Recent Posts

Pages: [1] 2 3 ... 10
1
Happy Father's Day ส่งมอบสุขภาพดี เป็นของขวัญให้คนที่คุณรัก
ด้วยโปรโมชั่นสุดพิเศษ จาก M HERBS ซื้อ 2 แถม 2


              บริษัท เนเจอร์ เฮิร์บ อินเตอร์เนชั่นแนล โฮลดิ้ง จำกัด ผู้นำด้านสมุนไพรบำรุงร่างกาย
และจัดจำหน่ายยาสามัญประจำบ้านแผนโบราณ จัดโปรโมชั่นสุดคุ้มส่งท้ายปี 2022 มอบเป็นของขวัญวันพ่อ เพื่อให้ท่านมีสุขภาพที่ดี เมื่อซื้อยาแคปซูลสมุนไพร ตรา เอ็ม เฮิร์บ 2 กล่อง แถม 2 กล่อง ขนาด 30 แคปซูล จากราคาปกติ 11,600 บาท เหลือเพียง 5,800 บาท และขนาด 10 แคปซูล จากราคาปกติ 3,960 บาท เหลือพียง 1,980 บาท ตั้งแต่วันที่ 5 – 12 ธันวาคม 2565 นี้เท่านั้น


              M HERBS ยาแคปซูลสมุนไพรไทยที่ได้รับความไว้วางใจจากคนไทยมาอย่างยาวนาน มีการคิดค้น วิจัย และพัฒนาอย่างต่อเนื่องจนได้ขึ้นทะเบียนยาสามัญประจำบ้านแผนโบราณ และได้รับรางวัลผลิตภัณฑ์สมุนไพรคุณภาพ ประจำปี 2564 จากกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งนอกจากรางวัลที่ได้รับ ยาแคปซูลสมุนไพร M HERBS ได้ผ่านการรับรอง มาตรฐานการผลิต (PIC/S GMP) ให้ผู้บริโภครับประทานได้อย่างมั่นใจว่าตัวยามีความปลอดภัยแน่นอน โดยในตัวยามีส่วนประกอบของเห็ดกระถินพิมาน ข้าวเย็นเหนือ ข้าวเย็นใต้และตัวยาอื่น ๆ มีสรรพคุณแก้น้ำเหลืองเสีย และบรรเทาอาการผดผื่นคัน และตัวยามีส่วนประกอบของสมุนไพรอย่างเข้มข้น ทานวันละ 1 - 2 แคปซูลก็เพียงพอ

              ผู้ที่สนใจสามารถดูข้อมูลได้ที่ www.natureherbinter.com, Line: @natureherbinter Lazada และ Shopee: natureherb_official และ Facebook Page: MHERBS หรือโทร. 0-2117-9899
2
news & activity / ผู้การ
« Last post by happy on Today at 07:57:13 PM »
ผู้การ
3
ซีพีแรม พร้อมเปิดแลนด์มาร์คจังหวัดปทุมธานี
จัดงาน “ทานตะวันบานสะพรั่งทั่วระแหง” ครั้งที่ 3



                บริษัท ซีพีแรม จำกัด ดำเนินธุรกิจตามแนวทางสู่ความยั่งยืน บนพื้นฐานการนำแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) หรือการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์ และคุ้มค่าสูงสุดมาปรับใช้ภายในองค์กร โดยพัฒนาพื้นที่ 45 ไร่ ของบริษัท จัดงาน “ทานตะวันบานสะพรั่งทั่วระแหง” ครั้งที่ 3  ให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยววิถีชุมชนแห่งใหม่ของจังหวัดปทุมธานีอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในชุมชนของจังหวัดปทุมธานี สามารถสร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้กับคนภายในชุมชนได้อย่างยั่งยืน และช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากให้กับชุมชนรอบข้างและชุมชนใกล้เคียง อีกทั้ง ยังส่งเสริม และสนับสนุนเกษตรกรในชุมชนบริเวณโดยรอบโรงงานทั่วประเทศ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรไทย และสร้างคุณค่าให้กับสังคมรอบด้าน สู่ความยั่งยืนในทุกมิติ ควบคู่ไปกับการดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบต่อสังคม และชุมชนรอบข้างอย่างต่อเนื่อง


                นายวิเศษ วิศิษฎ์วิญญู กรรมการผู้จัดการบริษัท ซีพีแรม จำกัด สำนักงานใหญ่ กล่าวว่า ครั้งนี้ ซีพีแรม ได้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 3 โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อนำศูนย์วิชาการเกษตรที่เรามีการศึกษา ทำการทดลองในการปลูกพืชต่างๆ เพื่อนำองค์ความรู้กระจายให้เกษตรกรและชุมขน รวมถึงให้สังคมได้นำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ จนเราสามารถทำทุ่งทานตะวันขึ้นมาได้ในพื้นที่ของ บริษัท ซีพีแรม จำกัด อำเภอลาดหลุมแก้ว ที่ผ่านมามีประชาชนให้ความสนใจมาก โดยเฉพาะการถ่ายภาพดอกทานตะวันที่บานสะพรั่งในช่วงเดือนธันวาคมนี้ เป็นแลนด์มาร์จุดหนึ่งใกล้กรุงเทพที่เราได้มอบให้สังคม


                นายพงศธร กาญจนะจิตรา รองผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี กล่าวว่า ในฐานะตัวแทนจังหวัดปทุมธานี ขอเชิญชวนพี่น้องชาวปทุมและจังหวัดใกล้เคียง ให้มาร่วมงานทานตะวันบานสะพรั่งทั่วระแหง งานนี้นอกจากจะได้ดูทุ่งทานตะวันที่สวยงามแล้ว ยังมีผลิตภัณฑ์ชุมชนของเกษตรกรได้นำผลิตภัณฑ์จากภูมิปัญญาท้องถิ่นชาวบ้านนำมาจำหน่วย รวมถึงศูนย์เรียนรู้ที่ทางซีพีแรม จัดขึ้นเพื่อให้ทุกคนได้ศึกษาให้มีความรู้ด้านเกษตรกรรม สำหรับอำเภอลาดหลุมแก้วยังมีสถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่ง ทุกท่านสามารถพาครอบครัวเข้ามาเที่ยวแบบ One Day Trip นอกจากเที่ยวชมทุ่งทานตะวันแล้ว ยังมีทุ่งนามอญ วัดเจดีย์หอย จึงอยากให้พี่น้องประชาชนเข้ามาสัมผัสบรรยากาศของอำเภอลาดหลุมแก้ว


                ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจการท่องเที่ยวเชิงวิถีชุมชน สามารถร่วมงาน “ทานตะวันบานสะพรั่งทั่วระแหง” ครั้งที่ 3 ได้ตั้งแต่วันที่ 3 - 18 ธันวาคม 2565​ นี้ โดยภายในงาน ผู้เข้าร่วมงานสามารถรับชมทานตะวันบนพื้นที่กว่า 5 ไร่ พร้อมเลือกซื้อสินค้าทางด้านการเกษตรของชุมชน เยี่ยมชมฐานการเรียนรู้ด้านการเกษตร รับชมการจัดแสดงพืชผักนานาชนิด และยังได้รับกล้าผักฟรี (มีจำนวนจำกัด) ณ พื้นที่ 45 ไร่ บริษัท ซีพีแรม จำกัด สำนักงานใหญ่





4
Infinix เตรียมปล่อยมือถือตัวแรง ZERO 5G 2023 ครั้งแรกในเอเชีย
ยกระดับการใช้งานด้วย MediaTek Dimensity 1080 6nm พร้อม ROM จุใจ 256GB
คุ้มค่า! ในเรทราคา 9,000 บาท เริ่มขาย 7 ธันวาคมนี้




                30 พฤศจิกายน 2565, กรุงเทพฯ – อินฟินิกซ์ (Infinix) เตรียมเปิดตัวสมาร์ตโฟนรุ่นใหม่ Infinix ZERO 5G 2023​ กับสโลแกน “Power Upgrade – Upgrade ขุมพลัง 5G” ชูจุดขายเป็นสมาร์ตโฟน 5G ที่ครอบคลุมทุกการใช้งาน พร้อมยกระดับประสิทธิภาพการใช้งานที่ดีที่สุดด้วยชิปเซ็ต MediaTek Dimensity 1080 6nm จัดเต็มหน่วยพื้นที่ความจำตัวเครื่องแบบจุใจ 256GB และ Ram 8+5GB ซึ่งเยอะที่สุดในเรทราคาเดียวกัน รวมถึงให้หน้าจอใหญ่ขนาด 6.78 นิ้ว FHD+ และรีเฟรชเรท 120Hz โดยรุ่นนี้ถือเป็นผลงานการออกแบบที่ตอบโจทย์ทุกการใช้งานได้อย่างลงตัว คุ้มค่าที่สุดและดีที่สุดกับสมาร์ตโฟน 5G ในเรทราคา 9,000 บาท

                Infinix ZERO 5G 2023 มาพร้อมดีไซน์และสีใสสวยงามทันสมัย พกพาสะดวก จับถนัดมือ เน้นจับกลุ่มคนรุ่นใหม่โดยรุ่นนี้โดดเด่นเน้นการเล่นเกมและความบันเทิงเต็มรูปแบบ ผสานกับการใช้งานที่ลื่นไหลด้วยขุมพลังจากชิปเซ็ต MediaTek Dimensity 1080 ขนาด 6 นาโนเมตร เป็นสมาร์ตโฟน 5G ตัวแรง ที่ได้รับการอัปเกรดให้สามารถใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ พร้อมเสริมศักยภาพการใช้งานที่ยอดเยี่ยมด้วย ROM 256GB และ RAM 8+5GB รวมถึงยังมอบประสบการณ์การใช้งานที่เหนือกว่าด้วยหน้าจอขนาดใหญ่ 6.78 นิ้ว ความละเอียดแบบ FHD+ และรีเฟรชเรท 120Hz นอกจากนี้ Infinix ยังการันตีว่า ZERO 5G 2023 เป็นมือถือคุณภาพ สเปกแรง ที่คุ้มค่าในเรทราคาเดียวกัน ตอบโจทย์ผู้ใช้งานที่หลากหลายได้ในทุกไลฟ์สไตล์

                แฟนๆ อินฟินิกซ์ห้ามพลาด! เตรียมพบกับการถ่ายทอดสดเปิดตัว Infinix ZERO 5G 2023 พร้อมประกาศราคาในประเทศไทยอย่างเป็นทางการวันที่ 6 ธันวาคม 2565 เวลา 15.00 น. ผ่านทางเพจเฟซบุ๊ก Infinix Mobile Thailand และจะวางจำหน่ายแบบ Online Exclusive ที่ร้าน Infinix Official Store บน LAZADA ในวันที่ 7 - 15 ธันวาคม 2565 ด้วยราคาสุดคุ้มไม่เกิน 9,000 บาท พร้อมคูปองส่วนลดอีก 200 บาท สำหรับรุ่น ZERO 5G 2023 สามารถเริ่มเก็บคูปองได้ทางหน้าร้านบน LAZADA Link : https://cutt.ly/F1EVZGx ผู้สนใจดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ https://www.infinixmobility.com/th
5
เดินตามฝัน ทำเพื่อเด็กไทย...“แอนนา เสืองามเอี่ยม” มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2022
ลงพื้นที่สร้างแรงบันดาลใจแก่น้องๆ รร.คอนเน็กซ์อีดี เมืองแปดริ้ว
พร้อมเชิญชวนคนไทย ร่วมสมทบทุน “โครงการคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กเพื่อการศึกษา”
ผ่าน connexted.org สร้างโอกาสการเรียนรู้สู่ยุคดิจิทัลอย่างเท่าเทียม


จ.ฉะเชิงเทรา 30 พฤศจิกายน 2565 – งามทั้งกาย ใจ และความคิด ด้วยความเชื่อที่ว่า “การศึกษาเปลี่ยนชีวิตคนได้”... “แอนนา เสืองามเอี่ยม” (ที่ 4 จากขวา) มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2022 สานต่อความตั้งใจที่ต้องการสนับสนุนให้เยาวชนไทยได้รับโอกาสทางการศึกษาที่มีคุณภาพอย่างเท่าเทียม ล่าสุด เดินทางลงพื้นที่โรงเรียนสกุลดีประชาสรรค์ อ.บางนํ้าเปรี้ยว จ.ฉะเชิงเทรา หนึ่งในโรงเรียนภายใต้การดูแลของมูลนิธิสานอนาคตการศึกษา คอนเน็กซ์อีดี ซึ่งกลุ่มทรู เป็นหนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งมูลนิธิฯ โดยมีดร.เนตรชนก วิภาตะศิลปิน (ที่ 3 จากขวา) กรรมการและเลขานุการ มูลนิธิสานอนาคตการศึกษา คอนเน็กซ์อีดี และหัวหน้าคณะผู้บริหารด้านความเป็นเลิศทางธุรกิจและการศึกษา บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น​ ให้การต้อนรับ ซึ่งในโอกาสนี้ “แอนนา” ได้ร่วมพูดคุย แบ่งปันเรื่องราวและประสบการณ์ชีวิต เพื่อให้แง่คิดอันดีงามและสร้างแรงบันดาลใจแก่น้องๆ นักเรียน พร้อมร่วมกิจกรรมเลี้ยงอาหารกลางวัน ย้ำความมุ่งมั่นในการเป็นอีกหนึ่งแรงผลักดัน เชิญชวนทุกคนในสังคมตระหนักถึงการส่งเสริมด้านการศึกษาของเยาวชนไทย ร่วมเป็นส่วนหนึ่งใน​ “โครงการคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กเพื่อการศึกษา” ของมูลนิธิฯ ที่ระดมทุนจัดซื้อคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กให้แก่นักเรียนโรงเรียนสกุลดีประชาสรรค์ รวมถึงโรงเรียนคอนเน็กซ์อีดีอื่นๆ ที่ขาดแคลนอุปกรณ์ดิจิทัลทั่วประเทศ ให้มีโอกาสเรียนรู้อย่างไร้ขีดจำกัด ต่อยอดองค์ความรู้อย่างยั่งยืน


ทั้งนี้ โครงการ “คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กเพื่อการศึกษา” หรือ Notebook for Education เป็นหนึ่งในโครงการของมูลนิธิสานอนาคตการศึกษาคอนเน็กซ์อีดี สอดคล้องกับการดำเนินงานตามแนวทาง 5 ยุทธศาสตร์หลัก ด้านการเข้าถึงโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของสถานศึกษา (Digital Infrastructures) ซึ่งมีวัตถุประสงค์ที่จะสรรหาอุปกรณ์ดิจิทัล เช่น คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก เพื่อมอบให้แก่เยาวชนไทยในโรงเรียนที่ขาดแคลนทั่วประเทศได้ใช้เป็นเครื่องมือเข้าถึงแหล่งข้อมูลการเรียนรู้ได้อย่างเท่าเทียม ก้าวทันการศึกษายุคดิจิทัล โดยที่คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กทุกเครื่องที่จะมอบให้น้องๆ สามารถตรวจสอบรายชื่อผู้รับและติดตามความคืบหน้าการนำไปใช้งานได้อย่างโปร่งใส ผู้ที่สนใจ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมและร่วมสมทบทุนโดยตรงให้แต่ละโรงเรียนผ่าน connexted.org พร้อมรับสิทธิ์ลดหย่อนภาษี 2 เท่า


#มูลนิธิสานอนาคตการศึกษาคอนเน็กซ์อีดี #CONNEXTEDfoundation
เว็บไซต์: http://connexted.org
FB: CONNEXT ED


###

เกี่ยวกับมูลนิธิสานอนาคตการศึกษา คอนเน็กซ์อีดี (CONNEXT ED Foundation)

มูลนิธิสานอนาคตการศึกษา คอนเน็กซ์อีดี มีจุดเริ่มต้นตั้งแต่ปี 2559 จากโครงการสานพลังประชารัฐ ด้านการศึกษาพื้นฐานและการพัฒนาผู้นำ ภายใต้ความร่วมมือ 3 ภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคประชาสังคม และภาคเอกชน ต่อมาจดทะเบียนจัดตั้งเป็นมูลนิธิในปี 2563 โดยมีเจตนารมณ์และความมุ่งมั่น ในการขับเคลื่อนการศึกษาไทยให้มั่นคงและยั่งยืน ตามแนวทาง 5 ยุทธศาสตร์หลัก พร้อมเดินหน้าสร้างวัฒนธรรมการมีส่วนร่วมให้ทุกคนได้มีโอกาสเข้ามาส่งเสริมการศึกษาเยาวชนไทย

ปัจจุบัน มูลนิธิสานอนาคตการศึกษา คอนเน็กซ์อีดี มีเครือข่ายพันธมิตรภาคเอกชนชั้นนำของไทยรวมแล้ว 47 องค์กร โดยมี 12 องค์กรเอกชน ร่วมเป็นผู้ก่อตั้งมูลนิธิฯ ได้แก่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน), บมจ.เบอร์ลี่ ยุคเกอร์, กลุ่มเซ็นทรัล, บมจ. ซีพี ออลล์, บมจ.เจริญโภคภัณฑ์อาหาร, กลุ่มมิตรผล, กลุ่มปตท., ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน), เอสซีจี, บมจ.ไทยเบฟเวอเรจ, บมจ.ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป และ บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น
   
ต่อมาในระยะที่ 2 มีเครือข่ายพันธมิตรเข้าร่วมโครงการอีก 19 องค์กร ได้แก่ บจ. ไทยฮอนด้า, บมจ.บางจาก คอร์ปอเรชั่น, บมจ. บ้านปู, บมจ. บีอีซี เวิลด์, บจ. เบอร์แทรม (1958), บมจ. เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย), บจ. เอดู พาร์ค, โรงเรียนเอ็นคอนเส็ปท์ อี แอคเคเดมี่, บจ. โกลบิช อคาเดเมีย (ไทยแลนด์), บจ. เควี อิเล็กทรอนิกส์, บจ. เลิร์น คอร์ปอเรชั่น, บจ. แม็คเอ็ดดูเคชั่น, สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์, บจ. เอส เค โพลีเมอร์, บจ. สลิงชอท กรุ๊ป, ธุรกิจโลตัส ประเทศไทย, บจ. ไทยโตชิบาอุตสาหกรรมไฟฟ้า และบจ. สวนอุตสาหกรรมบางกะดี, บจ. เวสเทิร์น ดิจิตอล สตอเรจ เทคโนโลยีส์ (ประเทศไทย)

หลังจากนั้นในระยะที่ 3 มีเครือข่ายพันธมิตรเข้าร่วมโครงการ อีก 16 องค์กร ได้แก่ บจ. แอมิตี  บมจ. บี.กริม เพาเวอร์  บมจ. ซี.พี.แลนด์ บจ. เจริญโภคภัณฑ์โปรดิ๊วส บมจ. เจเคเอ็น โกลบอล มีเดีย ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย บมจ. สยามแม็คโคร บจ. โพรนาลิตี้ บมจ. สมิติเวช กลุ่มธุรกิจ ทีซีพี บมจ. ทิปโก้แอสฟัลท์ และบมจ. วีจีไอ และล่าสุด ในระยะที่ 3 นี้ มีเครือข่ายพันธมิตรใหม่เข้าร่วมอีก 3 องค์กร ได้แก่ ธนาคารออมสิน เครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโล และ บจ. ไตรโซลูชั่น
6
“แรงดึงดูด” โรแมนติกคอเมดี้สุดฟิน ของ ปีเตอร์ นพชัย -คริส หอวัง ฉายแล้วที่ทรูโฟร์ยู ช่อง 24


ทรูโฟร์ยู ช่อง 24 จะพาผู้ชมไปสัมผัสกับผลงานชิ้นโบว์แดงอีกชิ้นของ "เป็นเอก รัตนเรือง" กับภาพยนตร์เรื่อง​ “แรงดึงดูด” (The Life of Gravity) แนวโรแมนติกคอมเมดี้ ที่ได้พระเอกหนุ่มมาดเซอร์ ปีเตอร์ นพชัย ชัยนาม และนางเอกสาวหมวยเซ็กซี่ คริส หอวัง ร่วมประชันบทบาทที่จะทำให้คุณผู้ชมสนุกและอมยิ้มไปกับเรื่องราวความรักต่างขั้วของหนุ่มชาวเกาะกับสาวเมืองกรุง






ภาพยนตร์ แรงดึงดูด บอกเล่าเรื่องราวของหนุ่มสาวที่มีนิสัยต่างกันราวฟ้ากับเหว แต่ด้วยแรงดึดดูดหรือพรหมลิขิต ก็เลยทำให้เขาและเธอต้องโคจรมาใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันบนเกาะร้าง เริ่มต้นด้วยเรื่องของ​ มุก (คริส หอวัง) หญิงสาวเจ้าของร้านอาหารสุดชิคหอบกระเป๋าเสื้อผ้าลงเรือไปเที่ยวกับแฟนหนุ่ม แต่ดันเกิดเรื่องไม่คาดฝัน เมื่อชายหนุ่มที่เธอต้องพักค้างอ้างแรมด้วยแทนที่จะเป็นแฟนของตัวเองกลับไม่ใช่ซ้ำร้ายเธอเองก็ต้องติดแหง็กอยู่บนเกาะ โดยไม่รู้อนาคตว่าจะกลับมาได้อย่างไร เพราะมันคือเกาะร้างที่มีเพียงแค่​ สิงหา (ปีเตอร์ นพชัย) ผู้ชายที่ดูเหมือนจะเพี้ยนขนาดพาตัวเองไปใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นคนเดียว จะสนุกสนานขนาดไหนต้องไปติดตามชมภาพยนตร์ “แรงดึงดูด” วันศุกร์ที่ 2 ธันวาคมนี้ เวลา 16.30 น. สนุกดูฟรีได้ทางทรูโฟร์ยู ช่อง 24 และทาง​ https://true4u.com/live
7
สมาคมผู้สื่อข่าวกีฬาชวนคนรักซัพบอร์ด
ร่วมสร้างประวัติศาสตร์ “พายทะลุปอด”


สมาคมผู้สื่อข่าวกีฬาแห่งประเทศไทยร่วมกับจังหวัดระยอง หนุนโครงการหนึ่งกีฬา หนึ่งกิจกรรม รวมพลคนรักซัพบอร์ด “พายทะลุปอด” วันอาทิตย์ที่ 18 ธันวาคม เวลา 10.00 น. ณ ป่าชายเลนพระเจดีย์กลางน้ำ อ.เมืองระยอง จ.ระยอง สมัครฟรีเพียง 300 คนเท่านั้น


นายวรวุฒิ พงษ์ธีระพล นายกสมาคมผู้สื่อข่าวกีฬาแห่งประเทศไทย กล่าวว่า สมาคมฯได้ร่วมสนับสนุนโครงการท่องเที่ยวลดคาร์บอน หนึ่งจังหวัด หนึ่งกิจกรรมกีฬา  เพื่อให้ประชาชนได้เห็นความสำคัญของการออกกำลังกายและมีส่วนร่วมในการส่งเสริมให้เกิดการท่องเที่ยวในท้องถิ่น ซึ่งกิจกรรม พายทะลุปอด ถือเป็นครั้งแรกกับการรวมพลคนรักซัพบอร์ด ที่จะมาร่วมกันสร้างประวัติศาสตร์พายท่องเที่ยวศึกษาระบบนิเวศน์ธรรมชาติป่าชายเลนพระเจดีย์กลางน้ำ จังหวัดระยอง โดยผู้สมัครเข้าร่วมกิจกรรมพายซัพบอร์ดควรมีทักษะในการพายซัพบอร์ดและจะต้องนำเสื้อชูชีพมาด้วยตนเอง จำกัดนั่งได้ไม่เกิน 1 ลำ ต่อ 2 คน เท่านั้น และหากกรณีผู้สมัครมาเต็มจำนวน 300 ลำ จะพิจารณาผู้นำซัพบอร์ดมาด้วยตนเอง ให้เข้าร่วมกิจกรรมก่อน โดยกิจกรรมพายทะลุปอด จะจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 18 ธันวาคม เวลา 10.00 น. ณ ป่าชายเลนพระเจดีย์กลางน้ำ อ.เมืองระยอง จ.ระยอง ท่านที่สนในสามารถสมัครเข้าร่วมกิจกรรมฟรี รับเพียง 300 คนเท่านั้น


“ท่านที่สมัคร 150 ท่านแรก จะได้รับตุ๊กตาหม่าม้าหมุดฟรี และสมัคร 300 ท่านแรก จะได้รับฟรี เสื้อพายทะลุปอด และริชแบรนด์ สัญลักษณ์ผู้ร่วมสร้างประวัติศาสตร์ ส่วนระยะทางของกิจกรรม มี ระยะเต็มปอด 1.2 กม.และ ระยะเต็มปอด 3 กม. มีอาหารว่างและเครื่องดื่มบีริการฟรี นอกจากนั้นยังลุ้นรับรางวัล Like & SHARE เมื่อโพสต์ภาพ แอคติ้ง สูดอากาศเต็มปอด และรางวัล BIG gang Award มาเป็นก๊วน ชวนมาเป็นแก๊งค์ มากับกลุ่มเพื่อน มาทั้งครอบครัว รวมถึงรางวัลแฟนซี และผู้เข้าร่วมกิจกรรมจะได้รับสิทธิพิเศษส่วนลดที่พัก โรงแรม คาเฟ่ ร้านอาหาร ที่ร่วมโครงการ สมัครได้ตั้งแต่วันนี้ ถึง 15 ธันวาคม 2565 กด like เพจ แล้วสมัครที่ลิงค์ ลงทะเบียน https://docs.google.com/.../1fRLXhisbylhohEBvdvSpnrZ.../edit ตรวจสอบรายชื่อผู้ผ่านเกณฑ์การสมัครตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค. 65 เป็นต้นไป สอบถามเพิ่มเติม 090-9945961” นายกสมาคมผู้สื่อข่าวกีฬาแห่งประเทศไทยกล่าว


สำหรับกิจกรรมท่องเที่ยวแบบ ท่องเที่ยวลดคาร์บอน หนึ่งจังหวัด หนึ่งกิจกรรมกีฬา รวมพลคนรักซัพบอร์ “พายทะลุปอด” สนับสนุนโดยจังหวัดระยอง,สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดระยอง,กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง, สมาคมผู้สื่อข่าวกีฬาแห่งประเทศไทย, องค์การบริหารส่วนจังหวัดระยองและเทศบาลนครระยอง
8
ขอแสดงความยินดีกับคุณพันชนะ​ วัฒนเสถียร​ (คุณเต้) รับตำแหน่งนายกสมาคมท่องเที่ยวเขาใหญ่


                ขอแสดงความยินดีกับคุณพันชนะ​ วัฒนเสถียร​ (คุณเต้) นายกสมาคมท่องเที่ยวเขาใหญ่​ อ.ปากช่อง​จ.นครราชสีมา​ ผู้ก่อตั้งร้านเป็นลาว​ เขาใหญ่​ และหัวหิน​ (สาขาใหม่ล่าสุด)​ ​เนื่องในโอกาสที่ได้รับตำแหน่งนายกสมาคมท่องเที่ยวเขาใหญ่​ อำเภอปากช่อง​ จ.นครราชสีมา​ เป็นวาระที่​ 2​ ประจำปี​ 2566-2567 รับรองปีนี้ข่าวท่องเที่ยวเขาใหญ่หนาแน่น กิจกรรมเยอะ รัวรัววววว ……ไม่มีแผ่วแน่นอน ภูมิใจกับผู้ประกอบการที่ได้นายกคนขยัน ขยันคิด ขยันทำโปรเจคใหญ่ …..ที่สำคัญยังขยันทำงานแบบนี้ที่สุด !!!!
9
วช. หนุนทีมวิจัย ม.เกษตรฯ คิดค้นนวัตกรรมเส้นใยจากเถ้าลอยที่มาจากโรงไฟฟ้าถ่านหินเพื่อใช้ในผลิตภัณฑ์ไฟเบอร์ซีเมนต์ทดแทนเส้นใยจากแร่หินและตอบโจทย์ BCG Economy Model


สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ( วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ให้การสนับสนุนทีมวิจัย นำโดย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในการผลิตคิดค้นนวัตกรรมเส้นใยที่ผลิตจากเถ้าลอยที่ได้จากโรงไฟฟ้าถ่านหิน เพื่อนำมาใช้เป็นวัสดุเสริมแรงในวัสดุก่อสร้างประเภทผลิตภัณฑ์ไฟเบอร์ซีเมนต์ หวังเพื่อเป็นทางเลือกสำหรับใช้ทดแทนแร่ใยหินซึ่งปัจจุบันถูกจัดอยู่ในกลุ่มสารที่ก่อให้เกิดโรคมะเร็งในมนุษย์หากมีการสูดดมเข้าไปสะสมในร่างกาย โดยผลิตภัณฑ์ไฟเบอร์ซีเมนต์ที่เสริมแรงโดยใช้เส้นใยที่ผลิตจากเถ้าลอยมีคุณสมบัติต่าง ๆ เป็นไปตามมาตรฐานอุตสาหกรรม ปัจจุบันผลงานนวัตกรรมเส้นใยนี้อยู่ในระหว่างการขอรับอนุสิทธิบัตร และหากผลงานนี้ได้รับการยอมรับและสนับสนุนจากทุกภาคส่วนก็สามารถขยายผลต่อยอดผลิตภัณฑ์ไปสู่เชิงพาณิชย์ในอนาคตได้ สามารถเสริมสร้างคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อมให้กับสังคม อีกทั้งยังตอบสนองต่อ BCG Economy Model ของทางรัฐบาลอีกด้วย


ดร.วิภารัตน์  ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า วช. เป็นกลไกสำคัญของรัฐในการขับเคลื่อนและให้การสนับสนุนงานวิจัย สิ่งประดิษฐ์คิดค้นหรือนวัตกรรมต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน และสามารถถ่ายทอดเป็นองค์ความรู้สู่ชุมชน รวมถึงการส่งเสริมพัฒนาคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อม จากปัญหามลพิษจากการเผาไหม้หรือจากกระบวนการผลิตในภาคอุตสาหกรรมต่าง ๆ ทำให้หลายหน่วยงานได้ตระหนักถึงอันตรายของสารเคมีเหล่านี้ที่เข้าสู่ร่างกายมนุษย์ ยกตัวอย่างภาคธุรกิจก่อสร้างที่ในอดีตมีการผลิตเส้นใยที่ทำหน้าที่เสริมแรงทำจากแร่ใยหิน  อย่างไรก็ตามในปัจจุบันแร่ใยหินถูกจัดอยู่ในกลุ่มของสารที่ก่อให้เกิดโรคมะเร็งในมนุษย์โดยองค์การวิจัยโรคมะเร็งนานาชาติ (International Agency for Research on Cancer (IARC)) และห้ามใช้ในหลาย ๆ ประเทศ แต่สำหรับประเทศไทยนั้นยังไม่มีการห้ามใช้แร่ใยหิน จุดนี้เองทำให้ทีมนักวิจัยด้านวิศวกรรมวัสดุและวัสดุศาสตร์ ซึ่งประกอบด้วยคณาจารย์จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และนักวิจัยจากภาคอุตสาหกรรมทั้งอุตสาหกรรมก่อสร้างและอุตสาหกรรมแก้วกระจก ได้ร่วมกันพัฒนาวัสดุประเภทเส้นใยเพื่อเป็นทางเลือกในการนำมาใช้ทดแทนแร่ใยหิน เช่น การนำไปใช้ในวัสดุก่อสร้าง โดยทางทีมวิจัยเลือกใช้เถ้าลอยจากโรงไฟฟ้าถ่านหินมาเป็นวัตถุดิบหลักในการผลิตเป็นเส้นใย ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้นั้นนอกจากจะตอบโจทย์การพัฒนาวัสดุทดแทนแร่ใยหินแล้ว ยังเป็นการนำวัสดุพลอยได้ (By-product) จากโรงไฟฟ้าถ่านหินมาใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ตอบโจทย์ BCG Economy Model ทั้งในด้านเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular economy) และเศรษฐกิจสีเขียว (Green economy) อีกด้วย


รองศาสตราจารย์ ดร.ปริญญา ฉกาจนโรดม อาจารย์ประจำจากภาควิชาวิศวกรรมวัสดุ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ หัวหน้าทีมวิจัย กล่าวว่าเดิมทีเถ้าลอยจากโรงไฟฟ้าถ่านหินมีการนำมาใช้เป็นส่วนผสมทดแทนปูนซีเมนต์ในคอนกรีตที่ใช้ในการก่อสร้างอยู่แล้ว โดยเถ้าลอยเหล่านั้นจะต้องมีคุณสมบัติต่าง ๆ เป็นไปตามมาตรฐานอุตสาหกรรม อย่างไรก็ตามเนื่องจากคุณภาพของเถ้าลอยขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น คุณภาพถ่านหินที่ใช้ในการเผา ทำให้ในปัจจุบันพบว่ามีเถ้าลอยจำนวนมากที่มีคุณสมบัติไม่เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานอุตสาหกรรมสำหรับการนำมาใช้เป็นส่วนผสมในคอนกรีตได้


ดังนั้น หากเถ้าลอยเหล่านี้ไม่ได้รับการจัดการที่เหมาะสมก็จะก่อปัญหามลพิษได้ เพื่อให้มีการจัดการเถ้าลอยดังกล่าวอย่างเหมาะสม ทางทีมวิจัยได้พิจารณาองค์ประกอบเคมีของเถ้าลอยเหล่านั้น พบว่ามีองค์ประกอบเคมีคล้ายแก้วและสามารถนำมาเป็นวัตถุดิบหลักเพื่อพัฒนาเป็นเส้นใยที่มีความต้านทานสภาวะความเป็นด่างได้ดี เป็นวัสดุทางเลือกสำหรับทดแทนแร่ใยหินได้ และเมื่อทางทีมวิจัยได้ทดลองนำเส้นใยที่พัฒนาขึ้นไปใช้เป็นวัสดุเสริมแรงในผลิตภัณฑ์ไฟเบอร์ซีเมนต์ประเภทไม้พื้นและหลังคา พบว่า ผลิตภัณฑ์ที่ได้มีสมบัติเป็นไปตามมาตรฐานอุตสาหกรรม โดยผลิตภัณฑ์ไฟเบอร์ซีเมนต์ (Fiber cement) เป็นวัสดุก่อสร้างที่มีองค์ประกอบหลัก ได้แก่ ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ (Portland cement) มีเส้นใยที่ทำหน้าที่เสริมความแข็งแรง โดยปกติผลิตภัณฑ์ไฟเบอร์ซีเมนต์สามารถใช้งานได้ทั้งภายในและภายนอกอาคาร เช่น หลังคา ผนัง พื้น เป็นต้น  และยังสามารถใช้ทดแทนไม้จากธรรมชาติในการก่อสร้างได้ เนื่องจากคุณสมบัติทั่วไปของผลิตภัณฑ์ไฟเบอร์ซีเมนต์ คือ ทนแดด ทนฝน ทนแรงกระแทก ปลอดภัยจากปลวกและเชื้อรา ทนไฟ ไม่ติดไฟ ไม่ลามไฟ ทนสภาวะที่ต้องเผชิญกับความชื้นและอุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลงได้
10
“ซี-วิท” นำทัพพนักงานสร้างสุขภาพที่ดีทั้งกายและใจให้น้อง ๆ บ้านคลองคต




               ซี-วิท (C-vitt) นำทัพพนักงานลงพื้นที่ทำกิจกรรมให้ความรู้และความสนุกแก่น้อง ๆ โรงเรียนบ้านคลองคต จังหวัดจันทบุรี ในกิจกรรม “10 ปี C-vitt เพื่ออนาคตเด็กไทย แข็งแรง สดใสไปด้วยกัน” มอบ ซี-วิท มินิ ผลิตภัณฑ์วิตามินซี 200% จำนวน 960,000 กล่อง อุปกรณ์การเรียนการสอนและอุปกรณ์กีฬา ให้เยาวชนไทยในการดูแลของมูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนมีสุขภาพดีทั้งร่างกายและจิตใจ (Healthy Body & Mind)


               มร. โอซามุ โซมะ ประธานบริหาร บริษัท เฮ้าส์ โอสถสภา ฟู้ดส์ จำกัด กล่าวว่า “ปัญหาภาวะทุพโภชนาการของเยาวชนในพื้นที่ห่างไกล จัดเป็นปัญหาที่ต้องได้รับการช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนจากทุกภาคส่วน เพราะหากปล่อยไว้จะส่งผลกระทบต่อการพัฒนาของร่างกายและสมอง ดังนั้น ซี-วิท (C-vitt) จึงได้ผนึกกำลังกับมูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย และมูลนิธิเด็กโสสะแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ จัดกิจกรรม “10 ปี C-vitt เพื่ออนาคตเด็กไทย แข็งแรง สดใสไปด้วยกัน” ด้วยการมอบผลิตภัณฑ์ซี-วิท มินิ เครื่องดื่มวิตามินซี 200% ขนาด 125 มิลลิลิตร จำนวน 1,000,000 กล่อง พร้อมอุปกรณ์การเรียนการสอนและอุปกรณ์กีฬา มูลค่ารวมกว่า 14 ล้านบาท เพื่อเดินหน้าแก้ไขปัญหาด้านโภชนาการและสุขภาพของเยาวชนทั่วประเทศ




               โดยกิจกรรมดังกล่าวได้เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่เดือนกันยายน 2565 ทยอยส่งมอบผลิตภัณฑ์ ซี-วิท มินิ พร้อมอุปกรณ์การเรียนการสอนและอุปกรณ์กีฬาให้แก่น้อง ๆ เยาวชนทั่วประเทศไทย ล่าสุด ได้ส่งมอบซี-วิท มินิ จำนวน 960,000 กล่อง พร้อมอุปกรณ์การเรียนการสอนและอุปกรณ์กีฬา ให้แก่เยาวชนในการดูแลของมูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย ในพื้นที่ 9 จังหวัด ครอบคลุมพื้นที่ทุกภาคทั่วประเทศไทย ประกอบด้วย ภาคเหนือ จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดลำปาง ภาคใต้ จังหวัดนครศรีธรรมราช จังหวัดพัทลุง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดนครราชสีมา จังหวัดบุรีรัมย์ และภาคตะวันออก จังหวัดจันทบุรี จังหวัดสระแก้ว จังหวัดเพชรบุรี




               พร้อมกันนี้ ซี-วิท ยังได้นำทีมพนักงาน ลงพื้นที่จัดกิจกรรมให้ความรู้เรื่องวิตามินที่จำเป็นต่อร่างกาย และร่วมเล่นเกมเพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งด้านสุขภาพที่ดีทั้งร่างกายและจิตใจ (Healthy Body & Mind) ให้แก่น้อง ๆ​ ณ โรงเรียนบ้านคลองคต อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี โดยกิจกรรมดังกล่าวได้สอดแทรกเรื่องประโยชน์ของวิตามินซีที่จะช่วยให้ร่างกายแข็งแรง พร้อมทั้งปลูกฝังเรื่องการรับประทานอาหารที่จะช่วยเพิ่มวิตามินซีให้กับร่างกาย เพื่อให้น้อง ๆ เยาวชนได้นำความรู้ไปปรับใช้ในการบริโภคอาหารในชีวิตประจำวันต่อไป”















Pages: [1] 2 3 ... 10