91
การเงิน ธนาคาร ประกันภัย / เจนเนอราลี่ ไทยแลนด์ ตอกย้ำพันธกิจ ESG เดินหน้าสู่ความยั่งยืนในเอเชีย
« Last post by happy on December 10, 2025, 10:09:59 PM »เจนเนอราลี่ ไทยแลนด์ ตอกย้ำพันธกิจ ESG เดินหน้าสู่ความยั่งยืนในเอเชีย

เจนเนอราลี่ ไทยแลนด์ เป็นเจ้าภาพจัดงาน Asia Sustainability Conference 2025 (ASC) เพื่อร่วมขับเคลื่อนกลยุทธ์ด้านความยั่งยืนและยกระดับมาตรฐานการดำเนินงานตามกรอบ ESG ให้สอดคล้องในระดับภูมิภาค โดยมีผู้บริหารระดับสูงและตัวแทนจากเจนเนอราลี่จากทั่วเอเชียเข้าร่วมกำหนดทิศทางและกลยุทธ์ในการดำเนินการสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนและรับผิดชอบต่อสังคม ภายใต้กรอบแนวคิดหลักคือการพัฒนาผลิตภัณฑ์นวัตกรรม ยกระดับการให้บริการ และเสริมความแข็งแกร่งของการดำเนินงาน เพื่อสร้างคุณค่าร่วมกับลูกค้า ชุมชน และสังคมในระยะยาว

นายโรแบร์โต้ ลีโอนาดี้ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เจนเนอราลี่ ภูมิภาคเอเชีย (Generali Asia Regional officer)
นายโรแบร์โต้ ลีโอนาดี้ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เจนเนอราลี่ ภูมิภาคเอเชีย (Generali Asia Regional officer) กล่าวว่า “ความยั่งยืนคือ DNA ของ กลุ่มเจนเนอราลี่ โดยภูมิภาคเอเชีย ถือเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตของกลุ่ม เรามองความยั่งยืนทั้งในมิติทางธุรกิจและสังคม และมุ่งมั่นที่จะสร้างผลกระทบเชิงบวกตามคำมั่นสัญญาในการเป็น Lifetime Partner ของลูกค้า ผมยินดีที่เห็นความก้าวหน้าในประเทศไทยและทั่วเอเชีย และมั่นใจว่าทีมงานของเราจะยังคงเป็นผู้นำด้านความยั่งยืนในภูมิภาคนี้”

นายอาร์ช คอลมิ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท เจนเนอราลี่ ไทยแลนด์ (คนที่ 3 จากซ้าย) ถ่ายภาพร่วมกับ ผู้บริหารระดับสูงและตัวแทนจากเจนเนอราลี่
นายอาร์ช คอลมิ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท เจนเนอราลี่ ไทยแลนด์ กล่าวว่า ต่อยอดจากนโยบายหลักของกลุ่มเจนเนอราลี่ เราขอยืนยันพันธกิจขององค์กรในการเสริมสร้างหลักการ ESG เพื่อให้การเติบโตของเรามีความยั่งยืน ควบคู่ไปกับการเป็นพันธมิตรกับลูกค้าและชุมชนโดยรอบ โดยนโยบายด้านความยั่งยืนทั้งหมดของเราถูกออกแบบมาเพื่อสร้างผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมทั้งในมิติธุรกิจและสังคม เพื่อร่วมขับเคลื่อนอนาคตที่ดีกว่า”

ทั้งนี้ เจนเนอราลี่ ไทยแลนด์ได้ดำเนินงานให้สอดคล้องกับนโยบายของกลุ่มเจนเนอราลี่ ซึ่งมุ่งเน้น 4 เสาหลักแห่งความรับผิดชอบ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของกลยุทธ์ด้านความยั่งยืน อันประกอบด้วย

Responsible Insurer การมุ่งส่งเสริมความมั่นคงให้แก่ผู้ประกอบการรายย่อยและผู้สูงวัย ผ่านความร่วมมือกับโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) ภายใต้โครงการ SME EnterPRIZE และกรอบการบริหารความเสี่ยง MSME Social Protection Framework เพื่อเสริมศักยภาพให้ผู้ประกอบการสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน ควบคู่กับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันภัยสำหรับกลุ่มลูกค้าที่เข้าถึงได้ยาก โดยเฉพาะผู้สูงวัยและผู้ประกอบการรายย่อย โดยจากการพัฒนาดังกล่าวส่งผลให้ เจนเนอราลี่ ประเทศไทยยังคงครองอันดับ 1 ด้านความพึงพอใจของลูกค้า (RNPS) อย่างต่อเนื่อง

Responsible Investor มุ่งเน้นการลงทุนที่คำนึงถึงสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยบูรณาการหลัก ESG เข้ากับทุกกระบวนการดำเนินธุรกิจ ทั้งในด้านการบริหารการลงทุนและการจัดการภายในองค์กร ส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่กับการเพิ่มการลงทุนในสินทรัพย์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Green Bonds) และกองทุนที่ยั่งยืน ตอกย้ำบทบาทในฐานะนักลงทุนที่มีความรับผิดชอบ

Responsible Employer มุ่งสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ยั่งยืนบนพื้นฐานของความหลากหลาย ความเท่าเทียม และการมีส่วนร่วม โดยพนักงานทุกคนได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านทักษะการทำงานในหลากหลายมิติ ภาวะผู้นำ และการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลควบคู่กับการเสริมทักษะใหม่ให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคใหม่ เพื่อยกระดับศักยภาพบุคลากรให้เติบโตไปพร้อมกับองค์กรอย่างมั่นคง เจนเนอราลี่ กรุ๊ป ยังเปิดโอกาสให้พนักงานทุกเพศทุกวัยก้าวหน้าในสายอาชีพได้อย่างเท่าเทียม ปัจจุบันมีสัดส่วนผู้หญิงดำรงตำแหน่งบริหารระดับสูงกว่า 50% สะท้อนถึงโอกาสที่เปิดกว้างและความเท่าเทียมภายในองค์กร ความมุ่งมั่นและความสำเร็จเหล่านี้สะท้อนผ่านการได้รับรางวัลระดับประเทศรวม 12 รางวัล จากงาน Employee Experience Awards 2025 รวมถึงรางวัลสูงสุด Champion of Overall Engagement

และสุดท้าย Responsible Corporate Citizen เจนเนอราลี่ ไทยแลนด์ ยังคงเดินหน้าส่งมอบคุณค่าคืนสู่สังคม ผ่านโครงการ The Human Safety Net (THSN) ซึ่งดำเนินงานร่วมกับมูลนิธิ ซี.ซี.เอฟ. เพื่อเด็กและเยาวชน ภายใต้โครงการ Smart Seed Project มุ่งพัฒนาศักยภาพพ่อแม่ยุคใหม่ในครอบครัวที่ยังขาดโอกาส พร้อมขยายผลสู่การช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมและผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ต่าง ๆ ทั่วประเทศ รวมถึงขับเคลื่อนโครงการบริหารจัดการขยะอาหารภายในอาคารสำนักงาน เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนอย่างยั่งยืน
โดยเจนเนอราลี่ ไทยแลนด์ ได้ดำเนินงานสอดคล้องกับกรอบ ESG ที่ทั่วโลกยอมรับ รวมถึงตามแนวทางของสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เพื่อความโปร่งใสและความรับผิดชอบในเส้นทางสู่ความยั่งยืน
“สำหรับเจนเนอราลี่ ความยั่งยืนไม่ใช่เพียงเป้าหมาย แต่เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ธุรกิจ ที่เรามุ่งมั่นปกป้องผู้คนและโลกใบนี้ พร้อมขับเคลื่อนการเติบโตเพื่อทุกคน” นายอาร์ช คอลมิ กล่าวทิ้งท้าย
การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นที่โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ และฟาร์มลุงรี (Uncleree Farm)
92
นวัตกรรมยานยนต์ - รถยนต์ - มอเตอร์ไซต์ - อุปกรณ์เสริม / เยาวชนเที่ยวงาน MOTOR EXPO 2025
« Last post by happy on December 10, 2025, 09:01:36 PM »เยาวชนเที่ยวงาน MOTOR EXPO 2025

ชไมพร ปภัสร์พงษ์ รองประธานจัดงาน ควบคุมงานการตลาดสัมพันธ์ งาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42” ต้อนรับครู และนักเรียนโรงเรียนเทศบาลเทพราชบุรีรมย์ จังหวัดฉะเชิงเทรา 60 คน เที่ยวชมงานโซนศิลปินน้อย MOTOR EXPO ร่วมกิจกรรม Skill Driving Experience Junior บูธลมหายใจไร้มลทิน และเข้าชมงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42” ณ อาคารชาลเลนเจอร์ IMPACT เมืองทองธานี เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 2568


93
การเงิน ธนาคาร ประกันภัย / อลิอันซ์ อยุธยา ส่งมอบความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ พร้อมทั้งดูแลลูกค้า
« Last post by happy on December 09, 2025, 11:15:18 PM »อลิอันซ์ อยุธยา ส่งมอบความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้
พร้อมทั้งดูแลลูกค้าในพื้นที่อย่างใกล้
พร้อมทั้งดูแลลูกค้าในพื้นที่อย่างใกล้

อลิอันซ์ อยุธยา นำโดย มร.ลาร์ส ไฮบุทสกี้ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.อลิอันซ์ อยุธยา ประกันภัย พร้อมด้วย พนักงาน ร่วมกับ ศูนย์แบ่งต่อ มูลนิธิกระจกเงา เดินหน้าส่งมอบความช่วยเหลือแก่ผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ หลังเกิดสถานการณ์น้ำท่วมที่ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อการดำเนินชีวิตของประชาชน โดยบริษัทฯ ได้ดำเนินการส่งต่อสิ่งของจำเป็น พร้อมทั้งระดมทีมอาสาเข้าพื้นที่เพื่อช่วยเหลือด้านต่าง ๆ อย่างเร่งด่วน

ในการสนับสนุนครั้งนี้ อลิอันซ์ อยุธยา ได้มอบชุดปฐมพยาบาล ยาสามัญประจำบ้าน ยารักษาน้ำกัดเท้า สเปรย์กันยุง อาหารแห้ง อาหารกระป๋อง อุปกรณ์ให้แสงสว่าง ผ้าอนามัย ผ้าอ้อมเด็กและผู้ใหญ่ รวมถึงของใช้จำเป็นอื่น ๆ เพื่อกระจายไปยังศูนย์พักพิงและพื้นที่ได้รับผลกระทบให้ถึงมือประชาชน นอกจากนี้ บริษัทยังร่วมสนับสนุนโครงการ “ช่วยล้างบ้าน” ของมูลนิธิกระจกเงา เพื่อจัดหาอุปกรณ์ทำความสะอาดหลังน้ำลด พร้อมจัดทีมอาสาเข้าให้ความช่วยเหลือทำความสะอาดบ้านเรือนของประชาชนที่ได้รับความเสียหาย รวมถึงให้การช่วยเหลือยกรถที่ติดค้างจากสถานการณ์น้ำท่วมในหลายจุด อีกทั้ง อลิอันซ์ อยุธยา ยังให้ความสำคัญกับการดูแลลูกค้าในพื้นที่ โดยจัดส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่เพื่อติดตาม ให้กำลังใจ และมอบสิ่งของจำเป็นเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้น
อลิอันซ์ อยุธยา ขอยืนยันความมุ่งมั่นในการเป็นส่วนหนึ่งของสังคมไทย พร้อมยืนเคียงข้างพี่น้องภาคใต้และประชาชนในทุกพื้นที่ในช่วงเวลาที่ต้องการความช่วยเหลือ
94
ข่าวบันเทิง / ทรูโฟร์ยู ช่อง 24 ชวนฮาลั่นบ้าน “ไบค์แมน 2” ภารกิจพิชิตใจพ่อตาจอมโหด
« Last post by happy on December 09, 2025, 10:26:59 PM »ทรูโฟร์ยู ช่อง 24 ชวนฮาลั่นบ้าน “ไบค์แมน 2” ภารกิจพิชิตใจพ่อตาจอมโหด

ทรูโฟร์ยู ช่อง 24 ชวนคุณฮากับภารกิจรักสุดป่วนในภาพยนตร์ไทยภาคต่อ “ไบค์แมน 2” ที่ผสมผสานความโรแมนติกและมุกตลกจัดเต็ม ถ่ายทอดเรื่องราวความรักและความสัมพันธ์ครอบครัวสุดอลหม่าน พร้อมทีมนักแสดงแถวหน้าและฉากเด็ดที่แฟน ๆ พูดถึง คืนวันที่ 11 ธันวาคม เวลา 22.50 น. ห้ามพลาด!



“ไบค์แมน 2” เล่าเรื่องราวสุดป่วนเมื่อ ศักดา (สมชาย เข็มกลัด) พ่อจอมเข้มของ จ๋าย (ศนันธฉัตร ธนพัฒน์พิศาล) หวงลูกสาวสุดหัวใจและคาดหวังสูงทั้งเรื่องงานและคู่ครอง วันหนึ่งศักดาจี้ถามเรื่องแฟน จ๋ายจึงโกหกว่ามีแฟนแล้วชื่อ ศักรินทร์ (พชร จิราธิวัฒน์) เพื่อเลี่ยงการถูกจับคู่ ศักดาไม่รอช้าเรียกครอบครัวศักรินทร์มาที่บ้านต่างจังหวัดเพื่อทำความรู้จัก งานนี้ศักรินทร์ต้องยกทีมแก๊งตูดหมึกมาช่วย ทั้ง ลุงปรีชา (ค่อม ชวนชื่น) พี่หลง (โรเบิร์ต สายควัน) และ สุรีย์ (เจนนิเฟอร์ คิ้ม) แม่ของศักรินทร์ เมื่อสองครอบครัวต่างนิสัยต้องมาเจอกัน ความวุ่นวายจึงเริ่มต้นพร้อมมุกฮาไม่หยุด ศักรินทร์ต้องพิสูจน์ตัวเองต่อหน้าพ่อจ๋ายที่ไม่ยอมง่าย ๆ ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดที่แฝงความขบขัน ภาพยนตร์สะท้อนความสัมพันธ์ครอบครัวและความรักที่ต้องฝ่าด่านหัวใจพ่อตา ฝากติดตามชม “ไบค์แมน 2” ในวันพฤหัสบดีที่ 11 ธันวาคม 2568 เวลา 22.50 น. ทางทรูโฟร์ยู ช่อง 24 และรับชมออนไลน์ได้ที่ https://true4u.com/live/
95
เกมส์ & เกมส์ออนไลน์ / เอเซอร์และอินเทล จัดการแข่งขัน "Thailand Predator League 2026" รอบ Finals
« Last post by fh400 on December 09, 2025, 03:25:51 PM »เอเซอร์และอินเทล จัดการแข่งขัน "Thailand Predator League 2026" รอบ Finals
โดย FULL SENSE ได้แชมป์เป็นทีมตัวแทนประเทศไทยไปแข่งขันบนเวทีโลก
Asia Pacific Predator League 2026 ที่ประเทศอินเดีย ชิงเงินรางวัลรวมกว่า 14 ล้านบาท
โดย FULL SENSE ได้แชมป์เป็นทีมตัวแทนประเทศไทยไปแข่งขันบนเวทีโลก
Asia Pacific Predator League 2026 ที่ประเทศอินเดีย ชิงเงินรางวัลรวมกว่า 14 ล้านบาท

นายเจฟ ลี กรรมการผู้จัดการ พร้อมด้วย นายนิธิพัทธ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท เอเซอร์ คอมพิวเตอร์ จำกัด (ประเทศไทย) ร่วมกับอินเทล จัดการแข่งขัน "Thailand Predator League 2026" รอบ Finals สานต่อและขับเคลื่อนอีสปอร์ตไทยในโครงการ Esports Internship Program เพื่อเปิดโอกาสให้นักศึกษาและกลุ่มคนพิการได้เรียนรู้และพัฒนาทักษะจากประสบการณ์จริง เตรียมความพร้อมสู่การเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาอุตสาหกรรมเกมและอีสปอร์ตไทย ได้ทีมแชมป์ชนะเลิศคือ FULL SENSE ในเกม VALORANT เป็นตัวแทนเข้าร่วมการแข่งขันบนเวที Asia Pacific Predator League 2026 ที่ประเทศอินเดีย ชิงเงินรางวัลรวมกว่า 14 ล้านบาท โดยมี อาจารย์ วิชย์ ณ พัทลุง อาจารย์ประจำคณะดิจิทัลมีเดียสาขาออกแบบอินเทอร์แอคทีฟและเกม มหาวิทยาลัยศรีปทุม และ อาจารย์ พร้อมพรรณ แจ้งการดี อาจารย์ประจำสาขาธุรกิจเกมและอีสปอร์ต มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ร่วมงาน ณ ยูเนี่ยน มอลล์ อีเว้นท์สเปซโซน ที่ผ่านมา
96
news & activity / ACU PAY เปิดเกมใหม่ สวนกระแสเศรษฐกิจ อั่งเปาล้านแตกฯ ครั้งที่ 2
« Last post by happy on December 09, 2025, 03:15:52 PM »ACU PAY เปิดเกมใหม่ สวนกระแสเศรษฐกิจ
เน้นใช้จ่ายอย่างคุ้มค่า ดันแคมเปญ อั่งเปาล้านแตกฯ ครั้งที่ 2 เข้าถึงคนไทยวงกว้างกว่าเดิม

เน้นใช้จ่ายอย่างคุ้มค่า ดันแคมเปญ อั่งเปาล้านแตกฯ ครั้งที่ 2 เข้าถึงคนไทยวงกว้างกว่าเดิม

กรุงเทพมหานคร – ท่ามกลางกระแสของผู้บริโภคยุคใหม่ ที่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมหันมาใช้ระบบ อี วอลเล็ต (E-Wallet) เป็นช่องทางหลักในการจับจ่าย ไม่ว่าจะชำระค่าขนส่ง ร้านอาหาร ซูเปอร์มาร์เก็ต หรือช้อปออนไลน์ ความสะดวก รวดเร็ว และความคุ้มค่ากลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ผู้ใช้ตัดสินใจเลือกแอปพลิเคชัน ส่งผลให้ตลาดอีวอลเล็ตไทยเติบโตอย่างต่อเนื่องและกลายเป็นสมรภูมิแข่งขันที่แต่ละค่ายต่างงัดกลยุทธ์ใหม่ ๆ มาดึงดูดผู้ใช้งาน ซึ่งหนึ่งในตัวเลือกนั้น ก็มีแอปพลิเคชัน ACU PAY ผู้เล่นที่เติบโตขึ้นอย่างโดดเด่น ด้วยจุดยืนชัดเจนว่าไม่ได้เป็นเพียงแอปจ่ายเงิน แต่พัฒนามาเพื่อให้เป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ผู้คน ที่ตอบโจทย์คนไทยในยุคที่ทุกการใช้จ่ายต้องคุ้มค่าและมีประโยชน์มากที่สุด
ล่าสุด ในงานจับรางวัลผู้โชคดี แคมเปญ มหาเฮงเปย์ใหญ่! อั่งเปาล้านแตกทองคำแจกจริง กับ ACU PAY ครั้งที่ 2 ที่จัดขึ้น ณ สำนักงานใหญ่ ACU PAY (Thailand) ถ.รัชดาภิเษก เมื่อเร็ว ๆ นี้ โดยนางสาวหยาง หยวนหยวน (Caro) ประธานบริษัท เอซียู เพย์ (ไทยแลนด์) จำกัด และนายรองนะรงค์ ศศิพงศ์พรรณ กรรมการบริษัท / CEO บริษัท เอซียู เพย์ (ไทยแลนด์) จำกัด เป็นผู้จับรางวัล และได้รับเกียรติจาก คุณกฤษฎิ์ณิชา ไชยเสนบดินทร์ เจ้าพนักงานปกครองชำนาญการกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย มาร่วมเป็นสักขีพยานในครั้งนี้
ด้าน นายรองนะรงค์ ศศิพงศ์พรรณ กรรมการบริษัท / CEO บริษัท เอซียู เพย์ (ไทยแลนด์) จำกัด ได้กล่าวถึงทิศทางการเติบโตทางธุรกิจให้ตอบโจทย์กับความต้องการของผู้ใช้งานยุคใหม่ว่า “แม้เศรษฐกิจอาจชะลอตัว แต่สังเกตว่าพฤติกรรมผู้บริโภคคนไทยเริ่มให้ความสำคัญกับความคุ้มค่าของการใช้จ่าย มากกว่าที่เคยเป็นมา สิ่งนี้ถือเป็นโอกาสของ ACU PAY ที่จะทำหน้าที่ ที่ไม่ใช่แค่แพลตฟอร์มการจ่ายเงิน แต่เป็น ตัวช่วยประหยัด ช่วยให้คนไทยใช้จ่ายอย่างมีคุณค่าผ่านคูปอง สิทธิพิเศษ และการร่วมมือกับร้านค้าพาร์ทเนอร์ทั่วประเทศ พร้อมกันนั้น เรายังต่อยอดให้เป็นโอกาสทางธุรกิจสำหรับร้านค้าไทยผ่านระบบที่ทำให้ร้านค้าสามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้เร็วขึ้น และสร้างยอดขายได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นในยุคเศรษฐกิจที่ทุกคนต้องคิดก่อนใช้จ่าย
สำหรับการกลับมาของแคมเปญ มหาเฮงเปย์ใหญ่! อั่งเปาล้านแตกทองคำแจกจริง กับ ACU PAY ครั้งที่ 2 นี้ถือเป็นเครื่องตอกย้ำว่า ACU PAY เดินเกมได้ตรงจุดมากขึ้น เนื่องจากกระแสตอบรับดีเกินคาด ซึ่งครั้งนี้ มีการจับรางวัลลุ้นรับรางวัลใหญ่อย่าง สร้อยคอทองคำ หนัก 2 สลึง จำนวน 4 รางวัล รวมมูลค่า 102,000 บาท, แหวนทองคำ หนัก 2 สลึง จำนวน 2 รางวัล รวมมูลค่า 50,000 บาท, iPhone 17 รุ่น Pro Max ขนาด 1TB มูลค่ารางวัลละ 64,900 จำนวน 2 รางวัล รวมมูลค่า 129,800 บาท, iPad Pro รุ่น 11 นิ้ว (M5) Wi-Fi + Cellular ขนาด 512 GB มูลค่า 49,900 บาท, Apple Pencil (USB-C) มูลค่า 2,990 บาท รวมมูลค่า 52,890 บาท จำนวน 1 รางวัล
สำหรับการกลับมาของแคมเปญ มหาเฮงเปย์ใหญ่! อั่งเปาล้านแตกทองคำแจกจริง กับ ACU PAY ครั้งที่ 2 นี้ถือเป็นเครื่องตอกย้ำว่า ACU PAY เดินเกมได้ตรงจุดมากขึ้น เนื่องจากกระแสตอบรับดีเกินคาด ซึ่งครั้งนี้ มีการจับรางวัลลุ้นรับรางวัลใหญ่อย่าง สร้อยคอทองคำ หนัก 2 สลึง จำนวน 4 รางวัล รวมมูลค่า 102,000 บาท, แหวนทองคำ หนัก 2 สลึง จำนวน 2 รางวัล รวมมูลค่า 50,000 บาท, iPhone 17 รุ่น Pro Max ขนาด 1TB มูลค่ารางวัลละ 64,900 จำนวน 2 รางวัล รวมมูลค่า 129,800 บาท, iPad Pro รุ่น 11 นิ้ว (M5) Wi-Fi + Cellular ขนาด 512 GB มูลค่า 49,900 บาท, Apple Pencil (USB-C) มูลค่า 2,990 บาท รวมมูลค่า 52,890 บาท จำนวน 1 รางวัล
และในการจัดกิจกรรมครั้งที่ 2 นี้ เราออกแบบแคมเปญให้เข้าถึงผู้ใช้งานในวงกว้างมากขึ้น ผ่านหลายแพลตฟอร์มและหลายรูปแบบของการสื่อสาร โดยเราเสริมทั้งช่องทาง Online และ On-ground เพื่อให้แคมเปญเข้าไปอยู่ในพฤติกรรมของผู้ใช้จริง เช่น โซเชียล มีเดีย, อินฟลูเอนเซอร์, ครีเอเตอร์ ที่เจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่และกิจกรรมที่จุดชำระเงินจริง รวมถึง สื่อในพื้นที่จริงที่ผู้ใช้พบเจอในชีวิตประจำวัน ที่สำคัญ คือ ไม่ใช่แค่ทำให้แคมเปญใหญ่ขึ้น แต่ทำให้คนมองเห็น เข้าถึงและเข้าร่วมได้ง่ายขึ้น เพื่อให้ ACU PAY อยู่ในชีวิตจริงของผู้ใช้ทั้งในโลกออนไลน์ และในช่วงเวลาที่มีการใช้จ่ายจริงของทุกวัน
ซึ่งภายหลังจากครั้งที่ 1 สิ้นสุดลง ได้รับกระแสตอบรับจากผู้ใช้งานที่ดีเกินคาดคือ มีผู้ใช้หน้าใหม่เพิ่มขึ้นมากถึง 200% โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่นและ First Jobber แต่ที่น่าสนใจไปกว่านั้น คือหลังจบแคมเปญ ผู้ใช้งานจำนวนมากยังคงใช้แอปพลิเคชันอย่างต่อเนื่อง ทำให้เราวิเคราะห์ได้ว่า ACU PAY ตอบโจทย์การใช้จ่ายในชีวิตประจำวันได้จริง ไม่ใช่แค่ช่วงทำกิจกรรม ข้อมูลเหล่านี้ ทำให้เราเห็นพฤติกรรมเชิงบวกจากผู้ใช้อย่างชัดเจน และได้นำข้อมูลเชิงลึกจากครั้งแรก มาพัฒนาบริการให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้มากขึ้นในกิจกรรมครั้งที่ 2 นี้ โดยจากแคมเปญที่ผ่านมา ทำให้เราประเมินยอดการเติบโตที่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน ทั้งในด้านจำนวนผู้ใช้งานใหม่ และการกลับมาใช้ซ้ำ ซึ่งสะท้อนว่า ผู้ใช้ไม่ได้เข้ามาแค่ตอนมีแคมเปญ แต่เริ่มมองว่า ACU PAY ช่วยให้การใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ง่ายขึ้น และคุ้มค่าขึ้น ข้อมูลนี้ทำให้เราเริ่มวางแผนต่อยอดในปีถัดไป ด้วยแนวคิดที่ว่า ‘ใช้ได้ทุกวัน และอยู่ในทุกกิจกรรมของการใช้ชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการเดินทาง การกิน การดื่ม ดูหนัง ไปจนถึงกิจกรรมไลฟ์สไตล์ต่าง ๆ เป้าหมายของเรา คือทำให้ ACU PAY กลายเป็น ตัวเลือกแรก ในการจ่ายเงินแบบอัตโนมัติ ซึ่งจะเป็นฐานสำคัญในการต่อยอดไปสู่บริการทางการเงินอื่น ๆ ในอนาคต
ช่วงสุดท้ายของการพูดคุยครั้งนี้ นายรองนะรงค์ ศศิพงศ์พรรณ ยังได้ฝากถึงลูกค้า ผู้ใช้บริการ ที่ให้ความไว้วางใจ ACU PAY ด้วยดีมาโดยตลอดว่า “นอกจากกิจกรรมในครั้งนี้ ผู้ที่พลาดโอกาสในรอบที่ 2 ไม่ต้องเสียใจ เพราะ ACU PAY ยังมีการจับรางวัลครั้งที่ 3 รอบโดยกิจกรรมรอบที่ 3 จะเริ่มตั้งแต่ 30 พฤศจิกายน 2568 – 11 เมษายน 2569 โดยมีกิจกรรมลุ้นรางวัลแหวนทองคำและสร้อยคอทองคำหนัก 2 สลึง, iPhone 17 รุ่น Pro Max ขนาด 1TB, iPad Pro รุ่น 11 นิ้ว (M5) Wi-Fi + Cellular ขนาด 512 GB และ Apple Pencil (USB-C) พร้อมคูปองส่วนลดในแอปอย่างต่อเนื่อง เพียงแค่ดาวน์โหลด แอปพลิเคชัน ACU PAY E-wallet ก็มีสิทธิ์ในการลุ้นเป็นผู้โชคดีในครั้งต่อไปได้ ใครที่อยากเป็นหนึ่งในผู้โชคดีในแคมเปญครั้งนี้ สามารถเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://acuthai.com/acupaygoldcampaign2025/
และในโอกาสนี้ ขอบคุณผู้ใช้งานทุกคนที่ไว้วางใจ ACU PAY มาโดยตลอด เรามุ่งมั่นพัฒนา อี วอลเล็ต ให้เป็นมากกว่าช่องทางการชำระเงิน ที่เป็นทั้งตัวช่วยในชีวิตประจำวัน มอบความสะดวก ความคุ้มค่า และความปลอดภัยให้กับผู้ใช้งาน เนื่องจาก ACU PAY E-Wallet ได้รับใบอนุญาตอย่างเป็นทางการจากธนาคารแห่งประเทศไทย และ ACU PAY Thailand ยังเป็นผู้ให้บริการระบบชำระเงินดิจิทัลที่ได้รับการยอมรับในประเทศไทย เรามุ่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินดิจิทัล (Digital Financial Infrastructure) เพื่อสนับสนุนวิสัยทัศน์ของประเทศ ในการก้าวสู่สังคมไร้เงินสด (Cashless Society) และยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยทางการเงินด้วยเทคโนโลยีที่ได้มาตรฐานระดับโลก
ดังนั้น ผู้ใช้งาน จึงมั่นใจได้ว่าทุกธุรกรรมปลอดภัย และอยู่ภายใต้มาตรฐานทางการเงินที่เชื่อถือได้ เราจะเดินหน้าพัฒนาสิทธิพิเศษ แคมเปญ และการร่วมมือกับร้านค้าพาร์ทเนอร์ต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ทุกการใช้จ่าย มีคุณค่า และปลอดภัยเสมอ ACU PAY จะเติบโตไปพร้อมกับผู้ใช้ ในฐานะ ‘เพื่อนทางการเงิน’ ที่คุณเชื่อมั่นได้จริงครับ เพราะเราเชื่อว่า…การจ่ายเงินที่ดี ไม่ใช่แค่จ่ายได้ แต่ต้องจ่ายแล้วสบายใจ” นายรองนะรงค์ ศศิพงศ์พรรณ กล่าวทิ้งท้าย
97
news & activity / ส.นวัตกรรมฯผนึกมรภ.ธนบุรี มุ่งพัฒนาคนรุ่นใหม่ยุคเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ
« Last post by happy on December 09, 2025, 02:31:28 PM »รองศาสตราจารย์ ดร.ปนัดดา ยิ้มสกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี พร้อมด้วย นายสกุล อริยโชติมา นายกสมาคมนวัตกรรมและสิ่งแวดล้อม ร่วมพิธีลงนามบันทึกความร่วมมือ (MOU) เพื่อพัฒนาองค์ความรู้ด้านสิ่งแวดล้อม เทคโนโลยีดิจิทัล นวัตกรรมและมาตรฐานอุตสาหกรรม รวมถึงการพัฒนากำลังคนรุ่นใหม่ให้พร้อมรองรับความเปลี่ยนแปลงของประเทศในยุคเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ โดยมีผู้บริหาร คณาจารย์ และสื่อมวลชนให้ความสนใจเข้าร่วมอย่างคับคั่ง ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2568
รองศาสตราจารย์ ดร.ปนัดดา ยิ้มสกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้จะช่วยยกระดับความพร้อมของมหาวิทยาลัยในการพัฒนากำลังคนและงานวิจัยให้สอดคล้องกับความต้องการของประเทศ โดยเฉพาะด้านสิ่งแวดล้อมและเทคโนโลยี ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญของการพัฒนาเศรษฐกิจสมัยใหม่ พร้อมย้ำว่ามหาวิทยาลัยมีความพร้อมด้านพื้นที่และบุคลากรในการต่อยอดการร่วมมือในเชิงลึกกับสมาคมฯ
ด้าน นายสกุล อริยโชติมา นายกสมาคมนวัตกรรมและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า ประเทศไทยกำลังก้าวสู่ยุคที่มาตรฐานด้านคาร์บอนและสิ่งแวดล้อมจะมีผลต่อความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมอย่างมีนัยสำคัญ ความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรีในครั้งนี้ จะเป็นการวางโครงสร้างพื้นฐานด้านความรู้ นวัตกรรม และระบบสนับสนุนให้ทุกภาคส่วนสามารถปรับตัวและเติบโตได้อย่างยั่งยืนภายใต้กฎระเบียบใหม่ของโลก
ความร่วมมือครั้งนี้มีเป้าหมายสำคัญในการเตรียมความพร้อมของประเทศไทยต่อการบังคับใช้มาตรฐานและกฎหมายด้านสิ่งแวดล้อมและคาร์บอนระดับสากล เช่น CBAM, Carbon Tax และ ETS ตลอดจนการสนับสนุนภาคอุตสาหกรรมให้สามารถปรับตัวได้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง โดยทั้งสองฝ่ายจะร่วมกันพัฒนาศูนย์ความเป็นเลิศด้านนวัตกรรมและสิ่งแวดล้อม ห้องปฏิบัติการทดสอบมาตรฐาน (Testing & Certification) ศูนย์ฝึกอบรมด้านเทคโนโลยีอากาศยานไร้คนขับ (UAV) พื้นที่ Smart Campus รวมถึงหลักสูตรการพัฒนาบุคลากรสำหรับอุตสาหกรรมอนาคต อาทิ พลังงานสะอาด คาร์บอนฟุตพรินต์ ดิจิทัลนวัตกรรม และระบบความปลอดภัยมาตรฐานอุตสาหกรรม
พิธีลงนามความร่วมมือในครั้งนี้นับเป็นก้าวสำคัญของการสร้างระบบนิเวศด้านนวัตกรรมสิ่งแวดล้อมของประเทศไทย และจะนำไปสู่การดำเนินโครงการร่วมกันในหลากหลายด้าน ทั้งงานวิจัยเชิงประยุกต์ การพัฒนามาตรฐาน ห้องปฏิบัติการ การทดสอบเทคโนโลยี UAV การสร้างบุคลากรรุ่นใหม่ และการขับเคลื่อนเมืองอัจฉริยะด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งคาดว่าจะเกิดผลลัพธ์อย่างเป็นรูปธรรมทั้งต่อภาคการศึกษา ภาคอุตสาหกรรม และสังคมโดยรวมในอนาคตอันใกล้
98
news & activity / ไดกิ้น ขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยพื้นที่ภาคใต้
« Last post by fh400 on December 09, 2025, 11:01:18 AM »ไดกิ้น ขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยพื้นที่ภาคใต้
มอบเงินบริจาคผ่านสภากาชาดไทย
มอบเงินบริจาคผ่านสภากาชาดไทย

นายทาคาโยชิ มิกิ ประธาน บริษัท สยามไดกิ้นเซลส์ จำกัด พร้อมด้วย นายวรพงศ์ กียปัจจ์ กรรมการผู้จัดการ และนางสาวชุลีกร สุขจรัส ผู้จัดการทั่วไป บริษัท สยามไดกิ้นเซลส์ จำกัด ร่วมส่งมอบความห่วงใยต่อผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ ด้วยการบริจาคเงินจำนวน 230,000 บาท (สองแสนสามหมื่นบาทถ้วน) ผ่านสภากาชาดไทย เพื่อช่วยสนับสนุนการดำเนินงานบรรเทาทุกข์แก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากสถานการณ์น้ำท่วมในหลายจังหวัดทางภาคใต้ โดยมี แพทย์หญิง ช.เขมศิริ คงรักเกียรติยศ รองผู้อำนวยการสำนักงานบรรเทาทุกข์และประชานามัยพิทักษ์ สภากาชาดไทย ให้เกียรติเป็นผู้รับมอบ เพื่อส่งต่อไปยังพื้นที่ที่ต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน โดยเงินบริจาคดังกล่าวจะถูกนำไปใช้ในกระบวนการให้ความช่วยเหลือครอบคลุมหลายด้าน ทั้งการจัดเตรียมถุงยังชีพ การจัดส่งน้ำดื่ม อาหารแห้ง สิ่งของอุปโภคบริโภคจำเป็น ตลอดจนการสนับสนุนอุปกรณ์ฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม
ไดกิ้น ได้เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นในการเป็นส่วนหนึ่งของการช่วยเหลือสังคม โดยยืนหยัดอยู่เคียงข้างประชาชนทุกครั้งที่เกิดวิกฤติ ไม่ว่าจะเป็นภัยธรรมชาติหรือสถานการณ์ฉุกเฉินต่าง ๆ พร้อมเดินหน้าสนับสนุนหน่วยงานภาครัฐและองค์กรด้านมนุษยธรรมในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ การร่วมแรงร่วมใจระหว่างภาคเอกชนและหน่วยงานด้านการบรรเทาทุกข์ ถือเป็นกำลังสำคัญในการช่วยเหลือประชาชนให้สามารถฟื้นตัวจากความเดือดร้อนครั้งนี้ได้โดยเร็ว บริษัท สยามไดกิ้นเซลส์ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าความช่วยเหลือในครั้งนี้จะมีส่วนช่วยบรรเทาความยากลำบาก และเสริมสร้างกำลังใจให้พี่น้องชาวใต้ผ่านพ้นวิกฤติครั้งนี้ไปได้อย่างเข้มแข็งและปลอดภัย
99
news & activity / แชฟฟ์เลอร์เปิดตัวศูนย์กลางโลจิสติกส์สำหรับฝ่ายธุรกิจตลับลูกปืนและโซลูชั่น
« Last post by happy on December 09, 2025, 12:20:37 AM »แชฟฟ์เลอร์เปิดตัวศูนย์กลางโลจิสติกส์สำหรับฝ่ายธุรกิจตลับลูกปืนและโซลูชั่นอุตสาหกรรม
ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แห่งใหม่ในไทย
ลล
บริษัท แชฟฟ์เลอร์ ผู้นำด้านการคิดค้นพัฒนาเทคโนโลยีการขับเคลื่อนประกาศเปิดตัวศูนย์กลางโลจิสติกส์สำหรับฝ่ายธุรกิจตลับลูกปืนและโซลูชั่นอุตสาหกรรม (Bearings & Industrial Solutions-B&IS) ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แห่งใหม่ในประเทศไทย ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญด้านกลยุทธ์ทางโลจิสติกส์ระดับภูมิภาคของบริษัท สำหรับพิธีเปิดในครั้งนี้ได้จัดให้มีขึ้นที่อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี โดยได้รับเกียรติจากนายอัลเฟรด คิท ชอง ลี ประธานฝ่ายธุรกิจตลับลูกปืนและโซลูชั่นอุตสาหกรรมประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก พร้อมด้วยพันธมิตรทางธุรกิจที่สำคัญจากประเทศไทยและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องอื่นๆ ทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เข้าร่วมงานในครั้งนี้
ด้วยอาคารขนาด 6,000 ตารางเมตรแห่งใหม่นี้ตั้งอยู่ในทำเลที่ตั้งทางยุทธศาสตร์ ซึ่งอยู่ห่างจากโรงงานของแชฟฟ์เลอร์ในจังหวัดชลบุรีเพียง 19 กิโลเมตร และจะทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางด้านโลจิสติกส์ สำหรับฝ่ายธุรกิจตลับลูกปืนและโซลูชั่นอุตสาหกรรมของแชฟฟ์เลอร์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สำหรับศูนย์กลางแห่งใหม่นี้มีพนักงานแชฟฟ์เลอร์เข้าปฏิบัติหน้าที่ในหน่วยงานหลักที่สำคัญ และมีหน้าที่รับผิดชอบหลักในการการวางแผนและควบคุมกระบวนการต่าง ๆ ในด้านการจัดการห่วงโซ่อุปทาน การปฏิบัติการ และการดูแลด้านคุณภาพสำหรับฝ่ายธุรกิจตลับลูกปืนและโซลูชั่นอุตสาหกรรม ซึ่งการออกแบบศูนย์กลางแห่งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับประสิทธิภาพและความคล่องตัวของระบบโลจิสติกส์และเพิ่มขีดความสามารถด้านการจัดส่งเพื่อให้บริการกลุ่มลูกค้าได้ดียิ่งขึ้นในตลาดที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว

นายอัลเฟรด คิท ชอง ลี ประธานฝ่ายธุรกิจตลับลูกปืน และโซลูชั่นอุตสาหกรรมประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก กล่าวว่า: “การเปิดตัวศูนย์กลางโลจิสติกส์แห่งใหม่ในประเทศไทย ถือเป็นการตอกย้ำให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเราที่มีต่อคุณภาพการบริการ และความเป็นเลิศในการปฏิบัติงานทั่วทั้งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยศูนย์กลางด้านโลจิสติกส์ของแชฟฟ์เลอร์ในประเทศไทยจะช่วยให้เราสามารถปรับปรุงเครือข่าย เพิ่มประสิทธิภาพด้านเวลาในการขนส่ง และยกระดับการตอบสนองความต้องการของลูกค้าของเราทั่วทั้งภูมิภาคให้ดียิ่งขึ้น”
ในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของการจัดตั้งศูนย์แห่งใหม่นี้ บริษัท ยูเซ็น โลจิสติกส์ (ประเทศไทย) จำกัด จะเข้ามาดูแลกิจกรรมการดำเนินงานในแต่ละวัน ตลอดจนจัดหาชุดเครื่องมือต่าง ๆ รวมถึงดูแลด้านการรับและการจัดส่งสินค้า ซึ่งความร่วมมือในครั้งนี้เป็นการสนับสนุนความมุ่งมั่นของแชฟฟ์เลอร์ในการปรับขยายองค์กรอย่างมีประสิทธิภาพโดยที่ยังคงสามารถรักษามาตรฐานด้านการบริการในระดับสูง

นายเดวิด เนวิน ประธานฝ่ายธุรกิจตลับลูกปืนและโซลูชันอุตสาหกรรม ประจำประเทศญี่ปุ่น ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และแปซิฟิก กล่าวว่า “ด้วยตำแหน่งที่ตั้งของประเทศไทยที่อยู่ใกล้กับตลาดสำคัญ ๆ ที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง จะช่วยให้การส่งมอบสินค้าดำเนินการได้รวดเร็วยิ่งขึ้นและสามารถตอบสนองความต้องการได้ดีขึ้น การจัดตั้งศูนย์กลางแห่งใหม่นี้ยังสอด คล้องกับการให้ความสำคัญกับภาคส่วนและกลุ่มธุรกิจที่มีความสำคัญของเรา ซึ่งจะช่วยให้มั่นใจได้ถึงความพร้อมในการให้บริการลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น โดยเฉพาะในภาคส่วนที่มีความต้องการและมีศักยภาพด้านการขยายตัวในระดับสูงสุด”

ศูนย์กลางแห่งใหม่ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในประเทศไทยได้รับการออกแบบมาเพื่อ :
- การเพิ่มประสิทธิภาพเครือข่าย: ปรับปรุงกระบวนการโลจิสติกส์ ระยะเวลาดำเนินการ และประสิทธิภาพการดำเนินงานให้ดีขึ้นครอบคลุมทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
- การดำเนินงานที่ใกล้ชิดตลาดมากขึ้น: ยกระดับการบริการให้ดียิ่งขึ้นสำหรับลูกค้าในตลาดสำคัญภายในภูมิภาคที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง
- การมุ่งเน้นไปที่ภาคส่วนที่มีความสำคัญสูงสุด: การปรับแนวทางให้ชัดเจนยิ่งขึ้นเพื่อให้สอดคล้องกับภาคส่วนที่กำลังมีความต้องการเพิ่มมากขึ้น
- การเติบโตและความสามารถในการปรับขยาย: เพิ่มขีดความสามารถและโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับ ความต้องการด้านคลังสินค้า ที่กำลังขยายตัวภายใต้ความร่วมมือกับบริษัท ยูเซ็น โลจิสติกส์ (ประเทศไทย) จำกัด
- การทำงานร่วมกันระหว่างแผนก: การผสานรวมการทำงานที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้นกับฝ่ายธุรกิจระบบขับเคลื่อนและแชสซี (Powertrain & Chassis: PTC) และฝ่ายธุรกิจโซลูชั่นอะไหล่ทดแทน (Vehicle Lifetime Solutions: VLS) ของแชฟฟ์เลอร์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานแบบครบวงจร

ด้าน นายชัชวาล ส้มจีน ประธานฝ่ายธุรกิจโซลูชั่นอะไหล่ทดแทน ประจำประเทศญี่ปุ่นและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และกรรมการผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท แชฟฟ์เลอร์ แมนูแฟคเจอริ่ง (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “การรวมศูนย์การดำเนินงานของเราในประเทศไทยจะช่วยกระชับความร่วมมือในธุรกิจต่างๆ ของเรา และเปิดโอกาสให้เกิดการทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังช่วยยกระดับคุณภาพการบริการโดยรวมให้กับลูกค้าของเราทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้วย”
สำหรับการลงทุนในครั้งนี้ แชฟฟ์เลอร์เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นในระยะยาวต่อลูกค้าในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้วยการสร้างแพลตฟอร์มโลจิสติกส์ที่มีความยืดหยุ่นและสามารถปรับขยายได้ตามต้องการ เพื่อให้พร้อมรองรับการเติบโต ยกระดับคุณภาพการบริการ และเพิ่มความเร็วในการออกสู่ตลาด
ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แห่งใหม่ในไทย
ลลบริษัท แชฟฟ์เลอร์ ผู้นำด้านการคิดค้นพัฒนาเทคโนโลยีการขับเคลื่อนประกาศเปิดตัวศูนย์กลางโลจิสติกส์สำหรับฝ่ายธุรกิจตลับลูกปืนและโซลูชั่นอุตสาหกรรม (Bearings & Industrial Solutions-B&IS) ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แห่งใหม่ในประเทศไทย ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญด้านกลยุทธ์ทางโลจิสติกส์ระดับภูมิภาคของบริษัท สำหรับพิธีเปิดในครั้งนี้ได้จัดให้มีขึ้นที่อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี โดยได้รับเกียรติจากนายอัลเฟรด คิท ชอง ลี ประธานฝ่ายธุรกิจตลับลูกปืนและโซลูชั่นอุตสาหกรรมประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก พร้อมด้วยพันธมิตรทางธุรกิจที่สำคัญจากประเทศไทยและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องอื่นๆ ทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เข้าร่วมงานในครั้งนี้
ด้วยอาคารขนาด 6,000 ตารางเมตรแห่งใหม่นี้ตั้งอยู่ในทำเลที่ตั้งทางยุทธศาสตร์ ซึ่งอยู่ห่างจากโรงงานของแชฟฟ์เลอร์ในจังหวัดชลบุรีเพียง 19 กิโลเมตร และจะทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางด้านโลจิสติกส์ สำหรับฝ่ายธุรกิจตลับลูกปืนและโซลูชั่นอุตสาหกรรมของแชฟฟ์เลอร์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สำหรับศูนย์กลางแห่งใหม่นี้มีพนักงานแชฟฟ์เลอร์เข้าปฏิบัติหน้าที่ในหน่วยงานหลักที่สำคัญ และมีหน้าที่รับผิดชอบหลักในการการวางแผนและควบคุมกระบวนการต่าง ๆ ในด้านการจัดการห่วงโซ่อุปทาน การปฏิบัติการ และการดูแลด้านคุณภาพสำหรับฝ่ายธุรกิจตลับลูกปืนและโซลูชั่นอุตสาหกรรม ซึ่งการออกแบบศูนย์กลางแห่งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับประสิทธิภาพและความคล่องตัวของระบบโลจิสติกส์และเพิ่มขีดความสามารถด้านการจัดส่งเพื่อให้บริการกลุ่มลูกค้าได้ดียิ่งขึ้นในตลาดที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว

นายอัลเฟรด คิท ชอง ลี ประธานฝ่ายธุรกิจตลับลูกปืน และโซลูชั่นอุตสาหกรรมประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก กล่าวว่า: “การเปิดตัวศูนย์กลางโลจิสติกส์แห่งใหม่ในประเทศไทย ถือเป็นการตอกย้ำให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเราที่มีต่อคุณภาพการบริการ และความเป็นเลิศในการปฏิบัติงานทั่วทั้งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยศูนย์กลางด้านโลจิสติกส์ของแชฟฟ์เลอร์ในประเทศไทยจะช่วยให้เราสามารถปรับปรุงเครือข่าย เพิ่มประสิทธิภาพด้านเวลาในการขนส่ง และยกระดับการตอบสนองความต้องการของลูกค้าของเราทั่วทั้งภูมิภาคให้ดียิ่งขึ้น”
ในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของการจัดตั้งศูนย์แห่งใหม่นี้ บริษัท ยูเซ็น โลจิสติกส์ (ประเทศไทย) จำกัด จะเข้ามาดูแลกิจกรรมการดำเนินงานในแต่ละวัน ตลอดจนจัดหาชุดเครื่องมือต่าง ๆ รวมถึงดูแลด้านการรับและการจัดส่งสินค้า ซึ่งความร่วมมือในครั้งนี้เป็นการสนับสนุนความมุ่งมั่นของแชฟฟ์เลอร์ในการปรับขยายองค์กรอย่างมีประสิทธิภาพโดยที่ยังคงสามารถรักษามาตรฐานด้านการบริการในระดับสูง

นายเดวิด เนวิน ประธานฝ่ายธุรกิจตลับลูกปืนและโซลูชันอุตสาหกรรม ประจำประเทศญี่ปุ่น ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และแปซิฟิก กล่าวว่า “ด้วยตำแหน่งที่ตั้งของประเทศไทยที่อยู่ใกล้กับตลาดสำคัญ ๆ ที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง จะช่วยให้การส่งมอบสินค้าดำเนินการได้รวดเร็วยิ่งขึ้นและสามารถตอบสนองความต้องการได้ดีขึ้น การจัดตั้งศูนย์กลางแห่งใหม่นี้ยังสอด คล้องกับการให้ความสำคัญกับภาคส่วนและกลุ่มธุรกิจที่มีความสำคัญของเรา ซึ่งจะช่วยให้มั่นใจได้ถึงความพร้อมในการให้บริการลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น โดยเฉพาะในภาคส่วนที่มีความต้องการและมีศักยภาพด้านการขยายตัวในระดับสูงสุด”

ศูนย์กลางแห่งใหม่ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในประเทศไทยได้รับการออกแบบมาเพื่อ :
- การเพิ่มประสิทธิภาพเครือข่าย: ปรับปรุงกระบวนการโลจิสติกส์ ระยะเวลาดำเนินการ และประสิทธิภาพการดำเนินงานให้ดีขึ้นครอบคลุมทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
- การดำเนินงานที่ใกล้ชิดตลาดมากขึ้น: ยกระดับการบริการให้ดียิ่งขึ้นสำหรับลูกค้าในตลาดสำคัญภายในภูมิภาคที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง
- การมุ่งเน้นไปที่ภาคส่วนที่มีความสำคัญสูงสุด: การปรับแนวทางให้ชัดเจนยิ่งขึ้นเพื่อให้สอดคล้องกับภาคส่วนที่กำลังมีความต้องการเพิ่มมากขึ้น
- การเติบโตและความสามารถในการปรับขยาย: เพิ่มขีดความสามารถและโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับ ความต้องการด้านคลังสินค้า ที่กำลังขยายตัวภายใต้ความร่วมมือกับบริษัท ยูเซ็น โลจิสติกส์ (ประเทศไทย) จำกัด
- การทำงานร่วมกันระหว่างแผนก: การผสานรวมการทำงานที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้นกับฝ่ายธุรกิจระบบขับเคลื่อนและแชสซี (Powertrain & Chassis: PTC) และฝ่ายธุรกิจโซลูชั่นอะไหล่ทดแทน (Vehicle Lifetime Solutions: VLS) ของแชฟฟ์เลอร์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานแบบครบวงจร

ด้าน นายชัชวาล ส้มจีน ประธานฝ่ายธุรกิจโซลูชั่นอะไหล่ทดแทน ประจำประเทศญี่ปุ่นและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และกรรมการผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท แชฟฟ์เลอร์ แมนูแฟคเจอริ่ง (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “การรวมศูนย์การดำเนินงานของเราในประเทศไทยจะช่วยกระชับความร่วมมือในธุรกิจต่างๆ ของเรา และเปิดโอกาสให้เกิดการทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังช่วยยกระดับคุณภาพการบริการโดยรวมให้กับลูกค้าของเราทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้วย”
สำหรับการลงทุนในครั้งนี้ แชฟฟ์เลอร์เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นในระยะยาวต่อลูกค้าในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้วยการสร้างแพลตฟอร์มโลจิสติกส์ที่มีความยืดหยุ่นและสามารถปรับขยายได้ตามต้องการ เพื่อให้พร้อมรองรับการเติบโต ยกระดับคุณภาพการบริการ และเพิ่มความเร็วในการออกสู่ตลาด
100
news & activity / ไทเชฟxครัวบ้านแม่ กรุ๊ป สนับสนุนหมี่กรอบ ส่งต่อกำลังใจสู้ภัยน้ำท่วม
« Last post by happy on December 08, 2025, 11:18:34 PM »ไทเชฟxครัวบ้านแม่ กรุ๊ป สนับสนุนหมี่กรอบ ส่งต่อกำลังใจสู้ภัยน้ำท่วม

นายภูริทัต มีสมบัติ (ที่ 3 จากขวา) ตัวแทนจากแบรนด์ไทเชฟ (ThyChef) ผู้นำด้านผงโรยอาหารและผงชงเครื่องดื่มหลากหลายรสชาติ จับมือกับทีมครัวบ้านแม่ กรุ๊ป ร่วมมือกันจัดทำและมอบหมี่กรอบจำนวน 1,000 กล่อง ให้กับมูลนิธิองค์กรทำความดี เพื่อส่งต่อให้กับพี่น้องภาคใต้ของไทยที่ประสบภัยน้ำท่วม เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา
ไทเชฟขอเป็นส่วนหนึ่งในการส่งต่อรอยยิ้ม และสร้างความสุขให้กับพี่น้องทุกท่าน หวังเป็นอย่างยิ่งว่าพี่น้องจะสามารถฟื้นตัวและพร้อมยิ้มรับวันใหม่ที่สดใส ถือเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมดี ๆ ที่ไทเชฟได้ช่วยเหลือสังคมมาอย่างต่อเนื่อง

Recent Posts

















