ภาพยนตร์ > ข่าวภาพยนตร์

ภาพยนตร์เรื่อง The Melody รักทำนองนี้ 14 กุมภาพันธ์ 2555

<< < (2/9) > >>

FB:
          เดอะเมโลดี้ พยานรักที่แสนไพเราะ
          บทเพลงที่ทรงคุณค่าจะมีความหมายมากขึ้น
          เมื่อได้ยินแล้วทำให้เราคิดถึงใครสักคน
 
          เมื่อความสวยงามของบรรยากาศโรแมนติกสมบูรณ์แล้ว ภาพยนตร์เรื่องเดอะเมโลดี้ยังได้นักร้องนักดนตรีที่มีฝีมือเข้าร่วมแต่งเพลงประกอบภาพยนตร์ ซึ่งได้รับเกียรติจากคุณบอย ตรัย ภูมิรัตน นักร้องยอดนิยมเสียงชวนฝัน รวมไปถึงพระเอกของเรื่อง แดน วรเวช ที่ปัจจุบันเป็นทั้งโปรดิวเซอร์ด้านดนตรีให้กับวงอื่นๆ และอัลบั้มของตัวเองในครั้งล่าสุด ที่การันตีถึงความหวานได้ดี และด้วยเนื้อหาของเรื่องกล่าวถึงการแต่งเพลงที่เต็มไปด้วยความรู้สึกที่แท้จริงของตัวละคร ทำให้แดน วรเวช ร่วมลงมือแต่งเพลงประกอบภาพยนตร์ขึ้นมา เพื่อเป็นหลักฐานความในใจของวินและหมอก ซึ่งแดน วรเวชได้บรรจงเต็มเติมภาพยนตร์ด้วยตัวโน๊ตและทำนองที่เขารักที่สุดออกมาเป็นผลงานให้ประทับใจไม่รู้ลืม

          “ (แดน วรเวช) ตอนที่แต่งเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่องนี้ อ่านบทจบไปแล้วครับ เริ่มถ่ายทำกันไปแล้ว วันนึงพี่โอ๊คบอกว่าอยากให้ผมแต่งเพลงประกอบขึ้นมาเพลงนึงขอเป็นเพลงที่ไม่มีคำว่ารักอยู่ในเนื้อเพลงเลย แต่เต็มไปด้วยความรู้สึกที่ผู้ชายคนนึงหลงรักผู้หญิงคนนึงไปแล้ว แต่ไม่รู้จะบอกยังไง ไม่รู้ว่าควรจะพูดยังไงกับเขา ซึ่งถามว่ายากไหมก็ค่อนข้างยากครับต้องใช้เวลาเหมือนกัน แต่ทางผู้กำกับก็ไม่ได้เร่งรีบอะไรเขาอยากให้เราซึมซับกับหนังไปเรื่อยๆ ระหว่างทางที่เราเล่น ความรู้สึกแต่ละอย่างแต่ละทำนองแต่ละประโยคที่มันออกมาเป็นเพลงมันค่อยๆ ถูกเติมให้เต็มระหว่างเล่นหนังเรื่องนี้ไปเรื่อยๆ

          “ (ผู้กำกับ) คือด้วยชื่อของภาพยนตร์และเนื้อเรื่องของภาพยนตร์ มันบอกเลยว่าขาดบทเพลงดีๆ ไม่ได้ ไม่ใช่ว่าเอาเพลงรักอะไรมาประกอบหนังก็ได้ แต่เนื้อหาของเพลงต้องมีที่มาที่ไป มีความหมายตามบทภาพยนตร์ เพราะเส้นเรื่องทั้งหมดมันคือเพื่อเพลงๆ นึงของพระเอกกับนางเอก
          เพลงนั้นจะไม่มีความหมายอะไรเลย ถ้าเราเอาความรู้สึกแบบอื่นมาใส่ เพลงๆ นี้ต้องเป็นเพลงที่คนฟังจะต้องรู้ว่านี่คือเพลงของวินและหมอก ผมรู้สึกว่าต้องเป็นแบบนั้น ทางทีมงานก็เคาะกันแล้วว่าต้องเป็นพี่บอยตรัย และอีกเพลงต้องเป็นแดน ทั้งสองคนเป็นคนเพลงที่มีคุณภาพอยู่แล้ว แดนจะต้องลึกซึ้งอยู่แล้วเพราะแดนสวมบทตัวละครตัวนี้อยู่ เขาเข้าใจฟิลลิ่งมันแน่นอน ส่วนพี่บอยเรื่องเพลงรักคงไม่มีอะไรต้องบรรยาย ทุกเพลงที่เขาแต่งออกมามันการันตีความสามารถของเขาอยู่แล้ว
          จริงๆ เรามีเพลงประกอบภาพยนตร์อยู่ด้วยกันทั้งหมด 3 เพลง เพลงธีมของหนังชื่อเพลง “เดอะเมโลดี้” พี่บอย ตรัยแต่งแล้วแดนร้อง ผมเขียนคอนเซ็ปต์ให้พี่บอยในความหมายมันบอกเรื่องราวของหนังได้ครบ เพลงนี้คือในเรื่องพระเอกเป็นคนแต่งคำร้อง ส่วนทำนองนางเอกเป็นคนแต่ง ฉะนั้นฟิลลิ่งมันจะมีความรู้สึกของคนสองคนอยู่ในเพลงเดียวกัน เพลงมันจะบอกความรู้สึกของพระเอกทั้งหมด ถ้าดูหนังจบแล้วเพลงมันจะยิ่งมีความหมายมากขึ้นไปอีก ท่อนที่นางเอกแต่งเอาไว้ให้ “เราอาจไม่เจอกันไม่ได้คุยกัน” แล้วมันก็ให้ความรู้สึกที่ลึกซึ้งดี

          อีกเพลงนึงชื่อเพลง “เพลงรักที่ไม่มีคำว่ารัก” แดนเป็นคนแต่งและร้องเพลงนี้เองเลยเป็นเพลงที่สะอาดฟังสบาย ก็เล่าความรู้สึกให้แดนฟังในตอนแรก ตัวเรื่องราวนี้พระเอกไม่เคยรักใครมาก่อนอยู่ดีๆ ก็มามีความรู้สึกแบบนี้กับผู้หญิงคนนี้ มันก็เลยแต่งออกมาตามความรู้สึกของตัวละครออกมาได้ค่อนข้างชัดเจนแล้วเพลงมันก็เพราะมาก อีกเพลงเป็นเพลงคู่ “ความรักไม่มีวันสุดท้าย” เป็นเพลงที่ร้องคู่กับระหว่างพระเอกกับนางเอก ทั้งหมดเป็นเพลงที่ฟังง่ายสบายๆ มันลึกซึ้งทั้งเนื้อหาและทำนอง เพราะทุกอย่างคือมันทำไปตามเนื้อเรื่องมันเป็นเนื้อเรื่องที่ทุกคนอินกับมัน อย่างเพลงที่พี่บอยตรัยแต่งเป็นเพลงที่มีความหมายดีมาก ฟังแล้วมันเพราะขึ้นเรื่อยๆ พวกเราก็ภูมิใจมากกับบทเพลงที่จะมาประกอบภาพยนตร์ในเรื่องนี้ครับ”

          “แต่งเพลงมาเป็นร้อยเป็นพันเพลง มีแฟนเพลงนับล้านคน
          แต่มีเพลงเดียวเท่านั้นที่มีความรู้สึกผมอยู่ในนั้น
          และคุณคือคนเดียวที่ผมอยากให้ฟังมากที่สุด”
 

          คนแต่งคำร้อง
          วิน แสดงโดย (แดน) วรเวช ดานุวงศ์ นักแต่งเพลงรุ่นใหม่ไฟแรง มีผลงานเพลงติดอันดับท็อปชาร์ท แม้ผลงานเพลงจะเป็นที่ยอมรับ และลึกซึ้งไม่มีข้อติ แต่นิสัยที่แท้จริงของวินกลับกลายเป็นคนฉุนเฉียว เจ้าอารมณ์จนเป็นที่เอือมระอาของทีมงานและผู้ใกล้ชิด ความใจร้อนและเอาแต่ใจอย่างถึงที่สุดทำให้เพลงของวินตกอันดับ ตามมาด้วยข่าวซุบซิบถึงพฤติกรรมที่แท้จริงของเขา วินผู้ไม่ยอมรับความพ่ายแพ้หนีจากวงการบันเทิงมุ่งหน้าสู่แม่ฮ่องสอน แต่การเดินทางในครั้งนี้วินได้ค้นพบกับทำนองที่เขาไม่เคยได้รู้สึกมาก่อน ทำนองแห่งรักแบบใหม่ที่เขาสัมผัสได้จริงๆ

          “ (แดน วรเวช) เป็นครั้งแรกในเลยครับสำหรับการมาเล่นบทที่ไม่เหมือนตัวเอง มันยากดีครับเพราะว่ามันต้องมีอาการเหวี่ยงวีน ต้องขมวดคิ้วอยู่ตลอดเวลา ในเรื่องนี้ผมเล่นเป็นคนที่เห็นอะไรก็ขัดหูขัดตาไม่พอใจไปหมด เห็นเด็กก็ไม่ชอบ เห็นนั่นนี่ก็ไม่พอใจ แล้วชีวิตมันจะมีความสุขได้ยังไงครับ แต่แตกต่างจากตัวเราจริงๆ เลย ผมเป็นคนค่อนข้างมองโลกในแง่บวก ชอบเล่นกับเด็กตลกดี มาเล่นเรื่องนี้ทุกอย่างแทบจะแตกต่างจากตัวผมโดยสิ้นเชิง ช่วงแรกๆ ที่เข้าฉากพี่โอ๊คผู้กำกับต้องคอยบอกว่า “เฮ้ย...แดน เอาคาแรกเตอร์ตัวเองออกมาน้อยๆ หน่อย” คือบางทีผมก็ตั้งใจมาขรึมนะวันนี้ หน้าผมอาจจะดูตลกไปหน่อย หรือไม่คนก็ยังจำภาพแต่ผมเล่นทะเล้นๆ อยู่ ช่วงแรกๆ ก็ทำการบ้านหนักพอสมควรครับ

          “หลักๆ เลยคงเป็นเรื่องของการสงบสติอารมณ์ครับ ต้องพยายามอย่าอารมณ์ดีมาก ก่อนจะเข้าฉากต้องพยายามนึกก่อนว่า ตัววินเขาไม่ชอบสิ่งนี้นะ เราต้องอารมณ์เสีย เราต้องวีนอะไรอย่างนี้ ก่อนผู้กำกับจะสั่งแอคชั่นมันต้องคิดให้ได้ก่อน เพราะโดยปรกติเวลาผมไปเล่นละครทีวี ผมก็จะไม่ค่อยได้ตั้งสติเท่าไหร่ จะปล่อยให้อารมณ์ไหลไปตามเรื่องเรื่อยๆ แต่พอมาเล่นเรื่องนี้ต้องคุมคาแรกเตอร์ให้อยู่ในเนื้อเรื่องให้ได้ครับ”

          “อีกเหตุผลนึงคงเป็นเพราะผมอยากจะเปลี่ยนคาแรกเตอร์ในการเล่นภาพยนตร์บ้าง หลังๆ มานี่ผมเล่นแต่บทภาพยนตร์ที่เป็นคอเมดี้หนักๆ มาแล้ว 2 เรื่อง พอมาอ่านบทเรื่องนี้มันได้เล่นอะไรที่เราอยากจะเล่น เป็นนักร้องนักดนตรีนักแต่งเพลงอย่างที่เราอยากจะเป็น ได้เล่นเปียโนอย่างที่เราชื่นชอบ ได้เดินทางไปยังสถานที่ต่างๆ ซึ่งอันนี้ก็มีความชื่นชอบมากอยู่แล้ว แล้วยิ่งพอมาได้เห็นความตั้งใจของพี่โอ๊คผู้กำกับแล้ว ผมยิ่งอยากเล่นเข้าไปอีกเพราะผมชอบคนที่มีความตั้งใจและเอาใจใส่ในชิ้นงานของตัวเอง แล้วพี่โอ๊คมีมุมมองความรักที่หวานมาก มากจนบางทีเราก็นึกไม่ถึงแกเป็นคนมองโลกในแง่ดีกับความรักมาก ไม่ว่าจะดีหรือเลวแกจะมองหาจุดดีของความรักเป็นหลัก แกอินกับบทและรักงานตัวเองอย่างถ่องแท้ พี่โอ๊คสามารถหาคำอธิบายเหตุผลต่างๆ ในเรื่องได้อย่างละเอียดหมดทุกอย่าง”

FB:
ประวัตินักแสดง

          วรเวช ดานุวงศ์ (แดน)เกิด 16 พฤษภาคม 2527 ศิลปินนักร้องยอดนิยม มีผลงานเพลงหลายอัลบั้ม เจ้าของรางวัลด้านดนตรีตั้งแต่เด็กๆ จนถึงปัจจุบัน
          แดนมีความสามารถทางด้านดนตรีมากมายไม่ว่าจะเป็น กีต้าร์ คีย์บอร์ด กลองโฟร์ทอม กลองใหญ่ กลองแทร็ก ขลุ่ย รวมไปถึงการอ่านทำนองเสนาะ (ที่ 3 ของประเทศเมื่อครั้งมีประกวด)
          เริ่มเข้าสู่วงการบันเทิงจากการประกวดร้องเพลงในโครงการ “พานาโซนิค สตาร์ ชาเลนจ์” ปี 2543 ได้ตำแหน่งรองชนะเลิศอันดับ 2 ในการแข่งขันระดับประเทศ เข้าเซ็นสัญญาเป็นศิลปินในสังกัด “อาร์เอส โปรโมชั่น” ขณะนั้นทางบริษัทได้คัดสรรเด็กหนุ่มเพื่อสร้างวงบอยแบนด์กลุ่มใหม่ขึ้น จนในที่สุดแดนได้มาเป็นส่วนหนึ่งของวง “ดีทูบี” (ปี2544) จนมีผลงานออกมาหลายอัลบั้ม ต่อมาปี 2548 ออกผลงานเพลงในนามนักร้องดูโอ “แดน-บีม” ปัจจุบันแดนย้ายมาเป็นศิลปินในสังกัดค่าย “โซนี่ มิวสิค” และมีอัลบั้มเพลงในฐานะศิลปินเดี่ยวครั้งแรกคือ อัลบั้มบลู (2552)
          ปัจจุบันมีผลงานอัมบั้ม “Solo Motion” (2544) ซึ่งแดนทำหน้าที่โปรดิวเซอร์ แต่งเพลง และร้องนำ นอกจากนี้แดน วรเวชยังมีความสามารถในการแต่งและร้องเพลงประกอบละคร ภาพยนตร์ อีกมากมายหลายเรื่อง รวมไปถึงเป็นผู้กำกับ ผู้จัดและทำงานเบื้องหลังละครทางโทรทัศน์,ผู้กำกับภาพยนตร์โทรทัศน์, ครีเอทีฟงานคอนเสิร์ต, มิวสิคไดเรคเตอร์ อีกด้วย

ผลงานภาพยนตร์
          - “สังหรณ์” ปี 2546
          - “แสบสนิท ศิษย์ส่ายหน้า” ปี 2549
          - “ห้าแพร่ง” ปี 2552
          - “32 ธันวา” ปี 2552
          - The Melody ปี 2554
          ผลงานด้านละครวัยร้ายเฟรชชี่, คู่กรรม2, พี่น้องสองเลือด, ฮอยอัน ฉันรักเธอ, นายกระจอก, มนต์รักล๊อตเตอรี่, พี่ชาย, ภูติรักนะโม, ปี่แก้วนางหงส์, สายลับเดอะซีรีส์ กับ 24 คดีสุดห้ามใจ, กุหลาบซ่อนหนาม, สืบสวนป่วนรัก, ช็อคโกแลต 5 ฤดู, สุดยอด, สืบสวนป่วนกำลัง 3, ช่วยด้วยครับ ผมรักลูกสาวเจ้าพ่อ

          คงจะดีนะถ้าเพลงที่เราแต่งจะอยู่ในใจใครหลายๆ คน

          คนแต่งทำนอง

          หมอก แสดงโดย (ฉัตร) ปริยฉัตร ลิ้มธรรมมหิศร
          หมอก หญิงสาวที่มารักษาตัวอยู่ที่จังหวัดแม่ฮ่องสอนมีความสามารถในด้านดนตรี มีพรสวรรค์ ความสุขของเธอคือการแบ่งปันสิ่งต่างๆ ที่เธอสามารถทำได้ให้กับคนรอบข้าง และใช้เสียงเพลงบรรเทาความทุกข์ให้กับคนทุกคน เธอใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายแต่มีจุดหมายในชีวิต
          หมอกเป็นเด็กรุ่นใหม่ที่รักและภูมิใจในสิ่งที่ตัวเองทำ สิ่งนึงที่หมอกทำได้ดีคือการเล่นดนตรีที่ให้ความสุขกับทุกๆ คน หมอกค้นพบตัวเองว่าอะไรคือสิ่งที่เธอต้องการ และวันนึงเสียงดนตรีของเธอก็นำพาใครบางคนเข้ามาในชีวิต เป็นบางคนที่มีค่าพอกับช่วงเวลาที่สำคัญของเธอ

          “(ปริยฉัตร) อ่านบทครั้งแรกก็ชอบเลยค่ะ ส่วนตัวแล้วฉัตรเป็นคนชอบเล่นเปียโนอยู่แล้ว เคยเรียนเมื่อตอนเด็กๆ แล้วเป็นคนชอบบทแบบนี้มันลึกซึ้งและมีความหมายดีๆ ส่วนเรื่องคาแรกเตอร์ก็ไม่ถึงกับเปลี่ยนอะไรมาก ส่วนใหญ่บทที่ฉัตรเคยได้รับก็ใกล้เดียงกัน แต่นี่ถือเป็นภาพยนตร์เรื่องแรกของฉัตรเลยค่ะ เรื่องการแสดงยังคงต้องพัฒนาอีกเยอะ เพราะการเล่นภาพยนตร์มันต้องเล่นซ้ำหลายครั้ง เราต้องจำได้ว่าเราเล่นความรู้สึกแบบไหนไปตอนไหน พี่โอ๊คช่วยได้เยอะค่ะ เขาจะคอยอธิบายความรู้สึกของตัวละครอยู่ตลอดเวลา ให้การบ้านกลับไปทำบ้าง

          คาแรกเตอร์ของหมอกดูเผินๆ อาจจะเป็นวัยรุ่นผู้หญิงธรรมดาคนนึง แต่ลึกๆ กว่านั้นเขามีอีกความรู้สึกซ่อนอยู่ เหมือนจะมีความสุขแต่ก็สุขไม่เต็มร้อย ถึงตัวหมอกจะเป็นคนที่สร้างกำลังใจให้คนอื่น แต่ก็เป็นคนที่ต้องการกำลังใจที่จะต่อสู้ต่อไปอยู่ไม่น้อยเหมือนกัน มันเลยค่อนข้างที่จะซับซ้อน พี่โอ๊คก็จะคอยบอกความรู้สึก ณ ตอนนั้นตอนนี้ของหมอกให้เข้าใจ

          ในอีกอย่างที่สำคัญเลยคือ เรื่องนี้ก็จะได้เห็นพี่แดนและฉัตรเล่นเปียโนเองค่ะ พี๋โอ๊คจะให้เราไปฝึกมาก่อนถึงเวลามีอาจารย์มาเทรนให้อีกทีแต่ทุกฉากที่เห็นในเรื่องฉัตรก็จะเล่นเอง มันไม่หลอกไม่เขินดี พี่โอ๊คเป็นคนมีรายละเอียดเยอะมากเขาอยากให้ทุกอย่างออกมาสมจริง บรรยากาศจริง รู้สึกจริง ส่วนพี่แดนก็เป็นครั้งแรกที่ร่วมงานกัน
          พี่แดนเป็นคนมีโลกส่วนตัวตอนแรกก็เกร็งๆ เหมือนกันแต่ตอนหลังเริ่มคุยได้พี่แดนก็จะมีแต่มุกตลก แกล้งทีมงาน ปล่อยมุกตลอดเวลาเลยไม่เครียดกับการทำงานเท่าไหร่ แล้วไปเจอกับบรรยากาศที่แม่ฮ่องสอนก็ดูทุกคนมีความสุขไปกับบรรยากาศนั้น เป็นภาพยนตร์แนวโรแมนติกด้วยก็เลยทำงานกันโอเคค่ะ แล้วเรื่องนี้ไม่ใช่แค่ตัวพี่โอ๊คเท่านั้นที่มีความโรแมนติก ตัวพี่ผู้ช่วย พี่แดน และทีมงานคนอื่นๆ ก็จะเข้าใจความรักเป็นอย่างดีทุกคนจะอินกับมันมากค่ะ”

          ประวัตินักแสดง
          ปริยฉัตร ลิ้มธรรมมหิศร (ฉัตร)เกิด 11 เมษายน 2534
          การศีกษา- มัธยมจากโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฎสวนสุนันทา
          - คณะบริหารธุรกิจ สาขาบัญชี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
          น้ำหนักส่วนสูงสูง 171
          ผลงานที่ผ่านมา
          - นางเอกมิวสิควิดีโอ เพลง “นาทีเดียวในตอนสุดท้าย” ของโจ-ป๊อป
          - นางเอกมิวสิควิดีโอ เพลง “ถ้าพรุ่งนี้ ฉันไม่ตื่น” ก้อง กรุณ
          - ละครช่อง 7 เรื่อง ตะวันดั่งภูผา
          - ละครช่อง 7 เรื่อง ลูกผู้ชายไม้ตะพด บริษัท กันตนากรุ๊ปจำกัด (มหาชน) แสดงคู่กับ ศรัณย์ ศิริลักษณ์
          - ละครช่อง 7เรื่อง เสือสั่งฟ้า (ดาริณ) บริษัท กันตนากรุ๊ปจำกัด (มหาชน) แสดงคู่กับ ชนะพล สัตยา
          - ผลงานสร้างชื่อ ละครร่วมทุนสร้างระหว่างไทย-เกาหลี เรื่อง “ใต้ฟ้าตะวันเดียว” (วินดี้) บริษัท โฟร์ วัน วัน เอ็นเตอร์เทรนเม้นต์ จำกัด แสดงคู่กับ มาริโอ้ เมาเร่อ ช่อง 9

          ผลงานโฆษณาวัตสัน, M&M, เป็ปซี่, ดีแทค, สแปลช, พรีเซนเตอร์ร้านกูซ เกซ โมบาย, Levi’s ประกบ เซี่ยะถิงฟง ครีมอาบน้ำโชกุบุสซึ สูตร orange peel oil

          นักแสดงร่วม

          ด.ญ. ชินารดี อนุพงษ์ภิชาติ (น้องใยไหม)
          รับบทเป็น “น้องพลอย”
          จุดเชื่อมต่อเล็กๆ ที่แสนน่ารักของวินและหมอก ที่ทำให้วินได้เรียนรู้ว่าตัวของเขาสามารถสร้างจุดเปลี่ยนที่ใหญ่หลวงให้กับใครบางคนได้
          ประวัติ เกิด 3 ก.ค 2548
          รางวัล
          1. รองชนะเลิศ ประกวด M&C Baby Contest 2008
          2. รองชนะเลิศ ประกวด หนูน้อย ALACTA 2008
          ผลงาน
          TVC บรีส เอ็กเซล สูตรน้ำชนิดซอง ,TVC เบบี้มายด์ ครีมอาบน้ำ, TVC ซิตี้แบงค์ เรดดี้เครดิต, TVC จอห์นสัน แป้งเย็นเด็ก ( On Air ฟิลิปปินส์),TVC ปูน SCG,รายการ TV อัฒจรรย์มันยกบ้าน ช่อง 9

          วาสนา สิทธิเวช รับบทเป็น “แม่ของหมอก”
          นักแสดงรุ่นใหญ่ที่มีความสามารถทางด้านการแสดงทั้งทางภาพยนตร์กว่า 20 เรื่อง และละครทีวีมากมายทั้งในอดีตและปัจจุบัน
          ประวัติ ภาพยนตร์เรื่องแรก “ครูบ้านนอก” 2521

FB:
DIRECTOR NOTE

          ทศพล ศรีสุคนธรัตน์

          ภาพยนตร์เรื่องนี้มันจะเป็นความรู้สึกเหมือนทุกสิ่งในโลกถึงแม้จะสวยงาม แต่มันก็จะแทรกไปด้วยความรู้สึกหลายอย่างปะปนกันไป ทุกความรู้สึกมีมันจะมีความรักแทรกอยู่ด้วยตลอด ภาพยนตร์เรื่องนี้มีมุมให้เราเลือกมองได้อยู่ที่ว่า ณ เวลานั้นคุณมีความรู้สึกอย่างไร
          ประเด็นหนึ่งก็คือ เรื่องของความรักที่แท้จริง หลายคนถามว่า รักที่แท้จริงคืออะไร? จริงๆ แล้วมันจะตอบอย่างไรก็ได้ อยู่ที่มุมมองของแต่ละคน แต่สำหรับภาพยนตร์เรื่องนี้นั้น ผมพยายามตอบคำถามว่าความรักที่แท้จริงนั้นคืออะไร? และมันต้องทำอย่างไร? ในมุมมองของผม ผมมองว่าความรักนั้นเป็นสิ่งที่ดีงาม แต่บางครั้งถ้าเราไม่รู้จักความรักให้ถ่องแท้
          รักแท้ไม่ใช่แค่การครอบครองร่างกาย แต่มันหมายถึงการครอบครองจิตใจ คือถ้าคนเรารักกัน ไม่ว่าวันข้างหน้าจะเป็นอย่างไร ความรักมันก็ยังคงอยู่อย่างเข้าใจ เราเลือกยืนอยู่ได้หลายมุมมองของความรัก ทั้งโกรธ เกลียด หลง ปลื้ม เสน่หา อาลัย คิดถึง ผูกพัน ราคะ หวังดี ความรักทำให้เราเห็นอะไรได้ตั้งหลายมุม แต่มันอยู่ที่เราเลือกว่าจะยืนมองความรักของเราในมุมไหน ผมเชื่อว่ารักที่ดีจะเกิดขึ้นได้นั้นก็อยู่ที่เราเลือกมุมที่เรายืนมองความรักว่ามันเป็นมุมที่ดีจริงหรือไม่ รักไม่มีคำจำกัดความ แต่รักมีการจำกัดมุมได้ เลือกมุมความรักที่ดีได้ ความรักที่ดีก็ย่อมตามมา

          ประวัติผู้กำกับ
          ปัจจุบัน ผู้กำกับภาพยนตร์เรื่อง เดอะเมโลดี้ รักทำนองนี้

          2007 – ปัจจุบัน กรรมการผู้จัดการบริษัท ยักษ์คู่ สตูดิโอ จำกัด
          ผลิตรายการโทรทัศน์ สารคดี โฆษณา ละคร และภาพยนตร์
          2006 - 2007 บริษัท BEC Tero Entertainment จำกัด (มหาชน)
          Producer รายการ Arsenal Dreams เรียลลิตี้ฟุตบอล
          2005 – 2006 บริษัท แกรมมี่ เทเลวิชั่น จำกัด
          Co-Producer รายการเกมวัดดวง, เกมใกล้ตัว, Open’9
          Producer รายการThe Games กีฬามหาสนุก, รายการ Unseen TV
          ผู้ช่วยผู้กำกับละครเรื่อง พ่อแกกับแม่ฉัน
          2003 – 2004 บริษัท บรอดคาสไทย เทเลวิชั่น จำกัด
          Creative ผู้คิดรายการ Siam Games เกมคนสยาม, รายการเรื่องเด็ดเกร็ดอาชีพ, รายการชิงฝันปั้นดาว
          2000 – 2003 บริษัท ว็อชด๊อก จำกัด
          Creative รายการ ชูรัก ชูรส, รายการดูละครย้อนดูตัว
          Producer รายการสารคดีกว่า 200 สารคดีของบริษัท

FB:
MOVIE GUIDE: The Melody รักทำนองนี้ (Official Teaser)

Ts. The Melody รักทำนองนี้ (Official Teaser)
 
http://www.youtube.com/watch?v=vgw_bicOEhU
 

FB:
MV UPDATE: เพลงประกอบภาพยนตร์ The Melody รักทำนองนี้

          Mv.เพลงภาพยนตร์ The Melody รักทำนองนี้
          เพลงรักที่จะทำให้หนาวนี้ของคุณ อบอุ่นมากยิ่งขึ้น
          17 พ.ย. นี้ในโรงภาพยนตร์

http://www.youtube.com/watch?v=m-N-gcCJRMM

Navigation

[0] Message Index

[#] Next page

[*] Previous page

Go to full version