Show Posts

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - happy

Pages: [1] 2 3 ... 539
1

Myanmar in love in Bangkok  รักภาษาอะไร
ผู้กำกับ: ณิชยา บุญศิริพันธ์
ผู้แต่ง : ธนิตย์ จิตนุกูล, ณิชยา บุญศิริพันธ์
วันเข้าฉาย : 18/09/2014
ประเภท : Comedy, Romance, Drama
สถานที่ถ่ายทำ : Myanmar ,Thailand
ภาษา : ไทย
นักแสดง: ออง นาย โซ กรวีร์ พิมสุข ณภัทร กุลภาสวิชญ์ ภาวิณี พูนนิพัฒน์ จันทิมา ศรีสด ซอ ฟอร์ เด ออง ซอ ซอ แย โซะ อนุวัชระ พุทธพิทักษ์


<a href="http://www.youtube.com/watch?v=PH2DPJfcVF8" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=PH2DPJfcVF8</a>


เรื่องย่อ

แดน หนุ่มน้อยชามพม่าที่ได้ย้ายเข้ามาทำงานในกรุงเทพเพียงเพื่อที่จะรอพบ เค สาวช่างสักคนที่แดนไม่กล้าแม้แต่จะยืนข้างๆทั้งๆที่มีโอกาศได้อยู่ใกล้กันซึ่งคำว่า รัก กำลังจะทำให้แดนและเคไม่ใช่คนแปลกหน้าของกันและอีกต่อไป

<a href="http://www.youtube.com/watch?v=R0Fha2aFDl8" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=R0Fha2aFDl8</a>









2


โครงการ สปิริต อินชอน (Spirit Incheon)

<a href="http://www.youtube.com/watch?v=sDOoWENOx1c" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=sDOoWENOx1c</a>

โครงการ สปิริตอินชอน เป็นความร่วมมือของสมาคมกีฬาขี่ม้าแห่งประเทศไทยกับหน่วยงานภาครัฐและ ภาคเอกชน ในการสร้างภาพยนตร์สั้นแบบสปอตโฆษณา เพื่อสร้างการความรับรู้ของกีฬาขี่ม้าให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง และให้คนทั่วไป ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของกีฬาขี่ม้าว่าเป็นกีฬาหนึ่งที่คนไทยได้การยอมรับในระดับสากลเทียบเท่ากับ กีฬาประเภทอื่น  โดยมีคุณวินิจ เลิศรัตนชัย ซึ่งได้รับมอบหมายจากสมาคมฯให้มาดูแลเรื่องภาพลักษณ์และการตลาดของ กีฬาขี่ม้าในไทย เป็นเจ้าของ โปรเจคสำคัญนี้และยังควบตำแหน่งผู้จัดการทีม กีฬาขี่ม้าเอเชียนเกมส์อีกด้วย

คุณวินิจ เปิดเผยว่า เนื่องจากทางหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนเล็งเห็นความสำคัญในการที่จะผลักดัน และ สนับสนุนกีฬาขี่ม้า โครงการภาพยนตร์สั้นเรื่องสปิริตอินชอนจึงถือกำเนิดขึ้นโดยทีมงานได้บินไปถ่ายทำที่แคมป์ เก็บตัว นักกีฬาไทย ณ เมืองโซมูร์ ประเทศฝรั่งเศส

สำหรับเพลงประกอบของภาพยนตร์สั้นสปิริตอินชอน ชื่อว่า “ใจสู่ฝัน” โดยได้ศิลปินคุณกบ บิ๊กแอ๊ส เข้ามาช่วย ทำเพลง โดยมีเนื้อหาเกี่ยวกับการรวบรวมจิตใจ การสร้างสปิริตของทีมร่วมกัน และเป็นการชักชวน ให้คนอื่นๆ มาสานฝัน ร่วมกัน เพื่อชื่อเสียงของประเทศชาติ

MV เพลงพิเศษจาก BIG ASS "ใจสู่ฝัน SPIRIT INCHEON" เพื่อส่งกำลังใจให้ทีมนักกีฬาขี่ม้าทีมชาต­ิไทย ชุดลุยศึก เอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 17 ณ เมืองอินชอน ประเทศ เกาหลีใต้ ที่มี พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ เป็นหัวหน้านักกีฬาและลงแข่งขันในประเภท ศิลปการบังคับม้า (Dressage) รวมไปถึงทัพนักกีฬาไทยที่ Incheon Asian Games 2014 ทุกคน และเป็นเพลงประกอบในหนังสั้น "สปริต อินชอน" ที่ทางทีมงานเดินทางไปถ่ายทำการฝึกซ้อมของ­ทัพนักกีฬาไทยที่ประเทศฝรั่งเศส

FULL MOVIE "Spirit Incheon": http://youtu.be/dqnrq5_H4Yw

ขอขอบคุณ สมาคมขี่ม้าแห่งประเทศไทย Thailand Equestrian Federation และพี่ วินิจ เลิศรัตนชัย ที่ให้พวกเรา BIG ASS ได้ร่วมงานที่มีเกียรติครั้งนี้


เพลง ใจสู่ฝัน (spirit incheon)
เนื้อร้อง : ขจรเดช พรมรักษา
ทำนอง : พูนศักดิ์ จตุระบุล
เรียบเรียง : Big Ass


Produced by พูนศักดิ์ จตุระบุล
Recorded at Karma Sound studios
Engineered,Recorded & Digital editing : Shane Edwards & ภูริอาจ ธนาสุทธิชัย
Mixed by Shane Edwards
Mixed at Karma Sound studios
Mastered by Ted Jensen at Sterling Sound, NY


เส้นทางแห่งความฝัน ยังแสนไกล มันทำให้เธอท้อหัวใจ บ้างไหม
เหงื่อทุกหยดที่เธอนั้นคอยทุ่มเท เหมือนน้ำตาที่หลั่งรดหัวใจ ใช่ไหม
ฉันแค่อยากจะบอกให้รู้ ว่าเธอนั้นไม่เดินเดียวดาย

ความฝันจะเป็นของเธอ ไปให้สุดฟ้า คว้ามันเอาไว้ ขอให้เธอมั่นใจ
เพลง ๆ นี้จะเป็นเพี่อนเธอ ยามที่ทุกข์ทน เหนื่อยล้าหัวใจแค่ไหน
อยากให้รู้ว่า ฉันยังคอยส่งใจ

มองไปอาจไม่เห็น ซึ่งปลายทาง มันอาจจะดูเหมือนยิ่งเดิน ยิ่งไกล
แต่ดวงไฟแห่งความหวังในใจเธอ นั้นจะส่องทางให้เธอได้เจอ จุดหมาย
และฉันอยากให้เธอได้รู้ ว่าเธอนั้นไม่เดินเดียวดาย

ความฝันจะเป็นของเธอ ไปให้สุดฟ้า คว้ามันเอาไว้ ขอให้เธอมั่นใจ
เพลง ๆ นี้จะเป็นเพี่อนเธอ ยามที่ทุกข์ทน เหนื่อยล้าหัวใจแค่ไหน
อยากให้รู้ว่า ฉันยังคอยส่งใจ

เพื่อความฝันของเธอ เพื่อจุดหมายของเรา
แม้มันแสนยาวไกล สักเท่าไร มันต้องถึงสักวัน..

3

“ภูมิรักษ์ พิทักษ์น้ำ”

นายจตุพร บุรุษพัฒน์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานเปิดงานแถลงข่าวการจัดงาน โครงการ "ภูมิรักษ์ พิทักษ์น้ำ" เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พระชนมพรรษา 82 พรรษา 12 สิงหาคม 2557 และเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระชนมายุ 5 รอบ 2 เมษายน 2558 ในวันอนุรักษ์และพัฒนาแม่น้ำ คู คลองแห่งชาติ ประจำปี 2557  ณ ห้องประชุม ชั้น 9 กรมทรัพยากรน้ำ กรุงเทพมหานคร เมื่อวันก่อน

4
Cooler Master Hyper D92
Crossover Cooling

Cooler Master, ผู้นำในด้านการออกแบบ , คิดค้นนวัตกรรมและผลิตชิ้นส่วนอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ , อุปกรณ์ต่อพ่วงและอุปกรณ์สำหรับโทรศัพท์พกพา เปิดตัวระบบระบายความร้อนตัวใหม่นามว่า CoolerMaster Hyper D92.


เสริมแกร่งให้เคส Mid-Tower ของคุณ


Cooler Master Hyper D92 คือตัวระบายความร้อนในตระกูล Hyper ตัวใหม่ล่าสุดที่มาพร้อมกับท่อระบายความร้อนแบบ Direct Contact คือมีท่อไปป์ถึง 4 ท่อและพัดลมคู่ขนาด 92 มม. ด้วยพัดลมคู่ตัวนี้สามารถผลักดันความร้อนได้กว่า 47.5 ลูกบาศก์เมตรต่อนาทีที่ความดันอากาศที่ 3.13 มม.ผ่านทางช่องระบายความร้อนเพื่อสร้างประสิทธิภาพสูงสุด และเมื่อรวมพัดลมคู่ทั้งสองด้านที่ประกอบมากับตัวระบายความร้อนอย่างดีแล้ว Hyper D92 จะเป็นการระบายความร้อนที่ดียิ่งขึ้นเมื่อเทียบกับชุดระบายความร้อนแบบมาตรฐานทั่วไปไม่ว่าจะเป็นการไหลเวียนของอากาศในจุดตายที่ไม่สามารถไหลผ่านได้หรือแม้กระทั่งปัญหาที่เกิดจากการติดตั้งพัดลมซ้อนตำแหน่งกันก็จะได้รับการพัฒนาที่ดียิ่งขึ้น

เข้ากันได้กับทุกการใช้งาน


Cooler Master Hyper D92 นี้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อรองรับการใช้งานกับหน่วยประมวลผลยุคใหม่ โดยสามารถเสียบใช้งานได้กับหน่วยประมวลผลทั้งจาก Intel และ AMD และอุปกรณ์ที่มี LGA 2011-3, 1150 และ Socket FM2+, รวมไปถึงเทคโนโลยียุคก่อนหน้าอย่าง LGA 775 และ Socket AM2 ก็สามารถใช้งานได้ด้วยเช่นกัน Hyper D92 ที่มาพร้อมกับความสูง 146.4 มม.คือพัดลมระบายความร้อนสำหรับเคส mid-tower ที่ดีที่สุด

วางจำหน่ายแล้วตามร้านไอทีชั้นนำ ทั่วไทย

Hyper D92 มีจำหน่ายตามร้านไอทีชั้นนำทั่วไทยแล้วที่ราคา 1,390 บาท สามารถติดต่อขอข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ตัวแทนจำหน่ายสินค้า Cooler Master ใกล้บ้านของท่าน

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook CoolerMaster Thailand : www.facebook.com/coolermasterthai หรือข้อมูลเพิ่มเติมผ่านทางเวบไซต์ www.coolermaster.com

5
สสว. เผยผลผู้เข้ารอบสุดท้าย “สุดยอด SMEs แห่งชาติ”

สสว. ประกาศผลคัดเลือกผู้ประกอบการเข้าโค้งสุดท้ายชิงรางวัล “สุดยอด SMEs แห่งชาติ” ครั้งที่ 6
รวม 36 ราย จากผู้สมัครกว่า 1,000 ราย พร้อมเตรียมจัดงานใหญ่มอบรางวัลอย่างสมศักดิ์ศรี



               นางสาววิมลกานต์ โกสุมาศ รองผู้อำนวยการ รักษาการแทนผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผยว่า สสว. มีบทบาทหน้าที่และภารกิจในการให้การช่วยเหลือ ส่งเสริม และสนับสนุนผู้ประกอบการ SMEs โดยได้ดำเนินโครงการและกิจกรรมเพื่อพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ SMEs ในทุกมิติมาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการจัดกิจกรรมการประกวด “รางวัลสุดยอด SMEs แห่งชาติ” หรือ SMEs National Awards เพื่อมอบรางวัลให้กับกลุ่มธุรกิจ SMEs ที่มีประสิทธิภาพและความสามารถในการบริหารจัดการอย่างมีมาตรฐาน และเป็นการส่งเสริมให้ผู้ประกอบการ SMEs เกิดการสร้างมาตรฐาน คุณภาพ และกระตุ้นให้ผู้ประกอบการ SMEs เกิดแรงจูงใจ เกิดการปรับปรุงพัฒนาธุรกิจให้มีมาตรฐานไปสู่ระดับสากล

               สำหรับการจัดประกวดรางวัลสุดยอด SMEs แห่งชาติ ครั้งที่ 6 ประจำปี 2557 หรือ 6th SMEs National Awards 2014 มีกลุ่มธุรกิจ SMEs ที่เป็นเป้าหมายรวมทั้งสิ้น 4 ภาคอุตสาหกรรมหลัก 19 กลุ่มธุรกิจย่อย คือ ภาคการผลิต ได้แก่ ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม ธุรกิจสิ่งทอและแฟชั่น ธุรกิจเฟอร์นิเจอร์และผลิตภัณฑ์จากไม้ ธุรกิจหัตถกรรม ธุรกิจอัญมณีและเครื่องประดับ ธุรกิจเครื่องจักรกลและอุปกรณ์ ธุรกิจพลาสติกและยาง ธุรกิจชิ้นส่วนยานยนต์ ธุรกิจสิ่งพิมพ์ ธุรกิจไฟฟ้าและอิเล็คทรอนิกส์ ธุรกิจเซรามิก  ภาคการค้า ได้แก่ ธุรกิจค้าปลีก ภาคบริการ ได้แก่ ธุรกิจโรงแรม ท่องเที่ยว และภัตตาคาร ธุรกิจงานสร้างสรรค์และ ออกแบบ ธุรกิจโลจิสติกส์ ธุรกิจเพื่อสุขภาพ ธุรกิจก่อสร้าง ธุรกิจซ่อมบำรุง และวิสาหกิจที่ให้ความสำคัญเป็นพิเศษ ได้แก่ ธุรกิจเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม

               ทั้งนี้ เกณฑ์การพิจารณาตัดสินรางวัล ยังคงอ้างอิงเกณฑ์รางวัลคุณภาพแห่งชาติ (Thailand Quality Award-TQA) มาปรับใช้ เพื่อให้การพิจารณาต่างๆ มีความเหมาะสมและตรงกับวัตถุประสงค์ของโครงการ และได้รับความร่วมมือจากสถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ เป็นหน่วยงานร่วมดำเนินการ

               “การประกวดในปีนี้ มีผู้ประกอบการ SMEs ให้ความสนใจสมัครเข้าร่วมโครงการกว่า 1,050 ราย ทั้งจากภาคการผลิต การค้า การบริการ และวิสาหกิจที่ให้ความสำคัญเป็นพิเศษ รวม  19 กลุ่มธุรกิจ โดยคณะกรรมการซึ่งเป็นผู้ทรงคุณวุฒิจากสถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ ได้ทำการคัดเลือกผู้สมัครเข้าร่วมโครงการผ่านการสัมภาษณ์ และการตรวจประเมินสถานประกอบการ จนได้ผู้ผ่านเข้ารอบสุดท้าย จำนวน 36 ราย ที่มีสิทธิเข้าชิงรางวัลสุดยอด SMEs แห่งชาติ ครั้งที่ 6”


               โดยผู้ได้รับรางวัลในแต่ละประเภท นอกจากจะได้ถ้วยรางวัลและเกียรติบัตร จะได้รับสิทธิพิเศษตามที่ สสว. จัดขึ้น ได้แก่ สิทธิในการเข้าร่วมกิจกรรมฝึกอบรมหัวข้อต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการประกอบธุรกิจ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย สิทธิพิเศษในการพิจารณาคัดเลือกเข้าร่วมกิจกรรมด้านช่องทางการตลาด การจำหน่ายสินค้า การเข้าถึงแหล่งเงินทุน การจับคู่ธุรกิจทั้งในประเทศและต่างประเทศ สิทธิการเข้าร่วมกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์จากผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จ และสิทธิการเข้าร่วมประชาสัมพันธ์องค์กรในฐานะผู้ที่ได้รับรางวัล ผ่านช่องทางการประชาสัมพันธ์ของ สสว.

               นอกจากนี้ สสว. ยังได้รับความร่วมมือจากสถาบันเพิ่มฯ และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) มอบสิทธิประโยชน์แก่ผู้ที่ได้รับรางวัลประเภทต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ส่วนลดค่าเข้าร่วมอบรมในหลักสูตรต่างๆ ของสถาบันเพิ่มฯ การยกเว้นค่าธรรมเนียมสมาชิกของสถาบันเพิ่มฯ เป็นเวลาระยะ 1 ปี รวมถึงสิทธิการเข้าร่วมกิจกรรมเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับบทบาทของตลาดทุน แนวทางในการจัดหาทุน การใช้ทุนอย่างมีประสิทธิภาพ การเข้าเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย รวมถึงการเตรียมความพร้อมให้ธุรกิจก้าวสู่ความสำเร็จ ซึ่งเป็นการสนับสนุนให้ผู้ประกอบการ SMEs สามารถใช้ตลาดทุนเป็นเครื่องมือเพื่อการเติบโตที่ยั่งยืนทางธุรกิจ จำนวน 1 ครั้ง

               “สสว. หวังว่า การจัดประกวดรางวัลสุดยอด SMEs แห่งชาติ จะเป็นการสร้างแรงบันดาลใจ และกระตุ้นให้ผู้ประกอบการ SMEs ตื่นตัว และตระหนักถึงการปรับปรุงและพัฒนาศักยภาพการบริหารจัดการให้มีความเข็มแข็ง สามารถแข่งขันได้ทั้งในระดับประเทศและระดับสากล”

               นายสุวรรณ เหรียญเสาวภาคย์ รองผู้อำนวยการ รักษาการแทนผู้อำนวยการสถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ เปิดเผยว่า คณะกรรมการจะทำการคัดเลือกผู้ประกอบการ SMEs ที่ผ่านเข้ารอบสุดท้ายทั้ง 36 ราย โดยทำการคัดเลือกผู้ที่มีคะแนนสูงสุดในแต่ละกลุ่มธุรกิจ คือผู้ที่มีคะแนนตั้งแต่ 800 คะแนนขึ้นไป จะได้รับรางวัล “สุดยอด SMEs แห่งชาติ” ผู้ที่มีคะแนนตั้งแต่ 700-799 คะแนน จะได้รับรางวัล “SMEs ดีเด่น” และผู้ที่ได้รับรางวัลตั้งแต่ 600-699 คะแนน จะได้รับรางวัล “SMEs ดาวรุ่ง” โดยในแต่ละรางวัลจะไม่มีการจำกัดจำนวนของรางวัล

               สำหรับงานประกาศผลและมอบรางวัล “สุดยอด SMEs แห่งชาติ” จะจัดให้มีขึ้นในวันที่ 25 กันยายน 2557 ณ โรงแรม S31 ถนนสุขุมวิท กรุงเทพฯ

รายชื่อผู้ประกอบการ SMEs ที่เข้ารอบสุดท้าย
รางวัลสุดยอด SMEs แห่งชาติ ครั้งที่ 6

1.   ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม

   1.1    บริษัท ซันไซน์อินเตอร์เนชั่นเนลจำกัด
   1.2    บริษัท ทรอปิคานา ออยล์ จำกัด
   1.3    บริษัท โทฟุซัง จำกัด
   1.4    บริษัท เอ็น แอนด์ บี พิซซ่า เครป จำกัด
   1.5    บริษัท เวย์ตาน่า จำกัด
   1.6    บริษัท เดอะวอฟเฟิล ซัพพลาย จำกัด


2.   ธุรกิจสิ่งทอและแฟชั่น

   2.1    บริษัทคัฟเวอร์แนนท์ จำกัด

3.   ธุรกิจเฟอร์นิเจอร์และผลิตภัณฑ์จากไม้

   3.1   บริษัท ดีไซน์ ออลเทอร์เนทีฟจำกัด

4.   ธุรกิจหัตถกรรม

   ไม่มีกิจการได้รับรางวัล

5.   ธุรกิจอัญมณีและเครื่องประดับ

   ไม่มีกิจการได้รับรางวัล

6.   ธุรกิจเครื่องจักรกลและอุปกรณ์

   6.1   บริษัท กลอบอลซีล จำกัด
   6.2      บริษัท แกมมาโก้(ประเทศไทย) จำกัด


7.   ธุรกิจพลาสติกและยาง

   7.1   บริษัท ทีมพลาส เคมิคอล จำกัด
   7.2   บริษัท    ไมครอนโปรโมชั่น จำกัด


8.   ธุรกิจชิ้นส่วนยานยนต์

   8.1   บริษัท เซเว่น ซีส์ อินโนเวชั่น จำกัด
   8.2   บริษัท    เอส.ที.ไรซิ่ง จำกัด
   8.3   บริษัท    ชัยวัชระรับเบอร์  จำกัด


9.   ธุรกิจสิ่งพิมพ์

   ไม่มีกิจการได้รับรางวัล

10.   ธุรกิจไฟฟ้าและอิเล็คทรอนิกส์

   ไม่มีกิจการได้รับรางวัล

11.   ธุรกิจเซรามิก

   ไม่มีกิจการได้รับรางวัล

12.   ธุรกิจค้าปลีก

   12.1   บริษัท อุดรกระจกรถยนต์ จำกัด
   12.2   ห้างหุ้นส่วนจำกัด จีเอสบีแก๊ส
   12.3   บริษัท ไลท์ติ้ง แอคเชลโชรี่ จำกัด


13.   ธุรกิจซ่อมบำรุง

   13.1   บริษัท เดอะคูล เซอร์วิส จำกัด

14.   ธุรกิจโรงแรม ท่องเที่ยว และภัตตาคาร

   14.1   ปานวิมานรีสอร์ท
   14.2   น่านบูติกโฮเทล
   14.3   บริษัท หนุ่มสาวทัวร์ จำกัด
   14.4   บริษัท ที แอนด์ เอ ไอเดียพลัส จำกัด


15.   ธุรกิจงานสร้างสรรค์และออกแบบ

   15.1   บริษัท รักลูก เอ็ดดูเท็กซ์ จำกัด
   15.2   บริษัท ลูนูลา จำกัด


16. ธุรกิจโลจิสติกส์

   16.1   บริษัท เอส.พี.เค เครน จำกัด

17.  ธุรกิจเพื่อสุขภาพ

   17.1   บริษัท เอ็ม วาย อาร์ คอสเมติกส์ โซลูชั่น จำกัด
   17.2       บริษัท ดร.อรวรรณ โฮลิสติกแอนตี้ เอจจิ้ง อินสติติว จำกัด
   17.3   บริษัท บ้านประคบทองไทยสปา จำกัด
   17.4   บริษัท ซีดีไอพี (ประเทศไทย) จำกัด
   17.5   บริษัท ทิวาริน จำกัด
   17.6   บริษัท เคลอินดัสทรีแอนด์มาร์เก็ตติ้ง จำกัด


18. ธุรกิจก่อสร้าง

   18.1   บริษัท เรียลแอสเสท  ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด
   18.2   ห้างหุ้นส่วนจำกัด จักรวาลบุรีรัมย์


19. ธุรกิจเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม

   19.1   บริษัท ที-เน็ต  จำกัด
   19.2   บริษัท วังดุม เมาท์เทน แคมป์ จำกัด

6
โรงภาพยนตร์ในเครือ เอส เอฟ จับมือ บัตรเครดิตกสิกรไทย และวีซ่า
มอบสิทธิพิเศษสำหรับผู้ถือบัตรเครดิตเคเวฟกสิกรไทย ไม่ต้องรูด...ไม่ต้องเซ็น


สุวรรณี  ชินเชี่ยวชาญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานการตลาด  บริษัท เอส เอฟ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (ที่ 2 จากซ้าย)ชาติชาย พยุหนาวีชัย รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย (ที่ 3 จากซ้าย) จับมือ สมบูรณ์ ครบธีรนนท์ ผู้จัดการวีซ่า อินเตอร์เนชันแนล ประจำประเทศไทย (ที่ 4 จากซ้าย) ร่วมมอบสิทธิพิเศษให้แก่ผู้ถือบัตรเครดิตเคเวฟกสิกรไทย รับรางวัลสุดคุ้ม 2 ต่อเพียงใช้จ่ายผ่านบัตร โดยต่อที่ 1 ให้ผู้ถือบัตรได้ดูหนังสุดคุ้มที่โรงภาพยนตร์ในเครือ เอส เอฟ ทุกสาขา ทุกวัน ทุกเรื่อง ทุกรอบ เพียง 50 บาทต่อที่นั่ง และต่อที่ 2 รับฟรี 500 คะแนนทันที เมื่อแตะผ่านบัตรเครดิตเคเวฟกสิกรไทย ครบ 5 ครั้ง โดยผู้ถือบัตรสามารถรับสิทธิพิเศษดีๆแบบนี้ได้ตั้งแต่วันนี้– 31 ธันวาคม 2557 โดยสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ K-Contact Center โทร 0-2888-8888

7

วีซ่าและแอปเปิลเปิดศักราชใหม่แห่งการชำระเงินบนอุปกรณ์เคลื่อนที่



Visa Token Service นวัตกรรมแบบใหม่ที่จะทำให้การชำระเงินของลูกค้าปลอดภัยบนอุปกรณ์แอปเปิล การบริการรูปแบบใหม่นี้
จะเปิดใช้บริการในสถาบันทางการเงินทั่วสหรัฐอเมริกาในไตรมาสที่ 4 ของปี 2557

วีซ่า อินเตอร์เนชั่นแนลผู้นำด้านการชำระเงินระดับโลก สนับสนุนการพัฒนาด้านการชำระเงินแก่ผู้ใช้ไอโฟน 6 ไอโฟน 6 Plus และ Apple Watch การให้บริการแบบใหม่ภายใต้ชื่อ Visa Token Service จะสามารถทำให้สถาบันทางการเงินในประเทศสหรัฐอเมริกาที่เข้าร่วมการเปิดใช้บริการใหม่นี้ และสถาบันทางการเงินในประเทศอื่นๆในภายหน้า สามารถเพิ่มบัญชีบัตรเดบิตและเครดิตวีซ่าไปยัง Apple Pay ได้ การบริการด้านการชำระเงินรูปแบบใหม่จากแอปเปิลนี้จะสามารถทำให้ลูกค้าทำการซื้อขายที่แสนง่ายและปลอดภัยกับผู้ค้าสำหรับการซื้อผ่านร้านค้า และผ่านทางแอพพลิเคชั่น ในประเทศสหัฐอเมริกา

เทคโนโลยี Visa Token Service จะทำงานโดยการเปลี่ยนข้อมูลบัญชีบนบัตรชำระเงิน เป็นตัวเลขบัญชีดิจิตัล (token) ที่สามารถบันทึกบนอุปกรณ์มือถืออย่างปลอดภัยและสามารถนำไปใช้สำหรับการซื้อผ่านร้านค้า และการซื้อภายในแอพพลิเคชั่น (in app purchases) ทางวีซ่าจะให้บริการนี้แก่สถาบันทางการเงินโดยเริ่มแรกจะมีการเปิดให้บริการแก่สถาบันทางการเงินที่เข้าร่วมและจะมีการขยายการเปิดให้บริการแก่ลูกค้าทั่วประเทศสหรัฐอเมริกา

มร. ชาลีย์ ชาร์ฟ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร วีซ่า กล่าวว่า “การผสมผสานระหว่างความไว้วางใจในระบบ สเกลและความปลอดภัยเครือข่ายการชำระเงินของวีซ่า เข้ากับแอปเปิล เพย์ช่วยเสริมสร้างการใช้จ่ายแบบโมบาย์ เพย์เมนต์ แบบก้าวกระโดด เทคโนโลยี token ที่คุณกำลังเห็นของวีซ่านั้นจะสร้างประสบการณ์การจับจ่ายใช้สอยรูปแบบใหม่แก่ลูกค้าและร้านค้า การร่วมมือกับแอปเปิลเป็นแค่จุดเริ่มต้องและ เรายังมีโปรเจ็คต์อื่นๆ อีกมากมายในอนาคต”

Apple Pay จะทำให้ผู้ใช้สามารถทำการซื้อขายในสโตร์ที่มีการใช้บริการบ่อยและแอพพลิเคชั่นต่าง ๆ ใน Apple Store เพียงผ่านการสัมผัสด้วยนิ้วมือในขณะใช้งานไอโฟน 6 ไอโฟน 6 Plus และ Apple Watch ผู้ถือบัญชีวีซ่าจะยังคงได้รับสิทธิและผลประโยชน์รวมถึงความปลอดภัยเช่นเดียวกับผู้ใช้บัตรเดบิตและเครดิตวีซ่า

ด้วยการทำให้ผู้ถือบัญชีวีซ่าสามารถทำการซื้อขายผ่านร้านค้า และภายในแอพพลิเคชั่นมือถือ (in apps) ด้วยไอโฟน 6 ใหม่นี้ ผู้ใช้ไอโฟน 6 ไอโฟน 6 Plus และ Apple Watch จะได้รับประสบการณ์การชำระเงินผ่านการใช้อุปกรณ์ต่างๆอย่างไร้รอยต่อ

มร. ชาร์ฟ ยังกล่าวเพิ่มเติมอีกว่า “การผสมผสานระหว่างประสบการณ์ด้านดิจิตัลแบบใหม่จาก Apple และความสามารถด้านเครือข่ายการชำระเงินที่แข็งแกร่งของวีซ่าจะมอบประสบการณ์อันยอดเยี่ยมด้านการชำระเงินพร้อมด้วยระบบความปลอดภัยที่ได้รับการพัฒนาสำหรับผู้ใช้บัญชีวีซ่ากว่าหลายล้านคน ผู้ค้าและสถาบันทางการเงินอีกจำนวนมาก

ทั้งนี้ Apple Pay ได้มีการรวมเทคโนโลยีการชำระเงินของ CyberSource และ Authorize.Net ซึ่งทั้งสองเป็นบริษัทเทคโนโลยีการชำระเงินภายใต้วีซ่าเข้าไปด้วย เพิ่มทางเลือกสำหรับการจัดการธุรกรรมเงินอย่างบูรณาการ แก่ผู้ค้าออนไลน์และช่วยให้ผู้ค้าเหล่านั้นได้รับการชำระเงินจากการซื้อสินค้า และบริการจากไอโฟน 6 ไอโฟน 6 plus และ Apple Watch อย่างปลอดภัย

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมโปรดเยี่ยมชมได้ที่ www.visa.com/digitalsolutions


###

เกี่ยวกับวีซ่า
วีซ่าคือบริษัทผู้ให้บริการด้านเครือข่ายการชำระเงินระดับโลก แก่ลูกค้าบุคคล ธุรกิจ และสถาบันการเงิน ตลอดจนองค์กรรัฐ ในกว่า 200 ประเทศทั่วโลกด้วยเทคโนโลยีด้านเงินตราดิจิตอลที่รวดเร็ว ปลอดภัย และวางใจได้ โดยมี VisaNet หนึ่งในระบบเครือข่ายการทำงานด้านเงินตราดิจิตอลที่ทันสมัยมากที่สุดระบบหนึ่งของโลกเป็นรากฐาน ซึ่งสามารถประมวลและควบคุมการทำธุรกรรมได้กว่า 56,000 รายการในหนึ่งวินาที พร้อมด้วยระบบป้องกันการปลอมแปลงสำหรับลูกค้าบุคคล และการรับประกันการชำระเงินสำหรับร้านค้า วีซ่าไม่ใช่ธนาคารและมิได้มีบริการการออกบัตร เพิ่มวงเงินเครดิต หรือกำหนดอัตราค่าบริการแก่ผู้ถือบัตร หากแต่ให้บริการนวัตกรรมซึ่งส่งเสริมให้สถาบันการเงินสามารถมอบทางเลือกที่มีความหลากหลายให้แก่ลูกค้าได้ เช่น บริการชำระเงินจากยอดเงินในบัตรเดบิต หรือการใช้จ่ายด้วยวงเงินล่วงหน้าผ่านผลิตภัณฑ์บัตรเครดิตต่างๆข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวีซ่า ค้นหาได้ที่: www.corporate.visa.com และ @VisaNews

8
เลอโนโว เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ ตอบโจทย์ลูกค้าธุรกิจเพื่อการใช้งานที่เหนือระดับ

•   Lenovo ThinkPad Helix ใหม่ คอนเวอร์ทิเบิลอัลตร้าบุ้ก คงคอนเซ็ปต์หน้าจอถอดได้มาพร้อมความปลอดภัย, โปรเซสเซอร์ระดับพรีเมี่ยม
•   Lenovo ThinkCentre Tiny-in-One 23 เดสก์ท๊อปตั้งโต๊ะแบบ ออล-อิน-วันที่สามารถถอกแยกชิ้นส่วนเพื่อการใช้งานที่คล่องตัวของธุรกิจ

เลอโนโวเปิดตัว Lenovo ThinkPad Helix  อัลตร้าบุ้กใหม่ล่าสุด เสริมทัพลูกค้าธุรกิจองค์กรด้วยการผสานคุณสมบัติระหว่างโน๊ตบุ๊กและแท็บเล็ตเข้าด้วยกันแบบ 2-in-1 ตอบโจทย์การใช้งานธุรกิจและไลฟ์สไตล์ในเครื่องเดียว เครื่องมาพร้อมดีไซน์บางเบา สะดวกในการพกพา นอกจากนี้เลอโนโวยังเปิดตัวผลิตภัณฑ์น้องใหม่อย่าง ThinkCentre Tiny-in-One 23 เดสท็อปตั้งโต๊ะแบบอลล-อินวัน เพื่อเป็นอีกทางเลือกใหม่ให้ลูกค้าธุรกิจองค์กร

นายจีรวุฒิ วงศ์พิมลพร กรรมการผู้จัดการ บริษัท เลอโนโว (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “นี่คือนวัตกรรมล่าสุดจากเลอโนโวที่เราคิดค้นขึ้นเพื่อให้สามารถตอบสนองได้ทุกความต้องการของลูกค้าในทุกกลุ่มธุรกิจ   จากเดิมที่การใช้งานเป็นเพียงเดสท๊อปทั่วไป ปัจจุบันเรายกมาตรฐานให้สามารถเป็นได้ทั้งโน๊ตบุ๊กและแท็บเล็ตในเครื่องเดียว เลอโนโวมุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ช่วยให้นักธุรกิจและองค์กรทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น”


อัลตร้าบุ้กที่ผสานสองความต้องในหนึ่งเดียว

เลอโนโวตอบโจทย์ลูกค้าธุรกิจที่กำลังมองหาอุปกรณ์ที่พกพาง่ายแบบแท็บเล็ตแต่สามารถใช้งานได้ครบครันแบบโน๊ตบุ๊กด้วย Lenovo ThinkPad Helix อัลตร้าบุ้กแบบคอนเวอร์ทิเบิลระดับพรีเมี่ยมรุ่นใหม่ ที่เบากว่าเดิมถึง 12% ด้วยน้ำหนักรวมพียง 835 กรัม และบางกว่าเดิมถึง15% เหลือเพียง 0.38 นิ้ว

Lenovo ThinkPad Helix อัลตร้าบุ้กแบบ 2-in-1 ประกอบขึ้นด้วยฮาร์ดแวร์และซอฟ์ตแวร์คุณภาพอันดับหนึ่งโปรเซสเซอร์ Intel® Core™ M เพิ่มความสามารถในการประมวลผลเครื่องได้เร็วขึ้นกว่าเดิมถึง 30% นอกเหนือจากคุณภาพและความทนทานตามมาตรฐานแบรนด์ ThinkPad Lenovo ThinkPad Helix ยังมีดีไซน์ที่สวยงามเรียบหรูเหมาะกับนักธุรกิจ ผิวสัมผัสแบบ Aluminum ช่วยให้การถือเครื่องทำได้ง่ายไม่หลุดมือ แบตเตอรี่สามารถใช้งานได้ยาวนานถึง 12 ชั่วโมงซึ่งนานกว่ารุ่นก่อนถึง 60 เปอร์เซ็นต์

ผู้ใช้งานสามารถเลือกรุ่นใช้งานได้ตามความเหมาะสม โดยรุ่นอัลตร้าบุ้ก คีย์บอร์ดให้พลังแบตเตอรี่ยาวนานถึง 8 ชั่วโมง และรุ่นอัลตร้าบุ้ก โปร คีย์บอร์ด ให้พลังงานได้มากกว่า ถึง 12 ชั่วโมง Lenovo ThinkPad Helix ทั้งสองรุ่นมาพร้อมหน้าจอ Gorilla® Glass ให้ความทนทาน แสดงผลแบบ Full HD  เครื่องสามารถใช้งานร่วมกับปากกาดิจิไทเซอร์ เพิ่มความสะดวกในการจดบันทึก ลงลายเซ็น และการกรอกแบบฟอร์มต่างๆได้อีกด้วย



เดสก์ท๊อปออล-อิน-วันแบบแยกชิ้นส่วนได้เครื่องแรกจากเลอโนโว

Lenovo ThinkCentre Tiny-in-One (TIO) 23 หรือไทนี่-อิน-วัน 23 คือ ออล-อิน-วันเดกส์ท๊อปรุ่นใหม่ที่แยกชิ้นส่วนได้เพื่อการใช้งานที่คล่องตัว ซึ่งเลอโนโวพัฒนาขึ้นจากความคิดเห็นของลูกค้าธุรกิจที่ต้องการดีไวซ์ที่สามารถใช้งานได้แบบ มิกซ์ แอนด์ แมตช์ โดยได้นำหน้าจอมอนิเตอร์เลอโนโวขนาด 23 นิ้ว เชื่อมกับ Tiny พีซีที่สามารถเปลี่ยนเป็นรุ่นใหม่ได้ตามกาลเวลาโดยใช้หน้าจอเดิม

เลอโนโว ไทนี่-อิน-วัน 23 ติดตั้งง่ายเพียง 2 ขั้นตอน โดยผู้ใช้งานเลือกซื้อ ThinkCentre M223L ที่ต้องการซึ่งมาพร้อมหน้าจอHD ขนาด 23นิ้ว ความละเอียด 1920 x 1080 โดยสามารถปรับหน้าจอให้ได้มุมองศาที่สะดวกต่อการใช้งาน และเลือก ไทนี่-อิน-วัน ตัวที่ตอบโจทย์การใช้งานของผู้ใช้มากที่สุด ซึ่งไทนี่-อิน-วัน มาพร้อมตัวล็อกแบบ K-Lock ที่ช่วยยึด Tiny กับจอมอนิเตอร์เพื่อความปล่อยภัยของผู้ใช้งาน ขั้นตอนการติดตั้งต่อมาคือการนำสายเคเบิ้ลมาเชื่อมต่อระหว่าง Tiny กับจอมอนิเตอร์ ไทนี่-อิน-วัน มีช่องUSB ไว้รองรับการเชื่อมต่อถึง 8 ช่องเพื่อเป็นตัวเลือกในการใช้งาน ผู้ใช้จึงทำงานได้อย่างมืออาชีพไม่มีสะดุด

ผู้ใช้งานในองค์กรรัฐ, หน่วยงานการศึกษา และหน่วยงานด้านบริการต่างๆจะพึงพอใจกับความสามารถและความคล่องตัวของ ไทนี่-อิน-วัน  ซึ่งสามารถถอดเข้า-ออกเพื่อนำไปเชื่อมต่อกับหน้าจอ ThinkCenter M223L ได้อย่างง่ายดายในทุกที่ ทั้งยังสามารถนำ ไทนี่-อิน-วัน  ไปอัพเกรด, อัพโหลดข้อมูลต่างๆหรือนำไปซ่อมแซมเมื่อชำรุดได้สะดวกเพราไม่ต้องพกหน้าจอมอนิเตอร์ไปเหมือนเดกส์ท๊อปรุ่นอื่นๆ ผู้ใช้งานในภาคธุรกิจสามารถวางใจด้านความปลอดภัยจากระบบกุญแจแบบ K-Locked โดยแค่ผู้ถือกุญแจเท่านั้นที่สามารถถอด Tiny ออกจากจอมอนิเตอร์ได้  ไทนี่-อิน-วัน 23 จะเปลี่ยนประสบการณ์การทำงานคอมพิวเตอร์ของคุณให้เป็นเรื่องง่าย ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพเหนือกว่าเดกส์ท๊อปทั่วๆไป

รับข่าวสารล่าสุดเกี่ยวกับเลอโนโวได้ทาง RSS feeds หรือติดตามได้ใน Twitter และ Facebook
หรือสอบถามข้อมูลด้านผลิตภัณฑ์ที่ http://lenovothailand.com/ โทร. 02-689-6451 หรือ โทรฟรีที่ 1800 060 066


###

เกี่ยวกับเลอโนโว
เลอโนโว (HKSE: 992) (ADR: LNVGY) เป็นผู้ผลิตคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลรายใหญ่เป็นอันดับ 1 ของโลกและเป็นบริษัทผู้นำผลิตภัณฑ์พีซีพลัส มีมูลค่าธุรกิจ 34 พันล้านเหรียญสหรัฐ และมีฐานลูกค้าในกว่า 160 ประเทศทั่วโลก ด้วยความมุ่งมั่นพัฒนาคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลและอุปกรณ์เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตไร้สายที่มีคุณสมบัติโดดเด่น ธุรกิจของเลอโนโวพัฒนาขึ้นบนฐานการคิดค้นนวัตกรรม ซัพพลายเชนระดับโลกที่มีประสิทธิภาพสูง และการดำเนินงานเชิงกลยุทธ์อย่างเข้มแข็ง เลอโนโวก่อตั้งขึ้นจากการที่กลุ่มบริษัทเลอโนโวเข้าซื้อกิจการของแผนกคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลของไอบีเอ็ม โดยมีหน้าที่พัฒนา ผลิต และทำตลาดผลิตภัณฑ์ในกลุ่มเทคโนโลยีและบริการที่น่าเชื่อถือ มีคุณภาพสูง มีความปลอดภัย และใช้งานง่าย ผลิตภัณฑ์ของเลอโนโว ได้แก่ คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลภายใต้แบรนด์ Think สำหรับธุรกิจ และแบรนด์ Idea สำหรับผู้ใช้ทั่วไป รวมถึงเซิร์ฟเวอร์ เวิร์กสเตชั่น และอุปกรณ์เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตไร้สาย ได้แก่ แท็บเล็ตและสมาร์ทโฟน เลอโนโวมีศูนย์วิจัยหลักตั้งอยู่ที่เมืองยามาโตะ ประเทศญี่ปุ่น, กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน และเมืองราเล่ย์ รัฐนอธแคโรไลน่า ประเทศสหรัฐอเมริกา
อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.lenovo.com

9
เลือดที่ไม่เคยล้างออก กับ แค้นที่รอการชำระ
พบการประชันบทบู๊ครั้งสำคัญของ
บรูซ วิลลีส  แอ็คชั่นสตาร์พันธุ์อึด
เรน ซูเปอร์สตาร์แห่งเอเชีย
เจสัน แพทริค จาก สปีด เร็วกว่านรก2

<a href="http://www.youtube.com/watch?v=WeKL4H8BOqY" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=WeKL4H8BOqY</a>

“THE PRINCE คนอึดแค้นเกินพิกัด”

9 ตุลาคมนี้ ในโรงภาพยนตร์


10
แบล็คแคนยอน ขานรับเทศกาลกินเจบูม
จัดแคมเปญ “อิ่มเจ อิ่มใจ อิ่มบุญ เกื้อหนุนชาวนาไทย” ตั้งเป้าเพิ่มยอดขาย 15%


แบล็คแคนยอน มั่นใจกระแสรักสุขภาพและกินเจ 2 รอบ ครั้งแรกในรอบ 132 ปี ผลักดันให้เทศกาลกินเจปีนี้…คึกคัก จัดแคมเปญ “เฮลท์ตี้ เจ เฟสติวัล” พร้อมเปิดตัว “ข้าวฮางงอกหอมมะลิ” รสชาติอร่อย…มีสารกาบา (GABA) มากกว่าข้าวกล้อง  15 เท่า เสริฟ์กับเมนูอาหารเจสูตรเด็ด เอาใจคนถือศีลดูแลสุขภาพ ตั้งเป้าเพิ่มยอดขาย 15% พร้อมสานต่อกิจกรรม ซีเอสอาร์ ช่วยเหลือเกษตรกรให้มีรายได้ ให้บริการอาหารเจต่อเนื่องตลอดเทศกาล ณ ร้านแบล็คแคนยอน ทุกสาขาทั่วประเทศ ตั้งแต่ 24 กันยายน - 5 พฤศจิกายน 2557 นี้

นางกรรณิการ์ ชินประสิทธิ์ชัย ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและสื่อสารตราสินค้า บริษัท แบล็คแคนยอน (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า “ในเทศกาลกินเจปีนี้ เป็นครั้งแรกใน 132 ปี ที่ปฏิทินตามจันทรคติของจีน มีเดือน 9 ถึง  2 ครั้ง   ดังนั้น จึงมีการกำหนดให้มีการกินเจ 2 รอบ คือ รอบแรก ระหว่างวันที่ 24 กันยายน –2 ตุลาคม 2557 และ  รอบสอง ระหว่างวันที่ 24 ตุลาคม – 1 พฤศจิกายน 2557 ประกอบกับกระแสการรักสุขภาพและผู้ที่ถือศีลกินเจ ที่เพิ่มมากขึ้น แบล็คแคนยอน จึงได้จัดแคมเปญ “เฮลท์ตี้ เจ เฟสติวัล” [Healthy J Festival] อิ่มเจ อิ่มใจ อิ่มบุญ” ซึ่งจะให้บริการเมนูเครื่องดื่มและอาหารเจตลอดเทศกาล ณ ร้านแบล็คแคนยอน ทุกสาขาทั่วประเทศ ตั้งแต่ 24 กันยายน - 5 พฤศจิกายน 2557 นี้

แคมเปญ “เฮลท์ตี้ เจ เฟสติวัล” [Healthy J Festival] อิ่มเจ อิ่มใจ อิ่มบุญ” เพื่อต้อนรับเทศกาลกินเจปีนี้ แบล็คแคนยอน ได้จัดสร้างสรรค์เมนูอาหารและเครื่องดื่มอย่างพิถีพิถัน โดยนำเสนอเครื่องดื่ม “เจ” ที่มีส่วนประกอบด้วยถั่วเหลือง แหล่งรวมโปรตีนที่อุดมด้วยคุณค่าทางโภชนาการ ปราศจากคอเลสเตอรอล อาทิ กาแฟร้อนคาปูชิโนเจ, กาแฟเย็นคาเฟ ลาเต้เจ, ชาเขียวมัทชะลาเต้เย็นเจ, ชาไทยลาเต้เย็นเจ, เฮลเซลนัทซอยมิลค์แฟรปเป้ และน้ำอัญชันมะนาวเย็น  สำหรับเมนูอาหารเจยอดนิยมจะปรุงสดทุกเสิร์ฟ โดยคัดสรรมาให้เป็นพิเศษ อาทิ สลัดแอปเปิ้ลกุ้งแม่น้ำเจ,ไก่เส้นเจ, พล่าหมูย่างเจ, ยำวุ้นเส้นกุ้งแม่น้ำเจ, หมี่ซั่วไก่ผัดเม็ดมะม่วงหิมพานต์เจ, ข้าวผัดเขียวหวานไก่เส้นเจ  ข้าวผัดเห็ดหอมไก่เส้นเจ ที่เสิร์ฟพร้อมต้มแซ่บไก่เจ ฯลฯ 






ไฮไลท์ของเมนูข้าวในเทศกาลเจนี้   แบล็คแคนยอน ได้บริการ “ข้าวฮางงอกหอมมะลิ” จาก ต.โพนทอง อ.เมือง จ.ชัยภูมิ ภายในร้าน  และบรรจุแบบเป็นถุงสุญญากาศ 1 กิโลกรัม  เพื่อให้ลูกค้าสามารถนำกลับบ้านได้    ข้าวฮางงอกหอมมะลิ อุดมไปด้วยสารอาหาร มีสารกาบา (GABA) มากกว่าข้าวกล้อง 15 เท่า อุดมไปด้วยวิตามินมากมาย นับเป็นสิ่งดีๆ ที่แบล็คแคนยอน ตั้งใจมอบให้ลูกค้าได้ ร่วมอิ่มเจ อิ่มใจ อิ่มบุญ และมีสุขภาพที่ดีไปพร้อมๆ กัน

ปัจจุบัน แบล็คแคนยอน มีจำนวน  271สาขาทั่วประเทศ และในต่างประเทศ จำนวน 55 สาขา ในสิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย พม่า กัมพูชา ลาว ฟิลิปปินส์  และใน ปีนี้ มีแผนจะเปิดสาขาใหม่อีกหลายสาขา ทั้งใน รูปแบบ Full Restaurant และ Bakery Cafe ทั้งนี้ สำหรับ การจัดแคมเปญ “Healthy J Festival อิ่มเจ อิ่มใจ อิ่มบุญ” ช่วยตอบสนองความต้องการให้กับกลุ่มผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพและยึดถือตามประเพณีถือศีลกินเจ ในช่วงเทศกาลเจได้เป็นอย่างดี  โดยมูลค่าตลาดเทศกาลเจมีแนวโน้มที่เติบโตขึ้น โดยแบล็คแคนยอนตั้งเป้ามียอดขายเพิ่มขึ้นกว่า 15%

สำหรับกลยุทธ์ ในการรุกตลาดนั้น จะมุ่งเน้นเปิดร้านสาขาในหลากหลายทำเล ตกแต่งร้านในบรรยากาศที่สวยงาม พัฒนาผลิตภัณฑ์ต่างๆ  บริการลูกค้าให้ประทับใจ  จัดกิจกรรมส่งเสริมตลาดแบบ บีโลว์เดอะไลน์ และเน้นช่องทางสื่อออนไลน์มากขึ้น เพื่อเจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ โดยจะจัดกิจกรรมผ่าน เฟซบุ๊ก พร้อมอัพเดตข่าวสารโปรโมชั่น ตลอดจนจัดกิจกรรมเพื่อสร้างความสัมพันธ์ระหว่างลูกค้าเพื่อเป็นการรักษาฐานลูกค้าเดิมและขยายฐานลูกค้าใหม่อย่างต่อเนื่องนางกรรณิการ์ กล่าวสรุปในที่สุด






11
“กัมพูชาบิ๊กแบนด์” (Cambodia Bigband)
ออเครสตร้าคอนเสิร์ตครบรอบ 30 ปี แห่งตำนานบทเพลงอัลบั้มกัมพูชา


               บริษัทเฟรชแอร์ เฟสติวัล จำกัด โดย “วินิจ เลิศรัตนชัย” เอาใจสาวกศิลปินเพื่อชีวิตอันดับหนึ่งของประเทศไทย “วงคาราบาว” กับผลงานโซโล่อัลบั้มเดี่ยวของแอ๊ด คาราบาว ที่ดีที่สุดมาRE-MASTERED ในรูปแบบแผ่นเสียง “30th ANINIVERSARY THE FIRST SOLO ALBUM OF ADD CARABAO "CAMBODIA" เพื่อให้สมกับการครบรอบ 30 ปี ของอัลบั้มที่ทรงคุณค่าในคุณภาพเนื้อหา คุณภาพเสียง และ คุณภาพศิลปิน และพร้อมจัดคอนเสิร์ตที่ยิ่งใหญ่อลังการ โดยใช้ชื่อคอนเสิร์ตในครั้งนี้ว่า “กัมพูชาบิ๊กแบนด์” ออเครสตร้าคอนเสิร์ตครบรอบ 30 ปี แห่งตำนานบทเพลงอัลบั้มกัมพูชา โดย แอ๊ด คาราบาว และ ไทยแลนด์ ฟีลฮาร์โมนิก ออร์เครสตร้า (Cambodia Bigband By Ad Carabao & Thailand Phiharomic Orchestra)

               ย้อนหลังกลับไป เมื่อปี 2527 “อัลบั้มกัมพูชา” อัลบั้มเดี่ยวชุดปฐมฤกษ์ของ ยืนยง โอภากุล หรือ แอ๊ด คาราบาว ที่นับได้ว่าเป็นอัลบั้มที่มีการบันทึกเสียงได้ยอดเยี่ยม และบทเพลงที่ถูกประพันธ์และคัดสรรมาไว้ในอัลบั้ม ไม่ว่าจะเป็นเพลงกัมพูชา ดินน้ำลมไฟ ตำนานแผ่น ทะเลทราย คนหลังเขา ลาวเดินดิน เดือนเพ็ญ ฝ่าลมฝน จันทร์เจ้าขา และถามหาความรัก ถือได้ว่าเป็นบทเพลงที่มีท่วงทำนองไพเราะ และการใช้ภาษาที่งดงาม โดยได้นักดนตรีระดับมืออาชีพร่วมงานกันอย่างมากมาย

               พบกับคอนเสิร์ต “กัมพูชาบิ๊กแบนด์” โดย แอ๊ด คาราบาว และ ไทยแลนด์ ฟีลฮาร์โมนิก ออร์เครสตร้า Cambodia Bigband By Ad Carabao & Thailand Phiharomic Orchestra ในสถานที่ที่มีความสมบูรณ์แบบกับการแสดงนี้มากที่สุดในประเทศไทย คือ หอประชุมมหิดลสิทธาคาร มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา โอเปร่าเฮาส์ที่ใหม่ที่สุด และยิ่งใหญ่ที่สุดในเอเชีย สถานที่แสดงคอนเสิร์ตที่เพรียบพร้อมในทุกด้าน ทั้งองค์ประกอบของสถานที่ มุมมองการชมการแสดง ในวันเสาร์ที่ 27 กันยายน 2557 เวลา 19.00 น. และวันอาทิตย์ที่ 28 กันยายน 2557 เวลา 16.00 น. จำหน่ายบัตรที่ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ทุกสาขา หรือติดตามรายละเอียดได้ที่ www.vlovevinyl.com และ Facebook.com/vlovevinyl หรือที่ V LOVE Vinyl SHOP ชั้น 7 MBK และสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ 085-9144572






12
เฟย์ FFK  ชวนทุกร่วมสร้างบุญในงานพิธีประชุมธรรมมหามณฑลพิธี
ทำความดีครั้งยิ่งใหญ่ส่งท้ายปลายปี 2557



                เพราะถูกครอบครัวปลูกฝังเรื่องธรรมะมาตั้งแต่เล็กๆ งานนี้สาว เฟย์-พรปวีณ์ นีระสิงห์ สาวน้อยน่ารักหนึ่งในสมาชิกวง เฟย์ ฟาง แก้ว (FFK)  เลยถือโอกาสบอกบุญชวนแฟนๆ ร่วมจิตศรัทธาสร้างบุญครั้งยิ่งใหญ่ส่งท้ายปลายปี 2557 ใน “งานพิธีประชุมธรรมมหามณฑลพิธี แห่งพระอวโลกิเตศวร โพธิสัตว์กวนอิมพันกร” ในวันอาทิตย์ที่ 5 ตุลาคม  ที่ถูกจัดขึ้นโดย มูลนิธิหม่าชังซื่อ(ประเทศไทย) และ มูลนิธิเมตตาธรรม   งานนี้สาว เฟย์ พรปวีณ์ ขออาสาชวนแฟนๆ มาร่วมทำบุญในครั้งนี้ไปพร้อมกันๆ...

                “...โดยส่วนตัวแล้วการได้มีส่วนร่วมในการทำบุญครั้งนี้ถือว่าเป็นกิจกรรมที่ดีที่สุดสำหรับครอบครัวเลยค่ะ  เพราะเมื่อปีที่แล้วทั้งคุณพ่อ คุณแม่ ตัวเฟย์และน้องสาว ได้มีโอกาสเข้าร่วมพิธีนี้  พอไปถึงสิ่งแรกที่เห็นคือมีผู้คนที่มีจิตศรัทธามาเข้าร่วมงานนี้กันเยอะมาก เฟย์รับรู้ได้ถึงพลังศรัทธาของแต่ละคนที่มาร่วมงาน ระหว่างการร่วมพิธี  ถึงแม้จะไม่ได้ใช้ภาษาที่เราฟังแล้วเข้าใจได้เลย  แต่ทุกบทสวดที่พระอาจารย์ได้สวดตลอดทำให้เฟย์รู้สึกสัมผัสได้ถึงพลังบางสิ่งที่เรามองไม่เห็น  แต่รู้สึกได้ว่ามันเกิดพลังบางอย่างขึ้นกับเราจริงๆ คะ  หลังร่วมพิธีเสร็จตัวเฟย์และครอบครัวรู้สึกว่าอิ่มบุญไปตามๆ กัน  เพราะพิธีประชุมธรรมฯในครั้งนี้ถือเป็นพิธีที่ศักดิ์สิทธิ์ เป็นศูนย์รวมของคนที่มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา  ทุกคนมาด้วยจิตศรัทธาและปรารถนาดีที่มาสร้างบุญด้วยกัน  เพื่อให้เราได้พบเจอแต่เรื่องราวดีๆ ค่ะ อย่างตัวเฟย์เองสิ่งที่สัมผัสได้หลังจากเข้าร่วมพิธี  เฟย์รู้สึกว่าชีวิตเฟย์ไม่ค่อยมีอุปสรรค การงานราบรื่น แถมยังมีแต่สิ่งดีๆ ผ่านเข้ามา  ที่สำคัญไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้นนะคะ

                และปีนี้เฟย์เองก็อยากพาครอบครัวไปร่วมรับบุญกุศลด้วยตัวเอง  เพราะคิดว่าหลายๆ คนอาจจะยังไม่เคยมีประสบการณ์การรับบุญในรูปแบบนี้  อยากให้ลองมาเข้าร่วมพิธีในครั้งนี้กันดูค่ะ เพราะทุกอย่างขึ้นอยู่กับจิตใจและความศรัทธาของแต่ละบุคคล  แค่เราไปร่วมงานก็เท่ากับว่าเรามีจิตศรัทธาและเชื่อมั่นในศาสนาแล้วค่ะ แล้วพบกันวันอาทิตย์ที่ 5 ตุลาคมนี้นะคะ...”

                แฟนๆ สามารถร่วมทำบุญกับสาวเฟย์พรปวีณ์ นีระสิงห์ ใน “พิธีประชุมธรรมมหามณฑลพิธี แห่งพระอวโลกิเตศวร โพธิสัตว์กวนอิมพันกร” ภายใต้การสนับสนุนโดย  มูลนิธิหม่าชังซื่อ(ประเทศไทย) และ มูลนิธิเมตตาธรรมวันอาทิตย์ที่ 5 ตุลาคมนี้  ณ ศูนย์นิทรรศการ และการประชุม  ไบเทคบางนา (ฮอลล์106) โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย  สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทรศัพท์ 02-496-3255-57 หรืออีเมลล์ : macangthailand@gmail.com หรือ www.macangthailand.com

13
ซีพี  ส่งข้าวผัดทวิสต์เจาะตลาดวัยโจ๋
จัดกิจกรรมโรดโชว์แนะนำผลิตภัณฑ์สถาบันการศึกษาทั่วประเทศ

ซีพี ลุย แคมเปญ“ซีพีข้าวผัดทวิสต์ ฮิต…ทั้งขบวน” : บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) ในกลุ่มซีพีเรดดี้มีล จัดกิจกรรม Roadshow “ซีพีข้าวผัดทวิสต์ ฮิต…ทั้งขบวน” ขนผลิตภัณฑ์ใหม่ ข้าวผัดทวิสต์ 3 รสชาติ ได้แก่ ข้าวผัดต้มยำไก่,ข้าวผัดกระเทียมไก่พริกไทยดำ,ข้าวผัดกะเพราไก่คลุก แจกชิมสถาบันการศึกษาทั่วประเทศ นำร่อง 5 สถาบันใน จ. กรุงเทพมหานคร อาทิ มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนสุนันทา ,มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้า ธนบุรี ,มหาวิทยาลัยศรีปทุม ,มหาวิทยาลัยราชภัฎพระนคร และมหาวิทยาลัยกรุงเทพ (รังสิต) โดยพร้อมจัดจำหน่ายในราคาเพียงกล่องละ 39 บาท  ติดตามความเคลื่อนไหวของกิจกรรมการตลาดของข้าวผัดทวิสต์ในแคมเปญ“ซีพีข้าวผัดทวิสต์ ฮิต…ทั้งขบวน”  ได้ที่ www.facebook.com/wearecp

                บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) ในกลุ่มเรดดี้มีล บุก 5 สถาบันการศึกษาชื่อดังในกรุงเทพฯ อาทิ มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนสุนันทา ,มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้า ธนบุรี ,มหาวิทยาลัยศรีปทุม ,มหาวิทยาลัยราชภัฎพระนคร และมหาวิทยาลัยกรุงเทพ (รังสิต)  จัดกิจกรรม Roadshow ในชื่อ “ซีพีข้าวผัดทวิสต์ ฮิต…ทั้งขบวน” แนะนำผลิตภัณฑ์ใหม่ ข้าวผัดทวิสต์ 3 รสชาติ ประกอบด้วย ข้าวผัดต้มยำไก่,ข้าวผัดกระเทียมไก่พริกไทยดำ,ข้าวผัดกะเพราไก่คลุก รสชาติตามแบบฉบับไทยแท้  พร้อมจำหน่ายในราคาเพียงกล่องละ 39 บาท  กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นเมื่อช่วง วันที่ 25 - 28 สิงหาคมที่ผ่านมา โดยนอกจากบรรดานักศึกษาจะได้ลิ้มลองความอร่อยของผลิตภัณฑ์กลุ่มเรดดี้มีลแล้ว ยังได้ร่วมสนุกใน “กิจกรรม แชะ แชร์ ชิม อร่อยฟิน กับซีพีข้าวผัดทวิสต์” โดยกิจกรรมครั้งนี้ได้รับการตอบรับที่ดีจากนักศึกษาทั้ง 5 มหาวิทยาลัย และเดือนกันยายนนี้เตรียมพบกับคาราวานความอร่อยครั้งต่อไป ตามสถาบันการศึกษาทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด โดยสามารถติดตามความเคลื่อนไหวของกิจกรรมส่งเสริมการตลาดของข้าวผัดทวิสต์ในแคมเปญ “ซีพีข้าวผัดทวิสต์ ฮิต…ทั้งขบวน”  ได้ที่ www.facebook.com/wearecp


















14
“ต้นหญ้าหวาน” เทรนด์ใหม่ของคนรักสุขภาพ
ให้ความหวานจากธรรมชาติ แต่ปราศจากแคลอรี่


                การมีสุขภาพ พร้อมรูปร่างที่ดีเป็นสิ่งที่สาวๆ หลายคนปรารถนา ซึ่งคุณผู้หญิงทั้งหลายมักมีการดูแลรูปร่าง และควบคุมน้ำหนักที่แตกต่างกันออกไป ทั้งการออกกำลังกาย การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน รวมทั้งการอดอาหาร แต่หารู้ไม่ว่าการ “อดอาหาร” ที่เหล่าคุณผู้หญิงส่วนมากกำลังเผชิญอยู่นั้น นำมาซึ่งผลเสียต่างๆ อาทิ โรคกระเพาะอาหาร ร่างกายอ่อนเพลีย และอารมณ์แปรปรวน เป็นต้น นอกจากนี้ยังเป็นการทรมานร่างกาย แถมบางรายอาจเกิดโยโย่เอฟเฟคตามมาภายหลังอีกด้วย เพราะฉะนั้นการควบคุมน้ำหนักด้วยวิธีอดอาหารจึงไม่ควรปฏิบัติเป็นอย่างยิ่ง หากแต่เราควรลองเปลี่ยนพฤติกรรมการรับประทาน รู้จักควบคุมอาหารให้ถูกต้อง เลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ลดการกินอาหารจำพวกแป้ง และน้ำตาลให้น้อยลง โดยเมื่อเร็วๆ นี้ ได้มีการทำการวิจัยและค้นพบ สารให้ความหวานที่สกัดจากธรรมชาติอย่าง “ต้นหญ้าหวาน” ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมของผู้ที่รักสุขภาพ และผู้ที่ควบคุมน้ำหนักเป็นอย่างมาก


คุณสมบัติ วิจันทมุข




                คุณสมบัติ วิจันทมุข ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริษัท มาลีสามพราน จำกัด (มหาชน) ได้กล่าวถึงสารให้ความหวานที่สกัดจากธรรมชาติอย่าง “ต้นหญ้าหวาน” ว่า จริงๆ แล้วต้นหญ้าหวานเป็นที่นิยมในประเทศทางฝั่งซีกโลกตะวันตกมานานหลายปี และนิยมบริโภคกันมากในกลุ่มคนรักสุขภาพ แต่ต้นหญ้าหวานเริ่มเข้าสู่ประเทศไทยตั้งแต่ปี พ.ศ. 2550 จัดเป็นพืชสมุนไพรชนิดหนึ่ง โดยเมื่อนำต้นหญ้าหวานมาสกัด จะได้สารสกัดจากธรรมชาติที่สำคัญ ที่เรียกว่า สตีวิออลไกลโคไซด์ (Steviol glycosides) หรือ สตีเวีย (Stevia) มีคุณสมบัติสามารถให้ความหวานมากกว่าน้ำตาลทรายถึง 200-300 เท่า แต่ไม่ให้พลังงาน เพราะไม่มีส่วนประกอบของคาร์โบไฮเดรต ที่ร่างกายสามารถใช้เป็นพลังงานได้ จึงปราศจากแคลอรี่ ไม่ทำให้น้ำตาลในเลือดสูง แต่กลับช่วยลดน้ำตาลในเลือด เหมาะสำหรับผู้ที่เป็นโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิต โรคอ้วน และโรคหัวใจ รวมถึงผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก เพราะช่วยลดไขมันในร่างกายและในเส้นเลือด

                ด้านผลงานวิจัยของทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ยังกล่าวเสริมว่า สารสกัดจากต้นหญ้าหวานมีความปลอดภัยในทุกๆ กรณี โดยค่าสูงสุดที่กินได้อย่างปลอดภัยคือ 7,938 มิลลิกรัม/กิโลกรัม ซึ่งสูงมาก เทียบเท่ากับการผสมในเครื่องดื่มหรือกาแฟถึง 73 ถ้วยต่อวัน โดยปรกติคนส่วนใหญ่ดื่มกาแฟกันประมาณ 2-3 ถ้วยเท่านั้น ซึ่งการใช้ต้นหญ้าหวานอย่างปลอดภัย คือ ประมาณ 1-2 ใบต่อเครื่องดื่ม 1 ถ้วย ถือเป็นปริมาณที่เหมาะสม และไม่หวานมากจนเกินไป สารสกัดจากต้นหญ้าหวานนี้ สามารถใช้บริโภคแทนน้ำตาลได้ และสามารถทานได้ทุกเพศทุกวัย

                ทั้งนี้ ปัจจุบันสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้ขึ้นทะเบียนให้สารสกัดธรรมชาติจากต้นหญ้าหวาน อย่างสารสตีวิออลไกลโคไซด์ (Steviol glycosides) หรือ สตีเวีย (Stevia) สามารถบริโภคแทนน้ำตาลได้ เพราะมีความปลอดภัยสูง ไม่เป็นอันตราย หรือมีผลข้างเคียงใดๆ โดยได้มีการนำไปใช้ในด้านอุตสาหกรรมต่างๆ อย่างเครื่องดื่ม ซึ่งช่วยสร้างความแตกต่างจากเครื่องดื่มแคลอรี่ต่ำทั่วไป ดังนั้นคุณผู้หญิงรักสุขภาพทั้งหลายที่กำลังมองหาตัวช่วยในการควบคุมน้ำหนัก หรือคุณผู้ชายที่ต้องการตัวช่วยในการควบคุมน้ำตาลในเลือด ลองเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบของสารสกัดจากธรรมชาติอย่างสตีเวีย (Stevia) เป็นทางเลือกใหม่ เพราะนอกจากจะให้ความหวานจากธรรมชาติแล้ว ยังปราศจากแคลอรี่อีกด้วย


คุณสมบัติ วิจันทมุข














15
เพลงใหม่ใกล้คลอด “นัน” รับงานหิน
พร้อมติวเข้มเล่นกีตาร์ลุยงานโปรโมท



                กระโดดจากเวทีนักล่าฝัน เข้ามาสู่ชายคาบ้าน “สหภาพดนตรี” และพร้อมปล่อยเพลงใหม่ งานนี้ “นัน สุนันทา ยูรนิยม” สาวเท่หน้าหวานมาก เผยพร้อมเต็มที่ปล่อยเพลงปลายเดือนนี้ แถมทำการบ้านชุดใหญ่ติวเข้มทั้งร้องและกีต้าร์

                นันเล่าให้ฟังว่า “หรือว่าเธอ!” เป็นเพลงใหม่ล่าสุดของนันที่กำลังจะปล่อยให้แฟนๆ ได้ฟังกันในเดือนนี้  การทำงานเพลงคราวนี้พี่ๆ โปรดิวเซอร์ทำเพลงออกมา ได้เป็นตัวนันมากที่สุด ซึ่งนันเองมีไลฟ์สไตล์ ง่ายๆ ชอบจดบันทึก ถ่ายรูป และชอบนั่งร้านกาแฟ

                “โดยส่วนตัวชอบนั่งร้านกาแฟ ได้สังเกตผู้คน และชอบจดบันทึกจากเรื่องที่เจอมาในแต่ละวัน ทั้งเห็นมุมความรักของคนที่ผ่านมา ก็ฉุกคิดถึงความรักของตัวเอง บางช่วงก็มีมุมเหงาๆ แล้วก็ตามหา บางช่วงก็ยังไม่แน่ใจว่าใช่คนนี้รึป่าวหรือคนไหน เอาตรงนี้ได้เล่าให้พี่ๆ โปรดิวเซอร์ฟัง  เรื่องราวเลยออกมาเป็นเพลงใหม่ซึ่งเพลงนี้เป็นตัวนันมากๆค่ะ”


                เสร็จจากห้องอัด นักร้องสาว “นัน” ก็ได้ลุยซ้อมกีตาร์ โดยได้ “วิน เวย์สเตชั่น” ศิลปินร่วมค่ายเป็นคนติวเข้มให้ “เพลงใหม่ของนันเป็นเพลงฟังง่ายๆ แล้วโดยส่วนตัวเป็นคนชอบเล่นกีตาร์อยู่แล้ว แต่ไม่ค่อยเก่ง เพลงนี้เลยอยากมีอะไรพิเศษให้แฟนคลับบ้าง ประกอบกับค่ายนี้นักดนตรีเก่งๆ ทุกคน นันเลยไม่อยากเสียโอกาสที่จะเรียนเพิ่มเติม ได้พี่วินมาสอนแบบตัวต่อตัว จนนิ้วพองหมดแล้ว ยังไงรออีกนิดนะคะ”
นักร้องสาวกล่าวปิดท้าย


                พบกับเพลงใหม่แกะกล่องของสาวเท่หน้าหวาน “นัน” ได้เร็วๆนี้ และติดตามข่าวสารของศิลปินในสังกัดค่าย สหภาพดนตรี ได้ที่ www.facebook.com/wearemusicunion ตลอด24ชั่วโมง และทาง IG wearemusicunion  พร้อมดาวน์โหลดได้ที่ *492 222 กด36




Pages: [1] 2 3 ... 539