Recent Posts

Pages: 1 ... 8 9 [10]
91
อรูบ้า (Aruba) พัฒนาระบบความปลอดภัยบนเครือข่ายให้ทันสมัยขึ้นเพื่อช่วยลดความเสี่ยง
ในยุคที่ อุปกรณ์พกพา คลาวด์ และ อินเตอร์เน็ตของสรรพสิ่ง (IoT) กำลังจะครองโลก

Aruba 360 Secure Fabric มาพร้อมกับความสามารถในการขับเคลื่อนด้วยการวิเคราะห์ (analytics-driven) ใหม่ ๆ มีการป้องกันภัยไซเบอร์ที่ล้ำสมัยเพียบพร้อมด้วยนวัตรกรรมเกี่ยวกับ UEBA ที่พัฒนามาอย่างต่อเนื่อง และช่วยให้การดูแลความปลอดภัยบนระบบเครือข่ายขององค์กรทำได้ง่ายขึ้น


กรุงเทพมหานคร, อรูบ้าบริษัทหนึ่งในเครือฮิวเลตต์ แพคการ์ด เอ็นเตอร์ไพรส์  (NYSE:HPE) ได้ประกาศเปิดตัว Aruba 360 Secure Fabric ชุดผลิตภัณฑ์ซอฟต์แวร์ที่เป็นเฟรมเวิร์กให้องค์กรต่าง ๆ สามารถทำการขับเคลื่อนการวิเคราะห์ตรวจจับการโจมตีภัยออนไลน์แบบ 360 องศาและตอบโต้ได้ในทันควัน เพื่อช่วยลดความเสี่ยงขององค์กรจากการโจมตีที่มีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบอยู่ตลอดเวลาในทุกวันนี้  อรูบ้ายังเป็นผู้สรรค์สร้างนวัตกรรมหลายประการใน User and Entity Behavioral Analytics (UEBA) โดยการเพิ่มผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม  Aruba IntroSpect ทำให้องค์กรต่าง ๆ มีการตรวจจับพฤติกรรมผิดปกติในระบบเครือข่ายโดยใช้ machine-learning ที่ขยายได้อย่างง่ายดายและรวดเร็วโดยเริ่มจากโครงการเล็ก ๆ และขยายให้ครอบคลุมทั่วทั้งองค์กรขนาดใหญ่ได้ในอนาคต

Gartner ทำการวิจัยเกี่ยวกับภัยคุกคามภายในองค์กร (insider threats) พบว่าองค์กรต่าง ๆ ไม่ค่อยสนใจเกี่ยวกับความเสี่ยงภายในองค์กรที่เกิดจากผู้ใช้ภายใน (trusted users) ของตนอย่างเพียงพอ ถึงแม้ว่ามีตัวอย่างมากมายขององค์กรที่เคยประสบภัยนี้มาแล้ว  ในข้อเสนอสรุปในรายงานฉบับนี้ของ Gartner ได้แทรกคำแนะนำให้องค์กรลูกค้าของตนตระหนักถึงภัยคุกคามจากภายในที่เพิ่มขึ้นถึง 100 % และ UEBA เป็นหนึ่งในเทคโนโลยีหลักที่ควรจะนำมาใช้ป้องกันภัยนี้

เพื่อช่วยให้องค์กรสามารถระบุภัยคุกคามใหม่ ๆ และไม่รู้ตัวมาก่อนนี้ได้  Aruba 360 Secure Fabric เสนอเพิ่มความสามารถใหม่ให้แก่ระบบความปลอดภัย (security) และทีมงาน IT ด้วยวิธีการที่ครบวงจรในการตรวจจับอย่างรวดเร็วและตอบโต้อย่างทันควันต่อการโจมตีทางไซเบอร์ จากขั้นตอน pre-authorization จนถึง post-authorization อย่างครอบคลุมแม้จะอยู่บนโครงสร้างพื้นฐานระบบเครือข่ายไอทีที่อุปกรณ์มาจากผู้ผลิตที่หลากหลายและสามารถรองรับองค์กรได้ทุกขนาด





องค์ประกอบของ Aruba 360 Secure Fabric มีดังต่อไปนี้ :

                   •   Aruba IntroSpect UEBA solution: เป็นผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม network-agnostic ตัวใหม่ที่ใช้ในการตรวจสอบ (monitoring) อย่างต่อเนื่องและเป็นซอฟต์แวร์ในการตรวจจับการโจมตีที่ก้าวหน้า ประกอบด้วยผลิตภัณฑ์ในระดับเริ่มต้นตัวใหม่ และใช้ machine-learning ตรวจจับการเปลี่ยนแปลงในพฤติกรรมของผู้ใช้และอุปกรณ์ต่าง ๆ เพื่อบ่งชี้ถึงแนวโน้มการโจมตีซึ่งต่างไปจากการป้องกันความปลอดภัยในระบบดั้งเดิมอย่างสิ้นเชิง Machine-learning algorithms จะช่วยระบุคะแนนความเสี่ยง (risk score) ที่ขึ้นอยู่กับระดับของการโจมตีและทำการแจ้งเตือนทีมงานดูแลระบบความปลอดภัยได้ทันท่วงที

                   •   Aruba ClearPass: เป็นโซลูชั่นในการควบคุมการเข้าถึงระบบเครือข่าย (NAC) และบริหารจัดการนโยบายความปลอดภัยที่ได้รับการยอมรับอย่างสูง สามารถสร้างโปรไฟล์ให้แก่ BYOD และ IoT ทั้งผู้ใช้และอุปกรณ์ มีความสามารถทำการโต้ตอบการโจมตีโดยอัตโนมัติ ปัจจุบันถูกรวมเข้าไปอยู่ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ Aruba IntroSpect  ซอฟต์แวร์ ClearPass สามารถนำมาใช้ได้กับอุปกรณ์ของทุกผู้ผลิตที่อยู่ในระบบเครือข่าย

                   •   Aruba Secure Core: ความสามารถในการป้องกันการโจมตีที่จำเป็นถูกฝังอยู่ในตัวอุปกรณ์ของ Aruba ทั้งหมดอันได้แก่ Wi-Fi access point , wireless controller และ switches รวมทั้งในอุปกรณ์ campus core switch และ aggregation switch รุ่น Aruba 8400  ที่พึ่งเปิดตัวไปเมื่อเร็ว ๆ นี้

ผลิตภัณฑ์ซอฟต์แวร์ในระดับเริ่มต้นตัวใหม่ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ Aruba IntroSpect UEBA

Aruba IntroSpect Standard อยู่ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ IntroSpect UEBA โดยมีคุณลักษณะใหม่ ๆ ถูกเพิ่มเข้าไปเช่นเดียวกับ Aruba IntroSpect Advanced ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์หลักของบริษัท การเพิ่มผลิตภัณฑ์ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ IntroSpect UEBA ช่วยทำให้ทีม security มีทางเลือกเพิ่มขึ้นและมีวิธีการทำ implement UEBA ที่เร็วขึ้น

Aruba IntroSpect Standard เป็นแนวทางง่าย ๆ ที่องค์กรจะสามารถเริ่มนำระบบรักษาความปลอดภัยที่ใช้ UEBA machine learning มาใช้กับแหล่งข้อมูล (data sources) ขั้นพื้นฐานเพียงไม่กี่แหล่ง ช่วยเร่งความเร็วขององค์กรในการทำ time-to-protection ให้แก่ข้อมูลองค์กรและข้อมูลลูกค้า โดยถูกออกแบบมาสำหรับทำการตรวจสอบ และตรวจจับอย่างง่าย ๆ ต่อ ความผิดปกติที่เกิดขึ้นบ่อย จุดเปราะบาง พฤติกรรมต่าง ๆ ในระบบเครือข่ายไปจนถึง อุปกรณ์พกพา คลาวด์ อุปกรณ์ IoT และแอพพลิเคชั่นทั้งหมด เพื่อระบุสัญญาณการเกิดของภัยคุกคามได้ก่อนที่จะขยายตัวออกไปและทำสัญญาณเตือน รวมทั้งทำการป้องกันการรั่วไหลของข้อมูล

ระบบสามารถเรียนรู้จาก common data source จากแหล่งต่าง ๆ อันได้แก่ Microsoft Active Directory หรือ LDAP authentication records อื่น ๆ และ identity information , firewall logs จาก sources อื่นอย่างเช่น Checkpoint , Palo Alto networks หรือ Aruba monitoring (AMON) logs จากโครงสร้างพื้นฐานของ Aruba เอง การโต้ตอบการคุกคามทำได้อย่างรวดเร็วโดยใช้ ClearPass ทำการ กัก (quarantine) , จำกัดขอบเขต (restrict) หรือนำออกจากระบบ (remove) ต่อภัยคุกคามที่ระบุได้

ทีม security สามารถเริ่มจากนำ IntroSpect Standard มาใช้ก่อนแล้วอัพเกรดได้อย่างง่ายดายขึ้นไปเป็น IntroSpect Advanced เมื่อมีความต้องการขยายตัวมากขึ้น


ยกระดับความสามารถในการตรวจจับภัยคุกคามได้ตั้งแต่เริ่มต้นเกิดโดยใช้ Aruba IntroSpect Advanced Edition

Aruba IntroSpect  Advanced มีความสามารถในเรื่อง security ที่กว้างมากกว่า IntroSpect Standard ในกาตรวจจับการโจมตีโดยการหาความสัมพันธ์ของข้อมูลจาก data sources ที่กว้างขวางและครอบคลุมมากกว่า ช่วยในการตรวจสอบเหตุการณ์ผิดปกติได้อย่างรวดเร็วขึ้น และปรับปรุงการตามล่าภัยคุกคาม การค้นหา และทำการวิเคราะห์ตรวจสอบร่องรอยเชิงลึก (deep forensics) ได้ดีขึ้น โดยประกอบด้วย machine learning model มากกว่า 100 models ทั้งแบบที่ต้องกำกับดูแลและไม่ต้องกำกับดูแล ทำให้สามารถทำ unmatched analytics และ ตรวจสอบร่องรอยจากข้อมูลที่เป็น packet , flow , logs ,alerts , endpoint และรวมถึง traffic ของอุปกรณ์พกพา คลาวด์ และอุปกรณ์ IoT ทั้งหมด เพิ่มความสามารถขององค์กรในการระบุความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิผลชัดเจน

คุณลักษณะใหม่ ๆ ของ IntroSpect  Advanced ประกอบด้วย:


                   •   ระบบรักษาความปลอดภัยอัฉริยะ (Smart Security) ด้วย Dynamic Machine Learning, ทำให้ทีม security สามารถทำการปรับแต่ง analytical model ของ IntroSpect ได้ง่ายโดยดูที่สภาพแวดล้อมของการโจมตีล่าสุดและจัดลำดับความสำคัญของการป้องกัน ประกอบด้วย “chaining” ที่มี 100+ out-of-the box machine learning models ซึ่งสามารถนำมาเชื่อมต่อเข้าด้วยกันเพื่อสร้าง detection scenarios และ จัดทำความสัมพันธ์ของคะแนนความเสี่ยงใหม่ ๆ ได้

                   •   จัดกลุ่ม อุปกรณ์พกพา คลาวด์ และ IoT โดยใช้ Device Peer Group: ใช้ความสามารถในการทำโปรไฟล์ของ ClearPass จัดกลุ่มอุปกรณ์เข้าเป็นกลุ่ม ๆ ที่เหมือนกันแม้จะรู้เพียง IP address ของมัน อย่างเช่น ClearPass จะแยกประเภทว่าเป็นกล้องวงจรปิดหรือเซ็นเซอร์ในโรงงาน แล้ว IntroSpect จะเทียบพฤติกรรมของมันกับเพื่อนที่อยู่ในกลุ่มเดียวกันตัวอื่น ๆ IntroSpect จะตรวจหาพฤติกรรมที่ผิดปกติของอุปกรณ์โดยเทียบกับตัวอื่น ๆ ในกลุ่มเดียวกัน เป็นความสามารถที่สำคัญมากในการทำให้ UEBA สามารถทำงานได้ครอบคลุมทุกประเภทของอุปกรณ์ IoT ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วขณะนี้

                   •   เข้าแก้ไขการโจมตีได้เร็วขึ้นด้วย Integrated Attached Response: ช่วยให้สามารถวิเคราะห์ระบบความปลอดภัยเพื่อตอบโต้การโจมตี โดยกระตุ้นให้เกิดการตอบโต้ที่ ClearPass ในทันทีโดยตรงจาก IntroSpect console

สร้างรากฐานของระบบเครือข่ายให้น่าเชื่อถือและปลอดภัยด้วย Aruba Secure Core

อุปกรณ์ในโครงสร้างพื้นฐานของระบบเครือข่ายทุกผลิตภัณฑ์ล้วนฝัง Aruba Secure Core ไว้ซึ่งมีความจำเป็นอย่างสูงในการป้องกันระบบเครือข่ายทุกระบบ ประกอบด้วย secure boot , embedded firewall , centralized encryption , deep packet inspection และ intrusion prevention  การออกแบบโครงสร้างพื้นฐานที่เป็นเอกลักษณ์นี้ช่วยลดอันตรายจาก physical tempering  ขณะเดียวกันก็ทำการป้องกันและตรวจสอบการจราจรบนระบบเครือข่าย

การนำ Aruba IntroSpect UEBA และ Araba ClearPass เชื่อมเข้ากับ Aruba Secure Core ทำให้สามารถสร้างการป้องกันที่ต่อเนื่องตั้งแต่การค้นหาอุปกรณ์และการตรวจจับการเข้าถึงเพื่อโจมตีและทำการตอบโต้ ช่วยให้ลูกค้าของอรูบ้ามีความสามารถที่โดดเด่นในการตรวจจับการโจมตีและทำการตอบโต้โดยอัตโนมัติหรือวิเคราะห์หาแนวทางในการป้องกันทรัพย์สินที่มีคุณค่าขององค์กร ตั้งแต่การทำ network reauthentication ไปจนถึงการกักหรือทำการขึ้นบัญชีดำผู้ใช้และอุปกรณ์ที่เป็นภัยคุกตาม


โครงการ Araba Security Exchange : การป้องกันระบบอย่างครบวงจรครอบคลุมอุปกรณ์ของทุกผู้ผลิตที่อยู่ในระบบเครือข่าย

Aruba 360 Security Exchange เป็นโครงการที่ประกอบด้วยพาร์ทเนอร์และแหล่งเทคโนโลยีต่าง ๆ จาก IntroSpect Technology Partner program และ Aruba ClearPass Partner program มีโซลูชั่นด้าน security และโครงสร้างพื้นฐานชั้นนำมากกว่า 100 ผลิตภัณฑ์เข้าร่วมโครงการ ทำให้ลูกค้าและ channel partners ทำการตรวจสอบความสามารถในการทำงานร่วมกันได้ง่าย จึงสามารถสร้างระบบให้ใช้งาน (deploy) ได้เร็วและมั่นใจได้ ลูกค้าของอรูบ้ายังสามารถใช้ประโยชน์จากการลงทุนในระบบ security เดิมด้วยการเชื่อมต่อเข้ากับโซลูชั่นของ อรูบ้าได้อย่างราบรื่น เป็นผลดีอันเนื่องมาจากโซลูชั่นของอรูบ้ามีความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน และมีความยืดหยุ่นจากการออกแบบมาให้เป็นระบบเปิด (open architecture)

เกี่ยวกับอรูบ้าบริษัทหนึ่งในเครือบริษัทฮิวเลตต์ แพคการ์ด เอ็นเตอร์ไพรส์

อรูบ้าหนึ่งในเครือบริษัทฮิวเลตต์ แพคการ์ด เอ็นเตอร์ไพรส์และเป็นผู้นำในการจัดหาโซลูชั่นระบบเครือข่ายที่ล้ำสมัยสำหรับองค์กรทุกขนาดทั่วโลก บริษัทเป็นผู้ผลิตโซลูชั่นด้านไอทีที่ช่วยเพิ่มพลังให้องค์กรในการให้บริการแก่ผู้ใช้รุ่นใหม่ที่ต้องพึ่งพาอุปกรณ์พกพาผู้ซึ่งใช้ apps ต่าง ๆ ทางธุรกิจที่วางอยู่บนคลาวด์ในทุก ๆ ขั้นตอนของการดำเนินชีวิตทั้งในที่ทำงานและเรื่องส่วนตัว

เรียนรู้เพิ่มขึ้น เกี่ยวกับอรูบ้าได้ที่ http://www.arubanetworks.com ถ้าต้องการข้อมูลที่ล่าสุดตลอดเวลาสามารถติดตามโดยการ follow onTwitter และ Facebook สำหรับการพูดคุยทางเรื่องเทคโนโลยีล่าสุดเกี่ยวกับ mobility และผลิตภัณฑ์ของอรูบ้า เยี่ยมชม Airheads Social ที่
http://community.arubanetworks.com.
92

รองศาสตราจารย์ ดร. นริศ ชัยสูตร อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (ที่ 3 ซ้าย) ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิด CLOUD9 รูฟท็อปบาร์สายชิลล์ในราคาที่เอื้อมถึงได้ ตั้งอยู่บนชั้น 9 ของโรงแรม Haven’t Met Silom รายล้อมไปด้วยTower View รวมไปถึงมหานครคอนโดมิเนียมที่สูงที่สุดในประเทศไทยและอาหารเครื่องดื่มรสเลิศ ได้รับเกียรติจากคุณขวัญชัย ยิ่งเจริญถาวรชัย กรรมการบริหารบริษัท ซินเซีย แคปปิตอล แลนด์ จำกัด(ที่ 2 ซ้าย) คุณเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(ที่ 3 ขวา) คุณพรนริศ ชวนไชยสิทธิ์ นายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย(ที่ 2 ขวา) โดยมี พีระพล พิภวากร (ซ้ายสุด) กรรมการผู้จัดการร้าน CLOUD9 (ซ้ายสุด) และคุณ Assel Bekbayeva Pipawakorn กรรมการผู้จัดการบริษัท ซุปเปอร์ทรัพย์ จำกัด (ขวาสุด) ให้การต้อนรับ ณ ร้าน CLOUD9 ชั้น 9 โรงแรม Haven’t Met Silom สถานีรถไฟฟ้าช่องนนทรี เมื่อเร็วๆ นี้
93
ข่าวภาพยนตร์ / MOVIE : BEIRUT 24 พฤษภาคม 2018
« Last post by FB on January 15, 2018, 08:53:15 AM »
Movie Guide: ใบปิด-ตัวอย่างแรก “BEIRUT” ดราม่า-ทริลเลอร์ ปะทะผู้ก่อการร้ายสุดเข้มข้น จากมือเขียนบทไตรภาค เจสัน บอร์น





BEIRUT | Official Trailer
<a href="http://www.youtube.com/watch?v=SagsqxiVStM" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=SagsqxiVStM</a>

          ถือเป็นโปรเจคต์สุดเข้มข้นที่คอหนังต้องจับมาเป็นพิเศษอีกหนึ่งเรื่อง สำหรับภาพยนตร์ดราม่า-ทริลเลอร์ "BEIRUT" ที่ได้เผย ใบปิด และ ตัวอย่างแรก ออกมาให้ชมกันในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งผลงานนี้ถือได้ว่าเป็นการรวมทีมงานสายแข็งยอดฝีมือระดับแถวหน้าของวงการเลยก็ว่าได้ นำโดย มือเขียนบท โทนี่ กิลรอย ผู้ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์จาก Michael Clayton อีกทั้งยังเป็นผู้อยู่เบื้องหลังเรื่องราวของยอดจารชนในไตรภาค The Bourne Trilogy สมทบด้วยการกำกับของ แบรด แอนเดอร์สัน ผู้เชี่ยวชาญในงานสายทริลเลอร์ การันตีได้จากเครดิตหนังอย่าง The Call, Transsiberian, The Machinist

          นอกจากนี้ด้านของทีมนักแสดงยังเหนือชั้นไม่แพ้กัน ไม่ว่าจะเป็น จอน แฮมม์ เจ้าของรางวัลลูกโลกทองคำสองสมัยจากซีรี่ย์คุณภาพ Mad Men และหนังเท่ Baby Driver ร่วมด้วย โรซามันด์ ไพค์ สาวมาดเข้มจาก Jack Reacher และยังเคยได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงออสการ์จาก Gone Girl, เช วิกแฮม จาก Kong: Skull Island, Non-Stop, ดีน นอร์ริส จากซีรี่ย์เรื่องเยี่ยม Breaking Bad, Get the Gringo และ มาร์ก เพลเลอกริโน จาก Capote, National Treasure

          BEIRUT เล่าถึงเรื่องราวอันมีพื้นหลังเป็นเหตุการณ์ความรุนแรง-ความวุ่นวายในกรุงเบรุต ณ ช่วงปี 1982 อันเป็นช่วงที่ขณะนั้นเกิดสงครามกลางเมืองเลบานอนอยู่พอดี เมสัน ไกลส์ (จอน แฮมม์) นักการทูตสหรัฐฯ ผู้ได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่ในกรุงเบรุต แต่แล้ววันหนึ่งได้เกิดโศกนาฏกรรมจากเหตุร้ายขึ้น จนถึงขั้นส่งผลให้ภรรยาของเขาเสียชีวิตลงอย่างน่าเศร้า และตัวเขาไม่ได้ทำงานที่เบรุตอีกต่อไป สิบปีถัดมา เมสัน ถูกเรียกตัวให้กลับมาทำภารกิจอีกครั้งโดย สองเจ้าหน้าที่ซีไอเอ (โรซามันด์ ไพค์ และ ดีน นอร์ริส) เป้าหมายเพื่อทำการเจรจาต่อรองกับผู้ก่อการร้ายและช่วยเหลือ คาล ไรลีย์ (มาร์ก เพลเลอกริโน) เพื่อนของเขาผู้เป็นหัวหน้าหน่วยงานที่ดูแลการปฏิบัติการทั้งหมดในตะวันออกกลางที่ถูกจับเป็นตัวประกัน

          แต่การที่ เมสัน จะต่อรองเพื่อช่วยเหลือ คาล ออกมานั้นดูจะไม่ใช่เรื่องง่ายเลยสักนิดเมื่อกลุ่มคนร้ายต้องการต้องการแลกตัว คาล กับ ราฟิด อาบู ราจัล ผู้ก่อการร้ายที่อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ความรุนแรงที่ทำให้ภรรยาของเขาเสียชีวิตและเป็นบุคคลที่ทางรัฐบาลต้องการตัวมากที่สุด โดยมีเวลาเส้นตายเพียง 6 ชั่วโมงเท่านั้น ท่ามกลางสงครามกลางเมืองความขัดแย้งระหว่าง อิสราเอล และ ปาเลสไตน์ ที่ปะทุความรุนแรงขึ้นทุกๆ วินาที

          กรุงเบรุต: ปี 1982 เมื่อปารีสแห่งตะวันออกกลางกำลังลุกเป็นไฟ
          ปะทะผู้ก่อการร้ายสุดเข้มข้น เดิมพันระทึกทุกนาทีเส้นตาย
          "BEIRUT" : 24 พฤษภาคมนี้ ในโรงภาพยนตร์
94
ครูคะ หนูขอชอบครูได้ไหม ? ฮิโรเสะ ซึสึ เตรียมสารภาพรัก อิคุตะ โทมะ ในภาพยนตร์โรแมนติกต้อนรับวาเลนไทน์ SENSEI ( MY TEACHER ) หัวใจฉันแอบรักเซนเซย์







          8 กุมภาปีนี้ ฮิโรเสะ ซึสึ เตรียมสารภาพรัก อิคุตะ โทมะ เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวความรักระหว่างอาจารย์และลูกศิษย์ ใน SENSEI ( MY TEACHER ) หัวใจฉันแอบรักเซนเซย์ ภาพยนตร์ที่สร้าง จากมังงะสุดคลาสสิคของ คาวาฮาระ คาซึเนะ ที่มียอดขายรวมกว่า 5 ล้าน 7 แสนเล่ม

          อิคุตะ โทมะ รับบท อิโต้ โคซากุ คุณครูสุดหล่อสอนวิชาประวัติศาสตร์โลก นักเรียนมักจะคิดว่าเป็นคนที่ "ไม่มีอารมณ์ขัน" ไปจนถึง "ไม่สนใจผู้หญิง" แต่จริงๆ แล้ว เขาเป็นคนใจดี และ ฮิโรเสะ ซึสึ รับบท ชิมาดะ ฮิบิกิ นักเรียนชั้นม.5 เป็นสมาชิกชมรมยิงธนู สาวน้อยขี้อายและขี้ขลาดในความรัก เธอแอบรัก อาจารย์ อิโต้ ถึงแม้ว่า วิชาประวัติศาสตร์โลก เธอจะทำคะแนนได้ไม่ดี แต่เพื่อทำให้ อิโต้ ประทับใจ เธอได้ตั้งใจอ่านหนังสืออย่างหนัก และตัดสินใจที่จะสารภาพรักเพื่อบอกความรู้สึกกับเขา

          SENSEI ( MY TEACHER ) หัวใจฉันแอบรักเซนเซย์ เป็นผลงานการกำกับของ ทาคาฮิโระ มิกิ ( Tomorrow I will date with yesterday's you ) เขียนบทภาพยนตร์โดย โอคาดะ มาริ

          " ในการคัดเลือกนักแสดงเราเลือก ฮิโรเสะ ซึสึ เป็นตัวเลือกแรกเพราะเธอเหมาะกับชุดนักเรียนมาก ๆ ตอนที่เลือกเธอมารับบทเธอยังไม่โด่งดังเท่ากับตอนนี้ สำหรับ อิคุตะ โทมะ ตอนแรกเขาลังเลเรื่องบท เรื่องราวความรักระหว่างครูกับลูกศิษย์ แต่หลังจากคุยกับโปรดิวเซอร์ ทั้งคู่ก็ตกลงที่จะแสดงบทนี้คู่กันเพื่อถ่ายทอดรักครั้งแรกที่เราจะไม่มีวันลืมออกมาให้ได้ออกมาให้ได้ "ทาคาฮิโระ มิกิ ผู้กำกับ

          SENSEI ( MY TEACHER ) หัวใจฉันแอบรักเซนเซย์
          8 กุมภา ไปแอบรักกันในโรงภาพยนตร์
95
news & activity / Calendar News Thailand LGBT Expo
« Last post by MSN on January 15, 2018, 08:35:20 AM »
Calendar News Thailand LGBT Expo

บริษัท อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น แมเนจเม้นท์ จำกัด ร่วมกับ องค์กรบางกอกเรนโบว์ จัดแถลงข่าว งาน Thailand LGBT Expo (งานแสดงสินค้า และศักยภาพสำหรับกลุ่ม LGBT) โดยมี ศาสตราจารย์ ดร.เสรี วงษ์มณฑา เป็นประธานแถลงข่าว ร่วมด้วย คุณพรพรรณ บุลเนอร์ (ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายโครงการ บริษัท อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น แมเนจเม้นท์) และคุณเดย์ ฟรีแมน เป็นต้น ในวันพฤหัสบดี ที่ 18 มกราคม 2561 เวลา 17.00 น. เป็นต้นไป ณ ร้าน Breeze Café & Bar (ริมทะเลสาบเมืองทองธานี).........
96
“เมญ่า”-“เบสท์”ทุ่มสุดตัว ซัดกันนัวสุดแซ่บ!!ใน “สะใภ้กาฝาก”









          เรียกว่าเป็นอีกหนึ่งซีนที่ต้องใช้พลังในการแสดงสูงมาก สำหรับซีนที่สาว "เมย์" (เบสท์-ชนิดาภา)และสาว "เรนนี่" (เมญ่า-นนธวรรณ)ในละคร "สะใภ้กาฝาก" ต้องปะทะฝีมือและฝีปากกัน งานนี้ทั้ง "เบสท์"และ "เมญ่า"มีการลงไม้ลงมือกัน ทั้งหมัด ทั้งเข่า แถมยังถึงขั้นสาดครีมใส่กันอีกด้วย

          สาว "เมญ่า" กล่าวว่า "เป็นอีกหนึ่งฉากที่ต้องใช้พลังงานมาก เพราะในเรื่องเราปลื้มพี่เบสท์สุดๆ แต่มาเจอเขาด่าถึงแม่ เราต้องโกรธ และเราต้องเอาคืน คือเรียกว่าเป็นมวยถูกคู่มาก ปะทะทั้งฝีปาก และมีการตบแซ่บมาก สนุกมากค่ะกับซีนนี้ ก่อนถ่ายทำจริงเราก็มีการซ้อมก่อนเข้าฉาก เพื่อกันพลาด อีกอย่างพี่เบสท์เนี่ยส่งอารมณ์มาให้เมญ่าได้ดีมาก ต้องขอบคุณพี่เบสท์เลยงานนี้"

          ด้านสาว "เบสท์"เปิดเผยว่า "ซีนนี้แซ่บมาก เบสท์ยอมเปื้อนจริง ด้วยการให้น้องเมญ่าเอาครีมมาสาดใส่ที่ผม มันสนุกนะคะ แต่ก็ใช้แรงเยอะเหมือนกันค่ะในซีนนี้ เพราะเบสท์เองต้องตบกับเมญ่า มีใส่หมัดกันด้วย อยากให้ทุกคนติดตามความสนุกของซีนนี้ค่ะ"

          ติดตามความสนุกและแซ่บเว่อร์!ฉากนี้ได้ในวันอังคาร ที่16 มกราคมนนี้ กับละคร "สะใภ้กาฝาก" ทุกวันจันทร์ - พฤหัสบดี เวลา 19.05 - 20.05 น. และวันศุกร์ เวลา 18.45 - 19.45 น. ทางช่อง 3 และช่อง 33
97
เรื่องย่อ: แม่อายสะอื้น









          ดาวนิล (ปุ๊กลุก) หญิงสาวที่สวยที่สุดของหมู่บ้านแห่งหนึ่งในอำเภอแม่อาย เป็นลูกสาว คำปัน (สรพงษ์) ซึ่งเป็นครูด้านการแสดงศิลปะล้านนา ดาวนิลเป็นคนที่มีฝีมือในการรำดาบได้สวยไม่แพ้ใคร ทุกครั้งที่เธอฝึกซ้อมที่ลานกลางหมู่บ้าน จะมีชาวบ้านมานั่งดูและชื่นชมในฝีมือรำดาบของเธอเสมอ คำปันภูมิใจในตัวลูกสาวคนนี้มาก ผิดกับช่อเอื้อง(มะเหมี่ยว) ลูกสาวคนเล็กที่พ่อหัดให้ตีกลองสะบัดชัย แต่ฝีมือการตีไม่เคยได้ดั่งใจผู้เป็นพ่อ ช่อเอื้องมักถูกตำหนิเสมอถึงเรื่องการไม่ตั้งใจฝึกซ้อม
          คณะละครของคำปันมีคณะละครคู่แข่งคือคณะของ หนานเมือง แต่เพราะคณะของหนานเมืองไม่มีนักแสดงที่เก่งอย่างดาวนิล ทำให้คณะละครของหนานเมืองมีงานน้อยกว่าคณะของคำปันมาก ทำให้หนานเมืองไม่ค่อยพอใจในตัวคำปันและหาทางแกล้งคณะของคำปันเสมอ หนานเมืองมีลูกสาวชื่อ รินคำ เป็นเด็กสาวที่รักสวยรักงามและไม่ชอบศิลปะการแสดงเลย รินคำมักมีเรื่องทะเลาะกับช่อเอื้องเสมอเวลาที่ทั้งสองคณะต้องมาเจอหน้ากัน ทอน ลูกชายผู้ใหญ่บ้านที่แอบชอบดาวนิลอยู่แล้วมาชวนดาวนิลให้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ทใหม่ในตัวเมือง ดาวนิลดีใจที่คณะของพ่อจะได้งาน รินคำที่แอบมาได้ยินเห็นดาวนิลทำท่าดีใจและเห็นสายตาทอนที่มองดาวนิลก็ยิ่งไม่พอใจในคืนที่ดาวนิลได้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ท รินคำกับหนานเมืองตามไปแกล้งคณะของคำปันจนถึงงาน รินคำหลอกดาวนิลไปขังไว้ในห้องเก็บของ โชคดีที่ ทรงพล (อ๋อม) ผ่านมาพอดีเลยช่วยเอาไว้ได้ ดาวนิลยังไม่ทันได้ขอบคุณ ทรงพลก็เดินออกไปก่อน
          ดาวนิลได้พบทรงพลอีกทีเมื่อเริ่มการแสดง เธอได้รู้ว่าที่แท้เขาคือนักธุรกิจที่มาจากกรุงเทพ ดาวนิลทำการแสดงได้ประทับใจจนแขกในงานต่างปรบมือให้ แต่สิ่งที่ดาวนิลดีใจที่สุดคือคำชมของทรงพลที่ฝากเพื่อนมาชม ด้วยความที่ถูกกลั่นแกล้งบ่อยๆจากหนานเมืองและรินคำ ทำให้งานแสดงของคณะคำปันเริ่มน้อยลงจนดาวนิลพยายามหางานเพิ่ม แต่สุดท้ายก็โดนอ้ายศักดิ์นายหน้าหางานฉวยโอกาสจะปลุกปล้ำ ดาวนิลไม่ยอมและทำร้ายอ้ายศักดิ์เพื่อป้องกันตัว หนานเมืองจึงฉวยโอกาสรวมหัวกับอ้ายศักดิ์ จนคณะคำปันไม่มีงานแสดงอีก เมื่อไม่มีงานแสดงฐานะของบ้านและคณะละครของคำปันก็ย่ำแย่หนักยิ่งกว่าเดิม หนำซ้ำดวงตาของคำปันยังเริ่มมองเห็นได้เลือนลาง ดาวนิลกลุ้มใจและเป็นห่วงพ่อ วิไลที่กลับมาเยี่ยมป้าบัวผู้เป็นแม่ รู้เรื่องดาวนิลต้องการเงิน ก็ชวนดาวนิลเข้าไปทำงานกับตนที่กรุงเทพ แม้ว่าตอนแรกดาวนิลจะปฏิเสธเพราะห่วงพ่อ แต่เมื่อวิไลหลอกว่ามีงานให้ดาวนิลไปแสดงที่กรุงเทพ ดาวนิลจึงตัดสินใจไป แม้ว่าคำปันกับช่อเอื้องจะไม่เห็นด้วย แต่ดาวนิลสัญญาว่าจะรีบทำงานเก็บเงินแล้วจะรีบกลับบ้านให้เร็วที่สุด
          ทรงพลคบหาดูใจอยู่กับ จิดาภา (เกี่ยวก้อย) สาวไฮโซที่เอาแต่ใจตัวเอง ทรงพลขอจิดาภาแต่งงาน แต่ทั้งคู่มีปากเสียงกันเรื่องการจัดงานแต่งจนจิดาภาบอกเลิกทรงพล แม้ว่าเทวัญ (แอมป์) พี่ชายทรงพลกับ ทรงวุฒิ (ฌานรัชต์)น้องชาย พยายามช่วยให้ทั้งคู่คืนดีกันแต่ก็ไม่เป็นผลนมน้อย(โย ทัศน์วรรณ) แม่นมเก่าแก่ที่ไม่เคยชอบจิดาภาขัดขวางความรักของทรงพลทุกทาง เมื่อดาวนิลมาถึงกรุงเทพก็พบว่าสิ่งที่วิไลบอกไม่มีอะไรเป็นความจริง เธอถูกหลอกให้มาทำงานขายบริการ ดาวนิลถูกบังคับให้บริการแขกที่ใช้กำลังข่มขืนเธอ คนในร้านคนหนึ่งสงสารเธอ และพยายามช่วยโดยโน้มน้าวให้เฮียเจ้าของร้านยอมขายดาวนิลให้กับร้านใหม่ที่เป็นแค่สถานที่เที่ยวสำหรับผู้ชาย แม้ว่าที่ใหม่ดาวนิลจะไม่ต้องขายบริการ แต่ก็โดนบังคับให้มานั่งกินเหล้ากับแขก ดาวนิลต้องจำใจทำงานที่นี่เพื่อชดใช้ค่าตัวที่วิไลขายเธอให้กับเฮียเจ้าของร้าน ทรงพลเห็นข่าวสังคมลงข่าวเรื่องจิดาภามีข่าวกับผู้ชายคนใหม่ก็เสียใจมาก ทรงวุฒิพาพี่ชายไปเที่ยวปลอบใจ ดาวนิลได้เจอทรงพลอีกครั้ง ดาวนิลแม้จะดีใจ แต่ก็อายในสภาพที่ตัวเองเป็นอยู่ ผู้จัดการร้านสั่งให้ดาวนิลมาดูแลทรงพล ทรงพลเมามายและจำดาวนิลไม่ได้ คืนนั้นดาวนิลยอมเป็นของทรงพลด้วยความเต็มใจ ตื่นเช้ามาทรงพลออกไปโดยไม่แม้แต่จะพูดอะไรกับดาวนิล เขาทิ้งเงินไว้ให้จำนวนหนึ่งด้วยความรู้สึกไม่ดี ดาวนิลได้แต่เก็บเงินไว้และสัญญากับตัวเองว่าถ้าเธอได้เจอทรงพลอีก เธอต้องอยู่ในฐานะที่ดีกว่านี้ ไม่ยอมให้เขามาดูถูกเธอได้
          คำปันนึกถึงแต่ดาวนิลว่าเมื่อไหร่จะกลับ หลังๆดาวนิลไม่ค่อยรับโทรศัพท์ เพราะอายและต้องปิดบังความจริงเรื่องงานที่ทำอยู่ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ดูจะคิดถึงแต่พี่และห่วงเรื่องพี่ลำบาก จนไม่มีกระจิตกระใจจะไปหาหมอรักษาตา
          ทอนสืบรู้จากป้าบัวว่าดาวนิลไปทำงานขายบริการที่กรุงเทพ ก็เข้าใจผิดคิดว่าดาวนิลเต็มใจ ประกอบกับรับไม่ได้ที่หญิงสาวที่ตนรักเป็นแบบนี้ เลยจงใจหลบหน้าครอบครัวดาวนิล ทำให้ทอนห่างเหินไม่ได้มาดูแลครอบครัวดาวนิลเหมือนเมื่อก่อน แต่ด้วยความรักและเป็นห่วงกลัวดาวนิลเสียชื่อ ทอนจึงให้เงินปิดปากป้าบัว ไม่ให้แพร่งพรายเรื่องนี้ให้คนอื่นรู้
          ดาวนิลยอมทำงานจนสามารถใช้คืนค่าตัวได้ครบ เธอวางแผนจะกลับบ้านแต่เกิดแพ้ท้อง วิไลพาดาวนิลไปทำแท้ง ดาวนิลไม่ยอมเพราะรู้ว่าลูกที่เกิดน่าจะเป็นลูกของทรงพลแต่วิไลก็หลอกให้ดาวนิลกินยาขับเลือดโดยบอกว่าเป็นยาแก้ปวดท้อง จนดาวนิลปวดท้องหนัก เป็นโอกาสที่ทำให้วิไลหลอกพาดาวนิลไปคลีนิคทำแท้งเถื่อนจนได้
          ตำรวจบุกทลายคลีนิคเถื่อนขณะที่ดาวนิลอยู่ที่นั่นพอดี ดาวนิลถูกพาส่งโรงพยาบาล หมอเทวัญช่วยชีวิตและเตือนสติดาวนิล ดาวนิลพรั่งพรูว่าไม่ต้องการทำลายชีวิตลูกที่เกิดจากความรัก เทวัญเห็นใจดาวนิล จึงพามาอาศัยอยู่กับ คุณนายติ๊ดเจ้าของร้านเสื้อผู้มีนิสัยเค็มจนขม คุณนายติ๊ดคิดว่า ดาวนิลอาจจะเป็นเมียลับของเทวัญ จึงรับไว้ทำงานหวังเอาหน้าแต่พอรู้ความจริงว่าดาวนิลเป็นแค่คนที่เทวัญช่วยไว้ก็ร่วมมือกับ ผึ้ง ลูกน้องในร้าน แกล้งใช้ดาวนิลสารพัดให้ทำงานหนักมากมายจนในที่สุดดาวคลอดลูกก่อนกำหนด ลูกของดาวนิลออกมาเป็นเด็กพิการดาวนิลเสียใจว่าเป็นความผิดของตัวเองที่ไม่ทันคน ถูกหลอกให้กินยาทำแท้ง แถมยังต้องกินเหล้าตอนทำงานในช่วงตั้งท้อง แต่เทวัญก็ปลอบว่าดาวนิลสามารถเลี้ยงลูกให้มีความสุขได้ ดาวนิลพาลูกมาอยู่ที่ร้าน สร้างความไม่พอใจให้คุณนายติ๊ดที่ยื่นคำขาดให้ดาวนิลเอาลูกไปเลี้ยงที่อื่น ดาวนิลถูกคุณนายติ๊ดยึดเงินบางส่วนไว้บอกเป็นค่าทำให้ร้านเสียหายรายได้ตกเพราะดาวนิลมัวแต่เอาเวลาไปเลี้ยงลูก ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง จึงตัดสินใจพาลูกกลับบ้าน ดาวนิลกลับมาแม่อายท่ามกลางความประหลาดใจและเสียงซุบซิบนินทาของทุกคนที่มีเด็กมาด้วย ช่อเอื้องเถียงแทนทันทีว่าไม่ใช่ลูกดาวนิล ดาวนิลกดดันมากที่พ่อถูกมองด้วยสายตาเหยียดหยามจึงตัดสินใจโกหกทุกคนว่าเป็นลูกของเพื่อนที่ทิ้งไป เลยสงสารเอาเด็กมาเลี้ยงเอง คำปันดีใจที่ลูกกลับบ้าน ช่อเอื้องไม่อยากให้พี่กลับไปกรุงเทพอีก ดาวนิลเองก็ตั้งใจว่าจะไม่กลับกรุงเทพแล้วเช่นกัน
          เทวัญกลับมาเยี่ยมดาวนิลที่ร้านแต่พบว่าดาวนิลไม่อยู่ที่นี่แล้ว คุณนายติ๊ดโกหกว่าดาวนิลกลับไปเยี่ยมบ้าน แต่ด้วยความกลัวว่าเทวัญจะรู้ว่าตัวเองเป็นฝ่ายไล่ดาวนิลไป ประกอบกับเจอลูกค้าต่อว่าว่าที่ร้านฝีมือตก งานไม่ดีเหมือนช่างคนเก่าที่ออกไปคุณนายเลยพยายามติดต่อดาวนิลและพูดจาหว่านล้อมให้ดาวนิลกลับมาทำงานโดยเสนอเงินเพิ่มให้ แต่ดาวนิลปฏิเสธ ดาวนิลก้มหน้าก้มตาทำงาน ความสวยของดาวนิลสะดุดตา หลิวหลิวสไตลิสต์ที่มายืมเสื้อที่ร้านคุณนายติ๊ดไปใช้ หลิวหลิวชักนำให้ดาวนิลไปถ่ายแบบและเล่นหนัง โดยมีหลิวหลิวเป็นผู้จัดการส่วนตัว หลิวหลิวสร้างประวัติของดาวนิลขึ้นมาใหม่และเริ่มปั้นดาวนิลจนเริ่มมีงานมากขึ้น
          ดาวนิลอดทนและตั้งใจทำงาน และได้งานถ่ายแบบสปาของโรงแรมทรงพล ดาวนิลดีใจที่ได้เจอทรงพลในฐานะใหม่ ทรงพลประทับใจความขยันและความอ่อนโยนของดาวนิล จนเกิดเป็นความรัก จิดาภาพอรู้ว่าทรงพลมีข่าวมาคบกับดาวนิลก็พยายามจะกลับมาหา ดาวนิลทำทุกทางเพื่อไม่ให้ทั้งคู่กลับมาคบกันอีก ด้วยความช่วยเหลือของหลิวหลิว ดาวนิลเริ่มมีงานในวงการมากขึ้นเรื่อยๆพร้อมประวัติใหม่ที่ไม่มีใครสงสัย ดาวนิลหลงในความสุขสบาย และความรักที่มีกับทรงพล จนลืมอีกสามชีวิตที่แม่อาย คำปันเฝ้ารอคอยลูกด้วยความหวัง แต่สุดท้ายลูกสาวก็หายไปอย่างไร้ร่องรอยอีกครั้งตาของคำปันเริ่มมืดลง คำปันไม่ยอมผ่าตัด เฝ้าแต่รอคอยดาวนิลมาพาไปหาหมอตามคำสัญญาที่เคยให้ไว้ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ห่วงแต่พี่สาวจนลืมห่วงตัวเอง แต่เธอก็ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่ดิ้นรนดูแลพ่อทุกวิถีทาง ช่อเอื้องพยายามติดต่อพี่สาวแต่ก็ติดต่อไม่ได้ เพราะโดนหลิวหลิวแอบบล็อกเบอร์เพราะกลัวว่าประวัติที่แท้จริงของดาวนิลจะถูกเปิดเผย ช่อเอื้องจึงได้แต่เลี้ยงดูกลองและพ่อที่สายตาไม่ดีจนจำใจขายของที่มีอยู่และปิดคณะการแสดงลงเพราะแบกรับค่าใช้จ่ายไม่ไหวทรงพลพาดาวนิลไปที่บ้านเพื่อรู้จักกับนมน้อยและพี่น้อง แต่คนที่ดาวนิลได้เจอคนแรกกลับเป็นเทวัญ เทวัญทำเป็นไม่รู้จักดาวนิลทั้งที่เสียใจว่าผู้หญิงที่ตัวเองแอบรักกลายมาเป็นแฟนของน้องชาย คำปันเริ่มป่วยกระเสาะกระแสะ บ่นเป็นห่วงลูกสาวคนโตที่หายไปเพราะไม่เชื่อว่าดาวนิลจะลืมตัว แต่คงเพราะมีเรื่องเดือดร้อนเลยไม่สามารถติดต่อกลับมาได้ ทอนเห็นดาวนิลในทีวีจึงแอบมาบอกช่อเอื้อง ช่อเอื้องยังไม่มั่นใจว่านั่นคือพี่สาวของตัวเอง ช่อเอื้องไม่บอกเรื่องนี้กับพ่อแล้วตัดสินใจมาตามหาดาวนิลที่กรุงเทพ ช่อเอื้องมาถึงกรุงเทพ ด้วยความที่ไม่รู้อะไรเลย จนโดนวัยรุ่นกระชากกระเป๋าและได้ วรรณามาช่วยไว้ วรรณาเห็นใจช่อเอื้องจึงอาสาช่วยตามหาพี่สาว ช่อเอื้องมาดักรอพบดาวนิลที่สถานีโทรทัศน์ แต่เพราะมีนักข่าวมากมาย และทรงพลอยู่ด้วย ดาวนิลจึงทำเป็นไม่รู้จักช่อเอื้อง และรีบขึ้นรถทรงพลออกไป ช่อเอื้องมองตามรถพี่ไปอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง ทั้งผิดหวังและเสียใจ เพราะถึงดาวนิลจะดูสวยผิดตาไปมาก แต่เธอแน่ใจแล้วว่าใช่พี่ดาวนิลของเธอแน่ๆ ช่อเอื้องเดินข้ามถนนอย่างไม่ระวังและถูกรถของทรงวุฒิชนเข้า ทรงวุฒิพาช่อเอื้องไปหาหมอเทวัญที่โรงพยาบาลเพื่อรักษา ช่อเอื้องจึงรู้ว่าดาวนิลเป็นคนรักของทรงพลน้องชายของหมอเทวัญช่อเอื้องตัดสินใจกลับแม่อายและไม่บอกความจริงกับพ่อ ช่อเอื้องโกหกพ่อว่าพบดาวนิลแล้วและดาวนิลสบายดีไม่ต้องเป็นห่วง ที่ไม่ติดต่อมาเพราะงานยุ่งมาก คำปันฟังแล้วค่อยคลายกังวล ช่อเอื้องได้แต่เก็บความช้ำใจไว้คนเดียว
          เวลาผ่านไปหลายปี จนกลองโตอายุประมาณ6ขวบ คำปันที่ตอนนี้ตาบอดสนิทบังคับช่อเอื้องให้พาไปหาดาวนิลที่กรุงเทพ ช่อเอื้องไม่ยอมทำตามคำสั่งพ่อ กลองสงสารตาเลยแอบอาสาพาตาไปกรุงเทพโดยไปขอที่อยู่ของวิไลจากป้าบัว เพราะคิดว่าดาวนิลยังทำงานอยู่กับวิไลแต่ป้าบัวกลับให้ที่อยู่มั่วๆไป เมื่อคำปันกับกลองมาถึงกรุงเทพจึงตามหาที่อยู่นั้นไม่เจอ จนโดนโจรขโมยกระเป๋า ไม่มีทั้งเงินและเสื้อผ้า คำปันต้องเร่ร่อนพากลองไปนอนตามใต้สะพานและไปขอทานตามตลาดนัดช่อเอื้องเมื่อรู้ว่าพ่อและหลานหายไปก็รีบตามคำปันมาที่กรุงเทพและออกตามหาจนเจอ คำปันยืนยันไม่ยอมกลับแม่อายจนกว่าจะหาดาวนิลเจอเพราะเป็นห่วงลูกสาว ทรงวุฒิที่แอบชอบช่อเอื้องอยู่ เสนอให้ไปทำงานที่บ้าน เนื่องจากอยากให้ช่อเอื้องอยู่ใกล้ๆ นมน้อยให้ช่อเอื้องไปช่วยดูแลบ้านเทวัญที่อยู่ในรั้วเดียวกันแทน เพราะดูออกว่าทรงวุฒิชอบช่อเอื้อง ดาวนิลตกใจมากที่เห็นช่อเอื้องที่บ้านนี้ เทวัญบอกว่าช่อเอื้องขอมาอาศัยอยู่ด้วย ช่อเอื้องบอกดาวนิลว่าเธอจะอยู่ที่นี่จนกว่าดาวนิลจะยอมรับกับทุกคนว่า เธอคือน้องที่มาจากแม่อาย ดาวนิลกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเมื่อนมน้อยเอ็นดูช่อเอื้องที่เป็นเพียงคนงานในบ้าน นมน้อยเห็นความผิดปกติของดาวนิลกับช่อเอื้อง แต่สองพี่น้องก็ไม่ยอมพูดอะไร ในที่สุดช่อเอื้องตัดสินใจบอกความจริงกับเทวัญว่าดาวนิลเป็นพี่สาว เทวัญปะติดปะต่อเรื่องราวได้ทั้งหมด เทวัญเตือนให้ดาวนิลบอกความจริง แต่ดาวนิลกลัวจะเสียทรงพลไป นมน้อยจับผิดว่าดาวนิลกับเทวัญดูมีความสนิทสนมกัน จึงบอกกับทรงพล ทรงพลเริ่มระแวง
          ช่อเอื้องเมื่ออยู่ไปเริ่มรู้สึกว่าดาวนิลเปลี่ยนไป เธอจึงเริ่มคิดจะยอมแพ้และกลับบ้าน นมน้อยสงสารจึงให้ไปรับพ่อกับหลานมาอยู่ด้วย ดาวนิลยิ่งเครียดหนักเมื่อ เจอพ่อที่ตาบอดและลูกชายที่พิการพร้อมหน้า ดาวนิลทุกข์ทรมานกับความผิดที่ทิ้งพ่อกับลูกอย่างมากจนอยากจะบอกความจริงกับทุกคน
          พอหนังสือพิมพ์ลงข่าว คุณนายติ๊ดริษยาดาวนิลจึงหาทางติดต่อจิดาภาและบอกว่าทรงพลกำลังโดนดาวนิลหลอกคุณนายติ๊ดมาแฉความจริงเรื่องดาวนิลมีลูกโดยอ้างถึงเทวัญ เทวัญปฏิเสธเพื่อช่วยดาวนิล คุณนายติ๊ดกับจิดาภาต้องถอยกลับไปตั้งหลัก นมน้อยพยายามเตือนให้ทรงพลฟังหูไว้หู แต่ทรงพลตัดปัญหาด้วยการประกาศจะแต่งงานกับดาวนิล ช่อเอื้องเสียใจมากที่ดาวนิลปิดบังความจริงเรื่องลูกอีกเรื่อง ดาวนิลอับจนหนทาง เมื่อเรื่องมัดตัวแน่นขึ้นและทางออกตีบตัน จึงทำได้แค่แอบมาหาพ่อบ่อยๆ คำปันพูดคุย ปลอบโยนดาวนิล โดยไม่รู้เลยว่าเป็นลูกสาวที่ตัวเองเฝ้ารอคอย ช่อเอื้องกับดาวนิลทำให้จิดาภาเริ่มเอะใจในความสัมพันธ์ของทั้งคู่ จิดาภาให้คุณนายติ๊ดไปสืบเรื่องนี้ คุณนายติ๊ดหาหลักฐานมาจนรู้ว่าดาวนิลเป็นพี่น้องกับช่อเอื้อง จิดาภานำเรื่องนี้ไปบอกต่อหน้าทรงพลและทุกคน ดาวนิลคิดว่าทุกอย่างคงจบสิ้น แต่ช่อเอื้องปฏิเสธต่อหน้าทุกคนว่าผู้หญิงสกปรกอย่างดาวนิลไม่ใช่พี่ดาวนิลผู้งดงามของเธอ ดาวนิลปวดร้าวที่น้องพูดแบบนั้นแต่ก็พูดอะไรไม่ได้ แต่วิไลตัดสินใจบอกความจริงเรื่องที่กลองเป็นลูกที่เกิดจากการที่ดาวนิลมาขายตัวที่กรุงเทพให้ช่อเอื้องกับคำปันรู้ คำปันเสียใจมากจนถึงกับทรุด คำปันได้ยินหมอเทวัญกับช่อเอื้องคุยกันเรื่องดาวนิลโดยบังเอิญ จึงรู้ความจริงว่าคุณดาวนิลที่ตนพูดด้วยมาตลอด คือลูกดาวนิลของตน คำปันเสียใจมากจนล้มป่วย แต่ด้วยหัวใจของพ่อที่รักลูกอย่างสุดซึ้ง คำปันตัดสินใจทำเป็นยังไม่รู้ความจริง และหลอกช่อเอื้องว่าอยากรีบกลับแม่อายแล้ว เพราะกลัวคนอื่นรู้ความจริงแล้วจะทำให้ดาวนิลเสื่อมเสีย
          เรื่องราวมากมายจะจบลงไปในทิศทางไหน ติดตามชมได้ใน "แม่อายสะอื้น"
98
“ปุ๊กลุก-อ๋อม” ประชันดราม่า “แม่อายสะอื้น” พร้อมลงจอกระชากเรตติ้ง









          พร้อมลงจอเรียบร้อย สำหรับละครดราม่าเรียกน้ำตาเรื่องเยี่ยม "แม่อายสะอื้น" ที่อยู่ในความทรงจำของแฟนละครมานาน ผลงานการผลิตโดย บริษัท มีเดีย สตูดิโอ จำกัด จากการกำกับของ ปัญญา ชุ่มฤทธิ์ และ ขวัญ พิมพ์อัปสร เทียมเศวต ควบคุมการผลิต

          ครั้งนี้ได้นางเอกฝีมือดี "ปุ๊กลุก ฝนทิพย์" มารับบท ดาวนิล สาวสวยที่มีความสามารถด้านการฟ้อนดาบยอมเสียสละทุกอย่างเพื่อความสุขของพ่อและน้อง แต่ชีวิตต้องพบเจอกับหลากหลายเรื่องราวที่ทำให้ผู้ชมต้องสงสารเธอจับใจ ประกบคู่กับ "อ๋อม อรรคพันธ์" มารับบท ทรงพล หนุ่มนักธุรกิจที่เก่งและฉลาด ทั้งนี้ยังมีนักแสดงมากมายที่จะมาถ่ายทอดเรื่องราวผ่านตัวละคร อาทิ พรชดา เครือคช, พีรวัศ กุลนันท์วัฒน์, สรพงษ์ ชาตรี, ฌาน์รัชต์ มณฑากูล, ทัศน์วรรณ เสนีย์วงศ์ ณ อยุธยา, ขวัญกวินท์ ธำรงรัฐเศรษฐ์ ฯลฯ

          ทั้งนี้ ปัญญา ชุ่มฤทธิ์ ผู้กำกับเผยว่า นักแสดงเรื่องแม่อายสะอื้นทุกคนเต็มที่กับบทบาทที่ได้รับเป็นอย่างมาก เนื้อหามีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยเพื่อให้เข้ากับยุคสมัย งานนี้นอกจากตัวนักแสดงรุ่นใหญ่แล้ว ต้องบอกว่ารุ่นเด็กที่มารับบทเป็นกลอง เด็กชายพิการลูกของดาวนิล ก็เป็นอีกหนึ่งนักแสดงที่น่าสนใจ เราได้น้องตาร์ (ด.ช.ปราการ จันรัมย์) เด็กพิการจากโรงเรียนศรีสังวาลย์ มารับบทนี้ ซึ่งน้องตาร์ดีใจมากที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของละครที่ทุกคนรอคอย อีกทั้งยังประทับใจในความเป็นกันเองของพี่ๆ นักแสดง ทีมงานรวมไปถึงผู้กำกับที่ดูแลใส่ใจไม่ให้ขาดตกบกพร่อง

          ติดตามชมละครดราม่าสุดเข้มข้น "แม่อายสะอื้น" ทุกคืนวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.30 น. ทางช่อง 7 สี และ ช่อง 35 ในระบบเอชดี และ Facebook LIVE ทาง Official Fanpage BBTV Channel7 เริ่มตอนแรก วันจันทร์ที่ 22 มกราคม นี้
99

          หลายวันต่อมา ตติยาเห็นอรอัชฌาที่หน้าบ้านนินนาทก็ไม่ชอบใจชวนศรัทไปโรงพยาบาลตรวจแผล ศรัทงงเพราะแผลเขาหายแล้ว แต่ ตติยาก็ดันศรัทไปหาอรอัชฌา ขุนเขาก็แปลกใจ จึงคาดคั้นจนได้รู้ว่า ตติยาคิดเป็นแม่สื่อให้ศรัทกับอรอัชฌา เพราะต้องการแยกอรอัชฌาจากนินนาท ขุนเขาขำความเจ้ากี้เจ้าการของตติยา แต่ก็ไม่ห้าม เพราะนั่นหมายความว่าตติยาจะต้องมาที่โรงพยาบาลบ่อยๆ และเขาจะได้เจอหน้าเธอทุกวัน โดยไม่รู้ว่าคนที่เริ่มหงุดหงิดที่เห็นศรัทใกล้ชิด อรอัชฌา กลายเป็น วรกุล ทำให้ศรัทงงที่ วรกุล งอนไม่พูดกับเขาไปหลายวัน แล้วก็เกิดเรื่องขึ้นอีก เมื่อทั้ง มานัส ปฏิรพ และ ณัฐภูมิ มาหา ตติยา พร้อมกันที่โรงพยาบาล ตติยาจึงแกล้งสวีทกับขุนเขา พากันไปกินข้าวนอกโรงพยาบาล มานัสโกรธมากส่งคนไปจัดการขุนเขาจนร้านอาหารพังพินาศ นินนาทกับศรัทมาระงับเหตุ แต่เรื่องยังไม่จบ เมื่อวจีรัตมากับสองและณัฐภูมิ วจีรัตแสร้งร้องไห้ขอร้องให้ตติยาเลิกยุ่งกับขุนเขา เพราะเขาเป็นมากกว่าคนรัก สองซึ่งถูกเป่าหูมาก่อน รีบลากตติยากลับ มีณัฐภูมิตามไปด้วยความพอใจ ขุนเขาโกรธวจีรัตมาก และย้ำว่าหากเธอยังล้ำเส้น เขาก็จะเลิกไว้หน้าเธอเช่นกัน นอกจากนี้ อรอัชฌายังยืนยันว่าเห็นวจีรัตไปกับปฏิรพบ่อยๆ ทำให้วจีรัตจนมุมและรีบหนีกลับทันที ขุนเขาเป็นห่วงความรู้สึกของตติยามากที่สุด แต่ศรัทก็ห้ามไว้เพราะรู้ว่าสองกำลังโกรธมาก
          สองไม่ยอมให้ตติยาไปหาขุนเขา ทำให้ตติยาซึมลง ด้านจำปีเห็นเพื่อนสนิทซึมก็สงสาร รีบไปบอกขุนเขา ให้คิดและทำอะไรเร็วๆ ขุนเขาทบทวนความรู้สึกตัวเองก็มั่นใจว่าชอบตติยาจึงบุกมาที่ค่ายมวยเพื่อขอพบตติยา สองยังหมั่นไส้ขุนเขา แม้นราภาจะพูดให้เขาคิดว่าเธอไม่ต้องการให้สองเป็นเหมือนพ่อของเธอที่กีดกันความรัก จนเธอยอมถูกตัดออกจากกองมรดกเพื่อมาอยู่กับสอง สองจึงต่อยขุนเขาจนสลบ พอขุนเขาฟื้นขึ้นก็เห็นตติยาเฝ้าอยู่ เขาดีใจมากจนเผลอกอดเธอไว้ ทำให้ตติยาอายและย้ำว่าพวกตนเป็นแค่คู่รักกำมะลอเท่านั้น ขุนเขาจึงคิดว่าตติยาไม่ได้คิดเหมือนกัน
          หลังจากวันนั้น ขุนเขาก็ทำตัวเหินห่าง จนตติยางง แต่เพราะทิฐิ เธอจึงไม่คุยกับเขาก่อน แล้วก็เกิดเรื่องวุ่น ๆ อีก เมื่อลูกน้องแจ๊คที่บาดเจ็บเรียกขุนเขาไว้ระหว่างที่เขาไปตลาด เพราะเข้าใจว่า เขาคือแจ๊ค ขุนเขารับสมอ้างจนได้รู้ว่าแผนที่ที่ว่าถูกซ่อนในรีสอร์ตร้าง ความจริงเป็นข่าวลวงที่เสี่ยมาฤทธิ์ พ่อของมานัสกุขึ้นเพื่อหลอกตำรวจให้หลงทาง ส่วนเสี่ยมาฤทธิ์ได้ของไปขายหมดแล้ว ขุนเขาเกรงว่าลูกน้องแจ๊คจะไม่ปลอดภัยจึงบอกให้มันหนี ส่วนเขาไปส่งข่าวนินนาท แต่ลูกน้องแจ๊คก็ไม่รอดเพราะถูกเสี่ยมาฤทธิ์ฆ่า ส่วนนินนาทได้ข้อมูลเดียวกับขุนเขาจึงมั่นใจว่าข่าวเป็นจริง ด้านแจ๊คตัวจริงกำลังคิดแผนกลับไปหาเสี่ยมาฤทธิ์ แต่ยังไม่สำเร็จ เพราะถูกศรัทที่มาหาวรกุลที่สวนจับตามองตลอดเวลา
          นินนาทมาตรวจสอบศพผู้ต้องหาที่โรงพยาบาลจึงทันระงับเหตุที่อรอัชฌาถูก มัทนีย์ คู่หมั้นของ หมอวัจน์ (ศาโรจน์ ศักดิ์อุดมขจร) คนรักเก่าของเธอตามทำร้าย โดยหมอวัจน์พยายามห้ามปราม นินนาทดึงอรอัชฌามากอดปลอบใจ หมอวัจน์จำต้องรีบพามัทนีย์กลับ ทั้งที่อยากเป็นคนปลอบใจอรอัชฌา ขณะนั้น ธารารินมาเยี่ยมน้องชายพอดีจึงเห็นเหตุการณ์ ศรัทรีบโทรบอกตติยาเพราะมั่นใจว่าธารารินต้องเข้าใจผิด ตติยาร้อนใจอยากแก้ตัวแทนน้าชาย แต่ก็ทำไม่ได้ เพราะไม่มีข้อมูลอะไรเลยเกี่ยวกับอรอัชฌา เธอจึงหาทางสืบ
          ด้านจักรวรรดิรู้เรื่องเสี่ยมาฤทธิ์ก็โกรธมาก สั่ง สินธุ (วิภพ บางยี่ขัน) คนสนิทไปจัดการเสี่ยกับลูกชาย ขณะที่ นินนาทรู้ว่าไอ้แจ๊คมาเป็นคนสวนของวรกุลก็ตามมาจับ นินนาทบีบจนมันยอมเป็นสายให้ตำรวจ
ตติยาไม่รู้จะเริ่มต้นสืบข้อมูลอรอัชฌากับน้าชายยังไง เลยส่งจำปีสะกดรอยตามอรอัชฌา แต่อรอัชฌาระแวงว่าจะเป็นคนร้ายเลยแจ้งศรัท ศรัทจึงต้องมาดูแลความปลอดภัยให้ ทำให้วรกุลหึงหนักขึ้น แต่ยังไม่รู้ตัว ตติยาเห็นลูกน้องทำงานไม่ได้เรื่องจึงตัดสินใจลงมือเอง ในวันที่ศรัทต้องไปประชุมที่โรงพัก ตติยารอจนเลิกงานแล้วขับรถมอเตอร์ไซค์ตามอรอัชฌาไป แต่ระหว่างทาง มีรถอีกคันควักปืนหมายจะยิงอรอัชฌา ตติยาจึงตะโกนห้ามเลยถูกยิงแทน รถตติยาล้มจนเธอหัวแตกเพราะกระแทกพื้น ขณะที่อรอัชฌาช็อกให้การไม่ได้ แถมวันรุ่งขึ้น เธอก็หายออกจากโรงพยาบาลไปถูกรถชนบาดเจ็บสาหัส
          ขณะที่ ธาราริน พา พลเอกนภกานต์ มาเที่ยวบ้านไร่ปลายฟ้า เพราะท่านชอบบ้านทรงไทย ทำให้ตติยาได้พบตาเป็นครั้งแรก พอท่านนายพลรู้ว่าตติยาเป็นหลานก็ทำเฉยเพราะยังโกรธลูกสาวอยู่ แต่พอได้อยู่ใกล้ตติยา ท่านก็นึกเอ็นดูและยอมให้ตติยาเรียกตา ระหว่างนั้น จำปีวิ่งมาบอกตติยาว่านินนาทถูกยิง จึงรีบพากันไปโรงพยาบาล นินนาทไม่เป็นอะไรมาก แต่เขาแปลกใจมากกว่าที่ตากับหลานมาด้วยกัน ธารารินยิ่งงงเพราะไม่รู้เบื้องหลังครอบครัวนี้ ตติยาจึงอธิบายให้ธารารินฟังระหว่างไปเข้าห้องน้ำ แต่แล้วก็มีคนร้ายโปะยาสลบและจับตติยาไป นินนาทโทรถามแจ๊คจนรู้ว่าไม่ใช่ฝีมือจักรวรรดิ และจักรวรรดิโกรธมากที่เสี่ยมาฤทธิ์สร้างสถานการณ์ป้ายความผิดตน จักรวรรดิจึงสั่งคนออกตามล่าสองพ่อลูกทันที
          ขุนเขาเป็นห่วงตติยาจนนั่งไม่ติด วรกุลเองก็มาอยู่ที่โรงพยาบาลเพื่อรอฟังข่าว แต่เธอไม่ยอมพูดกับศรัท เพราะยังงอนที่เขาดูเป็นห่วงอรอัชฌาอย่างออกนอกหน้ายิ่งกว่านินนาท ขุนเขาพยายามหาร่องรอยของตติยาจนไปได้ยินเด็กชายซึ่งเป็นคนไข้บอกว่าเห็นเหตุการณ์ทุกอย่าง แต่ไม่มีใครเชื่อ ขุนเขาสอบถามเด็กคนนั้นจนได้ข้อมูลตามไปช่วยตติยา มีจำปีขอตามไปด้วย ขณะที่ ตติยาฟื้นขึ้นก็หาทางหนีจนเจอขุนเขาระหว่างทางกลางไร่ เขาถูกยิงบาดเจ็บแต่ก็ยังแข็งใจอุ้มตติยาหนี เพราะมีคนจุดไฟเผาหญ้าแห้งโดยรอบ ณัฐภูมิ นินนาท และศรัทตามมาช่วยขุนเขากับตติยา ณัฐภูมิแย่งอุ้มตติยาไปขึ้นรถโดยไม่สนใจขุนเขาที่บาดเจ็บ แถมยังบอกสองว่าเป็นคนช่วยตติยาอีกด้วย
          มานัสเจ็บใจที่ไม่ได้ตัวตติยา ระหว่างนั้น คนของจักรวรรดิก็ตามมาทำร้ายมานัสปางตาย เสี่ยมาฤทธิ์โกรธจัดคิดหาทางเอาคืนจักรวรรดิ ด้านตติยาเมื่อฟื้นก็ถามหาแต่ขุนเขา ทำให้สองไม่พอใจ จนจำปีต้องบอกว่าขุนเขาเป็นคนช่วยตติยา ขณะที่ ท่านนายพลยังใจแข็งไม่ยอมคุยกับนราภา ลูกสาว ทำให้บรรยากาศยิ่งดูอึมครึม ด้านตติยายังห่วงขุนเขา จึงแอบไปเยี่ยมกลางดึก ทำให้ขุนเขาดีใจมาก ธารารินซึ่งนอนเฝ้าน้องชายอยู่แอบเห็น แต่ทำเป็นหลับเพื่อเปิดโอกาสให้ทั้งคู่คุยกัน วันรุ่งขึ้น นินนาทแวะมาเยี่ยมขุนเขาและหาโอกาสคุยกับธารารินเรื่องอรอัชฌา แต่ยังไม่ทันพูด จักรวรรดิกับวจีรัตก็พาปู่ย่าของขุนเขามา ปู่กับย่าสั่งห้ามขุนเขากับธารารินยุ่งกับครอบครัวนี้และขุนเขาต้องไปรักษาตัวที่กรุงเทพฯ สองซึ่งตั้งใจมาขอบคุณขุนเขาได้ยินก็รู้ว่าขุนเขาไม่ใช่หมอจนๆ แต่เมื่อครอบครัวขุนเขาไม่ยอมรับตติยา เขาจึงพาลูกกลับ ขณะที่ ตติยาเศร้าเพราะคิดเหมือนพ่อว่าขุนเขาคงไม่มาที่นี่อีก
          นินนาทสงสารหลานสาวจึงโทรหาธาราริน แล้วเขาก็ต้องดีใจเมื่อรู้ว่าขุนเขาไม่ทำตามคำสั่งปู่ย่า แถมยังมาหาตติยาที่บ้านอีกด้วย ด้านตติยาก็ดีใจที่ได้พบขุนเขา สองเริ่มใจอ่อน แต่ยังไว้ตัวโดย ทำทีไปอยู่ที่ค่ายมวยเพื่อเปิดโอกาสให้หนุ่มสาว นินนาทตั้งใจจะไปส่งธารารินที่บ้านไร่ปลายฟ้า แต่ศรัทก็โทรมาแจ้งข่าวเรื่องแหล่งกบดานของคนที่ดักทำร้ายมานัส นินนาทจึงต้องไปทำงานโดยย้ำกับธารารินอย่าไว้ใจจักรวรรดิ ดูเหมือนว่างานนี้ ตำรวจจะช้ากว่าพวกมาฤทธิ์ เพราะพอไปถึง คนร้ายก็ถูกฆ่าตายไปแล้ว นินนาทเจ็บใจที่ไม่มีหลักฐานเอาผิดจักรวรรดิ แต่แล้วเขาก็ได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์จากกล้า คนเฝ้าบ้านขุนเขาซึ่งเห็นหน้ามือปืน นินนาทให้ลูกน้องสเก็ตช์ภาพออกมาโดยมีตติยายืนอยู่ด้วย
          วันต่อมา ตติยาเห็นผู้ต้องสงสัยจึงแอบตามไป และโทรบอกนินนาท นินนาทให้หลานสาวออกจากที่นั่น แต่คนร้ายเห็นซะก่อนจึงจะฆ่าปิดปากตติยา ตติยาตกใจรีบหนี โชคดีที่มีมอเตอร์ไซค์ผ่านมา ตติยาจึงขอไปด้วย ก่อนจะพบว่าเขาคือ นาวาอากาศโทพีรพงษ์ (อดุลยรัศมิ์ สุวรรณจักรา) พี่ชายของวรกุล ตติยาจำพีรพงษ์ไม่ได้ จนวรกุลต้องเล่าวีรกรรมสมัยมัธยมปลายที่ตติยาเอาชื่อพีรพงษ์ไปอ้างเป็นคนรัก ตติยาถึงจำได้ เธอยังให้ความสนิทสนมกับพีรพงษ์เหมือนพี่ชายเช่นเคย โดยไม่ได้สังเกตว่าแม่สื่อตัวป่วนกำลังจะถูกย้อนรอย เมื่อ วรกุลคิดจะจับคู่เธอกับพีรพงษ์ซะแล้ว แถมยังขอความร่วมมือจากจำปีอีกด้วย จำปีลำบากใจแต่ก็ไม่อาจปฏิเสธได้ ขุนเขาดูออกว่าพีรพงษ์ชอบตติยา จึงแอบเขม่น ขณะที่ ตติยาร้อนใจกลัวขุนเขาเข้าใจผิด แต่ไม่รู้จะง้ออย่างไร เพราะทั้งเขาและเธอยังไม่ได้ตกลงเป็นแฟนกันจริงๆ
          นินนาทสอบปากคำมือปืนจนได้ความว่าเสี่ยมาฤทธิ์ว่าจ้างตน นินนาทจึงออกหมายจับเสี่ยมาฤทธิ์ แต่เสี่ยปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาและประกันตัวออกมาสู้คดี ทำให้จักรวรรดิที่รู้ข่าวเจ็บใจมาก ด้านวจีรัตใช้ความพยายามครั้งสุดท้ายมาหาขุนเขาที่โรงพยาบาลและคุกเข่าขอโทษเขาต่อหน้าคนไข้ ขุนเขาถือโอกาสประกาศยกโทษให้วจีรัต แต่ห้ามเธอมาวุ่นวายกับเขาและแฟนอีก ทำให้วจีรัตอับอายกลับไปบอกปฏิรพผู้วางแผน ทั้งคู่ต่างถอดใจ เพราะรู้ว่าคงหมดหวังจริงๆ
          ด้านวรกุลนัดตติยามากินข้าว ตติยาหวังจะให้ศรัทไปเป็นเพื่อน แต่เขาเกิดติดงาน เธอจึงต้องไปทานข้าวกับวรกุลและพีรพงษ์ วรกุลปล่อยให้ตติยานั่งกับพีรพงษ์ แต่ทุกอย่างผิดแผน เพราะขุนเขาดันมากินข้าวที่นี่เช่นกัน ทำให้ตติยาไม่มีสมาธิคุยกับพีรพงษ์เลย ตติยาไปปรึกษาศรัทเรื่องง้อขุนเขา แต่ศรัทยังหงุดหงิดที่วรกุลไม่พูดคุยกับเขามาหลายวัน แถมยังดูเอาใจขุนเขาเป็นพิเศษ จึงไม่ยอมช่วยตติยา ระหว่างนั้น พยาบาลที่ดูแลอรอัชฌาบอกศรัทว่าอรอัชฌาฟื้นแล้ว ศรัทกับตติยาจึงไปเยี่ยม แล้วพบว่าเธอจำเหตุการณ์ร้ายและคนรอบข้างไม่ได้ ยกเว้นนินนาท ตติยากลัวธารารินเข้าใจผิดน้าชายจึงขอร้องแกมบังคับให้ศรัทมาช่วยฟื้นความจำอรอัชฌา ยิ่งทำให้วรกุลโมโหหึง ศรัททำใจกล้าบอกเรื่องที่ขุนเขากับตติยามีใจให้กัน แต่วรกุลรู้อยู่แล้ว ทำให้ศรัทงงว่าวรกุลโกรธเขาเรื่องอะไร จนวรกุลโมโหเผลอบอกชอบศรัทออกมา ทำให้ศรัทดีใจมาก และถือโอกาสชวนวรกุลมาช่วยดูแลอรอัชฌา วรกุลรับคำ เพราะศรัทอ้างว่าเป็นการทำบุญสะเดาะเคราะห์แบบที่วรกุลชอบทำ ด้านพีรพงษ์ตัดสินใจขอคบกับตติยา ตติยาจึงสารภาพว่ามีคนที่ชอบแล้ว พีรพงษ์พอรู้ว่าเป็นใคร มีแต่ขุนเขาที่หงุดหงิดเพราะคิดไปไกลว่าตติยาชอบคนอื่น
          ด้านหมอวัจน์รู้ข่าวอรอัชฌาก็มาเยี่ยม แต่อรอัชฌากอดนินนาทไว้ด้วยความกลัว ทำให้ หมอวัจน์เสียใจ เกศแก้ว (พรทิพย์ ปาปะนัย) พยาบาลรุ่นพี่ของหมอวัจน์ที่ตามมารีบดึงหมอวัจน์กลับ สวนกับธารารินและจักรวรรดิ จักรวรรดิรีบเป่าหูธารารินว่านินนาทกับอรอัชฌารักกัน ธารารินทำเฉยและนำไปเล่าให้ขุนเขาฟัง แถมยังให้ไปบอกตติยาด้วยเพราะเธออยากรู้ว่าแม่สื่อตัวดีจะแก้ปัญหาอย่างไร ขุนเขารับคำงง ๆ ด้านตติยาพอรู้ข่าวก็ร้อนใจมาก เธออยากให้อรอัชฌาหายเป็นปกติเพื่อแก้ความเข้าใจผิดระหว่างธารารินกับนินนาท เธอจึงเริ่มที่ต้นเหตุอย่างหมอวัจน์ ตติยาวิเคราะห์เหตุการณ์ต่างๆ ก่อนสรุปว่าเกศแก้วน่าสงสัยที่สุด ขุนเขานึกเอ็นดูตติยาจึงอาสาสืบเรื่องนี้ ทำให้ตติยาดีใจเผลอจับมือเขาเพื่อขอบคุณ
          วันต่อมา ตติยาแอบเข้าไปในห้องนอนนินนาทจนพบสมุดบันทึกเล่มหนึ่ง ทำให้ตติยารู้ว่านินนาทรักธาราริน ส่วนอรอัชฌาเป็นน้องสาวเพื่อนรักที่เสียชีวิตระหว่างปฏิบัติหน้าที่ นินนาทจึงสัญญาว่าจะดูแลน้องสาวแทน ตติยารีบให้ขุนเขาพาไปพบธาราริน แต่ธารารินบอกว่านินนาทอธิบายแล้ว ตติยาถึงกับงงไปเลยว่าทั้งคู่รักกันตอนไหน ด้านขุนเขาแวะไปหาหมอทศวุฒิ เพื่อนรักซึ่งอยู่โรงพยาบาลเดียวกับเกศแก้ว และแฟนทศวุฒิก็ทำงานแผนกเดียวกับเกศแก้ว ขุนเขาจึงได้รู้ว่าเกศแก้วหลงรักหมอวัจน์และยอมมอบกายให้เมื่อครั้งที่หมอวัจน์เมาเพราะอกหักจากอรอัชฌา แต่จากวันนั้น หมอวัจน์ก็ไม่สนใจเธออีก ขุนเขาไม่ไว้ใจเกศแก้วจึงให้ทศวุฒิกับคนรักคอยรายงานพฤติกรรมของเกศแก้วกับหมอวัจน์ให้เขารู้
          นินนาทซึ่งตามตติยามาก็พาหลานไปพบผู้เป็นตา ท่านจึงพาตติยาไปเยี่ยมคุณนิโลบล น้องสาวท่าน ทำให้ตติยาได้รู้ว่าหมอวัจน์คือลูกคุณนิโลบล และเป็นน้าแท้ๆ ของเธอ คุณนิโลบลนั้นถูกสามีปอกลอกเกือบหมดตัวจนกลายเป็นคนคุ้มดีคุ้มร้าย และป่วยทางจิต เธอไม่ชอบที่หมอวัจน์คบกับอรอัชฌาจึงกีดกันและหาผู้หญิงให้ แต่หมอวัจน์ยังรักอรอัชฌา เมื่อนิโลบลเห็นตติยาก็ไม่พอใจ เพราะกลัวจะไม่ได้สมบัติพี่ชาย ท่านจึงต้องพาตติยากลับก่อน ด้านธารารินกับขุนเขาถูกปู่กับย่าเรียกพบ เพราะท่านกำลังจะร่วมธุรกิจกับจักรวรรดิและจะให้ธารารินแต่งงาน ขุนเขาจึงขอร้องให้ปู่ย่าสืบประวัติจักรวรรดิก่อน เพราะจักรวรรดิมีธุรกิจมืดมากมาย ขุนเขาไม่อยากให้ท่านทั้งสองติดร่างแห ปู่กับย่าขุนเขาเริ่มคิดตาม
          วันต่อมา ศรัทโทรบอกให้ตติยารีบกลับบ้าน เพราะณัฐภูมิจะพาพ่อไปสู่ขอเธอบ่ายวันนี้ ตติยารีบให้ขุนเขาพากลับ ครั้งนี้ ขุนเขาขับรถเก๋งสุดหรูแทนรถมอเตอร์ไซค์คู่ใจ ทั้งคู่ไปทันก่อนสองจะยก ตติยาให้ณัฐภูมิ ตติยาค้านเสียงแข็งและพูดกำกวมให้ทุกคนเข้าใจว่าเธอกับขุนเขาได้เสียกันแล้ว พ่อของณัฐภูมิเสียหน้ามากรีบกลับทันที ขณะที่ สองจะทำร้ายขุนเขาที่หยามเกียรติลูกสาวตน ดีแต่นราภาช่วยขวางไว้ ตติยาสารภาพว่าไม่ได้เป็นอะไรกับขุนเขา ทำให้สองใจเย็นลงแต่ยังไม่ยอมรับขุนเขา
          ที่โรงพยาบาล มีคนมาขอเยี่ยมอรอัชฌาอ้างว่าเป็นอาจารย์เก่า ตำรวจจึงปล่อยเข้าไป แต่ความจริงท่านคือ คุณนิโลบลที่จะมาฆ่าอรอัชฌา ดีที่ตติยา ศรัท และขุนเขามาทัน ตติยาพูดเกลี้ยกล่อมนิโลบลและยืมชื่อศรัทอ้างว่าเป็นสามีอรอัชฌา จนท่านใจเย็นลง ศรัทช่วยจับนิโลบลไว้ ขณะที่ตติยาโทรบอกหมอวัจน์ ผลการตรวจร่างกายพบว่า นิโลบลได้รับยากระตุ้นประสาท ทำให้เกิดภาพหลอนคิดว่า อรอัชฌาจะมาแย่งลูกชายไป ทุกคนสงสัยว่าต้องมีคนขับรถพานิโลบลมา
          ระหว่างนั้น อรอัชฌาก็จำเรื่องทุกอย่างได้ว่าคนที่ขับรถชนเธอคือ เกศแก้ว ส่วนขุนเขาได้รับโทรศัพท์จากทศวุฒิว่าเห็นเกศแก้วขับรถพาคุณนิโลบลออกจากโรงพยาบาล นินนาทจึงวางแผนจับคนร้ายโดยสับเปลี่ยนให้ศรัทนอนในห้องพักผู้ป่วยแทนอรอัชฌา และทำเหมือนทุกคนออกจากโรงพยาบาลไปแล้ว เกศแก้วเข้ามาหวังฆ่าอรอัชฌาจึงถูกศรัทจับข้อหาพยายามฆ่า หมอวัจน์ยอมเลิกตื๊ออรอัชฌาเพื่อความสบายใจของทุกคน ด้านตติยายังมาช่วยดูแลนิโลบล ความน่ารักของเธอทำให้ท่านอาการดีขึ้น หมอวัจน์ขอบคุณตติยาอย่างจริงใจก่อนจะพาแม่กลับไปรักษาตัวต่อที่กรุงเทพฯ
          ด้านปู่กับย่าของขุนเขาได้ข้อมูลว่าจักรวรรดิเป็นคนไม่ดีจึงไม่ยอมร่วมหุ้นด้วย ทำให้จักรวรรดิโกรธมาก ที่แหล่งฟอกเงินชั้นดีหลุดลอยไป ระหว่างนั้นเขาได้ข่าวเสี่ยมาฤทธิ์จะส่งยาล็อตใหม่ให้ลูกค้า เขาจึงให้สินธุไปขัดขวางพร้อมกับที่นินนาทพาตำรวจไปล้อมจับ เกิดการปะทะกันของสามฝ่าย เสี่ยมาฤทธิ์เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ มานัสถูกจับ จักรวรรดิหนีไปกบดาน และให้ลูกน้องจับธารารินกับตติยาเป็นตัวประกัน จำปีตามไปช่วยตติยาแต่ไม่สำเร็จ จึงรีบกลับไปบอกสอง ขณะที่ แจ๊ครีบส่งข่าวให้นินนาทรู้และนัดส่งตัวประกัน แต่จักรวรรดิไหวตัวทันว่าแจ๊คเป็นสายตำรวจจึงให้ลูกน้องตามไปสกัด ขุนเขากับตำรวจกลุ่มหนึ่งมาช่วยตติยาและธาราริน ส่วนนินนาทตามไปจับจักรวรรดิ แต่จักรวรรดิต่อสู้จึงถูกวิสามัญฆาตกรรม สองรู้สึกขอบคุณขุนเขาที่ช่วยลูกสาวเขาอีกครั้ง
          ตติยาถูกยิงบาดเจ็บเล็กน้อย แต่เธอเห็นเป็นโอกาสดีที่จะทำให้พ่อแม่และตาคืนดีกัน จึงแกล้งเจ็บหนักและพูดขอร้องจนทั้งสามรับปากจะคืนดีกัน พอทุกคนรู้ว่าตติยาไม่ได้เป็นอะไรมากก็ดีใจและไม่นึกโกรธเธอ ท่านนายพลเรียกสองไปคุย และพูดให้สองยอมรับขุนเขา ส่วนท่านก็ยอมให้อภัยนราภากับสอง แถมยังขอบคุณที่สองทำให้นราภามีความสุข สองอึ้งไป และรู้ว่าตัวเองจะตัดสินใจอย่างไร
          ปลัดณัฐภูมิ มาเยี่ยม ตติยาและขอโทษเรื่องจักรวรรดิ แม้เขาจะไม่รู้จักจักรวรรดิดีพอ แต่ก็เป็นคนชักนำคนร้ายเข้ามาในชุมชน ไม่มีใครโกรธณัฐภูมิ เพราะเขาไม่มีส่วนรู้เห็นด้วย ณัฐภูมิเห็นขุนเขาดูแลตติยาไม่ห่างก็ทำใจยอมรับความจริง ส่วนสองหาจังหวะคุยกับขุนเขาตามลำพัง และให้เขาแสดงความจริงใจด้วยการวางแผนแต่งงาน ไม่อย่างนั้นขุนเขาก็ต้องเลิกยุ่งกับตติยา ด้านตติยายังคิดวางแผนให้ธารารินกับนินนาทได้เคลียร์กัน แต่กลายเป็นว่าทั้งคู่เข้าใจกันดี งานนี้ทำเอาแม่สื่อถึงกับงง แถมขุนเขายังเข้ามาบอกรักและขอเป็นแฟนเธอต่อหน้าทุกคน แม้จะเขิน แต่ตติยาก็พยักหน้าอย่างเต็มใจ
          สี่เดือนต่อมา งานแต่งงานระหว่างนินนาท ซึ่งได้เลื่อนยศเป็นพันตำรวจเอกกับธารารินถูกจัดขึ้น ตติยายืนมองอย่างภาคภูมิใจกับความสำเร็จในการเป็นแม่สื่อ เธอแอบผิดหวังที่จับคู่ให้ศรัทไม่ได้ เพราะตอนนี้อรอัชฌากลับไปคืนดีกับหมอวัจน์แล้ว โดยคุณนิโลบลไม่ขัดขวาง แต่แล้ว ตติยาก็เห็นศรัทยืนอยู่กับวรกุล ตติยาเลยคิดจะเป็นแม่สื่อให้คู่นี้ ขุนเขารู้ทันเลยเบรกไว้ เพราะคิดว่าศรัทจัดการเรื่องนี้เองได้ แต่ตติยายังสนุกจึงคิดแผนต่างๆ มากมาย จนขุนเขาต้องยอมแพ้และขอเป็นผู้ช่วยแม่สื่อคนนี้ตลอดไป
100
          ตติยา หรือ สาม (พัชร์สิตา อธิอนันตศักดิ์) สาวแก่นที่เพิ่งเรียนจบปริญญาตรี ต้องการจับคู่ให้ วรกุล (อาทิตยา ทองวิชิต) เพื่อนรักกับ พันตำรวจโทนินนาท บริภัณฑ์ (วัชรบูล ลี้สุวรรณ) น้าชายจึงชวนทั้งสองมาฉลองเรียนจบที่ร้านอาหารชานเมืองกรุงเทพฯ แห่งหนึ่ง แต่พอถึงเวลา ตติยาก็ขอตัวไปเข้าห้องน้ำพักใหญ่ เพื่อเปิดโอกาสให้เพื่อนกับน้าชาย แต่ดูท่าจะไม่เป็นอย่างที่คิด เมื่อทั้งคู่ไม่ได้คิดอะไรกัน แถมนินนาทยังได้เจอขุนเขา ชนาวัธน์ (วีรคณิศร์ กานต์วัฒนกุล) ทันตแพทย์หนุ่มมาดเซอร์ที่เคยร่วมงานกันพาพี่สาวมาฉลองวันเกิด วรกุลเห็นขุนเขาครั้งแรกก็ถูกใจพยายามจะคุยด้วย แต่ขุนเขาต้องรีบขอตัว เพราะเห็น วจีรัต (ณธิดา ภัทรชาญไชย) ลูกสาวนักธุรกิจที่ปู่ย่าต้องการให้เขาแต่งงานด้วยตามมาถึงร้าน
          ด้าน ธาราริน (ธัญยกันต์ ธนกิตติ์ธนานนท์) พี่สาวของขุนเขาซึ่งเป็น ผู้บริหารและบรรณาธิการใหญ่ของนิตยสาร "สารพัน" ธุรกิจเล็กๆ ธุรกิจหนึ่งของครอบครัวมาเข้าห้องน้ำ แต่เพราะเครียดเรื่องงานจึงหน้ามืดจะเป็นลม โชคดีที่ได้ตติยามาช่วยไว้และดูแลอย่างดี ทำให้ธารารินประทับใจ ก่อนจากกันเธอให้นามบัตรตติยาไว้ เผื่อตติยาอยากไปร่วมงานด้วย ตติยาเองก็ถูกใจธารารินกับความใจดีของเธอ ระหว่างนั้น ขุนเขาซึ่งวิ่งหนีวจีรัตมาตัดสินใจคว้าตัวตติยามากอดและบอกวจีรัตที่ตามมาทันว่า เขามีคนรักแล้ว วจีรัตโกรธมากจะตบ ตติยา แต่ถูกตติยาต่อยกลับจนมึน ขุนเขากลัวเรื่องจะบานปลาย เลยดึงตติยาหลบออกหลังร้านแล้วควักเงินจ่ายค่าเสียหาย ตติยาไม่รับแถมยังต่อยขุนเขาเป็นการชดใช้ที่เข้ามากอดเธอ ก่อนเดินหนีไป ขุนเขามองตามอย่างอึ้งๆ แต่ก็แอบชอบใจและจดจำใบหน้าเธอได้ขึ้นใจ
          ธารารินเห็นน้องชายมีรอยช้ำที่ใบหน้าก็สงสัย ขุนเขาจึงเล่าวีรกรรมของตติยาให้ฟัง เช่นเดียวกับธาราริน โดยไม่รู้ว่า ทั้งสองพูดถึงคน ๆ เดียวกัน จากนั้น ขุนเขาก็บอกธารารินว่าเขาขอย้ายไปประจำอยู่ที่โรงพยาบาลประจำอำเภอหนึ่งของสมุทรสงคราม ซึ่งเขาได้มรดก "บ้านไร่ปลายฟ้า" จากผู้เป็นตา เพราะไม่ต้องการถูกปู่กับย่าบังคับให้แต่งงานกับวจีรัต ธารารินเป็นห่วงน้องชายมาก เพราะข่าวลือที่ว่าผีดุ โดยเฉพาะผีตาก่ำ คนเฝ้าบ้านเก่าแก่ซึ่งเสียชีวิตหลังจากเจ้านายไม่กี่ปี ชาวบ้านแถวนั้นเชื่อว่าผีตาก่ำหวงบ้านแทนเจ้านาย ขุนเขาไม่ใช่คนกลัวผีจึงคิดจะไปสำรวจบ้านก่อนเริ่มงานจริงอาทิตย์หนึ่ง ระหว่างนั้น มีโทรศัพท์เข้ามาหาธารารินให้ตรวจต้นฉบับ ขุนเขารีบยึดโทรศัพท์พี่สาว เพราะอยากให้เธอพักผ่อน รวมไปถึงการชวนเธอไปพักที่บ้านตาด้วยกัน แต่ธารารินขอเวลาคิดเพราะยังเป็นห่วงงานอยู่
          นินนาทได้รับคำสั่งด่วนให้ตามจับเด็กส่งยา จำปี นักมวยหญิงในค่ายของพ่อตติยา และเป็นญาติสาวคนสนิทของเธอด้วยแอบได้ยินก็รีบไปบอกตติยา ตติยากับจำปี เหมือนแพร พานะบุตร เลยแอบตามนินนาทไป จนเห็นคนร้ายวิ่งหนีนินนาทไปลงเรือ ตติยาได้ทีเลยกระโดดขึ้นเรืออีกลำของคนแถวนั้นไล่ตาม จำปีตกใจ ทำอะไรไม่ถูก นินนาทเห็นก็รู้ทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น รีบไปดักหน้าคนร้าย เรือสองลำของตติยาและคนร้ายไล่ตามกันอย่างดุเดือดจนพ่อค้าแม่ค้าแถวนั้นหลบกันให้วุ่น คนร้ายเห็นท่าไม่ดีเลยคว้าระเบิดปิงปองลูกไม่ใหญ่ปาใส่เรือของ ตติยา แต่ ตติยาไม่หวั่นขับเรือเหาะข้ามสะพาน ทำให้ระเบิดพลาดเป้า คนร้ายตกใจจนไม่ทันระวังตัว ขับเรือพุ่งชนเข้าข้างทาง นินนาทกับตำรวจจึงรวบตัวไว้ได้ ตติยาขึ้นเรือมาสมทบกับน้าชาย และยักคิ้วให้อย่างไม่กลัวอันตราย จำปีทำหน้าใจหายใจคว่ำไม่ได้กลัวว่าตติยาเป็นอะไร แต่กลัวว่าพ่อของตติยาจะเล่นงานเธอมากกว่า
          หลายวันต่อมา ตติยายังนั่งเซ็งอยู่ที่ร้านขายของที่ระลึกของนราภา (ปภัสรา เตชะไพบูลย์) ผู้เป็นแม่ที่ตลาดน้ำ เพราะถูกพ่อทำโทษหลังจากรู้วีรกรรมของเธอ แถมแผนการเป็นแม่สื่อให้เพื่อนกับน้าชายก็ยังมาผิดแผน เมื่อวรกุล เพื่อนรักดันพร่ำเพ้อถึงผู้ชายมาดเซอร์ ทำให้เธอนึกไปถึงหนุ่มโรคจิตที่ร้านอาหารในวันนั้น เพราะเขามองผู้หญิงเป็นเพียงสิ่งของที่ตีราคาได้ ด้านนินนาทได้รับข้อมูลจากหมวดศรัท (พชรพล ศุขอร่าม) ลูกน้องนินนาท ซึ่งเป็นเพื่อนรุ่นพี่ของตติยากับ จ่าทำนบ (บอม จ๊กมก) ว่ามีสมุนนักค้ายาเสพติดที่ตำรวจต้องการตัวมาที่นี่ นินนาทจึงโทรสั่งตติยาให้จับตามองนักท่องเที่ยวที่จะไปบ้านไร่ปลายฟ้า โดยนินนาทลืมไปว่าขุนเขาก็จะมาวันนี้เช่นกัน
          ตติยานึกสนุกอยากเป็นสายสืบจึงปลอมเป็นเด็กหนุ่มคนเรือ เธอขอร้องให้ จำปี (กิ่ง เหมือนแพร) อยู่เฝ้าร้านแทน จำปีอิดออดบอกว่ามีซ้อมมวย ตติยาก็อ้อนซะจนจำปีปฏิเสธไม่ได้ แม้หลายคนจะมองว่าตติยากับจำปีเหมือนเป็นคู่รักทอมดี้ แต่ทั้งสองรู้ดีว่าสนิทกันยิ่งกว่าพี่น้องและสามารถตายแทนกันได้ ด้าน จ๊อด (สมจิตร จงจอหอ) กับ โจ๊ก (สมรักษ์ คำสิงห์) คนในค่ายมวยของพ่อตติยาที่แอบดูอยู่เตรียมจะไปฟ้องพ่อตติยา แต่ตติยารู้ทันบังคับให้ทั้งคู่ช่วยจำปี จากนั้น ตติยาก็ไปเตร็ดเตร่ที่ท่าเรือจนพบขุนเขาว่าจ้างเรือไปส่งที่บ้านไร่ปลายฟ้า แต่ไม่มีใครยอมไปเพราะกลัวผี ตติยาคุ้นหน้าขุนเขา แต่นึกไม่ออก ที่สำคัญเขามีรูปร่างและท่าทางเหมือนที่นินนาทบอกจึงรับอาสาไปส่ง ขณะเดียวกันก็มีชายอีกคนรูปร่างคล้ายขุนเขามาขอไปด้วย ตติยาไม่แน่ใจว่าเป็นคนไหนเลยโทรแจ้งนินนาท ก่อนจะขับเรือไปส่งสองหนุ่ม ตติยาพยายามชวนคุย มีเพียงขุนเขาที่เป็นมิตร เพราะคุ้นหน้าตติยาเช่นกัน ขณะที่ ชายอีกคนคุยโทรศัพท์และรู้จากลูกน้องว่าตำรวจไปดักจับตน มันเลยใช้ปืนบังคับให้ตติยาขึ้นที่ท่าเรือหนึ่ง ตติยาหาทางถ่วงเวลา โดยมีขุนเขาช่วยเหลือ จนศรัทมาถึง ตติยาไม่แน่ใจว่าขุนเขาเป็นคนดีหรือไม่ เลยให้ศรัทจับทั้งสองคน เมื่อนินนาทเห็นขุนเขาก็ปล่อยตัว ส่วนอีกคนคือ แจ๊ค วานรินทร์ (สยามรัฐ บัวเจริญ) สมุนนักค้ายา นินนาทขังแจ๊คไว้เพื่อสอบปากคำ ส่วนตติยาไม่อยากให้น้าชายโกรธเลยอาสาไปส่งขุนเขา
          ตติยาขับเรือไปส่งขุนเขาแล้วเริ่มจำได้ว่า เขาคือชายที่แต๊ะอั๋งเธอเลยคิดแกล้งทำให้เขาตกน้ำ แต่เหมือนขุนเขารู้ทัน แผนตติยาเลยไม่สำเร็จ จนกระทั่งถึงท่าน้ำบ้านไร่ปลายฟ้า เธอจะไม่ขึ้นไปเพราะกลัวผี ขุนเขามองออกเลยบังคับตติยาให้ไปด้วยเพื่อเอาคืน ระหว่างทาง ทั้งคู่พลัดตกหลุมลึกก่อนถูกรมยาสลบ พอฟื้นขึ้นมา ทั้งตติยาและขุนเขาก็มานอนที่ท่าน้ำ บรรยากาศที่น่ากลัวทำให้ตติยากอดขุนเขาไว้ เป็นจังหวะเดียวกับที่ สอง (มนตรี เจนอักษร) พ่อของตติยา เจ้าของค่ายมวยสองศิษย์หนึ่งกับ ณัฐภูมิ (กณิณ ปัทมนันถ์) ปลัดอำเภอที่สองหมายมั่นจะให้แต่งงานกับตติยามาพอดี เพราะจ๊อดกับโจ๊กฟ้องสอง ทำให้จำปีถูกบังคับให้เล่าเรื่องทั้งหมด ตติยาแอบส่งสายตาคาดโทษจ๊อดกับโจ๊ก แต่ทำอะไรไม่ได้ ขณะที่ ขุนเขาจะอธิบาย แต่โดนสองต่อยสลบ ตติยารีบให้นินนาทพาขุนเขากลับ ส่วนเธอโกหกพ่อว่าขุนเขาคือคนรักของเธอ ทำให้สองโวยวาย ส่วนณัฐภูมิถึงกับอึ้งไปแต่ยังไม่เชื่อถือ
          ด้านขุนเขาฟื้นขึ้นที่บ้านนินนาทก็ได้รู้ว่าหลานสารวัตรเป็นผู้หญิง แถมยังเอาชื่อเขาไปอ้างกับพ่ออีก ขุนเขานึกทบทวนก็จำได้ว่าตติยาคือหญิงสาวที่เจอในร้านอาหารวันนั้น เขาจึงคิดแก้เผ็ดตติยา โดยขอร้องแกมบังคับให้เธอไปที่บ้านไร่ปลายฝันด้วยกันอีกครั้ง ตติยาจะให้จ๊อดกับโจ๊กไปแทน แต่ทั้งคู่เหมือนรู้ทันหนีไปซ้อมมวยกับสอง ตติยาหันไปอ้อนวอนจำปี แต่จำปีโดนทำโทษให้ทำความสะอาดค่ายมวย ทำให้ตติยาซึ่งจะเข้าไปเอาโทรศัพท์ที่ทำตกไว้จำต้องยอมตกลง ครั้งนี้ขุนเขากับตติยาไปทางบก โดยอาศัยรถจักรยานยนต์ของนินนาท ตติยากอดเอวเขาแน่นจนถึงเรือนไทยกลางสวน แต่ยังไม่ทันขึ้นไปบนบ้านก็โดนดีอีก ทั้งคู่ถูกตีท้ายทอยสลบและพามาอยู่ที่ศาลาท่าน้ำ ตติยาแกล้งสลบไม่ฟื้น แต่ขุนเขามองออกเลยอุ้มตติยากระโดดลงน้ำ สองกับณัฐภูมิมาเห็นอีกครั้ง สองโกรธมาก ยิ่งเห็นขุนเขาแกล้งแสดงความรักกับตติยา สองเลยต่อยขุนเขาปากแตก ตติยารีบพาขุนเขาไปส่งโรงพยาบาลโดยไม่สนใจณัฐภูมิ ทำให้ณัฐภูมิเสียหน้า แล้วการที่ตติยาพาขุนเขาไปโรงพยาบาลก็ทำให้ข่าวเรื่องตติยามีแฟนแพร่กระจายไปอย่างรวดเร็ว
          ด้านธารารินเห็นน้องชายไม่โทรศัพท์มาก็เป็นห่วงตัดสินใจขับรถมาหา แต่เพราะไม่รู้จักบ้านไร่ปลายฟ้าเลยไปที่สถานีตำรวจขอพบสารวัตรนินนาทที่น้องชายอ้างถึง ระหว่างนั้น ตติยาก็โทรบอกน้าชายเรื่องขุนเขา นินนาทจึงพาธารารินไปที่โรงพยาบาล ขุนเขายืนยันกับพี่สาวว่าอยู่ที่นี่ได้ โดยมีตติยาช่วยยืนยันอีกแรงว่าจะช่วยดูแล ธารารินไว้ใจตติยาแต่ยังเป็นห่วงขุนเขา จึงขอให้น้องชายพักบ้านนินนาท ขุนเขาจำใจตกลง ตติยาเริ่มปลื้มธารารินจึงวางแผนจะจับคู่ให้น้าชายกับธารารินในใจ
          ด้าน วรกุล ย้ายกลับมาอยู่บ้านเก่า เพราะต้องการฟื้นฟูสวนองุ่นดั้งเดิมของครอบครัวหลังจากที่ทิ้งร้างไปนาน ทำให้ ศรัท ซึ่งแอบชอบวรกุลมานานดีใจ แต่ก็ต้องผิดหวัง เมื่อ วรกุล ดันมาขอให้เขาช่วยเป็นพ่อสื่อให้เธอกับขุนเขา เพราะไม่เชื่อข่าวลือที่ว่าตติยาเป็นคนรักของขุนเขา ขณะเดียวกัน ไอ้แจ๊คก็เข้ามาสมัครงานเป็นคนงานในสวนองุ่นของวรกุล วรกุลซึ่งไม่รู้ว่าไอ้แจ๊คเคยค้ายาจึงรับไว้ ศรัทคุ้นหน้าไอ้แจ๊ค แต่ไม่ทันเรียกคุย เพราะได้ยินเสียงกรี๊ดของ วรกุล ซะก่อน จึงรีบไปดูและได้มีโอกาสช่วยวรกุลจากงูในสวน ทำให้ทั้งคู่ได้ใกล้ชิดกัน ศรัทแอบเขิน ขณะที่วรกุลยังไม่คิดอะไร
          ตติยาว่างจากดูแลร้านก็ชวนจำปีมาหาวรกุลที่สวน ตติยาหวิดที่จะได้เห็นหน้าแจ๊คหลายรอบ แต่ก็คลาดกันตลอด ขณะที่ ตติยาต้องแปลกใจที่ศรัทแวะเวียนมาหาวรกุลทุกวัน ศรัททำเป็นบ่ายเบี่ยงและถามเรื่องคุณหมอคนใหม่แทน วรกุลตาโตชวนตติยาไปหาคุณหมอ กลายเป็นตติยาที่หาข้ออ้างไม่ไปหาเขาแทน ทำให้จำปีขำกับท่าทางเก้อเขินของตติยา เพราะเธอไม่เคยเห็นมาก่อน
          อาทิตย์ต่อมา ขุนเขาเข้าทำงานวันแรก แต่ยังไม่มีชาวบ้านมารักษา เพราะทุกคนไม่เชื่อมือหมอมาดเซอร์ แถมสองยังประกาศไว้ว่า ขุนเขาไม่มีฝีมือ แต่แล้วคนไข้รายแรกของขุนเขาก็คือ สองที่ปวดฟันและถูกนราภาบังคับให้มาทำกับขุนเขา ขุนเขาอุดฟันให้สองเบามือ จนสองเผลอชมเสียงดัง ชาวบ้านจึงทยอยมารักษากับขุนเขา ขณะที่ ตติยาหายหน้าไป เพราะโดนนราภาคาดโทษที่ทำให้ขุนเขาเจ็บตัวด้วยการเฝ้าร้านที่ตลาดน้ำหลายวัน ทำให้ขุนเขาแอบคิดถึง เมื่อตติยาเอาองุ่นจากสวนมาส่งหมอในโรงพยาบาล ขุนเขาจึงหาเรื่องคุย แต่กลายเป็นโดนตติยาหลอกให้เลี้ยงข้าว แถมยังซักเรื่องพี่สาวอีกด้วย ขุนเขาขำกับความป่วนของตติยา แต่ก็เผลอมองเธออยู่บ่อยๆ อย่างที่ไม่เคยมองสาวใด
          ตติยากับขุนเขาเริ่มสนิทกันมากขึ้นถึงกับไปซื้อของที่ตลาดด้วยกันบ่อยๆ โดยบางครั้งก็มักจะมีจำปีไปด้วย แต่คืนนี้จำปีมีซ้อมมวยชุดใหญ่ ตติยาจึงไปกับขุนเขาสองคน ทั้งคู่บังเอิญเห็นแจ๊คเดินลับๆ ล่อๆ ไปที่ป่าช้า ตติยารีบโทรบอกนินนาทและแอบตามไป แต่แจ๊คไหวตัวทัน เพราะความประมาทของตติยา ทำให้แจ๊คหนีไปได้ แจ๊คหนีไปซ่อนตัวที่เรือนพักคนงานของวรกุล และอ้างว่าป่วย วรกุลซึ่งเป็นคนธรรมะธัมโมและเชื่อเรื่องดวงจึงเข้าใจว่าเป็นเพราะเธอเข้ามาทำสวนโดยไม่ได้เคารพเจ้าที่เจ้าทาง จึงรีบจัดหาของโดยมีศรัทเป็นมือขวาคอยช่วยเหลือ ด้านนินนาทห้ามตติยาเข้ามายุ่งเรื่องไอ้แจ๊คอีก เพราะเป็นห่วงความปลอดภัย แต่ตติยางอนคิดว่านินนาทว่าเธอไม่เก่งแล้วพาลโกรธไปถึงขุนเขา ขุนเขารู้จากนินนาทว่ามีนักธุรกิจใหญ่มาประกันตัวแจ๊ค ส่วนหัวหน้าแจ๊คถูกฆ่าตัดตอนไปแล้ว แต่เขาไม่บอกตติยาเพราะสัญญากับนินนาทไว้ ทำให้ตติยายิ่งงอน ขุนเขาจึงง้อด้วยการชวนไปหาธารารินที่กรุงเทพฯ สองรู้เข้าก็โวยวาย แต่นราภาเข้าข้างลูก เพราะนินนาทไปด้วย สองซึ่งเป็นคนเกรงใจเมียจึงได้แต่ให้จำปีตามไปด้วย
          ขุนเขาพานินนาท ตติยา และจำปีไปที่บ้าน แต่ดันเจอวจีรัตกับ จักรวรรดิ (พัฒนพล กุญชร ณ อยุธยาฯ) นักธุรกิจอีกคนที่ปู่กับย่าอยากให้แต่งงานกับธารารินเพื่อพยุงธุรกิจนิตยสารที่กำลังขาดนายทุน และปู่กับย่าก็มองว่าจักรวรรดิเป็นคนดี ขุนเขาไม่อยากให้วจีรัตมาวุ่นวายจึงอ้างชื่อตติยาเป็นคนรัก ตติยาต้องเล่นตามน้ำและร่วมมือกับจำปี ทำให้วจีรัตอับอาย ส่วนนินนาทรู้จักจักรวรรดิดี เพราะตามคดีที่สงสัยว่าจักรวรรดิค้ายาและมีปัญหากับผู้บังคับบัญชา จนถูกสั่งย้ายไปอยู่ต่างจังหวัด จักรวรรดิพูดข่มนินนาทต่อหน้าธาราริน แต่ถูกธารารินตอกกลับและยืนยันว่าจะไม่แต่งงานกับเขาเด็ดขาด จักรวรรดิกับวจีรัตยังไม่ยอมแพ้จึงแวะไปยังตึกใหญ่ของปู่กับย่าขุนเขาเพื่อใส่ไฟตติยากับนินนาท
          เมื่อทั้งสองกลับไป ตติยาก็ดึงขุนเขาและจำปีไปทำกับข้าวเพื่อเปิดโอกาสให้ธารารินกับนินนาทอยู่ด้วยกัน จำปีไม่อยากเป็นก้างขวางคอตติยากับขุนเขาจึงหาเรื่องออกไปเดินเล่นนอกบ้าน ทำให้ได้ยินจักรวรรดิคุยโทรศัพท์ด้วยท่าทางแปลกๆ ก็แอบฟัง ขณะที่ทั้งตติยาและขุนเขาทำกับข้าวไม่เป็น ธารารินกับนินนาทที่แอบดูจึงสั่งอาหารมาแทน ตติยามีความสุขมาก เพราะธารารินกับนินนาทเข้ากันได้ดีถึงกับแลกเบอร์โทรกันแล้ว ขณะที่ ธารารินยอมเล่าเรื่องที่ธุรกิจกำลังจะขาดทุน แต่เธอยืนยันจะไม่แก้ปัญหาด้วยการแต่งงาน ขุนเขาสบายใจ ส่วนนินนาทที่รับฟังปัญหานั้นเริ่มคิดช่วยเหลือธารารินอยู่ในใจ
          ขุนเขายังพักอยู่กับนินนาท แต่ก็คิดจะไปสำรวจบ้านไร่ปลายฟ้าอีกครั้ง โดยชวนตติยาไปด้วย จำปีซึ่งเป็นคนกลัวผี หาข้ออ้างจนไม่ไปบ้านนี้อีกจนได้ ขณะเดียวกัน เธอก็แอบไปบอกนินนาทเรื่องที่ได้ยินจักรวรรดิคุยโทรศัพท์ นินนาทขอบคุณจำปีที่ช่วยเป็นหูเป็นตาให้ ด้านขุนเขาได้รู้ความจริงว่าที่บ้านไร่ไม่มีผี แต่นาย กล้า (พงษ์อนันต์ หวังสิทธิเดช) ลูกชายตาก่ำทำตามคำสั่งพ่อที่ให้ช่วยรักษาบ้านไร่จากโจร กล้าจึงทำอุบายผีขึ้น แต่วันนี้ กล้าปวดฟันมากเลยปล่อยให้ขุนเขากับตติยามาเจอ ขุนเขาช่วยรักษากล้าโดยไม่คิดเงิน ก่อนย้ายเข้ามาอยู่บ้านไร่อย่างถาวร ตติยาจึงชื่นชมในความดีของเขา
          วรกุลหาเรื่องไปหาขุนเขาที่โรงพยาบาล แต่ก็มักพบศรัทที่นั่นเป็นประจำ ศรัทมักอ้างว่ามาดูแลผู้ต้องหาที่บาดเจ็บ หรือมารับยาแทนตำรวจที่โรงพัก แต่แท้จริง ศรัทต้องการใกล้ชิดกับวรกุล เขาเลยไปปรึกษาตติยา โดยอ้างว่ามีเพื่อนตำรวจอยากจีบสาว ตติยาไม่รู้เรื่องอะไรจึงแนะนำ แลกกับการให้ศรัทคอยช่วยพูดสนับสนุนพี่สาวของขุนเขากับนินนาท น้าชายของเธอ
          ต่อมาที่โรงพยาบาล มีจักษุแพทย์คนใหม่มา คือ หมออรอัชฌา (เปมิกา จีรนรภัทร) ตติยาแอบหึงที่เห็นขุนเขาสนิทกับอรอัชฌา แต่เธอยิ่งร้อนใจเมื่อศรัทบอกว่าอรอัชฌาสนิทกับนินนาทมากกว่า ตติยาเลยสืบจากขุนเขา แต่ขุนเขาก็รู้จักอรอัชฌาเพียงผิวเผิน และตอนนี้ เขากำลังมีปัญหาเพราะวจีรัตขนเสื้อผ้ามาอยู่ด้วย ตติยาจึงร่วมมือกับกล้า และจำปี รวมถึงจ๊อดกับโจ๊กที่โดนลากเข้ามาเอี่ยวหลอกผีด้วย เนื่องจากแอบตามดูตติยาตามคำสั่งสองตลอดเวลา ในที่สุด วจีรัตก็อยู่ไม่ได้ ขุนเขาขอบคุณตติยาที่ช่วย ทำให้เธอเขิน
          สองเริ่มเขม่นที่ตติยาไปหาขุนเขาบ่อยๆ และหงุดหงิดที่จ๊อดกับโจ๊กช่วยอะไรไม่ได้ เลยชวนณัฐภูมิมาทานข้าว และเปิดโอกาสให้คุยกับตติยา แต่ตติยาก็ดึงศรัทและจำปีมาอยู่ด้วย ทำให้ณัฐวุฒิไม่พอใจ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้เพราะเป็นคนเก่งแต่ปาก
          ด้านนินนาทได้ข้อมูลว่าหัวหน้าของแจ๊คที่ตายไปได้ขนยาบ้าล็อตใหญ่มาซ่อนไว้ที่นี่ และทำแผนที่ไว้ แต่คนของนายใหญ่ทรยศเอาลายแทงหนีไป เบาะแสสุดท้ายคือแผนที่ถูกซ่อนอยู่ที่รีสอร์ตร้างข้างบ้านไร่ปลายฟ้า นินนาทยังไม่รู้ว่านายใหญ่คือใครจึงขอให้ขุนเขาช่วยสังเกตรอบๆ สวน โดยไม่ให้บอกตติยา นราภารู้เข้าเลยช่วยด้วยการบังคับให้ตติยาลงประกวดธิดาองุ่นหวานปีนี้ โดยอ้างว่าอยากให้ลูกมีความเป็นกุลสตรีขึ้น ถ้าตติยาปฏิเสธ นางจะสนับสนุนสองให้ตติยาแต่งงานกับณัฐภูมิ ตติยาจึงจำใจประกวด แต่ไม่วายยื่นข้อเสนอขอไปแข่งเรือ และเชียร์จำปีที่จะขึ้นชกมวยก่อน จนนราภาต้องยอม ด้านขุนเขาเมื่อรู้เรื่องก็หัวเราะเพราะไม่เชื่อว่าตติยาจะชนะ เมื่อตติยาโดนหยามเลยตั้งใจจะคว้ารางวัลให้ได้ เธอโทรขอร้องธารารินให้มาช่วยเป็นพี่เลี้ยง ธารารินนึกสนุกเลยหอบงานมาทำที่นี่ด้วย คนที่ปลื้มมากที่สุดจึงเป็นนินนาท เขาเลยหาเรื่องไปที่บ้านไร่เป็นประจำ
          เมื่อมีเวลา ตติยาก็ทำหน้าที่ไกด์พา ธาราริน เที่ยวตลาดน้ำ โดยมีนินนาทกับขุนเขาไปด้วย แต่นอกจากจะผิดแผน เพราะ จักรวรรดิ กับวจีรัตตามมาป่วนแล้ว นินนาทก็ได้ข่าวศรัทถูกยิงจนต้องรีบไปที่โรงพยาบาล เขาสงสัยว่าการมาของจักรวรรดิผิดปกติ เพราะศรัทบอกว่าแอบฟังแจ๊คคุยกับลูกน้องอยู่ดีๆ ก็ถูกลูกกระสุนปริศนายิงใส่ แสดงว่าจะต้องมีพรรคพวกของแจ๊คหรือคนของนายใหญ่มาเพิ่มเติม วรกุลที่มาหาขุนเขาที่โรงพยาบาลรู้ข่าวศรัทก็เป็นห่วง เลยช่วยมาดูแล ทำให้ศรัทแอบรู้สึกดี ขณะที่ ตติยามัวแต่เป็นแม่สื่อให้นินนาทกับธารารินจึงไม่ทันได้สังเกตพฤติกรรมของศรัทกับวรกุล
          นินนาทได้ข้อมูลจากขุนเขาว่า จักรวรรดิมาซื้อรีสอร์ตร้างข้างบ้านไร่และห้ามคนนอกเข้าออก ทำให้นินนาทยิ่งมั่นใจว่าจักรวรรดิคือนายใหญ่ แต่ยังไม่มีหลักฐานเอาผิด ด้านตติยาซึ่งมาเรียนบุคลิกภาพกับธารารินรู้ว่าณัฐภูมิพาจักรวรรดิมาดูที่ เพราะจักรวรรดิรู้จักเสถียร พ่อของณัฐภูมิ ตติยาก็โทรให้ณัฐภูมิพาเข้าไปที่รีสอร์ตร้าง ณัฐภูมิมีความหวังในตัวตติยาเลยมองข้ามที่เธอสำรวจทุกซอกทุกมุม เธอนำมาบอกนินนาท แต่นินนาทสั่งตติยาห้ามยุ่งอีก ทำให้ตติยาน้อยใจแต่ไม่คิดถอยยังแอบตามดูนินนาท โดยมีจำปีเป็นคู่หูลุยไหนลุยนั่นเป็นประจำ
          วจีรัตลงประกวดธิดาองุ่นหวานแข่งกับตติยา โดยมีวรกุลที่ได้แรงยุจากศรัทลงประกวดด้วย แบบสนุกสนาน ทำให้ตติยาผ่อนคลายขึ้นเพราะมีเพื่อน ก่อนถึงเวลาประกวด ตติยาไปแข่งเรือหางยาว แต่ก็เกือบพลาดท่า เพราะฝีมือของวจีรัตที่จ้างคนไปทำให้เรือน้ำรั่ว แต่โชคดีที่มีเรือสำรอง ขณะที่ การขึ้นชกของจำปี ก็มีคนไปเชียร์มากมายรวมถึงขุนเขา ทำให้จำปีมีกำลังใจชกชนะ ตติยาเตรียมตัวไปประกวดธิดาองุ่นหวาน วจีรัตก็หาเรื่องกลั่นแกล้งจนตติยาเกือบไปประกวดไม่ทัน ดีที่ได้ขุนเขาช่วยเหลือ ขุนเขาเห็นตติยาในชุดสวยก็ตะลึง ตติยาสวยมากจนได้รางวัลชนะเลิศ วรกุลเริ่มสงสัยความใกล้ชิดของขุนเขากับตติยา เช่นเดียวกับศรัท แต่ศรัทยังไม่คิดว่าตติยาจะชอบใครง่าย ๆ ขณะเดียวกัน ปฏิรพ (ไดสุเกะ สุกี้คาวา) ลูกชายนายธนาคารใหญ่ที่มาเปิดบริษัทนำเที่ยวที่นี่ และ มานัส (ชลนที ณรงค์ชัย) ลูกชาย เสี่ยมาฤทธิ์ (ไชยกร สิทธาไชย) เจ้าของปั๊มน้ำมันรายใหญ่ที่ก่อนหน้านี้ไม่เคยมองตติยาเลยมาตามจีบ ทำให้สองยิ่งหวงลูกสาว ณัฐภูมิไม่กล้าทำอะไรออกนอกหน้าเพราะกลัวถูกจับตามอง จึงอาศัยเป่าหูให้สองมองหนุ่มอื่นไม่ดีโดยเฉพาะขุนเขา วจีรัตเสียหน้ามาก เมื่อเห็นปฏิรพ เพื่อนเก่าตามจีบตติยาก็ชวนปฏิรพร่วมมือแยกตติยาออกจากขุนเขา ตติยาถูกผู้ชายตื๊อมากๆ ก็เบื่อ เลยชวนขุนเขาหนีไปดูหิ่งห้อย บรรยากาศที่เป็นใจทำให้ขุนเขาเผลอหอมแก้มตติยา ทำเอาตติยาอายจนต้องหาเรื่องกลบเกลื่อน ขุนเขายังไม่กล้าเผยความในใจ เพราะกลัวตติยาจะไม่คิดเหมือนกัน
          ด้านณัฐภูมิฟ้องสองว่าขุนเขาพาตติยาหนี สองจึงไปแจ้งความกับนินนาท แต่ธารารินซึ่งอยู่ด้วยขอให้ใจเย็น สองจึงยอมกลับไปรอที่บ้าน เมื่อตติยามาถึงจึงทะเลาะกับพ่อยกใหญ่ถึงกับประชดว่าจะหนีไปอยู่บ้านขุนเขา แล้วตติยาก็หายตัวไปจนเช้า สองไปโวยที่บ้านขุนเขา แต่ไม่พบตติยา ทุกคนเป็นห่วงตติยามาก โดยเฉพาะขุนเขา กระทั่งธารารินโทรบอกว่าตติยามากรุงเทพฯ กับเธอตั้งแต่เมื่อคืน เพราะเธอต้องรีบปิดต้นฉบับทำให้ไม่ทันบอกใคร สองจะไปตามลูกสาว แต่นราภาห้าม เพราะกลัวทะเลาะกันอีก ขุนเขาจึงพานินนาทกับนราภามาที่กรุงเทพฯ ตติยาขอโทษนราภาที่ทำอะไรวู่วาม เธออ้อนแม่ โดยบอกจะทำอาหารที่ธารารินสอนให้ทาน ทำให้นราภาโกรธลูกไม่ลง ด้านขุนเขาหาจังหวะคุยกับ ตติยา เขาแสดงความเป็นห่วงจนตติยาซึ้งใจและสัญญาว่าก่อนทำอะไรจะบอกเขาทุกเรื่อง ทำให้ขุนเขาสบายใจขึ้น นินนาทพานราภากับตติยา กลับก่อน ส่วนขุนเขาถูกปู่กับย่าเรียกพบ ขุนเขารู้ว่าวจีรัตมาใส่ไฟตติยาก็ไม่ชอบและยืนยันว่าตติยาเป็นผู้หญิงเพียงคนเดียวที่เขาจะแต่งงานด้วย
          ธารารินบอกขุนเขาเรื่องที่มีคนสนใจเป็นนายทุนให้นิตยสารแล้วคือ พลเอกนภกานต์ บริภัณฑ์ (สมภพ เบญจาทิกุล) ขุนเขาได้ยินนามสกุลจึงบอกพี่สาวว่าเป็นนามสกุลนินนาท ธารารินจึงโทรถามนินนาท จนรู้ว่าท่านคือพ่อของนินนาท ตอนแรก ธารารินจะต่อว่า แต่นินนาทยืนยันว่าพ่อตกลงช่วยเหลือธาราริน เพราะความสามารถของเธอและพ่อของเขาก็เป็นแฟนนิตยสารตั้งแต่เล่มแรก ธารารินซึ้งใจที่นินนาททำเพื่อเธอโดยไม่หวังผลตอบแทน ความรู้สึกของทั้งคู่แน่นแฟ้นขึ้น โดยที่แม่สื่อตัวป่วนยังไม่รู้ตัว
Pages: 1 ... 8 9 [10]