Show Posts

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - happy

Pages: [1] 2 3 ... 2114
1
หมอดังออกมาเตือนภัย ‘ฉีดฟิลเลอร์’ ต้องเลือกทำกับ
หมอที่มากประสบการณ์เฉพาะด้าน และรู้เรื่องโครงสร้างใบหน้า





               วงการความงามไม่เคยแผ่ว อุตสาหกรรมความงามเติบโตมาก และเติบโตมากขึ้นเรื่อย ๆ และยิ่งไปกว่านั้นมีเทคโนโลยีหรือนวัตกรรมเพื่อเสริมความงามเกิดขึ้นเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ที่ฮิตมากอีกโปรแกรมหนึ่งคือ ‘โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์’ หรือการฉีดสารเติมเต็มเข้าไปบนใบหน้าเพื่อให้ใบหน้าดูเอิบอิ่มและเรียบเนียน ช่วยให้บริเวณที่ถูกฉีดนั้นเต็มมากขึ้น เมื่อผิวหน้าดูเต็มกระชับแล้วจะช่วยให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ ซึ่งโดยแท้จริงแล้วนั้น ฟิลเลอร์หรือสารเติมเต็ม ไม่มีสารอันตราย และสามารถที่จะสลายไปได้เองตามแต่ละอายุการสลายของแต่ละประเภทซึ่งส่วนใหญ่จะอยู่ที่ประมาณ 1-2 ปี

               และจากที่บนโลกโซเชียลได้มีการแชร์จำนวนมากว่า การทำโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์บนใบหน้านั้นเกิดอันตราย และแน่นอนว่ามีโอกาสเกิดขึ้นเพราะฟิลเลอร์เป็นงานหัตถการที่ต้องอาศัยฝีมือและความเชี่ยวชาญจากแพทย์ผู้มากประสบการณ์ และควรต้องเป็นแพทย์เฉพาะทางที่รู้จักโครงสร้างใบหน้า รู้ว่าสามารถเติมแต่งตรงไหนได้บ้าง หรือต้องเลี่ยงระวังบริเวณไหนบ้าง






               หมอเมฆ - นายแพทย์วัชพล ธนมิตรามณี แห่ง Doctor Mek Clinic หมอฟิลเลอร์คนดังอันดับต้น ๆ ของประเทศไทย ผู้ที่คว้ารางวัลด้านการฉีดโปรแกรมฟิลเลอร์มานับไม่ถ้วน และเป็นหมอคนดังที่ดาราทั่วฟ้าเมืองไทยไว้วางใจฝากความงดงามบนใบหน้าไว้ที่ฝีมือหมอเมฆได้เผยเกี่ยวกับอันตรายจากการฉีดสารเติมเต็ม และเตือนในเรื่องที่ต้องระวังว่า ‘สำหรับการดูแลเสริมความงามในโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์นั้น

                    1. เลือกคลินิกที่ได้การรับรองจากกระทรวงสาธารณะสุข

                    2. ต้องขอดูข้อมูลของประเภทชนิดของฟิลเลอร์เช็คให้ชัวร์ว่าใช้ของแท้หรือไม่

                    3. สอบถามและรับคำปรึกษาจากคุณหมอที่มากประสบการณ์ ให้คุณหมอประเมินใบหน้าก่อนทำให้แน่ชัด

                    4. ไม่โฟกัสแค่เรื่องของราคาถูกเพียงอย่างเดียว

                    5. เลือกรับบริการจากแพทย์มากประสบการณ์ ซึ่งมีความเชี่ยวชาญโดยตรงเฉพาะด้านกายภาพ สรีระศาสตร์และผิวหนัง และสามารถให้คำแนะนำได้อย่างดีและน่าเชื่อถือ เพราะโครงสร้างบนใบหน้ามีจุดเสี่ยงหลายจุด แพทย์จะต้องมีประสบการณ์ รู้หลักสรีระของใบหน้าว่าจุดไหนสามารถเติมสารเติมเต็มได้มากน้อยแค่ไหน จุดไหนที่ต้องหลบหลีกเพื่อความปลอดภัย เพราะถ้าแพทย์ไม่มากด้วยประสบการณ์และเข้าใจเรื่องโครงสร้างใบหน้าอาจจะเป็นความเสี่ยงเกิดอันตรายได้ เช่น ไปเติมเข้าหลอดเลือดทำให้ตาบอด บางรายส่งผลกระทบไปถึงการทำให้แขนขาอ่อนแรง และหากเข้าสู่สมองอาจทำให้เป็นอัมพฤกษ์หรืออัมพาตได้ ผมแนะนำให้เข้ามาปรึกษาผมและทีมแพทย์มากประสบการณ์ก่อน เพื่อประกอบการตัดสินใจและได้รับคำแนะนำที่ถูกต้องเหมาะสม เพราะผมย้ำเสมอเรามีเพียงใบหน้าเดียวไม่ใช่จะฉีดกับใครก็ได้ ต้องเลือกที่ดีที่สุดให้ตัวเอง’

ขอบคุณภาพจาก IG: @doctormek

ช่องทางการติดต่อของ Doctor Mek Clinic

Facebook Fanpage: https://www.facebook.com/doctormekclinic

Line OA: https://cnx.bz/ztO0Bq หรือ @doctormekclinic










2
วช.สนับสนุนนักวิจัย มก. พัฒนาแหล่งน้ำบาดาลระดับตื้นและการเติมน้ำใต้ดินในพื้นที่ขาดแคลนน้ำ โดยการมีส่วนร่วมของชุมชน จังหวัดชัยภูมิ ช่วยอนุรักษ์น้ำบาดาลให้มีใช้อย่างยั่งยืนและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม


ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง  ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีหลายจังหวัดที่ประสบปัญหาภัยแล้งมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ขาดแคลนน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค อย่างเช่น จังหวัดชัยภูมิ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ได้สนับสนุนทุนวิจัยให้กับโครงการ “การพัฒนาแหล่งน้ำบาดาลระดับตื้นและการเติมน้ำใต้ดินในพื้นที่ขาดแคลนน้ำ โดยการมีส่วนร่วมของชุมชน จังหวัดชัยภูมิ” ภายใต้แผนงานหลักการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อบริหารจัดการความมั่นคงของน้ำ ระยะเวลาโครงการ 1 ปี ซึ่งมี รศ.ดร.ภาสกร  ปนานนท์ จากภาควิชาวิทยาศาสตร์พื้นพิภพ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.) เป็นหัวหน้าทีมวิจัย เพื่อศึกษาความเหมาะสมพื้นที่ในการจัดทำระบบเติมน้ำใต้ดินของจังหวัดชัยภูมิ และดำเนินการนำร่องในการจัดสร้างระบบเติมน้ำใต้ดินในจังหวัดชัยภูมิโดยชุมชนมีส่วนร่วม ซึ่งในการดำเนินการได้พัฒนาเทคนิคการคัดเลือกพื้นที่ที่เหมาะสำหรับทำระบบเติมน้ำใต้ดินประเภทต่างๆ โดยใช้องค์ความรู้แบบบูรณาการกันหลายด้าน


รศ.ดร.ภาสกร ปนานนท์ กล่าวว่า เนื่องจากที่ผ่านมาจังหวัดชัยภูมิประสบปัญหาการขาดแคลนน้ำในพื้นที่นอกเขตชลประทาน และปัจจุบันมีการใช้น้ำบาดาลระดับลึกเพื่อการเกษตรเป็นจำนวนมากจนขาดสมดุล บางบริเวณมีปัญหาน้ำบาดาลกร่อยและเค็มอันเนื่องมาจากลักษณะทางธรณีวิทยาของพื้นที่ จึงมีการจัดทำระบบเติมน้ำใต้ดินเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว แต่การดำเนินการที่ผ่านมาในหลายพื้นที่ไม่ถูกต้องตามหลักวิชาการ ทำให้เสี่ยงต่อการปนเปื้อนของน้ำใต้ดินในระยะยาว


ทีมวิจัยจึงจัดทำโครงการ “การพัฒนาแหล่งน้ำบาดาลระดับตื้นและการเติมน้ำใต้ดินในพื้นที่ขาดแคลนน้ำ โดยการมีส่วนร่วมของชุมชน จังหวัดชัยภูมิ” ขึ้น  เพื่อพัฒนาเทคนิคในการคัดเลือกพื้นที่ที่เหมาะสมในการจัดทำระบบเติมน้ำใต้ดินที่ถูกหลักวิชาการ โดยบูรณาการศาสตร์ทั้งการแปลความหมาย  ข้อมูลโทรสัมผัส การสำรวจธรณีฟิสิกส์เพื่อการสำรวจแหล่งน้ำบาดาลระดับตื้นจากทางน้ำโบราณที่มีประสิทธิภาพ และจัดทำระบบเติมน้ำใต้ดินที่ถูกหลักวิชาการโดยใช้งบประมาณและเทคโนโลยีที่เหมาะสม ขณะที่ชุมชนและท้องถิ่นก็มีส่วนร่วมในการรักษาสมดุลของระบบน้ำบาดาล งานวิจัยนี้จึงเป็นโครงการนำร่องเพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้แก่ประชาชนในการจัดทำระบบการเติมน้ำใต้ดินได้อย่างมีประสิทธิภาพ


สำหรับผลของการวิจัยมีการจัดทำแผนที่ความเหมาะสมในการจัดทำระบบเติมน้ำใต้ดิน โดยใช้วิธีการบูรณาการข้อมูลสภาพทางกายภาพของพื้นที่ศึกษาที่มีอยู่เดิม ทั้งข้อมูลสภาพภูมิประเทศ อุทกวิทยา ธรณีวิทยา ข้อมูลชุดดินและธรณีสัณฐานวิทยา เนื่องจากทางโครงการวิจัยจะก่อสร้างระบบเติมน้ำใต้ดินที่มีการใช้ประโยชน์จากแหล่งน้ำบาดาลระดับตื้นและพื้นที่ทางน้ำโบราณผ่านระบบบ่อวงคอนกรีต ซึ่งการออกแบบระบบต่างๆ จะมีผลต่อประสิทธิภาพและมีความคุ้มค่าต่อการลงทุน


รศ.ดร.ภาสกร กล่าวว่า ผลการศึกษา สามารถกำหนดพื้นที่ที่มีความเหมาะสมในการจัดทำระบบเติมน้ำใต้ดินแบ่งได้เป็น 2 รูปแบบได้แก่ 1.ระบบการเติมน้ำใต้ดินแบบบ่อวง หรือ เก็บเกี่ยวน้ำฝนจากหลังคา และ 2. ระบบเติมน้ำใต้ดินผ่านสระเติมน้ำ โดยผลการจัดทำระบบเติมน้ำใต้ดินแบบเก็บเกี่ยวน้ำฝนจากหลังคาลงสู่บ่อวงคอนกรีตในพื้นที่นำร่อง คือ บ้านคลองบอน ตำบลคอนสาร อำเภอคอนสาร จังหวัดชัยภูมิ นั้น คณะผู้วิจัยได้ทำการคัดเลือก 10 พื้นที่ ประกอบไปด้วย ระบบเติมน้ำใต้ดินผ่านบ่อวงคอนกรีตจำนวน 9 บ่อ และระบบเติมน้ำใต้ดินผ่านบ่อวงคอนกรีตแบบเก็บเกี่ยวน้ำฝนจำนวน 1 บ่อ และติดตั้งบ่อสังเกตการณ์จำนวน 15 บ่อบริเวณโดยรอบของระบบเติมน้ำใต้ดินผ่านบ่อวงคอนกรีต เพื่อตรวจวัดการเปลี่ยนแปลงระดับน้ำใต้ดินในช่วงการติดตั้งระบบเติมน้ำใต้ดินผ่านบ่อวงคอนกรีต โดยคุณภาพน้ำบาดาลที่ได้นำไปตรวจ พบว่ามีคุณภาพน้ำดีเข้าเกณฑ์กำหนด เหมาะสมใช้จัดเตรียมเป็นน้ำอุปโภคบริโภคได้ หากได้ทำการปรับลดตะกอนขุ่นให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานน้ำบริโภค และสามารถนำเข้าสู่ชั้นน้ำใต้ดินได้


ส่วนผลการจัดทำระบบเติมน้ำใต้ดินผ่านสระเติมน้ำได้เลือกพื้นที่นำร่องที่บ้านหนองช้างเอก ตำบลหนองขาม อำเภอแก้งคร้อ จังหวัดชัยภูมิ ซึ่งมีบ่อบาดาลของเกษตรกรจำนวนมากอยู่รายล้อมพื้นที่ระบบเติมน้ำใต้ดินที่คาดหวังว่าจะช่วยทำให้พื้นที่ดังกล่าวมีการเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำบาดาลที่เพิ่มมากขึ้น และได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานเอกชนและประชาชนในพื้นที่อย่างดี ซึ่งดำเนินการติดตั้งบ่อสังเกตการณ์จำนวน 15 บ่อ บริเวณโดยรอบของระบบเติมน้ำใต้ดินผ่านสระเติมน้ำ เพื่อตรวจวัดการเปลี่ยนแปลงระดับน้ำใต้ดินในช่วงเติมน้ำใต้ดินผ่านสระ และติดตั้งสถานีตรวจวัดสภาพอากาศอัตโนมัติจำนวน 1 สถานี เพื่อติดตามปริมาณน้ำฝนและสภาพอากาศอื่นๆ หลังจากนำน้ำบาดาลที่ได้ไปตรวจพบว่า มีคุณภาพน้ำดี ผ่านเกณฑ์กำหนด เหมาะสมที่จะนำสู่ชั้นน้ำใต้ดิน และจัดเตรียมเป็นน้ำอุปโภคบริโภคได้เช่นกัน


ดังนั้นงานวิจัยนี้สามารถพัฒนาเทคนิคและออกแบบระบบการเติมน้ำที่เหมาะสม และพัฒนาแหล่งน้ำบาดาลระดับตื้นให้กับชุมชนในพื้นที่จังหวัดชัยภูมิได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งชุมชนสามารถดำเนินการได้เองในอนาคต ตลอดจนมีส่วนเพิ่มปริมาณน้ำบาดาลและแหล่งน้ำเพิ่มเติมในพื้นที่ประสบปัญหาภัยแล้ง ช่วยลดความเสี่ยงและความเสียหายจากการขาดแคลนน้ำที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของประชาชน และพื้นที่เกษตรกรรมในจังหวัดชัยภูมิที่เข้าดำเนินโครงการในอนาคตทีมวิจัยจะดำเนินการติดตามประสิทธิภาพและคุณภาพของระบบเติมน้ำใต้ดิน ทั้งประสิทธิภาพของระบบ ปริมาณน้ำที่ได้  ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจและสังคม จึงเป็นวิธีการต้นแบบในการจัดทำระบบเติมน้ำใต้ดินและถ่ายทอดองค์ความรู้แก่ชุมชนในการนำไปขยายผลจัดทำระบบเติมน้ำใต้ดินในพื้นที่อื่นๆ ของจังหวัดชัยภูมิ ส่งผลให้การจัดการน้ำบาดาลมีประสิทธิภาพและยังช่วยอนุรักษ์น้ำบาดาลให้มีใช้อย่างยั่งยืน.






3
วช.ให้ทุนทีมเศรษฐศาสตร์ มช. ศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อการอยู่รอดของวิสาหกิจชุมชนภาคเหนือ ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 พบกลุ่มผลิตปศุสัตว์และแปรรูปผลิตภัณฑ์ มีโอกาสรอดสูงกว่ากลุ่มบริการ นอกจากนี้ยังต้องมีความยืดหยุ่นในการผลิตสินค้าและการให้บริการ รวมถึงให้ความสำคัญกับการทำการตลาดออนไลน์ และทำวิจัยร่วมกับหน่วยงานของภาครัฐและสถาบันการศึกษา


ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กล่าวว่า ปัญหาการแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาส่งผลกระทบทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคมต่อประชาชนทั่วไป และผู้ประกอบการทุกกลุ่มสาขาอาชีพ รวมถึงกลุ่มวิสาหกิจชุมชนในภูมิภาคต่าง ๆ ที่รายได้ลดลงไปจนทำให้หลายกิจการต้องปิดตัวไปเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะวิสาหกิจชุมชนภาคเหนือ วช.จึงให้ทุนอุดหนุนการวิจัยและนวัตกรรมประจำปีงบประมาณ 2564 ในโครงการ “วิเคราะห์ความน่าจะเป็นของการอยู่รอดและแนวทางการปรับตัวของวิสาหกิจชุมชนภาคเหนือภายใต้สถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19” ซึ่งมี รศ.ดร.ภารวี มณีจักร จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นหัวหน้าโครงการ เพื่อวิเคราะห์ปัจจัยที่มีผลต่อความน่าจะเป็นในการอยู่รอดของวิสาหกิจชุมชนภาคเหนือภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 รวมถึงถอดบทเรียนของวิสาหกิจชุมชนภาคเหนือที่ประสบความสำเร็จและล้มเหลวในช่วงสถานการณ์ดังกล่าว


​ดร.ภารวี มณีจักร คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวว่า จากข้อมูลในปี 2563 พบว่าภาคเหนือเป็นภูมิภาคที่มีจำนวนวิสาหกิจชุมชนมากเป็นอันดับที่สองของประเทศ รองจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และได้รับผลกระทบจากวิกฤต COVID-19 ไม่ต่างจากวิสาหกิจชุมชนอื่นๆ ในประเทศไทย โดยมีวิสาหกิจชุมชนจำนวนมากที่ต้องหยุดกิจการ แต่ก็ยังมีวิสาหกิจอีกบางส่วนที่สามารถปรับตัวและอยู่รอดภายใต้วิกฤตการณ์ครั้งนี้ได้ ทีมวิจัยจึงทำการศึกษาวิเคราะห์เชิงลึก ถึงปัจจัยที่ส่งผลต่อความอยู่รอดของวิสาหกิจชุมชน และถอดบทเรียนวิสาหกิจชุมชนภาคเหนือที่ประสบความสำเร็จและล้มเหลวในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 รวมถึงเสนอแนวทางเพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งและการพึ่งพาตนเองได้ในช่วงหลังโควิด-19


​สำหรับผลการวิเคราะห์ปัจจัยที่ส่งผลต่อความอยู่รอดของวิสาหกิจชุมชน ได้มีการเก็บข้อมูลจากวิสาหกิจชุมชนภาคเหนือ 400 ตัวอย่างใน 9 จังหวัด และนำมาวิเคราะห์ด้วยแบบจำลองที่ใช้ในการวิเคราะห์โอกาสในการอยู่รอด หรือ “COX model” โดยในส่วนของปัจจัยด้านพื้นฐานของวิสาหกิจชุมชนพบว่า วิสาหกิจชุมชนในกลุ่มผลิตปศุสัตว์และแปรรูปผลิตภัณฑ์มีโอกาสที่จะอยู่รอดมากกว่ากิจการให้บริการ เพราะมีความแน่นอนของตลาดและสามารถปรับตัวได้มากกว่าธุรกิจในกลุ่มบริการ อีกทั้งมีสัดส่วนลูกค้าเป็นคนในพื้นที่มากกว่าคนนอกพื้นที่


ส่วนปัจจัยด้านทุนชุมชน พบว่า การจัดการทางการเงินที่ดีจะส่งผลในทางบวกต่อการอยู่รอดของวิสาหกิจชุมชนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ และยังพบว่าแม้บางวิสาหกิจได้เข้าร่วมอบรมเพื่อเพิ่มพูนความรู้ และมีการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการผลิตและบริหารจัดการ แต่ด้วยข้อจำกัดด้านอายุที่มากและขาดความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศ ขาดแคลนอุปกรณ์ที่ทันสมัย รวมถึงการขาดการติดตามผลจากผู้อบรม จะมีผลต่อการอยู่รอดของการดำเนินธุรกิจด้วย


สำหรับปัจจัยด้านสถานการณ์การแพร่ระบาดและการปรับตัวของวิสาหกิจชุมชน ผลการศึกษาพบว่า ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาด หากวิสาหกิจชุมชนตัดสินใจเปิดทำการตามปกติ หรือเปิดทำการแต่ลดชั่วโมงการปฏิบัติงานจะทำให้มีโอกาสที่จะอยู่รอดมากขึ้นกว่าการปิดกิจการชั่วคราว นอกจากนี้วิสาหกิจชุมชนที่มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบในการจำหน่ายมาเป็นแบบออนไลน์จะช่วยทำให้โอกาสในการอยู่รอดของวิสาหกิจชุมชนเพิ่มขึ้นได้ ส่วนปัจจัยด้านการสนับสนุนจากภาครัฐในช่วงการแพร่ระบาด พบว่า มาตรการให้ความช่วยเหลือเยียวยาประชาชน เช่น โครงการคนละครึ่ง เราชนะ เรารักกัน และโครงการตลาดเกษตรออนไลน์ที่จัดโดยกรมส่งเสริมการเกษตรสามารถช่วยให้วิสาหกิจชุมชนที่เข้าร่วมมีโอกาสที่จะอยู่รอดเพิ่มมากขึ้นกว่าวิสาหกิจชุมชนที่ไม่เข้าร่วมโครงการ


​ดร.ภารวี กล่าวว่า  ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาด ทีมวิจัยได้มีการถอดบทเรียนวิสาหกิจชุมชนที่ประสบความสำเร็จ 4 แห่งคือ วิสาหกิจชุมชนกลุ่มผลิตน้ำผึ้งดอกลำไย วิสาหกิจชุมชนกลุ่มแปรรูปสมุนไพร วิสาหกิจชุมชนผลิตกาแฟ และวิสาหกิจชุมชนกลุ่มให้บริการที่พักหรือโฮมสเตย์ และนำไปสู่แนวทางการเสริมสร้างความเข้มแข็งและการพึ่งพาตนเองได้ในช่วงหลังโควิด-19 ซึ่งพบว่า ปัจจัยแห่งความสำเร็จและความอยู่รอดในระยะสั้นคือ ความยืดหยุ่นในการผลิตสินค้าและการให้บริการ เช่น กลุ่มที่ทำการผลิตสมุนไพรก็ได้หันมาผลิตสินค้าที่เป็นที่ต้องการในขณะนั้นมากขึ้น เช่น สมุนไพรฟ้าทะลายโจร กระชายขาว และฟ้าทะลายโจรผสมกระชายขาวทั้งในรูปแบบแคปซูลและแบบผง และผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด/ฆ่าเชื้อโรคในรูปแบบสเปรย์ ส่วนปัจจัยสู่ความอยู่รอดอย่างยั่งยืน หรือระยะยาวนั้นก็คือ การให้ความสำคัญกับการทำการตลาดออนไลน์ เช่น Shopee Lazada  Line-shopping  และ Facebook ฯลฯ และมีการทำวิจัยและพัฒนาร่วมกับหน่วยงานของภาครัฐและสถาบันการศึกษา


จากผลการศึกษาเกี่ยวกับปัจจัยสู่ความอยู่รอด และจากการถอดบทเรียน สามารถนำไปถ่ายทอดความรู้ผ่านการอบรมให้กับวิสาหกิจชุมชนที่สนใจ รวมถึงชุมชนที่ไม่ประสบความสำเร็จในช่วงที่เกิดการแพร่ระบาดจนสามารถแก้ไขจุดอ่อนต่างๆ มีการปรับตัวหรือปรับเปลี่ยนรูปแบบธุรกิจ ซึ่งเป็นการสร้างระบบนิเวศทางธุรกิจที่มีการแลกเปลี่ยนมุมมอง ความรู้ และมีการบูรณาการความรู้ระหว่างวิสาหกิจชุมชนและสถาบันการศึกษา โดยสถาบันการศึกษาเป็นองค์กรที่มีความรู้ มีเทคโนโลยีที่สมัยใหม่ได้เข้าไปให้ความช่วยเหลือในการพัฒนาวิสาหกิจชุมชนในมิติต่างๆ ขณะเดียวกันนักวิชาการก็สามารถเรียนรู้จากประสบการณ์และองค์ความรู้ท้องถิ่นจากวิสาหกิจชุมชน ซึ่งเป็นผู้ลงมือปฏิบัติจริง 

ผลของการวิจัยนี้สามารถนำไปใช้ประโยชน์กับกลุ่มวิสาหกิจชุมชนชุมชน ให้สามารถพึ่งพาตนเอง ได้ในระยะยาว และยังสามารถต่อยอดงานวิจัยในอนาคตได้ เช่น ระบบการจัดการโลจิสติกส์ มาตรการช่วยเหลือทางด้านการเงินจากธนาคารเฉพาะกิจ ที่ต้องวิเคราะห์หาจุดสมดุลระหว่างการให้ความช่วยเหลือและเสถียรภาพของสถาบันการเงิน  ซึ่งผลการศึกษานี้จะนำไปสู่ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายต่อรัฐบาล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อส่งเสริมวิสาหกิจชุมชนได้อย่างเหมาะสมและยั่งยืน

4
“ศุภพงษ์ เพชรสุทธิ์” บิ๊กบอสแห่ง “จระเข้” เปิดบ้านแถลงข่าวประกาศทิศทางธุรกิจ พร้อมเดินหน้าสู่ทศวรรษที่ 4


               ผ่านไปอย่างสวยงามภายใต้บรรยากาศอบอุ่นและเป็นกันเอง สำหรับ “ศุภพงษ์ เพชรสุทธิ์” บิ๊กบอสแห่ง​ “จระเข้” ที่ได้เปิดบ้านต้อนรับแขกและสื่อในงานแถลงข่าวประกาศทิศทางธุรกิจ พร้อมเดินหน้าสู่ทศวรรษที่ 4  มุ่งสร้างสรรค์นวัตกรรมสินค้าก่อสร้างเพื่อความสุขที่ยั่งยืน  ตอกย้ำแบรนด์ผู้นำในตลาดกาวซีเมนต์และกาวยาแนวปูกระเบื้อง และไม่หยุดยั้งในการพัฒนานวัตกรรมเคมีก่อสร้างเพื่อความสุขที่ยั่งยืน งานนี้ทุกคนได้เห็นเรื่องราวความเป็นมาตั้งแต่จุดเริ่มต้นของจระเข้ในวงการวัสดุก่อสร้างจนถึงปัจจุบัน หลังจากนี้ “จระเข้” จะมีนวัตกรรมสินค้า หรือบริการอะไรใหม่ ๆ มาให้ผู้บริโภคได้ร้องว้าวอีก ..... โปรดติดตาม

5
BP Castrol จัดกิจกรรมเอาใจสายมอเตอร์สปอร์ต ดึง Alex Marquez ร่วม Meet & Greet
ก่อนลุยศึก Thailand MotoGPTM : Thailand Grand Prix 2022
ตอกย้ำความเป็นผู้นำวงการหล่อลื่นระดับโลก


              BP Castrol​ ผลิตภัณฑ์หล่อลื่นระดับโลก สร้างเซอร์ไพรส์ให้แฟน ๆ มอเตอร์สปอร์ตชาวไทย ได้กระทบไหล่นักแข่งระดับชั้นนำของโลก จัดกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟชวนศูนย์ Bike Point พาร์ทเนอร์คนสำคัญร่วม Meet & Greet กับ Alex Marquez นักบิดระดับหัวแถวในการแข่งขันมอเตอร์ไซค์ชิงแชมป์โลก MotoGP 2022 ภายใต้สังกัด LCR Honda Castrol MotoGPTM Team ก่อนลุยศึก Thailand MotoGPTM : Thailand Grand Prix 2022 ซึ่งจะจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 30 กันยายน – 2 ตุลาคม 2565 ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชันแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์




              สำหรับกิจกรรม Meet & Greet ทาง Castrol ได้ชวนศูนย์ Bike Point และสื่อมวลชนมาร่วมกระทบไหล่กับ Alex Marquez นักแข่งดาวรุ่งจากทีม LCR Honda Castrol MotoGPTM Team ก่อนที่จะลงแข่งในรายการ​ Thailand MotoGPTM : Thailand Grand Prix 2022 ซึ่งมาพร้อมกับอดีตนักแข่งระดับโลกอย่าง Lucio Cecchinello ผู้ที่ผันตัวมาเป็นผู้จัดการทีม LCR Honda Castrol MotoGPTM Team ที่มาแรงและน่าจับตามองที่สุดในยุคนี้ โดยมีการพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับการเตรียมตัวและความพร้อมสำหรับการลงแข่งขันในแมตช์นี้กันอย่างใกล้ชิด และมีกิจกรรมแจกลายเซ็นพร้อมของที่ระลึกจาก Alex Marquez อย่างเป็นกันเองอีกด้วย




              นอกจากนี้ สิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้เลย คือ การตอกย้ำถึงประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์หล่อลื่นภายใต้เครื่องหมายการค้า Castrol POWER1 ULTIMATE น้ำมันเครื่องสังเคราะห์แท้สูตร 5IN1 ที่ครอบคลุมความต้องการของเหล่าไบค์เกอร์ทั้งหลายได้ครบทุกมิติ มีทั้งหมด 4 รุ่นคือ 10W-30, 10W-40 และ10W-50 สำหรับรถมอเตอร์ไซค์ 4 จังหวะ และพิเศษ รุ่น 5W-40 รถมอเตอร์ไซค์เกียร์ออโตเมติค ทุกรุ่นเหมาะสำหรับรถมอเตอร์ไซค์ที่ต้องการอัตราเร่งเต็มพลัง ให้การปกป้องที่ดีเยี่ยม การขับขี่ได้ราบรื่นนุ่มนวล การรักษาอนุหภูมิให้คงที่แม้วิ่งระยะทางไกลและเครื่องยนต์ทำงานเต็มประสทธิภาพ




              แฟน ๆ มอเตอร์สปอร์ต ร่วมส่งกำลังใจให้ Alex Marquez และ LCR Honda Castrol MotoGPTM Team คว้าชัยในการแข่งขัน Thailand MotoGPTM : Thailand Grand Prix 2022 ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชันแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ กันได้ ตั้งแต่วันที่ 30 กันยายน – 2 ตุลาคม 2565

6
สกมช. แถลงผลการเร่งรัดการพัฒนาบุคลากรด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ปี 2565


               กรุงเทพมหานคร 28 กันยายน พ.ศ. 2565 – สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) จัดงานแถลงข่าวความคืบหน้าของโครงการเร่งรัดการพัฒนาบุคลากรด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ (Intensive Cybersecurity Capacity Building Program) ระยะที่ ๑ และมอบโล่เชิดชูเกียรติคุณเชิดชูเกียรติแก่องค์กรดีเลิศ และองค์กรดีเด่นด้านทางด้านการพัฒนาบุคคลากรด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ณ ห้องจูปิเตอร์ โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชัน โดยมีนางสาวอัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมมากล่าวปาฐกถาถึงความจำเป้นที่จะต้องพัฒนาบุคลากรด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์และที่มาของโครงการ ฯ และคุณทศพล เพ็งส้ม ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรีปฏิบัติหน้าที่ประจำกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ให้เกียรติเป็นประธานมอบโล่เชิดชูเกียรติในครั้งนี้


               นางสาวอัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย ได้กล่าวว่าในปัจจุบัน เศรฐกิจและสังคมของเรากาลังพัฒนาเข้าไปสู่โลกยุคดิจิทัลอย่างรวดเร็ว รวมถึงมีการพัฒนาด้านเทคโนโลยีสารสนเทศที่ทันสมัย เช่น เทคโนโลยี Blockchain หรือ เว็บ 3.0 เป็นต้น แต่ในทางกลับกันทั่วโลกยังขาดแคลนบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถ ด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ในการเป็นเสาหลักให้แก่องค์กรหรือประเทศชาติในการ ป้องกันภัยคุกคามทางไซเบอร์รูปแบบต่าง ๆ ซึ่งมิจฉาชีพหรือผู้ไม่ประสงค์ดีได้ฉวยโอกาส จากปัญหาของการขาดแคลนบุคลากรด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์นี้ เข้ามาโจมตีสร้าง ความเสียหาย ซึ่งส่งผลกระทบต่อความสงบเรียบร้อยของสังคมและความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศทั่วโลก ดังนั้น จึงมีความจำเป็นต้องพัฒนาขีดความสามารถ รวมถึงความรู้และความเข้าใจ ของบุคลากรที่ปฏิบัติหน้าที่รับผิดชอบการรักษาความมั่นคงปลอดภัยระบบสารสนเทศของ หน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน โดยเฉพาะในกลุ่มที่เป็นหน่วยงานโครงสร้างพื้นฐาน สำคัญทางสารสนเทศ (Critical Information Infrastructure) และตามมติที่ประชุม คณะกรรมการเตรียมการด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ ครั้งที่ 1/2561 เมื่อวันพุธที่ 9 พฤษภาคม 2561 ซึ่งมีท่านนายกรัฐมนตรีเป็นประธานกรรมการ ได้มีมติเห็นชอบในหลักการของแนวทางการพัฒนาบุคลากรด้านความมั่นคงปลอดภัย ไซเบอร์ระยะเร่งด่วน และกรอบวงเงินงบประมาณโครงการโดยให้ของบประมาณจาก กองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เพื่อดำเนินการ

               ทั้งนี้ พลอากาศตรี อมร ชมเชย รองเลขาธิการคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ ได้กล่าวถึงผลสัมฤทธิ์ของการดำเนินงานจนถึงปัจจุบัน มีเป้าหมายในการฝึกอบรมบุคลากรในโครงการจำนวน 3,200 คน และมีผู้ผ่านการคัดเลือกเข้าอบรมจำนวน 4,145 คน มากกว่าเป้าหมายของโครงการคิดเป็น​ 129.53% และมีผู้ที่ได้รับสิทธิ์สอบและสอบผ่านได้รับประกาศนียบัตรสากลในโครงการ จนถึงปัจจุบัน จำนวน 1,141 คน และได้มีการจัดกิจกรรมต่าง ๆ ในโครงการ อาทิ กิจกรรม Capacity Building NCSA และ CERT CII Cyber Training ซึ่งสกมช. มีความร่วมมือกับสถานเอกอัครราชทูตออสเตรเลียประจำประเทศไทยและบริษัท restrospect labs จัดกิจกรรม Capacity Building NCSA และ CERT CII Cyber Training เพื่อเป็นการสร้างวัฒนธรรมการแลกเปลี่ยนความรู้ด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ โดยจัดขึ้น 2 ครั้ง มีผู้สนใจเข้าร่วมกิจกรรมจำนวนกว่า 150 คน และกิจกรรมสร้างเครือข่ายด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมสานความสัมพันธ์เพื่อความร่วมมือซึ่งกันและกันระหว่างหน่วยงานต่างๆ สร้างวัฒนธรรมการแลกเปลี่ยนความรู้ด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์และประสบการณ์ต่างๆด้านไซเบอร์ซีเคียวริตี้ในองค์กร โดยกำหนดจัดขึ้น 2 ระดับคือระดับพื้นฐานและระดับผู้เชี่ยวชาญ รวมทั้งสิ้น 10 ครั้ง โดยมีจำนวนผู้เข้าร่วมงานมากกว่า 1,000 คน นอกจากนี้ ผลลัพธ์ที่ได้จากโครงการ เพื่อสร้างความยั่งยืนของการพัฒนาบุคลากรด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ของประเทศต่อไปในอนาคต ทาง สกมช. ได้พัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมทั้งระดับพื้นฐาน และเชี่ยวชาญ พร้อมจัดทำคลิปวีดีโอเพื่อใช้เป็น e-learning สำหรับกลุ่มคนที่สนใจ อาทิ นักเรียน หรือนักศึกษา ครู และอาจารย์ ประชาชนทั่วไป และผู้พิการหรือทุพพลภาพ เพื่อเรียนและสอบเพื่อรับประกาศนียบัตรของ สกมช.


               ทั้งนี้ จากการจัดฝึกอบรมได้มีหน่วยงานและองค์กร ทั้งภาครัฐและเอกชน ได้เห็นความสำคัญและสนับสนุนส่งบุคลากรเข้าฝึกอบรม และเข้าร่วมกิจกรรมจำนวนมาก ดังนั้น สกมช. ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการมีส่วนร่วม จึงได้จัดงานมอบโล่เชิดชูเกียรติคุณเชิดชูเกียรติแก่องค์กรดีเลิศ และองค์กรดีเด่นด้านทางด้านการพัฒนาบุคคลากรด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ โดยมีรายชื่อหน่วยงาน ดังนี้

               องค์กรดีเลิศด้านด้านทางด้านการพัฒนาบุคลากรด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ จำนวน 7 หน่วยงาน ได้แก่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ธนาคารแห่งประเทศไทย บริษัท ทรู ดิจิทัล กรุ๊ป จำกัดการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข

               องค์กรดีเด่นด้านด้านทางด้านการพัฒนาบุคลากรด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ จำนวน 23 หน่วยงาน ได้แก่ สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม กรมสรรพากร ธนาคารอาคารสงเคราะห์ บริษัท ทริปเปิลที บรอดแบนด์ จำกัด (มหาชน) บริษัท ขนส่ง จำกัด การไฟฟ้านครหลวง โรงพยาบาลศิริราช บริษัท โปรเฟสชั่นนัล คอมพิวเตอร์ จำกัด สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กรมเจ้าท่า บริษัท พีทีที ดิจิตอล โซลูชั่น จำกัด สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม สำนักงานสถิติแห่งชาติ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี สำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม สำนักข่าวกรองแห่งชาติ กรมศุลกากร ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) สำนักงานปลัดกระทรวงคมนาคม สำนักงานปลัดกระทรวงพลังงาน กรมควบคุมโรค

               ในงานพิธีมอบโล่ได้รับเกียรติจาก คุณทศพล เพ็งส้ม ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรีปฏิบัติหน้าที่ประจำกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ให้เกียรติเป็นประธานมอบโล่เชิดชูเกียรติ และหลังงานรับมอบโล่ คุณทศพล เพ็งส้ม ได้กล่าวแสดงความชื่นชมและขอบคุณผู้บริหารหน่วยงานโครงสร้างพื้นฐานสำคัญทางสารสนเทศ (CII) และหน่วยงานอื่น ๆ ทั้งภาครัฐ และเอกชน ที่ให้การสนับสนุนและส่งเสริมบุคลากรด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ในการเข้าร่วมรับการฝึกอบรมหลักสูตรด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ทั้งในระดับพื้นฐาน เชี่ยวชาญ และผู้บริหาร รวมถึงกิจกรรมเสริมสร้างความรู้ และเครือข่ายด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ของโครงการนี้ ซึ่งเป็นหนึ่งในภารกิจ และความจำเป็นหลักของหน่วยงาน ในการพัฒนาไปหน่วยงานสู่ยุคดิจิทัล รวมถึงการขับเคลื่อนภาพรวมของประเทศไทย ไปสู่ยุคไทยแลนด์ 4.0 ตามนโยบายของรัฐบาล โดยมีหน่วยงานต้นแบบจำนวน 30 หน่วยงานที่ได้สนับสนุนให้บุคลากรเข้าร่วมในโครงการพัฒนาบุคลากรด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ของ สกมช. เพื่อพัฒนาความรู้ความเข้าใจในบริบทของโลกยุคดิจิทัล และความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจากภัยคุกคามด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์

7
Tellscore จัดงานประกาศรางวัลแห่งปี “Thailand Influencer Awards 2022”
หนุนอินฟลูเอนเซอร์ไทยและเอเชียแปซิฟิก พร้อมสร้างมาตรฐานคอนเทนต์ที่ดี


              30 กันยายน 2565, กรุงเทพฯ – บริษัท เทลสกอร์ จำกัด (Tellscore) หนึ่งในผู้นำด้าน Influencer Marketing ที่ให้บริการสร้างแคมเปญออนไลน์ผ่านแพลตฟอร์มอินฟลูเอนเซอร์เมเนจเมนท์ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยแบบครบวงจร จัดงานประกาศรางวัลอินฟลูเอนเซอร์แห่งปี “Thailand Influencer Awards 2022” ณ TRUE ICON HALL ชั้น7 ศูนย์การค้าไอคอนสยาม เพื่อเฟ้นหาคนคุณภาพ และมอบรางวัลให้กับผู้ทรงอิทธิพลทางความคิดที่ทำผลงานยอดเยี่ยมในช่องทางดิจิทัล โดยในปีนี้ได้นำเสนอมุมมองการสร้างสรรค์ผลงานภายใต้แนวคิด “F O R W A R D” Looking Forward >> Thinking Forward >> Moving Forward เดินไปข้างหน้าอย่างไร้ขีดจำกัด เรียนรู้จากการเปลี่ยนแปลงแบบ Fast Forward เพื่อมุ่งผลักดันและสนับสนุนให้กลุ่มอินฟลูเอนเซอร์มีกำลังใจในการพัฒนาทักษะการสร้างสรรค์ผลงานที่มีคุณภาพอย่างต่อเนื่อง อันนำไปสู่การสร้างสังคมอินฟลูเอนเซอร์ที่แบ่งปัน พร้อมเป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่อินฟลูเอนเซอร์และนักการตลาดท่านอื่นๆ


              สุวิตา จรัญวงศ์ ผู้ก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการ บริษัท เทลสกอร์ จำกัด​ กล่าวว่า “อินฟลูเอนเซอร์ถือเป็นศาสตร์ใหม่ที่เข้ามามีอิทธิพลมากในวงการสื่อสาร เราในฐานะผู้จัดงานฯ และผู้นำด้านแพลตฟอร์ม อินฟลูเอนเซอร์ในประเทศไทย จึงจัดเวทีมอบรางวัลนี้ขึ้นมาเพื่อกำหนดมาตรฐานของอินฟลูเอนเซอร์ให้มีความชัดเจน สร้างความเข้าใจ และการรับรู้เกี่ยวกับอินฟลูเอนเซอร์แก่บุคคลภายนอก โดยปีนี้เทลสกอร์ได้เชิญเหล่ากูรูจากหลากหลายวงการ อาทิ การสื่อสาร การตลาดดิจิทัล โฆษณา รวมถึงตัวแทนจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชนชั้นนำระดับประเทศ รวมทั้งสิ้น 18 ท่าน เข้าร่วมเป็นคณะกรรมการตัดสินเพื่อเฟ้นหาผู้ที่เหมาะสมที่สุดในแต่ละสาขารางวัล โดยทุกท่านยังให้เกียรติมอบรางวัลกับอินฟลูเอนเซอร์ด้วยตัวเองอีกด้วย”


              ภายในงานมีไฮไลต์ที่น่าสนใจมากมาย ไม่ว่าจะเป็น การเสวนาในหัวข้อ How is NFT Shaping the Content Creator Economy ที่พาทุกท่านไปค้นหาความสัมพันธ์ระหว่างเทคโนโลยี Block Chain, Digital Asset, NFT, Metaverse และ Web 3.0 ที่มีต่ออินฟลูเอนเซอร์ ครีเอเตอร์ และศิลปินผู้สร้างสรรค์ผลงานศิลปะในทุกรูปแบบ รวมถึงเสวนาในหัวข้อ The Shaping of Asia Pacific Influencer Economy ที่เจาะลึกการตลาดอินฟลูเอนเซอร์ในระดับเอเชียแปซิฟิก ตั้งแต่สถานการณ์และความแตกต่างความเหมือนของตลาด ไปจนถึงการสร้างสรรค์คอนเทนต์อินฟลูเอนเซอร์ในแต่ละประเทศเพื่อได้แนวคิดใหม่ๆ มาประยุกต์ใช้ในประเทศหรือตลาดตนเอง โดย 6 แขกรับเชิญผู้ทรงคุณวุฒิผู้เป็น Market Lead ด้าน Influencer Marketing จาก 5 ประเทศเอเชียแปซิฟิก ได้แก่ ไทย ออสเตรเลีย มาเลเซีย อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์




              สำหรับงาน Thailand Influencer Awards 2022 ได้จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 ซึ่งเป็นการรวมตัวครั้งสำคัญของสุดยอดอินฟลูเอนเซอร์ และสร้างคอมมูนิตี้ให้เหล่าอินฟลูเอนเซอร์ในหลากหลายสาขาความถนัด โดยได้มอบรางวัลอินฟลูเอนเซอร์ยอดเยี่ยมเพื่อเป็นการสนับสนุนและให้กำลังใจอินฟลูเอนเซอร์ จำนวน 20 รางวัล รวมถึงรางวัลสำหรับเอเจนซี่และแบรนด์ที่ทำผลงานแคมเปญอินฟลูเอนเซอร์ยอดเยี่ยม จำนวน 15 สาขา นอกจากนี้ ในปีนี้ยังเป็นครั้งแรกที่ได้เพิ่มสาขารางวัลอินฟลูเอนเซอร์ยอดเยี่ยมเพิ่มเติม 4 สาขารางวัล เพื่อเป็นการสะท้อนรูปแบบการสร้างสรรค์คอนเทนต์ของอินฟลูเอนเซอร์ รวมถึงความคาดหวังและ การบริโภคสื่อของผู้ติดตามที่เปลี่ยนแปลงไปในทุกๆ ปี ได้แก่ รางวัล Best Virtual Influencer, Best NFT Artist, Best Kids Influencer และ Best Regional Influencer โดยได้รับเกียรติจากกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ 18 ท่าน ร่วมมอบรางวัลให้กับเหล่าผู้ที่สร้างผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม นอกจากนี้ยังมีการแสดงพิเศษจากวงฮิปฮอปอย่าง Flow Dojo  และเซอร์ไพรส์สำหรับงานนี้โดยเฉพาะจากครีเอเตอร์มากความสามารถ​ หนูหรี่ – ธวัชชัย เพชรสุขที่มาร่วมสร้างสีสันและความสนุกสนานในงานครั้งนี้ด้วย




              สำหรับภาพบรรยากาศและผลการประกาศรางวัล Thailand Influencer Awards 2022 สามารถดูเพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/tellscore หรือทางเว็บไซต์ www.thailandinfluencerawards.com และหากสนใจเกี่ยวกับการให้บริการสร้างแคมเปญออนไลน์ สามารถดูเพิ่มเติมได้ที่ www.tellscore.com








###

เกี่ยวกับ เทลสกอร์ (Tellscore)

เทลสกอร์ก่อตั้งปี 2016 เป็นผู้ให้บริการด้าน influencer marketing & digital media buying ครบวงจร และแพลตฟอร์ม Influencer Hiring Automation ภายใต้ชื่อ Tellscore.com มีสำนักงานใหญ่ในประเทศไทย และสาขาในประเทศอินโดนิเซียและโคลอมเบีย ปัจจุบันเฉพาะในประเทศไทย เทลสกอร์มีอินฟลูเอนเซอร์ลงทะเบียนกว่า 85,000 คนจากทั่วประเทศ ให้บริการลูกค้าระดับแนวหน้าทั้งแบรนด์และเอเจนซี่ และมีบริการพิเศษในกลุ่มลูกค้า SMEs - Tellscore เชื่อในพลังของ Influencer และตั้งมั่นในการมีส่วนร่วมสร้างให้สังคมโซเชียลมีเดียให้เป็นพื้นที่ปลอดภัยและสร้างสรรค์ผ่านโครงการเพื่อสังคมภายใต้นโยบาย Influencer for Change ได้แก่โครงการ Help You, Help Me ที่สนับสนุนหน่วยงานเพื่อสังคมจำนวนหนึ่งเป็นประจำทุกปี​ เปิดโอกาสให้เหล่าอินฟลูเอนเซอร์โปรโมตและสร้างการมีส่วนร่วมจากประชาชนเพื่อผลักดันกิจกรรมของหน่วยงานเพื่อสังคมต่างๆ อย่างเป็นรูปธรรม

8
เทรนด์ใหม่หรือแค่แฟชั่น-ผู้ค้าปลีกจะใช้ประโยชน์จากการเติบโตอย่างรวดเร็วของ Quick Commerce ได้อย่างไร


เขียนโดย: Kristie Davison, VP Sales, Asia-Pacific บริษัท RELEX Solutions

ท่ามกลางการเติบโตอย่างรวดเร็วของอีคอมเมิร์ซในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รูปแบบธุรกิจแบบสั่งซื้อสินค้าและจัดส่งทันใจ (Quick Commerce) ได้กลายเป็นเทรนด์ตลาดที่ร้อนแรงล่าสุด แต่คำถามตามมาคือ ผู้ค้าปลีกได้ให้ความใส่ใจในธุรกิจรูปแบบใหม่ที่กำลังได้รับความสนใจอย่างมากนี้ เพียงพอแล้วหรือยัง

ความนิยมในการจัดส่งสินค้าในรูปแบบ Quick Commerce เป็นที่รู้จักกันดี จากการให้คำมั่นว่าจะจัดส่งสินค้าอย่างรวดเร็วเป็นพิเศษ ภายในระยะเวลาไม่เกิน 10-20 นาที เริ่มเข้ามาเป็นที่นิยม ในช่วงที่ตลาดค้าปลีกออนไลน์ของภูมิภาค ได้รับแรงผลักดันจากการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัล
 
Quick Commerce มีความแตกต่างจากการขายของทั่วไปในรูปแบบเดิมๆ ที่ต้องจัดการผลิตภัณฑ์หลากหลายประเภท เนื่องจาก Quick Commerce ใช้หน่วยในการจัดเก็บสินค้า (SKU) จำนวนไม่มาก ประมาณ 1,000-4,000 หน่วย การซื้อสินค้าทันใจแบบออนดีมานด์ ลักษณะนี้จะเป็นการซื้อแบบตระกร้าขนาดเล็ก และการซื้อขายมักขึ้นอยู่กับราคาขายแบบพรีเมียม รวมไปถึงค่าบริการ และค่าจัดส่งสินค้า

ความสามารถในการทำกำไรของแบบรูปแบบธุรกิจนี้ ขึ้นอยู่กับปริมาณการสั่งซื้อ และความหนาแน่นของลูกค้าภายในพื้นที่ให้บริการ อย่างไรก็ตาม ยิ่งไปกว่านั้นการแข่งขันที่เข้มข้นขึ้นทำให้อัตรากำไรลดลง ในขณะที่ปัจจัยทางเศรษฐกิจอื่นๆเช่นอัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้น และภาวะเศรษฐกิจถดถอย ทั้งหมดนี้อาจทำให้ผู้บริโภคหมดความสนใจลงอย่างรวดเร็ว

นอกจากนี้ยังมีปัญหาอื่นๆ ที่ผู้ดำเนินธุรกิจจะต้องเอาชนะให้ได้อีก เช่น การดำเนินงานด้านขนส่งระบบโลจิสติกส์ด้วยตนเองและขาดประสิทธิภาพ การพึ่งพาเงินสดของผู้บริโภครวมไปถึงการขาดความไว้วางใจจากผู้บริโภค ที่อาจเกิดขึ้นได้


การเติบโตอันน่าทึ่งของอีคอมเมิร์ซ

จากข้อมูลของบริษัทวิจัย Forrester อีคอมเมิร์ซในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มียอดขายกว่า 5 หมื่นล้านดอลลาร์ในปี 2563 และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 1.43 แสนล้านดอลลาร์ในปี 2568 โดยในปี 2563 ของชำเป็นกลุ่มสินค้าสำหรับการชอปปิ้งที่เติบโตรวดเร็วที่สุดด้วยอัตราการเติบโต 97% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา

แม้ว่าผู้ค้าปลีกที่มีหน้าร้านจริงหรือแม้แต่ผู้ดำเนินธุรกิจอีคอมเมิร์ซจะใช้กลยุทธ์ Omnichannel เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้น แต่ก็ยังมีความท้าทายอีกมากมายที่ผู้ค้าปลีกต้องเอาชนะเพื่อยืนหยัดในสมรภูมิอีคอมเมิร์ซ ซึ่งอัตราการเข้าถึง (penetration rate) สำหรับสินค้าประเภทของชำในตลาดออนไลน์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังอยู่ในระดับเพียง 2% เท่านั้น
 
แต่ความท้าทายก็มาพร้อมโอกาสเมื่อบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำมากมายรุก ต่างพากันบุกตลาดทั่วทั้งภูมิภาค เช่น Foodpanda, Grab และ Tokopedia การเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของบริการแบบ Quick Commerce ได้ผลักดันให้ผู้ค้าปลีกแบบดั้งเดิมและแบบดิจิทัล ต้องหันมาศึกษาการผสานรวมช่องทางออนไลน์และออฟไลน์เพื่อเสริมสถานะของตนในตลาด

กุญแจสู่ความสำเร็จประการหนึ่งคือการจัดการห่วงโซ่อุปทานที่มีประสิทธิภาพซึ่งจะช่วยให้ธุรกิจสามารถบรรลุผลกำไรและครองตลาด นวัตกรรมในเทคโนโลยีและ คือระบบหรือแอปพลิเคชันที่สนับสนุน มีความสามารถคาดการณ์ความต้องการสินค้า ระบบการวางแผนสินค้าคงคลัง และระบบความพร้อมของศูนย์กระจายสินค้า ที่มีไว้สำหรับการชอปปิ้งออนไลน์โดยเฉพาะ (dark store) ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญอีกประการหนึ่งในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมค้าปลีกให้ก้าวไปข้างหน้า


จะปรับขนาดได้อย่างไร

ความสามารถในการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานให้สูงสุดมีความสำคัญต่อการปรับขนาดธุรกิจ ผู้ค้าปลีก ไม่เพียงต้องรับประกันความพร้อมของผลิตภัณฑ์สำหรับทั้งช่องทางหน้าร้านและช่องทางออนไลน์แต่ยังต้องรับมือกับความท้าทายต่างๆ เช่นการจัดการรับคืนสินค้า สำหรับสินค้าที่ไม่ใช่ของชำ และปรับอัตราส่วนสินค้าพร้อมจำหน่ายต่อของเน่าเสียสำหรับของสด

ทุกวันนี้นวัตกรรมทางเทคโนโลยีได้กลายเป็นองค์ประกอบสำคัญของกลยุทธ์ที่ประสบความสำเร็จในการครองตลาด นวัตกรรมต่างๆ ตั้งแต่ระบบซอฟต์แวร์การจัดการสินค้าคงคลังไปจนถึงหุ่นยนต์สำหรับหยิบสินค้าแบบอัตโนมัติล้วนมีความสำคัญอย่างยิ่ง ในการทำความเข้าใจในความต้องการของผู้บริโภค ตลอดจนการเพิ่มประสิทธิภาพและการทำกำไรสูงสุดจากศูนย์กระจายสินค้า และคลังสินค้า

เมื่อมีผู้เข้าร่วมรายใหม่ในสมรภูมิอีคอมเมิร์ซมากขึ้น คาดว่า อุตสาหกรรมนี้จะมีการแข่งขันที่ดุเดือดยิ่งขึ้น เมื่อการรวมกลุ่มของผู้เล่นรายย่อยเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ บริษัทต่างๆจึงต้องมีแผนธุรกิจที่แข็งแกร่งและยั่งยืน และในขณะเดียวกันก็ต้องปรับปรุงความสามารถในการวางแผนที่วัดผลได้ด้วยเทคโนโลยีที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล

ตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีศักยภาพที่ไร้ขอบเขต จากรายงาน e-Conomy ของ Google และ Bain ประมาณการณ์ว่าภายในปี 2573 เศรษฐกิจอีคอมเมิร์ซจะมีมูลค่าสินค้ารวมสูงถึง 1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ

และแน่นอนว่าธุรกิจ Quick Commerce ก็เป็นส่วนหนึ่งของเทรนด์ดังกล่าว ถ้าดำเนินการได้อย่างถูกต้อง


###

ข้อมูลเกี่ยวกับรีเล็กซ์ โซลูชัน

รีเล็กซ์ โซลูชันส์ ช่วยให้ผู้ค้าปลีกและแบรนด์สินค้าอุปโภคบริโภคสามารถเดินหน้าสร้างผลกำไรผ่านช่องทางการจำหน่ายและการกระจายสินค้าทั้งหมด โดยการเพิ่มความพึงพอใจของลูกค้าให้สูงสุดและลดต้นทุนดำเนินงานให้ต่ำสุด แพลตฟอร์มการวางแผนด้านซัพพลายเชนและระบบค้าปลีกแบบรวมศูนย์ชั้นนำของเราช่วยให้ผู้ค้าปลีกและบริษัทผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคสามารถปรับเปลี่ยนและปรับปรุงห่วงโซ่คุณค่าหรือแวลูเชนได้ตลอดทั้งกระบวนการ ตั้งแต่เรื่องความต้องการ การจัดซื้อ ซัพพลายเชน และการวางแผนดำเนินงาน เราช่วยให้มีสินค้าพร้อมจำหน่าย เพิ่มยอดขาย ยกระดับความยั่งยืน และให้ผลตอบแทนต่อการลงทุนที่ดีที่สุด ทั้งในด้านสินค้าคงคลัง พื้นที่ว่าง แรงงาน และความจุ ทั้งนี้รีเล็กซ์ได้รับความไว้วางใจจากแบรนด์ชั้นนำมากมาย อาทิ Dollar Tree และ Family Dollar, Stokke, Rite Aid, Sprouts Farmers Market, AutoZone และ PetSmart โดยได้ช่วยปรับปรุงการวางแผนด้านซัพพลายเชนและระบบค้าปลีกให้ดียิ่งขึ้น

โปรดดูข้อมูลเพิ่มเติมที่www.relexsolutions.com

9
สุนารี เข้าวัยทอง ห่างเซ็กส์นาน 3 ปี
อนุญาตสามี วาวเตอร์ ซื้อกินได้


นักร้องสาวมากความสามารถ สุนารี ราชสีมา ควงสามีหนุ่ม วาวเตอร์ เปิดใจชีวิตรัก 9 ปี ไม่หวานเหมือนเดิมแล้ว ถึงขั้นต้องแยกห้องนอนกันแล้ว หรือว่ามีปัญหาเรื่องบนเตียง ถึงขั้นพี่สุบอกให้วาวเตอร์ซื้อกินได้ หรือว่าถ้าเจอคนที่ใช่กว่านี้ให้ไปได้เลย แม่อนุญาต พร้อมย้อนเล่าความฝันแปลกที่ทำให้ถูกลอตเตอรี่รางวัล2 กว่า 1,400,000 บาท ผ่านทาง รายการ คุยแซ่บshow ทางช่อง วัน31 ที่มี เบนซ์ พรชิตา และอาจารย์เป็นหนึ่ง เป็นพิธีกรดำเนินรายการ

แต่งงานกันมา 9 ปีแล้ว ความรักต่างคนต่างยุ่ง ตอนนี้ความรักยังเหมือนเดิมมั้ย ?
สุนารี : ยังรักกันเหมือนเดิม แต่ว่าอะไรหลายๆอย่างอาจจะไม่เหมือนเดิม เพราะเวลาทำงานมากขึ้น เวลามันกันสวนทางกัน พอพี่กลับบ้านเค้านอนแล้ว หรือเค้าไปทำงานพี่เพิ่งจะตื่น

แล้วพี่สุเคยคิดจะปรับมั้ย ?
สุนารี : ก็ต้องกาเวลาที่ตรงกัน เพราะตอนนี้วาวเตอร์เรียนฝึกสุนัขด้วย ตอนนี้เค้าไม่ได้นอนอยู่ที่บ้านนะ เค้าจะกลับบ้านมาอาทิตย์ละ 1 ครั้ง เค้าต้องไปนอนอพาร์ทเม้นท์ใกล้โรงเรียนของเค้า เพราะวาวเตอร์เค้าอยู่กับพี่เค้าไม่ได้ทำงานตลอดเวาลานะ เค้าเป็นหลังบ้านให้เรา ดูแลน้องหมาที่พิการให้เรา

9 ปี ความรักอาจจะเริ่มเปลี่ยนแปลงไปบ้าง แต่ที่เปลี่ยนแปลงจนน่าตกใจคือแยกห้องนอนกันแล้ว ?
สุนารี : มีอยู่ช่วงนึงแยกจริงๆ เพราะเป็นช่วงที่เราเป็นวัยทอง กลัวผัวไปหมด แล้วก็เหม็นผัว เหมือนตอนเราแพ้ท้องจะมีอาการแบบนั้น เค้าแตะต้องตัวนิดนึงก็กลัว ช่วงแรกๆไม่รู้จะบอกเค้ายังไง แต่กลัวแฟนจะเครียด ก็เลยตัดสินใจบอกวาวเตอร์ชั้นหมดประจำเดือนนะ จากวันนั้นเค้าก็เข้าใจแล้วก็พยายามที่จะพาไปหาหมอ ดูแลให้เราดีขึ้นได้ เพราะหมดเมนส์ร่างกายมันเปลี่ยนแปลง เชื่อมั้ยว่า 3 ปี

ซักพักนึงของพี่คือ 3 ปี ?
สุนารี : จริงๆแล้วแยกห้องไม่ถึง 3 ปีหรอก ก็มีบางวันที่นอนด้วยกันบ้าง แต่เรื่องที่ไม่ตกถึงท้องคือ 3 ปีนะคะ วาวเตอร์น่าสงสารมาก พี่สงสารผัวพี่มาก

วาวเตอร์ 3 ปี รู้สึกอย่างไรบ้าง ?
วาวเตอร์ : ก็โอเคนะ ผมเข้าใจเค้านะ

เวลาวาวเตอร์หิวทำยังไง ?
วาวเตอร์ : วาวเตอร์ก็ไปอาบน้ำ เย็นๆ ให้มันเย็นลง

แต่พี่สุเป็นเยอะถึงขั้นไปปรึกษาเพื่อนๆ มีพี่ตั๊ก พี่ฮาย ในกลุ่ม ไปปรึกษาเค้าว่ายังไง ?
สุนารี : ฮายมันก็แค่ให้กำลังใจเพราะตัวมันเองก็ยังหาไม่ได้เลย ส่วนตั๊กผัวเค้าไม่เคยเบาเลยนะ คือพอเป็นวัยทองทุกอย่างมันแห้งนะ มันไม่สามารถทำอะไรได้ มันเหมือนปิดตึก ตั๊กก็บอกว่าตึกตรงนั้นมันใช้ไม่ได้ก็ใช้อย่างอื่นซิ แต้วลานั้นมันแตะตัวก็ไม่ได้ จับอะไรก็ไม่ได้เลยซักอย่าง  ใครเป็นถึงจะรู้ ถ้าไม่เป็นจะไม่รู้เลย ผัวเมียต้องคุยกันนะ อย่าเพิ่งคิดไปถึงเหตุผลอื่น บางคนเห็นภรรยาเป็นแบบนี้คิดว่าจะมีคนอื่นหรือเปล่า อย่าเพิ่งไปมองแบบนั้น ถามและคุยกันดีกว่าว่ามันเกิดอะไรขึ้น อย่างเราเราจะไม่กล้าพูด แต่พอพูดแล้วเหมือนยกภูเขาออกจากอกเลย ทีนี้มีอะไรเราจะกล้าคุยกับผัวเรา คนที่น่าสงสารไม่ใช่เราแต่เป็นเค้า เพราะเค้าต้องทนเพื่อเรา

แล้วที่พี่สุอนุญาตให้ไปซื้อกินได้ อันนี้เป็นปัญหามั้ย  ?
สุนารี : คือพี่มองว่าในเมื่อเราให้ความสุขเค้าไม่ได้ เค้าเป็นวัยเจริญพันธ์ เราเข้าใจว่าผู้ชายเค้ามีความต้องการ มันไม่เสียหายมั้งถ้าเราจะอนุญาตให้สามีเราไปซื้อกิน เราปรึกษาลูกชายเราเลยนะว่าเคยไปเที่ยวกันมั้ย เค้าบอกว่าเคยครับถ้าวันหลังจะไปให้ชวนวาวเตอร์ไปด้วยอยากให้เค้าไปปลดปล่อยบ้าง

ทำไมถึงไม่ไป ?
วาวเตอร์ : รู้สึกไม่ดี ไม่ใช่สไตล์ผม

พี่สุเคยแอบคิดมั้ยว่าถ้าเค้าไปขึ้นมาเค้าอาจจะกระเจิงไปเลย ?
สุนารี : ถ้าเราตัดสินใจให้เค้าไปแบบนั้นได้ แล้วเค้าชอบแบบนั้น ก็คิดว่าอะไรจะเกิดก็ต้องเกิดมันรั้งอะไรไม่ได้ ถ้าเค้าจะอยู่เค้าก็อยู่ ให้เค้าไปเค้าก็ไม่ไป เราเปิดที่สุดแล้วเพราะอยากให้เค้ามีความสุข ถามว่าวันหนึ่งเค้าไปเสียใจมั้ยเสียใจนะ เพราะว่าเรารัก แต่เราจะยินดีมากถ้าเค้าเจอคนที่ดีให้เค้ามีความสุข











ที่พี่สุพูดมาว่าถ้าเค้าไปเจอคนที่ดีกว่าแสดงว่าตอนนี้พี่สุเปิดโอกาสให้วาวเตอร์คุยกับใครก็ได้หรอ ?
สุนารี : จริงๆก็ไม่ได้ว่าแล้วก็ไม่ได้ยุ่งอะไรกับเค้าด้วย มีแค่ตอนที่เปิดตัววาวเตอร์ตอนแรกๆเลย จะมีผู้หญิงมาแชทหาตอนนั้นเค้าก็ใหม่มากกับเมืองไทย เค้าก็ถามว่าเค้าถามมาอย่างนี้ต้องตอบยังไง ก็เลยบอกว่าก็คุยให้มันสุภาพก็แล้วกัน ทีนี้พอผู้หญิงมันรุกมากๆ ต้องทำยังไง ก็ถามเค้าว่าอยากคุยต่อมั้ย ถ้าไม่อยากคุยต่อก็บอกว่าเมียฉันไม่แฮปปี้ เค้าก็จัดการของเค้าเอง

แสดงว่าพี่สุรักและเอ็นดูเค้า ?
สุนารี : คือรักเค้ารักอยู่แล้ว เข้าใจเค้ามากที่สุด เราพยายามอยู่ยังไงให้มีความสุขที่สุดมากกว่า เข้าใจชีวิตว่า ที่ผ่านมาเราโหยหาความรัก เราอยากมีชีวิตคู่นู้นนี่นั้น เราคาดหวังทุกอย่างเลย แต่พอมันไม่ได้เป็นอย่างที่เราหวังเรารู้สึกเฟล อย่างที่บอกตั้งแต่แรก รู้จักวาวเตอร์ไม่ได้คาดหวังเลย แต่กลายเป็นว่าสิ่งที่เราไม่คาดหวังดูสิอยู่กันมา 9 ปี ตอนนี้มันมากกว่าสามี ภรรยา มันเป็นเพื่อน เราก็บางทีเผลอพูดกับเขาลูกอยู่เรื่อยเลย เหมือนเราก็เป็นแม่เขาด้วย เป็นเพื่อนเป็นพี่

วาวเตอร์ได้ยินพี่สุพูดรู้สึกยังไงบ้าง?
วาวเตอร์ : ไอไม่อยากไปข้างนอก อยากอยู่ด้วยกัน

บางครั้งวาวเตอร์เองก็อยากทำการบ้านบ้าง พี่สุจะเริ่มกลับมาทำการบ้านได้เมื่อไหร่?
สุนารี : หลังๆ ได้บ้างแล้ว แต่มันอาจจะไม่เต็มสตีมเท่าไหร่นะ มันเหมือนเริ่มใหม่จริงๆ  ทุกอย่างคือใจ เหมือนเริ่มใหม่แต่เราก็หันมาดูแลตัวเอง อะไรที่มันนั้นก็หามากินเอา เริ่มมีความสุขกันได้บ้าง

แล้วซู่ซ่าไหม?
สุนารี : แน่นอนค่ะ 3 ปีไม่ได้ตกถึงท้องกันและกันเลยนะ พอมันเริ่มใหม่มัน แหม่...

ไม่ใช่ว่าพี่สุจะไม่อยากทำการบ้านนะ แต่แค่ใจมันไม่พร้อม?
สุนารี : มันเรื่องธรรมชาติของร่างกาย ฮอร์โมนมันเปลี่ยน ทุกอย่างมันเปลี่ยน ความรู้สึกมันเปลี่ยน ทำให้เราดูแลตัวเอง หลายๆ อย่างมันกลับคืน แต่มันยังไม่ 100% คือด้วยวัย เสริมยังไงมันก็สู้ธรรมชาติไม่ได้

วาวเตอร์แซ่บไหม?
วาวเตอร์ : แซ่บ ถ้า 1-10 ผมคือ 11

เดี๋ยวนี้พี่ยิ้มหวานมาก เจอเมื่อ 3 ปีก่อนไม่ยิ้มเลย?
สุนารี : เครียดค่ะ คิดหลายอย่าง งานก็ต้องทำ ไหนจะคิดเรื่องนี้อีก กังวลหลายอย่าง มันจิปาถะ มันดูเครียดไปหมด

ที่พร้อมกลับมาทำการบ้าน เพราะตัวเองสวยแล้ว?
สุนารี : ไปยกหน้ามา มั่นใจขึ้นมันก็เกี่ยวด้วย เรื่องของใจมันก็สำคัญส่วนนึงที่เราต้องดูแล

ยกหน้าตัดสินใจ 3 วัน?
สุนารี : ชีวิตทำจมูกอย่างเดียว 40 ปีที่แล้ว หลังจากนั้นก็ไม่ได้ทำเลย คิดว่าตัวเองจะอยู่กับธรรมชาติแบบนี้จนลาไปจากวงการ วันนึงสงสารช่างแต่งหน้า แปะกาวดึงหน้า แล้วเวลาที่เราขับรถตาตกลงมาน้ำตาไหลตลอด มันกระทบการใช้ชีวิตปรัจำวัน แต่ก็ไม่เคยแพลนว่าจะทำ ช่วงสงกรานต์หยุด 7 วัน ก็ทำเลย

ทำแล้วโหงวเฮ้งดี?
สุนารี : จริงนะ ตั้งแต่ทำมาเงินเข้าตลอด วาวเตอร์ก็แพลนตะไปทำจมูก เอาลง เพราะมันใหญ่เกินไป

ถูกลอตตารี่ 1.4 ล้าน?
สุนารี : ฝันว่าหิวเนื้อเข้าบ้าน ซื้อบ้านเลขที่ ซื้ไป 830 ใบ ตอนแรกคิดว่าไม่ถูก เพราะพอลอตตารี่ออกแล้สเย็นๆเค้าจะส่งข้อความเข้ามา ก็ทำงานต่อ เช้ามามีเงินโอนเข้ามา เราตกใจว่าเงินอะไรเลยกดเข้าไปดูในแอพ เราดีใจมาก


ติดตามชมรายการคุยแซ่บShow ทุกวันจันทร์-วันศุกร์  เวลา‪13.15-14.15‬ น. ทางช่อง one31 Facebook Page : คุยแซ่บShow รับชมย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama

คลิปสัมภาษณ์ สุนารี-วาวเตอร์
https://youtu.be/ZpUTnDnlcsE

<a href="http://www.youtube.com/watch?v=ZpUTnDnlcsE" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=ZpUTnDnlcsE</a>








10
เกรซ กาญจน์เกล้า ลั่นยังไงก็ยังไม่แต่งงาน!
ขอลุยงาน และดูแลครอบครัวของตัวเองให้ดีก่อน




นักแสดงสาว เกรซ กาญจน์เกล้า ที่ตอนนี้เจ้าตัวงดรับงานละครไปก่อน หันมาเอาดีทางด้านการเป็นนักร้อง  และยังเล่าถึงความรักกับไฮโซนิค ที่คบหากันมาถึง 4 ปีแล้ว พร้อมความชอบที่ต่างกันสุดขั้วแต่ลงตัวกันได้ คบกันมานานขนาดนี้แล้วแต่งหรือไม่แต่ง? ทุกประเด็นในรายการคุยแซ่บ SHOW ออกอากาศทางช่องวัน 31 ที่มี บูมสุภาพร และเป๊กกี้ ศรีธัญญา เป็นพิธีกรดำเนินรายการ

ลัคกี้อินเกม ลัคกี้อินเลิฟ?
เกรซ : ไม่ถึงขนาดนั้นหรอก

คบกันมากี่ปีแล้ว?
เกรซ : ประมาณ 4 ปีค่ะ ก็เปิดเผยนะคะ เพียงแต่ว่าไม่ได้ลงรูปด้วยกัน ไปไหนมากันปรกติ ที่บ้านรับรู้ แต่ไม่ได้หวือหวาจะมาในโอกาสพิเศษเท่านั้น เพราะเค้าเป็นคนไม่ชอบถ่ายรูป

แต่ไม่ไปเที่ยวทะเลด้วยกัน?
เกรซ : ใช่ค่ะ เค้าไม่ชอบทะเล แล้วชีวิตเราคือทะเล ในต่างกันค่ะ เคยไปด้วยกันครั้งนึงแล้วมันไม่เวิร์คก็เลยไม่ไปไปกับเพื่อนแทน ก็ให้เค้าไปเที่ยวต่างประเทศเค้าจะเป็นสายสกี ชอบหนาวๆ เราชอบร้อนๆดำน้ำ ความชอบก็แตกต่างกันเราเห็นเค้าว่าเค้ามีความพยายามจะไปด้วยแต่เค้าเป็นคนขี้ร้อน แล้วเหงื่อออกเยอะมาก เรารู้สึกว่าเค้าไม่สบายตัว ถ้าคนไม่ได้ชอบทะเลไม่ได้ชินกับอากาศร้อนๆมาก ก็จะมีอาการปวดหัว เราเลยรู้สึกว่าไม่เป็นไรไปคนเดียวก็ได้ สบายๆ

แฟนไปเที่ยวเมืองนอกทีหลายเดือน?
เกรซ : ก็ไปเป็นเดือนๆ ค่ะสกี ไปประเทศโน้นประเทศนี้ต่อ

โมเมนต์ไปเที่ยวทำกิจกรรมร่วมกัน?
เกรซ : มันก็มีค่ะ มีบ้าง แต่ด้วยความที่เราก็ทำงานหนัก เราก็ลุยงานของเราแบบสุดๆเลย โมเมนต์ก็เจอกันกินข้าวกันซัพพอร์ตกัน แค่นี้ก็พอแล้ว เราไม่ได้ต้องชอบอะไรเหมือนกัน เกรซชิลต่อให้เค้าทำอะไรเราก็ไม่รู้ เหมือนเราเหมือนกันถ้าเราทำอะไรเค้าก็ไม่รู้









ความชอบทุกอย่างแตกต่างกัน?
เกรซ : อาหารแตกต่าง  เรากินของหวานได้ในลิมิตปกติ แต่ของเค้าคือกินหวานแล้วก็หวาน เรื่องหัวเราะเสียงดังเค้าคงชินเพราะเราเป็นตัวของตัวเองตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้

เค้ายอมในหลายเรื่อง?
เกรซ : เค้าไม่ได้ยอมหรอก แต่เกรวว่ามันเเป็นยอมซึ่งกันและกัน เป็นความเข้าใจในความแตกต่างของแต่ละคน ตอนเด็กๆเราเคยที่จะเปลี่ยนแฟนเราให้มาเป็นในแบบที่เราชอบ แต่พอเราโตขึ้นเรารู้ว่ามันมีความสุขมากกว่าถ้าเราอยู่ได้ด้วยตัวเอง เกรซเป็นคนเฟรนลี่แต่สุดท้ายแล้วเกรซคิดว่าชอบอยู่ตัวคนเดียวเหมือนกัน ซึ่งเค้าก็มีตรงนี้เหมือนกันรู้สึกว่าเข้ากันได้ ต่อให้เราอยู่ด้วยกันแต่เราจะอยู่คนละมุม ไม่ได้ต้องมาอยู่ด้วยกันตลอดๆ แยกกันได้ แรกก็มีบ้าง แต่หลังๆรู้สึกว่ามันเป็นความสัมพันธ์แบบเพื่อนแล้วอุ่นใจแล้วเราไม่ต้องมานั่งหึง

บอกกับแฟนไว้ว่าให้ความสำคัญกับวันต่างๆ?
เกรซ : ใช่ค่ะ ตั้งปณิธานให้กับตัวเอง และเค้า และครอบครัวว่าเราต้องให้ความสำคัญ เราจะหยุดงานไม่ทำงาน เพื่อมาอยู่ด้วยกันใช้เวลาด้วยกัน เพราะ 1 ปี มี 1 ครั้ง

วันครบรอบ?
เกรซ : ลืมไปแล้ว 2 คนอย่างเราที่ตั้งปณิธานคือลืม ทำงานจนลืม รับงานทุกวันจนลืม เค้าก้ถามวันนี้ทำอะไร เราก็บอกทำงาน เสร็จกี่โมง 2 ทุ่ม เค้าถามกินข้าวมั้ย เราก็ไม่แน่ใจกลับกี่โมง สักพักไลน์มาถามอีก เสร็จกี่โมง ตอบไปแล้วสักพักถามอีกเสร็จกี่โมง 3 ทุ่มถามอีกเสร็จยัง เราบอกใกล้แล้วทำไมมีอะไรด่วนหรือเปล่า เค้าบอกไม่มีอะไรหรอก เค้าก็รอให้เราทำงาน เราก็โทรกลับไปหาเค้า พอกลับมาบ้านก็มีของขวัญวางอยู่แต่เจ้าตัวไม่อยู่แล้ว เค้าก็โทรมาเม้งว่าถ้าเป็นเค้าลืมเค้าตายแน่ อีกครั้งนึงเค้าเริ่มชินแล้ว

คบคนนี้นานที่สุด?
เกรซ : ใช่ค่ะ เค้าเป็นคนชิลๆ พอถึงจุดนึงความต้องการเราที่ว่าจะต้องเป๊ะๆมันหมดไปแล้ว เพราะเราโตขึ้นสามารถทำทุกอย่างเองได้ ไม่ต้องมีใครซัพพอร์ตเรา เราเข้าใจในความแตกต่างในความชอบ ในสิ่งที่โตมาแล้วไม่เหมือนกันเคยทะเลาะกันครั้งนึงเค้ารู้แล้วเราไม่ชอบอันนี้ แต่มันก็ยังเกิดเคสนี้ขึ้นอีกแปลว่าเค้าเปลี่ยนไม่ได้ ถ้าไม่ได้จริงๆเราต้องเข้สใจ เราต้องให้เกียรติเค้า นั่นเป็นสิทธิของเค้าเป็นความชอบของเค้า แต่ละคนมีความสุขที่แตกต่างกัน

แต่งงานมั้ย?
เกรซ : ยังไม่แต่ง เราเพิ่งจะนับ 1 ในวงการเพลง เรายังอยากจริงจังในการทำงานของเราอยู่ เรายังมีแพชชั่นตรงนี้อยู่เรายังรู้สึกไม่อยากรุงรังมีครอบครัวมีลูก เราต้องเจออุปสรรคอีกเยอะ ต้องพยายามอีกเยอะในเรื่องงานเพลงเลยรู้สึกว่าอยากจะลุยเต็มที่รวมถึงงานละครที่คิดถึงก็เช่นกัน อยากใช้เวลาของตัวเองให้เต็มที่ ที่สำคัญคือเกรซจะไม่มีครอบครัวและไม่ดูแลใครจนกว่าเราจะดูแลพ่อแม่ของเราให้ได้ดีที่สุด เกรซทำงานเยอะเวลาจะอยู่ดูแลเค้ามีน้อย เค้าค่อนข้างแก่มากแล้ว ก่อนที่เราจะมีครอบครัวของตัวเอง จะมีลูกของตัวเอง เราดูแลพ่อแม่ของเราดีหรือยัง เราเลยได้คำตอบตรงนี้ว่าไม่รู้จะแต่งงานไปเพื่ออะไร

คุณพ่อคุณแม่ว่าไง?
เกรซ : เค้าอยากเห้นลูกสาวเป็นฝั่งเป็นฝา เกรซว่าเค้าไม่ได้ซีเรียสแล้วแต่ความสุขของลูก ไม่บังคับไม่อะไรเลยสบายๆ คุณพ่อก็อยากเห็นบ้าง แต่สุดท้ายมันก็ขึ้นอยู่กับตัวเราขึ้นอยู่กับแฟนเรา ขึ้นอยู่กับการทำงาน แล้วก็ความพร้อมทางใจด้วย

ใครที่รอดูเกรซเล่นละคร?
เกรซ : งด 1 ปีค่ะ ตอนนี้ฟังเพลงกันได้


ติดตามชมรายการคุยแซ่บShow ทุกวันจันทร์-วันศุกร์  เวลา‪13.15-14.15‬ น. ทางช่อง one31 Facebook Page : คุยแซ่บShow รับชมย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama

คลิปสัมภาษณ์ เกรซ กาญจน์เกล้า
https://youtu.be/FrHjkiMu0rU

<a href="http://www.youtube.com/watch?v=FrHjkiMu0rU" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=FrHjkiMu0rU</a>








11
หยอง ลูกหยี เปิดเผยถึงคดีที่นี่ที่แรก! ลั่นอีกฝ่ายยืนยันไม่คุย พร้อมเจอข่าวเม้าท์วิวาห์ฟ้าแลบ เพราะฝ่ายหญิงรวย


ตลกดังหยอง ลูกหยี  เปิดตัวภรรยาใหม่ป้ายแดง นัดดา ปนัดดา สาวสายเปย์ที่ยอมทุ่มซื้อแบรนด์เนมให้เพื่อไม่ให้ใครมาดูถูกคนที่รักได้ พร้อมจะไปอยู่อเมริกาด้วยกัน แถมงานนี้ขอพรจนได้เป็นแฟนกับหยอง ลูกหยี พร้อมแต่งงานแล้วแบบสายฟ้าแล่บ? และเปิดเผยถึงคดีหมิ่นประมาทกับคู่กรณีนักร้องลูกทุ่งที่นี่ที่แรก! ทุกประเด็นในรายการคุยแซ่บSHOW ออกอากาศทางช่องวัน 31 ที่มี หนิง ปณิตา ชมพู่ ก่อนบ่าย และอาจารย์เป็นหนึ่ง เป็นพิธีกรดำเนินรายการ

มีการฟ้อร้องหมิ่น ประมาทกับคู่กรณี ศาลตัดสินแล้ว มีโทษจำคุก 6 เดือน รอลงอาญา ปรับ 10,000 บาท มีวางเงินบรรเทาความผิดอีก 10,000 บาท ที่คู่กรณีฟ้องมา?
หยอง : ก็ยินดีเข้าสู่กระบวนการทุกเรื่องราว ศาลนัดก็ไปรับทราบข้อกล่าวหา จนมาถึงกระบวนการของศาลไปวันนั้นก็ไม่มีอะไรอยากให้จบ พี่ก็บอกยื่นฟ้องวันนี้เลย ตัดสินวันนี้เลย

สภาพจิตใจ?
หยอง : ก็เหมือนเดิม พี่เป็นคนไม่ได้คิดอะไรมากอยู่แล้ว ระยะหลังยิ่งเราอยู่ตัวคนเดียวมานานมาก แต่ก็ห่วงแม่กับลูกที่เราต้องดูเทียวไปเทียวมา เราก็ยอมรับว่ามันเกิดความผิดพลาด ความผิดพลาดของเราคือการตักเตือนด้วยความสุจริตใจแต่มันแรงไป เรายอมรับ มันเสียดี หยาบคายค่อนข้างจะมี ผมคุยกับศาลยังงี้วางเงินบรรเทาความผิด แล้วก็ฟ้องผมเลย ตัดสินผมวันนี้เลย

ทางฝั่งคู่กรณีฟ้องคดีแพ่ง เรียกเงินอีก 500,000 บาท?
หยอง : ก็ยินดีครับ เรายินดีเข้าสู่กระบวนการ

ได้คุยกันบ้างมั้ย?
หยอง :ทางฝั่งโน้นยืนยันว่าไม่คุย ไม่รู้จักพี่ เค้ายืนยันมาว่าไม่คุยกับผม วงการตลกกับวงการลูกทุ่งเราต้องยอมรับว่าเป็นลำไส้เดียวกัน มีครั้งนึงที่พี่ตลกคนนึงเป็นเพื่อนกับแฟนเค้า เค้าพยายามจะโทรคุยเป็นยังไงบ้างเรื่องพี่หยอง เขาก็ไปตีข่าวเลยว่าเราไปเคลียร์กับเค้า ผมว่ารู้ตอนหลังว่าตลกคนนึงโทรไปคุย เค้าอยากเป็นคนกลาง เราก็บอกไม่ต้องไปโทรหรอก เพราะเค้ายืนยันตลอดว่าไม่คุยกับเรา พี่ตลกก็ขอโทษที่ถือวิสาสะ

การไกล่เกลี่ยจะไม่เกิดขึ้น?
หยอง : แล้วแต่เค้าครับ พี่ได้ทุกแบบ พี่รู้สึกว่าพี่เป็นผู้ใหญ่มากแล้ว ไปศาลพี่ก็ไม่มีทนาย มีน้องคนนึงคอยดูแลเดินเอกสารให้

มีหลายคนเป็นห่วง?
หยอง : ก็ต้องขอบคุณจริงๆนะครับ พี่น้องที่จริงใจทั่วประเทศ ผมได้รับทางอินบอกซ์ค่อนข้างชื่นใจ ถึงแม้คนรักเป็นร้อย คนเกลียดเป็นหมื่นก็ช่างมัน แต่ผมก็มีความสุข ถ้าใครรู้จักเราแล้วก็จะเข้าใจ

ให้กำลังใจยังไง?
นัดดา : ก็บอกว่าไม่เป็นไรทุกอย่างแก้ไขได้ อะไรจะเกิดก็ให้เกิด

เป็นพรหมลิขิตให้เจอกัน?
นัดดา : เจอกันครั้งแรกที่คาเฟ่ค่ะ ตั้งแต่อายุ 25 เห็นเค้าอยู่บนเวทีเรารู้สึกว่าหลงเสียงหัวเราะเค้า
หยอง : ตั้งแต่มีเฟสผมเห็นผู้หญิงคนนีเข้ามาไลค์ตลอด ผมสังเกตุดูเค้าอยู่อเมริกา ก็เข้าไปดูเค้าทำอะไร ตอนนั้นชีวิตเราก็อีรุงตุงนัง 4 ปีหลังมาเนี่ยพี่ไม่เหลืออะไรแล้ว ชีวิตพังครอบครัวไม่เหลือ ไปอาศัยเช้าห้องออฟฟิสเพื่อนอยู่
นัดดา : ทราบทุกเรื่องค่ะ

ถึงขั้นไปอธิษฐานขอพรให้ได้เป็นแฟนเค้า?
นัดดา : ใช่ค่ะ ตอนนั้นบินไปมาเก๋า มีไกด์บอกว่าวันนี้ดังขออะไรได้ 3 อย่าง แล้วได้จริงๆ  แล้วเราบอกว่าจะขอแค่ข้อเดียว ตอนนั้นท้าทาย

ทรัพย์สินหมด ภรรยาเยอะ ลูกเยอะ ขอพรเพื่อให้เป็นแฟนเค้า?
นัดดา : ไปจุดธูปแล้วบอกขอให้มีแฟนที่เป็นนักแสดงหรือคนมีชื่อเสียงสาขาด้านใดด้านนึงระดับประเทศ ตอนนั้นในใจไม่ได้เอ่ยชื่อเค้าไป เพราะคิดว่าเป็นไปไม่ได้ เค้ายังมีปัญหาคาราคาซังอีรุงตุงนัง เราคิดว่าจะใช่ตัวเรามั้ย เลยไปขอว่าแม่นจริงมั้ย ใช่จริงมั้ย แต่จิตใจลึกๆภาพคือเค้า ตั้งแต่วัยเด็กมีความรู้สึกว่าทำไมผู้ชายคนนี้ต้องวนเวียนอยู่ในชีวิตเราตลอดเวลา ทำไมเราต้องคิดถึงผู้ชายคนนี้ แม้ตอนไปอเมริกาต้องเอาซีดีของเค้าไปเปิดดูแก้เหงา









คือพรหมลิขิต?
นัดดา : ใช่ค่ะ คิดว่าใช่
หยอง : ถ้าถามผมดีใจมั้ย ผมดีใจมากๆ ทั้งๆที่ผมไม่ได้ใส่่ใจอะไรมากมาย ผมปฏิญาณตนจุดธูปกลางแจ้งว่าจะอยู่กับแม่ดูแลแม่ จะอยู่คนเดียวใช้ชีวิตคนเดียว ตอนนั้นผมไปทำบุญไปบูรณะพระ เค้าก็คอมเมนท์ว่าที่ไหน เราก็บอกว่าเขาค้ออากาศดีาก ถ้ามาเมืองไทยจะพาไปเที่ยว เราตอบเค้าคนเดียวตอบเสร็จไปทำงานต่อ ไม่ได้ตั้งใจหยอด ทีนี้ก็มีอินบอกซ์คุยกันไปกันมา เราก็คิดผู้หญิงหรือกะเทย แต่เรารู้ว่าผู้หญิงคนนี้ตามเรามานานมากแล้ว
นัดดา : ส่วนใหญ่คนจะมองเป็นยังงั้น เราชอบทำอะไรแปลกๆ บางวันเราก็ทาตาสีฟ้า

มีวีดีโคอล?
หยอง : ตอนหลังแล้ว
นัดดา : โทรมาวันแรกนี่กลัว หลายสายแล้วจะรับหรือไม่รับ ก็คุยทั่วไปแต่เค้ายังไม่หยอด แต่เรามีหยอดบ้าง

จีบพี่หยองก่อน?
นัดดา : ก็ไม่เชิงค่ะ เค้าเป็นตลกเค้ามีมุขเราก็ต้องหยอดไปมันถึงจะได้มิกซ์แอนแมทช์กัน

เป็นสายเปย์?
นัดดา : ให้เค้าเพราะเรารู้สึกว่าอยากเปลี่ยนเค้าให้เป็นคนใหม่ จากที่เราแต่ใส่ชุดกีฬา ข่าวที่โจมตีเค้าว่าเป็นตลกตกอับ เราเห็นแล้วรู้สึกว่าเค้าไม่ใช่ เพราะเราเห็นเรารู้ เรามีความรู้สึกว่าอยากให้เพราะตัวเราเสื้อผ้าแบรนด์เนมเยอะอยากให้คนรอบข้างเราได้ใส่ของแบรนด์เนม

เปย์เป็นล้าน?
นัดดา : ล้านกว่าค่ะ เสื้อผ้าหน้าผมทุกอย่าง
หยอง : หลังจากที่วีดีโอกันไป ครั้งสองครั้ง ก็มีรถมาส่งดอกไม้ จากเค้าส่งมาให้

พอเค้าส่งของแบรนด์เนมมาให้?
หยอง : เรารู้สึกว่ามันเยอะไป เสื้อผ้ามาของฝากเป็น ร้อยๆชิ้น มีทุกอย่างเลย มันเยอะมาก เราก็บอกพอแล้ว

แต่งงานจดทะเบียนสายฟ้าแล่บแล้ว?
หยอง : เราคุยกันทุกวันๆ เราก็มั่นใจ ผมถามว่าคุณเชื่อหรอว่าผมจะเลิกเจ้าชู้ เค้าบอกอายุขนาดนี้ไม่เลิกก็ไม่ได้แล้วเค้าถามเรามั่นใจมั้ย เค้าอยากให้ไปอยู่อเมริกา ไปพักผ่อน หยุดทุกอย่างอีก 5 ปีเกษียณทุกอย่าง ซื้อบ้าน แล้วเทียวดูกิจการ เค้าเป็นนักธุรกิจ เค้าถามอยากจดทะเบียนกับเค้ามั้ย เราก็นิ่งจดเลยหรอ พอ 3-4 วันก็ไปจดเลย

แต่งงาน?
หยอง : เค้ามาครั้งที่แล้ว เราคุยกันรู้เรื่อง เรามองใจเค้าขาดหมดแล้ว พี่ก็กำหนดวันเลย ไปจัดงานที่ลพบุรี แขกมีร้อยกว่าคนเอง มันกึ่งคอนเทนต์ คือเราต้องบันทึกหลักฐานไว้ทั้งหมดเพื่อเราจะได้ไปโชว์สถานฑูตในวันนึงที่เราจะไปอเมริกา

มีแพลนจะไปอยู่อเมริกาถาวร?
หยอง : ไม่ถาวร แต่ยังไม่เคยไปอเมริกา คงจะย้ายไปอยู่กับเค้าแต่ไม่ถาวรหรอก

มีข่าวเม้าท์ตัดสินใจเลือกผู้หญิงคนนี้เพราะรวย?
หยอง : มีรวยกว่านี้ก็มี ผมไม่ได้ลำบากไม่ได้ตกยาก ผมอยู่คนเดียวได้แล้ว แต่ช่วงที่เค้ามาช่วงโควิด 3 ปี มีงานน้อยลำบากมาก หาเงินไปลงทุนทำร้ายอาหารแต่ก็เจ๊งหมด เค้าเข้ามาลึกๆฃะ เราไม่ได้ตัวคนเดียวซะทีเดียวเรามีลูกน้อง  เค้าก็ตามดูหมดใครเป็นลูกน้อง ที่นี้เค้าจะแอบให้ แอบเค้ามาช่วยโดยที่พี่ไม่รู้ตัวให้ทางลูกน้องโน่น

บอกลูกๆยังไง?
หยอง : ลูกๆที่โตหมดแล้วเค้าเข้าใจหมดเลยครับ ลูกที่ยังเล็กเค้าเข้าไปดูแลหมดเลย ไปถึงพ่อแม่แฟนเก่าพี่ เข้าไปด้วยความจริงใจเลย คุยกับลูกผมอยากได้อะไรได้หมด

อยากบอกอะไร?
หยอง : ผมว่าเรา 2 คนสิ่งศักดิ์สิทธิ์สั่งมา ทั้งๆที่พี่ยังไม่หยุดอะไรมากมายหรอก รักมาก ไม่ต้องพูดอะไรมาก คำว่ารักไม่ใช่ของเล่นจะเอามาพูดเล่นไม่ได้หรอก
นัดดา : อยากให้ไปอเมริกา จะพาพี่โบยบินอย่างอิสระ


ติดตามชมรายการคุยแซ่บShow ทุกวันจันทร์-วันศุกร์  เวลา‪13.15-14.15‬ น. ทางช่อง one31 Facebook Page : คุยแซ่บShow รับชมย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama

คลิปสัมภาษณ์ หยอง ลูกหยี​
https://youtu.be/EJYicIVuc4A

<a href="http://www.youtube.com/watch?v=EJYicIVuc4A" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=EJYicIVuc4A</a>








12
เฟย์ พรปวีย์ เล่าเส้นทางความรักกับ บอย ปกรณ์ ฝ่ายชาย DM หา จนกลายเป็นคลั่งรักออกสื่อ


นักร้องสาวสวยเฟย์ พรปวีย์ หวานใจของพระเอกอย่าง บอย ปกรณ์ ที่วันนี้จะมาเปิดใจถึงเส้นทางความรักของทั้งคู่ที่ไม่เคยเล่าที่ไหนมาก่อน แถมยังทำเสือให้กลายเป็นแมว เป็นหนุ่มคลั่งรักทั้งในโซเชียลและนอกโซเชียล งานนี้ทั้ง 2 ครอบครัวไฟเขียว มีแพลนลุ้นแต่งเลยมั้ยนะ? ทุกประเด็นในรายการคุยแซ่บ SHOW ออกอากาศทางช่องวัน 31 ที่มีหนิง ปณิตา, ธัญญ่า ธัญญาเรศ และอาจารย์เป็นหนึ่ง เป็นพิธีกรดำเนินรายการ

เปิดตัวกันไปกี่เดือนแล้ว?
เฟย์ : ประมาณ 3-4 เดือนค่ะถ้าตั้งแต่แรกกันมาเกือบไปค่ะ

จุดเริ่มต้นของความคลั่งรักของพี่บอยมาจากอะไร?
เฟย์ : พี่บอยปรกติเค้าเป็นคนค่อนข้างตรงๆอยู่แล้ว ค่อนข้างแสดงออก เวลามีโมเมนท์ที่แฮปปี้ เค้ารู้สึกว่าอยากจะแชร์ออก เค้าก็ทำตามที่ตัวเองรู้สึกแบบนั้นเลย

เริ่มจีบตอนไหน?
เฟย์ : เฟย์กับพี่บอยรู้จักกันอยู่แล้ว แต่พอถึงเวลาที่เค้าอยากจะคุยอยากจะรู้จักจริงๆเนี่ยก็คือส่ง DM มาหาเลย ปรกติมีคุยกันอยู่แล้วบ้าง แต่อันนี้ส่งมาบอกว่า ถ้าอยากทำความรู้จักโอเคมั้ย เฟย์ก็บอกประมาณว่าทำความรู้จักกันไปเป็นพี่เป็นน้องกันไปก่อน

ทำยังไงให้พี่บอยคลั่งรักขนาดนี้?
เฟย์ : ที่จริงก็ไม่ได้ทำอะไรเลยน้า ก็คุยกันปรกติ แต่คิดว่าตัวพี่บอยเองเค้าเป็นคนมีโมเมนท์หวานๆมากกว่าหน้าตาอยู่แล้วด้วย

ภาพลักษณ์ดูเป็นผู้ชายเจ้าชู้ กังวลมั้ย?
เฟย์ : ตอนแรกๆก่อนที่จะคุยจริงจังก็มีได้ยินมาบ้าง แต่ฟังหูไว้หู พอคุยไปก็มีหลายๆอย่างที่เรารู้จักมากขึ้น รู้สึกว่ามั่นใจและเชื่อใจได้

ตอนที่เค้าส่ง DM มาครั้งแรกมีเขินมั้ย?
เฟย์ : ตอนที่พี่บอยคุยกับเฟย์เค้าคุยแบบจริงจังมาก ยิ่งตอนแรกที่ DM มาคือไติดความขี้เล่นหรืออะไรยังงั้นเลย เราอาจจะไม่ได้รู้สึกเสียอาการแต่แบบตกใจมากกว่า ทำตัวไม่ถูกว่าจะยังไงดี

สเปคเลยมั้ย?
เฟย์ : เป็นคนโตกว่าที่ดูแลเรา ก็ตรงอยู่ ชอบผู้ชายตี๋ ผู้ชายสูง

มุมพี่บอยที่อยู่กับเราเป็นคนยังไง?
เฟย์ : เค้าก็ยังเป็นคนขี้เล่น เป็นคนเฟรนลี่เหมือนกัน แต่จะมีมุมหวานๆที่เราไม่เคยรู้จักเค้าผ่านสื่อมาก่อน อย่างการดูแลเทคแคร์ การเป็นห่วง ค่อนข้างอยากคุยกับเราตลอดเวลา มีมุหวานๆที่เฟย์ไม่คิดว่าพี่บอยตะเป็นเหมือนกัน

มีงอนกันบ้างมั้ย?
เฟย์ : จะมีบ้างเหมือนกัน แต่เป็นเรื่อเล็กๆน้อยๆ อย่างเวลาไปไหนลืมบอกบ้าง อยู่กับเพื่อนสนุกเพลินก็ลืมบ้าง ก็จะเป็นพี่บอยงอน เราก็ตามง้อแบบขำๆไป

เรียกแทนกันว่าอะไร?
เฟย์ : เริ่มเรียกจากคุณ แล้วก็เรียกชื่อ มีเรียกพี่บอยบ้าง ถ้าในโมเมนท์เล่นๆหน่อยก็จะเป็นบูบู้

ตอนขอเป็นแฟน?
เฟย์ : เรียบง่ายมากค่ะวันนั้น วันนั้นไปทานข้าวกันสั่งอาหาร แล้วอาหารดันรอนาน แล้วเค้าก็พูดขึ้นมาเลยสั้นๆเลยเป็นแฟนกันมั้ย เราก็พยักหน้า ไม่มีอะไรให้เรารู้ก่อนเลยว่าวันนั้นจะขอ แต่ก็คุยกันในระดับที่ว่าสนิทกันประมาณนึงอยู่แล้ว ดูแลกันเป็นคนพิเศษที่สุดอยู่แล้ว ตอนแรกคิดว่าตอนขอคงไม่ได้รู้สึกอะไร แต่พอถึงเวลาจริงๆก็มีความรู้สึกตื่นเต้นนิดนึง เหมือนเป็นเหตุการณ์ที่เราเองไม่ได้เจอมานานแล้วด้วย

กดดันมั้ยเป็นแฟนพระเอกดัง?
เฟย์ : ไม่ได้กดดัน เพราะรู้สึกว่าเราทำทุกอย่างเป็นปรกติดีที่สุดแล้ว อาจจะด้วยที่เราอยู่วงการมาตั้งแต่เด็ก ทุกอย่างที่ทำออกมาเราก็กึ่งๆรู้ว่าอะไรเหมาะสมอะไรไม่เหมาะสม อยากทำทุกอย่างให้เป็นธรรมชาติมากกว่า

พี่บอยตัดสินใจเปิดตัวใช้คำว่าแฟน ก็โนสื่อจับจ้องรู้สึกยังไงบ้าง?
เฟย์ : ที่จริงเป็นเรื่องที่เขาใจได้อยู่แล้ว เราทำงานตอยู่ตรงนี้เวลาทำอะไรออกมาก็มีความเป็นสาธารณะอยู่แล้ว ก็มองว่าน่ารักดีที่มีการแชร์ออกไปมากกว่า

ผู้หญิงทรงอิทธิพลต่อบอย นอกจากคุณแและวันใหม่?
เฟย์ : ต่อหน้าสื่ออาจจะดูเหมือนคนมีอิทธิพล แต่ความจริงแล้วอาจจะไม่ได้มี เรื่องพี่บอยออกสื่อ ปกติตัวเฟย์เวลาจะทำอะไรค่อนข้างเป็นไพรเวทนิดนึง แต่ว่าพอเราอยู่ไปสักพักนึง เจอแบบนี้ไปสักพักนึงค่อนข้างชินแล้วก็รู้สึกว่าน่ารักดี

เปลี่ยนเสือเป็นแมว?
เฟย์ : อาจจะเป็นด้วยลุคคนทีหนวดมีเครา แล้วเฟรนลี่ด้วย คนอาจจะเอามาประกอบกันด้วยลุคของเค้าเลยทำให้ดูเหมือนผู้ชายเจ้าชู้ สำหรับเฟย์ไม่ได้คิดว่าพี่บอยเป็นคนเจ้าชู้ จากความที่รู้จักกันมา และด้วยนิสัยของเค้าที่แบบตรงไปตรงมาและเปิดเผยมาก เค้าเป็นคนที่ไม่มีอะไรปิดบังเลย มีอะไรจะเล่า

ผ่านด่านน้องวันใหม่ได้ยังไง?
เฟย์ : อาจจะเป็นความเป็นพี่สาวหรือเปล่า เฟย์เข้าใจวันใหม่เค้ามีพี่น้องเป็นผู้ชายหมดเลย พอเจอพี่ผู้หญิงอาจมีอะไรอย่างอื่นที่เล่นกันได้ ตอนแรกเฟย์ก็แอบเกร็งนิดนึง รู้ว่าน้องวันใหม่หวงพี่ชายมาก แต่ตอนเจอน้องน่ารักมาก วิ่งเข้ามาเล่นด้วยปรกติเลย ก็รู้สึกสบายใจ หลังจากนั้นก็เจอกันเรื่อยๆไปทานข้าวไปดูหนัง

ใครขี้อ้อนมากกว่ากัน?
เฟย์ : พี่บอยเป็นคนขี้อ้อนกว่า เวลาคุยกันเค้าเป็นคนอารมณ์ดีอยู่แล้วด้วย บวกกับขี้เล่น ใช้เสียงก็เสียงเล็กเสียงน้อยมันอยู่ในปริมาณที่เหมาะสม ทำให้มูดมันดีขึ้น มีอ้อนขอกำลังใจบ้าง











เวลามีคลิปหรือแคปชั่นหวานๆเขินมั้ย?
เฟย์ : ตอนแรกๆค่ะ พอระยะเวลามันผ่านไป ก็เริ่มชินกับความเป็นพี่บอยมากขึ้น แรกๆมีสกรีนบ้างว่าแบบนี้มันหวานไปมั้ยใช้คำนี้แทนดีกว่ามั้ย พอหลังๆก็ปล่อยละ

เฟย์เป็นคนโรแมนติกมั้ย?
เฟย์ : ก็ประมาณนึง ถ้ามีเทศกาลหรือโอกาส แต่อาจจะไม่ได้ในทุกๆวัน

บอยติดแฟนประมาณไหนเต็ม 10?
เฟย์ : 8-9 ค่ะ

เป็นคนแรกที่พี่บอยเปิดตัว รู้สึกยังไงบ้าง?
เฟย์ : รู้สึกเซอร์ไพรส์ในตัวตนของพี่บอยที่แบบมีแฟน ก็รู้สึกว่าน่ารักดี

หวงขนาดไหน?
เฟย์ : ความหวงมันคงต้องมีอยู่แล้ว แต่เราไม่ได้เป็นคนที่งอแงหรือหวงโดยไม่มีเหตุผล หวงโดยปกติทั่วไปเวลาไปทำอะไรที่นาเป็นห่วง ต่างคนก็ต่างใช้ชีวิตปกติกันทั่วไป

มีหึงกันบ้างมั้ย?
เฟย์ : ยังไม่เคยเจอโมเมนท์ที่มีอะไรให้ต้องหึง ก็คิดว่าคงจะมีในอนาคต

พี่บอยประกาศหวงแฟนออกสื่อ?
เฟย์ : น่าจะเป็นตอนที่เราไปเที่ยวทะเล พี่บอยจะเป้นคนที่ไม่ชอบให้แต่งตัวเซ็กซี่อยู่แล้ว แต่พอไปเที่ยวทะเลก็เป็นเรื่องปกติผู้หญิงกับชุดว่ายน้ำมันเป็นของคู่กัน เวลาที่เราลงรูปเค้าก็ไม่ได้ห้าม แต่เราก็ขอเค้านิดนึง ไม่ได้ส่งให้สรีนแต่ขอเม้นท์แซวนิดนึง ถ้ามีส่งก็ส่งให้ช่วยเลือกมากกว่าแบบไหนสวยกว่า

อายุห่างกันกี่ปี?
เฟย์ : 7-8 ปี ระยะห่างระหว่ายอายุมันไม่ใช่ว่าเราอยู่ในวัย 20 ต้นๆ เราโตแล้วทั้งคู่ มุมมองที่ไม่ตรงเป็นบางเรื่อง เฟย์มีน้องสาวอายุห่างกัน 10 ปี จะมีมุมมองของเด็กมาที่ตัวเราด้วย แต่พี่บอยไม่เคยได้เห็นมุมนั้นของเด็กๆก็จะมีการแชร์กันมากกว่า ไม่เชิงว่าความคิดเห็นไม่ตรงกัน

ไปเที่ยวญี่ปุ่นด้วยกัน?
เฟย์ : เป็นไอเดียเพื่อนพี่บอยอีกที ตอนนั้นไปกับกรุ๊ปทัวร์ค่ะ มีประมาณ 5 คน เป็นประเทศที่เฟย์ชอบมากอยู่แล้ว พี่บอยเองก็ไปบ่อย ค่อนข้างคุ้นเคยกับสถานที่ ก็มีพาเราไปดู เราไปญี่ปุ่นหลายทีแต่ก็ยังมีอีกหลายโซนที่เราไม่เคยไปเปิดโลกอีกแบบนึง

ทริปนี้ตามใจทุกเรื่องมั้ย?
เฟย์ : ก็กึ่งๆทุกเรื่อง เพราะเเฟย์จะเป็นคนวางแพลนทริปนี้อยากไปไหนบ้าง อยากทานร้ายอหารไหน เค้าก็จะได้เลยอยากไปไหนตามไป

ป๋าสายเปย์?
เฟย์ : แต่ละคนก็มีการนิยามคำไม่เหมือนกัน เรียกว่าดูแลเฟย์ในทุกๆเรื่องก็แล้วกัน ดูแลอย่างดีค่ะ

เพิ่งผ่านวันเกิดพี่บอยมา ให้อะไร?
เฟย์ : ประมาณ 2-3 ชิ้นค่ะ มีตุ้มหู เพราะบอยเค้าเป็นคนเจาะหูเป็นสิ่งที่สามารภติดตัวได้ ที่เหลือเป็นเสื้อผ้าค่ะ เราซื้อให้ชิ้นนึงไปแล้ว แล้วเจอชิ้นใหม่อีกอันนึง เรารู้สึกว่าให้หลายๆชิ้นก็ได้เหมือนกัน เพราะเราเองก็อยากได้หลายๆชิ้นเหมือนกัน

ครอบครัว 2 ครอบครัวมาเจอกันแล้ว?
เฟย์ : จะเจอน้องวันใหม่ก่อน แล้วมีโอกาสได้ไปทำงานที่สตูดิโอของพี่บอยเลยได้เจอคุณแม่ ส่วนน้องชายพี่บอยก็เคยเจอเคยทำงานกันอยู่แล้ว พี่บอยก็เจอครอบครัวเฟย์ ทุกครั้งที่บอยมารับส่งเค้าก็จะเจอสวัสดีคุณพ่อคุณแม่อยู่แล้วตอนแรกๆก็มีความเกร็งนิดนึง พี่บอยเค้าเป็นคนที่เข้ากับผู้ใหญ่ได้ดี

ผ่านทั้ง 2 ครอบครัว?
เฟย์ : เรา 2 คนก็โตแล้ว ทางครอบครัวก็เหมือนกับให้การตัดสินใจเป็นของลูกๆ

แพลนสเตปต่อไปได้คุยกันหรือยัง?
เฟย์ : ยังเลยค่ะเพิ่งเริ่มต้น ค่อยๆเรียนรู้กันไปยังไม่รีบ ไม่ถึงขั้นแพลนเราก็ค่อยๆ ตอนเด็กอาจจะมีว่าอยากแต่งงานก่อนอายุ 30 แต่พอตอนนี้เราอยู่ในวัยนั้นรู้สึกว่าตัวเองยังเด็กอยู่ ยังมีอีกหลายๆอย่างที่อยากทำ คิดว่าไม่มีเวลากำหนดมันดีที่สุด เพราะเราไม่ต้องกดดันตัวเอง และไม่กดดันคนอื่นด้วย ในมุมผู้ใหญ่ทุกอย่างจะอยู่ในสายตาหมดเค้าจะเห็นง่าเพี่บอยดูแลเราดี ดูแลเราในทุกๆเรื่อง มีความเป็นผู้ใหญ่ดีในสายตาคุณพ่อคุณแม่ก็ชอบค่ะ

เจอคุณแม่พี่บอยเกร็งมั้ย?
เฟย์ : ตอนแรกก็เกร็งค่ะ จากที่รู้จักผ่านทางอินสตาแกรมก็เห็นว่าคุณแม่เป็นคนอารมณ์ดี น่ารักอยู่แล้ว แล้วก็น่ารักอย่างที่เห็นเลย


ติดตามชมรายการคุยแซ่บShow ทุกวันจันทร์-วันศุกร์  เวลา‪13.15-14.15‬ น. ทางช่อง one31 Facebook Page : คุยแซ่บShow รับชมย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama

คลิปสัมภาษณ์ เฟย์ พรปวีย์
https://youtu.be/uz4muWTK8G0

<a href="http://www.youtube.com/watch?v=uz4muWTK8G0" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=uz4muWTK8G0</a>






13
เกาะสมุย เป็นเจ้าภาพจัดฟุตบอลอาวุโสนานาชาติ "THAILAND INVITATIONAL 2022" ครั้งที่ 4


เกาะสมุยเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันฟุตบอลอาวุโสนานาชาติ "THAILAND INVITATIONAL 2022" ครั้งที่ 4 รุ่นอายุ 50 ปีขึ้นไป มีนักฟุตบอลอาวุโสเข้าร่วมแข่งขัน 8 ประเทศ โดยมี อังกฤษ, อิหร่าน, สิงคโปร์, อินโดนีเซีย, รวมอาเซียน AEC, สมุยซิตี้, สยาม และ ไทยแลนด์ การแข่งขันในครั้งนี้ระหว่างวันที่ 6-10 พ.ย. 65 ที่เกาะสมุย จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงกีฬา


              เมื่อวันเสาร์ที่ 1 ตุลาคม 2565 ที่สนามฟุตบอลพรรษกาล สปอร์ตเซ็นเตอร์ ซอยลาดพร้าว 101 ได้มีการจัดงานแถลงข่าวเตรียมความพร้อมจัดการแข่งขันฟุตบอลอาวุโสนานาชาติ "THAILAND INVITATIONAL 2022" ครั้งที่ 4 โดยมี นายวิวรรธน์ นิลวัชรมณี เป็นประธานจัดการแข่งขัน พร้อมด้วย นายเทพพิทักษ์ จันทร์สุเทพ นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลอาวุโสไทย และ นายรามเนตร ใจกว้าง นายกเทศมนตรีเทศบาลนครเกาะสมุย, ชยพล อินทรสุภาพ นายอำเภอเกาะสมุย สำหรับการแข่งขันในครั้งนี้จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 6-10 พ.ย. 65 ที่เกาะสมุย การแข่งขันครั้งนี้เพื่อเป็นการส่งเสริมภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวเชิงกีฬา ให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น เพื่อเป็นการสนับสนุนการจัดกิจกรรมกีฬาเพื่อสุขภาพและนันทนาการ สร้างความสามัคคี ส่งเสริมให้เคารพในกฎกติกาการแข่งขัน และเพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวและสร้างรายได้ให้กับเกาะสมุย ซึ่งมีนักฟุตบอลอาวุโสเข้าร่วมแข่งขัน 8 ประเทศ โดยมี อังกฤษ, อิหร่าน, สิงคโปร์, อินโดนีเซีย, รวมอาเซียน AEC, สมุย ซิตี้, สยาม และ ไทยแลนด์ เข้าร่วมทำการแข่งขัน








14
NISIT VIPVUP เปิดตัวสุดอลังกาล ร่วมด้วย พลอยชมพู และ มิ้น นวินดา สองพรีเซ็นเตอร์หลักของแบรนด์




1 ต.ค 2565 ณ ลาน Atrium 1 Siam Center บริษัท โว๊ค อัพ ทาวน์ จำกัด ได้มีการเปิดตัว แบรนด์ "NISIT VIPVUP" (นิสิต วิบวับ) พร้อมผลิตภัณฑ์ด้านความงาม 2 ตัวด้วยกันได้แก่ "นิสิตเซรั่ม" และ "นิสิตกันแดด" โดยมีศิลปินนักร้องชื่อดังอย่าง "พลอยชมพู" และ มิ้น-นวินดา เบอร์ต็อดตี มาเป็นพรีเซนเตอร์ อย่างเป็นทางการให้กับแบรนด์


สำหรับ "นิสิตเซรั่ม" นั้นเป็นผลิตภัณฑ์เสริมความงามที่พัฒนามาจาก "เกลือหิมาลายัน" หรือ "เกลือชมพู" ซึ่งมีคุณสมบัติในการกำจัดสิ่งสกปรกต่าง ๆ ออกจากใบหน้า ขณะที่ "นิสิตกันแดด" มีคุณสมบัติในการปกป้องผิวจากแสงแดดนาน 12 ชั่วโมง


โดยผลิตภัณฑ์ทั้งสองตัวนี้เป็นการร่วมมือกันระหว่าง บริษัท โว๊ค อัพ ทาวน์ และ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ซึ่งเป็นครั้งแรกในประเทศไทย สำหรับนวัตกรรมการผลิตขั้นสูง ที่สามารถวิจัย "เกลือหิมาลายัน"  จนกลายมาเป็นเซรั่มที่ช่วยฟื้นฟูผิวหน้าได้ในที่สุด และได้รับรางวัล “การันตีธุรกิจและผลิตภัณฑ์ดีเด่นแห่งปี 2021” และ HWB AWARDS 2022 Watsons Health Wellness & Beauty Awards 2022 หรือ สุดยอดสินค้าขายดีของ Watsons


โดยผู้ช่วยศาสตราจารย์ด็อกเตอร์ณัฐณภรณ์ เอกนราจินดาวัตร จากมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา กล่าวว่า "มหาวิทยาลัยของเราได้ร่วมกับนิสิต วิบวับ ในการพัฒนาและจดอนุสิทธิบัตร เพื่อนนำไปประกวดเวทีต่าง ๆ ทั่วโลก จนได้เหรียญทองมาจาก โรมาเนีย และ อเมริกา ฉะนั้นจึงมั่นใจได้ว่า นิสิตเซรั่มของเราเป็นที่ยอมรับจากนักวิจัยทั่วโลก และคุ้มค่าสำหรับผู้บริโภคทุกเพศทุกวัย ตามที่นิสิต วิบวับ ได้ตั้งปณิธานไว้ว่า จะนำคุณภาพสินค้าที่ดีที่สุดออกมาสู่ตลาดเมืองไทย และตลาดโลก"


​"สำหรับเกลือหิมาลายัน เป็นเกลือจากเทือกเขาหิมาลัย ซึ่งมีแร่ธาตุที่สมบูรณ์ จึงได้นำเกลือหิมาลายันมาใช้กับผลิตภัณฑ์เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งเราหาข้อมูลจากทั่วโลกว่า แร่ธาตุตัวไหนที่มีประสิทธิภาพ และนำมาวิจัยซ้ำ ๆ จนได้พบว่าสารต่าง ๆ ที่อยู่ในเกลือหิมาลายัน เป็นสารที่มีประโยชน์ ทำให้เราต่อยอด และพัฒนามาจนเป็นนิสิตเซรั่ม"


"ขอฝากเซรั่มนิสิต วิบวับและนิสิตกันแดด ที่เป็นผลิตภัณฑ์น้องใหม่ ซึ่งกำลังได้รับความสนใจในประเทศมากมาย ซึ่งทางมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ได้รวบรวมนักวิจัยที่ดีที่สุดและนำนิสิตเซรั่มไปประกวด และนำผลงานที่ดีที่สุดมาสู่ผู้บริโภคทั้งไทยและต่างชาติ ในราคาที่ทุกคนเข้าถึงได้ และอยากให้ติดตามโปรโมชั่นดี ๆ เพื่อคนไทยจากโฆษณาที่ทางบริษัทได้สื่อสารออกไปค่ะ" ผู้ช่วยศาสตราจารย์ด็อกเตอร์ ณัฐณภรณ์ เอกนราจินดาวัตร กล่าวปิดท้าย










15
KMS "ขวัญมุย" ส่ง "รังนกผง"
เตรียมรุกตลาดตปท.ต่อยอดธุรกิจ

บริษัท ขวัญมุย จำกัด ผู้นำด้านการผลิตและจำหน่ายรังนกรายใหญ่ของไทย ใช้นวัตกรรมทำวิจัยและพัฒนาต่อยอดผลิตภัณฑ์รังนกสู่ "รังนกชนิดผง" ชูจุดเด่นสรรพคุณของกรดเซียริกที่ตลาดต่างประเทศให้ความสำคัญ พร้อมส่งผลิตภัณฑ์โกยตลาดจีน ญี่ปุ่น


นายกมลศักดิ์ เลิสไพบูลย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ขวัญมุย จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายรังนกชนิดผงชงละลายภายใต้แบรนด์ KMS เปิดเผยว่า “ได้ดำเนินการธุรกิจรังนกมากว่า 20 ปี ที่ผ่านมาการดำเนินธุรกิจของบริษัทจะเป็นรูปแบบของการเป็นผู้ผลิตและส่งต่อรังนกไปยังตลาดที่ต้องการ ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับรังนกแอ่นของบริษัท ประกอบไปด้วย รังนกดิบตามธรรมชาติ ,รังนกที่นำมาทำความสะอาดเรียบร้อยแล้ว , สารสกัดรังนก เครื่องสำอางรังนก ล่าสุดได้การสนับสนุนจาก สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (สกสว.) เพื่อใช้เป็นทุนวิจัยและพัฒนาต่อยอดผลิตภัณฑ์รังนกสู่ "รังนกชนิดผง" ซึ่งทำให้ผู้บริโภคเชื่อมั่นได้ว่า การบริโภครังนกเป็นแบบวิทยาศาสตร์ มีงานวิจัยมารองรับ และยังเป็นการนำนวัตกรรมการผลิตที่ทันสมัย มาต่อเพิ่มมูลค่าให้กับรังนก


สำหรับจุดเด่นของผลิตภัณฑ์ภายใต้การผลิตของบริษัทนั้น จะเลือกหยิบยกสรรพคุณของกรดเซียลิก (N-Acetylneuraminic Acid : NANA) ซึ่งเป็นสารที่จะช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทาน กระตุ้นการเจริญเติบโตของเซลล์ในร่างกาย โดยเป็นคุณสมบัติสำคัญของรังนกแอ่นที่จะต้องมีมานำเสนอต่อลูกค้า มากกว่าที่จะหยิบยกเรื่องของโปรตีนที่คนส่วนใหญ่มักจะชอบพูดถึง ซึ่งในต่างประเทศ อย่าง ประเทศจีน , ญี่ปุ่น และมาเลย์เซีย จะให้ความสำคัญกับสรรพคุณของกรดเซียลิกที่อยู่ในรังนกเป็นอย่างมาก แต่ในประเทศไทยยังไม่ค่อยมีการพูดถึงกรดเซียลิกเท่าใดนัก ซึ่งรังนกที่ผลิตได้ในประเทศไทยนั้นเป็นรังนกคุณภาพที่มีปริมาณกรดเซียริกสูงเป็นที่ต้องการของตลาดต่างประเทศ


นอกจากนั้นทางบริษัทฯ ยังได้รับอนุสิทธิบัตรกรรมวิธีการผลิตสกัดรังนกแห้ง เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่สะอาด มีสี กลิ่นตามธรรมชาติ และสรรพคุณตามที่ต้องการนั่นคือกรดเซียลิก (NANA) หรือสารหน้าเด็ก พร้อมทั้งใส่ใจทุกขั้นตอนการผลิตมั่นใจได้เรื่องความสะอาดปลอดภัย


“รังนกชนิดผง คิดค้นพัฒนามาเพื่อตอบโจทย์พฤติกรรมของคนรุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับเรื่องของสุขภาพ และการดูแลตัวเอง มีการบริโภครังนกในหลากหลายรูปแบบ ต้องการความง่าย พกพาสะดวก มากขึ้น มันเป็นความท้าท้ายของบริษัท ที่จะเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภคจากการกินรังนกพร้อมดื่ม หรือการต้มกินเองที่บ้าน มาเป็นรูปแบบสมัยใหม่ หรือชนิดผงที่สามารถนำมาชงดื่มทั้งร้อนและเย็น นำมาโรยบนอาหารได้ทุกชนิด ที่สำคัญไปกว่านั้นรังนกชนิดผงนี้ไม่มีกลิ่นคาว ไม่มีรส กินง่ายได้สุขภาพ แต่ยังคงคุณค่าของสาระสำคัญเท่าเดิม สามารถดูดซึมได้ง่าย ร่างกายได้รับประโยชน์สูงสุด โดยรังนกชนิดผง จะมีปริมาณกรดเซียลิก (NANA) ไม่น้อยกว่า 2% (g/100g) ซึ่งหาไม่ได้จากอาหารชนิดอื่น

ปัจจุบันรังนกดิบตามธรรมชาติและรังนกที่ถูกทำความสะอาดแล้วทางบริษัท จะนำออกไปจำหน่ายตามความต้องการของลูกค้าจากประเทศต่างๆ เช่น จีน ญี่ปุ่น เครื่องสำอางจะมีตัวแทนจำหน่าย ซึ่งมารับผลิตภัณฑ์ไปจำหน่ายต่ออีกทอดหนึ่ง ส่วนสกัดจากรังนกและผงรังนกจะเป็นการจำหน่ายให้กับลูกค้าองค์กร (B2B) เป็นหลัก ทั้งนี้ ทางบริษัทฯ ได้วางแผนนำผลิตภัณฑ์รังนกชนิดผงไปจำหน่ายยังต่างประเทศ โดยบริษัทขนาดใหญ่ในประเทศไทยเข้ามาเจรจาตกลงทำสัญญาทางการค้า (MOU) เพื่อขอรับซื้อผลิตภัณฑ์ดังกล่าวทั้งหมดของบริษัทไปเรียบร้อยแล้ว ส่วนตลาดในประเทศทางบริษัทฯ ได้วางแผนการสื่อสารการตลาดออกไปในทุกช่องทางทั้งออนไลน์ และออฟไลน์ เพื่อสร้างการรับรู้และสร้างความเข้าใจในเรื่องการบริโภครังนกรูปแบบใหม่นี้อย่างต่อเนื่อง เพราะเชื่อมั่นว่าตลาดอาหารเพื่อสุขภาพยังสามารถเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง คาดว่าในปี 2566 จะมีอัตราเติบโตเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า 10%

สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถหาติดต่อและสอบถามเพิ่มเติมได้ที่  Line @ KMS.TH, Facebook : @ KMS.TH, TIKTOK :  @ KMS.TH และโทร. 08-1978-9772

Pages: [1] 2 3 ... 2114