Recent Posts

Pages: [1] 2 3 ... 10
1
นันยางขยายกำลังการผลิตรับกระแส “นันยางชูการ์และช่วงเปิดเทอม”
ทุ่ม 75 ลบ. คงความเป็นผู้นำตลาด

-  เดินกลยุทธ์เสริมแกร่งฐานมัธยม ขยายแชร์กลุ่มประถม และเปิดตลาดใหม่  -

นันยางพร้อมชิงแชร์ตลาดรองเท้านักเรียนปี 59 ที่มีมูลค่าสูงถึง 5,000 ล้านบาท มั่นใจปีนี้ตลาดยังโตไม่น้อยกว่า 5% คาดผู้เล่นอัดงบบูมตลาดช่วงเปิดเทอม เตรียมทุ่มงบ 75 ล้านบาท พร้อมเดินหน้าวิจัยและพัฒนาสินค้าใหม่เติมเต็มความต้องการของตลาดในเมืองไทย


นายชัยพัชร์ ซอโสตถิกุล รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท นันยางอุตสาหกรรม จำกัด เปิดเผยว่า ในปีนี้ถือเป็นปีที่นันยางมีการเติบโตแบบก้าวกระโดด ส่งผลให้โรงงานต้องเพิ่มกำลังการผลิตในช่วงไตรมาสแรกและไตรมาส 2 ถึง 30% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปีที่ผ่านมา เนื่องจากกระแสตอบรับของ “นันยาง ชูก้าร์” รองเท้าผ้าใบผู้หญิง ที่กำลังเป็นเทรนด์แฟชั่นใหม่ล่าสุดของรองเท้าผ้าใบผู้หญิงในเมืองไทยที่กินกำลังซื้อของกลุ่มผู้หญิงในทุกวัยแบบเกินคาด ประกอบกับกระแสช่วงเปิดเทอมที่ผู้ปกครองต้องหาซื้อรองเท้านักเรียน โดยปัจจุบันนันยางมีกำลังการผลิตประมาณ 50,000 คู่ต่อวัน

“โรงงานของนันยางยังคงรองรับกำลังการผลิต ณ ปัจจุบันได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้เรายังคงมาตรฐานการผลิตและประสิทธิภาพการกระจายสินค้าดังเช่นที่ผ่านมา ปัจจุบันเราเพิ่มเวลาการทำงานนอกเวลาของพนักงาน เพื่อให้มั่นใจได้ว่านันยางจะสามารถส่งสินค้าได้ตามออเดอร์ในช่วงเปิดเทอม ซึ่งถือเป็นช่วงที่มีกำลังซื้อสูงสุดได้อย่างแน่นอน” นายชัยพัชร์ ซอโสตถิกุล กล่าว


ด้านนายจักรพล จันทวิมล ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท นันยางมาร์เก็ตติ้ง จำกัด  เปิดเผยว่า ในปี 2559 นันยางได้วางกลยุทธ์การตลาดเพื่อครองความเป็นผู้นำด้านธุรกิจรองเท้านักเรียนของไทย โดยการสร้างแบรนด์ให้แข็งแกร่งในทุกช่องทางการสื่อสาร รักษาเอกลักษณ์และสิ่งที่ผู้บริโภคจดจำนันยางได้ คือ ความทนและความคุ้มค่าเสริมความแข็งแกร่งในการเป็นผู้นำตลาดรองเท้านักเรียนระดับมัธยมศึกษา ขยายฐานกลุ่มนักเรียนระดับประถมศึกษา และพัฒนาสินค้าใหม่เพื่อเติมเต็มตลาดในส่วนที่ยังว่าง ด้วยการใช้งบการตลาดรวม 75 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา 10% โดยปัจจุบันสัดส่วนทางการตลาดของนันยางในกลุ่มรองเท้านักเรียนแบ่งเป็นกลุ่มมัธยมศึกษา 70% กลุ่มประถมศึกษา 20% และกลุ่มนักเรียนหญิง 10%

“นันยางมองว่าตลาดรวมรองเท้านักเรียนในปีนี้ยังคงเติบโต และเชื่อว่าจะมีการแข่งขันทางการตลาดที่รุนแรงมากขึ้น ปัจจุบันมีผู้เล่นในตลาดกลุ่มนี้ประมาณ 10-15 ราย โดยสินค้ากลุ่มรองเท้านักเรียนนั้น ปัจจุบันแบ่งเป็น รองเท้าผ้าใบ 60% รองเท้าหนังสำหรับผู้หญิง 35% และรองเท้าอื่นๆ 5% ซึ่งนันยางยังคงครองส่วนแบ่งการตลาดสูงสุดในกลุ่มรองเท้าผ้าใบนักเรียน” นายจักรพล จันทวิมล กล่าว

ปัจจุบัน นันยางมีตัวแทนจำหน่าย 60 รายครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วประเทศ มีหน่วยรถกระจายสินค้า 20 คันทั่วประเทศ และหน่วยการขายพิเศษจำนวน 10 หน่วย ทั้งนี้ หากแบ่งตามประเภทของช่องทางการขายพบว่า เป็น Traditional trade 70% และ Modern trade 30% รวม Outlet ที่จำหน่ายสินค้านันยางทั่วประเทศประมาณ 5,000 ร้านค้า

นันยาง มีผลิตภัณฑ์รองเท้านักเรียนรวม 3 รุ่น ประกอบด้วย 1. รองเท้าผ้าใบนันยางพื้นเขียว รุ่น 205-S ราคาเริ่มต้น 305 บาท โดยในปีนี้เราได้เพิ่มขนาดรองเท้าแบบ “บิ๊กฟุต (Big foot)” เบอร์ 46-49 เพื่อตอบรับความต้องการของเด็กนักเรียนในยุคปัจจุบันที่มีขนาดเท้าใหญ่ขึ้น 2. นันยางแฮฟฟัน (Have Fun) รองเท้านักเรียนที่แตกไลน์มาจากรุ่น 205-S ถูกพัฒนาขึ้นภายใต้นวัตกรรมใหม่ล่าสุดจากนันยาง 'Spring Soft Support' เอาใจเด็กนักเรียนระดับประถมศึกษาโดยเฉพาะๆ ที่มีความเบา นุ่ม ราคา 285 บาท เบอร์ 28-33 และ 3. สินค้าใหม่ล่าสุดที่สร้างกระแสสุดฮอตแบบทอล์คออฟเดอะทาวน์กับ นันยางชูก้าร์ (Nanyang Sugar) รองเท้าผ้าใบผู้หญิงสีขาวดีไซน์เก๋ มากฟังก์ชั่น ใส่เรียน ใส่เล่น ใส่เที่ยวได้ในคู่เดียว เบอร์ 35-41 ราคา 329 บาท
2
สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ และภาคี
จัดอบรมเทศนาธรรม “สามเณรธรรมาสน์ทอง” ปี ๒๕๕๙
เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงเจริญพระชนมพรรษา ๘๔ พรรษา

พิธีเปิดโครงการ “สามเณรธรรมาสน์ทอง” ปี ๒๕๕๙ : สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ นำโดย นายสด  แดงเอียด  ที่ปรึกษาสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์  ด้านการศาสนา ประวัติศาสตร์ และโบราณคดี (คนแรกจากซ้าย) ร่วมกับ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ  และ กรมการศาสนา จัดพิธีเปิดโครงการส่งเสริมวิชาการเทศนาธรรม “สามเณรธรรมาสน์ทอง” ปี ๒๕๕๙ เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงเจริญพระชนมพรรษา ๘๔ พรรษา  เพื่อสืบทอดศาสนทายาท ด้วยการเรียนรู้วิถีแห่งการแสดงเทศนา และเผยแผ่หลักธรรมคำสอนได้อย่างถูกต้อง เพื่อความมั่นคงสถาพรของพระพุทธศาสนา โดยมี สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์  ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช เป็นประธานในพิธี  ณ  อาคารเบญจมราชวรานุสรณ์ วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์

ตำแหน่งบุคคลในภาพจากซ้าย
๑. นายสด  แดงเอียด   ที่ปรึกษาสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์  ด้านการศาสนา ประวัติศาสตร์ และโบราณคดี
๒.พลเอกจิระศักดิ์  วัฒนาวงศ์ รองผู้อำนวยการอาวุโส สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์
๓. พระพรหมวิสุทธาจารย์ (มนตรี คณิสฺสโร) เจ้าอาวาสวัดเครือวัลย์วรวิหาร และกรรมการมหาเถรสมาคม
๔. สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์  ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช
๕. พระธรรมสุธี (พีร์ สุชาโต) อธิบดีสงฆ์ วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์
๖. นายชวลิต  ศิริภิรมย์ ที่ปรึกษากรมการศาสนา ผู้แทนอธิบดีกรมการศาสนา
๗. นายณรงค์เดช  ชัยเนตร ผู้อำนวยการกองส่งเสริมงานเผยแผ่พระพุทธศาสนา ผู้แทนผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ


                   สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ร่วมกับสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ และกรมการศาสนา จัดโครงการส่งเสริมวิชาการเทศนาธรรม “สามเณรธรรมาสน์ทอง” โดยได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการเผยแผ่พระพุทธศาสนาด้วยการส่งเสริมศาสนทายาท ซึ่งคือ สามเณรผู้มีความศรัทธาในบวรพระพุทธศาสนา ได้ศึกษาพระธรรมวินัยอย่างถูกต้องด้วยความเชื่อมั่นว่าในอนาคตสามเณรนั้น จะเป็นพระภิกษุที่มีความมุ่งมั่นในงานเผยแผ่หลักธรรมคำสอนของพระพุทธองค์และธำรงไว้เพื่อพระพุทธศาสนาให้มั่นคงสืบไป โดยโครงการนี้ได้จัดมาอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ ๓ ซึ่งในปี ๒๕๕๙ นี้ เป็นปีมหามงคล เนื่องในโอกาสสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงเจริญพระชนมพรรษา ๘๔ พรรษา  จึงได้กำหนดให้โครงการส่งเสริมวิชาการเทศนาธรรม “สามเณรธรรมาสน์ทอง” เป็นโครงการเฉลิมพระเกียรติในโอกาสดังกล่าว

                   วันนี้ (๒๗ เมษายน ๒๕๕๙) สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ร่วมกับ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ และกรมการศาสนา จัดพิธีเปิดโครงการส่งเสริมวิชาการเทศนาธรรม “สามเณรธรรมาสน์ทอง” ปี ๒๕๕๙ เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ณ อาคารเบญจมราชวรานุสรณ์  วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร โดยมี สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์  ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช เป็นองค์ประธานในพิธี และมีนายสด แดงเอียด ที่ปรึกษาสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ด้านการศาสนา ประวัติศาสตร์ และโบราณคดี ประธานกรรมการจัดงาน กล่าวรายงานถวาย และมีพลเอกจิระศักดิ์ วัฒนาวงศ์ รองผู้อำนวยการอาวุโส สำนักงานทรัพย์สิน  ส่วนพระมหากษัตริย์ รวมทั้งตัวแทนจากหน่วยงานภาคี ร่วมเป็นเกียรติในพิธีเปิดครั้งนี้ด้วย


นายสด แดงเอียด ที่ปรึกษาสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ด้านการศาสนา ประวัติศาสตร์ และโบราณคดี

                   นายสด  แดงเอียด ที่ปรึกษาสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ด้านการศาสนา ประวัติศาสตร์ และโบราณคดี ในฐานะประธานกรรมการจัดงาน “สามเณรธรรมาสน์ทอง” ปี ๒๕๕๙ กล่าวว่า “ได้มีมติเห็นชอบจากที่ประชุมมหาเถรสมาคม  เมื่อวันที่ ๒๙ กุมภาพันธ์  ๒๕๕๙ ให้ดำเนินการจัดโครงการสามเณรธรรมาสน์ทอง ปี ๒๕๕๙ เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงเจริญ  พระชนมพรรษา ๘๔ พรรษา  โดยโครงการดังกล่าวเน้นการอบรมเทศนาธรรม เพื่อส่งเสริมให้สามเณร  ซึ่งเป็นผู้สืบทอดศาสนทายาทแห่งพระพุทธศาสนา ได้มีโอกาสศึกษาเรียนรู้และสืบทอดวิถีแห่งการแสดงพระธรรมเทศนา ในการเผยแผ่หลักธรรมคำสอนได้อย่างถูกต้อง เพื่อความมั่นคงสถาพรของพระพุทธศาสนาสืบต่อไป

                   การดำเนินการของโครงการฯ นั้น คณะกรรมการจัดงานฯ ได้พิจารณาคัดเลือกสามเณร  จากทั้ง  ๔ หน (หนเหนือ หนตะวันออก หนกลาง หนใต้) จำนวน ๑๐๓ รูป เข้ารับการฝึกอบรม โดยมี   พระราชปฏิภาณมุนี เป็นประธานคณะทำงานฝึกภาคปฏิบัติ ซึ่งคณะทำงานชุดนี้เป็นผู้จัดทำหลักสูตร กำหนดแนวทางขอบเขตการอบรม  รวมถึงนิมนต์พระเถรานุเถระ  ผู้ซึ่งมีความรู้ความเชี่ยวชาญในการเทศนาธรรม มาเป็นพระวิทยากรในการให้ความรู้ในครั้งนี้  โดยการอบรมแบ่งออกเป็น


สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช

                   ระยะที่ ๑ : ณ อาคารเบญจมราชวรานุสรณ์  วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร ตั้งแต่วันที่ ๒๗ เม.ย. – ๑๐ พ.ค. ๒๕๕๙ และในระหว่างการฝึกอบรมนั้นจะได้นำสามเณรเดินทางไปศึกษาดูงานสถานที่สำคัญต่างๆ อาทิ  ๑) โครงการพระพุทธเมตตาประชาไทยไตรโลกนาถ  คันธารราฐอนุสรณ์ ในพระบรมราชินูปถัมภ์ ณ วัดทิพย์สุคนธาราม ต.ดอนแสลบ อ.ห้วยกระเจา  จ.กาญจนบุรี  ๒) วัดพระปฐมเจดีย์ จ.นครปฐม  ๓) พระราชวังสนามจันทร์  ๔) พระที่นั่งอนันตสมาคม  ๕) พระบรมมหาราชวัง  ๖) นิทรรศการ ณ อาคารนิทรรศน์รัตนโกสินทร์  เมื่อสิ้นสุดการฝึกอบรมระยะที่ ๑  จะได้คัดเลือกสามเณร จำนวน ๒๐ รูป เพื่อเข้าอบรมในระยะที่ ๒

                   ระยะที่ ๒ : ตั้งแต่วันที่ ๒๒ – ๒๔ มิ.ย. ๕๙ เป็นการเรียนรู้วิถีนักเทศน์จากพระเถระผู้ใหญ่และฝึกเทศนาธรรม โดยแสดงพระธรรมเทศนาเชิงประจักษ์ ณ สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์

                   ระยะที่ ๓ : ช่วงระหว่างเดือนตุลาคม – พฤศจิกายน จะได้นำสามเณร จำนวน ๒๐ รูป เดินทางไปปฏิบัติศาสนกิจ / ทัศนศึกษา ณ สังเวชนียสถานและพุทธสถานสำคัญในสาธารณรัฐอินเดียและสหพันธ์

                   สาธารณรัฐประชาธิปไตยเนปาล เป็นระยะเวลา ๗ วัน  และคัดเลือกสามเณรผู้มีความโดดเด่นเป็นพิเศษ ในด้านปฏิภาณการเทศนา จำนวน ๑ รูป ในด้านโวหารเทศนา จำนวน ๑ รูป และ  ด้านปฏิปทาการเทศนา จำนวน ๑ รูป รวมจำนวน ๓ รูป เพื่อเข้ารับโล่พระราชทานสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในเดือนธันวาคม ๒๕๕๙  ณ สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์

                   คณะกรรมการจัดงานโครงการฯ มีความมุ่งหวังเป็นอย่างยิ่งว่า โครงการส่งเสริมวิชาการ  เทศนาธรรม “สามเณรธรรมาสน์ทอง” จะเป็นอีกหนึ่งโครงการสำคัญในการสนองพระราชศรัทธาแห่งพระพุทธศาสนา ในสมเด็จพระนางเจ้าฯ  พระบรมราชินีนาถ ด้วยการให้สามเณรได้เรียนรู้และพัฒนาตนเอง  เพื่อให้พุทธศาสนิกชนได้ตระหนักและยอมรับถึงคุณค่าความสำคัญของสามเณร ในฐานะศาสนทายาท  ผู้มีบทบาทในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาให้คงอยู่สืบไป จึงเป็นโอกาสดีที่พุทธศาสนิกชนและประชาชน  ทุกท่าน จะได้ร่วมเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ  พระบรมราชินีนาถ ในวาระมหามงคล ทรงเจริญพระชนมพรรษา ๘๔ พรรษา ในปีนี้ร่วมกัน” นายสด แดงเอียด ที่ปรึกษาสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ด้านการศาสนา ประวัติศาสตร์ และโบราณคดี ในฐานะประธานกรรมการจัดงานโครงการสามเณรธรรมาสน์ทอง กล่าวทิ้งท้าย





















3

                   นาทีนี้คงปฏิเสธไม่ได้ถึงความน่ารัก สดใสของคู่ขวัญแม่ลูกแห่งปี “โบว์ - แวนดา  สหวงศ์” กับลูกสาว “น้องมะลิ - พาขวัญ  สหวงศ์”  ด้วยความสดใสน่ารักเป็นธรรมชาติ ของแม่ลูกทั้ง 2 ที่สร้างรอยยิ้ม จนตอนนี้สามารถเข้าไปอยู่ในใจประชาชนคนไทยทั้งประเทศที่เอ็นดูต่อครอบครัวนี้ ล่าสุด  บริษัท คอลเกต-ปาล์มโอลีฟ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำด้านผลิตภัณฑ์การดูแลสุขภาพช่องปาก ชักชวนไปร่วมงานแถลงข่าว กิจกรรม “คอลเกต ลุ้นทุนการศึกษาเพื่อการเรียนรู้เพิ่มเติม” มูลค่ากว่า 1,570,000บาท รางวัลรวม 240 รางวัล งานนี้ แม่โบว์และน้องมะลิ  จะมาร่วมพูดคุย ถึงความสำคัญของการศึกษา และการเรียนรู้เพิ่มเติมนอกห้องเรียน ว่าสำคัญต่ออนาคตของเยาวชนไทยอย่างไร พบกันใน วันจันทร์ที่ 16 พฤษภาคม 2559 ตั้งแต่เวลา 14.00 – 15.30 น. ณ Kidzania Bangkok  บริเวณชั้น 5 ของศูนย์การค้าสยามพารากอน มาเป็นกำลังใจให้สาวน้อย 3 จุกกันเยอะๆนะค่ะ!!!


                   บริษัท คอลเกต-ปาล์มโอลีฟ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำด้านผลิตภัณฑ์การดูแลสุขภาพช่องปาก โดย นางสาวจตุรพร  ธนาพรสังสุทธิ์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด กลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปาก ขอเชิญสื่อมวลชนร่วมงานแถลงข่าว กิจกรรม “คอลเกต ลุ้นทุนการศึกษาเพื่อการเรียนรู้เพิ่มเติม” มูลค่ากว่า 1,570,000บาท รางวัลรวม 240 รางวัล เพียงซื้อคอลเกตสูตรใดขนาดใดก็ได้ เขียนชื่อ-ที่อยู่ลงบนกล่องส่งมาร่วมลุ้นรางวัลทุนการศึกษาได้เลย  ภายในงานพบ คู่ขวัญแม่ลูกสุดฮอต “โบว์ - แวนดา  สหวงศ์”  กับลูกสาว “น้องมะลิ - พาขวัญ  สหวงศ์” จะมาร่วมพูดคุย ถึงความสำคัญของการศึกษา และการเรียนรู้เพิ่มเติมนอกห้องเรียน ว่าสำคัญต่ออนาคตของเยาวชนไทยอย่างไร งานจัดขึ้นใน วันจันทร์ที่ 16 พฤษภาคม 2559 ตั้งแต่เวลา 14.00 – 15.30 น.  ณ Kidzania Bangkok  บริเวณชั้น 5 ของศูนย์การค้าสยามพารากอน
4
เฟสป้า เอเชีย (FESPA ASIA) กลับมาจัดอีกครั้งอย่างยิ่งใหญ่ที่กรุงเทพฯ กุมภาพันธ์ ปี 2017 พร้อมโชว์นวัตกรรมการพิมพ์สุดเจ๋งรางวัลระดับโลก


เฟสป้า เตรียมจัดงาน เฟสป้า เอเชีย ระหว่างวันที่ 15-17 กุมภาพันธ์ 2560 ณ ไบเทค บางนา กรุงเทพฯ ประเทศไทย ถือได้ว่าเป็นการจัดงานแสดงสินค้าและนิทรรศการเชิงอุตสาหกรรมของเฟสป้าล่าสุด ครอบคลุมอุตสาหกรรมการพิมพ์สกรีน การพิมพ์ระบบดิจิทัล และการพิมพ์บนวัสดุสิ่งทอ ทั่วภูมิภาคอาเซียน

ผลการวิจัย พบว่า อุตสาหกรรมการพิมพ์ในภูมิภาคนี้ ส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มธุรกิจขนาดกลางและเล็ก ต่างกำลังมองหาเทคโนโลยีใหม่มาตอบสนองความต้องการตลาด และโอกาสในการพัฒนาความรู้การดำเนินงาน ด้วยประสบการณ์มากกว่า 10 ปี ในการจัดงานแสดงสินค้าและนิทรรศการระดับโลกในนามของสมาพันธ์ เฟสป้า เอเชีย 2017 ได้รับการสนับสนุนโดย บริษัท เอเชียน เอ็กซิบิทชั่น เซอร์วิสเซส จำกัด  (เออีเอส) และสมาคมชั้นนำด้านการพิมพ์ระดับประเทศ สมาคมการพิมพ์สกรีนไทย (สพสท) ซึ่งจะมาร่วมเปิดโอกาสสร้างการเติบโต สร้างเครือข่ายพันธมิตรการค้า และพัฒนาความรู้ในตลาดใหม่ที่กำลังเติบโตขึ้น


นางสาวรอซ แมคกินเนส ผู้อำนวยการ สมาพันธ์การพิมพ์สกรีนแห่งยุโรป หรือ เฟสป้า กล่าวว่า “หลังจากประสบความสำเร็จในการจัดงานประจำปี ของ เฟสป้า ณ สาธารณรัฐประชาชนจีน ถึงเวลาแล้วที่ เฟสป้า จะได้ขยายงานสู่ทั่วทั้งทวีปเอเชียด้วยการจัดงาน เฟสป้า เอเชีย และเลือกที่จะมาจัดงาน ณ ประเทศไทย เพื่อกระตุ้นความต้องการตลาดด้านการพิมพ์ ด้วยการลงทุนต่างๆ สอดคล้องกับสิ่งที่องค์กรสมาชิกในภูมิภาคให้ความสนใจ ทั้งในด้านการพัฒนาองค์ความรู้ด้านนวัตกรรมการพิมพ์ในระดับภูมิภาค และการจัดแสดงสินค้าระดับนานาชาติและภูมิภาคจากผู้ประกอบการชั้นนำด้านการพิมพ์สกรีน การพิมพ์ระบบดิจิทัล และป้าย ในประเทศไทย โดยมีเป้าหมายคือ การจัดงานอย่างต่อเนื่องผ่านการสร้างโอกาสใหม่ทางการค้าในปีที่จะถึงนี้”




นายเดวิด เอ๊ทคิ่น กรรมการผู้จัดการ เอเชีย เอ็กซิบิทชั่น เซอร์วิสเซส จำกัด พันธมิตรหลักของ เฟสป้า เอเชีย กล่าวเสริมว่า “เออีเอส มีความยินดีที่จะได้ร่วมงานกับ เฟสป้า และนำงานที่มีชื่อเสียงระดับโลกมาเปิดตลาดในกลุ่มอาเซียน ซึ่งกลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว จึงเป็นเวลาที่เหมาะสมสำหรับการจัดงาน เฟสป้า เอเชีย 2017 เป็นอย่างที่สุด ช่วยเปิดโอกาสตลาดการค้าเสรีให้เกิดขึ้นทั่วภูมิภาค สำหรับงาน เฟสป้า เอเชีย จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 15-17 กุมภาพันธ์ 2560 ณ ไบเทค บางนา กรุงเทพฯ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อผู้จัดงาน Worldwide โทรศัพท์ +44 1737 240788 อีเมล์ sales@fespa.com เอเชีย ติดต่อ โทรศัพท์ +66 (0) 207 2412 หรือ fespa@aesexhibitions.com

นายพงษ์เดช สัจจะรัตนะโชติ นายกสมาคมการพิมพ์สกรีนไทย กล่าวว่า “ปัจจุบัน ตลาดอุตสาหกรรมการพิมพ์ โดยเฉพาะการพิมพ์อุตสาหกรรมและระบบดิจิทัลของไทย เช่นการพิมพ์ผ้า เสื้อผ้า เซรามิกส์ อุปกรณ์ไฟฟ้าอิเลคโทรนิคส์ ชิ้นส่วนยานยนต์ เครื่องกีฬา เครื่องเขียน ของชำร่วย และอื่นๆ ที่ไม่รวมการพิมพ์กระดาษและบรรจุภัณฑ์ มีมูลค่าตลาดไทยเฉพาะอุตสาหกรรมหลักไม่น้อยกว่า 4.5 ล้านๆบาท ทางสมาคมฯประมาณมูลค่าแฝงของการพิมพ์อุตสาหกรรมที่ร้อยละ 2 หรือประมาณ 90,000 ล้านบาทและเติบโตอย่างต่อเนื่องตามอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง

การนำงาน FESPA ASIA กลับมาในครั้งนี้ เพื่อเสริมความเข้มแข็งให้อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ไทย การนำการออกแบบ สู่การผลิตด้วยเทคโนโลยี และเครื่องจักร ที่เป็นอนาคตของโลก เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข็งขันของประเทศ และ การเข้าสู่ตลาดโลกในฐานะหนึ่งในผู้นำด้านสินค้าสร้างสรรค์ในโลกตะวันออก

นอกจากนี้ ภายในงานจะมีการนำนวัตกรรมการพิมพ์ด้วยเทคนิคพิเศษต่างๆ มาจัดแสดง อาทิ การพิมพ์สกรีน การพิมพ์ลายลอยตัว การพิมพ์แบบลายปัก การพิมพ์เทคนิคผสมผสาน ตัวอย่างผลงานชนะเลิศด้านนวัตกรรมที่ได้รับรางวัลจาก ASGA Awards ซึ่งเป็นการรวบรวมผลงานด้านอุตสาหกรรมการพิมพ์จากทั่วโลก ได้แก่ ผลงาน "ทับทิมสยาม" การพิมพ์ด้วยเทคนิคสกรีนและลอยตัวแบบพิเศษเป็นเครื่องประดับ ผลงาน "ตาลปัตร" การพิมพ์ด้วยเทคนิคการปั้มและลายฉะลุพิเศษเป็นตาลปัตร ผลงาน "เสื้อลายลูกไม้ และลายไทย" การพิมพ์ด้วยเทคนิคสกรีนและปั้มลายบนแผ่นยางและผ้า โดยผลงานดังกล่าว ออกแบบและผลิตโดย บริษัท ซินเซียลี่สกรีน จำกัด ของคนไทย







###

เกี่ยวกับ เฟสป้า

ก่อตั้งขึ้นในปี 1962 เฟสป้า เป็นสมาพันธ์ระดับโลกที่มีสมาชิกระดับสมาคม 37 องค์กรในกลุ่มอุตสาหกรรมการพิมพ์สกรีน การพิมพ์ดิจิทัล และการพิมพ์บนวัสดุสิ่งทอ เฟสป้า มีเป้าหมายในการส่งเสริมอุตสาหกรรมการพิมพ์สกรีนและการพิมพ์ระบบดิจิทัล รวมทั้ง แบ่งปันความรู้ให้แก่สมาชิกทั่วโลกเกี่ยวกับการพิมพ์สกรีนและดิจิทัล เพื่อช่วยเหลือองค์กรสมาชิกให้สามารถสร้างธุรกิจจนเติบโต และเรียนรู้เกี่ยวกับการพัฒนาล่าสุดในอุตสาหกรรมที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว

เป้าหมายการดำเนินงานของ เฟสป้า

ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียของ เฟสป้า คือ อุตสาหกรรม เฟสป้า จึงได้ลงทุนกว่าล้านเหรียญยูโรในอุตสาหกรรมการพิมพ์โลกมานานกว่า 7 ปี เพื่อส่งเสริมการเติบโตของตลาด ข้อมูลเพิ่มเติมติดตามได้ที่ www.fespa.com

การวิจัยของ เฟสป้า

การวิจัยอุตสาหกรรมการพิมพ์ของ เฟสป้า เป็นโครงการวิจัยระดับโลกเพื่อสร้างความเข้าใจในอุตสาหกรรมการพิมพ์หน้ากว้าง การพิมพ์สกรีน และการพิมพ์ระบบดิจิทัล เป็นแหล่งรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับอุตสาหกรรมขนาดใหญ่และครบวงจรที่สุด การวิจัยดังกล่าวได้รับการตีพิมพ์เป็นหลายภาษาและสามารถติดตามรายละเอียดออนไลน์ได้ที่ www.fespa.com/census

เกี่ยวกับ สมาคมการพิมพ์สกรีนไทย

สมาคมการพิมพ์สกรีนไทย "THAI SCREEN PRINTING& GRAPHIC IMAGING ASSOCIATION" (TSGA) ก่อตั้งเมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2535 เพื่อส่งเสริมการใช้การพิมพ์สกรีน และดิจิตอล ซึ่งแตกต่างจากการพิมพ์กระดาษและบรรจุภัณฑ์โดยทั่วไป เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่อยู่ในชีวิตประจำวัน เกี่ยวข้องกับไม่น้อยกว่า 18 อุตสาหกรรม เช่นเสื้อผ้า เซรามิกส์ เครื่องใช้ไฟฟ้า ของชำร่วย สื่อโฆษณา และ อื่นๆ

จากการวางแผนการพัฒนาบันได 7 ขั้นของสมาคมฯ เพื่อนำพาประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการพิมพ์สกรีนและการพิมพ์ลักษณะพิเศษของภูมิภาค ทางสมาคมได้พัฒนาโครงการต่างๆเพื่อการการพัฒนาบุคคลากร การพัฒนากระบวนการผลิต รวมถึงการเชื่อมโยงกลุ่มเครือข่ายทั่วโลก โดยเฉพาะการเป็นหนึ่งสมาชิกของ FESPA และ ASGA เพื่อนำแนวโน้มการพัฒนาธุรกิจในอนาคตมาสู่ธุรกิจและสังคมไทย


เกี่ยวกับ เอเชีย เอ็กซิบิทชั่น เซอร์วิสเซส จำกัด (เออีเอส)

บริษัท เอเชียน เอ็กซิบิทชั่น เซอร์วิสเซส จำกัด เป็นองค์กรระดับนานาชาติที่ได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับการบริหารจัดงานแสดงสินค้าอุตสาหกรรมระดับภูมิภาค เออีเอส มีสำนักงานใหญ่ ณ กรุงเทพฯ และมีสำนักงานตัวแทนอยู่ทั่วทวีปเอเชีย พันธมิตรของ เออีเอส ประกอบด้วย เออีเอส ประเทศอังกฤษ บริษัท ปิโก จำกัด (มหาชน) และ เอ็มพี อินเตอร์เนชั่นแนล สิงคโปร์

งานแสดงสินค้าของ เฟสป้า ที่กำลังจะเกิดขึ้น ประกอบด้วย
FESPA Brasil 2016, 08-09 เมษายน 2016, เมืองเซา เปาโล ประเทศบราซิล
FESPA Mexico 2016, 18-20 สิงหาคม 2016, เมืองเม็กซิโก ประเทศเม็กซิโก
FESPA Africa 2016, 07-09 กันยายน 2016, เมืองโจฮันเนสเบิร์ก ประเทศแอฟริกาใต้
FESPA China 2016, 21-23 พฤศจิกายน 2016, เมืองกวางเจา สาธารณรัฐประชาชานจีน
FESPA Eurasia 2016, 08-11 ธันวาคม 2016, เมืองอีสตันบูล ประเทศตุรกี
FESPA Asia 2017, 15-17 กุมภาพันธ์ 2017, กรุงเทพฯ ประเทศไทย
FESPA Digital 2017, 08-12 พฤษภาคม 2017, เมืองฮัมบูร์ก ประเทศเยอรมนี
FESPA Textile 2017, 08-12 พฤษภาคม 2017, เมืองฮัมบูร์ก ประเทศเยอรมนี
European Sign Expo 2017, 08-12 พฤษภาคม 2017, เมืองฮัมบูร์ก ประเทศเยอรมนี
Printeriors 2017, 08-12 พฤษภาคม 2017, เมืองฮัมบูร์ก ประเทศเยอรมนี

ภาพวิดีโอเพิ่มเติมดาวน์โหลดได้ที่ https://www.dropbox.com/sh/djjyzee2hsmvn3n/AAAkLVCBqKa1Vb6LXDbx6HHda?dl=0

ภาพประกอบเพิ่มเติมดาวน์โหลดได้ที่ https://www.dropbox.com/sh/g14oo2j785x4r7k/AAByZLijwtNaovZ0h7wEvEiya?dl=0


5
กรมโรงงานฯ ทุ่ม 9 พันล้าน นำร่องพัฒนาระยอง สู่เมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ
ยกระดับเศรษฐกิจควบคู่คุณภาพชีวิตชุมชน

                  กรุงเทพฯ 5 พฤษภาคม 2559  –  กรมโรงงานอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม เร่งปั้นเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ (Eco Industrial Town) ตั้งเป้ายกระดับพื้นที่ 5 จังหวัดต้นแบบ ได้แก่ จ.ระยอง จ. สมุทรปราการ จ.สมุทรสาคร จ.ฉะเชิงเทรา และ จ.ปราจีนบุรี เพื่อยกระดับโครงสร้างเศรษฐกิจให้สมดุลกับสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยนำร่องจังหวัดระยองพัฒนาเป็นเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศเป็นแห่งแรก ผ่าน 109 โครงการ ด้วยงบประมาณ 9,455.66 ล้านบาท ระยะเวลาการดำเนินโครงการ 5 ปี และคาดว่าจะสามารถยกระดับทั้ง 5 จังหวัดเป็นพื้นที่ต้นแบบเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ ภายในปี 2563

                  สำหรับผู้ที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการ Eco Industrial Town ได้ที่สำนักส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน โทร. 02 202 4143 หรือสอบถามข้อมูลโครงการอื่น ๆ ของกรมโรงงานอุตสาหกรรม โทร.0 2202 4014 หรือเข้าไปที่ www.diw.go.th หรืออีเมล์ pr@diw.mail.go.th


ดร.อรรชกา สีบุญเรือง ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม

                  ดร.อรรชกา สีบุญเรือง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า เมื่อปี 2556 คณะรัฐมนตรีมีมติให้กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จัดตั้งคณะทำงาน ประกอบด้วย หน่วยงานราชการส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชนและชุมชน เพื่อศึกษารูปแบบการจัดทำเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ (Eco Industrial Town) ในพื้นที่อุตสาหกรรมเดิม 5 จังหวัด ได้แก่ จ. สมุทรปราการ จ.สมุทรสาคร จ.ระยอง จ.ฉะเชิงเทรา และ จ.ปราจีนบุรี ซึ่งเป็นไปตามนโยบายขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การเติบโตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมของประเทศ ในการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจภาคอุตสาหกรรมให้มีความสมดุลกับการพัฒนาทางสังคมและสิ่งแวดล้อม เพื่อนำไปสู่ความอยู่ดีมีสุขทางสิ่งแวดล้อม (Environmental Well-being) ให้ทัดเทียมกับประเทศอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่เป็นต้นแบบเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ อาทิ สหรัฐอเมริกา สวีเดน เดนมาร์ค อังกฤษ และญี่ปุ่น

                  ดร.อรรชกา กล่าวต่อว่า การพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศดังกล่าว จะเป็นการบูรณาการการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน โดยให้มีความเชื่อมโยงระหว่างหน่วยงานภาครัฐ 3 กระทรวง ได้แก่ กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ภาคเอกชน ได้แก่ นิคมอุตสาหกรรม สวนอุตสาหกรรม เขตประกอบการอุตสาหกรรม กลุ่มโรงงาน และชุมชนโดยรอบ และสร้างความร่วมมือกันในการขับเคลื่อนเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศอย่างจริงจัง เพื่อให้อุตสาหกรรมเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนและอยู่ร่วมกับชุมชนอย่างเป็นสุขและยั่งยืน และคาดว่าจะสามารถยกระดับทั้ง 5 จังหวัดเป็นพื้นที่ต้นแบบเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ ภายในปี 2563 โดยในอนาคตมีการเตรียมขับเคลื่อนตามแผนแม่บทพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศในพื้นที่อุตสาหกรรมเพิ่มเติมอีก 10 จังหวัด ได้แก่ จ.ปทุมธานี จ.สระบุรี จ.ชลบุรี จ.พระนครศรีอยุธยา จ.ราชบุรี จ.นครปฐม จ.ขอนแก่น จ.นครราชสีมา จ.สงขลา และ จ.สุราษฎร์ธานี

                  อย่างไรก็ตาม การจะยกระดับสู่เมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศได้นั้น ตัวชี้วัดที่ใช้เป็นเกณฑ์ประเมินในการยกระดับพื้นที่อุตสาหกรรมเป็นเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศเป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งได้ถูกกำหนดในประเด็นต่าง ๆ อาทิ โรงงานจะต้องรายงานการประกอบการอย่างเปิดเผยให้ประชาชนผู้มีส่วนได้เสียได้รับทราบ และจะต้องรักษาระดับมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยในการประกอบการอุตสาหกรรมให้ได้มาตรฐานสากล อาทิ ISO 9001 ISO 14001 มอก. 18001 ISO 26000 ตลอดจนต้องมีการใช้ทรัพยากรและพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ หากโครงการเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศประสบความสำเร็จ จะเกิดการเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจอุตสาหกรรม การพึ่งพาอาศัยและความร่วมมือร่วมใจกันระหว่างภาคอุตสาหกรรม ภาคเอกชน หน่วยงานท้องถิ่นและชุมชน ตลอดจนส่งเสริมให้เกิดการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ก่อให้เกิดสภาพแวดล้อมที่ดีอย่างสมดุล ซึ่งเป็นยกระดับเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนอย่างยั่งยืนแท้จริง ดร.อรรชกา กล่าวทิ้งท้าย


ดร.พสุ โลหารชุน อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม และรองโฆษกกระทรวงอุตสาหกรรม

                  ด้าน ดร.พสุ โลหารชุน อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม และรองโฆษกกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า กรมโรงงานอุตสาหกรรมจะเริ่มนำร่องพัฒนาจังหวัดระยองเป็นแห่งแรก และสามารถเริ่มดำเนินการได้ภายในต้นปี 2560 ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการประสานงานกับหน่วยงานท้องถิ่น โรงงาน และประชาชนในพื้นที่ โดยมีการบูรณาการโครงการพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ ทั้งหมด 109 โครงการ ด้วยงบประมาณ 9,455.66 พันล้านบาท ระยะเวลาการดำเนินโครงการ 5 ปี ประกอบด้วย โครงการตามแผนพัฒนาจังหวัด แผนท้องถิ่น จำนวน 49 โครงการ โครงการบูรณาการกลาง จำนวน 6 โครงการ และโครงการภายใต้แผนแม่บทฯ เพื่อเติมเต็มความเป็นเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ จำนวน 54 โครงการ ซึ่งจะเริ่มต้นพัฒนานิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดเป็นเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศแห่งแรกของประเทศไทย  และค่อย ๆ พัฒนาให้ครอบคลุมทั้งจังหวัดระยอง เนื่องจากเป็นพื้นที่อุตสาหกรรมขนาดใหญ่ เป็นเขตอุตสาหกรรมหนัก และเป็นเขตพื้นที่ที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมและชุมชนมาอย่างต่อเนื่อง อาทิ มีการออกกฎระเบียบเกี่ยวกับการควบคุมมลพิษ แผนปฏิบัติการลดและขจัดมลพิษในพื้นที่จังหวัดระยอง

                  สำหรับผู้ที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการ Eco Industrial Town ได้ที่สำนักส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน โทร. 02 202 4143 หรือสอบถามข้อมูลโครงการอื่นๆของกรมโรงงานอุตสาหกรรม โทร.0 2202 4014 หรือเข้าไปที่ www.diw.go.th หรืออีเมล์ pr@diw.mail.go.th
6
มหาวิทยาลัยมหิดล จับมือมูลนิธิมั่นพัฒนา
เตรียมจัดตั้ง "ศูนย์วิจัยศาสตร์พระราชา"


                   กรุงเทพฯ 4 พฤษภาคม 2558 – ศาสตราจารย์คลินิก นายแพทย์ อุดม คชินทร อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล (ที่ 5 จากซ้าย) และ รศ.ดร.จิรายุ อิศรางกูร ณ อยุธยา ประธานกรรมการมูลนิธิมั่นพัฒนา (ที่ 4 จากซ้าย) ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในการการจัดตั้ง “ศูนย์วิจัยศาสตร์พระราชาด้านการพัฒนาเพื่อความยั่งยืน” เพื่อเป็นศูนย์กลางในการผลิตบุคลากรผู้เชี่ยวชาญ นักวิชาการ และนักวิจัยด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยงานดังกล่าวจัดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ ณ อาคารมิว วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล ถนนวิภาวดีรังสิต กรุงเทพฯ

###

คำอธิบายภาพจากซ้าย
(1) ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล กรรมการมูลนิธิมั่นพัฒนา, (2) นางจีราวรรณ บุญเพิ่ม กรรมการมูลนิธิมั่นพัฒนา (3) ศ.ดร.ยงยุทธ ยุทธวงศ์ กรรมการมูลนิธิมั่นพัฒนา, (4) รศ.ดร.จิรายุ อิศรางกูร ณ อยุธยา ประธานกรรมการมูลนิธิมั่นพัฒนา, (5) ศาสตร์จารย์คลินิก นายแพทย์ อุดม คชินทร อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล, (6) ศาสตราจารย์ ดร.ศันสนีย์ ไชยโรจน์ รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและวิเทศสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยมหิดล, (7) รองศาสตราจารย์ ดร.อรรณพ ตันละมัย คณบดีวิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล, (8) รองศาสตราจารย์ ดร.สุขสรรค์ กันตะบุตร รองคณบดีงานวิจัย วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล
7
ต่อยอดกระแสเพลงแรง
อิ้งค์เตรียมลุยซิงเกิ้ลใหม่


                 กระจายความเหงา จนขึ้นชาร์ทอันดับหนึ่งของคลื่นวิทยุยอดนิยมมาครองได้สำเร็จแล้ว สาว "อิ้งค์–วรันธร เปานิล" เจ้าของเพลงฮิต "เหงา เหงา (INSOMNIA) "เลยเตรียมต่อยอดกระแส ซุ่มทำการบ้านอย่างหนักเพื่อลุยซิงเกิ้ลใหม่ อ่ะๆ...สาวกสาวขี้เหงาร้องเพลงรอได้เลยจ้ะ

                 สามารถดาวน์โหลดเพลง "เหงา เหงา (INSOMNIA)" ของ "อิ้งค์–วรันธร เปานิล" ได้แล้ววันนี้ที่ *492 222 กด366 หรือที่ iTunes,Deezer, KKbox, Line Music และติดตามอัพเดทผลงานข่าวสารของศิลปิน ในสังกัด Boxx Mosic ได้ที่ IG:boxxmusicteam / Facebook : BOXX MUSIC / Youtube : BOXX MUSIC Twitter : boxxmusicteam
8
ยิปรอค แต่งตั้ง สหัทยา ทองปรีชา
ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด


บริษัท ไทยผลิตภัณฑ์ยิบซั่ม จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตนวัตกรรมยิปซัมคุณภาพสูงภายใต้แบรนด์  "ยิปรอค" และผู้ให้บริการโซลูชั่นส์ระบบผนังและฝ้าครบวงจรมากว่า 45 ปี ประกาศแต่งตั้ง คุณสหัทยา ทองปรีชา ขึ้นดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด โดยคุณสหัทยามีประสบการณ์มากกว่า 20 ปีในการบริหารงานฝ่ายขายและการตลาดของบริษัทระดับสากล ซึ่งรวมถึงบริษัทในธุรกิจด้านการศึกษา ไปจนถึงผลิตภัณฑ์ไลฟ์สไตล์และวัสดุก่อสร้างชั้นนำหลายแห่ง ทำให้คุณสหัทยามีความรู้ความเชี่ยวชาญในงานของฝ่ายการตลาดเป็นอย่างดี โดยเฉพาะด้านการวิเคราะห์ธุรกิจ การวางแผนเชิงกลยุทธ์ กลยุทธ์และแผนงานการตลาด ตลอดจนการจัดการการตลาดระหว่างประเทศ
 
มร.ริชาร์ด จูเชรี กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยผลิตภัณฑ์ยิบซั่ม จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า "เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ต้อนรับคุณสหัทยาเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในทีมผู้บริหารของครอบครัวยิปรอค ด้วยประสบการณ์การทำงานอันยาวนานในฝ่ายขายและการตลาด ทำให้เราเชื่อมั่นว่าคุณสหัทยาจะเป็นอีกหนึ่งกำลังสำคัญในการพัฒนาธุรกิจและเสริมสร้างความเติบโตให้แก่บริษัทของเราต่อไป ซึ่งในการสรรหาบุคลากรระดับคุณภาพเช่นนี้ เราต้องขอแสดงความชื่นชมต่อฝ่ายสรรหาบุคลากรและฝ่ายทรัพยากรบุคคลของเรา ซึ่งปฏิบัติงานได้อย่างยอดเยี่ยมจนได้รับรางวัล Top Employer Asia-Pacific 2016 (บริษัทผู้ว่าจ้างยอดเยี่ยมแห่งเอเชียแปซิฟิกประจำปี 2016) ไปเมื่อเร็วๆ นี้"
 
สำหรับประสบการณ์การทำงานในอดีต คุณสหัทยาเคยดำรงตำแหน่งผู้จัดการแผนกการพัฒนากลยุทธ์ธุรกิจ บริษัท คอนวูด จำกัด (หนึ่งในกลุ่มบริษัทปูนซีเมนต์ นครหลวง จำกัด (มหาชน) มีผลงานที่โดดเด่นคือการพัฒนาและปฏิบัติงานตามแผนธุรกิจและกลยุทธ์การตลาดจนประสบผลสำเร็จ รวมถึงบริหารการสื่อสารการตลาดอย่างมีประสิทธิภาพ และการนำเสนอสินค้าสู่ตลาดใหม่ทั้งภายในและต่างประเทศ

ในฐานะผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดของยิปรอค คุณสหัทยามีหน้าที่กำหนดทิศทางการตลาดเชิงกลยุทธ์โดยรวมของแบรนด์เพื่อการสร้างผลกำไรและการเติบโตของแบรนด์ รวมถึงการนำทีมงานฝ่ายการตลาดในการปฏิบัติงานให้บรรลุตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ และการพัฒนาผลิตภัณฑ์และโซลูชั่นส์ให้เหมาะสมกับตลาดที่กำหนด เพื่อยกระดับให้บริษัทก้าวขึ้นสู่สถานะผู้นำในธุรกิจก่อสร้างทั้งในประเทศไทยและในตลาดสากล


###

เกี่ยวกับ บริษัท ไทยผลิตภัณฑ์ยิบซั่ม จำกัด (มหาชน)

บริษัท ไทยผลิตภัณฑ์ยิบซั่ม จำกัด (มหาชน) ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2511 โดยเป็นบริษัทแรกที่ดำเนินการผลิตแผ่นยิปซัมและปูนปลาสเตอร์ในประเทศไทย ผลิตภัณฑ์ของไทยผลิตภัณฑ์ยิบซั่มได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในวงการอุตสาหกรรมก่อสร้างทั่วเมืองไทยและภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค ปัจจุบันมีโรงงานรองรับการผลิต 2 แห่ง ซึ่งตั้งอยู่ที่นิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี และ อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ไทยผลิตภัณฑ์ยิบซั่ม นำเสนอสินค้าและการบริการครบวงจร ครอบคลุมทั้งแผ่นยิปซัม ฝ้าเพดาน ระบบโครงสร้าง และปูนปลาสเตอร์ พร้อมโซลูชั่นในการตกแต่งอาคารสำหรับผู้ใช้
 
ด้วยการตระหนักถึงความสำคัญในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม บริษัทจึงยึดมั่นการดำเนินงานภายใต้แนวคิดยิปรอค 3G  ได้แก่ Green Products ด้วยมาตรฐาน ASTM D5116-90 จึงรับประกันว่าผลิตภัณฑ์มีการแพร่กระจายของสารเคมีในระดับต่ำ ผลิตจากวัสดุรีไซเคิลและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมไม่น้อยกว่า 30% และปราศจากสารกัมมันตรังสีหรือสารที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ Green Solutions  นำเสนอระบบผนังและฝ้าเพดานแบบประหยัดพลังงาน อาทิ โซลูชั่นเทอร์มัล ที่สามารถป้องกันความร้อนจากภายนอกแพร่เข้าสู่ภายในอาคาร จึงช่วยลดภาระของเครื่องปรับอากาศและลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์สู่ชั้นบรรยากาศ และ Green Manufacturing เน้นกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมทุกขั้นตอน พร้อมติดตั้งระบบบำบัดน้ำเสียที่ทันสมัยและระบบประหยัดพลังงานประสิทธิภาพสูง รับรองด้วยมาตรฐาน ISO 14001 และ ผลิตภัณฑ์ฉลากสีเขียว (Green Label)


เกี่ยวกับ แซง-โกแบ็ง ( Saint-Gobain )

บริษัท ไทยผลิตภัณฑ์ยิบซั่ม จำกัด (มหาชน) เป็นส่วนหนึ่งของบริษัทแซง-โกแบ็ง เครือบริษัทการผลิตโครงสร้างอาคารรายใหญ่ของโลก ซึ่งมีความเชี่ยวชาญระดับสูงในการออกแบบ การผลิต และการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ให้ตรงกลุ่มผู้บริโภคทั้งในวงการอุตสาหกรรม และกลุ่มผู้ใช้ทั่วไป โดยบริษัทได้ลงทุนเพื่อการวิจัยและพัฒนากระบวนการผลิตอย่างต่อเนื่อง เพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงในราคาที่คุ้มค่า ซึ่งผู้บริโภคจะได้รับประโยชน์จากผลิตภัณฑ์ที่มีประสิทธิภาพสูง ไม่ก่อให้เกิดอาการภูมิแพ้ ต่อต้านแบคทีเรีย มีความสวยงามและอายุการใช้งานที่ยาวนาน ในขณะที่ผู้ใช้สามารถติดตั้งผลิตภัณฑ์ได้อย่างง่ายดาย ช่วยประหยัดเวลาและเพิ่มสวัสดิภาพในการปฏิบัติงาน
 
แซง-โกแบ็ง ดำเนินงาน 4 กลุ่มธุรกิจ ได้แก่ กลุ่มนวัตกรรมกระจกแผ่นเรียบ กลุ่มธุรกิจบรรจุภัณฑ์ กลุ่มผลิตภัณฑ์วัสดุก่อสร้าง และกลุ่มการจัดจำหน่ายวัสดุก่อสร้าง ปัจจุบัน แซง-โกแบ็ง ดำเนินธุรกิจมาแล้วกว่า 350 ปี และมีพนักงานผู้เชี่ยวชาญกว่า 180,000 คนทั่วโลก ซึ่งสามารถยืนยันถึงความชำนาญการ และการนำเสนอโซลูชั่น ที่สอดคล้องกับความต้องการที่แตกต่างในแต่ละพื้นที่ได้อย่างลงตัว แซง-โกแบ็ง ยังได้รับการรับรองให้เป็น 1 ใน 10  บริษัทผู้ว่าจ้างยอดเยี่ยมแห่งเอเชียแปซิฟิกประจำปี 2016
 
หากต้องการรายละเอียดเกี่ยวกับยิปรอคและแซง-โกแบ็ง กรุณาเยี่ยมชมเว็บไซต์ http://www.gyproc.co.th/ หรือ https://www.facebook.com/GyprocClub
9
ดีแทคจัดประชุมผู้ร่วมธุรกิจคู่ค้าทั่วประเทศ ปี 2559  "Believe in digital dtac"


4 พฤษภาคม 2559 - นายลาร์ส นอร์ลิ่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร พร้อมด้วย นายอลัน บองเก้ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มการขาย บริษัทโทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด  (มหาชน) หรือดีแทค และคณะผู้บริหารจัดงาน "Distributor Conference 2559" สำหรับคู่ค้า ผู้จัดจำหน่ายทั่วประเทศ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นทางด้านโครงสร้างการจัดจำหน่ายรูปแบบใหม่ที่พัฒนาเรื่องความแข็งแกร่งและการเติบโตแบบยั่งยืนในพื้นที่ให้แก่คู่ค้า ซึ่งจะเน้นย้ำเรื่องการส่งเสริมศักยภาพของพนักงานขาย การปรับรูปแบบโครงสร้างการจัดจำหน่ายให้คู่ค้าของดีแทคมีสิทธิ์ในการบริหารคนและพื้นที่ รวมถึงการใช้เครื่องมือการจัดจำหน่าย ที่จะเพิ่มข้อมูลเชิงลึกของแต่ละพื้นที่ในการวิเคราะห์ และสร้างรายได้ การจัดจำหน่ายให้มากขึ้นเพื่อเสริมสร้างศักยภาพและประสิทธิภาพของผู้ร่วมธุรกิจ คู่ค้า
 
พร้อมตอกย้ำความเชื่อมั่นสู่เป้าหมายในการเป็นแบรนด์ผู้นำด้านดิจิทัล ของดีแทค ด้วยกลยุทธ์ Loved by Customer  และ Engaging Digital Products สร้างสรรค์สินค้าและบริการที่เกี่ยวกับดิจิทัล โอกาสทางการตลาด รวมทั้งแจ้งความคืบหน้าในการขยายโครงข่ายดีแทค กับความพร้อมที่จะให้บริการครอบคลุม 77 จังหวัด ด้วย 4G 1800 MHZ และครอบคลุมพื้นที่ให้บริการในทุกอำเภอภายในปี 2559 และแผนการดำเนินงานในอนาคต

ในส่วนของแผนการตลาด ดีแทคได้มีการจัดรายการส่งเสริมทางการตลาดอย่างต่อเนื่องเพื่อให้คุ้มค่ากับการให้บริการ Digital Service รูปแบบใหม่ พร้อมทั้งยังมีการเปิดตัวของดีแทคโฟนรุ่นใหม่ที่โดนใจผู้บริโภคในยุคปัจจุบัน
 
ภายในงานยังได้ประกาศผลรางวัล DISTRIBUTOR CAMPAIGN ประจำปี 2558 ให้แก่ คู่ค้า ที่มียอดการเติบโตทางรายได้สูงสุด ( PREPAID REVENUE ) ในแต่ละภูมิภาค พร้อมทั้งคู่ค้า ที่ได้รับสิทธิในการจับฉลาก รถ BMW 320I LUXURY  จากรายการแข่งขันการเติบโตในรายได้คู่ค้า ที่มีผลงานยอดขายเติบโตสูงสุด  ประจำปี 2558 ได้แก่

1.  บริษัท เอ็นเอ็น เทเลคอม จำกัด ดูแลพื้นที่ จังหวัดพิษณุโลก ในเขตภาคเหนือ
2.  บริษัท อุบลเมืองทองเทเลคอม จำกัด ดูแลพื้นที่ จังหวัดอุบลราชธานี ในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
3.  ห้างหุ้นส่วนจำกัด โชคธันยดา ดูแลพื้นที่ จังหวัดเพชรบุรี ในเขตภาคใต้และตะวันตก
และผู้โชคดีที่ได้รับรางวัล BMW 320I LUXURY ได้แก่ ห้างหุ้นส่วนจำกัด โชคธันยดา ดูแลพื้นที่ จังหวัดเพชรบุรี ในเขตภาคใต้และตะวันตก







dtac hosts "Believe in digital dtac" distributor conference 2016

May 4, 2016 – Mr. Lars Norling, Chief Executive Officer, Mr. Allan Bonke, Chief Sales Officer, and the management team of Total Access Communication PLC or dtac hosts "Distributor Conference 2016" for distributors from all over Thailand to boost their confidence in the new distribution model developed to increase the strength and sustainable growth of distributors in each region. The distribution remodeling focuses on enhancing the capabilities of sales teams, empowers the distributors to manage resources and territories, and allows them to use sales tools for in-depth analysis to increase revenue and distribution channels for maximum efficiency and effectiveness.
 
dtac reinforces its goal to become a leading digital brand via Loved by Customer and Engaging Digital Products strategies, which aim to create digital products and services and marketing opportunities. dtac also confirms its readiness to provide 4G 1800 MHz service in all 77 provinces of Thailand within 2016 and shares its plan for future business.
 
In addition, dtac has continuously launched marketing campaigns for new digital services and introduced new dtac smartphones for today's customers.
 
The event includes the announcement of Distributor Campaign 2015 awards given to distributors who have achieved the highest prepaid revenue growth in each region and the lucky winner of a BMW 320i Luxury from the eligible distributors.
 
Distributors with the highest prepaid revenue growth in 2015 include:
 
1. NN Telecom Co., Ltd from Phitsanulok, North region
2. Ubon Muang Thong Co., Ltd. from Ubon Ratchathani, Northeast region
3. Choktanyada Limited Partnership from Petchaburi, South & West region
 
The winner of BMW 320i Luxury is Choktanyada Limited Partnership from Petchaburi, South & West region.
10
ร้านวิลล่า เดอแบร์ ชวนชมฟรีคอนเสิร์ตจากศิลปินวง ลิปตา


                 วิลล่า เดอแบร์ (Villa De Bear) ร้านอาหารสุดคูลสไตล์ยุโรปแฟคตอรี่ แห่งแรกและแห่งเดียวบนถนนราชพฤกษ์  จัดกิจกรรมดีๆให้ได้ฟินอย่างต่อเนื่องในวันหยุดยาวของเดือนพฤษภาคมนี้ กับฟรีคอนเสิร์ตจากศิลปินวง“ลิปตา”โดยหนุ่มแทนและคัตโตะ ที่จะมาโชว์เพลงสุดฮิตทั้งหวานมัน ครบรส  ในวันพฤหัสบดี ที่ 12 พฤษภาคม 2559 ตั้งแต่เวลา  22.00 น เป็นต้นไป สนใจกิจกรรมสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือสำรองที่นั่งได้ที่  081-926-4542 และคลิ๊กอัพเดทกิจกรรมสุดคูลได้ใน www.facebook.com/villadebear
Pages: [1] 2 3 ... 10