Recent Posts

Pages: [1] 2 3 ... 10
1
ห้างแว่นท็อปเจริญ ร่วมกับ มูลนิธิสงเคราะห์เด็กของสภากาชาดไทย
สานต่อ “โครงการแว่นตาเพื่อน้อง” ปี 4

เชิญชวนชาวไทยร่วมส่งมอบความสุขคูณสองให้กับเยาวชนที่มีปัญหาด้านสายตาทั่วประเทศ   


ห้างแว่นท็อปเจริญ ร่วมกับ มูลนิธิสงเคราะห์เด็กของสภากาชาดไทย สานต่อ “โครงการแว่นตาเพื่อน้อง” ปี4 สนองพระราชประสงค์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี องค์ประธานกรรมการอำนวยการมูลนิธิสงเคราะห์เด็กของสภากาชาดไทย เพื่อส่งต่อความช่วยเหลือให้แก่เยาวชนที่มีปัญหาด้านสายตาในพื้นที่ห่างไกลทั่วประเทศ ให้มีสุขภาพตาที่ดีขึ้น สามารถดำเนินชีวิตประจำวันได้อย่างปกติและได้รับการศึกษาอย่างมีประสิทธิภาพ ผ่านกิจกรรมลงพื้นที่ตรวจสุขภาพดวงตาและประกอบแว่นใหม่ โดยทีมงานผู้เชี่ยวชาญพร้อมเครื่องมืออันทันสมัย ตลอดระยะเวลา 10 ปีเต็ม นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2557-2566 โดยในปีนี้มีไฮไลท์พิเศษอยู่ที่กิจกรรมส่งมอบความสุขแบบคูณสอง ที่มอบทั้งแว่นสายตาและของขวัญสุดพิเศษเนื่องในโอกาสวันเด็กแห่งชาติให้กับน้องๆ พร้อมเชิญชวนจิตอาสาร่วมบริจาคเงินสมทบทุนในโครงการ โดยมีศิลปินดาราที่ได้ให้เกียรติเข้าร่วมงาน อาทิ มาริโอ้ เมาเร่อ กบ–สุวนันท์และน้องณดา-ปุณณดา ปุณณกันต์ พร้อมด้วยเหล่าเซเลบริตี้อีกคับคั่ง ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์


นายนพศักดิ์ ตรีพรชัยศักดิ์

นายนพศักดิ์ ตรีพรชัยศักดิ์ กรรมการผู้จัดการห้างแว่นท็อปเจริญ กล่าวว่า “เนื่องด้วยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี องค์ประธานกรรมการอำนวยการมูลนิธิสงเคราะห์เด็กของสภากาชาดไทย ทรงห่วงใยในคุณภาพชีวิตของพสกนิกรชาวไทยในพื้นที่อันห่างไกล รวมถึงทรงเล็งเห็นความสำคัญของการได้รับการศึกษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเยาวชนอันจะเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาประเทศ ห้างแว่นท็อปเจริญและมูลนิธิสงเคราะห์เด็กของสภากาชาดไทย จึงขอมีส่วนร่วมในการให้ความช่วยเหลือแก่เยาวชนที่มีปัญหาทางด้านสายตาในพื้นที่ห่างไกลทั่วประเทศภายใต้ “โครงการแว่นตาเพื่อน้อง” โดยในปีนี้นับเป็นการสานต่อการดำเนินโครงการอย่างต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 4 ติดต่อกัน”

“นับตั้งแต่ริเริ่มโครงการฯ ในปี พ.ศ.2557 โครงการฯ ได้ออกหน่วยบริการ ตรวจสุขภาพดวงตา ตรวจวัดสายตาและประกอบแว่นใหม่ ด้วยอุปกรณ์และเครื่องมืออันทันสมัยโดยผู้เชี่ยวชาญและชำนาญการ เพื่อมอบแว่นสายตาให้แก่เยาวชนเป็นประจำ เดือนละ 1 ครั้ง โดยมีจำนวนเยาวชนที่เข้ารับบริการเฉลี่ยครั้งละ 500 คนขึ้นไป โดยหากพบเยาวชนที่มีปัญหาโรคตาที่ไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยแว่น ทางโครงการฯ จะส่งตัวผู้ป่วยเหล่านั้นเข้ารับการรักษาต่อที่ ‘ศูนย์รักษาตาท็อปเจริญ’ โดยไม่คิดค่าบริการรักษาแต่อย่างใด ซึ่งในขณะนี้ โครงการฯ ได้ส่งต่อความช่วยเหลือแล้วรวมกว่า 15,000 ราย โดยภายในปี พ.ศ.2566 โครงการฯ ตั้งเป้าจะส่งต่อความช่วยเหลือให้กับเยาวชนครอบคลุมทั่วประเทศเพิ่มเป็น 35,000 ราย ซึ่งคาดว่าจะเป็นไปตามแผนที่วางไว้” นายนพศักดิ์ กล่าว


รองศาสตราจารย์แพทย์หญิงนวลจันทร์ ปราบพาล

รองศาสตราจารย์แพทย์หญิงนวลจันทร์ ปราบพาล กรรมการอำนวยการและเลขาธิการ มูลนิธิสงเคราะห์เด็กของสภากาชาดไทย กล่าวว่า “ในปัจจุบันมีสิ่งอำนวยความสะดวกทางเทคโนโลยีมากขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อสายตาของเยาวชนในยุคดิจิตอล ในฐานะที่มูลนิธิสงเคราะห์เด็กของสภากาชาดไทย ซึ่งมีหน้าที่ในการให้ความช่วยเหลืออุปการะเลี้ยงดูเด็กหรือผู้เยาว์ที่เป็นเด็กกำพร้า รวมทั้งให้การศึกษา การฝึกวิชาชีพ และการดูแลด้านสุขภาพร่างกายของเด็กให้สมบูรณ์แข็งแรง เราจึงให้ความสำคัญเกี่ยวกับปัญหาสุขภาพดวงตาและการมองเห็นของเด็กไทยเป็นอย่างมาก ประจวบเหมาะกับความตั้งใจของห้างแว่นท็อปเจริญที่อาสาให้การสนับสนุนและจัดตั้งโครงการแว่นตาเพื่อน้องขึ้น เพื่อร่วมกันเดินหน้าสานต่อการให้ความช่วยเหลือเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดานที่มีปัญหาสายตาทั่วประเทศ นอกจากนี้ยังนับเป็นโอกาสอันดียิ่งที่โครงการฯ จะเดินหน้าสานต่อกิจกรรมเพิ่มขึ้นเป็น 10 ปี นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2557-2566 จึงทำให้โครงการสามารถช่วยเหลือเด็กๆ ได้จำนวนมากขึ้น และเป็นผลทำให้โครงการได้เพิ่มคุณภาพชีวิตและช่วยสร้างอนาคตที่ดีของชาติได้มากขึ้นด้วย”

นายแพทย์นพวุฒิ ตรีพรชัยศักดิ์ ผู้อำนวยการศูนย์รักษาตาท็อปเจริญ กล่าวเสริมว่า “ปัญหาทางด้านสายตาที่พบมากที่สุดในเด็กไทยที่มีอายุระหว่าง 5 - 18 ปี คือ ปัญหาสายตาสั้นเทียม โรคตาขี้เกียจ และโรคตาเข/ตาเหล่ โดยปัญหาสายตาสั้นเทียมมักพบบ่อยขึ้นเรื่อยๆ ในยุคปัจจุบัน เนื่องจากในยุคนี้เราใช้การมองระยะใกล้กันมากขึ้น โดยเฉพาะอุปกรณ์มือถือ ทั้งจอเล็กและจ้องดูใกล้ ที่สำคัญเพ่งจ้องดูกันเป็นเวลานานหลายชั่วโมงต่อวัน ไม่ละสายตา รวมถึงจ้องดูในบริเวณที่มีแสงน้อยๆ ดังนั้นดวงตาจึงต้องใช้กล้ามเนื้อเพ่ง ต้องทำงานเกร็งตลอดเวลา ทำให้ไม่คลายตัว อีกปัญหาเรื่องโรคตาขี้เกียจ มีมักพบในเด็กเล็กช่วงวัยเตรียมเข้าโรงเรียน โดยคุณพ่อคุณแม่อาจสังเกตได้จากพฤติกรรมการจ้องมองสิ่งของรอบตัวของเด็ก อาจลองปิดตาเด็กที่ละข้างแล้วตรวจดูว่าการมองเห็นใกล้เคียงกันไหม ถ้าพบลักษณะผิดปกติดังกล่าวอาจต้องพาลูกไปพบจักษุแพทย์ โรคตาขี้เกียจนี้มีผลทำให้ การพัฒนาซีกสมองส่วนการมองเห็นไม่สมบูรณ์ เนื่องจากมองเห็นภาพข้างนั้นไม่ชัดเจน นานวันสมองซีกนั้นจะหยุดการพัฒนาการมองเห็น และเป็นผลทำให้ความสามารถในการมองเห็นสิ้นสุดลงจนอาจเป็นตาเขในระยะยาว

และสุดท้ายคือโรคตาเข/ตาเหล่ ซึ่งเป็นอาการของการรวมภาพของดวงตาทั้งสองข้างไม่ดี โดยมีสาเหตุมาจากกรรมพันธุ์  ปัญหาสายตา อุบัติเหตุที่ตาหรือโรคทางสมอง รวมทั้งพฤติกรรมของตัวเด็กเอง อาทิ การชอบนอนอ่านหนังสือ เป็นต้น ซึ่งเป็นผลทำให้เด็กกลุ่มนี้กะระยะได้ไม่ดี และเมื่อเติบโตขึ้นอาจมีปัญหาเรื่องการเข้าสังคม ไม่มั่นใจและมักขี้อาย โรคตาเขในบางครั้งอาจเป็นตลอดเวลาหรือบางครั้งอาจเป็นแบบซ้อนเร้น ซึ่งอาจปรากฎในช่วงที่อ่อนเพลีย ส่วนการตรวจรักษาโดยจักษุแพทย์จะตรวจวินิฉัยว่าเด็กเป็นโรคตาเขประเภทใด กล้ามเนื้อกลอกตามัดไหนมีปัญหา มุมเขมากน้อยเท่าไร และมีปัญหาสายตาอื่นร่วมด้วยหรือไม่ ส่วนใหญ่จักษุแพทย์จะรักษาต้นเหตุของตาเขก่อน และสุดท้ายจักษุแพทย์จะผ่าตัดกล้ามเนื้อตาเพื่อให้ตาตรงต่อไป”


“เพราะการไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ” ฉะนั้นจึงขอฝากถึงเยาวชนไทยทุกคนให้ตระหนักถึงความสำคัญของการใช้สายตาอย่างเหมาะสม ถึงแม้ว่าโลกในยุคปัจจุบันจะเปลี่ยนแปลงไปมาก มีเทคโนโลยีใหม่ๆ ทั้งสมาร์ทโฟน  แท็บเล็ต และคอมพิวเตอร์ เข้ามาช่วยให้การเรียนรู้เป็นเรื่องที่ง่ายขึ้น แต่การใช้สายตาจับจ้องมากเกินไปก็อาจจะเกิดโทษได้” นายแพทย์นพวุฒิ กล่าว

ภายในกิจกรรมสานต่อโครงการแว่นตาเพื่อน้องในปีนี้ มีไฮไลท์พิเศษอยู่ที่กิจกรรมส่งมอบความสุขแบบคูณสองที่มอบทั้งแว่นสายตาและของขวัญสุดพิเศษเนื่องในโอกาสวันเด็กแห่งชาติให้กับน้องๆ ในพื้นที่ห่างไกล พร้อมเชิญชวนประชาชนจิตอาสาร่วมบริจาคเงินสมทบทุนในโครงการ พร้อมเขียนคำอวยพรเพื่อส่งให้กับน้องๆ โดยมีศิลปินดาราที่ได้ให้เกียรติเข้าร่วมงาน อาทิ มาริโอ้ เมาเร่อ กบ–สุวนันท์และน้องณดา-ปุณณดา ปุณณกันต์ พร้อมด้วยเหล่าเซเลบริตี้อีกคับคั่ง นอกจากนี้สำหรับประชาชนทั่วประเทศ ทางโครงการฯ ยังขอเชิญชวนร่วมกิจกรรมส่งความสุข ด้วยการกดแชร์วีดีโอ “Double Happiness”1 การแชร์มีค่าเท่ากับ 1 ความสุขแบบคูณ 2 ของน้องๆ ในFacebook.com/TopCharoenOpticalOfficial ตั้งแต่วันที่ 14 มกราคม – 28 กุมภาพันธ์ 2560 ผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook.com/TopCharoenOpticalOfficial หรือเว็บไซต์ www.topcharoen.co.th หรือโทร. 02–612–4710



นายนพศักดิ์ ตรีพรชัยศักดิ์


บรรยากาศการเขียนการ์ดอวยพร


นายนพศักดิ์ ตรีพรชัยศักดิ์ (ซ้าย) และ รศ.พญ.นวลจันทร์ ปราบพาล (ขวา)


พิธีเปิดโครงการแว่นตาเพื่อน้องอย่างเป็นทางการ


(จากซ้าย) คุณสุรัตน์ ขจิตานนท์ รศ.พญ. นวลจันทร์ ปราบพาล คุณนพศักดิ์ ตรีพรชัยศักดิ์ และคุณนพวุฒิ ตรีพรชัยศักดิ์












มาริโอ้ เมาเร่อ                                                  กบ สุวนันท์ และ น้องณดา ปุณณดา ปุณณกันต์
2
ศิลปศาสตร์ ลาดกระบัง เชิญร่วมนำเสนองานวิจัยในการประชุมระดับชาติ NCAA 2017
วันสุดท้ายของการส่งบทคัดย่อ: วันศุกร์ที่ 17 กุมภาพันธ์ 2560


คณะศิลปศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง เชิญชวนบุคคลากร นักศึกษา ตลอดจนบุคคลทั่วไป ร่วมส่งบทความวิจัยเพื่อนำเสนอในการประชุมวิชาการระดับชาติทางศิลปศาสตร์ประยุกต์ ครั้งที่ 6
หรือ The 6th National Conference on Applied Liberal Arts: NCAA 2017 ในหัวข้อ "ศิลปศาสตร์แห่งศตวรรษที่ 21" (Liberal Arts in 21st Century) ในวันศุกร์ที่ 19 พฤษภาคม 2560 ณ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง หมดเขตการส่งบทคัดย่อ วันศุกร์ที่ 17 กุมภาพันธ์ 2560

บทความวิจัยที่เปิดรับได้แก่สาขาวิชา ภาษาศาสตร์ ภาษาและวัฒนธรรม การเรียนการสอนภาษา วรรณคดี การแปลและการล่าม มนุษยศาสตร์ จิตวิทยา การท่องเที่ยวและกีฬา สังคมศาสตร์ กฏหมาย รัฐศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ การบริหารและการจัดการ พลังงานและสิ่งแวดล้อม และสาขาวิชาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับศิลปศาสตร์ประยุกต์ โดยมีกำหนดการส่งบทคัดย่อ ภายในวันศุกร์ที่ 17 กุมภาพันธ์ 2560 และจะแจ้งผลการพิจารณาบทคัดย่อภายในวันศุกร์ที่ 24 กุมภาพันธ์ 2560

หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ ผศ.สรียา ทับทัน นางสาวรัตนา แสงจันทร์ หรือ นางสาวดารณี สลามเต๊ะ ที่คณะศิลปศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง โทรศัพท์ 08-4545 8778 โทรสาร 0-2329-8445 เว็บไซต์ www.la.kmitl.ac.th/fla หรือติดตามกิจกรรมต่างๆ ได้ที่ https://www.facebook.com/liberalartskmitl/


###

เกี่ยวกับคณะศิลปศาสตร์

คณะศิลปศาสตร์ ได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการให้เป็นหน่วยงานใหม่ของสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 11 สิงหาคม 2559 ตามประกาศสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง เรื่อง การจัดตั้งส่วนงานสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (ฉบับที่ 9) 2559  แต่เดิมคือภาควิชาภาษาและสังคมในคณะครุศาสตร์อุตสาหกรรมจัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2520 นับเวลารวมกว่า 39 ปี ในการให้บริการการเรียนการสอนด้านภาษาและสังคมและผลิตบัณฑิตที่มีคุณภาพให้แก่หน่วยงานต่างๆ โดยมีความมุ่งมั่นเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมทางภาษาของประเทศไทย
3
เดอะมิวสิค รัน บาย เอไอเอ ไวทัลลิตี้ ประกาศวันจัดงานใหม่
เป็นวันเสาร์ที่ 25 กุมภาพันธ์ 2560


กรุงเทพฯ 13 มกราคม 2560 – เดอะมิวสิค รัน บาย เอไอเอ ไวทัลลิตี้ (The Music RunTM by AIA Vitality) มหกรรมการวิ่งบนเส้นทางแห่งเสียงดนตรีสไตล์อินเตอร์แอคทีฟ ซึ่งกำหนดจัดขึ้นในประเทศไทยเป็นครั้งที่ 3 และจะเป็นกิจกรรมการวิ่งในรูปแบบ “ไนท์ รัน” เป็นครั้งแรก ประกาศวันจัดงานใหม่อย่างเป็นทางการเป็น วันเสาร์ที่ 25 กุมภาพันธ์ 2560 ณ สวนหลวง ร.9

ผู้สนใจเข้าร่วมกิจกรรม เดอะมิวสิค รัน บาย เอไอเอ ไวทัลลิตี้ สามารถซื้อบัตรได้ที่ www.themusicrun.com ตั้งแต่วันนี้ – 18 กุมภาพันธ์ 2560 โดยสามารถรับชุดอุปกรณ์การวิ่งได้ในวันที่ 17-19 กุมภาพันธ์ 2560 ณ ศูนย์การค้าเกตเวย์ เอกมัย


และด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทางคณะผู้จัดงาน เดอะมิวสิค รัน บาย เอไอเอ ไวทัลลิตี้ ขอมอบรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายจากการจำหน่ายบัตรตั้งแต่วันที่  1 มกราคม – 18 กุมภาพันธ์ 2560 เพื่อสมทบทุนมูลนิธิชัยพัฒนา

“เดอะมิวสิค รัน™ บาย เอไอเอ (The Music Run™  by AIA)” คือมหกรรมการวิ่งบนเส้นทางแห่งดนตรีสไตล์อินเตอร์แอคทีฟบนเส้นทางกว่า 5 กิโลเมตร ผ่านโซนดนตรีต่างๆ ได้แก่ AIA Vitality Rock Zone, a Special Zone, Slin Drink Pop Zone, AirAsia Old School Zone, GS Battery Hip Hop Zone และ AIA Vitality Dance Zone ผู้เข้าร่วมกิจกรรมจะสัมผัสความสนุกสนานได้ตั้งแต่ก้าวแรกที่เข้าสู่บริเวณงาน ด้วยการอุ่นเครื่องกับการแสดงดนตรีของวงศิลปินป็อปร็อคชื่อดังของเมืองไทย “เก็ทสึโนว่า” และระเบิดความมันส์กับอาฟเตอร์ปาร์ตี้โดยดีเจชื่อดัง “แซม วิทเธอร์ส” จากประเทศออสเตรเลีย ที่จะมากระตุ้นอะดรีนาลีนด้วยเพลงมิกซ์สุดมันส์

กับเอ็ฟเฟ็คต์แสงเลเซอร์สุดยิ่งใหญ่ตระการตา ให้คุณกระโดดโลดเต้นและโยกสะบัดกันอย่างเต็มที่ พร้อมลุ้นรับของรางวัลและเพลิดเพลินกับกิจกรรมพิเศษอีกมากมายจากบรรดาผู้สนับสนุนได้ตลอดค่ำคืน

หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาเยี่ยมชมเว็บไซต์: www.themusicrun.com/events/bangkok    หรือติดตามข่าวสารบนเฟซบุ๊ค http://www.facebook.com/themusicrunTH


###

เกี่ยวกับ เดอะมิวสิค รัน (The Music Run™)

เดอะมิวสิค รัน ก่อตั้งขึ้นครั้งแรกในปี พ.ศ. 2557 โดยบริษัท เฟรช อีเว้นท์ โกลบัล จำกัด โดยบริษัทเอ็กซีด สปอร์ตส์ แอนด์ เอ็นเตอร์เทนเมนต์ จำกัด เป็นผู้ถือลิขสิทธิ์ และจัดกิจกรรมในแถบเอเชีย เดอะมิวสิค รัน คือ รูปแบบของกิจกรรมการวิ่งพร้อมเสียงเพลง ในระยะทาง 5 กิโลเมตร 5 แนวเพลง สำหรับผู้ที่มีดนตรีในหัวใจ นับเป็นกิจกรรมที่เหมาะสำหรับผู้ที่รักเสียงเพลง นักวิ่งเพื่อการออกกำลังกาย และผู้ที่ชื่นชอบกิจกรรมกลางแจ้งที่สนุกสนาน

ทั้งยังเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมสวมบทบาทเป็นดีเจ โดยโหวตเพลงที่ตนเองชื่นชอบ เพื่อนำมาเปิดในวันงานจริง

เดอะมิวสิค รัน จึงถือเป็นกิจกรมที่ทำให้นักวิ่งทุกคน ดื่มด่ำไปกับเสียงเพลง ตามคอนเซ็ปต์ Music Every Step of the Way™ อย่างแท้จริง www.themusicrun.com
4
มิตซูบิชิ มอเตอร์ส เดินหน้ากระตุ้นตลาดรถอีโคคาร์ ผ่านช่องทางดิจิทัล 
ดึง “นท เดอะสตาร์” ร่วมสร้างแรงบันดาลใจเที่ยวทั่วไทยไปกับ “มิราจ ใหม่”
ด้วยคลิปวิดีโอชุด “Chasing Mirage”




กรุงเทพฯ (13 มกราคม 2560) – มิตซูบิชิ มอเตอร์ส เปิดศักราชใหม่ปี 2560 ประเดิมทำตลาดรถยนต์  อีโค คาร์ นำนักร้องชื่อดัง “นท เดอะสตาร์” ตัวแทนคนรุ่นใหม่มาร่วมสร้างแรงบันดาลใจในการเดินทางไล่ล่าความฝัน ออกเดินทางไปสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังทั่วไทยกับรถยนต์คู่ใจ “มิตซูบิชิ มิราจ ใหม่” ที่มาพร้อมนิยาม “ให้คุณมากกว่าที่คิด” นำเสนอในรูปแบบคลิปวิดีโอ “Chasing Mirage” รวม 5 ตอน ผ่านช่องทางดิจิทัล

มร. โมะริคาซุ ชกกิ  กรรมการผู้จัดการใหญ่  บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า“ในปี 2560 นี้ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ยังคงให้ความสำคัญกับการทำตลาดรถยนต์อีโค คาร์ในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดบริษัทฯ ได้จัดทำคลิปวิดีโอชุด “Chasing Mirage” นำเสนอสมรรถนะอันโดดเด่นของรถยนต์อีโค คาร์ มิราจ ใหม่ ที่มีความประหยัดน้ำมันเป็นเลิศ และปลอดภัยสูงสุดด้วยระบบเสริมความปลอดภัยอัจฉริยะ ที่ติดตั้งเป็นครั้งแรกในรถอีโค คาร์ ซึ่งจะช่วยสร้างความปลอดภัยและช่วยให้ผู้ขับขี่มั่นใจตลอดการเดินทาง รวมถึงยังโดดเด่นด้วยดีไซน์สปอร์ต โฉบเฉี่ยว ปราดเปรียวทุกองศา โดยได้นักร้องสาวชื่อดัง ‘นท พนายางกูร’ หรือ ‘นท เดอะสตาร์’ ตัวแทนคนรุ่นใหม่ที่มาร่วมสร้างแรงบันดาลใจในการเดินทางเที่ยวทั่วไทยไปกับรถยนต์ ‘มิตซูบิชิ มิราจ ใหม่’ ที่มาพร้อมนิยาม ‘ให้คุณมากกว่าที่คิด’ 

สำหรับเรื่องราวในคลิปวิดีโอ “Chasing Mirage” นี้ แบ่งออกเป็น 5 ตอน โดยได้มีการบอกเล่าประสบการณ์การท่องเที่ยวสุดพิเศษของ “นท เดอะสตาร์” ในการไปเยือนสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังของไทย พร้อมสัมผัสวิถีชีวิตที่เรียบง่ายและน่าสนใจ เช่น อำเภอเนินมะปราง ลำน้ำเข็ก ถนนคนเดิน จังหวัดพิษณุโลก แก่งคุ้ดคู้ หมู่บ้านไทดำ เชียงคาน วัดพระธาตุศรีสองรัก จังหวัดเลย เขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์  โดยทุกทริปเดินทางด้วยรถยนต์คู่ใจ    อย่าง “มิตซูบิชิ มิราจ ใหม่” ที่ทำให้ตลอดการเดินทางสนุกและประทับใจไม่รู้ลืม





คลิปวิดีโอชุด ‘Chasing Mirage’ นี้ เราต้องการเปลี่ยนการรับรู้ของคนทั่วไปที่มักจะคิดว่า รถยนต์ขนาดเล็กหรือรถอีโค คาร์ ไม่ค่อยปลอดภัยในการขับรถไปยังสถานที่ไกลหรือต่างจังหวัด ซึ่งแคมเปญใหม่นี้จะเป็นส่วนหนึ่งในการเปลี่ยนการรับรู้นี้ได้อย่างสิ้นเชิง และผมมั่นใจว่า รถยนต์ ‘มิตซูบิชิ มิราจ ใหม่’ สามารถตอบโจทย์ทุกความต้องการของคนรุ่นใหม่ที่ชื่นชอบการเดินทางด้วยรถยนต์ที่มีสมรรถนะแบบครบครันได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความปลอดภัยที่ดีเยี่ยมทั้งระบบเตือนการชนด้านหน้าตรง พร้อมระบบช่วยชะลอความเร็วที่ความเร็วต่ำ (FCM-LS : Forward Collision Mitigation System-Low Speed Range) และระบบตัดกำลังเครื่องยนต์ชั่วขณะเมื่อเหยียบคันเร่งอย่างรุนแรงและรวดเร็ว  ระบบตัดกำลังเครื่องยนต์ชั่วขณะ เมื่อเหยียบคันเร่งอย่างรุนแรงและรวดเร็วเฉพาะด้านหน้า (RMS-FORWARD: Radar Sensing Misacceleration Mitigation System-Forward) ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว (ASC-Active Stability Control) ป้องกันการลื่นไถลออกนอกเส้นทางในสภาวะที่รถเสียสมดุล เป็นต้น” มร. ชกกิกล่าว

ทั้งนี้ ผู้สนใจเข้าชมคลิปวิดีโอชุด “Chasing Mirage” สามารถติดตามชมได้ผ่านช่องทางดิจิทัลของบริษัทฯ ทั้งเฟซบุ๊กhttps://www.facebook.com/MitsubishiMotorsTH ยูทูป Mitsubishi Motors Thailand และเว็บไซต์ http://www.mitsubishi-motors.co.th รวมถึงเฟซบุ๊กเพจของผู้มีชื่อเสียงในสังคม นอกจากนี้ ยังมีการจัดกิจกรรมโรดโชว์การสื่อสารและประชาสัมพันธ์ผ่านทางโชว์รูมของผู้จำหน่ายรถยนต์มิตซูบิชิทั่วประเทศ โดยติดตามชมได้ตั้งแต่วันนี้ – เดือนมีนาคม 2560

###

•   สำหรับลูกค้าที่สนใจชมหรือทดลองขับรถยนต์มิตซูบิชิรุ่นต่างๆ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ผู้จำหน่ายรถยนต์มิตซูบิชิทั่วประเทศ หรือ มิตซูบิชิ Call Center หมายเลขโทรศัพท์  02-079-9500 หรือ 1800 900 009  (ฟรีเฉพาะโทรศัพท์พื้นฐาน และโทรศัพท์เคลื่อนที่เครือข่าย AIS เท่านั้น) ทุกวันจันทร์ - เสาร์ ระหว่างเวลา 8:30-17:00 น.

•   ติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ได้ที่

Website          : http://www.mitsubishi-motors.co.th
Facebook       : https://www.facebook.com/MitsubishiMotorsTH
Instagram       : @MitsubishiMotors_Thailand
Youtube Channel      : Mitsubishi Motors Thailand
Line Official Account / ID    : Mitsubishi Motors Th / @MitsubishiMotorsTh




Mitsubishi Motors forges ahead with Eco Car market,
introducing new digital campaign “Chasing Mirage” to inspire traveler with “New Mirage”




Bangkok (13 January 2017) – Mitsubishi Motors welcomes New Year 2017, introducing new digital campaign “Chasing Mirage” to inspire traveler with “New Mirage” by presenting 5 series of travelling video clips. The series were driven by “Note the Star” as a representative of new generation who is not afraid of chasing her dream and confident to begin her journey with a superior performance of Eco car “Mitsubishi New Mirage” under concept “Be More”.

Mr. Morikazu Chokki, President and Chief Executive Officer of Mitsubishi Motors (Thailand) Co., Ltd. stated that, “In 2017, Mitsubishi Motors continues to boost Eco Car in Thai market consistently. Recently, Mitsubishi Motors launches a digital campaign with 5 series of the “Chasing Mirage” video clips to present the excellent performance of New Mirage as an Eco Car with the most fuel consumption and smart safety system that is the first install in Eco Car. It make drivers feel confident in safety for all destinations together with sporty designed with sleek all active degree.

The “Chasing Mirage” series consists of 5 video clips exposing new travelling experience with “Note the Star” and explore the simple way of life at many famous tourist destinations in Thailand, for example,  Amphoe Noen Maprang - Lum Nam Kek - Walking street at Phisanulok, Khut Khu Rapids – Thai Dam village at Chiang Kan, Wat Phra That Si Song Rak at Loei, Khao kho at Phetchabun, by driving “Mitsubishi New Mirage” that make the journeys more pleasurable and impressive.




“The Chasing Mirage campaign aims to change perception of people about the unsafety of small or Eco car when driving long distance or upcountry. This campaign will demonstrate a totally different perception. I am positive that the New Mirage is able to serve all new generation’s demand. All features equipped in the New Mirage responds well for those who enjoy traveling with fully equipped vehicle, for instance, smart safety systems; FCM-LS: Forward Collision Mitigation System-Low Speed Range, RMS-FORWARD: Radar Sensing Misacceleration Mitigation System Forward, ASC-Active Stability Control etc.” Mr. Chokki said.

The video clip series “Chasing Mirage” can be viewed on Mitsubishi Motors digital channels; Facebook at https://www.facebook.com/MitsubishiMotorsTH, YouTube at Mitsubishi Motors Thailand and http://www.mitsubishi-motors.co.th including celebrity Facebook. Besides, there are roadshow activities via showroom of Mitsubishi dealers nationwide. The campaign started now until March 2017.

###

-  For customers are interested in test drive by various Mitsubishi models, contact more information at Mitsubishi dealers around Thailand or Mitsubishi Call Center Tel. 02-079-9500 or 1800 900 009 (Free for only basic telephone and AIS mobile network) every Monday – Saturday at 8:30 – 17:00 hrs.

-   Stay updated with Mitsubishi Motors Thailand news visit at ;
Website          : http://www.mitsubishi-motors.co.th
Facebook          : https://www.facebook.com/MitsubishiMotorsTH
Instagram          : @MitsubishiMotors_Thailand
Youtube Channel      : Mitsubishi Motors Thailand
Line Official Account / ID    : Mitsubishi Motors Th / @MitsubishiMotorsTh
5





การสร้างรถบรรทุกบิ๊กฟุต

“Monster Trucks เป็นการทำตามความฝันให้เป็นจริง แค่นั้นเลยครับ” เวดจ์กล่าว “มาถึงจุดหนึ่ง เราทุกคนต่างก็รู้สึกอึดอัด บางที อาจเป็นโรงเรียน อาจเป็นการจราจร หรืองาน และเราก็อยากได้รถบรรทุกบิ๊กฟุตซักคันมาซิ่งกระจายโดยไม่ต้องทำตามกฎใดๆ ซักพัก มันมีอะไรบางอย่างที่ดิบเถื่อนและสนุกสนานเกี่ยวกับคอนเซ็ปต์ของรถบรรทุกบิ๊กฟุตครับ พวกมันเป็นรถสุดป่วนที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อท้าทายกฎฟิสิกส์โดยเฉพาะ ทำให้การจินตนาการรถพวกนี้ว่าเป็นสิ่งมีชีวิตไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไรเลยครับ”

เวดจ์ ผู้เป็นหนึ่งในคนที่ได้รับการยกย่องสูงสุดในแวดวงภาพยนตร์อนิเมชัน เป็นที่รู้จักดีที่สุดจากการกำกับ Ice Age ภาคแรกในปี 2002 ทำหน้าที่ผู้ควบคุมงานสร้างในซีเควลบล็อกบัสเตอร์ทั้งสี่ภาคในแฟรนไชส์ Ice Age และพากย์เสียง สแครท หนูยุคก่อนประวัติศาสตร์ ขวัญใจผู้ชม ในฐานะแฟนพันธุ์แท้สำหรับงานสต็อปโมชันของเรย์ แฮร์รีเฮาเซน ปรมาจารย์วิชวล เอฟเฟ็กต์ ผู้โด่งดัง เวดจ์กระตือรือร้นที่จะผลักดันไลฟ์แอ็กชันให้ก้าวหน้าอีกขั้นในตอนที่พาราเมาท์ อนิเมชันทาบทามเขาให้กำกับภาพยนตร์ลูกผสมเรื่องแรกของพวกเขา (และของเขาด้วย)

“ผมโตมากับการดูหนังอย่าง Clash of the Titans และ Jason and The Argonauts ครับ” เวดจ์กล่าว “ผมชอบการได้เห็นคนจริงๆ ในสถานการณ์ที่เหลือเชื่อ และปัจจุบันนี้ เทคโนโลยีก็ทำให้มันดูแนบเนียนมากๆ คุณสามารถจับคนใส่ไปที่ไหนก็ได้ทั้งนั้น ผมชอบการสร้างโลกที่สมจริง เพื่อที่ว่าตอนที่สิ่งมหัศจรรย์เกิดขึ้น มันจะได้ให้ความรู้สึกมหัศจรรย์จริงๆ น่ะครับ”

ในการรับประกันว่ายานพาหนะต่างๆจะเคลื่อนไหวอย่างสมจริง ทีมผู้สร้างได้เลือกใช้งานผู้ประสานงานฝ่ายสตันท์และผู้กำกับยูนิทที่สอง สไปโร ราซาทอส

“สไปโร ราซาทอสอาจจะเป็นผู้ประสานงานฝ่ายสตันท์ที่เก่งที่สุดในวงการก็ได้นะคะ” พาเรนท์กล่าว “จากผลงานในแฟรนไชส์ Fast & Furious มาจนถึง Captain America ไม่มีใครที่ถนัดเรื่องรถมากไปกว่าเขา และเมื่อคุณได้เห็นสิ่งที่เขาทำได้ คุณจะสาบานเลยว่ามันเป็นวิชวล เอฟเฟ็กต์น่ะค่ะ”

“Monster Trucks ไม่เหมือนหนังเรื่องอื่นๆ” ราซาทอสกล่าว “สิ่งต่างๆ ที่เราพยายามทำกับรถบรรทุก ทั้งการเหินเวหา การพลิกตลบ และการปีน...ปกติแล้ว เราจะทำมันด้วย CG แต่คริสมุ่งมั่นอยู่กับการผลักดันขีดจำกัดของสิ่งที่เราสามารถทำได้จริงๆ มันเป็นความท้าทายเพราะรถบรรทุกที่มีสิ่งมีชีวิตอยู่ในนั้นกลายเป็นเหมือนสิ่งมีชีวิต ซึ่งมันก็ช่วยเสริมสร้างองค์ประกอบความสร้างสรรค์เพิ่มเติมให้กับงานสตันท์อีกครับ”

“เราต้องคิดถึงอารมณ์ของรถบรรทุก” แอนดี้ กิล ผู้ประสานงานฝ่ายสตันท์ยูนิทที่สอง กล่าว “รถบรรทุกคันนี้จะสามารถทำอะไรได้บ้างเมื่อมีสิ่งมีชีวิตอยู่ด้านใน เราต้องคิดสิ่งต่างๆ ขึ้นมาในรูปแบบที่แตกต่างออกไปครับ”

มีการเพิ่มชิ้นส่วนดัดแปลงพิเศษหลายชิ้นเข้าไปในรถเพื่อจำลองการมีชีวิต ระบบไฮโดรลิคและลิฟท์ที่ควบคุมด้วยรีโมททำให้ทีมสตันท์สามารถสร้างการเคลื่อนไหวให้กับรถในฉากได้ แผงควบคุมพวงมาลัยที่ซ่อนอยู่ใต้กระโปรงหน้ารถทำให้รถแลดูเหมือนขับได้ด้วยตัวเอง

นักแสดงสตันท์ในชุดโมชัน แคปเจอร์สีเขียวจะคอยอยู่ในกองถ่ายเพื่อแสดงแทนสิ่งมีชีวิตในรถบรรทุก ซึ่งทำให้นักแสดงรู้สึกขำมาก

“การทำงานกับกรีนสกรีนเป็นเรื่องยากอย่างน่าแปลกใจ แต่ไม่ใช่ด้วยเหตุผลที่คุณคิดหรอกนะคะ” เลวีกล่าว “ฉันมีปัญหาในการทำหน้าเฉยๆ เมื่อไหร่ก็ตามที่เพื่อนฉันที่รับบทเป็นสิ่งมีชีวิตพวกนี้สวมชุดสีเขียว คลานอยู่บนพื้นหรืออยู่ในกระโปรงหน้ารถน่ะค่ะ ฉันแสดงพลาดไปหลายฉากเพราะฉันเผลอหัวเราะออกมาน่ะค่ะ”

เมื่องานสตันท์และการถ่ายทำหลักเสร็จสมบูรณ์ ทีมวิชวล เอฟเฟ็กต์ก็เริ่มซ้อนทับการแสดงกรีนสกรีนด้วยสิ่งมีชีวิตที่พวกเขาใช้เวลาออกแบบนานหลายเดือน

“เราได้ดูสัตว์หลากหลายชนิด” ซูเปอร์ไวเซอร์ฝ่ายวิชวล เอฟเฟ็กต์ นิโคลัส ไอธาดิ กล่าว “ด้วยความที่พวกเขาเป็นสัตว์น้ำ เราก็เลยดูสิงโตทะเลและปลาหมึก มันมีกระทั่งช้างอยู่ในนั้น ไอเดียของเรือการสร้างสิ่งที่ดูหลุดโลก แต่ก็น่าเห็นใจและน่ารัก นอกจากนั้น พวกเขายังต้องสามารถปรับสีหน้าท่าทางให้ดูน่าสะพรึงกลัวสำหรับตัวร้ายของเราได้ด้วย เราก็เลยให้พวกเขามีฟันเรียงเป็นแถว เราปรับเปลี่ยนแบบดีไซน์หลายครั้งมากๆ และเราก็ค่อนข้างภูมิใจกับผลที่ออกมาครับ”

“คริสได้ทำงานได้อย่างน่าทึ่งในการประกอบชิ้นส่วนปริศนานี้เข้าด้วยกันค่ะ” พาเรนท์กล่าว “ในแง่หนึ่ง หนังเรื่องนี้มีภาพที่น่าตื่นตาตื่นใจ แต่ในอีกระดับหนึ่ง มันเป็นเรื่องราวที่สะเทือนอารมณ์มากๆ เกี่ยวกับกลุ่มตัวละครแปลกแยกที่มารวมกันได้เพราะสิ่งมีชีวิตตัวนี้ ที่ทำให้โลกของพวกเขาพลิกตารปัตร”

“ตอนที่ผมได้ยินเรื่องคอนเซ็ปต์นี้ มันฟังดูโอเวอร์ครับ” เวดจ์กล่าว “แต่ยิ่งผมคิดถึงมัน ผมก็ยิ่งชอบมัน แม้ว่าคอนเซ็ปต์นี้จะเพ้อฝันแค่ไหน ผมก็ตระหนักว่ามันมีทุกอย่างที่ผมมองหาในหนังเรื่องหนึ่ง มันมีตัวละครเยี่ยมๆ เรื่องราวเยี่ยมๆ แอ็กชันหลากสีสันมากมายและความอบอุ่นหัวใจ มันเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับคนที่รู้สึกแปลกแยกที่ได้ผูกมิตรกับสิ่งมีชีวิตที่จริงๆ แล้วเป็นเอเลียน และวิธีหาทางกลับบ้านของพวกเขา สำหรับสิ่งมีชีวิตเหล่านี้ มันเป็นการเดินทางที่เกิดขึ้นจริง แต่สำหรับทริปป์และเมเรดิธ มันเป็นการเดินทางทางอารมณ์ความนึกคิดครับ”
6

ชื่อภาพยนตร์        MONSTER TRUCKS
ชื่อไทย                มอนสเตอร์ ทรัคส์ : บิ๊กฟุตตะลุยเต็มสปีด
วันที่เข้าฉาย          2 กุมภาพันธ์ 2560
จัดจำหน่าย           บริษัท ยูไนเต็ด อินเตอร์ เนชั่นแนล พิคเจอร์ส (ฟาร์อีสต์) จำกัด


ผจญภัยสุดซิ่งไปกับ Monster Trucks บิ๊กฟุตตะลุยเต็มสปีด

<a href="http://www.youtube.com/watch?v=4oBQkIwAnmk" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=4oBQkIwAnmk</a>

พาราเมาท์ พิคเจอร์ส เปิดตัวตัวอย่างใหม่จากภาพยนตร์ Monster Trucks บิ๊กฟุตตะลุยเต็มสปีด ภาพยนตร์แอ็คชั่นผจญภัยสุดมันส์สำหรับทุกคนในครอบครัว จัดเต็มทั้งเทคนิควิชวลเอ็ฟเฟ็กต์และคอมพิวเตอร์กราฟฟิค นำแสดงโดย ลูคัส ทิลล์, เจน เลวี, เอมี่ ไรอัน และร็อบ โลว์ กำกับการแสดงโดย คริส เวดจ์ จาก Ice Age
 
พบกับเรื่องราวของทริปป์ นักเรียนไฮสคูลซึ่งกำลังหาทางย้ายออกจากเมืองที่เขาเกิดและไปใช้ชีวิตที่อื่น เขาสร้างรถบิ๊กฟุตจากเศษชิ้นส่วนรถยนต์ และพบว่ามีสิ่งมีชีวิตลึกลับมาแอบอยู่ในรถยนต์ของเขา เจ้ารถบิ๊กฟุตพลังมอนสเตอร์คันนี้จะพาเขาไปซิ่งตามความฝันของเขาได้หรือไม่ รอชมใน Monster Trucks บิ๊กฟุตตะลุยเต็มสปีด 2 กุมภาพันธ์ 2560


ข้อมูลงานสร้าง

ด้วยความต้องการหาวิธีหนีไปจากชีวิตและเมืองที่เขาถือกำเนิดมา ทริปป์ (ลูคัส ทิลล์) นักเรียนไฮสคูลปีสุดท้ายจึงได้สร้างรถบรรทุกบิ๊กฟุตขึ้นมาจากชิ้นส่วนซากรถผุพัง หลังจากอุบัติเหตุที่แท่นขุดเจาะน้ำมันใกล้ๆ ส่งผลให้เกิดสิ่งมีชีวิตใต้ดินแปลกประหลาดที่มีพรสวรรค์และชื่นชอบความเร็วขึ้นมา ทริปป์ก็อาจจะพบกุญแจสำคัญที่จะพาเขาไปให้พ้นจากเมืองแห่งนี้และผู้ที่จะกลายเป็นเพื่อนโดยไม่คาดฝันของเขาเข้าแล้วก็ได้

ในการผสมผสานวิชวล เอฟเฟ็กต์ทันสมัยและ CGI ระดับสูงเข้าด้วยกัน Monster Trucks นำเสนอการผจญภัยที่เต็มไปด้วยแอ็กชันสำหรับทุกคนในครอบครัว ที่จะทำให้คุณลุ้นชนิดนั่งไม่ติดเก้าอี้และจะสร้างความประทับใจไม่รู้ลืมให้กับคุณ

พาราเมาท์ พิคเจอร์สและนิคเคลโลเดียน มูฟวีส์ ภูมิใจเสนอ ผลงานสร้างโดยดิสรัพชัน เอนเตอร์เทนเมนต์ ภาพยนตร์โดยคริส เวดจ์ “Monster Trucks” ควบคุมงานสร้างโดย เคล บอยเตอร์, โจนาธาน ไอเบล และเกลนน์ เบอร์เกอร์ อำนวยการสร้างโดย แมรี พาเรนท์ และเดนิส แอล. สจวร์ต เรื่องราวโดย แมทธิว โรบินสัน และโจนาธาน ไอเบล ร่วมด้วย เกลนน์ เบอร์เกอร์ บทภาพยนตร์โดยดีเร็ค คอนนอลลี กำกับโดย คริส เวดจ์ (Chris Wedge)

นำแสดงโดยลูคัส ทิลล์, เจน เลวี, แบร์รี เป็ปเปอร์, โธมัส เลนนอน, ร็อบ โลว์, แดนนี โกลเวอร์, เอมี ไรอัน, โฮลท์ แม็คคัลลานี และแฟรงค์ วาลีย์





เด็กหนุ่มและรถบรรทุกของเขา

ทริปป์ (ลูคัส ทิลล์) เด็กหนุ่มผู้เดียวดาย มักเฝ้าฝันถึงการหนีจากชีวิตที่แสนอึดอัดของเขาในเมืองที่แสนเงียบเหงาในนอร์ธ ดาโกต้าเสมอ ในเมืองที่ร่ำรวยจากการค้าน้ำมัน ทริปป์และซินดี้ แม่ของเขา (เอมี ไรอัน) ต้องดิ้นรนหาเลี้ยงชีพไปวันๆ ดังนั้น ทริปป์ก็เลยรับงานที่ลานขยะของคุณเว็ธเธอร์ (แดนนี โกลเวอร์) เพื่อเก็บรวบรวมชิ้นส่วนเล็กๆ น้อยๆ เพื่อมาสร้างรถบรรทุกของตัวเอง ทีละชิ้นๆ

“พ่อของทริปป์ (แฟรงค์ วาลีย์) ทิ้งเขาไปตอนเขายังเล็กๆ” ทิลล์อธิบาย “เขาก็เลยมีความคิดในใจเสมอว่าถ้าเขาได้สร้างรถบรรทุกของตัวเองขึ้นมา เขาจะมีอิสระในการไปตามหาพ่อน่ะครับ”

ในตอนที่ความหมกมุ่นของทริปป์ที่มีต่อรถคันนี้หนักข้อขึ้น การบ้านและแวดวงสังคมของเขาก็กลายเป็นเรื่องสำคัญรองลงมา ซินดี้กังวลเรื่องผลการเรียนที่ตกต่ำลงของทริปป์ในขณะที่ริค (แบร์รี เป็ปเปอร์) แฟนหนุ่มของเธอ ผู้เป็นนายอำเภอประจำท้องถิ่น ก็เริ่มสงสัยในกิจกรรมหลังเลิกเรียนของทริปป์

“ริคพยายามอย่างดีที่สุดที่จะเป็นพ่อให้กับทริปป์” เป็ปเปอร์กล่าว “แต่พวกเขาแตกต่างกันอย่างมาก ซึ่งสะท้อนให้เห็นในรถบรรทุกของพวกเขา ริคมีรถลาดตระเวนสีขาวสุดเนี้ยบที่เขาทำความสะอาดเป็นประจำ ส่วนทริปป์กลับสร้างรถบรรทุกแฟรงค์เกนสไตน์ที่ทั้งเก่าและสกปรกมาจากชิ้นส่วนสนิมเขรอะน่ะครับ ริคยึดถือระเบียบและเชื่อในกฎ ทริปป์อายุยังน้อยและหัวรั้น เขาอยากจะทดสอบขอบเขตที่ริคและซินดี้กำหนดไว้ให้กับเขาน่ะครับ”

“ริคเป็นคนดีแต่ทริปป์ไม่ได้มองเขาแบบนั้น” ทิลล์กล่าว “เขาไม่ใช่พ่อของเขา ดังนั้น เขาก็เลยไม่คิดว่าเขาน่าจะออกกฎได้ ชีวิตที่บ้านของทริปป์ให้ความรู้สึกอึดอัดนิดๆ รถบรรทุกคันนั้นก็เลยเป็นเหมือนตั๋วที่จะพาเขาไปจากที่นั่น”

“สมัยคุณเป็นวัยรุ่น มือข้างหนึ่งคุณจะผลักโลกออกไป ในขณะที่อีกมือหนึ่งก็จะพยายามประคับประคองมันไว้” ผู้กำกับคริส เวดจ์กล่าว “มันเป็นช่วงเวลาที่สับสนมากๆ และเราก็อยากให้ทริปป์เป็นตัวละครที่สมจริงและซับซ้อน ผู้เรียนรู้ที่จะปล่อยวางจากอดีตและคิดหาทางเพื่อก้าวไปข้างหน้า เราโชคดีที่เจอลูคัส ที่สามารถนำเสนอระดับที่แตกต่างกันเหล่านั้นออกมาได้น่ะครับ”



จากความว่างเปล่า

ในอีกฟากฝั่งหนึ่งของเมือง การขุดเจาะขนาดใหญ่กำลังดำเนินไป ระหว่างที่บริษัทเทอร์ราเว็กซ์ ออยล์ คัมปะนีกำลังขุดเจาะเข้าไปในแหล่งน้ำมันใต้ดินที่ยังไม่ถูกค้นพบ สิ่งมีชีวิตใต้ดินสามตัวก็พบหนทางขึ้นมาสู่โลกเบื้องบนได้อย่างคาดไม่ถึง

“พวกเขาเป็นสัตว์เฉลียวฉลาดที่มาจากที่ที่เราไม่รู้จักด้านล่างนั่น เป็นเส้นทางทะเลสาปและถ้ำที่ซ่อนตัวอยู่ในหินน้ำมัน พวกเขารอดชีวิตอยู่ได้ด้วยการกินน้ำมันครับ” เวดจ์กล่าว พวกเขาเป็นสัตว์น้ำ “และมีรูปร่างหน้าตาเหมือนปลาหมึก พวกเขาก็เลยเคลื่อนไหวได้อย่างคล่องแคล่วน้ำ แต่กลับงกๆ เงิ่นๆ เวลาอยู่บนบก และก็มีสิ่งมีชีวิตตัวหนึ่งหนีออกมาด้วยการซ่อนตัวอยู่ในรถบรรทุกลากที่ถูกส่งไปที่ลานขยะของพระเอกของเราครับ”

“สัญชาตญาณแรกของทริปป์คือการจับตัวเขาเอาไว้แล้วโทรเรียกตำรวจ แต่พอพวกเขาไปถึง เขากลับหนีไปได้ซะแล้ว” หลังจากแอบซ่อนตัวอยู่ใต้กระโปรงหน้ารถของรถบรรทุกที่ไร้เครื่องยนต์ของทริปป์ สิ่งมีชีวิตตัวนี้ก็ค้นพบว่าเขาสามารถติดเครื่องให้กับรถคันนี้ได้ด้วยการหมุนแกนของรถบรรทุกคันนี้ด้วยแขนขาที่จับโน่นนี่ได้ของเขา รถบรรทุกคันนี้เป็นเหมือนชุดสำหรับเขา ที่ทำให้เขาสามารถเคลื่อนตัวอยู่ในโลกของเราได้ในแบบที่ทรงพลังและน่าประหลาดใจ เมื่อเห็นถึงความเป็นมิตรของเขา ทริปป์ก็เลยเรียกเขาว่า “ครีช”

“ครีชรู้วิธีที่จะติดเครื่องให้กับรถบรรทุกคันนี้ และมันก็กลายเป็นวิธีให้เขาได้ซ่อนอย่างโจ่งแจ้งครับ” ทิลล์อธิบาย “ตัวละครทั้งคู่ต่างก็เปราะบางในแบบของตัวเอง” มือเขียนบท ดีเร็ค คอนนอลลีอธิบาย “ครีชจะต้องซ่อนตัวในรถบรรทุก ส่วนทริปป์ก็ต้องซ่อนตัวเองภายใต้เปลือกนอกที่แข็งกร้าว เพื่อป้องกันตัวเองจากความรู้สึกผูกพันทางใจครับ”

ทริปป์มีเพื่อนสนิทคนหนึ่งที่ไว้ใจได้ เธอคือเมเรดิธ (เจน เลวี) เพื่อนร่วมชั้นหนอนหนังสือ ผู้มาเยือนลานขยะด้วยข้ออ้างที่ว่าจะช่วยติวหนังสือสอบให้กับเขา แต่เธอกลับบังเอิญได้เห็นครีชกำลังทำงานอยู่

“จริงๆ แล้ว เมเรดิธก็แค่อยากจะใช้เวลาอยู่กับทริปป์” เลวีอธิบาย “เธอเป็นคนฉลาด แต่ก็รู้สึกประหม่านิดๆ ทุกครั้งที่เธออยู่ใกล้เขา และกลายเป็นเหมือนตัวตลก หลังจากที่เธอได้เห็นสิ่งมีชีวิตตัวนั้น เธอก็ถูกดึงเข้าไปพัวพันกับการผจญภัยสุดป่วน ซึ่งไม่ได้ทำให้เธอสบายใจเอาซะเลยค่ะ”

“เมเรดิธมีชีวิตที่แตกต่างจากทริปป์” คอนนอลลีกล่าว “เธอเรียนคลาสระดับสูง ได้เกรดเอทุกวิชา ไม่โกหก และพยายามจะทำตัวเป็นนักเรียนดีเด่น เขากล้า เธอขี้อาย และสิ่งมีชีวิตตัวนี้ก็ได้ดึงทั้งคู่ออกจากเกราะกำบังของตัวเองครับ”

“เจนมีจังหวะแสดงตลกที่ยอดเยี่ยมเหลือเกิน” ผู้อำนวยการสร้างแมรี พาเรนท์กล่าวชื่นชม “เธอเป็นเสียงของเหตุผลที่จำเป็นอย่างยิ่งในระหว่างที่เรื่องพิสดารทั้งหลายเหล่านี้เกิดขึ้นค่ะ”

ระหว่างที่ทริปป์และเมเรดิธทดสอบความสามารถมหัศจรรย์ของรถบรรทุกบิ๊กฟุตที่มีชีวิตจิตใจของพวกเขา พวกเขาก็ถูกตามล่าอย่างไม่ลดละโดยเบิร์ค (โฮลท์ แม็คคัลลานี) หัวหน้าหน่วยรักษาความปลอดภัยรับจ้างของเทอร์ราเว็กซ์

“เบิร์คเป็นคนที่ถูกไล่ออกจากบริษัทแบล็ควอเตอร์เพราะเขาไปละเมิดเรื่องทางศีลธรรมเข้าครับ” แม็คคัลลานี “เขาไม่มีขีดจำกัด และเขาก็จะทำทุกอย่างเพื่อให้งานเสร็จสิ้นครับ”

รีซ เทนนีสัน (ร็อบ โลว์) นายจ้างของเบิร์ค ซีอีโอที่ไหลลื่นเป็นน้ำมันของเทอร์ราเว็กซ์ ต้องการที่จะทำลายสิ่งมีชีวิตเหล่านี้และถิ่นที่อยู่ของพวกเขาเพื่อเดินหน้าการขุดเจาะต่อไป สิ่งเดียวที่ขวางกั้นเขาคือนักวิทยาศาสตร์ของเขา ดร.บิล ดาวด์ (โธมัส เลนนอน) ผู้ต้องการอนุรักษ์สิ่งมีชีวิตเหล่านี้ไว้เพื่อการศึกษาทางวิทยาศาสตร์

“ดาวด์มาเป็นนักวิทยาศาสตร์เพื่อทำให้โลกนี้ดีขึ้น แต่เขาก็ต้องประนีประนอมในหลายๆ เรื่อง” พาเรนท์อธิบาย “ตอนที่เราได้พบกับเขา เขามีความสัมพันธ์ด้านการงานแบบน้ำพึ่งเรือเสือพึ่งป่าที่ไม่ค่อยเข้าท่าเท่าไหร่กับเทนนีสัน ผู้สนใจแต่การหาผลประโยชน์ และไม่สงสัยใคร่รู้ซักนิดเกี่ยวกับชีวิตใหม่ที่พวกเขาเพิ่งค้นพบ เทนนีสันอยากจะกำจัดสิ่งมีชีวิตพวกนี้ไปเพื่อความสะดวกของตัวเองน่ะค่ะ”

“หนังเรื่องนี้ไม่ได้เป็นการสั่งสอนมากเกินไป” เลนนอนกล่าว “แต่มันเป็นหนังแอ็กชันเล็กๆ ที่สนุกสนาน และมีข้อคิดเจ๋งๆ ครับ”

“ผมกับทอมสนุกมากในการถ่ายทำหนังเรื่องนี้” โลว์สารภาพ “คริสสนับสนุนให้เรากระทบกระทั่งกัน เรื่องราวทวีความรุนแรงขึ้น แล้วบ่อยครั้ง เราก็พูดไดอะล็อคที่ไม่ได้อยู่ในบทด้วยล่ะครับ”

“ร็อบ โลว์เป็นเหมือนมอริอาตี้สำหรับโฮล์มส์ของผม เป็นสุดยอดตัวร้ายครับ” เลนนอนกล่าวหน้าตาย “ไม่ใช่ตัวละครของเขาหรอกนะครับ แต่เป็นตัวเขาต่างหาก...ลองดูอายุและหน้าตาที่ดูดีตลอดกาลของเขาสิครับ ผมคิดว่าเขาอาจเป็นแวมไพร์ก็ได้ มันเป็นไปได้นะนั่น”

พอเขาล่วงรู้ถึงแผนการของเทนนีสัน ดาวด์ก็ไปเตือนทริปป์และเมเรดิธ ผู้ต้องเร่งรีบแข่งกับเวลาเพื่อนำครีชกลับไปพบกับครอบครัวของเขา และนำพวกเขากลับไปยังบ้านของพวกเขา ในตอนจบที่อัดแน่นไปด้วยแอ็กชัน ที่เวดจ์พูดถึงว่าเป็น “E.T. ปะทะ Fast and the Furious”
7

happening 'HEART WORK'(ฉบับพิมพ์ครั้งที่ 2)

70 artworks inspired by the life and works of King Bhumibol Adulyadej

                   ด้วยความน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ทรงอุทิศพระวรกายและพระราชหฤทัยเพื่อประโยชน์สุขแห่งปวงชนชาวไทยเสมอมา ทีมงานนิตยสาร happening จึงมีแนวคิดจะจัดทำนิตยสารฉบับพิเศษขึ้น โดยจะเป็นหนังสือที่บันทึก ‘การงาน’ ของพระองค์ท่าน (ไม่ว่าจะเป็นพระราชกรณียกิจ, โครงการในพระราชดำริ หรือสิ่งของพระราชทานต่างๆ ที่พระราชทานให้ประชาชน เป็นต้น) ในรูปแบบงานศิลปะ โดยเราได้ชวนศิลปินร่วมสมัย ได้แก่ นักวาดภาพ นักออกแบบกราฟฟิก ช่างภาพ นักวาดการ์ตูน นักดนตรี ไปจนถึงกวี และนักเขียน จำนวน 70 คน มาร่วมกันสร้างชิ้นงานศิลปะที่ได้แรงบันดาลใจจาก ‘การงาน’ ของพระองค์

                   เราตั้งใจให้หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือที่เหมาะจะนำไปส่งต่อให้ ‘คนรุ่นใหม่’ และคนรุ่นต่อๆ ไป โดยเน้นการนำเสนอในแง่ที่งานของพระองค์เป็น ‘แรงบันดาลใจ’ ของคนที่เป็นแรงบันดาลใจในสังคมไทย หนังสือเล่มนี้ให้ความรู้สึกคล้ายคลึงกับการเดินชมแกลเลอรีที่เต็มไปด้วยชิ้นงานศิลปะที่ได้แรงบันดาลใจจากการงานของพระองค์ท่าน และเพราะเป็นงานที่ศิลปินทุกท่านทำด้วยหัวใจ เราจึงตั้งชื่อหนังสือฉบับนี้ว่า happening ‘HEART WORK’

                   นอกจากจะได้อ่านและชมงานศิลปะที่ได้แรงบันดาลใจจาก ‘การงาน’ ของพระมหากษัตริย์ที่อยู่ในหัวใจของชาวไทยทุกคนแล้ว เรายังหวังให้ผู้อ่านของเรามีส่วนร่วมกับ ‘การงาน’ ของพระองค์ด้วย

                   โดยนำรายได้จากการจำหน่าย 10%มอบให้กับมูลพระดาบส

ขนาด ราคา และจำนวนหน้า

- จำนวน 160 หน้า พิมพ์ 4 สีทั้งเล่ม เข้าเล่มแบบเย็บกี่ไสกาวเหมือนเดิม  กระดาษเนื้อในเป็นกระดาษปอนด์ 120 แกรม ปกเคลือบด้านและสปอตยูวี
 
- จำนวนการผลิตประมาณ 20,000 เล่ม


70 ศิลปินมีใครบ้าง?

ต่อไปนี้คือตัวอย่างรายชื่อศิลปินจำนวนหนึ่งที่จะมาสร้างผลงานในหนังสือเล่มนี้

วินทร์ เลียววาริณ               ชิงชิง กฤชเทียมเมฆ
สันติ ลอรัชวี                    ไมเคิล-ศิรชัช เจียรถาวร
วศินบุรี สุพานิชวรภาชน์       กันต์ ชุณหวัตร
สิริมา ไชยปรีชาวิทย์           มาโนช กิตติชีวิน
ชาติฉกาจ ไวกวี                ทวีพงษ์ ประทุมวงษ์
สุรัติ โตมรศักดิ์                  อาทิตย์ เลิศรักษ์มงคล
ทิววัฒน์ ภัทรกุลวณิชย์         ตุล ไวฑูรเกียรติ
ต้องการ                          เรไรรายวัน
ศศิ วีระเศรษฐกุล               มานิตา ส่งเสริม
โรจน์ สยามรวย                 Dibdee Studio
อาร์ต จีโน                       The Archivist
ผศ. ไพรวัลย์ ดาเกลี้ยง        Slowhand Studio
วิเชียร วงศ์ศุภลักษณ์           Juli Baker and Summer
ยุรี เกนสาคู                      Sahred toy
พุฒิยศ ผลชีวิน                  ฯลฯ
ภัทรีดา ประสานทอง   


สถานที่จัดจำหน่าย happening ฉบับ ‘HEART WORK’ (ฉบับพิมพ์ครั้งที่ 2)

สามารถหาซื้อได้ตามร้านหนังสือชั้นนำทั่วประเทศ อาทิ ร้าน B2S, Se-ed, ร้าน นายอินทร์, Kinokuniya และร้านหนังสือทั่วประเทศ

ศิลปินร่วมสร้างสรรค์บทเพลงซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจาก ‘การงาน’ ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช


                     3 ศิลปินในโปรเจกต์พิเศษ happening ‘Heart Work’ ได้แก่ นุ้ย The Peach Band, วงดนตรีภูมิจิต และวง The Photo Sticker Machine ร่วมสร้างสรรค์ผลงานศิลปะออกมาเป็นบทเพลงอันแสนไพเราะ ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจาก ‘การงาน’ ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยทั้งหมดนี้ถูกรวบรวมอยู่ในหนังสือ happening ฉบับ ‘Heart Work’

<a href="http://www.youtube.com/watch?v=Cg0O9rOGqq8" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=Cg0O9rOGqq8</a>

เพลง นิทานเมขลา
ผลงานเพลงโดย วิริยาภา จันทร์สุวงศ์ (นุ้ย The Peach Band)
เรียบเรียงโดย โวลท์-วิชชุพร จริงจิตร


                  ‘นิทานเมขลา’ เป็นส่วนหนึ่งของงานศิลปะ 70 ชิ้นที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก ‘การงาน’ ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดย นุ้ย-วิริยาภา จันทร์สุวงศ์ หรือ นุ้ย-เดอะ พีชแบนด์ เจ้าของเพลงฮิต ‘วอน’ หนึ่งศิลปินที่อาสามาร่วมโปรเจกต์นี้เมื่อเห็นโพสต์บอกเล่าเกี่ยวกับ happening ‘Heart Work’ ที่พี่วิภว์ บรรณาธิการของเรา โพสต์ไว้ในเฟซบุ๊กส่วนตัว และเธอก็ตั้งใจขนาดที่จะแต่งเพลงใหม่ในรอบหลายปีให้โปรเจกต์นี้ ความน่าประทับใจของงานนี้ก็คือ ตอนนี้เธอไม่ได้อยู่ที่เมืองไทย เนื่องจากไปศึกษาต่อด้านดนตรีอยู่ที่สหรัฐอเมริกา ดังนั้นการสื่อสารในการทำงานชิ้นนี้ ระหว่างทีมงานเรากับเธอจึงเป็นการคุยกันผ่านโลกออนไลน์ทั้งหมด การส่งข้อมูลเรื่องโครงการฝนหลวงทั้งหมดก็ส่งผ่านการแชตเฟซบุ๊ก และคนที่มีส่วนร่วมในงานนี้ก็เป็นคนรอบๆ ตัวของเธอที่นั่น อย่างเช่น คนที่ช่วยกำกับดูแลเรื่องการแต่งเพลง ‘นิทานเมขลา’ นี้ก็คืออาจารย์ที่สอนนุ้ยเรื่องดนตรีอยู่นั่นเอง

รับฟังบทเพลง นิทานเมขลา ได้ทาง Youtube: happeningmagazine และ Facebook: happening mag https://www.youtube.com/watch?v=Cg0O9rOGqq8


<a href="http://www.youtube.com/watch?v=WFpDjdNm0C8" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=WFpDjdNm0C8</a>

เพลง ชั่งหัวมัน
ผลงานเพลงโดย วงดนตรีภูมิจิต
เนื้อร้องโดย พุฒิยศ ผลชีวิน, อาสนัย อาตม์สกุล


                   ‘ชั่งหัวมัน’ ผลงานใหม่ล่าสุดจากวงดนตรีภูมิจิตเพลงนี้คือหนึ่งผลงานในโปรเจกต์พิเศษของเราอย่าง happening ‘Heart Work’ ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากโครงการ ‘ชั่งหัวมัน’ หนึ่งในโครงการพระราชดำริสำหรับ พุฒิยศ ผลชีวิน นักร้องนำวงดนตรีภูมิจิต ตื่นเต้นเป็นอย่างมากเมื่อเราชวนเขาร่วมโปรเจกต์ ในเวลาไม่นาน พุฒิก็เลือกหัวข้อ ‘โครงการชั่งหัวมัน’ เป็นโจทย์ที่นำไปตีความและขยายความคิดในการสร้างสรรค์ออกมาเป็นบทเพลง เขาเคยเปรยว่า เห็นชื่อโครงการนี้แล้วคิดถึงเพลง ‘Let it be’ ของ เดอะ บีเทิลส์ หลังจากนั้นเราก็เห็นนักร้องนำคนนี้เช็กอินเฟซบุ๊กโลเคชันที่ โครงการชั่งหัวมัน จังหวัดเพชรบุรี ใช่แล้ว เขาเดินทางไปเพื่อเก็บรายละเอียดมาสร้างสรรค์เป็นบทเพลงที่มีชื่อเดียวกับโครงการตามพระราชดำริแห่งนี้นั่นเอง

รับฟังบทเพลง ชั่งหัวมัน ได้ทาง Youtube: Poomjitband และ Facebook: Poomjit https://www.youtube.com/watch?v=WFpDjdNm0C8


<a href="http://www.youtube.com/watch?v=xteIP_SGmnc" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=xteIP_SGmnc</a>



                   สำหรับบทเพลง ‘เวชพาหน์-ตราบเท่าที่สายน้ำยังคงไหล’ ผลงานเพลงโดย วิชญ วัฒนศัพท์ (ศิลปินในนาม The Photo Sticker Machine โปรดิวเซอร์และคอมโพเซอร์ของ Hualampong Riddim) เป็นผู้สร้างสรรค์ขึ้นมา ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจในการประพันธ์เพลงจากพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช อย่างเรือพระราชทานเวชพาหน์ โดยมีการบันทึกเสียงบรรยากาศระหว่างวันที่ 5 ธันวาคมที่ผ่านมา ประกอบเข้าไปกับบทเพลงด้วย

รับฟังบทเพลง เวชพาหน์-ตราบเท่าที่สายน้ำยังคงไหล ได้ทาง Youtube และ Facebook: The Photo Sticker Machine https://www.youtube.com/watch?v=xteIP_SGmnc

ผลงานศิลปะของศิลปินท่านอื่น สามารถติดตามเพิ่มเติมได้ใน happening ฉบับ Heart Work วางจำหน่ายแล้วตามร้านหนังสือชั้นนำทั่วประเทศ อาทิ ร้าน B2S, Se-ed, ร้าน นายอินทร์, Kinokuniya และร้านหนังสือทั่วประเทศ

ติดตามข่าวสารและกิจกรรมของนิตยสารแฮพเพนนิ่ง (happening) ได้ทาง www.facebook.com/happeningmagazine
8
เตรียมฟิน จิกหมอน “เฟฮู อินฟินิตี้” ดึง “เจมส์ มาร์” ประกบคู่ “ฮัม อึน-จอง”
เปิดตัวภาพยนตร์รักโรแมนติกแห่งปี “MIND MEMORY 1.44 พื้นที่รัก”


                   พร้อมตัดสายสะดือทำคลอด บริษัท เฟฮู อินฟินิตี้ จำกัด ค่ายหนังน้องใหม่ แต่มากประสบการณ์ ได้ฤกษ์เปิดตัว “MIND MEMORY 1.44 พื้นที่รัก” ภาพยนตร์รัก โรแมนติก ที่สร้างโดยฝีมือคนไทยแต่มีคุณภาพระดับอินเตอร์ นำแสดงโดยนักแสดงซุปเปอร์สตาร์เมืองไทย “เจมส์ มาร์” (เจมส์ อัศรัสกร) มาประกบคู่กับนักร้อง นักแสดงซุปเปอร์สตาร์จากประเทศเกาหลี “ฮัม อึน-จอง” ที่หลายคนรู้จักในภาพศิลปินสาว หนึ่งในสมาชิกวง “T-ara” (ทีอาร่า) นอกจานนี้ยังมีนักแสดง “แม็ก- ณัฐวุฒิ เจนมานะ, เฟิร์น- พัสกร พลบูรณ์” มาช่วยสร้างสีสันให้เนื้อเรื่องเข้มข้น ครบทุกอารมณ์
 
กำกับการแสดง
“สุพจน์ คูณดี, มนัสนันท์ กุดหอม”

                   สำหรับภาพยนตร์ “MIND MEMORY 1.44 พื้นที่รัก” บอกเล่าเรื่องราวของ “ภัทร์” (เจมส์ มาร์) โปรแกรมเมอร์อัจฉริยะ ผู้ที่ชอบอยู่ในโลกของตัวเอง ซึ่งมีเพื่อนสนิท “พีท” (แม็ก) และ “แพรว” (เฟิร์น พัสกร) โลกของ ภัทร์ ได้เปลี่ยนไปเมื่อได้เจอกับ “มินจี” (ฮัม อึนจอง) เป็นผู้หญิงที่เก่ง มีความอ่อนโยน ทั้งคู่ได้ร่วมกันพัฒนาโปรแกรม เพื่อช่วยเหลือคนชราและใช้ฐานข้อมูลมาจาก Mind ซึ่งเป็นแอปพลิเคชั่นที่ ภัทร์ รักและหวงมากที่สุด ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ค่อยๆ เริ่มก่อตัวขึ้น ความทรงจำต่างๆ ที่ถูกบันทึกด้วยหัวใจของคนสองคน  จนกระทั่งได้มีเหตุการณ์ที่ทำให้ความสัมพันธ์ของทั้งคู่เปลี่ยนไป  ความรักและความเข้าใจจะช่วยให้พวกเขาผ่านพ้นเรื่องราวต่างๆ ไปได้หรือไม่ บทสรุปความรักของพวกเขาและเธอจะเป็นอย่างไรสุดท้ายแล้ว 1.44 พื้นที่นี้จะเพียงพอต่อความทรงจำของพวกเขาหรือไม่ ค้นหาคำตอบได้ใน MIND MEMORY 1.44 พื้นที่รัก วันพฤหัสบดีที่ 23 กุมภาพันธ์ 2560 ในโรงภาพยนตร์

CHARACTER (คาแรกเตอร์)

ภัทร์ :    รับบทโดย  "เจมส์ มาร์" โปรแกรมเมอร์อัจฉริยะ ผู้ที่ชอบอยู่ในโลกของตัวเอง ผู้ชายเรียบง่าย ที่มีโลกส่วนตัวสูง
 
มินจี :    รับบทโดย  "ฮัม อึน-จอง" ผู้หญิงที่เก่ง มีความอ่อนโยน แต่ใช้เวลาไปกับการทำงานจนลืมเรื่องความรัก

พีท :     รับบทโดย  "แม็ก- ณัฐวุฒิ เจนมานะ" หนุ่มขี้เล่น เจ้าชู้ตัวพ่อ มั่นใจทุกเรื่อง 

แพรว :   รับบทโดย  "เฟิร์น- พัสกร พลบูรณ์" เป็นคนตรงไปตรงมา แต่พอเรื่องความรักกลับปฏิเสธตลอด

กำกับการแสดงโดย   “สุพจน์ คูณดี, มนัสนันท์ กุดหอม"
9
ชุดเครื่องนอนทิวลิป เอาใจคนรักโปเกมอนพร้อมเปิดตัวคอลเลกชั่นใหม่
ในงาน Pokémon Every Day 2017


ชุดเครื่องนอนทิวลิปโดย บริษัท ทีแอลมาร์เก็ตติ้ง จำกัด ผู้เชี่ยวชาญในการมอบสัมผัสประสบการณ์การนอนที่เหนือระดับกว่า 40 ปี ต้อนรับวันเด็กไปกับการผจญภัยในโลกของโปเกมอน พบกับชุดเครื่องนอนทิวลิปคอลเลกชั่นใหม่ที่เปิดตัวครั้งแรกในงาน และร่วมชมสินค้าชุดเครื่องนอนคุณภา¬¬พในราคาพิเศษ อาทิชุดผ้าปูทิวลิปรุ่น Seamless, ทิวลิปรุ่นคอตตอน 100%, ผ้าห่มนวมพิมพ์ลายดิจิตัลปริ้นท์, ที่นอนปิคนิค, หมอนอิง หมอนหนุน และหมอนข้างลายโปเกมอน ให้กอดเล่นได้ทุกวัน ในงาน Pokémon Every Day 2017 ณ ไลฟ์สไตล์ ฮอลล์ ชั้น 2 ศูนย์การค้าสยามพารากอน ตั้งแต่วันนี้ - 15 มกราคม 2560

หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อบริษัท ทีแอลมาร์เก็ตติ้ง จำกัด โทร 02-870-8466 www.tulip.co.th หรือสามารถติดตามกิจกรรมและสั่งชุดเครื่องนอนได้โดยตรงที่  https://www.facebook.com/TulipBed


###

บริษัท ทีแอล มาร์เก็ตติ้ง จำกัด

บริษัท ทีแอลมาร์เก็ตติ้ง จำกัดคือ ผู้จัดจำหน่ายและนำเข้าชุดเครื่องนอนแบรนด์“ทิวลิป” “เจสสิก้า” และ “วีลาซเซ่” มีความเชี่ยวชาญในการมอบสัมผัสประสบการณ์การนอนที่เหนือระดับ ครอบคลุมความต้องการที่แตกต่างได้อย่างลงตัว มากว่า30ปี ผลิตภัณฑ์ทั้งหมดได้รับการยอมรับในคุณภาพ จัดจำหน่ายในห้างสรรพสินค้าชั้นนำรวมถึงร้านค้าส่ง ร้านค้าปลีก ตัวแทนจำหน่าย และยังส่งออกในอีกหลายประเทศพร้อมด้วยโชว์รูมชุดเครื่องนอนเจสสิก้า ตั้งอยู่ในศูนย์การค้าเอสพลานาดถนนรัชดาภิเษกชั้นM

หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อบริษัททีแอลมาร์เก็ตติ้งจำกัดโทร 02-870-8466 หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์ www.tulip.co.th และ www.jessica.co.th
10
“ท็อปแท็ป” เย้ย “นนน” สุดทน ต่อยเต็มแรง!!!









ตัวอย่างซีรีส์รุ่นพี่ Secret Love | My Lil Boy 2 'น้องม.4 พี่ปี1' | EP.6
<a href="http://www.youtube.com/watch?v=4K1MxO6lCow" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=4K1MxO6lCow</a>

          บรรยากาศมาคุขึ้นทันที เมื่อ "เอส" (นนน-กรภัทร์) บังเอิญเจอกับ "บอส" (ท็อปแท็ป-จิรกิตติ์) ที่สนามบาส "บอส" ท้า "เอส" แข่ง โดยมีเรื่องของ "แบลล์" (ต้าเหนิง-กัญญาวีร์) เป็นเดิมพัน "เอส" สู้เต็มที่ แต่ก็ยังคงแพ้อยู่ดี "บอส" เข้ามาเยาะเย้ยถึงความเป็นเด็ก "เอส" ทนไม่ไหว ยืนกัดฟันด้วยความโมโห บวกกับแค้นเรื่องที่ "บอส"เคยลวนลาม "แบลล์" ด้วย เลยระเบิดอารมณ์ต่อย "บอส" เข้าไปเต็มแรง เรื่องราวจะเป็นอย่างไรต่อไป ต้องติดตาม

          ติดตามชม "รุ่นพี่ Secret Love ตอน My Lil Boy 2 น้อง ม.4 พี่ปี 1" ในวันอาทิตย์ที่ 15 มกราคมนี้ เวลา 16.00 น. ทางช่องONE31 และเวลา 18.00 น. ทางLINETV และอัพเดททุกความเคลื่อนไหวได้ที่Facebook & IG & Youtube & Twitter : gmmtv
Pages: [1] 2 3 ... 10