Show Posts

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - happy

Pages: 1 [2] 3 4 ... 2153
16
ทีทีบี ชวนยิ้มต้อนรับปีใหม่ จัดคอนเสิร์ตสุดเอ็กซ์คลูซีฟ
“อะตอม-โอ๊ต-ป็อบ” เอาใจลูกค้า ทีทีบี ออลล์ฟรี โดยเฉพาะ


                ทีเอ็มบีธนชาต หรือ ทีทีบี จัดใหญ่ ให้ลูกค้า ทีทีบี ออล์ฟรี ได้ยิ้มกว้าง รับต้นปี 2566 กับคอนเสิร์ต ttb all free presents “SMILEY CONCERT by Atom & Friends” นำทีมโดยเจ้าบ้านอย่าง อะตอม-ชนกันต์ ชวน​ โอ๊ต-ปราโมทย์ และ ป็อบ-ปองกูล ขนเพลงเพราะและความฮาที่จะมาทำให้ยิ้มไม่หยุด ในวันอาทิตย์ที่ 22 มกราคม 2566 เวลา 17.00 - 18.30 น. ณ บีซีซี ฮอลล์ เซ็นทรัล ลาดพร้าว ข่าวแว่วมาว่างานนี้ มีกิจกรรมสนุก ๆ อีกเพียบ แถมยังจะมีเซอร์ไพรส์จัดใหญ่ในงานเอาใจลูกค้า ทีทีบี ออลล์ฟรี โดยเฉพาะ

#ttballfree
#ให้ชีวิตการเงินดีทั้งวันนี้และอนาคต
#เปลี่ยนเพื่อให้ชีวิตคุณดีขึ้น #ttb #MakeREALChange

17
วัน แบงค็อก ชูศักยภาพความเป็นผู้นำด้านอสังหาริมทรัพย์
ตอกย้ำด้วย 2 รางวัลคุณภาพแห่งปี
จากเวที PropertyGuru Thailand Property Awards ครั้งที่ 17


               มร. ลิม ฮัว เทียง (กลาง) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และ วรวรรต ศรีสอ้าน (ที่ 3 จากซ้าย) รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โครงการวัน แบงค็อก รับมอบรางวัล Best Mega Mixed-Use Development Award และ Best Office Development Award สองรางวัลคุณภาพแห่งปี จากเวที PropertyGuru Thailand Property Awards ครั้งที่ 17 ตอกย้ำความเป็นผู้นำแห่งวงการอสังหาริมทรัพย์ไทย โดยมี มร. จูลส์ เคย์ (ที่ 3 จากขวา) ผู้จัดการทั่วไป พร็อพเพอร์ตี้กูรู เอเชีย พร็อพเพอร์ตี้ อวอร์ดส์ อีเว้นท์ แอนด์ เอเจนท์ ประเทศไทย นิภา อัศวกิตติพร (ที่ 2 จากซ้าย) ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายบัญชีและการเงิน และ ดวงเดือน อัศวเลิศพลากร (ซ้ายสุด) ผู้อำนวยการฝ่ายกฎหมาย จาก บริษัท ทีซีซี แอสเซ็ทส์ (ประเทศไทย) จำกัด พร้อมด้วยผู้บริหารจากโครงการวัน แบงค็อก อุรเสฏฐ นาวานุเคราะห์ (ที่ 2 จากขวา) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานการลงทุน และ ทัตยากรณ์ เบญจภัทรเศรษฐ์ (ขวาสุด) ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายอาคารสำนักงาน เข้าร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีมอบรางวัล ณ โรงแรม ดิ แอทธินี โฮเทล แบงค็อก, อะ ลักซ์ชูรี คอลเล็คชั่น โฮเทล เมื่อเร็วๆ นี้

บุคคลในภาพ (จากซ้ายไปขวา)

1.​ คุณ ดวงเดือน อัศวเลิศพลากร ผู้อำนวยการฝ่ายกฎหมาย บริษัท ทีซีซี แอสเซ็ทส์ (ประเทศไทย) จำกัด
2.​ คุณ นิภา อัศวกิตติพร ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายบัญชีและการเงิน บริษัท ทีซีซี แอสเซ็ทส์ (ประเทศไทย) จำกัด
3.​ คุณ วรวรรต ศรีสอ้าน รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โครงการ วัน แบงค็อก
4.​ มร. ลิม ฮัว เทียง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โครงการ วัน แบงค็อก
5.​ มร. จูลส์ เคย์ ผู้จัดการทั่วไป พร็อพเพอร์ตี้กูรู เอเชีย พร็อพเพอร์ตี้ อวอร์ดส์ อีเว้นท์ แอนด์ เอเจนท์ ประเทศไทย
6.​ คุณ อุรเสฏฐ นาวานุเคราะห์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานการลงทุนโครงการ วัน แบงค็อก
7.​ คุณ ทัตยากรณ์ เบญจภัทรเศรษฐ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายอาคารสำนักงาน โครงการ วัน แบงค็อก

18
Maybank แต่งตั้ง ไมเคิล โอ เลา จอง จิน เป็นซีอีโอของ Maybank Investment Banking Group


               Maybank ประกาศแต่งตั้ง ไมเคิล โอ เลา จอง จิน เป็นซีอีโอของ Maybank Investment Banking Group (Maybank IBG) โดยจะมีผลในวันที่ 1 ธันวาคม 2565 เป็นการเข้ามารับตำแหน่งต่อจาก ซีอีโอคนเก่าที่หมดวาระจากการเกษียณอายุ ซีอีโอคนใหม่จะเข้ามารับผิดชอบดูแลบริการด้านวาณิชธนกิจ การให้คำปรึกษา การวิจัย Broking และ Prime Broking ทั้งหมด ในมาเลเซียและในแพลตฟอร์มในภูมิภาคของ MIBG

               มร.ไมเคิล มีประสบการณ์มากมายด้านบริการทางการเงินสำหรับลูกค้ารายใหญ่ตลอดระยะเวลา 27 ปีที่ทำงานที่ MIBG ซึ่งครอบคลุมบริการวาณิชธนกิจและบริการสำหรับลูกค้าองค์กรของแฟรนไชส์ระดับภูมิภาคของ Maybank และศูนย์กลยุทธ์ทางก้านการเงินที่ตั้งอยู่ทั่วโลก ความรู้ความเชี่ยวชาญของไมเคิลเกี่ยวกับลูกค้าองค์กรในด้านโซลูชั่นทั้งผลิตภัณฑ์และบริการ การบริหารความสัมพันธ์กับลูกค้า และการบริหารความเสี่ยง ช่วยให้เขามีเครือข่ายและความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่งกับลูกค้าองค์กรของ Maybank

               บทบาทในระดับผู้บริหารล่าสุดของไมเคิลที่ Maybank ได้แก่ Regional Head of Debt Markets ของ Maybank Investment Bank และ Managing Director, Corporate Banking for Group Global Banking ซึ่งเขาอยู่ในตำแหน่งนี้เป็นระยะเวลาหกปีที่ผ่านมา ในระหว่างที่อยู่ในตำแหน่ง เขาประสบความสำเร็จในการดำเนินการด้านการทำธุรกรรมที่มีมูลค่าสูงในตลาดตราสารหนี้ ช่วยตอกย้ำตำแหน่งของ Maybank ในฐานะ Sakuk Arranger ชั้นนำ และเมื่อเร็วๆ นี้ เขามีส่วนสำคัญอย่างมากในการออกแบบและดำเนินการโปรแกรมช่วยเหลือด้านการชำระเงินกู้สำหรับลูกค้าองค์กรตั้งแต่ระยะแรกของการระบาดของโควิด 19 โดยมีเป้าหมายเพื่อช่วยเหลือลูกค้าองค์กรในช่วงระหว่างและหลังจากโควิด 19

               มร.ไมเคิล จบการศึกษาปริญญาวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาการจัดการทั่วไปจาก Indiana University of Pennsylvania ในสหรัฐอเมริกา เข้าร่วมโปรแกรมการศึกษาสำหรับผู้บริหารสองโปรแกรม ได้แก่ Pacific Rim Bankers Program จาก University of Washington และ Executive Program จาก Darden School of Business of University of Virginia เขายังเคยได้รับรางวัล Asian Banker Promising Young Banker Awards ในปี 2554 จากความเป็นผู้นำที่ยอดเยี่ยมในด้านตลาดตราสารหนี้

               ประธานและซีอีโอของ Maybank มร.ดาโต๊ะไครูซาลี บิน แรมลี่ กล่าวว่า “การแต่งตั้ง มร.ไมเคิลแสดงให้เห็นถึงกระบวนการแต่งตั้งผู้บริหารภายในที่แข็งแกร่งของกลุ่ม โดยการแต่งตั้งเป็นไปตามความสามารถที่พิสูจน์ให้เห็นได้และประวัติการทำงาน ไมเคิล มีหัวใจของพนักงาน Maybank อย่างแท้จริง มีความมุ่งมั่นในด้าน Humanising Financial Services และมีประสบการณ์ที่ลึกซึ้งในหลากหลายสาขาด้านบริการทางการเงินระดับโลกและวาณิชธนกิจ เราหวังที่จะสนับสนุนก้าวต่อไปของการเติบโตใน MIBG ของไมเคิล ตามกลยุทธ์ M25+ ที่ได้รับการพัฒนาแล้วของกลุ่ม ในการมอบโซลูชั่นที่ออกแบบตามความต้องการเฉพาะของลูกค้าแต่ละรายในทุกภาคส่วนและพื้นที่ที่เราดำเนินการอยู่ ประสบการณ์ที่ดีสำหรับลูกค้า และความสามารถในการดำเนินการระดับโลกสำหรับลูกค้าในภูมิภาค

19
LONGi ยักษ์ใหญ่แดนมังกรแห่งวงการโซลาร์เซลล์ ทุบสถิติโลกด้านประสิทธิภาพแผงโซลาร์เซลล์แบบซิลิคอนสูงสุดที่ 26.81%

กรุงเทพฯ 28 พฤศจิกายน 2565 - LONGi Green Energy Technology Co., Ltd. (LONGi) ยักษ์ใหญ่แห่งวงการโซลาร์เซลล์จากประเทศจีน ประกาศ ณ นครซีอาน มณฑลฉ่านซี ในวันนี้ว่าบริษัทสามารถทำลายสถิติใหม่ด้านประสิทธิภาพของแผงโซลาร์เซลล์แบบซิลิคอนเป็นผลสำเร็จ โดยข้อมูลในเอกสารรับรอง Institut für Solarenergieforschung in Hameln (ISFH) ระบุว่าบริษัทสามารถสร้างสถิติโลกใหม่ด้วยประสิทธิภาพที่ 26.81% จากการทำงานของแผงโซลาร์เซลล์แบบซิลิคอนประเภท HJT เมื่อใช้งานแบบฟูลไซส์ในการผลิตกระแสไฟปริมาณมาก


ภายในงาน​ นายมาร์ติน กรีน ศาสตราจารย์แห่งมหาวิทยาลัยนิวเซาธ์เวลส์ในออสเตรเลีย ผู้ได้รับฉายาว่า “บิดาแห่งเซลล์แสงอาทิตย์” ประกาศผ่านคลิปวิดีโอว่า สถิติของประสิทธิภาพแผงโซลาร์เซลล์แบบซิลิคอนที่สูงที่สุดในโลก ณ ปัจจุบันอยู่ที่ 26.81% “ข้อมูลแห่งความสำเร็จนี้จะถูกบรรจุไว้ในตารางประสิทธิภาพฉบับใหม่ซึ่งจะตีพิมพ์เผยแพร่ถึงความก้าวหน้าในแวดวงเซลล์แสงอาทิตย์” เขากล่าวผ่านวิดีโอ ซึ่งจากที่เราทราบกัน ข้อมูลนี้ถือเป็นสถิติโลกใหม่ล่าสุดนับตั้งแต่บริษัทสัญชาติญี่ปุ่นสามารถทำประสิทธิภาพไว้ที่ 26.7% เมื่อปี พ.ศ. 2560 นี่จึงถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของอุตสาหกรรมเซลล์แสงอาทิตย์ที่บริษัทเทคโนโลยีโซลาร์สัญชาติจีนสามารถสร้างสถิติโลกใหม่ด้านประสิทธิภาพของแผงโซลาร์เซลล์แบบซิลิคอน

“การปรับปรุงประสิทธิภาพและลดต้นทุนการผลิตไฟฟ้าต่อหน่วยหรือ LCOE (levelized cost of energy) ถือเป็นแนวคิดหลักของเราที่ไม่มีวันเปลี่ยนแปลงในการพัฒนาอุตสาหกรรมเซลล์แสงอาทิตย์ ประสิทธิภาพของแผงโซลาร์เซลล์ยังถือเป็นสัญลักษณ์แห่งนวัตกรรมทางเทคโนโลยีของวงการเซลล์แสงอาทิตย์อีกด้วย ดังนั้น การยกระดับประสิทธิภาพทุก ๆ 0.01% ในการแปลงรูปพลังงานจึงต้องอาศัยความพยายามอย่างมหาศาล โดยเฉพาะอย่างยิ่ง แผงโซลาร์เซลล์ชนิดผลึกซิลิคอน (Crystalline Silicon Solar Cell) ซึ่งครองส่วนแบ่งในตลาดเซลล์แสงอาทิตย์ถึง 95% ในปัจจุบัน ดังนั้น การสร้างประสิทธิภาพสูงสุดได้ในแผงโซลาร์เซลล์ชนิดผลึกซิลิคอนจึงแสดงให้เห็นถึงศักยภาพในด้านการพัฒนาและทิศทางของอุตสาหกรรมเซลล์แสงอาทิตย์ได้อย่างชัดเจน และถือว่ามีนัยสำคัญอย่างยิ่งต่ออุตสาหกรรมนี้ในภาพรวม”
นายหลี่ เจิ้งกั๋ว ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการบริษัท LONGi กล่าวภายในงาน

ดร. ซู สีเซียง รองประธานสถาบัน LONGi Central R&D Institute กล่าวว่าการทำลายสถิติโลกครั้งนี้คือหลักชัยสำคัญในประวัติศาสตร์อุตสาหกรรมเซลล์แสงอาทิตย์ของประเทศจีน ซึ่งไม่เพียงแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนถึงจุดแข็งด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของวิสาหกิจเซลล์แสงอาทิตย์ของประเทศจีนเท่านั้น แต่ยังช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นได้อย่างมาก และเพิ่มความมุ่งมั่นของประเทศในการก้าวสู่การเป็นผู้เล่นหลักของโลกในสาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

นับตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2564 ทีมวิจัยและพัฒนาของ LONGi ได้ทำลายสถิติด้านประสิทธิภาพการแปลงรูปพลังงานของแผงโซลาร์เซลล์ประเภท HJT มาอย่างต่อเนื่องโดยเพิ่มจาก 25.26% ไปที่ 26.81% ซึ่งปาฏิหาริย์ของการเพิ่มประสิทธิภาพได้ถึง 1.55% นี้เกิดขึ้นในเวลาเพียง 1 ปีกับ 4 เดือนเท่านั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในช่วงเวลาเพียงเดือนเศษของระยะเวลาดังกล่าว LONGi ได้ทำลายสถิติประสิทธิภาพการแปลงรูปพลังงานของแผงโซลาร์เซลล์แบบซิลิคอนมาอย่างต่อเนื่องจาก 26.74% ไปที่ 26.78% และ 26.81% ตามลำดับ ซึ่งช่วยตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นอันแรงกล้าของ LONGi ในการลงทุนเพื่อการวิจัยและพัฒนาและส่งเสริมความก้าวหน้าของอุตสาหกรรมนี้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งความเจริญทางเทคโนโลยีและการสร้างสถิติโลกของแผงโซลาร์เซลล์แบบซิลิคอนขนาดใหญ่ถือเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้น้อยมากตลอดประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาของอุตสาหกรรมเซลล์แสงอาทิตย์


ดร. ซู สีเซียง รองประธานกรรมการสถาบัน LONGi Central R&D Institute และนายหลี่ เจิ้งกั๋ว ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการบริษัท LONGi ให้สัมภาษณ์แก่สื่อมวลชนระดับโลก ณ สำนักงานใหญ่ LONGi ในนครซีอาน

สถิติใหม่ด้านประสิทธิภาพการแปลงรูปพลังงานของแผงโซลาร์เซลล์แบบซิลิคอนของ LONGi ได้รับความสนใจจากทั้งองค์กรพลังงานระหว่างประเทศ (International Energy Agency: IEA), คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (Energy Transformation Commission: ETC), สภาธุรกิจโลกเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน (World Business Council for Sustainable Development: WBCSD) และสมาพันธ์อุตสาหกรรมอีกหลายแห่ง อาทิ สภาพลังงานอัจฉริยะ (Smart Energy Council: SEC) ในออสเตรเลีย, กลุ่มพลังงานหมุนเวียน (Renewables) ในแอฟริกา และสมาคมพลังงานแสงอาทิตย์แห่งชิลี (Association of Chile Energy Solar) โดยแนวทางและความมุ่งมั่นในการดำเนินงานของ LONGi และวิสาหกิจเซลล์แสงอาทิตย์ของประเทศจีนยังคงให้ความสำคัญในการขยายขอบเขตด้านพลังงานอย่างต่อเนื่อง และสิ่งนี้ยังได้รับเสียงชื่นชมอย่างมากบนเวทีระดับโลก

###

เกี่ยวกับ LONGi

LONGi ก่อตั้งในปี ค.ศ. 2000 ซึ่งมีเป้าหมายที่จะเป็นผู้นำทางด้านเทคโนโลยีโซลาร์เซลล์ของโลก โดยมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนประโยชน์ของลูกค้าสูงสุด เพื่อการเปลี่ยนแปลงทางพลังงานในทุกรูปแบบอย่างยั่งยืน

ภายใต้พันธกิจในการพัฒนาระบบการผลิตพลังงานไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ที่เป็นมิตรต่อโลก LONGi ได้อุทิศตนพร้อมกับมุ่งมั่นที่จะพัฒนานวัตกรรมเทคโนโลยีพลังงานสะอาดให้ครอบคลุมจึงได้จัดตั้ง 5 ภาคธุรกิจขึ้น เช่น Mono Silicon Wafers Cells and Modules, Commercial & Industrial Distributed Solar Solutions, Green Energy Solutions และ Hydrogen Equipment.

ทางบริษัทฯ ได้เพิ่มความสามารถในการจัดหาพลังงานสะอาดซึ่งมีเจตนารมณ์ที่จะผลิตพลังงานสะอาดให้มากขึ้นและพัฒนาสินค้ารักษ์โลกเพื่อสนับสนุนการพัฒนาคาร์บอนเป็นศูนย์ทั่วโลก (Global Zero Carbon Development)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.longi.com/en

20
กรุงศรี ออโต้ ตอกย้ำสุดยอดแบรนด์สินเชื่อยานยนต์แห่งปีครองใจผู้ใช้รถ
คว้ารางวัล Superbrands ต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 10

นายคงสิน คงคา (ที่ 4 จากซ้าย) ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านธุรกิจสินเชื่อยานยนต์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) และคณะผู้บริหาร กรุงศรี ออโต้

กรุงเทพฯ, 28 พฤศจิกายน 2565 – “กรุงศรี ออโต้” ผู้นำธุรกิจสินเชื่อยานยนต์ครบวงจร เครือธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) โดย​ นายคงสิน คงคา (ที่ 4 จากซ้าย) ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านธุรกิจสินเชื่อยานยนต์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) นำคณะผู้บริหาร รับรางวัล​ Superbrands Thailand 2022​ ตอกย้ำความเป็นแบรนด์สินเชื่อยานยนต์อันดับหนึ่งที่ผู้บริโภคให้ความเชื่อมั่นและไว้วางใจมาอย่างต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 10 (ปี 2554-2565)

นายคงสิน คงคา ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านธุรกิจสินเชื่อยานยนต์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)

นายคงสิน คงคา ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านธุรกิจสินเชื่อยานยนต์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ด้วยพันธกิจในการสร้างสรรค์ชีวิตผู้ใช้รถให้ดีขึ้น กรุงศรี ออโต้ ไม่เพียงแค่มุ่งมั่นในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการสินเชื่อยานยนต์ครบวงจรอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้รถที่เปลี่ยนแปลงไปเท่านั้น แต่เรายังคงมองหาโอกาสใหม่ๆ ในการร่วมมือกับพันธมิตรเพื่อนำเสนอโซลูชันเพื่อตอบโจทย์ชีวิตประจำวันของผู้ใช้รถในมิติอื่นๆ ด้วยเช่นกัน หนึ่งในตัวอย่างของความมุ่งมั่นนั้น คือ การพัฒนาแอปพลิเคชัน GO by Krungsri Auto ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มหลักที่รวบรวมผลิตภัณฑ์และบริการดิจิทัลทั้งหมดของ กรุงศรี ออโต้ และบริการด้านไลฟ์สไตล์เพื่อผู้ใช้รถไว้ในที่เดียว รางวัล Superbrands Thailand 2022 จึงถือเป็นอีกหนึ่งรางวัลที่การันตีความสำเร็จของกรุงศรี ออโต้ ในการเป็นแบรนด์ที่ไม่เคยหยุดนิ่ง และพร้อมสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ เพื่อลูกค้า รวมถึงคู่ค้าของเราได้เป็นอย่างดี”

รางวัล Superbrands เป็นรางวัลอันทรงเกียรติที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล การันตีความเป็นเลิศด้านการสร้างแบรนด์ ผ่านการคัดกรองอย่างเข้มข้นจากการสำรวจและวิจัยผู้บริโภคทั่วประเทศ รวมทั้งผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาด การประชาสัมพันธ์ และคณะกรรมการอิสระของซุปเปอร์แบรนด์ (Superbrands Council) โดยพิจารณาผ่าน 3 หลักเกณฑ์คือ คุณภาพของแบรนด์ (Brand Quality) เอกลักษณ์ของแบรนด์ (Brand Personality) และความสัมพันธ์ระหว่างแบรนด์กับผู้บริโภค (Brand Affinity)

###

ประสบการณ์ใหม่กับ กรุงศรี ออโต้

“กรุงศรี ออโต้” ผู้นำธุรกิจสินเชื่อยานยนต์ เครือธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ให้บริการสินเชื่อยานยนต์ครบวงจร ได้แก่ สินเชื่อเพื่อคนมีรถ “คาร์ ฟอร์ แคช” สินเชื่อรถบ้าน ”กรุงศรี รถบ้าน” สินเชื่อรถใหม่ “กรุงศรี นิว คาร์” สินเชื่อรถเต็นท์ “กรุงศรี ยูสด์ คาร์” สินเชื่อรถบรรทุกใหม่ “กรุงศรี ทรัค” ซึ่งให้บริการโดยกลุ่มงานธุรกิจสินเชื่อยานยนต์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) สินเชื่อรถจักรยานยนต์ “กรุงศรี มอเตอร์ไซค์” สินเชื่อบิ๊ก ไบค์  “กรุงศรี บิ๊ก ไบค์” สินเชื่อบิ๊ก ไบค์ มือสอง “กรุงศรี มอเตอร์ไซค์มือสอง (ซื้อจากเจ้าของ)” สินเชื่อเพื่อคนมีรถ “คาร์ ฟอร์ แคช มอเตอร์ไซค์” สินเชื่อผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ “กรุงศรี อินเวนทอรี่ ไฟแนนซ์” รวมถึงผลิตภัณฑ์และบริการด้านการประกันภัย “กรุงศรี ออโต้ โบรคเกอร์” ซึ่งให้บริการโดยบริษัท อยุธยา แคปปิตอล ออโต้ ลีส จำกัด (มหาชน)

ลูกค้าสามารถเลือกใช้บริการสินเชื่อของกรุงศรี ออโต้ พร้อมรับคำปรึกษาทั้งเรื่องรถและเรื่องเงิน ช่วยให้เรื่องเงินเป็นเรื่องง่าย ผ่านสาขากรุงศรี ออโต้ 52 สาขาทั่วประเทศ รวมทั้งสาขาของธนาคารกรุงศรีอยุธยาทั่วประเทศ หรือติดต่อ "กรุงศรี ออโต้ คอล เซ็นเตอร์" โทร 02-740-7400 กด 1 ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.krungsriauto.com หรือ  www.facebook.com/krungsriauto

21
ไทยยูเนี่ยนรับ 2 รางวัล Thailand Corporate Excellence Awards 2022
ด้านนวัตกรรมและการบริหาร

นายฤทธิรงค์ บุญมีโชติ ประธานกรรมการบริหารกลุ่มธุรกิจอาหารแช่แข็งและธุรกิจที่เกี่ยวข้อง รับมอบรางวัล Corporate Management Excellence

นายธวัช สุธาสินีนนท์ รองผู้อำนวยการ ศูนย์นวัตกรรมไทยยูเนี่ยน (GIC) รับมอบรางวัล Innovation Excellence

กรุงเทพฯ – 28 พฤศจิกายน 2565 – บริษัท ไทยยูเนี่ยนกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) นำโดย นายฤทธิรงค์ บุญมีโชติ ประธานกรรมการบริหารกลุ่มธุรกิจอาหารแช่แข็งและธุรกิจที่เกี่ยวข้อง และนายธวัช สุธาสินีนนท์ รองผู้อำนวยการ ศูนย์นวัตกรรมไทยยูเนี่ยน (GIC) ในฐานะตัวแทนบริษัทฯ เข้ารับมอบรางวัล Thailand Corporate Excellence Awards 2022 จัดโดยสมาคมการจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย (TMA) เพื่อผลักดันให้เกิดการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันทางธุรกิจ และช่วยส่งเสริมเศรษฐกิจไทยให้เจริญเติบโตอย่างยั่งยืน

โดยกลุ่มไทยยูเนี่ยน ได้รับ 2 รางวัล คือ รางวัลความเป็นเลิศด้านนวัตกรรมและการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ สำหรับบริษัท ไทยยูเนี่ยนกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) และรางวัลความเป็นเลิศในการบริหารจัดการโดยรวม สำหรับองค์กรที่มีรายได้ไม่เกิน 10,000 ล้านบาทต่อปี ให้กับบริษัท ไทยยูเนี่ยน ซีฟู้ด จำกัด โดยมีพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธี ณ ห้องคริสตัล ฮอลล์ โรงแรม ดิ แอทธินี โฮเทล แบงค็อก, อะ ลักซ์ชูรี คอลเล็คชั่น โฮเทล



22
สตีเบล เอลทรอน ตั้งเป้าปี 2566  “เติบโตอย่างยั่งยืน”


มร. โรลันด์ เฮิน กรรมการผู้จัดการ บริษัท สตีเบล เอลทรอน เอเซีย จำกัด

กรุงเทพฯ, ประเทศไทย - สตีเบล เอลทรอน ผู้นำตลาดเครื่องทำน้ำอุ่น เครื่องทำน้ำร้อน เครื่องกรองน้ำ ปั๊มน้ำ ฮีทปั๊มและเครื่องเป่ามือจากประเทศเยอรมนี เผยผลประกอบการในรอบสิบเดือนแรกของปี 2565 รวมทั้ง ประกาศมุ่งหน้าสู่การเป็น “องค์กรที่เติบโตอย่างยั่งยืน” ในปี 2566 ทั้งนี้ สตีเบล เอลทรอนยังคงรักษาการเติบโตของธุรกิจได้เป็นอย่างดีด้วยยอดขายในประเทศในรอบสิบเดือนแรกโตขึ้น 12 เปอร์เซ็นต์จากปีที่ผ่านมา

มร. โรลันด์ เฮิน กรรมการผู้จัดการ บริษัท สตีเบล เอลทรอน เอเซีย จำกัด กล่าวว่า​ “สตีเบล เอลทรอน มีการปรับตัวเพื่อรับกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นตามกระแสโลกอย่างต่อเนื่อง เราก้าวข้ามอุปสรรคมากมายในช่วงสิบเดือนที่ผ่านมาโดยอาศัยการปรับตัวในการดำเนินธุรกิจ การกระชับความสัมพันธ์กับพันธมิตรของเราตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน รวมถึงการชูด้านเทคโนโลยีและสิ่งอำนวยความสะดวกตามมาตรฐานวิศกรรมอันล้ำสมัยจากเยอรมนี ปัจจัยเหล่านี้เป็นกุญแจสำคัญต่อความสำเร็จของสตีเบล เอลทรอนในปี 2565 ซึ่งปีนี้เราวางเป้าหมายไปที่กลุ่มลูกค้า C-Segment ด้วยการออกแคมเปญ Safe Save Series 2 สำหรับผลิตภัณฑ์เครื่องทำน้ำอุ่น ที่ได้เปิดตัวเครื่องทำน้ำอุ่น DE BLACK ซึ่งถือเป็นสินค้าไฮไลท์ของแคมเปญดังกล่าว เพื่อให้ลูกค้ากลุ่มนี้ได้เข้าถึงผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงได้มาตรฐานวิศวกรรมเยอรมันในราคาที่เอื้อมถึง โดยการเปิดตัวแคมเปญนี้จะช่วยเพิ่มยอดขายของไตรมาสที่สี่ในหมวดผลิตภัณฑ์เครื่องทำน้ำอุ่นได้ถึง 25 เปอร์เซ็นต์”

เป็นเวลากว่าสองทศวรรษที่สตีเบล เอลทรอนได้แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพสูงและเป็นนวัตกรรมที่ล้ำสมัย รวมทั้งการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับพันธมิตร ดีลเลอร์ และลูกค้าในประเทศไทย ในฐานะที่บริษัทเป็นหนึ่งในผู้นำของอุตสาหกรรมโซลูชันเรื่องน้ำด้วยส่วนแบ่งการตลาดมากกว่า 25 เปอร์เซ็นต์  ในปีนี้บริษัทประสบความสำเร็จด้วยยอดขายผลิตภัณฑ์โซลูชันด้านน้ำผ่านตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศทั้งหมดมากกว่า 300,000 ชิ้น ที่แสดงให้เห็นว่าผู้บริโภคชาวไทยเชื่อมั่นในคุณภาพมาตรฐานวิศกรรมอันล้ำสมัยจากเยอรมนีของแบรนด์สตีเบล เอลทรอน


มร. โรลันด์ เฮิน กรรมการผู้จัดการ บริษัท สตีเบล เอลทรอน เอเซีย จำกัด

“สตีเบล เอลทรอน ยังคงมุ่งมั่นที่จะคิดค้นและพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ที่มาพร้อมมาตรฐานวิศกรรมเยอรมันอันล้ำสมัย หลายปีมานี้เราได้มองเห็นการเปลี่ยนแปลงในสภาพน้ำทั่วประเทศไทยที่ส่งผลต่อสุขภาพและความปลอดภัยของลูกค้า เราจึงได้คิดค้นและออกผลิตภัณฑ์ใหม่ในปี 2565 ที่มุ่งเน้นที่จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตด้วยน้ำที่มีความบริสุทธิ์สะอาดและปลอดภัยสำหรับการใช้และดื่มได้ตลอดทั้งวัน” มร. โรลันด์ กล่าว

ผลิตภัณฑ์เด่นของสตีเบล เอลทรอน ในปี 2565


เครื่องทำน้ำอุ่น DE BLACK


เครื่องกรองน้ำสำหรับอ่างล้างหน้า STIEBEL FACE


เครื่องกรองน้ำระบบ RO STIEBEL SNOW

   •    เครื่องทำน้ำอุ่น DE BLACK มาพร้อมกับชุดอุปกรณ์สีดำด้านสุดเท่ ขนาดกะทัดรัด เข้ากันได้กับห้องน้ำทุกดีไซน์

   •    STIEBEL FACE เครื่องกรองน้ำสำหรับอ่างล้างหน้า ที่ช่วยดูแลผิวพรรณ ด้วยระบบกรองน้ำคุณภาพสูงถึง 4 ขั้นตอน ให้น้ำที่ผ่านการกรองสะอาด และปลอดภัยเหมาะแก่การดูแลผิวพรรณ รวมทั้ง ยังลดอาการผิวแพ้ง่ายและระคายเคืองสำหรับผิวทุกประเภท ซึ่งจะช่วยให้กิจวัตรในการล้างหน้าและการแปรงฟันได้ความรู้สึกที่สบายและสดชื่นมากยิ่งขึ้น

   •    เครื่องกรองน้ำ STIEBEL SNOW ระบบ RO ด้วยระบบการกรอง 5 ขั้นตอนและมาตรฐานวิศวกรรมสูงสุดจากเยอรมนีเพื่อให้ได้น้ำดื่มที่สะอาดสดชื่นสำหรับคุณและครอบครัว และด้วยดีไซน์สไตล์มินิมัลจึงทำให้เครื่องกรองน้ำรุ่นนี้เหมาะสำหรับห้องครัวทุกขนาดและสไตล์ นอกจากนี้ สามารถเปลี่ยนไส้กรองได้ง่ายๆ เพียงแค่ “หมุน” โดยไม่ต้องใช้เครื่องมือใดๆ


สตีเบล เอลทรอน วางแผนกลยุทธ์ในปี 2566 เพื่อต่อยอดการเป็น “องค์กรที่เติบโตอย่างยั่งยืน” ด้วยการแนะนำผลิตภัณฑ์ด้านพลังงานทดแทน (อาทิ เครื่องระบายอากาศ และฮีทปั๊ม) สำหรับการขยายธุรกิจในระยะยาวและความยั่งยืนทางด้านสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ บริษัทยังวางแผนที่จะพัฒนาสายการผลิตและผลิตผลเพื่อตอบรับต่อการฟื้นฟูทางเศรษฐกิจ ที่สำคัญคือการคำนึงถึงความต้องการและพฤติกรรมของลูกค้าเป็นสำคัญ (customer-centric) ที่เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์หลักของสตีเบล เอลทรอน เพื่อยกระดับประสบการณ์ในการช้อปปิ้งไม่ว่าจะเป็นทางออนไลน์หรือร้านค้า โดยบริษัทยังคงให้ความสำคัญกับลูกค้ากลุ่ม B2C และ B2B โดยคาดว่ายอดขายจะเพิ่มขึ้นถึง 15 เปอร์เซ็นต์ก่อนสิ้นปี 2566

ติดตามข่าวสารและข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสตีเบล เอลทรอน ผู้นำตลาดเครื่องทำน้ำอุ่น เครื่องทำน้ำร้อน เครื่องกรองน้ำ ปั๊มน้ำ ฮีทปั๊มและเครื่องเป่ามือจากประเทศเยอรมนี ได้ที่​ เว็บไซต์

23
เฮอร์บาไลฟ์ นิวทริชั่น ประเทศไทย คว้ารางวัลบริษัทที่รับผิดชอบต่อสังคมดีเด่น ต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 จากเวที AMCHAM CSR Excellence (ACE) Recognition Award 2022


               เฮอร์บาไลฟ์ นิวทริชั่น​ บริษัทโภชนาการชื่อดังระดับโลก ตอกย้ำความมุ่งมั่นและวิสัยทัศน์ที่ต้องการสนับสนุนให้ผู้คนมีสุขภาพและชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ด้วยการสร้างการมีส่วนร่วมในการพัฒนาคุณภาพชีวิต ผ่านผลิตภัณฑ์และแนวทางที่เหมาะสมกับความต้องการและไลฟ์สไตล์ของคนไทย โดยล่าสุด เฮอร์บาไลฟ์ นิวทริชั่น ประเทศไทย คว้ารางวัลใหญ่ระดับประเทศด้านกิจกรรมเพื่อสังคม กับ “รางวัลประกาศเกียรติคุณด้านกิจการเพื่อสังคมดีเด่นประจำปี 2565” หรือ “2022 Corporate Social Responsibility (CSR) Excellence Awards” จากเวที 2022 AMCHAM CSR Excellence Recognition Awards (ACE) ระดับ Gold ติดต่อกันเป็นปีที่ 5 จากหอการค้าอเมริกันประจำประเทศไทย หรือ AMCHAM โดยภายในงานมี นางสาวกวิตา เรืองไทย ผู้จัดการฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัท เฮอร์บาไลฟ์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ไทยแลนด์) จำกัด เป็นตัวแทนรับมอบรางวัลจาก มร. โรเบิร์ต เอฟ. โกเดค (Robert  F. Godec) เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา ประจำประเทศไทย ณ โรงแรมคอนราด เมื่อวันก่อน


               เฮอร์บาไลฟ์ นิวทริชั่น มีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาสังคมที่มีสุขภาพที่ดี ผ่านโครงการหลักต่างๆ อาทิ Nutrition for Zero Hunger (NFZH) และ Herbalife Nutrition Foundation (HNF) หรือมูลนิธิเฮอร์บาไลฟ์ นิวทริชั่น ทั้งนี้เพื่อขจัดปัญหาความหิวโหย เพิ่มการเข้าถึงอาหารที่มีประโยชน์ และมอบความรู้ด้านโภชนาการผ่านโครงการ NFZH นอกจากนี้ ยังมีมูลนิธิเฮอร์บาไลฟ์ นิวทริชั่น ที่เป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรระดับโลกที่มุ่งพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้คนทั่วโลก พร้อมจัดหาอาหารเพื่อสุขภาพและให้ความรู้ด้านโภชนาการให้แก่เด็กและชุมชนที่ต้องการความช่วยเหลือ ซึ่งในไทย เฮอร์บาไลฟ์ นิวทริชั่น ประเทศไทยได้ให้การสนับสนุน 3 มูลนิธิภายใต้โครงการคาซ่า เฮอร์บาไลฟ์ นิวทริชั่น (HNF’s Casa Herbalife Nutrition Program) ได้แก่ มูลนิธิเด็ก มูลนิธิโรงพยาบาลเด็ก และมูลนิธิบ้านนกขมิ้น เพื่อช่วยส่งเสริมด้านโภชนาการและสุขภาพของเด็กๆ ที่ขาดแคลน

               สำหรับผู้ที่สนใจผลิตภัณฑ์เฮอร์บาไลฟ์ นิวทริชั่น สามารถติดตามข้อมูล ข่าวสาร สั่งซื้อสินค้า หรือความเคลื่อนไหวด้านเคล็ดลับเพื่อสุขภาพที่ดีได้ที่ www.facebook.com/HerbalifeThailandOfficial หรือผ่านทาง​www.instagram.com/HerbalifeThailandOfficial

24
35 ปี ซีพีแรม เปิดตัวคลิปวีดีโอ 3 ชุด
ภายใต้แนวคิด “ซีพีแรม ดำเนินธุรกิจ เคียงข้างสังคมไทยอย่างเกื้อกูล”






                ในโอกาสที่ บริษัท ซีพีแรม จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายอาหารพร้อมรับประทาน ในเครือเจริญโภคภัณฑ์ ได้ดำเนินธุรกิจกว่า 35 ปี จัดทำคลิปวีดีโอแชร์เรื่องราวความเป็นมาของ ซีพีแรม จำนวน 3 คลิป ภายใต้แนวคิด “ซีพีแรม ดำเนินธุรกิจ เคียงข้างสังคมไทยอย่างเกื้อกูล” เพื่อต้องการสะท้อนให้เห็นถึงมุมมองด้านต่างๆ  พร้อมแง่คิดดีๆ ในการเผชิญหน้ากับความท้าทาย เพื่อไปสู่ความสำเร็จตามที่คาดหวังไว้

                EP. 1 ตอน​ เพราะทุกมื้อ...คือคำปรึกษา เรื่องราวของ CEO Startup ไฟแรงคนหนึ่งชื่อ "รุ้ง" ได้ทานซาลาเปาจากบริษัทของป๊า จึงสงสัยว่าทำไมซาลาเปามีรสชาติอร่อยเหมือนเดิม และเคล็ดลับความสำเร็จของบริษัทป๊าคืออะไร?​ https://www.youtube.com/watch?v=sajjRUqdR5k

                EP. 2 ตอน​ เพราะทุกมื้อ...คือคำสัญญา เรื่องราวของเด็กชายคนหนึ่ง ได้ทานข้าวผัดปูแสนอร่อยจากบริษัทของม๊า ซึ่งที่บริษัทผลิตข้าวผัดปูถึงแสนกล่องต่อวัน ลูกจึงสงสัยว่าม๊าว่าทำงานเหนื่อยไหม และทำงานเหนื่อยเพื่อใคร?​ https://www.youtube.com/watch?v=wqSO9lr13io

                EP. 3 ตอน​ เพราะทุกมื้อ...คือคำขอบคุณ เรื่องราวของชายคนหนึ่ง ผู้ซึ่งทำงานที่บริษัทผลิตอาหารพร้อมรับประทานแห่งหนึ่ง ได้นำอาหารมื้อพิเศษให้กับลูกสาว ซึ่งอาหารมื้อพิเศษที่ว่านี้ ทำให้รู้ว่าเขารู้ว่างานที่ทำ ทำเพื่ออะไร?​ https://youtu.be/CwRaMJC6k9M

                ร่วมชมความเป็นมาของซีพีแรม ตลอดระยะเวลา 35 ปี ได้ทาง​ https://www.facebook.com/CPRAM.Brand หรือ​ https://www.youtube.com/@CPRAMChannel

#CPRAM #ซีพีแรม #35ปีซีพีแรม #ซีพีแรมดำเนินธุรกิจเคียงข้างสังคมไทยอย่างเกื้อกูล #เพราะทุกมื้อคือคำปรึกษา

25
แม็คโคร รับรางวัลองค์กรต้นแบบความยั่งยืนตลาดทุนไทย
ด้านสนับสนุนคนพิการประจำปี 2565


บริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน) ผู้นำธุรกิจค้าส่ง โดย นายวสันต์ สินพิทักษ์สกุล ผู้บริหารสูงสุด ฝ่ายบริหารทรัพยากรบุคคล ธุรกิจค้าส่งแม็คโคร​ รับรางวัล​ องค์กรต้นแบบความยั่งยืนตลาดทุนไทย ด้านสนับสนุนคนพิการ ประจำปี 2565 “ประเภทรางวัลดีเด่น” จาก​ นายบุญชอบ สุทธมนัสวงษ์ ปลัดกระทรวง ซึ่งรางวัลดังกล่าว สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ร่วมกับกระทรวงแรงงาน กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กรมการจัดหางาน กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ สมาคมบริษัทจดทะเบียนไทย และ สมาคมสภาคนพิการทุกประเภทแห่งประเทศไทย จัดขึ้นเพื่อสร้างแรงจูงใจให้หน่วยงานในภาคตลาดทุนไทยที่มีความพร้อมและมีศักยภาพในการจ้างงานคนพิการและสนับสนุนอาชีพคนพิการเพิ่มขึ้น และเชิดชูเกียรติหน่วยงานที่สนับสนุนและส่งเสริมการจ้างงานและอาชีพคนพิการตามมาตรา 33 และมาตรา 35 แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. 2550 (พ.ร.บ. ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการฯ) ณ โรงแรมแกรนด์ ไฮเเอท เอราวัณ กรุงเทพฯ

26
Infinix จัดกิจกรรมพิเศษ! แจกมือถือ พร้อมของรางวัลส่งท้ายปี
ในกิจกรรม “Merry Christmas and Happy New Year Surprise”
ร่วมสนุกได้ตั้งแต่ 1 ธ.ค.65 – 2 ม.ค.66


               29 พฤศจิกายน 2565, กรุงเทพฯ - อินฟินิกซ์ (Infinix) แบรนด์สมาร์ตโฟนระดับโลกที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ จัดกิจกรรมสร้างสีสันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ “Merry Christmas and Happy New Year Surprise” เพื่อตอบแทนลูกค้าและผู้ใช้งานให้ได้รับความคุ้มค่าสุดๆ เมื่อซื้อสมาร์ตโฟนจาก Infinix รุ่นใดก็ได้ จากร้านค้าตัวแทนจำหน่ายที่ร่วมรายการทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2565 - วันที่ 2 มกราคม 2566 รับสิทธิ์ ลุ้นรับรางวัลใหญ่มือถือรุ่นยอดนิยมพร้อมของรางวัลมากมาย จำนวน 20 รางวัล รวมมูลค่ารางวัลทั้งสิ้น 55,390 บาท สามารถร่วมกิจกรรมและติดตามรายละเอียดได้ผ่านทางเพจเฟซบุ๊ก Infinix Mobile Thailand

               สำหรับไฮไลต์และกิจกรรมที่จะเกิดขึ้น เป็นการส่งมอบความสุขให้ผู้ใช้งานแบบจัดเต็ม ซึ่งผู้มีสิทธิ์เข้าร่วมกิจกรรม ได้แก่ บุคคลทั่วไปที่ซื้อผลิตภัณฑ์โทรศัพท์มือถือภายใต้เครื่องหมายการค้า Infinix ทุกรุ่น จากร้านค้าตัวแทนจำหน่ายที่ร่วมรายการทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2565 ไปจนถึงวันที่ 2 มกราคม 2566 จะได้รับ 1 สิทธิ์ในการลุ้นรับรางวัล โดยลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรมด้วยการสแกน QR Code ที่พิมพ์อยู่บนใบปลิวหรือตามจุดขายสินค้า พร้อมโพสต์ออนไลน์กิจกรรมทางเพจเฟซบุ๊ก Infinix Mobile Thailand จากนั้นไปที่ Google Link เพื่อลงทะเบียน ชื่อ-นามสกุล หมายเลขโทรศัพท์ หมายเลขอีมี่เครื่อง วันที่ซื้อ ร้านค้าที่ซื้อสินค้า และ เลขที่ใบเสร็จรับเงิน (ซึ่งผู้ร่วมรายการต้องเก็บใบเสร็จรับเงินตัวจริง หรือสำเนาภาพถ่ายไว้เป็นหลักฐานในการรับรางวัล) เพื่อลุ้นรับรางวัล เมื่อครบระยะเวลาที่กำหนด ทางบริษัทฯ จะนำชื่อ-นามสกุล และ หมายเลขโทรศัพท์ ที่ใช้ร่วมรายการของผู้ร่วมรายการ มาพิมพ์ลงบนกระดาษ และ บันทึกเป็นชิ้นส่วน พร้อมรวบรวมชิ้นส่วนทั้งหมดเพื่อนำมาจับรางวัลหาผู้โชคดีต่อไป

               โดยกิจกรรมครั้งนี้ มีกำหนดจับรางวัล จำนวน 2 ครั้ง ซึ่งรายละเอียดสำหรับการจับรางวัล มีดังนี้

               ครั้งที่ 1 สำหรับผู้ลงทะเบียนร่วมรายการตั้งแต่วันที่ 1 – 15 ธันวาคม 2565​ มีกำหนดจับรางวัลในวันที่ 20 ธันวาคม 2565 เวลา 15.00 น. ณ ออฟฟิศ Infinix พร้อมประกาศผลผู้โชคดีผ่านทางเพจเฟซบุ๊ก Infinix Mobile Thailand วันที่ 20 ธันวาคม 2565 โดยรางวัลสำหรับผู้ที่เข้าร่วมครั้งที่ 1 ประกอบด้วย

      ●      รางวัลที่1 โทรศัพท์มือถือ Infinix รุ่น NOTE 12 (8+128GB) มูลค่ารางวัลละ 5,999 บาท จำนวน 1 รางวัล รวมมูลค่า  5,999 บาท
      ●      รางวัลที่2 โทรศัพท์มือถือ Infinix รุ่น HOT 20 (4+128GB) มูลค่ารางวัลละ 4,799 บาท จำนวน 4 รางวัล รวมมูลค่า 19,196 บาท   
      ●      รางวัลที่ 3 กระเป๋า Infinix Bags มูลค่ารางวัลละ 500 บาท จำนวน 5 รางวัล รวมมูลค่า 2,500 บาท รวมจำนวนของรางวัล ครั้งที่ 1 จำนวน 27,695 บาท


               ครั้งที่ 2 สำหรับผู้ลงทะเบียนร่วมรายการตั้งแต่วันที่ 16 ธันวาคม 2565 – 2 มกราคม 2566 มีกำหนดจับรางวัลในวันที่ 5 มกราคม 2566 เวลา 15.00 น. ณ ออฟฟิศ Infinix พร้อมประกาศผลผู้โชคดีผ่านทางเพจเฟซบุ๊ก Infinix Mobile Thailand วันที่ 5 มกราคม 2566 โดยรางวัลสำหรับผู้ที่เข้าร่วมครั้งที่ 2 ประกอบด้วย

      ●      รางวัลที่ 1 โทรศัพท์มือถือ Infinix รุ่น NOTE 12 (8+128GB) มูลค่ารางวัลละ 5,999 บาท จำนวน 1 รางวัล รวมมูลค่า 5,999 บาท   
      ●      รางวัลที่ 2 โทรศัพท์มือถือ Infinix รุ่น HOT 20 (4+128GB) มูลค่ารางวัลละ 4,799 บาท จำนวน  4 รางวัล รวมมูลค่า 19,196 บาท   
      ●      รางวัลที่ 3 กระเป๋า Infinix Bags มูลค่ารางวัลละ 500 บาท จำนวน 5 รางวัล  รวมมูลค่า 2,500 บาท

รวมจำนวนของรางวัล ครั้งที่ 2 จำนวน 27,695 บาท


               ติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวและกิจกรรมดีๆ พร้อมโปรโมชันพิเศษจากอินฟินิกซ์ ได้ทาง Infinix Mobile Thailand หรือทางเว็บไซต์ www.infinixmobility.com

27
วช. ยกระดับ “หมามุ่ย” สกัดเป็นเซรั่มบำรุงผม ช่วยให้เส้นผมดกดำ แก้ปัญหาผมหงอกก่อนวัย


เมื่อวันที่ 26 พ.ย. 2565 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ลงพื้นที่เยี่ยมชมโครงการวิจัยฯ โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ได้มอบหมายให้กลุ่มสารนิเทศและประชาสัมพันธ์ วช. นำ ดร.จันทรวิภา ธนะโสภณ ผู้ทรงคุณวุฒิ วช. พร้อมด้วยสื่อมวลชน ลงพื้นที่เยี่ยมชมบริษัท คอสเม่ อินโนเวชั่น จำกัด ที่ทำการผลิตผลิตภัณฑ์เซรั่มบำรุงผมจากสารสกัดหมามุ่ย โดยมี รศ.ดร.ชยาพร วัฒนศิริ อธิการบดี มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง และนางสาวอนงค์นุช ต๊ะคำ บริษัท คอสเม่ อินโนเวชั่น ให้การต้อนรับ ณ ตำบลแม่คำ อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย




“หมามุ่ย” ได้ยินชื่อแล้วหลายคนอาจจะไม่กล้าเข้าใกล้เพราะกลัวว่าจะคันจนเกาไม่หยุด แต่จริง ๆ แล้วสรรพคุณที่ซุกซ่อนอยู่นั้นมากมายกว่าที่คิด สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เห็นถึงประโยชน์สรรพคุณที่สำคัญจึงสนับสนุนทุนวิจัยแก่ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อำภา จิมไธสง สำนักวิชาวิทยาศาสตร์เครื่องสำอาง มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง คิดค้นและพัฒนา “ผลิตภัณฑ์เซรั่มบำรุงผมจากสารสกัดหมามุ่ย” โดย บริษัท คอสเม่ อินโนเวชั่น จำกัด ได้พัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับเส้นผมให้กลับมาดกดำ ทดแทนการใช้ผลิตภัณฑ์การย้อมสีผม


รศ.ดร.ชยาพร วัฒนศิริ อธิการบดี มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง กล่าวว่า ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อำภา จิมไธสง สำนักวิชาวิทยาศาสตร์เครื่องสำอาง มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ได้ร่วมกับนางสาวอนงค์นุช ต๊ะคำ​ แห่งบริษัท คอสเม่ อินโนเวชั่น จำกัด พัฒนาผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับเส้นผมให้กลับมาดกดำ เพื่อทดแทนการใช้ผลิตภัณฑ์ย้อมสีผม และเนื่องจากปัจจุบันมีการแข่งขันสูงและมีความนิยมใช้สมุนไพรไทยมากขึ้น ประกอบกับประเทศไทยมีการส่งเสริมการปลูกหมามุ่ยเป็นจำนวนมาก แต่ตลาดที่รองรับและการแปรรูปไปใช้มีจำนวนน้อย ทางทีมวิจัยอยากช่วยเกษตรกรผู้ปลูกหมามุ่ยในจังหวัดเชียงราย จึงนำผลเมล็ดหมามุ่ยอินเดีย ที่คุณสมบัติสร้างเม็ดสีลานินได้เป็นอย่างดี เนื่องจากสารแอลโดปาทำปฏิกิริยากับเอนไซม์ไทโรซิเนส ซึ่งเป็นเอนไซม์สำคัญในกระบวนการสร้างเม็ดสีทำให้สีผมดำขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยกระตุ้นหลอดเลือดทำให้การไหลเวียนของเลือดบริเวณหนังศีรษะดีขึ้น ทำให้รากผมแข็งแรง มาแปรรูปให้เป็นสารสกัดพร้อมใช้งาน พร้อมนำไปต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์สำหรับลดผมหงอกได้อย่างมีมีประสิทธิภาพ


นางสาวอนงค์นุช ต๊ะคำ แห่งบริษัท คอสเม่ อินโนเวชั่น จำกัด เปิดเผยว่า ผลิตภัณฑ์เซรั่มบำรุงผมจากสารสกัดหมามุ่ย เริ่มจากการศึกษาสภาวะการในการสกัดสารแอลโดปาจากเมล็ดหมามุ่ย พบว่า ผงเมล็ดหมามุ่ยเมื่อผ่านกระบวนการแช่แข็งจะได้ลักษณะเป็นผลสีเหลืองอ่อน และไม่มีการปนเปื้อนโลหะหนักทั้งแคดเมียม ตะกั่ว สารหนู และปรอท ซึ่งถือว่าผ่านเกณฑ์มาตรฐานของกระทรวงสาธารณสุข


คุณสมบัติ สารสกัดเมล็ดหมามุ่ยในผลิตภัณฑ์แชมพู และผลิตภัณฑ์เซรั่มบำรุงผม ที่คิดค้นขึ้นมีเนื้อสูตรตำรับใส สีน้ำตาลเข้มและมีความหนืดพอ ผลิตภัณฑ์แชมพูมี ฟองเยอะ ช่วยให้ผมนุ่มลื่นไม่พันกัน และไม่ก่อให้เกิดอาการระคายเคือง ส่วนผลิตภัณฑ์เซรั่มบำรุงผม มีคุณสมบัติ ซึมซับไว และไม่ทำให้หนังศีรษะเหนียวหรือมัน




ทีมวิจัยได้นำผลิตภัณฑ์แชมพู ผลิตภัณฑ์เซรั่มบำรุงผม ไปทดสอบในอาสาสมัคร พบว่า ไม่เกิดการระคายเคือง ผลิตภัณฑ์สามารถเปลี่ยนแปลงสีผมจากสีขาวเป็นสีน้ำตาลแดงถึงสีดำได้ หลังจากการใช้ภายใน 2 สัปดาห์ และเมื่อนำเส้นผมมาส่องกล้องขยาย พบว่าเส้นผมมีเม็ดสีมากขึ้น โดยเฉพาะบริเวณโคนผม นอกจากนี้ ทีมวิจัยยังได้ศึกษาพฤติกรรม และปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจเลือกชื้อผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางดูแลเส้นผมเพื่อผมดกดำลดหงอก จากกลุ่มตัวอย่าง 400 คน พบว่าส่วนใหญ่เริ่มมีหงอกในช่วงอายุ 31-40 ปี และเลือกวิธีแก้ปัญหาผมหงอกโดยการย้อมสีผม 50.25% และใช้ผลิตภัณฑ์แชมพูและเซรั่มบำรุงผม 33.50% และอาสาสมัครที่ใช้สินค้าที่ไม่มีแบรนด์สินค้าเฉพาะเจาะจงที่ใช้  31.25% ซึ่งถือว่าเป็นโอกาสในการทำตลาดของผลิตภัณฑ์จากงานวิจัยนี้เป็นอย่างมาก เพียงแต่สมุนไพรที่กลุ่มตัวอย่างใช้ยังไม่ทราบถึงประสิทธิภาพของสารสกัดจากเมล็ดหมามุ่ย ทีมวิจัยจึงจำเป็นต้องมีการวางแผนการตีตลาด เพื่อสร้างการรับรู้สินค้าแก่ผู้บริโภคในวงกว้าง รวมถึงสร้างแรงจูงใจให้ผู้บริโภคหันมาทดลองใช้ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยให้ผมกลับมาดกดำได้อย่างเป็นธรรมชาติ แทนการย้อมผมแบบเก่า จึงสรุปได้ว่าผลิตภัณฑ์แชมพูและเซรั่มบำรุงผมที่มีสารสกัดจากเมล็ดหมามุ่ย มีศักยภาพในการออกสู่ตลาดได้จริง มีประสิทธิภาพการแก้ปัญหาผมหงอกได้เป็นอย่างดี ไม่ก่อให้เกิดการระคายเคือง และสามารถทำให้ผู้บริโภคพึงพอใจได้ ตอบโจทย์ตลาดผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมที่ต้องการผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและประสิทธิภาพรับรองผลด้วยงานวิจัย




ปัจจุบันมีการจัดจำหน่ายทางตลาดออนไลน์แล้ว โดยจัดจำหน่ายชุดละ 1,690 บาท ซึ่งได้รับผลตอบรับจากกลุ่มลูกค้าเป็นอย่างมาก ทำให้มียอดการจัดจำหน่าย 24 ล้านบาท/ปี  อีกทั้งยังได้รับจ้างผลิตและพัฒนาสินค้าให้กับผู้ประกอบการ MSME รายอื่น ๆ อีกด้วย






28
นิตยสาร Business+ จับมือสถาบัน ICTI - สอท – ETDA
จัดงาน “THAILAND DIGITAL TRANSFORMATION SYMPOSIUM 2022”
ยกระดับเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศเพื่อความสามารถการแข่งขันในอนาคต


                กรุงเทพฯ 28 พฤศจิกายน 2565 – นิตยสาร Business+ ในเครือ บมจ.เออาร์ไอพี ร่วมกับสถาบันเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่ออุตสาหกรรม (ICTI) สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (สอท.) และสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) หรือ ETDA (เอ็ตด้า) กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม จัดงาน “THAILAND DIGITAL TRANSFORMATION SYMPOSIUM 2022” ภายใต้แนวคิด “Leveraging Thailand’s Digital Economy for Future Competitiveness” “ยกระดับเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศไทยเพื่อความสามารถการแข่งขันในอนาคต” ในรูปแบบงานสัมมนาและเสวนาทางวิชาการระดับชาติ เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ระหว่างผู้เชี่ยวชาญในการนำเทคโนโลยีไปใช้ในองค์กรทั้งภาครัฐและภาคเอกชน เสริมสร้างความแข็งแกร่งด้านเศรษฐกิจของประเทศด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล


                ดร.อรรชกา สีบุญเรือง  ประธานคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (คธอ.)  เป็นประธานเปิดงานและกล่าวปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “Leveraging Thailand’s Digital Economy for Future Competitiveness” ว่า​ “ปัจจุบันเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามามีบทบาทสำคัญต่อการดำเนินชีวิต และเป็นเครื่องมือในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ โดยรัฐบาลให้ความสำคัญในการนำเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารมาเป็นกลยุทธ์สำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไปสู่เศรษฐกิจดิจิทัล (Digital Economy) ผ่านการดำเนินโครงการต่าง ๆ ที่ผสานความร่วมมือทั้งภาครัฐและเอกชน โดยมียุทธศาสตร์และมาตรการรับมือกับการดำเนินธุรกิจใหม่ ๆ อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งเรื่องของการทำธุรกรรมที่ถูกต้อง โปร่งใส มีธรรมาภิบาล


                โดยงาน​ THAILAND DIGITAL​ TRANSFORMATION SYMPOSIUM 2022 ที่จัดขึ้นในครั้งนี้ จึงเป็นเวทีสำคัญในการแลกเปลี่ยนความรู้ประสบการณ์ในการนำเทคโนโลยีดิจิทัลไปใช้ในองค์กรทั้งภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมให้องค์กรทุกขนาด ทุกอุตสาหกรรมได้ปรับกระบวนการดำเนินงานและขับเคลื่อนธุรกิจด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล และเพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจของประเทศ

                นายไพฑูรย์ ศิริฉัตรชัยกุล รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยและประธานสถาบันเทคโนโลยีและการสื่อสารเพื่ออุตสาหกรรม (ICTI) กล่าวถึงความร่วมมือในครั้งนี้ว่า เป็นนิมิตรหมายที่ดีที่ผู้นำองค์กรด้านเทคโนโลยีสารสนเทศระดับแนวหน้าของประเทศ ผู้บริหารกลยุทธ์การตลาด ผู้เชี่ยวชาญด้านไอทีในองค์กรต่าง ๆ ทั้งหน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชน รวมทั้งผู้สนใจทั่วไปจะได้มีเวทีในการแลกเปลี่ยนความรู้และได้แชร์ประสบการณ์ใหม่ ๆ ในการทำเทคโนโลยีดิจิทัลไปปรับใช้ในองค์กรจนประสบความสำเร็จสามารถ Transformation​ องค์กรได้อย่างรวดเร็ว ทั้งนี้เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลให้กับประเทศ


                นายชาติชาย สุทธาเวศ รองผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์​ (ETDA) กล่าวว่า การจัดงาน “THAILAND DIGITAL TRANSFORMATION SYMPOSIUM 2022” เป็นโอกาสอันดีที่เราจะได้เห็นหน่วยงานจากอุตสาหกรรมต่างๆ ทั้ง ภาครัฐ เอกชน ที่นำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการ Transform องค์กรจนสำเร็จ มาเป็นตัวอย่างและเป็นการสร้างความเชื่อมั่นสำหรับหน่วยงานที่อยากจะเปลี่ยนแปลงผ่านการดำเนินงานสู่รูปแบบดิจิทัล โดย ETDA พร้อมที่จะร่วมเป็นพาร์ทเนอร์กับหน่วยงานภาครัฐหรือเอกชนในการผลักดันการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการขับเคลื่อนประเทศ เพื่อเป็นการเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ


                นายมนู เลียวไพโรจน์ ประธานกรรมการ บริษัท เออาร์ไอพี จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า​ การจัดงาน“THAILAND DIGITAL TRANSFORMATION SYMPOSIUM 2022” ภายใต้แนวคิด “Leveraging Thailand’s Digital Economy for Future Competitiveness” เพื่อยกระดับเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคธุรกิจในอนาคต ซึ่งการจัดงานมีความมุ่งหวังให้เป็นเวทีให้ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีดิจิทัลได้มาแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านดิจิทัลใหม่ ๆ และสามารถนำความรู้ความเข้าใจไปปรับใช้ในองค์กร รวมทั้งในงานยังจัดให้มีการมอบรางวัล THAILAND DIGITAL TRANSFORMATION SYMPOSIUM 2022 ให้แก่องค์กรที่ปรับเปลี่ยนกระบวนการทำงานสู่องค์กรสู่ดิจิทัลได้อย่างดีเลิศ เพื่อให้เป็นแบบอย่างแก่องค์กรอื่น ๆ ต่อไป”


                งานสัมมนา “THAILAND DIGITAL TRANSFORMATION SYMPOSIUM 2022” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 28-29 พฤศจิกายน 2565 ประกอบด้วยกิจกรรม

      ●      กิจกรรมสัมมนาและเสวนาทางวิชาการระดับชาติเพื่อให้ข้อมูลและแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างผู้เชี่ยวชาญและผู้บริหารเกี่ยวข้อง Digital Transformation โดยวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิที่เชี่ยวชาญและมากประสบการณ์ในด้านการปรับเปลี่ยนธุรกิจสู่ยุคดิจิทัลที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีจากหลากหลายอุตสาหกรรมที่จะมาร่วมแลกเปลี่ยนความรู้ แชร์มุมมองและประสบการณ์ร่วมกัน 

      ●      การจัดแสดงนิทรรศการออนไลน์เพื่อให้ความรู้และคำปรึกษา พร้อมกับ Use case ตัวอย่างในการนำเทคโนโลยีดิจิทัลไปใช้ในองค์กร จากหลากหลายหน่วยงานที่สนับสนุน อาทิ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย, ETDA, DGT, TDRI, สดช, กรมสรรพากร, บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด ฯลฯ รวมถึงผู้ให้บริการด้านเทคโนโลยีชั้นนำ อาทิ  NBTC, DataOne Asia, HPE + YIP, NUTANIX,  เมืองไทยประกันชีวิต, MSI เป็นต้น

      ●      พิธีมอบรางวัล “THAILAND DIGITAL TRANSFORMATION AWRDS 2022” แก่หน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่มีความเป็นเลิศในด้านการปรับเปลี่ยนองค์กรสู่ยุคดิจิทัล โดยหน่วยงานหรือองค์กรที่ชนะการพิจารณาจะได้รับถ้วยรางวัลจาก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม


                ผู้ที่สนใจเข้าร่วมชมงานและร่วมสัมมนาในงาน “THAILAND DIGITAL​TRANSFORMATION SYMPOSUM 2022” ได้ วันที่ 28-29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565 เวลา 10.00-16.30 น. ณ ห้องบอลรูม โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล กรุงเทพ เข้าร่วมงานฟรี ลงทะเบียนเข้าร่วมงานสัมมนาหรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.thailanddt.com/

รางวัล “THAILAND DIGITAL TRANSFORMATION AWARDS 2022”
จำนวน 8 องค์กร ซึ่งได้แก่

1.​ รางวัลด้าน Customer Experience ได้แก่ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์
2.​ รางวัลด้าน Customer Centric and Values Creation ได้แก่ คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล
3.​ รางวัลด้าน Operation Transform ได้แก่ บริษัท เอนเนอร์ยี่ คอมเพล็กซ์ จำกัด (EnCo)
4.​ รางวัลด้าน Operation Transform ได้แก่ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน)
5.​ รางวัลด้าน Operation Transform ได้แก่ บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน)
6.​ รางวัลด้าน Operation Transform ได้แก่ บริษัท นันทวัน จำกัด
7.​ รางวัลด้าน Innovation & Technology  ได้แก่บริษัท นูทานิคซ์ (ประเทศไทย) จำกัด
8.​ รางวัลด้าน Value Creation ได้แก่ บริษัท นายเน็ต จำกัด

29
news & activity / ผู้การ
« on: November 28, 2022, 06:54:25 PM »
ผู้การ

30
วช.หนุนทีมวิจัยจาก ม.ราชภัฏสวนสุนันทาคิดค้นนวัตกรรมผลิตภัณฑ์แปรรูปจากสับปะรดปัตตาเวียและบรรจุภัณฑ์จากของเหลือทิ้งทางการเกษตร


สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ( วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ให้การสนับสนุนทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ในการผลิตคิดค้นนวัตกรรมผลิตภัณฑ์แปรรูปจากสับปะรดปัตตาเวียและบรรจุภัณฑ์จากของเหลือทิ้งทางการเกษตร เพื่อแก้ปัญหาสินค้าล้นตลาดและราคาตกต่ำในฤดูการเก็บผลผลิตโดยเฉพาะในพื้นที่ภาคตะวันออก จังหวัดระยอง ซึ่งเป็นพื้นที่การปลูกสับปะรดแหล่งใหญ่แห่งหนึ่งของประเทศ นอกจากนี้จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ผ่านมาทำให้ผู้ค้าสับปะรดต่างจังหวัดไม่เข้ามารับซื้อสับปะรดในจังหวัดระยอง ทำให้ปริมาณสับปะรดเกินความต้องการของโรงงานแปรรูปในพื้นที่ อีกทั้งโรงงานยังประสบปัญหาการส่งออกต่างประเทศ​ จึงได้นำองค์ความรู้เกี่ยวกับอาหารฟังก์ชันมาประยุกต์ใช้ เสริมศักยภาพภูมิปัญญาท้องถิ่นของชาวบ้านที่มีอยู่เดิม พัฒนาผลิตภัณฑ์แปรรูปสอดคล้องกับความต้องการของตลาด ขณะเดียวกันคณะผู้วิจัยยังมีแนวทางการจัดการบรรจุภัณฑ์เพื่อต่อยอดให้เกิดประโยชน์ด้านการสร้างมูลค่าเพิ่มจากวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตร เป็นแนวทางหนึ่งในการลดปัญหาผลกระทบสิ่งแวดล้อมจากกิจกรรมการทำการเกษตรของชุมชน โดยการนำใบสับปะรดมาผลิตเป็นกระดาษ ภาชนะ และบรรจุภัณฑ์ ที่สามารถนำไปสร้างรายได้ เพื่อเสริมศักยภาพทางเศรษฐกิจของชุมชนตามนโยบายโมเดลเศรษฐกิจ BCG


ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่ากลไกสำคัญที่ช่วยพยุงราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำคือการนำมาทำผลิตภัณฑ์แปรรูปโดยใช้องค์ความรู้ด้านคุณค่าทางอาหารมาช่วยเสริมศักยภาพการสร้างผลิตภัณฑ์แปรรูป ซึ่งสอดคล้องกับนวัตกรรมของทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ที่ได้เล็งเห็นคุณค่าทางโภชนาการของสับปะรดปัตตาเวีย ในจังหวัดระยอง มาพัฒนาเป็นสินค้าแปรรูปสร้างรายได้ให้กับชุมชน โดยการสร้างศูนย์การเรียนรู้ขึ้นในชุมชนมีการอบรมถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิต รวมทั้งถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการตลาด การสร้างตราสินค้า การทำตลาดออนไลน์ เพื่อให้ธุรกิจชุมชนสามารถขับเคลื่อนได้ด้วยตนเอง ยกระดับรายได้ครัวเรือน ให้เศรษฐกิจของชุมชนเกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน


ดร.พลอยทราย โอฮาม่า อาจารย์จากสาขาวิชาวิทยาศาสตร์และนวัตกรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา หัวหน้าทีมวิจัย เปิดเผยว่าได้ร่วมกับ ผศ.ดร.จิตรลดา ชูมี ดร.เสาวณีย์ คำพันธ์ และผศ.ดร.รินรดา พัฒนใหญ่ยิ่ง ในการคิดค้นนวัตกรรมผลิตภัณฑ์แปรรูปสับปะรดปัตตาเวีย และบรรจุภัณฑ์จากใบสับปะรดเหลือทิ้ง โดยผลจากการวิจัยพบว่าสับปะรดพันธุ์ปัตตาเวีย จัดเป็นผลไม้ที่มีคุณค่าทางโภชนาการ มีน้ำตาลซึ่งเป็นแหล่งพลังงาน วิตามิน และแร่ธาตุหลายชนิด นอกจากนี้ยังมีสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพ เช่น สารประกอบฟีนอลิกและเบต้าแคโรทีน ซึ่งจัดเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ลดไขมันส่วนเกินและคอเลสเตอรอล จึงได้นำองค์ความรู้ทางเทคโนโลยี และคุณค่าทางอาหารมาพัฒนาต่อยอดผลิตภัณฑ์แปรรูป อาทิ ไซรัปสับปะรด คีเฟอร์น้ำสับปะรด




ขณะเดียวกันเพื่อการใช้ประโยชน์อย่างคุ้มค่าตามแนวคิด zero-waste หรือ “ของเสียเหลือศูนย์” ทีมวิจัยยังได้นำวัตถุดิบที่เหลือจากกระบวนการทำไซรัป มาต่อยอดแปรรูปเป็นแยมสับปะรด และคุกกี้ไฟเบอร์สับปะรด เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับ food waste โดยเฉพาะแกนสับปะรดที่ปกติชาวบ้านจะทิ้งไปในกระบวนการแปรรูปนี้มีเอนไซม์โบรมีเลน ซึ่งมีสมบัติช่วยย่อยอาหาร เพิ่มภูมิต้านทานให้กับร่างกาย ซึ่งผลิตภัณฑ์ชุมชนเหล่านี้ใช้วัตถุดิบธรรมชาติล้วน และไม่ใส่วัตถุกันเสีย ​นอกจากนี้ทีมวิจัยยังนำน้ำสับปะรดมาพัฒนาเป็นเครื่องดื่ม “คอมบูชา” ที่มีจุลินทรีย์โพรไบโอติกส์ มีส่วนช่วยรักษาสมดุลของระบบทางเดินอาหารและระบบขับถ่าย เป็นเครื่องดื่มสุขภาพที่กำลังอยู่ในกระแสนิยมของผู้บริโภคปัจจุบัน สร้างความหลากหลายให้กับผลิตภัณฑ์ชุมชน


สำหรับวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตร ได้แก่ เปลือกมะพร้าว ชานอ้อย ฟางข้าว ทางทีมวิจัยได้มีการนำองค์ความรู้ทางเทคโนโลยี มาพัฒนาประยุกต์ผลิตกระดาษจากใยสับปะรด ซึ่งพบว่ากระดาษสับปะรดมีคุณสมบัติพิเศษคือมีความนุ่มเหนียว และทำได้บางกว่ากระดาษจากใยพืชชนิดอื่น ๆ สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับงานคราฟต์ และงานหัตถกรรมได้ดี และเมื่อนำไปอัดด้วยความร้อนจะได้เป็นภาชนะและบรรจุภัณฑ์ที่ย่อยสลายได้ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม




ส่วนแนวทางในการขยายผลต่อยอดซึ่งขณะนี้พื้นที่เป้าหมายในจังหวัดระยองที่กลุ่มเกษตรกรได้รับประโยชน์จากนวัตกรรมสินค้าชุมชนจากผลิตภัณฑ์สับปะรดแปรรูปนี้คือ กลุ่มเกษตรกรทำไร่สับปะรดพนานิคม อำเภอนิคมพัฒนา กลุ่มเกษตรกรปลูกสับปะรดทางเกวียนอำเภอแกลง และวิสาหกิจชุมชนไร่บ้านอ้อ อำเภอปลวกแดง ซึ่งนอกจากจะช่วยยกฐานะเศรษฐกิจฐานรากแล้ว ยังมีการพัฒนาในเชิงพาณิชย์โดยร่วมกับสำนักงานพาณิชย์จังหวัดระยอง และสำนักงานเกษตรจังหวัดระยอง ที่จะนำแผนงาน องค์ความรู้ ผลสำเร็จของงานไปใช้ประโยชน์ในการสร้างนโยบายในด้านการสร้างมูลค่าเพิ่มแก่ผลผลิตทางการเกษตรด้วยนวัตกรรม และการใช้ประโยชน์จากวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตรตามนโยบาย BCG ก่อให้เกิดการลงทุน ส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียนในชุมชน และการสร้างผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม


















Pages: 1 [2] 3 4 ... 2153