Show Posts

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - happy

Pages: [1] 2 3 ... 774
1
แบรนด์เฮอริเทจจัดโปรโมชั่นสูงสุดกว่า 25% ที่วิลล่าทุกสาขา
ระหว่างวันที่ 15 กรกฎาคม - 11 สิงหาคม 2559


สินค้าถั่วและผลไม้อบแห้งพรีเมี่ยมนานาชนิดภายใต้แบรนด์ “เฮอริเทจ” ถุงเขียวและถุงฟ้า ผลิตและจัดจำหน่ายโดยเครือเฮอริเทจ มอบโปรโมชั่นสูงสุดกว่า 25% ณ วิลล่าทุกสาขา ระหว่างวันที่ 15 กรกฎาคม – 11 สิงหาคม 2559 เฮอริเทจถุงเขียว อาทิ อัลมอนด์ วอลนัท ฮาเซลนัท ลูกฟิกซ์ ลูกพรุน เมล็ดฟักทองอบ พิสทาชิโอ อินทผาลัม มะม่วงหิมพานต์ แมคคาเดเมีย และลูกเกดดำ เป็นต้น เฮอริเทจถุงฟ้า อาทิ เมล็ดเจีย เมล็ดข้าวโพดดิบ พันธุ์มัชรูม ถั่วลูกไก่ดิบ ข้าวบาร์เลย์ ถั่วดำญี่ปุ่น และเก๋ากี้อบแห้ง เป็นต้น

หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาเยี่ยมชมเว็บไซต์ www.heritagethailand.com หรือติดตามกิจกรรมของเครือเฮอริเทจได้ที่เฟสบุ้ค https://www.facebook.com/Heritagesnacksandfood หรือ โทร 02-813 0954-5


###

เกี่ยวกับ เฮอริเทจ – “อาหารดี ชีวีมีสุข”

เครือเฮอริเทจ ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2529 ในฐานะผู้ค้าส่งวัตถุดิบในการผลิตอาหารประเภทถั่วและผลไม้แห้ง และก้าวสู่การเป็นบริษัทส่งออกวัตถุดิบ รวมถึงการแปรรูปสินค้าเกษตรและบรรจุภัณฑ์ในอุตสาหกรรมอาหารชั้นนำของโลก ปัจจุบัน เฮอริเทจประกอบด้วยบริษัทในเครือกว่า 10 บริษัท ดำเนินงานใน 8 ประเทศ ส่งออกสินค้าสู่กว่า 60 ประเทศทั่วโลก และยังคงมุ่งมั่นขยายการลงทุนเพิ่มเติมในอีกหลายประเทศ

เครือเฮอริเทจประกอบด้วยผลิตภัณฑ์ในเครือ อาทิ ถั่วและผลไม้อบแห้ง ภายใต้แบรนด์ “เฮอริเทจ”, “บลูไดมอนด์” เมล็ดอัลมอนด์จากแคลิฟอร์เนีย “เซนเซชั่น” ผลิตภัณฑ์ผลไม้อบแห้งและน้ำผลไม้ออร์แกนิกหลากชนิด, “นัทวอล์คเกอร์” ขนมขบเคี้ยวประเภทถั่วและเมล็ดพืช, ถั่วพิทาชิโอ “ซันคิสต์”, ข้าวโพดอบกรอบเคลือบคาราเมลผสมถั่วพรีเมี่ยม “วันเดอร์พัฟฟ์ ป๊อบคอร์น”, “ฟรังซัวส์” คุ๊กกี้และช็อคโกแลต, ผลิตภัณฑ์อาหารจีน “โกลด์ฟิช”, ผลิตภัณฑ์วุ้นเส้น “เฟิร์สดราก้อน”, และน้ำแร่ธรรมชาติจากอิตาลี “แมนเจียโตเรล่า” รวมถึงอีกหลายผลิตภัณฑ์ที่อยู่ในระหว่างขั้นตอนเตรียมการผลิต

ผลิตภัณฑ์ของเฮอริเทจ ได้รับการจดทะเบียนระดับสากล และผ่านการรับรองมาตรฐานทั้ง GMP, HACCP, BRC, และ ISO 22000 ซึ่งรับรองมาตรฐานด้านการจัดการความปลอดภัยของอาหาร พร้อมด้วยมาตรฐานอาหารฮาลาลและโคเชอร์ ด้วยวัตถุดิบคุณภาพจากธรรมชาติ ผู้บริโภคจึงสามารถมั่นใจได้อย่างเต็มเปี่ยมถึงความปลอดภัย และคุณประโยชน์ต่อสุขภาพ เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีมีสุข

2

ข่าวซุบซิบดารา

-   โรงพยาบาลจุฬาภรณ์  เชิญ หนุ่ย-นันทกานต์ ฤทธิวงศ์ ศิลปินคุณภาพที่ต่อสู้กับโรคมะเร็งอย่างแข็งแกร่งถึง 12ปี มาร่วมพูดคุยกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจาก รพ.จุฬาภรณ์ ในหัวข้อ “โรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง รักษาได้” ในกิจกรรมโรดโชว์ รักษ์สุขภาพกับโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ หลักสี่  ในวันเสาร์ที่ 23 กรกฏาคมนี้ เวลา16.00 น. ณ ลานกิจกรรม ชั้น 1 เซ็นทรัล พลาซา แจ้งวัฒนะ


3
ก้าวสู่ระบบบ้านอัจฉริยะ กับ Dyson Pure Cool™ Link
สร้างอากาศเย็นสบายปราศจากมลพิษอย่างแท้จริง...ให้บ้านคุณ


Pure Cool Link_Desk High-res

ในปัจจุบันนี้สภาพมลพิษทางอากาศในเมืองต่างๆทั่วโลกได้ทวีความรุนแรงขึ้น แต่จะมีใครรู้บ้างว่ามลพิษทางอากาศภายในอาคารและบ้านพักอาศัยของเรามีความรุนแรงได้มากกว่ามลพิษทางอากาศภายนอกอาคารถึง 5 เท่า  ซึ่งพวกเราใช้เวลาในแต่ละวันอยู่ภายในอาคารถึงประมาณ 90%  มลพิษทางอากาศภายในอาคารที่เราพบได้บ่อย จะมาจากก๊าซที่เราใช้หุงต้มอาหารและความร้อนในการประกอบอาหาร, ขนสัตว์เลี้ยง, ละอองเกสรดอกไม้ และสารก่อภูมิแพ้ต่างๆ มลพิษเหล่านี้ล้วนมองด้วยตาเปล่าไม่เห็น เป็นอนุภาคขนาดเล็กมากและมีแนวโน้มที่ก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกาย อนุภาคเหล่านี้ล่องลอยและหมุนเวียนอยู่ในอากาศภายในบริเวณบ้านที่เราพักอาศัย


ไดสัน (Dyson) ผู้นำเทคโนโลยีเครื่องใช้ไฟฟ้าจากประเทศอังกฤษ จึงได้ระดมทีมวิศวรกรคิดค้นเทคโนโลยีเพื่อแก้ปัญหามลพิษอากาศภายในอาคาร โดยนำความรู้ความเชี่ยวชาญด้านพลศาสตร์ของไหล (fluid dynamics) และระบบการกรอง มาประกอบกัน เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ใหม่ นั่นคือพัดลมฟอกอากาศ Dyson Pure Cool™ Link  ซึ่งพัดลมฟอกอากาศเครื่องนี้มีระบบตรวจจับอัจฉริยะ คำนวณและแสดงผลคุณภาพอากาศภายในบ้านพักอาศัยของคุณได้โดยอัตโนมัติ ทั้งยังรายงานผลเปรียบเทียบคุณภาพอากาศภายในบ้านและนอกบริเวณบ้านส่งตรงถึงคุณผ่านแอพพลิเคชั่นในมือถือและแท็บเล็ต เพียงดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่น Dyson Linkนั่นทำให้มลพิษที่เรามองไม่เห็นด้วยตาเปล่า สามารถสังเกตเห็นและรับรู้ถึงอันตรายได้ เพียงปลายนิ้วสัมผัส

เจมส์ ไดสัน ผู้ก่อตั้งและหัวหน้าทีมวิศวกรของไดสัน กล่าวว่า : “พวกเรามักจะกังวลเกี่ยวกับมลพิษทางอากาศภายนอกอาคาร ซึ่งแท้จริงแล้วมลพิษทางอากาศภายในอาคารกลับมีความรุนแรงที่น่ากลัวกว่ามาก ทีมวิศวกรของไดสันตระหนักถึงความจริงข้อนี้เป็นอย่างดี จึงพัฒนาเครื่องฟอกอากาศที่มีระบบการทำงานอัตโนมัติ สามารถกำจัดอนุภาคขนาดเล็ก สารก่อภูมิแพ้ต่างๆ กลิ่นไม่พึงประสงค์ ที่ก่อให้เกิดมลพิษในอากาศได้โดยเราไม่ต้องสั่งการ และยังรายงานผลแบบ real time ส่งตรงถึงคุณ”

พัดลมฟอกอากาศ Dyson Pure Cool™ Link ใช้เทคโนโลยีการกรอง ระบบ 360° Glass HEPA filter ที่พัฒนาขึ้นเฉพาะไดสัน ซึ่งเทคโนโลยีนี้จะสามารถดักจับมลพิษในอากาศ ได้ถึง 99.95% ไม่ว่าจะเป็นกลิ่นไม่พึงประสงค์ อนุภาคขนาดเล็ก ที่แม้จะเล็กเพียง 0.1 ไมครอน ที่ลอยอยู่ในอากาศให้ถูกเก็บอยู่ในแผ่นกรอง ความพิเศษไม่ได้หยุดอยู่แค่นี้ เพราะระบบเซ็นเซอร์ในตัวเครื่องจะทำหน้าที่ตรวจจับและวัดระดับคุณภาพอากาศภายในอาคารโดยอัตโนมัติ แม้คุณจะไม่อยู่บ้าน ถ้าพบว่ามีคุณภาพอากาศที่ต่ำกว่ามาตราฐาน พัดลมฟอกอากาศนี้ก็จะทำการฟอกอากาศเพื่อให้อากาศที่ไหลผ่านออกมามีคุณภาพอย่างแท้จริง ทันทีที่คุณก้าวเข้าบ้าน คุณก็พร้อมจะสูดอากาศที่ปลอดภัยเข้าไป และนี่ไม่ใช่เพียงเครื่องฟอกอากาศ แต่เป็นพัดลมฟอกอากาศ ดังนั้นจึงมีประสิทธิภาพเช่นเดียวกับพัดลมรุ่นอื่นๆของไดสัน นั่นคือ ทำงานเงียบและทรงพลัง Dyson Pure Cool™ Link จะทำให้อากาศภายในบ้านของคุณปลอดภัย ไร้มลพิษ รวมถึงคงความเย็นให้บ้านของคุณได้ตลอดทั้งปี


Pure Cool Link App


Parent and Child Lifestyle

นอกจากนี้แอพพลิเคชั่น Dyson Link ยังเก็บบันทึกผลคุณภาพอากาศภายในบ้านของคุณ ให้คุณได้ทราบถึงระดับมลพิษทางอากาศว่าช่วงใดมีระดับสูงหรือต่ำอย่างไร เพื่อทำการวิเคราะห์ถึงสาเหตุที่มาของมลพิษนั้นๆต่อไป เช่น ช่วงฤดูมรสุม ที่มีลมพัดอย่างต่อเนื่อง เราจะพบมลพิษที่มาจากฝุ่นละอองภายนอกมากกว่าปกติ หรือ ในขณะที่คุณกำลังทำกับข้าว มลพิษภายในบ้านของคุณก็จะสูงขึ้นเช่นกัน แต่คุณสามารถหมดกังวลกับปัจจัยต่างๆที่จะทำให้บ้านของคุณมีมลพิษทางอากาศสูงขึ้นได้ เพียงเลือกตั้งค่าไปที่ระบบอัตโนมัติ พัดลมฟอกอากาศนี้ก็จะสามารถรักษาสมดุล ให้บ้านของคุณมีคุณภาพอากาศที่ได้มาตรฐานตลอดเวลา

Dyson Pure Cool™ Link พร้อมวางจำหน่ายในประเทศไทยปลายเดือนกรกฎาคมนี้ ที่ ห้างสรรพสินค้าและร้านจำหน่ายอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าชั้นนำ อาทิเช่น เซ็นทรัล ชิดลม/ เพาเวอร์บาย เซ็นทรัลเวิล์ด / เซ็นทรัล ลาดพร้าว / สยามพารากอน / เอ็มโพเรียม / เดอะมอลล์ บางกะปิ / เดอะมอลล์ บางแค ฯลฯ  โดยวางจำหน่าย 2 ขนาด คือขนาดทาวเวอร์ ราคา 31,900 บาท และขนาดตั้งโต๊ะ ราคา 25,900 บาท สำหรับสีที่มีวางจำหน่ายในประเทศไทยได้แก่สี Silver-White  ทั้งยังรับประกันคุณภาพ 2 ปี (ฟรีค่าแรงและค่าอะไหล่ ภายใต้เงื่อนไขการรับประกัน)

ใส่ใจสุขภาพของคุณและครอบครัว เริ่มตั้งแต่อากาศที่คุณหายใจเข้าไป กับ Dyson Pure Cool™ Link เทคโนโลยีเพื่อชีวิตที่ดีขึ้น



Filter Cutaway


Pure Cool Link White Silver_Components


Room Lifestyle

4



แอมดอกซ์เผยว่า ผู้ให้บริการควรปรับแต่งบริการให้ตรงกับดิจิทัลไลฟ์สไตล์ของกลุ่มผู้ใช้วัยรุ่น
ผลวิจัยจากทั่วโลกเผยพฤติกรรมการใช้งานระบบดิจิทัล หรือดิจิทัลดีเอ็นเอ ของกลุ่มผู้ใช้วัยรุ่นที่จะเป็นกลุ่มลูกค้าหลักในอนาคต

แอมดอกซ์ ให้บริการด้านระบบบริการลูกค้าชั้นนำ เผยผลวิจัยจากทั่วโลก1 เกี่ยวกับพฤติกรรมการใช้งานระบบดิจิทัล หรือดิจิทัลดีเอ็นเอ และความคาดหวังของกลุ่มผู้ใช้งานวัยรุ่น (อายุระหว่าง 15 – 18 ปี) ซึ่งการวิจัยแสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ที่บอบบางระหว่างผู้ให้บริการด้านการสื่อสาร (communications service providers หรือ CSP) และเทคโนโลยีด้านดิจิทัลจะมีบทบาทมากขึ้นสำหรับลูกค้ากลุ่มนี้ ซึ่งมองว่าพวกเขาจะก้าวสู่ยุคดิจิทัลที่แท้จริง
 
การวิจัยแสดงให้เห็นว่า ลูกค้ากลุ่มวัยรุ่นที่มองว่าผู้ให้บริการเข้าใจไลฟ์สไตล์ของพวกเขา และนำเสนอบริการที่พวกเขาต้องการมีจำนวนเพียง 12 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ในขณะที่ 30 เปอร์เซ็นต์ของผู้ตอบแบบสอบถามชี้ว่าพวกเขาได้รับบริการที่แย่จาก CSP ภายใน 1 ปีที่ผ่านมา และไม่ต้องการใช้บริการของ CSP รายดังกล่าวอีกสูงถึง 46 เปอร์เซ็นต์ โดย 1 ส่วน 3 ของผู้เข้าร่วมการสำรวจเผยว่าพวกเขาแบ่งปันความคิดเห็นดังกล่าวกับครอบครัวและเพื่อนฝูง
 
การสำรวจดังกล่าวถูกจัดทำโดย แอมดอกซ์ และดำเนินงานโดย บริษัท แวนสัน บอร์น ผู้ให้บริการด้านการวิจัยตลาดเทคโนโลยี โดยมีผู้เชี่ยวชาญด้านสังคมวิทยาและยุคสมัยอย่าง ดร. พอล เรดมอนด์ เป็รที่ปรึกษา



ประเด็นสำคัญของการวิจัย เกี่ยวกับดิจิทัลดีเอ็นเอที่ไม่เหมือนใครของกลุ่มลูกค้าวัยรุ่น และบริการที่พวกเขาต้องการ:

                ·         ดิจิทัลเปรียบเสมือนเลนส์ที่กลุ่มวัยรุ่นสวมใส่เมื่อมองตนเองและผู้อื่น: 43 เปอร์เซ็นต์ของผู้ร่วมการวิจัยเชื่อว่าสมาร์ทโฟนช่วยให่พวกเขาฉลาดและเท่มากขึ้น และ 52 เปอร์เซ็นต์เช็คโซเชี่ยลมีเดียของพวกเขาเป็นอย่างแรกหลังตื่นนอน นอกจากนี้ วัยรุ่นกว่า 30 เปอร์เซ็นต์เผยว่าพวกเขาคงเลิกคบเพื่อนที่ไม่เล่น Facebook หรือ WhatsApp

                ·         อิโมจิหนึ่งภาพมีค่ามากกว่าหนึ่งพันตัวอักษร: กว่าครึ่งของผู้ตอบแบบสอบถามเผยว่าพวกเขาชอบการใช้อิโมจิ (47 เปอร์เซ็นต์) และโพสรูปภาพ (45 เปอร์เซ็นต์) มากกว่าการส่งอีเมล์ เนื่องจากอิโมจิสามารถสื่อความรู้สึกของพวกเขาได้มากกว่าตัวอักษ

                ·         การเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตถือเป็นปัจจัยที่ 5 สำหรับวัยรุ่น: วัยรุ่นมองหาการเชื่อมต่ออยู่ตลอดเวลา โดยผู้ตอบแบบสอบถามเผยว่าตนรู้สึกเหงาและกระวนกระวายเมื่อขาดอินเตอร์เน็ต (56 เปอร์เซ็นต์) มากกว่าเมื่ออยู่ห่างครอบครัว (52 เปอร์เซ็นต์) ซึ่งคุณภาพของอินเตอร์เน็ตก็เป็นสิ่งสำคัญ โดยผู้ร่วมการวิจัยกว่า 55 เปอร์เซ็นต์มองว่าอินเตอร์เน็ตเป็นส่วนหนึ่งของสิทธิมนุษยชน
 


                ·         การสตรีมมิ่งโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย คือวิถีชีวิตของวัยรุ่น: ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่รับภาพยนต์ผ่านการสตรีมมิ่ง (53 เปอร์เซ็นต์) และการดาวน์โหลด (17 เปอร์เซ็นต์) นอกจากนี้ยัง รับชมซีรี่ส์ (สตรีมมิ่ง 51 เปอร์เซ็นต์ และ ดาวน์โหลด 11 เปอร์เซ็นต์) และฟังเพลง (สตรีมมิ่ง 47 เปอร์เซ็นต์ และ ดาวน์โหลด 29 เปอร์เซ็นต์) ผ่านช่องทางดังกล่าวโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายด้วย โดยมีผู้ตอบแบบสอบถามเพียง 1 ใน 3 ที่เคยจ่ายเงินเพื่อรับชม/ฟังคอนเทนต์

                ·         วัยรุ่นมองว่าผู้สร้างคอนเทนต์และแอพพลิเคชั่นส์คือ “ผู้ให้บริการ” และชื่นชอบพวกเขามากกว่าผู้ให้บริการตัวจริง: 82 เปอร์เซ็นต์ทราบดีว่าผู้ให้บริการของตนคือใคร และมองว่าผู้เล่นแบบ over-the-top หรือ OTT และบริษัทอินเตอร์เน็ตยักษ์ใหญ่ อาทิ Google (51 เปอร์เซ็นต์), Facebook (38 เปอร์เซ็นต์), WhatsApp (42 เปอร์เซ็นต์) และ Apple (38 เปอร์เซ็นต์) ก็คือผู้ให้บริการด้านการสื่อสาร (CSP) เช่นเดียวกัน ทั้งที่บริษัทเหล่านั้นไม่ใช่ อย่างไรก็ตาม เมื่อถามเหล่าวัยรุ่นว่าพวกเขาชื่นชอบบริษัทใดมากที่สุด ผลแสดงให้เห็นว่า 60 เปอร์เซ็นต์ชอบ Google มากที่สุด ตามมาด้วย Facebook (48 เปอร์เซ็นต์) และ WhatsApp (42 เปอร์เซ็นต์) ในขณะที่มีผู้ตอบแบบสอบถามเพียง 36 เปอร์เซ็นต์ที่ตอบว่าพวกเขาชื่นชอบ CSP ของพวกเขาที่สุด

                ·         วัยรุ่นต้องการเทคโนโลยีซึ่งจะช่วยให้พวกเขาสามารถออกแบบประสบการณ์การใช้งานได้เอง: วัยรุ่นจำนวน 54 เปอร์เซ็นต์ต้องการบริการที่มีการโต้ตอบ และตัวเลือกที่จะช่วยให้สามารถออกแบบบริการได้เอง; 59 เปอร์เซ็นต์คาดหวังให้มีเทคโนโลยีการพิมพ์ 3D ในการออกแบบและผลิตอุปกรณ์เสริม และ 55 เปอร์เซ็นต์ต้องการเดินทางไปต่างประเทศด้วยเทคโนโลยี Virtual Reality วัยรุ่นมีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับเทคโนโลยี มากจน 66 เปอร์เซ็นต์เชื่อว่าเมื่อโตขึ้นพวกเขาต้องการประสบความสำเร็จเท่าบิล เกตส์, ประสบความสำเร็จมากกว่าดารา YouTube (50 เปอร์เซ็นต์) และ มากกว่าดารา-นักร้อง (38 เปอร์เซ็นต์)
                                                                                                                 
                ·         วัยรุ่นคาดหวังให้มีเทคโนโลยีล้ำสมัย ที่จะช่วยพวกเขาในการก้าวไปสู่มนุษย์ยุคดิจิทัลที่แท้จริง: 78 เปอร์เซ็นต์ต้องการให้มีดีไวซ์สำหรับการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตฝังอยู่บนแขนของพวกเขา โดย 38 เปอร์เซ็นต์มองว่าดีไวซ์ดังกล่าวจะมาแทนที่สมาร์ทโฟน; 66 เปอร์เซ็นต์เชื่อว่าในอนาคต อาชีพหลายๆอาชีพจะถูกแทนที่ด้วยหุ่นยนต์ และ 24 เปอร์เซ็นต์เชื่อว่า พวกเขาจะมีหุ่นยนต์เป็นเพื่อนสนิทในอนาคต

ดร. พอล เรดมอนด์ กล่าวว่า “ผมมองว่าการที่กลุ่มวัยรุ่นใช้ ‘โลกดิจิทัล’ เป็นเครื่องบ่งชี้ตัวตนและผู้อื่น อีกทั้งยังเป็นตัวกำหนดการแสดงออกและการเรียนรู้ของพวกเขาเป็นเรื่องที่น่าสนใจมาก พวกเขามองหาการเชื่อมต่ออยู่ตลอดเวลา และมีวิธีการเสพคอนเทนต์ที่แตกต่างออกไปจากผู้ใช้งานรุ่นก่อน โดยเราสามารถเรียกผู้ใช้กลุ่มใหม่นี้ว่า ‘ผู้ใช้ยุคฟรีคอนเทนต์’ ที่ชื่นชอบการสตรีมมิ่งและไม่ต้องการเป็นเจ้าของคอนเทนต์ ผมจึงอยากให้ผู้ให้บริการพัฒนาแผนธุรกิจรูปแบบใหม่ที่จะชนะใจผู้ใช้กลุ่มวัยรุ่น”
 
คริส วิลเลี่ยมส์, ผู้บริหารฝ่ายการตลาดระดับโลก, แอมดอกซ์ กล่าวว่า “นับเป็นเรื่องที่น่าตกใจที่กว่าครึ่งของวัยรุ่นในปัจจุบันมีความเห็นที่แน่วแน่เกี่ยวกับผู้ให้บริการที่พวกเขาไม่ชอบ และจะไม่ใช้บริการเมื่อพวกเขาเริ่มจ่ายค่าบริการเอง แต่เราก็ไม่สามารถมองข้ามผลกระทบที่ความคิดเห็นของวัยรุ่นมีต่อธุรกิจและแบรนด์ของผู้ให้บริการ เนื่องจากพวกเขามีแรงโน้มน้าวจิตใจของผู้ปกครองและลูกค้าท่านอื่นๆบนโซเชี่ยลมีเดีย ระบบดิจิทัลกลายเป็นส่วนสำคัญในชีวิตของกลุ่มวัยรุ่น จึงทำให้พวกเขามองหาผู้ให้บริการด้านดิจิทัลมากขึ้น ผู้ให้บริการควรนำเสนอบริการที่โดนใจวัยรุ่นเพื่อสร้างลอยัลตี้ โดยการสำรวจการสร้างรายได้รูปแบบใหม่ เพื่อรองรับความต้องการด้านฟรีคอนเทนต์ และสร้างกลยุทธ์ที่กระตุ้นการมีส่วนร่วมของลูกค้า ซึ่งจะนำไปสู่ประสบการณ์การใช้งานที่เหนือระดับ ความสำเร็จในการวางแผนธุรกิจใหม่ในครั้งนี้จะเป็นเครื่องบ่งชี้ว่าผู้ให้บริการจะสามารถอยู่ในสังคมธุรกิจและเศรษฐกิจในอนาคตต่อไปได้หรือไม่”
 
แอมดอกซ์ ได้ทำการร่วมมือกับผู้ให้บริการหลายรายเพื่อดำเนินการนำเสนอแผนธุรกิจดังกล่าว อาทิ โครงการร่วมกับผู้ให้บริการยักษ์ใหญ่รายหนึ่งในทวีปอเมริกาเหนือ ซึ่งจะสร้างแพลตฟอร์มการบริการตนเองเพื่อเพิ่มการมีส่วนร่วมของลูกค้า, จุดบริการด้านดิจิทัล และบริการทั่วไป
 
สำรวจจากผู้ใช้งานภายในประเทศแคนาดา, สหรัฐอเมริกา, สหราชอาณาจักร, บราซิล, อินเดีย, เยอรมนี, รัสเซีย, เม็กซิโก, ฟิลลิปปินส์ และ สิงคโปร์ ที่มีอายุระหว่าง 15 – 18 ปี จำนวน 4,250 ราย


1 อ้างอิงจากการวิจัย “A message from your future customer”, โดยแวนสัน บอร์น, 2016

                ข้อมูลเพิ่มเติม

·         รับชมวีดิโอ, บทความ และภาพอินโฟกราฟิคเกี่ยวกับการสำรวจครั้งนี้ได้ที่ www.amdocs.com/2016teensurvey

·         ติดตามข้อมูลข่าวสารของแอมดอกซ์ได้ที่เว็บไซต์

·         สมัครเป็นสมาชิก RSS Feed ของแอมดอกซ์ และติดตามเราบน Twitter, Facebook, Google+, LinkedIn และ YouTube


###

เกี่ยวกับ แอมดอกซ์

แอมดอกซ์ ผู้นำทางด้านโซลูชั่นซอฟต์แวร์และบริการสำหรับผู้ให้บริการทางด้านการสื่อสาร, เอ็นเตอร์เทนเมนต์ และมีเดีย ที่ใหญ่ที่สุดในโลก รวมไปถึง The New World of Customer Experience™ ที่นำเสนอนวัตกรรมการบริการส่วนบุคคลให้กับลูกค้าผ่านดีไวซ์และเน็ตเวิร์คทุกรูปแบบ กว่า 30 ปี โซลูชั่นต่างๆจากแอมดอกซ์ ซึ่งประกอบไปด้วย BSS, OSS, การจัดการเน็ตเวิร์ค และ Optimization รวมไปถึงบริการและการจัดการระดับมืออาชีพ ทำให้มูลค่าทางธุรกิจของลูกค้าเติบโตขึ้น โดยการลดความซับซ้อนของของระบบปฏิบัติการ, ลดค่าใช้จ่าย และใช้เวลาสำหรับวางแผนการตลาดสำหรับผลิตภัณฑ์และบริการรูปแบบใหม่ๆ
 
พอร์ตโฟลิโอการบริการจากแอมดอกซ์ ช่วยให้ผู้ให้บริการเข้าใจภาพรวมและความฉับไวของโลกดิจิทัลโดยการดำเนินงานทั่วมิติดิจิทัล เพื่อดึงดูดลูกค้าด้วยบริการที่เฉพาะเจาะจงกับลูกค้าแต่ละราย ผ่านช่องทาง omni-channel ซึ่งสร้างธุรกิจที่หลากหลายในการจับกระแสรายได้ใหม่ ข้อมูลต่างจะช่วยด้านการตัดสินใจทางธุรกิจและการดำเนินงานจากการวิเคราะห์และคาดเดาผลลัพธ์ และบรรลุความคล่องตัวด้านบริการเพื่อเร่งการเปิดตัวเทคโนโลยีใหม่ๆและบริการเครือข่ายไฮบริดได้อย่างรวดเร็ว
 
แอมดอกซ์และพนักงานกว่า 24,000 คนให้บริการลูกค้าในกว่า 90 ประเทศ และอยู่ในรายชื่อ NASDAQ Global Select Market ในปีการเงิน 2015 แอมดอกซ์มีรายได้ 3,600 ล้านเหรียญสหรัฐ
 
Amdocs: Embrace Challenge, Experience Success. ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.amdocs.com


คำแถลงการณ์จากแอมดอกซ์

ข่าวประชาสัมพันธ์นี้ประกอบไปด้วยข้อมูลตามข้อกำหนดด้านการคุ้มครองหลักทรัพย์เอกชนในการฟ้องร้อง พ.ศ. 2538 ของประเทศสหรัฐอเมริกา โดยรวมไปถึง ข้อมูลด้านการเติบโตและผลประกอบการทางธุรกิจในไตรมาสหน้า แม้เราเชื่อมั่นว่าการคาดการณ์ของเราจะดำเนินไปอย่างราบรื่น  แต่การลุงทุนมีความเสี่ยงและความไม่แน่นอนที่จะอาจจะเกิดขึ้นได้ในอนาคต โดยภาวะความเสียงเหล่านี้อาจมาจากผลกระทบต่อภาวะทางเศรษฐกิจ โดยการเติบโตของแอมดอกซ์จะส่งผลในแง่ของการรวมของธุรกิจ  ผลกระทบด้านการแข่งขันในตลาด ซึ่งปัจจุบันนี้เทคโนโลยีมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว อาจจะส่งผลให้ผลิตภัณฑ์และการบริการล้าสมัยไปอย่างรวดเร็ว อีกทั้งอาจจะมีโอกาสในการสูญเสียความสัมพันธ์กับลูกค้าหลักของเรา และความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจในตลาดต่างประเทศ บริษัทจึงอาจจะต้องอัพเดทคำแถลงการณ์ตามความเหมาะสม อย่างไรก็ตาม บริษัทขอสงวนสิทธ์ในการกระทำดังกล่าวตามที่เห็นสมควร สถานการณ์ที่มีความเสี่ยงต่างๆจะถูกวิเคราะห์และพูดคุยระหว่างบริษัทและสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งประกอบได้วยการกล่าวถึง รายงานประจำปีในฟอร์ม 20-F สำหรับงบประมาณประจำปีในวันที่ 30 กันยายน 2559 และยื่นเอกสารภายในวันที่ 10 ธันวาคม 2558 สำหรับ 6-K forms จะสามารถยื่นได้ วันที่ 16 กุมภาพันธ์ และ 17 พฤษภาคม 2559

5
HID Global ประกาศเทคโนโลยีล้ำยุค ใช้สมาร์ตโฟนแทนคีย์การ์ดในการเข้าออกผ่านระบบรักษาความปลอดภัย

ประเทศไทย - ดูเหมือนข่าวพาดหัวและภาพยนตร์จะทุ่มเทความสนใจไปที่การป้องกันอาชญากรรมไซเบอร์ และการรั่วไหลของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ที่เป็นความลับสุดยอดขององค์กร แต่การควบคุมความปลอดภัยหลักในองค์กรทั้งหลายยังคงเป็นการควบคุมการเข้าออกเชิงกายภาพ (physical access security) โดยการกำหนดสิทธิผู้เข้าถึงพื้นที่ในสำนักงาน ศูนย์ข้อมูล และสถานที่ต่าง ๆ ยังคงใช้การป้องกันที่หน้าประตูทางเข้าออกโดยใช้อุปกรณ์แบบเดียวกันอันได้แก่ สมาร์ตการ์ด และอุปกรณ์แบบอื่น ๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่ใช้กันทั่วไปในสำนักงาน

ในโลกยุคปัจจุบันที่พนักงานทุกคนล้วนมีสมาร์ตโฟนใช้ในการติดต่อสื่อสาร ความบันเทิงและแม้กระทั่งในการทำงาน องค์กรจึงมีความต้องการอยากจะใช้ประโยชน์จากโลกที่ทุกสิ่งทุกอย่างต้องทำอยู่บนอุปกรณ์พกพาอัจฉริยะนี้ให้เข้ามาบรรจบกับระบบควบคุมความปลอดภัยในการเข้าออกสำนักงาน โดยหลอมรวมระบบเครือข่ายดิจิทัลและระบบการควบคุมความปลอดภัยในการเข้าออกของพนักงานเข้าด้วยกัน และทำให้เกิดสภาพแวดล้อมในการทำงานที่มีการเชื่อมโยงมากยิ่งขึ้น

อุปกรณ์พกพาอัจฉริยะมีอยู่ในทุก ๆ ที่

จำนวนผู้ใช้สมาร์ตโฟนทั่วโลกคาดว่าจะถึง 6.1 พันล้านคนในปี พ.ศ. 2563 นั้นคือประมาณ 70 % ของประชากรโลกในขณะนั้น  ตามรายงานของ Ericsson ผู้ใช้สมาร์ตโฟนในเอเชียที่เคยมีเพียงประมาณพันล้านคนในปี พ.ศ. 2558 และพุ่งทะยานไปถึง 1.48 พันล้านคนในปี พ.ศ. 2562

นอกจากนั้น ยังมีอุปกรณ์อัจฉริยะอันใหม่เกิดขึ้นเรียกว่า อุปกรณ์สวมใส่อัจฉริยะ (smart wearables) อย่างเช่นแว่นตา นาฬิกา และอุปกรณ์พกพาทางด้านการออกกำลังกายและการดูแลรักษาสุขภาพ จะยิ่งเพิ่มจำนวนของอุปกรณ์พกพาอัจฉริยะในตลาดให้มากยิ่งขึ้น IDC คาดว่าตลาดอุปกรณ์สวมใส่อัจฉริยะทั่วโลกพอถึงสิ้นปี พ.ศ. 2559 จะมีอุปกรณ์สวมใส่ถูกขายไปทั้งหมดถึง 111.1 ล้านชิ้น และพุ่งขึ้นไปถึง 214.6 ล้านชิ้นในปี พ.ศ. 2562 ทำให้เป็นทางเลือกใหม่แทนพวกคีย์การ์ด สมาร์ตการ์ดและอุปกรณ์แบบธรรมดาที่ใช้กับระบบควบคุมการเข้าออกสำนักงานในปัจจุบันเพราะว่าความสะดวกในการพกพาอุปกรณ์สวมใส่เหล่านี้และความสามารถใช้งานได้หลากหลายนั้นเอง


องค์กรทั้งหลายคาดหวังว่าโลกต่อไปจะเป็นยุคของทุกสิ่งทุกอย่างต้องทำบนอุปกรณ์พกพา (mobile-first world)

การขยายระบบการควบคุมการเข้าออกเชิงกายภาคไปสู่อุปกรณ์พกพาอัจฉริยะ จะเพิ่มประสิทธิภาพให้แก่องค์กรในการสร้างระบบให้เป็นอัตโนมัติมากขึ้นและขจัดงานที่ต้องทำด้วยมือในหลายขั้นตอนลง ลองจิตนาการว่ามันเปลี่ยนแปลงการเข้าถึงสถานที่ต่าง ๆ ทั่วโลกในแต่ละวันได้อย่างไรดู

พนักงานผู้หนึ่งกำลังเดินทางเพื่อไปสถานที่อีกแห่งหนึ่งของบริษัทเพื่อเข้าร่วมประชุม ก่อนที่จะมาถึง เขาแจ้งวันที่ เวลาและระยะเวลาที่จะใช้สถานที่นั้นแก่ผู้ดูแลระบบรักษาความปลอดภัยของสถานที่นั้น ซึ่งจะสร้าง PACS ID ให้แก่พนักงานคนนั้นและสิทธิที่เกี่ยวข้องโดยส่งผ่านเว็บท่าในการควบคุมการเข้าออกผ่านอุปกรณ์โมไบล์ (mobile access portal) ไปยังสมาร์ตโฟนของเขา

ด้วยอุปกรณ์พกพาของพนักงานคนนั้นเอง เขาสามารถเข้าสู่บริเวณที่จอดรถและสถานที่นั้น และพร้อมที่จะเข้าสู่ห้องประชุมที่มีการประชุมได้เลย การเข้าถึงโดยใช้สมาร์ตโฟน (Mobile access) ทำให้เขาดำเนินการต่าง ๆ ในสถานที่นั้นได้อย่างราบรื่นตามสิทธิที่มอบให้และเมื่อการประชุมนั้นสิ้นสุดลง สิทธิชั่วคราวในการเข้าใช้สถานที่นั้นจะถูกตั้งโปรแกรมให้สิ้นสุดลงเองโดยอัตโนมัติ


ประโยชน์ของการเข้าถึงโดยใช้สมาร์ตโฟนและอุปกรณ์พกพาอัจฉริยะต่าง ๆ

1.   อิสรภาพในการการเข้าถึงโดยใช้ สมาร์ตโฟน แท็บเล็ต แถบรัดข้อมือ (wristbands) นาฬิกาและอุปกรณ์สวมใส่อัจฉริยะอื่น ๆ แทนคีย์การ์ดและสมาร์ตการ์ดทำให้มีทางเลือกและสะดวกมากขึ้นกับพนักงานหรือผู้ใช้ในการเปิดประตูเข้าสู่สำนักงาน

     •       สามารถพกพาได้ตลอดเวลาบนอุปกรณ์อันเดียวกัน : ผู้ใช้ไม่จำเป็นที่จะต้องถือและดูแลการ์ดหลาย ๆ ใบ
     •       เป็นประสบการณ์ที่รวดเร็วและราบรื่นในการใช้ : อย่างเช่นในที่จอดรถหรือที่ประตูทางผ่าน ด้วยการสามารถเข้าถึงจากระยะไกลของ the Bluetooth Smart communications standard ทำให้สามารถขับรถยนต์ผ่านประตูไปได้เลยโดยไม่ต้องเปิดกระจกเพื่อเอาการ์ดมาแตะเครื่องอ่านเหมือนแต่ก่อน
     •       สามารถจับท่าทางความเคลื่อนไหวของผู้ใช้ (Gesture detection) : Smart device sensors ซึ่งใช้เทคโนโลยี gyroscope และ accelerometer สามารถทำให้จับความเคลื่อนไหวได้ ดังนั้นจึงทำให้สามารถเปิดประตูจากระยะไกลผ่านกริยาท่าทาง ตัวอย่างเช่น HID Global’s patented Twist และ Go technology ทำให้ลูกค้าสามารถปลดล็อกประตูหรือเปิดประตูโดยขยับสมาร์ตโฟนไห้เหมือนหมุนลูกกุญแจเปิดประตู ทำให้เพิ่มระดับการพิสูจน์อัตลักษณ์ (layer of authentication) ในระบบความปลอดภัยได้อีกขั้นหนึ่ง

2.   การเชื่อมต่อผ่านอุปกรณ์พกพาอัจฉริยะจะเป็นหนทางใหม่ในการจัดการแสดงอัตลักษณ์บนโมไบล์ (mobile identities) ในอนาคตอันใกล้

     •       ประหยัดเวลา : การนำเว็บท่าบนคลาวด์ (cloud-based portal) มาใช้เพื่อเป็นศูนย์กลางในการจัดการ mobile identity แทนการจัดการผ่านบัตรประจำตัวพนักงานจะทำให้ผู้ดูแลระบบมีเวลาเพิ่มขึ้น ยิ่งกว่านั้นสามารถจะจัดการสิทธิให้หลาย ๆ คนพร้อม ๆ กันได้โดยใช้การนำเข้าระบบผ่านไฟล์ CSV หรือ Excel (batch upload) ในขณะที่ทำการเชิญและจัดการดำเนินงานผ่าน email ได้ไปพร้อม ๆ กัน
     •       ง่ายในการใช้งานสำหรับด้านผู้ใช้ : เมื่อผู้ใช้ได้รับจดหมายเชิญผ่าน email สามารถดาว์โหลด แอพพลิเคชั่นและ ลงทะเบียน (enrolls) โดยสิทธิต่าง ๆ ของเขาจะถูกกำหนดไปให้แต่ละ mobile ID และจะถูกส่งเข้าไปอยู่ในอุปกรณ์พกพาของเขาทันทีเลย
     •       สามารถจัดการหลายสถานที่ได้พร้อม ๆ กัน : องค์กรหลาย ๆ องค์กรมีสำนักงานกระจายอยู่ทั่วโลกที่มีระบบการควบคุมการเข้าออกต่าง ๆ กัน ด้วยการใช้ระบบโซลูชั่นควบคุมการเข้าออกผ่านอุปกรณ์โมไบล์ (mobile access solution) นี้จะทำให้สามารถกำหนด mobile identities หลาย ๆ อันให้แก่แต่ละอุปกรณ์พกพาได้ พนักงานสามารถได้รับ mobile identity ที่บนมือถือของตนได้อย่างง่ายดายก่อนจะออกจากที่ทำงานหรือทันทีที่ไปถึง ทำให้ไม่จำเป็นที่จะต้องทำบัตรเยี่ยมผู้มาเยือนหรือบัตรพนักงานชั่วคราวให้แก่พนักงานคนนั้น

3.   การเข้าถึงผ่านอุปกรณ์โมไบล์ (Mobile access) สามารถช่วยเสริมระบบโซลูชั่นควบคุมการเข้าออกที่มีอยู่เดิมโดยให้ทางเลือกใหม่ ๆ ให้แก่พนักงาน ขณะที่ยังคงระบบเดิมที่ใช้ สมาร์ตการ์ด หรือ key fobs เหมือนเดิมไว้ได้

     •        สามารถใช้ PIN numbers ร่วมกับระบบอุปกรณ์ต่าง ๆ ได้ง่ายแต่ปลอดภัยขึ้น : ระบบดั้งเดิมอย่างเช่น Magstripe และ low-frequency proximity cards สามารถสำเนาเลียนแบบขึ้นมาใหม่ได้ง่าย แต่ในระบบควบคุมการเข้าออกผ่านอุปกรณ์โมไบล์ตัว digital credentials หรือ Mobile IDs จะถูกเก็บอย่างปลอดภัยและมีการป้องกันที่แน่นหนา ด้วยการใช้คุณสมบัติด้านความปลอดภัยของระบบปฏิบัติการณ์ของโมไบล์ (อย่างเช่น sandbox or PIN) และมีการเข้าระหัสที่ซับซ้อนป้องกันอีกชั้นหนึ่ง
     •       สามารถสื่อสารกับเครื่องอ่านได้ในระยะไกล: เครื่องอ่านสามารถติดตั้งได้ในด้านที่ปลอดภัยของประตู ลดความเสี่ยงที่จะถูกขโมย ทำลายหรือแอบดู
     •       หายยากกว่าการ์ด : สมาร์ตโฟนไม่มีการใช้ร่วมกันและยากที่จะถูกขโมยในสถานที่ทำงาน ขณะที่การ์ดสูญหายหรือถูกขโมยได้ง่ายกว่ามาก
     •       สิทธิในการเข้าถึงสามารถกำหนดได้จากระยะไกล : ในกรณีที่สมาร์ตโฟนพกพาสูญหาย ถูกขโมย หรือมีการเปลี่ยนเครื่องกัน สิทธิในการเข้าถึงสามารถจะถูกยกเลิกได้อย่างง่ายดายผ่านเว็บท่าที่ใช้บริหารจัดการ (management portal)
     •       อัตลักษณ์ (Authentication) : อุปกรณ์อัจฉริยะสามารถใช้งานได้กับ multi-factor authentication , biometric identification และระบบความปลอดภัยที่ก้าวหน้ามาก ๆ อื่น ๆ ได้ดีกว่าระบบเก่าที่ใช้เพียงการ์ด



คุณ อเล็ก ตัน ผู้อำนวยการฝ่ายขายภาคพื้นเอเชีย ด้าน Physicals Access Control System กล่าวว่า “ ทุกวันนี้องค์กรต่าง ๆ เริ่มต้นที่จะมองหาประโยชน์จากการหลอมรวมระบบควบคุมการเข้าออกเชิงกายภาพเข้าด้วยกันกับระบบดิจิทัล เนื่องจากอุปกรณ์โมไบล์กำลังเข้ามาเปลี่ยนแปลงวิถีการทำงานของพนักงานและองค์กรในเรื่องเกี่ยวกับ กระบวนการทำงาน ระบบเครือข่าย และความปลอดภัย การนำอุปกรณ์โมไบล์เข้ามาร่วมเป็นอุปกรณ์ในการกำหนดความปลอดภัยในการเข้าถึงจะทำให้ผู้ใช้มีความสะดวกสบายมากขึ้น องค์กรสามารถจัดการควบคุมดูแลได้ง่ายขึ้น มีความปลอดภัยมากกว่าระบบดั้งเดิมที่เป็นเทคโนโลยีรุ่นเก่า และสร้างโอกาสให้สามารถดูแลความปลอดภัยได้ครอบคลุมทั้งระบบเครือข่ายดิจิทัลและทางกายภาพซึ่งไม่เคยมีมาก่อนในอุปกรณ์ควบคุมการเข้าถึงแบบดั้งเดิม”

หัวข้อข่าวล่าสุดเกี่ยวกับ HID Global ที่คุณอาจจะสนใจ

IdenTrust  ช่วยให้ผู้บริโภคสามารถติดต่อสื่อสารได้อย่างปลอดภัยกับผู้ให้บริการด้านสุขภาพ โดยการใช้  NewDirectTrust Partnership for Patients Program.

IdenTrust® ซึ่งเป็นบริษัทหนึ่งในเครือของ HID Global® ได้ประกาศการเข้าร่วมในโครงการ the new DirectTrust Partnership for Patients program (P4PP) ซึ่งมีวัตถุประสงค์ที่จะทำให้คนไข้และผู้บริโภคด้านการดูแลสุขภาพสามารถให้ข้อมูลด้านสุขภาพส่วนบุคคลของตนแก่ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพได้ง่ายและปลอดภัยขึ้น

IdenTrust digital certificates เป็นส่วนประกอบส่วนหนึ่งของ program ซึ่งจะทำให้ระบบเครือข่าย email มีความปลอดภัยมากขึ้น สามารถลดต้นทุนที่ไม่จำเป็นและลดความยุ่งยากที่สามารถทำให้คนไข้และผู้บริโภคมีความลำบากในการสื่อสารอย่างเป็นความลับด้วยระบบดิจิตอลกับผู้ดูแลสุขภาพของตน

6

ข่าวซุบซิบ

พักเบรกจากกองละคร มิน-พีชญา วัฒนามนตรี เลยมาขอท้าพิสูจน์ว่า “เครื่องซัก-อบผ้าจากเบโค” จะซักกระเป๋า...เอ้ยย...กระโปรงให้มินใส่เฉิดฉายบนเวทีได้หรือไม่ใน วันอังคารที่ 26 กรกฎาคม 2559 เวลา 14.00 น. เป็นต้นไป ณ ลานอีเดน ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

7

“บ๊อบ – ณัฐธีร์” นำทีมคณะผู้ประกาศข่าว Smart News ทรูโฟร์ยู ช่อง 24
ร่วมลงนามถวายพระพร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว


จากภาพ (ซ้ายไป ขวา) 1. ศิรัถยา อิศรภักดี 2. นีธิกาญจน์ กำลังวรรณ 3. วรุณวรรณ วราสินธุ์ 4. ณัฐธีร์ โกศลพิศิษฐ์ 5. อรการ จิวะเกียรติ 6. กาญจน์คณึง เนตรศรีทอง 7. ปิยชัย ลอตระกูล 8. ธีรยุทธ บัญหนองสา

คณะผู้ประกาศข่าวสมาร์ท นิวส์ ทรูโฟร์ยู ดิจิตอลฟรีทีวีช่อง 24 นำโดย “บ๊อบ - ณัฐธีร์ โกศลพิศิษฐ์” “กวาง - อรการ จิวะเกียรติ” และทีมผู้ประกาศข่าวได้ร่วมลงนามถวายพระพร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  พร้อมนำแจกันดอกไม้ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายเพื่อแสดงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ  ณ ศาลาสหทัยสมาคม ภายในพระบรมมหาราชวัง



8
ยางโตโย ไทร์ ปะเดิมสนามแรก “โตโยต้า มอเตอร์สปอร์ต 2016”
จัดยาง PROXES R1R และ PROXES T1R  ลงสนามพิสูจน์ประสิทธิภาพ


                ยางโตโย ไทร์ ลงสนามประชันความเร็ว และเร้าใจไปกับการโชว์สมรรถนะความยึดเกาะถนน ศึกการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบ รายการโตโยต้า มอเตอร์สปอร์ต 2016 จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ณ สวนสาธารณะสะพานหิน จ. ภูเก็ต  โดยการแข่งขันแบ่งออกเป็น 4 รุ่นด้วยกัน คือ Vios One Make Race Lady Cup, Vios One Make Race, Corolla Altis One Make Race และ Hilux Revo One Make Race  ในงานนี้ โตโย ไทร์  ส่งยางโตโย ไทร์ รุ่น TOYO PROXES R1R และ TOYO PROXES T1R  ลงพิสูจน์สมรรถนะ  ซึ่งการแข่งขันเป็นไปอย่างเข้มข้น และตื่นเต้นตลอดเกมการแข่งขันกับการขับเคี่ยวของนักแข่งที่ลงสนามกว่า 60 คัน

                และนอกจากความสนุกสนานในเกมการแข่งขันกีฬามอเตอร์สปอร์ตแล้ว ภายในงาน ยางโตโย ไทร์ ยังจัดส่งรถโมบาย เซอร์วิส ที่ส่งตรงจากกรุงเทพฯ มาบริการผู้ร่วมงานทุกท่าน สำหรับการตรวจสอบสภาพรถ และเช็คเติมลมยาง โดยทีมงานมืออาชีพ ชนิดที่เรียกว่าบริการผู้ร่วมงานกันแบบไม่มีค่าใช้จ่ายตลอดทั้งงาน พร้อมกิจกรรมอื่นๆ อีกมากมาย ที่มาร่วมสร้างสีสันแบบตื่นตาตื่นใจให้ผู้ชมรอบสนามกันอย่างจุใจอีกด้วย

                โดยในสนามนี้ได้รับเกียรติจาก คุณปฎิภาณ อนันต์รัตนสุข ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท ต.สยาม คอมเมอร์เชียล จำกัด ร่วมในพิธีเปิดการแข่งขัน พร้อมลงสนามร่วมให้กำลังใจทัพนักแข่งตลอดการแข่งขัน




9
นิสสันเผย “เอ็กซ์เทรล” คว้ารางวัล
มาตรฐานปลอดภัยสูงสุด 5 ดาว จาก ASEAN  NCAP


บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำด้านการสร้างสรรค์นวัตกรรมยานยนต์ที่ตื่นเต้นเร้าใจ เปิดเผยว่า “นิสสัน เอ็กซ์เทรล” ได้รับรางวัล 5 ดาว จาก ASEAN NCAP (New Car Assessment Program for Southeast Asian) ซึ่งเป็นหน่วยงานอิสระที่ทดสอบมาตรฐานความปลอดภัยในรถยนต์รุ่นใหม่ สำหรับการทดสอบรถยนต์ของไตรมาสที่ 2 ประจำปี 2559 โดยเป็นรถยนต์เพียงหนึ่งเดียวที่คว้ารางวัลสูงสุดจากรถยนต์จำนวน 7 รุ่นที่เข้ารับการทดสอบ

นายคะซุทากะ นัมบุ ประธานนิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวถึงรางวัล 5 ดาวที่ได้รับจาก ASEAN NCAP ว่า นับเป็นเรื่องที่น่ายินดีเป็นอย่างยิ่ง สะท้อนให้เห็นถึงมาตรฐานคุณภาพการผลิตระดับโลก และเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยที่นิสสันให้ความสำคัญและมีการพัฒนาให้ก้าวล้ำอย่างเต็มที่ในทุกๆผลิตภัณฑ์ ทั้งนี้นิสสันเอ็กซ์เทรลเคยผ่านการทดสอบมาตรฐานความปลอดภัยในระดับสูงสุด ในเดือนตุลาคม 2557 จากทดสอบของ Euro NCAP ในระดับ 5 ดาวมาแล้วเช่นกัน



โดยผลการทดสอบในไตรมาสที่ 2 ประจำปี 2559  มีรถยนต์เข้าร่วมรับการทดสอบทั้งสิ้น 7 รุ่น เป็นการทดสอบการชนด้านหน้า โดยใช้หุ่นดัมมีในตำแหน่งผู้ขับขี่ ผู้โดยสาร และดัมมีเด็กอีก 2 ตัว แทนเด็กอายุ 3 ขวบ และ 18 เดือน อยู่ในที่นั่งสำหรับเด็กเล็ก ใช้ความเร็วในการชนกับแท่งแบริเออร์ที่สร้างจากอะลูมิเนียมที่ความเร็ว 63 กม./ชม. ซึ่งผลที่ได้พบว่า มีเพียงรุ่นเดียวเท่านั้นที่ได้คะแนนระดับ 5 ดาว สำหรับการปกป้องผู้โดยสารที่เป็นผู้ใหญ่ (Adult Occupant Protection: AOP) คือ “นิสสัน เอ็กซ์เทรล” โดยได้ถึง 15.1 คะแนน ได้ระดับ 5 ดาว ขณะที่ความปลอดภัยสำหรับผู้โดยสารที่เป็นเด็ก หรือ Child Occupant Protection (COP) นิสสัน เอ็กซ์เทรล ซึ่งมีระบบ ISOFIX ก็ทำได้ดีเช่นกัน โดยอยู่ในระดับ 72% หรือ 4 ดาว  ซึ่งนอกจาก เอ็กซ์เทรล แล้ว นิสสัน นาวารา รถกระบะยอดนิยม ก็ทำได้ดีในด้าน AOP เช่นกัน โดยทำได้12.34 คะแนน อยู่ในระดับ 4 ดาว

นิสสัน เอ็กซ์เทรล ถือเป็นรถเอสยูวี ยอดนิยม ที่มาพร้อมแนวคิดด้านความปลอดภัย Safety Shield ของนิสสัน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ วิสัยทัศน์ของการเคลื่อนที่อัจริยะแห่งอนาคต หรือ Intelligent Mobility ด้วยการบรรจุเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยมากมาย อาทิ ระบบช่วยควบคุมเสถียรภาพการทรงตัวอัติโนมัติ Vehicle Dynamic Control (VDC) ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี Traction Control System (TCS) ระบบเบรกป้องกันล้อล้อค Anti-lock Brake System (ABS)ระบบเสริมแรงเบรกและกระจายแรงเบรก (Brake Assist –BA & Electroic Brake-Force Distribution – EBD) ซึ่งทั้งหมดอยู่ภายใต้โครงสร้างตัวถังแบบนิรภัย Zone Body Concept





สำหรับนิสสัน เอ็กซ์เทรล เปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทยเมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน  2557 เป็นรถอเนกประสงค์ระดับพรีเมี่ยม ที่มาพร้อมกับนวัตกรรมมากมาย อาทิ หน้าจอแสดงข้อมูลอัจฉริยะ 3 มิติ ขนาด 5 นิ้ว แสดงผลข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับการขับขี่ และไฟหน้า LED โปรเจคเตอร์ พร้อมไฟส่องสว่างเวลากลางวัน (Daytime Running Light) ระบบกล้องมองรอบทิศทาง 360 องศา (Around View Monitor)  ระบบช่วยลดความเร็วอัตโนมัติ (Active Engine Brake)  และระบบ Advance Chasis Control  ที่ทำให้ผู้ขับขี่มั่นใจในทุกสภาพเส้นทาง นอกจากนี้ยังมีพื้นที่โดยสารภายในที่กว้างขวาง สะดวกสบาย เอื้อต่อการเดินทาง พร้อมซันรูฟแบบพาโนรามิค เพิ่มความหรูหรา โล่งโปร่ง ประตูท้ายเปิด-ปิดอัตโนมัติ แบบ Auto Lift gate เพิ่มความสะดวกสบายและพื้นที่ใช้สอย เหมาะที่จะเป็นรถยนต์สำหรับทุกครอบครัว โดยเมื่อปลายปี 2558 ที่ผ่านมา นิสสันได้แนะนำ รุ่นเครื่องยนต์แบบไฮบริดที่มาพร้อมกับเทคโนโลยี intelligence dual clutch system อันเป็นเอกสิทธ์เฉพาะของนิสสันอีกด้วย

นิสสัน เอ็กซ์เทรล มีราคาเริ่มต้นที่ 1,239,000 บาท และ 1,304,00 บาทสำหรับรุ่นเครื่องยนต์ไฮบริด โดยทุกรุ่นมาพร้อมการรับประกันคุณภาพตัวรถและอุปกรณ์ตกแต่งแท้ทุกชิ้นส่วน 3 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร ทั้งยังมั่นใจด้วยเครือข่ายโชว์รูมและศูนย์บริการที่ได้มาตรฐานของนิสสันมากกว่า 210 แห่ง ที่ครอบคลุมทั้ง 77 จังหวัด ทั่วประเทศ สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ผู้จำหน่ายรถยนต์นิสสันทั่วประเทศ หรือที่   Call Center หมายเลข 0 2401 9600 หรือดูข้อมูลที่  www.nissan.co.th

สำหรับศูนย์ความปลอดภัยทางถนนแห่งอาเซียน (ASEAN Road Safety Centre) ทำงานร่วมกับพันธมิตรในประเทศต่างๆ เพื่อมุ่งสร้างมาตรฐานของ ASEAN NCAP ให้มีผลในวงกว้างมากขึ้น รวมถึงการมีผลต่อนโยบายภาครัฐ และผลต่ออุตสาหกรรม ทั้งนี้ ASEAN NCAP พร้อมเปิดเผยข้อมูลให้กับหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐบาล ภาคอุตสาหกรรมยานยนต์ เอ็นจีโอ ผู้บริโภค และสาธารณชน เพื่อให้เกิดความร่วมมือกันในการเพิ่มความปลอดภัยของรถยนต์ในภูมิภาค


###

เกี่ยวกับ นิสสัน

นิสสัน ก่อตั้งในประเทศญี่ปุ่น ตั้งแต่ปี พ.ศ 2476 และเริ่มดำเนินธุรกิจในประเทศไทยมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2495 โดยมีนโยบายมุ่งที่จะนำเสนอนวัตกรรมที่สร้างความตื่นเต้นเร้าใจให้กับลูกค้า (Innovation that Excites) ทำให้ลูกค้าได้มีความสุขกับการใช้รถของนิสสัน ขณะที่ในด้านสังคม นิสสันมุ่งการมีส่วนร่วมในการเพิ่มพูนความสุข และเพิ่มชีวิตชีวาให้กับคนในสังคม ปัจจุบันกลุ่มบริษัท นิสสัน ประเทศไทย มีบริษัทในเครือ 5 บริษัทและฐานการผลิตรถยนต์รวม 2 แห่ง   มีเครือข่ายโชว์รูมและศูนย์บริการ 213  แห่งทั่วประเทศ  และมีผลิตภัณฑ์รถยนต์ตอบสนองลูกค้าทุกเซกเมนต์รวม 10 รุ่น  ครอบคลุมทั้งรถอีโคคาร์  รถยนต์อเนกประสงค์ รถยนต์พรีเมี่ยมซีดาน  รถกระบะ และรถตู้   

10
เสวนาเรื่องมะเร็ง ในโรดโชว์ รพ. จุฬาภรณ์


-     โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ นำโดย นายแพทย์ ณัฐวุฒิ กันตถาวร แพทย์ผู้เชี่ยวชาญมะเร็งนรีเวช (ซ้าย) และ นายแพทย์ พรพัฒนะ วิจิตรเวชไพศาล จักษุแพทย์ (ขวา) มาร่วมเสวนาให้ความรู้เกี่ยวกับวิธีการรักษาและดูแลตัวเองจากโรคมะเร็งนรีเวช โดยมีดาราสาว พิมพ์มาดา บริรักษ์ศุภกร (กลาง) มาร่วมแชร์ประสบการณ์การต่อสู้กับมะเร็งรังไข่ ในกิจกรรมโรดโชว์ รักษ์สุขภาพกับโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ หลักสี่ ณ เซ็นทรัล พลาซา แกรนด์ พระราม 9  ชั้น 7 บริเวณโรงภาพยนตร์ SF และ The Rink เมื่อเร็วๆนี้

11

-          เอี๊ยม-วรรษพร วัฒนากุล ดารานักบู๊สาวสวยดีกรีนางงาม เตรียมมาร่วมพูดคุยถึง ความแตกต่างของเนื้องอกและมะเร็งกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจาก รพ.จุฬาภรณ์ ในกิจกรรมโรดโชว์ รักษ์สุขภาพกับโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ หลักสี่ ใครที่สนใจมาร่วมฟังพร้อมกันได้ ในวันศุกร์ที่ 22 กรกฏาคมนี้ เวลา 16.00 น. ณ ลานกิจกรรม ชั้น 1 เซ็นทรัล พลาซา แจ้งวัฒนะ

12

-          ยุ้ย-จีระนันท์ มะโนแจ่ม ควงคู่ ธันญ์ ธนากรมาพูดคุยกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจาก รพ.จุฬาภรณ์ เรื่อง โรคมะเร็งที่มีโอกาสเกิดขึ้นกับผู้หญิง ในกิจกรรมโรดโชว์ รักษ์สุขภาพกับโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ หลักสี่ กิจกรรมดีๆ ที่ผู้หญิงควรรู้ มาร่วมฟังไปพร้อมกันกับสาวยุ้ยได้ ในวันเสาร์ที่ 23 กรกฏาคมนี้ เวลา 13.00 น. ณ ลานกิจกรรม ชั้น 1 เซ็นทรัล พลาซา แจ้งวัฒนะ

13
news & activity / วิวาลดี้ 5
« on: July 19, 2016, 04:42:13 PM »
5

14



“ลูกเรือที่แบ่งแยก”

มือเขียนบทผู้รับผิดชอบในการนำลูกเรือไปสู่ดินแดนที่ไม่เคยมีใครเหยียบย่างมาก่อนคือดั๊ก จุง ทีมงานหน้าใหม่สำหรับแฟรนไชส์นี้ (Dark Blue, Banshee) และนักแสดงผู้ผันตัวมาเป็นมือเขียนบทร่วม ไซมอน เพ็กก์

“ผมกำลังถ่ายทำ Mission: Impossible - Rogue Nation อยู่ในลอนดอน” เพ็กก์เล่า “แล้วไบรอัน เบิร์ค (ผู้อำนวยการสร้าง Rogue Nation และ Into Darkness) ก็เรียกผมไปคุย ผมคิดว่าเขาจะลอบสังหารผมซะอีก แต่เขาถามผมว่าผมอยากจะเขียนบทหนังเรื่องนี้รึเปล่า ผมคุมสติไม่อยู่เลยและบอกเขาว่า ‘แน่นอนเลย!’ แล้วผมก็ได้พบกับดั๊ก ผู้กลายเป็นคู่หูและเพื่อนรรักของผมครับ”
   “ผมกับไซมอนไม่เคยพบกันมาก่อน” จุงกล่าว “แต่ผมเป็นแฟนผลงานของเขา ตอนที่เราเริ่มระดมความคิด ผมรู้ว่าการได้ตัวเขามาจะเป็นเรื่องเยี่ยมเพราะเขาเป็นคนตลกอย่างยอดเยี่ยม มีความคิดสร้างสรรค์อย่างเหลือเชื่อและรู้จัก Star Trek เป็นอย่างดี”
   “ผมโตมากับการดู Star Trek” จุงกล่าวต่อ “แต่ผมไม่ได้รู้ซึ้งถึงคุณค่าของมันจนกระทั่งผมโตขึ้น ความรู้ที่สะสมมาตลอดชีวิตของไซมอนเป็นสิ่งที่ช่วยได้มากเพราะเขาพูดได้ว่า ‘ผมคิดว่าเคิร์จจะพูดแบบนี้’ หรือ ‘สป็อคอาจจะใช้คำนี้แทน’ บางครั้ง เขาก็จะแสดงเป็นสก็อตในห้องอย่างสมจริงมากๆ และบางครั้ง เขาก็จะเป็นโบนส์หรือไม่ก็สป็อค มันตลกมากๆ เลยครับ”
   “ตอนที่เราเริ่มงาน ผมยังถ่ายทำ Mission: Impossible อยู่ ผมก็เลยเข้ามาช้าและผมก็ได้ประชุมสายกับดั๊กเรื่อยมาเพื่อสร้างไอเดียน่ะครับ” เพ็กก์เล่า “ผมไปแอลเอแล้วก็ขังตัวอยู่ในห้องที่แบ๊ด โรบ็อท เราติดไอเดียของเราไว้ทั่วกระดานเลย จากนั้น ดั๊กก็จะมาอังกฤษแล้วพักที่บ้านผมหนึ่งสัปดาห์ เพื่อเขียนบทและดู Star Trek ต้นฉบับในช่วงเย็น เพื่อเก็บรายละเอียดและชื่อของพวกเสื้อแดงและคนอื่นๆ ที่อาจจะอยู่ไทม์ไลน์ใหม่นี้ได้ แล้วเราก็ร่วมกันเขียนดราฟท์แรกขึ้นมาครับ”
   “ผมมีความสุขกับกระบวนการนี้มาก” จุงกล่าว “บ่อยครั้งในฐานะมือเขียนบท คุณจะนั่งอยู่ในห้องคนเดียวท่ามกลางความมืด เพื่อนึกถึงบางอย่างที่คุณคิดว่าเข้าท่า แต่คุณไม่รู้หรอกว่ามันเวิร์คมั้ยจนกระทั่งคุณจะได้เล่ามันให้คนอื่นฟัง ไซมอนเป็นเพื่อนร่วมงานที่ยอดเยี่ยมและก็มีหลายครั้งที่เราจะเขียนอะไรบางอย่างขึ้นมาแล้วถามว่า ‘เราจะทำแบบนี้ได้มั้ย’ ซึ่งจัสตินก็จะบอกเราว่า ‘เอาให้ใหญ่กว่านี้อีก!’ ถ้าปล่อยให้ผมทำของผมเอง ผมอาจจะไม่ไปไกลขนาดนั้นก็ได้”
หนึ่งในประเด็นสำคัญทางพล็อตเรื่องที่เปลี่ยนแปลงการเดินเรื่องอย่างสลักสำคัญคือการพังพินาศของยานสตาร์ชิพ เอนเตอร์ไพรส์ ซึ่งทำให้ลูกเรือติดอยู่ในดาวเคราะห์ต่างดาวที่ยังไม่เคยได้รับการสำรวจมาก่อน
“ความเสี่ยงสูงมากครับ” อับรามส์กล่าว “หลังจากที่พวกเขาได้เห็นยานเอนเตอร์ไพรส์พังเป็นชิ้นๆ ลูกเรือก็กระเด็นกระดอนไปคนละทิศละทางและถูกบีบให้ต้องหาทางเอาตัวรอดและติดต่อกับลูกเรือคนอื่นๆ มันเป็นเรื่องวิเศษสุดเพราะเราจะได้เห็นว่าแต่ละกลุ่มทำงานร่วมกันเพื่อเป้าหมายหนึ่งเดียวยังไงน่ะครับ”
การพังพินาศของยานเอนเตอร์ไพรส์ทำให้ลูกเรือติดอยู่บนอัลทามิด ดาวเคราะห์ที่อันตราย มือเขียนบทชื่นชอบการได้จับคู่ตัวละครที่ก่อนหน้านี้ไม่ค่อยได้ใช้เวลาอยู่ด้วยกันบนหน้าจอ เพื่อดูว่าอะไรที่จะกระตุ้นตัวละครแต่ละตัวได้
ยกตัวอย่างเช่น กัปตันเคิร์ค (คริส ไพน์) ผู้ชอบใช้ความคิด พบว่าตัวเองติดอยู่บนดาวแห่งนี้กับเชคอฟ หนุ่มน้อยโลกสวย (แอนตัน เยลชิน)
มือเขียนบทร่วมจุงอธิบายว่า “เคิร์ค (คริส ไพน์) เป็นหัวหน้าที่มีคำตอบสำหรับทุกอย่างและใช้ชีวิตตามสัญชาตญาณ เขาได้พิสูจน์ตัวเองและก้าวพ้นจากเงาของพ่อเขาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ตอนนี้ เขาต้องเผชิญกับคำถามเกี่ยวกับตัวตนที่ว่า ‘จะเป็นยังไงต่อไป’ เราชื่นชอบไอเดียของการจับคู่เคิร์ค ที่ปลงตกกับโลกมากขึ้น กับเชคอฟ (แอนตัน เยลชิน) ที่อายุน้อย กระตือรือร้น และไม่เย้ยหยันโลกเท่าไหร่น่ะครับ”
คริส ไพน์กล่าวเห็นพ้องด้วยว่า “สองภาคแรกจะเน้นไปที่สป็อคและเคิร์ค แต่ผมคิดว่าดั๊กและไซมอนฉลาดมากๆ ที่แยกทุกคนออกจากกันเพื่อดูว่าพวกเขาทุกคนทำงานร่วมกันเป็นยังไง และพวกเขาจะมีปฏิสัมพันธ์กันยังไง การเป็นกัปตันยานเอนเตอร์ไพรส์เป็นสิ่งที่ชัดเจนที่สุดในชีวิตของเคิร์ค พ่อของเขาก็เป็นกัปตันของยานที่ถูกทำลายเช่นกัน ดังนั้น การที่ยานเอนเตอร์ไพรส์ถูกทำลายก็ทำให้เกิดอารมณ์ซับซ้อนที่เกี่ยวเนื่องกับตัวตนของเขา และผมคิดว่าเคิร์คมองเห็นอะไรหลายอย่างที่เหมือนกับเขาในตัวของเชคอฟครับ"
“ในขณะที่ตอนเริ่มต้นเรื่อง เคิร์ครู้สึกไม่มั่นใจกับอนาคต เชคอฟกลับมีความมั่นใจเปี่ยมล้นกับภารกิจนี้” เยลชินกล่าว “ตอนที่ยานเอนเตอร์ไพรส์พัง มันเป็นการพรากทุกอย่างที่พวกเขาคิดว่าเป็นสิ่งสำคัญไป พวกเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าลูกเรือคนอื่นๆ จะมีชีวิตอยู่รึเปล่า ดังนั้น มันก็เลยบีบให้พวกเขาต้องเรียนรู้คุณค่าของความรักและความนับถือที่พวกเขามีต่อเพื่อนร่วมงานใหม่น่ะครับ”
“ผมกับแอนตันหัวเราะกันบ่อยครับ” ไพน์เล่า “มีฉากที่ผมบ่นเขาและเขาก็บ่นผม เราถูกยิงใส่และมีระเบิดตูมตามเกิดขึ้นรอบด้าน มันทั้งน่าวิตกและตึงเครียด แต่สนุกกว่าเรื่องอื่นๆ เพราะตัวละครของแอนตันและตัวแอนตันเองมีความอบอุ่นเหลือเกินครับ”
สำหรับตัวละครตลกและดรามาที่จะมาจับคู่กับ สป็อค ผู้บัญชาการลูกครึ่งวัลแคน (แซ็คคารี ควินโต) มือเขียนบทรู้ทันทีว่าพวกเขาต้องการจะจับคู่เขากับด็อกเตอร์ “โบนส์” แม็คคอย (คาร์ล เออร์เบิน) ชายขี้หงุดหงิด ในฐานะเพื่อนที่สนิททที่สุดของเคิร์ค พวกเขาก็เลยไม่คิดที่จะเห็นพ้องต้องกันในการตัดสินใจเรื่องใดๆ ก็ตาม
“ความสัมพันธ์ระหว่างสป็อคและโบนส์ ‘มีเสน่ห์’ เสมอและตลกมากๆ เพราะพวกเขาตรงกันข้ามกันในหลายๆ อย่างครับ” เพ็กก์อธิบาย “แต่ลึกลงไปนั้นคือมิตรภาพเยี่ยมๆ ที่เราอยากจะสำรวจ”
“เมื่อมองย้อนหลังไป โบนส์และสป็อคแตกต่างกันสุดขั้วครับ” ควินโตกล่าว “ในขณะที่เคิร์คและสป็อคเป็นสองด้านของเหรียญเดียวกัน โบนส์และสป็อคกลับมีแนวทางการใช้ชีวิตที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง”
“คุณจะได้เห็นความสัมพันธระหว่างโบนส์และสป็อคพัฒนาอย่างที่คุณไม่เคยเห็นมาก่อน” เออร์เบินกล่าว “ตัวละครทั้งสองตัวของเราต่างก็มาถึงจุดเปลี่ยนและต้องเจอกับเรื่องหนักใจของตัวเอง และการติดอยู่บนดาวเคราะห์ต่างดาวก็บีบให้เราต้องเผชิญหน้ากับสิ่งเหล่านี้ด้วยกันครับ”
“สป็อคมีความเป็นมนุษย์และความเปราะบางมากขึ้นในภาคนี้” ควินโตกล่าวอธิบาย “ผมชื่นชมเวลาที่แอ็กชันเบาลงเพื่อที่สป็อคจะมีช่วงเวลาที่สงบขึ้น ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่สนุกที่สุดและน่าสนใจที่สุดด้วยครับ”
ด้วยการจากไปของเลียวนาร์ด นีมอย ทีมผู้สร้างก็อยากจะระลึกถึงการเสียชีวิตของ “สป็อค ไพรม์” และแสดงให้เห็นถึงผลกระทบที่การสูญเสียเขามีต่อสป็อคหนุ่ม
“เลียวนาร์ด นีมอยเป็นนักแสดงพรสวรรค์ ที่กลายเป็นเพื่อนที่ดีครับ” อับรามส์กล่าว “เราอยากจะยกย่องเขาด้วยการกล่าวถึงการจากไปของเขาในหนังเรื่องนี้ ผมคิดว่าถ้าไม่อย่างนั้น มันคงให้ความรู้สึกที่ไม่ใช่น่ะครับ”
“มันเป็นเรื่องยากเป็นพิเศษสำหรับผม” ควินโตกล่าว “เพราะเราใกล้ชิดกันมากๆ และเป็นเพื่อนกันจนถึงตอนสุดท้าย ผมเชื่อว่าไซมอนและดั๊กทำหน้าที่ได้อย่างวิเศษสุดในการยกย่องเขาในเรื่องราวนี้ และผมคิดว่าเขาคงจะภูมิใจ ซึ้งใจและเขินนิดๆ มันเป็นการอุทิศที่เหมาะสมและผมก็ดีใจที่มันถูกพูดถึงอย่างงดงามครับ”
หลังจากที่สป็อคได้รับบาดเจ็บ โบนส์ก็พบว่าตัวเองถูกผลักให้พ้นจากสิ่งที่คุ้นชิน “เขาเป็นหมอที่มีจรรยาบรรณและจิตใจงาม ผู้ถูกบีบให้ต้องเจอกับสถานการณ์ที่เขาอาจจะต้องคร่าชีวิตแทนที่จะรักษาชีวิต” เออร์เบินกล่าว “เขาเจอกับปัญหาใหญ่และต้องกลายเป็นแอ็กชันฮีโรแบบจำเป็นน่ะครับ”
“โบนส์เป็นตัวละครที่คนรัก และผมก็รู้สึกเหมือนเขาไม่เคยได้โชว์เต็มที่ซักที” เพ็กก์กล่าวอย่างเสียใจ “นี่เป็นเวลาที่เราจะแก้ไขเรื่องนั้น แม้ว่ามันจะเป็นเรื่องง่ายที่จะให้สก็อตตี้พูดบทพูดเจ๋งๆ แต่มันก็ให้ความรู้สึกแปลกนิดๆ ดังนั้น เราก็เลยตั้งใจที่จะแบ่งบทพูดเจ๋งๆ ระหว่างพวกเขาครับ”
“ตอนที่ผมยังเล็ก โบนส์เป็นตัวละครโปรดของผม” ลินเล่า “และคาร์ลก็พร้อมเสมอที่จะเพิ่มเติมสิ่งต่างๆ ที่ตัวละครของเขาจะต้องทำน่ะครับ”
“ผมชอบการได้ทำงานกับคาร์ล” ควินโตกล่าว “เขาตลกมากและมันก็สนุกมากที่ได้เห็นเขาบู๊ในภาคนี้ เขาเก่งมากครับ”
นอกเหนือจากการสูญเสียยานเอนเตอร์ไพรส์แล้ว จุดจบของความสัมพันธ์ระหว่างสป็อคและอูฮูรา (โซอี้ ซัลดานา) ก็เป็นความสูญเสียอีกอย่างหนึ่งสำหรับภาพยนตร์เรื่องนี้
ซัลดานากล่าวว่า “พวกเขาทำงานร่วมกัน มันก็เลยเป็นการเลิกรากันแบบผู้ใหญ่ ที่มีความเป็นมืออาชีพมากๆ พวกเขาปฏิบัติภารกิจห้าปีด้วยกัน และแม้ว่าพวกเขาจะเหนื่อยและคิดถึงบ้านมากแค่ไหน แต่พวกเขาก็ตัดสินใจที่จะให้ความสำคัญกับภารกิจเป็นอันดับแรก โดยไม่สร้างความเครียดให้กับเพื่อนร่วมทีมน่ะค่ะ”
ก่อนหน้าที่ทั้งคู่จะใช้ความคิดเกี่ยวกับการเลิกรากันครั้งนี้ ยานของพวกเขากลับแตกเป็นเสี่ยงๆ และอูฮูราก็พบตัวเองอยู่บนดาวอัลทามิดกับซูลู (จอห์น โช)
เช่นเดียวกับเพ็กก์ โชก็มีปฏิกิริยาต่อการสูญเสียยานเอนเตอร์ไพรส์อย่างชัดเจน “หัวใจผมแตกสลายทุกครั้งที่เราทำให้ยานเอนเตอร์ไพรส์เจ็บแม้เพียงน้อยนิด มันแข็งแกร่งครับ ผมเป็นพลขับ ผมก็เลยรู้สึกว่าต้องรับผิดชอบสภาพของมันและมันก็ผ่านอะไรมากมายเกินกว่าที่ควรจะเป็น และอุปสรรคครั้งนี้ก็รุนแรงเป็นพิเศษครับ” โชกล่าว
“เมื่อไม่มียาน มันก็มีความรู้สึกของการสูญเสียสมดุล ซึ่งทำให้เกิดความตึงเครียดขึ้นมา” โชกล่าวต่อ “ตอนที่ผมได้อ่านบทหนังเรื่องนี้ครั้งแรก ผมชอบที่โทนของมันทำให้ผมนึกถึงซีรีส์ดั้งเดิม ว่ามันมีทั้งอารมณ์ขันและความแปลกประหลาด และความรู้สึกคุ้นเคยในบรรดาลูกเรือ ผมสนุกมากกับการได้อยู่ในฉากเล็กๆ กับโซอี้ครับ”
“ฉันรู้จักจอห์นมาหลายปีแล้วและฉันก็รักอารมณ์ขันและความมุ่งมั่นที่เขามีต่อตัวละครของเขาค่ะ” ซัลดานากล่าว “ฉันตระหนักได้ว่าในหนังเรื่องนี้ อูฮูราและซูลูต่างก็มีความมุ่งมั่นต่อหน้าที่และความศรัทธาในตัวลูกทีมของพวกเขาคล้ายๆ กัน พวกเขาไว้ใจลูกเรือคนอื่นมากพอๆ กับที่ลูกเรือคนอื่นไว้ใจพวกเขา มันเหมือนกับการที่จอห์นและฉันมีศรัทธาในกันและกันและในตัวทีมงานทุกคนน่ะค่ะ”
“ผมกับจอห์นเคยร่วมงานกันมานานแล้ว” ลินเล่า “จอห์นแสดงใน Better Luck Tomorrow ซึ่งเป็นหนังเรื่องแรกของผม ผมยังต้องจ่ายเงินค่าสร้างหนังเรื่องนั้นด้วยบัตรเครดิตอยู่เลย แต่จอห์นกลับกลายเป็น “หนุ่มมิลฟ์” ใน American Pie ไปซะแล้ว นับตั้งแต่นั้นมา พวกเราก็ได้ก้าวไปไกลแล้วในหน้าที่การงานของเรา แต่มันก็ค่อนข้างเหลือเชื่อที่มีโอกาสได้ร่วมงานกับเขาอีกครั้งหลังจากสิบสองปีผ่านไปครับ”
มือเขียนบทร่วมไซมอน เพ็กก์ กลับมารับบท หัวหน้าวิศวกรมอนท์โกเมอร์รี สก็อต หรือ “สก็อตตี้” ตามที่เขาเป็นที่รู้จักในวัฒนธรรมป็อป
“ในบรรดาลูกเรือทั้งหมด สก็อตอาจะเป็นคนที่พอใจกับชีวิตของเขาตอนเริ่มต้นเรื่องมากที่สุด” เพ็กก์อธิบาย “เขากำลังทำงานของเขา เพื่อทำให้สิ่งต่างๆ ขับเคลื่อนต่อไป และแน่นอนว่าทุกอย่างถูกพรากไปจากเขาอย่างรวดเร็วครับ”
สก็อตตี้พบว่าตัวเองต้องพึ่งพาเจย์ลาห์ (โซเฟีย บูเทลลา นักแสดงหน้าใหม่สำหรับแฟรนไชส์นี้) พันธมิตรต่างดาวผู้ชำนาญเทคโนโลยี ผู้มีจิตใจเข้มแข็ง หลังจากที่เธอช่วยชีวิตเขาบนพื้นผิวของดาวอัลทามิด
“เจย์ลาห์อยู่ตามลำพังบนดาวแห่งนี้มาได้ซักระยะแล้วค่ะ” บูเทลลากล่าว “เธอจะต้องปกป้องตัวเองมานานจนเมื่อสก็อตตี้มาถึง เธอมองเห็นโอกาสในการมีเพื่อน แม้ว่าเธอจะยังหวาดระแวง แต่เจย์ลาห์และสก็อตตี้ก็พัฒนาความสัมพันธ์แบบพี่น้องที่ฉันกับไซมอนมีนอกฉากน่ะค่ะ”
“โซเฟียทำให้เราหลงใหลครับ” เพ็กก์เล่า “เธอสวมบทนี้ในแบบที่ทำให้การได้ประกบคู่กับเธอในหนังเรื่องนี้เป็นความสุขอย่างแท้จริง เธอทั้งรอบรู้และแข็งแกร่งมากๆ ผมชอบที่เธอมีวิธีการพูดแปลกๆ ซึ่งทำให้เธอให้ความรู้สึกเหมือนมนุษย์ต่างดาวมากๆ แต่เธอก็เป็นคนที่น่าเห็นใจอย่างเหลือเชื่อด้วยครับ”
เนื่องด้วยเจย์ลาห์จะต้องผ่านการเมคอัพอย่างมาก หลายวันในกองถ่ายของบูเทลลาจึงเริ่มต้นก่อนที่วันของหลายๆ คนจะสิ้นสุดลง
“มีหลายวันที่ฉันจะต้องตื่นขึ้นมาตอนเที่ยงคืนครึ่งเพื่อแต่งหน้าก่อนการถ่ายทำในตอนเช้าค่ะ” บูเทลลาเล่า “มันเป็นกระบวนการที่ยาวนานแต่สนุก ในตอนที่คุณต้องนั่งเก้าอี้นานๆ คุณก็จะเข้าสู่ห้วงสมาธิที่ช่วยทำให้คุณสวมบทตัวละครตัวนั้นได้จริงๆ ค่ะ”
“เราอยากจะทำให้เจย์ลาห์โดดเด่น” นักออกแบบเมคอัพและซูเปอร์ไวเซอร์ฝ่ายเมคอัพ เอฟเฟ็กต์ โจเอล ฮาร์โลว์ อธิบาย “ผมคิดว่าเส้นสีขาวและดำจากเมคอัพของเธอ ผสมผสานกับส่วนตรงผมของเธอทำให้เธอมีลุคที่ลืมไม่ลงครับ”
“ผมคิดว่าเจย์ลาห์เป็นตัวละครโปรดตัวใหม่ของผม” อับรามส์กล่าว “เธอเป็นตัวละครที่แข็งแกร่ง ตลก น่ารักและแสบซ่าส์อย่างเหลือเชื่อ เธอกลายเป็นพันธมิตรคนสำคัญสำหรับลูกเรือและโซเฟียก็ทำได้อย่างเหลือเชื่อในการเนรมิตชีวิตให้กับเธอครับ”

15

ชื่อภาพยนตร์      STAR TREK BEYOND
ชื่อไทย      สตาร์ เทรค ข้ามขอบจักรวาล
วันที่เข้าฉาย      20 กรกฏาคม 2559
จัดจำหน่าย      บริษัท ยูไนเต็ด อินเตอร์เนชั่นแนล พิคเจอร์ส (ฟาร์อีสต์) จำกัด


<a href="http://www.youtube.com/watch?v=AW03MJANgUk" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=AW03MJANgUk</a>

เตรียมมันส์ทะลุจอกับ Star Trek Beyond สตาร์ เทรค ข้ามขอบจักรวาล

เตรียมพบกับการกลับมาของภาพยนตร์แอ็คชั่นไซไฟสุดยิ่งใหญ่ Star Trek Beyond สตาร์ เทร็ค ข้ามขอบจักรวาล สนุกสุดมันส์ไปกับการผจญภัยครั้งใหม่ของลูกเรือยานเอนเตอร์ไพร์ส จากฝีมือกำกับโดย จัสติน ลิน (จากแฟรนไชส์ Fast & Furious) โดยที่ เจ. เจ. อับรามส์ ยังดูแลงานสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้อยู่ด้วย

ภาพยนตร์เรื่องนี้ เขียนบทโดย ไซม่อน เพ็กก์ และดั๊ก จุง โดยที่นักแสดงทีมเดิมอย่าง คริส ไพน์, แซ็คคารี ควินโต, โซอี้ ซัลดานา, คาร์ล เออร์บัน, แอนตัน เยลชิน และ จอห์น โช ก็กลับมารับบทเดิมทั้งทีม ในภาคนี้ ยังมีการเสริมทัพนักแสดงอย่าง ไอดริส เอลบา, โจ ทาสลิม และโซเฟีย โบเทลลา อีกด้วย





ข้อมูลงานสร้าง

Star Trek Beyond ภาคต่อในแฟรนไชส์ Star Trek ที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลกและสร้างสรรค์โดยยีน ร็อดเดนเบอร์รีและถูกนำกลับมาสร้างใหม่โดยเจ.เจ. อับรามส์ในปี 2009 เป็นการกลับมาอีกครั้งของผู้กำกับจัสติน ลิน (แฟรนไชส์ The Fast and the Furious) ผู้มานั่งแท่นกำกับการผจญภัยครั้งยิ่งใหญ่ของยานยูเอสเอส เอนเตอร์ไพรส์และลูกเรือ ใน Beyond ลูกเรือเอนเตอร์ไพรส์ได้สำรวจสุดขอบจักรวาลไกลโพ้น ที่นั่น พวกเขาได้พบกับศัตรูใหม่ลึกลับ ผู้ทดสอบพวกเขาและทุกสิ่งที่สหพันธ์เป็น

พาราเมาท์ พิคเจอร์สและสกายแดนซ์ ภูมิใจเสนอ ผลงานสร้างโดยแบ๊ด โรบ็อท/สนีคกี้ ชาร์ค/เพอร์เฟ็กต์ สตอร์ม เอนเตอร์เทนเมนต์ Star Trek Beyond
 
ผู้ควบคุมงานสร้างได้แก่เจฟฟรีย์ เชอร์นอฟ, เดวิด เอลลิสัน, ดานา โกลด์เบิร์กและทอมมี ฮาร์เปอร์

อำนวยการสร้างโดยเจ.เจ. อับรามส์, พี.จี.เอ., โรแบร์โต้ ออร์ซี, ลินด์ซีย์ เวเบอร์, พี.จี.เอ. และจัสติน ลิน, พี.จี.เอ. สร้างขึ้นจากเรื่องราว Star Trek โดยยีน ร็อดเดนเบอร์รี เขียนบทโดยไซมอน เพ็กก์และดั๊ก จุง กำกับโดยจัสติน ลิน นำแสดงโดยจอห์น โช, ไซมอน เพ็กก์, คริส ไพน์, แซ็คคี ควินโต, โซอี้ ซัลดานา, คาร์ล เออร์เบิน, แอนตัน เยลชิน, โซเฟีย บูเทลลาและอิดริส เอลบา

ข้อสังเกตพิเศษ: ในวันที่ 19 มิถุนายน ปี 2016 ครอบครัว Star Trek ได้สูญเสียสมาชิกคนหนึ่งไป การจากไปอย่างกระทันหันของแอนตัน เยลชินได้สร้างความเสียใจให้กับทีมงานและนักแสดงของ Beyond ทุกคน ทั้งทีมงาน นักแสดงและแฟนๆ ทั่วโลกต่างก็แสดงความรักที่มีต่อแอนตันและการแสดงในบทพาเวล เชคอฟของเขา

เยลชินจะเป็นที่จดจำจากความรักลึกซึ้งที่เขามีต่อภาพยนตร์และความรู้สึกซาบซึ้งที่มีต่อการได้ทำงานที่เขารัก “ผมรู้สึกซาบซึ้งใจทุกวันที่ผมอยู่ในกองถ่าย ถ้าผมรู้สึกเหมือนว่าตัวเองทำตัวไม่ซาบซึ้งล่ะก็ ผมก็จะผิดหวังกับตัวเองมากๆ เพราะเราทุกคนต่างก็โชคดีสุดๆ ที่ได้ทำในสิ่งที่งดงาม วิเศษสุดนี้...จำนวนคนและความพยายามที่ใช้ในการสร้างภาพเหล่านี้เพื่อให้ผู้ชมได้ดูเป็นอะไรที่บ้าสุดๆ และการได้เป็นส่วนหนึ่งของมันก็เป็นเรื่องพิเศษสุดครับ”

“เชคอฟมีช่วงเวลาโดดเด่นครับ” เยลชินเคยอธิบาย “แต่สิ่งที่ทำให้การรับบทเขาเป็นเรื่องสนุกคือความขำขันและความโลกสวยของเขา คุณสมบัติน่ารักนั้นที่วอลเตอร์ โคเอนนิก (ผู้รับบทเชคอฟคนแรก) นำมาสู่ตัวละครตัวนี้อย่างงดงาม ทำให้ผมรู้สึกโชคดีที่ได้เล่นกับมันครับ”

“ผมชื่นชอบการได้ร่วมงานกับแอนตัน” เจ.เจ. อับรามส์กล่าว “เขาเป็นคนที่ดีจริงๆ ผมไม่อยากจะเชื่อและรับไม่ได้เลยกับเรื่องที่ว่าเขาจากไปแล้วน่ะครับ”


“กัปตันยานเอนเตอร์ไพรส์คนใหม่”

“การได้ทำงานใน Star Trek เป็นหนึ่งในประสบการณ์ที่โชคดีที่สุดในชีวิตผม” ผู้อำนวยการสร้างเจ.เจ. อับรามส์ ชายผู้มีหน้าที่ในการเนรมิตชีวิตใหม่ให้กับแฟรนไชส์ไซไฟที่เป็นที่รัก และเพิ่งจะเฉลิมฉลองครบรอบปีที่ 50 ในปีนี้นี่เอง กล่าว “ยีน ร็อดเดนเบอร์รีได้สร้างโลกที่เหลือเชื่อ ที่ทำให้เราตื่นเต้นที่ได้แวะเวียนมาเยี่ยมมันครั้งแล้วครั้งเล่าน่ะครับ”

   หลังจากนั่งแท่นผู้กำกับในภาพยนตร์เรื่อง Star Trek ในปี 2009 และ Star Trek: Into Darkness ในปี 2012 อับรามส์และทีมงานของเขาก็ได้เลือกผู้กำกับจัสติน ลิน จากแฟรนไชส์ Fast & Furious ให้มาเนรมิตชีวิตให้กับ Beyond

   “จัสตินพิสูจน์ตัวเองครั้งแล้วครั้งเล่าว่าเป็นนักเล่าเรื่องที่แข็งแกร่งอย่างเหลือเชื่อ” อับรามส์อธิบาย “แต่สิ่งที่ทำให้ผมทึ่งที่สุดคือความรักแท้จริงที่เขามีต่อ Star Trek ผมรู้ว่าเขาจะสามารถจัดการกับซีเควนซ์แอ็กชันได้ แต่สิ่งที่ทำให้ผมตื่นเต้นที่สุดคือการได้ยินเขาพูดถึงตัวละครพวกนี้เหมือนกับว่าพวกเขาเป็นคนจริงๆ ที่เขารู้จัก เขาเป็นตัวเลือกที่เพอร์เฟ็กต์ครับ”

   ลิน ที่โตขึ้นมาในยุค 80s จำได้ว่า Star Trek ที่ถูกนำกลับมาฉายใหม่ กลายเป็นช่วงเวลาประจำของครอบครัว “ซีรีส์ Star Trek มีความพิเศษสำหรับผม เพราะการได้ดูเอพิโซดเก่าๆ พวกนี้เป็นเพียงช่วงเวลาเดียวที่ผมได้ใช้กับพ่อแม่ผม ลูกเรือเอนเตอร์ไพรส์ให้ความรู้สึกเหมือนเป็นครอบครัวของเราครับ”

   เช่นเดียวกับอับรามส์ ลินมีประสบการณ์ในการกำกับจอแก้วมาก่อนที่จะได้รับกุญแจในการขับเคลื่อนแฟรนไชส์นี้ “Star Trek มีความพิเศษสุดตรงที่มันครอบคลุมสื่อหลายประเภทครับ” ลินอธิบาย “หลังจากที่ผมได้ทำงานจอแก้ว ผมก็รู้สึกได้ถึงความท้าทายที่เจ.เจ.เจอในการเริ่มต้นเรื่องราวที่เป็นตอนๆ และทำให้มันกลายเป็นภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ช่วงฤดูร้อน เราได้คุยกันบ่อยๆ เกี่ยวกับการรักษาสมดุลระหว่างแอ็กชันที่คุณสามารถคาดหวังได้จากหนังแอ็กชันทุนหนา และการรักษาแก่นแท้และหัวใจสำคัญของซีรีส์นี้เอาไว้ครับ”

   “หนังภาคแรกเป็นเรื่องของการรวมกลุ่มที่จะกลายเป็นครอบครัวนี้ ภาคสองเป็นเรื่องเกี่ยวกับการเพิ่มพลังให้กับพวกเขาในการสู้กับภัยคุกคามใหม่” อับรามส์กล่าว “แต่ที่สุดแล้ว ทั้งสองภาคก็อยู่บนโลก ดังนั้น Beyond ก็จะเป็นครั้งแรกที่เราได้เห็นพวกเขาในภารกิจห้าปี มันเป็นโอกาสในการได้เห็นเอนเตอร์ไพรส์ผจญภัยในแบบที่จะทำให้คุณนึกถึงซีรีส์ดั้งเดิม ท่ามกลางอวกาศไกลโพ้นน่ะครับ”





Pages: [1] 2 3 ... 774