Show Posts

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - happy

Pages: [1] 2 3 ... 1622
1
เจนเนอราลี่ ชวนลูกค้าและครอบครัวดูแลสุขภาพหัวใจที่โรงพยาบาลชั้นนำทั่วประเทศ


               “เจนเนอราลี่” จัดแคมเปญ “Heart Check Up” รับสิทธิ์ตรวจสุขภาพหัวใจในราคาพิเศษ สำหรับลูกค้าเจนเนอราลี่และครอบครัว รวมถึงบุคคลที่ห่วงใย รับส่วนลดสูงสุดถึง 62% ในราคาเริ่มต้นเพียง 350 บาท ร่วมกับ 39 โรงพยาบาลชั้นนำของประเทศไทย ลงทะเบียนรับสิทธิ์ผ่านทางไลน์ Generali Thailand ตั้งแต่วันนี้ถึง 30 เมษายน 64

               นายบัณฑิต เจียมอนุกูลกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท เจนเนอราลี่ ไทยแลนด์​ กล่าวว่า เจนเนอราลี่ ไทยแลนด์ มีความห่วงใยการดูแลสุขภาพของลูกค้าอยู่เสมอ สำหรับเทศกาลแห่งความรักปีนี้ถือเป็นโอกาสที่ดีในการดูแลหัวใจให้แข็งแรง ซึ่งจากสถิติขององค์กรอนามัยโลก (WHO) ระบุว่า โรคหัวใจเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 1 ของโลก บริษัทฯ จึงได้ทำแคมเปญ​“Heart Check Up” มอบส่วนลดสูงสุดถึง 62% ให้กับลูกค้าและครอบครัว รวมถึงคนที่ลูกค้าห่วงใย โดยสามารถนำสิทธิ์ตรวจสุขภาพหัวใจในราคาพิเศษนี้ไปใช้ได้กับโรงพยาบาลชั้นนำทั่วประเทศไทยถึง 39 แห่ง เพียงลงทะเบียนรับสิทธิ์และสามารถมอบสิทธิ์ให้กับคนที่ห่วงใยได้ผ่านช่องทางไลน์ Generali Thailand สามารถตรวจสุขภาพได้หลังจากได้รับ SMS ยืนยันสิทธิ์ เพียงแสดงบัตรประชาชน หรือ SMS เพื่อรับสิทธิ์ที่โรงพยาบาลที่เลือกและชำระค่าบริการได้โดยตรงที่โรงพยาบาล

               โดยโปรแกรมตรวจสุขภาพหัวใจสำหรับลูกค้าเจนเนอราลี่และครอบครัว มีดังนี้

โปรแกรมที่ 1 (พบแพทย์ + EKG) การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ EKG หรือ (Electrocardiogram) คือการตรวจความสมบูรณ์ของการทำงานไฟฟ้าหัวใจ​

โปรแกรมที่ 2 (พบแพทย์ + EKG + ECHO) การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ EKG หรือ (Electrocardiogram) คือการตรวจความสมบูรณ์ของการทำงานไฟฟ้าหัวใจ และการตรวจด้วยคลื่นสะท้อนความถี่สูง (Echo)

โปรแกรมที่ 3 (พบแพทย์ + EKG + EST) การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ EKG หรือ (Electrocardiogram) คือการตรวจความสมบูรณ์ของการทำงานไฟฟ้าหัวใจ ตรวจการทำงานของหัวใจขณะออกกำลังกาย (EST)

โปรแกรมที่ 4 (พบแพทย์ + EKG + EST + ECHO) การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ EKG หรือ (Electrocardiogram) คือการตรวจความสมบูรณ์ของการทำงานไฟฟ้าหัวใจ การตรวจด้วยคลื่นสะท้อนความถี่สูง (Echo) ตรวจการทำงานของหัวใจขณะออกกำลังกาย (EST)

               สำหรับแคมเปญ “Heart Check Up” สามารถลงทะเบียนรับสิทธิ์ตรวจสุขภาพราคาพิเศษผ่านช่องทางไลน์ เจนเนอราลี่ ไทยแลนด์​ http://bit.ly/3tOkTBuตั้งแต่วันนี้ถึง 30 เมษายน 2564 และดูรายละเอียดและเงื่อนไขเพิ่มเติมได้ทางเว็บไซต์ เจนเนอราลี่ ไทยแลนด์​ https://generali.co.th/generali365/heart-check-up-vday-campaign-2021

2
ZAAP ON SALE ชวนขาช้อปส่องโปรเจ็คท์น้องใหม่
“ไลฟ์โปรแรง” เริ่ม 8 - 14 มีนาคมนี้


               ZAAP ON SALE เปิดโปรเจ็คท์น้องใหม่ “ไลฟ์โปรแรง” ชวนนักช้อปจับจ่ายผ่านไลฟ์ ที่ให้ร้านค้าขายของตลอด 24 ชั่วโมง 7 วัน 12 ช่องทาง ด้วยสมาร์ตโฟนจากอินฟินิกซ์ (Infinix) โดยมีสินค้าครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์ที่มาพร้อมกับดีลและโปรโมชันสุดแรงอย่าง Infinix, ZADOONG, Hardcore Thailand, Chershine official, Everlash, LUB D, ดอยคำ, Wildskin, DNA PLUS CENTER, Penguin Eat Shabu, ลูกชิ้นจัง, Nineties Design, Nutrioz, คอนเสิร์ต บางกอกเฟส, ZEN Collection และอีกมากมาย


               โปรเจ็คท์ “ไลฟ์โปรแรง” จะเริ่มไลฟ์ในวันที่ 8 - 14 มีนาคม 2564 จัดเต็มให้ทั้งอินฟลูเอ็นเซอร์สายไลฟ์ สายขายเก่ง มาช่วยแม่ค้าพ่อค้าปิดการขาย รวมถึงโปรดักชันการไลฟ์ พร้อมสนับสนุนช่องทางการไลฟ์ โดย LAZADA ที่สะดวกสุดในสามโลก ติดตามช้อปกับสินค้าหลายประเภทตามวันดังนี้

8 มีนาคม 2564: “พร็อพแต่งห้อง ของแต่งบ้าน”
9 มีนาคม 2564: “ดีลความงาม สวยสะพรึง ล้มตึงกับโปรปัง”
10 มีนาคม 2564: “GADGET ดีๆ ต้องมีนะเธอว์”
11 มีนาคม 2564: “ยิ่งฟิต ยิ่งกิน ยิ่งผอม”
12 มีนาคม 2564: “ความเสื้อผ้า ความเครื่องประดับ”
13 มีนาคม 2564: “เครื่องใช้ไฟฟ้า หม้อทอด กับสุดยอดโปรปัง
14 มีนาคม 2564: “ต้นไม้ ประตู หน้าต่าง สารพัดของกุ๊กกิ๊ก


               ขาช้อปห้ามพลาด! ติดตามรายละเอียดได้ที่ Facebook: ไลฟ์โปรแรง หรือ Instagram: @liveprorang

3
รายงานข้อมูลสถานการณ์การติดเชื้อโควิด-19 ณ วันเสาร์ 6 มีนาคม 2564


🇹🇭🇹🇭ประเทศไทย
ผู้ติดเชื้อสะสม 26,305 ราย​ (เพิ่มขึ้น 64 ราย)

-เป็นผู้ติดเชื้อในประเทศเพิ่มขึ้น 29 ราย
-เป็นผู้ติดเชื้อที่กลับจากต่างประเทศใน Quarantine เพิ่มขึ้น 9 ราย
- ผู้เดินทางจากต่างประเทศ คัดกรอง ณ ด่านฯ และเข้า รพ. 1  ราย
-เป็นผู้ติดเชื้อจากการตรวจคัดกรองเชิงรุกวันนี้ 25 ราย(ยอดผู้ติดเชื้อสะสมจากการตรวจคัดกรองเชิงรุกอยู่ที่14,641 ราย)

เสียชีวิตรวม 85 ราย (วันนี้ไม่มีรายงาน
ผู้เสียชีวิต)
รักษาหายป่วยแล้ว 25,686 ราย(97.65%)
(มีผู้ป่วยกลับบ้านเพิ่มขึ้น 45 ราย)
รักษาอยู่ในโรงพยาบาล 534 ราย



ผู้ติดเชื้อรายใหม่ภายในประเทศ
 29 ราย มีรายละเอียดดังนี้
จาก กรุงเทพฯ (2) นนทบุรี(1) ตาก(2) สมุทรสาคร(24)

สำหรับผู้ติดเชื้อรายใหม่ที่เป็นผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศ เพิ่มขึ้นในวันนี้ 9 ราย และเข้า Quarantine โดยเข้ารับการรักษาที่กรุงเทพ(8) และ สมุทรปราการ(1) มีรายละเอียดดังนี้

- จากประเทศโครเอเชีย 2  ราย
- จากประเทศอินโดเนีเซีย 1 ราย
- จากประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 2 ราย
- จากประเทศสหรัฐอเมริกา 1 ราย
- จากประเทศบังคลาเทศ 1 ราย
- จากประเทศเนเธอร์แลนด์ 1 ราย
- จากประเทศเยอรมนี 1 ราย



🌐 สถานการณ์โลกในวันนี้

- ยอดผู้ติดเชื้อสะสมทั่วโลก 116 ล้านราย มีจำนวนผู้เสียชีวิตสะสมกว่า 2.5 ล้านราย​ (คิดเป็นร้อยละ 2.2 ของจำนวนผู้ติดเชื้อ) ในขณะที่ผู้รักษาหายมีจำนวน 91.8 ล้านราย (คิดเป็นร้อยละ79.1)

- สหรัฐอเมริกา มียอดผู้ติดเชื้อรายใหม่ 67,281 ราย และยอดผู้เสียชีวิตอยู่ที่อันดับ 1 ของโลก อยู่ที่ 535,563 ราย
- อินเดีย ยอดผู้ติดเชื้อสะสมทะลุ 11 ล้านรายแล้ว โดยมีจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ 18,292 ราย ทั้งนี้ยอดผู้รักษาหายในอินเดียอยู่ที่ 10.8 ล้านราย คิดเป็นร้อยละ 97
- ไทยมียอดผู้ติดเชื้อสะสมอยู่ที่อันดับ 115 และยอดผู้เสียชีวิตอยู่ที่อันดับ 154 ของโลก



🌐 สถานการณ์อาเซียนในวันนี้

- เมียนมา ตัวเลขผู้ติดเชื้อสะสม 142,000 ราย โดยมียอดผู้ติดเชื้อรายใหม่เฉลี่ยในรอบ 7 วันที่ผ่านมาอยู่ที่ 18 ราย และมีจำนวนผู้เสียชีวิตกว่า 3,200 ราย
- มาเลเซีย ยอดผู้ติดเชื้อสะสมอยู่ที่ 310,097 ราย โดยยอดผู้ติดเชื้อรายใหม่อยู่ที่ 2,154 ราย
- กัมพูชา ตัวเลขผู้ติดเชื้อสะสม 953 ราย
มียอดผู้เสียชีวิตสะสม 0 ราย
- ลาว ตัวเลขผู้ติดเชื้อสะสม 47 ราย
โดยกำลังรักษาอยู่ 5 ราย
- เวียดนาม ผู้ติดเชื้อรายใหม่อยู่ที่ 6 ราย และมียอดผู้เสียชีวิตสะสม 35 ราย

ประมวลข้อมูลโดย กรมควบคุมโรค และศูนย์ปฏิบัติการด้านนวัตกรรมการแพทย์ และการวิจัยและพัฒนา สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ(วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม

4
คนบันเทิงคุณภาพ “กระติ๊บ -ชวัลกร วรรธนพิสิฐกุล” เตรียมก้าวสู่บทบาทพิธีกรระดับอินเตอร์และคอลัมนิสต์


              คนบันเทิงคุณภาพ​ “กระติ๊บ -ชวัลกร วรรธนพิสิฐกุล” เตรียมก้าวสู่บทบาทพิธีกรระดับอินเตอร์และคอลัมนิสต์ โชว์มุมมองประสบการณ์ด้านศิลปะ +ทักษะการดำน้ำ สานพลังเชิงบวกแก่ผู้อ่านในยุค 5G ล่าสุดงาน HUB Thinks EP.2 Exclusive LIVE EVENT โดย GS UTCC ร่วมกับ FLEX Station & a day BULLETIN ทอล์กแบบจับคู่ รีบคว้า​ “กระติ๊บ ชวัลกร” มาร่วมแสดงความคิดเห็นในหัวข้อ “ความสวยนำพาไปได้เร็ว หรือความเก่งพาไปได้ไกล” แม่งานหลัก “นาตาเลีย เพลียแคม” ปรบมือรัว รัว ประทับใจความสามารถมุมมองความคิดและทักษะการพูดที่เฉียบคมสุดปัง ของ “กระติ๊บ” ที่มีความตั้งใจในงานนี้ เพื่อให้เกิดข้อมูลที่ดีแก่ผู้ฟัง ทั้งนี้ตลอดการจัดงานทุกคนสามารถบริจาคเพื่อช่วยเหลือแก่วัดพระบาทน้ำพุ เป็นอีกเรื่องดีๆ ที่จะมีพิธีกรประดับวงการบันเทิงไทย สามารถชมคลิปย้อนหลัง ผ่านทาง Facebook: https://fb.watch/3ZVzEY1B3t/






5
ติดตามความคืบหน้า หลัง “บ.ฟอกหนังไทยรุ่งเรือง” ร้องรมว.ทรัพย์ฯตรวจสอบมือดีนำกากอุตสาหกรรมฝังพื้นที่เทศบาลบางปู 52


นายณัฏฐชัยศรีตั้งศิริกุล กรรมการบริษัทฟอกหนังไทยรุ่งเรืองจำกัด นำคณะสื่อมวลชนลงพื้นที่ติดตามสังเกตการณ์ความคืบหน้ากรณีมีการนำกากอุตสาหกรรมฝังกลบพื้นที่ซอยเทศบาลบางปู 52 หวังผลักดันให้เกิดการบริหารจัดการกากอุตสาหกรรมอย่างถูกต้องในพื้นที่เพื่อประโยชน์ของสังคมชุมชนในพื้นที่ต่อไป


นายณัฏฐชัย ศรีตั้งศิริกุล กรรมการบริษัทฟอกหนังไทยรุ่งเรืองจำกัด ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นบริษัทเขตประกอบการอุตสาหกรรมฟอกหนังกม. 30 จำกัด เป็นผู้รับกำจัดของเสียจากอุตสาหกรรมฟอกหนังในเขตประกอบอุตสาหกรรม ในบริเวณพื้นที่ซอยเทศบาลบางปู 52 ก่อนหน้านี้ได้ทำเรื่องร้องเรียนต่อ นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เมื่อวันที่ 12​กุมภาพันธ์ 2564 กรณีตรวจพบว่ามีการนำกากอุตสาหกรรมไปฝังกลบในที่ดินบริเวณใกล้เคียง สิ่งที่พบคือของแข็งเป็นลักษณะปูน จากการปั่นถอดขนเศษหนัง เศษหนัง เศษจากการเจียรหนัง คราบน้ำโครเมียม ที่ใช้ในกระบวนการฟอกหนังและยังพบ การเทของเหลวในพื้นที่ ใกล้เคียงอีกด้วย




นายณัฏฐชัยเปิดเผยว่า สาเหตุที่ต้องนำกากอุตสาหกรรมมาฝังกลบดินนั้นคาดว่า เป็นการลดต้นทุนในการจัดการของเสียแต่มิได้นำไปจำกัดให้ถูกต้องทั้งหมด ซึ่งกากอุตสาหกรรมมีผลกระทบต่อชุมชนทำให้น้ำในคลองเน่าเสียมีกลิ่นเหม็นทำให้ระคายผิวหนังได้ และทางบริษัทฟอกหนังไทยรุ่งเรืองจำกัดมีความตระหนักถึงปัญหาการจัดการกากอุตสาหกรรม ที่เป็นอันตรายต่อชุมชนในพื้นที่ จึงได้ทำเรื่องร้องเรียนต่อ รัฐมนตรี ดังข้างต้น และรัฐมนตรี ได้สั่งการให้กองตรวจมลพิษกรมควบคุมมลพิษมอบหมายให้ นายจตุรงค์ อัศวโสวรรณ นักวิชาการสิ่งแวดล้อมปฏิบัติเป็นผู้ตรวจสอบ ลงพื้นที่การจำกัดของเสียที่ไม่ถูกต้องให้ประชาชนในพื้นที่ได้รับทราบผลการตรวจสอบ




นายณัฏฐชัยกล่าวต่อว่า กากของเสียอุตสาหกรรมที่ถูกกำจัดออกจากบ่อบำบัดน้ำเสีย ควรจะมีการจัดเก็บกากอุตสาหกรรมอย่างถูกต้อง ในพื้นที่ที่มีรั้วรอบขอบชิดก่อนนำไปกำจัดทิ้งตามขั้นตอนปกติ โดยการเก็บกากอุตสาหกรรมหรือเคมีก่อนนำไปเผาหรือกำจัดทิ้ง ต้องทำเป็นบ่อมีหลังคามิดชิด เพื่อไม่ให้มีน้ำซึมออกจากพื้นที่สู่คูคลอง สร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชน ซึ่งอยากให้ทางเขตประกอบการอุตสาหกรรมฯแก้ไขดูแลให้ผู้ประกอบการในพื้นที่ให้มีการบริหารจัดการกากอุตสาหกรรมฯอย่างถูกต้อง เพราะเราต้องมองถึงส่วนรวมด้วย จะมองถึงผลประโยชน์ทางธุรกิจอย่างเดียวไม่ได้ และไม่ได้ต้องการสร้างความขัดแย้งแต่อย่างใด




“หากบริษัทต่าง ๆ มีการบริหารจัดการกากอุตสาหกรรมที่ดี ร่วมด้วยช่วยกันดูแล จะส่งผลดีต่อพื้นที่และจะส่งผลดีอนาคตที่มีคนรุ่นใหม่มาบริหารมาดูแลต่อไป ในฐานะที่ตนเป็นผู้ถือหุ้นรายหนึ่ง นอกจากนี้อยากให้ทางราชการมาช่วยดูแลเขตประกอบการอุตสาหกรรมฯเพื่อให้ปัญหาได้รับการแก้ไข ซึ่งจะมีการติดตามผลผลักดันในเรื่องนี้ต่อไป”




อนึ่งกลุ่มบริษัทฟอกหนังย้ายมาจากคลองเตยมายังพื้นที่ตำบลท้ายบ้าน อำเภอเมืองสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ ราวปี 2517 และเริ่มขอจัดตั้งเป็นเขตประกอบการอุตสาหกรรมฟอกหนังกม. 30 ราวปี 2535 โดยมีโรงงานฟอกหนังเป็นผู้ถือหุ้น 83 หุ้นใหญ่ มีพื้นที่ครอบคลุมมากกว่า 200 ไร่

6
จัดแน่! “บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ 2021”
เพราะงานนี้…กลายเป็นความหวังและความฝันของใครอีกหลายคน
โดยเฉพาะกรมภาษีและหน่วยงานจัดทำตัวเลขเศรษฐกิจไทย!
เริ่ม 24 มี.ค. – 4 เม.ย.นี้ อิมแพค เมืองทองธานี





ยอดจองในงาน “บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์” ช่วงต้นปีของทุกๆ ปี กลายเป็นความหวังของใครอีกหลายคน?

ไม่เฉพาะ…เจ้าของค่ายรถยนต์ชั้นนำ ผู้ผลิตอะไหล่และชิ้นส่วนรถยนต์ อุปกรณ์ประดับยนต์ เครื่องเสียง ฯลฯ ผู้เข้าชม และผู้ที่ต้องอัพเดทข้อมูลข่าวสารในแวดวงรถยนต์ รวมถึง “ผู้ซื้อ” ที่ต้องการรถใหม่ป้ายแดง พร้อมโปรฯสุดพิเศษ

และที่ขาดไม่ได้ก็คือ หน่วยงานรัฐ โดยเฉพาะกลุ่มงานซึ่งมีหน้าที่จัดทำตัวเลขอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) และกรมภาษี ที่หวังจะเก็บเกี่ยวรายได้จากธุรกรรมที่เกิดขึ้นภายในงานฯ





ต้องยอมรอบว่า…แต่ละครั้งของการจัดงานแสดงรถยนต์ โดยเฉพาะ เจ้าใหญ่ อย่าง…ค่ายกรังด์ปรีซ์ ที่จัดงานฯ ในชื่องาน “บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์” นั้น ยอดจอง (สัญญาซื้อขาย) ที่เกิดขึ้นภายในงานฯ ก่อนหน้าจะเกิดวิกฤตแพร่ระบาดโควิด-19 เคยมีมากถึง…เกือบ 4 หมื่นคันต่อการจัดงานฯหนึ่งครั้ง และคิดเป็นเม็ดเงินมูลค่านับหลายหมื่นล้านบาท

เมื่อธุรกรรมซื้อขายรถยนต์เกิดขึ้น…สร้างรายได้ภาษี ทั้ง…ภาษีมูลค่าเพิ่ม (Vat 7% ที่จัดเก็บจากธุรกรรมการซื้อขาย) ภาษีนิติบุคคล (กำไรจากการดำดเนินงานของผู้ผลิตรถยนต์) และ ภาษีสรรพสามิตรถยนต์ นี่ยังไม่รวมภาษีและค่าธรรมเนียมอื่นๆ อีกสารพัด

สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำให้กับกรมภาษี และยังถูกใช้เป็นฐานรากสำคัญในการนำรายได้ภาษีและเม็ดเงินที่เกิดจากการซื้อขายรถยนต์ มาเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญในการคำนวณจีดีพีในแต่ละปี





การแถลงข่าวตัวเลขเศรษฐกิจของ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในสังกัดกระทรวงการคลัง เมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2564 นั้น “รองโฆษก สศค.” นายวุฒิพงศ์ จิตตั้งสกุล ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจการคลัง ยอมรับว่า…เหตุที่ภาพรวมตัวเลขของยอดขายรถยนต์ในเดือนมกราคมที่ผ่านมา ลดลงอย่างมาก เป็นเพราะ “แรงซื้อ” ถูกใช้ไปหมดแล้ว นับแต่ช่วงปลายปี 2563

ไม่ใช่เรื่องแปลก! หากยอดขายรถยนต์ในเดือนมกราคม (ที่จริงอาจต้องนับไกลไปถึงช่วงต้นๆ ของเดือนมีนาคมด้วยซ้ำ) จะหล่นวูบลงไป!

แต่ยอดขายรถยนต์…จะกลับมาผงาดอีกครั้ง! นั่นก็ต้องรอให้ถึงการจัดงาน “บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์” ครั้งใหม่เกิดขึ้น!!!

ซึ่งงาน “บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ 2021” (ครั้งที่ 42) ภายใต้คอนเซ็ปท์ “วิถีชีวิตใหม่ ใจเป็นสุข” (Shaping the Next Chapter) นั้น จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 24 มีนาคม – 4 เมษายนที่จะถึงนี้ ณ อาคารชาเลนเจอร์ 1-3 อิมแพค เมืองทองธานี จึงเป็นอีกความหวังเล็กๆ ของรัฐบาลและกระทรวงการคลัง





ดร.ปราจิน เอี่ยมลำนำ ปธ.จนท.บห. บมจ.กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล และฐานะ “ปธ.จัดงานฯ” ยอมรับว่า…สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่เกิดขึ้นในประเทศไทยและทั่วโลก ส่งผลกระทบต่อภาพรวมเศรษฐกิจไทย รวมถึงอุตสาหกรรมยานยนต์ของไทย ซึ่งถือเป็นหนึ่งในฐานการผลิตสำคัญของบริษัทรถยนต์ชั้นนำระดับโลก

แต่ด้วยความร่วมแรงร่วมใจของทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐและเอกชน ในการรับมือกับวิกฤตโรคระบาดครั้งนี้ ทำให้ภาพรวมความเชื่อมั่นในประเทศไทย เริ่มมีสัญญาณที่ดีขึ้น และยิ่งภาครัฐเริ่มทำการฉีดวัคซีนป้องกันโควิดฯให้กับคนในประเทศ ก็ยิ่งเพิ่มความเชื่อมั่นให้มากยิ่งขึ้นไปอีก

เหล่านี้…จะช่วยให้ งาน “บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ฯ” มีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทย แม้ว่าในปีนี้…จะเหลือค่ายรถยนต์และจักรยานยนต์ ตอบรับเข้าร่วมงานราว 34 บริษัท ก็ตาม แต่ก็เป็นค่ายใหญ่ที่ทั่วโลกให้การยอมรับ

โดยปีนี้ งานฯจัดขึ้นบนพื้นที่ 1.7 แสนตารางเมตรเศษ สะท้อนภาพความยิ่งใหญ่ของการจัดงานฯในระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

“เราทุกฝ่าย โดยเฉพาะสื่อมวลชน จะต้องช่วยนำเสนอข่าวสารข้อมูล ที่จะปลุกเร้า…กระตุ้นความหวังและความฝันของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างบรรยากาศที่เป็นบวกต่ออุตสาหกรรมต่างๆ ในประเทศ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมรถยนต์” ดร.ปราจิน กล่าวและย้ำว่า

หน่วยงานภาครัฐ ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงอุตสาหกรรม หรือแม้แต่กระทรวงการคลัง และกรมภาษีที่มีหน้าจัดเก็บรายได้เป็นงบประมาณแผ่นดิน น่าจะเข้ามามีส่วนร่วมกับการจัดงานของภาคเอกชน เพราะรายได้ภาษีที่หน่วยงานภาครัฐจัดเก็บ ก็มาจากธุรกรรมการซื้อขายรถยนต์

ทั้งนี้ หากเป็นไปได้ น่าที่รัฐบาล โดยเฉพาะกระทรวงการคลังและกรมภาษี ควรจัดกิจกรรมพิเศษมอบรางวัลและเกียรติบัตรให้กับบริษัทห้างร้านและบุคคลที่เสียภาษีมากสุดเป็นอันดับต้นๆ ของประเทศ

ดร.ปราจิน ระบุว่า…ไม่เพียงเป็นการขอบคุณผู้เสียภาษีที่อยู่ในระบบภาษีอย่างถูกกฎหมาย หากยังเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้กับผู้ประกอบการเหล่านี้ ได้ยืนหยัดต่อสู้อย่างมีความหวัง ต่อการดำเนินธุรกิจในประเทศไทยต่อไปได้





ด้าน นายจาตุรนต์ โกมลมิศร์ ปธ.จนท.ปฏิบัติการ บมจ.กรังด์ปรีซ์ฯ ในฐานะ “รองปธ.จัดงานฯ” และยังเป็น…ผู้ที่กำลังจะได้รับพระราชทาน “เครื่องราชอิสริยาภรณ์ ชั้นประถมาภรณ์ มงกุฎไทย” ในเร็วๆ นี้ ระบุว่า ความพิเศษของการจัดงานฯในปีนี้ คือ การเพิ่มโซน Smart EV City เสนอความเป็นเมืองแห่งอนาคต ตอบสนองไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของยุคปัจจุบัน ที่ต้องการสินค้าตอบโจทย์ความต้องการได้หลากหลายและสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น รวมถึง จัดโซน GLAMPING รองรับไลฟ์สไตล์ของคนที่ชื่นชอบการท่องเที่ยว สัมผัสชีวิตกับธรรมชาติ ที่ยังคงความสะดวกสบายเอาไว้ ทั้งยังได้สัมผัส โซนแสดงรถยนต์ พร้อมติดตั้งอุปกรณ์อำนวยความสะดวกการตั้งแคมป์ภายในรถยนต์ อีกด้วย นั่นเป็นเพียงบางส่วนของ งาน “บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ครั้งที่ 42”

สำหรับมาตรฐานความปลอดภัยนั้น นายจาตุรนต์ ย้ำว่า จะมีการคัดกรองผู้เข้าชม โดยขอความร่วมมือจากผู้เข้าชมงานฯทุกคนให้สวมหน้ากากภายในงานฯ และใช้สเปรย์แอลกอฮอล์พ่นมือทำความสะอาดทุกครั้งก่อนเข้าไปทดลองนั่งรถยนต์ เหมือนปีที่แล้ว ไม่เพียงแค่นั้น ปีนี้…ยังขยายพื้นที่ทางเดินให้กว้างยิ่งขึ้น เพื่อลดความแออัดขณะเข้าชมงานฯ แบบชีวิตวิถีใหม่ ตามมาตรฐานของกระทรวงสาธารณสุข

อย่างไรก็ตาม แม้ปัญหาโควิด-19 อาจส่งผลกระทบต่อการจัดงานฯบ้าง แต่จะไม่มีการเลื่อนจัดงานฯเหมือนปีที่ผ่านมา และแม้ว่า…ยอดเข้าชมและยอดจองรถยนต์ภายในงานฯ อาจลดลงบ้าง แต่ตนยังมั่นใจว่า…สูงสุดก็ไม่เกิน -15% เมื่อเทียบกับปี 2563 และส่วนใหญ่ก็จะเป็นผู้เข้าชมงานฯ ที่เป็น “ตัวจริง” คือ…เป็นกลุ่มที่ต้องการมาชมงานฯและ/หรือ ซื้อรถยนต์จริงๆ

“ปีนี้ ไม่เพียงค่ายเมอร์ซิเดส เบนซ์ จะกลับเข้ามาร่วมงานฯเท่านั้น หากกลุ่ม เกรท วอลล์ มอเตอร์ (GWM) ค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่จากประเทศจีน ซึ่งที่ผ่านมาได้เข้าร่วมงานฯมาตั้งแต่ปี 2013 เป็นต้นมา และพิเศษปีนี้ พวกเขาพร้อมจะเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่และเป็นทางการเป็นครั้งแรก ระหว่างเข้าร่วมงานฯในครั้งนี้” นายจาตุรนต์  ระบุ





นอกจากนี้ ภายในงานฯ ยังมี บริการแอปพลิเคชั่น “Car Buddy by GPI” เพื่อำนวยความสะดวกในการเข้าชมงานฯและจัดทำฐานข้อมูลผู้เข้าชมงานฯ เพื่อวิเคราะห์พฤติกรรมและความต้องการของผู้บริโภคอย่างตรงตามเป้าหมายยิ่งขึ้น ซึ่ง นายพีระพงศ์ เอี่ยมลำเนา ปธ.จนท.ปฏิบัติการ บมจ.กรังด์ปรีซ์ และรอง ปธ.จัดงานฯ ระบุว่า ข้างต้นคือ บริการรูปแบบใหม่ ที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่ออำนวยความสะดวกกับผู้เข้าชมงานฯ รวมทั้งเป็นศูนย์กลางในการสืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับการดูแลรักษารถยนต์ เป็นต้น โดยใช้แอปฯ “Car Buddy by GPI” เพียงแอปฯเดียว

ภายในงานฯ ยังมีการจัดอบรมสัมมนาให้ความรู้ในเรื่องสำคัญมากมาย โดยเฉพาะ ความรู้เกี่ยวกับรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในทุกมิติ รวมถึงการออกบูธของ “กรุงศรี ออโต้” ที่จะคิดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ซื้อรถยนต์ภายในงานฯ ต่ำมากเพียง 1.99% พร้อมโปรฯพิเศษอื่นๆ อีกมากมาย





ไม่เพียงแค่นั้น ควบคู่กันไป…ยังจะมี การจัดงาน “บางกอก ยูสคาร์ โชว์ 2021” หรือ “รถยนต์มือสอง” บริเวณพื้นที่ด้านหลังของการจัด งาน “บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 42” เพื่อเป็น…ทางเลือกสำหรับผู้ที่ไม่สามารถจะออกรถใหม่ป้ายแดงได้ แต่การรันตีคุณภาพมาตรฐานของรถยนต์ ว่าจะไม่มีปัญหาย้อมแมว เช่น ปรับไมค์ หรือเป็นรถยนต์จดประกอบ อย่างแน่นอน!

“การจัดรวม 2 งานในช่วงเวลาเดียวกันและในพื้นที่ใกล้เคียงกัน ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยครั้งนัก เพราะทุกปีก็จัดแยกกันอยู่แล้ว เพียงแต่ปีนี้ เมื่อเกิดปัญหาโควิด-19 จึงจำเป็นต้องจัดขึ้นพร้อมกัน แต่ก็เป็นทางเลือกที่เสริมกันและกัน โดยไม่เป็นคู่แข่งกันเอง ยืนยันว่าในปีต่อๆ ไป เมื่อทุกอย่างกลับสู่ภาวะปกติ การจัดงานฯทั้ง 2 นี้ จะแยกกันเหมือนที่แล้วๆ มาอย่างแน่นอน” ดร.ปราจิน ย้ำในตอนท้าย

ถึงตรงนี้…น่าสนใจว่า สถานการณ์โควิด-19 ที่เริ่มมองเห็นสัญญาณดีขึ้น จะมีส่วนกระตุ้นการจัดงาน “บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 42” ได้มากน้อยแค่ไหน?

ที่สำคัญ ข้อเสนอของตัวแทนภาคเอกชน อย่าง…ผู้บริหาร บมจ.กรังด์ปรีซ์ ที่เสนอให้รัฐบาล โดยกระทรวงการคลัง จัดอีเว้นท์พิเศษ เพื่อขอบคุณ “ผู้เสียภาษี” นั้น สุดท้าย…จะได้รับการตอบสนองมากน้อยแค่ไหน?

และ ใคร? จะเป็นคนเชื่อมประสานภารกิจนี้!!!.











7
ใครคิดถึงผลงานของคุณพ่อป้ายแดง “ต๊ะ บอยสเก๊าท์”
ต้องไม่พลาดชมภาพยนตร์ “เด็กเสเพล” ทางทรูโฟร์ยู  ช่อง 24


สำหรับใครที่กำลังคิดถึง​ คุณพ่อต๊ะ บอยสเก๊าท์ หรือ วินรวีร์ ใหญ่เสมอ​ ​ซึ่งตอนนี้ ลูกสาวของพ่อต๊ะอายุกว่า 3 เดือนแล้วจ้า วัยกำลังน่ารักน่าชังนามว่า​ “ปิ๊งปิ๊ง” เรียกว่าพ่อกำลังหลงลูกสาวอย่างหนัก ปิ๊งปิ๊งยิ้มทีคุณพ่อละลาย ยิ่งถ้าได้เจอลูกอ้อนของน้องปิ๊งปิ๊งเข้าไปเฮียต๊ะเป็นต้องใจอ่อนยอมทุกอย่างเลยจริงๆ ทางทีมงานต้องขอขอบคุณภาพสวยจาก IG @taboyscout ที่ทำให้เราได้เห็นโมเมนต์ความน่ารักของพ่อลูกคู่นี้ และเร็วๆนี้ ทางทรูโฟร์ยู ช่อง 24 ก็หยิบเอาผลงานสนุกๆของ​ ต๊ะ บอยสเก๊าท์​ หนังที่ตีแผ่ชีวิตและเรื่องราวของวัยรุ่นยุค 90 ได้ดีกับภาพยนตร์เรื่อง​ “เด็กเสเพล” มาให้แฟนๆ ชมกันให้หายคิดถึงกันเลย






ภาพยนตร์เรื่องนี้ ยังรวบรวมนักแสดงวัยรุ่นแนวหน้าในยุคนั้นเอาไว้อย่างคับคั่งไม่ว่าจะเป็น เขตต์ ฐานทัพ, ตั๊ก บริบูรณ์, เจจินตัย อันติมานนท์ และอีกมากมาย​ ซึ่งเป็นเรื่องราวประมาณปี 2520 ณ หมู่บ้านชายแดนแห่งหนึ่ง เกิดการสู้รบระหว่างทหารกับฝ่ายคอมมิวนิสต์ทำให้ครอบครัวของ​ ครูศักดิ์ (พิศาล อัครเศรณี) ต้องพบกับความสูญเสียครั้งใหญ่ สุนีผู้เป็นภรรยากับลูกสาวคนเล็กเสียชีวิต ส่วนสันต์ลูกชายคนโตหนีรอดไปได้จากการช่วยเหลือของผิวคนรับใช้ แต่ครูศักดิ์นึกว่าสันต์ตายในสงครามแล้ว ส่วนผิวก็คิดว่าครูศักดิ์ตายแล้วเช่นกัน จึงนำสันต์ไปเลี้ยงดูและเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น​ ทิน(ต๊ะ บอยสเก๊าท์) ผิวเลี้ยงดูทินจนโตมาเป็นหนุ่ม แต่เพราะฐานะยากจนและไม่ได้เรียนหนังสือ ทินเริ่มคบกับพวกนักเลงอันธพาล วันหนึ่งทินวิ่งราวกระเป๋าผู้หญิงและหลบหนีตำรวจ เข้าไปในโรงเรียนที่ครูศักดิ์สอนอยู่ และครูได้ช่วยทินไว้ แต่ขอกระเป๋าคืนและอบรมทินให้กลับตัวเป็นคนดี แต่ทินก็จากไปอย่างไม่ใยดี ครั้งต่อมาทินถูกจับกุม และครูศักดิ์ไปประกันออกมา และรับตัวทินไว้อุปการะเรียนต่อแต่ครั้งนี้สายเกินไป ห้ามพลาดชมภาพยนตร์น้ำดีที่วัยรุ่นต้องดู​ ในวันอังคารที่ 9 มีนาคมนี้ เวลา 16.50 น. ทาง ทรูโฟร์ยู ช่อง 24


8
“หมาก” เล่นหนังสยองขวัญครั้งแรก ประทับใจได้โชว์การแสดงเต็มที่
ใน “เรื่อง ผี เล่า” ตอน “ใบลาน”


                ใกล้เข้าโรงภาพยนตร์เต็มที สำหรับภาพยนตร์เรื่อง “เรื่อง ผี เล่า”  หรือ  HAUNTED TALES ภาพยนตร์สยองขวัญที่มาพร้อมคอนเซ็ปต์หนังสั้น 3 เรื่อง ประกอบด้วย​ “อยู่ในรถ” (Haunted Car) นำแสดงโดย​ “เป้” อารักษ์ อมรศุภศิริ และ “เอก” ธเนศ วรากุลนุเคราะห์​ เรื่องที่ 2 คือ “ไปผุดไปเกิด” (Reborn) ที่นำแสดงโดย “ปราง” กัญญ์ณรัณ วงศ์ขจรไกล และเรื่องสุดท้าย “ใบลาน” ( The Book of truth) นำแสดงโดย “หมาก” ปริญ สุภารัตน์ ผลงานการกำกับของ​ ศุภกร เหรียญสุวรรณ


                โดยเรื่องนี้นอกจากจะเป็นภาพยนตร์สยองขวัญเรื่องแรกในปี 2564 ของค่าย M39 แล้ว ยังเป็นภาพยนตร์สยองขวัญเรื่องแรกที่ “หมาก” ปริญ สุภารัตน์​ ได้แสดงอีกด้วย งานนี้พระเอกหนุ่มได้โชว์ความสามารถด้านการแสดงอย่างเต็มที่


                “เรื่องนี้ผมรับบทเป็นเจษเป็นนักเขียนนิยายสยองขวัญ ที่ต้องการหาแรงบันดาลใจในการเขียนหนังสืออีกครั้งหนึ่ง ส่วนสาเหตุที่รับแสดงเรื่องนี้ เพราะใจผมอยากเล่นหนังผีมานานแล้ว พอผมอ่านบทจบ คำแรกที่พูดออกมาก็คือ สนุก! คำที่ 2 ก็คือ ยาก! บทมันเป็นอะไรที่แปลกใหม่ ผมไม่เคยเล่นมาก่อน เลย รู้สึกว่ายากมาก กดดันมาก ว่าจะเล่นยังไงให้คนดูรู้สึกร่วม ตื่นเต้นไปกับเราตลอดเวลา แต่พอได้เรียนการแสดงกับมิเชล แอ็คติ้งโค้ชระดับ ฮอลีวู้ดแล้ว เข้าถึงตัวละครได้จริงๆ แล้ว ก็ง่ายและเข้าใจ ดีมาก ที่ได้เรียนการแสดง มันทำให้ทุกอย่างไม่ยากอย่างที่คิด


                ผมว่า “เรื่อง ผี เล่า” นอกจากจะดูเพื่อความบันเทิง ในสไตล์สยองขวัญสั่นประสาทแล้ว ก็จะได้ข้อคิดในเรื่องของบุญบาป กฎแห่งกรรม อิงเรื่องของคำเชื่อต่างๆ รวมถึงหลักธรรมคำสอนในพระพุทธศาสนา​รูเข้ามาสอดแทรกไว้ด้วย นอกจากความสนุกสนาน ตื่นเต้น เร้าใจในแบบฉบับของหนังผีแล้ว ในเรื่องนี้ก็ได้เห็นความแปลกใหม่ของบท เพราะมันไม่ใช่หนังผีแบบเดิมๆ ในพาร์ทของหมาก ตอน ใบลาน ทุกคนก็จะได้เห็นแอ็คติ้งใหม่ๆ ได้เห็นหมากในอีกแบบนึง ที่แตกต่างออกไป รับรองว่าไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อนแน่นอน”


                มาร่วมพิสูจน์ฝีมือการแสดงของหนุ่มหมากได้ใน​ “เรื่อง ผี เล่า” เข้าฉาย 11 มีนาคม นี้ ในโรงภาพยนตร์






9
สสว. คาดปี 64 ฟื้นฟูเอสเอ็มอีได้ 3,700 ล้านบาท
หน่วยร่วม ‘มทร.ธัญบุรี’ ตบเท้าเข้าร่วม ปีที่5


              สสว. เปิดเวทีชี้แจงการดำเนินงานช่วยผู้ประกอบการปี 64 มุ่งเน้น 3 เป้าหมาย เพิ่มผลิตภาพและลดต้นทุน เพิ่มช่องทางการตลาดทั้งในและต่างประเทศ ทั้งยังเชื่อมโยงแหล่งเงินทุน ผ่านกองทุนฯ และเครือข่ายหน่วยร่วมดำเนินการ คาดจะช่วยเอสเอ็มอีได้ 3,700 ล้านบาท ขณะที่หน่วยร่วม ‘มทร.ธัญบุรี’ ตบเท้าเข้าร่วม ปีที่5 เจาะกลุ่มภาคกลางและปริมณฑล


              นายวีระพงศ์ มาลัย ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เผยว่า สสว. ได้จัดประชุมชี้แจงการดำเนินงาน การเบิกจ่ายงบประมาณและการติดตามการดำเนินงานโครงการ ปีงบประมาณ 2564 แก่หน่วยร่วมดำเนินการให้ได้ทราบถึงทิศทางการดำเนินงาน โดยในปี 2564 จะมุ่งเน้น 3 เป้าหมายหลัก คือการเพิ่มผลิตภาพและลดต้นทุน การเพิ่มช่องทางการตลาดทั้งในและต่างประเทศ ทั้งรูปแบบออนไลน์และออฟไลน์ และการเชื่อมโยงแหล่งเงินทุน ทั้งผ่านกองทุน สสว. และเครือข่ายพันธมิตร ซึ่งคาดว่า การดำเนินงานในปี 2564 จะสามารถสร้างมูลค่าเศรษฐกิจกว่า 3,700 ล้านบาท โดยผ่านความร่วมมือของหน่วยร่วมดำเนินงานของ สสว. ซึ่งจะพัฒนาและเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับผู้ประกอบการได้ครบในทุกมิติ


              ผอ. สสว. ยังกล่าวอีกว่า สสว. ได้จัดทำโครงการ SME Academy 365 เป็นแพลตฟอร์มแห่งโอกาสให้ผู้ประกอบการและผู้สนใจ ได้เรียนรู้ทักษะการเป็นผู้ประกอบการ และความรู้ที่จำเป็นต่อการทำธุรกิจได้ตลอด 365 วัน พร้อมเปิดให้บริการในรูปแบบเว็บไซต์และแอพพลิเคชั่น แพลตฟอร์มใหม่ รวมองค์ความรู้ที่จำเป็นต่อเอสเอ็มอีไทย รวมถึงอีกหนึ่งบทบาทที่สำคัญในปีนี้ของ สสว. คือ เป็นหน่วยงานผิดชอบมาตรการสนับสนุนให้เอสเอ็มอี เข้าถึงการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ที่กำหนดให้หน่วยงานภาครัฐจัดซื้อจัดจ้างสินค้าหรือบริการของเอสเอ็มอี ที่ขึ้นบัญชีไว้กับ สสว. ในวงเงินไม่น้อยกว่าร้อยละ 30 ของงบประมาณจัดซื้อจัดจ้างพัสดุที่อยู่ในบัญชีรายชื่อดังกล่าว


              ด้าน นายนิติ วิทยาวิโรจน์ ผู้อำนวยการสำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี (มทร.ธัญบุรี) ในฐานะหน่วยร่วมดำเนินการ กล่าวว่า มทร.ธัญบุรี เป็นหนึ่งในหน่วยร่วมสำคัญ ที่ได้ร่วมโครงการอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 ซึ่ง มทร.ธัญบุรี และหน่วยร่วมอื่นที่ได้รับคัดเลือกถือว่ามีศักยภาพและทรัพยากรอย่างเต็มกำลังในการเข้ามาช่วยเหลือผู้ประกอบการทั่วประเทศตามพื้นที่ที่รับผิดชอบ ซึ่ง มทร.ธัญบุรี รับผิดชอบพื้นที่เขตภาคกลางและปริมณฑล ช่วยเหลือผู้ประกอบการ 1,500 ราย ในด้านการเพิ่มศักยภาพผู้ประกอบการด้านดิจิทัลมาร์เก็ตติ้ง ด้วยการนำสินค้า ผลิตภัณฑ์เข้าสู่การจำหน่ายในแพลตฟอร์มออนไลน์ ตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงในปัจจุบัน การให้ทักษะความรู้ เทคนิคและวิธีการต่าง ๆ โดยมีศูนย์นวัตกรรมและความรู้ ของ มทร.ธัญบุรี ‘RMUTT Innovation & Knowledge’ ทำหน้าที่หลักในการช่วยเหลือ โดยปี 64 นี้ จะโฟกัสการพัฒนาทักษะออนไลน์ การเจรจาจับคู่ธุรกิจกับต่างประเทศโดยเฉพาะประเทศจีน และการผนึกกำลังกับแพลตฟอร์มออนไลน์มากยิ่งขึ้น เพื่อทำให้ผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการสามารถประกอบธุรกิจได้อย่างมั่นคง สอดรับกับสถานการณ์ที่กำลังดำเนินอยู่ และสร้างโอกาสในการพัฒนาธุรกิจต่อไป




10
คุณหมอแนะก่อนดูดไขมันต้องเช็คให้ชัวร์ ความปลอดภัยต้องมาก่อน


              การดูดไขมัน ถือเป็นการทำศัลยกรรมอีกอย่างหนึ่งที่ได้รับความนิยม เพราะวิธีนี้ถือเป็นการกำจัดไขมันส่วนเกินออกไปจากร่างกายและช่วยกระชับรูปร่างให้ดูสวยงาม ซึ่งควรศึกษาข้อมูลให้ดี และเตรียมตัวให้พร้อมก่อนตัดสินใจ

              พญ.ดารินทร์ ม่วงไทย ศัลยแพทย์ตกแต่งและผู้บริหาร The Sib Clinic​ กล่าวว่า การดูดไขมันเป็นเทคนิคการศัลยกรรมประเภทหนึ่งที่ต้องอาศัยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในการผ่าตัด เพื่อนำไขมันส่วนเกินออกจากร่างกายช่วยกระชับสัดส่วนได้ในเวลาอันสั้น ซึ่งเหมาะสำหรับผู้ที่มีรูปร่างและน้ำหนักตัวที่ปกติและต้องการจะมีสัดส่วนที่ดีขึ้น และมีบริเวณที่มีการสะสมของไขมันที่กำจัดได้ยากแม้จะมีการออกกำลังกายหรือควบคุมอาหารแล้วก็ตาม ซึ่งการดูดไขมันเป็นการกระชับสัดส่วนเท่านั้น ไม่ได้เป็นการรักษาโรคอ้วน


                ก่อนที่จะตัดสินใจดูดไขมันต้องพิจารณาข้อมูลให้ละเอียดถี่ถ้วน เมื่อเจอคลินิกหรือสถานพยาบาลที่สนใจต้องเช็คตรวจสอบเลขที่ใบอนุญาตคลินิกศัลยกรรมเสริมความงาม ตรวจสอบชื่อแพทย์ที่จะทำการรักษาว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญจริงหรือไม่ หรือมีประสบการณ์มากน้อยเพียงใด โดยตรวจสอบได้ที่เว็บไซต์แพทย์สภา รวมถึงมาตรฐานและความสะอาดของสถานที่ ห้องผ่าตัด และอุปกรณ์ต่างๆ ขณะเดียวกันแพทย์จะต้องอธิบายและนำเสนอแนวทางการรักษาที่ถูกต้องและปลอดภัยให้คนไข้ได้อย่างครบถ้วน

                ในส่วนของคนไข้ก่อนเข้ารับการดูดไขมันต้องให้ความร่วมมือกับแพทย์ และเตรียมตัวให้พร้อม ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ โดยการตรวจร่างกายอย่างละเอียด เช่น ตรวจเลือด เอกซเรย์ปอด ตรวจหัวใจ เป็นต้น อย่าคิดว่าตนเองมีสุขภาพแข็งแรงหากยังไม่ได้ตรวจร่างกาย เพราะอาจมีโรคแอบแฝง หรือเมื่อแพทย์ซักประวัติต้องไม่ปกปิดข้อมูลเกี่ยวกับสุขภาพ เช่น โรคประจำตัวทั้งอดีตและปัจจุบัน ประวัติการแพ้ยา การรับประทานยา อาหารเสริม หรือวิตามินต่างๆ รวมถึงการเตรียมตัวก่อนดูดไขมัน ต้องงดสูบบุหรี่อย่างน้อย 2-3 สัปดาห์ ก่อนดูดไขมัน 1-2 วัน ควรงดดื่มเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ งดดื่มน้ำและรับประทานอาหาร 6-8 ชั่วโมง ก่อนรับการผ่าตัด และงดยาในกลุ่มที่มีผลต่อการหยุดไหลของเลือด เช่น งดแอสไพริน งดวิตามิน และอาหารเสริมต่างๆ ก่อนดูดไขมันอย่างน้อย 2 สัปดาห์ เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้น


                พญ.ดารินทร์ กล่าวต่ออีกว่า การดูดไขมันทุกการผ่าตัดล้วนมีความเสี่ยง ไม่ว่าสถานพยาบาลหรือคลินิกไหนก็มีโอกาสเกิดข้อผิดพลาดได้ทั้งนั้น แต่การเตรียมตัวรองรับปัญหาที่อาจเกิดขึ้นเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง ต้องมีความพร้อมของบุคลากร มีวิสัญญีแพทย์คอยดูแลตลอดการผ่าตัด เพราะในขณะที่คนไข้หลับลึก การหายใจอาจจะน้อยลงจนอาจเกิดออกซิเจนไม่เพียงพอ การมีวิสัญญีแพทย์คอยดูแลการหายใจเป็นสิ่งที่สำคัญมาก และต้องมีอุปกรณ์ช่วยชีพ หากมีภาวะฉุกเฉินเกิดขึ้น

                “การมีรูปร่างที่ดีปราศจากไขมันส่วนเกินนั้นล้วนเป็นสิ่งที่ทุกคนปรารถนา เพราะช่วยเสริมบุคลิกภาพและความมั่นใจ ต้องเริ่มจากการคุมอาหารควบคู่กับออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งอาจต้องใช้ระยะเวลาแต่ก็สามารถทำให้น้ำหนักลดลงได้โดยไม่ต้องพึ่งการดูดไขมัน แต่หากจำเป็นหรือต้องการดูดไขมันจริงๆ อย่าตัดสินที่ราคาเป็นอันดับแรก ควรหาข้อมูลให้มากก่อนตัดสินใจ แม้ความสวยเป็นเรื่องสำคัญ แต่อย่าลืมว่าความปลอดภัยต้องมาก่อน” แพทย์หญิงดารินทร์ กล่าวทิ้งท้าย

11
อว. เผยคนกรุงใส่หน้ากากอนามัยลดลง ต้องเร่งกระตุ้นไม่ให้การ์ดตก"


ศาสตราจารย์ ดร.ธนารักษ์ ธีระมั่นคง

5​ มีนาคม​ ศาสตราจารย์ ดร.ธนารักษ์ ธีระมั่นคง สถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ร่วมกับสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ(วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม รายงานผลการติดตามการใส่หน้ากากอนามัยโดยระบบปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) ว่ามีแนวโน้มน่าเป็นห่วง เพราะในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา คนกรุงเทพฯใส่หน้ากากอนามัยลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยมีผู้ที่ไม่ใส่หน้ากากหรือใส่ไม่ถูกต้องรวมกันสูงถึง 3.97%


ถึงแม้ว่าตัวเลขการใส่หน้ากากอนามัยโดยรวมยังสูงอยู่ที่ 96 % แต่ทั้งเดือนที่ผ่านมา มีข้อมูลชัดเจนว่าประชาชนมีความระมัดระวังน้อยลงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะช่วงศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ และช่วงวันหยุดยาว มีคนออกมาทำกิจกรรมร่วมกันเป็นจำนวนมาก โดยใส่หน้ากากอนามัยน้อยลง ทำให้มีความเสี่ยงสูงขึ้นในการแพร่ระบาด จึงอยากขอความร่วมมือในการป้องกันและควบคุมการติดเชื้อให้มากขึ้น


ระบบปัญญาประดิษฐ์ เอไอมาสต์ นี้ ได้เพิ่มพื้นที่ในการเฝ้าระวังการใส่หน้ากากอนามัยมาเป็น 31 จุด ครอบคลุม 30 เขตทั่วกรุงเทพฯ โดย พบว่าเขตยานนาวา มีประชาชนผู้สัญจรที่ไม่ใส่หน้ากากหรือใส่ไม่ถูกต้องมากที่สุดถึง 19.32% หรือสูงถึง 1 ใน 5 คน โดยถัดมาเป็นเขตบางคอแหลมที่มีอัตราการใส่หน้ากากไม่ถูกต้องหรือไม่ใส่หน้ากากอนามัยสูงถึง 10.15%

นอกจากนี้ ยังมีเขตที่อัตราการใส่หน้ากากอนามัยน้อยกว่า 95% มีสูงถึง 11 เขต ซึ่งมากที่สุดตั้งแต่เริ่มใช้ระบบการประเมินนี้

ภาพโดยรวมแล้ว พฤติกรรมของประชาชนในช่วง 2 สัปดาห์ล่าสุดคล้ายกับในช่วง 2 สัปดาห์แรกของเดือนกุมภาพันธ์ โดยช่วงเช้าประชาชนใส่หน้ากากอนามัยมากกว่าในช่วงบ่าย ซึ่งแสดงถึงความระมัดระวังน้อยลงในตอนเย็นของแต่ละวัน นอกจากนี้ในวันหยุดโดยเฉพาะวันอาทิตย์จะมีแนวโน้มอัตราการไม่ใส่หน้ากากหรือใส่หน้ากากอนามัยไม่ถูกต้องสูงสุดในทุกสัปดาห์ และในช่วงวันหยุดยาวช่วงเทศกาลต่างๆ ก็มีอัตราการไม่ใส่หรือใส่ไม่ถูกต้องสูงขึ้นมาก



"หลังจากที่ได้ใช้เทคโนโลยีเอไอมาประเมินมาได้ 2 เดือนตั้งแต่เดือนมกราคม อว.พบว่าอัตราการใส่หน้ากากอนามัยลดลงเรื่อยๆ น่าเป็นห่วง จึงอยากกระตุ้นและรณรงค์ขอความร่วมมือการสวมใส่หน้าการอนามัย และขอให้ประชาชนระมัดระวังมากขึ้น”

ทั้งนี้สถานการณ์เรื่องโรคโควิดของประเทศกำลังดีขึ้นมาก “ขณะนี้ประเทศไทยได้เริ่มใช้วัคซีนแล้ว โดยจะมีจำนวนผู้ฉีดวัคซีนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่ประชาชนยังต้องระมัดระวังตัวเอง โดยเฉพาะใส่หน้ากากอนามัย ล้างมือ และรักษาระยะห่างระหว่างบุคคล ระวังอย่าให้การ์ดตก“ ศาสตราจารย์ ดร.นายแพทย์สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ปลัดกระทรวง อว.กล่าวสรุป


แหล่งข้อมูล: โครงการระบบปัญญาประดิษฐ์ (ระบบเอไอ AiMASK) ในการประเมินการใส่หน้ากากอนามัย พัฒนา โดยคณะผู้วิจัยสถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สมาคมปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทย และโครงการซูเปอร์เอไอเอ็นจิเนียร์ สนับสนุนโดยสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)

12
ชุดหน้ากาก PAPR ฝีมือไทยชุดเกราะพร้อมรบโควิด-19 กู้วิกฤติทดแทน N95

บรรยากาศระหว่างส่งมอบชุด  PAPR ให้แก่เครือข่ายโรงพยาบาลกลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย (UHostNet)

ในช่วงวิกฤติที่ทั่วโลกกำลังรับมือการระบาดของโควิด-19 ทั้งหน้ากาก N95 และอุปกรณ์ป้องกันเชื้อโรคขั้นพื้นฐานสำหรับบุคลากรทางการแพทย์ขาดแคลนและไม่สามารถซื้อหาได้ จึงกลายเป็นโจทย์ให้บุคลากรจากหลากหลายสาขาอาชีพทั้งแพทย์ นักเทคนิคการแพทย์ สถาปนิก วิศวกร จากภาครัฐและเอกชน มารวมพลังกันสร้างนวัตกรรมเป็นชุดป้องกันเชื้อโรคที่เปรียบเสมือนชุดเกราะสำหรับสู้รบกับโรคระบาด อีกทั้งยังสามารถซักล้างทำความสะอาดเพื่อนำกลับมาใช้ใหม่ได้


ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ และชุด  PAPR

ชุดหน้ากากป้องกันเชื้อโรคแบบคลุมศีรษะพร้อมชุดกรองอากาศประสิทธิภาพสูง (PAPR) เป็นผลงานที่สมาคมส่งเสริมการรับช่วงการผลิตไทย (Thai SUBCON) ได้รับทุนสนับสนุนจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) และมี อ.นพ.เข็มชาติ หวังทวีทรัพย์ จากภาควิชาวิสัญญีวิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นหัวหน้าโครงการ ซึ่งการพัฒนานวัตกรรมชุดหน้ากากดังกล่าวนั้นเกิดขึ้นจากการบูรณาการองค์ความรู้ของอาสาสมัครจากหลากหลายอาชีพทั้งภาครัฐและเอกชน รวมตัวเป็นกลุ่ม ThaiMIC กลุ่มสหศาสตร์นวัตกรรมเพื่อโควิด-19 เช่น แพทย์ สถาปนิก วิศวกร และนักเทคนิคการแพทย์ และเป็นนวัตกรรมเพื่อแก้ปัญหาขาดแคลนหน้ากาก N95 และชุด PAPR ที่นำเข้าจากต่างประเทศ ในช่วงวิกฤติการระบาดของโรคไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 (โควิด-19)

ตัวอย่างการสวมชุด  PAPR ร่วมกับอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล

นวัตกรรมชุด PAPR โดยสมาคมส่งเสริมการรับช่วงการผลิตไทยนี้ ประกอบด้วย 3 ส่วน ได้แก่

1. ชุดพัดลมพร้อมตัวกรองอากาศ (Fan Filter Unit) ที่ประกอบด้วยเข็มขัด (Belt) ไส้กรองหยาบ (Pre Filter) และแบตเตอรีสำรอง 2. หน้ากากครอบใบหน้าและศีรษะ (Hood) และแผ่นหน้ากากใส (Face Shield) และ 3. ท่อส่งลม (Breathing Tube) ซึ่งชุด PAPR ที่คนไทยผลิตขึ้นนี้มีความแตกต่างจากชุด PAPR จากต่างประเทศ ตรงหน้ากากครอบใบหน้าและศีรษะที่สามารถใช้งานซ้ำได้ และนวัตกรรมชุด PAPR ยังได้รับการทดสอบการรั่วทุกเครื่องจากบริษัท Q&E International และได้รับใบรับรองว่ามีความปลอดภัย 100%


ชุดพัดลมในชุดกรองอากาศประสิทธิภาพสูงที่ใช้พลังงานจากแบตเตอรีจะดูดลมผ่านไส้กรองคุณภาพสูงหรือไส้กรองเฮปา (HEPA Filter) กรองอนุภาคขนาดมากกว่า 0.3 ไมครอน ได้เกิน 99.99% อีกทั้งสร้างแรงดันบวกในหมวกช่วยป้องกันไม่ให้อากาศจากนอกเข้าไป แบตเตอรีทำงานได้เกิน 4 ชั่วโมง ส่วนผ้าที่ใช้ผลิตเป็นหน้ากากครอบศีรษะนั้นใช้ผ้าชนิดเดียวกับอุตสาหกรรมชุดสกี สามารถซักทำความสะอาดได้ด้วยมือหลังผ่านการฆ่าเชื้อตกค้างตามข้อกำหนดของการควบคุม สำหรับแผ่นหน้ากากใสที่ประกอบเป็นหน้ากากสามารถถอดออกมาทำความสะอาดได้ ส่วนตัวพัดลมทำความสะอาดด้วยการเช็ดแอลกอฮอล์ และท่อส่งลมทำความสะอาดด้วยการแช่น้ำฆ่าเชื้อ ซึ่งการทำความสะอาดได้นี้ทำให้ใช้งานชุด PAPR ซ้ำได้หลายครั้ง


อ.นพ.เข็มชาติ หวังทวีทรัพย์

ทว่า นพ.เข็มชาติได้ชี้ถึงข้อจำกัดอย่างหนึ่งของชุด PAPR คือการทำงานของชุดพัดลมค่อนข้างเสียงดัง ทำให้ผู้สวมใส่ได้ยินเสียงไม่ถนัด ซึ่งเป็นข้อจำกัดที่พบได้ในชุด PAPR จากต่างประเทศเช่นกัน จึงเป็นจุดที่ยังต้องแก้ไขปรับปรุง อย่างไรก็ตาม ชุด PAPR ที่คนไทยผลิตขึ้นนี้ช่วยแก้วิกฤติการขาดแคลนชุดอุปกรณ์ป้องกันเชื้อโรคได้มาก อีกทั้งยังมีราคาประหยัดเนื่องจากมีต้นทุนอยู่ที่ชุดละ 9,000 บาท ขณะที่ราคาของชุด PAPR จากต่างประเทศในช่วงก่อนเกิดการระบาดของโควิด-19 อยู่ที่ชุดละกว่า 30,000 บาท แต่เมื่อเกิดการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 ทำให้ไม่สามารถสั่งซื้อจากผู้ผลิตในต่างประเทศได้

สำหรับชุด PAPR นี้สามารถใช้งานร่วมกับอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคลที่พัฒนาขึ้นโดย บริษัท พีทีที  โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC ซึ่งอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคลดังกล่าวประกอบด้วย ชุด PE Gown แบบใช้ครั้งเดียวที่ผลิตจากเม็ดพลาสติกชนิดโพลิเอทิลีนคุณภาพสูง ชุด Cover all ที่ผลิตจากเม็ดพลาสติกรีไซเคิล 100% สามารถใช้ซ้ำได้ 20 ครั้ง และชุด Leg Cover ทั้งหมดรวมเป็นชุดป้องกันเชื้อโรคสำหรับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ที่ทำงานใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อโควิด-19 ซึ่ง นพ.เข็มชาติ เปรียบเปรยว่าเป็นเสมือนชุดพร้อมรบที่ครบถ้วนสำหรับบุคลากรทางการแพทย์ในการสู้รบกับเชื้อโรค

ทั้งนี้ จากความต้องการอุปกรณ์ป้องกันเชื้อโรคเพื่อรับมือสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด-19 กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จึงได้ส่งมอบชุดหน้ากากป้องกันเชื้อโรคแบบคลุมศีรษะพร้อมชุดกรองอากาศประสิทธิภาพสูง (PAPR) ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก วช. และอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคลที่พัฒนาขึ้นโดย GC ให้แก่หน่วยงานต่างๆ ที่ต้องการ เช่น เครือข่ายโรงพยาบาลกลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย (UHostNet) กระทรวงสาธารณสุข และสำนักการแพทย์ กรุงเทพมหานคร

ทางด้าน ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า ในระยะแรกที่เริ่มมีการระบาดส่งผลให้อุปกรณ์ป้องกันเชื้อโรคขาดแคลนเป็นอย่างมาก โรงพยาบาลต่าง ๆ ไม่สามารถจัดหาอุปกรณ์ป้องกันมาใช้งานได้อย่างเพียงพอ บุคลากรทางการแพทย์จึงมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อในขณะปฏิบัติงานสูง ดังนั้น อว. จึงมอบหมายให้ วช. ซึ่ง เป็นหน่วยงานดำเนินการด้านวิจัยและนวัตกรรมเพื่อขับเคลื่อนการสนับสนุนการวิจัยและนวัตกรรมด้านเวชภัณฑ์ อุปกรณ์ทางการแพทย์สำหรับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 วช. จึงมีการสนับสนุนทุนวิจัยและนวัตกรรมเพื่อแก้ไขปัญหาและลดผลกระทบจากการขาดแคลนอุปกรณ์ป้องกันดังกล่าว

13
ไทยยูเนี่ยนจับมือองค์กรอนุรักษ์ธรรมชาติระดับโลก The Nature Conservancy

ประกาศเจตนารมณ์ความโปร่งใสที่พลิกโฉมหน้าการทำงานด้านสิ่งแวดล้อม


ไทยยูเนี่ยน บริษัทผู้ผลิตแบรนด์ระดับโลกอย่าง ชิคเก้น ออฟ เดอะ ซี และ จอห์น เวสต์
ประกาศความโปร่งใสร้อยเปอร์เซ็นต์ของซัพพลายเชนในจัดหาปลาทูน่าทั่วโลกภายในปี 2568


3 มีนาคม 2564, อาร์ลิงตัน เวอร์จิเนีย – บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ในฐานะหนึ่งในบริษัทอาหารทะเลที่ใหญ่ที่สุดของโลก ได้ร่วมมือกับองค์กรอนุรักษณ์ธรรมชาติระดับโลก The Nature Conservancy ประกาศเจตนารมณ์ในการทำงานด้านความโปร่งใสของซัพพลายเชนในการจัดหาปลาทูน่าทั่วโลก เพื่อดูแลระบบนิเวศน์ทางทะเล   เชื่อว่าการร่วมมือในครั้งนี้จะสามารถผลักดันอุตสาหกรรมให้ยั่งยืนขึ้นได้ โดยเน้นประเด็นการทำประมงที่ผิดกฎหมาย ขาดการรายงานและไร้การควบคุม


บรรยายภาพ: กล้องในระบบตรวจสอบดิจิตัลที่ใช้ในเรือประมง

ไทยยูเนี่ยน ในฐานผู้นำธุรกิจอาหารทะเลระดับโลก ที่มีรายได้ต่อปีมากกว่า 4.1 พันล้านเหรียญสหรัฐ จะร่วมงานกับผู้เชี่ยวชาญด้านการประมงขององค์กร The Nature Conservancy เพื่อติดตั้งระบบตรวจสอบซัพพลายเชนการจัดหาปลาทูน่าภายในปี 2568  ซึ่งรวมถึงการเริ่มใช้ระบบดิจิตัลในการตรวจสอบเรือประมงของคู่ค้าในซัพพลายเชน การติดตั้งกล้องวิดีโอ จีพีเอส และระบบเซนเซอร์ เพื่อติดตามผู้คนและกิจกรรมต่างๆ บนเรือได้โดยอัตโนมัติ

เจนนิเฟอร์ มอร์ริส ประธานกรรมการ องค์กร The Nature Conservancy กล่าวว่า “ทางเรารู้สึกตื่นเต้นเพราะความร่วมมือครั้งนี้มีศักยภาพที่จะพลิกโฉมการทำงานด้านความยั่งยืนทั้งอุตสาหกรรมอาหารทะเลกระป๋อง ผู้บริโภคและผู้ค้าปลีกเลือกซื้อสินค้าที่มีความยั่งยืน นับเป็นการส่งสัญญาณให้กับผู้ผลิต และทาง The Nature Conservancy หวังเป็นอย่างยิ่งว่าการประกาศเจตนารมณ์ในครั้งจะช่วยเร่งการใช้ระบบดิจิตัลในการตรวจสอบความโปร่งใสในการประมงทั่วโลก”

การทำประมงที่ผิดกฎหมาย ขาดการรายงานและไร้การควบคุม ส่งผลลบต่างๆ ตั้งแต่การจับปลาที่มากเกินไป ในขณะที่จำนวนปลาทูน่าลดน้อยลง รวมถึงสัตว์ทะเลต่างๆ ที่เสี่ยงในการถูกจับติดตาข่ายขึ้นมาด้วย เช่น ปลาฉลามและเต่าทะเล หากไม่มีการตรวจสอบจะนำไปสู่การสูญเสียรายได้รับหลายร้อยล้านเหรียญสหรัฐ ตั้งแต่ระดับชุมชนชาวประมงไปจนถึงระดับรัฐบาล


ธีรพงศ์ จันศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ไทยยูเนี่ยนให้ความสำคัญกับการทำงานด้านความยั่งยืนอย่างสม่ำเสมอมาโดยตลอด  เราเริ่มต้นจากกลยุทธ์ด้านความยั่งยืนของเราที่เรียกว่า SeaChange® ต่อยอดไปสู่การร่วมมือกับองค์กรต่างๆ เช่น The Nature Conservancy เราตระหนักดีว่าความเปลี่ยนแปลงไม่สามารถเกิดขึ้นเองได้ แต่เราต้องผสานความร่วมมือในการกำหนดทิศทางในอนาคต ความเปลี่ยนแปลงนั้นสามารถเกิดขึ้นได้จากเพียงคำพูดสวยหรูเท่านั้น ผู้นำองค์กรต่างๆ จะต้องลงมือปฏิบัติจริงเพื่อให้เกิดผลลัพธ์  ผมเชื่อว่าความร่วมมือที่เกิดขึ้นระหว่างไทยยูเนี่ยนและ The Nature Conservancy จะสามารถสร้างอนาคตที่ยั่งยืนได้ ด้วยการตรวจสอบผ่านระบบดิจิตัลที่เพิ่มมากขึ้นและความโปร่งใสที่จะเกิดขึ้นทั้งอุตสาหกรรม”

ปัจจุบันคณะกรรมาธิการประมงแห่งมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตกตอนกลาง (Western Central. Pacific Fisheries Commission) ยังคงระงับสังเกตุการณ์เรือประมงที่จับด้วยเครื่องมืออวนเนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้การตรวจสอบบนเรือประมงมีไม่เพียงพอ การประกาศเจตนารมณ์และความร่วมมือในครั้งนี้ถึงมีนัยยะสำคัญ ในระหว่างสถานการณ์โควิด-19 ทั่วโลกนั้น การประมงยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง (มีงานวิจัยที่เผยว่าสถานการณ์โควิด-19 นั้นทำให้การประมงลดลงเพียง 4 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น) แต่ความต้องการในการซื้อผลิตภัณฑ์ปลาทูน่ากระป๋องนั้นเพิ่มขึ้นทั่วโลก ข้อมูลโดยองค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติยังชี้ให้เห็นว่า ราคาขายส่งปลาทูน่านั้นเพิ่มขึ้น 41 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และบริษัทอาหารต่างๆ ทั่วโลกยังรายงานยอดขายที่เพิ่มขึ้นเท่าตัวในปี 2563


มาร์ค ซิมริง ผู้อำนวยการโครงการการประมงขนาดใหญ่ องค์กร The Nature Conservancy กล่าวว่า “การตรวจสอบด้วยระบบดิจิตัลจะทำให้เกิดความโปร่งใส ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้ผู้บริโภคเกิดความมั่นใจว่าผลิตภัณฑ์อาหารทะเลนั่นได้รับการจัดหาด้วยวิธีที่ยั่งยืนถูกต้องตามกฎหมาย และไม่มีการใช้แรงงานอย่างไม่เป็นธรรม การตรวจสอบที่ได้มาตรฐานจะนำมาซึ่งข้อมูลต่างๆ ที่มีความสำคัญ ซึ่งปัจจุบัน การที่เราไม่มีข้อมูลเหล่านี้ ทำให้บังคับใช้กฎหมายในภาคประมงเป็นไปได้ยาก การร่วมมือกับบริษัทใหญ่ในอุตสาหกรรมจะช่วยอุดช่องโหว่ดังกล่าวนี้ได้ ความร่วมมือที่เกิดขึ้นระหว่างไทยยูเนี่ยนและ The Nature Conservancy มีโอกาสที่สร้างความเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นในระดับโลกได้”

ความร่วมมือในครั้งนี้ ไทยยูเนี่ยนและ The Nature Conservancy จะทำงานกับรัฐบาล หน่วยงานผู้กำกับดูแล และซัพพลายเชน เพื่อที่จะผลักดันให้เกิดการตรวจสอบทางทะเลของซัพพลายเชนการจัดหาปลาสแปรต แมคเคอเรล เฮอร์ริ่ง และไวทิ่ง ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ได้ภายในปี 2568  นอกจากนี้ ไทยยูเนี่ยนจะใช้ระบบตรวจสอบเรือประมงที่ใช้เครื่องมืออวนในซัพพลายเชนที่อาจจะทำให้เกิดความเสี่ยงในการทำลายสิ่งแวดล้อมภายในปี 2568 ซึ่งเครื่องมือที่เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อมนั้นเป็นอุปกรณ์ลอยน้ำล่อปลาทะเล ซึ่งอาจจะทำให้สัตว์ต่างๆ ติดอวนมาด้วย เช่นเต่าทะเล ซึ่งมีผลกระทบต่อประการัง


#####

The Nature Conservancy

องค์กรอนุรักษ์ธรรมชาติที่เป็นองค์กรอนุรักษ์ชั้นนำที่ทำงานทั่วโลกเพื่อปกป้องดินแดนและน่านน้ำที่มีความสำคัญทางนิเวศวิทยาสำหรับธรรมชาติและผู้คน  วิธีการของ Conservancy มีรากฐานมาจากวิทยาศาสตร์และได้รับแรงผลักดันจากแนวทางการแก้ปัญหาเชิงปฏิบัติเพื่อการอนุรักษ์ที่เร่งด่วนที่สุดในระดับที่ใหญ่ที่สุด เรายังจัดการกับปัญหาสภาพอาหาร อนุรักษ์ดิน น้ำ และมหาสมุทร รวมไปถึงการจัดหาอาหารและน้ำอย่างยั่งยืน และช่วยให้เมืองต่างๆ ยั่งยืนมากขึ้น องค์กรเราทำงานใน 72 ประเทศทั่วโลก โดยความร่วมมือกับชุมชน รัฐบาลและภาคเอกชน สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม สามารถเยี่ยมชมได้ที่ www.nature.org ติดตามเราได้ที่ @nature_press บนทวิตเตอร์

เกี่ยวกับ บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)

บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เป็นผู้นำธุรกิจอาหารทะเลของโลก ซึ่ง ส่งมอบผลิตภัณฑ์อาหารทะเลที่มีนวัตกรรม รสชาติดี มีประโยชน์ต่อสุขภาพ และมีคุณภาพสูงให้กับผู้บริโภคทั่วโลกมาเป็นเวลากว่า 40 ปี

วันนี้ บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป ได้รับการยอมรับว่าเป็นผู้นำธุรกิจอาหารทะเลระดับโลก โดยเป็นหนึ่งในผู้ผลิตปลาทูน่าในบรรจุภัณฑ์ชนิดต่างๆ ที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยมียอดขายต่อปีมากกว่า 126,275 ล้านบาท (4.1 พันล้านเหรียญสหรัฐ) และมีพนักงานทั่วโลกรวมกันมากกว่า 44,000 คน ซึ่งล้วนทุ่มเทเพื่อผลิตภัณฑ์อาหารทะเลที่มีนวัตกรรมและมีความยั่งยืน

ไทยยูเนี่ยนเป็นเจ้าของแบรนด์ทั่วโลก ประกอบด้วย แบรนด์ที่เป็นผู้นำตลาดโลกอย่าง Chicken of the Sea, John West, Petit Navire, Parmentier, Mareblu, King Oscar และ Rügen Fisch รวมทั้งแบรนด์ชั้นนำในประเทศไทย ได้แก่ ซีเล็ค ฟิชโช คิวเฟรช โมโนริ เบลลอตต้า และมาร์โว่

จากพันธกิจในการเป็นบริษัทแห่งนวัตกรรมและดำเนินงานด้วยความรับผิดชอบทั่วโลก ไทยยูเนี่ยนภูมิใจที่ได้เป็นหนึ่งในภาคีข้อตกลงโลกแห่งสหประชาชาติ (United Nations Global Compact) และเป็นผู้ร่วมก่อตั้งมูลนิธิเพื่อความยั่งยืนของอาหารทะเลสากล (International Seafood Sustainability Foundation: ISSF) ในปี 2558 ไทยยูเนี่ยนเปิดตัวกลยุทธ์ด้านความยั่งยืน SeaChange® และดำเนินการในเรื่องดังกล่าวอย่างต่อเนื่องเรื่อยมาโดยตลอด จนส่งผลให้ไทยยูเนียนได้รับการคัดเลือกให้เป็นสมาชิกของดัชนีความยั่งยืนดาวโจนส์ (Dow Jones Sustainability Indices หรือ DJSI) สำหรับตลาดเกิดใหม่มาตั้งแต่ปี 2557 และในปี 2562 ไทยยูเนี่ยนได้รับเลือกให้เป็นสมาชิกของ DJSI เป็นปีที่หกติดต่อกัน โดยได้รับเลือกเป็นบริษัทอันดับ 1 ของกลุ่มอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์อาหารเป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน นอกจากนี้ไทยยูเนี่ยนยังได้รับการคัดเลือกให้ติดอันดับดัชนี FTSE4Good Emerging Index เป็นปีที่ 5 ติดต่อกัน และได้รับอีกหลากหลายรางวัลสำหรับการเป็นผู้นำในการทำงานด้านความยั่งยืน

14
รายการ “หนีเที่ยวกัน”
เสาร์ที่ 6 มีนาคม 2564 เวลา 08.30 น. Workpoint ช่อง 23

“ซัน” ชวนอึ้ง อึทำเงิน!




              เพลินเลยทีเดียว พิธีกรหนุ่ม ซัน-ประชากร​ ​พาเที่ยวเชิงเรียนรู้ที่ฟาร์มเกษตรพื้นที่ 400 ไร่ งานนี้ได้ความรู้แน่นๆ ตั้งแต่ฝึกเป็น “เชฟพิซซ่าเตาดิน” ลีลานวดๆ คลึงๆ เซียนขั้นสุด ต่อด้วยพาชิมผลไม้สารพัดประโยชน์ 3 รสในต้นเดียว! และไฮไลท์เด็ด พาไปดูหน้าตาของ อึทำเงิน! ห้ามพลาด​“หนีเที่ยวกัน” วันเสาร์ที่ 6 มี.ค. นี้ เวลา 08.30 น. ทาง Workpoint ช่อง 23 ดูย้อนหลังได้ทาง​ YouTube Flukelee  https://www.youtube.com/results?search_query=flukelee ยังมีเกมให้ร่วมสนุก ลุ้นรับของรางวัลสุดฟิน ที่เฟซบุ๊ก https://www.facebook.com/nheetiew/ และอินสตาแกรม @nheetiewgun.th
















15
แคเรียร์ เปิดตัว Carrier XInverter Plus แอร์ดีไซน์สุดล้ำ กับเทคโนโลยีใหม่ เพื่อชีวิตที่ดีขึ้น


                บริษัท บี.กริม แคเรียร์ (ประเทศไทย) จำกัด​ ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เครื่องปรับอากาศรายแรกของโลกสัญชาติอเมริกา ภายใต้แบรนด์​ แคเรียร์ (Carrier) ฉลองก้าวเข้าสู่ปีที่ 120 พร้อมเปิดตัวผลิตภัณฑ์เครื่องปรับอากาศรุ่นใหม่อย่าง  Carrier XInverter Plus​ ภายใต้คอนเซ็ปต์ พลัสอีกนิด ชีวิตดีขึ้นอีกเยอะ โดดเด่นด้วยดีไซน์ทันสมัย สะท้อนความเท่ในตัวคุณด้วยโทนขาวและดำสุดล้ำ ผิวสัมผัสหน้ากากแบบแฮร์ไลน์เทกเจอร์ไม่ซ้ำใคร หรูหราด้วยสมาร์ทรีโมทควบคุมได้ครบทุกฟังก์ชั่น พร้อมฟีเจอร์ใหม่ล่าสุดกับระบบเจนเทิลทัชด้วยการส่งลมเย็นสู่ที่สูง ช่วยเลี่ยงการสัมผัสแรงลมโดยตรง ลดการระคายเคืองตามร่างกาย ใส่ใจในสุขภาพด้วยอากาศบริสุทธิ์กับที่สุดแห่งพลังฟอกอากาศเอ็กซ์-ไอออนไนเซอร์ ช่วยกำจัดเชื้อไวรัส ปลอดภัยจากมลพิษต่าง ๆ ทั้งฝุ่น​PM 2.5 , สารเคมีในอากาศ และสารก่อภูมิแพ้ ประหยัดมากขึ้นด้วยมาตรฐานประหยัดไฟการันตีเบอร์ 5 สูงสุด 3 ดาว มีให้เลือก 7 ขนาด ตั้งแต่ 9,200 – 36,000 BTU


นายวรเศรษฐ์ ตันติศิริวัฒน์

                สอบถามและสั่งซื้อสินค้าได้ที่ตัวแทนจำหน่ายของแคเรียร์ทั่วประเทศหรือห้างค้าปลีก​ ศูนย์รวมเครื่องใช้ไฟฟ้าอาทิ โฮมโปร และพาวเวอร์บาย หรือค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ทาง www.facebook.com/carrierthailand หรือทางเว็บไซต์ www.carrierthailand.com

Pages: [1] 2 3 ... 1622