Show Posts

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - news

Pages: [1] 2 3 ... 291
1


อาลีบาบา เปิดตัว อาลีบาบานิวส์ ไทย เว็บไซต์ข่าวสารสำหรับคนไทยที่ต้องการเรียนรู้กลยุทธ์ของอาลีบาบาและอีโคซิสเท็ม

โดยประเทศไทยถือเป็นหนึ่งในตลาดที่สำคัญของอาลีบาบา กรุ๊ป และเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนในระดับนานาชาติ ทางอาลีบาบามีความต้องการที่อยากให้ประเทศไทย ได้ร่วมเดินทาง และเติบโตไปพร้อมกันฉันเพื่อน ดังนั้นจึงเปิดตัว AlibabaNews ไทย ซึ่งเป็นคลังข่าวและประตูสำหรับคนไทยที่สนใจ และต้องการที่จะเรียนรู้เกี่ยวกับความสำเร็จ ของอีโคซิสเท็ม ตลาดที่ทรงพลัง แห่ง อาลีบาบา กรุ๊ป

สำหรับ AlibabaNews ไทย อาลีบาบา มีมุ่งมั่นที่จะนำเสนอเรื่องราวที่น่าสนใจ เป็นแรงบันดาลใจ อีกทั้งเป็นกรณีศึกษาให้ผู้เข้าชมเว็บไซต์สามารถนำไปปรับใช้ หรือกำหนดกลยุทธ์ของตนเองได้ รวมไปถึงการชี้ให้เห็นเทรนด์ นวัตกรรม และโครงการต่าง ๆ ที่ขับเคลื่อนโดยมีอาลีบาบาแบบองค์รวม เพื่อช่วยพัฒนาการเปลี่ยนถ่ายสู่ยุคดิจิทัล ทั้งในระดับบุคคล วิสาหกิจชุมชน องค์กร ไปจนถึงความร่วมมือกับภาครัฐ ที่เกิดขึ้นทั้งในประเทศไทยจีน ภูมิภาค และระดับนานาชาติ

เรื่องราวที่นำเสนอรวมถึงวิดีโอ ผู้เข้าชมเว็บไซต์สามารถนำเนื้อหาและวิดีโอทั้งหมดใน AlibabaNews ไทย ไปใช้หรือเผยแพร่ต่อโดยไม่มีค่าใช้จ่ายในการแชร์ข้อมูล และเราก็หวังว่าผู้เข้าชมเว็บไซต์จะมีความเพลิดเพลินและสร้างแรงบันดาลใจไม่มากก็น้อย   

ดูเว็บไซต์ข่าวสารอาลีบาบาได้ที่ https://th.alibabanews.com/

2
โกลบเทค ส่งฟรีแอปพลิเคชัน NOSTRA Map สนับสนุนโครงการ “ก้าวคนละก้าว” แสดงแผนที่เส้นทางเพื่อนักวิ่งและประชาชน





โกลบเทค ส่ง นอสตร้า แมพ สนับสนุนโครงการก้าวคนละก้าวเส้นทางวิ่งผ่าน 5 ภูมิภาคของประเทศ ประเดิมเส้นทางภาคใต้ จังหวัดภูเก็ต ระดมทุนจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ให้แก่โรงพยาบาลภาคใต้ 7 โรงพยาบาล ด้วยฟรีแอปพลิเคชัน NOSTRA Map ชูฟังก์ชันแสดงเส้นทางวิ่งผ่านแอปพลิเคชันเพื่อช่วยอำนวยความสะดวกประชาชนในการวางแผนการเดินทาง หรือเข้าร่วมกิจกรรมวิ่งกับโครงการ

นายวิชัย แสงหิรัญวัฒนา ผู้จัดการทั่วไป บริษัท โกลบเทค จำกัด บริษัท ในกลุ่มบริษัท ซีดีจี  ผู้นำการให้บริการโซลูชันด้านข้อมูลแผนที่ดิจิทัล Location Contents ในภูมิภาคอาเซียน เปิดเผยว่าบริษัทฯ ได้นำแอปพลิเคชันแผนที่นำทาง NOSTRA Map เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนจัดโครงการ “ก้าวคนละก้าว” ก้าวต่อไปด้วยพลังเล็กๆ 2019 ซึ่งนำโดย “ตูน อาทิวราห์ คงมาลัย” ที่ชวนคนไทยรวมพลังส่งต่อสุขภาพดีออกวิ่งผ่านทั้ง 5 ภูมิภาค ของประเทศไทยได้แก่ ภาคใต้ ภาคกลาง ภาคตะวันออก ภาคภาคตะวันออกฉียงเหนือ และภาคเหนือ โดยเริ่มต้นเส้นทางวิ่งที่ภาคใต้ เพื่อระดมทุนจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์แก่โรงพยาบาลทั่วประเทศ ภาคใต้ 7 โรงพยาบาล ซึ่งได้แก่ โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชสายบุรี จ.ปัตตานี,โรงพยาบาลตรัง,โรงพยาบาลกระบี่,โรงพยาบาลตะกั่วป่า จ.พังงา ,โรงพยาบาลพังงา , โรงพยาบาลมหาราช จ.นครศรีธรรมราช และ โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต โดยในวันอาทิตย์ที่ 27 ตุลาคม 2562 จะเป็นเส้นทางภาคใต้ จังหวัดภูเก็ต กับระยะทางกว่า 10.6 กิโลเมตรสุดท้าย

ทั้งนี้ได้ NOSTRA Map จะนำแผนการวิ่งของโครงการฯ เส้นทางวิ่ง จุดแวะพัก แสดงบนแอปพลิเคชัน ตลอดโครงการในเส้นทางวิ่งทั้ง 5 ภูมิภาคทั่วประเทศ  เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกประชาชนในการวางแผนการเข้าร่วมกิจกรรมวิ่งกับโครงการฯ และยังสามารถค้นหาจุดแวะพักต่างๆ ของนักวิ่ง ในช่วงที่วิ่งผ่านแต่ละจังหวัดอีกด้วย
 
สำหรับประชาชนในพื้นที่ก็สามารถใช้แอปพลิเคชัน NOSTRA Map ช่วยวางแผนหลีกเลี่ยงโครงการฯ วิ่งผ่านในแตะละพื้นที่เพื่อความสะดวก รวดเร็วในการเดินทาง นอกจากนี้ยังสามารถใช้เปิดระบบแผนที่นำทาง แสดงข้อมูลจราจร ร้านอาหารแนะนำ รวมถึงข้อมูลสภาพอากาศ สำหรับการวางแผนการเดินทางครอบคลุมทั่วประเทศ โดยการเข้าร่วมสนับสนุนครั้งนี้เป็นการตอกย้ำแนวคิดการสนับสนุนให้คนไทยหันมาดูแลสุขภาพของตัวเองให้มากเพราะสุขภาพที่ดีคือรากฐานของคุณภาพชีวิตที่ดี

“การเข้าใช้งานแอปฯ แผนที่สามารถใช้งานได้ง่าย  เพียงเปิดแอปฯ และกดปุ่มวงกลมขวามือด้านล่าง คลิกเลือกหัวข้อ Special Content และกดที่ชั้นข้อมูล “ก้าวคนละก้าว10.6KM. ซึ่งเห็นเป็นสีเหลือง จากนั้นกดออกและหมุนแผนที่ไปยังจังหวัดภูเก็ต โดยแผนที่จะแสดงข้อมูลเป็นเส้นทางวิ่ง และจุดจอดรถ เพื่อประกอบการวางแผนการเดินทางในวันกิจกรรมของผู้ใช้งาน” กล่าว

สำหรับประชาชนที่สนใจเปิดเช็คเส้นทางวิ่งก้าวต่อไปด้วยพลังเล็กๆ ภาคใต้ ได้แล้ววันนี้ ผ่านแอปพลิเคชัน “NOSTRA Map” คลิก  https://map.nostramap.com/NostraMap/?layer/Kaokonlakao หรือดาวน์โหลดใช้งานฟรีทุกระบบ บน App Store และ Google Play

#NOSTRAmap #แผนที่ไทยไม่มีหลงทาง #กล้าก้าว #ก้าวคนละก้าว #ก้าวต่อไปด้วยพลังเล็กๆ #เพราะเราเชื่อในพลังเล็กๆ

เกี่ยวกับ บริษัท โกลบเทค จำกัด
บริษัท โกลบเทค จำกัด ในกลุ่มบริษัท ซีดีจี เป็นผู้นำการให้บริการโซลูชันด้านข้อมูลแผนที่ดิจิทัล และ Location Contents ที่มีความละเอียด ถูกต้อง และทันสมัยสูงสุด ครอบคลุมถึง 10 ประเทศ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ภายใต้ แบรนด์ “นอสตร้า” (NOSTRA) รองรับการใช้งานทั้งออนไลน์และออฟไลน์ สามารถใช้งานร่วมกับระบบสารสนเทศทางภูมิศาสตร์ (GIS) และเป็นแผนที่อันดับ 1 ในตลาดอุปกรณ์ระบบนำทางด้วยจีพีเอสในรถยนต์มากกว่า 10 ปี ปัจจุบันร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ขยายตลาดให้บริการ IoT Smart Solutions ตลอดจนนำข้อมูลเพื่อวิเคราะห์ Big Data Analytics สร้างคุณค่ากับองค์กรและธุรกิจ  ข้อมูลเพิ่มเติมที่  www.nostramap.com 

3

เทรนด์ไมโครจับมือ Vertex Aquaristik วางระบบความปลอดภัยทางไซเบอร์ฝังลงในอุปกรณ์ IoT



กรุงเทพฯ (17 ตุลาคม 2562) – บริษัท เทรนด์ไมโคร (TYO: 4704; TSE: 4704) ผู้นำระดับโลกด้านโซลูชั่นความปลอดภัยทางไซเบอร์ ได้ออกมาประกาศความร่วมมือกับทาง Vertex Aquaristik ซึ่งเป็นผู้ออกแบบโซลูชั่นที่ใช้ประโยชน์จากระบบ IoT ในการทำระบบอัตโนมัติเพื่อควบคุมสิ่งแวดล้อมชั้นนำ เพื่อที่จะฝังเทคโนโลยีความปลอดภัยทางไซเบอร์ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ของบริษัท การประกาศครั้งนี้ถือเป็นกรณีตัวอย่างครั้งแรกที่บริษัทด้านเทคโนโลยีด้านนี้จะนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีระบบความปลอดภัยทางไซเบอร์มาตรฐานระดับอุตสาหกรรม

“แม้จะเป็นระบบเทคโนโลยีที่แทบไม่มีใครคาดถึงก็ตาม ก็ยังจำเป็นต้องมีระบบความปลอดภัยแบบบิ้วท์อิน อย่างระบบจัดการบ่อเลี้ยงสัตว์น้ำของเรา ดูได้จากข่าวกรณีการโจมตีทางไซเบอร์ที่เกิดกับอ่างเลี้ยงปลาล่าสุด[1]” Oscar Chang รองประธานบริหารและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์ของเทรนด์ไมโครกล่าว “ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานระดับองค์กรหรืออุปกรณ์ IoT ก็ตาม ทั้งนักพัฒนาและผู้บริหารในทุกกลุ่มธุรกิจก็จำเป็นต้องทำให้แน่ใจว่ามีการวางรากฐานด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ไว้อย่างดี ซึ่งการผสานความเชี่ยวชาญด้านงานผลิตอย่าง Vertex Aquaristik เข้ากับประสบการณ์ด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ของเราที่มีมากกว่า 30 ปี ย่อมถือเป็นแนวทางที่ดีที่สุดในการสร้างระบบความปลอดภัยที่แข็งแกร่งเข้ากับเทคโนโลยีอควาเรียม”

ความร่วมมือครั้งนี้ได้ขยายขอบเขตของภารกิจเทรนด์ไมโครในการรักษาความปลอดภัยให้แก่โลกแห่งการเชื่อมต่อ ให้ครอบคลุมไปยังทุกภาคส่วนธุรกิจด้วยการร่วมมือกับผู้ผลิตอุปกรณ์ต่าง ๆ เพื่อให้แน่ใจได้ว่า มีการผสานระบบความปลอดภัยทางไซเบอร์ตั้งแต่เริ่มต้น การทำงานร่วมกับผู้ผลิตอุปกรณ์ IoT ชั้นนำจะทำให้ได้อุปกรณ์ที่เชื่อมต่อได้อย่างปลอดภัยสูงสำหรับลูกค้าทั่วโลก

ผลิตภัณฑ์กลุ่ม Vertex Cerebra Environmental Automation Ecosystem นี้จะออกวางจำหน่ายทั่วโลกทั้ง 15 ภาษา และรวมเอาความสามารถของระบบ Trend Micro IoT (TMIS) เข้าไปด้วย ดังต่อไปนี้:

•   การตรวจสอบแพ็กเก็ตข้อมูลเชิงลึก
•   ความสามารถในการล็อกการเคลื่อนไหวของอันตราย
•   ระบบป้องกันการบุกรุกเครื่องโฮสต์หรือ HIPS
•   ตัวสแกนช่องโหว่
•   ระบบแพ็ตช์แบบเวอร์ช่วล และระบบป้องกันอันตรายผ่านเว็บ

“สถานการณ์ด้านเทคโนโลยีในปัจจุบันนั้น เหล่าอาชญากรต่างเฝ้าค้นหาช่องโหว่ด้านความปลอดภัยในองค์กรที่มีการเชื่อมต่อทุกแห่ง แม้แต่กลุ่มบริษัทที่ทำธุรกิจเฉพาะด้าน ดังนั้น เราจึงต้องการที่จะสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของระบบความปลอดภัยในทุกโซลูชั่นของเรา เมื่อมองว่าปัจจุบันมีผู้นำตลาดเพียงจำนวนน้อยเท่านั้นที่มีความเชี่ยวชาญหรือทรัพยากรมากพอที่จะรับมือกับสถานการณ์ด้านความปลอดภัยที่ร้ายแรงขึ้นเรื่อย ๆ แล้ว การร่วมมือกับเทรนด์ไมโครก็ถือเป็นทางเลือกที่ฉลาดที่สุด” Jason K. Behzad ประธานเจ้าหน้าที่ด้านเทคโนโลยีของ Vertex Aquaristik กล่าว “การจับมือกับเทรนด์ไมโครตั้งแต่ขั้นตอนแรกของการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ช่วยให้เราออกแบบซอฟต์แวร์โดยคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นแกนหลัก ไม่ใช่สิ่งที่มา “เติมเต็มทีหลัง” หรือเป็นแค่ “Add-on” เหมือนรายอื่น”

การเชื่อมต่อที่เพิ่มมากขึ้น ทำให้มีความเสี่ยงที่ข้อมูลจะโดนโจมตีจากระยะไกลมากขึ้นด้วย การผสานโซลูชั่น เทรนด์ไมโครเข้ากับผลิตภัณฑ์ที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตจะช่วยจำกัดอันตรายเหล่านี้ได้ด้วยฟีเจอร์ทั้งหลายไม่ว่าจะเป็น White Listening, ระบบป้องกันการบุกรุก (IPS), ระบบแพ็ตช์แบบเวอร์ช่วล, และการตรวจจับเหตุการณ์ผิดปกติ

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับโซลูชั่น IoT ของเทรนด์ไมโครนั้น สามารถเยี่ยมชมได้ที่
https://www.trendmicro.com/us/iot-security/
[1] https://money.cnn.com/2017/07/19/technology/fish-tank-hack-darktrace/index.html

เกี่ยวกับเทรนด์ไมโคร
เทรนด์ไมโคร ผู้นำระดับโลกด้านโซลูชั่นความปลอดภัยทางไซเบอร์ ได้มุ่งมั่นในการทำให้โลกของเราสามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลทางดิจิตอลได้อย่างปลอดภัยมากขึ้น โดยได้พัฒนาโซลูชั่นที่เป็นนวัตกรรมใหม่ทั้งระดับคอนซูเมอร์, ระดับธุรกิจ, และหน่วยงานภาครัฐ โดยเฉพาะด้านความปลอดภัยสำหรับดาต้าเซ็นเตอร์, การทำงานบนคลาวด์, เน็ตเวิร์ก, และเอนด์พอยต์ ผลิตภัณฑ์ของเราสามารถแบ่งปันข้อมูลด้านความปลอดภัยระหว่างกันได้อย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง พร้อมรับมือกับอันตรายทางไซเบอร์ได้ด้วยความสามารถในการมองเห็นและตรวจสอบจากศูนย์กลาง เพื่อให้ปกป้องระบบโดยรวมได้ดียิ่งขึ้น และรวดเร็วมากขึ้น ด้วยเจ้าหน้าที่มากกว่า 6,000 คนจาก 50 ประเทศ รวมทั้งเครือข่ายค้นคว้าวิจัยด้านความปลอดภัยที่ถือว่าล้ำหน้าที่สุดในโลกนี้ ทำให้เทรนด์ไมโครสามารถช่วยปกป้ององค์กรทั่วโลกให้เชื่อมต่อระหว่างกันได้อย่างปลอดภัย โดยเฉพาะการย้ายระบบขึ้นไปสู่บนคลาวด์ สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถดูได้ที่ www.trendmicro.com

4
ลาซาด้าประเดิมส่ง iPhone 11 เครื่องแรกแล้วในเวลา 09.10 น.



กรุงเทพฯ, 18 ตุลาคม 2562 – ลาซาด้าผู้นำอีคอมเมิร์ซแห่งตะวันออกเฉียงใต้โชว์ความพร้อมด้านโลจิสติกส์ที่รวดเร็ว ประเดิมจัดส่ง “iPhone 11” เครื่องแรกที่ถูกสั่งผ่านแพลตฟอร์มหลังเริ่มเปิดจำหน่ายอย่างเป็นทางการในเวลา 00.01 น. โดยใช้เวลาจัดส่งอย่างรวดเร็ว ถึงมือลูกค้าในเวลา 09.10 น. นับเป็นผู้กดสั่งออเดอร์เร็วที่สุด

ทั้งนี้ นักช้อปสามารถสั่งซื้อ iPhone 11, iPhone 11 Pro และ iPhone 11 Pro Max ทุกสีและทุกความจุทางออนไลน์ที่ร้านค้าออฟฟิเชียลของแอปเปิลสโตร์ที่ลาซาด้า ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป โดยความพิเศษที่ลาซาด้า มอบให้ คือ
•   การจัดส่งภายใน 24 ชม.* สำหรับลูกค้าที่อยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล ที่สั่งซื้อภายในเวลา 10.00 น. ของวันที่ 18 ตุลาคม 2562
•   สามารถรอรับสินค้าที่บ้านได้เลย ไม่ต้องเสียเวลารอต่อคิวหรือเดินทางไปรับสินค้า
•   พิเศษลูกค้าลาซาด้าสามารถเลือกจ่ายแบบผ่อนชำระ 0% พร้อมโปรโมชั่นสุดเอ็กซ์คลูซีฟ สำหรับผู้ที่ถือบัตรเครดิตซิตี้แบงก์**

เรียกได้ว่าจัดเต็มความคุ้ม สบายใจหายห่วง เมื่อสั่งซื้อ iPhone 11 ที่ลาซาด้า และยังได้รับการรับประกันอย่างเป็นทางการ 1 ปี จากแอปเปิลสโตร์โดยตรงด้วย ผู้ที่สนใจ สามารถดูข้อมูลผลิตภัณฑ์เพิ่มเติมและสั่งซื้อได้ที่ https://bit.ly/2VopwBg   

*,** เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนดฯ

เกี่ยวกับลาซาด้า (Lazada)
ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2012 ลาซาด้า กรุ๊ป เป็นผู้นำแพลทฟอร์มอีคอมเมิร์ซในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่ขับเคลื่อนและพัฒนาอุตสาหกรรมในประเทศอินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไทย และเวียดนาม ด้วยการนำเสนอธุรกิจการค้าและเทคโนโลยีอันทันสมัย พร้อมระบบโลจิสติกส์ที่แข็งแกร่ง และเครือข่ายการชำระเงินที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาค ลาซาด้าได้กลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของผู้บริโภคทั่วภูมิภาค พร้อมความมุ่งมั่นที่จะให้บริการเหล่านักช็อปออนไลน์กว่า 300 ล้านคนภายในปี 2030 ทั้งนี้ นับตั้งแต่ปี 2016 เป็นต้นมา ลาซาด้าได้กลายเป็นแพลทฟอร์มที่สำคัญของกลุ่มอาลีบาบาในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่ได้รับการขับเคลื่อนโดยโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีที่ทันสมัย

5
HP เสริมแกร่งช่องทางออนไลน์กับ Shopee

เอชพี ประเทศไทย ประสบความสำเร็จจำหน่ายสินค้าเทคโนโลยีบนออนไลนแพลทฟอร์ม







กรุงเทพฯ, 18 ตุลาคม 2562 - เอชพี อิงค์ ประเทศไทย ผู้นำพอร์ทโฟลิโอด้านเทคโนโลยี เสริมความแข็งแกร่งช่องทางออนไลน์ กับ ช้อปปี้ ผู้นำแพลทฟอร์มอีคอมเมิร์ชในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และไต้หวัน โดยในความร่วมมือครั้งนี้ เอชพีเผยความสำเร็จในช่องทาง HP Official Store บนช้อปปี้ ช่วยดันยอดขายที่เติบโตอย่างน่าพอใจ สะท้อนให้เห็นถึงความสำเร็จของเอชพีในการสร้างความแข็งแกร่งในช่องทางออนไลน์และการเข้าถึงผู้บริโภคชาวไทยได้มากขึ้น

อัลวิน เกรเกอรี ชาล์ส Country Head of Omnichannel Sales เอชพี อิงค์ ประเทศไทย กล่าวว่า “ปัจจุบันนี้ช่องทางอีคอมเมิร์ซเป็นที่นิยมมากขึ้นอย่างต่อเนื่องในประเทศไทย ดังนั้นแบรนด์จึงจำเป็นต้องปรับตัวให้เข้ากับความต้องการที่เปลี่ยนไปของผู้บริโภคชาวไทยผ่านการมอบประสบการณ์ความสะดวกสบาย ให้สามารถเข้าถึงสินค้าเทคโนโลยีของเอชพีได้ง่ายยิ่งขึ้น เรามีความยินดีที่ได้ร่วมมือกับคู่ค้าของเอชพีในการนำเสนอผลิตภัณฑ์นวัตกรรมเครื่องพิมพ์และคิมพิวเตอร์พีซีที่หลากหลายผ่านช่องทางออนไลน์  ซึ่งเสริมศักยภาพของเราให้เข้าถึงผู้บริโภคได้มากขึ้นและเสริมความแข็งแกร่งของแบรนด์เอชพีในโลกออนไลน์”

โดยในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา เอชพีร่วมกับช้อปปี้จัดแคมเปญพิเศษ HP Shopee Super Brand Day (SBD) กิจกรรมเทคโอเวอร์ในแอพพลิเคชั่นของช้อปปี้ เป็นเวลา 24 ชั่วโมง ทำให้ผู้บริโภคเกิดการรับรู้แบรนด์เอชพี มากขึ้น แคมเปญนี้ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก เห็นได้ชัดจากยอดสั่งซื้อผ่าน HP Official Store ที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก

“ช้อปปี้มุ่งมั่นในวิสัยทัศน์ของเรา ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้คนทั่วภูมิภาคผ่านเทคโนโลยี โดยรวมถึงการร่วมมือกับพันธมิตรแบรนด์ชั้นนำระดับโลกอย่าง เอชพี เพื่อให้ผู้บริโภคเข้าถึงผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีใหม่ ๆ ได้สะดวกขึ้น เรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมงานกับ เอชพี เพื่อมอบประสบการณ์การช้อปปิ้งออนไลน์ที่สะดวกสบายพร้อมความคุ้มค่าให้แก่ผู้บริโภค ในอนาคตเรายังคงมุ่งมั่นในการร่วมมือกับพันธมิตรชั้นนำอย่างเอชพี เพื่อส่งมอบดีลพิเศษ พร้อมโปรโมชั่นสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ให้แก่ผู้ใช้งานของเราต่อไป” ศิวกร สิริวงศ์ภาณุพงศ์ หัวหน้าฝ่ายพัฒนาธุรกิจ ช้อปปี้ (ประเทศไทย) กล่าว

และเพื่อเป็นการสานต่อความร่วมมือในครั้งนี้ เอชพีและช้อปปี้ จะเปิดตัวแคมเปญ HP Shopee Super Brand Day ในช่วงวันที่ 17-19 ตุลาคม 2019 เพื่อให้ผู้บริโภคได้เพลิดเพลินกับส่วนลดและโปรโมชั่น สูงสุดถึง 50% พร้อมแจกโค้ดส่วนลดพิเศษเพิ่มเติมอีก 10% 

ยกกำลังส่งต่อความพิเศษ เอชพี ร่วมมือกับช้อปปี้ในการจัดงาน HP X Shopee อีเว้นท์สุดพิเศษในวันที่ 19 ตุลาคม 2019 ที่บริเวณทางเชื่อม BTS ชั้น 3 สยามสแควร์วัน ให้ผู้บริโภคสามารถเพลิดเพลินกับดีลเด็ดและกิจกรรมพิเศษเฉพาะในงาน อาทิ ลุ้นของแถมพิเศษจาก เอชพี พร้อมชมการแสดงสุดพิเศษจากดาราดาวรุ่ง ภณ-ณวัสน์ ภู่พันธัชสีห์ 

ห้ามพลาด กับแคมเปญ HP Shopee Super Brand Day ระหว่างวันที่ 17-19 ตุลาคม 2562 พบส่วนลดและโปรโมชั่นพิเศษใน HP Thailand Official Store บนช้อปปี้ ได้ที่ https://shopee.co.th/online_hp.

ดาวน์โหลดช้อปปี้แอพพลิเคชั่นได้ฟรีจาก App Store หรือ Google Play Store

ข้อมูลเกี่ยวกับ HP Inc.
HP Inc. มุ่งมั่นสร้างสรรค์เทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อประโยชน์ต่อผู้บริโภค ภาคธุรกิจ ภาครัฐ และสังคมอย่างแท้จริง ด้วยพอร์ทโฟลิโอด้านเทคโนโลยี ได้แก่ เครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องพิมพ์ โซลูชั่นการพิมพ์ 3 มิติ เอชพีพร้อมส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเอชพี สามารถเข้าชมได้ที่ hp.com

เกี่ยวกับ Shopee (ช้อปปี้)
Shopee เป็นผู้นำแพลทฟอร์มอีคอมเมิร์ซในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และไต้หวัน โดยเป็นแพลทฟอร์มที่ออกแบบขึ้นเพื่อชาวเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยระบบการชำระเงินและการสนับสนุนด้านโลจิสติกส์ Shopee มุ่งมั่นที่จะพัฒนาแพลทฟอร์มของเราให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่องเพื่อก้าวขึ้นเป็นแพลทฟอร์มอีคอมเมิร์ซอันดับหนึ่งในภูมิภาค และเป็นอันดับหนึ่งในใจผู้ใช้งาน

Shopee มีสินค้าหลากหลายประเภท ตั้งแต่สินค้าประเภทอิเล็กทรอนิกส์ ไปจนถึงของตกแต่งบ้าน สินค้าสุขภาพและความงาม สินค้าแม่และเด็ก แฟชั่น และอุปกรณ์กีฬา

Shopee อยู่ในกลุ่มของ บริษัท Sea และได้เปิดตัวเป็นครั้งแรกอย่างเป็นทางการในปี พ.ศ. 2558 ในประเทศสิงคโปร์ และขยายไปยังประเทศมาเลเซีย ไทย ไต้หวัน อินโดนีเซีย เวียดนาม และฟิลิปปินส์ บริษัท Sea เป็นผู้นำทางด้าน ดิจิตัล เอนเตอร์เทนเมนท์ อีคอมเมิร์ซ และ บริการด้านการเงินแบบดิจิตัล ครอบคลุมทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บริษัท Sea มีพันธกิจที่จะมุ่งมั่นพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้บริโภค และผู้ประกอบการรายย่อยให้ดียิ่งขึ้นด้วยเทคโนโลยีอันล้ำหน้า บริษัท Sea ได้จดทะเบียนเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ที่นิวยอร์ก ภายใต้สัญลักษณ์ SE

6

RICOH เปิดตัวเครื่องพิมพ์ Direct to Garment รุ่น Ri 1000 เพื่อรองรับงานผลิตที่รวดเร็วและคุณภาพสูง



RICOH ได้เปิดตัวเครื่องพิมพ์ Direct to Garment (DTG) รุ่น Ri 1000 ที่ตอบโจทย์ความคิดสร้างสรรค์ได้เป็นอย่างดี ด้วยโซลูชันงานผลิตที่รวดเร็วและให้คุณภาพของภาพพิมพ์แบบเหนือระดับ

Ri 1000 ถือเป็นผลิตภัณฑ์ที่ช่วยเพิ่มมูลค่าในตลาดใหม่ได้เป็นอย่างดี โดยเป็นการขยายตลาดสายผลิตภัณฑ์โซลูชันเครื่องพิมพ์แบบ DTG ร่วมกับเครื่องพิมพ์ Ri 100 และ Ri 6000 ของ RICOH เพื่อตอบสนองความต้องการด้านโซลูชันการพิมพ์ผ้าที่ใช้งานง่าย มีประสิทธิภาพ และต้นทุนย่อมเยา

ด้วยประสิทธิภาพการทำงานที่รวดเร็วของ Ri 1000 ให้คุณภาพงานพิมพ์ที่เหนือกว่าด้วยความละเอียด 1200 dpi พร้อมทั้งรองรับหมึกแบบ CYMK ที่ใช้ร่วมกับหมึกสีขาว ทำให้สามารถพิมพ์ลงบนผ้าได้ทั้งสีอ่อนและสีเข้ม

Ri 1000 สามารถรองรับงานพิมพ์ผ้า ไม่ว่าจะเป็นเสื้อยืด เสื้อโปโล เสื้อกันหนาว กระเป๋าผ้า ผ้ากันเปื้อน และปลอกหมอน เนื่องจากมีถาดรองผ้าพิมพ์หลากหลายขนาด สูงสุดถึง 406 x 508 มม. ทำให้สามารถผลิตงานได้อย่างต่อเนื่อง และยังได้ความหลากหลายของงานพิมพ์ที่กว้างมากตั้งแต่ผลิตภัณฑ์เสื้อผ้าสำหรับเด็กไปจนถึงดีไซน์ขนาดใหญ่มาก

“ด้วยฟังก์ชันการทำงานที่ครอบคลุม ความยืดหยุ่นในการผลิตงานพิมพ์ และความหลากหลายของการใช้งาน ทำให้เครื่องพิมพ์ Ri 1000 เป็นตัวเลือกในอุดมคติสำหรับงานพิมพ์สิ่งทอแบบที่ปรับแต่งเข้ากับความต้องการลูกค้าแต่ละราย ไปจนถึงบริการสั่งพิมพ์ทันใจตามต้องการได้” คุณกรภัทร วงศ์อนันต์ชัย ตำแหน่ง Commercial & Industrial Printing Division Manager ของบริษัท ริโก้ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าว “เครื่องพิมพ์รุ่นนี้ได้ให้การผสานอย่างสมบูรณ์แบบระหว่างเทคโนโลยีอันชาญฉลาด, ความเร็วในการพิมพ์ที่เหนือระดับ และคุณภาพงานพิมพ์ที่สูงมาก ทำให้ผู้ให้บริการงานพิมพ์ที่เต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์สามารถฉวยโอกาสมากมายในการเติบโตทางธุรกิจได้ ด้วยหัวพิมพ์มากถึง 4 หัว, ดีไซน์ผลิตภัณฑ์ที่แข็งแกร่ง, ฟีเจอร์ขั้นสูง อย่างเช่นตัวเซ็นเซอร์วัดอุณหภูมิและความชื้น ไปจนถึงตัวตรวจสอบปริมาณหมึกคงเหลือจาก RICOH ทำให้มั่นใจได้ว่างานพิมพ์ที่ออกมาจะมีคุณภาพสูงอย่างสม่ำเสมอ”

ความต้องการการบำรุงรักษาที่น้อย และทางเลือกในการทำความสะอาดเครื่องที่ผู้ใช้งานสามารถปรับแต่งได้นั้น ช่วยยกระดับอัพไทม์ของสายการผลิตได้ถึงขีดสุด ส่วนงานบำรุงรักษาอื่นที่ไม่สามารถทำได้โดยอัตโนมัตินั้น หน้าจอทัชสกรีนขนาด 7 นิ้วของเครื่องพิมพ์จะแสดงการแจ้งเตือนให้กับผู้ใช้งานโดยตรง

เกี่ยวกับ RICOH
RICOH ได้ให้การสนับสนุนสถานที่ปฏิบัติงานให้เป็นแบบดิจิทัลโดยใช้เทคโนโลยีและบริการที่ใช้นวัตกรรมใหม่ เปิดให้ทุกคนสามารถทำงานในรูปแบบที่อัจฉริยะมากขึ้น ซึ่งกว่า 80 ปีที่ผ่านมานั้น RICOH ได้ผลักดันนวัตกรรมต่างๆ จนขึ้นมาเป็นผู้ให้บริการโซลูชั่นจัดการเอกสารชั้นนำ บริการด้านไอที งานพิมพ์ทั้งเชิงพาณิชย์และอุตสาหกรรม กล้องดิจิทัล และระบบเชิงอุตสาหกรรม เป็นต้น

กลุ่ม RICOH มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่กรุงโตเกียว และมีสาขาดำเนินงานอยู่ในกว่า 200 ประเทศและภูมิภาค ซึ่งในปีงบประมาณที่สิ้นสุดเดือนมีนาคม 2019 นั้น ทางกลุ่ม RICOH มียอดจำหน่ายทั่วโลกรวมอยู่ที่ 2,013 พันล้านเยน (ประมาณ 18.1 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ) สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถเยี่ยมชมได้ที่ www.ricoh.co.th

7


Bang & Olufsen เปิดตัวคอลเลคชั่นเครื่องเสียงระดับพรีเมียมประจำฤดูกาลด้วยธีม The Classic and the Clash









Bang & Olufsen เปิดตัวเครื่องเสียงประจำฤดูกาลคอลเลคชั่นใหม่ ด้วยการใช้เฉดสีที่โดดเต่นในรูปแบบของโมโนโครม โดยจะแต้มแต่งลงในหูฟังและลำโพงที่ได้รับความนิยมมากที่สุดของ Bang & Olufsen ซึ่งโทนที่ใช้มีทั้งสีแทนที่ให้ความรู้สึกสงบ สีน้ำตาลเข้มที่แสดงออกถึงความคลาสสิก มั่นคง และสีชมพูสดใส เต็มไปด้วยพลัง โดยผสานโทนสีเข้าด้วยกันเพื่อสร้างความสวยแปลกตาและทันสมัย หากแฝงไว้ด้วยเสน่ห์อันนุ่มนวลชวนหลงใหล โดยคอลเลคชั่นผลิตภัณฑ์นี้ประกอบด้วย       
                                   
•   Beoplay H9 – ชุดหูฟังไร้สายตัวท็อปของคอลเลคชั่น โดยเป็นหูฟังแบบครอบหุ้มด้วยหนังเนื้อนุ่มเกรดพรีเมียมผสมผสานเทคโนโลยีตัดเสียงรบกวนประสิทธิภาพสูง อินเตอร์เฟซระบบสัมผัสบนผิวอลูมิเนียม ระบบสั่งการด้วยเสียง และระบบเสียง Bang & Olufsen Signature Sound ให้คุณเพลิดเพลินกับเพลงโปรดโดยปราศจากเสียงรบกวนใดๆ สามารถเล่นต่อเนื่องได้นานถึง 25 ชั่วโมง นำเสนอในโทนสี Peony & Chestnut

•   Beoplay E6 – ชุดหูฟังไร้สายแบบ in-ear น้ำหนักเบา มาพร้อมระบบเสียง Bang & Olufsen Signature Sound โดยออกแบบตามหลักสรีระศาสตร์ให้สวมใส่สบายและกระชับรับกับไลฟ์สไตล์แอ็คทีฟของคนรุ่นใหม่ มอบความรู้สึกเต็มอิ่มของการฟังเพลงด้วยเสียงเบสที่หนักแน่นและพลังเสียงกระหึ่ม ทนทานด้วยวัสดุชั้นเยี่ยม พร้อมคุณสมบัติป้องกันละอองน้ำและฝุ่น นำเสนอในโทนสี Peony

•   Beoplay A1 – ลำโพงบลูทูธแบบพกพาคุณภาพเยี่ยมที่รองรับทั้งการฟังเพลงและการคุยโทรศัพท์ ด้วยคุณภาพเสียงที่เหนือชั้นผิดกับขนาดที่กระทัดรัด ทำให้ Beoplay A1 เป็นสุดยอดลำโพงเพื่อนร่วมทางของผู้ที่หลงใหลในพลังเสียงและการออกแบบชั้นเยี่ยม นำเสนอในโทนสี Tan, Chestnut & Peony

•   Beoplay P6 – ลำโพงบลูทูธแบบพกพาพร้อมเสียงอันทรงพลัง มอบประสบการณ์เสียงที่เต็มอิ่มด้วยระบบ 360 องศาอย่างแท้จริง ช่วยกระจายเสียงรอบทิศทางอย่างสม่ำเสมอ เพื่อผู้ที่ต้องการอิ่มเอมกับมาตรฐานเสียงขั้นสูงของระบบเสียง Bang & Olufsen Signature Sound จากทุกมุมในบ้านไม่ว่าจะวางลำโพงไว้ในทิศทางใด นำเสนอในโทนสี Chestnut

ผลิตภัณฑ์ AW19 Collection นำเสนอในราคาจำหน่ายปลีกดังนี้
Beoplay H9 (โทนสี Chestnut, Peony) 21,900 บาท
Beoplay E6 (โทนสี Peony) 12,900 บาท
Beoplay A1 (โทนสี Chestnut, Peony, Tan) 10,900 บาท
Beoplay P6 (โทนสี Chestnut) 17,500 บาท

ผลิตภัณฑ์เริ่มวางจำหน่ายตั้งแต่เดือนตุลาคม 2562 ผ่านศูนย์จำหน่ายของ Bang & Olufsen ได้แก่ Gaysorn Village,        Crystal Veranda, The EmQuartier และตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนเป็นต้นไปจะวางจำหน่ายเพิ่มเติมที่ BeTrend ทั้งสาขา        สยามพารากอนและเอ็มควอเทียร์ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.bang-olufsen.com ติดตามข่าวสารและพูดคุยเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ได้ที่ @bangolufsen ทั้งบน Instagram, Facebook, Twitter และ YouTube

เกี่ยวกับ Bang & Olufsen
Bang & Olufsen คือแบรนด์สินค้าไลฟ์สไตล์ระดับลักชัวรี่ชั้นนำของโลก ก่อตั้งเมื่อปี ค.ศ. 1925 ในเมืองสตรูเออร์ เดนมาร์ก     โดย ปีเตอร์ แบงค์ และ สเวนด์ โอลาฟเซ่น ซึ่งทุ่มเทสร้างสรรค์วิสัยทัศน์ร่วมกันเพื่อเป็นรากฐานของบริษัทจวบจนทุกวันนี้

แก่นของแบรนด์ที่สุดล้ำค่านี้ เกิดจากความมุ่งมั่นอันไม่ย่อท้อในการพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อขยายขอบเขตด้านเทคโนโลยีเสียง      ทำให้บริษัทยังคงยืนอยู่แถวหน้าด้านนวัตกรรมระบบเสียงของโลก ปัจจุบัน ผลิตภัณฑ์ของ Bang & Olufsen ยังคงนำเสนอการผสมผสานพลังเสียงชั้นเลิศ งานออกแบบอันเป็นอมตะ และงานฝีมือที่ไร้คู่แข่งได้อย่างโดดเด่น

นวัตกรรมและผลิตภัณฑ์เครื่องเสียงอันทันสมัยของบริษัท มีวางจำหน่ายทั่วโลกผ่านศูนย์จำหน่ายของ Bang & Olufsen ช่องทางออนไลน์ และร้านจำหน่ายเครื่องเสียงชั้นนำ มีพนักงานราว 900 คน ปฏิบัติงานในตลาดมากกว่า 70 แห่งทั่วโลก โดยแบงค์ แอนด์ โอลาฟเซ่น จดทะเบียนหุ้นในตลาดหลัหทรัพย์ NAS DAQ กรุงโคเปนเฮเกน

8
ภาพข่าวประชาสัมพันธ์ เปิดตัว PLASTKET.COM พลาสติกอีคอมเมิร์ซแพลทฟอร์ม รายแรกในประเทศไทย

นายไกรศรี ภัณฑ์กิจนิรันดร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไอพอลิเมอร์ จำกัด บริษัทในเครือ ไออาร์พีซี (IRPC) (ที่ 4 จากขวา) จับมือร่วมกับจีน เปิดตัว PLASTKET.COM พลาสติกอีคอมเมิร์ซแพลทฟอร์ม (Plastic E-Commerce platform) รายแรกในประเทศไทย เปิดโอกาสให้ทุกแบรนด์นำเม็ดพลาสติกมาจำหน่ายบนแพลทฟอร์ม สร้างทางเลือกให้ผู้ประกอบการ SMEs พลาสติกทั่วประเทศ ตั้งเป้ารายได้กว่า 4,000 ล้านบาท ในปี 2563 พร้อมขยายแพลทฟอร์มสู่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในปีหน้า  โดยมีพันธมิตรและแขกผู้มีเกียรติร่วมงาน เมื่อเร็วๆ นี้  ณ โรงแรมพาร์ค ไฮแอท กรุงเทพฯ


ในภาพ: (จากซ้าย-ขวา)
1.คุณนันทิกา ศันสนีย์เกียรติ์ ผู้บริหารความสัมพันธ์ ลูกค้าธุรกิจสหบรรษัท ธนาคารกสิกรไทย
2.ดร.ชุมพล สายเชื้อ นายกสมาคมขนส่งสินเค้าและโลจิสติกส์ไทย
3.คุณหลิว อี้หง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กว่างโจว ไซจวี๋ เพอร์ฟอร์แมนซ์ พอลิเมอร์ จำกัด
4.คุณไกรศรี ภัณฑ์กิจนิรันดร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไอพอลิเมอร์ จำกัด
5.คุณภาวุธ พงษ์วิทยภานุ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้ง ตลาด ดอท คอม กรุ๊ป
6.ดร.ศิริพร จงผาติวุฒิ รองคณบดีฝ่ายบริหาร วิทยาลัยปิโตรเลียมและปิโตรเคมี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
7.คุณศรัณยู อัศวาณิชย์ ผู้อำนวยการ Corporate Banking1 Client Coverage1.1 ธนาคารไทยพาณิชย์

9
ใช้ e-Bill ดีกว่า..True พร้อมให้สิทธิพิเศษ ผ่านแอปทรูไอดี ทั้งเน็ตและทรูพอยท์ เปลี่ยนโลกง่ายๆ ด้วยการงดรับบิลกระดาษ



กลุ่มทรู ชวนลูกค้าร่วมรักษ์โลกและใช้ชีวิตดิจิทัลเต็มรูปแบบ เปลี่ยนทุกบิลกระดาษมารับใบแจ้งชำระ/ใบกำกับภาษีค่าบริการผ่านทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ True e-Bill ทาง SMS หรือ E-mail ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2562 เพื่อเป็นการร่วมลดปัญหาโลกร้อน ลดมลพิษ และร่วมพัฒนาสู่ความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมกับทรู ด้วยการงดรับบิลกระดาษ อีกทั้งยังใช้งานง่าย สะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย โดยสามารถเปิดดูบิลค่าบริการผ่านแอปทรูไอดี และกดจ่ายบิลได้ทันที ด้วยทรูมันนี่ วอลเล็ท พร้อมรับทรูพอยท์ 2 เท่า ทุกๆ การชำระบิล สำหรับลูกค้าใหม่เมื่อดาวน์โหลด แอปทรูไอดี รับเพิ่มทันที เน็ต 5 GB 30 วัน (เฉพาะลูกค้าทรูมูฟเอช) และ 30 ทรูพอยท์

•   ลูกค้าทรูมูฟ เอช (TrueMove H) แบบรายเดือน สมัครรับ e-Bill ผ่านทาง SMS พร้อมรับสิทธิพิเศษเน็ตฟรี 15 GB (เดือนละ 5GB นาน 3 เดือน) เพียงกด USSD *903# โทรออก (ฟรี) หรือ SMS โดยพิมพ์ EB ส่งไปที่ 90303 (ฟรี) และสำหรับลูกค้าที่ยังต้องการรับบิลกระดาษ กด*903*1# โทรออก ภายใน 31 ต.ค.62

•   ลูกค้าทรูออนไลน์ (True Online) และทรูวิชั่นส์ (TrueVisions) สมัครรับ e-Bill ผ่านทาง SMS หรือ E-mail พร้อมรับสิทธิพิเศษฟรี 90 ทรูพอยท์ (เดือนละ 30 ทรูพอยท์ นาน 3 เดือน) ได้ทาง https://ebilling.truecorp.co.th/ 

ลูกค้ากลุ่มทรูยังสามารถสมัครรับ True e-Bill ได้อีกหลากหลายช่องทาง True iService, True Call Center 1242 และทรูช็อปทุกสาขาทั่วประเทศ



10
ทรูจัดให้ True Space แห่งใหม่ สาขามหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตศาลายา ตอบทุกฟังก์ชั่นการใช้งานโคเวิร์คกิ้งสเปซแบบชิลๆ พร้อมรับสิทธิพิเศษก่อนใคร





มหาวิทยาลัยมหิดล โดย พลตำรวจเอก นายแพทย์จงเจตน์ อาวเจนพงษ์ (ที่ห้าจากขวา) นายกสมาคมศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยมหิดล ในพระบรมราชูปถัมภ์ รองศาสตราจารย์ นายแพทย์สรายุทธ สุภาพรรณชาติ (ที่ห้าจากซ้าย) รักษาการแทน รองอธิการบดีฝ่ายบริหาร มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมด้วย ทรู สเปซ โดย นางสาวอัจฉรา โสตถิพัฒนพงศ์ (ที่สี่จากซ้าย)  ผู้อำนวยการด้านพัฒนาธุรกิจ และ ดร.ธาริต นิมมานวุฒิพงษ์ (ที่สามจากขวา) ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ทรู สเปซ จำกัด ร่วมเปิด ทรู สเปซ สาขาที่ 6 มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตศาลายา พื้นที่โคเวิร์คกิ้ง สเปซบนพื้นที่กว่า 390 ตารางเมตร ให้เลือกสรรอย่างหลากหลาย ทั้งแบบพื้นที่ส่วนตัว แบบกลุ่ม ประชุมย่อย ตลอดจนการจัดกิจกรรมต่างๆ ของคณะอาจารย์ หรือนักศึกษาในพื้นที่ได้อย่างลงตัว พร้อมอำนวยความสะดวกเทคโนโลยี และสื่อดิจิทัลจากกลุ่มทรูให้ได้ใช้งานอย่างครบครัน ตอบโจทย์ทุกฟังก์ชั่นในรูปแบบ Community ภายใต้บรรยากาศที่ผ่อนคลาย และเพลิดเพลินกับเครื่องดื่ม-อาหารว่างจากทรู คอฟฟี่ ที่พร้อมเสิร์ฟทุกที่ ทุกเวลาตลอดการใช้บริการในทรู สเปซ ณ  อาคารสมาคมศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตศาลายา (บริเวณประตูทางออก 5) ที่เปิดให้บริการเป็นประจำทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.00 – 20.00 น.

สิทธิพิเศษต้อนรับการเปิดสาขาใหม่ ให้สุข ให้สนุก ได้ก่อนใคร สำหรับผู้ที่สนใจสามารถมาใช้บริการได้ฟรีไปจนถึง 31 ตุลาคม 2562 พร้อมรับส่วนลด 50% สำหรับการสมัครสมาชิกใหม่ของ True Space พิเศษยิ่งขึ้น เพียง Add Line Official account  True Space (@truespace)  รับสิทธิ์ใช้บริการฟรี 1 วัน พร้อมใช้สิทธิ์ได้ถึง  31 ธันวาคม 2562

True Space ธุรกิจใหม่กลุ่มทรูที่จัดสรรบริการพื้นที่สำหรับการทำงานในรูปแบบสมาชิกที่สามารถใช้บริการได้ทุกสาขาทั่วประเทศ ตอบโจทย์ทุกความต้องการ พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างครบครัน สามารถสร้างสรรค์ความคิด พัฒนางาน จัดกิจกรรมเวิร์คช้อปต่างๆ ได้ทุกไลฟ์สไตล์การใช้งาน ทั้งนี้ True Space เปิดให้บริการแล้ว 5 สาขาประกอบด้วย สาขาเซ็นเตอร์พ้อยท์สยามสแควร์ สาขาสยามสแควร์ซอย 2 สาขาไอคอนสยาม สาขาห้างเสริมไทย คอมเพล็กซ์ จังหวัดมหาสารคาม สาขาหน้ามหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และล่าสุดสาขามหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตศาลายา พร้อมติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.truespaceth.com หรือโซเชียล Facebook : True Space, IG :truespaceth, Line Official Account : @truespace



11
ซีดีจี จับมือ เทคโนโลยีพระจอมเกล้าฯ ผุดโครงการ Code Their Dreams: Public Training ปั้นบุคลากรคุณภาพรองรับความต้องการแห่งโลกดิจิทัล







กลุ่มบริษัทซีดีจี ผู้ให้บริการด้านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศแบบครบวงจร แก่องค์กรภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ และเอกชน ภายใต้โครงการ “Code Their Dreams” จับมือคณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม ภาควิชาคอมพิวเตอร์ศึกษา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ คลอดโครงการ Public Training หลักสูตรการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์เพื่อการศึกษา รับตลาดแรงงานอนาคตทักษะโค้ดดิ้ง ทักษะที่ 3 แห่งโลกอนาคต 1 ใน 10 ทักษะซึ่งเป็นที่ต้องการสูงสุดระดับประเทศและระดับโลก มุ่งถ่ายทอดการเรียนการสอนด้านโค้ดดิ้ง เพื่อการอยู่รอดและความสำเร็จในโลกแห่งดิจิทัล ให้กับนักเรียน นักศึกษา และครู อาจารย์ เน้นการพัฒนาการเรียนรู้ด้านภาษาคอมพิวเตอร์และเตรียมความพร้อมเชิงดิจิทัล เพื่อนำไปใช้ในการเรียนสอน และปูความพร้อมแก่นักศึกษาสามารถนำไปใช้ในการทำงานจริง ขับเคลื่อนการศึกษาไทยพร้อมรับสมรภูมิดิจิทัล ประเดิมโครงการ Code Their Dreams: Public Training ผ่าน 4 กิจกรรม โดยได้เริ่มการเรียนการสอนแล้ว ตั้งเป้าสร้างบุคลากรด้านโค้ดดิ้งเพิ่มกว่า 1,000 คน ภายในปี 2020



นายนาถ ลิ่วเจริญ ประธานกรรมการบริหารกลุ่มบริษัท ซีดีจี เปิดเผยว่า เทรนด์โลกในปัจจุบันที่ต้องจับตามองที่จะส่งผลต่อตลาดแรงงานในอนาคตทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ มาจากเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงปัญญาประดิษฐ์ (AI) การใช้ Big data และ Cloud ที่จะเข้ามามีบทบาทสำคัญ โดยจากรายงานของ World Economic Forum (WEF) คาดว่าภายในปี 2565 สัดส่วนการทำงานร่วมกันของมนุษย์และเครื่องจักรหรือระบบอัลกอริทึม จะอยู่ที่มนุษย์ 58% เครื่องจักร 42% ซึ่งชี้ให้เห็นว่า โลกการทำงานต้องการคนทำงานที่มีทักษะชุดใหม่โดยเฉพาะทักษะที่เกี่ยวข้องกับการสร้างนวัตกรรมและประยุกต์ใช้เทคโนโลยี โดยทักษะด้านการโค้ดดิ้งจัดเป็น 1 ใน 10 ที่ต้องการสูงสุดระดับประเทศและระดับโลก

“เทรนด์ดังกล่าว ชี้ชัดให้เห็นถึงความสำคัญของทักษะการทำงานในอนาคตของตลาดแรงงาน ที่มีความต้องการจากตลาดสูงสุด กลุ่มบริษัทซีดีจีจึงได้ประกาศความร่วมมือกับ คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม ภาควิชาคอมพิวเตอร์ศึกษา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ จัดทำโครงการ Public Training หลักสูตรการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์เพื่อการศึกษา รับตลาดแรงงานอนาคตทักษะโค้ดดิ้ง โดยจะถ่ายทอดการเรียนการสอนด้านโค้ดดิ้ง ให้กับนักเรียน นักศึกษา และครู อาจารย์ เน้นการพัฒนาการเรียนรู้ด้านภาษาคอมพิวเตอร์และเตรียมความพร้อมเชิงดิจิทัล เพื่อนำไปใช้ในการเรียนสอน และปูความพร้อมแก่นักศึกษาสามารถนำไปใช้ในการทำงานได้จริง” นายนาถ กล่าว

ทั้งนี้  โครงการ Public Training ได้นำร่องด้วยโครงการ In-House Public Training ผ่าน 4 กิจกรรมมุ่งไปที่ผู้เรียนในระดับมัธยมศึกษาปีที่ 1- 6 และครู อาจารย์ โดยมีกิจกรรมเป็นการอบรมคอร์สเรียนต่างๆ อาทิ Scratch Program Training โดยเป็นการสอนความรู้เบื้องต้นโปรแกรม Scratch เพื่อต่อยอดในการทำแผนการเรียนการสอนของครู อาจารย์ หรือการสร้างสรรค์เกมของนักเรียน, Mbot Learn & Run – Mun & Fin เพื่อเรียนรู้ประโยชน์จากการหุ่นยนต์ mbot, Sticker ®Line ให้ทุกคนสามารถทำสติ๊กเกอร์ไลน์ด้วยตัวเองได้, Thunkable สร้าง App บนมือถือแบบง่ายๆ, IoT Smart Building ควบคุมการทำงานของสิ่งรอบตัวด้วยระบบออนไลน์ โดยกิจกรรมทั้งหมดเปิดลงทะเบียนสมัครแล้ว ผู้ที่สนใจสามารถดูรายละเอียดกิจกรรมและสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ได้ที่เว็บไซต์ www.codetheirdreams.com

นายนาถกล่าวเพิ่มเติมว่า โครงการดังกล่าวมุ่งเน้นไปที่การปูพื้นฐานด้านโคดดิ้ง ที่นับเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้ประเทศไทยมุ่งหน้าสู่การเป็นประเทศที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม พัฒนาการศึกษา และความพร้อมทางด้านเทคโนโลยี ด้วยมองว่า ธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ แอปพลิเคชัน และโซเชียลมีเดียต่าง ๆ ที่ใช้กันอยู่ล้วนได้รับการสร้างสรรค์จากโค้ดดิ้งทั้งสิ้น โดยได้เริ่มการเรียนการสอนแล้ว ตั้งเป้าสร้างบุคลากรด้านโค้ดดิ้งเพิ่มกว่า 1,000 คน ภายในปี 2020

“กลุ่มบริษัทซีดีจีหวังจุดประกายเยาวชนไทย ครู ผู้ปกครอง และประชาชนทั่วไป ให้ตระหนักและเตรียมความพร้อมเพื่อก้าวสู่ยุคดิจิทัล สร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนเห็นความสำคัญและสนใจหาความรู้ด้านการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ หรือการโค้ดดิ้ง รวมถึงกระตุ้นให้ครู ผู้ปกครอง และผู้ที่ใกล้ชิดกับเด็ก ช่วยกันส่งเสริมให้เยาวชนได้พัฒนาทักษะในด้านนี้ มุ่งรณรงค์ให้เยาวชนเกิดทักษะด้านการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ และฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง ด้วยความช่วยเหลือจากครูและผู้ปกครอง ซึ่งกลุ่มบริษัทซีดีจียินดีเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมขับเคลื่อน พัฒนาเยาวชนไทย เพื่อรับต่อเทรนด์ความต้องการของตลาดเรงงาน เพื่อการอยู่รอดและความสำเร็จในโลกแห่งดิจิทัล” นายนาถกล่าวทิ้งท้าย

12
เตรียมพบกับงานคัดเลือกสุดยอดสตาร์ทอัพแห่งอาเซียน“Pitch@Palace ASEAN” ที่จัดขึ้นครั้งแรกในประเทศไทย



องค์กรเครือข่ายผู้ประกอบการระดับโลก (Global Entrepreneurship Network) ในประเทศไทย ร่วมกับPitch@Palace Global และสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) จัดงาน “Pitch@Palace ASEAN” ขึ้นในระหว่างวันที่ 3-4 พฤศจิกายน 2562 โดยในวันอาทิตย์ที่ 3 พฤศจิกายนจะมีการฝึกอบรมอย่างเข้มข้น (Boot Camp) และในส่วนของการนำเสนอรอบสุดท้ายเพื่อเฟ้นหาตัวแทนสุดยอดสตาร์ทอัพจากกลุ่มประเทศอาเซียนจะจัดขึ้นในวันจันทร์ที่ 4 พฤศจิกายน ณ ไอคอนสยาม

งาน “Pitch@Palace ASEAN” ถือเป็นงานแรกของกิจกรรมชุดที่จัดขึ้นโดยองค์กรเครือข่ายผู้ประกอบการระดับโลกในประเทศไทยที่จะมีขึ้นในระหว่างเดือนพฤศจิกายน 2562 ถึงเดือนมิถุนายน 2563 ภายใต้แนวคิด “Inspi-ringEntrepreneurship Thailand 4.0” เพื่อเป็นการช่วยกระตุ้นกลุ่มผู้ประกอบการในประเทศไทยและในภูมิภาคอาเซียนให้ตื่นตัว

งาน Pitch@Palace เป็นโครงการพระราชดำริในเจ้าฟ้าชายแอนดรูว์ ดยุกแห่งยอร์คซึ่งจัดขึ้นครั้งแรกในปีพ.ศ. 2557 ณ กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักรมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือและสนับสนุนผู้ประกอบการที่เริ่มต้นทำธุรกิจให้สามารถดำเนินงานได้อย่างรวดเร็วผ่านการนำเสนอแผนธุรกิจต่อหน้าผู้ทรงอิทธิพลทางความคิด นักลงทุน และผู้เชี่ยวชาญจากทุกสาขาอาชีพ  และในการจัดงานครั้งนี้จะเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการธุรกิจสตาร์ทอัพในประเทศไทยและประเทศในภูมิภาคอาเซียนได้เข้าร่วมงานระดับโลกโดยเจ้าฟ้าชายแอนดรูว์ ดยุกแห่งยอร์คจะเสด็จเข้าร่วมงานทั้งสองวันของการจัดงาน ผู้ชนะจะได้รับการโหวตคัดเลือกจากผู้เข้าร่วมงานเพื่อเป็นตัวแทนเข้าร่วมนำเสนอแผนธุรกิจรอบชิงชนะเลิศระดับโลกในงาน Pitch@Palace Global 4.0 ในวันที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2562 ณ พระราชวังเซนต์เจมส์ กรุงลอนดอนสหราชอาณาจักร

ผู้สนใจเข้าร่วมงานคัดเลือกสุดยอดสตาร์ทอัพของอาเซียน สามารถสมัครทางออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ www.gethai.org หรือ https://pitchatpalace.com/aseanapplication/ ได้ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่15 ตุลาคม 2562

เกี่ยวกับองค์กรเครือข่ายผู้ประกอบการระดับโลก (Global Entrepreneurship Network)
องค์กรเครือข่ายผู้ประกอบการระดับโลก (Global Entrepreneurship Network หรือ GEN) คือองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรที่เป็นผู้จัดงานกิจกรรมและโครงการต่างๆ ใน 170 ประเทศทั่วโลกมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ที่ต้องการริเริ่มกิจการของตนเองจากทั่วทุกมุมโลก ทั้งนี้ งานกิจกรรมและโครงการต่างๆ ของ GEN ยังช่วยขับเคลื่อนระบบนิเวศธุรกิจให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้นในการสร้างอาชีพ การให้ความรู้รายบุคคล การเร่งสร้างนวัตกรรม และการทำให้เศรษฐกิจเติบโตอย่างแข็งแกร่งผ่านความร่วมมือเชิงลึกและการริเริ่มสร้างสรรค์ธุรกิจระหว่างผู้ประกอบการ นักลงทุน นักวิจัย ผู้กำหนดนโยบาย และองค์กรที่สนับสนุนผู้ประกอบการ

ทั้งนี้ กิจกรรมที่เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางของ GEN คืองานสัปดาห์ผู้ประกอบการระดับโลก(Global Entrepreneurship Week หรือ GEW)ที่จัดขึ้นครั้งแรกในปีพ.ศ. 2551 เพื่อเป็นการแสดงความยินดีและชื่นชมผู้ริเริ่มธุรกิจใหม่ที่สามารถทำให้ความคิดสร้างสรรค์นั้นกลายเป็นรูปธรรมขึ้นมา งานสัปดาห์ผู้ประกอบการระดับโลกนี้ได้ร่วมทำงานกับพันธมิตรทางธุกิจกว่า 20,000 รายในการจัดงานกิจกรรมต่างๆ มากถึง 35,000 งานที่มีผู้เข้าร่วมงานมากถึง 10 ล้านคนในกว่า 170 ประเทศทั่วโลกและได้สร้างการรับรู้ในกลุ่มผู้ประกอบการกว่าหลายร้อยล้านรายทั่วโลกภายในช่วงสัปดาห์ของการจัดงาน     
สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถเยี่ยมชมได้ที่เว็บไซต์ www.genglobal.org

เกี่ยวกับ “Pitch@Palace”
โครงการ “Pitch@Palace” โครงการพระราชดำริในเจ้าฟ้าชายแอนดรูว์ ดยุกแห่งยอร์คซึ่งจัดขึ้นครั้งแรกในปีพ.ศ. 2557 ณ กรุงลอนดอน มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือและสนับสนุนผู้ประกอบการที่เริ่มต้นทำธุรกิจให้สามารถดำเนินงานได้อย่างรวดเร็วผ่านการนำเสนอแผนธุรกิจต่อหน้าผู้ทรงอิทธิพลทางความคิด นักลงทุน และผู้เชี่ยวชาญจากทุกสาขาอาชีพ 

นับตั้งแต่การจัดงานครั้งแรกในปีพ.ศ. 2557 งานคัดเลือกสุดยอดสตาร์ทอัพ “Pitch@Palace” ได้ถูกจัดขึ้นใน 62 ประเทศ ช่วยเหลือผู้ประกอบการธุรกิจสตาร์ทอัพแล้ว 985 ราย สร้างงานใหม่มากถึง 6,323 ตำแหน่งและรายได้กว่า 1,119 ล้านปอนด์ (หรือประมาณ 42,522 ล้านบาท) ในธุรกิจใหม่ที่เกิดขึ้น โดยมีธุรกิจใหม่ที่เคยเข้าร่วมโครงการPitch@Palaceและยังดำเนินธุรกิจอยู่จวบจนปัจจุบันกว่าร้อยละ 97 

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถเยี่ยมชมได้ที่เว็บไซต์ www.pitchatpalace.com.

13

เดลล์ เทคโนโลยีส์ เผยโฉม เซิร์ฟเวอร์และโซลูชันใหม่สำหรับโมเดิร์น ดาต้าเซ็นเตอร์

เดลล์ อีเอ็มซี PowerEdge เร่งสมรรถนะในการทำงานด้วยโพรเซสเซอร์ 2nd Gen AMD EPYCTM  เพื่อโซลูชันโครงสร้างพื้นฐานที่ทรงพลังสำหรับมัลติ-คลาวด์และเวิร์กโหลดเกิดใหม่






เนื้อหาโดยสรุป:
•   เดลล์ อีเอ็มซี PowerEdge เซิร์ฟเวอร์ มาพร้อม 2nd Gen AMD EPYC ที่ให้ทั้งประสิทธิภาพที่ยอดเยี่ยม ทั้งการจัดการและการรักษาความปลอดภัยที่ออกแบบมาเพื่อโมเดิร์นดาต้าเซ็นเตอร์
•   PowerEdge เซิร์ฟเวอร์ ดีไซน์ใหม่สร้างสถิติโลกทั้งในด้านประสิทธิภาพฐานข้อมูลเสมือนจริง และการเปรียบเทียบสมรรถนะ (benchmark) SAP SD
•   Dell EMC Ready Solution สำหรับ HPC ที่ออกแบบมาเพื่อเพิ่มความเร็วให้กับนวัตกรรมทั่วทั้งอุตสาหกรรมการผลิตแบบดิจิทัลทั้งหมด ตลอดไปจนถึงการทำวิจัยและงานด้านชีววิทยาศาสตร์ (life science)
•   ความก้าวหน้าของเดลล์ อีเอ็มซี OpenManage ทำให้การจัดการโครงสร้างพื้นฐานข้ามผ่านสายผลิตภัณฑ์ทั้งหมดของ PowerEdge ทำได้ง่ายขึ้นด้วยซอฟต์แวร์ชั้นนำและพันธมิตรด้านเทคโนโลยีพับลิค คลาวด์

เดลล์ เทคโนโลยีส์ เปิดตัวสายผลิตภัณฑ์ของ Dell EMC PowerEdge เซิร์ฟเวอร์ใหม่ทั้งหมด พร้อมทั้ง Ready Solutions ใหม่สำหรับคอมพิวเตอร์ประสิทธิภาพสูง (High-Performance Computing หรือ HPC) ไปจนถึงการจัดการการบูรณาการที่ง่ายขึ้นโดยผู้ให้บริการซอฟตร์แวร์ชั้นนำและพับลิคคลาวด์ ซึ่งทั้งหมดได้รับการออกแบบมาเพื่อให้สามารถจัดการกับความต้องการด้านต่างๆ ของโมเดิร์นดาต้าเซ็นเตอร์ได้อย่างสมบูรณ์

โดย PowerEdge เซิร์ฟเวอร์รุ่นใหม่ทั้งหมดนี้ เป็นส่วนเสริมเพิ่มเข้ามาในสายผลิตภัณฑ์เซิร์ฟเวอร์ที่มียอดการจำหน่ายสูงที่สุดของโลก ได้รับการออกแบบมาตั้งแต่จากขั้นพื้นฐานเพื่อให้จัดการกับความต้องการที่ซับซ้อนและหลากหลายของเวิร์กโหลดทั้งรูปแบบที่มีอยู่เดิม (traditional) รูปแบบที่เกิดขึ้นใหม่ (emerging) และรูปแบบบนมัลติ-คลาวด์ ด้วยการกำหนดโครงสร้างมาเพื่อปลดล็อคศักยภาพสูงสุดของโพรเซสเซอร์ 2nd Gen AMD EPYC เซิร์ฟเวอร์ใหม่ทั้งหมดพร้อมมอบประสิทธิภาพที่ได้รับการพัฒนาให้ดีเยี่ยมยิ่งขึ้น รวมไปถึงแพลตฟอร์มที่ปลอดภัยและง่ายต่อการจัดการมากยิ่งขึ้นให้แก่ลูกค้า ทั้งนี้ PowerEdge เซิร์ฟเวอร์ใหม่สร้างสถิติโลกในหลายส่วน ซึ่งรวมถึงการที่ประสิทธิภาพของฐานข้อมูลเสมือนจริงแบบซ็อกเก็ตเดี่ยว (single-socket virtualized database) เพิ่มขึ้นมากกว่าเดิม 280 เปอร์เซ็นต์ ตลอดจนถึงการให้ผลลัพธ์ประสิทธิภาพของซ็อคเก็ตคู่ (dual-socket) ในระดับท็อปของอุตสาหกรรมตาม เกณฑ์การเปรียบเทียบสมรรถะ (benchmark) ของ SAP Sales and Distribution (SAP SD)

“โมเดิร์น ดาต้า เซ็นเตอร์จำเป็นต้องตอบรับรูปแบบการทำงานทั้งในแบบดั้งเดิมและมัลติ-คลาวด์ เพื่อช่วยให้องค์กรมีความคล่องตัว (agile) มากยิ่งขึ้น ให้สามารถดึงข้อมูลเชิงลึก (insights) จากข้อมูลที่มีอยู่ เพื่อที่ในที่สุดแล้วสามารถบรรลุถึงผลลัพธ์ได้รวดเร็วกว่าเดิม” แอชลีย์ โกรัคเพอวัลลา ประธานและผู้จัดการทั่วไป ด้านเซิร์ฟเวอร์และระบบโครงสร้างพื้นฐาน เดลล์ เทคโนโลยีส์ กล่าว “เดลล์ อีเอ็มซี PowerEdge เซิร์ฟเวอร์ใหม่ทั้งหมดดึงประสิทธิภาพสูงสุดของโพรเซสเซอร์ 2nd Gen AMD EPYC เพื่อจัดการกับความต้องการทั้งหมดเหล่านี้ ในส่วนของเดลล์ เทคโนโลยีส์ เรายังคงเดินหน้าเพื่อเพิ่มเสริมความสามารถในด้านต่างๆ ให้กับ OpenManage เพื่อมอบพลังในการทำงานที่ราบรื่นมากยิ่งขึ้นกว่าเดิมให้แก่ลูกค้าด้วยผู้ขายซอฟต์แวร์และมัลติ-คลาวด์ชั้นนำ ทั้งนี้ การลงทุนในด้านการวิจัยแลพัฒนาของเราถูกวางไว้เพื่อให้สามารถนำเสนอแพลตฟอร์มที่ดีที่สุดในอุตสาหกรรมสำหรับโพรเซสเซอร์ AMD EPYC ด้วยประสิทธิภาพ ความปลอดภัย และความยืดหยุ่นที่ลูกค้าคาดหวังจะได้รับจาก PowerEdge”
                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                 คริส เคลลีย์ รองประธานและผู้จัดการทั่วไป ดาต้าเซ็นเตอร์ & คอมพิวต์ ภูมิภาคเอเชียเอเชียแปซิฟิค เดลล์  เทคโนโลยีส์ กล่าวว่า “ด้วยสายผลิตภัณฑ์ PowerEdge ของเราที่ขยายออกที่ผสานรวมความสามารถโพรเซสเซอร์ 2nd Gen AMD EPYC เราได้พัฒนาและปรับปรุงเซิร์ฟเวอร์แพลตฟอร์มของเราใหม่อีกครั้ง โดยเซิร์ฟเวอร์แต่ละตัวเหล่านี้ยังได้รวมเอาคุณสมบัติต่างๆ (features) ที่จะช่วยให้องค์กรธุรกิจสามารถเติบโตได้ต่อไปในสภาพแวดล้อมที่ไดนามิคการแข่งขันอย่างรุนแรง (hyper-competitive)

นวัตกรรมจากเดลล์  เทคโนโลยีส์ มอบดีไซน์เพื่อการใช้ประโยชน์สูงสุดจาก 2nd Gen AMD EPYC ให้กับเดลล์ อีเอ็มซี PowerEdge ใหม่ทั้งหมด
PowerEdge เซิร์ฟเวอร์ใหม่ ซึ่งออกแบบมาเพิ่มขีดความสามารถสูงสุดของโพรเซสเซอร์ 2nd Gen AMD EPYC ได้ถูกกำหนดโครงสร้างเพื่อให้ประสิทธิภาพในการคำนวน พร้อมความสามารถในการจัดการ และบูรณาการการรักษาความปลอดภัยที่จำเป็นสำหรับสภาพแวดล้อมการทำงานแบบมัลติ-คลาวด์ และเวิร์กโหลดที่มีเกิดขึ้นใหม่ที่หลากหลาย

ตัวอย่างเช่น เซิร์ฟเวอร์ใหม่ช่วยให้นำ Dell EMC vSAN Ready Node มาใช้งาน ด้วยปริมาณของ IOPS (input/output per second) ที่เพิ่มขึ้นถึง 51 เปอร์เซ็นต์ สูงกว่าระบบ PowerEdge ที่อยู่บนโพรเซสเซอร์ AMD EPYC เจนเนอเรชันรุ่นก่อนหน้า

“ความเป็นผู้นำในด้านประสิทธิภาพที่ไม่มีใครสามารถเทียบเคียงได้ของโพรเซสเซอร์ตระกูล 2nd Gen AMD EPYC เปิดโลกแห่งความเป็นไปได้ให้กับลูกค้าของเดลล์ เทคโนโลยีส์ ในการจัดการกับเวิร์กโหลดที่มีความสำคัญอย่างยิ่งทั้งในคลาวด์ คอมพิวเตอร์ประสิทธิภาพสูง (HPC) และองค์กร” ฟอร์เรสต์ นอร์รอด รองประธานอาวุโส และผู้จัดการทั่วไป กลุ่มธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์และเอ็มเบดเด็ด โซลูชัน เอเอ็มดี กล่าว “เอเอ็มดีและเดลล์ เทคโนโลยีส์มีประวัติอันยาวนานในการมอบโซลูชันข้อมูลประสิทธิภาพสูง (high performance data) ให้แก่ลูกค้า การดีไซน์ที่มีการพัฒนาเป็นอย่างมากของระบบเดลล์ อีเอ็มซี PowerEdge ใหม่ยังคงรักษาการดำเนินงานร่วมกัน และใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่จาก AMD Infinity Architecture และคุณสมบัติด้านความปลอดภัยของ AMD EPYC เพื่อให้ประสิทธิภาพการทำงานที่ยอดเยี่ยม และต้นทุนรวมในการเป็นเจ้าของ (TCO) ให้กับลูกค้าของเรา”

ผลลัพธ์ของการทำเอนจิเนียริ่งของเดลล์ อีเอ็มซี และการทำงานอย่างใกล้ชิดกับเอเอ็มดี ช่วยสร้างความมั่นใจได้ว่าลูกค้าจะสามารถได้รับประโยชน์จากคุณสมบัติด้านต่างๆ ทั้งหมดของโพรเซสเซอร์ AMD EPYC ซึ่งต่างจากรูปแบบของการ “drop-in” ที่อาจจำกัดความสามารถของโพรเซสเซอร์

เซิร์ฟเวอร์ใหม่ให้การตอบสนองการประมวลผลและหน่วยความจำที่เร็วขึ้นและได้รับประโยชน์จากความปลอดภัยของฮาร์ดแวร์และเฟิร์มแวร์ที่บิลท์-อินในตัว เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า เมนบอร์ดที่ออกแบบใหม่ของเซิร์ฟเวอร์ให้ระบบการระบายความร้อนที่ดีขึ้นแก่ลูกค้าและความสมบูรณ์ของสัญญาณที่ดีที่สุด นอกจากนี้นวัตกรรม PowerEdge ยังช่วยให้ลูกค้าได้รับประโยชน์ทั้งในวันนี้และในอนาคตด้วยการรองรับการเชื่อมต่อ PCIe 4.0 สำหรับการจัดเก็บข้อมูลรุ่นต่อไปตัวเร่งความเร็วและเครือข่ายในระดับแอดวานซ์

นวัตกรรมและความสามารถของเซิร์ฟเวอร์ใหม่รวมถึง:

•   การออกแบบระบบเพิ่มประสิทธิภาพเวิร์คโหลด –
สร้างจากสถาปัตยกรรมโปรเซสเซอร์เพื่อรองรับทุกแง่มุมของโพรเซสเซอร์ 2nd Gen AMD EPYC ดีไซน์ของ PowerEdge ใหม่การออกแบบ PowerEdge มอบการปรับปรุงประสิทธิภาพที่สำคัญสำหรับเวิร์กโหลดที่หลากหลาย รวมถึง HPC ดาต้าเบส และ VDI

•   TCO ที่มีประสิทธิภาพ – ด้วยจำนวนคอร์ที่สูงและการกำหนดค่าที่สมดุลย์ ตัวดีไซน์ซ็อกเก็ตเดี่ยวที่ทรงพลังใหม่มีความสามารถในการจัดการปริมาณเวิร์กโหลดที่ปกติต้องใช้ถึงสองซ็อคเก็ต สมรรถนะการทำงานที่ทรงประสิทธิภาพนี้สามารถช่วยให้ทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์นั้นมีความสามารถในปริมาณงานที่มักต้องใช้ซ็อกเก็ตสองตัว ประสิทธิภาพที่มีประสิทธิภาพสามารถให้การประหยัดต้นทุนด้านฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์เพื่อการปรับปรุงต้นทุนการเป็นเจ้าของ (TCO) ได้โดยรวม

•   แบนด์วิธที่กว้างยิ่งกว่าเดิม – มาพร้อมกับ PCIe lanes ที่เพิ่มขึ้น 26 เปอร์เซ็นต์ ด้วย interconnect fabric ที่เร็วขึ้น 60 เปอร์เซ็นต์  เกิดขึ้นได้โดย PCIe 4.0 เซิร์ฟเวอร์ใหม่นี้ให้ความสามารถในการทำงานในระดับชั้นนำของอุตสาหกรรมเพื่อสนองตอบต่อความต้องการของระบบเครือข่ายที่เรียกร้องประสิทธิภาพการทำงานในระดับสูง

•   การรักษาความปลอดภัย – เซิร์ฟเวอร์ใหม่ให้การรักษาความปลอดภัยในแบบ built-in ตั้งแต่ระดับที่อยู่ด้านล่างของชิปเซ็ต และ BIOS จนกระทั่งถึงโพรเซสเซอร์ และด้วยการเข้ารหัส Secure Encrypted Virtualization และ Secure Memory Encryption ของเอเอ็มดี  เซิร์ฟเวอร์ใหม่ทั้งหมดนี้ให้การบูรณาการด้านการรักษาความปลอดภัยที่แข็งแกร่งที่ครอบคลุมตั้งแต่ virtual machines ไปจนถึงหน่วยความจำระบบ (system memory)

เดลล์ เทคโนโลยีส์ ขยาย Dell EMC Ready Solutions สำหรับสายผลิตภัณฑ์คอมพิวเตอร์ประสิทธิภาพสูง (HPC)
เดลล์ อีเอ็มซีอยู่ระหว่างการขยาย Dell EMC Ready Solutions สำหรับสายผลิตภัณฑ์สำหรับคอมพิวเตอร์ประสิทธิภาพสูง หรือ HPC ที่อยู่บน PowerEdge เซิร์ฟเวอร์ใหม่ ทั้งนี้ ดีไซน์ใหม่ของ Ready Solutions สำหรับ HPC สำหรับอุตสาหกรรมการผลิตแบบดิจิทัล การวิจัยและชีววิทยาศาสตร์ (Life Sciences) มอบข้อได้เปรียบของการทำความเย็นด้วยของเหลว (liquid-cooling) และการใช้งาน GPU เพื่อประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้นสำหรับเวิร์กโหลดที่ต้องการพลังในการประมวลผลสูง อาทิ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) แมชชีน เลิร์นนิ่ง และดีพ เลิร์นนิ่ง

Ready Solutions สำหรับ HPC พร้อมด้วยโพรเซสเซอร์ 2nd Gen AMD EPYC ให้ประสิทธิภาพการทำงานที่เพิ่มสูงขึ้นสำหรับเวิร์กโหลดต่างๆ อาทิ พลศาสตร์ของไหลเชิงคำนวณ (Computational Fluid Dynamics หรือ CFD) การจำลองภูมิอากาศ และสภาพอากาศ (climate and weather modeling)

ประสิทธิภาพใหม่ของเดลล์ อีเอ็มซี OpenManage ที่มาพร้อมกับการบูรณาการการจัดการที่แน่นหนายิ่งขึ้น
เพื่อทำให้การจัดการเวิร์กโหลดทั้งในแบบที่มีอยู่เดิม (traditional) และแบบที่อยู่บนมัลติ-คลาวด์ให้ทำได้อย่างง่ายดายยิ่งขึ้น เดลล์ เทคโนโลยีส์ได้เปิดตัวความล้ำหน้าของ Dell EMC OpenManage ต่างๆ รวมทั้งเสริมความแกร่งของการบูรณาการทั่วทั้งระบบนิเวศของผู้ขายซอฟต์แวร์ชั้นนำทั้งหมด สายผลิตภัณฑ์เพิ่มเติมที่ครอบคลุมในวงกว้าง รวมถึง:

•   การบูรณาการ VMware – การเปิดตัวใหม่ของ OpenManage Integration สำหรับ VMware vCenter ที่ให้ความสามารถการจัดการที่สามารถรองรับการขยายตัวที่สูงขึ้น สำหรับการจัดการที่มีประสิทธิภาพของ VMware clusters ในสภาพแวดล้อมที่มีขนาดใหญ่ โดยส่วนนี้ยังรองรับอินเทอเฟส vCenter HTML5 เพื่อปรับปรุงการจัดการและลดเวลาการฝึกอบรม

•   การบูรณาการ Microsoft Windows Admin Center – จากการบูรณาการใหม่ Dell EMC นำการจัดการที่ได้รับการเสริมประสิทธิภาพเพื่อให้เข้ากับสภาพแวดล้อมของไมโครซอฟท์ ให้การควบคุมเซิร์ฟเวอร์ PowerEdge อย่างลึกซึ้งรวมถึงการแสดงผลแบบเต็มสแต็คและการควบคุมของ Dell EMC Solutions for Microsoft Azure Stack HCI

•   การบูรณาการ ServiceNow – เพิ่มประสิทธิภาพสูงสุดให้กับ OpenManage FlexSelect การบูรณาการ ServiceNow ใหม่ทำให้การจัดการบริการทำได้โดยอัตโนมัติสำหรับ PowerEdge เซิร์ฟเวอร์ เมื่อเกิดปัญหาขึ้น ระบบอัตโนมัติระหว่าง OpenManage Enterprise และ ServiceNow จะให้มุมมองที่สอดคล้องกันทำให้สามารถแก้ไขได้โดยตรงผ่าน ServiceNow

ความพร้อมในการวางตลาด

•   เดลล์ อีเอ็มซี PowerEdge R6515 และ R7515 เซิร์ฟเวอร์ วางตลาดแล้วทั่วโลก
•   เดลล์ อีเอ็มซี PowerEdge R6525 เซิร์ฟเวอร์ มีแผนที่จะวางตลาดทั่วโลกในเดือนตุลาคมนี้
•   เดลล์ อีเอ็มซี PowerEdge R7525 เซิร์ฟเวอร์ มีแผนท จะวางตลาดในช่วงต้นปี 2020
•   เดลล์ อีเอ็มซี OpenManage advancements วางตลาดแล้วทั่วโลก
•   เดลล์ อีเอ็มซี Ready Solutions สำหรับอุตสาหกรรมการผลิตแบบ HPC Digital Manufacturing การทำวิจัยและงานด้านชีววิทยาศาสตร์ (life science) พร้อมด้วย PowerEdge เซิร์ฟเวอร์ที่ทำงานอยู่บน 2nd Gen AMD EPYC จะพร้อมออกสู่ตลาดในเดือนตุลาคมนี้

คำกล่าวสนับสนุน
สก็อตต์ ซินแคล์ นักวิเคราะห์อาวุโส Enterprise Strategy Group

“ตลาดเซิร์ฟเวอร์ยังคงพัฒนาอย่างรวดเร็วในการที่จะจัดการกับเวิร์กโหลดและสภาพแวดล้อมใหม่ๆ ที่หลากหลาย ซึ่งบ่อยครั้งครอบคลุมทั้งความต้องการในด้านการประมวลผลและมัลติ-คลาวด์ ในขณะที่เห็นได้ชัดว่าเดลล์ อีเอ็มซี มุ่งเน้นไปที่ความสามารถล่าสุดของโปรเซสเซอร์ AMD EPYC รุ่นที่ 2 ด้วย PowerEdge ออกแบบรอบความเร็วและประสิทธิภาพสำหรับ I/O และเครือข่ายความปลอดภัยเพิ่มเติมและความสามารถในการจัดการที่เชื่อมโยงกับ แพลตฟอร์มการจัดการระบบ OpenManage นั้นสำคัญกับลูกค้าที่เรากำลังพูดถึงอยู่”

จอร์จ คาริดิส หัวหน้าเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ Packet
“เดลล์ อีเอ็มซี PowerEdge เซิร์ฟเวอร์ใหม่พร้อมโพรเซสเซอร์ 2nd Gen AMD EPYC คือสิ่งที่ลูกค้าของเราต้องการสำหรับการจัดการคลาวด์ในระดับพื้นฐานและการเรียนรู้ของเครื่อง Packet มอบคุณค่าที่สมบูรณ์ของ bare metal โดยตรงให้กับนักพัฒนา ดังนั้นตัวเลือกของเราในฮาร์ดแวร์จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากการผสมผสานระหว่างราคาและประสิทธิภาพที่ไม่มีใครเทียบเราจึงตื่นเต้นที่จะสร้างความสัมพันธ์อันยาวนานกับเดลล์ อีเอ็มซีและลงทุนใน PowerEdge เซิร์ฟเวอร์ที่อ ยู่บนEPYC ในรุ่นถัดไป”

แซม เซแกรน ผู้บริหารระดับสูงด้านเทคโนโลยีสานสนเทศและรองประธาน มหาวิทยาลัยเท็กซัส เทค
“ที่มหาวิทยาลัยเท็กซัส เทค เราภูมิใจเป็นอย่างยิ่งในคลัสเตอร์ Quanah ซึ่งใช้โดยนักวิจัยของมหาวิทยาลัยในการใช้งานแอปพลิเคชันต่างๆ ในวงกว้าง ทั้งในด้านเคมี วิศวะ ชีววิทยา ไปจนถึงการพยากรณ์สภาพอากาศ ด้วยโครงสร้างพื้นฐา เช่นเดียวกับโครงสร้างพื้นฐานเฉพาะอื่นๆ ระบบคอมพิวเตอร์ประสิทธิภาพสูงถูกท้าทายเพื่อให้ได้มาซึ่งส่วนผสมที่ถูกต้องระหว่างความแข็งแกร่งในการคำนวณและความเร็วของเครือข่ายเพื่อผลตอบแทนการลงทุนที่ยอดเยี่ยม การเพิ่ม Red Raider Cluster ใหม่ของเราซึ่งสร้างขึ้นบนเดลล์ อีเอ็มซี PowerEdge เซิร์ฟเวอร์ พร้อมด้วยโพรเซสเซอร์ 2nd Gen AMD EPYC นำเสนอความสามารถด้านประสิทธิภาพที่จำเป็นสำหรับการสนับสนุนการวิจัยเชิงคำนวณที่หลากหลายที่ดำเนินการที่เท็กซัส เทค”

แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม

•   IDC Whitepaper: AMD Rome-Optimized Platforms
•   เชื่อมโยงกับเดลล์ เทคโนโลยีส์ และเดลล์ อีเอ็มซี PowerEdge ติดตาม @DellTech และ @DellEMCServers

เกี่ยวกับ เดลล์ เทคโนโลยีส์
เดลล์ เทคโนโลยีส์ (NYSE:DELL) คือเดลล์ เทคโนโลยีส์ ประกอบด้วยกลุ่มธุรกิจที่มีลักษณะเฉพาะที่ช่วยให้องค์กรธุรกิจและปัจเจกบุคคลสามารถสร้างอนาคตบนดิจิทัล พร้อมช่วยปฏิรูปทั้งรูปแบบการทำงาน การดำเนินชีวิต และการพักผ่อน เดลล์ เทคโนโลยีส์ให้การดูแลสนับสนุนลูกค้าด้วยการบริการ และเทคโนโลยีที่มีความเป็นนวัตกรรมอย่างสูงสุดที่สามารถครอบคลุมได้อย่างกว้างขวางที่สุดในอุตสาหกรรม ตั้งแต่อุปกรณ์ปลายทาง (edge) ไปถึงส่วนกลางในการประมวลผล (core) ตลอดจนถึงคลาวด์ (cloud) 

Copyright © 2019 Dell Inc. or its subsidiaries. All Rights Reserved. Dell Technologies, Dell, EMC, Dell EMC and other trademarks are trademarks of Dell Inc. or its subsidiaries. All other trademarks may be trademarks of their respective companies.

AMD, the AMD logo, EPYC, and combinations thereof are trademarks of Advanced Micro Devices, Inc.

14
บีเอสเอช ดูแลลูกค้าหลังการขาย วางใจได้กับการใช้งาน...เครื่องดูดฝุ่น Bosch ด้วยการรับประกันมอเตอร์ 10 ปี



บริษัท บีเอสเอช โฮม แอ็พพลายแอ็นซ์ จำกัด (ประเทศไทย) ผู้จัดจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้า “บ๊อช” (Bosch) แบรนด์อันดับ 1 ของยุโรป ส่งมอบความพิเศษ...เพิ่มการรับประกันมอเตอร์เครื่องดูดฝุ่นบ๊อชยาวถึง 10 ปีเพื่อให้ลูกค้าสามารถใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง หมดห่วงเรื่องการรับประกันสินค้า เพียงแค่ซื้อเครื่องดูดฝุ่น Bosch แบบกล่องเก็บฝุ่น หรือ แบบถุงเก็บฝุ่น ยกเว้น รุ่น Series 2BGS05/BGC05 และเข้าไปทำการลงทะเบียนทางเวปไซต์ My Bosch จะได้รับสิทธิ์ประกันมอเตอร์ฟรี 10 ปี โดยรับประกันให้กับลูกค้าที่ซื้อเครื่องตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2562 เป็นต้นไป ซึ่งเครื่องใช้ไฟฟ้า “บ๊อช” (Bosch)  ถือเป็นแบรนด์แรกและแบรนด์เดียว ที่กล้ารับประกันมอเตอร์เครื่องดูดฝุ่นนานถึง 10 ปี

สามารถติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่  www.facebook.com/BoschHomeThailand
หรือ ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.bosch-home.in.th

15
ข่าวประชาสัมพันธ์ LINE ScaleUp นำสตาร์ทอัพไทยร่วมทริปบ่มเพาะความรู้ในต่างแดน

•   จัดยูนิคอร์นทริปขนทัพสตาร์ทอัพไทย พบปะ แลกเปลี่ยนความรู้ และแนวคิดเข้มข้นกับ 3 สตาร์ทอัพยูนิคอร์นตัวจริงที่เกาหลี

•   เปิดเวทีสุดเอ็กซ์คลูซีฟ นำเสนอแผนธุรกิจต่อนักลงทุนต่างชาติชั้นนำ







กรุงเทพฯ - LINE ScaleUp โปรแกรมบ่มเพาะสตาร์ทอัพไทย โดย LINE ประเทศไทย เดินหน้านำ 6 ทีมสตาร์ทอัพผู้เข้ารอบสุดท้าย บินสู่เกาหลีกับทริปสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่เปิดโอกาสให้สตาร์ทอัพทั้ง 6 ทีมได้เรียนรู้เรื่องราวและประสบการณ์ตรงจากสตาร์ทอัพยูนิคอร์นตัวจริง และได้มีโอกาสนำเสนอแผนธุรกิจของตนเองต่อนักลงทุนต่างชาติชั้นนำ เพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์และสร้างเครือข่ายธุรกิจก้าวเป็นยูนิคอร์นสัญชาติไทยตัวแรกในไม่ช้า

มาถึงครึ่งทางกันแล้วสำหรับโครงการ LINE ScaleUp ที่หลังจากประกาศ 6 ทีมสตาร์ทอัพสัญชาติไทยที่เข้ารอบ ได้แก่ Choco CRM, Clamdi, Finnomena, Gowabi, Seekster และ Tellscore  ไปเมื่อเดือนมิถุนายน 2562 และได้จัด LINE ScaleUp Camp ตั้งแต่เดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ด้วยการให้ความรู้และคำปรึกษาเชิงลึกแก่เหล่าสตาร์ทอัพทั้งในด้านเทคโนโลยี ด้านแผนธุรกิจ ด้านดีไซน์รูปแบบบริการของตนเองต่อผู้ใช้งานบนมือถือ (UX/UI) และล่าสุดกับการนำสตาร์ทอัพทั้ง 6 ทีมร่วมยูนิคอร์นทริปเพื่อพบปะ พูดคุย และเรียนรู้ประสบการณ์ตรงจากสตาร์ทอัพยูนิคอร์นต่างชาติชั้นนำ ณ ประเทศเกาหลี เมื่อวันที่ 16-20 กันยายนที่ผ่านมา



เจเดน คัง รองประธานกรรมการฝ่ายกลยุทธ์ LINE ประเทศไทย และยังเป็นหัวเรือใหญ่ดูแลโปรเจค LINE ScaleUp เผยว่า “สิ่งสำคัญที่สุดที่เราคาดหวังจากการนำสตาร์ทอัพทั้ง 6 ทีมมาในยูนิคอร์นทริปครั้งนี้ คือ ให้พวกเขาได้เรียนรู้และรับฟังประสบการณ์จากเหล่าสตาร์ทอัพยูนิคอร์นที่ได้เจอ แล้วนำเรื่องราวที่ได้มาเป็นแรงบันดาลใจ นำแนวคิดที่ได้มาปรับใช้ พัฒนาแผนงานบริการของตนเองให้ได้ต่อไป เพื่อผลักดันให้พวกเขาได้ประสบความสำเร็จ เป็นยูนิคอร์นตัวแรกของประเทศไทยให้ได้ สิ่งหนึ่งที่อยากเน้นย้ำ คือ ความล้มเหลวไม่ได้แปลว่าแพ้ แต่คือการเรียนรู้และปรับตัวแก้ไขให้ตรงจุดและเร็วที่สุด ซึ่งถือเป็นแนวคิดสำคัญที่เราได้รับการแบ่งปันจากเหล่าสตาร์ทอัพยูนิคอร์นจากเกาหลี

นอกจากนั้น สิ่งที่ถือเป็นประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยม คือ สตาร์ทอัพของไทยทั้ง 6 ทีม ได้นำเสนอแผนธุรกิจของตนให้กับองค์กรนักลงทุนระดับโลก ไม่เพียงแต่เป็นประโยชน์ในด้านการนำเสนอธุรกิจสู่นักลงทุนเท่านั้น แต่ยังถือเป็นการเปิดโลกทัศน์ให้กับองค์กรนักลงทุนทั้ง 5 ได้รับรู้ถึงตลาดธุรกิจไทย ตลาดผู้บริโภคไทย และสตาร์ทอัพไทยว่ามีดีไม่แพ้ชาติใด และโครงการ LINE ScaleUp พร้อมเป็นแรงผลักดัน สนับสนุนพวกเขาอย่างเต็มที่ในการก้าวสู่ระดับโลก พร้อมเป็นสตาร์ทอัพยูนิคอร์นตัวใม่จากประเทศไทย

ในยูนิคอร์นทริป LINE ScaleUp ได้พาทีมสตาร์ทอัพทั้ง 6 เข้าเยี่ยมชมสำนักงานใหญ่และพบปะพูดคุยกับเหล่าสตาร์ทอัพยูนิคอร์น อาทิ

Naver หนึ่งในเทคสตาร์ทอัพที่ก่อตั้งในปี 1999 ด้วยบริการ Search Engine และประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็วในเกาหลีภายใน 3 ปีถัดมา และสามารถครองตำแหน่งบริการ Search portal อันดับ 1 ในเกาหลีตั้งแต่ปี 2004 มาจนถึงปัจจุบัน รวมถึงเป็นที่รู้จักในนามบริษัทแม่ของ LINE มีความโดดเด่นในเรื่องการสร้างบุคลากรที่มีประสิทธิภาพสูง เน้นการเรียนรู้จากความล้มเหลว แต่ไม่เคยยอมแพ้ ทำให้เกิดทีมงานที่แข็งแกร่ง สร้างผลิตภัณฑ์และบริการที่ตรงกับความต้องการของลูกค้า โดยเฉพาะชาวเกาหลีได้มากที่สุด ควบคู่ไปกับการเดินหน้าขยายธุรกิจสู่ต่างประเทศ

Krafton Game Union บริษัทนักพัฒนาเกมชั้นนำของเกาหลี ภายใต้ชื่อบริษัทเดิมคือ Bluehole ซึ่งก่อตั้งตั้งแต่ปี 2007 ผู้สร้างความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่และก้าวเข้าสู่การเป็นสตาร์ทอัพยูนิคอร์นจากเกม PUBG ในปี 2018 ที่ผ่านมา และในปัจจุบันได้ผลิตเกมในเครือมากมายออกสู่ตลาดต่างประเทศ รวมถึงประเทศจีน Krafton Game Union ให้ความสำคัญและมองว่าเป็นปัจจัยหลักทำให้ตนเองประสบความสำเร็จเป็นสตาร์ทอัพยูนิคอร์นได้คือ ทีมหรือบุคลากร โดยเน้นให้ทีมเรียนรู้จากประสบการณ์จริง ไม่ว่าจะสำเร็จหรือล้มเหลว ประสบการณ์ ความรู้ และทักษะที่ทีมงานได้รับ จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้พวกเขาสามารถพัฒนาสร้างเกมใหม่ๆ ที่เข้าถึงลูกค้าได้มากขึ้น


Woowa Bros ผู้ให้บริการส่งอาหารอันดับต้นๆ ในประเทศเกาหลี โดย Woowa Bros ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2010 และได้ก้าวเข้าสู่การเป็นสตาร์ทอัพยูนิคอร์นในปี 2018 Woowa Bros ถือกำเนิดขึ้นโดยการรวบรวมฐานข้อมูลจากใบปลิวของร้านอาหาร และสร้างแพลตฟอร์มกลางสำหรับบริการส่งอาหารขึ้นมา โดยเน้นผลประกอบการจากโฆษณาบนแพลตฟอร์มแทนการเก็บค่า commission จากร้านอาหาร โดยมีเป้าหมายทางธุรกิจคือการเติบโตไปพร้อมๆ กับพาร์ทเนอร์ Woowa Bros ยังให้ความสำคัญกับพนักงานส่งอาหาร โดยให้ประกันคุ้มครองที่มีมาตรฐานด้านสิทธิประโยชน์สูงกว่าคู่แข่ง ทำให้พนักงานส่งอาหารรู้สึกเชื่อมั่นในบริษัท และส่งผลต่อยอดทำให้ลูกค้าได้รับบริการที่ดีจากพนักงานส่งอาหารที่มีคุณภาพ ทั้งนี้ Woowa Brothers มีแผนจะขยายบริการสู่บริการส่งสินค้า Grocery อีกทั้งยังได้พลิกบทบาทองค์กรสู่การเป็นนักลงทุนเพื่อร่วมสนับสนุนเงินทุนให้กับสตาร์ทอัพที่น่าสนใจในตลาดต่างประเทศอีกด้วย

นอกจากการเยี่ยมชมและรับฟังประสบการ์ตรงจากสตาร์ทอัพยูนิคอร์นชั้นนำแล้ว สตาร์ทอัพทั้ง 6 ทีมยังได้รับโอกาสพิเศษในการนำเสนอแผนธุรกิจของตนเองต่อนักลงทุนต่างชาติชั้นนำในเกาหลี ไม่ว่าจะเป็น Big Basin Capital, BonAngels, Fast Investment, Korea Investment Partners และ Nextrans ซึ่งทั้ง 5 องค์กรล้วนเป็นนักลงทุนที่คร่ำหวอดในแวดลงการลงทุน มีการลงทุนให้กับสตาร์ทอัพทั้งในเกาหลีและต่างประเทศมาแล้วทั้งสิ้น และพร้อมที่จะเปิดรับพิจารณาสตาร์ทอัพไทยที่มีแผนธุรกิจที่โดดเด่น เป็นที่น่าสนใจ โดยสตาร์ทอัพไทย ทั้ง 6 ทีม ได้สร้างความประทับใจต่อนักลงทุนเป็นอย่างมาก

หลังจาก Unicorn Trip ครั้งนี้ LINE ScaleUp จะเดินหน้าบ่มเพาะเหล่าสตาร์ทอัพทั้ง 6 ทีมในเชิงลึกอย่างเข้มข้นต่อไป และจะมีการคัดเลือก (Demo Day) เพื่อเฟ้นหาสตาร์ทอัพทีมที่ดีที่สุดในเดือนพฤศจิกายน 2562 นี้ แล้วมาลุ้นกันว่าสตาร์ทอัพทีมไหนจะได้ก้าวเข้าสู่เส้นทางยูนิคอร์น เร็วๆ นี้! ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ LINE ScaleUp ได้ผ่านเว็บไซต์ https://scaleup.line.me

#LINEScaleUp2019 #UnicornTrip

เกี่ยวกับ LINE Corporation
LINE คอร์ปอเรชั่น (NYSE:LN/TSE:3938) ตั้งอยู่ในประเทศญี่ปุ่น เป็นองค์กรที่มุ่งปฎิบัติตามพันธกิจ “Closing the Distance” คือการเชื่อมต่อข้อมูล บริการ และบุคคลให้เข้าใกล้กันมากขึ้น แอปพลิเคชันส่งข้อความ LINE ได้เปิดให้บริการ ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2554 และได้เติบโตไปสู่ธุรกิจที่หลากหลายและกว้างขึ้นสู่ระดับสากล โดยรวมถึงเทคโนโลยี AI, FinTech และอื่นๆ อีกมากมาย สำหรับประเทศไทย LINE ได้เข้ามาเปิดให้บริการตั้งแต่ปี 2555 เป็นต้นมา

Pages: [1] 2 3 ... 291