Recent Posts

Pages: [1] 2 3 ... 10
1
“ดัชมิลล์” แนะนำวารสาร “Health & Nutrition Focus” ชวนคนไทยใส่ใจสุขภาพ



“กลุ่มบริษัทดัชมิลล์” เล็งเห็นความสำคัญในการพัฒนา ส่งเสริมให้ความรู้ ความเข้าใจด้านอาหาร สุขภาพ และโภชนาการที่ถูกต้องแก่ผู้บริโภค เพื่อคนไทยมีสุขภาพที่ดีขึ้น “ดัชมิลล์” จึงได้จัดทำวารสาร “เฮลท์ แอนด์ นิวทริชัน โฟกัส (Health & Nutrition Focus)” ซึ่งจัดทำขึ้นต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี เพื่อเผยแพร่ข้อมูล ความรู้ เกี่ยวกับอาหาร โภชนาการ และสุขภาพ ในด้านต่างๆ ที่น่าสนใจและกำลังอยู่ในกระแสตื่นตัวของสังคมให้แก่ผู้บริโภค สำหรับวารสารเล่มล่าสุดนี้ นำเสนอเนื้อหา เกี่ยวกับอาหาร โภชนาการ และสุขภาพ ในด้านต่างๆ ที่น่าสนใจและกำลังอยู่ในกระแสตื่นตัวของสังคม อาทิ เรื่องแนวโน้มความสนใจด้านอาหาร สารอาหารและสุขภาพ ปี พ.ศ.2557 ซึ่งสำรวจพบว่า ผู้บริโภคให้ความสนใจในอาหารที่เน้นความเป็นธรรมชาติเป็นหลัก และส่วนใหญ่เป็นผลมาจากการมุ่งเน้นส่งเสริมสุขภาพ เนื่องจากปัญหาการเกิดโรคทางสุขภาพต่างๆ ที่เพิ่มมากขึ้น ตลอดจนบทความเกี่ยวกับโภชนาการ การดูแลสุขภาพ เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงจากกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือ NCDs (Non Communicable Diseases) ที่มนุษย์เราสร้างเองจากการใช้ชีวิตอย่างไม่เหมาะสม เช่น เนื้อหาเกี่ยวกับโภชนบำบัดกับโรคเบาหวาน และ “สตีเวีย หรือ หญ้าหวาน” ซึ่งเป็นพืชที่มีสารให้ความหวานตามธรรมชาติที่ปลอดภัยต่อสุขภาพ ที่เป็นทางเลือกใหม่ของผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำตาล โดยเฉพาะผู้ป่วย โรคเบาหวาน เป็นต้น

ทั้งนี้ เนื้อหาต่างๆ ที่นำเสนอในวารสาร Health & Nutrition Focus ได้รับเกียรติจากทีมแพทย์ นักโภชนาการ นักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญจากสถาบันการศึกษาและโรงพยาบาลชั้นนำของเมืองไทย ร่วมจัดทำเนื้อหาทางวิชาการ บทความสาระประโยชน์ ตลอดจนคำแนะนำต่างๆ ที่ผู้อ่านสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้จริง ทั้งยังช่วยส่งเสริมให้เกิดสุขภาพที่ดีและแข็งแรงในระยะยาวอีกด้วย สำหรับผู้ที่สนใจสามารถดาวน์โหลดวารสารในรูปแบบ e-Magazine ฟรี ได้ที่ www.dutchmill.co.th ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร.02-881-2222
2
แสนสิริเดินหน้าตรวจคุณภาพงานก่อสร้างคอนโดมิเนียม 5 โครงการรวด กรุงเทพฯ- สุราษฎร์ – ภูเก็ต เตรียมส่งมอบให้ลูกค้าในปี 2558



          แสนสิริลุยงานตรวจความคืบหน้าการก่อสร้างคอนโดมิเนียม 4 โครงการรวด ทั้งกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด เกือบทั้งสิ้น 2,000 ยูนิต มูลค่าโครงการรวม 8,300 ล้านบาท ได้แก่ “นายน์ บาย แสนสิริ (NYE by Sansiri)” ใกล้ BTS วงเวียนใหญ่ มูลค่า 2,600 ล้านบาท จำนวน 636 ยูนิต, “ดีคอนโด โคโค่ (dcondo coco)” จ.สุราษฎร์ธานี ตรงข้ามเซ็นทรัล สุราษฎร์ธานีมูลค่า 700 ล้านบาท จำนวน 349 ยูนิต, “เดอะ เบส ไฮท์-ภูเก็ต (THE BASE Height-Phuket)” ทำเลใจกลางสามกอง มูลค่า 900 ล้านบาท จำนวน 358 ยูนิต, “เดอะ เดค (THE DECK)” ภูเก็ต ใกล้ชายหาดป่าตอง มูลค่า 1,300 ล้านบาท จำนวน 270 ยูนิต และล่า “บ้านไม้ขาว (Bann Mai Khao)” คอนโดฯ ตากอากาศติดชายหาดไม้ขาว มูลค่า 2,800 ล้านบาท จำนวน 206 ยูนิต เตรียมพร้อมส่งมอบห้องพักให้ลูกค้าเข้าอยู่อาศัยในปี 2558

          นายอุทัย อุทัยแสงสุข รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส สายงานพัฒนาธุรกิจ และพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียม บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า แสนสิริได้ร่วมกับบริษัทรับเหมาพัฒนาโครงการ และที่ปรึกษาโครงการ ร่วมกันตรวจสอบความเรียบร้อยของการก่อสร้างโครงการคอนโดมิเนียม 5 โครงการของแสนสิริทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด รวมประมาณ 2,000 ยูนิต มูลค่าโครงการรวม 8,300 ล้านบาท ได้แก่ “นายน์ บาย แสนสิริ (NYE by Sansiri)” คอนโดมิเนียมริมแม่น้ำเจ้าพระยา ใกล้รถไฟฟ้าสถานีวงเวียนใหญ่ “ดีคอนโด โคโค่ (dcondo coco)” จังหวัดสุราษฎร์ธานี ตรงข้ามเซ็นทรัล สุราษฎร์ธานี รวมถึงที่จังหวัดภูเก็ตอีก 3 โครงการ ได้แก่ “เดอะ เบส ไฮท์-ภูเก็ต (THE BASE Height-Phuket)” ทำเลใจกลางสามกอง, “เดอะ เดค (THE DECK)” ใกล้ชายหาดป่าตอง และ “บ้านไม้ขาว (Bann Mai Khao)” คอนโดมิเนียมตากอากาศติดชายหาดไม้ขาว โดยโครงการทั้งหมดนี้เตรียมพร้อมส่งมอบห้องพักให้ลูกค้าเข้าอยู่อาศัยในปี 2558

          “สำหรับความคืบหน้าการก่อสร้างคอนโดมิเนียมทั้ง 5 โครงการ ใกล้จะเสร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดย นายน์ บาย แสนสิริ ภาพรวมก่อสร้างเสร็จไปแล้วกว่า 75% และมียอดขายไปแล้ว 90%, ดีคอนโด โคโค่ เสร็จไปแล้วกว่า 60% และมียอดขาย 60% เดอะ เบส ไฮท์-ภูเก็ต ก่อสร้างเสร็จแล้วกว่า 80% และมียอดขายไปแล้ว 60%, เดอะ เดค ภาพรวมก่อสร้างเสร็จไปแล้วกว่า 60% และมียอดขายไปแล้ว 60% และ บ้านไม้ขาว ก่อสร้างเสร็จไปแล้วกว่า 75% และมียอดขายไปแล้ว 55% ทั้งนี้การตรวจสอบความเรียบร้อยของโครงการ นับเป็นอีกหนึ่งของการใส่ใจในทุกรายละเอียดของการออกแบบ การก่อสร้าง และการส่งมอบโครงการคุณภาพของแสนสิริ ที่เรายึดมั่นมาโดยตลอด เพื่อส่งมอบโครงการคุณภาพและไลฟ์สไตล์ชีวิตที่ดีให้แก่ลูกค้า นำมาซึ่งการตอกย้ำความเชื่อมั่นและสร้างความไว้วางใจให้ลูกค้ามีต่อแบรนด์ของแสนสิริอย่างยั่งยืนและตลอดไป” นายอุทัย กล่าว

รายละเอียด 5 โครงการ
          “นายน์ บาย แสนสิริ (NYE by Sansiri)” มูลค่าโครงการ 2,600 ล้านบาท ตั้งอยู่ ใกล้รถไฟฟ้าวงเวียนใหญ่เพียง 150 เมตร ออกแบบภายใต้แนวคิด “The high rise of gold” กับไลฟ์สไตล์ที่สะท้อนถึงผลสำเร็จในชีวิตที่ส่งผ่านทุกองค์ประกอบของสถาปัตยกรรมได้อย่างสอดคล้องและกลมกลืนกับสายน้ำแห่งเจ้าพระยา เป็นอาคารพักอาศัยและจอดรถ จำนวน 2 อาคาร ที่มีห้องพักอาศัยทั้งสิ้น 636 ยูนิต ขนาดพื้นที่ใช้สอยเริ่มตั้งแต่ 30 - 64 ตารางเมตร เสนอขายราคาเริ่มต้นที่ 3.7 ล้านบาท พิเศษจัดโปรโมชั่นแจก iPhone 6
          “ดีคอนโด โคโค่ (dcondo coco)” มูลค่าโครงการ 700 ล้านบาท ตั้งอยู่แยกท่ากูบ อำเภอเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี ตรงข้ามเซ็นทรัล สุราษฎร์ธานี และห่างจากสนามบินสุราษฎร์ธานีเพียง 20 นาที ออกแบบภายใต้คอนเซ็ปต์ “เบิกรับความสุขใหม่ๆ...ในเมือง” พร้อมสำหรับการเปิดรับเรื่องดีๆ ในทุกๆ วัน เป็นคอนโดมิเนียมประเภท Low-rise มีความสูง 8 ชั้น จำนวน 2 อาคาร จำนวนห้องพักอาศัยทั้งสิ้น 349 ยูนิต ประกอบด้วยห้องชุดพักอาศัย 2 รูปแบบ ได้แก่ แบบ 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ ขนาดพื้นที่ 29.50 - 32.50 ตารางเมตร และแบบ 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ ขนาด 56.50 – 57.00 ตารางเมตร เสนอขายราคาเริ่มต้นที่ 1.59 ล้านบาท
          “เดอะ เบส ไฮท์-ภูเก็ต (THE BASE Height-Phuket)” มูลค่าโครงการ 900 ล้านบาท คอนโดมิเนียมบริเวณสามกองใจกลางเมืองภูเก็ต เป็นคอนโดมิเนียม สูง 14 ชั้น 1 อาคาร จำนวนรวม 358 ยูนิต ออกแบบภายใต้แนวคิด การผสมผสานความทันสมัยสไตล์โมเดิร์นกับความมีเสน่ห์แบบดั้งเดิมของเมืองภูเก็ตไว้ด้วยกันอย่างลงตัว “เดอะ เบส ไฮท์-ภูเก็ต THIS IS YOUR LIFE ที่นี่…ชีวิตเรา” มีห้อง 3 รูปแบบให้เลือกสรร คือ แบบ 1 ห้องนอน ขนาด 29-34 ตารางเมตร และ 1 ห้องนอนแบบดูเพล็กซ์ (Duplex) ขนาด 52.5-53.5 ตารางเมตร และ 2 ห้องนอน ขนาด 56-57.5 ตารางเมตร ราคาเริ่มต้น 1.95 ล้านบาท
          “เดอะ เดค (THE DECK)” มูลค่าโครงการ 1,300 ล้านบาท ตั้งอยู่บนถนนราษฎร์อุทิศ ป่าตอง ภูเก็ต อยู่ใกล้กับชายหาดป่าตองเพียง 5 นาที และใกล้กับศูนย์การค้าจังซีลอน เพียง 10 นาที ออกแบบโดยได้รับแรงบันดาลใจจากชายหาดป่าตอง เกิดเป็นการผสมผสานที่โดดเด่นได้อย่างลงตัว เป็นอาคารที่พักอาศัยสูง 7 ชั้น 2 อาคาร จำนวนทั้งสิ้น 270 ยูนิต ประกอบด้วยห้องพัก 3 รูปแบบ ได้แก่ สตูดิโอ ขนาดพื้นที่ 29 – 38 ตารางเมตร แบบ 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ ขนาดพื้นที่ 40.50 – 50.50 ตารางเมตร และแบบ 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ ขนาดพื้นที่ 63 – 75 ตารางเมตร ราคาเริ่มต้นที่ 4.6 ล้านบาท พิเศษจัดโปรโมชั่น Guarantee Yield 9% 2 ปี
          “บ้านไม้ขาว (Bann Mai Khao)” มูลค่าโครงการ 2,800 ล้านบาท คอนโดมิเนียมตากอากาศติดชายหาดไม้ขาว และใกล้สนามบินภูเก็ตเพียง 15 นาที ผ่านการออกแบบให้กลมกลืนเข้ากับความงามของหาดทรายขาวและความเป็นธรรมชาติในละแวกนี้อย่างกลมกลืน ด้วยการใช้โทนสีสบายตา ผนวกเข้ากับกลิ่นอายสถาปัตยกรรมสไตล์ชิโน-โปรตุกีสที่เป็นเอกลักษณ์ของบ้านเรือนในจังหวัดภูเก็ตพร้อม สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน อาทิเช่นสระว่ายน้ำที่มีถึง 3 สระ ฟิตเนส สนามหญ้าเอนกประสงค์ และ บริการ Concierge Service ที่พร้อมจะดูแลนับตั้งแต่ก้าวแรกที่สัมผัสเมืองภูเก็ต ประกอบด้วยอาคารที่พักอาศัย 3 ชั้น จำนวน 6 อาคาร และ 5 ชั้น จำนวน 3 อาคาร มีห้องชุดพักอาศัย จำนวน 206 ยูนิต พื้นที่ใช้สอยตั้งแต่ 59.50-263.50 ตารางเมตร ราคาเริ่มต้นที่ 13.5 -35 ล้านบาท พิเศษจัดโปรโมชั่น Guarantee Yield 6% 2 ปี
3
ภาพข่าว: โออิชิบริจาคเงิน สิ่งของช่วยเหลือเด็กในสถานสงเคราะห์บ้านครูบุญชูเพื่อเด็กพิเศษ



          มารุต บูรณะเศรษฐกุล (ที่ 5 จากซ้าย) กรรมการผู้จัดการ บริษัท โออิชิ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) นำทีมคณะผู้บริหาร แซม - ไพศาล อ่าวสถาพร (ที่ 5 จากขวา) สานต่อโครงการ “โออิชิ ให้” มอบเงินบริจาค สิ่งของเครื่องใช้จำเป็น และเครื่องดื่มโออิชิให้กับ ครูบุญชู ม่วงไหมทอง (กลาง) ผู้อำนวยการ บ้านครูบุญชูเพื่อเด็กพิเศษ เพื่อสนับสนุนและช่วยเหลือเด็กในสถานสงเคราะห์ ณ บ้านครูบุญชูเพื่อเด็กพิเศษ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เมื่อวันก่อน
4
แอม ตอบรับกรรมการครั้งแรกในรายการ ร้องสู้ไฟ


                ร้องสู้ไฟ รายการที่สร้างสีสัน ความสนุกสนานมานานหลายสัปดาห์ จนมาถึงสัปดาห์ที่ 9 ความพิเศษในสัปดาห์นี้อยู่ที่กรรมการรับเชิญที่มาประกบใหม่ เจริญปุระ อย่าง แอม เสาวลักษณ์ ซึ่งเป็นการพลิกบทบาทจากนักร้องสาวมาเป็นกรรมการตัดสินครั้งแรกให้กับรายการ ร้องสู้ไฟ ซึ่งบทบาทนี้ทำให้แอมถึงกับเอ่ยปากว่ายากเป็นหน้าที่ที่หนักใจพอสมควรที่ต้องตัดสินอนาคตของผู้เข้าแข่งขัน




                นอกจากความพิเศษจะอยู่ที่กรรมการรับเชิญแล้ว ไฮท์ไลท์ที่ไม่ควรพลาดจะอยู่ที่คำคอมเม้นต์จากกรรมการทั้ง 2 คน อย่างใหม่ เจริญปุระ และ แอม เสาวลักษณ์ ซึ่งทั้งคู่ต่างเป็นนักร้องสาวห้าว เสียงทรงพลัง สั่งสมประสบการณ์ทางด้านดนตรี และวงการเพลงมายาวนาน การคอมเม้นต์ผู้แข่งขันแต่ละคนจึงแฝงไปด้วยข้อคิด และเทคนิคการร้องที่ถูกต้องเปรียบเหมือนรุ่นพี่แนะนำรุ่นน้อง จนทำให้บรรยากาศในรายการดูอบอุ่น สนุกสนานไปพร้อมกัน

                พบกับความสนุกสนาน ในสัปดาห์ที่ 9  มาร่วมลุ้นว่าใครจะเป็น 1 ใน 12 คนสุดท้ายที่จะเข้าไปสู่รอบชิงชนะเลิศ พร้อมกันทั่วประเทศ ในวันเสาร์ที่ 29 พฤศจิกายน นี้ เวลา 16.15-17.30 น.ทางช่อง 7 สี และช่อง 7HD ติดตามความคืบหน้าของรายการได้ที่ www.facebook.com/kylsthailand และ http://www.kylsthailand.com/







5
ลิ้งค์ตัวอย่างภาพยนตร์ "รักหมดแก้ว เลิฟออนเดอะร็อก"

https://www.youtube.com/watch?v=Ak48cLxPbpA

<a href="http://www.youtube.com/watch?v=Ak48cLxPbpA" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=Ak48cLxPbpA</a>

M๓๙

ขอเสนอ...

ภาพยนตร์ "รักหมดแก้ว เลิฟออนเดอะร็อก"

แนว “โรแมนติก Party”

ดูแลกำรผลิตโดย “พี่อ๊อฟ - มณฑล อารยางกูร” กำกับการแสดงโดย “ยู - ษรัณยู จิราลักษม์”

Music Producer by
“Tigger Twins”

นำแสดงโดย

มาช่า วัฒนพานิช : พี่อุ๊
อ๊อฟ ปองศักดิ์ : พี่แมน
เอ็ม บุดดาเบลส : พี่นุ
ป๊อบ ปองกูล : พี่โบ้
สงกรานต์ The Voice : ไอ้เจ๊ด
แอน โพลิติค : ยาย่า

และขอแนะนำ

น้ำหวาน - พิไลพร สุปินชมภู : ไฟเลี้ยว
ปอนด์ - ณปรัชญ์ รัตนนิตย์ : บั๊กโจ้

เรื่องนี้… มันก็มีอยู่ว่า….
กินเหล้าน่ะเมาได้... แต่กับ “หัวใจ” ห้ามเมา!

                  ไฟเลี้ยว คิดเอาไว้ว่าการได้เป็นแฟนกับ บั๊กโจ้ นั้น จะทำให้ความรักของเธอ “โคตรชิล” เหมือนนั่งจิบเบียร์เย็นๆ ริมทะเลตอนพระอาทิตย์ตกดิน...ไม่เร่งรีบ...ไม่เรียกร้อง...และไม่ผูกมัด

                  ตามประสาชะนีอินดี้รักอิสระเหนือสิ่งอื่นใด ไฟเลี้ยววาดฝันไว้ว่าความรักที่ดี คือความรักที่ต่างฝ่ายต่างเว้นช่องว่างให้แก่กันและกัน ไม่ใกล้จนอึดอัดและไม่ไกลจนห่างเหิน เธอผ่านผู้ชายมาหลายคน ผิดหวังมาซ้ำซาก จนกระทั่งได้มาเจอกับ บั๊กโจ้ คนที่เหมือนจะ “ใช่” สุดๆ

                  บั๊กโจ้ เป็นหนุ่มตี๋หน้ามึนแสนอารมณ์ดี เจ้าของร้านเหล้าที่เหมือนเปิดไว้เป็นห้องรับแขกให้เพื่อนๆ มาสังสรรค์ กะเอาฮาไม่หาผลกำไร เขาไม่เคยคิดจริงจังกับชีวิต เพราะคิดว่าอนาคตเป็นเรื่องอีกยาวไกล และ “เวลา” ก็เป็นทรัพยากรที่ใช้อย่างไรก็ไม่มีวันหมด

                  ด้วยจังหวะการใช้ชีวิตที่เข้าคู่กันอย่างน่าอัศจรรย์ บั๊กโจ้ และไฟเลี้ยวจึงตกลงใจคบหากันแบบหลวมๆ กลางวันทำงาน กลางคืนสนุกสนานในวงเหล้าเคล้าเพลงร็อค โดยมีสมาชิกในก๊วนคอทองแดงที่พบปะกันทุกคืนไม่มีขาด อันประกอบไปด้วย พี่อุ๊ สาวเปรี้ยวไอดอลของไฟเลี้ยวเจ้าของคติ “ใช้ชีวิตให้มันส์ก่อนตาย จะได้ไม่อายยมบาล”, พี่แมน คู่ปรับลับฝีปากกับพี่อุ๊ ผู้เชื่อว่า “ชีวิตวางแผนได้แน่ ขอแค่มึงรอบคอบพอ”, พี่โบ้ ศาลพระภูมิของวงเหล้า เกาะติดขวดเหล้ายิ่งกว่าแสตมป์กรมสรรพสามิต ไหนจะมี พี่นุ ทายาทของมหาเศรษฐีพันล้านที่อาชีพหลักคือการค้นหาตัวเอง, ไอ้เจ๊ด เพื่อนสมัยมัธยมของไฟเลี้ยว ที่คิดว่าเพราะความหล่อเกินไปของตนเอง ทำให้ต้องผิดหวังในความรักซ้ำแล้วซ้ำเล่า และ ยาย่า เพื่อนสาวแสนสุภาพ ที่ดื่มเหล้าแทนน้ำเปล่า

                  แต่ทุกๆ วงเหล้าย่อมต้องเลิกราฉันใด ชีวิตก็คงต้องมีจุดเปลี่ยนฉันนั้น และความรักก็ไม่ต่างกัน เมื่อถึงจุดหนึ่ง กติกาของหัวใจที่ไฟเลี้ยว ตั้งไว้เกิดสั่นคลอน และความเหยาะแหยะของบั๊กโจ้ ก็ยิ่งแต่จะทำให้ชีวิตของเขาดิ่งลงเหว

                  ความรักของทั้งคู่ กำลังแล่นมาถึง “ทางตัน” แถมเหล่าแก๊งค์เพื่อนขั้นเทพที่คอยเป็นที่ปรึกษาด้านหัวใจ ต่างก็แยกย้ายจากกันไปคนละทิศคนละทางเขาทั้งสองกำลังจะได้เรียนรู้ว่า โลกที่พวกเขามองเห็นและวาดฝันตอนยังไร้เดียงสานั้น มันช่างแตกต่างกันอย่างลิบลับกับสิ่งที่ต้องเผชิญจริงๆ มันเผ็ดร้อนกว่าเหล้ายี่ห้อใดๆ ในโลก และเจ็บปวดกว่าเพลงรักทุกเพลงรวมกัน

                  จะยุติ “คำว่าเรา” หรือจะเลือก “เมากับคำว่ารัก” มีแต่ไฟเลี้ยวและบั๊กโจ้เท่านั้นที่จะเป็นผู้เลือก และการตัดสินใจครั้งนี้ ไม่มีโซดา ไม่มีโทนิค ไม่มีมิกเซอร์ มีแค่ “รักหมดแก้ว”

                  ซึ่งภาพยนตร์ "รักหมดแก้ว เลิฟออนเดอะร็อก" จะเข้าฉายในช่วงน๊าวหนาวเข้ากับบรรยากาศคริสต์มาสและปีใหม่ พร้อมกันทั่วประเทศ 25 ธันวาคมนี้ นะคร้าาาาา... ^____^
6
สถาบันอาหาร ชวนเที่ยวงาน Spill Over & 7 Wonders Taste : International Street Food Festival
6 – 7 ธ.ค. นี้ ที่เซ็นทรัลเฟสติวัล พัทยา บีช(ฝั่งชายหาด)



                  สถาบันอาหาร กระทรวงอุตสาหกรรม เชิญประชาชนและผู้สนใจทั่วไปเข้าชมงาน Spill Over & 7 Wonders Taste :  International Street Food Festival ระหว่างวันที่ 6-7 ธันวาคม 2557 เวลา 16.00 – 21.30 น. ณ ลาน Sunken ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเฟสติวัล พัทยา บีช(ฝั่งชายหาด) ซึ่งเป็นกิจกรรมหนึ่งภายใต้การส่งเสริมนโยบาย "ครัวไทยสู่ครัวโลก" (Kitchen of the World) เพื่อส่งเสริมให้มีการใช้วัตถุดิบไทยในการปรุงอาหารนานาชาติ เพื่อประชาสัมพันธ์ และสร้างภาพลักษณ์ในด้านการท่องเที่ยว และวัฒนธรรมของประเทศไทย ขณะเดียวก็เพื่อเผยแพร่ผลิตภัณฑ์ภายใต้โครงการพัฒนาคุณภาพและยกระดับผลิตภัณฑ์อาหารในท้องถิ่นภายใต้โครงการส่งเสริมอาชีพตามพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี รวมทั้งโครงการส่งเสริม และพัฒนาอุตสาหกรรมอาหารฮาลาล พร้อมทั้งนำเสนออาหาร 7 รสชาติ 7 ประเทศ โดยการใช้วัตถุดิบไทยในการปรุงอาหารนานาชาติ

                  ภายในงานแบ่งออกเป็นโซนจัดแสดงผลิตภัณฑ์ Spill Over เชิญผู้สนใจเข้าชม ชิม และช็อป ผลิตภัณฑ์ภายใต้โครงการพัฒนาคุณภาพและยกระดับผลิตภัณฑ์อาหารในท้องถิ่นภายใต้โครงการส่งเสริมอาชีพตามพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (ภูฟ้า) จำนวน 15 ผลิตภัณฑ์ จาก 6 กลุ่ม ได้แก่ 1) กลุ่มแม่บ้านเกษตรบ้านบ่อหลวง จ.น่าน ได้แก่ เครื่องดื่มมะขามป้อมผง และชาสมุนไพร 2) วิสาหกิจชุมชนแปรรูปเครื่องดื่มจากต้นอ่อนข้าวสาลี จ.น่าน ได้แก่ เครื่องดื่มจากต้นอ่อนข้าวสาลี 3) วิสาหกิจชุมชนกลุ่มผลิตภัณฑ์ชาและส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ศรีนาป่าน-ตาแวน จ.น่าน ได้แก่ ชาดำ และชาเขียว 4) กลุ่มแปรรูปผลิตผลทางการเกษตรบ้านศุภชัย จ. ขอนแก่น ได้แก่ ถั่วตัด ถั่วลิสงอบเกลือ ถั่วลิสงอบสมุนไพร มะม่วงหิมพานต์อบสมุนไพร มะม่วงหิมพานต์อบเนย มะม่วงหิมพานต์อบเกลือ งาตัดสองสหาย งาตัดเคลือบน้ำผึ้ง  5)กลุ่มอาชีพอุทยานธรรมชาติวิทยาตามพระราชดำริ พระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี  จ.ราชบุรี ได้แก่ กล้วยอบสวนผึ้ง และ 6) กลุ่มอาชีพบ้านหวายน้อย จ.ราชบุรี ได้แก่ กล้วยหอมทอดสวนผึ้ง


                  นอกจากนี้ยังได้นำผลิตภัณฑ์ภายใต้โครงการส่งเสริม และพัฒนาอุตสาหกรรมอาหารฮาลาล มาจัดแสดงและเปิดโอกาสให้ทดลองชิมอีกจำนวน 30 ผลิตภัณฑ์ อาทิ ไอศกรีมข้าวหอมนิลไรซ์เบอร์รี่, ไอศกรีมนมแพะกะทิสด, แยมลูกหยี, มอคค่าลำไยป่าแป๋, น้ำปลาหวานปลาสลิด, ธัญพืชข้าวแตนน้ำมะเม่าชนิดแท่ง, โรตีสติ๊กเคลือบคาราเมล  และเครื่องดื่มจากหอยนางรมสกัด เป็นต้น

                   โดยไฮไลท์ของงานจะได้พบกับบรรยากาศ International Street Food Festival กับสุดยอด 7 วัฒนธรรมสายอาหาร 7 รสชาติ เป็นอาหารนานาชาติที่ปรุงจากวัตถุดิบไทย มาร่วมจำหน่ายอาหารภายในงาน ประกอบด้วย Thai Food, Chinese Food, Japanese Food, Korean Food, Indian Town, Muslim Food และ Western Food และโซนบันเทิง การแสดงบนเวที ดนตรี และเกมส์ให้ร่วมสนุกตลอดงาน
7
"Bendix แบบเนิร์ดๆ Back To School Party" พาตัวแทนจำหน่ายร่วมแรลลี่ย้อนวัย
พร้อม มินิคอนเสิร์ต นักร้องสาวเสียงใส “ลุลา”


                 ผ้าเบรกเบ็นดิกซ์ จัดกิจกรรมสานสัมพันธ์และมอบความสุขตอบแทนให้แก่ร้านค้าตัวแทนจำหน่าย ที่ให้ความไว้วางใจและให้การสนับสนุนผลิตภัณฑ์ของเบ็นดิกซ์ด้วยดีตลอดมา กับกิจกรรม “เบ็นดิกซ์ แฟมิลี่ แรลลี่ 2014” บนเส้นทางกรุงเทพฯ – พัทยา ในคอนเซ็ปต์เด็กแนว “Bendix แบบเนิร์ดๆ” ที่จัดเต็มกับกิจกรรมมันส์ๆ แนวๆ ให้ได้ย้อนวัยวันวานกันตั้งแต่เริ่มต้นออกสตาร์ท ที่แต่ละคนต่างก็แต่งกายด้วยชุดนักเรียนมาประชันความเนิร์ดกันแบบไม่มีใครยอมใคร พร้อมปิดท้ายด้วย “ลุลา” ศิลปินรับเชิญสุดพิเศษ ที่มาร่วมสร้างรอยยิ้มให้ได้อิ่มเอมกันตลอดทั้งงาน

                 นายประพัฒน์  อัศวาดิศยางกูร ผู้จัดการฝ่ายขายและการตลาดประจำภูมิภาค บริษัท เอฟ เอ็ม พี ดิสทริบิวชั่น จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่าย ผ้าเบรกเบ็นดิกซ์ กล่าวถึงกิจกรรมเบ็นดิกซ์ แรลลี่ ในครั้งนี้ว่า “กิจกรรมแรลลี่เราได้จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีตลอดมา เพื่อมอบความสุขและความสนุกสนานให้กับร้านค้าตัวแทนจำหน่ายของเบ็นดิกซ์ ซึ่งเปรียบเสมือนคนในครอบครัวของเบ็นดิกซ์ เพื่อทำกิจกรรมร่วมกัน แลกเปลี่ยนความคิดต่อกัน และส่งต่อความสุขจากทุกครอบครัวสู่ครอบครัวใหญ่อันอบอุ่นของเบ็นดิกซ์ โดยกิจกรรมแรลลี่ปีนี้ จุดหมายปลายทางอยู่ที่ โรงแรมลองบีช พาวิลเลี่ยน พัทยา จ.ชลบุรี” นายประพัฒน์ กล่าวปิดท้าย









8
เรเซอร์ บริจาคเงิน 10,000 เหรียญสหรัฐให้แก่
สมาคมผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงหลังพบแฟนพันธุ์แท้


ในที่สุด ซีอีโอ เรเซอร์ ก็รับคำถ้า แคมเปญ Ice Bucket Challenge
(และอาจเป็นคนสุดท้ายที่รับคำท้านี้)


คุณ Min-Liang Tan ประธานบริหาร และผู้ร่วมก่อตั้ง Razer กล่าวว่า Razer จะบริจาคเงินจำนวน 10,000 เหรียญสหรัฐ ให้แก่สมาคมสมาคมผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง หลังจากได้พบแฟนพันธุ์แท้จากจีนผู้ป่วยเป็นโรคนี้

Feiran Song ผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง เป็นผู้บริหารฟอรั่มให้ Razer ที่มีชื่อว่า Baidu Razer ซึ่งมีแฟน พูดคุยเกี่ยวกับ Razer กว่า 30,000 คน ต่อวัน  เมื่อไม่น่านมานี้ Feiran ได้เดินทางไปที่ศูนย์ออกแบบ Razer เพื่อพบกับซีอีโอ



“หลังจากที่ป่วยเป็นโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง เกมกลายมาเป็นส่วนสำคัญของชีวิตผม ผมเป็นแฟนพันธุ์แท้ Razer และรู้สึกตื่นเต้นมากที่ได้มีโอกาสเดินทางมาเยี่ยมที่ศูนย์ออกแบบ Razer และพบกับ ซีอีโอ Min-Liang Tan

Min เซอร์ไพรส์ Feiran ด้วยการมอบ Razer Blade แล็ปท็อปสำหรับเล่นเกม เพื่อแสดงความขอบคุณที่เขาดูแลฟอรั่มให้ พร้อมทั้งได้มอบลายเซ็นต์บนแผ่นรองเมาส์ 10 แผ่น สำหรับแฟนชาวจีนของฟอรั่มนี้อีกด้วย นอกจากนี้ Razer จะบริจาคเงินจำนวน 10,000 เหรียญสหรัฐ ให้แก่สมาคมผุ้ป่วยโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงซึ่งจะนำไปใช้ในการช่วยเหลือผู้ป่วยและครอบครัวพร้อมและการวิจัยระดับโลกเพื่อคว้นคว้าการรักษาโรคดังกล่าว

Min กล่าวว่า “ผมได้รับรับคำถ้าจากได้แคมเปญ Ice Bucket Challenge หลายครั้ง แต่ยังไม่เคยสักทำสักครั้ง เพราะผมไม่เข้าใจถึงผลกระทบของโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงอย่างแท้จริง จึงไม่อยากเป็นเพียงแค่ทำตามๆกัน แต่หลังจากได้พบกับ Feiran แล้วผมตระหนักดีว่าโรคนี้ทำให้สุขภาพทรุดโทรมขนาดไหน ผมจึงตัดสินใจบริจากเงิน 10,000 เหรียญสหรัฐให้กับสมาคมผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงและรับคำท้าเพื่อแสดงออกถึงการให้กำลังใจจากผมแก่ Feiran ที่เป็นบุคคลที่น่าทึ่ง รวมถึงผู้ป่วยทุกคนที่ทุกข์ทรมานจากโรคนี้ด้วย แม้ว่า แคมเปญ Ice Bucket Challenge จะซาไปแล้วและผมอาจเป็นคนสุดท้ายที่ทำแต่สมาคมฯนี้ยังคงต้องการความช่วยเหลือและความสนใจอย่างที่ควรจะเป็น และหวังว่าสิ่งที่ผมทำจะสร้างแรงบรรดาลใจให้เกมเมอร์ต้องการทำอะไรตอบแทนสังคมกลับไปเช่นกัน”

เยี่ยมชมเว็บไซต์ ALS.org  เพื่อศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสมาคมผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง และการบริจาค


เกี่ยวกับ Razer:
Razer™ คือผู้นำระดับโลกด้านอุปกรณ์และซอฟต์แวร์สำหรับเกมเมอร์

Razer เปลี่ยนวิธีการที่ผู้คนเล่นเกม มีส่วนร่วมกับเกมเมอร์คนอื่น ๆ และเข้าใจไลฟ์สไตล์ของเกมเมอร์ หลังจากได้รับรางวัล "Best of CES" สี่ปีติดต่อกัน ผู้นำด้านนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ของบริษัทยังคงต่อยอดสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ประเภทใหม่ ๆ ให้กับชุมชนนักเล่นเกมซึ่งคาดว่ามีมากกว่าหนึ่งพันล้านคนทั่วโลก

ดีไซน์และเทคโนโลยีชั้นยอดของ Razer ประกอบด้วยอินเทอร์เฟซผู้ใช้และอุปกรณ์ระบบ voice-over IP สำหรับเกมเมอร์และแพลตฟอร์มระบบคลาวด์เพื่อการกำหนดค่าและปรับปรุงอุปกรณ์เล่นเกม

Razer ก่อตั้งในปี 2005 ได้รับการสนับสนุนโดย IDG-Accel และ Heliconia Capital Management (Heliconia) บริษัทในเครือของ Temasek ซึ่งเป็นบริษัทลงทุนของสิงคโปร์ หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม โปรดไปที่ http://www.razerzone.com/about-razer

9
สัญญาแห่งคิมหันต์ [Summer to Winter]

“คำสัญญาของใครบางคน ทำให้อีกหนึ่งคนต้องอดทนรอ ถึงแม้เจ็บปวดก็ยินยอม”


                เปิดตัวอย่างเป็นทางการ สำหรับภาพยนตร์ “สัญญาแห่งคิมหันต์” หนังชวนจิ้นที่สร้างปรากฎการณ์รักครั้งใหม่ ท่ามกลางหาดทรายและสายลมระหว่าง “ตั้ม” เด็กหนุ่มผู้ปิดตัวเองอยู่ในโลกส่วนตัว กับ “คิมหันต์” หนุ่มน้อยรอยยิ้มสดใสวัยเดียวกัน ที่พร้อมจะมาเปิดหัวใจของตั้มให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง ในขณะที่เวลาอันมีความสุขก่อตัวขึ้น พร้อมกับความผูกพันธ์ คิมหันต์เองต้องกล้าที่จะตัดสินใจบอกความในใจบางอย่างกับตั้มก่อนที่มิตรภาพของทั้งคู่จะเปลี่ยนไปตลอดกาล...

                “เพราะบางครั้งการได้พูดความจริงกับคนที่เรารัก ซึ่งแม้ทำให้เจ็บปวด แต่ก็เป็นความเจ็บปวดที่มีความสุขได้เช่นกัน”ภายในงานรอบสื่อมวลชนยังอบอวนไปด้วยกองทัพนักแสดงที่หอบเอาความรักมาฝากคนดูจนเต็มอิ่ม โดยมีคนดังที่ให้เกียรติมาร่วมงาน อย่าง ดร.เสรี วงษ์มณฑา, นาธาน โอมาน, ลูกปัด ปุริมปรัชญ์ ไชยะคำ และชายแฮ็คส์ สุทธา ธวีศรีธนโชค เข้าร่วมชมภาพยนต์ในครั้งนี้ด้วย








                ผลงานกำกับภาพยนตร์เรื่องที่ 2 ของผู้กำกับหน้าใหม่ ดรัสพงศ์ ตรงประสิทธิ์ และ ธณัฐกรณ์ บางเกา ที่เคยผ่านงานกำกับภาพยนต์ Timeline เพราะรักไม่สิ้นสุด หนังทางเลือกเล็กๆที่มีกระแสในโซเชียลเน็ตเวิร์คมาแล้วเมื่อปี 2013 เรื่องนี้นำแสดงโดย ราชสัก พนาสันติภาพ, อิทธนีย์ โตคีรี และมนสิชา วงษ์สุนทร  ร่วมด้วย ณัฐสิทธิ์ โกฏิมนัสวณิชย์ (ตั้งวง), ธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์ (ผู้กำกับชื่อดัง), เอกชัย ศรีวิชัย (ศิลปินนักแสดง), อรอนงค์ ปัญญาวงศ์ (อดีตนางสาวไทย) และปนพงศ์ ไขแสง (เน็ตไอดอลยอดนิยม) ร่วมด้วยนักแสดงวัยรุ่นอีกมากมาย อำนวยการผลิตโดย คุณตะวันฉาย ศรีวัตกา และ App Arena PUB

                สัญญาแห่งคิมหันต์ (Summer to Winter) 27 พฤศจิกายนนี้ ในโรงภาพยนต์เครือเมเจอร์ ซีนีเพล็กเท่านั้น ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมที่  https://www.facebook.com/kimhunthemovie






















Pages: [1] 2 3 ... 10