ภาพยนตร์ > ข่าวภาพยนตร์

ภาพยนตร์เรื่อง “คืนวันเสาร์ถึงเช้าวันจันทร์” 9 สิงหาคม 2555

<< < (4/6) > >>

FB:
          Q: บทบาทเจ้านายของเพ็ญก็เป็นอีกบทที่มีสีสันมาก ซึ่งได้กอล์ฟ ฟักกลิ้งฮีโร่มาแสดง การทำงานกับเขาเป็นอย่างไรบ้าง
          ในเรื่องนะค่ะก็จะมีตัวละครหนึ่งชื่อคุณแจ็ค เป็นเจ้านายของเราในเรื่องก็เป็นพี่กอล์ฟ ฟักกลิ้งฮีโร่ ที่มาเล่น คือในเรื่องเนี้ยพี่กอล์ฟเขาจะแบบถือว่าเป็นตัวฮาอีกตัวหนึ่งเลยค่ะ แต่ละซีนที่เขาออกมาสุดยอดมากค่ะ มือโปรมากนั้นค่ะ ก็อยากให้ลองติดตามกันดูค่ะ ก็เพิ่งมีโอกาสได้ร่วมงานกันครั้งแรกด้วย แต่รู้สึกเหมือนรู้จักนานมา ตอนเข้ากองเขาดูเหมือนจะแบบนิ่งๆ แป๊ปๆ ก็นอน แป๊ปๆ ก็นอน แต่พอแบบเข้าฉากกันจริงๆ ก็น่ารักค่ะ เก่งมาก วางมาดได้ทั้งขรึมทั้งฮา

          Q: การทำงานของแดนผู้กำกับมือใหม่คนนี้เป็นอย่างไรบ้าง การทำหลายตำแหน่งของแดนในกองถ่ายทำให้เราสับสนบ้างไหม
          แรกๆ จะสับสนอยู่นิดนึงว่าพอเขามาเล่นปุ๊บเขาก็จะเปลี่ยนเป็นนักแสดง พอเขาไม่ได้อยู่ในเซ็ทเขาก็เปลี่ยนเป็นผู้กำกับ แรกๆ ก็จะสับสนว่าตอนนี้เขาอยู่ในหน้าที่อะไรอย่างนี้ค่ะ แต่หลังๆ ก็เริ่มรู้ว่าตอนนี้อยู่อันนี้นะ ตอนนี้อยู่อันนี้นะ แต่ด้วยความที่พี่แดนเขาเขียนบทเองและก็กำกับเองด้วยเนี่ย มันก็ดีสำหรับบางทีที่เขาจะตัดนู้นตัดนี้เขาสามารถทำได้เดี๋ยวนั้นเลย เขาต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้าตลอดเวลาคิดอะไรอยู่ก็ไม่รู้ในหัวมีความคิดเต็มไปหมด แถมจะหลุดก็ไม่ได้ต้องคอยดูว่าต่อไปถ่ายอะไรหรือว่าจะอะไร เราเองก็ได้แต่นั่งอยู่ข้างหลังไม่กล้ากวน ค่ะ แต่ก็มีเรื่องตลกว่าเขา สั่งคนนู้นสั่งคนนี้ ก็สั่งคนนั้นอยู่ตรงโน้น ไฟทุกอย่างโอเคนะ กล้องเดี๋ยวแพนไปทางนี้ ทางนี้ โอเค งั้นเริ่มเลยๆ เขาก็เข้าไปยืนอยู่ในบทและก็สั่งแอ็คชั่น และก็เอ๊ะบทของผมอะไรนะ! คือเหมือนกับว่าเขาดูแลทุกอย่างจนครบแต่ลืมส่วนของตัวเองไปซะงั้น (หัวเราะ)

          Q: ได้ข่าวว่า ความทุ่มเทของแดนเกินร้อยให้การทำหนังครั้งนี้ อยากให้ช่วยเล่ามุมมองจากคนในกองให้ฟังหน่อย
          เขารับหน้าที่เป็นผู้กำกับ นักแสดง เขียนบทด้วย สำหรับมุมของแพทก็น่าจะหนักเหมือนกัน สมมุติว่าตื่นตั้งแต่ตีห้า ทำงานถึงเที่ยงคืน ถ้าเป็นนักแสดงธรรมดาก็จะมีช่วงพักของเขา พอเป็นผู้กำกับด้วยสั่งคัทปุ๊บเขาต้องไปล่ะวิ่งไปคิดนู่นคิดนี่ต่อไป ว่าซีนต่อไปจะถ่ายอะไรได้อย่างที่ต้องการหรือเปล่า ไม่ได้ก็ต้องแก้ปัญหาเอง หรือว่าวันนั้นอาจจะถ่ายเสร็จเร็วแค่หกโมงในเรื่องของตัวของเขา แต่เขาก็ต้องอยู่ต่อถึงเที่ยงคืน เพื่อที่จะกำกับคนอื่นต่อและก็ตื่นเช้าในวันใหม่เหมือนกัน แพทคิดว่าไม่ค่อยง่ายเท่าไรสมาธิต้องนิ่งมากแน่วแน่มาก แต่ก็รู้ว่าเขารักในงานของเขา รู้ว่าเขาอยากให้งานของเขาออกมาดีที่สุดอยู่แล้วค่ะ เพราะเวลาเขารักเขาก็จะทุ่มเทกับทุกอย่างอยู่แล้วก็เป็นสิ่งที่ดีค่ะ แต่ว่าเขาก็ทำงานหนักไปนิด แอบงีบหลับห้านาทีก็ยังไม่มีด้วยซ้ำ ทั้งวันต้องใช้พลังงานจนหมดเกลี้ยง ขนาดแค่เราเป็นแค่นักแสดงเองกลับบ้านไปยังเพลียเลย เพลียมาก แต่ในช่วงเวลาระหว่างวันเราก็ยังมีเวลาได้นอนบ้าง แต่อย่างของเขาก็ไม่ได้นอนเลยกลับไปก็คงสลบ หมดปิดจ๊อบพอดีวันหนึ่ง

          Q: ผู้กำกับคนนี้โหดไหม
          ก็ถ้าเล่นไม่ได้เขาก็ตบ ตี เข่า ศอก ก็ไม่ค่ะ ล้อเล่น (หัวเราะ) จริงๆ เขาเป็นคนอารมณ์ดีเขาก็อยากให้ทุกๆ คนในกองอารมณ์ดี พอเวลาทำงานก็จะไม่ค่อยเครียดกัน ไม่หน้าบึ้งใส่กันไม่อะไรกันแบบนี้ บรรยากาศก็จะสบายๆ อารมณ์ดี ชิว ดูเหมือนไม่ได้ทำงานค่ะ

          Q: ฉากที่ประทับใจที่สุดในเรื่องนี้คือฉากไหน
          ส่วนฉากที่ประทับใจนะค่ะเป็นช่วงเวลาของคืนวันเสาร์ถึงเช้าวันจันทร์ก็คือไปถ่ายที่เกาะกูด กับปราณบุรี โลเคชั่นที่ไปถ่ายก็สวยมากน้ำสวยใสแจ๋ว อย่างบ้านคุณยายอย่างนี้ข้างหน้าจะเป็นแม่น้ำบรรจบกับทะเล น้ำก็จะสีฟ้าออกเขียวๆ หน่อยๆ กับบรรยากาศบ้านที่ดูแล้วอบอุ่น บรรยากาศโดยรวมก็เยี่ยมมากๆ ค่ะ และบาร์ของโรเจอร์อ่ะ ก็จะเป็นบาร์ที่ติดอยู่ริมทะเลจะเป็นบาร์แบบชิวๆ สบายๆ โปร่งๆ เปิดๆ เป็นฉากที่เซ็ตขึ้นมาใหม่แต่ทำทุกอย่างสมจริงมากสวยมากค่ะ

          Q: แดนขึ้นชื่อว่าเป็นคนที่ทำงานได้เป๊ะมาก แต่ว่ามีฉากไหนที่เป็นฉากหลุดของเขาบ้างไหม
          ในเรื่องก็จะมีซีนที่ทำอาหารเกาหลีที่ทำทานกัน ในตัวของชวดเองเนี้ย คือบุคลิกของเขาเวลาเขากินอะไรที่เผ็ดๆ เขาจะสะอึก และพอในเรื่องเขาก็กินๆ ปุ๊บแล้วเขาก็สะอึกๆๆ ไปเรื่อยๆ แต่ว่าพอสะอึกเสร็จปุ๊บเขาก็ควรที่จะสะอึกต่อแต่พี่แดนดันเรอออกมา ตอนนั้นในฉากทุกคนตกใจแล้วก็ขำกันมากพี่ๆ ทีมกล้องหรือว่าพี่ๆ หน้ามอนิเตอร์ก็ขำก๊ากกันหมด พี่แดนเรอน่าจะเรอออกมาจริงๆ ค่ะ อาจจะไปกินโซดามาหรือว่ายังไงเรอออกมาแบบยาวมาก ก็ อยากให้ลองติดตามดูและก็ซีนนี้ก็มีเรื่องของการแก้สะอึกก็ลองดูกันว่า วิธีนั้นก็จะเอาไปใช้ได้จริงไหม แต่รู้สึกว่าเขาบอกกันว่าใช้ได้จริงก็เอาไปลองดูค่ะ

          Q: การทำงานครั้งนี้มีฉากไหนที่รู้สึกยากไหม
          ฉากนี้ก็ทั้งฮา และยากอยู่เหมือนกันค่ะ เป็นฉากอยู่ในบาร์ ชวดเขาจะให้เรากินค็อกเทล และเราก็แรกๆเราก็แบบเอาวะ ฮึ้บ กลั้นใจกิน ตอนถ่ายอาจจะต้องหลอกกินนิดนึง ถ้ากินจริงๆ ก็คงอาจจะเมาไม่ได้ถ่ายต่อ แต่ว่ามันจะบางอันบางช็อตที่กินแล้วมีเหล้าจริงๆ แบบหลุดออกมาอะไรอย่างนี้ค่ะ มันจะมีอันหนึ่งเป็นค้อกเทล ที่เขาเทมาจากทาวเวอร์ข้างบนมันก็จะไหลๆ ลงมาเรื่อยๆ ลงที่สามแก้วข้างล่าง กินกันสามคนและพอเทปุ๊บ และด้วยความที่ว่าโต๊ะมันเอนมันไม่ใช่ระนาบตรง มันจะเอนมานิดนึง ส่วนเหล้าที่มันเทไหลลงมามันก็กลายเป็นว่ามันไหลมารวมอยู่ที่แก้วแพทแก้วเดียว ซึ่งไอ้ส่วนที่ไหลลงมามันเป็นเหล้าจริงแล้วกลิ่นแรงมากคือเขาบอกว่ากี่ดีกรีไม่รู้ ซึ่งเยอะมากค่ะและเราก็ต้องใช้หลอดเพื่อการดูดขึ้นมาแล้วแบบพอมันลงมารวมที่แก้วตัวเอง ก็ในใจนึกเอาแล้วไง ก็ต้องกินเพราะว่าถ่ายอยู่ด้วย เราก็ไม่อยากแบบ เออพี่ค่ะมันลงมาแล้ว เราก็แบบโอเค เอาวะ ลองดู เราก็แบบเอาหลอดจิ้มไปแล้วดูดวึ๊บ แล้วแบบกรึ๊บแรกก็ลงคอไปได้ แต่พอกรึ๊บสองแบบอมไว้ในปากไม่กล้ากลืนเพราะว่ากลิ่นมันแรงมาก แรกๆ เราก็พยายามกลืนไปแล้ว ก็ขอเขากินน้ำ ด้วยความที่ว่าต้องถ่ายหลายๆมุมหลายๆช็อตอย่างนี้ คือถ่ายหลายเทคและพอเทคสุดท้ายพอกินเข้าไปเงี้ยเริ่มแบบมองหน้าแล้ว ไม่ไหวแล้วค่ะ ก็ขอพักไปบ้วนข้างๆ ไม่ไหวเพราะกลิ่นมันแรงๆ จริง พอถ่ายฉากนี้เสร็จปุ๊บทุกคนก็บอกว่าได้กลิ่นเลย ได้กลิ่นจากเราเวลาเราพูดกับเขา ได้กลิ่นเหล้าเลยอ่ะ เพราะมันแรงมากจริงๆ

          Q: ในเรื่องนี้มีได้โชว์ลีลาบู๊แบบที่คนดูจะไม่เคยเห็นแพทตี้ในมาดนี้มาก่อน เบื้องหลังการทำงานฉากนี้เป็นอย่างไรบ้าง
          สำหรับฉากบู๊ที่เล่นนะค่ะ ก็ถามๆจากพี่ทีมงานว่าอาจจะใช้สแตนอินมาแทน คือเราต้องกระโดดถีบขาคู่โดยที่กระโดดถีบแล้วตัวลอยอยู่ แต่พอถึงวันจริงปุ๊บก็ไม่ได้มีสแตนอินจริงๆ เราต้องเล่นเองตอนแรกก็ยังเสียวๆ ว่า จะเล่นได้ไหม แต่ตอนเล่นจริงๆก็สนุกค่ะ เล่นจริงถีบจริง พี่แดนเขาวิ่งมาปุ๊บเราก็ถีบ ที่มาของฉากก็คือก่อนหน้านี้ เราทานข้าวกับต้นหลิวอยู่แล้วมีคนมาด้อมๆ มองๆ เราก็นึกว่าโรคจิตที่ไหน และอยู่ดีๆ คนที่วิ่งมาก็คือชวดวิ่งพรวดเข้ามาเราก็ตกใจ กระโดดถีบขาคู่เต็มๆ อกเลย ชวดก็ล้มลงจนต้องส่งเข้าโรงพยาบาล ฉากนี้ก็ถีบจริงค่ะ เสื้อพี่แดนเขาจะใส่เสื้อสีขาว เสื้อก็จะเป็นรอยเท้าแปะ แปะ เต็มไปหมดเลยค่ะ ถ้าถามว่าเขาเจ็บไหมก็คงมีสำลักบ้างค่ะ เพราะว่าตอนที่ถีบก็รู้สึกว่าถีบแรงเหมือนกัน ได้เวลาเอาคืนแล้ว ล้อเล่นนะคะ (หัวเราะ)

          Q: ได้เป็นนางเอกเต็มตัวครั้งแรกมีอะไรจะฝากถึงแฟนๆ ไหม
          ยังไงก็จะฝากเรื่องคืนวันเสาร์ถึงเช้าวันจันทร์นะคะ เรื่องนี้บทตัวแพทเองก็ค่อนข้างแปลกใหม่กว่าเรื่องก่อนๆ ที่ผ่านมา อันดับแรกก็อาจจะโตขึ้นกับบทบาทที่ได้รับ ในเรื่องนี้ก็จะมีครบทุกรส มีตลก มีดราม่า มีบู๊ เป็นบทบาทที่รับรองว่าไม่เคยเห็นแพทเล่นแบบนี้มาก่อน ก็อยากให้ติดตามดูเพราะว่าตอนถ่ายก็ค่อนข้างทุ่มเทมากๆ ทีมงานเองทุกคนก็ตั้งใจกับงานชิ้นนี้มากค่ะ เราก็พยายามทำเต็มที่ ก็หวังว่าเรื่องนี้จะทำให้ทุกคนมีรอยยิ้มมีเสียงหัวเราะออกมาจากโรงค่ะ

          Q: เสน่ห์ของคืนวันเสาร์ถึงเช้าวันจันทร์ แตกต่างจากหนังรักเรื่องอื่นๆ อย่างไร
          ถ้าพูดถึงเสน่ห์ของหนังเรื่องนี้นะค่ะ ในส่วนที่เป็นเรื่องโรแมนติกคอมเมดี้ก็รับรองว่าต้องมีเสียงหัวเราะแน่นอน แต่ในอีกมุมหนึ่งก็จะมีหลายอารมณ์ในเรื่องเดียวกัน เช่น มีทั้งตลก ดราม่า และก็มีบู๊ ค่อนข้างที่จะรวมทุกอย่างครบรสอยู่ในเรื่องเดียวกัน เป็นเสน่ห์ของมันค่ะ หากชมเรื่องนี้ก็น่าจะสะกิดให้คิดได้ค่ะว่าเราอยากได้ความรักแบบไหน ความรักที่มั่นคงหรือความรักที่มีแต่เสียงหัวเราะ หรือความรักแบบไหนที่จะพาเราไปต่อไปเรื่อยๆ ได้ค่ะ ก็อาจจะฝากเป็นคำถามได้

          Q: ถ้าได้ยินคำว่าคืนวันเสาร์ถึงเช้าวันจันทร์ จะนึกถึงอะไร
          อันดับแรกก็อาจจะนึกถึงช่วงเวลาการไปเที่ยว อาจจะไปเที่ยวกับแบบครอบครัวหรือใครก็ตามก็เป็นช่วงเวลาแห่งความสุข เป็นช่วงเวลาแห่งการเปิดโลกใหม่ๆ ไปเที่ยวที่ไหนใหม่ๆ หรือว่าเป็นช่วงเวลาดีๆ ที่เรากับคนที่เราไปด้วย ค่ะ

          Q: คิดว่าในช่วงเวลา 3 วัน 2 คืนคนเราสามารถรักกันได้ไหม
          ช่วงเวลาสามวันสองคืนจริงๆ อาจจะไม่ถึงขึ้นขนาดรักกันนะ ถ้าขนาดถึงขั้นรักกันเลยอาจจะต้องใช้เวลามากกว่านั้นหรือเปล่า แต่ถ้าอาจรู้สึกดีด้วยหน่อยหรือแบบรู้สึกดีต่อกันก็น่าจะเกิดขึ้นได้ เพราะว่าถ้าเกิดช่วงเวลาสามวันสองคืนที่อยู่ด้วยกันเรามีโอกาสได้ใช้ชีวิตกับเขาก็น่าจะรู้จักตัวตนของแต่ละคนมากขึ้น น่าจะทำให้รู้สึกดีกับใครสักคนหนึ่งได้ค่ะ

FB:
“แดน วรเวช” ดึง “Slot Machine” ร่วมแจม “คืนวันเสาร์ถึงเช้าวันจันทร์” พร้อมส่ง “พอ” เพลงจี้ดโดนใจประกอบภาพยนตร์



Mv.พอ (Official Ost.คืนวันเสาร์ฯ)
http://www.youtube.com/watch?v=oQQOsikt0bs

Slot Machine - พอ [Official Audio]
http://www.youtube.com/watch?v=KUxbwV6ZCYM

          “คืนวันเสาร์ถึงเช้าวันจันทร์” ภาพยนตร์รั่วกันมันส์รักกันมาก แนว HAPPY COMEDY ROMANTIC จากค่าย สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล ผลงานการเขียนบทและกำกับภาพยนตร์แบบเต็มๆ ตัวครั้งแรกของ แดน วรเวช ดานุวงศ์ นำแสดงโดย บีม กวี ตันจรารักษ์ ,นุช นีรนาท วิคทอเรีย โคทส์ และ แพทตี้ อังศุมาลิน สิรภัทรศักดิ์เมธา ทีมนักแสดงรู้ใจและคุ้นหน้ากันอย่างดี ที่พร้อมจะมอบเสียงฮาปนรอยยิ้มให้กับผู้ชม ล่าสุดปล่อยเพลง “พอ” จากวง Slot Machine ที่แต่งขึ้นมาเพื่อเป็นเพลงประกอบภาพยนตร์โดยเฉพาะ แถมพวกเขายังได้ร่วมแจมแสดงในภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นครั้งแรกอีกด้วย โดยผู้กำกับ แดน ได้เล่าถึงการร่วมงานในครั้งนี้ว่า “สำหรับเพลง พอ นี้นะครับเป็นเพลงประกอบภาพยนตร์คืนวันเสาร์ถึงเช้าวันจันทร์ จากวง Slot Machine เพลงเร็วสนุกๆ ที่แต่งขึ้นเพื่อหนังเรื่องนี้โดยเฉพาะ เพลงพูดถึงช่วงเวลาที่ได้อยู่กับคนที่เราชอบไม่ว่าจะสั้นจะนาน ทุกนาทีมันจะมีค่ามีความสุขแค่นี้ก็เพียงพอแล้ว ผมติดต่อขอให้เขาแต่งเพลงให้ก็เพราะผมชอบสไตล์ดนตรีของเขาเป็นทุนเดิมอยู่ก่อนแล้ว ชอบวิธีการคิดไลน์ดนตรีที่เป็นเอกลักษณ์ของเขา และคิดว่าถ้าพวกเขาเข้ามาอยู่ในหนังด้วยก็น่าจะดีนะ ช่วยเติมเต็มความสนุกสนาน และอารมณ์รักให้กับหนังได้ จึงชวนมาร่วมแจมฉากหนึ่งในหนังซึ่งเป็นฉากงานเลี้ยง แล้วพวกเขาก็มาเล่นคอนเสิร์ตกันสดๆ เลย เรียกว่างานนี้คุ้มครับ มาดูหนังผมแต่ได้ดูคอนเสิร์ต Slot Machine ไปด้วย (หัวเราะ) ตอนถ่ายบรรยากาศสนุกสนานมากครับทั้งทีมงานนักแสดง และนักแสดงสมทบที่มาเข้าฉากร่วมร้อยคน แดนซ์กันกระจาย เต้นกันจริงจังแบบไม่ต้องมีบิวท์อารมณ์กันเลย”

          ทางด้าน หนุ่มๆ วง Slot Machine ก็ขอเล่าถึงความรู้สึกที่ได้ร่วมงานกับผู้กำกับแดน เพื่อนซี้ร่วมค่ายว่า “ก่อนอื่นก็ขอยินดีกับแดนด้วยนะครับที่ได้ทำหนังเรื่องนี้ ได้เป็นผู้กำกับ ส่วนงานนี้ก็เป็นครั้งแรกที่เราได้แต่งเพลงประกอบภาพยนตร์ครับ ค่อนข้างยากเหมือนกัน เพราะว่าปกติพวกเราจะทำงานที่เป็นของตัวเราเอง แต่ว่างานนี้ถือว่าเป็นงานแรกที่ มีธีม มีโจทย์ ก็เป็นประสบการณ์ใหม่ที่พวกเรามีโอกาสได้ลองทำ พอเพลงเสร็จออกมาแล้วเจ้าของหนังเขาชอบ เราก็ดีใจครับ พวกเราก็ไม่ได้ติสท์ จนทำงานให้คนอื่นไม่ได้ (หัวเราะ) และพิสูจน์ว่า เราไม่ได้ทำเองชอบเอง มีคนชอบเหมือนกันนะครับ ส่วนเหตุผลที่แดนเลือกพวกเรา เพราะแดนบอกว่าพวกเราเท่ (หัวเราะ) เราเป็นเพื่อนกันอยู่แล้ว ก็เต็มที่อยู่แล้วครับ แดนบอกตั้งแต่เริ่มทำงานคือ ให้พวกเรา

          เป็นตัวของตัวเองเลย ตามสบาย แต่ขอให้มีพื้นฐานแห่งความรัก ซึ่งเสน่ห์ของเพลงนี้อยู่ตรงที่เรานำวิธีการผิวปากมาใช้ นับว่าเป็นครั้งแรกที่เราได้ลองทำ และยังมีเรื่องทำนองที่มีความเป็นไทยอยู่บนดนตรีสากล ซึ่งก็เป็นสิ่งที่เรายืนพื้นทำกันมาตลอดครับ จากที่เราดูธีมหนังก็รู้สึกถึงกลิ่นอายความรัก เมื่อเรามีสิ่งที่ดี สิ่งมีค่าอยู่กับตัวอยู่แล้วก็ขอให้เรารู้สึกพึงพอใจ ถ้าเราพอใจมันก็จะมีความสุข ณ ปัจจุบัน ทุกขณะ เวลาครับ”

          เตรียมตัวอุ่นเครื่องก่อนหนังจะเข้าฉายจริง คลิกชมมิวสิควิดีโอเพลง “พอ” จากวง Slot Machine เพลงประกอบภาพยนตร์เพราะๆได้ที่http://www.youtube.com/watch?v=oQQOsikt0bs หรือ www.facebook.com/sahamongkolfilmint หรือ www.youtube.com/sahamongkolfilmint และติดตามความเคลื่อนไหวของภาพยนตร์ได้ที่ www.sahamongkolfilm.com

          9 สิงหาคมนี้เตรียมตัวต้องมนต์เสน่ห์ของ “คืนวันเสาร์ถึงเช้าวันจันทร์” ได้ทุกโรงภาพยนตร์

FB:
บทสัมภาษณ์ “นุช นีรนาท จาก คืนวันเสาร์ถึงเช้าวันจันทร์”

 

          อีกหนึ่งสเต็ปของการแสดงในบทพิธีกรสาวเซ็กซี่ เฟรนด์ลี่ อารมณ์ดีของ “นุช-นีรนาท วิคทอเรีย โคทส์” ซูเปอร์โมเดลสาวฮอต ขวัญใจหนุ่มๆ ทั้งประเทศ  กับ “คืนวันเสาร์ถึงเช้าวันจันทร์” ภาพยนตร์HAPPY COMEDY ROMANTIC

          Q. ทราบมาว่ากำลังจะมีงานภาพยนตร์เรื่องใหม่เข้าฉายเป็นแนวโรแมนติคคอมมิดี้ที่ตัวเองชอบด้วย
          N. ค่ะ ภาพยนตร์เรื่อง คืนวันเสาร์ถึงเช้าวันจันทร์ ต้องบอกว่าโดยส่วนตัวแล้วนุชเองก็ชื่นชอบหนังในแนว “รอมคอม” อยู่แล้ว พูดได้ว่าชอบหนังโรแมนติค คอมมิดี้มากๆ อย่างหนังโรแมนติคคิดว่าผู้หญิงน้อยคนที่จะไม่ชอบ นะ แต่ถ้าคอมมิดี้จะยากนิดนึง เพราะว่าชอบดูแต่ก็ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะเล่นคอมมิดี้ได้ ถึงแม้ว่าบทที่นุชได้รับในหนังเรื่องนี้อาจจะไม่ได้เป็นตัวที่เล่นในส่วนของคอมมิดี้เท่าพี่แดนหรือแพทตี้ แต่ก็ดีใจมากที่ได้มาอยู่ในหนังที่เขาเน้นคอเมดี้นะค่ะ เพราะส่วนมากที่เล่นมาก็จะเป็นดราม่าไปเลย อย่างดราม่า หนังไม่ก็หนังผีอะไรอย่างนี้ นุชว่าจริงๆ ก็ไม่ได้ใกล้กับตัวนุชมาก เพราะตัวนุชจริงๆ แล้วเป็นคนที่ชอบอะไรแบบชิลๆทำงานแบบเฮฮากับทุกคน สนุกสนาน หัวเราะ ร่าเริงอะไรอย่างนี้มากกว่า แล้วยิ่งภาพยนตร์เรื่องคืนวันเสาร์ถึงเช้าวันจันทร์เรื่องนี้นะค่ะมีทั้งคอเมดี้ มีโรแมนติก และเนื้อเรื่องที่ดีด้วยค่ะ เป็นหนังที่ดูแล้วจะรู้สึกอยากติดตามเรื่องราวกับคาแรคเตอร์ของตัวละครทั้ง4คนว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นต่อไป เชื่อว่าถ้านุชเป็นคนดูก็คงสนุกค่ะ เพราะมันมีทุกอย่างที่นุชชอบ นุชชอบหนังดูโรแมนติกอยู่แล้ว และก็อยากหัวเราะไปพร้อมๆ กันด้วยค่ะ และรู้สึกว่าเรื่องนี้ทุกคนจะเข้าถึงง่าย เพราะว่าคาแร็คเตอร์พวกนี้ก็ไม่ใช่คาแร็คเตอร์แบบเว่อร์ๆ แต่เป็นคนธรรมดา เป็นคนทำงาน เป็นผู้หญิงทำงาน ผู้ชายทำงาน นุชว่าคนที่เข้าไปดูก็จะเจอชีวิตของตัวเองอยู่ในจอที่เราดูอยู่ค่ะ

          Q.งั้นคงต้องเล่าให้ฟังแล้วละว่าคาแรคเตอร์ของนุชในภาพยนตร์เรื่องคืนวันเสาร์ถึงเช้าวันจันทร์ เป็นอย่างไรบ้าง รับบทเป็นใคร
          N. นุชรับบทเป็น ต้นหลิว ค่ะ จะเป็นสาวสวยที่มีความมั่นอกมั่นใจ ที่หนุ่มๆชื่นชอบ และอยากมาอยู่ใกล้ๆ จะเป็นคนที่ชอบแต่งตัว ชอบแฟชั่นแบรนด์เนม เป็นสาวเมืองที่ แฮปปี้กับทุกคน ไม่ค่อยคิดมาก เฟรนด์ลี่ เจอใครก็เฟรนด์ลี่หมดเลย เป็นคนที่มีเสน่ห์มากๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นพิธีกรรายการที่ชื่อว่า “ที่ซ่อนผี” ซึ่งเป็นรายการเรียลลิตี้เกี่ยวกับผีที่ฮอตที่สุดในขณะนี้ค่ะ

          Q.เสน่ห์ความน่าสนใจของตัวละครตัวนี้
          N. ผู้หญิงคนนี้ทุกคนจะบอกว่า เขามีเสน่ห์ แต่เป็นเสน่ห์ที่เกิดขึ้นโดยธรรมชาติที่เขาไม่ต้องพยายามเลย เป็นเสน่ห์ที่เกิดออกมาจากข้างใน ด้วยความที่เป็นผู้หญิงที่มีความมั่นใจ คือรู้ว่าตัวเองทำงานเก่ง เป็นมิตรกับทุกคน เป็นคาแร็คเตอร์ที่ไม่มีปัญหากับใครเลย มีเพื่อนเยอะ คุยง่าย เฟรนด์ลี่ คนส่วนใหญ่ก็จะชอบ อยากเป็นเพื่อนด้วย สำหรับนุชเองนี่เป็นครั้งแรกที่ต้องสวมบทเป็นพิธีกร และได้ทำหน้าที่เป็นพิธีกรครั้งแรกในชีวิตเลยก็ว่าได้ค่ะ คือก่อนหน้านี้นุชเองก็ไม่เคยขึ้นเวทีเป็นพิธีกร หรืออะไรเลย ไม่เคยออกรายการ อันนี้ก็คือครั้งแรก จริงๆ เลยค่ะ มันก็เหมือนกดดันนิดนึงเพราะว่า ต้องทำให้เหมือนว่าต้นหลิวเนี่ยะเขาเป็นมืออาชีพแล้ว ทั้งประเทศรักเขามาก แล้วตอนถ่ายทำทีมงานเขาก็จัดเซ็ตฉากไว้เหมือนกับเป็นการถ่ายรายการจริงๆ เลยค่ะ เขาจะมีคิวการ์ด เป็นบอร์ดที่เขียนคำให้พิธีกรพูดตัวใหญ่มาก เขียนเป็นไดอะล็อคทั้งหมดเลย ให้เราอ่านเหมือนกับพิธีกรตามรายการจริงๆเลยค่ะ ก็ชอบนะคะ สนุกดี คือนุชชอบเพราะ รู้ว่ามันไม่จริง มันเป็นการถ่ายทำสำหรับหนังน่ะค่ะ ก็สบายใจขึ้น แต่ถ้าถามว่าจะลองเป็นพิธีกรจริงๆ ไหมก็ต้องคิดก่อนนุชว่าแค่นี้โอเคแล้ว (หัวเราะ)
          นอกจากนี้ต้นหลิวก็จะมีเพื่อนสนิทอยู่คนหนึ่ง ชื่อ เพ็ญ นะคะ ซึ่งรับบทโดยแพทตี้ (อังศุมาลิน สิรภัทรศักดิ์เมธา) ทั้งคู่จะชอบอะไรที่อินเทรนด์ทันสมัย ชอบแฟชั่นแบรนด์เนมเหมือนกัน เพ็ญเขาจะรอเซลล์ก่อนแล้วจะซื้อ แต่ต้นหลิวต้องซื้อตอนราคาเต็มๆ เลย ทั้งสองคนนี้จะเหมือนกันตรงที่ว่าเป็น ผู้หญิงเก่งผู้หญิงทันสมัย ทำงานเก่ง ที่ไม่เหมือนคือต้นหลิวไม่มีแฟน แต่เพ็ญมีแฟนแล้วค่ะ มีแฟนชื่อ ปกป้อง ( รับบทโดย บีม กวี ตันจรารักษ์) ซึ่งชื่อเหมาะสมกับนิสัยมาก ส่วน ชวด (รับบทโดย แดน วรเวช ดานุวงศ์) เป็นตัวละครที่แสดงโดยพี่แดน ซึ่งในเรื่องชวดหรือพี่แดนเขาได้เห็นต้นหลิวจากในทีวีในรายการ “ที่ซ่อนผี” รายการผีที่ฮอตฮิตที่สุดที่ต้นหลิวเป็นพิธีกรอยู่ แล้วชวดเขาชอบผู้หญิงคนนี้มาก ติดตามดูทุกตอนจนเป็นแฟนพันธุ์แท้รายการ และก็อยากเจออยากคุยก็เหมือนผู้ชายคนอื่นๆ พูดแล้วก็เหมือนชมตัวเองนะคะ (หัวเราะ) แต่ชวดนะไม่กล้าจีบต้นหลิว เพราะเห็นว่าต้นหลิวอยู่ในวงการนี้อาจจะหยิ่งๆ อาจจะไม่สนใจผู้ชายแบบเค้า ชวดเค้าก็ขอให้เพ็ญมาแนะนำให้รู้จักเพราะรู้ว่าเพ็ญเป็นเพื่อนสนิทกับต้นหลิว ซึ่งตอนแรกต้นหลิวก็สงสัยว่าเฮ้ยทำไมเพื่อนถึงแนะนำให้รู้จักกับผู้ชายคนนี้ แต่ต้นหลิวเขาเป็นคนที่เฟรนด์ลี่เขาก็เปิดแบบให้รู้จักค่ะ แล้วพอมารู้จักกับชวดนะค่ะก็เห็นว่าเขาเป็นคนดีแล้วเป็นคนที่มุมมองแปลกๆ แต่เป็นเพื่อนที่ดีมาก แล้วก็ยอมมาเป็นแขกรับเชิญออกรายการของต้นหลิวด้วย เขาก็เลยสนิทกันค่ะ

          Q.สำหรับบทนี้ยากมั้ยเมื่อเทียบกับงานถ่ายแบบเดินแบบ
          N. หลายคนอาจจะรู้จักนุชจากวงการนางแบบมากกว่า คือจริงๆในใจก็ชอบการแสดงมาก และก็ช่วงที่บทเข้ามา แล้วนุชได้อ่านครั้งแรก ตอนนั้นนุชกำลังคิดเลยว่าแบบอยากแสดงหนัง อะไรที่ออกแนวคอมมิดี้หรืออะไรที่มันไม่ได้ดราม่าหนักมาก พอได้เห็นบทต้นหลิวก็โอเคเลย พอมีบทอันนี้เข้ามาก็ดีใจมาก อ่านเสร็จก็บอกคุณแม่ โทรบอกคุณแม่ว่านุชทำแน่นอนเพราะว่าบทมันดูน่าเล่น น่าสนุกดีค่ะ ถามว่ายากไหมนุชว่ามันใกล้ตัวกับนุชนะคะ คือไม่ใช่ตรงที่มีเสน่ห์นะ แต่ใกล้ตรงที่เป็นสาวมั่นใจ ซึ่งตัวนุชก็ทำงานตรงนี้มาตั้งแต่ อายุ 12 แล้ว เข้าวงการเป็นนางแบบ ก็มั่นใจนิดนึงค่ะ (หัวเราะ) ยิ่งเรื่องเสื้อผ้า ที่ใส่ของตัวละครในเรื่องใกล้นุชมาก นุชชอบเสื้อผ้าของกองถ่ายนี้มาก

          Q.ไม่เคยร่วมงานกับแดน มาก่อนแล้วพอได้มาร่วมงานกันเป็นอย่างไรบ้างโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อรู้ว่าหนังเรื่องนี้เขียนบทและกำกับภาพยนตร์โดยแดน วรเวช
          N. กับพี่แดน วรเวชนะคะ คือก่อนหน้านี้ก็ไม่เคยเจอกันค่ะ ไม่เคยพบเลย มาพบครั้งแรก เพราะว่าหนังเรื่องนี้ ตอนเข้าไปเวิร์คช็อป แล้วก็อ่านบท ถึงได้รู้ว่าพี่แดนเขาเขียนบทด้วย เก่งมากค่ะ นุชแค่แอ็คติ้ง นุชว่ายากแล้วอ่ะ แอ็คติ้งเหนื่อยแล้ว แต่ถ้ากำกับแล้วต้องดูบทด้วย เล่นเองด้วย นุชว่าต้องสุดๆ ไปเลย แล้วเขายังดูไม่เหนื่อยด้วยนะ ยังดูว่าเรื่อยๆ ได้อยู่ เยี่ยมค่ะ
          แล้วยิ่งตอนแรกที่ได้ยินว่าผู้กำกับเป็นพี่แดนก็ตกใจเหมือนกัน เพราะว่าเป็นครั้งแรกที่เขาทำหนังแล้วเป็นนักแสดงด้วยเป็นผู้กำกับด้วย นุชก็ว่าน่าสนใจตรงนี้ล่ะค่ะเลยอยากร่วมงานด้วย เพราะว่าอยากเห็นว่า เอ๊ะ มันจะเวิร์คยังไง ผู้กำกับเขาจะเล่นได้ไหม เพราะว่าเขามีงานจะยุ่งมาก แต่พี่แดนเขาก็ทำงานตั้งใจมากๆ เลยค่ะ เป็นผู้กำกับที่ละเอียด คือไม่ใช่ถ่ายหลายเทคนะคะ แต่ถ้าเห็นอะไรนิดนึงผิดๆ เขารู้เลย อาจจะเป็นเพราะอยู่ในซีนด้วยค่ะ จะเห็นว่ากล้องมันผิดไปนิดนึง เขาก็คัทเริ่มใหม่เลย นุชชอบผู้กำกับที่ให้อิสระกับนักแสดงด้วยค่ะ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเขาเป็นนักแสดงอยู่แล้วด้วย ก็คงเข้าใจว่าเราก็คงไม่ชอบผู้กำกับมายุ่งๆตลอดเวลา เขาเข้าใจนักแสดงมาก แล้ววิธีการทำงานในเรื่องนี้ของพี่แดนในฐานะผู้กำกับเขาก็ไม่ได้กำหนดอะไรมากค่ะ เขาปล่อยให้แสดงแบบเป็นตัวของตัวเองดีกว่า โดยเขาจะเลือกคนมาให้เหมาะกับบทนี้ที่สุด ที่เลือกนุชมาเล่นก็ขอบคุณมากเลยค่ะ นุชก็สบายใจมากขึ้นที่เขาเป็นผู้กำกับที่ให้อิสระทางการแสดงกับเราค่ะ

          Q.แล้วการแสดงของแดนเป็นอย่างไรบ้าง
          N. พี่แดนเล่นตลกมาก นุชไม่เคยเล่นเรื่องอะไรที่เป็นคอมมิดี้มาก่อน ก็เลยต้องพยายามอย่าขำๆ ต้องเป็นคาร์แร็คเตอร์นะ ต้องทำหน้ายิ้มๆ ทำหน้าเครียดๆ คนนี้ยุ่ง ทำอะไรอยู่ นิ่งๆ แบบเท่ๆ แต่ก็ขำมากหลายเทคเลยค่ะ (หัวเราะ)

          Q.นอกจากจะประกบบทบาทกับแดนแล้วในเรื่องคืนวันเสาร์ถึงเช้าวันจันทร์ ต้นหลิวจะมีเพื่อนที่สนิทมากคือเพ็ญ ซึ่งแสดงโดยแพทตี้ อังศุมาลิน ซึ่งเราต้องเล่นเป็นเพื่อนซี้กัน ร่วมงานกันเป็นอย่างไรบ้าง
          N. ครั้งแรกที่เจอแพทตี้ ก็เจอกันตอนเวิร์คช้อปค่ะ ก่อนหน้านั้นก็ไม่เคยเจอเลย คือพูดได้ว่านักแสดงนำทั้ง 3คนที่เราต้องแสดงด้วยในเรื่องนี้ นุชไม่เคยร่วมงานกับใครเลยค่ะ ทั้งพี่แดน พี่บีม แพทตี้ แพทตี้วันแรกที่เจอเขาก็เป็นคนน่ารักมาก และแพทตี้เองเป็นคนที่เข้ากับนุชได้ง่ายค่ะ ไม่รู้ทำไม ได้มาถ่ายไม่กี่วันก็เป็นเพื่อนกันแล้ว และนุชก็ประทับใจความสามารถของแพทตี้เหมือนกันค่ะ อย่างเช่น ตอนเข้าฉากกันซีนแรก ประทับใจมาก เป็นซีนที่อยู่ในผับแล้วก็ต้นหลิว เพ็ญ กำลังเมาสนุกกับชวดอยู่ แต่แล้วก็มีปกป้องมาตามให้กลับบ้าน แพทตี้ก็ต้องแสดงออกให้เห็นว่าต้องฝืนใจ ทำใจกลับบ้านไป นุชก็เห็นเลยว่าแพทตี้เขาแสดงไปถึงสีหน้าและแววตา เขาแอ็คติ้งดีมากค่ะ แค่วันแรกก็ชอบเลย

          Q.บรรยากาศการทำงานในกองถ่ายคืนวันเสาร์ถึงเช้าวันจันทร์เป็นอย่างไรบ้าง
          N.นุชชอบนะคะ อยู่กองถ่ายนี้สนุกทุกวันเลยค่ะ ทุกคนใจดี ทุกคนน่ารัก ช่วยนุชกับเรื่องบทด้วยเพราะว่า เป็นคนที่ภาษาไทยไม่ค่อยแข็งแรง (หัวเราะ) แต่ทุกคนก็ช่วยๆ กันดู มีเอาน้ำมาให้ หิวน้ำไหม หิวข้าวไหม เที่ยงเป๊ะ หิวไหม อะไรแบบนี้ ชอบค่ะ

          Q. เป็นหนังในแนวHAPPY COMEDY ROMANTIC ช่วยยกตัวอย่างของฉากสนุกๆ ของต้นหลิวที่ชอบในหนังเรื่องนี้ให้ฟังหน่อย
          N. นุชชอบฉากชวดจีบต้นหลิวค่ะ คือชวดเขาเห็นต้นหลิวเป็นไอดอล แล้วพยายามจะเข้ามาใกล้ชิด แต่ดันพูดอะไรแปลกๆ ตอนที่พี่แดนเขาก็เอาบทมาให้ดู นุชก็อ่านแล้วแบบ เฮ้ย ทำไม ผู้ชายเจอผู้หญิงคนนี้ครั้งแรก ก็ทัก ว่าคุณเป็นคนที่ขนจมูกเคลียร์มาก! (หัวเราะ) คือมันแปลกน่ะค่ะ นุชก็ถามว่าขนจมูกเคลียร์มาก แปลว่าอะไร แปลว่ามีขนรึเปล่าหรือว่าไม่มีขน พี่แดน ก็บอกว่า อ๋อๆ แปลว่า ไม่มีขน แปลว่าสวย ทำให้นุชมั่นใจขึ้น ตอนแรกก็คิดว่าฉันต้องมีขน มาไว้ในจมูกรึเปล่า กังวลมากแต่ฉากนั้นก็ขำดีค่ะ ก็หวังว่าคนได้ดูตรงนี้แล้วจะขำกันทั้งโรง

          Q.เคยคิดมาก่อนไหมว่า แดนซึ่งเป็นผู้กำกับด้วยเขาจะเป็นคนเขียนบทแบบนี้ขึ้นมาได้
          N. ไม่เคยคิดเลยค่ะ ไม่เคยคิดว่าเรื่องขนจมูกมันจะมาเป็นมุกได้ ไม่คิดว่ามันจะตลกได้ ส่วนมากอะไรที่เป็นขนจมูก คนจะไม่ค่อยพูดถึงใช่ไหมค่ะ ซึ่งแปลกมากที่ผู้ชายมาทัก คือถ้าผู้ชายมาทักกันแบบนี้จริงๆ นุชคงหนีคะ (หัวเราะ) คือคงไม่อยากเจอเลย แต่อันนี้มันทำให้น่ารักได้ ทำให้เข้ากับเรื่อง เพราะพระเอกคนนี้ เขาไม่ใช่คนแปลก เขาแค่ชอบผู้หญิงคนนี้มาก เวลาเราชอบใครสักขนาดนั้นเราก็จะเพี้ยนๆ หน่อย

          Q.ชีวิตจริงเคยมีหนุ่มๆ มาจีบแบบแปลกๆ บ้างไหม
          N. ไม่มีนะ อาจจะมีที่เป็นผู้ชายที่เข้ามา แล้วไม่ค่อยคุย เลยยังไม่รู้ว่าเขาแปลกรึเปล่า (หัวเราะ)

          Q.อย่างนี้ต้องถามแล้วละว่าหนุ่มในเสปคของนุชเป็นอย่างไร
          N. ส่วนตัวจะชอบหนุ่มแบบไหน คิดไม่ออกนะ คือคนที่จะเข้ามาจีบ ส่วนมากจะเป็นคนที่รู้จักแล้ว อาจจะไม่ได้เป็นเพื่อน ไม่ได้สนิทแต่ก็คือรู้จักแล้วค่ะ ไม่ได้แปลกไม่ใช่คนแปลก บางทีก็มีแปลกๆ เข้ามานะ แต่ไม่ได้เยอะมากไม่เหมือนในหนัง ชีวิตจริงก็ไม่เคยเจอที่มาทักเรื่องขนจมูกหรืออะไรอย่างนี้ไม่เคยเจอ ส่วนมากแค่ชมว่าแบบสวยอะไรอย่างนี้

          Q.คิดว่าเสน่ห์ของภาพยนตร์เรื่อง “คืนวันเสาร์ถึงเช้าวันจันทร์”
          N. คืนวันเสาร์ถึงเช้าวันจันทร์ เรื่องนี้มีทั้งคอมมิดี้ มีโรแมนติก และเนื้อเรื่องที่ดีด้วยค่ะ เป็นหนังที่ดูแล้วจะรู้สึกอยากจะติดตามกับตัวละคร อยากติดตามว่าทั้งสี่คนเนี้ยะ อะไรมันจะเกิดขึ้นต่อ ถ้านุชเป็นคนดูก็คงสนุกค่ะ เพราะว่ามีทุกอย่างที่นุชชอบ นุชชอบหนังดูโรแมนติกอยู่แล้ว และก็อยากหัวเราะไปพร้อมๆ กันด้วยค่ะ และรู้สึกว่าเรื่องนี้ทุกคนจะเข้าถึงง่าย เพราะว่าคาแร็คเตอร์พวกนี้ก็ไม่ใช่คาแร็คเตอร์แบบเว่อร์ๆ เป็นคนธรรมดา เป็นคนทำงาน ผู้หญิงทำงานผู้ชายทำงานนุชว่าคนที่เข้าไปดูก็จะเจอชีวิตของตัวเองอยู่ในจอที่เราดูอยู่ค่ะ
          ก็ขอฝากเรื่อง “คืนวันเสาร์ถึงเช้าวันจันทร์”ด้วยนะคะ เป็นงานที่นุชที่ชอบมาก และดีใจมากที่ได้เล่น ก็อยากให้ทุกคนติดตามกัน ไม่ว่าจะเป็นแฟนใคร ชอบนุช หรือชอบพี่แดน แพทตี้ หรือพี่บีม ใครก็ได้ ต้องชอบเรื่องนี้แน่เลยค่ะ มีทั้งตลก มีดราม่า มีโรแมนติค และมีอีกหลายๆ สิ่งที่วัยรุ่นกำลังชอบอยู่ค่ะ

          Q.อัพเดทชีวิตและผลงานของตัวเองหน่อย
          N. ก็เริ่มต้นทำงานนางแบบตั้งแต่อายุ12 ทำงานในวงการมาแล้ว 7 ปี ถึงตอนนี้นุชอายุยังน้อยอยู่ก็แค่19เอง แต่เหมือนรู้สึกได้ทำงานในวงการมาเยอะแล้ว ได้ร้องเพลง เล่นหนัง เล่นโฆษณา เล่น MV เป็นนางแบบ แต่ก็รู้สึกว่าเป็นคนที่ไม่ได้ขาดชีวิตช่วงเด็กนะ ชอบอยู่ในวงการนี้มาก อยากจะอยู่อีกนาน ก็ขอให้ได้อยู่อีกนานนะค่ะ (หัวเราะ) แต่ที่จะเน้นต่อไปก็คือการแสดงก็ชอบมาก เพราะเป็นนางแบบตั้งแต่เด็กแล้ว แต่การเป็นนางแบบในเมืองไทยมันก็เป็นนางแบบอย่างเดียวไม่ได้แล้วค่ะ ต้องออกไปทำอย่างอื่นบ้างค่ะ สเต็ปต่อไปของนุชก็คือการแสดงค่ะ นุชจะขอโฟกัสตรงนี้ให้เยอะที่สุด ปีนี้นุชก็จะไปเรียนการแสดงที่เมืองนอกสักพัก (ช่วงมิ.ย.-ส.ค.) แล้วจะกลับมา ซึ่งอาจจะทำให้เราเล่นหนังดีขึ้นหรือเปล่าก็ไม่รู้เหมือนกันต้องรอให้ไปเรียนก่อน แต่อยากจะโฟกัสเรื่องการแสดงนี้ให้มากที่สุดค่ะ

FB:
การกลับมาร่วมงานครั้งพิเศษของ แดน- บีม “บีม กวี ตันจรารักษ์” กับบทบาทสำคัญชายผู้เป็นตัวแปรของความรัก ใน “คืนวันเสาร์ถึงเช้าวันจันทร์”ภาพยนตร์อารมณ์ดี HAPPY COMEDY ROMANTIC







http://www.youtube.com/watch?v=DuDrRZoHNsM    

http://www.youtube.com/watch?v=sb1HYk80Esw

[Official Audio] เรื่องจริง - Sin (singular)
http://www.youtube.com/watch?v=qnGTC8EUUes

           Q: การร่วมงานกับแดนครั้งนี้ถือว่าเป็นงานที่พิเศษมาก เพราะแดนทำหน้าที่เป็นผู้กำกับภาพยนตร์เองครั้งแรก ต้องขอเล่าให้ฟังหน่อยแล้วล่ะว่า มามีส่วนร่วมในงานนี้ได้อย่างไร
          สำหรับการร่วมงานครั้งนี้นะครับ เรียกว่าเป็นแบบพิเศษก็ว่าได้ เพราะแดนเขาเป็นผู้กำกับครั้งแรก จริงๆ เรื่องที่เขาคิดว่าอยากมาเป็นผู้กำกับ แดนเขาก็เคยพูดอยู่นิดๆ ครับ ตั้งแต่ตอนทำงานด้วยกันตอนร้องเพลงด้วยกัน ผมก็ยังบอกว่าเขาก็น่าจะเป็นผู้กำกับนะ เป็นอีกงานหนึ่งที่เขาอยากจะทดลอง และก็อาจจะเป็นงานที่เขาชอบก็ได้หลังจากทดลองไปแล้ว ส่วนมาเล่นเรื่องนี้ได้อย่างไรก็ต้องขอเท้าความก่อนเลยครับว่าก่อนที่จะมารับเล่นในคืนวันเสาร์ถึงเช้าวันจันทร์ ตอนแรกก็มีพี่เอโกะ (สุภาพร เลิศฐิติวีรกานต์ -ไลน์โปรดิวเซอร์) ผมรู้จักกับพี่เขามาตั้งแต่ทำงานอยู่ที่อาร์เอสล่ะ เขาก็โทรมาชวนว่ามีหนังอยากให้พี่บีมเล่น พี่แดนเค้ากลัวพี่บีมจะไม่ยอมเล่น
          ต้องบอกว่าแดนเป็นคนที่ปากหนักมาก เป็นคนที่แบบไม่กล้าพูด (หัวเราะ) อาจจะกลัวเป็นเหมือนคนขี้เกรงใจ เขาก็ไม่พูดนะครับว่าอยากให้พี่เล่น เขาก็ให้พี่เอโกะเข้ามาชวนก่อน ผมก็บอกพี่เอโกะว่า ได้สิ พี่ยินดีอยู่แล้วหนังน้องเป็นผู้กำกับครั้งแรกผมก็อยากจะร่วมงานอยู่แล้วครับ ก็คุยกันจนเสร็จแล้วแดนเพิ่งจะโทรมาครับ (หัวเราะ) มาเล่าเรื่องบทที่ผมรู้อยู่แล้วจากพี่เอโกะอีกที แดนเขาอาจจะกลัวผมตอบปฏิเสธ จริงๆ แล้วเราก็อยากร่วมงานกับน้องอยู่แล้วล่ะ แล้วก็ดีใจถือว่าได้กลับมาร่วมงานกันอีกครั้งหนึ่งครับ สุดท้ายก็ได้มาเป็นหนึ่งในนักแสดงของเรื่องคืนวันเสาร์ถึงเช้าวันจันทร์

          Q: นอกจากแดนจะเป็นผู้กำกับแล้วยังเขียนบทภาพยนตร์เรื่องนี้เองด้วย ครั้งแรกที่ได้อ่านบทรู้สึกอย่างไรบ้าง
          หลังจากตกลงเล่นแล้วก็นัดคุยกับน้องแดนครับ โอ้โห ! วันแรกที่ไปเจอบทหนามากครับ หนามากไม่เหมือนเป็นภาพยนตร์เรื่องเดียว เยอะจนผมถามแดนเลยว่า เนี่ยจะแบ่งเป็นสองเรื่องใช่ไหม (หัวเราะ) บทละเอียดมากครับ เป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นภายในสองวัน แต่ก่อนหน้านั้นเขาก็จะมีการปูที่มามาก่อนที่จะถึงเรื่องราวสามวันสองคืนจุดสำคัญของเรื่อง เรื่องนี้ก็เป็นโรแมนติคคอมิดี้ครับ แต่ว่า แปลกกว่าหนังเรื่องอื่นนะ ในทุกซีนจะมีอารมณ์ขำ แต่ไม่ใช่ตลกคาเฟ่ เป็นความขำแบบคนทั่วไป เป็นเรื่องราวที่เจอได้ในชีวิตจริงเช่น เรามีเพื่อนแล้วเราเฮฮาอยู่กับกลุ่มเพื่อน เพื่อนเราก็จะมีคาแร็คเตอร์แบบนี้ ไอ้คนนี้พูดเยอะ เพี้ยนๆ หน่อย ชอบพูดอะไรแปลกๆ คนนี้มีความเชื่อมันว่าจะทำอะไรสำเร็จแต่ ก็ไม่เคยทำอะไรสำเร็จ เป็นเรื่องที่ใกล้ตัวนะครับ เรื่องของความรักก็เป็นเรื่องที่เข้าถึงทุกคนได้อยู่แล้ว ผมว่าแดนเขาดีตรงที่เลือกเอาความรักมาเป็นตัวปูบท แล้วก็เสนอมุมมองของเขาออกมาสู่สายตาคนอื่นครับ

          Q: ถ้าแดนตั้งใจชวนมาเล่นขนาดนี้ต้องขอให้เล่าให้ฟังแล้วล่ะว่าบทบาทที่ได้รับเป็นอย่างไรบ้าง
          ในภาพยนตร์เรื่องคืนวันเสาร์ถึงเช้าวันจันทร์ รับบทเป็น ปกป้อง ครับ สำหรับตัวบทของปกป้องเนี่ย เป็นคนสำคัญของเรื่อง เป็นแกนหลักของเรื่อง เป็นคนที่ทำให้นางเอกรู้สึกว่า ความรู้สึกของฉันจริงๆ แล้วมันเป็นยังไงความหมายของความรักมันเป็นยังไงกันแน่
          บุคลิกของปกป้อง เขาเป็นผู้ชายที่มีระเบียบ มีแบบแผน มีความเชื่อมั่นในตัวเอง ชอบบังคับคนอื่น จริงๆ เขาเป็นห่วงเป็นใยแทนคนอื่น โดยเอาตัวเองเข้าไปใส่เอาตัวเองเข้าไปครอบเค้า เนื่องจากตัวเองเป็น หมอผิวหนัง เป็นอาชีพภูมิฐาน เป็นคนที่คอยสั่งคอยสอนคนอื่น เป็นคนบอกให้เขาเชื่อ เป็นคนที่ค่อนข้างเนี้ยบ เพราะฉะนั้นเขาก็จะใส่ใจเรื่องการแต่งตัวด้วย เรื่องของผิวหน้า การบำรุงผิว การรักษาดูแลตัวเอง การกินอยู่ เป็นคนดูแลใส่ใจ และคอยปกป้องคนอื่นตามชื่อ “ปกป้อง” เลยครับ ถ้าพูดถึงเรื่องความรัก เขาเป็นคนที่ทุ่มเท เรื่องความรักมาก รักใครรักจริง ไม่คิดจะมีคนอื่นนะ ทุกอย่างทำเพื่อคนรัก และก็เตรียมพร้อมไว้หมด เขาคิดไว้แล้วว่าต้องเตรียมอะไรให้ครอบครัว ของเราบ้าง เขาจะเป็นคนเตรียมพร้อมมากเรียกได้ว่าเขาพร้อมที่จะแต่งงานแล้วล่ะ
          ส่วนเรื่องแฟนของเขาที่ต้องเป็นคนที่โดนดูแลมากที่สุดเขา เทคแคร์ทุกเรื่องไปจนถึง เรื่องของกริยามารยาท บางทีก็เป็นเรื่องของการหัวเราะ เช่น เฮ้ย หัวเราะแบบนี้ไม่ได้ เพราะว่ามันทำให้ หนึ่ง เสียมารยาท และ สองทำให้หน้าคุณเหี่ยวนะ คือเขาจะเป็นคนห่วงเรื่องนี้มาก จนบางทีมันมากเกินไปรึเปล่า บางทีเขาแยกไม่ออกว่าเขาเป็นแฟน เป็นพ่อแม่ หรือเขาเป็นพี่ คือเขาเป็นทุกอย่างกับแฟนคนนี้ อยู่ในตำแหน่งที่สูงกว่าแล้วคอยสั่งการ ก็เลยทำความอึดอัดให้กับตัวแฟนของเขา ก็คือ เพ็ญ (อังศุมาลิน สิรภัทรศักดิ์เมธา) น่ะครับ

          Q: ถูกแดนวางตัวให้มารับบทปกป้องแบบนี้ แสดงว่าต้องเห็นอะไรบางอย่างในตัวเรา คิดว่าตัวตนจริงๆของเรามีความคล้ายหรือแตกต่างจากตัวละครนี้อย่างไรบ้าง
          ถ้าถามว่าตัวตนของผมเป็นอย่างไร ผมเป็นคนที่หลายคนบอกว่าผมเป็นคนหยิ่ง บางทีก็บอกว่าไม่ค่อยให้ความสนใจคนอื่น แต่จริงคือผมเป็นคนขี้อายหนึ่งล่ะครับ (หัวเราะ) เป็นคนไม่ค่อยกล้าที่จะสนิทสนมกับใครเพราะว่าเราคิดว่าเดี๋ยวเค้าจะรู้สึกยังไงกับเรา เป็นคนขี้กลัวแต่คือจริงๆแล้วผมเป็นคนที่ไม่มีอะไรเลยครับ ผมเป็นคนที่ค่อนข้างเฟรนด์ลี่ด้วย แล้วก็เป็นคนที่เคารพผู้หลักผู้ใหญ่ ผมว่าผมเป็นคนที่สนุกสนานกับการทำงานนะถ้าทำแล้วงานออกมาดีผมทำเต็มที่เท่าที่จะทำได้
          ส่วนผมกับปกป้องเหมือนกันไหม ผมว่าก็เหมือนกันนะ เพราะผมเป็นคนที่ห่วงความรู้สึกคนอื่น แต่อาจจะไม่แสดงออก เหมือนปกป้องหรอก คิดในใจมากกว่า (หัวเราะ) ปกป้องเขาจะเป็นคนที่แสดงออกมากๆ น่ะ ว่า เฮ้ยห่วงนะก็พูดออกมาเลยว่าห่วง ผมห่วงคุณนะ ผมรักคุณนะ พูดแบบชัดเจนน่ะ ไม่ต้องเดาความรู้สึกเลย อย่างเวลาก่อนเขาจะวางโทรศัพท์เขาจะพูดว่า รักหนูนะ มันเป็นความรู้สึกแบบผู้ชายหลายคนเป็น โดยเฉพาะผู้กำกับอาจจะเป็นก็ได้ เพราะเขาเขียนบทให้ผมมาพูด (หัวเราะ) เขาอาจจะพูดแบบนั้นกับแฟนเขาบ่อยๆ เขาก็อาจจะรู้สึกว่าตัวปกป้องอาจจะต้องพูดนะ คือผมเองอาจจะไม่ได้พูดขนาดนั้น เรียกว่ามีความเหมือนที่แตกต่าง

          Q: คิดว่าเสน่ห์ความน่าสนใจของตัวละครนี้อยู่ตรงไหน
          ความน่าสนใจของบทนี้มันอยู่ที่ ปกป้อง เป็นผู้ชายที่เข้มแข็งแต่โคตรน่าสงสารเลยครับ ผู้กำกับเขาบอกผมแบบนี้เลย โดยเฉพาะช่วงท้ายเรื่อง อารมณ์จะบีบขึ้นเรื่อยๆ คือตัวปกป้องเป็นผู้ชายที่ เขาคิดว่าความรักต้องเป็นแบบนี้ แล้วเขาทำทุกอย่างเพื่อความรัก เขาไม่ได้ทรยศความรัก เขาเชื่อมั่นว่าสิ่งที่เขาทำดีที่สุด แต่ว่าบางทีมันอาจจะไม่ใช่แบบนั้นผมว่า ในชีวิตประจำวันของเรามันก็ต้องมีคนที่เชื่อมั่นว่าสิ่งที่เขาทำเพื่อคนรักเป็นสิ่งที่ดีที่สุดแล้ว แต่ว่าพอมันออกมามันอาจจะไม่ใช่ ก็ต้องไปดูว่าเขาผิดพลาดตรงไหนครับ
          นอกจากนี้ที่เด่นเลยต้องบอกว่าตัวปกป้องเนี่ยเขาเป็นหมอหน้านะครับ ซึ่งตรงนี้ตอนแรกผมหนักใจมากเพราะไม่เคยให้บริการคนอื่นมาก่อน เคยแต่ไปรับบริการ (หัวเราะ) ก็เรียกว่าต้องไปหัดดูว่า เขายังไง เขายิงเลเซอร์กันยังไง

          Q: การรับบทหมอรักษาผิวไม่ใช่เรื่องง่ายเลย มีการเตรียมอย่างไรบ้าง และตอนที่ถ่ายทำจริงในฉาก เป็นอย่างไรบ้าง
          การเป็นหมอผิวหนังเนี่ยนะครับ เป็นเรื่องที่แปลกประหลาดผมมีเคยมีความคิดที่ผมจะเป็นหมอนะ แต่ไม่คิดว่าตัวเองจะเป็นหมอรักษาหน้าได้ ตอนที่รู้ว่าจะรับบท ก็ไปที่ไปร้านหมอสิวเลยครับ ก็จะดูว่าหมอสิวพูดกับคนไข้ยังไง พูดกับลูกค้ายังไง คือเราจะดูว่า เขามีขั้นตอนในการอธิบายการรักษาอย่างไรบ้าง ไม่ใช่ว่าหยิบเครื่องมือมา ผมจะยิงเลเซอร์ แล้วก็ยิงๆ แล้วก็ไม่พูดอะไร แต่หมอที่ดี จะต้องอธิบายให้คนไข้ฟังครับว่าการรักษานั้นมันจะทำให้หน้าคุณเป็นยังไง ซึ่งเราก็จำมาครับเอามาปรับเป็นคาร์แร็คเตอร์ของเรา
          และตอนที่เข้าฉากก็มียิงเลเซอร์จริงๆเลยนะครับ ผมก็บอกกับพนักงานร้านว่า พี่ครับเอาแบบต่ำสุดเลยนะ ให้ยิงได้หลายทีและคนที่โดนยิงเขาไม่เจ็บ ซึ่งก็ออกมาดีครับ ก็เป็นซีนที่สนุกและตลกเหมือนกัน ซีนนั้น (หัวเราะ) ก่อนถ่ายผมก็มีการเรียนรู้ขั้นตอนวิธีการทำหน้ากันก่อน จากที่เราเคยนอนอย่างเดียวแล้วก็รู้สึกว่ามีอะไรเย็นๆมาแปะ เราก็ได้รู้ว่าไอ้ที่เย็นๆ คือครีม ขาวๆ ใสๆ เอามาแปะให้หน้าเราเย็นนะ แล้วก็จะมีพื้นที่รับแสงได้ดีขึ้น จะสะท้อนได้ดีขึ้นเขาก็อธิบายให้เราฟัง แล้วระหว่างถ่าย ตอนเราเล่นเป็นเราเป็นหมอเราก็ต้องอธิบาย ตอนนี้นะครับ ทาครีม คูลเจลให้คุณแล้วนะครับ แล้วก็ยิงเลเซอร์ เลเซอร์ตัวนี้จะมีผลทำให้หน้าของคุณ ใสขึ้นนะครับแต่ว่า สองสามวันสัมผัสดูอาจจะเป็นขุยนิดหน่อย ก็ไม่เป็นไรนะครับ หลังจากนั้นหน้าคุณจะดีขึ้น รูขุมขนจะกระชับขึ้น คือมันเป็นสิ่งที่เราต้องคอยพูดคอยบอกกับคนไข้เราน่ะครับ
          และในซีนนี้ก็จะเป็นซีนที่เป็นการเล่าการบอกถึงคาแร็คเตอร์ของปกป้อง เพราะเป็นซีนแรกที่เห็นว่าปกป้องมีอาชีพเป็นหมอหน้านะ ทำไมเค้าถึงมีนิสัยอย่างนี้ ในฉากนี้จะมีชวดที่รับบทโดยแดนนะครับ แล้วก็มีเพ็ญรับบทโดยน้องแพทตี้ อยู่ในซีนนี้ด้วย เพราะเขากำลังจะมาขออนุญาตไปต่างจังหวัดกันในช่วงคืนวันเสาร์ถึงเช้าวันจันทร์ ซีนนี้จะบอกให้รู้ว่าเวลาที่ปกป้องเค้าเป็นห่วงแฟนเค้าแสดงออกยังไง แล้วเค้าเป็นจริงจังกับการประกอบอาชีพเค้าแค่ไหน ตอนถ่ายในฉากขณะที่ทุกคนหวาดเสียวกับการยิงเลเซอร์ทุกคนกำลังสนุกสนาน หัวเราะ ขำน้องนักแสดงสมทบคนที่โดนเลเซอร์ยิง ส่วนผมเป็นปกป้องต้องเป็นคนที่ซีเรียสอยู่คนเดียว ต้องทำท่าจริงจังในการรักษา และจริงจังกับสิ่งที่แฟนเค้าพูดมาแล้วก็คอยสังเกตคนที่มากับแฟนเค้าด้วย คือเป็นตัวปกป้องอ่ะครับ กำลังปกป้องแฟนอยู่อะไรอย่างนี้ครับผม

          Q: เรื่องราวความสัมพันธ์ในเรื่องนี้ดูเป็นความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนไม่ใช่เล่น ที่มาที่ไปของเรื่องราวในเรื่องนี้เป็นอย่างไรบ้าง
          เรื่องราวของคืนวันเสาร์ถึงเช้าวันจันทร์นะครับ เริ่มขึ้นจากสาวคนหนึ่งชื่อ เพ็ญ (แพทตี้ อังศุมาลิน สิรภัทรศักดิ์เมธา) เขามีแฟนแล้วชื่อปกป้อง รักกันและเป็นแฟนกันมานาน อยู่มาวันหนึ่งเพ็ญก็ไปเจอผู้ชายคนหนึ่งซึ่งเข้ามาทำความรู้จักกับเพ็ญก็คือ ชวด (แดน วรเวช ดานุวงศ์) ชวดเข้ามาหาเพ็ญเพราะว่าอยากจะเข้ามาจีบเพื่อนเพ็ญคือ ต้นหลิว (นุช-นีรนาท วิคทอเรีย โคทส์) ชวดอยากจีบต้นหลิวแต่ว่าใช้เพ็ญเป็นสะพาน แต่ระหว่างที่ชวดใช้เพ็ญเป็นสะพาน ชวดที่ไม่รู้ใจตัวเอง ก็แอบปิ๊งเพ็ญไปแบบไม่รู้ตัวเหมือนกัน ซึ่งเรื่องราวใน “คืนวันเสาร์ถึงเช้าวันจันทร์” ก็คือเป็นช่วงเวลาของชวดที่ได้อยู่กับเพ็ญ ถามว่าใช้เวลายังไง ก็เขามีเหตุการณ์ที่ต้องไปในสถานที่หนึ่งด้วยกันสองคน ก็เลยเกิดเป็นความรู้สึกพิเศษขึ้นมา แล้วพอทั้งคู่กลับมาความรู้สึกหลายๆ อย่างมันก็ได้เปลี่ยนไปแล้ว สำหรับผมนะครับ ผมเชื่อว่าความรักที่อยู่มานานมันจะแปรความรักเป็นความผูกพัน แต่ว่าความรักที่เพิ่งรู้จักมันเป็นความรักที่เป็นความแปลกใหม่ด้วย แล้วอันไหนมันถึงจะเป็นอันที่ใช่ล่ะ ซึ่งความรักมันเป็นเรื่องของระยะเวลาหรือเปล่า หรือความรักกับความผูกพันอันไหนมันมีน้ำหนักกว่ากัน ก็ต้องหาคำตอบของความรักของคู่สองคนนี้ด้วย ก็เลยกลายเป็นเรื่องคืนวันเสาร์ถึงเช้าวันจันทร์ครับ

FB:
          Q: ช่วยนิยามความความรักของตัวละครในเรื่องนี้แต่ละคนสักหน่อย และคิดว่าคนทั่วไปจะเข้าถึงความรักในเรื่องนี้ได้ไหม
          ผมว่าความรักของคนในเรื่องนี้นะครับเป็นความรักที่มาจากพื้นฐานของความสับสน ไม่มั่นใจ
          ตัวปกป้องจะนิยามความรักได้ว่าเป็นรักแบบ รักไม่เข้าใจ แต่รักมาก ไม่เข้าใจว่าความรักที่แฟนเราต้องการเป็นอย่างไหน ซึ่งจริงๆ ในชีวิตคนหลายๆ คนก็อาจจะเป็นแบบว่า เฮ้ย เรามีแฟนแต่เราไม่รู้ว่าควรที่จะทำตัวกับแฟนยังไง
          รักของเพ็ญอาจจะเป็นรักแบบสับสน ผมว่าหลายๆ คนก็คงเป็นนะครับ จนมีกิ๊กอะไรอย่างนี้( หัวเราะ) ผมว่า แต่พอมาเป็นมุมผู้หญิงที่เป็นก็อาจจะดูพิเศษนะ เพราะว่าความรู้สึกแบบบางทีเราอยู่กับคนๆ หนึ่งมานาน จนความรู้สึกมันเป็นเหมือนพี่เหมือนเพื่อน แล้วก็เขาก็ไม่เคยทำให้เรารู้สึกว่า เฮ้ย เขาคือแฟนเราอ่ะ บางทีเราก็มีบ้างที่จะเผลอใจมันก็ไม่ใช่เรื่องแปลก ขึ้นอยู่กับว่าเราควบคุมมันได้ดีแค่ไหน
          ตัวของชวด ชวดอาจจะเป็นคนที่แบบ รักแบบไม่รู้ ไม่รู้ว่าตัวเองรัก มีเยอะนะครับ แบบว่าคนที่ไม่รู้ตัวว่าตัวเองรักคนเนี้ย แต่พอแบบว่าห่างๆ กันไปแล้วอ้าว ตกลงรักคนนี้ ไอ้ความรู้สึก คือเราคิดว่าเรารักผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งดูเพียบพร้อมไปซะทุกอย่าง ดูแบบว่าเพอร์เฟ็กต์ แต่ว่าสุดท้ายแล้วเรารู้สึกดีๆ กับคนข้างๆ เรามาโดยตลอดอะไรอย่างนี้ไอ้ความรู้สึกแบบเนี้ยผมว่าผู้ชายเป็นกันเยอะครับ
          ก็เป็นความรักสามแบบนะที่ผมว่าอยู่ในชีวิตจริงๆ ของใครหลายคน แล้วพอเอามารวมกัน มันก็จะมีทั้งความเศร้า มีทั้งความซึ้ง มีทั้งความรู้สึกดีๆ ผมว่าคนที่เข้ามาดูหลายๆ คนที่เคย ตกอยู่ในสภาพความรักทั้งสามแบบที่ผมพูดเมื่อกี้ก็คงจะรู้สึกอินกับหนังได้ง่ายมาก และผมก็คิดว่าหนังเรื่องนี้เป็นหนังที่คุณกำลังมองหาแน่ๆ ก็ต้องไปดูครับว่าความรู้สึกของคุณเป็นแบบไหนครับ แต่ผมว่าทุกคนก็เคยเป็นครับ

          Q: ในฐานะที่ต้องมารับบทเป็นคู่รักน้องแพทตี้ อังศุมาลิน ที่ต้องมีการรับส่งกันหลายแบบทั้งตลก ทั้งดราม่า คิดว่าความสามารถของสาวน้อยคนนี้เป็นอย่างไรบ้าง
          สำหรับน้องแพทตี้นะครับก็ถือว่าเป็นการร่วมงานกันเต็มๆ เป็นครั้งแรก ผมเคยอยู่ในภาพยนตร์เรื่องเดียวกันแต่ไม่เคยเจอหน้ากันเลย เรื่องนี้ก็ถือเป็นเรื่องแรกที่ได้มาใกล้ชิดกัน น้องเค้าเป็นคนที่สนุกสนานในการทำงาน แต่เวลาทำงานจริงเค้าจะซีเรียสนะ (หัวเราะ) เขาค่อนข้างซีเรียสแบบบางทีซีนหัวเราะอยู่อย่างเนี้ย ก่อนเข้ายังนั่งดีไซน์การหัวเราะโดยมีผู้กำกับคอยคุมอยู่เลย น้องเค้าก็เป็นจริงจังในการทำงาน และก็การที่ต้องมารับบทเป็นแฟนเค้านะครับ ด้วยตัวบทวางไว้ว่าผมเป็นพี่ซึ่งค่อนข้างห่างอยู่แล้ว และก็ตามชีวิตจริงก็เป็นอย่างนั้น มันก็เลยเหมือนประมาณพี่ชายหวงน้องสาวด้วย เพราะบางทีจะเรียกว่าแฟนก็เรียกไม่ถูก เพราะว่าด้วยความที่ปกป้องเป็นคนที่ดูแลคนอื่น ดังนั้นเวลาที่คนอื่นมองถ้าเค้าเดินมาด้วยกันบางทีมันอาจจะไม่เหมือนแฟน อาจจะเป็นพี่เดินกับน้องอะไรอย่างนี้ จะเป็นกันก็แค่นิดเดียวตอนที่เค้าแสดงออก บางทีน้องเค้าแสดงออกว่ามากอดแขนเรา ถึงดูเป็นแฟน แต่ตัวเราก็แสดงว่าไม่ได้จับมือแบบแนบแน่นเพราะว่าปกป้องเป็นคนหัวเก่านิดหน่อยก็ตามเรื่องนะครับ ก็ถือว่าเป็นเรื่องรับบทได้ง่ายครับ ไม่ยากเลยเวลาเข้าฉากกับแพทตี้
          สำหรับเรื่องความสามารถนะครับผมว่าบทเรื่องนี้น่าจะเขียนมาเพื่อปั้นผู้หญิงคนนี้เลยล่ะ เพราะว่าในเรื่องคืนวันเสาร์ถึงเช้าวันจันทร์ถึงเรื่องจะเป็นโรแมนติคคอมิดี้ แต่ก็มีจะซีนดราม่าแข็งแรงนะครับ ในเรื่องของการตัดสินใจใช้ชีวิตคู่ และก็น้องแพทตี้ก็แสดงออกมาได้ดีมากนะครับ เรียกได้ว่า เจ๋งครับ สำหรับตัวบทนางเอก บางทีเค้ามีความเป็นเด็ก แต่ก็เหมือนจะพยายามเป็นผู้ใหญ่เพื่อเข้ากับแฟนเค้าให้ได้น่ะครับ แต่ว่าเค้าจะโดนแฟนเค้ากดอยู่ตลอดเวลาว่าเค้าเป็นเด็กอยู่ เหมือนกับต้องเล่นเป็นคนที่แบบกดดันแต่ก็มีความสุขในการที่ได้อยู่ใกล้กันนะ มันเป็นบทที่น่าสนใจเหมือนกัน มันจะเรียกว่าท้าทายก็ได้ มันยากนะครับ

          Q: แล้วการทำงานกับแดน จากปกติเคยทำงานด้วยกันในฐานะเพื่อนร่วมงานมาโดยตลอด แต่ครั้งนี้แดนมาในมาดใหม่ การทำงานร่วมกับแดนในฐานะผู้กำกับคนนี้เป็นอย่างไรบ้าง
          สำหรับการร่วมงานกับผู้กำกับคนนี้ก็สนุกดีนะครับด้วยความที่เราสนิทกันอยู่แล้วนะครับ เราล้อเล่นกันไปชิลๆไม่เครียด แต่ก็มีนะบางทีเขาจะอธิบายบทด้วยท่าทางที่คนอื่นไม่น่าจะเข้าใจเช่น พี่บีมเล่นแบบนี้นะ แดนก็กางมือสองข้าง ผมเห็นแล้วยังงง อะไรอ่ะ มันคืออะไร ไอ้อย่างนี้มันคืออะไร จะพยายามหาคำพูดอะไร (หัวเราะ) แต่ผมก็โอเคเดี๋ยวเล่นให้นะ เราเหมือนจะเข้าใจได้กันนะครับ แต่แดนเขาก็จะมีวิธีการกำกับแบบแปลกๆ เรียกว่า แบบ“หกสเต็ป” (หัวเราะ) เขาจะบอกผมว่า ผมอยากได้อย่างนี้นะพี่ คืออย่างนี้ครับผู้กำกับขีดให้หกระดับการแสดงให้ผม ว่าอย่างแรกคือมีความสุขนะพี่บีม สองคือเริ่มกังวล สามคือเริ่มสงสัย สี่ก็คือคิดได้ ห้าก็คือเริ่มแบบปลง รู้สึกว่าแบบอะไรจะเป็นก็เป็น เรารักแฟนเรา เราเห็นแฟนมีความสุขแค่นี้เราก็พอใจ หกคืออะไรก็ไม่รู้ร้องไห้ เศร้ามาก ต้องลองไปดูครับว่าจะออกมาเป็นยังไง ส่วนเรื่องอื่น แดนเขาเป็นคนใจเย็น ผมว่าการเป็นผู้กำกับก็ต้องใจเย็นนะครับ และก็ต้องรู้แหละว่าตัวเองจะทำอะไรต่อไป เป็นคนที่ใส่ความตั้งใจลงไปในงานน่ะครับ ดีครับ ตั้งแต่ร่วมงานกันนะครับจนปิดกล้องนะครับก็ถือว่าสนุกดีครับ เป็นการทำงานกับคนที่เราสนิทด้วยแหละ สองเราพอจะรู้อยู่แล้วว่าเขาอยากจะได้อะไรและก็เราทำงานด้วยกันมานานก็สนิทกันมาก
          งานนี้ก็ถือว่าเป็นการกลับมาร่วมมือกันถึงผมอาจจะช่วยนิดหน่อยก็ดีใจที่เป็นส่วนหนึ่งของงานของน้อง ผมถือว่าอาจจะเป็นงานมาสเตอร์พีซของเขาก็ได้ เพราะว่าเขาทั้งกำกับด้วยและก็เล่นด้วย ในอนาคตอาจจะไม่ได้ขนาดนี้ ก็ต้องดูว่าต่อไปจะเป็นยังไง ก็เยี่ยมครับผมหวังว่าทุกคนจะได้รับความอินกับภาพยนตร์เรื่องคืนวันเสาร์ถึงเช้าวันจันทร์นะครับ เข้าถึงตัวตนความเป็นแดนเลยทีเดียว

          Q: เรื่องราวของเรื่องนี้ดูแล้วมีอารมณ์ที่หลากหลาย ขอให้ช่วยยกตัวอย่างฉากสนุกๆ ที่ชื่นชอบในเรื่องนี้ให้ฟังหน่อย
          ผมขอยกตัวอย่างฉากที่เรียกว่า ฉากหัวเราะโหด เลยครับ ซีนนี้ผมแอบถ่ายคลิปตอนแดนที่เขาบรีฟน้องแพทตี้ไว้ด้วยนะครับ (หัวเราะ) เพราะก่อนจะเข้าซีนเค้าทำหน้าเครียดมาก เพราะว่าแดนมาพูดว่า เฮ้ย แพทตี้พี่อยากได้อย่างนี้ เขาก็หัวเราะแบบแดน หัวเราะแบบปล่อยสุดๆ เป็นหัวเราะแบบไม่มีอั้นเลยอ่ะ เป็นผู้ชายที่ไม่มีอั้นเลย ซึ่งผมดูคาแร็คเตอร์ของน้องแพทตี้ดูเป็นคนที่ไม่น่าเป็นคนที่หัวเราะแบบนี้อยู่แล้วในชีวิตประจำวันนะ แล้วซีนนี้น้องแพทตี้เค้าต้องหัวเราะเยอะมาก แล้วก็ดูเหนื่อย การหัวเราะมันเป็นการใช้พลังงานสูงมากเหมือนกันนะครับ ก็หลายเทคอยู่นะ ซีนนี้ก็ประมาณสี่ห้าเทคได้กว่าจะถูกใจผู้กำกับ เราก็คอยแบบน้องดื่มน้ำเยอะๆ เพราะหัวเราะแล้วคอมันแห้งไง เป็นห่วง ผู้กำกับไม่เคยเป็นห่วงนางเอกเลยอ่ะ ผมเนี้ยครับคอยดูแล (หัวเราะ) แล้วซีนนี้นะครับนอกจากจะเห็นน้องแพทตี้หัวเราะเยอะๆ ก็จะเห็นบทของผมนะครับคอยทำหน้าเอือมๆ คอยห้ามไม่ให้หัวเราะ เป็นอีกซีนหนึ่งที่บอกเป็นว่าปกป้องคนที่คอยควบคุมแม้แต่การหัวเราะของแฟนนะครับ นิสัยเสียมาก

Navigation

[0] Message Index

[#] Next page

[*] Previous page

Go to full version