Recent Posts

Pages: [1] 2 3 ... 10
1


“นิทรรศการ Rendezvous สังสรรค์ศิลป์” (ลองเดวู) ในระหว่างวันที่ 29 มิถุนายน-28 กรกฎาคม 2562 ณ พิพิธภัณฑ์ศิลปะไทยร่วมสมัย (MOCA Bangkok)




ในโอกาสก่อตั้งสมาคมนักสะสมศิลปะไทย สมาคมฯ มีความภูมิใจนำเสนอ “นิทรรศการ Rendezvous สังสรรค์ศิลป์” (ลองเดวู) ในระหว่างวันที่ 29 มิถุนายน-28 กรกฎาคม 2562 ณ พิพิธภัณฑ์ศิลปะไทยร่วมสมัย (MOCA Bangkok) โดยเป็นการรวบรวมงานศิลปะชิ้นรักชิ้นหวงของสมาชิกมาจัดแสดง เพื่อให้ผู้สนใจได้มีโอกาสศึกษา ชื่นชม และพบปะแลกเปลี่ยนความรู้ รสนิยม และมิตรภาพ เพื่อส่งต่อแรงบันดาลใจให้กับนักศึกษาศิลปะ บุคคลทั่วไป และนักสะสมรุ่นใหม่ต่อไป

ภายในงาน พบกับผลงานศิลปะล้ำค่าจำนวนกว่า 50 ชิ้น จากศิลปินแห่งชาติ ศิลปินชั้นครู ศิลปินชั้นนำ และศิลปินรุ่นใหม่ไฟแรง อาทิ ทวี นันทขว้าง, ประเทือง เอมเจริญ, จ่าง แซ่ตั้ง, เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์, ชาติชาย ปุยเปีย, สมโภชน์ อุปอินทร์, มณเฑียร บุญมา, สมภพ บุตราช, ประสงค์ ลือเมือง, อนุพงษ์ จันทร, อรรถสิทธิ์ อนิวรรตน์ชน ฯลฯ

โอกาสนี้ ผู้เชี่ยวชาญจาก ‘คริสตี้ส์’ สำนักประมูลชื่อดังระดับโลก จะมาร่วมให้ข้อมูลโลกศิลปะเชิงลึก รวมทั้งเรียนรู้วิธีพิสูจน์งานศิลปะจากนักอนุรักษ์งานศิลปะผู้มีประสบการณ์ในวงการศิลปะไทยมาอย่างยาวนาน พร้อมเปิดตัว ‘สมาคมนักสะสมศิลปะไทย’ และเสวนากับนักสะสมกลุ่ม Discerning Eye (ดีสเซอนนิ่งอาย) ในพิธีเปิดนิทรรศการศิลปะ วันเสาร์ที่ 29 มิถุนายน 2562 เวลา 13.30-16.00 น. ณ พิพิธภัณฑ์ศิลปะไทยร่วมสมัย (MOCA Bangkok) ถ.กำแพงเพชร 6

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ โทร.083-6863387 วันจันทร์-ศุกร์ เวลา 10.30-17.30 น.
2


เอาใจวัยมันส์!! “เอไอเอส” ชวนดู คอนเสิร์ตยิ่งใหญ่ใจกลางสยาม “วอท เดอะ เฟส! มิวสิค เฟสติวัล 2”
   




วัยรุ่นเด็กหยามเตรียมโยก!!! เมื่อ “เอไอเอส” จัดถ่ายทอดสด Chang Music Connection Presents  “What The Fest! Music Festival 2” (ช้าง มิวสิค คอนเนคชั่น พรีเซนต์ “วอท เดอะ เฟส! มิวสิค เฟสติวัล 2”) เฟสอะร้ายยย โคดวัยรุ่น! เทศกาลดนตรีโคตรใหญ่ใจกลางสยามที่เข้าใจและเอาใจวัยรุ่นที่สุด ขนทัพศิลปินเบอร์ใหญ่ จัดหนักทุกแนวดนตรี ทั้งป็อป ร็อค ฮิปฮอป ไม่ว่าจะเป็น เป๊ก ผลิตโชค / ATOM (อะตอม) / THE TOYS (เดอะทอยส์) / ป๊อบ ปองกูล / โอ๊ต ปราโมทย์ / TWOPEE SOUTHSIDE (ทูพี เซาท์ไซด์) / POLYCAT (โพลีแคท) / URBOY TJ (ยัวร์บอยทีเจ) / COCKTAIL (ค็อกเทล) / GETSUNOVA (เก็ทสึโนว่า) / PARADOX (พาราด็อกซ์) / BIG ASS (บิ๊กแอส) / หนุ่ม กะลา / LOMOSONIC (โลโมโซนิค)

ถ่ายทอดสดส่งตรงจากเวทีคอนเสิร์ต ให้แฟนๆ ได้ชมกันฟรี!! ผ่าน 3 ช่องทาง ที่แอปพลิเคชัน AIS PLAY กล่อง AIS PLAYBOX และเว็บไซต์ aisplay.ais.co.th จัดเต็ม 2 วัน! วันที่ 29-30 มิถุนายน 2562 เวลา 17.00-23.00 น. ดูได้ทุกเครือข่าย สามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน AIS PLAY ได้ฟรี ผ่านทาง App Store สำหรับ iOS และ Google Play Store สำหรับ Android

หมายเหตุ : ตารางการถ่ายทอดสดที่ AIS PLAY

วันเสาร์ที่ 29 มิถุนายน 2562 ตั้งแต่เวลา 17.00-22.45 น.

• 17.00-17.45 น.  THE TOYS / ATOM
• 18.00-18.45 น.   PECK PALITCHOKE
• 19.00-19.30 น.   POLYCAT (เทปบันทึกภาพ)
• 19.45-20.15 น.   URBOY TJ
• 20.30-21.00 น.   TWOPEE SOUTHSIDE
• 21.15-22.00 น.   OAT PRAMOTE (เทปบันทึกภาพ)
• 22.00-22.45 น.   POP PONGKUL (เทปบันทึกภาพ)

วันอาทิตย์ที่ 30 มิถุนายน 2562 ตั้งแต่เวลา 17.00-22.15 น.
• 17.00-17.45 น.  PARADOX
• 18.00-18.45 น.  LOMOSONIC
• 19.00-19.45 น.  NUM KALA
• 20.00-20.45 น.  BIG ASS
• 20.45-21.30 น.  COCKTAIL (เทปบันทึกภาพ)
• 21.30-22.15 น.  GETSUNOVA (เทปบันทึกภาพ)
3
เอส เอฟ และสถานทูตออสเตรเลีย จัดงาน “เทศกาลภาพยนตร์สั้นออสเตรเลีย ฟลิคเกอร์เฟสท์” ปลุกกระแสหนังสั้น พร้อมสร้างสีสัน วงการภาพยนตร์ไทย

สถานเอกอัครราชทูตออสเตรเลีย ร่วมกับ บริษัท เอส เอฟ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) จัดงาน “FLiCKERFEST: Australian Short Films (เทศกาลภาพยนตร์สั้นออสเตรเลีย ฟลิคเกอร์เฟสท์)” ครั้งแรกของประเทศไทย ที่ได้คัดเลือกหนังสั้นจำนวน 9 เรื่อง จากผู้กำกับทั้งหน้าใหม่และมืออาชีพที่ได้เข้าฉายในเทศกาลภาพยนตร์ FLiCKER FEST ที่จัดขึ้นในประเทศออสเตรเลีย มาจัดฉายให้คอภาพยนตร์ได้ชมฟรีเพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนด้านศิลปะวัฒนธรรม และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับวงการภาพยนตร์ ในวันเสาร์ที่ 29 มิถุนายน 2562 ที่โรงภาพยนตร์ เอส เอฟ เวิลด์ ซีเนม่า ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

สำหรับ FLiCKER FEST เป็นหนึ่งในเทศกาลภาพยนตร์ชื่อดังของประเทศออสเตรเลียที่จัดขึ้นทุกปีที่ชายหาดบอนดิ บีช โดยจะมีผู้กำกับทั้งหน้าใหม่และมืออาชีพทั้งจากออสเตรเลียและประเทศต่างๆนำผลงานมาร่วมประกวดและแสดงภายในงาน ถือเป็นอีกหนึ่งงานรวมตัวของคนในวงการหนังและผู้ให้ความสนใจ โดยถือเป็นครั้งแรกของประเทศไทยที่เป็นหนึ่งในสถานที่จัดงาน FLiCKER FEST ภายในเทศกาลได้จัดฉายภาพยนตร์สั้นจากเทศกาลฯ จำนวน 9 เรื่อง





เริ่มต้นที่ “The Eleven O’Clock” ภาพยนตร์สั้นของออสเตรเลียที่กำกับโดย Derin Seale ผู้กำกับชื่อดัง ของออสเตรเลียที่เคยมีผลงานเป็นผู้ช่วยผู้กำกับภาพยนตร์ระดับออสการ์อย่าง Cold Mountain โดยภาพยนตร์ได้รับแรงบันดาลใจจากภาพวาดจากซีรีส์ทางโทรทัศน์เรื่อง A bit of fry and Laurie โดยเป็นเรื่องราวของผู้ป่วยทางจิตที่หลงคิดว่าตัวเองเป็นจิตแพทย์ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้รับการเสนอชื่อชิงรางวัลออสการ์สาขาภาพยนตร์สั้นยอดเยี่ยมในปีที่แล้ว






“Lost Property Office” ภาพยนตร์แอนนิเมชั่นสั้นที่เขียนบทและกำกับโดย Daniel Agdag ที่ได้ฉายเปิดพร้อมชนะรางวัลภาพยนตร์สั้นยอดเยี่ยมในเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเมลเบิร์น โดยเนื้อเรื่องหลักของแอนนิเมชั่นเรื่องนี้ได้สื่อถึงชีวิตการทำงานว่าในบางครั้งคนอาจจะหลงทางในงานของพวกเขา






“Sherbert Rozencrantz, You're Beautiful” ภาพยนตร์สั้นที่ได้รับรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมใน เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติบรูคลินวีเมน เรื่องราวของมิลลี่ สาวน้อยที่มีเพื่อนเพียงหนึ่งเดียวซึ่งเป็นหนูตะเภา ทำให้เธอโดนล้อเลียนจากเพื่อนๆ แม่ของเธอจึงเป็นกังวลและพยายามที่จะหาเพื่อนจริงๆให้มิลลี่ โดยภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นผลงานเขียนและกำกับโดย  Natalie van den Dungen ผู้กำกับหญิงที่เป็นหนึ่งในทีมงานของภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์อย่าง ROGUE ตำนานโหดโคตรไอ้เคี่ยม และ Queen of Damned ราชินีแวมไพร์ กระหายนรก


“Welcome To Country” ภาพยนตร์สั้นผลงานกำกับของ Dean Gibson ผู้กำกับและนักเขียนบทที่มีชื่อเสียงจากการทำภาพยนตร์สารคดี เรื่องราวของข้าราชการหนุ่มไฟแรงที่ถูกส่งไปยังชุมชนชาวอะบอริจินที่ห่างไกลเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเยือนของนายกรัฐมนตรี ที่นี่เขาได้เรียนรู้ถึงมิตรภาพและความรักต่อแผ่นดินเกิดของชาวพื้นเมือง



Boggabilla Bus


Dreamweaver


Melon Grab


Fysh



Lost & Found


และยังมีภาพยนตร์สั้นเรื่องอื่นๆทั้งภาพยนตร์และแอนนิเมชั่นที่ฉายต่อเนื่อง อาทิ Boggabilla Bus, Fysh, Melon Grab, Dreamweaver และ Lost & Found ให้คอภาพยนตร์ได้ชมแบบฟรีๆ นอกจากนี้ภายในงานยังจัดให้มีการร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นร่วมกับ Mr Bradley Slabe ผู้เขียนบทและผู้กำกับร่วมจากภาพยนตร์สั้นเรื่อง “Lost & Found” หลังจากชมภาพยนตร์

ผู้สนใจสามารถสำรองที่นั่งล่วงหน้าได้ที่ https://www.facebook.com/australiainthailand/  และรับบัตรชมภาพยนตร์ได้ในวันเสาร์ที่ 29 มิถุนายน 2562 เวลา 14.00 น. ที่จุดประชาสัมพันธ์เทศกาลภาพยนตร์ฯ บริเวณ ชั้น 7 โรงภาพยนตร์ เอส เอฟ เวิลด์ ซีเนม่า ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ SF Smart Call 1349  และ www.sfcinemacity.com หรือ www.facebook.com//Welovesf
4
5 เทคนิค จับเทรนด์อาหารสู่การใช้งานจริง เพื่อผู้ประกอบการร้านอาหาร

หลังจากที่ได้นำทีมเชฟและผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารมา เผย 5 เทรนด์อาหารแห่งปี ในงาน “Trend Watch Expo 2019 โดยยูนิลีเวอร์ ฟู้ดโซลูชั่นส์” เพื่อผู้ประกอบการร้านอาหารน้อยใหญ่ชาวไทยได้ไม่ตกขบวนจากเทรนด์โลกไปแล้ว ทว่าสิ่งที่ท้าทายสำหรับผู้ประกอบการร้านอาหารเอง คือการนำ “เทรนด์” มาต่อยอดให้เป็น “จริง” เพื่อขับเคลื่อนธุรกิจให้อยู่รอด และสามารถแข่งขันได้ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นตลอดเวลา มาวันนี้ยูนิลีเวอร์ ฟู้ดโซลูชั่นส์ จึงได้เปิดเผยเทคนิคสุดสร้างสรรค์ที่ผู้ประกอบการจะนำเอาเทรนด์ไปต่อยอดกับร้านอาหารของตนเอง ได้ง่ายๆ ดังนี้




1) นำ “ชาม” มาเป็นส่วนประกอบของเมนูอาหาร
จากเทรนด์ Food Bowl ที่เกิดจากกระแส #Bowl ในโซเชียลมีเดีย สู่การอธิบายเชิงจิตวิทยาถึงการรับประทานอาหารใน “ชาม” โดยนักจิตวิทยาแห่งมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด Charles Spence กล่าวว่า “ความมหัศจรรย์ขณะที่ผู้คนโอบอุ้มภาชนะชามที่มีน้ำหนักในมือ สมองจะจินตนาการไปถึงความอร่อยล่วงหน้าแล้ว ประสาทสัมผัสจะทำงานเต็มที่ ประกอบกับกลิ่นหอมจากเครื่องปรุงที่ส่งกลิ่นเข้มข้น เสริมให้ต่อมรับรู้ทำงาน ทำให้เกิดเป็นความอร่อยล้ำกว่าเดิม”

จะเห็นได้ว่านอกจากเมนูอาหารในชามที่เราคุ้นเคยอย่าง ก๋วยเตี๋ยว สุกี้ หรือราเมนแล้ว ยังจะได้เห็นเมนูข้าวหน้าต่างๆ หรือ สลัด แปลงร่างมาอยู่ในชามกันมากขึ้น สําหรับร้านอาหารสามารถประยุกต์เมนูชามอาหาร เริ่มจากการเปลี่ยนเมนูบางอย่างมาอยู่บนภาชนะดังกล่าว เลือกเอาเมนูที่จะอร่อยยิ่งขึ้นถ้าคลุกเคล้าให้เข้ากัน  เช่น สลัดต่างๆ หรืออาหารรสชาติกลางๆ เพื่อให้ส่วนโค้งเว้าของชามโอบกลิ่นอะโรมาของอาหาร โดยที่ลูกค้าเองไม่จำเป็นต้องปรุงรสเพิ่ม ซึ่งนอกจากจะเสริมเรื่องรสชาติอาหารแล้ว การนำเอาชามมาเป็นภาชนะยังสร้างความรู้สึกถึงความเป็นกันเอง และผ่อนคลายให้แก่การรับประทานอาหารในมื้อนั้นๆ อีกด้วย


2) จับวัตถุดิบท้องถิ่น/ตามฤดูกาลมาสร้างสรรค์เมนูใหม่
กระแสการใช้ชีวิตวิถีถิ่นนั้นมีผลต่อการสร้างสรรค์เมนูอาหาร กลายเป็นเทรนด์อาหาร “Local Table” การนำเอาวัตถุดิบท้องถิ่นมาชูเป็นจุดแข็งด้านอาหารสุขภาพ และความยั่งยืนของเศรษฐกิจชุมชน ข้อได้เปรียบของการใช้วัตถุดิบท้องถิ่นคือการได้ความสดใหม่ และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับเมนูอาหารได้ด้วยการบอกเล่าเรื่องราวของท้องถิ่นเพิ่มเติม ซึ่งสามารถแบ่งออกเป็น 4 รูปแบบในการนำไปใช้จริงได้ดังนี้

•   LOCALLY GROWN PRODUCED เลือกใช้วัตถุดิบที่เลี้ยงปลูกหรือ ผลิตในท้องถิ่น อาจเลือกซื้อจากฟาร์มที่มีการจัดการอย่างยั่งยืนทําให้ได้วัตถุดิบ สดใหม่ และยังเป็นการสนับสนุนเศรษฐกิจ ท้องถิ่นอันจะนําไปสู่ความยั่งยืน และกินดีอยู่ดีของเกษตรกรอีกด้วย

•   HYPER-LOCAL FOODS “ผักสวนครัวรั้วกินได้” แนวคิดของร้านอาหารที่ออกแบบพื้นที่สำหรับผลิตวัตถุดิบเองในพื้นที่ใกล้เคียง เช่น บนดาดฟ้าของตึก หรือสวนผักที่อยู่ข้างๆ ร้าน แนวคิดนี้ร้านอาหารสามารถเพิ่มความน่าสนใจด้วยการตกแต่งร้านโดยวัตถุดิบดังกล่าวที่พร้อมจะหยิบจับไปปรุงเป็นเมนูประจำร้าน 

•   ARTISAN FOODS การปรุงอาหารด้วยสองมือ หรือ hand-crafted food ซึ่งเน้นการผลิตในจํานวนจํากัด ใช้วัตถุดิบคุณภาพสูง หรือเลือกจากที่มีตามฤดูกาลโดยเฉพาะ เมนูยอดฮิตที่นิยมผลิตมักจะเป็นอาหารตะวันตก เช่น ไอศกรีม ชีส และเบคอน แต่สำหรับประเทศไทยสามารถทำเมนูขนมหวาน หรือใช้การถนอมอาหารมาช่วยได้

•   HOMEMADE DESSERT สำหรับร้านอาหารที่มีเมนูเบเกอรี หรือขนมหวาน หากมีข้อจํากัดด้านวัตถุดิบ สามารถปรับลดต้นทุนในการผลิต ด้วยการเลือกซื้อขนมโฮมเมดจากผู้ผลิตภายในท้องถิ่นได้เช่นกัน



3) สร้างสรรค์ประสบการณ์สหผัสสะ 
ด้วยแนวคิดหลักที่จะผสมผสานผัสสะรอบตัว ตั้งแต่รูป รส กลิ่น เสียง ไปจนถึงน้ำหนักของอุปกรณ์ที่อยู่บนโต๊ะอาหาร เพื่อลวงสมองให้คิดถึงรสชาติอร่อยล้ำ ความสำคัญของการปรับเทรนด์ Multisensory Experience ขึ้นอยู่กับการออกแบบการนำเสนออาหารที่เหมาะสม เพื่อให้เกิดเรื่องราวในมื้ออาหาร และเปิดประสาทสัมผัสของลูกค้าให้ได้รับอย่างง่ายดาย

สำหรับร้านอาหารที่ยังไม่มีต้นทุนมากนัก อาจเลือกนำเสนอผัสสะพื้นฐานอย่าง รูป รส กลิ่น เสียง ให้ลูกค้าได้มีส่วนร่วม เช่น การใช้ภาชนะชามเสิร์ฟอาหารโดย ออกแบบให้ลูกค้าต้องโอบอุ้มชาม อาหารพร้อมเปิดเพลงคลอเบา เพราะน้ำหนักของชาม ความอุ่นในมือจากอาหารกลิ่นอะโรมาอบอวลกรุ่นในภาชนะ และเพลงที่เปิดจะเร้าประสาทสัมผัสให้สมองจินตนาการว่าอาหารมีรสอร่อย หรือเพิ่มสัมผัสของรสชาติอาหารได้ง่ายๆ ด้วยการเติมส่วนประกอบที่พิเศษ เช่น การเติมผงไข่เค็มให้กับเมนูอาหารทอด ที่ทำให้ได้รับรสชาติความเค็มเฉพาะตัวของไข่เค็มและสัมผัสกรุบๆ ในปากไปพร้อมกัน



4) เพิ่มเมนูจากพืชดีต่อกายและใจ
แนวโน้มการเติบโตของการบริโภคโปรตีนจากพืช (Plant-Based Protein) ทำให้ Plant-Based Food หรืออาหารจากพืชได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับกระแสการลดการบริโภคเนื้อสัตว์ และเพิ่มทางเลือกให้ผู้บริโภคเฉพาะกลุ่มที่เติบโตขึ้นเรื่อยๆ

ร้านอาหารสามารถสร้างสรรค์เมนูได้มากมายจากวัตถุดิบดังกล่าว เพียงแค่เพิ่มตัวเลือกในเมนูที่มีอยู่ด้วยการปรับใช้โปรตีนจากพืช อาทิ ถั่วเปลือกนิ่ม ถั่วเปลือกแข็ง เห็ด ควินัว ข้าวกล้อง เพิ่มเติมจากการใช้ถั่วเหลืองที่หลายคนคุ้นชิน มาประยุกต์เป็นเมนูอาหารหลัก ขณะเดียวกันยังสามารถจัดโปรโมชั่นเพื่อส่งเสริมการทางเมนูโปรตีนจากพืช หรือเพิ่มเมนูพิเศษในไลน์บุฟเฟต์ นอกจากจะสร้างมูลค่าเพิ่มให้เมนูแล้วยังจะได้ลูกค้ากลุ่มมังสวิรัติเพิ่มด้วย
   


5) ใช้ “ชา” เมนูเครื่องดื่มเพิ่มมูลค่าในมื้ออาหาร

ความนิยมในการดื่มชายังคงแรงต่อเนื่อง จากเทรนด์ของการดื่มชาพบว่า การดื่มชาของผู้บริโภคนั้น มีวิถีที่ต่างกันไป ได้แก่

•   ชารสชาติโดดเด่นชัดเจน (BOLD FLAVOURS) ตอบโจทย์ลูกค้าท่ีต้องการเลี่ยงเครื่องดื่มผสมน้ำตาล แต่ต้องการรสชาติ และความหอมกลมกล่อมของชา
•   ชาเพิ่มกำลัง (POWER TEA) ชาที่เบลนด์จากส่วนผสมชั้นยอดจากธรรมชาติ เติมต่อยอดด้วยสารอาหาร วิตามินลงไปในตัวชา ซึ่งเป็นการยกระดับ และเพิ่มลูกเล่นให้เป็นอีกทางเลือกของการดื่มชา 
•   ชาเพื่อสุขภาพ (HEALTHY GUT) ร่างกายจะได้รับประโยชน์จากการดื่มชามากกว่า หากชงชาด้วยน้ำร้อน เนื่องจากจุลินทรีย์ท่ีมีประโยชน์ต่อร่างกายผ่านการหมักใบชานั้นจะทำงานได้ดี ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์รักสุขภาพของผู้บริโภคอีกด้วย
•   ชาสำหรับผ่อนคลาย (TIME TO RELAX) การนำส่วนผสมอื่นมาปรุงให้เกิดรสชาติแปลกใหม่ และสามารถใช้เทคนิค Storytelling บรรยายความรู้แก่ลูกค้าเรื่องกลิ่นและส่วนผสมที่สำคัญ เพื่อให้ลูกค้าเข้าถึงชาและประโยชน์ของเครื่องดื่มนั้นๆ
•   ชาแห่งความพิถีพิถัน (CRAFTED TEA) สร้างความแปลกใหม่ให้รสชาติชา อาทิ การใช้ชาเป็นเบสในการชงค็อกเทล หรือม็อกเทล หรือเพิ่มลูกเล่นด้วยการใส่ไข่มุกสุดฮิต หรือท้อปปิ้งอื่นๆ ที่เสริมประสบการณ์สัมผัสใหม่ๆ ก็จะทำให้ชานั้นเป็นเครื่องดื่มที่มากกว่าความสดช่ืน

สำหรับร้านอาหารสามารถหยิบเอาเทรนด์ชามาบรรจุเป็นเครื่องดื่มประจำร้าน เพิ่มความน่าสนใจด้วยการบอกเล่าเรื่องราวการเดินทางของชามายังร้าน หรือใส่เรื่องราวการคัดสรรใบชาจากแหล่งต่างๆ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มที่น่าสนใจ หรือนำใบชามาสร้างสรรค์เป็นเมนูเบเกอรี่ได้ เช่น นำชาคาโมมายล์มาผสมในเค้ก เพิ่มกลิ่นและรสชาติของดอกคาโมมายล์ให้น่าลิ้มลองมากขึ้น สำหรับร้านอาหารขนาดใหญ่หรือโรงแรมเองก็สามารถจับเทรนด์ผสมความคิดสร้างสรรค์ให้เกิดเป็นเมนู Afternoon Tea โดยผสาน Crafted Tea กับความประณีตในการชง หรือชนิดของใบชามาเป็นจุดขาย หรือจัดโปรโมชั่นดื่มชาสุขภาพเพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคที่รักสุขภาพด้วยก็ดีไม่น้อย

ไม่ว่าคุณจะเป็นเจ้าของธุรกิจอาหารขนาดเล็ก กลาง หรือใหญ่ เมื่อผู้บริโภคเปลี่ยนแปลง จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องขยับตัวให้เท่าทันความเปลี่ยนแปลง สามารถติดตามและค้นหาเทคนิคที่จะปรับเปลี่ยนไปตามเทรนด์ได้ทาง Facebook: มือโปรความอร่อย หรือ LINE @ufsthailand
5
ปฏิทินข่าว


                        รศ.นพ. สรนิต ศิลธรรม ปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และประธานกรรมการบริหาร กองทุนพัฒนาผู้ประกอบการเทคโนโลยีและนวัตกรรม (TED Fund) จะเป็นประธานแถลงข่าว การจัดงาน“TED Fund Grant Day 2019” พิธีมอบทุนสนับสนุนผู้ประกอบการ ใน วันพฤหัสบดีที่ 4กรกฎาคม 2562 เวลา 09.30 – 11.30 น. ณ ห้องโถง ชั้น 1 อาคารพระจอมเกล้า กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
6
ปฏิทินข่าวประชาสัมพันธ์


แพนทีน (PANTENE) แบรนด์ผู้นำผลิตภัณฑ์ด้านการดูแลเส้นผมระดับโลก เตรียมจัดงานเปิดตัวผลิตภัณฑ์ “PANTENE miracles” ใหม่! สูตรพรีเมี่ยมที่สุดจากแพนทีน ภายใต้คอนเซ็ปต์ “PANTENE miracles ถ้าคุณเชื่อ ปาฏิหาริย์ก็เกิดขึ้นได้” ด้วยเทคโนโลยี Lipo Shot ใน PANTENE miracles ที่คิดค้นความมหัศจรรย์มายาวนานกว่า 15 ปี เพื่อผมแห้งเสียรุนแรงโดยเฉพาะ ให้ผมนุ่มลื่นน่าสัมผัส ดุจไหมแคชเมียร์ เปล่งประกายดุจคริสตัล  โดยมี คุณขวัญรัตน์ ศรีวัฒนกุล ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม บริษัท พรอคเตอร์ แอนด์ แกมเบิล เทรดดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด และแบรนด์แอมบาสเดอร์นักแสดงสาวมากความสามารถ “ใบเฟิร์น-พิมพ์ชนก ลือวิเศษไพบูลย์” ที่จะมาร่วมแชร์ประสบการณ์ความประทับใจที่ได้ทดลองใช้ผลิตภัณฑ์ “PANTENE miracles” ใหม่! พร้อมด้วยเซเลบริตี้ พลอย-ปณิตา ศรไทเทวา และ เมย์-เมลนีย์ อยู่วิทยา มาร่วมสัมผัสประสบการณ์ผมนุ่มลื่นดุจไหมแคชเมียร์ เปล่งประกายดั่งคริสตัลไปด้วยกัน ในวันอาทิตย์ที่ 30 มิถุนายน 2562 เวลา 13.30 - 15.00 ณ วัตสัน (Watsons) ชั้น 4 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์
7
บทความพิเศษ เรื่อง : เสาเข็มสปันไมโครไพล์ ทางเลือกสำหรับงานสร้างและต่อเติม


                     การสร้างบ้านใหม่หรือการต่อเติมบ้าน เสาเข็ม คือหนึ่งในโครงสร้างส่วนที่อยู่ใต้ดินที่ต้องให้ความสำคัญมาก เพราะจะส่งผลถึงความแข็งแรงของโครงสร้างบ้านในระยะยาว โดยเสาเข็มมีหน้าที่หลัก 2 อย่างคือ เป็นตัวกลางถ่ายน้ำหนักของตัวบ้านลงสู่พื้นดิน ทำหน้าที่รับน้ำหนักตัวบ้าน และกระจายน้ำหนักไปยังชั้นดินใต้อาคาร โดยใช้แรงพยุงตัวที่เกิดจากแรงเสียดทานของดิน กับพื้นที่ผิวรอบเสาเข็ม หรือใช้การถ่ายตรงลงสู่ชั้นดินหรือหินแข็งโดยตรง เพื่อไม่ให้บ้านหรืออาคารทรุดจมลงไปในดิน ประเภทของเสาเข็มอาจแบ่งได้ตามลักษณะของการผลิตและการใช้งาน

                     ในปัจจุบันมีเสาเข็มหลากหลายรูปแบบ แต่การเลือกใช้เสาเข็มควรต้องศึกษาให้ดี เพื่อให้สอดคล้องกับรูปแบบของแต่ละงาน รวมถึงควรต้องใส่ใจในเรื่องมาตรฐานการผลิตที่มีคุณภาพด้วย สำหรับเสาเข็มสปันไมโครไพล์ (spun micro pile) ถือเป็นเสาเข็มรูปแบบใหม่พิเศษคุณภาพสูง มีโครงเหล็กฝังอยู่ในเนื้อคอนกรีตโดยรอบ ผลิตโดยใช้กรรมวิธีการเหวี่ยงคอนกรีตในแบบหล่อ ซึ่งหมุนด้วยความเร็วสูงทำให้เนื้อคอนกรีตมีความหนาแน่นสูง และแข็งแกร่งกว่าคอนกรีตที่หล่อโดยวิธีธรรมดา โดยมีให้เลือกใช้งาน 4 ขนาด ได้แก่ (1) เสาเข็มแบบสี่เหลี่ยมขนาด S 18x18 cm. หรือ 22 cm. แนวทแยง สำหรับโครงสร้างเบาหรือโครงสร้างชั้นเดียว สามารถรับน้ำหนักได้ 15-20 ตัน/ต้น (2) เสาเข็มแบบกลมขนาด Dia 21 cm. เพื่อการรับน้ำหนักที่มากขึ้นถึง 20-25 ตัน/ต้น (3.) เสาเข็มแบบกลม Dia 25 cm.สามารถรับน้ำหนักได้ 25-35 ตัน/ต้น และ (4) เสาเข็มแบบกลม Dia 30 cm. สำหรับโครงสร้างหลายชั้น สามารถรับน้ำหนักได้ถึง 30-50 ตัน/ต้น โดยเสาเข็มสปันไมโครไพล์จะมีจุดเด่นที่รูกลมกลวงอยู่ตรงกลาง เพื่อการระบายดิน และลดแรงสั่นสะเทือนระหว่างตอก จึงไม่มีผลกระทบโครงสร้างเดิมหรือพื้นที่ข้างเคียง หน้างานสะอาดไม่มีดินโคลนและไม่ต้องขนดินทิ้ง สามารถตอกได้ลึกถึงชั้นดินดาน จึงเป็นที่นิยมมากในงานเสริมฐานรากอาคาร ต่อเติมบ้านหรือโรงงาน และสามารถทำในที่แคบได้ ตอบโจทย์ทั้งการก่อสร้างใหม่และงานต่อเติม โดยเสาเข็มทุกต้นผ่านการทดสอบในระบบ Dynamic Load Test เพื่อมาตรฐานด้านคุณภาพและความปลอดภัย

                     บริษัท ภูมิสยาม ซัพพลาย จำกัด ยังได้รับมาตรฐาน ISO 9001:2015 ของระบบ UKAS และ NAC ด้านการออกแบบ การผลิต และบริการตอกเสาเข็มสปันไมโครไพล์ รวมถึงการรับรองคุณภาพ Endorsed Brand จาก SCG ด้านการผลิตเสาเข็มสปันไมโครไพล์ ที่ผ่านมาตรฐาน มอก. 397-2524 พร้อมด้วยการรับประกันผลงานการตอกเสาเข็ม และความเสียหายที่เกิดจากการติดตั้งด้วยระบบ 7+ Year Warranty และยังเป็นผู้ผลิตเสาเข็มสปันไมโครไพล์รายแรกและรายเดียวในประเทศ ที่ได้รับรางวัลเชิดชูเกียรติมากมาย อาทิ บุคคลตัวอย่างในภาคธุรกิจวัสดุก่อสร้าง รางวัล “เพชรสุบรรณ” รางวัล “AEC-TOP AWARD 2019” ฯลฯ ซึ่งทั้งหมดเป็นเครื่องหมายที่การันตีถึงการทำงานที่มีคุณภาพทั้งสินค้าและบริการ สำหรับลูกค้าที่สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ฝ่ายขาย โทร. 082-790-1447, 082-790-1448, 081-634-6586 หรือดูข้อมูลได้ที่  www.bhumisiam.com หรือดูตัวอย่างการตอกเสาเข็มได้ที่ลิงค์ https://bit.ly/2xc1MFJ

สนับสนุนบทความโดย : บริษัท ภูมิสยาม ซัพพลาย จำกัด

ผู้ผลิตและจัดจำหน่าย พร้อมบริการตอกเสาเข็ม สปันไมโครไพล์ เทคโนโลยีการผลิตจากประเทศเยอรมัน
8
นายชนะพันธุ์ พิริยะพันธุ์ นั่งเก้าอี้นายกสมาคมนายหน้าประกันวินาศภัยไทยติดต่อกันเป็นสมัยที่ 2สมาชิก เทคะแนน ท่วมท้น สานต่อนโยบาย


                       เมื่อวันศุกร์ที่ 21 มิถุนายน 2562 ที่ประชุมสมาชิกฯ มีมติเป็นเอกฉันท์ลงคะแนนเลือก นายชนะพันธุ์ พิริยะพันธุ์ นั่งตำแหน่งนายกสมาคมนายหน้าประกันวินาศภัยไทยต่ออีกสมัยด้วยผลงานที่โดดเด่นในปีที่ผ่านมาและการปรับนโยบายของสมาคมฯ ให้เข้ากับสถานการณ์การดำเนินธุรกิจนายหน้าประกันภัยไทยในปัจจุบัน พร้อมลั่นนโยบายยกระดับมาตรฐานนายหน้าประกันภัยไทยด้วยการวางตัวเป็นศูนย์กลางในการติดต่อสื่อสารระหว่างสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (สำนักงานคปภ.) บริษัทประกันภัย และบริษัทนายหน้าประกันภัย พร้อมนำเสนอข่าวสารที่เกี่ยวข้อง แนะนำกฎหมายใหม่ แชร์ข้อมูลสถิติ รวมทั้งการรับรองตัวตนของนายหน้าประกันภัยโดยสามารถตรวจสอบข้อมูลของนายหน้าประกันภัยได้ในเว็บไซต์สมาคมฯ www.tiba.or.th ครบจบในที่เดียว ซึ่งช่วยให้ผู้บริโภคมั่นใจในการซื้อประกันผ่านนายหน้าประกันภัยมากขึ้น ลดปัญหานายหน้าเถื่อนที่สร้างปัญหาให้กับสมาชิกและวงการประกันภัยไทยนอกจากนี้ยังได้เผยแพร่ข้อมูลข่าวสารความรู้ จัดอบรมสัมมนาตลอดทั้งปี โดยมีสถาบันทั้งในและต่างประเทศ เป็น Partner ในการให้ความรู้ทั้งนี้รวมถึงนายหน้าประกันภัยต่อ (Reinsurer) ด้วยมุ่งสร้างคนกลางคุณภาพ ปัจจุบันจึงมีสมาชิกเข้าร่วมจำนวนกว่า 100 โบรคเกอร์แล้ว

9
สกู๊ปข่าว ผู้บริหาร เนเจอร์ เฮิร์บฯ รับ 2 รางวัลทรงเกียรติ “สตรีต้นแบบตัวอย่าง” ประจำปี 2562
และรางวัลธุรกิจอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์ยอดเยี่ยมแห่งปี ASIA BEST AWARDS 2019


                     นางนันทวรรณชยา ภาจิตประพันธ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เนเจอร์ เฮิร์บ อินเตอร์เนชั่นแนล โฮลดิ้ง จำกัด ผู้นำด้านสมุนไพรบำรุงร่างกาย ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร M HERBS สูตรหมอแสง ได้รับเกียรติเข้ารับรางวัล “เทพสตรี” ครั้งที่ 3 “สตรีต้นแบบตัวอย่าง” ประจำปีพุทธศักราช 2562 จากนายอำพล เสนาณรงค์ องคมนตรีในรัชกาลที่ 9 ซึ่งเป็นรางวัลที่แสดงถึงความเป็นเอกลักษณ์การเป็นสตรีต้นแบบแห่งปี ที่ทำประโยชน์ต่อสังคมด้วยการอุทิศตนทำความดี และเป็นบุคคลสำคัญในการสนับสนุนทุนทรัพย์ ทุ่มเทแรงกาย แรงใจ ในการช่วยเหลือผู้ป่วยมะเร็งมายาวนาน จัดโดยมูลนิธิสร้างสรรค์สังคมไทยและเครือข่ายองค์กรสตรีไทยมูลนิธิจิตอารีมาดามอุปถัมภ์


                     นอกจากนี้ยังได้รับรางวัลคุณภาพ ASIA BEST AWARDS 2019 โดยเป็นรางวัลแห่งเกียรติยศและความภาคภูมิใจ สุดยอดบุคคลองค์กรธุรกิจแห่งเอเชีย ในการเป็นแบบอย่างผู้นำ และผู้บริหารในการดำเนินธุรกิจที่ดี ซึ่งจัดโดยสภาสื่อมวลชนไทย (องค์กรเครือข่ายภาคประชาชน) โดยมีพลเอก จิตตสักก์ เจริญสมบัติ ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ อดีตที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานในงาน ณ สโมสรกรมประชาสัมพันธ์ กรุงเทพฯ





10
ซีพีแรม ยกระดับสู่ความยั่งยืนทางอาหาร สร้างความ
ตระหนักถึงการลดความสูญเปล่าของอาหาร ผ่านกิจกรรม
CPRAM FOOD STATION @Nakhon Nayok


                      บริษัท ซีพีแรม จำกัด จัดกิจกรรม “CPRAM FOOD STATION @Nakhon Nayok” กิจกรรมการสร้างสรรค์เมนูอาหารสุดพิเศษจากผลิตภัณฑ์คุณภาพซีพีแรม อย่างเมนู “เกี๊ยวน้ำ” น้ำซุปหวานหอมอร่อย ทำแสนง่ายด้วยวัตถุดิบหลัก เกี๊ยวกุ้งจากเจด ดราก้อน โดยได้รับเกียรติจาก คุณเอ๋ เพจ Facebook ครัวแล้วแต่เอ๋จ้าา ร่วมรังสรรค์เมนูพร้อมกับผู้โชคดีจากเพจ Facebook CPRAM ณ โฮมแอนด์ฮิลล์รีสอร์ท จังหวัดนครนายก

                      พร้อมด้วยการร่วมส่งมอบความสุข และรอยยิ้มให้แก่น้องๆ ด้วยการเลี้ยงอาหารกลางวัน พร้อมมอบสิ่งของ อุปกรณ์การเรียน และเบเกอรี่ จากเลอแปง ผลิตภัณฑ์คุณภาพจากซีพีแรม เพื่อเป็นการเติมรอยยิ้มให้แก่น้องๆ ได้อิ่มท้อง อีกทั้งกิจกรรมดังกล่าว ได้สร้างความรู้ความเข้าใจในเชิงพฤติกรรมในการตระหนักถึงเรื่องลดความสูญเปล่าของอาหาร หรือ Food Waste เพื่อยกระดับสู่ความยั่งยืนทางอาหาร ณ โรงเรียนหัวเขาแก้ว จังหวัดนครนายก









Pages: [1] 2 3 ... 10