Show Posts

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - happy

Pages: [1] 2 3 ... 551
1
สถาบันอาหาร ชี้ตลาดเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพในเวียดนามรุ่ง…โอกาสทองของเอสเอ็มอีไทย

                 สถาบันอาหาร เผยตลาดเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพในเวียดนามมาแรง  ไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคเปลี่ยน ในรอบ 5 ปีที่ผ่านมา มูลค่าตลาดมีอัตราการขยายตัวสูงเฉลี่ยร้อยละ 22.53 ต่อปี แนะเอสเอ็มอีไทยควรคว้าโอกาสพัฒนาผลิตภัณฑ์เกรดพรีเมี่ยม สร้างความแตกต่าง ช่วงชิงตลาดที่เติบโตแบบก้าวกระโดด  ชี้ชาพร้อมดื่ม และน้ำผักน้ำผลไม้พร้อมดื่มกำลังเนื้อหอม

                 สถาบันอาหาร กระทรวงอุตสาหกรรม โดยศูนย์อัจฉริยะเพื่ออุตสาหกรรมอาหาร จัดทำรายงานพฤตกรรมผู้บริโภค AEC เรื่องตลาดเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพในเวียดนาม พบว่า เวียดนาม เป็นตลาดขนาดใหญ่ด้วยจำนวนประชากรมากถึง 88.78 ล้านคน และในช่วงที่ผ่านมาเศรษฐกิจเวียดนามมีการขยายตัวในทิศทางที่ดีขึ้น โดยปี 2556 มีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ(GDP)  ร้อยละ 5.54

                 สำหรับประเทศไทย ตลาดเวียดนามนับว่ามีความสำคัญในด้านการค้าและการลงทุนในอุตสาหกรรมอาหาร โดยไทยสามารถส่งออกสินค้าอาหารในแต่ละปีไม่ต่ำกว่า 26,000 ล้านบาท ในด้านการลงทุนเวียดนามถือเป็นฐานการผลิตสินค้าอาหารแปรรูปที่สำคัญ ได้แก่ กลุ่มประมง เนื้อสัตว์แปรรูป อาหารสัตว์ เป็นต้น ในด้านการบริโภคอาหารของชาวเวียดนามมีรูปแบบที่เปลี่ยนไปจากเดิม โดยนิยมรับประทานอาหารสำเร็จรูปมากขึ้น เนื่องจากพฤติกรรมและวิถีชีวิตที่เปลี่ยนไปตามการเติบโตของเศรษฐกิจ รูปแบบชีวิตที่เร่งรีบมากขึ้น ต้องการความสะดวกสบาย รวมไปถึงการใส่ใจดูแลสุขภาพมากยิ่งขึ้น

                 ทั้งนี้ตลาดอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพในเวียดนามมีการเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี 2552 – 2556 โดยมีอัตราการขยายตัวเฉลี่ยร้อยละ 19.95 ต่อปี สามารถจำแนกเป็นผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อสุขภาพในภาชนะบรรจุ คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 43.06 และเครื่องดื่มสัดส่วนร้อยละ 56.94  กล่าวเฉพาะตลาดเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพมีอัตราการเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยในปี 2552-2556 มีอัตราการขยายตัวเชิงมูลค่าเฉลี่ยร้อยละ 22.53 ต่อปี และมีแนวโน้มจะขยายตัวเพิ่มขึ้นในปี 2557

                 นอกจากนี้ยังพบว่า ชาพร้อมดื่ม เป็นเครื่องดื่มที่ได้รับความนิยมอย่างมากในเวียดนาม โดยชาเขียวเป็นผลิตภัณฑ์ชาพร้อมดื่มที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ครองส่วนแบ่งร้อยละ 77 ของตลาดชาพร้อมดื่ม รองมาคือ ชาสมุนไพรด้วยส่วนแบ่งร้อยละ 15.50 ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ตลาดชาพร้อมดื่มในเวียดนามมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี 2552-2556 มีอัตราการขยายตัวเชิงปริมาณเฉลี่ยร้อยละ 28.14 ต่อปี และมีอัตราการขยายตัวเชิงมูลค่าเฉลี่ยร้อยละ 27.68 โดยในปี 2556 ตลาดชาพร้อมดื่มของเวียดนามมีมูลค่า 14,822 พันล้านดง ด้วยปริมาณการบริโภค 1,155 ล้านลิตร

                 ขณะที่น้ำผักและผลไม้พร้อมดื่ม เป็นตลาดเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพที่มีอัตราการเติบโตสูงที่สุด โดยตั้งแต่ปี 2552-2556 มีอัตราการขยายตัวเชิงปริมาณเฉลี่ยร้อยละ 37.67 ต่อปีและมีอัตราการขยายตัวเชิงมูลค่าเฉลี่ยร้อยละ 35.44 ต่อปี เฉพาะในปี 2556 ตลาดน้ำผักและผลไม้พร้อมดื่มของเวียดนามมีมูลค่า 3,271.1 พันล้านดง ด้วยปริมาณการบริโภค 153.4 ล้านลิตร และคาดการณ์ว่า ในปี 2559 ตลาดน้ำผักและผลไม้พร้อมดื่มจะมีมูลค่าสูงถึง 4,412.10 พันล้านดง ด้วยปริมาณการบริโภค 216.30 ล้านลิตร

                 สำหรับเครื่องดื่มให้พลังงาน ถือเป็นผลิตภัณฑ์ที่เข้าสู่ตลาดมายาวนาน แต่เพิ่งจะได้รับความนิยมมากขึ้นตั้งแต่ปี 2552 เป็นต้นมา เครื่องดื่มให้พลังงานมีอัตราการเติบโตเชิงปริมาณเฉลี่ยร้อยละ 19.62 ต่อปี และมีอัตราการเติบโตเชิงมูลค่าเฉลี่ยร้อยละ 21.32 ต่อปี โดยในปี 2556 มีมูลค่า 1,351.2 พันล้านดง ด้วยการบริโภค 73.3 ล้านลิตร ในปี 2557 คาดว่าตลาดจะขยายตัวอยู่ที่ 1,459.30 พันล้านดง และจะโตถึง 1,655.1พันล้านดงในปี 2559

                 ด้วยความน่าสนใจทั้งในเรื่องขนาดตลาดและแนวโน้มการขยายตัวอย่างต่อเนื่องของเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพในเวียดนาม จึงเป็นอีกหนึ่งโอกาสที่ผู้ประกอบการไม่ควรมองข้าม และจากข้อมูลสถิติการส่งออกของ  กรมศุลกากรพบว่า “เครื่องดื่ม” เป็นผลิตภัณฑ์อาหารที่ไทยส่งออกไปเวียดนามมากที่สุด โดยมีเครื่องดื่มที่ไม่  อัดลมพร้อมบริโภคมีการส่งออกเป็นอันดับ 1 ของไทย ด้วยมูลค่าการส่งออก 6,255.67 ล้านบาทในปี 2556  คิดเป็นร้อยละ 23.56 ของมูลค่าการส่งออกอาหารของไทยไปเวียดนาม โดยในช่วง 4 ปีที่ผ่านมามีแนวโน้มเติบโตเฉลี่ยร้อยละ 33.62 ต่อปี

                 อย่างไรก็ตามมีข้อเสนอแนะสำหรับผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะกลุ่มเอสเอ็มอี เพื่อกำหนดกลยุทธ์ด้านการตลาดในการเข้าสู่ตลาดเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพในเวียดนาม โดยควรมุ่งเน้นการนำผลิตภัณฑ์ที่เป็นนวัตกรรมใหม่ๆ ที่ไม่เคยจำหน่ายในเวียดนาม (Product Differentiate) เพื่อสร้างความแตกต่าง อาทิ ชาพร้อมดื่มบรรจุกระป๋องระดับพรีเมี่ยม เพื่อเพิ่มคุณค่าให้ผลิตภัณฑ์ การนำผลไม้เฉพาะฤดูกาลมาพัฒนาเป็นเครื่องดื่มผลไม้เพื่อสุขภาพ เน้นจุดเด่นคือมีให้บริโภคได้เฉพาะบางฤดูกาลเท่านั้น หรือการพัฒนาเครื่องดื่มฟังก์ชั่นนัลระดับพรีเมี่ยมโดยการคัดสรรวัตถุดิบจากแหล่งผลิตที่มีชื่อเสียง นอกจากนี้อาจพัฒนารูปแบบบรรจุภัณฑ์ให้ทันสมัยแตกต่างจากบรรจุภัณฑ์ทั่วไปในท้องตลาด โดยแนวโน้มการออกแบบบรรจุภัณฑ์เน้นรูปแบบที่เรียบง่าย แต่งดงาม โดยมุ่งเน้นไปที่การโชว์โลโก้ของแบรนด์ให้มีความโดดเด่น

                 โดยควรกระจายสินค้าผ่านตัวแทนจำหน่ายในเวียดนามที่มีศักยภาพในการกระจายสินค้าเข้าสู่ร้านค้าปลีกแบบดั้งเดิมได้อย่างทั่วถึง และมีค่าใช้จ่ายน้อยที่สุด หรือในอีกทางหนึ่ง คือ การนำสินค้าเข้าจำหน่ายในร้านค้าส่งขนาดใหญ่ที่ผู้ประกอบการร้านค้าปลีกแบบดั้งเดิมนิยมมาเลือกซื้อสินค้าไปจำหน่ายในร้าน

                 ขณะเดียวกันก็ควรให้ความรู้ (Education Marketing) กับผู้บริโภคผ่านบทความเกี่ยวกับสุขภาพในสื่อต่างๆ อาทิ หนังสือพิมพ์ นิตยสาร และสื่อออนไลน์ ทั้งนี้ควรเน้นการทำการตลาดโดยใช้กลยุทธ์การบอกต่อ (Referral Marketing)ควบคู่ไปด้วย เพื่อให้เกิดการรับรู้ในตราสินค้า (Brand Awareness) และตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑ์ง่ายขึ้น เนื่องจากผู้บริโภคจะค่อนข้างเชื่อคำแนะนำของเพื่อน ญาติ หรือคนรู้จัก  โดยจะเลือกซื้อสินค้าที่รู้จักโดยจดจำจากเอกลักษณ์ของตราสินค้า (Brand Identity) โดยเฉพาะสี และรูปภาพที่ปรากฏอยู่บนบรรจุภัณฑ์ มากกว่าการจดจำชื่อตราสินค้า ดังนั้นผู้ประกอบการไทยที่ต้องการเข้าไปทำตลาดในเวียดนามจึงต้องให้ความสำคัญกับการสร้างเอกลักษณ์ของตราสินค้าให้โดดเด่น จดจำได้ง่ายพร้อมกันไปด้วย

2
สถาบันอาหาร รายงานสถานการณ์อุตสาหกรรมอาหารของไทย ม.ค.-ส.ค 57

                สถาบันอาหาร กระทรวงอุตสาหกรรม เผยรายงานสถานการณ์อุตสาหกรรมอาหารของไทยในช่วง 8 เดือนแรกของปี 2557 ระหว่างเดือน ม.ค.-ส.ค. พบคนไทยนิยมบริโภคสินค้านำเข้ากลุ่มผลไม้ แอปเปิ้ล ส้ม องุ่นสดมากขึ้น ทั้งจากจีน ออสเตรเลีย สหรัฐอเมริกา นิวซีแลนด์ ขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 17.79  ชี้อาจกระทบผลไม้ไทยล้นตลาดช่วงผลผลิตออกมาก  ด้านส่งออกภาพรวมเติบโตร้อยละ 15.48 มีมูลค่าราว 695,583.91 ล้านบาท  ไก่แปรรูปขึ้นแท่นส่งออกอันดับ 1 มีมูลค่าส่งออกถึง 50,189.29 ล้านบาท ขยายตัวเพิ่มขึ้นถึง ร้อยละ 32.12


                ศูนย์อัจฉริยะเพื่ออุตสาหกรรมอาหาร สถาบันอาหาร กระทรวงอุตสาหกรรม รายงานสถานการณ์อุตสาหกรรมอาหารของไทยในช่วง 8 เดือนแรกของปี 2557 (ม.ค.- ส.ค.) พบว่า การนำเข้าวัตถุดิบและอาหารของไทยมีมูลค่ารวม 322,104.39 ล้านบาท มีแนวโน้มขยายตัวเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปี 2556  ร้อยละ 27.12 ปริมาณนำเข้า 11.01 ล้านตัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีที่แล้ว ร้อยละ 29.60 เฉพาะเดือนสิงหาคมมูลค่านำเข้า 45,140.24 ล้านบาท ขยายตัวเพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันปีที่แล้วร้อยละ 50.83  เมื่อพิจารณาชนิดสินค้าที่นำเข้าในระดับภาพรวมพบว่าส่วนใหญ่เป็นการนำเข้าวัตถุดิบเพื่อแปรรูปโดยกลุ่มผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำมีมูลค่ามากที่สุดถึง 73,105.73 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 22.70 ของมูลค่านำเข้าทั้งหมด โดยสินค้าที่นำเข้ามากที่สุด ได้แก่ สกิปแจ็คแช่แข็ง ปลาทะเลอื่นๆแช่แข็ง ทูน่าครีบเหลืองแช่แข็ง อัลบาคอร์แช่แข็ง และหมึกแช่แข็ง ทั้ง 5 รายการรวมกันมีสัดส่วนถึงร้อยละ 60 ของกลุ่มสัตว์น้ำ รองลงมาคือกากของเหลือจากการผลิตน้ำมัน เพื่อใช้เป็นวัตถุดิบอาหารสัตว์ ร้อยละ 19.43เมล็ดถั่วเหลืองเพื่อการผลิตน้ำมันพืชและอาหารสัตว์ ร้อยละ 10.01 นมผงสำหรับทารก ร้อยละ 9.03 และกลุ่มข้าวสาลีหรือเมสลิน ร้อยละ 5.78 เป็นต้น


                นอกจากนี้ กลุ่มผลไม้มีส่วนแบ่งร้อยละ 5.59 ของมูลค่านำเข้าทั้งหมด ช่วง 8 เดือนนี้มีมูลค่านำเข้า 17,994.95 ล้านบาท มีอัตราขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 17.79 จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว  ส่วนใหญ่เป็นการนำเข้าแอปเปิ้ลสดจากประเทศจีนมากกว่าครึ่ง ที่เหลือนำเข้าจากสหรัฐอเมริกา นิวซีแลนด์  องุ่นสดนำเข้าจากจีน เปรู อินเดีย ออสเตรเลีย ส้มนำเข้าจากจีน ออสเตรเลีย และสหรัฐอเมริกา โดยคนไทยมีแนวโน้มบริโภคผลไม้นำเข้ากลุ่มนี้เพิ่มขึ้นทุกปี เนื่องจากระดับราคาที่ลดลงจากอดีตมาก และสามารถซื้อได้ทั่วไป ซึ่งทำให้ผลไม้ในประเทศเองมีคู่แข่งและประสบปัญหาล้นตลาดในบางช่วงที่ผลผลิตออกมาก




                ในด้านมูลค่าส่งออกอาหาร เดือนสิงหาคม มีมูลค่าส่งออก 110,510 ล้านบาท มีอัตราขยายตัวเพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันกับปีที่แล้วร้อยละ 50.83 ทำให้มูลค่าส่งออกรวมสะสม 8 เดือนอยู่ที่ 695,583.91 ล้านบาท ปริมาณส่งออก 24.55 ล้านตัน อัตราขยายตัวเชิงมูลค่าร้อยละ 15.48 และเชิงปริมาณร้อยละ 12.10 นับเป็นแนวโน้มที่ดี  โดยพบว่ามูลค่าส่งออกมีอัตราขยายตัวเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกัน ในสินค้าเกือบทุกรายการ ยกเว้นสตาร์ชจากมันสำปะหลังที่วัตถุดิบไม่เพียงพอ โดยเฉพาะการส่งออกเนื้อไก่แปรรูปที่ไต่ขึ้นมาเป็นสินค้าส่งออกอันดับ 1 ในช่วง 8 เดือนของปีนี้ มีมูลค่าส่งออกถึง 50,189.29 ล้านบาท ขยายตัวเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 32.12 ในเชิงมูลค่า และร้อยละ 21.92 เชิงปริมาณ มีผลจากปริมาณผลผลิตในประเทศ  ช่วงปีนี้ลดลงร้อยละ 3.8 ขณะที่เนื้อไก่เป็นอาหารโปรตีนที่รับประทานง่าย สะดวกราคาถูก  ซึ่งพบว่าเนื้อไก่ไม่ค่อยได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจสำหรับตลาดในสหภาพยุโรปส่วนใหญ่  ประกอบกับการที่ญี่ปุ่น มาเลเซีย  สิงคโปร์ เวียดนาม ฮ่องกง เกาหลีใต้ แอฟริกาใต้ และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ กลับมานำเข้าไก่สดจากไทย ช่วยเพิ่มเสถียรภาพให้กับราคาไก่ในประเทศด้วย สัดส่วนการส่งออกไปญี่ปุ่นมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจาก 40% ในปี 2556 เป็น 49% ในปี 2557 และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เนื่องจากการส่งออกไก่ไปญี่ปุ่นไม่ถูกจำกัดด้วยโควต้า แนวโน้มอุตสาหกรรมไก่เนื้อของไทยในปีนี้น่าจะช่วยผลักดันให้ยอดการส่งออกขยายตัวเพิ่มขึ้นทดแทนการส่งออกที่หายไปของกุ้งได้บางส่วน

                ด้านการค้าอาหารกับ AEC ในช่วง ม.ค.-ส.ค. 2557 นี้ ไทยมีการส่งออกสินค้าอาหารไปยังอาเซียน 5.79 ล้านตัน มูลค่า 151,649.74 ล้านบาท ขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 8.83 เชิงปริมาณ และร้อยละ 13.83 เชิงมูลค่า ขณะที่ไทยมีการนำเข้าสินค้าอาหารจากสมาชิกอาเซียนทั้งสิ้น 1.66 ล้านตัน มูลค่า 51,785.44 ล้านบาท ไทยอยู่ในฐานะเกินดุลการค้าอาหารกับอาเซียนทั้งนี้ สินค้าอาหารที่ไทยส่งออกที่สำคัญ ได้แก่ น้ำตาลจากอ้อย มีสัดส่วนถึงร้อยละ 11.4 ของมูลค่าส่งออกทั้งหมดในช่วง 8 เดือนของปีนี้ โดยมีมูลค่า 17,271.62 ล้านบาท ปริมาณส่งออก 1.347 ล้านตัน มีอัตราขยายตัวทั้งในเชิงปริมาณและมูลค่ามากกว่าร้อยละ 800 โดยตลาดหลักคืออินโดนีเซีย มีสัดส่วนถึงร้อยละ 80 ของมูลค่าส่งออกสินค้าชนิดนี้ในอาเซียน โดยสินค้าที่มีมูลค่าส่งออกเป็นอันดับ 2 คือ เครื่องดื่มที่ไม่อัดลมพร้อมสำหรับบริโภคทันทีโดยไม่ต้องเจือจาง เป็นสินค้าที่มีแนวโน้มขยายตัวในระดับสูงเช่นกัน ตลาดหลักคือเวียดนาม และเมียนมาร์ มีสัดส่วนส่งออกร้อยละ 46 และ 20.8 ตามลำดับ ทั้งนี้ เนื่องจากสินค้าของไทยได้รับการยอมรับว่ามีคุณภาพดี รสชาติอร่อย และราคาแข่งขันได้ นอกจากนี้ ข้าวหอมมะลิของไทย ก็เป็นที่ต้องการสำหรับตลาดบนอย่างสิงคโปร์และบรูไน ซึ่งมีแนวโน้มขยายตัวในระดับสูงเช่นกัน

                เมื่อพิจารณาในตลาดอาเซียนจะพบว่าในช่วงนี้ที่อุตสาหกรรมอาหารในประเทศสมาชิกใหม่อย่างกัมพูชา สปป.ลาว เมียนมาร์ และเวียดนาม ยังอยู่ในช่วงกำลังพัฒนา จึงจำเป็นต้องพึ่งพาการนำเข้าสินค้าอาหารแปรรูปจากไทยอยู่ ผู้ประกอบการไทยจำเป็นต้องหาแนวทางการทำธุรกิจที่ยั่งยืนในอนาคต เพราะขณะนี้นักลงทุนต่างชาติที่มีศักยภาพสูงในด้านอุตสาหกรรมอาหารไม่ว่าจะเป็นญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ไต้หวัน และจีน ต่างก็ขยายการลงทุนเข้าสู่ทั้ง 4 ประเทศ เนื่องจากเล็งเห็นว่ามีความพร้อมด้านการเป็นแหล่งผลิตวัตถุดิบอาหาร  ดังนั้นหากไทยไม่มองลู่ทางในระยะยาว อาจจะเสียโอกาสในอนาคต

3
ชาร์ปแจกจริงกับเทศกาล “แจกชัด รับเต็มล้าน”


กรุงเทพฯ, ประเทศไทย, 24 ตุลาคม 2557- เมื่อเร็วๆนี้ มร. มาซามิ โออูเอะ กรรมการผู้จัดการบริษัท ชาร์ป ไทย จำกัด ได้มอบรางวัลใหญ่ รถยนตร์โตโยต้า แคมรี่ 2.0 จี รุ่นเอ็กซตรีมโม มูลค่า 1,359,000 บาท ให้คุณนารี แซ่ยั้ง ผู้โชคดีจากกิจกรรมเทศกาล “ชาร์ปแจกชัด รับเต็มล้าน” โดยการส่งคูปองจากการซื้อ SHARP AQUOS LED TV ขนาด 32” ขึ้นไปที่ร้านค้าผู้แทนจำหน่ายทั่วประเทศ  นอกจากนี้ยังมีรางวัลทองคำแท่ง หนัก 5 บาท จำนวน 8 รางวัล มูลค่ากว่า 800,000 บาท รวมมูลค่าของรางวัลทั้งสิ้นจากกิจกรรมครั้งนี้กว่า 2 ล้านบาท

4
“สำนักสิริพัฒนา”หวั่นภาคธุรกิจไทยแข่งขันสูงหลังเปิด AEC
แนะคนไทยเน้นฝึกอบรมพัฒนาศักยภาพสู้บุคคลากรต่างประเทศ


                นางใจชนก ผู้อำนวยการสำนักสิริพัฒนา สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยว่า ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ  AEC ในปี 2558 ซึ่งจะส่งผลกระทบทำให้ประเทศไทยเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในภาคธุรกิจเอกชนและภาครัฐ การเปลี่ยนแปลงในการกำหนดกลยุทธ์และเป้าหมายขององค์กรทำให้เกิดภาระงานเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะด้านการบริหาร การจัดการ และการกำหนดแผนการปฏิบัติหน้าที่ในองค์กรเพื่อรองรับ AEC ก็ควรมีการปรับให้เหมาะสมกับสภาวะการณ์เพื่อพร้อมรับกับความต้องการใหม่ๆที่มากขึ้น ผู้บริหารขององค์กรจึงจำเป็นต้องมีความรู้ความเข้าใจ มองเห็นภาพรวมของการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน สามารถสร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อการบริหารและรองรับการพัฒนาองค์กร รวมถึงการพัฒนาบุคลากรซึ่งเป็นปัจจัยที่สำคัญอย่างหนึ่งให้สอดคล้องกับการเติบโตของประชาคมอาเซี่ยน (AEC) พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงสู่วิสัยทัศน์ใหม่ๆพร้อมที่จะแข่งขันในยุคของ AEC ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

                ทั้งนี้สำนักสิริพัฒนาสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า)  เป็นสถาบันฝึกอบรมแห่งแรกและแห่งเดียวในประเทศไทยที่ได้รับการยอมรับและและมีความเป็นระดับสากล (WorldClass Organization) อีกทั้งยังได้รับรางวัลประกันคุณภาพติดต่อกันถึง 4 ปี โดยปัจจุบันมีหลักสูตรอบรมมากมายที่สามารถเสริมสร้างและพัฒนาศักยภาพบุคลากรเพื่อรองรับการเปิด  AEC ได้เป็นอย่างดี ประกอบด้วย

                1.In-house Training หลักสูตรที่ออกแบบตามความต้องการของหน่วยงาน โดยวิทยากรและทีมงานที่มีความเชี่ยวชาญทางด้านวิชาการ อาทิ นวัตกรรมการบริหารพัฒนาเมือง, การพัฒนาภาวะผู้นำสำหรับผู้บริหาร, นักบริหารระดับสูง, ผู้บริหารท้องถิ่นกับประชาคมอาเซียน

                2.Public Training หลักสูตรสำหรับบุคคลทั่วไปที่ครอบคลุมทุกสาขาวิชาทั้งด้านการบริหารและสังคมศาสตร์ ประกอบด้วยหลักสูตรกว่า 80 หลักสูตร อาทิ หลักสูตรการเจรจาต่อรองในศตวรรษที่ 21 หลักสูตรการวางแผนกลยุทธืองค์กรสู่ความสำเร็จ และหลักสูตรการวางแผนและบริหารโครงการอย่างมืออาชีพ

                3.Specialized Training หลักสูตรที่เน้นให้ความรู้ในสาขาวิชาชีพเป็นการเฉพาะทาง หรือให้บริการอบรมแก่บุคลากรในสาขาวิชาชีพนั้น รวมทั้งการจัดประเมินเฉพาะด้าน (Assessment) อาทิ หลักสูตรพัฒนาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและบริการเพื่อรองรับ AEC

                4.International Training ให้บริการฝึกอบรมเป็นภาษาต่างประเทศให้กับชาวไทยและชาวต่างชาติ ทั้งในลักษณะ Public Training, In-house Training และ Tailor-Made Training ซึ่งผู้เข้าฝึกอบรมจะได้รับประโยชน์จากการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกันบนความหลากหลายทางวัฒนธรรม

                5.หลักสูตรเพื่อบริการวิชาการแก่สังคม โดยผู้เข้าอบรมไม่ต้องเสียค่าลงทะเบียน ได้แก่ การพัฒนาบุคลากรเพื่อรองรับอาเซียน, ทิศทางการค้าเพื่อรองรับอาเซียน, แนวคิดเชิงนวัตกรรมเพื่อรองรับ  AEC




                นอกจากนี้ยังมีวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิและมากด้วยประสบการณ์ ที่มีชื่อเสียงระดับประเทศ ทั้งจากหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน อาทิดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ อดีตรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายกานต์ ตระกูลฮุน กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) เป็นต้น

                อย่างไรก็ตาม ในเดือนพฤศจิกายนนี้ ทางสำนักสิริพัฒนาได้จัดอบรมหลักสูตรสำหรับบุคคลทั่วไป (Public Training) ได้แก่ “เทคนิคเชิงลึกในการจัดการความเสี่ยงสมัยใหม่แบบครบวงจร รุ่นที่ 6”ซึ่งจะเปิดอบรมในวันที่ 4 - 6 พฤศจิกายน 2557 และ “การวางแผนกลยุทธ์องค์กรสู่ความสำเร็จ รุ่นที่ 4” ซึ่งจะเปิดอบรมในวันที่ 13 - 14พฤศจิกายนนี้  พร้อมกันนี้ยังมีโครงการฝึกอบรมอีก 2 หลักสูตรเพื่อพัฒนาขีดความสามารถของบุคลากรและการกำหนดกลยุทธ์ของมหาวิทยาลัย ได้แก่ หลักสูตร"พัฒนาศักยภาพผู้บริหารมหาวิทยาลัย รุ่นที่ 7" และ "การบริหารงานอุดมศึกษาระดับสูงรุ่นที่ 1” ซึ่งสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ได้รับรองให้เป็นหน่วยจัดจากสำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษา (สกอ.) ซึ่งผู้บริหารสายสนับสนุนระดับสูงของมหาวิทยาลัยทุกคนจะต้องผ่านหลักสูตรนี้ ตามที่ สกอ. กำหนด  อย่างไรก็ตามสำนักสิริพัฒนาหลักสูตรการอบรมมากมาย หลายสาขาวิชา และจัดการอบรมตลอดทั้งปี โดยผู้ที่สนใจสามารถตรวจสอบข้อมูลต่าง ๆ หรือสำรองที่นั่งได้ที่  www.training.nida.ac.th หรือ Facebook: trainingnida, E-mail: trainingnida@gmail.com ทางโทรศัพท์ 02-727 3231, 02-727 3213 - 14

5
โก๋แก่ กรุ๊ป จำกัด เปิดตัวโรงงานเนรมิตจินตนาการ การเรียนรู้สู่เด็กๆ
ในคิดส์ซาเนีย กรุงเทพฯ ชวนหนูๆสัมผัสประสบการณ์กระบวนการผลิตถั่วคุณภาพ สู่ถั่วแสนอร่อย


                บริษัทโก๋แก่ กรุ๊ป จำกัด เปิดตัวโรงงานเนรมิตจินตนาการการเรียนรู้สู่เด็กๆในคิดส์ซาเนีย กรุงเทพฯ เปิดโอกาสให้เด็กๆมีส่วนร่วมกับประสบการณ์สุดแสนอร่อย ในการคัดสรรถั่วคุณภาพและกรรมวิธีการผลิตสู่ความอร่อยที่ยาวนาน ภายในโรงงานจะให้ความรู้เกี่ยวกับกระบวนการผลิตการคัดสรรถั่วในแต่ละเม็ดด้วยเครื่องจักรและเทคโนโลยีที่ทันสมัยแบบจำลองจากโรงงานที่ใช้ได้จริง รวมไปถึงการบรรจุภัณฑ์ที่ได้มาตฐานของโก๋แก่ ซึ่งเด็ก ๆ จะได้เรียนรู้และฝึกทักษะพื้นฐานได้อย่างสนุกสนาน โดยตัวโรงงานของโก๋แก่เปิดให้บริการเข้าชมแล้ววันนี้ ในคิดส์ซาเนีย กรุงเทพฯ  ภายในโลกเสมือนจริงของ “คิดส์ซาเนีย” นอกจากโรงงานโก๋แก่แล้ว ยังมีอีกหลากหลายอาชีพให้เด็ก ๆ ได้ทดลองสวมบทบาทอีกมากมาย อาทิ นักดับเพลิง หมอ พยาบาล ตำรวจ นักข่าว ฯลฯ โดยเปิดให้บริการทุกวัน อาทิตย์-ศุกร์ เวลา 10.00-15.00 น. วันเสาร์-และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 10.00-15.00 น. และ 16.00-21.00 น. สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร 0-2683-1888  หรือเข้าไปดูข้อมูลได้ที่ www.kidzania.co.th และwww.facebook.com/KidZaniaBangkok

Koh Kae Group launched an imagination factory of learning to children
at KidZania Bangkok, invites kids to have experiences in a production process quality nuts to delicious


               Koh Kae Group launched the imagination factory of learning to children in KidZania Bangkok, The opportunities for children with a delicious experiences. The selectivity and processing quality nuts into a delicious life. A facility will provide the knowledge about the manufacturing process. The selection of nuts on each grain with the modern machinery and technologies model of a real factory to the standard which children can be learnt and practice basic skills and have fun. The factory is open to this day at KidZania in Bangkok. There are also a wide range of occupations for children to try on the role more than 80 careers such as doctor, nurse, firefighter, police, journalist, etc. It is open every day, On Sunday - Friday from 10.00 -15.00 for Saturday from 10.00 -15.00 and 16:00 to 21:00. Further information call 0-2683-1888 or visit us at. www.kidzania.co.th and www.facebook.com/KidZaniaBangkok




6
จัดหนักโปรโมชั่น “Kingston Big Sale”
พาเหรดสายพันธุ์ HyperX ใจกลางสยามเซ็นเตอร์


                 บริษัท คิงส์ตันเทคโนโลยี ประเทศไทย ผู้ผลิตและพัฒนาหน่วยความจำรายใหญ่ของโลก ยกขบวนสินค้าคิงส์ตัน HyperX จัดโปรโมชั่นลดกระหน่ำส่งท้ายเดือนตุลาคม ณ พันธุ์ทิพย์ พลาซ่า ประตูน้ำ ตั้งแต่วันนี้ ถึง 28 ตุลาคม 2557 พร้อมอวดความแรงแห่งผลิตภัณฑ์สายพันธุ์ HyperX โรดโชว์กลางใจเมือง พบกับกัปตัน HyperX สาวสวยสุดเซ็กซี่ได้ที่สยามเซ็นเตอร์ 25-26 ตุลาคม นี้เท่านั้น!

                 สุดยอดโปรโมชั่นกระชากใจสาวกสายพันธุ์ HyperX ได้แก่ ชุดหูฟัง HyperX Cloud กระชากราคาสุดพิเศษเพียง 2,990 บาท จากร้านค้าที่ร่วมรายการ* คุณจะได้รับส่วนลดเพิ่มอีก 100 บาทที่บูธคิงส์ตัน ชั้น 1 อีกทั้งระหว่างวันที่ 25-26 ตุลาคมนี้ ลูกค้า 15 คนแรกต่อวัน รับส่วนลดเงินสดเพิ่มอีก 2,000 บาท ในการซื้อชุดหูฟัง HyperX Cloud ได้ที่ร้านค้าที่ร่วมรายการ** นอกจากนั้น เมื่อซื้อหน่วยความจำ HyperX รับทันทีเสื้อยืด HyperX สุดเท่ห์ และเมื่อซื้อผลิตภัณฑ์ตระกูล SSD รับชุดไขขวงอเนกประสงค์ ทันที

                 พบกับการสาธิตผลิตภัณฑ์ HyperX เพื่อเปิดประสบการณ์แห่งความแรง ด้วยผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ล่าสุดอย่างอย่าง หน่วยความจำ HyperX Savage, HyperX Fury, HyperX Predator, HyperX Beast และ HyperX SSD อีกหลากหลายรุ่น ซึ่งคุณจะสัมผัสได้ถึงประสิทธิภาพโดดเด่นสุดประทับใจไปกับ กัปตัน HyperX สาวสวยสุดเซ็กซี่ ที่มาพร้อมกิจกรรมแห่งความสนุกมากมาย ที่บูธคิงส์ตัน ชั้น 1 พันธุ์ทิพย์ พลาซ่า ประตูน้ำ

                 พลาดไม่ได้กับโปรโมชั่น Kingston Big Sale ที่ พันธุ์ทิพย์ พลาซ่า ประตูน้ำ สามารถเลือกซื้อผลิตภัณฑ์คิงส์ตัน HyperX ได้อย่างจุใจ และรับรางวัลมากมายได้ตั้งแต่วันนี้ - 28 ตุลาคม 2557 งานนี้คิงส์ตัน HyperX ลดกระหน่ำ จัดหนัก จัดเต็ม ให้คุณได้สัมผัสผลิตภัณฑ์ HyperX สุดพิเศษอย่างที่คุณคาดไม่ถึง!

ข้อมูลกิจกรรม Kingston Big Sale:

วัน: วันนี้ - 28 ตุลาคม 2557
สถานที่: พันธุ์ทิพย์ พลาซ่า ประตูน้ำ
คิงส์ตันบูธ: ชั้น 1 หน้าประตูทางเข้า
*ร้านค้าที่ร่วมรายการ:
        -   ชั้น 1 : JEDI
        -   ชั้น 2 : J.I.B. Computer
        -   ชั้น 3 : P & Y Computer


ข้อมูลกิจกรรม HyperX Experience Roadshow:

วัน: 25-26 ตุลาคม 2557
สถานที่: สยามเซ็นเตอร์
**ไฮไลท์: สำหรับลูกค้า 15 คนแรกต่อวัน รับส่วนลดเงินสดเพิ่มอีก 2,000 บาท ในการซื้อชุดหูฟัง HyperX Cloud ได้ที่ ร้าน JIB, JEDI และ P&Y ที่ พันธุ์ทิพย์ พลาซ่า ประตูน้ำ วันที่ 25-26 ตุลาคม 2557 เท่านั้น


พบกับคิงส์ตันได้ที่:

Facebook: http://www.facebook.com/KingstonBlogFansClub.en
YouTube: http://www.youtube.com/user/KingstonAPAC


ข้อมูลเกี่ยวกับ Kingston Technology Company, Inc.

Kingston เป็นผู้พัฒนาและผลิตเมมโมรี่รายใหญ่ที่สุดในโลกโดยออกแบบผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์หน่วยความจำสำหรับเครื่องเดสก์ท็อป แล็ปท็อปเซิร์ฟเวอร์ เครื่องพิมพ์ รวมทั้งผลิตภัณฑ์หน่วยความจำ Flash สำหรับเครื่องพีดีเอโทรศัพท์เคลื่อนที่ กล้องดิจิตอล และเครื่องเล่นเอ็มพี 3 Kingston มีโรงงานตั้งอยู่ในมลรัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา ไต้หวัน จีน และมีสำนักงานขายใน สหรัฐอเมริกา ไต้หวัน จีน อินเดีย ออสเตรเลีย เวียดนาม ยุโรป รัสเซีย ยูเครน ตุรกี และละติน อเมริกา หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาเข้าชมที่ www.kingston.com/th

#  #  #

Kingston เป็นเครื่องหมายการค้าจดทะเบียน และสัญลักษณ์ Kingston เป็นเครื่องหมายการค้าของคิงส์ตัน เทคโนโลยี คอร์ปอเรชั่น ส่วนเครื่องหมายการค้าอื่นๆ ทั้งหมดในที่นี้เป็นกรรมสิทธิ์ของเจ้าของแต่ละราย

7
แมคคาเฟ่ ฉลองครบรอบ 7 ปี เปิดตัวบัตรสมาชิกใหม่ในรูปแบบแรบบิทการ์ด
มอบสิทธิพิเศษให้ลูกค้ากว่า 3,700 บาท ออกแบบโดยหม่อมหลวงจิราธร จิรประวัติ



แมคคาเฟ่ ฉลองครบรอบ 7 ปี เปิดตัวบัตรสมาชิกใหม่ในรูปแบบแรบบิทการ์ด ออกแบบโดย หม่อมหลวงจิราธร จิรประวัติ พร้อมมอบประสบการณ์ความสุข สดชื่นแบบสุดคุ้มตลอดทั้งปี ด้วยสิทธิพิเศษมากมายมูลค่ากว่า 3,700 บาท อาทิ สดชื่น ฟรี! กับเครื่องดื่มแมคคาเฟ่ขนาดใหญ่ 2 แก้ว, รับส่วนลด 25% ทุกวันสำหรับเครื่องดื่มแมคคาเฟ่ และส่วนลด 10% ทุกวันสำหรับเบเกอรี่, สุดคุ้มกับเครื่องดื่มแมคคาเฟ่ 1 แถม 1 ทุกวันอังคารที่ 2 และ 4 ของเดือน พร้อมสิทธิพิเศษอีกมากมาย มี 3 ลายให้สะสม ในราคาเพียง 199 บาท สมัครได้ตั้งแต่วันนี้ - 30 พ.ย. 57 หรือจนกว่าสินค้าจะหมด ที่ร้านแมคคาเฟ่ทุกสาขา และเคาน์เตอร์ของหวานบนสถานีรถไฟฟ้า เพิ่มเติมคลิก facebook.com/mcthai

Celebrate 7th Years Anniversary of McCafé
With The New McCafé Rabbit Card designed by M.L. Jirathorn Jiraprawat,


Let’s celebrate 7th years anniversary of McCafé with the new McCafé Rabbit Card designed by M.L. Jirathorn Jiraprawat, a famous professional artist in Thailand. Offering the privileges over 3,700 baht such as FREE 2 glasses of McCafé beverages, 25% discount for McCafé beverages and buy one get one FREE on the 2nd  and 4th Tuesday of the month. McCafé Rabbit Card is available at all McCafé branches in participating restaurants from now until November 30, 2014 or until the stock lasts. For more information, please click facebook.com/mcthai






8

ครั้งแรกของเอเชีย!! วอร์เกมมิ่งเปิดทดสอบ เวิลด์ออฟวอร์ชิพส์  ที่งาน แพกซ์ ออสเตรเลีย 2014


บริษัท วอร์เกมมิ่ง (Wargaming) ผู้นำทางด้านพัฒนาและให้บริการของเกมแนว MMO แบบเล่นฟรี ประกาศการเข้าร่วมในงานแพกซ์ ออสเตรเลีย 2014 (Pax Australia 2014) ทีมงานได้เตรียมความพร้อมอย่างเต็มที่ในการนำกิจกรรมและความบันเทิง ของรางวัลต่างๆ รวมถึงผู้เล่นจากออสเตรเลียจะได้สัมผัสเกมสงครามน่านน้ำ เวิลด์ออฟวอร์ชิพส์ (World of Warships) เป็นครั้งแรกอีกด้วย โดยงานนี้จะจัดขึ้น ณ Melbourne Convention Exhibition Centre นครเมลเบิร์น เครือรัฐออสเตรเลีย ระหว่างวันที่ 31 ตุลาคม จนถึง 2 พฤศจิกายน 2557 ที่บูธหมายเลข 1830

นอกจากนั้น ผู้เล่นจะได้สัมผัสเกมสงครามในหลากหลายแพลตฟอร์ม ทั้งเกมสงครามรถถังบนมือถือ เวิลด์ออฟแท็งค์บลิทซ์ (World of Tanks Blitz) เวอร์ชั่น iOS และ Andriod ที่ทุกท่านรอคอย เกมสงครามรถถังบนมือถือเปิดตัวตั้งแต่มิถุนายน 2557 และมีผู้เล่นดาวน์โหลดทั่วโลกแล้วกว่า 8 ล้านครั้ง รวมถึงเวิลด์ออฟแท็งค์เวอร์ชั่น PC และ Xbox 360 อิดิชั่น ยิ่งไปกว่านั้น ในงานแพกซ์ ออสเตรเลีย 2014 (Pax Australia) ผู้เข้าชมจะได้สัมผัสปรากฏการณ์ความมันส์ครั้งแรกของสงครามน่านน้ำ เวิลด์ออฟวอร์ชิพส์ (World of Warships) อย่างใกล้ชิดในห้องทดสอบที่เป็นส่วนตัวซึ่งจัดไว้เพื่อต้อนรับความพิเศษในครั้งนี้อีกด้วย




“คอมมูนิตี้ผู้เล่นของออสเตรเลียมีความคลั่งไคล้ในวอร์เกมมิ่งเป็นอย่างมาก และเป็นโอกาสอันดีที่งาน PAX จะช่วยให้เราสื่อสารกับผู้เล่นของเราได้อย่างใกล้ชิดและน่าตื่นเต้น” เจสเปอร์ นิโคลัส ผู้จัดการทั่วไป บริษัทวอร์เกมมิ่งเอเชีย กล่าว

สำหรับผู้ที่เข้าชมบูธทุกท่านจะได้สัมผัสกับกิจกรรมตั้งแต่ต้นจนจบงานอย่างเต็มอิ่ม ไม่ว่าจะเป็น การตอบทุกคำถาม โดยตรงจากผู้พัฒนาเกมสงครามน่านน้ำ เวิลด์ออฟวอร์ชิพส์ (World of Warships) และสงครามรถถถังบนมือถือ เวิลด์ออฟแท็งค์บลิทซ์ (World of Tanks Blitz) รวมทั้งกิจกรรมที่หลากหลาย ทั้งรถบั๊มป์ และรถถังอึดตายยาก กิจกรรมการประกวดรับรางวัลจาก Razer, Corsair, Asus และ Plantronics

ส่วนผู้ที่ไม่ได้เข้าชมงานแต่ต้องการชมผ่านการถ่ายทอดสด โดยจะได้รับชมบรรยากาศสดตรงจากบูธ วอร์เกมมิ่งโดย Freshmeat เกมเมอร์มืออาชีพที่โด่งดัง อดีตสมาชิก Avant Garde ทีม eSports ที่ใหญ่ที่สุดของประเทศออสเตรเลีย บรรยายร่วมโดย Batman เกมเมอร์มืออาชีพชื่อดังจากทีม PVP Super Friends และ เพจ (Paige) นักถ่ายทอดสดที่มีชื่อเสียงจากประเทศออสเตรเลีย

ติดตามตารางการถ่ายทอดสดได้ที่
http://worldoftanks.asia/th/news/pc-browser/27/pax-2014-wg-programme-highlights/















9
น้องวันใหม่หอบช่อดอกไม้ทำเซอร์ไพร์สแพง-ขวัญข้าว


นับว่าได้ใจสาวแพง-ขวัญข้าว เศวตวิมล ไปแบบเต็มๆ เมื่อน้องวันใหม่ ฉัตรบริรักษ์ ทำเซอร์ไพร์สหอบดอกไม้ช่อโตไปแสดงความยินดีในวันเปิดตัว แบรนด์ Kwankao คอลเลคชั่นออลทั่ม-วินเทอร์ 2014 “เดอะเซอร์เคิลเซอร์คัสโชว์” ในงานแอลแฟชั่นวีค 2014 ที่ผ่านมา งานนี้สาวแพงถึงกับกรี๊ดเสียงหลงที่เห็นน้องวันใหม่อุ้มช่อดอกไม้มาให้...ถ้าไม่รักกันจริงน้องวันใหม่ไม่น่าจะอุ้มช่อดอกไม้ที่ใหญ่กว่าตัวมาให้สาวแพงได้ขนาดนี้จริงๆ


10
6  สาว  1 หนุ่ม ร่วมประลองเสียงร้องเพื่อลุ้นตำแหน่งผู้เข้ารอบคนที่ 4
ในรายการ “ร้องสู้ไฟ  Keep Your Light Shining Thailand Presented by KBank” ทางช่อง 7


                 ผ่านเข้าสู่สัปดาห์ที่ 4 แล้วสำหรับรายการ “ร้องสู้ไฟ  Keep Your Light Shining Thailand Presented by KBank” รายการประกวดร้องเพลงแนวใหม่ ที่ใช้ “ไฟ” เป็นตัวตัดสิน  สัปดาห์นี้พบกับ 6 สาวจากหลากหลายสาขาอาชีพ  นำโดย  มัทนา อาชีพ ครูสอนร้องเพลง, อัญนรา  นักร้องสาวเสียงดีจากแดนสะตอ, ปฐมาภรณ์  นักดนตรีสาวหล่อจากภาคเหนือ, กนกพรพรรณ  นักร้องสาวเสียงดีควบคู่ตำแหน่งแม่ค้าขายของออนไลน์, รุ่งฤดี  นักศึกษาสาวผู้มีความฝันจะเป็นนักร้องมืออาชีพ, นิภาพร นักร้องอิสระพ่วงด้วยตำแหน่งครูสอนร้องเพลง   และ 1 หนุ่มที่เข้าท้าชิงกับ 6 สาวคือ วัชรพงษ์  พ่อค้าร้านขนมที่มีความฝันอยากเป็นนักร้องเพราะต้องการมีแฟนเป็นดารา

                 บรรยากาศในการแข่งขันเป็นไปด้วยความลุ้นระทึกเพราะทุกคนความสามารถไม่แพ้กันเลย   ที่สำคัญไม่มีใครยอมใครเพราะทุกคนมีปลายทางความฝันสู่การเป็นนักร้องมืออาชีพในเส้นทางบันเทิง  งานนี้ผู้ที่น่าเห็นใจที่สุดเห็นจะเป็น 2 กรรมการ “เจ – เจตริน วรรธนะสิน” และ “ใหม่ เจริญปุระ” ที่ถึงขั้นกุมขมับตัดสินกันเลยทีเดียว

                 พบกับความสนุกสนาน ลุ้นระทึกไปกับการแข่งขันครั้งนี้ได้ พร้อมกันทั่วประเทศ ในวันเสาร์ที่ 25 ตุลาคมนี้ เวลา 16.15-17.30 น.ทางช่อง 7 และช่อง7HD ติดตามความคืบหน้าของรายการได้ที่ www.facebook.com/kylsthailand, http://www.kylsthailand.com/


















11
ราคูเท็นครบรอบ 5 ปีแห่งความสำเร็จ
ฉลองการเติบโตของร้านค้าบนแพลตฟอร์มประเทศไทย

ด้วยแผนการดูแลร้านค้าและการตลาดที่แข็งแกร่ง ทำให้จำนวนร้านค้าบนแพลตฟอร์มราคูทเน ตลาดดอทคอมขยายตัวขึ้นถึง 110%
และยอดขายพุ่งสูงขึ้นถึง 1,876% นับตั้งแต่ปี 2010



นับเป็นเวลา 5 ปีแล้วที่ บริษัท ราคูเท็น อิงค์ ก้าวเข้าสู่ตลาดของประเทศไทยโดยการรวมตัวกับ ตลาดดอทคอม (Tarad.com) และยังคงดำรงตำแน่งผู้นำแถวหน้าของการปฏิวัติรูปแบบธุรกิจ ซื้อ-ขาย ออนไลน์ ซึ่งปัจจุบัน ราคูเท็น มีสมาชิกจำนวนถึง 2.5 ล้านราย รวมไปถึงการเติบโตของจำนวนร้านค้าที่เพิ่มมากขึ้นถึง 110% และยอดขายที่พุ่งกระฉูดถึง 1,876% นับตั้งแต่ปี 2010

ราคูเท็น นับเป็นหนี่งในบริษัทผู้นำการบริการต่างๆเพื่อประโยชน์สำหรับผู้บริโภคและธุรกิจ บนระบบอินเตอร์เน็ต และเป็นผู้บุกเบิกทางด้านธุรกิจ B2B2C ในระดับสากล โดยการนำประสบการณ์พัฒนาร้านค้าที่มากกว่า 15 ปี มาประยุกต์ใช้เพื่อช่วยผู้ประกอบการบนแพลตฟอร์มการขายของราคูเท็น ตลาดดอทคอมให้ประสบความสำเร็จมากที่สุด อาทิ จัดอบรมหลักการเนินธุรกิจออนไลน์โดย Rakuten University (มหาวิทยาลัยราคูเท็น), การให้บริการที่ปรึกษาด้านอีคอมเมิร์ซส่วนตัวหรือ ECC ที่ย่อมาจาก e-commerce consultants เพื่อช่วยคิดและผลักดันกลยุทธการขายต่างๆให้กับผู้ประกอบการเพื่อสร้างยอดขายที่ดีที่สุด



“ตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา การเติบโตของราคูเท็น ตลาดดอทคอมถือเป็นที่น่าพอใจเป็นอย่างยิ่ง” นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ กรรมการผู้จัดการและผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ราคูเท็น ตลาดอทคอม กล่าว “หัวใจสำคัญของการรักษาตำแหน่งความเป็นผู้นำของเราคือ การสร้างพื้นที่การทำธุรกิจที่ปลอดภัยและมั่นคงให้กับร้านค้า และเปลี่ยนประสบการณ์การช้อปปิ้ง ออนไลน์ให้เป็นความบันเทิงให้กับผู้ซื้อ โดยเน้นที่ความสะดวกในการค้นหาและเชื่อมโยง เรามีการดูแลส่งเสริมร้านค้าโดยการจัดการเรียนการสอน ส่งเสริมการขายด้วยบริการหลากหลายรูปแบบ  ทั้งยังสร้างโอกาสให้กับผู้ค้าในการจับมือกับบริษัทชั้นนำเพื่อเพิ่มยอดขาย ไม่ว่าจะเป็นทางการเงิน ความบันเทิง หรือเทคโนโลยี ราคูเท็น ตลาดดอทคอม มุ่งมั่นที่จะสนับสนุนร้านค้าให้เจริญเติบโตต่อไปในด้าน อี-คอมเมิร์ซ”

เข้าถึงลูกค้ามากยิ่งขึ้นผ่านสมาร์ทโฟนและรอยัลตี้โปรแกรม

เนื่องจากการเติบโตอย่างรวดเร็วของจำนวนผู้ใช้งานอุปกรณ์สื่อสารเคลื่อนที่ทั้งสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต  ราคูเท็น ตลาดดอทคอม จึงได้มีการพัฒนาการตลาดผ่านทางระบบสมาร์ทโฟน เพื่อให้ร้านค้าติดต่อผู้ซื้อได้ง่ายขึ้น และยังเป็นช่องทางในการซื้อขายที่สะดวกและรวดเร็วอีกช่องทางหนึ่ง  ราคูเท็น ตลาดดอทคอมเป็นผู้นำด้าน เอ็ม-คอมเมิร์ซ เรามีการเปิดตัวเว็บไซต์ที่รองรับการใช้งานบนมือถือในปี 2012 เพื่อความสะดวกสบายของผู้ใช้สมาร์ทโฟน ซึ่งจำนวนผู้เข้าใช้เว็บไซต์ราคูเท็น ตลาดดอทคอมบนมือถือนั้น นับเป็น 50% ของผู้ใช้ทั้งหมดต่อเดือน อีกทั้งยังเป็นที่มาของรายได้ถึง 35% ต่อเดือนอีกด้วย

สืบเนื่องมาจากความสำเร็จของ ราคูเท็น อิชิบะ ในประเทศญี่ปุ่น ราคูเท็น ตลาดดอทคอม จึงได้นำโปรแกรม ‘ราคูเท็น ซูเปอร์ พ้อยท์’ มาเริ่มใช้ในปี 2010 ซึ่งเป็นโปรแกรมที่แจกคะแนนเพื่อให้ผู้ซื้อสินค้านำคะแนนเหล่านั้นมาใช้แลกของในเว็บได้อย่างสะดวกภายใต้ร่มเงาของ ราคูเท็น
 
“ในปีนี้ เรามั่นใจว่าจะมีผู้มาใช้บริการเว็บราคูเท็น ตลาดดอทคอมถึง 60 ล้านคน หรือประมาณ 5 เท่าของปีแรกที่เปิดบริการในประเทศไทย ซึ่งจะเป็นเครื่องพิสูจน์ให้เห็นว่า เราเข้าใจความต้องการของคนไทย และเรามีส่วนช่วยในการผลักดันร้านค้าที่อยู่กับเราให้มียอดขายที่เติบโตขึ้นเรื่อยๆ  นอกจากนี้ในปี 2015 ราคูเท็น ตลาดดอทคอมจะมีการนำเสนอโปรแกรม ‘order fulfillment service’ เพื่อดูแลเรื่องการจัดส่งสินค้าให้กับผู้ซื้อได้ครอบคลุมครบวงจรเพื่อประสบการณ์การช๊อปปิ้งที่ดีที่สุด” นายภาวุธ กล่าวปิดท้าย


###

เกี่ยวกับบริษัทราคูเท็น
บริษัท ราคูเท็น อิงค์ (4755:โตเกียว) เป็นบริษัทชั้นนำระดับสากลที่เป็นผู้ให้บริการต่างๆเพื่อประโยชน์สำหรับผู้บริโภคและธุรกิจ บนระบบอินเตอร์เน็ต โดยให้บริการด้านธุรกิจอย่างหลากหลายโดยมุ่งเน้นไปที่ พื้นที่ให้การทำธุรกิจร้านค้าออนไลน์หรืออีคอมเมิร์ซ การเงินออนไลน์ ตั้งแต่ปี 2012 นิตยสาร Forbes ได้จัดอันดับ ให้ราคูเท็น เป็น 1  ใน 20  บริษัทที่มีนวัตกรรมยอดเยี่ยม  (Top 20 Most Innovative Companies) ราคูเท็นทำการขยายเครือข่ายอย่างต่อเนื่องไปทั่วโลกโดยปัจจุบันครอบคลุมประเทศต่างๆในทวีปเอเชีย ยุโรป อเมริกา และ กลุ่มประเทศในมหาสมุทรแปซิฟิก ราคูเท็นถูกก่อตั้งขึ้นในปี 1997  มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น และมีพนักงานกว่า 11,000 คนทั่วโลก สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม สามารถเยี่ยมชมได้ที่ http://global.rakuten.com/corp/.

เกี่ยวกับ ราคูเท็น ตลาดดอทคอม
ราคูเท็น เปิดตัวเมื่อปี 1999 โดย ตลาดดอทคอม ได้เข้ารวมบริษัทกับ ราคูเท็น กรุ๊ปในปี 2009 ซึ่งตอนนี้ได้โอบอุ้มสินค้าประมาณ 4 ล้านชิ้น จากร้านค้ากว่า 250,000 ร้านค้า โดยใช้หลักการ B2B2C (Business to Business to Consumer) และ B2C (Business to Consumer) ด้วยสินค้าที่มีมากมายหลากประเภท ตั้งแต่สินค้าแฟชั่น ความงาม เครื่องสำอาง อุปกรณ์อิเล็คโทรนิค จนไปถึงอาหารและเครื่องดื่มเลยทีเดียว

12
พัดลมไร้ใบ Dyson Cool™ นวัตกรรมใหม่จาก ไดสัน

เสริมระบบการทำงานให้ลมเย็นที่มีประสิทธิภาพ ง่ายต่อการทำความสะอาด และปลอดภัยสำหรับทุกคนในครอบครัว


หมดยุคของพัดลมใบพัด เมื่อ ไดสัน  สร้างสรรค์พัดลมไร้ใบพัด Dyson Cool™ นวัตกรรมล้ำสมัยจากประเทศอังกฤษ ที่ใช้เงินลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนากว่า 40,000,000 ปอนด์ เสริมระบบการทำงานให้ลมเย็นที่มีประสิทธิภาพ ง่ายต่อการทำความสะอาด และปลอดภัยสำหรับทุกคนในครอบครัว ผสานฟังก์ชั่นการทำงานให้สามารถปรับระดับแรงลมได้ถึง 10 ระดับ และตั้งเวลาการทำงานได้ถึง 9 ชั่วโมง ทำให้คุณเข้านอน หลับสบายในขณะที่พัดลมยังคงทำงาน

พัดลมไร้ใบ Dyson Cool™ ใช้เทคโนโลยี  Dyson Air Multiplier™ ที่ทางทีมวิศวกรของไดสันใช้เวลาคิดค้นกว่า 3 ปี ในการพัฒนาเทคโนโลยีและดีไซน์ให้การทำงานของเครื่องมีความเงียบกว่ารุ่นก่อนๆ ถึง 75% แต่คงประสิทธิภาพการทำงานได้มาตรฐานอย่างดีเยี่ยม

เจมส์ ไดสัน กล่าวว่า “ในการแก้ไขปัญหาที่ยุ่งยาก จากความไม่ปลอดภัยของใบพัดและพลังแรงลมที่ไม่สม่ำเสมอ โดยเฉพาะเรื่องเสียงรบกวนเมื่อเปิดพัดลมในระดับแรงๆ นับปัญหาในชีวิตประจำวันที่ทางไดสันได้ตระหนักในการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อเสริมประสิทธิภาพในการทำงานของแรงลมได้อย่างสม่ำเสมอ

อะคูสติก  เอ็นจิเนียริ่ง


ลักษณะการทำงานของกระแสลมที่มีความเร็วสูง มักก่อให้เกิดเสียงดังรบกวน จึงถือเป็นงานที่ท้าทายของทีมวิศวกรรมเป็นอย่างมากในการพัฒนาคิดค้นออกแบบกล่อง Helmholtz เพื่อดักเสียงลมที่เคลื่อนผ่านพัดลม ตัวกล่องดักเสียงสามารถขจัดความดังของเสียงลดลงให้เหลือเพียง 1,000 Hz เท่ากับเสียงปีกของยุง

วิธีการทำงานของเทคโนโลยี  Air Multiplier

Air Multiplier คิดค้นโดย Dyson ถือเป็นพัดลมไร้ใบเครื่องแรกของโลก ให้สายลมเย็นสบาย นุ่มนวลอย่างต่อเนื่อง โดยระบบการทำงานจะเริ่มจากอากาศถูกดูดเร่งผ่านช่องวงแหวนภายในหัวจ่ายลม กลายเป็นกระแสลมพ่นออกจากหัวจ่ายลมที่สามารถกำหนดทิศทางลมได้ มากไปกว่านั้น อากาศที่อยู่รายรอบจะถูกดึงให้เข้ามาในกระแสลมนี้ด้วย

ไดสัน แบรนด์นวัตกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้ามีชื่อเสียงระดับโลก จะมาช่วยแก้ปัญหาเดิมๆ ให้หมดไป โดยพัดลมไร้ใบพัด Dyson Cool™ มีให้เลือก 3 รุ่น คือ แบบพัดลมตั้งโต๊ะ ขนาด 12 นิ้ว (AM06), พัดลมตั้งพื้น (AM07) และพัดลมแท่น (AM08 ) มาพร้อมสีให้เลือกหลายสี อาทิ สีน้ำเงิน สีดำนิกเกิ้ล สีขาวเงิน โดยมีวางจำหน่ายแล้วในห้างสรรพสินค้าชั้นนำ ในกรุงเทพฯ อาทิ Power Mall (สยามพารากอน, เอ็มโพเรียม) / Power Buy (เซ็นทรัลเวิลด์, เซ็นทรัลชิดลม, เซ็นทรัลลาดพร้าว, เซ็นทรัลพระราม3, โฮมเวิร์ค พัทยา, เซ็นทรัลพระราม 9)

ในส่วนของการรับประกัน: พัดลมไร้ใบพัด  Dyson cool ทุกรุ่น รับประกันนาน 2 ปี สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาเยี่ยมชม: www.dyson.co.th หรือข้อมูลเพิ่มเติมทางด้านวิศวกรรมของไดสัน ได้ที่ Facebook & Twitter

13
Unbroken คนแกร่งหัวใจไม่ยอมแพ้ เลื่อนกำหนดฉายในไทยเป็น 19 กุมภาพันธ์ 2558

<a href="http://www.youtube.com/watch?v=lpL23ovY5II" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=lpL23ovY5II</a>

ยูนิเวอร์แซล พิคเจอร์ส และ เลเจนดารี พิคเจอร์ส ขอนำเสนอตัวอย่างภาพยนตร์ล่าสุด เรื่อง Unbroken หรือ คนแกร่งหัวใจไม่ยอมแพ้ ผลงานการกำกับและอำนวยการสร้างโดย แองเจลินา โจลี ซึ่งเป็นอีพิคดรามาที่ติดตามชีวิตอันเหลือเชื่อของหลุยส์ “ลูอี้” แซมเพอรินี ฮีโรสงครามและโอลิมปิค ที่จะมาสร้างแรงบันดาลใจในการดำเนินชีวิตของคุณ

แองเจลินา โจลี เจ้าของรางวัลอคาเดมี อวอร์ด ลงมือกำกับและอำนวยการสร้าง Unbroken หรือ คนแกร่งหัวใจไม่ยอมแพ้ อีพิคดรามาที่ติดตามชีวิตอันเหลือเชื่อของหลุยส์ “ลูอี้” แซมเพอรินี (แจ็ค โอ’ ดอนเนลล์) ฮีโรสงครามโลกและโอลิมปิค ผู้ที่รอดชีวิตจากการลอยอยู่บนแพนาน 47 วัน ร่วมกับลูกเรืออีกสองคน หลังจากเหตุเครื่องบินตกในสงครามโลกครั้งที่สอง ที่ทำให้เขาเกือบเอาชีวิตไม่รอด แต่เขากลับถูกกองทัพเรือญี่ปุ่นจับตัวได้และถูกส่งไปเป็นนักโทษในค่ายกักกัน






ภาพยนตร์เรื่องนี้ดัดแปลงจากหนังสือเบสต์เซลเลอร์ของลอร่า ฮิลเลนแบรนด์ (ผู้เขียน “Seabiscuit : An American Legend”) โดยเล่าเรื่องราวชีวิตอันเหลือเชื่อของแซมเพอรินี ในรูปแบบของภาพยนตร์

 ภาพยนตร์นำแสดงโดย แจ็ค โอ’ คอนเนลล์, ดอห์มนัลล์ กลีสัน, ฟินน์ วิททร็อค, การ์เร็ตต์ เฮดลันด์ และจอห์น มากาโร รวมถึงอเล็กซ์ รัสเซล ซึ่งรับบทพีท พี่ชายของแซมเพอรินี นอกจากนี้ ยังได้นักร้องและนักแสดงชาวญี่ปุ่น มิยาวิ มารับบทผู้คุมนักโทษขาโหดที่นักโทษรู้จักกันในชื่อ “เดอะ เบิร์ด” โดยภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นภาพยนตร์ภาษาอังกฤษเรื่องแรกของเขา


ภาพยนตร์เรื่องนี้อำนวยการสร้างโดยโจลี ร่วมด้วยแมทธิว แบร์ (City by the Sea), เออร์วิน สตอฟฟ์ (The Day the Earth Stood Still) และเคลย์ตัน ทาวน์เซนด์ (This Is 40) และยังได้ทีมงานเบื้องหลังมากความสามารถอย่าง ผู้กำกับภาพ โรเจอร์ ดีคินส์ (Skyfall) ผู้ได้รับการเสนอชื่อชิง 10 รางวัลออสการ์ มาร่วมงานด้วย

โจเอลและอีธาน โคเอน (No Country for Old Men) เจ้าของรางวัลอคาเดมี อวอร์ด ได้เขียนบทภาพยนตร์เรื่องนี้ใหม่ จากบทดราฟท์เริ่มแรกที่เขียนโดยวิลเลียม นิโคลสัน (Les Miserables) และริชาร์ด ลากราวีนิส (ซีรีส์เอชบีโอเรื่อง Behind the Candelabra)
 
ภาพยนตร์มีกำหนดฉายไทย 19 กุมภาพันธ์ 2558









14
VOGUE EYEWEAR – คอลเลคชั่น​ฤดูใบไม้ร่​วง/ฤดูหนาว​สำหรับสุภา​พสตรีปี 2014/2015

การแสวงหาความสนุกสนาน และการทดลองเปลี่ยนลุคและเทรนด์ใหม่ๆ คือ สิ่งที่เป็นคุณลักษณะเฉพาะตัวของผู้หญิง Vogue ที่มีส่วนร่วมกับโลกแฟชั่น และงานที่สร้างสรรค์ การใช้ลูกเล่นคือองค์ประกอบสำคัญของ Vogue นับตั้ง แต่ปีค.ศ. 1970 ที่เต็มไปด้วยแฟชั่นระดับนานาชาติซึ่งมีการสร้างสรรค์สิ่ง ใหม่ที่เป็นต้นฉบับ และสิ่งนี้ได้กลายเป็นจิตวิญญาณของแบรนด์ตลอดมา การใช้ลูกเล่น ความเรียบหรู และสไตล์ที่คลาสสิกได้มีการเปลี่ยนแปลงไป สิ่งเหล่านี้ได้สร้างอัตลักษณ์ให้ แก่  แบรนด์ของ Vogue และเป็นที่ชื่นชอบ สำหรับผู้หญิงที่กระฉับกระเฉง รักความเรียบง่ายที่มองเห็นว่าสไตล์คือสิ่งที่ สำคัญมาก ผู้หญิง Vogue ที่เลือกผลิตภัณฑ์จาก Vogue Eyewear เนื่องจาก การออกแบบที่ก้าวไปตามยุคสมัย ความมีชีวิตชีวาและความเรียบหรู ซึ่งได้ รับแรงบันดาลใจจาก แฟชั่นในอดีตด้วยรูปแบบที่เรียบง่ายโดยไม่ทิ้งความ เป็นต้นตำรับดั้งเดิม

คอลเลคชันใหม่ได้นำเสนอผลิตภัณฑ์สามรุ่นที่สง่างามและไม่หยุดนิ่งซึ่งสะท้อนถึงจิตวิญญาณของแบรนด์เสมอมาด้วยรายละเอียดสุดประณีต โดยเน้นย้ำไปที่ความมีรสนิยมและความมีเสน่ห์ของคอลเล็คชัน กรอบที่สวมใส่ง่าย การตกแต่ง ด้วยรายละเอียดที่ประณีตและงดงาม (ได้แก่ ผีเสื้อและโบว์ตรงขาแว่นที่ตรง กับบานพับ) และรูปทรงเรขาคณิตที่โดดเด่น จึงทำให้เกิดคอลเล็คชันที่เป็น แรงบันดาลใจและมีความกลมกลืนทั้งในรูปลักษณ์ที่ทันสมัยและนำแฟชั่น การใช้สีโทนอุ่นผสมผสานกันของเฉดสีโอปอลล์ น้ำเงินด้าน เทอร์คอยส์ และ สีม่วงทำให้แว่นตารุ่นนี้มีความโดดเด่นและนุ่มนวล สะท้อนถึงความเป็นหญิง ในขณะเดียวกับที่ยังคงมีความสนุกสนานจากการใช้ลูกเล่นต่างๆ มากกว่าที่ ผ่านมา การใช้เลนส์กระจกได้แสดงออกถึงตัวตนของผู้หญิงร่วมสมัย ไม่ว่าจะ เป็นรูปแบบที่มีความทันสมัยและดูสนุกสนานของ In Vogue สไตล์คอนเทม โพรารี่ และรสนิยมอันประณีตของรุ่น Casual Chic และรูปทรงที่คลาสสิก และเรียบหรูสำหรับแว่นตารุ่น Timeless Vogue ได้สร้างสรรค์คอลเล็คชัน นานาชนิด ไว้ให้เลือกสรรด้วยการถ่ายทอดถึงจุดเด่นและบอกเล่าถึงช่วง เวลาต่างๆ ของเราในเวลาเดียวกัน



VO 2884


VO 2864

CASUAL CHIC
VO 2606S


กรอบโค้งมนและดูอ่อนโยน รายละเอียดที่ประณีต ผิวสัมผัสที่นุ่มนวล และ สไตล์แบบย้อนยุค: นี่คือคุณลักษณะสำคัญของแว่นตากันแดดที่ผลิตจาก วัสดุอะซิเตท ได้รับแรงบันดาลใจมาจากแฟชั่นในอดีตและมีการผสมผสาน รายละเอียดที่เรียบหรูและประณีตอย่างลงตัว เช่น การตกแต่งที่ขาแว่นตรง บริเวณบานพับ อีกครั้งหนึ่งที่ Vogue ได้ถ่ายทอดรสนิยมของหญิงสาวที่สามารถผสมผสานเทรนด์แฟชั่นล่าสุดเข้ากับสไตล์แบบคนเมืองที่มีระดับเข้ากันได้อย่างสมบูรณ์แบบแว่นตารุ่นนี้คือเครื่องประดับที่สำคัญซึ่งมีการตก แต่งรายละเอียดด้วยการใช้แทนสีต่างๆ อย่างสวยงามทั้งกรอบด้านหน้าและ ขาแว่น มีวางจำหน่ายในหลายเฉดสี ได้แก่ สีลูกพรุน สีงาช้างและสีบลัช สีม่วง สีม่วงแดง สีม่วงไลแล็ค และสีฟ้า สีเทา-น้ำเงินโอปอลล์ และสีฟ้า อความารีน

VO 2660S


เรียบหรูและประณีต แว่นกันแดดกรอบขนาดใหญ่ทรงสี่เหลี่ยมรุ่นนี้มีสไตล์ที่ โดดเด่น คลาสสิก และมีรสนิยม เหมาะสำหรับผู้หญิงที่ต้องการแว่นตาที่ดู สบายๆ ใช้สวมใส่ในชีวิตประจำวันพร้อมด้วยการประดับที่สวยงามและดึงดูด ใจ สามารถตอบสนองความต้องการของพวกเธอ โดยเฉพาะการผสมโทนสี แบบพิเศษในกรอบด้านหน้าและขาแว่นอะซิเตทซึ่งทำให้แว่นตารุ่นนี้มีความ เป็นแบบฉบับแต่ยังคงมีความลำลองและสวมใส่ง่าย ซึ่งเป็นส่วนประกอบที่ ขาดไม่ได้สำหรับคอลเล็ค ชันนี้ มีการดีไซน์ที่ทันสมัยและเรียบง่าย พร้อม ด้วยการใช้วัสดุที่มีคุณภาพสูง มีลักษณะเฉพาะตัว และสมบูรณ์แบบซึ่งเป็น คุณสมบัติพิเศษของแว่นตารุ่นนี้ มีวางจำหน่ายในหลายเฉดสีและในรุ่นสีใส แบบใหม่ ได้แก่ สีลูกพรุน สีงาช้างและสีบลัช สีม่วง สีม่วงแดง สีม่วงไลแล็ค และสีฟ้า สีเทา-น้ำเงินโอปอลล์ และสีฟ้าอความารีน

VO 2891S


รูปทรงที่โค้งมน เก๋ สวยสง่าและดึงดูดสายตา แว่นตารุ่นนี้ได้รับแรงบันดาลใจในสไตล์วินเทจและมีกรอบขนาดใหญ่ แว่นกันแดดที่ผลิตจากไนลอนนี้มี การประดับโบว์ที่ขาแว่นซึ่งช่วยให้ความรู้สึกถึงงานฝีมือที่เก๋ไก๋และมีชีวิต ชีวา นอกจากนี้ยังมีการเล่นสีสันที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว มีวางจำหน่ายใน สีโทนร้อนที่มีจุดเด่นที่ความนุ่มนวลของสไตล์แบบเทมโพรารี่ซึ่งเหมาะ สำหรับการสวมใส่ในทุกโอกาส มีวางจำหน่ายในสีต่อไปนี้ ด้านบนสีแดง เบอร์กันดี/สีเขียวมะกอกใส ด้านบนสีน้ำเงิน/สีน้ำตาลอ่อนใส ด้านบนสี น้ำตาล/สีส้มใส ด้านบนสีม่วง/สีชมพูใส และด้านบนสีดำ/สีใส

VO 2890

แว่นสายตาที่ผลิตจากไนลอนนี้มีกรอบทรงตาแมวที่ดูเรียบง่ายแต่เก๋ไก๋ เหมาะสำหรับสวมใส่ในชีวิตประจำวัน สร้างสรรค์ขึ้นโดยเฉพาะสำหรับหญิง สาวที่มองหาสไตล์ที่ทันสมัยและการใช้งานแบบเอนกประสงค์ ผู้ชื่นชอบลุค ของความเป็นผู้หญิงและเก๋ไก๋ แว่นตาคอลเล็คชันนี้ในบางรุ่นจะมีการใช้ วัสดุโปร่งใสสีต่างๆ ร่วมกับการตกแต่งด้วยโบว์อย่างสวยงามพร้อมด้วยการ เสียบโลหะที่ขาแว่นบริเวณบานพับ การเสียบด้วยโลหะนี้เป็นลูกเล่นของการ ใช้แสงสะท้อนของการดีไซน์ในภาพรวม แว่นตารุ่นนี้สวมใส่สบายมาก และมี วางจำหน่ายในสีโทนร้อนที่มีจุดเด่นที่ลักษณะเฉพาะตัวที่แสดงถึงความ ลำลองและประณีต ดังต่อไปนี้ ด้านบน - สีแดงเบอร์กันดี สีน้ำเงิน สีน้ำตาล สีม่วง และสีดำผสมกับโทนสีใสต่อไปนี้ คือ  สีเขียวมะกอก สีน้ำตาลอ่อน สีส้ม และสีชมพู

IN VOGUE
VO 2795S


สร้างสรรค์ขึ้นโดยเฉพาะสำหรับหญิงสาวที่ชื่นชมกับการทดลองสิ่งแปลกใหม่ของการตกแต่งและการใช้สีสันที่เป็นผู้นำ แฟชั่น แว่นกันแดดที่ผลิตจาก ไนลอนนี้มีรูปทรงที่เป็นต้นฉบับและนำสมัยซึ่งนำความประณีตของงานฝีมือ มาผสานเข้ากับเทรนด์แฟชันล่าสุดได้อย่างสมบูรณ์แบบ ด้วยกรอบทรงกลม และสีสันที่โดดเด่นของแว่นตารุ่นนี้ ผสานกับการเคลือบเงาผิวด้านที่ดึงดูดสายตาช่วยให้เกิดลูกเล่นที่น่าสนใจและการตกแต่งด้านในขาแว่นด้วยลายนูนรูปดอกไม้สีสันสดใสและมีชีวิตชีวา สัมผัสแห่งความทันสมัยที่มีเอกลักษณ์ เฉพาะตัวทำให้แว่นตารุ่นนี้เหมาะสำหรับหญิงสาวที่ชื่นชอบเครื่องประดับ แนวแฟชั่น และเพลิดเพลินไปกับการทดลองเปลี่ยนแปลงลุคของตัวเอง มี วางจำหน่ายในหลายโทนสีดังต่อไปนี้ สีด้าน ได้แก่ สีม่วง  สีส้ม สีน้ำเงิน และสีเขียว รวมถึงโทนสีชมพูโอปอลล์

VO 2886

แว่นสายตารุ่นนี้ผลิตจากวัสดุอะซิเตทมีลักษณะเฉพาะตัวจากการใช้วัสดุคุณภาพสูงและกรอบทรงสี่เหลี่ยมแฟชันที่ความภูมิฐาน เหมาะสำหรับหญิงสาว สไตล์ In Vogue ที่มองหาแว่นตาที่ตอบสนองต่อการใช้ชีวิตประจำวันแต่ยัง แสดงออกถึงบุคลิกภาพที่โดดเด่นเป็นตัวของตัวเอง เป็นเครื่องประดับที่ เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ที่ทันสมัยและรักความเอนกประสงค์ แว่นตารุ่นนี้มี กรอบด้านหน้าแบบเรียบๆ และประดับดอกไม้ทางด้านข้างของขาแว่นเพื่อให้ ความรู้สึกถึงความสบาย ความลงตัวอย่างสมบูรณ์แบบของสไตล์มินิมอลที่มี ความเรียบหรู มีวางจำหน่ายในโทนสีสันที่สดใส ดังต่อไปนี้ สีด้าน ได้แก่ สีม่วง สีน้ำเงิน และสีเขียว และโทนสีคลาสสิกที่เรียบหรู ได้แก่ สีดำและ สีฮาวาน่าเข้ม

VO 2896S


เป็นแบบฉบับและสง่างาม แว่นกันแดดที่ผลิตจากไนลอนนี้มีจุดเด่นอยู่ที่ความเบาและลายเส้นในแนว แฟชั่นเหมาะสำหรับหญิงสาวที่มองหาเครื่องประดับแฟชั่นที่นำสมัย การตก แต่งของแว่นตารุ่นนี้เป็นคุณลักษณะเฉพาะที่เหมาะสำหรับหญิงสาวที่มี รสนิยมและสไตล์แบบร่วมสมัย กรอบด้านหน้าทรงสี่เหลี่ยมกว้างทำจาก ไนลอนพร้อมด้วยใช้วัสดุผิวด้านและการประดับรูปดอกไม้ลายนูนที่เก๋ไก๋ การ ตกแต่งรายละเอียดเหล่านี้ด้วยทำให้แว่นตารุ่นนี้มีความคลาสสิก มีลูกเล่น ทันสมัย และนำแฟชั่นในสไตล์ In Vogue และยังมีจุดเด่นที่ดีไซน์แบบ โมเดิร์นและความสดใหม่ มีวางจำหน่ายในโทนสีต่างๆ ดังต่อไปนี้ สีดำและ สีฮาวาน่าเข้ม และโทนสีด้าน ได้แก่ สีม่วง สีน้ำเงิน และสีเขียว

VO 3917


ด้วยการดีไซน์ที่ทันสมัยในสไตล์วินเทจของแว่นสายตาแบบโมเดิร์นรุ่นนี้ได้ ออกแบบโดยใช้กรอบโลหะที่มีการตกแต่งรายละเอียดในสีสันที่สดใส จึงทำให้เกิดแว่นตาสไตล์ใหม่ที่มีความเป็นต้นฉบับเฉพาะตัวที่น่าสนใจ สร้างสรรค์ ขึ้นโดยเฉพาะสำหรับหญิงสาวที่มีความมั่นใจในตัวเองที่ชื่นชอบสไตล์แบบ ย้อนยุค พร้อมด้วยเทรนด์แฟชั่นล่าสุด แว่นตารุ่นนี้มีการตกแต่งรายละเอียด อย่างพิถีพิถันพร้อมด้วยกรอบหน้าแบบครึ่งกรอบและการประดับดอกไม้ลาย นูนที่ด้านข้างของขาแว่น แว่นตารุ่นนี้ถือเป็นเครื่องประดับที่ขาดไม่ได้ สำหรับฤดูกาลใหม่นี้ มีวางจำหน่ายในสีดำ และสีต่างๆ ดังต่อไปนี้ สีทองซีด แบบพ่นและสีน้ำตาล สีม่วงด้านและสีม่วง สีน้ำเงินด้าน และสีน้ำเงิน

TIMELESS
VO 2872S


ความหรูหราในสไตล์ย้อนยุค คือ องค์ประกอบของความร่วมสมัยและไม่ เปลี่ยนแปลงสำหรับไลฟ์สไตล์ของ Vogue Eyewear แนวความคิดนี้ช่วยทำให้มั่นใจถึงความสง่างามที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลงของแว่นกันแดดรุ่นนี้ ซึ่งมี กรอบหนาทรงผีเสื้อและประดับด้วยรูปผีเสื้อโลหะบริเวณขาแว่นที่ตรงกับบานพับ วัสดุไนลอนทำให้แว่นตารุ่นนี้มีความเบาสบายมาก สวมใส่ได้ง่าย และ ทนทาน ในขณะที่มีลุคที่เก๋ไก๋และมีความประณีตไปพร้อมๆ กัน สร้างสรรค์ ขึ้นโดยเฉพาะสำหรับหญิงสาว  ที่มองหาสไตล์ที่ซับซ้อนและแสดงออกถึง ความเป็นหญิง และชื่นชอบในการพัฒนารูปลักษณ์ของตนเองด้วยความเรียบหรู  ที่เป็นแบบฉบับเฉพาะตัว แว่นตารุ่นนี้ใช้วัสดุคุณภาพสูงและมีดีไซน์ที่ เป็นเอกลักษณ์ มีวางจำหน่ายในสีต่างๆ ดังต่อไปนี้ สีดำและสีน้ำตาลด้านบน ร่วมกับสีในโทนมุก ได้แก่ สีเบจ สีฟ้า สีม่วง และสีม่วง

15
คิดส์ซาเนีย กรุงเทพฯ ต้อนรับเทศกาลลอยกระทงสืบสานประเพณีไทย
ภายใต้คอนเซป “ลอยกระทงงานวัดย้อนยุค” พบกับกิจกรรมมากมายที่จะมาสร้างสีสันแบบย้อนยุคให้กับเด็กๆ


คิดส์ซาเนีย กรุงเทพฯ ศูนย์การเรียนรู้และความบันเทิงสำหรับเด็กอายุตั้งแต่ 4 – 14 ปี โดยมุ่งเน้นการมอบประสบการณ์การเรียนรู้ควบคู่ความสนุกสนาน ผ่านการสวมบทบาทเสมือนจริงตามอาชีพต่างๆที่เด็กๆใฝ่ฝันอยากจะเป็นในอนาคต กว่า 80 อาชีพ สร้างแนวคิดเชิงสร้างสรรค์และปลูกฝังจิตสำนึกในการพัฒนาโลกให้น่าอยู่ จัดงานต้อนรับเทศกาลลอยกระทงสืบสานประเพณีไทย ภายใต้คอนเซป “ลอยกระทงงานวัดย้อนยุค” ชวนน้องๆอายุตั้งแต่ 4-14 ปี มาร่วมสืบสานประเพณีไทยและเรียนรู้ศิลปะวัฒนธรรมที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน ภายในงานพบกับกิจกรรมที่จะมาสร้างสีสันความสนุก ให้กับน้องๆมากมาย อาทิ การประดิษฐ์กระทงขนมปังรักษาสิ่งแวดล้อม, ฝึกทักษะงานฝีมือวาดภาพระบายสีวันลอยกระทง, ซุ้มเกมส์ไข่พาโชค, และซุ้มศิลปวัฒนธรรมไทย ในวันพฤหัสบดีที่ 6 พฤศจิกายน 2557 เวลา 10.00 น.- 17.00 น. ณ คิดส์ซาเนีย กรุงเทพฯ สยามพารากอน ชั้น 5 ฝั่งเหนือ ผู้ที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรมสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่โทร02-683 1888 หรือเข้าไปดูข้อมูลได้ที่ www.kidzania.co.th และ www.facebook.com/KidZaniaBangkok


Pages: [1] 2 3 ... 551