Show Posts

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - happy

Pages: 1 2 [3] 4 5 ... 2416
31
ชวนทายผล NBA Finals 2024 ระหว่าง บอสตัน เซลติกส์ พบ ดัลลัส แมฟเวอริกส์
ลุ้นรับรับเสื้อ NBA ลิขสิทธิ์แท้ 3 รางวัล





               นับถอยหลังกับการชิงชัย NBA Finals 2024 ปีนี้เป็น บอสตัน เซลติกส์ แชมป์สายตะวันออก พบกับ ดัลลัส แมฟเวอริกส์ แชมป์สายตะวันตก โดยบอสตันเข้าชิงครั้งที่ 2 ในรอบ 3 ปี และมีโอกาสลุ้นแชมป์สมัยที่ 18 เพราะมีขุมกำลังที่แข็งแกร่ง จากคู่หู ‘เจย์-เจย์’ อย่าง เจย์สัน เททัม และ เจย์เลน บราวน์ รวมถึง คริสแตปส์ พอร์ซิงกิส ที่หายจากอาการบาดเจ็บมาลงสนามในซีรีส์รอบชิงฯ ได้อีกครั้ง ขณะที่ดัลลัสมีคู่หู ‘ลูไค’ นั่นคือ ลูกา ดอนซิช และ ไครี เออร์วิง ที่ช่วยกันพาทีมมาถึงจุดนี้ และมีโอกาสจะคว้าแชมป์เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2011 ด้วย ล่าสุดบอสตัน เซลติกส์ เปิดบ้านชนะ ดัลลาส แมฟเวอริกส์ ไปได้ด้วยสกอร์ 105-98 ส่งผลให้พวกเขาขึ้นนำซีรีส์ 2-0 ซึ่งเกมที่ 3 จะย้ายไปเล่นที่บ้านของดัลลัส ในวันที่ 13 มิถุนายน 2567 เวลา 07:30 น. ตามเวลาประเทศไทย

               ขอชวนแฟนบาสร่วมสนุกกับ กิจกรรมทายผล NBA Finals 2024 ทายถูกทั้งหมด รับเสื้อ NBA ลิขสิทธิ์แท้  มูลค่า 3,800 บาท  ไปเลย 3 รางวัล กับกติการ่วมสนุกง่าย ๆ เพียง กดไลค์ กดติดตาม แชร์โพสนี้ https://shorturl.asia/5jb6d และคอมเม้นท์ทายผลทีมแชมป์ NBA2024 และจำนวนเกมส์ที่ชนะ (เช่น เซลติกส์ 4-2) พร้อมแท็กเพื่อน 2 คน หมดเขตร่วมสนุกทายผลในวันที่  13 มิถุนายน 2567 เวลา 06:30 น. อย่าลืมกดติดตามเพจเพื่อร่วมกิจกรรมสุดพิเศษก่อนใครได้ที่ https://www.facebook.com/FUN88AsiaTH

#Funbasketballthailand #กล้าฝันกล้าสนุก #FUNบาสNBA #fun88asia #Fun88newsThai #FUNxNBA #Fun88 #NBAFinals #nba #fun88xโทนี่ปาร์คเกอร์ #DaretodreamDaretoFUN #EurohaveFun #LiveYourDream #ฝันของคุณเป็นจริงได้ที่นี่ #บอสตันเซลติกส์ #ดัลลัสแมฟเวอริกส์ #mavericks #dallas #dallasmavericks #bostonceltics #boston



32
“ณัทพงศ์” เฉือนเพลย์ออฟคว้าแชมป์ เอสเอที-ไทยแลนด์ วันเดย์ ทัวร์ สนาม 5


โปรอ๊อฟ-ณัทพงศ์ นิยมชน

11 มิถุนายน 2567 – ณัทพงศ์ นิยมชน เฉือนเพลย์ออฟชนะ กอบเดช รอดรัต คว้าแชมป์ “เอสเอที-ไทยแลนด์ วันเดย์ ทัวร์ 2024” สนามที่ 5 ณ สนามเดอะ วินเทจ คลับ จังหวัดสมุทรปราการ เมื่อวันที่ 11 มิถุนายนที่ผ่านมา หลังทั้งคู่จบ 18 หลุมด้วยสกอร์เท่ากันที่คนละ 4 อันเดอร์พาร์ 68


การกีฬาแห่งประเทศไทย ร่วมกับ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สมาคมกีฬากอล์ฟอาชีพแห่งประเทศไทย และ ภาคเอกชน บริษัท พีทีจี เอ็นเนอร์ยี จำกัด (มหาชน) บริษัท ดั๊บเบิ้ล เอ (1991) จำกัด (มหาชน) บริษัท TCMT หลักสูตรกอล์ฟผู้บริหาร EGA จัดการแข่งขันกอล์ฟ เอสเอที-ไทยแลนด์ วันเดย์ ทัวร์ 2024 (SAT-Thailand One Day Tour 2024) ชิงชัย 8 รายการ รวมเป็นเงินรางวัลให้ช่วงชิง 2.5 ล้านบาท แข่งขัน ณ สนามเดอะ วินเทจ คลับ จังหวัดสมุทรปราการ โดยแชมป์ทำเงินรางวัลสะสมสูงสุดของทัวร์ยังได้รับเงินรางวัลโบนัสพร้อมสิทธิลงเล่นในรายการไทยแลนด์ ดีเวลลอปเมนท์ ทัวร์ และรางวัลพิเศษอื่นๆ


กอบเดช รอดรัต

การแข่งขันสนามที่ 5 ชิงชัยที่สนามเดอะ วินเทจ คลับ พาร์ 72 อำเภอบางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการ เมื่อวันที่ 11 มิถุนายนที่ผ่านมา มีนักกอล์ฟสนใจเข้าร่วมแข่งขัน 120 คน ซึ่งรวมถึงนักกอล์ฟฝีมือดีของไทย อาทิ อานน ว่องวานิช แชมป์สนามแรก, อรรถพล ศรีบุญแก้ว, พงศ์พิพัฒน์ กองทอง และ แซนวิช-ภิมพิศา สีสุธรรม นักกอล์ฟสมัครเล่นมือ 82 ของโลก


ผลการแข่งขันปรากฏว่า โปรอ๊อฟ-ณัทพงศ์ นิยมชน นักกอล์ฟหนุ่มจากนครสวรรค์ รองแชมป์สนามที่แล้ว ทำ 6 เบอร์ดี้ เสีย 2 โบกี้ จบ 18 หลุมเข้ามา 4 อันเดอร์พาร์ 68 เท่ากับ กอบเดช รอดรัต ที่หวด 7 เบอร์ดี้ เสีย 3 โกบี้ ต้องตัดสินด้วยการเพลย์ออฟ และเป็นณัทพงศ์ที่เก็บพาร์เฉือนชนะคว้าแชมป์พร้อมรับเงินรางวัล 30,000 บาท ส่วนกอบเดช รั้งรองแชมป์รับเงินรางวัลไป 15,000 บาท โดยมี ยศกร สุโภภาค ตามมาที่อันดับสามด้วยสกอร์ 3 อันเดอร์พาร์ 69


สำหรับรูปแบบการแข่งขันรายการ เอสเอที-ไทยแลนด์ วันเดย์ ทัวร์ 2024 เป็นการแข่งขันแบบสโตรคเพลย์ 1 วัน ภายใต้ระเบียบ ข้อบังคับ กฎ กติกา และเป็นไปตามมาตรฐานการจัดการแข่งขันตามที่สมาคมกีฬากอล์ฟอาชีพแห่งประเทศไทยกำหนด โดยรับสมัครนักกอล์ฟเข้าแข่งขันรายการละไม่เกิน 120 คน ซึ่งนักกอล์ฟอาชีพที่จบในอันดับ 1-40 จะได้รับเงินรางวัล ทั้งนี้แชมป์แต่ละรายการยังได้สิทธิ์เข้าร่วมแข่งขันรายการ ไทยแลนด์ ดีเวลลอปเมนท์ ทัวร์ (Thailand Development Tour: TDT) ขณะที่นักกอล์ฟที่ทำเงินรางวัลสะสมอันดับที่ 1 และ 2 (ภายหลังจากทำการแข่งขันครบทั้ง 8 รายการ) จะได้สิทธิลงเล่นใน SAT- Thailand Development Tour และ Thailand PGA Tour เป็นเวลา 1 ปี

นอกจากนี้ยังมีเงินโบนัสพิเศษอีก 50,000 บาท สำหรับนักกอล์ฟที่ทำเงินรางวัลสะสมสูงสุดของทัวร์ รวมถึงสิทธิประโยชน์พิเศษสำหรับนักกอล์ฟสมัครเล่นในฤดูกาล 2024 มอบสิทธิ์รอบควอลิฟายในรายการไทยแลนด์ ดีเวลลอปเมนท์ ทัวร์ สำหรับนักกอล์ฟสมัครเล่นที่ทำคะแนนดีที่สุดในกลุ่มของนักกีฬาสมัครเล่น 3 อันดับแรก ในแต่ละรอบการแข่งขันของไทยแลนด์ ดีเวลลอปเมนท์ ทัวร์

ติดตามข่าวสารของการแข่งขัน เอสเอที-ไทยแลนด์ วันเดย์ ทัวร์ ได้ที่เว็บไซต์ www.satonedaytour.com และ Facebook: SAT-THAILAND ONE DAY TOUR

33
บล.เมย์แบงก์ ร่วมงานมหกรรมการลงทุนที่สุดแห่งปี SET in the City 2024


              บล.เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) นำทีมผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุน ร่วมงานมหกรรมการลงทุนที่สุดแห่งปี SET in the city 2024 วันที่ 15-16 มิถุนายน 2567 ณ บูธ S25 สามย่านมิตรทาวน์ ฮอลล์ ชั้น 5 สามย่านมิตรทาวน์ ตั้งแต่เวลา 10.00 – 19.00 น.

              เมย์แบงก์ ผู้นำด้านการลงทุนในภูมิภาคอาเซียน ร่วมงาน ภายใต้ธีม “Jump Start พุ่งทะยานคว้าโอกาสทุกการลงทุน” มอบความรู้ความเข้าใจด้านการลงทุน รวมถึงผลิตภัณฑ์ลงทุน แนะนำให้ความรู้ตั้งแต่เริ่มต้น จนถึงวางแผนระยะยาว บริการดูแลเปิดพอร์ตลงทุน ปรับพอร์ต จัดพอร์ต แบบใกล้ชิดโดยนักวางแผนการลงทุนมืออาชีพ ตอกย้ำภาพลักษณ์เมย์แบงก์ บริษัทหลักทรัพย์ที่พร้อมเป็นที่ปรึกษาการลงทุนให้คนไทย เพราะเราเชื่อว่าทุกคนสามารถเป็นนักลงทุนได้มุ่งเน้นการให้ความรู้แก่นักลงทุนไทย อย่างถูกต้องและยั่งยืน ในงาน  SET in the City 2024 วันที่ 15-16 มิถุนายน 2567 ณ บูธ S25 สามย่านมิตรทาวน์ ฮอลล์ ชั้น 5 สามย่านมิตรทาวน์ ตั้งแต่เวลา 10.00 – 19.00 น.

              ภายในบูธ มีกิจกรรมให้ร่วมสนุกรับรางวัล 1 ต่อ ต่อที่ 1 กดไลก์  กดแชร์ รีโพสต์ หรือถ่ายรูปคู่กับพี่เสือที่บูธ รับกระเป๋าฟรี Jump Start ต่อที่ 2 ลูกค้าใหม่เปิดบัญชีหรือลูกค้าเก่าพาเพื่อนมาเปิดบัญชี รับ Voucher Lazada มูลค่า 150 บาท

              นอกจากนี้ ผู้ร่วมงานสามารถเข้าฟังสัมมนาจากกูรูด้านการลงทุน พบกับ บล.เมย์แบงก์(ประเทศไทย) โดยคุณ พัลลภ  อัศววงศ์ไพศาล ผู้อำนวยการหลักทรัพย์รายย่อย เวที Main Stage วันที่ 15 มิถุนายน 2567 เวลา 16:45-17:15 ในหัวข้อ "เรื่องต้องรู้ก่อนอัปเวล มือใหม่ไปสายเทรด"  และ Demon Stage วันที่ 16 มิถุนายน 2567 เวลา 14:30-14:50 ในหัวข้อ “Maybank Invest กับฟีเจอร์ลับที่นักลงทุนต้องรู้“

              พบกับ บล.เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) ที่งาน Set in the city วันที่ 15-16 มิถุนายน 2567 ณ บูธ S25 สามย่านมิตรทาวน์ ฮอลล์ ชั้น 5 สามย่านมิตรทาวน์ ตั้งแต่เวลา 10.00 – 19.00 น.

34
ฤกษ์ดี!! "มาดามนัน" เปิดตัวรีสอร์ทในวันสุดพิเศษ!!




               เมื่อวันพุธที่ 5 มิถุนายน 2567 ณ บ้านเลขที่ 88/8 ตำบลดอนฉิมพลี อำเภอบางน้ำเปรี้ยว จังหวัดฉะเชิงเทรา "มาดามนัน" จัดงานเปิดตัวรีสอร์ท ยิ่งใหญ่อลังการท่ามกลางบรรยากาศธรรมชาติ ติดกรุงเทพฯ "รีสอร์ท Nanthawan Park 888 - บ้านสวน 888" และพร้อมในโอกาสเดียวกันนี้ได้จัดงาน Happy Birthday คุณนันทวันทน์ ซันฮีม ประธานบริหารฯ บริษัท NLD GROUP และ บีบีพี โค้ทติ้ง จำกัด ผู้ผลิตและทำผลิตภัณฑ์โลหะสำเร็จรูป ด้วยวิธีเคลือบหรือลงรัก ชุบหรือขัด การกลึงกัดไสโลหะ งานก่อสร้าง และอื่นๆ มากมาย จนประสบความสำเร็จ มาแล้วกว่า 18 ปี และขยายต่อ-ยอดธุรกิจ ด้านอสังหาริมทรัพย์ สร้างแลนมาร์คให้จังหวัดฉะเชิงเทรา

               โดยช่วงเย็นภายในงานมีการแสดง มินิคอนเสิร์ต จากศิลปินชื่อดังมากมาย โดยมีแขกผู้ใหญ่มาร่วมแสดงความยินดี เช่น นายกิตติ เป้าเปี่ยมทรัพย์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดฉะเชิงเทรา, ตัวแทนร้อยตำรวจโท ดร.มนัส โนนุช ประธานสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยในพระราชาอุปถัมภ์ ประธานมูลนิธิมิราเคิล ออฟไลฟ พร้อมแขกผู้มีเกียรติอีกจำนวนมากมายร่วมรับประทานอาหาร  มีบูธอาหารจาก "รีสอร์ท Nanthawan Park 888" อาทิ บูธขนมไทยบ้านสวน888, บูธเบเกอรี่บ้านสวน888 และ ไก่ย่างบ้านสวน888 โดยบรรยากาศเต็มไปด้วยความอบอุ่น ประทับใจ และมีรอยยิ้ม และในช่วงท้ายงานการแสดงโชว์พลุ พร้อมแสงสีเสียงตระการตา 

               คุณนันทวันทน์ ซันฮีม หรือ "มาดามนัน" นอกจากการเป็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ ยังช่วยเหลือสังคม CSR สร้างงาน สร้างอาชีพ ทำบุญมามากมายหลายวงการ ที่สำคัญ ยังดูแลเด็กกำพร้าที่ยากจน ช่วยเหลือผู้พิการคนด้อยโอกาสตลอดมา

#มาดามนัน #Nanthawanpark888 #บ้านสวน888 #NLDGROUP




































35
‘ไชยา’ ร่วมเปิดสุดยิ่งใหญ่
“งานบุญบั้งไฟศรีบุญเรือง @หนองบัวลำภู ประจำปี 2567”
เทศบาลตำบลโนนสูงเปลือย





               พิธีเปิดยิ่งใหญ่สุดอลังการใน “งานบุญบั้งไฟศรีบุญเรือง @หนองบัวลำภู ประจำปี 2567” 7 ชุมชนเทศบาลตำบลโนนสูงเปลือยร่วมประชัน 7 ขบวนแห่บั้งไฟตระการตา ยลโฉม “ผาแดงนางไอ่” ของแต่ละหมู่บ้าน พร้อมกิจกรรมภายในงานคับคั่ง นำมาโดยบูธแสดงสินค้าโอท็อปของชุมชนกว่า 100 บูธ และการแสดงจากศิลปินหมอลำ“หมออั๋น สุดสะแนน” และ “พิน ร็อค โมเดิร์น” สร้างสีสันท่ามกลางประชาชนและนักท่องเที่ยวที่เข้าร่วมงาน ณ สนามหน้าที่ว่าการอำเภอศรีบุญเรือน จ.หนองบัวลำภู นับหมื่นคน !!




               นายไชยา พรหมา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองบัวลำภู อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย ดร.วุฒิพงษ์ ศิริสถิตย์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดหนองบัวลำภู, นายเพทาย จรกระโทก นายอำเภอศรีบุญเรือง, นางปาลิดา คำพิบูลย์ นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลโนนสูงเปลือย, นางสาวพลิสา พรกุณา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานเลย และ นายสุรกิจ ศรีเกษม เลขานุการประจำคณะกรรมาธิการ คณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร ร่วมพิธีเปิด “งานบุญบั้งไฟศรีบุญเรือง @หนองบัวลำภู ประจำปี 2567” ที่สนามหน้าที่ว่าการอำเภอเมืองศรีบุญเรือง จังหวัดหนองบัวลำภู เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2567

               สำหรับงานครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจของจังหวัดหนองบัวลำภูและของประเทศไทยในภาพรวม อีกทั้งยังเป็นการสืบสานวัฒนธรรมขนบธรรมเนียมประเพณีของชาวอีสานให้สืบต่อไป พร้อมทั้งยังเป็นการประชาสัมพันธ์กิจกรรมที่อยู่คู่กับคนไทยมาช้านานให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายมากขึ้น และเพื่อโอกาสในการผลักดันให้เป็น “ซอฟท์เพาเวอร์” ของประเทศไทยไปสร้างเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจยังนานาชาติได้







               ภายในงานจะพบกับชาวอำเภอศรีบุญเรืองทั้ง 7 ชุมชนเทศบาลตำบลโนนสูงเปลือยต่างพร้อมใจกันร่วมประกวดขบวนแห่บุญบั้งไฟ ซึ่งแต่ละชุมชนต่างนำเสนอรูปขบวนผ่านการแสดงที่มีความน่าสนใจ สวยงาม และแสดงถึงอัตลักษณ์ของชุมชนตนเองที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์ เป็นของดีที่ไม่ว่าจะเป็นนักท่องเที่ยวชาวไทยหรือต่างชาติก็จะต้องประทับใจ นอกจากนี้ภายในงานยังมีบูธแสดงสินค้าโอท็อปของชุมชนกว่า 100 บูธ และการแสดงจากศิลปินหมอลำที่มีชื่อเสียง ได้แก่ “หมออั๋น สุดสะแนน” และ “พิน ร็อค โมเดิร์น” มาสร้างสีสันให้แก่งานท่ามกลางประชาชนและนักท่องเที่ยวที่เข้าร่วมงานเรือนหมื่นคน







               บุญบั้งไฟเป็นหนึ่งในฮีตสิบสองคลองสิบสี่ของชาวอีสาน นิยมทำกันในช่วงเดือน 6 หรือเดือน 7 ซึ่งเป็นช่วงฤดูฝนเข้าสู่การทำนา วัตถุประสงค์หลักของบุญบั้งไฟก็คือ “การขอฝน” เชื่อกันว่าหากท้องถิ่นใดละเลยไม่จัดบุญบั้งไฟ ฟ้าฝนก็จะไม่ตกต้องตามฤดูกาล แต่หากจัดงาน ประชาชนในหมู่บ้านนั้นจะอยู่เย็นเป็นสุข ปราศจากโรคภัย จึงมีการจุดบั้งไฟขึ้นไปบนท้องฟ้า เพื่อเป็นการแสดงความคารวะ และเป็นสัญญาณแจ้งให้เทพารักษ์ได้ทราบว่าใกล้จะถึงฤดูทำไร่ทำนาแล้ว ขอให้โปรดเมตตาช่วยบันดาลให้ฝนตกลงมายังภาคพื้นดินด้วย

               สำหรับกิจกรรมที่สำคัญและยิ่งใหญ่ระดับจังหวัดเช่นนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้เลยหากขาดผู้สนับสนุนคอยให้กำลังใจอันประกอบด้วย จังหวัดหนองบัวลำภู อำเภอศรีบุญเรือง เทศบาลตำบลโนนสูงเปลือย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย บริษัท ไอ-แคนนาบิซ จำกัด และหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชนอีกดด้วย




































36
เกรียนสุดฉุดไม่อยู่ “เต๋า สมชาย- แจ๊ส “ชวนชื่น”
ใน “มือปืนโลกพระจัน” ภาค 1-2 ที่ทรูโฟร์ยู ช่อง 24


             วันหยุดไม่มีเหงา นั่งดูหนัง “มือปืนโลกพระจัน  2 ภาครวด” พบการรวมตัวนักแสดงดัง เต๋า สมชาย แจ๊ส ชวนชื่น โจ๊ก โซคูล ตั๊ก บริบูรณ์ แค่เห็นหน้าก็ฮานำไปก่อนล่วงหน้าแล้ว เรื่องนี้ยังมีนักแสดงสายฮา หม่ำ จ๊กมก น้าค่อม ชวนชื่น โรเบิร์ต สายควัน  และป๋าเทพ โพธิ์งาม มาร่วมแจมความสนุก ด้วยฝีมือการกำกับของ ยุทธเลิศ สิปปภาค บอกได้เลยว่าฮาทุกซีน






             “มือปืนโลกพระจัน” ภาค 1 ออกอากาศเวลา 18.40 น. เริ่มต้นด้วยเรื่องของอดีตมือปืนรุ่นใหญ่ เป๋ ปืนควาย (เทพ โพธ์งาม) ที่เพิ่งออกจากคุกในวัยชราภาพ แต่ก็ไม่วายได้รับการติดต่องานให้สังหารเถกิงมือปราบตงฉิน ฉายา “ตำรวจเหล็ก” เขาจึงรวบรวมทีมงานที่คุ้นเคย ซึ่งปัจจุบันกลายเป็นมือปืนตกรุ่นไปแล้วอย่าง หมา ลูกบักเขียบ (หม่ำ จ๊กม๊ก) มือระเบิดลูกอีสานจอมโว เอ๋อ เอ็ม 16 (เท่ง เถิดเทิง) นักฆ่าหมื่นศพ สิงห์สำอางค์ ผี ไรเฟิล (ถั่วแระ เชิญยิ้ม) นักแม่นปืนจิตหลอน ขณะเดียวกัน คิด ไซเลนเซอร์ (สมชาย เข็มกลัด) มือปืนรุ่นใหม่ค่าตัวแพง ก็ได้รับการว่างจ้างให้ลงมือฆ่าตำรวจเหล็กเช่นกัน การปะทะฝีมือระหว่างมือปืนตกรุ่นกับรุ่นใหม่ไฟแรงจึงเกิดขึ้น ต่อด้วยความเกรียนสุดฮาจาก “มือปืนโลกพระจัน” ภาค 2 เวลา 21.00 น. ตัวหนังเล่าถึงยุคที่กรุงเทพมีหิมะตกอย่างน่าประหลาดใจ กับการปกครองจากกองทัพสหประชาชาติที่ออกกฎจนประเทศไทยกลายเป็นเมืองไร้ซึ่งสีสัน เหล่ามือปืนต่างดิ้นรนเพื่อความรักและความสุขอันไกลเกินเอื้อมทั้ง แจ็ส โซเด (แจ๊ส ชวนชื่น) มือดาบมือพระกาฬฟันกระสุนขาดครึ่งที่ถูกว่าจ้างให้สังหารไต้หล้า อาซาปัตตานี ผู้ต่อต้านกองทัพฝ่ายใต้ ด้าน โจ๊ก โซแบด (กรภพ จันทร์เจริญ) มือปืนลูกศิษย์ของ คิด ไซเรนเซอร์ ผู้ถ่ายทอดวิชาปืนเก็บเสียงก็ได้รับการว่าจ้างให้สังหาร ไอสาน พระกาฬสุรินทร์ ผู้ต่อต้านกองทัพฝ่ายอีสาน โดยหวังจะเอาเงินก้อนนี้พาคนรัก ดารณี (วนิดา เติมธนาภรณ์) ที่ป่วยใกล้สิ้นชีพไปดูแสงเหนือตามความฝัน ห้ามพลาดชมความอลเวงสุดป่วนของพวกเขาในวันอาทิตย์ที่ 16 มิถุนายนนี้ ชมฟรีดูสนุกทางทรูโฟร์ยู ช่อง 24 https://true4u.com/live


37
แจกตั๋วฟรี! 12 ใบ สำหรับแฟนบอลชาวไทย
ในศึกฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก 2026 ไทย พบ สิงคโปร์ ดวลแข้ง 11 มิ.ย. นี้
ที่สนามราชมังกีฬาสถาน สุดพิเศษกับแคมเปญ ‘EUROhaveFUN’





               ใกล้แล้วกับศึกฟุตบอลโลก 2026 รอบคัดเลือกโซนเอเชีย รอบ 2 ของทีมชาติไทย ที่จะพบกับ ทีมชาติสิงคโปร์ ที่อยู่ร่วมกันในกลุ่ม C ซึ่งนัดแรกที่เจอกันที่สิงคโปร์ ทีมช้างศึกสามารถบุกไปเอาชนะได้ด้วยสกอร์ 1 – 3

               สถานการณ์ล่าสุดของกลุ่มนี้ในรอบคัดเลือก รอบที่ 2 โซนเอเชีย อันดับ 1 เกาหลีใต้มี 13 คะแนน นำ และผ่านเข้าสู่รอบต่อไปอย่างแน่นอนแล้ว อันดับ 2 ทีมชาติจีน มี 8 คะแนน ขณะที่ทีมชาติไทยมี 5 คะแนน อยู่ในอันดับ 3 และสิงคโปร์อยู่อันดับสุดท้ายมีเพียงแต้มเดียว ตกรอบเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ในนัดนี้เป็นการวัดอนาคตทีมชาติไทยในการที่จะได้ผ่านเข้าสู่รอบต่อไป โดยเงื่อนไขการเข้ารอบของทีมช้างศึก คือ อันดับแรก ทีมชาติไทย ต้องชนะ สิงคโปร์ และ ทีมชาติ จีนต้องแพ้เกาหลีใต้เท่านั้น จากนั้นไปวัดประตูได้เสียกัน โดยปัจจุบันทีมชาติไทยมีประตูได้เสียตามอยู่ 3 ลูก

               ขอเชิญชวนแฟนบอลไทยร่วมกันเชียร์และลุ้นพร้อมกันในวันที่ 11 มิถุนายนนี้ที่สนามราชมังกีฬาสถาน ซึ่งน่าจะเป็นนัดที่มันส์สุด ๆ ใครอยากไปดูสดติดขอบสนาม ‘EUROhaveFUN’ จัดให้แจกตั๋วดูบอล 12 ใบ (1 รางวัล 2 ใบ) กับกติการ่วมสนุกง่าย ๆ เพียง แอดไลน์ https://shorturl.asia/1Wi4o จะสุ่มแจกเฉพาะสมาชิกในกลุ่มไลน์เท่านั้น กดติดตามเพจ https://www.facebook.com/FUN88AsiaTH แล้วคุณจะพบกิจกรรมสนุก ๆ ตลอดทั้งปี

#กล้าฝันกล้าสนุก #DaretoDreamDaretoFun #EURO2024 #eurohavefun #ยูโร2024 #DareToDream #DaretoFun #fun88asia #ยูโร2024 #ทีมชาติไทย #บอลไทย



38
วช. หนุน รร.นายร้อยตำรวจ พัฒนาแอป “3B-JOB” มอบโอกาสเด็กและเยาวชน พร้อมโชว์งานวิจัยการตรวจสารเสพติดในเส้นผม


โอกาส เป็นสิ่งที่ทุกคนปรารถนา โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับเด็กและเยาวชนที่เคยก้าวพลาดด้วยเหตุผลต่าง ๆ การได้กลับคืนสู่สังคม ใช้ชีวิตอย่างปกติสุข เป็นสิ่งที่ทุกคนใฝ่ฝัน


สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เล็งเห็นถึงโอกาสนี้ จึงได้สนับสนุนทุนวิจัยให้กับโรงเรียนนายร้อยตำรวจ โดยมี ผศ.พ.ต.อ.ดร. ธิติ มหาเจริญ รองคณบดีคณะนิติวิทยาศาสตร์ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ เป็นหัวหน้าโครงการ ภายใต้แผนงานวิจัยนวัตกรรมยุติธรรมท้าทายไทยเพื่อการป้องกันการกระทำความผิดซ้ำและส่งเสริมโอกาสการดำเนินชีวิตของเด็กและเยาวชนที่เคยกระทำความผิด เพื่อพัฒนาแอปพลิเคชัน “3B-JOB” และจัดทำโครงการวิจัยเกี่ยวกับการตรวจสารเสพติดในเส้นผม เพื่อป้องกันปัญหาการใช้สารเสพติดของเด็กและเยาวชน เพื่อช่วยน้อง ๆ ผู้ที่เคยก้าวผิดได้กลับเข้าสู่สังคม ได้รับโอกาสมีงานทำ มีอาชีพ มีรายได้ เลี้ยงดูตนเองและครอบครัว


ผศ.พ.ต.อ.ดร. ธิติ มหาเจริญ รองคณบดีคณะนิติวิทยาศาสตร์ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ กล่าวว่า โครงการออกแบบพัฒนาแอปพลิเคชัน “3B-JOB” เป็นโครงการวิจัยที่ได้รับการสนับสนุนจาก วช. ซึ่งมุ่งเน้นการสร้างโอกาสทางอาชีพสำหรับเด็กและเยาวชนที่เคยก้าวพลาด ด้วยการใช้แอปพลิเคชันเป็นสื่อกลางระหว่างผู้ประกอบการ นายจ้าง และเด็ก เยาวชนที่ต้องการมีงานทำ โดยแบ่งผู้ใช้งานออกเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ 1) กลุ่มเครือข่ายส่งเสริมอาชีพ คือ กลุ่มผู้ประกอบการหรือนายจ้างที่สามารถประชาสัมพันธ์ภารกิจของหน่วยงานลงประกาศรับสมัครงาน และเสนอตำแหน่งงานที่เหมาะสมให้กับเด็กและเยาวชนได้โดยตรง และ 2) กลุ่มเด็กและเยาวชนที่ต้องการมีงานทำ ซึ่งสามารถสร้างโปรไฟล์ ลงประวัติส่วนตัว และนำเสนอศักยภาพและทักษะในด้านต่าง ๆ ที่ตรงตามความต้องการของตนเองและตลาดแรงงาน


ทั้งนี้ แอปพลิเคชัน 3B-JOB ได้ออกแบบมาให้ใช้งานง่ายและสะดวกต่อการเข้าถึงข้อมูล โดยช่วยให้เด็กและเยาวชนได้รับตำแหน่งงานที่ตรงกับความสามารถของตนเอง และช่วยให้นายจ้างได้ผู้ร่วมงานหรือตำแหน่งงานที่เหมาะสมกับองค์กร


นอกจากนี้ ยังมีโครงการวิจัยเกี่ยวกับการตรวจสารเสพติดในเส้นผมเพื่อป้องกันปัญหาการใช้สารเสพติดของเด็กและเยาวชน ซึ่งโรงเรียนนายร้อยตำรวจ โดยการสนับสนุนทุนวิจัยจาก วช. ได้ดำเนินการร่วมกับสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน และกระทรวงยุติธรรม โดยโครงการนี้ เน้นการควบคุมให้น้อง ๆ เยาวชนในสถานพินิจฯ หรือศูนย์ฝึกฯ ไม่หวนกลับไปใช้สารเสพติดซ้ำเมื่อได้รับการอนุญาตลาเยี่ยมบ้านหรือกลับคืนสู่สังคม


ดร. ธิติ มหาเจริญ กล่าวต่อว่า สารเสพติดถึงแม้จะหยุดใช้งานเป็นระยะเวลานาน แต่ก็ยังฝังตัวอยู่ในเส้นผม แตกต่างจากตัวอย่างปัสสาวะ และเลือด ที่จะถูกขับออกตามกลไกร่างกาย ซึ่งวิธีการตรวจหาสารเสพติดในเส้นผม คือ การตัดเส้นผมที่ห่างจากหนังศีรษะ 3 เซนติเมตร ฉะนั้นถ้ามีการเสพสารเสพติดภายในระยะเวลา 3 เดือน จะสามารถตรวจพบได้ ซึ่งวิธีการนี้ เน้นการควบคุมเยาวชนไม่ให้หวนกลับไปใช้สารเสพติดอีกครั้ง ทั้งนี้ หลังจากการดำเนินโครงการ พบว่า สถิติการตรวจพบสารเสพติดในกลุ่มเป้าหมายลดลงอย่างเห็นได้ชัด

วช. มุ่งหวังว่าการสนับสนุนทุนวิจัยในครั้งนี้ จะเป็นพลังสำคัญในการสร้างสังคมที่ทุกคนมีโอกาส เด็กและเยาวชนสามารถเติบโตและพัฒนาศักยภาพ มีอนาคตที่สดใส เป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศชาติต่อไป

39
melissa x Marc Jacobs
พบกับการกลับมาอีกครั้งของแคปซูลคอลเลกชั่นรองเท้าสุดไอคอนิค




melissa (เมลิสซ่า) แบรนด์รองเท้ารักษ์โลกจากประเทศบราซิล โดยมี ยัสปาล กรุ๊ป เป็นผู้บริหารในประเทศไทย เปิดตัวคอลาบอเรชั่นสุดพิเศษกับ Marc Jacobs สร้างสรรค์แคปซูลคอลเลกชั่นสุดฮิต สำหรับฤดูกาล Pre-Fall 2024 โดยได้รับแรงบันดาลใจมาจากโทนสีของคอลเลกชั่น ready-to-wear ของ Marc Jacobs ที่มากับลายพิมพ์โมโนแกรม และการตกแต่งแบบเมทัลลิก ผสมผสานเข้ากับ DNA ของ melissa อย่างลงตัว


melissa x Marc Jacobs นี้เป็นการสะท้อนตัวตนและสไตล์สุดล้ำของแฟชั่นที่มาพร้อมกับดีไซน์ที่ไม่เหมือนใคร และรักษ์สิ่งแวดล้อม โดยรองเท้าผลิตจาก Melflex ซึ่งเป็นวัสดุลิขสิทธิ์เฉพาะที่สามารถรีไซเคิลได้ 100% และเป็นผลิตภัณฑ์วีแกน ออกแบบมาในดีไซน์อันเป็นไอคอนิก มีน้ำหนักเบา และผลิตด้วยกระบวนการจากธรรมชาติ เหมาะกับการใช้งานในทุกๆสไตล์ของผู้สวมใส่ โดยทั้งสองแบรนด์ได้กลับมาร่วมออกแบบรองเท้าด้วยกันอีกครั้ง โดยแคปซูลคอลเลกชั่นประกอบไปด้วยรองเท้า 2 รุ่น ได้แก่ melissa Becky และ melissa Ruby ที่ถูกรังสรรค์ขึ้นอย่างโดดเด่นเหมาะสำหรับผู้ที่รักความมีสไตล์และรักษ์โลกไปพร้อมๆ กัน


melissa Becky รองเท้าใส่สบายสำหรับคนที่รักความเก๋ ดูดีและมีสไตล์ แถมเป็นรองเท้าที่ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย รุ่นนี้มีดีไซน์สุดพิเศษพร้อมลวดลายอันโดดเด่นของ Marc Jacobs มีให้เลือกสองโทนสี คือ สีเงินและสีทอง เป็นไอเทมชิ้นสำคัญสำหรับผู้ที่รักแฟชั่น ความสะดวกสบายและดีไซน์ที่โดดเด่น


melissa Ruby ได้รับแรงบันดาลใจจากรองเท้าของนักเต้นบัลเลต์ ลักษณะพิเศษที่เบาสบายและรูปทรงที่ใส่ง่าย เข้าได้กับทุกสไตล์ เหมาะสำหรับทุกช่วงเวลา นอกจากนี้ยังมีเครื่องประดับที่ทำจากพลาสติก PVC ที่มีการลงสี และทำจากวัสดุ Melflex ซึ่งเป็น PVC ประเภทที่รีไซเคิลได้ 100% เป็นเอกลักษณ์ของ melissa

สามารถเป็นเจ้าของรองเท้าดีไซน์สุดเท่ในคอลเลกชั่น melissa x Marc Jacobs ดีไซน์ไอคอนิกระดับโลก และรุ่นอื่นๆ อีกมากมาย ได้แล้ววันนี้ที่ร้าน melissa ทุกสาขา และช้อปออนไลน์ได้ที่ www.melissa.co.th

อัปเดตข่าวสารและเทรนด์แฟชั่นล่าสุดของ “melissa” เพิ่มเติมได้ที่

Instagram: Melissa_thailand
Facebook: Melissa
LINE Official Account: @melissathailand

40
“แคน อติรุจ” พิธีกรมากความสามารถ ว่าที่เจ้าบ่าวป้ายแดง คนดังรับเชิญ EP.6ร่วมทอล์กมุมมองสุขภาพคู่แต่งงานกับหมอปูเป้ ตัวแทนหนุ่มๆ วัย 32 แนะทริคดีดีศาสตร์ชะลอวัยเพื่อปรับพฤติกรรม-ไลฟ์สไตล์รับลูกน้อยในอนาคตให้แข็งแรง


แพทย์หญิงอริสรา โพธิ หรือหมอปูเป้ ผู้เชี่ยวชาญด้านการฟื้นฟูสุขภาพเชิงลึกแบบองค์รวม Anti-Aging ฉายาหมอหน้าเด็ก #โกงแก่ กล่าวว่า “ EP.6 พิธีกรอนาตตไกล “แคน -อติรุจ กิตติพัฒนะ” คนดังรับเชิญ ตอบโจทย์การดูแลสุขภาพให้อ่อนเยาว์ แข็งแรง เตรียมสุขภาพให้ดีพร้อมในการเริ่มต้นชีวิตครอบครัวในปีหน้า นับว่าแคน เป็นตัวแทนผู้ชายในวัย 32 ปี ที่มีความพร้อมด้านหน้าที่การงาน วิถีการทำงานผู้ประกาศข่าวพักผ่อนน้อย การรับประทานอาหารที่ไม่ได้ใส่ใจมากนัก ขาดการดูแลเชิงลึกในระดับเซลล์ของร่างกาย ซึ่งสุขภาพผู้ชายหากมีแผนการแต่งงงาน การวางแผนมีลูกให้ลูกน้อยในอนาคตสุขภาพแข็งแรงลดโรคฮิตๆ ในโลกอนาคตได้อย่างดี ฉะนั้นการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมของคู่แต่งงานย่อมสำคัญ เนื้อหาคอนเทนต์ ของอีพีนี้ จึงชี้เป้าให้ทุกคู่แต่งงานเข้าใจการวางแผนการตรวจระดับวิตามิน ระดับฮอร์โมน และเลือดตามศาสตร์ชะลอวัย ซึ่งแผนก Anti-Aging มีในโรงพยาบาลชั้นนำและคลินิกเฉพาะเพื่อดูแล


หมอปูเป้ เมื่อได้รู้จักมุมมองและสุขภาพ “แคน อติรุจ” กล่าวเพิ่มเติมว่า “เป็นพิธีกรที่มี passion มีจุดมุ่งหมาย ความคิดดีดีรวมถึงแรงบันดาลใจที่ดีให้แก่สังคม หลายๆ ท่านน่าจะเหมือนน้องแคน ชื่นชอบเนื้อที่ติดมันก็ต้องระมัดระวังเน้นการรับประทานทุกอย่างให้พอดี บริหารเวลาทำงาน-การพักผ่อนให้เพียงพอ การออกกำลังกายสม่ำเสมอ ลดปริมาณหวาน ลดปริมาณเค็ม ลดแป้ง เน้นผักผลไม้ให้มากขึ้น เมื่อจะแต่งงานคู่แต่งงานต้องตรวจเชิงลึกสุขภาพแนวทางเวลเนส ได่แก่ เจาะเลือด , ตรวจระดับวิตามินเพื่อให้ทราบว่าควรรับประทานปริมาณเท่าไหร่ อะไรขาดก็เติม ระดับฮอร์โมนเป็นอย่างไร สามารถเติมได้หากพร่องไป วิถีสุขภาพแบบศาสตร์ชะลอวัย ดื่มน้ำเปล่าให้พอดี ประโยชน์ที่ได้แคลอรี่ต่ำ ลดน้ำหนัก สุขภาพดีระยะยาว ปรับเสริมเร่งด่วนเพื่อสุขภาพที่ดียั่งยืน”




อย่างไรก็ตามความอ่อนเยาว์ ลดแก่ ห่างไกลโรค หมอปูเป้แนะเทคนิคสุขภาพเชิงลึกแบบง่ายๆ เข้าใจง่าย

สามารถรอชมคลิปเต็มความสนุก สาระเพื่อทุกวัย จัดเต็ม EP.6 ในวันที่ 13 มิถุนายน  2024 เวลา 9.00 น. เป็นต้นไป ผ่านทาง YouTube& Facebook : ตามรอยความอ่อนเยาว์สไตล์หมอปูเป้ กดไลท์ กดแชร์ให้กำลังใจในการสร้างสรรค์คอนเทนต์เพื่อสังคม พร้อมแฮชแท็ก #โกงแก่ #ตามรอยความอ่อนเยาว์สไตล์หมอปูเป้

41
อลิอันซ์ อยุธยา มอบสินไหมทดแทน กรณีรถตู้รับ-ส่ง นักเรียน พลิกคว่ำ


             บมจ.อลิอันซ์ อยุธยา ประกันภัย โดย อัจฉราภรณ์  ผะดาศรี(ที่สามจากซ้าย) ผู้จัดการสาขาเชียงใหม่ นายสรรเสริญ ตันสุวรรณวงค์(ที่สองจากซ้าย) ในฐานะนายหน้าประกันภัย บริษัท บารมีกรุ๊ป โบรกเกอร์ จำกัด พร้อมด้วย นางลัดดา โพธิตุ้ย(ที่สองจากขวา) ผู้อำนวยการ สำนักงานคปภ.จังหวัดลำปาง ร่วมมอบค่าสินไหมทดแทน ให้แก่ทายาทโดยชอบธรรมของเด็กหญิงเบญญาภา หนิ้วยะวงค์ เป็นจำนวนเงิน 500,000 บาท จากกรณีรถยนต์ตู้รับ-ส่งนักเรียน พลิกคว่ำเสียหลักลงข้างทางถนนสายลำปาง - เมืองปาน จ.ลำปาง ภายใต้การคุ้มครองตามกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ (พ.ร.บ.) โดยมีนายชัชวาลย์ ฉายะบุตร(กลาง) ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง ร่วมเป็นสักขีพยาน

             ทั้งนี้บริษัทขอแสดงความเสียใจเป็นอย่างยิ่งกับครอบครัวผู้เสียชีวิต บริษัทฯได้รีบดำเนินการจ่ายสินไหมทดแทนให้กับครอบครัวผู้เสียชีวิต เพื่อยืนยันถึงความมุ่งมั่นในการบริการและทำตามพันธะสัญญา พร้อมให้ความคุ้มครองลูกค้าและผู้เสียหายตามเงื่อนไขกรมธรรม์ทุกราย

42
The Attraction เผยเสียงสะท้อนคนไทย 99% อยากเห็นประเทศไทยมี
“สมรสเท่าเทียม” !!


The Attraction เผยผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนไทย เนื่องในเดือน Pride Month ผ่านแบบสำรวจออนไลน์ เสียงสะท้อนสมรสเท่าเทียม ประเทศไทยจะเท่าเทียมกี่โมง!  พบประชาชนกว่า 99.3% เห็นด้วยกับ พ.ร.บ.สมรสเท่าเทียม เหตุผลหลักที่อยากสนับสนุน คือ สิทธิประโยชน์คู่สมรส และสิทธิจัดการทรัพย์สินของคู่สมรส มองสังคมไทยยังให้การยอมรับ LGBTQIAN+ ในระดับปานกลาง ในขณะที่กว่า 45% คิดว่ากฎหมายสมรสเท่าเทียมเป็นผลงานของ “พรรคก้าวไกล”  และส่วนใหญ่เชื่อว่าการที่ประเทศไทยเป็นประเทศแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีกฎหมายสมรสเท่าเทียม จะเป็นซอฟต์พาวเวอร์ที่จะช่วยยกระดับประเทศไทยในสายตาทั่วโลกด้านความเปิดกว้างเกี่ยวข้องกับความหลากหลายทางเพศ

(ดิ แอทแทรคชั่น) ผู้ผลิตคอนเทนต์ เพื่อนำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับซอฟต์พาวเวอร์ (Soft Power) ในแง่มุมที่น่าสนใจผ่านการเล่าถึงมุมมองสำคัญทางด้านอาหาร วัฒนธรรม ความบันเทิง เศรษฐกิจ การเมือง และอื่นๆ จัดทำแบบสำรวจออนไลน์ เนื่องในเดือนแห่งความภาคภูมิใจ หรือ Pride Month ภายใต้หัวข้อ “เสียงสะท้อนสมรสเท่าเทียม ประเทศไทยจะเท่าเทียมกี่โมง!”  โดยผลสำรวจจากผู้ติดตามเพจ The Attraction และประชาชนทั่วไปผู้ร่วมตอบแบบสอบถาม

โดยในคำถามที่ว่า คิดว่าปัจจุบันสังคมไทยเปิดกว้างให้การยอมรับกลุ่ม LGBTQIAN+ ในระดับใด ประชาชนส่วนใหญ่ (48.8%) มองว่ายังเปิดกว้างในระดับ “ปานกลาง” ในขณะที่ 36.2% มองว่า “เปิดกว้างมาก” และมีเพียง 6.8% ที่คิดว่า “เสรีที่สุด” และเมื่อถามว่าตัวผู้ตอบแบบสอบถามเองให้การยอมรับความหลากหลายทางเพศมากน้อยแค่ไหน มีผู้ตอบว่า “ยอมรับมากที่สุด” มากถึงร้อยละ 60.8%



ในด้านความคิดเห็นต่อ พ.ร.บ. "สมรสเท่าเทียม” มีผู้เห็นด้วยมากกว่า 99.3% โดยเหตุผลหลักที่อยากสนับสนุน พ.ร.บ. สมรสเท่าเทียม อันดับที่ 1 คือ สิทธิประโยชน์ "คู่สมรส"  77.6%  อันดับที่ 2 คือ สิทธิจัดการทรัพย์สินของคู่สมรส 67.7%  อันดับที่ 3 คือ สิทธิการลงนามยินยอมให้รักษาพยาบาลอีกฝ่าย 60.8%  และจากผลสำรวจส่วนใหญ่ยกให้กฎหมายสมรสเท่าเทียมเป็นผลงานของ “พรรคก้าวไกล” ถึง 47.4% รองลงมาคือภาคประชน 26.3% และทุกภาคส่วนร่วมมือกัน 23.3%  มีเพียง 1.9% ที่มองว่าเป็นผลงานของพรรคเพื่อไทย


นอกจากนี้ ยังมีการสอบถามถึงการที่ประเทศไทยเป็นประเทศแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีกฎหมายสมรสเท่าเทียม จะเป็นซอฟต์พาวเวอร์ที่จะช่วยส่งเสริมประเทศไทยในด้านใด ความคิดเห็นส่วนใหญ่คิดว่าจะช่วย ยกระดับประเทศไทยในสายตาทั่วโลก ด้านความเปิดกว้างเกี่ยวข้องกับความหลากหลายทางเพศ ถึง 77.5% อันดับที่ 2 คือ ผลักดันให้ไทยเป็นหมุดหมายสำคัญของกลุ่มคนเพศทางเลือกจากทั่วโลก ที่จะเข้ามาเพื่อปักหลักใช้ชีวิต 60.7% อันดับที่ 3 คือ อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับกับความหลากหลายทางเพศมีการเติบโต เช่น ภาพยนต์-ซีรี่ส์วาย ธุรกิจด้านการท่องเที่ยว แต่งงาน ประกันชีวิต ฯลฯ 51.7%


และเมื่อสอบถามว่า “ถ้าคุณบอกรัฐบาลเรื่องสมรสเท่าเทียมได้ คุณอยากบอกอะไร” โดยเป็นคำถามปลายเปิดให้ผู้ตอบแบบสอบถามได้แสดงความคิดเห็นอย่างอิสระ พบว่าข้อความส่วนใหญ่อยากให้รัฐบาลช่วยผลักดันกฎหมายนี้ให้สำเร็จ เช่น ให้กฎหมายข้อนี้ผ่านเถอะมันจะทำให้ประเทศดีขึ้น, ให้ผ่านเถอะค่ะ ตอนนี้ประเทศไทยมี LGBTQIAN+ เป็น soft power ได้นะคะ,  ถ้ารัฐบาลเห็นชอบในเรื่องสมรสเท่าเทียมและอนุมัติอย่างเป็นทางการโดยไม่ต้องรอจะขอบพระคุณอย่างยิ่งและคุณจะเป็นรัฐบาลที่อยู่ในใจชาว LGBTQIAN+ ค่ะ, สิทธิของเรื่องสมรสเท่าเทียมเป็นสิทธิที่ประชาชนทุกคนควรได้ตั้งแต่แรก, ประเทศไทยจะเท่าเทียมกี่โมง!


เมื่อสอบถามถึงบุคคลที่มีบทบาทสำคัญในการผลักดัน ( call-out ) เรื่องสมรสเท่าเทียม อันดับที่ 1 คือ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ 58% อันดับที่ 2 คือ เขื่อน-ภัทรดนัย เสตสุวรรณ 55% อันดับที่ 3 คือ วู้ดดี้ - วุฒิธร มิลินทจินดา 28.5% ส่วนคำถาม LGBTQIAN+ในดวงใจ ส่วนใหญ่โหวตให้ เขื่อน-ภัทรดนัย เสตสุวรรณ ถึง 67.3% รองลงมาได้แก่ แก๊งเทยเที่ยวไทย  (ป๋อมแป๋ม - นิติ ชัยชิตาทร, ก๊อตจิ - ทัชชกร บุญลัภยานันท์, กอล์ฟ – กิติพัทธ์ ชลารักษ์ และเจนนี่ ปาหนัน - วัชระ สุขชุม) 41.2% และครูลูกกอล์ฟ - คณาธิป สุนทรรักษ์ 36.6% นักร้องชาวไทยขวัญใจชาว LGBTQIAN+ โหวตให้ แคทรียา อิงลิช ถึง 43.1%  รองลงมาอ๊อฟ ปองศักดิ์ 40.7%, มิกซ์ เฉลิมศรี 39.6%, คริสติน่า อากีล่าร์  37.5% ส่วนเพลงไหนใช่เลย พี่กะเทยชอบแดนซ์  อันดับที่ 1 คือ เพลงพูดอีกที – คริสติน่า อากีล่าร์ 61%  อันดับที่ 2 คือ เพลง MUSIC LOVER – มาช่า วัฒนพานิช 56.9% อันดับที่ 3 คือ เพลง O.K. นะคะ - แคทรียา อิงลิช 48.3%


หากพูดถึงเมืองหลวงแห่งความเท่าเทียมทางเพศ นิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ได้รับเสียงโหวตถึง 54.3% รองลงมา ซานฟรานซิสโก สหรัฐอเมริกา 42.8% กรุงเทพฯ ไทย 31.7%  และ ซิดนีย์ ออสเตรเลีย 29.6%  ถ้าถามว่าในเมืองไทยมี หน่วยงานหรือองค์กรไหนที่ให้ความสำคัญในการผลักดันความเท่าเทียม ความหลากหลายทางเพศ อันดับ 1 คือ Central 56.5% ที่ให้พื้นที่ในการจัดงานอยู่เสมอ  อันดับที่ 2 คือ TikTok 40.7% อันดับที่ 3 คือ สยามพิวรรธน์ 33.3% ทักษะความสามารถนี้ ที่ชาว LGBTQIAN+ "ทำถึง" กว่าใครๆ ก็คงหนีไม่พ้นความสามารถด้านการ ร้องเพลงลิปซิงก์ 63.5%  รองลงมา คาบาเร่ต์โชว์ 58.9% และ การ Supporter วงการประกวดนางงาม 54.1%




เทศกาล Pride Month  ถูกจัดขึ้นตลอดเดือนมิถุนายน ซึ่งปีนี้มีการจัดกิจกรรมเพื่อเฉลิมฉลองเทศกาลนี้หลายแห่งทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยด้วยเช่นกัน ส่วนที่กรุงเทพฯ ก็มีการจัดงาน Bangkok Pride Festival 2024 หรือ บางกอกไพรด์ เฟสติวัล 2567 ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2567 ภายใต้แนวคิด Celebration of Love เพื่อนับถอยหลังสู่การใช้ กฎหมายสมรสเท่าเทียมที่จะเกิดขึ้นก่อนสิ้นปี 2567 นี้  อีกทั้งมีการจัดงานในจังหวัดอื่นๆ อาทิ เชียงใหม่ ลำปาง ชลบุรี ภูเก็ต สุราษฎร์ธานี นครราชสีมา เป็นต้น เทศกาล Pride Month ถ้าได้รับการสนับสนุนการจัดงานจากทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ก็สามารถเป็น soft power ที่ดึงดูนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกเข้ามาในประเทศไทยอีกทางหนึ่งได้เช่นกัน

“The Attraction หวังว่าผลการสำรวจนี้จะเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยขับเคลื่อน Soft Power ของประเทศไทยให้ไปสู่ผลสัมฤทธิ์ตามแนวคิดของรัฐบาลที่ตั้งไว้ เพราะเชื่อว่าประเทศไทยมีต้นทุนที่ดี สามารถต่อยอดได้มากมาย สามารถเข้าไปดูข้อมูลผลสำรวจและติดตามคอนเทนต์เกี่ยวกับ Soft Power ที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ theattraction.co หรือ ทาง Facebook : The Attraction https://theattraction.co/pride-month-poll

43
การันตีสถานีข่าวคุณภาพครองใจผู้ชม “TNN ช่อง 16” คว้ารางวัลคนทีวี
“โทรทัศน์ทองคำ รายการข่าวดีเด่น” ต่อเนื่อง 2 ปีซ้อน


              กรุงเทพฯ 10 มิถุนายน 2567 – สถานีข่าวคุณภาพอันดับหนึ่ง “TNN ช่อง 16” ประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง จากเวทีการประกาศรางวัล “โทรทัศน์ทองคำ ครั้งที่ 38 ประจำปี 2566” ซึ่งปีนี้มาในคอนเซ็ปต์ “ประกายความสำเร็จของคนทีวี 38 ปี โทรทัศน์ทองคำ” โดยมี นายองอาจ ประภากมล หัวหน้าผู้บริหารหน่วยงานทรูวิชั่นส์และมีเดีย บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น และผู้อำนวยการสถานีโทรทัศน์ ทีเอ็นเอ็น ช่อง 16 นำทีมพิธีกรกูรูข่าว นายเจก รัตนะตั้งตระกูล นางสาวขวัญชนก เจริญพะกุไพศาล นางสาวชลธิชา อัศวานิชย์ จาก รายการ “TNN ข่าวค่ำ” ออกอากาศวันจันทร์- อาทิตย์ เวลา 18.00-20.00 น.ขึ้นรับรางวัลเกียรติยศคนทีวี “รายการข่าวดีเด่น” ซึ่งสถานีโทรทัศน์ TNN ช่อง 16 ได้รับรางวัลนี้ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 สะท้อนความเชื่อมั่นในคุณภาพข่าวที่ “ทันโลก ทันเศรษฐกิจ ทันทุกความจริง”และตอกย้ำคุณค่าและมาตรฐานในการผลิตคอนเทนต์ข่าวของสถานีข่าว TNN ช่อง 16 ที่มุ่งมั่นมาตลอดระยะเวลากว่า 16 ปี อีกทั้งยังเป็นกำลังใจให้กับคนทำงานข่าวทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลัง ที่จะเดินหน้ารักษาและพัฒนาคอนเทนต์คุณภาพ ผ่านทุกช่องทางทั้งแพลตฟอร์มทีวีและออนไลน์ ในฐานะสื่อสารมวลชน ที่พร้อมนำเสนอข่าวสารความจริงเพื่อประโยชน์ต่อสังคมต่อไป




              ทั้งนี้ “รางวัลโทรทัศน์ทองคำ” จัดขึ้นโดย ชมรมส่งเสริมโทรทัศน์ มูลนิธิจำนง รังสิกุล ร่วมกับกระทรวงวัฒนธรรม และกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ เพื่อมอบรางวัลอันทรงเกียรติของคนทีวี ปีนี้ก้าวสู่ปีที่ 38 นับเป็นที่สุดแห่งความมุ่นมั่น และต่อเนื่องยืนหยัดยาวนานที่สุด เคียงข้างความสำเร็จของคนทีวี โดยจัดขึ้น เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2567 ณ ห้องเเกลอรี่ ชั้นจี หอศิลป์แห่งชาติ กระทรวงวัฒนธรรม

44
มูลนิธิโครงการหลวง ร่วมกับ สวพส. เปิดอบรมหลักสูตรนานาชาติ Go Organic
ความท้าทายของการผลิตและการตลาดแบบออร์แกนิก ประจำปี’67


              พลเอก กัมปนาท รุดดิษฐ์ องคมนตรี ประธานกรรมการบริหารมูลนิธิโครงการหลวง เป็นประธานเปิดโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการนานาชาติ  ความท้าทายของการผลิตและการตลาดแบบออร์แกนิก ประจำปี’67 (International Workshop Programme on GO Organic : The Challenges of Organic Production and Marketing) ณ ห้องประชุม ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรโครงการหลวง ชนกาธิเบศรดำริ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ (เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2567)


              โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการนานาชาตินี้ เป็นความร่วมมือของมูลนิธิโครงการหลวง และสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) หรือ สวพส. พร้อมด้วยกระทรวงการต่างประเทศ กรมความร่วมมือระหว่างประเทศ (TICA) ซึ่งมุ่งกลุ่มเรียนรู้จากนานาชาติ  โดยจัดขึ้นระหว่างวันที่ 4 - 8 มิถุนายน 2567 ในรูปแบบการบรรยาย อภิปราย และการศึกษาดูงานในพื้นที่ปฏิบัติงานของมูลนิธิโครงการหลวง และสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง 2 แห่ง ได้แก่ สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ และเยี่ยมชมริมปิงซุปเปอร์มาร์เก็ต เรียนรู้กระบวนการขายผลิตภัณฑ์ออร์แกนิก


              ศ.เกียรติคุณ ดร.พงษ์ศักดิ์ อังกสิทธิ์ กรรมการบริหารมูลนิธิโครงการหลวงและประธานคณะทำงานวิจัยมูลนิธิโครงการหลวง กล่าวว่า มูลนิธิโครงการหลวงมุ่งพัฒนาและส่งเสริมอาชีพให้กับเกษตรกรในพื้นที่โครงการหลวง โดยให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนเกษตรกรรมที่ยั่งยืนบนพื้นที่สูง นำระบบมาตรฐานการเพาะปลูกที่ดีมาใช้ควบคุมกระบวนการเพาะปลูกของเกษตรกรตั้งแต่ในแปลงผลิตเพื่อให้ได้ผลผลิตที่ปลอดภัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม จนได้รับการรับรองมาตรฐานการเพาะปลูกที่ดี (GAP) และมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ จากกรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในปี พ.ศ. 2547


              ปัจจุบัน มูลนิธิโครงการหลวงได้รับการรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ในการผลิตพืชผักและสมุนไพร ผลไม้ พืชไร่ กาแฟ และชา รวม 76 ชนิดพืช โดยมีผลผลิตพืชผักและผลไม้อินทรีย์กว่า 10% ส่งออกไปจำหน่ายยังต่างประเทศ อาทิ สิงคโปร์


              ดร.เพชรดา อยู่สุข รองผู้อำนวยการสถาบันด้านบริหารจัดการ สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง  หรือ สวพส. กล่าวว่า มูลนิธิโครงการหลวง ร่วมกับสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (สวพส.) ได้ขยายผลความสำเร็จของการผลิตพืชผักอินทรีย์ไปยังพื้นที่อื่นๆ ของประเทศ และต่างประเทศ อาทิ สปป. ลาว และเมียนมา เพื่อเป็นการสร้างอาชีพทางเลือกให้กับเกษตรกร ซึ่งจะเห็นได้ว่าการทำเกษตรอินทรีย์บนพื้นที่สูง นอกจากจะเป็นการช่วยเพิ่มรายได้และพัฒนาคุณภาพชีวิตให้กับเกษตรกรแล้ว ยังเป็นการผลิตที่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของทั้งผู้ผลิต และผู้บริโภค รวมทั้งการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน




              ทั้งนี้ ผู้เข้าร่วมอบรมเชิงปฏิบัติการนานาชาติจาก 10 ประเทศ คือ ประเทศบังกลาเทศ ภูฏาน กัมพูชา สปป.ลาว มาเลเซีย เมียนมา เนปาล ฟิลิปปินส์ ศรีลังกา และประเทศไทย จะได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์การพัฒนาพื้นที่สูงโดยถ่ายทอดตัวอย่างความสำเร็จทั้งจากเกษตรกรในพื้นที่ ผู้นำชุมชน นักพัฒนาชุมชน เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนบนพื้นที่สูงตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง (SEP) และโมเดลเศรษฐกิจสีเขียวชีวภาพ (BCG) ตามแนวทางของมูลนิธิโครงการหลวง (Royal Project Model)




              เรียนรู้ความสำเร็จจากเกษตรกรในพื้นที่สูงมาสู่ระบบเกษตรที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และการบรรยายในหัวข้อต่างๆ อาทิ เทรนด์ตลาดผลิตภัณฑ์ออแกนิกและการเติบโต มาตรฐานออร์แกนิกในประเทศไทย และการปรับปรุงผลิตภัณฑ์เพื่อให้ได้มาตรฐานรับรอง (Certification) กระบวนการจัดการการผลิต การขนส่งผลิตภัณฑ์โครงการหลวงจากฟาร์มสู่โต๊ะอาหาร ลดการสูญเสียอาหาร มาตรฐานการควบคุมการผลิต การจัดการศัตรูพืชแบบผสมผสาน (IPM) ซึ่งเป็นองค์ความรู้ที่เกิดจากการปฏิบัติจริงของเกษตกรและเจ้าหน้าที่ซึ่งสามารถนำไปพัฒนาและปรับใช้ประโยชน์ในการรับมือกับความท้าทายของแต่ละประเทศ รวมทั้งการสร้างเครือข่ายการพัฒนาเกษตรอินทรีย์บนพื้นที่สูงอย่างยั่งยืนในอนาคต

45
NRCT Open House 2024 วันที่เก้า วช. ชี้แจงกรอบวิจัยทุน KM ปี 2568 มุ่งสร้างสังคมคุณภาพ ลดความเหลื่อมล้ำ


วันที่ 9 มิถุนายน 2567 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จัดกิจกรรมเปิดบ้านชี้แจงกรอบการวิจัยและนวัตกรรม ประจำปีงบประมาณ 2568 และแถลงผลสำเร็จจากการวิจัยและนวัตกรรม NRCT Open House 2024 ด้านการจัดการความรู้การวิจัยและถ่ายทอดเพื่อการใช้ประโยชน์ (KM) เพื่อประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการรับข้อเสนอกิจกรรมส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัยและนวัตกรรม และกรอบการวิจัยและนวัตกรรมที่ วช. ให้การสนับสนุนทุนการวิจัยและนวัตกรรม ประจำปีงบประมาณ 2568 โดยมี ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นประธานเปิดงาน ณ ห้องประชุมจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ชั้น 2 อาคาร วช.1


ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า วช. เป็นหน่วยงานหลักในการบริหารทุนวิจัยและนวัตกรรมของประเทศ โดยมุ่งเน้นผลสำเร็จจากการวิจัยที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในมิติต่าง ๆ ทั้งมิติด้านวิชาการ ด้านเศรษฐกิจ ด้านสังคมและชุมชน และด้านนโยบาย เพื่อเป็นกลไกในการพัฒนาและแก้ปัญหาเร่งด่วนสำคัญของประเทศ นำสู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยมุ่งเน้นผลสัมฤทธิ์ที่สำคัญของแผนด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมของประเทศ พ.ศ. 2566-2570 ในยุทธศาสตร์ที่ 2 การยกระดับสังคมและสิ่งแวดล้อม ให้มีการพัฒนาอย่างยั่งยืน สามารถแก้ไขปัญหาท้าทาย และปรับตัวได้ทันต่อพลวัตการเปลี่ยนแปลงของโลก โดยใช้วิทยาศาสตร์การวิจัยและนวัตกรรม และเพื่อให้การบริหารทุนวิจัยและนวัตกรรมของ วช. เป็นไปตามเป้าประสงค์ของยุทธศาสตร์ วช. จึงได้กำหนดกรอบการส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัยและนวัตกรรม ประจำปีงบประมาณ 2568


เพื่อเปิดรับข้อเสนอกิจกรรมส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัยและนวัตกรรม ประจำปีงบประมาณ 2568 ตามแผนงานส่งเสริมการนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมไปใช้ประโยชน์ มี 4 มิติการใช้ประโยชน์ ประกอบด้วย มิติการใช้ประโยชน์เชิงความมั่นคง วช. ได้มองถึงการสร้างความมั่นคงและเข้มแข็งทางการจัดการภัยพิบัติและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การคุ้มครองทางสังคม และการป้องกันประเทศและความมั่นคงปลอดภัยและสวัสดิภาพทางสังคม มิติการใช้ประโยชน์เชิงชุมชน สังคม วช. ได้มุ่งเน้นในเรื่องการพัฒนาผลผลิตทางการเกษตร การแปรรูปอาหาร การตลาด เกษตรปลอดภัย เกษตรอัจฉริยะ เกษตรมูลค่าสูง การจัดการสิ่งแวดล้อมด้านเกษตรในชุมชน การบริหารจัดสินค้าเกษตรตลอดโซ่อุปทาน รวมถึงการยกระดับสังคมและพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมด้านทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง โดยใช้แนวเศรษฐกิจสีน้ำเงิน และการพัฒนาสังคมคุณภาพเพื่อรองรับสังคมสูงวัย มิติการพัฒนาชุมชนพึ่งตนเองตามแนวพระราชดำริ วช. เน้นการส่งเสริมชุมชนพึ่งพาตัวเองด้วยระบบเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว การพัฒนาอาชีพนอกภาคการเกษตรแบบครบวงจรตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และการบริหารการจัดการใช้ประโยชน์จากวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตรตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และ มิติการใช้ประโยชน์เชิงนโยบายสาธารณะ เป็นประเด็นที่ วช. เปิดรับข้อเสนอในการพัฒนานโยบายสาธารณะ ด้านสังคมสูงวัย การบริหารจัดการเพื่อลดความเสี่ยงและผลกระทบจากภัยพิบัติทางธรรมชาติ และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแบบบูรณาการ รวมถึงการพัฒนาเมืองน่าอยู่ที่เชื่อมโยงกับการพัฒนาชุมชน ท้องถิ่น นำสู่นโยบายสาธารณะ




ทั้งนี้ การจัดการความรู้การวิจัยและถ่ายทอดเพื่อการใช้ประโยชน์ (KM) เป็นการนำองค์ความรู้ต้นแบบและนวัตกรรม เทคโนโลยีและกระบวนการที่ผ่านกระบวนการวิจัยเรียบร้อยแล้ว นำมาจัดทำเรื่องของกลไกการทำงานเพื่อส่งต่อสู่กลุ่มเป้าหมายในการใช้ประโยชน์ตามมิติต่าง ๆ ต่อไป




กิจกรรมภายในงาน ประกอบด้วยการเสวนา เรื่อง “แนวทางการเขียนและพิจารณาข้อเสนอทุน KM ใน 4 มิติการใช้ประโยชน์ และกระบวนการติดตามประเมินผลโครงการ” โดยมีกรอบการวิจัย ดังนี้

-กรอบที่ 1 “กรอบการใช้ประโยชน์เชิงชุมชน สังคม” โดย ศ.เกียรติคุณ ดร.พีระศักดิ์ ศรีนิเวศน์
-กรอบที่ 2 “กรอบการใช้ประโยชน์เพื่อการพัฒนาชุมชนพึ่งตนเองตามแนวพระราชดำริ” โดย ศ.(พิเศษ) ดร.กาญจนา เงารังสี
-กรอบที่ 3 “กรอบการใช้ประโยชน์เชิงความมั่นคง” โดย นายวัลลภ นาคบัว
-กรอบที่ 4 กรอบการใช้ประโยชน์เชิงนโยบายสาธารณะ โดย นางแน่งน้อย เวทยพงษ์
และเรื่อง “กระบวนการติดตามประเมินผลโครงการที่ได้รับทุน KM”  โดย ดร.มารยาท สมุทรสาคร

ซึ่งการเสวนาครั้งนี้ วช. มุ่งเน้นการพัฒนาองค์ความรู้ ระบุเป้าหมายที่ชัดเจน ทั้งกลุ่มผู้ใช้ประโยชน์ กลุ่มผู้เกี่ยวข้อง รวมทั้งการให้ความสำคัญกับการเขียนข้อเสนอ อีกทั้งมีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การเขียนข้อเสนอการวิจัยและนวัตกรรม โดยผู้ทรงคุณวุฒิหลายท่านเข้าร่วมเสวนาและตอบข้อซักถามถึงหัวข้อเสวนาในวันนี้





นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมแนะนำการใช้งานระบบ “NRIIS” โดย นางสาวศยามน ไชยปุรณะ ผู้อำนวยการกลุ่มงานวิเคราะห์ ประมวลผล และบูรณาการข้อมูลสารสนเทศ ที่จะให้ข้อมูลเกี่ยวกับเว็บไซต์ที่จะช่วยให้นักวิจัยสามารถเข้าถึงข้อมูลได้อย่างสะดวก รวดเร็ว ในการติดตามความก้าวหน้าของงานวิจัยได้อย่างทันท่วงที[/size




ในช่วงบ่าย มีการแถลงผลสำเร็จจากการวิจัยและนวัตกรรม NRCT Open House 2024 ด้านการจัดการความรู้การวิจัยและถ่ายทอดเพื่อการใช้ประโยชน์ (KM) โดย นายธีรวัฒน์ บุญสม ผู้อำนวยการกองส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัยและนวัตกรรม และมีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การเขียนข้อเสนอการวิจัยและนวัตกรรม ในด้านการจัดการความรู้การวิจัยและถ่ายทอดเพื่อการใช้ประโยชน์ (KM) โดย นางสาวพิมพ์จันทร์ หวลอารมณ์ จาก กรมปศุสัตว์ ผศ. ดร.สมฤดี สักการเวช จาก มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ รศ. ดร.ภาณุพงศ์ พุทธรักษ์ จาก มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ดร.ชนากานต์ เพิ่มฉลาด จาก สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย  เพื่อสร้างแนวคิดหรือแรงบันดาลใจใหม่ ๆ ให้แก่นักวิจัยในอนาคต




ตลอด 9 วันที่ผ่านมา วช. ได้จัดกิจกรรมเปิดบ้านชี้แจงกรอบการวิจัยและนวัตกรรม ประจำปีงบประมาณ 2568 และแถลงผลสำเร็จจากการวิจัยและนวัตกรรม NRCT Open House 2024 ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากนักวิจัย อาจารย์ นักศึกษา ประชาชน และหน่วยงานต่าง ๆ ที่เข้าร่วมกิจกรรม ซึ่งปีนี้ วช. ได้นำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับทิศทางการวิจัยและนวัตกรรมของประเทศไทยในปี 2568 รวมถึงผลงานวิจัยและนวัตกรรมที่ประสบความสำเร็จ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะเป็นประโยชน์ต่อผู้เข้าร่วมงาน สำหรับผู้ที่พลาดโอกาสเข้าร่วมงาน สามารถติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ www.nrct.go.th หรือที่ nriis.go.th






Pages: 1 2 [3] 4 5 ... 2416