Recent Posts

Pages: [1] 2 3 ... 10
1
ข่าวภาพยนตร์ / UIP:
« Last post by happy on January 30, 2015, 05:45:22 PM »
111
2
สถาบันอาหาร กระทรวงอุตสาหกรรม OPEN HOUSE โชว์ลุคใหม่
เปิดตัว 3 โปรเจ็คต์ใหญ่เทิดพระเกียรติ 60 พรรษาสมเด็จพระเทพฯปี 58



                 สถาบันอาหาร  กระทรวงอุตสาหกรรม จัด OPEN HOUSE ให้สื่อมวลชนเข้าเยี่ยมชมเป็นครั้งแรกในรอบ 18 ปี พร้อมอวดโฉมด้วยรูปลักษณ์ทันสมัย หลังปรับปรุงใหม่ทั้งอาคารสำนักงาน อาคารจัดแสดงสินค้าและผลิตภัณฑ์ และศูนย์บริการห้องปฏิบัติการอุตสาหกรรมอาหาร(แล็บ) รองรับภารกิจสร้างความเข้มแข็งอย่างยั่งยืนและครบวงจรตลอดห่วงโซ่อุตสาหกรรมอาหารของไทย แจงผลจากการพัฒนาองค์กรในรอบ 4 ปี ทั้งยกระดับบุคลากรและมาตรฐานการผลิตอุตสาหกรรมอาหารสู่สากล  หนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่สู่ตลาด  ส่งเสริมการใช้วัตถุดิบอาหารไทยให้เป็นที่ยอมรับในร้านอาหารและวงการเชฟทั่วโลก  และผลักดันการใช้บริการห้องแล็บให้เติบโตแบบก้าวกระโดด.....ปี 58 พร้อมเดินหน้า 3 โปรเจ็คใหญ่เทิดพระเกียรติ 60 พรรษาสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ครั้งแรกในวงการอุตสาหกรรมอาหารไทย คณะกรรมการฯ อนุมัติงบประมาณ 60 ล้านบาทปรับปรุงอาคารสำนักงานโรงสุราบางยี่ขันเดิมเป็น ศูนย์การเรียนรู้อาหารไทย หรือ Thai Food Heritage เตรียมเปิดตัว Thailand Sustainability Award 2015 (TSA) พร้อมมอบรางวัลแก่กลุ่มอุตสาหกรรมอาหารของไทยที่มีความเป็นเลิศในการบริหารองค์กรสู่ความยั่งยืน  พร้อมผุดโครงการยกระดับ 600 ครัวอาหารของไทย ก้าวไกลสู่มาตรฐานสากล เชิญชวนครัวผลิตอาหารให้คนหมู่มาก 600 รายทั่วประเทศทั้งครัวร้านอาหาร ครัวโรงแรม ครัวในศูนย์อาหารเข้าร่วม พร้อมผลักดันยุทธศาสตร์พัฒนาอุตสาหกรรมอาหารไทยสู่ครัวโลกอย่างต่อเนื่อง ผ่าน 3 โครงการหลัก Thailand Food Quality to the World, Thailand Food Forward  และ โครงการส่งเสริมและพัฒนาอุตสาหกรรมอาหารฮาลาล ที่มุ่งสนองนโยบาย “ครัวไทยสู่ครัวโลก”


นายเพ็ชร ชินบุตร

                 นายเพ็ชร ชินบุตร ผู้อำนวยการสถาบันอาหาร เปิดเผยว่า ปัจจุบันสถาบันอาหารได้ดำเนินงานมาจนครบปีที่  18 แล้ว โครงการสำคัญๆ ที่ได้รับมอบหมายจากกระทรวงอุตสาหกรรมตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ดำเนินการนั้นมีผลสำเร็จลุล่วงตามเป้าหมายด้วยดี ทั้งยังเป็นปัจจัยเกื้อหนุนให้ภาคอุตสาหกรรมอาหารส่งออกของไทย โดยเฉพาะผู้ประกอบการขนาดเล็กและขนาดกลางมีศักยภาพการแข่งขันทัดเทียมกับนานาประเทศในเวทีการค้าโลกได้อย่างน่าพอใจ  โดยเฉพาะการยกระดับบุคลากรและมาตรฐานการผลิตอุตสาหกรรมอาหารสู่สากล หนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่สู่ตลาด ทั้งในรูปแบบ Ready to Eat และ Ready to Cook ซึ่งในภาพรวมของทุกโครงการ สถาบันอาหารได้ส่งเสริมให้มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ รวมทั้งสิ้น  270 ผลิตภัณฑ์ (ในปี 2555 มีผลิตภัณฑ์ใหม่ 31 ผลิตภัณฑ์ ปี 2556 มี 116 ผลิตภัณฑ์ และปี 2557 มี 123 ผลิตภัณฑ์) ทั้งนี้ในปี 2557 นี้ทางสถาบันอาหารจึงได้ริเริ่มจัดตั้ง ศูนย์วิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ ตลอดจนมุ่งเน้นการเปิดตลาดอาหารไทยสู่ AEC ด้วยการจัด Business Matching, Business Creation and Networking ในประเทศเป้าหมาย เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการของไทย โดยเฉพาะกลุ่ม SMEs ให้สามารถเข้าสู่สนามการค้าโลกได้อย่างยั่งยืน

                 ขณะเดียวกันก็มุ่งส่งเสริมการใช้วัตถุดิบอาหารไทยให้เป็นที่ยอมรับในร้านอาหารและวงการเชฟทั่วโลก  โดยสนับสนุนการจัดแข่งขันปรุงอาหารไทยระดับโลกในประเทศไทย อาทิ การแข่งขันสุดยอดเชฟอาหารไทยชิงแชมป์โลก (Thailand Culinary World Challenge) รวมทั้งสนับสนุนการแข่งขันของเชฟไทยบนเวทีนานาชาติ ตลอดจนการให้ความรู้ ความเข้าใจ การประยุกต์ใช้วัตถุดิบอาหารไทยกับเมนูอาหารต่างชาติ การสร้างสรรค์เมนูอาหารไทยใหม่ๆ โดยการจัดอบรมแก่พ่อครัวแม่ครัวในร้านอาหารไทยในต่างประเทศ และการเข้าร่วมงานแสดงอาหารในประเทศเป้าหมายทั่วโลก ทั้งนี้เพื่อสร้างชื่อเสียง สร้างภาพลักษณ์อาหารไทย และวัตถุดิบอาหารไทยให้ได้รับการยอมรับในคุณภาพและรสชาติที่เป็นอัตลักษณ์เฉพาะตัว  นอกจากนี้ยังผลักดันการใช้บริการห้องแล็บให้เติบโตแบบก้าวกระโดด โดยพบว่าผลงานด้านบริการตั้งแต่ปี 2554 เป็นต้นมา ได้ให้บริการโรงงานอุตสาหกรรมอาหารและหน่วยงานภาครัฐ จำนวนเฉลี่ยปีละไม่น้อยกว่า 1,200 แห่ง (ประกอบด้วยภาครัฐ ธุรกิจขนาดเล็ก ขนาดกลางและขนาดใหญ่ในสัดส่วนประมาณ 15 : 30 : 40 : 15)   มีจำนวนรายการให้บริการเพิ่มสูงขึ้นเป็นลำดับ โดยในปี 2557 ให้บริการไปกว่า 127,000 รายการ มากกว่าปี 2556 ที่ให้บริการไป 100,521 รายการ นอกจากนี้ ยังมีความมุ่งมั่นในการขยายขอบเขตงานให้ตอบสนองต่อภาคอุตสาหกรรม โดยพัฒนาศักยภาพห้องปฏิบัติการมาโดยตลอด ในปัจจุบันมีการให้บริการที่หลากหลายและครอบคลุม คือ 760 บริการงานทดสอบและสอบเทียบ  และ 44 โปรแกรมทดสอบความชำนาญ










                 ในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา สถาบันอาหารได้ดำเนินงานภายใต้ยุทธศาสตร์สำคัญ 4 ประการ คือ 1. การสร้างนวัตกรรมและส่งเสริมการนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อเสริมสร้างศักยภาพวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม และวิสาหกิจชุมชน 2. การพัฒนาระบบข้อมูลสนับสนุนอุตสาหกรรมอาหารที่ล้ำสมัย เข้าถึงได้ง่ายและตอบสนองทันต่อเหตุการณ์ 3. การพัฒนาและยกระดับมาตรฐานการผลิตตลอดห่วงโซ่อาหารสู่สากล และ4. การพัฒนาสมรรถนะสถาบันเพื่อสนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรมอาหาร เช่นเดียวกับในปี 2558 นี้ที่ยังคงดำเนินงานภายใต้ยุทธศาสตร์ดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง

                 ทั้งนี้ได้ดำเนินกิจกรรมหลากหลายผ่านโครงการสำคัญๆ คือ 1)โครงการพัฒนาอุตสาหกรรมอาหารของไทยให้เป็นครัวอาหารคุณภาพของโลก หรือ Thailand Food Quality to the World 2)โครงการเสริมสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจแก่อุตสาหกรรมอาหารของไทย หรือ Thailand Food Forward และ3)โครงการส่งเสริมและพัฒนาอุตสาหกรรมอาหารฮาลาล ทั้ง 3 โครงการเป็นโครงการที่มุ่งสนองนโยบาย “ครัวไทยสู่ครัวโลก” โดยเน้นให้ไทยเป็น “ครัวคุณภาพของโลก”

                 โดยในปี 2558 นี้ กระทรวงอุตสาหกรรมได้สนับสนุน 3 โครงการหลักดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสถาบันอาหาร ยังคงผลักดันเป้าหมายที่วางไว้อย่างต่อเนื่อง ด้วยวิสัยทัศน์ที่มุ่งสร้างคุณค่า(Value Creation) ให้อุตสาหกรรมอาหารไทยเป็นที่ยอมรับในเวทีการค้าโลก และเพื่อให้ภาคอุตสาหกรรมอาหารของไทยเติบโตไปในทิศทางที่สอดรับกับการเข้าสู่ AEC อย่างเต็มรูปแบบ โดยได้มุ่งพัฒนาและผลักดันให้โรงงานแปรรูปอาหารของไทยทุกระดับเข้าสู่ระบบคุณภาพสุขอนามัยในการผลิตระดับสากลไม่น้อยกว่า 500 สถานประกอบการ พัฒนาบุคลากรไม่น้อยกว่า 3,000 คน พัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ให้ตรงกับพฤติกรรมผู้บริโภคและเสริมสร้างมูลค่าวัตถุดิบทางการเกษตรไม่น้อยกว่า 90 ผลิตภัณฑ์ นอกจากนี้ยังนำพาผู้ประกอบการเข้าสู่ตลาดสากล และมุ่งเน้นการส่งเสริมเอกลักษณ์อาหารไทยและวัฒนธรรมไทย   อีกด้วย

                 นายเพ็ชร กล่าวต่อว่า ในการเปิด Open House ของสถาบันอาหารในครั้งนี้ เป็นการแสดงให้เห็นถึงศักยภาพที่เติบโตอย่างเข้มแข็งในการทำ Right sizing องค์กรใน 4 ปีที่มาดำรงตำแหน่ง และได้ปรับปรุงพัฒนาให้สถาบันอาหารมีภาพลักษณ์ที่เปลี่ยนไปรวมถึงผลการดำเนินงานที่สามารถล้างบัญชีสะสมที่ติดลบในอดีตมาเป็นรายได้มากกว่ารายจ่ายในปัจจุบันได้อย่างมีคุณภาพ

                 และเนื่องในวโรกาสที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จะมีพระชนมายุครบ 60 พรรษา ในวันที่ 2 เมษายน 2558 สถาบันอาหาร กระทรวงอุตสาหกรรม สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจในการพัฒนาประเทศมาอย่างต่อเนื่องยาวนานในทุกด้าน โดยเฉพาะด้านอาหาร จนได้รับพระสมญานามว่าเจ้าฟ้านักโภชนาการ ในปี 2558 นี้ สถาบันอาหารจึงริเริ่มดำเนินการ ”โครงการเทิดพระเกียรติ 60 พรรษา สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี” ขึ้น  3 โครงการ ด้วยกัน ได้แก่ 1)โครงการส่งเสริมการเรียนรู้อุตสาหกรรมอาหารของไทย การจัดตั้ง ศูนย์การเรียนรู้อาหารไทย (Thai Food Heritage) 2)โครงการพัฒนาเกณฑ์การบริหารสู่ความเป็นเลิศด้านความสามารถในการดำเนินการอย่างยั่งยืน(Thailand Sustainability Award : TSA) และการให้รางวัล Thailand Sustainability Award 2015 แก่กลุ่มอุตสาหกรรมบริการอาหาร และ3)โครงการยกระดับ 600 ครัวอาหารของไทย ก้าวไกลสู่มาตรฐานสากล (600 Thai Mass Catering for International Standard)

                 “โดยศูนย์การเรียนรู้อาหารไทยหรือ Thai Food Heritage นั้น คณะกรรมการสถาบันอาหารได้อนุมัติงบประมาณเบื้องต้น 60  ล้านบาท โดยใช้อาคารเก่าที่จะต้องทำการปรับปรุงมีจำนวน 3 ชั้น ตั้งอยู่ภายในบริเวณเดียวกันกับที่ทำการสถาบันอาหารในปัจจุบัน การจัดแสดงนิทรรศการ ภายใต้แนวคิดเปิดตำรับนวัตกรรมอาหารไทย แสดงศักยภาพนวัตกรรมอาหารไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการผลิตอาหารของโลก แสดงการเดินทางของอาหารไทยจากฟาร์มสู่โต๊ะอาหารระดับโลก(From Farm to the World) ดึงเสน่ห์เอกลักษณ์ของอาหารไทยในเรื่องศิลปะ ความพิถีพิถัน และภูมิปัญญามานำเสนอเพื่อสื่อถึงความพร้อมสู่การเป็นครัวของโลก ในรูปแบบที่ทันสมัยใช้สื่อเทคโนโลยีผสมผสานกับความเป็นไทย อาทิ การใช้ VDO Mapping, Model Mapping, Application Interactive และ Infographic เป็นต้น

                 เมื่อแล้วเสร็จ Thai Food Heritage จะเป็นพื้นที่รวบรวมองค์ความรู้ด้านประวัติศาสตร์ วิวัฒนาการ เทคโนโลยี และนวัตกรรมที่เกี่ยวข้องกับอาหารไทยและการพัฒนาอุตสาหกรรมอาหารไทย เป็นแหล่งบริการความรู้ที่สร้างสรรค์เพื่อการพัฒนาอุตสาหกรรมอาหารไทยรูปแบบใหม่ทันสมัย  มีชีวิตชีวา สร้างแรงบันดาลใจ ให้ผู้เข้าชมสามารถเข้าถึงคุณค่า ความหมาย และศักยภาพของอาหารไทยอย่างลึกซึ้ง สามารถนำองค์ความรู้ไปพัฒนาต่อยอดให้เกิดมูลค่าได้อย่างสูงสุด และเป็นพื้นที่ส่งเสริมความร่วมมือและการมีส่วนร่วมกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Engaging Stakeholder) เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้อุตสาหกรรมอาหารไทย รองรับกลุ่มเป้าหมายเชิงธุรกิจ ได้แก่ นักธุรกิจ นักลงทุนทั้งในประเทศและต่างชาติ  กลุ่มเป้าหมายเพื่อการเรียนรู้ ได้แก่ นักเรียน  นักศึกษา  ผู้ประกอบการและบุคคลที่สนใจธุรกิจอาหาร  รวมทั้งกลุ่มเป้าหมายด้านการท่องเที่ยว นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ คาดว่าจะสามารถเปิดบริการบางส่วน ในเฟสแรกได้ในวันที่ 2 เมษายน 2558 นี้ ”

                 สำหรับโครงการพัฒนาเกณฑ์การบริหารสู่ความเป็นเลิศด้านความสามารถในการดำเนินงานอย่างยั่งยืน(Thailand Sustainability Award: TSA) และการให้รางวัล Thailand Sustainability Award 2015  แก่ กลุ่มอุตสาหกรรมอาหารของไทย เป็นการนำแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainable Development) มาประยุกต์ใช้ในการดำเนินธุรกิจ รวมทั้งการดำเนินงานขององค์กรควรส่งผลให้เกิดการเพิ่มมูลค่าต่อธุรกิจของตนเอง ไปพร้อมกับการพัฒนาสังคม และสิ่งแวดล้อมให้ดีขึ้น ซึ่งในการที่ทุกฝ่ายได้รับผลประโยชน์ร่วมกัน ทำให้มั่นใจว่าองค์กรจะสามารถเติบโตไปพร้อมๆ กับสังคม และสิ่งแวดล้อม ได้อย่างสมดุลและยั่งยืน

                 ซึ่งสถาบันอาหารโดยความร่วมมือกับสถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ จะพัฒนาเกณฑ์และแนวทางการประเมินการบริหารองค์กรสู่ความยั่งยืนขึ้นมาให้เหมาะกับบริบทของผู้ประกอบการภายในประเทศ และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้กับทุกประเภทธุรกิจทั้งภาคการผลิตและการบริการ โดยจะทำการอบรมและสร้างความรู้ความเข้าใจพร้อมมอบรางวัลให้กับผู้ประกอบการทั้งขนาดใหญ่ ขนาดกลาง และขนาดย่อม หน่วยงานภาครัฐและสถาบันการศึกษา รวม 600 คน และค้นหา 60 องค์กรต้นแบบในการ คัดเลือกรางวัล Thailand Sustainability Award 2015

                 ในส่วนของโครงการยกระดับ 600 ครัวอาหารของไทย ก้าวไกลสู่มาตรฐานสากล(600 Mass Catering for International Standard) ขณะนี้ได้เริ่มดำเนินการรับสมัครครัวอาหารจากทั่วประเทศให้เข้าร่วมโครงการแล้วโดยความร่วมมือกับสมาคมโรงแรมไทย สมาคมเชฟประเทศไทย  ทั้งนี้สถาบันอาหารได้จัดทำ “สุขลักษณะที่ดีของครัวผลิตอาหารสำหรับคนหมู่มาก (GMP in Mass Catering)” เพื่อให้ผู้ประกอบการธุรกิจบริการอาหารของไทยใช้เป็นแนวทางการบริหารจัดการ ป้องกัน และแก้ไขปัญหาในการผลิตและบริการอาหารสำหรับคนหมู่มากอย่างเป็นระบบ เพื่อช่วยสร้างความเชื่อมั่นในการบริโภคอาหาร และยกระดับมาตรฐานด้านสุขลักษณะในการผลิตและบริการอาหารให้สูงขึ้นเทียบเท่าสากล รวมทั้งสร้างความพร้อมและความสามารถในการแข่งขันได้ในระยะยาวอย่างยั่งยืน
3
บริษัท อีเทอร์นอล เอเซีย ดิสทริบิวชั่น(ประเทศไทย) เปิดตัวแม่ทัพหญิงคนใหม่
พร้อมจัดทำบุญสำนักงานใหม่ต้อนรับปี 58


                 เปิดศักราชใหม่กับการเข้ามารับตำแหน่งผู้บริหารหญิง แห่งบริษัทตัวแทนจำหน่ายสินค้าไอที บริษัท อีเทอร์นอล เอเชีย ดิสทริบิวชั่น (ประเทศไทย) หรือ EA ที่มีเครือข่าย 7 ประเทศ ได้แก่ สิงค์โปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม ออสเตรเลีย และประเทศไทย  สำหรับประเทศไทย นางรัชดาภร  โกวิทวนาวงษ์ ผู้บริหารหญิงที่มีความรู้ความสามารถและประสบการณ์ในวงการไอทีมากว่า 20 ปี  ได้เข้ามาดำรงตำแหน่ง กรรมการผู้จัดการ บริษัท อีเทอร์นอล เอเซีย ดิสทริบิวชั่น (ประเทศไทย) อย่างเป็นทางการแล้ว พร้อมเดินหน้าลุยตลาดสินค้าไอทีเพื่อพัฒนาให้ก้าวสู่ตัวแทนจำหน่ายสินค้าไอทีชั้นนำในประเทศไทยและภูมิภาคต่อไป  โอกาสนี้ได้จัดพิธีทำบุญเหล่าผู้บริหารพร้อมด้วยพนักงาน  ที่สำนักงานแห่งใหม่ ณ อาคาร ซีเอส ทาวเวอร์ ถนนรัชดาภิเษก  โดยได้นิมนต์คณะสงฆ์รวม 9 รูป ถวายภัตราหารเพลและเครื่องไทยธรรม รวมถึงมีการประกอบพิธีกรรมทางศาสนาเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่สำนักงานแห่งใหม่ตลอดจนผู้บริหารและพนักงานของบริษัทฯ โดยพิธีทำบุญได้จัดขึ้นเมื่อช่วงเช้าของวัน ศุกร์ที่ 23 มกราคม 2558





ตัวแทนครีเอทีฟ และ WD ประเทศไทย มอบกระเช้าดอกไม้ร่วมแสดงความยินดี


ผู้บริหารและเหล่าพนักงาน ร่วมทำบุญถวายภัตราหารเพล

เกี่ยวกับบริษัท

                บริษัท อีเทอร์นอล เอเชีย ดิสทริบิวชั่น (ประเทศไทย) ดำเนินธุรกิจตัวแทนจำหน่ายอุปกรณ์ไอทีแบรนด์ชั้นนำระดับโลก จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์  ณ ประเทศจีน มีเครือข่าย บริษัท 7 ประเทศ ได้แก่ สิงค์โปร์  มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม ออสเตรเลีย และประเทศไทย  สำนักงานใหญ่อยู่ที่ประเทศ สิงค์โปร์  สินค้าหลักๆ ในประเทศไทย อาทิ WD ,Toshiba ,Samsung,Creative,Kingmax,Pendrive,Synology,Thecus รวมทั้งอุปกรณ์อื่นๆ

                สำนักงานใหญ่ในประเทศไทย ตั้งอยู่เลขที่ 230 อาคารซีเอสทาวเวอร์ ชั้น 10 ถนนรัชดาภิเษก แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ  10310   โทร 02 274 0408

                ศูนย์บริการหลังการขาย ตั้งอยู่ที่อาคารไอทีมอร์ ฟอร์จูน ชั้น 4 โทร 097 025 0097 บริษัท อีเทอร์นอล เอเชีย ดิสทริบิวชั่น (ประเทศไทย) มีความมุ่งมันจะพัฒนาและเฟ้นหาเทคโนโลยีใหม่ในอุปกรณ์ไอทีเพื่อให้ทันกับการพัฒนาของเทคโนโลยีของโลกที่ก้าวหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง พร้อมกันนี้ยังพัฒนาและปรับปรุงบริการหลังการขายเพื่อความพึงพอใจของลูกค้าให้มากที่สุด
4
เอ.พี.ฮอนด้า ร่วมฉลองฮอนด้า 50 ปีในประเทศไทย
จัดแคมเปญสุดยิ่งใหญ่ชิงรางวัลรวมกว่า 40 ล้านบาท
เชิญร่วมประกวดรถมอเตอร์ไซค์ย้อนยุคเก่าแต่เก๋าทีสุดในเมืองไทย



                 เอ.พี.ฮอนด้า ผู้จัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์ฮอนด้าในประเทศไทย จัดแคมเปญพิเศษครั้งยิ่งใหญ่เพื่อขอบคุณลูกค้าทั่วประเทศเนื่องในโอกาสครบรอบ 50 ปีฮอนด้าในประเทศไทย เชิญคนไทยร่วมประกวดมอเตอร์ไซค์ฮอนด้ารุ่นเก่าแต่เก๋าที่สุดในประเทศไทย, ประกวดภาพความประทับใจที่มีต่อสัญลักษณ์ปีกนกของฮอนด้า และประกวดภาพระบายสีในแคมเปญพิเศษชิงเงินรางวัลก้อนใหญ่, ทริปท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่น 100 ที่นั่ง พร้อมชมฮอนด้าคอลเลคชันฮอลล์ที่ทวินริงโมเตกิ, และรางวัลอื่นๆรวมมูลค่ากว่า 40 ล้านบาท เปิดให้ร่วมสนุกได้ตั้งแต่วันนี้จนถึง 15 มีนาคม 2558 ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์จำหน่ายและบริการ Honda Wing Center ทั่วประเทศ และ www.aphonda.co.th


นายสุชาติ อรุณแสงโรจน์

                 นายสุชาติ อรุณแสงโรจน์ กรรมการบริหาร บริษัท เอ.พี.ฮอนด้า จำกัด เปิดเผยว่า “ในฐานะผู้จัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์ฮอนด้าในประเทศไทย เอ.พี.ฮอนด้า ขอขอบคุณผู้บริโภคชาวไทยที่ได้ให้ความไว้วางใจในผลิตภัณฑ์ของเราเป็นอย่างดีมาโดยตลอด โดยรถมอเตอร์ไซค์ถือเป็นสินค้าประเภทแรกๆที่ฮอนด้านำเข้ามาจำหน่ายในเมืองไทยตั้งแต่ปีพ.ศ. 2508 และได้รับความนิยมจากผู้บริโภคชาวไทยเรื่อยมาจนกลายเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตคนไทยจำนวนมากในปัจจุบัน รถมอเตอร์ไซค์ฮอนด้าหลายรุ่นไม่ได้เป็นเพียงแค่ยานพาหนะเท่านั้น แต่ยังเป็นของสะสมที่มีคุณค่าทางจิตใจ ทั้งยังสะท้อนให้เห็นถึงวัฒนธรรมในแต่ละยุคสมัยได้อีกด้วย ดังนั้น ในโอกาสครบรอบ 50 ปีฮอนด้าในประเทศไทย เราจึงขอแสดงความขอบคุณชาวไทยด้วยการมอบแคมเปญสุดพิเศษครั้งยิ่งใหญ่ให้กับทุกท่านได้ร่วมสนุกเพื่อชิงรางวัลมูลค่ารวมกว่า 40 ล้านบาท โดยมีไฮไลท์สำคัญอยู่ที่การประกวดรถมอเตอร์ไซค์ฮอนด้ารุ่นเก่าๆ เพื่อเชิญชวนให้สาวกรถมอเตอร์ไซค์ฮอนด้าได้นำรถคันโปรดมาประชันกันเพื่อหารถที่เก่าแต่เก๋าที่สุดในเมืองไทย”

สำหรับแคมเปญเอ.พี.ฮอนด้าร่วมฉลองฮอนด้า 50 ปีในประเทศไทย ประกอบด้วย 3 กิจกรรมสร้างสรรค์ดังต่อไปนี้

1.   กิจกรรมตามล่าสุดขอบฟ้าค้นหามอเตอร์ไซค์ฮอนด้าย้อนยุค เก่าแต่เก๋าที่สุดในประเทศไทย เปิดโอกาสให้ผู้ที่สนใจส่งภาพถ่ายร่วมกับรถจักรยานยนต์ฮอนด้าที่เก่าแต่ยังมีสภาพดีสามารถใช้งานได้ส่งเข้าประกวด ผู้ที่ผ่านเข้ารอบสุดท้ายจำนวน 50 ท่านจะได้รับรางวัลเป็นทริปท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่น ต้นกำเนิดของฮอนด้า

2.   กิจกรรมประกวดความประทับใจและความผูกพันผ่านภาพถ่ายและคำบรรยายกับรถมอเตอร์ไซค์ฮอนด้าหรือผลิตภัณฑ์อื่นๆที่มีสัญลักษณ์ปีกนกของฮอนด้า ผู้ที่ผ่านเข้ารอบสุดท้ายจำนวน 50 ท่านจะได้รับรางวัลเป็นทริปท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่น


3.   กิจกรรมประกวดภาพระบายสีรถมอเตอร์ไซค์ฮอนด้า แบ่งการแข่งขันออกเป็น 3 ระดับๆละ 2 รอบได้แก่

-    ระดับอนุบาลถึงประถมศึกษา รอบร้านผู้จำหน่ายฯ ร้านละ 3 รางวัลๆละ 500 บาท และรางวัลชนะเลิศรอบชิงแชมป์ประเทศอีก 5 รางวัลๆละ 1,000 บาท

-    ระดับมัธยมศึกษา รอบร้านผู้จำหน่ายฯ ร้านละ 3 รางวัลๆละ 500 บาท และรางวัลชนะเลิศรอบชิงแชมป์ประเทศอีก 5 รางวัลๆละ 5,000 บาท

-    ระดับอุดมศึกษา และประชาชนทั่วไป รอบร้านผู้จำหน่ายฯ ร้านละ 3 รางวัลๆละ 1,000 บาท และรางวัลชนะเลิศรอบชิงแชมป์ประเทศอีก 5 รางวัลๆละ 10,000 บาท


ผู้ที่สนใจร่วมกิจกรรม สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์จำหน่ายและบริการ Honda Wing Center ทุกสาขาทั่วประเทศ และที่เว็บไซต์ www.aphonda.co.th ตั้งแต่วันนี้จนถึง 15 มีนาคม 2558











5
Indian พร้อมเปิดตัวรถรุ่นใหม่ปี 2015 ใน “แบงค์ค็อก มอเตอร์ไบค์ เฟสติวัล 2015”

                Indian Motorcycle เปิดตัวครุยเซอร์โมเดลใหม่ล่าสุด Indian Scout และ Indian Roadmaster ในงาน "แบงค์ค็อก มอเตอร์ไบค์ เฟสติวัล 2015" (Bangkok Motorbike Festival 2015) พร้อมอัดแน่นแคมเปญพิเศษเฉพาะงานนี้งานเดียวเท่านั้น! เอาใจคนที่อยากเป็นเจ้าของรถมอเตอร์ไซค์อินเดียน ด้วยข้อเสนอสุดเร้าใจ! แวะเยี่ยมชมและสัมผัสความคลาสสิกของมอเตอร์ไซค์ระดับตำนานจากสหรัฐอเมริกา Indian Motorcycle  ได้ที่บูธ A5 โซนเอเทรียม (Atrium) ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ระหว่างวันที่ 28 มกราคม -1 กุมภาพันธ์ 2558 นี้
 
   ข้อมูลรถ

   THE LEGEND IS BACK เช่นเดียวกับ Scout รุ่นบุกเบิก Indian® Scout™ คืออเมริกันครุยเซอร์ที่เป็นทั้งนวัตกรรมและงานศิลปะในคันเดียว ด้วยเครื่องยนต์ระบายความร้อนด้วยน้ำเครื่องแรกของ
Indian Motorcycle ขุมพลัง 69 ลูกบาศก์-นิ้ว 1,130 ซีซี ที่มีประสิทธิภาพและมั่นใจได้ เครื่องยนต์ลูกนี้ส่งพละกำลังได้อย่างน่าประทับใจ รถรุ่นใหม่ได้นำชื่อระดับตำนานของ Indian® Scout™ ทะยานสู่อนาคต ด้วยความเป็น Indian® Motorcycle® ขนานแท้

STANDARD FEATURES
69 CU IN SCOUT™ ENGINE

เครื่องยนต์ลูกนี้มีแรงกระตุ้นบางอย่างที่ทำให้คุณไม่อาจห้ามใจได้ ตั้งแต่รูปลักษณ์ที่สะกดทุกสายตา เสียงคำรามที่เร้าทุกจิตวิญญาณ ส่งกำลังได้อย่างน่าประทับใจ กระตุ้นความหลงใหลในทุกครั้งที่ขับขี่ Indian® Scout™ คันนี้ และสิ่งที่คุณเห็นก็คือเครื่องยนต์สองสูบวีที่แฝงไปด้วยนวัตกรรมและสไตล์ แตกต่างด้วยรายละเอียดจนต้องเข้ามาดูใกล้ๆ

LIGHTWEIGHT

โครงสร้างรถที่มีน้ำหนักเบา ทำให้รถมีความคล่องตัว เป็นอีกปัจจัยที่ช่วยเพิ่มความสนุกมากขึ้นให้การขับขี่ให้มากยิ่งขึ้น ระบบกันสะเทือนระดับพรีเมี่ยมทำให้การขับขี่ของคุณนุ่มนวล และคุณยังปรับค่าที่ระบบกันสะเทือนหลังได้อีกด้วย

BALANCE

จุดศูนย์ถ่วงที่อยู่ต่ำทำให้รถมีความสมดุลที่ดี ควบคุมได้อย่างลื่นไหลในทุกย่านความเร็ว ทำให้เกิดองศาในการเข้าโค้งที่ดีเยี่ยม ช่วยให้ผู้ขับขี่พุ่งเข้าใส่ทุกโค้งได้อย่างรวดเร็วและมั่นใจ

SOLO SEAT DESERT TAN GENUINE LEATHER

เบาะนั่งดีไซน์ทันสมัย จากรูปทรงอันเป็นเอกลักษณ์ของ Indian Scout ดั่งเดิมที่ให้ความนุ่มสบายถึงขีดสุด นอกจากความนุ่มสบายแล้ว เบาะนั่งของ Indian Scout ยังทำมาจากหนังคุณภาพดี ถูกออกแบบมาให้ทนต่อสภาพแวดล้อม มั่นใจได้เลยว่าหนังคุณภาพสูงของเรานั้นทั้งแข็งแรงและทนทาน

MODERN TECHNOLOGY

มั่นใจได้ในประสิทธิภาพการทำงานของระบบระบายความร้อนด้วยน้ำ ที่ให้สมรรถนะการทำงานที่ดีในคุณสภาวะการทำงานของเครื่องยนต์ และในทุกย่านความเร็ว ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยต่างๆ ทั้งระบบจ่ายน้ำมันอิเล็กทรอนิกส์ เทคโนโลยีช่วยรถแรงสั่นของเครื่องยนต์ ระบบเกียร์ 6 สปีด ที่จะเปลี่ยนทุกประสบการณ์การขับขี่

ICONIC, EXCEPTIONAL DESIGN
STYLING

2015 Indian Scout ได้รับพันธุกรรมอันล้ำสมัยมาจาก Scout รุ่นดั่งเดิมอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นด้านการออกแบบหรือทางวิศวกรรมที่ถูกผสานผสานเอาไว้อย่างลงตัว แฝงไปด้วยความหนักแน่น คงไว้ซึ่งสไตล์ในแบบ Indian Motorcycle ขนานแท้  การออกแบบเส้นสายของตัวรถนำสายตาให้คุณต้องมองตั้งแต่หัวจรดท้าย ประทับใจจนยากจะละสายตา ด้วยความรู้สึกเหมือนเครื่องจักรคันนี้เคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา

CLASSIC TRIANGLE

โครงสร้างแบบสามเหลี่ยมแบบดั่งเดิมจาก Indian Scout รุ่นเก๋ายังคงถูกนำมาใช้อยู่ในรุ่นปัจจุบัน เพียงแต่เรามีการพัฒนาให้ดียิ่งขึ้น แต่ยังคงดีไซน์ในแบบดั่งเดิม

FENDER

บังโคลนหน้าดีไซน์ล้ำสมัย เร้าอารมณ์ ดูคล่องตัว ลื่นไหลไปกับการออกแบบที่สวยงามของตัวรถทั้งหมด

HEADLIGHT

ไฟหน้าสีดำกับขอบโครเมี่ยมแบบเดียวกับไฟหน้าของ Indian Scout รุ่นดั่งเดิม รับกับส่วนต่างๆ ของตัวรถที่เป็นสีดำ

BADGING

2015 Indian® Scout™ ยังคงมีโลโก้ที่ถังน้ำมัน แบบเดียวกับโลโก้ติดถังน้ำมันที่ใช้มาตั้งแต่ Scout ช่วงปี ค.ศ.1920

CUSTOM OPTIONS
REDUCED REACH ACCESSORIES

อุปกรณ์ช่วยลดระยะเอื้อมทั้งเบาะนั่ง แฮนด์บาร์ และอื่นๆ ช่วยให้นั่งได้อย่างนุ่มสบายและเข้ากับสรีระของคนตัวเล็ก หรือช่วยเพิ่มความนุ่มสบายและความมั่นใจในการขับขี่ให้มากยิ่งขึ้น ด้วยตำแหน่งการนั่งที่ต่ำลงทำให้คุณเหยียบพักเท้าได้ถนัดขึ้นและคุมรถได้ดีขึ้น

EXTENDED REACH ACCESSORIES

อุปกรณ์ช่วยเพิ่มระยะทั้งเบาะนั่ง แฮนด์บาร์และอื่นๆ ช่วยให้นั่งได้อย่างนุ่มสบายและเข้ากับสรีระของคนตัวสูง หรืออยากยืดขาตรงๆ บนพักเท้า

WIND PROTECTION

ชิลด์หน้าของ Scout™ ช่วยปกป้องคุณจากกระแสลมและสภาพอากาศได้อย่างดีเยี่ยม ช่วยเพิ่มความสบายในการขับขี่ วินด์หน้าคุณภาพดีแข็งแรงทนทานจาก Lexan®  โพลีคาร์บอเนตคุณภาพสูง ยังติดตั้งและถอดออกได้อย่างง่ายได้ ให้คุณเลือกได้ว่าแบบไหนที่เหมาะกับวันของคุณ

STORAGE

เพิ่มพื้นที่ในการเก็บสัมภาระให้กับ Scout ของคุณ ด้วยกระเป๋าข้างและกระเป๋าติดถังน้ำมัน ให้ประโยชน์ในการใช้งานที่หลากหลาย เพิ่มความสะดวกในการจัดเก็บสัมภาระ และดูเข้ากับตัวรถแบบหาที่ติไม่ได้

RIDING COMFORT

พนักพิงหลังสำหรับคนขี่ออกแบบมาให้รับกับตำแหน่งของหลัง เพิ่มความนุ่มนวลในการขับขี่ ตำแหน่งพนักพิงหลังที่แข็งแกร่งนี้ถูกติดตั้งเอาไว้อย่างแน่นหนาที่ด้านหลังของเบาะคนขี่ เพิ่มความสบายให้มากยิ่งขึ้นเพื่อให้คุณขับขี่ได้นานยิ่งขึ้น
แคมเปญพิเศษเฉพาะงาน "แบงค์ค็อก มอเตอร์ไบค์ เฟสติวัล 2015" (Bangkok Motorbike Festival 2015) ด้วยข้อเสนอสุดเร้าใจ

Promotion : Indian 2015 
[ Roadmaster / Chieftain / Chief Vintage / Chief Classic ]
เมื่อจอง 50,000 บาท รับดอกเบี้ย 1.99 % 2 ปี 2.49 % 3 ปี 2.99 % 4 ปี
Gift  Voucher  15,000 บาท
รับส่วนลด 10% เมื่อซื้อสินค้าในเครือ Indian นาน 1 ปี (เฉพาะสินค้าที่ร่วมรายการ)
เมื่อจอง 200,000 บาท รับดอกเบี้ย 1.99 % 2 ปี 2.49 % 3 ปี 2.99 % 4 ปี
Gift  voucher  30,000 บาท
รับส่วนลด 15% เมื่อซื้อสินค้าในเครือ Indian นาน 1 ปี (เฉพาะสินค้าที่ร่วมรายการ)
ดาวน์ต่ำ เริ่มต้นเพียง  30 %
ฟรี! ค่าแรง ตรวจเช็คระยะ 5 ครั้ง
รับประกันตัวรถนาน 2 ปี หรือ 20,000 กิโลเมตร

Promotion : Indian 2015 [Scout ]
เมื่อจอง 50,000 บาท รับดอกเบี้ย 1.99 % 2 ปี 2.49 % 3 ปี 2.99 % 4 ปี
Gift  voucher  10,000 บาท
รับส่วนลด 10% เมื่อซื้อสินค้าในเครือ Indian นาน 1 ปี (เฉพาะสินค้าที่ร่วมรายการ)
เมื่อจอง 100,000 บาท รับดอกเบี้ย 1.99 % 2 ปี 2.49 % 3 ปี 2.99 % 4 ปี
Gift  voucher  15,000 บาท
รับส่วนลด 15% เมื่อซื้อสินค้าในเครือ Indian นาน 1 ปี (เฉพาะสินค้าที่ร่วมรายการ)
ดาวน์ต่ำ เริ่มต้นเพียง  30 %
ฟรี! ค่าแรง ตรวจเช็คระยะ 5 ครั้ง
รับประกันตัวรถนาน 2 ปี หรือ 20,000 กิโลเมตร

Promotion : Indian 2014 [Chieftain / Chief Vintage / Chief Classic] มีจำนวนจำกัด
เงินสด ลดทันที 5 % หรือ รับ Gift  Voucher  100,000 บาท
**หมายเหตุ**ลูกค้าสามารถเลือกรับ Promotion ได้จำนวน 1 Promotion เท่านั้น!
จอง 50,000 บาท  ดอกเบี้ย 0 % 2 ปี 1.99 % 3 ปี  2.99 % 4 ปี
Gift  voucher  75,000 บาท
รับส่วนลด 20% เมื่อซื้อสินค้าในเครือ  Indian นาน 1 ปี (เฉพาะสินค้าที่ร่วมรายการ)
ดาวน์ต่ำ เริ่มต้นเพียง  30 %
ฟรี! ค่าแรง ตรวจเช็คระยะ 5 ครั้ง
รับประกันตัวรถนาน 2 ปี หรือ 20,000 กิโลเมตร
ชมและสัมผัสความคลาสสิกของมอเตอร์ไซค์ระดับตำนานจากอเมริกา Indian Motorcycle  ได้ที่บูธ A5 โซนเอเทรียม (Atrium) ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ระหว่างวันที่ 28 มกราค -1 กุมภาพันธ์ 2558 นี้ สอบถามข้อมูลเพิ่มได้ที่โชว์รูมและศูนย์บริการมาตรฐาน “” พัฒนาการซอย 76 หรือที่เว็บไซต์ www.indianmotorcyclethailand.com

*สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่  www.indianmotorcyclethailand.com หรือ โทร. +66-2722 -0990
6
อินเดียน-วิคตอรี่ เผยโฉม “2015 Indian Scout” ยิ่งใหญ่ ค่าตัวยั่วใจ 849,000 บาท
ตั้งเป้าจบปี 2558 ขายรถทุกรุ่น 80 คัน พร้อมเปิดดีลเลอร์แห่งแรกต้นกุมภาฯ ที่โคราช


                 อินเดียน-วิคตอรี่ มอเตอร์ไซเคิล เปิดตัวแนะนำ “2015 Indian Scout” สุดยอดรถบิ๊กไบค์คลาสสิคระดับตำนานอย่างยิ่งใหญ่กลางงาน “แบงค็อก มอเตอร์ไบค์ เฟสติวัล 2015”  (BMF 2015) ยกระดับให้เป็นรถธงแห่งปีของค่าย มาพร้อมจุดเด่นมากมาย ทั้งดีไซน์อันน่าหลงใหล สมรรถสูงและมีขนาดเล็ก ราคาค่าตัวเพียง 849,000 บาท ตั้งเป้าจบปี 2558 ขายรถทุกรุ่นได้ 80 คัน ประกาศต้นเดือนกุมภาพันธ์นี้ ผุดดีลเลอร์แห่งแรกของเมืองไทย โชว์รูม-ศูนย์บริการมาตรฐานสากล “อินเดียนแอนด์วิคตอรี่ ออฟ นครราชสีมา” รองรับการเติบโตของตลาดและเปิดรับ (AEC) ก่อนสยายปีกในภูมิภาคอื่นต่อไป


นายณัฐพล ไตรณัฐี

                 นายณัฐพล ไตรณัฐี กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินเดียน วิคตอรี่ มอเตอร์ไซเคิล จำกัด ผู้นำเข้าและจำหน่ายรถจักรยานยนต์สัญชาติอเมริกัน INDIAN และ VICTORY อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทยกล่าวว่า จากความต้องการรถบิ๊กไบค์ Indian ที่เกิดขึ้นทั่วโลกทั้งในภูมิภาคอเมริกาเหนือ-ใต้, ยุโรป, เอเชีย-แปซิฟิค รวมถึงประเทศไทยเมื่อปีที่ผ่านมา ที่มีปริมาณมากกว่าที่โรงงานผลิตคาดการณ์ไว้ทำให้ผลิตรถไม่ทัน จนส่งผลกระทบต่อการส่งมอบให้แก่ผู้แทนจำหน่ายทั่วโลก ซึ่งความสำเร็จที่เกินความคาดหมายในครั้งนี้ เกิดจากการเป็นรถที่มีตำนานและชื่อเสียงอันยาวนานกว่า 100 ปี รวมถึงดีไซน์ในยุคปัจจุบันสามารถตอบสนองต่อความต้องการและไลฟ์สไตล์ผู้ขับขี่ทั่วโลกได้อย่างตรงใจ ขณะเดียวกันสมรรถนะของรถ ที่นำเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาผนวกรวมกับความคลาสสิคอันเป็นอัตลักษณ์ได้อย่างลงตัว

                 “ยอดขายปีที่ผ่านมาจำหน่ายได้ 40 คันจากที่ตั้งไว้ 60 คัน จากความนิยมที่เกิดขึ้นทั่วทุกตลาดของโลกนี้เอง ทราบว่าบริษัทแม่ในสหรัฐอเมริกา (โพลาริส อินดัสทรีส์ : Polaris Industries) นำมาเป็นประเด็นสำคัญเพื่อแก้ไขไม่ให้เกิดปัญหาขึ้นอีก ทำให้เรามั่นใจมากขึ้น และยิ่งปีนี้ได้นำเข้ารถรุ่นใหม่ปี 2015 เข้ามาด้วยกันหลายรุ่น ซึ่งโรงงานผลิตยืนยันว่า จะทยอยส่งมอบรถให้ทันแน่นอน”

                 สำหรับรถบิ๊กไบค์ 5 โมเดลใหม่ปี 2015 ที่จะมาช่วยเติมเต็มความต้องการของตลาดและผู้ที่รักการขับขี่รถระดับตำนาน ประกอบด้วย Indian Chief Classic สุดยอดครุยเซอร์ทรงพลัง Indian Chief Vintage รถสไตล์ Soft Bagger และ Indian Chieftain รถสไตล์ Hard Bagger ที่ปรับโฉมและสีตัวรถใหม่ รวมถึงครุยเซอร์เซอร์ขนาดใหญ่อย่าง Indian Roadmaster และ “2015 Indian Scout” รถบิ๊กไบค์สุดคลาสิคขนาดเล็ก โดยทุกรุ่นจะนำมาเผยโชว์ในงาน “บางกอก มอเตอร์ไบค์ เฟสติวัล 2015”  (BMF 2015)

                 “ปีนี้ตั้งเป้าขายไว้ 80 คัน เพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวเมื่อเทียบกับปี 2557 อย่าง “2015 Indian Scout” เรานำมาเปิดตัวครั้งแรกในงาน “แบงค็อก มอเตอร์ไบค์ เฟสติวัล ครั้งที่ 7” จัดระหว่าง 28 มกราคม-1 กุมพันธ์นี้ ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เวิล์ด ถือเป็นรถไฮไลท์แห่งปีนี้ของเรา ราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ 849,000 บาท ต่ำกว่ารุ่น Chief เกือบเท่าตัว อีกทั้งตัวรถมีขนาดเล็กน้ำหนักเบา เทคโนโลยีรวมถึงสมรรถนะของรถที่ขับขี่ง่ายเหมาะกับสรีระคนไทย โดยตั้งเป้าขายรุ่นนี้ไว้ที่ 40 คัน ที่เหลือเป็นรุ่นอื่นๆ ปัจจุบันมียอดจอง 2015 Indian Scout แล้ว 12 คัน ภายในงานนี้ น่าจะทำยอดขายได้ประมาณ 15 คัน รวมรุ่นอื่นๆ ประมาณ 5 คัน อย่างไรก็ตาม แม้ยอดจำหน่าย Indian จะไม่สูงนัก แต่จะเป็นรถที่จะมาช่วยสร้างสีสันในกับวงการรถบิ๊กไบค์เมืองไทยอย่างแน่นอน”














                 นายณัฐพล ไตรณัฐี กล่าวถึงนโยบายการขยายเครือข่ายเพื่อรองรับการเติบโตของตลาดภายในประเทศไทยและรองรับการเปิด (AEC) อย่างเต็มรูปแบบ รวมถึงการสร้างความมั่นใจต่อลูกค้าว่ายังคงดำเนินกลยุทธ์ตามแผนงาน โดยต้นเดือนกุมภาพันธ์นี้ เตรียมจะเปิดดีลเลอร์แห่งแรกในเมืองไทย ซึ่งจะเป็นโชว์รูมและศูนย์บริการมาตรฐานสากล “อินเดียนแอนด์วิคตอรี่ ออฟ นครราชสีมา” และภายในปี 2558-2559 จะขยายออกสู่ภูมิภาคอื่นๆ ต่อไป

                 “ที่ผ่านมามีการพูดคุยและเปิดโอกาสให้ผู้สนใจเข้ามาร่วมธุรกิจหลายราย เรียกว่ากำลังศึกษากันอยู่ โดยภาคเหนือและภาคใต้ของไทย ถือเป็นภูมิภาคที่มีศักยภาพ แต่สิ่งหนึ่งที่เราเน้นเป็นพิเศษสำหรับนักธุรกิจที่สนใจมาลงทุนเป็นดีลเลอร์รายต่อๆ ไป นอกจากจะต้องมีศักยภาพความพร้อมด้านการลงทุน มีทำเลที่ตั้งที่น่าสนใจ เพื่อมาร่วมเติบโตไปด้วยกันกับเราแล้ว ต้องเป็นผู้ที่มีใจรักในการขับขี่ด้วย เพื่อที่จะเข้าใจถึงความต้องการและไลฟ์สไตล์ผู้ขับขี่อย่างแท้จริง ไม่ใช่มองแต่เรื่องการขายเป็นหลัก”

                 พบ Indian รุ่นใหม่ปี 2015 รถบิ๊กไบค์ระดับตำนาน Indian Chief Classic, Indian Chief Vintage, Indian Chieftain ที่ปรับโฉมและสีตัวรถขึ้นใหม่ รวมถึงรถทัวริ่งขนาดใหญ่ Indian Roadmaster, 2015 Indian Scout รถบิ๊กไบค์คลาสสิคขนาดเล็ก และโปรโมชั่นเร้าใจที่มีเฉพาะในงาน ณ บริเวณ Atrium ศูนย์การค้าเซ็นทรัล (เวิล์ด ราชประสงค์) บูธหมายเลข A5 ภายในงาน “แบงค็อก มอเตอร์ไบค์ เฟสติวัล 2015”  ระหว่างวันที่ 28 มกราคม- 1 กุมภาพันธ์ ศกนี้





7
เบนท์ลี่ย์ลงทุนกว่าหลายล้านปอนด์ขยายโรงงาน เพื่อสร้างงานใหม่ๆ
•   เงินลงทุนกว่า 40 ล้านปอนด์ได้รับการวางแผนเพื่อใช้ในการพัฒนาที่สำนักงานใหญ่ของเบนท์ลี่ย์ที่เมือง Crewe
•   ศูนย์วิจัยและพัฒนาใหม่จะมีวิศวกรถึง 1,300 อัตรา
•   สร้างงานใหม่ถึง 300 งาน





(เมือง Crewe,) เบนท์ลี่ย์แถลงถึงส่วนขยายใหม่ล่าสุดของการพัฒนาที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของเบนท์ลี่ย์ เงินลงทุนในการขยายโรงงานและสำนักงานใหญ่ที่เมือง Crewe สูงถึง 40 ล้านปอนด์เลยทีเดียว และเชื่อมั่นว่าการพัฒนาศูนย์วิจัยและพัฒนาใหม่ขึ้นมาจะสามารถสร้างงานใหม่ ได้ถึง 300 อัตรา ในการนี้เบนท์ลี่ย์ได้รับเกียรติจาก George Osborne, Chancellor of the Exchequer ร่วมเป็นสักขีพยานอีกด้วย

ศูนย์ใหม่ล่าสุดมีขนาดที่ใหญ่กว่า 45,000 ตารางเมตร มีทั้งศูนย์สตูดิโอออกแบบ ศูนย์วิจัยและการพัฒนา สำนักงาน และศูนย์ปฏิบัติการทางเทคนิค ในศูนย์ใหม่นี้จะมีวิศวกรถึง 1,300 ท่าน และเป็นเมืองที่เปิดทางเข้าสู่โลกของสปอร์ตอเนกประสงค์ SUV สุดหรูที่จะออกมาเผยโฉมในปี 2016 อีกด้วย

ไม่เพียงเท่านี้ถือได้ว่าเบนท์ลี่ย์ได้สร้างงานใหม่ให้เกิดขึ้นถึง 300 ตำแหน่ง ไม่ว่าจะเป็นการทำงานร่วมกับวิศวกร โรงงาน คุณภาพ การขาย และการตลาด รวมถึงการบริหารจัดการโครงการอีกด้วย



Wolfgang D ü rheimer ประธานกรรมการและประธานบริหารของเบนท์ลี่ย์ได้กล่าวไว้ว่า: “ด้วยศูนย์วิจัยและพัฒนาใหม่ล่าสุดของเบนท์ลี่ย์นี้ จะทำให้เราสามารถพัฒนาเบนท์ลี่ย์เจเนอเรชั่นใหม่ๆ ให้ออกมา และจะเป็นการแสดงให้เห็นถึงการเล็งเห็นความสำคัญของคำว่า หรูหรา ประสิทธิภาพ คุณภาพ และความเป็นเลิศทางวิศวกรรม เบนท์ลี่ย์คือโรงงานรถหรูอันดับ 1 ของโลก และลงทุนให้กับสำนักงานใหญ่มากขึ้น เพื่อเป็นการดึงดูดคนที่มีศักยภาพให้มารวมงานและประสบความสำเร็จไปกับเราอีกด้วย”

หากรวมตำแหน่งงานล่าสุดแล้วจะพบว่าเบนท์ลี่ย์สร้างงานให้มากขึ้นกว่า 950 งานในช่วง 18 เดือนที่ผ่านมา และระหว่างเวลาที่บริษัทกำลังสร้างการขายได้มากที่สุดเป็นประวัติศาสตร์ บริษัทลงทุนกว่า 800 ล้านยูโรในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาเพื่อพัฒนาสินค้าและพัฒนาโรงงานให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และจะลงทุนเพิ่มเติมอีก 840 ล้านยูโร



Chancellor of the Exchequer, George Osborne ได้กล่าวไว้ว่า: “เบนท์ลี่ย์เปรียบเสมือนตัวแทนแบรนด์ที่หรูหราของประเทศอังกฤษ และส่งออกไปทั่วโลก การที่พวกเขาตัดสินใจที่จะสร้างงานเพิ่มขึ้นอีก 300 ตำแหน่งที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาในโรงงานใหม่นี้จะทำให้เกิดงานใหม่ๆ เพิ่มขึ้นเกือบ 1,000 งาน ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ดีเยี่ยมสำหรับชาวเมือง Crewe และประเทศอังกฤษ

“การที่มีงานเกี่ยวกับความสามารถและทักษะชั้นสูงในอุตสาหกรรมส่งออก ถือได้ว่าเป็นโอกาสใหม่ๆ ที่พวกเราอยากจะเห็นมากที่สุด และยังเป็นการเพิ่มศักยภาพทางด้านงานวิจัยและพัฒนาให้กับประเทศอังกฤษอีกด้วย

“การลงทุนไม่เพียงแค่จะสร้างงานที่เบนท์ลี่ย์เท่านั้น หากแต่ยังเป็นการสนับสนุน Suppliers ทั่วทั้งประเทศอังกฤษอีกด้วย ผมต้องการให้ประเทศอังกฤษกลายมาเป็นประเทศที่ใครๆ ก็ต้องการเข้ามาลงทุน และเป็นประเทศที่สร้างสรรค์งานใหม่ ดังเช่นที่เบนท์ลี่ย์กำลังเป็นอยู่ในขณะนี้”

การขยายโรงงานในครั้งนี้คือการลงทุนครั้งล่าสุดของเบนท์ลี่ย์ และเป็นการตอกย้ำให้เห็นว่าจะเบนท์ลี่ย์จะยังคงปักหลักที่เมือง Crewe และประเทศอังกฤษ ศูนย์ฝึกอบรมได้รับการขยายใหญ่เพิ่มเติมเพื่อความสะดวกในการใช้งาน และการเรียนรู้ รวมถึงการขยายศูนย์การผลิตเครื่องยนต์และศูนย์ซ่อมสี และเปิด University Technical College ที่เมือง Crewe ด้วยเช่นกัน

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับตำแหน่งที่เปิดรับ กรุณาเยี่ยมชมเว็บไซต์ www.bentleycareers.com.       




ข้อความจากผู้เขียน

สำนักงานใหญ่ของเบนท์ลี่ย์ตั้งอยู่ที่เมือง Crewe โดยเป็นที่ตั้งของทีมออกแบบ ทีมวิจัยและพัฒนา ทีมวิศวกรและเป็นสถานที่ที่ใช้ในการผลิตรถทั้ง 3 รุ่นของเบนท์ลี่ย์นั่นคือ คอนติเนนทัล ฟลายอิ้ง สเปอร์ และมูซาน การใช้งานหัตถกรรมชั้นเยี่ยมเข้ามาผสมผสานนั้นได้ถูกถ่ายทอดเข้าสู่รุ่นต่อรุ่น พร้อมด้วยความเชี่ยวชาญทางทักษะของวิศวกรและเทคโนโลยีชั้นนำคือความเป็นเอกลักษณ์ของ แบรนด์ที่หรูหราอย่างเบนท์ลี่ย์ และเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของการที่เป็นโรงงานผลิตรถยนต์คุณภาพสูงของอังกฤษ ซึ่งมีพนักงานถึง 3,700 ที่เมือง Crewe เลยทีเดียว

สำหรับประเทศไทย ท่านสามารถค้นหาหรือสอบถามเกี่ยวกับรถยนต์เบนท์ลี่ย์ได้จาก บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์เบนท์ลี่ย์อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทยเท่านั้น ที่มีศูนย์บริการมาตรฐานและทีมวิศวกรที่มากประสบการณ์ ซึ่งได้รับการฝึกอบรมจากทางโรงงานเบนท์ลี่ย์ประเทศอังกฤษโดยตรง คอยให้บริการรถยนต์เบนท์ลี่ย์ของท่าน  สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับรถยนต์เบนท์ลี่ย์ได้ที่แผนกขายโทร. 02-261-1050-1 หรือ 02-610-9911-3และท่านสามารถเยี่ยมชมเว็บไซต์ได้ที่  www.thailand.bentleymotors.com




8
มอเตอร์ไซค์พ่วงข้าง Ural บุกตลาดไทย ดีไซน์คลาสสิคขับลุยได้ทุกสภาพถนน   ชูแนวคิด
“Camping-Adventure” ตอบโจทย์ผู้รักการผจญภัยและธุรกิจท่องเที่ยว


                 อูรัล มอเตอร์ไซเคิล ประเทศไทย สานต่อประวัติศาสตร์รถมอเตอร์พ่วงข้างรัสเซีย Ural (อูรัล) อย่างยิ่งใหญ่ ชูจุดเด่นรูปลักษณ์คลาสสิค-แข็งแกร่ง-ทนทาน-สมรรถนะสูง ขับขี่ฝ่าอุปสรรคได้ในทุกสภาพถนน ค่าตัวเริ่มต้น 875,000 บาท เผยกลยุทธ์บุกตลาด ด้วยแนวคิด “รถ Camping-Adventure” มุ่งหวังตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ขับขี่รถท่องเที่ยว-ผจญภัย ผู้หลงใหลในดีไซน์ และผู้ประกอบการโรงแรม-ทัวร์ท่องเที่ยว พร้อมเชิญชวนลูกค้าร่วมกิจกรรมสุดพิเศษกับทริปท่องเที่ยวแคมปิ้ง-ผจญภัย ทั้งท่องป่าลุยเขาและท้องทะเล  ตั้งเป้าเบื้องต้นจบปีขาย 20 คัน


                 นายธัชพล บูรพรัตน์ ที่ปรึกษาฝ่ายการตลาด บริษัท อูรัล มอเตอร์ไซเคิลส์ จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายรถมอเตอร์ไซค์พ่วงข้าง Ural (อูรัล) จากประเทศรัสเซีย แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย เปิดเผยถึงการบุกเบิกทำตลาดรถมอเตอร์ไซค์พ่วงข้าง Ural (อูรัล) เป็นครั้งแรก และนำมาเปิดตัวอย่างเป็นทางการภายในงาน “บางกอก มอเตอร์ไบค์ เฟสติวัล ครั้งที่ 7” (BMF 2015) ว่า ถือเป็นเซกเมนต์ใหม่ในตลาดกลุ่มรถบิ๊กไบค์เมืองไทยที่ยังไม่มีใครทำตลาดมาก่อน และเห็นโอกาสการเติบโตทางยอดขายในหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มผู้รักการท่องเที่ยวผจญภัย ด้วยการขับขี่รถมอเตอร์ไซค์ ผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรม-ทัวร์ท่องเที่ยว และคนเมืองที่มีรสนิยมขับขี่รถมอเตอร์ไซค์สไตล์คลาสสิค เพื่อทำกิจกรรมร่วมกับครอบครัวหรือตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ตนเอง

                 “นำเข้า 2015 Ural Motorcycles มาจำหน่ายด้วยกัน 2 แบบคือรุ่น Ranger เป็นรถมอเตอร์ไซค์พ่วงข้างขับเคลื่อน 2 ล้อหลัง และยังขับเคลื่อนล้อหลังล้อเดียวได้ เพียงโยกคันควบคุมระบบขับเคลื่อน โดยล้อรถตัวพ่วงข้างจะถูกติดตั้งเพลาขับที่เชื่อมกับล้อหลักของรถมอเตอร์ไซค์ ส่วนตัวรถพ่วงข้างหรือ Sidecar จะอยู่ด้านขวาของคนขับ ซึ่งเป็นสเปกที่มาจากโรงงาน โดยไม่สามารถย้าย Sidecar มาอยู่ด้านซ้ายได้ เนื่องจากต้องปรับแก้ไขระบบเพลาขับ ขณะที่รุ่น Retro อุปกรณ์มาตรฐานจะใกล้เคียงกับรุ่น Ranger แต่ขับเคลื่อนล้อเดียวเหมือนรถมอเตอร์ไซค์ทั่วๆ ไป ตัว Sidecar เราขอให้โรงงานผลิตย้ายมาติดตั้งด้านซ้าย เพื่อให้เหมาะกับวัฒนธรรมการขับขี่ในเมืองไทย และสามารถถอด Sidecar ออกได้ หากต้องการใช้งานเหมือนรถมอเตอร์ไซค์สองล้อปกติ”






                 จุดเด่นและคุณสมบัติพิเศษของรถมอเตอร์ไซค์พ่วงข้าง Ural (อูรัล) ถูกพิสูจน์สมรรถนะมาอย่างเข้มข้นและยาวนาน ตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 และกลายเป็นตำนานเล่าขานสะท้อนความภาคภูมิใจของคนรัสเซีย ที่มีบทบาทช่วยให้มีชัยชนะจากการรุกรานของกองทัพนาซี-เยอรมนี

                 เมื่อสงครามยุติ Ural (อูรัล) กลายเป็นพาหนะสำคัญในชีวิตประจำวันของคนรัสเซีย เนื่องจากยุคนั้นรัสเซียยังไม่มีการผลิตรถยนต์ออกมาจำหน่ายในเชิงพาณิชย์ ขณะเดียวกันเส้นทางคมนาคมไม่อยู่ในสภาพที่จะเรียกได้ว่าเป็นถนน โดยจะเป็นเส้นทางออฟโรดสมบุกสมบัน เต็มไปด้วยก้อนหินหรือเส้นทางลูกรังที่มีหลุมบ่อโคลนและปกคลุมด้วยหิมะเป็นส่วนใหญ่ ครั้นจะขี่รถมอเตอร์ไซค์สองล้อก็ไม่สะดวก Ural (อูรัล) จึงมีบทบาทสำคัญและเป็นที่นิยมของคนรัสเซีย เนื่องจากขับขี่ได้ดีทุกสภาพผิวถนนและบรรทุกสัมภาระไปตามสถานที่ต่างๆ โดยไร้ข้อจำกัด

                 ในประเทศไทยชื่อเสียงและการเป็นที่รู้จักของ Ural (อูรัล) จะคุ้นเคยเฉพาะในกลุ่มผู้ที่มีอายุกว่า 40-50 ปีขึ้นไป และชื่นชอบรถมอเตอร์ไซค์โบราณ ส่วนการแพร่หลายในภูมิภาคอินโดจีนนั้น เกิดขึ้นในปี ค.ศ.1950-1970 โดย Ural (อัล) ถูกนำเข้ามาใช้แพร่หลายในกลุ่มประเทศสังคมนิยม ทั้งจีน เวียดนาม ลาวและกัมพูชา ก่อนจะมีผู้นิยมชาวไทยซื้อเข้ามาใช้งาน ปัจจุบันพบเห็นในเมืองไทยได้น้อยมากประมาณ 10 คัน และถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มรถคลาสสิคคาร์

                 Ural (อูรัล) ในปัจจุบันถูกพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตและสมรรถนะขึ้นใหม่ทั้งหมด แต่ยังคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์ความคลาสสิค สไตล์รถมอเตอร์ไซค์พ่วงข้างรัสเซียไว้เช่นเดิม เครื่องยนต์ถูกพัฒนาจากขนาด 650 ซีซี มาเป็น 750 ซีซี ระบบเครื่องยนต์คาบูเรเตอร์ก็เปลี่ยนมาเป็นระบบหัวฉีด ระบายความร้อนด้วยอากาศ รองรับน้ำมันเบนซิน 95 และ E10 ระบบเบรกจากดรัมเบรกเปลี่ยนมาใช้ดิกส์เบรก Brembo ที่ค่ายผู้ผลิตรถบิ๊กไบค์แบรนด์ดังๆ ของโลกมักเลือกใช้เบรกยี่ห้อนี้ อีกทั้งผ่านการตรวจสอบการนำเข้า และจดทะเบียนได้ถูกต้องตามกฎหมาย

                 “กลยุทธ์การทำตลาดเราจะขับเคลื่อนภายใต้แนวคิด “Camping-Adventure” เพื่อสะท้อนจุดเด่นของรถที่สามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่อย่างชัดเจน และตอบรับการใช้ชีวิตเพื่อการท่องเที่ยวและผจญภัย เนื่องจากขับขี่บนเส้นทางทุรกันดาร ทั้งขับข้ามลำธาร ลุยโคลน ไต่หินเนินเขาลาดชันได้แบบไม่ติดอุปสรรค แม้จะเป็นรถพ่วงข้างแบบ 3 ล้อ แต่ตัวรถออกแบบให้ขับเคลื่อน 2 ล้อได้ ทำความเร็วไม่สูงนัก ระดับความเร็วที่ขับขี่สบายๆ และปลอดภัยคือ 80-90 กม.ต่อชม. เหมาะกับการเป็นรถ Camping Adventure เช่น เดินทาง 4-5 คัน พกพาเต็นท์ สัมภาระต่างๆ และชุดทำครัว ก็ขับขี่ท่องเที่ยวค้างแรมตามป่าเขาได้สบายๆ และยังใช้งานในชีวิตประจำวันเหมือนกับรถมอเตอร์ไซค์ทั่วๆ ไปได้”

                 นายธัชพล บูรพรัตน์ กล่าวต่อว่า กลุ่มคนเมืองนับเป็นเป้าหมายที่บริษัทให้ความสนใจเช่นกัน เนื่องจากหลายคนมีรสนิยมชื่นชอบรถ Retro-Classic ซึ่ง Ural (อูรัล) ไม่ได้เป็นแค่รถ Adventure เท่านั้น แต่ยังเป็นรถคลาสสิคด้วยรูปลักษณ์ของตัวเอง เช่น หากพักอาศัยย่านซอยทองหล่อ สามารถขับไปช้อปปิ้งกับครอบครัวได้หรือใช้งานในชีวิตประจำวันได้

                 “ล่าสุดนำรถไปทดสอบที่จังหวัดภูเก็ต กลุ่มผู้ประกอบการโรงแรมและทัวร์ท่องเที่ยวให้ความสนใจสูงมาก โดยมีแนวคิดจัดทำแพ็คเกจท่องเที่ยว-ผจญภัย ให้ลูกค้าตนเองขับ Ural (อูรัล) ไปรอบๆ เกาะและขับผจญภัยในจังหวัดพังงา เพื่อไปสัมผัสวิถีชีวิตผู้คนในท้องถิ่น ซึ่งสอดรับกับนโยบายรัฐบาลและการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ที่กำหนดให้ปีนี้เป็น “ปีการท่องเที่ยววิถีไทย 2558” นอกจากนี้บริษัทจะเน้นจัดกิจกรรมเชิงรุกทั้ง (CRM) เพื่อสร้างสายสัมพันธ์อันดีกับลูกค้าโดยตรง และจัดกิจกรรมเพื่อสังคม (CSR)  ในรูปแบบทริปท่องเที่ยวผจญภัย ตามอุทยานแห่งชาติต่างๆ ทั้งทางภูเขาและทางทะเล  รวมถึงรีสอร์ทระดับหรู เบื้องต้นตั้งเป้ายขายในปีนี้ไว้ที่ 20 คัน มั่นใจว่าประสบความสำเร็จแน่นอน”

                 นอกจากนี้ “อูรัล มอเตอร์ไซเคิล ประเทศไทย” ยังเติมเต็มไลฟ์สไตล์ผู้ที่ชื่นชอบรถมอเตอร์ไซค์พ่วงข้าง Ural (อูรัล) ด้วยการนำเข้าและจัดจำหน่ายอุปกรณ์ตกแต่งรถ อุปกรณ์แคมปิ้ง รวมถึงคอลเล็คชั่นชุดแต่งกายอย่างครบครั้น และในโอกาสเปิดตัวแนะนำอย่างเป็นทางการครั้งแรกในประเทศไทย ด้วยการมอบโปรโมชั่นสุดพิเศษช่วงแนะนำ (เฉพาะในงานเท่านั้น)  จองรถภายในงาน “บางกอก มอเตอร์ไบค์ เฟติวัล ครั้งที่ 7” (BMF) ระหว่างวันที่ 28 มกราคมถึง 1 กุมภาพันธ์ ศกนี้ บริเวณโซน Square D บูธหมายเลข A14 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เวิล์ด (ราชประสงค์) รับดอกเบี้ยพิเศษ 1.99% 2 ปี













9
SMS Audio มอบหูฟังระดับเวิล์ดคลาส Sync by 50 Cent Wireless Sport In-ear
เพิ่มขีดจำกัดของการเคลื่อนไหวพร้อมเสียงอันทรงพลัง




กรุงเทพ, 29 มกราคม 2558 – สมกับที่เหล่าบรรดาผู้รักเสียงดนตรี และผู้ที่มีไลฟ์สไตล์แอคทีฟเฝ้ารอ เมื่อ SMS Audio หูฟังแบรนด์คุณภาพจากอเมริกาของแร๊พเปอร์ชื่อดังระดับโลก เคอร์ทิส เจมส์ แจ็คสัน (Curtis James Jackson) หรือรู้จักกันดีในนาม 50 Cent เปิดตัวหูฟังแบรนด์ SMS Audio คอลเลคชั่นใหม่ Sync by 50 Cent Wireless Sport In-ear ในประเทศไทย นอกจากชื่อชั้นของ 50 Cent  จะเป็นการการันตีคุณภาพเสียงระดับสตูดิโอแล้ว SMS Audio Sync: Wireless Sport In-ear ยังได้รับการออกแบบมาเพื่อไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ ด้วยนวัตกรรมไร้สาย จึงหมดกังวลเรื่องสายหูฟัง นอกจากนี้ยังเพิ่มความสามารถในการใช้งานได้ดีแม้ขณะร่างกายเคลื่อนไหว และเพิ่มอิสรภาพในการทำกิจกรรมต่างๆมากยิ่งขึ้น หูฟัง SMS Audio Sync: Wireless Sport In-ear มีสไตล์ที่ทันสมัยพร้อมเชื่อมต่อสัญญาณด้วยระบบ Bluetooth




หูฟัง SMS Audio : Wireless Sport In-ear ยังสามารถกันน้ำในระดับ IPX4 ป้องกันน้ำ และเหงื่อในระหว่างการออกกำลังกาย และกิจกรรมกลางแจ้งอื่นๆ นอกจากคุณสมบัติพิเศษเหล่านี้แล้ว หูฟังรุ่นล่าสุดนี้ยังอัดแน่นด้วยคุณภาพเสียงเช่นเคย ด้วยลำโพงขนาด 6 มิลลิเมตร ซึ่งมาพร้อมกับปุ่ม MFI Control ช่วยให้การเพิ่มลดเสียง และรับโทรศัพท์ได้ง่ายขึ้นอีกด้วยผู้รักเสียงดนตรียังสามารถฟังเพลงโปรดได้อย่างต่อเนื่องนานถึง 8 ชั่วโมง SMS Audio : Wireless Sport In-ear มีสีให้เลือกถึง 3 สีทั้ง Yellow, Blue และ Pink จำหน่ายในราคา 4,490 บาท

50 Cent ซีอีโอ และผู้ก่อตั้ง SMS Audio กล่าวว่า “เราได้ออกแบบหูฟังคุณภาพ ที่มีความทนทานกับทุกๆ ไลฟ์สไตล์ที่ต้องแอคทีฟอยู่ตลอดเวลา ด้วยคุณสมบัติกันเหงื่อ ที่ทั้งผม และดาราบาสเก็ตบอลเอ็นบีเออย่าง คาร์เมโล แอนโธนี่ รู้สึกว่าหูฟังอื่นๆ ไม่มี เราทั้งคู่ชื่นชอบคุณสมบัตินี้ และแทบจะรอไม่ไหวที่จะส่งมอบหูฟังรุ่นนี้ไปยังลูกค้าทุกๆ ท่าน”




SMS Audio Sync by 50 Cent รุ่น Wireless Sport In-ear จัดจำหน่ายโดยบริษัท Ascenti Resources วางจำหน่ายแล้วที่ร้านจำหน่ายเครื่องเสียง/อุปกรณ์ไอทีชั้นนำทั่วประเทศ รายละเอียดเพิ่มเติมสามารถเยี่ยมชมได้ที่เว็บไซต์ www.ascenti.co.th  หรือ FacebookFanpage: SMS Audio Thailand เบอร์โทรติดต่อ: 0-2961-7297

นอกจากนี้ SMS Audio by 50 Cent ยังได้สนับสนุน Feeding America องค์กรการกุศลชั้นนำของอเมริกาเพื่อบรรเทาความหิวโหยแก่ผู้ยากไร้ โดยจะนำรายได้ที่จำหน่ายผลิตภัณฑ์แบรนด์ SMS Audio by 50 Cent ทั้งจากร้าน หรือผ่านเว็บไซต์เพื่อมอบเป็นอาหารทั้งหมด 1 ล้านมื้อต่อปี ให้แก่ผู้หิวโหยในสหรัฐอเมริกา
   


เกี่ยวกับ SMS Audio:

SMS Audio, LLC เป็นผู้นำระดับโลกด้านหูฟัง และอุปกรณ์เสริมภายใต้แบรนด์ SMS Audio LLC มุ่งมั่นที่จะพัฒนาวิธีการรับฟังดนตรี SMS Audio ผสมผสานเทคโนโลยี ฟังก์ชั่น และสไตล์ เพื่อมอบประสบการณ์เสียงคุณภาพระดับสตูดิโอ ความสบาย และแฟชั่นในทุกๆผลิตภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์หูฟังระดับโลก SMS Audio มีคอลเลคชั่น STREET by 50TM และ SYNC by 50TM ผลิตภัณฑ์ SMS Audio ประกอบด้วยหูฟัง หูฟังแบบ earbuds และอุปกรณ์เสริมที่ออกแบบมาสำหรับความต้องการของลูกค้าทุกกลุ่ม




[/size]
10
“BMF 2015” คึกคัก 11 ค่ายรถมอเตอร์ไซค์ชั้นนำจับมือร้านค้าอุปกรณ์โหมแคมเปญเด็ด
เซอร์ไพรส์สุดๆ กับการเผยโฉมครั้งแรกของบิ๊กไบค์หลายรุ่น คาดเงินสะพัดกว่า 400 ล้าน


                เปิดฉาก “แบงค์ค็อก มอเตอร์ไบค์ เฟสติวัล 2015” (BMF 2015) สุดยอดเทศกาลมอเตอร์ไซค์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 11 ค่ายรถมอเตอร์ไซค์แบรนด์ดังและร้านค้าอุปกรณ์เสื้อผ้าชุดแต่งกาย ประกาศร่วมสร้างสีสันโหมอัดแคมเปญเด็ดและโปรโมชั่นเร้าใจแห่งปี เซอร์ไพสร์สุดๆ กับการปรากฏตัวเป็นครั้งแรกในเมืองไทยของรถบิ๊กไบค์รุ่นใหม่หลายรุ่น คาดจัดงาน 5 วัน ระหว่าง 28 มกราคม- 1 กุมภาพันธ์นี้ เงินสะพัดกว่า 400 ล้านบาท ผู้ชมงานกว่า 1.2 ล้านคน


Mr.Natthaboon_Mr.Natthapol

                นายณัฐพล ไตรณัฐี กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไซเคิล คัลเจอร์ โชว์ จำกัด ผู้จัดงาน “แบงค์ค็อก มอเตอร์ไบค์ เฟสติวัล 2015” (Bangkok Motorbike Festival 2015 หรือ BMF 2015) สุดยอดเทศกาลมอเตอร์ไซค์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จัดระหว่างวันที่ 28 มกราคมถึง 1 กุมภาพันธ์ 2558 ณ ศูนย์การค้า เซ็นทรัล เวิลด์ (ราชประสงค์) เปิดเผยว่า การจัดงานในครั้งนี้ บริษัทต้องขอขอบคุณค่ายรถมอเตอร์ไซค์ชั้นนำทั้ง 11 แบรนด์ทั้ง Honda, Indian, Kawasaki, KTM, MV Agusta, Ducati, Suzuki, Ural, Victory, Yamaha, Zero Engineering ซึ่งให้ความสำคัญกับการใช้เวทีนี้ เปิดตัวรถบิ๊กไบค์รุ่นใหม่หลายรุ่น และยังมอบข้อเสนอพิเศษแบบจัดเต็ม เพื่อให้คนรักมอเตอร์ไซค์สามารถครอบครองรถบิ๊กไบค์คันที่หมายตาได้ง่ายขึ้น สอดรับกับคอนเซ็ปต์การจัดงาน “Ride Your Destiny” หรือ (ลิขิตแห่งการขับขี่) เพื่อสะท้อนรสนิยมผู้รักมอเตอร์ไซค์ที่กำหนดโชคชะตาหรือวาดรูปแบบไลฟ์สไตล์การขับขี่ได้ด้วยตนเอง ทั้งการเลือกประเภทรถ รูปแบบการขับขี่และจุดหมายปลายทางในการแสวงหาความสุขไปกับการขับขี่ของตนเอง

                “แคมเปญและโปรโมชั่นภายในงานถือว่าพิเศษจริงๆ และมีเฉพาะภายในงานเท่านั้น ซึ่งช่วยสร้างบรรยากาศของงานให้คึกคัก คาดว่าปีนี้จะมีผู้เข้าชมงานกว่า 1.2 ล้าน และทำยอดขายตามที่ตั้งเป้าไว้ประมาณ 800 คัน มีเงินสะพัดราว 400 ล้านบาท (รวมอุปกรณ์ของแต่งรถและเสื้อผ้า)”






                นอกจากนี้ ค่ายรถมอเตอร์ไซค์ชั้นนำหลายแบรนด์ จะเปิดตัวรถรุ่นใหม่ขึ้นเป็นครั้งแรกภายในงาน โดย Ducati นำรุ่นพิเศษที่ใช้อุปกรณ์ตกแต่งจาก Ducati Performance  อย่าง Diavel Performance, Monster 796 Corse Stripe Carbon และ Monster 796 Corse Stripe Titanium ค่าย Indian บิ๊กไบค์ระดับตำนานจะเป็นตัว 2015 Indian Scout รวมถึง 2015 Indian Chief Vintage, Indian Chieftain และ Indian Roadmaster ค่าย Kawasaki เตรียมแนะนำรถไฮไลท์ของปี ทั้งรุ่น ZR1000G และรุ่น ZR800A

                ค่าย KTM ร่วมสร้างสีสันด้วยการปรากฏตัวเป็นครั้งแรกของ KTM RC200 และ KTM RC390 ค่าย MV จะเปิดตัวโมเดลใหม่ล่าสุด MV Agusta Brutale Dragster RR ส่วน Yamaha นอกจากจะนำรถรุ่น SR400 และรถจากสำนักแต่ง Thruxton ประเทศญี่ปุ่น มาให้แฟนพันธุ์แท้ได้ตื่นตาตื่นใจแล้ว ยังจะมีกิจกรรมพิเศษที่จะสร้างเซอร์ไพรส์อีกด้วย Ural Motorcycles รถมอเตอร์ไซค์พ่วงข้างดีไซน์คลาสสิคจากประเทศรัสเซีย จะเปิดประวัติศาสตร์การทำตลาดเป็นครั้งแรกในเมืองไทย พร้อมแนะนำรถรุ่นใหม่พร้อมกัน 2 รุ่นคือ รุ่น Ranger ขับเคลื่อนสองล้อและรุ่น Retro ขับเคลื่อนล้อเดียว และที่เซอร์ไพรส์สุดๆ กับ BMW จะใช้เวทีนี้เปิดตัวมอเตอร์ไซค์สไตล์โรดสเตอร์ The New BMW R 1200 R เป็นครั้งแรก

                ในส่วนของแคมเปญและโปรโมชั่นเร้าใจนั้น ทุกค่ายรถมอเตอร์ไซค์ต่างขานรับ ด้วยการมอบข้อเสนอพิเศษ เช่น จองรถราคาพิเศษ ปลอดดอกเบี้ยไร้เงินดาวน์  มอบ Gift Voucher และสิทธิพิเศษอื่นๆ มากมาย เช่น MV AGUSTA มอบดอกเบี้ยพิเศษ พร้อมข้อเสนอของตกแต่งรถ, Kawasaki ซัพพอร์ตเงินดาวน์ ดอกเบี้ยต่ำ มอบ Gift Voucher และสิทธิพิเศษอื่นๆ, Indian รุ่นปี 2015 ทั้ง Roadmaster / Chieftain / Chief Vintage / Chief Classic  จอง 50,000 บาท ดอกเบี้ย 1.99 % 2 ปี 2.49 % 3 ปี 2.99 % 4 ปี ฟรี Gift  Voucher  15,000 บาท รับส่วนลด 10% เมื่อซื้อสินค้าในเครือ Indian นาน 1 ปี (เฉพาะสินค้าที่ร่วมรายการ) หรือจอง 200,000 บาท รับดอกเบี้ย 1.99 % 2 ปี 2.49 % 3 ปี 2.99 % 4 ปี ฟรี  Gift  Voucher  30,000 บาท รับส่วนลด 15% เมื่อซื้อสินค้าในเครือ Indian นาน 1 ปี (เฉพาะสินค้าที่ร่วมรายการ) ดาวน์ต่ำเริ่มต้น  30% ฟรีค่าแรง ตรวจเช็คระยะ 5 ครั้ง รับประกันตัวรถนาน 2 ปี หรือ 20,000 กิโลเมตร 2015 Indian Scout  จอง 50,000 บาท รับดอกเบี้ย 1.99% นาน 2 ปี, 2.49 % นาน 3 ปี, 2.99% นาน 4 ปี ฟรี Gift  voucher  10,000 บาท รับส่วนลด 10% เมื่อซื้อสินค้าในเครือ Indian นาน 1 ปี (เฉพาะสินค้าที่ร่วมรายการ) หรือจอง 100,000 บาท 1.99% นาน 2 ปี, 2.49 % นาน 3 ปี, 2.99% นาน 4 ปี ฟรี Gift  Voucher  15,000 บาท รับส่วนลด 15% เมื่อซื้อสินค้าในเครือ Indian นาน 1 ปี (เฉพาะสินค้าที่ร่วมรายการ) ดาวน์ต่ำเริ่มต้น  30 %  ฟรีค่าแรง ตรวจเช็คระยะ 5 ครั้งรับประกันตัวรถนาน 2 ปี หรือ 20,000 กิโลเมตร , YAMAHA จองรถรุ่น TMAX14 ราคา 530,000 บาท ดาวน์เริ่มต้น 20% ดอกเบี้ย 0% ฟรีประกันภัยชั้น 1 จดทะเบียน+พ.ร.บ. และคูปอง Yamaha มูลค่า 100,000 บาท รวมทั้งมีของแถมพิเศษเพิ่มเติม ด้านรถบิ๊กไบค์สมรรถนะสูง Victory ซื้อรถปี 2014 ด้วยเงินสดลดทันที 7% หรือรับ Gift  Voucher มูลค่า  100,000 บาท (เลือกรับ Promotion ได้ 1 Promotion) หรือจองรถ 50,000 บาท รับ Gift  voucher  30,000 บาท และรับส่วนลด 10% เมื่อซื้อสินค้าในเครือ Victory นาน 1 ปี (เฉพาะสินค้าที่ร่วมรายการ) รับสิทธิ์ผ่อน 0% นาน 2 ปี หรือ 1.99% นาน 3 ปี หรือ 2.99% นาน 4 ปีดาวน์ต่ำเริ่มต้น  15% (ขึ้นกับดุลพินิจไฟแนนซ์และหลักทรัพย์ของผู้ที่ขอกู้) พร้อมรับฟรีค่าแรง ตรวจเช็คระยะ 5 ครั้ง รับประกันตัวรถนาน 2 ปีหรือ 20,000 กิโลเมตร และ Ural Motorcycles มอเตอร์ไซค์พ่วงข้างจากรัสเซีย จองซื้อรถ 50,000 บาท รับดอกเบี้ย 1.99% นาน 2 ปี หรือ 2.49% นาน 3 ปี หรือ 2.99% นาน 4 ปี

                ร้านค้าอุปกรณ์แต่งรถและคอลเล็คชั่นชุดแต่งกายไม่น้อยหน้า ร่วมสร้างสีสันโดยมอบส่วนลดพิเศษและของแถมมากมาย เช่น A.P.Honda นำ H2C สินค้าตกแต่งจักรยานยนต์ Honda ลดราคา 15-70%, Dr.Bikebangkok หากซื้อโซ่และเบรกทุกร่นทุกขนาดรับส่วนลด 15% พร้อมแถมเสื้อยืด RK Moto GP Limited Edition ฟรี 1 ตัว ผลิตภัณฑ์กล่องอเนกประสงค์ SHAD (กล่องติดท้ายรถและกล่องข้างจากสเปน) ซื้อหรือสั่งจอง รับโปรโมชั่นทั้งลดทั้งแถมและฟรีค่าติดตั้ง ขณะที่ Dirtshop Thailand นำหมวกกันน๊อค X-LITE X802 ลดราคาเหลือ 14,900 บาท จากราคา 21,900 บาท และหลายยี่ห้อลดราคาทันที 30% เป็นต้น






                ด้านกิจกรรมต่างๆ ได้จัดเตรียมไว้ให้ผู้ร่วมได้เพลิดเพลินอย่างจุใจ เช่น โซนจัดแสดงรถคัสตอมไบค์, โซน Motorcycle Club, การประกวดตกแต่งมอเตอร์ไซค์จากค่ายรถและสำนักแต่งรถต่างๆ โดยเนรมิตพื้นที่ลานหน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัล เวิลด์ เปิดเป็นลานกิจกรรม ณ บริเวณ Square C โดยให้ชาวไบค์เกอร์ทุกคนสามารถนำรถมอเตอร์ไซค์ Custom ที่ตกแต่งหลากหลายสไตล์จากสำนักต่างๆ มาจัดแสดง และระหว่างวันที่ 28-30 มกราคม 2558 เวลา 17.00 น. และ 19.00 น. เปิดพื้นที่ให้ค่ายรถทุกแบรนด์ที่มาร่วมงาน นำโชว์พิเศษมาให้ทุกคนได้สัมผัส ส่วนผู้ที่ชื่นชอบงานศิลปะภาพถ่ายเกี่ยวกับชาวไบค์เกอร์ ไม่ควรพลาดชมนิทรรศการศิลปะภาพถ่ายจากช่างภาพมือโปร Nikkasit นอกจากนี้ยังมีมุมพบปะในบรรยากาศสบายๆ ที่มีดนตรีแสดงสดขับกล่อม ณ ลานเบียร์หน้าห้างศูนย์การค้า ท้อนบรรยากาศงานสไตล์เฟสติวัล พร้อมทั้งเพิ่มพื้นที่ให้ผู้ขับขี่รถนำรถขึ้นมาจอดได้ ณ บริเวณหน้าศูนย์การค้าฯ กว่าพันตารางเมตร

                ไฮไลท์ที่น่าสนใจของปีคือ “Smoke And Dust Custom Show By Bangkok Motorbike Festival”เพื่อเปิดโอกาสให้กลุ่มนักออกแบบชาวไทย และกลุ่มผู้ประกอบการอุปกรณ์ตกแต่งรถมอเตอร์ไซค์แบรนด์ไทย  ต่างระดมผลงานฝีมือคุณภาพ ทั้งงานเครื่องหนัง หมวกกันน็อก การเพนต์รถ เสื้อผ้าชุดแต่งกาย และชิ้นงานที่เกี่ยวกับรถมอเตอร์ไซค์ มาอวดโฉมให้คนไทยและชาวต่างชาติได้สัมผัสกันอย่างจุใจหลายชิ้นงาน

                สัมผัสความยิ่งใหญ่ แบงค์ค็อก มอเตอร์ไบค์ เฟสติวัล 2015 (BMF 2015) สุดยอดเทศกาลมอเตอร์ไซค์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมเลือกรถบิ๊กไบค์ไบค์ คันที่ใช่! และหาซื้ออุปกรณ์ของตกแต่งรถ คอลเลคชั่นชุดแต่งกายเสื้อผ้าโดนใจ (28 มกราคม–1 กุมภาพันธ์นี้) ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เวิลด์ (ราชประสงค์) ชมฟรี! ตลอดงาน
Pages: [1] 2 3 ... 10