Show Posts

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Topics - wmt

Pages: [1] 2 3 ... 123
1
ททท.เปิดเส้นทาง เชียงราย จุดหมายใหม่ของการเดินทางกับตำนานหมูป่าในโครงการ Tourism Diplomacy 2019






โดย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้ดำเนินโครงการ Tourism Diplomacy 2019 เพื่อต้องการกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศของไทยให้เป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติมากขึ้น รวมถึงการประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวใน จังหวัดเชียงราย และสร้างการรับรู้สถานที่ท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงรายให้มากยิ่งขึ้น หลังจากเหตุการณ์ปฏิบัติการช่วยเหลือ 13 ชีวิต ทีมฟุตบอลหมูป่าอะคาเดมี ณ ถ้ำขุนน้ำนางนอน ที่โด่งดังไปทั่วโลก โดยเหตุการณ์ครั้งนั้นได้สร้างกระแสความรักความสามัคคีของมนุษยชาติให้เป็นหนึ่งเดียว และยังทำให้คนทั่วโลกได้รู้จักจังหวัดเชียงรายมากยิ่งขึ้น

ปัจจุบันแม้เหตุการณ์จะผ่านมาประมาณ 1 ปีแล้ว ถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน ก็ได้กลายเป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติที่มีโอกาสเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในเมืองไทยที่ปรารถนาจะไปเห็นสถานที่จริงสักครั้ง

นอกจากนี้ยังมีการประชาสัมพันธ์โครงการผ่านรายการท่องเที่ยวและไลฟ์สไตล์ “Tourism Diplomacy 2019” เพื่อประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวในจังหวัดเชียงรายและกระตุ้นให้เกิดการเดินทางในประเทศมากขึ้น

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมด้วย นายวุฒิชัย ดวงรัตน์ ประธานคณะทำงานยุทธศาสตร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นายภาสกร บุญญลักษม์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย และนางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ร่วมกับคณะทูตจาก 6 ประเทศ (ประกอบด้วย นายโจเซฟ แอนโทนี คอตเตอร์ (H.E. Mr.Joseph Anthony Cotter) เอกอัครราชทูตไอร์แลนด์ ประจำประเทศไทย, นายเกส ปีเตอร์ ราเดอ (H.E. Mr. Kees Pieter Rade) เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเนเธอร์แลนด์ ประจำประเทศไทย, นายอุฟเฟ่อ โวลฟ์เฮชเชล (H.E. Mr.Uffe Wolffhechel) เอกอัครราชทูตเดนมาร์ก ประจำประเทศไทย, นายโจจีแซมูเอล เอ็มซีแซมูเอล(H.E. Mr. Jojie Samuel MC Samuel) เอกอัครราชทูตมาเลเซีย ประจําประเทศไทย, นายทาฮาโมอานา ไอเซอา คลูนี แมกเฟอร์ซัน (H.E. Mr. Tahamoana Aisea Cluny MacPherson) เอกอัครราชทูตนิวซีแลนด์ประจำประเทศไทย และนางสาวราอูชัน เยสบูลาโตวา (H.E. Ms. Raushan Yesbulatova) เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐคาซัคสถาน ประจำประเทศไทย) ร่วมเดินทางสู่จังหวัดเชียงราย ในโครงการ Tourism Diplomacy 2019 ระหว่างวันที่ 19 – 21 ตุลาคม 2562 ที่ผ่านมา  เพื่อชื่นชมศิลปวัฒนธรรม สัมผัสกับชีวิตชุมชนของหมู่บ้านผาหมี โดยมีไฮไลท์คือการเดินทางไปชมถ้ำหลวง อนุสาวรีย์จ่าแซม และร่วมชมนิทรรศการภาพเขียนเหตุการณ์หมูป่า พร้อมการต้อนรับของ นายกมลไชย คชชา ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 15 (เชียงราย) นายเวิร์น อันสเวิร์ธ นักสำรวจชาวอังกฤษ และทีมหมูป่าอะคาเดมี บริเวณวนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน

2
“โออิชิ อีทโตะ” ขอเสนอ “ราเมนผัดแห้ง” พร้อมทาน ตอบโจทย์ทั้งความสะดวกและความอร่อยพร้อมกันในแพ็กเดียว !!





ตอบโจทย์ชีวิตสำเร็จรูปของคนรุ่นใหม่ !!! โออิชิ อีทโตะ (OISHI EATO) ผู้นำและสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์อาหารพร้อมปรุง พร้อมทาน สไตล์ญี่ปุ่น ขอเสนอผลิตภัณฑ์คุณภาพใหม่ล่าสุด ได้แก่ “โออิชิ อีทโตะ ราเมน (OISHI EATO RAMEN)” พร้อมเสิร์ฟความอร่อยของเมนูอาหารญี่ปุ่นยอดฮิตอย่าง ราเมน ในรูปแบบราเมนผัดแห้งพร้อมทาน มีให้เลือกถึง 2 สูตร 2 รสชาติ ทั้งกลมกล่อม เข้มข้น ในสไตล์ญี่ปุ่นกับ โออิชิ อีทโตะ ราเมน “ไก่เทอริยากิผัดซอสนาเบะ” และเผ็ดจัดจ้าน ในสไตล์ฟิวชันกับ โออิชิ อีทโตะ ราเมน “แฮมผัดซอสหม่าล่า” เหมาะสำหรับมื้อเร่งรีบของวันที่ต้องการความสะดวกและความอร่อยไปพร้อม ๆ กัน โดยวางจำหน่ายในราคาแพ็กละ 59 บาท ที่ เซเว่น อีเลฟเว่น  จำนวนกว่า 6,000 สาขาในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลแล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป สอบถามรายละเอียดข้อมูลเพิ่มเติมคลิกแฟนเพจโออิชิอีทโตะ : www.facebook.com/OishiEato

3
ข่าวประชาสัมพันธ์ : เรียนทำอาหารไทย



เรียนทำอาหารไทย –  คิวแน่นเอี๊ยดขนาดไหน แต่เมื่อ แม็ททีโอ โบเชลลี (MATTEO BOCELLI) นักร้องหนุ่มเสียงดี  ศิลปินระดับโลกชาวอิตาเลียน ลูกชายหัวแก้วหัวแหวน ของ อันเดรอา โบเชลลี เจ้าพ่อวงการเพลงคลาสสิก รีเควสเรียนทำอาหารไทย เชฟนูรอ โซ๊ะมณี สเต็ปเป้ ผู้ก่อตั้งโรงเรียนสอนทำอาหารและเชฟแห่ง “ภัตตาคารบลู เอเลเฟ่นท์” ไม่รอช้า ขนวัตถุดิบชั้นเลิศ และสมุนไพรไทย อันเป็นเอกลักษณ์ของ “ภัตตาคารบลู เอเลเฟ่นท์” มารังสรรค์เมนูสุดพิเศษอย่าง กุ้งลายเสือซอสพริกไทยกระเทียมดำ และแกงปูใบชะพลู โดยไม่หวงวิชาแม้แต่นิดดียว

4
สำนักงานพาณิชย์อิตาเลียนจัดงาน “Italian Cuisine Week ครั้งที่ 14” ในเมืองไทย



กรุงเทพฯ 13 พฤศจิกายน 2562 – สำนักงานพาณิชย์อิตาเลียน หน่วยงานรัฐบาลซึ่งทำหน้าที่สนับสนุนการพัฒนาธุรกิจของบริษัทสัญชาติอิตาเลียนในต่างประเทศและส่งเสริมการลงทุนจากต่างชาติในประเทศอิตาลี ประกาศกำหนดการจัดงาน “Italian Cuisine Week ครั้งที่ 14” ในประเทศไทย ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 19 พฤศจิกายน 2562 จนถึงวันที่ 29 พฤศจิกายน 2562 โดยงาน Italian Cuisine Week ได้จัดแถลงข่าวเพื่อประกาศการจัดงานงานอย่างเป็นทางการแล้ว ณ ทำเนียบเอกอัคราชทูตอิตาลีในประเทศไทย โดยปีนี้กำหนดจัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Food Education: A Taste of Culture (การศึกษาด้านอาหาร: รสชาติแห่งวัฒนธรรม)”

พิธีเปิดงานจะจัดขึ้นในวันที่ 19 พฤศจิกายน 2562 ณ เกษรวิลเลจ กรุงเทพฯ และในวันที่ 22 พฤศจิกายน 2562 ที่จังหวัดภูเก็ต โดยในคืนจัดงาน สำนักงานพาณิชย์อิตาเลียนจะเผยแพร่หนังสือ “Italian Cuisine in Thailand: Discovering Italy in 20 Regions” คู่มือเพื่อการค้นหาอาหารอิตาเลียนชั้นเลิศในประเทศไทย โดยสำนักงานฯ ได้จัดพิมพ์หนังสือเล่มนี้ขึ้นเป็นพิเศษ เพื่อส่งเสริมการจัดงานสัปดาห์อาหารครั้งนี้โดยเฉพาะ

ในค่ำคืนแห่ง “ออสปิตาลิตา อิลาเลียนา (Ospitalita’ Italiana)” ที่กรุงเทพฯ ครั้งนี้ บริษัทสัญชาติอิตาเลียน 7 แห่งจะจัดแสดงและนำเสนอรสชาติอาหารแนวใหม่แก่บรรดาผู้เข้าร่วมงานที่บริเวณโต๊ะจัดแสดงผลิตภัณฑ์ อาทิ เมนูเนื้อตัดเย็น (โคลด์คัต) อาหารแป้งแบบปลอดกลูเตน ผักดอง กรานาเสิร์ฟกับทรัฟเฟิล ไวน์ต่าง ๆ เครื่องดื่มสปิริต (อมาโร) ซึ่งนำเสนอโดย สำนักงานพาณิชย์อิตาเลียน กรุงเทพฯ นอกจากนี้ ผลิตภัณฑ์อาหารและไวน์แนวใหม่เหล่านี้จะถูกนำมาใช้เป็นวัตถุดิบโดยเชฟจากร้านอาหาร ซึ่งจะรังสรรค์เมนูพิเศษเพื่อผู้เข้าร่วมงานในค่ำคืนนี้โดยเฉพาะ สำหรับกิจกรรมบนเวทีจะมีการฉายวีดีโอเพื่อนำเสนอข้อมูลและประชาสัมพันธ์บริษัทสัญชาติอิตาเลียนต่าง ๆ เพื่อเชิญชวนให้ผู้เข้าร่วมงานเข้าไปเยี่ยมชมโซนการจัดแสดงที่ตกแต่งอย่างสวยงามและลิ้มลองอาหารรสเลิศมากมาย

นอกจากนี้ หอการค้าไทย-อิตาเลี่ยน จะจัดพิธีมอบรางวัล Awarding Ceremony at Ospitalita’ Italiana เพื่อยกย่องร้านอาหารอิตาเลียนชั้นเยี่ยม 20 แห่งในประเทศไทย ซึ่งผ่านการคัดเลือกตามมาตรฐานที่เคร่งครัดที่กำหนดโดยสถาบันวิจัยด้านการท่องเที่ยวอิตาเลียน (Italian Institute for Research in Tourism: INSART) โดยสถาบันจะทำการตัดสินว่าร้านอาหารใดที่มีมาตรฐานสอดคล้องตามข้อกำหนดอันเข้มงวดทั้ง 10 ด้าน ได้แก่

•   อัตลักษณ์และความโดดเด่นในแบบอิตาเลียน (Identity and Italian Distinctiveness)
•   การรับรองแขก (Reception)
•   การจัดวางที่เหมาะสม (Mise en place)
•   ครัว (Kitchen)
•   รายการอาหาร (Menu)
•   การนำเสนออาหาร (Gourmet offer)
•   รายการไวน์ (Wine list)
•   การใช้น้ำมันมะกอกบริสุทธิ์พิเศษ (Extra Virgin Olive Oil)
•   ประสบการณ์และคุณสมบัติ (Experience and competence)
•   การใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีการคุ้มครองถิ่นกำเนิดและการคุ้มครองแหล่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (PDO and PGI products)

มร.จูเซปเป ลามัคเคีย ผู้อำนวยการสำนักงานพาณิชย์อิตาเลียน กรุงเทพฯ กล่าวว่า “เรารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้จัดเทศกาลในครั้งนี้ ซึ่งเราหวังว่าจะสามารถเผยแพร่ความเป็นอิตาลีให้เป็นที่รู้จักในเมืองไทย ทั้งในด้านเมนูอาหาร ศิลปะ วัฒนธรรม และแนวทางการปรุงอาหาร งานครั้งนี้จะนำเสนอเมนูอาหารจากอิตาลีมากมาย รวมถึงไวน์ชั้นเยี่ยมแก่ผู้เข้าร่วมงานทุกท่าน”

Italian Festival Thailand 2019 ถือเป็นเทศกาลระยะยาว โดยตลอดหลายปีที่ผ่านมา สำนักงานพาณิชย์อิตาเลียนได้เฉลิมฉลองความเป็น “อิตาลี” ผ่านการจัดอีเว้นท์หลายรูปแบบ สำหรับงานสัปดาห์อาหารครั้งนี้ สำนักงานพาณิชย์อิตาเลียนได้ร่วมมือเป็นพันธมิตรกับตราสินค้าชั้นนำสัญชาติอิตาเลียนและร้านอาหารชั้นเลิศมากกว่า 20 รายในประเทศไทย เพื่อให้งาน “Italian Cuisine Week ครั้งที่ 14” นำเสนอเอกลักษณ์ของวัฒนธรรมอาหารอิตาเลียนให้เป็นที่แพร่หลายในหมู่ชาวไทยมากยิ่งขึ้น

เกี่ยวกับ สำนักงานพาณิชย์อิตาเลียน
สำนักงานพาณิชย์อิตาเลียนเป็นหน่วยงานรัฐบาลซึ่งทำหน้าที่สนับสนุนการพัฒนาธุรกิจของบริษัทสัญชาติอิตาเลียนในต่างประเทศและส่งเสริมการลงทุนของชาวต่างชาติในประเทศอิตาลี ด้วยรูปแบบองค์กรสมัยใหม่ที่ได้รับแรงกระตุ้นและเครือข่ายสำนักงานที่แพร่หลายในต่างประเทศ สำนักงานพาณิชย์อิตาเลียนทำหน้าที่ให้ข้อมูล ความช่วยเหลือ คำปรึกษา การสนับสนุน และการฝึกอบรมแก่ธุรกิจสัญชาติอิตาเลียนขนาดกลางและขนาดย่อม ผ่านแผนการส่งเสริมและเครื่องมือสื่อสารสมัยใหม่หลายช่องทาง เพื่อนำเสนอความเป็นเลิศของผลิตภัณฑ์ที่ผลิตในอิตาลีสู่สายตาชาวโลก

ข้อมูลเพิ่มเติม
ลำดับ   ร้านอาหารอิตาเลียน   จังหวัด

1   Appia   กรุงเทพฯ
2   Brunello   กรุงเทพฯ
3   Enoteca   กรุงเทพฯ
4   Galleria Milano   กรุงเทพฯ
5   Gianni Ristorante   กรุงเทพฯ
6   Il Bolognese   กรุงเทพฯ
7   Italian Osteria   กรุงเทพฯ
8   La Scala   กรุงเทพฯ
9   La Scarpetta   กรุงเทพฯ
10   Mio Food Art   กรุงเทพฯ
11   Peppina   กรุงเทพฯ
12   Rossano's   กรุงเทพฯ
13   Da Antonio   เชียงใหม่
14   Pepenero   เกาะสมุย
15   Acquapazza   พัทยา
16   Acqua   ภูเก็ต
17   Bocconcino   ภูเก็ต
18   La Carbonara   ภูเก็ต
19   Portofino   ภูเก็ต
20   Rossovivo   ภูเก็ต

รายชื่อ 20 ร้านอาหารอิตาเลียนจะเป็นส่วนหนึ่งของงาน Italian Cuisine Week 2019

สำนักงานพาณิชย์อิตาเลียนจะประชาสัมพันธ์บริษัทสัญชาติอิตาเลียน 7 แห่งที่เข้าร่วมในงานครั้งนี้ ทั้งเพื่อส่งเสริมตราสินค้าใหม่ของบริษัทในการรุกตลาด และการประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์ใหม่ของบริษัทที่ยังไม่วางจำหน่ายในตลาดเมืองไทย

ลำดับ   ชื่อบริษัท   ผลิตภัณฑ์
1   Bedogni Egidio S.p.a   พาร์มาแฮม, คูลาเทลโล, เนื้อสัตว์หมักแปรรูป
2   Caffo Distillerie   อมาโร เดล คาโป
3   Salumificio Fratelli Beretta S.p.A. คาร์เปนญ่าแฮม (PDO), คูลาเทลโล, วาร์ซี ซาลามี (PDO), ซาลามี เฟริโน (PGI), แฮมปรุงสุก กรานเบเร็ตตา
4   Forgrana Corradini S.p.A.   ชีสขูดฝอยรสทรัฟเฟิล
5   Molino Pizzuti   แป้งปลอดกลูเตน
6   Sacco vignaioli Apuli   ไวน์
7   AGRIn Salento   ผักดองและผลิตภัณฑ์ขนมอบ

สำหรับงานในปีนี้ สำนักงานพาณิชย์อิตาเลียนจะมีการร่วมมือกับสถานเอกอัครราชทูตอิตาลีในกรุงเทพฯ หอการค้าไทย-อิตาเลี่ยน และ คามิลโล เพลเลกัตตา แอนด์ อลิซ ลอว์ เพื่อจัดกิจกรรมการสื่อสารและประชาสัมพันธ์การจัดงานในหลากหลายรูปแบบ

กิจกรรมการสื่อสารและประชาสัมพันธ์จะรวมถึงการสนับสนุนร้านอาหารอิตาเลียนที่เข้าร่วมในงานครั้งนี้ โดยพิธีกรภายในงานจะทำการสัมภาษณ์เชฟของร้านอาหารและมีการบันทึกภาพยนตร์ในขณะเตรียมอาหารเพื่อการโปรโมตรสชาติอันสุนทรีย์ของการปรุงอาหารสไตล์อิตาเลียน นอกจากนี้ยังมีการเชิญผู้ทรงอิทธิพลทางความคิดของเมืองไทยมาร่วมงาน เพื่อเพิ่มอัตราการรับชมให้เกิดการรับรู้ถึงผลิตภัณฑ์ที่ผลิตในอิตาลี ตลอดจนผู้ประกอบการร้านอาหารและร้านอาหารอิตาเลียนในประเทศไทยมากยิ่งขึ้น

คลิปวีดีโอสั้นของบริษัทและร้านอาหารที่เข้าร่วมจัดแสดงในงานครั้งนี้ จะถูกนำไปผลิตและเผยแพร่ผ่านสื่อโซเชียลที่ได้รับความนิยมสูงสุด ทั้งยูทูป เฟซบุ๊ก อินสตาแกรม เพื่อดึงดูดความสนใจของผู้บริโภคในประเทศไทยซึ่งชื่นชอบการแบ่งปันเนื้อหาสาระต่าง ๆ ผ่านแพล็ตฟอร์มออนไลน์

5
ท่องเที่ยวและกีฬา เชิญ นทท.ไทย-จีน สักการะ “เจ้าแม่ทับทิม”จากเกาะเหมยโจว ประเทศจีน

ตอกย้ำสายสัมพันธ์แน่นแฟ้นระหว่างเชื้อชาติ ตามมาตรการทัวร์ตระกูลแซ่ของ รมว พิพัฒน์ซึ่งอีกรูปแบบหนึ่งของการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม

นับเป็นช่วงเวลาอันดีของคนไทยเชื้อสายจีน และผู้เลื่อมใสศรัทธาที่จะได้มีโอกาสต้อนรับองค์เจ้าแม่ทับทิม (เจ้าแม่หม่าโจ้ว) จากวัดเหมยโจหม่าโจ้ว เกาะเหมยโจ ประเทศจีน ซึ่งเป็นต้นกำเนิดและวัดของเจ้าแม่ทับทิม แห่งแรกของโลก

สำหรับประเทศไทย ชาวไทยเชื้อสายจีนให้ความสำคัญและเคารพศรัทธาในองค์เจ้าแม่ทับทิม (หม่าโจ้ว) เป็นอย่างมาก เป็นเทพผู้คุ้มครองการเดินเรือทางทะเล เป็นเทพนารีที่มีเมตตาการุณย์และบารมีธรรมสูง ตามประวัติท่านได้ปรากฏกายช่วยเหลือผู้คนและชาวประมง ด้วยเหตุนี่เองฮ่องเต้ในสมัยต่างๆ จึงได้ถวายพระราชสมัญญานามเพื่อเป็นการเทิดทูนและสนองพระคุณขององค์หม่าโจ้ว จนถึงสมัยจักรพรรดิคังซี ได้โปรดให้สถาปนาพระราชสมัญญานามว่า เทียงโหวเซี้ยบ้อ หรือ ราชินีแห่งสรวงสวรรค์

จากการสำรวจพบว่ามีการก่อสร้างศาลเจ้าแม่ทับทิม (หม่าโจ้ว) ในประเทศไทยขึ้นมากกว่า 100 แห่ง ทำให้เห็นว่าวัฒนธรรมของเจ้าแม่ทับทิม (หม่าโจ้ว) ยังเป็นการหล่อหลอมเชื่อมความสัมพันธ์ไทยและจีนเข้าไว้ด้วยกันเป็นอย่างดี และมีผลดีในด้านเศรษฐกิจ วัฒนธรรม และการท่องเที่ยวของประเทศไทยมาช้านาน

ครั้งนี้ จึงเป็นโอกาสดีที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้ประสานความร่วมมือกับสมาคมตระกูลลิ้มแห่งประเทศไทย อัญเชิญเจ้าแม่ทับทิม (เจ้าแม่หม่าโจ้ว) องค์ต้นกำเนิดแห่งความศักดิ์สิทธิ์ เพราะว่าองค์หม่าโจ้วท่านก็เกิดในตระกูลแซ่ลิ้มเช่นกัน มาให้พี่น้องประชาชนชาวไทยและนักท่องเที่ยวชาวจีนได้กราบสักการะในประเทศไทย ระหว่างวันที่ 14-19 พฤศจิกายน 2562 พร้อมนี้ได้จัดทัวร์ตระกูลแซ่ตามนโยบายของ รมว. พิพัฒน์ ที่ครั้งนี้มีตระกูลแซ่ลิ้มเดินทางมาจากประเทศจีน พร้อมกับ เจ้าแม่หม่าโจ้ว มากกว่า 250 คน ร่วมเดินทางท่องเที่ยวเพื่อแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม สืบสานสายสัมพันธ์อันดีงามระหว่างไทยจีน

ในวันที่ 14 พฤศจิกายน 2562 นี้ เวลาประมาณ 12.00 น. ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาจะร่วมเป็นผู้แทนให้การต้อนรับการมาถึงของเจ้าแม่ทับทิม (หม่าโจ้ว) ณ สนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ ซึ่งการเดินทางมาครั้งนี้นอกจากเป็นการเชื่อมโยงสายสัมพันธ์ของทั้งสองเชื้อชาติ ระหว่างไทย-จีน ซึ่งนับเป็นการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมที่ดีงามของชาวไทยและชาวไทยเชื้อสายจีน โดยใช้วัฒนธรรมเจ้าแม่ทับทิมเชื่อมโยงสายสัมพันธ์และหัวใจของคนทั้งสองประเทศเข้าไว้ด้วยกัน รวมถึงยังสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวจีนที่เดินทางมาท่องเที่ยวให้ได้มีโอกาสกราบสักการะเจ้าแม่ทับทิม (หม่าโจ้ว) ในแผ่นดินไทย และนักท่องเที่ยวไทยที่เลื่อมใสในองค์เจ้าแม่ทับทิม ได้มากราบไหว้สักการะและขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคลต่อตัวเองและครอบครัวและยังถือเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยว ช่วงโค้งสุดท้ายปี 2562 ของประเทศไทยอีกด้วย

โดยระหว่างที่เจ้าแม่ทับทิมอยู่ในประเทศไทย ช่วงวันที่ 14-19 พฤศจิกายน 2562 จะมีพิธีกรรมสวดพระคัมภีร์มงคลให้พรจากเจ้าแม่ทับทิม (หม่าโจ้ว) และพิธีสักการะใหญ่แบบจีนโบราณ นอกจากนี้ จะได้มีการอัญเชิญเจ้าแม่ทับทิมไปยังสถานที่ต่างๆ เช่น สมาคมฉวนโจว-จิ้นเจียง ประเทศไทย, ถนนกัลปพฤกษ์-สำเพ็ง 2,สมาคมตระกูลลิ้มแห่งประเทศไทย, อัญเชิญองค์หม่าโจวไปแห่รอบเยาวราช วันที่ 17 พฤศจิกายน เวลา 13.00 -15:00 นำโดย รมว. พิพัฒน์ เพื่อให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้มีโอกาสเคารพสักการะอย่างทั่วถึง

จึงขอเชิญชวนพี่น้องสื่อมวลชนและผู้เลื่อมใสศรัทธาต่อองค์เจ้าแม่ทับทิม (หม่าโจ้ว) ทุกท่าน ร่วมทำข่าวการมาถึงของเจ้าแม่ทับทิม (หม่าโจ้ว) ในวันพฤหัสบดีที่ 14 พฤศจิกายน 2562 เวลา 12:00 น. ณ สนามบินสุวรรณภูมิ และ 17 พฤศจิกายน 2562 เวลา 13:00-15:00 ณ เยาวราช และร่วมให้การต้อนรับ “ทัวร์ตระกูลแซ่ลิ้ม” ด้วยอัธยาศัยไมตรีและการเป็นเจ้าบ้านที่ดี เสมือนการดูแลญาติมิตรในโอกาสกลับมาพบปะเยี่ยมเยือนกันในประเทศไทย ภายใต้นโยบาย รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา ที่พยายามผลักดันโครงการญาติเยี่ยมญาติ ซึ่งเป็นอีกแนวทางหนึ่งของการส่งเสริมการท่องเที่ยวเฉพาะกลุ่ม (niche marketing) เพื่อสนับสนุนให้มีนักท่องเที่ยวเฉพาะกลุ่มมากขึ้น โดยเฉพาะที่มาจากประเทศจีนให้เดินทางมาประเทศไทยมากขึ้น

6
กระเช้าของขวัญ ส่งความสุขในเทศกาลสุขสันต์ที่ โรงแรมอนันตรา สยาม กรุงเทพ ตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 5 มกราคม 2563


Exclusive Celebration Hamper


Holiday Hamper


Make It Festive Hamper


ในช่วงเทศกาลสุขสันต์รับคริสต์มาสและปีใหม่นี้ ทางร้าน มอคค่า แอนด์ มัฟฟินส์ โฉมใหม่ ณ โรงแรมอนันตรา สยาม กรุงเทพ ได้จัดกระเช้าของขวัญและกิฟท์เซ็ตส่งความสุขออกมาให้คุณได้เลือกถึง 3 แบบ คือ กระเช้าเทศกาลสุขสันต์ (Holiday Hamper), กระเป๋าเทศกาลหรรษา (Make It Festive Hamper) และ ตะกร้าของขวัญสุดพิเศษ (Exclusive Celebration Hamper) ด้วยหลากหลายขนมที่นิยมในเทศกาล อาทิ ขนมปังสโตเลน, ขนมปังปาเนตโตน, ฟรุตเค้ก, คุ้กกี้, ช็อคโกแลตพราลีน และขนมนูกัต รวมถึงแยม ผลไม้อบแห้ง ไปจนถึงชารสชาติหอมละมุนลิ้น, ไวน์ และแชมเปญระดับพรีเมียม ในราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 2,999 บาท+ ขึ้นไป หรือท่านสามารถเลือกจัดเซ็ตได้เอง เป็นแบบจัดใส่กระเช้าของขวัญหรือกล่องของขวัญสวยหรูได้ตามต้องการเพื่อนำไปมอบให้กับแขกคนพิเศษหรือลูกค้าคนสำคัญในเทศกาลส่งความสุข ทั้งคริสต์มาสและปีใหม่ที่ใกล้จะถึงนี้

นอกจากนี้ยังมี ไก่งวงอบเสิร์ฟพร้อมมันฝรั่งอบ ซอสแครนเบอร์รี่ ซอสเครื่องใน กะหล่ำดาวผัดกับเบคอน และ เบรดสตัฟฟิ่ง ในราคา 9,900 บาท+ ต่อตัว (ขนาดเสิร์ฟได้สำหรับ 8 – 10 ท่าน) และยังมี แฮมอบน้ำผึ้ง ในราคา 1,080 บาท+ ต่อ 1 กก. ให้คุณได้สั่งนำกลับไปฉลองกับคนรักและครอบครัวในช่วงเวลาแห่งความสุขนี้ (กรุณาสั่งจองล่วงหน้าอย่างน้อย 3 วัน) **ราคาข้างต้นไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม

** สิทธิพิเศษสำหรับทุกท่าน รับส่วนลด 15% เมื่อสั่งซื้อกระเช้าของขวัญก่อนวันที่ 1 ธันวาคม ศกนี้ **

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและสั่งจองกระเช้าของขวัญล่วงหน้าได้ที่ร้าน มอคค่า แอนด์ มัฟฟินส์ ชั้น 1 โรงแรมอนันตรา สยาม กรุงเทพ (BTS ราชดำริ) เปิดบริการทุกวัน เวลา 7.00 – 20.00 น. โทร. 0 2126 8866 ต่อ 1226 อีเมล mochamuffins.asia@anantara.com หรือสั่งซื้อออนไลน์ผ่าน siam-bangkok.anantara.com

7


ร้านอาหาร 29 แห่งใต้ฟ้าเมืองไทยคว้า ‘ดาวมิชลิน’ ปี 2563

ศรณ์ และ R-Haan รั้งตำแหน่งร้านอาหารไทยแบบดั้งเดิมที่ครองรางวัล 2 ดาวมิชลิน เป็นครั้งแรกของโลก



Mr. Yuthasak Supasorn


Mr. Manuel Montana


มิชลินจัดงานแถลงข่าวประกาศรายชื่อร้านอาหารที่ได้รับรางวัล ‘ดาวมิชลิน’ (MICHELIN Star) และ ‘บิบ กูร์มองด์’ (Bib Gourmand) ปีล่าสุด พร้อมทั้งเปิดตัว ‘มิชลิน ไกด์ กรุงเทพมหานคร เชียงใหม่ ภูเก็ตและพังงา’ ประจำปี 2563 ซึ่งเป็นคู่มือแนะนำร้านอาหารและที่พัก ‘มิชลิน ไกด์’ ฉบับที่ 3 ของประเทศไทย  โดยคู่มือเล่มล่าสุดนี้บรรจุรายชื่อร้านอาหารที่ผ่านการคัดสรรรวมทั้งสิ้น 282 แห่ง และที่พัก 74 แห่ง โดยมีร้านอาหารได้รับรางวัล 2 ดาวมิชลิน จำนวน 5 ร้าน, รางวัล 1 ดาวมิชลิน จำนวน 24 ร้าน และรางวัล ‘บิบ กูร์มองด์’ จำนวน 94 ร้าน



มร.เกว็นดัล ปูลเล็นเนค (Gwendal Poullennec), ผู้อำนวยการฝ่ายจัดทำคู่มือ ‘มิชลิน ไกด์’ ทั่วโลก เปิดเผยว่า “ในปีนี้ กระแสเรื่องการใช้วัตถุดิบในท้องถิ่นมาแรงมากจนถือเป็นดาวเด่นที่ขับเคลื่อนวงการอาหารในประเทศไทยเลยก็ว่าได้  แนวโน้มดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าผลผลิตในท้องถิ่นของไทยมีความหลากหลายและมีคุณภาพมาตรฐานสูง  นอกจากนี้ อาหารไทยแบบดั้งเดิมยังฉายแสงโดดเด่น เพราะปีนี้มีร้านอาหารไทยแบบดั้งเดิมสร้างปรากฎการณ์ครอง 2 ดาวมิชลินเป็นครั้งแรกของโลกพร้อมกันถึง 2 ร้าน โดยทั้งคู่ต่างเลื่อนระดับมาจากร้าน 1 ดาวมิชลิน”

ร้านอาหารไทยดั้งเดิม 2 ร้านที่สร้างชื่อด้วยการเลื่อนระดับจาก 1 ดาวมาครองรางวัล 2 ดาวมิชลินในครั้งนี้ คือ ร้าน R-Haan ซึ่งนำเสนออาหารไทยสไตล์ต้นตำรับ ทั้งอาหารท้องถิ่นพื้นบ้านและอาหารชาววัง โดยใช้วัตถุดิบชั้นดีจากทั่วประเทศ, และร้าน ศรณ์ ที่คืนชีวิตให้แก่ศิลปะแห่งอาหารใต้ที่เคยสูญหายไปตามกาลเวลา โดยใช้วัตถุดิบจากกลุ่มเครือข่ายเกษตรกรและชาวประมงผ่านการปรุงด้วยความรักและความใส่ใจอย่างละเมียดละไมในทุกขั้นตอน  นอกจากนี้ ร้านระดับ 2 ดาวมิชลินในปีก่อนซึ่งยังคงดำเนินธุรกิจอยู่จนถึงปัจจุบัน ได้แก่ Le Normandie (เลอ นอร์มังดี), Mezzaluna (เมซซาลูน่า) และ Sühring ยังคงรักษาสถานะดาวมิชลินเอาไว้ได้

ในบรรดาร้านอาหารที่ได้รับรางวัล 1 ดาวมิชลินประจำปีนี้จำนวนทั้งสิ้น 24 ร้าน ร้าน Khao (ข้าว) ซึ่งนำเสนออาหารไทยดั้งเดิมที่ปรุงขึ้นจากวัตถุดิบท้องถิ่น เป็นเพียงร้านเดียวที่เลื่อนระดับมาจากรางวัล ‘มิชลิน เพลท’ (MICHELIN Plate)  นอกจากนี้ ยังมีร้านที่ติดอับดับในคู่มือ ‘มิชลิน ไกด์’ ครั้งแรกแต่ทะยานเข้ามาคว้า 1 ดาวมิชลินไปครองจำนวน 3 ร้าน ได้แก่ Chef’s Table ร้านอาหารฝรั่งเศสร่วมสมัยที่ใช้วัตถุดิบคุณภาพสูง รังสรรค์เมนู โดยเชฟที่มาจากร้านระดับ 3 ดาวมิชลิน, 80/20 ร้านอาหารไทยร่วมสมัยเชิงนวัตกรรมที่รังสรรค์เมนูอาหารจากวัตถุดิบท้องถิ่นหายากผสานกับเทคนิคในการปรุงใหม่ๆ แบบสากล และ Table 38 (เทเบิ้ล 38) ร้านอาหารสไตล์ Chef’s Table ที่เชฟเป็นผู้กำหนดเมนูและมีที่นั่งจำกัด นำเสนออาหารไทยโบราณและอาหารสไตล์ร้านริมทางที่ได้รับการตีความใหม่ พร้อมปรุงแต่งด้วยวิธีการสมัยใหม่แต่ยังคงไว้ซึ่งจิตวิญญาณแบบดั้งเดิม ทั้งนี้ ร้านระดับ 1 ดาวมิชลินในปีก่อนซึ่งยังคงดำเนินธุรกิจอยู่จนถึงปัจจุบันต่างสามารถรักษาสถานะดาวมิชลินเอาไว้ได้ รวมถึง PRU (พรุ) ร้านอาหารแห่งเดียวในจังหวัดภูเก็ตที่ได้รับรางวัล 1 ดาวมิชลินด้วย

สำหรับร้านอาหารที่ได้รับรางวัล ‘บิบ กูร์มองด์’ มีจำนวนทั้งสิ้น 94 ร้าน โดยในจำนวนนี้เป็นร้านที่ตั้งอยู่ในกรุงเทพฯ 61 ร้าน, เชียงใหม่ 17 ร้าน, ภูเก็ต 14 ร้าน และพังงา 2 ร้าน  สำหรับจังหวัดเชียงใหม่ซึ่งเป็นปีแรกที่ ‘มิชลิน ไกด์’ เข้าไปดำเนินการคัดสรรและจัดอันดับร้านอาหารและที่พัก พบว่ามีจำนวนร้านที่ได้รับรางวัล ‘บิบ กูร์มองด์’ สูงเป็นพิเศษ ร้านเหล่านี้ ได้แก่ Ginger Farm Kitchen (จินเจอร์ฟาร์มคิชเช่น) ที่เชี่ยวชาญด้านอาหารเหนือเป็นพิเศษ ใช้วัตถุดิบสดใหม่และมีคุณภาพจากฟาร์มของร้านเองภายใต้แนวคิด “ฟาร์ม-ทู-เทเบิล” (Farm-to-Table), เฮือนสุนทรี ที่รังสรรค์เมนูต้นตำรับจากวัตถุดิบท้องถิ่นคุณภาพสูงจนเป็นที่เลื่องชื่อและดึงดูดลูกค้าอย่างไม่ขาดสาย และข้าวซอยแม่มณี ร้านอาหารริมทางที่มี “ข้าวซอย” หรือเส้นหมี่ไข่สีเหลืองทองในน้ำซุปเข้มข้น เป็นเมนูเด็ดที่ชนะใจลูกค้าต่อเนื่องมานานกว่า 30 ปี

ผู้สนใจสามารถคลิกดูรายชื่อและข้อมูลร้านอาหารทั้งหมดที่ได้รับคัดสรรและจัดอันดับอยู่ในคู่มือ ‘มิชลิน ไกด์ กรุงเทพมหานคร เชียงใหม่ ภูเก็ตและพังงา’ ประจำปี 2563 (The MICHELIN Guide Bangkok, Chiang Mai, Phuket & Phang-Nga 2020) ซึ่งจัดทำเป็น 2 ภาษา ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ได้ทางเว็บไซต์ guide.michelin.com/th/th ตั้งแต่วันที่ 12 พฤศจิกายน ศกนี้เป็นต้นไป สำหรับคู่มือแบบรูปเล่มจะเริ่มวางจำหน่ายตามร้านหนังสือชั้นนำทั่วไป ในราคาเล่มละ 650 บาท ตั้งแต่วันที่ 16 พฤศจิกายน เป็นต้นไป

จำนวนร้านอาหารที่ได้รับคัดเลือกและจัดอันดับในคู่มือ ‘มิชลิน ไกด์ กรุงเทพมหานคร เชียงใหม่ ภูเก็ตและพังงา’ ประจำปี 2563  ประกอบด้วย
   ร้านอาหาร 2 ดาวมิชลิน จำนวน 5 ร้าน (เป็นร้านอาหารใหม่ 2 ร้าน)
   ร้านอาหาร 1 ดาวมิชลิน จำนวน 24 ร้าน (เป็นร้านอาหารใหม่ 4 ร้าน)
   ร้านอาหารรางวัล ‘บิบ กูร์มองด์’ จำนวน 94 ร้าน (เป็นร้านอาหารใหม่ 27 ร้าน)

รูปทั้งหมดจากงานแถลงข่าวและงานกาล่าดินเนอร์ สามารถดาวน์โหลดได้ที่ bit.ly/2WUo8XT
guide.michelin.com/th/th
facebook.com/MichelinGuideThailand


เกี่ยวกับมิชลิน
มิชลิน ในฐานะผู้นำอุตสาหกรรมยางรถยนต์ มุ่งมั่นส่งเสริมการสัญจรของลูกค้าอย่างยั่งยืน ออกแบบและจัดจำหน่ายยางที่เหมาะกับการใช้งานมากที่สุด ตลอดจนให้บริการและโซลูชั่นที่ตรงกับความต้องการของลูกค้า ซึ่งครอบคลุมการให้บริการทางดิจิตอล การจัดทำคู่มือและแผนที่สำหรับการเดินทางท่องเที่ยวเพื่อสัมผัสประสบการณ์ที่แตกต่างไม่เหมือนใคร รวมถึงการพัฒนาวัสดุทางเทคโนโลยีขั้นสูงสำหรับอุตสาหกรรมการสัญจร กลุ่มมิชลินมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่เมืองแกลร์มง-แฟร็องประเทศฝรั่งเศส และมีสำนักงานสาขาอยู่ใน 170 ประเทศ โดยมีพนักงาน 125,000 คนทั่วโลก และมีโรงงานผลิตยาง 67 แห่ง ซึ่งผลิตยางรวมกันได้สูงถึง 190 ล้านเส้นในปี 2561 คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.michelin.co.th

8
RING IN THE NEW ฉลองคริสต์มาสและปีใหม่ที่เรเนซองส์ เกาะสมุย







เกาะสมุย ประเทศไทย – 1 พฤศจิกายน 2562 – เรเนซองส์ เกาะสมุย รีสอร์ท แอนด์ สปา ชวนฉลองเทศกาลแห่งความสุขอย่างมีสไตล์ริมชายหาดเกาะสมุย

คริสต์มาสอีฟบุฟเฟต์ริมชายหาด
ฉลองคริสต์มาสอีฟในวันที่ 24 ธันวาคมด้วยดินเนอร์บุฟเฟต์ริมชายหาดละไมเพียงท่านละ 2,950++ บาทรวมดินเนอร์บุฟเฟต์ เครื่องดื่มต้อนรับและการแสดงควงกระบองไฟริมชายหาดหรือลูกค้าสามารถจองเซ็ทอาหารค่ำแบบ 3 คอร์สที่ห้องอาหารบานานา ลีฟในราคาเพียง 2,700++ บาทต่อคู่

เคาท์ดาวน์ปาร์ตี้ริมชายหาด ดิ อาราเบียนไนท์
ฉลองปีใหม่ริมชายหาด กับปาร์ตี้ธีม ดิ อาราเบียนไนท์ในวันที่ 31 ธันวาคมในราคาท่านละ 6,700++ บาทรวมดินเนอร์บุฟเฟต์ เครื่องดื่มต้อนรับ ดีเจ การแสดงในธีมอาหรับราตรี การแสดงควงกระบองไฟริมชายหาดและพลุไฟริมชายหาดอันตระการตา

ตั้งอยู่ที่หาดละไมและใช้เวลาเพียงหนึ่งชั่วโมงโดยเครื่องบินจากกรุงเทพ เรเนซองส์ เกาะสมุย รีสอร์ท แอนด์ สปาคือตัวเลือกที่สมบูรณ์แบบสำหรับคู่รัก กลุ่มเพื่อนและครอบครัวที่มองหาประสบการณ์ที่หรูหราอย่างแท้จริงในการพักผ่อนที่เกาะสมุย โรงแรมตั้งอยู่ท่ามกลางสวนเขียวชอุ่มและห่างจากชายหาดเพียงไม่กี่ก้าวด้วยบรรยากาศเงียบสงบพร้อมห้องพักและวิลล่ากว้างขวาง 78 ห้องตกแต่งอย่างมีรสนิยมพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกหรูหรา ในขณะที่วิลล่าให้บริการสระว่ายน้ำส่วนตัวพร้อมวิวสวยของชายฝั่งเกาะสมุย

ลูกค้าสามารถผ่อนคลายที่สระว่ายน้ำของรีสอร์ททั้ง 2 แห่งและผ่อนคลายที่ควอน สปาอันเป็นเอกลักษณ์ของรีสอร์ทซึ่งเสนอการบำบัดที่หลากหลาย ลิ้มลองอาหารไทยรสเลิศที่ห้องอาหาร 3 แห่งของโรงแรมที่ยอดเยี่ยมและบาร์ที่เน้นอาหารจานพิเศษจากตะวันตก ทาปาสและการรับประทานอาหารแบบส่วนตัวในวิลล่า สำหรับผู้ที่กำลังมองหาสถานที่สำหรับงานแต่งงานหรืองานอีเว้นท์ในเกาะสมุย โรงแรมก็มีสถานที่จัดงานที่มีความยืดหยุ่นกว่า 3 ห้องที่มีความกว้างกว่า 1,292 ตารางฟุต โดยห้องโลตัสจุคนได้กว่า 100 คนและตกแต่งอย่างดีพร้อมฉากหลังริมทะเลที่งดงาม และด้วยที่ตั้งที่โดดเด่นของรีสอร์ทอยู่ใกล้สถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ ในท้องถิ่นทำให้เรเนซองส์ เกาะสมุย รีสอร์ท แอนด์ สปากลายเป็นรีสอร์ทตอบโจทย์ในทุกๆ ด้านของนักเดินทาง

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โทรศัพท์ 077 429 300 หรืออีเมล bookrenaissancesamui@marriott.com ไม่พลาดการติดต่อกับเรเนซองส์ เกาะสมุย รีสอร์ท แอนด์ สปา กรุณาชมเว็บไซต์ www.renaissancekohsamui.com หรือติดตามได้ที่สื่อสังคมออนไลน์ www.facebook.com/RenaissanceKohSamui และ www.instagram.com/rensamui

เกี่ยวกับเรเนซองส์ โฮเทลส์
ด้วยโรงแรมกว่า 160 แห่งในกว่า 35 ประเทศทั่วโลก เรเนซองส์ โฮเทลส์ได้ก้าวย่างไปพร้อมกับการเป็นโรงแรมที่แข็งแกร่งที่สุดในประวัติศาสตร์ของตน มุ่งมั่นในการออกแบบเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าและการเติบโตทั่วโลก โรงแรมเรเนซองส์ทั่วโลกเชื่อมต่อนักเดินทางเข้ากับจิตวิญญาณของท้องถิ่นผ่านการออกแบบที่เหนือความคาดหมาย เอกลักษณ์ของบาร์ยามเย็นที่ให้บรรยากาศสนุกสนานและเหล่า Navigators ที่มีส่วนร่วมในการแนะนำนักเดินทางเพื่อสัมผัสประสบการณ์ที่ไม่คาดฝันเกิดเป็นประสบการณ์ที่น่าประทับใจมิรู้ลืมทั้งภายในและภายนอกโรงแรม ไม่พลาดการติดต่อกับเรเนซองส์ โฮเทลส์บน Facebook, Instagram, YouTube และ twitter @RenHotels เรเนซองส์ โฮเทลส์มีความภูมิใจที่เป็นส่วนหนึ่งของโปรแกรมเดินทางใหม่ที่มอบประสบการณ์ไร้ขีดจำกัดและสิทธิประโยชน์มากมาย Marriott Bonvoy® โปรแกรมที่ดำเนินงานภายใต้สิทธิประโยชน์ที่เหนือชั้นหนึ่งทำให้สมาชิกได้รับคะแนนจากการเข้าพักโรงแรมฟรีบรรลุสถานะ Elite เร็วกว่าที่เคยและจองหรือแลกคะแนนสะสมสำหรับการเข้าพักอย่างต่อเนื่องตลอด 29 แบรนด์ที่เข้าร่วมในกว่า 129 ประเทศ หากต้องการลงทะเบียนฟรีหรือสำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโปรแกรมเยี่ยมชม members.marriott.com

9
เดอะ นาคา ไอแลนด์ อะลักชัวรี่ คอลเลคชั่น รีสอร์ท แอนด์ สปา ภูเก็ตชวนฉลองคริสต์มาสและปีใหม่บนเกาะส่วนตัว







ภูเก็ต ประเทศไทย – 1 พฤศจิกายน 2562 – เดอะ นาคา ไอแลนด์ อะลักชัวรี่ คอลเลคชั่น รีสอร์ท แอนด์ สปา ภูเก็ต ชวนฉลองเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่บนเกาะส่วนตัวที่ภูเก็ต

ฉลองคริสต์มาสริมชายหาดบนเกาะส่วนตัว
ไม่ว่าจะเป็นศาลาริมชายหาด ห้องอาหารหลากหลายหรือสั่งมาฉลองแบบส่วนตัวในวิลล่าหรู เดอะ นาคา ไอแลนด์ อะลักชัวรี่ คอลเลคชั่น รีสอร์ท แอนด์ สปา ภูเก็ต ก็มีพร้อมสำหรับเทศกาลแห่งความสุขที่กำลังจะมาถึง

คริสต์มาสดินเนอร์บุฟเฟต์ที่ห้องอาหารต้นไทร
ฉลองคริสต์มาสด้วยคริสต์มาสอีฟบุฟเฟต์แสนอร่อย บรรยากาศริมทะเลเพียงท่านละ 3,200 บาท++ พร้อมด้วยการร้องเพลงประสานเสียงต้อนรับเทศกาลคริสต์มาสและการมาเยือนของคุณลุงซานตาคลอสที่จะมอบความสุขและนำของขวัญมาแจกเด็ก ๆ ทุกคน

ห้องอาหารรัม ชาเปล (Rum Chapel) ห้องอาหารแห่งใหม่บรรยากาศริมทะเลแสนผ่อนคลายเชิญชวนลูกค้ามาฉลองเทศกาลคริสต์มาสด้วยชุดอาหารค่ำคริสต์มาส 5 คอร์ส ราคา 4,500++ บาทต่อท่านพร้อมเครื่องดื่มต้อนรับและไวน์ชั้นเลิศ นอกจากนี้ลูกค้ายังสามารถเลือกฉลองเทศกาลแห่งความสุขนี้ได้ที่ห้องอาหารมาย กริลล์ ซี บาร์ หรือสำหรับลูกค้าที่หวงแหนความเป็นส่วนตัวและอยากฉลองเทศกาลแห่งความสุขภายในวิลล่าที่เข้าพักก็สามารถสั่งอาหารได้จากเมนูอาหารภายในวิลล่าได้

เคาท์ดาวน์ดินเนอร์ริมชายหาดธีม Pirates of The Naka Island
ในวันที่ 31 ธันวาคม เดอะ นาคา ไอแลนด์ อะลักชัวรี่ คอลเลคชั่น รีสอร์ท แอนด์ สปา ภูเก็ต ขอเชิญชวนแขกผู้เข้าพักทุกท่านร่วมฉลองปีใหม่ด้วยปาร์ตี้ดินเนอร์ริมชายหาดธีม Pirates of The Naka Island ที่มีทั้งบุฟเฟต์อาหารนานาชาติ ดีเจ วงดนตรีสด การแสดงต่าง ๆ รวมถึงพลุไฟในช่วงเคาท์ดาวน์สู่ปีใหม่ ราคา 8,990++ บาทต่อท่านรวมเครื่องดื่มไม่อั้น ตั้งแต่เวลา 18.30 น. เป็นต้นไป

ลูกค้าสามารถจองโต๊ะได้ที่บริเวณห้องอาหารต้นไทร ตั้งแต่วเลา 8.00 น. – 21.00 น. ทุกวันตั้งแต่วันที่ 17 ธันวาคมเป็นต้นไปหรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โทรศัพท์ 076 371 400 หรืออีเมล naka.reservations@luxurycollection.com หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์ได้ที่ www.theluxurycollection.com/nakaisland

เกี่ยวกับเดอะ ลักชัวรี คอลเลคชัน โฮเทลส แอนด์ รีสอร์ทส
เดอะ ลักชัวรี่ คอลเลคชั่น® หนึ่งในรีสอร์ทของแมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล คือโรงแรมและรีสอร์ทที่มอบประสบการณ์แบบพิเศษและน่าจดจำสำหรับ“global explorer”นักเดินทางท่องเที่ยวทั่วโลก เดอะ ลักชัวรี คอลเลคชันเป็นประตูสู่ที่หมายปลายทางต่างๆที่น่าตื่นเต้นและน่าค้นหาที่สุดในโลก โรงแรมและรีสอร์ทแต่ละแห่งมีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว เปรียบเสมือนดินแดนลี้ลับที่รอการค้นพบ การตกแต่งที่สวยงามและการบริการอันสมบูรณ์แบบ ที่มาพร้อมกับความสะดวกสบาย จะสร้างประสบการณ์ที่น่าประทับใจแก่แขกผู้เข้าพัก จากต้นกำเนิดในปี ค.ศ. 1906 ภายใต้แบรนด์ CIGA ซึ่งเป็นคอลเลคชันที่มีชื่อเสี่ยงที่สุดในยุโรป ปัจจุบันแบรนด์ของ เดอะ ลักชัวรี คอลเลคชันกำลังเติบโตเละเป็นที่รู้จักอย่างรวดเร็ว มีโรงแรมและรีสอร์ทที่ดีที่สุดกว่า 100 แห่งในกว่า 30 ประเทศ เดอะ ลักชัวรี คอลเลคชัน ยังได้รับรางวัลชนะเลิศด้านรูปแบบและการบริการ ซึ่งอยู่เหนือความคาดหมายของแขกที่เข้าพัก อีกทั้งความเป็นเอกลักษณ์ของโรงแรมแต่ละแห่ง โดยหลายแห่งนั้นมีชื่อเสียงและอายุเก่าแก่กว่าร้อยปี ซึ่งเป็นที่รู้จักในระดับสากลว่าเป็นหนึ่งในสถานที่สวยงามที่สุดในโลก สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดเข้าชม www.luxurycollection.com หรือติดตามข่าวสารได้ทาง Twitter Instagram และ Facebook เดอะ ลักชัวรี่ คอลเลคชั่นมีความภูมิใจที่เป็นส่วนหนึ่งของโปรแกรมเดินทางใหม่ที่มอบประสบการณ์ไร้ขีดจำกัดและสิทธิประโยชน์มากมาย Marriott Bonvoy® โปรแกรมที่ดำเนินงานภายใต้สิทธิประโยชน์ที่เหนือชั้นหนึ่งทำให้สมาชิกได้รับคะแนนจากการเข้าพักโรงแรมฟรีบรรลุสถานะ Elite เร็วกว่าที่เคยและจองหรือแลกคะแนนสะสมสำหรับการเข้าพักอย่างต่อเนื่องหากต้องการลงทะเบียนฟรีหรือสำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโปรแกรมเยี่ยมชม MarriottBonvoy.marriott.com

10


“เที่ยววันธรรมดาราคา Shock โลก” เปลี่ยนวันธรรมดาของคุณให้กลายเป็นวันพิเศษ ด้วยแพ็กเกจและบริการท่องเที่ยวมากมาย ลดสูงสุด 80%




นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า การชะลอตัวของเศรษฐกิจทั่วโลก และค่าเงินบาทที่ยังแข็งตัวอย่างต่อเนื่อง เป็นเหตุให้การเติบโตทางการท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวอาจไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ตั้งไว้ ประกอบกับอัตราการเดินทางท่องเที่ยวของคนไทยก็มีแนวโน้มท่องเที่ยวออกต่างประเทศเพิ่มขึ้น ดังนั้น เพื่อให้ประเทศไทยยังคงรักษาตำแหน่งประเทศที่สร้างรายได้จากการท่องเที่ยวติดอันดับ 1 ใน 6 ของโลก และสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวรวมเพิ่มขึ้น 10% หรือรวมรายได้จากการท่องเที่ยวประมาณ 3.3 ล้านล้านบาท เพื่อนำไปสู่การขับเคลื่อนการสร้างรายได้เข้าสู่ระบบเศรษฐกิจของไทย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จึงได้มีการวางแผนการดำเนินมาตรการกระตุ้นการตลาดเร่งด่วนในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2562 ภายใต้แคมเปญ “เที่ยววันธรรมดาราคา Shock โลก”

ทั้งนี้ แคมเปญ “เที่ยววันธรรมดาราคา Shock โลก” เป็นแคมเปญที่มุ่งกระตุ้นให้เกิดการท่องเที่ยวในวันธรรมดา เพื่อสร้างการใช้จ่ายซื้อสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยวที่หลากหลาย และเป็นการกระจายรายได้ให้แก่ท้องถิ่น โดยนำเสนอสินค้าและบริการของประเทศไทยที่มีมาตรฐานระดับสากล โดย ททท. ร่วมกับพันธมิตรทางการท่องเที่ยว นำเสนอโปรโมชั่นลดราคาสูงสุดถึง 80% เพื่อสร้างประสบการณ์พิเศษให้แก่นักท่องเที่ยวชาวไทยด้วยสินค้าและบริการท่องเที่ยวหลากหลาย อาทิ ตั๋วเครื่องบิน ที่พัก ร้านอาหาร สุขภาพและความงาม กอล์ฟ ช้อปปิ้ง นันทนาการ แพ็กเกจท่องเที่ยว พาหนะเดินทาง และเรือยอร์ช และจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายสุดพิเศษที่นักท่องเที่ยวสามารถรับสิทธิ์ซื้อแพ็กเกจได้ในราคาเพียง 1 บาท จำนวน 8 แพ็กเกจ เพียงแค่ลงทะเบียนบนเว็บไซต์ www.วันธรรมดาราคาช็อกโลก.com โดยประกาศรายชื่อผู้โชคดีทุกวันศุกร์ จำนวน 8 ครั้ง ทั้งนี้แคมเปญเที่ยววันธรรมดาราคา Shock โลก พร้อมนำเสนอโปรโมชั่นช็อกโลกพร้อมกันตั้งแต่วันนี้ – 31 ธันวาคม 2562

โดยแคมเปญ “เที่ยววันธรรมดาราคา Shock โลก” มีวิธีการรับสิทธิ์ ดังนี้
1. ลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิ์ได้ที่ www.วันธรรมดาราคาช็อกโลก.com
2. เมื่อลงทะเบียนแล้วสามารถเลือกกดรับสิทธิ์สินค้าทางการท่องเที่ยวที่ต้องการ
3. สามารถนำรหัสที่ได้รับไปแสดง หรือสำรองการใช้สิทธิ์ และชำระเงินตามเงื่อนไขของผู้ประกอบการ เพื่อเข้ารับบริการ ซึ่งรหัสจะมีอายุ 5 วันนับจากวันที่กดรับสิทธิ์
4. กรอกข้อมูลในแบบฟอร์มของผู้ประกอบการ เมื่อเข้าใช้บริการ

11


อิ่มอร่อยกับบุฟเฟ่ต์อาหารไทย เทศกาลลอยกระทง ณ ห้องอาหารไทย สไปซ์ มาร์เก็ต โรงแรมอนันตรา สยาม กรุงเทพ วันจันทร์ที่ 11 พฤศจิกายน 2562





โรงแรมอนันตรา สยาม กรุงเทพ ร่วมสืบสานและอนุรักษ์ประเพณีวัฒนธรรมไทยอันดีงามในเทศกาลลอยกระทง อิ่มอร่อยกับบุฟเฟ่ต์อาหารไทยในคืนวันจันทร์ที่ 11 พฤศจิกายน ศกนี้ ณ ห้องอาหารไทย สไปซ์ มาร์เก็ต 

สัมผัสเสน่ห์และบรรยากาศของประเพณีลอยกระทงในค่ำคืนวันเพ็ญเดือนสิบสอง เต็มอิ่มกับบุฟเฟต์อาหารไทย โดยเชฟวรินธร สัมฤทธิ์ผล หัวหน้าแม่ครัวอาหารไทย ประจำห้องอาหารสไปซ์ มาร์เก็ต ได้บรรจงรังสรรค์ และปรุงรสอย่างพิถีพิถันถึงรสชาติของอาหารไทย โดยมีเมนูแนะนำ อาทิ กระทงทอง, แตงโมปลาแห้ง, ต้มยำกุ้งยอดมะพร้าว, ส้มตำ ไก่ย่างจิ้มแจ่ว, ข้าวซอยไก่กรอบ, แกงคั่วกล้วยหมูย่าง ปิดท้ายด้วยเมนูของหวาน กล้วยบวดชีมะพร้าวอ่อน, ข้าวเหนียวมะม่วง และอีกหลากหลายเมนูให้ท่านได้เลือกอิ่มอร่อยในราคา 1,299 บาท++ ต่อท่าน (ราคาไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและค่าบริการ)

ร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลลอยกระทง พร้อมอิ่มอร่อยกับเมนูอาหารไทยเลิศรส ณ ห้องอาหารไทย สไปซ์ มาร์เก็ต ชั้น 1 โรงแรมอนันตรา สยาม กรุงเทพ (BTS ราชดำริ) มื้อค่ำ เปิดให้บริการเวลา 18.00 – 22.30 น.

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและสำรองที่นั่งได้ที่ โทร. 0 2126 8866 ต่อ 1232 หรือ
อีเมล: spicemarket.asia@anantara.com เว็บไซต์ siam-bangkok.anantara.com 

12
2 กระทรวง ร่วมมือส่งเสริมทุกวัยใส่ใจออกกำลังกาย





วันนี้ (28 ต.ค.62) นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และ นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ร่วมเป็นพยานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการพัฒนาศักยภาพคนทุกช่วงวัย ด้านการออกกาลังกายและด้านกีฬา ระหว่าง กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยมี นายโชติ ตราชู ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นายปรเมธี วิมลศิริ ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ พร้อมด้วย นายก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย และนายธัชพล กาญจนกูล ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ เป็นผู้ลงนาม ณ ห้องประชุม ชั้น ๒ อาคารกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ข้อตกลงความร่วมมือนี้สอดคล้องกับแผนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ฉบับที่ ๖ (พ.ศ. ๒๕๖๐ – ๒๕๖๔) ซึ่งกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยกรมพลศึกษา และสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาทุกจังหวัด จะให้การสนับสนุนวิทยากรด้านการออกกาลังกายและเล่นกีฬา สนับสนุนองค์ความรู้ สื่อและการฝึกอบรมด้านการออกกาลังกายและเล่นกีฬาให้แก่เจ้าหน้าที่บุคลากรและกลุ่มเป้าหมายทั้งในและนอก สถานสงเคราะห์ของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ รวมทั้งการประสานความร่วมมือ กับภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อเป็นเครือข่ายสนับสนุนการดาเนินงานด้านการออกกาลังกายและเล่นกีฬา

นายพิพัฒน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับการพัฒนาศักยภาพเด็ก เยาวชน คนพิการในสถานสงเคราะห์ ของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สู่ความเป็นเลิศและอาชีพด้านกีฬา การกีฬาแห่งประเทศไทย จะให้การสนับสนุนการสร้างระบบการคัดเลือกนักกีฬา การฝึกซ้อม และการแข่งขัน สนับสนุนอุปกรณ์กีฬา พัฒนาและปรับปรุงสนามกีฬาให้ได้มาตรฐาน สนับสนุนผู้เชี่ยวชาญเพื่อการพัฒนาทักษะความสามารถด้านกีฬา รวมทั้งการสนับสนุนองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์การกีฬาเพื่อพัฒนาศักยภาพทางร่างกาย การขอรับการสนับสนุน งบประมาณจากภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ตลอดจนสร้างช่องทางและโอกาสแก่เด็ก เยาวชน และคนพิการดังกล่าว ในการเข้าร่วมการแข่งขันระดับจังหวัด ภูมิภาค ประเทศ และนานาชาติ

นายจุติ กล่าวว่า นับเป็นจุดเริ่มต้นของความร่วมมือระหว่างกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เพื่อพัฒนาศักยภาพคนทุกช่วงวัยตั้งแต่วัยเด็ก จนกระทั่งเข้าสู่วัยผู้สูงอายุ ทั้งที่เป็นผู้รับการดูแลในสถานสงเคราะห์ และนอกสถานสงเคราะห์ในด้านการ ออกกำลังกายและการเล่นกีฬา รวมถึงการพัฒนากีฬาสู่ความเป็นเลิศในกลุ่มเด็ก เยาวชน และคนพิการใน สถานสงเคราะห์ เพื่อต่อยอดสู่ระดับอาชีพให้สามารถพึ่งตนเองได้ในอนาคต ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี และแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๒ (พ.ศ. ๒๕๖๐ – ๒๕๖๔) ที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในทุกช่วงวัย การเสริมสร้างคนให้มีสุขภาวะและคุณภาพชีวิตที่ดีผ่านกิจกรรมการออกกำลังกายและการเล่นกีฬาตั้งแต่วัยเด็ก เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมด้านสุขภาพตั้งแต่ก่อนเข้าสู่วัยผู้สูงอายุ ซึ่งจะเป็นการลดภาวะพึ่งพิงของผู้สูงอายุได้ในระยะยาว ทั้งนี้ เพื่อให้เป็นไปเจตนารมณ์ของข้อตกลงความร่วมมือดังกล่าว จะมีการตั้งคณะกรรมการร่วมกันทั้ง 2 กระทรวง เพื่อวางแผน ขับเคลื่อน และติดตามการปฏิบัติงานให้มีประสิทธิภาพ เกิดประสิทธิผลอย่างต่อเนื่องต่อไป

13


จังหวัดบุรีรัมย์ เชิญ ชิม ช้อป ร่วมสืบสานประเพณีลอยกระทง แสง สี เสียง สุดตระการตาในงาน “บารายศรัทธา  สมมาสายน้ำ ปราสาทเมืองต่ำ น้อมนำบูชา” ๑๐-๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๒ ณ ปราสาทหินเมืองต่ำ จ.บุรีรัมย์












“เทศกาลลอยกระทง” ประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๒ จังหวัดบุรีรัมย์ โดยสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดบุรีรัมย์ บูรณาการร่วมกับ อำเภอประโคนชัย อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง และองค์การบริหารส่วนตำบลจรเข้มาก กำหนดจัดโครงการสืบสานประเพณีลอยกระทง “บารายศรัทธา สมมาสายน้ำ ปราสาทเมืองต่ำ น้อมนำบูชา” จังหวัดบุรีรัมย์ ระหว่างวันที่ ๑๐-๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๒ ณ บริเวณปราสาทหินเมืองต่ำ ตำบลจรเข้มาก อำเภอประโคนชัย จังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อส่งเสริมพื้นฟู สืบสาน อนุรักษ์ประเพณีวัฒนธรรมอันงดงามของชาวไทย และภูมิภาคอาเซียนให้คงอยู่สืบไป รวมทั้งสื่อสารความภาคภูมิใจในอัตลักษณ์ความเป็นไทยสู่สายตาชาวต่างชาติ และประเทศเพื่อนบ้านอาเซียน ซึ่งสนับสนุนนโยบายการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมสร้างรายได้ให้กับประเทศต่อไป

เชิญร่วมบรรยากาศการจัดงานครั้งยิ่งใหญ่ พบกับกิจกรรมน่าสนใจมากมาย ทั่วบริเวณปราสาทหินเมืองต่ำ โบราณสถานเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองบุรีรัมย์ ได้แก่ การประดับประดาไฟแสงสีสวยงาม, การแสดงแสง สี เสียง, พิธีกรรม การบูชาและพิธีสมาน้ำ ทักษิณาวัตรเพื่อขอขมาน้ำ ปราสาทเมืองต่ำ น้อมนำบูชา, การแสดงศิลปวัฒนธรรมและการละเล่นพื้นบ้าน, สาธิตการทำกระทง, การประกวดกระทง, ชมการแสดง สาธิต และจำหน่ายสินค้าและบริการทางวัฒนธรรม, ทำบุญตักบาตร ณ บริเวณถนนด้านหน้าปราสาทเมืองต่ำ, การแสดงดนตรีพื้นบ้าน, ชม ชิม ช้อป แชะ แชร์ ตลาดอารยธรรมขอมโบราณ, การแสดงกันตรึม และกิจกรรมอื่นๆ เพื่อสื่อและส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม

พบกับการประกวด นาคะเทวี ศรีเมืองต่ำ โดยเป็นการประกวดสาวงามที่มีความเป็นเอกลักษณ์คือ เป็นการประกวดนางนพมาศหน้าปราสาทหินที่เดียว และที่แรกในประเทศไทย  คัดสาวงามตามแบบฉบับเบญจกัลยาณี คือ สตรีผู้มีศุภลักษณ์หรือลักษณะที่งาม ๕ ประการ คือ  ผมงาม เนื้องาม ฟันงาม ผิวงาม วัยงาม รับสมัครหญิงสาวในจังหวัดบุรีรัมย์ เข้าร่วมประกวด ในวันที่ ๑๐ พฤศจิกายน ๒๕๖๒ ณ ปราสาทเมืองต่ำ ชิงเงินรางวัล ถ้วยเกียรติยศ พร้อมสายสะพาน สนใจสมัครได้ที่ ที่ว่าการอำเภอประ โคนชัย หรือ แฟนเพจ ลอยกระทงบารายพันปี ปราสาทเมืองต่ำ โดยมี นิโคลีน-พิชาภา ลิมศนุกาญจน์ มิสไทยแลนด์เวิลด์ ๒๐๑๘ ร่วมเป็นคณะกรรมการตัดสินการประกวด และพบกับนางเอกสาวสวยหน้าหวาน นาว-ทิสานาฏ ศรศึก ที่มาแสดงการร่ายรำบวงสรวงสิ่งศักดิ์ภายในงานครั้งนี้

ร่วมสืบสานประเพณี การแต่งกายผ้าไทย ในเทศกาลลอยกระทง “บารายศรัทธา สมมาสายน้ำ ปราสาทเมืองต่ำ น้อมนำบูชา” จังหวัดบุรีรัมย์ ระหว่างวันที่ ๑๐-๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๒ ณ บริเวณปราสาทหินเมืองต่ำ ตำบลจรเข้มาก อำเภอประโคนชัย จังหวัดบุรีรัมย์

14
ไทยสมายล์คว้ารางวัล Best Boutique Airline ยึดหัวใจด้วยบริการยอดเยี่ยมไม่หยุดยั้ง ตอกย้ำสายการบินยอดเยี่ยมของคนไทย





สายการบินไทยสมายล์ เดินหน้าตอกย้ำความเป็นผู้นำมาตรฐานบริการบนเครื่องบิน คว้ารางวัล สายการบินบูทีคยอดเยี่ยม (Best Boutique Airline) จากเวที ทีทีจี ทราเวล อวอร์ด ครั้งที่ 30 (30th Annual TTG Travel Awards 2019)  ซึ่งเป็นรางวัลที่จัดขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่บุคคล และองค์กรในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่มีความโดดเด่นในประเภทต่างๆ ของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยครั้งนี้ไทยสมายล์เผยเสน่ห์ในด้านการบริการสร้างความประทับใจครอบคลุมทุกมิติอย่างชัดเจน โดยเฉพาะการสร้างความพึงพอใจด้านอาหารเสิร์ฟบนเครื่องที่มีความหลากหลาย อร่อย สวยงาม พร้อมบริการ Seasonal Menu มากกว่า 12 เมนูตลอดปี และอีกหนึ่งเหตุผลสำคัญที่ทุกคนต่างชื่นชมไทยสมายล์ คือการทำงานของลูกเรือที่สามารถสอดประสานการบริการที่สดใสเต็มไปด้วยรอยยิ้ม แต่ยังคงไม่ละเลยเรื่องความปลอดภัยซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่ง รวมทั้งยังมุ่งยกระดับการบริการเพื่อสร้างความพึงพอใจเหนือความคาดหมาย ผ่านการให้บริการห้องรับรองพิเศษ Smile Lounge ของไทยสมายล์อีกด้วย

นางชาริตา ลีลายุทธ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยสมายล์แอร์เวย์ จำกัด กล่าวถึงความภาคภูมิใจที่ได้รับรางวัล Best Boutique Airline จาก TTG Travel Awards ว่า รางวัลนี้สามารถตอกย้ำและสะท้อนถึงคุณค่าการทำงานของทุกคนในองค์กรของไทยสมายล์ที่มีส่วนผลักดันเป้าหมายสำคัญของไทยสมายล์ให้เดินหน้าอย่างมีประสิทธิภาพได้เป็นอย่างดี และรางวัลนี้ยังเปรียบเสมือนสิ่งเตือนใจและแรงบันดาลใจให้ไทยสมายล์ไม่หยุดพัฒนา แต่พร้อมต่อยอดสู่ความสำเร็จในด้านต่างๆ และก้าวหน้ายิ่งขึ้นไป

ทั้งนี้ ไทยสมายล์ได้วางแผนการดำเนินงานอย่างชัดเจน โดยจะทำงานสอดคล้องกับแผนแม่บทร่วมกับการบินไทย ทั้งทำการบินเชื่อมต่อ  ส่งเสริม และใช้ศักยภาพด้านการบินให้เกิดประสิทธิภาพสูงที่สุด รวมทั้งยังคงมุ่งให้ความสำคัญกับตลาดที่มีศักยภาพสูงอย่าง จีน และ อินเดีย โดยจะร่วมสนับสนุนนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวระหว่างกัน พร้อมปักหมุดพัฒนาเส้นทางใหม่สู่เมือง Exotic City อื่นๆ อีกทั้งกำลังอยู่ในระหว่างการเตรียมความพร้อมเข้าร่วมเป็นพันธมิตร Connecting Partner ของ Star Alliance ซึ่งจะช่วยยกระดับมาตรฐานและคุณภาพของผลิตภัณฑ์และบริการขึ้นสู่ระดับสากลมากขึ้น และยังเป็นการเสริมสร้างความแข็งแกร่งของแบรนด์ให้เป็นที่ยอมรับกันอย่างแพร่หลายและกว้างไกลยิ่งขึ้นอีกด้วย 

“เพราะไทยสมายล์คำนึงถึงความพึงพอใจสูงสุดของผู้โดยสารเป็นอันดับแรกมาโดยตลอด ดิฉันและทีมงานทุกคนสัญญาว่าเราจะก้าวสู่เป้าหมายสายการบินฟูลเซอร์วิสชั้นนำในภูมิภาค โดยยังคงมุ่งมั่นสร้างความผูกพันที่ยั่งยืนกับลูกค้า ผ่านการส่งมอบประสบการณ์การเดินทางที่เหนือชั้นในราคาที่เหมาะสมและคุ้มค่า เดินหน้ารักษามาตรฐานการให้บริการที่ยอดเยี่ยม เน้นคุณภาพทั้งความปลอดภัย ความสะดวกสบาย และราบรื่นตลอดการเดินทาง”  นางชาริตา กล่าวส่งท้าย

15
มิชลิน ไกด์ ประเทศไทย เตรียมประกาศรายชื่อร้านอาหารติดดาวประจำปี พ.ศ. 2563 ณ งานเปิดตัว มิชลิน ไกด์ ฉบับที่ 3 ในวันที่ 12 พศฤจิกายน นี้

มิชลินพร้อมเขย่าวงการอาหารอีกครั้งด้วยการประกาศรายชื่อร้านอาหารติดดาวมิชลินในงานเปิดตัว “มิชลิน ไกด์ ประเทศ 2563 (MICHELIN Guide Thailand 2020)” ซึ่งจะประกาศรายชื่อทั้งร้านอาหารที่ได้รับดาวมิชลิน (Michelin Star) และร้านอาหารที่ได้รับ บิบ กูร์มองด์ (Bib Gourmands) ประจำปี พ.ศ. 2563 โดยกำหนดจัดขึ้น ณ โรงแรมแบงค็อก แมริออท เดอะ สุรวงศ์ ในวันที่ 12 พฤศจิกายน 2562 เวลา 9.30 น.

มิชลิน ไกด์ ประเทศไทย ฉบับที่ 3 เตรียมประกาศรายชื่อร้านอาหารชั้นนำทั้งในเขตกรุงเทพฯ ปริมณฑล ภูเก็ต พังงา และในปีนี้ได้เพิ่มจังหวัดที่มีความสำคัญอีกหนึ่งจังหวัดคือ ‘เชียงใหม่’ มหานครที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองของประเทศ และเป็นศูนย์รวมวัฒนธรรมของภาคเหนือ รวมถึงร้านอาหารชั้นนำมากมายอันประกอบด้วยเมนูอาหารที่มีรสชาติโดดเด่น ด้วยวัตถุดิบที่สดใหม่และมีความเฉพาะตัวของจังหวัด

ประเทศไทยเป็นประเทศที่ขึ้นชื่อว่าเป็นศูนย์รวมของวัฒนธรรมที่หลากหลายโดยเฉพาะวัฒนธรมมทางด้านอาหารที่โดดเด่น ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหารท้องถิ่นรสเลิศคุณภาพเยี่ยมในราคาประหยัดที่มีให้เลือกสรรมากมาย ซึ่งจะถูกจัดอยู่ในประเภทรางวัล บิบ กูร์มองด์ (Bib Gourmands) ไปจนถึงร้านอาหารชั้นเลิศที่เปี่ยมด้วยความหรูหราละเมียดละไม ซึ่งจะถูกจัดอยู่ในประเภทรางวัลดาวมิชลิน (Michelin Star) โดยรายชื่อร้านอาหารชั้นเยี่ยมเหล่านี้จะถูกประกาศและฉลองความสำเร็จพร้อมกันภายในงานแถลงข่าวในช่วงเช้าของวันที่ 12 พฤศจิกายน นี้

มิชลิน ไกด์ ตระหนักถึงการพัฒนาวงการอาหารซึ่งไม่เพียงแต่ส่งผลต่อวัฒนธรรมความเป็นอยู่ของคนในประเทศ แต่ยังมีความสำคัญอย่างยิ่งต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศนั้นๆ ทีมงานมิชลิน ไกด์ จึงได้ทุ่มเทในการเฟ้นหาและคัดสรรค์ร้านอาหารคุณภาพอย่างต่อเนื่อง โดยงานประกาศรายชื่อร้านอาหารในครั้งนี้จะเป็นครั้งแรกที่มิชลิน ไกด์ จะประกาศรายชื่อร้านอาหารระดับดาวมิชลินและร้านอาหารระดับ บิบ กูร์มองด์ พร้อมกันบนเวที

หลังงานแถลงข่าวรอบสื่อมวลชน จะเป็นการจัดงานกาล่าดินเนอร์เพื่อฉลองให้กับเชฟและร้านอาหารที่ได้รับมิชลินสตาร์ โดยแขกผู้มีเกียรติในงานจะได้ดื่มด่ำและลิ้มรสอาหารชั้นเลิศ ซึ่งจัดเตรียมและปรุงโดยเชฟชื่อดัง พร้อมนำเหล่านักชิมสู่การเดินทางแห่งรสชาติซึ่งปรุงโดยวัตถุดิบที่คัดสรรค์จากทางภาคเหนือของเมืองไทย

เนื่องจากแนวคิดความยั่งยืนกำลังเป็นแนวโน้มใหม่ในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม ดังนั้น นี่จึงเป็นครั้งแรกที่งานประกาศผลรางวัลมิชลินสตาร์ประจำปี 2563 ได้ตั้งเป้าหมายให้เป็นงานอีเว้นท์ที่มี “การลดขยะจากอาหารเป็นศูนย์ (Zero Food Waste to the Landfill)” ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของการสนับสนุนแนวคิดความยั่งยืนและการสร้างเสริมระบบนิเวศแบบองค์รวมของมิชลิน ผ่านการเน้นย้ำการป้องกันไม่ให้เกิดขยะจากอาหารและการแสวงหาแหล่งวัตถุดิบในท้องถิ่น

วันจัดงาน: วันอังคารที่ 12 พฤศจิกายน 2562

สถานที่: ห้องเดอะ สุรวงศ์ บอลรูม โรงแรมแบงค็อก แมริออท เดอะ สุรวงศ์ เลขที่ 262 ถนนสุรวงศ์ แขวงสี่พระยา เขตบางรัก กรุงเทพฯ 10500

กำหนดการ:
9:30 – 12:00 น. – งานแถลงข่าวและการประกาศผลรางวัล (สงวนสิทธิ์เฉพาะผู้ได้รับเชิญ)
-   การกล่าวสุนทรพจน์ต้อนรับ
-   การประกาศรายชื่อร้านอาหารรางวัลบิบ กูร์มองด์ (Bib Gourmands) ของ มิชลิน ไกด์ ไทยแลนด์ 2563
-   งานประกาศผลรางวัลดาวมิชลิน ของ มิชลิน ไกด์ ไทยแลนด์ 2563

ผู้สนใจสามารถเกาะติดสถานการณ์ผ่านการถ่ายทอดสดสตรีมมิ่งจากงานผ่านทางเพจเฟซบุ๊กได้แบบเรียลไทม์ ตั้งแต่เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ มิชลิน ไกด์ ที่เว็บไซต์ guide.michelin.com/th/th หรือติดตามข่าวสารล่าสุดของ มิชลิน ไกด์ กรุงเทพฯ เชียงใหม่ ภูเก็ต และ พังงา ประจำปี 2020 ผ่านทางเฟซบุ๊ก facebook.com/MichelinGuideThailand

ดาวน์โหลดรูปภาพจากงานประกาศผลรางวัลได้ที่ bit.ly/2MYM9IL

เกี่ยวกับมิชลิน
มิชลิน ในฐานะผู้นำอุตสาหกรรมยางรถยนต์ มุ่งมั่นส่งเสริมการสัญจรของลูกค้าอย่างยั่งยืน ออกแบบและจัดจำหน่ายยางที่เหมาะกับการใช้งานมากที่สุด ตลอดจนให้บริการและโซลูชั่นที่ตรงกับความต้องการของลูกค้า ซึ่งครอบคลุมการให้บริการทางดิจิทัล การจัดทำคู่มือและแผนที่สำหรับการเดินทางท่องเที่ยวเพื่อสัมผัสประสบการณ์ที่แตกต่างไม่เหมือนใคร รวมถึงการพัฒนาวัสดุทางเทคโนโลยีขั้นสูงสำหรับอุตสาหกรรมการสัญจร กลุ่มมิชลินมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่เมืองแกลร์มง-แฟร็องประเทศฝรั่งเศส และมีสำนักงานสาขาอยู่ใน 170 ประเทศ โดยมีพนักงาน 125,000 คนทั่วโลก และมีโรงงานผลิตยาง 67 แห่ง ซึ่งผลิตยางรวมกันได้มากถึง 190 ล้านเส้นในปี 2561 คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.michelin.com

Pages: [1] 2 3 ... 123