Recent Posts

Pages: 1 ... 6 7 [8] 9 10
71
เพราะทุกการเติบโตของลูก… เริ่มต้นจากความรักที่แม่เลือกให้ในทุกวัน


"East Field" แบรนด์ที่เกิดขึ้นจากหัวใจของแม่คนหนึ่ง เป็นที่รู้จักในนาม "คุณกมลรัตน์ เต็งมณี (คุณแอน) กรรมการผู้จัดการ บริษัท คชเชอร์ โกลบอล ฟู้ด จำกัด" ที่เชื่อว่า “โภชนาการเด็ก” คือพื้นฐานสำคัญของชีวิต จากประสบการณ์ด้านเภสัชกร และความเชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมนมมายาวนาน จุดเริ่มต้นของ "East Field" จึงไม่ได้เริ่มจากการอยากสร้างเพียง นม UHT หรือผลิตภัณฑ์นมทั่วไป แต่เริ่มจากความตั้งใจที่อยากสร้าง “โภชนาการสำหรับลูก” ที่ดีที่สุดในแบบที่แม่คนหนึ่งจะเลือกให้ลูกทั้ง 4 คนของตัวเอง เราเชื่อว่า เด็กทุกคนควรได้รับ Foundation Nutrition for Kids ที่ดีตั้งแต่วันแรกของการเติบโต


"East Field" จึงพัฒนา นมสำหรับเด็ก ที่ทั้งอร่อย ดื่มง่าย และเต็มไปด้วย Dairy Nutrition ที่เหมาะสำหรับเด็กในทุกช่วงวัย ทั้งนมโปรตีนสูง นมแคลเซียมสูง และนมสำหรับการเจริญเติบโต ที่ช่วยดูแลพื้นฐานสำคัญของร่างกาย ผ่านแนวคิด Growing Nutrition และ Kids Nutrition ที่เติบโตไปพร้อมกับลูกในทุกวัน


"เพราะสำหรับเรา นมที่ดี ไม่ใช่เพียงแค่มีสารอาหารครบ แต่ต้องเป็นนมที่ลูกอยากดื่มทุกเช้าด้วยรอยยิ้ม"

"East Field" จึงให้ความสำคัญทั้งรสชาติ คุณภาพ และความเข้าใจในชีวิตจริงของครอบครัว ผ่านผลิตภัณฑ์อย่าง นมสำหรับวัยเรียน เม็ดเคี้ยวนม และ นมอัดเม็ด ที่ช่วยเติม Calcium Nutrition และ Family Nutrition ให้เหมาะกับเด็กยุคใหม่ที่ใช้ชีวิตอย่างเร่งรีบ แต่เมื่อเราเติบโตไปพร้อมกับลูก ๆ เราพบว่า เด็กในแต่ละวัย ต้องการการดูแลมากกว่าคำว่า “นม” ทั้งภูมิคุ้มกัน ระบบขับถ่าย สมอง การนอนหลับ และสมดุลร่างกายในทุกช่วงวัย ล้วนเป็นพื้นฐานสำคัญของการเติบโตเช่นกัน นั่นจึงกลายเป็นจุดเริ่มต้นของ "Nura Field"


แบรนด์ Functional Food และอาหารเสริมเด็ก ที่ต่อยอดจากแนวคิดเดียวกับ "East Field" เพื่อดูแลลูก แม่ และทุกคนในครอบครัวอย่างลึกขึ้น "Nura Field" พัฒนาอาหารเสริมเด็ก วิตามินสำหรับเด็ก และวิตามินเด็กกินง่าย ที่คิดสูตรร่วมกันระหว่างทีม R&D และเภสัชกร เพื่อให้เด็กได้รับโภชนาการที่เหมาะสมในแต่ละช่วงวัย ทั้งด้าน Gut Health, Immune Support และ Kids Nutrition สำหรับโลกยุคใหม่ รวมถึงการดูแลคุณแม่ ผ่านผลิตภัณฑ์ Probiotic เพื่อผู้หญิง, Women Probiotic และ Feminine Balance ที่ช่วยดูแลสมดุลร่างกายของผู้หญิงอย่างอ่อนโยน เข้าใจง่าย และเหมาะกับการใช้ชีวิตในทุกวัน


"เพราะแอนเชื่อว่า ครอบครัวที่แข็งแรง เริ่มต้นจากพื้นฐานสุขภาพที่ดี ไม่ว่าจะเป็นนม อาหารเสริมแม่และลูก หรือโภชนาการสำหรับผู้หญิง ทุกผลิตภัณฑ์ของ East Field และ Nura Field ล้วนถูกสร้างขึ้นจาก “ความเข้าใจของแม่” และความตั้งใจในการดูแลทุกช่วงของการเติบโตในชีวิต จากนมแก้วแรกของลูก สู่การดูแลสุขภาพของทั้งครอบครัว

นี่คือเรื่องราวของ East Field และ Nura Field ภายใต้แนวคิด “โภชนาการที่ดี คือหนึ่งในรูปแบบของความรักที่ยั่งยืนที่สุด” คุณกมลรัตน์กล่าวปิดท้าย

#EastField
#NuraField
#FoundationNutrition
#FamilyWellness
#อีสฟิลด์
72
ทีมยูนิฟายด์ฟุตบอลหญิงไทยเข้าร่วมการแข่งขัน 
Special Olympics Unified Football World Cup 2026 Paris





ทีมฟุตบอลหญิงไทย เป็นหนึ่งใน 12 ทีม ที่เข้ารอบสุดท้ายของการแข่งขันระดับโลก Special Olympics Unified Football World Cup 2026 ณ กรุงปารีส อันเป็นการจุดประกายพลังของการอยู่ร่วมกันทางสังคม ผ่าน ‘ฟุตบอล’ กีฬาที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลก ซึ่งทุกวันนี้ มีนักกีฬาสเปเชียลโอลิมปิคเกือยครึ่งล้านคนที่เล่นฟุตบอลอยู่ทั่วทุกมุมโลก นับว่า เป็นครั้งแรก ที่นักกีฬาสเปเชียลโอลิมปิคไทย ได้มีโอกาสการเข้าร่วมรายการแข่งขันระดับบอลโลกครั้งนี้ เป็นการแสดงศักยภาพ ความมุ่งมั่น และความภาคภูมิใจของประเทศไทยบนเวทีโลก




ดร. ก้องศักด ยอดมณี  ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย กล่าวถึงนโยบายส่งเสริมกีฬาในภาพรวม และความสำคัญของการแข่งขันในครั้งนี้ ว่า “ในมุมของการกีฬาแห่งประเทศไทย การที่ทีมฟุตบอลหญิงไทยได้ เข้าร่วมการแข่งขันครั้งนี้ มีความสำคัญต่อวงการกีฬาไทย และต่อภาพลักษณ์ของประเทศไทยเป็นอย่างยิ่ง สิ่งสำคัญนั้น มิใช่เพียงเรื่องผลการแข่งขัน แต่คือการแสดงให้เห็นว่า กีฬาเป็นพื้นที่แห่งโอกาสสำหรับนักกีฬาทุกคน ที่รวมถึงนักกีฬาผู้พิการทางสติปัญญา การแข่งขันในรูปแบบกีฬายูนิฟายด์ ที่นักกีฬาผู้พิการทางสติปัญญาและนักกีฬาที่ไม่มีความพิการ ได้เล่นร่วมกันในทีมเดียว สะท้อนให้เห็นถึงพลังของความเข้าใจ ความเท่าเทียม และการอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างแท้จริง นับว่า “การเล่นกีฬา” มีความสำคัญและจำเป็น ในการส่งเสริมการมีส่วนร่วมทางสังคม และการสร้างทัศคติที่ถูกต้องเกี่ยวกับผู้พิการทางสติปัญญา”


ดร.นริศ ชัยสูตร นายกสมาคมกีฬาสเปเชียลโอลิมปิคแห่งประเทศไทย กล่าวถึงบทบาทของสมาคมฯ ในการสร้างโอกาสให้กับนักกีฬาผู้พิการทางสติปัญญาไทย จากระดับรากหญ้า สู่ระดับโลก ว่า “สมาคมกีฬาสเปเชียลโอลิมปิคแห่งประเทศไทย ใช้กีฬาเป็นเครื่องมือพัฒนาศักยภาพความมั่นใจ และคุณภาพชีวิตของผู้พิการทางสติปัญญาในประเทศไทย และ ฟุตบอลเป็นกีฬาสำคัญที่นำแนวคิด กีฬายูนิฟายด์ มาใช้ ทุกวันนี้ มีนักกีฬาฟุตบอลทั่วประเทศจำนวนมาก และ มีนักกีฬาฟุตบอลหญิงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง  ทีมชุดนี้เกิดขึ้นจากกระบวนการคัดเลือก ผ่านระบบ “ฟุตบอลลีคหญิง” ทำ เพื่อให้ได้ทีมที่มีความพร้อมที่สุด สะท้อนให้เห็นว่ากีฬาฟุตบอลเป็นพื้นที่แห่งโอกาส ที่ช่วยเปิดทางให้นักกีฬาได้พัฒนาตนเอง ฉะนั้น การเดินทางสู่เวทีโลกครั้งนี้ จึงมิใช่เพียงความสำเร็จของนักกีฬากลุ่มหนึ่งเท่านั้น แต่เป็นแรงบันดาลใจให้กับนักกีฬาสเปเชียลโอลิมปิคทั่วประเทศ  รวมถึงครอบครัว และผู้ฝึกสอนทุกคน ด้วย”


ดร.ฤทธิรงค์ อินทรจินดา ผู้อำนวยการทีมฟุตบอลชุด  Unified Football World Cup 2026 กล่าวถึงแนวทางการเตรียมความพร้อมสู่การแข่งขันบอลโลก ว่า “ได้ให้ความสำคัญกับการเตรียมทีมอย่างรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านเทคนิคกีฬา สมรรถภาพร่างกายความแข็งแกร่งทางจิตใจ ประสบการณ์ในการแข่งขัน รวมถึงการทำงานร่วมกันเป็นทีมเดียวกันอย่างแท้จริง โดยที่ผ่านมา ทีมได้มีการฝึกซ้อมและเก็บตัวอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้นักกีฬาได้เรียนรู้ทั้งทักษะในสนาม การรับมือกับความกดดัน การปรับตัวระหว่างการแข่งขัน และการสร้างความเข้าใจซึ่งกันและกันภายในทีม โดยเฉพาะก่อนเดินทางไปแข่งขันจริง จำเป็นที่ต้องให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพของนักกีฬา โภชนาการ การพักผ่อน การป้องกันการบาดเจ็บ และการเสริมกำลังใจให้ทุกคนมีความพร้อมเต็มที่ เพราะทีมหญิงไทยชุดนี้ไม่ได้เป็นเพียงทีมที่ไปแข่งขันฟุตบอล แต่เป็นทีมที่สะท้อนศักดิ์ศรี ความมุ่งมั่น ความทุ่มเท และความสามัคคีของนักกีฬาทีมชาติไทย”

นอกจากนั้น ภายในงานยังมีการสัมภาษณ์พิเศษกับ Special Olympics Thailand Group Ambassador BNK48 ที่ส่งกำลังใจให้นักกีฬาทุกคน ว่า “ไม่ว่าจะอยู่บนเวทีคอนเสิร์ต หรืออยู่ในสนามฟุตบอล หัวใจสำคัญที่เหมือนกัน คือ การฝึกซ้อม ความสามัคคี การเชื่อมั่นในทีม และการไม่ยอมแพ้ต่อข้อจำกัดใด ๆ”




เกี่ยวกับสเปเชียลโอลิมปิค

สเปเชียลโอลิมปิค เป็นโครงการนานาชาติ ที่ส่งเสริมคุณภาพชีวิตคนพิการทางสติปัญญาซึ่งเป็นประชากร ผู้พิการที่มีจำนวนมากที่สุดของโลก โดยใช้กีฬาเป็นสื่อในการพัฒนาสุขภาพพลานามัย และ การเรียนรู้ เพื่อสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคมของผู้พิการกลุ่มนี้ โดยสเปเชียลโอลิมปิคไทย เป็นหนึ่งใน 190 ประเทศสมาชิกของ สเปเชียลโอลิมปิคสากล ปัจจุบันมีนักกีฬามากกว่า 32,000  คนทั่วประเทศไทยเข้าร่วมโครงการที่ประกอบด้วยกิจกรรมที่กีฬาหลากหลาย รวมถึง โปรแกรมส่งเสริมสุขภาพ และกิจกรรมเพื่อการพัฒนาในปฐมวัย

73
ศอกขวาปลิดวิญญาณ! "หัสดี" ชนะ TKO "แสงพนม" ยก 3  ศึกมวยรอบปูนเสือ มวยไทยพันธุ์แท้ ครั้งที่ 25


             ศึก "มวยรอบปูนเสือ มวยไทยพันธุ์แท้ ครั้งที่ 25" สาย A รอบ 8 คน นัดแรก เมื่อวันอาทิตย์ที่ 24 พฤษภาคม 2569 ที่เวทีมวยช่อง 7 โดยก่อนชก นายจมร เลขะกุล (ผู้แทนปูนเสือ) ให้เกียรติขึ้นคล้องพวงมาลัยเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้กับนักมวยบนเวที คู่ระหว่าง แสงพนม ผดุงชัยมวยไทยยิม (แดง) ปะทะ หัสดี ตี๋น้อยคชิน (น้ำเงิน) พิกัด 116 ปอนด์ จากนั้นนักมวยต่างเปิดฉากแลกอาวุธ ทั้งหมัด เท้า เข่า และศอก อย่างดุเดือด ทั้งสองฝ่ายผลัดกันรุกรับไม่มีใครยอมใคร สร้างความตื่นเต้นจนผู้ชมรอบสังเวียนต้องส่งเสียงเขียร์ดังกระหึ่มทั้งสนาม

สรุปผล ศึก "มวยรอบปูนเสือ มวยไทยพันธุ์แท้ ครั้งที่ 25" สาย A รอบ 8 คน นัดแรก มีดังนี






             คู่ที่ 1. มอญขาว ซีเมนต์ดี (แดง) พบกับ เพชรสีทอง ศิษย์เจ๊แดง (น้ำเงิน) คู่นี้เนื่องจาก ยอดกัณฆ์ ช้างนครศรี ป่วยกะทันหันต้องเอา เพชรสีทอง มาขึ้นชกแทน เกมส์การชกจบเร็วต้นยก 3 "มอญขาว" เดินต่อยหมัดตัดลำตัว "เพชรสีทอง" เน้นๆถึงทิ้งตัวให้กรรมการนับ 8 ชกได้ "มอญขาว" ได้โอกาสเดินไล่ต่อยลำตัวย้ำเน้นอีกครั้ง "เพชรสีทอง" ทิ้งตัวให้กรรมการนับ 10 ทำให้ มอญขาวชนะ TKO ยก 3






             คู่ที่ 2. หลับกลางอากาศ แสงพนม ผดุงชัยมวยไทยยิม (แดง) พบกับ หัสดี ตี๋น้อยคชิน (น้ำเงิน) "แสงพนม" มวยขวาสูงยาวเข่าดีเข่าในอาชีพด้าน "หัสดี" หันมาเล่นหมัดเตะซ้ายต่อยซ้ายแบบแลกกันมึงทีกูทีช่วงต้นยก 3 จังที่ทั้งคู่แลกหมัดและเพลงเข่าเป็นจังหวะที่ "หัสดี" สับศอกขวาเข้าปลายคาง "เพชรพนม" เต็มๆ ถึงกับหลับกลางอาดาศให้กรรมการนับ 10 ทำให้ หัสดี ชนะ TKO ยก 3

             สำหรับ ศึก "มวยรอบปูนเสือ มวยไทยพันธุ์แท้ ครั้งที่ 25" สาย B รอบ 8 คน นัดแรก โดย คู่ที่ 1. ระหว่าง เมืองช้าง ส.เดชะพันธ์ (แดง) พบกับ ไทยแลนด์ ส.รุ่งศักดิ์ (น้ำเงิน) พิกัด 116 ปอนด์ และ คู่ที่ 2. ระหว่าง พรเพชร ส.ราชภูมิ (แดง) พบกับ แสงทองน้อย แสงทองค้าแก๊ส (น้ำเงิน) พิกัด 116 ปอนด์ พร้อมขึ้นสังเวียนโชว์ศิลปะแม่ไม้มวยไทยให้กับผู้ชมทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติได้ชมและมาลุ้นกันว่าการต่อสู้ของทั้งสองคู่จะออกมาดุเดือดแค่ไหนและสุดท้ายฝ่ายไหนจะได้รับการชูมือจากกรรมการ แฟนๆ คอมวยรอบปูนเสือมาร่วมพิสูจน์ความดุดันและมาลุ้นกันจนนั่งไม่ติดเก้าอี้กันในวันอาทิตย์ที่ 30 พฤษภาคม 2569 ที่เวทีมวยช่อง 7 รับชมการถ่ายทอดสดทางช่อง 7 HD ได้ตั้งแต่เวลา 14.30 น. เป็นต้นไป แฟนมวยไทยทั่วประเทศห้ามพลาด

             
74
มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ประกอบพิธีจุดเทียนเปิดงานฉลองบรรลุธรรมหลวงปู่ไต้ฮง ประจำปี 2569  ณ ศาลเจ้าไต้ฮงกง มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย  พร้อมเชิญชวนสาธุชน ร่วมงานฉลองวันบรรลุธรรม ในวันปฐมฤกษ์ “25 พฤษภาคม 2569” เปิดศาลเจ้าไต้ฮงกงหยกขาว เฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา ถนนเจริญราษฎร์ เขตสาทร กรุงเทพฯ


 


วันนี้ (วันเสาร์ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 เวลา 09.00 น.) มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย ดร.สุทัศน์ เตชะวิบูลย์ รองประธานกรรมการ นายสัก กอแสงเรือง รองประธานกรรมการ นายวิชิต ชินวงศ์วรกุล รองประธานกรรมการ นายวิรุฬ เตชะไพบูลย์ ที่ปรึกษาประธานกรรมการ นายจารุรัตน์ คุณัตถานนท์ กรรมการและเหรัญญิก นางจินดา บุญลาภทวีโชค กรรมการตรวจสอบ พร้อมด้วย คณะกรรมการ ผู้ช่วยกรรมการ และเจ้าหน้าที่บริหาร ร่วมในพิธีจุดเทียนเปิดงานฉลองบรรลุธรรมหลวงปู่ไต้ฮง ประจำปี 2569  ณ ศาลเจ้าไต้ฮงกง มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย โดยมี ศิษยานุศิษย์และสาธุชน ร่วมในพิธี โดยระหว่างวันที่ 23 - 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ขอเชิญศิษยานุศิษย์และสาธุชน ร่วมงานฉลองบรรลุธรรมหลวงปู่ไต้ฮง ประจำปี 2569  สักการะหลวงปู่ไต้ฮง (ไต้ฮงกง) เพื่อความเป็นสิริมงคล ชมการแสดงอุปรากรจีน (งิ้ว) และ รับประทานสาคูสิริมงคล (อี๊) โดยมูลนิธิฯ จัดเตรียมบริการเฉพาะบรรจุถุงให้ผู้มีจิตศรัทธานำกลับบ้านเท่านั้น ณ บริเวณลานสำนักงาน มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย กรุงเทพฯ  ติดต่อสอบถาม และติดตามข่าวสารและกิจกรรมได้ที่ เฟซบุ๊ก แฟนเพจ www.facebook.com/atpohtecktung และช่องทางอื่นๆ ที่สะดวกได้ที่ https://linktr.ee/pohtecktung  หรือที่สายด่วนป่อเต็กตึ๊ง 1418




และในวันจันทร์ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2569  ที่ ศาลเจ้าไต้ฮงกงหยกขาว เฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา มูลนิธิฯ ได้จัดพิธีสวดมนต์ เนื่องในงานฉลองบรรลุธรรมหลวงปู่ไต้ฮง (ไต้ฮงกง) และเป็นวันแห่งมหามงคลฤกษ์ แห่งการเปิดให้ประชาชนสักการะและเยี่ยมชมมรดกแห่งเมตตาธรรม และแหล่งเรียนรู้ด้านสถาปัตยกรรมเชิงวัฒนธรรมแต้จิ๋วโบราณอันทรงคุณค่า ศูนย์รวมพลังศรัทธาที่ยิ่งใหญ่บนดินแดนศักดิ์สิทธิ์กว่า 120 ปี ใจกลางสาทร อย่างเป็นทางการ ทั้งนี้ “ศาลเจ้าไต้ฮงกงหยกขาว เฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา” เปิดให้ประชาชนเข้าเยี่ยมชม สักการะขอพร และทำบุญบริจาคสมทบทุนงานสาธารณกุศลกับมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้ทุกวัน (จันทร์ – อาทิตย์) ระหว่างเวลา 07.00 – 18.00 น. ติดตามข่าวสารกิจกรรม ของศาลเจ้าไต้ฮงกงหยกขาวฯ ได้ที่ http://www.facebook.com/TaiHongGongShrine หรือติดตามข่าวสารตามช่องทางที่สะดวกได้ที่ https://linktr.ee/TaihonggongshrineTH

## ป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต ##
#แอปพลิเคชันป่อเต็กตึ๊ง1418
#ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน







75
มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง สนับสนุนค่าพาหนะ และสิ่งของ ให้แก่ ผู้รับขาเทียม ช่างและอาสาสมัคร ในโครงการออกหน่วยทำขาเทียม พระราชทานเคลื่อนที่ ครั้งที่ 177 จังหวัดอุบลราชธานี




วานนี้ (วันศุกร์ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2569) มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นางสาวดวงชุตา ติยะพจนพรกุล รักษาการผู้จัดการฝ่ายสาธารณภัย ลงพื้นที่มอบค่าพาหนะรายละ 500 บาท พร้อมสิ่งของ ให้แก่ผู้รับขาเทียม และช่างอาสาสมัคร ที่เข้าร่วมโครงการออกหน่วยทำขาเทียมพระราชทานเคลื่อนที่ ครั้งที่ 177 มูลนิธิขาเทียม ในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี รวม 220 คน รวมงบประมาณดำเนินการในครั้งนี้ทั้งสิ้น 186,000 บาท (หนึ่งแสนแปดหมื่นบาทถ้วน) โดยมี ร้อยตรีสรมงคล มงคละสิริ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี  เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นายแพทย์ชาญชัย พจมานวิพุธ รองเลขาธิการมูลนิธิขาเทียมฯ กล่าวรายงานผลการปฏิบัติงาน ศาสตราจารย์ คลินิก นายแพทย์นิเวศน์ นันทจิต เลขาธิการมูลนิธิขาเทียมฯ กล่าวขอบคุณและแสดงความยินดีกับคนพิการขาขาด พลเอกพจน์ เอมพันธุ์ ที่ปรึกษาผู้อำนวยการองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกมอบของที่ระลึกขอบคุณผู้สนับสนุนโครงการ ดร.ประจักษ์พงศ์ วรรณโชติ ผู้อำนวยการโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ อุบลราชธานี  และผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชนต่างๆ ร่วมในพิธี  ณ หอประชุมศรีปทุม 1 โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ อุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี




การสนับสนุนมูลนิธิขาเทียม ในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี โครงการออกหน่วยทำขาเทียมพระราชทานเคลื่อนที่ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ให้การสนับสนุนอย่างต่อเนื่องเรื่อยมา ตั้งแต่การดำเนินการครั้งที่ 165 รวม 13 จังหวัด คิดเป็นมูลค่าไม่ต่ำกว่า 5.3 ล้านบาท

ตลอดระยะเวลากว่า 116 ปี ที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ขยายขอบข่ายโครงการต่าง ๆ ออกไปอย่างกว้างขวาง ไม่เพียงแต่บำบัดทุกข์ บำรุงสุข แก่ผู้ตกทุกข์ได้ยากโดยไม่จำกัดเชื้อชาติ ศาสนา เท่านั้น แต่ยังได้พัฒนาคุณภาพชีวิตอีกในหลายทาง เพื่อเป็นองค์กรสาธารณกุศลที่ช่วยเหลือประชาชนครบวงจรในทุกๆ ด้าน ต่อไป ดังปณิธาน มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต




ติดต่อสอบถาม และติดตามข่าวสารและกิจกรรมของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่ เฟซบุ๊ก แฟนเพจ www.facebook.com/atpohtecktung และช่องทางอื่นๆ ที่สะดวกได้ที่ https://linktr.ee/pohtecktung หรือที่สายด่วนป่อเต็กตึ๊ง 1418

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”
#แอปพลิเคชัน และ #สายด่วน ป่อเต็กตึ๊ง1418

76
สนุกสุดวงสวิง 2 วัน 1 คืน
กับแพ็กเกจห้องพักระดับเอ็กซ์คลูซีฟ
พร้อมออกรอบตีกอล์ฟ 18 หลุม X 2
ณ โรงแรมแคนทารี กบินทร์บุรี


โรงแรมแคนทารี กบินทร์บุรี ในเครือเคป แอนด์ แคนทารี โฮเทลส์ เชิญชวนนักกอล์ฟมาเพลิดเพลินกับแพ็กเกจสุดพิเศษ ที่ผสานการพักผ่อนอย่างมีระดับเข้ากับความสนุกเพลิดเพลินของกีฬากอล์ฟท่ามกลางธรรมชาติอันร่มรื่นของจังหวัดปราจีนบุรี  ดื่มด่ำกับการพักผ่อนในห้องพักสไตล์เอ็กซ์คลูซีฟ ดีไซน์ทันสมัย พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน พร้อมเปิดประสบการณ์ตีกอล์ฟในสนามมาตรฐานคุณภาพ อาทิ สนามกอล์ฟกบินทร์บุรีสปอร์ตคลับ หรือสนามฮิลล์ไซด์คันทรี โฮม กอล์ฟ แอนด์ รีสอร์ท กับแพ็กเกจห้องพัก 2 วัน 1 คืนพร้อมออกรอบเล่นกอล์ฟ 18 หลุม จำนวน 2 รอบ ณ โรงแรมแคนทารี กบินทร์บุรี ในราคาเริ่มต้น 2,000 บาทสุทธิ/คืน/ท่าน สามารถจองห้องพักและเข้าพักได้ตั้งแต่วันนี้ - 31 ธันวาคม 2569 กรุณาจองล่วงหน้าตามเงื่อนไขที่โรงแรมฯ กำหนด




แพ็กเกจที่ 1 : ออกรอบ ณ สนามกอล์ฟกบินทร์บุรีสปอร์ตคลับ 1 วัน  และออกรอบ ณ สนามฮิลล์ไซด์คันทรี โฮม กอล์ฟ  แอนด์ รีสอร์ท 1 วัน  พร้อมห้องพักสตูดิโอสวีต 2 วัน 1 คืน ในราคาเริ่มต้นเพียง 2,000 บาทสุทธิ/ท่าน สำหรับวันจันทร์ถึงพฤหัสบดี และราคา 2,500 บาทสุทธิ/ท่าน สำหรับวันศุกร์ถึงอาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์

แพ็กเกจที่ 2 : ออกรอบ ณ สนามกอล์ฟกบินทร์บุรีสปอร์ตคลับ 2 วัน  พร้อมห้องพักสตูดิโอสวีต 2 วัน 1 คืน ในราคาเริ่มต้นเพียง 2,300 บาทสุทธิ/ท่าน สำหรับวันจันทร์ถึงพฤหัสบดี และราคา 2,900 บาทสุทธิ/ท่าน สำหรับวันศุกร์ถึงอาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์




สิทธิพิเศษและเงื่อนไข

   กรุณาสำรองห้องพัก โดยชำระเงินค่าบริการล่วงหน้าเต็มจำนวน
   พร้อมสิทธิ์ออกรอบกอล์ฟ 18 หลุม จำนวน 2 รอบ โดยสามารถเลือกออกรอบวันละ 1 รอบ หรือออกรอบวันเดียว 2 รอบ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับช่วงเวลาและความพร้อมในการให้บริการของสนามกอล์ฟ
   หากต้องการพักห้องเดี่ยวมีค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม 900 บาท/วัน/ท่าน
   ผู้เข้าพักร่วมที่ไม่เล่นกอล์ฟ มีค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม 900 บาท/วัน/ท่าน
   แพ็กเกจนี้รองรับผู้เล่นกอล์ฟสูงสุด 5 ท่านในวันหยุดสุดสัปดาห์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ และผู้เล่นกอล์ฟ จำนวน 6 ท่านในวันจันทร์-วันพฤหัสบดี
   ราคานี้รวมภาษีและค่าบริการทั้งหมดแล้ว
   ไม่รวมค่าบริการรถกอล์ฟ 700 บาทต่อวัน และแคดดี้ 300 บาทต่อวัน โดยชำระเพิ่มเติมด้วยตนเอง ณ สนามกอล์ฟ
   โรงแรมฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลง ข้อกำหนด และเงื่อนไข โดยหากมีการเปลี่ยนแปลงจะแจ้งให้ทราบล่วงหน้าผ่านทางช่องทางการติดต่อสื่อสารของโรงแรมฯ








สำรองห้องพัก หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่โรงแรมแคนทารี กบินทร์บุรี โทร 037-282-699,       037-203-193 หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์ www.kantaryhotel-kabinburi.com/ ####################
Hashtags: #capeandkantary #kantary #kabinburi #golfpackage
####################
77
Balloon AA (บอลลูนเอเอ) จับมือ มูลนิธิเสมา ลุยตลาด Balloon Content Creation สร้าง “Giant Puppet” (หุ่นกระบอกยักษ์) ฝีมือคนไทย ในเทศกาลหุ่นฯ นานาชาติ Songkhla Harmony World Puppet Festival 2026 วันที่ 5-9 สิงหาคม


            Balloon AA (บอลลูนเอเอ) ร่วมกับ มูลนิธิหุ่นสายเสมาศิลปะเพื่อสังคม เดินหน้าสร้าง “Giant Balloon Puppet” ถ่ายทอดเสน่ห์ศิลปวัฒนธรรมไทยผ่านนวัตกรรมบอลลูนร่วมสมัย พร้อมต่อยอดสู่คอนเทนต์สร้างสรรค์ระดับโลก เปิดมิติใหม่แห่งวงการศิลปะการแสดงไทย ผ่านการพัฒนา “หุ่นบอลลูนร่วมสมัย” ขนาดยักษ์ ที่หลอมรวมความคิดสร้างสรรค์ เทคโนโลยี และอัตลักษณ์วัฒนธรรมไทย เพื่อยกระดับ Soft Power ไทยสู่สายตาชาวโลก


            นายเมธาวี ตีระพัฒน์สกล ผู้บริหาร บริษัท ทูบีไลท์ จำกัด เจ้าของธุรกิจสื่อโฆษณาเป่าลมภายใต้แบรนด์ Balloon AA (บอลลูนเอเอ) เปิดเผยว่า ปี 2569 ถือเป็นวาระครบรอบ 20 ปีของบริษัทฯ ซึ่งนับเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้องค์กรเริ่มทบทวนทิศทางการดำเนินธุรกิจในทศวรรษต่อไป จากเดิมที่ดำเนินงานอยู่ในแวดวงอีเวนต์และการตลาดมาอย่างต่อเนื่อง บริษัทฯ จึงมองเห็นโอกาสในการนำองค์ความรู้และความเชี่ยวชาญด้านการสร้างคาแรคเตอร์ 3 มิติเป่าลมขนาดใหญ่มาต่อยอดสู่มิติใหม่ของงานศิลปะและวัฒนธรรม

            “ตลอดระยะเวลา 20 ปีที่ผ่านมา เรามุ่งผลิตผลงานเพื่อตอบโจทย์ด้านการตลาดและยอดขายเป็นหลัก แต่วันนี้เราเชื่อว่าศักยภาพของเทคโนโลยีบอลลูนเป่าลมสามารถต่อยอดไปสู่งานศิลปะร่วมสมัยรูปแบบใหม่ได้อย่างสร้างสรรค์และน่าสนใจ ความเชี่ยวชาญด้านบอลลูนของเราถือเป็นอีกหนึ่ง ‘จิ๊กซอว์’ สำคัญที่ยังไม่ค่อยมีผู้พัฒนาในแวดวงศิลปะร่วมสมัย และเรามองว่าสิ่งนี้สามารถต่อยอดสู่การสร้างผลงานที่ผสมผสานศิลปะ วัฒนธรรม และนวัตกรรมเข้าด้วยกันได้อย่างโดดเด่นในอนาคต” นายเมธาวี กล่าว


            แนวคิดดังกล่าวจึงนำไปสู่การหารือร่วมกันระหว่าง Balloon AA (บอลลูนเอเอ) และมูลนิธิหุ่นสายเสมาศิลปะเพื่อสังคม เพื่อผสานองค์ความรู้ด้านหุ่นร่วมสมัยเข้ากับเทคโนโลยีบอลลูนเป่าลม จนเกิดเป็นแนวคิด “หุ่นบอลลูนร่วมสมัย” (Giant Balloon Puppet) นวัตกรรมการแสดงรูปแบบใหม่ที่สามารถตอบโจทย์ข้อจำกัดของการจัดแสดงหุ่นขนาดใหญ่ในระดับนานาชาติ ทั้งด้านต้นทุนและการขนส่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยจุดเด่นของเทคโนโลยีบอลลูนเป่าลมที่มีน้ำหนักเบา สามารถพับเก็บในขนาดเล็กเพียงใส่เป้สะพายสำหรับเดินทางขึ้นเครื่องบิน แต่เมื่อเติมลมแล้วสามารถขยายเป็นผลงานขนาดใหญ่สูงถึง 6–10 เมตรได้ภายในเวลาอันรวดเร็ว ช่วยเพิ่มความสะดวกในการเคลื่อนย้ายและเปิดโอกาสให้ผลงานศิลปะไทยสามารถเดินทางไปจัดแสดงในต่างประเทศได้อย่างโดดเด่นและคล่องตัวยิ่งขึ้น

            ด้านคุณนิมิตร พิพิธกุล ประธานมูลนิธิหุ่นสายเสมาศิลปะเพื่อสังคม กล่าวว่า มูลนิธิดำเนินงานด้านหุ่นร่วมสมัยมานานกว่า 30 ปี และเป็นผู้จัดเทศกาลหุ่นโลก โดยมีเป้าหมายในการพัฒนาหุ่นขนาดใหญ่หรือ Giant Puppet สำหรับขบวนพาเหรดและการแสดงร่วมสมัย แต่ที่ผ่านมายังต้องเผชิญข้อจำกัดด้านน้ำหนักและค่าขนส่งสูง


            “ต่างประเทศมีการพัฒนาหุ่นขนาดใหญ่สำหรับงานพาเหรดกันอย่างแพร่หลาย แต่ประเทศไทยยังไม่สามารถพัฒนาได้อย่างเต็มรูปแบบ ความร่วมมือกับ Balloon AA (บอลลูนเอเอ) จึงเป็นการนำองค์ความรู้ด้านหุ่นร่วมสมัยมาผสานกับเทคโนโลยีบอลลูน เพื่อสร้างหุ่นขนาดใหญ่ที่มีน้ำหนักเบา เคลื่อนย้ายสะดวก และสามารถใช้งานต่อเนื่องในขบวนพาเหรดได้เป็นเวลานาน” คุณนิมิตร กล่าว

            สำหรับเป้าหมายสำคัญของความร่วมมือครั้งนี้ ทั้งสององค์กรต่างมีวิสัยทัศน์ร่วมกันในการผลักดันศิลปวัฒนธรรมไทยสู่ระดับสากล ผ่านการสร้างสรรค์หุ่นบอลลูนขนาดใหญ่ที่สะท้อนเอกลักษณ์ไทย อาทิ ตัวละครจากวรรณคดีไทย เช่น “สุดสาคร” หรือ “ม้านิลมังกร” เพื่อใช้ในการแสดงงานเทศกาลหุ่นฯ นานาชาติ Songkhla Harmony World Puppet Festival 2026 วันที่ 5-9 สิงหาคมนี้ ทั้งนี้ มูลนิธิฯ ยังได้ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ หรือ อพวช. เพื่อนำเทคโนโลยีด้านหุ่นยนต์ กลไกการเคลื่อนไหว แสง สี เสียง และนวัตกรรมการแสดง เข้ามาต่อยอดให้ผลงานมีความทันสมัยและสร้างประสบการณ์ใหม่แก่ผู้ชม


             คุณเมธาวีกล่าวเพิ่มเติมว่า Balloon AA ยังให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจตามแนวคิด ESG โดยเฉพาะด้านสังคม ผ่านการสนับสนุนชุมชน ผู้สูงอายุ และกิจกรรมเพื่อสาธารณประโยชน์อย่างต่อเนื่อง รวมถึงการสนับสนุนกิจกรรมของมูลนิธิและองค์กรสาธารณกุศลต่าง ๆ

             “เราอยากตอบแทนสังคมผ่านองค์ความรู้และศักยภาพที่มี พร้อมต่อยอดจากผู้ผลิตโปรดักส์ในงานอีเวนต์ สู่การเป็นผู้ผลิตคอนเทนต์และประสบการณ์รูปแบบใหม่ในอนาคต ไม่ว่าจะเป็น Balloon Museum หรือ Interactive Balloon Show ซึ่งถือเป็นอีกก้าวสำคัญของ Balloon AA ในการสร้างธุรกิจสร้างสรรค์ยุคใหม่” คุณเมธาวี กล่าวทิ้งท้าย

             ทั้งนี้ Balloon AA (บอลลูนเอเอ) เตรียมเดินหน้าพัฒนาโปรเจกต์ภายใต้แนวคิด “Balloon Content Creator” เพื่อสร้างสรรค์ผลงานที่ผสมผสานศิลปะ วัฒนธรรม เทคโนโลยี และนวัตกรรมเข้าด้วยกัน พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้ชมทั้งชาวไทยและต่างชาติได้สัมผัสเสน่ห์ของวัฒนธรรมไทยในรูปแบบใหม่ที่เข้าถึงง่าย สนุก และร่วมสมัย ผ่านผลงานหุ่นบอลลูนขนาดใหญ่ที่โดดเด่นและสะท้อนอัตลักษณ์ไทยได้อย่างชัดเจน

             สอบถามและติดตามรายละเอียดความเคลื่อนไหวโครงการได้ที่โทรศัพท์ 086-046-8000 หรือ www.balloonaa.com, Line : @balloonaa, Fb : facebook.com/BalloonAA และYT : youtube.com/BalloonaaThailand
78
“จากครัวสู่ไวรัล” ThyChef ปั้นเมนูบ้านๆ ให้กลายเป็นคอนเทนต์ TikTok เจาะคนรุ่นใหม่สาย Food Entertainment


               ตลาดคอนเทนต์อาหารบน TikTok ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะคลิปแนว “เมนูทำง่าย กินง่าย และดูเพลิน” ที่กำลังกลายเป็นหนึ่งในรูปแบบคอนเทนต์ยอดนิยมของคนรุ่นใหม่ สะท้อนให้เห็นว่าพฤติกรรมผู้บริโภคยุคนี้ ไม่ได้มองหาเพียง “รสชาติ” ของอาหารอีกต่อไป แต่ยังต้องการ “ความสนุก” และ “แรงบันดาลใจ” จากคอนเทนต์ที่รับชมบนโซเชียลมีเดีย

               ThyChef (ไทเชฟ) แบรนด์ผลิตภัณฑ์ปรุงรสและผงโรยสำหรับเมนูอาหาร ได้ใช้แพลตฟอร์ม TikTok เป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญในการสื่อสารแบรนด์ ผ่านช่อง TikTok @thycheff ที่นำเสนอคอนเทนต์แนว Food Entertainment ผสมผสานความสนุก ความง่าย และการสร้างสรรค์เมนูในชีวิตประจำวัน จนสามารถเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคยุคใหม่ได้อย่างรวดเร็ว

               จุดเด่นของคอนเทนต์จาก ThyChef คือการหยิบเมนูใกล้ตัว ไม่ว่าจะเป็นไก่ทอด เฟรนช์ฟรายส์ ของทอด หรือเมนูทานเล่น มาปรับให้น่าสนใจผ่านการใช้ผงปรุงรสและเทคนิคการนำเสนอแบบกระชับ เข้าใจง่าย และมีจังหวะการเล่าเรื่องที่เหมาะกับผู้ชมบน TikTok ซึ่งสอดคล้องกับพฤติกรรมของผู้บริโภคยุคดิจิทัลที่นิยมรับชมคลิปสั้น และต้องการคอนเทนต์ที่ “ดูจบแล้วอยากทำตามทันที”


               นายสมเจตน์ ปัญจวัฒนางกูร กรรมการผู้จัดการ บริษัท โฟร์ ฟูดส์ จำกัด กล่าวว่า “ปัจจุบันผู้บริโภคไม่ได้มองหาแค่ความอร่อยเพียงอย่างเดียว แต่ยังต้องการคอนเทนต์ที่ดูสนุก เข้าใจง่าย และสามารถนำไปทำตามได้จริง เราจึงพยายามพัฒนาแนวทางการสื่อสารของแบรนด์ผ่านแพลตฟอร์ม TikTok ให้เข้าถึงคนรุ่นใหม่มากขึ้น โดยนำเสนอเมนูที่ทำง่าย ใช้วัตถุดิบใกล้ตัว และสามารถสร้างแรงบันดาลใจในการทำอาหารได้ในชีวิตประจำวัน”

               นอกจากนี้ เทรนด์ “Cooking Content” หรือคอนเทนต์ทำอาหาร ยังกลายเป็นหนึ่งในหมวดคอนเทนต์ที่ได้รับความนิยมสูงบนแพลตฟอร์ม TikTok เพราะสามารถสร้างทั้งความบันเทิงและแรงบันดาลใจในเวลาเดียวกัน โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่นและ First Jobber ที่นิยมค้นหาเมนูง่ายๆ สำหรับทำรับประทานเองที่บ้าน

               ThyChef มองว่า การสร้างคอนเทนต์ในยุคนี้ไม่ใช่เพียงการสื่อสารโปรโมชั่นสินค้า แต่คือการสร้างประสบการณ์ร่วมกับผู้บริโภค ผ่านรูปแบบคอนเทนต์ที่เข้าถึงง่าย ดูสนุก และสามารถมีส่วนร่วมได้จริง ซึ่งเป็นเหตุผลที่แบรนด์เลือกใช้แนวทาง “Food Content + Entertainment” เพื่อเชื่อมโยงแบรนด์เข้ากับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคยุคใหม่

               “เราเชื่อว่า Food Content ในวันนี้ ไม่ใช่เพียงการสาธิตทำอาหาร แต่คือการสร้างประสบการณ์ร่วมระหว่างแบรนด์กับผู้บริโภค เพราะเมื่อคนดูรู้สึกสนุก อยากลองทำตาม หรือแชร์ต่อให้คนรอบตัว นั่นคือจุดเริ่มต้นของ Community ที่เกิดขึ้นจากคอนเทนต์อาหาร ซึ่งเป็นทิศทางสำคัญที่ ThyChef ต้องการเดินต่อในอนาคต” นายสมเจตน์ กล่าวเพิ่มเติม

               อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้คอนเทนต์อาหารบน TikTok เติบโต คือการที่ผู้บริโภคสามารถมีส่วนร่วมกับแบรนด์ได้ทันที ทั้งการคอมเมนต์ การทำคลิปตาม หรือการแชร์เมนูไปยังกลุ่มเพื่อนและครอบครัว ส่งผลให้แบรนด์อาหารในปัจจุบันต้องปรับวิธีสื่อสารจาก “ขายสินค้า” ไปสู่ “สร้างคอมมูนิตี้ร่วมกัน”

               จากแนวทางดังกล่าว ทำให้ ThyChef ไม่ได้เป็นเพียงแบรนด์เครื่องปรุง แต่กำลังพัฒนาตัวเองสู่แบรนด์คอนเทนต์อาหารที่เข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคยุคดิจิทัล พร้อมต่อยอดการสร้างสรรค์เมนูและคอนเทนต์ใหม่ๆ ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์อย่างต่อเนื่อง

               ผู้สนใจสามารถติดตามคอนเทนต์และเมนูสร้างสรรค์เพิ่มเติมได้ที่ https://www.tiktok.com/@thycheff
79
เปิดแล้ว adidas Golf Core Store Bangkok แห่งแรกในไทยและใหญ่สุดในเอเชีย



 
บริษัท พาลลาส เอจี จำกัด เขย่าตลาดกอล์ฟฉลองใหญ่เปิดร้านใหม่ “adidas Golf Core Store Bangkok” กอล์ฟเดสทิเนชั่นแห่งใหม่สำหรับนักกอล์ฟผู้หลงใหลแฟชั่นและแฟนพันธุ์แท้ของอาดิดาส กอล์ฟ จำหน่ายสินค้าฟูลไลน์ทั้งเสื้อผ้า เครื่องแต่งกาย รองเท้า และแอคเซสเซอรี่ส์ สำหรับสุภาพบุรุษ สุภาพสตรี และเยาวชน ครบทุกคอลเล็คชั่นทั้ง Originals Golf หรือ Performance Golf อัปเดตใหม่ทุกซีซั่น นับเป็น “adidas Golf Core Store Bangkok แห่งแรกที่ใหญ่ที่สุดในกลุ่ม Emerging Markets (EM) และใหญ่ที่สุดในเอเชีย พร้อมให้บริการนักกอล์ฟแล้ววันนี้ ณ ชั้น 2 ธนิยะ ช้อปปิ้งเซ็นเตอร์ ถนนสีลม


นับเป็นการเขย่าตลาดกอล์ฟอีกครั้งสำหรับคู่ค้าอย่างบริษัท พาลลาส เอจี จำกัด และอาดิดาส กอล์ฟ ร่วมกันจัดงานเฉลิมฉลองการเปิดร้านใหม่ พร้อมกับการปรับโฉมขยายพื้นที่สร้างเป็น “adidas Golf Core Store Bangkok”  นำโดยคุณพัทธ์ยศ โชคฤทธิ์ผานนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท พาลลาส เอจี จำกัด คุณนิศารัตน์ ฉายมงคลชัย ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายธุรกิจ อาดิดาส กอล์ฟ บริษัท อาดิดาส (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมกับแบรนด์แอมบาสซาเดอร์ โปรกอล์ฟและเหล่าอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังอีกมากมาย adidas Golf Core Store Bangkok ชั้น 2 ธนิยะช้อปปิ้งเซ็นเตอร์ เมื่อที่ผ่านมาเร็วๆนี้


คุณพัทธ์ยศ เผยว่า สำหรับอาดิดาส กอล์ฟ นับเป็นแบรนด์ที่มีอัตราการเติบโตที่ดีเยี่ยมมาโดยตลอด ด้วยความมีคุณภาพของสินค้าที่มีประสิทธิภาพสูง ตอบสนองนักกอล์ฟทุกๆ สไตล์ ทุกระดับฝีมือ บวกกับการสร้างกิจกรรมทางการตลาดอย่างต่อเนื่องส่งผลให้แบรนด์ไม่เพียงครองใจกลุ่มลูกค้าที่มีอยู่เดิมเท่านั้น แต่ยังสามารถเพิ่มกลุ่มลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ ที่หลากหลายขึ้น พาลลาส เอจี ในฐานะคู่ค้าของอาดิดาส กอล์ฟ เล็งเห็นถึงโอกาสที่จะสร้างการเติบโตจึงตัดสินใจปรับขยายร้านอาดิดาส กอล์ฟ ให้ใหญ่ขึ้น จึงเลือกศูนย์การค้าธนิยะช้อปปิ้งเซ็นเตอร์ซึ่งถือว่าเป็นแหล่งช้อปปิ้งของนักกอล์ฟตัวจริงที่ต้องมาและในโอกาสนี้ได้มีการเปลี่ยนชื่อร้านเป็น adidas Golf Core Store Bangkok  วางจำหน่ายสินค้าอาดิดาส กอล์ฟ ครบครันและมีขนาดใหญ่ที่สุดในกลุ่ม Emerging Markets (EM) และใหญ่ที่สุดในเอเชีย
 
“ที่นี่จะมีสินค้าครบทุกแบบทุกคอลเล็คชั่นครับ ทั้งในส่วน Performance Golf และ Originals Golf ทั้งเสื้อผ้า เครื่องแต่งกาย รองเท้า รวมถึงแอคเซสเซอรี่ส์ต่างๆ สำหรับสุภาพบุรุษ สุภาพสตรี และเยาวชน ซึ่งในอนาคตก็อาจมี Special Edition มาวางจำหน่ายด้วยเช่นกัน ส่วนของการตกแต่งร้านจะเป็นคอนเซ็ปท์จากอาดิดาสทั้งหมด นักกอล์ฟเข้ามาแล้วจะรู้สึกถึงแบรนด์อาดิดาสได้อย่างชัดเจน รวมถึงพนักงานที่ได้รับการอบรมขั้นสูงตามมาตรฐานของแบรนด์ จะช่วยสร้างประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมในการช็อปปิ้งเลือกสินค้าให้ตรงกับความต้องการของนักกอล์ฟ ที่นี่จึงถือเป็นกอล์ฟเดสทิเนชั่นแห่งใหม่สำหรับนักกอล์ฟผู้หลงใหลในแฟชั่นและแฟนพันธุ์แท้ของอาดิดาส กอล์ฟที่ต้องมาครับ” คุณพัทธ์ยศ กล่าว


เพื่อเป็นฉลองในโอกาสปรับโฉมร้านใหม่ครั้งนี้ adidas Golf Core Store Bangkok มอบโปรโมชั่นพิเศษให้กับนักกอล์ฟที่มาช้อปปิ้ง เมื่อซื้อสินค้าทุกประเภทครบ 9,000 บาท รับทันที Unisex PU Leather 2 Zip Pouch มูลค่า 2,000 บาท หรือซื้อสินค้าครบ 12,000 บาท รับ Unisex PU Leather Cart Bag มูลค่า 3,300 บาท ทันทีเช่นกัน เริ่มตั้งวันที่ 18 พฤษภาคมนี้เป็นต้นไปหรือจนกว่าของสมนาคุณจะหมด เชิญอัปเดตแฟชั่นและฟินไปกับคอลเล็คชั่นใหม่ล่าสุดจากอาดิดาส กอล์ฟ แบบครบจบในที่เดียวได้แล้ววันนี้ที่ adidas Golf Core Store Bangkok ณ ชั้น 2 ธนิยะช้อปปิ้งเซ็นเตอร์ 

#adidasgolfthailand #adidasgolf
#adidasGolfCoreStore_Bangkok










80
TRT เขียนประวัติศาสตร์อุตสาหกรรมไฟฟ้าไทย
ครั้งแรกของการ ส่งหม้อแปลงกำลังขนาดใหญ่ฝีมือคนไทยเจาะตลาดสหรัฐฯ


นายสัมพันธ์ วงษ์ปาน กรรมการผู้จัดการ บริษัท ถิรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ TRT เป็นประธานในพิธีประวัติศาสตร์ในการส่งออกหม้อแปลงกำลังขนาดใหญ่ฝีมือคนไทยล็อตแรกไปยังสหรัฐอเมริกา มูลค่ารวมกว่า 1,600 ล้านบาท รับแรงหนุนเมกะเทรนด์ AI, Data Center และการลงทุนโครงข่ายไฟฟ้าโลกที่กำลังขยายตัว ส่งผลให้บริษัทสู่การเป็นผู้ผลิตหม้อแปลงไฟฟ้ากำลังขนาดใหญ่เพื่อป้อนตลาดโลก ผ่านความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ Siemens Energy พันธมิตรด้านพลังงานระดับโลก ซึ่งจะเข้ามาเสริมศักยภาพทั้งด้านเทคโนโลยี มาตรฐานการผลิต และการขยายตลาดสู่สหรัฐอเมริกาและยุโรปอย่างเป็นรูปธรรม โดยมี นายอวยชัย ศิริวจนา, นายกานต์ วงษ์ปาน ร่วมงานด้วย ณ โรงงาน 2 บริษัท ถิรไทย จำกัด (มหาชน) นิคมอุตสาหกรรมบางปู
Pages: 1 ... 6 7 [8] 9 10