happy on June 12, 2018, 02:09:15 PM
หรือนี่คือจุดจบของของช่วงเวลาการทำงานปกติ ตั้งแต่ 9.00 – 17.00 น.?
ผลสำรวจเผยคนทำงานกว่า 70% ทำงานจากสถานที่อื่นๆ ที่ไม่ใช่ออฟฟิศ
IWG เผยผลสำรวจเกี่ยวกับทัศนคติต่อการทำงานที่ยืดหยุ่น จากกลุ่มตัวอย่างนักธุรกิจในหลากหลายอุตสาหกรรมจำนวนถึง 18,000 คน ทั่วทั้ง 96 ประเทศ

ผลสำรวจใหม่ล่าสุดที่ครอบคลุมทั่วโลกนี้ยังได้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าคนทำงานทั่วโลกจำนวน 2 ใน 3 มักทำงานนอกสถานที่ในทุกสัปดาห์ และ มีจำนวนถึงร้อยละ 50  ที่ทำงานนอกสถานที่บ่อยครั้งถึงครึ่งหนึ่งของสัปดาห์ บอกได้ว่าถึงเวลาแล้วที่องค์กรจะต้องกลับมาประเมินความคุ้มค่าของอสังหาริมทรัพย์ที่มีอยู่


IWG บริษัทแม่ของผู้นำให้บริการพื้นที่สำนักงานระดับโลกอย่าง Regus (รีจัส) และ Spaces (สเปซเซส) คาดว่าวิวัฒนาการการทำงานนอกสถานที่ได้เกิดขึ้นภายใต้การขับเคลื่อนของการเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยีในยุคโลกาภิวัฒน์ รวมถึงความคาดหวังของพนักงานที่มีต่อองค์กรของตน

IWG ได้เผยข้อมูลผลสำรวจจากนักธุรกิจจำนวนกว่า 18,000 คน ใน 96 บริษัท โดยพบว่าในทุกๆสัปดาห์จะมีพนักงานจำนวนกว่า 70% ที่ต้องทำงานจากนอกสถานที่อย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง ซึ่งจำนวนมากกว่าครึ่งหนึ่ง (ร้อยละ 53) ทำงานจากนอกสถานที่เป็นจำนวนครึ่งหนึ่งของสัปดาห์หรือมากกว่านั้น ในขณะที่คนจำนวน 1 ใน 10 (ร้อยละ 11) จะต้องทำงานจากที่อื่นนอกเหนือจากออฟฟิศหลักของตนมากถึง 5 ครั้งต่อสัปดาห์


นายมาร์ค ดิกซัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและ ผู้ก่อตั้ง IWG กล่าวว่า ผู้คนจากเมืองซีแอตเทิลถึงสิงคโปร์ หรือแม้แต่ลอนดอนจนถึงลาโกส ต่างไม่จำเป็นต้องใช้เวลาอยู่ในออฟฟิศอีกต่อไป

ถือเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นอย่างยิ่งที่เราได้ก้าวเข้าสู่ยุคของการทำงานนอกสถานที่อย่างแท้จริง ซึ่งไม่เพียงแต่เหล่าพนักงานของบริษัทเอกชนเท่านั้นแต่ยังรวมไปถึงภาคธุรกิจด้วย นี่จึงเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ของพื้นที่การทำงานในระดับโลก โดยกลุ่มธุรกิจต่างเริ่มพิจารณาถึงการเปลี่ยนแปลงนี้ที่ส่งผลถึงอสังหาริมทรัพย์ของธุรกิจ

ผลการสำรวจโดย IWG ยังพบว่าธุรกิจเลือกใช้วิธีการทำงานที่ยืดหยุ่นเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ในการมอบสวัสดิการที่ดีเยี่ยมให้กับพนักงานเพื่อผลประโยชน์ดังนี้

•   การเติบโตทางธุรกิจ (ร้อยละ 89 เพิ่มขึ้นจากปี 2559 ที่มีอัตราเพียงร้อยละ 67)
•   ความสามารถในการแข่งขัน (ร้อยละ 87 เพิ่มขึ้นจากปี 2557 ที่มีอัตราเพียงร้อยละ 59)
•   ประสิทธิภาพในการทำงาน (ร้อยละ 82 เพิ่มขึ้นจากปี 2556 ที่มีอัตราเพียงร้อยละ 75)
•   การดึงดูดและรักษาพนักงาน (ร้อยละ 80 เพิ่มขึ้นจากปี 2559 ที่มีอัตราเพียงร้อยละ 64)
•   เพิ่มผลกำไรสูงสุด (ร้อยละ 83)

คนทั่วโลกในยุคนี้ต่างเข้าใจว่าพื้นฐานของการทำงานจะประกอบไปด้วยสถานที่ทำงานที่มีหลักแหล่งแน่นอน และระยะเวลาการทำงานตั้งแต่ 9.00 น.. – 17.00 น. แต่กลุ่มธุรกิจต่างค่อยๆ ปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงานอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนเพื่อประโยชน์ต่อธุรกิจและเหล่าพนักงาน

นอกจากนี้ผลสำรวจโดย IWG ยังชี้ให้เห็นว่า การทำงานที่ยืดหยุ่นไม่เพียงแต่ช่วยลดเวลาการทำงานเท่านั้น แต่ยังช่วยพัฒนาประสิทธิภาพการทำงาน รักษาพนักงาน สร้างความพึงพอใจในอาชีพ มีความคิดที่สร้างสรรค์มากขึ้น ทั้งยังส่งผลที่ดีต่อกลยุทธ์ด้านการเงินที่ให้ประโยชน์ที่คุ้มค่าต่อธุรกิจ


สร้างสรรค์ความสุขที่มากขึ้น พร้อมด้วยประสิทธิภาพการทำงานที่ยอดเยี่ยมของพนักงาน

การก้าวสู่พื้นที่การทำงานที่ยืดหยุ่นได้สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงในด้านความต้องการและความคาดหวังของกลุ่มพนักงาน โดยจำนวนกว่าร้อยละ 80 ของผลสำรวจชี้ให้เห็นว่าการทำงานที่ยืดหยุ่นสามารถช่วยรักษาพนักงานที่มีความสามารถได้ ในขณะที่ร้อยละ 64 มีแผนที่จะมอบการทำงานที่ยืดหยุ่นเพื่อดึงดูดพนักงาน ทั้งนี้มีจำนวนมากกว่าครึ่งหนึ่ง (ร้อยละ 58) ที่เห็นด้วยว่าการทำงานที่ยืดหยุ่นนั้นช่วยปรับปรุงความพึงพอใจในอาชีพได้ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ต่างแสดงให้เห็นว่าธุรกิจจำเป็นต้องมอบสิ่งแวดล้อมที่ดีและเหมาะสมต่อพนักงานในยุคปัจจุบันเพื่อรักษากลุ่มพนักงานที่ดีเยี่ยมไว้

ประโยชน์ที่ช่วยส่งผลต่อกลุ่มธุรกิจอย่างเห็นได้ชัด : ผู้ตอบแบบสอบถามจำนวนกว่าร้อยละ 91 กล่าวว่า สถานที่การทำงานแบบยืดหยุ่นช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของพนักงานให้มากยิ่งขึ้นแม้ในขณะที่ต้องเดินทาง


เอียน ฮอลเลทท์ กรรมการผู้จัดการและหัวหน้าฝ่ายแบรนด์และการร่วมทุนทั่วโลก กล่าวว่า เทคโนโลยีสมัยใหม่ทำให้เราสามารถทำงานได้ทุกที่ ทุกเวลา ดังนั้นความท้าทายของธุรกิจคือการปรับตัวให้เหมาะกับการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ โดยบริษัทจะต้องตระหนักถึงประโยชน์ของการทำงานที่มีความยืดหยุ่น การเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ความพึงพอในในอาชีพ และผลการดําเนินงานทางธุรกิจ

ทุกคนต่างมีความต้องการในรูปแบบ “on-demand”

ผลการสำรวจได้แสดงให้เห็นว่าการทำงานที่ยืดหยุ่นและการใช้พื้นที่การทำงานร่วมกัน ไม่จำกัดอยู่เพียงกลุ่มธุรกิจสตาร์ทอัพอีกต่อไป แต่กลุ่มธุรกิจที่ประสบความสำเร็จทั่วโลก อาทิ สายการบินเอทิฮัด ดีเซล จีเอสเค มาสเตอร์การ์ด ไมโครซอฟท์ ออราเคิล และ อูเ