Show Posts

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - happy

Pages: [1] 2 3 ... 793
1
มาถึงเมืองไทยแล้ว!
กล้องดิจิตอล
“CANON EOS M10 x Rilakkuma Limited Edition”แพ็คคู่สุดน่ารัก
คอลเล็คชั่นพิเศษจากแคนนอน เอาใจนักถ่ายภาพสายคิวท์คุมโทนสไตล์ Toy


                  กรุงเทพฯ 25 สิงหาคม 2559 – แคนนอน ผู้นำด้านกล้องดิจิตอลและอิมเมจจิ้ง ตอบรับกระแสความนิยมกล้องมิเรอร์เลส Canon EOS M10  และการถ่ายภาพสุดสร้างสรรค์สไตล์ Toy Travel ของคนรุ่นใหม่ ด้วยคอลเล็คชั่นพิเศษ Canon EOS M10 x Rilakkuma Limited Edition จำนวนจำกัด โดยจับคู่กล้องมิเรอร์เลส Canon EOS M10 พร้อมตุ๊กตาริลัคคุมะรุ่นพิเศษลิมิเต็ดเอดิชั่นขนาด 24 ซ.ม.ของแท้นำเข้าจาก San-X  ในแพ็คเกจน่ารักน่าสะสม โดยเตรียมวางจำหน่ายล๊อตแรกในประเทศไทยเฉพาะที่งาน BIG CAMERA BIG PRO DAYS  วันที่ 30 ส.ค.– 4 ก.ย. และที่ร้าน World Camera สาขาลาดพร้าววันที่ 26 ส.ค. – 4 ก.ย. ก่อนจะเริ่มต้นวางจำหน่ายทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 15 กันยายน จนถึง 31 ธันวาคม 2559 เท่านั้น

                  การถ่ายภาพแบบ ToyTravel คือ การถ่ายภาพที่ใช้ตุ๊กตาหรือของเล่นชิ้นโปรดมาเป็นตัวละครหลักในการเล่าเรื่องราวผ่านภาพถ่าย ซึ่งเริ่มมาจากประเทศญี่ปุ่นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2557 จากผู้ใช้งานอินสตาแกรมมากมาย โดยเรียกกันในภาษาญี่ปุ่นว่า Nui-dori (นุย-โด-หริ) จนได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายไปทั่วโลก การถ่ายภาพแบบนี้มอบความเพลิดเพลินในการท่องเที่ยว และการถ่ายภาพให้คนรุ่นใหม่มากขึ้น เพราะได้สนุกกับการสร้างจินตนาการ พร้อมใส่ไอเดียการจัดองค์ประกอบภาพให้มีสีสัน และมีเรื่องราว  ซึ่งทำให้ภาพถ่ายมีเสน่ห์มากขึ้น  เช่น การถ่ายภาพเพื่อบอกเล่าเรื่องราวการผจญภัยของตุ๊กตาในวันหยุด นั่งคาดเข็มขัดอยู่บนเครื่องบิน หรือแม้กระทั่งบอกเล่าอารมณ์ของผู้ถ่ายภาพผ่านตัวตุ๊กตาเหล่านั้นให้ออกมาเป็นเรื่องราวที่สนุก น่าติดตาม


คุณวรินทร์ ตันติพงศ์พาณิช ขึ้นกล่าวต้อนรับสื่อมวลชนภายในงาน

                  คุณวรินทร์ ตันติพงศ์พาณิช รองประธานกลุ่มผลิตภัณฑ์ บริษัท แคนนอน มาร์เก็ตติ้ง (ไทยแลนด์) จำกัด กล่าวถึงการจัดโปรโมชั่นพิเศษสำหรับกล้อง Canon EOS M10 ครั้งนี้ว่า “นอกจากกระแสการถ่ายภาพแบบ “คุมโทน” และความนิยมกล้องมิเรอร์เลส ที่เพิ่มมากขึ้นในกลุ่มผู้บริโภคชาวไทยแล้ว ก็ยังมีกระแสการถ่ายภาพที่น่าสนใจอีกกระแสหนึ่ง คือ การถ่ายภาพสไตล์ Toy Travel ซึ่งเป็นการนำตุ๊กตามาเป็นตัวละครบอกเล่าเรื่องราวแทนตัวคน กำลังได้รับความนิยมมากขึ้น  แคนนอน จึงจับคู่กระแสความนิยมเหล่านั้น ด้วยการจัดโปรโมชั่น Canon EOS M10 x Rilakkuma Limited Edition ซึ่งเป็นการจับคู่คอลเล็คชั่นพิเศษของกล้องมิเรอร์เลส Canon EOS M10 พร้อมตุ๊กตาริลัคคุมะรุ่นพิเศษลิมิเต็ดเอดิชั่นขนาด 24 ซ.ม.ของแท้นำเข้าจาก San-X  มาให้แฟนๆแคนนอน ได้เป็นเจ้าของกัน และคาดว่าจะสร้างสีสันความสนุกรูปแบบใหม่ให้นักถ่ายภาพคนไทยได้สนุกกับการเดินทาง โดยมีตุ๊กตาหมีริลัคคุมะรุ่นลิมิเต็ดเอดิชั่นนี้เป็นตัวเล่าเรื่องราวที่น่าสนใจผ่านภาพถ่าย และแชร์ให้เพื่อนในโลกโซเชียลได้ติดตามกัน”

                  การจับคู่กล้อง CANON EOS M10 กับตัวการ์ตูนคาแรกเตอร์ยอดนิยมอย่างริลัคคุมะ เป็นการผสานการถ่ายภาพ กับความน่ารักของตุ๊กตาที่ลงตัวที่สุด เพราะกล้องCanon EOS M10 เป็นกล้องมิเรอร์เลสในตระกูล EOS M ของแคนนอน ที่ขนาดเล็กกะทัดรัดพกพาไปได้ทุกที่ มาพร้อมเซ็นซอร์ APS-C ความละเอียด 18 ล้านพิกเซล และระบบออโต้โฟกัส Hybrid CMOS AF II พร้อมจับภาพช่วงเวลาสำคัญได้อย่างฉับไว ได้ภาพคุณภาพเยี่ยม ใช้งานง่าย และมีลูกเล่นให้เลือกมากมาย สำหรับคนที่ชอบเซลฟี่ Canon EOS M10 มีโหมด Self Portrait ที่ผู้ใช้สามารถปรับตั้งค่าปรับผิวให้ดูเรียบเนียน หรือขาวใสด้วยการแตะเพียงครั้งเดียว ส่วนคนที่ชอบ “คุมโทน” ก็ได้สนุกกับไอเดียการถ่ายภาพคุมโทนสีได้แบบไม่จำกัด และยังปรับแต่งสีได้ง่ายๆ ในสไตล์ที่เป็นตัวเอง ในโหมด Creative Assist พร้อม WiFi ในตัวกดแชร์ภาพจากตัวกล้องไปยังเฟซบุ๊คได้โดยตรง ซึ่งตอบโจทย์การถ่ายภาพของวัยรุ่นยุคนี้รวมถึงการถ่ายภาพสไตล์  Toytravel อีกด้วย

                  ล่าสุด แคนนอน ได้จัดงานเปิดตัวโปรโมชั่น Canon EOS M10 x Rilakkuma Limited Edition ที่ร้าน Shugaa สุขุมวิท 61 ซึ่งได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนและเหล่าบล็อกเกอร์มาร่วมงานมากมาย นำโดย คุณส้ม มารี เออเจนี่ เลอเลย์ ศิลปินดังขวัญใจวัยรุ่น ภายในงานมีการจัดเวิร์คชอปเรียนรู้เทคนิคแต่งสีภาพ แบ่งได้ Photo workshop ที่ 1 “Find My Tone” พร้อมคุมโทนตามสไตล์ของตัวเอง และ Photo workshop ที่ 2 “Selfie & Share” ที่จะเซลฟี่ตัวเองคู่กับตุ๊กตา Rilakuma  พร้อมแต่งเติมความประทับใจให้ภาพถ่าย ด้วยฟิลเตอร์อัตโนมัติที่มีให้เลือกสร้างสรรค์ภาพมากมายตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ของเหล่าบรรดาสาวๆ และบล็อกเกอร์ที่มาร่วมงานได้แชร์ภาพความสนุกเหล่านั้นไปยัง Facebook ได้โดยตรงจากตัวกล้อง

                  กล้อง Canon EOS M10 x Rilakkuma Edition ราคา 16,990 บาท วางจำหน่าย ณ ร้านค้าตัวแทนจำหน่ายแคนนอน ทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 15 กันยายน จนถึง 31 ธันวาคมนี้ เท่านั้น   แต่สำหรับใครที่อดใจรอไม่ไหว แคนนอนมีวางจำหน่ายล๊อตแรกในประเทศไทยเฉพาะที่งาน BIG CAMERA BIG PRO DAYS ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ระหว่างวันที่ 30 สิงหาคม – 4 กันยายน และที่ร้าน World Camera สาขาลาดพร้าว ระหว่างวันที่ 26 สิงหาคม  ถึง 4 กันยายนนี้  2559 พิเศษสุด สำหรับผู้ที่ซื้อกล้อง EOS M10 มีสิทธิ์ร่วมกิจกรรมสุดพิเศษ One-Day Exclusive Photo Trip เพื่อนำตุ๊กตาหรือของเล่นชิ้นโปรดออกไปท่องเที่ยวถ่ายรูป ในสไตล์ Toy Travel กัน

                  ติดตามความเคลื่อนไหวสนุกๆ เกี่ยวกับ #EOSM10xRilakkuma และ #ToyTravel ได้ที่ http://goo.gl/jSjIPE

                  ชมวิดีโอ Canon EOS M10 x Rilakkuma™ – The Perfect Travelling Companionhttps://youtu.be/okqhskF0FcE

                  สนใจสมัครร่วมกิจกรรมสุดพิเศษ One-Day Exclusive Photo Trip วันอาทิตย์ที่ 25 กันยายน นี้ ได้ที่ CMT-EOSClub@cmt.canon.co.th

<a href="http://www.youtube.com/watch?v=okqhskF0FcE" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=okqhskF0FcE</a>




คุณส้ม มารี เออเจนี่ เลอเลย์ แบ่งปันประสบการณ์ จากการถ่ายภาพโดยกล้อง EOS M10










2
นิสสันจัดโปรโมชั่น บริการหลังการขาย แรงสุดคุ้ม
เอาใจและดูแลลูกค้าช่วงหน้าฝนตรวจเช็คสภาพรถฟรี 22 รายการ


               บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมกับผู้จำหน่ายรถยนต์นิสสันทั่วประเทศ จัดโปรโมชั่นบริการหลังการขายช่วงหน้าฝนสุดพิเศษเพื่อดูแลลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ภายใต้แคมเปญ “โปรแรงแซงลมฝน” ให้ข้อเสนออะไหล่ผ่อนสบาย 0%  6 เดือน สำหรับอะไหล่ที่ร่วมรายการ พร้อมตรวจเช็คสภาพรถฟรี  22 รายการ ตั้งแต่วันนี้ถึง 15 กันยายน 2559

นางสาว สุรีทิพย์ ละอองทอง โฉมทองดี รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ฝ่ายการตลาด บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ควบคู่ไปกับการตลาดเชิงรุก นิสสันให้ความสำคัญต่อการยกระดับคุณภาพการบริการหลังขายอย่างต่อเนื่อง  โดยในทุกช่วงปีบริษัทฯ จะได้จัดแคมเปญ เพื่อให้ลูกค้านำรถมาเข้าตรวจเช็คสภาพ และบำรุงรักษา เพื่อความปลอดภัยในการใช้รถอยู่เสมอ สำหรับในช่วงหน้าฝนนี้ บริษัทได้จัดแคมเปญพิเศษ “นิสสัน โปรแรงแซงลมฝน” โดยตั้งแต่วันนี้ถึง 15 กันยายน 2559 ลูกค้าสามารถนำรถมาตรวจเช็คสภาพฟรี 22 รายการมาตรฐาน อาทิ ตรวจเช็คระบบเครื่องยนต์ ระบบเบรกและช่วงล่าง ระบบส่งกำลัง รวมถึงระบบไฟฟ้าต่างๆ


นางสาว สุรีทิพย์ ละอองทอง โฉมทองดี รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ฝ่ายการตลาด บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด


ภายใต้แคมเปญ “นิสสัน โปรแรงแซงลมฝน” นิสสัน ยังได้จัดโปรโมชั่น ให้ลูกค้าได้เลือกหลากหลาย อาทิ โปรโมชั่นน้ำมันเครื่อง “ซื้อ 1 แถม 2” เมื่อซื้อนำมันเครื่องสังเคราะห์แท้ 5W-30 เบนซิน หรือ 5W-40 ดีเซล 1 แกลลอน รับฟรีน้ำยาล้างหัวฉีด 1 ขวด และ น้ำยาล้างกระจก 1 ขวด หรือโปรโมชั่น ส่วนลด 10% นิสสัน คอลเลกชัน และ นิสโม่ คอลเลกชัน รวมไปถึง โปรโมชั่นอะไหล่ เมื่อชำระผ่านบัตรเครดิตในเครือของธนาคารกรุงศรีอยุธยา ผ่อนสบาย 0% นานสูงสุด 6 เดือน สำหรับยอดใช้จ่าย 3,000 บาทขึ้นไป ยกเว้นงานซ่อมสีและตัวถัง

ขอเชิญชวนลูกค้ารถยนต์นิสสัน นำรถเข้ารับบริการตรวจเช็คสภาพฟรี 22 รายการ ได้ที่โชว์รูมและศูนย์บริการนิสสัน กว่า 200  สาขา ทั่วประเทศ หรือติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Call Center หมายเลข 02 401 9600 หรือที่ www.nissan.co.th

3
เดอะมอลล์ อนุบาลในดวงใจ
มหกรรมเปิดโลกความรู้คู่ความสนุกสำหรับเด็ก


                     บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ และบริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) จัดงาน “เดอะมอลล์ อนุบาลในดวงใจ” ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Play & Learn เรียนเล่นให้เป็นอัจฉริยะ” มหกรรมเปิดโลกความรู้คู่ความสนุกสำหรับเด็ก ภายในงานร่วมค้นหาอัจฉริยภาพของลูกน้อยผ่านกิจกรรมต่างๆ จากสถาบันการศึกษาและสถาบันเสริมทักษะการศึกษาชั้นนำมากมาย และเลือกสรรโรงเรียนอนุบาลในดวงใจให้ลูกน้อยของคุณ

                     พิธีเปิดงานจะจัดขึ้นในวันพฤหัสบดีที่ 1 กันยายน 2559 เวลา 15.30 น. ณ เอ็มซีซี ฮอลล์ ชั้น 4 เดอะมอลล์ บางกะปิ โดยได้คู่แม่ลูกขวัญใจมหาชน คุณโบว์ – แวนดา และน้องมะลิ – พาขวัญ สหวงษ์ มาร่วมพูดคุยภายในงาน


คุณโบว์ – แวนดา และน้องมะลิ – พาขวัญ สหวงษ์

                     ภายในงานพบกับไฮไลท์พิเศษของเล่นส่งเสริมพัฒนาทางจิตและสมาธิ อาทิ Brain Controlled Helicopter  ครั้งแรกในประเทศไทย Brain Wave Toy มหัศจรรย์แห่งพลังคลื่นสมองของเล่นพัฒนาพลังจิตและสมองสั่งตรงจากสหรัฐอเมริกา, MIND  FLEX ของเล่นที่ใช้พลังคลื่นไฟฟ้าสมองเป็นตัวบังคับการเคลื่อนไหว, และBlue Box - Imagination Playground นวัตกรรมใหม่ของสวนสนุกแห่งจินตนาการของเด็กๆ, บูธจากสถาบันการศึกษาและสถาบันเสริมทักษะการศึกษาชั้นนำมากมาย พร้อมร่วมค้นหาศักยภาพเหนือชั้นของลูกรักฟรีทุกวันผ่านการสแกนลายนิ้วมือ สนุกกับกิจกรรมเวิร์คช็อป Brian Wave Toy  หลักสูตรอัจฉริยะหนึ่งเดียวในประเทศไทย และพบกับสินค้าแม่และเด็กราคาพิเศษ ตลอดจนกิจกรรมอื่นๆ อีกมากมาย

                     ผู้ปกครองท่านใดที่สนใจเปิดโลกความรู้คู่ความสนุก และร่วมเสริมสร้างและพัฒนาศักยภาพลูกน้อย สามารถเข้าร่วมงาน “เดอะมอลล์ อนุบาลในดวงใจ” งานจัดระหว่างวันที่ 1 – 4 กันยายน 2559 ณ เอ็มซีซี ฮอลล์ ชั้น 4 เดอะมอลล์ บางกะปิ


Blue Box - Imagination Playground


Brain Controlled Helicopter


Brain Controlled Helicopter


MIND FLEX ของเล่นที่ใช้พลังคลื่นไฟฟ้าสมองเป็นตัวบังคับ


MIND FLEX ของเล่นที่ใช้พลังคลื่นไฟฟ้าสมองเป็นตัวบังคับ

4
เปิดตัว “ซินดี้ – โมเม-เจี๊ยบ” 3 คณะกรรมการตัดสิน Beauty Bound Season 2
ร่วมเฟ้นหาสุดยอดบิวตี้ ครีเอเตอร์หน้าใหม่ของเมืองไทย


จากซ้าย: โสรยา วงศ์สัตยนนท์, นภัสสร บุรณศิริ, สิรินยา บิชอพ, วรศิษย์ ตุรงค์สมบูรณ์ โสภิตนภา ชุ่มภาณี, สู่ขวัญ บูลกุล

                  วรศิษย์ ตุรงค์สมบูรณ์ ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายสื่อสารและประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์เอสเค-ทู ประจำประเทศไทย บริษัท พรอคเตอร์ แอนด์ แกมเบิล เทรดดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด จัดงาน “Beauty Bound Season 2” เปิดตัวกิจกรรมเฟ้นหาบิวตี้ ครีเอเตอร์หน้าใหม่ของเมืองไทย โดยได้รับเกียรติจาก ซินดี้ - สิรินยา บิชอพ ดารานักแสดงและนางแบบชื่อดัง เจี๊ยบ - โสภิตนภา ชุ่มภาณี ผู้จัดละครและแบรนด์แอมบาสเดอร์ของเอสเค-ทู และ โมเม – นภัสสร บุรณศิริ บิวตี้ ครีเอเตอร์และกูรูด้านความงามชื่อดังของเมืองไทย มาร่วมตัดสินการแข่งขันในปีนี้ พร้อมด้วย สู่ขวัญ- บูลกุล แบรนด์แอมบาสเดอร์ของเอสเค-ทู ที่มาร่วมพูดคุยเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดและแนะนำวิธีการสมัครเข้าแข่งขันบิวตี้ บาวนด์ ซีซั่น 2  ณ ลานโปรโมชั่น A ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว

5
ฟูจิ ซีร็อกซ์ กับโครงการ CSR
ปลูกป่าชายเลน ต่อเนื่องปีที่ 4


                    เมื่อเร็วๆ นี้ มร. โคจิ เทสึกะ ประธาน บริษัท ฟูจิ ซีร็อกซ์ (ประเทศไทย) จำกัด นำทีมผู้บริหารและพนักงาน กว่า 250 ชีวิต ร่วมกันทำกิจกรรมส่งเสริมสิ่งแวดล้อม ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 โดยศึกษาระบบนิเวศ การอยู่ร่วมกันกับธรรมชาติ และพร้อมใจกันปลูกป่าชายเลนจำนวน 500 กล้า เพื่อเพิ่มพื้นที่ป่าชายเลน ขยายแหล่งอนุบาลพันธุ์สัตว์น้ำ ในโครงการ “อนุรักษ์ฟื้นฟูป่าชายเลนเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ” เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 84 พรรษา 12 สิงหาคม 2559 ณ ศูนย์ศึกษาธรรมชาติกองทัพบก (บางปู) จังหวัดสมุทรปราการ นับเป็นการตอกย้ำปณิธาน และนโยบายของของบริษัทในเรื่องของความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม และมุ่งมั่นอย่างเต็มกำลังที่จะปกป้องสิ่งแวดล้อมโลก และลดปัญหามลพิษให้น้อยลง














6
โครงการ “ขับเป็น..ขับปลอดภัย กับสื่อสากล” ก้าวสู่ปีที่ 4
จัดอบรมต่อเนื่องทั้งนักศึกษาและบุคคลทั่วไป

โครงการ “ขับเป็น..ขับปลอดภัย กับสื่อสากล” เดินหน้าจัดกิจกรรมเปิดอบรมให้แก่ นิสิต นักศึกษา โดยปีนี้เดินสาย Roadshow ไปมหาวิทยาลัยรังสิต และมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ พร้อมเปิดโอกาสให้กับบุคคลทั่วไป ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยลดอุบัติเหตุบนท้องถนน


ชไมพร ปภัสร์พงษ์ ผู้อำนวยการ โครงการ “ขับเป็น..ขับปลอดภัย กับสื่อสากล” (Skill Driving Experience) เปิดเผยว่าจากการจัดกิจกรรมในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โครงการฯ ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก ตามวัตถุประสงค์ที่ได้เล็งเห็นสาเหตุของอุบัติเหตุบนท้องถนนที่สร้างความเสียหายแก่ชีวิตและทรัพย์สินจํานวนมาก ส่วนหนึ่งเกิดจากผู้ขับขี่ไม่มีทักษะ และประสบการณ์ในการควบคุมบังคับรถในสถานการณ์ฉุกเฉิน อย่างเพียงพอ โดยเฉพาะกลุ่มนิสิต นักศึกษา และบุคคลทั่วไปที่เป็น “มือใหม่หัดขับ” ได้เข้าร่วมการอบรมอย่างต่อเนื่องเข้าสู่ปีที่ 4

ในปีนี้โครงการได้เดินสาย Roadshow ไปมหาวิทยาลัยรังสิต และมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ เพื่อเปิดโอกาสให้นิสิต นักศึกษาสมัครเข้ารับการอบรมแบบไม่มีค่าใช้จ่าย นอกจากนั้นยังเปิดการฝึกอบรมให้กับบุคคลทั่วไปที่ต้องการเพิ่มทักษะการขับขี่ในสถานการณ์ฉุกเฉินต่างๆ ได้อย่างถูกต้องด้วยเช่นกันผู้เข้าร่วมการอบรมจะได้รับความรู้ ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ ซึ่งมีเทคนิคการสอนที่เข้าใจง่าย จากวิทยากรมืออาชีพ อาทิ สิรคุปต์ เมทะนี และวุฒินันท์ สภาวสุ รวมถึงผู้เชี่ยวชาญด้านรถยนต์อีกหลายท่าน ภายในเวลา 1 วันของการอบรม แบ่งเป็นภาคทฤษฎีช่วงเช้า และภาคปฏิบัติช่วงบ่าย


โดยภาคปฏิบัติโครงการฯ ได้จำลองสถานีฝึกปฏิบัติจริง 3 สถานี ประกอบด้วย สถานีแก้ไขอาการรถหมุนและดื้อโค้ง (Over-steering & Under-steering) สถานีเรียนรู้การควบคุมอาการรถเวลาเสียหลัก (Lane Change & ELK Test) สถานีเบรคฉุกเฉินและหักหลบสิ่งกีดขวาง (Emergency Brake & Brake Avoiding) ปิดท้ายด้วยการแสดงขับรถแข่ง และ Hot Lap พร้อมทบทวนบทเรียน เมื่ออบรมจบหลักสูตร นักศึกษาจะได้รับประกาศนียบัตรของโครงการฯ อีกด้วย

โครงการฯ ได้รับความสนับสนุนอย่างดีจากพันธมิตรทางธุรกิจ ได้แก่ บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด บริษัท ทีซี ซูบารุ (ประเทศไทย) จำกัด บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)  กลุ่ม บริษัท ดีสโตน  ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)

สำหรับนิสิต นักศึกษา สามารถสมัครเข้าอบรมฟรี ส่วนบุคคลทั่วไปสอบถามตารางการเปิดอบรม ค่าใช้จ่ายในการสมัคร และติดตามรายละเอียดได้ที่
http://www.skilldriving-imc.com/ https://www.facebook.com/skilldriving หรือ โทร.0-2641-8444 ต่อ 214

7
เอ.พี. ฮอนด้า จับมือภาครัฐ-เอกชน-องค์กรอิสระ รณรงค์ให้คนไทยใส่หมวกกันน็อกเป็นนิสัย
เปิดตัว "โครงการสังคมหัวแข็ง" ปฏิวัติความคิดใหม่ คนไทยใส่หมวก



                   เอ.พี. ฮอนด้า ผู้จัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์ฮอนด้าในประเทศไทย เปิดตัวโครงการรณรงค์ให้คนไทยใส่หมวกกันน็อกภายใต้ชื่อโครงการ "สังคมหัวแข็ง" ด้วยคอนเซปต์ ปฏิว้ติความคิดใหม่ คนไทยใส่หมวก วางเป้าหมายให้เกิดการปฏิบัติจริง ด้วยความต่อเนื่องและจริงจังผ่านการประสานความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และองค์กรอิสระต่างๆ เพื่อสร้างจิตสำนึกให้คนไทยหันมาใส่หมวกกันน็อกจนเป็นนิสัยเมื่อใช้รถจักรยานยนต์เพื่อปกป้องตนเองจากอุบัติเหตุ

                   นายอารักษ์ พรประภา รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอ.พี. ฮอนด้า จำกัด เปิดเผยว่า "ปัจจุบันนี้ประเทศไทยมีอัตราผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนมากเป็นอันดับ 2 ของโลก แต่คนไทยกลับไม่ค่อยให้ความสำคัญกับการปกป้องตนเองจากความเสี่ยงดังกล่าว ดั่งเช่นข้อมูลล่าสุดในปีที่ผ่านมาจากไทยโรดส์จะเห็นได้ชัดเจนว่ามีผู้ใช้รถจักรยานยนต์ในเมืองไทยที่ใส่หมวกกันน็อกเพียงแค่ 43% เท่านั้น โดยคนไทยมักจะมีข้ออ้างที่จะไม่ใส่หมวกกันน็อกมากมายจนกลายเป็นความเคยชินตลอดมา"


                   "ในฐานะผู้นำวงการรถจักรยานยนต์ไทย เอ.พี. ฮอนด้า มีความมุ่งมั่นที่จะเปลี่ยนเมืองไทยสู่เส้นทางของความปลอดภัยอย่างไม่หยุดยั้ง ภายใต้โครงการฮอนด้าเมืองไทยขับขี่ปลอดภัย โดยหนึ่งในการดำเนินงานหลักคือการรณรงค์ให้เกิดการปฎิบัติจริง ในปีนี้เราจึงได้สร้างสรรค์โครงการใหม่ที่มีชื่อว่าสังคมหัวแข็ง โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อปลูกจิตสำนึกและเปลี่ยนพฤติกรรมให้คนไทยใส่หมวกกันน็อกจนเป็นนิสัย ลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุทางถนนให้เหลือน้อยที่สุด ทั้งมุ่งประสานความร่วมมือกับภาคีต่างๆสร้างความเป็นต้นแบบจากแต่ละเครือข่าย ต่อยอดขยายให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นรูปธรรมต่อสังคมไทยในวงกว้างต่อไป"

                   "โครงการนี้จะเน้นไปที่กลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ใช้รถมอเตอร์ไซค์ในชีวิตประจำวัน โดยมีเพลงสังคมหัวแข็งซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากจังหวะที่จริงจังของเพลงปลุกใจ มาใส่ความสนุกสนานร่วมสมัยในสไตล์ฮิพฮอพ โดยในเนื้อเพลงจะกล่าวถึง 3 กฏเหล็กของการใส่หมวกกันน็อกที่จะนำมาซึ่งความปลอดภัย ได้แก่ขี่ซ้อนเราใส่ ใกล้ไกลเราใส่ ใครไม่ใส่เราไม่ยอม บอกเล่าผ่านสื่อต่างๆไม่ว่าจะเป็น มิวสิควีดีโอ ออนไลน์คลิป ภาพยนตร์โฆษณา สื่อกลางแจ้ง และสื่อสิ่งพิมพ์ต่างๆ โดยมีจอห์น วิญญู, แป้งโกะ จินตนัดดา และกอล์ฟ ฟักกลิ้งฮีโร่ ซึ่งต่างก็เป็นที่รู้จักของคนรุ่นใหม่มาร่วมรณรงค์ในฐานะผู้นำสังคมหัวแข็งในการสร้างจิตสำนึกและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้ใช้รถจักรยานยนต์"






                   "ในขณะเดียวกัน เอ.พี. ฮอนด้า ก็จะเป็นต้นแบบที่ทำให้เกิดการปฏิบัติจริง โดยในช่วงแรกของโครงการ เราจะร่วมกับกลุ่มบริษัทฮอนด้าในประเทศไทยรวม 12 บริษัท และร้านผู้จำหน่ายรถจักรยานยนต์ฮอนด้ากว่า 1,200 สาขาทั่วประเทศ สร้างสรรค์สังคมหัวแข็งต้นแบบ โดยมีพนักงานรวมกว่า 35,000 คน มาเป็นตัวอย่างที่ดีของคนไทยที่ใส่หมวกกันน็อกทุกครั้งเมื่อใช้รถจักรยานยนต์ ก่อนที่จะขยายแนวคิดนี้ไปยังสถานศึกษา สถานที่ราชการ และชุมชนต่างๆทุกจังหวัด ก่อเกิดเป็นสถานศึกษาและชุมชนหัวแข็งต้นแบบ แล้วยกระดับไปสู่การรณรงค์ในระดับประเทศ โดยมีการกำหนดมาตรฐานในการดำเนินงานของแต่ละแห่งอย่างเป็นรูปธรรม"

                   "และในอนาคตอันใกล้นี้ ทางเอ.พี.ฮอนด้า จะร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจหรือ MOU กับหน่วยงานต่างๆต่อไป โดยจะมีการร่วมตกลงถึงรายละเอียดในการประสานความร่วมมือ การกำหนดกฏเกณฑ์ต่างๆ และวิธีปฏิบัติเพื่อบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้"

                   สำหรับโครงการ "สังคมหัวแข็ง" ภายใต้คอนเซปต์ ปฏิวัติความคิดใหม่ คนไทยใส่หมวก ถือเป็นการประสานความร่วมมือครั้งใหญ่ระหว่าง บริษัท เอ.พี. ฮอนด้า จำกัด กับหน่วยงานต่างๆทั้งภาครัฐ เอกชน และองค์กรอิสระ เพื่อสร้างจิตสำนึกให้คนไทยหันมาใส่หมวกกันน็อกจนเป็นนิสัยเมื่อใช้รถจักรยานยนต์ เริ่มดำเนินโครงการตั้งแต่เดือนสิงหาคมนี้เป็นต้นไป

                   ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการเปลี่ยนสังคมไทยให้ดีขึ้น ด้วยการใส่หมวกกันน็อกให้เป็นนิสัย แล้วติดตามความเคลื่อนไหวของโครงการได้ที่ www.aphonda.co.th






















8
ปส. และ สทน. ร่วมงานมหกรรมวิทย์ 59
เน้นธีม “โลกทัศน์ใหม่ นิวเคลียร์ไทย ปลอดภัย ให้ประโยชน์”


                   สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (ปส.) และ สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สทน. ร่วมกันจัดบูธกิจกรรมและนิทรรศการเพื่อการเรียนรู้ ในมหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ และงานเทคโนโลยีและนวัตกรรมของไทย ประจำปี 2559 ระหว่างวันที่ 18 - 28 สิงหาคม 2559 เวลา 09.00 – 19.00 น. ณ อาคาร 2 – 8 อิมแพค เมืองทองธานี ภายใต้แนวคิด “All About Radiation” หรือ “โลกทัศน์ใหม่ นิวเคลียร์ไทย ปลอดภัย ให้ประโยชน์” เพื่อนำเสนอมุมมองเกี่ยวกับรังสีที่มีอยู่รอบตัวมนุษย์ และเทคโนโลยีนิวเคลียร์ที่ทำให้เกิดประโยชน์ได้

                   กล่าวว่า “รังสีมีอยู่รอบตัวมนุษย์ ทุกวันเราต้องพบเจอกับรังสีต่างๆ ทั้งจากสภาพแวดล้อม เช่น แสงแดด และของใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น เครื่องแก้ววาสลีน เครื่องจับตรวจควันชนิดไอออนไนเซชั่น แม้กระทั่งในครัว เช่น หินแกรนิตและครก หรืออาหารต่างๆ เช่น กล้วยหอม มันฝรั่ง แครอท ที่ใครต่างก็คิดไม่ถึง ซึ่งรังสีเหล่านี้ไม่เป็นอันตรายแต่อย่างใด แต่รังสีบางชนิดที่มีอันตราย ถ้าเรามีความรู้ เข้าใจ รู้จักหลีกเลี่ยงและป้องกัน ก็จะไม่เกิดโทษภัย  สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติมีหน้าที่ในการนำเสนอข้อมูลความรู้ที่ถูกต้อง เพื่อให้คนตระหนักแต่ไม่ตื่นกลัว เราจึงนำมาถ่ายทอดในนิทรรศการครั้งนี้ให้เข้าใจกันแบบง่ายๆ นอกจากนี้ในส่วนนิทรรศการปีนี้ เรายังได้นำเสนอเทคโนโลยีนิวเคลียร์ของไทยซึ่งมีประโยชน์หลายด้าน รวมทั้งเรื่องที่ทุกคนกำลังให้ความสนใจคือ พระราชบัญญัติพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ พ.ศ. 2559  ที่เพิ่งประกาศใช้  ซึ่งจะทำให้ประชาชนได้ประโยชน์เนื่องจาก  1. มีการควบคุมกำกับดูแลเครื่องกำเนิดรังสีที่เข้มงวดมาก เพราะเพิ่มกลไกควบคุมผู้ประกอบการต้องได้รับใบอนุญาตก่อน (ในการผลิต มีไว้ครอบครองหรือใช้วัสดุกัมมันตรังสี รวมทั้งการนำเข้าและส่งออก) เพื่อเป็นการตรวจสอบและป้องกันการนำเครื่องกำเนิดรังสีเก่านำกลับมาใช้งานใหม่และไม่มีประสิทธิภาพ  2. มีการควบคุมการจัดการกากกัมมันตรังสี ให้สอดคล้องกับมาตรฐานของทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) 3. เพิ่มการควบคุม กำกับดูแลวัสดุกัมมันตรังสีที่มีตามธรรมชาติ เช่น การทำเหมืองแร่ และเพิ่มกลไกลในการควบคุมเครื่องอุปโภคบริโภคที่ปนเปื้อนรังสี โดยพนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจในการตรวจสอบ บังคับยึดและทำลายหรือจัดการตามควรแก่กรณี 4. มีการควบคุมสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ในภาคอุตสาหกรรม การแพทย์ การเกษตร การศึกษาวิจัยและอื่นๆ โดยมีหลักเกณฑ์สอดคล้องกับมาตรฐานระหว่างประเทศและมาตรฐานต่างประเทศและมีการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนที่อาศัยในบริเวณรอบพื้นที่ตั้งสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ อีกทั้งยังกำหนดให้ผู้ใช้ประโยชน์ต้องมีการวางหลักประกันเพื่อจัดการกากกัมมันตรังสีด้วย  จึงเชื่อว่า พ.ร.บ. ดังกล่าวจะทำให้ประชาชนและสิ่งแวดล้อมปลอดภัยขึ้นอย่างแน่นอน”

                   ด้าน ดร.พรเทพ นิศามณีพงษ์ ผู้อำนวยการสถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สทน. กล่าวว่า “ปีนี้กิจกรรมภายในบูธของเรา จุดเด่นคือ มีนิทรรศการเรื่องรังสีกับท้องทะเลและนำเสนองานวิจัยใหม่ล่าสุดที่เพิ่งค้นพบคือ การใช้เทคนิคชิงนิวเคลียร์ตรวจหอยพิษอันเป็นต้นเหตุของอัมพาต เพื่อป้องกันอันตรายให้ผู้บริโภค เนื่องคนไทยนิยมรับประทานอาหารทะเลจำนวนมาก แต่มักไม่ทราบว่าอาหารทะเลเหล่านั้นปลอดภัยหรือไม่ สทน.สามารถตรวจสารพิษในหอยด้วยการใช้รังสี ในหอยทะเล 2 ฝา เช่น หอยแมลงภู่ หอยแครง หอยนางรม หอยเชลล์ หอยกาบ ฯลฯ โดยพบว่าหอยกินสาหร่ายเซลล์เดียวไดโนแฟลเจลเลตชนิดมีพิษเข้าไป จากนั้นจะดูดซึมสารชีวพิษ (Biotoxin) และสะสมไว้ในตัว (สะสมไว้ได้นานถึง 1 เดือน) สารชีวพิษนี้ไม่เป็นอันตรายต่อหอย แต่เมื่อคนรับประทานหอยที่มีสารชีวพิษสะสมอยู่ในปริมาณมาก จะเกิดอาการพิษจากหอย ได้แก่ พิษที่ทำให้เกิดท้องร่วง และพิษที่ทำให้เกิดอัมพาตซึ่งเกิดจากสารชีวพิษที่ชื่อว่าแซกซิทอกซิน โดยนักวิจัย สทน.สามารถตรวจสอบสารชีวพิษโดยติดฉลากสารรังสีทริเทียมเพื่อจับกับตัวรับ (เซลล์ประสาท) ในสารสกัดจากสมองหนู ซึ่งปริมาณรังสีที่วัดได้ จะเป็นไปตามสัดส่วนของตัวรับที่สารชีวพิษติดฉลากสารรังสีทริเทียมเข้าจับได้ กล่าวคือ หากสารชีวพิษในตัวอย่างมีน้อย ตัวรับที่สารชีวพิษติดฉลาก สารรังสีเข้าจับได้จะมีจำนวนมาก ทำให้ปริมาณรังสีที่วัดได้มีค่าสูง ในทางกลับกัน หากสารชีวพิษในตัวอย่างมีมาก ตัวรับที่สารชีวพิษติดฉลากสารรังสีทริเทียมเข้าจับจะมีน้อย ปริมาณรังสีที่วัดได้จึงมีค่าต่ำ ผลที่ได้นำไปคำนวณหาปริมาณสารพิษในหอยได้










                   ทั้งนี้ นอกจากตรวจหอยพิษดังกล่าว นักวิจัยยังสามารถตรวจสารพิษในปลาทะเล โดยสุ่มตัวอย่างปลา 10 ชนิดจากตลาดสดใน กทม. แล้วใช้รังสีนิวตรอนที่ผลิตได้จากเครื่องปฏิกรณ์ปรมาณูวิจัย ตรวจพบสารปรอทและโครเมี่ยมในเนื้อปลาทุกชนิด แต่ปริมาณไม่สูงเกินระดับความปลอดภัยในการบริโภคของกระทรวงสาธารณสุข แต่พบว่ามีสารหนูสูงเกินระดับความปลอดภัยในการบริโภคที่ 2 มก/กก. ซึ่งหากได้รับในปริมาณสูงหรือต่อเนื่อง ไม่ว่าการกินหรือหายใจ จะทำลายระบบทางเดินอาหารและส่วนอื่นๆ ของร่างกาย ที่สุดอาจทำให้ถึงแก่ความตายได้   โดยเรื่องงานวิจัยทั้งสองเรื่องได้นำมาเผยแพร่และจัดแสดงในงานครั้งนี้เพื่อให้ประชาชนตระหนักและเห็นประโยชน์ของเทคโนโลยีนิวเคลียร์ นอกจากนี้ยังได้จัดนิทรรศการแนะนำห้องปฏิบัติการด้านนิวเคลียร์ เช่น ห้องปฏิบัติการตรวจสินค้าส่งออก การตรวจเชื้อโรคที่ปนเปื้อนในอาหาร การบริการฉายรังสีแก่หน่วยงาน องค์กร และประชาชนเพื่อประโยชน์ทางธุรกิจในการเพิ่มมูลค่าของสินค้าและบริการและต่อยอดนวัตกรรมอีกด้วย” ดร. พรเทพ กล่าวในที่สุด

                   สำหรับพื้นที่จัดแสดงบูธนิทรรศการของสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติและสถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) จะป็นโทนสีขาวฟ้าและเขียวเพื่อสื่อถึงองค์กรและเทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยจัดแบ่งออกเป็นส่วนประวัติและแนะนำองค์กร, Landmark ของบูธ เวทีกลาง จุดถ่ายรูป จุดนิทรรศการเรื่อง “พ.ร.บ. พลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ พ.ศ. 2559” นิทรรศการเรื่อง “งานบริการด้านนิวเคลียร์” (ห้องปฏิบัติการต่างๆ) จุดแสดง อุปกรณ์ที่น่าสนใจสำหรับบุคลากรด้านรังสีโดยแบ่งเป็นหมวดหมู่ อาทิ การจัดแสดงกลุ่มเครื่องวัดรังสีประจำตัวบุคคล  เครื่องสำรวจรังสี  ชุดป้องกันการเปรอะเปื้อน เครื่องบินสำรวจปริมาณแลรังสีในสิ่งแวดล้อม ฯลฯ จุดแสดงเรื่องรังสีอยู่รอบตัว  นิทรรศการเรื่องรังสีกับทะเลซึ่งแสดงถึงห่วงโซ่อาหารและการถ่ายทอดสารกัมมันตรังสีจากสิ่งแวดล้อมในทะเล

                   นอกจากนี้ยังมีส่วนของเกมสอดแทรกความรู้ เช่น เกม “NUCLEAR RUN” ให้ได้ร่วมสนุกกับการเล่นเป็นทีม เพื่อจะตามหาเจ้านิวเคลียร์ โดยต้องผ่านด่านคำถามชวนคิดและความรู้ง่ายๆเรื่องรังสีและพลังงานนิวเคลียร์ ระหว่างทางในเขาวงกต  ถ้าผู้เล่นตอบถูกก็สามารถไปถูกทางและหาทางออกจนพบ  เกม Computer station ให้น้องๆ และผู้ร่วมงานได้เข้ามาเล่นกันตลอดระยะเวลาการจัดงาน พร้อมกิจกรรมแจกของที่ระลึกมากมาย รวมถึงมินิคอนเสิร์ตจากเหล่าศิลปิน ณ เวทีกลาง ในเวลา 11.30 น. ได้แก่ นนท์ ธนนท์  The Voice (วันที่ 21 ส.ค.), เอม สาธิดา (วันที่ 22 ส.ค.), คชา นนทนันท์ (วันที่ 24 ส.ค.), ต้น  ธนษิต (วันที่ 26 ส.ค.), โบว์ สาวิตรี (วันที่ 27 ส.ค.)  และ เบนซ์ จิรโรจน์ (วันที่ 28 ส.ค.) นนท์ ธนนท์  The Voice, เอม สาธิดา, คชา นนทนันท์, ต้น  ธนษิต,โบว์ สาวิตรี และเบนซ์ จิรโรจน์ อีกด้วย  จึงขอเชิญชวนนักเรียน นิสิตนักศึกษาและบุคคลทั่วไปเข้าร่วมกิจกรรมและเยี่ยมชมบูธนิทรรศการของสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ และสถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) ตามวันเวลาดังกล่าว  สอบถามข้อมูลและชมรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.oap.go.th, www.tint.or.th, www.facebook.com/Thainuclearclub และ  www.facebook.com/atoms4peace




















9
“เลิร์นพลัส” ร่วมกับ “จีเอ็มเอ็ม25” จัดโครงการ
“The Ideal Project เติมความรู้ มุ่งสู่มหาวิทยาลัย”
สานฝันนักเรียนทั่วประเทศ ออนทัวร์ติวเข้มโดยอาจารย์พิเศษชื่อดังระดับประเทศ


                   “บริษัท เลิร์นพลัส จำกัด” ร่วมกับ “จีเอ็มเอ็ม25” จัดโครงการ “The Ideal Project  เติมความรู้   มุ่งสู่มหาวิทยาลัย” บุกติวเข้ม 4 หัวเมืองใหญ่ทั่วประเทศ ขอนแก่น, สงขลา, เชียงใหม่, กรุงเทพฯ และทอล์คโชว์แนะแนวการศึกษา SUCCESSFUL BLUEPRINT เพื่อเตรียมพร้อมสู่รั้วมหาวิทยาลัยอย่างมี  เป้าหมาย ชูกลยุทธ์เทคนิคขั้นตอนการสอนที่แตกต่างแต่เปี่ยมด้วยประสิทธิภาพและความยั่งยืน เน้นสอนสดผ่าน 5 อาจารย์พิเศษชื่อดังระดับประเทศ เพื่อพิชิต ข้อสอบทั้งโควต้า และ 9 วิชาสามัญ ตั้งเป้าสร้างโอกาสทางการเรียนรู้อย่างทั่วถึงและเท่าเทียมกันทั่วประเทศไทย

                   อาจารย์พีระ บ.บุพพาจารย์ ผู้ริเริ่มโครงการ “The Ideal Project และผู้ก่อตั้งสถาบันแห่งการเรียนรู้เพื่ออนาคต ไอเดียล ฟิสิกส์ กล่าวว่า เพื่อขจัดปัญหาความกังวลในการเตรียมตัวสอบ นักเรียนหลายคน มักจะสับสนในการเตรียมความพร้อม ก่อนลงสนามเข้ามหาวิทยาลัย ดังนั้น จึงจัดโครงการ “The Ideal Project เติมความรู้ มุ่งสู่มหาวิทยาลัย” เพื่อเตรียมความพร้อมและการเรียนรู้เทคนิคขั้นตอนอย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยอาจารย์พิเศษชื่อดังระดับประเทศที่จะมาถ่ายทอดหลักสูตรการสอนที่ใช้เน้นความ เข้าใจ และสามารถนำไปลุยในสนามสอบได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด


อ.พีระ บูชาบุพพาจารย์ (อาจารย์มัก)

                   โครงการ “The Ideal Project” ติว ON TOUR ทั่วประเทศ เปิดโอกาสให้นักเรียนที่มีความตั้งใจจริง มาเรียนรู้เทคนิคพร้อมกลยุทธ์การทำข้อสอบ พิชิตโจทย์ 2 วันเต็ม ด้วยการเรียนการสอนแบบสดๆ อาจารย์ผู้สอนกับนักเรียน โดยทำการเรียนการสอนทั้งหมด 5 วิชา ได้แก่ เคมี ฟิสิกส์ ภาษาอังกฤษ ภาษาไทย และสังคม แบ่งการสอนเป็นแบบโควต้า และ 9 วิชาสามัญ รวม 4 จังหวัด ได้แก่ ขอนแก่น สงขลา เชียงใหม่ และกรุงเทพฯ โดยครั้งที่ 1 จังหวัดขอนแก่น ติวข้อสอบรับตรง ม.ขอนแก่น เปิดรับ 1,500 ที่นั่ง , ครั้งที่ 2 จังหวัดสงขลา ติวข้อสอบรับตรง ม.สงขลา เปิดรับ 1,100 ที่นั่ง , ครั้งที่ 3 จังหวัดเชียงใหม่ ติวข้อสอบรับตรง  ม.เชียงใหม่  เปิดรับ 1,200 ที่นั่ง , ครั้งที่ 4 กรุงเทพฯ ติว 9 วิชาสามัญ มธ.รังสิต เปิดรับ 3,000 ที่นั่ง ค่าสมัครเข้าร่วมโครงการเพียงวิชาละ 60 บาท ส่วนนักเรียนที่ไม่สามารถมาเรียนสด สามารถเรียนผ่าน ช่องทาง iDEAL Everywhere ได้ไม่จำกัดจำนวน  และปิดท้ายด้วยโครงการทอล์คโชว์แนะแนวการศึกษา SUCCESSFUL BLUEPRINT โดยทีมอาจารย์ THE iDEAL และแขกรับเชิญ ที่จะมาแนะนำเทคนิคการวางแผนพิชิตปัญหาต่างๆ ด้วยสุดยอดกลยุทธ์ พูดคุยกับผู้ที่ประสบความสำเร็จในการเข้าสู่มหาวิทยาลัย และการทำให้รู้จักคณะต่างๆ รวมทั้งอาชีพที่น่าสนใจในอนาคต โดยผู้ที่เข้าร่วมกิจกรรมแนะแนวในครั้งนี้ สามารถเข้าร่วมได้ทั้ง มัธยมศึกษาปีที่ 4 , 5 , 6 และผู้ปกครองทั่วไป ค่าสมัครเข้าร่วม 300 บาท โดยผู้   เข้าร่วมโครงการ ติว ON TOUR ทั่วประเทศ จะได้รับสิทธิประโยชน์ในการนำมาเป็นส่วนลดถึง 50% ในการลงคอร์สตะลุยโจทย์ในวิชานั้นๆ และผู้เข้าร่วมทอล์คโชว์แนะแนวการศึกษา SUCCESSFUL BLUEPRINT จะได้รับสิทธิประโยชน์ในการนำมาเป็นส่วนลดสูงสุดรวมมูลค่า 2,500 บาท ในการลงคอร์สติวทั้ง 5 วิชา

                   สำหรับอาจารย์ติวเตอร์ทั้ง 5 ท่าน ที่ได้รับการไว้วางใจจากนักเรียนในสถาบันให้เป็นสุดยอดกูรู ซึ่งประกอบไปด้วย อ.พีระ บูชาบุพพาจารย์ (อาจารย์มัก) วิชาฟิสิกส์ จากสถาบัน ideal Physics, ดร.ธนพงษ์ กรีธาดำรงเดช (ครูบิ๊ก) วิชาเคมี จากสถาบัน A BIG Center, อ.ณัทธนัทธ์ เลี่ยวไพโรจน์ (ครูป๊อป) วิชาสังคม จากสถาบัน KRU-POP Schoolafe, อ.พิชารัชช์ พันธุ์ถาวรนาวิน (ครูพิชชี่) วิชาภาษาอังกฤษ จากสถาบัน ENGLICIOUS และ อ.อนุสรณ์ มั่นสัณฐิติ (ครูคริส) วิชาภาษาไทย จากสถาบัน   TIGHT THAI

                   ทั้งนี้โครงการ “The Ideal Project เติมความรู้ มุ่งสู่มหาวิทยาลัย” เป็นโครงการไม่แสวงหาผลกำไร รายได้ส่วนหนึ่งหลังจากหักค่าใช้จ่าย นำไปช่วยเหลือสนับสนุนการศึกษาของเด็กไทย โรงเรียนที่ห่างไกล  ในถิ่นทุรกันดารเพื่อสร้างโอกาสทางการเรียนรู้ ได้อย่างทั่วถึงและเท่าเทียมยิ่งขึ้น โดยจะเปิดรับสมัครตั้งแต่วันที่ 3 กันยายน  ถึง 31 ตุลาคม 2559 ผ่านช่องทาง : www.theideal.xyz   สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 091-127-1270










10
ส่องบูธ GPX Racing ส่งโปรฯฉ่ำรับหน้าฝนกับทัพรถสายพันธุ์ไทย
ในงาน BIG Motor Sale 2016


                 กลับมาอีกครั้ง! กับงานมหกรรมยานยนต์เพื่อขายแห่งชาติ ใหญ่ที่สุดในอาเซียน “BIG Motor Sale 2016” “อยากได้รถ จบในงานเดียว” งานที่รวมเหล่าคนรักรถ ทั้งรถยนต์ และรถมอเตอร์ไซค์มาไว้ในงานเดียวกัน ซึ่งงานนี้ค่ายรถมอเตอร์ไซค์สัญชาติไทยอย่าง GPX Racing ก็ไม่พลาดที่จะขนทัพรถมาร่วมอวดโฉมในงานกันอีกเช่นเคย

                 อันดับแรกเพียงเดินผ่านก็ต้องสะดุดตากับความสวยงามของบูธ ที่มีทัพรถสายพันธุ์ไทย ขนกันมาจัดวางเรียงรายไว้ได้อย่างลงตัว กับรถทั้ง 4 รุ่นที่ GPX Racing ส่งลงมาลุยตลาดในปีนี้ ไม่ว่าจะเป็นรุ่น DEMON (2016) มินิไบค์ในขุมพลังพิกัด 125 ซีซี ที่เปิดตัว Minor Change กันไปเมื่อปลายปีที่แล้ว จนถึงตอนนี้ยังคงแรงดีไม่มีตก ขนมาให้ชมครบทั้ง 3 สี คือ สีแดง สีขาวมุก และสีดำ นอกจากนี้ยังมีรถตัวแต่งสุดเท่ ที่อัดแน่นของแต่งแบบจัดเต็มจากสำนักแต่ง 55BIKE และ LMC Racing มาอวดโฉมให้ได้ชมกันอีกด้วย

                 ตามมาด้วยรุ่น CR5 200 ซีซี ในรูปโฉมสุดโฉบเฉี่ยว มีด้วยกันทั้งหมด 3 สี ทั้งสีขาว สีดำ และสีเหลือง สำหรับรุ่นนี้ก็ถือว่ายังคงได้รับการตอบรับที่ดีอย่างต่อเนื่องเช่นเดียวกัน ใครที่ชอบสไตล์สปอร์ต เน็กเก็ต มาเจอ CR5 200 ซีซี คันนี้ ที่มากับราคาไม่ไกลเกินเอื้อม ขอบอกเลยว่าตอบโจทย์ ถูกใจ ใช่เลย!

                 มาถึงอีกรุ่นที่น่าจับตามองอย่างเจ้า LEGEND 200 ซีซี รถมอเตอร์ไซค์ในสไตล์คลาสสิค คาเฟ่เรเซอร์ (Cafe Racer) มากับรูปโฉมสุดโดนใจ ที่งานนี้มีมาให้ชมกันทั้งแบบฉบับดั้งเดิม และรถตัวแต่ง จากสำนักแต่งสายคลาสสิคชื่อดังอย่าง ZEUS Custom และอีกหนึ่งคันที่ส่งตรงมาจากพัทยา จากสำนักแต่ง INDY Custom Pattaya ซึ่งจัดเต็มกับการผสมผสานไลฟ์สไตล์ของผู้ขับขี่ ที่ชอบการเล่นกีฬา Kitesurf หรือ Kiteboarding จนออกมาเป็นสไตล์ไม่ซ้ำใคร ในแบบฉบับเฉพาะตัว

                 ปิดท้ายด้วยอีกรุ่นในรหัส LEGEND 150 ซีซี ที่มาในสไตล์แทรคเกอร์ (Tracker) อีกหนึ่งตัวเลือกของสายคลาสสิคสุดเก๋า กับสีสันสดใสของคันสีเขียวอ่อนที่หยิบยกมาโชว์ในงาน แต่ไม่ได้มีเพียงสีนี้เท่านั้น เพราะยังมีให้เลือกกันอีกถึงสองสี คือ สีครีมและสีดำ

                 ตื่นตากับการชมรอบบูธกันแล้ว มาตื่นใจไปกับโปรโมชั่นสุดฉ่ำรับหน้าฝน ที่ทาง GPX Racing ขนมาเอาใจเหล่าสาวกไบค์เกอร์ที่มาในงานนี้  กันเลย จะมีอะไรบ้าง มาดูกัน!


โปรโมชั่นสุดพิเศษ!

                 • จองรถมอเตอร์ไซค์ GPX Racing ภายในงาน ค่าจองเพียง 1,000 บาท สะดวกสบายเพียงเลือกสาขาที่จะไปออกรถใกล้บ้าน พร้อมรับของแถม อีกมากมาย รวมมูลค่ากว่า 4,500 บาท  ดังนี้

                 • จองรถรุ่น DEMON (2016) และ รุ่น CR5 200 ภายในงาน รับฟรี! ค่าทะเบียน + พรบ. พร้อมของแถม Gift Set เสื้อยืด GPX Racing + กระเป๋าคาดเอว + พวงกุญแจ และ หมวกกันน็อค Real รุ่น Hornet Star 

                 • จองรถรุ่น LEGEND 200 และ รุ่น LEGEND 150 ภายในงาน รับฟรี! ค่าทะเบียน + พรบ. พร้อมรับของแถม เสื้อเชิ้ตออกแบบพิเศษเฉพาะรุ่น LEGEND +  ผ้าบัฟ อเนกประสงค์ + ถุงมือหนังแท้สีดำ + แว่นคาดหมวก และ หมวกกันน็อคเฉพาะรุ่น LEGEND

                 เห็นแบบนี้แล้ว พลาดไม่ได้! ใครยังไม่ได้มา รีบมากันได้แล้ว ที่งาน BIG Motor Sale 2016 ตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 28 สิงหาคม 2559 นี้  แล้วพบกันที่ บูธ GPX Racing (รหัสบูธ C09) ฮอลล์ EH106 นะจ๊ะ!

11
นักวิจารณ์ชื่นชม Kubo and the Two Strings
ยกให้เป็นภาพยนตร์อนิเมชั่นที่ดีที่สุดในซัมเมอร์นี้

<a href="http://www.youtube.com/watch?v=VdJCatMINHA" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=VdJCatMINHA</a>

Kubo and the Two Strings คูโบ้และพิณมหัศจรรย์ ภาพยนตร์สต็อปโมชั่น อนิเมชั่นผลงานล่าสุด เรื่องราวของการผจญภัยของเด็กชาย เพื่อเอาชีวิตรอดและปกป้องครอบครัว ผลงานจากไลก้า สตูดิโอ ผู้สร้าง Coraline, ParaNorman และ The Boxtrolls เปิดรอบฉายในโรงภาพยนตร์ในอเมริกาแล้ว และได้รับผลตอบรับจากนักวิจารณ์อย่างยอดเยี่ยม ล่าสุด เว็บไซด์ Rotten Tomatoes ให้ข้อมูลว่ามีนักวิจารณ์ชื่นชมภาพยนตร์เรื่องนี้ถึง 96 เปอร์เซ็นต์ ส่วนคะแนนจากนักวิจารณ์ที่เว็บไซด์ Metacritic อยู่ที่ 83 เปอร์เซ็นต์

แซม อดัมส์ นักวิจารณ์จากเดอะ แร็ป ให้ความเห็นว่า “เช่นเดียวกับตำนานที่เก่าแก่เรื่องอื่นๆ สิ่งที่สำคัญไม่ได้อยู่ที่เรื่องราว แต่อยู่ที่การเล่าเรื่อง และตรงจุดนั้นเองที่ ‘Kubo’ โดดเด่นเหนือหนังเรื่องอื่นๆ ที่สตูดิโอใหญ่ๆ ผลักดันเข้าฉายในโรงหนังปีนี้ ทุกเฟรมของงานอนิเมชั่นจากไลก้าถูกถ่ายทอดออกมาด้วยความใส่ใจอย่างที่สุด และผสมผสานสต็อปโมชั่นและดิจิตอลเข้าด้วยกันอย่างแนบเนียน”

สก็อต เมนเดลสัน จากฟอร์บส์ ให้ความเห็นว่า “นี่คือ ‘Kubo and the Two Strings’ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเพชรเม็ดงามสำหรับแวดวงหนังอนิเมชั่น ใช่เลย มันดีพอๆ กับที่คุณหวังเอาไว้เลยล่ะ...เช่นเดียวกับหนังไลก้าทุกเรื่องก่อนหน้านี้ มันเต็มไปด้วยภาพที่น่าตื่นตาตื่นใจและความงดงามที่คู่ควรกับการทำให้เป็นสามมิติ อีกครั้งหนึ่งที่ผมทึ่งกับงานและความอุตสาหะมหาศาลอย่างไม่น่าเชื่อที่ถูกใส่เข้าไปในหนังอนิเมชั่นสต็อปโมชั่น โดยไม่นึกถึงเทคนิคการถ่ายทำแบบอื่นๆ น่ะครับ หนังเรื่องนี้รวมความงามที่น่าอัศจรรย์ใจของภาพวิชวลและเวทมนตร์จอเงินอย่างแท้จริง อ้อ แล้วมันก็เล่าเรื่องราวที่ไม่เลวทีเดียวเชียวล่ะ”

เบื้องหลังภาพยนตร์

Myth of Kubo

<a href="http://www.youtube.com/watch?v=d4Sl0zeheP8" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=d4Sl0zeheP8</a>

Creature of Darkness

<a href="http://www.youtube.com/watch?v=benBaiwvI74" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=benBaiwvI74</a>

มิวสิควิดีโอ While My Guitar Gently Weeps – Regina Spektor

<a href="http://www.youtube.com/watch?v=CpiwYqM-gio" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=CpiwYqM-gio</a>

โรเจอร์ มัวร์ จากมูฟวี เนชั่น ให้ความเห็นว่า “และแล้วไลก้าก็มีผลงานมาสเตอร์พีซเรื่องที่สองมาเทียบกับ ‘Caroline’ มันเป็นหนังแอนิเมชันที่ยอดเยี่ยมที่สุดประจำซัมเมอร์นี้ และอาจจะเป็นประจำปีนี้ด้วยซ้ำ”

เลอาห์ กรีนแบลทท์ จากเอนเตอร์เทนเมนท์ วีคลีย์ ให้ความเห็นว่า“เทรวิส ไนท์ ผู้กำกับมือใหม่ ผู้เคยทำหน้าที่ลีด อนิเมเตอร์ในภาพยนตร์สามเรื่องก่อนหน้านี้ของไลก้า ได้สร้างลุคที่งดงามและเต็มเปี่ยมไปด้วยมิติและรายละเอียดให้กับ ‘Kubo’ และได้นำเสนอตัวละครที่น่าติดตามทั้งหลาย ซึ่งรวมถึงด้วงซามูไร ที่พากย์เสียงโดยแมทธิว แม็คคอนาเฮย์และมูนคิง ผู้น่าสะพรึงกลัว ตัวละครของเรล์ฟ ไฟน์ส... ‘Kubo’ เป็นหนังน่าอัศจรรย์ มันเป็นโอเอซิสที่มีภาพวิชวลน่าทึ่ง เต็มไปด้วยรายละเอียด ท่ามกลางท้องทะเลสีลูกกวาด และมันก็เป็นหนึ่งในหนังที่แปลกใหม่ไม่เหมือนใครเรื่องแรกๆ ของปีนี้อย่างแท้จริงด้วย”
 
พบกับเรื่องราวการผจญภัยของคูโบ้ (ให้เสียงพากย์โดย อาร์ท พาร์คินสัน จาก Game of Thrones และ Dracula Untold) เด็กชายผู้ซึ่งมีความเฉลียวฉลาดและจิตใจงดงาม เขาใช้ชีวิตเรียบง่ายในเมืองริมทะเล ต่อมาชีวิตอันเงียบสงบของเขาก็หายไป เมื่อถูกวิญญาณอาฆาตตามรังควาน
 
คูโบ้ออกผจญภัยสุดระทึกร่วมกับลิง (เจ้าของรางวัลออสการ์ ชาร์ลิซ เธอรอน)และด้วง (เจ้าของรางวัลออสการ์ แมทธิว แม็คคอนาเฮย์)  เพื่อปกป้องครอบครัวของเขา เขาออกค้นหาดาบ, เสื้อเกราะ และหมวกนักรบ เพื่อที่จะไขปริศนาของพ่อ ซามูไรนักรบผู้ยิ่งใหญ่ที่พลีชีพในสนามรบ คูโบ้ต้องต่อสู้กับเหล่าทวยเทพและอสุรกาย รวมถึง มูนคิง ผู้เต็มไปด้วยความอาฆาต (เรล์ฟ ไฟน์ส) และ คู่แฝดปีศาจ (รูนี่ย์ มาร่า) เพื่อไขความลับแห่งตำนาน และทำให้ครอบครัวมารวมกันอีกครั้ง


Kubo and The Two Strings คูโบ้และพิณมหัศจรรย์ ใช้เวลาในการสร้าง 94 สัปดาห์ รวมชั่วโมงการทำงานทั้งหมดประมาณ 1,149,015 ชั่วโมง ถ่ายทำทั้งหมด 1,359 ช็อต มีภาพการเคลื่อนไหวในหนังที่ถ่ายทำเสร็จ 133,096 ภาพ   หนังมีความยาวทั้งหมด 101 นาที 27 วินาที โดยอนิเมเตอร์หนึ่งคนของไลก้าถ่ายทำได้เสร็จเฉลี่ย 3.31 วินาทีต่อสัปดาห์ หรือ 15.9  ภาพต่อวัน

Kubo and The Two Strings คูโบ้และพิณมหัศจรรย์ กำกับการแสดงโดย เทรวิส ไนท์ ให้เสียงพากย์โดย ชาร์ลิซ เธอรอน, แมทธิว แม็คคอนาเฮย์, เรลฟ์ ไฟน์ส, รูนีย์ มาร่า และอาร์ท พาร์คินสัน เปิดรอบพิเศษ 1-7 กันยายน หลัง 20.00 น. ฉายจริง 8 กันยายน ในโรงภาพยนตร์


















12
ฮาป่วนรับธันวาคม ปิดออฟฟิศ แล้วมาเปิดปาร์ตี้ กับ OFFICE CHRISTMAS PARTY

<a href="http://www.youtube.com/watch?v=5CjwE8lo0Zk" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=5CjwE8lo0Zk</a>

ธันวาคม นี้ เตรียมปิดออฟฟิศ แล้วมาปาร์ตี้กันสุดเหวี่ยง กับเหล่านักแสดงสายฮาระดับท็อปของอเมริกา ใน OFFICE CHRISTMAS PARTY ออฟฟิศ คริสต์มาส ปาร์ตี้ ความฮาสุดป่วนบังเกิดขึ้น เมื่อซีอีโอของบริษัท (เจนนิเฟอร์ อนิสตัน) พยายามจะปิดสาขาของน้องชายซึ่งชอบปาร์ตี้เป็นหลัก (ที.เจ. มิลเลอร์) ดังนั้น เขาและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยี (เจสัน เบทแมน) จึงชวนเพื่อนร่วมงานมาจัดปาร์ตี้ฉลองคริสต์มาส เพื่อสร้างความประทับใจให้ว่าที่ลูกค้าคนสำคัญและพยายามปิดดีลการขาย เพื่อรักษาตำแหน่งหน้าที่การงานไม่ให้หลุดลอยไป

พบกับคอเมดี้สุดฮา OFFICE CHRISTMAS PARTY ออฟฟิศ คริสต์มาส ปาร์ตี้ กำกับโดย จอช กอร์ดอน และ วิล สเป็ค ร่วมด้วยนักแสดงอย่าง เคท แม็คคินนอน, โอลิเวีย มันน์, จิลเลียน เบล และคอร์ทนีย์ บ. แวนซ์ 8 ธันวาคม ในโรงภาพยนตร์








13
Calendar News


นายสุรชัย กิจกำจาย กรรมการผู้จัดการ บริษัท บิ๊กสตาร์ จำกัด

                แกมโบล (GAMBOL) แบรนด์รองเท้าของคนไทย โดยผู้บริหาร นายสุรชัย กิจกำจาย กรรมการผู้จัดการ บริษัท บิ๊กสตาร์ จำกัด สนับสนุนมูลนิธิคณะกรรมการพาราลิมปิกแห่งประเทศไทย จัดงานแถลงข่าวแคมเปญ "BOLD AS ONE" รวมกันเป็นหนึ่ง ส่งพลังถึงฮีโร่พาราลิมปิก เชิญชวนคนไทยรวมกันเป็นหนึ่ง หันมาสนใจและมีส่วนร่วมในการสนับสนุนนักกีฬาพาราลิมปิก ภายในงานพบกับดาราสาวสวยเซ็กซี่มากความความสามารถ “เมย์ พิชญ์นาฏ สาขากร” ที่จะมาร่วมพูดคุยและส่งพลังใจถึงฮีโร่พาราลิมปิก ด้วยการช่วยสนับสนุนซื้อเสื้อ BOLD AS ONE รุ่น Limited Edition ที่ออกแบบโดย Street Artist ระดับโลก คุณรักกิจ ควรหาเวช ซึ่งทุกบาททุกสตางค์ที่ขายได้จะนำไปมอบให้กับมูลนิธิคณะกรรมการพาราลิมปิกแห่งประเทศไทย โดยไม่หักค่าใช้จ่าย สามารถสั่งซื้อได้แล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปที่ www.boldasone.com<http://www.boldasone.com> หรือ facebook.com/boldasone<http://facebook.com/boldasone>  มาร่วมเป็นส่วนหนึ่ง ส่งพลังแรงใจให้ฮีโร่พาราลิมปิก ในวันอังคารที่ 30 สิงหาคม 2559  เวลา 14.00 - 16.00 น.  ณ ร้านอาหาร jones the grocer (โจนส์ เดอะ โกรเซอร์) ชั้น G ศูนย์การค้าดิเอ็มควอเทียร์  (The EmQuartier)




Gossip News


                  ตั้งแต่เปิดตัวคบหาดูใจกับหนุ่มนักฟุตบอล “เมสซี่เจ ชนาธิป” ดู “สาวเมย์ พิชญ์นาฏ สาขากร” จะชื่นชอบกีฬามากขึ้นเป็นพิเศษ  ล่าสุดสาวเมย์รับอาสามาร่วมเป็นอีกหนึ่งกระบอกเสียงเชิญชวนคนไทยรวมกันเป็นหนึ่ง หันมาสนใจและมีส่วนร่วมในการสนับสนุนนักกีฬาพาราลิมปิก ในแคมเปญ "BOLD AS ONE" รวมกันเป็นหนึ่ง ส่งพลังถึงฮีโร่พาราลิมปิก ซึ่งจัดขึ้นโดย “แกมโบล” (GAMBOL) แบรนด์รองเท้าของคนไทยที่สนับสนุนมูลนิธิคณะกรรมการพาราลิมปิกแห่งประเทศไทย นอกจากนี้สาวเมย์ยังช่วยสนับสนุนซื้อเสื้อ BOLD AS ONE รุ่น Limited Edition ที่ออกแบบโดย Street Artist ระดับโลก คุณรักกิจ ควรหาเวช มีจำนวนเพียง 10,000 ตัวเท่านั้น!!!  ซึ่งเงินทุกบาททุกสตางค์ที่ขายได้จะนำไปมอบให้กับมูลนิธิคณะกรรมการพาราลิมปิกแห่งประเทศไทย โดยไม่หักค่าใช้จ่าย มาร่วมเป็นอีกหนึ่งกำลังใจให้กับฮีโร่พาราลิมปิกได้ในในวันอังคารที่ 30 สิงหาคม 2559  ตั้งแต่เวลา 14.00 - 15.00 น.  ณ ร้านอาหาร jones the grocer (โจนส์ เดอะ โกรเซอร์) ชั้น G ศูนย์การค้าดิเอ็มควอเทียร์ (The EmQuartier)

                  สามารถสั่งซื้อเสื้อได้แล้ววันนี้ที่ www.boldasone.com หรือ facebook.com/boldasone 

14
นิชคาร์กรุ๊ป เนรมิตรงานนิชโซไซตี้ สร้างปรากฏการณ์งานสังคมระดับไฮเอนด์อย่างแท้จริงครั้งแรกในประเทศไทย

จากภาพ: คุณนภดล คำใส ผู้อำนวยการ บริษัท คาเวียร์เฮ้าส์ จำกัด, คุณกิตติพัฒน์ ไชยกูล ผู้อำนวยการตลาดเรมี่คอนโทร, คุณรสมาลิน องค์วิศิษฐ์ ผู้อำนวยการฝ่ายขาย บริษัทเอ็มเจ็ต จำกัด, คุณวิทวัส ชินบารมี กรรมการผู้จัดการ บริษัท นิช คาร์ กรุ๊ป จำกัด, คุณอเล็กซี่ ทุยทิน หุ้นส่วน บริษัท คาเวียร์เฮ้าส์ จำกัด, คุณเมธี รักษ์วิทย์ รองผู้จัดการทั่วไป บริษัท นิชมารีน จำกัด, คุณชัยวัฒน์ จงพัฒนกิจเรือง ที่ปรึกษา บริษัทเธียเตอร์เฮ้าส์ จำกัด

กรุงเทพฯ – บริษัท นิช คาร์ กรุ๊ป จำกัด ผู้นำเข้ารถยนต์ระดับซุปเปอร์คาร์ สปอร์ตคาร์ และไฮเปอร์คาร์ อย่างเป็นทางการ และมีความเชี่ยวชาญในการให้บริการเหนือระดับ กว่า 30  ปี ในประเทศไทย จัดงานแถลงข่าว ประกาศแผนการจัดตั้ง “นิชโซไซตี้” งานกาล่าดินเนอร์เพื่อสังคมระดับไฮเอนด์อย่างแท้จริง โดยจะมีขึ้นเป็นประจำทุกปี ร่วมกับสปอนเซอร์สินค้าและบริการระดับพรีเมี่ยม วัตถุประสงค์เพื่อมอบความบันเทิงเหนือระดับให้แก่แขกผู้มีเกียรติผู้ซึ่งชอบความโดดเด่นแตกต่างไม่ซ้ำใคร ทั้งจากประเทศไทยและกลุ่มประเทศเออีซี ซึ่งได้ยืนยันการเข้าร่วมงานนิชโซไซตี้ในครั้งแรกแล้ว กว่า 250 คน พร้อมเตรียมแผนเปิดตัวเว็บไซต์ www.limitedsociety.com และแอพพลิเคชั่นสุดเอ็กซ์คลูซีพ

ภายในงานแถลงข่าวได้รับเกียรติจากคุณวิทวัส ชินบารมี กรรมการผู้จัดการ บริษัท นิช คาร์ กรุ๊ป จำกัด,คุณนภดล คำใส ผู้อำนวยการ บริษัท คาเวียร์เฮ้าส์ จำกัด, คุณกิตติพัฒน์ ไชยกูล ผู้อำนวยการตลาดเรมี่คอนโทร, คุณรสมาลิน องค์วิศิษฐ์ ผู้อำนวยการฝ่ายขาย บริษัทเอ็มเจ็ต จำกัด, คุณอเล็กซี่ ทุยทิน หุ้นส่วน บริษัท คาเวียร์เฮ้าส์ จำกัด, คุณเมธี รักษ์วิทย์ รองผู้จัดการทั่วไป บริษัท นิชมารีน จำกัด, คุณชัยวัฒน์ จงพัฒนกิจเรือง ที่ปรึกษา บริษัทเธียเตอร์เฮ้าส์ จำกัด เข้าร่วมให้ข้อมูล พร้อมการแสดงแฟชั่นโชว์จาก Thailand Elite เปิดตัวรถปากานี ฮูไอร่า บีซี

คุณวิทวัส ชินบารมี กรรมการผู้จัดการ บริษัท นิช คาร์ กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า “นิชคาร์กรุ๊ปก้าวสู่อีกขั้นในการมอบประสบการณ์เหนือระดับให้แก่ฐานลูกค้า ทั้งแลมโบร์กินีคลับ แมคลาเรนโอนเนอร์คลับ และลูกค้าเรือยอร์ชสุดหรูนิชมารีน ซึ่งล้วนปรารถนาความเอ็กซ์คลูซีพในไลฟ์สไตล์การดำเนินชีวิต โดยงานนิชโซไซตี้ในครั้งแรกนี้ จะจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 27 สิงหาคม 2559 เราจะเนรมิตโชว์รูมอันโอ่โถงชั้นที่ 1 และ 2 ของโชว์รูมนิชคาร์ มอเตอร์เวย์ กม.1 เป็นงานพรมแดงจัดเลี้ยงกาล่าดินเนอร์อันทรงเกียรติ พร้อมมอบความบันเทิงสุดหรู ร่วมกับสปอนเซอร์ในปีนี้ อาทิ M-Jet, Caviar House, Thailand Elite, BB&B, Zonic Vision และ Laemgate Hub  พร้อมด้วยการมอบสิทธิพิเศษสูงสุดในการยลโฉมและสัมผัส ปากานี ฮูไอร่า รถยนต์ซุปเปอร์คาร์สมรรถนะสูง ราคากว่า 200 ล้านบาท อย่างใกล้ชิด เป็นครั้งแรก ในประเทศไทย”


จากภาพ: คุณกิตติพัฒน์ ไชยกูล ผู้อำนวยการตลาดเรมี่คอนโทร, คุณรสมาลิน องค์วิศิษฐ์ ผู้อำนวยการฝ่ายขาย บริษัทเอ็มเจ็ต จำกัด, คุณวิทวัส ชินบารมี กรรมการผู้จัดการ บริษัท นิช คาร์ กรุ๊ป จำกัด, คุณอเล็กซี่ ทุยทิน หุ้นส่วน บริษัท คาเวียร์เฮ้าส์ จำกัด, คุณเมธี รักษ์วิทย์ รองผู้จัดการทั่วไป บริษัท นิชมารีน จำกัด, คุณชัยวัฒน์ จงพัฒนกิจเรือง ที่ปรึกษา บริษัทเธียเตอร์เฮ้าส์ จำกัด




“อาคารโชว์รูมนิชคาร์ในเฟสที่สอง กำลังจะเปิดให้บริการในปลายปีนี้ ซึ่งจะทำให้พื้นที่รวมทั้งสิ้นของโชว์รูม มีขนาดใหญ่กว่า 15,000 ตรม. ส่งผลให้นิชคาร์กรุ๊ปคือผู้บริหารโชว์รูมซุปเปอร์คาร์ที่มีขนาดใหญ่และทันสมัยที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เรายังได้รับความไว้วางใจจากทั้งภาครัฐและเอกชนเข้ามาศึกษาการบริหารงานของเรา งานนิชโซไซตี้ครั้งถัดไปจึงสามารถการันตีได้อย่างแน่นอนถึงความยิ่งใหญ่ที่จะยิ่งเพิ่มดีกรีความเหนือระดับสูงสุด”

งานนิชโซไซตี้ในครั้งนี้ ได้รับเกียรติจากเอกอัคราชทูตจากกลุ่มประเทศเออีซี อาทิ เวียดนาม และมาเลเซีย ผู้บริหารระดับสูงจากธนาคาร พร้อมด้วยสมาชิกแลมโบร์กินีคลับ แมคลาเรนโอนเนอร์คลับ และลูกค้าเรือยอร์ชสุดหรูนิชมารีน

ในแผนต่อไป นิชคาร์กรุ๊ป จะเปิดตัวเว็บไซต์และแอพพลิเคชั่น ลิมิดเต็ด โซไซตี้ (Limited Society) ซึ่งจะรวบรวมรายการความบันเทิง สินค้าเหนือระดับในรูปแบบลิมิเต็ด อิดิชั่นตลอดจนสิทธิพิเศษอีกมากมาย เอ็กซ์คลูซีพสูงสุด สำหรับผู้ซึ่งชอบความโดดเด่นแตกต่างและไม่ซ้ำใครโดยเฉพาะ

นิชคาร์กรุ๊ป ยังเป็นผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายรถยนต์สมรรถนะสูง “ปากานี” และจะนำ “ปากานี ฮูไอร่า บีซี” มูลค่ากว่า 200 ล้านบาท เปิดตัวที่งานนิชโซไซตี้ในครั้งนี้ เป็นครั้งแรกในประเทศไทย

หากต้องการข้อเพิ่มเติมเกี่ยวกับนิชคาร์กรุ๊ป สามารถติดต่อ ที่ โทร 02-321-1111 โชว์รูมเปิดบริการทุกวัน จันทร์-อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 8.30 – 17.30 น. หรือเยี่ยมชม https://www.facebook.com/nichecars/


###

เกี่ยวกับ บริษัท นิชคาร์กรุ๊ป จำกัด

นิชคาร์กรุ๊ป คือ ผู้นำเข้ารถยนต์ระดับซุปเปอร์คาร์ สปอร์ตคาร์ และไฮเปอร์คาร์ ในประเทศไทย ดำเนินธุรกิจเป็นเวลากว่า 30  ปี ภายใต้ชื่อเดิมคือ เบนซ์นครินทร์ ออโต้ กรุ๊ป ปัจจุบัน นิชคาร์กรุ๊ป ได้รวบรวมสุดยอดยนตรกรรมจากทั่วโลก อาทิ ซุปเปอร์คาร์ “แลมโบร์กินี” (Lamborghini) จากประเทศอิตาลี และสุดยอดสองสายพันธุ์จากประเทศอังกฤษที่รวมอยู่ใน Formula 1 “แมคลาเรน” (Mclaren) และ ซุปเปอร์คาร์พันธุ์คลาสสิก “โลตัส” (Lotus) รวมถึงไฮเปอร์คาร์สัญชาติอิตาลี “ปากานี” (Pagani) และ ไฮเปอร์คาร์สัญชาติสวีเดน “โคนิกเซ็กก์” (Koenigsegg) ราชันต์ออฟโรด “ฮัมเมอร์” (Hummer) จากอเมริกา พร้อมด้วยโชว์รูมถึงสามแห่ง สยามพารากอน มอเตอร์เวย์ กม.1 และศรีนครินทร์

หากต้องการข้อเพิ่มเติมเกี่ยวกับนิชคาร์กรุ๊ป สามารถติดต่อ ที่ โทร 02-321-1111 โดยโชว์รูมเปิดบริการทุกวัน จันทร์-อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 8.30 – 17.30 น. หรือเยี่ยมชม https://www.facebook.com/nichecars/

15
ภูเก็ตออร์คิดเปิดตัวมาสคอต “กวินไลเดอร์” เติมเต็มความสุขให้กับวันหยุดอันแสนพิเศษของทุกคนในครอบครัว


ภูเก็ต ออร์คิด รีสอร์ท แอนด์สปา รีสอร์ทที่โดดเด่นในการสร้างประสบการณ์แห่งความสุข รอยยิ้ม และความสนุกสนานให้แก่ทุกคนในครอบครัว โดย กะตะกรุ๊ป รีสอร์ท ประเทศไทย เครือบริษัทผู้บริหารจัดการโรงแรมชื่อดังของเมืองไทย เปิดตัวมาสคอส “กวินไลเดอร์” ตัวแทนความสนุกสนาน ที่จะคอยดูแลเด็กๆ และแขกผู้เข้าพัก ที่บริเวณสไลเดอร์ยักษ์ เพื่อสร้างรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ ให้กับแขกผู้เข้าพักทุกท่านได้มีความสุขในวันหยุดที่แสนวิเศษกับเพื่อนและครอบครัว ด้วยสไลเดอร์ยักษ์ที่สามารถเลือกดีกรีแห่งความสุขที่ความสูง 7.5 เมตร หรือที่ความสูงถึง 12 เมตร พร้อมสระว่ายน้ำถึง 3 สระ สำหรับผู้ใหญ่และเด็กเล็ก ภายในรีสอร์ท

“กวินไลเดอร์” คือตัวแทนแห่งความสนุกสนานอย่างเป็นทางการของ ภูเก็ต ออร์คิด รีสอร์ท แอนด์สปา เดินทางมาจากดินแดนขั้วโลกใต้อันหนาวเหน็บ เพื่อค้นหาสวนสวรรค์ที่อยู่ในดินแดนไกลแสนไกล จนกระทั่งตกหลุมรักแสงอาทิตย์อันระยิบระยับของเกาะภูเก็ต และสไลเดอร์ยักษ์สีสันสดใสใน ภูเก็ต ออร์คิด รีสอร์ท แอนด์สปา ของกะตะกรุ๊ป งานอดิเรกของมันคือการเล่นไถลตัวแล้วพุ่งลงน้ำอย่างเพลิดเพลิน รวมถึงการสอนเด็กๆให้ลื่นไถลแบบมือโปร และเล่นสนุกกับเด็กๆ ตลอดวัน กวินไลเดอร์มีความสุขมากเมื่อได้เห็นเด็กๆ หัวเราะและยิ้มแย้มอย่างมีความสุข

ภูเก็ต ออร์คิด รีสอร์ท แอนด์สปา มอบความสนุกสนานของสายน้ำอันชุ่มฉ่ำเพื่อสร้างวันหยุดที่แสนสุขให้กับทุกคนในครอบครัว รีสอร์ทตั้งอยู่ใกล้ชายหาดเพียง 100 เมตร สวนขนาดใหญ่ สนามเด็กเล่น และให้บริการสระว่ายน้ำจำนวน 3 สระ พร้อมด้วยสไลเดอร์ยักษ์ตั้งอยู่บริเวณสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ ดื่มด่ำกับบรรยากาศพลูบาร์ที่โดดเด่นด้วยรูปปั้นบายน

กะตะกรุ๊ปเฉลิมฉลองครบรอบปีที่ 36 มอบประสบการณ์การพักผ่อนที่หลากหลายและโดดเด่นให้กับแขกผู้เข้าพัก โดยภูเก็ต ออร์คิด รีสอร์ท แอนด์สปา มีความโดดเด่นในบรรยากาศของสวนสวรรค์ ที่เต็มเปี่ยมด้วยประสบการณ์แห่งความสุขและความสนุกสนาน สำหรับแก็งค์เพื่อน และทุกคนในครอบครัว การตกแต่งผสมผสานความทันสมัยเข้ากับกลิ่นอายแห่งความเป็นไทย ท่ามกลางสวนอันร่มรื่น การต้อนรับอันอบอุ่นของพนักงาน พร้อมด้วยความหลากหลายในด้านอาหาร ตั้งแต่ ของว่างริมสระ อาหารตามสั่งเลิศรส บุฟเฟ่ต์หลากหลายเมนู ตลอดจนกาแฟ Lavazza สไตล์อิตาเลียนแท้ๆ

ภูเก็ต ออร์คิด รีสอร์ท แอนด์สปา ยังพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับการจัดประชุมทางธุรกิจ ห้องประชุมสามารถรองรับผู้เข้าร่วมงานได้กว่า 500 คน ในบรรยากาศที่โอ่อ่า ทันสมัย นอกจากนี้ แนวคิดที่มุ่งเน้นครอบครัวเป็นสำคัญ แขกผู้เข้าพักสูงวัยสามารถพักผ่อนได้อย่างเต็มที่ ด้วยความใส่ใจในสุขภาพและความปลอดภัยต่อแขกผู้เข้าพักทุกคน 

สามารถสำรองห้องพัก ภูเก็ต ออร์คิด รีสอร์ท แอนด์สปา โทร: +66 (0) 76-358-300, porrsvn@katagroup.com หรือเยี่ยมชม www.katagroup.com/phuket-orchid หรือ https://www.facebook.com/PhuketOrchidResortandSpa และติดตามข่าวสารกิจกรรมรีสอร์ทอื่นๆ ในเครือกะตะ กรุ๊ป รีสอร์ท ประเทศไทย ได้ที่  https://www.facebook.com/katagroupresorts.











เกี่ยวกับกะตะกรุ๊ป รีสอร์ท ประเทศไทย

กะตะกรุ๊ป รีสอร์ท ประเทศไทย (Kata Group Resorts Thailand) เครือบริษัทผู้บริหารจัดการโรงแรมชื่อดังของเมืองไทยที่สั่งสมประสบการณ์ด้านการบริการมาตลอดระยะเวลากว่า 36 ปี มุ่งมั่นสรรค์สร้างประสบการณ์การพักผ่อนอันน่าประทับใจสูงสุดแก่ผู้มาเยือน ภายใต้สโลแกน “เราไม่มีถนนขวางกั้น ความรักของท่านกับทะเล” ปัจจุบันกะตะกรุ๊ปมีโรงแรมและรีสอร์ทในคอลเล็กชั่นตั้งอยู่ริมชายหาดที่มีชื่อเสียง 6 แห่งในภาคใต้ของประเทศไทย ได้แก่ โรงแรมระดับลักซัวรี่สำหรับผู้เข้าพัก 18 ปีขึ้นไปโดยเฉพาะ ภายใต้แบรนด์บียอน รีสอร์ท (Beyond Resort) 3 แห่ง ได้แก่ บียอนด์ รีสอร์ท กะรน (Beyond Resort Karon) จังหวัดภูเก็ต, บียอน รีสอร์ท เขาหลัก (Beyond Resort KhaoLak) จังหวัดพังงา และบียอน รีสอร์ท กระบี่ (Beyond Resort Krabi) จังหวัดกระบี่ อีก 2 แห่งที่เน้นสำหรับกลุ่มครอบครัว คือ กะตะ บีช รีสอร์ทแอนด์สปา (Kata Beach Resort and Spa) และภูเก็ต ออร์คิด รีสอร์ทแอนด์สปา (Phuket Orchid Resort and Spa) ในจังหวัดภูเก็ต โดยโรงแรมลำดับที่ 6 ได้แก่ โนโวเทลสมุย รีสอร์ท เฉวง บีช กานดาบุรี (NovotelSamui Resort Chaweng Beach Kandaburi) บนเกาะสมุย บริหารงานโดยแอคคอร์โฮเทล (AccorHotels) ผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารโรงแรมระดับโลก และกะตะกรุ๊ปรีสอร์ทจะเปิดตัวโครงการ “บิยอน ป่าตอง” (Beyond Patong) ในคอนเซ็ปต์ "Deep Blue Sea" ดีไซน์ที่ใส่ความงามใต้ท้องทะเล และผสมผสานความทันสมัยได้อย่างลงตัว เพื่อให้ บิยอน ป่าตอง เป็นไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่อย่างแท้จริง ซึ่งโรงแรมจะเปิดให้บริการในปี 2017 และช้อปปิ้งพลาซ่าจะเปิดให้บริการในปี 2016

ด้วยคอนเซ็ปต์โรงแรมที่หลากหลาย กะตะกรุ๊ปรีสอร์ท พร้อมแล้วที่จะต้อนรับแขกผู้เข้าพักและนักท่องเที่ยวทุกกลุ่ม ทั้งคู่รัก และครอบครัว รวมถึงผู้ที่ต้องการจัดประชุมและสัมมนา นอกจากนี้ยังให้บริการจัดพิธีแต่งงานบนชายหาดอีกด้วย

Pages: [1] 2 3 ... 793