FB on April 21, 2018, 08:21:30 AM
Movie Guide: โคเรเอดะ ฮิโรคาสุ ผู้กำกับมือ 1 ของ ญี่ปุ่น นำ Shoplifters เข้าชิงรางวัลปาล์มทองคำในเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเมืองคานส์ 2018 มงคลซีนีม่าเตรียมฉายในไทย 2 สิงหาคม 2561



"SHOPLIFTERS" English Final Trailer
<a href="http://www.youtube.com/watch?v=Rwcb5ki1f-4" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=Rwcb5ki1f-4</a>

          โคเรเอดะ ฮิโรคาสุ ถือเป็นนักทำหนังขาประจำของเทศกาลหนังเมืองคานส์ หนังเรื่องใหม่ Shoplifters ของเขาจะได้เข้าฉายในสายประกวด ชิงรางวัลปาล์มทองคำ (Palm D'Or) ที่เทศกาลหนังเมืองคานส์ครั้งที่ 71 เดือนพฤษภาคมนี้ โดยครั้งล่าสุดที่หนังของเขาได้เข้าชิงปาล์มทองคำคือOur Little Sister เมื่อปี 2015 และ ภาพยนตร์ Nobody Knows เคยคว้ารางวัล นักแสดงนำชายยอดเยี่ยมมาแล้ว เมื่อปี 2004

          โดยชื่อภาพยนตร์ภาษาญี่ปุ่นของ Shoplifters คือ Manbiki Kazoku (??) ซึ่งมีความหมายว่า Shoplifting Family หรือ ครอบครัวนักยกเค้า หนังเล่าเรื่องของโอซามุ (ลิลลี่ แฟรงกี้) นอกจากทำงานเป็นกรรมกร เขายังลักเล็กขโมยน้อยเป็นอาชีพเสริมด้วย โดยมีลูกชาย โชตะ (ไคริ จิโอ) เป็นผู้ช่วย

          วันหนึ่ง ขณะทั้งคู่กลับจากการขโมยของ โอซามุ ได้เจอกับ ยูริ (มิยุ ซาซากิ) เด็กหญิงตัวน้อยอยู่ตัวคนเดียว เขาจึงตัดสินใจพาเธอกลับมาบ้านด้วย แม้ว่า โนบุโยะ (ซากุระ อันโดะ) ภรรยาของเขาจะไม่พอใจที่เขาพาเด็กที่ไหนมารู้มาอยู่อาศัยด้วย ถึงอย่างนั้นตัวเธอและรวมถึงสมาชิกคนอื่นๆ ในครอบครัวอย่าง อากิ (มายุ มัตสึโอกะ) น้องสาวของยูริ และคุณยายฮัตสุเอะ (คิริน กีกิ) ก็ดูแลเด็กหญิงคนนี้เป็นอย่างดี ถึงแม้พวกเขาจะเป็นครอบครัวเล็กๆ แต่พวกเขาก็เป็นครอบครัวที่มีความสุข ทว่าในช่วงเวลาที่ทุกอย่างกำลังไปได้สวย ความลับบางอย่างก็เปิดเผยออกมาทำให้ทั้งครอบครัวต้องสั่นคลอน

          Shoplifters ( ชอปลิฟเตอร์ส ) 2 สิงหาคม นี้ในโรงภาพยนตร์
« Last Edit: June 23, 2018, 08:30:46 AM by FB »

FB on May 22, 2018, 02:24:15 AM
Movie Guide: โคเรเอดะ ฮิโรคาสุ หลั่งน้ำตา นำ SHOPLIFTERS คว้ารางวัลปาล์มทองคำ









SHOPLIFTERS - Hirokazu Kore-eda Film Trailer (Cannes 2018)
<a href="http://www.youtube.com/watch?v=3zJ3_JZnH_Q" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=3zJ3_JZnH_Q</a>

          ถือเป็นปีทองของภาพยนตร์ญี่ปุ่นเมื่อ ผกก.เบอร์ 1 ของประเทศ โคเรเอดะ ฮิโรคาสุ สามารถทำตามฝันตัวเอง นำ SHOPLIFTERS ( ชอปลิฟเตอร์ส ) ภาพยนตร์ดราม่าครอบครัว คว้ารางวัลปาล์มทองคำ ( Palme D'or ) รางวัลสูงสุด เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเมืองคานส์ครั้งที่ 71 มาครองได้สำเร็จเป็นครั้งแรก โดยประธานการจัดงาน เคต แบลนเชตต์ เป็นผู้ประกาศผลรางวัลนี้ โดยก่อนหน้านี้ ภาพยนตร์ของเขา เคยได้รับเลือกจากเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ ให้เข้าชิงในสายประกวดหลัก รางวัล ปาล์มทองคำ มาถึง 4 ครั้ง จาก Distance ( 2001 ) Nobody knows ( 2004 ) Like Father , Like Son (2013 ) Our Little Sister ( 2015 ) และ 2 ครั้ง ในสาย Un Certain Regard จาก Air Doll (2005 ) และ After the Strom ( 2016 ) " ผมไม่คาดฝันมาก่อนว่าจะได้รางวัลนี้ ขอบคุณทีมงานทุกคน และ คนที่อยากขอบคุณมากที่สุด คือ ยูกิซัง นักแสดงเด็กหัวใจสำคัญของภาพยนตร์เรื่องนี้ครับ " - โคเรเอดะ ฮิโรคาสุ กล่าว

          โคเรเอดะ ยังกล่าวว่าเขาชอบร่วมงานกับนักแสดงเก่งๆ และชอบเลือกนักแสดงที่คิดว่าคนดูต้องชื่นชอบมาเล่นหนังด้วย ใน Shoplifters นอกเหนือจาก ลิลลี่ แฟรงกี้ และ คิริน กีกิ แล้วเขายังได้ ซากุระ อันโดะ เจ้าของรางวัลนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมจากหนังดราม่าน้ำดี 100 Yen Love มารับบทเป็น โนบุโยะ ภรรยาของ โอซามุ, มายุ มัตสึโอกะ นักแสดงดาวรุ่งจาก Chihayafuru ทั้ง 3 ภาคมารับบทเป็น อากิ น้องสาวของโนบุโยะ และ โซสึเกะ อิเคมัตสึ หรือผู้สืบทอดของแอลใน Death Note: Light Up The New World มารับบทสมทบซึ่งจะเป็นตัวแปรสำคัญของเรื่องด้วย เป็นต้น

          ไม่เพียงแค่ชอบทำงานกับนักแสดงผู้ใหญ่ฝีมือดี แต่จากผลงานที่ผ่านๆ มา โคเรเอดะ ยังชอบการทำงานกับเด็กด้วย ซึ่งใน Shoplifters เขาเลือก 2 นักแสดงเด็กหน้าใหม่มาปั้นให้กลายเป็นดาว เริ่มจาก ไคริ จีโอ ผู้รับบทเป็น ลูกชายของ โอซามุ ซึ่งได้เชื้อมือไวมาจากพ่อเต็มๆ และมิยุ ซาซากิ มารับบท ยูริ เด็กน้อยที่ 2 พ่อลูกหัวขโมยไปพบเจอโดยบังเอิญ

          SHOPLIFTERS ( ชอปลิฟเตอร์ส ) เล่าเรื่องราวของ โอซามุ (ลิลลี่ แฟรงกี้) นอกจากทำงานเป็นกรรมกร เขายังลักเล็กขโมยน้อยเป็นอาชีพเสริมด้วย โดยมีลูกชาย โชตะ (ไคริ จิโอ) เป็นผู้ช่วย วันหนึ่ง ขณะทั้งคู่กลับจากการขโมยของ โอซามุ ได้เจอกับ ยูริ (มิยุ ซาซากิ) เด็กหญิงตัวน้อยอยู่ตัวคนเดียว เขาจึงตัดสินใจพาเธอกลับมาบ้านด้วย แม้ว่า โนบุโยะ (ซากุระ อันโดะ) ภรรยาของเขาจะไม่พอใจที่เขาพาเด็กที่ไหนมารู้มาอยู่อาศัยด้วย ถึงอย่างนั้นตัวเธอและรวมถึงสมาชิกคนอื่นๆ ในครอบครัวอย่าง อากิ (มายุ มัตสึโอกะ) น้องสาวของยูริ และคุณยายฮัตสุเอะ (คิริน กีกิ) ก็ดูแลเด็กหญิงคนนี้เป็นอย่างดี ถึงแม้พวกเขาจะเป็นครอบครัวเล็กๆ จนๆ แต่พวกเขาก็เป็นครอบครัวที่มีความสุข ทว่าในช่วงเวลาที่ทุกอย่างกำลังไปได้สวย ความลับบางอย่างก็เปิดเผยออกมาทำให้ทั้งครอบครัวต้องสั่นคลอน

          SHOPLIFTERS ( ชอปลิฟเตอร์ส ) 2 สิงหาคมนี้ ในโรงภาพยนตร์

FB on June 16, 2018, 06:14:19 AM
Movie Guide: “Shoplifters” เจ้าของรางวัลปาล์มทองคำจากคานส์ปีล่าสุด เปิดตัวอันดับ 1 ใน Japan Box Office 7 วัน ทำรายได้ทะลุ 1000 ล้านเยน! เข้าฉายในไทย 2 สิงหาคมนี้ เฉพาะที่ house Rca









SHOPLIFTERS - Hirokazu Kore-eda Film Trailer (Cannes 2018)
<a href="http://www.youtube.com/watch?v=3zJ3_JZnH_Q" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=3zJ3_JZnH_Q</a>

          ปีนี้นับว่าเป็นปีทองของภาพยนตร์ญี่ปุ่นจริงๆเมื่อ Shoplifters ภาพยนตร์ญี่ปุ่นดราม่าครอบครัว ของผู้กำกับชื่อดัง "ฮิโรคาสุ โคเรเอดะ" เจ้าของรางวัลปาล์มทองคำจากเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ปีล่าสุด เปิดตัวอันดับ 1 ใน Japan Box Office ประจำสุดสัปดาห์ รวมรายได้เจ็ดวัน ทำรายได้ทะลุหลัก 1000 ล้านเยนไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

          โดยภาพยนตร์เรื่องนี้ ได้รับแรงบันดาลใจส่วนหนึ่งมาจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงในญี่ปุ่น หนังสือพิมพ์มาอินิจิชิมบุน รายงานว่า คดีลักขโมยที่เกิดขึ้นทั่วประเทศ ได้ทำให้ญี่ปุ่นสูญเสียรายได้ไปถึง 400 ล้านเยนต่อปี จากรายงานการวิจัยของกรมตำรวจ การลักขโมยนั้นมีสาเหตุหลักมาจาก ความฝืดเคืองทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุ รายงานระบุว่า กว่า 70% ของคดีลักขโมย ผู้ต้องหาส่วนใหญ่จะมีอายุ 80 ปีขึ้นไป และพวกเขามักถูกจับข้อหาลักขโมยอาหาร และกว่า 80% ของคดีลักขโมย จะเกิดขึ้นในซูเปอร์มาร์เก็ต

          เนื้อหาในหนังเรื่อง Shoplifters เล่าถึงครอบครัวนักฉกของ อาศัยอยู่ในบ้านที่มีหญิงชราผู้หนึ่งเป็นเจ้าของ (รับบทโดย คิคิ คิริน) เธอส่งลูกๆหลานๆไปขโมยข้าวของตามร้านค้า ในขณะที่ตัวเธอเองก็กินเงินบำนาญจากสามี (ซึ่งเสียชีวิตไปแล้ว แต่ไม่ยอมไปแจ้งรัฐ)

          ตัวละครฝ่ายลูกๆ คือ โนบุโยะ (รับบทโดย ซากุระ อันโด) กับสามี (รับบทโดย ลิลี แฟรงกี้) และ อากิ (รับบทโดย มายุ มัตสึโอกะ) น้องสาวของโนบุโยะ ต่างไม่มีอาชีพที่มั่นคง ทุกคนในครอบครัวหารายได้เสริมจากงานที่ทำอยู่...ด้วยการลักขโมยของในร้านค้า

          ฮิโรคาสุ โคเรเอดะ ซึ่งเป็นทั้งผู้กำกับและผู้เขียนบท ได้ให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์อาซาฮีชิมบุนว่า ความตั้งใจแรกของเขาในการเขียนเรื่องนี้ขึ้นมาคือต้องการที่จะมองหาคำนิยามของคำว่า "ครอบครัว" "ผมมักจะมีคำถามในใจว่าครอบครัวจริงๆแล้วคืออะไรกันแน่ ต้องประกอบไปด้วยพ่อ แม่ ลูกหรือพวกเขาต้องมีสายเลือดเดียวกันหรือไม่" แต่ในขณะเดียวกัน โคเรเอดะก็ไม่อยากเล่าถึงครอบครัวแบบที่เห็นกันจนชินตา (เขาเคยทำหนังประเด็นใกล้เคียงกันมาแล้วใน Like Father, Like Son) เขาอยากให้ทุกคนหันมาสนใจคนที่แทบจะ "ไร้ตัวตน" ในสังคมหรือคนที่สังคมมักจะมองข้าม โคเระเอดะเล่าว่า "ระหว่างเขียนบท ผมได้ดูข่าวเกี่ยวกับครอบครัวหลายครอบครัวที่โกงเงินบำนาญสวัสดิการรัฐ นั่นเป็นการจุดประกายให้ผมเขียนตัวละครใน Shoplifters ขึ้นมา"

          "Shoplifters" 2 สิงหาคมนี้ เฉพาะที่ house Rca

FB on June 23, 2018, 08:30:25 AM
Movie Guide: คุยกับ “ ริวโตะ คอนโดะ “ ตากล้องหนัง SHOPLIFTERS เจ้าของรางวัลปาล์มทองคำจากเมืองคานส์ หนังถ่ายทำด้วยฟิล์ม 35 มม. ตลอดทั้งเรื่อง



SHOPLIFTERS - Hirokazu Kore-eda Film Trailer (Cannes 2018)
<a href="http://www.youtube.com/watch?v=3zJ3_JZnH_Q" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=3zJ3_JZnH_Q</a>

          ริวโตะ คอนโดะ เป็นผู้กำกับภาพชาวญี่ปุ่นอายุ 42 ปี ที่น่าจับตาในวงการ ด้วยอายุที่ยังน้อย แต่ประสบการณ์โชกโชน คอนโดะถ่ายหนังมามากมายหลายแนว อาทิ A Gentle Breeze in the Village (2007), My Back Page (2011), The Kirishima Thing (2012), A Story of Yonosuke (2012), The Light Shines Only There (2014) ปีนี้เขาได้มาเป็นตากล้องให้กับ ฮิโรคาสุ โคเรเอดะ หนึ่งในผู้กำกับที่เขาฝันมานานว่าจะได้ร่วมงานด้วย

          นี่เป็นการร่วมงานกับฮิโรคาสุ โคเรเอดะครั้งแรกใช่ไหม

          ใช่ครับ ในที่สุดผมก็ได้ถ่ายหนังให้เขา และผมก็ดีใจมากที่เราทำงานเข้าขากันเป็นอย่างดี หลายปีมานี้ ผมได้รับการติดต่อจากโคเรเอดะให้มาถ่ายงานหลายชิ้นทั้งงานโฆษณาเอย งานวิดีโอเอย แต่โชคไม่ดีที่ตารางงานของเราไม่เคยตรงกันเลย จนกระทั่งมาถึงโอกาสนี้ เราเริ่มต้นถ่ายทำ Shoplifters ด้วยฉากฤดูร้อน และเนื่องจากโคเระเอดะติดต่อผมล่วงหน้านานมาก ผมจึงมีเวลาเคลียร์คิวให้ลงตัวสำหรับการถ่ายหนัง

          โคเรเอดะถ่ายหนังหลายเรื่องด้วยฟิล์ม 35 มม. ทำไมคุณถึงเลือกถ่ายด้วยฟิล์มกับหนังเรื่องนี้

          จริงๆ แล้ว โคเรเอดะเป็นคนบอกเองแต่แรกนะครับว่าขอถ่ายหนังเรื่องนี้ด้วยฟิล์ม 35 มม.เท่านั้น ถึงแม้ว่างบหนังจะมีไม่เยอะมาก แต่โคเรเอดะก็ยืนยันว่าจะขอถ่ายด้วยฟิล์ม (การถ่ายด้วยฟิล์มจะสิ้นเปลืองมากกว่าถ่ายด้วยดิจิตัล) ผมว่ากระบวนการถ่ายหนังแบบนี้ แบบที่ต้องรอเปลี่ยนฟิล์มทีละม้วนในการถ่าย มันก็เข้ากับสไตล์การกำกับของโคเรเอดะมากนะครับ และส่วนตัวผมเองก็รู้สึกว่าพื้นผิว (texture) ของภาพนั้นเหมาะกับเรื่องราวในหนังเรื่องนี้อีกด้วย

          มีส่วนไหนในการทำงานที่คุณประทับใจเป็นพิเศษไหม

          ผมทึ่งทีมงานทุกคนในกองถ่ายเลย ที่พวกเขาดูจะเข้าใจและเห็นคุณค่าของวิธีการทำงานแบบโคเรเอดะ เช่น ในบทมีอยู่ฉากหนึ่งที่เหตุการณ์เกิดขึ้นตอนฝนตก แต่ว่าพยากรณ์อากาศแจ้งว่าจะเกิดหิมะตกหนักในโตเกียวในวันที่เราจะถ่ายฉากที่ว่านี้ ทีมงานทุกคนไม่มีใครหนักใจกับเรื่องนี้เลย พวกเขาใช้โอกาสนี้เพื่อถ่ายทำฉากหิมะตก ที่กลายเป็นหนึ่งในฉากที่งดงามที่สุดในหนัง ผมคิดว่างานคุณภาพของโคเระเอดะนั้นล้วนมาจากฝีมือจัดการอันเยี่ยมยอดของทีมงานทุกคน

          อีกเรื่องก็คือ ทุกๆวันของการถ่ายทำ โคเรเอดะจะตัดต่อด้วยการใช้ภาพวิดีโอแอสซิสต์ (ภาพจากกล้องวิดีโอที่บันทึกพร้อมกับกล้องฟิล์ม ซึ่งจะได้ภาพมุมเดียวกับกล้องหลัก มีไว้สำหรับบันทึกภาพให้ผู้กำกับดูหน้ามอนิเตอร์ระหว่างถ่ายทำ) เพื่อจะดูว่าฉากนั้นออกมาเป็นอย่างที่เขาคิดหรือเปล่า ถ้าตัดต่อออกมาแล้ว จะต้องมีการถ่ายเพิ่ม เขาก็จะถ่ายเพิ่ม หรืออาจจะมีการดัดแปลงบางอย่างสำหรับฉากถัดไป โดยไม่จำเป็นต้องยึดตามบทที่เขียนมาทั้งหมด เพราะฉะนั้นทุกๆ วัน คุณจะได้เห็นหนังเรื่องนี้ค่อยๆมีชีวิตขึ้นมาระหว่างถ่ายทำ มันน่าอัศจรรย์สำหรับผมมาก

          และเนื่องจากหนังเรื่องนี้มีตัวละครหลัก 6 ตัวด้วยกัน แถมยังมีตัวละครเด็กอีกด้วย ผมเลยเสนอว่าบางฉากน่าจะลองถ่ายโดยใช้กล้องหลายๆตัวพร้อมกัน ผมเลยถามโคเรเอดะว่า ผมควรใช้กล้องสองตัวไหม แต่เขาบอกผมว่า เขาใช้กล้องตัวเดียวเท่านั้นเวลาถ่ายหนัง เรื่องนี้เป็นอีกเรื่องที่ผมทึ่งเขามาก

          เมื่อได้ดูหนังจริงๆบนจอใหญ่แล้วรู้สึกอย่างไรบ้าง

          มันทำให้เราเห็นว่าการถ่ายฟิล์มนั้นมันให้ผลที่น่าพึงพอใจอย่างไร ผมว่าโคเระเอดะเองก็พอใจกับมันมากๆ ผมรู้สึกเหมือนตนเองประสบความสำเร็จนะ เมื่อพิจาณาจากสถานการณ์หลายๆ อย่างระหว่างการทำงาน คือว่า ผมใช้ฟิล์มชนิดเดียวเท่านั้นในการถ่ายหนังเรื่องนี้ คือฟิล์มสี KODAK VISION3 500T 5219 (3-perf) สำหรับหนังญี่ปุ่นแล้ว พวกเรานิยมถ่ายด้วยฟิล์ม 3-perf (หนึ่งเฟรมมี 3 รูหนามเตย) เราไปล้างฟิล์มและแปลงสัญญาณภาพที่บริษัท IMAGICA

          ตอนที่เราเริ่มถ่ายทำฉากฤดูร้อนริมทะเล ตอนนั้นบทยังเขียนไม่เสร็จ และเราก็ยังไม่ได้ตัดสินใจว่าภาพของหนังจะออกมาโทนไหนดี หนังเรื่องก่อนๆของโคเรเอดะสีจะออกมาสะอาดสบายตา ผมก็ชั่งใจอยู่นานว่ามันควรจออกมาเป็นแบบนั้นไหม หรือควรจะเพิ่มความจัดของสีมากขึ้นกว่าเดิมไหม เพราะหนังเรื่องนี้มันเกี่ยวกับความยากจน อาชญากรรม ที่ให้ความรู้สึกยุ่งเหยิงเล็กน้อย

          โคเรเอดะบอกผมว่า เขาอยากได้โทนสีฟ้า ผมจึงเลือกโทนของภาพจากสิ่งต่างๆที่โคเระเอดะพบเจอระหว่างเราออกไปดูโลเกชั่นกัน เช่น สีของแผ่นสังกะสีที่ใช้เป็นผนังบ้านที่ครอบครัวนี้อาศัยอยู่

          ฉากที่ตัวละครทั้ง 6 คนนั่งอยู่ตรงนอกชาน และแหงนมองดอกไม้ไฟนั้นเป็นช็อตแรกที่ผมต้องถ่ายทั้ง 6 คนอยู่ด้วยกัน ภาพที่โคเระเอดะคิดในใจคือ อยากให้มีอารมณ์เหมือนฝูงปลาใต้ทะเลที่แหงนขึ้นมองผิวน้ำ และเขาเจาะจงเลยว่า กล้องควรวางจากด้านบน ส่วนสีฟ้า ก็เหมาะกับความรู้สึกที่ว่าอยู่ในก้นมหาสมุทรดี

          เล่าขั้นตอนโพสต์โปรดักชั่นให้ฟังหน่อย

          เรานำฟิล์มเนกาทีฟที่ล้างเสร็จแล้วสแกนด้วยเครื่อง Cine Vivo ตอนแรกเราลังเลว่าจะใช้เครื่องสแกนตัวไหนดี แต่ Cine Vivo ให้ภาพที่ละมุนกว่า ซึ่งเหมาะกับหนังมากกว่าเครื่องอื่น แต่พูดก็พูดเถอะ เราอุตส่าห์ถ่ายหนังด้วยฟิล์ม เราก็อยากจะปรินต์หนังออกมาให้เป็นฟิล์มด้วยเหมือนกันนะ แต่ปัจจุบันมันเป็นไปไม่ได้เลย เพราะค่าใช้จ่ายมันสูง

          ครั้งหนึ่ง ตากล้องภาพยนตร์ที่ผมรู้จัก เคยกล่าวไว้ว่า สีที่อยู่บนฟิล์ม คือ "สีของความทรงจำ" เขาตั้งใจจะบอกว่า ฟิล์มนั้นสามารถแสดงสีแทนความทรงจำของเราได้ ผมเห็นด้วยอย่างมาก ผมเชื่อว่ามีสีบางอย่าง และพื้นผิวของภาพบางอย่างที่มีแต่ฟิล์มเท่านั้นที่สามารถทำออกมาได้ และนับเป็นเกียรติในชีวิตเหลือเกินที่ผมได้เป็นส่วนหนึ่งของหนังที่ได้รางวัลปาล์มทองคำจากเมืองคานส์ ผมจะตั้งใจทำงานเพื่อให้สมกับเกียรติยศที่ได้รับ ผมเชื่อว่าคงมีหลายคนมาดูหนังเรื่องนี้เพราะรางวัลจากคานส์ แต่ผมก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่า คนดูจะได้รับประสบการณ์อันน่าประทับใจที่เกิดจากภาพที่ถ่ายด้วยฟิล์มไปพร้อมๆกัน

          Shoplifters ภาพยนตร์ญี่ปุ่นดราม่าครอบครัว ของผู้กำกับชื่อดัง "ฮิโรคาสุ โคเรเอดะ" เจ้าของรางวัลปาล์มทองคำจากเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ปีล่าสุด เปิดตัวอันดับ 1 ใน Japan Box Office ประจำสุดสัปดาห์ และเป็นภาพยนตร์ญี่ปุ่นคนแสดงที่ทำรายได้ทะลุหลัก 1000 ล้านเยนเร็วที่สุดอีกด้วย

          โดยภาพยนตร์เรื่องนี้ ได้รับแรงบันดาลใจส่วนหนึ่งมาจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงในญี่ปุ่นหนังเล่าเรื่องของโอซามุ (ลิลลี่ แฟรงกี้) นอกจากทำงานเป็นกรรมกร เขายังลักเล็กขโมยน้อยเป็นอาชีพเสริมด้วย โดยมีลูกชาย โชตะ (ไคริ จิโอ) เป็นผู้ช่วย วันหนึ่ง ขณะทั้งคู่กลับจากการขโมยของ โอซามุ ได้เจอกับ ยูริ (มิยุ ซาซากิ) เด็กหญิงตัวน้อยอยู่ตัวคนเดียว เขาจึงตัดสินใจพาเธอกลับมาบ้านด้วย แม้ว่า โนบุโยะ (ซากุระ อันโดะ) ภรรยาของเขาจะไม่พอใจที่เขาพาเด็กที่ไหนมารู้มาอยู่อาศัยด้วย ถึงอย่างนั้นตัวเธอและรวมถึงสมาชิกคนอื่นๆ ในครอบครัวอย่าง อากิ (มายุ มัตสึโอกะ) น้องสาวของยูริ และคุณยายฮัตสุเอะ (คิริน กีกิ) ก็ดูแลเด็กหญิงคนนี้เป็นอย่างดี ถึงแม้พวกเขาจะเป็นครอบครัวเล็กๆ แต่พวกเขาก็เป็นครอบครัวที่มีความสุข ทว่าในช่วงเวลาที่ทุกอย่างกำลังไปได้สวย ความลับบางอย่างก็เปิดเผยออกมาทำให้ทั้งครอบครัวต้องสั่นคลอน

          "Shoplifters" 2 สิงหาคมนี้ เฉพาะที่ house Rca

FB on June 28, 2018, 01:49:14 AM
HIROKAZU KOREEDA ฮิโรคาสุ โคเรเอดะ “มองชีวิต…ด้วยหัวใจ”





Shoplifters - Official Trailer [ ตัวอย่าง ซับไทย ]
<a href="http://www.youtube.com/watch?v=Drk0HLf4Cns" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=Drk0HLf4Cns</a>

           "ฮิโรคาสุ โคเรเอดะ" ผู้กำกับมือหนึ่งของ ญี่ปุ่น วัย 55 ปี เจ้าของรางวัล "ปาล์มทองคำ" รางวัลสูงสุดของเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเมืองคานส์ครั้งที่ 71 จากหนังเรื่องล่าสุดของเขา "Shoplifters "
          โคเรเอดะ เกิดปี 1962 เขาเรียนจบมหาวิทยาลัยวาเซดะในโตเกียว เริ่มต้นทำงานในวงการโทรทัศน์ด้วยการเป็นผู้ช่วยผู้กำกับของรายการสารคดี
          เพราะความชื่นชอบในการเฝ้ามองชีวิตผู้คน เมื่อผันตัวเองมาทำหนัง โคเรเอดะจึงหยิบยืมเอาสไตล์บางอย่างมาใช้ " การมองชีวิต ... ด้วยหัวใจ "ส่งผลให้หนังของเขาให้ภาพชีวิตที่สมจริง ละเอียดอ่อนและเป็นธรรมชาติ
          เมื่อปี 1995 เขากำกับ Maborosi เป็นภาพยนตร์เรื่องแรกจากนวนิยายของมิยาโมโต้ เทรุ และคว้ารางวัล Golden Osella จากเทศกาลภาพยนตร์ 52nd Venice International Film Festival หลังจากที่ After Life (1998) ได้รับการจัดจำหน่ายไปกว่า 30 ประเทศส่งให้ชื่อเสียงของโคเรเอดะโด่งดังไปทั่วโลก ต่อมาในปี 2001 Distance ได้รับคัดเลือกให้เข้าสาขา Official Competition บนเวที Cannes Film Festival  ก่อนที่ Nobody Knows (2004) ผลงานเรื่องที่ 4 ของเขาจะส่งให้ ยูยะ ยางิระ ดังเป็นพลุและกลายเป็นนักแสดงอายุน้อยที่สุดที่คว้ารางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยมจากเทศกาลภาพยนตร์ Cannes Film Festival และเขากลายเป็นผู้กำกับญี่ปุ่นที่โด่งดัง พร้อมกับเป็นที่จับตาในระดับนานาชาติมานับตั้งแต่นั้น ภาพยนตร์เรื่อง Hana ในปี 2006 ที่ว่าด้วยการล้างแค้น และยังเป็นจุดเปลี่ยนที่เขาเริ่มรังสรรค์งานย้อนยุค ต่อมาในปี 2008 เขาหยิบประสบการณ์ชีวิตครอบครัวของเขาเองมาตีแผ่ในภาพยนตร์ดราม่าเรื่อง Still Walking และได้รับเสียงชื่นชมยกย่องไปทั่วโลก
          ภาพยนตร์เรื่อง Air Doll ได้รับเกียรติฉายราบปฐมทัศน์สาย Un Certain Regard ในเทศกาลภาพยนตร์ 62nd Cannes Film Festival เมื่อปี 2009 และเป็นที่กล่าวขวัญถึงการตีความแฟนตาซีหวาบหวิวจนถึงขั้นเปิดโลกทัศน์ผู้ชมทั่วโลกกันเลยทีเดียว ภาพยนตร์เรื่อง I Wish ในปี 2011 ก็คว้ารางวัลบทภาพยนตร์ยอดเยี่ยมจาก 59th San Sebastian International Film Festival ต่อมาในปี 2012 โคเรเอดะ กำกับ Going Home เป็นซีรี่ย์ทางโทรทัศน์เรื่องแรก ปี 2013 ภาพยนตร์เรื่อง Like Father, Like Son คว้ารางวัล Jury Prize จาก Cannes Film Festival และยังกวาดรางวัลขวัญใจมหาชนจากเทศกาลภาพยนตร์ San Sebastian, Vancouver, และ Sao Paulo International Film Festival ทั้งยังทำรายได้ชนะผลงานเรื่องก่อนหน้าของเขาในหลายๆประเทศด้วย ปีต่อมา Our Little Sister หนังเรื่องแรกที่เขาดัดแปลงมาจากมังงะ ได้รับเกียรติเปิดฉายรอบปฐมทัศน์สายแข่งขันในเทศกาลภาพยนตร์ Cannes Film Festival และคว้ารางวัล Japan Academy Prize สาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยมและผู้กำกับภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ก่อนจะไปคว้ารางวัล Jury Prize จากเทศกาลภาพยนตร์ San Sebastian Film Festival ด้วย
          รวมถึงความสำเร็จที่ตามมาติด ๆ ของ AFTER THE STORM เข้าฉายในสายประกวด Un Certain Regard ­ในเทศกาลหนังเมืองคานส์ ปี 2016 และ ในปี 2017 ภาพยนตร์ The Third Murder ก็คว้า 6 รางวัลยอดเยี่ยมจาก เวที Japan Academy Prize ครั้งที่ 41 สื่อหลายๆสำนักยกย่องโคเรเอดะว่า "ทายาทของยาสุจิโร โอสุ" (นักทำหนังญี่ปุ่นรุ่นครู) แต่โคเรเอดะตอบปฏิเสธ เขาบอกว่า ผู้กำกับที่มีอิทธิพลต่อชีวิตเขาคือ เคน โลช (ชาวอังกฤษ) และ โหวเสี้ยวเสียน (ชาวไต้หวัน) มากกว่า โคเรเอดะ เข้าชิงรางวัลปาล์มทองคำครั้งแรกจากหนังเรื่อง Distance ปี 2001 และเข้าชิงในสายประกวดเมืองคานส์อีกหลายครั้งนับจากนั้น จนกระทั่งมาคว้ารางวัลนี้ได้จาก Shoplifters ในปี 2018 เรียกได้ว่าในยุคนี้ ไม่มีคนทำหนังญี่ปุ่นคนไหน "ฮอต" เท่าฮิโรคาสุ โคเรเอดะ อีกแล้ว

          รู้จัก 10 หนังห้ามพลาดของ ฮิโรคาสุ โคเรเอดะ

          After Life
          หนังแฟนตาซีกึ่งสารคดีสุดเรียบง่าย เล่าถึงสถานที่อันเป็นจุดพำนักของวิญญาณทุกดวง ที่ๆพวกเขาจะเก็บความทรงจำล้ำค่าเพียงเรื่องเดียว มาถ่ายทำเป็นหนังสั้น แล้วเก็บติดตัวไปบนสวรรค์

          Nobody Knows
          เด็ก 4 คนที่ถูกแม่ทิ้งให้ใช้ชีวิตกันตามลำพัง นี่เป็นหนังที่โด่งดังที่สุดของโคเระเอดะ และส่งให้ยูยะ ยางิระ คว้ารางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยมจากเทศกาลหนังเมืองคานส์ รวมทั้งกลายเป็นนักแสดงชายที่อายุน้อยที่สุดที่สามารถคว้ารางวัลนี้ไปครอง

          Still Walking
          ชายผู้หนึ่งพาเมียและลูกชายกลับไปเยี่ยมบ้านพ่อและแม่ที่โยโกฮาม่า นักวิจารณ์หลายคนยกให้เป็นงานที่ดีที่สุดของโคเระเอดะ และเทียบเคียงกับหนังคลาสสิกของยาสุจิโร โอสุ ด้วยการเล่าเรื่องชีวิตครอบครัวที่ง่าย งาม ในขณะเดียวกันก็สะเทือนใจผู้ชม

          Air Doll
          นักแสดงสาวชาวเกาหลี เบดูนา รับบทตุ๊กตายางที่จู่ๆก็มีชีวิตขึ้นมาเหมือนมนุษย์ แต่ความเป็นมนุษย์นั้นซับซ้อนจนเธอเองกลับไม่อาจเข้าใจมัน หนังได้รับเลือกให้ฉายในสาย Un Certain Regard ของเทศกาลหนังเมืองคานส์ปี 2009

          I Wish
          หนังที่พิสูจน์ให้เห็นว่าโคเระเอดะกำกับนักแสดงเด็กได้เก่งกาจเพียงไร นี่เป็นหนังเด็กที่ลึกซึ้งและชาญฉลาด เล่าเรื่องของสองพี่น้องที่ต้องอยู่ห่างกันคนละจังหวัดเพียงเพราะพ่อกับแม่แยกทางกัน พวกเขาพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อกลับมาเป็นครอบครัวเดียวกันอีกครั้ง

          Like Father, Like Son
          ได้รับรางวัลจูรี่ไพรซ์จากเทศกาลหนังเมืองคานส์ พล็อตว่าด้วยสองครอบครัวที่มีฐานะความเป็นอยู่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง แต่ต้องมาสานสัมพันธ์กันเพราะความผิดพลาดของโรงพยาบาลที่ดันสลับตัวลูกชายของทั้งคู่ตั้งแต่เกิด

          Our Little Sister
          สร้างจากมังงะของอะกิมิ โยชิดะ เล่าเรื่องสี่สาวพี่น้องต่างวัยในบ้านหลังเดียวกัน ฉากหลังคือเมืองคามาคุระอันแสนอบอุ่น นอกจากจะทำรายได้จากการขายตั๋วเกินกว่าพันล้านเยน หนังยังเข้าชิงรางวัลเจแปนอะคาเดมี่ถึง 12 สาขา

          After the Storm
          ฮิโรชิ อาเบะ รับบทชายวัยกลางคนผู้ไม่เอาไหนเลยสักอย่าง ที่ต้องติดอยู่ในบ้านแม่ พร้อมกับอดีตภรรยาและลูกชาย ในคืนที่พายุพัดกระหน่ำ หนังได้รับคำชมอย่างล้นหลามจากนักวิจารณ์ทั้งในญี่ปุ่นและระดับนานาชาติ

          The Third Murder
          ทนายความผู้หนึ่งเกิดข้อสงสัยเกี่ยวกับคดีฆาตกรรมซึ่งผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ ถึงแม้วัตถุพยานจะค้านกับคำให้การของเขาก็ตามที โคเระเอดะตั้งคำถามต่อคนดูว่า อะไรคือความจริง และอะไรคือความยุติธรรมได้อย่างเปี่ยมชั้นเชิง ในหนังที่คว้ารางวัลเจแปนอะคาเดมี่ถึง 6 รางวัล

          Shoplifters
          โอซามุ (ลิลลี่ แฟรงกี้) ทำงานรับจ้างรายวัน เขายังลักเล็กขโมยน้อยเป็นอาชีพเสริมด้วย โดยมีลูกชาย โชตะ (ไคริ โจว) เป็นผู้ช่วย วันหนึ่ง ขณะทั้งคู่กลับจากการขโมยของ โอซามุ ได้เจอกับ ยูริ (มิยุ ซาซากิ) เด็กหญิงตัวน้อยอยู่ตัวคนเดียว เขาจึงตัดสินใจพาเธอกลับมาบ้านด้วย แม้ว่า โนบุโยะ (ซากุระ อันโดะ) ภรรยาของเขาจะไม่พอใจที่เขาพาเด็กที่ไหนมารู้มาอยู่อาศัยด้วย ถึงอย่างนั้นตัวเธอและรวมถึงสมาชิกคนอื่นๆ ในครอบครัวอย่าง อากิ (มายุ มัตสึโอกะ) น้องสาวของยูริ และคุณยายฮัตสุเอะ (คิริน กีกิ) ก็ดูแลเด็กหญิงคนนี้เป็นอย่างดี ถึงแม้พวกเขาจะเป็นครอบครัวเล็กๆ จนๆ แต่พวกเขาก็เป็นครอบครัวที่มีความสุข ทว่าในช่วงเวลาที่ทุกอย่างกำลังไปได้สวย ความลับบางอย่างก็เปิดเผยออกมาทำให้ทั้งครอบครัวต้องสั่นคลอน
          Shoplifters คว้ารางวัล ปาล์มทองคำ รางวัลสุงสุดจาก เทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ และเป็ภาพยนตร์คนแสดงที่ทำรายได้ทะลุหลัก 1000 ล้านเยนได้เร็วที่สุดอีกด้วย

          Shoplifters เข้าฉายในไทย 2 สิงหาคม
« Last Edit: June 28, 2018, 02:08:46 AM by FB »

FB on July 04, 2018, 03:27:04 PM
Shoplifters เจ้าของรางวัลปาล์มทองคำจากคานส์ผลงานอบอุ่นสั่งลา คิริน คิคิ คุณยายแสนใจดีแห่งวงการหนังญี่ปุ่น





           (คิริน คิคิในวัย 75 ปี อาจจะเลิกเล่นหนังแล้วด้วยปัญหาด้านสุขภาพ – ภาพจากภาพยนตร์ Shoplifters )

          ด้วยวัย 75 ปี และร่างกายที่ทรุดโทรมลงทีละนิด คิริน คิคิ นักแสดงหญิงชาวญี่ปุ่นรุ่นลายครามที่คอหนังชาวไทยรู้จักกันดี ได้ให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์เจแปนไทม์สว่า...เธอพร้อมรับมือกับความตายแล้ว

           คุณยาย คิริน คิคิ ซึ่งเราคุ้นหน้าค่าตากันในหนังญี่ปุ่นหลายเรื่อง เข้าวงการด้วยการเป็นนักแสดงตลกในรายการโทรทัศน์เมื่อ 50 ปีก่อน เธอเคยเข้าชิงรางวัลเจแปนฟิล์มอวอร์ดครั้งแรกในปี 1986 ก่อนจะมาคว้ารางวัลนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมจากหนังเรื่อง Tokyo Tower: Mom and Me, and Sometimes Dad (2007) หลังจากเข้าชิงรางวัลมาแล้ว 6 ครั้ง และมาคว้ารางวัลเดิมซ้ำอีกครั้งในบทนำจากหนัง Chronicle of My Mother (2011)

          แต่เชื่อแน่ว่า คอหนังชาวไทยคงคุ้นหน้าคิริน คิคิจากหนังหลายเรื่องของ ฮิโรคาสุ โคเรเอดะ โดยล่าสุดเธอรับแม่ในหนังเรื่อง After the Storm ซึ่งโคเรเอดะบอกเองว่า เป็นบทที่อิงมาจากแม่ของตัวเขาเอง

          คิริน คิคิ ตรวจเจอว่าตนเองเป็นมะเร็งตั้งแต่ปี 2004 และนับตั้งแต่นั้นมา เธอก็เตรียมรับมือกับความตายมาโดยตลอด เธอยังคงใช้ชีวิตอย่างคุ้มค่า ด้วยการเล่นหนัง (อย่างน้อยๆ) ปีละ 1 เรื่อง, เล่นละครโทรทัศน์ปีละ 1 เรื่อง, ไปเที่ยวฮาวายกับสามีปีละ 1 ครั้ง

          "ฉันไม่รู้จะเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับตอนสาวๆที่ยังแข็งแรงทำไม คิดไปก็รู้สึกแย่เปล่าๆ" คิริน คิคิให้สัมภาษณ์ "ฉันเลือกที่จะเผชิญหน้ากับความเป็นจริง เลือกที่จะยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้น และใช้ชีวิตไปตามนั้น"
           ผู้จัดการส่วนตัวที่ทำงานด้วยกันมาหลายปี ได้จากเธอไปแล้วเมื่อ 10 กว่าปีก่อน นับแต่นั้นเป็นต้นมา คิริน คิคิก็เลือกรับงานเอง ไปไหนมาไหนเองโดยไม่มีผู้ช่วยหรือผู้จัดการส่วนตัว

           ก่อนหน้านี้คิริน คิคิ ยังสามารถไปไหนด้วยการใช้รถไฟสาธารณะ แต่ระยะไม่กี่ปีมานี้ เธอทำอย่างนั้นไม่ได้แล้ว และเธอก็ต้องพกไม้เท้าติดตัวอยู่ตลอดเวลา

          ตอนที่ฮิโรคาสุ โคเรเอดะติดต่อให้เธอมารับบทใน Shoplifters (หนังที่คว้ารางวัลใหญ่สุดจากเมืองคานส์ปีนี้มาครอง) คิริน คิคิก็เดาเอาว่า หนังเรื่องนี้คงจะเป็นการปรากฏตัวบนจอใหญ่ครั้งสุดท้ายของเธอ แต่ด้วยความที่เธอไม่ค่อยชอบความเอิกเกริก จึงไม่อยากป่าวประกาศบอกให่คนอื่นรู้ว่าตนเองจะเกษียณจากงานแสดง

          "ฉันคงไม่โบกธงลาบอกทุกคนหรอกว่า ฉันจะเลิกเล่นหนังแล้วหรอกนะ ภาพที่ฉันคิดไว้ก็คือ อยากให้ผู้คนรู้สึกไปเองว่า ไม่ค่อยได้เห็นหน้าฉันแล้ว และไม่มีฉันอยู่บนจอหนังอีกแล้วมากกว่า" เธอกล่าว "หน้าที่ของฉันคือการสร้างความประทับใจบนจอหนัง และฉันก็ไม่อยากให้คนมาจดจำชีวิตนอกจอของฉันสักเท่าไหร่"

          ใน Shoplifters คิริน คิคิ รับบทเป็นคุณยายเจ้าของบ้าน ซึ่งทั้งบ้านมีแต่หัวขโมย เธอมาในสภาพที่สมจริงสุดขีด ถอดฟันปลอม และปล่อยให้เส้นผมหงอกขาวตามธรรมชาติ บทบาทของเธอได้รับคำชื่นชมจากนักวิจารณ์อย่างล้มหลามตามเคย

          "บทเรียนสำคัญที่โรคมะเร็งได้สอนฉันก็คือ ร่างกายของฉันไม่ใช่สมบัติของฉันหรอก" คิริน คิคิเล่า "ฉันได้รับอนุญาตให้ใช้ร่างกายนี้เพียงชั่วคราวเท่านั้น เหมือนฉันซื้อที่ดิน ฉันอาจจะเป็นเจ้าของที่ดินก็จริง แต่ผืนดินมันเป็นสมบัติของโลก ในเมื่อสิ่งเหล่านี้มันไม่ได้เป็นของฉัน ฉันจึงควรดูแลรักษามันอย่างระมัดระวัง ก่อนจะส่งมันคืนด้วยสภาพสมบูรณ์ที่สุด ฉันมันชีวิตเป็นอย่างนั้น"

          Shoplifters จะเข้าฉายให้คอหนังชาวไทยได้ชมกัน ตั้งแต่ 2 สิงหาคมเป็นต้นไป
« Last Edit: July 17, 2018, 04:15:59 PM by FB »

FB on July 23, 2018, 12:58:49 AM
ฮิโรคาสุ โคเรเอดะ ใช้หัวใจกำกับ Shoplifters ครอบครัวที่ลัก





           Q: ได้ยินมาว่าภาพยนตร์เรื่องนี้สร้างขึ้นจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงในญี่ปุ่น
          โคเรเอดะซัง: จริงๆ ก็ไม่ได้เอาข่าวจากเหตุการณ์จริงทั้งหมดมาสร้าง ที่ญี่ปุ่นเมื่อ 3ปีก่อน จะมีคดีค่อนข้างเยอะในเรื่องของการลักพาตัว และเรื่องที่มีครอบครัวใช้เงินบำนาญของผู้สูงอายุเลี้ยงตัวเองกันเยอะมาก ไม่ทำการทำงานกัน พอเกิดเหตุการณ์พวกนี้ขึ้นเยอะ เลยอยากลองนำมาเขียนเป็นภาพยนตร์ดู ไม่ได้นำมาใช้ทั้งหมด แต่แค่เป็นแรงบันดาลใจที่ทำให้มาสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้เท่านั้นครับ

          Q: สำหรับภาพยนตร์เรื่องนี้ทำไมถึงเลือกหยิบประเด็น ครอบครัวนักขโมยของมาใช้
          โคเรเอดะซัง: แค่เอาคดีที่เกิดขึ้นบ่อยมาใช้เป็นประเด็นหลักเฉยๆ อย่างเช่น ครอบครัวหนึ่งที่เป็นขโมยกันยกบ้าน คือก็คิดแบบนั้นเอาไว้ตั้งแต่ตอนเริ่มสร้างเลยครับ

          Q: ภายในเรื่องกล่าวถึงตัวละคร Aki ที่มีอาชีพ Chat phone เป็นตัวแทนความเหงา หรือสะท้อนสังคมไหม
          คุณโคเรเอดะ: ไม่ใช่เรื่องของความเหงาอะไรของตัวละครอากิ เพราะถ้าสังเกตดีๆ จะเห็นว่าครอบครัวนี้จะขโมยของกัน ทำอะไรหลบๆ ซ่อนๆ ตลอด เวลาอยู่บ้านก็หลบกันทั้งเรื่องจริงๆ อย่างตอนดูดอกไม้ไฟ ก็จะแอบดูกัน ไม่ออกไปเจอใคร เด็กๆ ก็จะไม่เรียกพ่อแม่ตรงๆ งานของอากิก็เหมือนกันที่ไม่ต้องเห็นหน้าลูกค้า ไม่รู้ชื่อ ไม่ทราบอะไรเลย ธีมหลักของเรื่องนี้ไม่ใช่ความเหงาแต่เป็นเรื่องของการหลบซ่อนครับ

          Q: ระหว่างภาพยนตร์เรื่องนี้ กับ No body knows เมื่อ15ปีที่แล้ว ซึ่งธีมหลักของเรื่องเป็นคนจนเหมือนกัน สามารถนำมาเปรียบเทียบกันได้ไหม         
          คุณโคเรเอดะ: ทั้งสองเรื่องเหตุการณ์เกิดขึ้นที่โตเกียวเหมือนกันครับ ในส่วนของเรื่อง No body knows จะเน้นที่เรื่องของเด็กเพียงอย่างเดียว แต่ในเรื่อง Shoplifters จะไปเน้นประเด็นของครอบครัวซะมากกว่า ไม่ใช่มีเพียงแค่เรื่องของเด็ก แต่ยังมีเรื่องของพวกผู้ใหญ่ที่มีปัญหา น่าจะเป็นจุดที่แตกต่างกันระหว่างสองเรื่องนี้

          Q: คนญี่ปุ่นค่อนข้างจะให้ความสำคัญกับเลือดเนื้อเชื้อไข ในมุมมองของคุณโคเรเอดะสายเลือดสำคัญไหมในการเป็นครอบครัว เพราะในหนังตัวละครแทบจะเป็นคนแปลกหน้ากันทั้งหมดเลย
          คุณโคเรเอดะ: ก็ไม่ได้คิดว่าสำคัญมากครับ อย่างในเรื่องนี้ครอบครัวนี้ก็สามารถก้าวข้ามผ่านเรื่องสายเลือดไปได้ พวกเขาผูกพันธ์กันแม้ไม่ได้เป็นครอบครัวจริงๆ อย่างป้ากับอากิ ที่เป็นสายเลือดกันจริงๆ ก็อยู่กันอย่างยากลำบากโดยที่ไม่ได้มีความผูกพันธ์กันครับ

          Q: คุณโคเรเอดะสนใจช่วงเวลาของเด็กๆ เป็นพิเศษในแง่ไหนบ้างหรือไม่ เพราะภาพยนตร์แต่ละเรื่องจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับเด็ก และช่วงเวลาในวัยเด็กของคุณโคเระเอดะเป็นอย่างไรบ้าง มีเรื่องไหนที่สำคัญในชีวิต หรือหนักใจบ้างไหม
          คุณโคเรเอดะ: ส่วนใหญ่ที่นำเรื่องของเด็กมาเล่า เพราะรู้สึกว่าเด็กสามารถสื่ออารมณ์ให้แก่ผู้ชมได้ดีกว่าผู้ใหญ่ ยิ่งในเรื่องของสายตา เหมือนเป็นการยืมสายตาของเด็กมาใช้ในการทำหนัง ทำให้ผู้ชมรู้สึกสนุกกับตัวละครนั้นได้ดี ส่วนเรื่องของตัวผมเองก็มีบ้างที่นำมาใส่ในหนังหลายๆ เรื่องแต่ก็ไม่ทั้งหมดครับ

          Q: ในภาพยนตร์นี้ ตัวละครเด็กนั้นสำคัญมาก เวลาแคสติ้งนักแสดงที่จะมารับบทนั้นๆ คุณโคเระดะมองหาอะไรบ้าง
          โคเรเอดะ: หลักๆ เลยคือจะมองจากภายนอกก่อน ว่าเด็กคนนี้เห็นแล้วอยากถ่าย อยากให้ไปแสดงในหนังของผมไหม วิธีออดิชันก็คือจะไม่ให้อ่านบท จะคิดบทสดให้เด็กพูดตามเลย แล้วจะฟังดูว่าเด็กคนนี้สามารถพูดได้อย่างเป็นธรรมชาติไหมครับ

          Q: ตอนออดิชันคุณโคเรเอดะเป็นคนเลือกนักแสดงเองใช่ไหม
          คุณโคเรเอดะ: แน่นอนครับ

          Q: ในขณะเดียวกันพอมีเรื่องของเด็กเยอะ อีกเรื่องประเด็นหลักๆ ที่เห็นได้ชัดเลย คือเรื่องของความเป็นพ่อ อะไรที่ทำให้คุณโคเรเอดะเลือกใช้ความเป็นพ่อเด่นขึ้นมาในผลงานนี้
          คุณโคเรเอดะ: เพราะตอนนี้ผมเป็นพ่อคนแล้ว ก็เลยมีมุมมองจากฝั่งความเป็นพ่อมากครับ

          Q: คนชอบจะเปรียบเทียบคุณโคเรเอดะกับผู้กำกับโอซุ เพราะเป็นเรื่องเกี่ยวกับครอบครัวเหมือนกัน คิดว่า ครอบครัวญี่ปุ่นในสมัยคุณโอซุเมื่อ 50ปีที่แล้ว กับครอบครัวญี่ปุ่นในปัจจุบัน ความหมายของครอบครัว ความสัมพันธ์ของครอบครัว และสภาพสังคมที่เปลี่ยนไป มันต่างกันเยอะมากขนาดไหน
          คุณโคเระเอดะ: หนังของคุณโอซุมีครอบครัวหลายแบบ ก็ไม่รุ้ว่าจะเอาเรื่องไหนมาเปรียบเทียบกับของผมดี แต่ถ้าให้พูดถึงสมัยก่อนก็จะมีเรื่องของสงครามเข้ามาเกี่ยวข้อง ทำให้ไม่ได้ดูสงบสุขเท่าหนังของผมในทุกวันนี้ อย่างที่บ้านครอบครัวก็จะแตกแยกกัน เอาจริงๆ รู้สึกว่าไม่มีอะไรให้เปรียบเทียบมากก็คงเป็นเรื่องของครอบครัวนี่แหละมั้งครับ

          Shoplifters ครอบครัวที่ลัก
          2 สิงหาคมนี้ เฉพาะที่ house Rca และ SCALA

FB on July 24, 2018, 04:18:08 PM
Movie Guide: Shoplifters “ ครอบครัวที่ลัก “ หนังญี่ปุ่นยอดเยี่ยมแห่งปี ใครดูใครก็รัก แฟนคลับเมืองไทยนับพัน ปิดโรงสกาลา ดูรอบแรก ยกให้นี่คือหนังญี่ปุ่นที่ดีที่สุดในปีนี้



"SHOPLIFTERS" English Final Trailer
<a href="http://www.youtube.com/watch?v=Rwcb5ki1f-4" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=Rwcb5ki1f-4</a>

          Shoplifters " ครอบครัวที่ลัก " ภาพยนตร์ครอบครัวจากฝีมือการกำกับของ ผกก. ฮิโรคาสุ โคเรเอดะ ( Like Father , Like son ) ที่คว้ารางวัลสูงสุดปาล์มทองคำจากเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ปีนี้ โดยแฟน ๆ ผกก. โคเรเอดะ ในประเทศไทยได้รวมตัวเหมารอบปิดโรงภาพยนตร์สกาลา เพื่อฉาย ภาพยนตร์เรื่องนี้ รอบแรกในประเทศไทยเมื่อวันอาทิตย์ที่ 22 กรกฎาคม ที่ผ่านมา โดยมีแฟนภาพยนตร์ญี่ปุ่นมารวมตัวกันกว่า 700 คน โดยมีคุณเอิร์ธ - นิโรธ รื่นเจริญ สุดยอดแฟนพันธุ์แท้ออสการ์ มาพูดคุยถึงความยอดเยี่ยมของรางวัล ปาล์มทองคำ ( Palme D'or)

          " Shoplifters เป็นหนังสำหรับใครก็ตามที่มีครอบครัวไม่สมบูรณ์แบบ ซึ่งเอาเข้าจริงแล้ว ก็หมายถึงพวกเราทุกคน " – อ.ประวิทย์ แต่งอักษร
          "10/10 เป็นหนังที่ขโมยหัวใจเราไปเลย " -ทำเรื่องเล่นให้เป็นเรื่องใหญ่
          " Shoplifters 95/100 นี่คือหนังที่ดีที่สุดของโคเรเอดะ ทั้งมืดมนและ งดงาม "           
          – แมวตัวนั้นนั่งดูหนังตรงแถว C
          " อบอุ่น เจ็บปวด มีบางอย่างมากกว่าที่เห็น " – หนังโปรดของข้าพเจ้า
          " ท้าทายความหมายที่แท้จริงของคำว่า " ครอบครัว " ว่าแท้จริงแล้วคืออะไร ยิ่งดูยิ่งบาดลึก " - กอสซิป กัน
          " หนังที่มีฉากจู่โจมให้เราสะเทือนใจแบบไม่รู้ตัว " – เจไดยุทธ

          Shoplifters คือ Manbiki Kazoku (?????) ซึ่งมีความหมายว่า Shoplifting Family หรือ ครอบครัวนักยกเค้า หนังเล่าเรื่องของโอซามุ (ลิลลี่ แฟรงกี้) นอกจากทำงานเป็นกรรมกร เขายังลักเล็กขโมยน้อยเป็นอาชีพเสริมด้วย โดยมีลูกชาย โชตะ (ไคริ โจว) เป็นผู้ช่วย

          วันหนึ่ง ขณะทั้งคู่กลับจากการขโมยของ โอซามุ ได้เจอกับ ยูริ (มิยุ ซาซากิ) เด็กหญิงตัวน้อยอยู่ตัวคนเดียว เขาจึงตัดสินใจพาเธอกลับมาบ้านด้วย แม้ว่า โนบุโยะ (ซากุระ อันโดะ) ภรรยาของเขาจะไม่พอใจที่เขาพาเด็กที่ไหนมารู้มาอยู่อาศัยด้วย ถึงอย่างนั้นตัวเธอและรวมถึงสมาชิกคนอื่นๆ ในครอบครัวอย่าง อากิ (มายุ มัตสึโอกะ) น้องสาวคนสวย และคุณยายฮัตสุเอะ (คิริน กีกิ) ก็ดูแลเด็กหญิงคนนี้เป็นอย่างดี ถึงแม้พวกเขาจะเป็นครอบครัวเล็กๆ แต่พวกเขาก็เป็นครอบครัวที่มีความสุข ทว่าในช่วงเวลาที่ทุกอย่างกำลังไปได้สวย ความลับบางอย่างก็เปิดเผยออกมาทำให้ทั้งครอบครัวต้องสั่นคลอน

          Shoplifters (ชอปลิฟเตอร์ส ) ครอบครัวที่ลัก
          2 สิงหาคม นี้เฉพาะที่ house Rca และ Scala

FB on July 25, 2018, 04:00:25 PM
Movie Guide: 1 คำถาม 1 คำตอบ “ Shoplifters ครอบครัวที่ลัก ” เยือน “เมืองคานส์” ขโมยทั้งปาล์มทองและหัวใจคนดู



          ผู้กำกับและทีมนักแสดงจาก Shoplifters ในวันถ่ายรูปกับสื่อมวลชนที่เทศกาลหนังเมืองคานส์

          หัวหน้าครอบครัว – ฮิโรคาสุ โคเรเอดะ
          จริงหรือไม่ ที่คุณเขียนบทแบบวันต่อวัน ผมเขียนบทร่างแรกใช้เวลา 3 เดือน จากนั้นผมก็คัดเลือกนักแสดง พอได้นักแสดง ผมก็ถ่ายทำฉากหน้าร้อนก่อน (ฉากเที่ยวทะเล) ถ่ายเสร็จ นำมาตัดต่อดู ผมพักเพื่อเกลาบทอีก 3 เดือน แล้วเรียกนักแสดงมาถ่ายทำต่อ บทมีการแก้ทุกวัน เพราะผมปรับตามเคมีของนักแสดงแต่ละคน

          พ่อ – ลิลี่ แฟรงกี้
          คุณเล่นหนังมาเยอะแยะมากมาย คุณรู้สึกอย่างไรเวลามาเล่นหนังให้โคเรเอดะ รู้สึกเป็นเกียรติ เราสองคนมีรูปแบบการใช้ชีวิตต่างกันมาก แต่ผมชอบทำงานกับเขา แปลกมากที่เราเข้ากันได้ดี เวลาเข้าฉาก เขารู้ว่าผมทำอะไรได้ และผมก็รู้ว่าเขาต้องการอะไร

          แม่ – ซากุระ อันโด
          ยากง่ายแค่ไหนที่ต้องมาเล่นบทแม่ มันเป็นบทแม่ที่ไม่เหมือนแม่ปกติธรรมดานะคะ และสำหรับตัวฉันเอง มันเป็นงานชิ้นสำคัญจริงๆ เพราะเป็นหนังเรื่องแรกที่ฉันรับเล่นหลังจากพักงานไปคลอดลูก ก่อนหน้านี้ฉันคงเล่นแบบนี้ไม่ได้ แต่พอได้เป็นแม่แล้ว ความรู้สึกก็เปลี่ยนไป

          ย่า – คิคิ คิริน
          คุณเป็นนักแสดงขาประจำของโคเรเอดะ การทำงานกับเขาเป็นอย่างไรบ้าง อืม...เออ...แหม นึกไม่ออกจริงๆค่ะ

          น้า – มายุ มัตสึโอกะ
          บทที่เล่นมีส่วนไหนที่คล้ายกับตัวคุณบ้าง ฉันมีน้องสาวเหมือนในเรื่องค่ะ ในชีวิตจริง ทั้งฉันและน้องสาวอยากเป็นนักแสดงเหมือนกัน การเติบโตมาพร้อมกับความรู้สึกที่ต้องแข่งขันกับน้องสาวนั้นมันลำบากใจจริงๆ แต่ตอนนี้น้องสาวฉันหันเหไปมุ่งมั่นกับความฝันอื่นแล้ว และเธอก็ทำได้ดีมากๆ

          พี่ชาย – ไคริ โจ
          ได้มาอยู่กับครอบครัวในหนัง รู้สึกอย่างไรบ้าง เป็นครอบครัวที่อบอุ่นมากครับ แต่การลักขโมยเป็นสิ่งที่ไม่ดีนะครับ ไม่ควรทำ
          น้องคนเล็ก – มิยุ ซาซากิ
          หนูได้ไปเดินพรมแดง มีคนถ่ายรูปมากมาย รู้สึกอย่างไรบ้างจ๊ะ หนูง่วงนอนค่ะ

          2 สิงหาคมนี้ ชวนครอบครัวมาดูหนังเรื่องนี้ด้วยกัน
          เฉพาะที่ house Rca และ Scala

FB on July 26, 2018, 04:54:32 PM
Movie Guide: 8 ปรากฏการณ์ Shoplifters ครอบครัวที่ลัก



หนังที่ดีที่สุดในปนี้ #Shoplifters #ครอบครัวที่ลัก หนังดีที่สั่นสะเทือนหัวใจคนดู
<a href="http://www.youtube.com/watch?v=NJOkdYNiHoE" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=NJOkdYNiHoE</a>

น้องมิยุสุดน่ารัก ยกมือไหว้คนไทย ชวนดู #Shoplifters
<a href="http://www.youtube.com/watch?v=toggyPt2ij4" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=toggyPt2ij4</a>

          (1) SHOPLIFTERS เป็นหนังญี่ปุ่นเรื่องเดียวในรอบ 20 ปี ที่คว้ารางวังสูงสุดของเทศกาลหนังที่ใหญ่ที่สุดในโลกอย่างเมืองคานส์มาได้สำเร็จ
          (2) เคต แบลนเชตต์ ประธานกรรมการของเมืองคานส์ในปีนี้ กล่าวถึง Shoplifters ว่า "พวกเรา (คณะกรรมการทุกคน) ล้มระเนระนาดกันถ้วนหน้าหลังดูหนังจบ ทั้งการแสดงและการกำกับประสานสอดคล้องกันอย่างน่าทึ่ง"
          (3) ฉายที่ญี่ปุ่นมาแล้ว 1 เดือน และทำเงินไปแล้วกว่า 3.5 พันล้านเยน (คิดเป็นเงินไทยกว่า 1 พันล้านบาท) ซึ่งขณะนี้ยังกวาดรายได้อย่างต่อเนื่อง
          (4) ในสัปดาห์แรก ยอดผู้ชมสูงถึงล้านคน กลุ่มคนดูมีตั้งแต่เด็กมัธยมไปจนถึงคนแก่อายุ 80 ปี บางครอบครัวก็มาดูกันทั้งบ้าน
          (5) ทีมนักแสดงนำในหนังเรื่องนี้ มีตั้งแต่คนที่อายุมากที่สุด (คิคิ คิริน 75 ปี) ไปจนถึงคนที่มีอายุน้อยที่สุด (มิยุ ซาซากิ 6 ปี) และหนังมีตัวละครหลักถึง 6 คนด้วยกัน แต่กลับเข้าขากันราวกับเป็นครอบครัวเดียวกันจริงๆ
          (6) ฮิโรคาสุ โคเรเอดะ กลายเป็นผู้กำกับหนังเพียงคนเดียวของญี่ปุ่นในปัจจุบัน ที่หนังได้รับการยกย่องจากระดับนานาชาติ พร้อมๆกับที่คนดูชาวญี่ปุ่นก็ให้การตอบรับที่ดีเยี่ยม
          (7) เมื่อ Shoplifters ออกฉาย เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ และตื่นตัวเรื่องปัญหาสังคมในญี่ปุ่นอย่างกว้างขวางชนิดที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เสียงโต้แย้งจากสองฝั่งทำให้เกิดเป็นปรากฏการณ์สำคัญ
          (8 ) ถ่ายภาพด้วยฟิล์ม ละเมียดทุกฉากทุกตอน ค่อยๆพาคนดูไปสู่ความซาบซึ้งสะเทือนใจ นี่เป็นหนังที่สักครั้งหนึ่งในชีวิต นักดูหนังจะต้องดูในโรงภาพยนตร์

          SHOPLIFTERS ฉายจริง 2 สิงหาคมนี้ ชวนคนในครอบครัวมาดูด้วยกัน
« Last Edit: July 27, 2018, 07:18:58 AM by FB »

FB on August 01, 2018, 03:43:36 PM
Movie Guide: เกาหลี-ฮ่องกง กระแสโคเรเอดะ “คึกคัก” จีนไม่น้อยหน้า Shoplifters เป็นหนังที่ผู้ชม “รอคอยที่สุด” ในแผ่นดินใหญ่ ไทยเตรียมฉาย 2 สิงหาคม ที่ house Rca และ Scala



น้อง ไคริ โจว ชวนพี่ ๆ ชาวไทยพาครอบครัว มาดู #Shoplifters ด้วยกัน
<a href="http://www.youtube.com/watch?v=6E_Hgs51exM" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=6E_Hgs51exM</a>

ชมความน่ารัก น้องมิยุ ฟันหลุดกลางกองถ่าย #Shoplifters
<a href="http://www.youtube.com/watch?v=wbvhVjHcktw" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=wbvhVjHcktw</a>

           Shoplifters หนังรางวัลปาล์มทอง ของสุดยอดผู้กำกับชาวญี่ปุ่น ฮิโรคาสุ โคเรเอดะ ไม่เพียงแต่ทำเงินถล่มทลายในบ้านเกิดเท่านั้น แต่ยังสร้างกระแสฮือฮาในประเทศใกล้เคียงอีกด้วยที่ประเทศเกาหลีใต้ ผู้ชมส่วนใหญ่ที่นั่นเป็นแฟนคลับของฮิโรคาสุ โคเรเอดะ มีการนำหนังเก่าเรื่อง Nobody Knows กลับมาเข้าฉายใหม่อีกครั้งเพื่อเป็นการโหมโรง และเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา จากการฉายเพียง 4 วัน Shoplifters ก็ทำเงินในเกาหลีไปถึง 390 ล้านวอน (ราว 10 ล้านบาท)

          ฮ่องกงเป็นอีกประเทศ ที่นักดูหนังที่นั่นชื่นชอบผลงานของโคเรเอดะมาก มีการจัดเทศกาล Retrospective ด้วยการนำผลงานทุกเรื่องของโคเรเอดะกลับมาฉายโรงใหม่อีกครั้งเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองรางวัลปาล์มทองและต้อนรับหนังใหม่ Shoplifters

          Shoplifters เปิดตัวในฮ่องกงด้วยตัวเลข 5 หมื่นเหรียญสหรัฐ (ราว 1.5 ล้านบาท) แทรกตัวผ่านกองทัพหนังใหญ่ช่วงซัมเมอร์อย่าง Ant-Man, Jurassic Park และ Skyscraper มาอยู่ในอันดับ 3 บนตารางทำเงิน

          ทางด้านจีนแผ่นดินใหญ่ หลังจากบริษัทจัดจำหน่ายได้ปล่อยภาพโปสเตอร์แบบลายเส้นสีสวยงามของ Shoplifters ก็ทำให้กระแสคลั่งไคล้โคเรเอดะทวีคูณขึ้นแบบเท่าตัว จากแต่เดิมที่หนังเก่าๆของโคเรเอดะก็ได้ใจผู้ชมชาวจีนอยู่แล้ว
ในโลกออนไลน์ของจีน ผู้ชมในเว็บไซต์ Douban.com ซึ่งเป็นเว็บไซต์ภาพยนตร์ที่ดังที่สุดของจีน ก็ได้รับคะแนนสูงถึง 8.8 เต็ม 10 ทั้งๆที่หนังยังไม่ได้เข้าฉาย

          ในเว็บไซต์ Maoyan.com ซึ่งเป็นเว็บไซต์สำหรับจองตั๋วภาพยนตร์ของจีน แทบจะระเบิดเมื่อคนแห่กันรอรอบฉายของ Shoplifters เพื่อจองบัตร และมีผู้ใช้งานกว่า 10,000 คนแสดงความเห็นว่าต้องการชมภาพยนตร์เรื่องใหม่ของโคเรเอดะ มากกว่าหนังเรื่องอื่นๆในช่วงเดียวกัน (Shoplifters จะเปิดฉายในจีนแผ่นดินใหญ่วันที่ 3 สิงหาคม) สำหรับในเมืองไทย มงคลซีนีม่า โรงภาพยนตร์เฮ้าส์ อาร์ซีเอ และ เจแปน ฟาวน์เดชั่น กรุงเทพ ต้อนรับการมาถึงของหนังปาล์มทอง ด้วยการจัดเทศกาล Kore-eda Retrospective ขึ้นเมื่อวันที่ 27-30 กรกฎาคมที่ผ่านมา เป็นการนำหนังเก่าของฮิโรคาสุ โคเรเอดะมาฉาย พร้อมทั้งเปิดรอบพิเศษ Shoplifters ให้ดูก่อนใครถึง 2 รอบ และบัตรก็ขายหมดเกลี้ยงในเวลาอันรวดเร็ว

          Shoplifters (ชื่อไทย ครอบครัวที่ลัก) กำลังสร้างกระแสในหมู่ผู้ชมทั่วเอเชีย และคนที่ได้ชมแล้วก็ประทับใจจนต้องขอกลับมาดูซ้ำ

          คอหนังชาวไทยไม่ต้องรอกันนาน เพราะหนังพร้อมฉายให้สัมผัสความอบอุ่นบนจอใหญ่แน่นอน
          2 สิงหาคมนี้เป็นต้นไป ห้ามพลาด!
« Last Edit: August 08, 2018, 01:42:22 AM by FB »

FB on August 08, 2018, 01:42:07 AM
ผู้กำกับ โคเรเอดะ ฮิโรคาสุ ส่งตรงคลิปพูดขอบคุณครับ

ผกก.ฮิโรคาสุ โคเรเอดะ ขอบคุณคนไทย ชวนดูหนัง #Shoplifters #ครอบครัวที่ลัก
<a href="http://www.youtube.com/watch?v=02wMOW10tZI" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=02wMOW10tZI</a>

          หลังความสำเร็จของ Shoplifters ครอบครัวที่ลัก ที่เข้าฉายเพียงแค่ 2 โรงภาพยนตร์ในประเทศไทย จากการฉาย 4 วัน ทำรายได้ไปถึง 340,000 บาทซึ่งถือว่าเป็นภาพยนตร์ที่ทำรายได้เปิดตัว 4 วัน เฉลี่ยต่อโรง สูงที่สุดในไทย โดยผู้กำกับ โคเรเอดะ ได้ถ่ายคลิปพูดภาษาไทยคำว่า "ขอบคุณครับ " ส่งตรงมาจากญี่ปุ่นเพื่อเป็นการ ขอบคุณชาวไทยที่มาชมภาพยนตร์ "Shoplifters ครอบครัวที่ลัก " ภาพยนตร์ที่เขาเคยให้สัมภาษณ์ว่า นี่คือภาพยนตร์ที่รักที่สุดในชีวิต

          Shoplifters ภาพยนตร์ญี่ปุ่นดราม่าครอบครัว ของผู้กำกับชื่อดัง "ฮิโรคาสุ โคเรเอดะ" เจ้าของรางวัลปาล์มทองคำจากเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ปีล่าสุด เปิดตัวอันดับ 1 ใน Japan Box Office ประจำสุดสัปดาห์ และเป็นภาพยนตร์ญี่ปุ่นคนแสดงที่ทำรายได้ทะลุหลัก 1000 ล้านเยนเร็วที่สุดอีกด้วย

          โดยภาพยนตร์เรื่องนี้ ได้รับแรงบันดาลใจส่วนหนึ่งมาจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงในญี่ปุ่นหนังเล่าเรื่องของโอซามุ (ลิลลี่ แฟรงกี้) นอกจากทำงานเป็นกรรมกร เขายังลักเล็กขโมยน้อยเป็นอาชีพเสริมด้วย โดยมีลูกชาย โชตะ (ไคริ โจว) เป็นผู้ช่วย
วันหนึ่ง ขณะทั้งคู่กลับจากการขโมยของ โอซามุ ได้เจอกับ ยูริ (มิยุ ซาซากิ) เด็กหญิงตัวน้อยอยู่ตัวคนเดียว เขาจึงตัดสินใจพาเธอกลับมาบ้านด้วย แม้ว่า โนบุโยะ (ซากุระ อันโดะ) ภรรยาของเขาจะไม่พอใจที่เขาพาเด็กที่ไหนมารู้มาอยู่อาศัยด้วย ถึงอย่างนั้นตัวเธอและรวมถึงสมาชิกคนอื่นๆ ในครอบครัวอย่าง อากิ (มายุ มัตสึโอกะ) น้องสาวของยูริ และคุณยายฮัตสุเอะ (คิริน กีกิ) ก็ดูแลเด็กหญิงคนนี้เป็นอย่างดี ถึงแม้พวกเขาจะเป็นครอบครัวเล็กๆ แต่พวกเขาก็เป็นครอบครัวที่มีความสุข ทว่าในช่วงเวลาที่ทุกอย่างกำลังไปได้สวย ความลับบางอย่างก็เปิดเผยออกมาทำให้ทั้งครอบครัวต้องสั่นคลอน

          Shoplifters ครอบครัวที่ลัก วันนี้ ที่ house Rca และ Scala