Show Posts

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - activity

Pages: [1] 2 3 ... 93
1
ปอร์เช่ ไทคานน์ (Porsche Taycan) ปรากฏโฉมที่เซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน






สตุ๊ทการ์ท/เซี่ยงไฮ้. ปอร์เช่ ไทคาน (Taycan) คันต้นแบบ ปรากฎโฉมต่อสาธารณชนครั้งแรกของโลกกลางมหานคร เซี่ยงไฮ้: Porsche Triple Demo Run ออกสตาร์ทด้วยการวิ่งโชว์ตัวอย่างเป็นทางการครั้งแรกบนสนาม ทดสอบของศูนย์กิจกรรม Porsche Experience Centre (PEC) ไทคานน์ (Taycan) คันต้น แบบที่บางส่วนของรถคันนี้ ยังคงไม่ถูกเปิดเผย จะเดินสายปรากฎโฉมใน 3 ทวีปทั่วโลก ตลอดระยะเวลา 3 สัปดาห์ เริ่มต้นด้วยประเทศจีน สหราชอาณาจักร และปิดท้ายที่สหรัฐอเมริกา ซึ่งทั้งหมดล้วนแล้วแต่เป็นตลาดที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่ออนาคตของ ยนตกรรมสปอร์ตพลังงานไฟฟ้าสมบูรณ์แบบคันแรกจากปอร์เช่ เพื่อการนี้รถต้นแบบคันดังกล่าวจะได้รับการตกแต่ง ลวดลาย บนหลังคาที่สะท้อนให้เห็นถึงเอกลักษณ์ของแต่ละประเทศที่รถคันนี้ได้ปรากฏโฉม: สำหรับประเทศจีน คือลวดลายมังกรที่สวยงามและน่าเกรงขาม โดย Li Chao นักแข่งมากฝีมือจากการแข่งขันรายการ Porsche Carrera Cup Asia รับหน้าที่ควบคุมพวงมาลัยของรถต้นแบบคันนี้

“สมรรถนะการขับขี่อันโดดเด่นเหนือระดับของยนตรกรรมสปอร์ตจากปอร์เช่คือบรรทัดฐานที่ชัดเจนเมื่อพิจารณาถึงวัตถุ ประสงค์หลักในการพัฒนา ไทคานน์ (Taycan) นั่นคือสิ่งที่คุณสามารถสัมผัสและรู้สึกได้ทันทีตั้งแต่จุดสตาร์ท” ข้างต้นคือ ความคิดเห็นของ Li Chao นอกจากนี้เขายังกล่าวถึงความประทับใจที่มีต่อประสิทธิภาพการบังคับควบคุม ต่อไปอีกว่า: “มันเริ่มขึ้นตั้งแต่สไตล์การขับขี่ที่ดุดันของรถสปอร์ตเต็มพิกัด ไร้ซึ่งการประนีประนอมใดๆ แต่ยังคงไว้ซึ่งความสะดวกสบาย อย่างน่าอัศจรรย์ใจ ระบบช่วงล่างของ ไทคานน์ ใหม่ (The new Taycan) สามารถตอบโจทย์การใช้งานที่หลากหลาย ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ผสมผสานความ แม่นยำในการบังคับทิศทางตามแบบรถสปอร์ตพันธุ์แท้รวมเป็นหนึ่งเดียวได้ อย่างลงตัวกับความผ่อนคลายในการโดยสารเดินทางระยะยาวเฉกเช่นเดียวกับรถซาลูนหรู หนึบแน่น มั่นคง จากการ ออกแบบให้มีจุดศูนย์ถ่วงต่ำ ทั้งยังเสริมความคล่องตัวในการใช้งานด้วยระบบช่วยเลี้ยวล้อหลัง หรือ rear-axle steering”  Li Chao อธิบายเพิ่มเติมว่า “ไทคานน์ (Taycan) ให้การตอบสนองเมื่อเข้าโค้งด้วยความเร็วอย่างแม่นยำ ให้การทรงตัวและยึดเกาะที่ยอดเยี่ยม”

ปอร์เช่ ไทคานน์ (Porsche Taycan) สามารถทำความเร็วสูงสุดได้มากกว่า 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ให้อัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ด้วยระยะเวลาต่ำกว่า 3.5 วินาที และเร่งจนแตะระดับความเร็ว 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ภายใน 12 วินาทีเท่านั้น สำหรับกิจกรรม Porsche Triple Demo Run จุดหมายถัดไปของ ไทคานน์ (Taycan): คือการวิ่งบนเส้นทาง Hill Run ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเทศกาลความแรงระดับตำนานที่มีชื่อเสียง Festival of Speed ที่ Goodwood (จัดขึ้นระหว่าง วันที่ 4 ถึง 7 กรกฎาคม 2019) และส่งท้ายด้วยการปรากฎกายในการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบ รายการชิงแชมป์โลก ABB FIA Formula E Championship ณ มหานคร นิวยอร์ค ระหว่างวันที่ 13 ถึง 14 กรกฎาคม 2019 และ 2 นักแข่งมากฝีมือ Mark Webber และ Neel Jani จะรับหน้าที่ประจำการหลังพวงมาลัยของ ไทคานน์ (Taycan) คันต้นแบบนี้

ก่อนการเปิดตัวอย่างเป็นทางการครั้งแรกของโลกของปอร์เช่ ไทคานน์ (Porsche Taycan) ในช่วงเดือนกันยายนที่จะถึงนี้ รถสปอร์ตพลังงานไฟฟ้าคันดังกล่าวต้องเผชิญกับบททดสอบสุดทรหดเป็นระยะทางรวมกว่าหกล้านกิโลเมตรทั่วทุกมุมโลก สำหรับปอร์เช่ ไม่ว่าจะเป็นรถสปอร์ตพลังงานไฟฟ้าหรือรถสปอร์ตที่ติดตั้งเครื่องยนต์สันดาปภายในจะต้องผ่านโปรแกรม การทดสอบที่เข้มงวดด้วยสถานการณ์ที่ไม่แตกต่างกัน นอกเหนือจากสมรรถนะระดับสุดยอดที่เป็นคุณสมบัติพื้นฐาน ยนตรกรรมปอร์เช่ ทุกคันต้องสามารถพิสูจน์ได้ซึ่งอรรถประโยชน์ที่พร้อมรองรับการใช้งานในทุกวันและทุกสภาพแวดล้อม ตอบโจทย์ความสะดวกสบายได้อย่างครบถ้วน อาทิ การชาร์จแบตเตอรี่ หรือการควบคุมอุณหภูมิของระบบขับเคลื่อน และบรรยากาศภายในห้องโดยสาร ภายใต้สภาวะแวดล้อมที่แตกต่างกัน ข้างต้นเป็นเพียงส่วนหนึ่งที่ชุดแบตเตอรี่ซึ่งได้รับ การติดตั้งในยนตกรรมสปอร์ตพลังงานไฟฟ้าคันแรกจากปอร์เช่ จะต้องผ่านการทดสอบโดยปราศจากข้อจำกัดใดๆ

นักขับชาวจีน: Li Chao
Li Chao นักธุรกิจและนักขับรถแข่งชาวจีนวัย 38 ปี ผู้เริ่มต้นเส้นทางหลังพวงมาลัยจากรายการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบ
Porsche Carrera Cup Asia ตั้งแต่ฤดูกาล 2012 เป็นต้นมา ผลงานของเขาในปี 2018 จบลงด้วยการ คว้าอันดับที่ 3 ในรุ่นPro-Am และอันดับ 12t โอเวอร์ออล และในปีเดียวกัน เขายังสามารถจบการแข่ง ขันในอันดับที่ 5  จากรายการ FIA GT Nations Cup เคียงข้างนักแข่งร่วมทีม Ye Hongli ในเดือนมีนาคม 2019 Chao รับหน้าที่ขับรถแข่งปอร์เช่ 911 จีที 3 อาร์ (Porsche 911 GT3 R) คู่กับ Chris van der Drift ระหว่างงานเปิดตัว China GT ณ สนามเซปัง ประเทศมาเลเซีย

สถานที่จัดกิจกรรม: Porsche Experience Centre (PEC) เซี่ยงไฮ้
ก่อตั้งเมื่อวันที่ 26 เมษายน 2018 นับเป็นศูนย์กิจกรรม PEC แห่งแรกในทวีปเอเซีย และเป็น Porsche Experience Centre ลำดับที่ 6 ของโลก ศูนย์กิจกรรมแห่งนี้เชื่อมต่อโดยตรงกับสนามแข่งรถยนต์ความเร็วสูง Shanghai International Circuit ที่มีระยะทางกว่า 5.5 กิโลเมตร ประกอบด้วยเส้นทางทดสอบการบังคับควบคุมยาว 1.4-กิโลเมตร พร้อม skid pan สำหรับทดสอบประสิทธิภาพการยึดเกาะของช่วงล่าง รวมทั้ง hydraulic kick plate และ dynamic area เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ทดสอบเข้าถึงประสบการณ์การขับขี่สไตล์สปอร์ตอย่างเต็มรูปแบบ นอกจากนี้ยังมีสนามทดสอบ off-road อีกด้วย ยิ่งไปกว่านั้นทำเลที่ตั้งของศูนย์กิจกรรม PEC เซี่ยงไฮ้ เป็นอีกหนึ่งข้อได้เปรียบที่ดีเยี่ยม โดยประชากรชาวจีนประมาณกว่า 300 ล้านคน สามารถเดินทางมายังสถานที่แห่งนี้ได้ภายในระยะเวลาไม่เกิน 3 ชั่วโมง ด้วยรถยนต์

พบกับข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติม พร้อมทั้งภาพยนตร์และภาพถ่ายประกอบเนื้อหาได้ที่ Porsche Newsroom: newsroom.porsche.de

เกี่ยวกับ AAS Auto Service
ปอร์เช่ ประเทศไทย โดย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ปอร์เช่อย่าง เป็นทางการ ได้สร้างความเชื่อมั่นในด้านการดูแลหลังการขายให้กับลูกค้าปอร์เช่ทุกท่าน ด้วยทีมวิศวกรที่ผ่านการ ทดสอบระดับเหรียญทอง (ZPT3 Gold Theory Test & Recertification) ถึง 12 คน ซึ่งถือว่ามี จำนวนมากที่สุดของศูนย์รถยนต์ปอร์เช่ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิคทั้งหมด 13 ประเทศ สะท้อนให้เห็นถึง ความสำคัญ ในเรื่องการให้บริการหลังการขาย โดย เอเอเอส ทุ่มงบการอบรมวิศวกร ของเราให้มีคุณภาพสูงสุด ตามนโยบาย หลักของบริษัทที่ว่า “เอเอเอส ดูแลทั้งรถและคุณ AAS Looking after YOU and your CAR” เพื่อให้ท่านมั่นใจได้ว่า “AAS The Name you can Trust” ซึ่งพิสูจน์ให้ท่านได้เห็นแล้วตลอดระยะเวลาดำเนินงานมากกว่า 30 ปี

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
AAS Auto Service Co., Ltd. โทร. 02-522-6655 ext. 101-103 หรือ https://dealer.porsche.com/thailand/
Porsche Centre Bangkok โทร. 02-522-6655
Porsche Centre Pattanakarn โทร. 02-369-1111
Porsche City Showroom Siam Paragon ชั้น 2 โทร. 02-610-9911
Porsche Studio Bangkok ICONSIAM ชั้น 1 โทร. 02-288-0911

2
ฮาร์ลีย์-เดวิดสัน™ ร่วมกับ เลโก้กรุ๊ป เปิดตัว LEGO® CREATOR EXPERT คอลเลกชั่นใหม่ “HARLEY-DAVIDSON® FAT BOY™”












กรุงเทพฯ 10 กรกฎาคม 2562 - วันนี้ เลโก้กรุ๊ป เปิดตัวสินค้าตัวต่อ LEGO® Creator Expert คอลเลกชั่นใหม่“HARLEY-DAVIDSON® FAT BOY™ (ฮาร์ลีย์-เดวิดสัน แฟตบอย)” เตรียมวางจำหน่ายพร้อมกันในวันที่ 1 สิงหาคม 2562 ตามร้านจำหน่ายสินค้าเลโก้ทั่วโลก

เลโก้คอลเลกชั่นใหม่ที่สวยงามราวกับมอเตอร์ไซค์ของจริงนี้ ได้รับการพัฒนาโดยความร่วมมือกับฮาร์ลีย์-เดวิดสัน™ เพื่อนำเสนอดีไซน์ของสุดยอดยานยนต์ระดับโลกจากเมืองมิลวอกีในทุกองค์ประกอบ ทั้งด้านสีสัน การเคลือบพื้นผิว และงานออกแบบ เพื่อให้เหมือนกับมอเตอร์ไซค์ ฮาร์ลีย์-เดวิดสัน™ รุ่นแฟตบอยในทุกรายละเอียด โดยใช้ตัวต่อจำนวนมากถึง 1,023 ชิ้น พร้อมส่วนประกอบที่สมจริงอย่างล้อแม๊กซ์แบบตัน ถังน้ำมันทรงเทียร์ดรอป ชุดมาตรวัดความเร็ว และท่อไอเสียคู่

เมื่อประกอบเสร็จโมเดลจะมีความสูงมากกว่า 7 นิ้ว (20 ซม.) กว้าง 7 นิ้ว (18 ซม.) และยาว 12 นิ้ว (33 ซม.) โดยมีส่วนประกอบที่สามารถขยับเขยื้อนได้เพื่อให้เจ้าของปรับเปลี่ยนการจัดวางได้ตามใจชอบ เมื่อหมุนล้อหลังก็จะมองเห็นเครื่องยนต์มิลวอกี-เอต (Milwaukee-Eight™) รวมถึงลูกสูบที่เคลื่อนไหวได้และท่อไอเสียคู่ที่ดูราวกับของจริง ส่วนก้านแฮนด์รถ แป้นเกียร์ และก้านเบรกก็สามารถเคลื่อนไหวได้เช่นกัน รวมถึงยังสามารถพับขาตั้งลงเพื่อให้ตั้งโชว์โมเดลได้อย่างมีสไตล์ ผสานกับการทำสีโลโก้ ฮาร์ลีย์-เดวิดสัน™ สีแดงเข้มและดำบนตัวรถทั้งสองข้างเหมือนต้นฉบับ ยังสะท้อนถึงโทนสีแบบ Wicked Red อันเป็นแบบฉบับของแฟตบอยปี 2019 ได้อย่างเด่นชัด ซึ่งทำให้เลโก้คอลเลกชั่น HARLEY-DAVIDSON® FAT BOY™ เป็นงานศิลป์ชิ้นเอกที่เหมาะสำหรับการตกแต่งทั้งในบ้าน สำนักงาน และทุกสถานที่เพื่อสร้างแรงบันดาลใจแห่งการพุ่งทะยานที่เปี่ยมด้วยอิสระเสรี

“การทำให้มอเตอร์ไซค์ฮาร์ลีย์-เดวิดสัน™ รุ่นนี้มีชีวิตชีวาขึ้นมาในรูปแบบตัวต่อสี่เหลี่ยม ถือเป็นเรื่องน่าตื่นเต้นอย่างยิ่ง” ไมค์ ซีอากี ดีไซน์มาสเตอร์ เลโก้กรุ๊ป กล่าว “โมเดลรุ่นนี้แสดงให้เห็นถึงสุดยอดงานออกแบบ ระบบวิศวกรรมขั้นสูง และความใส่ใจในรายละเอียดของมเอตร์ไซค์ต้นแบบอย่างชัดเจน เพื่อการนำเสนอประสบการณ์การประกอบตัวต่อที่เพลิดเพลินและมอบผลงานชิ้นเยี่ยมแก่นักสะสม ทั้งสำหรับแฟนฮาร์ลีย์-เดวิดสัน™ และแฟนเลโก้ในทุกช่วงวัย”

“นับเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นอย่างมากสำหรับฮาร์ลีย์-เดวิดสัน™ ที่ได้ร่วมมือกับเลโก้กรุ๊ป แบรนด์ชั้นนำด้านการสร้างสรรค์และการนำเสนอผลงานที่ยอดเยี่ยม” ฮีเธอร์ มาเลนเช็ก ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาดฮาร์ลีย์-เดวิดสัน™ กล่าว “เราไม่เพียงต้องการสร้างแรงบันดาลใจแก่ลูกค้าเมื่อประกอบผลงานเสร็จสมบูรณ์เท่านั้น แต่ยังต้องการมอบความเพลิดเพลินในขณะประกอบแต่ละชิ้นส่วนอีกด้วย”

“การออกแบบขั้นสูงอันเป็นแบบฉบับของฮาร์ลีย์-เดวิดสัน™ เกิดจากความพิถีพิถันใส่ใจในทุกองค์ประกอบ ไม่ว่าจะเป็นชิ้นส่วนขนาดใหญ่ที่มองเห็นได้อย่างเด่นชัดจากภายนอก ไปจนถึงส่วนประกอบขนาดเล็กอย่างน็อตและสลักทุกชิ้นที่ซ่อนอยู่ภายในตัวรถ” แบรด ริชาร์ด รองประธานฝ่ายสไตล์ลิ่งและดีไซน์ ฮาร์ลีย์-เดวิดสัน™ กล่าว “เราให้ความสำคัญตั้งแต่ระดับพื้นฐาน การทำพื้นผิวส่วนประกอบ และรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ทั้งหมดของมอเตอร์ไซค์ ซึ่งในการทำงานกับทีมงานเลโก้ เราก็ต้องใช้ความใส่ใจในระดับเดียวกัน เพื่อสร้างสรรค์ผลงานจากความร่วมมือครั้งนี้ และเพื่อเป็นการยกย่องแบรนด์ของเล่นที่ช่วยกระตุ้นจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์แก่พวกเราหลาย ๆ คนที่ ฮาร์ลีย์-เดวิดสัน™ ตั้งแต่ครั้งวัยเยาว์ ซึ่งรวมถึงตัวผมเองด้วย”

สำหรับการฉลองเปิดตัวเลโก้คอลเลกชั่นนี้ เหล่ามาสเตอร์บิวเดอร์จากเลโก้ยังได้ร่วมกันสร้างสรรค์โมเดลเลโก้ชิ้นพิเศษของมอเตอร์ไซค์รุ่นนี้ขนาดเท่าของจริง ซึ่งมีทั้งชิ้นส่วนเคลือบเงิน ระบบควบคุมการเคลื่อนไหวด้วย Wi-Fi เอ็ฟเฟ็กต์เสียงและแสง และส่วนประกอบพิเศษของเลโก้กว่า 6,000 ชิ้น เพื่อให้เหมือนกับฮาร์ลีย์-เดวิดสัน™ รุ่นแฟตบอยมากที่สุด การสร้างสรรค์ผลงานชิ้นพิเศษนี้ใช้เวลากว่า 865 ชั่วโมงและใช้ตัวต่อ 69,569 ชิ้น โดยจะนำไปจัดแสดงที่ร้านจำหน่ายสินค้าเลโก้ที่เข้าร่วมจัดรายการและอีเว้นท์ของฮาร์ลีย์-เดวิดสัน™ เพื่อให้เหล่าแฟน ๆ ของแบรนด์ชั้นนำทั้งสองได้สัมผัสผลงานอย่างใกล้ชิด

คอลเลกชั่น LEGO Creator Expert Harley-Davidson® Fat Boy™ จะวางจำหน่ายที่ร้านค้าเลโก้และผ่านทางเว็บไซต์ shop.LEGO.com เฉพาะสำหรับสมาชิกวีไอพีในวันที่ 17 กรกฎาคม 2562 ในบางประเทศ สำหรับลูกค้าทั่วไปสามารถซื้อได้ตั้งแต่วันที่ 1  สิงหาคม 2562 เป็นต้นไป

เกี่ยวกับ เลโก้กรุ๊ป
เลโก้กรุ๊ปเป็นบริษัทเอกชนที่ดำเนินธุรกิจแบบครอบครัว มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่เมืองบิลลันด์ ประเทศเดนมาร์ก สำนักงานหลักตั้งอยู่ทั้งในเมืองเอนฟิลด์ สหรัฐอเมริกา กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร นครเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน และประเทศสิงคโปร์ ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1932 โดย โอเล่ เคิร์ก คริสเตียนเซ่น การผลิตตัวต่อเลโก้อันโด่งดังทำให้บริษัทกลายเป็นผู้ผลิตสินค้าของเล่นชั้นนำของโลก จิตวิญญาณของบริษัทที่ว่า “สิ่งที่ดีที่สุดเท่านั้นที่จะดีพอ” ทำให้เลโก้กรุ๊ปมีพันธกิจการดำเนินงานเพื่อเสริมสร้างพัฒนาการของเด็ก ตลอดจนมุ่งมั่นสร้างสรรค์แรงบันดาลใจและพัฒนานักสร้างของวันพรุ่งนี้ ผ่านการเล่นและการเรียนรู้แบบสร้างสรรค์ ผลิตภัณฑ์เลโก้มีวางจำหน่ายทั่วโลกและสามารถเข้าชมผ่านทางเว็บไซต์ www.LEGO.com

เกี่ยวกับ ฮาร์ลีย์-เดวิดสัน™ มอเตอร์ คอมพานี
นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2446 ฮาร์ลีย์-เดวิดสัน™ มอเตอร์ คอมพานี เติมเต็มความฝันของการมีอิสรภาพส่วนบุคคลด้วยรถมอเตอร์ไซด์แนวครูสเซอร์ ทัวร์ริ่ง และคัสตอม และการมอบประสบการณ์ขับขี่และกิจกรรม ตลอดจนอะไหล่ชิ้นส่วน อุปกรณ์ตกแต่ง ของที่ระลึก อุปกรณ์สวมใส่สำหรับการขับขี่ และเครื่องแต่งกายของฮาร์ลีย์-เดวิดสันที่ครอบคลุม สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาเยี่ยมชมเว็บไซต์ H-D.com

3
Benz Star Flag Point Mania จัดแคมเปญเขย่าวงการนักช้อป ออกรถวันนี้แลกพอยท์รับส่วนลดเงินสดฟรี 1แสนบาท หรือ จองรถวันนี้รับพอยท์เพิ่มทันที x20 เท่า!



บริษัท สตาร์แฟลก จำกัด ผู้แทนจำหน่ายรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์อย่างเป็นทางการ เอาใจ สายช้อป มอบโปรโมชั่นสุดพิเศษที่นักช้อปตัวจริงห้ามพลาด!กับแคมเปญเขย่าวงการ “Benz Star Flag Point Mania” เตรียมตัวให้พร้อม จับบัตรเครดิตของคุณให้มั่น แล้วรูดให้สุดพลัง กับข้อเสนอสุดปังจากเบนซ์สตาร์แฟลก ที่ยังให้ทั้งส่วนลดเหมือนเดิม  แจกเต็มเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือ เพียงแค่คุณนำพอยท์บัตรเครดิตของคุณมาออกรถกับเบนซ์สตาร์แฟลกวันนี้ 10,000 พอยท์ แลกรับส่วนลดเงินสดทันที100,000 บาท(เฉพาะรุ่นที่ร่วมรายการ) หรือ เมื่อจองรถเมอร์เซเดส-เบนซ์ วันนี้ รับพอยท์เพิ่มฟรีทันที x20 เท่า! เมื่อชำระการจองผ่านบัตรเครดิต *ที่ร่วมรายการ แค่นี้ก็สามารถถอยเมอร์เซเดส-เบนซ์ คันโปรดของคุณกลับบ้านได้สบายๆ พร้อมสิทธิประโยชน์มากมายรอคุณอยู่ เมื่อจองรถและออกรถที่บนซ์สตาร์แฟลก ตั้งแต่วันนี้ -30 กันยายน 2562

       เงื่อนไข   
•   เมื่อจองรถผ่านบัตรเครดิต (ธนาคารที่ร่วมรายการ) รับพอยท์เพิ่มทันที x 20 เท่า
•   แลก 1,000 พอยท์ เพื่อจองรถได้สูงสุดถึง 100,000 บาท
•   เปลี่ยนพอยท์เป็นส่วนลดเงินสดเพิ่มอีกทันที ทุก 1 พอยท์ เท่ากับ 1 บาท คิดเป็นมูลค่าสูงกว่าปกติถึง  10 เท่า
•   และรุ่นพิเศษ S-Class ทุก 1 พอยท์ เท่ากับ 10 บาท มูลค่าสูงกว่าปกติ 100 เท่า

สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ฝ่ายขาย โทร. 02-248-6699 ตามวันและเวลาทำการ  หรือ www.starflag.mercedes-benz.co.th, Facebook : Benz Star Flag, Instagram @BenzStarFlag Line: @benzstarflag


4
เอเอเอสฯ ยกระดับช่างไทยสู่เวทีระดับโลก ส่งทีมวิศวกรฝ่าด่านทดสอบสุดท้าทาย คว้าคะแนน  ระดับเหรียญทองการทดสอบ Porsche Classic Technician






กรุงเทพฯ. บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ปอร์เช่อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย ตอกย้ำความเป็นอันดับหนึ่งในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิคด้านการดูแลรถยนต์ปอร์เช่รุ่นคลาสสิค ด้วยการคว้าคะแนนอันดับ1 และได้ใบประกาศเกียรติคุณในการฝึกอบรมและทดสอบ Porsche Classic Technician จากการส่ง 3 ตัวแทนจากทีมช่างวิศวกรของปอร์เช่ ประเทศไทยเข้าร่วมการทดสอบ ณ เมืองลุดวิกส์เบิร์ค ประเทศเยอรมนี

การทดสอบ Porsche Classic Technician จัดขึ้นเพื่อวัดขีดความสามารถและรับรองมาตรฐานช่างและทีมวิศวกรระดับนานาชาติที่มีความเชี่ยวชาญด้านการดูแลรักษาและซ่อมแซมรถยนต์ปอร์เช่รุ่นคลาสสิคโดยเฉพาะ ในการทดสอบจะวัดผลคะแนนทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติประกอบไปด้วย

-   Powertrain การถอดประกอบเครื่องยนต์พร้อมวัดค่า ปรับตั้งระยะต่างๆ ของเครื่องยนต์และระบบส่งกำลังให้ถูกต้องตามคู่มือมาตรฐานของ โรงงานปอร์เช่

-   Fuel, Ignition, Diagnostic การตรวจสอบ วิเคราะห์ปัญหา รวมทั้งอาการต่างๆ ของระบบควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง ระบบจุดระเบิด ระบบไฟฟ้าช่วงล่างของรถยนต์คลาสสิค และสามารถแก้ปัญหาเพื่อให้รถมีความสมบูรณ์ที่สุด

-   Chassic การวัดค่าศูนย์ล้อ ปรับตั้งความสูง ปรับ Corner Weight ปรับตั้งมุมล้อต่างๆ ให้ถูกต้องตรงตาม Standard ของรถยนต์ปอร์เช่

ด้วยความเป็นเลิศจากการเป็นปอร์เช่ คลาสสิค พาร์ทเนอร์ (Porsche Classic Partner) แห่งแรกของโลกจากโรงงานปอร์เช่ประเทศเยอรมนี พร้อมได้รับการรับรองเป็นศูนย์รถยนต์ปอร์เช่ คลาสสิคอย่างเป็นทางการ (Authorize Porsche Classic Centre) แห่งแรกในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค และด้วยความชำนาญในการดูแลรักษารถยนต์ปอร์เช่คลาสสิคของช่างยนต์ทั้ง 3 ที่ได้ฝึกฝนและสั่งสมประสบการณ์จากการปฏิบัติงานจริงเป็นระยะยาวนานหลายพันชั่วโมง สามารถผ่านการทดสอบระดับเหรียญทอง และมีคะแนนสูงที่สุดในกลุ่มช่างซ่อมรถยนต์ ผู้เข้าร่วมการทดสอบจากนานาประเทศ นับเป็นการสร้างชื่อเสียงให้แก่ช่างยนต์และทีมวิศวกรไทยในเวทีระดับโลกอย่างแท้จริง

เกี่ยวกับ AAS Auto Service
ปอร์เช่ ประเทศไทย โดย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ปอร์เช่อย่างเป็นทางการได้สร้างความเชื่อมั่นในด้านการดูแลหลังการขายให้กับลูกค้าปอร์เช่ทุกท่าน ด้วยทีมวิศวกรที่ผ่านการทดสอบระดับเหรียญทอง (ZPT3 Gold Theory Test & Recertification) ถึง 12 คน ซึ่งถือว่ามีจำนวนมากที่สุดของศูนย์รถยนต์ปอร์เช่ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิคทั้งหมด 13 ประเทศ สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญในเรื่องการให้บริการหลังการขาย โดย เอเอเอส ทุ่มงบการอบรมวิศวกรของเราให้มีคุณภาพสูงสุดตามนโยบายหลักของบริษัทที่ว่า “เอเอเอส ดูแลทั้งรถและคุณ AAS Looking after YOU and your CAR” เพื่อให้ท่านมั่นใจได้ว่า AAS The Name you can Trust ซึ่งพิสูจน์ให้ท่านได้เห็นแล้วตลอดระยะเวลาดำเนินงานมากกว่า 30 ปี

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
Porsche Centre Bangkok โทร. 02-522-6655
Porsche Centre Pattanakarn โทร. 02-369-1111
Porsche City Showroom Siam Paragon ชั้น 2 โทร. 02-610-9911
Porsche Studio Bangkok (ICONSIAM) ชั้น 1 โทร 02-288-0911

5
นักล่าโค้งแห่งท้องถนน ยนตรกรรมที่พร้อมโลดแล่นบนสนามแข่ง






สตุ๊ทการ์ท. ต้อนรับสมาชิกใหม่ของสายพันธุ์ 718: การปรากฎกายครั้งแรกของปอร์เช่ 718 สไปเดอร์1) (Porsche 718 Spyder) และ 718 เคย์แมน จีที 4 2) (718 Cayman GT4) รุ่นใหม่ล่าสุด ปอร์เช่เปิดตัว 2 นวัตกรรมยานยนต์ที่เข้าถึง ทุกอารมณ์สปอร์ต เร้าใจด้วยพละกำลังเต็มพิกัด ที่การันตีสมรรถนะการขับขี่ในฐานะเรือธงรุ่นสูงสุดประจำตระกูล บุคลิกที่เปี่ยมล้นไปด้วยความเฉียบคม ดุดัน ประทับใจตั้งแต่แรกเห็น ไม่ต้องสงสัยถึงความเร้าใจเมื่อประจำการอยู่หลัง พวงมาลัย มั่นใจด้วยประสิทธิภาพการทรงตัวเหนือระดับจากการออกแบบติดตั้งตำแหน่งของขุมพลังเครื่องยนต์ นำมาซึ่ง ดุลยภาพอันสมบูรณ์แบบถ่ายทอดผ่านแนวคิดของรถสปอร์ตเครื่องยนต์วางกลางที่ให้อัตราการตอบสนองที่ดีเยี่ยมอย่างเหลือเชื่อหลากหลายประการ นับเป็นประวัติการณ์ครั้งแรกสำหรับการใช้พื้นฐานทางวิศวกรรมที่ล้ำเลิศร่วมกันระหว่าง 718 สไปเดอร์ (718 Spyder) และ 718 เคย์แมน จีที 4  (718 Cayman GT4) ทั้งนี้ยังได้รวมไปถึงแหล่งกำเนิดพละกำลัง ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นใหม่ เครื่องยนต์ 6 สูบนอนไร้ระบบอัดอากาศ ขนาดความจุ 4.0 ลิตร  ประกอบกับเกียร์ธรรมดา 6 จังหวะ ขุมพลังบ็อกเซอร์ดังกล่าวให้กำลังสูงสุดถึง 420 แรงม้า (309 กิโลวัตต์) เท่ากันทั้ง 2 รุ่น ในขณะที่ จีที4 (GT4) รับบทบาทเป็นตัวแทนของรถถนนเวอร์ชั่นจีที (GT) สำหรับผู้เริ่มต้นมีใจให้รถสปอร์ตสายสนามพันธุ์แท้จากปอร์เช่ ในส่วนของตัวถังสไตล์ สไปเดอร์ (Spyder) คือตัวแทนของความงดงามบนเส้นสายที่โค้งมนกลมกลืนไร้ที่ติ ยนตรกรรมทั้ง 2 ยังคงรักษาไว้ซึ่งประสิทธิภาพทางอากาศพลศาสตร์ประสิทธิภาพสูง ช่วงล่างที่แบบรถแข่งจีที (GT) รวมทั้งระบบเบรก ที่ยอดเยี่ยม

ขุมพลังเครื่องยนต์ไร้ระบบอัดอากาศ High-revving รอบจัด ปลุกทุกสัมผัสให้ตื่นตะลึง
หัวใจหลักของรถสปอร์ตทั้ง 2 คือ เครื่องยนต์เบนซิน 6 สูบนอนบ็อกเซอร์ขนาดความจุ 4.0 ลิตร ซึ่งเป็นหนึ่งในเครื่องยนต์ ไร้ระบบอัดอากาศสมรรถนะสูง ที่มีพื้นฐานเดียวกันกับเครื่องยนต์เทอร์โบที่ได้รับการติดตั้งในปอร์เช่ 911 คาร์เรร่า (911 Carrera) รุ่นปัจจุบัน ขุมพลังรอบจัดแบบ high-revving บล็อคใหม่ ให้พละกำลังสูงสุดกว่า 420 แรงม้า (309 กิโลวัตต์) – หรือแรงกว่าในตัวถัง จีที4 (GT4) รุ่นก่อนหน้าถึง 35 แรงม้า และในเจเนอเรชันที่ 3 ของรุ่นสไปเดอร์ (Spyder) มีพละกำลังเพิ่มขึ้นกว่า 45 แรงม้า พร้อมสนองตอบอย่างรวดเร็วฉับไวด้วยแรงบิดสูงสุดกว่า 420 นิวตันเมตร ที่พร้อมใช้งานตั้งแต่ 5,000 จนถึง 6,800 รอบต่อนาที เมื่อประกบกับเกียร์ธรรมดาส่งผลให้รถสปอร์ตทั้ง คู่พุ่งทะยานสู่ความเร็วสูงสุด 300 กิโลเมตรต่อชั่วโมงไปอย่างง่ายดาย: 718 สไปเดอร์ (718 Spyder) สามารถทำความเร็วสูงสุดได้ที่ 301 กิโลเมตรต่อชั่วโมง สำหรับ 718 เคย์แมน จีที4 (718 Cayman GT4) สามารถทำความเร็วสูงสุดได้ที่ 304 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ยนตรกรรมสปอร์ตทั้ง 2 คันให้อัตราเร่งจากจุดหยุดนิ่งถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ภายในระยะเวลาเพียง 4.4 วินาทีเท่านั้น ในส่วนของอัตราการบริโภคน้ำมันเชื้อเพลิงที่ได้ จากรถสปอร์ต เครื่องยนต์วางกลางดังกล่าว อยู่ที่ 9.1 กิโลเมตรต่อลิตร หรือ 10.9 ลิตรต่อระยะทาง 100 กิโลเมตร เมื่อทดสอบ ตามมาตรฐาน New European Driving Cycle (NEDC) ความเหนือชั้นที่ได้เป็นเอกลักษณ์ เฉพาะตัวของเครื่องยนต์ไร้ระบบอัดอากาศจากปอร์เช่คือการผสมผสานระหว่างพละกำลังอันต่อเนื่อง และอัตราการตอบ สนองที่ฉับไวตามสไตล์ของรถแข่งจีที (GT) สายพันธุ์แรง ผลจากการออกแบบให้เครื่องยนต์สามารถทำรอบสูงสุดได้ถึง 8,000 รอบต่อนาที เสียงคำรามกึกก้องจากการทำงานของเครื่องยนต์บ็อกเซอร์ยังคงเสน่ห์ดั้งเดิมไว้ นอกจากนี้ ยังได้รับการเพิ่มเติมระบบเทคโนโลยีล้ำสมัยอื่นๆ อีกมากมาย อาทิ ระบบ adaptive cylinder control ทำหน้าที่ตัดการจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงชั่วคราวลงหนึ่งฝั่งของกระบอกสูบในขณะที่ไม่ได้ใช้งานเครื่องยนต์แบบเต็มกำลัง ซึ่งช่วยลดอัตราการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงลง

นับเป็นครั้งแรกสำหรับเครื่องยนต์รอบจัด high-revving ที่ได้รับการติดตั้งหัวฉีดเชื้อเพลิงแบบ Piezo จ่ายน้ำมันตรง เข้าห้องเผาไหม้ หรือ direct fuel injection ซึ่งอุปกรณ์ดังกล่าวสามารถปรับเปลี่ยนลักษณะการฉีดเชื้อเพลิง ให้แตกต่างกันได้สูงสุดถึง 5 รูปแบบอย่างอิสระ ส่งผลต่อการจุดระเบิดอันสมบูรณ์แบบ ลดมลภาวะจากไอเสีย เสริมด้วยระบบท่อร่วมไอดีแปรผัน variable intake system พร้อมวาล์วจัดสรรอากาศสองตำแหน่งเพื่อให้มั่นใจ ถึงประสิทธิภาพสูงสุดในการประจุอากาศเข้าสู่เครื่องยนต์

ระบบอากาศพลศาสตร์สุดยอดเยี่ยม: มั่นใจด้วยแรงกดที่มากขึ้น
นอกจากความเหนือระดับที่อัดแน่นจนเต็มพิกัด ปอร์เช่ 718 เคย์แมน จีที 4  (718 Cayman GT4) ยังได้รับการปรับปรุง แนวคิดด้านอากาศพลศาสตร์ในทุกส่วน ผลลัพธ์คือแรงกดหรือ downforce ที่มากกว่าเดิมถึง 50 เปอร์เซ็นต์ โดยที่ไม่ส่งผลกระทบใดๆ ต่ออัตราเร่ง พิสูจน์ได้ด้วยสมรรถนะการขับขี่ที่โดดเด่น ระบบอากาศพลศาตร์ของรถสปอร์ต เครื่องยนต์วางกลางทั้ง 2 คันนี้ มีส่วนเสริมสร้างประสิทธิภาพให้แก่ตัวรถอย่างเหลือเชื่อ: ไม่ว่าจะเป็น การออกแบบช่องสำหรับติดตั้งหม้อพักไอเสีย หรือ single-chamber arch rear silencer ขึ้นใหม่ ซึ่งช่วยในการเพิ่มพื้นที่ในการทำงานของดิฟฟิวเซอร์ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ เป็นอีกส่วนสำคัญที่ช่วยเสริมแรงกดให้แก่ ด้านท้ายรถเพิ่มขึ้นถึง 30 เปอร์เซ็นต์ สำหรับ 718 เคย์แมน จีที 4  (718 Cayman GT4) ปีกหลังทรงสูงแบบยึดตายตัว คืออีกหนึ่งอุปกรณ์ที่ให้ศักยภาพอันเยี่ยมยอด: ด้วยการสร้างแรงกดเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเปรียบเทียบ กับรถรุ่นก่อนหน้า ทั้งหมดนี้ก่อให้เกิดแรงกดมหาศาลถึง 12 กิโลกรัม เมื่อขับขี่ที่ระดับความเร็ว 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ตัวถังด้านหน้าได้รับการปรับแต่งตามรูปลักษณ์ของรถแข่งจีที (GT) มุ่งเน้นความสมดุลย์สูงสุดด้วยลิ้น สปอยเลอร์ หน้าขนาดใหญ่ และครีบดักอากาศที่รับบทบาทในการจัดเรียงกระแสลมที่ผ่านเข้ามายังบริเวณซุ้มล้อคู่หน้าให้เป็นระเบียบ

ปอร์เช่ 718 สไปเดอร์ (718 Spyder): รถสปอร์ต โรดสเตอร์ พร้อมหลังคาประทุนน้ำหนักเบา
ปอร์เช่ 718 สไปเดอร์ ใหม่ (The new Porsche 718 Spyder) ถือกำเนิดขึ้นในฐานะยานยนต์สปอร์ตประสิทธิภาพสูงที่เน้น สมรรถนะการขับขี่อันเร้าใจ มาพร้อมหลังคาประทุนน้ำหนักเบาที่ใช้งานได้จริงในความเร็วสูง  ถ่ายทอดนวัตกรรมเทคโนโลยี อันเป็นตำนาน ต่อจากรถสปอร์ต โรดสเตอร์ที่สร้างชื่อเสียงไว้ในอดีต อาทิ ปอร์เช่ 550 สไปเดอร์ (550 Spyder) และ  718 อาร์เอส 60 สไปเดอร์ (718 RS 60 Spyder) ซึ่งทั้งหมดล้วนแล้วแต่เป็นยนตรกรรมทรงเสน่ห์ที่สวยงามน่าหลงใหล ไม่ว่าในขณะเปิดหรือปิดหลังคาก็ตาม หลังคาประทุนได้รับการออกแบบให้เหมาะกับการใช้งานประจำวันได้อย่างสะดวก สามารถพับเก็บลงภายใต้ฝากระโปรงท้ายด้วยการทำงานอันรวดเร็วเพียงไม่กี่ขั้นตอน จุดสังเกตที่ 718 สไปเดอร์ (718 Spyder) แตกต่างจากรุ่น จีที 4 (GT4) คือสปอยเลอร์หลังแบบอัตโนมัติ ทำงานที่ความเร็ว 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และเมื่อทำหน้าที่ร่วมกับดิฟฟิวเซอร์ ส่งผลให้สปอร์ตเปิดประทุนคันนี้คือหนึ่งเดียวในสายพันธุ์บ็อกเซอร์ (Boxster) ที่มีศักยภาพด้านอากาศพลศาสตร์ สามารถสร้างแรงกดบริเวณท้ายรถได้สูงอย่างเหลือเชื่อ

ช่วงล่างประสิทธิภาพสูงสไตล์รถแข่งจีที (GT): รองรับทุกสภาวะการขับขี่
นับเป็นครั้งแรกของ 718 สไปเดอร์ (718 Spyder) สำหรับการแชร์พื้นฐานของระบบช่วงล่างประสิทธิภาพสูงจากยนตกรรม พันธุ์แรงสายสนามแข่งจีที (GT) จาก 718 เคย์แมน จีที 4  (718 Cayman GT4) ให้เสถียรภาพ การยึดเกาะที่ไว้วางใจได้ในทุกการเข้าโค้ง ส่งมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เข้าถึงอารมณ์สปอร์ตได้อย่างครบถ้วน ปรับแต่ง ระบบช่วงล่างใหม่ด้วยชุดสปริงและสตรัทน้ำหนักเบาเทคโนโลยีสนามแข่งทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ยึดเข้ากับชิ้นส่วน ของช่วงล่างโดยตรงในจุดที่เป็น ball joints ระบบ Porsche Active Suspension Management damping system ลดระดับความสูงของช่วงล่างลงถึง 30 มิลลิเมตร ช่วยให้ตัวรถมีจุดศูนย์ถ่วงหรือ centre of gravity ที่ต่ำลง รวมทั้งลดอาการโคลงตัวในแนวด้านข้างของตัวรถ  งานออกแบบระบบรองรับทั้งหมด เน้นสมรรถนะการขับขี่ด้วยความเร็ว สูง การตอบสนองของพวงมาลัยที่ให้การบังคับควบคุมอันเฉียบคม ว่องไว ของ 718 เคย์แมน จีทีโฟร์ (718 Cayman GT4) ทำให้รถคันนี้พร้อมทะยานลงสนามแข่งได้ทันที  แน่นอนว่า 718 สไปเดอร์ (718 Spyder) ย่อมต้องได้รับประโยชน์ จากงานออกแบบข้างต้นเช่นเดียวกัน ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว Porsche Stability Management (PSM) ให้อัตราการตอบสนองที่รวดเร็วและแม่นยำ พร้อมทางเลือกในการสั่งปิดระบบและปรับรูปแบบการทำงานได้ถึง 2 ระดับ ระบบ Porsche Torque Vectoring (PTV) ทำงานร่วมกับชุดเฟืองท้าย mechanical rear differential lock ควบคุมและกระจายแรงบิดทั้งแนวระดับและแนวราบ บังคับทิศทางและทะยานเข้าโค้งได้อย่างมั่นใจ ในรุ่น จีที 4  (GT4) สามารถเลือกติดตั้งอุปกรณ์พิเศษชุดแต่ง Clubsport package เพิ่มเติม ซึ่งประกอบไปด้วยโครงสร้างนิรภัยโรลบาร์ เหล็กกล้าด้านหลัง หรือ rear steel roll bar ระบบดับเพลิงฉุกเฉิน hand-held fire extinguisher และเข็มขัดนิรภัยแบบจุดยึด 6 ตำแหน่งบนเบาะนั่งผู้ขับขี่

พลังที่อยู่ภายใต้การควบคุม: ระบบเบรกสมรรถนะสูง ยางรถยนต์ ultra-high-performance
ระบบเบรกสมรรถนะสูงติดตั้งประจำการลงใน 718 สไปเดอร์ (718 Spyder) และ 718 เคย์แมน จีที 4 (718 Cayman GT4) ให้ประสิทธิภาพและพละกำลังในการลดความเร็วที่ยอดเยี่ยม เหมาะกับการใช้งานทั้งการขับขี่บนถนนสาธารณะ หรือแม้ แต่ในสนามแข่งความเร็วสูง จากการทำงานของชุดเบรก aluminium monobloc fixed-calliper นอกจากนี้ ยังสามารถสั่งติดตั้งระบบเบรกเซรามิก Porsche Ceramic Composite Brake (PCCB) เป็นอุปกรณ์พิเศษเพิ่มเติมได้ตามต้องการ อีกหนึ่งอุปกรณ์ใหม่ล่าสุดใน 718 สไปเดอร์ (718 Spyder)  คือยางรถยนต์แบบ ultra-high-performance (UHP) ออกแบบเพื่อใช้กับยนตรกรรมปอร์เช่โดยเฉพาะ ทั้งนี้ยางดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของชุดแต่ง เพิ่มสมรรถนะซึ่งได้รับการติดตั้งลงใน 718 เคย์แมน จีที 4  (718 Cayman GT4)  สำหรับการขับเพื่อสร้าง สถิติความเร็วต่อรอบสนาม Nürburgring “Nordschleife”: ผลงานบนสนามอันเป็นตำนานสุดคลาสสิกของ วงการกีฬามอเตอร์สปอร์ตระยะทางกว่า 20.6 กิโลเมตร  รถคันนี้สามารถทำเวลาได้เร็วกว่ารุ่นก่อนหน้าถึง 10 วินาที

ปอร์เช่ 718 สไปเดอร์ (718 Spyder) และ 718 เคย์แมน จีทีโฟร์ (718 Cayman GT4) พร้อมรับคำสั่งซื้อแล้ววันนี้ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่โชว์รูมปอร์เช่ บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส ทุกสาขา

พบกับข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติม พร้อมทั้งภาพยนตร์และภาพถ่ายประกอบเนื้อหาได้ที่ Porsche Newsroom: newsroom.porsche.de

1)ปอร์เช่  718 สไปเดอร์ (718 Spyder): อัตราการบริโภคน้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ย 9.1 กิโลเมตรต่อลิตร หรือ 10.9 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร; อัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ที่ 249 กรัมต่อกิโลเมตร

2)ปอร์เช่ 718 เคย์แมน จีที 4  (718 Cayman GT4): อัตราการบริโภคน้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ย 9.1 กิโลเมตรต่อลิตร หรือ 10.9 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตรอัตรการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ 249 กรัมต่อกิโลเมตร

อัตราการบริโภคน้ำมันเชื้อเพลิงและอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ได้รับการตรวจสอบตามมาตรฐานสากล ที่สอดคล้องกับวิธีการ Light Vehicle Test Procedure (WLTP) ล่าสุด สำหรับค่าการตรวจวัดอัตราการ บริโภคน้ำมันเชื้อเพลิงตามมาตรฐาน NEDC ที่ระบุในบทความนี้ ใช้อ้างอิงได้เฉพาะสภาพการทดสอบในช่วงเวลาเดียว เท่านั้น ไม่สามารถนำมาเปรียบเทียบกับค่าการตรวจวัดอัตราสิ้นเปลืองของ NEDC ที่ได้จากวิธีการอื่นใดก่อนหน้า การทดสอบนี้

เกี่ยวกับ AAS Auto Service
ปอร์เช่ ประเทศไทย โดย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ปอร์เช่อย่าง เป็นทางการ ได้สร้างความเชื่อมั่นในด้านการดูแลหลังการขายให้กับลูกค้าปอร์เช่ทุกท่าน ด้วยทีมวิศวกรที่ผ่านการ ทดสอบระดับเหรียญทอง (ZPT3 Gold Theory Test & Recertification) ถึง 12 คน ซึ่งถือว่ามี จำนวนมากที่สุดของศูนย์รถยนต์ปอร์เช่ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิคทั้งหมด 13 ประเทศ สะท้อนให้เห็นถึง ความสำคัญ ในเรื่องการให้บริการหลังการขาย โดย เอเอเอส ทุ่มงบการอบรมวิศวกร ของเราให้มีคุณภาพสูงสุด ตามนโยบาย หลักของบริษัทที่ว่า “เอเอเอส ดูแลทั้งรถและคุณ AAS Looking after YOU and your CAR” เพื่อให้ท่านมั่นใจได้ว่า “AAS The Name you can Trust” ซึ่งพิสูจน์ให้ท่านได้เห็นแล้วตลอดระยะเวลาดำเนินงานมากกว่า 30 ปี
 
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
AAS Auto Service Co., Ltd. โทร. 02-522-6655 ext. 101-103 หรือ www.porsche.co.th
Porsche Centre Bangkok โทร. 02-522-6655
Porsche Centre Pattanakarn โทร. 02-369-1111
Porsche City Showroom Siam Paragon ชั้น 2 โทร. 02-610-9911
Porsche Studio Bangkok ICONSIAM ชั้น 1 โทร. 02-288-0911

6



วอลโว่ ทรัคส์ เปิดตัวรถหัวลากคันแรกของไทยจัดเต็มเทคโนโลยีความปลอดภัยสุดล้ำ

•   จัดเต็มติดตั้งอุปกรณ์ และระบบเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัยเชิงป้องกันสำหรับรถหัวลาก วอลโว่ รุ่น FH เพื่อยกระดับงานขนส่งไทยสู่สมาร์ทโลจิสติกส์

•   ตอกย้ำ ‘ความปลอดภัย’ ถือเป็นหนึ่งในสามค่านิยมหลักของแบรนด์วอลโว่ ทรัคส์ เพื่อให้ผู้ประกอบการงานขนส่งวางใจได้สูงสุด


วอลโว่ ทรัคส์ (ประเทศไทย) ยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยระดับสูงสุดในรถหัวลาก Volvo รุ่น FH ด้วย ‘Active Safety Package’ หรือแพ็คเกจระบบเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัยเชิงป้องกัน ที่สามารถเลือกติดตั้งเพิ่มได้ในรถหัวลากวอลโว่ รุ่น FH ทั้งนี้เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้ประกอบการงานขนส่งชั้นแนวหน้าที่ต้องการความปลอดภัยระดับสูงสุด และยกระดับงานขนส่งไทยสู่สมาร์ทโลจิสติกส์




มร. เอริค ลาบัท ประธานกรรมการ วอลโว่ ทรัคส์ (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า การเปิดตัวอุปกรณ์ และระบบเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัยเชิงป้องกัน ในรถหัวลากวอลโว่ รุ่น FH นี้ เพื่อช่วยยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยบนท้องถนนประเทศไทย ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของความรับผิดชอบต่อสังคมในฐานะผู้ผลิตรถบรรทุกชั้นนำของโลก อีกทั้งยังช่วยผู้ประกอบการงานขนส่งรักษาทรัพยากรอันมีค่าอย่างพนักงานขับรถ และสินค้าที่ขนส่งที่มีมูลค่าสูง ให้สามารถไปถึงเป้าหมายได้อย่างปลอดภัยสูงสุด

“ที่วอลโว่ ทรัคส์ ‘ความปลอดภัย’ ถือเป็นหนึ่งในสามค่านิยมหลักของแบรนด์วอลโว่ ทรัคส์ อันประกอบด้วย คุณภาพ สิ่งแวดล้อม และความปลอดภัย เราจึงได้พัฒนาอุปกรณ์ และระบบเทคโนโลยีความปลอดภัยมาอย่างยาวนานและต่อเนื่อง ระบบเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัยเหล่านี้ผ่านการทดสอบและใช้งานจริงแล้วในประเทศแถบยุโรปมาเป็นเวลานานหลายปี จนล่าสุดเราพร้อมแล้วที่จะนำเสนอความทันสมัยนี้แก่ผู้ประกอบการงานขนส่งในตลาดประเทศไทยเพื่อผลักดันอุตสาหกรรมงานขนส่งประเทศไทยสู่การเป็นสมาร์ทโลจิสติกส์อย่างแท้จริง” มร. ลาบัท กล่าว

ภายใต้ Active Safety Package หรือแพ็คเกจระบบเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัยเชิงป้องกัน ประกอบด้วย:

•   ระบบเตือนการชนด้านหน้า รักษาระยะห่างและเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ (Adaptive cruise control with forward collision warning and Emergency braking)
•   พวงมาลัยอัจฉริยะ วอลโว่ไดนามิกสเตียริ่ง (Volvo Dynamic Steering) ให้เสถียรภาพที่สมบูรณ์แบบในการควบคุมพวงมาลัยในการขับขี่ทุกสถานการณ์
•   ระบบแจ้งเตือนผู้ขับขี่ (Driver Alert Support) เมื่อมีอาการเหนื่อยล้า หรือหลับในโดยตรวจจับจากพฤติกรรมการควบคุมพวงมาลัย
•   ระบบแจ้งเตือนเมื่อขับขี่ออกนอกช่องทาง (Lane Keeping Support) ตรวจจับเส้นแบ่งช่องทางเดินรถ และแจ้งเตือนเมื่อขับออกนอกช่องทาง
•   ระบบแจ้งเตือนเมื่อเปลี่ยนช่องทางเดินรถ (Lane Change Support) ตรวจจับยานพาหนะที่จุดบอดจากฝั่งผู้โดยสาร และแจ้งเตือนการเปลี่ยนช่องทางเดินรถที่อาจไม่ปลอดภัย
•   แผงหน้าปัดพร้อมจอสี 7” (Information Display 7”)
•   กล้องมองหลัง (Backup Monitoring)

“จากรายงานการวิจัยอุบัติเหตุในยุโรปโดยวอลโว่ ทรัคส์ พบว่าประมาณ 50% ของอุบัติเหตุที่เกี่ยวข้องกับรถบรรทุกขนาดใหญ่ และเป็นผลให้มีการเสียชีวิต หรือบาดเจ็บสาหัส จะเกี่ยวข้องกับการขับออกนอกช่องทาง หรือการชนท้าย ระบบความปลอดภัยทั้งหมดนี้ จึงถูกออกแบบให้ทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดโดยเฉพาะระบบเตือนการชนด้านหน้า ระบบรักษาระยะห่างและเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ เพื่อช่วยลด หรือหลีกเลี่ยงอุบัติเหตุร้ายแรงที่อาจจะเกิดขึ้นบนท้องถนน” มร. ลาบัท กล่าว

นางสาววิลาวัลย์ วิศปาแพ้ว รองประธานฝ่ายการตลาด กล่าวเพิ่มเติม “ระบบความปลอดภัยที่เราได้มีการสาธิต และให้ลูกค้าได้ทดลองขับนี้ จะถูกติดตั้งไว้ในรถหัวลากวอลโว่ ทรัคส์ รุ่น FH ซึ่งถือเป็นรถหัวลากรุ่นแรกของประเทศไทยที่มาพร้อมครบทุกฟังก์ชันเทคโนโลยีความปลอดภัย โดยลูกค้าสามารถเลือกติดตั้งเพิ่มกับรถใหม่ ซึ่งถือเป็นการลงทุนระยะยาวที่คุ้มค่าสำหรับผู้ประกอบกิจการงานขนส่ง” นางสาววิลาวัลย์ วิศปาแพ้ว รองประธานฝ่ายการตลาด กล่าว

นางสาววิลาวัลย์ กล่าวต่อว่า วอลโว่ ทรัคส์ มีความมั่นใจอย่างยิ่งว่าระบบความปลอดภัยที่เปิดตัวในประเทศไทยครั้งนี้ จะได้รับการตอบรับอย่างดีจากผู้ประกอบการงานขนส่ง โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมขนส่งวัตถุอัตราย เช่น สารเคมี น้ำมันเชื้อเพลิงต่าง ๆ หรือสินค้าที่มีมูลค่าสูง เป็นต้น ซึ่งถือเป็นกลุ่มลูกค้าหลักของวอลโว่ ทรัคส์










7
รายแรกในไทย “บางจากไฮดีเซล B20 S”  ยกระดับคุณภาพ B20 ไปอีกขั้น



ดร.ศิริ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน (ที่ 5 จากซ้าย) นายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (ที่ 3 จากซ้าย) นายณัฐวุฒิ สกิดใจ (ป๋อ) นักแสดงชื่อดัง (ที่ 4 จากซ้าย) พร้อมด้วยผู้บริหารจากกระทรวงพลังงานและบริษัท บางจากฯ (มหาชน) ร่วมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ “บางจากไฮดีเซล B20 S” ที่ยกระดับน้ำมันดีเซล B20 ขึ้นไปอีกขั้น ด้วยเทคโนโลยี Green S เป็นรายแรกและรายเดียวในเมืองไทยขณะนี้ที่เติมสารเพิ่มคุณภาพ S Super Booster  และ S Super Purifier ทำให้ค่าซีเทนสูงขึ้น เพิ่มประสิทธิภาพการเผาไหม้ ตอบสนองการขับขี่ได้ดีทั้งทางเรียบและทางชัน หัวฉีดสะอาดขึ้น ช่วยประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงและลดควันดำ ดีต่อสิ่งแวดล้อม   ณ สถานีบริการน้ำมันบางจาก สาขาเทพารักษ์ กม.11  เมื่อเร็วๆนี้

8
ปอร์เช่ ประเทศไทย จัดแคมเปญตรวจเช็คสภาพรถเพื่อความปลอดภัยในการขับขี่ช่วงฤดูฝน






กรุงเทพฯ. บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด (AAS) ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ปอร์เช่อย่างเป็น ทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย จัดแคมเปญต้อนรับหน้าฝนด้วยบริการ Porsche Rainy Season Safety Check 2019 เพื่อตรวจเช็คสภาพรถยนต์ ปอร์เช่อย่างครบครันด้วยเครื่องมือเฉพาะทางที่ทันสมัยและช่างผู้ชำนาญการที่ผ่าน การฝึกอบรมและรับรองมาตรฐานจากโรงงานปอร์เช่ ประเทศเยอรมนี การันตีมาตรฐานความปลอดภัยพร้อมความมั่น ใจในการขับขี่ โดยแคมเปญเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม – 2 สิงหาคม 2562 นี้

บริการ Rainy Season Safety Check 2019 ประกอบไปด้วย ฟรีการตรวจสอบรถ 24 จุด อาทิ การตรวจสอบยาง, ระบบไฟส่องสว่าง, ระบบเบรกและช่วงล่าง รวมทั้งการตรวจสอบจุดสำคัญที่เกี่ยวข้องกับ ระบบความปลอดภัยทั้ง ภายในและภายนอก เอเอเอสฯ ยังมอบสิทธิพิเศษในช่วงแคมเปญนี้ด้วยส่วนลดมากถึง 50% สำหรับผ้าเบรก, จานเบรก, ชุดปัดน้ำฝน พร้อมส่วนลด 5% เมื่อซื้อยางใหม่ และส่วนลดเพิ่มเติมอีก 5% สำหรับชุดแต่ง Porsche Tequipment และสินค้า Porsche Driver’s Selection นอกจากนี้ยังสามารถเลือกรับบริการเพิ่มเติมเพื่อเช็คระบบแอร์อย่างครบวงจร ในราคาพิเศษเพียง 1,500 บาท จากราคาปกติ 2,700 บาท (ยังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)

Porsche Rainy Season Safety Check 2019 พร้อมบริการให้แก่ผู้ขับขี่รถยนต์ปอร์เช่ จาก บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด โดยสามารถนัดหมายเพื่อเข้ารับบริการได้ที่ ศูนย์บริการดอนเมือง (Porsche Centre Bangkok) โทร. 02-522-6655 ต่อ 400-403 และ ศูนย์บริการปอร์เช่พัฒนาการ (Porsche Centre Pattanakarn) โทร. 02-369-1111  ต่อ 400-403 ในวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 8.00-17.30 น. และ วันเสาร์ -อาทิตย์ เวลา 8.00-17.00 น.

เกี่ยวกับ AAS Auto Service
ปอร์เช่ ประเทศไทย โดย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ปอร์เช่ อย่างเป็นทางการ ได้สร้างความเชื่อมั่นในด้านการดูแลหลังการขายให้กับลูกค้าปอร์เช่ทุกท่าน ด้วยทีมวิศวกรที่ผ่านการ ทดสอบระดับเหรียญทอง (ZPT3 Gold Theory Test & Recertification) ถึง 12 คน ซึ่งถือว่ามี จำนวนมากที่สุดของศูนย์รถยนต์ปอร์เช่ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิคทั้งหมด 12 ประเทศ สะท้อนให้เห็นถึง ความสำคัญ ในเรื่องการให้บริการหลังการขาย โดย เอเอเอส ทุ่มงบการอบรมวิศวกร ของเราให้มีคุณภาพสูงสุด ตามนโยบาย หลักของบริษัทที่ว่า “เอเอเอส ดูแลทั้งรถและคุณ AAS Looking after YOU and your CAR” เพื่อให้ท่านมั่นใจได้ว่า “AAS The Name you can Trust” ซึ่งพิสูจน์ให้ท่านได้เห็นแล้วตลอดระยะเวลาดำเนินงานมากกว่า 30 ปี

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
Porsche Centre Bangkok โทร. 02-522-6655
Porsche Centre Pattanakarn โทร. 02-369-1111
Porsche City Showroom Siam Paragon ชั้น 2 โทร. 02-610-9911
Porsche Studio Bangkok (ICONSIAM) ชั้น 1 โทร 02-288-0911

9


ทรูมูฟ เอช ดึง ไทบ้าน เอาใจชาวอีสานยุคดิจิทัลเซอร์ไพร์สด้วย ดิจิทัลซีรีส์ใหม่ โปรเจกต์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ ‘ขอฮักได้ไหม’





ทรูมูฟ เอช 4G ที่ดีที่สุด  โทรชัด เน็ตแรง เครือข่ายที่ 1 ในใจคนอีสาน รุกตลาดอีสานอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดจับมือกับ เซิ้ง โปรดักชั่น เจ้าของภาพยนตร์ ไทบ้านเดอะซีรี่ส์ ที่ทุบทุกสถิติรายได้และยอดวิว จัดทำดิจิทัล ซี่รี่ส์ สุดเอ็กซ์คลูซีฟ เรื่อง  ‘ขอฮักได้ไหม’ ความยาว 9 นาที 5 ตอน เพื่อเอาใจแฟนคลับไทบ้าน และพ่อแม่พี่น้องชาวอีสานที่อยู่ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคต่างๆ ทั่วประเทศไทย  ทางทรูไอดี  เริ่ม 22 มิถุนายนนี้ นอกจากนี้ยังเตรียมจัดคอนเสิร์ตทั่วประเทศเร็วๆนี้

นายสกลพร หาญชาญเลิศ ผู้อำนวยการสายงานโมบายล์ นอน-วอยซ์ บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น
กล่าวว่า “จากการที่ทรูมูฟ เอช พัฒนาโครงข่าย 4G และเพิ่มช่องทางการขายและบริการ ให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ในภาคอีสาน รวมทั้งจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาดด้วยรูปแบบมินิคอนเสิร์ตใน 20 จังหวัดทั่วอีสาน โดยดึงพรีเซ็นเตอร์ขวัญใจชาวอีสาน ไม่ว่าจะเป็น ไผ่-พงศธร, มนต์แคน แก่นคูน, ลำไย ไหทองคำ, ไมค์ ภิรมย์พร และตั๊กแตน ชลดา พบปะพี่น้องชาวอีสานอย่างต่อเนื่อง โดยได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี ล่าสุดดึง “ไทบ้านเดอะซีรี่ส” ซีรี่ส์ชื่อดัง สัญชาติอีสานแท้ๆ ของค่ายเซิ้ง โปรดักชั่น แอนด์ ออร์แกไนเซอร์ ซึ่งทุบสถิติรายได้กว่า 200 ล้านบาท และยอดวิวเพลงประกอบภาพยนตร์ ทางสื่อออนไลน์ รวมกว่า 1,000 ล้านวิว มาร่วมทำดิจิทัลซีรีส์ใหม่ โปรเจกต์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ  “ไทบ้าน X ทรูมูฟ เอช” “ขอฮักได้ไหม” ซีรีส์แนวโรแมนติก คอมเมดี้ เน้นความฮาตามสไตล์ไทบ้าน เพื่อเอาใจแฟน ๆ ชาวอีสานทั่วประเทศ ความยาวตอนละ 9 นาที รวม 5 ตอน โดยจะเริ่มตอนแรก  22 มิถุนายนนี้ และยังมีเพลงประกอบซีรีส์และมิวสิควิดีโอ สำหรับโปรเจกต์นี้ที่แต่งขึ้นเป็นพิเศษถึง 2 เพลง ร้องโดย “บอย พนมไพร” นักร้อง 300 ล้านวิว โดยสามารถรับชมได้ทางแอปพลิเคชั่น ทรูไอดี ออนแอร์ 22 มิถุนายนนี้ และพิเศษสุดสำหรับช่องทางแอปพลิเคชั่นทรูไอดี สามารถชมเบื้องหลังสุดพิเศษและมิวสิควิดีโอได้ก่อนใครพร้อมซิงเกิ้ล ใหม่ทั้ง 2 เพลง  โดยลูกค้าทรูมูฟ เอชทั้งรายเดือนและเติมเงิน สามารถกดรับเน็ตดูฟรีเดือนละ 60 GB ผ่านแอปทรู   ไอดีได้ฟรีไม่เสียค่าเน็ต นอกจากนี้ยังมีกิจกรรม Fan Meet ที่จะพากลุ่มศิลปินไทบ้าน ไปพบกับแฟน ๆ ทั่วประเทศอีกด้วย”

โปรเจกต์ดิจิทัล ซีรี่ส์ ‘ไทบ้าน X ทรูมูฟ เอช’ เป็นซีรีส์สไตล์ไทบ้าน นำแสดงโดย ด้งเด้ง - ณัฐวุฒิ แสนยะบุตร, ฟิฟิล์ม - สิริอมร อ่อนคูณ, นะโม - ธันวาพร นาสมบัติ, เตเต้ - สมชาย สายอุทา, เฟิร์ส - ธนาดล บัวระบัติ และ ตาต้า - ชาติชาย ชินศรี  เป็นเรื่องราวของ ชายคนหนึ่งแอบรักผู้หญิงคนหนึ่งและพยายามทำให้ผู้หญิง คนที่ตัวเองแอบรักมารักเค้าให้ได้ โดยพยายามทำทุกอย่างให้ดีที่สุด ทำให้ผู้หญิงคนนั้นเห็นว่าเค้าดีพอและพร้อมที่จะดูแลเธอ โดยเค้ามีเวลาแค่ 7 วันที่จะพิสูจน์ ถ้าได้รับโอกาสนั้นเค้าจะดูแลเธอให้ดีที่สุด

10




เปิดประตู “Mövenpick BDMS Wellness Resort Bangkok” สู่มิติใหม่แห่งการพักผ่อนควบคู่กับการดูแลสุขภาพใจกลางกรุงเทพฯ


Chef Gabi - Official launch Mövenpick BDMS



กรุงเทพฯ ประเทศไทย, วันที่ 25 มิถุนายน 2562 – เมอเวนพิค โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท (Mövenpick Hotels & Resorts) แบรนด์โรงแรมและรีสอร์ทสัญชาติสวิสที่มีชื่อเสียงระดับโลก เปิดตัว “เมอเวนพิค บีดีเอ็มเอส เวลเนส รีสอร์ท กรุงเทพ” (Mövenpick BDMS Wellness Resort Bangkok) รีสอร์ทแห่งใหม่ล่าสุดภายใต้คอนเซ็ปต์ “สุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี” (Well-Being) ผสานการบริการระดับตำนานของ “เมอเวนพิค” เข้ากับ “บีดีเอ็มเอส เวลเนส คลินิก” (BDMS Wellness Clinic) ศูนย์ดูแลสุขภาพที่ล้ำสมัยที่สุด สู่การพักผ่อนพร้อมการฟื้นฟูหนึ่งเดียวใจกลางกรุงเทพมหานคร

เมอเวนพิค บีดีเอ็มเอส ตั้งอยู่บนถนนวิทยุ ใจกลางย่านสุขุมวิท อยู่ไม่ไกลจากสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสเพลินจิต ล้อมรอบด้วยแมกไม้และต้นไม้ใหญ่อายุนับร้อยปีบนพื้นที่สีเขียวกว่า 3 ไร่ ให้บริการห้องพักและห้องสวีทขนาดกว้างขวางจำนวน 293 ห้อง ทุกห้องมีระเบียงที่สามารถมองเห็นวิวสวนร่มรื่น พร้อมสิ่งอำนวยความครบครันตามเอกลักษณ์ของเมอเวนพิค รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกที่เอาใจคนรักสุขภาพอย่างพร้อมสรรพ อาทิ เสื่อโยคะ รายการโทรทัศน์เพื่อสุขภาพและการออกกำลังกาย สปา สระว่ายน้ำกลางแจ้ง และศูนย์ออกกำลังกายที่มีอุปกรณ์ล้ำสมัย ออกแบบโดย DAVID Health Solutions

จุดเด่นของ เมอเวนพิค บีดีเอ็มเอส คือการเชื่อมต่อโดยตรงกับบีดีเอ็มเอส เวลเนส คลินิก คลินิกสุขภาพด้านดูแล ป้องกัน และฟื้นฟูสุขภาพระดับเอเชีย มีทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากทั่วโลก พร้อมเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัย ซึ่งผู้เข้าพักสามารถใช้บริการที่ศูนย์ฯ แห่งนี้เพื่อดูแลสุขภาพให้มีชีวิตยืนยาวอย่างมีคุณภาพ ประกอบด้วยโปรแกรมที่หลากหลาย อาทิ กายภาพบำบัด สุขภาพทางเดินอาหาร ทันตกรรม และคลินิกรักษาผู้มีบุตรยาก

ยานิค มีนาร์ด รองประธานบริหารฝ่ายขาย การตลาด และช่องทางการขาย แอคคอร์ประเทศไทย เวียดนาม กัมพูชา ลาว พม่า และฟิลลิปปินส์ กล่าวว่า “นักท่องเที่ยวในปัจจุบันให้ความสำคัญกับสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีมากกว่าที่เคยมีมา เราจึงรู้สึกยินดีที่ได้นำแนวคิดการบริการแบบใหม่ออกสู่ตลาด เพราะสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี ไม่ใช่เพียงแค่สปาและพื้นที่ออกกำลังกาย แต่แขกของเราต้องการการเข้าถึงโปรแกรมส่วนบุคคลมากขึ้น ดังนั้น รีสอร์ทสุขภาพแห่งนี้ นับเป็นตัวอย่างที่สมบูรณ์แบบที่สามารถตอบสนองความต้องการนี้ได้ ด้วยการนำเสนอแนวคิดสุขภาพที่ยั่งยืน และสามารถเข้าถึง บีดีเอ็มเอส เวลเนส คลินิก เพื่อดูแลสุขภาพไปพร้อม ๆ กัน รวมถึงยังมีพื้นที่ขนาดใหญ่และฟังก์ชันสำหรับการจัดประชุมสัมมนาและงานแต่งงานที่ครบวงจรอีกด้วย”

ภายในรีสอร์ทยังเน้นบริการตอบโจทย์นักเดินทางที่ใส่ใจสุขภาพแบบทุกย่างก้าว ไม่ว่าจะเป็น อาหารออร์แกนิคที่ร้านอาหาร  “แทมมาริน เนเชอรัล ไดนิ่ง” (Tamarind Natural Dining) หรือบาร์บรรยากาศริมสวน “ซินนามอน ล็อบบี้ เลานจ์” (Cinnamon Lobby Lounge) ที่สามารถนั่งสูดอากาศบริสุทธิ์ในช่วงยามเย็นพร้อมจิบเครื่องดื่มสูตรซิกเนเจอร์ของเมอเวนพิค บีดีเอ็มเอสได้ อย่างลงตัว

ด้าน เรย์มอนด์ ช็อง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ดีเอ็มเอส เวลเนส คลินิก กล่าวว่า “เรารู้สึกตื่นเต้นที่ได้ร่วมงานกับ เมอเวนพิค โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท เราเชื่อว่า การผสมผสานการบริการสไตล์สวิสที่โดดเด่นของ เมอเวนพิค เข้ากับบริการทางการแพทย์เชิงป้องกันระดับโลกของเราจะนำไปสู่การบริการแนวใหม่ซึ่งจะทำให้ เมอเวนพิค บีดีเอ็มเอส เวลเนส รีสอร์ท กรุงเทพ เข้าสู่ตลาดการท่องเที่ยวแบบองค์รวมได้อย่างสมบูรณ์”

เมอเวนพิค บีดีเอ็มเอส ยังมีความโดดเด่นด้านการจัดประชุมสัมมนา การจัดงานแต่งงาน กิจกรรมองค์กร และกิจกรรมกลุ่มสัมพันธ์ โดยมีพื้นที่จัดงานถึง 2,000 ตารางเมตร ประกอบด้วย ห้องบอลรูมขนาดใหญ่ และห้องประชุมอเนกประสงค์อีก 6 ห้อง
 
บรูโน ฮูเบอร์ ผู้จัดการทั่วไป เมอเวนพิค โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท กรุงเทพ กล่าวเพิ่มเติมว่า “เมอเวนพิค โฮเทล แอนด์ รีสอร์ทมีชื่อเสียงในด้านการต้อนรับแบบสวิส โดนเด่นในการสร้างช่วงเวลาดี ๆ หรือ ‘making moments’ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้เข้าพักที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา กรุงเทพฯ ได้กลายเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมสำหรับการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ ซึ่งการเปิดตัว เมอเวนพิค บีดีเอ็มเอส เวลเนส รีสอร์ท กรุงเทพ จะมอบทางเลือกที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งให้กับนักเดินทาง ด้วยทำเลที่ตั้งที่เป็นศูนย์กลาง สถานบริการสุขภาพชั้นนำ และสถานที่ครบวงจรสำหรับการจัดประชุมสัมมนา”

การเปิดตัว เมอเวนพิค บีดีเอ็มเอส เวลเนส รีสอร์ท กรุงเทพ นับเป็นการเพิ่มจำนวนโรงแรมและรีสอร์ทในเครือ “เมอเวนพิค” ที่ปัจจุบันมีอยู่มากกว่า 85 แห่งใน 25 ประเทศทั่วโลก รวมถึงในประเทศไทย เมอเวนพิค โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท ที่เปิดให้บริการแล้วในทำเลเมืองท่องเที่ยวสำคัญ ได้แก่ ภูเก็ต พัทยา เชียงใหม่ และหัวหิน นอกจากนั้น รีสอร์ทแห่งนี้ยังเป็นที่พักลำดับที่สาม หลังจาก เมอเวนพิค ควบรวมกับ แอคคอร์ โดยก่อนหน้านี้มี เมอเวนพิค กรุงเทพ สุขุมวิท 15 และ เมอเวนพิค เรสซิเดนซ์ เอกมัย กรุงเทพ

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโรงแรม หรือค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Mövenpick Hotels & Resorts ได้ที่เว็บไซต์ www.movenpick.com







สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ
Joyce Ong
Director of Communications & CSR - Upper Southeast & Northeast Asia and the Maldives
Accor
joyce.ong@accor.com

Harry Greig
Communications Manager - Upper Southeast & Northeast Asia and the Maldives
Accor
harry.greig@accor.com

Nadine Rouget
Director of Marketing and Communications
Mövenpick BDMS Wellness Resort Bangkok
nadine.rouget@movenpick.com

เกี่ยวกับ เมอเวนพิค (Mövenpick)
Mövenpick Hotels & Resorts “makes moments” ด้วยการทำสิ่งธรรมดาในแบบที่ไม่ธรรมดา โดยมอบประสบการณ์ที่หรูหรา ผ่อนคลาย และไม่ซับซ้อน โดยตระหนักดีว่า ท่าทางเล็ก ๆ นั้นสร้างความแตกต่างอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็น Chocolate Hour ในช่วงบ่าย เทคโนโลยีการนอนหลับที่ปรับแต่งได้เองเพื่อให้แน่ใจว่าจะได้พักผ่อนในยามค่ำคืน หรือเมนูสำหรับเด็ก ๆ ที่สร้างขึ้นเพื่อความสนุกสนานและสุขภาพที่ดี Mövenpick สร้างสภาพแวดล้อมแบบมนุษย์และอบอุ่นสำหรับแขกผู้เข้าพัก พันธมิตรทางธุรกิจ และพนักงาน ในขณะเดียวกับก็มุ่งมั่นที่จะปฏิบัติและดูแลชุมชนในท้องถิ่นอย่างยั่งยืน โดย Mövenpick เป็นแบรนด์โรงแรมที่ได้รับการรับรองจาก Green Globe มากที่สุดในโลก Mövenpick ก่อตั้งขึ้นในสวิตเซอร์แลนด์ในปี 1973 ด้วยความเป็นเลิศด้านอาหารและเครื่องดื่มที่มีมายาวนานตั้งแต่ทศวรรษ 1940 Mövenpick มีโรงแรมมากกว่า 85 แห่งใน 25 ประเทศทั่วโลก ปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งของแอคคอร์ กลุ่มผู้ให้บริการระดับโลกที่นำเสนอประสบการณ์ที่ไม่เหมือนใครและมีความหมายในโรงแรม 4,800 แห่ง รวมถึงรีสอร์ทและบ้านพักอาศัยในกว่า 100 ประเทศ

movenpick.com | group.accor.com

11
รายแรกในไทย “บางจากไฮดีเซล B20 S” ยกระดับคุณภาพ B20 ไปอีกขั้น








บางจากฯ ตอกย้ำผู้นำนวัตกรรมสีเขียว เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ “บางจากไฮดีเซล B20 S (บี 20 เอส)” ที่ยกระดับคุณภาพน้ำมันดีเซล B20 ขึ้นไปอีกขั้น ด้วยเทคโนโลยี Green S เติมสารเพิ่มคุณภาพทำความสะอาดปกป้องเครื่องยนต์ ป้องกันหัวฉีดอุดตัน และเพิ่มค่าซีเทนช่วยให้เครื่องยนต์ทำงานแรงขึ้น เต็มสมรรถนะ เป็นรายแรกและรายเดียวในขณะนี้ หวังช่วยกระตุ้นรถที่ใช้น้ำมันดีเซล B20 ได้มาทดลองใช้มากขึ้น  เพื่อช่วยพยุงราคาผลปาล์มดิบ

เมื่อวันพุธ 26 มิถุนายน 2562 ได้มีพิธีเปิดตัวผลิตภัณฑ์ “บางจากไฮดีเซล B20 S”  ณ สถานีบริการน้ำมันบางจาก สาขาเทพารักษ์ กม.11  โดย ดร.ศิริ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นประธาน และมีนายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วยผู้บริหารของกระทรวงพลังงาน ผู้บริหารบางจากฯ ผู้บริหารค่ายรถขนส่งและรถกระบะ และนายณัฐวุฒิ สะกิดใจ (ป๋อ) นักแสดงชื่อดังร่วมในงาน

ดร.ศิริ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้กล่าวขอบคุณ บริษัท บางจากฯ (มหาชน) ที่มีส่วนร่วมสนับสนุนส่งเสริมการจำหน่ายน้ำมันดีเซล B20 มาตั้งแต่ต้น โดยจำหน่ายให้กับกลุ่มอุตสาหกรรม เรือและรถขนส่งขนาดใหญ่ และได้เปิดจำหน่ายที่สถานีบริการน้ำมันบางจากครอบคลุมทุกภูมิภาค ทำให้มียอดการใช้งานน้ำมันดีเซล B20 รวมทั้งประเทศมากกว่า 70 ล้านลิตร ในเดือนพฤษภาคม 2562 มีส่วนช่วยแก้ไขปัญหาราคาผลปาล์มตกต่ำและบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรผู้ปลูกปาล์ม โดยราคาผลปาล์มดิบจากเดิมกิโลกรัมละ 1.8 บาท เพิ่มสูงขึ้นเป็นมากกว่า 3 บาท ในขณะนี้     

นายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บางจากฯ ไม่หยุดนิ่งในการนำนวัตกรรมสีเขียวมาใช้ในการพัฒนาธุรกิจ เพื่อให้คนไทยได้ใช้พลังงานที่ดีทั้งต่อการใช้งานและสิ่งแวดล้อม สอดคล้องกับเทคโนโลยีของเครื่องยนต์รุ่นใหม่ๆ และสภาพการใช้งานในเมืองไทย ล่าสุดนี้ บริษัทฯ ได้พัฒนา “บางจากไฮดีเซล B20 S” ใหม่ เป็นการยกระดับคุณภาพน้ำมันดีเซล B20 ขึ้นไปอีกขั้น ด้วยเทคโนโลยี Green S ที่เติมสารเพิ่มคุณภาพเป็นรายแรกและรายเดียวในตลาดน้ำมันเมืองไทยขณะนี้ จำหน่ายผ่านสถานีบริการน้ำมันบางจากในราคาเดิมเท่าน้ำมันดีเซล B20 ทั่วไป เพื่อให้ผู้บริโภคได้ใช้น้ำมันแรงในราคาประหยัด และกระตุ้นการใช้น้ำมันดีเซล B20 ให้มากขึ้นเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกปาล์ม

นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า “บางจากไฮดีเซล B20 S” เติมสารเพิ่มคุณภาพ (Additive) S Super Booster (เอส ซูเปอร์ บูสเตอร์) และ S Super Purifier (เอส ซูเปอร์ เพียวริไฟเออร์) ที่ช่วยเพิ่มค่าซีเทนและทำความสะอาดเครื่องยนต์ได้ดียิ่งขึ้น ผ่านการทดสอบในห้องทดลองและใช้งานจริงแล้วพบว่าช่วยทำความสะอาดหัวฉีดกำลังและแรงบิดเพิ่มขึ้น ส่งผลให้เครื่องยนต์แรงขึ้น ช่วยให้เผาไหม้สมบูรณ์ เครื่องเดินเรียบ ตอบสนองการขับขี่ได้เต็มสมรรถนะ ประหยัดเชื้อเพลิงได้มากขึ้นกว่าเดิม  ใช้ได้กับทั้งรถเล็ก รถใหญ่ ที่ใช้น้ำมัน B20 ได้  และใช้ได้ดีทุกสภาพภูมิประเทศ ทั้งทางราบและทางชัน นอกจากนั้นยังประหยัดค่าใช้จ่ายจากราคาที่ต่ำกว่าน้ำมันดีเซลทั่วไปถึงลิตรละ 5 บาท จนถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2562  ตามนโยบายส่งเสริมการใช้น้ำมันดีเซล B20 ของกระทรวงพลังงาน ปัจจุบัน บางจากฯ มีจำนวนสถานีบริการที่จำหน่ายน้ำมันดีเซล B20 แล้วกว่า 330 แห่งทั่วประเทศ

นายชัยวัฒน์ กล่าวถึง แผนการตลาด “บางจากไฮดีเซล B20 S” ว่า ได้รับเกียรติจากนักแสดงชื่อดัง ป๋อ ณัฐวุฒิ สกิดใจ ซึ่งเป็นผู้ใช้รถยนต์ดีเซลในชีวิตประจำวันและเลือกใช้น้ำมันเชื้อเพลิงคุณภาพสูง มาเป็น Presenter พร้อมกลยุทธ์สื่อสารการตลาดทุกรูปแบบ เพื่อสร้างการรับรู้ในคุณภาพและทดลองใช้ พิสูจน์สมรรถนะความแรงได้แล้ววันนี้ที่สถานีบริการน้ำมันบางจากทั่วประเทศที่จำหน่าย “บางจากไฮดีเซล B20 S”
   

12
เอเอเอสฯ จัดงาน Porsche Driving Experience เปิดประสบการณ์การขับขี่สุดหรูพร้อมทดสอบสมรรถนะรถยนต์ปอร์เช่หลากรุ่นอย่างเต็มพิกัด







กรุงเทพฯ. ปอร์เช่ ประเทศไทย โดย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ปอร์เช่อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย จัดกิจกรรมสุดพิเศษ Porsche Driving Experience 2019 สำหรับผู้ชื่นชอบและสนใจรถยนต์ปอร์เช่ โดยครั้งนี้ เอเอเอสฯ ได้นำรถยนต์ปอร์เช่รุ่นใหม่ล่าสุด ปอร์เช่  911 คาร์เรร่า เอส  (911 Carrera S) รหัสตัวถัง 992 มาให้ได้ทดสอบสมรรถนะพร้อมด้วยรถยนต์ปอร์เช่รุ่นเด่น ได้แก่ มาคันน์ (Macan), คาเยนน์ อี-ไฮบริด (Cayenne E-Hybrid) 718 เคย์แมน (718 Cayman), และ พานาเมร่า 4 อี-ไฮบริด (Panamera 4 E-Hybrid) มาให้ผู้ที่สนใจร่วมขับทดสอบสมรรถนะอย่างเต็มพิกัด พร้อมผู้เชี่ยวชาญการขับขี่รถยนต์ปอร์เช่คอยดูแลและให้คำแนะนำการใช้รถอย่างใกล้ชิด ณ สนามปทุมธานีสปีดเวย์ ในวันศุกร์ที่ 31 พฤษภาคม – วันอาทิตย์ที่ 2 มิถุนายน 2562

Porsche Driving Experience คือกิจกรรมทดลองขับรถยนต์ปอร์เช่ที่ทาง เอเอเอสฯ จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปี โดยมีจุดประสงค์เพื่อให้ท่านที่สนใจได้ทดลองขับและพิสูจน์สมรรถนะของรถยนต์ปอร์เช่ โดยมีผู้เชี่ยวชาญการขับขี่ถยนต์ปอร์เช่ที่ได้รับการรับรองจากโรงงานปอร์เช่ ประเทศเยอรมนี มาให้คำแนะนำแก่ทุกท่านเกี่ยวกับวิธีการขับขี่รถยนต์ปอร์เช่ได้อย่างถูกต้องและเต็มประสิทธิภาพ รวมถึงให้ความรู้ด้านเทคนิคการขับขี่และข้อมูลการใช้งานของฟังก์ชันต่างๆ อีกด้วย และนับเป็นครั้งแรกที่เหล่าผู้ชื่นชอบปอร์เช่ได้สัมผัสและทดสอบสมรรถนะของรถยนต์สปอร์ตระดับตำนานเจเนอเรชั่นใหม่ล่าสุด 911 คาร์เรร่า เอส  (911 Carrera S) ที่มาพร้อมความสะดวกสบายเหนือระดับด้วยนวัตกรรม ระบบช่วยเหลือการขับขี่และเพิ่มเสถียรภาพการทรงตัวบนสภาพถนนที่เปียกลื่น Porsche Wet Mode ที่ได้รับการติดตั้งเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน พร้อมหน้าจอสัมผัส Porsche Communication Management ขนาด 10.9 นิ้ว สำหรับควบคุมและสั่งการได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัย, มาคันน์ (Macan) ยนตรกรรมสปอร์ต SUV ขนาดคอมแพครุ่นล่าสุดที่มาพร้อมพละกำลังสูงสุด 252 แรงม้า, คาเยนน์ อี-ไฮบริด (Cayenne E-Hybrid) ยนตรกรรมพรีเมียม SUV ยอดนิยมมาพร้อมขุมพลัง E-performance, 718 เคย์แมน (718 Cayman) รถสปอร์ตคูเป้เครื่องยนต์วางกลาง 4 สูบนอนวางกลางที่เปี่ยมไปด้วยประสิทธิภาพและทรงพลัง รวมทั้งยนตรกรรมขับเคลื่อนระบบไฮบริดอย่าง พานาเมร่า 4 อี-ไฮบริด (Panamera 4 E-Hybrid) ยนตรกรรม 4 ประตูสุดหรูที่รักษาเอกลักษณ์สมรรถนะการขับขี่สไตล์สปอร์ตไว้อย่างยอดเยี่ยม

สำหรับภายในงานนี้ เอเอเอสฯ ได้แบ่งการทดสอบออกเป็น 3 สถานี ตามรูปแบบการขับขี่ที่แตกต่างกัน ได้แก่ สถานี “Braking” ที่ผู้ขับขี่ได้ทดสอบระบบเบรกที่ถูกต้องและแม่นยำตามแบบฉบับของรถยนต์ปอร์เช่ ตามมาด้วยสถานี “Handling” ทดสอบระบบรักษาเสถียรภาพพร้อมระบบป้องกันการลื่นไถลบนท้องถนน และเทคนิคการควบคุมรถในสถานการณ์ต่างๆ และสถานีสุดท้าย “Slalom” ผู้ขับขี่จะได้เรียนรู้วิธีการควบคุมรถยนต์ที่ต้องใช้พวงมาลัยในการหลบหลีกสิ่งกีดขวางบนท้องถนน รวมถึงการเข้าโค้งแบบกะทันหัน ซึ่งในทุกสถานีจะมี Porsche Instructor คอยให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด

ภายในงาน เอเอเอสฯ ได้นำสินค้า Porsche Driver’s Selection มาจัดจำหน่ายในราคาพิเศษ อีกทั้งยังเอาใจคนรักรถยนต์ด้วยผลิตภัณฑ์ดูแลรักษารถยนต์พรีเมี่ยมจากประเทศอังกฤษ Autoglym มาให้เลือกสรรอีกเช่นกันกิจกรรมสุดพิเศษนี้มีเพียงผู้นำเข้าอย่างเป็นทางการเท่านั้นที่สามารถสรรสร้างให้ท่านได้

เกี่ยวกับรถยนต์ปอร์เช่

911 คาร์เรร่า เอส ใหม่ (Porsche 911 Carrera S)

ยนตรกรรมสปอร์ตที่มาพร้อมขุมพลังเครื่องยนต์ 6 สูบนอน เทอร์โบชาร์จ ให้พละกำลังสูงสุดกว่า 450 แรงม้า สามารถเร่งออกตัวจากจุดหยุดนิ่งสู่ความเร็ว 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงภายในระยะเวลา 3.7 วินาที พร้อมทะยานสู่ความเร็วสูงสุด 308 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ปลอดภัยและสะดวกสบาย เหนือระดับด้วยนวัตกรรม ระบบช่วยเหลือการขับขี่และเพิ่มเสถียรภาพการทรงตัวบนสภาพถนนที่เปียกลื่น Porsche Wet Mode ที่ได้รับการติดตั้งเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน พร้อมหน้าจอสัมผัส Porsche Communication Management ขนาด 10.9 นิ้ว สำหรับควบคุมและสั่งการได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัย ราคาเริ่มต้น 11.8 ล้านบาท

มาคันน์ (Macan)
ยนตรกรรมสปอร์ต SUV ขนาดคอมแพครุ่นล่าสุด ปอร์เช่ มาคันน์ ใหม่ มาพร้อมขุมพลังเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ เทอร์โบชาร์จ ขนาดความจุกระบอกสูบ 2.0 ลิตร ให้พละกำลังสูงสุด 252 แรงม้า อัตราการบริโภคน้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ยที่ 12.3 กิโลเมตรต่อลิตร พร้อมทั้งอุปกรณ์มาตรฐานที่ได้รับการเพิ่มเติม ได้แก่ ไฟหน้า LED ระบบความบันเทิงและการติดต่อสื่อสาร Porsche Communication Management รุ่นล่าสุด ระบบเซ็นเซอร์หน้า-หลังพร้อมกล้องช่วยเหลือในการถอยจอด เบาะนั่งแบบ comfort ปรับได้ 14 ทิศทางที่สามารถ จดจำการตั้งค่าที่นั่งได้ ระบบช่วยเหลือการเปลี่ยนเลนส์หรือเปลี่ยนช่องทางการขับขี่ ระบบปรับอุณหภูมิภายใน ห้องโดยสารแยกระหว่าง ตำแหน่งผู้ขับขี่และผู้โดยสาร ระบบเชื่อมต่อ bluetooth พร้อมระบบสั่งการด้วยเสียง Apple CarPlay และ ระบบเครื่องเสียง BOSE Surround Sound System ปอร์เช่ มาคันน์ ใหม่นี้ พร้อมให้ ราคาเริ่มต้น 4.9 ล้านบาท

ปอร์เช่ คาเยนน์ อี-ไฮบริด รุ่นใหม่ล่าสุด (The new Cayenne E-Hybrid)
ยนตรกรรมพรีเมียม SUV แห่งยุคที่ติดตั้งขุมพลัง E-performance พร้อมอุปกรณ์อำนวยความสะดวกใหม่ล่าสุด ผสมผสานการบังคับควบคุมสไตล์สปอร์ต ให้เป็นหนึ่งเดียวกับประสิทธิภาพการทำงานสูงสุด เครื่องยนต์ V6 ขนาดความจุกระบอกสูบ 3.0 ลิตร (340 แรงม้า/250 กิโลวัตต์) เสริมพลังด้วยระบบขับเคลื่อนมอเตอร์ไฟฟ้า (136 แรงม้า/100 กิโลวัตต์) ให้พละกำลังสูงสุดรวมกว่า 462 แรงม้า (340 กิโลวัตต์) แรงบิดสูงสุดถึง 700 นิวตันเมตร อัตราการบริโภคน้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ย 29.4 กิโลเมตรต่อลิตร อัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 78 กรัมต่อกิโลเมตร อัตราการใช้พลังงานไฟฟ้าที่ 20.6 กิโลวัตต์ชั่วโมงต่อระยะทาง 100 กิโลเมตร ราคาเริ่มต้น 6.3 ล้านบาท

718 เคย์แมน (718 Cayman)
รถสปอร์ตคูเป้เครื่องยนต์วางกลาง 4 สูบนอนใหม่ พร้อมระบบอัดอากาศ เทอร์โบ ชาร์จ พละกำลังสูงสุดถึง 300 แรงม้า จากขนาดความจุเครื่องยนต์เพียง 2.0 ลิตรในรุ่นธรรมดา และสำหรับรุ่น เอส มีพละกำลังถึง 350 แรงม้า ความจุเครื่องยนต์ 2.5 ลิตร ประหยัดยิ่งขึ้นด้วยอัตราการ บริโภคน้ำมันเชื้อเพลิงเพียง 12.3-17.5 กิโลเมตรต่อลิตร ทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 275 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และ 285 กิโลเมตรต่อชั่วโมงในรุ่น เอส ราคาเริ่มต้น 6.6 ล้านบาท

พานาเมร่า 4 อี-ไฮบริด (Panamera 4 E-Hybrid)
ยนตรกรรมสปอร์ตซาลูนสุดหรู ที่มาพร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อและศักยภาพในการขับเคลื่อนด้วยกำลังไฟฟ้า เพียงอย่างเดียวกว่า 50 กิโลเมตร พละกำลังสูงสุดกว่า 462 แรงม้า ด้วยการทำงานของระบบมอเตอร์ไฟฟ้า เจเนอเรชั่นใหม่ซึ่งคิดค้นและพัฒนาขึ้นโดยปอร์เช่ ผสานพลังร่วมกับเครื่องยนต์เบนซิน 6 สูบสมรรถนะสูง ปอร์เช่ พานาเมร่า 4 อี-ไฮบริด คันนี้ มีอัตราการบริโภคน้ำมันเชื้อเพลิงที่ประหยัดถึง 40 กิโลเมตรต่อลิตร ราคาเริ่มต้น 9.4 ล้านบาท

เกี่ยวกับ AAS Auto Service
ปอร์เช่ ประเทศไทย โดย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ปอร์เช่อย่าง เป็นทางการ ได้สร้างความเชื่อมั่นในด้านการดูแลหลังการขายให้กับลูกค้าปอร์เช่ทุกท่าน ด้วยทีมวิศวกรที่ผ่านการ ทดสอบระดับเหรียญทอง (ZPT3 Gold Theory Test & Recertification) ถึง 12 คน ซึ่งถือว่ามี จำนวนมากที่สุดของศูนย์รถยนต์ปอร์เช่ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิคทั้งหมด 12 ประเทศ สะท้อนให้เห็นถึง ความสำคัญ ในเรื่องการให้บริการหลังการขาย โดย เอเอเอส ทุ่มงบการอบรมวิศวกร ของเราให้มีคุณภาพสูงสุด ตามนโยบาย หลักของบริษัทที่ว่า “เอเอเอส ดูแลทั้งรถและคุณ AAS Looking after YOU and your CAR” เพื่อให้ท่านมั่นใจได้ว่า “AAS The Name you can Trust” ซึ่งพิสูจน์ให้ท่านได้เห็นแล้วตลอดระยะเวลาดำเนินงานมากกว่า 30 ปี

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
Porsche Centre Bangkok โทร. 02-522-6655
Porsche Centre Pattanakarn โทร. 02-369-1111
Porsche City Showroom Siam Paragon ชั้น 2 โทร. 02-610-9911
Porsche Studio Bangkok (ICONSIAM) ชั้น 1 โทร 02-288-0911

13


งานเปิดตัวแคมเปญ เบนซ์ สตาร์แฟลก แกรนด์ เซล (Benz Star Flag Grand Sale)
 


บริษัท สตาร์แฟลก จำกัด ผู้แทนจำหน่ายรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ อย่างเป็นทางการ จัดงานเปิดตัวแคมเปญ เบนซ์ สตาร์แฟลก แกรนด์ เซล (Benz Star Flag Grand Sale) แคมเปญที่มอบ สุดยอดแห่งข้อเสนอเกินห้ามใจ กับครั้งแรกของส่วนลดที่แรงที่สุด พร้อมข้อเสนอที่ไม่มีใครกล้าให้!!! ไม่ว่าจะเป็น ที่สุดของการรับประกัน ที่สุดส่วนลดเงินสดสูงสุด ที่ห้ามพลาด อีกทั้ง ที่สุดแห่งสิทธิประโยชน์มากมายที่ลูกค้าจะได้รับ พบกับ เมอร์เซเดส-เบนซ์ หลากรุ่นที่ร่วมรายการ อาทิ GLA 250 AMG Dynamic, C220d Avantgarde, S350d AMG Premium, E350e Exclusive, GLC 250 d off-road, GLC 43 4MATIC Coupe และ Highlight ของงาน กับรุ่น GTC ที่มีเพียงแค่ 5 คันในประเทศ พร้อมให้คุณได้ Test-Drive สัมผัสคันจริงอีกด้วย  ให้เยอะ แจกหนักขนาดนี้มาพบกันได้ที่งาน เบนซ์ สตาร์แฟลก แกรนด์ เซล (Benz Star Flag Grand Sale) วันที่ 14-23 มิถุนายน 2562 นี้ ตั้งแต่เวลา 10.00น.- 21.30น. ณ ศูนย์การค้า เซ็นทรัล เอ็มบาสซี ชั้น G

14
ข่าวประชาสัมพันธ์ บาเซโลนา มอเตอร์ เสนอนวัตกรรมหนุนสิ่งแวดล้อม





อย่างที่เราทราบกันดีว่าปัญหาเรื่องมลภาวะ และสิ่งแวดล้อม มีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ และเป็นปัญหาหลักที่เราไม่ควรมองข้ามจากผลการสำรวจของกระทรวงพลังงาน เผยว่าประเทศไทย จัดอยู่ในอันดับที่ 20 ของประเทศที่ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์มากที่สุดในโลก และมีอัตราการใช้พลังงานของประเทศในปีที่ผ่านมาเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงปีก่อน ซึ่งคาดว่าจากการปรับตัวที่ดีขึ้นของเศรษฐกิจโลก จะส่งผลให้ทุกภาคเศรษฐกิจมีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ภาพรวมจากสถิติเพียง 6 เดือนแรกของปี 2561 มีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากการใช้พลังงานมากถึง 131.8 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์ หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 1.3 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน  และด้วยระดับการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศเป็นจำนวนมาก ทำให้โลกมีสภาพอากาศที่แปรปรวน หรือมีภาวะเรือนกระจกในที่สุด รวมไปถึงมีการสะสมของมลภาวะในอากาศสูงขึ้นตามมา จนกลายเป็นภัยร้ายต่อประชากรทั่วโลก ด้วยเหตุนี้ทำให้มีการคิดค้นพลังงานทางเลือก และการรณรงค์ต่างๆ มากมาย เพื่อรักษาสมดุลของโลกเอาไว้ให้ได้มากที่สุด

สำหรับวันที่ 5 มิถุนายน ของทุกปี ถูกตั้งเป็นวันสิ่งแวดล้อมโลก ทางบริษัท บาเซโลนา มอเตอร์ จำกัด ผู้นำด้านธุรกิจยานยนต์ครบวงจรรายใหญ่ และผู้จำหน่ายรถยนต์ BMW,  MINI และ BMW Motorrad อย่างเป็นทางการ ก็ไม่พลาดที่จะนำเสนอนวัตกรรมยานยนต์ที่ทันสมัย และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม นาย กวิน ลีนุตพงษ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท บาเซโลนา มอเตอร์ จำกัด กล่าวว่า บริษัทให้ความสำคัญกับปัญหาสิ่งแวดล้อมมาโดยตลอด จึงมีการจัดกิจกรรมเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อมอยู่เสมอ อาทิ กิจกรรมการแข่งขันเดิน-วิ่งการกุศล Barcelona Motor Mini Marathon 2019 ที่จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อสนับสนุนการจัดซื้ออุปกรณ์ดับไฟป่าและสนับสนุนการลดมลภาวะ PM 2.5 และกิจกรรมบาเซโลนา มอเตอร์ ชวนชิลให้สุดและหยุดที่แชร์ความดี ที่นำอุปกรณ์สำหรับการลาดตระเวน ไปมอบให้เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ล่าสุดกับกิจกรรมสนับสนุน BMW Motorcycle club Thailand โครงการ คืนผืนป่าให้แม่ด้วยกาแฟพ่อ โดยการนำเมล็ดพันธ์กาแฟ ไปให้ชาวบ้านน้ำแคะ อ.บ่อเกลือ เพื่อปลูกทดแทนการทำไร่เลื่อนลอย  ตลอดจนการคัดสรรรถยนต์ชั้นนำระดับโลก ที่มีนวัตกรรมล้ำสมัย พร้อมกับแนวคิดในการรักษาสิ่งแวดล้อม

รถยนต์ BMW ที่มีพร้อมสมรรถนะและประหยัดพลังงานนั้นมีหลากหลายรุ่น อาทิ BMW 530e with plug-in hybrid เป็นยานพาหนะประหยัดพลังงาน ด้วยโหมดการขับเคลื่อนแบบปกติ Eco Pro, Comfort และ Sport และโหมดที่ผสานระบบ Hybrid ที่มีทั้งหมด 3 โหมด ได้แก่ Auto eDrive โหมดขับเคลื่อนที่ผสมผสานการทำงานร่วมกันระหว่างระบบเครื่องยนต์และระบบมอเตอร์ไฟฟ้า เพื่อการประหยัดพลังงานสูงสุด ถึงแม้จะเป็นขณะเร่งความเร็ว Max eDrive โหมดขับเคลื่อนแบบไร้มลพิษ หรือระบบมอเตอร์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบ เหมาะสำหรับการขับขี่ในเมืองที่มีการจราจรคับคั่ง โดยสามารถขับเคลื่อนได้มากถึง 30-40 กิโลเมตร (ขึ้นอยู่กับสภาพการจราจร) Battery Control โหมดขับเคลื่อนด้วยระบบเครื่องยนต์เต็มรูปแบบ ที่จะขับเคลื่อนไปพร้อมกับการชาร์จกระแสไฟฟ้าเข้าแบตเตอรี่เอาใจสาย Eco ยิ่งขึ้นด้วยระดับการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ เฉลี่ยเพียง 41 กรัม/กิโลเมตร เมื่อเทียบกับรถยนต์ทั่วไปที่มีระดับการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เฉลี่ย 200 กรัม/กิโลเมตร

BMW 330e M Sport รถยนต์ Plug-In Hybrid โดดเด่นด้วยเทคโนโลยี i Performance ที่ช่วยประหยัดน้ำมันเป็นเลิศ ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร ขุมพลังเบนซิน 4 สูบ BMW Twin Power Turbo อันโด่งดัง ด้วยรางวัล International Engine of the Year ให้แรงม้าสูงสุด 184 แรงม้า ส่วนมอเตอร์ไฟฟ้าจัดกำลังเพิ่มเติมสูงสุดให้ 88 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 250 นิวตันเมตร ทำงานประสานกับเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ พร้อม Tiptronic และ Paddle Shift บริเวณพวงมาลัย ประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงได้สูงสุดถึง 41 กม./ลิตร ทำความเร็วได้สูงสุด 225 กม./ชม

ด้านศูนย์บริการและโชว์รูมในแต่ละสาขา ทางบาเซโลนา มอเตอร์ มีนโยบายที่มุ่งเน้นให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม เริ่มต้นตั้งแต่การออกแบบศูนย์บริการ โดยเน้นออกแบบให้ความสำคัญกับทิศทางลมที่เหมาะสม วางตำแหน่งประตู-หน้าต่าง ไว้ในทิศทางที่ระบายลมได้ดี พร้อมกับการนำเทคโนโลยีมาเพิ่มอากาศหมุนเวียนให้กับอาคาร สำหรับด้านบุคลากร ทางบริษัทฯปลูกฝังจิตสำนึกให้กับพนักงานทุกคนเห็นคุณค่าและความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมในหลากหลายรูปแบบ อาทิ การลดใช้ภาชนะพลาสติก การลดใช้กระดาษในสำนักงาน รวมถึงการประหยัดน้ำและไฟ

นอกจากการเลือกสรรยานพาหนะที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมแล้ว ยังมีวิธีรักษาสิ่งแวดล้อมอีกมากมาย ที่ทุกคนสามารถเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลโลกของเรา ตามไลฟ์สไตล์ของแต่ละคนได้ เราไม่จำเป็นต้องรอทำแต่สิ่งที่ยากและยิ่งใหญ่ แต่เราสามารถเริ่มจากสิ่งเล็กๆ ในชีวิตประจำวันได้ เช่น การใช้ถุงผ้าแทนถุงลาสติก การเดินหรือปั่นจักรยาน รวมไปถึงการใช้รถสาธารณะแทนรถยนต์ส่วนตัวในวันที่ไม่เร่งรีบ เป็นต้น หรือหากใครสนใจกิจกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อม สามารถติดตามข่าวสารกิจกรรม รวมถึงโปรโมชั่นต่างๆ ได้ทั้งทางเฟสบุ๊ค BMW Barcelona Motor และ ที่โชว์รูม บาเซโลนา มอเตอร์ ทั้ง 3 สาขา และ BMW Studio ทั้ง 3 แห่ง

สาขา วิภาวดี    โทร 02-938-7777
สาขา บางแค    โทร 02-080-5888
สาขา เชียงใหม่    โทร 053-306472

BMW Studio Central Festival Chiang Mai     โทร. 052-009462
BMW Studio Central Plaza Mahachai     โทร. 034-112448

15
Porsche Driver’s Safety Training 2019

เอเอเอสฯ จัดกิจกรรมสร้างความมั่นใจในการขับขี่รถยนต์ปอร์เช่อย่างปลอดภัย ตอกย้ำนโยบาย “ดูแลทั้งรถและคุณ”









กรุงเทพฯ. ปอร์เช่ ประเทศไทย โดย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ปอร์เช่อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย ตอกย้ำนโยบาย “เอเอเอสฯ ดูแลทั้งรถและคุณ” จัดกิจกรรมฝึกอบรมและเติมเต็มประสบการณ์การขับขี่สุดพิเศษสำหรับท่านเจ้าของรถยนต์ปอร์เช่ที่ซื้อรถยนต์กับเอเอเอสฯ ภายใต้งาน Porsche Driver’s Safety Training ครั้งที่ 1 ประจำปี 2019 เพื่อให้เจ้าของรถยนต์ปอร์เช่ได้สัมผัสสมรรถนะของรถยนต์ปอร์เช่อย่างแท้จริง พร้อมเรียนรู้เทคนิคการขับขี่ที่ถูกต้องปลอดภัย โดยมีผู้เชี่ยวชาญการขับขี่รถยนต์ปอร์เช่ที่ได้รับการรับรองจากโรงงานปอร์เช่ ประเทศเยอรมนี (Certified Porsche Instructor) ดูแลและคอยให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด เมื่อวันเสาร์ที่ 1 มิถุนายน 2562 ณ สนามปทุมธานีสปีดเวย์

เอเอเอสฯ จัดกิจกรรม “Porsche Driver’s Safety Training 2018” อย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปีสำหรับลูกค้าที่ซื้อรถจากทางบริษัทและนำรถยนต์ปอร์เช่คู่ใจมาสัมผัสประสบการณ์การขับขี่อย่างเต็มสมรรถนะ พร้อมเรียนรู้ระบบต่างๆ ของรถรวมถึงวิธีการควบคุมรถได้อย่างปลอดภัยในทุกสถานการณ์และทุกสภาวะของถนน เพื่อให้ผู้ขับขี่สามารถนำไปปรับใช้กับการขับขี่ในชีวิตประจำวันได้ รวมถึงวิธีการนั่งขับขี่อย่างถูกวิธี (Seating Position) ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการขับขี่ที่ปลอดภัย ซึ่งเอเอเอสฯ ได้จำลองสถานการณ์การขับขี่ 3 สถานี เริ่มต้นด้วยสถานี “Handling” ผู้ขับขี่จะได้สัมผัสถึงอาการของรถเมื่อมีการเปลี่ยนทิศทาง การเลี้ยวอย่างรวดเร็ว ในสถานีนี้จะแสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพของการยึดเกาะถนนและระบบช่วงล่างของรถยนต์ปอร์เช่ได้เป็นอย่างดี สถานีที่ 2 “Braking” ผู้ขับขี่จะได้พบกับระบบเบรกที่มีความปลอดภัยสูงสุดของรถยนต์ปอร์เช่ทั้งระบบรักษาเสถียรภาพและระบบป้องกันการลื่นไถลบนท้องถนน โดยผู้เชี่ยวชาญจะแนะนำวิธีการใช้เบรกในสถานการณ์ฉุกเฉินหรือการเบรกกะทันหัน อย่างถูกต้องและปลอดภัย และสถานีสุดท้าย “Slalom” ผู้ขับขี่จะได้เรียนรู้วิธีการควบคุมรถยนต์โดยใช้พวงมาลัยหักหลบสิ่งกีดขวางบนถนน พบกับการควบคุมทิศทางที่แม่นยำและความคล่องตัวของรถขณะเข้าโค้งทางแคบด้วยความเร็ว รวมถึงศักยภาพการทรงตัวของรถยนต์ปอร์เช่ที่เป็นเลิศ สำหรับสถานีนี้จัดให้มีการแข่งขัน พร้อมมอบโล่รางวัลสำหรับผู้ที่ทำเวลาได้ดีที่สุดในสถานี และทุกท่านที่ผ่านการฝึกอบรมยังได้รับประกาศนียบัตรที่รับรองโดยปอร์เช่ ประเทศไทย

กิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟนี้มีเพียง เอเอเอสฯ ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ปอร์เช่อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวเท่านั้นที่สามารถมอบประสบการณ์อันน่าตื่นเต้นและเร้าใจให้กับท่านเจ้าของรถยนต์ปอร์เช่ได้ นอกจากจะเป็นการสร้างความใกล้ชิดระหว่าง เอเอเอสฯ กับลูกค้าให้เพิ่มมากขึ้นแล้ว ยังเน้นย้ำให้เห็นถึงการดูแลที่เหนือระดับตั้งแต่ครั้งแรกที่ก้าวเข้ามาในโชว์รูมเพื่อเลือกซื้อรถยนต์ปอร์เช่ไปจนถึงการบริการหลังการขายที่เอาใจใส่ทั้งรถและคุณ ซึ่งกิจกรรมนี้ลูกค้าจะได้รับคำแนะนำ เทคนิคในการขับขี่จากผู้เชี่ยวชาญและได้ใช้รถยนต์ปอร์เช่คู่ใจอย่างเต็มสมรรถนะ รวมไปถึงเข้าใจระบบการทำงานส่วนต่างๆ ของรถมากยิ่งขึ้น เพื่อสร้างความมั่นใจในการขับขี่ที่ปลอดภัยและสามารถแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินบนท้องถนนได้ ไม่เพียงเท่านี้ เอเอเอสฯ ยังนำสินค้า Porsche Driver’s Selection และผลิตภัณฑ์ดูแลรักษารถยนต์ระดับพรีเมี่ยมจากประเทศอังกฤษ Autoglym มาจัดจำหน่ายในราคาพิเศษอีกด้วย

รถยนต์ปอร์เช่ จากเอเอเอสฯ เท่านั้น ที่มีการรับประกันจากโรงงานปอร์เช่เยอรมนีนาน 2 ปี และการซื้อการรับประกันเพิ่มนานสูงสุดถึง 9 ปี พร้อมการบริการหลังการขาย (After sales Service) ระดับมาตรฐานจากผู้นำเข้าอย่างเป็นทางการภายใต้ชื่อที่คุณไว้วางใจ “AAS The Name You Can Trust”

เกี่ยวกับ AAS Auto Service
ปอร์เช่ ประเทศไทย โดย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ปอร์เช่อย่าง เป็นทางการ ได้สร้างความเชื่อมั่นในด้านการดูแลหลังการขายให้กับลูกค้าปอร์เช่ทุกท่าน ด้วยทีมวิศวกรที่ผ่านการทดสอบระดับเหรียญทอง (ZPT3 Gold Theory Test & Recertification) ถึง 12 คน ซึ่งถือว่ามีจำนวนมากที่สุดของศูนย์รถยนต์ปอร์เช่ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิคทั้งหมด 12 ประเทศ สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญในเรื่องการให้บริหารหลังการขาย โดย เอเอเอนส ทุ่มงบ
การอบรมวิศวกรของเราให้มีคุณภาพสูงสุด ตามนโยบายหลักของบริษัทที่ว่า “เอเอเอส ดูและทั้งรถและคุณ AAS Looking after YOU and your CAR” เพื่อให้ท่านมั่นในได้ว่า “AAS The Name you can Trust” ซึ่งพิสูจน์ให้ท่านได้เห็นแล้วตลอด
ระยะเวลาดำเนินงานมากกว่า 30 ปี

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
Porsche Centre Bangkok โทร. 02-522-6655
Porsche Centre Pattanakarn โทร. 02-369-1111
Porsche City Showroom Siam Paragon ชั้น 2 โทร. 02-610-9911
Porsche Studio Bangkok (ICONSIAM) ชั้น 1 โทร 02-288-0911

Pages: [1] 2 3 ... 93