Show Posts

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - activity

Pages: [1] 2 3 ... 103
1



ท่องไปให้ไกลสุดขอบฟ้ากับรถมอเตอร์ไซค์ฮาร์ลีย์-เดวิดสันรุ่นใหม่ล่าสุด Pan America™ 1250 และ Pan America ™ 1250 Special สร้างขึ้นเพื่อความทนทาน ดีไซน์มาเพื่อการสำรวจ และออกแบบทางวิศวกรรมมาเพื่อการผจญภัย

2021 Pan America Global Reveal | Harley-Davidson
<a href="http://www.youtube.com/watch?v=MQh_9tCVKQw" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=MQh_9tCVKQw</a>

Everything is a Road: The Path to Pan America
<a href="http://www.youtube.com/watch?v=WF3pBM4eViE" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=WF3pBM4eViE</a>

กรุงเทพฯ, 23 กุมภาพันธ์ 2564 – ฮาร์ลีย์-เดวิดสัน พร้อมมอบอิสรภาพและการผจญภัยแบบไร้ขอบเขตผ่านรถมอเตอร์ไซค์ Pan America™  เพราะทุกๆที่คือเส้นทางของฮาร์ลีย์-เดวิดสัน รถมอเตอร์ไซค์คันนี้จึงถูกพัฒนาขึ้นสำหรับผู้ขับขี่ที่ต้องการบุกไปทุกสนาม ลุยไปทุกภูมิประเทศ ไม่ว่าจะข้ามแม่น้ำ ไต่ภูเขา ตะลุยทะเลทราย หรือแม้กระทั่งเผชิญหิมะอันหนาวเหน็บ รถมอเตอร์ไซค์อเนกประสงค์อันบึกบึน ดุดัน และมีกำลังล้นเหลือคันเหลือนี้ ได้รับการออกแบบขึ้นใหม่หมดจดโดยยังคงอยู่บนพื้นฐานของความเป็นฮาร์ลีย์-เดวิดสัน เพื่อเพิ่มความมั่นใจ พร้อมมอบประสบการณ์และจิตวิญญาณแห่งการผจญภัย ให้แก่ผู้ขับขี่เลือกออกไปท้าทายในทุกเส้นทาง

ฮาร์ลีย์-เดวิดสันได้นำวิศวกรรมและการออกแบบที่ยอดเยี่ยม มาเพื่อสร้างรถมอเตอร์ไซค์แอดเวนเจอร์-ทัวร์ริงตัวล่าสุด นั่นคือ Pan America™ 1250 และ Pan America™ 1250 Special โดยแต่ละรุ่นนั้น ได้รับการออกแบบด้วยเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย มาพร้อมกับคุณสมบัติระดับท็อป สมรรถนะที่โดดเด่น และอัดแน่นไปด้วยฟีเจอร์สุดพรีเมี่ยม

ถึงแม้ว่ารถมอเตอร์ไซค์สไตล์แอดเวนเจอร์ทัวร์ริงที่แตกต่างและคาดไม่ถึงรุ่นนี้ เสมือนเป็นแนวคิดใหม่จากฮาร์ลีย์-เดวิดสัน แต่ในความเป็นจริงแล้ว บริษัทฮาร์ลีย์-เดวิดสัน มีการศึกษาและพัฒนาเทคโนโลยีสำหรับการขับขี่สไตล์แอดเวนเจอร์ทัวร์ริงนี้มามากกว่าศตวรรษซึ่งหยั่งรากลึกมาตั้งแต่เริ่มแรก “ตอนที่บริษัทของเราก่อตั้งขึ้นเมื่อร้อยกว่าปีที่แล้ว ถนนต่างๆ ล้วนเต็มไปด้วยเส้นทางลุยฝุ่นเขรอะขระ ในขณะที่ฮาร์ลีย์-เดวิดสันของเราก็ยึดมั่นในอิสรภาพแห่งการการผจญภัยเสมอมา ดังนั้นผมจึงรู้สึกภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้นำเสนอ Pan America™ ซึ่งเป็นรถมอเตอร์ไซค์แนวแอนเวนเจอร์ทัวร์ริงรุ่นแรกที่ถูกออกแบบและผลิตในประเทศสหรัฐอเมริกา” โจเชน ซีดส์ ประธาน ผู้อำนวยการใหญ่ และประธานเจ้าหน้าที่บริหารฮาร์ลีย์-เดวิดสัน กล่าว “รถมอเตอร์ไซค์รุ่น Pan America™ นี้คือสัญลักษณ์แห่งการผจญภัย ซึ่งนักขับขี่ในสหรัฐอเมริกาและทั่วโลกหลงไหลที่จะสัมผัสประสบการณ์สู่อิสระภาพผ่านการขึ้นขี่เจ้ารถมอเตอร์ไซค์คันนี้”  เจสัน โมมัว นักแสดง แบรนด์แอมบาสเดอร์ของฮาร์ลีย์-เดวิดสัน และผู้หลงใหลในการผจญภัยกล่าว  นอกจากนี้ เขายังได้มีร่วมในการสร้างสรรค์รถมอเตอร์ไซค์รุ่น Pan America™ เพื่อนำเสนออิสระภาพอันไร้ขอบเขตออกสู่สายตาชาวโลก

รับชมวีดีโอเปิดตัวสุดพิเศษจาก เจสัน โมมัว ได้ที่ https://bit.ly/3kcrOA1

และสามารถรับชมวีดีโอเปิดตัว Pan America™ ฉบับเต็มได้ที่ https://bit.ly/2NUM3WA

รถมอเตอร์ไซค์รุ่น Pan America™ 1250 และ Pan America™ 1250 Special ใช้เครื่องยนต์ Revolution® Max 1250 แบบ V-Twin ใหม่ มีความจุกระบอกสูบ 1,250 ซีซี ซึ่งออกแบบมาให้สามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพในทุกช่วงความเร็ว แม้กำลังความเร็วรอบเครื่อง (RPM) จะสูงก็ตาม โดยเครื่องยนต์ Revolution® Max สุดล้ำนั้นถูกผนวกอยู่ในส่วนกลางของโครงรถเพื่อลดน้ำหนักโดยรวมของรถมอเตอร์ไซค์ให้เบาได้มากที่สุด (Pan America 1250 มีน้ำหนัก 242 กิโลกรัม ส่วน Pan America 1250 Special มีน้ำหนัก 258 กิโลกรัม)

ฮาร์ลีย์-เดวินสันได้พัฒนาเทคโนโลยีที่ทันสมัยมากมายเพื่อให้ Pan America™ สามารถมอบประสบการณ์การขับขี่อันไร้ที่ติให้แก่เหล่านักผจญภัย รถมอเตอร์ไซค์รุ่น Pan America™ นี้มีการใช้ระบบควบคุมด้วยอิเล็กทรอนิกส์ที่ทันสมัยหลายตัว ไม่ว่าจะเป็นในด้านของความปลอดภัย เช่น ระบบการเข้าโค้งอย่าง Cornering Rider Safety Enhancements ที่ผนึกกำลังของเทคโนโลยีหลากหลายตัวเพื่อช่วยปรับการทำงานของเครื่องยนต์ให้เหมาะสมกับสภาวะแวดล้อม และเพื่อการเกาะถนนที่ดีขึ้นขณะเร่งเครื่อง เบาเครื่อง และขณะเบรก ส่วนของรถมอเตอร์ไซค์รุ่น Pan America™ 1250 Special นั้นใช้ระบบกันสะเทือนหน้าและหลังแบบ Semi-Active ซึ่งทำงานด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ รถมอเตอร์ไซค์ Pan America™ ที่เต็มไปด้วยนวัตกรรมสุดทันสมัยนี้ ยังมีระบบ Adaptive Ride Height (ARH) ซึ่งเป็นระบบกันสะเทือนที่พัฒนาขึ้นมาใหม่หมดจดอีกด้วย ซึ่งจะช่วยปรับระดับความสูงของตัวรถโดยอัตโนมัติ โดยตัวรถจะมีความสูงพอดีเหมาะแก่การขับขี่เมื่อรถวิ่งอยู่ และจะลดต่ำลงเมื่อรถหยุดนิ่ง 

ทีมออกแบบและวิศวกรของฮาร์ลีย์-เดวิดสันได้ร่วมกันสร้างสรรค์คุณสมบัติต่างๆของรถรุ่น Pan America™ 1250 และ Pan America™ 1250 Special โดยเน้นพัฒนาด้านประสิทธิภาพการใช้งานเป็นหลัก ซึ่งการออกแบบชิ้นส่วนทุกชิ้น ไม่ว่าจะเป็นแฮนด์เดิลบาร์ ที่วางกระเป๋า และไฟหน้าแนวนอนสำหรับส่องถนนออฟโรด รถมอเตอร์ไซค์รุ่น Pan America™ 1250 และ Pan America™ 1250 Special นี้ มีแรงบันดาลใจมาจากเส้นทางออฟโรดและสภาพภูมิประเทศอันขรุขระในทวีปอเมริกาเหนือ ทำให้เจ้ารถรุ่นPan America™ นี้มีสไตล์ที่เหมาะแก่การตะลุยแบบแอดเวนเจอร์ทัวร์ริงสุดๆ รวมถึงยังสะท้อนสมรรถนะไร้ขีดจำกัดของตัวมอเตอร์ไซค์อีกด้วย

เหล่านักขับขี่ทุกท่านสามารถพบกับเสื้อผ้าและอุปกรณ์เสริมต่างๆใหม่ครบชุดสำหรับ Pan America™ 1250 และ Pan America™ 1250 Special ซึ่งประกอบไปด้วย ระบบเก็บสัมภาระสามชิ้นสุดทน และเครื่องแต่งกายสำหรับนักขับขี่ทั้งชายหญิง ซึ่งเป็นการร่วมมือกันระหว่างฮาร์ลีย์-เดวิดสันกับ REV’IT! ผู้นำด้านเครื่องแต่งกายสำหรับเหล่านักมอเตอร์ไซค์ยอดนิยมจากยุโรป

สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ฮาร์ลีย์-เดวิดสัน Pan America ™ 1250 และ Pan America ™ 1250 รุ่นพิเศษ Pan America ได้ที่ www.harley-davidson.com  การวางจำหน่ายอาจแตกต่างกันไปตามตลาด โปรดดูรายละเอียดจากตัวแทนจำหน่ายในพื้นที่

ติดตามเรื่องราวของ Pan America บนโซเชียลมีเดียได้ที่

https://www.instagram.com/hdpanamerica

https://www.facebook.com/hdpanamerica


เกี่ยวกับฮาร์ลีย์-เดวิดสัน มอเตอร์ คอมพานี
บริษัท ฮาร์ลีย์-เดวิดสัน ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของ ฮาร์ลีย์-เดวิดสัน มอเตอร์ คอมพานี และ ฮาร์ลีย์-เดวิดสัน ไฟแนนเชียล เซอร์วิสเซส นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2446 ฮาร์ลีย์-เดวิดสัน ยืนหยัดเพื่อค้นหาการผจญภัยที่ไม่มีวันสิ้นสุดและมอบอิสระให้จิตวิญญาณด้วยรถมอเตอร์ไซค์ที่มีความโดดเด่นและสามารถปรับแต่งได้ นอกเหนือจากประสบการณ์การขับขี่ อุปกรณ์เสริมสำหรับรถมอเตอร์ไซค์ อุปกรณ์การขับขี่และเครื่องแต่งกายแล้ว ฮาร์ลีย์-เดวิดสัน ไฟแนนเชียล เซอร์วิส ยังให้บริการทางด้านสินเชื่อและประกันภัยรวมไปถึงรายการอื่นๆ เพื่อช่วยผู้ขับขี่ ฮาร์ลีย์-เดวิดสัน บนท้องถนนได้ขับขี่อย่างปลอดภัย สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.harley-davidson.com. สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับรถจักรยานยนต์และผลิตภัณฑ์ของฮาร์ลีย์ – เดวิดสันได้ที่ h-dmediakit.com

















2




งาน GWM SAWASDEE THAILAND เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ที่มีการเปิดกิจกรรมให้ทายผลว่า เกรท วอลล์ จะนำรถรุ่นใดมาจำหน่ายในปีนี้  ซึ่งตุ๊กกี้ก็เชื่อว่า หลายๆท่าน ก็ส่งมาทายผลเหมือนกัน และเมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ เราก็ทำการจับสลากทันทีค่ะ และ ตอนนี้เราก็ได้ผู้โชคดีสำหรับบัตรกำนัลสำหรับซื้อรถยนต์ของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ มูลค่า 1,000,000 บาท พบกับกิจกรรมดีๆ ของเกรท วอลล์ มอเตอร์ ได้ในครั้งต่อไปนะคะ  ติดตามกันนะคะ  แต่ที่แน่ๆ เราพบกันแน่ที่งาน Motor Show นะคะ อย่าลืมไปแวะเยี่ยมให้หายคิดถึงกันนะคะ                                                                                                                               

3
มิชลินตั้งเป้าผลิตยางล้อที่ยั่งยืน 100% ภายในปี 2593

·      ภายในปี 2593 ยางมิชลินจะผลิตขึ้นจากวัสดุหมุนเวียน (Renewable), วัสดุที่ได้จากการรีไซเคิล, วัสดุที่มาจากแหล่งชีวภาพ หรือวัสดุที่มีความยั่งยืนทั้งหมด

·      มิชลินเผยวิธีผลิตยางล้อที่ยั่งยืน 100%

·   พร้อมทะยานสู่การบรรลุเป้าหมายด้วยศักยภาพที่เหนือกว่าด้านการวิจัยและพัฒนา ตลอดจนการสร้างเครือข่ายพันธมิตรที่แข็งแกร่งกับธุรกิจสตาร์ทอัพด้านนวัตกรรม






กลุ่มมิชลินตั้งเป้าที่จะผลิตยางล้อซึ่งมีความยั่งยืนเต็มร้อยภายในปี 2593 โดยได้รับแรงบันดาลใจจากยางต้นแบบภายใต้แนวคิด VISION ซึ่งเปิดตัวในปี 2560 โดยเป็นโซลูชั่นยางล้อที่ยั่งยืนเต็มรูปแบบ, ดอกยางสามารถพิมพ์ขึ้นใหม่ได้ด้วยเทคโนโลยีการพิมพ์ 3 มิติ (Rechargeable), ทำงานบนระบบเครือข่ายเชื่อมต่อ (Connected) และไม่ต้องเติมลมยาง (Airless) 

ปัจจุบัน ส่วนประกอบเกือบร้อยละ 30 ที่ใช้ในการผลิตยางของกลุ่มมิชลินมาจากวัตถุดิบที่มีความยั่งยืน วัตถุดิบที่ได้จากการรีไซเคิล หรือวัตถุดิบจากธรรมชาติอยู่แล้ว

ยางมิชลินเป็นผลิตภัณฑ์ไฮเทคที่ประกอบขึ้นจากส่วนประกอบมากกว่า 200 ชนิด โดยมียางธรรมชาติเป็นส่วนประกอบหลัก และมีส่วนประกอบอื่น ๆ อาทิ ยางสังเคราะห์, โลหะ, เส้นใย (Fibers) และส่วนประกอบที่ช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับโครงสร้างยางล้อ ได้แก่ คาร์บอนแบล็ค (Carbon Black), ซิลิกา (Silica) และสารเพิ่มความยืดหยุ่น (Plasticizers) เช่น เรซิน (Resins) ส่วนประกอบในสัดส่วนที่เหมาะสมเหล่านี้ต่างมีส่วนช่วยให้ยางมีความสมดุลสูงสุด ทั้งในแง่สมรรถนะ ประสิทธิภาพในการขับขี่ และความปลอดภัย ทั้งยังช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย

มิชลินเผยวิธีผลิตยางล้อที่ยั่งยืน 100%

บรรลุเป้าหมายด้วยศักยภาพที่เหนือกว่าด้านการวิจัยและพัฒนา


ความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีเชิงวัสดุของมิชลินมีรากฐานมาจากศักยภาพด้านการวิจัยและพัฒนาที่แข็งแกร่ง โดยมีทีมบุคลากรกว่า 6,000 คน ทำงานอยู่ในศูนย์วิจัยและพัฒนาทั่วโลกรวม 7 แห่ง ตามความเชี่ยวชาญเฉพาะทางรวม 350 สาขา ความมุ่งมั่นทุ่มเทของวิศวกร นักวิจัย นักเคมี และนักพัฒนาเหล่านี้ส่งผลให้มีการยื่นจดสิทธิบัตรซึ่งครอบคลุมการออกแบบและผลิตยางล้อรวม 10,000 ฉบับ ในแต่ละวันบุคลากรเหล่านี้ต่างทำงานอย่างหนักเพื่อคิดค้นวิธีที่จะพัฒนายางให้ปลอดภัย ทนทาน รวมทั้งมีสมรรถนะด้านการขับขี่และอื่นๆ ที่ดียิ่งขึ้น ตลอดจนทำให้ยางมีความยั่งยืน 100% ภายในปี 2593

...สร้างเครือข่ายพันธมิตรที่แข็งแกร่งกับธุรกิจด้านนวัตกรรม

มิชลินตระหนักดีว่าการพัฒนานวัตกรรมให้เกิดขึ้นและเป็นไปได้อย่างรวดเร็วนั้นจำเป็นต้องได้รับความร่วมมือในรูปแบบใหม่ๆ ดังนั้นจึงได้ผสานพันธมิตรกับธุรกิจสตาร์ทอัพซึ่งนำเสนอนวัตกรรมล้ำหน้าที่สร้างโอกาสความเป็นไปได้ไม่สิ้นสุด เทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นสามารถใช้ได้ดีกับอุตสาหกรรมอื่นนอกเหนือจากการผลิตยางล้อ โดยช่วยให้อุตสาหกรรมเหล่านั้นได้ประโยชน์จากวัตถุดิบที่สามารถนำกลับมาใช้ซ้ำได้ไม่สิ้นสุด นอกจากนี้ เทคโนโลยีดังกล่าวยังทำให้สามารถรีไซเคิลโพลีสไตรีน (Polystyrene) และนำคาร์บอนแบล็ค (Carbon Black) หรือน้ำมันไพโรไลซิส (Pyrolysis Oil) จากยางใช้แล้วกลับมาใช้ใหม่ได้

‘แอคเซนส์’ (Axens) และ ‘ไอเอฟพี เอเนอจีส์ นูเวลล์ส’ (IFP Energies Nouvelles) สองบริษัทซึ่งรับหน้าที่เป็นหัวหอกดำเนินโครงการ BioButterfly ได้ทำงานร่วมกับมิชลินในการผลิตบิวทาไดอีนจากชีวมวล (Bio-Sourced Butadiene)[ii] เพื่อนำมาใช้แทนบิวทาไดอีนที่ได้จากปิโตรเลียมมาตั้งแต่ปี 2562 การใช้ชีวมวลจากไม้, แกลบ, ใบไม้, ซังข้าวโพด และของเหลือทิ้งจากพืชประเภทอื่น ๆ จะส่งผลให้มีการนำเศษไม้สับ (Wood Chips) ปริมาณสูงถึง 4.2 ล้านตันต่อปี มาใช้เป็นส่วนประกอบของยางมิชลิน

มิชลิน และ ‘ไพโรเวฟ’ (Pyrowave) บริษัทซึ่งมีฐานการดำเนินงานอยู่ในประเทศแคนาดา ได้ลงนามเป็นพันธมิตรกันในเดือนพฤศจิกายน 2563 เพื่อผลิตสไตรีนจากการรีไซเคิลพลาสติกซึ่งใช้เป็นบรรจุภัณฑ์ เช่น ถ้วยโยเกิร์ต และถาดใส่อาหาร หรือใช้เป็นแผ่นฉนวนกันความร้อน ทั้งนี้ สไตรีน (Styrene) เป็น “โมโนเมอร์” (Monomer) หรือสารตั้งต้นที่สำคัญของโพลิเมอร์ ใช้ในการผลิตโพลีสไตรีนและยางสังเคราะห์สำหรับยางล้อและสินค้าอุปโภคบริโภคมากมาย ในอนาคตจะสามารถนำขยะโพลีสไตรีนหลายหมื่นตันต่อปีมารีไซเคิลเพื่อผลิตเป็นผลิตภัณฑ์เดิมหรือผลิตเป็นยางมิชลินได้

‘คาร์ไบโอส์’ (Carbios) บริษัทสตาร์ทอัพสัญชาติฝรั่งเศสซึ่งจะมีฐานการดำเนินงานอยู่ภายในเขตพื้นที่ปฏิบัติงานของมิชลินตั้งแต่ปลายปี 2564 เป็นต้นไป ได้พัฒนากระบวนการล้ำหน้าด้วยการนำเอนไซม์มาใช้แยกโครงสร้างขยะพลาสติกประเภท PET[iii] ให้คืนสภาพกลับไปอยู่ในรูปโมโนเมอร์บริสุทธิ์แบบดั้งเดิม ซึ่งสามารถนำไปใช้งานใหม่หรือนำไปใช้ผลิตพลาสติก PET ขึ้นใหม่ซ้ำได้ไม่สิ้นสุด หนึ่งในพลาสติกที่ได้จากกระบวนการรีไซเคิลดังกล่าว คือ เส้นด้ายโพลีเอสเตอร์ซึ่งใช้ในการผลิตยางรถยนต์  ในอนาคตขวดพลาสติกราว 4 ล้านขวดต่อปีอาจถูกนำมารีไซเคิลเพื่อผลิตเป็นยางมิชลินได้

ล่าสุดเมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2564 ที่ผ่านมา มิชลินได้ประกาศเริ่มดำเนินการก่อสร้างโรงงานรีไซเคิลยางล้อแห่งแรกในโลกของมิชลินขึ้นภายใต้ความร่วมมือกับ ‘เอ็นไวโร’ (Enviro) บริษัทสัญชาติสวีเดนซึ่งเป็นผู้พัฒนาเทคโนโลยีที่ได้รับสิทธิบัตรในการนำคาร์บอนแบล็ค, น้ำมันไพโรไลซิส, เหล็กกล้า, ก๊าซ และวัสดุใหม่ชนิดนำกลับมาใช้ซ้ำได้คุณภาพสูงอื่น ๆ จากยางที่สิ้นอายุใช้งานแล้วกลับมาใช้ใหม่ โดยเทคโนโลยีดังกล่าวจะช่วยให้สามารถแปรรูปทุกส่วนของยางที่สิ้นอายุใช้งานแล้วเพื่อนำกลับมาใช้ใหม่หรือนำกลับมาใช้ซ้ำในกระบวนการผลิตหลากหลายรูปแบบที่ใช้ยางเป็นวัตถุดิบหลัก

นอกจากนี้ มิชลินยังสนับสนุนระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ดังจะเห็นได้จากการเข้าร่วมสมาคมแบล็คไซเคิลประจำยุโรป (European BlackCycle Consortium) โดยโครงการนี้ซึ่งประสานงานโดยกลุ่มมิชลินและได้รับการสนับสนุนทางการเงินจากสหภาพยุโรป เป็นการนำพันธมิตรจากภาครัฐและเอกชนรวม 13 รายมาร่วมกันออกแบบกระบวนการผลิตยางล้อรุ่นใหม่จากยางล้อที่สิ้นอายุใช้งานแล้ว

เกี่ยวกับมิชลิน
มิชลิน ในฐานะผู้นำอุตสาหกรรมยางรถยนต์ มุ่งมั่นส่งเสริมการสัญจรของลูกค้าอย่างยั่งยืน ออกแบบและจัดจำหน่ายยางที่เหมาะกับการใช้งานมากที่สุด ตลอดจนให้บริการและโซลูชั่นที่ตรงกับความต้องการของลูกค้า ซึ่งครอบคลุมการให้บริการทางดิจิทัล การจัดทำคู่มือและแผนที่สำหรับการเดินทางท่องเที่ยวเพื่อสัมผัสประสบการณ์ที่แตกต่างไม่เหมือนใคร รวมถึงการพัฒนาวัสดุทางเทคโนโลยีขั้นสูงสำหรับอุตสาหกรรมการสัญจร  กลุ่มมิชลินมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่เมืองแกลร์มง-แฟร็องประเทศฝรั่งเศส และมีสำนักงานสาขาอยู่ใน 170 ประเทศ โดยมีพนักงาน 123,600 คนทั่วโลก และมีโรงงานผลิตยาง 71 แห่ง ซึ่งผลิตยางรวมกันได้สูงถึง 170 ล้านเส้นในปี 2563  คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.michelin.co.th

ในปี 2563 กลุ่มมิชลินใช้วัตถุดิบที่ยั่งยืนในการผลิตยางคิดเป็นสัดส่วนอยู่ที่ร้อยละ 28

[ii] บิวทาไดอีนเป็นหนึ่งในส่วนประกอบของยางสังเคราะห์ที่ใช้ในการผลิตยางล้อ

[iii] โพลีเอธิลีน เทเรฟธาเลต (Polyethylene Terephthalate: PET) เป็นพลาสติกซึ่งปัจจุบันผลิตจากน้ำมัน โดยโมโนเมอร์ 2 ชนิด ได้แก่ เอธิลีน
    ไกลคอล (Ethylene Glycol) และกรดเทเรฟธาลิก (Terephthalic Acid) มาจากปิโตรเลียม  พลาสติกประเภทนี้ถูกนำมาใช้ผลิตเป็นหนึ่งใน
    เส้นใยโพลีเอสเตอร์หลักที่ใช้เสริมความแข็งแกร่งให้กับยางล้อ

4



เติ้น ทัศนพล อินทรภูวศักดิ์ ประเดิมศึกรถสูตรครั้งแรกด้วยผลงานอันยอดเยี่ยมในฐานะนักแข่งดาวรุ่ง

อาบูดาบี, สาธารณรัฐอาหรับเอมิเรตส์. ปิดฉากไปอย่างสุดมันส์กับการแข่งขันรถสูตร Formula 4 UAE Championship 2021 ซึ่งจัดขึ้นที่สนามดูไบ ออโต้โดม (Dubai Autodrome) และ ยาส มาริน่า เซอร์กิต (Yas Marina Circuit) เมืองอาบูดาบี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยรายการนี้ ถือเป็นการแจ้งเกิดนักแข่งสายเลือดไทย วัย 15 ปี อย่าง เติ้น ทัศนพล อินทรภูวศักดิ์ ที่เข้าร่วมศึกความเร็วรายการนี้ ภายใต้ต้นสังกัดทีม “เอ็กซ์เซล มอเตอร์สปอร์ต” (Xcel Motorsport) ด้วยรถแข่งหมายเลข 14 โดย เติ้น ทัศนพล สามารถเปิดตัวเข้าสู่วงการรถสูตรครั้งแรกของตนเองได้อย่างยอดเยี่ยม ด้วยการจบการแข่งขัน Formula 4 UAE Championship 2021 ด้วยคะแนนรวม 154 คว้าอันดับที่ 5 (Overall) และคว้าอันดับที่ 3 ในรุ่น Rookie หรือนักแข่งดาวรุ่งไปครองได้สำเร็จ

ศึกรถสูตร 4 ครั้งนี้ ขับเคี่ยวกันอย่างดุเดือดและร้อนระอุ โดยนักแข่งนานาชาติต้องลงดวลศึกกันทั้งหมด 5 สนาม (5 Round) สนามละ 4 Race ทางด้าน เติ้น ทัศนพล นักแข่งสายเลือดไทยหนึ่งเดียวในรายการนี้ก็ไม่ทำให้แฟนชาวไทยต้องผิดหวังสามารถขับเคี่ยวกับคู่ปรับมากฝีมือจากประเทศต่างๆ และฝ่าฟันอุปสรรคตลอดการแข่งขัน โดยเฉพาะเมื่อประสบอุบัติเหตุจากการปะทะกันกับคู่แข่งระหว่างการแข่งขันอยู่หลายครั้ง ทำให้รถแข่งมีสภาพไม่สมบูรณ์เต็มร้อย แต่ เติ้น ก็ยังสามารถเค้นพละกำลังที่กลั่นจากประสบการณ์ที่ได้ฝึกฝนและสั่งสมมาเกือบ 10 ปี เพื่อรับมือและแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้า และทำผลงานในแต่ละสนามได้อย่างน่าประทับใจ โดยสามารถครองโพเดียมอันดับที่ 3 ได้ถึง 2 สนาม ได้แก่ สนามที่ 1 Race ที่ 4 และ สนามที่ 2 Race ที่ 4 และขึ้นครองโพเดียมอันดับที่ 2 ได้ในสนามที่ 4 Race ที่ 4 อีกด้วย

เกี่ยวกับนักแข่ง
เติ้น ทัศนพล อินทรภูวศักดิ์ ปัจจุบันอายุ 15 ปี ถือเป็นนักแข่งดาวรุ่งสายเลือดไทยที่น่าจับตามอง เติบโตมาจากความทุ่มเท มุ่งมั่นฝึกซ้อม เก็บเกี่ยวประสบการณ์และการสร้างผลงานการแข่งขัน Go Kart ทั้งในและต่างประเทศได้อย่างยอดเยี่ยมเกือบ 10 ปี ก่อนตัดสินใจลงประเดิมการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบในประเภท Formula 4 หรือ  รถสูตร “ล้อเปิด” ในปี 2021 นี้ ภายใต้ทีม Xcel Motorsport กับ รถหมายเลข 14 โดยมี AAS Motorsport by AAS Auto service และ CTI Logistics เป็นผู้ให้การสนับสนุนการแข่งขันตลอดทั้งฤดูการแข่งขัน

เกี่ยวกับรายการแข่งขัน
การแข่งขัน Formula 4 นั้นเป็นการแข่งขันที่ถูกสร้างขึ้นโดย Federation Internationale de l'Automobile (FIA) หรือ สหพันธยานยนต์นานาชาติ ภายใต้เจตนารมย์สร้างโอกาสให้นักแข่งเยาวชนที่อายุระหว่าง 15 - 19 ปี ได้ลงทำการแข่งขันเท่านั้น ซึ่งการแข่งขัน Formula 4 เป็นการแข่งขันที่อยู่กึ่งกลางระหว่างการแข่งขันรถ Kart และ Formula 3  ซึ่งเกิดขึ้นในปี 2014 โดยใช้กฎ กติกา ข้อบังคับตามมาตรฐาน FIA ทุกอย่าง ทั้งมาตรฐานความปลอดภัย หรือ ใบอนุญาตขับขี่รถแข่ง ซึ่งการแข่งขัน Formula 4 นั้นได้รับการยอมรับว่าเป็นโปรแกรมการแข่งขันที่พัฒนานักแข่งเยาวชนที่ดีที่สุดในโลก ที่สำคัญการแข่งขันในรายการนี้ยังสามารถเก็บสะสมแต้ม FIA F1 Super License ที่จะทำให้ความฝันให้นักแข่งเข้าใกล้ความฝันในการลงแข่ง F1 (Formula 1) ได้อีกด้วย

รายการแข่งขัน Formula 4 UAE Championship เกิดขึ้นในปี 2016 โดยมี Automobile & Touring Club of the United Arab Emirates และ AUH Motorsports Dubai. เป็นผู้บริหารจัดการแข่งขัน ซึ่งได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ สำหรับรายการแข่งขันในปี 2021 จะจัดขึ้นทั้งหมด 5 สนาม (5 Rounds) สนามละ 4 Race การแข่งขัน โดยจัดแข่งสลับกันระหว่าง สนาม Dubai Autodrome และ สนาม Yas Marina, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ Formula 4 UAE Championship ถือเป็นการแข่งขันรถดับนานาชาติซึ่งได้รับการยอมรับ และมีผู้สนใจติดตามชมทั่วโลก

สามารถรับข้อมูล ข่าวสาร ติดตามชมและร่วมเชียร์ เติ้น ทัศนพล อินทรภูวศักดิ์ แบบ Real time ชิดติดขอบสนามได้ทาง Facebook : www.facebook.com/aasmotorsport และ Instagram : aas_motorsport













5

ปอร์เช่ 911 จีที3 ใหม่ (The new Porsche GT3) สายเลือดรถสนามพันธุ์แท้"








สตุ๊ทการ์ท. ปอร์เช่ เปิดตัว 911 จีที3 ใหม่ (The new 911 GT3) นับเป็นเจเนอเรชันที่ 7 ของรถสปอร์ตสมรรถนะสูง ซึ่งผ่านการพัฒนา ร่วมกับหน่วยงาน Porsche Motorsport อย่างใกล้ชิด ถ่ายทอดเทคโนโลยีชั้นเลิศจากสนามความเร็ว สู่รถในสายการผลิต ปกติได้อย่างสมบูรณ์แบบยิ่งกว่าที่เคยมีมา ระบบช่วงล่างด้านหน้าปีกนกคู่ double wishbone ผสานการออกแบบด้วย สุดยอดเทคโนโลยีด้านอากาศพลศาสตร์ ปีกหลังทรง swan neck และดิฟฟิวเซอร์ท้ายที่โดดเด่น เเบบเดียวกับรถแข่งจีที  (GT) เจ้าสนามที่คว้าชัยมานับไม่ถ้วนอย่าง 911 อาร์เอสอาร์ (911 RSR) รวมทั้งขุมพลังบ็อกเซอร์ 6 สูบนอน ขนาดความจุ 4 ลิตร ซึ่งใช้พื้นฐาน เดียวกันกับ 911 จีที อาร์ (911 GT3 R) ให้พละกำลังสูงสุดถึง 510 แรงม้า (375 กิโลวัตต์) ผ่านการพิสูจน์ ความทนทาน จากสนามแข่งระยะยาวเสียงคำรามของเครื่องยนต์อันน่าเกรงขามก่อกำเนิด จากรอบการทำงานที่สูง เป็นพิเศษเฉก เช่นเดียวกับรถแข่ง 911 จีที3 คัพ ใหม่ (The new 911 GT3 Cup) ผลลัพธ์ที่ได้คือจักรกลแห่งความเร็ว ที่ยอดเยี่ยมเหนือระดับเต็มเปี่ยมด้วยประสิทธิภาพ สง่างาม เร้าอารมณ์ และทรงสมรรถนะสมบูรณ์เเบบทั้งในฐานะของรถสนามหรือการใช้งานในชีวิต ประจำวัน

ความแข็งแกร่งที่สร้างจุดเด่นให้แก่ ปอร์เช่ 911 จีที3 ใหม่ (The Porsche 911 GT3) มาจากเอกลักษณ์เฉพาะตัวโดยแท้ ด้วยความเร็ว สูงสุดกว่า 320 กิโลเมตรต่อชั่วโมง (318 กิโลเมตรต่อชั่วโมง สำหรับเกียร์ PDK) รถคันนี้สามารถวิ่งได้เร็วกว่า ปอร์เช่ 911 จีที3 อาร์เอส (Porsche 911 GT3 RS) รุ่นก่อนหน้า อัตราเร่งจาก 0 - 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ภายในระยะเวลาเพียง 3.4 วินาที นอกจากนี้ปอร์เช่ ยังนำเสนอระบบเกียร์ธรรมดา 6 จังหวะ เพื่อมอบ ประสบการณ์การขับขี่ในรูปแบบที่ไม่เหมือนใคร โดยระบบอากาศพลศาตร์ที่เหนือชั้น คือสิ่งที่ถูกถ่ายทอดมาจากความ เชี่ยวชาญบนสนามแข่งความเร็วที่สูงสะสมมายาวนานการสร้างแรงกดมหาศาลให้เกิดขึ้นกับตัวรถโดยไม่ส่งผลกระทบ กับค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทาน คืออัจฉริยภาพที่แท้จริงในตำแหน่ง performance position ปีกหลังและดิฟฟิวเซอร์ ซึ่งถูกปรับตั้งให้สามารถเพิ่มแรงกดจากอากาศพลศาสตร์เพื่อการเข้าโค้งความเร็วสูงอย่างมั่นใจสิ่งต่างๆ เหล่านี้ล้วน ถูกสงวนไว้อย่างเข้มงวดสำหรับการ ประลองกำลังบนสนาม แข่งเท่านั้น

บนสนามระดับตำนาน Nürburgring's Nordschleife ซึ่งเปรียบเสมือนบรรทัดฐานในการวัดสมถรรนะของรถสปอร์ตทุกคัน ที่ถูกพัฒนาโดย ปอร์เช่ ระหว่างการทดสอบครั้งสุดท้าย , โดยปอร์เช่ 911 จีที3 ใหม่ (The new Porsche 911 GT3) ได้สร้างสถิติอันน่าประทับใจ โดยทำเวลาได้เร็วกว่ารุ่นก่อนหน้าถึง 17 วินาที นักขับสังกัดทีม โรงงาน  Lars Kern นำพารถผ่านเส้นชัยไปที่เวลา 6:59.927 นาที ตลอดระยะทางรอบสนาม 20.8 กิโลเมตร ส่วนของรอบสนามที่สั้นกว่า ในระยะทาง 20.6 กิโลเมตร ซึ่งใช้ในการบันทึกสถิติในอดีต 911 จีที3 (911 GT3) สามารถทำเวลาได้ที่ 6:55.2 นาที ทั้งนี้ในการวิ่งทดสอบดังกล่าว มีเพียงยางรถยนต์  Michelin Pilot Sport Cup 2 R เท่านั้นที่เป็นอุปกรณ์พิเศษ ยนตรกรรมสปอร์ตรุ่นล่าสุดคันนี้ยังได้รับการยืนยันถึงสมรรถนะจากการขับขี่หลายรอบสนาม โดย Jörg Bergmeister ในฐานะ Porsche brand ambassador ทั้งนี้ Bergmeister นักขับมืออาชีพผู้มีประสบการณ์ในการขับบนสนาม ที่ได้รับสมญานามว่า "Green Hell" กล่าวว่า "นี่คือรถจากสายการผลิตปกติที่ยอดเยี่ยมที่สุด" 

แม้ว่ารถคันนี้จะมาพร้อมตัวถังกว้างแบบ wide body ล้ออัลลอยขนาดใหญ่และอุปกรณ์ทางเทคนิคมากมาย แต่น้ำหนักตัวของปอร์เช่ 911 จีที3 ใหม่ (The new Porsche 911 GT3) กลับแทบไม่แตกต่างจากรุ่นก่อนหน้า ในรุ่นเกียร์ธรรมดามีน้ำหนักเพียง 1,418 กิโลกรัม และ1,435 กิโลกรัม เมื่อติดตั้งเกียร์ PDK ฝากระโปรงหน้าผลิตจากวัสดุ carbon fibre-reinforced plastic (CFRP) กระจกหน้าต่างน้ำหนักเบาจานเบรกและล้ออัลลอยแบบฟอร์จ ที่ผ่านการคัดสรร อย่างมั่นใจแล้วว่าจะไม่เพิ่มภาระในส่วนของน้ำหนักรวมเช่นเดียวกันกับพื้นที่ห้องโดยสารตอนหลัง ระบบระบายไอเสีย แบบสปอร์ตพร้อม exhaust flaps ปรับระดับด้วยไฟฟ้า สามารถลดน้ำหนักลงได้อีกไม่ต่ำกว่า 10 กิโลกรัม ทั้งยังคงให้สุ้มเสียงการทำงานที่เร้าใจ ไม่เปลี่ยนแปลง ตามมาตรฐานมลภาวะ Euro 6d ISC FCM (EU6 AP) อัตราการบริโภคน้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ยของปอร์เช่ 911 GT3 อยู่ที่ 7.5 กิโลเมตรต่อลิตร หรือ 13.3 ลิตรต่อระยะทาง 100 กิโลเมตร (ในรุ่นเกียร์ PDK อยู่ที่ 8.0 กิโลเมตรต่อลิตร หรือ 12.4 ลิตรต่อระยะทาง 100 กิโลเมตร)

สายเลือดรถสนาม คือสิ่งที่ฝังแน่นในทุกรายละเอียดของปอร์เช่ 911 จีที3 ใหม่ (The new Porsche 911 GT3) มีห้องโดยสารที่ใช้งาน ออกแบบเดียวกันกับรถรุ่นปัจจุบันได้รับการเสริมอุปกรณ์เพิ่มเติมด้วยหน้าจอ track screen เพียงปลายนิ้วสัมผัสหน้าจอแสดงข้อมูลดิจิทัลวางตำแหน่งขนาบข้างซ้ายขวาของมาตรวัดรอบเครื่องยนต์ที่สามารถ วัดได้สูงสุดถึง 10,000 รอบต่อนาทีจะรับหน้าที่แสดงข้อมูลต่างๆ อาทิ แรงดันลมยาง แรงดันน้ำมันเครื่องอุณหภูมิ น้ำมันเครื่องระดับน้ำมัน เชื้อเพลิงในถังและอุณหภูมิน้ำหล่อเย็นซึ่งมีความจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับการขับขี่บนสนาม รวมทั้งแถบสี visual shift assistant บริเวณมุมซ้ายและขวาของมาตรวัดรอบทำหน้าที่เป็นสัญญาณไฟเตือน shift light ลักษณะเดียวกับที่ใช้ ในรถแข่ง

การตกแต่งด้วยอุปกรณ์ที่แสดงถึงบุคลิกเฉพาะตัวเป็นเรื่องปกติสำหรับกลุ่มลูกค้าผู้เลือกใช้งานรถสปอร์ตปอร์เช่ใน สายพันธุ์ จีที ไม่เว้นแม้แต่ 911 จีที3 (911 GT3) ด้วยเหตุนี้ Porsche Exclusive Manufaktur จึงได้จัดเตรียม ชุดอุปกรณ์ตกแต่งไว้รองรับความต้องการอันหลากหลาย อาทิ หลังคา carbon fibre น้ำหนักเบา ครอบกระจก มองข้างคาร์บอน ไฟหน้า LED matrix รมดำ เข้าชุดกับไฟท้ายแต่งที่ปราศจากชิ้นส่วนสีแดง ขอบล้ออัลลอยสีแดง Guards Red หรือสีน้ำเงิน Shark Blue เสริมความโดดเด่นให้กับวงล้อสีดำภายในห้องโดยสารใส่ใจทุกรายละเอียด อาทิ กรอบมาตรวัดรอบและนาฬิกาจับเวลา Sport Chrono stopwatch ลายคาดบนสายเข็มขัดนิรภัยและชิ้นงานต่างๆ เน้นย้ำความสปอร์ตด้วยการพ่นสีเดียวกับตัวรถ หรือเลือกสีอื่นได้ตามต้องการ

พิเศษยิ่งกว่าสำหรับลูกค้าผู้เป็นเจ้าของยานยนต์สปอร์ตสมรรถนะสูง ปอร์เช่ 911 จีที3 (Porsche 911 GT3) จะได้สิทธิรับซื้อนาฬิกาข้อมือ chrongraph จาก Porsche Design รูปเเบบเดียวกับตัวรถ ที่สวยสง่าจากการออกเเบบสุดหรู ลงตัวด้วยภาพลักษณ์ของจักรกลเวลาแห่งความเที่ยงตรงแม่นยำและทรงคุณค่าด้วยงานฝีมือคุณภาพสูง ตัวเรือนสะท้อน DNA ของมอเตอร์สปอร์ต ได้อย่างชัดเจนผ่านงานออกแบบที่สื่อความรู้สึกถึงชิ้นส่วนก้านสูบของขุมพลังเครื่องยนต์ GT3 ผสมผสานความแข็งแกร่ง จากวัสดุไทเทเนียมน้ำหนักเบา กลไกนาฬิกาแบบ individual winding rotor ชวนให้ระลึกถึงล้ออัลลอยของปอร์เช่ 911 จีที3 สามารถเลือกสีของขอบหน้าปัทม์ตามสีตัวถัง 911 จีที3 ได้ตามต้องการ

ราคา

ปอร์เช่ 911 GT3 ใหม่ (The new Porsche 911 GT3) ราคาเริ่มต้น 17.9 ล้านบาท พร้อมรับคำสั่งซื้อเเล้ววันนี้ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่โชว์รูม ปอร์เช่ บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส ทุกสาขา

*รายการอุปกรณ์ และราคาจำหน่าย อาจเปลี่ยนแปลงตามรุ่นปีของรถ

อัตราการบริโภคน้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ยและอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอกไดออกไซด์ ได้รับการตรวจสอบตามมาตรฐานสากล ที่สอดคล้องกับวิธีการ Light Vehicle Test Procedure (WLTP) ล่าสุด สำหรับค่าการตรวจวัดอัตราการบริโภค ตามมาตรฐาน NEDC ที่ระบุในบทความนี้ ใช้อ้างอิงได้เฉพาะสภาพการทดสอบในช่วงเวลาเดียวเท่านั้น ไม่สามารถนำมาเปรียบเทียบกับค่าการตรวจวัดอัตราการบริโภคของ NEDCที่ได้จากวิธีการอื่นใดก่อนหน้าการทดสอบนี้

สำหรับข้อมูลอย่างเป็นทางการของผลทดสอบอัตราการบริโภคน้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ยและอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอกได ออกไซด์ในรถยนต์รุ่นใหม่อื่นๆ สามารถค้นหาได้จากเอกสาร“Guidelines on fuel consumption, CO2 emissions and power consumption of new passenger cars” [Leitfaden über den Kraftstoffverbrauch, die CO2-Emissionen und den Stromverbrauch neuer Personenkraftwagen], ผ่านตัวแทนจำหน่ายและสถาบัน Deutsche Automobil Treuhand GmbH (DAT) โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น

6

ฮาร์ลีย์-เดวิดสันเปิดตัวสุดยอดรถมอเตอร์ไซค์รุ่นปี 2021 ในประเทศไทย เอาใจผู้ขับขี่ที่มีความหลงใหลในการผจญภัยและอิสรภาพกับรถตระกูล Softail® โฉมใหม่ในราคาเริ่มต้นที่ 769,000 บาท


Fat Boy Riding


Street Bob Riding

กรุงเทพ, 4 กุมภาพันธ์ 2564­­­ – ฮาร์ลีย์-เดวิดสันเผยโฉมรถมอเตอร์ไซค์รุ่นปี 2021 ที่ทุกคนรอคอย อัดแน่นไปด้วยคุณภาพและเทคโนโลยีทันสมัย ผ่านการเปิดตัวในรูปแบบเสมือนจริงที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 19 มกราคม 2564 โดยในปีนี้ ฮาร์ลีย์-เดวิดสันมุ่งเน้นการพัฒนาทางด้านสมรรถนะ และเทคโนโลยี เพื่อให้เหล่าผู้ขับขี่มีทางเลือกมากขึ้นและได้เป็นเจ้าของรถมอเตอร์ไซต์ที่ถูกออกแบบด้วยความใส่ใจในราคาที่น่าดึงดูด โดยเริ่มต้นเพียง 516,000 บาทสำหรับรุ่นที่ได้รับความนิยมอย่าง Sportster Iron 883™

“เราตั้งใจพัฒนารถมอเตอร์ไซค์ของเราเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าเสมอ ดังนั้นมอเตอร์ไซค์ของฮาร์ลีย์-เดวิดสันจึงพร้อมมอบประสบการณ์ด้านการขับขี่ที่เหนือไปกว่าเดิม ด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัยและคุณสมบัติอันน่าเหลือเชื่อในราคาที่เอื้อมถึงได้” นาย ซาจีฟ รัชเกคาราน กรรมการผู้จัดการฮาร์ลีย์-เดวิดสันสำหรับตลาดเกิดใหม่ในเอเชียและอินเดีย กล่าว “เรามั่นใจว่าสมาชิกผู้หลงใหลในพาหนะสองล้อของเราจะเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเราตั้งใจจะทำให้การขับขี่มอเตอร์ไซค์เป็นกิจกรรมที่เข้าถึงได้ และเราจะช่วยให้พวกเขาได้เดินทางสู่อิสรภาพสมดังใจ”

เริ่มด้วยรถมอเตอร์ไซค์ครุยเซอร์ Street Bob® 114 ที่มีความดุดันและ Fat Boy 114 โฉมใหม่แต่ยังคงความคลาสสิก  โดยจักรยานยนต์รุ่น Street Bob® 114 ใหม่นั้น ได้รับการออกแบบในสไตล์อเมริกันแท้ และยังเต็มไปด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ไร้ที่ติ โดยใช้เครื่องยนต์ Milwaukee-Eight® 114 อันทรงพลังซึ่งมีความจุของกระบอกสูบมากขึ้น และรถรุ่นนี้ยังเป็นรถตระกูล Softail ที่มีน้ำหนักเบาที่สุด Street Bob® 114 ที่มีรูปโฉมอันโฉบเฉี่ยวนี้ มีราคาเริ่มต้นที่ 849,000 บาท ในขณะที่รถรุ่นเก๋าอย่าง Fat Boy® 114 นั้น ได้รับการปรับโฉมใหม่ด้วยผิวโครเมียมแบบขึ้นเงาและจำหน่ายในราคาเริ่มต้นที่ 1,119,000 บาท

และที่เปิดตัวด้วยอีกสองรุ่นคือ Softail Standard™ และ Low Rider S ที่หลายคนรอคอย โดยรุ่น Softail Standard™ นั้นมีราคาเริ่มต้นเพียง 769,000 บาทเท่านั้น ส่วนรถมอเตอร์ไซค์รุ่น Low Rider S ที่ใช้เฟรมรถชนิดเดียว Harley-Davidson Softail® รุ่นอื่นๆ แต่ได้เพิ่มความพิเศษขึ้นโดยการเสริมระบบกันสะเทือนอันยอดเยี่ยม ซึ่งได้รับการปรับแต่งมาเพื่อรองรับการขับขี่อย่างดุดัน ด้วยขุมพลังจากเครื่องยนต์สุดแกร่งอย่าง Milwaukee-Eight® 114 มีการออกแบบที่ได้แรงบันดาลใจมาจากการขับขี่แนวชายฝั่งทะเลและมีสไตล์อันเป็นเอกลักษณ์ของฮาร์ลีย์-เดวิดสัน โดยรถมอเตอร์ไซค์ครุยเซอร์รุ่นนี้มีลักษณะเด่นประกอบไปด้วย แฮนด์บาร์แบบยกสูงและมีเครื่องยนต์ที่พร้อมจะพาคุณตะลุยไปในทุกสถานการณ์ โดยมีราคาเริ่มต้นที่ 989,000 บาท 

ตามมาด้วยรถมอเตอร์ไซค์ตระกูลทัวร์ริ่ง ซึ่งเป็นรถมอเตอร์ไซค์ที่เหมาะสำหรับการขับขี่ในระยะทางไกลของฮาร์ลีย์-เดวิดสัน และยังเป็นสามารถเก็บสัมภาระที่ข้างรถได้ ในปีนี้ฮาร์ลีย์-เดวิดสันได้เพิ่มลูกเล่นและความพิเศษในรถตระกูลนี้มากมาย โดยมีราคาเริ่มต้นที่ 1,189,000 บาท รถมอเตอร์ไซค์ในตระกูลนี้ประกอบด้วย Road King® Special, Road Glide® Special และ Street Glide® Special ซึ่งเป็นรถมอเตอร์ไซค์ที่มีลักษณะโหลดต่ำและใช้เครื่องยนต์ Milwaukee-Eight 114 อันทรงพลัง และมีสมรรถนะที่เหมาะแก่การขับขี่ทางไกลด้วยเฟรมรถ Harley-Davidson® Touring รถมอเตอร์ไซค์แบบมีช่องเก็บสัมภาระยอดนิยมสามรุ่นนี้ มีสไตล์ที่ทันสมัยและแสดงถึงตัวตนของฮาร์ลีย์-เดวิดสันได้อย่างแท้จริง

นอกจากนี้ ฮาร์ลีย์-เดวิดสันยังเปิดตัวรถมอเตอร์ไซค์ระดับพรีเมี่ยมสามรุ่นซึ่งสร้างสรรค์ขึ้นโดยทีมงาน Custom Vehicle Operations (CVO) รถมอเตอร์ไซค์รุ่น CVO™  ปี 2564 เป็นสัญลักษณ์แห่งการออกแบบขั้นสุดยอดของฮาร์ลีย์-เดวิดสัน ซึ่งรังสรรค์ขึ้นเพื่อผู้ขับขี่ที่อยากสัมผัสความเป็นฮาร์ลีย์-เดวิดสันอย่างเต็มที่ และครั้งแรกกับการเปิดตัวของ Harley-Davidson Audio ที่ถูกพัฒนาขึ้นมาใหม่ทั้งหมดโดย Rockford Fosgate ซึ่งเป็นบริษัทผลิตระบบเสียงชั้นนำ โดยมีลำโพงและเครื่องขยายเสียงซึ่งออกแบบสำหรับจักรยานยนต์ฮาร์ลีย์-เดวิดสันโดยเฉพาะ นอกจากนี้ยังมีผิวสัมผัสที่น่าดึงดูด และเทคโนโลยีที่ทันสมัย แสดงให้เห็นความใส่ใจในรายละเอียดของฮาร์ลีย์-เดวิดสัน มอเตอร์ไซค์เหล่านี้ได้รับการออกแบบและผลิตตามมาตรฐานด้านคุณภาพของโรงงาน และยังมีการรับประกันแบบมีเงื่อนไขโดยฮาร์ลีย์-เดวิดสันอีกด้วย

ผู้แทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการของฮาร์ลีย์-เดวิดสันทั่วประเทศไทย จะจัดงานเปิดโชว์รูมสำหรับรถรุ่นปี 2021 ในช่วงสุดสัปดาห์นี้ วันที่ 6-7 กุมภาพันธ์ 2564 ลูกค้าสามารถเข้าชมรถมอเตอร์ไซค์รุ่นปี 2021 เพื่อสัมผัสและทดลองได้ก่อนใครในงานนี้ ท่านสามารถตรวจสอบข้อมูลผู้แทนจำหน่ายของเราที่อยู่ใกล้ท่านที่สุดได้ที่ h-d.com/dealerlocator และท่านสามารถชมภาพรถที่มีรายละเอียดสูงได้ที่นี่

หมายเหตุ: เนื่องจากสถานการณ์โรคระบาดทำให้ผู้แทนจำหน่าย Harley-Davidson อย่างเป็นทางการบางสาขาไม่สามารถร่วมจัดงานเปิดโชว์รูมได้ ท่านสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ผู้แทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการใกล้บ้านท่าน

ท่านสามารถคลิกเพื่อดูรายละเอียดเพิ่มเติมของรถมอเตอร์ไซค์รุ่นปี 2021 และสามารถติดตามข่าวสารเพิ่มเติมเกี่ยวกับฮาร์ลีย์-เดวิดสันได้ที่ Facebook, Instagram,YouTube.

กำหนดเปิดตัวจักรยานยนต์รุ่น Harley-Davidson Pan America พร้อมกันทั่วโลกในวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2564

จักรยานยนต์แบบเดินทางไกลและผจญภัยใหม่ล่าสุดรุ่น Pan America™ 1250 ได้ปรากฏตัวไปบ้างแล้วในงานเปิดตัวแบบเสมือนจริงครั้งแรก และฮาร์ลีย์-เดวิดสันจะปลุกทั้งโลกขึ้นมาอีกครั้งในวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2564 ด้วยการนำเสนอรายละเอียดทั้งหมดของจักรยานยนต์ ในงานแบบดิจิทัลซึ่งจะจัดขึ้นเป็นพิเศษเพื่อจักรยานยนต์ Pan America™ โดยเฉพาะ

ติดตามข้อมูลได้ที่ www.H-D.com/PanAmerica และเชิญชมคลิปว่าทำไมรถรุ่น Pan America™ นั้นทำให้ เจสัน โมมัว หลงรักฮาร์ลีย์-เดวิดสันมากยิ่งขึ้น ที่ https://youtu.be/n47s4rgcQ5Q.


CVO Street Glide


CVO Street Glide W



CVO Road Glide Riding

เกี่ยวกับฮาร์ลีย์-เดวิดสัน มอเตอร์ คอมพานี
บริษัท ฮาร์ลีย์-เดวิดสัน ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของ ฮาร์ลีย์-เดวิดสัน มอเตอร์ คอมพานี และ ฮาร์ลีย์-เดวิดสัน ไฟแนนเชียล เซอร์วิสเซส นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2446 ฮาร์ลีย์-เดวิดสัน ยืนหยัดเพื่อค้นหาการผจญภัยที่ไม่มีวันสิ้นสุดและมอบอิสระให้จิตวิญญาณด้วยรถมอเตอร์ไซค์ที่มีความโดดเด่นและสามารถปรับแต่งได้ นอกเหนือจากประสบการณ์การขับขี่ อุปกรณ์เสริมสำหรับรถมอเตอร์ไซค์ อุปกรณ์การขับขี่และเครื่องแต่งกายแล้ว ฮาร์ลีย์-เดวิดสัน ไฟแนนเชียล เซอร์วิส ยังให้บริการทางด้านสินเชื่อและประกันภัยรวมไปถึงรายการอื่นๆ เพื่อช่วยผู้ขับขี่ ฮาร์ลีย์-เดวิดสัน บนท้องถนนได้ขับขี่อย่างปลอดภัย สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.harley-davidson.com

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับรถจักรยานยนต์และผลิตภัณฑ์ของฮาร์ลีย์ – เดวิดสันได้ที่ h-dmediakit.com

ราคาใหม่โมเดลรุ่นปี 2021 - มอเตอร์ไซค์ ฮาร์ลีย์-เดวิดสัน®

ตระกูล รุ่นรถ ราคา(เริ่มต้น)


ทัวร์ริ่ง (Touring)

อีเล็กตร้า ไกลด์ สแตนดาร์ด

(Electra Glide™ Standard)

1,189,000 บาท

โร้ด คิง (Road King™)

1,189,000 บาท

โร้ด คิง สเปเชียล (Road King™Special)

1,329,000 บาท

สตรีท ไกลด์ สเปเชียล สีโครเมี่ยม

(Street Glide™ Special – Chrome)

1,399,000 บาท

สตรีท ไกลด์ สเปเชียล สีดำ

(Street Glide™ Special – Black)

1,429,000 บาท

โร้ด ไกลด์ สเปเชียล สีโครเมี่ยม

(Road Glide™ Special – Chrome)

1,469,000 บาท

โร้ด ไกลด์ สเปเชียล สีดำ

(Road Glide™ Special – Black)

1,499,000 บาท

อัลตร้า ลิมิเต็ด (Ultra Limited)

1,539,000 บาท

ซอฟเทล (Softail™)

ซอฟเทล สแตนดาร์ด (Softail Standard™)

769,000 บาท

สตรีทบ๊อบ 114 (Street Bob™ 114)

849,000 บาท

โลว ไรเดอร์ เอส (Low Rider™ S)

989,000 บาท

สปอร์ต ไกลด์ (Sport Glide™)

919,000 บาท

แฟตบ๊อบ 114 (Fat Bob™ 114)

979,000 บาท

เบรกเอาท์ 114 (Breakout™ 114)

1,049,000 บาท

เฮอริเทจ คลาสสิก 114

(Heritage Classic 114)

1,059,000 บาท

แฟตบอย 114 (Fat Boy™ 114)

1,119,000 บาท

สปอร์ตเตอร์ (Sportster™)

ไอรอน 883 (Iron 883™)

516,000 บาท

ไอรอน 1200 (Iron 1200™)

579,000 บาท

ฟอร์ตี้ เอทจ์ (Forty-Eight™)

639,000 บาท

คัสตอม เวฮิเคิล ออปเปอร์เรชั่น
(Custom Vehicle Operations™)

ซีวีโอ ลิมิเต็ด (CVO™ Limited)

3,159,000 บาท

ซีวีโอ โร้ด ไกลด์ (CVO Road Glide)

2,949,000 บาท

ซีวีโอ สตรีท ไกลด์ (CVO™ Street Glide™)

2,899,000 บาท

ตัวแทนจำหน่าย ฮาร์ลีย์-เดวิดสันä อย่างเป็นทางการ

กรุงเทพมหานคร


Harley-Davidson® of Bangkok

388 ถนน พระราม9 แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ 10310

+66-02-318-8488

www.harley-davidsonbangkok.com
 
AAS Metro Harley-Davidson®

126 โครงการ เอ สแควร์ ซ. สุขุมวิท 26 แขวงคลองตัน เขตคลองเตย กรุงเทพฯ 10110

+66 2 258 0988

AAS Harley-Davidson® of Bangkok

99 หมู่ 3 ถนนวิภาวดี-รังสิต แขวงตลาดบางเขน เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210     

+66-02-521-4545     

AAS Harley-Davidson® of Siam Paragon

991 ชั้น2 สยามพารากอน ถ. พระราม 1 แขวง ปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330

+66 2 129 4829

https://www.aasharley-davidson.com

เชียงใหม่

Richco Harley-Davidson®     

357/2 หมู่ที่1 ถนนสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี ต.หนองผึ้ง อ.สารภี เชียงใหม่ เชียงใหม่ 50140       

+66-053-103-858     

www.richcoharley.com

พิษณุโลก

TNR Harley-Davidson® of Phitsanulok       

888/8 ถนนพิชัยสงคราม ในเมือง อ.เมือง พิษณุโลก 65000

+66-082-397-4444

www.harley-davidsonphitsanulok.com

ขอนแก่น

Poise Harley-Davidson® of Khon Kaen       

789 หมู่ 9 ถนนศรีจันทร์ ต.พระลับ อ.เมืองของแก่น ขอนแก่น 40000

+66-043-466-544     

www.poiseharleydavidson.com
 
อุบลราชธานี

Harley-Davidson® of Ubon Ratchathani       

311 หมู่ 7 ต.แจระแม อ.เมือง อุบลราชธานี 3400

+66-045-959-922     

www.harleydavidsonubon.com

พัทยา

AAS Harley-Davidson® of Pattaya   

100/88 หมู่ 12 ถนนสุขุมวิท - พัทยา ตำบลหนองปรือ อำเภอบางละมุง , พัทยา, ชลบุรี 20150

+66-038-255-255     

https://www.aasharley-davidson.com/en

ภูเก็ต

Harley-Davidson® of Phuket

88/9 หมู่ 5 ถนนเทพกระษัตรี ต.เทพกระษัตรี อ.ถลาง ภูเก็ต 83110

+66-076-681-017     

www.harley-davidsonphuket.com

หาดใหญ่

Harley-Davidson® of Hat Yai

882 ถนนศุภสารรังสรรค์ ต.หาดใหญ่ อ.หาดใหญ่ สงขลา 90110

+66-074-491-990     

www.harleydavidsonhatyai.com

7
‘มิชลิน’ เชิญชวนนักบิดและแฟนพันธุ์แท้รถจักรยานยนต์ในไทย ร่วมชมนิทรรศการยางรถจักรยานยนต์ในรูปแบบเสมือนจริง MICHELIN MOTORCYCLE TYRE VIRTUAL EXHIBITION

กิจกรรมออนไลน์ระดับโลกระยะเวลา 1 เดือนครั้งนี้มุ่งเปิดประสบการณ์ดิจิทัลเต็มรูปแบบพร้อมให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับยางรถจักรยานยนต์แบรนด์มิชลิน









มิชลิน ผู้นำด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยียางรถยนต์ระดับโลก รุกก้าวเข้าสู่ปี 2564 ด้วยการเปิดตัว MICHELIN MOTORCYCLE TYRE VIRTUAL EXHIBITION นิทรรศการยางรถจักรยานยนต์ในรูปแบบเสมือนจริง 360 องศาบนเครือข่ายออนไลน์ ให้ผู้เข้าชมได้สัมผัสโลกที่น่าตื่นตาของยางรถจักรยานยนต์แบรนด์มิชลิน นอกจากจะเปิดประสบการณ์ดิจิทัลเต็มรูปแบบและให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับยางรถจักรยานยนต์ภายใต้แบรนด์มิชลินแล้ว นิทรรศการเสมือนจริงดังกล่าวยังตอกย้ำความมุ่งมั่นของมิชลินในการสร้างสรรค์นวัตกรรมและนำเสนอสมรรถนะและความปลอดภัยขั้นสูงสุด นิทรรศการครั้งนี้เปิดให้เข้าชมแล้วทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง ตั้งแต่บัดนี้ไปจนถึงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2564

มร.รอสส์ ชีลส์ (Ross Shields) ผู้อำนวยการกลุ่มธุรกิจผลิตภัณฑ์ยาง 2 ล้อ ประจำภูมิภาคเอเชียของมิชลิน กล่าวว่า “การจัดนิทรรศการเสมือนจริงครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้เข้าชมได้ทราบรายละเอียดเกี่ยวกับเทคโนโลยีและผลิตภัณฑ์ยางรถจักรยานยนต์ของมิชลินที่วางจำหน่ายในเอเชียและทั่วโลก, บทบาทของมิชลินในการแข่งรถจักรยานยนต์  โดยเฉพาะ ‘โมโตจีพี’ รายการแข่งรถจักรยานยนต์ทางเรียบระดับโลก ที่เปรียบเสมือนเป็นห้องปฏิบัติการทดสอบยางของมิชลินเพื่อถ่ายทอดเทคโนโลยีจากสนามแข่งสู่ท้องถนน ตลอดจนความสัมพันธ์ที่ยาวนานระหว่างมิชลินกับบริษัทผู้ผลิตรถจักรยานยนต์ชั้นนำซึ่งเลือกใช้ยางมิชลินเป็นยางมาตรฐานติดรถ อาทิ ฮาร์ลีย์-เดวิดสัน (Harley-Davidson), ฮอนด้า (Honda) และ ยามาฮ่า (Yamaha)”

นิทรรศการยางรถจักรยานยนต์ในรูปแบบเสมือนจริง MICHELIN MOTORCYCLE TYRE VIRTUAL EXHIBITION แบ่งออกเป็น 5 ส่วน โดยแต่ละส่วนเน้นเนื้อหาที่แตกต่างกัน ได้แก่ Tyre Technology กล่าวถึงเทคโนโลยีขั้นสูง รวมทั้งกระบวนการวิจัยและพัฒนายางรถจักรยานยนต์ของมิชลิน, Michelin Motorcycle Tyres ที่ให้ข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับยางมิชลินรุ่นต่างๆ สำหรับรถจักรยานยนต์, MotoGP™ Experience ที่แสดงความสัมพันธ์อันยาวนานระหว่างมิชลินและรายการแข่งรถจักรยานยนต์ ‘โมโตจีพี’, ข้อมูลยางรถจักรยานยนต์และนักบิดในการแข่งขัน ‘โมโตจีพี’ ประจำปี 2564 พร้อมทั้งคลิปวิดีโอเกี่ยวกับการแข่งขันและนักบิด ‘โมโตจีพี’, Motorcycle Tyre Original Equipment จัดแสดงเนื้อหาสะท้อนพลังการร่วมพันธมิตรของมิชลินกับผู้ผลิตรถจักรยานยนต์ชั้นนำระดับโลก พร้อมทั้งแสดงรถจักรยานยนต์หลากรุ่นที่ใช้ยางมิชลินเป็นยางมาตรฐานติดรถ และ Riding Experience นำเสนอความคิดเห็นของนักบิดทั่วโลกที่ได้สัมผัสสมรรถนะของยางรถจักรยานยนต์ภายใต้แบรนด์มิชลิน

เนื้อหาทั้งหมดนำเสนอเป็นภาษาต่างๆ รวม 6 ภาษา ได้แก่ อังกฤษ, ไทย, บาฮาซา อินโดนีเซีย, ญี่ปุ่น, เกาหลี และเวียดนาม ผู้สนใจสามารถคลิกเข้าชมนิทรรศการยางรถจักรยานยนต์ในรูปแบบเสมือนจริง MICHELIN MOTORCYCLE TYRE VIRTUAL EXHIBITION ได้ที่ motorcycletyreexhibithall.michelin.asia

เกี่ยวกับมิชลิน
มิชลิน ในฐานะผู้นำอุตสาหกรรมยางรถยนต์ มุ่งมั่นส่งเสริมการสัญจรของลูกค้าอย่างยั่งยืน ออกแบบและจัดจำหน่ายยางที่เหมาะกับการใช้งานมากที่สุด ตลอดจนให้บริการและโซลูชั่นที่ตรงกับความต้องการของลูกค้า ซึ่งครอบคลุมการให้บริการทางดิจิทัล การจัดทำคู่มือและแผนที่สำหรับการเดินทางท่องเที่ยวเพื่อสัมผัสประสบการณ์ที่แตกต่างไม่เหมือนใคร รวมถึงการพัฒนาวัสดุทางเทคโนโลยีขั้นสูงสำหรับอุตสาหกรรมการสัญจร  กลุ่มมิชลินมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่เมืองแกลร์มง-แฟร็อง ประเทศฝรั่งเศส และมีสำนักงานสาขาอยู่ใน 170 ประเทศ โดยมีพนักงาน 127,000 คนทั่วโลก และมีโรงงานผลิตยาง 69 แห่ง ซึ่งผลิตยางรวมกันได้สูงถึง 200 ล้านเส้นในปี 2562  คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.michelin.co.th

8
ยาง ‘บีเอฟกู๊ดริช’ นำ Stéphane Peterhansel และ Edouard Boulanger ทะยานคว้าชัยในการแข่งแรลลีสุดหฤโหด ‘ดาการ์’ ครั้งที่ 17






ในการแข่งแรลลีสุดหฤโหด ‘ดาการ์’ (Dakar) ประจำปี 2564 ซึ่งจัดขึ้นที่ประเทศซาอุดิอาระเบีย ระหว่างวันที่ 3-15 มกราคม ที่ผ่านมา ภายใต้มาตรการด้านสุขอนามัยอย่างเข้มงวดเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19  ‘สเตฟาน ปีเตอร์อองเซล’ (Stéphane Peterhansel) เจ้าของฉายา “เมอซิเออร์ ดาการ์” (Monsieur Dakar) ควบรถบั๊กกี้ เอ็กซ์-เหรด มินิ ขุมพลังดีเซล ขับเคลื่อน 2 ล้อ สังกัดทีมเจซีดับเบิลยู (JCW) คว้ารางวัลชนะเลิศไปครอง พิสูจน์ให้เห็นว่าทักษะในการขับขี่ทั้งด้านความเร็ว ความสม่ำเสมอ และการควบคุมรถของนักขับชาวฝรั่งเศสผู้นี้ เป็นปัจจัยสำคัญสู่ความเป็นแชมป์บนเส้นทางวิบากที่ต้องขับขี่ด้วยความเร็วสูงระยะทาง 4,500 กิโลเมตร รวม 12 สเตจ ของการแข่งขันปีนี้ โดยทีมงาน รถแข่ง และยางรถ ต่างต้องผ่านบททดสอบอย่างหนัก

ซองดรีน กอมโบ (Sandrine Combeaux) ผู้จัดการ ‘บีเอฟกู๊ดริช’ ประจำภาคพื้นยุโรป กล่าวว่า “ยาง ‘บีเอฟกู๊ดริช ออล เทอร์เรน ที/เอ เคดีอาร์2+’ (BFGoodrich All Terrain T/A KDR2+) ที่ใช้ในการแข่งขัน ‘ดาการ์’ ประจำปี 2564 ไม่เพียงอัดแน่นด้วยเทคโนโลยีสำหรับยางแรลลีที่ดีที่สุด แต่ยังเป็นยางที่เกิดจากการทุ่มเทพัฒนาอย่างต่อเนื่องตามแนวทางที่ได้จากการรวบรวมความคิดเห็นและข้อเสนอแนะของผู้เข้าร่วมกิจกรรมการแข่งขัน”

การแข่งขัน ‘ดาการ์’ ประจำปี 2564 เป็นการแข่งขันครั้งที่ 2 ที่จัดขึ้นในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยสเตจสำหรับการขับขี่ด้วยความเร็วสูงพิเศษมีความทุรกันดารมากกว่าสเตจในภูมิภาคอเมริกาใต้  ดังนั้น รถบั๊กกี้ยางล้อใหญ่จึงมีข้อได้เปรียบด้วยโครงสร้างที่แข็งแกร่ง ขณะที่รถขับเคลื่อน 4 ล้อซึ่งใช้ยางล้อขนาดเล็กกว่ามีโอกาสที่จะประสบปัญหาในการแข่งขันได้มากกว่า

“นอกจากทักษะด้านทิศทางที่แม่นยำและความชำนาญในการแข่งแรลลีสไตล์แอฟริกาแล้ว รูปแบบการขับขี่ ตลอดจนเทคนิคการขับขี่ให้เกิดประสิทธิผลสูงสุด ถือเป็นกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จ ซึ่งผลงานการคว้าแชมป์ของ สเตฟาน ปีเตอร์อองเซล คือข้อพิสูจน์ได้อย่างดี” มิสกอมโบ กล่าวเสริม

ผู้เชี่ยวชาญด้านยางของ ‘บีเอฟกู๊ดริช’ ไม่เพียงอยู่เคียงข้างคอยให้การสนับสนุนช่วยเหลือนักแข่งที่ใช้ยาง ‘บีเอฟกู๊ดริช’ ตั้งแต่เริ่มจนสิ้นสุดการแข่งขัน แต่ยังให้คำแนะนำเรื่องการเลือกยาง รูปแบบการติดตั้ง และแรงดันลมยางด้วย ทั้งนี้ ตลอด 12 ช่วงการแข่งขัน (Leg)  ศูนย์บริการ ‘บีเอฟกู๊ดริช’ ได้ติดตั้งและถอดเปลี่ยนยางให้กับนักแข่งรวมทั้งสิ้นกว่า 3,800 เส้น

การแข่งรถรายการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ‘ดาการ์’ หรือ ‘บาฮา’ (Baja) ซึ่งเป็นการแข่งขันสไตล์อเมริกาเหนือล้วนมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมให้ยาง ‘บีเอฟกู๊ดริช’ ประเภทที่ใช้ได้ทั้งทางเรียบและออฟโรด (All Terrain) มีศักยภาพที่โดดเด่น อีกทั้งยังช่วยเสริมสร้างความเชี่ยวชาญอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของแบรนด์ ‘บีเอฟกู๊ดริช’ ที่สั่งสมมายาวนานถึง 150 ปี ทั้งนี้ กีฬามอเตอร์สปอร์ตเปรียบเสมือนห้องทดลองขนาดใหญ่สำหรับทดสอบการใช้งานยางในสภาพสุดหฤโหดเท่าที่จะเป็นไปได้ โดยมีเป้าหมายมุ่งเก็บเกี่ยวความรู้อย่างรอบด้านเพื่อให้สามารถถ่ายทอดสมรรถนะยางรถแข่งไปสู่ยาง ‘บีเอฟกู๊ดริช’ ที่วางจำหน่ายในเชิงพาณิชย์สำหรับยานยนต์ขับเคลื่อน 4 ล้อได้ต่อไป

สมรรถนะและประสิทธิภาพของยาง ‘บีเอฟกู๊ดริช มัด เทอร์เรน เคเอ็ม3 เอสเอสวี/ยูทีวี’ (BFGoodrich Mud Terrain KM3 SSV/UTV) รุ่นล่าสุด คือจุดเด่นของการแข่งขัน ‘ดาการ์’ ประจำปี 2564 โดยในการแข่งขันประเภทยานพาหนะขนาดเล็ก (Light Vehicle) คริสตินา กูเตียร์เรซ (Cristina Gutierrez) นักแข่งจากสเปนที่ใช้ยาง ‘บีเอฟกู๊ดริช’ ทำเวลาได้เร็วที่สุดเป็นจ่าฝูงของกลุ่มในวันแรกของการแข่งขัน จึงกลายเป็นนักแข่งหญิงคนแรกที่คว้าชัยชนะระดับสเตจในการแข่งขัน ‘ดาการ์’ นับตั้งแต่ปี 2548 เป็นต้นมา นอกจากนี้ เซธ ควินเตโร (Seth Quintero) นักแข่งอายุ 18 ปี ซึ่งลงแข่งเพื่อป้องกันแชมป์ให้กับทีม ‘เรดบูล จูเนียร์ โอที3’ (Red Bull Junior Team OT3) เช่นเดียวกับ คริสตินา กูเตียร์เรซ ยังถือเป็นนักแข่งอายุน้อยที่สุดเท่าที่เคยลงแข่งในการแข่งขัน ‘ดาการ์’ อีกด้วย

ดาวน์โหลดรูปจากการแข่งขันเพิ่มเติมได้ที่ bit.ly/3o75jwA

เกี่ยวกับยาง ‘บีเอฟกู๊ดริช’
ด้วยประวัติที่ยาวนานกว่า 150 ปี ‘บีเอฟกู๊ดริช’ (BFGoodrich®) เป็นแบรนด์ผลิตภัณฑ์ยางรถยนต์ที่ทุ่มเทนำเสนอยางสมรรถนะสูงเพื่อผู้ที่รักการขับขี่ในแทบทุกสภาพแวดล้อมอย่างแท้จริง ยางบีเอฟกู๊ดริชผสานความเชี่ยวชาญด้านเทคนิคเข้ากับประสบการณ์ในกีฬามอเตอร์สปอร์ตที่สั่งสมมายาวนานถึง 45 ปี เพื่อรังสรรค์ยางรถยนต์ที่มอบประสบการณ์การขับขี่ที่ดีในทุกสภาวะ ไม่ว่าจะเป็นยางสมรรถนะสูงสำหรับขับขี่บนถนนทางเรียบหรือยางออฟโรด ภายใต้แนวคิดหลักคือการมอบสมรรถนะที่ดุดันถึงขีดสุดให้กับผู้ใช้งาน คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.BFGoodrich.com

9

การรวมพลครั้งยิ่งใหญ่ของคนรักปอร์เช่

ปอร์เช่ ประเทศไทย เข้าร่วมงานมหกรรมรวมพลคนรักปอร์เช่ Das Treffen ครั้งที่ 5







กรุงเทพฯ. ปอร์เช่ ประเทศไทย โดย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายรถยนต์ปอร์เช่อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย เข้าร่วมงาน Das Treffen ครั้งที่ 5 มหกรรมรวมพลคนรักปอร์เช่ที่ใหญ่ที่สุดในเมืองไทย ซึ่งครั้งนี้จัดขึ้นในคอนเซปต์ “Targa Mania” ภายในงานท่ามกลางกองทัพรถยนต์ปอร์เช่คลาสสิคและปอร์เช่รุ่นใหม่กว่า 300 คัน เอเอเอสฯ ได้ขนยนตรกรรมรุ่นเด่น มาร่วมอวดโฉม นำโดย 911 ทาร์กา 4 เอส (911 Targa 4S), พานาเมร่า จีทีเอส ใหม่ (The new Panamera GTS), ไทคานน์ เทอร์โบ (Taycan Turbo) รวมถึง รถแทรกเตอร์ (Porsche Tractor) และพิเศษสุดด้วยปอร์เช่ 911 Targa (911 ทาร์กา) รุ่นคลาสสิค โมเดลปี 1969
ที่ได้รับการปลุกชีพขึ้นมาใหม่ โดยทีมช่างปอร์เช่คลาสสิคของเอเอเอสฯ ได้ถูกนำมาเผยโฉมให้ชมเป็นครั้งแรกในงานนี้ ณ อิมแพค เลคไซด์ เมืองทองธานี เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม ที่ผ่านมา

นอกจากนี้ เอเอเอสฯ มอบโอกาสพิเศษสำหรับผู้สนใจรถพลังงานไฟฟ้า ปอร์เช่ ไทคานน์ ให้ได้ลงทะเบียนเพื่อทดลองขับ พร้อมมุมถ่ายภาพในบรรยากาศ Porsche Garage และกิจกรรมสอนการขับขี่รถยนต์สำหรับเด็ก Kids Driving School เพื่อให้เหล่าครอบครัวคนรักปอร์เช่ได้ร่วมสนุกในบรรยากาศสบายๆ ของการพบปะสังสรรค์ ท่ามกลางเสียงดนตรีและร้านอาหารหลากหลายชนิดจาก Food Truck ยอดนิยมตลอดทั้งวันอีกด้วย

พร้อมกันนี้ เอเอเอสฯ เอาใจนักสะสมด้วยสินค้า Porsche Driver’s Selection คอลเลคชันใหม่ล่าสุด Porsche Heritage Collection ที่มาพร้อมเครื่องแต่งกายและแอคเซสเซอรี่ในราคาพิเศษ




เกี่ยวกับ AAS Auto Service
ปอร์เช่ ประเทศไทย โดย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ปอร์เช่อย่าง เป็นทางการ ได้สร้างความเชื่อมั่นในด้านการดูแลหลังการขายให้กับลูกค้าปอร์เช่ทุกท่าน ด้วยทีมวิศวกรที่ผ่านการ ทดสอบระดับเหรียญทอง (ZPT3 Gold Theory Test & Recertification) ถึง 12 คน ซึ่งถือว่ามี จำนวนมากที่สุดของศูนย์รถยนต์ปอร์เช่ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิคทั้งหมด 12 ประเทศ สะท้อนให้เห็นถึง ความสำคัญ ในเรื่องการให้บริการหลังการขาย โดย เอเอเอส ทุ่มงบการอบรมวิศวกร ของเราให้มีคุณภาพสูงสุด ตามนโยบาย หลักของบริษัทที่ว่า “เอเอเอส ดูแลทั้งรถและคุณ AAS Looking after YOU and your CAR” เพื่อให้ท่านมั่นใจได้ว่า “AAS The Name you can Trust” ซึ่งพิสูจน์ให้ท่านได้เห็นแล้วตลอดระยะเวลาดำเนินงานมากกว่า 30 ปี

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
Porsche Centre Bangkok  โทร. 02-522-6655
Porsche Centre Pattanakarn  โทร. 02-369-1111
Porsche City Showroom Siam Paragon ชั้น 2 โทร. 02-610-9911
Porsche Studio Bangkok ICONSIAM ชั้น 1 โทร 02-288-0911

10
สนุกสุดมันส์! วัยรุ่นชลบุรีคอนเฟิร์ม New Honda GROM บิดมันส์เร้าใจด้วยชุดเกียร์ 5 สปีด











เอ.พี. ฮอนด้า ยกทัพความบันเทิงเต็มรูปแบบส่งตรงถึงสาวกนักบิดชาวชลบุรี กับการจัดอีเวนท์ใหญ่ยักษ์ ภายใต้ชื่อ New Honda GROM “แต่งจัดใหญ่ สนุกจัดเต็ม” รวมความสนุกตื่นเต้นเร้าใจจากกิจกรรมหลากหลายรูปแบบ เปิดโอกาสให้เหล่าวัยรุ่นในพื้นที่และจังหวัดใกล้เคียงได้มีส่วนร่วมและเติมเต็มความสุขกันอย่างเต็มอิ่ม โดยมีไฮไลต์อยู่ที่การได้สัมผัสสมรรถนะมินิไบค์รุ่นใหม่ล่าสุด New Honda GROM ซึ่งผู้เข้าร่วมการทดสอบต่างยืนยันเป็นเสียงเดียวกันถึงความสนุกจากการขับขี่ที่ให้การควบคุมอย่างคล่องตัว แรงบิดให้อัตราเร่งรวดเร็วทันใจ ชุดเกียร์ใหม่ 5 สปีด ส่งกำลังไหลลื่นต่อเนื่อง ให้ความมันส์เร้าใจโดดเด่นที่สุดในคลาส จัดขึ้นที่ตลาดนินจา จังหวัดชลบุรี เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

#NewHondaGROM #HondaGROM #GROM #ModItYourself #แต่งใหญ่ใส่ให้สุด #แต่งจัดใหญ่สนุกจัดเต็ม #WhatStopsYou #มุ่งไปอย่าให้อะไรมาหยุด #APHonda #Honda #HondaMotorcycle #รถจักรยานยนต์ฮอนด้า

11
ฮาร์ลีย์-เดวิดสันสะกดสายตาคนทั้งโลก ด้วยการเปิดตัวจักรยานยนต์รุ่นใหม่ประจำปี 2564 ทั้งหมดในงาน H-D 2021 GLOBAL DIGITAL EVENT ในวันที่ 19 มกราคม 2564







H-D 21 Virtual Launch Event | Harley-Davidson
<a href="http://www.youtube.com/watch?v=rj2ysuWT55s" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=rj2ysuWT55s</a>

Pan America Virtual Event | Harley-Davidson
<a href="http://www.youtube.com/watch?v=n47s4rgcQ5Q" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=n47s4rgcQ5Q</a>

กรุงเทพฯ 11 ธันวาคม 2563 – ตลอดประวัติศาสตร์ 118 ปีของฮาร์ลีย์-เดวิดสัน ไม่เคยมีครั้งใดที่เรานำพาโลกทั้งใบมาบรรจบกันในงานอีเวนต์ออนไลน์ครั้งเดียว แต่ในวันที่ 19 ม.ค. 2564 ทุกอย่างจะเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง เพราะ ฮาร์ลีย์-เดวิดสัน เตรียมจัดงาน H-D 21 เพื่อเปิดตัวจักรยานยนต์แบบเสมือนจริงครั้งแรก พร้อมนำเสนอจักรยานยนต์รุ่นใหม่ล่าสุด อะไหล่ อุปกรณ์เสริม อุปกรณ์สำหรับการขับขี่และเครื่องแต่งกายใหม่ล่าสุดสำหรับการขับขี่ของปี 2564ผู้เข้าร่วมงานจะได้รับฟังข้อมูลจากผู้บริหาร ฮาร์ลีย์-เดวิดสัน นักออกแบบรถมอเตอร์ไซค์ วิศวกร และผู้สร้างสรรค์เครื่องแต่งกาย กับทิศทางของอุตสาหกรรมจักรยานยนต์และรายละเอียดเกี่ยวกับทุกสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับผู้จัดจำหน่ายฮาร์ลีย์-เดวิดสันอย่างเป็นทางการในปี 2564

ท่านที่สนใจสามารถลงทะเบียนเพื่อสัมผัสประสบการณ์ H-D 21 งานเปิดตัวเสมือนจริงได้ที่ www.H-D.com/21

การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ในรูปแบบใหม่

การเปิดตัวจักรยานยนต์แบบเสมือนจริงทั่วโลกครั้งนี้ เป็นวิธีแนะนำผลิตภัณฑ์ที่บริษัทได้ปรับปรุงให้มีประสิทธิผลดียิ่งขึ้น เพื่อให้ลูกค้าในตลาดได้รับทราบเกี่ยวกับข้อมูลจักรยานยนต์รุ่นใหม่ล่าสุด ในปีนี้ฮาร์ลีย์-เดวิดสันได้ประกาศความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญแล้วหลายประการ ซึ่งรวมถึงการปรับปรุงผลิตภัณฑ์ประเภทต่างๆ ที่ได้วางแผนไว้ให้กระชับขึ้นร้อยละ 30 การเลื่อนเวลาเปิดตัวจักรยานยนต์รุ่นใหม่ของปีให้สอดคล้องกับการเริ่มต้นฤดูแห่งการขับขี่ และการเพิ่มกิจกรรมทางการตลาดเพื่อกระตุ้นความต้องการและสื่อสารกับตลาดแบบหวังผลสูงสุด

“เราตื่นเต้นมากที่จะได้เชิญผู้คนทั่วทุกมุมโลกเข้าร่วมงานแบบเสมือนจริง เพื่อนำเสนอแรงบันดาลใจและความหลงใหลที่ทำให้เกิดจักรยานยนต์รุ่นปี 2564 ของเรา ซึ่งรวมถึงการเปิดตัว Pan America™ รถมอเตอร์ไซค์อเนกประสงค์สองล้อที่สร้างขึ้นเพื่อความทนทาน ดีไซน์มาเพื่อการสำรวจ และออกแบบทางวิศวกรรมมาเพื่อการผจญภัยรุ่นแรกของเราด้วย” ธีโอ คีเทลล์ รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายการตลาด กล่าว “และเรากำลังรอเวลาที่จะได้เข้าร่วมงานนี้พร้อมกับลูกค้าและผู้แทนจำหน่ายของเราทั่วโลกอย่างตื่นเต้น”


เจสัน โมมัว นักแสดง เล่าถึงความหลงใหลในรถจักรยานยนต์

เจสัน โมมัว นักแสดง ผู้อำนวยการสร้าง และผู้หลงใหลในจักรยานยนต์ชาวอเมริกา จะมีส่วนสำคัญในงานวันที่ 19 มกราคมนี้ เจสัน ผู้แสวงหาการผจญภัยครั้งใหม่อย่างไม่มีที่สิ้นสุด จะมาเล่าว่าจักรยานยนต์รุ่น Pan America ที่กำลังจะออกสู่ท้องตลาดนั้น ได้ทำให้เขารักฮาร์ลีย์-เดวิดสันมากยิ่งขึ้น และสร้างโอกาสแห่งการสำรวจออฟโรดแบบไล่ตามเส้นขอบฟ้าอย่างไร้ขีดจำกัดได้อย่างไร

“ฮาร์ลีย์-เดวิดสัน ทำให้ผมมีโอกาสอย่างไม่สิ้นสุดในการร่วมผจญภัยกับผู้คนสุดวิเศษ ไปยังสถานที่อันยิ่งใหญ่และน่าหลงใหลที่สุด และเพิ่มแรงบันดาลใจของผมดังที่เห็นในภาพยนตร์ชุด United We Will Ride” เจสันกล่าว “ผมตื่นเต้นที่ได้ร่วมงานกับฮาร์ลีย์-เดวิดสัน และมีโอกาสได้เห็นและขี่จักรยานยนต์ Pan America 1250 เป็นครั้งแรก มันเป็นสุดยอดรถมอเตอร์ไซค์แอดเวนเจอร์ทัวร์ริงที่เหมาะกับการขับขี่ออฟโรด พาคุณไปในสถานที่ซึ่งไม่มีใครเคยไปมาก่อน ทุกคนจะได้รับความสุขอย่างเต็มที่กับจักรยานยนต์ที่ฮาร์ลีย์-เดวิดสันได้สร้างขึ้นนี้”

ฮาร์ลีย์-เดวิดสันจะเปิดตัว Pan America พร้อมกันทั่วโลกในวันที่ 22 ก.พ. 2564

รถมอเตอร์ไซค์แอดเวนเจอร์ทัวร์ริงรุ่น Pan America™ 1250 ใหม่ล่าสุดของฮาร์ลีย์-เดวิสัน จะพรีวิวให้เห็นในงาน H-D 21 ในวันที่ 19 ม.ค. และจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในรูปแบบดิจิทัลในวันที่ 22 ก.พ. 2564 เพื่อนำเสนอรายละเอียดทั้งหมดของจักรยานยนต์ Pan America รุ่นใหม่นี้อย่างชัดเจน

อ่านข้อมูลล่าสุดได้ที่ www.H-D.com/PanAmerica

12

ฮาร์ลีย์-เดวิดสัน จัดใหญ่…!! ต้อนรับโค้งสุดท้ายกับ Thailand International Motor Expo 2020 ซื้อรถจักรยานยนต์ 1 คัน มีสิทธิ์ลุ้นรับ Harley-Davidson Sportster Iron 883™ อีก 1 คัน ฟรี !!

กรุงเทพฯ 10 ธันวาคม 2563 – ฮาร์ลีย์-เดวิดสัน จัดแคมเปญใหญ่ ลุ้นรับ Harley-Davidson Sportster Iron 883™ มูลค่ากว่า 509,000 บาทไปฟรีๆ อีก 1 คัน สำหรับลูกค้าที่ซื้อรถมอเตอร์ไซค์ ฮาร์ลีย์-เดวิดสัน รุ่นใดก็ได้ในงาน Thailand International Motor Expo 2020 หรือที่ร้านผู้แทนจำหน่ายที่ได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการทั้งหมด (ภายในวันที่ 13 ธันวาคม 2563) และรับรถภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2563 จะได้สิทธิ์จับรางวัล จำนวน 1 ใบต่อ 1 สัญญาจอง โดยกรอกรายละเอียด ชื่อ-ชื่อสกุล ที่อยู่ และเบอร์โทรศัพท์ ลงบนคูปองชิงรางวัลให้ครบถ้วนชัดเจน นำใส่กล่องรับชิ้นส่วนในวันที่ลูกค้าออกรถ ณ จุดบริการที่ร้านผู้แทนจำหน่ายที่ได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการทั้งหมด

ประกาศรายชื่อผู้โชคดีที่ได้รับรางวัลผ่านทาง Facebook ของบริษัทฯ Facebook ของผู้แทนจำหน่ายที่ได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการ และ Facebook บริษัท ฮาลีย์-เดวิดสัน จำกัด พร้อมแจ้งผู้โชคดีทางโทรศัพท์ ตั้งแต่วันที่ 10 มกราคม 2564 เป็นต้นไป

Facebook บริษัท ฮาลีย์-เดวิดสัน จำกัด และ Facebook ผู้แทนจำหน่ายที่ได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการ

Harley-Davidson Asia
AAS Harley-Davidson of Bangkok
AAS Harley-Davidson of Pattaya
AAS Metro Harley-Davidson
Harley-Davidson of Bangkok
Harley-Davidson of Phuket
Richco Harley- Davidson Chiang mai
TNR Harley-Davidson of Phitsanulok
Harley- Davidson of Ubon Ratchathani
Poise Harley-Davidson of Khon Kaen
Harley-Davidson of Hat Yai


หมายเหตุ

* เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯกำหนด

** เฉพาะลูกค้าที่จองรถจากผู้จำหน่ายฮาร์ลีย์-เดวิดสันทั่วประเทศหรือในงาน Motor Expo 2020 ระหว่างวันนี้ - 13 ธ.ค.2563 และรับรถภายในวันที่ 31 ธ.ค. 2563 เท่านั้น

*** จับรางวัลวันที่ 9 ม.ค. 2564 เวลา 15:00 ณ บจก. พาวเว่อร์ สเตชั่น มอเตอร์สปอร์ต ถนนพระราม 9 ประกาศรางวัลผ่าน Facebook ผู้จำหน่ายฯ

**** รางวัลคือ Harley-Davidson Iron 883™ สีดำด้านมูลค่า 509,000 บาท

***** ผู้รับรางวัลเป็นผู้จ่ายภาษีที่เกิดขึ้นทั้งหมด

13

เอ.พี. ฮอนด้า คว้ารางวัล TAQA 2020 ครองอันดับ 1 ในใจมหาชน 10 ปีซ้อน


เอ.พี. ฮอนด้า ผงาดคว้าสุดยอดรางวัลธุรกิจยานยนต์ยอดนิยม ประจำปี 2563 หรือ THAILAND AUTOMOTIVE QUALITY AWARD 2020 (TAQA 2020) จากผลสำรวจของผู้บริโภคทั่วไทย ยกให้เป็นแบรนด์รถจักรยานยนต์อันดับที่ 1 ในใจมหาชนติดต่อกัน 10 ปีซ้อน ขณะเดียวกัน ยังสามารถคว้ารางวัล Platinum Excellence Award รางวัลสำคัญในด้านการเป็นแบรนด์รถจักรยานยนต์แบรนด์เดียวที่มีภาพลักษณ์ดีเด่นและน่าเชื่อถือ (Trusted Brand) พร้อมด้วยความรับผิดชอบต่อสังคม และสามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคได้ดีที่สุด ครบรอบหนึ่งทศวรรษด้วยเช่นกัน

โดยการมอบรางวัลในปีนี้ได้รับเกียรติจาก นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานมอบรางวัล จัดขึ้นมื่อวันศุกร์ที่ 4 ธันวาคม ที่ผ่านมา ณ อาคารชาเลนเจอร์ ฮอลล์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี

#WhatStopsYou #มุ่งไปอย่าให้อะไรมาหยุด #APHonda #Honda #HondaMotorcycle #รถจักรยานยนต์ฮอนด้า #ThailandAutomotiveQualityAward2020 #TAQA2020

14
ฮอนด้าจัดประชันรถแต่ง GROM และ CT125 ให้แฟนๆ ได้ชมถึงมอเตอร์ เอ็กซ์โป 2020









รถจักรยานยนต์ฮอนด้าผนึกกำลังสำนักแต่งชั้นนำระดับประเทศ 40 สำนัก ร่วมประชันไอเดียการตกแต่งรถในกิจกรรม H2C Motorbike Idea Challenge 2020 โดยแบ่งการแข่งขันออกเป็น 2 รุ่น ประกอบด้วย New GROM มินิไบค์สไตล์คัสตอม และ New CT125 รถสายผจญภัยแนว Trail Hunter

ผู้ที่สนใจรถแต่ง หรืออยากได้แนวทางในการแต่งรถแบบใหม่ สามารถเข้าชมได้ที่โซนพื้นที่ประกวด H2C Motorbike Idea Challenge ภายในชาเลนเจอร์ฮอลล์ ตั้งแต่วันนี้จนถึง 13 ธันวาคมนี้ และผู้ที่ซื้อรถทั้งสองรุ่นภายในงานมอเตอร์ เอ็กซ์โป 2020 ยังสามารถร่วมสนุกโดยการโหวตรถที่ชื่นชอบได้อีกด้วย

นอกจากนี้ ตัวแทนจาก 40 สำนักแต่งจะนำเสนอผลงานรถแต่งของตัวเองกับผู้ที่เข้ามาร่วมชมงาน ในวันที่ 8 ธันวาคม และทางฮอนด้าจะประกาศผู้ชนะเลิศในช่วงเย็นของวันที่ 12 ธันวาคมนี้

ติดตามรายละเอียดความเคลื่อนไหวได้ที่แฟนเพจ Honda Motorcycle Thailand : fb.com/hondamotorcyclethailand

#WhatStopsYou #มุ่งไปอย่าให้อะไรมาหยุด #APHonda #Honda #HondaMotorcycle #รถจักรยานยนต์ฮอนด้า #NewHondaGROM #HondaGROM #GROM #ModItYourself #แต่งใหญ่ใส่ให้สุด #HondaCT125 #CT125 #TimetoTrail #ได้เวลาออกนอกเส้นทาง #MotorbikeIdeaChallenge2020 #MotorExpo2020

15


ฮาร์ลีย์-เดวิดสันร่วมงานมหกรรมยานยนต์พร้อมอวดโฉมจักรยานยนต์ชั้นยอดของรุ่นปี 2563 ภายในงาน Thailand International Motor Expo 2020 

กรุงเทพฯ 1 ธันวาคม 2563 – บริษัทฮาร์ลีย์-เดวิดสัน ร่วมงานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 37 หรือ Thailand International Motor Expo 2020 (TIME 2020) ในปีนี้ตั้งแต่วันที่ 3 ถึง 13 ธันวาคม ที่อิมแพค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 3 บูธของบริษัทจะจัดแสดงรถจักรยานยนต์ที่มีชื่อเสียงจากการออกแบบปี 2563 ของฮาร์ลีย์-เดวิดสัน ซึ่งรวมถึงรถแบบพิเศษสามคันจากรุ่น Road Glide™ Special ด้วย

“เราตื่นเต้นที่แฟน ๆ ของเราในเมืองไทยและผู้หลงใหลจักรยานยนต์ จะได้สัมผัสฮาร์ลีย์-เดวิดสันรุ่นที่ออกแบบในปี 2563 ปีนี้เป็นปีที่กลุ่มผู้รักการขับขี่จะต้องผ่านไปให้ได้ในแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน และมหกรรมยานยนต์ก็เป็นโอกาสดีที่กลุ่มผู้รักการขับขี่จะได้ค้นพบความรักการผจญภัยและความหลงใหลพาหนะสองล้ออีกครั้ง เราหวังว่าข้อเสนอพิเศษของเราและจักรยานยนต์แห่งนวัตกรรมที่มีราคาดึงดูดใจของเรา จะทำให้กลุ่มผู้รักการขับขี่จักรยานยนต์ในประเทศไทยได้ขับขี่มากขึ้นและขับขี่ไกลขึ้น” ซาจีฟ รัชเกคาราน กรรมการผู้จัดการฮาร์ลีย์-เดวิดสันสำหรับตลาดเกิดใหม่ในเอเชียและอินเดีย กล่าว

จักรยานยนต์จัดแสดงที่บูธฮาร์ลีย์-เดวิดสัน

จักรยานยนต์ฮาร์ลีย์-เดวิดสันที่จะนำมาแสดงในงานมหกรรมยานยนต์ปี 2563 นี้จะมีรถ 1200 Custom, Iron 1200™, Forty-Eight™, Superlow™ และ Iron 883™ จากตระกูล Sportster™ รถ Heritage Classic 114, Fat Boy™ 114, FXDR™ 114, Street Bob™ และ Low Rider™ จากตระกูล Softail™ และรถ Road King™, Street Glide™ Special และ Road Glide™ Special จากตระกูล Touring

จักรยานยนต์กลุ่ม Sportster™, Softail™ และ Touring ที่จะนำมาจัดแสดงนั้น จะขายในราคาที่ตั้งไว้สำหรับปี 2563 ตามที่ได้ประกาศไว้เมื่อเดือนมิถุนายน 2563* ราคาจักรยานยนต์ตระกูล Sportster™ มีราคาเริ่มต้นในระดับไม่เกินเอื้อมที่ 489,000 บาท ส่วนรถตระกูล Softail™ และ Touring มีราคาเริ่มต้นที่ 791,000 บาทและ 1,182,500 บาทตามลำดับ

ข้อเสนอพิเศษจากฮาร์ลีย์-เดวิดสันเฉพาะในงานมหกรรมยานยนต์ปี 2563

ลูกค้าที่ต้องการซื้อรถรุ่น FXDR™ 114 จะได้รับข้อเสนอพิเศษในงานนี้ โดยสามารถผ่อนชำระได้นาน 48 เดือนแบบปลอดดอกเบี้ย และจ่ายเงินดาวน์เพียงร้อยละ 30 เท่านั้น

ผู้เข้าชมงานซึ่งแวะมาที่บูธสามารถถ่ายภาพกับจักรยานยนต์ที่จัดแสดงไว้ แล้วส่งภาพเข้าสื่อสังคมออนไลน์พร้อมแฮช-แท็ก #TIMEformyHarley เพื่อรับสมุดบันทึกรุ่นพิเศษหนึ่งเล่ม (ของมีจำนวนจำกัด)

งานกำหนดจัดตั้งแต่วันที่ 2 ถึง 13 ธันวาคม 2563 ที่อิมแพคชาเลนเจอร์ฮอลล์ 3 ฮาร์ลีย์-เดวิดสันจะอยู่ที่บูธหมายเลข G15

*อ่านรายการราคาได้ที่ภาคผนวก ก
**อ่านรายการตัวแทนจำหน่ายที่ร่วมกิจกรรมได้ที่ภาคผนวก ข

เกี่ยวกับฮาร์ลีย์-เดวิดสัน มอเตอร์ คอมพานี
บริษัท ฮาร์ลีย์-เดวิดสัน ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของ ฮาร์ลีย์-เดวิดสัน มอเตอร์ คอมพานี และ ฮาร์ลีย์-เดวิดสัน ไฟแนนเชียล เซอร์วิสเซส นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2446 ฮาร์ลีย์-เดวิดสัน ยืนหยัดเพื่อค้นหาการผจญภัยที่ไม่มีวันสิ้นสุดและมอบอิสระให้จิตวิญญาณด้วยรถมอเตอร์ไซค์ที่มีความโดดเด่นและสามารถปรับแต่งได้ นอกเหนือจากประสบการณ์การขับขี่ อุปกรณ์เสริมสำหรับรถมอเตอร์ไซค์ อุปกรณ์การขับขี่และเครื่องแต่งกายแล้ว ฮาร์ลีย์-เดวิดสัน ไฟแนนเชียล เซอร์วิส ยังให้บริการทางด้านสินเชื่อและประกันภัยรวมไปถึงรายการอื่นๆ เพื่อช่วยผู้ขับขี่ ฮาร์ลีย์-เดวิดสัน บนท้องถนนได้ขับขี่อย่างปลอดภัย สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
www.harley-davidson.com







Pages: [1] 2 3 ... 103