Recent Posts

Pages: [1] 2 3 ... 10
1
บริษัทที่ปรึกษาชื่อดังเผยเคล็ดลับการสร้างแบรนด์ให้ประสบความสำเร็จ ในหนังสือการบริหารแบรนด์โรงแรมเล่มแรกของโลก




 
          เรียนรู้วิธีการสร้างแบรนด์โรงแรมให้โตทันโลกกับหนังสือ 'Hotel Brand Bites' โดย เจมส์ สจ๊วต ที่ปรึกษาการบริหารแบรนด์ผู้คร่ำหวอดในวงการธุรกิจท่องเที่ยวและบริการมานานกว่าสิบห้าปี

          เดอะ แบรนด์ คอมพานี บริษัทที่ปรึกษาด้านการบริหารแบรนด์ธุรกิจการท่องเที่ยวและบริการ สัญชาติเอเชียเปิดตัวหนังสือเกี่ยวกับเทคนิคการสร้างแบรนด์โรงแรมเล่มแรกของโลกที่เขียนโดยกูรูด้านนี้โดยเฉพาะ เป็นการรวบรวมบทความ 24 บท จากคอลัมน์ 'Living Brand' ที่ได้รับการตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ Bangkok Post เขียนโดย เจมส์ สจ๊วต หุ้นส่วนผู้จัดการของบริษัท เดอะ แบรนด์ คอมพานี

          หนังสือบอกเล่าเรื่องราวผ่านตัวอักษรเกี่ยวกับความท้าทายและปัญหาในการสร้างแบรนด์ รวมถึงเรื่องราว สนุกๆ จากประสบการณ์การทำงานของผู้เขียนในช่วง 15 ปีของการพัฒนาแบรนด์โรงแรมในเอเชีย มีการแสดงข้อสังเกตที่เฉียบแหลมถึงเหตุผลว่าทำไมธุรกิจโรงแรมและธุรกิจบริการอื่นๆจึงมักจะล้มเหลวในการสร้างแบรนด์ให้ประสบความสำเร็จได้อย่างยั่งยืน และกลยุทธ์ที่ต้องทำเพื่อให้การสร้างแบรนด์เป็นไปอย่างมี ประสิทธิภาพและมั่นคง

          "วัตถุประสงค์ของการพิมพ์หนังสือเล่มนี้ก็ไม่มีอะไรมาก" คุณเจมส์กล่าว "ผมเพียงต้องการที่จะสร้างบรรทัดฐานของ การสร้างแบรนด์ขึ้นมา และกระตุ้นอุตสาหกรรมให้มีการ พัฒนาวิธีการใหม่ๆในการสร้างแบรนด์โรงแรมและธุรกิจ บริการอื่นๆ เพราะตอนนี้ในอุตสาหกรรมยังคงคิดว่า ‘แบรนด์ = การตลาด’ ซึ่งที่จริงแล้วแบรนด์ของธุรกิจ บริการจะเข้มแข็งขึ้นมาได้ก็ด้วยการใช้กลยุทธ์การบริหาร แบรนด์ที่จะสร้างวัฒนธรรมองค์กรให้ไปกันได้กับบริการ ที่เน้นการสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับแขกหรือลูกค้า"

เนื้อหาภายในหนังสือประกอบด้วย:
          แบรนด์โรงแรมหรูยังยึดติดและมั่นใจมาตรฐานระดับสูงของตนเองมากเกินไป
          ภาคโรงแรมขนาดเล็กหรือโรงแรมราคาประหยัดยังขาดในส่วนของ ‘ทัศนคติ’
          ความจำเป็นที่จะต้องใส่กลยุทธ์การสร้างแบรนด์เข้าไปในการจัดจ้างพนักงาน การฝึกสอน และกระบวนการ บริหารประสิทธิภาพการทำงาน
          สิ่งสำคัญคือต้องไม่ยัดเยียดความคิดสร้างสรรค์ลงไปใน ‘มาตรฐานของแบรนด์’ จนกลายเป็นความมากเกินไป
          ให้ความสำคัญกับแบรนด์ในฐานะที่เป็นจุดโฟกัสของไลฟ์สไตล์ขององค์กร
          บทบาทของแบรนด์ในการนำทางและควบคุมทิศทางการออกแบบด้านสถาปัตยกรรมและการตกแต่งภายใน
          แบรนด์รีสอร์ทของเอเชียหลายแห่งดำเนินกิจการอย่าง ‘ไร้ชีวิตชีวา’
          ความคิดสร้างสรรค์ระดับสูงและนวัตกรรมมักจะพบเห็นได้ในแบรนด์บริการที่เป็นส่วนตัวและมีขนาดเล็ก
          นอกจากนี้ หนังสือยังมีพูดถึงภาคบริการอื่น ๆ อาทิ สายการบินและแบรนด์บริการด้านการเงิน เป็นต้น
          คุณเจมส์กล่าวเพิ่มเติมว่า "เพราะหนังสือเล่มนี้เป็นการรวบรวมบทความสั้นๆ ซึ่งมีเนื้อหาที่กระชับ อ่านง่าย และ สามารถจับใจความได้ อย่างรวดเร็ว จึงสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในโอกาสต่างๆ ได้ทันที การสร้างแบรนด์ไม่ใช่ เรื่องที่เฉพาะเจ้าของ โรงแรมใหญ่ๆไม่กี่แห่งเท่านั้นที่มีเวลามาทำเรื่องนี้ แต่กิจการโรงแรมทุกระดับสามารถ ทำได้เช่นกัน”

หนังสือ Hotel Brand Bites ถูกพูดถึงอย่างมากในแวดวงอุตสาหกรรมบริการ อาทิ
          "ทุกวันนี้แบรนด์คือสิ่งสำคัญของโลกธุรกิจ และหนังสือ Brand Bites นำเสนอเฉพาะกลยุทธ์ ที่ได้ผล และที่สำคัญยังบอกด้วยว่าอะไรที่ไม่ได้ผล เมื่อจะนำมาใช้กับแบรนด์โรงแรมและการท่องเที่ยว"
โทนี่ วีลเลอร์ ผู้ร่วมก่อตั้ง Lonely Planet
          "ผมคิดว่าหนังสือเล่มนี้เป็นเหมือน wake-up call สำหรับแบรนด์จำนวนมากที่ยังหาตลาดของตัวเอง ไม่ได้ แต่ก็ยังใช้ทรัพยากรที่มีค่าไปอย่างมหาศาล เพื่อที่จะครอบครองตลาดนั้นทั้งๆที่ยังหาไม่เจอ ผมแนะนำให้อ่าน หนังสือเล่มนี้ คุณจะได้เรียนรู้ อะไรมากมายเลยทีเดียว!"
          ไมเคิล ฮ็อบสัน, Chief Marketing Officer, Mandarin Oriental Hotel Group
          Hotel Brand Bites คือหนังสือเล่มแรกของโลก เกี่ยวกับการบริหารแบรนด์โรงแรม สำหรับภาพถ่าย ความละเอียดสูง คลิกที่นี่
          "เป็นหนังสือที่ดีมาก แสดงภาพรวมการสร้างแบรนด์ที่ได้ผลได้อย่างชาญฉลาด อ่านสนุกและสร้าง แรงบันดาลใจได้ดี"
ไซมอน ไบรเดิล, Chief Operating Officer, Rosewood Hotel Group
          "อ่านสนุก กระชับและตรงประเด็น นั่นคือ ต้องแตกต่าง ต้องสม่ำเสมอ ต้องมีความเกี่ยวข้อง และต้องเป็น ของแท้ เป็นคำที่ตรงและใช่ที่สุดสำหรับทุกคนที่ทำงานในอุตสาหกรรมโรงแรมในปัจจุบัน"
คริส จาคก์, CEO, Asia, M&C Saatchi
          "ในหนังสือ Brand Bites เล่มนี้มีสิ่งที่คุณคาดหวังว่าจะได้ความรู้และประสบการณ์จากกูรูด้านการสร้าง
แบรนด์สินค้าบริการในเอเชีย ผู้เขียนตัดพวกเรื่องไร้สาระและไม่มีประโยชน์ออก เหลือแต่กลยุทธ์ที่่จะทำให้ การสร้างแบรนด์ประสบความสำเร็จ"
          ไบรอัน วิลเลียมส์, Managing Director, Swire Hotels
          หนังสือ Hotel Brand Bites ในรูปแบบปกอ่อนมีจำหน่ายที่ www.amazon.com และ www.hotelbrandbites.com ราคาเล่มละ 14.50 ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมและภาพถ่ายความละเอียดสูง โปรดติดต่อ:
Ms. Frankie Shellim
Consultant The Brand Company
E-mail: frankie@thebrandco.com
Tel: +852 3568 5308
www.thebrandco.com
Mr. David Johnson
Managing Director
Delivering Asia Communications
E-mail: dj@deliveringasia.com
Tel: +66 (0) 2246 1159
Mobile: +66 (0) 89 170 9866
www.deliveringcommunications.com
2
เปิดตัวหนังสือท่องเที่ยว The Pride of Thais and Africans เฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว



           บริษัท ที.วี.อาลาคาร์ต จำกัด โดย อวัสดา ปกมนตรี กรรมการผู้จัดการ ร่วมกับ สถานกงสุลแห่งราชอาณาจักรเลโซโทประจำประเทศไทย จัดงานเปิดตัวหนังสือท่องเที่ยว The Pride of Thais and Africans เฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธันวาคม 2557 และส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศไทย และภูมิภาคแอฟริกาตอนใต้ โดยมี ศุกรีย์ สิทธิวนิช รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เป็นประธานในงาน นอกจากนี้ยังมีเหล่าเซเลบแม่ลูกสุดฮอตที่แต่งตัวในธีมเจ้าป่ามาสร้างสีสัน อาทิ ชัชนิต มุสิกไชย และน้องอเล็กซานดร้า อรณพ มหาคุณ, พัชรี รักษาวงศ์ และน้องเบเนดิกต์, ธรรศจรส เอวาสี และน้องอาณิชน์ พุสวานิ ณ เกล็น บาร์ โรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ กรุงเทพ

          อวัสดา ปกมนตรี กรรมการผู้จัดการ บริษัท ที.วี.อาลาคาร์ต จำกัด ในฐานะบรรณาธิการหนังสือท่องเที่ยว The Pride of Thais and Africans กล่าวถึงที่มาของหนังสือเล่มนี้ “เพื่อเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธันวาคม 2557 อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศไทยกับภูมิภาคแอฟริกาตอนใต้ และเผยแพร่พระอัจฉริยภาพของพระองค์ผ่านโครงการหลวงต่างๆ อาทิ ทรงโปรดเผยแพร่องค์ความรู้ด้านเกษตรแบบผสมผสานให้กับประเทศเลโซโท เมื่อครั้ง ฉลองการขึ้นครองราชย์ครบ 60 ปี สมเด็จพระราชาธิบดีเลตซีที่ 3 แห่งราชอาณาจักรเลโซโท ได้เสด็จร่วมงานด้วย หลังจากนั้นได้เสด็จเป็นการส่วนพระองค์ไปยังภาคเหนือ เพื่อเยี่ยมชมโครงการหลวงที่จังหวัดเชียงใหม่ เพราะเห็นว่าประเทศไทย และประเทศเลโซโทเป็นประเทศเกษตรกรรมเช่นเดียวกัน และทรงได้ขอพระราชทานนำทฤษฎีการเกษตรแบบผสมผสานไปใช้ที่เลโซโท เพราะเลโซโทสามารถผลิตอาหารได้เพียง 1 ใน 3 ของความต้องการทั้งหมด ที่เหลือต้องนำเข้าจากประเทศอื่นๆ และถ้าเกษตรแบบผสมผสานสามารถใช้ได้จริง เลโซโทจะสามารถผลิตอาหารเองได้เพิ่มมากขึ้น ซึ่งในหลวงทรงอนุญาต และให้ความสนับสนุนในทุกๆ ด้าน ทั้งด้านบุคลากร วิชาการ เงินทุน อุปกรณ์ รวมถึงการส่งวิทยากรไปฝึกอบรมให้กับนักวิชาการ และเกษตรกรที่เลโซโท โดยพระราชาธิบดีเลตซีที่ 3 ได้พระราชทานที่ดินส่วนพระองค์ จำนวน 40 ไร่ ให้ทดลองทฤษฎีการเกษตรแบบผสมผสาน ซึ่งตอนนี้การทดลองได้ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี และกำลังขยายไปยังส่วนต่างๆ ของเลโซโท และในพื้นที่ดังกล่าว ยังมีห้องจัดแสดงพระอัจฉริยภาพของในหลวงที่สามารถเข้าเยี่ยมชมได้ทั้งปี นอกจากนี้ ยังมีในส่วนของการทำปุ๋ยหมักที่ทรงส่งวิทยากรไทยไปสอนวิธีทำปุ๋ยหมักแทนการใช้ปุ๋ยเคมี สามารถช่วยเกษตรกรชาวเลโซโทประหยัดค่าใช้จ่ายได้อีกมาก และมีผลผลิต ที่ดีขึ้น ปลอดภัยขึ้น รวมถึงโครงการพระดาบสที่สวาซิแลนด์ในส่วนของการเพาะเห็ด ซึ่งเป็นโครงการสนองพระราชดำริของพระราชชนนี Indlovukazi แห่งราชอาณาจักรสวาซิแลนด์ เพื่อพัฒนาการเพาะเห็ดให้เป็นแหล่งอาหารและแหล่งรายได้สำหรับเกษตรกร โดยเฉพาะกลุ่มสตรี อีกด้วยโดยหนังสือเล่มนี้ จะจัดทำพิเศษขึ้นใหม่อีก 3 ชุด เพื่อนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระราชาธิบดีเลตซีที่ 3 แห่งราชอาณาจักรเลโซโท และสมเด็จพระราชาธิบดีสวาติที่ 3 แห่งราชอาณาจักรสวาซิแลนด์ในลำดับต่อไป”

          หนังสือท่องเที่ยว The Pride of Thais and Africans เป็นหนังสือภาษาอังกฤษ 4 สี 120 หน้า หน้าปกเป็นกระดาษอาร์ตการ์ด ส่วนเนื้อในเป็นกระดาษอาร์ตมัน 130 แกรม ซึ่งจัดพิมพ์ทั้งหมดจำนวน 3,000 เล่ม เนื้อหาภายในแบ่งเป็น 4 ส่วนด้วยกัน Chic & Chill Destinations เป็นข้อมูลในการแนะนำประเทศไทย นำเสนอผ่าน 10 จังหวัดท่องเที่ยวที่น่าสนใจ ได้แก่ กรุงเทพมหานคร, เชียงราย, เชียงใหม่, อุดรธานี, ชลบุรี, ประจวบคีรีขันธ์, สุราษฎร์ธานี, พังงา, กระบี่ และภูเก็ต The Pride of Thais and Africans เรื่องราวความสัมพันธ์ที่แนบแน่นของประเทศไทย และภูมิภาคแอฟริกาตอนใต้ ผ่านพระราชไมตรีอันดีระหว่างพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระราชาธิบดีแห่งเลโซโท และกษัตริย์แห่งสวาซิแลนด์ รวมถึงความสัมพันธ์ที่ดีกับประเทศแอฟริกาใต้ The Royal Project โครงการพระราชดำริในพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวในหลายจังหวัดที่กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของไทย และโครงการในพระราชดำริ ที่ได้ทรงส่งไปช่วยเหลือประเทศต่างๆ ในภูมิภาคแอฟริกาตอนใต้ อาทิ โครงการเศรษฐกิจพอเพียง ที่ประเทศเลโซโท และโครงการพระดาบสที่ประเทศสวาซิแลนด์ และส่วนสุดท้าย Travel Tips of Thailand ข้อมูลการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศไทย
 
          หนังสื่อท่องเที่ยว The Pride of Thais and Africans จะนำไปแจกที่ภูมิภาคแอฟริกาตอนใต้ โดยเฉพาะ 3 ประเทศหลัก ได้แก่ ราชอาณาจักรเลโซโท ราชอาณาจักรสวาซิแลนด์ และสาธารณรัฐแอฟริกาใต้ เพื่อ ให้นักท่องเที่ยวแอฟริกาตอนใต้ได้รู้จักคนไทย เมืองไทย และสามารถช่วยให้ท่องเที่ยวเมืองไทยได้ง่าย และสะดวกขึ้น
3
Movie Guide: The Water Diviner


 
ประเภท Drama/War กำหนดฉาย มกราคม 2014
บริษัทจัดจำหน่าย มงคลเมเจอร์
อำนวยการสร้าง แอนดริว เมสัน (The Matrix Trilogy)
กำกับ รัสเซล โครว์(Gladiator, A Beautiful Mind) เขียนบท แอนดริว อนาสตาซิออส แอนดริว ไนท์(After the Deluge, SeaChange)
นำแสดง รัสเซล โครว์(Gladiator, A Beautiful Mind)
ไจ คอร์ทนีย์ (Divergent, A Good Day to Die Hard)
โอลก้า คูรีเลนโก้(Quantum of Solace, Oblivion) ไรอัน คอร์ (Where the Wild Things Are, Not Suitable for Children)

เรื่องย่อ
          เปิดบันทึกเหตุการณ์จริงจากประวัติศาสตร์กับเรื่องราวการสูญเสียที่ทั้งโลกไม่เคยลืม ผลงานการเปิดตัวในฐานะผู้กำกับครั้งแรกของนักแสดงเจ้าของรางวัลออสการ์ รัสเซล โครว์
          ปีคศ.1919 หลังจากการจบสิ้นของสงครามโลกครั้งที่ 1 ซึ่งคร่าชีวิตผู้คนนับล้าน โจชัว คอนนอร์(รัสเซล โครว์) ชาวนาชาวออสเตรเลีย ตัดสินใจที่จะออกเดินทางตามลำพังสู่ประเทศตุรกี ดินแดนที่ลูกชายทั้ง 3 ของเขาหายสาปสูญไปหลังจากเข้าร่วมรบในสมรภูมิกัลลิโพลี ที่นั่นเขาได้พบกับพันโท ซิซิล ฮิลตัน (ไจ คอร์ทนีย์) นายทหารผู้ได้รับมอบหมายหน้าที่ในการระบุตัวศพทหารนับหมื่น ซึ่งตัดสินใจที่จะช่วยเหลือพ่อคนหนึ่งให้ได้พบกับลูกชายของเขาอีกครั้ง

เกร็ดภาพยนตร์
          1. The Water Diviner คือผลงานการเปิดตัวในฐานะผู้กำกับครั้งแรก ของนักแสดงแถวหน้าของวงการฮอลลิวู้ดผู้เคยคว้ารางวัลออสการ์มาแล้วในสาขานักแสดงนำชายยอดเยี่ยมอย่าง รัสเซล โครว์ ที่ทุกคนรู้จักกันดีจาก Gladiator, A Beautiful Mind รวมทั้งผลงานเรื่องล่าสุดอย่าง Noah
          2. ภาพยนตร์สร้างขึ้นจากเหตุการณ์จริงซึ่งอ้างอิงจากบันทึกซึ่งกลายมาเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ของนายทหารคนหนึ่งที่ได้พบกับชายชาวออสเตรเลียซึ่งเดินทางมายังประเทศตุรกีตามลำพังเพื่อตามหาหลุมศพลูกชายของเขา ในบันทึกนั้นเขียนไว้ว่า " ซึ่งสร้างความตกตะลึงให้แก่นายทหารผู้นั้นเป็นอย่างมาก
          3. สมรภูมิรบกัลลิโพลี (Battle of Gallipoli) คือเหตุการณ์การรบในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 ระหว่างกองทัพตุรกีและกองทัพออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ซึ่งมีทหารซึ่งส่วนใหญ่ยังเป็นเด็กหนุ่มต้องพลีชีพจำนวนนับแสนๆคน ปัจจุบันประเทศออสเตรเลียกำหนดให้วันที่ 25 เมษายนของทุกปี ซึ่งเป็นวันที่ในอดีตกองทัพได้ยกพลขึ้นฝั่งตุรกีเป็นวัน ANZAC Day (Australia-New Zealand Army Corps) เพื่อระลึกถึงการสูญเสีย
          4. ทีมงานสร้างได้เนรมิตฉากถ่ายทำอันยิ่งใหญ่ทั้งในประเทศออสเตรเลีย รวมทั้งยังได้ไปถ่ายทำและเก็บข้อมูลในสถานที่จริงอย่าง Turkish National Park ซึ่งไม่เคยมีภาพยนตร์เรื่องไหนเคยทำมาก่อน นอกจากนี้ยังได้นักแสดงคุณภาพชาวตุรกีอย่าง ยิลมาส แอร์โดแกน และ เจม ยิลมาส มารับบทบาทนายทหารชาวตุรกีได้อย่างสมจริงอีกด้วย
          5. ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้ตากล้องมือดีอย่าง แอนดริว เลสนี เจ้าของรางวัลออสการ์ในสาขา Best Cinematography จากภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์อย่าง The Lord of the Rings มาร่วมงานเพื่อถ่ายทอดความยิ่งใหญ่ในแบบที่จัดเต็มด้วยคุณภาพ
4
บทสรุปของวงการเพลง เพลงฮิตทั้งปี รวมไว้ใน The Guitar Year Book 2015



          The Guitar Year Book 2015 เล่มเดียวที่คอเพลงรอสะสม ครบ 1 ปี ทุกๆ รอบปี กองบรรณาธิการ The Guitar ได้ทำการรวมเนื้อเพลงพร้อมคอร์ดกีตาร์สุดแม่นยำ เพลงดัง เพลงโดน มาไว้ในเล่มเดียว ครบทุกอัลบั้มฮ็อต ครบทุกเพลงฮิตในรอบปี 2014 ในชื่อของ Year Book 2015 ที่เดอะกีตาร์ อัดแน่นเพลงฮิตมาเต็มๆ กว่า 400 เพลง กว่า 20อัลบั้ม แถมฟรี ปฏิทินแผ่นพับพร้อมลายเซ็นศิลปินในเล่ม คอเพลงตัวจริง พลาดไม่ได้เด็ดขาด The Guitar ผู้กำเนิดเพลงไทยใส่คอร์ดเล่มแรกของประเทศไทย เข้าสู่ปีที่ 46 ลิขสิทธิ์ถูกต้อง คอร์ดกีตาร์แม่นยำ มองหาโลโก้ I.S. Song Hits เท่านั้น
5
ข่าวบันเทิง / Re: เรื่องย่อ : ใยกัลยา
« Last post by FC on December 19, 2014, 08:38:55 AM »
“โบว์ – เมลดา” ยิ้มแก้มปริ ปลื้มกระแสตอบรับ “ใยกัลยา” ดีเกินคาด


 
          แจ้งเกิดได้อย่างสวยงามจริง ๆ สำหรับสาว “โบว์ – เมลดา สุศรี” หลังจากที่ได้รับตำแหน่ง ไทยซูเปอร์โมเดล 2013 สาวโบว์ขึ้นแท่นเป็นนางเอกเต็มตัวในบท “หอมน้ำ” สาวจอมแก่นสุดโก๊ะจากละคร “ใยกัลยา”พร้อมประกบพระเอกหนุ่มไฟแรง “ไมค์–ภัทรเดช สงวนความดี” โดยสาวโบว์เปิดเผยว่า “หลังจากได้รับตำแหน่งไทยซูเปอร์โมเดล 2013 แล้ว โบว์ก็เริ่มเรียนการแสดง ซึ่งพอมาวันนี้ที่ละครออกอากาศแล้วรู้สึกดีใจมาก เพราะได้รับเสียงตอบรับจากแฟนละครดีจริง ๆ ก่อนหน้านี้โบว์ค่อนข้างเครียดกับการแสดง เพราะในเรื่องโบว์รับบท “หอมน้ำ” ที่ต้องเป็นสื่อกลางระหว่าง“พุทธกันยา”(นุสบา ปุณณกันต์)แม่พระเอกที่ต้องการสื่อสารกับลูก“ศวัส” (ไมค์ – ภัทรเดช) ซึ่งเราต้องแสดงอารมณ์ของแม่ที่คิดถึงลูกซึ่งเป็นอะไรที่ยากมาก แต่โชคดีที่ได้เจอกับรุ่นพี่อย่าง พี่นุสบา,อาหมู – ดิลก,พี่แก้ว – อภิรดี ฯลฯ พี่ ๆ ทุกคนคอยแนะนำให้ความรู้และให้โอกาสตลอดจึงทำให้ลดอาการเครียดไปได้ ยิ่งพอละครออกอากาศแล้วแฟน ๆ ให้การตอบรับดีมากทำให้หายเหนื่อยไปเลยคะ โบว์ต้องขอขอบคุณทุกกำลังใจและขอน้อมรับทุกคำติชมเพื่อนำไปพัฒนา ซึ่งหลังจากนี้เรื่องราวจะเข้มข้นขึ้นเรื่อย ๆ ต้องขอฝากให้แฟน ๆ ช่วยเป็นกำลังใจและติดตามชมละคร “ใยกัลยา” กันด้วยนะคะ”

          ติดตามชมละคร “ใยกัลยา” ทุกวันพุธ – พฤหัสบดี ตั้งแต่เวลา 20.20 น เป็นต้นไป ทางช่อง 7 สี
6
“ฝันเฟื่อง” ออกอากาศวันที่ 22 – 23 ธันวาคม 2557




 
ตอนที่ 9 ออกอากาศวันจันทร์ที่ 22 ธันวาคม 2557 เวลา 20.15น. ช่อง one
“รัฐรวี” สารภาพความจริง “มณฑิรา”
          รัฐรวี(พุฒิชัย เกษตรสิน)พามณฑา(วรัทยา นิลคูหา)มาเที่ยวทะเล ด้วยบรรยากาศที่เป็นใจ รัฐรวีเลยรวบรวมความกล้า สารภาพฐานะที่แท้จริงต่อมณฑา พร้อมสารภาพรักด้วยความจริงใจ ทำเอามณฑาดีใจที่รัฐรวีไม่ได้รักคนที่ภายนอก

ตอนที่ 10 ออกอากาศวันอังคารที่ 23 ธันวาคม 2557 เวลา 20.15น. ช่อง one
“อาทิตย์” ไม่กล้าสารภาพความจริง “วิไลลักษณ์”
          หลังเคลียร์ปัญหาวิไลลักษณ์(มนชนก แสงฉายเพียงเพ็ญ)เข้าใจผิดเรื่องอิงอร(แอริน ยุกตะทัต)สำเร็จ อาทิตย์(ธนทัต ชัยอรรถ)ก็ยังไม่กล้าเปิดเผยฐานะที่แท้จริงกับวิไลลักษณ์ เพราะกลัวเธอจะโกรธจนเลิกกับเขา

          รับชมช่อง one เสาอากาศทีวีดิจิตอล ช่อง 31 หรือระบบจานดาวเทียมและเคเบิล ช่อง 41
7
“เจมส์ จิ” พาแฟนๆ บินลัดฟ้า ท้าลมหนาว กับ “AIS Trip” @ ซัปโปโร เกาะฮอกไกโด


 
          มอบทริปสุดพิเศษส่งท้ายปลายปีให้แฟนๆ เอไอเอส ได้เฮฮาปาร์ตี้ สุขี รับปีแพะกันเลยทีเดียว สำหรับ“AIS Trip บินลัดฟ้า ท้าลมหนาว @ ซัปโปโร เกาะฮอกไกโด” โดยงานนี้ นอกจากบอสใหญ่ใจดี วิลาสินี พุทธิการันต์ จะพาเที่ยว & ทัวร์ รอบเกาะซัปโปโรด้วยตัวเองแล้ว ยังมีซุป’ ตาร์สุดฮอต เจมส์-จิรายุ ตั้งศรีสุข มาร่วมทริปแบบใกล้ชิดให้แฟนๆ อุ่นใจคลายหนาวกันอีกด้วย พร้อมทั้งไฮไลต์ภาพสุดประทับใจในการร่วมกันจุดเทียนชัยถวายพระพรแสดงความจงรักภักดีแด่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ในวโรกาสพระชนมพรรษาครบรอบ 87 พรรษา เมื่อวันศุกร์ที่ 5 ธันวาคม ที่ผ่านมา

          เมื่อเดินทางมาถึงซัปโปโร เกาะฮอกไกโด ที่เรียกว่าหนาวระดับ 10 องศา จนหิมะปกคลุมทางเดิน เกิดเป็นทุ่งหิมะขาวสะอาดสวยสะดุดตา น่าประทับใจฝุดๆ แต่ถึงแม้อากาศจะหนาวแค่ไหน แค่มีพระเอกขวัญใจอย่างหนุ่ม เจมส์ จิ อยู่ใกล้ ๆ แฟน ๆ ก็อุ่นใจ หายหนาวกันไปแปบ! จากนั้นบอสใหญ่ใจดี วิลาสินี พุทธิการันต์ พาไปชม ตึกเก่ารัฐบาลญี่ปุ่น ก่อนผ่านไปชม หอนาฬิกาโบราณซัปโปโร ซึ่งนับว่าเป็นสมบัติล้ำค่าทางวัฒนธรรมที่สำคัญของญี่ปุ่น ต่อด้วย เมืองโอตารุ ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองแห่งหุบเขา และเป็นศูนย์กลางการค้า และประมง แวะถ่ายรูปกันต่อ ณ คลองโอตารุ ที่ตามสองฝั่งคลองมีสถาปัตยกรรมที่งดงาม ผสมผสานระหว่างตะวันตกกับญี่ปุ่นสมัยศตวรรษที่ 19 พร้อม เที่ยวชม พิพิธภัณฑ์กล่องดนตรีซึ่งเป็นบ้านไม้สถาปัตยกรรมแบบยุโรป เป็นสถานที่เก็บหีบเพลงตัวแรกที่มาถึงประเทศญี่ปุ่น ด้านหน้าอาคารจะมีนาฬิกาไอน้ำโบราณที่มีเพียง 2 เรือนในโลก (อีกเรือนอยู่ที่ประเทศแคนาดา) เป็นสถานที่ที่ใครผ่านไปผ่านมาต้องแวะถ่ายภาพเป็นที่ระลึก ตลอดจนยังเป็นอีกจุดที่มีร้านขายของสวยงามมากมายอีกด้วย

          และในค่ำคืนวันที่ 5 ธันวาคม วันมหามงคล ทั้งผู้บริหารเอไอเอส หนุ่มเจมส์จิ และแฟนๆ ก็ได้ร่วมพิธี จุดเทียนชัยถวายพระพรแสดงความจงรักภักดีแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ในวโรกาสพระชนมพรรษาครบ 87 พรรษา นอกจากนี้ยังมีการจุดพลุเฉลิมฉลองอย่างอลังการ กลางสกีรีสอร์ท ในวโรกาสมหามงคลยิ่งนี้ --เป็นอีกหนึ่งภาพความประทับใจ ที่สร้างความสุขและรอยยิ้มให้ทุกคนได้อุ่นใจกันถ้วนหน้า!

          ซึ่ง เจมส์ บอก “เป็นทริปที่สนุก และสุดยอดความประทับใจมากๆ ครับ ที่แม้อากาศจะหนาวมาก แต่ทุกคนก็สนุกพร้อมลุยกันได้ทุกที่ ที่สำคัญ ช่วงจุดเทียนชัยถวายพระพรฯ เป็นอะไรที่เกินบรรยายจริงๆ ครับ ขอให้พระองค์ ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน”
8
“นิว-ชัยพล” สวมบท “เลโกลัส” ร่วมปิดตำนาน “เดอะฮอบบิท” ในงานตัวภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์แห่งปี The Hobbit: The Battle of The Five Armies


 
เปิดตัวกันไปอย่างเป็นทางการแล้ว กับงานเปิดตัวภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์สุดยิ่งใหญ่ The Hobbit: The Battle of the Five Armies – เดอะ ฮอบบิท: สงคราม 5 ทัพ ที่จัดขึ้นไปเมื่อค่ำวานนี้ ณ ลานอินฟินิซิตี้ ชั้น 5 พารากอนซีนีเพล็กซ์ งานนี้เหล่าสาวกฮอบบิทแห่ร่วมงานเพียบ.

งานนี้ได้รับเกียรติจาก Ms. Shannon Austin อุปทูตนิวซีแลนด์ประจำประเทศไทย ได้มาร่วมแสดงความยินดีและ มายืนยันถึงความสวยงามและมนต์เสน่ห์ของประเทศนิวซีแลนด์ ซึ่งงานเปิดตัวได้ เป็ก เปรมณัช สุวรรณานนท์มารับหน้าที่เป็นพิธีกรบนเวที พร้อมกับเชิญ“คุณเฮนรี่ ทราน”ผู้จัดการทั่วไป บริษัท วอร์เนอร์ บราเดอร์ส ฟาร์อีส อินคอร์ปอเรชั่น และ น้องพราว นรรธพร ถิรฐาพันธ์ สาวน้อยผู้เป็นตัวแทนของประเทศไทยหนึ่งเดียวที่ชนะการแข่งขัน Hobbit Fan Contest ซึ่งเป็นการแข่งขันที่จัดขึ้นทั่วโลกโดย Sir PeterJackson, Air New Zealand และ การท่องเที่ยวนิวซีแลนด์ เพื่อค้นหาแฟนพันธุ์แท้ภาพยนตร์ฮอบบิท จากผู้เข้าแข่งขันกว่า140,000 คน เดินทางในการผจญสุดคลาสสิค ณ ประเทศ นิวซีแลนด์

นอกจากนี้ยังได้พระเอกสุดหล่อกล้ามแน่นๆ อย่าง นิว ชัยพล พูพาร์ท ขออาสาสวมบท “เลโกลัส” พร้อมทั้งเปิดใจถึงความประทับใจที่ครั้งหนึ่งในชีวิตได้สวมบทบาทเป็น “เลโกลัส” ชายหนุ่มที่สาวๆ ต่างหลงใหลมากมาย ก่อนปิดท้ายมอบรางวัลให้แก่สื่อมวลชนที่มาร่วมงานและถ่ายภาพหมู่ก่อนขึ้นไปชมภาพยนตร์ที่หลายคนรอคอยภาคจบกับบทสรุปการผจญภัยของบิลโบ แบ๊กกินส์, ธอริน โอเคนชีลด์และคณะคนแคระที่ทวงคืนบ้านเกิดของตนจากมังกรสมอว์ก ซึ่งเหล่าคณะได้ปลุกพลังอันชั่วร้ายขึ้นมาโดยไม่ตั้งใจ สมอว์กโกรธแค้นและได้พ่นไฟทำร้ายมนุษย์ทั้งหญิงชายและเด็กๆ ที่ไม่มีทางสู้ในเมืองทะเลสาบด้วยความเดือดแค้น

ด้วยความต้องการที่อยากจะไปทวงคืนทรัพย์สมบัติ ธอรินยอมเสียสละมิตรภาพและเกียรติยศเพื่อใส่ร้ายว่าเป็นแผนชั่วของบิลโบ เพื่อทำให้เขาเห็นเหตุผลที่ควรให้ฮอบบิทเดินหน้าต่อไปท่ามกลางความรุนแรงและภัยอันตราย แต่กลับมีอันตรายที่โหดร้ายกว่ารออยู่เบื้องหน้า ซึ่งไม่มีใครมองเห็นได้นอกจากพ่อมดแกนดัล์ฟ ศัตรูผู้ยิ่งใหญ่อย่าซอรอนได้เคลื่อนทัพไปพร้อมกับกองทัพออร์คเพื่อแอบซุ่มโจมตีที่หุบเขาเดียวดาย

การต่อสู้ของพวกเขาทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ คณะคนแคระ พวกเอลฟ์และมนุษย์ต้องเลือกว่าจะร่วมมือกันหรือยอมถูกทำร้าย ชีวิตการต่อสู้ของบิลโบและเพื่อนๆ ของเขาต้องอยู่ใน Battle of the Five Armies อันยิ่งใหญ่ เมื่ออนาคตของมิดเดิ้ลเอิร์ธต้องอยู่บนความสมดุล

          The Hobbit: The Battle of the Five Armies – เดอะ ฮอบบิท: สงคราม 5 ทัพ
          18 ธันวาคมนี้ในโรงภาพยนตร์เท่านั้น
          ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/HobbitTheBattleofTheFiveArmiesThailand
9
ข่าวภาพยนตร์ / Re: MOVIE : Foxcatcher 8 มกราคม 2015
« Last post by FB on December 19, 2014, 08:34:26 AM »
10 เกร็ดน่ารู้ ของภาพยนตร์เรื่อง “ FOXCATCHER – ปล้ำแค่ตาย ”






 
          1. แชนนิง ทาทัม และ มาร์ค รัฟฟาโล ต้องทำการฝึกฝนกีฬา “ มวยปล้ำ ” อย่างหนักด้วยกันเป็นเวลา 5 – 6 เดือน พวกเขาทุ่มเท และเหน็ดเหนื่อยกันเป็นอย่างมาก ถึงขนาดที่ว่าพอถึงวันสุดท้ายของการฝึกกีฬามวยปล้ำ และวันสุดท้ายของการถ่ายทำ ... แชนนิง ทาทัม และ มาร์ค รัฟฟาโล ก็ปล่อยโฮ ร้องไห้ ออกมาในทันที
          2. “ แนนซี่ ชูทส์ ” ผู้ซึ่งเป็นภรรยาของ เดฟ ชูทส์ ได้มอบแว่นตาของสามีเธอให้กับ มาร์ค รัฟฟาโล ดังนั้นแล้วแว่นตาที่ มาร์ค รัฟฟาโล ใส่แสดงในหนัง ก็คือแว่นตาจริง ๆ ของ เดฟ ชูทส์
          3. สตีฟ คาเรลล์ ต้องใส่จมูกเทียมเพื่อรับบทเป็น “ จอห์น ดู ปองท์ ” ในภาพยนตร์เรื่องนี้ โดยเขาต้องใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมงในการเมคอัพ รวมไปถึงต้องแต่งทรงผมใหม่ และเมคอัพเปลี่ยนสีผิว
          4. ด้วยความที่โปรเจ็คต์ “ FOXCATCHER ” ได้ใช้เวลาหลายปีในการสร้าง ดังนั้นในช่วงแรกของการเปิดโปรเจ็คต์ ได้เคยมีชื่อของนักแสดงอย่าง ฮีธ เลดเจอร์ , ไรอัน กอสลิ่ง และ บิล ไนอี เข้ามาเกี่ยวข้องในภาพยนตร์เรื่องนี้ด้วย
          5. ภาพยนตร์จากการตัดต่อในร่างแรกนั้น มีความยาวถึง 4 ชั่วโมง
          6. ในฉากที่ แชนนิง ทาทัม ได้เอาหัวโขกเข้ากับกระจกนั้น จริง ๆ แล้วไม่มีในบทภาพยนตร์เลย แต่ด้วยความที่เข้าถึงอารมณ์ และบทบาทของตัวละครสุด ๆ เขาจึงตัดสินใจด้นสดการแสดงแบบนั้นออกมาเอง
          7. จริง ๆ แล้วผู้กำกับ เบนเนธ มิลเลอร์ จะได้ทำโปรเจ็คต์ “ FOXCATCHER ” นี้ตั้งแต่ปี 2011 แล้ว แต่ตัวเขาดันต้องติดงานไปนั่งแท่นกำกับภาพยนตร์เรื่อง “ Moneyball ” (2011) แทนก่อน เพราะว่าผู้กำกับอย่าง สตีเว่น โซเดอร์เบิร์ก ได้ถอนตัวออกจากโปรเจ็คต์นั้นไป
          8. หนึ่งในนักมวยปล้ำที่ เดฟ ชูทส์ ได้เคยฝึกสอนมากับมือก็คือ “ เคิร์ต แองเกิล ” ซึ่งตอนนี้เขาได้กลายเป็นนักมวยปล้ำแสนโด่งดังแห่งค่าย WWE และ TNA เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
          9. สตีฟ คาเรลล์ ใช้เวลาในการศึกษาตัวละคร “ จอห์น ดู ปองท์ ” อยู่หลายชั่วโมง ผ่านทางการดูวีดีโอฟุตเทจตัวจริงของเขา สตีฟได้เคยให้สัมภาษณ์กับนักข่าวที่เทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์เอาไว้ว่า “ ผมดูวีดีโอฟุตเทจเหล่านั้น และอ่านข้อมูลเกี่ยวกับตัวเขาให้มากที่สุด เท่าที่ผมจะทำได้ เพื่อที่ว่าผมจะได้ทำการแสดงออกมาให้คล้ายคลึงกับตัวเขามากที่สุด ”
          10. ในการถ่ายทำฉากหนึ่ง แชนนิง ทาทัม ยืนยันที่จะให้ มาร์ค รัฟฟาโล ตบเขาจริง ๆ ไปเลย ซึ่งผลที่เกิดขึ้นก็คือ มาร์คได้ตบแชนนิงเข้าอย่างจัง จนทำให้แชนนิงถึงกับ “ แก้วหูทะลุ ” ( แก้วหูแตก ) กันเลย

          FOXCATCHER - ปล้ำแค่ตาย
          ภาพยนตร์เต็งออสการ์เรื่องแรกของปี
          เจ้าของรางวัลผู้กำกับยอดเยี่ยมจากเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ CANNES
          พร้อมฉายในไทย 8 มกราคม 2015
10
ข่าวภาพยนตร์ / Re: MOVIE : Tracers 29 มกราคม 2015
« Last post by FB on December 19, 2014, 08:33:06 AM »
เปิดตัวแอคชั่น Gen ใหม่ ระเบิดความมันส์ไร้องศา “เทย์เลอร์ เลาท์เนอร์” นำทีม “ปากัวร์” ระห่ำนิวยอร์กใน TRACERS








 
          ได้เวลาแล้วที่เขาจะกลับมาพร้อมความมันส์ทะลุขีดจำกัดในฐานะแอคชั่นสตาร์คนใหม่ของฮอลลิวูด “เทย์เลอร์ เลาท์เนอร์” หนุ่มหมาป่าที่ครองใจวัยรุ่นทั่วโลกและสร้างปรากฏการณ์กรี๊ดลั่นโรงมาแล้วจาก The Twilight Saga (เดอะ ทไวไลท์ ซาก้า) ในภาพยนตร์เรื่อง “TRACERS” (เทรเซอร์) เทย์เลอร์ เลาท์เนอร์ จะพาผู้ชมลุยไปกับเขาแบบไม่จำกัดองศาผ่านแอคชั่นรูปแบบใหม่ที่นำกีฬาซึ่งกำลังมาแรงในโลกของเอ็กซ์ตรีม (X-Treme) อย่าง “ปากัวร์ (Parkour)” มาพลิกแพลงเป็นแอคชั่นดีไซน์ครั้งแตกต่างจากภาพยนตร์แอคชั่นที่เคยมีมา ด้วยการเคลื่อนไหวร่างกายแบบอิสระในทุกสถานที่ ไร้ขีดจำกัด สร้างความตื่นเต้นแบบ 360 องศา ให้ผู้ชมต้องลืมหายใจ

          นอกจากนักแสดงนำสุดฮอตอย่างเทย์เลอร์ แล้ว TRACERS (เทรเซอร์) ยังได้ทีมผู้อำนวยการสร้างที่รู้ใจวัยรุ่นเป็นอย่างดี มาร์ตี้ โบเวน และ วิค กอดฟรีย์ จากภาพยนตร์ที่ฮิตถล่มทลาย The Twilight Saga : Breaking Dawn Part 2 (เดอะ ทไวไลท์ ซาก้า : เบรคกิ้ง ดอว์น พาร์ท ทู) มาร่วมเพิ่มอะดรีนาลีนความมันส์ รวมทั้งแจ้งเกิดนางเอกสาวสวยคนใหม่ “มารี เอฟเจอโรพูลอส” ซึ่งกำลังเป็นที่กล่าวถึงในฐานะนางเอกนอกจอของหนุ่มเทย์เลอร์ด้วย

          TRACERS (เทรเซอร์) เป็นภาพยนตร์แอคชั่นสุดมันส์ที่จะถ่ายทอดเรื่องราวของ แคม (เทย์เลอร์ เลาท์เนอร์) เด็กหนุ่มที่ใช้ชีวิตอย่างขัดสนและต้องดิ้นรนเพื่อจ่ายหนี้ให้ได้ วันหนึ่งเขาได้พบกับนิกกี้ (มารี แอฟเกอโรโปลัส) สาวสวยปริศนาเข้าโดยบังเอิญ เธอชักนำให้เขาได้เข้าสู่วงการของปากัวร์ และพาเขาเข้าสู่โลกที่แคมไม่เคยรู้จักมาก่อน แคมได้รับโอกาสในการทำงานสำคัญซึ่งทำให้เขาได้รับเงินมากมาย แต่ยิ่งถลำลึก แคมก็ยิ่งพบว่าตัวเขาได้เข้าไปพัวพันกับบางสิ่ง ที่ชักนำเขาให้เผชิญหน้ากับประสบการณ์สุดมันส์จนลืมหายใจ

          เตรียมพบกับภาพยนต์ทีน-แอคชั่น ท้าทุกองศาความมันส์กับแอคชั่นรูปแบบใหม่ของ “ปากัวร์” ในภาพยนตร์ TRACERS (เทรเซอร์) 29 มกราคม 2558 ในโรงภาพยนตร์
Pages: [1] 2 3 ... 10