ภาพยนตร์ > ข่าวภาพยนตร์
ภาพยนตร์เรื่อง ยักษ์ (The Giant King) 4 ตุลาคม 2555
FB:
บทสัมภาษณ์ เหมี่ยว ปวันรัตน์ นาคสุริยะ ผู้พากย์เสียง สดายุ ในภาพยนตร์แอนิเมชั่น เรื่อง “ยักษ์”
เหมี่ยว ปวันรัตน์ นาคสุริยะ กับบทบาทพิเศษ“สดายุ”
นกเหล็ก สุดเก่าเก๋าไม่กลัวใคร ผู้ถือคติ บินไป บ่นไป
อีกหนึ่งตัวละครที่สร้างมาเรียกเสียงฮาก๊ากจากผู้ชม
Q: โดยส่วนตัวแอนิเมชั่นมีอิทธิพลอย่างไรกับชีวิตพี่เหมี่ยวบ้าง มีเรื่องไหนที่ชอบเป็นพิเศษบ้างไหม
M: เด็กๆ ชอบดูการ์ตูนอยู่แล้ว พอโตขึ้นผู้ใหญ่ก็ยังดูการ์ตูนอยู่ เดี๋ยวนี้การ์ตูนมันก็ไม่ได้ใสซื่อเหมือนเมื่อก่อน ถ้าเป็นดิสนีย์มันจะสะอาดมากนะ แต่เดี๋ยวนี้มีหนังอย่าง Shrek มีขุ่นๆ บ้าง การ์ตูนญี่ปุ่นก็จะเป็นซึ้งๆ บีบๆ อารมณ์ แต่มันจะเป็นโลกที่ทุกคนดูแล้วมีความสุขค่ะ แม้ว่าจะเป็นการ์ตูนซีเรียสก็ตาม เพราะมันเหมือนมาแทนความฝันของเราทุกเรื่องเลย
ส่วนตัวแล้ว พี่ชอบเรื่อง Bambi ชอบเรื่อง The Jungle Book ไม่ได้ชอบตัวเมาคลีนะ ชอบตัวหมี ที่ชื่อบาลู ใน The Jungle Book พี่พูดบทได้หมดเลยเพราะดูซ้ำๆ เป็นร้อยๆ ครั้ง แล้วก็ชอบกลุ่มที่เป็นวอลต์ ดิสนีย์ทั้งหมดค่ะ หลังๆ นี้ก็จะชอบนีโม ชอบการ์ตูนของเขาเพราะมันเป็นการ์ตูนที่บทดีมาก เพราะเราได้มาดูตอนโตขึ้นและเราทำงานสายนี้ด้วย เราเลยรู้ว่า เฮ้ยนี้มันเก่งมาก ตอนเด็กๆ เราดูแล้วสนุก พอทำงานแล้วเราค่อยรู้สึกว่าพวกเขามันชาวมนุษย์มหัศจรรย์ มันเก่งอะไรขนาดนี้ คิดเก่งทำให้การ์ตูนที่เราก็รู้อยู่แล้วเป็นภาพวาด แต่ทำให้เราร้องไห้ได้ ทำให้เราหัวใจฟู ตอนที่นีโมมันเจอพ่อมันหรืออะไรอย่างนี้ และก็ชอบคาแร็คเตอร์ต่างๆ ชอบเชร็คด้วยนะ แต่เชร็คมันจะกวนๆ ประสาทหน่อย มันจะขุ่นๆ หน่อย จะไม่ใส
Q: พี่เหมี่ยวทำงานในวงการมายาวนานได้ทำงานที่หลากหลาย เคยมีประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการใช้เสียงบ้างไหม
M: งานที่ใช้เสียงที่พิถีพิถัน ที่ต้องยุ่งกับเสียงมากที่สุดก็คือละครเวทีค่ะ ถ้าทีวีนี้ยังไม่เท่า แต่ละครเวทีทำให้เรารู้ว่า จะต้องบังคับเสียงใช้เสียงสื่ออารมณ์ทำให้เสียงมันกว้างใหญ่ และก็ต้องให้มันเสถียรด้วย และเราต้องเล่นเป็นหลายรอบ ยี่สิบสามสิบรอบห้าสิบรอบ อย่างทีวีมันจะเป็นฉากๆ มันยังช่วยกันได้มี พักมีอะไรได้ ถ้าเล่นละครเวทีนั่นคือสุดๆ ของการใช้เสียงสำหรับตัวพี่นะ และยิ่งละครเวทีที่ร้องเพลงด้วย ส่วนการพากย์เสียงก็เคยพากย์เรื่อง ทาร์ซาน Tarzan (1999) พากย์เป็นลิงเพื่อนสนิททาร์ซาน เรื่องนี้คือทำให้ได้เข้าสู่วงการพากย์ นอกนั้นก็จะเป็นการลงเสียงที่หนังที่เล่นบ้าง เป็นการเข้าไปพากย์ซ่อมเสียงตัวเอง มีพากย์สปอตโฆษณาบ้างซึ่งก็ต้องพากย์ให้ตรงปาก แต่สำหรับการพากย์การ์ตูนสำหรับพี่มันเหมือนการแสดงเลยแหละ มันไม่ใช่แค่ไปพากย์ให้เสียง เราไม่ใช่แค่นักพากย์หมายถึงเราต้องแสดงด้วย
Q: เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของภาพยนตร์แอนิเมชั่นเรื่อง “ยักษ์” นี้ได้อย่างไร และยังเป็นการร่วมงานกับ พี่จิกประภาส ชลศรานนท์รู้สึกอย่างไรบ้าง
M: ตอนนั้นก็ทำงานในวงการตามปกติก็ได้รับการติดต่อมาจากพี่จิกนะคะ รู้ว่าพี่จิกจะทำการ์ตูนนานมาก ตั้งแต่เล่นซิทคอมของเวิร์คพอยท์เรื่องแรกๆ ของโต๊ะกลมนะคะแต่ถ่ายที่สตูดิโอเวิร์คพอยท์ เวิร์คพอยท์ ตอนนั้นเพิ่งสร้างเสร็จ สียังไม่แห้งเลย จำได้เลย (หัวเราะ) ว่ายังเป็นปูนๆ อยู่ยังไม่แห้ง เขาก็ชวนมาก็พากย์การ์ตูน ถามว่าพากย์เรื่องอะไร เรื่องรามเกียรติ์ โอ้โห พี่จิกทำการ์ตูนเรื่องรามเกียรติ์ เฮ้ยคงจะรำกันเลยทีเดียว (หัวเราะ) ได้สิพี่ และก็จะหายไป เป็นปี สองปี ก็ติดต่อมา อ้าวให้พากย์แล้วหรอไปก็พากย์ แต่เอ๊ะทำไมเป็นหุ่นยนต์ล่ะ และก็ไม่ใช่เรื่องรามเกียรติ์ไม่ใช่แบบขนบธรรมเนียมเดิมเป็นแบบคิดใหม่อีกมุมหนึ่ง
พี่จิกเป็นคนที่มองอีกมุมเก่งเป็นบ้า เวลาแกแต่งเพลง ก็รู้จักพี่จิกมาตั้งแต่แกเริ่มแต่งเพลง เขาเรียนสถาปัตย์ จุฬาฯ และเขามาเล่นเรื่องเจ้าสมุทรในเรื่องพรายน้ำ และพี่ไปฝึกงานเป็นช่างแต่งหน้า ก็รู้สึกคนนี้ประหลาด (หัวเราะ) เขาเล่นละครแล้วเสียงเขากว้าง และหน้าเขาประหลาดมากเขาผอมๆ หน้ายาวๆ เล่นเป็นเจ้าสมุทรเหมือนโพไซดอนน่ะ ก็รู้สึกว่าคนนี้ที่ชื่อพี่จิกเนี่ยเก่งมาก! และเขาก็แต่งเพลงด้วย โอ้โหสุดยอด ชอบคนนี้ฉันชอบคนนี้ และชอบมุมมองของพี่จิก และที่ชอบมากที่สุดคือเพลงของเขาอย่าง ต้นชบากับคนตาบอด และเขาจะเล่าเบื้องหลังเวลาแต่งเพลง ให้ฟังอย่างเพลงดอกมะลิมาจากแฟนเขาให้ดอกมะลิมา เราก็จะแซวว่าว้ายเอาเรื่องส่วนตัวมาแต่งเพลง (หัวเราะ) เราก็ชอบแหย่ ในกลุ่มเขาก็จะมีพี่จิก พี่ดี้ (นิติพงษ์ ห่อนาค) พี่ตั้ว(ศรัณยู วงษ์กระจ่าง) พี่เจี๊ยบ (วัชระ ปานเอี่ยม) พี่อั๋น (วัชระ แวววุฒินันท์) และทุกคนจะเป็นมนุษย์มหัศจรรย์สำหรับพี่มาก ชอบนั่งฟังเขาพูดกันน่ะค่ะ รุ่นน้องเขาก็จะเป็นกิ๊ก (เกียรติ กิจเจริญ) ,ดู๋ (สัญญา คุณากร) พี่โค้ก (สมชาย เปรมประภาพงศ์) พี่ชอบความคิดของพี่จิกอย่างตอนที่เขาทำละคร เทวดาตกสวรรค์สนุกดี พอพี่จิกทำการ์ตูนพี่เลยคิดว่าไม่ต้องธรรมดา แต่พี่ก็ไม่นึกว่าจะเป็นอย่างนี้นะ รามเกียรติ์มันก็ต้องมีใส่ชฎากันบ้างนะ แต่นี่ไม่มีเลย(หัวเราะ)
Q: คิดว่าพี่จิกเลือกเรามาพากย์เพราะอะไร และช่วยเล่าให้ฟังถึงตัวละครของเราสักนิด
M: ในเรื่องยักษ์นี้ พากย์เป็นนกยักษ์นะคะ ชื่อ สดายุ พี่จิกเขาคงเลือกเราเพราะรู้จักเรา รู้ว่าเราพูดจาเป็นยังไง แต่มารู้ว่าเป็นคาแร็คเตอร์หน้าตาเป็นแบบนี้ไม่นานนี้เอง พี่จิกเขาบอกว่าเป็นตัวละครที่ออกแบบมาจากคนพากย์ ก็โกรธนะเพราะมันแก่ (หัวเราะ) สดายุเป็นเครื่องบินรบสมัยสงคราม มันอยู่ในโกดังแล้วสนิมเขรอะ บินก็ไม่ไหว และก็ขี้บ่น ขี้โมโห และก็ขี้ประชด ผมมันสั้นแต่เป็นเหล็กหมด เวลาพากย์พี่จิกก็จะบอกว่าพูดแบบเหมี่ยวเลยประชดๆ เวลาที่แบบพูดอยู่ไกลๆและก็จะไม่ได้มีบทละเอียด ให้พูดแบบเราได้เลย มีประชดหลายแบบด้วยนะ ประชดโมโห ประชดเบื่อ ประชดเร่งรีบอะไรแบบนี้ แต่พี่ก็มีไปฝังใจกับสดายุเรื่องเดิมว่ามันต้องเหมือนนกทหารใช่ไหม และก็ตายเพื่อพระรามเลยนะ ก็ชอบถามพี่จิกเขาว่าเรื่องนี้หนูตายป่ะ เพราะเราดันรู้เรื่องรามเกียรติ์ด้วยไง หนูตายไหมพี่ๆ เขาจะทำหน้าแบบอะไรของเธอ เซ้าซี้อยู่ได้ สดายุตายไหมๆ เซ้าซี้จนกระทั่งมารู้ อ่อมันไม่ใช่ มันไม่ใช่เรื่องในวรรณคดี มันเป็นสดายุแบบตีความใหม่ นกสดายุมันก็เลยไม่ใช่นกที่มีปีกหรือมีลายไทยแบบในผนังโบสถ์นะ ตัวนี้จะเป็นแบบโกโรโกโสนิด สนิมหน่อย บินก็ไม่ค่อยขึ้น
FB:
Q: คาแร็คเตอร์ของตัวนี้มีเสน่ห์ ความน่าสนใจอย่างไรบ้าง
M: พี่ว่าขาแขนมันเล็กไปหน่อยนะ ก็ดูกงโก้ แน่จริงทำตัวอ้วนๆ สิ (หัวเราะ) มันเป็นเครื่องบินที่มีชีวิตประหลาดดีค่ะ ท่าทางเอะอะมะเทิ่ง ดูกะเปิ๊บกะป๊าบ ไม่มีความสง่างามใดๆ ทั้งสิ้น คือไม่มีฟอร์ม แต่ไม่รู้ตัวหรอกนะ มันมั่นใจในความเป็นนกยักษ์ของมัน และก็มุ่งมั่นให้ทำอะไรก็ทำ แต่ว่าอย่าขัดใจมากอย่าเยอะ เยอะด่า สำหรับตัวนี้ เหมือนกับว่าไม่มีอะไรมากมาย แต่พอพี่พากย์ไป ไอ้สดายุมันคือคนที่มีภารกิจมันต้องทำให้สำเร็จนะ ไอ้การประชดประชันก็คงเป็นตามนิสัย นิสัยของตัวละครตัวนี้ แต่อันหนึ่งคือจุดมุ่งหมายที่มันเจอ ต้องทำให้สำเร็จอ่ะ และก็บ้าๆ บอๆ ยังไงก็ทำ เพราะว่าตั้งใจทำแล้ว มาด้วยกันแล้วยังไงก็ต้องทำ ก็ต้องเอาให้สำเร็จ สดายุเนี้ย มันก็ต้องเจอเรื่องแก้ไขแปลกๆ เวลาเจอท่านทศก็จะเปลี่ยนเลย จากขี้ประชดก็จะเป็นสอพอ รักแบบเลิฟ เป็นบอสที่หายไปนานก็จะรักๆ และก็จะยอมทุกอย่าง
Q: ประสบการณ์การพากย์เสียงแอนิเมชั่นครั้งนี้เป็นอย่างไรบ้าง ทราบมาว่าต้องทำมากกว่าหน้าที่ให้เสียงอย่างเดียวต้องมีการแสดงเพื่อให้เหล่าแอนิเมเตอร์นำไปสร้างคาแร็คเตอร์อีกด้วย มีความยากง่าย ความสนุกอย่างไร
M: เราไม่ใช่นักพากย์ที่ใช้เสียงอย่างเดียว อารมณ์มันต้องเกิดขึ้นจริงๆ ในตอนพากย์ อย่างถ้าช่วงเหนื่อยเราต้องกระโดด กระพือปีก ในห้องพากย์จริง เพราะไม่อย่างนั้นมันก็จะไม่ออก เหนื่อยชิบเป๋ง มันเหนื่อยมาก (หัวเราะ) เหนื่อยแบบว่าหน้ามืดเลย เพราะมันต้องหอบจริงๆ เพราะไม่อย่างนั้นมันจะทำเสียงไม่เป็น เพราะฉะนั้นต้องเล่นจริง วันนั้นเป็นวันที่เหนื่อยจริงๆ วันนั้นต้องพูดบทเองเยอะ เจ้าประคุณเอ๋ย แล้วไม่หยุดไงมันต้องพูดหลายๆเทคไง ให้เขามีเลือกหลายๆ แบบ แล้วพี่จิกเขาจะอยากให้เราพากย์ด้วยเสียงจริง เขาก็จะถามว่าดัดเสียงหรือเปล่า ไม่ดัดใช่ไหม ไม่ดัดพี่ พากย์ให้ทันยังลำบากให้หนูดัดเสียงอีกหรอ (หัวเราะ) แสดงว่าพี่จิกเขาเอาคาแร็คเตอร์ของเราด้วยส่วนหนึ่ง
บางทีการพากย์ในฉากที่ตัวละครสองตัวมันอยู่ในซีนเดียวกันแต่ตัวหนึ่งก็ต้องพูดอยู่ พอตัดมาที่เราบางทีมันไม่ทันไง ก็ต้องใช้ความสามารถส่วนตัว คือต้องกะจังหวะเอา ต้องพูดให้ในเวลาเท่านี้ เท่านั้นวินาที แต่จะว่าไปการทำงานก็ค่อนข้างจะฟรีอยู่เหมือนกัน ไม่เครียดค่ะ เหมือนไปเล่นละคร เราไม่เคยคิดว่าคาแร็คเตอร์ เราเนี่ยจะเป็นนกแก่ที่ขี้บ่น ขี้โมโห ขี้ประชด จนกระทั่งได้พากย์เรื่องยักษ์นี้ แล้วปรากฏว่าไอ้ที่พากย์ๆ ไปอ่ะมันตัวเองทั้งนั้นเลย (หัวเราะ) มันเป็นอารมณ์จริงๆ ที่เรารู้สึกกับเรื่องและก็เหตุการณ์ที่อยู่ในการ์ตูน ลองพูดมาปรากฏว่าอ้าวนี้มันฉันนิ อ้าวตายแล้วฉันคือสดายุหรอ ก็เครียดเหมือนกันนะ พอพากย์หลายๆ ทีเข้าเออฉันกับสดายุมันก็เหมือนๆ กันอยู่แหละ (หัวเราะ)
Q: รู้สึกยังไงบ้างที่คนออกแบบตัวละคร พี่เอ็กซ์ ชัยพร ทำตั้งใจให้เหมือนพี่เหมี่ยว
M: ตอนแรกไม่เชื่อหรอกค่ะ พอพากย์ไปก็เชื่อแล้วค่ะ พอไปพากย์หลายๆ ทีมันใช่เลยค่ะ เพราะหน้าตาเพราะตาเขาจะตาโปนๆ หูตาเหลือกตลอดเวลา ก็ต้องทำกันขนาดนี้เชียวหรอ ก็คือตอนแรกที่คิดก็คือการ์ตูนก็หน้าตาแบบนี้แหละ แต่พอมันมีตัวละครอื่นเข้ามามันไม่ใช่นิ มีฉันคนเดียวที่หูตาเหลือกขนาดนี้ ไอ้สนิมก็น่ารัก เออไอ้เขียวก็เป็นแบบเท่ห์ๆ
Q: คาแร็คเตอร์ในเรื่องนี้ มีการออกแบบให้ดูเป็นตัวรอง แต่สามารถมาเป็นพระเอกได้ รู้สึกอย่างไรบ้างกับประเด็นนี้
M: มันเป็นสิ่งที่ทำให้เรารู้สึกว่าถึงแม้ว่าคนที่หมดสภาพดูเป็นไก่รองบ่อน หรือว่าไม่มีอะไรที่จะทำให้ใครเชื่อได้ว่าจะทำสิ่งที่สำคัญได้สำเร็จ แต่พอมันอยู่กับกลุ่มที่ใช่ ความเชื่อที่มีและก็ทำอะไรที่ยากๆ ได้จนสำเร็จ จริงๆ แล้วภารกิจของสดายุมันถึงชีวิตเลยนะ มันตายได้นะ แต่มันก็ทำ สำเร็จหรือเปล่า ก็ต้องไปดูกันอีกที ในเรื่องพี่ชื่นชมตัวสดายุที่มันทำจนสำเร็จ ถ้าเป็นพี่ พี่อาจจะไม่ทำนะ เพราะมันเสี่ยงอันตรายเกินไป ทั้งที่พี่ว่าเขาไม่พร้อมอะไรเลยนะ สภาพร่างกาย มีแต่จิตใจอย่างเดียวก็พาไปจนได้ เอาสิเหมือนกับลงเรือลำเดียวกันแล้ว มันทำให้ทุกตัวมีเสน่ห์ ตัวพี่ตอนมาร่วมงานนี้ใหม่ๆ พี่จะเปรียบเทียบกับเรื่องรามเกียรติ์ตลอดเลย อ้าวทำไม เป็นอย่างนั้น ไอ้นี้เป็นอย่างนี้คู่อริกันนิ เอ๊ะและเป็นเพื่อนกัน ทำไมเป็นอย่างนี้หรอ เราก็จะลุ้นไปกับเรื่องนี้เราก็จะลืมเรื่องดั้งเดิมของรามเกียรติ์ไป และเราก็จะเข้าถึงบท และพอพากย์ด้วยมันต้องมีอารมณ์เข้าไปในนั้น เราก็จะผูกพันกับไอ้ตัวกุมภกรรณ เริ่มผูกพันกับน้าเขียวๆ และไอ้สนิมอีก เพราะมันก็จะน่ารักน่าเอ็นดูและก็ ไอ้ตัวไอ้เผือกอีก และพอเราก็จะเห็นเหตุการณ์บางอัน ก็เป็นสิ่งที่ดูแล้วก็รู้สึกว่าเราจะอยู่กับเพื่อนเราหรือเราจะอยู่กับคนที่เกลียดหรืออยู่ด้วยความรัก
พี่ว่าการ์ตูนเรื่องนี้มันจะมันจะบอกเราหลายอย่าง เช่นบางทีเราจะทำอะไรเราก็ไม่มีสิทธิ์เลือกนะ แต่การ์ตูนเรื่องนี้จะทำให้เราเห็นว่า จำเป็นไหมที่เราจะต้องโกรธเกลียดกันไปทั้งโลก จะด้วยอะไรก็ไม่รู้ที่เกลียดกัน แต่พอไม่มีโจทย์พวกนั้นมา ก็เพื่อนกันได้ เป็นเรื่องที่ทำได้ เพราะฉะนั้นก็ไม่รู้จะโกรธกันไปทำไม เราจะฆ่ากันทำไม พี่คิดอย่างนั้นแต่มันก็ไม่ได้ซีเรียสแบบนี้ เป็นเรื่องตลก
Q: ในฐานะที่รู้จักพี่จิกมานานคิดว่าเสน่ห์ของเรื่องราวแบบ จิก ประภาส อยู่ตรงไหน
M: พี่จิกเป็นคนที่มีมุมมองที่ไม่ค่อยเหมือนใคร เป็นมุมคิดบวกที่ไม่ใช่เป็นดอกไม้สายรุ้ง แต่เขาจะมองโลกนี้แบบมีความจริงอยู่ในนั้น บางทีมันก็มีความเจ็บปวด ไม่ว่าจะเป็นในเพลงในละครในหนังที่พี่จิกเขาทำมา ก็จะเป็นลายมือพี่จิกที่เขาจะพาเราไปสู่โลกรามเกียรติ์ในแบบของพี่จิก ซึ่งพี่ว่าไม่เคยมีใครทำเลย ก็ไม่ค่อยมีใครค่อยกล้าทำ เฮ้ยจะมาเอามาทำเป็นแบบนี้เหรอ มาทำให้มันเสียหรือเปล่า แต่พี่ว่าไม่ใช่ พี่จิกรักความเป็นไทยมาก ชื่นชมความเป็นไทยและพี่จิกจะทันสมัยและเฮฮา แต่ก็ไทยๆ เหมือนรายการคุณพระช่วยอย่างนี้ก็ไทยที่เป็นไทยแบบที่ไม่ต้องพับเพียบดูหรือว่าต้องใส่ชุดไทยหรือว่าเปิบข้าวด้วยมือ เรื่องนี้ถ้าไม่ใช่พี่จิกก็คงไม่มีใครทำได้นะ อันนี้พูดตรงๆ (หัวเราะ)
Q: การทำแอนิเมชั่นเรื่องนี้ใช้เวลาใส่ใจในการทำ ถึง 6 ปี คิดว่าคุณภาพของเรื่องนี้เป็นอย่างไรบ้าง
M: ไม่น่าเชื่อ พี่ยังคิดว่าเขาคงเปลี่ยนคนพากย์ไปแล้วเลย ทิ้งระยะการพากย์ไปเป็นปีๆ มีช่วงหลังนี้แหละที่เข้าที่ เรื่องนี้คิดก่อน Wall-E ก่อนโรบ็อท อีกนะ เอาพี่ไปสาบานที่ไหนก็ได้เพราะพี่ได้รับการติดต่อมาตั้งแต่เวิร์คพอยท์สร้างเสร็จใหม่ๆ จริงๆ บอกแล้วปูนยังไม่แห้ง (หัวเราะ) พี่คะ จะทำอีกนานไหมคะ ทำอยู่นั้นน่ะ แต่ว่าพอออกมาเป็นเรื่องแล้วโอ้โห! มันต้องใช้ความนานอย่างนี้ ก็เพราะแบบนี้นี่เอง และพอถึงขั้นนี้ก็คือพี่จิกไม่ต้องไปห่วงว่าใครจะบอกว่าไปเลียนแบบใคร ไม่ต้องคอยอธิบายด้วย เพราะว่ามันไม่เหมือนก็คอยดูล่ะกัน ตอนแรกที่พี่คิดไง เฮ้ยจะเหมือนวอล-อี เปล่าเนี่ย มีกองขยะอะไรคล้ายๆ กันด้วยแต่มันต่างกันจริงๆ
การ์ตูนเรื่องนี้เป็นที่ฮือฮาสำหรับทีมงานที่ได้ร่วมงาน ที่ได้ไปพากย์นะ เราอยู่เรื่องนี้มาหกปีทีเดียว แต่เมื่อเราได้เห็นงานแล้วหกปีมันก็ไม่นานหรอก ได้อีกพี่จิกได้อีก พี่เอาอีกไหมเอาด้วย เขาไม่ใช่แบบคิดแค่หลวมๆ มันคือรวมทุกอย่างทั้งหมด ตั้งแต่เนื้อเรื่องในการตีความแล้วก็ภาพที่เป็นแอนิเมชั่นที่ มันน่ารัก ละเอียด พี่ไม่รู้ว่า มันต้องใช้ความยากแค่ไหนนะคะ แต่เราดูแล้วเราเชื่อ ไปกับเรื่องด้วย พี่ว่ามันคงไม่ใช่กดๆ เอา เอามือขีดๆ เอาในคอมพิวเตอร์ ด้วยศักยภาพที่คนที่จะทำงานด้านแอนิเมชั่นในเมืองไทย ก็มีไม่กี่คนอ่ะ ก็คิดว่า แต่ทุกอย่างมันเมดอินไทยแลนด์หมด เพราะฉะนั้น 6 ปีมันก็ไม่นานหรอกพี่จิก เอาอีกไหมอ่ะ ให้อีกปีหนึ่ง พากย์กันให้แก่คาห้องกันเลย (หัวเราะ)
Q: การพากย์ครั้งนี้มีฉากประทับใจบ้างไหม
M: ก็จะมีฉากบินเนี่ยแหละ บินกันอ้วกแตกเกือบเป็นลม อันอื่นก็จะเป็นของเรื่องการคิดบท คือเวลาต้องพูดบทเพิ่ม ก็ต้องทำให้หลายเวอร์ชั่น เพราะฉะนั้นมันก็จะสนุก สนุกฉากที่ประชดไอ้สนิมอ่ะ ที่มันไม่ร้องไห้ซะที อันนั้นขำพากย์ไปก็ขำ คือต้องพากย์เป็นละครน้ำเน่าอ่ะ เหมือนเป็นนังแม่ตัวอิจฉาอะไรอย่างนี้ ให้สนิมมันร้องไห้อ่ะ แล้วมันตลกมากคือทุกคนมองพี่เหมือน เป็นอะไรมากไหม พากย์การ์ตูนแต่มีอารมณ์ขึ้น หลุดใส่การ์ตูน (หัวเราะ)
Q: หากได้ยินคำว่า “ยักษ์” นึกถึงอะไร
M: สำหรับพี่คือยักษ์วัดพระแก้ว มันน่ากลัวมาก แม่พาไปตัวสูงมาก มีหลายตนเยอะมาก แล้วก็อยู่ทุกประตูเลย และก็เขาบอกว่าตอนกลางคืนก็ออกไปตีกับยักษ์วัดโพธิ์ ก็เชื่อสิผู้ใหญ่ไม่โกหกหรอก ตีกันเตียนเลย และไปเจอยักษ์วัดโพธิ์หน้าจีนมาก ก็มีเป็นหน้าไทยแต่ตัวเล็กกว่า กลัวนะก็เพราะเป็นเด็ก แต่ผู้ใหญ่ก็เล่าไปไง รู้ไหมเนี่ยว่าเด็กมันเชื่อ โอ๊ยกว่าจะหายกลัว โตจนตัวใหญ่เบ้อเร่อเบ้อร่าแล้ว (หัวเราะ) กลัวยักษ์พระแก้วอยู่ตั้งนาน แล้วคนรุ่นพ่อรุ่นแม่พี่ก็ต้องเข้าวัดพระแก้ว จะไปเมืองนอกทีก็ไปลาพระแก้ว ปีใหม่ เทศกาลก็วัดพระแก้ว ก็กลัวสุดๆ ขาเข็งเลยอ่ะ เดี๋ยวนี้ไปก็เฉยๆ ล่ะ
Q: ในเรื่องนี้มีประเด็นหลักอยู่ที่มิตรภาพระหว่างหุ่นยนต์ทั้งสอง ที่ไม่รู้ว่าตัวเองเป็นใครและต้องทำอะไรในชีวิหากอยู่ในสถานการณ์ที่ต้องเลือกระหว่าง“หน้าที่”กับ“มิตรภาพ”จะเลือกอย่างไหน
M: เลือกทำไมล่ะ แสดงว่า หน้าที่อันนี้มันต้องไม่มีมิตรภาพ ถ้าให้เลือกแสดงว่าต้องตรงข้ามกัน จริงๆ พี่ว่ามันน่าจะอยู่ด้วยกันได้นะอย่าต้องให้ต้องเลือกเลย
Q: คิดว่าคนเราที่เคยเป็น “ศัตรู” กันมาก่อนจะสามารถเปลี่ยนมาเป็น “มิตร”กันได้ไหม
M: ได้สิ คนเราเปลี่ยนมาเป็นเพื่อนกันได้ โลกนี้ความเกลียดไม่ทำให้อะไรดีขึ้นเลย ความเกลียดไม่มีดีเลย แต่เราจะเอาชนะตรงนี้ยาก ความเกลียดมันทำให้มีแต่เรื่องเลวร้าย ยิ่งกระพือให้มันเกลียดมากขึ้นมันก็ยิ่งเลวร้ายมากขึ้น แต่ถ้าสับสวิทซ์ให้มารักเลยก็คงยากนะ เพราะไม่อย่างนั้นคงไม่เกิดเรื่องหรอก คนเราถ้ามีแต่ความรักมันก็คงจะลั้ลลาใช่ไหม มีทุ่งดอกไม้
Q: คิดว่าหนังเรื่องนี้มีเสน่ห์ตรงไหนถึงควรค่าแก่การไปชมกัน
M: คนเราควรจะดูการ์ตูนอย่างน้อยปีละเรื่องจะได้เห็นว่าโลกนี้มันไม่ได้มีแต่ความเลวร้ายหรือความเครียด หรืออะไรที่ทำให้เราต้องต่อสู้ดิ้นรน การ์ตูนมันจะพาเราไปสู่โลกของจินตนาการโดยที่ไม่มีขีดจำกัด และการ์ตูนเรื่องนี้มันจะมีเรื่องที่ทำให้เรารู้สึกว่าเราไม่ต้องเกลียดใคร ไม่ใช่ว่าเราเกลียดกันแล้วก็ต้องเกลียดกันตลอดชีวิต ก็ลองดูถ้ามันเลิกเกลียดได้มันคงมีอะไรดีๆ อีกเยอะ เกิดขึ้นในชีวิตเราในโลกนี้
FB:
บทสัมภาษณ์ เสนาหอย เกียรติศักดิ์ อุดมนาค ผู้พากย์เสียง เผือก/หนุมาน ในภาพยนตร์แอนิเมชั่น เรื่อง “ยักษ์”
ฉลาดคล่องแคล่ว ไวยังกะลิง ฤทธิ์เดชเหลือล้น -“ผมเกิดมาเพื่อสิ่งนี้” ปล่อยพลังแบบสุดขั้วเมื่อหอยเกียรติศักดิ์ ให้ชีวิตหนุมานในคราบของหุ่นกระป๋อง กับ “ยักษ์” แอนิเมชั่นไทย ผลงานเขียนบท-กำกับภาพยนตร์โดย ประภาส ชลศรานนท์
Q.ทราบมาว่าตอนนี้ฮอตมากมี7วันทำงาน7วันเลยอยากให้พี่หอยอัพเดทชีวิตสุดฮอตสักหน่อย
H. ครับตอนนี้ชีวิตก็วุ่นวายมากๆชีวิตส่วนตัวไม่ค่อยมีนะครับ มีแต่ชีวิตของคนอื่นก็ตอนนี้มีทำรายการทีวีนะครับ รายการในSATTLELITEนะครับ และก็มีทำหนังสือ OHOนะครับ และก็ทำหนังอะไรต่างๆ ตอนนี้ก็คงไม่ได้มีเวลาแต่งงานมีลูกแบบคนอื่นเขา เพราะว่าให้สัญญากับวิลลี่ว่า5 ปีต่อจากนี้ไปผมจะไม่มีครอบครัว เพราะว่าเขามีลูกกันหมดแล้ว ถ้าผมมีลูกอีกบริษัทก็คงจะหงอยกันแน่ๆ ผมก็เลยคิดว่าให้เวลาตัวเองอีกสัก5ปี 7วันนี้ก็ทำงานชนิดที่ว่าสแตนบายเสาร์-อาทิตย์ ตอนนี้ก็คงเน้นเรื่องรายการทีวีก็ต้องรีบนำเสนอ และที่ฮอตๆจริงก็น่าจะเป็นSATTLELITEสาระแนแชนแนล เพราะตอนนี้มีกิจกรรมทุกๆเดือนทุกอาทิตย์ทุกอย่างที่ออกเองครับ เพราะว่ามันไม่มีใครนะครับก็ต้องลุยด้วยตัวเองครับ
Q.ชีวิตของพี่หอยผูกผันและเกี่ยวข้องกับการ์ตูนมากน้อยแค่ไหนอย่างไรและมีการ์ตูนตัวไหนที่ชื่นชอบเป็นพิเศษ
H. จริงๆคำว่าการ์ตูนนี้มาคู่และติดมาตั้งแต่สมัยหนังจักรๆวงศ์ๆตอนแปดโมงเช้าที่ตื่นขึ้นมาต้องมาดูพระทิณวงศ์ โสนน้อยเรือนงามอะไรอย่างนั้นเลยนะครับ ก็คิดว่ามันอยู่คู่กัน อย่างเรานี้เราบอกตรงๆว่าเราติดช่องเก้าการ์ตูน ดูมาตั้งแต่ ดราก้อนบอล โดเรมอน ที่ชอบมากที่สุดคืออาราเล่ พูดถึงอาราเล่ เรียกได้ว่าผมมีทุกคอลเล็คชั่นอาราเล่ที่เป็นเคสไอโฟนเลย(ชูมือถือที่ใส่เคสอารเล่ให้ดู) นี่ก็จะเป็นอาราเล่ มีซูปเปอร์แมนจู๋ มีไอ้ตัวที่ปั่นจักรยานน้องคิโนโกะ และก็การ์ตูนที่ผมติดอีกอันคือคอบร้าเป็นการ์ตูนที่ไม่ใช่การ์ตูนเด็ก มันจะเป็นการ์ตูนผู้ใหญ่ขึ้นมานิดนึงก็ดูไล่ลงมาเรื่อยๆ เมื่อ ก่อนมีดราก้อนบอลหลังๆก็คงไม่ค่อยได้ดูแล้ว เพราะตื่นมาไม่ทันพระทิณวงศ์กับโสนน้อยเรือนงามก็เลยทำให้ช่องเก้าการ์ตูนเลือนหายไปครับ แต่รู้สึกว่าจะมีเป็นตอนเย็นแล้ว เพราะการ์ตูนตอนเย็นก็จะมีเยอะตามที่เป็นนโยบายของ กสทช. มั้งครับสามช่วงเวลา ตอนนี้ต้องเป็นรายการเด็ก ต้องเป็นการ์ตูน ต้องเป็นอะไรอย่างนั้น ก็เหมือนเปลี่ยนพฤติกรรมเด็กไม่เหมือนตอนที่เราเป็นเด็กเย็นๆก็ยังดูได้อยู่
Q.การ์ตูนมีอิทธิพลและมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงชีวิตหรือไม่อย่างไร
H. การ์ตูนมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงชีวิตไหม ผมว่ามันทำให้ชีวิตตอนเด็กมันมีความสุขนะ การ์ตูนมันเป็นชีวิตที่เหนือความเป็นจริงอย่างโดเรมอนอย่างนี้ ไทม์แมชชีน เฮ้ยเราอยากมีไทม์แมชชีนซึ่งทำให้เด็กมีจินตนาการครับ จริงๆแล้วหนังการ์ตูนมันทำให้เด็กที่ดูมันมีจินตนาการไม่ว่าจะเป็นดราก้อนบอล เซนต์เซย่า เฮ้ยเครื่องมือที่มันทำให้จำได้ดีของโดเรมอน มันทำให้เราเริ่มมีจินตนาการ เหมือนการเรียน ไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือว่าพวกที่ได้เรียนศิลปะหรือได้ดูพวกแอนิมอลแพลนเน็ตหรือสัตว์ ได้ดูอะไรพวกนี้จะทำให้มีจิตใจอ่อนโยนและมีจินตนาการซึ่งมีผลแน่นอนครับ
Q.สำหรับประสบการณ์ในการพากย์การ์ตูนที่ผ่านมา
H. การพากย์การ์ตูนสำหรับเรื่องยักษ์ถือว่าเป็นเรื่องที่สองครับ เรื่องแรกจะเป็นเรื่องDINOSAURซึ่งผมบอกกับตัวเองว่าผมจะไม่พากย์การ์ตูนอีกเพราะมันยาก เพราะว่าตอนนั้นมันเป็นฮอลลีวู้ดไง ผมจำได้ว่าผมพากย์เป็นไอ้ตัวลิงหรืออะไรในเรื่องDINOSAURนะ คือฝรั่งทางฮอลลีวู้ดเขาไม่รู้สึก แล้วการพากย์การ์ตูนของไทยกับฝรั่ง ผมว่าไม่เหมือนกันนะ ของฝรั่งเขาจะ นี่เจ้ารู้สึกยังไง เขาชี้เลยว่าห้ามเสียงขึ้นเสียงลง ผมจำได้ผมไม่เอาแล้วนะผมรู้สึกว่ามันยาก เพราะว่าบางทีคนไทยกับฝรั่งมันอาจจะไม่เหมือนกัน ต้องบอกให้เสียงนี้โทนเหมือนกันเลย ผมก็เลยคิดว่าหลังจากหนังเรื่องนั้นแล้ว คือไม่ใช่ว่าพากย์ไม่ดีนะครับ หนังเรื่องนั้นดีมาก แต่ผมเสียใจตัวเองว่าผมทำไม่ได้ เพราะว่าผมเป็นคนที่ไม่รู้สิอารมณ์มันต้องชัดเจน แต่เขาบอกให้เป็นอารมณ์แบบนี้ ผมก็เลยคิดว่าไม่อยากจะพากย์เอง แต่พอได้รับการติดต่อจากไอดอลของผมเองอย่างพี่จิก ประภาส ชลศรานนท์ที่ผมติดตามอ่านหนังสือมาตลอด ดูผลงาน ฟังผลงาน ทั้งดูทั้งฟังทั้งร้องตามกับผลงานของเขาบอกว่าอยากจะให้ผมพากย์การ์ตูน ตอนแรกผมก็หวั่นๆว่ามันจะเหมือนเดิมหรือเปล่านะ เราทำไม่ได้รึเปล่านะ เขาบอกว่าไม่ เพราะว่าการทำการ์ตูนของเขาในครั้งนี้จะเป็นครั้งแรกในเมืองไทยที่เอาปากของเราจริงๆ เอาคาแร็คเตอร์ของเราจริงๆมาผสมผสานกับการทำแอนิเมชั่น คนไทย ตอนแรกผมก็นึกภาพไม่ออกเหมือนกันจะเป็นยังไง เขาก็บอกว่าใช้วิธีเดียวกับไอ้ที่เขาทำการ์ตูนกันเลย ให้ผมแอ็คติ้งไปด้วย ผมถ่ายไปพูดไปในตอนแรกเลยก็เหมือนเป็นตัวนั้นเลย ซึ่งเขาก็บอกว่าเป็นหนังเรื่องหุ่นกระป๋องเรื่องราม เฮ้ย หรอ พอไปอ่านจริงๆพี่จิกเป็นคนเขียนบทที่ดัดแปลงผมรู้สึกว่า เฮ้ยทำได้ไง คือมันมาเป็นหุ่นกระป๋องเฉยเลย ซึ่งแต่เอาเรื่องจากรามเกียรติ์จริงๆ ซึ่งผมก็ได้รับเกียรติจริงๆที่ว่าผมดูมาตั้งแต่เด็กๆแล้วแหละ ตัวหนุมาน แต่ตัวนี้ในหนังแอนิเมชั่นเรื่องนี้ชื่อ เผือก
Q.โดยส่วนตัวแล้วพี่หอยถือได้ว่าเป็นคนหนึ่งที่ชีวิตผูกพันเกี่ยวกับเรื่องของดนตรีและการควบคุมการใช้มาทั้งชีวิตเลยก็ว่าได้ซึ่งแม้แต่การแสดงของพี่หอยเองค่อนข้างเชื่อมโยงและพูดได้ว่าเกี่ยวพันกับเรื่องของการใช้เสียงพอสมควรเลยทีเดียว
H. ก็ในชีวิตผมจริงๆแล้วพูดได้ว่าดนตรีมีผลและก็เรียกได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต เพราะผมเรียนดนตรีมา คณะศิลปศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เอกดนตรีตะวันตก ซึ่งไม่น่าเชื่อว่าพลิกผัน จริงๆชีวิตผมนี้ผมอยากทำรายการทีวีจริงๆก็เลยสอบเข้านิเทศฯตอนนั้นเลือกได้หกอันดับ ผมเลือกนิเทศมาห้าอันดับ มาเลือกศิลปกรรมจุฬา เพราะแม่ แม่ให้เลือก เพราะแม่รู้ว่าผมเรียนดุริยางค์ วัดสุทธิฯ น่าจะโอเคนะ สอบอันนี้ติดศิลปกรรม จุฬาครับ แต่ผมก็รักดนตรีไหม ผมรักมาตั้งแต่ม.หนึ่งนั่นแหละ เพราะผมเรียนดุริยางค์มาหกปี บางคนก็เรียนหนึ่งปีสองปี แต่ผมเรียนหกปี ผมก็เลยได้มาอยู่ในวงจรดนตรี เรียกได้ว่าวงจรดนตรีทั้งวันครับเป็นเวลาห้าปี เรียนห้าปีครับ ส่วนหนึ่งในชีวิตก็ได้ฝึกฝนดนตรีมาหลายๆแบบ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องดนตรีที่ผมเป่า โอโบครับ บางคนก็ไม่รู้จักวว่าโอโบคืออะไร โอโบนั้นคือเครื่องดนตรีสีดำๆครับ(เครื่องเป่าเป็นเครื่องดนตรีหลักในวงออเครสต้า) ถ้าเปรียบเสมือนก็เรียกว่าเป็นปี่เรียกงู
ถามผมว่าแล้วทำไมผมถึงไม่ดำเนินชีวิตหรือว่าทำอาชีพนี้ เพราะว่าคนที่เป่าโอโบในเมืองไทยนี้มีประมาณสี่คน สี่คนตอนนั้นนะครับ ตอนที่ผมอยู่ปีหนึ่งปีสองถ้าจะคิดทำอาชีพนี้ลองคิดดูครับว่าในสี่คน คนที่หนึ่งเป็นอาจารย์ผมเป็นคนที่สอนผม คนที่สองเป็นรุ่นพี่ผม คนที่สามเป่าเก่งมากอยู่ครุศาสตร์ ผมคนที่สี่ และในบรรดาวงออเครสต้าใหญ่ๆในเมืองไทยมีอยู่เพียงหนึ่งวงครับคือบางกอกซิมโฟนี่ออร์เครสตร้า(BSO) และที่เขาเป่ามีอยู่สองแนว ผมอันดับสี่อย่างน้อยต้องมีการฆ่าอาจารย์ ฆ่าพี่ ฆ่าอะไรอย่างนี้ ก็คงแบบว่าเอาลิ้นที่เป่าไปจุ่มยาพิษและก็เสียชีวิตกันไป และผมก็คิดว่าคงไม่มีโอกาสนั้นล่ะ ผมก็คิดว่าผมมาทางที่ผมชอบทำรายการทีวีทำอะไรไปดีกว่า แต่ส่วนหนึ่งที่ยังคงเข้ามาอยู่ในชีวิตของผมก็ยังคงเป็นดนตรีอยู่ ในการใช้เสียง ในการใช้อะไรก็แล้วแต่ การเรียนดนตรีมันสามารถทำให้ผมควบคุมอะไรได้หลายๆอย่าง ซึ่งมีคนบอกนะครับผมก็ไม่ได้พูดเองก็เสียงผมนี่ถ้าฟังดูก็จะรู้วาเป็นเสียงหอยแหละ เสนาหอยเนี้ยแหละ ลีลาหรืออะไรก็ผสมตอนที่ผมเรียนละครที่อักษรศาสตร์ มาผสมกับการเรียนดนตรีมันก็เลย การควบคุมในการใช้เสียงนี่มันก็เลยดี เออก็มีคนบอกว่าเป็นเอกลักษณ์ดี คือถ้าสมมติว่าเสียงเราเป็นแบบนี้ แล้วเรามามัวคิดว่ามันคงเป็นไปไม่ได้ แต่กลับกันการที่เราฝึกฝน ทำอะไรบ่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นการเป็นพิธีกร การทำอะไรโน่นนั้นนี่ก็ก็เลยทำให้เราเป็นคนที่รู้จัการควบคุมการใช้เสียง รู้จังหวะลีลาในการใช้เสียงมากกว่าคนอื่น
Q.เข้ามาเป็นส่วนสำคัญในโปรเจ็คต์ยักษ์ได้อย่างไร
H.คือตอนแรกที่พี่จิกติดต่อมาผมไม่ได้คิดครับ ไม่ได้คิดอะไรเลย ผมตอบตกลงอยู่แล้ว เพราะว่าถ้าพี่มีงานอะไรถ้าผมได้มีโอกาสเป็นส่วนหนึ่งของพี่ อะไรก็ได้ เขาทำคอนเสิร์ต เขาทำอะไร เฮ้ยพี่ได้เสมอ แต่ยังไม่เคยถูกเรียกสักที ก็คือสุดท้ายแล้วมาโปรเจ็คต์นี้เขาบอกว่าเขาอยากได้เสียงผมเป็นตัวนี้เป็นตัวที่ค่อนข้างจะเป็นตัวเอกก็น่าจะเป็นแบบนั้นนะครับ แต่ผมไม่ได้สำคัญที่ว่าจะต้องเป็นตัวเด่นหรือเป็นผลงานพี่จิก ประภาส ได้เป็นส่วนหนึ่งมันก็น่าจดจำ มันเป็นผลงานที่ดี เพราะเขาไม่ได้มาเป็นแค่ควบคุมมาเขียนบท มาทำดนตรีอีก เขาทำทุกอย่าง เขามาดูเวลาที่เราเรียกว่าFIRST LIPS คือการอ่านบทครั้งแรก ครั้งแรกเขาก็มานั่งฟังนะครับ เขาเทสต์หลายๆตัว ตอนเทสต์ผมเขาก็มีการเลือกจับคู่กับหลายๆคนที่น่าจะเป็นน้าเขียวหรือทศกัณฐ์เหมือนกัน แต่สุดท้ายก็เลือกพี่หนุ่ม สันติสุข พอพากย์กันจริงมันเหมือนกับการพากย์ เฮ้ยผมดูเขาตั้งแต่หวานมันฉันคือเธอ ไม่เคยร่วมงานกันเลยไม่เคยจริงๆไม่เคยที่จะได้โต้ตอบ ผมว่าพี่หนุ่มสันติสุขเป็นอะไรที่สุดยอด เพราะว่าจังหวะจะโคนเรานึกว่าเอ๊ยเราจะเข้ากับเขาไหม ตอนอ่านบทปั๊บเนี้ยรู้เลยว่าสนุกแน่นอน
Q.เป็นครั้งแรกกับวิธีการทำงานที่เป็นไม่ใช่แค่การพากย์หรือการให้เสียงแต่เป็นการให้ชีวิตให้อารมณ์ความรู้สึกในตัวการ์ตูนเลยทีเดียวก่อนที่แอนิเมเตอร์จะจับคาแรคเตอร์จากการแสดงนำไปถ่ายทอดวาดเป็นการ์ตูนอีกทีหนึ่ง
H.พากย์การ์ตูนเป็นเรื่องที่สองในชีวิต แต่นี่ถือได้ว่าเป็นครั้งแรกจริงๆของผมนะครับที่พากย์ไปด้วยแสดงไปด้วย ถือได้ว่าเป็นเรื่องแรกในการทำการ์ตูนที่มันมีการใช้เทคนิคอย่างผมเคยอ่านหรือดูในยูทูปนะครับในการทำแอนิเมชั่นการ์ตูนต่างๆที่เขาใช้ดาราอย่างพระเอกระดับโลกหรือนางเอกระดับโลกมาทำเป็นการ์ตูนคือเขาต้องมีอะไรไม่รู้เป็นจุดๆเป็นจุดมาร์กจุดอะไรอย่างนี้ แต่ของเรามันยังไม่ถึงขนาดนั้น คือเขาจะเอากล้องมาตั้งสักสามตัวและให้ผมอ่านบทและก็เล่นไปเลย เล่นและก็โต้ตอบกับพี่หนุ่ม สันติสุข หรือว่าอะไรอย่างนี้ ผมก็โต้ตอบไป ผมก็ต้องทำท่าว่าผมจะทำยังไงปากผมมันก็จะพูดไดอาล็อคไป โดยกล้องจะจับอยู่สามส่วนประมาณแบบว่าโคลสอัพปาก โคลสอัพตัว โคลสอัพแขนต่างๆ เพื่อที่จะไปเขียนเป็นการ์ตูน ผมก็มันจะเป็นไปได้ยังไงนะ แต่พอเขาเขียนออกมาเฮ้ยมันเหมือนตัวผมจริงๆนะ มันเหมือนตัวผม แบบว่าจุกผมเดทร็อคที่พี่จิกเขาจับคาแร็คเตอร์ของผมมาใส่ในตัวการ์ตูน และสิ่งที่สำคัญที่สุดของผมคือจุกตรงนี้ครับ จุกนี้ครับก็น่าจะเป็นเอกลักษณ์ของตัวนี้ไม่น่าเชื่อ ก็ต้องขอบคุณมากนะครับ ผมก็จะบอกลูกบอกหลานว่าตัวนี้มันคือผมจริงๆก็คงจะเป็นอะไรที่ผมจำได้ว่าเขาเอาตรงนี้ไปด้วย เขาเข้าใจว่าเอกลักษณ์มันคืออะไร
FB:
Q.แต่คิดไหมว่ากว่าการ์ตูนเรื่องยักษ์จะเสร็จสมบูรณ์ต้องใช้เวลานานขนาดนี้6ปีเลยทีเดียว
H. ผมว่าอย่างมากก็ปีหนึ่ง จริงๆนะหรือมากกว่าปีหนึ่ง แต่พอเข้าไปครั้งที่หนึ่งก็แล้วพอครั้งที่สองยังไม่เสร็จพอสามผมโดนเข้าไปพากย์ซ่อมพากย์ซ้ำ อาจจะรู้สึกว่ามันต้องเป็นการทำงานที่น่าเบื่อ ไม่ใช่ครับ ผมกลับรู้สึกว่าเขาเอาจริงนี่นาไม่ได้แบบพากย์ไปแล้วเอาไปตัดเสียงไม่ใช่ครับ วันนั้นไปสตูดิโอของเวิร์คพอยท์แค่อู้ย อึ๊ยยย เสียงแค่นี้วันหนึ่งแค่นั้นเองไม่มีเสียงพูดเลย มีแค่อูย แค่นี้ แบบเราเป็นเหมือนตัวอย่างไกด์ให้ทีมแอนิเมเตอร์เขามีอารมณ์ แล้วเขาจะได้เอาไปเขียนตัวการ์ตูนต่อ อย่างของผมแค่ประมาณสี่ปีแต่การเตรียมการน่ะหกปี เห็นพี่จิกบอกว่าเขาเตรียมงานมาเป็นปีสองปีนะ รวมของผมอีกสี่ปีน่าจะหกพอดี เป็นหนังการ์ตูนเรื่องแรกของเมืองไทยที่ใช้เรียกว่าเป็นมหากาพย์ในการใช้เวลานานมากที่สุดแล้วมั้ง แต่ผมเห็นบางช็อตแล้วผมว่าน่าจะไปทั่วโลกได้นะ เรื่องราวถ้าพูดไปถึงอย่างเรื่องรามอย่างนี้คนทั่วโลกน่าจะรู้จักคำว่าอวตารยังรู้จักเลย จริงๆแล้วผมว่าระยะเวลาหกปีไม่ได้นานเลยนะ โหมันแป๊ปเดียวเองหกปี นี่จะได้ฉายแล้วไม่น่าเชื่อ อยากดู ก็นานขนาดที่เรียกได้ว่าผมยังจำได้ว่าผมมาอ่านบทได้ครั้งแรกน้องออมสินที่เล่นเป็นน้องสนิม(หุ่นกระป๋องตัวเล็กสีชมพู)ของเรายังเด็ก ตอนนี้น่าจะมีแฟนแล้วนะครับ น่าจะแต่งงานแล้วด้วยมั้งไม่ถึงหรอกตอนนั้นยังเด็กยังถักผมเปียมาเลยชุดอนุบาล(7-8ขวบ)(หัวเราะ) ตอนนี้น่าจะเกือบสิบล่ะมั้ง13แล้วละมั้งนะครับผมว่าขนาดนั้นเลยนะครับ มันยาวนานขนาดที่น้องคนหนึ่งที่มาพากย์เป็นตัวเด็กๆเป็นน้องหนิมนะคัรบ โตเป็นสาวแล้วด้วยก็น่าจะได้เจอเร็วๆนี้
Q.ความประทับใจของแอนิเมชั่นเรื่องยักษ์ในมุมมองของพี่หอย
H. จริงๆแล้วเรื่องที่น่าประทับใจในแอนิมชั่นเรื่องยักษ์นะครับ สิ่งที่พี่จิกหยิบมามันไม่ได้เอามาทั้งเรื่องหยิบคาแร็คเตอร์หยิบเรื่องราวเอามาแล้วก็เขาเรียกว่าตีความใหม่ คือผมพากย์ไปผมรู้สึกว่า นี่มันเปลี่ยนความรู้สึก มันเปลี่ยนแง่คิดจริงๆแล้ว เวลาของมิตรภาพดีกว่าเวลาของการเป็นศัตรูซะอีก ซึ่งในเรื่องไอ้ตัวเผือกกับตัวเขียวมันไม่รู้อะไรว่าเบื้องหลังก่อนหน้านี้ทั้งคู่เคยเป็นศัตรูกัน แต่สุดท้ายพอมันได้ทำอะไรด้วยกันที่ช่วยเหลือกัน ผมว่ามันทำให้สองคนนี้เป็นเพื่อนกันเสร็จมันมากพอที่จะรักษาตรงนั้นมากกว่าการที่ไปรู้เรื่องราวในอดีตที่สู้กันมาตลอด สุดท้ายเชื่อว่าเด็กๆถ้าเข้าไปดูจะได้เรียนรู้ว่าเป็นมิตรดีกว่าเป็นศัตรูเยอะ คิดดีทำดีดีกว่า การเป็นศัตรูกันผมว่ามันเสียเวลา มันทำให้ชีวิตไม่มีความสุข
Q.อยากให้พี่หอยเล่าให้ฟังถึงเรื่องราวของ ยักษ์
H. ก็เรื่องราวของยักษ์นะครับก็เป็นเรื่องราวที่เป็นเขาเรียกว่าเป็นหุ่นกระป๋องที่ต้องรบราฆ่าฟันกันอย่างดุเดือดเลือดพล่านตัวหนุมานเอง เล่าง่ายๆตัวหนุมานจะต้องต่อสู้กันกับทศกัณฐ์ แล้วก็มีอาวุธที่แสนยานุภาพของธนูหรือแสงอะไรบางอย่างของรามนะครับยิงลงมาเพื่อที่จะล้างโลกกันเลยทีเดียว ในขณะที่ทั้งสองคนกำลังรบกัน ในระหว่างนั้นหางของหนุมานปักเข้าไปตรงอกของทศกัณฐ์ ไอ้ทศกัณฐ์ก็ดำดิ่งลงไปเพื่อที่จะหลบศรของรามนะครับ หลังจากนั้นเวลาผ่านไปนะครับ จนทั้งคู่ได้ฟื้นคืนชีพขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งทั้งสองหุ่น หุ่นยักษ์กับหุ่นกระป๋อง ก็เลยตัวติดกันหางก็ติดกันอยู่ ไปไหนก็ไปด้วยกัน และก็ลืมสิ่งที่เคยเกิดขึ้นกับตัวเองในอดีตทั้งหมดเลย ชีวิตที่ผ่านไปก็ผจญภัยไปเรื่อยๆสุดท้ายแล้วพยายามที่จะตัดโซ่ออกจากันนะครับ ไอ้ตัวเผือกก็พยายามที่จะตัดโซ่ออกจากน้าเขียว จริงๆมันจำไม่ได้ว่าตัวเองชื่ออะไรเห็นกระป๋องอันนั้นมันขาวๆไอ้ตัวนี้เขียวๆก็เรียกน้าเขียวกับเผือก พยายามตัดโซ่กันไปพยายามยังไงก็ไม่ได้ะ และก็ได้ใช้ชีวิตด้วยกันจับผลัดจับผลูอะไรต่างๆนานา จนมิตรภาพเกิดขึ้นจนทั้งสองคนก็ลืมเรื่องราวตัดโซ่ไปในระยะหนึ่งก็มีความสุข สุดท้ายแล้วก็ทั้งสองคน คนแรกที่จำความได้ว่าตัวเองคือหนุมานที่ต้องมาฆ่าตัวๆนี้ที่ติดกับเขาอยู่ที่เป็นเพื่อนกันแล้วเนี้ยะ เหตุการณ์จะเป็นยังไงต่อไปก็ต้องไปดูความมันส์กัน
Q.พี่หอยเล่าให้ฟังถึงคาแรคเตอร์ของตัวหนุมานหรือเผือกหน่อยว่าเป็นไงบ้าง
H.ก็ตัวหุ่นกระป๋องเผือก คือหนุมาน จริงๆแล้วในชาติปางก่อนจะเป็นทหารเอกของรามที่เก่งกาจมากและก็ยะโส และก็เรียกว่าภูมิใจในฝีมือของตัวเองจะปราบหรือสู้กับใครก็สบายไม่ยากเย็นนัก แต่แล้วก็เกิดเหตุล้างโลกขึ้นมา พอฟื้นขึ้นมาอีกก็ยังไม่ทิ้งนิสัยเดิม คนขี้โวยวาย ขี้ทุกอย่าง และก็ไม่ได้ชอบไอ้ตัวน้าเขียวเท่าไร จะแบบเห็นเป็นคนโง่ ทึ่ม พยายามจะปัดให้ไปไกลๆ หุ่นกระป๋องยักษ์เขียวนั้นแหละ ก็ยังคงนิสัยเหมือนเดิมสุดท้ายแล้วสิ่งที่สอนเขาก็คือมิตรภาพที่ช่วยเหลือกันมากกว่า พอได้มิตรภาพเข้าไปเจ้าเผือกนี่ก็ใจอ่อนและก็เริ่มรักเริ่มผูกพันไอ้เจ้ายักษ์เขียวตัวนี้ แล้วต้องบอกเลยว่าตั้งแต่ต้นเรื่องเลยมีปล่อยแสงแซทเทิลไลท์เป็นแอนิเมชั่นที่มีสีสันและความตื่นเต้นแล้วเจ้าตัวเผือกก็จะขี้โวยวายอยู่ตลอดเวลา รับรองว่าสนุกสนานและก็มีมุขตลกมีความอารมณ์ดีมีความเสียดสีว่ากล่าวด่าทอ เป็นตัวละครที่เด็กๆน่าจะชอบและตัวหนังเรื่องนี้เองก็สนุกครับ
Q.ทราบมาว่าพี่หอยเองมีส่วนร่วมในการให้ชีวิตสร้างสีสันให้กับตัวเผือกมากๆมีเสนอนั่นโน่นนี่แชร์ไอเดียกับพี่จิกกันตลอด
H. คือจริงๆแล้วการให้ชีวิตกับตัวละครตัวนี้ต้องให้เครดิตกับพี่จิกประภาสมากกว่าที่เลือกผมมาเล่นเป็นตัวนี้ ถ้าผมไปเล่นเป็นตัวอื่นผมก็คงเล่นไม่ได้เพราะว่าไอ้ตัวเผือกหรือว่าไอ้ตัวหนุมานนี่ค่อนข้างที่จะมีนิสัยคล้ายๆผมเหมือนกัน โวยวาย ไม่อยู่นิ่ง และก็ได้ใช้เสียงอย่างอิสระ พี่จิกเขาบอกเออแบบนี้ เอาแบบนี้ตลอด พอเราเล่นมุกไปอันนี้เอา อันนี้ไม่เอาคือเราเล่นไปก่อน เราเป็นคนขยันอยู่แล้วยิงไปก่อนอันที่ไม่เอาบอก แต่ส่วนใหญ่เอานะ ก็เอาเกือบทุกอันที่เราเสนอไปหรือเขาไปตัดตอนสุดท้ายก็ไม่รู้ ก็จริงๆแล้วการที่พี่จิกมาดูมากำกับเอง เรารู้สึกสบายใจ เรารู้สึกทุ่มเทอยากจะทำอะไรเสนออะไรหลายๆอย่าง บางคำบางอะไรที่เราไม่ได้ตั้งใจมันเป็นธรรมชาติ ก็อย่างเช่น (หัวเราะ) ไม่ต้องกลัวหรอกเกิดมาเพื่อสิ่งสิ่งนี้ และก็เห็นบอกว่าเอาไปทำเป็นเพลง ก็เกิดมาเพื่อสิ่งสิ่งนี้ มันเป็นสิ่งที่ผมพูดประจำอยู่แล้วว่าไม่ต้องห่วงนะครับผมเกิดมาเพื่อสิ่งสิ่งนี้อยู่แล้วอย่างนี้ เขาก็เอาไปทำมา เกิดมา ก็ไม่รู้ว่าเป็นไอเดียที่เขาเอาไปหรือเปล่านะ คือว่าสิ่งที่ผมพูดออกไปสิ่งๆนี้แสตมป์ได้เอาไปทำเป็นเพลง ไม่รู้ชื่อเพลงอะไร เพลงเกิดมาเป็นเพื่อนเธอ ขอขอบคุณด้วย แต่สิ่งที่พูดออกไปทุกอย่างมันคือธรรมชาติมากกว่า ขอบคุณมากครับก็คือใช้ชีวิตประจำวันใครมาถ่ายรูป พี่หอยเบื่อมั้ยครับ ไม่ครับ ผมเกิดมาเพื่อสิ่งสิ่งนี้ครับ
Q.ความโดดเด่นของแอนิเมชั่นยักษ์
H.ครับเรื่องงานดีไซน์อีกอย่างหนึ่งที่ผมอึ้ง ทึ่ง เสียว เลยทีเดียว เพราะว่าจริงๆแล้วรูปทรงมันเหมือนฝรั่ง แต่ว่ารายละเอียดการวาดปากหรือการวาดที่เป็นหนุมานหรือยักษ์หรืออะไรต่างๆนานๆเป็นการดีไซน์ของไทย หรือว่าอาวุธหรืออะไรที่เป็นของไทยจะมาเป็นของไทย เพราะว่าจริงๆมันไม่น่าจะเข้ากันได้ แต่พอสุดท้ายมันมาและมันเป็นความเคลื่อนไหวอะไรต่างๆนานา ถ้าคนไม่สังเกตก็จะเฉยๆนะ สังเกตดีๆรายละเอียดที่เขาวาดมันจะมีความเป็นไทยอยู่สูงเลยทีเดียว สุดยอด
Q.ทำไมการ์ตูนแอนิเมชั่นยักษ์ถึงเป็นที่จับตามองว่าจะเป็นการ์ตูนที่สร้างปรากฎการณ์
H. ผมว่าการ์ตูนเรื่องยักษ์นะครับมันเป็นปรากฏหารณ์หลายๆอย่างที่ร่วมมือกันไม่ว่าจะเป็นทางสหมงคลฟิล์ม ซูเปอร์จิ๋ว บ้านอิทธิ์ฤทธิ์ และก็พี่จิก ประภาส ชลศรานนท์นะครับได้มีการร่วมมือกัน ผมว่ามันน่าจะเป็นปรากฏการณ์เท่าที่ได้ฟังมานี้หรือการรอคอย ผมรอคอยมาเอ๊ะปีนี้ก็ยังไม่ฉาย ปีนี้ก็ยังไม่ฉาย คือก็สอบถามไปเหมือนกันว่าทำไมยังไม่ฉาย ก็บอกว่าพี่จิกมาดูขนาดตัวละครหรือฉากไหนไม่เวิร์คตัดออกทำใหม่ ก็ยังบอกว่าฉากนี้หกเดือนนะ ฉากนี้สี่เดือนนะ โอ้โห แกไม่สนครับ คือถ้าบางคนที่เออฉากนี้เหลือสองตัวก็พอ มีตัวละครสองตัวก็พอ ไม่ครับแกมาเป็นโขลงครับ มาแบบจัดเต็มขนาดที่เรียกได้ว่าไม่รู้ว่ามาทำไม ตอนที่ผมไปซ่อมเสียงมาฉากที่อยู่ในโรงกลึงเหล็ก และมันไม่ได้ธรรมดามันเป็นมิวสิคัลด้วยนะครับ มีการร้องเพลงด้วย ซึ่งผมก็ได้ยินมันเป็นกลิ่นไอเฉลียงเลยนะ เหมือนเฉลียงจริงๆนะแต่เป็นแบบมิวสิคคัลแบบสไตล์พี่จิกที่ชอบแต่งคำค่อนข้างคมค่อนข้างที่แบบฟังแล้วมีเนื้อหาที่น่าสนใจ ผมว่ามันยาก สมแล้วครับหกปี หกปีผมว่าเด็กที่เจริญเติบโตมาหกปีน่าจะได้ดูมัน เหมือนเป็นการข้ามวัยกันเลยที่เดียวเหมือนอย่างที่ผมเล่าว่าน้องออมสินที่เล่นเป็นน้องสนิมจากเด็กเลยตอนนี้วัยรุ่นแล้วแหละ น่าดูมาก เพราะว่าความละเอียดความพิถีพิถันน่าจะเป็นปรากฏการณ์ของเมืองไทยเลยทีเดียว
FB:
Q.ทราบว่ามีการรวบรวมศิลปินคนทำงานเก่งๆในวงการบันเทิงมาร่วมสร้างความสมบูรณ์ให้กับโปรเจ็คต์ยักษ์นี้ด้วย
H. ก็เรียกได้ว่าเป็นหนังที่รวบรวมคนเก่งๆเยอะนะครับตั้งแต่หัวเรือเราเลยนะ พี่จิก ประภาสนะ พอพี่จิกบอกจะทำอะไรเนี่ยผมว่าทุกคนพร้อมที่จะร่วมมือโดยที่ไม่ถามเรื่องเงินเรื่องอะไร บอกตรงๆว่าไม่ได้ถามอะไรเลย อย่างคนพากย์อย่างพี่หนุ่ม สันติสุข คุณโน้ส อุดม เรียกใครมาก็แล้วแต่ คุณส้มเช้ง ตั๊ก บริบูรณ์ เขาเป็นแฟนฟันธุ์แท้ทศกัณฐ์ และก็หลายคนไม่ว่าจะเป็น คุณแสตมป์ ที่จะต้องมาแต่งเพลงและก็มีRoom39มาร้องนะครับ คุณเอ็กซ์ซึ่งมาทำการ์ตูน โอ๊ยเยอะไปหมด ผมว่าทั่วฟ้าเมืองไทยดีกว่าที่เอ่ยชื่อมาต้องมาอยู่ในนี้ พี่เหมี่ยว ปวันรัตน์และก็อีกหลายๆคน ในหนังเรื่องนี้คุณจะไม่เชื่อเลยว่ามีคนพากย์ขนาดนี้เลยหรอ เขาเรียกเหมือนคามิโอ(ดารารับเชิญ)ในหนังมีแบบเจอคนโน้นเจอคนนี้แบบเซอร์ไพร์ส ต้องจับเสียงเอาเองว่าใครบ้าง ผมว่าถ้าเอ่ยชื่อมานี่ระดับต้นๆของเมืองไทยทั้งนั้นเลยครับ
Q.อยากฝากอะไรกับคนที่รอชมภาพยนตร์
H. ผมว่าการ์ตูนเรื่องนะครับผมว่ามันก็จะมีข้อคิดสำหรับเด็ก และข้อคิดสำหรับผู้ใหญ่ที่ตอนนี้กำลังทะเลาะกันอยู่ ผมว่ามิตรภาพที่เกิดขึ้นไม่จำเป็นที่จะต้องมาจากครอบครัวเดียวกัน มาจากต่างเผ่าพันธุ์ที่หนุมาน ทศกัณฐ์หหรือเผือกกับเขียวที่มาคนละสายพันธุ์เลยคนละสีสันเลย มาดูที่พี่จิกเขียนหรือว่าอะไรเนี้ยะ คือคนไทยไม่ชอบหรอกมาดูหนังแล้วต้องสอน น้ำท่วมทุ่งผักบุ้งโหรงเหรงนะ มันคงไม่ดีมันคงไม่สนุก แต่ว่าพี่จิกได้สอนความน่ารักความเป็นมิตรภาพ ผมว่าเด็กก็ดูได้ ผู้ใหญ่ที่กำลังทะเลาะกันก็ดูดีครับ ไปดูกันนะครับว่าการเป็นมิตรภาพมันดีกว่าการเป็นศัตรูกันแค่ไหน และอยากจะว่าดีใจและประทับใจที่เป็นส่วนหนึ่งของยักษ์ ขอบคุณพี่จิก ,เสี่ยเจียงอีกครั้งหนึ่งนะครับที่เลือกผมมาเป็นตัวนี้ ซึ่งเป็นตัวขวัญใจวัยรุ่นอย่างผมมาก หนุมานตัวนี้นะครับ ถ้าเป็นตัวอื่นก็คงจะทำไม่ได้นะครับ เพราะว่าไอ้ตัวนี้ลักษณะนิสัยตัวนี้มันค่อนข้างที่จะคล้ายผมจริงๆนะครับ ขี้โวยวาย ขี้อะไรอย่างนี้ มันเล่นได้อย่างคล่องแคล่วและลงตัว ขอบคุณมาก ดีใจกับพี่จิกด้วยนะครับสำหรับหกปีที่รอคอย คอยจนตอนแรกไม่เป็นเก๊าท์ จนตอนนี้เก๊าท์กินแล้วครับตอนนี้เข่าเริ่มมีเสียงแล้ว(หัวเราะ) หกปีเลยทีเดียว อยากจะบอกว่านี้เป็นหนังการ์ตูนไทยเรื่องแรกเทียบเท่าฮอลลีวู้ดได้เลยนะครับ ดูจากการเคลื่อนไหวจากแอนิเมชั่นทุกๆตัวและก็เอกลักษณ์ของไททยก็ยังมีอยู่ในรูปทรงของหุ่นกระป๋องทุกๆตัวนะครับ ก็ดีใจที่เป็นส่วนหนึ่งของพี่จิก ประภาสและยักษ์ครับ
Q.ยักษ์ตัวแรกที่พี่หอยรู้จัก
H.ยักษ์ตัวแรกที่ผมรู้จักคือยักษ์วัดแจ้งกับยักษ์วัดโพธิ์ เพราะตอนนั้นเป็นจัมโบ้เอกับยักษ์วัดแจ้งปะทะกับยักษ์วัดโพธิ์อะไรสักอย่าง หนุมานพบเจ็ดยอดมนุษย์ ซึ่งเจ้าแม่อุลตร้านับถือศาสนาพุทธ ผมยังเคยดูเลยผมจำได้ในหนังมีประกาศว่าเจ้าแม่อุลตร้านับถือศาสนาพุทธ (หัวเราะ) ผมว่าน่าจะวัดแจ้งกับวัดโพธิ์ ไปนวดเส้นก็วัดโพธิ์ครับ วัดโพธิ์นวดดี (หัวเราะ)
Q.ยักษ์ในความคิดของพี่หอย
H.ยักษ์ในความคิดผมคงเป็นอะไรที่น่ากลัวและมีเขี้ยวนะครับ มีถือกระบองอันหนึ่งเท่าที่ตอนเด็กจินตนาการ เพราะว่าก็ที่บอกครับได้ดูหนังเสร็จก็ไปที่วัดแจ้งกับวัดโพธิ์เลยว่ามันเหมือนเปล่าถือกระบองอันหนึ่งและมีเขี้ยวใส่ชุดเชิดๆหน่อยๆ น่ากลัว
Q.ถ้าต้องเลือกระหว่างหน้าทีมิตรภาพและความถูกต้องจะเลือกอะไร
H.ถ้าให้ต้องเลือกระหว่างหน้าที่กับมิตรภาพและความถูกต้อง จะให้เลือกอะไร น่าจะเลือกความถูกต้องมากกว่านะครับ ส่วนตัวผมเองนะความถูกต้อง และเป็นมิตรภาพที่ไม่ถูกต้องมันก็คงจะยาก ผมชอบความถูกต้อง แต่ผมว่ามันจะโอเคกว่านะครับถ้าเลือกมิตรภาพมันจะหาซื้อได้ยากกว่าครับ เพราะว่ามิตรภาพบางทีมันมาด้วยความไม่ตั้งใจ มันมาด้วยความที่มาด้วย
Q.จากศัตรูจะแปรเปลี่ยนเป็นมิตรได้ไหม
H.ผมว่าได้นะใช้หัวใจในการคิดอย่าใช้อย่างอื่น ผมว่ามิตรภาพมันมายากไหม ผมว่าก็ไม่ได้ยากนะถ้าทุกคนเปิดใจ ไม่ได้ปิดใจ
Q.เสน่ห์ของหนังเรื่องนี้
H. ผมว่าเสน่ห์ของหนังเรื่องนี้ผมว่าเวลาหกปีนะคุณ หกปีกับความตั้งใจของคนๆหนึ่ง ผมงานไม่หนักเท่าพี่จิกเลย พี่จิกต้องดูทั้งหมดทุกๆอย่าง อันไหนไม่ได้ก็แก้ เขาบอกว่าผมจำได้นะเขาบอกว่าทำให้ลูกดู ทำให้ลูกแกดูจริงๆนี้เรื่อง เขาทำแบบว่าผมก็ไม่รู้เหมือนกันนะว่าเขาพูดอย่างนั้นจริงๆ พอหกปีปั๊บผมรู้แล้วแหละพี่ทำให้ลูกพี่ดูจริงๆ ตอนนี้ลูกพี่โตในระดับหนึ่งและก็ดูผลงานของคุณพ่อที่เรียกได้ว่าเป็นครั้งแรกของเมืองไทยที่เป็นการ์ตูนแอนิเมชั่นที่ทำเรื่องราวของไทยเอาจับมาทำระดับฮอลลีวูดเลยนะและเป็นคนไทยทำ และมันมีลักษณะการเคลื่อนไหวอะไรไม่ต้องห่วงเลยว่าสุดยอดเลยทีเดียว ก็ไปดูทั้งเด็กและผู้ใหญ่และลูก ถ้าผู้ใหญ่ไปก็อยู่ในความควบคุมดูแลของเด็กอย่าซนอย่าลุกหนีไปไหน ดูเป็นเพื่อนลูกด้วย ผมว่าสนุกแน่นอนครับ (หัวเราะ)
Navigation
[0] Message Index
[#] Next page
[*] Previous page
Go to full version