FB on November 04, 2014, 07:34:49 AM
ตัวอย่างแรกจาก Thor: Ragnarok ศึกอวสานเทพเจ้า (Official ซับไทย HD)
<a href="http://www.youtube.com/watch?v=krLdz3eBzQE" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=krLdz3eBzQE</a>1

ตัวอย่างที่ 2 Marvel's Thor: Ragnarok ศึกอวสานเทพเจ้า (Official ซับไทย HD)
<a href="http://www.youtube.com/watch?v=iO9LvRgYFvo" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=iO9LvRgYFvo</a>

"Thor: Ragnarok" Official Trailer
<a href="http://www.youtube.com/watch?v=ue80QwXMRHg" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=ue80QwXMRHg</a>

Marvel's Thor: Ragnarok ศึกอวสานเทพเจ้า [Revengers] OFFICIAL ซับไทย HD
<a href="http://www.youtube.com/watch?v=Uth9VlD1wNA" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=Uth9VlD1wNA</a>

Marvel's Thor: Ragnarok ศึกอวสานเทพเจ้า คลิปเบื้องหลังถ่ายทำ (ซับไทย)
<a href="http://www.youtube.com/watch?v=BdBbGM2sy9k" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=BdBbGM2sy9k</a>

Marvel's Thor: Ragnarok ศึกอวสานเทพเจ้า [Surprise] OFFICIAL ซับไทย HD
<a href="http://www.youtube.com/watch?v=QXxOl-DvX7I" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=QXxOl-DvX7I</a>

Marvel's Thor: Ragnarok ศึกอวสานเทพเจ้า คลิปเบื้องหลัง "เฮล่า เทวีแห่งความตาย" (ซับไทย)
<a href="http://www.youtube.com/watch?v=2_6sikVtQzE" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=2_6sikVtQzE</a>

Marvel's Thor: Ragnarok ศึกอวสานเทพเจ้า บทสัมภาษณ์พิเศษดารานำและผู้กำกับ
<a href="http://www.youtube.com/watch?v=L1HtcuDTjd8" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=L1HtcuDTjd8</a>

Marvel's Thor: Ragnarok ศึกอวสานเทพเจ้า บทสัมภาษณ์พิเศษ มาร์ค รัฟฟาโล่ ดารานำแสดง
<a href="http://www.youtube.com/watch?v=Cksj5VpSV7I" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=Cksj5VpSV7I</a>
« Last Edit: October 24, 2017, 01:14:18 AM by FB »

FB on October 18, 2017, 06:13:39 AM
Movie: THOR RAGNAROK ศึกอวสานเทพเจ้า









เข้าฉาย: 2 พฤศจิกายน 2560

ประเภท: แอ็คชั่น – ผจญภัย

นักแสดง: คริส เฮมสเวิร์ธ, ทอม ฮิดเดิลสตัน, เคท บลันเชตต์, ไอดริส เอลบ้า, เจฟฟ์ โกลด์บลูม, เทสซ่า ธอมป์สัน, คาร์ล เออร์บัน ร่วมด้วย มาร์ค รัฟฟาโร่ และ แอนโธนี ฮอปกินส์

ผู้กำกับ: ไทก้า ไวทีติ

ผู้อำนวยการสร้าง: เควิน ไฟกี

ผู้อำนวยการสร้างบริหาร: หลุยส์ ดิ เอสโพซิโต, วิคตอเรีย อลอนโซ, แบรด วินเดอร์บาม, โธมัส เอ็ม. แฮมเมล, สแตน ลี

บทภาพยนตร์โดย: เครก ไคล์ กับ คริสโตเฟอร์ โยสท์ และสเตฟานี โฟลซัม และ เอริค แพร์สัน

          ถือเป็นภาพยนตร์ซุปเปอร์ฮีโร่ที่มีแฟนคลับเหนียวแน่น และตั้งตารอที่สุดเรื่องหนึ่ง ไม่แปลกใจเลยเลยที่จะเป็นขวัญใจคอหนังทั่วโลก

และใน "ธอร์: แร็กนาร็อค – ศึกอวสานเทพเจ้า" ผลงานจากมาร์เวล สตูดิโอส์ ที่จะเล่าถึง "ธอร์" (คริส เฮมสเวิร์ธ) ถูกขังอยู่ในอีกฟากหนึ่งของจักรวาลโดยปราศจากค้อนทรงพลังของเขา และเขาต้องแข่งกับเวลาเพื่อที่จะกลับไปสู่แอสการ์ดเพื่อจะยับยั้งเหตุการณ์แร็กนาร็อค

          เมื่อการล่มสลายของโลกที่เขากำเนิดและการสูญสิ้นอารยธรรมของชาวแอสดาร์ด โดยน้ำมือของวายร้ายตัวใหม่ที่โหดเหี้ยมผู้ทรงพลัง อย่าง เฮล่า (เคท บลันเชตต์) (คือเทพีแห่งขุมนรก ผู้ปกครองมิติดินแดนหลังความตายของอาณาจักรทั้งเก้าแห่งจักรวาล ) แต่ก่อนอื่นเขาต้องเอาชีวิตรอดจากการประลองสุดอันตรายโดยมีคู่ต่อสู้คือเพื่อนร่วมกลุ่ม อเวนเจอร์อย่าง ฮัลค์ (มาร์ค รัฟฟาโร่) จอมพลัง! ให้ได้ ซึ่งก็ถือว่าเป็นตัวละครปริศนาที่น่าสนใจอยู่ไม่น้อย ว่าภาคนี้จะเกิดอะไรขึ้นกับเขา

          "ธอร์: แร็กนาร็อค – ศึกอวสานเทพเจ้า" มีกำหนดฉายในโรงภาพยนตร์ และประเทศไทยในวันพฤหัสบดีที่ 2 พฤศจิกายน 2560

          "ธอร์: แร็กนาร็อค – ศึกอวสานเทพเจ้า" กำกับภาพยนตร์โดย ไทก้า ไวทีติ และนักแสดงชุดเดิมอย่าง คริส เฮมสเวิร์ธ ในบท ธอร์, ทอม ฮิดเดิลสตัน กลับมารับบท โลกิ, และยังร่วมด้วย เคท บลันเชตต์, ไอดริส เอลบ้า, เจฟฟ์ โกลด์บลูม, เทสซ่า ธอมป์สัน, คาร์ล เออร์บัน และ มาร์ค รัฟฟาโร่ และ แอนโธนี ฮอปกินส์

          อำนวยการสร้างโดย เควิน ไฟกี ร่วมด้วยหลุยส์ ดิ เอสโพซิโต, วิคตอเรีย อลอนโซ, แบรด วินเดอร์บาม, โธมัส เอ็ม. แฮมเมล, และสแตน ลี ในตำแหน่งผู้อำนวยการสร้างบริหาร บทภาพยนตร์โดย เครก ไคล์ กับ คริสโตเฟอร์ โยสท์ และสเตฟานี โฟลซัม และ เอริค แพร์สัน "ธอร์: แร็กนาร็อค – ศึกอวสานเทพเจ้า" จากมาร์เวล สตูดิโอส์

FB on October 20, 2017, 07:14:31 AM
คริส เฮมสเวิร์ธ กลับมารับบท ธอร์ ในภาพยนตร์โดยมาร์เวล สตูดิโอส์ “THOR: RAGNAROK – ศึกอวสานเทพเจ้า”







           "คริส เฮมสเวิร์ธ" เปิดใจตอนที่ต้องแต่งชุดเก่งกลับมาศึกหนักบทบาทของ"ธอร์"ในภาพยนตร์โดยมาร์เวล สตูดิโอส์เรื่อง "Thor: Ragnarok – ศึกอวสานเทพเจ้า

          " อีกครั้ง เขาก็ตื่นเต้นกับทิศทางที่ธอร์ต้องมุ่งหน้าไปในเรื่องราวภาคนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ภาคนี้จะมีการเปลี่ยนแปลงตัวละครที่ยิ่งใหญ่ที่สุด และมีการเปลี่ยนแปลงโทนในการเล่าเรื่องอย่างชัดเจน เลยส่งผลต่อการแสดงของผมครับ" เฮมสเวิร์ธกล่าว

          "ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นด้วยวิสัยทัศน์ของผู้กำกับ "ไทก้า ไวทีติ" รวมถึงอารมณ์ขัน ทัศนคติและความต้องการจะสำรวจของเขา การทำในสิ่งที่แตกต่างก็สอดคล้องกับสิ่งที่ผมต้องการทำในหนังเรื่องนี้และสิ่งที่สตูดิโอต้องการจะทำพอดี เควิน ไฟกีและทีมงานที่มาร์เวลต้องการจะดูว่าเราสามารถนำพามันไปที่ไหนได้บ้าง และนี่ก็เป็นหนึ่งในกองถ่ายที่สนุกสนานและน่าตื่นเต้นที่สุดเท่าที่ผมเคยทำงานด้วยเลยล่ะครับ"

           เฮมสเวิร์ธให้คำนิยามถึงคำว่า แร็คนาร็อก และความหมายของมันในแง่ของเรื่องราวนี้ว่า "แร็คนาร็อกคืออวสานของทุกสิ่ง เป็นอวสานของจักรวาล เป็นการจบสิ้นของชีวิตอย่างที่เรารู้จัก แร็คนาร็อกในหนังเรื่องนี้ถูกใช้กับแอสการ์ดและมีการแข่งขันกับเวลาเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดแร็คนาร็อกและเพื่อปกป้องแอสการ์ดไว้ครับ"

          เฮมสเวิร์ธให้ความคิดเห็นเกี่ยวกับสถานะของธอร์ในตอนเริ่มต้นเรื่องว่า "ในตอนเริ่มต้น ผมพบว่าธอร์กำลังอยู่ระหว่างการเดินทางเพื่อค้นหาตัวเอง เขามาจากแอสการ์ด แต่เขาปฏิเสธการเป็นราชันย์และใช้ชีวิตอยู่บนโลก แต่เขาก็ไม่ได้เป็นคนจากโลก เขาก็เลยไม่ค่อยเหมาะกับที่นั่นซักเท่าไหร่ เขาก็เลยออกเดินทางเพื่อหาคำตอบ ระหว่างทาง เขาได้ค้นพบความโกลาหลวุ่นวายสารพัดในดินแดนต่างๆ และเหล่าวายร้ายที่ถูกปลดปล่อยออกมา ไม่มีใครหยุดยั้งวายร้ายเหล่านั้น เขาก็เลยกลับบ้านเพื่อถามบิดาของเขาว่าเกิดอะไรขึ้นและทำไมถึงไม่มีใครจัดการเรื่องพวกนี้ อย่างที่เรารู้จากภาคที่แล้ว บิดาของเขาอาจจะไม่ใช่บิดาของเขาก็ได้ บางที เขาอาจเป็นโลกิที่ใช้ภาพมายาบางอย่าง เราก็เลยสนุกกับเรื่องนั้น แล้วทุกอย่างก็เริ่มต้นจากจุดนั้นไปสู่เรื่องราวส่วนที่เหลือครับ"

          ธอร์ต้องทนต่อการเปลี่ยนแปลงบางอย่างในเรื่อง ตามที่เฮมสเวิร์ธอธิบายว่า "มีความเปลี่ยนแปลงทางกายภาพบางอย่างเกิดขึ้นกับตัวละครตัวนี้ในภาคนี้ อย่างแรกเลยคือผมเขาหายไป เขาอยู่ในโลกกลาดิเอเตอร์ ที่ซึ่งกระบวนการอย่างหนึ่งของพวกเขาคือการหั่นผมทิ้ง ซึ่งเกิดขึ้นนอกจอครับ แล้วเขาก็ปรากฏตัวขึ้นโดยที่ผมของเขาถูกเฉือนทิ้งไปแล้ว มันทำให้ผมมีทัศนคติที่เปลี่ยนไป ชุดที่เปลี่ยนไป อาวุธที่เปลี่ยนไป ทีมนักแสดงที่เปลี่ยนไป ทำให้คุณมีพลังงานที่เปลี่ยนไปจากเดิม นอกจากนั้น อะไรที่เรียบง่ายอย่างแค่การมีทรงผมที่เปลี่ยนไปก็ส่งผลต่อการเคลื่อนไหวของคุณด้วยครับ"

          "แล้วเขาก็สูญเสียค้อนของตัวเองด้วย มันถูกทำลายโดยเฮล่า ตัวร้ายในหนังภาคนี้ มันบีบให้เขาต้องตั้งคำถามกับทุกสิ่ง รวมถึงพละกำลังของตัวเอง ประวัติความเป็นมาและความหลังของเขา และส่งให้เขาไปสู่การเดินทางที่แตกต่างไปจากเดิม มันเป็นเรื่องเกี่ยวกับการเปลือยเขาทั้งทางร่างกายและอารมณ์ เพื่อสร้างเขาขึ้นมาใหม่ หรือทำให้เขาได้ค้นพบอะไรบางอย่างใหม่อีกครั้ง มันก็เลยเป็นวิธียอดเยี่ยมที่จะกะเทาะเปลือกเขาครับ" นักแสดงหนุ่มกล่าวสรุป

          ธอร์ต้องเจอกับความท้าทายหลายอย่างตอนที่เขาไปถึงดาวซาคาร์ ตามที่เฮมสเวิร์ธอธิบายว่า "ธอร์มาจากโลกที่เขาเป็นตัวละครที่ทรงพลัง แข็งแกร่งและมีความสามารถสูงสุด จากนั้น เขากลับถูกส่งไปอยู่ดาวซาคาร์ ที่ซึ่งไม่มีใครสนว่าเขาเป็นเจ้าชายแห่งแอสการ์ด ดังนั้น มันก็เลยไม่ได้ช่วยให้เขามีอำนาจหรือคุณค่าใดๆ เลย พลังของเขาถูกลดลงไปเพราะวงแหวนควบคุมที่ติดอยู่กับตัวเขา ตอนนี้ เขามีพลังเท่ากับคนอื่นแล้ว เขาไม่ได้อยู่เหนือชาวเมืองปกติเลย ซึ่งนั่นเป็นวิธีการที่ชาญฉลาดมากๆ ในการยึดพลังของเขาและทำให้เขาเป็นตัวละครที่เข้าถึงได้น่ะครับ"

          นักแสดงหนุ่มกล่าวต่ออีกว่า "ธอร์เป็นเหมือนนักโทษบนดาวซาคาร์ และแกรนด์มาสเตอร์ก็ยื่นข้อเสนอที่จะมอบอิสรภาพให้กับเขา ถ้าเขาลงชิงชัยในการประลองแบบกลาดิเอเตอร์และคว่ำแชมเปี้ยนของการประลอง ผู้ถูกมองว่าเป็นนักรบผู้ไร้เทียมทานลงได้ ธอร์ตกลงแต่เขาไม่รู้หรอกว่าคู่ต่อสู้เขาเป็นใครหรืออะไร จนกระทั่งเขาลงไปในสนามประลองและเจอกับฮัลค์ที่กระโจนออกมา ตอนแรก ธอร์คิดว่าเขาสบายแล้วเพราะฮัลค์เป็นคู่หูของเขา แต่ฮัลค์รู้ตัวเพียงแค่ชั่วพริบตา ก่อนที่เขาจะกลับไปคลั่งเหมือนเดิม พวกเขาสู้กันได้พักหนึ่งและอัดกันซะน่วมเลยครับ"

          เฮมสเวิร์ธพูดถึงฮัลค์โฉมใหม่ที่แตกต่างออกไป ที่ปรากฏตัวในภาพยนตร์เรื่องนี้ว่า "ฮัลค์พูดเยอะกว่าที่เราเคยเห็นเขามาก่อน ซึ่งก็เยี่ยมมากเพราะมันทำให้เขาเข้าถึงได้มากขึ้นและทำให้คุณเห็นใจกับสิ่งที่เขาต้องเผชิญ แล้วคุณก็จะได้เห็นว่ามันมีพื้นที่กว้างขวางมากขึ้นสำหรับความสัมพันธ์ สายสัมพันธ์และมิตรภาพที่จะผลิบานขึ้นระหว่างเขาและธอร์ พวกเขาก็กลายเป็นเหมือนเพื่อนร่วมห้อง ที่ทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับกันและกัน และมีการโต้เถียง ทะเลาะเบาะแว้ง การแตกหักเหมือนเพื่อนทั่วๆ ไปที่แล้วก็กลับมาคืนดีกันเหมือนเดิม ดังนั้น การได้แสดงอะไรแบบนั้นก็เยี่ยมมากครับ"

          ความสัมพันธ์ระหว่างธอร์และโลกิก็พัฒนาไปอีกระดับเช่นกัน และเฮมสเวิร์ธก็ให้ความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า "ธอร์ให้โอกาสครั้งที่สองกับโลกิเสมอและไว้วางใจเขาครั้งแล้วครั้งเล่า แต่ในภาคนี้ มันไม่เหมือนกันครับ เขายอมรับในสิ่งที่โลกิเป็นและปล่อยเขาแบบนั้น บางที มันอาจเกิดจากความพยายามที่ชาญฉลาดมากขึ้นในการดึงเขากลับมา หรือบางที ธอร์อาจจะหมดทางเลือกและไอเดียที่จะดึงเขากลับมาก็ได้"

          "และดูเหมือนว่าครั้งนี้ มันจะกระทบใจโลกิ ใครจะรู้ล่ะครับว่านานแค่ไหน ผมคิดว่าในตัวโลกิก็มีความดีอยู่บ้าง แต่เขามีมุมมองที่บิดเบี้ยวและมีความรู้สึกเป็นเจ้าข้าวเจ้าของของตำแหน่งแห่งที่ที่เขาควรจะอยู่และสิ่งที่เขาควรจะได้รับ แต่มันก็สนุกดีที่ได้ถ่ายทอดความเปลี่ยนแปลงในทัศนคติของธอร์และทำในสิ่งที่ต่างไปจากเดิมแต่เราก็ยังมีช่วงเวลาแบบพี่น้องกันที่ยอดเยี่ยมท่ามกลางทัศนคตินั้นครับ" นักแสดงหนุ่มกล่าวสรุป

          ในตอนที่เคท บลันเชตต์ เข้าร่วมทีมนักแสดงในบทของผู้ร้าย เฮมสเวิร์ธ "ตื่นเต้นมากที่ได้เห็นสิ่งที่เธอจะทำกับเฮล่าครับ" "ผมก็มีไอเดียอยู่บ้างว่าเธอน่าจะทำอะไร แต่ผมก็อึ้งกับผลลัพธ์ที่ออกมาจริงๆ" เฮมสเวิร์ธให้ความเห็น "เธอมีทัศนคติหรือลุคแบบเสียสติหลุดโลกและมีการเคลื่อนไหวที่เป็นเอกลักษณ์ บางครั้ง คุณจะพบว่าตัวเองเห็นใจเฮล่า ก่อนที่คุณจะจำได้ว่า เธอเป็นคนที่สังหารผู้คนและทำลายทุกสิ่ง ความขัดแย้งในใจผู้ชมแบบนั้นทำให้หนังเรื่องนี้น่าสนใจยิ่งขึ้นและทำให้มันเป็นการเดินทางที่น่าดูชมยิ่งขึ้นด้วยครับ"

          อีกหนึ่งตัวละครใหม่ที่ธอร์มีปฏิสัมพันธ์ด้วยคือวัลคีรี ที่รับบทโดยเทสซ่า ธอมป์สัน "วัลคีรีเป็นนักรบที่เก่งกาจที่สุดของแอสการ์ด และตอนนี้ หนึ่งในวัลคีรีก็ใช้ชีวิตอยู่บนดาวซาคาร์ ในฐานะนักล่าค่าหัว" เฮมสเวิร์ธอธิบาย "เธอจับธอร์ได้และขายเขาให้ไปสู้ในลานประลองกลาดิเอเตอร์ วัลคีรีทิ้งแอสการ์ดและทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับเธอที่นั่นไว้ข้างหลัง เธอฝังความทรงจำนั้นและใช้ชีวิตที่แตกต่างจากเดิม"

          เขากล่าวต่ออีกว่า "ในตอนแรก ธอร์ไม่รู้หรอกว่าเธอคือใคร แต่เมื่อเขารู้ตัวตนของเธอ เขาก็เหมือนกับจะบูชาเธอนิดๆ วัลคีรีเป็นคนสวยและเป็นนักรบที่เหลือเชื่อ ซึ่งสิ่งเหล่านั้นมีเสน่ห์มากๆ สำหรับธอร์ครับ"

          ความสนุกอย่างหนึ่งสำหรับเฮมสเวิร์ธในการถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องนี้คือโอกาสในการได้พบกับนักแสดงที่เขาร่วมแสดงด้วยใน "Thor" ภาคแรก "มันทำให้คุณตื่นเต้นมากเพราะทอม, ไอดริสและผมแสดงใน 'Thor' ภาคแรก ตอนที่เราเพิ่งเริ่มเข้าวงการมาใหม่ๆ" เฮมสเวิร์ธกล่าว "แล้วคุณก็ได้ร่วมงานกับนักแสดงอย่างแอนโธนี ฮ็อปกินส์ ผู้มีผลงานมากมาย และก็รู้สึกตื่นเต้นพอๆ กับเรา เรารู้สึกว่ามีพลังงานจริงๆ ในหนังพวกนี้ ที่ผู้คนจะรู้สึกได้ว่าพวกเขากำลังสร้างในสิ่งที่ไม่เหมือนใคร และได้เป็นส่วนหนึ่งของโลกภาพยนตร์มาร์เวลครับ"

FB on October 27, 2017, 07:16:05 AM
“คริส เฮมสเวิร์ธ” เปิดใจหมดเปลือกกับบท “ธอร์” ชีวิตที่ไม่เรียบง่ายกว่าจะมาเป็น “THOR: RAGNAROK – ศึกอวสานเทพเจ้า”









          "คริส เฮมสเวิร์ธ" เปิดใจตอนที่ต้องแต่งชุดเก่งกลับมาศึกหนักบทบาทของ"ธอร์"ในภาพยนตร์โดยมาร์เวล สตูดิโอส์เรื่อง "Thor: Ragnarok – ศึกอวสานเทพเจ้า
          " อีกครั้ง เขาก็ตื่นเต้นกับทิศทางที่ธอร์ต้องมุ่งหน้าไปในเรื่องราวภาคนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ภาคนี้จะมีการเปลี่ยนแปลงตัวละครที่ยิ่งใหญ่ที่สุด และมีการเปลี่ยนแปลงโทนในการเล่าเรื่องอย่างชัดเจน เลยส่งผลต่อการแสดงของผมครับ" เฮมสเวิร์ธกล่าว
          "ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นด้วยวิสัยทัศน์ของผู้กำกับ "ไทก้า ไวทีติ" รวมถึงอารมณ์ขัน ทัศนคติและความต้องการจะสำรวจของเขา การทำในสิ่งที่แตกต่างก็สอดคล้องกับสิ่งที่ผมต้องการทำในหนังเรื่องนี้และสิ่งที่สตูดิโอต้องการจะทำพอดี เควิน ไฟกีและทีมงานที่มาร์เวลต้องการจะดูว่าเราสามารถนำพามันไปที่ไหนได้บ้าง และนี่ก็เป็นหนึ่งในกองถ่ายที่สนุกสนานและน่าตื่นเต้นที่สุดเท่าที่ผมเคยทำงานด้วยเลยล่ะครับ"
เฮมสเวิร์ธให้คำนิยามถึงคำว่า แร็คนาร็อก และความหมายของมันในแง่ของเรื่องราวนี้ว่า "แร็คนาร็อกคืออวสานของทุกสิ่ง เป็นอวสานของจักรวาล เป็นการจบสิ้นของชีวิตอย่างที่เรารู้จัก แร็คนาร็อกในหนังเรื่องนี้ถูกใช้กับแอสการ์ดและมีการแข่งขันกับเวลาเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดแร็คนาร็อกและเพื่อปกป้องแอสการ์ดไว้ครับ"
          เฮมสเวิร์ธให้ความคิดเห็นเกี่ยวกับสถานะของธอร์ในตอนเริ่มต้นเรื่องว่า "ในตอนเริ่มต้น ผมพบว่าธอร์กำลังอยู่ระหว่างการเดินทางเพื่อค้นหาตัวเอง เขามาจากแอสการ์ด แต่เขาปฏิเสธการเป็นราชันย์และใช้ชีวิตอยู่บนโลก แต่เขาก็ไม่ได้เป็นคนจากโลก เขาก็เลยไม่ค่อยเหมาะกับที่นั่นซักเท่าไหร่ เขาก็เลยออกเดินทางเพื่อหาคำตอบ ระหว่างทาง เขาได้ค้นพบความโกลาหลวุ่นวายสารพัดในดินแดนต่างๆ และเหล่าวายร้ายที่ถูกปลดปล่อยออกมา ไม่มีใครหยุดยั้งวายร้ายเหล่านั้น เขาก็เลยกลับบ้านเพื่อถามบิดาของเขาว่าเกิดอะไรขึ้นและทำไมถึงไม่มีใครจัดการเรื่องพวกนี้ อย่างที่เรารู้จากภาคที่แล้ว บิดาของเขาอาจจะไม่ใช่บิดาของเขาก็ได้ บางที เขาอาจเป็นโลกิที่ใช้ภาพมายาบางอย่าง เราก็เลยสนุกกับเรื่องนั้น แล้วทุกอย่างก็เริ่มต้นจากจุดนั้นไปสู่เรื่องราวส่วนที่เหลือครับ"
          ธอร์ต้องทนต่อการเปลี่ยนแปลงบางอย่างในเรื่อง ตามที่เฮมสเวิร์ธอธิบายว่า "มีความเปลี่ยนแปลงทางกายภาพบางอย่างเกิดขึ้นกับตัวละครตัวนี้ในภาคนี้ อย่างแรกเลยคือผมเขาหายไป เขาอยู่ในโลกกลาดิเอเตอร์ ที่ซึ่งกระบวนการอย่างหนึ่งของพวกเขาคือการหั่นผมทิ้ง ซึ่งเกิดขึ้นนอกจอครับ แล้วเขาก็ปรากฏตัวขึ้นโดยที่ผมของเขาถูกเฉือนทิ้งไปแล้ว มันทำให้ผมมีทัศนคติที่เปลี่ยนไป ชุดที่เปลี่ยนไป อาวุธที่เปลี่ยนไป ทีมนักแสดงที่เปลี่ยนไป ทำให้คุณมีพลังงานที่เปลี่ยนไปจากเดิม นอกจากนั้น อะไรที่เรียบง่ายอย่างแค่การมีทรงผมที่เปลี่ยนไปก็ส่งผลต่อการเคลื่อนไหวของคุณด้วยครับ"
          "แล้วเขาก็สูญเสียค้อนของตัวเองด้วย มันถูกทำลายโดยเฮล่า ตัวร้ายในหนังภาคนี้ มันบีบให้เขาต้องตั้งคำถามกับทุกสิ่ง รวมถึงพละกำลังของตัวเอง ประวัติความเป็นมาและความหลังของเขา และส่งให้เขาไปสู่การเดินทางที่แตกต่างไปจากเดิม มันเป็นเรื่องเกี่ยวกับการเปลือยเขาทั้งทางร่างกายและอารมณ์ เพื่อสร้างเขาขึ้นมาใหม่ หรือทำให้เขาได้ค้นพบอะไรบางอย่างใหม่อีกครั้ง มันก็เลยเป็นวิธียอดเยี่ยมที่จะกะเทาะเปลือกเขาครับ" นักแสดงหนุ่มกล่าวสรุป
          ธอร์ต้องเจอกับความท้าทายหลายอย่างตอนที่เขาไปถึงดาวซาคาร์ ตามที่เฮมสเวิร์ธอธิบายว่า "ธอร์มาจากโลกที่เขาเป็นตัวละครที่ทรงพลัง แข็งแกร่งและมีความสามารถสูงสุด จากนั้น เขากลับถูกส่งไปอยู่ดาวซาคาร์ ที่ซึ่งไม่มีใครสนว่าเขาเป็นเจ้าชายแห่งแอสการ์ด ดังนั้น มันก็เลยไม่ได้ช่วยให้เขามีอำนาจหรือคุณค่าใดๆ เลย พลังของเขาถูกลดลงไปเพราะวงแหวนควบคุมที่ติดอยู่กับตัวเขา ตอนนี้ เขามีพลังเท่ากับคนอื่นแล้ว เขาไม่ได้อยู่เหนือชาวเมืองปกติเลย ซึ่งนั่นเป็นวิธีการที่ชาญฉลาดมากๆ ในการยึดพลังของเขาและทำให้เขาเป็นตัวละครที่เข้าถึงได้น่ะครับ"
          นักแสดงหนุ่มกล่าวต่ออีกว่า "ธอร์เป็นเหมือนนักโทษบนดาวซาคาร์ และแกรนด์มาสเตอร์ก็ยื่นข้อเสนอที่จะมอบอิสรภาพให้กับเขา ถ้าเขาลงชิงชัยในการประลองแบบกลาดิเอเตอร์และคว่ำแชมเปี้ยนของการประลอง ผู้ถูกมองว่าเป็นนักรบผู้ไร้เทียมทานลงได้ ธอร์ตกลงแต่เขาไม่รู้หรอกว่าคู่ต่อสู้เขาเป็นใครหรืออะไร จนกระทั่งเขาลงไปในสนามประลองและเจอกับฮัลค์ที่กระโจนออกมา ตอนแรก ธอร์คิดว่าเขาสบายแล้วเพราะฮัลค์เป็นคู่หูของเขา แต่ฮัลค์รู้ตัวเพียงแค่ชั่วพริบตา ก่อนที่เขาจะกลับไปคลั่งเหมือนเดิม พวกเขาสู้กันได้พักหนึ่งและอัดกันซะน่วมเลยครับ"
          เฮมสเวิร์ธพูดถึงฮัลค์โฉมใหม่ที่แตกต่างออกไป ที่ปรากฏตัวในภาพยนตร์เรื่องนี้ว่า "ฮัลค์พูดเยอะกว่าที่เราเคยเห็นเขามาก่อน ซึ่งก็เยี่ยมมากเพราะมันทำให้เขาเข้าถึงได้มากขึ้นและทำให้คุณเห็นใจกับสิ่งที่เขาต้องเผชิญ แล้วคุณก็จะได้เห็นว่ามันมีพื้นที่กว้างขวางมากขึ้นสำหรับความสัมพันธ์ สายสัมพันธ์และมิตรภาพที่จะผลิบานขึ้นระหว่างเขาและธอร์ พวกเขาก็กลายเป็นเหมือนเพื่อนร่วมห้อง ที่ทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับกันและกัน และมีการโต้เถียง ทะเลาะเบาะแว้ง การแตกหักเหมือนเพื่อนทั่วๆ ไปที่แล้วก็กลับมาคืนดีกันเหมือนเดิม ดังนั้น การได้แสดงอะไรแบบนั้นก็เยี่ยมมากครับ"
          ความสัมพันธ์ระหว่างธอร์และโลกิก็พัฒนาไปอีกระดับเช่นกัน และเฮมสเวิร์ธก็ให้ความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า "ธอร์ให้โอกาสครั้งที่สองกับโลกิเสมอและไว้วางใจเขาครั้งแล้วครั้งเล่า แต่ในภาคนี้ มันไม่เหมือนกันครับ เขายอมรับในสิ่งที่โลกิเป็นและปล่อยเขาแบบนั้น บางที มันอาจเกิดจากความพยายามที่ชาญฉลาดมากขึ้นในการดึงเขากลับมา หรือบางที ธอร์อาจจะหมดทางเลือกและไอเดียที่จะดึงเขากลับมาก็ได้"
          "และดูเหมือนว่าครั้งนี้ มันจะกระทบใจโลกิ ใครจะรู้ล่ะครับว่านานแค่ไหน ผมคิดว่าในตัวโลกิก็มีความดีอยู่บ้าง แต่เขามีมุมมองที่บิดเบี้ยวและมีความรู้สึกเป็นเจ้าข้าวเจ้าของของตำแหน่งแห่งที่ที่เขาควรจะอยู่และสิ่งที่เขาควรจะได้รับ แต่มันก็สนุกดีที่ได้ถ่ายทอดความเปลี่ยนแปลงในทัศนคติของธอร์และทำในสิ่งที่ต่างไปจากเดิมแต่เราก็ยังมีช่วงเวลาแบบพี่น้องกันที่ยอดเยี่ยมท่ามกลางทัศนคตินั้นครับ" นักแสดงหนุ่มกล่าวสรุป
          ในตอนที่เคท บลันเชตต์ เข้าร่วมทีมนักแสดงในบทของผู้ร้าย เฮมสเวิร์ธ "ตื่นเต้นมากที่ได้เห็นสิ่งที่เธอจะทำกับเฮล่าครับ" "ผมก็มีไอเดียอยู่บ้างว่าเธอน่าจะทำอะไร แต่ผมก็อึ้งกับผลลัพธ์ที่ออกมาจริงๆ" เฮมสเวิร์ธให้ความเห็น "เธอมีทัศนคติหรือลุคแบบเสียสติหลุดโลกและมีการเคลื่อนไหวที่เป็นเอกลักษณ์ บางครั้ง คุณจะพบว่าตัวเองเห็นใจเฮล่า ก่อนที่คุณจะจำได้ว่า เธอเป็นคนที่สังหารผู้คนและทำลายทุกสิ่ง ความขัดแย้งในใจผู้ชมแบบนั้นทำให้หนังเรื่องนี้น่าสนใจยิ่งขึ้นและทำให้มันเป็นการเดินทางที่น่าดูชมยิ่งขึ้นด้วยครับ"
          อีกหนึ่งตัวละครใหม่ที่ธอร์มีปฏิสัมพันธ์ด้วยคือวัลคีรี ที่รับบทโดยเทสซ่า ธอมป์สัน "วัลคีรีเป็นนักรบที่เก่งกาจที่สุดของแอสการ์ด และตอนนี้ หนึ่งในวัลคีรีก็ใช้ชีวิตอยู่บนดาวซาคาร์ ในฐานะนักล่าค่าหัว" เฮมสเวิร์ธอธิบาย "เธอจับธอร์ได้และขายเขาให้ไปสู้ในลานประลองกลาดิเอเตอร์ วัลคีรีทิ้งแอสการ์ดและทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับเธอที่นั่นไว้ข้างหลัง เธอฝังความทรงจำนั้นและใช้ชีวิตที่แตกต่างจากเดิม"
          เขากล่าวต่ออีกว่า "ในตอนแรก ธอร์ไม่รู้หรอกว่าเธอคือใคร แต่เมื่อเขารู้ตัวตนของเธอ เขาก็เหมือนกับจะบูชาเธอนิดๆ วัลคีรีเป็นคนสวยและเป็นนักรบที่เหลือเชื่อ ซึ่งสิ่งเหล่านั้นมีเสน่ห์มากๆ สำหรับธอร์ครับ"
          ความสนุกอย่างหนึ่งสำหรับเฮมสเวิร์ธในการถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องนี้คือโอกาสในการได้พบกับนักแสดงที่เขาร่วมแสดงด้วยใน "Thor" ภาคแรก "มันทำให้คุณตื่นเต้นมากเพราะทอม, ไอดริสและผมแสดงใน 'Thor' ภาคแรก ตอนที่เราเพิ่งเริ่มเข้าวงการมาใหม่ๆ" เฮมสเวิร์ธกล่าว "แล้วคุณก็ได้ร่วมงานกับนักแสดงอย่างแอนโธนี ฮ็อปกินส์ ผู้มีผลงานมากมาย และก็รู้สึกตื่นเต้นพอๆ กับเรา เรารู้สึกว่ามีพลังงานจริงๆ ในหนังพวกนี้ ที่ผู้คนจะรู้สึกได้ว่าพวกเขากำลังสร้างในสิ่งที่ไม่เหมือนใคร และได้เป็นส่วนหนึ่งของโลกภาพยนตร์มาร์เวลครับ"
          เอกภาพยนตร์ เรียบเรียง
 
2 พฤศจิกายน 2560 ในประเทศไทยทุกโรงภาพยนตร์ และในระบบ 3 มิติ, ไอแมกซ์ 3 มิติ, และ 4 มิติ