ภาพยนตร์ > ข่าวภาพยนตร์

ภาพยนตร์เรื่อง ยักษ์ (The Giant King) 4 ตุลาคม 2555

<< < (6/11) > >>

FB:
          Q. สำหรับตัวคาแรคเตอร์ “ยักษ์” มีความสำคัญและมีความน่าสนใจอย่างไร
          S. ครับสำหรับคาแร็คเตอร์ในเรื่องนี้นะครับก็คือยักษ์เขียวหรือน้าเขียวนะครับที่หนุมานหรือเผือกเขาชอบเรียกนะครับ ก็เป็นตัวเอกในเรื่อง ซึ่งมีคาแร็คเตอร์ที่หลากหลายนะครับ ตามเรื่องก็คือจะมีภาคหมดสติ ภาคจำความไม่ได้ ตัวตนที่แท้จริงก็คือประมาณยักษ์ใสซื่อ อาโนเนะไม่รู้เรื่อง ใจดี ค่อนข้างจะซื่อบื้อด้วยนิดๆ เหมือนเด็กแบบเอาแต่ใจตัวเอง อันนั้นคือเป็นตัวตนที่แท้จริงของเขาน้าเขียว และก็มีอีกด้านหนึ่งก็คือที่เป็นทศกัณฐ์ซึ่งพูดได้ว่าเป็นชะตาลิขิตที่เขาต้องมาเป็นแบบนี้ที่ว่าแกต้องเป็นทศกัณฐ์ ก็เป็นคาแร็คเตอร์แบบโหดเหี้ยมดุร้ายและไม่ได้มีหน้าเดียวมีสิบหน้า สารพัดจะดุร้ายต่างๆ นะครับ คือตัวคาแร็คเตอร์นี้จะมีสองพาร์ทที่สำคัญก็คือสองด้านมันจะแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงเลย แต่ว่ามันเป็นตัวละครตัวเดียวกัน เพราะฉะนั้นการที่จะแสดงหรือเล่นออกมามันจะต้องทำให้คนรู้สึกว่ามันเป็นส่วนเดียวกันด้วยคือไม่ใช่สองตัว ไม่ใช่ตัวดีตัวร้าย แต้อันนี้ตัวดีตัวร้ายอยู่อันเดียวกันแล้วมีอารมณ์ที่หลุดออกมา บางทีเป็นดีๆอยู่ก็หลุดร้ายขึ้นมา หรือกำลังร้ายอยู่หลุดดีออกมา ก็มีอยู่หลายฉากในหนังที่ออกมา คือมันเหมือนมันหลุดเครื่องมันรวนอะไรอย่างนี้ ยังไม่ร้ายก็ไม่ร้ายเต็มที่ ก็โดยคาแร็คเตอร์หลักๆ ก็จะเป็นอย่างนี้ก็จะมีสองด้าน แต่ว่าจะมีกลับไปกลับมามีฝันอะไรแบบนี้ไปเรื่อย

          Q. พอบอกว่าตัวยักษ์มีทั้งในส่วนที่เป็นทศกัณฐ์ที่ดูร้ายมีดุดันนอกเหนือจากพาร์ทที่เป็นน้าเขียวแสดงว่าในภาพยนตร์แอนิเมชั่นเรื่องยักษ์ก็จะมีพาร์ทที่เป็นแอ็คชั่นด้วยนอกเหนือจากเรื่องของมิตรภาพ ความสดใส
          S. คาแร็คเตอร์ก็ประมาณนี้ แต่ว่าเวลาถ่ายทอดออกมาในหนังคือบทมันจะเยอะ มันค่อนข้างที่จะออกแอ็คชั่นเยอะ มีรบกัน มียกทัพโยธาข่มกัน มีหอก มีย้ายพระอาทิตย์ ซึ่งมันจะเป็นอะไรที่เราค่อนข้างที่จะเล่นแล้วคือต้องจินตนาการออกไป ตอนที่เราเล่นก็จะมีภาพให้ดู แต่ว่าจะภาพที่เป็นคร่าวๆ ให้ดูว่าประมาณนี้ๆ แต่ว่าคือจริงๆ เราต้องเล่นใส่เสียง ใส่สีหน้าออกไป และเขาถึงจะไปวาดไปทำอะไรให้มันร้อยเปอร์เซ็นต์อีกทีหนึ่ง ก็ต้องจินตนาการให้มันเยอะเข้าไว้ ก็จะมีหลายตอนในเรื่องที่บางทีมันยากมาก คือบางทีสิบหัวที่มันอยู่บางทีมันทะเลาะกันเอง ไอ้หัวนี้จะทะเลาะกับไอ้หัวนั้น ไอ้หัวนี้จะฆ่าไอ้หัวนั้น ไอ้หัวนี้จับอะไรอย่างนี้ คือฉากนั้นก็ปวดหัวมากพากย์ยากมากเลยฉากนั้น เพราะต้องไล่พากย์กันทีละหัวๆ และก็หลายอย่างเรื่องนี้ต้องจินตนาการ และที่สำคัญที่เราจะต้องทำงานร่วมกับตัวของน้องหอย (เสนาหอย-เกียรติศักดิ์ให้เสียงเผือกหรือหนุมานด้วย) เพราะว่าในเรื่องเขาจะคู่กันตลอด ปกติเวลาเราทำงานเกี่ยวกับด้านนี้ ถ้าไปพากย์ของหนังทั่วไปใช้พากย์คนเดียว มโนภาพเอาเองนะ แต่เรื่องนี้จะต้องพากย์คู่กัน บางฉากจะต้องพากย์ด้วยกัน เพราะว่ามีการโต้ตอบกันเยอะ และมันก็จะมีมุกเสริมมุก อะไรที่บางทีหอยก็ชอบใส่มันขึ้นมา รามอ้าวเรียนรามเปลวเทียนให้แสง ก็จะมีมุกออกมาอยู่เรื่อยๆ อันไหนได้พี่จิกเขาโอเคก็เอา อันไหนไม่เอาก็ตัดทิ้งไป ก็เป็นการลองเล่นให้ดูก่อน

          Q. ในความรู้สึกของพี่หนุ่มแล้วคิดว่าอะไรคือเสน่ห์ของตัวละครตัวนี้
          S. สำหรับบางฉากดูแล้วก็มีน้ำตาซึมเหมือนกัน แต่ไม่บอกให้ไปดูกันเอาเอง ก็คือดูแล้วคิดว่าตัวละครที่คนดูจะรักมากที่สุดก็คือน้าเขียวในเรื่องยักษ์ เพราะว่าเขามีการเปลี่ยนแปลงจากไม่รู้เรื่อง จากเป็นตัวร้าย จากรู้เรื่องกลับมา ต่อต้านตัวร้าย ยอมสละชีพ ช่วยเหลือ เขาเป็นฮีโร่เลยในเรื่องก็คือเก่งมากเป็นตัวที่คนจะเอาใจช่วยตอนหลังเขาก็กลับมาสู้กับความชั่วร้าย ยอมสละชีวิตตัวเอง และก็มีอีกหลายๆ ตัวหนุมานเองก็น่ารัก ตัวหนุมานก็เป็นทหารของพระราม ก็ได้หอยมาก็โอเคเลย ดูแล้วก็ตลกไปเรื่อยเลย ฮาจริงๆ ก็เหมาะกับคาแร็คเตอร์เขาเพราะหนุมานมันจะเป็นลิงมันก็จะปุ๊บปั๊บๆ และก็จะมีอีกหลายตัวนะครับ คือการถ่ายทอดออกมาบางทีเราไม่เคยเห็น เราไม่เคยคิดว่าเฮ้ยอะไรรามเกียรติ์มาทำเป็นหุ่นยนต์ได้ยังไงเออเข้าใจคิด สำหรับผมว่าดูแล้วอมยิ้มอยู่ในใจเวลาเราดูหนังเรื่องนี้ เพราะชอบวิธีที่เขาคิดออกมาว่าเออทำให้มันเป็นหุ่นยนต์ มีล้อ หรือหุ่นบางตัวก็มีล้อเดียว สองล้อ มีแบบขึ้นสนิมมีอะไรอย่างนี้ คือมันแปลกและมันก็มีความที่เป็นไทยอยู่ในเรื่องด้วย

          Q. คงต้องให้พี่หนุ่มเล่าให้ฟังแล้วว่า“ยักษ์”เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับอะไร
          S. ก็เป็นเรื่องของหุ่นสองตัวที่ตัวหนึ่งเป็นหุ่นกระป๋องนะครับคือหนุมานหรือเผือก ส่วนอีกตัวเป็นหุ่นยักษ์ที่ตัวใหญ่กว่าซึ่งก็คือทศกัณฐ์หรือน้าเขียว ในเรื่องก็เป็นเหตุการณ์ที่พูดถึงทศกัณฐ์กับหนุมานที่เคยสู้รบกันมาในภาคที่เป็นอวตารที่สิบล้านเอ็ดก็มาในรูปลักษณ์ของหุ่นยนต์ ก็สู้กันตอนนั้นพระรามก็ได้ยิงแสงลงมาเพื่อจะทำลายล้างทั้งหมดทั้งความดีความชั่วเกิดระเบิดครั้งใหญ่ ซึ่งเป็นช่วงขณะที่หนุมานก็กำลังจับทศกัณฐ์อยู่คือใช้โซ่คล้องมัดตัวทศกัณฐ์ไว้ ก็เกิดระเบิดตูมทุกอย่างก็สลายหายไปหมด แต่ว่าสองหุ่นยังอยู่แต่ว่าสลบไป ก็หายไปอีกข้ามไปประมาณหลายร้อยล้านวัน จนกระทั่งวันหนึ่งหุ่นสองตัวนี้ฟื้นขึ้นมามีชีวิตขึ้นมาใหม่แต่หุ่นทั้งสองตัวจำความกันไม่ได้ และก็จำไม่ได้ว่าเคยเป็นศัตรู แถมยังจำไม่ได้เลยว่าทำไมฉันกับแกมีโซ่ผูกติดกันอยู่ ก็ไม่รู้ก็พยายามหาที่มาที่ไป ก็พยายามที่จะตัดโซ่ ไปหาทางตัดโซ่ ก็ในระหว่างที่เดินทางไปมันจะทำให้เกิดเรื่องเกิดราวให้เกิดมิตรภาพ เดินทางมาด้วยกันก็เป็นเพื่อนกัน ก็เลยไม่รู้ว่าจริงๆแล้วแต่ละคนนี้มีหน้าที่อะไร ก็เดินทางไปผจญภัย เจอโน่นเจอนี่ แล้วยิ่งพยายามจะตัดโซ่เท่าไหร่กลับกลายเป็นว่ามิตรภาพมันก็ยิ่งแน่นแฟ้นขึ้นเรื่อยๆ จนสุดท้ายก็มารู้ความจริงว่าตัวเองแต่ละตัวมีหน้าที่อะไร จะต้องทำอะไร ก็เป็นเรื่องเป็นราวขึ้นมาครับ

          Q. ฟังดูแล้วก็ลึกซึ้งเหมือนกันและค่อนข้างมีอะไรให้ชวนคิดดีทีเดียวแล้วตัวพี่หนุ่มเองละคิดว่าคนที่เป็นศัตรูกันจะกลายมาเป็นมิตรกันได้ไหม
          S. คนที่เป็นศัตรูกัน หรือว่าศัตรูจะกลายเป็นมิตรกัน พี่คิดว่าน่าจะเป็นไปได้มันอยู่ที่เหตุผลหลายๆ อย่าง คนที่เป็นศัตรูกันมันมาจากอะไร เป็นศัตรูกันเพราะหน้าที่ เป็นศัตรูกันเพราะว่าอยู่คนละประเทศ เป็นศัตรูกันเพราะว่าอยู่คนละบ้านหรือว่าอะไรอย่างนี้ ถ้าเป็นศัตรูเพราะเรื่องหน้าที่หรืออุดมการณ์แล้วพี่ว่ามันไม่ยากที่จะเป็นมิตรกันได้ แต่ถ้าเป็นศัตรูกันเพราะว่าอย่างแมวกับหนูคงจะลำบากนะครับ คิดว่าเป็นไปได้ครับ คนที่เป็นศัตรูกันมาเป็นมิตรกัน ก็น่าจะเป็นมิตรกันที่ดีด้วยเพราะว่าอย่างคนที่ไม่เคยถูกกันมาก่อนเกลียดกันมาก่อน แต่พอมาคบกันเป็นเพื่อนกันเขาจะรู้อะไรกันเยอะว่าคนนี้เป็นอย่างนี้เขาก็จะรักกันมากกว่าคนที่คบกันและเป็นเพื่อนกันไม่เคยมีเรื่องอะไรกัน เขาก็จะไม่รู้ว่าจริงๆ นิสัยเป็นยังไง ว่าเวลาโกรธเป็นยังไงครับ

          Q. ถ้างั้นขอถามเลยละกันว่าเมื่อพูดถึงยักษ์ตัวแรกที่พี่หนุ่มรู้จักคือยักษ์อะไร
          S. ครับถ้าพูดถึงยักษ์ตัวแรกที่รู้จักเลยนะครับ เดี๋ยวต้องเท้าความไปนิดนึงมันมีหลายยักษ์ เพราะว่านิทานพื้นบ้านของไทยมันก็ยังมียักษ์ ยักษ์ตัวแรกที่รู้จักน่าจะอยู่ในทีวีจำได้ก็คือของดาราวีดีโอสมัยโน้นที่มียักษ์และจะมีมือโผล่มาจับคน และเป็นยักษ์ที่เขียนหน้ารู้สึกจะมาจากในเรื่องโกมินทร์กุมาร ก็จะเป็นยักษ์แบบนั้น เป็นยักษ์ตัวใหญ่ที่มีเขี้ยวและก็กินคนเป็นอาหารก็คือเป็นยักษ์ในนิทานพื้นบ้านครับ (หัวเราะ)

          Q. ท้ายนี้อยากให้พี่หนุ่มฝากถึงผลงานการ์ตูนแอนิเมชั่นยักษ์กับแฟนๆ
          S. ถ้าจะพูดถึงภาพยนตร์เรื่องนี้นะครับ ก็ถือว่าเป็นการกลั่นกรองอะไรจากหลายๆ บุคลากร ใช้บุคลากรเยอะเป็นร้อยนะครับ และก็ใช้เวลาในการทำหลายปีมาก ซึ่งก็มีชื่อของประภาส ชลศรานนท์นะครับเป็นอะไรหลายๆ อย่างในโปรเจ็คท์นี้ทั้งกำกับทั้งคิดเรื่อง คิดคอนเซ็ปท์ สร้างตัวละคร สอดแทรกเนื้อหา ควบคุมดูแลในแทบทุกขั้นตอน ซึ่งผมว่าภาพยนตร์เรื่องนี้พอถูกนำเสนอออกไปก็นอกจากว่าเด็กๆ ทั่วไปได้มาดูหนังการ์ตูนที่เขาก็จะได้รับความสนุกไปอีกแบบหนึ่งจากเรื่องราวการผจญภัยของหุ่นยนต์ซึ่งมีทั้งที่เป็นหุ่นกระป๋อง หุ่นยักษ์อะไรต่างๆ นานา จะได้เห็นมุมมองใหม่ๆ ได้เห็นตัวละครคลาสสิคจากรามเกียรติ์ มีเรื่องของมิตรภาพ และก็มีทั้งเพลงเพราะๆ ในเรื่อง มีอะไรหลายๆ อย่าง ทั้งความเป็นหนัง ที่มีหลากหลายองค์ประกอบทั้งความตื่นเต้น เร้าใจ มีต้น มีกลาง มีจบ มีตัวเอก มีตัวร้ายแต่แบบน่ารักๆ คือครบรสจริงๆ นอกเหนือจากตรงนั้นแล้ว มีสิ่งหนึ่งที่ผมว่าพี่จิกเขาซ่อนไว้ในหนังเรื่องนี้นะครับพอเราดูไปจนจบแล้ว ไอ้ความเป็นยักษ์หรือความไม่ดีมันมีอยู่ในทุกคน มันมีอยู่ในตัวของมนุษย์ทุกคน อยู่ที่ว่ามันจะไปโดนอะไรกระตุ้นออกมาหรือมันจะออกมาเมื่อไรเท่านั้นเอง คือสิ่งไม่ดีมันมีอยู่ในทุกคนอยู่แล้ว ไม่มีใครที่เพียบพร้อมทั้งหมด เป็นคนดีร้อยเปอร์เซ็นต์ มันไม่มี ก็จะมีสิ่งที่ไม่ดีอยู่ แต่ว่ามันจะควบคุมมันได้ไหมเหมือนน้าเขียว ถ้าควบคุมได้ก็ผ่านมันไป แต่ถ้าจะให้มันหมดมันคงเป็นไปไม่ได้ หรือคนเราเมื่อต้องตัดสินใจระหว่างมิตรภาพกับหน้าที่ เมื่อคุณต้องตกอยู่ในสถานการณ์ที่ต้องเลือกมันอาจจะต้องเผชิญกับความขัดแย้ง (conflict) อะไรอีกหลายอย่างนะครับ อย่างในเรื่องในตัวของเผือกหรือหนุมานก็จะให้เห็นว่าระหว่างหน้าที่ที่เขาได้รับมอบหมายมาคือกำจัดไอ้ยักษ์ตัวนี้ให้ได้ไม่ว่าจะในโลกไหน ไม่ว่าจะกี่ปีสิบปีแต่ด้วยความผูกพันที่มาเจอกับน้าเขียวแล้วไม่รู้ว่าเขาเป็นยักษ์ คือต่างคนต่างจำไม่ได้ ก็ผูกพันกันจนกลายเป็นสนิทอะไรต่างๆ ตอนหลังมารู้ว่าเป็นศัตรูที่ตัวเองต้องกำจัดและมันก็แหมทำให้คลาสสิคอยู่เหมือนกัน มันทำให้ตรงนี้ที่ทุกคนก็เอาใจช่วย จะทำยังไงหรือให้ฆ่ายังไง มันก็เหมือนกับว่าความเป็นมนุษย์มันต้องตัดสินจากตรงนี้ บางทีความสนิทมันจะต้องตัดสินอย่างใดอย่างหนึ่งลงไป และสุดท้ายหนุมานเขาก็ทำในสิ่งที่ถูกต้อง ก็ต้องไปดูเองในหนังว่าเขาตัดสินใจยังไง แต่มันก็เป็นการตัดสินใจที่ค่อนข้างลำบากอยู่เหมือนกัน ในยุคสมัยนี้นะก็อยากให้ไปชมกันการ์ตูนแอนิมชั่นเรื่องยักษ์ตุลาคมนี้ครับผม

FB:
หอย สุดปลื้มไม่ใช่แค่พากย์แต่ให้ชีวิต เผือก หุ่นกระป๋องหนุมาน เล่นจริงยิงมุกออกท่าสุดฤทธิ์ประกบหนุ่ม-สันติสุขเป็นยักษ์เขียวทศกัณฐ์









          เป็นอีกมาตรฐานการทำงานที่ถือเป็นความตั้งใจของ จิกประภาส ชลศรานนท์และทีมงานที่อยู่เบื้องหลัง “ยักษ์” ภาพยนตร์แอนิเมชั่นที่ใช้เวลา 6 ปี และทุ่มงบกว่า 100 ล้านบาท ตั้งแต่ก่อนเริ่มต้นผลิตงานว่างานนี้จะพยายามสร้างชิ้นงานออกมาให้ดีที่สุดและสมบูรณ์ที่สุดโดยเฉพาะอย่างยิ่งความสมจริงในการโลดแล่นมีชีวิตของคาแรคเตอร์แต่ละตัวการ์ตูนตรงกับจินตนาการของผู้กำกับ ทำให้งานนี้ทีมแอนิเมเตอร์จะต้องเข้ามามีส่วนสำคัญในการหยิบจับเอาบุคลิกท่าทาง การเคลื่อนไหว ขยับฝีปาก ขมวดคิ้ว แม้แต่แววตาจากการถ่ายทอดผ่านการให้ชีวิตให้เสียงตัวการ์ตูนแต่ละตัวจากเหล่านักแสดงที่ผ่านการคัดเลือกให้มารับหน้าที่เป็นตัวการ์ตูนนั้นๆ และหอย เกียรติศักดิ์ อุดมนาค คือ1ในนักแสดงระดับแถวหน้าของเมืองไทยที่ถูกเลือกให้มาทำหน้าที่ให้ชีวิต “เผือก” หุ่นกระป๋องแสบซ่า หรือ อีกนัยหนึ่งคือ หนุมาน ทหารเอกคนสำคัญแห่งรามตามความตั้งใจของจิก ประภาส ชลศรานนท์นั่นเอง

          “มันเริ่มมาจากตัวคาแร็คเตอร์ของการ์ตูนแต่ละตัวถูกกำหนดถูกดีไซน์ไว้ก่อนแล้วตามท้องเรื่อง แล้วเราต้องหาเนื้อเสียงให้ตรงกับคาแร็คเตอร์ แล้วผมต้องการนักแสดงที่เก่งที่มีบุคลิกโดดเด่นแล้วคล้ายตัวละครที่ออกแบบมาแล้ว หลายตัวละครเราก็เลยปรับเอาเอกลักษณ์ของคนพากย์มาใส่ลงไปในตัวการ์ตูนด้วย เช่นเสนาหอยก็จะมีผมที่เป็นเร้กเก้ เราก็เอามาดัดเป็นเสาอากาศที่ประหลาดกว่าตัวอื่น ตัวอื่นมีเขาอันเดียวแต่อันนี้มีถึงสามอัน ปากหนาตาโปนก็จะมีความเป็นหอยอยู่ ตัวหอยฉลาดคล่องแคล่วพูดเก่งติดตลก ตรงนี้เป็นบุคลิกเดียวกันกับเผือกหอยเป็นหนุมานจริงๆ ผมเชื่อว่าถ้าตอนเขาเด็กๆ ไปสมัครโขนครูบาอาจารย์ก็คงคัดหอยให้อยู่ในกลุ่มลิง หอยเป็นคนหัวไวความคิดซนมีลูกตอดต่อเนื่องตลอดเวลา คือเป็นหนุมานในโทนคอมมิดี้ ตัวลิงเป็นอย่างนี้ทั้งนั้น แม้แต่ทางกรมศิลป์คนที่เคยเล่นเป็นบทหนุมานทุกคนซนหมดครูมืด (ประสาท ทองอร่าม) ยังเคยเล่นหนุมานเลย ที่สำคัญที่สุดคือเนื้อเสียงของหอย มันลงตัวกับเสียงของหนุ่มสันติสุขที่เล่นเป็นยักษ์หรือทศกัณฐ์ที่จะต้องร่วมผจญภัยไปด้วยกันตลอดทั้งเรื่องด้วย”

          และพอเนื้องานเสร็จสมบูรณ์ขึ้นมาไม่เพียงโดนใจผู้กำกับจิกประภาสเจ้าของไอเดีย กระทั่งหนุมาน หรือ เผือกหุ่นกระป๋อง ที่ได้หอย เกียรติศักดิ์ นักแสดงมากฝีมือที่กล้าพูดได้ว่าตลอดชีวิตการทำงานที่ผ่านมาล้วนข้องแวะและผูกผันกับการแสดงโดยมีการใช้เอกลักษณ์ของเสียงเป็นส่วนสำคัญในอาชีพยังอดปลื้มและภูมิใจไปกับการให้ชีวิตตัวละครสำคัญอย่างหนุมานในแอนิเมชั่นยักษ์ไม่ได้

          “จำได้ว่าทีมงานเอากล้องมาตั้ง 3 ตัว และให้ผมอ่านบท และก็เล่นไปเลย เล่นจริงแล้วก็โต้ตอบกับพี่หนุ่มสันติสุขที่เป็นยักษ์จริงๆ ระหว่างที่พากย์เสียงกันไปก็ต้องโต้ตอบกันไป แล้วผมก็ต้องทำท่าทำทางด้วย มารู้ว่ากล้อง 3 ตัวจะคอยจับภาพโคลสอัพที่ปาก ที่ตัว และที่แขนต่างๆ ก็เพื่อให้แอนิเมเตอร์เขาจับไปเขียน ผมก็คิดว่ามันจะเป็นไปได้ยังไง แต่พอเห็นภาพที่เขาเขียนออกมาเฮ้ยมันเหมือนตัวผมจริงๆ นะไม่น่าเชื่อ ก็ขอบคุณมากนะครับ ผมก็จะบอกลูกบอกหลานว่าตัวนี้มันคือผมจริงๆ ต้องยกประโยชน์ให้พี่จิกที่เลือกผมมาเล่นเป็นตัวนี้ เพราะเผือกหรือหนุมานค่อนข้างมีนิสัยคล้ายๆ ผมเหมือนกัน โวยวาย ไม่อยู่นิ่ง และก็ได้ใช้เสียงอย่างอิสระ พี่จิกปล่อยให้ผมเติมนั่นเล่นมุกนี้คือให้เราเล่นไปก่อน เอาไม่เอาอีกเรื่อง แล้วเราเป็นคนขยันอยู่แล้วยิงไปก่อน แต่ส่วนใหญ่เอานะ ก็เอาเกือบทุกอันที่เราเสนอไป”

          ทั้งนักแสดงและทีมงานตั้งอกตั้งใจกันซะขนาดนี้แล้ว อย่าลืมไปให้กำลังใจและร่วมภูมิใจกับอีกย่างก้าวของภาพยนตร์แอนิเมชั่นไทยอย่าง “ยักษ์”กันด้วยนะ 4 ต.ค. นี้ทุกโรงภาพยนตร์

FB:
“สนิมน้อย” หุ่นกระป๋องเด็กสดใสน่ารักเพื่อนซี้ของเผือกและน้าเขียว อีกหนึ่งตัวการ์ตูนที่ทุกคนต้องหลงรักจากภาพยนตร์แอนิเมชั่น “ยักษ์”

 

           “สนิมน้อย” หุ่นกระป๋องเด็กสดใสน่ารักเพื่อนซี้ของเผือกและน้าเขียว อีกหนึ่งตัวการ์ตูนที่ทุกคนต้องหลงรักจากภาพยนตร์แอนิเมชั่น “ยักษ์” ให้เสียงให้ชีวิตโดยน้องออมสิน - ด.ญ.ชนินาภ ศิริสวัสดิ์

Q.ก่อนอื่นแนะนำตัวกันก่อนดีกว่านะ
O. สวัสดีค่ะ หนูชื่อเด็กหญิงชนินาถ ศิริสวัสดิ์ค่ะ ชื่อเล่นว่าออมสิน พากย์เสียงเป็น “สนิม” ในแอนิเมชั่นยักษ์ เป็นตัวน้องสนิมน้อยค่ะ ก่อนหน้านี้ก็เคยมีผลงานภาพยนตร์มาก่อนค่ะก็เคยเล่นเรื่องบุญชูเก้าค่ะ และก็หนังเทิดพระเกียรติอีกหลายๆ เรื่องค่ะ ส่วนละครก็มีเรื่องอุบัติรักเกาะสวรรค์ค่ะ แล้วก็ละครเทิดพระเกียรติ ตามรอยพ่อค่ะ มีร้องเพลงคอนเสิร์ตกว่ายี่สิบปีทุ่งแสงตะวัน สำหรับแอนิมชั่นเรื่องยักษ์งานนี้เป็นงานพากย์เสียงครั้งแรกค่ะ

Q.คิดว่าเสน่ห์ของแอนิเมชั่นอยู่ที่ตรงไหนอย่างไร
O. แอนิเมชั่นในความคิดของหนูก็คือมันจะใส่จินตนาการได้เยอะกว่าปกติ เพราะว่าถ้าสมมติเป็นละครอะไรแบบนี้คือเอาคนมาเล่นเลยก็จะเห็นอยู่ทุกวันก็จะไม่ได้จินตนาการอะไรเลย ส่วนอย่างเป็นแอนิเมชั่นเด็กเขาก็เหมือนรู้สึกว่าเขาได้จินตนาการไปด้วยอย่างเรื่องนี้นะค่ะเป็นเรื่องแอนิเมชั่นที่เป็นหุ่นยนต์มันทำให้เราใส่จินตนาการได้เต็มที่ เราดูไปเราสามารถจินตนาการได้มากกว่าในกรอบที่เราใช้อยู่ปกติทุกวัน

Q.มีโอกาสได้เข้ามาให้เสียงให้ชีวิตตัวละครสำคัญในภาพยนตร์แอนิเมชั่นยักษ์อย่างน้องสนิมน้อย แล้วเป็นการพากย์ครั้งแรกด้วยรู้สึกยังไงบ้าง
O. ตื่นเต้นค่ะ และก็สนุก และก็บางทีก็มีเกร็งๆ บ้าง เพราะว่าเป็นงานแรกกลัวจะทำได้ไม่ดีค่ะ ก็เลยพยายามตั้งใจทำให้ดีที่สุดค่ะ

Q.แล้วเป็นไงมาไงถึงได้เข้ามาเป็นน้องสนิมได้
O. คือพี่ต้อง (พัลลภ สินธุ์เจริญ) ติดต่อไปทางหนูนะค่ะเหมือนกับว่าเห็นมาจากหนังเรื่องบุญชูเก้าค่ะที่หนูรับบทเป็นกระแต เห็นบุคลิกหรืออะไรต่างๆ ก็เลยลองเรียกมาเทสต์พากย์เสียงดูค่ะ

Q.ทราบมาว่าตอนแรกที่เราเข้ามาพากย์ไม่ได้อายุเท่านี้ใช่ไหม
O. (หัวเราะ) ตอนที่เข้ามาพากย์ครั้งแรกสุดเลยเรียนอยู่ชั้น ป.2 ค่ะอายุประมาณ 7-8 ปีค่ะ ส่วนตอนนี้ปัจจุบันอยู่ ม.1 อายุ 13 ค่ะ ซึ่งก็นานมากๆ เลยประมาณห้าหกปีค่ะ

Q.เห็นบอกว่าตื่นเต้นทุกครั้งที่ได้ให้เสียงพากย์ให้ชีวิตตัวน้องสนิมน้อย
O. ตื่นเต้นทุกครั้งค่ะที่ทำงาน คือมาพากย์เราก็ตื่นเต้นเพราะเหมือนกับทุกครั้งที่เรามาพากย์ใหม่ก็เหมือนเราได้ทำอะไรใหม่ๆ ค่ะ ยังไงก็ตื่นเต้นและดีใจค่ะ

Q.งั้นลองเล่าให้ฟังหน่อยว่าต้องคาแรคเตอร์ของน้องสนิมน้อยที่เป็นหุ่นกระป๋องเด็กเป็นอย่างไร
O. บุคลิกของสนิมก็คือจะเป็นหุ่นกระป๋องเด็ก คือในเรื่องแอนิเมชั่นยักษ์ทุกตัวก็จะเป็นหุ่นหมดเลยแล้วแต่ว่าใครจะเป็นหุ่นอะไร ส่วนสนิมจะเป็นหุ่นกระป๋องค่ะก็คือเป็นหุ่นที่ตัวเล็กมากๆ เลย ถ้าเป็นคนก็น่าจะเป็นเด็กผู้หญิงประมาณหกเจ็ดขวบค่ะ และก็ที่ชื่อสนิมก็เพราะว่าตัวของสนิมเองก็คือจะเป็นเด็กที่คล้ายกับเป็นหวัดตลอดเวลาค่ะ เพียงแต่พอเป็นหุ่นยนต์แทนที่จะเป็นหวัดก็จะเป็นสนิมแทน แล้วก็จะมีน้ำมูกสนิมไหลออกมาตลอดเวลาและก็ตัวก็จะเต็มไปด้วยสนิมหมดเลย สนิมตัวเขาจะเป็นสีชมพูตรงไหนที่มีสีอยู่ก็จะเป็นสีชมพูค่ะ แล้วที่เหลือก็จะเป็นสีสนิมน้ำตาล ส่วนบุคลิกนิสัย สนิมเป็นเด็กผู้หญิงที่ไม่หวานเจี๊ยบค่ะ เป็นผู้หญิงที่แก่นๆ กระโต๊กกระต๊ากเสียงดังเจี๊ยวจ๊าวแสบๆ แก่นๆ และก็ไม่ค่อยฟังใครค่ะ ดื้อซนๆ ส่วนเสน่ห์ก็คือจริงๆ ถ้าสนิมไม่ได้เป็นสนิม จะมีเพื่อนเยอะมากเพราะว่าสนิมเองเป็นเด็กที่มีจิตใจดีค่ะแล้วก็แบบรักเพื่อน ถ้าเกิดได้ดูหนังเรื่องนี้จะรู้เลยว่าสนิมรักเพื่อนมากในหลายๆ ตอน สนิมจะคอยรักษามิตรภาพกับเพื่อนไว้ค่ะ โดยที่เขาไม่ห่วงตัวเอง สนิมจะมีเพื่อนเป็นหุ่น2ตัวก็คือ ยักษ์กับเผือก ซึ่งทั้งคู่จะเป็นหุ่นที่ตัวเขาเป็นโลหะพิเศษที่แบบสนิมจามใส่ก็จะไม่เป็นสนิม เพราะทุกทีเวลาสนิมจามใส่ใครหุ่นตัวนั้นก็จะเป็นสนิมทันที ทั้งคู่ก็เลยยอมเป็นเพื่อนกับสนิม และกลายมาเป็นเพื่อนสองคนแรก สนิมก็จะรักทั้งคู่มากๆ เลย เพราะที่ผ่านมาสนิมพยายามจะหาเพื่อนมาตลอดชีวิตแต่ก็ไม่เคยมีเพราะด้วยโรคประจำตัวของสนิมนั่นเอง

Q.เห็นเป็นหุ่นกระป๋องอย่างนี้น้องสนิมก็มีภารกิจหน้าที่รับผิดชอบด้วย
O. สนิมเป็นหุ่นที่เป็นเด็กอยู่นะคะแต่ก็ทำงานไปด้วยก็คือเป็นผู้ช่วยของกุมภกรรณ ที่เป็นหัวหน้าคณะขายของเร่ก็คือจะเอาปืนไปขายเร่ตามที่ต่างๆ ไปพร้อมกับการแสดงโชว์ ซึ่งตัวสนิมเองเป็นทั้งลูกมือและ1ในผู้แสดงโชว์ด้วย จริงๆ ตัวสนิมเองก็จะมีความสามารถพิเศษหลายๆ ด้านอย่างเช่น การซ่อมปืนค่ะ ที่ต้องทำงานก็เพื่อหวังจะเก็บตังค์มาซ่อมแซมรักษาตัวเองที่ชอบจามเหมือนภูมิแพ้ แต่หลายๆ ครั้งสนิมก็ทำให้งานพังเพราะจามใส่ลูกค้าจนเป็นสนิม แล้วกุมภกรรณก็จะโกรธมากๆ จนบางทีก็ไม่ยอมจ่ายเงินค่าแรงให้สนิมเลยยังต้องทำงานอยู่อย่างนี้

Q.ความยากง่ายของการให้เสียงให้ชีวิตแอนิเมชั่นยักษ์
O. การพากย์นะคะเหมือนเป็นการแสดงละครเลยแต่ไม่เอาภาพค่ะ เราต้องมีการแสดงท่าทางและก็ต้องมีการพูดโดยใช้ความรู้สึกค่ะ ก็คือเหมือนเราแสดงจริงๆ เลยออกท่าทางจริงๆ เลย เวลาจะดึงก็ดึงจริง จะผลักก็ผลักจริงๆ เลยค่ะ ก็เหมือนการแสดงแต่ไม่เอาภาพเอาเสียงค่ะ ส่วนความยากในการพากย์ก็คือมันยากมาก ก็คือเหมือนบางเรื่องค่ะที่เรายังไม่เคยได้เจอด้วยตัวเอง เราก็อาจจะยังไม่ถึงความรู้สึกนั้นๆ แต่ตัวละครค่ะอารมณ์จะต้องเค้นอารมณ์จะต้องถึงให้มันรู้สึกกับอารมณ์นั้นๆ จริงๆ ค่ะ และก็พวกคำอุทานค่ะมันเป็นคำที่พยายาม โอ๊ะ อ๊ะ เอ๊ะ อะไรอย่างนี้ค่ะ มันก็เลยจะทำให้ไม่ค่อยตรงค่ะ และก็เป็นประโยคพูดยาวๆ บางทีเราก็พูดไม่ตรง บางทีเราก็พูดตรง แต่ไม่มีอารมณ์ เวลามีอารมณ์เราก็พูดไม่ตรงยังงี้ค่ะ ก็เลยค่อนข้างยาก ค่ะพี่ต้อง (พัลลภ สินธุ์เจริญ ผู้ควบคุมการพากย์) จะคอยช่วยอยู่ตรงด้านหน้าค่ะ จะคอยแบบต่อบทให้ค่ะเพื่อที่จะเหมือนส่งอารมณ์ถึงกันค่ะก็เลยจะพูดได้ฟีลมากขึ้นค่ะ ก็จะคอยช่วยและก็บางทีจะให้หนูพากย์แล้วใส่อารมณ์ด้วยตัวเองให้ได้ หรือปรับแปลงบทพูดเพื่อให้เข้ากับปากตัวละคร ซึ่งตัวละครเป็นหุ่นยนต์อ่านปากจะยากหน่อยก็เลยทำให้อาจจะมีติดขัดนิดหน่อยก็เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ได้มา เข้าห้องอัดและก็อัดเป็นจริงเป็นจังมากขนาดนี้ ก็สนุกดีค่ะ

FB:
Q.มีฉากในแอนิเมชั่นเรื่องยักษ์ที่เรารู้สึกประทับใจเป็นพิเศษไหม
O. ฉากที่ชอบเป็นพิเศษนะค่ะก็จะมีอยู่ฉากหนึ่งค่ะที่กุมกรรณไปเร่ขายของ และก็มีการแสดงโชว์
กุมภกรรณก็จะร้องเพลงแนะนำตัวเขา เราก็ร้องเพลงแนะนำตัวเรา ซึ่งหนูชอบร้องเพลงอยู่แล้วค่ะ ก็เลยรู้สึกว่าฉากนี้สนุกไปด้วยค่ะ และก็จะมีหลายๆ ฉากค่ะที่เวลาที่ตัวละครที่น้าเขียวกับพี่เผือกเล่นมุกกันไปกันมาแล้วเวลาเราฟังแล้วเราจะรู้สึกสนุกและก็ประทับใจค่ะ จริงๆ แล้วถ้าเกิดจะพูดจริงๆ แล้วประทับทุกฉากเลยค่ะ และก็ที่ประทับใจก็คือตอนที่สนิมยอมที่จะฝ่าฝืนคำสั่งของกุมภกรรณค่ะหนีไปช่วยพี่เผือก และก็แสดงให้เห็นว่า สนิมละทิ้งหน้าที่ก็จริงแต่เขาทำไปเพื่อมิตรภาพค่ะ ซึ่งถ้าเด็กๆ ได้ดูเขาน่าจะมีอะไรที่ทำให้เขาคิดได้มากขึ้นค่ะ ซึ่งหนูก็เป็นเด็กคนหนึ่งที่ได้ดูก็ได้รู้สึกประทับใจค่ะ ส่วนฉากที่ยากสำหรับหนูคือฉากตะโกนค่ะ คือเอาตอนเด็กๆ ก่อนนะคะ คือถ้าฉากยากคือฉากร้องไห้ถึงเราร้องไห้จริงๆ เลยนะค่ะแต่บางทีเสียงของเรามันฟังแล้วมันก็ไม่เหมือนร้องไห้เราก็จะต้องเค้นอารมณ์มากกว่าปกติคือมากกว่าใชีวิตประจำวันนิดหน่อยค่ะถ้าตอนโตมาคือตอนที่ปัจจุบันค่ะก็คือจะยากตรงที่ตะโกนเพราะว่าถ้าตะโกนแล้วเราใช้เสียงสูงมากๆ เสียงก็จะแตก พอใช้เสียงต่ำมากๆ เสียงมันก็จะดูเป็นสาวเกินไปค่ะ มันก็เลยจะมีปัญหาคิดว่ายาก

Q.เห็นบอกว่าในระหว่างการพากย์ถึงกับรู้สึกอินไปกับตัวน้องสนิมด้วย
O. ก็คือก็ไม่รู้ว่าคนอื่นรู้สึกหรือเปล่านะคะ แต่หนูว่าถ้าดูก็น่าจะรู้สึกนะเราจะรู้สึกเหมือนกับว่าถึงหนูพากย์เองยืนพากย์อยู่อย่างนี้ ฉากไหนที่ลุ้นนี่โอ้โหตัวโก่งเลย มันไม่ใช่การ์ตูนที่แบบดำเนินเรื่องเรียบๆ ง่ายๆ ทั้งเรื่อง แต่มันคือมันแฝงอารมณ์หรืออะไรบางอย่างที่ทำให้เรารู้สึกเหมือนเราได้เข้าไปอยู่ในการ์ตูนนั้นจริงๆ เลยอย่าง เช่น เวลาที่การแข่งกับเวลาคือตอนที่เพื่อนที่กำลังจะช่วยชีวิตเราคือเราจะลุ้นไปด้วยจะห่วงเขาไปด้วย คือพูดง่ายๆ เลยเหมือนกับเราเป็นสนิมจริงๆ เลยค่ะทำให้เหมือนให้มีความรู้สึกเหมือนอยู่ในการ์ตูนเรื่องนั้นจริงๆ เลยค่ะ

Q.ในมุมมองของออมสินคิดว่าภาพยนตร์แอนิเมชั่นเรื่องยักษ์มีความสนุกสนานอย่างไร
O. ภาพยนตร์เรื่องนี้นะคะ อย่างแรกเลยแอนิเมชั่นค่ะ ตัวละครก็คือปราณีตกันมากค่ะ แก้กันหลายครั้งพยายามจะทำมันออกมาให้ดีที่สุดค่ะ เพราะฉะนั้นเรื่องภาพไม่ต้องเป็นห่วงสุดยอดมากค่ะ และก็ทีมพากย์ทุกคนด้วยค่ะ รับรองฟังแล้วไม่ผิดหวังว่าจะใส่อารมณ์อะไรเข้าไปเต็มที่ ส่วนเรื่องนี้นะคะจะมีจุดเด่นตรงที่ว่าอาจจะแฝงข้อคิดอะไรดีๆ เห็นเด่นชัดเลยก็คือเรื่องมิตรภาพ และก็หน้าที่และก็อะไรอีกหลายๆ อย่างที่ต้องให้เราเลือก ซึ่งทุกคนดูเรื่องนี้ก็จะรู้เลยค่ะว่าตัวเองจะต้องเลือกอะไรจะต้องเลือกยังไงกับมิตรภาพค่ะ

Q.เสน่ห์ของตัวการ์ตูนแต่ละตัวในแอนิเมชั่น ยักษ์
O. ในความคิดของหนู ในตัวละครทุกตัวในเรื่องยักษ์นะคะ ก็จะมีเสน่ห์ทุกตัวไม่ว่าจะเป็นฝ่ายร้ายหรือฝ่ายดีอย่างตัวสนิมน้อยคิดว่าใครดูก็จะต้องรักสนิมกันทุกคน เพราะว่าบุคลิกที่น่ารักสดใสก็ความรักเพื่อนรักมิตรภาพก็คือ สนิมจะยอมทำทุกอย่างเพื่อเพื่อนของตัวเองค่ะ และก็เรื่องทศกัณฐ์กับหนุมานนะค่ะ ถึงจะเป็นตัวละครที่มาจากตัวละครดั้งเดิมนะคะก็ยังไม่เคยมีใครเห็นอะไรแบบนี้ยังไม่เคยมีใครเห็นในรูปแบบนี้ เขาจะเป็นตัวละครที่มีความเกี่ยวข้องกันเป็นเพื่อนค่ะ ซึ่งตัวละครมีเสน่ห์ทุกตัวรวมทั้งกุมภกรรณค่ะ ก็จะมีเรื่องความจงรักภักดี ความแน่วแน่ค่ะ ซึ่งสามารถทำให้คนดูทุกคนชอบแน่นอนหรือแม้แต่นก
สดายุก็จะน่ารักขำๆ ค่ะ

Q.ถ้าพูดถึง “ยักษ์” จะนึกถึงอะไร
O. ถ้าได้ยินคำว่ายักษ์ สิ่งแรกที่คิดถึงก็คงจะคิดถึงตัวอะไรก็ได้ที่รูปร่างเหมือนคนหรือรูปร่างคล้ายๆ ลิงคล้ายๆ สัตว์อะไรต่างๆ ที่ตัวสูงๆ อ้วนๆ และก็หน้าตาใจดีๆ หน่อยหรือไม่ก็หน้าตาดุไปเลย ก็ถ้าเป็นยักษ์ใจดีก็จะเป็นยักษ์ที่ชอบเล่นกับเด็กที่มีความเป็นเด็กในตัวเยอะๆ ถ้าเกิดเป็นยักษ์ดุก็จะเอาแต่ใจตัวเองมีเขี้ยวและก็คิ้วดกๆ ค่ะ ส่วนยักษ์ตัวแรกที่รู้จักก็น่าจะเป็นยักษ์จากตอนที่ไปไหว้พระกับคุณแม่ค่ะก็คือเห็นยักษ์วัดแจ้งค่ะที่ตัวสูงๆ ถือกระบอง หน้าตาน่ากลัวๆและก็รู้จักจากการดูหนังเรื่อง THE HULK ค่ะ ซึ่งเป็นยักษ์เขียวตัวอ้วนๆ สูงๆ เลยค่ะก็ไปรู้จักมาจากเรื่องนั้นค่ะ

Q.ถ้าต้องให้เลือกระหว่างมิตรภาพกับหน้าที่จะเลือกอะไร
O. เลือกมิตรภาพค่ะ เพราะว่าหน้าที่มันก็ควรควบคู่ไปกับความถูกต้องค่ะ ซึ่งเราก็ควรที่จะรู้ว่าหน้าที่มันถูกหรือหน้าที่ไหนมันไม่ถูก ซึ่งถ้าเรานำมิตรภาพที่ดีเป็นหลักเกณฑ์นะคะ หนูเชื่อว่าเราก็ต้องทำถูกอยู่แล้วค่ะ แต่พูดจริงๆ แล้วหน้าที่ก็สำคัญ มิตรภาพก็สำคัญค่ะ ซึ่งหนูว่าทุกคนในโลกมีหลักสัจธรรมแบบในเรื่องหนูว่าก็น่าจะดีค่ะ

Q.แล้วคิดว่าศัตรูจะเปลี่ยนมาเป็นเพื่อนกันได้ไหม
O. ศัตรูจะเปลี่ยนมาเป็นมิตรกันได้ไหม ได้ค่ะ ได้แน่นอนเลยค่ะ ถ้าเกิดทั้งสองฝ่ายปรับความเข้าใจกันและก็ไม่เอาแต่ทะเลาะและก็ใช้กำลังกันค่ะ เผลอๆบางทีอาจจะเป็นเพื่อนที่สนิทกันที่สุดเลยก็ได้ เพราะว่าจากการที่เราทะเลาะกันทำให้เราเห็นบุคลิกนิสัย และก็ความคิดต่างๆ ของศัตรูของเราค่ะ ซึ่งถ้าเกิดเราลองคบกันเป็นเพื่อนเราก็จะรู้อะไรหลายๆ อย่างจากศัตรูคนนั้นค่ะ

Q.ฝากผลงานกับผู้ชมหน่อย
O. ก็การ์ตูนเรื่องนี้นะค่ะ สร้างจากความตั้งใจของหลายๆ คน ซึ่งหนูก็เป็นหนึ่งในผู้ที่ได้ร่วมสร้างสรรค์ขึ้นมาคืออยู่เป็นหนึ่งในผู้พากย์นะค่ะ ซึ่งมีลุงหนุ่มสันติสุข เสนาหอย, พี่เหมี่ยว ปวันรัตน์, พี่ตั๊ก บริบูรณ์, พี่แจ๊ป เดอะริชแมนทอย, พี่โน้ส อุดม ฯลฯ และก็มีอีกหลายๆ คนเลยค่ะ ที่ช่วยกันร่วมสร้างหนังเรื่องนี้ขึ้นมา ซึ่งใช้เวลานานมากๆ เลยค่ะ ก็อย่างที่บอกไปแล้วว่าจากหนูประมาณ ป.1 ป.2 ตอนนี้มาอยู่ ม.1 แล้วค่ะ ซึ่งใช้เวลาประมาณหกเจ็ดปีเลยแปลว่ามันเป็นหนังที่ยิ่งใหญ่อลังการ และที่สำคัญหนังเรื่องนี้นะค่ะกำกับโดยพี่จิก ประภาสนะคะ ซึ่งเป็นผู้กำกับที่เก่งมากๆ และก็เป็นผู้ใหญ่ใจดีซึ่งเป็นผู้คิดผู้เขียนเป็นผู้แต่งที่ซึ่งทำให้หนังเรื่องนี้สุดยอดขนาดนี้ค่ะ และก็รู้สึกดีใจและก็ภูมิใจที่ได้มาเป็นหนึ่งในผู้สร้างหนังเรื่องนี้ ได้เป็นผู้ที่ทำหนังเรื่องนะค่ะ ซึ่งอยากให้ทุกคนเห็นความตั้งใจของเราก็มาดูหนังเรื่องนี้กันเยอะๆ ค่ะ รับรองดูยังไงก็ไม่ผิดหวังค่ะ

FB:
บทสัมภาษณ์ เอ็กซ์-ชัยพร พานิชรุทติวงศ์ ผู้ร่วมกำกับภาพยนตร์ –ผู้กำกับแอนิเมชั่น (Co-Director , Animation-Director)



 
 
          เปิดใจ “คนสร้างยักษ์” เอ็กซ์ ชัยพร พานิชรุทติวงศ์ แอนิเมเตอร์สายเลือดไทย ฝีมือระดับโลก ผู้ร่วมสร้างบ้านอิทธิฤทธิ์ แหล่งผลิตฝัน ร่ายเวทมนตร์ให้กับภาพยนตร์

Q: ในแวดวงแอนิเมชั่นแล้วพี่เอ็กซ์มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักในวงการมานาน ในฐานะแอนิเมเตอร์ไทยผู้เคยคว้ารางวัลจากต่างประเทศมากมาย และยังทำหน้าที่เป็นอาจารย์สอนนักศึกษาเพื่อสร้างนักแอนิเมเตอร์รุ่นใหม่ๆ มาประดับวงการอีกด้วย อยากให้ช่วยเล่าถึงที่มาของการทำงานในเส้นทางสายแอนิเมชั่น ก่อนจะมาถึงการทำงานในเรื่องยักษ์สักนิด
X: สวัสดีครับ ผมชัยพร พานิชรุทติวงศ์ ผมมีหน้าที่เป็นโคไดเร็คเตอร์ และก็เป็นแอนิเมชั่นไดเร็คเตอร์ รับผิดชอบทั้งหมดเกี่ยวกับแอนิเมชั่นของเรื่องยักษ์ครับ ครั้งแรกที่สนใจผมสนใจแอนิเมชั่น ก็คือหลังจากเรียนปริญญาตรีคณะมัณฑนศิลป์ ที่มหาวิทยาลัยศิลปากร สมัยนั้นยังไม่มีวิชาแอนิเมชั่น พอเรียนจบผมก็ทำงานได้สักพัก แต่วันหนึ่งไปเห็นตัวอย่างหนังเรื่องเดอะ ไลอ้อน คิง (The Lion King) ก็ตกใจมาก ประทับใจมากรู้สึกทึ่งไปกับภาพที่เห็น วันรุ่งขึ้นไปลาออกเลยครับ (หัวเราะ) แล้วตัดสินใจไปเรียนต่อที่อเมริกา ก็ตอนนั้นวัยรุ่นหน่อย อยากไปเจอผู้กำกับที่ทำไลอ้อน คิง ก็ไปอเมริกาเลย ก็เป็นความฝันของเด็กๆ ครับ (หัวเราะ) ผมไปศึกษาต่อปริญญาโทด้านดิจิตอล อาร์ตที่ มหาวิทยาลัย โอเรกอน ตอนที่เรียนอยู่ผมก็ทำผลงานส่งประกวด Siggraph ซึ่งเป็นการประกวดผลงานแอนิเมชั่นประเภทนักศึกษาจาก มหาวิทยาลัยทั่วโลกครับ อันนี้ก็ได้รางวัลชนะเลิศมาและก็มีได้รางวัลแอนิเมชั่นโลก World Animation Celebration อีกด้วยครับ หลังจากกลับมาจากอเมริกา ก็มีบริษัทแอนิเมชั่นไทยติดต่อมาหลายบริษัทครับ หลังจากกลับมา ผมก็ทำงานสายนี้มาตลอดเกือบ 20 ปี แล้ว งานที่ทำก็มีไตเติ้ลของเวิร์คพอยท์เกือบทุกตัว งานสองมิติที่น่าจะพอคุ้นๆ กันก็เป็นกบ One-2 Call วันทูคอลที่ออกมาจากกะลา และงานด้านภาพยนตร์ก็เป็น CG SUPERVISOR ให้กับหนังมาประมาณสิบสามเรื่อง ล่าสุดก็มีตุ๊กกี้ เจ้าหญิงขายกบ, สิ่งเล็กเล็กที่เรียกว่ารัก, 30+ โสด ON SALE ครับ และหลังจากนั้นก็มาเปิดบริษัทบ้านอิทธิฤทธิ์ เพื่อทำภาพยนตร์แอนิเมชั่นเรื่อง “ยักษ์” เป็นเรื่องแรกครับ”

Q: คิดว่าอะไรที่เป็นเสน่ห์ของแอนิเมชั่น ทั้งๆที่รู้ว่าการจะทำให้เสร็จสมบูรณ์เรื่องหนึ่งนั้นไม่ใช้เรื่องง่าย แต่ก็ทุ่มเทสร้างจนเสร็จออกมาได้
X: เพราะมันเป็นศาสตร์ที่เราสามารถทำให้ตัวละครที่เราคิดนั้นเกิดชีวิต เคลื่อนไหวได้ขึ้นมาได้ และมันเป็นการรวมศาสตร์ทางศิลปะทั้งหมดเพื่อสร้างขึ้นมา หรืออีกอย่างหนึ่งคือใครๆ ก็สามารถเป็นผู้กำกับด้วยตัวเองได้ เหมือนเราสามารถใส่ตัวละครเข้าไปในแอนิเมชั่นโดยไม่ต้องกำหนดคนอื่น อย่างถ้าเรากำกับหนังคนแสดง เราจะต้องกำหนดคนให้เป็นอย่างที่เราต้องการ แต่แอนิเมชั่นเราใส่ความเป็นตัวเราเองลงไปในตัวละครที่เราออกแบบ จนทำให้มันเคลื่อนไหวได้ ตัวการ์ตูนที่เรากำหนดเองมันจะน่าเกลียดหรือน่ารักก็เป็นตัวเราที่เราดีไซน์ขึ้นมาเอง เสน่ห์ของมันอยู่ที่เราสร้างโลกที่เรากำหนดเองได้ครับ

Q: หลังจากที่ไปเรียนและทำงานอยู่ต่างประเทศอยู่นาน รู้จักพี่จิก ประภาส ชลศรานนท์ จนมาทำงานร่วมกันได้อย่างไร
X: ครั้งแรกที่รู้จักพี่จิกผมรู้จักผ่านผลงานของพี่จิกเขาครับ ผมเคยได้ยินชื่อเสียงเขามาบ้าง แต่ผมไปอยู่ต่างประเทศนานเหมือนกัน พอกลับมาเสร็จปุ๊บ มีคนชวนว่าเดี๋ยวคุณจิก-ประภาสจะมาคุยด้วย ยอมรับว่าผมไม่เคยเห็นหน้าพี่จิกเลย รู้แค่ว่าเขาเป็นนักคิดนักเขียน ไม่รู้ว่าเขาเป็นผู้บริหาร เวิร์คพอยท์ ก็เลยไม่เกร็งตอนคุย (หัวเราะ) ซึ่งมันกลายเป็นข้อโชคดีของผม พอไม่เกร็งผมก็เล่าเรื่องการ์ตูนไปเรื่อยๆ และก็คุยกันเรื่องทำแอนิเมชั่น พอคุยเสร็จเพื่อนๆ ก็ชื่นชมตื่นเต้นกันมากว่าจะได้ทำงานกับพี่จิก ผมก็เลยลองหาหนังสือเขามาอ่านเรื่องแรกรู้สึกจะเป็นเชือกกล้วยมัดต้นกล้วย ต่อไปก็เริ่มคุยเกี่ยวกับการทำแอนิเมชั่นกับพี่จิก ก็รู้สึกว่าเขาเป็นคนที่มีไอเดียดีมาก และโชคดีว่าลายเส้นการ์ตูนของผมไปตรงใจพี่จิกพอดีครับ

Q: พอทราบไหมว่าพี่จิกถูกใจลายเส้นของเราตรงไหน และทำไมถึงทำงานเข้ากันได้ดี
X: เราได้เริ่มคุยกันก็เพราะ ผมวาดภาพประกอบให้กับพี่จิกในหนังสือหลายๆ เรื่อง ตั้งแต่ เรื่อง สุธี, แม่เภา อภินิหารพระดิน, นิทานล้านบรรทัด, มังกรไฟไม่เรียนหนังสือ และพอเริ่มร่างแบบคาแร็คเตอร์เรื่องยักษ์ พี่จิกก็พูดขึ้นมาว่า ตัวคาแร็คเตอร์เอ็กซ์เหมือนใครนะ ก็นึกกันขึ้นมาได้ว่าน่าจะเป็นคุณอา รงค์ (ณรงค์ ประภาสะโนบล) อารงค์ก็คือคนที่เขียนทาร์ซานกับเจ้าจุ่น ในหนังสือ ชัยพฤกษ์การ์ตูน แต่ชอบวาดแบบนี้มาตั้งแต่เด็กละ จังหวะการเขียนหรือบางอย่างจึงใกล้กันมาก น่าจะเป็นแรงบันดาลใจที่ได้มาแบบไม่รู้ตัว บวกกับผมเขียนการ์ตูนอเมริกาด้วยแต่ก็ชอบการ์ตูนญี่ปุ่นมันจึงออกมาผสมผสานกัน แต่หลักๆ พี่จิกบอกว่าอารมณ์ชัยพฤกษ์ซึ่งพี่จิกเองก็ชอบการ์ตูนของอารงค์เช่นกัน เราจึงเข้ากันได้ดีครับ

Q: คิดว่าอะไรเสน่ห์ลายมือหรือเอกลักษณ์ของพี่เอ็กซ์
X: มันน่าจะอยู่ที่ตัวละครของผมมักจะเป็นตัวละครที่ไม่สมบูรณ์ พี่จิกว่าเป็นตัวละครป่วย (หัวเราะ) มันเป็นการ์ตูนที่ไม่ค่อยสมประกอบผมชอบตรงนั้น ชอบความไม่สมดุล อย่างแขนเล็กขาเล็กต่างกัน ตาห่าง ถ้าดูจริงๆ นะคาแร็คเตอร์ที่ผมชอบออกแบบ ถ้าอยู่ในการ์ตูนเรื่องอื่นมันจะเป็นหมารองบ่อน แต่สำหรับของผม ผมทำให้มันเป็นพระเอก ทำให้มันพิเศษขึ้น โดยเฉพาะในเรื่องยักษ์มีตัวละครกุมภกรรณที่ถูกใจพี่จิกมาก เพราะเป็นตัวละครที่แขนใหญ่มากขาเล็ก ขาเสียเดินไม่ค่อยดี เป็นคนไม่ปกติ และอีกเรื่องหนึ่งคือผมเป็นคนชอบวางโครงสีของภาพรวมทั้งหมดครับ ผมจะวางโครงสีว่าในเรื่องนี้ ใช้สีไหนดี วางสีสันลงไปในแต่ละจุด จุดเด่นของผมอีกอย่างคือการวางโครงสีครับ

Q: เรื่องยักษ์นี้เรียกได้ว่าเป็นผลงานเปิดตัว “บ้านอิทธิฤทธิ์” อยากให้ช่วยเล่าหน่อยว่า กำเนิดบริษัทบ้านอิทธิฤทธิ์ เป็นมาอย่างไร
X: บ้านอิทธิฤทธิ์เกิดขึ้นมาได้เพราะพี่จิก ประภาส ครับ มันเริ่มจากพี่จิกอยากทำหนังแอนิเมชั่น ผมกับพี่จิกเคยคุยกันมาก่อนเพราะว่าแกชอบสไตล์อาร์ตกับแอนิเมชั่นของผม ก็เลยคุยกันว่าเราจะมาเปิดบริษัทกันที่ทำการ์ตูนกันดีไหม ตอนแรกชื่อบริษัท ชื่อว่า “ฤๅษี” จากนั้นก็คุยกันเรื่องยักษ์ ก็รู้สึกว่ามันเป็นอะไรไทยๆ มี หนุมาน มียักษ์ อีกอย่างผมรู้สึกว่าแอนิเมชั่นหรือสเปเชียลเอ็ฟเฟ็กต์ มันทำขึ้นมาเพื่อให้คนเชื่อจากสิ่งที่ไม่มีมาก่อน มันเหมือนเป็นเวทมนต์ เป็นอิทธิฤทธิ์ ก็เลยได้ชื่อว่า “บ้านอิทธิฤทธิ์” แรกๆ บ้านอิทธิฤทธิ์ยังไม่เป็นที่รู้จัก ลูกค้าก็แซวว่าขี่ม้ามาหรือป่าวเพราะเป็นบ้านอิทธิฤทธิ์ (หัวเราะ) ตอนนี้บ้านอิทธิฤทธิ์ก็เกิดได้ประมาณแปด เก้าปีแล้วครับ การทำงานหลักๆ ของบ้านอิทธิฤทธิ์คือทำหนังแอนิเมชั่นเรื่องยักษ์ครับ แต่ในช่วงที่ยักษ์กำลังมีการพัฒนาบทหรือพัฒนาคาแร็คเตอร์ ก็จะมีงานโฆษณา งานสเปเชียลเอ็ฟเฟ็กต์ติดต่อเข้ามา แต่บ้านอิทธิฤทธิ์จริงๆ สร้างขึ้นมาเพื่อสร้างภาพยนตร์แอนิเมชั่นโดยเฉพาะ และเรื่องแรกก็คือเรื่องยักษ์นี่แหละครับ

Q: ช่วยเล่าที่มาของเรื่องยักษ์สักนิด ทำไมถึงมาลงตัวที่เรื่องนี้ได้
X: ที่มาที่ไปของยักษ์มันมาจากหุ่นยนต์ที่พี่ออกแบบให้เวิร์คพอยท์นานมากแล้วถ้าจำได้จะเป็นตอนจบของรายการเป็นหุ่นยนต์ตัวหนึ่งที่เดินมาแล้วแปลงแขนเป็นอาวุธสงคราม มันเอากองขยะมาประกอบจนเขียนคำว่าเวิร์คพอยท์ ตอนจบปุ๊บ พอพี่จิกก็เห็นตัวนี้เขาก็พูดว่าเออมันน่ารักดีนะ เอ็กซ์อยากทำหนังหุ่นยนต์ไหม หุ่นยนต์สงครามอะไรที่มันสนุกเล่าไปมามันก็เป็นรามเกียรติ์ รามเกียรติ์ทำไงให้เป็นหุ่นยนต์หรือว่ารามเกียรติ์มันมีหลายภาคมีตั้งนับล้านภาค ญี่ปุ่นก็มี จีนก็มี เราก็รู้สึกว่ารามเกียรติ์มันมีตายเกิดตายเกิดเป็นล้านๆ ถ้าตายแล้วเกิดใหม่แล้วเป็นหุ่นยนต์ก็น่าจะดีนะและเราก็เลยเอาตรงนั้นมา และตัวที่หุ่นยนต์สังเกตว่าหุ่นยนต์หุ่นกระป๋องส่วนใหญ่ในเรื่องจะเป็นล้อเดียวเหมือนไตเติ้ลเวิร์คพอยท์ตอนจบตอนนั้นนะครับ ตัวหุ่นที่เป็นตัวนักสู้หรือตัวที่มันเป็นวรรณะสูงขึ้นมาเนี้ยจะเดินได้สองขา เราดีไซน์ก่อนหนังเรื่องโรบ็อท Robots (2005) อีกนะครับ แต่พอโรบ็อทออกมาปุ๊บเราก็ต้องเดินหน้าต่อ เพราะว่าเราทำไปแล้ว และเรามานั่งคุยกันว่าถ้าเกิดเป็นปลาทำสัตว์ใต้ทะเลก็เหมือนกับไฟดิ้ง นีโม (Finding Nemo -2003) ทำสัตว์ป่าก็เหมือนมาดากัสการ์(Madagascar -2005) ทำการ์ตูนสัตว์น่ารักก็เหมือน กังฟู แพนด้า ( Kung Fu Panda -2008) และเราทำหุ่นยนต์เนี้ยคนก็ว่าเหมือนโรบ็อท แต่จริงๆ เราทำขั้นตอน Pre – Production ไปปีหนึ่งแล้วครับ เราก็เลยเดินหน้าต่อเพราะว่ามันก็ไม่เหมือน เนื้อเรื่องเราก็ไม่ได้คล้ายกันเลยครับ

Navigation

[0] Message Index

[#] Next page

[*] Previous page

Go to full version