ภาพยนตร์ > ข่าวภาพยนตร์

ภาพยนตร์เรื่อง Home ความรัก ความสุข ความทรงจำ 19 เมษายน 2555

<< < (4/7) > >>

YaYoungMan:
 :D อยากดูอยากดู ใครมีบัตรฟรีบ้าง..

FB:
“มะเดี่ยว ชูเกียรติ” นำเสนอ “รัก” ครั้งใหม่ที่ต้องใช้ทั้งหัวใจ และประสบการณ์ตลอดครึ่งชีวิตถ่ายทอดสู่ “Home ความรัก ความสุข ความทรงจำ”



                  “Home ความรัก ความสุข ความทรงจำ” อีกหนึ่งภาพยนตร์รักสุดซึ้ง โดยผลงานกำกับล่าสุดของ “มะเดี่ยว-ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล” (ภ.รักแห่งสยาม) ที่หยิบยกเรื่องราวความรักจากประสบการณ์ของคนรอบๆ ตัว ในความทรงจำของมะเดี่ยวผู้กำกับ นำเสนอมุมมองความรักที่หลากหลายถ่ายทอดสู่ภาพยนตร์รักครั้งล่าสุด พร้อมทั้งดึงนักแสดงซุป’ตาร์ร่วมถ่ายทอดห้วงทำนองแห่งรัก โดย ต่าย-เพ็ญพักตร์, เจมส์-เรืองศักดิ์, นุ่น-ศิรพันธ์, ลิฟท์-สุพจน์, พิช-วิชญ์วิสิฐ และนักแสดงฝีมือคุณภาพอีกมากมาย ซึ่งมะเดี่ยว ผู้กำกับเล่าถึงความเป็นมา และแรงบันดาลใจของภาพยนตร์รักครั้งนี้ว่า

          “หลังจากหนังรักแห่งสยามเสร็จก็คือได้ทำหนังสั้น ทำไปทั่วเรื่อยๆ กันไป แล้วตอนนี้เราอายุ 30 ปีแล้ว ถ้าเป็นทั่วๆ ไปในชีวิตการทำงานเขาคงเรียกว่าเป็นแบบครึ่งชีวิต มันเหมือนกับว่ามันมีเรื่องราวเยอะที่เราอยากจะเล่า โดยปกติเราจะชอบเขียนบันทึก เขียนอะไรแบบเรื่องของคนนั้นคนนี้ที่เราได้เจอมาใน เราพูดถึงผู้คน เหตุการณ์ สถานที่ที่เราจดจำได้ในชีวิตเราที่เราไม่ลืม หลายคนได้จากเราไป หลายคนยังมีชีวิตอยู่ แล้วก็ยังอยู่กับเราอยู่ตอนนี้

          หนังที่ทำมาทุกเรื่องก็มีแรงบันดาลใจที่เราไปเจอมาในชีวิตจริง เพียงแต่ว่าตอนเป็นรักแห่งสยาม คล้ายกับว่ามันเป็น fiction มีความเป็นนิยาย มีความประโลมโลกอยู่เยอะ แต่อันนี้จะมีส่วนผสมของความที่เรียกว่ามันจริง realistic คือพอเราโตขึ้นความเพ้อฝัน ความโรแมนติก ที่มันเคยอยู่ในชีวิตเรามันก็จะน้อยลง เราจะมองโลกในแง่ของความจริงมากขึ้น ในแง่ที่มันเกิดขึ้นเพราะเหตุใด สิ่งที่มันมากระทบชีวิตเรามันมีเหตุและผล และมันนำพาเราไปสู่สิ่งนั้นสิ่งนี้”

          และสิ่งที่ มะเดี่ยวผู้กำกับต้องการนำเสนอถึงเรื่องราวความรักนั้นล้วนเป็นความรักที่ต้องใช้หัวใจในการมองเห็น และเข้าใจรักให้มากขึ้น ไม่ว่าความรักจะเกิดขึ้นอย่างไร หากต้องสูญเสียความรักไป สุดท้ายเราจะคงเก็บรักษารักเอาไว้อย่างไร พร้อมทั้งให้นิยามความหมายของ Home ในภาพยนตร์ครั้งนี้ว่า

          “สิ่งที่ต้องการจะนำเสนอ คืออยากจะบอกว่าชีวิตคนมันไม่ได้มีแค่เรื่องโศกเศร้า และก็ไม่ได้มีแค่เรื่องตลกสนุกสนาน นี้คือหนังที่รวมทุกสิ่งทุกอย่างเอาไว้ด้วยกัน ครบทุกรส มีทั้งแบบอบอุ่นใจ ร้องไห้เป็นเผาเต่า หัวเราะครื้นเครงมันอยู่ในนั้นหมด มันคือชีวิตประสบการณ์จากผู้คนรอบข้างที่ผ่านมาของเรามีทุกด้าน ทุกความรู้สึก อยากจะสื่อความหมายของความรักว่า จริงๆ แล้วเราไม่มีทางรู้หรอกว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับชีวิตเรา แต่เรามีเวลา ณ ปัจจุบันนี้ เราควรใช้ชีวิตให้มีความสุข ที่สำคัญเราอย่าคาดหวังไม่ว่าจะดีหรือร้าย เราต้องทำตรงที่ยืนให้ดีที่สุด

          และถ้าถามว่าทำไมต้องบ้าน ส่วนตัวแล้วคำว่า Home หรือบ้าน ของเรา คือ ความรู้สึกที่ได้อยู่บ้าน ได้อยู่กับครอบครัว อยู่กับคนที่เรารัก ได้อยู่ในที่ๆ ปลอดภัย ทุกที่ในหนังทุกเรื่องหรือว่าผู้คนที่เราผูกพันในหนังเรื่องนี้ มันทำให้เรารู้สึกเหมือนได้กลับบ้าน คนที่เรารัก เพื่อน พ่อแม่ หรือพี่น้องอะไรต่างๆ นานา มันเป็นเรื่องของคนเหล่านี้ ซึ่งมันอาจจะไม่ได้เกี่ยวข้องกับบ้าน แต่ว่าจริงๆ แล้วมันคือความรู้สึกเกี่ยวกับผู้คนที่ทำให้เรารู้สึกเหมือนได้อยู่ในบ้านมากกว่า”

          ร่วมค้นหาคำตอบด้วยหัวใจคุณเองในภาพยนตร์เรื่อง “Home ความรัก ความสุข ความทรงจำ” ผลงานกำกับโดย ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล ภาพยนตร์รักสุดซึ้งที่จะทำให้ทั้งหัวใจ...รู้สึก และ สัมผัสถึง “รัก” ไปทั่วทุกโรงภาพยนตร์ 19 เมษายนนี้

FB:
เจมส์ เรืองศักดิ์ ทำ “นุ่น ศิรพันธ์” ร้องไห้กลางกองถ่ายโปสเตอร์ “Home ความรัก ความสุข ความทรงจำ”





           เป็นอีกหนึ่งภาพยนตร์ที่มีเหล่านักแสดงคุณภาพมารวมตัวกันในเรื่อง “Home ความรัก ความสุข ความทรงจำ” ผลงานกำกับของ “มะเดี่ยว ชูเกียรติ” และเมื่อไม่นานมานี้ได้ยกทีมเหล่านักแสดงรุ่นใหญ่ และรุ่นใหม่ มาถ่ายโปสเตอร์ประกอบภาพยนตร์ครั้งนี้ นำทีมนักแสดงรุ่นใหญ่โดย เจมส์-เรืองศักดิ์ ลอยชูศักดิ์, นุ่น-ศิรพันธ์ วัฒนจินดา และพิช-วิชญ์วิสิฐ หิรัญวงษ์กุล ร่วมด้วยนักแสดงรุ่นใหม่อย่าง มาร์ช-จุฑาวุฒิ ภัทรกำพล, แจ็ค-กิตติศักดิ์ ปฐมบูรณา, อั้ม-ณัฐพงษ์ อรุณเนตร์ และเร็กเก้-ทิพปภา แซ่โง้ว

          ซึ่งบรรยากาศของการถ่ายโปสเตอร์ภาพยนตร์ในครั้งนี้ สนุกสนานเฮฮาเป็นอย่างดี โดยเฉพาะตอนถ่ายรวมเซ็ทนักแสดงครบทุกคน ที่แต่ละคนจะต้องถ่ายทอดอารมณ์ออกมาตีความหมายของรักที่แตกต่างกันออกไป ก่อนที่จะถูกจับแยกถ่ายออกมาเป็นแต่ละคู่ เริ่มจากคู่ที่น่าจับตา และเป็นไฮไลท์อย่างมากคือคู่ของ เจมส์ เรืองศักดิ์ และ นุ่น ศิรพันธ์ ที่ถูกสั่งให้ทำอารมณ์ซึ้ง เศร้าหมองหม่น โดยสาวนุ่นยังอินกับบทปรียาไม่เลิก เมื่อถูกสั่งประครองอารมณ์เศร้า ก็สามารถเรียกน้ำตาออกมาได้เลยทันที ทีมงานและนักแสดงรุ่นน้องเห็นแล้วก็อึ้งกับฝีมือทางการแสดงของนักแสดงสาวรุ่นพี่คนสวย โดยนุ่นเล่าถึงเบื้องหลังการถ่ายโปสเตอร์เคล้าน้ำตาในครั้งนี้ว่า

          “วันนี้ก็ได้มาเจอพี่ๆ น้องๆ รวมตัวอีกครั้งหลังจากปิดกล้องไปแล้วดีใจมากค่ะ พวกเราก็มาถ่ายโปสเตอร์ร่วมกัน โดยของนุ่นเองจะเป็นคู่สาวจิตตกกับหนุ่มเก็บกดคือไม่พูด (หัวเราะ) เริ่มถ่ายภาพหมู่รวมนักแสดงครบทั้งหมดก่อน และก็ค่อยไล่มาคู่รักระหว่างพี่เจมส์กับนุ่นค่ะ โดยเริ่มจากอารมณ์เศร้ากันก่อนเลย เป็นอารมณ์ง้อแฟนให้มาคืนดีด้วย แต่พยายามง้อเท่าไหร่ผู้ชายก็ไม่สนใจสักที เราก็เริ่มคิดมาก เศร้า เสียใจ จนร้องไห้เลย ซึ่งก็จะไปสอดคล้องกับคาแร็คเตอร์และเรื่องราวความรักของ ปรียา กับเสี่ยเล้ง ในเรื่องนี้ค่ะ”

          ด้านหนุ่มเจมส์ จึงขอเล่าถึงธีมถ่ายโปสเตอร์ในครั้งนี้ พร้อมทั้งฝากถึงคู่รัก และคนที่กำลังค้นหาความรัก ต้องเข้ามาชม Home ความรัก ความสุข ความทรงจำ ที่ให้แง่คิดกับทุกคนที่มีรักว่า

          “ภาพรวมของการถ่ายโปสเตอร์วันนี้เป็นการสื่อสารในเรื่องอารมณ์ความรักของแต่ละคู่ ซึ่งจะแยกอารมณ์กันหลากหลายเหตุผลของความรักครับ โทนก็จะเป็นแนวอบอุ่น ต้องติดตามโปสเตอร์หนังกันครับ และก็อยากให้ติดตามชมภาพยนตร์เรื่องนี้ ผมคิดว่าได้แง่คิดดีๆและมุมมองดีๆ ที่มะเดี่ยวผผู้กำกับ พยายามจะถ่ายทอดสื่อสารผ่านทางตัวละครทุกตัว ผมเชื่อว่ามุมมองที่ดีๆเหล่านี้จะทำให้ความรักของทุกๆคู่หรือทุกๆ คนดีขึ้น ก็ขอให้ทุกคนมาชมภาพยนตร์เรื่องนี้เยอะๆ 19 เมษายนนี้ครับ”

          ฝั่งหนุ่มพิช วิชญ์วิสิฐ กลับฉายเดี่ยวไร้คู่ถ่ายภาพโปสเตอร์ จึงทำให้เสร็จเร็วกว่าคนอื่นทุกคน แต่หนุ่มพิชก็ขออยู่ต่อเป็นกำลังใจให้ทั้งพี่ๆ น้องๆ นักแสดง โดยเฉพาะน้องเร็กเก้ ทิพปภา ที่ขับรถลงมาจากจังหวัดเชียงใหม่ตั้งแต่ตี 4 มาถึงกรุงเทพ เพื่อถ่ายโปสเตอร์คู่กับหนุ่มอั้ม ณัฐพงษ์ในครั้งนี้ แล้วต้องรีบบึ่งรถกลับบ้านที่เชียงใหม่ทันที เพราะมีสอบแต่เช้า ทีมงานขอยกนิ้วชื่นชมสปิริทของน้องเร็กเก้ในครั้งนี้อย่างมาก ปิดท้ายด้วยคู่เพื่อนรักมัธยมมาร์ช จุฑาวุฒิ กับแจ็ค กิตติศักดิ์ ที่ถึงแม้จะเป็นครั้งแรกของการถ่ายโปสเตอร์หนัง แต่ก็โพสท่าทางได้อย่างคล่องแคล่ว อย่างเป็นธรรมชาติ เมื่อมีนักแสดงก็ต้องมีผู้กำกับ งานนี้มะเดี่ยวขอแอบย่องมาเป็นกำลังใจให้กับเหล่านักแสดงในครั้งนี้ด้วยเช่นกัน

          Home ความรัก ความสุข ความทรงจำ ภาพยนตร์รักสุดซึ้ง หลากหลายเรื่องราวแห่งรัก ที่จะทำให้คุณไม่ใช่รู้จักแค่รัก แต่ให้รู้สึกรักมากขึ้น 19 เมษายนนี้ ทุกโรงภาพยนตร์

FB:
บทสัมภาษณ์ แจ็ค กิตติศักดิ์ ปฐมบูรณา รับบทเป็น “บีม” ในภาพยนตร์เรื่อง Home ความรัก ความสุข ความทรงจำ





          แนะนำตัวทำความรู้จักกันก่อน
          สวัสดีครับผมชื่อ แจ็ค กิตติศักดิ์ ปฐมบูรณา รับบทเป็น “บีม” ในเรื่องโฮม ความรัก ความสุข ความทรงจำ
          อธิบายถึงคาแร็คเตอร์ของบีม เป็นอย่างไร
          คาแร็คเตอร์ของบีม จะเป็นนักกีฬาบาสของโรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัย บีมอยู่ม.3 ของโรงเรียนนี้ แต่ว่าย้ายโรงเรียนบ่อยจึงไม่ค่อยมีเพื่อน นิสัยของบีมจะเป็นคนพูดเก่ง พูดมาก มักจะขี้สงสัยในทุกๆ เรื่องเข้ากับคนง่าย จนวันนึงเจอ เน (แสดงโดย มาร์ช จุฑาวุฒิ ภัทรกำพล) ซึ่งเป็นรุ่นพี่ม.ปลาย สองคนก็ได้มีโอกาสคุยกันในคืนหนึ่งของโรงเรียน เลยทำให้สนิทกันเพียงระยะเวลาเพียงคืนเดียวเท่านั้น คาแร็คเตอร์ที่ดูเด่นชัดของบีมคือ พูดมากอย่างเดียวเลยเป็นคนชอบเล่าเรื่อง อยากรู้อยากเห็นว่าเนเขาทำอะไรอยู่ เป็นเด็กร่าเริงแจ่มใส และบีมก็ไปแอบชอบผู้หญิงคนนึงซึ่งเป็นเพื่อนกับเนครับ
          เข้ามาแสดงภาพยนตร์เรื่องนี้ได้อย่างไร
          ผมรู้จักกับพี่มะเดี่ยวมาก่อนหน้านี้อยู่แล้วครับ พี่เขามาช่วยซ้อมวงโยธาวาทิต ของโรงเรียนบดินทร์เดชา แล้วเขาก็มาชวนให้เล่นหนัง ตอนแรกชวนเล่น MV ก่อน และก็มาถามว่าเล่นหนังไหวไหมก็เลยลองดูครับ ตอนไปแคสติ้งผมต้องเล่นสื่ออารมณ์ ซึ่งเป็นฉากในหนังที่ต้องใช้อารมณ์มากที่สุด ใช้อารมณ์ผ่านสายตา ต้องสื่อออกมาด้วยสายตา วันที่ไปแคสติ้ง มีคนมาแคสบทเนพอดี ก็เล่นคู่กัน ตื่นเต้นมากเพราะเราไม่เคยเจอกันมาก่อน
          ตอนทราบผลว่าถูกเลือกแสดงภาพยนตร์รู้สึกอย่างไรบ้าง
          มีพี่ทีมงานโทรมาบอก ตกใจมากครับ ตอนนั้นกำลังจะแข่งบาสของโรงเรียนกำลังวอร์มร่างกายพอดี อยู่ๆ พี่เขาโทรมาบอกว่าได้เล่นหนัง ก็เล่นหนังหรอตกใจเลย แล้วก็วางไปเพราะแข่งบาสอยู่สมาธิไม่อยู่กับตัวชู๊ตไม่ลงเลย (หัวเราะ) ดีใจมากครับ
          ก่อนหน้านี้แจ็คเคยผ่านผลงานอะไรมาบ้าง
          แสดง MV ของพี่โต๋ ศักดิ์สิทธิ์ เพลง อยู่ที่ไหน โดยมีพี่มะเดี่ยวเป็นผู้กำกับครับ แค่นี้เลย แต่ผมจะทำกิจกรรมทางโรงเรียนเป็นส่วนใหญ่อย่างอยู่วงโยธาวาทิต จะเล่นเครื่องดนตรี บาริโทน และทอมโบนครับ บาริโทนจะเป็นเครื่องเป่าเวลาแข่งจะมี 2 อย่าง คอนเสิร์ท คือพวกนั่งบรรเลง และมาร์ชชิ่ง คือเดินแปรรูป หากผมเดินแปรรูปก็จะเป็นบาริโทน ถ้านั่งบรรเลงก็จะเป็นทอมโบน นอกจากนี้ก็เป็นนักกีฬาบาส ตำแหน่งการ์ดจ่าย หรือตัวส่งบอลครับ
          มีการเตรียมตัวเพื่อการแสดงภาพยนตร์ครั้งแรกในชีวิตของเราอย่างไรบ้าง
          ฝึกเรียนการแสดงกับพี่มะเดี่ยว ไปพร้อมกับพี่มาร์ชที่เล่นเป็นเน ฝึกการใช้อารมณ์ว่าต้องเล่นยังไงควรทำอย่างไง เวลาเจอสถานการณ์แบบนี้ ครั้งละ 3 ชม.ต่อวัน ประมาณ 2 เดือนครับ พี่มะเดี่ยวสอนเน้นในเรื่องแสดงอารมณ์ การใช้ควบคุมอารมณ์ ก็ถ้าเกิดเจอสถานการณ์แบบนี้ต้องทำยังไง และหากเวลามีปัญหาทางการแสดงผมก็จะบอกพี่มะเดี่ยวตรงๆเลยครับว่าผมทำไม่ได้ พี่สอนผมหน่อย
          ตัวละคร บีม มีความเหมือนหรือแตกต่างจากตัวจริงของแจ็คบ้างไหม
          แตกต่างเกือบทุกอย่างเลยนะ ตัวจริงผมเป็นคนไม่ค่อยพูด และมีเพื่อนเยอะแต่ไม่ค่อยพูด ซึ่งในบทเป็นคนที่พูดมากและขี้สงสัย ตัวจริงผมไม่ใช่อย่างนั้น สิ่งที่เหมือนกันคือเป็นนักกีฬาบาสของโรงเรียน มีแค่อย่างเดียวนอกนั้นก็แตกต่างหมดครับ
          เปิดกล้องแสดงภาพยนตร์วันแรกครั้งแรกรู้สึกอย่างไรบ้าง
          ช่วงแรกพี่มะเดี่ยวพาผมไปดูกองถ่ายเรื่องก่อนหน้าผม ซึ่งเขาบอกว่าทำตัวให้ชินนะ จนผมสนิทกับพวกพี่ๆ ในกอง เปิดกล้องวันแรกก็ตื่นเต้นนิดหน่อยนะครับ
          มีปัญหายากง่ายอย่างไรบ้าง
          มันยากตรงที่เวลาเจอไฟจะเบลอไปหมดเลย ผมเป็นคนที่เจอไฟส่องเข้าตาแล้วสมาธิเบลอไปหมดเลย ที่ผมจำมาก็หลุดหมดเลย อันนี้ผมแก้ด้วยตัวเองก็คือทำให้ชินครับ ระยะเวลาการถ่ายทำจะถ่ายกันประมาณ 4 วัน ส่วนใหญ่ถ่ายเป็นกลางคืน เรื่องเวลานอนไม่ค่อยมีปัญหาเพราะปกติผมเป็นคนนอนดึกอยู่แล้วชอบดูบอล ก็เลยไม่ซีเรียสเรื่องนอนดึกครับ แต่ต้องใช้สมาธิมากกว่าการดูบอล ต้องใช้พูด ใช้แรง ใช้สมาธิ วิธีแก้ของผมคือการหาอะไรทำ เดินเล่น เดินดูบท ท่องบทไปเรื่อยๆ กินน้ำของที่กอง กินน้ำร้อนให้มันกระชุ่มกระชวยครับ
          ร่วมงานกับพี่มะเดี่ยวเป็นอย่างไรบ้าง
          ตอนแรกตื่นเต้น ไม่คิดว่าพี่เขาจะเป็นร่าเริงเห็นบุคลิกครั้งแรกดูเป็นคนมาดเข้ม จริงๆแล้วพี่มะเดี่ยวเขาเป็นคนร่าเริง ตลก หัวเราะตลอดเวลา ตอนสอนการแสดงไม่เครียดเลย เขาจะสอนไม่ให้เกร็งเวลาเล่นหนัง

FB:
          แล้วพอเปิดกล้องจริงๆล่ะ
          มีอยู่ฉากนึงผมเกือบร้องไห้ กดดันมากเลย แค่บทพูดเปลี่ยนนิดนึงสลับตรงนั้นตรงนี้ ผมพูดไม่ได้ก็โดนพี่เขาชาร์ตเลย น้ำตาเกือบไหลไม่เคยเจอแบบนี้มาก่อน และก็กดดันด้วยเพราะว่าทุกคนรอเราอยู่(หัวเราะ) วิธีแก้ปัญหาก็คือ พี่มะเดี่ยวให้ผมออกไปทำสมาธิให้ยืนคนเดียวหลับตา แล้วค่อยเข้ามาในฉากอีกรอบนึง ก่อนหน้านี้เคยเล่น MV ที่พี่มะเดี่ยวกำกับมาแล้ว ก็ทำให้สนิทเหมือนพี่น้องกัน แต่พอมาเล่นหนังแล้วเขากำกับมันคนละฟิวส์กันเลย เขาเป็นคนที่ถึงเวลาจะจริงจังแบบสุดๆ ผิดพลาดนิดนึงก็จะเริ่มใหม่ ก็จะกดดันมาก พอผ่านฉากนั้นไปเหมือนขึ้นสวรรค์ รู้สึกฟินาเล่มาก (หัวเราะ)
          ร่วมงานกับมาร์ช เป็นอย่างไรบ้าง
          ตอนแรกก็เกร็งๆเพราะไม่รู้จักกัน พอมาเรียนการแสดงก็ทำให้สนิทเหมือนเป็นพี่คนนึงของผม ตอนไปเรียนการแสดงพี่มะเดี่ยวจะให้ผมกับพี่มาร์ชซ้อมตรงที่ไม่เข้าใจให้คุยกันเองซ้อมกันเอง ถึงเวลาเขาก็จะไหนขอดูหน่อย อยู่ที่เชียงใหม่ก็ทำให้รู้นิสัยพี่มาร์ชมากขึ้น คือชอบมองผู้หญิง (555) ส่วนผมไม่มองแต่จะคอยบอกว่าพี่มาร์ชคนนี้ดีกว่า (555)
          ส่วนตัวแล้วมีความประทับใจอะไรบ้างในภาพยนตร์เรื่องนี้
          ผมประทับใจทีมงานทุกคนเต็มที่มาก ส่วนใหญ่เรื่องราวของผมจะถ่ายแต่กลางคืนทุกคนจะอดหลับอดนอนกันหมดเลย จะเริ่มถ่าย 6 โมงเย็นถึง 6 โมงเช้าทุกวันเลย ทำให้รู้สึกว่าทุกคนเต็มที่มากเลยประทับใจครับ สำหรับสถานที่ถ่ายทำเป็นที่โรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัย ตอนกลางคืนยุงเยอะมาก(หัวเราะ) ส่วนสถานที่ท่องเที่ยวผมไม่ค่อยได้ออกไป จะอยู่ซ้อมบทกับพี่มาร์ชในห้องมากกว่า แต่บางทีพี่มาร์ชก็แอบหนีออกไปครับ(หัวเราะ) แต่พี่มะเดี่ยวเขาก็พาไปกินข้าวซอย อร่อยชอบ และถูกด้วย เป็นการมาเชียงใหม่ครั้งแรกของผมครับ ถ้าจะประทับใจก็ตรงที่เป็นหนังเรื่องแรกของผม และยังมาถ่ายที่เชียงใหม่ด้วย รู้สึกดีประทับใจมากครับ
          ฉากที่รู้สึกว่าเป็นฉากพิเศษของแจ็คเลย คือฉากเกี่ยวกับอะไร
          ฉากชู๊ตบาส และต้องชู๊ตให้ลง เป็นฉากสุดท้ายของวันนั้น ซึ่งฉากนี้บีมจะต้องชู๊ตบาส และให้พี่เนถ่ายรูป ต้องชู๊ตทำ 3 แต้ม ผมก็ชู๊ตไม่ลงสักลูกเลย จนพี่ทีมงานมายืนกดดันกันหมดเลย ช่างกล้อง ช่างไฟ ทุกคนเต็มไปหมด ก็ยังชู๊ตไม่ลง จนมีคนตะโกนบอกว่า เฮ้ยกูง่วง! (555) จนสุดท้ายก็ชู๊ตลงซึ่งผ่านไปตั้ง 6 ลูก สำหรับคนปกติแค่ 6 ลูกเอง แต่สำหรับนักบาสมันตั้ง 6 ลูก ซึ่งมันเสียชื่อนักบาสนะ และตอนนั้นเป็นเวลาตี 5 ผมก็หลับๆ ตื่นๆ ตามัวมาก เบลอไปหมด พอชู๊ตลงปุ๊ป เฮ! เลิกกอง(หัวเราะ) เขารอให้ลงปุ๊ปเลิกกองเลย
          เรื่องราวของ เน กับ บีม ทั้งสองคนจะต้องสนทนากันตลอดเป็นอย่างไรบ้าง
          เป็นฉากแรกเลยที่ยาก เป็นฉากที่ผมพยายามจะสนิทกับพี่เน ก็จะเล่าเรื่องต่างๆที่ผมเคยทำมา คืออยากอวด ซึ่งมันมีอยู่ 8 บรรทัดในบท และตัวจริงผมไม่ใช่คนพูดมากเลย ในบทมันเยอะไปให้ตายเหอะ มันหลายเทคมาก เพราะบทเยอะเกินแต่ก็ผ่านมาได้ ฉากนั้นผมจะพูดเกี่ยวกับเรื่องรถกระดาษ อยากอวดตัวเองว่าเก่ง เคยพับรถกระดาษเป่าชนะคนอื่น ยาวมากกว่าจะอ่านเสร็จก็นานเช่นกันครับ
          ใช้เวลาถ่ายฉากนั้นนานไหม
          ก็นานนะ กล้องเขาจะตั้งไว้และปล่อยให้เราเล่นออกมา ผิดเอาใหม่ ตั้งกล้องแล้วผมก็เดินพูดๆๆแล้วค่อยตัดไปอีกมุมนึง น่าจะหลายเทคอยู่เพราะเป็นฉากที่ต้องพูดเยอะมาก ประมาณ 6 เทคครับ
          ช่วงวัยเรียนของแจ็ค เคยแอบรักใครสักคนไหม
          เคยแอบชอบตอนม.1 ตอนนั้นผมขี้อายไม่กล้าเข้าไป ปรึกษาเพื่อน เพื่อนก็บอกว่าเดินเข้าไปเลย จนพอวันนึงโดนตัดหน้าไปก็เลยคิดว่าทำไมตัวเองไม่ทำตามที่เพื่อนบอกตั้งแต่แรกนะ และผมเคยปรึกษาแม่ แม่บอกให้จำคำนี้ไว้ ด้านได้อายอด แล้วพอผมเจอคนที่ผมชอบจริงๆผมก็เดินตรงเข้าไปเลย ตอนนั้นยังเป็นอีเมล์ ก็เดินเข้าไปขออีเมล์เขา เขาก็ให้แต่ให้วันละตัว ซึ่งยาวมาก 14 ตัว และให้ผมมาเรียงเองด้วยจนได้มาจนครบ เรียงเองเรียงเสร็จก็ประมาณ 14 เมล์ครับ กว่าจะเสร็จเมล์นึงแต่พยายามมาก แถมช่วงนั้นยังเป็นช่วงที่ลำบากที่สุดคือผมซ้อมวงโยธาวาทิตเลิกดึก แล้วเขาจะออนเอ็มช่วง 2 ทุ่มถึง 3 ทุ่ม แต่ผมเลิกซ้อมถึงห้าทุ่มเที่ยงคืนก็เลยลำบากตรงนี้ครับ
          คำว่า เพื่อน ในความหมายของแจ็คคืออะไร
          เพื่อนเหมือนทุกอย่างของชีวิตผม ไม่ได้มากไป ไม่น้อยไป ทุกคนต้องเจอมาหมดคำว่าเพื่อน สำหรับผมนี่คือขาดกันไม่ได้ เวลาจะสนุก สนุกคนเดียวได้ไหม ไม่ได้ก็ต้องมีเพื่อน เวลาเศร้าคนเดียวได้ไหม ได้นะแต่ว่าอยากให้เพื่อนเศร้าด้วยประมาณนี้ชิวิตผม รักเพื่อนมาก เวลาไม่มีตังค์ก็ยืมเพื่อนได้ ล้อเล่นนน… เพื่อนเปรียบเป็นทุกอย่าง เพื่อนขาดไม่ได้จริงๆสำหรับผม เวลาผมมีอะไรผมจะเก็บกดแต่เวลาเพื่อนมาถาม ผมจะระบายให้เพื่อนฟังทุกอย่างทุกเรื่อง ถ้าเพื่อนไม่เข้าใจก็ต่อยเลย(หัวเราะ)ล้อเล่นๆ
          ในชีวิตจริงเราผูกพันกับโรงเรียนจนเหมือนเป็นบ้านที่สองเลยไหม         
          ผมอยู่วงโยธาวาทิตของโรงเรียนบดินทร์เดชา ซ้อมเย็นเลิกดึกตลอด เลิกเรียนก็จะซ้อมหลังสามโมงเย็นจนถึงห้าทุ่มเที่ยงคืนตลอดทุกวัน บางวันก็นอนโรงเรียน ผูกพันกับโรงเรียนมาก ตอนกลางคืนโรงเรียนจะเป็นของข้า
          อยู่โรงเรียนทำกิจกรรมอะไรบ้าง
          ผมจะมีพี่สาวเป็นฝาแฝดเขาอยู่วงโยธาวาทิต พอผมเห็นเขาไปแข่งแล้วมันเท่ดีจัง ก็เลยสมัครเข้าวงโยธาวาทิตด้วย ความรู้สึกเหมือนเป็นครอบครัวอีกครอบครัว มีทุกรุ่นทุกวัยเข้าใจกันทุกอารมณ์ มีการรับน้องใหม่เป็นการละเล่น โดยผู้ชายจะจับแก้ผ้าเลยรับน้องเขียนเต็มตัวเลย แต่พอมารุ่นผมม.6 ก็ไม่มีล่ะ เดี๋ยวเด็กมันออกหมด ต้องฝึกซ้อมตั้งแต่ม.1 ตอนนั้นได้ไปแข่งที่ประเทศเกาหลี แข่งชิงแชมป์โลกได้รางวัลอันดับที่ 5 และมีตอนม.3 ไปแข่งที่ประเทศมาเลเซีย ได้ที่1 ชิงแชมป์โลก ลงข่าวเบ้อเริ่มเลยของนสพ.ไทยรัฐ แล้วก็มีแข่งที่ไทยปกติทุกปี และก็เป็นนักกีฬาบาสของโรงเรียนครับ
          ทำกิจกรรมเยอะขนาดนี้มีวิธีแบ่งเวลาอย่างไรบ้าง
          มีวันนึงช่วง 10 โมงถึงบ่ายโมงจะมาไปเรียนการแสดงกับพี่มะเดี่ยว หลังจากบ่ายโมงก็ไปซ้อมเต้น หลังสี่โมงถึงหกโมงซ้อมบาส ทุ่มนึงถึงสามทุ่มซ้อมวงโยฯ อันนี้คือวันปิดเทอม เหนื่อยมากแต่ว่าสนุกดี ผมเป็นคนชอบทำกิจกรรมครับ อย่างเล่นบาสมันสนุกได้ออกกำลังกายด้วย ซ้อมเต้นผมเป็นคนชอบฟังเพลงเต้นโรบ๊อท มีเคยไปประกวดไทยแลนด์ก๊อตทาเล้นท์เข้ารอบคัดเลือกด้วยนะ
          กิจกรรมทั้งหมดที่ทำมามีอันไหนที่รู้สึกว่าชอบมากเป็นพิเศษ
          มันสนุกคนละแบบเต้นก็จะสนุกตามอารมณ์เพลง ส่วนบาสก็จะเล่นกับเพื่อนเวลาเราจ่ายลูกแม่น เพื่อนทำแต้มได้ก็ยิ้ม ส่วนเรื่องวงโยธาวาทิตมันเป็นความสามัคคีเดินเล่นกันเป็นร้อยคนตามเพลง 8 นาที มันคนละแนวหมดเลย ชอบทุกอย่างครับ
          และการแสดงภาพยนตร์ล่ะชอบไหม
          ผมชอบเล่นหนังนะ เพราะจะสื่ออารมณ์ได้มากกว่าเล่นMV มันมีทั้งบทพูด มีผู้หญิง มีเพื่อน อะไรมากมาย
          ฝากผลงานภาพยนตร์
          มาดูเรื่อง Home ความรัก ความสุข ความทรงจำ เป็นหนังเรื่องแรกของผม ซึ่งผมแสดง ก็อยากให้มาดูกัน และยังมีทั้งนักแสดงรุ่นใหญ่อย่าง พี่เจมส์ เรืองศักดิ์, พี่นุ่น ศิรพันธ์, พี่ต่าย เพ็ญพักตร์ ฝีมือทางการแสดงคุณภาพทุกคน เป็นเรื่องที่พี่มะเดี่ยวกำกับเอง เขียนบทเองด้วย นักแสดงตั้งใจจริงและรวมถึงทีมงานตั้งใจกันอย่างมาก 19 เมษายนนี้นะครับ

Navigation

[0] Message Index

[#] Next page

[*] Previous page

Go to full version