FANCLUBENJOYJAM on August 24, 2011, 02:25:50 PM
เรื่องย่อ: รอยไหม

รอยไหม

บทประพันธ์ พงศกร กำกับการแสดง พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง

บทโทรทัศน์ ยิ่งยศ ปัญญา ดำเนินงาน ธัญญา วชิรบรรจง

บริษัท แอ็คอาร์ต เจเนเรชั่น จำกัด

รายชื่อนักแสดง ละคร รอยไหม

          สุริยวงศ์,เจ้าศิริวงศ์ รับบทโดย อธิชาติ ชุมนานนท์
          เรริน,เจ้าหญิงมณีริน รับบทโดย ทักษอร ภักดิ์สุขเจริญ
          เจ้าสิริวัฒนา รับบทโดย ชาตโยดม หิรัณยัษฐิติ
          ธนินทร์ รับบทโดย เจสัน ยัง
          หม่อมบัวเงิน(วัยชรา) รับบทโดย พิสมัย วิไลศักดิ์
          หม่อมบัวเงิน(วันสาว) รับบทโดย เมย์ เฟื่องอารมย์
          วันดารา รับบทโดย อรอนงค์ ปัญญาวงศ์
          วงพระจันทร์ รับบทโดย พิมลรัตน์ พิศลยบุตร
          สรัญญา รับบทโดย ธนิดา กาญจนวัฒน์
          พรรณวรินทร์ รับบทโดย รัชนี ศิระเลิศ
          คำเที่ยง(แก่) รับบทโดย น้ำเงิน บุญหนัก
          คำเที่ยง (สาว) รับบทโดย สะแกวัลย์ ยงใจยุทธ
          ไหมแม รับบทโดย วราพรรณ ทรัพย์ธนะอุดม
          อีเม้ย รับบทโดย ชุดาภา จันทเขตต์
          เจ้าหลวง รับบทโดย เผ่าทอง ทองเจือ
          พระชายา รับบทโดย ชลิดา เถาว์ชาลี ตันติภิภพ
          สล่าพันธ์ รับบทโดย เกรียงไกร อุณหะนันท์

FANCLUBENJOYJAM on August 24, 2011, 02:28:16 PM
เรริน (ทักษอร ภักดิ์สุขเจริญ) เห็นธาตุแท้ของ ธนินทร์(เจสัน ยัง) คู่หมั้นที่หมั้นกันเอาไว้หลายปีแล้วด้วยการจัดการของผู้ใหญ่ เพราะธนินทร์แอบขายผ้าทอผลงานของเธอโดยไม่บอกกล่าว เรรินโกรธมาก เดินทางขึ้นเชียงใหม่ทันที เธอต้องการสงบสติอารมณ์ ที่เชียงใหม่เรรินแวะเวียนไปตามหมู่บ้านต่าง ๆ เพื่อชมการทอผ้า และที่แม่แจ่ม เธอได้พบ สุริยวงศ์ (อธิชาติ ชุมนานนท์) และได้ อาศัยรถของเขากลับเข้าเมืองด้วย เรรินได้ที่พักเป็นรีสอร์ตแห่งหนึ่ง ซึ่งเจ้าของที่อัธยาศัยดีในคืนแรกที่พักเธอได้ยินเสียงเรียกชื่อตน เธอจึงลุกออกมาและได้พบชายคนหนึ่ง เขาพูดคุยกับเธอเหมือนรู้จักคุ้นเคยมานาน เขาแสดงความยินดีที่เธอกลับมาแล้ว สร้างความงงงวยให้เรรินเป็นอย่างมาก

เรรินพบว่าสุริยวงศ์เป็นน้องชายวันดารา(อรอนงค์ ปัญญาวงศ์)เจ้าของรีสอร์ตเขาตกหลุมรักเธอตั้งแต่แรกพบ และเมื่อรู้ว่าเรรินสนใจงานผ้าโบราณ เขาจึงอาสาพาเรรินไปพบ บัวเงิน(พิสมัย วิไลศักดิ์) ย่าของเขา เพราะบัวเงินครอบครองผ้าโบราณล้านนามากมาย นาทีแรกที่บัวเงินได้เห็นหน้าของเรริน ทุกอย่างกลับตาลปัตร บัวเงินไล่ตะเพิดและด่าทอเรริน รวมถึงแสดงความเกลียดชัง สร้างความงุนงงให้กับเรรินและสุริยวงศ์ บัวเงินรู้ดีว่ามณีรินกลับมาแล้ว เพื่อทวงแค้นของเธอ เรรินได้แวะเข้าชมพิพิธภัณฑ์ผ้า และในบรรดาผ้าตระกูลล้านนา เธอรู้สึกผูกพันกับผ้ากลุ่มไทเขินจากเชียงตุงเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะผ้าซึ่งเจ้าของเดิมคือ เจ้านางมณีริน(ทักษอร ภักดิ์สุขเจริญ) รวมถึงประวัติเรื่องเล่าชีวิตของเจ้านางมณีรินได้ดึงดูดความสนใจของเรรินเป็นอย่างมากจนเธออยากรู้จัก เจ้าหน้าที่พิพิธภัณฑ์เมื่อรู้ว่าเรรินสนใจผ้าโบราณ จึงพาเธอเข้าไปชมผ้าผืนหนึ่งที่ยังทอไม่เสร็จและทันทีที่เรรินได้เห็นผ้าผืนนั้น เธอเหมือนตกอยู่ในภวังค์เธอเข้าไปนั่งลงและเริ่มทอผ้าผืนนั้นต่อทันที ช่วงเวลาที่เธอได้อยู่กับการทอผ้า และการได้พบชายแปลกหน้ายามวิกาล ทำให้เธอเหมือนได้หลุดไปสู่อีกมิติหนึ่งและได้รู้จักเจ้านางมณีริน

          เจ้านางมณีริน เป็นเจ้าหญิงจากแคว้นเชียงตุงที่ถูกส่งตัวมาเชียงใหม่ เพื่อเข้าพิธีแต่งงานกับเจ้าศิริวัฒนา(ชาตโยดม หิรัณยัษฐิติ) ทั้งที่เธอไม่ได้รู้สึกรักเขาเลย เจ้านางมณีรินหนีออกจากคุ้มเจ้าหลวงไปเที่ยวตลาด โดยมีนางคำเที่ยง(สะแกวัลย์ ยงใจยุทธ) พี่เลี้ยงคนสนิทติดตามไปด้วย ที่ตลาด มณีรินได้รู้จัก เจ้าศิริวงศ์ (อธิชาติ ชุมนานนท์)และมิตรภาพเบ่งบานเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว ต่างรู้ใจกันและกันจนก่อเกิดเป็นความรัก เมื่อต่างฝ่ายต่างรู้ความจริงเรื่องสถานะของกันและกัน ความรักของคนทั้งคู่จึงกลายเป็นรักต้องห้าม

          บัวเงินหม่อมของเจ้าศิริวัฒนา เมื่อรู้ว่ามณีรินเดินทางมาเพื่อแต่งงานกับศิริวัฒนา จึงคุมแค้นและต้องการกำจัดมณีรินให้พ้นทาง แล้วโชคเข้าข้างบัวเงินเมื่อ เจ้าหลวง (เผ่าทอง ทองเจือ) และ พระชายา(ชลิดา เถาว์ชาลี ตันติพิภพ) ไว้วางใจให้บัวเงินเป็นพี่เลี้ยงคอยดูแลมณีริน มณีรินชอบทอผ้า พระชายาจึงมอบหมายให้บัวเงินเป็นครูสอนมณีริน บัวเงินเหยียบย่ำ ถากถางมณีริน ต่าง ๆ นานา แต่ฝีมือมณีรินยิ่งดีวันดีคืน ผลงานผ้าทอของมณีรินเป็นที่ปลาบปลื้มชื่นจิตพระชายาเป็นนักหนา และท่าทางศิริวัฒนาจะรักมณีรินมากขึ้นทุกวัน แต่โอกาสก็เข้าข้างบัวเงินเสมอ ครั้งหนึ่งบัวเงินจงใจผลักมณีรินตกน้ำ โดยตั้งใจจะให้เสียหน้า เฉย ๆ แต่มณีรินกลับจมน้ำเพราะว่ายน้ำไม่เป็น ศิริวงศ์มาช่วยไว้ได้ทันเวลา ยิ่งทำให้ความผูกพันระหว่างมณีรินและศิริวงศ์กระชับแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

          ในงานถวายผ้าห่มพระธาตุ เจ้าหลวงและพระชายาสั่งให้มณีรินและบัวเงินแข่งขันกับทอผ้า บัวเงินใช้กลโกงในการทอ ทำให้มณีรินไม่มีฝ้ายในการทอผ้า แต่ในนาทีสุดท้ายนั้นเองศิริวงศ์ ซึ่งล่วงรู้แผนการของบัวเงิน ก็ขนฝ้ายจำนวนมากมาให้มณีริน ผลการแข่งขันได้หักหน้าบัวเงินอย่างแรง เพราะมณีรินเป็นฝ่ายถูกตัดสินให้เป็นฝ่ายชนะด้วยฝีมือปักผ้าแบบเชียงตุงเพิ่มเข้าไป บัวเงินสะสมความแค้นต่อมณีริน และยิ่งรู่สึกว่าเจ้าหลวงลำเอียงเอ็นดูมณีรินมากกว่า

          อีเม้ย(ชุดาภา จันทเขตต์) ขี้ข้าคนสนิทของบัวเงิน ออกความคิดช่วยกำจัดมณีรินโดยใส่งูเห่าไว้ในกระชุดอกไม้ หวังให้งูกัดมณีริน แต่คนที่รับเคราะห์ถูกงูกัดคือศิริวงศ์ มณีรินดูดพิษงูจากแขนศิริวงศ์ โดยไม่กลัวความตาย ทั้งคู่รักกันมากขึ้น และอีเม้ยเริ่มสงสัยความสัมพันธ์ของคนทั้งคู่ อีเม้ยถูกจับเฆี่ยนเพราะถูกจับได้ว่าเป็นผู้ต้องสงสัย แต่มณีรินขอชีวิตอีเม้ยไว้ไม่ถือโทษเพราะถือว่าไม่มีหลักฐาน

          ศิริวัฒนา สนใจในตัวบัวเงินน้อยลงทุกที อีเม้ยออกความคิดทำเสน่ห์ยาแฝด ซึ่งเป็นเรื่องผิดอาญาแผ่นดิน ศิริวัฒนาล้มป่วยเพราะโดนของ ศิริวงศ์และมณีรินล่วงรู้แผนการของบัวเงิน และกำจัดมนต์ดำนั้นได้ เจ้าหลวงไม่ค่อยสบาย แต่อาการดีขึ้นด้วยอาหารที่มณีรินจัดขึ้นถวาย เจ้าหลวงจึงมอบหมายให้มณีรินดูแลเรื่องอาหารตลอดไป บัวเงินคุมแค้นและใช้โอกาสนี้ ยอกย้อนมณีริน โดยใส่ยาพิษในอาหาร หวังจะฆ่าเจ้าหลวง และกำจัดมณีรินไปพร้อม ๆ กัน อีเม้ยยอมเป็นฝ่ายรับเคราะห์แทนบัวเงิน โทษฐานวางยาเจ้าหลวง อีเม้ยฆ่าตัวตาย โดยสั่งเสียบัวเงินไว้ว่าวิญญาณของตนจะอยู่รับใช้บัวเงินตลอดไป บัวเงินล่วงรู้ความสัมพันธ์อันลึกซึ้งของมณีรินกับศิริวงศ์เพราะผีอีเม้ย บัวเงินแฉเรื่องเลวร้ายนี้ หวังให้ศิริวัฒนากำจัดมณีริน ศิริวัฒนาโกรธจัดแต่เมื่อทั้งมณีรินและศิริวงศ์ ยอมรับความจริง และให้ขอศิริวัฒนา เห็นใจในความรักแท้ ศิริวัฒนาก็อ่อนลง

          วันสงกรานต์ ศิริวงศ์นัดพบมณีริน ผีอีเม้ยเข้าสิงครอบงำศิริวัฒนา ตามไปและพลั้งมือฆ่าศิริวงศ์ มณีรินเสียใจอย่างหนัก ต้องการตายตามชายที่รัก ศิริวัฒนารู้สึกผิดที่พลั้งมือฆ่าน้องชาย แต่ต้องการไถ่โทษด้วยการแต่งงานและดูแลมณีรินอย่างดีที่สุด ศิริวัฒนาออกคำสั่งให้มณีรินทอผ้าตุ๊มเพื่อให้ใช้ในพิธีแต่งงาน มณีรินมิได้ขัดขืน ตั้งใจทอผ้าตุ๊มให้เสร็จโดยหวังจะใช้ผ้าผืนนี้ผูกคอตายตามศิริวงศ์ บัวเงินขัดขวางมณีริน กรอกยาพิษจนมณีรินขาดใจตายคากี่ทอผ้า ศิริวงศ์ตรอมใจและตายตามในที่สุด

          บัวเงินเหมือนอยู่ในนรกตลอดเวลาเจ็ดสิบปี เมื่อมณีรินกลับมาเกิดใหม่ในฐานะเรริน บัวเงินจึงยังคุ้มแค้น บัวเงินและผีอีเม้ยขัดขวางเรรินทุกวิถีทางไม่ให้เรรินทอผ้าผืนนั้นเสร็จ แต่ด้วยความช่วยเหลือของทั้งศิริวัฒนาและศิริวงศ์ เรรินก็ทอผ้าผืนนั้นเสร็จสมบูรณ์จนได้ บัวเงินสั่งผีอีเม้ย เข้าสิงธนินทร์เพื่อจับตัวเรรินไปฆ่า เหตุการณ์จะเป็นอย่างไรต่อไป ติดตามได้ใน ...รอยไหม
« Last Edit: August 24, 2011, 02:38:22 PM by FANCLUBENJOYJAM »

FANCLUBENJOYJAM on August 24, 2011, 02:29:02 PM






« Last Edit: August 24, 2011, 02:36:29 PM by FANCLUBENJOYJAM »

FANCLUBENJOYJAM on August 24, 2011, 02:30:42 PM






« Last Edit: August 24, 2011, 02:44:12 PM by FANCLUBENJOYJAM »

FANCLUBENJOYJAM on August 24, 2011, 02:33:23 PM
“อั้ม – แอฟ” ร่วมสร้างโศกนาฏกรรมความรัก “อ๊อฟ พงษ์พัฒน์” พิถีพิถันปรุงแต่ง “รอยไหม” เข้มข้นครบรส
 


          และแล้วก็ได้ฤกษ์ลงจอแล้วสำหรับละคร “รอยไหม” ที่แฟนละครรอชมมากที่สุดเรื่องหนึ่งทีเดียว ซึงเป็นเรื่องราวของโศกนาฏกรรมความรักที่เกิดขึ้นระหว่าง เจ้าหญิงแห่งเชียงตุง กับ เจ้าชายแห่งล้านนา โดยสอดแทรกทั้งขนบธรรมเนียม ประเพณีของล้านนาเข้าไปซึ่ง ผู้กำกับ พี่อ๊อฟ “พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง” ก็ได้ถ่ายทอดออกมาในฉากต่างๆของเรื่อง เช่น ประเพณีก๋วยสลาก ประเพณีการแข่งทอผ้าห่มพระธาตุ งานสงกรานต์ งานก่อพระเจดีย์ทราย และที่สำคัญที่ผู้ชมจะได้คือเรื่องของเวรกรรม การทำกรรมที่ไม่ดีก็จะติดตามไปชั่วชีวิต และที่ขาดไม่ได้คือจุดสำคัญที่ก่อให้เกิดเรื่องราวคือ เรื่องของผ้านั่นเอง ผ้าโบราณที่นางเอกไปพบนั่นเอง ซึ่งเรื่องนี้พี่อ๊อฟได้กล่าวว่า

          “เรื่องนี้เรียกได้ว่าเป็นโศกนาฏกรรมความรักที่เกิดขึ้น ระหว่างเจ้าหญิงจากเชียงตุงและเจ้าชายจากล้านนา เป็นรักส้ามเส้า ระหว่าง พี่ชายคือ ชายชาตโยดม น้องชายคือ อั้ม อธิชาติ และ นางเอก คือแอฟ ทักษอร ความอิจฉาตาร้อนของผู้หญิงคนหนึ่งที่ถูกแย่งคนรักคือ หม่อมบัวเงิน คือเมย์ เฟื่องอารมย์ ความอาฆาตแค้นเกิดขึ้น การฆ่าฟัน ก็จะมีการเติมจากบทประพันธ์ก็เพื่อความสนุกสนานและเพิ่มรายละเอียดคาเร็กเตอร์ของตัวละครให้ชัดมากยิ่งขึ้น ก็จะได้เห็นขนบธรรมเนียมประเพณีของเชียงตุงในระดับหนึ่ง เรื่องของเสื้อผ้าเรื่องของวิถีชีวิตในระดับหนึ่ง เราก็ได้เรียนรู้ขนบธรรมเนียมประเพณีล้านนาผ่านตัวละคร และเรื่องเครื่องแต่งกาย เช่น ผ้าไหมสวยๆมีเยอะ แล้วก็มีลายของแต่ละจังหวัด เช่น ของลำพูนก็จะมีลายแม่แจ่ม ลายลำพูน ทางเชียงตุง ลายผ้าไหมที่สำคัญที่สุดที่เป็นมาสเตอร์พีชก็ใช้ดิ้นทองจริงๆทอเข้าไปเลยสวยมาก นางเอก ณ ปัจจุบันก็คือน้องแอฟ ก็เป็นผู้เชี่ยวชาญเป็นอาจารย์สอนทอผ้า งานผ้าของนางเอกก็จะสวย สวยมากตอนเปิดเรื่อง ก็เป็นงานร่วมสมัยที่มีคอนเซ็ปที่ชัดเจนมาก แต่ที่ยากก็คือการเล่าเรื่องทำอย่างไรให้คนดูเข้าใจมากที่สุดก็ฝากละครรอยไหมด้วยนะครับ”

          และเรื่องราวที่เข้มข้นจะขาดไม่ได้ที่นักแสดงทั้ง 4 ตัวหลักที่จะมาสร้างเรื่องราวของตำนานรักจากอดีตจนมาถึงภพปัจจุบัน ซึ่งมี 4 นักแสดงคุณภาพเป็นผู้รับบทคือ อธิชาติ ชุมนานนท์ – ทักษอร ภักดิ์สุขเจริญ – ชาตโยดม หิรัณยัษฐิติ และ เมย์ เฟื่องอารมย์ โดยพวกเขาได้เปิดเผยว่า

          อธิชาติ ชุมนานนท์ รับบท ศิริวงศ์ และ สุริยวงศ์
          ละครเรื่องนี้เรียกได้ว่าเป็นเรื่องยิ่งใหญ่เลยก็ว่าได้ คือมันมีหลายรสชาติ มันมีทั้งยุคปัจจุบันยุคของในอดีต ซึ่งในเรื่องของในอดีต ทางพี่อ๊อฟก็ใส่ใจรายละเอียดทุกอย่างมากไม่ว่าจะเป็นเรื่องของยุคสมัย สิ่งของที่เข้าฉาก คือพี่อ๊อฟเก็บสะสมรักษา หรือแม้กระทั่งสถานที่ที่ถ่ายทำก็อยากจะไปได้คุ้มเจ้าหลวงสมัยก่อนจริงๆ เราก็ไปถึงเชียงใหม่ ไปถึงลำบาง ไปแพร่อย่างงี้ครับก็เดินทางกันหลายที่เลยครับก็ไม่เหนื่อยหรอกครับ มันก็เป็นเหมือนกำไรของเราด้วยตรงที่แบบเราต้องเดินทาง บางทีเราก็ไปเห็นอะไรที่แบบเราก็ไม่ค่อยมีเวลาไปเองซักเท่าไร อย่างเช่นที่เมืองแพร่เราก็มีโอกาสได้ไปเห็นบ้างเมืองจังหวัดเขาว่าเป็นยังไงอย่างงี้ล่ะครับตัวละครตัวนี้รับบทเป็น ศิริวงค์ ในยุคสมัยก่อนในยุคล้านน แล้วในยุคปัจจุบันชื่อ

          สุริยวงค์ ชื่อคล้ายกันมาก คือเป็นคนที่อยู่ในชาติที่แล้ว แล้วกลับมาเกิดในชาตินี้ โดยที่ในชาติที่แล้วมีเรื่องราวความรัก สามเส้า ระหว่างพี่ชายของเราเอง กับเจ้านางล้านช้าง ที่เป็นตัวของน้องแอฟ เป็นเรื่องราวที่แบบแป็นความรักที่บริสุทธ์ ถือว่าเป็นโศกนาฏกรรม ความรักก็ว่าได้ ก็อยากจะฝากละครเรื่องรอยไหมด้วยนะครับ รับรองว่าทุกคนจะต้องชอบแน่นอนครับ เพราะทั้งตัวบทละครเอง ฉากที่ถ่ายทำ ผู้กำกับ นักแสดง ผมว่าต้องเป็นละครที่คนไทยอย่างเราชื่นชอบแน่นอน ก็อยากจะขอฝากละครเรื่องนี้ด้วยนะครับ

          ทักษอร ภักดิ์สุขเจริญ รับบท เรริน และ มณีริน
          แอฟชอบเรื่องนี้นะคะ โดยส่วนตัวตอนนี้ชินแล้วนะคะ เริ่มใส่ผ้าถุงเองได้และ ก็ระวังคะเสื้อบางตัวเป็นแสนหรือผ้าต่างๆ เพราะบางผื่นถึงจะไม่แพงแต่งก็ต้องระวังคะเพราะเป็นผ้าเก่าซึงเราขอยืมมาคะ คือถ้าเกิดเป็นผ้าใหม่มันจะดูไม่สมจริงใช่มั๊ยคะ มันก็จะไม่สวยเหมือนผ้าสมัยก่อนด้วย ผ้าเก่านี่ยถ้าเราเดินแรงมันจะแบบกินตัวเอาค่ะมันจะขาดค่ะ ผ้าเขาบอบบางมากก็ต้องถนอมนิดนึง ไม่ว่าจะราคาเท่าไร ก็ต้องช่วยเขาถนอมนิดนึง แอฟคิดว่าเสน่ห์แล้วความสนุกของเรื่องนี้มันมีหลากหลายนะคะ คือได้แสดงในภาคปัจจุบัน และย้อนกลับไปในอดีตด้วย แล้วในส่วนของตัวมณีรินเนี่ยจะมีความสนุกอยู่ตรงที่แอฟได้เล่นเป็นสองช่วงวัย คือปัจจุบันก็ค่อนข้างโตหน่อยชื่อเรริน ก็จะเป็นอาจานย์สอนทอผ้า เป็นคนที่หลงไหลในผ้าเก่า มีอุดมการณ์ในการที่อยากสืบสานวิชาการท้อผ้าให้อยู่คู่กับเมืองไทยเราไปก็จะค่อนข้างเป็นผู้ใหญ่ แล้วก็เหมือนผิดหวังเรื่องความรักมา แล้วก็มาเจอกับพระเอก แต่พอเป็นมณีริน ก็จะแบบสนุกเลย แอฟชอบเลย เพราะเล่นแบบใสเลยเป็นเจ้าหญิงที่ถูกส่งตัวมาจากเชียงตุง มาแต่งงานกับเจ้าชายที่เชียงใหม่ ก็ชีวิตนี้มีความสุขมาตลอดชีวิต จนกระทั้งมาเจอพระเอก ก็เกิดความรักขึ้น แต่มันเป็นเหมือนความรักที่เป็นไปไม่ได้ เพราะเราจะต้องถูกจับให้แต่งงานกับอีกคน คราวนี้ก็จะเกิดเรื่องเศร้าขึ้น แต่ก่อนหน้านี้ก็จะเป็นแบบเด็กๆ มองโลกทุกอย่างใสเลยคิดจะทำอะไรก็ทำ คิดจะพูดอะไรก็พูดมีความสุขดีสนุกไปอีกอย่าง

          ชาตโยดม หิรัณยัษฐิติ รับบท ศิริวัฒนา
          บทบาทในเรื่องนี้ คือตอนเริ่มเลยมันจะเริ่มแบบผ่อนๆหน่อย แล้วค่อยๆบิ้วขึ้นไป ช่วงแรกชีวิตจะลั่นลาหรรษามาเลย ง่ายๆพื้นๆ ความรู้สึกของเขาคือ คนที่เกิดในยุคนั้นสมัยนั้น ธรรมเนียมประเพณีก็คือ ผู้ชายจะสามารมีภรรยาได้หลายคน แล้วมันก็ไม่ใช่เรื่องผิดที่เราจะสามารถดูแลได้ทั่วถึง แต่มันก็ทำให้เกิดความตึงเครียดตรงนี้แหละ คงจะไม่ได้มีทุกคนหลอกที่จะมายอมกับเหตุการณ์แบบนี้ มันก็เลยแบบเป็นเรื่องเป็นราวขึ้นมาจริงๆแล้วมันคือความเขลามากกว่า ชายว่า มันในแบบอดีต แต่มันก็ใช่ได้จนถึงปัจจุบันเช่นกัน เพราะคนเราชอบคิดว่าสิ่งที่เราเชื่อว่าถูกคือสิ่งที่ดีแล้ว แต่สิ่งที่เราเชื่อว่าถูกมันไม่ใช่ว่าจะดีสำหรับทุกคนเสมอไปเหมือนว่าทุกคนบอกว่าโอเค แต่มันก็ไม่ได้โอเคสำหรับทุกคน เพราะว่าเราคิดว่าเรามีเมียหลายคนเราคิดว่ามันเป็นเรื่องปกติและดีใจด้วยซ้ำว่านู้นก็เมีย นี้ก็เมีย นู้นเขาก็มาถวายตัว นี้ก็อะไรเต็มไปหมด จริงๆแล้วเราไม่ได้นึกถึง ไม่ได้เอาใจเขามาใส่ใจเราอะไรอย่างงี้ จริงๆมันก็ใช่ได้จนถึงปัจจุบันนะ มันก็เลยเป็นวิวัฒนาการมาถึงปัจจุบัน ประเพณีเรามันก็เปลี่ยนๆไปเรื่อยๆด้วย ในเรื่องต้องเป็นผีด้วยก็ ไม่ครับไม่น่ากลัวนะ คือจริงๆแล้วตัวละครไม่ได้น่ากลัวแต่ชายกลัวไปเอง เป็นคนกลัวผีอยู่แล้วด้วย คือเขามาในรูปของคนธรรมดานี้แหละ แล้วคือเรื่องมันเกิดขึ้นที่ภาคเหนือที่เชียงใหม่อะไรอย่างงี้อ่ะ มันก็ยังมีวัฒนธรรมที่มันปะปนอยู่ คนก็ยังใส่ชุดโบราณ แล้วพอนางเอก น้องแอฟ พอเห็นเราก็ยังไม่ได้คิดว่ามีอะไรผิดปกติ เหมือนเป็นคนธรรมดาที่แต่งตัวแบบนี้รักษาวัฒนธรรมพื้นเมืองไว้ แล้วก็ดูแลสถานที่หรืออะไรซะอย่าง แต่นางเอกเขาก็สงสัยว่าทำไมผู้ชายคนที่ถึงไม่ค่อยอยู่กับที่ทำไมบางที่ก็เจอบางที่ก็หาย ก็เป็นแบบค่อยๆเล่าเรื่อง ให้นางเอกได้เห็นเรื่องราวที่เกิดขึ้น

          เมย์ เฟื่องอารมณ์ หม่อมบัวเงิน
          รับบทเป็นหม่อมบัวเงินคะ เป็นบทร้ายคะ เล่นเป็นหม่อม เป็นภรรยาของเจ้าสิริวัฒนาคะ ก็ภรรยาของชายแต่ไม่ได้อภิเษก แต่ก็เป็นเมียน่ะค่ะ แล้วตัวนางเองตัวของแอฟเนี่ยเจ้านางมณิรินทร์ก็เข้ามา ก็ยกให้อภิเษกอย่างงี้งานใหญ่โตเราก็เป็น แบบอิจฉา เพราะเราไม่ได้เป็นพระชายา เพราะฉะนั้นเราก็ต้องจัดการให้เด็ดขาด แล้วก็ต้องพูดเหนือคะ หาวิธีการวางแผนทำอะไรก็ได้ กำจัดซะเสี้ยนหนามหัวใจ ทุกสิ่งคะร้ายมากวางแผนทำลาย มีทั้งทำเสน่ห์ ให้ชายหลงรัก เล่นของ วางแผนฆ่าเลยร้ายมาก แล้วก็เราจะมีข้าทาส รับใช้ที่รักเราเหลือเกินคือเม้ย เล่นเป็นพี่ชุดาภา เป็นข้าทาสเรารับใช้เราตลอดเวลา ยอมตายแทนเรา ยังไม่พอเราจะฆ่านางเอก เราก็เลี้ยงผีอีเม้ยไว้ เป็นทาสรับใช้ไว้คอยทำร้ายคนอื่นอีก แล้วตัวเราไม่ตาย อยู่กันมาจนถึงปัจจุบัน ก็คือจะเป็น มี้พิสมัย คนอื่นเขาจะตายกันแล้วกลับชาติมาเกิด แต่ตัวของบัวเงินยังอยู่จนถึงปัจจุบันเลย อายุ 90 ปีเลย

          “รอยไหม” สร้างจากบทประพันธ์ของ “พงศกร” บทโทรทัศน์โดย “ยิ่งยศ ปัญญา” กำกับการแสดงโดย “พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง” แพร่ภาพต่อจากละคร “เมียแต่ง” เริ่ม วันจันทร์ที่ 5 กันยายน ศกนี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3

FANCLUBENJOYJAM on September 02, 2011, 05:44:42 PM
“อั้ม อธิชาติ” ชวนติดตาม “รอยไหม” หลากเสน่ห์ เผย “พี่อ๊อฟ พงษ์พัฒน์” ตั้งใจทุกกระเบียดนิ้ว

 

          “อธิชาติ ชุมนานนท์” พระเอกหนุ่มที่มารับบท 2 คาเร็กเตอร์ในละคร “รอยไหม” ทั้ง เจ้าศิริวงศ์ ในอดีตชาติ และ สุริยวงศ์ ในชาติปัจจุบัน โดยหนุ่มอั้มถึงกับเอ่ยปากว่า ในละคร “รอยไหม” นั้นมีหลากเสน่ห์จริงๆ

          โดยพระเอกหนุ่มเปิดเผยว่า “ ในเรื่องผมรับบท เป็นเจ้าศิริวงศ์เป็นน้องชายของ พี่ชาย ชาตโยดม ที่รับบทเป็นเจ้าศิริวัฒนาครับ เสน่ห์ในละครเรื่องนี้ อย่างแรกคือเรื่องราวของความรักเรียกว่าเป็นรักสามเส้าที่เกิดขึ้นระหว่างเรา พี่ชายเรา และ น้องแอฟ ที่รับบทเป็นเจ้าหญิงมณีริน ในชาติอดีต เรื่องราวความรักที่บริสุทธิ์เรียกว่าเป็นโศกนาฏกรรมความรัก นอกจากนี้ก็ยังมีเสน่ห์ในเรื่องความความสัมพันธ์ของตัวละคร แต่ละตัว ที่พี่อ๊อฟเขาใส่ใจรายละเอียด ความสัมพันธ์ของตัวละครต่างๆ ที่จะทำให้เรื่องราวมันเข้มข้นขึ้น ให้เรื่องราวมันมีความรู้สึกต่อเนื่องกันไปเรื่อยๆ หรือใส่เหตุใส่ผล เช่นตัวละครเมื่อเจอกันทีแรก สาเหตุว่าทำไมเขาต้องมารักกันตอนหลัง พี่อ๊อฟก็จะใส่รายละเอียดไปว่าเนี่ยเขาเจอกันก่อนนะ แต่ต่างคนต่างไม่รู้จักกัน เรื่องเร้นลับที่นางเอกต้องไปทอผ้าที่เป็นเสมือนเครื่องย้อนเวลา และก็มีวิญญาณของพี่ชาย ชาตโยดม ที่เป็นเจ้าศิริวัฒนา มานำทาง เรียกว่าครบทุกรสชาติเลยครับ”

          แถมท้ายหนุ่มอั้มยังฝากแฟนละคร “รอยไหม” ให้คอยติดตามชมเพราะทั้งบทละคร ฉากที่ถ่ายทำ ผู้กำกับฯ และ นักแสดง ต่างทำงานอย่างเต็มที่ ชมตอนแรกได้ในวันจันทร์ที่ 5 กันยายน ศกนี้ หลังข่าว ทางไทยทีวีสีช่อง 3

FANCLUBENJOYJAM on September 14, 2011, 07:33:27 PM
“แอฟ ทักษอร” รับสนุกได้ร่วมงาน พี่อ๊อฟ – พี่แดง “รอยไหม” ได้บท 2 ยุค ทั้งย้อนอดีต และ ปัจจุบัน



          สาว แอฟ “ทักษอร ภักดิ์สุขเจริญ” นางเอกสาว จากละคร “รอยไหม” ที่เพิ่งออกอากาศไปได้ไม่กี่ตอน ก็มีเสียงสะท้อนทั้งความสนุกสนานของเรื่อง และความงามของผ้าไหมมาให้ทีมงานได้ปลื้มกันแล้ว แถมสาวแอฟนางเอกผู้รับบท “เรริน” หรือ “เจ้านางมณีริน” เปิดเผยถึงความสนุกกับบทบาทและการได้ร่วมงานกับ พี่อ๊อฟ – พี่แดง ว่า

          “เล่นเรื่องนี้ไม่เกร็งเลยค่ะ แอฟสนุกทุกครั้งที่ได้ร่วมงานกับพี่อ๊อฟ พี่แดง เพราะเคยร่วมงานกันมาแล้วเรื่อง เมื่อดอกรักบาน ความสนุกของรอยไหมมีหลากหลายนะคะ เพราะแอฟได้แสดงในภาคปัจจุบันและก็ย้อนกลับไปในอดีตด้วย อย่างปัจจุบันก็จะเป็น เรริน เป็นอาจารย์สอนทอผ้า เป็นคนที่หลงใหลในผ้าเก่า มีอุดมการณ์ในการที่อยากจะสืบสานวิชาการทอผ้าให้อยู่คู่กับเมืองไทยเรา ก็ค่อนข้างจะเป็นผู้ใหญ่ ส่วนภาคอดีตที่เป็น มณีริน ก็จะสนุกเลย แอฟชอบเลยเพราะเล่นแบบใสเลยเป็นเจ้าหญิงมาจากเชียงตุง ที่ถูกส่งตัวมาแต่งงานกับเจ้า ศิริวัฒนา ที่เชียงใหม่ ที่พี่ชาย ชาตโยดม รับบทนี้ แต่ก็มาเจอพระเอก คือพี่อั้ม ซึ่งในอดีตคือเจ้าศิริวงศ์ เป็นน้องชายพี่ชาย แล้วเราก็รักกัน แต่มันเป็นเหมือนรักที่เป็นไปไม่ได้ เพราะเราต้องถูกจับให้แต่งงานกับอีกคน คราวนี้ก็จะเกิดเรื่องเศร้าขึ้น แต่ก่อนหน้านี้ก็จะแบบเด็กๆมองโลกทุกอย่างใสเลย คิดจะทำอะไรก็ทำ คิดจะพูดอะไรก็พูดมีความสุขดีก็สนุกไปอีกอย่างค่ะ”

          ติดตามชม ความสนุกเข้มข้นของเนื้อหา และความสวยงามของวัฒนธรรมประเพณี รวมทั้งร่วมชื่นชมความงดงามของผ้าไทยได้ในละคร “รอยไหม” ทุกคืนวันจันทร์ – อังคาร หลังข่าว ทางไทยทีวีสีช่อง 3

FANCLUBENJOYJAM on September 27, 2011, 07:21:05 PM
“ชุดาภา” ไม่อยากเชื่อ กระแส “ผีอีเม้ย” มาแรง ปลื้มใจมีแฟนคลับทำเฟซบุ๊คให้



          นับเป็นผีที่มาแรงที่สุดตอนนี้เลยทีเดียวสำหรับ “ชุดาภา จันทเขตต์” ที่รับบท “ผีอีเม้ย” ในละคร “รอยไหม” และยังปลื้มอีกเมื่อรู้ว่ามีแฟนคลับทำเฟซบุ๊คให้ด้วย คราวนี้เจ้าตัวเก็บอาการดีใจไม่อยู่ทีเดียว

          โดยสาวชุ เผยว่า “กระแสดีมากๆเลยมีแฟนคลับด้วย ตัวเองไม่รู้หรอกแต่พี่อ๊อฟบอกว่าดูฟีดแบ็คจากเว็บพันธุ์ทิพย์ แล้วก็มารู้อีกว่ามีแฟซบุ๊คที่แฟนคลับทำให้ด้วย ตอนนี้ทุกคนเจอหน้าก็ให้ทำแฮ่ใส่ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ประจำตัวอีเม้ยอยู่แล้ว ตอนแรกที่จะมาเล่นบทนี้พี่อ๊อฟก็คุยกันว่าคนมักกลัวผี แฟนละครมักจะกลัวผีก็เลยไม่อยากให้ออกมาน่ากลัว ให้น่ารักนิดหน่อยพอพี่เขาบอกเราก็เข้าใจ ก็เลยออกมามีทั้งความน่ากลัวและน่ารักด้วย ก็มีคนชอบก็รู้สึกดีใจ เพราะตอนนี้ก็ไม่ค่อยมีผีลักษณะนี้นะคะ กับเพื่อนดาราโทรมากันเกรียวกราวทีเดียว ถ้าถามตัวเองว่าทำไมกล้าเล่นก็เพราะ ก็เพราะมันแปลกดีไม่ธรรมดา เพราะพี่อ๊อฟกำกับด้วยเราจะรู้ว่าพี่เขามีรายละเอียด มีมุกเล็กๆน้อยๆแล้วตัวละครจะมีเสน่ห์ แล้วเราก็รู้สไตล์พี่เขาแล้วเราเชื่อว่าออกมาต้องไม่ธรรมดาแน่ๆ แล้วพี่เขายังใส่มุกเข้าไปให้ผีตัวนี้ไม่เหมือนผีทั่วไป เช่นผีธรรมดามันจะออกมาหลอกหลอนคน ในเรื่องหลอกคนดู แต่ตัวนี้ในอดีตชาติมันจะคลอเคลียนาย เวลานายดุมันก็กลัว ผีปกติไม่ใช่แบบนี้ แล้วก็จริงๆเล่นออกมาแล้วไม่ผิดหวังก็ต้องขอบคุณพี่อ๊อฟและทีมงานค่ะ”

          ติดตามชม ความแรงของ “ผีอีเม้ย” ได้ในละคร “รอยไหม” ทุกคืนวันจันทร์ – อังคาร เวลา 20.30 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
« Last Edit: September 27, 2011, 07:23:38 PM by FANCLUBENJOYJAM »

FANCLUBENJOYJAM on September 27, 2011, 07:22:23 PM
“โอ๊ต” ปราโมทย์ ปาทาน ปลื้ม!! ได้ถ่ายทอดเพลงจากปลายปากกา “หนึ่ง ณรงค์วิทย์” ประกอบละครฟอร์มใหญ่ “รอยไหม”

 

          อาจไม่เป็นที่คุ้นหน้าคุ้นตากันมากนักสำหรับนักร้องหนุ่ม “โอ๊ต ปราโมทย์ ปาทาน” แต่หากเอ่ยถึงผลงานเพลงที่ผ่านมาเป็นอันต้องร้องอ๋อ เพราะน้ำเสียงคุ้นหูกันเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่อง ‘รักสุดท้ายของนายไฮโซ’ (A Millionaires First Love) เพลง “คำสาป” หรือเพลงประกอบภาพยนตร์ ‘เรื่องรักไม่จำกัดนิยาม’ เพลง “รักไม่จำกัดนิยาม”, เพลงประกอบภาพยนตร์เรื่อง ‘Made of Honors’ เพลง “คำว่ารักที่เบาเกิน” และยังเป็นหนึ่งในศิลปินจากโปรเจคพิเศษอย่าง “Refeel By Narongvit” อีกด้วย

          และล่าสุดซึ่งถือเป็นครั้งแรก ที่มีโอกาสได้โชว์เสียงอุ่นๆ ในเพลงที่มีชื่อว่า “การเดินทางของหัวใจ” ที่เขียนโดยนักแต่งเพลงฝีมือดีอย่าง “หนึ่ง ณรงค์วิทย์ เตชะธนะวัฒน์” นำมาประกอบละครพรีเรียดย้อนยุค อย่าง “รอยไหม” ที่ได้พระนางคู่ขวัญประจำวิกสาม อย่าง “แอฟ ทักษอร” และ “อั้ม อธิชาติ” ละครฟอร์มดีจากผู้จัดค่ายแอ๊ตอาร์ต โดย “แดง ธัญญา วชิรบรรจ” งานนี้ทำเอาหนุ่ม “โอ๊ต” ออกอาการประหม่าไม่น้อยทีเดียว โดย “โอ๊ต” ได้เล่าให้ฟังว่า

          “…เป็นครั้งแรกเลยครับที่มีโอกาสได้ร้องเพลงละคร รู้สึกดีใจมากเลยครับ นับวันรอว่าเมื่อไหร่ละครจะออกอากาศสักที ปกติจะทำงานตลอด ไม่ค่อยจะมีโอกาสได้ดูละครเท่าไหร่ แต่ช่วงที่ละครเรื่องนี้ออกอากาศก็เลยแอบหาเวลามาเปิดดู พอได้ยินเพลงที่ตัวเองร้องทุกเบรคเลย ดีใจมากครับ (หัวเราะ) ซึ่งต้องขอขอบคุณผู้จัด คุณแดง และพี่อ๊อฟ พงษ์พัฒน์ รวมถึงพี่หนึ่ง ณรงค์วิทย์ ที่ไว้ใจและให้โอกาสผมได้มีส่วนร่วมในการทำงานครั้งนี้ เพลงนี้อารมณ์จะประมาณฟังสบายๆ และเล่าถึงเรื่องราวความรักข้ามภพของตัวละครพระเอก นางเอกของเรื่อง อยากให้ลองติดตามชมละคร รอยไหม และขอฝากเพลง การเดินทางของหัวใจ ไว้ด้วยนะครับ”

          ติดตามฟังเพลง “การเดินทางของหัวใจ” ของ “โอ๊ต ปราโมทย์ ปาทาน” ประกอบละครเรื่อง “รอยไหม” ได้แล้วทุกคลื่นวิทยุทั่วประเทศ หรือดาวน์โหลดทุกเพลง ได้ที่ *123 0161 แล้วกดโทรออก และสามารถติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวได้ที่ www.facebook.com/humbrellamusic
« Last Edit: September 27, 2011, 07:26:20 PM by FANCLUBENJOYJAM »

FANCLUBENJOYJAM on October 13, 2011, 05:33:25 PM
“กบ พิมลรัตน์” เผย “รอยไหม” สลัดภาพสาวพีเรียด ยอมพลิกร้าย เชื่อมือ “พี่อ๊อฟ-พี่แดง”



          สลัดภาพสาวพีเรียดที่มักเห็นเป็นประจำ มาเป็นนางร้ายในภาคปัจจุบันอีกคนในละคร “รอยไหม” สำหรับ สาวกบ “พิมลรัตน์ พิศลยบุตร” ที่เอ่ยปากว่ายอมมาพลิกบทเป็นนางร้ายเพราะเชื่อใจในโปรดักชั่นของ พี่อ๊อฟ – พี่แดง ถึงกับชมเปาะว่าไม่ผิดหวังจริงๆ เพราะกระแสตอบรับที่ได้มากับตัวเองนั้นดีมากๆ

          โดยสาวกบ เปิดเผยว่า “เรื่องนี้กบรับบทวงพระจันทร์ เป็นผู้หญิงสมัยใหม่เป็นคู่หมั้นของพี่อั้ม เพราะเราไปเรียนฝรั่งเศสด้วยกัน ก็เป็นบทร้ายแบบที่มีความคาดหวังสูง ทุกอย่างต้องเพอร์เฟค ทุกอย่างต้องเป็นของฉัน แล้วก็จะไฮโซหน่อยแต่งตัวทันสมัยแบบจัดมาก เรียกว่าเรื่องนี้ได้สลัดภาพแนวพีเรียดที่เราเล่นมาเลย ซึ่งเป็นการคิดนอกกรอบของพี่แดงค่ะที่อยากให้กบปรับลุค ต้องขอบคุณพี่อ๊อฟ และ พี่แดงที่ให้โอกาสกบ เพราะตัวละครทุกตัวในเรื่องจะมีที่มาที่ไปชัดเจน และกบก็ได้กระแสตอบรับกลับมาดีมากจริงๆค่ะ และเรื่องนี้กบก็ยังเป็นคนเดียวในเรื่องที่ไม่ได้พูดภาษาเหนือด้วย และก็ไม่ได้แต่งตัวแบบเหนือก็อยากแต่งมากเลย ฝากแฟนละครติดตามบทบาทของวงพระจันทร์ดูนะคะว่าจะร้ายได้ขนาดไหน”

          ติดตามชม บทบาทและความตั้งใจของ สาวกบ “พิมลรัตน์ พิศลยบุตร” ในละคร “รอยไหม” ทุกคืนวันจันทร์ และ อังคาร หลังข่าว ทางไทยทีวีสีช่อง 3

FANCLUBENJOYJAM on October 18, 2011, 06:30:36 PM
“ชาย ชาตโยดม” สุดกลั้น ฆ่อั้มตายวันสงกรานต์ ทำแอไบ่อน้ำตาแตก รอยไหม อังคารที่ 18 ตุลาคม ศกนี้
 




          คืนวันอังคารนี้ไม่ควรพลาดกับละคร “รอยไหม” กับฉากสะเทือนใจที่ เจ้าศิริวัฒนา ที่รับบทโดย หนุ่ม ชาย ชาติโยดม ถึงกับลงมือฆ่าน้องชาย คือ เจ้าศิริวงศ์ รับบทโดยหนุ่มอั้ม อธิชาติ ตายกลางประเพณีวันสงกรานต์ ทำให้เจ้านางมณีริน ที่รับบทโดย สาวแอฟ ทักษอร ถึงกับออกอาการโศกเศร้ากับการจากไปของคนรักถึงกับจะตายตามไปทีเดียว

          ฉากนี้ ป๋าอ๊อฟ ของเรา ได้ไปเซ็ตฉากถ่ายทำกันบนหาดทรายธรรมชาติ ของอุทยานแห่งชาติ ของน้ำตกไทรโยคใหญ่ ซึ่งจัดให้เป็นงานประเพณีสงกรานต์ แถมใช้ผู้แสดงทบทบมากมายก็ชาวบ้านแถบๆนั้นนี่เอง และที่สำคัญเป็นแหล่งท่องเที่ยวจึงได้เห็นเรือนักท่องเที่ยวผ่านมาเป็นระยะๆ แถมยังมีอุปสรรคจากนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ที่ทำให้โฟกัสการทำงานหลุดบ่อยๆ นอกจากนี้ยังมีเรื่องของฝนรวมทั้งยุง แจมด้วยแมลงเล็กๆอีก เห็นมั๊ยล่ะกว่าจะได้ฉากที่ผู้ชมเห็นเพียงแป๊ปเดียว แต่การถ่ายทำไม่ง่ายเลย

          เสร็จจากเซ็ตฉากก็มาถึงการใช้สมาธิในการทำอารมณ์ของนักแสดง และเริ่มถ่ายกันที่ตอนที่ศิริวงศ์คว้ามาขวางดาบจากศิริวัฒนาจนเลือดอาบมือทั้งสองข้าง ทั้งนี้ก็เพื่อป้องกันไม่ให้พี่ชายไปฆ่าหญิงที่รัก ดังนั้นศิริวัฒนาจึงคว้าพิณเปี๊ยะแทงศิริวงศ์จนตาย แต่เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเพราะผีอีเม้ยเข้าสิงร่างของศิริวัฒนานั่นเอง ฉากนี้หนูแอฟก็ถึงบ่อน้ำตาแตกด้วยความอาลัยคนรัก แต่เบื้องหลังดาราแต่ละคนก็ต้องระวังตัวกันเนื่องจากอาจจะถูกจับโยนน้ำได้ และเนื่องจากฉากนี้ตัวแสดงสบทบเป็นชาวบ้านแถบนั้น การกำกับจึงยากมากต้องใช้ผู้ช่วยถึง 3 คน ที่คอยกันคนและเด็กๆที่มามุงดู เพราะเป็นแหล่งท่องเที่ยวตามธรรมชาติที่ใครจะมาก็ได้ และที่สำคัญคือ เรือและแพนักท่องเที่ยวต่างๆชาติที่มาชมน้ำตกตามโปรแกรมทัวร์ โดยหนึ่งในผู้ช่วยของป๋าอ๊อฟ ก็คือนักศึกษาฝึกงานที่มาช่วยอย่างแข็งขันคือ หนุ่มอเล็กซ์ แรนเดลนั่นเอง

อย่าพลาดฉากเศร้า ฉากนี้ได้ในละคร “รอยไหม” ที่ใกล้จะอวสาน คืนวันอังคารนี้ ทางไทยทีวีช่อง 3