Show Posts

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Topics - happy

Pages: 1 ... 413 414 [415] 416 417 ... 1656
6211
“3 นักบิดไทย” กระหึ่ม“เอเชีย โร้ด เรซซิ่ง” ดาหน้าผงาดโพเดี้ยมโฮมเรซสนามช้างฯ

สุดยอด 3 นักบิดไทย สร้างผลงานกระหึ่มศึกสองล้อชิงแชมป์เอเชีย รายการ เอเชีย โร้ด เรซซิ่ง แชมเปี้ยนชิพ 2019 สนามสุดท้าย พร้อมหน้ากันผงาดโพเดี้ยมในเรซแรกที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ โดย “ติ๊งโน๊ต” ฐิติพงศ์ วโรกร จาก คาวาซากิ ไทยแลนด์ เรซซิ่ง ทีม ซิวที่ 3 รุ่น เอเชีย ซูเปอร์ไบค์ 1,000 ซีซี ขณะแชมป์เอเชียอย่าง “ต๋ง” พีรพงศ์ บุญเลิศ จาก ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่ง คว้าอันดับ 2 ซูเปอร์สปอร์ต 600 ซีซี ด้านสาวแกร่ง “มุกข์” มุกข์ลดา สารพืช จาก เอ.พี.ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ ฟอร์มแกร่งเข้าป้ายอันดับ 3 เอเชีย โปรดักชั่น 250 ซีซี จากเรซสุดมันส์เมื่อบ่ายวันเสาร์ที่ผ่านมา


asb1000 ติ๊งโน้ต


“ต๋ง” พีรพงศ์ บุญเลิศ


มุกข์ลดา สารพืช

การแข่งขันจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์เอเชีย รายการ เอเชีย โร้ด เรซซิ่ง แชมเปี้ยนชิพ 2019 เข้าสู่โปรแกรมสนามสุดท้ายอย่างเป็นทางการระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน-1 ธันวาคมนี้ ที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ ระยะทางต่อรอบ 4.554 กิโลเมตร โดยล่าสุดเป็นการแข่งขันเรซแรกของทุกคลาส

ไฮไลต์ของเรซนี้อยู่ที่การลุ้นแชมป์ประจำปีซึ่งมีผลกันจนถึงเรซสุดท้าย โดยในคลาสใหญ่ที่สุดอย่างเอเชีย ซูเปอร์ไบค์ 1,000 ซีซี มี ซัควาน ไซดี้ นักบิดมาเลเซียน จาก ฮอนด้า เอเชีย ดรีม เรซซิ่ง วิท โชวะ เป็นเจ้าของโพลโพซิชั่นขนาบข้างด้วย อาซลัน ชาห์ จอมเก๋ามาเลเซียนจาก วันซ็อกซ์ ทีเคเคอาร์ แซ็ก ทีม ในกริดที่ 2 ส่วนกริดที่ 3 เป็นของ “แสตมป์” อภิวัฒน์ วงศ์ธนานนท์ ยอดนักบิดไทยจาก ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่ง ทีม




ออกสตาร์ทเรซด้วยการขึ้นนำของ ไซดี้ เจ้าของโพล ตามด้วย อภิวัฒน์ ในอันดับ 2 และอันดับ 3 อย่าง อาซลัน ชาห์  ในการลุ้นแชมป์ในเรซนี้ดำเนินไปอย่างเข้มข้น ในรอบที่ 4 อภิวัฒน์ พลิกขึ้นมาเป็นผู้นำได้สำเร็จ ก่อนจะร่วงลงมาอันดับ 2 อีกครั้ง โดยในช่วง 4 รอบสุดท้ายเกมดำเนินไปอย่างสุดมันส์ “ติ๊งโน๊ต” ฐิติพงศ์ วโรกร ยอดนักบิดไทยจาก คาวาซากิ ไทยแลนด์ เรซซิ่ง ทีม ขยับขึ้นมาไล่บดในกลุ่มนำได้อีกคัน ทว่าในรอบสุดท้าย อภิวัฒน์ ที่รั้งอันดับ 2 พลาดล้มลงไปดื้อๆ ส่งผลให้เสียโอกาสในการขึ้นโพเดี้ยมอน่างน่าเสียดาย

ผลการแข่งขันรุ่น เอเชีย ซูเปอร์ไบค์ 1,000 ซีซี จบการแข่งขัน 13 รอบสนาม  แชมป์ตกเป็นของ ซัควาน ไซดี้ นักบิดมาเลเซียน จาก ฮอนด้า เอเชีย ดรีม เรซซิ่ง วิท โชวะ ที่บิดเข้าป้ายเป็นคันแรก เหนือเพื่อนร่วมชาติอย่าง อาซลัน ชาห์ จอมเก๋ามาเลเซียนจาก วันซ็อกซ์ ทีเคเคอาร์ แซ็ก ทีม  ในอันดับ 2 อยู่ 0.406 วินาที ตามด้วย “ติ๊งโน๊ต” ฐิติพงศ์ วโรกร ยอดนักบิดไทยจาก คาวาซากิ ไทยแลนด์ เรซซิ่ง ทีม ในอันดับ 3 ตามหลังแชมป์ 0.827 วินาที ได้ขึ้นโพเดี้ยมโฮมเรซของเรซแรกในคลาส เอเชีย ซูเปอร์ไบค์ 1000 ซีซี ส่วนอันดับ 4 เป็นของทีมเมทอย่าง “ซีเค” ชัยวิชิต นิสกุล ด้าน “โฟลท” รัฐพงษ์ วิไลโรจน์ จาก ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่ง ทีม ตามเข้าป้ายในอันดับ 6 ขณะที่ “แสตมป์” อภิวัฒน์ วงศ์ธนานนท์ ยอดนักบิดไทยจาก ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่ง ทีม สามารถนำรถขึ้นมาขี่ต่อจบเรซในอันดับ 8 โดย บร็อค พาร์ค จ่าฝูงชาวออสเตรเลียนจาก  ยามาฮ่า เรซซิ่ง ทีม เอเชียน พลาดล้มก่อนนำรถประคองเข้าป้ายเพื่อเก็บแต้มในอันดับ 12 ต้องตัดสินแชมป์เอเชียในเรซสุดท้ายของวันพรุ่งนี้กับ อาซลัน ชาห์ และ ซัควาน ไซดี้






ส่วนการแข่งขันในรุ่นซูเปอร์สปอร์ต 600 ซีซี ที่นักบิดไทยอย่าง “ต๋ง” พีรพงศ์ บุญเลิศ จาก ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่ง ทีม คว้าแชมป์ไปแล้วก่อนหน้านี้ ก็ดวลกันอย่างเข้มข้น โดยตำแหน่งโพลในเรซนี้เป็นของ คาสมา แดเนียล คาสมายูดิน นักบิดมาเลเซียนจาก หง หลง ยามาฮ่า มาเลเซีย ขนาบข้างด้วย พีรพงศ์ และ อดัม นอร์โรดิน ดาวรุ่งมาเลเซียนจาก เอสไอซี จูเนียร์ ซีเค เรซซิ่ง ทีม ในกริดที่ 2 และ 3

โดย พีรพงศ์ ขยับขึ้นนำได้อย่างรวดเร็ว โดยมี คาสมายูดิน ไล่บี้อย่างหนักตั้งแต่รอบแรกเช่นกัน อย่างไรก็ดี ในช่วงกลางเรซ นอร์โรดิน เริ่มเข้าสู่ขีดการต่อสู้ที่ดีของตนเอง และขยับขึ้นมาเป็นคนที่ 3 ในการลุ้นแชมป์เรซแรกของสนามสุดท้ายที่ บุรีรัมย์  การตัดสินแชมป์ต้องมาตัดสินกันถึงรอบสุดท้าย เมื่อ พีรพงศ์ นักบิดไทยที่เป็นผู้นำพลาดบานออกไปในโค้ง 10 ส่งผลให้ร่วงลงไปถึงอันดับ 3 แต่ยังสามารถแซงกลับมาได้

ผลการแข่งขันรุ่น ซูเปอร์สปอร์ต 600 ซีซี เกมในเรซนี้ดวลกันทั้งสิ้น 12 รอบสนาม และเข้มข้นตั้งแต่รอบแรก โดย“ต๋ง” พีรพงศ์ บุญเลิศ จาก ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่ง ทีม เข้าป้ายในอันดับ 2 ได้สำเร็จ ส่วนแชมป์ตกเป็นของ นอร์โรดิน เหนือนักบิดไทยเพียง 0.305 วินาทีเท่านั้น ส่วนอันดับ 3 เป็นของ คาสมายูดิน ตามหลังแชมป์ 0.520 วินาที

<a href="http://www.youtube.com/watch?v=PxUOOsM7YDw" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=PxUOOsM7YDw</a>




ด้านการแข่งขันในรุ่น เอเชีย โปรดักชั่น 250 ซีซี ก็ดวลกันอย่างดุเดือดไม่แพ้รุ่นใหญ่ ตำแหน่งโพลในเรซนี้เป็นของยอดนักบิดสาวแกร่งชาวไทยอย่าง “มุกข์” มุกข์ลดา สารพืช จาก เอ.พี.ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ ขนาบข้างด้วย ราฟิด โทปัน ซูซิปโต นักบิดอินโดนีเซียนจาก ไบค์ คัมเมอร์ เอสวายเอส เควายที เรซซิ่ง ทีม ในกริดที่ 2 ส่วนกริดที่ 3 เป็นของ “ฟิล์ม” ปิยะวัฒน์ ประทุมยศ นักบิดไทยอีกคนจาก เอ.พี.ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์

<a href="http://www.youtube.com/watch?v=flWuP1z69is" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=flWuP1z69is</a>

มุกข์ลดา ออกสตาร์ทเรซได้อย่างยอดเยี่ยม ขยับขึ้นเป็นผู้นำได้อย่างรวดเร็ว ตามด้วยทีมเมทอย่าง ปิยะวัฒน์ ตั้งแต่ในรอบแรก และรักษาตำแหน่งได้อย่างยอดเยี่ยมจนถึงช่วงกลางเรซ โดยมีตัวสอดแทรกอย่าง เออร์วิน ซานจายา นักบิดอินโดนีเซียนจาก แอสตร้า ฮอนด้า และ ราฟิต โทปัน ซูซิปโต ไล่ตามอย่างหนัก

อย่างไรก็ดี ในช่วง 3 รอบสุดท้าย ปิยะวัฒน์ โดนคู่แข่งชนเข้าที่ล้อหลังก่อนล้มไปขณะที่รั้งอันดับ 2 อย่างน่าเสียดาย ขณะที่ มุกข์ลดา พลาดบานในโค้ง 12 ก่อนเข้าสู่รอบสุดท้ายจนร่วงลงไปอยู่ในอันดับ 4 แต่ยังสามารถไต่ขึ้นมาจบเรซในอันดับ 3 สำเร็จ



ผลการแข่งขันรุ่นเอเชีย โปรดักชั่น 250 ซีซี นักบิดสาวแกร่ง มุกข์ลดา สารพืช จาก เอ.พี.ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ คว้าอันดับ 3 ได้ฉลองโพเดี้ยมต่อหน้าแฟนความเร็วในบ้านเกิด ทำเวลาตามหลังแชมป์อย่าง แอนดี้ มูฮัมหมัด ฟาดลี นักบิดอินโดนีเซียนจาก แมนวล เทค เควายที คาวาซากิ เรซซิ่ง เพียง 0.2 วินาทีเท่านั้น ส่วนอันดับ 2 เป็นของ เออร์วิน ซานจายา นักบิดอินโดนีเซียนจาก แอสตร้า ฮอนด้า เรซซิ่ง ทีม ตามหลังแชมป์ 0.226 วินาที ด้าน ธัชกร บัวศรี จากเอ.พี.ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ จบเรซในอันดับ 6 ตามหลังแชมป์ 0.525 วินาทีเท่านั้น

ทั้งนี้ การแข่งขัน เอเชีย โร้ด เรซซิ่ง แชมเปี้ยนชิพ 2019 เรซสุดท้ายของปี จะดวลความเร็วในวันอาทิตย์ที่ 1 ธันวาคมนี้ ที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์







6212
“แพ็ดด็อคเกิร์ล” สุดเซ็กซี่! จากศึก “เอเชีย โร้ด เรซซิ่ง” สนามสุดท้ายที่ บุรีรัมย์


ศึก เอเชีย โร้ด เรซซิ่ง แชมเปี้ยนชิพ 2019 ระเบิดความมันส์สนามสุดท้ายของฤดูกาล ระหว่างวันที่ 29 พ.ย.-1 ธันวาคมนี้ ที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ โดยล่าสุดในช่วงเที่ยงของวันเสาร์ที่ 30 พฤศจิกายน ในกิจกรรมพิตวอล์ค ได้เปิดโอกาสให้แฟนๆ กระทบไหล่บรรดานักบิดชั้นนำของเอเชีย พร้อมด้วยสาวๆ “แพ็ดด็อคเกิร์ล” สุดเซ็กซี่ น่ารัก กว่าร้อยชีวิต ช่วยสร้างสีสันให้กับสนามแข่งขัน ก่อนที่จะลงตัดสินแชมป์ในสุดสัปดาห์นี้

แฟนความเร็วสนใจเข้าชม ซื้อบัตรได้ที่ เซเว่นอีเลฟเว่น ทุกสาขาหรือ www.allticket.com พิเศษ! บัตรเข้าชมโมโตจีพี รายการพีทีที ไทยแลนด์กรังด์ปรีซ์ 2019 ทุกประเภท เข้าชมฟรี



























6213
โปรถึงใจเฉพาะคนใจถึง!




ออกรถ Honda CBR250RR สปอร์ตนำเข้าจากญี่ปุ่นที่มอเตอร์เอ็กซ์โป รับดอกเบี้ยพิเศษเริ่มต้นที่ 0% ต่อปี ผ่อนสบาย ๆ เพียง 4,760 บาทต่อเดือนเท่านั้น

หรือเลือกซื้อเป็นเงินสดแล้วรับไปเลยฟรี ๆ ประกันชั้นหนึ่ง ทะเบียน พรบ.

ทุกคันรับฟรีหมวกกันน็อก H2C แบบเต็มใบมูลค่า 2,000 บาท

พลาดไม่ได้ วันนี้ถึง 10 ธันวาคมนี้ ที่บูทรถจักรยานยนต์ฮอนด้า หมายเลข G 09 อิมแพค ชาเลนเจอร์ฮอลล์ เมืองทองธานี

#CBR250RR #Honda
#APHonda #WhatStopsYou
#รถจักรยานยนต์ฮอนด้า
#MotorExpo2019

6214
โปรแรงแซงแบล็คฟรายเดย์! ฮอนด้าเปิดรับจองรถพรีเมียมเอ.ที.
และรถสปอร์ต เงื่อนไขดีงามเกินห้ามใจ


โปรแรงแซงแบล็คฟรายเดย์! ฮอนด้าเปิดรับจองรถพรีเมียมเอ.ที. และรถสปอร์ต เงื่อนไขดีงามเกินห้ามใจ

ADV150, PCX Hybrid ดอกเบี้ยเริ่มต้นที่ 0.9% ต่อเดือน รับฟรีเสื้อโปโลเฉพาะรุ่นมูลค่า 800 บาท
พิเศษเฉพาะ PCX Hybrid รับเพิ่มทะเบียน พรบ. แบบฟรีๆ

CBR150R, CB150R ดอกเบี้ยเริ่มต้น 0.9% ต่อเดือน จองปั๊บรับไปเลย Gift Voucher มูลค่าถึง 4,000 บาท พร้อมหมวกกันน็อก H2C แบบเต็มใบมูลค่า 2,000 บาท

ห้ามพลาด วันนี้ถึง 10 ธันวาคมนี้ ที่บูทรถจักรยานยนต์ฮอนด้า หมายเลข G 09 อิมแพค ชาเลนเจอร์ฮอลล์ เมืองทองธานี

#ADV150 #PCXHybrid #CBR150R #CB150R #Honda
#APHonda #WhatStopsYou
#รถจักรยานยนต์ฮอนด้า
#MotorExpo2019









6215
“มุกข์ลดา” ผงาดเหนือนักแข่ง บิดนำเข้าที่ 3 เอเชียโรดเรซซิ่ง สนามโฮมเรซ


ไม่แพ้นักบิดชาย ! “มุกข์ลดา” ผงาดเหนือนักแข่ง บิดนำเข้าที่ 3 เอเชียโรดเรซซิ่ง สนามโฮมเรซ

“มุกข์” มุกข์ลดา สารพืช ยอดนักบิดสาวแกร่งหนึ่งเดียวของไทย หมายเลข 44 จาก เอ.พี.ฮอนด้า เรซซิ่งทีม สร้างผลงานเหนือชั้น บิดนำนักแข่งต่างชาติ เข้าเส้นชัยคว้าอันดับ 3 มาครองในรุ่นเอเชีย โปรดักชั่น 250 ซีซี ขึ้นโพเดียมต่อหน้าแฟนๆความเร็วชาวไทย เคียงคู่ “ก๊องซ์” ธัชกร บัวศรี บิดตามหลังเข้าเส้นชัยอันดับ 6

ทางด้านรุ่น ซูปเปอร์สปอร์ต 600 ซีซี “แชมป์” ภาสวิชญ์ ควบรถหมายเลข 123 จาก เอ.พี.ฮอนด้า เรซซิ่งทีม เข้าเส้นชัยอันดับ 5 ส่วนทีมเมทอย่าง “นิว” กฤชพร หมายเลข 35 เข้าเส้นชัยในอันดับ 15 ตามลำดับ

เอเชีย โรด เรซซิ่ง เรซสุดท้ายจะดวลความเร็วกันในวันอาทิตย์ที่ 1 ธันวาคมนี้ ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต บุรีรัมย์ แฟนๆความเร็วชาวไทยสามารถติดตามผลการแข่งขันได้ที่ เฟซบุ๊กแฟนเพจ เรซ ทู เดอะ ดรีม fb.com/aphondaracingth

#WhatStopsYou #มุ่งไปอย่าให้อะไรมาหยุด #RacetotheDream #MotorSport #APHonda  #APHondaRacingThailand  #AsiaRoadRacing  #AsiaRoadRacingChampionship #ARRC















6216
แม็คโคร ผนึกกำลังศรีไทยฯ และไทยเคเค
ปลุกกระแสรักษ์สิ่งแวดล้อมให้ผู้ประกอบการร้านอาหาร โรงแรมและธุรกิจจัดเลี้ยง
ปั้นสินค้านวัตกรรมเมลามีนรักษ์โลกที่แรกของไทย


                   บริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ บริษัท ศรีไทยซุปเปอร์แวร์ จำกัด (มหาชน) และบริษัท ไทย เคเค อุตสาหกรรม จำกัด ดันโครงการ “เมลามีนรักษ์โลก นวัตกรรมสู่โลกสีเขียว” ปลุกกระแสรักษ์สิ่งแวดล้อมให้ผู้ประกอบการโฮเรก้า พร้อมปั้นสินค้านวัตกรรมเมลามีนรักษ์โลกที่แรกของไทย ด้วยการเปิดรับคืนผลิตภัณฑ์เมลามีนเก่ามาแลกรับคูปองเงินสด เพื่อนำมาเข้าสู่กระบวนการ Upcycling เป็นเมลามีนรักษ์โลก ช่วยลดปริมาณขยะที่เกิดจากเมลามีน หนุนส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียน เพื่อการบริโภคอย่างยั่งยืน (Circular Economy) ตอกย้ำการเป็นเบอร์หนึ่งของไทย แหล่งรวมภาชนะและผลิตภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อมในราคาขายส่ง


สนมชนม์ จินานนท์ รองผู้อำนวยการ ฝ่ายบริหารสินค้าอุปโภค

                   นางสาว สนมชนม์ จินานนท์ รองผู้อำนวยการ ฝ่ายบริหารสินค้าอุปโภค บริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “แม็คโครตั้งมั่นอยู่บนพันธกิจในการเป็น “คู่คิดธุรกิจคุณ” โดยดำเนินธุรกิจควบคู่ไปกับการให้ความสำคัญต่อการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมถึงการปลูกฝังจิตสำนึกเรื่องการรักษาสิ่งแวดล้อมให้กับลูกค้า พนักงานและชุมชน โดยมุ่งส่งเสริมการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด ล่าสุด แม็คโคร ร่วมกับบริษัท ศรีไทยซุปเปอร์แวร์ จำกัด (มหาชน) และบริษัท ไทย เคเค อุตสาหกรรม จำกัด ลงนามบันทึกความร่วมมือในโครงการ “เมลามีนรักษ์โลก นวัตกรรมสู่โลกสีเขียว” เพื่อส่งเสริมให้ผู้ประกอบการได้มีส่วนร่วมในการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมโดยที่ไม่ต้องทิ้งภาชนะเก่าที่ใช้แล้วให้เป็นขยะที่สูญเปล่า พร้อมพัฒนาภาชนะและบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ทั้งยังเป็นทางเลือกในการรักษ์โลกให้แก่ผู้ประกอบการร้านอาหาร โรงแรมและธุรกิจจัดเลี้ยงในเขตพื้นที่จังหวัดนครราชสีมาประมาณ 5,000 ราย และกลุ่มลูกค้าทั่วไป 18,000 รายสามารถเลือกใช้ภาชนะและบรรจุภัณฑ์ที่มีคุณภาพและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมได้อีกด้วย”


                   “สำหรับโครงการ “เมลามีนรักษ์โลก นวัตกรรมสู่โลกสีเขียว” ในครั้งนี้ แม็คโครจะเปิดจุดให้บริการรับคืนภาชนะเมลามีนที่ไม่ใช้แล้ว โดยลูกค้าจะได้รับ E-Coupon เป็นส่วนลดสำหรับซื้อผลิตภัณฑ์ใหม่ ตั้งแต่วันนี้ถึง 25 กุมภาพันธ์ 2563 ณ แม็คโครสาขานครราชสีมา สาขานครราชสีมา 2 และปากช่องเท่านั้น ทั้งนี้ เมลามีนเก่าที่ได้รับคืนทั้งหมดจะถูกนำเข้าสู่กระบวนการผลิตที่เรียกว่า Upcycling ซึ่งจะรวบรวมมายังโรงงาน เพื่อทำการบดหยาบและคัดแยกสิ่งสกปรกก่อนที่จะนำไปบดละเอียดอีกครั้งที่โรงงานของผู้ผลิตวัตถุดิบ และนำไปผสมกับวัตถุดิบอื่นๆเพื่อปรับคุณภาพสมบัติให้นำไปขึ้นรูปใหม่ที่ได้มาตรฐานและมีคุณภาพดี ซึ่งเราคาดการณ์ว่ามีปริมาณสินค้าเมลามีนที่ใช้แล้วที่จะได้รับคืน 6,000 กก./เดือน  โดยสินค้าเมลามีนรักษ์โลกแบบ Upcycling มีทั้งหมด 4 แบบ ราคาเริ่มต้น 79 บาท ซึ่งมีวางจำหน่ายที่แม็คโคร สาขานครราชสีมา เท่านั้น  โดยการพัฒนาสินค้าเมลามีนรักษ์โลกในครั้งนี้  ถือเป็นก้าวสำคัญของการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม  ซึ่งแม็คโคร ถือเป็นห้างค้าส่งรายแรกของไทยที่มีการพัฒนาสินค้าเมลามีนรักษ์โลก พร้อมจำหน่ายสินค้าประเภทนี้ให้กับคนไทย ตอกย้ำการเป็นเบอร์หนึ่งของไทย แหล่งรวมผลิตภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อมในราคาขายส่ง” คุณสนมชนม์ กล่าว


(ซ้ายสุด) สนั่น อังอุบลกุล (ที่2จากซ้าย)ซันนี่ ซิคิด  (ขวาสุด)เชวง อยู่วิมลชัย

                   ด้าน นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศรีไทยซุปเปอร์แวร์ จำกัด (มหาชน) กล่าวเสริมว่า “จากการที่ศรีไทยซุปเปอร์แวร์ ได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนานวัตกรรมสินค้าเพื่อสิ่งแวดล้อมมาโดยตลอด โดยคิดว่าผลิตภัณฑ์เมลามีนที่ไม่ใช้แล้ว ควรจะนำมาผ่านกระบวนการเพื่อกลับมาใช้ใหม่ได้ ซึ่งสินค้าเมลามีนไม่สามารถรีไซเคิลได้เหมือนพลาสติกทั่ว ๆ ไป แต่สามารถนำมาอัพไซเคิล (Upcycle) ได้ จึงทำให้เกิดแนวความคิดในการทำโครงการ “เมลามีนรักษ์โลก นวัตกรรมสู่โลกสีเขียว” ขึ้น โดยร่วมมือกับแม็คโคร และไทยเคเค โดยเลือกแม็คโคร สาขานครราชสีมา เป็นสาขาแรกในการเริ่มโครงการ เนื่องจากมียอดจำหน่ายสินค้าเมลามีนสูงสุดเป็นลำดับต้น ๆ และมีแนวโน้มเติบโตสูงขึ้นจากการพัฒนาจังหวัดนครราชสีมาและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งเป็นประตูการค้าสู่ CLMV  นอกจากนี้ การขนส่งสามารถทำได้ง่ายและมีประสิทธิภาพเพราะอยู่ใกล้กับโรงงานของบริษัทศรีไทยซุปเปอร์แวร์ ในอนาคตหากโครงการดังกล่าวได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดี บริษัท ฯ จะมีการขยายผลไปสู่จังหวัดอื่น ๆ เพื่อให้ครอบคลุมทั่วประเทศ”

                   “ทั้งนี้ บริษัท ฯ มีประสบการณ์ในการทำธุรกิจผลิตภาชนะเมลามีนมานานกว่า 30 ปี มีการใช้วัตถุดิบประมาณ 9,000 ตันต่อปี ที่ผ่านมาบริษัท ฯ ส่งออกผงเมลามีนไม่ใช้แล้วไปประเทศสหรัฐอเมริกา เพื่อใช้ทำความสะอาดเครื่องบินและลดประจุไฟฟ้าของเครื่องบิน จึงเห็นได้ว่าบริษัท ฯ มุ่งมั่นในการพัฒนาและแสวงหาช่องทางการลดของเสียที่จะทิ้งในชุมชนและรักษาสิ่งแวดล้อมให้น่าอยู่อย่างยั่งยืนตลอดไป” นายสนั่น กล่าวเพิ่มเติม

                   ขณะที่ นายเชวง อยู่วิมลชัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทย เคเค อุตสาหกรรม จำกัด กล่าวว่า “บริษัท ไทย เคเค เป็นผู้นำการผลิตผงเมลามีน รายแรกในประเทศไทย ซึ่งปัจจุบันธุรกิจของบริษัท ฯ ได้เติบโตขึ้น โดยเป็นคู่ค้าที่ดีกับศรีไทยซุปเปอร์แวร์มาโดยตลอด และมีการพัฒนาร่วมกันในด้านนวัตกรรมเมลามีนที่มีส่วนผสมจากเส้นใยธรรมชาติ  โดยได้รับการรับรองจากหน่วยงานระดับสากล”

                   “สำหรับการ Upcycle ผลิตภัณฑ์เมลามีนนั้น จะเป็นการนำเมลามีนที่ไม่ใช้แล้วที่ส่งมาจากแม็คโคร มาบดเป็นผงเล็ก ๆ โดยนำมาผ่านขั้นตอนกระบวนการพิเศษ เพื่อให้ในท้ายที่สุดได้ผงเมลามีน Upcycle ที่มีคุณภาพตามมาตรฐานสากล โดยมีสัดส่วนของการผสมเมลามีน Upcycle กับเมลามีนปกติไม่เกิน 40% เพื่อนำไปผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ภาชนะเมลามีนที่มีความสวยงาม โดยในปัจจุบัน ราคาผงเมลามีน Upcycle มีราคาสูงกว่าผงเมลามีนทั่วไป ประมาณ 10% เนื่องจากมีต้นทุนจากกระบวนการผลิตขั้นตอนพิเศษ เพื่อที่จะสามารถนำสินค้าเมลามีนที่ใช้แล้ว กลับมาใช้ใหม่ และเข้าสู่กระบวนการผลิตได้อีกครั้ง ผู้บริโภคจึงมั่นใจได้ในคุณภาพและความปลอดภัยในตัวสินค้าที่ผ่านมาตรฐานรับรองจากยุโรป” นายเชวง กล่าวทิ้งท้าย








6217
3เอ็ม ร่วมให้เพื่อน้อง ซี.ซี.เอฟ
สนับสนุนโครงการคลังอาหารเพื่อน้องใน 20 โรงเรียน 14 จังหวัด


                     จากความตั้งใจและพันธกิจที่ตรงกันในการช่วยเหลือเด็กที่ขาดโอกาสตามพื้นที่ต่างๆ ของประเทศไทย ก่อเกิดเป็นพันธมิตรที่แน่นแฟ้นระหว่าง 3เอ็ม ประเทศไทย และ มูลนิธิ ซี.ซี.เอฟ (CCF) เพื่อเด็กและเยาวชน ในพระบรมราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มาตลอด 14 ปี ผ่านโครงการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการอุปการะเด็ก โครงการ“พี่ออมให้น้องอิ่ม” และในปีนี้ คือ โครงการคลังอาหารในโรงเรียน เพื่อน้องๆ 20 โรงเรียน ใน 14 จังหวัด ที่ 3เอ็ม ได้รับงบประมาณสนับสนุนจาก 3M gives เพื่อร่วมให้แหล่งอาหารที่ยั่งยืนกับชุมชน


                     นางสาวนภาพร รัตนแสงหิรัญ กรรมการผู้จัดการบริษัท 3เอ็ม ประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า กิจกรรมในครั้งนี้ เกิดจากความคิดริเริ่มของกลุ่มพนักงานจิตอาสา 3เอ็ม ที่ต้องการสร้างสรรค์สิ่งดี ๆ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืนทางด้านการศึกษาและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นให้กับชุมชน ซึ่งสอดคล้องกับหัวใจหลักสำคัญในการดำเนินแนวนโยบายของบริษัท ภายใต้แนวคิด 3M gives ที่ให้ความสำคัญในเรื่อง “การให้” แบบยั่งยืนใน 3 ด้าน คือ การศึกษา ชุมชน และสิ่งแวดล้อม โดยปัจจุบัน 3เอ็ม ให้การอุปการะเด็กผ่านมูลนิธิ ซี.ซี.เอฟ กว่า 50 คน ใน 6 จังหวัดภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

                     “จากความตั้งใจดีของกลุ่มพนักงานจิตอาสา 3เอ็ม ทำให้ 3M gives เดินหน้าสนับสนุนโครงการดี ๆ อย่างโครงการคลังอาหารในโรงเรียน เพื่อช่วยเหลือ 20 โรงเรียนใน 14 จังหวัด เพื่อสร้างความยั่งยืนและมั่นคงทางด้านอาหารที่เป็นปัจจัยสำคัญสำหรับการดำรงชีวิตให้เด็ก ๆ ได้รับโภชนาการที่ดีขึ้น พร้อมปลูกฝังให้เด็กทุกคนในโครงการรู้จักการพึ่งพาตนเองได้ในระยะยาว ผ่านการให้ความรู้และการลงมือปฏิบัติ จนสามารถสร้างทุนหมุนเวียนภายในโครงการได้จริง” นางสาวนภาพร กล่าว


                     นางเยาวลักษณ์ เธียรเชาว์ ผู้อำนวยการมูลนิธิ ซี.ซี.เอฟ ได้กล่าวขอบคุณบริษัท 3เอ็ม และพนักงานทุกคนที่เห็นความสำคัญของการให้และจุดประกายเด็ก ๆ ในการรู้จักการพึ่งพาตัวเองผ่านการทำการเกษตร สร้างแหล่งอาหารจากรุ่นสู่รุ่นโดยไม่หมดไป ตลอดจนสามารถต่อยอดสู่การสร้างรายได้หมุนเวียน ตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง


                     สำหรับกิจกรรม “วันสนุกคิด พี่ 3เอ็ม กับน้องซี.ซี.เอฟ ประจำปี 2562” ถูกจัดขึ้นเพื่อพาพนักงานจิตอาสา 3เอ็ม กว่า 100 คน เยี่ยมชมโครงการคลังอาหารในโรงเรียน พร้อมลงพื้นที่ร่วมเรียนรู้การสร้างคลังอาหารในโรงเรียนกับน้องๆ พร้อมมอบความรู้ทักษะทางด้านวิทยาศาสตร์ ความปลอดภัยบนท้องถนน ตลอดจนสุขอนามัยในการล้างมือที่ถูกต้อง และมอบเงินสมทบทุนโครงการมูลค่า 105,000 บาท แก่มูลนิธิ ซี.ซี.เอฟ โดยมีนางเยาวลักษณ์ เธียรเชาว์ ผู้อำนวยการมูลนิธิ ซี.ซี.เอฟ และนายฌานธร บุญทัน ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านยางเกี่ยวแฝก จังหวัดชัยภูมิ รับมอบและให้การต้อนรับ


                     สำหรับกิจกรรมที่ 3เอ็ม ประเทศไทย เดินทางมามอบความรู้กับน้องๆ โรงเรียนบ้านยางเกี่ยวแฝก กว่า 100 คน มีตั้งแต่การเรียนรู้การล้างมือ 7 ขั้นตอนง่ายๆ ภายใน 15 วินาที เพื่อสุขภาพที่ดีห่างไกลเชื้อโรคตามหลักองค์การอนามัยโลก (WHO) ต่อด้วยการเรียนรู้เรื่องป้ายจรจรเพื่อความปลอดภัยบนท้องถนน พร้อมเพลิดเพลินไปกับค่ายวิทยาศาสตร์แสนสนุก “3M Science Camp for Kids” ที่พี่ๆ 3เอ็ม ตั้งใจยกห้องทดลองนักวิทยาศาสตร์มาให้น้องได้รู้จักและฝึกให้สังเกต สงสัย ทดลอง และสรุปผลไปพร้อมๆ กันได้อย่างสนุกสนาน 


                     จากนั้น เป็นช่วงเวลาแห่งการแลกเปลี่ยนความรู้ที่เหล่าน้องๆ ซี.ซี.เอฟ รับบทพี่เลี้ยงทำหน้าที่สอนเหล่าจิตอาสา 3เอ็ม ในฐานกิจกรรมการเกษตรในโครงการคลังอาหารในโรงเรียน จำนวน 4 ฐานเริ่มต้นที่ การทำอาหารปลาจากวัสดุธรรมชาติในโรงเรียน ฐานที่สองคือการปลูกพืชผักสวนครัวแบบออร์แกนิกเพื่อเป็นอาหารกลางวัน ฐานที่สามคือการเก็บเห็ดเพื่อนำไปแปรรูปเป็นเห็ดหยองสามารถรับประทานเป็นอาหารกลางวันและสร้างรายได้ และฐานที่สี่คือการนำผักสลัดปลอดสารมาทำสลัดโรลเพื่อสุขภาพ จากนั้นทีมผู้บริหาร 3เอ็ม มูลนิธิ ซี.ซี.เอฟ และโรงเรียนบ้านยางเกี่ยวแฝกได้ร่วมกันปลูกต้นมะพร้าวและต้นกล้วยเป็นที่ระลึกก่อนจะปิดท้ายกิจกรรมกันด้วยรอยยิ้ม และมิตรภาพที่ดีจากใจผู้ให้ถึงน้องผู้รับ


                     “3เอ็ม หวังว่าความตั้งใจและการได้ทำกิจกรรมร่วมกันให้ ระหว่างพี่ 3เอ็ม และน้องซี.ซี.เอฟในครั้งนี้ จะเป็นการเติมกำลังใจให้กับน้องๆ ได้มีรอยยิ้มที่สดใส มีอาหารกลางวันที่อิ่มท้อง รวมถึง ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้นในระยะยาว ขณะเดียวกันชาว 3เอ็ม ก็ได้ตระหนักถึงคุณค่าของตัวเอง รู้จักแบ่งปันความสุข ช่วยเติมเต็มสังคมไทยให้น่าอยู่ยิ่งขึ้น” นางสาวนภาพร กล่าว

                     สำหรับผู้ที่สนใจสามารถติดตามความเคลื่อนไหวกิจกรรมดีๆ จาก 3เอ็ม ได้ที่ www.facebook.com/3MThailand

###

เกี่ยวกับ 3เอ็ม

ที่ 3เอ็ม เราร่วมมือกันทำงานโดยนำวิทยาศาสตร์มาประยุกต์ใช้อย่างสร้างสรรค์เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีกว่า ด้วยยอดขาย 32,000 ล้านเหรียญสหรัฐ พนักงานของเรามากกว่า 90,000 คน เข้าถึงและให้บริการลูกค้าครอบคลุมใน 200 ประเทศทั่วโลก พบกับเรื่องราวการแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ของ 3เอ็ม ที่เกิดขึ้นทั่วทุกมุมโลกได้ที่ www.3M.com

เกี่ยวกับ 3เอ็ม ประเทศไทย

บริษัท 3เอ็ม ประเทศไทย ก่อตั้งเมื่อเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2510 ผลิต นำเข้า และจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่พัฒนาจากหลายหลายเทคโนโลยี รวมกว่า 50,000 ชนิด เพื่อตอบสนองความต้องการในทุกๆ ด้านของผู้บริโภคเพื่อชีวิตที่สะดวกสบายยิ่งขึ้น โดยบริษัทฯ ผ่านการรับรองมาตรฐานคุณภาพระดับโลก คือ ISO9001, ISO14001, TS16949 รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีล่าสุดได้ที่ www.3M.com/th

6218
TOYO TIRES RACING CAR THAILAND 2019 
รวมสุดยอดนักแข่งแถวหน้าของไทย ขับเขี้ยวโค้งสุดท้าย ก่อนนัดปิดฤดูกาล


                    มันส์ส่งท้ายปี กับการแข่งขันสุดมันส์ ที่จำนวนรถเข้าแข่งขันมากที่สุดในประเทศไทย “TOYO TIRES RACING CAR THAILAND 2019” ได้เดินทางมาถึงสนามก่อนนัดปิดฤดูกาล  กับบรรดานักแข่งแถวหน้าของไทย ที่ต่างขับเขี้ยวกันอย่างดุเดือด กับการแข่งขันเพื่อเก็บคะแนนสะสมในโค้งสุดท้าย ก่อนนัดปิดฤดูกาล เพื่อชิงตำแหน่งแชมป์ประเทศไทย

                    โดยสนามนี้ ยังได้รับเกียรติจาก คุณปฎิภาณ อนันต์รัตนสุข ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท ต.สยาม คอมเมอร์เชียล จำกัด ร่วมในพิธีเปิดการแข่งขัน พร้อมลงสนามร่วมให้กำลังใจทัพนักแข่ง พร้อมปิดท้ายความมันส์ด้วยการแข่งขันในรุ่น TOYO TIRES ISUZU ONE MAKE RACE ขับเขี้ยวกันอย่างดุเดือน โดยรถแข่งทุกคันได้ใช้ยาง TOYO R888R เป็นยางประจำรถที่ใช้ในการแข่งขัน จึงมั่นใจได้ทุกโค้งและการควบคุมตลอดการแข่งขัน






6219
“พระราม 4 โมเดล” บิ๊กดาต้ากับแก้ปัญหาการจราจรในกรุงเทพฯ


                   ปัญหาการจราจรติดขัดนับเป็นหนึ่งในประเด็นทางสังคมที่มีความซับซ้อนและส่งผลกระทบต่อคนกรุงเทพฯ มาอย่างยาวนาน อันเป็นผลมาจากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็น ระบบการวางผังเมือง การขยายตัวทางเศรษฐกิจและชุมชนเมือง การหลั่งไหลของแรงงานจากต่างจังหวัด ปริมาณรถยนต์ที่เพิ่มขึ้น รวมทั้งระบบขนส่งสาธารณะที่ไม่เพียงพอต่อความต้องการ จนทำให้กรุงเทพฯ กลายเป็นเมืองที่รถติดมากที่สุดในภูมิภาคเอเชีย โดยการจัดอันดับของ INRIX Global Traffic Scorecard1 

                   ทั้งนี้ จากข้อมูลของศูนย์วิจัยกสิกร2 ระบุว่า คนกรุงเทพฯ ต้องใช้เวลาในการเดินทางยาวนานขึ้น 35 นาทีต่อครั้ง ซึ่งหากนำมาคำนวณเป็นค่าเสียโอกาสทางด้านเวลาที่ต้องติดอยู่บนถนน แทนที่จะนำเวลานั้นไปสร้างรายได้หรือกิจกรรมทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น คิดเป็นเม็ดเงินมูลค่าประมาณ 11,000  ล้านบาทต่อปี หรือเฉลี่ยประมาณ 60 ล้านบาทต่อวัน ทั้งยังส่งผลต่อการบริโภคเชื้อเพลิงพลังงานที่เพิ่มขึ้นคิดเป็นเม็ดเงินประมาณ 6,000 ล้านบาทต่อปี ไม่เพียงแต่ในด้านเศรษฐกิจเพียงเท่านั้น แต่ปัญหาการจราจรยังส่งผลต่ออารมณ์และสุขภาพจิต รวมไปถึงปัญหาทางด้านสิ่งแวดล้อม ทั้งฝุ่นละอองและมลพิษทางอากาศ ซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพร่างกายของคนกรุงเทพฯ ด้วย

                   หนึ่งในโครงการล่าสุดที่เพิ่งเปิดตัวเมื่อเร็วๆ นี้ เพื่อแก้ปัญหาการจราจรในเขตกรุงเทพฯ คือ โครงการ “พระราม 4 โมเดล” ซึ่งเกิดจากความร่วมมือของหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษา อันประกอบด้วย กระทรวงคมนาคม กรุงเทพมหานคร กองบัญชาการตำรวจนครบาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แกร็บ ประเทศไทย และมูลนิธิโตโยต้า โมบิลิตี โดยมุ่งใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่และข้อมูลขั้นสูง (Advanced Data) จากฐานข้อมูลของหน่วยงานภาคีมาศึกษาวิเคราะห์และคาดการณ์รูปแบบการจราจรตลอดทั้งเส้นทาง เพื่อนำเสนอแนวทางในการปรับปรุงการจัดการจราจรของถนนพระราม 4

                   รศ.ดร. สรวิศ นฤปิติ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในฐานะผู้จัดการโครงการ “พระราม 4 โมเดล” กล่าวว่า “โครงการนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมหลักภายใต้บันทึกความร่วมมือด้านวิชาการเพื่อแก้ไขปัญหาการจราจรในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ซึ่งหน่วยงานภาคีได้ร่วมลงนามไปเมื่อเดือนตุลาคมปี 2561 ที่ผ่านมา โดยริ่เริ่มขึ้นเพื่อมุ่งศึกษาและทดลองนำเอาบิ๊กดาต้าจากฐานข้อมูลเชิงลึก เทคโนโลยีอันทันสมัยและองค์ความรู้จากหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษา มาใช้ในการวิเคราะห์ วางแผนและบูรณาการต่อยอดเพื่อแก้ปัญหาด้านการจราจรและคมนาคมขนส่ง ทั้งนี้ เฟสแรกจะเริ่มจากถนนพระราม 4 และมีแผนที่จะขยายผลไปยังถนนสุขุมวิท ถนนเจริญกรุง และบริเวณถนนโดยรอบอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ตามลำดับ”


จากซ้ายไปขวา: มร. ปราส กาเนช กรรมการ มูลนิธิโตโยต้า โมบิลีตี  รศ.ดร. สรวิศ นฤปิติ ผู้จัดการโครงการ “พระราม 4 โมเดล”
และ มร. เอริค เซลเบิร์ก ผู้อำนวยการฝ่ายวิศวกรรม เทคโนโลยีสารสนเทศ บริษัท แกร็บ โฮลดิ้งส์

                   สำหรับการผนึกความร่วมมือภายใต้โครงการ “พระราม 4 โมเดล” จะเริ่มนำร่องดำเนินการบนถนนพระราม 4 เนื่องจากเป็นหนึ่งในถนนที่มีการจราจรหนาแน่นที่สุดในกรุงเทพฯ ครอบคลุมพื้นที่ชุมชนขนาดใหญ่ซึ่งส่งผลกระทบต่อประชาชนในวงกว้าง เชื่อมต่อกับถนนเส้นหลักหลายสาย ไม่ว่าจะเป็น ถนนสีลมและถนนสาทร ซึ่งเป็นย่านธุรกิจการค้า โดยมีโครงการสำคัญอย่างสามย่านมิตรทาวน์ และวัน แบงค็อก รวมถึงสถานศึกษา และแหล่งที่พักอาศัยซึ่งมีแนวโน้มที่จะเติบโตอย่างต่อเนื่องในอนาคต โดยโครงการนี้จะทำการศึกษาข้อมูลต่างๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับการจราจรตลอดถนนพระราม 4 ซึ่งมีความยาวประมาณ 12 กิโลเมตร โดยเริ่มจากสถานีรถไฟหัวลำโพงและไปสิ้นสุดที่พระโขนง มีระยะเวลาดำเนินการทั้งสิ้น 18 เดือน นับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2562 จนถึงเดือนเมษายน 2564 ภายใต้งบประมาณ 50 ล้านบาท ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากมูลนิธิโตโยต้า โมบิลิตี

                   ทั้งนี้ โครงการ “พระราม 4 โมเดล” ได้ขยายผลมาจากความสำเร็จของโครงการ “สาทรโมเดล” ซึ่งดำเนินการในระหว่างปี 2557 – 2560 โดยได้นำมาตรการต่างๆ มาใช้เพื่อแก้ปัญหาการจราจรบนถนนสาทร อาทิ การควบคุมสัญญาณไฟจราจร (Traffic Signal Control Optimization) การจัดช่องจราจรพิเศษ (Reversible Lane) การใช้ระบบรถรับส่งอัจฉริยะ (Smart Shuttle Bus) มาตรการเหลื่อมเวลาทำงาน (Flexible Working Time) มาตรการจอดแล้วจร (Park and Ride) เป็นต้น โดยหน่วยงานภาคีได้ส่งมอบแผนงานเพื่อขยายผลไปยังส่วนต่างๆ ให้กับหน่วยงานภาครัฐเป็นที่เรียบร้อยแล้ว


ตัวอย่างข้อมูลสภาพการจราจรบนถนนพระราม 4 และพื้นที่ใกล้เคียง

                   แก่นสำคัญของโครงการ “พระราม 4 โมเดล” คือความพยายามในการนำข้อมูลจำนวนมหาศาลและมีความหลากหลายจากฐานข้อมูลของหน่วยงานภาคีทั้งจากภาครัฐและภาคเอกชนมาใช้ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสูด ไม่ว่าจะเป็น ข้อมูล GPS ของรถที่ให้บริการการเดินทางผ่านแอปพลิเคชันของแกร็บ รวมถึงขนส่งสาธารณะประเภทอื่นๆ จากกระทรวงคมนาคม ภาพจากกล้อง CCTV และข้อมูลสภาพการจราจรจากกรุงเทพมหานคร รวมทั้งสถิติด้านอุบัติภัยจากกองบัญชาการตำรวจนครบาล เป็นต้น โดยจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยจะทำงานร่วมกับหน่วยงานต่างๆ เพื่อเก็บและวิเคราะห์ข้อมูลดังกล่าวโดยใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่อย่างระบบ AI และ Machine Learning ผนวกกับการนำองค์ความรู้จากผู้เชี่ยวชาญทางด้านเทคโนโลยีและการสัญจรมาบูรณาการ ทำให้ทราบถึงเงื่อนไขและข้อจำกัดของปัญหาด้านการจราจรในปัจจุบัน สามารถคาดการณ์ถึงแนวโน้มและรูปแบบของการจราจรในอนาคต ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการออกแบบและวางแผนระบบการจัดการจราจร การพัฒนาโครงข่ายการขนส่ง รวมไปถึงการปรับปรุงการวางผังเมืองให้มีความเหมาะสมมากยิ่งขึ้น”




ตัวอย่างข้อมูลสภาพการจราจรบนถนนพระราม 4 และพื้นที่ใกล้เคียง

                   [/b]นายธรินทร์ ธนียวัน กรรมการผู้จัดการใหญ่ แกร็บ ประเทศไทย กล่าวว่า “โครงการนี้สะท้อนถึงความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษาในการแก้ไขปัญหาในภาคคมนาคมขนส่งอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งส่งผลกระทบต่อทั้งเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม โดยแกร็บในฐานะผู้ให้บริการการเดินทางแบบออนดีมานด์ผ่านแอปพลิเคชันได้มีส่วนร่วมในการให้ข้อมูลจากระบบ GPS ซึ่งให้รายละเอียดการเดินทางของผู้ใช้บริการ (โดยไม่ระบุตัวตน) ทั้งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ อาทิ ระยะทางและช่วงเวลาในการเดินทาง ความเร็วของการขับขี่ และจุดรับ-ส่งผู้โดยสาร ครอบคลุมทั้งข้อมูลแบบเรียลไทม์และข้อมูลย้อนหลัง โดยฐานข้อมูลเหล่านี้ถือเป็นหนึ่งในตัวแปรสำคัญที่จะช่วยพัฒนาระบบการจัดการด้านคมนาคม พร้อมบรรเทาปัญหาของเมืองใหญ่ๆ ที่มีการจราจรหนาแน่นและมีมลพิษทางอากาศอย่างกรุงเทพฯ ลงได้ นอกจากนี้ เรายังได้ส่งทีมวิศวกรเทคโนโลยี (Tech Engineer) และนักวิทยาศาสตร์ข้อมูล (Data Scientist) จากสำนักงานใหญ่ในประเทศสิงคโปร์ มาร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ (Know-how) กับทีมงานของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและหน่วยงานภาคีด้วย”


ธรินทร์ ธนียวัน กรรมการผู้จัดการใหญ่ แกร็บ ประเทศไทย

                   ความร่วมมือของแกร็บในโครงการ “พระราม 4 โมเดล” นับเป็นส่วนหนึ่งของพันธกิจเพื่อสังคมในระดับภูมิภาค “Grab For Good” (แกร็บเพื่อชีวิตที่ดีกว่า) ซึ่งแกร็บได้ประกาศเป็นโรดแมปภายในระยะเวลา 5 ปี (2563 - 2568) เมื่อช่วงปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมา โดยมีเป้าหมายในการขับเคลื่อนภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ไปข้างหน้า พร้อมส่งเสริมและยกระดับคุณภาพชีวิตของคนสังคม โดยอาศัยการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีเพื่อพัฒนาทักษะและศักยภาพในการแข่งขัน เพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้ รวมถึงแก้ไขปัญหาหรือขจัดข้อจำกัดในด้านต่างๆ  เพื่อให้ทุกคนก้าวทันเศรษฐกิจในยุคดิจิทัล ซึ่งเป็นพื้นฐานของการสร้างความยั่งยืนทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม รวมถึงสิ่งแวดล้อม

1 https://www.bltbangkok.com/CoverStory/กรุงเทพฯครองแชมป์รถติดที่สุดในเอเชีย
2 https://kasikornresearch.com/th/analysis/k-econ/economy/Pages/35675.aspx




เกี่ยวกับแกร็บ

แกร็บ (Grab) คือ ผู้นำด้านซูเปอร์แอปที่ช่วยอำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวันให้กับผู้บริโภคในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ปัจจุบันแอปพลิเคชันแกร็บได้ถูกดาวน์โหลดบนโทรศัพท์มือถือมากกว่า 163 ล้านเครื่อง ซึ่งผู้ใช้บริการสามารถเข้าถึงพาร์ทเนอร์ผู้ขับขี่ ร้านค้าและผู้แทนกว่า 9 ล้านราย แกร็บยังมีเครือข่ายการให้บริการขนส่งทางบกที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาค โดยได้ให้บริการการเดินทางไปแล้วมากกว่า 3 พันล้านเที่ยวนับตั้งแต่เริ่มก่อตั้งในปี พ.ศ. 2555 นอกเหนือจากบริการการเดินทางแบบออนดีมานด์ที่มีความหลากหลายแล้ว แกร็บยังนำเสนอบริการด้านอื่นๆ ให้กับผู้ใช้งานทั่วทั้ง 339 เมืองใน 8 ประเทศ อันได้แก่ การบริการรับส่งอาหาร การจัดส่งสินค้าและพัสดุ ระบบการชำระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์ ตลอดจนบริการทางการเงิน


6220
“มีน” ปาดหน้า “โอห์ม”
ชิงจีบ “ฟลุ้ค”


                   มัวแต่จ้องตา ล่าสุดน้องตัวเล็กของพี่ตัวใหญ่จะ “โดนฉก” แล้ว!! เรื่องราวกำลังเข้าด้ายเข้าเข็ม พี่ดีน (โอห์ม ฐิติวัฒน์) กับ น้องภาม (ฟลุ้ค ณธัช) ชวนกันขึ้นคอนโด ทำเอาแฟนๆ ฟินสุด แต่จู่ๆ ดันมีตี๋หล่อสุดฮอต อเล็กซ์ (มีน พีรวิชญ์) เตรียมมาแทรกเป็นมือที่สาม! แถมยังรุกเก่ง บุกประชิดจีบ ภาม ทันที “น้องภามมีแฟนหรือยัง ถ้ายังไม่มี พี่จีบนะ” ภามจะตอบว่ายังไง? แล้วถ้าดีนรู้จะทำยังไง? ตามลุ้นกัน ส่วนสาวๆ ที่ลุ้นให้หนุ่มๆ ชมรมว่ายน้ำถอดเสื้อคลุม ก็สมหวังซะที เมื่อ ดีน เปิดศึกกับเพื่อนซี้ วิน (บุ๋น นพณัฐ) ทำเอาสระว่ายน้ำลุกเป็นไฟ!! ติดตามใน “Until We Meet Again the Series (ด้ายแดง)” วันเสาร์ที่ 30 พฤศจิกายน นี้ เวลา 4 ทุ่มตรง บน LINE TV












6221
หมอแพรมาลา กับนวัตกรรมกำจัดไรฝุ่นที่นอนห่างไกลภูมิแพ้

                  เมื่อชีวิตผจญอากาศเป็นพิษด้วยฝุ่น 2.5 P.M. ภัยเงียบคุกคามสุขภาพ “หมอแพรมาลา ฉายาวิจิตรศิลป์” คุณหมอและเซเลบริตี้ชื่อดัง เป็นคุณแม่ยุคใหม่จริงๆ ห่วงใยสุขภาพของสามีและลูกสาวทั้งสอง จึงเฟ้นเลือกเครื่องมือนวัตกรรมทันสมัย “ซานิไทส์ซิ่ง” จากบริษัท ดีไฮจีนิค ประเทศไทย จำกัด รายแรกในไทยที่นำเข้าเครื่องมือทันสมัย กำจัดไรฝุ่นที่นอนสุดเริ่ด นำเข้ามาจากประเทศเยอรมัน  นับว่าเป็นการกำจัดไรฝุ่นแบบเชิงลึกทำให้หมอแพรมาลาไว้วางใจด้านบริการ ตอนนี้ครอบครัวนอนหลับอย่างสบายใจพร้อมปลอดภัยไรฝุ่นที่ไม่ก่อให้เกิดภูมิแพ้อีกต่อไป






6222
BGRIM คว้ารางวัล Best IR Awards 2019
และรางวัลหุ้นยั่งยืนต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ในงาน SET Awards 2019


                 บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BGRIM  ได้รับรางวัลนักลงทุนสัมพันธ์ยอดเยี่ยม (Best Investor Relations Awards) ของกลุ่มบริษัทจดทะเบียนที่มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดระหว่าง 30,000-100,000 ล้านบาท ในงานSET Awards 2019 จัดโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ร่วมกับวารสารการเงินการธนาคาร ณ อาคารตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย รางวัลดังกล่าวเป็นรางวัลที่มอบให้แก่บริษัทจดทะเบียนที่มีความโดดเด่นด้านการดำเนินกิจกรรมนักลงทุนสัมพันธ์ที่องค์กรให้ความสำคัญต่อการมีส่วนร่วมในการเปิดเผยข้อมูลที่ถูกต้อง ครบถ้วน มีคุณภาพ โปร่งใส และทันต่อเหตุการณ์ รวมถึงมีความหลากหลายและประสิทธิภาพของช่องทางการสื่อสาร เพื่อเอื้อประโยชน์ต่อผู้ถือหุ้นและนักลงทุน

                 พร้อมกันนี้บริษัทยังได้รับการคัดเลือกให้อยู่ในรายชื่อหุ้นยั่งยืน หรือ Thailand Sustainability Investment (THSI) ประจำปี 2562 จากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยบริษัทได้รับการคัดเลือกให้อยู่ในรายชื่อหุ้นยั่งยืนต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นพัฒนาการบริหารจัดการธุรกิจให้เติบโตตามแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยมีการกำกับดูแลกิจการที่ดี คำนึงถึงผู้มีส่วนได้เสียอย่างรอบด้าน มีความโดดเด่นและเป็นต้นแบบของการดำเนินธุรกิจโดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล (Environmental, Social and Governance หรือ ESG) เพื่อให้ธุรกิจมีการเติบโตทางเศรษฐกิจ ควบคู่ไปกับการพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุล

                  รางวัล Best Investor Relations Awards และการได้รับคัดเลือกให้อยู่ในรายชื่อหุ้นยั่งยืน ประจำปี 2562 นี้ ได้ผ่านการพิจารณาคัดเลือกจากคณะทำงานผู้ทรงคุณวุฒิของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และผู้ทรงคุณวุฒิจากภายนอก เพื่อคัดเลือกบริษัทจดทะเบียนที่มีความเหมาะสมและมีความโดดเด่นในการเข้ารับรางวัลดังกล่าว

6223
ไทยสมายล์เดินหน้าโครงการ “ไทยสมายล์ให้รอยยิ้มช่วยชีวิต Smile for Life” ปีที่ 3
รณรงค์บริจาคอวัยวะผ่านภาพยนตร์โฆษณาออนไลน์ ชุด Mind Hero

คว้าตัว “นภ พรชำนิ และพิม ฐิติยากร” ร่วมร้องเพลงประกอบสุดประทับใจ
พร้อมสานต่อภารกิจสำรองที่นั่งทุกเที่ยวบินในประเทศเพื่อการขนส่งอวัยวะ


สายการบินไทยสมายล์ ร่วมกับ ศูนย์รับบริจาคอวัยวะสภากาชาดไทย เปิดตัว โครงการ “ไทยสมายล์ให้รอยยิ้มช่วยชีวิต Smile for Life” ปีที่ 3 รณรงค์เกี่ยวกับการบริจาคอวัยวะเพื่อต่อชีวิตให้แก่ผู้ที่รอคอยการรับบริจาคอวัยวะด้วยความหวัง ผ่านการสร้างสรรค์ ภาพยนตร์โฆษณาออนไลน์ ชุด Mind Hero ขับร้องเพลงประกอบโดย นภ พรชำนิ และพิม ฐิติยากร ความยาว 7 นาที จัดทำขึ้นเพื่อจุดประกายความคิดเรื่องการให้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด รวมถึงการบริจาคอวัยวะที่เป็นการให้อันยิ่งใหญ่ และตอกย้ำภารกิจด้านสังคมของไทยสมายล์ในการรับหน้าที่เป็นพาหนะในการขนส่งอวัยวะไปยังผู้ที่รอรับการบริจาค โดยไทยสมายล์ได้สำรองที่นั่งพิเศษในทุกเที่ยวบิน ทุกเส้นทาง (ภายในประเทศ) เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางให้แก่ทีมแพทย์ของศูนย์รับบริจาคอวัยวะสภากาชาดไทยในการไปปฏิบัติภารกิจ โดยภาพยนตร์โฆษณาออนไลน์ ชุด Mind Hero จะเผยแพร่ผ่านทางช่องทางออนไลน์ตั้งแต่วันที่ 29 พฤศจิกายน 2562 เป็นต้นไป


นางชาริตา ลีลายุทธ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยสมายล์แอร์เวย์ จำกัด กล่าวว่า นอกเหนือไปจากพันธกิจด้านส่งมอบบริการเหนือความคาดหมายและบริการด้วยรอยยิ้ม ไทยสมายล์ยังมีพันธกิจด้านกิจกรรมตอบแทนสังคม ภายใต้โครงการไทยสมายล์ให้รอยยิ้มช่วยชีวิต Smile for Life ซึ่งได้ดำเนินการต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ด้วยเล็งเห็นถึงความสำคัญและประโยชน์อันยิ่งใหญ่ของการบริจาคอวัยวะ ภายใต้การดำเนินงานของศูนย์รับบริจาคอวัยวะสภากาชาดไทย อีกทั้งทราบว่า มีผู้ป่วยที่รอคอยการรับบริจาคอวัยวะเพิ่มจำนวนขึ้นทุกปี การสานต่อโครงการดังกล่าวไม่เพียงแต่จะเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของการบริจาคอวัยวะ ยิ่งไปกว่านั้นไทยสมายล์ยังร่วมเป็นส่วนสำคัญในการสนับสนุนการทำงานของทีมแพทย์ที่เดินทางเพื่อไปปฏิบัติภารกิจทำการผ่าตัดผู้บริจาคอวัยวะ พร้อมทั้งภารกิจในการขนส่งอวัยวะจากผู้บริจาคไปปลูกถ่ายให้กับผู้รออวัยวะทั่วประเทศ ซึ่งการสร้างการรับรู้และรณรงค์ให้ประชาชนทั่วไปได้ทราบและตระหนักถึงความสำคัญในการเป็นผู้บริจาคอวัยวะนั้นได้ทำผ่านภาพยนตร์โฆษณาออนไลน์ เป็นประจำทุกปี


ภาพยนตร์โฆษณาออนไลน์ ชุด Mind Hero มีจุดประสงค์เพื่อสื่อสารแนวคิดที่ว่า “การบริจาคอวัยวะ ไม่ได้สิ้นสุดอยู่เพียงการเซ็นชื่อแจ้งความจำนงบริจาค เท่านั้น หากแต่รวมถึงครอบครัวใกล้ชิดของผู้บริจาคซึ่งเป็นผู้ทำหน้าที่ส่งต่อความตั้งใจของผู้ให้ ให้เดินทางไปถึงจุดหมาย” โดยเนื้อเรื่องเป็นหนังสั้นประกอบเพลง เพื่อบอกเล่าเรื่องราวของความสัมพันธ์ของน้องสาวที่มีพี่ชายที่เปรียบเสมือนเป็นฮีโร่ของเธอเสมอมา จนวันหนึ่งเธอต้องพบกับเหตุการณ์ไม่คาดคิดที่เธอต้องทำหน้าที่อันยิ่งใหญ่ คือการตัดสินใจส่งต่ออวัยวะของพี่ชายเพื่อไปเป็นฮีโร่ที่จะช่วยคืนลมหายใจให้อีกหลายชีวิต ท่ามกลางการตัดสินใจนั้นเอง ทำให้เธอได้เรียนรู้ว่าการเป็นฮีโร่ที่แท้จริงนั้นต้องเป็นด้วยหัวใจ เธอจึงภูมิใจและยินดีที่จะส่งพี่ชายของเธอไปเป็นฮีโร่ให้กับคนอื่นๆต่อไป โดยภาพยนตร์เรื่องนี้พิเศษกว่าเรื่องอื่นๆเพราะได้ลิขสิทธิ์เพลงฮิตอย่างแก้มน้องนางนั้นแดงกว่าใคร มาปรับทำนองและเนื้อร้องใหม่ รวมไปถึงการได้นักร้องคุณภาพมากประสบการณ์อย่าง คุณนภ พรชำนิ และคุณพิม ฐิติยากร มาร่วมถ่ายทอดเรื่องราวทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้มีพลังและกินใจยิ่งขึ้น ทั้งนี้จะมีการเผยแพร่ผ่านทางสื่อออนไลน์ต่างๆ ตั้งแต่วันที่ 29 พฤศจิกายน 2562 เป็นต้นไป รวมไปถึงการประชาสัมพันธ์โครงการผ่านช่องทางประชาสัมพันธ์ของสายการบินไทยสมายล์ทุกช่องทาง


นพ.วิศิษฏ์ ฐิตวัฒน์ ผู้อำนวยการศูนย์รับบริจาคอวัยวะสภากาชาดไทย กล่าวว่า ปัจจัยสำคัญที่สุดในการรักษานี้ คือ การให้ได้มาซึ่งอวัยวะบริจาคจากผู้เสียชีวิต ในประเทศไทยแต่ละปีคาดว่าอาจจะมีผู้เสียชีวิตที่อยู่ในเกณฑ์บริจาคอวัยวะได้เกือบ 1,000 คน แต่ในความเป็นจริงยังมีข้อจำกัดในการนำอวัยวะบริจาคจากผู้เสียชีวิตมาใช้รักษาผู้ป่วยหลายประการ อุปสรรคที่สำคัญ คือ การขาดความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการบริจาคอวัยวะภายหลังที่เสียชีวิตแล้ว ปัจจุบันมีผู้ป่วยที่รอคอยอวัยวะเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะ “ไต” เป็นอวัยวะที่ขาดแคลน มีผู้ป่วยที่รอคอยการปลูกถ่ายอวัยวะในปี 2562 อยู่ 5,898 คน โดย 95% ในจำนวนนี้เป็นผู้รอไต รองลงมาคือผู้รอตับ ที่เหลือคือรอหัวใจ ปอด ตับอ่อน ตามลำดับ ตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา มีผู้มาแสดงความจำนงบริจาคอวัยวะ เฉลี่ยปีละ 40,000-50,000 ราย ในปี 2560 นี้มีเพิ่มมากขึ้นเป็น 89,636 ราย และปี 2561 มีจำนวน 100,014 ราย และในปี 2562 มีจำนวน 86,383 ราย (สิ้นเดือนตุลาคม) ซึ่งส่วนหนึ่งอาจมาจากการรณรงค์อย่างต่อเนื่องรวมถึงประชาชนมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องนี้มากขึ้น 


ทั้งนี้ ยอดผู้บริจาคที่เสียชีวิตและสามารถนำอวัยวะไปใช้ได้เมื่อเปรียบเทียบจากปี 2560 มีจำนวน 294 คน ปี 2561 จนถึงเดือนตุลาคมนี้มีผู้บริจาคแล้ว 246 คน ซึ่งมีผู้ที่ได้รับการปลูกถ่ายอวัยวะจำนวน 577 ราย และยังเหลือเวลาจนถึงปลายปี 2562 นี้ที่ทางศูนย์จะพยายามให้ได้ผู้บริจาคตามเป้าที่คาดไว้คือ 300 คนต่อปี ทั้งนี้ เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงสาธารณสุข ที่กำหนดไว้อย่างชัดเจนถึงความสำคัญและประโยชน์ที่ประชาชนจะได้ประหยัดค่ารักษาพยาบาลและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น


“ศูนย์รับบริจาคอวัยวะรู้สึกยินดีอย่างยิ่งที่สายการบินไทยสมายล์ได้เข้ามาสนับสนุนการทำงานของศูนย์ ในการเป็นพาหนะขนส่งอวัยวะไปยังจุดหมายต่าง ๆ นี้ ทำให้คุณภาพของอวัยวะดีขึ้น มีจำนวนอวัยวะสำหรับนำไปใช้เพิ่มมากขึ้น ดูแลความปลอดภัยให้กับอวัยวะบริจาค รวมถึงทีมขนส่ง ลดภาระให้ทีมแพทย์ พยาบาลในโรงพยาบาลที่รับบริจาค ได้รับความรวดเร็ว และลดเวลาในการรออวัยวะ โดยเฉพาะในเรื่องการทำแคมเปญประชาสัมพันธ์เป็นภาพยนตร์โฆษณาออนไลน์ เพื่อให้สาธารณชนได้เห็นประโยชน์ของการบริจาคอวัยวะนั้น จะเป็นแรงกระตุ้นที่ทำให้คนไทยเห็นความสำคัญของการบริจาคอวัยวะเพื่อช่วยเหลือชีวิตของเพื่อนมนุษย์เพิ่มมากยิ่งขึ้น  ทั้งนี้เพื่อความสะดวกในการแสดงความจำนงบริจาคอวัยวะทั่วประเทศ ศูนย์รับบริจาคอวัยวะจึงได้เพิ่มช่องทางการบริจาคผ่าน “บริจาคอวัยวะออนไลน์” ในเว็บไซต์ www.organdonate.in.th และบริจาคอวัยวะผ่าน  “Mobile Application  :บริจาคอวัยวะ”เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้สนใจแสดงความจำนงบริจาคอวัยวะ โดยผู้สนใจสามารถกรอกข้อมูลผู้แสดงความจำนงบริจาคอวัยวะตามขั้นตอนอย่างครบถ้วน หลังจากนั้นระบบจะส่ง sms และ e-mail แจ้งผู้แสดงความจำนง และญาติผู้บริจาคอวัยวะ ต่อไป” นายแพทย์วิศิษฎ์ กล่าวทิ้งท้าย

ผู้สนใจที่ต้องการมีส่วนร่วมกับโครงการ สามารถร่วมบริจาคอวัยวะ และบริจาคเงินให้แก่ศูนย์รับบริจาคอวัยวะสภากาชาดไทยผ่าน “Mobile Application :บริจาคอวัยวะ” และเว็บไซต์www.organdonate.in.th

ผู้สนใจชมภาพยนตร์โฆษณาออนไลน์ชุด Mind Hero สามารถเข้าไปชมได้ที่  www.facebook.com/THAISmileAirways/ และผ่านทาง THAI Smile Airways Official YouTube Channel

<a href="http://www.youtube.com/watch?v=UfE_qyy_eNg" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=UfE_qyy_eNg</a>















6224
กิจกรรมยกระดับวิสาหกิจเข้าสู่สังคมผู้ประกอบการ
ภายใต้โครงการเพิ่มขีดในการแข่งขันการเกษตรระดับภูมิภาค กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2


                   กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 โดยสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดพะเยา ดำเนินการจัดกิจกรรมแสดงสินค้าผลิตภัณฑ์ชุมชนในระดับภูมิภาค กิจกรรมยกระดับวิสาหกิจเข้าสู่สังคมผู้ประกอบการภายใต้โครงการเพิ่มขีดในการแข่งขันการเกษตรระดับภูมิภาค กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 ประกอบด้วยจังหวัดพะเยา เชียงราย แพร่ น่าน ในระหว่างวันที่ 27 พฤศจิกายน -  1 ธันวาคม 2562 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเฟสติวัล อีสต์วิลล์ กรุงเทพมหานคร เพื่อสร้างความเข้มแข็งการเริ่มต้นธุรกิจของวิสาหกิจและเกิดสังคมผู้ประกอยการผ่านเครือข่ายพันธมิตรห่วงโซ่มูลค่า


                   โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนในกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 เพื่อให้ผลิตภัณฑ์ชุมชนได้รับการส่งเสริมและพัฒนาอย่างเป็นรูปธรรม และเพิ่มยอดจำหน่าย สร้างรายได้ให้ตนเองอย่างยั่งยืนบ่มเพาะวิสาหกิจชุมชนที่ยังไม่ทั่วถึงและไม่ครบวงจรเข้าสู่สังคมผู้ประกอบการ อีกทั้งประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์กลุ่มวิสาหกิจชุมชนในกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 และเพิ่มช่องทางการตลาดผลิตภัณฑ์ชุมชนเพื่อการส่งออกที่จะสามารถสร้างรายได้เพิ่มขึ้น


                   ภายในงานพบกับสินค้าและผลิตภัณฑ์คุณภาพ โดยผู้ประกอบการที่เป็นผู้ผลิตและจัดจำหน่ายโดยตรงที่ขนสินค้ามาจำหน่ายจากแหล่งผลิตจากกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 พะเยา เชียงราย แพร่ น่าน มีกิจกรรมแสดงผลการดำเนินงานที่นำสินค้าที่ได้รับการพัฒนา Best Practice มาจัดแสดงภายในงานและพิธีเปิดในวันที่ 28 พฤศจิกายน 2562 โดยที่รองผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยาได้มอบหมายให้ นางกฤษนันท์ ทะวิชัย อุตสาหกรรมจังหวัดพะเยา เป็นประธานในพิธีเปิดงาน​และยังมีกิจกรรมการเจรจาการค้าเขื่อมโยงธุรกิจเพิ่มช่องทางการตลาดผลิตภัณฑ์ระหว่างผู้จำหน่ายและผู้ซื้อในวันที่ 29-30 พฤศจิกายน 2562 อีกด้วย


นายบุญอุ้ม วงศ์บุตร อุตสาหกรรมจังหวัดแพร่

                   นายบุญอุ้ม วงศ์บุตร อุตสาหกรรมจังหวัดแพร่ กล่าวว่า โครงการนี้เป็นของกลุ่มภาคเหนือตอนบน 2 ประกอบด้วย เชียงราย พะเยา แพร่ และน่าน เพื่อส่งเสริมการตลาดให้เป็นที่รู้จักกับคนทั่วไปโดยเฉพาะภาคกลาง ซึ่งมีผู้ประกอบการมาร่วมออกบูธ 40 ราย โดยจังหวัดแพร่มีผู้ประกอบการมาร่วมกิจกรรมครั้งนี้  8 ราย ได้แก่ น้ำพริกน้ำย้อย ข้าวออเกนิกส์ น้ำผึ้งออเกนิกส์ กาแฟ สมุนไพร เป็นต้น ทั้งนี้ อยากฝากถึงผู้บริโภคเกี่ยวกับสินค้าชุมชนว่า ปัจจุบันสินค้าชุมชนมีคุณภาพมากขอให้หันมาอุดหนุนสินค้าชุมชนกันให้มากยิ่งขึ้น


นายสำเริง สวัสดีนฤนาท อุตสาหกรรมจังหวัดน่าน

                   ด้าน นายสำเริง สวัสดีนฤนาท อุตสาหกรรมจังหวัดน่าน กล่าวว่า ทางจังหวัดน่านมีการพัฒนาศักยภาพของผลิตภัณฑ์เกษตรอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในปีที่แล้วได้มาร่วมมือกับกลุ่มจังหวัดทางภาคเหนือตอนบน 2 เพื่อสร้างศักยภาพของผู้ผลิตให้ผลิตสินค้าที่ได้มาตรฐานผนวกกับมีนวัตกรรมมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ หลังจากมีการพัฒนาทำให้ผู้ประกอบการหรือผู้ผลิตมีรายได้เพิ่มมากยิ่งขึ้นและมีการใช้แรงงานในจังหวัดเพิ่มขึ้นด้วย


นายสงกรานต์ มูลวิจิตร (รักษาการแทน)อุตสาหกรรมจังหวัดเชียงราย]

                   ปิดท้าย นายสงกรานต์ มูลวิจิตร (รักษาการแทน)อุตสาหกรรมจังหวัดเชียงราย] กล่าวว่า จังหวัดเชียงรายมีผู้ประกอบการมาร่วม 10 ราย เป็นสินค้าประเภท อาหาร ผัก ผลไม้แปรรูป เครื่องดื่ม และสมุนไพร เช่น กาแฟดอยช้าง เบเกอร์รี่ทำจากสับปะรดภูแล เป็นต้น และสำหรับในส่วนของจังหวัดเชียงราย และจังหวัดในกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 ถือว่าผลิตภัณฑ์เราพัฒนาและผู้ประกอบการมีความตั้งใจที่จะทำผลิตภัณฑ์ให้มีคุณภาพ ได้มาตรฐาน บรรจุภัณฑ์สวยงามเพราะฉะนั้นอยากจะเชิญชวนผู้บริโภคที่อยู่ในกรุงเทพและปริมณฑลมาเลือกซื้อสินค้าในงานครั้งนี้
























6225
มูลนิธิอารยสถาปัตย์เพื่อคนทั้งมวล ร่วมกับ โครงการคืนคุณแผ่นดิน ภาครัฐ เอกชน ภาคประชาชน จัดงานใหญ่ ไทย-อาเซียน Thailand Friendly Design Expo 2019 วันที่ 28 พ.ย.-1 ธ.ค. 2019 ณ ฮอลล์ 6 อิมแพค เมืองทองธานี


งานมหกรรมอารยสถาปัตย์ครั้งยิ่งใหญ่สำคัญที่สุดในภูมิภาคนี้  Thailand Friendly Design Expo 2019 : มหกรรมอารยสถาปัตย์และนวัตกรรมสุขภาพเพื่อคนทั้งมวล ปีที่ 4 วันที่ 28 พฤศจิกายน-1 ธันวาคม 2019 ณ ฮอลล์ 6 อิมแพค เมืองทองธานี

วัตถุประสงค์หลักของการจัดงาน 5 ประการ คือ

(1) เพื่อร่วมรณรงค์ ส่งเสริม และขับเคลื่อนประเทศไทย มุ่งสู่เป้าหมาย เมืองท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวล และเมืองศูนย์กลางอารยสถาปัตย์แห่งประชาคมอาเซียน

(2) เพื่อนำเสนอสินค้า ผลิตภัณฑ์ เทคโนโลยี นวัตกรรม รวมถึงธุรกิจบริการ และการออกแบบที่เกี่ยวกับอารยสถาปัตย์ หรือ Friendly Design และนวัตกรรมเพื่อสุขภาพ ทุกรูปแบบ ทั้งในประเทศ และต่างประเทศ

(3) เพื่อเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจ นำไปสู่การปฏิบัติให้เกิดผลเป็นรูปธรรม ในเรื่องอารยสถาปัตย์ หรือ Friendly Design เพื่อสังคม และประเทศชาติ ทั้งทางด้านกฎหมาย ข้อบังคับ หลักการ และแนวคิดการออกแบบที่เป็นสากล เป็นธรรม และเป็นมิตรกับคนทั้งมวล

(4) เพื่อรณรงค์ส่งเสริมให้สังคมไทย ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชน และสถาบันการศึกษาต่างๆ ตระหนักถึงความสำคัญจำเป็นในการออกแบบและสร้างทำอารยสถาปัตย์ เพื่อเตรียมพร้อมรองรับสังคมผู้สูงอายุ และการส่งเสริมสิทธิความเสมอภาค ลดปัญหาความเหลื่อมล้ำในสังคม

(5) เพื่อเป็นเวทีกลางในการจัดแสดงผลงาน ความก้าวหน้า และการพัฒนาทางด้านอารยสถาปัตย์ และนวัตกรรมสุขภาพเพื่อคนทั้งมวล ของกระทรวง องค์กร หน่วยงาน และสถาบันการศึกษาต่างๆ ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน





ไฮไลท์สำคัญอีกอย่างในงานมหกรรมอารยสถาปัตย์ฯครั้งนี้ คือ  พิธีลงนามความร่วมมือระดับนานาชาติ เพื่อการรวมพลังขับเคลื่อนและส่งเสริมธุรกิจการท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวลของประเทศไทยในเวทีโลก ร่วมเป็นเกียรติในพิธีลงนามความร่วมมือครั้งประวัติศาสตร์ มีรายชื่อดังต่อไปนี้

Mr. Weerasak Kowsurat   Senator and former Tourism and Sports Minister

steffen noll  ประเทศเยอรมนี

Jens maspfuhl ประเทศเยอรมนี

Wade W. Watts   President and Founder  WFSI Wheelchair Friendly Solution Inc., Canada

ludovic marchand ประเทศฝรั่งเศส

Mr. Udi Pollak   An international Ambassador, Thailand’s Friendly Design for All Foundation

Mr.Shigeru Gator Oshima  Director of Fujinoen Nursing home   Fujinoen Social Welfare Foundation , Japan

Mr. Hideto Kijima  President   Japan Accessible Tourism Center, Osaka , Japan

โรด ประเทศออสเตรเลีย

นีน่า ประเทศอินเดีย

ก๋วน เกาะฮ่องกง

Edith Mok Kwan  ฮ่องกง

Ms. Thapanee Kiatphaibool    Deputy Governor for Tourism Products and Business.The Tourism Authority of Thailand (TAT)

Mr. Taweepong Wichaidit    Director of the Coordinating Office on DASTA

Mr. Jirut Itsarangkul Na Ayuthaya   TCEB’s Executive Director

Mr. Nithi Subhongsang    Managing Director, Nutty’s Adventures Co.,Ltd.

Mrs. Mingkwan Metmowlee    President of the ASEAN Tourism Association

ฐิตารี อยู่วิทยา  ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายพัฒนาธุรกิจและการตลาด (CBDO) บริษัท ธนบุรี เวลบีอิ้ง จำกัด    Executive advisor บริษัท โรงพยาบาลธนบุรีบำรุงเมือง

ผศ.ดร.อันธิกา สวัสดิ์ศรี  ประธานสภาคณบดีคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์แห่งประเทศไทย

ผศ.ดร.ชุมเขต แสวงเจริญ   หัวหน้าศูนย์ออกแบบสภาพแวดล้อมเพื่อทุกคน   มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ประสิทธิ์  เจียวก๊ก  ประธานโครงการคืนคุณแผ่นดิน

ขวัญเรือน ถาวรทวีวงษ์  ประธานกรรมการผู้จัดการ ณ ทรี ธารา ริเวอร์ไซด์ รีสอร์ท จ.สมุทรสงคราม

วรยุทธ  กิจกูล  ผู้ก่อตั้งดำเนินแคร์รีสอร์ท และรถนำเที่ยว Friendly Design Bus

ศรัณย์ รองเรืองกุล  ผู้บริหาร บ้านเขาหลักบีชรีสอร์ท จ.พังงา

กัมพล  ตันสัจจา  ประธานกรรมการ สวนนงนุชพัทยา จ.ชลบุรี

สนธยา คุณปลื้ม  นายกเมืองพัทยา จ.ชลบุรี

กฤษนะ  ละไล ประธานมูลนิธิอารยสถาปัตย์เพื่อคนทั้งมวล

Edith Mok Kwan

Nanthini Doowa                               

Blue Sky Group, Thailand



คุณประสิทธิ์ เจียวก๊ก ประธานโครงการคืนคุณแผ่นดิน กล่าวว่า ทางโครงการคืนคุณแผ่นดิน สนับสนุน Thailand Friendly Design และสนับสนุนการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศไทยของผู้สูงอายุ นักท่องเที่ยวที่ใช้วีลแชร์ ผู้ป่วยพักฟื้น ครอบครัวเด็กเล็กที่มีรถเข็น ผู้ที่ต้องการการดูแลพิเศษ และนักท่องเที่ยวต่างชาติ

ประเทศไทยมีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย หลากหลายแบบ และยังมีความสามารถในการรองรับนักท่องเที่ยวทุกเพศทุกวัย ทุกคน โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวที่ต้องการความสะดวกสบายในการท่องเที่ยวแบบ exclusive ให้สามารถเข้าถึงสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงามได้อย่างเพลิดเพลินใจ ด้วยความพร้อมในทุกด้านของประเทศไทย จึงเกิดความร่วมมือกันระหว่างบริษัท มัณดาวีต์ ทัวร์ จำกัด และมูลนิธิอารยสถาปัตย์ ในการสร้างมิติใหม่ของการท่องเที่ยว ที่เปิดโอกาสให้ทุกคนได้รับความสุขและประสบการณ์ใหม่ๆในการท่องเที่ยว จึงเกิดโปรเจค ‘ Tourism for all with manndawee ’ ขึ้นมา



กิตติศักดิ์ เย็นนานนทน์
รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท ในเครือมัณดาวีต์ กรุ๊ป




“TOURISM FOR  ALL” คือการท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวล การท่องเที่ยวไทยที่ใครๆก็สามารถไปได้ ไม่ว่าจะเป็นนักท่องเที่ยวทั่วไปหรือแม้กระทั่งนักท่องเที่ยวที่มีขีดจำกัดทางร่างกายหรือมนุษย์ล้อ ได้ทราบถึงวัฒนธรรมไทยที่ทรงคุณค่า แหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ สัมผัสถึงวิถีชีวิตความเป็นอยู่แบบไทยๆ การท่องเที่ยวที่นอกจากจะได้รับความรู้ ความสนุกสนานแล้ว นักท่องเที่ยวจะได้รับประสบการณ์การท่องเที่ยวไม่แพ้นักท่องเที่ยวทั่วไป โดยบริษัท มัณดาวีต์ ทัวร์ จำกัด ได้จัดทำเส้นทาง Tourism for all 5 เส้นทางที่น่าสนใจและพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยว อาทิ

1.พัทยา จ.ชลบุรี

<a href="http://www.youtube.com/watch?v=WttYV3yAXY0" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=WttYV3yAXY0</a>

2.กรุงเทพ

<a href="http://www.youtube.com/watch?v=sSFOKAkTWQQ" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=sSFOKAkTWQQ</a>

3.ราชบุรี-สมุทรสงคราม

<a href="http://www.youtube.com/watch?v=2W3s95EPXbE" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=2W3s95EPXbE</a>

4.อยุธยา

<a href="http://www.youtube.com/watch?v=7tLRXhugRtg" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=7tLRXhugRtg</a>

5.นนทบุรี

<a href="http://www.youtube.com/watch?v=_00YEgs3G64" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=_00YEgs3G64</a>

การให้บริการสุดพิเศษกับนักท่องเที่ยวคนพิเศษของเรา

– รถตู้วีลแชร์ ที่พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวกลุ่มพิเศษ ที่ให้บริการรับ-ส่งถึงสนามบิน และพร้อมพาทุกท่านไปสู่สถานที่ท่องเที่ยวสวยๆตามเส้นทางที่ทุกท่านเลือกสรร

– โรงแรมที่พัก ที่เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยววีลแชร์ ทั้งห้องพักที่สะดวกสบาย ห้องน้ำสำหรับวีลแชร์และพื้นที่ในที่พักที่ตอบโจทย์สำหรับการพักผ่อนในวันหยุดยาวของคุณ

– สถานที่ท่องเที่ยวและร้านอาหาร ที่ถูกคัดสรรมาเพื่อนักท่องเที่ยวที่ต้องการความสะดวกสบายในการเดินทาง เช่น ทางลาด ที่คุณสามารถเข้าถึงได้ทุกที่, ห้องน้ำคนพิการ เป็นต้น

– การันตี! สถานที่ท่องเที่ยวทุกสถานที่ในทริป วีลแชร์ท่องเที่ยวได้อย่างสะดวกสบายและสามารถเข้าถึงได้ทุกพื้นที่

– พิเศษ! เส้นทางที่มีการล่องเรือ มีเรือบริการสำหรับนักท่องเที่ยววีลแชร์ สามารถเข้าถึงได้อย่างง่ายดาย

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม  FB : Mandaweetour

Pages: 1 ... 413 414 [415] 416 417 ... 1656