

Q: เรื่องราวของเรื่อง “ยักษ์” นั้นบอกเล่าถึงอะไรบ้าง
X: คุยกันเริ่มแรกเป็นเรื่องรามเกียรติ์ครับ แต่เราไม่ทำรามเกียรติ์ เราจะไปทำหุ่นยนต์ที่มีกลิ่นไอเป็นรามเกียรติ์ มันเป็นเรื่องราวของมิตรภาพหลังจากที่ทศกัณฑ์กับหนุมานสู้กัน ทั้งสองสู้กันในสงครามยิ่งใหญ่และก็เกิดระเบิดขึ้น จากรามที่ยิงศรลงมาเพื่อนฆ่าทศกัณฑ์ ทำให้ทุกอย่างหายเกลี้ยง ยกเว้นหนุมานกับทศกัณฐ์ พอเวลาผ่านไปทั้งสองตื่นขึ้นมาทั้งสองคนนี้จำไม่ได้เลยไม่รู้ว่าตัวเองเป็นใคร แต่ตอนที่สู้กัน โซ่ของหนุมานไปปักที่ทศกัณฑ์ และเนื้อเหล็กของทั้งสองนั้นเป็นเหล็กสงคราม เหล็กพิเศษที่ไม่สามารถที่จะตัดได้ ทำให้ทั้งสองต้องตัวติดกันโดยมีโซ่เชื่อมโยงไว้อยู่ไปไหนไม่ได้ต้องไปด้วยกัน ทั้งสองเลยออกเดินทางหาวิธีที่จะตัดโซ่แยกออกจากกันให้ได้ ในระหว่างนั้นก็เกิดความสัมพันธ์ที่เป็นเพื่อนขึ้นมา แต่ในระหว่างที่เดินไปเนี้ยหนุมานดันจำความได้ครับ ว่าตัวเองเป็นทหารเอกของรามและก็รู้หน้าที่ว่าต้องเอาทศกัณฐ์ไปฆ่าไปที่ลานประหารที่รามกำหนดไว้แล้ว เพื่อที่จะให้จบสงครามอันนี้ไป ซึ่งตรงนี้ก็ทำให้เกิดคำถามแล้วว่าจะเลือกอย่างไหนระหว่าง มิตรภาพหรือหน้าที่

Q: ช่วยเล่าขั้นตอนการทำงานของการสร้าง “ยักษ์”สักหน่อยว่ากว่าจะออกมาเสร็จสมบูรณ์จะต้องมีวิธีการสร้างอย่างไรบ้าง
X: ขั้นตอนการผลิตนี้ให้จินตนาการว่าแอนิเมชั่นทรีดีก็เหมือนหุ่นดินน้ำมันปั้นน่ะครับ และก็เริ่มสเก็ตดินสอก่อน จากนั้นก็เป็นการขึ้นโมเดล ต่อด้วยการใส่แกนกระดูก ซึ่งเรียกว่า Rigging ขั้นตอนนี้คือการทำให้แกนกระดูกลิงค์กับตัวโมเดล เพื่อให้โมเดลสามารถขยับได้ จากนั้นก็ลงสีที่โมเดลใส่รายละเอียดเสร็จทุกตัว เราก็เอาตัวนี้ไปวางในฉาก เพิ่มฝุ่น เพิ่มบรรยากาศเรียกว่าสเปเชียลเอ็ฟเฟ็กซ์ พูดง่ายๆ ว่ามันก็เหมือนหุ่นปั้น แต่ปั้นด้วยคอมพิวเตอร์ทุกอย่าง จากนั้นเราก็พากย์เสียงมา พอพากย์เสียงมาปุ๊บเราก็ให้แอนิเมเตอร์มา ขยับปากตัวละครตามเสียงคนพากย์และเราก็เอาหุ่นตัวนี้ไปเล่นในฉาก ซึ่งขั้นตอนการพากย์นี้ เราถ่ายวีดีโอนักแสดงที่มาพากย์ไว้เพื่อให้แอนิเมเตอร์ได้ดูอารมณ์ของตัวละครเป็นไกด์ไว้ให้ก่อน ดูอารมณ์เสร็จมันเป็นหน้าที่ของแอนิเมเตอร์ที่จะนำมาทำให้เกิดการเคลื่อนไหว อย่างเช่น เราจะมีภาพของพี่หนุ่มสันติสุข ที่พี่จิกบอกว่าไหนลองเล่นเป็นทศกัณฐ์ที่น่ากลัวซิ สายตาของพี่หนุ่มจะเปลี่ยนไปเลย พอพี่หนุ่มลองกลับมาเป็นทศกัณฑ์แบบเอ๋อๆ ที่ลืมว่าตัวเองเป็นใครความจะเสื่อม การเล่นของพี่หนุ่มก็จะกลายเป็นคนเอ๋อๆ เราก็จะบันทึกการแสดงของผู้พากย์ให้แอนิเมเตอร์ดูเป็นต้นแบบครับ แต่สุดท้ายแอนิเมเตอร์กำหนดคาแร็คตอร์เองครับว่าจะให้ตัวละครแต่ละตัวมีบุคลิกเป็นอย่างไร ก็เป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของแอนิเมชั่นครับ เพราะหน้าที่ของผู้กำกับ ผมกับพี่จิกจะมาคอยดูว่าการเคลื่อนไหวมันควรจะเป็นอย่างไรเช่น เวลาเอ๋อมันควรจะยกมือแบบนี้หรือเปล่า มันควรจะหลังงุ้มไหม เป็นหน้าที่ของการกำกับอีกทีหนึ่ง

Q: จุดเด่นอีกอย่างหนึ่งของเรื่องนี้คือการได้นักแสดงมืออาชีพมาเป็นต้นแบบตัวละครต่างๆ ช่วยเล่าถึงการทำงานขั้นตอนนี้สักนิด
X: ในเรื่องนี้ผมกับพี่จิกจะทำงานกันแบบประสานงานกันตลอดกันครับโดยผมเป็นคนออกแบบคาแร็คเตอร์มาก่อน ส่วนพี่จิกจะหานักแสดงมาให้เข้ากับตัวละคร จากนั้นก็จะมาปรับให้สมบูรณ์ขึ้นเพิ่มเติมจุดเด่นของดาราแต่ละคนมาใส่ต่อ อย่างเช่นตัวหนุมาน ผมออกแบบเป็นหุ่นกระป๋องก่อนเพื่อที่จะให้พี่จิกดู พอเราได้เสนาหอยมาปุ๊บ ก็รู้สึกเอ๊ะมันใกล้เคียงกับเสนาหอยมาก แต่รู้สึกขาดอะไรบางอย่างไป ก็เลยออกแบบเพิ่มเติม เราจะเห็นว่าเสาไฟบนหัวของหนุมานจะหักๆ เหมือนทรงผมของพี่หอยเลย อย่างพี่เหมี่ยวที่เป็นนกสดายุพี่ก็จะออกแบบง่ายที่สุดเลย ออกแบบมาใกล้ๆ กับพี่เหมี่ยวคือผิวดำนิดๆ (หัวเราะ) ผมก็เป็นทรงม้าก็คือตรงกับพี่เหมี่ยวพอไปให้พี่จิกดูตรงใจพอดี
แต่ตัวที่ออกแบบยากที่สุดในเรื่องนี้ก็คือหนุมานนั่นเอง เพราะหนุมานตอนที่เราออกแบบมาครั้งแรกนี้ยไม่มีความเป็นฮีโร่ ผมก็เลยเอาแบบหัวโขนหนุมาน ลองมาใส่ดูและปรับหน้าให้ดูหักหน้าดูคมขึ้น บวกกับผมหยิกๆ ของ เสนาหอย ทำให้หนุมานแตกต่างจากหุ่นยนต์ตัวอื่น มีความเป็นฮีโร่เพิ่มขึ้น ส่วนตัวเขียวก็ออกแบบไม่ยากเท่าไร เพราะว่าราชายักษ์ตัวต้องใหญ่ ผมออกแบบขาเขาเล็กเพื่อที่จะให้เขาดูตัวใหญ่ขึ้น เวลาเขาเงยหน้าขึ้นมา เขาดูเป็นราชายักษ์ แต่พอก้มมาปุ๊บเขาก็เหมือนคนอ้วนๆ น่ารักๆ ได้

Q: คาแร็คเตอร์ของเรื่องยักษ์เป็นอย่างไรบ้างและแต่ละตัวมีวิธีการออกแบบมาอย่างไร
X: ตัวทศกัณฑ์เขาเป็นจอมราชายักษ์มาก่อน หลังจากนั้นเกิดความจำเสื่อมก็จะกลายเป็นเอ๋อๆ ตัวละครนี้ผมออกแบบให้ช่วงบนใหญ่ และขาเล็ก เวลาเขาเป็นทศกัณฑ์ก็จะดูผงาด ดูยิ่งใหญ่ แต่เป็นน้าเขียวก็จะแสดงออกแบบหลังค่อม หงอๆ งอตัว ดังนั้นมันก็จะเป็นทั้งตัวเอ๋อได้ด้วย ตัวน่ากลัวก็ได้ ผมออกแบบยักษ์รวมๆ มาจากหลายอย่างครับ หน้าท้องจะออกแบบมาจากท้องแมลงครับ เป็นปล้องๆ ข้อดีคือ มันสามารถงอแล้วโมเดลไม่ทับกัน
หนุมานออกแบบยากสุด แก้หลายรอบ ตอนแรกออกแบบมาแล้วมันไม่มีความเป็นฮีโร่ เรากำลังคิดว่าจะทำยังไงต่อดี พอดีว่าพี่จิกก็เอาเสียงพากย์ของเสนาหอยมา ปุ๊บลงตัวเลย เลยเอาทรงผมที่เสนาหอยที่เป็นทรงเดดร็อคมาทำให้แตกต่างจากหุ่นยนต์ตัวอื่น เพราะว่าหุ่นยนต์พวกนี้ทั้งโลกจะถูกบังคับด้วยรามและก็มันจะมีเสาเดียว หนุมานจะแปลกกว่าคนอื่นคือมีสามเขาหักลงมาข้างหนึ่ง ส่วนคิ้วตอนแรกไม่ใช่เป็นคิ้วตัดปกติแต่ดูแล้วไม่เป็นฮีโร่เลย ผมเลยลองหยิบลายจากหัวโขนหนุมานมาลองดัดแปลงดู เป็นกึ่งๆ ลายไทยนิดๆ เหมือนเป็นเหล็กที่โดนตัดออกมาเป็นลายไทย เออมันได้แฮะ เพราะมีความเป็นฮีโร่ เวลาโกรธหรือเวลาสู้จริงๆ เวลาที่ต้องแสดงอารมณ์จริงๆ มีคิ้วทีมันหักๆ อย่างนี้มันจะเพิ่มอารมณ์ให้ได้มากกว่า คิ้วตัวนี้ออกแบบยากสุดครับ
น้องสนิมตัวนี้ออกแบบเป็นตัวการ์ตูนที่น่ารัก แต่ไม่มีเพื่อนและก็ขี้แพ้นิดๆ ครับ ออกแบบหลายรอบเหมือนกัน
ตอนแรกไม่มีปานที่หน้า แต่พอไม่มีมันดูเป็นปกติเกินไป เลยเพิ่มปานขึ้นมา เพราะสนิมมันกินตัวเองนิดหน่อย มีขี้มูกนิดๆ เป็นคราบเพราะว่าชอบจาม ตัวสนิมออกแบบยากเหมือนกัน เพราะว่าหุ่นยนต์ที่เป็นผู้หญิงด้วยน่ารักด้วยทำยาก ก็เลยมากำหนดด้วยตา ด้วยโครง ด้วยสีให้มันสีเบาลงมานิดนึงเป็นชมพูส้ม ถ้าชมพูเกินไปก็หวานไปจะดูไม่สู้ชีวิตก็เลยใส่สีส้มให้หมดเลย สนิมเป็นเด็กที่จามแล้วอะไรที่เป็นเหล็กโดนจามใส่จะเป็นสนิมทันที แต่ถ้าจามโดนเหล็กสงครามอย่างยักษ์จะไม่เป็นสนิมซึ่งก็มีส่วนสำคัญกับเรื่องด้วยต้องไปลองดูครับ
กุมภกรรณ เป็นหุ่นยนต์ยักษ์ หุ่นตัวนี้ทำอาชีพปาหี่ขายของ ที่แขนมันจะมีวิทยุคาสเซ็ทเทปอยู่ครับ ไม่รู้ว่าเด็กสมัยนี้เห็นหรือเปล่า บ่งบอกให้รู้ว่ามันเป็นของเก่า มันจะใส่เทปและก็ฟังเพลงของมันตลอดเหมือนคนไม่ปกติ ชอบสะสมอาวุธ เป็นคนศรัทธาทศกัณฐ์มาก ถึงขั้นสักรูปทศกัณฐ์ที่หน้าอก เหมือนเราชื่นชมใครเราก็สักยันต์เลย แต่รอยสักของโลกหุ่นยนต์ จะไม่เหมือนกับของคนสักของหุ่นจะเอาเหล็กมาแล้วก็ยิงตะปูติด ตัวกุมภกรรณข้างหลังจะสักยันต์เก้ายอดด้วยเป็นลายเลขเก้าเหมือนคนที่สักยันต์ทั้งตัว ผมตั้งใจใส่กลิ่นอายความเป็นไทยลงไปด้วย แต่ที่ไม่ทำรอยสักลงไปในเหล็กเลยเพราะมันจะดูน่ากลัวไป กุมภกรรณออกแบบง่ายหน่อย เพราะออกแบบไม่ได้อิงดารา ผมกับพี่จิกมีความคิดตรงกันว่าคาเร็คเตอร์กุมภกรรณต้องเป็นคนไม่อยู่กับร่องกับรอย พูดแล้วน้ำลายจะไหล พี่ก็เลยออกแบบให้น็อตที่กรามปากมันหลุดอันหนึ่ง มันจะหลุดแล้วมันก็ดูดน้ำลายมันขึ้นมา แขนขามันก็ไม่เท่ากัน ใหญ่ข้างเล็กข้างข้าง แต่ออกมามันก็น่ารักดีนะ (หัวเราะ)
นกสดายุ เราออกแบบไว้แต่แรกว่าตัวนกสดายุต้องเป็นนกดำ และหาคนพากย์ผิวสีคล้ำที่เป็นสีดำเพราะวางโครงสร้างสีทั้งหมดไว้ มีครบทุกสีแล้ว ทศกัณฑ์สีเขียว หนุมานสีม่วง กุมภกรรณสีแดงน้องสนิมเป็นสีส้มชมพู ขาดอีกสีเลยใช้สีดำ และพอได้พี่เหมี่ยว (ปวันรัตน์ นาคสุริยะ) มาตรงเป๊ะพอดี ผมเลยออกแบบทรงผมเป็นหน้าม้านิดๆ ผมว่าออกแบบอันนี้ง่ายสุดแล้ว นกสดายุ ตัวนี้เป็นหุ่นยนต์ที่เหลือมาจากสงครามครั้งก่อนยังไม่ตายกลับถูกขายต่อๆ มาอยู่ที่ยุคนี้ เป็นอาวุธสงครามของรักของหวงที่กุมภกรรณสะสมไว้ มีลักษณะพิเศษอย่างหนึ่งก็คือจะเป็นหุ่นมีใบพัดบินได้ แต่ต้องไขลาน ไขลานปุ๊บก็จะขยับได้ บินได้ ถ้าเกิดลานหมดก็จะเกิดอะไรบางอย่างขึ้นซึ้งเมื่อเวลามันถูกจำกัดด้วยการไขลาน ก็ช่วยให้หนังตื่นเต้นขึ้น ซึ่งจุดรายละเอียดต่างๆ ในเรื่องนี้ออกแบบเพื่อรองรับเนื้อเรื่องไว้ตั้งแต่แรกครับ
ก๊อก ตัวนี้ออกแบบไม่ยากมากครับเพราะว่าคาแร็คเตอร์ชัดเจนว่าต้องเป็นพ่อค้าที่ขายของเก่ง พูดมาก มีเล่ห์เหลี่ยม การออกแบบของผมจะเน้นไปที่ดวงตาโตๆ ลึกๆ แขนขาเล็กๆ ลีบๆ ดูเป็นคนขายของ และพอได้คุณแจ๊ป เดอะ
ริชแมนทอย เข้ามาพากย์เสียงผมก็ใช้ลักษณะโครงหน้าของเขาเข้าไปรวมด้วย หัวของตัวนี้จะแปลกจากตัวอื่นตรงที่มีหัวที่เรียวยาวยื่นไปด้านหลัง ให้มีจุดเด่นและที่พิเศษกว่าตัวละครอื่นก็คือ ตัวนี้จะเป็นหุ่นตัวเดียวที่มีไฝ เพราะผมเอามาจากโหวงเฮ้งของคนที่พูดเก่ง ก็เลยเติมไฝไปแถวๆ ปาก และเจ้าก๊อกก็จะชอบเปลี่ยนอะไหล่ไฝของเขาชอบเอาตัวหุ่นแมลงมาติดเป็นไฝ แสดงให้เห็นว่าเขาเป็นคนขี้งกครับ
นักไต่เขา ตัวนี้เป็นตัวละครพิเศษครับ ตัวนี้ เราได้พี่โน้ส อุดม แต้พานิช มาพากย์ ตอนแรกผมออกแบบมาก่อน โดยมีไกด์มาก่อนว่าอยากได้แบบไหน และพอเอามาลองเทียบแล้วยิ่งเหมือนคุณโน้สเลย ต้องลองไปติดตามดูครับว่าเหมือนยังไง

FB:
Q: ความยากง่ายของการออกแบบคาแร็คเตอร์
X: ตอนแรกพี่ออกแบบหนุมานตัวเล็กเกินไป ยักษ์ตัวใหญ่มาก เพราะผมเข้าใจว่ายักษ์มันต้องตัวใหญ่ ตอนนี้มันวางกล้องไม่ได้เพราะพอไปจับหนุมานปุ๊บไม่เห็นยักษ์เลย เพราะว่าผมดีไซน์หนุมานไม่ถึงหัวเข่า มันเลยโต้ตอบกันไม่ได้กล้องมันต้องผ่านหลังยักษ์อย่างเดียวเพื่อมาหนุมาน ผมต้องเลยขยายขึ้นมาให้มันใกล้ๆ กันหน่อย อันนี้มันเลยกลายเป็นข้อปัญหาจากที่เราไม่รู้มาก่อน คาแร็คเตอร์หาเสียงยากสุดคือยักษ์ เพราะว่ายักษ์ต้องมีทั้งความน่ากลัว เสียงต้องใหญ่ แต่พอติงต๊องก็ต้องเสียงน่าสงสารด้วย หามาหลายคนมากจนในที่สุดมาเจอพี่หนุ่ม พอพากย์เสร็จพี่จิกเรียกเข้ามาดู พี่จิกว่าใช่พี่ก็ว่าใช่ ทำให้ใส่การเคลื่อนไหวได้ง่ายขึ้น ช่วงแรกเสียงยังไม่ลงตัว แอนิเมเตอร์ก็ทำการเคลื่อนไหวไม่ได้ เพราะอารมณ์มันไม่ได้ จังหวะการพูดถ้าช้าหรือเร็วกว่านี้จะทำยาก เพราะว่าถ้าเกิดช้ากว่านี้ปุ๊บ แอนิเมเตอร์เขาเรียกว่ามันจะย้วย ภาพมันจะช้า ดังนั้นจังหวะการพูดการให้อารมณ์ของดารานี่สำคัญกับแอนิเมเตอร์เหมือนกัน เพราะว่าเราทำงานตามเสียงพากย์ครับ

Q: แสดงว่าเสียงพากย์มีความสำคัญมากกับเรื่องนี้
X: มีความสำคัญมากครับ ตอนที่ทำก็แอนิเมเตอร์ก็จะเริ่มเข้าใจล่ะ ตอนทำซีนแรกๆ จะยาก พอซีนหลังๆ แอนิเมเตอร์จะเริ่มอินกับความสัมพันธ์ของตัวละครจริงๆ เพราะว่าตอนพากย์พี่จิกให้ดารามาพากย์ด้วยกันเลย โต้ตอบกันจริงๆ แล้วพอมันออกมาปุ๊บแอนิเมเตอร์เริ่มจะเข้าใจในความสัมพันธ์ ว่าเขาโกรธกันจริงๆ เขางอนกันจริงๆ จะทำแอนิเมชั่นได้ดีขึ้นเรื่อยๆ

Q: นอกจากตัวละครหลักแล้ว ยังมีตัวละครอื่นอีกไหม
X: จริงๆ แล้วคาแร็คเตอร์ทั้งหมดไม่ได้มีแค่ห้าตัวนะครับ มีอีกเป็นพันตัวเลย มีทั้งที่เป็นหุ่นยนต์ที่เหลือจากสงครามหุ่นที่น่ารักๆ เป็นชาวเมืองต่างๆ ก็มี ผมจะดีไซน์มาแยกออกมาอีกที หุ่นประชาชนทั่วไปในเรื่องมักจะมีล้อเดียว สองล้อก็จะมีฐานะขึ้นมาหน่อยสามารถจะซื้ออะไหล่มา ถ้าตัวไหนดีมากๆ มีเงินเยอะก็สามารถเปลี่ยนเป็นสองขาได้ แต่สองขาไม่ใหญ่ ในเรื่องจะมีฉากที่เล่าว่ามีการขุดเจอราชายักษ์และเอามาขายชาวเมืองก็ตื่นเต้นกันใหญ่เพราะว่าเหล็กดีมาก แต่ทุกตัวที่มาก็อยากจะเอาอะไหล่มาเปลี่ยนให้ตัวเองครับเราก็ต้องดีไซน์มาเยอะ และเวลาที่ตัวละครเดินทางไปแต่ละเมืองเราก็จะเห็นดีไซน์ของหุ่นที่ไม่เหมือนกัน เมืองแต่ละเมืองก็จะมีสัญลักษณ์บาอย่างง เช่นเมืองที่เป็นเชียงกง เมืองนี้ก็จะเป็นเมืองที่เป็นสนิมๆ ไม่ค่อยสมบูรณ์ และก็พอเข้าไปโรงไฟฟ้าก็จะเป็นอีกเมืองหนึ่งก็จะเป็นอีกสีหนึ่ง ตรงนี้ก็จะใช้เวลานานอยู่ มีออกแบบไว้ ประมาณเกือบพันตัว ครับ ก็มีเอามาใช้สลับๆ กัน

Q: อีกหนึ่งความน่าสนใจของเรื่องนี้ที่ไม่แพ้ตัวละครเลยก็คือฉาก และบรรยากาศในเรื่อง ในโลกหุ่นยนต์ของเรื่อง “ยักษ์” นี้มีฉากไหนเป็นฉากเด่นน่าสนใจบ้าง
X: ในเรื่องนี้มีฉากเยอะครับ ฉากที่ใช้เวลาทำนานที่สุดจะเป็นฉากมหาสงครามครับ ที่ใช้เวลานานเพราะว่ามันเป็นฉากแรกและเราเริ่มลองทดลองการทำครั้งแรก ใช้เวลาประมาณครึ่งปีสำหรับฉากแค่สี่นาทีนะครับ ในฉากนี้เราจะเห็นหุ่นยนต์เยอะมาก มีการสร้างพวกสเปเชียลเอ็ฟเฟ็กต์มากมายเพราะเป็นฉากโชว์ด้วย เรนเดอร์นาน เพราะว่ามันจะมีทั้งหินแตก ทั้งฝุ่น แสง ฉากนี้เราสร้างเพราะว่าต้องการให้เห็นความโหดร้ายของสงครามก่อนที่จะให้เห็นว่าสงครามมันไม่ดียังไงนะครับ เราก็เลยดีไซน์มาให้มันมีสีสันความเป็นสีส้ม สีแดง สีอะไรที่มันเป็นสงครามและก็มีการสูญสิ้นทั้งหมดเพราะว่าสงคราม และหลังจากนั้นมาหากันว่าเรามาหยุดสงครามกันยังไงในอนาคตในเรื่องครับ
ฉากต่อไปคือฉากเชียงกง เป็นตลาดที่ใช้ขายอะไหล่ให้หุ่นยนต์ตัวอื่นได้มาซื้อเปลี่ยน ฉากนี้ผมได้ไอเดียมาจากตลาดจริงๆ จากตลาดเซียงกงที่ขายพวกอะไหล่รถยนต์ เครื่องยนต์ต่างๆ ในบ้านเรา โดยผมออกแบบเริ่มจากท้องฟ้า สีของบรรยากาศ จะให้ความรู้สึกตอนเช้าๆ ที่เรากำลังจะไปตักบาตร พื้นดินด้านใต้เซียงกงนั้นจะ เต็มไปด้วยเศษเหล็ก หลังจากที่เกิดการระเบิดจากสงครามครั้งใหญ่ดินก็จะทับถมพวกซากต่างๆ ไว้ ทำให้มีอาชีพขุดของเก่าขาย ตอนเราสร้างฉากนี้ เราก็ต้องสร้างดินหรือหินคลุมเหล็กอยู่ข้างล่าง มันก็จะสร้างยากนิดนึงเพราะว่าในดินเราจะซ่อนเหล็กไว้ด้วย เวลาลากหุ่นยักษ์ขึ้นมาจากดินก็ต้องมีเศษเหล็กติดขึ้นมาทำให้เกิดความซับซ้อนในการสร้าง และเนื่องจากการเป็นตลาดก็ต้องมีตัวละครเยอะ ฉากนี้จะมีตัวละครสมทบเยอะมากเลยครับ
ต่อไปเป็นฉากที่เรียกว่าฉากยักษ์ตื่นครับ ในเรื่องฉากนี้พอราชายักษ์ตื่นขึ้นหลังจากที่หลับมานานมันก็จะเกิดความสับสน อลหม่าน เพราะมันทำลายเมืองแบบไม่ตั้งใจ ชาวเมืองก็เลยโกรธและออกไล่ล่า เป็นฉากที่สนุกสนานและ น่ารักครับเพราะตัวยักษ์จะดูเอ๋อๆ ฉากนี้ก็สร้างกันนานครับ เพราะเราเริ่มสร้างจากทุกอย่างเป็นศูนย์ มีทั้งตึกรามบ้านช่องมากมาย และตัวละครชาวเมืองเยอะไปหมด ที่ต้องใช้เวลาเพราะต้องใส่การเคลื่อนไหวให้ตัวละครทุกตัว ให้มันวิ่งตามๆ กัน มีการแสดงอารมณ์ที่สีหน้าไปด้วย และฉากนี้มันมีการเคลื่อนไหวฉากหลังมันก็เลยต้องเปลี่ยนไป เลยจะยากกว่าฉากที่อยู่นิ่งๆ แล้วตัดฉากไป
ฉากปาหี่ของกุมภกรรณ ฉากนี้เป็นฉากเปิดตัวของกุมภกรรณกับน้องสนิม เป็นการเล่าเรื่องแบบละครเวทีมิวสิคคัลฉากนี้ใช้เวลาทำนานเหมือนกัน เพราะมีหุ่นยนต์ที่ใช้หลายร้อยตัวมาดูการแสดงปาหี่ การจัดแสงต่างๆ ได้ไอเดียมาจากงานคอนเสิร์ตครับ แต่ฉากนี้ใช้เวลาจัดแสง จัดไฟ ค่อนข้างยากเพราว่ากุมภกรรณเป็นสีแดง แต่แสงเป็นสีเขียวและมันเป็นสีที่ตัดกัน ใช้เวลาจัดนานกว่าจะลงตัวสวยงาม ต้องใส่ใจเรื่องการจับคู่สีกับอารมณ์ของภาพ บางภาพเราจัดไปปุ๊บมันมืดไปเด็กไม่น่าจะชอบเราก็จะเพิ่มไฟให้สว่างขึ้นมาอีก ส่วนเรื่องการใส่การเคลื่อนไหวของฉากนี้ต้องดูเสียงเพลงประกอบด้วยครับเพราะเป็นฉากมิวสิคคัลเลยต้องทำให้เข้ากับเพลง ยากตรงที่เราต้องทำให้หุ่นเหล็กให้ดูเป็นทั้งการ์ตูนด้วยเป็นทั้งเหมือนจริงด้วย แต่การที่มีเพลงเข้ามานั้นเป็นผลดีเลยครับ ถ้าเกิดมันมีเพลงเข้ามาอยู่ในฉากนั้นมันจะทำให้
แอนิเมเตอร์รู้อารมณ์ของเรื่อง และก็การเคลื่อนไหวของปากที่ถูกเพลงกำหนดไว้ได้ง่ายขึ้น มันจะง่ายขึ้นจากการพากย์ธรรมดา แต่มันยากตรงที่ว่าถ้ามันถูกเพลงกำหนดไว้แล้วการเคลื่อนไหวมันจะเร็วหรือช้าเนี้ย แอนิเมเตอร์จะต้องเรียนรู้กันเองด้วย และผมจะไปช่วยดูอีกทีหนึ่ง
ฉากฟาร์มแม่เหล็ก ฉากนี้ใช้การออกแบบง่ายๆ ครับ ถ้าพูดถึงฟาร์มแล้ว ในความคิดแรกของหลายคนมันต้องเป็นฉากใหญ่ ตอนแรกฟาร์มแม่เหล็กที่เราจินตนาการมันต้องมีเครื่องปั่นไฟฟ้าเยอะมาก แต่ทีนี้ผมลองมาเปลี่ยนการออกแบบให้มันน้อยลง ผมก็เลยใช้เป็นแม่เหล็กเกือกม้าครับ เป็นแม่เหล็กอันใหญ่ๆ อันเดียวเลยก็สื่อความหมายได้แล้ว แม่เหล็กนี้ไว้ใช้เปลี่ยนเหล็กให้กลายเป็นแม่เหล็ก และใช้ผลิตกระแสไฟไฟฟ้าให้กับเมืองหุ่นยนต์ เมื่อหุ่นยนต์ที่เข้าใกล้แม่เหล็กก็จะถูกดูดเข้าไป ฉากนี้เป็นฉากที่น่าตื่นเต้นน่ารอชมอีกฉาก
ฉากตัดโซ่ ในเรื่องนี้จะเห็นสถานการณ์ที่เผือกและเขียวพยายามจะตัดโซ่ออกจากกันหลายครั้งคนดูจะได้สนุกไปกับสถานการณ์หลากหลายที่ทำให้ตัวละครทั้งสองเป็นฮีโร่เพราะได้ช่วยเหลือคนอื่นแบบไม่ได้ตั้งใจ และสร้างความสัมพันธ์ของทั้งคู่ไปตลอดการเดินทาง แต่เบื้องหลังการสร้างนั้นยากเหมือนกันครับเพราะมันเปลี่ยนฉากเยอะ ฉากไหนที่มันเกิดการเปลี่ยนฉากเร็วมันจะส่งผลทั้งการขึ้นโมเดลของเมือง ฉากนี้มีประมาณหกถึงเจ็ดฉากมันเลยต้องเปลี่ยนเร็ว ใช้เวลาในหนึ่งฉากแค่ไม่ถึงหนึ่งนาที แต่ใช้แรงในการทำงานในการสร้างฉากเยอะ ฉากหนึ่งใช้เวลาเฉลี่ยแล้วประมาณ 4-6เดือน บางฉากก็ปีหนึ่งก็มีครับ

FB:
Q: คิดว่าเสน่ห์ของเรื่องนี้อยู่ที่ไหน และอะไรที่ทำให้เรื่องนี้มีความน่าใจกว่าหนังแอนิเมชั่นทั่วไป
X: เสน่ห์ของเรื่องนี้ที่ไม่เหมือนใครน่าจะอยู่ที่บท เป็นสิ่งแรกที่ผมอยากทำเลย ทางทีมงานของเราชอบบทก่อนเลยมันเลยทำงานกันแบบรู้ทิศทาง และบทที่พี่จิกเขียน มันแข็งแรงพอที่จะมาทำการ์ตูน แล้วเราก็มาช่วยกันทำให้มันออกมาสมบูรณ์มากขึ้น แล้วคาแร็คเตอร์ที่ผมนำไปให้พี่จิกดูมันเข้ากันได้พอดี มันรองรับกัน ผมเลยรู้สึกว่าอาร์ตไดเร็คชั่นมันตรงกับบท เราก็เลยเริ่มมาสร้างดีไซน์สร้างโมเดล เราก็ใช้อาร์ตไดเร็คชั่นพวกความเป็นไทย พวกบรรยากาศท้องฟ้าอารมณ์ของการใส่บาตรตอนเช้าผมเอาอันนี้ใส่ไปด้วย อาจจะไม่มีลายไทยจ๋านะ เราใส่ความเป็นไทยอย่าง เช่น รอยสักยันต์ของหุ่นยนต์แต่ละตัว บางตัวถ้าสังเกตให้ดีมีเสือเผ่นด้วย ตัวเสือเผ่นนี้พี่จิกมาพากย์ด้วย (หัวเราะ)
เรื่องแสงสีเราก็ศึกษาเอาความเป็นสากลกับความเป็นไทยมาผสมกัน โปรเจ็คนี้มันเปิดโอกาสให้ผมทำอะไรที่มันไม่ปกติ มันไม่ปกติคือมันไม่ใช่การ์ตูนตาใส มันไม่ใช่การ์ตูนที่มันดิสนีย์ทั่วไปอ่ะ หรือที่เราเคยเห็นว่าการ์ตูนมันต้องน่ารัก จริงๆ การ์ตูนเราก็น่ารัก แต่เป็นแบบไม่ปกติแบบป่วยๆ นิด (หัวเราะ) ไอ้ตัวที่มันไม่น่าเป็นพระเอกมันเป็นพระเอกได้
นอกจากนี้พี่ว่าองค์ประกอบภาพของเรื่องนี้มันจะเปิด Space (พื้นที่) ให้คนดูหายใจได้ อย่างฉากที่ตัวละครหลักมันเดินแล้วมีโซ่ติดกันอยู่จะเห็นพื้นที่เป็นท้องฟ้ากว้างๆ หรือ ฉากหลังเป็นทะเลทราย ผมจะออกแบบวางองค์ประกอบกึ่งๆ สไตล์ญี่ปุ่นบวกกับทางอเมริกานิดๆ แต่ก็ไม่ได้ไปด้านไหนด้านหนึ่งเป็นกลิ่นอายมามากกว่า
และผมว่า เรื่องนี้มันไม่ใช่การ์ตูนนะ มันเป็นหนัง เหมือนอย่างหนังคนแสดงนี่แหละ ผมเคยคุยกับพี่จิกนะว่าการ์ตูนเรื่องนี้มันเป็นการ์ตูนคน มันเป็นการ์ตูนคนแสดง เราจะทำการเคลื่อนไหวอิงจากคนจริงๆ ครับ หมายถึงการเคลื่อนไหวมันจะเป็นตามจริง เช่น ยักษ์วิ่ง-เดินก็เดินหนักๆ ช้าๆ จริงๆ ยักษ์เศร้าก็เศร้าจริงๆ มันจะเป็นงานที่ไม่ใช่การ์ตูนที่เด็กมาก เราจะไม่ให้การเคลื่อนไหวดูเป็นการ์ตูนเกินไป แต่ถ้าอันไหนเป็นฉากสนุกๆ เราจะทำการเป็นเคลื่อนไหวเป็นแบบการ์ตูนไว้บ้างเช่นฉากร้องเพลง แต่อะไรที่แสดงอารมณ์เยอะๆ จะให้ผมจะให้แอนิเมเตอร์อิงจากจากการเคลื่อนไหวของคนพากย์ให้ใกล้เคียงที่สุดครับ ถึงจะเป็นหุ่นแต่เราต้องทำคนเชื่อก่อนว่าตัวนี้มันไม่ใช่แค่แอนิเมชั่นนะ มันเป็นหุ่นที่มีชีวิตจริงๆ มีการเคลื่อนไหวแบบคนจริงๆ มีอารมณ์มีความรู้สึกต่างๆ มีโกรธกัน มีงอนกัน มีสู้กัน มีความเจ็บปวด เป็นหนังที่จะเล่าถึงความรู้สึกของเพื่อนเน้นความสัมพันธ์ อารมณ์สูงมาก

Q: บ้านอิทธิฤทธ์ มีทีมงานกี่คน และคนทำงานยังไงบ้าง
X: บ้านอิทธิฤทธิ์ก็มีทีมงานประมาณสามสิบกว่าคนนิดๆ และรวมแม่บ้านแล้วด้วย (หัวเราะ) งานหลักของเราคือเราทำภาพยนตร์แอนิเมชั่นครับ และโปรเจ็คแรกก็เรื่องยักษ์ครับ แต่ตอนนี้เรากำลังร่างโปรเจ็คใหม่อยู่ ซึ่งระหว่างเรากำลังพัฒนาบทของหนังแอนิเมชั่น เราก็จะรับทำงานโฆษณาที่เป็น CG บ้าง เพื่อหาเงินมาจะทำความฝันของพวกเรา (หัวเราะ) เราอยากทำหนังใหญ่ เราก็ต้องเอารายได้จากหลายๆ ทางมาทำให้โปรเจ็คที่สองของเราเกิดขึ้นด้วยตอนนี้ ทีมงานของเราราเรียกว่าน้อยมากถ้าเทียบกับเมืองนอกครับ แต่ศักยภาพของบ้านอิทธิฤทธิ์ไม้แพ้กันเพราะเราทำงานแบบสับเปลี่ยนได้ ผมรู้ว่าทีมงานคนไหนมีศักยภาพด้านไหนบ้าง สมมุติว่าคนนี้สร้างโมเดลเสร็จปุ๊บ คนนี้ผมรู้ว่าสามารถจะใส่ลิงค์กระดูกให้แอนิเมเตอร์ได้ ก็จะสับเปลี่ยนเขามาช่วยทำงานตรงนี้ต่อ และเอาคนอื่นมาสลับงานแทนกันได้ สามสิบคนนี้สามารถจะทำหนังใหญ่ได้เรื่องหนึ่ง ผลงานเราไม่แพ้ต่างชาตินะ แต่คนเราน้อยกว่า แต่เราใช้ความสามารถทางศิลปะช่วยด้วย ซึ่งผมว่ามันทำได้นะโดยที่คนไม่ต้องเยอะ

Q: หนังจากหนังแอนิเมชั่นเรื่องนี้ได้ออกฉาย มีเตรียมผลงานถัดไป บ้างแล้วรึยัง
X: ตอนนี้เราก็กำลังทำผลงานเรื่องที่สองอยู่ครับ กำลังอยู่ในขั้นตอนออกแบบคาแร็คเตอร์กันอยู่ หลังจากที่เราทำยักษ์เราก็จะเรียนรู้ประสบการณ์มาพัฒนากับหนังเรื่องต่อไปครับ แอนิเมชั่นที่กำลังจะทำขึ้นก็เป็นบทจากพี่จิก ประภาส เช่นเดิมครับ แต่เราจะทำด้วยเทคโนโลยีสูงขึ้น อะไรที่เคยทำไม่ได้เมื่อ หกปีที่แล้วตอนนี้เราก็ทำได้แล้ว ทั้งเรื่องเทคโนโลยีและก็บุคลากรก็จะมีพัฒนาขึ้นด้วย เพราะเราก็มีประสบการณ์กันมาแล้วครับ

Q: เรื่องยักษ์นี่ ขึ้นชื่อกันมากว่าได้ทำงานร่วมกับคนเก่งๆ มากมาย สิ่งที่ได้จากการทำงานเรื่องนี้คิดว่าเป็นอะไรบ้าง
X: สิ่งที่ผมได้จากการทำหนังเรื่องนี้ก็คือได้ร่วมงานกับคนเก่งๆมากมาย อย่างเช่น พี่จิกเขามีฝีมือการเขียนบท และการแก้ปัญหาที่แม่นยำมากครับ เรื่องนักพากย์ก็เยี่ยม ถ้าคนพากย์ พากย์เสียงแบบไม่ได้อารมณ์ เราก็จะทำแอนิเมชั่นไม่ได้ขนาดนี้ ทั้งคนแต่งเพลงทำเพลง ฝ่ายประสานงาน ทุกๆ ฝ่ายเลย มันทำให้ผมทำงานดีขึ้นด้วยและโตขึ้นด้วย การทำงานกับคนเก่งๆ มันทำให้ตัวเราพัฒนาขึ้นเยอะและเร็วมากด้วย ผมก็ซึมซับการเรียนรู้ไปด้วยว่าการทำงานอันนี้เราไม่เคยทำอย่างนี้มาก่อน เราก็ศึกษามาจากคนนี้ คนที่มีศักยภาพบางอย่างมารวมกัน โดยที่เราไม่ต้องใช้เงินทุนเยอะหรือสูงมากถ้าเกิดคนเก่งๆ มาทำงานกัน คือเราจะประหยัดทั้งเงินและเวลาด้วย และเราจะได้เรียนรู้ด้วย คือทุกส่วนเลยคนไม่เท่าฝรั่งแน่ๆ แต่คนเก่งๆ มารวมกันเนี่ย แต่ละคนเก่งในสายแต่ละสาย ทำให้งานมันเร็วขึ้น และงานมันตรงที่เราคิดเยอะขึ้น ทำให้บ้านอิทธิฤทธิ์ทำงานง่ายขึ้นด้วย

Q: หนังได้ไปฉายโชว์ ที่เมืองคานส์ และไปโปรโมทตามประเทศต่างๆ มาแล้วหลายครั้ง รู้สึกอย่างไรบ้างที่หนังได้รับการยอมรับจากต่างชาติ
X: ผมก็ดีใจครับที่คุณภาพของหนังของเราฝรั่งเขายอมรับ คุณภาพมันสูงพอที่ออกต่างประเทศได้ ตอนไปฉายโชว์ที่ญี่ปุ่นก็มีคนมาคุยด้วย ไม่รู้ว่าคนนี้เป็นใคร มารู้ทีหลังว่าเขาเป็นนักเขียนการ์ตูนดังเลย เขาบอกว่าอยากจะมาร่วมงานด้วย อยากทำงานด้วย เขาชอบการเคลื่อนไหวของตัวยักษ์ เขาก็พูดภาษาญี่ปุ่นว่าเห็นเราทำดี เห็นแล้วมีไฟกลับไปเขียนการ์ตูนต่อด้วย เราก็ปลื้มครับ

Q: คำนิยามของคำว่า “ยักษ์” ของพี่เอ็กซ์หมายถึงอะไร
X: หากผมคิดถึงยักษ์ จะคิดถึงยักษ์ที่ตัวใหญ่ๆ มีบารมีสูงๆ มีอำนาจ แอบคิดว่าบุคลิกของผมใกล้กับตัวนี้เหมือนกันนะ (หัวเราะ) เพราะว่ามันจะมีความดุร้าย และก็อ่อนโยนด้วย จริงๆ ก็ใกล้ๆ กันกับตัวที่อยู่ในเรื่องนี้

Q: ยักษ์ตัวแรกที่รู้จัก เป็นยักษ์อะไร
X: น่าจะเป็นทศกัณฐ์ครับเพราะส่วนหนึ่งเรียนด้วย แต่ทศกัณฐ์ของผมจะเป็นยักษ์ที่ตัวใหญ่มากใหญ่กว่าวรรณคดีครับ

Q: ในหนังเรื่องนี้มีประเด็นแกนหลัก เกี่ยวข้องกับมิตรภาพ หากอยู่ในสถาณการณ์ที่ต้องเลือกระหว่าง “มิครภาพและ หน้าที่” จะเลือกอย่างไร
X: ผมเลือกทั้งสองอย่างได้ไหม (หัวเราะ)

Q: คิดว่าคนเราจะสามารถเปลี่ยนจากศัตรูมาเป็นเพื่อนกันได้ไหม
X: ได้ครับ ถ้าเราตัดทุกอย่าง เข้าไปคุยกับศัตรูดูบางทีอาจจะดีกว่าที่เราคิดก็ได้ เพราะว่าเราคิดกันเอง บางทีเราคิดว่าคนนี้เป็นศัตรูเพราะว่าอาจจะโหงวเฮ้งไม่ตรงกับเรา หรือว่าโหงวเฮ้งแบบนี้เคยทำร้ายเรามาก่อน (หัวเราะ) แต่ถ้าเข้าไปคุยมันอาจจะไม่ใช่อย่างที่เราคิดครับ

FB:
อลังการแอนิเมชั่นฟอร์ม “ยักษ์” ส่ง 2 เวอร์ชั่นให้คนไทย-ต่างชาติ เลือกดู 2 ภาษาทั้ง “เสียงไทยและเสียงอังกฤษ”









                        ยิ่งใหญ่สมชื่อจริงๆ สำหรับ “ยักษ์” ภาพยนตร์แอนิเมชั่นฟอร์มยักษ์ที่ใช้เวลาในการสร้างนาน6ปีเต็มจากผลงานการทุ่มทุนสร้างของ “สหมงคลฟิล์มอินเตอร์เนชั่นแนล” และพันธมิตรอย่าง “บ้านอิทธิฤทธิ์ ซูเปอร์จิ๋ว และเวิร์คพอยท์พิคเจอร์ส” ด้วยทุนสร้างกว่า 100 ล้านบาท เป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจจนถือได้ว่าเป็นอีกย่างก้าวสำคัญ (BIG STEP) ของภาพยนตร์แอนิเมชั่นสัญชาติไทยที่คอหนังจะได้สัมผัสกับแอนิเมชั่นยักษ์พร้อมกันถึง 2 เวอร์ชั่น นั่นคือในเวอร์ชั่นเสียงภาษาไทย ซึ่งยกทีมนักแสดงระดับแถวหน้าของเมืองไทยอย่าง “หนุ่ม สันติสุข ในบท น้าเขียว (ยักษ์ทศกัณฐ์) หอย เกียรติศักดิ์ ในบท เผือก (หนุมาน), ตั๊ก บริบูรณ์ ในบทกุม, เหมี่ยว ปวันรัตน์ ในบทนกสดายุ, น้องออมสิน ชนินาภ ในบทสนิม พร้อมด้วย แจ๊ป เดอะริชแมนทอย และอุดม แต้พานิช มาร่วมให้เสียงให้ชีวิตเหล่าคาแรคเตอร์การ์ตูนแต่ละตัวได้โลดแล่นอย่างมีสีสัน และในเวอร์ชั่นเสียงภาษาอังกฤษโดยมีทอดด์ ลาเวลล์ ศิลปินนักร้องนักแสดงชาวอเมริกันมารับหน้าที่กำกับการให้เสียงภาษาอังกฤษพร้อมกับรับหน้าที่มาให้เสียงให้ชีวิตตัวน้าเขียวหรือหุ่นยักษ์ทศกัณฐ์ด้วย

          “ปกติเราทำหนังเราก็มีภาษาไทยอยู่แล้ว แต่สำหรับการ์ตูนยักษ์เราตั้งใจว่าต้องทำเป็นเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษด้วยก็เพื่อหวังขายต่างประเทศด้วย โดยในประเทศไทยก็มีฉายให้ชมทั้งสองเวอร์ชั่นทั้งไทยและภาษาอังกฤษ เวอร์ชั่นไทยก็ดูกันไป ชาวต่างชาติหรือคนไทยที่ดูหนังที่เป็นเสียงภาษาอังกฤษก็จะได้ชมด้วย หรือบางคนดูไทยแล้วอยากดูภาษาอังกฤษอีกก็ได้

          พาณิชย์ สดสี ผู้ควบคุมงานสร้างแอนิเมชั่นยักษ์ที่ผ่านการทำงานเคียงบ่าเคียงไหล่ในฐานะมันสมองระดับหัวกะทิคู่กับจิกประภาสมากว่า 2 ทศวรรษให้เหตุผลที่ยิ่งเป็นการตอกย้ำถึงความอลังการที่ถือได้ว่าเป็น1 ในความตั้งใจตั้งแต่เริ่มต้นในขั้นตอนการผลิตแอนิเมชั่นยักษ์ที่จะต้องอัดแน่นไปด้วยความพร้อมถึงมาตรฐานในคุณภาพของงานที่จะเกิดขึ้นภายใต้โจทย์ที่ว่า“ยักษ์จะเป็นแอนิเมชั่นสัญชาติไทยเรื่องแรกที่ผลิตขึ้นมาทีเดียว 2 เวอร์ชั่น 2 ภาษานั่นคือเสียงไทยและเสียงภาษาอังกฤษ ตามความตั้งใจของคนเลี้ยงยักษ์อย่างจิก ประภาส ชลศรานนท์เลยทีเดียว

          “ก็ตั้งใจจะทำให้เป็นสองภาษาตั้งแต่แรกเลย เพราะฉะนั้นในการทำงานพี่ก็ถือว่าเอาคนไทยเป็นต้นฉบับ ปากทุกคำ ขยับปากเป็นภาษาไทยเป๊ะ สระอูสระโอเป๊ะ สิ่งที่ยากมากคือทอดด์จะต้องมานั่งข้างๆ เพราะว่าภาษาอังกฤษเคยถูกแปลมาแล้วทีหนึ่งโดยเดลล์ ซึ่งเป็นนักเขียนบทที่อเมริกา แปลไปแล้วรอบหนึ่งแล้วก็ถูกเกลาไปแล้วอีกหลายรอบเหมือนกันเพราะในแง่ด้วยของเรื่องภาษา จนมาถึงมือทอดด์อีกครั้งหนึ่งเนื่องจากทอดด์เก่งภาษาไทยมาก และนั่งคุยกันว่าท็อดด์ต้องตรงปากให้ขยับใหม่ภาษาใหม่แล้วก็ใส่มุกฝรั่งลงไปแทนภาษาไทย แล้วเชิญคนฝรั่งชาติอื่นที่ไม่ใช่อเมริกันมานั่งดูด้วย เขาขำในมุกอเมริกันของคุณหรือเปล่าเอาขนาดนั้นเลย ตัวอย่างเช่นในเวอร์ชั่นเสียงไทยหุ่นกระป๋องสนิมจะร้องเพลงในฉากมิวสิคคัลแนะนำตัวเองร้องว่าสนิมคือชื่อหนู มันลงท้ายสระอูคนแรกที่แปลแปลไว้ว่า รัสตี้อีสมายด์เนม ความหมายตรงแต่ปากมันไม่ตรงกันทอดด์ต้องทำงาน ก็จะกลายเป็นรัสตี้เยสอีสทรู แล้วค่อยเป็นอิสมายเนมคือความหมายเหมือน เดิมแต่เขาแค่ให้ขยับคำใหม่ เพื่อมให้การขยับปากกับเสียงไปด้วยกัน ซึ่งถ้าดูภาษาฝรั่งแล้วเราอาจจะงงว่านี่มันหนังฝรั่งนี่นาเพราะว่าปากมันค่อนข้างใกล้มาก”

ละเอียดพิถีพิถันกันขนาดนี้ ตั้งแต่บทภาพยนตร์ เรื่องราว การออกแบบคาแรคเตอร์การ์ตูนแต่ละตัวมาจนถึงการคัดเฟ้นผู้ที่จะมาให้เสียงให้ชีวิตของตัวการ์ตูนทั้งสองเวอร์ชั่นทั้งภาษาไทยภาษาอังกฤษเลยทีเดียว ไปร่วมภาคภูมิใจกับ ยักษ์ ภาพยนร์การ์ตูนแอนิเมชั่นที่จะทำให้ทุกคนล้วนอิ่มเอมไปกับความสนุกสนานพร้อมกัน 4 ต.ค.นี้ทุกโรงภาพยนตร์

FB:
“ยักษ์ FESTIVAL” ขอชวนแฟนๆ ร่วมสนุกกับกิจกรรมสนุกสนาน สัมผัสประสบการณ์ “ยักษ์บุกเมือง”



YAK Trailer (Eng Version)
http://www.youtube.com/watch?v=LD1nX7aib6g

Yak Ost.- Mv.เพลง แบ่ง
http://www.youtube.com/watch?v=O3JaklY0dwo

          “ยักษ์ FESTIVAL” ขอชวนแฟนๆ ร่วมสนุกกับกิจกรรมสนุกสนาน สัมผัสประสบการณ์ “ยักษ์บุกเมือง” รวมทุกสิ่งละอันพันละยักษ์ กระทบไหล่นักแสดงและผู้สร้าง พร้อมมินิคอนเสิร์ต ROOM39

          ต้อนรับการมาของ “ยักษ์” ภาพยนตร์แอนิเมชั่นพันธุ์ไทยทุนสร้างกว่า 100 ล้านบาท บ.สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนลร่วมกับ บ้านอิทธิฤทธิ์ ซูเปอร์จิ๋วและเวิร์คพอยท์พิคเจอร์ส ชวน น้องๆ หนูๆ ยักษ์เล็กเด็กแดงไปจนถึงวัยรุ่นเด็กแนวและยักษ์ใหญ่ประจำบ้าน เกี่ยวก้อยโอบไหล่กันมาร่วมสัมผัสกับประสบการณ์ “ยักษ์บุกเมือง กับยักษ์ FESTIVAL” อาทิตย์ที่30กันยายนนี้ 11 โมงถึง 2 ทุ่มที่ลาน EDEN 1 ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

          สนุกสนานกับกิจกรรมยักษ์ๆ ไฮไลท์ที่ทุกคนรอคอยกับ “การแข่งขันยักษ์กะเย่อ” รอบชิงชนะเลิศ วัดพลังยักษ์ในตัวน้องๆ กับรถยักษ์ ให้เห็นกันจะๆ ร่วมลุ้นร่วมเชียร์ว่าใครจะเป็นแชมป์

          พบกับนิทรรศการเรื่องเล่า “หน้ายักษ์แบบน่ารัก” พร้อมสนุกกับการบุกเมืองแบบ “น่ายักษ์แต่น่ารัก” ของยักษ์แอนด์เดอะแก๊ง แล้วอย่าลืมมา ถ่ายภาพ แล้วอัพโหลดอวดเพื่อนๆ กัน

          ครั้งแรกกับมินิคอนเสิร์ตของ 3 เพื่อนซี้ “ROOM39” พร้อมเสียงร้องสดๆ กับ “เกิดมาเป็นเพื่อนเธอ”บทเพลงประกอบภาพยนตร์แอนิเมชั่น “ยักษ์ “จากฝีมือการแต่งของ “แสตมป์-อภิวัชร์ เอื้อถาวรสุข”

          สัมผัสความน่ายักษ์แบบกวนๆ กับทีมนักแสดงที่ให้เสียงให้ชีวิตเหล่าตัวการ์ตูนแอนิเมชั่น “ยักษ์” โลดแล่นได้อย่างสนุกสนานนำทีมโดยพี่หนุ่ม-สันติสุข พรหมศิริ (น้าเขียวทศกัณฐ์ หุ่นยักษ์), ตั๊ก-บริบูรณ์ จันทร์เรือง (กุมหุ่นยักษ์สีแดง), แจ๊ป เดอะริชแมนทอย (ก๊อกหุ่นยนต์พ่อค้าหุ่นเก่า), ทอดด์ ทองดี (ผู้ควบคุมการพากย์ยักษ์ในเวอร์ชั่นเสียงภาษาอังกฤษและให้เสียงของยักษ์เขียวทศกัณฐ์ในภาษาอังกฤษ), น้องออมสิน-ชนินาถ ศิริสวัสดิ์ (หุ่นกระป๋องสนิมน้อย) พร้อมผู้สร้างและทีมงานผู้อยู่เบื้องหลัง “ยักษ์” ฯลฯ

          พิเศษสุดท้าให้ทุกคนที่รักยักษ์ แน่จริงมาขนของที่ระลึกแสนน่ารักจาก “ยักษ์” ที่ทำขึ้นมาเป็นพิเศษให้ทุกคนได้ร่วมสนุกกับกิจกรรมพิเศษตามบูธเกมต่างๆ ฟรี รับประกันความสนุกครบทุกกระบวนท่ายักษ์ที่พลาดไม่ได้อีกเพียบ

          ครั้งแรกและครั้งเดียวหลังจากบ่มเพาะฟูมฟักในทุกขั้นตอนกว่าจะมาเป็นแอนิเมชั่นยักษ์ ด้วยเวลานานถึง 6 ปีเต็ม ถึงเวลาแล้วที่ “ยักษ์” จะออกมาอวดโฉมให้ทุกคนร่วมภาคภูมิใจและเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ “ยักษ์บุกเมือง” แล้วอย่าลืมไปตกหลุมรักยักษ์กันนะจ๊ะ

Navigation

[0] Message Index

[#] Next page

[*] Previous page

Go to full version