activity on March 14, 2016, 03:46:38 PM
งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 37 จะจัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 23 มีนาคม – 3 เมษายน 2559 ณ อาคารชาเลนเจอร์ อิมแพค เมืองทองธานี

บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 37 (นวัตกรรมขับเคลื่อนไร้ขีดจำกัด)

สถานที่: อิมแพ็ค เมืองทองธานี
วันที่จัดกิจกรรม: 23 มีนาคม 2559 - 3 เมษายน 2559 เวลา 12:00 น.
บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 37 (นวัตกรรมขับเคลื่อนไร้ขีดจำกัด)
Date :23 March 2016 - 03 April 2016
Time :Several Showtime
Venue :Challenger 1-3
Type :Exhibition Public

Detail :
นวัตกรรมขับเคลื่อนไร้ขีดจำกัด สรรสร้างบนมาตรฐานของเทคโนโลยีเหนือระดับของทุกยนตกรรม ตอบรับทุกความต้องกำร งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 37 ถนนแห่งยนตกรรมที่ไร้ขีดจำกัด
วีไอพี (VIP Day): 21 มีนาคม 2559: เวลา 12.00-20.00 น.
สื่อมวลชน (Press Day): 22 มีนาคม 2559: เวลา 09.59-18.00 น.
รอบบุคคลทั่วไป (Public Day): 23 มีนาคม-3 เมษายน 2559
วันจันทร์-ศุกร์: เวลา 12.00-22.00 น.
วันเสาร์-อาทิตย์: เวลา 11.00-22.00 น.

Contact Event Organizer
บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน)
โทร. 0 2522 1731-8
อีเมล: pansotog_opp@hotmail.com
เว็บไซต์: www.bangkok-motorshow.com
« Last Edit: March 24, 2016, 06:04:05 AM by activity »

activity on March 16, 2016, 03:50:06 PM
เตรียมพบกับ The New Forester สุดยอด SUV รุ่นใหม่จากซูบารุ





          บริษัท ทีซี ซูบารุ (ประเทศไทย) จำกัด เตรียมเผยสุดยอดเอสยูวี "เดอะ นิว ฟอเรสเตอร์ (The New Forester)" ในไทยเป็นครั้งแรกในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 37 ระหว่างวันที่ 23 มีนาคม – 3 เมษายน 59 ณ อาคารชาเลนเจอร์ 1-3 อิมแพค เมืองทองธานี

          "เดอะ นิว ฟอเรสเตอร์ (The New Forester)" ถูกพัฒนาขึ้นภายใต้แนวคิด "Is there anything you can't do" ที่ให้คุณออกไปทำในสิ่งที่ไม่เคยคิดว่าจะทำได้ The New Forester พร้อมพาสมาชิกทุกคนในครอบครัวเปิดประสบการณ์ใหม่ ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ ด้วยความโดดเด่นทั้งด้านสมรรถนะ ฟังก์ชั่นการใช้งาน และความปลอดภัย ด้วยเทคโนโลยีอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะรถยนต์ซูบารุ ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแบบสมมาตร (Symmetrical AWD) เพิ่มประสิทธิภาพการควบคุม และเหนือกว่าด้วยระบบ X-MODE เอกสิทธิ์เฉพาะของซูบารุ ที่ควบคุมการทำงานของเครื่องยนต์ ระบบส่งกำลัง และระบบขับเคลื่อน ให้ทำงานร่วมกันอย่างสมบูรณ์ เพิ่มสมรรถนะการขับขี่บนถนนขรุขระและเปียกลื่น และด้วยการออกแบบภายใต้แนวคิด Good Visibility ที่ให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารมีทัศนวิสัยกว้างทุกมุมมองสามารถมองเห็นภายนอกตัวรถได้อย่างชัดเจน

          เตรียมพบกับสมรรถนะที่เหนือชั้นของ "เดอะ นิว ฟอเรสเตอร์ (The New Forester)" ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 37 ระหว่างวันที่ 23 มีนาคม – 3 เมษายน 59 ณ อาคารชาเลนเจอร์ 1-3 อิมแพค เมืองทองธานี และ ที่โชว์รูมซูบารุทั่วประเทศ สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ 02 725 1888

activity on March 16, 2016, 03:54:14 PM
ฟอร์ดเตรียมเปิดตัวฟอร์ด โฟกัส ใหม่ พร้อมรถยนต์รุ่นพิเศษ ณ งานบางกอก



          ฟอร์ดเปิดตัว ฟอร์ด โฟกัส ใหม่ พร้อมประกาศราคา และเปิดรับจองภายในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 37 ฟอร์ดจัดแสดง ฟอร์ด เอคโค่สปอร์ต และ ฟอร์ด เฟียสต้า รุ่นพิเศษ รองรับน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E85 พร้อมฟอร์ด เอเวอเรสต์ เจ้าของรางวัล "รถยนต์ยอดเยี่ยมประจำปี 2558" และ ฟอร์ด เรนเจอร์ รุ่นปี 2016 ที่มาพร้อมเทคโนโลยีช่วยขับขี่อัจฉริยะ

          พบข้อเสนอโปรโมชั่นพิเศษมากมายภายในงาน อาทิ ดอกเบี้ยพิเศษ 1.49% ผ่อนนาน 60 เดือน พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่งสำหรับฟอร์ด เรนเจอร์ รุ่น Open Cab XLT 4x2 Hi-rider

          ฟอร์ด ประเทศไทย เดินหน้านำเสนอรถยนต์ระดับโลกเปิดตัวฟอร์ด โฟกัส ใหม่ ที่มาพร้อมกับเครื่องยนต์อีโค่บูสท์ เทอร์โบ ซึ่งข้อมูลเพิ่มเติมและราคาจะถูกเปิดเผย พร้อมเปิดรับจองในงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 37

          ฟอร์ด โฟกัส ใหม่ มาพร้อมดีไซน์ที่เน้นความโฉบเฉี่ยวมากขึ้น ภายนอกโดดเด่นด้วยดีไซน์ฝากระโปรงและกระจังหน้าใหม่ คงไว้ซึ่งเอกลักษณ์การขับขี่สนุกสไตล์ฟอร์ด มาพร้อมกับเครื่องยนต์อัจฉริยะอีโค่บูสท์ เทอร์โบ ขนาด 1.5 ลิตร ที่มาพร้อมขุมพลังความแรง 180 แรงม้า และแรงบิด 240 นิวตันเมตร เพื่อประสิทธิภาพตอบสนองการขับขี่ได้ดั่งใจ เพรียบพร้อมด้วยเทคโนโลยีช่วยขับขี่อัจฉริยะที่จะช่วยยกระดับมาตรฐานเซ็กเมนต์รถยนต์นั่งขนาดคอมแพกต์

          ภายในงาน ฟอร์ดยังจัดแสดงฟอร์ด เอคโค่สปอร์ต รุ่นแบล็ก อิดิชั่น ใหม่ และฟอร์ด เฟียสต้า รุ่นแบล็ก ลิมิเต็ด ใหม่ ซึ่งรถยนต์รุ่นปี 2016 ทั้ง 2 รุ่น มาพร้อมกับเครื่องยนต์ที่สามารถรองรับน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E85 เพื่อตอบโจทย์ผู้ขับขี่ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม และสนใจใช้พลังงานทดแทนที่มีราคาประหยัด

          นอกจากนี้ฟอร์ดยังเปิดโอกาสให้ผู้สนใจสามารถสัมผัสกับฟอร์ด เอเวอเรสต์ ใหม่ เจ้าของรางวัล "รถยนต์ยอดเยี่ยมประจำปี 2558 หรือ Thailand Car of the Year 2015" จากสมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และจักรยานยนต์ไทย ที่ได้รับการยอมรับในเรื่องสมรรถนะที่มาพร้อมสุดยอดขุมพลังอันเปี่ยมประสิทธิภาพ ทั้งยังช่วยสะท้อนความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีและได้แสดงศักยภาพความก้าวหน้าด้านการออกแบบและการผลิตรถยนต์ของฟอร์ด

          ฟอร์ด เอเวอเรสต์ และ ฟอร์ด เรนเจอร์ รุ่นปี 2016 พร้อมเข้าร่วมแสดงภายในงาน และนำเสนอเทคโนโลยีช่วยขับขี่อัจฉริยะใหม่ เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือชั้น ปลอดภัย และสะดวกสบายในทุกเส้นทาง ซึ่งได้แก่ ระบบควบคุมความเร็วแบบรักษาระยะห่างอัตโนมัติ (Adaptive Cruise Control) ระบบเตือนการชนด้านหน้า (Forward Collision Warning System) ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทาง (Lane Keeping System) ระบบเปิด-ปิดไฟสูงอัจฉริยะ (Auto High Beam Control) และระบบแจ้งเตือนการขับขี่ (Driver Alert System)

ฟอร์ดยังได้เตรียมโปรโมชั่น พร้อมมอบข้อเสนอสุดพิเศษสำหรับรถยนต์ทุกรุ่น ได้แก่
          - ดอกเบี้ยพิเศษ 1.49% ผ่อนนาน 60 เดือน พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่งสำหรับฟอร์ด เรนเจอร์ รุ่น Open Cab XLT 4x2 Hi-rider
          - ดอกเบี้ยพิเศษ 1.99% ผ่อนนาน 60 เดือนพร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่งสำหรับฟอร์ด เอเวอเรสต์ รุ่น 2.2ลิตร
          - ดอกเบี้ยพิเศษ 0.99% ผ่อนนาน 48 เดือน พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่งสำหรับฟอร์ด เอคโค่สปอร์ต

          "เราตื่นเต้นที่จะได้เปิดตัวฟอร์ด โฟกัส ใหม่เป็นอีกหนึ่งสมาชิกของโชว์รูมฟอร์ดในประเทศไทย และแนะนำขุมพลังความแรงเครื่องยนต์ อีโค่บูสต์ เทอร์โบ ขนาด 1.5 ลิตร ที่เป็นเครื่องยนต์จากนวัตกรรมที่ได้รางวัลระดับโลก นอกจากนี้เรายังพร้อมจัดแสดงรถยนต์ฟอร์ดทุกรุ่น พร้อมมอบข้อเสนอพิเศษสุดคุ้มที่เป็นเหตุผลให้ทุกท่านร่วมเป็นเจ้าของรถยนต์ฟอร์ด" นางสาวยุคนธร วิเศษโกสิน กรรมการผู้จัดการ ฟอร์ด ประเทศไทย กล่าว

          นอกจากรถยน์ฟอร์ดที่จะนำมาจัดแสดงอย่างเต็มรูปแบบ ภายในบูธฟอร์ดยังมีกิจกรรมสุดสนุก ทั้งยังให้ความรู้เกี่ยวกับรถยนต์ระดับโลกของฟอร์ดแก่ผู้ที่เข้ามาเยี่ยมชมงาน

          งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 37 จะจัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 23 มีนาคม – 3 เมษายน 2559 ณ อาคารชาเลนเจอร์ อิมแพค เมืองทองธานี

activity on March 16, 2016, 03:55:25 PM
ฟอร์ดเปิดตัวฟอร์ด เอคโค่สปอร์ต รุ่นแบล็กอิดิชั่น ใหม่ เด่นเป็นเอกลักษณ์ด้วยการตบแต่งรอบคันด้วยเฉดสีดำ พร้อมรองรับน้ำมัน E85



          ฟอร์ด ประเทศไทย เปิดตัวรถ ฟอร์ด เอคโค่สปอร์ต รุ่นแบล็กอิดิชั่น ใหม่ ภายในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 37 ณ อาคารชาเลนเจอร์ อิมแพค เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 23 มีนาคม - 3 เมษายน 2559 พร้อมปรับเครื่องยนต์เพื่อรองรับน้ำมัน E85 สำหรับฟอร์ด เอคโค่สปอร์ต รุ่นปี 2016

          ฟอร์ด เอคโค่สปอร์ต เป็นรถเอสยูวีที่โดดเด่นในเรื่องความปลอดภัย พื้นที่ใช้สอยกว้างขวาง และความคล่องตัวในการขับขี่ สามารถตอบสนองการใช้งานได้อย่างอเนกประสงค์ และคุ้มค่าเหนือความคาดหมาย ล่าสุด ฟอร์ดยังได้นำเสนอ ฟอร์ด เอคโค่สปอร์ต รุ่นแบล็กอิดิชั่น ใหม่ล่าสุด ซึ่งได้รับการแปลงโฉมภายนอกให้เข้มกว่าเดิม ใช้สีดำสนิท (Piano Black) ตบแต่งรอบคัน ในบริเวณกระจังหน้า ไฟตัดหมอก กระจกข้าง โครงหลังคา และล้ออัลลอยสีดำขนาด 16 นิ้ว ที่ช่วยขับให้ตัวรถดูโดดเด่น และมีเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใคร

          นอกจากนี้ ฟอร์ดได้เน้นย้ำความมุ่งมั่นในการผลิตรถยนต์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยได้ทำการปรับเครื่องยนต์ของ ฟอร์ด เอคโค่สปอร์ต รุ่นปี 2016 ให้สามารถรองรับน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E85 เพื่อเพิ่มทางเลือกให้ผู้บริโภคที่ต้องการใช้พลังงานทดแทนที่มีราคาประหยัดและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

สมรรถนะการขับขี่คล่องตัวอย่างดีเยี่ยม
          ฟอร์ด เอคโค่สปอร์ต มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินแบบ 4 สูบ ขนาด 1.5 ลิตร ระบบวาล์วแปรผันแคมชาฟท์แบบอิสระคู่ (Ti-VCT) ที่ให้กำลัง 110 แรงม้า ที่ 6,300 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุดที่ 142 นิวตันเมตร ที่ 4,400 รอบต่อนาที โดยระบบวาล์วแปรผันแคมชาฟท์แบบอิสระคู่ (Ti-VCT) สามารถใช้งานได้ดีกับระบบเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด ที่รวมคุณลักษณะของเกียร์อัตโนมัติและเกียร์ธรรมดาเข้าด้วยกัน เพื่อช่วยเพิ่มความแม่นยำในการควบคุมจังหวะการทำงานของวาล์วให้ดียิ่งขึ้น ทำให้ประหยัดน้ำมันและเปี่ยมประสิทธิภาพ
          นอกจากนี้ ฟอร์ด เอคโค่สปอร์ต ยังได้ออกแบบให้ตำแหน่งของผู้ขับขี่อยู่ในตำแหน่งที่สูงขึ้น ด้วยระดับความสูงจากพื้นถึงใต้ท้องรถที่ 200 มิลลิเมตร ช่วยมอบทัศนวิสัยที่ดีกว่า ทั้งยังมีมุมปะทะที่ดีเยี่ยมในระดับ 25 องศา และมุมจากที่ 35 องศา ช่วยให้ผู้ขับขี่มั่นใจสูงสุดในทุกสภาวะท้องถนน พร้อมฝ่าฝันทุกอุปสรรคด้วยสมรรถนะการลุยน้ำสูงถึง550 มิลลิเมตร จึงหมดกังวลเมื่อต้องขับผ่านพื้นที่น้ำท่วมขังโดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงฤดูฝน

เทคโนโลยีล้ำสมัยเพื่อความสะดวกสบายและปลอดภัยอย่างเหนือชั้น
ฟอร์ด เอคโค่สปอร์ต ได้รับการติดตั้งด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะเพื่อช่วยเหลือผู้ขับขี่มากมาย ได้แก่
          · ระบบช่วยออกตัวขณะจอดบนทางลาดชัน (Hill Launch Assist) ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถออกตัวขณะจอดบนทางลาดชันได้อย่างมั่นใจ โดยระบบจะช่วยหยุดรถได้นานสูงสุด 3 วินาที เพื่อป้องกันไม่ให้รถไหลขณะผู้ขับขี่เปลี่ยนเท้าจากเบรกมายังคันเร่ง
          · ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว (Electric Stability Program หรือ ESP) ที่ทำงานสอดประสานกับระบบควบคุมการเกาะถนน ช่วยรักษาความปลอดภัยแม้ขับขี่บนถนนลื่น
          · ระบบพวงมาลัยพาวเวอร์ไฟฟ้า (Electric Power-Assisted Steering หรือ EPAS) มาพร้อม ระบบชดเชยน้ำหนักบนพวงมาลัย (Pull-Drift Compensation) ช่วยมอบประสบการณ์การควบคุมรถที่ง่ายดายและชาญฉลาดยิ่งขึ้น ระบบจะปรับให้พวงมาลัยมีน้ำหนักเบาในขณะขับขี่ที่ความเร็วต่ำ เช่น กรณีเข้าช่องจอด ก่อนจะปรับมาเน้นความแม่นยำเมื่อขับขี่ที่ความเร็วสูง
          · ระบบป้องกันล้อล็อก (Anti-Brake System หรือ ABS) ช่วยป้องกันการล็อคล้อรถยนต์จากการเบรกกะทันหัน และยังช่วยหยุดรถได้เร็วกว่าเมื่อขับขี่บนพื้นผิวถนนลื่น
          · ระบบสั่งงานด้วยเสียงฟอร์ด ซิงค์ (SYNC) พร้อมการเชื่อมต่อบลูทูธ ช่วยให้การสั่งการระบบความบันเทิง และระบบปรับอากาศ ภายในรถยนต์สะดวกสบายและปลอดภัยยิ่งขึ้น โดยไม่ต้องละมือจากพวงมาลัย นอกจากนี้ ยังมาพร้อมลำโพง 6 ตัว พร้อมวิทยุเครื่องเล่นซีดี เอ็มพี 3
          ยิ่งไปกว่านั้น ประตูท้ายของฟอร์ด เอคโค่สปอร์ต (เฉพาะรุ่นไทเทเนี่ยม) ยังมอบความสะดวกสบายที่เหนือกว่าด้วยการควบคุมผ่านรีโมทคอนโทรล

รูปลักษณ์ภายนอกโดดเด่นตอบสนองการใช้งานได้อย่างอเนกประสงค์
          การออกแบบภายนอกของฟอร์ด เอคโค่สปอร์ต ดีไซน์ให้มีความคล่องตัวตามมาตรฐานการออกแบบรถยนต์นั่งขนาดคอมแพ็ค เอสยูวี ระดับโลกของรถฟอร์ด
          ห้องโดยสารภายในของฟอร์ด เอคโค่สปอร์ต ตกแต่งด้วยวัสดุที่แสดงให้เห็นถึงคุณภาพและความประณีต แผงควบคุมและปุ่มต่างๆ ได้รับการออกแบบให้อยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้องตามหลักสรีระศาสตร์ เช่นเดียวกับเบาะที่นั่งที่ผ่านการออกแบบให้มีความนุ่มสบายสูงสุด ด้วยความพยายามของวิศวกรของฟอร์ดในการออกแบบ เพื่อตัดเสียงรบกวน แรงสั่นสะเทือน และแรงกระแทก ห้องโดยสารภายในของฟอร์ด เอคโค่สปอร์ต จึงเงียบแม้ขณะขับขี่ด้วยความเร็วสูง
          ฟอร์ด เอคโค่สปอร์ต รุ่นปี 2016 มีให้เลือกทั้งหมด 6 สี ได้แก่ สีส้ม มาร์ส เรด (Mars Red) สีเทา ลูน่า สกาย (Lunar Sky) สีเงิน อิงกอท ซิลเวอร์ (Ingot Silver) สีขาว โฟรเซ่น ไวท์ (Frozen White) สีดำ แชโดว์ แบล็ก (Shadow Black) และสีใหม่ล่าสุด สีแดง แคนดี้ เรด (Candy Red)
          โดดเด่นเหนือใครด้วยฟอร์ด เอคโค่สปอร์ต รุ่นสีพิเศษ แบล็กอิดิชั่น ที่มีเฉพาะสีดำ (Black) สีขาว โฟรเซ่น ไวท์ (Frozen White) และสีส้ม มาร์ส เรด (Mars Red) ที่ได้รับการแปลงโฉมภายนอกให้เข้มกว่าเดิม ใช้สีดำสนิท (Piano Black) ตบแต่งรอบคัน ในบริเวณกระจังหน้า ไฟตัดหมอก กระจกข้าง โครงหลังคา และล้ออัลลอยสีดำขนาด 16 นิ้ว ที่ช่วยขับให้ตัวรถดูโดดเด่นและมีเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใคร
          ฟอร์ด เอคโค่สปอร์ต รุ่นแบล็กอิดิชั่น ใหม่ เปิดจองแล้ววันนี้ ด้วยราคา 774,000 บาท ภายในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 37

ราคา ฟอร์ด เอคโค่สปอร์ต รุ่นปี 2016 มีดังนี้
          1.5L Titanium AT 845,000 บาท
          1.5L Trend Black Edition 774,000 บาท
          1.5L Trend AT 764,000 บาท
          1.5L Ambient AT 714,000 บาท
          ผู้ที่สนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ ฟอร์ด ประเทศไทย www.ford.co.th

activity on March 16, 2016, 03:56:36 PM
แมคลาเรน 570S Coupe ได้รับรางวัล สุดยอดสมรรถนะ รถยนต์ประจำปีของอังกฤษ





           แมคลาเรน 570S Coupe นำเข้าโดย นิชคาร์กรุ๊ป ตัวแทนจำหน่ายแมคลาเรนอย่างเป็นทางการเพียงรายเดียวในประเทศไทย ได้รับรางวัล รถยนต์สุดยอดสมรรถนะ (Best Performance Car) ในงานประกาศรางวัล รถยนต์สหราชอาณาจักรประจำปี 2559 (2016 UK Car of the Year Awards -UKCotY) พิจารณาและตัดสินโดยสื่อมวลชนของสหราชอาณาจักร จำนวน 27 ท่าน ถือเป็นหลักชัยแห่งความสำเร็จในฐานะโมเดลแรกในสปอร์ตซีรียส์ และคาดว่าจะมีส่วนช่วยในการเพิ่มยอดขายทั่วโลก

          แมคลาเรน 570S Coupe ตอบสนองความต้องการของหนุ่มสาวสมัยใหม่ ด้วยพละกำลังสูงสุดและน้ำหนักเบาที่สุดกว่าสปอร์ตคาร์ทั้งหมด ด้วยโครงสร้างคาร์บอนไฟเบอร์ เบากว่าคู่แข่งเกือบ 140 กก., สามารถขับได้ทุกวัน, การออกแบบด้านอากาศพลศาสตร์ที่ดีเยี่ยม, การตกแต่งที่ประณีตจากช่างฝีมือผู้ชำนาญการ, และยังให้ผู้ขับมีความรู้สึกร่วมและเร้าใจสูงสุด อัตราส่วนกำลังเครื่องต่อน้ำหนักอยู่ที่ 434 แรงม้าต่อตัน สามารถสั่งจองที่นิชคาร์กรุ๊ป โทร 02-321-1111 ราคาเริ่มต้นที่ 19,800,000 บาท และ 570S Coupe ราคา 22,500,000 บาท

          สามารถติดต่อเพื่อเข้าชมโมเดลรถได้ที่โชว์รูมนิชคาร์ถึงสามแห่ง สยามพารากอน มอเตอร์เวย์ กม.1 และศรีนครินทร์เปิดบริการทุกวัน จันทร์-อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 8.30 – 17.30 น. หรือ งานบางกอก มอเตอร์โชว์ 2016 ระหว่างวันที่ 23 มีนาคม - 3 เมษายน 2559 ณ อาคารชาเลนเจอร์ 1-3 อิมแพค เมืองทองธานี

activity on March 16, 2016, 04:00:50 PM
ค่ายรถคนไทย GPX Racing พร้อมเคลื่อนทัพ สู่งานมอเตอร์โชว์ 2016







          เตรียมพบกับขบวนทัพรถคนไทยสุดเร้าใจ จากค่าย GPX Racing ได้ที่งานมอเตอร์โชว์ 2016 (The 37th Bangkok International Motor Show) ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 23 มีนาคม - 3 เมษายน 2559 ณ อาคารชาเลนเจอร์ 1 – 3 อิมแพค เมืองทองธานี แล้วพบกันที่บูท GPX Racing รหัสบูท C05 นะจ๊ะ!

ติดตามความเคลื่อนไหวของ GPX Racing ได้ที่...
www.gpxthailand.com
www.facebook.com/gpxracingthailan

activity on March 16, 2016, 04:02:28 PM
นิสสัน รุกสร้างความเร้าใจต่อเนื่อง เปิดตัว แบรนด์ “นิสโม” ในงานบางกอก อินเตอร์ เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 37ส่ง “อัลเมรา นิสโม เพอร์ฟอร์แมนซ์ แพคเกจ” ลุยตลาดเป็นรุ่นแรก พร้อมสะท้อนความโฉบเฉี่ยว ทันสมัย เต็มอารมณ์สปอร์ต ในทุกเซกเมนต์









          บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด รุกต่อเนื่อง เปิดตัวแบรนด์ "นิสโม" ขีดสุดของความเหนือชั้น (Ultimate Essence) ในงาน บางกอก อินเตอร์ เนชันแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 37 เริ่มจาก "อัลเมรา นิสโม เพอร์ฟอร์แมนซ์ แพคเกจ" และ "อัลเมรา นิสโม แอโร แพคเกจ" เตรียมยกทัพรถยนต์นิสสันยอดนิยม เติมเต็มอารมณ์สปอร์ตในงานทุกเซกเมนต์ พร้อมแนะนำ นิสสัน จู๊ค คัลเลอร์ สตูดิโอ ใหม่ล่าสุด นอกจากนี้ยังนำ นิสสัน "จีที-อาร์ นิสโม" สุดยอดซูเปอร์สปอร์ตคาร์ ที่คว้าชัยชนะมาแล้วหลายสนาม มาสร้างความคึกคัก รวมถึงอัดแคมเปญส่งเสริมการขายสุดพิเศษ ให้ลูกค้าสามารถเป็นเจ้าของนิสสันได้ง่ายขึ้น ด้วยข้อเสนอที่หลากหลาย ทั้งนี้ คาดว่า นิสสันจะมีส่วนแบ่งการตลาดจากยอดจองในงานประมาณ 10%

          มร. คะซุทากะ นัมบุ ประธาน บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ปีนี้ นิสสันจะได้เพิ่มเสน่ห์ ความเร้าใจ ความแตกต่าง และความคึกคักให้กับแบรนด์ และบูธนิสสัน ด้วยการเปิดตัวแบรนด์ "นิสโม" (NISMO) ครั้งแรกในตลาดประเทศไทยอย่างเป็นทางการ พร้อมแนะนำรถยนต์นิสโม รุ่นแรก คือ อัลเมรา นิสโม เพอร์ฟอร์แมนซ์ แพคเกจ (Almera Nismo Performance Package ) และ อัลเมรา นิสโม แอโร แพคเกจ (Almera Nismo Aero Package )

          "มั่นใจว่าความสำเร็จของแบรนด์ นิสโม ซึ่งสะท้อน ขีดสุดของความเหนือชั้น (Ultimate Essence) อย่างแท้จริงของแบรนด์นิสสัน ในการสรรค์สร้างนวัตกรรมยานยนต์ที่สร้างความตื่นเต้นเร้าใจ จะช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับแบรนด์นิสสันในประเทศไทยได้เป็นอย่างดี และจะได้รับการตอบรับจากลูกค้าที่ต้องการความแตกต่าง โดยเฉพาะความโดดเด่นของนิสโม อันเป็นผลมาจากการผสานประสบการณ์และ สุดยอดเทคโนโลยีจากสนามแข่งมาพัฒนาสมรรถนะรถยนต์ของนิสสันให้มีความเหนือชั้น สร้างความมั่นใจในทุกการขับขี่ และมีความเร้าใจ สนุกสนาน ทั้งนี้จากการติดตั้งชุดแต่งแอโร แพคเกจ รอบคัน และสมรรถนะจากเพอร์ฟอร์แมนซ์ แพคเกจ ที่เติมอารมณ์สปอร์ต ที่ทำให้รถยึดเกาะถนนดีขึ้น จะทำให้ผู้ขับขี่รับรู้ได้ถึงความแตกต่างในทันทีที่ได้เข้าไปนั่งควบคุมอยู่หลังพวงมาลัย"

          "นิสสัน อัลเมรา" ครองใจลูกค้าชาวไทยมายาวนานในฐานะอีโคคาร์ซีดานอันดับ1 ที่ประสบความสำเร็จในตลาดอย่างมาก ด้วยยอดขายสะสมปัจจุบันรวมกว่า 130,000 คัน

          ในรายละเอียดนั้น อัลเมรา นิสโม แอโร แพคเกจ ติดตั้งรอบคันด้วยชุดแต่งนิสโม แอโรคิท ที่ถ่ายทอดมาจาก ดีเอ็นเอ และเทคโนโลยีการแข่งรถของนิสโม ให้ผลต่อการควบคุม การทรงตัว และการขับขี่ที่ดีขึ้น เนื่องจากแอโรคิท จะช่วยจัดการกับการไหลของอากาศภายนอก ให้ค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานของรถดีขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยลดแรงยก ทำให้รถยึดเกาะถนนดีขึ้น

          ชุดนิสโม แอโร แพคเกจ ยังช่วยสร้างสมดุลของตัวรถระหว่างด้านหน้าและด้านหลัง จากการปรับให้มีแรงกดในแต่ละด้านที่เหมาะสม มีการถ่ายน้ำหนักลงสู่พื้นถนนในสัดส่วนที่เท่าๆกันเพิ่มมากขึ้นระหว่างด้านหน้าและด้านหลัง ทำให้การขับขี่มีความคล่องตัว และมีประสิทธิภาพการยึดเกาะถนนที่มั่นใจได้เพิ่มขึ้น

          โดย แอโร แพคเกจ ของอัลเมรา นิสโม มาพร้อมกับรูปแบบและสีที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของนิสโม เติมเต็มความสวยงามและเชื่อมโยงอารมณ์สปอร์ตเต็มขั้นของนิสโมจากชุดแต่งทั้งคันให้กลมกลืน อันประกอบด้วย
          · สเกิร์ตหน้า สีเทาแดง ติดตั้งอยู่ใต้กระจังหน้า พร้อมโลโก้ นิสโม
          · สเกิร์ตด้านข้างสีเทาแดง ติดตั้งที่ชายล่างด้านข้างตัวรถ
          · สเกิร์ตหลังด้านล่าง สีเทา แดงพร้อมโลโก้ นิสโม ติดตั้งบริเวณใต้กันชนหลัง
          · สปอยเลอร์หลัง ติดตั้งบนฝากระโปรงท้ายสีเทา
          · แถบสีแดงบนฝาครอบกระจกมองข้าง

          สำหรับ อัลเมรา นิสโม เพอร์ฟอร์แมนซ์ แพคเกจ (Nismo Performance Package) มาพร้อมกับช่วงล่างพิเศษ ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการขับขี่ ช่วยให้รถมีการทรงตัวที่ดี โดยปรับค่าสปริง และช็อคแอบซอร์เบอร์ ให้เหมาะสม และลดความสูงสำหรับด้านหน้า ด้านหลัง ทำให้ช่วยลดแรงต้านและแรงยกของลมที่จะมีผลต่อตัวถัง นอกจากนี้ยังเปลี่ยนขนาดล้อและยางใหม่ โดยใช้ล้ออัลลอย 16 นิ้ว เพิ่มขนาดยางจาก 185/65 R15 เป็น 205/50 R16 ช่วยให้มีหน้าสัมผัสเพิ่มและการยึดเกาะถนนดีขึ้น โดยสิ่งที่ได้จากการปรับเปลี่ยนช่วงล่าง ล้อ และยางใหม่ คือประสิทธิภาพการยึดเกาะถนนดีขึ้นในทุกความเร็ว มีความแม่นยำในการควบคุม ซึ่งมีประโยชน์มากกับการใช้งานในชีวิตประจำวันที่ต้องมีการเปลี่ยนช่องทางจราจรไปมาบ่อยครั้ง รวมถึงการเดินทางที่ใช้ความเร็วสูง

          อัลเมรา นิสโม เพอร์ฟอร์แมนซ์ แพคเกจ ได้รับการปรับเปลี่ยนท่อไอเสียใหม่ ทั้งด้านการออกแบบภายในให้การไหลเวียนของไอเสียแบบ S-Flow ทำให้ได้เสียงที่สปอร์ต ดุดัน ชัดเจนทุกครั้งที่กดคันเร่งลงไป ไม่ว่าจะเป็นการออกตัว หรือจังหวะเร่งแซงก็ตาม เสริมความเร้าใจตลอดการขับขี่ และมีการปรับวัสดุที่นำมาใช้เป็น สเตนเลส สตีล ที่เงางาม ดูสวยหรูโฉบเฉี่ยว พร้อมกับปั๊มโลโก้ นิสโม เพื่อยืนยันคุณภาพ

          ในงานบางกอก อินเตอร์เนชันแนล มอเตอร์โชว์ นิสสัน จัดแสดงยนตรกรรมล้ำสมัย ภายใต้คอนเซปต์ Innovation that Excites โดยนายประพัฒน์ เชยชม รองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโสการตลาดและขาย บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า เพื่อฉลองการเปิดตัวแบรนด์นิสโมอย่างเป็นทางการ บริษัทฯ จะนำ นิสสัน "จีที-อาร์ นิสโม"ซูเปอร์สปอร์ตคาร์ ที่สร้างชื่อเสียงในเวทีมอเตอร์สปอร์ตโลกมาแล้วหลายรายการ โดยเฉพาะ "ซุปเปอร์ จีที" มาร่วมจัดแสดงด้วย

          นอกจากนี้ นิสสันยังนำเสนออีก 5 รุ่นยอดนิยม มาสร้างความเร้าใจ ในงาน คือ นิสสัน จู๊ค คัลเลอร์ สตูดิโอ สปอร์ตครอสโอเวอร์ที่สะท้อนความเป็นตัวเองของผู้ขับขี่ได้อย่างดี โดยเพิ่มทางเลือกให้ลูกค้ามีความสุข สนุกสนานในการเลือกจับคู่ระหว่างสีภายนอกและสีของอุปกรณ์ตกแต่งภายนอกและภายใน ขณะที่ในกลุ่มซีดาน นิสสันภูมิใจนำเสนอ นิสสัน ซิลฟี ดีไอจี เทอร์โบ สปอร์ตซีดาน ที่หรู แรงเกินตัว ด้วยพลังที่แรงที่สุดในคลาส ถึง 190 แรงม้า เทียบเท่าเครื่องยนต์ขนาด 2.5 ลิตร

          ส่วนในกลุ่ม SUV นำเสนอ นิสสัน เอ็กซ์เทรล ไฮบริด ที่มาพร้อมเทคโนโลยีคลัทช์คู่อัจฉริยะ (Intelligence Dual Clutch system) และกำลังได้รับความนิยมอย่างสูงหลังจากเปิดตัวเข้าสู่ตลาดไม่นาน ด้านกลุ่มรถกระบะ นำเสนอ นิสสัน นาวารา รุ่นสปอร์ตเทค (Sportech) กระบะพันธุ์แกร่ง ที่มีความเท่ล้ำสมัย มีดีไซน์ที่โดดเด่น ส่วนกลุ่มอีโคคาร์ นำเสนอ นิสสัน มาร์ช อีโคคาร์ยอดนิยมกับออพชันที่เพิ่มเครื่องเล่น DVD ขึ้นเพื่อเสริมความคุ้มค่า ทั้งนี้ นิสสัน คาดว่าจะได้ส่วนแบ่งการตลาดจากยอดจองในงานประมาณ 10%

          ด้านการส่งเสริมการขาย ในงานมอเตอร์โชว์ นิสสัน ได้จัดโปรโมชั่นด้วยข้อเสนอสุดพิเศษ เพื่อให้ลูกค้าได้มีทางเลือกหลากหลายในแต่ละรุ่น เช่น ดาวน์ต่ำ 5% หรือ อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้น 0% หรือ ฟรีประกันภัยชั้น 1 ซึ่งผู้ที่สนใจยนตรกรรมจากนิสสันทุกรุ่น ขอรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โชว์รูมและศูนย์บริการทุกแห่ง สำหรับนิสสันอัลเมรา นิสโม ทั้ง แอโร แพคเกจ และ เพอร์ฟอร์แมนซ์ แพคเกจ สามารถติดต่อที่ ผู้จำหน่ายนิสโม เพอร์ฟอร์แมนซ์ อย่างเป็นทางการ (Nismo Certified Dealer) หรือไปชมและลองขับรถจริงได้ในงาน บางกอก อินเตอร์เนชันแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 37 หรือสอบถามข้อมูลได้ที่ Call Center หมายเลข 02 401 9600 หรือ www.nissan.co.th

activity on March 16, 2016, 04:03:09 PM
นิชคาร์นำขบวนซุปเปอร์คาร์ร่วมงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 37 แลมโบร์กินี ฮูราแคน LP610-4 แมคลาเรน 570S





          บริษัท นิช คาร์ กรุ๊ป จำกัด ผู้นำเข้ารถยนต์ระดับซุปเปอร์คาร์และสปอร์ตคาร์ในประเทศไทย และตัวแทนจำหน่ายแลมโบร์กินี และแมคลาเรนอย่างเป็นทางการ เพียงรายเดียวในประเทศไทย ส่งซุปเปอร์คาร์สุดหรูตัวท้อปร่วมอวดโฉม ในงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 37 อาทิ กระทิงดุ แลมโบร์กินี ฮูราแคน LP610-4 ราคาเริ่มต้น 24.8 ล้านบาท สำหรับแบบสไปเดอร์ ราคาเริ่มต้น 26.8 ล้านบาท และแลมโบร์กินี อเวนทาดอร์ LP700-4 แบบคูเป้ราคาเริ่มต้น 38.5 ล้านบาท และแบบโรดสเตอร์ ราคาเริ่มต้น 40.5 ล้านบาท ร่วมด้วยสุดยอดรถแข่งฟอร์มูล่าวัน แมคลาเรน 570S ราคาเริ่มต้นที่ 22.5 ล้านบาท แมคลาเรน 650S โดยแบบคูเป้ ราคาจะเริ่มต้นที่ 31.5 ล้านบาท และสไปเดอร์ เริ่มต้น 32.5 ล้านบาท มาพร้อมข้อเสนอสุดพิเศษที่คนรักความเร็วไม่ควรพลาด ระหว่างวันที่ 23 มีนาคม – 3 เมษายน 2559 ณ อาคารชาเลนเจอร์ อิมแพค เมืองทองธานี

activity on March 16, 2016, 04:04:49 PM
เมอร์เซเดส-เบนซ์ เปิดตัว The new E-Class เจนเนอเรชั่นที่ 10 ที่สุดแห่งยนตกรรมซีดานอัจฉริยะในงานมอเตอร์ โชว์ ครั้งที่ 37









          บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด ตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดรถยนต์ระดับพรีเมี่ยม เปิดตัวสุดยอดยนตรกรรม 7 รุ่นใหม่ นำโดย The new E-Class เจนเนอเรชั่นที่ 10 ที่สุดแห่งยนตกรรมซีดานอัจฉริยะ ด้วยรูปลักษณ์โดดเด่น ทรงพลัง มาพร้อมเทคโนโลยี เพื่อการขับขี่อย่างเหนือระดับ The S 500 e และ The C 350 e รถยนต์เทคโนโลยีปลั๊กอิน-ไฮบริด รุ่นประกอบในประเทศ The new C-Class Coupe ยนตกรรมสไตล์สปอร์ตคูเป้ เจนเนอเรชั่นล่าสุด The new GLS "เอสยูวี ระดับเอส-คลาส" ที่เข้ามาเติมเต็มพอร์ทโฟลิโอรถยนต์ตระกูลเอสยูวีของเมอร์เซเดส-เบนซ์ และสองยนตรกรรมจากค่าย Mercedes-AMG ได้แก่ Mercedes-AMG A 45 และ Mercedes-AMG C 63 S Coupe เสริมทัพด้วย The new Vito concept และรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์อีกกว่า 30 รุ่นมาจัดแสดงในงาน "บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์ โชว์ ครั้งที่ 37 ณ ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ อิมแพค เมืองทองธานี

          มร.ไมเคิล เกรเว่ ประธานบริหาร บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า "ในปี 2559 นี้ บริษัทฯ มีแนวทางการดำเนินงานภายใต้กลยุทธ์ "เดอะ เบสท์" (THE BEST) เพื่อสะท้อนความมุ่งมั่นของบริษัทฯ ที่จะนำเสนอ "สิ่งที่ดีที่สุด" ให้กับลูกค้าในวันนี้ และวันข้างหน้า ดังนั้นการนำเสนอรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ในงาน "บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์ โชว์ ครั้งที่ 37" ในครั้งนี้ บริษัทฯ จึงได้นำสุดยอดยนตรกรรมที่มาพร้อมเทคโนโลยี และดีไซน์อันทันสมัยครอบคลุมทั้ง 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่ม Compact Car กลุ่ม Contemporary Luxury และกลุ่ม Dream Car เพื่อสามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างครอบคลุมในทุกไลฟ์สไตล์การขับขี่"

          "สำหรับไฮไลท์ของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 37 คือ การเปิดตัว The new E-Class เจนเนอเรชั่นที่ 10 ที่สุดแห่งยนตกรรมซีดานอัจฉริยะในกลุ่ม Contemporary Luxury โดยตลอดเวลาที่ผ่านมารถยนต์ตระกูล E-Class เป็นหัวใจของ เมอร์เซเดส-เบนซ์ เพราะได้สร้างมาตรฐานใหม่ๆ ให้กับกลุ่มรถยนต์สำหรับนักธุรกิจอยู่เสมอ และบริษัทฯ ยังคงสานต่อแนวคิดดังกล่าวมาอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น รถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ The new E-Class จึงมาพร้อมกับรูปลักษณ์ที่โดดเด่น ทรงพลัง ทุกองค์ประกอบสอดรับกัน เป็นหนึ่งเดียวอย่างสมบูรณ์แบบตามหลัก Sensual Purity ของเมอร์เซเดส-เบนซ์ และนำเสนอเทคโนโลยียนตรกรรมใหม่ล่าสุดเป็นครั้งแรกของโลก ยกระดับแนวคิดการพัฒนาระบบขับขี่อัตโนมัติไปอีกขั้น อีกทั้งยังเป็นรถยนต์ที่มีอัตราการใช้พลังงานต่ำลง และได้รับการสรรสร้าง ให้ขับขี่สนุกขึ้นเพื่อมอบสุนทรีย์ให้กับผู้ขับขี่ได้อย่างสมบูรณ์แบบอีกด้วย"

          มร.มาร์ทิน ชูลซ์ รองประธานบริหาร ฝ่ายขายและการตลาด บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า "สำหรับงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ในปีนี้ เมอร์เซเดส-เบนซ์ ได้เตรียมเปิดตัวยนตรกรรมใหม่ 7 รุ่น นำทัพด้วย The new E-Class, The S 500 e และThe C 350 e รถยนต์เทคโนโลยีปลั๊กอินไฮบริดรุ่นประกอบในประเทศ (Local production) และ The new C-Class Coupe ยนตกรรมสไตล์สปอร์ตคูเป้ เจนเนอเรชั่นล่าสุด ซึ่งทั้งสองรุ่นดังกล่าวได้เปิดตัวไปเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา พร้อมด้วย The new GLS, และยนตรกรรมจากแบรนด์ Mercedes-AMG ได้แก่ Mercedes-AMG A 45 และ Mercedes-AMG C 63 S Coupe อีกทั้งยังได้นำ The new Vito concept และยนตรกรรมอีกกว่า 30 รุ่น ครอบคลุมทุกเซ็กเมนต์มาจัดแสดงให้ลูกค้าได้สัมผัสอย่างใกล้ชิด"

          ข้อเสนอพิเศษสำหรับลูกค้า
          นอกเหนือจากขบวนรถยนต์มากมายที่นำมาจัดแสดงในงาน "บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์" เมอร์เซเดส-เบนซ์ยังเตรียมข้อเสนอพิเศษสุดเพื่อเป็นการขอบคุณแก่ลูกค้า ดังนี้
          แคมเปญ MercedesCard
          · สมัครบัตรเครดิตเมอร์เซเดสการ์ดใบใหม่วันนี้ รับ Cash back สูงสุด  5,000 บาท* (ตรวจสอบเงื่อนไข ณ จุดขาย)
          · สำหรับผู้ถือบัตรเมอร์เซเดสการ์ด – เมื่อจองรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ ภายในงาน ผ่านบัตรเมอร์เซเดสการ์ด 200,000 บาทขึ้นไป รับบัตรกำนัลที่พักโรงแรม มูลค่า 10,000 บาท
          ข้อเสนอสุดพิเศษจากเมอร์เซเดส-เบนซ์ ลีสซิ่ง
          · สำหรับผู้ที่สั่งซื้อรถยนต์ภายในงาน บริษัทฯ นำเสนอสินเชื่อภายใต้โปรแกรม mySTAR Special

          The new E-Class
          The new E-Class โมเดลล่าสุดนี้ ถือเป็นเจนเนอเรชั่นที่ 10 ในตระกูล E-Class ได้รับการ ยกย่องให้เป็นที่สุดแห่งยนตรกรรมซีดานอัจฉริยะ ทั้งในเรื่องสมรรถนะเครื่องยนต์ที่ช่วยลด อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันและการปล่อยก๊าซ CO2 ลงได้อย่างดีเยี่ยม ตลอดจนเทคโนโลยีต่างๆ ที่ช่วยให้การขับขี่และโดยสารมีความสะดวกสบายและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น อาทิ ระบบไฟหน้า MULTIBEAM LED แบบความละเอียดสูง รวมถึงระบบ Active Light ที่ควบคุมด้วยระบบไฟฟ้าเป็นครั้งแรกของโลก สำหรับ The new E-Class ในประเทศไทย มีให้เลือกสรร 2 ดีไซน์ คือ The new E 220 d Exclusive และ The new E 220 d AMG Dynamic

          ดีไซน์ภายนอก The new E-Class มีขนาดตัวถังและฐานล้อที่ยาวและกว้างขึ้น ผสานกับ ฝากระโปรงหน้าที่ดูยาว เส้นสายของส่วนหลังคาที่ออกแบบในสไตล์รถคูเป้ ทอดตัวเป็นเส้นโค้งยาวจรดด้านหลังของตัวรถ นอกจากนี้ รูปลักษณ์ด้านหลังของตัวรถได้รับการออกแบบให้ ซุ้มล้อหลังดูกว้างกว่าซุ้มล้อหน้า เพื่อแสดงเอกลักษณ์ของสมาชิกใหม่ในกลุ่มรถซาลูนของ เมอร์เซเดส-เบนซ์ พร้อมติดตั้งโคมไฟท้ายแบบชิ้นเดียวโดยด้านในโคมแบ่งออกเป็นสองส่วน ทำให้มีรูปลักษณ์ที่ดูสง่างามอย่างมีระดับ สำหรับ ดีไซน์ภายใน เบาะที่นั่ง ถือเป็นหนึ่งในจุดเด่นของรถตระกูลนี้ สำหรับรุ่น The new E 220 d AMG Dynamic จะมาพร้อมกับชุดหน้าจอ ความละเอียดสูงขนาด 12.3 นิ้ว จำนวน 2 จอ ซึ่งนับเป็นครั้งแรก ของรถยนต์ในเซ็กเมนต์นี้ ที่มีการติดตั้งจอดังกล่าว นอกจากนี้ ยังเพิ่มสุนทรียภาพในการโดยสารด้วยระบบไฟ สร้างบรรยากาศในห้องโดยสารที่ปรับสีได้ถึง 64 สี=

          The new E-Class มาพร้อมกับเครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบที่พัฒนาขึ้นใหม่ และระบบเกียร์อัตโนมัติชุดใหม่ 9G-TRONIC ที่ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถเปลี่ยนเกียร์ได้อย่างรวดเร็ว ควบคุมแรงเหวี่ยง จากการทำงานของเครื่องยนต์ให้ต่ำลง ช่วยให้สมรรถนะการขับขี่นุ่มนวลและมีประสิทธิภาพ มากขึ้น ประกอบกับโครงสร้างรถที่ได้รับการพัฒนาด้านอากาศพลศาสตร์ และมีน้ำหนักเบาลงส่งผลให้มีอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันต่ำเพียง 25.6 กิโลเมตร/ลิตร*และมีอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพียงแค่ 102 กรัม/กิโลเมตร

           นอกจากนี้เมอร์เซเดส-เบนซ์ยังได้เตรียมขนขบวนสุดยอดยนตรกรรมรวมทั้งสิ้นกว่า 30 คัน ในทุกเซ็กเมนต์ ทั้งที่เป็นเครื่องยนต์เบนซินและเครื่องยนต์ดีเซล และรถนำเข้ารุ่นอื่นๆ อาทิ CLA-Class, GLA-Class, G-Class, GLC-Class, GLE-Class, V-Class, GLE-Class Coupe, E-Class Coupe, S-Class Coupe, CLS-Class, Mercedes-Maybach

          เมอร์เซเดส-เบนซ์ ขอเชิญท่านพบกับขบวนสุดยอดยนตรกรรมรุ่นใหม่ล่าสุด และยนตรกรรมหลากหลายรุ่น ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยียานยนต์เพื่อสิ่งแวดล้อมในงานบางกอก อินเตอร์- เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 37 ระหว่างวันที่ 23 มีนาคม ถึง 3 เมษายน 2559 นี้ ณ ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ อิมแพค เมืองทองธานี

activity on March 18, 2016, 11:12:29 AM
นิสสัน เพิ่มทางเลือกสำหรับผู้ที่แสวงหาสีสันให้ชีวิต แนะนำ จู๊ค คัลเลอร์ สตูดิโอ เสริมทัพสปอร์ตครอสโอเวอร์ พร้อมสื่อสารถึงคนรุ่นใหม่ผ่านโมบายแอพพลิเคชั่น Nissan Innovation









          บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำด้านการสร้างสรรค์นวัตกรรมยานยนต์ที่ตื่นเต้นเร้าใจ "Innovation that excites" เพิ่มทางเลือกสำหรับผู้ที่ชื่นชอบรถยนต์แบบสปอร์ตครอสโอเวอร์ ครั้งแรกที่ลูกค้าสามารถเลือกจับคู่ระหว่างสีภายนอกและสีของอุปกรณ์ตกแต่งภายนอกและภายใน เพื่อบอกสไตล์ที่ใช่ โดยคงราคาเดิมโดยพร้อมจำหน่ายตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป พร้อมลูกเล่นให้ลูกค้าสนุกกับการจับคู่สีที่แสดงความเป็นตัวตนผ่านโมบายแอพพลิเคชัน Nissan Innovation และจัดแสดงสีสันสุดเท่ห์ ของ จู๊ค ในงาน บางกอกมอเตอร์โชว์

          นายประพัฒน์ เชยชม รองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโสการตลาดและขาย บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า นิสสันคำนึงถึงความต้องการของผู้บริโภคในปัจจุบันที่มองหาความหลากหลาย สไตล์ที่ใช่ให้กับตนเอง เพื่อแสดงถึงความโดดเด่น ซึ่งล้วนเป็นกลุ่มลูกค้าที่ชื่นชอบในรถยนต์รุ่นนี้ จึงได้แนะนำ นิสสัน จู๊ค คัลเลอร์ สตูดิโอ (Color Studio) ซึ่ง จู๊ค เป็นรถยนต์แบบสปอร์ตครอสโอเวอร์ที่สะท้อนความเป็นตัวของตัวเองของผู้ขับขี่ได้อย่างดี ด้วยความเท่ห์ล้ำนำสมัย และมีสมรรถนะที่ดีเยี่ยม พร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกและระบบความปลอดภัยที่ครบครัน ซึ่งได้รับความนิยม นับตั้งแต่เปิดตัวในปี 2014 มียอดจำหน่ายสะสมแล้วมากกว่า 13,000 คัน

          นิสสัน จู๊ค คัลเลอร์ สตูดิโอ (Color Studio) โดดเด่นด้วยลูกเล่นที่หลากหลาย ที่ลูกค้าสามารถเลือกจับคู่ระหว่างสีของตัวรถที่มีอยู่ในปัจจุบันทั้ง 6 สี กับสีของชุดตกแต่งภายนอกและภายใน ในสไตล์ของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นสีของอุปกรณ์ภายนอก ประกอบด้วย กระจกมองข้าง กรอบไฟหน้า และ คิ้วกันชนหน้า รวมถึงสีของแผงชุดแต่งภายใน ประกอบด้วย คอนโซลกลาง และ คอนโซลสวิตซ์กระจกไฟฟ้า ซ้าย-ขวา ทั้งนี้ จู๊ค คัลเลอร์ สตูดิโอ มีสีให้เลือกจับคู่กับสีตัวถังภายนอกถึง 3 สี ประกอบด้วย สีส้ม สีเหลือง และ สีเงิน ซึ่งทั้งหมดสามารถบอกความเป็นตัวตนของผู้ขับขี่ได้อย่างไม่ซ้ำใคร โดยทั้งหมดเป็นทางเลือกที่ลูกค้าไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมแต่อย่างใด

          นิสสัน จู๊ค ถือเป็นรถยนต์แบบครอสโอเวอร์คันแรกที่แนะนำสู่ตลาดในประเทศไทย ภายใต้นิยาม Unique Sport Crossover จากการผสานความแตกต่างของดีไซน์และเทคโนโลยีที่ลงตัว ทำให้ จู๊คมีคาแรคเตอร์ที่ไม่เหมือนใคร

          สำหรับ ขุมพลังในนิสสันจู๊ค เป็นเครื่องยนต์เบนซินแบบ 4 สูบในรหัส HR16 พร้อมเทคโนโลยีหัวฉีดคู่ (Dual Injector System) ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในด้านความประหยัดน้ำมัน ให้กำลังแรงสูงสุด 116 แรงม้า

          นายประพัฒน์กล่าวเสริม ถึงแผนการสื่อสารทางการตลาดของ นิสสัน จู๊ค คัลเลอร์ สตูดิโอ (Color Studio) ว่าจะสื่อสารถึงคนรุ่นใหม่ผ่านสื่อต่างๆ ทุกรูปแบบรวมถึงสื่อแบบสังคมออนไลน์ ภายใต้คอนเซ็ปต์ "Remix Your Life by JUKE Color Studio" เติมสีสันให้ชีวิต...เลือกสไตล์ที่ใช่! กับ จู๊ค คัลเลอร์สตูดิโอ" ผ่าน แอพพลิเคชัน "Nissan Innovation" ที่สามารถดาวน์โหลด ได้ทั้งระบบ iOS และ Android และร่วมกิจกรรมได้ผ่าน 3 ขั้นตอนได้แก่
          1. ออกแบบและตกแต่งสีรถนิสสันจู๊คทั้งภายนอกและภายใน เพื่อเลือกคันที่เป็นตัวคุณ
          2. ดาวโหลดรูปภาพที่ตกแต่งแล้ว พร้อมทั้งแชร์ภาพที่ใช่สไตล์คุณให้เพื่อนในสังคมออนไลน์
          3. ลงทะเบียนทดลองขับผ่านช่องทางโมบายแอพพลิเคชั่น "Nissan Innovation" เพียงทดลองขับรับบัตรชมภาพยนตร์มูลค่า 400 บาท ทันทีและ รับส่วนลดพิเศษ 5,000 บาท เมื่อจองและออกรถนิสสัน จู๊ค คัลเลอร์สตูดิโอ ภายใน 31 พฤษภาคม 2559*

          นิสสันจู๊ค คัลเลอร์ สตูดิโอ มีเฉพาะในรุ่น 1.6V โดยมีราคาเริ่มต้นที่ 922,000 บาท สำหรับผู้สนใจรถยนต์นิสสัน "จู๊ค คัลเลอร์ สตูดิโอ (Color Studio)" รวมถึงข้อเสนอพิเศษที่นิสสันจัด ทางนิสสันได้เตรียมแคมเปญข้อเสนอที่หลากหลาย ตอบสนองทุกความต้องการของลูกค้า อาทิ ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี พร้อมเลือกรับข้อเสนอพิเศษ* (1) อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 0% หรือ (2) "Nissan Easy Pay" ผ่อนเริ่มต้นเพียง 6,767 บาท หรือ (3) ฟรี ค่าบำรุงรักษา 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร ทั้งนี้ยังเพิ่มความสบายใจให้กับลูกค้านิสสัน ด้วยเครือข่ายโชว์รูมและศูนย์บริการ ที่ได้มาตรฐานพร้อมช่างผู้ชำนาญกว่า 213 แห่ง ครอบคลุม 77 จังหวัด ทั่วประเทศ สำหรับผู้ที่สนใจรถยนต์นิสสัน จู๊ค คัลเลอร์ สตูดิโอ พร้อมข้อเสนอพิเศษ สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ผู้จำหน่ายรถยนต์นิสสันทั่วประเทศ หรือที่ Call Center หมายเลข 02-401-9600 หรือที่ www.nissan.co.th

          หมายเหตุ * ข้อเสนอเฉพาะรุ่น มีข้อกำหนดและเงื่อนไข
« Last Edit: March 18, 2016, 11:14:26 AM by activity »

activity on March 18, 2016, 11:12:51 AM
ฟอร์ดเปิดตัว ฟอร์ด เฟียสต้า รุ่นพิเศษ แบล็ก ลิมิเต็ด โดดเด่นด้วยดีไซน์สปอร์ต พร้อมรองรับน้ำมัน E85



          ฟอร์ด ประเทศไทย เปิดตัวรถฟอร์ด เฟียสต้า รุ่นพิเศษ แบล็ก ลิมิเต็ด ภายในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 37 ณ อาคารชาเลนเจอร์ อิมแพค เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 23 มีนาคม – 3 เมษายน 2559 พร้อมปรับเครื่องยนต์เพื่อรองรับน้ำมัน E85 สำหรับฟอร์ด เฟียสต้า รุ่นปี2016

          ฟอร์ด เฟียสต้า รุ่น แบล็ก ลิมิเต็ด ได้รับการแต่งแบบสีทูโทนดำแดง โดดเด่นด้วยอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษ ชุดกระจังหน้าสปอร์ตขอบสีแดง 2 ชิ้น ล้ออัลลอยพ่นดำ กระจกมองข้างสีแดง กรอบไฟตัดหมอกแบบสปอร์ต ชุดสติ๊กเกอร์หลังคาแบบสปอร์ต สติ๊กเกอร์ประตูท้ายแบบสปอร์ต เน้นความสปอร์ตไม่ซ้ำใคร

          นอกจากนี้ ฟอร์ดได้เน้นย้ำความมุ่งมั่นในการผลิตรถยนต์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยได้ทำการปรับเครื่องยนต์ของ ฟอร์ด เฟียสต้า รุ่นปี 2016 ให้สามารถรองรับน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E85 เพื่อเพิ่มทางเลือกให้ผู้บริโภคที่ต้องการใช้พลังงานทดแทนที่มีราคาประหยัดและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

ขุมพลังประหยัดน้ำมัน ขับสนุก
          ฟอร์ด เฟียสต้า รุ่นปี 2016 มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินแบบ 4 สูบ ขนาด 1.5 ลิตร พร้อมระบบวาล์วแปรผันแคมชาฟท์แบบอิสระคู่ (Ti-VCT) สามารถรองรับการใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์ E85 ให้กำลังสูงสุด 112 แรงม้า และแรงบิด140 นิวตัน-เมตร ทำงานร่วมกับระบบเกียร์อัตโนมัติ แบบ 6 สปีด ที่รวมคุณลักษณะของเกียร์อัตโนมัติและเกียร์ธรรมดาเข้าด้วยกัน พร้อมโหมดเปลี่ยนเกียร์แบบธรรมดา มอบความประหยัดน้ำมันและความสนุกสนานในการขับขี่
          ฟอร์ด เฟียสต้ายังมาพร้อม ระบบพวงมาลัยพาวเวอร์ไฟฟ้า (Electric Power Assisted Steering – EPAS) ที่ช่วยมอบประสบการณ์การควบคุมรถที่ง่ายและแม่นยำยิ่งขึ้น ระบบจะปรับให้พวงมาลัยมีน้ำหนักเบาในขณะขับขี่ที่ความเร็วต่ำ เช่น กรณีเข้าช่องจอด ก่อนจะปรับมาเน้นความแม่นยำเมื่อขับขี่ที่ความเร็วสูง

ภายนอกดีไซน์สปอร์ต ภายในทันสมัยสะดวกสบาย
          ฟอร์ด เฟียสต้า ได้รับการออกแบบให้เน้นความสปอร์ตด้วยเส้นสายโฉบเฉี่ยวรอบคัน ช่วงล่างได้รับการปรับจูนให้เป็นรถที่ขับสนุกและเกาะถนนได้ดีเยี่ยม ตัวถังใช้เหล็กที่มีความแข็งแรงสูงและเหล็กที่มีความแข็งแรงสูงพิเศษแต่มีน้ำหนักเบา
          ภายในได้รับการตกแต่งด้วยวัสดุคุณภาพสูง เบาะนั่งคนขับและผู้โดยสารเน้นความสะดวกสบาย เพรียบพร้อมด้วยเทคโนโลยีเพื่อการเชื่อมต่อสื่อสาร ระบบสั่งงานด้วยเสียง ซิงค์ (SYNC) ช่วยให้การสั่งการอุปกรณ์เพื่อความบันเทิง การใช้งานโทรศัพท์ และอุปกรณ์พกพาต่างๆ ภายในรถยนต์สะดวกสบายและปลอดภัยยิ่งขึ้น โดยไม่ต้องละมือจากพวงมาลัย

เทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัยในการขับขี่
ฟอร์ด เฟียสต้า เพรียบพร้อมด้วยเทคโนโลยีช่วยเหลือผู้ขับขี่มากมาย ได้แก่
          · ระบบป้องกันล้อล็อก (Anti-Brake System หรือ ABS) ช่วยป้องกันการล็อคล้อรถยนต์จากการเบรกกะทันหันและยังช่วยหยุดรถได้เร็วกว่าเมื่อขับขี่บนพื้นผิวถนนลื่น
          · ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว (Electric Stability Program หรือ ESP) ที่ทำงานประสานกับระบบควบคุมการเกาะถนน ช่วยให้การขับขี่ปลอดภัยยิ่งขึ้นแม้ขับขี่บนถนนลื่น
          · ระบบช่วยออกตัวขณะจอดบนทางลาดชัน (Hill Launch Assist) ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถออกตัวขณะจอดบนทางลาดชันได้อย่างมั่นใจ โดยระบบจะช่วยหยุดรถได้นานสูงสุด 3 วินาที เพื่อป้องกันไม่ให้รถไหลขณะผู้ขับขี่เปลี่ยนเท้าจากเบรกมายังคันเร่ง
          · สัญญาณเตือนระยะถอยหลัง (Rear Park Assist) ใช้อุปกรณ์เซ็นเซอร์ตรวจจับสิ่งกีดขวาง พร้อมสั่งสัญญาณเสียงเตือนเมื่อรถเข้าใกล้สิ่งกีดขวางที่ความเร็วต่ำ เช่น ขณะจอดรถ
          · ถุงลมนิรภัยคู่หน้า (Front Dual Airbags) เพื่อการปกป้องผู้ขับขี่และผู้โดยสารตอนหน้ากรณีเกิดการชน

          นอกจากนี้ ยังมีเทคโนโลยีอัจฉริยะอื่นๆ เพื่ออำนวยความสะดวกสบาย อาทิ ระบบเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ ระบบปัดน้ำฝนอัตโนมัติ ปุ่มสตาร์ทรถอัตโนมัติ และกุญแจรีโมทอัจฉริยะ

          ฟอร์ด เฟียสต้า รุ่นปี 2016 ให้เลือกทั้งหมด 5 สี ได้แก่ สีเงิน อิงกอท ซิลเวอร์ (Ingot Silver) สีขาว โฟรเซ่น ไวท์(Frozen White) สีดำ แชโดว์ แบล็ก (Shadow Black) พร้อมสีใหม่ สีน้ำเงิน วินนิ่ง บลู (Winning Blue) และสีแดง แคนดี้ เรด (Candy Red)

          โดดเด่นกว่าใครด้วยฟอร์ด เฟียสต้า รุ่นพิเศษ แบล็ก ลิมิเต็ด ในสีทูโทนดำแดง ตกแต่งพิเศษด้วยชุดกระจังหน้าสปอร์ตขอบสีแดง 2 ชิ้น ล้ออัลลอยพ่นดำ กระจกมองข้างสีแดง กรอบไฟตัดหมอกแบบสปอร์ต ชุดสติ๊กเกอร์หลังคาแบบสปอร์ต และสติ๊กเกอร์ประตูท้ายแบบสปอร์ต

รายละเอียดราคาฟอร์ด เฟียสต้า รุ่นปี 2016
          รุ่น 5 ประตู 1.5L Trend AT ราคา 644,000 บาท
          รุ่น 5 ประตู 1.5L Sport AT ราคา 699,000 บาท (จากราคาเดิม 709,000 บาท)
          รุ่น 5 ประตู 1.5L Sport AT แบล็ก ลิมิเต็ด ราคา 719,000 บาท

          ผู้ที่สนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ฟอร์ด ประเทศไทย www.ford.co.th

activity on March 18, 2016, 11:13:10 AM
Ford Introduces Black Limited Edition and E85 Fuel Compatible Models of Fiesta



          Ford Thailand announced it will unveil updates to its Fiesta offering, with E85 fuel compatible engines and a Black Limited edition, at the 37th Bangkok International Motor Show. The Show takes place at Impact Challenger, Muang Thong Thani from March 23 through April 3, 2016

          The Black Limited edition of the stylish Fiesta comes in a sporty two-tone black and red, featuring red-edged grilles, black-painted alloy wheels, red side mirror covers, sporty fog lamp frames and sticker sets for roof and lift gate.

          Additionally, Ford continues its commitment to delivering eco-friendly vehicles by improving the 2016 Fiesta's engine with gasohol E85 compatibility, providing more options for consumers who wish to use renewable and environmentally friendly energy at a lower price.

          Fun and fuel efficient
          The 2016 Ford Fiesta is equipped with a 1.5-litre four-cylinder petrol engine, twin independent variable camshaft timing (Ti-VCT) as well as E85 flex fuel capability, and generates 112 horsepower and 140 Nm of torque. The Fiesta also features six-speed automatic transmission with manual mode, delivering significantly improved fuel efficiency.
          Additionally, the driving experience of the Fiesta is enhanced by an electric power-assisted steering (EPAS) system, which provides precise steering with a natural and confident feel. With EPAS, steering is light and manageable for low-speed maneuvering, such as parking and precise at higher speeds.

          Sporty exterior and stylish interior design
          The Ford Fiesta boasts sharp, sporty lines all along its exterior and a suspension system tuned to achieve a joyful driving experience with excellent grip and cornering. The vehicle's body is made out of high-strength, lightweight steel.
          The interior is furnished with high quality materials and comfortable front and rear seats, as well as cutting-edge technology to help drivers stay connected and in control. This includes SYNC, which provides greater convenience and safety by allowing drivers to use voice commands to control in-car communications and entertainment systems.

          The smartest technologies
          Apart from its premium and sporty design, the Ford Fiesta also comes with full array of smart features including:
          - Anti-Brake System (ABS) helps drivers retain steering control by preventing wheels from locking up during an episode of heavy braking
          - Electric Stability Program (ESP) helps to keep the vehicle under control even in adverse condition
          - Hill Launch Assist helps drivers make a perfect hill start whether it is uphill or downhill, by holding the vehicle for up to three seconds
          - Rear Park Assist uses sensors to detect obstacles and provide audible warnings when the vehicle approaches obstructions at low speeds such as when parking
          - Front Dual Airbags helps protects front occupants in a side-impact crash

          Additionally, other smart technologies include Automatic Headlights, Automatic Windscreen Wipers, Ford Power Start and Smart Keyless Entry.
          The Fiesta is available in a variety of striking colors, including Ingot Silver, Frozen White, and Shadow Black, as well as the new additions of Winning Blue and Candy Red. The Black Limited model of the stylish Fiesta is available in two-tone black and red.
          Retail pricing for the full lineup of 2016 Ford Fiesta variants:
          5DR 1.5L Trend AT THB 644,000
          5DR 1.5L Sport AT THB 699,000 (from 709,000)
          5DR 1.5L Sport AT Black Limited THB 719,000

          For more information, please visit the Ford Thailand website at www.ford.co.th.

activity on March 18, 2016, 11:15:28 AM
ภาพข่าว: มิสมอเตอร์โชว์ 2016



          ดร. ปราจิน เอี่ยมลำเนา (คนกลาง) ในฐานะประธานจัดงาน "บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 37" พร้อมด้วยคุณจาตุรนต์ โกมลมิศร์ (ที่ 2 จากขวา) รองประธานจัดงานฯ ร่วมให้เกียรติมอบรางวัลกับ นางสาวลพัฎร์ฐิดา คงกระพันธ์ (มิ้นท) ผู้ชนะการประกวด"มิสมอเตอร์โชว์ 2016" พร้อมร่วมแสดงความยินดี ณ ห้องรอยัล จูบิลี่ ฮอล์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2559
 

activity on March 18, 2016, 11:15:49 AM
“มิ้นท์” สาวงามจากรั้ว “ลูกแม่โดม” คว้ามงกุฎ Miss Motor Show 2016









          "มิ้นท์" ลพัฎร์ฐิดา คงกระพันธ์ สาวงามจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ คว้าตำแหน่ง "มิสมอเตอร์โชว์ 2016" มาครองได้สำเร็จ หลังเอาชนะใจกรรมการได้อย่างขาดลอย พร้อมรับมงกุฎเกียรติยศ, สายสะพาย, รถยนต์ฟอร์ด เฟียสต้า และรางวัลเงินสด 1 แสนบาท โดยมี ดร. ปราจิน เอี่ยมลำเนา ประธานจัดงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 37 พร้อมด้วยคุณจาตุรนต์ โกมลมิศร์ รองประธานจัดงานฯ ให้เกียรติมอบรางวัล ณ ห้องรอยัล จูบิลี่ ฮอล์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี

          "มิสมอเตอร์โชว์ 2016" จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 21 โดยมีสาวงามจากรั้วสถาบันศึกษาสมัครเข้าร่วมประกวดมากกว่า 100 คน พร้อมประชันความงามและวัดดีกรีความสามารถกันแบบตัวต่อตัว ซึ่งทั้งหมดผ่านการเก็บตัวและประกวดในรอบคัดเลือกจนเหลือ 20 คนสุดท้าย เพื่อเข้าสู่การตัดสินในรอบสุดท้ายภายในค่ำคืนนี้

          สำหรับการประกวดในรอบตัดสิน ได้รับเกียรติจากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ คณะสื่อมวลชน และท่านผู้มีเกียรติเข้าร่วมเป็นสักขีพยานเป็นจำนวนมาก โดยสาวงามทั้ง 20 คน ปรากฏกายบนเวทีด้วยชุดกางเกงขาสั้นแบบร่วมสมัย เข้ากับบรรยากาศแห่งการท้าสายลมร้อน สร้างความประทับให้กับเหล่าคณะกรรมการเป็นอย่างมาก จากนั้นจึงเป็นการร่วมลงคะแนน เพื่อคัดเลือกให้เหลือสาวงาม 10 คนสุดท้าย เข้าสู่การประกวดในรอบต่อไป

          โดยในรอบ 10 คนสุดท้าย การประกวดทวีความเข้มข้นมากยิ่งขึ้น เพราะผู้เข้าประกวดมีความงามและดีกรีความสามารถที่สูสีกันมาก ก่อนที่ผลคะแนนในการตัดสินปีนี้จะเทใจให้กับสาวงามในหมายเลข 18 น.ส. ลพัฎร์ฐิดา คงกระพันธ์ หรือ "มิ้นท์" จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นผู้คว้าตำแหน่ง "มิสมอเตอร์โชว์ 2016" มาครองได้เป็นผลสำเร็จ

          สำหรับในพิธีมอบรางวัลได้รับเกียรติจาก ดร. ปราจิน เอี่ยมลำเนา พร้อมด้วยคุณจาตุรนต์ โกมลมิศร์ ให้เกียรติขึ้นมอบมงกุฎเกียรติยศ, ถ้วยประจำตำแหน่ง, สายสะพาย, รถยนต์ฟอร์ด เฟียสต้า พร้อมเงินรางวัล 100,000 บาท ให้กับ น.ส. ลพัฎร์ฐิดา คงกระพันธ์ หมายเลข 18 ผู้ชนะเลิศการประกวดในปีนี้

          สำหรับตำแหน่งรองอันดับ 1 คือ น.ส.ธนัชชา จันทร์งาม หรือ "แทน" ผู้เข้าประกวดหมายเลข 19 ได้รับถ้วยประจำตำแหน่ง, สายสะพาย, จักรยานยนต์ยามาฮ่า และเงินรางวัล 70,000 บาท

          ตำแหน่งรองอันดับ 3 น.ส. กานต์รวี ศรีตระพันธ์ หรือ "เมย์" หมายเลข 13 รับถ้วยประจำตำแหน่ง, สายสะพาย พร้อมเงินรางวัล 60,000 บาท

          รองอันดับ 3 น.ส.วิสุตาภัทร อุบลรัศมี หรือ "จิ๊กซอล์" หมายเลข 17 รับถ้วยประจำตำแหน่ง, สายสะพาย และเงินรางวัล 40,000 บาท

          และรองอันดับ 4 น.ส.พัดชาพลอย เรือนดาหลวง หรือ "พัดชา" หมายเลข 8 รับถ้วยประจำตำแหน่ง, สายสะพาย และเงินรางวัล 30,000 บาท

          สำหรับตำแหน่ง "Miss Congeniality 2015" ตกเป็นของ น.ส.กรกนก วิมลสุขนพรัตน์ หรือ "แนน" หมายเลข 9 รับถ้วยประจำตำแหน่ง พร้อมสายสะพาย และเงินรางวัล 20,000 บาท

          โดยผู้ได้รับตำแหน่ง "มิสมอเตอร์โชว์ 2016" จะต้องปฏิบัติหน้าที่ในฐานะเป็นผู้แทนสำหรับการประชาสัมพันธ์ให้กับงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ รวมถึงบริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) เป็นระยะเวลา 1 ปี สามารถติดตามผลงานของ "มิ้นท์" ลพัฎร์ฐิดา คงกระพันธ์ มิสมอเตอร์โชว์คนล่าสุด พร้อมเพื่อนๆ ได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

          ติดตามรายละเอียดพร้อมรูปภาพเพิ่มเติมได้ที่ www.missmotorshowthailand.com

activity on March 18, 2016, 11:17:56 AM
เอ็มจี เปิดตัว NEW MG GS สู่มาตรฐานใหม่ของรถสปอร์ตเอสยูวี

          โดดเด่นด้วยดีไซน์สไตล์สปอร์ตพรีเมี่ยม เฉียบคมทุกรายละเอียด
          อีกขั้นของความแรงด้วยเครื่องยนต์เบนซิน TURBO ขนาด 2.0 ลิตร แรงสุด 218 แรงม้า
          มั่นใจในทุกการขับขี่ด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยเต็มพิกัดกับ Synchronized Protection System 13 ระบบความปลอดภัยที่ทำงานประสานเป็นหนึ่งเดียว
          inkaNet (อินคาเน็ต) เทคโนโลยีอัจฉริยะที่เชื่อมต่อการสื่อสารระหว่างผู้ขับกับรถผ่านเครือข่ายโทรศัพท์ไร้สาย เพิ่มฟังก์ชั่นใหม่ โทรออก-รับสาย และรับ-ส่งข้อความผ่านหน้าจอวิทยุแม้ไม่มีโทรศัพท์มือถืออยู่บนรถ





          บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์-ซีพี จำกัด และบริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดตัวNEW MG GS รถสปอร์ตเอสยูวีรุ่นใหม่ ตอบสนองกลุ่มลูกค้าที่ต้องการรถอเนกประสงค์แนวสปอร์ตที่เหนือกว่าในทุกมิติ โดดเด่น ลงตัวทุกมุมมองด้วยดีไซน์อันทันสมัยผสานกันอย่างลงตัว เร้าอารมณ์ทุกการขับขี่ด้วยสมรรถนะอันเหนือชั้นของเครื่องยนต์เบนซิน เทอร์โบ 2.0ลิตร 218 แรงม้า เพียบพร้อมด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวกและระบบความปลอดภัยเต็มพิกัด พร้อมให้คุณมั่นใจและสะท้อนตัวตนในแบบที่ไม่ตามใคร

          NEW MG GS ได้รับการพัฒนาภายใต้แนวคิด บริท ไดนามิค (Brit Dynamic) เช่นเดียวกับรถเอ็มจีทุกรุ่น ที่โดดเด่นทั้งในด้านการออกแบบ สมรรถนะ การควบคุม และความปลอดภัย ซึ่งเหนือกว่ารถยนต์รุ่นอื่นๆ ในเซกเมนต์ดียวกัน

          การออกแบบของ NEW MG GS สะกดทุกสายตาถ่ายทอดผ่าน DNA มาจากศูนย์ออกแบบรถยนต์ ยูเค เทคนิคคอล เซนเตอร์ (UK Technical Centre) ณ เมืองเบอร์มิงแฮม ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากโคมไปใน ยูเค พาวิลเลี่ยน เวิลด์ เอ็กซ์โป(UK Pavilion World Expo) ประเทศอังกฤษ ด้วยดีไซน์ที่โฉบเฉี่ยวทุกมุมมองสะท้อนเอกลักษณ์แบบไม่ตามใคร (Follow No Others) กับคอนเซปต์การออกแบบ Diamond Flow Designเพื่อเน้นความสปอร์ตและปราดเปรียว กระจังหน้าทรงเรียวเชื่อมต่อกรอบไฟ บนฝากระโปรงมีเส้นสันคมที่เน้นย้ำโลโก้MG ให้โดดเด่นยิ่งขึ้น ล้ำสมัยด้วยกรอบไฟตัดหมอกทรงเหลี่ยมสอดรับกับแผงกันกระแทกรอบคันที่ช่วยเพิ่มความบึกบึน สะกดทุกสายตาพร้อมเสริมบุคลิกด้วยปลายท่อไอเสียทรง 4 เหลี่ยม

          NEW MG GS มาพร้อมกับกรอบไฟหน้าโปรเจคเตอร์ เฮชไอดี ไฟส่องสว่างขณะขับขี่ในเวลากลางวัน (Daytime Running Lights) กระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยว ไฟท้ายแอลอีดีให้ความสว่างชัดเจนในทุกระยะการขับขี่พร้อมไฟเบรกดวงที่สามที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยอีกระดับ และซันรูฟแบบปรับไฟฟ้าที่ช่วยเพิ่มสุนทรียภาพในการขับขี่และการเดินทาง NEW MG GS ยังมาพร้อมระบบไฟหน้าเปิด-ปิดอัตโนมัติ ระบบปัดน้ำฝนอัตโนมัติ ระบบหัวฉีดน้ำล้างไฟหน้า ระบบปรับระดับไฟหน้าสูง-ต่ำอัตโนมัติ ไฟตัดหมอกหน้าและหลัง รวมถึงราวหลังคา ขณะที่ล้ออัลลอยดีไซน์สปอร์ตสีทูโทนมีขนาด 18 นิ้วเติมเต็มความเฉียบคมของรูปลักษณ์ภายนอกได้อย่างสมบูรณ์แบบ

          การออกแบบและตกแต่งภายในห้องโดยสารดีไซน์สปอร์ต ทันสมัย ตกแต่งด้วยวัสดุหนังระดับพรีเมียมสีดำสะท้อนภาพลักษณ์แห่งความสปอร์ตดุดัน ดีไซน์เน้นเหลี่ยมคมแบบโมเดิร์นสลับกับเส้นสายโค้งมนให้ความนุ่มนวลกลมกลืนรอบคัน เบาะที่นั่งด้านหลังสามารถปรับพับได้แบบแยกส่วนแบบ 60:40 เพื่อเพิ่มพื้นที่จัดเก็บสัมภาระด้านท้าย พร้อมจัดเต็มฟังก์ชั่นเพื่อความสะดวกสบายของผู้โดยสารสูงสุด เบาะที่นั่งผู้ขับขี่และเบาะผู้โดยสารด้านหน้าปรับไฟฟ้า พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่น พร้อมระบบความคุมความเร็วอัตโนมัติ หรือครูส คอนโทรล (Cruise Control) สะดวกสบายยิ่งขึ้นด้วยกุญแจอัจฉริยะ การสตาร์ทรถแบบ Push Start ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ และกระจกมองหลังปรับแสงอัตโนมัติ

          อีกหนึ่งความโดดเด่นของ NEW MG GS คือเทคโนโลยีการสื่อสารอัจฉริยะ inkaNet (อินคาเน็ต) อัดแน่นไปด้วย 12 ฟังก์ชั่น ประกอบด้วย การโทรออก-รับสาย การรับ-ส่งข้อความ หรือแม้กระทั่งการแชร์สัญญาณอินเทอร์เน็ตไร้สายผ่านหน้าจอวิทยุ ตลอดจนระบบการนำทางรถยนต์ ระบบขอบเขตอิเล็กทรอนิกส์ การตรวจสอบสถานะของรถยนต์ การแจ้งอัตราสิ้นเปลืองน้ำมัน พร้อมการวางแผนการเดินทาง การควบคุมการทำงานของรถยนต์ การตรวจวิเคราะห์รถยนต์ การเตือนความผิดปกติของรถยนต์ และระบบเลขาฯส่วนตัว ระบบนำทางเนวิเกชั่นแสดงผลผ่านหน้าจอทัชสกรีนขนาด 8 นิ้ว และระบบเครื่องเสียงตอบสนองความบันเทิงผ่านลำโพง 8 ตัว รองรับมัลติมีเดียและการเชื่อมต่อไร้สายผ่านบลูทูธ พร้อมยูเอสบี (USB) และเอยูเอ็กซ์ (AUX) นอกจากนี้ ยังมั่นใจยิ่งขึ้นด้วยกล้องมองหลังและเซ็นเซอร์ถอยหลัง

          เร้าใจไปกับสมรรถนะที่พร้อมตอบสนองทุกการขับขี่ด้วยเครื่องยนต์เบนซิน เทอร์โบ 2.0 ลิตร 4 สูบ 16 วาล์ว ไดเรคอินเจคชั่น พละกำลังสูงสุด 218 แรงม้าที่ 5,300 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 350 นิวตันเมตรที่ 2,500 – 4,000 รอบต่อนาที พร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้ออัตโนมัติ (AWD) ส่งกำลังด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติ TST – Twin Clutch Sportronic Transmission แบบ 6 สปีด อัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ภายใน 8.2 วินาที สามารถรองรับเชื้อเพลิง E85

          ระบบกันสะเทือนของ NEW MG GS ช่วงล่างด้านหน้าเป็นแบบอิสระแม็คเฟอร์สันสตรัทพร้อมเหล็กกันโคลง ด้านหลังแบบอิสระมัลติลิงค์พร้อมเหล็กกันโคลง โครงสร้างตัวถังนิรภัย แข็งแกร่งด้วยเทคโนโลยี FSF - Full Space Frame ป้องกันผู้ขับขี่และผู้โดยสารทุกที่นั่งด้วยถุงลมคู่หน้าและด้านข้างให้ความอุ่นใจในทุกเส้นทาง

          ปกป้องทุกการขับขี่กับมารตฐานความปลอดภัยที่ไม่เป็นรองใคร ด้วยระบบ SYNCHRONIZED PROTECTION SYSTEM 13 ระบบความปลอดภัยที่ทำงานประสานเป็นหนึ่งเดียวทั้งระบบ ตั้งแต่การป้องกันล้อล็อกขณะเบรกฉุกเฉิน (ABS - Anti-lock Braking System) พร้อมระบบช่วยกระจายแรงเบรก (EBD - Electronic Brake Force Distribution) ระบบป้องกันล้อหมุนฟรีและควบคุมการลื่นไถล (TCS - Traction Control System) ระบบควบคุมการเบรกขณะเข้าโค้ง (CBC – Curve Brake Control) ระบบควบคุมการทรงตัว (SCS – Stability Control System) ระบบป้องกันการไหลของรถโดยไม่ต้องเหยียบเบรกค้าง (AVH – Auto Vehicle Hold) ระบบทำความสะอาดจานเบรกอัจฉริยะ (BDC - Intelligent Brake Disc Cleaning) ระบบเพิ่มแรงดันไฮดรอลิคเบรกให้เหมาะสม (OHBV – Optimized Hydraulic Brake Servo) ระบบป้องกันการลื่นไถล เมื่อเกียร์ลดต่ำอย่างฉับพลัน (MSR – Motor Control Slide Retainer) ระบบเสริมแรงเบรกด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (EBA – Electronic Brake Assist System) ตลอดจนระบบช่วยการออกตัวบนทางลาดชัน (HAS – Hill-Start Assist) ระบบตรวจสอบความผิดปกติของลมยาง (TPMS – Tire Pressure Monitor System) และระบบเบรกมือไฟฟ้า (EPB – Electronic Parking Brake)

          มร. หวู่ ฮวน กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์-ซีพี จำกัด เปิดเผยว่า "ตลาดรถเอสยูวี เป็นอีกหนึ่งตลาดที่มีการแข่งขันสูง แต่ยังคงมีปริมาณความต้องการที่มากอยู่เช่นกัน โดยการเปิดตัว NEW MG GS ที่มีจุดเด่นตามแนวคิด บริท ไดนามิก (Brit Dynamic) ที่โดดเด่นทั้งในด้านการออกแบบ สมรรถนะ การควบคุม และความปลอดภัย จึงทำให้มั่นใจว่า NEW MG GS สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าในกลุ่มนี้ได้อย่างแน่นอน ด้วยรูปลักษณ์ที่โฉบเฉี่ยว แรงสุดด้วยเครื่องยนต์เบนซิน เทอร์โบ 2.0 ลิตร 218 แรงม้า ขนาดห้องโดยสารที่กว้างขวางกว่า พร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัยที่จัดมาให้แบบเต็มกัด รวมไปถึงนวัตกรรมระบบสื่อสาร inkaNet จึงเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่า NEW MG GS จะสามารถตอบสนองทุกไลฟ์สไตล์ และผู้ที่ต้องการค้นหาความท้าทายใหม่ๆ เพื่อก้าวสู่ความเป็นผู้นำ"

NEW MG GS มีให้เลือก 2 รุ่น คือ 2.0T D 2WD ราคา 1,210,000 บาท และ 2.0T X AWD ราคา 1,310,000 บาท
          ทั้งนี้ NEW MG GS มีสีให้เลือกทั้งแบบทูโทนและสีมาตรฐาน ทั้งหมด 5 สี ได้แก่ สีส้ม เบิร์นออเร้นท์พร้อมหลังคาสีดำ สีขาว อาร์คติคไวท์พร้อมหลังคาสีดำ สีดำ พิชแบล็ค สีน้ำตาล มอคค่าบราวน์ และสีเงิน แพลทตินั่มซิลเวอร์ ทั้งหมดนี้ คือ NEW MG GS สุดยอดยนตรกรรมที่เพียบพร้อมและโดดเด่นในด้านดีไซน์ แรงเร้าใจด้วยเครื่องยนต์ เทอร์โบ 2.0 ลิตร 218 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 350 นิวตันเมตร กว้างขวางเหนือระดับ และครบทุกฟังก์ชั่นความปลอดภัย พร้อม inkaNet เทคโนโลยีการสื่อสารอัจฉริยะ มาตรฐานใหม่ที่เหนือระดับที่สะท้อนตัวตนในแบบที่ไม่ตามใคร Follow no others

          พร้อมกันนี้ ลูกค้าที่ซื้อรถยนต์ NEW MG GS ยังจะได้รับความอุ่นใจกับการรับประกันคุณภาพนาน 4 ปี หรือ 120,000 กิโลเมตร บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน (Roadside Assistance) และศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ (MG Call Centre) ตลอด 24 ชั่วโมง รวมไปถึงบริการเช็คระยะนอกสถานที่ (Mobile Services) เมื่อมีการโทรแจ้งนัดหมายล่วงหน้าอีกด้วย พิเศษสำหรับลูกค้า NEW MG GS ทุกท่านจะได้รับสิทธิพิเศษสามารถเชื่อมต่อระบบ inkaNet ผ่านเครือข่ายโทรศัพท์มือถือฟรีนาน 5 ปี

          ผู้ที่สนใจสามารถชมและจองรถยนต์ NEW MG GS ได้ที่โชว์รูม เอ็มจี ทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 23 มีนาคมนี้ หรือ พบกันที่บูธ A15 ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 37 ระหว่างวันที่ 23 มีนาคมถึง 3 เมษายนนี้ ณ อาคารชาเลนเจอร์ฮอลล์ 1-3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี