Show Posts

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - happy

Pages: [1] 2 3 ... 1451
1
ซัสโก้ มอบหน้ากากผ้าให้ “กรุงเทพมหานคร”
เพื่อให้เจ้าหน้าที่ใช้ในงานสาธารณะประโยชน์


              นายภิมุข สิมะโรจน์ (ที่ 2 จากซ้าย) ประธานกรรมการบริหาร และ นายมาวีร์ สิมะโรจน์ (ซ้ายสุด) รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ซัสโก้ จำกัด (มหาชน) และคณะ นำหน้ากากผ้า จำนวนกว่า 2,000 ชิ้น มอบให้ นายสกลธี ภัททิยกุล (กลาง) รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เพื่อส่งต่อให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายรักษาความสะอาด สังกัดกรุงเทพมหานคร ได้ใช้ขณะปฏิบัติงานด้านสาธารณะประโยชน์ เป็นการป้องกันตนเองจากเชื้อ “โควิด-19” พร้อมกันนี้ นายพรชัย พรศิริโกศล ผู้จัดการ Turkish Airlines Global Lounge ได้ร่วมมอบหน้ากากเฟสชิลล์ (ที่ 2 จากขวา) ด้วย ณ ลานคนเมือง ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เมื่อเร็วๆ นี้








2
“เจนนิเฟอร์ คิ้ม” เผยรายได้ช่วงโควิด-19 เป็นศูนย์ จากเมื่อก่อนหาได้ 3 เดือน 10 ล้าน!


เป็นอีกหนึ่งคนที่ได้รับผลกระทบกับโควิด-19 สำหรับ นักร้องสาว เจนนิเฟอร์ คิ้ม ที่โดนยกเลิกงานไปหลายงานเลยทีเดียว จากเมื่อก่อนหารายได้ 3 เดือน 10 ล้าน แต่ตอนนี้ทุกอย่างเป็นศูนย์ ล่าสุด เจนนิเฟอร์ คิ้ม มาเปิดใจผ่านทางรายการ คุยแซ่บshow ทางช่องone31 ที่มีพีเค ปิยะวัฒน์ และ หนิง ปณิตา เป็นพิธีกร

สถานการณ์โควิด เห็นบอกว่าต้องรีเซตตัวเองใหม่หมดเลย จากเมื่อก่อนงานเยอะมากๆ แต่ตอนนี้ทุกอย่างเป็นศูนย์จริงเหรอคะ?
เจนนิเฟอร์ คิ้ม : พี่ว่าจริงๆ ไม่ใช่แค่ตัวพี่ ทุกๆ คนที่ทำงานในแวดวงบันเทิงมันกระทบหมด เราจะต้องมีสติ ช่วงมีงานเราก็เก็บเงิน ด้วยความที่อายุงานของพี่ 30 ปีแล้ว พี่ก็เก็บมาตลอด พี่เริ่มต้นจากการเป็นนักร้องกลางคืนที่ไม่แน่นอน ร้องสักอาทิตย์ สองอาทิตย์เดี๋ยวเขาไล่ออก ถ้าเราเติบโตแบบนี้ เราจะรู้ว่าจะต้องทำยังไงกับมัน เมื่อเรามายืนอยู่ในจุดที่มีชื่อเสียง เราบอกได้แค่ว่าเราเก็บได้แค่เงิน เพราะวันหนึ่งที่ทุกคนพูดว่า เนี่ย...ขาลง ซึ่งขาลงไม่ลงเราไม่สนใจว่าใครจะพูดว่าอะไร แต่ในบัญชีของฉันไม่เคยมีคำว่าขาลง มันไม่ได้เป็นการอวดมั้ง อวดมี แต่เป็นการตัวเองว่า ถ้าคุณมีเงินเพื่อที่จะซัพพอร์ตตัวเองในชีวิตปกติหรืออะไรที่ไม่ปกติเกิดขึ้นได้ คุณไม่ได้ฟุ่มเฟือย ขึ้นหรือลงคุณก็ใช้ชีวิตแบบนี้ มันจะไม่เกิดคำว่ารีเซตใหม่ แต่ในแง่ของระบบการงานของเราในเวลานี้มันรีเซตทุกอาชีพการงาน ที่น่าสงสารที่สุดคือคนที่หาเช้ากินค่ำ มันเป็นเวลาที่บอกว่าไม่ใช่แค่หมอพยาบาลกลุ่มเดียวที่เป็นฮีโร่ของพวกเรา คุณหมอ พยาบาล เป็นฮีโร่ทางกายของพวกเรา แต่คนทุกๆ คนเป็นฮีโร่ทางใจของตัวเอง คุณต้องฝ่าฟันอุปสรรคตรงนี้ไปให้ได้ คุณจะต้องใช้ทุกอย่างที่มี โดยเฉพาะความเข้มแข็งของคุณ

สมัยก่อนโควิดกำเงินเป็นล้านเลยจากงานอีเว้นท์?
เจนนิเฟอร์ คิ้ม : เมื่อก่อนตอนฮอตๆ 3 เดือน 10 ล้าน เป็นอย่างนั้นตลอดเป็นปี

แล้ว ณ เดือนนี้ ล่ะ?
เจนนิเฟอร์ คิ้ม : เดือนนี้เป็นศูนย์ตั้งแต่เขาประกาศว่าแบบโควิดจริงๆ จังๆ มันเป็นเรื่องน่าตกใจไหมสำหรับพี่ พี่ไม่ตกใจ เพราะว่าตอนสมัยที่พี่เริ่มร้องเพลงใหม่ๆ พี่ก็เคยเจอแบบนี้ ไม่มีงานทำ 2-3 เดือน มันคุ้นชินกับความไม่แน่นอน

ล่าสุดบริจาค 4 แสน ตั้งใจไม่บอกใคร เห็นว่างานนี้มีงอลกับพี่ท็อป ดารณีนุช ด้วย?
เจนนิเฟอร์ คิ้ม : พี่ไม่ได้งอลแต่พี่จะรำคาญมัน คนบ้าอะไรชีวิตมีความสุขแต่ไม่สงบสุข มันจะต้องไปหาความทุกข์ของคนอื่นมาเพื่อตัวเองจะได้ทำการบรรเทา คือจิตอาสา กับจิตอาเสือก มันใกล้กันนิดเดียวนะ เพื่อนดิฉันน่าจะอยู่อันหลัง คุณท็อป คุณก้อง คุณชุดาภา คนพวกนี้จะเป็นคนที่มีจิตอาสา เก่งในเรื่องของการดูแลตนเอง และดูแลคนอื่น แล้วเราเป็นเพื่อนมันเราจะรำคาญมัน นี่ยังไม่หยุดอีกหรอ นี่ชีวิตมึงเหลือเวลาน้อยแล้ว มึงยังไม่อยู่นิ่งๆ อีกหรอ อยู่นิ่งๆ ไม่เป็นหรอ รำคาญมันส่องดูสิว่ามันทำอะไร แล้วเราจะถามคำต่อไปว่ามึงมีอะไรให้ช่วยไหม แล้วมันก็ด่าว่า อีนักช้อปออนไลน์ ทำไมมึงไม่ดูเคล็ดตาล็อคกุ คือเคล็ดตาล็อคนี่จะมีให้เลือกเลยนะ บริจาคอะไร ราคาเท่าไหร่ ดิฉันก็บอกว่าไม่ใช่นักช้อปออนไลน์ไม่รู้ว่าจะต้องทำยังไงมันก็พูดให้ฟัง ไม่ว่าพี่จะบริจาคเท่าไหร่มันไม่ใช่เรื่องใหญ่ มันเป็นเวลาที่ต้องช่วยเหลือกัน พี่ว่านักแสดงดีๆ ส่วนใหญ่จะมีสำนึกตรงนี้ว่าเรายืนอยู่บนความนิยม ความนิยมเราไม่เห็นว่ามันเป็นยังไง คนดูก็ไม่เห็นว่ามันเป็นยังไง แต่เรามีที่ยืนได้เพราะความนิยนที่ประชาชนเมตตาเรา วันหนึ่งความนิยมที่เขามีต่อเราเนี่ยมันจะกลับไปทดแทนสิ่งที่เขาเคยให้เรา พวกเราจะต้องคิดแบบนี้









เดือนนี้ เดือนที่แล้ว งานไม่มีเลย พี่เล่นบริจาคกันตู้มใหญ่ๆ กลัวเงินหมดไหม กลัวไม่มีกินไหม?
เจนนิเฟอร์ คิ้ม : เอาอย่างนี้ดีกว่าถ้าสมมติพี่ไม่ทำงาน 10 ปี อยู่เฉยๆ พี่ก็อยู่ได้แล้วก็ยังมีเงินเหลืออีก มันไม่ได้มีเยอะ แต่ฉันไม่ได้เป็นคนใช้เยอะ

วันหนึ่งพี่ใช้เงินวันละกี่บาท?
เจนิเฟอร์ คิ้ม : พี่เคยไม่ออกจากบ้านเกือบอาทิตย์ แล้วไม่ได้ใช้ตังสักบาทเลย

ตอนนี้พี่มีค่าบ้าน ค่าคอนโด ต้องจ่ายไหม?
เจนนิเฟอร์ คิ้ม : ไม่มี พี่ไม่มีหนี้ ถ้าคุณอยากใช้ชีวิตเป็นอย่างนี้ คือเมื่อไหร่ก็แล้วแต่ที่คุณอยากได้ของเพลงๆ คุณต้องดาวน์ครึ่งหนึ่งแล้วส่งแบบอัดๆ ให้มันเร็วๆ ให้มันหมดภายในเวลา 5 ปี เพราะเราไม่รู้ว่าอะไรเป็นอะไร อีกทางหนึ่งซึ่งมันยากมาก คือไม่ค่อยอยากได้อะไรสักเท่าไหร่ พี่เป็นคนไม่อยากได้อะไรเกินตัว พี่ไม่อยากจะเหนื่อย พี่อาจจะรู้สึกด้วยความที่พี่เกิดมาในครอบครัวเป็นนักพนันมันไม่มั่นคง ไม่เป็นไร วันหนึ่งที่พี่เป็นรุ่นถัดไปพี่จะเป็นเลือดผสมที่แก้ไขความบกพร่องในรุ่นที่ผ่านมาเรียบร้อยแล้ว

ชีวิตพี่คิดว่าจุดไหน คือจุดที่ลำบากที่สุด?
เจนนิเฟอร์ คิ้ม : คือจุดที่พี่ยังไม่แตะคำว่าดัง ทุกๆ วันพี่ถือว่ามันเป็นความลำบากทางใจของพี่ที่สุด เพราะพี่ไม่อยากร้องเพลงกลางคืน แต่การร้องเพลงกลางคืนมันดีมาก พี่ขอบคุณทุกร้าน ทุกที่ แล้วอยากบอกเด็กๆ ที่ยังไม่มีชื่อเสียง ร้องตามผับ ตามบาร์ ว่า ให้คุณภูมิใจเถอะว่านั่นคือสารตั้งต้นถ้ามันแข็งแรงแล้วมันจะประกอบรวมกับสารบางอย่างในโอกาสที่เหมาะสม ทำให้เกิดความดังได้แค่ชั่วข้ามคืน เราเกิดมาจากที่แบบนั้นก็เลยทำให้ชีวิตมันไม่ได้ยากนัก

ตอนเป็นนักร้องกลางคืนใหม่ๆ แขกที่มานิสัยต่างกันหมดเลย แล้วมีบางคนคอมเมนต์เราแย่ มีเขวี้ยงของใส่เราด้วย?
เจนนิเฟอร์ คิ้ม : ใช่ คำว่าบูลลี่ที่คนเขาใช้กัน มันไม่เท่ากับความจริงที่มันเป็นอยู่การถูกกดดันโดยความลำบากทางใจ นักร้อง นักแสดงทุกคนเป็น เมื่อคุณเห็นคนอื่นที่เกิดในยุคเดียวกันดังขึ้นไปแล้วคุณยังอยู่ที่เดิม ผ่านไป 10 ปีคุณยังอยู่ที่เดิมมันช่างเจ็บปวด ทั้งที่คุณมีกินมีใช้อยู่ไม่ได้อดอยากอะไร นั่นคือความลำบาก และความลำบากสิ้นสุดที่คำว่ามีชื่อเสียง คราวนี้การมีชื่อเสียงคุณอาจจะลำบากกว่าเก่าได้อีกถ้าคุณประมาท

อย่างพี่คิ้มเรียกว่าวัยทองแล้วหรอ?
เจนนิเฟอร์ คิ้ม : ใช่ ถ้าเลข 5 ขึ้นก็น่าจะทองแล้ว คำว่าวัยทอง เราต้องเข้าใจมันให้ได้ก่อน วัยทองมันจะปวดเมื่อยตัว อารมณ์จะสวิงตามฮอร์โมน

แล้วร้องเพลงจนเสียงพัง เกิดอะไรขึ้น?
เจนิเฟอร์ คิ้ม : นักร้องทุกๆ คนจะแพ้ควัน แล้วนักร้องที่ร้องตามผับ ตามบาร์ บางที่มันเป็นเอ้าดอร์แล้วคนก็นั่งสูบบุหรี่ แล้วมันก็เข้าจมูกเรา คือถ้าพี่ได้กลิ่น เดี๋ยวพรุ่งนี้พี่เสียงแหบแล้ว หรือสมมติเรานอนน้อยแล้วเราขึ้นเครื่องไปซาวด์เช็คยืนตากแดดไปชั่วโมงหนึ่ง เดี๋ยวพรุ่งนี้พี่จะเสียงแหบแล้ว นักร้องไม่ชอบตื่นเช้ามากๆ ไม่ชอบแดดร้อนๆ ไม่ชอบสโมค ไม่ชอบควัน จริงๆ นักร้องชอบกินแอลกอฮอล์ แต่เส้นเสียงของนักร้องไม่ถูกกับแอลกอฮอล์มันก็จะทำให้เสียงพังง่ายเลย

พังของพี่คิ้มจนร้องเพลงไม่ได้มีไหม?
เจนนิเฟอร์ คิ้ม : เยอะแยะ บ่อย มีอยู่วันหนึ่งไปงานของเทศบาลของจังหวัดนครพนม เสียงแหบมาก ต้องอาศัยเดินลงมาใกล้ชิดคุย เพื่อเป็นการปลอบใจ คือไปถึงกลางวันแดดเปรี้ยง กลางคืนหนาวแบบ 15 องศา แล้วช่วงตรุษจีนพี่ร้องเพลงเยอะ 7 วัน ร้องไป 11 งานก็เลยเสียงพัง จากนั้นประมาณ 2 อาทิตย์เราจะหายเอง


13.45-14.45 น. ทางช่อง one31 Facebook Page : คุยแซ่บShow รับชมย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama

คลิปสัมภาษณ์ เจนนิเฟอร์ คิ้ม​
https://youtu.be/iE-2LM4IvQA

<a href="http://www.youtube.com/watch?v=iE-2LM4IvQA" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=iE-2LM4IvQA</a>










3
"เต๋า ภูศิลป์" เปลือยหมดเปลือก หมอลำหน้าหล่อ ปังเพราะมูเตลู เผยแฟนคลับทุ่มเงินเปย์ แบรนด์เนม - นาฬิกาหลักล้าน!!!


เต๋า ภูศิลป์ นักร้องหมอลำหน้าหล่อ ที่วันนี้จะมาเปิดเผยเส้นทางการเป็นนักร้องหมอลำลูกทุ่ง สู่นักแสดงมืออาชีพ พร้อมเปิดประสบการณ์ปังเพราะมูเตลู แถมยังเจอแฟนคลับเปย์ของแบรนด์เนมหลักล้าน ผ่านทางรายการ คุยแซ่บSHOW ทางช่อง ONE31 ที่มี หนิง ปณิตา และซินแสเป็นหนึ่ง เป็นพิธีกร

สถานการณ์โควิดมีผลกระทบไหม?
เต๋า : ก็มีครับผม คอนเสิร์ตที่เคยมี เคยรับไว้ก็เลื่อนไปก่อนแบบไม่มีกำหนด ที่มีมัดจำไว้ก็เลื่อนไป โดยที่ไม่รู้ว่าสถานการณ์จะดีขึ้นตอนไหนแล้วค่อยไปร้องเพลงชดเชยให้เขา

ตอนนี้แคนเซิ้ลไปทั้งหมดกี่งานแล้ว?
เต๋า : 30-40 งาน จริงๆ เดือนเมษายนเป็นเดือนที่นักร้องลูกทุ่งกอบโกยเลย เพราะมีงานบุญบ้านต่างๆ มีสงกรานต์ ก่อนที่จะหน้าฝน

มูลค่าเท่าไหร่?
เต๋า : ก็เยอะอยู่ครับ แต่ก็เป็นกันทุกคน

เห็นว่าสถานการณ์โควิดทำให้เต๋าอยากกลับบ้านที่อุบล แล้วไปทำมาหากินที่อุบลเลย?
เต๋า : ใช่ครับ จริงๆ มันเป็นเหมือนการรีเซตระบบความคิดของคนเรา จากที่เคยทำแต่งานไม่เคยสนใจสิ่งแวดล้อมคนรอบข้าง ทุกวันนี้เราได้กลับมาอยู่กับตัวเอง โฟกัสสิ่งที่สำคัญในชีวิตเรา ควรจะมีภาระมากน้อยแค่ไหนชีวิตถึงจะอยู่ต่อไปได้ แล้วก็นึกถึงคนที่อยู่ที่บ้าน อยากกลับไปอยู่กับครอบครัว แต่ตอนนี้กลับไปก็ไม่ได้ ก็กลัวจะเอาเชื้อไปติดเขา

เห็นบอกว่าที่บ้านก็มีกิจการ?
เต๋า : ครับ ดูดส้วน ครับ ก็ทำมาตั้งแต่รุ่นปู่แล้วครับ ประมาณ 30 ปีแล้วที่อุบลราชธานี ก็มีผมเป็นลูกชายคนเดียวด้วย แต่ตอนนี้โชคดีได้เข้ามาทำงานในวงการ ได้ร้องเพลง ก็ทำมาหากินตรงนี้ไปก่อน

แล้วผันตัวมาเป็นนักร้องได้ยังไง?
เต๋า : พอดีช่วงนั้นร้องเพลงลงในโซเชียล แล้วผู้บริหารของแกรมมี่ โกลด์ มาเห็นแล้วชักชวนให้มาเซ็นสัญญาให้เป็นนักร้องฝึกหัด

ก่อนที่มาเป็นนักร้องฝึกหัดเต๋ามาความเกี่ยวข้องอะไรกับพี่นาง ศิริพร?
เต๋า : ก่อนที่ผมจะได้ออกอัลบั้ลชุดแรงในชีวิต ผมก็คิดว่าเป็นแค่นักร้องคนหนึ่งไม่คิดว่าจะได้ออกอัลบั้ม จนมาได้รู้จักกับแม่นาง แม่นางก็ให้โอกาสพาผมไปเรียนร้องเพลงที่บ้านแม่นาง ก็เรียน กินข้าว อยู่กับแม่เลย แล้วก็แม่ก็มาพูดกับนายให้







แสดงว่าจุดเริ่มก็มาจากแม่นาง?
เต๋า : ใช่ครับ

ถ้าเจอพี่นาง พี่คิดว่าไม่ใช่แค่ไปเรียนร้องเพลง จะต้องมีสายมูมาเกี่ยว?
เต๋า : ต้องบอกว่าเราก็เป็นคนที่นับถือพุทธศาสนา นับถือในกฎแห่งกรรม ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว เราก็หมั่นทำดีตลอด ที่ไหนดี ที่ไหนเด็ดเราก็ไป

วิธีมูยังไงให้เราประสบความสำเร็จ มีอะไรบ้างที่พี่นางพาไปมู?
เต๋า : ส่วนใหญ่แม่พาไปเป็นวัด สถานที่ปฏิบัติธรรม แต่เหนือสิ่งอื่นใดก็จะมีความคิดที่ว่าถ้าเราทำบุญไปเยอะๆ หมดเงินเป็นแสน เป็นล้าน แต่เราไม่เป็นคนดี มันก็ไม่ได้เกิดขึ้นกับเราอยู่แล้ว เราจะไปหวังผลในขณะที่เรายังทำชั่วอยู่ มันก็ไม่ใช่ เพราะฉะนั้น เราต้องคิดดี ทำดี แล้วเราจะมีสิ่งดีๆ ตามมา

ทราบข่าวว่าไปวัดที่ลาว ไปทำอะไร ยังไง?
เต๋า : ก็ไปทำบุญนี่แหละครับ

ทราบข่าวว่าไปวัดที่ลาว ไปทำอะไร ยังไง?
เต๋า : ก็ไปทำบุญนี่แหละครับ

ไปวัดที่ลาวยังไม่เด็ดเท่าอาบเทียนน้ำใต้แสงจันทร์ คืออะไร?
เต๋า : มันเหมือนเป็นการอาบน้ำมนต์นี่แหละ นุ่งขาว ห่มขาว ดูฤกษ์ ช่วงไหนที่พระจันทร์เต็มดวงครูบาอาจารย์ก็พาทำ

แล้วหลังจากที่เราอาบน้ำใต้แสงจันทร์มีอะไรเกิดขึ้นกับเราบ้าง?
เต๋า : คือบางทีสิ่งที่เราไม่คาดคิดว่าจะได้มาก็จะมีมาแบบงงๆ ครับ เอาจริงๆ ผมก็ไม่ใช่คนที่มีชื่อเสียงโด่งดังมาก แต่ก็จะมีงานเข้ามาโดยที่เราไม่รู้ และมันจะมีอย่างนี้อยู่ตลอด

สิ่งที่ปังที่สุด และประสบความสำเร็จที่เป็นเต๋าได้ทุกวันนี้คือหลังจากบวช?
เต๋า : ครับ ก็ช่วงนั้นทำอัลบั้ม หลังจากที่แม่นางไปพูดกับนายให้ ตอนนั้นก็ทำอัลบั้มเสร็จแล้ว 10 เพลง เตรียมปล่อย ช่วงนั้นเป็นช่วงที่ผมจะบวชพอดี 24 จะเข้า 25 แบบเราจะบวช แล้วยังไง อัลบั้มก็จะวาง เราต้องอยู่ช่วยโปรโมทไหม ต้องอยู่ทำอัลบั้ม ไปออกรายการไหม อีกใจหนึ่ง เห้ย...เราเบญจเพส อยากบวช ผมก็เลยไปบวช ในขณะที่อัลบั้มจะยังไงก็ช่างมัน ขายดีไม่ดีไม่รู้ไปบวชก่อน แล้วพอหลังจากสึกมาเสร็จมันมีเพลงหนึ่งที่มาจากไหนก็ไม่รู้ ไม่ได้เป็นเพลงในแผนโปรโมทเลย มันมีกระแสโดยที่เราไม่ได้คิดว่าจะเอาเพลงนี้เป็นเพลงหลัก

คิดว่ามีส่วนกับที่เราไปมูเตลูมาบ้างไหม?
เต๋า : คิดว่ามีส่วนนะครับ คิดว่าปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ เหนือสิ่งอื่นใดไปไหว้พระที่ไหนดังๆ เด็ดๆ ไม่เท่ากับการที่เราได้ปฏิบัติเอง ช่วงนั้นผมก็บวชด้วย พระก็ถือศีล 2 ร้อยกว่าข้อมันส่งผลหรือเปล่า อันนี้ผมก็ไม่รู้ แต่มันเป็นสิ่งที่ดี

พระอาจารย์บอกว่าอย่าเพิ่งมีแฟน เกิดอะไรขึ้น?
เต๋า : สืบเนื่องจากที่แม่นางศิริพรแนะนำให้ไปหาอาจารย์ ท่านก็เหมือนแนะนำเรา ถ้าเราอยู่ในวงการตอนนี้ให้เลือกงานกับแฟนให้เลือกงานไว้ก่อนนะ ถ้าจะมีแฟนก็ขอให้พ่อ แม่เราตายไปก่อนนะ ตอนนั้นเราก็คิดว่าทำไมแรงจังแต่ว่าผมมาคิดย้อนหลังเหมือนประมาณว่าถ้าเรามีแฟนเหมือนหลุดโฟกัส จะไม่โฟกัสเรื่องงานจะไปโฟกัสที่แฟน ครอบครัว พ่อ แม่เรา เราจะไม่ได้ส่งเงิน ดูแลท่านหรือเปล่า แต่หลังจากนั้นผมก็ไม่ได้มีแฟน

แล้วที่ว่าแฟนคลับสายเปย์เป็นยังไง?
เต๋า : ก็มีแฟนคลับเอ็นดูเรา ก็เป็นสิ่งที่ดี ก็ต้องขอบคุณมากๆ ผมจะอยู่ไม่ได้เลยถ้าไม่มีกำลังใจจากแฟนเพลง แฟนคลับ เขาก็ต้องมาดูแลเรา เอ็นดูเรา มีบางรายซื้อของเป็นนาฬิกา เสื้อผ้า เป็นกระเป๋าแบรนด์เนมให้

เห็นบอกว่าที่เปย์หนักมากๆ เป็นหลักล้านเลย คือมีคนซื้อนาฬิกาโรเล็กซ์ให้?
เต๋า : ใช่ครับ ก็เป็นแฟนครับคนจีน เขามาเมนต์ในไอจีของเราว่าอยากจะซื้ออัลบั้มของเธอซื้อได้ที่ไหน ผมก็ตอบเขาไปว่าสามารถซื้อได้ที่ตึกแกรมมี่นะ เขาก็แบบไม่เคยมีศิลปินคนไหนตอบเขาเลย เขาก็ปลื้มเรามาก แล้วหลังจากนั้น 14 กุมภาพันธ์ เขาบินมาจากจีน ผมก็ร้องเพลงบนเวที เขาก็ให้กล่องมากล่องหนึ่งเป็นกล่องเขียวๆ ก็ไม่ได้สนใจอะไร แต่พอลงเวทีมาเปิดดูเห้ย เป็นนาฬิกา มีใบรับประกันก็ไปสืบราคาดูก็เยอะผอยู่เหมือนกัน และหลังจากนั้นมาเขาก็มาเรื่อยๆ วันต่อมาผมมีงานที่หนองคาย เดือนนั้นไม่มีงานในกรุงเทพฯ เขาก็บินมาจากจีนมากรุงเทพฯ กรุงเทพฯไปอุดรฯ นั่งรถจากอุดรฯก็นั่งรถไปหนองคายเพื่อที่จะเอากระเป๋าแบรนด์เนมไปให้เรา

มีบอกเขาไหมว่าไม่เป็นไร เพราะราคามันสูงมาก?
เต๋า : จริงๆ ผมบอกคนที่จะเอาเงินมาให้ผมทุกคน ผมเป็นคนขี้เกรงใจ ขอบคุณนะที่มาหากัน มาหากันก็เกรงใจมากแล้ว แต่นี้เขาเสียทั้งค่ารถ ค่าตั๋วเครื่องบิน เอาเงิน เอาทองมาให้เราอีก เรารู้สึกว่าเราเกรงใจเขา


13.45-14.45 น. ทางช่อง one31 Facebook Page : คุยแซ่บShow รับชมย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama

คลิปสัมภาษณ์ เต๋า ภูศิลป์​
https://youtu.be/DJta8equFek

<a href="http://www.youtube.com/watch?v=DJta8equFek" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=DJta8equFek</a>








4
"ท็อป ดารณีนุช" เคลียร์งานเดินหน้าช่วย โควิด-19-


ท็อป ดารณีนุช ไม่หวั่นดราม่าคนเม้าท์ดาราสร้างภาพทำความดี พร้อมเคลียร์งานเดินหน้าช่วยวิกฤตโควิด-19 อย่างเต็มตัว ล่าสุดเจ้าตัว ควงลูกชาย น้องแกงค์ มาเปิดใจผ่านทางรายการ คุยแซ่บshow ทางช่อง one31 ที่มี พีเค ปิยะวัฒน์ และใบเฟิร์น พัสกร เป็นพิธีกร

ณ ตอนนี้สิ่งที่พี่ท็อปช่วยเหลือเกี่ยวกับเรื่องโควิด มันคือโครงการอะไร?
ท็อป : อย่าพูดว่าเป็นโครงการเลย คือในไอจีตอนเริ่มที่มีสถานการณ์ต่างๆ เราก็ให้กำลังใจแพทย์และพยาบาล แล้วแนวคิดเราอันแรกคืออยากให้คนเข้ามาในไอจีของเรา ช่วยเหลือดูแลบุคลากรทางการแพทย์ไม่ว่าจะเป็นแพทย์โรงพยาบาลรัฐ ท้องถิ่นบ้านเกิดของตัวเอง ช่วยกันดูแล แรกๆ เราอาจจะไม่มีอุปกรณ์ทางการแพทย์เอาอาหาร น้ำไปเป็นกำลังใจให้เขา หลังจากที่เรามีแนวคิดแบบนี้ บางคนก็ไดเร็กต์เข้ามาขอความช่วยเหลือ ทีนี้เราเริ่มรู้แล้ว โรงพยาบาลบางชื่อไม่เคยรู้จักเลย แล้วเขาก็ขาดความช่วยเหลือ แล้วมีหลายๆ คนเข้ามาว่าเขามีอันนั้น เขามีอันนี้ เราก็เลยเป็นศูนย์จับแมทช์ มันจะต่างกันกับการที่เรารับบริจาค เพราะว่าเราต้องเช็กว่าเขาต้องการอะไร แล้วจับแมทช์ไปแมทช์มา หลังๆ ชักเยอะ เราก็จะเอาขึ้นบนหน้าโพสต์ว่าโรงพยาบาลเล็กๆ ทีที่ไหนบ้าง ก็จะบอกว่าคนไทยมีน้ำใจน่ารักมาก เขาจะเข้ามาเหมือนช้อปปิ้งบุญ เขาก็จะมาดูที่เขาไม่รู้จักเหมือนเรา เขาก็ส่งความช่วยเหลือไป เราไม่ใช่ศูนย์อะไรใหญ่โตแต่ต้องตั้งชื่อไม่งั้นเขาจะบอกว่าจาก คุณท็อป ดารณีนุช ซึ่งไม่ใช่จากเรา เป็นความช่วยเหลือจากทุกๆ คน

เป็นสื่อกลางช่วยประสานงานให้?
ท็อป : เราแค่เป็นตัวเชื่อม เชื่อมให้ความช่วยเหลือไปถึงในจุดที่ต้องบอกว่าโรงพยาบาลใหญ่เป็นที่รู้จัก คนรู้อยู่แล้ว แล้วได้รับความช่วยเหลือแต่เขาก็ยังขาดแคลน แล้วโรงพยาบาลเล็กๆ พวกนั้นละมันยิ่งน่ากลัว ตอนนี้ต้องเข้าใจว่าโรคนี้เป็นโรคที่ระบาดใหม่ของโลกเรา เข้ามาในประเทศเรา ทุกคนอยู่บนพื้นฐานของความกลัวหมด ทั้งแพทย์ พยาบาล รวมไปถึงประชาชนอย่างเรา เพราะฉะนั้นทุกคนอยากจะได้ของ แต่ของมีจำนวนจำกัด เพราะด้วยความที่ไม่เคยมีโรคนี้ สิ่งนี้ต่างหากที่เราควรยืนไว้ตรงนี้ เพื่อจะสร้าง ไม่ว่าจะเป็นสติแล้วให้เขาเห็นภาพรวมเท่าที่เราจะทำได้เท่านั้นเอง

พอช่วยแล้วฟีดแบคเป็นยังไงบ้าง?
ท็อป : โห...ต้องบอกว่ามันมีหลากหลายมาก เฉพาะฟีดแบคที่เข้ามาขอบคุณในเรื่องของการได้รับของ ในเรื่องที่เขาเกิดแรงบันดาลใจที่ทำ faceshield ส่งไปให้โรงพยาบาล แล้วเขาก็เหมือนส่งการบ้านเราว่าลูกเขาทำอันนี้นะ อันนั้นนะ เรารู้สึกว่าจริงๆ แล้วอย่างหนึ่งที่อยากจะบอก สังคมไทยตอนนี้ เราเห็นพวกเกรียนคีย์บอร์ดเห็นใครทำอะไรก็ไปเขียนตำหนิว่าหรืออะไรต่างๆ มันมีเยอะจนทำให้ทุกคนหัวใจหดหู่ แต่เมื่อเราได้ทำสิ่งต่างๆ เหล่านี้ เราเห็นน้ำใจของคนไทยที่อยากจะออกมาทำความดีมีเยอะ

น้องแกงค์ช่วยแม่ยังไงบ้าง?
แกงค์ : ก็ถ้าวันไหนว่างผมก็จะมาขับรถให้คุณแม่ อย่างล่าสุดผมก็ไปช่วยย้ายของให้

แทนที่จะเป็นสิ่งของ ชุด PPE ทำไมไม่เอาเงิน?
ท็อป : ตอนแรกไม่เอาเงิน แต่ลงโพสต์ไปครั้งเเดียว แล้วไม่ได้เป็นโพสต์ขึ้นว่าเลขบัญชีอะไร น้องเชื่อไหมว่าสิ่งที่ได้รับกลับมาไม่ว่าจะเป็นพี่น้องในวงการบันเทิงแล้วก็พี่น้องประชาชนที่ติดตามไอจี ตอนนี้พี่มีเงินนะ 1.2 ล้าน ของเพื่อนเราก็มีเยอะ เจนนิเฟอร์ คิ้ม ให้มา 4 แสน ของคุณคิ้มเราจะไปซื้อเครื่องมือช่วยหายใจให้โรงพยาบาลพระมงกุฎ

อะไรที่โรงพยาบาลต่างๆ เขาอยากได้ เขาต้องการ ขาดแคลนตลอด?
ท็อป : หนึ่งคือกำลังใจอยู่แล้ว เพราะตอนนี้เขาเป็นนักรบที่อยู่บนสมรภูมิรบท่ามกลางความขาดแคลนอุปกรณ์ต่างๆ ฉะนั้นสิ่งที่ต้องการคือกำลังใจจากพวกเรา การรักษาตัวดีๆ อย่างเช่นอยู่กับบ้านกันนะไม่ให้เชื้อแพร่ เพราะว่าภาพรวมของประเทศไทยเราถ้าวันหนึ่งคนไข้มีเยอะมากแล้วเราต้องออกไปนอนอยู่บนพื้นข้างถนนแบบประเทศอิตาลี เราไม่อยากให้ประเทศไทยไปถึงจุดนั้น ตอนนี้มีดมาจ่อคอหอยแล้ว ทำไมพวกพี่ออกมาทำตั้งหลายจุดไม่ได้มีแต่พี่คนเดียว มีประชาชนหลายๆ คน เพราะเราอยากจะช่วยซัพพอร์ตทีมแพทย์และพยาบาลเขาต้องการหน้ากากเพื่อป้องกันตัวเอง หน้ากาก N95 ถ้าแพทย์และพยาบาลซึ่งเป็นด่านหน้าในสมรภูมิล้มนั่นหมายถึงคนในประเทศล้มตามไปหมด ใครจะรักษาให้เรา









แกงค์ภูมิใจไหมที่แม่เป็นแบบนี้?
แกงค์ : ภูมิใจมาก ที่แม่ทำได้ขนาดนี้

แต่เวลาที่ดาราทำดีแบบนี้ก็จะมีกลุ่มคนที่ลบใส่ พี่เห็นแล้วรู้สึกยังไง?
ท็อป : ถามตอนนี้ไม่รู้สึกอะไรเลย มันไม่ใช่ธุระของพี่ เขาจะด่าเรามันก็ไม่ใช่เรื่องที่เราต้องไปกังวลอะไร คนเราถ้าแยกแยะดี ชั่ว ถูกผิด แล้วเจตตนาที่เราทำว่าเราตั้งใจทำดีโดยบริสุทธิ์ใจใครจะพูดอะไร เรารู้อยู่ว่ามันเป็นยังไง ทำต่อไปเถอะ

คนที่เคยด่า เคยว่าพี่ท็อป แต่สุดท้ายก็มาขอความช่วยเหลือด้วย?
ท็อป : มาขอความช่วยเหลือ มาขอโทษเรา ขออโหสิกรรม เราก็ไม่สนใจ เราก็อวยพรให้ครอบครัวเขาดี คือเขาเขียนมาว่าเขาเคยว่าเรา ถามว่าจำได้ไหมก็จำได้ ก็แคปเอาไว้ แต่ว่าบางทีมันอาจจะเป็นเรื่องทางการเมือง ซึ่งทุกคนมีสิทธิ์คิดแล้วเราก็ไม่โกรธที่เขาจะเกลียดเรา คนบอกเดี๋ยวท็อปโดนกระแสดราม่า เราบอกมีแน่ๆ เขาก็ไปด่าเพจของเขา เราไม่เคยไปอ่าน หรือคนส่งมาให้พี่อ่านด้วยนะ พี่บอกว่าไม่เป็นไร วางมันไว้ เพราะมันไม่ใช่เรื่องหลักที่เราต้องทำตอนนี้ ไม่มีทางที่ใครจะมารักเรา ถามว่าพี่ทำหน้าที่ตรงนี้ พี่เหมือนอะไร ถ้าพี่เป็นยาม ใช้ชีวิตประจำวัน พี่ก็ไปเดินเคาะ สร้างความรำคาญให้คนก็มี สร้างประโยชน์ให้คนก็มี แต่วันหนึ่งเมื่อมันมีศึก มีอะไรเข้ามาเราก็ต้องลุกมาปกป้องทุกคนเหมือนกัน ทั้งคนที่รำคาญเราและคนที่ชื่นชมสิ่งที่เราทำ

แล้วอย่างดาราที่บางคนบริจาคมาก บางคนบริจาคน้อย แบบนี้มีปัญหาไหม?
ท็อป : มันไม่มีปัญหาอะไรเลย คนเรามีวิถีชีวิตความเป็นอยู่ไม่เหมือนกัน เขาสละมากหรือน้อยความจำเป็นในชีวิตเขาก็ต่างกัน แค่ใจที่คิดสละออกมา คุณไม่ต้องไปแข่งตัวเลขว่าคนนั้นทำนั่น ทำนี่ เขามีใจสละ เขามีมากก็สละมาก มีน้อยก็สละน้อย คิดแค่นี้เราก็จะรู้สึกดีต่อกัน ขอให้คุณย้อนมองตัวเองว่าคุณทำอะไรบ้าง คุณทำอะไรไม่ได้ก็ขอแค่นั่งเฉยๆ อยู่กับบ้าน ไม่เดือดร้อนใคร ไม่เบียดเบียนใครก็ถือว่าขอบคุณและเป็นบุญมากๆ แล้ว

แกงค์เวลาเห็นแม่ออกไป กลัวแม่ติดไหม?
แกงค์ : ในส่วนตัวผมไม่กลัวเลยว่าคุณแม่จะติด

กระแสดราม่าต่างๆ คุณแม่ช่วยเหลือสังคม บางทีเขาจะโดนด้านดี ด้านไม่ดี เราเป็นบูกบางทีเราไปเสพสื่อเรารู้สึกยังไงบ้าง?
แกงค์ : ผมไม่ได้รู้สึกอะไร เพราะเคยคุยกับคุณแม่เรื่องนี้แล้ว คุณแม่ค่อนข้างมีจิตใจที่เข้มแข็ง แล้วคอยบอกผมเสมอว่าอย่าไปว่าเขาเลย เขาก็มีสิทธิ์ของเขา เขาอยากคิดอย่างนี้ก็ปล่อยเขาไป ผมก็ไม่ได้อคติกับคนที่มาว่าแม่ผม ผมมองว่าเขามีความคิดที่ต่างกัน แล้วผมก็คิดอย่างเดียวอยู่กับแม่ คอยช่วยแม่ รู้สึกดี

พี่ท็อปประกาศงดรับงานเพื่อโควิด-19?
ท็อป : ถามว่างดรับงานไหมตอนนี้มันไม่มีใครจ้างมากกว่า ละครปิด รายการประจำที่มีเขาก็ไม่ได้เรียกไป เขาบอกเอาอันเก่ามาหมุนก่อน งามก็มีปะปรายนิดๆ หน่อยๆ เอาอะไรกิน เราก็ไปขูดกระเป๋าในบุญเก่าของเรามากิน คือพี่เป็นคนแยกบัญชีตัวเองเอาไว้สำหรับฉุกเฉิน สำหรับบำนาญหลัง 60 ปีค่อยเบิกเงินก้อนนี้มาใช้ จะแบ่งเก็บ ค่าเล่าเรียนลูก ลูกจะรู้ นางจะมีสมุดบัญชีใช้คำว่าเป็นอัลบั้มแบ่งหมวดหมู่

รู้ว่ามีเงินเก็บดูอะไรสำรองไว้ไหม?
ท็อป : หมายถึงว่าถ้าเราไม่ได้อยู่ในอาชีพนี้หรอคะ พี่มีบ้านเช่า มีอะไรก๊อกๆ แก๊กๆ แล้วพี่ใช้วิธีกินน้อย อยู่น้อย ให้มันพอดี คือไม่สร้างกิเลสให้เกินรายได้ที่ได้มาก็อยู่ได้ 1.เราไม่มีหนี้ก็สบายตัวไป แล้วเราก็ไม่ได้ไปสร้างหนี้เพิ่มก็อยู่สบายๆ ไม่เดือดร้อนอะไรมาก

ที่บอกว่าเลี้ยงลูกแบบบุฟเฟ่ต์ คือให้ลูกไปหาของด้วยตัวเอง?
ท็อป : พี่คิดว่าลูกกำลังโต ไม่ต้องไปยุ่งกับเขามาก เขามีวิธีคิดของเขา บางคนบอกว่าไปทำงานสังคมแล้วทิ้งลูกหรือเปล่า พี่จะบอกว่าจริงๆ แล้วถ้าลูกมันอิ่ม ไม่ได้อิ่มท้องนะ พี่เป็นแนวคิดตั้งแต่เด็กว่าพี่เป็นแม่ที่สามารถบอกได้ว่าลูกคนนี้เป็นยังไง พี่เลี้ยงลูกใกล้ชิด ถ้าเราบอกลูกได้ แล้วลูกกล้าเดินมาบอกเราทุกสิ่ง เราไม่กลัวหรอก เคยมีอยู่พักหนึ่งบ้าแบรนด์เนมตามเพื่อน อยู่โรงเรียนอินเตอร์ เราก็ดูอยู่ว่าใช้อะไรให้มันอยู่ในงบ แต่พอนั้นเขาก็คิดของเขาเองว่าไม่เอา ให้เขารู้สึกเคารพตัวเอง ถ้าเรามีเงินโดยแบงหาเองจะใช้กี่แบรนด์ จะขับรถซุปเปอร์คาร์ก็ธุระเธอ ทำเองไม่เป็นไร แต่ถ้าอยากได้จากแม่ก็ต้องนั่งรอ


13.45-14.45 น. ทางช่อง one31 Facebook Page : คุยแซ่บShow รับชมย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama

คลิปสัมภาษณ์ ท้อป ดารณีนุช​
https://youtu.be/q0k3J9Cpbn0

<a href="http://www.youtube.com/watch?v=q0k3J9Cpbn0" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=q0k3J9Cpbn0</a>








5
“ชาคริต-แอน” ย้อนเล่าดราม่าเมื่อครั้งประกาศแต่งงาน ฝ่ายหญิงโดนหนักถึงขั้นร้องไห้!?


ชาคริต แย้มนาม อดีตฉายาพระเอกไม้เลื้อย ที่วันนี้ควงภรรยา แอน ภัททิรา มาเปิดชีวิตครอบครัวสุดอบอุ่น พร้อมย้อนเล่ากระแสดราม่าหลังประกาศแต่งงาน ผ่านทางรายการคุยแซ่บshow ทางช่องone31 ที่มีพีเค ปิยะวัฒน์ และเป็กกี้ ศรีธัญญา เป็นพิธีกร

โดนผลกระทบเยอะไหม?
ชาคริต : ไม่นะครับ เราเอง พอเรารู้เรื่อง เราก็ติดตามข่าวตั้งแต่มันเกิดที่เมืองนอก พอเริ่มมาที่บ้านเรา ก็เข้าใจว่าควรอยู่ที่บ้านให้มากที่สุด ถ้าไม่จำเป็น ถ้าคุณไม่ได้มีหน้าที่อะไรอย่าออกมา เพื่อเซฟตัวเอง และด้วยความที่เราสองคนลูกยังเล็กมากมันก็วิตกจริตอยู่ตลอดอยู่แล้ว อย่างแอนเขาทำโฮมออฟฟิศอยู่แล้ว ส่วนของผมยังอยู่ในวงการบันเทิงที่ออกไปต้องเจอคนร้อยพ่อ พันแม่ ช่วงแรกกล้บไปบ้านแล้วมองหน้าลูกน้ำตาจะไหล คือเราเจอคนเยอะมาก เราจะแตะตังเขาได้ไหม คือเราเองก็ไม่รู้ว่ายังไง จนมันเริ่มเป็นไรหวะหายใจไม่ออก แน่น จนไปโรงพยาบาล สุดท้ายเป็นกรดไหลย้อน คือเครียดจนเป็นกรดไหลย้อน ผมอยู่บ้านวัดไข้ตัวเองวันละ 3-4 รอบ

แอน : ใช่คะ ทั้งบ้าน คือต้องซื้อปรอทให้ทุกคน พนักงาน แม่บ้าน คนรถ คนละอันแล้วเขียนในกรุ๊ปบอกว่าให้ส่งอุณภูมิของแต่ละคนทุก 4 ชม. เข้ามา

เรามาคุยเรื่องชีวิตครอบครัวกันหน่อย ตอนนี้เป็นครอบครัวมากี่ปีแล้ว?
ชาคริด : เกือบ 3 ปีแล้ว มีความสุขมาก มันเรียบง่าย ได้อยู่กับธรรมชาติ ทำงานเสร็จก็กลับไปทำสวนที่จันทบุรี

เหมือนที่เราฝันไว้ไหม?
ชาคริต : ผมค่อนข้างมองชีวิตเป็นอะไรที่เรียบง่ายอยู่แล้ว ด้วยสายงานที่วุ่นวายอยู่แล้ว การที่เราทำงานตื่นมาแล้วต้องไปเป็นใครก็ไม่รู้ในเรื่องของการแสดง พอเรากลับมาบ้านก็อยากจะอยู่บ้านให้แบบเรียบง่ายที่สุด เพราะจริงๆ แล้วผมเป็นคนยังไงก็ได้ สบายๆ

แอนคิดไหมว่าชีวิตแต่งงานจะเป็นแบบนี้?
แอน : เกินกว่าสิ่งที่คิดไว้ ก็ต้องขอบคุณพี่เขาที่ทำให้รู้สึกว่าชีวิตมันมีคุณค่ามากขึ้น เขาสอนให้เรารู้จักว่าความรักคืออะไร สอนให้เรารู้จักว่าการมีคุณค่าในแต่ละวันมันคืออะไร เมื่อก่อนเป็นคนห้าวๆ อยากไปไหนก็ไป แต่เดี๋ยวนี้รู้สึกอยากกลับบ้าน รู้สึกว่าเขาเติมเต็มจนเกิน รู้สึกว่าการกลับมาอยู่บ้าน การมีความรักในครอบครับ มันเป็นสิ่งที่วิเศษมากๆ

ครอบครัวนี้สมบูรณ์แบบเพราะว่ามีลูกแล้ว?
ชาคริต : ใช่ น้องโพธิ์จะครบ 2 ขวบปลายเดือนเมษายนนี้ครับ

น้องโพธิ์เวลาอยู่ที่บ้านดื้อไหม?
ชาคริต : ไม่มีความดื้อ แค่ซนมาก

พ่อแม่ดุไหม?
ชาคริต : ผมไม่ดุ

แอน : นิดนึงคะ ต้องสอนเขา บางทีต้องใช้เสียงเข้าข่มบ้าง









แต่กว่าจะมาถึงตรงนี้ต้องผ่านขั้นตอนกระบวนการต่างๆ ที่ต้องฝ่าฟันต่างๆ นานา โดยเฉพาะคุณแอน มีคอมเมนต์ต่างๆ ว่าไม่เหมาะสม ไม่สวย กระแสตอนนั้นเป็นยังไงบ้าง?
แอน : ค่อนข้างแรงมากด้วยค่ะ อย่างเรื่องงานแต่งงาน เราก็มีการเตรียมมาพอสมควร เพียงแค่เราไม่ได้บอกใคร เพราะเราอยากแต่งกันเงียบๆ แต่ว่าก็จะมีผู้หลัก ผู้ใหญ่ที่เราเชิญ หรือว่าเพื่อนฝูงที่เราเชิญ เขารู้ว่าต้องมางานวันนี้ แต่พอวันที่ข่าวออกมันใกล้กับวันที่แต่งเต็มที่แล้ว เราก็เลยช็อก แล้วมันก็โดนกระแสค่อนข้างแรงมาก

อะไรบ้างที่แรงที่สุด ที่เราจำจนถึงวันนี้?
แอน : ที่แรงสุดๆ คงจะด่าครอบครัวว่าเลี้ยงลูกมายังไงให้จับผู้ชายแล้วท้อง มันจี้ดนะคะ ค่อนข้างจะรู้สึกว่าไม่ได้รู้จักเรา แต่ตัดสินเราด้วยอะไร ซึ่งเราก็คุยกันตลอด สิ่งที่มันทำให้เราผ่านมาได้ก็คือตัวเขาด้วย ตัวครอบครัวด้วย

เคยร้องไห้กับชาคริตไหม?
แอน : หูย....ร้อง

ชาคริต : ร้องครับ ก็เสียใจว่าเขาทำอะไรผิด ผมก็บอกว่า ขอโทษเขาไป สิ่งที่เราไม่ได้บอกใครตอนนั้นเพราะว่าเราเองก็อยากมีชีวิตเหมือนคนทั่วไป ซึ่งผมพูดหลายครั้งแล้วละ เพราะเรารู้ว่ามันจะเป็นยังไง ถ้าเกิดคนเริ่มเข้ามามีความอยากรู้ อยากสนใจ เพราะด้วยความที่เป็นตัวเราเอง สิ่งที่ผมกลัวทีาสุดที่ทำให้อยู่กันไม่ได้ ก็คืออาจจะเป็นไปกระทบกับครอบครัวเขาหรือเปล่า ที่แบบภายใน 3 ชม. ภายในข้ามคืนทุกคนมาสนใจ เขาจะช็อกหรือเปล่า เพราะเขาใช้ชีวิตปกติมาตลอด นั่นคือสิ่งที่เราเป็นห่วงมากกว่า มันจะทำให้เรากับเขาจะไม่ได้อยู่ด้วยกัน เราโทษที่ตัวเรามากกว่า ซึ่งอาชีพนักแสดง แต่ว่าบางทีมันมาพร้อมกับสื่อสังคมอะไรอย่างนี้มันมาเป็นของคู่กัน ซึ่งตรงนี้มันต้องใช้ระยะเวลาเป็นเครื่องพิสูจน์กว่าที่คนจะเริ่มเข้าใจ แต่กว่าจะถึงวันนั้นผมกลัวว่าเขาจะอยู่กับเราไม่ไหว มันก็เลยกลายเป็นเครื่องพิสูจน์ ไม่ได้พิสูจน์เราเองกับสังคมแต่ว่าเป็นเป็นการพิสูจน์เราสองคนเองด้วยซ้ำว่าเรารักกันจริงหรือเปล่า เราอยู่ด้วยกันได้ไหม ทุกวันนี้มันก็เป็นบทสรุปที่ออกมา ผมว่ามันเป็นสิ่งที่สวยงาม ก็ดีใจที่ทุกคนเข้าใจ และทุกวันนี้ประเด็นพวกนี้ก็หายไปแล้ว

กับคำถามที่ว่าถ้าไม่ท้องก็ไม่แต่ง?
แอน : วันนั่นที่เกิดเหตุการณ์ พี่คริตก็มาขอโทษที่ทำให้เราต้องเจอสถานการณ์แบบนี้ แต่ถามว่าไม่ท้องก็ไม่แต่ง คือจริงๆ เราสองคนมีการคุยกันไว้นานมากแล้ว ตั้งแต่พอเริ่มคบกัน เราบอกว่าเราจะไม่เสียเวลากับการคบกัน ถ้าเราคบ เราจริงจัง เรามีลูกเลยนะ เราคุยกันแบบนี้เลย ชัดเจน

ชาคริต : ไม่ได้คิดว่าจะจัดงานแต่งงานเลยด้วยซ้ำ คือผมเองก็เคยผ่านชีวิตการมีคู่ ซึ่งตั้งแต่แฟนมามีคู่แล้วมันก็ไม่ประสบความสำเร็จ มันก็เลยทำให้มุมมองชีวิตเป็นอีกแบบหนึ่งกับที่ผมรู้สึกว่า...เห้ย..โฟกัสที่ตัวเราดีกว่าอย่าไปโฟกัสในวงกว้าง มีความสุขแค่ไหน ยังไง เราอยากเป็นแบบไหน เราก็เป็นอย่างนั้น บางคนแต่งงานอาจจะไม่อยากมีลูกก็ได้ แต่การที่เรามีลูก เราอยากมีลูกไม่ใช่ว่าเราต้องแต่งหรือเปล่า แต่สุดท้ายมันเหมือนจัดงานเลี้ยง เพื่อให้เพื่อนๆ ผู้ใหญ่มารับรู้ เพื่อให้เกียรติกับทางครอบครัวเขา กับทางฝั่งของผมอีกทีหนึ่ง เพื่อที่ให้เขามาเจอมารู้จักกัน

ตกลงคุณแพลนว่าจะมีลูกคนที่2?
ชาคริต : แพลนว่าจะมี แล้วยังยืนยันว่าอยากมีแน่นอน

แต่มีข้อแม้?
แอน : ก็คือมันจะมีอยู่ช่วงหนึ่งที่แพลนว่าจะมี แต่เขาเป็นคนที่ทำงานหนักตลอดเวลา แล้วเขาบอกว่าอยากมีลูกผู้หญิง ตัวเราก็อยากมีลูกผู้หญิงทีนี้จะทำยังไง เคยคุยถึงขั้นทะเลาะกันว่าไปปรึกษาคุณหมอ ทำเลยไหม เขาบอกว่าไม่เธอไม่ต้องมาคุยกับฉันเรื่องนี้อีกนะ ยังไงฉันก็จะธรรมชาติ เราก็เลยตัดสินใจโหลดแอพฯ เห็นทุกคนบอกว่ามีแอพฯ เราก็เลยโหลดดูว่าวันไหนยังไง วันไหนได้ผู้หญิง วันไหนได้ผู้ชาย แต่ทุกครั้งแบบ ตัวเองๆ วันนี้ไข่ตก มันก็กลายเป็นว่าแทนที่เราจะสวีตหวาน มันกลายเป็นหัวเราะ แล้วก็เฟลกันไป

ชาคริต : กลับมาบ้าน ทำงานเสร็จ เหนื่อยก็เหนื่อย สักพักมาละ ตัวเองๆ วันนี้ไข่ตก ผมบอก...โอ้ย มันกลายเป็นเหมือนข้อบังคับยังไงก็ไม่รู้ มันกลายเป็นหน้าที่มาก คือผมแค่ยังรู้สึกว่าให้ถึงที่สุดจริงๆ ก่อนว่าเราไม่มีความสามารถทำให้ติดโดยธรรมชาติแล้วตรงนั้นเราถึงค่อยไปปรึกษาหมอ ผมมีความเชื่อว่าพอถึงจุดหนึ่งไม่ว่าจะธรรมชาติหรือไม่ธรรมชาติมันอาจจะเป็นช่วงจังหวะ เหมือนตอนที่โพธิ์มา ผมเชื่อว่าเขาส่งสิ่งที่ดีที่สุดมาให้ เราก็เลยยังเชื่อว่าพอถึงเวลาเดี๋ยวเขาก็มาเอง เราก็จะได้ลูกอีกหนึ่งคนที่ดีที่สุด


ติดตามรายการ คุยแซ่บShow ได้ทุกวันจันทร์-ศุกร์ 13.45-14.45 น. ทางช่อง one31 Facebook Page : คุยแซ่บShow รับชมย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama

คลิปสัมภาษณ์ ชาคริต แย้มนาม-แอน ภัททิรา​
https://youtu.be/EjEFtpz4xOg

<a href="http://www.youtube.com/watch?v=EjEFtpz4xOg" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=EjEFtpz4xOg</a>








6
ใส่หน้ากากอย่างไร ให้ถูกหลักอนามัย และปลอดภัยจากโควิด-19

โดย พญ.สุพิชญา ไทยวัฒน์
ประชาสัมพันธ์สมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย


                ในช่วงเวลาที่ทั่วโลกเข้าสู่ภาวะวิกฤตจากการติดเชื้อโควิด-19( COVID -19 ) ถือเป็นโรคติดต่ออันตราย ซึ่งประชาชนทุกคนต่างต้องระมัดระวังตนเองเป็นอย่างมาก เพื่อป้องกันมิให้ได้รับเชื้อเข้าสู่ร่างกาย ทั้งทางเดินหายใจ หรือ จากการสัมผัสถูกสารคัดหลั่งจากผู้ป่วย การป้องกันตนเองประกอบไปด้วยการล้างมือบ่อย ๆ ด้วยสบู่ หรือ แอลกอฮอล์เจล และการใส่หน้ากากอนามัย ซึ่งในเวลานี้ประชาชนต่างดูแลตนเองอย่างระมัดระวัง แต่หากการป้องกันตัวเองแบบผิดวิธี นอกจากจะไม่สามารถป้องกันโรคติดต่อได้แล้ว ยังส่งผลให้เกิดผลเสียข้างเคียงได้อีก บทความจากสมาคมโรคผิวหนังแห่งประเทศไทยนี้ จะแนะนำวิธีการใส่หน้ากากอนามัยอย่างถูกวิธี โดยไม่ให้เกิดผลข้างต่อผิวหนัง

หลักการใส่หน้ากากอนามัยอย่างถูกวิธีคำนึงดังนี้

                1.ความสะอาดของหน้ากากอนามัย เนื่องจากหน้ากากอนามัยมีหน้าที่ป้องกันไม่ให้เชื้อจากผู้ป่วยติดต่อสู่ผู้อื่น และยังป้องกันมิให้มีการรับเชื้อจากผู้ป่วยเข้าสู่ร่างกายเราเช่นกัน ดังนั้น หน้ากากอนามัยที่ดีจะต้องมีความสะอาด ได้มาตรฐาน สามารถป้องกันเชื้อโรคจากสารคัดหลั่งจากผู้ป่วยได้ การซื้อหน้ากากอนามัยจะต้องหาซื้อจากแหล่งที่เชื่อถือได้ ถูกหลักการป้องกันโรค และเมื่อมีการสัมผัสถูกสารคัดหลั่งจากผู้ป่วยแล้ว ไม่ควรนำกลับมาใช้อีก ควรเปลี่ยนเป็นอันใหม่ที่สะอาดเพื่อความปลอดภัย ทุกครั้งที่ทิ้งหน้ากากอนามัย ควรทิ้งในอุปกรณ์ที่ปิดมิดชิด เพื่อป้องกันผู้อื่นมาสัมผัสและได้รับเชื้อนั้นไป  การซักหน้ากากอนามัย ควรทราบว่าหน้ากากชนิดไหน ซักได้ หรือ ซักไม่ได้ เช่น หน้ากากที่ตัดเย็บมาจากผ้าสามารถนำมาซักได้ ควรใส่ วันต่อวัน ซักและตากแดดทุกวัน ต่างจากหน้ากากอนามัยที่เป็นหน้ากากทางการแพทย์ (Surgical mask ) การซักจะทำให้ความสามารถในการป้องกันเชื้อ ลดลงอย่างมาก ส่วนหน้ากากทางการแพทย์ชนิดอื่นเช่น N95 ยังแนะนำให้ใช้ในกรณีป้องกันเชื้อที่ติดต่อทางอากาศเท่านั้น ซึ่งจากข้อมูลขณะนี้โควิด-19 ยังเป็นเชื้อที่ติดต่อกันทางสารคัดหลั่งซึ่งหน้ากากอนามัยสามารถป้องกันได้


                2.ใส่หน้ากากอย่างถูกต้อง : การใส่หน้าการจำเป็นต้องใส่ให้ถูกวิธี ถูกด้าน ถูกฝั่ง ดังรูปที่แสดงหน้ากากอนามัยต้องปิดคลุมทั้งจมูกและปาก ครอบคลุมตั้งแต่สันจมูกคนถึงคาง เพื่อป้องกันสารคัดหลั่งติดสู่ผู้อื่น เวลาสวมหน้ากากสัมผัสแต่หูเกี่ยวเท่านั้น พยายามไม่สัมผัสถูกด้านในที่ติดกับจมูกและปาก นอกจากจะต้องใส่หน้ากากอนามัย ให้ถูกต้องแล้วยังต้องเลือกขนาดหน้ากากให้ถูกกับขนาดของหน้าผู้ใส่ การใส่หน้ากากอนามัยจะต้องไม่แน่นอึดอัดจนเกินไป จนทำให้หายใจไม่สะดวกหรือเกิดรอยกดทับบนใบหน้า และจะต้องไม่หลวมจนหลุดออกจากจมูกทำให้การป้องกันไม่มีประสิทธิภาพ การใช้มือจับหน้ากากหรือขยับหน้ากากบนหน้าบ่อย ๆ ไม่เป็นการส่งผลดีต่อผู้ใส่ และยังทำให้ง่ายต่อการปนเปื้อนของเชื้อเข้าสู่ผู้ใส่เอง

                3.ระยะเวลาของการใส่หน้ากาก​ปกติแล้วเราไม่สามารถใส่หน้ากากอนามัยได้ตลอด 24 ชั่วโมง การใส่หน้ากากอนามัยเป็นเวลานาน ๆ อาจก่อให้เกิดอาการผื่นแพ้คัน จากการสัมผัสถูกเหงื่อ คราบสิ่งสกปรกที่สะสมอยู่ภายใต้หน้ากากอนามัยหรือผิวหนังที่ต้องอยู่ภายใต้ความร้อน ความอับชื้น อาจก่อให้เกิดสิวหรือการติดเชื้อของผิวหนังบริเวณที่ใส่หน้ากาก ดังนั้นหากไม่จำเป็นสมควรใส่หน้ากากอนามัยเฉพาะในช่วงเวลาที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อเท่านั้น เช่น การเข้าใกล้ผู้ที่ติดเชื้อ หรือ เข้าไปในที่ชุมชนแออัด หรือที่อากาศถ่ายเทไม่สะดวก การล้างหน้าหรือเช็ดทำความสะอาดบริเวณที่สัมผัสหน้ากากเพื่อให้ผิวหนังสะอาดอยู่เสมอ อาจไม่ใช่ทางแก้ไขปัญหาที่ถูกต้อง เพราะการสัมผัสถูกน้ำ หรือ น้ำยาทำความสะอาดบ่อย ๆอาจเกิดผลเสียและระคายเคืองต่อผิวหนังบริเวณนั้นได้

                ทางสมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย มีความเป็นห่วงประชาชนที่ต้องเผชิญกับสถานการณ์โควิด-19 ซึ่งยังคงต้องเผชิญกันต่อไปอีก   การรับมือกับภาวะวิกฤตครั้งนี้ จำเป็นต้องได้รับความร่วมมือจากประชาชนไทยและทั่วโลกทุกคน การป้องกันตัวเองอย่างมีสติจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างมาก

7
สมาคมแพทย์ผิวหนังฯ เปิดเว็บเพจและคลิปวิดีโอ
ป้องกันโควิด-19 (COVID-19 Fighting By DST)

<a href="http://www.youtube.com/watch?v=z3w2Rr6nfVw" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=z3w2Rr6nfVw</a>


สมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย เป็นสมาคมที่ส่งเสริมการประกอบวิชาชีพเวชกรรมทางด้านผิวหนังให้แพร่หลายกว้างขวางอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการและให้การสนับสนุนส่งเสริมการวิจัยและเผยแพร่ความรู้สู่ประชาชน นี่คือความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ เราทุกคนมีส่วนช่วยสกัดกั้นการแพร่ระบาดของการติดเชื้อโควิด-19 ไม่ให้หนักหน่วงไปกว่านี้  จึงจัดทำคลิปวิดีโอรณรงค์การป้องกันโควิด-19 ประชาชนทั่วไป COVID-19 Fighting By DST โดยคณะแพทย์ผู้ทรงคุณวุฒิและกรรมการบริหารสมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย สามารถรับชมได้ที่ลิงค์​https://youtu.be/z3w2Rr6nfVw โรคผิวหนังที่ไม่เร่งด่วนสามารถดูแลตัวเองที่บ้าน หรือหากไม่แน่ใจ สอบถามที่เฟซบุ๊กแฟนเพจ “ครบเครื่องเรื่องผิวหนัง” สมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย​ https://www.facebook.com/allaboutskin.thaiderm456





8
"ไฮ-เจ็ท" ยกระดับมาตรการป้องกันการแพร่กระจายไวรัสโควิด-19
ต่อสวัสดิภาพความปลอดภัยของลูกค้า บริษัทคู่ค้า และพนักงาน


             รายงานข่าวจาก บริษัท ปภาวิน จำกัด ผู้จัดจำหน่ายกระดาษและหมึกพิมพ์ ภายใต้แบรนด์ Hi-jet (ไฮ-เจ็ท) "ที่ 1 เรื่องงานพิมพ์" เปิดเผยว่า​ จากสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 (COVID-19)ในปัจจุบัน ส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจและประชาชนเป็นอย่างมาก บริษัทจึงยกระดับมาตรการป้องกันความปลอดภัย โดยทำการฉีดพ่นยาและอบโอโซนฆ่าเชื้อไวรัสโควิด-19 บริเวณภายใน , ภายนอกอาคารสำนักงาน และรถขนส่งทุกคัน รวมทั้งให้ความรู้สร้างความตระหนักแก่พนักงานทุกคน และดำเนินการจัดหาอุปกรณ์ หน้ากากป้องกัน และเจลแอลกอฮอล์ ทำความสะอาดล้างมือบ่อย ๆ พร้อมทั้งเข้มงวดการตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย และการสวมใส่หน้ากากเพื่อความปลอดภัยต่อเพื่อนร่วมงานและผู้เข้ามาติดต่อ


             โดยมาตรการต่าง ๆ เหล่านี้ บริษัทฯ จัดทำขึ้นเพื่อให้เป็นไปตามมาตรการป้องกันการแพร่กระจายไวรัสโควิด-19 (COVID-19) และเพื่อความปลอดภัยในสุขภาพของลูกค้า , บริษัทคู่ค้า รวมถึงพนักงานทุกคนที่ปฏิบัติงาน ขอให้บริษัทคู่ค้า และลูกค้าทุกท่านมั่นใจในความปลอดภัยสูงสุดที่ได้เลือกใช้สินค้าของเรา และร่วมกันผ่านพ้นเหตุการณ์วิกฤติครั้งนี้ไปด้วยกัน


             สำหรับลูกค้าที่สนใจสามารถสอบถามเพิ่มเติมหรือสั่งค้าได้ที่ บริษัท ปภาวิน จำกัด เว็บไซต์ www.hi-jet.com โทรศัพท์ 02-489-4949 , 08-1359-1258 หรือ แอดไลน์ได้ที่​http://line.me/ti/p/~0813591258

9
“เบต้าแคล” ห่วงใยคนไทย ผนึกกำลังสร้างสุขภาพคูณสอง
มอบหน้ากากอนามัย-สเปรย์แอลกอฮอล์ ทุกการสั่งซื้อ!


             อีกหนึ่งความหวังของคนไทยที่ต้องการมีสุขภาพที่ดี สำหรับผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อสุขภาพแบรนด์​ “เบต้าแคล” (Betacal) ผลิตและจัดจำหน่ายโดย บริษัท โฮปฟูล จำกัด ที่เหล่าคนดังต่างออกมายกนิ้วให้ถึงสรรพคุณในการช่วยบำรุงเรื่องกระดูกและข้อ ผ่านการแชร์ประสบการณ์ในรายการโทรทัศน์ชื่อดังมากมาย ไม่ว่าจะเป็น อ๋อม-สกาวใจ, ตั๊ก-ศิริพร รวมถึง หยาดทิพย์ ราชปาล จนกลายเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อสุขภาพชั้นนำที่คนไทยทั่วประเทศฝากความหวังให้มาช่วยเสริมสร้างสุขภาพที่ดียิ่งขึ้น


             ล่าสุด ทีมผู้บริหารเบต้าแคลที่เล็งเห็นถึงความสำคัญของการมีสุขภาพที่ดีในทุกสภาวะ จึงจัดโปรโมชั่นพิเศษ! มอบสุขภาพดีๆ แบบคูณสองให้กับคนไทยที่ต้องเผชิญกับวิกฤตไวรัสโควิด-19 ที่กำลังระบาดในขณะนี้ ด้วยการมอบหน้ากากอนามัยและสเปรย์แอลกอฮอล์ ให้กับลูกค้าที่สั่งซื้อผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเบต้าแคล เพื่อนำมาใช้ป้องกันเชื้อโรคและเชื้อไวรัสที่อาจแพร่ระบาดมาสู่เราได้ทุกเมื่อ ผ่าน 3 โปรฯ สู้โควิด ได้แก่​ ซื้อผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเบต้าแคล 1 กล่อง รับทันที! หน้ากากอนามัยแบบผ้าจำนวน 1 ชิ้น หรือ ซื้อผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเบต้าแคล 2 กล่อง รับเพิ่มสองต่อ! หน้ากากอนามัยแบบผ้า 1 ชิ้น + สเปรย์แอลกอฮอล์ 1 ขวด และพิเศษยิ่งขึ้น เมื่อซื้อผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเบต้าแคล 3 กล่อง รับไปเลย! หน้ากากอนามัยแบบผ้า 1 ชิ้น + สเปรย์แอลกอฮอล์ 1 ขวด + ถุงผ้า 1 ใบ​ตั้งแต่วันนี้ไปจนกว่าของจะหมด!




             โปรโมชั่นเพื่อสุขภาพแบบคูณสองที่เบต้าแคลมอบให้ในครั้งนี้ถ้าไม่อยากพลาดต้องรีบจัดให้ไว เพราะโอกาสดีๆ แบบนี้ มีจำนวนจำกัด! สามารถติดต่อสั่งซื้อได้ที่ตัวแทนจำหน่ายเบต้าแคลทั่วประเทศ หรือติดตามข้อมูลข่าวสารและโปรโมชั่นอื่นๆ เพิ่มเติมได้ที่ FB: Hopefulcoltd9999

10
นักวิจัยเผยผลการศึกษา กลุ่มประเทศอาเซียนยังน่าห่วง ยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มสองเท่าใน 1 สัปดาห์ ฟิลิปปินส์ยอดพุ่งสูง ทุกประเทศยกระดับมาตรการคุมเข้ม



 
ศาสตราจารย์ ดร. นายแพทย์ สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล เลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ ทำหน้าที่ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เปิดเผยผลการศึกษาว่า ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา จำนวนผู้ติดเชื้อโรคโควิด-19 ในอาเซียนได้เพิ่มขึ้นสองเท่า จาก 6,275 ราย เป็น 12,369 ราย และผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นถึง 140% จาก 175 ราย เป็น 420 ราย โดยเฉพาะในประเทศฟิลิปปินส์ในเวลาเพียง 7 วันมีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นเกือบ 3 เท่า และผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นถึง 90 คน ส่วนในประเทศอินโดนีเซีย มีจำนวนผู้เสียชีวิตรวมแล้วถึง 191 คน คิดเป็น 9% ของผู้ติดเชื้อที่รายงาน ซึ่งอัตราการตายที่สูงมากนี้ อาจจะเกิดจากข้อจำกัดในการดูแลรักษาผู้ป่วยหนักหรือเกิดจากจำนวนของผู้ติดเชื้อที่รายงานยังต่ำกว่าจำนวนผู้ติดเชื้อทั้งหมด  เกือบทุกประเทศในอาเซียน ได้ยกระดับมาตรการในการควบคุมโรคโควิดอย่างเข้มงวดขึ้นมาก เช่น ประเทศไทยได้ประกาศเคอร์ฟิวในช่วงกลางคืน และสิงคโปร์ได้ประกาศปิดโรงเรียนและบริษัทเป็นส่วนใหญ่


การระบาดของโรคโควิดยังแพร่กระจายอย่างรวดเร็วมากในสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งมีผู้ติดเชื้อรวมทั่วโลกแล้วเกิน 1,000,000 คน จุดหลักของการระบาดกำลังอยู่ที่ทวีปอเมริกาเหนือและทวีปยุโรป ซึ่งแซงหน้าทวีปเอเชียในประเทศที่มีผู้ติดเชื้อมากที่สุดยี่สิบอันดับแรก มีเพียง 3 ประเทศที่อยู่ในเอเชีย

อย่างไรก็ตาม การติดเชื้อโรคโควิด-19 ในอาเซียน ยังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในช่วง 7 วันที่ผ่านมานี้ทุกประเทศพบผู้ติดเชื้อเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะในฟิลิปปินส์และอินโดนีเซียที่แซงไทยขึ้นเป็นอันดับที่ 2 และ 3 แล้ว


อันดับที่ 1 คือ มาเลเซีย มีผู้ติดเชื้อเพิ่มจาก 2,161 ราย เป็น 3,483 ราย หรือเพิ่มขึ้น 61% โดยผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นจาก 26 ราย เป็น 57 ราย (เพิ่มขึ้น 119%) ในวันที่ 4 เมษายน 2563 มีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น 367 ราย และเสียชีวิตเพิ่มขึ้น 7 ราย

อันดับที่ 2 คือ ฟิลิปปินส์ มีผู้ติดเชื้อเพิ่มจาก 803 ราย เป็น 3,094 ราย หรือเพิ่มขึ้น 285% โดยผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นจาก 54 ราย เป็น 144 ราย (เพิ่มขึ้น 167%) ในวันที่ 4 เมษายน 2563 มีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น 461 ราย และเสียชีวิตเพิ่มขึ้น 37 ราย

อันดับที่ 3 คือ อินโดนีเซีย มีผู้ติดเชื้อเพิ่มจาก 1,046 ราย เป็น 2,092 ราย หรือเพิ่มขึ้น 100% โดยผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นจาก 87 ราย เป็น 191 ราย (เพิ่มขึ้น 119%) ในวันที่ 4 เมษายน 2563 มีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น 302 ราย และเสียชีวิตเพิ่มขึ้น 21 ราย

อันดับที่ 4 คือ ไทย มีผู้ติดเชื้อเพิ่มจาก 1,136 ราย เป็น 2,067 ราย หรือเพิ่มขึ้น 82% โดยผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นจาก  5 ราย เป็น 20 ราย (เพิ่มขึ้น 300%) ในวันที่ 4 เมษายน 2563 มีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น 89 ราย และเสียชีวิตเพิ่มขึ้น 1 ราย.
อันดับที่ 5 คือ สิงคโปร์ มีผู้ติดเชื้อเพิ่มจาก 732 ราย เป็น 1,114 ราย หรือเพิ่มขึ้น 52% โดยผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นจาก  2 ราย เป็น 6 ราย (เพิ่มขึ้น 200%) ในวันที่ 4 เมษายน 2563 มีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น 65 ราย และเสียชีวิตเพิ่มขึ้น 2 ราย

อันดับที่ 6 คือ เวียดนาม มีผู้ติดเชื้อเพิ่มจาก 169 ราย เป็น 240 ราย หรือเพิ่มขึ้น 42% โดยยังไม่มีผู้เสียชีวิต 
ในวันที่ 4 เมษายน 2563 มีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น 7 ราย

ส่วนประเทศบรูไน กัมพูชา พม่าและลาว ยังมีรายงานผู้ติดเชื้อไม่มากนัก


ทั้งนี้อัตราการเพิ่มขึ้นของผู้ติดเชื้อในฟิลิปปินส์รวดเร็วมากคล้ายกับที่พบในทวีปยุโรป ทั้งจากการวิเคราะห์เปรียบเทียบจำนวนผู้ติดเชื้อหลังจากเมื่อครบ 100 คนแรกและ 1,000 คนแรกแล้ว มีแนวโน้มที่อาจจะเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด กราฟมีความชันสูง ประเทศอินโดนีเซียก็มีความชันของกราฟสูงและจำนวนผู้ติดเชื้อของอินโดนีเซียเพิ่งแซงหน้าประเทศไทยในวันที่ 4 เมษายน 2563 สำหรับไทยและมาเลเซียมีความชันของกราฟใกล้เคียงกัน แต่ใน 2 วันมานี้จำนวนผู้ติดเชื้อในมาเลเซียเริ่มสูงขึ้นอีก จำนวนผู้ติดเชื้อใหม่ในวันที่ 4 เมษายน เรียงตามลำดับ ได้แก่ ฟิลิปปินส์ (เพิ่ม 461 ราย) มาเลเซีย (เพิ่ม 367 ราย) อินโดนีเซีย (เพิ่ม 302 ราย) ไทย (เพิ่ม 89 ราย) และสิงคโปร์ (เพิ่ม 65 ราย)

สถานการณ์การเพิ่มขึ้นของผู้ติดเชื้อโรคโควิด-19 ในแต่ละประเทศ ทำให้ต้องมีการเฝ้าระวังมากขึ้นอย่างมาก ยกระดับมาตรการสำคัญ เพิ่มการเว้นระยะห่างระหว่างบุคคลและงดกิจกรรมทางสังคมโดยในประเทศไทยได้ประกาศเคอร์ฟิวในช่วงกลางคืนและลดการเดินทางระหว่างประเทศ ฟิลิปปินส์ได้ใช้มาตรการเข้มเช่นกัน โดยได้ประกาศคำสั่งห้ามชาวต่างชาติเดินทางเข้าในประเทศ

ส่วนประเทศสิงคโปร์ซึ่งก่อนหน้านี้สามารถควบคุมจำนวนผู้ติดเชื้อได้ดี แต่ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา มีจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะในผู้ที่ไม่มีประวัติสัมผัสกับผู้ติดเชื้อมาก่อน ซึ่งแสดงว่าเริ่มมีการแพร่กระจายของเชื้อระหว่างบุคคลในชุมชนแล้ว รัฐบาลสิงคโปร์จึงได้ยกระดับมาตรการเข้มงวดขึ้นอีก โดยการปิดโรงเรียน มหาวิทยาลัย และปิดการทำงานของภาคธุรกิจเว้นแต่ธุรกิจที่มีความสำคัญอย่างมากต่อประเทศเท่านั้นเป็นเวลา 1 เดือน รวมทั้งได้เปลี่ยนนโยบายเรื่องการใส่หน้ากากซึ่งแต่เดิมแนะนำให้ใช้เฉพาะผู้มีอาการป่วยเท่านั้น แต่เปลี่ยนเป็นให้คนทั่วไปใช้หน้ากากผ้าแบบซักทำความสะอาดได้

11
ปาล์มเมด เซฟการ์ด (palmmade safeguard) เดินหน้าพาลูกทีมช่วยฝ่าวิกฤติ โควิด 19 ประกาศสู้ศึกครั้งนี้อย่างไม่ยอมแพ้


              บริษัท ปาล์มเมด อินดัสตรี้ (ประเทศไทย) จำกัด โดยมีนางสาวธันญ์กมนฐ์ ทิ้วสุวรรณ ประธานกรรมการบริหารและนายพชร ทิ้วสุวรรณ ผู้จัดการทั่วไป ร่วมกันนำลูกทีมที่อาสาสมัครช่วยงานฉีดพ่น ฆ่าเชื้อโควิด 19 ออกเคาะประตูหมู่บ้านสีวลี สุวรรณภูมิ พร้อมอุปกรณ์ฉีดพ่นฆ่าเชื้อครบมือ โดยใช้ผลิตภัณฑ์จาก คีนน์ เจิม คิลเลอร์ บลัด สเกล แอนด์ ออยล์ รีมูฟเวอร์  (KEEEN Germ Killer Blood, Scale & Oil Remover) หรือน้ำยาฆ่าเชื้อผสมสารสกัดจากธรรมชาติ​ (Natural Disinfectant) จาก บริษัท คีนน์ (KEEEN) จำกัด ผลิตภัณฑ์นวัตกรรมที่มีความสามารถในการฆ่าเชื้อโรค ทั้งแบคทีเรีย เชื้อราและเชื้อไวรัส โดยผ่านการรับรองมาตรฐานในระดับสากล และเป็นหนึ่งใน ‘ผลิตภัณฑ์ในบัญชีนวัตกรรมไทย’ ซึ่งมีสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เป็นหน่วยงานดูแลรับผิดชอบ ล่าสุด บริษัท ปาล์มเมด อินดัสตรี้ (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมกับ บริษัท ไทธนบุรี คอร์ปอเรชั่น จำกัด ผู้แทนจำหน่ายนวัตกรรมดังกล่าว ได้ร่วมกันนำทีม “ปาล์มเมด เซฟการ์ด” ออกไล่ล่าตามฆ่าเชื้อโควิด 19 ประกาศสู้ศึกครั้งนี้อย่างไม่ยอมแพ้ ปฏิญาณที่จะสู้อย่างไม่ถอย เพื่อนำพาประเทศชาติรอดพ้นวิกฤติไปด้วยกัน ก่อนที่จะเดินหน้ารณรงค์ไปอีกหลายแห่งทั่วประเทศ




              ขณะเดียวกันคุณดิลก  กล่ำกองกูล ประธานคณะกรรมการ นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร สีวลีสุวรรณภูมิ หนึ่งในโครงการบ้านจัดสรรขนาดใหญ่จากแลนด์แอนด์เฮ้าส์ พื้นที่ 240 ไร่ มีสมาชิกทั้งหมด 985 หลังคาเรือน ได้กล่าวขอบคุณบริษัท ปาล์มเมด อินดัสตรี้ (ประเทศไทย) จำกัด ที่อนุเคราะห์ฉีดพ่นฆ่าเชื้อโควิด 19 ภายในสำนักงานนิติบุคคล และห้องฟิตเนส ประจำหมู่บ้านสีวลีสุวรรณภูมิ โดยคุณดิลกกล่าวถึงมาตรการป้องกันและควบคุมโรคติดต่อ เพื่อเป็นแนวทางสำหรับนิติบุคคลทั่วไปไว้ดังนี้

1.​  มาตรการให้ รปภ. คัดกรองผู้มาติดต่อทุกคนที่ประสงค์เข้าพื้นที่หมู่บ้านสีวลีสุวรรณภูมิ ต้องสวมหน้ากากอนามัย

2.​  ให้บริการเจลล้างมือก่อนเข้าพื้นที่ เพิ่มคัดกรองโดยวัดอุณภูมิร่างกายไม่เกิน 38 องศงเซลเซียส

3.​  เพิ่มจุดให้บริการเจลแอลกอฮอล์ ที่ป้อม รปภ. ทั้ง 7 จุด บริเวณสนง.นิติบุคคล และห้องฟิตเนส

4.​  ติดตั้งสเปรย์แอลกอฮอล์ 70% แบบอัตโนมัติ จำนวน 6 เครื่อง ตามศาลาเฟสต่างๆ และบริเวณสนามเด็กเล่น

5.​  ทำความสะอาดพ่นฆ่าเชื้อจุดเสี่ยงต่างๆ ภายในโครงการอย่างสม่ำเสมอ





              ทั้งนี้คุณดิลกยังกล่าวทิ้งท้ายถึงความห่วงใยลูกบ้าน โดยมีคุณภราดร จุลละโพธิ หนึ่งในลูกบ้าน หมู่บ้านสีวลีสุวรรณภูมิ ร่วมแสดงความคิดเห็น และขานรับแนวทางดังกล่าว

              บริษัท ปาล์มเมด อินดัสตรี้ (ประเทศไทย) จำกัด ยังมีนโยบายให้พนักงานทำความสะอาดภายในบริเวณพื้นที่ทำงาน ห้องปฏิบัติงาน รณรงค์ให้ล้างมืออย่างสม่ำเสมอ โดยนางสาวธันญ์กมนฐ์  ทิ้วสุวรรณ ได้กล่าวว่า ผลกระทบจากไวรัสโควิด 19 ได้แผ่ขยายไปทั่วโลกทำให้ธุรกิจของเราก็ได้รับผลกระทบไม่น้อยเช่นกัน อย่างไรก็ดีในช่วงสภาวะวิกฤติเช่นนี้ เราทุกคนต้องช่วยกัน  โดยเริ่มต้นจากการดูแลซึ่งกันและกันภายในองค์กร ลดขยายการแพร่เชื้อให้ได้มากที่สุด ปาล์มเมดมั่นใจว่า การเริ่มต้นจากจุดเล็กๆ คือใส่ใจพนักงาน ใส่ใจลูกค้า รับผิดชอบต่อสังคม จะช่วยให้ทุกๆ คน ผ่านพ้นวิกฤตินี้ไปได้ด้วยกัน สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับน้ำยา เครื่องฉีดพ่น​ https://www.facebook.com/biogreencleaningofficial/ จองคิวใช้บริการได้ที่ ไลน์แอด @biogreencleaning หรือ โทรศัพท์ 065-056-5495 คุณมด








12
เนเจอร์ เฮิร์บฯ จัดแคมเปญพิเศษคนไทยไม่ทิ้งกัน “ด้วยมาตรการเยียวยา M HERBS จัดให้”


               บริษัท เนเจอร์ เฮิร์บ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เจ้าของแบรนด์ M HERBS สูตรหมอแสง ร่วมสนับสนุนมาตรการคนไทยไม่ทิ้งกันผ่านวิกฤติไวรัส COVID- 19 ด้วยแคมเปญพิเศษ “มาตรการเยียวยา M HERBS จัดให้” เสริมภูมิคุ้มกันให้ร่างกายแข็งแรงอยู่เสมอพร้อมรับมือเชื้อไวรัสร้าย เมื่อซื้อผลิตภัณฑ์ M HERBS 1 กล่อง แจกฟรี!! 1 กล่อง ในราคา 2,900 บาท รับฟรี!! เจลล้างมือแอลกอฮอล์ 1 หลอด และเมื่อซื้อผลิตภัณฑ์ M HERBS 2 กล่อง แจกฟรีอีก 2 กล่อง ราคา 5,800 บาท พร้อมรับฟรี!! เจลล้างมือแอลกอฮอล์ 3 หลอด ตั้งแต่วันนี้ - 15 เมษายน 63 เท่านั้น สามารถดูรายละเอียดสินค้าได้ที่เว็บไซต์ www.natureherbinter.com สอบถามได้ที่ Line : @natureherbinter ,Application หรือเบอร์โทรศัพท์ 02 117 9899

               สำหรับผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร M HERBS ควบคุมสูตรโดย "หมอแสง" หรือนายแสงชัย แหเลิศตระกูล หมอพื้นบ้านชื่อดัง จังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งส่วนประกอบแต่ละชนิดมีผลงานวิจัยรองรับว่าสามารถเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายให้แข็งแรงได้ ป้องกันการติดเชื้อไวรัส แบคทีเรีย ยับยั้งการแพร่กระจายของเซลล์มะเร็ง และเชื้อโรคต่าง ๆ ได้ดี โดยมีส่วนผสมของสมุนไพรถึง 11 ชนิด ใน 1 แคปซูล อาทิ ปัญจขันธ์ (เจียวกู่หลาน) เป็นสมุนไพรที่ขึ้นชื่อว่าสามารถช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานโรคให้กับร่างกายได้ เนื่องจากมีสาร Gypenosides มีฤทธิ์ในการต้านอนุมูลอิสระ เสริมภูมิคุ้มกัน และยับยั้งการเจริญของเซลล์มะเร็งบางชนิด เห็ดทางการแพทย์ ทั้ง 3 ชนิด คือ เห็ดหอม เห็ดหลินจือ เห็ดไมตาเกะ มีสาร Beta-Glucan ถือเป็นสารอาหารชั้นเลิศที่จำเป็นสำหรับเม็ดเลือดขาวมาก เพราะจะช่วยให้เม็ดเลือดขาวแข็งแรงทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และสามารถกระตุ้นเม็ดเลือดขาวซึ่งเป็นเซลล์ที่คอยกัดกินสิ่งแปลกปลอม รวมทั้งเชื้อโรคต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในร่างกาย เช่น เชื้อไวรัส เชื้อแบคทีเรีย เป็นต้น เพราะหากเม็ดเลือดขาวไม่แข็งแรง ก็จะทำให้ร่างกายมีโอกาสเจ็บป่วย หรือติดเชื้อโรคได้ง่าย และมะขามป้อม​ ที่มีวิตามินซีสูง ซึ่งมีคุณสมบัติในการต่อต้านอนุมูลอิสระ เสริมภูมิคุ้มกัน ลดอาการหวัด และภูมิแพ้ ซึ่งวิตามินซีจากมะขามป้อมจะมีประสิทธิภาพเหนือกว่าวิตามินซีจากการสังเคราะห์ประมาณ 12 เท่า จึงมั่นใจได้ว่ามะขามป้อมเป็นแหล่งวิตามินซีจากธรรมชาตินั่นเอง และส่วนผสมอีกหนึ่งชนิดที่สำคัญก็คือ ซิตรัส ไบโอฟลาโวนอยด์ มีฤทธิ์เป็นสารต้านอนุมูลอิสระสูง ทำงานร่วมกับวิตามินซีได้ดี ซึ่งจะช่วยยับยั้งความเสื่อมถอยของเซลล์นอกจากนี้ ด้วยความเข้มข้นจาก วิตามินซีธรรมชาติ ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายทำงานเป็นปกติ

13
สกู๊ปข่าว การลงพื้นที่เข้าทำงานตอกเสาเข็มสปันไมโครไพล์


               วันนี้ภูมิสยามฯ กูรูด้านเสาเข็มสปันไมโครไพล์ จะมาทำความเข้าใจเกี่ยวกับการลงพื้นที่ให้บริการลูกค้า รวมไปถึงขั้นตอนการเข้าทำงานโดยผู้เชี่ยวชาญจากบริษัทภูมิสยาม ซัพพลาย จำกัด ผู้จัดจำหน่ายเสาเข็มสปันไมโครไพล์ มาตรฐาน มอก. เทคโนโลยีการผลิตจากระเทศเยอรมนี โดยมีขั้นตอนการให้บริการดังนี้

               1. หลังจากรับแผนงานจากลูกค้า จะมีการขนย้ายอุปกรณ์และเหล็ก เพื่อเข้าไปติดตั้งเสาเข็มสปันไมโครไพล์

               2. การตอกเสาเข็มสปันไมโครไพล์ จะต้องเซทให้ได้ระดับ แล้วจึงทำการทิ้งดิ่งไปที่เซ็นเตอร์ของจุด และทิ้งออฟเซ็ทออกมาสองแกนเพื่อเช็คระยะหนีศูนย์ของเสาเข็มฯ จากนั้นทำการต่อท่อนที่ 1 ไปจนถึงท่อนที่ 3-4 ไปเรื่อย ๆ จนถึงชั้นดินแข็ง ซึ่งจะรับรู้ได้จากแรงต้านที่เราติดตั้ง หลังจากนั้นเราจะทำการเก็บโบว์เคาท์ ตามหลักที่วิศวะกรดีไซน์และออกแบบไว้ให้ การคำนวณจะมีบอกค่าทรุดตัว 10 ครั้งสุดท้ายต้องทรุดตัวเท่าไหร่ ซึ่งแต่ละหน้างานก็จะแตกต่างกันไป

               3. ขั้นตอนการส่งมอบงานเพื่อให้ลูกค้าเช็คการทำงานและความถูกต้อง เมื่อลูกค้าได้ตรวจสอบเรียบร้อยและเซ็นรับมอบงานเป็นการเสร็จสิ้นขั้นตอนสุดท้าย

คุณสมบัติของเสาเข็มสปันไมโครไพล์

               เสาเข็มสปันไมโครไพล์ เป็นเข็มที่ต้องใช้แรงเหวี่ยงสูง 3,800 รอบ ความแข็งแรงมันจะมีมากกว่าไมโครไพล์ทั่วไปเป็น10เท่า มีผิวเรียบเนียบสัมผัสได้ด้วยตาเปล่า ตอนช่างตอกเข็มจะเห็นได้ว่าเสียงจะก้องกังวาน หมายถึงความแข็งแกร่งของตัวเข็มนั้นเอง

               ผู้สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ฝ่ายขายโทร 02 147 3232 หรือดูข้อมูลได้ที่ : www.bhumisiam.com หรือดูตัวอย่างการให้บริการตอกเสาเข็มสปันไมโครไพล์ได้ที่คลิป EP 2 :  https://youtu.be/HUQkM4Wmq2Q หรือชมคลิปก่อนหน้าได้ที่ EP 1 : https://youtu.be/21orCZl67lQ

“นึกถึงเสาเข็มสปันไมโครไพล์...นึกถึงภูมิสยามฯ”

14
TK Park ผุดไอเดียคลายเหงา ชวนฟังนิทานในกิจกรรม Kids เล่น เล่น




             TK Park ชวนคุณพ่อ คุณแม่ ผู้ปกครองและเด็ก ๆ มานั่งฟังนิทานสร้างเวลาแห่งความสุขด้วยกัน กับ กิจกรรม Kids เล่น เล่น เพลิดเพลินกับการฟังนิทานสนุก 2 ภาษา ประกอบดนตรี เรื่อง "MAX The brave by Ed Vera" มอบความสุข สนุกสนานเล่านิทานให้น้อง ๆ ฟัง โดยพี่ ๆ คณะละครปู๊นปู๊น

             ติดตามความสนุกกันได้ ผ่าน Live ทาง Facebook Fan Page : www.facebook.com/tkparkclub วันเสาร์ที่ 4 เมษายน 2563 เวลา 14.00 น.

Tag Keyword: TK Park, TK Anywhere, กิจกรรมสำหรับเด็ก, เลี้ยงลูก, Work from home, covid19

15
คิง เพาเวอร์มอบเงินสนับสนุนสร้างสนามเด็กเล่นสำหรับนักเรียนปฐมวัย


3 เมษายน 2563​ อรุณรุ่ง ศรีวัฒนประภา ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์​ มอบเงินสนับสนุน จำนวนเงิน 100,000 บาท ร่วมจัดสร้างสนามเด็กเล่นสำหรับนักเรียนปฐมวัยให้กับโรงเรียนวัดเปร็งราษฎร์บำรุง (ศรีวรพินิจวิทยาคาร) จ. สมุทรปราการ โดยมี​ ประวัติพงษ์ รอดกลาง ผู้อำนวยการโรงเรียน รับมอบ ณ คิง เพาเวอร์ รางน้ำ

บุคคลในภาพจากซ้ายไปขวา

นครินทร์ เอกนิกร         ครู คศ1

ประวัติพงษ์ รอดกลาง         ผู้อำนวยการโรงเรียน

อรุณรุ่ง ศรีวัฒนประภา         ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์

สุรัตน์ ทิพย์อุทัย            ครูชำนาญการ

Pages: [1] 2 3 ... 1451