Recent Posts

Pages: [1] 2 3 ... 10
1
Photo Release: Gyproc launches Gyproc M2Tech Board& GypCote TOTAL Skim Coat Plaster for fast, easy, environmentally safe interiors



Thai Gypsum Products Public Company Limited, the manufacturer of leading gypsum solutions under the brand “Gyproc”, introduced its latest innovative products for a better, easier and more sustainable indoor construction: Gyproc® M2TechBoard, a smart ‘Moisture and Mold Resistant’ gypsum board, is developed for usage in wet and high-humidity areas; and GypCote TOTAL Skim Coat Plaster provides a high quality skim coat finish that is specially formulated for “No Primer Required” properties. It provides higher efficiency on application and is kind to the environment. These two products are launched under the company’s ethos of Gyproc Go Green, a health-conscious product development strategy that benefits the health of anyone working in the gypsum production line as well as end users and consumers. The company will distribute Gyproc® M2Tech& GypCote TOTAL through its 400 dealers across the country, offering new standards in interior construction throughout Thailand, and enabling Gyproc to achieve its target of 5% profit growth by 2014.

For more information, please contact 02-640-8600,orvisit website http://www.gyproc.co.th/ and Facebook https://www.facebook.com/GyprocClub
2
ภาพข่าว: ยิปรอคจัดงานแถลงข่าวเปิดตัวแผ่นยิปซัม ยิปรอคเอ็มทูเทค และปูนยิปโค้ท โททอลพร้อมนวัตกรรมรักษ์โลกล่าสุด



บริษัทไทยผลิตภัณฑ์ยิบซั่ม จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ระบบงานฝ้าเพดานและงานผนังยิปซัม ภายใต้แบรนด์ยิปรอค ซึ่งได้รับการยอมรับในประเทศไทย มากว่า 45 ปี นำโดย มร.ริชาร์ดจูเชรี (ที่ 3 จากซ้าย) กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยผลิตภัณฑ์ยิบซั่ม จำกัด (มหาชน) เปิดตัวสองผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุด แผ่นยิปซัมชนิดทนชื้นทนรา “ยิปรอคเอ็มทูเทค (Gyproc® M2Tech)” ที่มาพร้อมนวัตกรรมในการผสานคุณสมบัติทั้งการทนความชื้นและราในแผ่นยิปซัมแผ่นเดียวและผลิตภัณฑ์ปูนฉาบสกิมโค้ทสูตรพิเศษ “ปูนยิปโค้ทโททอล (GypCote TOTAL)” สำหรับงานฉาบบางสกิมโค้ท โดยสามารถทาสีทับหน้าได้โดยไม่ต้องทาสีรองพื้น ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานได้ง่ายและเร็วขึ้น ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการทำงาน อีกทั้ง ลดการใช้สารเคมีและยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมตามปณิธาน “ยิปรอคโกกรีน” สะท้อนความใส่ใจผู้บริโภคสูงสุดเตรียมวางแผนจำหน่ายในกว่า 400 ร้านค้าทั่วประเทศ หวังเติบโต 5% ตามเป้าหมายที่วางไว้ภายในปี 2557โดยมีทีมผู้บริหารไทยผลิตภัณฑ์ยิบซั่ม อาทิ คุณธงชัย กมลพัฒนะ (ที่ 2 จากขวา) ผู้อำนวยการฝ่ายขายและการตลาดคุณศิรินทรา จิตตราวงศ์ (ที่ 1 จากขวา) ผู้จัดการด้านกลยุทธ์และการตลาด คุณวิศิษฎ์ ชัยสิทธิโรจน์ (ที่ 1 จากซ้าย) ผู้จัดการผลิตภัณฑ์ปูนฉาบ พร้อมด้วยนายแพทย์ผิวหนังและนักร้องชื่อดัง โอ๊ค-สมิทธิ์ อารยะสกุล (ที่ 2 จากซ้าย) ให้เกียรติเข้าร่วมงาน ณ ห้องประชุมเบต้า ชั้น 2 โรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ กรุงเทพฯ เมื่อเร็วๆ นี้

หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาโทร 02-640-8600และสามารถติดตามกิจกรรมของยิปรอคที่น่าสนใจได้ผ่านเว็บไซต์http://www.gyproc.co.th/หรือ เฟซบุ๊กhttps://www.facebook.com/GyprocClub
3
“บาจา” รองเท้าแบรนด์อินเตอร์มั่นใจเศรษฐกิจไทยยังโต เดินหน้าลงทุนต่อเนื่อง โชว์ยอดขาย 3 ไตรมาสแรกปี 57’ โตขึ้น 8% แม้เจอผลกระทบทั้งปี




 
          “บาจา” แบรนด์รองเท้าอินเตอร์ที่ถือกำเนิดในประเทศสาธารณะรัฐเช็ก ฉลองครบรอบ 120 ปี จัดแคมเปญพิเศษ เสริฟรองเท้าสุดเอ็กคลูซีฟรุ่นลิมิเต็ดเอดิชั่น “The One” ให้พันธมิตรธุรกิจและเซเลบริตี้สาวกบาจาชื่อดังทั่วโลก พร้อมจัดโปรโมชั่น Bata 120th Anniversary Celebration ให้แฟนพันธุ์แท้บาจาชาวไทยร่วมฉลอง พร้อมระบุบริษัทฯ แม่ที่สวิสเซอร์แลนด์มั่นใจเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง สั่งทุ่มงบลงทุนขยายสาขาเต็มกำลังและสานนโยบายปรับภาพลักษณ์ให้เป็นแบรนด์แฟชั่นและปรับลุกส์ร้านให้เป็นมาตรฐานเดียวกันทุกสาขาทั่วโลก หวังสร้างฐานลูกค้ากลุ่มใหม่และกระตุ้นยอดขายในไทยให้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วง 3 ปีข้างหน้า
มร. คาร์ลอส กราเซส กรรมการผู้จัดการ บริษัท บาจา (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ในโอกาสพิเศษครบรอบ 120 ปี ของ บาจา แบรนด์รองเท้าระดับโลก เราได้จัดกิจกรรมสุดเอ็กคลูซีฟ โดยได้ตัดรองเท้ารุ่นลิมิเต็ดเอดิชั่นที่มีอยู่เพียง 1,200 คู่ในโลกและส่งตรงมาไทยเพียง 70 คู่ เท่านั้น ภายใต้ชื่อรอง THE ONE ซึ่งเป็นรองเท้าหุ้มส้นสีดำคลาสสิก ผลิตด้วยมือ (Handmade) ในประเทศอิตาลี ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบตามบุคลิกของ มร.โทมัส บาจา ผู้ก่อตั้งแบรนด์ ซึ่งเป็นคนประณีตและพิถีพิถัน ซึ่งเป็นรุ่นที่ไม่มีจำหน่าย แต่สั่งตัดเป็นพิเศษเพื่อมอบให้กับผู้บริหารระดับสูงและคนดังสาวกบาจาทั่วโลก โดยในเมืองไทย บริษัท บาจา ประเทศไทย จำกัด จะทำการมอบรองเท้า THE ONE ให้กับพันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อเป็นการขอบคุณที่สนับสนุนธุรกิจตลอดระยะเวลา 85 ปีที่ผ่านมาและร่วมฉลองความสำเร็จของแบรนด์รองเท้าอันดับ 1 ของโลก ที่มีอายุมายาวนานกว่า 120 ปี นอกจากนี้ในส่วนของ บาจา ประเทศไทย ยังจัดเคมเปญพิเศษ เพื่อให้สาวกบาจาชาวไทยได้ร่วมฉลองกิจกรรมครั้งนี้ ด้วยโปรโมชั่น 120th Anniversary Celebration มอบส่วนลดสูงสุด 70 %ตั้งแต่วันที่ 1 – 30 พฤศจิกายน 2557 ที่ร้านบาจา 46 สาขาหลักทั่วประเทศ

          นอกจากนี้ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บาจา (ประเทศไทย) จำกัด ยังแสดงความเชื่อมั่นในเศรษฐกิจไทยว่ายังสามารถเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง พิสูจน์ได้จากยอดขายของ บาจา 3 ไตรมาสที่ผ่านมาแม้จะได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่องจากปัจจัยลบต่างๆ อาทิ การชุมนุมทางการเมือง, ยอดการผลิตที่ลดลงจากเหตุไฟไหม้โรงงานเมื่อกลางปีที่แล้ว แต่ยังสามารถเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในไตรมาสที่ 3 โตขึ้นถึง 8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันกับปีที่แล้ว (2556) เป็นผลมาจากนโยบายรีแบรนด์ภาพลักษณ์ให้เป็นทันสมัยขึ้นและปรับดีไซน์ร้านให้ทันสมัยเป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วโลก ส่งผลให้เพิ่มฐานลูกค้าใหม่ๆ ได้เพิ่มมากขึ้น ขณะเดียวกันในปีนี้ (2557) ยังสามารถขยายสาขาได้เพิ่มขึ้นถึง 26 สาขา จากที่ตั้งเป้าไว้ที่ 20 สาขา จึงทำให้มั่นใจว่ายอดขายตลอดทั้งปีนี้ (2557) จะโตขึ้น 4% ส่วนเป้าหมายการเติบโตในปีหน้า (2558) ตั้งเป้าไว้ที่ 10%

          “แม้เราจะเป็นแบรนด์รองเท้าต่างประเทศ แต่เราเป็นแบรนด์ที่อยู่คู่คนไทยมากว่า 85 ปี ซึ่งผ่านร้อนผ่านหนาวและเหตุการณ์ต่างๆ ร่วมกับคนไทยมาโดยตลอด เราจึงเชื่อมั่นว่าประเทศไทยยังเป็นประเทศที่มีศักยภาพและมีโอกาสเติบโตทางธุรกิจสูง มีช่องทางการตลาดใหม่ๆ ให้ได้เล่นตลอดเวลา เราจึงมีแผนที่จะลงทุนและรุกตลาดรองเท้าในไทยอย่างเต็มที่ ผ่านทั้งช่องทางเดิมและช่องทางใหม่ ด้วยการพัฒนาบุคลากรให้มีคุณภาพและการขยายสาขา เพื่อรองรับการรุกและขยายตลาดที่เพิ่มขึ้นอย่างเต็มประสิทธิภาพในช่วง 3 ปีข้างหน้า”

          นายอนวัช สังขะทรัพย์ ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท บาจา (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันบาจา แบ่งสัดส่วนสินค้าออกเป็น 5 ประเภทหลัก คือ รองเท้าสตรี (38% ของยอดขาย) รองเท้าบุรุษ (23% ของยอดขาย) รองเท้าเด็ก (6% ของยอดขาย) รองเท้ากีฬา (6% ของยอดขาย) และรองเท้าประเภทอื่นๆ รวถึงสินค้าที่ไม่ใช่รองเท้า เช่น เครื่องประดับ (27% ของยอดขาย) โดยมีบาจาเป็นแบรนด์แม่ (80% ของยอดขาย) และมีแบรนด์รองอีกทั้งสิ้น 7 แบรนด์หลัก ได้แก่ North Star ซึ่งเป็นรองเท้ากีฬาลำลองสำหรับคนรุ่นใหม่อยุ 15-25 ปี (3% ของยอดขาย) Power ซึ่งเป็นรองเท้ากีฬาเน้นที่ประสิทธิภาพสูง (6% ของยอดขาย) Weinbrenner ซึ่งเป็นรองเท้า Outdoor (3% ของยอดขายและกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว), Marie Claire ซึ่งเป็นรองเท้าแฟชั่นสตรี (2% ของยอดขาย) Sundrops รองเท้าสตรีทำจากหนังแท้ (1% ของยอดขายหลังจากแนะนำสู่ตลาดได้ 1 ปี) Bubblegummers รองเท้าเด็กที่มีสีสันสวยงาม (8% ของยอดขาย) Be First รองเท้านักเรียนซึ่งผลิตในประเทศไทย (8% ของยอดขาย) นอกจากนี้รองเท้าบาจายังเป็นที่นิยมในหมู่นักท่องเที่ยวดังจะเห็นได้จากยอดขายของสาขาในแหล่งท่องเที่ยวที่สูงมาก

          โดยลูกค้ากลุ่มเป้าหมายหลักของ บาจา คือ ลูกค้าที่มีอายุประมาณ 30 ปีขึ้นไป ซึ่งในปี 2558 เป้าหมายหนึ่งของบาจาคือการขยายฐานลูกค้าไปสู่กลุ่มวัยรุ่นด้วยการออกแบบรองเท้าที่ทันสมัย รวไปถึงการจับกลุ่มลูกค้าที่มีรายได้สูงขึ้น (กลุ่มA-B) ด้วยการนำเสนอสินค้าที่เหมาะสมกับลูกค้าในกลุ่มตลาดบนมากขึ้น แผนงานเหล่านี้จะนำไปสู่ความมุ่งหวังของบาจาในการเป็นผู้ผลิต และร้านขายรองเท้าสำหรับทุกคนในครอบครัว

          ในด้านนโยบายในการปรับภาพลักษณ์ที่ดำเนินการมาตั้งแต่ปีที่แล้ว ส่งผลให้ยอดขายปรับตัวดีขึ้น โดยร้านที่บาจาปรับโฉมมียอดขายที่โตขึ้นเฉลี่ย 20% ต่อร้านค้า โดยในปีนี้บาจาได้มีการปรับโฉมร้านค้าจำนวน 33 ร้าน การปรับโฉมของร้านบาจานั้นเพื่อให้สอดคล้องกับคอนเซ็ปท์มาตรฐานของบาจาที่ออกแบบโดยทีมงานสถาปนิกชาวอิตาเลี่ยนและเป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วโลก รูปแบบร้านแบ่งออกเป็น แบบแฟมี่ลี่ (Family) สำหรับกลุ่มลูกค้า ระดับ C – B กลุ่มลูกค้าตลาดกลาง และ ล่าง ที่มีความต้องการรองเท้าเพื่อการใช้งานโดยตรง ต้องการการจัดวางสินค้าจำนวนมากเพื่อให้ลูกค้าเลือกได้อย่างสะดวก ในบรรยากาศที่อบอุ่น และ ร้านแบบซีตี้ (City) สำหรับลูกค้า กลุ่ม B+ ขึ้นไป มู้ด แอนด์ โทน ของร้านเน้นอารมณ์ เฟอร์นิเจอร์จึงเป็นวัสดุแนวไม้ แก้ว เน้นของตกแต่งที่มีดีไซน์ ทันสมัย สินค้าไม่ต้องเยอะ แต่เน้นรุ่นไฮไลต์ และมีสไตล์ โดยร้านบาจาทั้งสองคอนเซ็ปท์จะมีพนักงานที่มีความรู้และเชี่ยวชาญด้านรองเท้าแฟชั่นโดยเฉพาะคอยดูแลให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด

          ทั้งนี้ ปัจจุบัน บาจา มีกว่า 280 สาขา แบ่งออกเป็น ร้านที่อยู่ในห้างสรรพสินค้า อาทิ เซ็นทรัล, เดอะ มอลล์, โลตัส, บิ๊กซี จำนวน 249 สาขา สตรีท ช็อป 29 และ บาจา เดสทิเนชั่น สโตร์ ในหัวเมืองใหญ่ 4 แห่ง ได้แก่ พัทยา, หาดใหญ่, เชียงใหม่ และ ปากช่อง โดยแผนลงทุนปี 2558 จะเปิดร้านบาจา และ ร้านในเครือ รวมกันทั้งหมด 22 สาขา ด้วยมูลค่าการลงทุน 50 ล้านบาท และปรับโฉมร้านอีก 28 สาขา ด้วยเงินลงทุน 62 ล้านบาท บาจามั่นใจว่าจะสามารถประสบความสำเร็จในการเพิ่มยอดขายได้ 10% ในปี 2558 ที่จะถึงนี้

          นอกจากนี้ รองเท้าบาจา ยังนำเสนอคอลเลกชั่นใหม่รับซีซั่น ออทั่ม/วินเทอร์ 2014/2015 ด้วย New Collectionสำหรับผู้ชาย ผู้หญิง เด็ก ที่เหมาะกับทุกคนในครอบครัว คอลเล็กชั่นนี้เน้นโทนสีที่อบอุ่น การผลิตจากวัสดุ คุณภาพดี นุ่มสบาย เพื่อให้ความรู้สึกสบายกับผู้สวมใส่ ในซีซั่นนี้เราใส่ใจกับความนุ่มสบายภายในรองเท้ามากขึ้นอย่างมากด้วยการเพิ่มฟองน้ำ (Sponge) ชั้นดี ภายใต้ดีไชน์ที่สวย คลาสสิค ทันสมัย สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร 02-312-034-2 เว็บไซต์ www.bata.co.th เฟสบุ๊ค www.facebook.com/BataThailand ไอจี (IG) batathailand
4
ภาพข่าว: เปิดตัว พาวเวอร์ฟิต บาย โย


 
          หุ่นดีถ้วนหน้า....โย ยศวดี หัสดีวิจิตร นางแบบชื่อดัง และกรรมการผู้จัดการบริษัท พาวเวอร์ฟิต บาย โย จำกัด เปิดตัวผลิตภัณฑ์อาหารเสริม “พาวเวอร์ฟิต บาย โย” สำหรับคนรักสุขภาพที่ต้องการ ดูแลรูปร่างและผิวพรรณให้สวยแบบออลอินวัน โดยมี อัญชลี หัสดีวิจิตร, ชนกวนันท์ รักชีพ, พิชญ์สินี ตันวิบูลย์, เบญจวรรณ เทิดทูนกุล และกมลพรรณ สุวรรณมาศ ร่วมงานและเดินแบบในโชว์เปิดตัว ณ ศูนย์การค้าสยามดิสคัฟเวอรี่ ชั้น 6 เมื่อเร็วๆนี้
5
ภาพข่าว: กุ๋งกิ๋งพบนักอ่าน



          แปลน ฟอร์ คิดส์ ฉลองความสำเร็จของหนังสือนิทานชุด กุ๋งกิ๋ง เด็กหญิงตัวน้อยตากลมแก้มใสที่เป็นเพื่อนที่รู้ใจของเด็กๆ และเป็นผู้ช่วยของพ่อแม่ในการดูแลลูกรักให้เรียนรู้เรื่องราวใกล้ตัวที่เป็นประโยชน์ กุ๋งกิ๋งเป็นตัวละครจากหนังสือนิทานยอดฮิตขวัญใจเด็กๆ ที่วันนี้นอกจากจะมาร้องเล่นเต้นสนุกกับบทเพลงใหม่แล้ว ยังมาร่วมแบ่งปันรอยยิ้มและความสุขสนุกสนานให้กับแฟนนักอ่านรุ๋นจิ๋วในงาน meet and greet กุ๋งกิ๋ง พร้อมแจกของรางวัลมากมาย ณ เวทีเอเทรียม ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ที่งานมหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 16 ที่ผ่านมา
6
News Release Me Magazine 6th Anniversary


 
          “ภาพวันวานกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน นึกขึ้นทีไรก็เป็นความทรงจำที่สวยงามเสมอ”
          Me Magazine ฉบับครบรอบ 6 ปี ได้มีการปรับโฉมครั้งใหม่ โดยการเปลี่ยนโลโก้ ซึ่งตัว
          เราเพิ่มความแข็งแกร่ง เส้นตรงจะสื่ออย่างชัดเจนว่าเรามั่นคงต่อการทำงานทุกงานเพื่อความสุขของผู้อ่านและผู้สนับสนุนทุกท่าน
สีเงิน บ่งบอกถึงความเจิดจรัสของเนื้อหาที่เปล่งแสงสวยงามราวกับเนื้อหาที่เต็มไปด้วยสาระความบันเทิง และเป็นอีกหนึ่งแหล่งความรู้ที่เราภาคภูมิใจ
Top stories for this issue
          – Executive Talk คุณทองพล อุลปาทร เป็นดั่งหัวเรือใหญ่แห่ง บริษัท สุมิพล จำกัด เปิดใจพูดคุยสไตล์ผู้บริหารยุคใหม่ และเล่าถึงการสร้างความพึงพอใจให้ลูกค้าด้วย Triple S (3S) พร้อมเดินหน้าพัฒนาศักยภาพด้านบริการทุกด้านเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับประเทศอาเซียนที่
จะเข้ามาลงทุนในไทย
          – Business Model พาทุกท่านสัมผัสถึงแง่คิดของพญาอินทรีสาวแห่ง Songland คุณเพ็ญ สุขสมบูรณ์วงศ์ ผู้ที่ทำธุรกิจบนพื้นฐานความรักและความชอบ สุดท้ายความสำเร็จส่งให้โผบินโดดเด่นอย่างสง่า และคุณพิชิต กุลเกียรติเดช ประธาน บริษัท แกรนด์ เพิร์ล จำกัด ที่ผ่านบททดสอบอัน หนักหน่วงด้วยดวงใจอันเข้มแข็งของเขา ทำให้ชนะอุปสรรคและเดินทางมาพบของขวัญล้ำค่าอย่างอัญมณีงามลำใหม่ Wonderful Pearl
          – New Generation พบกับผู้บริหารคนหนุ่ม-สาวไฟแรง คุณแชมป์-วิทวัส ชินบารมี จากค่ายนิชคาร์ จะพาคุณรู้จักเส้นทางของวงการรถสปอร์ตและซูเปอร์คาร์ชั้นนำ รวมถึงเทคนิคการครองใจลูกค้าที่ถือว่าเป็นจุดแข็งของที่นี่
ส่วนคุณกีต้าร์-ปฏิญญา เกี่ยวข้อง เจ้าของแบรนด์ PATINYA ผู้หญิงที่มีหัวใจหลงใหลในงานดีไซเนอร์ เกิดมาเพื่อสร้างสีสันให้ถนนแห่งวงการแฟชั่นในเมืองไทยเจิดจรัสยิ่งขึ้น
          – Me Vision คุณพัชร สมะลาภา รองกรรมการผู้จัดการ ผู้บริหารสายงานธุรกิจลูกค้าผู้ประกอบการ จะมาพูดถึงการพัฒนาศักยภาพ SME ซึ่งเป็นอีกหนึ่งภารกิจของ K SME ที่พร้อมเคียงข้างลูกค้าเต็มความสามารถ
          – Market Evolution ดร.พจน์ ใจชาญสุกิจ ที่ปรึกษาด้านยุทธศาสตร์และสื่อสารองค์กร จะมาให้ความรู้เกี่ยวกับCSR สู่ CSV เมื่อแบรนด์เติบโตมีคุณค่าและสร้างให้สังคมดี
          – The Art of Power เมื่อการทำงานต้องอยู่กับคนหมู่มาก เรื่องคำพูดคำจาถือว่ามีบทบาทสำคัญ เพราะ “คนพูดเป็น” กับ “คนพูดได้” แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ซึ่งเราเลือกได้ว่าจะเป็นแบบไหน อ่านสาระดีๆ ที่จะช่วยเพิ่มพูนศักยภาพการทำงานทางคอลัมน์นี้ โดย คุณเอิร์ธ สายสว่าง
          – Lifestyle & Travel คอลัมน์ที่จะทำให้คุณปล่อยใจให้ชิลไปกับบรรยากาศโดนใจกับบรรดาสถานที่สุดชิค อย่างห้องอาหารสุดเลิศสวรรค์ของนักดื่ม นักกิน สปาที่มีบริการครบครันพรั่งพร้อมผลิตภัณฑ์คุณภาพ นอกจากนี้พร้อมทำให้หัวใจคุณพองโตและเพลิดเพลินในการเดินทางไปยังสถานที่
พอร์โต้ ชิโน่ แลนด์มาร์ค แห่งถนนพระราม 2
          – นอกจากนี้ยังมีข้อมูลข่าวสารในแวดวงเศรษฐกิจ การค้าการลงทุน กิจกรรมทางการตลาด และข้อมูลประชาสัมพันธ์อีกมากมาย
         
          วางจำหน่ายแล้วที่ร้านนายอินทร์ทั่วประเทศ อาทิ Siam Paragon, Emporium, The mall, สุวรรณภูมิ, Home Pro, Lotus,Foodland และแพร่พิทยา ฯลฯ และสามารถอ่าน Me Magazine แค่เพียงปลายนิ้วสัมผัสในรูปแบบหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (e-books) ได้จากร้านหนังสือ eBook ชั้นนำ ได้แก่ ไอ เลิฟ ไลบรารี่” (I Love Library) ,บีทูเอสอีบุ๊คสโตร์ (B2S eBook Store), เอไอเอส บุ๊กสโตร์'' (AIS Bookstore) ซึ่งรองรับทั้งระบบปฏิบัติการ iOSและ Android ...
7
โอกาสสุดท้ายสำหรับ รวมเพลง Year Book 2014 สำหรับคนที่พลาด



          The Guitar Year Book2014 เล่มพิเศษประจำปีที่คอเพลงไทยตามสะสมเป็นประจำทุกปีกับรวมเพลงไทยใส่คอร์ด ที่คัดเลือกซิงเกิ้ลฮิตและและอัลบั้มขึ้นหิ้งตลอดปี 2013-2014 ที่ยังคงฮิตอย่างต่อเนื่อง การันตีจากอันดับชาร์ตเพลงไทย และฝั่งอินเตอร์ นำโดย อยู่ต่อเลยได้ไหม (สิงโต นำโชค) , หยุดรักยังไง (Zeal), พูดไม่ค่อยถูก (AB Normal), แตกต่างเหมือนกัน (Getsunova), อัลบั้มเต็ม ป้าง นครินทร์ (กลางคน), Big Ass (แดนเนรมิต),แสตมป์ อภิวัชร์ (Supermarket) พิเศษกับเพลงฮิตฝั่งอินเตอร์ Just Give Me A Reason (Pink),22 (Taylor Swift), Get Lucky (Daft Punk), Roar (Katy Perry) อัลบั้มเต็ม Bruno Mars - Unorthodox Jukebox และ Maroon5 – Overexposed แถมฟรีตารางคอร์ดในเล่ม
8
เมื่อความตายเป็นเพียงจุดเริ่มต้นที่จะพิสูจน์“รักแท้” ปั้นจั่น -ปรมะ อิ่มอโนทัย กับ “The Eyes Diary” คนเห็นผี บทบาทที่พร้อมดำดิ่งสู่ความมืดมิด ท้าทายทุกความกล้า ถึงขนาดสะสมข้าวของคนตาย เพียงเพื่อเหตุผลเดียว… เห็นคนรักที่ตายกลายเป็น “ผี”






 
Q.เป็นไงมาไงถึงได้มาร่วมแสดงในภาพยนตร์เรื่อง The Eyes Diary คนเห็นผี
          A.สวัสดีครับผม ปั้นจั่น ปรมะ อิ่มอโนทัย ในเรื่อง The Eyes Diary ผมรับบทเป็น น็อต ครับ ผมได้มาเล่นภาพยนตร์เรื่องนี้ เพราะว่าหลายคนอาจจะรู้จักผมในเรื่อง It Gets Better ไม่ได้ขอให้มารัก ของพี่กอล์ฟ-ธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์ ซึ่งเป็นภาพยนตร์เรื่องแรกของผม หลังจากนั้นผมก็ได้มีโอกาสไปร่วมงานประกาศรางวัลต่างๆ ก็ได้เจอพี่มะเดี่ยวได้มีโอกาสคุยกันบ้าง เลยไปแคสท์ครับ ยิ่งพอรู้ว่าเป็นโอกาสที่จะได้ร่วมงานกับพี่มะเดี่ยว ผมก็ดีใจแล้วครับ เอาจริงๆเรื่องนี้ผมตกลงรับเล่นตั้งแต่ยังไม่ได้อ่านบทด้วยซ้ำนะ เพราะว่างานของพี่เขาส่วนใหญ่จะสะท้อนเรื่องราวของวัยรุ่นได้อย่างลงตัว ให้แง่คิดต่างๆ เป็นเรื่องของความรักด้วย อย่างรักแห่งสยาม หรือถ้าเป็นแนวโหดๆ ก็ 13 เกมสยอง ผมคิดว่าขนาดย้อนเวลาไปหนังพี่มะเดี่ยวยังเจ๋ง ยังสยองขนาดนี้ แล้วเรามาร่วมงานกับเขามันจะออกมาเป็นยังไง พี่เขาค่อนข้างให้ความเชื่อมั่นในตัวเรา ในตัวนักแสดงมากพอสมควร ทำให้ผมประหม่าเหมือนกัน ได้อ่านบทก็รู้ว่ามันน่าจะสนุกมาก และพล็อตเรื่องก็เป็นหนังผีด้วย ซึ่งผมไม่เคยเล่นหนังผีมาก่อน หรือเวลาที่เขามาชวนไปออกรายการผีผมก็จะไม่ไป เพราะผมเป็นคนที่กลัวผีมาก แต่ว่าเรื่องนี้ผมรู้สึกว่ามันต้องไม่ใช่หนังผีธรรมดาๆ คือเป็นหนังผีที่มีแง่มุมให้ได้คิดให้อะไรกับคนดู เพราะว่าเท่าที่คุยกับพี่มะเดี่ยวมันมีเรื่องของความรักเข้าไปผสมด้วย

Q.ต้องมีการเตรียมตัวก่อนถ่ายทำอย่างไรบ้าง
          A. เวลาอ่านบทก็จะทำความเข้าใจให้รู้เรื่องราวทั้งหมด ให้รู้จักตัวละครว่ามีความสัมพันธ์ มีเบื้องลึกเบื้องหลังยังไง ก็มาศึกษา มาตีความทุกอย่าง แต่ว่าเราเป็นคนที่มีจินตนาการไม่เก่ง ยังไม่เห็นภาพรวม จนกว่าจะได้เห็นสถานที่จริงหรือได้ไปถ่ายทำจริงๆ รู้แต่ว่าตัวละครต้องการแบบนี้นะ จนกระทั่งได้ไปถ่ายทำก็เลยเห็นภาพมากขึ้น มันทำให้ตัวละครมีชีวิตขึ้นมาจริงๆ

Q.ทราบมาว่าต้องแสดงเป็นตัวละครที่ทำทุกอย่างเพื่อให้ได้เห็นคนรักที่เสียชีวิต ถึงขนาดสะสมของคนตายเพื่อที่จะได้เห็นผี และเป็นตัวละครที่หม่น ดำดิ่งในความมืดทางความรู้สึกที่สุด เท่าที่เคยแสดงมาเลย
          A. น็อตจะเป็นคนที่ร่าเริงตามประสาเด็กหอ มีมอเตอร์ไซค์คู่ใจเอาไว้รับสาว ตื่นเช้าไปเรียน ตกเย็นก็มาสังสรรค์ น็อตมีแฟนที่รักกันมากชื่อ ปลา (โฟกัส จีระกุล) ซึ่งเขาก็จะนิสัยผู้หญิงๆ ขี้งอน เอาแต่ใจบ้าง ก็เป็นปกติของวัยรุ่นที่มีเรื่องไม่เข้าใจกัน ก็จะทะเลาะกัน เพราะด้วยความที่น็อตเป็นคนไม่ค่อยแสดงออก อาจจะแสดงออกผิดวิธีด้วยซ้ำแค่คิดต่างมุมก็เป็นเรื่องแล้ว จนทำให้เกิดเรื่องราวทะเลาะกัน มีปากเสียงกัน และด้วยความอารมณ์ร้อนทำอะไรแบบไม่ทันคิด ก็เลยเกิดอุบัติเหตุขึ้นจนกระทั่งปลาเสียชีวิต หลังจากนั้นน็อตก็เปลี่ยนไปเป็นคนละคน เก็บตัว พยายามทำทุกวิถีทางเพื่อที่จะเจอผี ไม่ว่าจะไปทำงานเป็นจิตอาสามูลนิธิเก็บศพกับ จอห์น (แจ๊ค กิตติศักดิ์) เพื่อหวังว่าจะได้สื่อสารกับวิญญาณ โดยเริ่มเก็บเอาข้าวของคนตายมาสะสมมาเก็บไว้ที่บ้าน เพื่อนๆ ที่เคยอยู่บ้านเช่าด้วยกันก็เลยหนีหมด มีแค่ มดตะ( เมโกะ) ที่คอยอยู่ข้างๆน็อต อาจจะเป็นเพราะว่าน็อต กับมดตะอาจมีประสบการณ์ และเคยผ่านเหตุการณ์อะไรบางอย่างที่คล้ายๆกัน ก็เลยเป็นจุดเริ่มต้นของการที่แต่ละคนจะต้องเผชิญกับประสบการณ์การเห็นผีที่แตกต่างกันไปแต่ละคน

Q.ความท้าทายของการแสดงหนังเรื่อง The Eyes Diary คนเห็นผี
          A.จริงๆ ผมกังวลตลอดเวลาที่ถ่ายทำนะ แต่ว่าไม่ได้บอกใคร แต่ผมจะใช้การถามพี่มะเดี่ยวมากกว่าว่าต้องการอะไร แล้วสิ่งที่เราแสดงออกไปมันดีพอรึเปล่า สิ่งที่หนักใจที่สุด คือผมเป็นคนที่กลัวผีมาก แต่ก็ไม่เคยเจอผี แล้วในเรื่องมันมีซีนที่เราต้องเจอผีด้วย ก็เลยจินตนาการไม่ออกว่าเจอผีจะต้องตกใจระดับไหน มันจะมีรีแอคชั่นยังไงเมื่อเห็นผีอยู่ตรงหน้า มันจะช็อค มันจะตัวแข็ง มันจะตะโกนโวยวาย หรือว่าจะทำอะไร ซึ่งพี่มะเดี่ยวก็มีวิธีช่วยเหลือในการแอ็คติ้งที่ดีเลย อย่างเช่นซีนที่เราต้องเจอจอห์นโผล่มา คือเขากำลังเล่าเรื่องผีกันอยู่ แล้วจอห์นโผล่มา ผมเงยหน้าขึ้นมาเห็นแล้วต้องตกใจ ซึ่งผมตกใจไม่ออก พี่มะเดี่ยวก็บอกให้หลับตาไว้นะ แล้วพอแอ็คชั่นเขาก็เปลี่ยนเป็นพี่ทีมงานคนอื่นมายืนแทน มันก็เลยได้ผลการตกใจจริงๆ มันยาก เราไม่รู้ว่าจะเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น ทุกอย่างมันต้องสด แล้วถ้ามีอะไรอยู่ข้างในมันก็จะไม่จริง แล้วตอนที่น็อตต้องร้องไห้ เหมือนจะเป็นบ้าจะจิตๆ หน่อยๆ ระเบิดอารมณ์ก็มี

Q.เสน่ห์ในความเป็นหนังโรแมนติค ที่สอดแทรกอยู่ในบรรยากาศของความสยองขวัญของเรื่องนี้
          A. แตกต่างจากหนังผีทั่วไป เพราะว่ามันไม่ได้สักแต่ว่าจะทำให้คนดูตกใจ แต่มันมีเรื่องราวของความรักด้วย และผมก็รู้สึกอินกับตัวละครปลาจริงๆ มันก็จะเป็นอะไรที่ลงตัว จนถึงขั้นผมติดรอยยิ้มของโฟกัสกลับไปที่บ้าน เหมือนหลงเสน่ห์รอยยิ้มนั้นจริงๆ เวลากลับมากรุงเทพก็อยากจะให้ถึงวันที่มีคิวถ่ายเร็วๆ จะได้ไปเห็นรอยยิ้มนั้นอีก ส่วนเรื่องสถานที่และการถ่ายทำก็ค่อนข้างอินมากพอสมควร เพราะว่าแต่ละสถานที่มันมีเรื่องราว อย่างบ้านน็อตเองที่อยู่ประจำ ต้องยกนิ้วให้กับทีมอาร์ตที่หาบ้านได้สวยมีสไตล์ และมีกลิ่นอายของความหลังเยอะมากๆ ในเรื่องของรายละเอียดก็ทำออกมาได้ดี เพราะไม่ว่าเราจะเดินไปที่มุมไหนเราจะเห็นรูปแฟนเก่าของเราติดอยู่เต็มห้องไปหมดเลย จะเห็นภาพเขา เห็นความทรงจำที่มีความสุขอยู่ในนั้นตลอดเวลา แล้วมันทำให้เราคิดถึง ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้อยู่กับเราแล้ว

Q.ความหลอนที่แตกต่าง
          A. เรื่องมุมภาพมันก็แตกต่างแล้ว คือมี Drone (กล้องถ่ายทำที่ติดอุปกรณ์คล้ายเครื่องบินบังคับวิทยุสำหรับถ่ายภาพทางอากาศ) เข้ามาใช้ในการถ่ายทำฉากต่างๆ ซึ่งมันเป็นอะไรที่ใหม่มากๆ คือผมเคยเห็นนะ แต่ไม่เคยเห็นมุมภาพแบบนี้ทำให้รู้สึกว่ามันเจ๋ง อยากให้ภาพยนตร์เรื่องนี้ออกฉายเร็วๆ สำหรับมุมของคนดูผมว่ามันตื่นเต้นนะ อย่างเช่น ผีตัวขาดครึ่งท่อน ผีตายทั้งกลม หรือผีไฟไหม้ แล้วด้วยสถานที่ถ่ายทำมันอันตรายแล้วก็ค่อนข้างเสี่ยงด้วย พอออกมาเป็นภาพมันก็น่ากลัว

Q.ว่ากันว่าในแต่ละโลเกชั่นทุกสถานที่ถ่ายทำล้วนแล้วแต่ชวนให้เกิดอาการขนลุก
          A .ทุกโลเกชั่นที่เป็นสถานที่จริงหมด มีเรื่องราวหมด แต่ที่ที่น่ากลัวที่สุดสำหรับผม ผมยกให้บ้านน็อตน่ากลัวที่สุด ไม่รู้ทีมงานรู้หรือเปล่า แต่เวลาทุกคนกินข้าวกันข้างนอก แล้วบ้านมันถูกปล่อยให้ว่างเนี่ย ผมไม่เคยไปเข้าห้องน้ำที่ในบ้านเลย เพราะเคยจะเข้าห้องน้ำครั้งหนึ่ง แล้วพอเดินเข้าไปรู้สึกว่ามันแปลกๆ ออกมาดีกว่า คือบ้านมันมีการออกแบบที่สวยนะ เป็นบ้านที่เท่ห์ มีห้องใต้หลังคา มีบันไดขึ้นไป มองลงมาเห็นทั้งห้องรับแขก ห้องครัว ห้องกินข้าว แต่ผมเข้าไปแล้วผมรู้สึกเย็นยะเยือก เหมือนรู้สึกว่ามันมีเหลี่ยมมุมที่มีใครแอบมองดูผมอยู่จากข้างบนแล้วมองนิ่งๆลงมาอะไรอย่างงี้ พูดแล้วยังขนลุกเลย

Q.เพิ่มดีกรีความหลอนสยองจากของคนตาย
          A. ของต่างๆ มันจะมี Symbolic มันจะมีเรื่องราวของมันอยู่ และที่สำคัญคือของที่ทีมงานเขาไปหามามันเป็นของเก่าที่เราไม่รู้ว่าประวัติที่มามันเป็นอย่างไร แต่ว่าเป็นของที่ผ่านเรื่องราวมาแล้ว มันจะมีความขลังในตัวของมัน ฉะนั้นเรื่องนี้ไม่ได้มีแค่ตัวละครหรือว่าเรื่องราวที่มันจะดำเนินไป แต่ว่ามันใช้ของในการบอกเล่าเรื่องราวด้วย แล้วในการสื่อถึงตัวละครแต่ละตัว มันก็เป็นหัวใจสำคัญของเรื่องนี้เลยก็ว่าได้ เพราะว่าตัวน็อต กับปลาเองก็มีของที่เป็นสัญลักษณ์ที่สื่อถึงกันอยู่เหมือนกัน

Q.ว่ากันว่าทีมออกแบบงานสร้าง และฝ่ายอาร์ททำการบ้านกันหนักมาก
          A. ทีมงานเซ็ททุกอย่างได้เหมือนจริงมาก จนผมเห็นแล้วรู้สึกคลื่นไส้เหมือนกัน อย่างฉากกู้ศพในภาพยนตร์ แล้วเราก็ไปถามกู้ภัยว่าพี่มันเป็นอย่างนี้จริงๆเหรอ เขาก็บอกเป็นอย่างนี้เลย ไส้ ตับ ม้าม เศษเนื้อถูกครูดไป บางกรณีหนักกว่านี้อีก กระจายกว่านี้ อย่างบางทีต้องไปนั่งหาลูกตาในพงหญ้า ผมถึงบอกว่ามันไม่ใช่เรื่องง่าย ทีมอาร์ตก็ช่างละเอียดเหลือเกิน

Q.เป็นหนังผีที่มีทั้งในส่วนของอารมณ์โรแมนติค และสยองขวัญที่นักแสดงต้องมีฉากที่ต้องเล่นกับอารมณ์ทางการแสดงเยอะทีเดียวด้วย
          A. คือในตัวบทเองมันครบทุกอย่างแล้ว เพียงแค่เราเว้นคำพูดให้ดี น้ำหนักเสียง แต่ผมก็ไม่รู้ว่าผมทำได้สมบูรณ์หรือเปล่า แต่คำพูดมันก็ไม่เท่ากับความรู้สึกข้างในของตัวละครหรอก ผมคิดว่าสิ่งที่ผมทำได้ดี คือตอนที่ผมบิ้วท์น้องในตอนแรก ตอนที่ยังไม่เข้าบทมากกว่า พอบิ้วท์เสร็จเขาก็สั่งแอ็คชั่นเลย คราวนี้อารมณ์มันก็เริ่มมา ผมก็พูดไดอะล็อกของตัวน็อต ใส่มดตะ(เมโกะ)ไป แล้วผมรู้สึกตื่นเต้นมาก เหมือนห้องนั้นมีแค่เราสองคน แล้วเล่นไปก็รู้สึกกลัวตัวเองไปด้วย คนที่ทำร้ายคนอีกคนให้เกือบจะเป็นบ้าได้ แค่คำพูดหรือประโยคที่พูดออกไป และฉากที่ประทับใจมากที่สุด ก็คือฉากที่เล่นกับเมโกะ คือต้องการเจอคนที่เราเคยรัก เพียงแต่น็อตยอมรับความจริง แต่มดตะหลอกความรู้สึกตัวเอง ไม่กล้าที่จะยอมรับความจริง การกลับมาที่บ้านครั้งนี้ ก็คือการที่น็อตจะมาทำให้มดตะรู้ว่าสิ่งที่เธอกำลังคิดเธอหลอกตัวเองอยู่ ฉากนี้ก็จะเห็นน็อตใจร้ายมากๆ ด้วยการใช้คำพูดในการที่จะทำให้มดตะเสียใจมากๆ จนกระทั่งระเบิดอารมณ์ข้างในส่วนลึกออกมา ซึ่งตัวน็อตก็จะเป็นคนที่รู้แบรคกราวด์ชีวิตเขา ก็เลยพาเขามาปลดชนวนในที่ๆ เขาไม่อยากกลับมาที่สุด เป็นที่ๆ เขาเสียใจที่สุด ที่ๆ เขาสูญเสียทุกอย่างไป ก็ต้องบอกว่าเมโกะเก่งมาก เขาหยุดตัวเองได้ แล้วเขาก็กลับมาในความเป็นจริงได้ทันทีหลังจากที่ผู้กำกับบอกคัท แต่ตอนที่ผมบิ้วท์น้องผมก็ใช้คำที่สะเทือนอารมณ์ไปเหมือนกัน ยังไงก็ต้องขอโทษน้องเมโกะด้วย

Q.ประสบการณ์ผีๆในกองถ่ายหนังผี
          A. ส่วนใหญ่เป็นเรื่องราวที่เขาเจอกัน รู้สึกมีพลังบางอย่าง รู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัว เมโกะเห็นคนแก่ เราก็รู้สึกว่านีเป็นน็อตเปล่าเนี่ย ไม่เห็นอะไรเลย แจ็คเจอรอยนิ้วมืออยู่บนท้อง ส่วนผมคือไม่มีเวลานึกถึงผีเลยครับ ถ่ายเช้ายันเช้า กลับบ้านก็ร่างแหลกแล้ว ไม่มีเวลากลัวผีเลยจริงๆ แล้วที่สำคัญคือพอจบภาพยนตร์เรื่องนี้ไป ผมไปค้างตามสถานที่ต่างๆ เวลาผมไปทำงาน ที่มืด ที่เปลี่ยว ที่เขาว่ามี ผมกลัวผีน้อยลงไปเลย เพราะเหมือนผมไปเจอที่หลอนมาแล้ว มันน่ากลัวมากจริงๆ เลยกลายเป็นว่าไม่กลัวความมืดแล้ว

Q.ฝากผลงานภาพยนตร์
          A. ฝากเรื่อง The Eyes Diary คนเห็นผี ด้วยนะครับ 30 ตุลาคมนี้ได้ดูพร้อมๆ กันครับ เรื่องนี้เราตั้งใจทำงานกันมากๆ แล้วเป็นหนังเรื่องที่สองของผม แล้วทุกครั้งที่ทำงานก็พยายามใส่ใจลงไปให้มากที่สุด แล้วก็ทุ่มเทกับมัน หวังว่าคนดูจะได้ Message ที่ผู้กำกับต้องการ แล้วหวังว่าภาพยนตร์เรื่องนี้จะให้แง่คิดกับคนดูไม่มากก็น้อยนะครับ ได้มุมมองใหม่ๆ เกี่ยวกับความรัก แล้วผมว่าเรื่องนี้มันมีธรรมะแฝงอยู่เหมือนกัน อย่างเรื่องการปล่อยวาง ยังไงก็ต้องไปติดตามกันดู แล้วจะได้เห็นมุมมองการกำกับภาพใหม่ๆ ของพี่มะเดี่ยว การใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ เหมือนเป็นกำไรของคนดู
9
ละคร “ชิงรักหักสวาท” ออกอากาศวันที่ 3 – 5 พ.ย. 2557




 
ข่าวย่อตอนละครชิงรักหักสวาทตอนที่ 27 ออกอากาศวันจันทร์ที่ 3 พฤศจิกายน 2557
เวลา 8.00/12.40/20.00น.
          ที่ศาลาริมน้ำ “เดือน” (ขนมจีน-กุลมาศ) กำลังครุ่นคิดเรื่องแผนร้ายฝีมือ “ดาว” (มด-ณปภัช) อยู่ริมศาลาท่าน้ำ ดาวที่พอรู้ว่าเดือนยังไม่ตายก็รีบต่อว่าต่อขาน เดือนตัดบทขู่ดาวจะฟ้อง “แสน” (เต๋า-สมชาย) กับ “แก้ว” (นุ้ย-สุจิรา) จังหวะเดียวกันดาวเหลือบไปเห็น “หาญ” (เอี๊ยง-สิทธา) เดินมากับ “เมฆ” (เอ-พศิน) ดาวจึงแกล้งจับมือเดือนมาบีบคอตัวเองทำที่ว่าเดือนผลักตกน้ำพร้อมเรียกให้หาญช่วย หาญเข้ามาเห็นเกิดความเข้าใจผิดคิดว่าเดือนจะฆ่าดาว เมฆเป็นห่วงดาวจึงกระโจนลงไปช่วย

ข่าวย่อตอนละครชิงรักหักสวาทตอนที่ 28 ออกอากาศวันอังคารที่ 4 พฤศจิกายน 2557
เวลา 8.00/12.40/20.00น.
          “ดาว” (มด-ณปภัช) สั่งเฆี่ยนที่ผลักตนตกน้ำและให้ทาสจับ “เดือน” (ขนมจีน-กุลมาศ) ไปขังไว้ในคุก “หาญ” (เอี๊ยง-สิทธา)เป็นห่วงแอบไปดูและให้กำลังใจเดือน ด้าน “บุษบาบรรณ” (แจม-ชรัฐฐา) ก็ห่วงเดือนนำยามาให้ บังเอิญเห็นหาญเข้ามาหาเดือนและได้ยินหาญบอกรักเดือน และเห็นหาญสวมกอดเดือนอย่างเต็มใจด้วยความรัก บุษบาบรรณเสียใจแอบร้องไห้

ข่าวย่อตอนละครชิงรักหักสวาทตอนที่ 29 ออกอากาศวันพุธที่ 5 พฤศจิกายน 2557
เวลา 8.00/12.40/20.00น.
          ในใต้หล้า “บุหงา” (ตอง-ภัครมัย) ถูก “แสน” (เต๋า-สมชาย) ไล่ออกจากบ้าน และโทษว่าเป็นเพราะ “แก้ว” (นุ้ย-สุจิรา) เลยทำให้บุหงามีชีวิตแบบนี้ บุหงาเลยเกิดความแค้นหนัก บุกเข้ามาที่ใต้หล้าอีกครั้งเพื่อจะฆ่าแก้ว แต่ “กล้า” (บอล-วิธวัฒน์) เข้ามาบังแทนไว้ เจ้าสัวแสนทนไม่ได้ที่เห็นภรรยากับลูกจะมาตายแทน ทั้งๆที่เรื่องราวต่างๆเกิดจากความผิดของตนเอง เจ้าสัวแสนเลยรีบปรี่เอาตัวเข้ามาบังแก้วและกล้าไว้ เลยโดนบุหงาแทงเข้าเต็มๆ
10
ละคร “ชิงรักหักสวาท” “เต๋า” พลีชีพแทน “นุ้ย” โดน “ตอง” แทงตายต่อหน้าลูก!!!







          ชิงรักหักสวาท ออกอากาศวันพุธที่ 22 ตุลาคม 2557 เวลา 8.00/12.40/20.00น.

          เดินเรื่องใกล้อวสานเข้ามาทุกทีแล้ว สำหรับละคร “ชิงรักหักสวาท” ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 8 อย่างฉากนี้ต้องถึงจุดจบของ เจ้าสัวแสน (เต๋า-สมชาย เข็มกลัด) แต่จะตายอย่างไรนั้นต้องตามไปดูกัน เริ่มเรื่องที่ หลังจากบุหงา(ภัครมัย โปรตระนันท์)ถูกเจ้าสัวแสน(สมชาย เข็มกลัด)ไล่ออกจากบ้าน เป็นเพราะแก้ว(สุริจา อรุณพิพัฒน์)เลยทำให้บุหงามีชีวิตแบบนี้ บุหงาเลยเกิดความแค้นหนัก ทันใดนั้นบุหงาชักมีดจะแทงแก้ว แต่กล้า(วิทวัส สิงห์ลำพอง)เข้ามาบังแทนไว้ เจ้าสัวแสนทนไม่ได้ที่เห็นภรรยากับลูกจะมาตายแทน ทั้งๆที่เรื่องราวต่างๆเกิดจากความผิดของตนเอง เจ้าสัวแสนเลยรีบปรี่เอาตัวเข้ามาบังแก้วและกล้าไว้ เลยโดนบุหงาแทงเข้าเต็มๆ

          ฉากนี้ทีมงาน ชิงรักหักสวาท ได้ยกกองไปถ่ายทำสตูดิโอแถวปทุมธานี นักแสดงเกือบครบ ถึงแม้จะเป็นฉากเรียกน้ำตา แต่เบื้องหลังนั้นไม่ต้องห่วงเมื่อมีเต๋าที่ไหน ความสนุกมีที่นั่น หนุ่มเต๋าเลยบอกว่าถึงแม้ฉากนี้จะดูเครียดๆ แต่ผมไม่อยากให้ทุกคนเครียด อยากให้ทุกคนได้ผ่อนคลายซะมากกว่า แต่พอเต๋าหันมาดูบทเท่านั้นแหละ ถึงกับกุมขมับซะเองเพราะบทยาวเกือบ2หน้ากระดาษ พอถึงเวลาถ่าย ผู้กำกับ ต่อ- ศุภฌา ครุฑนาค เรียกนักแสดงทั้งหมดมาหน้าเซต ซักซ้อมกันได้สักพักก็ได้เวลาถ่ายจริง หนุ่มเต๋าเค้นอารมณ์อย่างหนัก ตองถือมีดเดินเข้ามาพร้อมความแก้แค้นที่จะกลับมาเอาคืนอย่างเต็มเปี่ยม พุ่งตรงจะเข้าไปแทงนุ้ยแต่บอลดันเอาตัวเข้ามาแทนเสียก่อน หนุ่มเต๋าเห็นไม่รอช้ารีบปรี่เอาตัวเข้ามาบังนุ้ยกับบอล เลยโดนสาวตองแทงเข้าเต็มๆ เต๋าทรุดทันที ถึงแม้ว่าฉากนี้จะถ่ายทำด้วยกันถึง3เทค แต่ต้องขอปรบมือให้กับหนุ่มเต๋าที่เรียกน้ำตาออกมาได้ทุกเทค เห็นแบดบอยอย่างนี้ก็มีมุมอารมณ์กับเขาบ้างนะเนี่ย ส่วนหน้ามอนิเตอร์ก็ทำเอาทีมงานร้องไห้กันระงม งานนี้ต้องปรบมือดังๆให้กับเต๋า เล่นซะอินเนอร์เต็มเปี่ยม!!

          ส่วนใครที่อยากชมฉากนี้ ต้องติดตามในละคร “ชิงรักหักสวาท” วันพุธที่ 5 พฤศจิกายน 2557 เวลา 08.00/12.40/20.00 น. ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 8
Pages: [1] 2 3 ... 10