Recent Posts

Pages: [1] 2 3 ... 10
1
Movie Guide: เบื้องหลังงานสร้างกว่าจะมาเป็นภาพยนตร์ Snowden – อัจฉริยะจารกรรมเขย่ามหาอำนาจ เข้าฉาย 6 ตุลาคมนี้ในโรงภาพยนตร์







Snowden - Trailer 1 (ซับไทย)
<a href="http://www.youtube.com/watch?v=7OQo9Bun0H4" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=7OQo9Bun0H4</a>

          ด้วยผลงานภาพยนตร์ที่ได้รับการยกย่องและมีความหลากหลายอย่าง Platoon, JFK, Natural Born Killers และ Wall Street โอลิเวอร์ สโตน ได้สำรวจช่วงเวลาสำคัญในวัฒนธรรมอเมริกันมาตลอดการทำงานในอาชีพนี้ นับตั้งแต่สงครามเวียดนามมาจนถึงโศกนาฏกรรม 9-11 เขาหาญกล้าหยิบยกประเด็นซึ่งเป็นที่ถกเถียงกันในสังคมมานำเสนอผ่านภาพยนตร์ซึ่งเจาะลึกเรื่องราวส่วนตัวแต่ก็มีความเป็นสากล เรื่องราวของเอ็ดเวิร์ด สโนว์เดนจึงเหมาะอย่างยิ่งที่จะได้รับการถ่ายทอดด้วยฝีมือของสโตน ผ่านสายตาอันคมกริบ ตลอดจนความถนัดในการเปิดโปงพฤติกรรมหน้าไหว้หลังหลอกในหมู่เจ้าหน้าที่ระดับสูง

          ก่อนเขาจะเปิดเผยเรื่องราวที่ทำให้โลกตะลึง เอ็ดเวิร์ด สโนว์เดน สนับสนุนรัฐบาลอเมริกันอย่างสุดตัว หลังจากเติบโตมาในครอบครัวที่ทำงานอยู่ในภาครัฐ เขาก็สมัครเข้าร่วมกองทัพโดยมุ่งมั่นที่จะเป็นสมาชิกกองกำลังพิเศษเพื่อร่วมต่อสู้ในสงครามอิรัก แต่อุบัติเหตุร้ายแรงระหว่างการฝึกทำให้สโนว์เดนต้องออกจากกองทัพ เขาไปทำงานใน CIA แล้วต่อมาก็เป็น NSA

          สโตนตั้งคำถามว่าเขาสามารถนำเสนอเรื่องไหนได้บ้างที่สาธารณชนยังไม่เคยรับรู้มาก่อน มีหนังสารคดีรางวัลออสการ์ซึ่งเล่าเรื่องราวการเดินทางของสโนว์เดนอยู่แล้ว รวมถึงหนังสืออีกหลายเล่มที่นำเสนอเรื่องนี้ "ผมตัดสินใจว่าอยากสำรวจสิ่งที่เกิดขึ้นในความคิดของเอ็ด"เขากล่าว "อะไรทำให้เขาออกมาประกาศแก่สาธารณชน เขาตระหนักถึงสิ่งที่จะต้องสูญเสียไปก่อนลงมือทำหรือเปล่า"

          ผู้อำนวยการสร้างที่ร่วมงานกับสโตนมานานอย่างมอริตซ์ บอร์แมน ได้รับการติดต่อจากอนาโตลี คุเชเรนา ทนายความชาวรัสเซียของเอ็ดเวิร์ด สโนว์เดน คุเชเรนาเขียนเรื่องนี้ไว้ในรูปแบบนวนิยาย และต้องการพบกับสโตนเพื่อพูดคุยถึงการดัดแปลงนิยายเล่มนี้ให้เป็นภาพยนตร์ หลังจากการพูดคุยเบื้องต้นกับทนายความคนดังกล่าว สโตนก็บินไปยังมอสโคว์และสุดท้ายเขาก็ได้พบกับสโนว์เดน "ตอนแรกผมไม่แน่ใจว่าเราจะนำเสนอชีวิตของเขาในรูปแบบเรื่องแต่งดีหรือไม่" สโตนอธิบาย "เรายังมองหาโครงสร้างโดยรวมอยู่ แต่หลังจากได้พูดคุยกับเขาและทราบข้อมูลเพิ่มมากขึ้น ผมก็เริ่มเห็นรูปแบบและแนวทางในการทำหนังเรื่องนี้"

          ทีมผู้สร้างตัดสินใจเลือกทั้งหนังสือของคุเชเรนา และหนังสือชื่อ The Snowden Files ซึ่งเป็นมุมมองจากลุค ฮาร์ดิง ผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์Guardian เกี่ยวกับประสบการณ์ในการตีพิมพ์ข้อมูลที่สโนว์เดนเผยแพร่ออกมา ด้วยความร่วมมือจากสโนว์เดน สโตนได้เริ่มต้นเขียนบทร่วมกับเคียรัน ฟิตซ์เจอรัลด์ นักเขียนหนุ่มผู้มีความสามารถจากหนังของทอมมี ลี โจนส์ เรื่อง The Homesman ซึ่งก่อนหน้านี้เคยทำงานร่วมกับสโตนในการดัดแปลงนวนิยายของสจ๊วร์ต โคเฮน เรื่อง The Army of the Republic

          อันที่จริงแล้วฟิตซ์เจอรัลด์อยู่ในเบอร์ลินเพื่อทำงานในซีรีส์ตอนแรกสำหรับฉายทางช่อง HBO เกี่ยวกับโลกของการแฮ็คข้อมูล เขาจึงได้พบนักทำสารคดี ลอรา พอยทราส นักข่าว เจค็อบ แอพเพลบอม และคนอื่นๆ ที่เคยช่วยเหลือสโนว์เดน "นับเป็นนิมิตหมายอันดีมากๆ ครับ" มือเขียนบทรายนี้กล่าว "ผมมองว่านี่อาจเป็นเรื่องราวที่สำคัญที่สุดที่ผมมีโอกาสได้เขียน ดังนั้นผมจึงตอบตกลงทันที หนึ่งสัปดาห์ต่อมาผมก็อยู่ในมอสโคว์เพื่อนั่งคุยกับเอ็ดเวิร์ด สโนว์เดน"

          อาจไม่น่าแปลกใจนักที่ในตอนแรกสโนว์เดนค่อนข้างระวังตัวกับทีมผู้สร้างหนัง "เขาไม่ได้อยากได้สัญญาทำหนังหรืออะไรแบบนั้น" สโตนกล่าว "ทนายของเขาอยากให้มีการทำหนังออกมาเพื่อสนับสนุนประเด็นนี้มากกว่า และเขาก็มองว่าผมน่าจะเหมาะ การทำงานครั้งนี้กินเวลายาวนานและยืดเยื้อ ค่อนข้างตึงเครียดด้วยเพราะคนที่เราชื่นชมอย่าง เกล็นน์ กรีนวาลด์ ก็เขียนหนังสือออกมาเหมือนกัน แต่มันเป็นข้อเขียนทางกฎหมายมากกว่า ขณะที่เราสนใจเรื่องราวที่เป็นดรามา"

          สโตนกับฟิตซ์เจอรัลด์ตั้งใจให้หนังเรื่องนี้แสดงกระบวนการทำงานภายใน NSA ได้อย่างถูกต้องแม่นยำมากที่สุดเท่าที่เคยมีมา ทั้งสองจึงได้ปรึกษากับผู้เชี่ยวชาญและที่ปรึกษาทางเทคนิค รวมถึงนักเปิดโปง NSA ชื่อดังอย่างวิลเลียม บินนีย์และโธมัส เดรค"ผมและโอลิเวอร์มองว่าเราจะต้องไม่ลดทอนคำพูดของสโนว์เดนให้ฟังดูง่ายเกินความเป็นจริง" ฟิตซ์เจอรัลด์กล่าว "เราต้องการให้ผู้ชมเชื่อในบทสนทนาระหว่างเอ็ดกับเพื่อนร่วมงานรวมถึงผู้บังคับบัญชา"

          ฟิตซ์เจอรัลด์ศึกษาข้อมูลทุกอย่างเกี่ยวกับโครงการของ NSAเท่าที่ทำได้และให้สโนว์เดนช่วยตรวจสอบว่าสิ่งที่พวกเขาเข้าใจนั้นถูกต้อง เขายอมรับว่าการเขียนเรื่ององค์กรที่ปกปิดทุกอย่างเป็นความลับอย่าง NSA ทำให้ยากที่จะตรวจสอบข้อเท็จจริงในบางครั้ง "ก็ใครจะไปบันทึกสิ่งที่เกิดขึ้นใน NSA ได้ล่ะ แต่เราก็มีข้อมูลจากวงในมากมาย ซึ่งถ้าเจ้าหน้าที่ NSA ได้ดู ก็คงแอบหัวเราะหึๆ อยู่เหมือนกัน" สำหรับฟิตซ์เจอรัลด์ เรื่องราวของสโนว์เดนมีแก่นสำคัญอยู่ที่การเปลี่ยนแปลงจากลูกชายผู้รับผิดชอบต่อหน้าที่และเจริญรอยตามครอบครัวในแวดวงทหาร กลายมาเป็นผู้กระทำสิ่งที่มีคนเรียกว่าการกบฏครั้งร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐ อะไรผลักดันให้เขาละทิ้งอาชีพการงานที่สู้อุตส่าห์ฝ่าฟันมาและแสดงตัวเป็นปฏิปักษ์ต่อสถาบันต่างๆ ที่เขาเคยสาบานไว้ว่าจะปกป้อง "เหมือนละครโศกนาฏกรรมกรีกเลยครับ" ฟิตซ์เจอรัลด์กล่าว "เราทุกคนรู้ว่าเขาทำอะไร คำถามคือเขาทำอย่างไรและทำไปทำไม"

          Snowden – อัจฉริยะจารกรรมเขย่ามหาอำนาจ เข้าฉาย 6 ตุลาคมนี้ในโรงภาพยนตร์ นำแสดงโดย โจเซฟ กอร์ดอน-เลวิตต์ , ไชลีน วูดลีย์,แซกคารี ควินโต, เมลิสซา ลีโอ, ทอม วิลคินสัน, รีส อิแฟนส์ , ทิโมธี โอลีแฟนต์ , นิโคลาส เคจ , สก็อตต์ อีสต์วูด และ โจลี ริชาร์ดสัน กำกับการแสดงโดย โอลิเวอร์ สโตน

          ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ IG : snowdenmovieth ,
          https://www.facebook.com/SnowdenTheMovieThailand ,
          https://twitter.com/snowdenmovieth
2
“น้ำชา” ปรี๊ดแตก!!! รู้ความจริง “บี้” คบ “แพรวา”









ตัวอย่างซีรีส์ Lovey Dovey แผนร้ายนายเจ้าเล่ห์ | EP.14
<a href="http://www.youtube.com/watch?v=SgvOQte_Nlg" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=SgvOQte_Nlg</a>

          บ้านแตกจนได้ เมื่อพี่สาวจอมเหวี่ยง "กุ๊กไก่" (น้ำชา-ชีรณัฐ) ที่หวงน้องสาว "ไข่หวาน" (แพรวา-ณิชาภัทร) ดั่งจงอาจหวงไข่ เกิดเห็นช็อตเด็ด "ก้องฟ้า" (บี้-ธรรศภาคย์) เพื่อนซี้ยืนกอดนัวเนียน้องสาวตัวเองต่อหน้าต่อตา ทำเอาปรี๊ดแตก ควันออกหู เปิดศึกด่า "ก้องฟ้า" สนั่นบ้าน แถมทั้งคู่ยังยอมรับว่าคบกันอยู่ด้วย งานนี้ "กุ๊กไก่"จะปล่อยให้ "ไข่หวาน" ตกอยู่ในกำมือเสือผู้หญิง "ก้องฟ้า" หรือไม่ ต้องติดตาม
"น้ำชา" เล่าว่า "ซีนนี้ชาต้องใช้พลังเยอะมากค่ะ (หัวเราะ) คือชาหวงน้องสาวสุดๆ แบบไม่ยอมให้ใครแตะต้องเลย แต่คนนั้นดันกลายเป็นเพื่อนที่เราไว้ใจมากที่สุด ชาเลยเข้าไปทั้งเตะทั้งต่อย แอ็คติ้งจัดหนักมาก แต่ไม่มีพลาดนะคะ ส่วนบี้ก็ต้องวิ่งหนีสุดชีวิต สนุกมากค่ะ อยากให้ติดตามกันเยอะๆ มาลุ้นว่ากุ๊กไก่จะทำยังไงกับเรื่องนี้"

          ติดตามชมซีรี่ส์ "Lovey Dovey แผนร้ายนายเจ้าเล่ห์" ในวันอาทิตย์ที่ 18 ก.ย.นี้ เวลา 16.00 น. ทางONE31 และชมย้อนหลัง เวลา 18.00 น. ทางLINETV และติดตามความเคลื่อนไหวได้ที่ Facebook & IG & twitter : gmmtv
3
เอ็ตด้า (ETDA) หนุนอีคอมเมิร์ซไทย เปิดตัวแอพพลิเคชั่น ‘Thaiemarket’ จัดโปรนักช้อปชวนโหลด / แชร์ ลุ้นซื้อ iPhone7 ในราคา 1 บาท







สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) หรือ ETDA กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เดินหน้ายกระดับอีคอมเมิร์ซไทยให้ก้าวสู่การค้าในระดับสากล ผลักดัน ‘Thaiemarket’ เว็บไซต์ e-directory ที่รวบรวมร้านค้าออนไลน์ที่น่าเชื่อถือของไทยซึ่งผ่านการยืนยันตัวตนให้นักช้อปเลือกซื้อสินค้าได้อย่างมั่นใจ  ล่าสุดพัฒนาสู่แอพพลิเคชั่น Thaiemerket พร้อมจัดกิจกรรม เอาใจขาช้อปออนไลน์ ทั่วประเทศ ลุ้นรับสิทธิ์ซื้อมือถือสุดหรู ได้แก่ iPhone7 (32 GB)  , iPhone7 Plus (32 GB) , Huawei P9 และ Huawei P9 Plus ในราคาแค่บาทเดียว!  เพียงโหลด แอพพลิเคชั่น ‘Thaiemarket’ ฟรี ใน Google Play  พร้อมลงทะเบียนใช้งานแอพพลิเคชั่น คลิกเลือก สมาร์ตโฟนรุ่นที่ต้องการลุ้นรับสิทธิ์ พร้อมแชร์ภาพสินค้านั้นลงบนเฟสบุ๊ค (Facebook) ตั้งค่าโพสต์ให้เป็น ‘สาธารณะ’ เพียงเท่านี้คุณก็เตรียมลุ้นเป็นผู้โชคดีที่จะได้รับสิทธิ์ซื้อมือถือสุดหรู ในราคาบาทเดียว

โปรโมชั่นสุดเจ๋ง! จากแอพพลิเคชั่นสำหรับนักช้อปออนไลน์ตัวจริง ‘Thaiemarket’  พร้อมให้คุณร่วมสนุกได้แล้ววันนี้ ถึง 30 กันยายน 2559 เท่านั้น!! สำหรับสาวก iOS สามารถดาวน์โหลดได้ภายในเดือนพฤศจิกายน นี้
4
เริ่มแล้ว ไทยแลนด์ แล็บ อินเตอร์เนชั่นแนล 2016 คาดผู้ชมงานทะลุ 10,000 คน เงินสะพัดกว่า 3,000 ล้านบาท


          ดร.วีระพงษ์ แพสุวรรณ ปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวว่า งาน ไทยแลนด์ แล็บ อินเตอร์เนชั่นแนล 2016 ถือเป็นงานแสดงสินค้าและการประชุมนานาชาติเกี่ยวกับเครื่องมือในห้องปฏิบัติการและเทคโนโลยีที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการขับเคลื่อนประเทศด้วยนวัตกรรมที่มีวิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือสำคัญ ในการต่อยอดงานวิจัยไปสู่อุตสาหกรรม บนพื้นฐานของความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคธุรกิจเอกชน มหาวิทยาลัย ตลอดจนเครือข่ายความร่วมมือจากต่างประเทศ
ปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ กล่าวว่า กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ มีเป้าหมายที่จะเพิ่มการลงทุนด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรมและการวิจัยให้ได้ 1% ของจีดีพี เทียบเท่ากับ 130,000 ล้านบาท ภายในปี 2560 โดยมีสัดส่วนการลงทุนภาคเอกชน ต่อรัฐที่ 70:30 ซึ่งปัจจุบันมีตัวเลขอยู่ที่ 0.5% จีดีพี แต่ด้วยการทำงานแบบบูรณาการของกระทรวงและหน่วยงานภาครัฐ รวมถึงภาคเอกชน ประกอบกับมาตรการสนับสนุนที่รัฐบาลให้สิทธิประโยชน์อย่างต่อเนื่อง ทั้งการส่งเสริมการลงทุนของบีโอไอ การให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีและการเงิน มาตรการส่งเสริมการเคลื่อนย้ายนักวิจัยจากภาครัฐไปทำงานในภาคเอกชน การสนับสนุนเอสเอ็มอีและโอท็อปเต็มรูปแบบ ตลอดจนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมในประเทศไทย จะทำให้พัฒนาและเพิ่มศักยภาพห้องปฏิบัติการในประเทศไทย ให้เป็นศูนย์กลางแห่งภูมิภาคอาเซียนได้ คาดว่าจะทำให้ตัวเลขการลงทุนถึงเป้าหมาย 1% ได้ในปี 2560
          นายแพทย์พิเชฐ บัญญัติ รองอธิบดี กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวว่า กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์มีหน้าที่หลักในการส่งเสริมกลยุทธ์ในการแก้ปัญหาความกังวลเรื่องสุขภาพโดยเฉพาะอย่างยิ่งในการวิจัยและพัฒนา ซึ่งหากรัฐบาลให้การสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาและการลงทุนในด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โครงสร้างพื้นฐานส่งเสริมให้มีการใช้เครื่องมือห้องปฏิบัติการและอุปกรณ์ ประเทศไทยจะเป็นประเทศที่น่าสนใจสำหรับการลงทุน ในฐานะตัวแทนของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์มั่นใจว่าการจัดงานครั้งนี้ จะเป็นเวทีในการแสดงศักยภาพและความก้าวหน้าทางห้องปฏิบัติการทั้งในและต่างประเทศ
          สอดคล้องกับ นายธีรยุทธ์ ลีลาขจรกิจ ผู้อำนวยการสายงานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี บริษัท วีเอ็นยู เอ็กซิบิชั่น เอเชีย แปซิฟิค จำกัด ที่มองว่า การเพิ่มการลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนาจะส่งผลต่อการเติบโตและการพัฒนาอุตสาหกรรมเครื่องมือวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี หมายรวมถึงเครื่องมือแล็บด้วย ซึ่งจะสะท้อนประเทศไทยให้กลายเป็นตลาดสำคัญของการลงทุนเครื่องมือและงานวิจัยแห่งใหม่ของเอเชีย ตลอดจนเป็นการตระหนักถึงการสร้างมาตรฐานและคุณภาพในภาคการผลิด ภาคอุตสาหกรรม ทำให้การใช้เครื่องมือที่ทันสมัยและให้ผลที่น่าเชื่อถือได้อย่างรวดเร็ว เป็นสิ่งที่จำเป็นและต้องการมากยิ่งขึ้น
          นอกจากนี้ความต้องการและการจำเป็นด้านการแพทย์ อนามัยและสาธารณสุข ส่งผลและจำเป็นต้องมีการสร้างเสริมการลงทุนเครื่องมือแล็บด้านนี้มากขึ้น ขณะเดียวกันการต่อยอดการพัฒนาสู่อุตสากรรมใหม่ อาทิ อุตสาหกรรมชีววิทยาศาสตร์ จะมีการขับเคลื่อนและปรับโครงสร้างเศรษฐกิจของประเทศและภูมิภาคในรูปแบบใหม่ด้วย ทั้งนี้ ไทยแลนด์แล็บ อินเตอร์เนชั่นแนล 2016 คาดว่าจะสามารถสร้างมูลค่าธุรกิจได้ไม่ต่ำกว่า 3,000 ล้านบาท ใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา สำหรับงานจะมีไปจนถึงวันที่ 23 กันยายน 2559 ณ ฮอลล์ 101-102 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา
          ด้าน ดร.นพรัตน์ เมธาวีกุลชัย ผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ กล่าวว่า ทีเส็บมีหน้าที่ในการสนับสนุนและการพัฒนาการประชุมนานาชาติของประเทศไทย เพื่อให้เป็นที่รู้จักในระดับโลก ในการจัดงาน ไทยแลนด์ แล็บ ฯ ครั้งนี้ จะเป็นเสมือนแพลตฟอร์มทางธุรกิจที่มีประสิทธิภาพสำหรับอุตสาหกรรมห้องปฏิบัติการและการผลักดันให้ประเทศไทยเป็นสถานที่น่าลงทุนด้านเทคโนโลยีชีวภาพในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค
          กำหนดการจัดงานในครั้งต่อไป เตรียมพบกับงาน Thailand LAB INTERNATIONAL 2017 กำหนดจัดงานระหว่างวันที่ 6-8 กันยายน 2560 ณ ฮอลล์ 101-102 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา ติดตามรายละเอียดหรือจองพื้นที่ได้ที่ www.thailandlab.com


5
สพฉ.แนะวิธีเอาตัวรอดจากการจมน้ำ พร้อมชวนประชาชนเรียนรู้วิธีการฝึกลอยตัวในน้ำ เรียนรู้อาการคับขัน และวิธีการร้องขอความช่วยเหลือเมื่อประสบภัย



          สพฉ.แนะวิธีเอาตัวรอดจากการจมน้ำ พร้อมชวนประชาชนเรียนรู้วิธีการฝึกลอยตัวในน้ำ เรียนรู้อาการคับขัน และวิธีการร้องขอความช่วยเหลือเมื่อประสบภัย พร้อมแนะผู้เข้าให้การช่วยเหลือต้องมีสติและคำนึงถึงความปลอดภัยของตนเองหากเข้าให้การช่วยเหลือผู้ประสบเหตุ เตือนห้ามนำเด็กที่จมน้ำวิ่งพาดบ่า เพราะจะทำให้เสี่ยงต่อการบาดเจ็บซ้ำได้
          ภายหลังจากที่เกิดเหตุการณ์เรือบรรทุกนักท่องเที่ยวล่มที่บริเวณแม่น้ำเจ้าพระยาหน้าวัดสนามไชย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จนทำให้มีผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บและมีผู้สูญหายอีกเป็นจำนวนมาก ล่าสุดวันนี้สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) ได้ออกมาให้คำแนะนำถึงวิธีในการเอาตัวรอดหากเราจมน้ำและการเข้าช่วยเหลือผู้ป่วยฉุกเฉินจากการจมน้ำอย่างปลอดภัย
          โดยนพ.ภูมินทร์ ศิลาพันธ์ รองเลขาธิการสพฉ.กล่าวว่า ประชาชนทุกคนควรเรียนรู้วิธีในการเอาตัวรอดจากการจมน้ำดังนี้ 1. เรียนรู้หลักในการว่ายน้ำและทักษะในการเอาชีวิตรอดจากน้ำที่ถูกต้อง 2. รู้จักอาการคับขัน และวิธีการร้องขอความช่วยเหลือเช่นการโบกมือขึ้นลงเหนือศีรษะให้คนอื่นรู้ว่ากำลังประสบภัย การตะโกน 3. รู้จักวิธีการลอยตัวอยู่ในน้ำ เช่น การฝึกลอยตัวโดยใช้ท่าแม่ชีลอยน้ำ คือลอยตัวแบบนอนหงาย ขาแขนเหยียดตรงเหมือนนอนอยู่บนที่นอน เงยหน้ายกคางเพื่อใช้ปากหายใจ โดยประชาชนจะต้องฝึกท่านี้ให้เป็นเพราะจะเป็นหนึ่งในท่าสำคัญที่จะทำให้เรามีชีวิตรอดจากการจมน้ำ และที่สำคัญคือต้องมีสติไม่ตกใจ 4.รู้จักวิธีการขอความช่วยเหลือทางการแพทย์ด้วยการโทรแจ้งสายด่วน 1669
          รองเลขาธิการสพฉ.กล่าวต่อว่า สำหรับประชาชนทั่วไปพี่พบเห็นผู้ป่วยฉุกเฉินจากการจมน้ำและต้องการเข้าให้ความช่วยเหลือ ในเบื้องต้นผู้เข้าให้การช่วยเหลือจะต้องคำนึงถึงถึงความปลอดภัยตัวเองเป็นสำคัญก่อน เพราะบ่อยครั้งที่คนช่วยก็ได้รับอันตรายจากการช่วยเหลือด้วย โดยวิธีที่ถูกต้องในการช่วยคนขึ้นจากน้ำประกอบด้วยการตะโกน โยน ยื่น อย่างแรกคือการตะโกนบอกให้คนตกน้ำอย่าตกใจ จากนั้นหาวัสดุลอยน้ำโยนให้ผู้ที่ตกน้ำเกาะพยุงตัว และยื่นอุปกรณ์ หรือหาสิ่งของให้ผู้ที่ตกน้ำจับเพื่อลากเข้าฝั่ง ไม่ควรกระโดดลงไปช่วย เพราะผู้ที่จมน้ำจะมีอาการตกใจ กอดรัด และทำให้จมน้ำไปด้วยกันทั้งคู่ ทั้งนี้เมื่อน้ำคนขึ้นมาจากน้ำได้แล้วนั้นให้รีบโทรแจ้งขอความช่วยเหลือทางการแพทย์ที่สายด่วน 1669 และหากสังเกตว่าถ้าผู้ป่วยหยุดหายใจ ให้กดนวดหัวใจและช่วยหายใจตามคำแนะนำของผู้ปฏิบัติการทางการแพทย์ ส่วนผู้ป่วยที่ยังหายใจได้เอง หรือช่วยเหลือจนหายใจได้แล้ว ควรจับผู้ป่วยนอนตะแคงข้าง ศีรษะหงายไปข้างหลัง เพื่อเปิดทางเดินหายใจ ใช้ผ้าห่มคลุมผู้ป่วยเพื่อให้เกิดความอบอุ่น อย่าให้กินอาหารและดื่มน้ำทางปาก และสำหรับ
          นพ.ภูมินทร์กล่าวอีกว่า ที่น่าเป็นห่วงที่สุดคือการช่วยเหลือเด็กจมน้ำ โดยสิ่งที่สำคัญที่สุดคือห้ามนำเด็กวิ่งอุ้มพาดบ่า เพราะนอกจากจะไม่ได้ช่วยให้น้ำในปอดไหลออกมาแล้ว จะยิ่งทำให้การช่วยเหลือชีวิตเด็กนั้นเป็นไปอย่างช้าและยากลำบากซึ่งวิธีที่ถูกต้องในการช่วยเหลือเด็กจมน้ำคือเมื่อเรานำเด็กขึ้นมาจากน้ำแล้วให้รีบวางเด็กลงบนพื้นแห้ง แข็ง ถอดเสื้อที่เปียกออก เช็ดตัวเด็กให้แห้ง หากเด็กไม่รู้สึกตัว ไม่หายใจ หรือหายใจเฮือก ให้รีบช่วยฟื้นคืนชีพ ( CPR) ซึ่งในเด็กเล็กเราจะกดหน้าอกด้วยมือเพียงข้างเดียว วิธีการคือวางส้นมือข้างหนึ่งไว้ตรงกลางหน้าอก ระดับราวนมและใช้มืออีกข้างหนึ่งวางบนหน้าผากของเด็กพยายามให้เด็กหงายหน้าขึ้นเพื่อเปิดทางเดินหายใจ กดหน้าอกให้กดลงไประหว่าง 1/3 ของความลึกของหน้าอก ทำการกดหน้าอก 30 ครั้ง สลับกับการเป่าปากช่วยหายใจ 2ครั้ง กดแต่ละครั้งต้องเร็ว 100 – 120 ครั้ง ต่อนาที ไม่มีการหยุด และหากในบริเวณนั้นมีเครื่องช๊อตหัวใจ AED ให้นำมาใช้ช่วยเหลือ ทั้งนี้ให้ทำไปจนกว่าเจ้าหน้าที่รถพยาบาลจะเข้ามาให้ความช่วยเหลือและนำเด็กส่งต่อไปยังโรงพยาบาล
 
6

รพ.พญาไท 1 จัดสัมมนาดี ไม่มีค่าใช้จ่าย “เตรียมความพร้อมคุณแม่มือใหม่ยุค 4G”



          รพ.พญาไท 1 จัดกิจกรรมสัมมนาเรื่อง "เตรียมความพร้อมคุณแม่มือใหม่ยุค 4G" โดยพญ.ธิศรา วีรสมัย สูตินรีแพทย์ สูตินรีเวชวิทยา เวชศาสตร์ครอบครัว และแพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์ชะลอวัย รพ.พญาไท 1 ให้เกียรติบรรยายให้ความรู้ สร้างความเข้าใจเกี่ยวกับการเตรียมความพร้อมของคุณแม่มือใหม่ก่อนสมรส และพร้อมมีบุตร และคุณแม่มือใหม่ที่มีอายุครรภ์แรกตั้งแต่ 1- 4 เดือน ในวันที่ 8 ตุลาคม 2559 เวลา 12.00 - 15.30 น. ณ ห้องประชุม We Happy อาคาร 3 ชั้น 1 รพ.พญาไท 1 ถ.ศรีอยุธยา สำหรับท่านที่สนใจ สามารถสำรองที่นั่งลงทะเบียนโดยไม่มีค่าใช้จ่าย พร้อมรับของที่ระลึกจากรพ.พญาไท 1 (50 ท่านที่ลงทะเบียน) และร่วมลุ้นรับรางวัลชุดเครื่องปั้มนม มูลค่า 9,990 บาท และชุดหูฟัง มูลค่า 2,900 บาท สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ รพ.พญาไท 1 ถ.ศรีอยุธยา Call Center 1772
 
7
บทความพิเศษ เรื่อง : การดูดไขมันด้วยคลื่นเสียงอัลตร้าซาวด์




          บทความพิเศษ เรื่อง : การดูดไขมันด้วยคลื่นเสียงอัลตร้าซาวด์ ทางเลือกใหม่ในการกระชับรูปร่างให้สมส่วน
          ปัจจุบันนวัตกรรมเพื่อความงามมีมากมายหลายอย่าง โดยเฉพาะนวัตกรรมเพื่อการดูแลสัดส่วนรูปร่าง ให้กระชับ ที่กำลังนิยมอย่างแพร่หลาย ปลอดภัย และที่สำคัญให้ผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจ คือการดูดไขมันแบบอัลตร้าซาวด์ (Ultrasound-Assisted Lipolysis) ด้วยการใช้พลังงานคลื่นเสียงในการสลายเซลล์ไขมัน โดยการส่งคลื่นเสียงความถี่ตรงเข้าสลายไขมันบริเวณที่ต้องการ ให้เซลล์ไขมันบริเวณดังกล่าวเกิดการแตกตัวเป็นของเหลว จากนั้นจึงดูดของเหลว หรือไขมันนั้นออก โดยวิธีนี้จะไม่ทำให้เนื้อเยื่อข้างเคียง โดยเฉพาะเส้นเลือดและเซลล์ประสาทบริเวณรอบๆ ก้อนไขมันเสียหาย หรือถ้าจะถูกกระทบกระเทือนบ้างก็จะน้อยมาก ลดการเกิดรอยบวมรอยช้ำหลังการผ่าตัด และให้ผลการรักษาที่ดีกว่า คนไข้จะฟื้นตัวได้เร็วกว่าการกำจัดไขมันทั่วไป และไม่มีปัญหาผิวไม่เรียบตามมา
          กระบวนการในการสลายไขมันให้เกิดแตกตัว เรียกว่า Emulsification ซึ่งกระบวนการนี้คือการเติมฟองอากาศ (cavitation) เพื่อเข้าไปเพิ่มอัตราในการสลายไขมันให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งการดูดไขมันนี้จะสามารถปรับเปลี่ยนรูปร่าง ควบคู่ไปด้วยเสมือนเป็นการเติมเต็มให้และดูเป็นธรรมชาติ ปลอดภัยสูง ไม่เกิดภาวะแทรกซ้อน
          การทำงานของเครื่องจะสร้างคลื่นอัลตร้าซาวด์ส่งผ่านไปที่ปลายเข็ม (probe) เมื่อปลายท่อเข้าไปอยู่ในชั้นใต้ผิวหนัง พลังงานคลื่นจะเลือกสลายเฉพาะเซลล์ไขมัน (Lipo selection)จน สลายตัวเป็นของเหลวทั้งหมด ไม่มีผลต่อเนื้อเยื่อสำคัญ เส้นเลือด เส้นประสาทบริเวณใกล้เคียงไม่ถูกทำลาย เข็มจะดูดเอาไขมันที่สลายแล้วดูดออกไปจากร่างกายอย่างนุ่มนวล ซึ่งนอกเหนือจากเป็นการดุดไขมันออกจากร่างกายแล้ว ยังสามารถมุ่งเน้นการออกแบบรูปร่าง หรือที่เรียกว่า Lipo sculpture ซึ่งการดูดไขมันประเภทนี้ยังสามารถใช้ควบคู่กับเทคนิคการฉีดไขมัน (Fat Grafting Technique) เพื่อให้ปรับรูปร่างได้สัดส่วนที่สวยงาม ดูฟิตเฟิร์มหลังการดูดไขมันอีกด้วย
          นวัตกรรมที่กล่าวข้างต้นนี้ถือเป็นเครื่องมือทางการแพทย์จากประเทศเกาหลี ที่ศัลยแพทย์นิยมใช้มากที่สุด มีที่มาจากการใช้เทคนิคการดูดไขมัน เป็นแบบ Internal UAL (Ultrasound-Assisted Liposuction system) ซึ่งเป็นนวัตกรรมการดูดไขมันที่ใช้คลื่นอัลตร้าซาวด์ในการสลายเซลล์ไขมันภายในชั้นผิวหนังโดยตรง เผาผลาญไขมันเพียงส่งผ่านผิวหนังจากทางด้านนอกโดยไม่ได้สอดใส่เข้าไปใต้ชั้นผิวหนัง หรือที่เรียกว่าแบบ External UAL ส่วนมากเป็นเครื่องที่ใช้ระบบนวดสลายไขมัน
          จะพบว่าเคล็ดลับในการสร้างหุ่นสวยแบบฟิตเฟิร์มของสาวเกาหลี มาจากเทคนิคในการดูแลรักษารูปร่าง การตกแต่งรูปร่างและการดูดไขมันจากนวัตกรรมอัลตร้าซาวด์(Ultrasound-Assisted Lipolysis) ที่เห็นผลทันทีในครั้งแรกที่ทำ และฟื้นตัวได้เร็ว มีความปลอดภัยสูง สามารถลดสัดส่วนและช่วยปรับรูปร่าง ซึ่งข้อมูลเหล่านี้เป็นเพียงบางส่วนสำหรับนวัตกรรมการดูดไขมันในเกาหลี จุดประสงค์ที่แท้จริงนั้นไม่ใช่เพียงการการดูดไขมันให้ออกมาได้มากที่สุด เพราะร่างกายเรายังจำเป็นต้องมีไขมันไว้สนับสนุนอวัยวะส่วนต่างๆ ด้วย หากดูดออกมากเกินไปจนไม่เหลือไขมันไว้ อาจทำให้เข่าหรือข้อต่อมีปัญหา หรือบางสัดส่วนหย่อนคล้อยลงได้ หลักสำคัญที่ทำให้สาวเกาหลีมีหุ่นที่เพอร์เฟค สมส่วน คือ ต้องอาศัยดุลยพินิจ การเลือกเทคนิค และประสบการณ์จากแพทย์ผู้ทำการรักษาเป็นสำคัญคู่ขนานกับเทคโนโลยีที่ปลอดภัย ทันสมัย เพื่อให้ได้ผลลัพธ์มีความเป็นธรรมชาติ ปลอดภัย ไร้ผลข้างเคียงมากที่สุด
          สนับสนุนบทความโดย บริษัท เดอร์มาลิงค์ จำกัด ผู้นำด้านนวัตกรรมเครื่องมือ ผลิตภัณฑ์ความงาม และสุขภาพอันดับ 1 ในเมืองไทย
สอบถามข้อมูลข่าวเพิ่มเติมที่...ฝ่ายประชาสัมพันธ์ โทรศัพท์ 02 000 8499 , 098 268 0518
 
8
สธ.เดินหน้านำเทคโนโลยี “ระบบนำทางอัจฉริยะ Health Map” ให้บริการประชาชน ช่วยค้นหาสถานบริการสุขภาพ



          นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย โฆษกและรองปลัดกระทรวงสาธารณสุขในฐานะผู้กำกับดูแลงานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขมีแผนงานในการนำ เทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในระบบการแพทย์และสาธารณสุข เพื่อเพิ่มโอกาสการให้บริการทางการแพทย์และสุขภาพที่ทันสมัยแก่ประชาชน อย่างทั่วถึง และเท่าเทียม รองรับการเข้าสู่สังคมสูงวัย โดยได้มอบหมายให้โดยได้มอบหมายให้"ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร" ร่วมกับสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข พัฒนานวัตกรรม "Health Map" หรือ "ระบบค้นหาสถานบริการสุขภาพ"ซึ่งเป็นระบบนำทางอัจฉริยะจากเทคโนโลยีดิจิทัล ที่ช่วยเอื้อประโยชน์ให้กับประชาชนในการค้นหาสถานบริการสุขภาพได้อย่างสะดวก รวดเร็ว ด้วยการเชื่อมต่อข้อมูลของสถานบริการสุขภาพเข้าสู่โลกดิจิทัล ประชาชนจึงทราบข้อมูลทั่วไปของสถานบริการได้อย่างรวดเร็ว ผ่านคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์สื่อสารทั้งโทรศัพท์เคลื่อนที่และแท็บเล็ต โดยมีหน่วยงานให้บริการด้านข้อมูล ได้แก่ สำนักบริหารการสาธารณสุข (สบรส.)ให้ข้อมูลด้านหน่วยบริการ , อย. ให้ข้อมูลร้านขายยา , ศพฉ. ให้ข้อมูลหน่วยบริการแพทย์ฉุกเฉิน เป็นต้น และ นายแพทย์ พินิจ ฟ้าอำนวยผลผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาระบบข้อมูลข่าวสารสุขภาพ เป็นผู้ร่วมพัฒนาระบบ
          สำหรับระบบค้นหาสถานบริการสุขภาพที่เชื่อมโยงกับระบบสายด่วนต่างๆ ของกระทรวงสาธารณสุข เน้นให้ง่ายต่อการใช้งาน สามารถใช้งานได้ทั้งในกรณีเจ็บป่วยฉุกเฉิน และกรณีเจ็บป่วยทั่วไป เป็นเครื่องมือที่ตอบโจทย์การเข้าถึงบริการสุขภาพของประชาชนได้เป็นอย่างแท้จริง ขณะนี้"Health Map" หรือ "ระบบค้นหาสถานบริการสุขภาพ" สามารถเข้าใช้บริการได้ในรูปแบบของเว็บไซต์ http://gishealth.moph.go.th/ และแอพพลิเคชั่นบนมือถือระบบ Android และ ios โดยเร็วๆนี้จะมีการพัฒนารูปแบบของระบบให้มีความครอบคลุมทุกหน่วยบริการด้านสาธารณสุขเพิ่มมากขึ้น
          ด้านผศ.(พิเศษ) นพ.พลวรรธน์ วิทูรกลชิต ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารกล่าวว่า "Health Map" หรือ "ระบบค้นหาสถานบริการสุขภาพ" จะช่วยอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนในการค้นหาสถานบริการสุขภาพ ด้วยการแสดงข้อมูลครอบคลุม 5 กรณี ได้แก่
          1. กรณีเจ็บป่วยฉุกเฉิน ระบบจะแสดงที่ตั้งของโรงพยาบาลรัฐและโรงพยาบาลเอกชนที่มีแผนกฉุกเฉินบนแผนที่ โดยสามารถเลือกดูข้อมูลจากที่ตั้งโรงพยาบาลพร้อมระยะทาง แสดงเส้นทางและระบบนำทางไปยังโรงพยาบาลที่เลือกไว้ และยังมีข้อมูลทั่วไป เว็บไซต์ หมายเลขโทรศัพท์ของโรงพยาบาลที่สามารถโทรออกได้ทันที รวมทั้งแสดงรายชื่อโรงพยาบาลแต่ละแห่งเรียงตามระยะห่างจากที่ตั้งปัจจุบัน บนแผนที่จะมีข้อมูลแสดงที่ตั้งของหน่วยกู้ชีพ หรือจะค้นหาโรงพยาบาลหรือหน่วยกู้ชีพจากชื่อโดยตรงก็ได้
          2. กรณีเจ็บป่วยทั่วไป จะแสดงที่ตั้งของโรงพยาบาล หรือศูนย์บริการสาธารณสุขในขอบเขตที่กำหนด มีข้อมูลทั่วไปของสถานพยาบาลที่เลือก พร้อมเส้นทางและระบบนำทาง โดยสามารถเลือกโรงพยาบาลได้ตามต้องการ
          3. แสดงสถานพยาบาลเชี่ยวชาญเฉพาะโรคโดยเลือกศูนย์เชี่ยวชาญด้านต่างๆได้ตามที่ต้องการ สามารถค้นหาการบริการเฉพาะทางของโรงพยาบาลที่อยู่ในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขได้ อาทิ การผ่าตัดหัวใจ การฉายรังสีรักษามะเร็ง เป็นต้น หรือเลือกค้นหาโรงพยาบาลที่มีแพทย์เฉพาะทางในสาขาต่างๆ ระบบจะแสดงรายชื่อโรงพยาบาลเรียงตามระยะทาง ข้อมูลทั่วไปพร้อมทั้งเส้นทางและระบบนำทาง
          4. กรณีค้นหาบริการพิเศษ ได้แก่ คลินิกนิรนาม และสถานที่ให้บริการฉีดวัคซีนไปต่างประเทศ สามารถเลือกประเภทบริการพิเศษได้ตามต้องการ ซึ่งจะมีการแสดงรายชื่อหน่วยบริการพร้อมข้อมูลทั่วไป เส้นทางและระบบนำทาง และ
          5. การค้นหาร้านขายยา ระบบจะแสดงที่ตั้งของร้านขายยาทั้ง 4 ประเภท ได้แก่ ร้านขายยาแผนปัจจุบัน ร้านขายยาบรรจุเสร็จ ร้านขายยาสำหรับสัตว์ และร้านขายยาแผนโบราณ สามารถเลือกร้านขายยาที่ต้องการเพื่อให้ระบบแสดงรายชื่อร้านขายยาเรียงตามระยะทาง ข้อมูลทั่วไป พร้อมเส้นทางและระบบนำทางเช่นเดียวกัน นอกจากนี้ยังสามารถแสดงแผนที่ในรูปแบบภาพถ่ายดาวเทียม และใช้ street view แสดงภาพถ่ายของสถานที่จริงได้ด้วย./
 
9
Aqua therapy for Senior Be Fit ธาราบำบัดเพิ่มความฟิตให้วัย 65+ ปี ทดลองลงสระธาราบำบัดฟรี






          Aqua therapy for Senior Be Fit ธาราบำบัดเพิ่มความฟิตให้วัย 65+ ปี
          ลดปัญหาการปวดข้อ ทรงตัวไม่ดี หกล้มง่าย
          เสริมสร้างกล้ามเนื้อ ฟื้นฟูสมรรถภาพ ทำกิจวัตรประจำวันได้อย่างมั่นใจ
          กินอิ่ม นอนหลับ เพิ่มคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
          ทดลองลงสระธาราบำบัดฟรี *เริ่มอังคารที่ 4 ตุลาคม – 6 ธันวาคม 2559
          ทุกวันอังคาร เวลา 11.00 น. (รับจำกัด 4 – 6 เคส/รอบ)
          การออกกำลังกายในน้ำ 30 นาที ฟรี 1 ครั้ง
          ผู้ที่ลงสระธาราบำบัดได้
          - ผู้สูงอายุ 65 – 85 ปี
          - เดินขึ้นลงบันไดได้อย่างน้อย 10 ขั้น
          - ไม่มีโรคติดต่อ ไม่มีโรคประจำตัวที่ควบคุมไม่ได้ และอยู่ภายใต้ข้อกำหนดของ รพ.
          - ผ่านการประเมินทางจากนักกายภาพบำบัดสามารถลงธาราบำบัดได้

          อาการที่ไม่ควรลงธาราบำบัด
          คลื่นไส้อาเจียน สูยเสียการรับรู้ที่ผิวหนัง ไม่สามารถกลั้นปัสสาวะอุจจาระได้ มีประจำเดือน
          มีโรคติดต่อต่างๆ เช่น หวัด ไอ ตาแดง แก้วหูทะลุ มีโรคผิวหนัง หรือแผลที่ผิวหนัง แผลติดเชื้อ
          โรคทางอายุรกรรมที่ยังควบคุมไม่ได้ เป็นต้น

          หมายเหตุ
          1. สำหรับผู้สูงอายุ ระหว่าง 65 – 85 ปี
          2. ไม่มีโรคติดต่อ ไม่มีโรคประจำตัวที่ควบคุมไม่ได้ และอยู่ภายใต้ข้อกำหนดของ รพ.
          3. สงวนสิทธิ์ให้บริการระหว่างวันที่ 4 ตุลาคม – 6 ธันวาคม 2559
          4. โปรดสอบถามรายละเอียดและนัดหมายล่วงหน้าก่อนเข้ารับบริการ ได้ที่
          ศูนย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู โทรศัพท์ 02 836 9999 ต่อ 5370 , 6370
          สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและนัดหมายล่วงหน้าได้ที่
          ศูนย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู (Medical Rehabilitation) ชั้น 3 โรงพยาบาลเวิลด์เมดิคอลเซ็นเตอร์ (WMC) โทรศัพท์ 02 836 9999 ต่อ 5370 , 6370
          ตัวอย่างผู้ใช้บริการ https://youtu.be/C7V6hwvhw2U
 
10

ธรรมนูญระบบสุขภาพ 2559 : ภารกิจสร้างคนไทยพันธุ์ใหม่




          เพราะสุขภาพเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของคนไทยทุกคน และเป็นภารกิจที่ทุกฝ่ายต้องช่วยกันขับเคลื่อน ธรรมนูญว่าด้วยระบบสุขภาพ 2559 ซึ่งเป็นเสมือนแผนที่ทางเดินไปสู่ภาพพึงประสงค์ร่วมต่อระบบสุขภาพ ที่ผ่านความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีแล้ว เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2559 ได้ตระหนักถึงความสำคัญของการสร้างคนไทยพันธุ์ใหม่ที่มีความรู้เท่าทันด้านสุขภาพ (Health literacy) ที่ครอบคลุมทั้งในเรื่องการสร้างองค์ความรู้ด้านสุขภาพ การเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารด้านสุขภาพ ตลอดจนการคุ้มครองผู้บริโภคด้านสุขภาพ ซึ่งเป็นสาระสำคัญส่วนหนึ่งที่ปรากฏในธรรมนูญว่าด้วยระบบสุขภาพ 2559 ที่เป็นรากฐานในการสร้างสังคมสุขภาวะ
          จากความสำคัญข้างต้น สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) ขอเชิญร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างคนไทยสายพันธุ์ใหม่ที่ใส่ใจ-รู้เท่าทันข่าวสารด้านสุขภาพ ใน เวที สช.เจาะประเด็น "ธรรมนูญระบบสุขภาพ 2559 : ภารกิจสร้างคนไทยพันธุ์ใหม่" ใน วันจันทร์ที่ 26 กันยายน 2559 เวลา 09.30-12.30 น. ณ โถงหน้าห้องประชุมสานใจ ชั้น 6 อาคารสุขภาพแห่งชาติ
          โดยมีหัวข้อการเสวนาดังนี้
          เสวนา "ธรรมนูญระบบสุขภาพ 2559 : ภารกิจสร้างคนไทยพันธุ์ใหม่"
          O ธรรมนูญว่าด้วยระบบสุขภาพแห่งชาติ 2559: ภาพฉายระบบสุขภาพไทยในอนาคต
          โดย นพ. ณรงค์ศักดิ์ อังคะสุวผลา กรรมการสุขภาพแห่งชาติ และประธานกรรมการทบทวนธรรมนูญว่าด้วยระบบสุขภาพแห่งชาติ ฉบับที่ 2
          O บทบาทคนไทยพันธุ์ใหม่ในระบบสุขภาพอนาคต
          โดย ผศ.นพ. ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
          O บทเรียนจากโลกออนไลน์ ถ้าปล่อยสุขภาพคนไทยไว้ที่ปลายนิ้ว
          โดย คุณอาริยะ คำภิโล หรือ ลุงโจนส์ ผู้ดูแลแฟนเพจ Jones Salad
          O คนไทย 4.0 กับความรู้เท่าทันสุขภาพในยุคโลกดิจิตอล
          โดย ดร.กษิติธร ภูภราดัย คณะทำงานจัดทำแผนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
          ดำเนินรายการโดย คุณประวีณมัย บ่ายคล้อย

Pages: [1] 2 3 ... 10