Recent Posts

Pages: 1 ... 6 7 [8] 9 10
71
ศูนย์การค้าแพลทินัม ชวนช้อป ในงาน “Amazing SIAM 2026”


ศูนย์การค้าแพลทินัม แฟชั่น มอลล์ ชวนร่วมงาน "Amazing SIAM 2026" รวมสินค้าเสน่ห์วัฒนธรรมไทยไว้ในที่เดียว พบกับสินค้าหลากหลายให้เลือกช้อป ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้าแฟชั่น เครื่องประดับ และสินค้าสไตล์ไทยร่วมสมัย พร้อมอิ่มอร่อยกับเมนูสตรีทฟู้ด อาหารไทย-นานาชาติจากร้านค้ากว่า 80 ร้านค้า ที่พร้อมเสิร์ฟความอร่อยตลอดทั้งงาน นอกจากนี้ยังมีการแสดงขบวนแห่กลองและการแสดงโชว์รำไทย 4 ภาค ถ่ายทอดความงดงามของวัฒนธรรมไทยอย่างใกล้ชิด สร้างสีสันและความประทับใจให้กับผู้ร่วมงาน ณ บริเวณ Platinum Street




ร่วมสัมผัสบรรยากาศแห่งความเป็นไทย และเพลิดเพลินกับการแสดงทางวัฒนธรรมได้ในงาน Amazing SIAM 2026 ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 ณ Platinum Street ศูนย์การค้าแพลทินัม แฟชั่น มอลล์

ติดตามรายละเอียดกิจกรรมและโปรโมชั่นเพิ่มเติมได้ทาง Facebook : Platinum Fashion Mall แพลทินัม แฟชั่น มอลล์












72
Motor Expo Racing Team ครองชัยชนะ TC4
สนามที่ 2 RAAT Thailand Endurance Championship 2026






ชไมพร ปภัสร์พงษ์ นำทีม “Motor Expo Racing Team” ขับรถคู่ใจ HONDA CR-Z หมายเลข 63 พร้อมด้วย ชาริยะ นุยา และพงศ์พล นารายพิทักษ์ คว้าอันดับที่ 1 รุ่น TC4 และอันดับที่ 4 Overall ในการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบสุดหฤโหด 8 ชั่วโมง รายการ RAAT Thailand Endurance Championship 2026 สนามที่ 2 ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2569

สามารถติดตามการแข่งสนามหน้า วันที่ 5–6 กันยายน 2569 ได้ที่ Facebook.com/MotorExpo






73
🧜‍♀️ ดำดิ่งสู่โลกใต้สมุทร! ทะลุมิติสู่ "YOUTHLANDTIC" มหานครลับซ่อนฝันใต้ท้องทะเล 🦈✨
กลับมาอีกครั้งกับ เทศกาลเด็กและเยาวชน ประจำปี 2569 ปีนี้เรายกเมืองใต้สมุทรมาไว้ใจกลางกรุง!


เตรียมพบกับกิจกรรมสุดปังที่ออกแบบมาเพื่อวัยทีนโดยเฉพาะ งานนี้ทั้งสนุก ได้ความรู้ แถมได้รูปสวยๆ กลับไปเพียบ! 🫧
📌 ไฮไลท์กิจกรรมที่ไม่ควรพลาด:
📸 Photo Booth ใต้น้ำ: โพสท่าปังๆ กับฉากธีมทะเลสุดเก๋
🎲 บอร์ดเกมส์ความรู้: ประลองปัญญา ฝึกคิดวิเคราะห์กับเพื่อนๆ
🎨 ศิลปะบำบัด & Workshop รีไซเคิล: ปลดปล่อยจินตนาการและรักษ์โลกไปพร้อมกัน
🏃‍♂️ ลาน Free Play: พื้นที่เล่นอิสระและกิจกรรมจากภาคีเครือข่ายอีกมากมาย!

🗓️ วันที่: 25 - 26 กรกฎาคม 2569 📍 สถานที่: อาคารกีฬาเวสน์ 2 และลานอเนกประสงค์ ศูนย์เยาวชน กทม. (ไทย-ญี่ปุ่น)

แท็กเพื่อนด่วน! เสาร์-อาทิตย์นี้ไม่ต้องกลัวเบื่อ แล้วมาเจอกันนะ 🐙💙

#YOUTHLANDTIC
#เทศกาลเด็กและเยาวชน2569
#BKKRanger
#สภาเมืองคนรุ่นใหม่
#สภาเด็กและเยาวชน
#กรุงเทพมหานคร
74
สจล. ผนึกกำลัง โซนี่ ดีไวซ์ เทคโนโลยี (ประเทศไทย)
ลงนาม MOU พัฒนากำลังคนด้านเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง


เมื่อเร็ว ๆ นี้ ศ.ดร.วิษณุ เพชรภา รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและนวัตกรรม สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) และคุณอภิรมย์ พวงเจริญพร ผู้อำนวยการบริหาร บริษัท โซนี่ ดีไวซ์ เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ (MOU) เพื่อบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาคการศึกษาและ ภาคอุตสาหกรรม มุ่งพัฒนาศักยภาพบุคลากรและนักศึกษาให้มีความพร้อมรองรับอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และเทคโนโลยีแห่งอนาคต ณ ห้องประชุม 606 ชั้น 6 สำนักงานอธิการบดี สจล.


ความร่วมมือดังกล่าวครอบคลุมการส่งเสริมและถ่ายทอดองค์ความรู้จากผู้เชี่ยวชาญของบริษัท โซนี่ ดีไวซ์ เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด สู่คนรุ่นใหม่ ผ่านกระบวนการเรียนรู้จากสถานการณ์จริง เพื่อเสริมสร้างทักษะและประสบการณ์ที่สอดคล้องกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรมและตลาดแรงงานในยุคเทคโนโลยีเปลี่ยนผ่าน


ความร่วมมือในครั้งนี้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของ สจล. ในการขับเคลื่อนวิสัยทัศน์ “The World Master of Innovation” ด้วยการบูรณาการองค์ความรู้ทางวิชาการเข้ากับความเชี่ยวชาญของผู้นำระดับโลกด้านการผลิตชิ้นส่วนเซมิคอนดักเตอร์และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง เพื่อร่วมวางรากฐานการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณภาพ รองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมแห่งอนาคต และสร้างประโยชน์ต่อประเทศอย่างยั่งยืน

สำหรับผู้ที่สนใจงานแสดงนวัตกรรมและเทคโนโลยีแห่งอนาคต ห้ามพลาด! งาน “ลาดกระบังนิทรรศน์ 2569” (KMITL EXPO 2026) ระหว่างวันที่ 1 - 6 กันยายน 2569 ณ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ภายในงานพบกับการจัดแสดงนวัตกรรมและเทคโนโลยีแห่งอนาคต เวทีเสวนานานาชาติ กิจกรรม Open House เวิร์กชอป และกิจกรรมสร้างสรรค์สำหรับเยาวชนตลอดทั้ง 6 วัน

ผู้สนใจสามารถติ ดตามข้อมูลข่าวสารและความเคลื่อนไหวเพิ่มเติมได้ทาง Facebook: https://www.facebook.com/kmitlofficial และเว็บไซต์ www.kmitl.ac.th สอบถามเพิ่มเติมที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 329 8000
75
สวพส.และสวก.เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายแก้ปัญหาการเผาและฝุ่น PM2.5 บนพื้นที่สูง ยกระดับต้นแบบแม่แจ่มสู่ 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบน


สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) หรือ สวพส.และสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) หรือ สวก.จัดเวทีรับฟังความคิดเห็นเชิงนโยบาย (Policy Forum) ต่อร่างข้อเสนอเชิงนโยบายการแก้ไขปัญหาการเผาและฝุ่นควัน PM2.5 ในภาคการเกษตรบนพื้นที่สูงของจังหวัดภาคเหนือตอนบน โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สถาบันการศึกษา ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม รวมกว่า 160 คน เข้าร่วมรับฟังผลการศึกษา แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และให้ข้อเสนอแนะ เพื่อร่วมกันพัฒนาข้อเสนอเชิงนโยบายที่สามารถนำไปสู่การปฏิบัติได้จริง และสอดคล้องกับบริบทของแต่ละพื้นที่


นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ กรรมการสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง และประธานอนุกรรมการวิจัยกล่าวว่า การจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ “ศึกษาและจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายในการบริหารจัดการเชิงพื้นที่ และขยายผลต้นแบบการปรับระบบเกษตรที่เหมาะสมกับบริบทภูมิสังคม เพื่อแก้ไขปัญหาการเผาและฝุ่นควัน PM2.5 บนพื้นที่สูงของจังหวัดภาคเหนือตอนบนอย่างยั่งยืน” ซึ่งได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) หรือ สวก. ครอบคลุมพื้นที่ 8 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน น่าน พะเยา แพร่ ลำปาง และลำพูน


โดยมีการศึกษาวิเคราะห์ข้อมูลเชิงพื้นที่ ความสัมพันธ์ของจุดความร้อน (Hotspot) และพื้นที่เผาไหม้ (Burn Scar) ศักยภาพการใช้ประโยชน์ที่ดิน ตลอดจนถอดบทเรียนต้นแบบการบริหารจัดการเชิงพื้นที่และการปรับระบบเกษตร เพื่อนำไปสู่การกำหนดแนวทางและขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาที่เหมาะสมกับบริบทของแต่ละพื้นที่อย่างมุ่งเป้า


ผลการศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูลเชิงพื้นที่พบว่า ในปี พ.ศ. 2567 พื้นที่ 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบนเกิดจุดความร้อนรวม 54,242 จุด โดยพบในพื้นที่ป่าจำนวน 45,016 จุด หรือร้อยละ 82 และในพื้นที่เกษตร 9,226 จุด หรือร้อยละ 17 ขณะที่พื้นที่สูงทั้ง 8 จังหวัดมีชุมชนอาศัยอยู่ 3,258 กลุ่มบ้าน และพบชุมชนที่ประสบปัญหาการเผาในพื้นที่เกษตรระดับรุนแรง ซึ่งมีจุดความร้อนมากกว่า 5 จุด และมีพื้นที่เผาไหม้ในระดับสูง จำนวน 599 กลุ่มบ้าน


รวมทั้ง ผลการวิเคราะห์ยังพบว่า ชุมชนที่ประสบปัญหาส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ยากจน มีอาชีพหลักคือการทำไร่หมุนเวียนและปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ อีกทั้งยังประสบข้อจำกัดด้านโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งแหล่งน้ำ ถนน ไฟฟ้า ระบบสื่อสาร และอินเทอร์เน็ต รวมถึงขาดเงินทุนในการปรับเปลี่ยนระบบการผลิต ขณะที่ตลาดรองรับสินค้าเกษตรปลอดการเผาและสินค้าเกษตรทางเลือกยังมีข้อจำกัด และยังไม่มีมาตรฐานรองรับที่ชัดเจน ส่งผลให้เกษตรกรยังขาดความเชื่อมั่นในการปรับเปลี่ยนโครงสร้างการผลิต สำหรับ จังหวัดที่พบปัญหาการเผาในระดับรุนแรง ได้แก่ เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน เชียงราย และน่าน ซึ่งข้อมูลดังกล่าวจะถูกนำไปใช้เป็นฐานข้อมูลสำคัญในการกำหนดมาตรการและข้อเสนอเชิงนโยบายที่สอดคล้องกับสภาพปัญหาและศักยภาพของแต่ละพื้นที่


อย่างไรก็ตาม สำหรับงานวิจัยเชิงปฏิบัติการในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ได้ถอดบทเรียนแนวทางการปฏิบัติที่ดี (Good practice) ตามบริบทภูมิสังคม และดำเนินแก้ไขปัญหาการเผาในพื้นที่เกษตรแบบมุ่งเป้า ในพื้นที่ต้นแบบอำเภอแม่แจ่ม จังหวัดชียงใหม่ และขยายผลต้นแบบไปยัง 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบน พบว่า สวพส. ได้ส่งเสริมการปรับระบบเกษตรให้เหมาะสมกับภูมิสังคมและความต้องการของเกษตรกร โดยมุ่งพัฒนาเกษตรมูลค่าสูงตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ครอบคลุมทั้งการผลิต การแปรรูป และการตลาด อาทิ การจัดการเศษวัสดุการเกษตร การปลูกข้าวโพดโดยไม่เผา การปลูกพืชผักในและนอกโรงเรือน การปลูกไม้ผล ไม้ยืนต้น กาแฟ และปศุสัตว์ เพื่อสร้างรายได้ทดแทนการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์และพืชเชิงเดี่ยว ปัจจุบันมีการดำเนินงาน 33 กลุ่มบ้าน เกษตรกรเข้าร่วม 1,414 ครัวเรือน  พื้นที่ 14,430 ไร่ โดยมีเจ้าหน้าที่ประจำพื้นที่ให้คำแนะนำและถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการผลิตพืชทางเลือกอย่างต่อเนื่อง และเตรียมความพร้อมในการรับรองผลผลิตภายใต้ฉลาก Eco Brand สำหรับผลผลิตที่ไม่มีการเผาพื้นที่ปลูก ซึ่งเป็นอีกกลไกสำคัญในการสร้างแรงจูงใจให้เกษตรกรปรับเปลี่ยนสู่ระบบการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม




สำหรับ ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะที่ได้รับจากเวทีครั้งนี้ จะนำไปใช้ในการปรับปรุงร่างข้อเสนอเชิงนโยบาย เพื่อผลักดันสู่การนำไปปฏิบัติได้จริง โดยจัดทำยุทธศาสตร์สำคัญของกลุ่มจังหวัดและจังหวัดภาคเหนือตอนบน รวมทั้งแผนปฏิบัติการในระดับพื้นที่ อำเภอ ระดับจังหวัด และระดับนโยบาย ตลอดจนผลักดันให้บรรจุเป็นแผนงานสำคัญภายใต้แผนปฏิบัติด้านการพัฒนาพื้นที่สูงอย่างยั่งยืน ระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2571–2575) พร้อมจัดตั้งกลไกคณะทำงานบูรณาการในทุกระดับ เพื่อขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาการเผาและฝุ่นควัน PM 2.5 บนพื้นที่สูงของภาคเหนือตอนบนอย่างเป็นระบบครบวงจร เกิดการบูรณาการความร่วมมือระหว่างทุกภาคส่วน และนำไปสู่การแก้ไขปัญหาแบบมุ่งเป้าอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน
76
ไครโอวิวา ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นบนเวที Medical Hub Executive Program 2026
สะท้อนมุมมองเอกชนเจาะลึกแนวทางและมาตรฐานผลิตภัณฑ์การแพทย์ขั้นสูง (ATMPs) ดันไทยสู่ระดับสากล


             บริษัท ไครโอวิวา (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำนวัตกรรมและธนาคารจัดเก็บสเต็มเซลล์รายเดียวในประเทศไทยที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน AABB ครบทั้ง 3 ด้าน ได้ร่วมขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการแพทย์ของประเทศ โดยคุณจิรัญญา ประชาเสรี ได้รับเกียรติเป็นหนึ่งในวิทยากรภาคเอกชนร่วมเสวนาในหัวข้อ “เจาะลึกกฎหมายรองรับ ATMPs (Advanced Therapy Medicinal Products) ผลิตภัณฑ์การแพทย์ขั้นสูง” ภายในงานอบรมหลักสูตร Medical Hub Executive Program 2026 (MEP3) ณ โรงแรม เดอะ สุโกศล กรุงเทพฯ โดยมีผู้บริหารและผู้เชี่ยวชาญจากทั้งภาครัฐและเอกชนเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง


             การเสวนาครั้งนี้นับเป็นเวทีสำคัญในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและมุมมองระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อร่วมสะท้อนข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่อการพัฒนานโยบายด้านสาธารณสุขและเศรษฐกิจของประเทศให้สอดคล้องกับมาตรฐานในระดับสากล มุ่งเน้นประเด็นผลิตภัณฑ์การแพทย์ขั้นสูง (ATMPs) ซึ่งครอบคลุมการรักษาด้วยเซลล์บำบัด และยีนบำบัด ที่กำลังก้าวขึ้นเป็น “New Growth Engine” ของอุตสาหกรรมสุขภาพโลก โดยปัจจุบัน ตลาด ATMPs มีมูลค่าประมาณ 25.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และคาดว่าจะขยายตัวสู่ 61.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี ค.ศ. 2030 โดยในช่วงปี ค.ศ. 2023-2030 คาดว่าจะมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) ร้อยละ 13.4  [1] ส่งผลให้หลายประเทศเร่งทบทวนและพัฒนากฎหมาย กฎระเบียบ ตลอดจนมาตรการส่งเสริมการลงทุน เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการลงทุนของบริษัทด้านเทคโนโลยีชีวภาพและการแพทย์ขั้นสูง


             นางจิรัญญา ประชาเสรี ประธานกรรมการบริหาร ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บริษัท ไครโอวิวา (ประเทศไทย) จำกัด ได้ร่วมแสดงความคิดเห็นและแบ่งปันประสบการณ์ในมุมมองของภาคเอกชน โดยระบุว่า ปัจจุบันธุรกิจและผู้ประกอบการมีทางเลือกในการทำวิจัยด้านผลิตภัณฑ์การแพทย์ขั้นสูง (ATMPs) ได้ในหลายประเทศ ดังนั้น เรื่องมาตรฐานการวิจัยและการดำเนินงานจึงเป็นประเด็นที่สำคัญมาก ไม่ว่าจะเป็นหลักเกณฑ์ในการจัดหาเซลล์ การคัดเลือกผู้บริจาคหรือวัตถุดิบที่จะนำมาใช้ผลิต ATMPs ตลอดจนกระบวนการคัดกรอง การทดสอบการติดเชื้อ และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือกระบวนการตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability) เพื่อให้ทราบว่าวัตถุดิบตั้งต้นมีที่มาจากไหน เนื่องจากจะต้องนำไปใช้ในวงกว้างและใช้กับบุคคลหลายคน


             นอกจากนี้ คุณจิรัญญา ยังได้เสนอเพิ่มเติมว่า ในแง่ของการควบคุมและการเข้าถึงแหล่งวัตถุดิบ (Sourcing) นั้น ภาคเอกชนและภาครัฐควรจะต้องทำงานและร่วมมือกันอย่างใกล้ชิด ไม่ใช่เพียงแค่เรื่องของการทำหลักเกณฑ์การจัดหาเท่านั้น แต่รวมไปถึงการกำกับดูแลควบคุมระบบจัดหาทั้งหมดให้ถูกต้องและปลอดภัยร่วมกัน เพื่อผลักดันให้การพัฒนาอุตสาหกรรม ATMPs ของประเทศไทยสามารถดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและสอดรับกับทิศทางการทำงานของหน่วยงานภาครัฐ เช่น อย. ที่กำลังเร่งวางแนวทางอยู่ในปัจจุบัน


             ภายในงานยังมีการบรรยายพิเศษที่น่าสนใจในหัวข้อ "FROM LAB TO LIFE : Sciences for Healthy Longevity จากห้องแล็บสู่ชีวิตจริง วิทยาศาสตร์เพื่อการมีสุขภาพยืนยาว" โดย ดร.นายแพทย์ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ซึ่งมีเนื้อหาที่สอดรับกับแนวทางการนำความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมสเต็มเซลล์มาประยุกต์ใช้ยกระดับคุณภาพชีวิตและสุขภาวะที่ยืนยาวของประชากรไทย พร้อมกันนี้ งาน MEP3 ยังเป็นศูนย์กลางในการสร้างเครือข่ายพันธมิตรผ่านกิจกรรม MEP Community Announcement เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนระบบสาธารณสุขไทยในอนาคต
*ข้อมูลอ้างอิงจาก [1]
https://ide.pmuc.or.th/archives/537

             
77
มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ขอเชิญชวนผู้มีจิตศรัทธา
"ร่วมงานมหาบุญมหากุศล ครั้งใหญ่แห่งปี เนื่องในงานประเพณีทิ้งกระจาด ประจำปี 2569”





มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ขอเชิญชวนผู้มีจิตศรัทธา "ร่วมงานมหาบุญมหากุศล ครั้งใหญ่แห่งปี เนื่องในงานประเพณีทิ้งกระจาด ประจำปี 2569” ทำบุญชุดข้าวสาร อุทิศส่วนกุศลให้ผู้ล่วงลับ พร้อมทำทานให้ผู้ยากไร้ ณ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย ระหว่างวันที่ 23 กรกฎาคม - 8 กันยายน พ.ศ. 2569 และครั้งแรกในประวัติศาสตร์กว่าศตวรรษ! ณ ศาลเจ้าไต้ฮงกงหยกขาวฯ สาทร พุทธสถานบนผืนแผ่นดินสุสานฯ กว่า 120 ปี (สุสานวัดดอน)

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง โดย นายวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการ ขอเชิญผู้มีจิตศรัทธา"ร่วมงานมหาบุญ มหากุศล ในประเพณีทิ้งกระจาด ประจำปี 2569 " สักการะหลวงปู่ไต้ฮง (ไต้ฮงกง) ทำบุญบริจาคชุดข้าวสาร อุทิศส่วนกุศลให้ผู้ล่วงลับทั้งที่เป็นญาติและไม่ใช่ญาติ พร้อมกับได้ทำทานให้ผู้ยากไร้ โดยผู้มีจิตศรัทธา สามารถร่วมทำบุญได้ทั้งที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย และ ทำบุญ“ทิ้งกระจาดออนไลน์” ผ่านเว็บไซต์ https://pttfny.net/newsh2 โดย มูลนิธิฯ กำหนดแจกจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภครวม 3 แห่ง ได้แก่ แห่งที่ 1  วันที่ 16 สิงหาคม 2569 ที่สุสานมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ตำบลโรงเข้ อำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร แห่งที่ 2 วันที่ 25 สิงหาคม 2569 ที่คลินิกการประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนจีนหัวเฉียว สาขาศรีราชา จังหวัดชลบุรี และแห่งที่ 3 วันที่ 9 กันยายน 2569 ที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย กรุงเทพฯ ติดตามข่าวสาร กิจกรรมต่างๆ ของมูลนิธิฯ ได้ที่ https://linktr.ee/Pohtecktung


และระหว่างวันที่ 23 กรกฎาคม–20 สิงหาคม พ.ศ. 2569 ครั้งแรกในประวัติศาสตร์กว่าศตวรรษ! ณ ศาลเจ้าไต้ฮงกงหยกขาว เฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา เขตสาทร พุทธสถานบนผืนแผ่นดินสุสานฝังศพไร้ญาติประวัติศาสตร์กว่า 120 ปี มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เปิดให้ผู้มีจิตศรัทธาสักการะองค์ไต้ฮงกงหินหยกขาว องค์พระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ (กวนซีอิมผ่อสัก) พระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ (ตี่จั๋งอ้วงผ่อสัก) และเทพเจ้าศักดิ์สิทธิ์ 8 องค์ พร้อมทำบุญชุดข้าวสารในประเพณีทิ้งกระจาด อุทิศส่วนกุศลแก่ผู้ล่วงลับ และดวงวิญญาณไร้ญาติ ทั้งที่ หลุมบรรพชน ศาลเจ้าไต้ฮงกงหยกขาวฯ (สุสานวัดดอน อันเป็นสุสานเก่าของมูลนิธิฯ) และ สุสานมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง อำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร (สุสานมูลนิธิฯ ในปัจจุบัน) และในวันที่ 20 สิงหาคม 2569 จะมีพิธีสงฆ์ภายในศาลเจ้าไต้ฮงกงหยกขาวฯ หลังจากนั้น ในวันที่ 21 สิงหาคม 2569 มูลนิธิฯ จะมีพิธีปล่อยคาราวานเครื่องอุปโภคบริโภคออกเดินทางจากศาลเจ้าไต้ฮงกงหยกขาวฯ ลงพื้นที่แจกจ่ายให้แก่ผู้ยากไร้ในพื้นที่ 6 เขตกรุงเทพมหานคร ติดตามข่าวสารกิจกรรมของศาลเจ้าไต้ฮงกงหยกขาวฯ / พิกัดการเดินทางได้ที่ https://linktr.ee/TaihonggongshrineTH


ในปี 2569 นี้ มูลนิธิฯ ได้ขยายการลงพื้นที่แจกจ่ายสิ่งของเครื่องอุปโภคบริโภคแก่ผู้ยากไร้ ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด เพื่อช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนขั้นต้น ช่วยลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือนของผู้ยากไร้ จึงขอเชิญชวนสาธุชนผู้มีจิตศรัทธา ร่วมทำบุญบริจาคทรัพย์เพื่อสมทบทุนในการจัดซื้อชุดข้าวสาร อาหารแห้ง พร้อมเครื่องอุปโภคบริโภคสิ่งของจำเป็นต่างๆ เพื่อให้ผู้ยากไร้ได้รับสิ่งของเครื่องอุปโภคบริโภคได้หลากหลายมากยิ่งขึ้น

ประเพณีทิ้งกระจาด เป็นงานบุญที่ยิ่งใหญ่ที่ปฏิบัติสืบทอดมาตั้งแต่สมัยพุทธกาล โดยมูลนิธิฯ ได้ปฏิบัติสืบเนื่องมาทุกปีเป็นเวลาช้านานไม่ต่ำกว่าอายุการก่อตั้งมูลนิธิฯ กว่า 116 ปี และคาดว่าจะเป็นมูลนิธิแห่งแรกที่จัดงานทิ้งกระจาดอย่างเป็นทางการและเป็นกิจจะลักษณะ เพราะถือว่าเป็นประเพณีการทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่เพื่อนมนุษย์ที่ล่วงลับไปแล้ว ทั้งที่เป็นญาติและไม่เป็นญาติพร้อมกับทำทานให้แก่ผู้ยากไร้ ที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง มีผู้ใจบุญจะนำเครื่องเซ่นไหว้ เช่น ข้าวสารอาหารแห้ง และอื่น ๆ มากราบไหว้หลวงปู่ เพื่อทำบุญอุทิศส่วนกุศล  ซึ่งมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งจะรวบรวมไว้ไปสมทบกับสิ่งของที่จัดซื้อเพิ่มเติม เพื่อนำไปแจกจ่ายแก่ผู้ยากไร้ พร้อมนำมอบองค์กรต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน


มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ขอบุญบารมีองค์หลวงปู่ไต้ฮง (ไต้ฮงกง) และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในศาลเจ้าไต้ฮงกง ดลบันดาลให้ท่านและครอบครัว มีความสุข ความเจริญ สุขภาพร่างกายแข็งแรงตลอดปี ตลอดไป

## มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต ##
78
แพลทินัม แฟชั่น มอลล์ ชวนช้อปในแคมเปญ "Amazing Thailand Grand Sale 2026"
ยกขบวนสินค้าลดสูงสุด 80% พร้อมรับสิทธิพิเศษมากมาย


ศูนย์การค้าแพลทินัม ร่วมกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ส่งเสริมการท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจไทย ผ่านแคมเปญ "Amazing Thailand Grand Sale 2026" ยกระดับการช้อปปิ้งสู่การมอบ Grand Experience ที่มุ่งเน้นการนำเสนอศักยภาพของแบรนด์ไทย ที่โดดเด่นด้านคุณภาพ ความคิดสร้างสรรค์ และอัตลักษณ์ท้องถิ่น ต่อยอดสู่การสร้างประสบการณ์ที่น่าประทับใจให้กับลูกค้าตลอดจนนักท่องเที่ยว พร้อมชวนช้อปรับสิทธิพิเศษมากมาย ภายใต้แคมเปญ "Amazing Thailand Grand Sale 2026" ดังนี้


ช้อปสุดคุ้มรับส่วนลดพิเศษสูงสุด 80% จากร้านค้าภายในศูนย์การค้าแพลทินัม ที่เข้าร่วมโครงการ อาทิ ร้าน No Problem ,ร้าน Kids Wear, ร้าน Small Room62, ร้าน Of New York,ร้าน Trust Studio,ร้าน JN LEATHER ,ร้าน CHAROTTEฯลฯ


GO SHOP GET BAG: ช้อปครบ 2,000 บาทขึ้นไป/ใบเสร็จ นำใบเสร็จลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ของโครงการ www.tourismthailand.org/amazingthailandgrandsale นำหลักฐานการลงทะเบียนพร้อมใบเสร็จตัวจริงไปแสดง ณ เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ ชั้น 1 โซน 2 รับ SHOPPING BAG ฟรี! (จำกัด 1 ท่าน/1 สิทธิ์ตลอดรายการ จนกว่าสินค้าจะหมด)


ONCE SHOP ONE PRIZE: ช้อปครบ 2,000 บาทขึ้นไป นำใบเสร็จลงทะเบียนในเว็บไซต์ของโครงการฯ รับสิทธิ์ลุ้นรับของรางวัลรถยนต์ EV และแพคเกจท่องเที่ยวรวมมูลค่ากว่า 1,000,000 บาท (1 ใบเสร็จ/1 สิทธิ์)


SHOP ON TOP: เพียงซื้อและบันทึกยอดการช้อปบนเว็บไซต์ของโครงการฯ รับไปเลยสินค้า LIMITED จากแบรนด์ไทยดีไซน์เก๋ จำนวน 10 รางวัล มูลค่ารวม 200,000 บาท สำหรับผู้ที่มียอดใช้จ่ายสะสมสูงสุดตลอดระยะเวลากิจกรรม TOP SPENDER 10 อันดับแรก รับฟรีของรางวัล Limited Edition จากแบรนด์ไทยดีไซเนอร์ชื่อดัง




ร่วมสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษกับแคมเปญ "Amazing Thailand Grand Sale 2026" ได้ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 15 สิงหาคม 2569 ณ ศูนย์การค้าแพลทินัม ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ใน www.amazingthailandgrandsale.com
79
ทรูโฟร์ยู ช่อง 24 ชวนดู “ดาบปราบเทวดา” มหากาพย์กำลังภายในฟอร์มยักษ์ สะเทือนยุทธภพ


จากปลายปากกาของนักเขียนระดับตำนาน “โกวเล้ง” สู่ภาพยนตร์กำลังภายในฟอร์มยักษ์ที่ได้ “ฉีเคอะ” นั่งแท่นอำนวยการสร้าง พร้อมการประชันบทบาทเข้มข้นของ “หลินเกิงซิน” และ “ปีเตอร์ โฮ” ในเรื่องราวแห่งศักดิ์ศรี ความแค้น และชะตากรรมที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ จนได้รับความสนใจจากแฟนหนังเอเชียอย่างกว้างขวาง และถูกยกให้เป็นหนึ่งในผลงานกำลังภายในที่โดดเด่นแห่งยุค






เริ่มต้นด้วยเรื่องราวของ เจี่ยวเฮียวฮง (หลินเกิงซิน) คุณชายสามแห่งหมู่บ้านกระบี่เทพเจ้า ยอดจอมยุทธ์ผู้ไร้เทียมทานที่ตัดสินใจละทิ้งชื่อเสียงและประกาศข่าวการเสียชีวิตของตน ก่อนใช้ชีวิตอย่างเงียบงันในนาม “อากิก” ขณะที่ อี้จับซา (ปีเตอร์ โฮ) นักดาบผู้เฝ้ารอการประลองครั้งสำคัญกลับออกติดตามคู่ต่อสู้ในอุดมคติ โดยไม่ล่วงรู้ว่าชายธรรมดาที่อยู่ตรงหน้าคือบุคคลที่ตนตามหา ด้าน ฉิวตี้ (เจียงอวี้เหยียน) อดีตคู่หมั้นผู้เจ็บแค้นจากการถูกทอดทิ้ง วางแผนดึงทั้งสองเข้าสู่เส้นทางแห่งการเผชิญหน้า นำไปสู่ศึกดวลคมดาบครั้งประวัติศาสตร์ที่เดิมพันด้วยศักดิ์ศรี ชีวิต และหัวใจของเหล่าจอมยุทธ์ ร่วมติดตามชมความสนุก “ดาบปราบเทวดา Sword Master” วันศุกร์ที่ 24 กรกฎาคม 2569 เวลา 15.05 น. ทาง ทรูโฟร์ยู ช่อง 24 และรับชมสดออนไลน์ได้ที่ https://true4u.com/live/

80
Acer คว้ารางวัล Marketeer No.1 Brand Thailand 2026
ครองใจผู้บริโภคต่อเนื่องเป็นปีที่ 15 ตอกย้ำความเชื่อมั่นในวาระครบรอบ 50 ปี แห่งการ "ทลายขีดจำกัด"


กรุงเทพฯ – 16 กรกฎาคม 2569 – บริษัท เอเซอร์ คอมพิวเตอร์ จำกัด ตอกย้ำความเป็นผู้นำในวงการไอทีไทยอีกครั้ง ด้วยการคว้ารางวัล Marketeer No.1 Brand Thailand 2026 สาขาคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก แบรนด์อันดับ 1 ที่ผู้บริโภคไทยไว้วางใจมากที่สุด ต่อเนื่องเป็นปีที่ 15 สะท้อนถึงความเชื่อมั่นที่ผู้บริโภคทั่วประเทศมีต่อแบรนด์เอเซอร์มาอย่างยาวนาน โดยมี นายเจฟ ลี กรรมการผู้จัดการประจำประเทศไทย เป็นตัวแทนขึ้นรับรางวัลอันทรงเกียรตินี้

รางวัล Marketeer No.1 Brand Thailand จัดโดยนิตยสาร Marketeer เพื่อมอบให้แบรนด์อันดับ 1 ในใจผู้บริโภคของแต่ละหมวดสินค้า โดยอ้างอิงจากการสำรวจเชิงปริมาณ ผ่านแบบสอบถามที่มีโครงสร้างชัดเจน และเก็บข้อมูลด้วยการสัมภาษณ์ ครอบคลุมผู้บริโภคทั่วประเทศในทุกภูมิภาค ภายใต้การนำทีมวิจัยของศาสตราจารย์วิทวัส รุ่งเรืองผล อาจารย์ประจำภาควิชาการตลาด คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ความสำเร็จครั้งนี้ เกิดขึ้นในปีที่มีความหมายเป็นพิเศษ เมื่อเอเซอร์ก้าวสู่วาระครบรอบ 50 ปี พร้อมประกาศยุทธศาสตร์ "The Next Breaking Barriers" เดินหน้าจากผู้นำตลาดพีซีสู่การเป็นแบรนด์เทคโนโลยีดิจิทัลไลฟ์สไตล์ที่เข้าใกล้ชีวิตผู้คนมากขึ้น รางวัลนี้จึงเป็นเสมือนหมุดหมายที่ตอกย้ำว่าการได้รับเลือกเป็น No.1 ในหมวดคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก คือเสียงยืนยันจากผู้ใช้จริงถึงคุณภาพและความไว้วางใจที่แบรนด์สั่งสมมาอย่างต่อเนื่อง



นายเจฟ ลี กล่าวถึงความสำเร็จว่า "การได้รับรางวัล Marketeer No.1 Brand Thailand ต่อเนื่องเป็นปีที่ 15 คือเครื่องยืนยันถึงความไว้วางใจที่ผู้บริโภคชาวไทยมอบให้เอเซอร์มาอย่างยาวนาน และยิ่งมีความหมายเป็นพิเศษในปีที่เราก้าวสู่การครบรอบ 50 ปี ซึ่งตลอดห้าทศวรรษที่ผ่านมา เอเซอร์ยึดมั่นในการทลายขีดจำกัดของเทคโนโลยี เพื่อให้ทุกคนเข้าถึงและใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน วันนี้เรายังคงเดินหน้าพัฒนานวัตกรรมที่นำ AI เข้ามาเป็นคู่คิดคนสำคัญในการยกระดับประสบการณ์ของผู้ใช้ และขอขอบคุณทุกความเชื่อมั่นที่เป็นแรงผลักดันให้เราก้าวต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง"

นอกเหนือจากด้านผลิตภัณฑ์ เอเซอร์ยังสร้างการมีส่วนร่วมกับผู้บริโภคในหลากหลายมิติ ทั้งการผลักดันวงการอีสปอร์ตไทยผ่านเวที Predator League รวมถึงบทบาทการเป็นพันธมิตรด้านการศึกษาที่นำ AI มายกระดับการเรียนรู้ ทั้งหมดนี้ตอกย้ำวิสัยทัศน์ของเอเซอร์ในการเป็นแบรนด์ที่อยู่เคียงข้างผู้ใช้ในทุกช่วงของชีวิต และยืนหยัดในฐานะแบรนด์ไอทีอันดับหนึ่งในใจคนไทยต่อไปอย่างมั่นคง
Pages: 1 ... 6 7 [8] 9 10