ภาพยนตร์ > ข่าวภาพยนตร์
ภาพยนตร์เรื่อง The Melody รักทำนองนี้ 14 กุมภาพันธ์ 2555
FB:
หวานทุกสถานีที่เปิด บอย ตรัย แต่ง แดน ร้อง เพลงประกอบหนัง “The melody รักทำนองนี้”
ได้เสียงตอบรับอย่างดีเปิดฟังกันไปทั่วประเทศจนหวานซึ้งทุกสถานีวิทยุและรายการเพลงแล้ว สำหรับเพลง “เดอะเมโลดี้” เสียงร้องชวนฝันของพระเอกหนุ่ม “แดน วรเวช ดานุวงศ์” ในเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่อง “The melody รักทำนองนี้” แนวโรแมนติก-ดราม่า เรื่องล่าสุดของค่ายสหมงคลฟิล์ม ที่ได้นางเอกสาวหน้าใสอย่าง “ฉัตร” ปริยฉัตร ลิ้มธรรมมหิศร (รับบทเป็นหมอก) และ “แดน” วรเวช ดานุวงศ์ (รับบทเป็นวิน) นักร้องนักดนตรีมากฝีมือ มาสวมบทบาทและร่วมร้องเพลงประกอบภาพยนตร์ในครั้งนี้
เพราะเรื่องราวความรักของคู่พระนางในเรื่อง ใช้เสียงดนตรีเป็นสื่อกลางความรักความผูกพัน และความรู้สึกผ่านบทเพลงอันไพเราะที่ออกมาจากใจลึกๆ ของทั้งสองฝ่ายได้อย่างเรียกว่า เพลงนั้นคือตัวบทภาพยนตร์เลยทีเดียว ดังนั้นเรื่อง “The melody รักทำนองนี้” จึงต้องมีบทเพลงพิเศษที่ต้องเรียบเรียงใหม่โดยเฉพาะสำหรับบิ้วอารมณ์คนดูให้ซาบซึ้งยิ่งขึ้น ซึ่งครั้งนี้ได้นักดนตรีมากฝีมืออย่าง “บอย ตรัย ภูมิรัตน” เป็นผู้แต่งคำร้องและทำนองและได้แดน วรเวช ทำหน้าที่ขับร้อง ในเพลงที่ชื่อว่า “เดอะเมโลดี้” เพลงแรกที่ออกอากาศกันไปแล้วทั้งทางสถานีวิทยุทั่วประเทศ และ MV สวยๆ ทางสื่อต่างๆ ที่ได้รับเสียงตอบรับจากแฟนๆ เป็นอย่างมาก
และอีกบทเพลงนึงที่ไม่พูดถึงไม่ได้ เพราะพระเอกหนุ่มแสดงฝีไม้ลายมือเอาไว้ได้อย่างลงตัวในบทเพลงที่ชื่อว่า “เพลงรักไม่มีคำว่ารัก” เป็นเพลงที่มีเนื้อหาแสดงถึงความรู้สึกของวินที่มีให้กับหมอก แต่ไม่รู้จะสื่อสารออกมาด้วยวิธีไหนต้องอาศัยฝากความรู้สึกผ่านเสียงเพลงออกไป ซึ่งกว่าจะได้บทเพลงนี้ออกมาตรงกับเนื้อหาของบทภาพยนตร์ นักแสดงต้องอินไปกับบทและใช้เวลากับการถ่ายทำจนรู้สึกถึงความหมายอย่างแท้จริง เพื่อให้เข้าถึงแก่นแท้ของหนังอย่างสมบูรณ์แบบ
“(ผู้กำกับ) คือด้วยชื่อของภาพยนตร์และเนื้อเรื่องของภาพยนตร์ มันบอกเลยว่าขาดบทเพลงดีๆ ไม่ได้ ไม่ใช่ว่าเอาเพลงรักอะไรมาประกอบหนังก็ได้ แต่เนื้อหาของเพลงต้องมีที่มาที่ไป มีความหมายตามบทภาพยนตร์ เพราะเส้นเรื่องทั้งหมดมันคือเพื่อเพลงๆ นึงของพระเอกกับนางเอกเพลงนั้นจะไม่มีความหมายอะไรเลย ถ้าเราเอาความรู้สึกแบบอื่นมาใส่ เพลงๆ นี้ต้องเป็นเพลงที่คนฟังจะต้องรู้ว่านี่คือเพลงของวินและหมอก ผมรู้สึกว่าต้องเป็นแบบนั้น ทางทีมงานก็เคาะกันแล้วว่าต้องเป็นพี่บอยตรัย และอีกเพลงต้องเป็นแดน ทั้งสองคนเป็นคนเพลงที่มีคุณภาพ แดนจะต้องลึกซึ้งอยู่แล้วเพราะแดนสวมบทตัวละครตัวนี้อยู่ เขาเข้าใจฟิลลิ่งมันแน่นอน ส่วนพี่บอยเรื่องเพลงรักคงไม่มีอะไรต้องบรรยาย ทุกเพลงที่เขาแต่งออกมามันการันตีความสามารถของเขา”
“(แดน วรเวช) ตอนที่แต่งเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่องนี้ อ่านบทจบไปแล้วครับ เริ่มถ่ายทำกันไปแล้ว วันนึงพี่โอ๊คบอกว่าอยากให้ผมแต่งเพลงประกอบขึ้นมาเพลงนึงขอเป็นเพลงที่ไม่มีคำว่ารักอยู่ในเนื้อเพลงเลย แต่เต็มไปด้วยความรู้สึกที่ผู้ชายคนนึงหลงรักผู้หญิงคนนึงไปแล้ว แต่ไม่รู้จะบอกยังไง ไม่รู้ว่าควรจะพูดยังไงกับเขา ซึ่งถามว่ายากไหมก็ค่อนข้างยากครับต้องใช้เวลาเหมือนกัน แต่ทางผู้กำกับก็ไม่ได้เร่งรีบอะไรเขาอยากให้เราซึมซับกับหนังไปเรื่อยๆ ระหว่างทางที่เราเล่น ความรู้สึกแต่ละอย่างแต่ละทำนองแต่ละประโยคที่มันออกมาเป็นเพลงมันค่อยๆ ถูกเติมให้เต็มระหว่างเล่นหนังเรื่องนี้ไปเรื่อยๆ ถึงเวลาแต่งจริงเพลงนี้แต่งไม่นาน แต่รอทุกอย่างตกตะกอน เราต้องเข้าใจความรู้สึกของตัวละครตัวนี้ให้อย่างลึกซึ้ง เพราะวินเป็นคนที่ยากต่อการเข้าถึงความรู้สึกจริงๆ ในช่วงแรกของตัวหนัง”
FB:
MOVIE GUIDE: “The Melody รักทำนองนี้”
เมื่อดนตรีนำพาทั้งคู่ให้เจอกัน ...
เนื้อเพลงและความหมายที่มีอยู่ต่อจากนี้...
เต็มไปด้วยความรู้สึกและความรัก...ที่มีอยู่จริง
ตัวอย่าง “The Melody รักทำนองนี้”
http://www.youtube.com/watch?v=Gq6PydSHYHM
FB:
ผู้กำกับ The Melody อึ้ง “ฉัตร” นางเอกในฝันเซอร์ไพรส์วันคัดตัว เป๊ะทุกอย่างทั้งดราม่าทั้งเปียโน รับบท “หมอก” ประกบคู่ “แดน”
ภาพยนตร์สุดซาบซึ้งส่งท้ายปี พร้อมเข้าฉายวันที่ 8 ธันวาคมนี้ กับภาพยนตร์โรแมนติก-ดราม่า เรื่องใหม่ของค่ายสหมงคลฟิล์ม ในชื่อเรื่อง “ The Melody รักทำนองนี้” โดยได้นางเอกสาวหน้าหวานใสอย่าง “ฉัตร” ปริยฉัตร ลิ้มธรรมมหิศร (หมอก) มาเล่นบทสุดดราม่าประกบคู่กับ “แดน วรเวช ดานุวงศ์” (วิน)
งานนี้ผู้กำกับ “ทศพล ศรีสุคนธรัตน์” เปิดเผยว่ากว่าจะได้ตัว 2 นักแสดงนำมาเล่นบทนี้ยากเย็นแสนเข็ญขนาดไหนโดยเฉพาะกับบทบาทของ “หมอก” สาวนักเปียโนคนเก่งมองโลกในแง่ดี แต่มีความลับในใจ ซึ่งเป็นบทบาทที่ค่อนข้างซับซ้อนในความรู้สึกที่ต้องเก็บเอาไว้แต่แสดงออกอีกอย่างหนึ่ง ต้องเล่นดราม่าถึง บวกกับความสามารถในการเล่นเปียโน และร้องเพลงได้ด้วย แต่เวลาผ่านล่วงเลยมานานจนเกือบจะเปิดกล้องก็แล้ว ยังหาคนมารับบท “หมอก” ให้พระเอกหนุ่ม แดน วรเวช ไม่ได้สักทีจนวันคัดตัวครั้งสุดท้ายอยู่ๆ น้องฉัตรก็โผล่เข้ามาในสตูดิโอ ทำเอาผู้กำกับและทีมงานคัดเลือกถึงกับอึ้งกิมกี่ เพราะเป็นนางเอกในแบบฉบับที่ตัวเองวางเป้าหมายเอาไว้ชัดเจนที่สุด และน้องฉัตรก็ทดลองเล่นบทดราม่าได้ดี ดีดนิ้วปุ๊ปน้ำตามาปั๊ปจนคนที่ร่วมแคสติ้งถึงกับให้คะแนนเต็มร้อย แต่เซอร์ไพร์สกว่านั้นสำหรับผู้กำกับคือ นางเอกคนนี้มีความสามารถในการเล่นเปียโนได้เป็นอย่างดี โดยที่ไม่ได้ซักซ้อมหรือเตรียมตัวมาก่อน มารับโจทย์กันวันแคสติ้งเลย แถมเสียงร้องก็จับใจมีความใสบริสุทธิ์ตรงกับคาแรกเตอร์ทุกประการ ทำเอาผู้กำกับฟันธงเลือกฉัตรทันที
“(ผู้กำกับ) จริงๆ ผมเคยอยากได้น้องเขามารับบทนางเอกเรื่องนี้ วางไว้แล้วว่าจะเอาแบบนี้เลย ผมไปหาโฆษณาชิ้นนึงที่น้องฉัตรเคยเล่นเอาไว้นานแล้ว แล้วเรียกทีมงานมาบอกว่าให้ไปตามหาตัวน้องคนนี้มาแคสดู แต่ทีมงานไม่รู้จะติดต่อจากที่ไหน ตอนนั้นไม่รู้ว่าน้องเขาชื่ออะไร จนกระทั่งวันที่แคสติ้งวันสุดท้าย ตอนนั้นแคสอยู่ประมาณ 3 วัน ผู้ช่วยบอกวันนี้จะมีนางเอกช่อง 7 มาแคสนะ เราก็เอ๊ะ..เล่นละครมาแล้วจะมาเล่นหนังได้หรอ แล้วอยู่ๆ น้องฉัตรก็ก้าวเข้ามาในสตูแคสตัว ผมเงยหน้าไปแล้วอึ้งเลย ใช่เลยน้องคนนี้มาได้ไงเซอร์ไพร์สมาก เพราะผมเกือบจะต้องเลื่อนเปิดกล้องแล้วเพราะหานางเอกไม่ได้ ผมก็เลยให้น้องฉัตรลองเล่นบทดราม่าดู น้องเขาก็เล่นได้นิ่งมากเสียงเครือมาน้ำตามาเป๊ะทุกอย่าง แล้วเขาเป็นคนร้องไห้สวยเศร้าจากข้างใน บทดราม่าผ่านแล้วผมก็ลิงโลดเหลือแต่ความยากเรื่องการเล่นเปียโนกับร้องเพลงเท่านั้นซึ่งก็หินไม่แพ้กัน เพราะผมวางเป้าไว้ว่าอยากให้นักแสดงของเราได้เล่นเองจริงไม่เอาแบบมาวางมือเล่นฉาบฉวยแล้วมันไม่ได้ความรู้สึกอะไร
แต่เซอร์ไพร์สชั้นที่ 2 คือฉัตรเล่นเปียโนได้ด้วยเพราะน้องเคยเล่นมาตั้งแต่เด็กๆ แล้วซึ่งถ้าได้รื้อฟื้นมากกว่านี้ก็เรียกว่าคล่องเลย มันเป็นอะไรที่ลงตัวมากๆ ไม่คิดว่านางเอกที่เราฝันเอาไว้จะลงล๊อคทุกอย่าง ตอนแรกตั้งความหวังไว้แค่เล่นบทดราม่าได้แต่ไม่ได้คาดหวังเรื่องเปียโน แต่น้องฉัตรเป็นอะไรที่ทำได้หมดทุกอย่างที่บทวางเอาไว้ วันนั้นพอคัดเลือกตัวเสร็จผมบอกทีมงานเลยว่า คนนี้คนเดียวเท่านั้นที่จะต้องมาเป็น “หมอก” ให้กับ “วิน” ของเรา แล้วก็ไม่ผิดหวังเลยขนาดวันเล่นเปียโนกันครั้งแรกร่วมกับกับแดน แดนเขายังอึ้งเลย ไม่คิดว่าน้องฉัตรจะเล่นเปียโนคู่กับเขาได้จริงๆ แถมเพลงที่เล่นเป็นเพลงยากระดับโชแปงเลยทีเดียว”
FB:
เซ็ทอลังทั้งตลาด โชว์ประเพณีเก่ากระทงสวรรค์ “แดน-ฉัตร” อธิฐานขอพรสวีทหน้าวัดจองคำ
มีโลเคชั่นสวยๆ ให้เห็นกันตลอดทั้งเรื่องแล้วไม่ว่าจะเป็นทุ่งดอกบัวตอง ห้วยน้ำดัง หรือปางอุ๋ง แต่อีกฉากนึงที่เรียกว่าสวยไม่แพ้กันแถมยังเหนื่อยปนประทับใจกันทั้งทีมงาน นักแสดง และชาวบ้านทั้งระแวกแถวนั้นอีกต่างหาก เพราะเป็นฉากอลังการงานสร้างเซ็ทสถานที่กันทั้งตลาดถนนคนเดิน หน้าวัดจองคำ (วัดจองกลาง) ที่มีประวัติศาสตร์อันเก่าแก่ของจังหวัดแม่ฮ่องสอน เพื่อจัดเป็นฉากสวีทยามค่ำคืนให้กับสองพระนาง “แดน” วรเวช ดานุวงศ์ (รับบทเป็นวิน) และ “ฉัตร” ปริยฉัตร ลิ้มธรรมมหิศร (รับบทเป็นหมอก) ในภาพยนตร์โรแมนติก-ดราม่าเรื่องล่าสุด 8 ธันวาคมนี้ ของค่ายสหมงคลฟิล์มในภาพยนตร์เรื่อง “The Melody รักทำนองนี้”
เกาะติดกองถ่ายกันมาตั้งแต่หัวค่ำเพื่อดูทีมงานเซ็ทร้านขายสินค้าพื้นบ้านตลอดทั้งซอยย่านถนนคนเดินหน้าวัดจองคำ จังหวัดแม่ฮ่องสอน จนนักท่องเที่ยวแถวนั้นคิดว่าวันนี้มีตลาดนัดเปิดจริงๆ จนกระทั่งทีมงานและนักแสดงย้ายเข้ามาถ่ายทำ แฟนๆ ที่มารออยู่กรี๊ดกันสนั่นถนนคนเดินเลยทีเดียว ซึ่งเหตุการณ์ในฉากนี้เป็นฉากที่ “วินและหมอก” ออกมาเดินเล่นตลาดหน้าวัดจองคำ แล้วเกิดไฟฟ้าดับตลอดทาง หมอกเลยชี้ชวนให้วินแหงนมองดูความสวยงามของดวงดาวบนท้องฟ้าแทน และเป็นโอกาสเหมาะที่เป็นเทศกาลปล่อยกระทงสวรรค์ประเพณีดั้งเดิมของคนที่นั่น หมอกเลยชวนวินไปซื้อกระทงพร้อมอธิฐานขอพรก่อนจะปล่อยกระทงขึ้นสู่ท้องฟ้าอย่างสวยงาม เป็นบรรยากาศที่โรแมนติกของทั้งคู่ท่ามกลางผู้คนที่เดินควักไขว่ตามท้องถนน
ซึ่งการถ่ายทำในครั้งนี้นอกจากจะมีการเซ็ทซอยทั้งซอยให้กลายเป็นตลาดนัดถนนคนเดินแล้ว ยังต้องมีการนัดคิวกับทีมไฟเพื่อตัดไฟฟ้าทั้งหมดทั่วบริเวณนั้น ในขณะที่วินและหมอกกำลังเพลิดเพลินกับการเดินซื้อของท่ามกลางผู้คนมากมาย เพื่อให้เหมือนสถานการณ์ไฟดับจริงๆ และได้ภาพตลอดแนวถนนเหลือแต่ไฟจากแสงเทียนที่ร้านค้าพากันจุดแทนไฟฟ้าที่ดับ พอถึงคิวดับไฟนักท่องเที่ยวที่หลงเข้ามาเดินอยู่ในฉากถ่ายทำจริงก็แตกตื่นตกใจที่อยู่ๆ ไฟก็ดับกะทันหันทีมงานเลยได้บรรยากาศสมจริง แต่กว่าจะได้ฉากนี้เวลาก็ล่วงเลยไปจนดึกดื่นเพราะตอนที่แดนกับฉัตรลงไปยืนอยู่กลางถนน นักท่องเที่ยวบางคนที่เดินเข้ามาเห็นพระเอกนางเอกของเราถึงกับกรี๊ดลั่นขอลายเซ็นกันยกใหญ่ กว่าจะอธิบายให้เข้าใจว่ากำลังถ่ายทำภาพยนตร์กันอยู่ทีมงานก็วิ่งบอกกันชุลมุนวุ่นวายเลยทีเดียว
แต่อีกจุดนึงที่มีความน่าสนใจไม่แพ้บรรยากาศตลาดถนนคนเดินก็คือฉากที่วินและหมอกไปปล่อยกระทงสวรรค์ ซึ่งการถ่ายทำในจุดนี้เป็นบริเวณด้านหน้าวัดจองคำและวัดจองกลาง วัดเก่าแก่กว่า 200 ปีศูนย์กลางแห่งวัฒนธรรมและประเพณีของชาวจังหวัดแม่ฮ่องสอน ในแต่ละปีช่วงลอยกระทง ทางจังหวัดจะจัดให้มีพิธีการปล่อยกระทงสวรรค์ ลักษณะเป็นกระทงที่ทำจากกระดาษสีขนาดใหญ่กว่าแก้วน้ำนิดหน่อย มีลูกโป่งสวรรค์ติดอยู่ด้านบนไม่เหมือนกับการปล่อยโคมลอยอย่างจังหวัดอื่นๆ ทางทีมงานได้เตรียมกระทงสวรรค์ไว้นับไม่ถ้วน โดยมีชาวบ้านที่มารอดูการถ่ายทำตั้งแต่หัวค่ำช่วยกันสูบลมลูกโป่งเอาไว้มากมาย เพราะความสวยงามโรแมนติกของฉากนี้นอกจากเนื้อเรื่องที่ทั้งคู่ต่างอธิฐานขอพรสิ่งที่อยู่ในใจร่วมกันแล้ว บรรยากาศการปล่อยกระทงที่จุดเทียนเอาไว้ขึ้นสู่ท้องฟ้ายามค่ำคืนนับร้อยนับพันดวงพร้อมๆ กันจนท้องฟ้าเต็มไปด้วยลูกโป่งและดวงไฟเล็กๆ เหมือนดวงดาวพร่างพราวจะเป็นภาพที่สวยงามประทับใจทุกคนแน่นอน ขนาดชาวบ้านที่อยู่รอบๆ บริเวณคุ้นเคยกับประเพณีแบบนี้อยู่แล้วยังอดเฮลั่นและสนุกสนานไปกับการปล่อยกระทงสวรรค์ในการถ่ายทำในครั้งนี้ด้วย
และพอถึงเวลาซักซ้อมก่อนถ่ายจริงวินและหมอกต้องมายืนมองตากันหวานซึ้งก่อนจะหลับมาพริ้มอธิฐานความหวังในใจ แฟนคลับที่อดหลับอดนอนรอดูฉากนี้อยู่รอบๆ ถึงกับร้องฮิ้วแซวจนแดนและฉัตรสมาธิแตกกระเจง เรียกรอยยิ้มและเสียงหัวเราะกลบความง่วงได้ดีในกลางดึกคืนนั้น และหลังจากที่ถ่ายทำเสร็จพระเอกนางเอกของเรายังติดลมขนาดในฉากถ่ายทำได้ปล่อยกระทงสวรรค์ไปแล้ว แต่ทางทีมงานยังมีกระทงเหลือยังไปจุดเล่นปล่อยไปอีกหลายลูกเลยทีเดียว สร้างบรรยากาศของค่ำคืนนั้นให้โรแมนติกเพิ่มขึ้นไปอีกแม้ว่าจะถ่ายทำล่วงเลยไปมากกว่าตี 2 แล้วก็ตาม
“(แดน วรเวช) คืนนี้เป็นฉากที่เราต้องถ่ายกัน 2 ฉากใหญ่ๆ ฉากนึงเป็นฉากที่วินและหมอกต้องไปเดินเล่นแล้วเกิดไฟดับจึงชี้ชวนกันดูดาวบนท้องฟ้าแบบอารมณ์ไม่สนใคร จะสวีทกันสองคน (หัวเราะ) ตอนที่ผมมาถึงกองถ่ายก็เห็นน้องฉัตรไปเดินเล่น ผมก็ยังคิดว่านี่คือตลาดจริงๆ เพิ่งมารู้ตอนจะถ่ายนี่แหละครับว่าทางทีมงานเซ็ทสถานที่เอาไว้ยาวตลอดทั้งถนน ทางผู้กำกับก็บอกว่าก็ชาวบ้านที่เขาขายของจริงน่ะแหละ แต่ขอให้เขามาขายวันนี้เพิ่มขึ้นอีกวันด้วยเพราะจริงๆ เขาจะขายกันช่วงปลายอาทิตย์ แต่วันนั้นเราถ่ายทำกันในวันธรรมดาซึ่งความเป็นจริงแล้วจะเงียบเลย ทีนี้ฉากนี้เราก็ต้องมีคิวดับไฟก็นานมากกว่าเราจะคอนโทรลจังหวะดับไฟให้พอดีกับบทพูดกับจุดที่ทำการบล็อกเอาไว้ ทีมงานก็ดับไฟกันไป 2-3 ทีกว่าจะได้ตรงตามกับที่ผู้กำกับอยากได้ แต่ที่เซอร์ไพรส์กว่านั้นคือบางคนเขาเดินเข้ามาในเซ็ทถ่ายทำจริงๆ แล้วเขาไม่รู้ว่ากำลังถ่ายหนัง พอเขาเห็นผมกับฉัตรก็วิ่งมาขอลายเซ็นกัน ทีมงานที่อยู่ใกล้ๆ จะคอยวิ่งมาบอกว่ากำลังถ่ายทำ ก็สนุกดีครับพอถ่ายเสร็จก็แจกลายเซ็นกันต่อแก้ง่วงครับ ต้องขอขอบคุณแฟนๆ มากที่ไปเจอกันที่นั่นแล้วยังให้การต้อนรับเป็นอย่างดี”
“(ฉัตร ปริยฉัตร) อีกฉากนึงคือฉากที่ต้องมีการปล่อยกระทงสวรรค์เป็นอีกฉากที่ฉัตรชอบมากเหมือนกันค่ะ ตอนนั้นยอมรับเลยว่าง่วงแล้วเลยเที่ยงคืนแล้วกว่าจะได้ถ่ายฉากนี้ แต่พอเห็นลูกโป่งกับกระทงที่เขาจุดไฟให้ดูแล้วรู้สึกสนุก แล้วเป็นกระทงสวรรค์ที่ชาวบ้านช่วยกันสูบเอาไว้ เราเห็นแบบนี้แล้วจะท้อไม่ได้ พอถึงตอนที่ซ้อมแฟนๆ เขาก็ร้องแซวกันพวกเราก็หัวเราะฉัตรไม่ได้เขินพี่แดนแต่ขำที่ถูกแซว พี่โอ๊คผู้กำกับก็บอกว่าอธิฐานจริงเลยก็ได้นะ ฉัตรแอบเห็นพี่แดนทำปากขยุบขยิบไม่รู้อธิฐานขออะไรไป (หัวเราะ) แล้วพอถ่ายจริงทีมงานและชาวบ้านช่วยกันปล่อยกระทงขึ้นฟ้าพร้อมๆ กัน บนฟ้าก็เต็มไปด้วยลูกโป่งกับแสงเทียนสวยมากค่ะ ถ้าใครได้มีโอกาสไปที่นั่นไปอธิฐานขอพรกันประทับใจความสวยงามของฉากนี้มากเลยค่ะ”
เตรียมพบกับความประทับใจในความรักของวินและหมอก และภาพ+เพลงที่สวยงามไพเราะเป็นของขวัญในเดือนโรแมนติกที่ใกล้จะมาถึง 8 ธันวาคมนี้ทุกโรงภาพยนตร์
FB:
MOVIE: The Melody รักทำนองนี้ เพลงรักนับล้านที่มีมากมายอยู่บนโลก แต่มีแค่เพลงเดียวที่มันเป็นของเราสองคน
เพลงรักนับล้านที่มีมากมายอยู่บนโลก แต่มีแค่เพลงเดียวที่มันเป็นของเราสองคน
กำหนดฉาย 14 กุมภาพันธ์ 2555
ประเภท รัก-ชีวิต (Romantic-Drama)
นำแสดงโดย แดน-วรเวช ดานุวงศ์, ฉัตร-ปริยฉัตร ลิ้มธรรมมหิศร,
ด.ญ. ชินารดี อนุพงษ์ภิชาติ, วาสนา สิทธิเวช
ดำเนินงานสร้าง บริษัทยักษ์คู่สตูดิโอจำกัด
บทภาพยนตร์ ทศพล ศรีสุคนธรัตน์,มนชยา พานิชสาส์น,วรลักษณ์ กล้าสุคนธ์
เพลงประกอบภาพยนตร์โดย แดน-วรเวช ดานุวงศ์, บอย-ตรัย ภูมิรัตน
ดนตรีประกอบ กฤษณะศักดิ์ กันตธรรมวงศ์
ผู้กำกับภาพยนตร์ ทศพล ศรีสุคนธรัตน์
ผู้ควบคุมการผลิต จาตุศม เตชะรัตนประเสริฐ
ผู้อำนวยการสร้าง สมศักดิ์ เตชะรัตนประเสริฐ
กำกับศิลป์ อนิรุตร์ จิตร์สมนึก
กำกับภาพ สิทธิพงษ์ กองทอง
ลำดับภาพ รัชพันธุ์ พิศุทธิ์สินธพ, ทวีลาภ เอกธรรมกิจ,มานุสส วรสิงห์
บันทึกเสียง กันตนา
ฟิล์มแล็ป กันตนา
ออกแบบเครื่องแต่งกาย กรกนก สนิทวงศ์ ณ อยุธยา
แต่งหน้า-ทำผม พัชริกา บัวรุ่ง, ศุภชัย สิงห์น้อย
บริษัทจัดจำหน่าย สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล
เรื่องย่อเมื่อดนตรีนำพาทั้งคู่ให้เจอกัน ...
เนื้อเพลงและความหมายที่มีอยู่ต่อจากนี้...
เต็มไปด้วยความรู้สึกและความรัก...ที่มีอยู่จริง
เมื่อเส้นทางชีวิตของ วิน (แดน-วรเวช ดานุวงศ์) นักร้องและนักแต่งเพลงยอดนิยมผู้มีความมั่นใจในตัวเองสูง กำลังเข้าสู่ช่วงขาลงแบบสุดสุด ความเปลี่ยนแปลงที่ยากจะยอมรับทำให้วินหนีไปซ่อนตัวที่แม่ฮ่องสอน เมืองเล็กๆบนภูสูง ที่ที่ทำให้เขาบังเอิญพบกับ หมอก (ฉัตร-ปริยฉัตร ลิ้มธรรมมหิศร) นักเปียโนฝีมือดี สาวจอมตื๊อที่มักชอบบังคับให้เขาทำในสิ่งที่เกลียดอยู่เสมอ และแล้วเธอก็เข้ามาเปลี่ยนแปลงชีวิตของเขาโดยไม่รู้ตัว ความใกล้ชิดและดนตรีทำให้วินได้เรียนรู้ว่า ทำนองเพลงที่บรรเลงได้ไพเราะที่เขาค้นหามาตลอดชั่วชีวิตคือเสียงหัวใจของผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้าของเขานี่เอง แต่กว่าวินจะรู้ตัว โชคชะตาก็นำพาอุปสรรคสำคัญเข้ามา สิ่งที่จะทำให้วินและหมอกเรียนรู้ที่จะเป็นแรงบันดาลใจของกันและกัน บททดสอบที่จะทำให้คู่รักทุกคู่รู้จักไคว่คว้าความสุข แม้ว่าจะอยู่ในมุมมืดมิดของความทุกข์ที่กำลังก่อตัวขึ้นมา เพลงที่เธอแต่งทำนองและเขาช่วยแต่งคำร้องที่บริสุทธิ์ที่สุดที่บทเพลงทั้งหมดเคยบรรเลงมา
ร่วมซึ้งไปกับบรรยากาศสุดโรแมนติกในเมืองแห่งสายหมอก กับบทเพลงอันไพเราะด้วยฝีมือการแต่งเพลงจากนักแสดงนำ แดน วรเวช และนักร้องเสียงอบอุ่นอย่าง บอย ตรัย ที่จะมาเปลี่ยนแปลงฤดูหนาวของใครหลายคน กลายเป็นฤดูที่หัวใจเต้นเป็นทำนองใหม่ที่อบอุ่นที่สุด
Navigation
[0] Message Index
[#] Next page
[*] Previous page
Go to full version