Show Posts

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - happy

Pages: [1] 2 3 ... 600
1
ถึงคิวจะแน่นแค่ไหน “โบว์ สาวิตรี” ไม่หวั่น!!!
พร้อมเสิร์ฟความอร่อยให้นักชิมกับแคมเปญ “หมู ไก่ หมักพร้อมปรุง ตราซีพี”

ซีพี ส่ง โบว์ สาวิตรี ตะลุยเสิร์ฟความอร่อย!!: บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) จัดกิจกรรมโรดโชว์ในแคมเปญ “หมู ไก่ หมักพร้อมปรุง ตราซีพี” เดินสายส่งต่อความอร่อยอย่างต่อเนื่องให้กับบรรดาเหล่านักชิมย่านพระราม 9 โดยครั้งนี้ได้สาวเสียงใสจากบ้าน AF “โบว์ สาวิตรี” (คนกลาง) มาร่วมขบวนปรุงเสิร์ฟส่งความอร่อยทุกคำ เข้มข้นเข้าเนื้อทุกจาน ด้วยกรรมวิธีการหมักตามแบบสูตรเฉพาะจากซีพี  สะดวกพร้อมต้ม ผัด ทอด  ได้ทันที โดยไม่ต้องปรุงเพิ่ม กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้น ณ ศูนย์การค้าฟอร์จูนทาวน์ เมื่อวันก่อน และจะออกเสิร์ฟความอร่อยทั่วกรุงเทพฯ จนถึงเดือนเมษายนนี้

                 บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) ในนามผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์อาหารสดในรูปแบบแพ็คแบรนด์ซีพี จัดกิจกรรมโรดโชว์ “หมู ไก่ หมักพร้อมปรุง ตราซีพี” ส่งความอร่อยทุกคำ เข้มข้นเข้าเนื้อทุกจาน ด้วยกรรมวิธีการหมักตามแบบสูตรเฉพาะจากซีพี  สะดวกพร้อมต้ม ผัด ทอด ได้ทันที โดยไม่ต้องปรุงเพิ่ม  ซึ่งแคมเปญดังกล่าวออกตะลุยทั่วกรุงเทพฯ จนถึงเดือนเมษายนนี้  และครั้งนี้ได้สาวสวยมากความสามารถจากบ้าน AF “โบว์ สาวิตรี” มาร่วมขบวนปรุงเสิร์ฟให้กับเหล่าบรรดานักชิมย่านศูนย์การค้าฟอร์จูนทาวน์ ซึ่งบรรยากาศภายในงานเต็มไปความสนุกสนาน โดยมีแฟนคลับหนุ่มและสาวให้ความสนใจอย่างคับคั่ง รวมทั้งร่วมสนุกกับกิจกรรมที่ทางซีพีจัดเตรียมมาให้พร้อมของรางวัลมากมาย


โบว์ สาวิตรี




                 โบว์ สาวิตรี เผยว่า “วันนี้รู้สึกดีใจมากที่ได้มาร่วมขบวนปรุงเสิร์ฟความอร่อยให้กับหนุ่มสาวย่านศูนย์การค้าฟอร์จูนทาวน์ ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีมาก มีกิจกรรมต่างๆให้ร่วมเล่นสนุกมากมายแถมยังได้ของรางวัลอีกด้วยค่ะ และวันนี้มีโอกาสได้เห็นการทำเมนูอร่อยพร้อมลิ้มลองและพิสูจน์ความอร่อยของผลิตภัณฑ์หมู ไก่ หมักพร้อมปรุง ตราซีพี กับเมนู หมูสไลด์ผัดกับบร็อคโคลี่ บอกเลยว่ารสชาติของเมนูวันนี้อร่อยมาก กลมกล่อม เข้มข้นเข้าเนื้อทุกคำ และโบว์เชื่อค่ะว่าถ้าทุกคนได้ชิมต้องชอบเหมือนโบว์แน่ๆ เพราะสามารถทำรับประทานเองได้ง่ายๆ โบว์ชอบเมนูหมูนุ่มมาก นุ่มสมชื่อจริงๆ แถมรสชาติยังกลมกล่อมอีกด้วย ถ้ามีโอกาสโบว์จะเอามายำ ปรุงน้ำจิ้มนิดหน่อย ก็ได้เมนูพิเศษอีก 1 เมนูค่ะ และนอกจากนี้ยังมีเมนูหมู ไก่ หมักพร้อมปรุงอีก 17 เมนูให้เลือกอีกด้วยนะคะ ส่วนครั้งหน้ากิจกรรมโรดโชว์ “หมู ไก่ หมักพร้อมปรุง ตราซีพี” จะไปจัดที่ไหนบ้างและทุกท่านจะได้พบกับเพื่อนๆดารานักแสดงคนไหนนั้น รอลุ้นกันนะคะ เพราะกิจกรรมของเรานั้นจะมีตลอดเดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนเมษายนนี้เลยค่ะ” โบว์ สาวิตรี กล่าวทิ้งท้าย

                 สำหรับผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดและความเคลื่อนไหวต่างๆ ของกิจกรรมได้ที่www.cpbrandsite.com












หมูนุ่มสไลซ์ปรุงรสตราซีพี


ผลิตภัณฑ์หมู ไก่ หมักพร้อมปรุง ตราซีพี

2
สถาบันอาหาร  เปิดงานใหญ่ เฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ
ชูวัตถุดิบไทยสู่ครัวโลก...จัดแข่งสุดยอดเชฟอาหารไทยชิงแชมป์โลกครั้งที่ 3



                 สยามสแควร์//สถาบันอาหาร กระทรวงอุตสาหกรรม  เฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา เจ้าฟ้านักโภชนาการ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี  จัดพิธีเปิดการแข่งขันสุดยอดเชฟอาหารไทยชิงแชมป์โลกครั้งที่ 3 หรือ The 3rd  Thailand Culinary World Challenge 2015 ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมเงินรางวัลมูลค่ารวม 18,000 เหรียญสหรัฐ มุ่งรณรงค์ให้ใช้วัตถุดิบไทยในการปรุงอาหารไทย  และอาหารนานาชาติผ่านเชฟ  ทั่วโลกที่ตอบรับเข้าร่วมแข่งขันแล้วจาก 10 ประเทศ หนึ่งในกิจกรรมพัฒนาอุตสาหกรรมอาหารของไทยให้เป็นครัวโลก(Thailand Food Quality to the World) พร้อมจัดกิจกรรมเทิดพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี  ชมนิทรรศการภาพถ่ายและวิดีทัศน์เมนูโภชนาการเทิดไท้สมเด็จพระเทพฯ จาก 600 เชฟทั่วประเทศ  พบสุดยอดไฮไลท์ อาหารโภชนาการ 60 เมนูเทิดไท้สมเด็จพระเทพฯ จากการสร้างสรรค์ของเซเลบริตี้เชฟชื่อดัง เชิญชวนประชาชนซื้อคูปองเพียง 60 บาท พร้อมรับน้ำดื่ม และชิมอาหารได้ฟรี 4 คำ รายได้ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายสมเด็จพระเทพฯ โดยเสด็จพระราชกุศลตามพระราชอัธยาศัย และกิจกรรมอื่นๆ อีกมากมาย ระหว่างวันที่ 28 – 29 มีนาคม 2558 เวลา 16.00 – 21.00 น. ณ ลานด้านหน้าฮาร์ดร็อคคาเฟ่   สยามสแควร์ ซอย 11




                 นายจักรมณฑ์  ผาสุกวนิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า กระทรวงอุตสาหกรรม เป็นหน่วยงานหลักที่ส่งเสริมและสนับสนุนภาคอุตสาหกรรมให้มีศักยภาพอันจะสามารถแข่งขันได้ในตลาดโลก สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงจัดตั้งโครงการต่างๆ ที่มุ่งส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนชาวไทยทั้งเด็ก และเยาวชนโดยเฉพาะโครงการส่งเสริมสุขภาพอนามัย รวมถึงต้องการยกระดับคุณภาพชีวิตให้คนเหล่านี้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นโดยเฉพาะทรงเน้นหนักในเรื่องของโภชนาการ จนได้รับพระสมญานามว่า “เจ้าฟ้านักโภชนาการ” ซึ่งกระทรวงอุตสาหกรรม ได้มอบนโยบายให้สถาบันอาหาร ดำเนินการโครงการต่างๆ ที่สอดคล้องกับพระราชปณิธานของพระองค์ท่าน โดยใช้ความเชี่ยวชาญ และความสามารถหลักของหน่วยงานจนกระทั่งเกิดเป็นงานที่สำคัญในวันนี้

                 นายอาทิตย์ วุฒิคะโร อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กล่าวว่า การจัดการแข่งขันครั้งนี้ เป็นการแข่งขันระดับนานาชาติที่มีเชฟจากประเทศต่างๆ เข้าร่วมถึง 10 ประเทศ ได้แก่ สาธารณรัฐเช็ก, จีน, ฮ่องกง, อินโดนีเซีย, มาเลเซีย, เมียนมาร์, กัมพูชา, สิงคโปร์, มาเก๊า และสหรัฐอเมริกา  เดินทางมาเข้าร่วมการแข่งขัน ภายใต้โจทย์การปรุงอาหารไทยด้วยวัตถุดิบไทย และการปรุงอาหารต่างชาติด้วยวัตถุดิบไทย ซึ่งจะส่งผลให้อุตสาหกรรมอาหารตลอดห่วงโซ่เกิดแรงขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจ สร้างความน่าเชื่อถือให้กับธุรกิจไทยตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำขณะเดียวกันก็เป็นโอกาสดีในการสร้างภาพลักษณ์ให้กับอาหารไทยให้เกิดความเชื่อมั่นในคุณภาพ และรสชาติของอาหารไทย นอกจากนี้ยังได้รับการพัฒนารูปลักษณ์และวิธีการนำเสนอให้สวยงาม น่าสนใจ อันจะส่งผลต่อการกระตุ้นการท่องเที่ยวได้อีกทางหนึ่งขณะเดียวกันก็ยังเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับวัตถุดิบไทย ตลอดจนสินค้าและบริการด้านอาหารได้อีกด้วย”




                 นอกจากนี้ ภายในงานยังจัดให้มีพิธีมอบเกียรติบัตร World Class Food Safety Standard in Mass Catering สำหรับครัวต้นแบบ 60 แห่ง ที่เข้าร่วมกิจกรรมภายใต้โครงการยกระดับ 600 ครัวอาหารของไทย ก้าวไกลสู่มาตรฐานสากล เป็นกิจกรรมเพิ่มเติม ที่สถาบันอาหารได้เข้าทำการตรวจเยี่ยมและให้การรับรองตาม มาตรฐานการจัดการด้านสุขลักษณะที่ดีในครัวผลิตอาหาร(GMP in Mass Catering)ของCODEX  พร้อมเชิญชวนให้ร่วมชมนิทรรศการเทิดไท้สมเด็จพระเทพฯ ข้อมูลพระราชกรณียกิจสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และโครงการภูฟ้า โดยจัดให้มีบูธลงนามถวายพระพร เพื่อให้พสกนิกรชาวไทยทุกคนร่วมกันแสดงความจงรักภักดี ร่วมถวายพระพร และเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ อีกด้วย

                 ติดตามความเคลื่อนไหวการแข่งขันสุดยอดเชฟอาหารไทยชิงแชมป์โลกครั้งที่ 3 (The 3rd Thailand Culinary World Challenge 2015) ได้ทาง www.thailandculinaryworldchallenge.com  และwww.facebook.com/thailandculinaryworldchallenge




















3
ภาครัฐผนึกเอกชน จัดเมกะอีเว้นท์ “Bangkok Entertainment Week”
หนุนกรุงเทพฯ ขึ้นแท่น Hub ด้านธุรกิจบันเทิงในอาเซียน รับอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์บูม



               7 องค์กรภาครัฐ ทั้งกระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร  กระทรวงวัฒนธรรม กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กรุงเทพมหานคร และสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน)  ผนึกกำลังครั้งสำคัญร่วมกับเครือข่ายภาคเอกชน ผู้จัด 4 อีเว้นท์ใหญ่ ร่วมกันจัดเมกะอีเว้นท์ด้านดิจิทัลคอนเทนต์และธุรกิจบันเทิงสำคัญแห่งปี ภายใต้ชื่อ Bangkok Entertainment Week ที่ประกอบด้วย Bangkok Comic Con 2015 x Anime Festival Asia Thailand 2015  จัดโดยบริษัท บีอีซี-เทโร ทรูวิชั่นส์ จำกัด, Bangkok International Digital Content Festival 2015 โดยสมาคมผู้ประกอบการแอนิเมชั่นและคอมพิวเตอร์กราฟิกส์ไทย (TACGA), Thailand Comic Con 2015 โดยบริษัท  กันตนา กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) และบริษัท พี.พี.ดับบลิว.อินเตอร์แอ็คทีฟ จำกัด, และ Thailand Toy Expo 2015  โดยบริษัท ไวส์ลี่ เทรดดิ้งส์ จำกัด ในช่วงสัปดาห์เดียวกัน   ระหว่างวันที่ 27 เมษายน – 3 พฤษภาคม 2558  ณ  จุดจัดงานต่างๆ  ตลอดเส้นทางรถไฟฟ้าบีทีเอส ได้แก่ โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์, ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์, ศูนย์การค้าสยามพารากอน, ศูนย์การประชุมไบเทค บางนา, หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร และ บีทีเอส สกายวอล์ค

               โดยผู้จัดงานทั้ง 4 งานต่างมาร่วมกันเนรมิตกรุงเทพมหานครให้เป็นเมืองแห่งความสุข เต็มไปด้วยสีสันและบรรยากาศของความบันเทิงสนุกสนาน  หลากหลายรูปแบบที่ยกขบวนพาเหรดมาจากทั่วทุกมุมโลก หวังสร้างกรุงเทพฯ เป็น Hub ด้านธุรกิจดิจิทัลคอนเทนต์ในอาเซียน  รับกระแสตลาดดิจิทัลคอนเทนต์บูม ด้วยศักยภาพและความพร้อมในทุกด้าน ทั้งแอนิเมชั่น, เกม, แคแรคเตอร์หรือตัวการ์ตูนต่างๆ, คอมพิวเตอร์ กราฟิค และโมบายล์แอพพลิเคชั่น นับเป็นเวทีสำคัญทั้งในด้านธุรกิจ อุตสาหกรรม และการแลกเปลี่ยนความรู้เชิงวิชาการที่กระตุ้นให้เกิดความคิดสร้างสรรค์และแรงบันดาลใจ ซึ่งจะนำไปสู่การสร้างมูลค่าทางการค้าเชิงเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Creative Economy) อย่างยั่งยืน สอดรับกับแนวคิดการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital Economy) ของภาครัฐ









               ศาสตราจารย์ ดร. อภินันท์ โปษยานนท์ ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า “กระทรวงวัฒนธรรมในฐานะหน่วยงานผู้ให้การสนับสนุนด้านภาพยนตร์และวิดีทัศน์ ได้เล็งเห็นความสำคัญของการทำให้อุตสาหกรรมภาพยนตร์และดิจิทัลคอนเทนต์ของไทยเป็นที่รู้จักในระดับชาติและนานาชาติ เพี่อตอบสนองนโยบายการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศโดยการนำเทคโนโลยีดิจิตอลมาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และสร้างมูลค่าเพิ่มให้ผลผลิตมวลรวมของประเทศ ทำรายได้ให้ประเทศไม่ต่ำกว่า 7 หมื่นล้านบาทต่อปี จึงร่วมสนับสนุนการจัดงาน Bangkok Entertainment Week โดยการจัดนิทรรศการประวัติความเป็นมาของแอนิเมชั่นและดิจิทัลคอนเทนต์ ของไทย ประวัติการ์ตูนไทยและแคแรคเตอร์ไทยร่วมสมัยที่ขณะนี้แพร่หลายในรูปแบบของ Line Sticker รวมทั้งการจัดกิจกรรมต่างๆ เช่น การทำแอนิเมชั่นอย่างง่ายๆ การสอนวาดการ์ตูน การแสดงร่วมสมัย ฯลฯ”

               นางศุภวรรณ ตีระรัตน์ รองผู้อำนวยการสายงานกลยุทธ์ และพัฒนาธุรกิจ  สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) เชื่อมั่นว่างานครั้งนี้จะช่วยตอกย้ำภาพลักษณ์เชิงบวกของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางการจัดงานมหกรรมนานาชาติและเมกะอีเว้นท์ในภูมิภาคอาเซียนอีกด้วย

               “งาน Bangkok Entertainment Week นี้ จะเสริมสร้างความโดดเด่นของประเทศไทยที่มีศักยภาพและโอกาสที่ดีในการเป็นผู้นำการจัดงานมหกรรมนานาชาติและเมกะอีเว้นท์ด้านบันเทิง ด้วยจุดเด่นของประเทศไทยในการเป็นยุทธศาสตร์ที่ตั้งของอาเซียน และความพร้อมด้านสถานที่จัดงาน ตลอดจนโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ประกอบกับความร่วมมือของภาครัฐ และความเข้มแข็งของภาคเอกชน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญสู่ความสำเร็จ และงานนี้จะมีส่วนสำคัญในการเพิ่มจำนวนนักเดินทางคุณภาพจากต่างชาติที่เข้าร่วมงานมหกรรมนานาชาติและเมกะอีเว้นท์ในไทยอีกร้อยละ 10 จากผู้เข้าร่วมชมงานทั้งหมด จากปัจจุบันประมาณ   ร้อยละ 3 – 5” นางศุภวรรณ กล่าว

               นายนิธิพัฒน์ สมสมาน นายกสมาคมผู้ประกอบการแอนิเมชั่นและคอมพิวเตอร์กราฟิกส์ไทย (TACGA) ตัวแทนภาคเอกชนที่ร่วมจัดงานในครั้งนี้ กล่าวว่า “การที่ภาครัฐเข้ามาส่งเสริมการจัดงาน Bangkok Entertainment Week จะช่วยให้เกิดเครือข่ายความร่วมมือระหว่างผู้ประกอบการไทยและต่างชาติ สร้างโอกาสและพันธมิตรทางธุรกิจระหว่างประเทศรองรับการขยายตัวของอุตสาหกรรมภาพยนตร์และดิจิทัลคอนเทนต์ สร้างแรงบันดาลใจให้บุคลากรที่เกี่ยวข้องในการสร้างสรรค์ Intellectual Property ใหม่ๆ ให้กับผู้ประกอบการไทยได้พัฒนาต่อยอดสร้างผลงานของตนเอง นอกเหนือไปจากการเป็นผู้รับจ้างผลิตแต่เพียงอย่างเดียว เพราะประเทศไทยมีทั้งบุคลากร ทรัพยากร และศักยภาพในการดำเนินงานทั้งกระบวนการตั้งแต่การออกแบบถึงการผลิต เป็นศูนย์กลางของภูมิภาคอาเซียนได้อย่างน่าภาคภูมิใจ”

               ร่วมสนุกสนานอย่างเต็มอิ่มตลอด 7 วัน ที่ “กรุงเทพฯ เมืองยิ้ม” และร่วมภาคภูมิใจในการเป็นผู้นำการจัดงานดิจิทัลคอนเทนต์และเอ็นเตอร์เทนเม้นท์ระดับนานาชาติที่ใหญ่ที่สุดของอาเซียน ในงาน Bangkok Entertainment Week 27 เมษายน - 3 พฤษภาคมนี้ ติดตามความสุขหลากหลายรูปแบบได้ที่ www.bkkentweek.com

















4
กิจกรรมเสวนาแฉกระฉ่อนโลก “CITIZENFOUR”


                เอส เอฟ ร่วมกับ Documentary Club, 2600 Thailand และ เครือข่ายพลเมืองเน็ต จัด กิจกรรม เสวนาแฉกระฉ่อนโลก “CITIZENFOUR” ต่อยอดเรื่องน่ารู้จากภาพยนตร์เกี่ยวกับความปลอดภัยของการใช้อินเทอร์เน็ต นำทีมโดย คุณธัญญารัตน์ ดอกสน ผู้สื่อข่าวจากสำนักข่าว AP, 2600 Thailand กลุ่มนักแฮกเกอร์ และ คุณก้อง ฤกษ์ดี นักวิจารณ์ภาพยนตร์ ในวันอาทิตย์ที่ 29 มีนาคม 2558 เวลา 16.30 น. เป็นต้นไป ณ Eat @ Double U ชั้น 9 โรงภาพยนตร์ เอส เอฟ เวิลด์ ซีเนม่า ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

5
เลอโนโวเปิดแคมเปญใหม่ นำเสนอโซลูชั่นส์ผลักดันธุรกิจอุตสาหกรรมไทย

เลอโนโวเปิดตัวแคมเปญใหม่ทั่วโลก นำเสนอโซลูชั่นส์พัฒนาธุรกิจอุตสาหกรรมทั่วไทย


(ซ้าย) คุณจีรวุฒิ วงศ์พิมลพร, กรรมการผู้จัดการ เลอโนโวประเทศไทย (ขวา) คุณวรเทพ จักรวาลวิบูลย์, ผู้จัดการฝ่ายธุรกิจคอมเมอร์เชียล เลอโนโว
ร่วมแถลงข่าวเปิดตัวแคมเปญ Lenovo Think Forward 2015

เลอโนโวเปิดแคมเปญ Lenovo Think Forward 2015 (เลอโนโว ธิงค์ ฟอร์เวิร์ด 2015) แสดงจุดยืนความมุ่งมั่นในการมีส่วนช่วยพัฒนาธุรกิจอุตสาหกรรมในประเทศไทยผ่านโซลูชั่นส์อันครบครันจากเลอโนโว

คุณจีรวุฒิ วงศ์พิมลพร, กรรมการผู้จัดการประจำประเทศไทย เลอโนโว กล่าวว่า “ธุรกิจอุตสาหกรรมคิดเป็นสัดส่วนถึง 33 เปอร์เซ็นต์ของ GDP ในประเทศไทย การที่เศรษฐกิจของประเทศจะเติบโตได้นั้นธุรกิจภาคอุตสาหกรรมมีส่วนสำคัญ ด้วยเหตุนี้เลอโนโวจึงได้จัดทำแคมเปญ Lenovo Think Forward 2015 เพื่อตอกย้ำจุดยืนของเลอโนโวที่จะผลิตเทคโนโลยีและโซลูชั่นส์เพื่อช่วยให้การทำงานของธุรกิจขนาดใหญ่โดยเฉพาะอย่างยิ่งธุรกิจในเชิงอุตสาหกรรมการผลิตมีประสิทธิภาพ, ประหยัดเวลา และสร้างผลกำไร แคมเปญ Think Forward เป็นการนำเสนอผลิตภัณฑ์และโซลูชั่นส์ต่างๆของเลอโนโวให้ผู้ประกอบการได้เข้าใจว่าสามารถช่วยพัฒนาธุรกิจให้เติบโตได้อย่างไร นวัตกรรมคือหัวใจและDNA ของเลอโนโว เราไม่เคยหยุดพัฒนานวัตกรรมที่จะช่วยเพิ่มศักยภาพการทำงานให้กับผู้ใช้และในวันนี้เลอโนโวมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะได้นำเสนอนวัตกรรมด้านโซลูชั่นส์ที่เรามีอยู่ให้กับลูกค้าของเรา”


เลอโนโวเติมประสิทธิภาพธุรกิจอุตสาหกรรมด้วยโซลูชั่นส์ที่ครบครัน

โซลูชั่นส์ที่เลอโนโวนำเสนอนั้นรวบรวมผลิตภัณฑ์ตระกูล Think ที่หลากหลายไม่ว่าจะเป็น คอมพิวเตอร์พีซีและแท็บเล็ตที่มีประสิทธิภาพด้านการทำงานและให้ความปลอดภัยในการดูแลเก็บรักษาข้อมูลของธุรกิจ การใช้เทคโนโลยีที่ตรงกับงานจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน ช่วยลดต้นทุน ทั้งยังช่วยเพิ่มความพอใจให้ลูกค้าอันเป็นส่วนสำคัญของการเติบโตของธุรกิจ

แคมเปญ Think Forward รวบรวมผลิตภัณฑ์โซลูชั่นส์จากเลอโนโวไม่ว่าจะเป็นเครื่องเวิร์คสเตชั่นที่โดดเด่นด้านประสิทธิภาพในการใช้งานดีไซน์หรือเครื่องแท็บเล็ตที่เน้นความคล่องตัวแต่ให้ความปลอดภัยด้านข้อมูลอย่างสูงสุด


ThinkStation P500, P700 และ P900 – เสริมสร้างนวัตกรรมด้วยดีไซน์ที่ลงตัว

เลอโนโว ThinkStation P900, P700 และ P500 เป็นคอมพิวเตอร์เวิร์คสเตชั่นคุณภาพสูง ซึงมาเสริมทัพเวิร์คสเตชั่น ราคาย่อมเยาอย่าง ThinkStation P300 ปัจจุบันในแวดวงอุตสาหกรรมการผลิตและอุตสาหกรรมอื่นๆในประเทศไทยนิยมใช้คอมพิวเตอร์เวิร์คสเตชั่นในการทำงาน เนื่องจากสามารถปรับแต่งสเปคให้เข้ากับความต้องการของแต่ละการใช้งานได้ จึงทำให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โปรแกรมต่างๆที่ใช้ในอุตสาหกรรมการผลิตนั้นเติบโตและซับซ้อนขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นคอมพิวเตอร์เวิร์คสเตชั่นที่ใช้นั้น นอกจากจะต้องตั้งค่าการใช้งานให้พ้องกับโปรแกรมที่ใช้ในปัจจุบันได้แล้ว ยังต้องสามารถใช้งานกับโปรแกรมใหม่ๆในอนาคตได้อีกด้วย

ThinkCentre E93 (ทรงเล็ก) – ความอุ่นใจที่ประหยัดเนื้อที่

ThinkCentre E93 (ทั้งรูปแบบหอคอยและทรงเล็ก) เหมาะที่จะเป็นคอมพิวเตอร์คู่ใจสำหรับผู้ที่ประกอบธุรกิจ SMB ด้วยระบบประมวลผล Intel® Core™ i7 processor และฮาร์ดดิสก์แบบ SSHD เพื่อเพิ่มความรวดเร็วให้กับการใช้งาน นอกจากการประมวลผลที่ยอดเยี่ยมแล้ว ThinkCentre E93 ยังโดดเด่นเรื่องระบบป้องกันข้อมูลอีกด้วย โดยนำเสนอการตั้งรหัสผ่านสำหรับทั้ง BIOS และ HDD เพื่อป้องกันข้อมูลขององค์กร SMB อีกทั้งยังมีหน่วยความจำ 4GB DDR3 และหน้าจอขนาด 18.5 นิ้วที่มาพร้อมกราฟิคการ์ดระดับคุณภาพอย่าง 1GB NVIDIA® GeForce™ 620

ThinkPad X240 – โน้ตบุ๊กกระทัดรัดตอบโจทย์ธุรกิจเคลื่อนที่

ThinkPad X240 อัลตราบุ๊กที่เหมาะกับนักธุรกิจที่ต้องการความสะดวกสบายในการพกพาเหมาะกับการใช้งานนอกสถานที่ด้วยน้ำหนักที่ไม่ถึง 1.3 กิโลกรัมและบางเพียง 20.3 มิลลิเมตร ประมวลผลด้วย Intel Core i7 รุ่นที่ 4 เพิ่มหน่วยความจำที่สามารถจุได้ถึง 1 เทระไบต์ หน้าจอขนาด 12.5 นิ้ว ความคมชัดระบบดับ Full HD หน้าจอแบบสัมผัส นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับ ThinkPad Precision คีย์บอร์ดอัฉริยะที่มีไฟ backlit ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการใช้งานคีย์บอร์ดในที่ที่มีแสงน้อย และมีพอร์ตที่สามารถรองรับการเชื่อมต่อจากอุปกรณ์อื่นๆ ThinkPad X240 คือที่สุดของอัลตราบุ๊กที่บาง เบา แต่ให้การทำงานครบครัน

ThinkPad 8 และ ThinkPad 10-แท็บเล็ตอัฉริยะเพิ่มความยืดหยุ่นในการประเมินผลและตรวจสอบการทำงาน

สัมผัสประสบการณ์ทำงานรูปแบบใหม่ด้วย ThinkPad แท็บเล็ต แท็บเล็ตที่ตอบโจทย์นักธุรกิจที่กำลังมองอุปกรณ์ที่สามารถใช้งานได้อย่างคล่องตัวและง่ายต่อการเชื่อมต่อ ตัวเครื่องผลิตจากอะลูมิเนียมคุณภาพระดับพรีเมี่ยมให้ความทนทาน หน้าจอความละเอียด Full HD ผลิตจาก Gorilla glass ป้องกันรอยขีดข่วนเครื่องมีน้ำหนักเบาง่ายต่อการพกพา  ThinkPad แท็บเล็ต มาพร้อมหน้าจอ 2 ขนาดคือ 8 นิ้ว และ 10 นิ้ว และสามารถปรับโหมดการใช้งานได้ถึง 4 โหมด คือ โหมดแท็บเล็ต, โหมดตั้งโต๊ะ, โหมดแล็ปท็อป และ โหมดเดส์กท็อป

###

เกี่ยวกับเลอโนโว

เลอโนโว (HKSE: 992) (ADR: LNVGY) เป็นผู้ผลิตคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลรายใหญ่เป็นอันดับ 1 ของโลกและเป็นบริษัทผู้นำผลิตภัณฑ์พีซีพลัส มีมูลค่าธุรกิจ 39 พันล้านเหรียญสหรัฐ ในบริษัท Fortune 500 โดยมีหน้าที่พัฒนา ผลิต และทำตลาดผลิตภัณฑ์ในกลุ่มเทคโนโลยีและบริการที่น่าเชื่อถือ มีคุณภาพสูง มีความปลอดภัย และใช้งานง่าย ผลิตภัณฑ์ของเลอโนโว ได้แก่ คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลภายใต้แบรนด์ Think สำหรับธุรกิจ และมัลติโหมด Yoga       แบรนด์สำหรับผู้ใช้ทั่วไป รวมถึงเซิร์ฟเวอร์ เวิร์กสเตชั่น และอุปกรณ์เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตไร้สาย ได้แก่ แท็บเล็ตและสมาร์ทและแอพลิเคชั่น รับข่าวสารล่าสุดเกี่ยวกับเลอโนโวได้ทาง LinkedIn หรือติดตามได้ใน Twitter และ Facebook อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.lenovo.com

6
“ชายน์” กระชากวัย...ส่งเพลงสุดเฟี๊ยว
“ยังคอยเธอ” ปลอบใจวัยรุ่นสายตื๊ด!


                ขึ้นชื่อว่า “สหภาพดนตรี” ค่ายเพลงน้องใหม่ของวงการเพลงไทย ที่เป็นแหล่งรวบรวมความหลากหลายในเรื่องดนตรีไว้อย่างครบถ้วน  ล่าสุดขอเอาใจสาวกปาร์ตี้ ที่ชอบเพลงสายอิเล็คโทรนิค ส่งศิลปินหนุ่มใหญ่ วัยกลางคน ผู้คลั่งไคล้จังหวะเทคโนโชว์สเต๊ป ที่มีคติประจำใจว่า อายุเป็นเพียงตัวเลข อย่าง “ชายน์” - ศฤงคาร ยุวานนท์ ที่มาพร้อมกับ เพลง “ยังคอยเธอ” เพลงที่มีกลิ่นอายของยุค 80 ผนวกกับซาวด์สังเคราะห์ที่นิยมกันในปัจจุบัน ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวตลอดทั้งเพลง โดย ชายน์ เล่าให้ฟังว่า

                “หลังจากปล่อยซิงเกิ้ลแรกมาเรียกนำย่อยกันไปแล้วในเพลง “ไม่อยากจะพูดมาก” เป็นจังหวะแดนซ์ๆ ในแบบอิเล็คโทรนิค ก็ต่อเนื่องมาจนถึงเพลงล่าสุดนี้ “ยังคอยเธอ” ก็ยังคงแนวอิเล็คโทรนิคไว้ แต่จะเป็นจังหวะที่ หนึบๆ เท่ๆ ในส่วนของดนตรีเพลงนี้ก็จะพิเศษเหมือนเดิมคือได้ คริส เครเคอร์โปรดิวส์เซอร์ชื่อดังจากคาร์ม่าซาวด์สตูดิโอ มาช่วยดูแลให้ ซึ่งมั่นใจว่าน่าจะติดหูคนรุ่นใหม่หลายๆคนได้ไม่ยาก เพราะมีอย่างนึงที่ผมเชื่อคือ อายุไม่สามารถเป็นตัวกำหนดรสนิยมในการฟังเพลงของเราได้ ส่วนของเนื้อหาก็จะว่ากันด้วยเรื่องราวของความรักที่เป็นเรื่องมาจากชีวิตจริงของผมในอดีตกับผู้หญิงคนนึง ซึ่งตอนนั้นเราคบกันอยู่ แต่อยู่ๆเธอก็ไปแต่งงานกับใครอีกคนโดยไม่ได้บอกเหตุผลอะไรผมเลย ทำให้ผมรู้สึกติดค้างในใจมาจนถึงทุกวันนี้ ก็อยากให้ติดตามฟังกันเยอะๆนะครับ ขอบคุณมากครับ”

                สามารถติดตามซิงเกิ้ลของ “ชายน์” - ศฤงคาร ยุวานนท์ กับปมรักฝังลึกในอดีต ผ่านเพลง ”ยังคอยเธอ” หรือติดตามความเคลื่อนไหวของศิลปินในสังกัด “สหภาพดนตรี” ได้ที่ www.facebook.com/wearemusicunion  ตลอด 24 ชั่วโมง และทาง   IG music.union  พร้อมดาวน์โหลด *492 222 กด 55
 
T-ser
https://www.youtube.com/watch?v=TNZfQ9H2N8I

<a href="http://www.youtube.com/watch?v=TNZfQ9H2N8I" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=TNZfQ9H2N8I</a>

7
รัฐบาลเชิญชวนประชาชนชม นิทรรศการ “พระผู้สร้างรอยยิ้ม”
เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
ในโอกาสฉลองพระชนมายุ ๕ รอบ ๒ เมษายน ๒๕๕๘


                สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีจัดนิทรรศการ “พระผู้สร้างรอยยิ้ม” เฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในโอกาสฉลองพระชนมายุ ๕ รอบ ๒ เมษายน ๒๕๕๘ เพื่อเฉลิมพระเกียรติและเผยแพร่พระจริยวัตรอันงดงาม และพระปรีชาสามารถ รวมทั้งพระกรุณาธิคุณในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ทรงมีต่อประชาชนชาวไทย รวมทั้งประชาชนในประเทศเพื่อนบ้านและประเทศอาเซียน


หม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี






                หม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า เนื่องในโอกาสสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเจริญพระชนมายุ ๕ รอบ ๒ เมษายน ๒๕๕๘ สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี โดยสำนักงานเสริมสร้างเอกลักษณ์ของชาติ ได้ร่วมกับ สมาคมองค์การบริหารส่วนจังหวัดแห่งประเทศไทย และบริษัท สยามพารากอน ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด จัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ภายใต้หัวข้อ “พระผู้สร้างรอยยิ้ม” โดยกำหนดจัดนิทรรศการ ดังนี้

                กรุงเทพมหานคร ระหว่างวันที่ ๑ - ๘ เมษายน ๒๕๕๘ ณ ศูนย์การค้าสยามพารากอน

                ภาคเหนือ ระหว่างวันที่ ๒๓ - ๒๖ เมษายน ๒๕๕๘ ณ ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ จังหวัดเชียงใหม่

                ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ระหว่างวันที่ ๗ - ๑๐ พฤษภาคม ๒๕๕๘ ณ หอประชุมมหาวชิราลงกรณ์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร จังหวัดสกลนคร

                ภาคกลาง ระหว่างวันที่ ๒๑ - ๒๔ พฤษภาคม ๒๕๕๘ ณ หอประชุมพิพัฒน์มงคล องค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรสงคราม จังหวัดสมุทรสงคราม

                ภาคใต้ ระหว่างวันที่ ๔ - ๗ มิถุนายน ๒๕๕๘ ณ ห้องประชุมช้างเผือก องค์การบริหารส่วนจังหวัดกระบี่ จังหวัดกระบี่






เบล สุพล_ผู้ขับร้องเพลง พระผู้สร้างรอบบิ้ม

                หม่อมหลวงปนัดดาฯ ได้กล่าวถึงที่มาของนิทรรศการ “พระผู้สร้างรอยยิ้ม” ว่าสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีพระปรีชาสามารถในศาสตร์หลายด้านหลายแขนง โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านอักษรศาสตร์และดนตรีไทย ทรงฟื้นฟูและธำรงรักษาไว้ซึ่งเอกลักษณ์อันดีงามของชนชาติไทยมิให้สูญหายไปตามกระแสสังคมโลก จึงได้รับการทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายพระสมัญญาว่า “เอกอัครราชูปถัมภ์มรดกวัฒนธรรมไทย” และ “วิศิษฏศิลปิน” หากเราย้อนกลับไป ตั้งแต่ทรงพระเยาว์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จะโดยเสด็จพระราชดำเนินพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ไปปฏิบัติพระราชกรณียกิจในท้องถิ่นห่างไกลเพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ยังมีความยากลำบาก ขาดแคลน และมีคุณภาพชีวิตที่ด้อยโอกาส ทั้งในด้านการศึกษา โภชนาการ สุขภาพอนามัย และสภาพสิ่งแวดล้อม ให้มีสภาพความเป็นอยู่ดีขึ้น เมื่อทรงเจริญวัย สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเจริญรอยตามเบื้องพระยุคลบาท ทรงเริ่มงานพัฒนาโดยมีพระราชดำริดำเนินโครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวันในโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน เพื่อพัฒนาภาวะโภชนาการและสุขภาพของเด็กในถิ่นทุรกันดาร และทรงขยายการพัฒนาไปช่วยเหลือประชาชนตามสภาพปัญหาของแต่ละพื้นที่ จนครอบคลุมทุกด้าน ทั้งทางด้านการศึกษา สุขภาพอนามัย โภชนาการ การเกษตร การส่งเสริมอาชีพ การอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม รวมทั้งการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งนอกจากจะพระราชทานความช่วยเหลือต่าง ๆ เหล่านี้แก่ประชาชนชาวไทยแล้ว ยังทรงมีพระกรุณาธิคุณพระราชทานความช่วยเหลือแก่ประชาชนในประเทศเพื่อนบ้านและในภูมิภาคอาเซียนอีกด้วย พระกรุณาธิคุณอันเปี่ยมล้นดังกล่าวปรากฏชัดแจ้งเป็นที่เทิดทูนชื่นชมยินดีแก่ประชาชนชาวไทยและชาวต่างประเทศ ทรงประกอบพระภารกิจมากมายแม้จะทรงเหนื่อยยากตรากตรำเพียงไร เราก็ยังคงเห็นรอยแย้มพระสรวลอยู่ตลอดเวลา พระจริยวัตรอันงดงามนี้เป็นขวัญและแรงบันดาลใจให้คนไทยมีความมานะอุตสาหะ มีความปิติ และยิ้มตามอย่างมีความสุข สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จึงทรงเป็น “พระผู้สร้างรอยยิ้ม” ของประชาชนชาวไทยอย่างแท้จริง

                นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ “พระผู้สร้างรอยยิ้ม” แบ่งเป็น ๓ ส่วน

                ส่วนที่ ๑  พระปรีชาสามารถ ตกแต่งพื้นที่ด้วยการ์ตูนลายฝีพระหัตถ์ จัดแสดงหนังสือพระราชนิพนธ์ ภาพวาดฝีพระหัตถ์ บทเพลงพระราชนิพนธ์ จุดลงนามถวายพระพร และการจำหน่ายสินค้าจากร้านภูฟ้า

                ส่วนที่ ๒   พระจริยวัตร จัดแสดงพระฉายาลักษณ์ที่แสดงถึงพระจริยวัตรที่งดงาม เปี่ยมไปด้วยรอยยิ้ม โดยแบ่งตามช่วงพรรษา ดังนี้

-     ช่วงพรรษา ๑ - ๑๒ พรรษา              “เจ้าหญิงน้อยรอยยิ้มพิมพ์ประจักษ์”
-     ช่วงพรรษา ๑๓ - ๒๔ พรรษา           “งามพระจริยวัตรสยามบรมราชกุมารี”
-     ช่วงพรรษา ๒๕ - ๓๖ พรรษา      “เสด็จตามรอยพระยุคลบาททั่วปฐพี”
-     ช่วงพรรษา ๓๗ - ๔๘ พรรษา      “สานสัมพันธไมตรีด้วยพระเมตตา”
-     ช่วงพรรษา ๔๙ - ๖๐ พรรษา      “คือพระผู้สร้างรอยยิ้มแก่ปวงชน”


                ส่วนที่ ๓   พระกรุณาธิคุณ จัดแสดงเรื่องราวพระราชกรณียกิจและพระกรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทย โดยจัดแสดงดนตรี และฉายภาพยนตร์ประกอบเพลง “พระผู้สร้างรอยยิ้ม”

                จึงขอเชิญชวนประชาชนชาวไทยทุกคนร่วมแสดงความจงรักภักดี และลงนามถวายพระพร ตามสถานที่ต่าง ๆ ที่จัดไว้ รวมทั้งร่วมชมนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติฯ ตามวันเวลาและสถานที่ดังกล่าวโดยพร้อมเพรียงกัน

8
ครั้งแรกในประเทศไทยกับปอร์เช่ 919 ไฮบริด (919 Hybrid) รถแข่งสุดยอดเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ล้ำสมัย
ปอร์เช่เผยโฉม 919 ไฮบริด พร้อมขนทัพรถหรูร่วมโชว์ในงานมอเตอร์โชว์ 2015



ผู้บริหารปอร์เช่ กับ 919 Hybrid

                ปอร์เช่ ประเทศไทย โดย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ปอร์เช่อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย ร่วมงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 36 (Bangkok International Motor Show 2015)  เพื่อเป็นการประกาศและตอกย้ำความเป็นตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย โดยภายในงานท่านจะได้พบกับสุดยอดรถแข่งระดับโลกเจ้าของความสำเร็จรายการ Le Mans และ WEC ในปี 2014 นั่นคือ ปอร์เช่ 919 ไฮบริด (919 Hybrid) นอกจากนี้ เอเอเอสฯ ได้ขนทัพสุดยอดนวัตกรรมยานยนต์ระดับโลก ประกอบด้วย ปอร์เช่ คาเยนน์ เอส อี-ไฮบริด (Cayenne S E-Hybrid) รถ Plug-in Hybrid คันแรกของโลกในคลาสรถสปอร์ตอเนกประสงค์ , พานาเมร่า เอส อี-ไฮบริด (Panamera S E-Hybrid) รถสปอร์ต ซาลูนสุดหรูที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม  มีระบบขับเคลื่อนแบบ plug-in ไฮบริดคันแรกของโลกในคลาสรถหรู , พานาเมร่า ดีเซล (Panamera Diesel) รถยนต์ที่มาพร้อมพละกำลังและแรงบิดสูงแต่มีอัตราการบริโภคน้ำมันเชื้อเพลิงที่ประหยัดอย่างเหลือเชื่อ , มาคันน์ (Macan) รถสปอร์ตอเนกประสงค์ SUV ขนาด Compact ที่โดดเด่นและพร้อมมอบความสนุกสนานในทุกการขับขี่ , และ เคย์แมน (Cayman) รถสปอร์ตเครื่องยนต์วางกลาง 2 ที่นั่งมาพร้อมกับความสปอร์ตและเปี่ยมไปด้วยประสิทธิภาพอย่างเต็มพิกัด พร้อมให้ท่านสัมผัสอย่างใกล้ชิด

                ครั้งแรกในประเทศไทยกับ ปอร์เช่ 919 ไฮบริด (919 Hybrid) รถแข่งในคลาส Le Mans prototype ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ล้ำสมัย การันตีความสำเร็จจากรายการ Le Mans และ WEC ในปี 2014 พร้อมให้ทุกท่านยลโฉมภายในงาน ปอร์เช่ 919 ไฮบริด (Porsche 919 Hybrid) มาพร้อมเครื่องยนต์สันดาป เครื่องยนต์ตัว V ขนาด 4 สูบ โดยเครื่องยนต์มีขนาด 2 ลิตร ระบบฉีดน้ำมันเชื้อเพลิงโดยตรงและ Mono-turbocharging เครื่องยนต์สามารถวิ่งไปได้จนถึงความเร็วที่ 9,000 รอบต่อนาที และมีกำลังขับประมาณ 500 แรงม้า ไม่เพียงเท่านี้ 919 ไฮบริด (919 Hybrid) ยังมีระบบการนำพลังงานกลับมาใช้อยู่ถึง 2 ระบบ ซึ่งมีพื้นฐานการทำงานโดยนำพลังงานความร้อนจากแก๊สไอเสียผ่านตัวกำเนิดไฟฟ้ามาใช้ใหม่ โดยระบบไฮบริดสำหรับรูปแบบที่ 2 มีฟังก์ชั่นการทำงานคล้ายกับรุ่น 918 สไปเดอร์ (918 Spyder) ซึ่งระบบนี้จะมีตัวสร้างพลังงานบนเพลาหน้า เมื่อเกิดการเบรกจะทำการเปลี่ยนพลังงานจลน์ไปเป็นพลังงานไฟฟ้า แบตเตอรี่ ลิเธียม ไอออน จะทำหน้าที่เป็นแหล่งเก็บพลังงาน เมื่อผู้ขับขี่ต้องการพลังงานเหล่านี้ มอเตอร์ไฟฟ้าจะทำการขับเคลื่อนเพลาหน้า และทำให้ 919 ไฮบริด (919 Hybrid) กลายมาเป็นรถที่มีระบบการขับเคลื่อน 4 ล้ออย่างสมบูรณ์


อริย์ธัช เฉลิมพงศ์ ผู้จัดการฝ่ายขาย






                เอเอเอสฯ ในฐานะผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ปอร์เช่อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย ให้ความมั่นใจว่ารถยนต์ทุกคันที่ทางเอเอเอสฯ นำเข้าและจัดจำหน่ายได้ผ่านการทดสอบโฮโมโลเกชั่น (Homologation) ของประเทศไทยอย่างถูกต้องตามกฎหมายและครบทุกกระบวนการที่จำเป็นและสำคัญสำหรับการนำมาใช้งานในประเทศไทย ระบบจัดการของเครื่องยนต์ที่ได้รับการปรับแต่งและปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมกับกฎระเบียบและสภาพ   ภูมิประเทศของประเทศไทยอย่างดีที่สุด รวมถึงยังมีศูนย์บริการของรถยนต์ปอร์เช่ที่ได้มาตรฐานตามโรงงานปอร์เช่ประเทศเยอรมนีกำหนดไว้  พร้อมทั้งมีทีมวิศวกรที่มากประสบการณ์  ซึ่งได้รับการฝึกอบรมจากทางโรงงานโดยตรง พร้อมให้การดูแลและบริการรถยนต์ปอร์เช่ของท่าน โดยลูกค้าสามารถมั่นใจในบริการที่จะได้รับ  หากซื้อรถยนต์กับทางเอเอเอสฯ อย่างแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นการบริการหลังการขายที่ได้คุณภาพโดยตรงจากโรงงานปอร์เช่ประเทศเยอรมนี ราคาที่เสียภาษีนำเข้ารถยนต์อย่างถูกต้องตามกฎหมาย และคุณภาพของรถยนต์ปอร์เช่ที่ได้มาตรฐาน

เอเอเอสฯ ขอมอบแคมเปญและข้อเสนอพิเศษสำหรับท่านที่จองรถยนต์ปอร์เช่ภายในงาน

-   แคมเปญผ่อน 1.99% นาน 60 เดือน สำหรับ Macan
-   ประหยัดยิ่งกว่าด้วยบัตรเติมน้ำมัน PTT Cash Card มูลค่ากว่า 100,000 บาท
-   เพลิดเพลิน ไปกับ Paragon Gift Voucher มูลค่า 100,000 บาท
-   และที่สำคัญเอเอเอสฯ ยังมอบความเชื่อมั่นให้แด่ลูกค้าที่ซื้อรถจากเอเอเอสฯ ทุกคัน
-   ด้วยจดหมายรับรองการนำเข้าอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อมอบความมั่นใจให้แด่ลูกค้า
-   การรับประกันจากโรงงานปอร์เช่เยอรมันนีนานถึง 9 ปี

*Terms & Conditions Apply

                นอกจากนี้ยังมีข้อเสนอพิเศษอื่นๆ อีกมากมายที่ทางเอเอเอสฯ ได้จัดเตรียมให้ทุกท่านร่วมสัมผัสและค้นหา ความสุนทรีย์ของสุดยอดนวัตกรรมยานยนต์กันอย่างใกล้ชิด รวมถึงรถยนต์ไฮไลท์ประจำบูธที่จะสะกดสายตาคุณให้หลงใหลไปกับสมรรถนะอันลือเลื่องที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลก และมี Accessories ต่างๆ จาก Porsche Driver’s Selection มาให้ท่านเลือกสรรมากมายในราคาพิเศษ ภายในงาน Motor Show 2015 ณ อิมแพค เมืองทองธานี อาคารชาเลนเจอร์ 2 ตั้งแต่วันที่ 25 มีนาคม - 5 เมษายน 2015 นี้

                ปอร์เช่ ประเทศไทย โดย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ปอร์เช่อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทยเท่านั้น ที่มีศูนย์บริการมาตรฐานและทีมวิศวกรที่มากประสบการณ์ ซึ่งได้รับการฝึกอบรมจากทางโรงงาน ปอร์เช่ประเทศเยอรมนีโดยตรงพร้อมการันตีด้วยการรับรองและผ่านการทดสอบจากโรงงานในระดับเหรียญทอง (Zertifizierter Porsche Techniker – Gold Expert) คอยให้บริการรถปอร์เช่ของท่าน ตามนโยบายหลักของบริษัทที่ว่ “เอเอเอส ดูแลทั้งรถและคุณ” หรือ “AAS Looking after YOU and your CAR” สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับรถยนต์ปอร์เช่ได้ที่แผนกขาย โทร. 02-522-6655 ต่อ 101-103 หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์ได้ที่ www.porsche.co.th

9
ปอร์เช่คว้า 2 รางวัล “Car of The Year 2015” ตอกย้ำความเป็นที่สุดแห่งยนตรกรรมชั้นนำในคลาสรถสปอร์ตหรู

                ปอร์เช่ ประเทศไทย โดย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ปอร์เช่อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย ส่ง คาเยนน์ เอส อี-ไฮบริด (Cayenne S E-Hybrid) คว้ารางวัล “Best Hybrid SUV Under 3,000 CC” และ มาคันน์ ในรางวัล “Best Performance Sport SUV” ในงานรถยอดเยี่ยมแห่งปี 2015 “Car of The Year 2015” ตอกย้ำความเป็นที่สุดแห่งยนตกรรมชั้นนำในคลาสรถสปอร์ตหรู เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2015 ณ ห้องจูบิลี่ บอลรูม ชาเลนเจอร์ อิมแพค เมืองทองธานี

                “Car of The Year 2015” จัดขึ้นโดย บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล เป็นการทดสอบเพื่อเฟ้นหารถยอดเยี่ยมแห่งปี ซึ่งได้รับความร่วมมือจากหลายหน่วยงาน ไม่ว่าจะเป็นคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากสมาคมวิศวกรรมยานยนต์ไทย คณะวิศวกรรมศาสตร์จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รวมถึงสื่อมวลชนสายยานยนต์ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญพิเศษ ร่วมตัดสินและทดสอบสมรรถนะของรถยนต์จากค่ายรถชั้นนำ ไปเมื่อวันเสาร์ที่ 31 มกราคม 2015 ณ สนามปทุมธานี สปีดเวย์ จังหวัดปทุมธานี  กระบวนการคัดสรรผลปรากฎว่า คาเยนน์ เอส อี-ไฮบริด (Cayenne S E-Hybrid) คว้ารางวัล “BEST HYBRID SUV UNDER 3,000 CC” ตอกย้ำความเป็นที่สุดในด้านยนตรกรรมอี-ไฮบริดที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในคลาสรถหรู มากไปกว่านั้น มาคันน์ (Macan) คว้ารางวัล “BEST PERFORMANCE SPORT SUV” ตอกย้ำสมรรถนะของรถ SUV ขนาด Compact ที่มอบทั้งประสิทธิภาพอันทรงพลังและความสนุกสนานในทุกการขับขี่ ได้อย่างยอดเยี่ยมอีกด้วย เรียกได้ว่า 2 รางวัลอันทรงคุณค่านี้ เป็นสิ่งการันตีถึงสมรรถนะที่เหนือชั้น รวมไปถึงการผสมผสานระหว่างประสิทธิภาพความเป็นรถสปอร์ตเข้าไว้กับการประหยัดพลังงานได้อย่างลงตัว




Cayenne S E-Hybrid

                คาเยนน์ เอส อี-ไฮบริด (Cayenne S E-Hybrid) ยนตรกรรมใหม่ล่าสุดจากปอร์เช่ เต็มไปด้วยเทคโนโลยีที่โดดเด่นและล้ำสมัยเมื่อเทียบกับ คาเยนน์ เอส ไฮบริด (Cayenne S Hybrid) รุ่นก่อน โดยสานต่อความสำเร็จของนวัตกรรม อี-ไฮบริด โดยเป็นรถสปอร์ตอเนกประสงค์ (SUV) ระดับพรีเมี่ยมคันแรกของโลกด้วยเครื่องยนต์ Plug-in Hybrid ตอบโจทย์ทุกความต้องการ ซึ่งรุ่นใหม่นี้เครื่องยนต์มาในรูปแบบ Parallel full hybrid พร้อมด้วยเทคโนโลยีแบบ Plug-in, Supercharged ขนาดเครื่องยนต์ 3 ลิตร V6 ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า  ผลิตพละกำลังเครื่องยนต์โดยรวมสูงสุดที่ 416 แรงม้า (306 กิโลวัตต์); ระบบเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด Tiptronic S; ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแบบ Permanent all-wheel drive; อัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ทำได้ในระยะเวลาเพียงแค่ 5.9 วินาทีเท่านั้น; ความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 243 กิโลเมตร/ชั่วโมง; ความเร็วสูงสุดหากขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าเพียงอย่างเดียวอยู่ที่ 125 กิโลเมตร/ชั่วโมง;  อัตราการบริโภคน้ำมันเชื้อเพลิงอยู่ที่ 3.4 ลิตร/100 กิโลเมตร (29.4 กิโลเมตร/ลิตร); อัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ อยู่ที่ 79 กรัม/กิโลเมตร; ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าเพียงอย่างเดียวได้ไกลถึง 18-36 กิโลเมตร; แบตเตอรี่แบบลิเธี่ยม-อิออน (lithium-ion) 10.8 กิโลวัตต์ต่อชั่วโมง




Macan

                มาคันน์ (Macan) ใหม่ล่าสุด เปิดตัวอย่างเป็นทางการที่งานมหกรรม Auto China 2014 และถือได้ว่าเป็นการแสดงให้เห็นถึงสิ่งที่ปอร์เช่ต้องการในการสร้างรถสปอร์ตสู่ตลาด แนวคิดของการออกแบบมาในรูปแบบคลาสสิค ซึ่งยังคงมีเส้นสายความเป็นสปอร์ตที่ครบถ้วนตามแบบฉบับสายพันธุ์หรือ DNA ของปอร์เช่ทุกประการ ด้านข้างของ มาคันน์ (Macan) ตกแต่งด้วย Side Blades สี Lava Black เพิ่มความ โดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์เฉพาะรุ่น ตัวรถมีน้ำหนักเบาเพื่อให้ได้มาซึ่งสมรรถนะที่เต็มพิกัด เครื่องยนต์เทอร์โบคู่ Bi-Turbo ขนาด 2 ลิตร 4 สูบ เบนซิน มาพร้อมกับ Turbocharging อัตราการบริโภคน้ำมันเชื้อเพลิงต่ำแค่เพียง 7.2 ลิตร/100 กิโลเมตร หรือ 13.88 กิโลเมตร/ลิตร (NEDC) เท่านั้น เพราะรูปลักษณ์ที่ได้รับการออกแบบมาเป็นอย่างดี และมีประสิทธิภาพมากที่สุดในคลาสรถสปอร์ตอเนกประสงค์ (SUV) คลาสนี้ ส่งผลให้อัตราเร่งของเครื่องยนต์จาก 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ทำได้ในระยะเวลาเพียงแค่ 6.9 วินาทีเท่านั้น ความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 223 กิโลเมตร/ชั่วโมง ระบบเกียร์อัตโนมัติ 7 สปีด Porsche Doppelkupplung (PDK) ติดตั้งมาเป็นอุปกรณ์มาตรฐานให้กับ มาคันน์ (Macan) ซึ่งเป็นระบบขับเคลื่อนที่ดีที่สุดในโลก เพื่อความสนุกสนานในการขับขี่พร้อมประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงอย่างดีเยี่ยม ผสมผสานไว้ซึ่งประสิทธิภาพ ความสะดวกสบายและการใช้งานจริงในชีวิตประจำวันไว้ได้อย่างลงตัว

                ปอร์เช่ ประเทศไทย โดย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ปอร์เช่อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทยเท่านั้น ที่มีศูนย์บริการมาตรฐานและทีมวิศวกรที่มากประสบการณ์ ซึ่งได้รับการฝึกอบรมจากทางโรงงาน   ปอร์เช่ประเทศเยอรมนีโดยตรงพร้อมการันตีด้วยการรับรองและผ่านการทดสอบจากโรงงานในระดับเหรียญทอง (Zertifizierter Porsche Techniker – Gold Expert) คอยให้บริการรถปอร์เช่ของท่าน ตามนโยบายหลักของบริษัทที่ว่า “เอเอเอส ดูแลทั้งรถและคุณ” หรือ “AAS Looking after YOU and your CAR” สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับรถยนต์ปอร์เช่ได้ที่แผนกขาย โทร. 02-522-6655 ต่อ 101-103 หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์ได้ที่ www.porsche.co.th

10
เบนท์ลี่ย์ขนทัพรถหรู ร่วมงานมอเตอร์โชว์ 2015


ผู้บริหาร Bentley

                 เบนท์ลี่ย์ ประเทศไทย โดย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์เบนท์ลี่ย์อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย ขนทัพรถหรู เข้าร่วมงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 36 เพื่อเป็นการประกาศและตอกย้ำความเป็นตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย โดยภายในงานท่านจะได้สัมผัสสุดยอดนวัตกรรมยานยนต์ระดับโลกจากประเทศอังกฤษอย่างใกล้ชิด อาทิเช่น เบนท์ลี่ย์ คอนติเนนทัล จีที วี8 เอส (Continental GT V8 S) คูเป้สุดหรู 2 ประตู 2 ที่นั่ง พร้อมด้วย เบนท์ลี่ย์ ฟลายอิ้ง สเปอร์ ดับเบิ้ลยู12 (Flying Spur W12) รถที่ได้รับการขนานนามว่า เป็นที่สุดแห่งยนตรกรรมซาลูน 4 ประตูสุดหรูจากประเทศอังกฤษ และ เบนท์ลี่ย์ ฟลายอิ้ง สเปอร์ วี8 (Flying Spur V8) รถซาลูน 4 ประตู เครื่องยนต์ วี8 (V8) ทรงพลังใหม่ล่าสุด พร้อมอวดโฉมภายในงาน


Flying V8


Flying Spur W12

                 เบนท์ลี่ย์ จีที วี8 เอส (GT V8 S) คอนติเนนทัล (Continental) ใหม่ที่มาพร้อมเครื่องยนต์ V8 คันนี้มีสมรรถนะที่ยอดเยี่ยม และยังคงไว้ซึ่งความหรูหรา เครื่องยนต์ขนาด 4 ลิตร twin-turbo พละกำลังสูงสุดถึง 521 แรงม้า ระบบเกียร์อัตโนมัติ ZF 8 สปีด เสริมด้วยระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ อัตราเร่งจาก 0 - 100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ในเวลา 4.5 วินาทีเท่านั้น ความเร็วสูงสุดที่ 309 กิโลเมตรต่อชั่วโมง อีกทั้งยังประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นอย่างยิ่ง สำหรับโลโก้ “V8 S” แสดงให้เห็นถึงความเป็นสปอร์ต อย่างแท้จริง ภายในห้องโดยสารมาพร้อมสีแบบทูโทนอย่างหรูหรา เบนท์ลี่ย์  ฟลายอิ้ง สเปอร์ ดับเบิ้ลยู12 (Flying Spur W12) ที่มาพร้อม เครื่องยนต์ขนาด 6 ลิตร Twin-turbo W12 และระบบเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด พละกำลังเครื่องยนต์สูงสุดถึง 616 แรงม้า ให้แรงบิดอันมหาศาลถึง 800 นิวตันเมตร ซึ่งถือได้ว่าเป็นเบนท์ลี่ย์ 4 ประตูที่ทรงพลังมากที่สุดตั้งแต่ เบนท์ลี่ย์เคยมีมา อัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ที่ 4.3 วินาทีเท่านั้น ความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 320 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ทำให้มีประสิทธิภาพในการเกาะถนนและทรงตัวบนพื้นผิวถนนได้อย่างดีเยี่ยม เบนท์ลี่ย์ ฟลายอิ้ง สเปอร์ วี8 (Flying Spur V8) มาพร้อมกับเครื่องยนต์ขนาด 4 ลิตร Twin-turbo V8 สร้างพละกำลังแรงม้าถึง 507 แรงม้า และแรงบิดสูงสุดอยู่ที่ 660 นิวตันเมตร อัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ในระยะเวลาเพียง 5.2 วินาทีและความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 295 กิโลเมตร/ชั่วโมง หากเติมน้ำมันเต็มถังจะสามารถวิ่งได้ไกลถึง 800 กิโลเมตรเลยทีเดียว"


GT V8S


                 เอเอเอสฯ ในฐานะผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์เบนท์ลี่ย์อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย ให้ความมั่นใจว่ารถยนต์ทุกคันที่ทางเอเอเอสฯ นำเข้าและจัดจำหน่ายได้ผ่านการทดสอบโฮโมโลเกชั่น (Homologation) ของประเทศไทยอย่างถูกต้องตามกฎหมายและครบทุกกระบวนการที่จำเป็นและสำคัญสำหรับการนำมาใช้งานในประเทศไทย ระบบจัดการของเครื่องยนต์ที่ได้รับการปรับแต่งและปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมกับกฎระเบียบและสภาพภูมิประเทศของประเทศไทยอย่างดีที่สุด รวมถึงยังมีศูนย์บริการของรถยนต์เบนท์ลี่ย์ที่ได้มาตรฐานตามโรงงานเบนท์ลี่ย์ประเทศอังกฤษกำหนดไว้  พร้อมทั้งมีทีมวิศวกรที่มากประสบการณ์  ซึ่งได้รับการฝึกอบรมจากทางโรงงานโดยตรง พร้อมให้การดูแลและบริการรถยนต์เบนท์ลี่ย์ของท่าน โดยลูกค้าสามารถมั่นใจในบริการที่จะได้รับ  หากซื้อรถยนต์กับทางเอเอเอสฯ อย่างแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นการบริการหลังการขายที่ได้คุณภาพโดยตรงจากโรงงานเบนท์ลี่ย์ประเทศอังกฤษ ราคาที่เสียภาษีนำเข้ารถยนต์อย่างถูกต้องตามกฎหมาย และคุณภาพของรถยนต์เบนท์ลี่ย์ที่ได้

                 สำหรับข้อเสนอสุดพิเศษเมื่อซื้อรถยนต์เบนท์ลี่ย์จากเอเอเอสฯ ภายในงาน
            -   รับทันทีประกันจากโรงงานเบนท์ลี่ย์ประเทศอังกฤษ 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง
            -   พร้อมทั้ง รับการบริการดูแลและบำรุงรักษารถยนต์เบนท์ลี่ย์จากผู้นำเข้าอย่างเป็นทางการ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ เพิ่มเติม ตลอด 5 ปี (5 Years Free Service Package)

*Terms & Condition Apply

                 นอกจากนี้ยังมีข้อเสนอพิเศษอื่นๆ อีกมากมายที่ทาง เอเอเอสฯ ได้จัดเตรียมให้ทุกท่าน ร่วมสัมผัสและค้นหาความสุนทรีย์ของสุดยอดนวัตกรรมยานยนต์กันอย่างใกล้ชิด รวมถึงรถยนต์ไฮไลท์ประจำบูธ ที่จะสะกดทุกสายตาให้หลงใหลไปกับสมรรถนะอันลือเลื่อง ที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลก และมี Bentley Collection ของเบนท์ลี่ย์มาให้ท่านเลือกสรรมากมายในราคาพิเศษ ภายในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 36 ณ อาคารชาเลนเจอร์ 2 อิมแพค เมืองทองธานี ตั้งแต่วันที่ 25 มีนาคม – 5 เมษายน 2558 นี้ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับรถยนต์เบนท์ลี่ย์ ได้ที่ 02-261-1050-51 หรือ เยี่ยมชมเว็บไซต์ได้ที่ www.bentleymotors.com

11
3K แบตเตอรี่ห่วงใยผู้ใช้รถใช้ถนนช่วงสงกรานต์
ส่งโครงการ “สงกรานต์อุ่นใจปลอดภัยไปกับ 3เค” ร่วมดูแล


                3K แบตเตอรี่ผู้นำอันดับหนึ่งในธุรกิจผลิตและจำหน่ายแบตเตอรี่ ห่วงใยผู้ใช้รถใช้ถนน ส่ง “โครงการสงกรานต์อุ่นใจปลอดภัยไปกับ 3K” บริการให้ความช่วยเหลือ 24 ชั่วโมงทุกกรณีที่รถเสีย โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ บนถนนสายหลักทั่วประเทศ ตลอดเทศกาลสงกรานต์ 10-16 เม.ย.นี้

                นายวีรวัฒน์ ขอไพบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ผลิตภัณฑ์ 3เค จำกัด กล่าวถึงที่มาของโครงการสงกรานต์อุ่นใจปลอดภัยไปกับ 3K ว่า “โครงการดังกล่าวเกิดขึ้นจากความตระหนักถึงความสะดวกและความปลอดภัยของผู้ใช้รถใช้ถนน โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งเป็นช่วงที่มีการสัญจรทางถนนหนาแน่น อีกทั้งยังมีสถิติของรถเสียและอุบัติเหตุเกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก บริษัทฯ จึงเกิดแนวคิดในการดำเนินกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม”
 
                “โครงการสงกรานต์อุ่นใจปลอดภัยไปกับ 3K” เป็นโครงการที่ 3K หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเพิ่มความสะดวกและปลอดภัยให้กับผู้ใช้รถใช้ถนนในเทศกาลสงกรานต์ อีกทั้งเป็นส่วนหนึ่งในการลดความเสี่ยงของการเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์ รวมทั้งเป็นการตอกย้ำภาพลักษณ์ของแบรนด์ 3K ในฐานะแบตเตอรี่คนไทยที่สร้างสรรค์กิจกรรมดีๆ เพื่อตอบแทนสังคมอย่างต่อเนื่อง พร้อมให้กลุ่มผู้ใช้รถใช้ถนนทุกท่านได้สัมผัสความรู้สึกดีๆ ตลอดทุกเส้นทาง ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ระหว่างวันที่ 10-16 เมษายนนี้”

                สำหรับโครงการสงกรานต์อุ่นใจปลอดภัยไปกับ 3K จะให้บริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมงในทุกกรณีที่รถเสีย ยกเว้นกรณีอุบัติเหตุ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ และไม่จำกัดเฉพาะผู้ใช้แบตเตอรี่ 3K เท่านั้น ซึ่งผู้ใช้รถทุกท่านสามารถเรียกใช้บริการพิเศษนี้ผ่านทาง 3K Call Center 0-2393-3333 กด 0 โดยเปิดให้ลงทะเบียนเพื่อรับบริการของโครงการฯ ตั้งแต่วันที่ 23 มีนาคม – 9 เมษายน 2558 ผ่านทาง www.3kbattery.co.th สอบถามรายละเอียดการลงทะเบียนได้ที่หมายเลข 0-2393-3333 กด 874

12
โฉมใหม่ “ไป่ตู้ เบราว์เซอร์ 4.0”
เปิดโลกอินเทอร์เน็ต รวดเร็ว ทันใจ ปลอดภัยมากขึ้น


สำหรับคอมพิวเตอร์พีซีและแล็ปท็อปที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Windows เท่านั้น


                “ไป่ตู้” ผู้นำเสิร์ชเอนจินระดับโลก ผู้พัฒนาผลิตภัณฑ์บนคอมพิวเตอร์ เว็บไซต์ และโทรศัพท์มือถือที่ได้รับรางวัล ขอแนะนำ “ไป่ตู้ เบราว์เซอร์ เวอร์ชั่น 4.0” (Baidu Browser 4.0) เว็บเบราว์เซอร์สำหรับคอมติวเตอร์พีซีและแล็ปท็อป ด้วยประสิทธิภาพของเอนจิน โครเมี่ยม 40 (Chromium 40) และเทคโนโลยี Code Optimization (การหาค่าที่เหมาะสม) ที่ทีมพัฒนาของไป่ตู้ พัฒนามาจากระบบปฏิบัติการแบบโอเพนซอร์ซ (open source) ของ Chromium OS ช่วยให้ผู้ใช้สามารถเปิดเว็บไซต์ได้อย่างรวดเร็ว ไม่สะดุด และมีการทำงานที่เสถียรมากยิ่งขึ้น

                ยิ่งไปกว่านั้นไป่ตู้ได้นำเทคโนโลยี “ไป่ตู้ คลาวด์ ซีเคียวริตี้ เอนจิน” (Baidu Cloud Security engine) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีแบบเดียวกับแอนตี้ไวรัสเข้ามาผนวกไว้ใน “ไป่ตู้ เบราว์เซอร์ 4.0” ช่วยเพิ่มความมั่นใจในความปลอดภัยให้แก่ผู้ใช้ ไม่ว่าจะเปิดเว็บไซต์ ดาวน์โหลดไฟล์ต่างๆ หรือแม้แต่ช็อปปิ้งออนไลน์

                ด้วยรางวัลและการรับรองจากหน่วยงานด้านความปลอดภัยต่างๆ ในระดับนาชาติของ “ไป่ตู้ คลาวด์ ซีเคียวริตี้ เอนจิน” (Baidu Cloud Security engine) อาทิ VB100, AV Comparatives, Checkmark และ OPSWAT รวมถึงการได้เข้าสมาชิกของ Microsoft Active Protections Program ยืนยันความปลอดภัยเมื่อใช้งานผ่าน “ไป่ตู้ เบราว์เซอร์ 4.0” สามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการรับรองจากสถาบันต่างๆ ของ “ไป่ตู้ คลาวด์ ซีเคียวริตี้ เอนจิน”  http://global.baidu.com/newsdetail/?newsId=2     

                “ไป่ตู้ เบราว์เซอร์ 4.0” มาพร้อมการทำงานที่หลากหลาย ช่วยให้การท่องโลกอินเทอร์เน็ตเป็นเรื่องง่าย ด้วยฟีเจอร์ต่างๆ ดังนี้

                ·      Speed/Fast: เร็วกว่าด้วยเอนจิน Chromium 40 และได้มีการนำเทคโนโลยี code optimization(การหาค่าเหมาะสมที่สุด) ทำให้เบราว์เซอร์ทำงานได้เร็วขึ้นและเสถียรขึ้น

                ·      Light: เบากว่า เนื่องจากกินทรัพยากรเครื่องน้อยลง ไม่ว่าจะเป็นการใช้ CPU หรือ memory

                ·      Media Downloader: ดาวน์โหลดเป็นเรื่องง่ายแค่คลิกเดียว ไม่ว่าจะเป็นวิดีโอ เพลง หรือคลิปต่างๆ

                ·      Built-in Screen Capture: สามารถเซฟภาพหน้าจอในเว็บไซต์ต่างๆ ได้ตามที่ต้องการโดยไม่ต้องติดตั้งโปรแกรมเสริมเพิ่มเติม

                ·      Baidu Security Cloud engine: เทคโนโลยีตัวเดียวกับแอนตี้ไวรัส ซึ่งผ่านการรับรองมาตรฐานสากลจากหลายสถาบันด้านความปลอดภัยมากมาย ช่วยดูแลรักษาความปลอดภัยเมื่อเปิดเว็บไซต์หรือดาวน์โหลดข้อมูล

                ·      Customizable Theme/Skin: ตัวช่วยสำหรับปรับแต่งธีมหรือพื้นผิวหน้าจอเบราว์เซอร์ให้โดดเด่นโดนใจตามสไตล์ผู้ใช้

                ทั้งนี้ “ไป่ตู้ เบราว์เซอร์” (Baidu Browser) เป็นผลิตภัณฑ์ส่วนหนึ่งของครอบครัวไป่ตู้ โดยผู้สนใจสามารถดาวน์โหลด “ไป่ตู้ เบราว์เซอร์ 4.0” เพื่อท่องอินเทอร์เน็ตสำหรับคอมติวเตอร์พีซีและแล็ปท็อป รองรับทุกระบบปฏิบัติการ Windows โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายได้ที่ http://th.browser.baidu.com/ หรือติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เฟซบุ๊ก https://www.facebook.com/BaiduBrowserThailand 

###

เกี่ยวกับ ไป่ตู้
Baidu,Inc.เป็นผู้นำด้านการให้บริการสืบค้นข้อมูลทางอินเทอร์เน็ตภาษาจีนและผู้พัฒนาผลิตภัณฑ์บนคอมพิวเตอร์ เว็บไซต์ และโทรศัพท์มือถือที่ได้รับรางวัล ในฐานะที่เป็นบริษัทเทคโนโลยีด้านสื่อนั้น ไป่ตู้ มีเป้าหมายที่จะนำเสนอแนวทางที่ดีที่สุดแก่ผู้ที่สืบค้นข้อมูลออนไลน์ และยังให้บริการแพลตฟอร์มเปี่ยมประสิทธิภาพสำหรับธุรกิจต่างๆเพื่อการเข้าถึงลูกค้าในอนาคตอีกด้วย ปัจจุบันนี้หุ้น ADS ของไป่ตู้ได้เข้าสู่ตลาด NASDAQ Global Select Market ภายใต้สัญลักษณ์ “BIDU” หุ้นสามัญ คลาส A ของไป่ตู้แต่ละหุ้นแทนโดยหุ้น ADS จำนวน 10 หุ้น

13


จากัวร์ แลนด์โรเวอร์  ร่วมงานเลี้ยงฉลองสุดยอดแบรนด์ “Best of British”
ของหอการค้าอังกฤษ - ไทย


การันตีความเป็นสุดยอดของผลิตภัณฑ์ระดับตำนานแห่งสหราชอาณาจักร


ภาพข่าว: มร.ริชาร์ด เฮก (ขวา) ผู้จัดการทั่วไป  บริษัท ซิตี้ ออโต้โมบิล จํากัด, ฯพณฯ มาร์ค เคนท์ (กลาง) เอกอัครราชทูตอังกฤษประจำประเทศไทย, มร.เซิร์จ ทูรอน (ซ้าย)
ผู้จัดการฝ่ายขายและการตลาด บริษัท ซิตี้ ออโต้โมบิล จํากัด ภายในงาน
“Life & Style - an evening of exquisite British music, cars, motorcycles, food and drinks”
จัดโดย หอการค้าอังกฤษ – ไทย ณ สถานเอกอัครราชทูตอังกฤษ

จากัวร์ แลนด์โรเวอร์ สุดยอดแบรนด์ยนตกรรมจากอังกฤษ ร่วมงาน “Life & Style, an evening of exquisite British music, cars, motorcycles, food and drinks” จัดโดยหอการค้าอังกฤษ – ไทย ภายในบริเวณสวนของสถานเอกอัครราชทูตอังกฤษ โดย จากัวร์ แลนด์โรเวอร์ มีผลงานที่ได้รับการคัดเลือกเป็นสุดยอดผลิตภัณฑ์แห่งสหราชอาณาจักร (Best of British) คือรถยนต์ลีมูซีนรุ่นเอ็กซเจ (XJ) รุ่นฐานล้อยาวที่เป็นหนึ่งในยานยนต์ที่งามสง่ามากที่สุด โดยมีตราสินค้าชั้นนำอื่นๆ จากสหราชอาณาจักร ที่ได้รับคัดเลือกในครั้งนี้ อาทิ เฮนดริกส์ ยิน, ไทรอัมพ์ มอเตอร์ไซเคิลส์ และ ชาทไวนิงส์ ภายในงานคับคั่งไปด้วยบุคคลสำคัญจำนวนมาก ซึ่งได้มาร่วมพบปะสังสรรค์กันอย่างสนุกสนาน และใช้โอกาสนี้ในการสร้างเครือข่ายระดับสูงระหว่างนักธุรกิจชั้นนำและบุคคลากรทางการทูตของเมืองไทย
 
ท่านสามารถค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับยานยนต์และข้อมูลเชิงเทคนิคได้ที่เว็บไซต์ www.landroverthailand.com  และ www.jaguarthailand.com


เกี่ยวกับ บริษัท ซิตี้ ออโต้โมบิล จำกัด
บริษัท ซิตี้ ออโต้โมบิล จำกัด คือผู้แทนจำหน่ายรถยนต์จากัวร์และแลนด์โรเวอร์อย่างเป็นทางการในประเทศไทย รับผิดชอบการนำเข้า จัดจำหน่าย และบริการทั้งก่อนและหลังการขายสำหรับรถยนต์จากัวร์และแลนด์โรเวอร์ทุกรุ่น ปัจจุบัน ซิตี้ ออโต้โมบิล บริหารงานศูนย์บริการ 3 แห่ง ได้แก่ เพรสทีจ มอเตอร์ คาร์ส ถนนวิทยุ, จีที คาร์ส ถนนเพชรบุรี และ จีบี ออโต้โมบิลส์ จังหวัดภูเก็ต โดยบริษัทมีแผนการเปิดโชว์รูมและศูนย์บริการที่ทันสมัยครบวงจรสาขาใหม่ภายในกลางปี 2558 นี้

14
เอ.พี.ฮอนด้าดึงไทยเทเนียมรณรงค์ Zero Accident อุบัติเหตุเป็นศูนย์ เริ่มต้นที่ตัวคุณ ช่วงเทศกาลสงกรานต์
สร้างสรรค์โฆษณาชุดใหม่ชวนคนไทย “เตือนตัวเอง ดื่มไม่ขี่ ดีที่สุด”
มอบบริการตรวจรถจักรยานยนต์ฟรี! พร้อมเปิดจุดพักพิเศษลดความเหนื่อยล้าระหว่างเดินทาง



               เอ.พี.ฮอนด้า ผู้จัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์ฮอนด้าในประเทศไทย และผู้บุกเบิกโครงการรณรงค์ “Zero Accident อุบัติเหตุเป็นศูนย์เริ่มที่ตัวคุณ” ดึงวง “ไทยเทเนียม” ศิลปินฮิปฮอปชื่อดังของไทยร่วมเป็นพรีเซนเตอร์รณรงค์ลดอุบัติเหตุรับช่วงสงกรานต์ ในภาพยนตร์โฆษณาชุดใหม่ “เตือนตัวเอง ดื่มไม่ขี่ ดีที่สุด” สะท้อนให้เห็นถึงสมรรถภาพร่างกายที่แย่ลงเมื่อระดับแอลกอฮอลล์ในเลือดสูงขึ้นจนอาจส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุ เริ่มออกอากาศตั้งแต่วันที่ 27 มีนาคม 2558 เป็นต้นไป พร้อมกับมอบบริการ Free Service ตรวจรถจักรยานยนต์ฟรี 10 รายการ เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องในราคาพิเศษเพียง 30 บาท และรับส่วนลดพิเศษ 30% สำหรับยางและแบตเตอรี่ ที่ศูนย์จำหน่ายและบริการ Honda Wing Center ทั่วประเทศระหว่างวันที่ 2-4 เมษายน 2558 ตามด้วยบริการจุดพักรถพิเศษเพื่อผ่อนคลายความเมื่อยล้าของผู้เดินทางบนเส้นทางหลวงสายมิตรภาพ โดยจะให้บริการ ณ จุดพักรถกิโลเมตรที่ 15 ต.ทับกวาง อ.แก่งคอย จ.สระบุรี ตั้งแต่วันที่ 10-13 เมษายน 2558 (ขาออก) ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.aphonda.co.th

               นายสุชาติ อรุณแสงโรจน์ กรรมการบริหาร บริษัท เอ.พี.ฮอนด้า จำกัด เปิดเผยว่า “จากความตั้งใจของเอ.พี.ฮอนด้า ที่อยากให้ผู้ใช้รถจักรยานยนต์ทุกคนขับขี่อย่างปลอดภัย เราได้ริ่เริ่มบุกเบิกโครงการรณรงค์ Zero Accident อุบัติเป็นศูนย์เริ่มที่ตัวคุณมาตั้งแต่ พ.ศ. 2553 โดยให้พรีเซนเตอร์ของฮอนด้าเข้ามามีส่วนร่วมในการรณรงค์ลดอุบัติเหตุในช่วงเทศกาลที่มีวันหยุดยาวผ่านสื่อต่างๆมาอย่างต่อเนื่องมากว่า 5 ปีเต็ม และสำหรับเทศกาลสงกรานต์ในปีนี้ เอ.พี.ฮอนด้า ได้ดึงสมาชิกวงไทยเทเนียมในฐานะศิลปินฮิปฮอปชื่อดังซึ่งถือเป็น Influencer ของวัยรุ่นไทยมาร่วมรณรงค์ผ่านภาพยนตร์โฆษณาชุดใหม่ภายใต้แนวคิด “เตือนตัวเอง ดื่มไม่ขี่ ดีที่สุด” สะท้อนให้เห็นถึงสมรรถภาพร่างกายที่แย่ลงเมื่อระดับแอลกอฮอลล์ในเลือดสูงขึ้นจนอาจส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุ ทั้งนี้ก็เพื่อให้ทุกคนคอยเตืนสติตัวเอง ตระหนักถึงอันตราย และไม่ประมาท โดยจะเริ่มออกอากาศตั้งแต่วันที่ 27 มีนาคม 2558 เป็นต้นไป ผ่านทางสถานีโทรทัศน์ช่องต่างๆทั่วประเทศ”








Thaitanium

               “นอกจากการรณรงค์ผ่านสื่อโฆษณาแล้ว เรายังได้ร่วมกับเครือข่ายศูนย์จำหน่ายและบริการ Honda Wing Center ทั่วประเทศ มอบบริการ Free Service ตรวจเช็คสภาพรถจักรยานยนต์ฟรี 10 รายการ เปลี่ยนน้ำมันเครื่องในราคาเพียง 30 บาท และมอบส่วนลดพิเศษอีก 30% สำหรับยางและแบตเตอร์รี่ ระหว่างวันที่ 2-4 เมษายน และให้บริการจุดพักรถขนาดใหญ่พิเศษระหว่างวันที่ 10-13 เมษายน เพื่อให้ผู้เดินทางไกลได้แวะพักผ่อนชั่วคราวก่อนออกเดินทางต่อ โดยจะให้บริการซ่อมบำรุงรถจักรยานยนต์โดยไม่จำกัดยี่ห้อ พร้อมเสิร์ฟเครื่องดื่มและของว่าง รวมถึงบริการนวดเท้าและสันทนาการอื่นๆเพื่อลดความเหนื่อยล้าและสร้างความกระฉับเฉงให้กับผู้เดินทาง อันจะเป็นวิธีหนึ่งในการช่วยลดปัจจัยเสี่ยง”

               สำหรับบริการจุดพักรถพิเศษจาก เอ.พี.ฮอนด้า จะให้บริการ ณ เส้นทางหลวงสายมิตรภาพกิโลเมตรที่ 15 ต.ทับกวาง อ.แก่งคอย จ.สระบุรี ตั้งแต่วันที่ 10-13 เมษายน 2558 (ขาออก) ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.aphonda.co.th
















15
YOKOHAMA ท้าพิสูจน์ (จีโอแลนดา จีศูนย์ห้าหก) ยางรุ่นใหม่เพื่อรถ Pick-up, SUV, PPV
นุ่มเงียบ ใช้งานได้อย่างมั่นใจและขับขี่ปลอดภัย ยึดเกาะได้ดีเยี่ยมทั้งบนถนนแห้งและเปียก



               YOKOHAMA เชิญสื่อมวลชนเข้าร่วมทดสอบสมรรถนะยางรถยนต์รุ่นใหม่ล่าสุด “GEOLANDAR H/T G056” (จีโอแลนดา จีศูนย์ห้าหก)  ณ สนามปทุมธานี สปีดเวย์ เชียงราก จ.ปทุมธานี ผลิตในประทศไทยและนำเข้าจากฟิลิปปินส์ ชูจุดเด่น ให้สมรรถนะดีเยี่ยม เรื่องความนุ่มเงียบ ใช้งานได้อย่างมั่นใจและปลอดภัยในการยึดเกาะถนนทั้งบนนถนนแห้งและเปียก รองรับกลุ่มรถ Pick-up, SUV, PPV ยอดนิยมในตลาดเมืองไทยราคาจำหน่าย 2,125-6,500 บาท เริ่มวางจำหน่ายตั้งแต่ 1 เมษายนนี้ ณ ร้านค้าผู้แทนจำหน่ายของ YOKOHAMA กว่า 300 แห่งและศูนย์บริการยางมาตรฐาน YOKOHAMA CLUB NET WORK (YCN) 30 แห่งทั่วประเทศไทย


Mr.Taketoshi Morita

               มร.ทาเคโตชิ โมริตะ (Mr.Taketoshi Morita) กรรมการผู้จัดการ บริษัท โยโกฮามา ไทร์ เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยต่อสื่อมวลชนว่า ยางรถยนต์โยโกฮามารุ่นใหม่ Geolandar G056 (จีโอแลนดา จีศูนย์ห้าหก)  ยางรถยนต์ที่ถูกคิดค้นและพัฒนาขึ้นภายใต้เทคโนโลยีใหม่ล่าสุด เพื่อให้การขับขี่รถ Pick-up, SUV, PPV ที่นุ่มเงียบ ภายใต้นวัตกรรม การออกแบบโครงสร้างยาง, ส่วนผสมของเนื้อยางและดอกยางใหม่ ที่ให้ความมั่นใจในความนุ่มเงียบได้ยาวนาน ด้วยการพัฒนาบล็อกดอกยางให้มีขนาดต่างกันถึง 5 ขนาด นอกจากจะช่วยลดเสียงรบกวนได้ดีแล้ว ร่องยางแบบ 3D และร่องยาง Multiple Lug ช่วยให้ผู้ขับขี่บังคับควบคุมรถได้อย่างแม่นยำ ช่วยประหยัดเชื้อเพลิง ให้สมรรถนะการยึดเกาะถนนที่ดีเยี่ยม ให้ระยะเบรกที่สั้นกว่า และยังมีอายุการใช้งานที่ยาวนานมากกว่ารุ่นเดิมถึง 21%

               ยาง GEOLANDAR H/T G056 ผลิตในประทศไทยและนำเข้าจากฟิลิปปินส์ สามารถตอบเทรนด์ความต้องการการขับขี่รถ Pick-up, SUV, PPV ที่ต้องการความนุ่มเงียบ มีให้เลือกตั้งแต่ขอบ 15-20 นิ้ว หน้ากว้าง 215-285 และซีรี่ส์มีให้เลือกตั้งแต่ 50-80  รวม 26 ขนาด ราคาจำหน่าย 2,125-6,500 บาท ครอบคลุมรถยนต์ Pick-up, SUV, PPV ที่ใช้งานเน้นบนถนนเป็นหลัก เช่น Toyota Vigo, Toyota Fortuner,  Nissan Navara,  Mazda BT50, Isuzu D-Max, Isuzu Mu7, Isuzu Mu-X, Mitsubishi Triton, Chevrolet Trailblazer และ Ford Ranger เป็นต้น








               GEOLANDAR H/T G056 (จีโอแลนดา จีศูนย์ห้าหก) ถือเป็นผลิตภัณฑ์ไฮไลต์ของ YOKOHAMA ในปีนี้ ที่จะมาช่วยต่อยอดความสำเร็จในการจำหน่ายยางรถยนต์ของ YOKOHAMA รุ่นต่างๆ ที่วางตลาดไปก่อนหน้า โดยตั้งเป้าจำหน่ายยางไว้ที่ 65,000 เส้น ภายในสิ้นปีนี้ โดยเริ่มวางจำหน่าย ณ ร้านค้าผู้แทนจำหน่ายของ YOKOHAMA กว่า 300 แห่งและศูนย์บริการยางมาตรฐาน YOKOHAMA CLUB NETWORK (YCN) 30 แห่งทั่วประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 1 เดือนเมษายนนี้เป็นต้นไป พร้อมกันนี้ได้จัดแคมเปญมอบให้แก่ผู้ใช้ในช่วงเปิดตัวแนะนำ เมื่อซื้อยาง GEOLANDAR H/T G056  จำนวน 4 เส้น รับฟรีทันที Sport Bags  (กระเป๋ากีฬาพรีเมียม) ที่จัดทำขึ้นมาเป็นการเฉพาะจำนวน 1 ใบ”

               (จีโอแลนดา จีศูนย์ห้าหก) ตอบโจทย์ตรงใจ เพื่อกลุ่มรถ Pick-up, SUV, PPV แท้จริง

               สำหรับการทดสอบสมรรถนะยางรุ่นใหม่ในครั้งนี้ YOKOHAMA มุ่งหวังให้ผู้ร่วมทดสอบได้สัมผัสถึงสมรรถนะยาง “GEOLANDAR H/T G056” (จีโอแลนดา จีศูนย์ห้าหก) อย่างครบถ้วนในทุกรูปแบบ และทุกสภาพพื้นผิวที่ใช้งานจริง โดยเฉพาะจุดเด่นเรื่องของการให้สมรรถนะดีเยี่ยม เรื่องความนุ่มเงียบ ใช้งานได้อย่างมั่นใจ และปลอดภัยในการยึดเกาะถนนทั้งบนนถนนแห้งและเปียกแล้ว ยังสามารถตอบโจทย์การขับขี่ใช้งานรถยนต์กลุ่ม Pick-up, SUV, PPV ที่ใช้งานเน้นบนถนนเป็นหลัก โดยใช้ยาง “จีโอแลนดา จี051” ขนาด 265/65R17 ซึ่งเป็นยางรุ่นเก่าที่เคยวางจำหน่าย เปรียบเทียบสมรรถนะในทุกมิติกับยาง “จีโอแลนดา จี056” รุ่นใหม่ล่าสุดขนาดเดียวกัน ติดตั้งรถยนต์ทดสอบแบบอเนกประสงค์รุ่นยอดนิยมอย่าง โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ จำนวน 12 คัน มิตซูบิชิ ปาเจโรสปอร์ต จำนวน 3 คัน และรถปิกอัพ ฟอร์ด เรนเจอร์ จำนวน 1 คัน


YOKOHAMA Comfort Station

               สถานี YOKOHAMA Comfort Station : ผู้ร่วมทดสอบต้องขับรถยนต์ผ่านผิวถนนบนที่มีเส้นเชือกขึงขวางระยะๆ เสมือนกับการขับรถผ่านร่องผิวถนน เพื่อให้รับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือนจากยางรถยนต์เข้าสู่ห้องโดยสารจนถึงพวงมาลัย จากการทดสอบทำให้สัมผัสถึงประสิทธิภาพอันยอดเยี่ยมในการซึมซับแรงกระแทกและแรงสั่นสะเทือนของ (จีโอแลนดา จีศูนย์ห้าหก) ที่ให้ผลลัพธ์ดีกว่ายางรุ่นเก่าอย่างชัดเจน และยังรับรู้ถึงสมรรถนะของยางที่นุ่มเงียบ ซึ่งมีโครงสร้างยาง ส่วนผสมของเนื้อยาง และดอกยางใหม่ ที่ให้ความมั่นใจในความนุ่มเงียบได้ยาวนาน ด้วยการพัฒนาบล็อกดอกยางให้มีขนาดต่างกันถึง 5 ขนาด ช่วยลดเสียงรบกวนได้ดี




YOKOHAMA Slalom-Figure & Lane Change Station

               สถานี YOKOHAMA Slalom-Figure & Lane Change Station : ผู้ทดสอบต้องขับรถยนต์ซิกแซกไปตามไพร่อน ด้วยความเร็วประมาณ 50 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เพื่อสัมผัสถึงการตอบสนองของแก้มยางในรูปแบบของการเลี้ยวกะทันหัน จากการทดสอบทำให้รับรู้ถึงสมรรถนะและประสิทธิภาพอันยอดเยี่ยมของยางรุ่นใหม่ล่าสุด (จีโอแลนดา จีศูนย์ห้าหก) ที่ให้ความมั่นใจและปลอดภัยในการยึดเกาะถนน และให้ประสิทธิภาพในการบังคับควบคุมรถได้อย่างแม่นยำเหนือกว่ายางรุ่นเดิม

               สถานี YOKOHAMA Dry Handling Station : กำหนดโจทย์ให้ผู้ทดสอบขับขี่รถยนต์ที่ติดตั้งยางรุ่นใหม่ล่าสุด (จีโอแลนดา จีศูนย์ห้าหก) เปรียบเทียบกับยางรุ่นเดิม บนทางโค้งมุมกว้าง ขับด้วยความเร็วประมาณ 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ผลลัพธ์คือ ยางรุ่นใหม่ล่าสุด (จีโอแลนดา จีศูนย์ห้าหก) ให้สมรรถนะการบังคับควบคุมง่าย และให้การคืนตัวของวงเลี้ยวที่ดีกว่ายางรุ่นเก่าอย่างชัดเจน




YOKOHAMA_Wet Brake Station

               สถานี YOKOHAMA Wet Brake Station : ผู้ทดสอบต้องขับรถยนต์ทำความเร็วให้ได้ 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง บนพื้นผิวถนนเปียกลื่น แล้วกระทืบเบรกอย่างแรง เสมือนว่ากำลังเกิดเหตุฉุกเฉินในระหว่างขับขี่ เพื่อพิสูจน์ถึงประสิทธิภาพระยะเบรกของยางทั้ง 2 รุ่น โดยจะวัดประสิทธิภาพจากระดับความเร็วตั้งแต่ 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จนลดลงเหลือ 2 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ว่าใช้ระยะการเบรกที่เท่าใด ผลการทดสอบปรากฏว่า รถยนต์ที่ติดตั้งยางรุ่นใหม่ล่าสุด (จีโอแลนดา จีศูนย์ห้าหก) ให้ประสิทธิภาพการเบรกในระยะที่สั้นกว่ายางรุ่นเดิมอย่างชัดเจน






YOKOHAMA Road Tour Station

               สถานี YOKOHAMA Road Tour Station : โดยทีมทดสอบของ YOKOHAMA พาสื่อมวลชนร่วมพิสูจน์สมรรถนะยางบนถนนหลวงหลากหลายรูปแบบ เสมือนกับการขับรถยนต์จริงในชีวิตประจำวัน ซึ่งมีทั้งพื้นผิวถนนแบบคอนกรีตอัดแรง ผิวถนนยางแอสฟัลท์ Asphalt รวมทั้งเปิดโอกาสให้ขับขี่ผ่านเส้นทางชุมชนและบุกตะลุยไปตามผิวถนนออฟโรดแบบสมบุกสมบัน และร่วมเล่นเกมระหว่างการเดินทาง โดยใช้เส้นทางถนนวงแหวนตะวันตก จากเชียงราก จ.ปทุมธานี มุ่งหน้าสู่พระราชวังบางปะอิน ระยะทางประมาณ 30 กิโลเมตร

               จากการทดสอบสมรรถนะในทุกมิติบนท้องถนนหลวง ทำให้สัมผัสถึงสมรรถนะแท้จริงของยาง “GEOLANDAR H/T G056” (จีโอแลนดา จีศูนย์ห้าหก) ในทุกมิติ สะท้อนให้ผู้ร่วมทดสอบรับรู้ถึงความมั่นใจในความนุ่มเงียบ ช่วยลดเสียงรบกวนได้ บังคับควบคุมรถได้อย่างแม่นยำ ช่วยประหยัดเชื้อเพลิง และให้สมรรถนะการยึดเกาะถนนที่ดีเยี่ยม
















Pages: [1] 2 3 ... 600