Show Posts

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - happy

Pages: [1] 2 3 ... 2418
1
ชวนช้อปสุดชิลในงาน “Retro Return Old School 70's” ที่ศูนย์การค้าแพลทินัม
ตั้งแต่วันนี้ - 30 มิ.ย.67


ศูนย์การค้าแพลทินัม เชิญร่วมหวนรำลึกช้อปชิลในงาน Retro Return Old School 70's  สนุกสุดเพลิน กับสินค้าแฟชั่นมากมาย อาทิ กระเป๋า เครื่องประดับ ของสะสมวินเทจ และชิมเพลินอาหารสตรีทฟู้ด ทั้งอาหารไทย ไปจนถึงอาหารนานาชาติ นอกจากนี้ยังมีร้านดาราศิลปิน และ ร้านค้าจากชุมชนราชเทวี รวมมากกว่า 70 ร้านค้า ณ ลานกิจกรรมด้านหน้าศูนย์การค้าแพลทินัม ตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 67 ติดตามรายละเอียดร้านค้าและโปรโมชั่นที่น่าสนใจได้ที่ FB: Platinum Fashion Mall แพลทินัม แฟชั่น มอลล์

















 






2
โซว เมดิคอล เปิดตัวไหมหงส์ชมพู YOURLINE ไหมละลายชนิด P(LA/CL) แบบสุด Exclusive ในงาน YOURLINE EXCLUSIVE LAUNCH ณ อาคารบริการ ศ.ม.ล.ปิ่น มาลากุล (300 ล้าน) ชั้น 15 มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ


              บริษัท โซว เมดิคอล จำกัด (SOE Medical) ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายอุปกรณ์การแพทย์ คัดสรรเครื่องมือแพทย์ทั่วไปและเครื่องมือแพทย์ทางด้านความงาม ที่มีนวัตกรรมที่ทันสมัย พร้อมมาตรฐานระดับโลก จัดงาน YOURLINE EXCLUSIVE LAUNCH เปิดตัวไหมหงส์ชมพู YOURLINE ไหมละลายชนิด P(LA/CL) กระตุ้นคอลลาเจน ยกหน้าตึง ดึงไม่ขาด อยู่นานถึง 24 เดือน รายเเรกเเละรายเดียวจากประเทศเกาหลี โดยมี Raw Material จากประเทศญี่ปุ่นที่เดียวกับแบรนด์ Global ต่าง ๆ ณ อาคารบริการ ศ.ม.ล.ปิ่น มาลากุล (300 ล้าน) ชั้น 15 มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2567 ที่ผ่านมา


              ภายในงานได้รับเกียรติจากเเพทย์ผู้ที่มาให้ความรู้และเทคนิคพิเศษในการร้อยไหมยกกระชับใบหน้าจากไหมที่มีประสิทธิภาพ ควบคู่กับเทคนิคที่ให้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด อาทิ ️ผู้ช่วยศาสตราจารย์นายแพทย์มาศ ไม้ประเสริฐ (คุณหมอมาศ) นายแพทย์เกรียงไกร อ่าวอุดมพันธ์ (คุณหมอโอเล่) แพทย์หญิงพิชญ์ญาพร ศิริอุดมเศรษฐ (คุณหมอมิลค์) และแพทย์หญิงเกตวดี เรืองฤทธิเดช (หมอคิม) นอกจากนี้ผู้ที่เข้าร่วมงานยังได้เรียนรู้ถึงผลิตภัณฑ์ ไหมละลายชนิด P(LA/CL) ซึ่งมีจุดเด่นที่อยู่ได้นานกว่าไหมชนิดอื่น มีเทคนิคการร้อยง่าย รวมถึงมีงานวิจัยในไทยที่รองรับโดยผู้ช่วยศาสตราจารย์นายแพทย์มาศ ไม้ประเสริฐ ว่าไหมหงส์ชมพูนี้มีคุณภาพเเละมาตรฐานดีกว่าเเละแตกต่างจากไหมชนิดอื่นอีกด้วย


              คุณนาน่า-ณิชชา เธียรตระวัน (ซ้าย) และ คุณนินา-ชุติปภา เธียรตระวัน (ขวา) กรรมการและผู้บริหาร บริษัท โซว เมดิคอล จำกัด เปิดเผยว่า “การจัดงานในครั้งนี้เพื่อดูการตอบรับของแพทย์ว่าสนใจไหม YOURLINE มากน้อยเพียงใด ซึ่งเป็นไหมชนิดใหม่ในประเทศไทยที่กระตุ้นคอลลาเจน อยู่ได้นานถึง 2 ปี และแตกต่างจากไหมชนิดอื่น เพราะส่วนประกอบนำเข้าจากญี่ปุ่น และเทคโนโลยีที่ใช้ผลิตตัวไหมมาจากเกาหลี รวมถึงบริษัทได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของงานวิจัยเพื่อให้แพทย์ได้ตระหนักถึงคุณภาพและมาตรฐานที่ดี และถูกยกระดับจากไหมยกกระชับสมัยก่อน งานวิจัยนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนดำเนินการ โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จในช่วงปลายปี 2567 นี้ เพื่อความปลอดภัยกับคนไข้ และสร้างความไว้วางใจแก่แพทย์ผู้ทำหัตถการ บริษัทได้ให้ความสำคัญกับการจัดอบรมทางวิชาการ หรือการจัดให้มีการฝึกฝนใช้ผลิตภัณฑ์ไหมยกกระชับ YOURLINE ให้กับแพทย์ด้วยการปฏิบัติจริงกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและคนไข้จริง เพื่อที่จะใช้กับคนไข้ได้อย่างปลอดภัย อีกทั้งได้นำแพทย์เยี่ยมชมโรงงาน เพื่อให้มั่นใจว่าผลิตภัณฑ์ผ่านมาตรฐานทุกอย่าง และมีความปลอดภัยอย่างแน่นอน สำหรับทิศทางตลาดความงามจากผลสำรวจมีมูลค่าประมาณ 50,000 ล้านบาท นวัตกรรมความงาม ศัลยกรรมและหัตถการ มีแนวโน้มจะเติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดด เพราะคนหันมาให้ความสำคัญกับสุขภาพและความงามมากขึ้น เนื่องจากมีนวัตกรรมทางการแพทย์ที่ทันสมัยและเข้าถึงได้ง่าย จึงมีการคาดการณ์ว่าในอนาคตธุรกิจจะเติบโต 10 - 15% ต่อปี และเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ ตามเทรนด์ตลาดความงาม”


              ผู้ช่วยศาสตราจารย์นายแพทย์มาศ ไม้ประเสริฐ (คุณหมอมาศ) เผยว่า “ส่วนตัวมองว่าตลาดความงามเป็นเรื่องของแฟชั่น ในยุคแรกมีท็อกซิน ฟิลเลอร์ แต่ตอนหลังมีคลื่นลูกใหม่อย่าง collagen stilmulator ส่วนไหมค่อนข้างฮิตเมื่อ 10 ปีก่อน ซึ่งไหมในยุคแรกเป็น PDO แรงยึดไม่เยอะ และทำให้หลายคนที่ลองแล้วไม่ประทับใจ รวมถึงยังไม่มีการยอมรับในวงวิชาการ แต่ในปัจจุบันมีงานวิจัยที่พิสูจน์ได้ว่าทำให้ลึกได้จริง ดังนั้น เมื่อมีสินค้าใหม่ออกมาจึงไม่ง่ายที่จะสร้างการรับรู้ให้ผู้บริโภค เราจึงต้องสร้างภาพลักษณ์ ทำการตลาด ประชาสัมพันธ์ใหม่ให้คนได้รับรู้ว่ามีวัสดุใหม่ที่ดึงได้ดี อยู่ได้ยาวนานกว่า และจะมีพัฒนาการไปเรื่อย ๆ จนทำให้มีคุณสมบัติเป็นดาวค้างฟ้า”


              นอกจากนี้ นายแพทย์เกรียงไกร อ่าวอุดมพันธ์ (คุณหมอโอเล่) ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า “การร้อยไหมเป็นสิ่งที่ทำได้ง่าย ผลข้างเคียงน้อย สะดวกสบาย อยู่ได้นาน และยังมีคนไข้ที่อยากทำแต่ยังกลัวเข็ม เพราะต้องไปร้อยใหม่ทุก 6 เดือน แต่ไหมหงส์ชมพูสามารถตอบโจทย์ความกังวลนี้ได้ เพราะอยู่ได้นานอย่างต่ำ 1 ปีครึ่ง – 2 ปี ไม่ต้องร้อยบ่อย และเจ็บตัวบ่อย เนื่องจากมีการพัฒนาโดยใช้สารตั้งต้น 2 ตัวมาผสมกัน เพื่อทำให้เกิดแรงยึด แรงดึง และกระตุ้นคอลลาเจนได้ดี”




              สำหรับไหมหงส์ชมพู YOURLINE จากประเทศเกาหลี เป็นเส้นไหมยกกระชับที่ถูกออกแบบมาเป็นพิเศษจากวัสดุ PLLA (Poly-L-Lactic Acid) ที่มีจุดเด่นด้านความแข็งแรง และวัสดุ PCL (Polycaprolactone) ที่มีจุดเด่นด้านความยืดหยุ่น ผสมผสานกันเป็น P(LA/CL) ทำให้ YOURLINE มีทั้งความแข็งแรง ทนทาน และยืดหยุ่น ช่วยกระตุ้นคอลลาเจนได้ดีกว่าไหมละลายทั่วไป  มีกระบวนการผลิตแบบ Molding Press Process ทำให้เส้นไหมแข็งแรง ยึดเกาะกับผิวได้ดีกว่าไหมธรรมดาทั่วไป เป็นไหม Biostimulator ที่กำลังฮอตฮิตกันอย่างมากทั่วทุกมุมโลก ซึ่งจะแตกต่างจากไหม PDO หรือไหมทั่วไปในท้องตลาด ถือเป็นนวัตกรรมใหม่ที่ได้การยกกระชับ สร้างคอลลาเจน อิ่มฟู รวมถึงมีการทำงานวิจัยของไหมตัวนี้ ทั้งด้านระยะเวลา ความปลอดภัย และระดับความยกกระชับในประเทศไทย  นอกจากนี้วัสดุ PCL (Polycaprolactone) เป็นไหมยกกระชับที่ได้รับการรับรองจาก อย. ไทย และเครื่องหมาย CE จากสหภาพยุโรป โดยบริษัท โซว เมดิคอล จำกัด ได้รับแต่งตั้งให้เป็น Exclusive Distributor เพื่อที่นำมาจัดจำหน่ายภายในประเทศไทย และเป็นทางเลือกให้แพทย์และคนไข้สามารถใช้ผลิตภัณฑ์ไหมที่สามารถยกกระชับและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในเวลาเดียวกัน

#Soemedical #Yourline #ไหมหงส์ชมพู #ไหมละลายชนิดP(LA/CL) #ไหมBiostimulator
#ไหมเกาหลี #ร้อยไหม #ร้อยไหมหน้าเรียว #ยกหน้าตึงดึงไม่ขาด

3
TNLX นำทัพแบรนด์ดัง era-won, Absorba เข้าร่วมงานสหกรุ๊ปแฟร์ 2024


             บริษัท ทีเอ็นแอลเอ็กซ์ จำกัด หรือ TNLX ได้นำสินค้าภายในเครือ เช่น Absorba, era-won, OLYMP, SMTH & MYNE, GUY LAROCHE INNERWEAR เข้าร่วมงานสหกรุ๊ปแฟร์ 2024 Fair & Fest สนุกเกินเรื่อง  ครั้งที่ 28  Hall 98  ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทคบางนา ระหว่างวันที่ 27-30 มิ.ย. 2024

             บริษัท ทีเอ็นแอลเอ็กซ์ จำกัด นำทัพแบรนด์ดังเข้าร่วมงาน เข้าร่วมงานสหกรุ๊ปแฟร์ 2024 Fair & Fest สนุกเกินเรื่อง ครั้งที่ 28 โดยมี  Absorba (แอ๊บซอร์บา) แบรนด์เสื้อผ้าแฟชั่นเด็กจากประเทศฝรั่งเศส เสื้อผ้าเด็กคุณภาพจากวัตถุดิบออแกนิค สวมใส่สบาย โดยปีนี้ นำสินค้าใหม่มาเปิดตัวกลุ่ม Baby Care ด้วยกันทั้งหมด 3 ตัว โดยจะมี Shampoo & Conditioner สารสกัดจากดอกคาโมไมล์ โลชั่น  Extra moisture มีสารสกัด Bisabolol น้ำมันแคนเดียเติมเต็มความชุ่มชื้นให้ผิวยาวนาน 24 ชั่วโมง ทั้งนี้ยังมีกิจกรรมและของรางวัลให้ร่วมสนุกภายในงานอีกมากมาย นอกจากนี้ในงานยังมีเสื้อเชิ้ต OLYMP (โอลิมป์) แบรนด์เสื้อเชิ้ตอันดับ 1 นำเข้าจากประเทศเยอรมนี ปีนี้นำเสื้อเชิ้ตอิมพอร์ตมาจากเยอรมันทรงเยอรมันฟิตมาให้ลูกค้าได้เลือกชมสินค้า GUY LAROCHE INNERWEAR (กีลาโรช อินเนอร์แวร์) แบรนด์สัญชาติฝรั่งเศส สินค้ากลุ่มกางเกงชั้นในชายผสานแฟชั่นและฟังก์ชั่นเข้าด้วยกันอย่างลงตัวที่จัดเต็มตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่มาลดกระหน่ำให้นักช้อปได้จุใจ


             สำหรับ ทีเอ็นแอลเอ็กซ์ฯ เองก็มีแบรนด์ที่เป็นของบริษัทที่เป็นที่รู้จักและได้รับความนิยมอยู่ไม่น้อย erawon (เอราวอน) แบรนด์กางเกงสำหรับชายหนุ่มคนรุ่นใหม่และวัยทำงาน ปีนี้มาเปิดตัวคอลเลคชั่นใหม่ "era-won Character" พร้อมเสื้อ T-Shirt Oversize และกระเป๋าผ้า Jumbo Totebag ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากกระแส Arttoy ซึ่งกำลังฮิตในขณะนี้ คอลเลคชั่นนี้ประกอบไปด้วยเสื้อ T-Shirt Oversize และกระเป๋าผ้า Jumbo Totebag ที่มาพร้อมกับตัวละคร 4 แบบที่สะท้อนบุคลิกและสไตล์การแต่งตัวที่หลากหลาย Smyth & Myne (สมิธ แอนด์ มายน์) แบรนด์เครื่องหนังสำหรับบุรุษและสตรีที่พิถีพิถัน ใส่ใจทุกรายละเอียดตั้งแต่ต้นจนจบ ด้วยแนวคิดที่แตกต่างโดยมีกระเป๋าสีมงคลเรียกทรัพย์ตามวันเกิด กระเป๋าสตางค์ใบจิ๋วที่สามารถสะพายได้เอาใจสายมูมาให้ได้ช้อป

             ทั้งนี้ ทางบริษัทฯ เตรียมโปรโมชั่นลดแลกแจกแถมเอาใจนักช้อปไว้มากมาย พร้อมสิทธิพิเศษและของสมนาคุณ สำหรับบัตรสมาชิก EARN CARD บัตรสมาชิกแบรนด์แฟชั่นในเครือ บริษัททีเอ็นแอลเอ็กซ์ จำกัด สามารถสะสมคะแนนสำหรับการซื้อสินค้าจากแบรนด์ era-won, OLYMP, TAKEO KIKUCHI ผ่านยอดการซื้อสินค้าที่เคาน์เตอร์แบรนด์ ร้านค้า และช่องทางออนไลน์ที่ร่วมรายการ ทุกการช้อป 25 บาท = 1 คะแนน พิเศษในช่วงเดือนเกิด รับทันทีคะแนนคูณ 3 เท่า สามารถนำคะแนนมาแลกเพื่อรับสิทธิพิเศษต่าง ๆ ทั้งส่วนลดแทนเงินสด ของพรีเมียมจากแบรนด์ และสิทธิพิเศษอื่น ๆ อีกมากมาย โดยทั้งหมดนี้สามารถ พบกันได้ที่งานสหกรุ๊ปแฟร์ 2024 Fair & Fest สนุกเกินเรื่อง  ครั้งที่ 28  Hall 98 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทคบางนา ระหว่างวันที่ 27-30 มิถุนายน 2024

4
อลิอันซ์ อยุธยา ชวนคนไทยดูแลสุขภาพ เปิดตัวแคมเปญ GET FIT challenge


              พัชรา ทวีชัยวัฒนะ (ขวา) รองกรรมการผู้จัดการใหญ่สายงานบริหารงานลูกค้า บมจ.อลิอันซ์ อยุธยา ประกันชีวิต เปิดตัวแคมเปญ Get Fit challenge ชวนคนไทยร่วมภารกิจออกกำลัง 90 วัน ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ Healthy Living ร่วมกับ ซุนโต้ (Suunto) โดย สุขพงศ์ สหัสนันท์ (ซ้าย) ผู้จัดการทั่วไป แบรนด์ซุนโต้ และ แอ็บโซลูท บูทีค ฟิตเนส สตูดิโอ โดย วิภาวดี โหง้วเส็ง (ขวา) ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการ ตัวแทนจาก แอ็บโซลูท บูทีค ฟิตเนส สตูดิโอ จัดเต็มกิจกรรม ด้านสุขภาพ ทั้งการออกกำลังกาย แนวคาร์ดิโอ โยคะ พิลาทิส และการปั่นจักรยาน เวิร์คช้อป และชาเล้นจ์ภารกิจชิงรางวัล หวังเป็นกิจกรรมสร้างแรงบันดาลใจให้คนไทยเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อสุขภาพที่ดี เพิ่มความฟิต พร้อมรับทุกเกมพลิกของชีวิต ณ อาคารเพลินจิตทาวเวอร์ เมื่อเร็วๆนี้

              ผู้สนใจเข้าร่วมกิจกรรม GET FIT สามารถเข้าไปดูรายละเอียดได้ที่ https://allianzth.co/Get-Fit

5
“มินคยู” ครองแชมป์โคลอน โคเรีย โอเพ่น คว้าตั๋วลุย ดิ โอเพ่น “ชลทิตย์” โปรไทยดีสุดที่ 13 ร่วม


คิม มินคยู

23 มิถุนายน 2567 – คิม มินคยู โปรหนุ่มเจ้าถิ่นจบสกอร์รวม 11 อันเดอร์พาร์ 273 คว้าแชมป์โคลอน โคเรีย โอเพ่น เป็นครั้งที่สอง ณ สนามวูจอง ฮิลส์ ครันทรี คลับ ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 23 มิถุนายนที่ผ่านมา ขณะที่ ชลทิตย์ ชื่นบุญงาม ทำผลงานที่สุดในกลุ่มนักกอล์ฟไทยที่อันดับ 13 ร่วม

เอเชียน ทัวร์ จัดการแข่งขันกอล์ฟรายการ โคลอน โคเรีย โอเพ่น ชิงเงินรางวัลรวม 1,400 ล้านวอน หรือประมาณ 37.7 ล้านบาท แข่งขันระหว่างวันที่ 20-23 มิถุนายนที่ผ่านมา ณ สนามสนามวูจอง ฮิลส์ ครันทรี คลับ ระยะ 7,326 หลา พาร์ 71 ในเมืองโชนัน ประเทศเกาหลีใต้


คิม มินคยู/ซอง ยังฮัน

ปิดฉากการชิงชัย คิม มินคยู โปรดาวรุ่งเจ้าถิ่นวัย 23 ปี ซึ่งออกสตาร์ทรอบสุดท้ายด้วยสกอร์ตามหลังผู้นำสองสโตรค เร่งเครื่องหวด 5 อันเดอร์พาร์ 66 จากการทำ 1 อีเกิ้ล กับ 5 เบอร์ดี้ เสีย 2 โบกี้ แซงคว้าแชมป์ไปด้วยสกอร์รวมสี่วัน 11 อันเดอร์พาร์ 273 เฉือนชนะ ซอง ยังฮัน ผู้นำรอบสามจากชาติเดียวกันไป 3 สโตรค นอกจากนี้ทั้งสองคนยังคว้าสิทธิไปแข่งขันศึกเมเจอร์ ดิ โอเพ่น แชมเปี้ยนชิพ ที่สนามรอยัล ทรูน ในเดือนกรกฎาคมนี้ จากการจบในสองอันดับแรกของรายการ โคลอน โคเรีย โอเพ่น สัปดาห์นี้อีกด้วย

มินคยู อดีตแชมป์รายการนี้เมื่อปี 2022 และได้สิทธิไปแข่ง ดิ โอเพ่น ที่เซนต์แอนดรูว์ส แต่ไม่ผ่านตัดตัว เจ้าตัวเผยหลังครองแชมป์เป็นครั้งที่สองว่า “เหมือนผมกำลังฝันไป โดยเฉพาะที่หลุม 13 พาร์ 3 ผมทีช็อตไปตกน้ำ แต่สามารถเซฟพาร์ได้ หลังจากรอดตัวในหลุมนั้นมาได้ ผมรู้สึกว่าผมจะต้องชนะ และสามารถเก็บเบอร์ดี้ได้ในหลุมถัดมา ปีนี้ผมจะได้ไปที่สนามรอยัล ทรูน ซึ่งผมเคยไปดูการแข่งขัน ดิ โอเพ่น สมัยที่ผมเรียนมัธยม และจะเป็นความทรงจำที่ดีมากๆ”


ชลทิตย์ ชื่นบุญงาม

ขณะที่นักกอล์ฟชาวไทยผ่านตัดตัวเข้ารอบมาได้ 5 คน โดยผลงานดีสุดเป็น ชลทิตย์ ชื่นบุญงาม โปรกอล์ฟจากนครปฐม เก็บรอบสุดท้ายได้อีก 1 อันเดอร์พาร์ 70 สกอร์รวมสี่วันอีเวนพาร์ 284 จบที่อันดับ 13 ร่วม ขณะที่ กัญจน์ เจริญกุล ทำสกอร์รวม 2 โอเวอร์พาร์ 286 อยู่อันดับ 20 ร่วม, ภูมิ ศักดิ์แสนศิลป์ สกอร์รวม 4 โอเวอร์พาร์ 288 อันดับ 28 ร่วม, สดมภ์ แก้วกาญจนา สกอร์รวม 6 โอเวอร์พาร์ 290 อันดับ 40 ร่วม และรฐนนท์ วรรณศรีจันทร์ สกอร์รวม 13 โอเวอร์พาร์ 297 รั้งอันดับ 60 ร่วม

ติดตามข่าวสารของเอเชียน ทัวร์ ได้ที่เว็บไซต์ www.asiantour.com และเฟซบุค Asian Tour

6
#แค่เดินก็เด่นแล้ว “แกมโบล” มอบความสนุกในทุกย่างก้าว
ส่งคอลเลกชั่นสุดแฟชั่นคอนเซ็ปต์นิวส์ สไปเดอร์ และไดโน่มาอยู่บนรองเท้า
ใส่รองเท้าที่ใช่ ใส่แบบไหนยังไงก็สบาย



นับว่าเป็นรองเท้าแตะแบรนด์ไทยที่เน้นการผลิตรองเท้าคุณภาพ พิถีพิถัน ใส่ใจทุกขั้นตอนมาอย่างต่อเนื่อง  ตั้งแต่การออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะ การคัดสรรวัตถุดิบ รวมถึงนวัตกรรมการผลิตเฉพาะด้วย G-Bold Technology™ ที่ทำให้สินค้า นุ่ม ทน เบา สบาย ตามสไตล์ GAMBOL ที่พร้อมเดินทางไปกับผู้สวมใส่ สร้างความมั่นใจและช่วยซัพพอร์ตทุกย่างก้าว ล่าสุดส่ง 2 คอลเลกชั่น รองเท้านิวส์ สไปเดอร์ และไดโน่ ลวดลายสุดไอคอนิกมาเพิ่มสีสันและความสดใสให้สนุกไปกับรองเท้าที่ใช่ ใส่แบบไหนก็สบาย


ฤดูฝนนี้ GAMBOL ออกสินค้ารองเท้าแตะ หนีความจำเจแบบเดิมๆ ด้วย รุ่น นิวส์ สไปเดอร์ ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากใยแมงมุมมาตกแต่งที่พื้นรองเท้า เพิ่มความโดดเด่น สีสันสดใส ตามสไตล์ GAMBOL พร้อมฟังก์ชั่นการยึดเกาะพื้นได้ดี และความนุ่ม ทน เบา สบาย


และอีกรุ่นเกาะติดกระแส Soft Power ที่แรงไม่หยุดด้วยรุ่นไดโน่ แรงบันดาลใจจากการค้นพบฟอสซิลไดโนเสาร์ที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย ดีไซน์เอกลักษณ์เฉพาะตัว เอาใจสายแฟด้วยสีสัน 6 สี พร้อม G-Reflex Technology นวัตกรรมสะท้อนน้ำสุดพิเศษของ GAMBOL ลดการเกาะของน้ำ ทำให้ไม่อับชื้น แค่เช็ดก็แห้ง ทำความสะอาดง่าย สามารถสนองทุก Lifestyle ที่เป็นคุณ

สำหรับแฟนๆ รองเท้าแกมโบล (GAMBOL) ที่อยากลองมิกซ์แอนด์แมตช์ รองเท้าแตะกับสไตล์คุณ สามารถตามหาจับจองเป็นเจ้าของได้แล้วที่ห้างสรรพสินค้าชั้นนำ ร้านจำหน่ายรองเท้าทั่วประเทศ หรือสั่งซื้อผ่านช่องทางออนไลน์https://shop.gambol.co.th/th หรือ www.facebook.com/GambolThailand

7
เอ็กโซติค ฟู้ด เจ้าของซอสห่านบิน ฉลองครบรอบ 25 ปี
พร้อมตั้งเป้าเป็นอันดับหนึ่งของซอสศรีราชาในตลาดโลก


กรุงเทพฯ - บริษัท เอ็กโซติค ฟู้ด จำกัด (มหาชน) ประกาศในงานฉลองครบรอบ 25 ปี ดันซอสพริก ศรีราชาขึ้นแท่นซอสไทยอันดับหนึ่งของโลก หลังเป็นผู้ส่งออกซอสศรีราชาภายใต้แบรนด์ Flying Goose มานานกว่า 24 ปี และบริษัทสามารถทำกำไร All Time High อย่างต่อเนื่อง โดยมีผู้บริหาร ระดับสูงและคู่ค้าต่างประเทศเข้าร่วมงานกว่า 30 ประเทศ ภายในงานเต็มไปด้วยสีสัน ความสนุกสนาน คึกคักและอบอุ่น


นายจิตติพร จันทรัช กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็กโซติก ฟู้ด จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทฯ  ประกอบธุรกิจผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ซอสปรุงรสและน้ำจิ้ม เครื่องแกง เครื่องประกอบอาหารไทย รวมทั้ง กลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารปรุงสำเร็จ อาทิ แกงเขียวหวาน ต้มยำ ผัดไทย ตลอดจนอาหารสำเร็จรูป และกึ่งสำเร็จรูปอื่น ๆ โดยมีสินค้าส่งออกรวมกันกว่า 700 SKU เป็นสินค้ากลุ่มซอสพริกศรีราชาของบริษัทฯ กว่า 40 รสชาติ ซึ่งถือว่าเป็นบริษัทส่งออกซอสพริกที่มีสินค้าหลากหลายมากที่สุด


ในช่วงที่ผ่านมา บริษัทฯ มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ผลิตภัณฑ์ซอสพริกได้รับความนิยมอย่างสูงในตลาด ต่างประเทศ ทำให้ปัจจุบัน บริษัทฯ เป็นผู้นำส่งออกซอสพริกอันดับหนึ่งของประเทศไทย และมุ่งหน้าสู่ ผู้นำซอสพริก 1 ใน 3 ของโลก ภายใต้แบรนด์ EXOTIC FOOD, FLYING GOOSE และ THAI PRIDE โดย บริษัท เอ็กโซติก ฟู้ด จำกัด (มหาชน) ในปี 2566 มียอดขายเพิ่มขึ้นกว่า 75% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา


นับเป็นความสำเร็จของบริษัทฯ ในการส่งออกซอสพริกเข้าไปอยู่ในใจคนทั่วโลก ผ่านเครือข่ายดิสทริบิวเตอร์ ที่แข็งแกร่งกว่า 70 ประเทศ ทั้งในทวีปยุปโรป สหรัฐอเมริกา และทวีปอื่นๆ สนับสนุนให้บริษัทฯ มีผลการ ดำเนินงานที่เติบโตต่อเนื่อง และล่าสุดในไตรมาส 1 ของปี 2567 บริษัทฯ สามารถทำกำไรสถิติสูงสุดอีกครั้ง (All Time High) ด้วยการเติบโตกว่า 173% และรายได้เพิ่มขึ้นเกือบ 80% เมื่อเทียบกับงวดไตรมาส 1 ของ ปีก่อน โดยเป็นรายได้จากสินค้ากลุ่มซอสเป็นกลุ่มหลักของบริษัทฯ ด้วยสัดส่วนมากกว่า 90% ของ ยอดขายทั้งหมด “บริษัทฯ มุ่งมั่นที่จะผลักดันซอสพริกศรีราชา ภายใต้แบรนด์ ห่านบิน (FLYING GOOSE) เป็นซอสไทย อันดับหนึ่งในตลาดโลก ด้วยความทุ่มเทในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และการขยายตลาดอย่างต่อเนื่อง ไม่เพียงเพื่อสร้างชื่อเสียงให้กับแบรนด์ แต่ยังเป็นการส่งเสริมความภาคภูมิใจในความเป็นไทยให้กับคนทั่วโลกได้รู้จักและชื่นชม”


นายจิตติพร จันทรัช กรรมการผู้จัดการ กล่าวย้ำถึงเป้าหมายของบริษัท ที่จะก้าวเดินในต่อไปในปีที่ 26 บริษัทฯ มีแผนที่จะเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่หลายรายการในปีนี้ ต่อยอดความสำเร็จจาก 2 รสชาติ ยอดนิยม ได้แก่ Sriracha Original และ Sriracha Mayo ที่ขายดีสองอันดับแรกในทุกประเทศ

สำหรับแผนการขยายตลาดของบริษัทในอนาคต บริษัทได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนานวัตกรรมและ สร้างสรรค์ซอสศรีราชารสชาติใหม่ๆ รวมทั้งทำการตลาดนำเสนอเอกลักษณ์ความเป็นไทย เพื่อขยายตลาด ไปยังยุโรปตะวันออก เอเชีย และทวีปอื่นๆ ต่อเนื่องในระยะเวลา 1-2 ปีข้างหน้า และตั้งเป้าตลาดสหรัฐอเมริกา โดยขยายเข้าไปจำหน่ายในช่องทางโมเดิร์นเทรดราว 3,000 แห่งในปีนี้ พร้อมทั้งออกงานแสดงสินค้าทั่วโลก ปีละประมาณ 24 งาน รวมทั้งการเพิ่มกำลังการผลิตในโรงงานสุดทันสมัยที่ จังหวัดระยอง เพื่อตอบสนอง ความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง


การจัดงานครบรอบ 25 ปี ของบริษัทครั้งนี้จัดขึ้นที่ร้านอาหาร OJO BANGKOK ในตึกมหานคร ซึ่งถือว่าเป็น ร้านอาหารที่สูงที่สุด และวิวสวยที่สุดในกรุงเทพมหานคร โดยมีแขกผู้มีเกียรติและลูกค้า กว่า 70 คนเข้าร่วมงาน รวมถึงดีลเลอร์รายใหญ่จากต่างประเทศ ได้แก่ เยอรมันนี เนเธอร์แลนด์ สหรัฐอเมริกา และอีกหลายประเทศ ที่มาเยี่ยมชมและสัมผัสกับผลิตภัณฑ์ของบริษัท  ไฮไลท์ของงาน คือ การเปิดตัวฉลากใหม่ของ ซอสพริก ศรีราชา ตรา Flying Goose ด้วยการเพิ่มตัวอักษรไทย ลงบนฉลาก เพื่อตอกย้ำความเป็นแบรนด์ไทยที่ยิ่งใหญ่ ในระดับโลก   ภายในงานยังมีการแสดงดนตรี และการแสดงทางวัฒนธรรมไทยที่น่าตื่นตาตื่นใจ รวมถึงมีการ จับฉลากลุ้นส่วนลดรางวัลใหญ่ อย่างจุใจให้กับลูกค้า ซึ่งก็ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้เข้าร่วมงานทุกคน ทำให้บรรยากาศ เป็นไปอย่างคึกคัก  สนุกสนาน และอบอุ่น

#ซอสห่านบิน #ศรีราชาต้องห่านบิน #เผ็ดถึงพริก #followthegoose

8
บมจ.เออาร์ไอพี ร่วมกับ คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มธ.
มอบรางวัล สุดยอดผู้นำองค์กรแห่งปี  THAILAND TOP CEO OF THE YEAR 2024




              นิตยสาร BUSINESS+ โดย บริษัท เออาร์ไอพี จำกัด (มหาชน) ร่วมกับคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จัดงานมอบรางวัล THAILAND TOP CEO OF THE YEAR 2024  ภายใต้แนวคิด “Iconify the Master” หรือ ต้นแบบผู้นำแห่งอนาคต รางวัลที่มอบให้กับผู้บริหารองค์กรสูงสุด ที่มีคุณสมบัติถึงพร้อมด้วยวิสัยทัศน์ ความเป็นผู้นำ ความสามารถในการบริหารองค์กรในหลากหลายมิติ  โดยปีนี้จัดเป็นปีที่ 3 ภายในงานได้รับเกียรติจาก ฯพณฯ นุรักษ์ มาประณีต เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยผู้บริหารสูงสุดขององค์กรเข้าร่วมรับรางวัลอย่างสมเกียรติ ณ ห้องแกรนด์บอลรูม โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล กรุงเทพฯ


              ฯพณฯ นุรักษ์ มาประณีต ประธานในพิธี กล่าวว่า “จากรายงานผลการสำรวจ CEO ระดับโลกประจำปีครั้งที่ 27 ปี 2567 ของ PWC พบว่า ซีอีโอทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย กำลังเผชิญกับความท้าทายทางเศรษฐกิจมหภาค การหยุดชะงักทางเทคโนโลยี การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และเมกะเทรนด์อื่นๆ อีกมากมาย ในขณะที่ 2 ใน 3 ของซีอีโอชาวไทย หรือประมาณ 67% ไม่มั่นใจว่าธุรกิจของพวกเขาจะยังคงสามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้ในทศวรรษหน้า หากพวกเขายังคงดำเนินไปตามแนวทางปัจจุบัน ซีอีโอจะต้องเข้าใจความท้าทายนี้อย่างครอบคลุม กำหนดลำดับความสำคัญของการสร้างมูลค่า การสร้างวัฒนธรรมการบริหารที่แตกต่างออกไป และสร้างประโยชน์ให้แก่กลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในวงกว้าง เพื่อที่จะนำไปสู่ความสำเร็จ


              สำหรับรางวัล THAILAND TOP CEO OF THE YEAR 2024 นี้นับว่าเป็นรางวัลที่เหมาะสมแก่ผู้บริหารระดับสูงสุดขององค์กรที่สะท้อนความสำเร็จออกเป็นผลงานที่ประจักษ์ ผมขอแสดงความยินดีกับผู้บริหารทุกคนที่ได้รับรางวัลอันทรงเกียรตินี้ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ท่านจะนำความสำเร็จในครั้งนี้ ส่งทอดวิธีคิด วิธีปฏิบัติให้ให้แก่ผู้บริหารในรุ่นต่อไปเพื่อร่วมกันพัฒนาประเทศไทยให้เจริญก้าวหน้าอย่างยั่งยืนเทียบเท่าในระดับสากลต่อไป”


              นายมนู เลียวไพโรจน์ ประธานกรรมการ บมจ.เออาร์ไอพี กล่าวว่า “ งานมอบรางวัล THAILAND TOP CEO OF THE YEAR 2024 ในวันนี้นับเป็นปีที่ 3 ที่นิตยสาร BUSINESS+ ได้รับความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เพื่อคัดเลือกผู้บริหารสูงสุดชั้นนำของประเทศในอุตสาหกรรมต่างๆ ที่ถึงพร้อมด้วยวิสัยทัศน์ ความเป็นผู้นำ ความสามารถในการบริหารองค์กร คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมและชุมชน เพื่อสร้างความยั่งยืนให้แก่องค์กร และต่อยอดไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจไทยให้ยั่งยืน ซึ่งผู้บริหารหรือซีอีโอรุ่นใหม่สามารถเรียนรู้จากความสำเร็จของแต่ละท่าน เพื่อสร้างแบบอย่างความสำเร็จของตนเองต่อไป ตามแนวคิด “Iconify the Master” หรือ ต้นแบบผู้นำแห่งอนาคต”


              รศ.ดร.สมชาย สุภัทรกุล คณบดี คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า “THAILAND TOP CEO OF THE YEAR” เป็นหนึ่งในความร่วมมือกับนิตยสาร BUSINESS+ ที่จะศึกษาวิจัยถึงแนวทางการบริหารงานของผู้บริหารระดับสูงขององค์กร เพื่อนำมาถอดบทเรียนความสำเร็จในมิติต่างๆ ของผู้บริหาร ทั้งทางด้านผลการดำเนินงาน การให้ความสำคัญกับลูกค้าและผู้ถือหุ้น ด้านพนักงาน สังคมชุมชน และสิ่งแวดล้อม ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นปัจจัยสำคัญของแนวทาง ESG โดยทำการประเมินข้อมูลในแต่ละมิติ และคัดสรรผู้บริหารสูงสุดขององค์กรแห่งปี ในแต่ละอุตสาหกรรม และนำมาสู่งานมอบรางวัล “THAILAND TOP CEO OF THE YEAR 2024” ไปวันนี้ นับว่าเป็นความสำเร็จของผู้บริหารที่ได้ทุ่มเทความรู้ ความสามารถและประสบการณ์เพื่อสร้างองค์กรที่มีความเข้มแข็ง สามารถแข่งขันกับองค์กรอื่นๆ ได้  และนำพาองค์กรไปสู่การพัฒนาความยั่งยืน”




              สำหรับการมอบรางวัล  “THAILAND TOP CEO OF THE YEAR 2024” จัดมอบรางวัลให้กับผู้บริหารสูงสุดขององค์กร จำนวน 15 รางวัล ใน 12 ประเภทอุตสาหกรรม ดังนี้

1. ประเภทอุตสาหกรรมก่อสร้าง ได้แก่ นพ.เชิดศักดิ์ อัมพรสุขสกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท แสงฟ้าก่อสร้าง จำกัด
2. ประเภทอุตสาหกรรมขนส่งและโลจิสติกส์ ได้แก่ ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด
3. ประเภทอุตสาหกรรมค้าปลีกค้าส่ง ได้แก่ คุณดิษทัต ปันยารชุน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน)
4. ประเภทอุตสาหกรรมธนาคาร ได้แก่ คุณผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน)
5. ประเภทอุตสาหกรรมบริการ ได้แก่ ดร.นภัสนันท์ พรรณนิภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีคิวเอ็ม อัลฟา จำกัด (มหาชน)
6.. ประเภทอุตสาหกรรมประกันชีวิต ได้แก่ คุณสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)
7. ประเภทอุตสาหกรรมประกันวินาศภัย  ได้แก่  ดร.อภิสิทธิ์ อนันตนาถรัตน  ประธานคณะผู้บริหารและกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน)
8. ประเภทอุตสาหกรรมพลังงาน ได้แก่ คุณบัณฑิต ธรรมประจำจิต ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)
9. ประเภทอุตสาหกรรมโรงแรมและสันทนาการ ได้แก่ คุณธีระยุทธ จิราธิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา
10. ประเภทอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์  ได้แก่  คุณวัลยา จิราธิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร  บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน)
11. ประเภทอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม ได้แก่ คุณวิทูร ศิลาอ่อน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน)
12. ประเภท Rising Star จำนวน 4 รางวัล ได้แก่

1. คุณพชร อารยะการกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บลูบิค กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
2. คุณรณชิต แย้มสอาด ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แพทย์รังสิตเฮลท์แคร์กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
3. คุณธนาตรัยฉัตร ภูโชคอนันต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อมาโด้ กรุ๊ป จำกัด
4. คุณธนัช จุวิวัฒน์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท อิ๊กดราซิล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)

9
วช.ร่วมกับมูลนิธิอาจารย์สุกรี เจริญสุข และ Thai PBS จัดการประลองฝีมือแข่งขันเยาวชนดนตรี รอบสุดท้าย ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้าฯ ณ เวทีพาสาน สัญลักษณ์ต้นน้ำเจ้าพระยา จังหวัดนครสวรรค์


วันที่ 20 มิถุนายน 2567  สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ(วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ร่วมกับ สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส และมูลนิธิอาจารย์สุกรี เจริญสุข เปิดเวทีประลองฝีมือ “เยาวชนดนตรีชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี” โดยมี นายทวี เวริมภักดีกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดนครสรรค์ เป็นประธานในการเปิดการแข่งขัน และ ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวเป้าหมายการจัดงานในครั้งนี้ และมีนายจิตตเกษมณ์ นิโรจน์ธนรัฐ นายกเทศมนตรีนครสวรรค์ กล่าวต้อนรับ  ทั้งนี้ ได้รับเกียรติจาก นายภิญโญ นิโรจร์ อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และผู้บริหารจังหวัดนครสวรรค์ ร่วมชมการประกวด ในการแข่งขันเยาวชนดนตรี รอบสุดท้าย อำนวยการแสดงโดย รองศาสตราจารย์ ดร.สุกรี เจริญสุข ประธานมูลนิธิอาจารย์สุกรี เจริญสุข  ณ พาสาน อาคารสัญลักษณ์ต้นน้ำเจ้าพระยา จังหวัดนครสวรรค์




ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า วช. ร่วมกับ มูลนิธิอาจารย์สุกรี เจริญสุข และสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส เล็งเห็นความสำคัญของพลังเยาวชนและพลังของเสียงดนตรี ในการเสริมสร้างสมรรถนะให้แก่เยาวชน วช. จึงให้การสนับสนุนการดำเนินการ”โครงการจัดการประลองวงเยาวชนดนตรี ระดับอุดมศึกษา ชิงถ้วยพระราชทาน” เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนได้แสดงความสามารถและเชื่อมโยงกับนักดนตรีมืออาชีพ โดยเน้นการพัฒนาศักยภาพและการแก้ไขปัญหาในสถานการณ์ต่าง ๆ รวมถึงการมุ่งเน้นการสร้างสรรค์และเปิดพื้นที่ให้เยาวชนได้มีโอกาสแสดงศักยภาพของตน นอกเหนือจากการประลองรอบชิงชนะเลิศในวันนี้ ยังมีการบรรเลงเพลงของวงไทยซิมโฟนีออเคสตร้าที่เป็นผลงานจากการวิจัย มาเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมดนตรีของชาติให้ประชาชนได้รับรู้ ผ่านการบอกเล่าวิถีความเป็นอยู่ของชุมชนผ่านเสียงดนตรีที่มีความสำคัญในชุมชนและสังคม


รองศาสตราจารย์ ดร.สุกรี เจริญสุข ประธานมูลนิธิอาจารย์สุกรี เจริญสุข  กล่าวว่า โครงการ “วัฒนธรรมดนตรีเพื่อพลังสร้างสรรค์เศรษฐกิจใหม่โดยวงไทยชิมโฟนีออร์เคสตรา” เปิดรับสมัครเยาวชนไทยที่มีความสามารถด้านดนตรี ระดับมัธยมศึกษาตอนปลายถึงระดับอุดมศึกษา อายุระหว่าง 15-25 ปี เข้าร่วมการแข่งขันในรูปแบบวง วงละ 2-5 คน ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โดยแบ่งการแข่งขันออกเป็น 2 รอบ รอบแรก คัดเลือกจากวงต่างๆ ที่มีการสมัครมาจากทั่วประเทศ ให้เหลือ 11 วง และรอบที่ 2 คัดเลือกเหลือ 6 วง เข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ โดยวงที่เข้ารอบชิงชนะเลิศทั้ง 6 วง ได้นำเสนอผลงานเพลงที่เรียบเรียงใหม่ โดย ดร.ธีรนัย จิระสิริกุล และร่วมบรรเลงกับวงไทยซิมโฟนีออร์เคสตรา ด้วย






สำหรับผลการแข่งขันเยาวชนดนตรีประลองฝีมือในครั้งนี้

-ทีมที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ ได้แก่ วงพิชชโลห์ จากวิทยาลัยการดนตรี มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา จะได้รับถ้วยรางวัลพระราชทาน จากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมเงินรางวัล จำนวน 100,000 บาท
-ทีมที่ได้รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 1 ได้แก่ วง Chicken Wind Quintet จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จะได้รับถ้วยรางวัลพร้อมเงินรางวัล จำนวน 50,000 บาท
-ทีมที่ได้รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 2 ได้แก่ วงอุดรถิ่นอีสาน จาก มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี จะได้รับถ้วยรางวัลพร้อมเงินรางวัลจำนวน 30,000 บาท
-ทีมที่ได้รับรางวัล รางวัลชมเชย จำนวน 3 รางวัล ได้แก่

1)วงบ้านแขก จาก วิทยาลัยการดนตรี มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จ เจ้าพระยา
2)วงลวนรินทร์ จาก มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี จังหวัดลพบุรี และ
3)วงศิลป์บรรลือ จาก จังหวัดเลย
โดยได้รับถ้วยรางวัล พร้อมเงินรางวัล จำนวน 20,000 บาท และ
-รางวัลขวัญใจมิตรรักแฟนเพลง ได้แก่ วงลวนรินทร์ จาก มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี จังหวัดลพบุรี







ทั้งนี้ ผู้เข้าร่วมการแข่งขันในรอบชิงชนะเลิศในครั้งนี้ จะได้ร่วมแสดงในงาน “อว. FAIR 2024” ในเดือนกรกฎาคม 2567 โครงการนี้ ถือเป็นการสร้างโอกาสให้เยาวชน ได้แสดงฝีมือบนเวทีระดับประเทศ หล่อหลอมให้เป็นนักดนตรีที่มีคุณภาพ และนำดนตรีไทยไปสู่เวทีโลก
















10
รวบสาวกัมพูชา!!! ลอบขนเงินไทยออกนอกประเทศเกินกฎหมาย




               สระแก้ว - รวบสาวกัมพูชาลอบขนเงินไทยออกนอกประเทศเกินกฎหมายกำหนด เตรียมขยายผลตรวจสอบเส้นทางการเงิน หวั่นร่วมในขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์

               เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2567 เวลา 18.00 น. พ.ต.อ.ณรัฐช์พงศ์ อุดมศรี ผกก.(สอบสวน) กลุ่มงานสอบสวน.บก.สส.ภ.2 พร้อมด้วย พ.ต.ท.ฉัตรธีรพล แทนสง่า รอง ผกก.5 บก.รน., พ.ต.ท.สยาม นรมาตย์ รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.ประจันตะคาม , พ.ต.ท.ปิยะชัย มั่นคง รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.เมืองราชบุรี ภ.7 ร.ต.อ.กรกฤษณ์ จันทสิริยากร รอง สว.กลุ่มงานสอบสวน บก.สส.บช.น.,จ.ส.ต.ปภังกร เพ็งวิพาศ ผบ.หมู่(สส.)สภ.แสนสุข, เจ้าพนักงานชุดปฏิบัติการพิเศษฯ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้ทำการจับกุม นาง MUYKIM CHHEAN  (ชาวกัมพูชา ) อายุ 21 ปี บริเวณหน้าจุดตรวจหนังสือเดินทางฝั่งประเทศไทย ต.อรัญประเทศ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว พบเงินสด (ธนบัตรเงินสดประเทศไทย ฉบับละ 1,000 บาท) จำนวน 670 ฉบับ ร่วมเป็นเงิน 670,000 บาท (หกแสนเจ็ดหมื่นบาท) อยู่ในถุงขยะสีดำที่ผู้ต้องหาถืออยู่ขณะถูกตรวจค้นจับกุม

               โดยผู้ต้องหายอมรับว่า เงินสดของกลางที่เจ้าหน้าที่ตรวจยึดจับกุมได้นั้น เป็นเงินของตนเองที่กดเงินจากตู้เอทีเอ็ม (บัตรกดเงินสดของตนเอง) ที่ฝั่งประเทศไทย เพื่อนำออกนอกราชอาณาจักรไปกัมพูชาจริง โดยผู้ต้องหาไม่ได้ขออนุญาตจากเจ้าหน้าที่ศุลกากรประเทศไทย ก่อนนำเงินออกนอกราชอาณาจักร  เจ้าหน้าที่จึงได้จับกุมตัวผู้ต้องหาในข้อหา “นำเงินตราติดตัวเข้ามาในหรือส่งออกไปนอกราชอาณาจักรไทยเกินกว่า 450,000 บาท โดยไม่แจ้งรายการเกี่ยวกับเงินตราต่อพนักงานศุลกากรขณะนำผ่านด่านพรมแดน” นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.คลองลึก เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย















11
Soft Power “วัฒนธรรมดนตรีเพื่อพลังสร้างสรรค์เศรษฐกิจใหม่”วช. นำผลงานวิจัยประวัติศาสตร์ท้องถิ่น ผสานการเรียนรู้ศิลปวัฒนธรรม นำเสนอโดยการเรียงร้อยของศิลปินและวงไทยซิมโฟนีออร์เคสตร้าในงาน “เมืองแมนแดนสวรรค์ พาสาน ปากน้ำโพ“ จ.นครสวรรค์


วันที่ 20 มิถุนายน 2567  สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม  ร่วมกับ จังหวัดนครสวรรค์ มูลนิธิอาจารย์สุกรี เจริญสุข และสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส จัดการแสดงผลการดำเนินงานศึกษาวิจัยประวัติศาสตร์ท้องถิ่นผ่านวัฒนธรรมดนตรี โดยการนำเสนอของ วงไทยซิมโฟนีออร์เคสตรา ภายใต้โครงการวิจัย “วัฒนธรรมดนตรีเพื่อพลังสร้างสรรค์เศรษฐกิจใหม่“  ในเรื่องราว”เมืองแมนแดนสวรรค์ พาสาน ปากน้ำโพ” โดยมี นายทวี เสริมภักดีกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ เป็นประธานในพิธีเปิด, ดร. วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวถึงวัตถุประสงค์, นายจิตตเกษมณ์ นิโรจน์ธนรัฐ นายกเทศมนตรีนครสวรรค์  กล่าวต้อนรับ กิจกรรรมดังกล่าว มีท่านผู้บริหารและผู้สนับสนุนสำคัญเข้าร่วมกิจกรรมวัฒนธรรมดนตรี ประกอบด้วย นายภิญโญ นิโรจร์ อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และผู้บริหารจังหวัดนครสวรรค์ ร่วมชมการแสดงดนตรี อำนวยการแสดงโดย รองศาสตราจารย์ ดร. สุกรี เจริญสุข ประธานมูลนิธิอาจารย์สุกรี เจริญสุข  ณ พาสาน อาคารสัญลักษณ์ต้นน้ำเจ้าพระยา จังหวัดนครสวรรค์


ดร. วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า กิจกรรมบรรเลงเพลงพื้นบ้านที่จังหวัดนครสวรรค์ โดยวงไทยซิมโฟนีออร์เคสตร้านี้ เป็นผลงานการวิจัยในโครงการ “วัฒนธรรมดนตรีเพื่อพลังสร้างสรรค์เศรษฐกิจใหม่“  ในหัวข้อการแสดงเรื่อง”เมืองแมนแดนสวรรค์ พาสาน ปากน้ำโพ” ที่ วช. ได้สนับสนุนการวิจัยให้กับ “มูลนิธิอาจารย์สุกรี เจริญสุข” ซึ่งดำเนินการโดย รองศาสตราจารย์ ดร. สุกรี เจริญสุข ในการวิจัยเพื่ออนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรม โดยการค้นหาเพลงเก่าของชุมชนในพื้นที่ต่าง ๆ เพื่อนำมาเรียบเรียงใหม่ พร้อมเล่นผ่านวงดนตรีซิมโฟนีออร์เคสตร้า เป็นการกระตุ้นให้เกิดการเสริมสร้างสิ่งใหม่บนรากฐานสิ่งเก่า เพื่อรักษาเสถียรภาพและอัตลักษณ์ของสังคมไทยให้สืบทอดและคงอยู่ต่อไป โดยก่อนหน้านี้ได้มีการแสดงบรรเลงเพลงพื้นบ้านภาคกลางที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ทั้งนี้ วช.ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมวัฒนธรรมดนตรีศึกษาเพลงพื้นบ้านของภูมิภาคต่างๆ เพื่อสร้างความภาคภูมิใจในประวัติศาสตร์ท้องถิ่นของไทย และสร้างสรรค์เป็น Soft Power ให้กับอัตลักษณ์ของพื้นที่จังหวัดด้วยการวิจัยและนวัตกรรม


นายทวี เสริมภักดีกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ กล่าวว่า ขอขอบคุณ วช. ที่ได้สนับสนุนโครงการวิจัยที่มีคุณค่าเกี่ยวกับวัฒนธรรมดนตรี ซึ่งเป็นศิลปะที่งดงามผูกพันกับคนไทยมาทุกยุคทุกสมัย และขอชื่นชม สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส และมูลนิธิอาจารย์สุกรี เจริญสุข ที่เห็นความสำคัญของพลังเสียงดนตรี จนรังสรรค์งานคุณภาพในครั้งนี้ให้เกิดขึ้น ตลอดจนถ่ายทอดผลงานที่ดีไปสู่สาธารณชน ซึ่งจังหวัดนครสวรรค์ ได้ชื่อว่า เมืองสี่แคว แห่มังกร พักผ่อนบึงบอระเพ็ด ปลารสเด็ดปากน้ำโพ การแสดงดนตรีในวันนี้ จัดขึ้นที่พาสาน อาคารสัญลักษณ์แห่งต้นแม่น้ำเจ้าพระยา ตั้งอยู่ในอำเภอเมืองนครสวรรค์ เป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์คใหม่บริเวณเกาะยม จุดกำเนิดแม่น้ำเจ้าพระยา สร้างขึ้นเพื่อเป็นแหล่งท่องเที่ยว แหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม ตลอดจนการส่งเสริมอาชีพ กระตุ้นเศรษฐกิจในปากน้ำโพ  ชื่อ “พาสาน” มีที่มาจากคำว่า “ผสาน” หมายถึง การรวมกัน แต่พาสานคือการพาคนเข้าไปสานให้เกิดการผสมผสานกันระหว่างคน สถานที่ และช่วงเวลา ด้วย


รองศาสตราจารย์ ดร. สุกรี เจริญสุข ประธานมูลนิธิอาจารย์สุกรี เจริญสุข กล่าวว่า งานแสดงดนตรีที่พาสาน ปากน้ำโพ จังหวัดนครสวรรค์ ครั้งนี้ เป็นการนำเสนอดนตรีใหม่ นำเอาองค์ความรู้ดนตรีกลับมาแสดงในชุมชน เป็นดนตรีที่ได้สร้างสรรค์ใหม่โดยวงไทยซิมโฟนีออร์เคสตร้า เพลงที่เลือกแสดงที่พาสาน อาศัยเค้าโครงงานวิจัยของ รองศาสตราจารย์ ดร. สุชาติ แสงทอง  ซึ่งเป็นนักวิจัยในพื้นที่ แล้วนำมาเรียบเรียงใหม่เพื่อบรรเลงโดยวงไทยซิมโฟนีออร์เคสตร้า โดยเริ่มจากเพลงเก่า “เมืองแมนแดนสวรรค์” ซึ่งเป็นเพลงเล่าเรื่องเมืองสวรรค์ โดยวงดนตรีเนียน วิชิตนันท์




]นอกจากนี้ ยังมีการแสดงจากวงไทยซิมโฟนีออร์เคสตร้า ที่เป็นผลงานเพลงจากงานวิจัยของ รองศาสตราจารย์ ดร. สุชาติ แสงทอง ที่เป็นเพลงสำเนียงลาว มอญ ญวน จีน แขก ฝรั่ง และไทย และผลงานเพลงสมัยใหม่ของศิลปินชาวนครสวรรค์  ขับร้องโดยนักร้องชาวนครสวรรค์ นางสาวมัลลิกา ชมภู นายอภิชาติ จุมพล และนายสร่างศัลย์ เรืองศรี หรือ หนู มิเตอร์ ซึ่งเป็นความภูมิใจของชาวนครสวรรค์อย่างยิ่ง ปิดท้ายด้วยการแสดงขับร้องประสานเสียง วงปล่อยแก่ปากน้ำโพ วงปล่อยแก่บุรีรัมย์ วงปล่อยแก่นครราชสีมา ควบคุมวงโดย พันเอก ดร. ประทีป สุพรรณโรจน์ สร้างสรรค์ภาพจิตรกรรมประกอบบทเพลงโดย ดร. สุชาติ วงษ์ทอง ด้วย




ทั้งนี้ โครงการดังกล่าว นอกจากมุ่งหวังการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรม ผ่านการนำเพลงพื้นบ้านมาเรียบเรียงใหม่ ที่บรรเลงโดยวงดนตรีซิมโฟนีออร์เคสตร้าแล้ว ยังถือเป็นการแสดงบทเพลงที่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยว สร้างงาน สร้างรายได้ให้กับชุมชน และกิจกรรมนี้เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาเมืองนครสวรรค์ ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม และขับเคลื่อนเศรษฐกิจอย่างสร้างสรรค์และเป็น Soft Power ของจังหวัดต่อไป


















12
จังหวัดนครสวรรค์ ร่วมกับ ททท.นครสวรรค์ เปิดน่านฟ้าจัดงาน  “NAKHONSAWAN DRONE LIGHT SHOW” ตระการตา สร้างสีสันเมืองนครสวรรค์ ดึงดูดนักท่องเที่ยวนับหมื่นคน


วันที่ 20 มิถุนายน 2567  จังหวัดนครสวรรค์ ร่วมกับ สำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสนง.นครสวรรค์-พิจิตร พร้อมด้วย สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ(วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และสมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ เปิดน่านฟ้าจังหวัดนครสวรรค์ จัดงาน  “NAKHONSAWAN DRONE LIGHT SHOW”  โดยมี ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ พร้อมด้วย นางสาวชุติพร เสชัง รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์  นายจิตตเกษมณ์ นิโรจน์ธนรัฐ นายกเทศมนตรีนครนครสวรรค์ นางสาวสุชารัตน์ แสงอรุณ ผู้อำนวยการสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สนง.นครสวรรค์–พิจิตร ร่วมในพิธีการเปิดงาน พร้อมด้วยผู้บริหารภาคจังหวัด ผู้ทรงคุณวุฒิจากวช. สื่อมวลชน และภาคประชาชน ร่วมในงาน “NAKHONSAWAN DRONE LIGHT SHOW” ณ บริเวณพาสาน สัญลักษณ์ต้นแม่น้ำเจ้าพระยา จังหวัดนครสวรรค์


ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า วช. สนับสนุนการสร้างสรรค์นวัตกรรมสิ่งประดิษฐ์เพื่อประโยชน์ต่อเศรษฐกิจ สังคม และการพัฒนาประเทศ เทคโนโลยีโดรนและซอฟต์แวร์ควบคุมโดรนแปรอักษร ช่วยสร้างโอกาสใหม่ในการนำนวัตกรรมมาใช้ในด้านการท่องเที่ยวระดับจังหวัด “โดรนแปรอักษร” ฝีมือคนไทยนี้ แสดงถึงการยกระดับการพัฒนาเทคโนโลยีของไทยให้ทัดเทียมนานาประเทศ


นางสาวชุติพร เสชัง รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ กล่าวว่า การจัดกิจกรรม “NAKHONSAWAN DRONE LIGHT SHOW” จังหวัดนครสวรรค์ ได้รับการสนับสนุนอย่างดียิ่งจาก วช. และสมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ ซึ่งในครั้งนี้เป็นการแสดงบินโดรนแปรอักษร ที่แสดงถึงสัญลักษณ์ของพื้นที่และแหล่งท่องเที่ยวจังหวัดนครสวรรค์ โดยกิจกรรมนี้ได้จัดขึ้นเป็นครั้งแรก เพื่อเปิดประสบการณ์ท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ให้กับนักท่องเที่ยวและชาวนครสวรรค์ได้ชม และสามารถจัดขึ้นต่อเนื่องในโอกาสสำคัญของจังหวัดนครสวรรค์ในช่วงต่อไป


นายจิตตเกษมณ์ นิโรจน์ธนรัฐ นายกเทศมนตรี จังหวัดพิจิตร กล่าวว่า ขอขอบคุณ วช. พร้อมด้วย ททท. และสมาคมกีฬาฯ ที่ให้การสนับสนุนกิจกรรมโดรนเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในครั้งนี้ และได้เล็งเห็นว่าจังหวัดนครสวรรค์ มีพื้นที่ที่สามารถกระจายรายได้จากการท่องเที่ยวสู่ประชาชนอย่างแท้จริงได้ การจัดงานในครั้งนี้เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวของจังหวัดนครสวรรค์ได้เป็นอย่างดี พร้อมทั้งส่งเสริมการท่องเที่ยวแก่จังหวัดนครสวรรค์ให้ประชาชนภายในจังหวัดและจังหวัดใกล้เคียง ได้มาชมการจัดแสดงโดรนดังกล่าว




การแสดงบินโดรนแปรอักษรเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในครั้งนี้ เป็นการแสดงบินโดรนแปรอักษรมากกว่า 500 ลำ เพื่อสร้างสีสันและความประทับใจ ผ่านเทคโนโลยี AI สุดล้ำ โดยมีการแสดงโดรน 2 รอบต่อวัน ระหว่างวันที่ 19-21 มิถุนายน2567  ในกิจกรรม “NAKHONSAWAN DRONE LIGHT SHOW“ เป็นการแสดงบินโดรน ที่แสดงถึงสัญลักษณ์ของพื้นที่และแหล่งท่องเที่ยวจังหวัดนครสวรรค์ อาทิ มังกร อุทยานสวรรค์ จระเข้ บึงบอระเพ็ด เจ้าแม่ทับทิม แห่งศาลเจ้าพ่อเทพารักษ์ และตราสัญลักษณ์จังหวัดนครสวรรค์ ณ พาสาน สัญลักษณ์ต้นแม่น้ำเจ้าพระยา จังหวัดนครสวรรค์




















13
นายกเทศมนตรีนครนครสวรรค์ ร่วมกับ ททท.สนง.นครสวรรค์ นำเทคโนโลยีโดรนแปรอักษร สร้างการเรียนรู้และบ่มเพาะเยาวชน พร้อมยกระดับการท่องเที่ยวด้วยนวัตกรรมปัญญาประดิษฐ์


เทศบาลนครนครสวรรค์ ร่วมกับ สำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สนง.นครสวรรค์-พิจิตร พร้อมด้วย สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ(วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และสมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ จัดการอบรมเชิงปฏิบัติการ “การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมโดรนเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว” ในพื้นที่ภาคเหนือ โดยมี ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นประธานเปิดการอบรม พร้อมด้วย นายจิตตเกษมณ์ นิโรจน์ธนรัฐ นายกเทศมนตรีนครนครสวรรค์ นางสาวสุชารัตน์ แสงอรุณ ผู้อำนวยการสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานนครสวรรค์-พิจิตร ให้การต้อนรับ ณ อาคารสำนักงานเทศบาลนครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์


ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า วช.  เล็งเห็นถึงโอกาสในการขยายผลการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีโดรนเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างดียิ่งจากภาคประชาชน โดยเฉพาะการกระตุ้นในเรื่องเศรษฐกิจและการสร้างโอกาสทางการท่องเที่ยวให้กับจังหวัด โดยในหลายวาระโอกาสที่มีการนำนวัตกรรมโดรนแปรอักษรไปถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยี พร้อมการจัดเป็นกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดต่างๆ โดยร่วมกับแผนการท่องเที่ยวของจังหวัด พบว่าในผู้บริหารของส่วนจังหวัด มองเห็นโอกาสและประโยชน์ในการต่อยอดอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของจังหวัดให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นในแผนของจังหวัด


นายจิตตเกษมณ์ นิโรจน์ธนรัฐ นายกเทศมนตรีนครนครสวรรค์ กล่าวว่า เป็นที่น่ายินดีที่ วช. และ สมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ ได้นำโครงการการอบรมเชิงปฏิบัติการ “การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมโดรนเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว“ ภาคเหนือ มาสนับสนุนการท่องเที่ยวในจังหวัดนครสวรรค์ ซึ่งสร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับจังหวัดนครสวรรค์เป็นอย่างยิ่งและการอบรมโดรนในครั้งนี้ จะนำไปสู่การสร้างทักษะความรู้ที่ได้รับจากการอบรมมาพัฒนาต่อยอดและสร้างแรงบันดาลใจให้กับเยาวชนในพื้นที่ พร้อมกับแผนการทำงานของจังหวัดต่อไป


ด้าน นายพิศิษฐ์ มิตรเกื้อกูล นายกสมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ กล่าวว่า การจัดงานในครั้งนี้ได้รับการตอบรับจากชาวจังหวัดนครสวรรค์เป็นอย่างดี โดยมุ่งหวังให้นวัตกรรมเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนโอกาสทางเศรษฐกิจ การจัดกิจกรรมโครงการ “การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมโดรนเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว” ในภาคเหนือมีจังหวัดต้นแบบ 4 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดพิจิตร จังหวัดนครสวรรค์ จังหวัดเพชรบูรณ์ และจังหวัดเชียงราย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้เทคโนโลยีที่ทันสมัยเกี่ยวกับ “โดรน” ให้บุคลากรด้านการท่องเที่ยวในพื้นที่ เยาวชน นักเรียน นักศึกษา และประชาชนทั่วไปในภาคเหนือที่สนใจ โดยผู้เข้าอบรมจะได้เรียนรู้แนวทางการนําโดรนไปใช้เพื่อเพิ่มศักยภาพด้านการท่องเที่ยวต่อไป


การอบรมเชิงปฏิบัติการ “การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมโดรนเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว” ในครั้งนี้ จัดขึ้นเพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้เทคโนโลยีโดรนให้กับบุคลากรด้านการท่องเที่ยว เยาวชน นักเรียน นักศึกษา และประชาชนทั่วไปในพื้นที่ภาคเหนือ ผู้เข้าร่วมอบรมจะได้เรียนรู้ แนวทางการนำโดรนไปใช้เพื่อเพิ่มศักยภาพด้านการท่องเที่ยว เทคนิคการบินโดรน เทคนิคการถ่ายภาพ มุมกล้อง การตัดต่อ และรู้ถึงกฎหมายการบินโดรน โดยมีเป้าหมายส่งเสริมให้นำโดรนมาประยุกต์ใช้เพื่อพัฒนาศักยภาพการท่องเที่ยว นำเสนอแหล่งท่องเที่ยวในมุมมองใหม่ รวมถึงกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น และช่วยยกระดับการท่องเที่ยวของจังหวัดนครสวรรค์ และจังหวัดอื่น ๆ ในภาคเหนือ ผ่านการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมโดรนมาประยุกต์ใช้ นอกจากนี้ ยังมีการจัดกิจกรรมแข่งขันการถ่ายวีดีโอคลิปจากโดรนและนำมาสร้างสรรค์ผลงานที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยว เพื่อเฟ้นหาผู้ชนะ อีกด้วย










14
แฟนบอลไทยปลื้ม กิจกรรมดูบอลยูโร 2024 สุดมันส์ กับ ‘EUROhaveFUN’




            เทศกาลฟุตบอลยูโร 2024 วนกลับมาในรอบ 4 ปีอีกครั้ง แฟนบอลชาวไทยคึกคัก นัดรวมตัวเพื่อนร่วมชมการถ่ายทอดสดแข่งขันแบบสด ๆ ตลอด 1 เดือน ตั้งแต่วันที่ 14 มิ.ย. – 14 ก.ค.67 EUROhaveFUN ได้จัดกิจกรรมดูบอลยูโร 2024 ขึ้น โดยกิจกรรมนี้เป็นความร่วมมือระหว่างสโมสรนิวคาสเซิลยูไนเต็ด จากพรีเมียร์ลีกอังกฤษ แบรนด์แอมบาสเดอร์อย่าง อิเกร์ กาซิยาส อดีตผู้รักษาประตูมือ 1 ของโลก และผู้สนับสนุนหลักอย่าง FUN88 ผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการ ภายใต้แคมเปญ ‘EUROhaveFUN’ 

            ภายในงานมีกิจกรรมแจกเครื่องดื่ม อาหาร และของรางวัลอื่น ๆ กิจกรรมจะจัดขึ้นตามร้านอาหาร ผับบาร์ในกรุงเทพฯ และปริมณทล เพื่อเชิญชวนแฟนบอลไทย มาร่วมสนุกเชียร์บอลยูโร 2024 กัน ซึ่งจะมีของรางวัลและเครื่องดื่มแจกฟรีทุกโต๊ะ กิจกรรมนี้จะจัดยาวไปจนกว่าจะจบรายการแข่งขันฟุตบอล ยูโร2024 (EURO2024) สามารถติดตามกิจกรรมสนุก ๆ ของ ‘EUROhaveFUN’ สุดเอ็กซ์คลูซีฟก่อนใคร เพียงกดติดตาม https://www.facebook.com/FUN88AsiaTH

               นอกจากกิจกรรมครั้งนี้ สโมสรนิวคาสเซิลยูไนเต็ด จากพรีเมียร์ลีกอังกฤษ แบรนด์แอมบาสเดอร์อิเกร์ กาซิยาส และผู้สนับสนุนหลักอย่าง FUN88 มีการจัดกิจกรรมสนับสนุนกีฬามากมาย ไม่ว่าจะเป็นการจัดแข่งขันทัวร์นาเม้นต์ฟุตบอลเดินสาย 7 คน ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่เคยมีมา อย่างรายการ “FUN CUP 2024” ที่ขนสตาร์เดินสายทั่วทั้งประเทศมารวมไว้ที่นี่ โดยมีเงินรางวัลมากกว่า 2 ล้านบาท รวมถึงยังได้สนับสนุนทีมแชมป์ FUN CUP 2024 ได้ไปสัมผัสบรรยากาศของฟุตบอลอาชีพระดับโลก ด้วยการพาไปชมการแข่งขันฟุตบอลที่ประเทศอังกฤษกับสโมสรนิวคาสเซิลในนามแขก VIP ของสโมสรนิวคาสเซิลอีกด้วย เรียกได้ว่าไม่มีรายการไหนทำได้ขนาดนี้แน่นอน ในอนาคตเราขอสัญญาว่าจะเดินหน้าจัดกิจกรรมที่ดีเพื่อสังคม ให้โอกาสผู้ด้อยโอกาส และสานต่อความฝันของคนไทยแบบนี้ต่อไป ตอบแทนความรักและการสนับสนุนของแฟน ๆ ที่มีให้กันเสมอมา

#กล้าฝันกล้าสนุก #DaretoDreamDaretoFun #EURO2024 #EUROhaveFUN #ยูโร2024 #DareToDream #DaretoFun #fun88asia #FUN88 #ดูบอลสด #บอลออนไลน์ #FUNxNewcastle #FUN88xอิเกร์กาซิยาส #FUNกล้าเดินตามฝัน #LiveYourDream #ฝันของคุณเป็นจริงได้ที่นี่


15
ประกาศแชมป์การประกวด “GLO INNOVATION SHORT FILM CONTEST 2024”
“UuU (ทริปเปิ้ลยู)” การรวมตัวของนักศึกษาจาก 3 มหาวิทยาลัย คว้าชัย ได้เฮสุดตัว




กรุงเทพฯ - สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ร่วมกับ บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์  กรุ้ป จำกัด (มหาชน) มอบรางวัลมูลค่ารวม 800,000 บาท ให้กับ 10 ทีม ที่ส่งผลงานเข้าประกวดในโครงการ “GLO INNOVATION SHORT FILM CONTEST 2024” ซึ่งจัดขึ้นเพื่อเป็นพื้นที่ให้ นิสิตนักศึกษาจากทั่วประเทศได้แสดงออกถึงจินตนาการ ความคิดสร้างสรรค์ และแสดงศักยภาพทักษะความรู้ ความสามารถทางนวัตกรรม อย่างเต็มที่ผ่านหนังสั้นโฆษณา ภายใต้คอนเซปต์ “Innovation For Better Life นวัตกรรมที่สะดวกต่อการใช้ชีวิต” เพื่อยกระดับการใช้ชีวิตที่ทันสมัย ใครๆก็เข้าถึงการบริการจากสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ด้วยการสื่อสารพร้อมถ่ายทอดผ่านผลงานอย่างมืออาชีพจากฝีมือน้องๆ โดยประกาศผลรางวัลชนะเลิศ ณ โรงภาพยนตร์ Samsung LED Cinema @ Paragon Cineplex


พันโท หนุน ศันสนาคม ผู้อำนวยการ สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีกล่าวจุดเริ่มต้นและวัตถุประสงค์ของโครงการฯ พร้อมมอบรางวัล จำนวน 3 รางวัลให้แก่ทีมชนะเลิศ, ทีมรองชนะเลิศอันดับ 1 และทีมรองชนะเลิศอันดับ 2 นางตุ้มทอง มุสิกรัตน์ รองผู้อำนวยการ สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เป็นหนึ่งในคณะกรรมการพิเศษ พร้อมมอบรางวัลชมเชยให้ 7 ทีม ตามลำดับ พร้อมด้วย นายสุรเชษฐ์ อัศวเรืองอนันต์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายสื่อโฆษณา บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน) ร่วมเป็นสักขีพยานการตัดสิน ซึ่งทุกผลงานสร้างความสนุกสนานเพลิดเพลิน สื่อสารให้เข้าใจง่าย และใช้ความสามารถจากเทคนิคความรู้ทั้งจากการเรียน และการได้ทำเข้ากิจกรรมการ Workshop ทำให้เกิดเป็นผลงานที่โดดเด่นน่าประทับใจกับทางสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน)  คณะกรรมการ และทีมงานที่จัดทำโครงการ “GLO INNOVATION SHORT FILM CONTEST 2024” เป็นอย่างมาก เพราะสามารถลำดับสร้างสรรค์ผลงานได้อย่างมืออาชีพ โดยทั้ง 10 ทีม ทำให้เห็นถึงความมุ่งมั่นตั้งใจ ความเอาใจใส่ในทุกรายละเอียด สะท้อนและเป็นจุดบ่งชี้ได้ว่า จากผลงานชิ้นแรกในวันนี้ จะสามารถเติบโตก้าวไปสู่เส้นทางนักออกแบบระดับมืออาชีพอนาคตไกลได้อย่างแน่นอน หากมีการศึกษา ตั้งใจเก็บประสบการณ์เพิ่มเติม นำข้อติชมของคณะกรรมการไปปรับปรุงข้อบกพร่อง พร้อมต่อยอดส่วนที่ดี ไม่หยุดนิ่งที่จะพัฒนา และฝึกฝนฝีมืออย่างต่อเนื่อง


โดยงานในวันนี้ ได้รับเกียรติจากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ 3 ท่าน ผู้คร่ำหวอดและมีผลงานที่โดดเด่นในการสร้างสรรค์ผลงานทางด้าน หนังสั้นโฆษณา เป็นที่รู้จักทั้งในระดับประเทศ และนานาชาติ ได้แก่ คุณระเบิด - ธนสรณ์ เจนการกิจ Creative Chairman & Founder @ Flash Bomber, คุณโต - ธนิษฐ์ พิณทอง Film Director and Owner @ Dylan Films ,คุณบัว – รักศิริ ทองแผ่น Film Director เข้าร่วมพิจารณา ตัดสินและให้คะแนนอย่างใกล้ในทุกๆผลงาน


ซึ่งผลการตัดสินโครงการ “GLO INNOVATION SHORT FILM CONTEST 2024” จัดขึ้นภายใต้คอนเซปต์ “Innovation For Better Life นวัตกรรมที่สะดวกต่อการใช้ชีวิต” มี 10 ทีม ที่ได้รับรางวัลดังนี้


รางวัลชนะเลิศ ทีม UuU (ทริปเปิ้ลยู) ประกอบด้วยสมาชิก นายนันท์นภัส คุยกลาง, นางสาว กรกนก คำแก้ว และนาย รัฐชานันท์ ยศปัญญา จากมหาวิทยาลัยศิลปากร,มหาวิทยาลัยนเรศวร และมหาวิทยาลัยขอนแก่น ผลงานเรื่อง ไม่อยากให้แม่ปวดหลัง รับทุนการศึกษา 100,000 บาท


รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ทีม รักน้ำ รักพูล  รัก300K ประกอบด้วยสมาชิก นาย สิรวิชญ์ ตันตยาภิรมย์กุล, นาย พีรวิชญ์ สัจจรักษ์ และนาย ปรานนท์ เทพรักษา จากมหาวิทยาลัยมหิดลและจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผลงานเรื่อง Live it up รับทุนการศึกษา 80,000 บาท


รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ทีม ทีม Top Rank เกินต้านผ้าม่านสีน้ำเงิน ประกอบด้วยสมาชิกนางสาวกนกดารินทร์ แก่นคำ, นายกนกพล แสนคำหมื่น, นายธนวันต์ สนธิกุล และนาย ธีรวุฒิ มหาพรม จากมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ผลงานเรื่อง สายลับล็อตเตอรี่ รับทุนการศึกษา 50,000 บาท






รางวัลชมเชย 7 รางวัล รับทุนการศึกษาทีมละ 10,000 บาท รายชื่อทีมดังนี้ ทีม มือทอง V3 ประกอบด้วยสมาชิก นาย ไชยภพ ปลาสุวรรณ, นายพีระพล พวงศรี และนายวาธการ ทองปิน จากมหาวิทยาลัยราชภัฎอุตรดิตถ์ ผลงานเรื่อง เลขมงคล

ทีม ทีมที่ชนะเลิศได้แก่... ประกอบด้วยสมาชิก นางสาวพีราดา ตันติเศรณี และนายพัฒนพร นิลพัฒน์ จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ผลงานเรื่อง หวังว่า...

ทีม ซ่าง ช้าง จ๊าง ประกอบด้วยสมาชิก นางสาวศุจิกา พวงเงิน, นางสาวธีนิดา อนวัชพงศ์ และนายอชิตพล ไชยเวียง จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ผลงานเรื่อง Better Choice Better Life (ของขวัญแห่งการให้)

ทีม ปี 3 อันตราย ประกอบด้วยสมาชิก นายวรเมธ ใจมิภักดิ์, นายวรรณภพ ยีอุมัด และนางสาวชมพูทวีป  เทพสุธรรมรัตน์ จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ผลงานเรื่อง สิทธิสลากของเรา

ทีม Tadum Film ประกอบด้วยสมาชิกนาย พิชญุตม์ ปทุมตะ นางสาว ธนัชชา ใจกว้าง นาย ศุภโชค ยิ้มพังเทียม นาย เจตนิพัทธ์ พันธ์เพชร นางสาว กัลยกร ธัญญาลาภ จากมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ผลงานเรื่อง สมบัติล้ำค่า

ทีม  Breakdown ประกอบด้วยสมาชิก นาย ธนกฤต ซิ้มอำพร, นางสาวนันท์นภัส แก้วประไพนายไวรัณชน์ อัครวิเนค, นายอัมพล วงค์ปันนา และนายปัณณวิชญ์ วาณิชย์เสถียร จากมหาวิทยาลัยศิลปากร ผลงานเรื่อง ว่าไม่ได้

ทีม Thungsong Hometown ประกอบด้วยสมาชิก นาย ธนชาต ใจหล่อ,นายเกริกกานต์ พูลสวัสดิ์ และนาย วรรัก ธรรมสุรัติ จากมหาวิทยาลัยศรีปทุม ผลงานเรื่อง รางวัลแด่คนช่างฝัน


ขอแสดงความยินดีกับผู้เข้าแข่งขันทุกท่าน ผู้สนใจสามารถติดตามผลงาน “GLO INNOVATION SHORT FILM CONTEST 2024” ทั้ง10 ผลงานที่คว้ารางวัลจากโครงการได้ที่ https://www.facebook.com/MajorGroup และ https://www.facebook.com/gloinnovationshortfilmcontest2024


Pages: [1] 2 3 ... 2418