Recent Posts

Pages: [1] 2 3 ... 10
1
พฤกษาเร่งสร้างซินเนอร์จี 2 ธุรกิจใหญ่
พร้อมเพิ่มพอร์ตลงทุนหลากหลายธุรกิจ มุ่งสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน

“พฤกษา” โชว์ผลการดำเนินงานไตรมาสแรกปี 2565  กำไรสุทธิเติบโต 10% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สถานะโครงสร้างทางการเงินแข็งแกร่ง มีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (Gearing ratio) ต่ำ ลุยผสานสร้าง Synergy ระหว่างธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และธุรกิจเฮลท์แคร์ ขยายโอกาสทางธุรกิจผ่านการสร้างพันธมิตร พร้อมเพิ่มพอร์ตการลงทุนอื่น ๆ ที่หลากหลายมากขึ้น รวมถึงเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานด้วยการนำ เทคโนโลยีดิจิทัลปรับปรุงระบบและกระบวนการทำงานต่าง ๆ ภายในองค์กร ไตรมาส 2 เดินหน้าเปิด โครงการใหม่ตามแผนพัฒนาธุรกิจอีก 9 โครงการรวมมูลค่า 5,900 ล้านบาท


นายอุเทน โลหชิตพิทักษ์​ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท พฤกษา โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) เปิดเผยผลการดำเนินงานในช่วงไตรมาสแรกปี 2565 ว่า ภาพรวมธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเป็นธุรกิจหลักของพฤกษา แสดงให้เห็นชัดว่า ความต้องการที่อยู่อาศัยจริงยังคงมีอยู่ โดยเฉพาะแนวราบในกลุ่มบ้านเดี่ยว ซึ่งเป็นกลุ่มเรียลดีมานด์ที่เติบโตจากผลกระทบโควิดที่ทำให้คนอยากอยู่บ้านมากขึ้น แม้สภาพเศรษฐกิจไทยยังอยู่ในภาวะซบเซาและมีปัจจัยหลายประการที่ส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของประชาชนก็ตาม ทั้งนี้ บริษัททำยอดขายโครงการอสังหาริมทรัพย์รวม 5,344 ล้านบาท รายได้รวม 5,679 ล้านบาท มีกำไรสุทธิ อยู่ที่ 639 ล้านบาท เติบโตจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 10% ในขณะที่กำไรสุทธิของพฤกษา โฮลดิ้ง (รวมธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และธุรกิจเฮลแคร์) อยู่ที่ 552 ล้านบาท และมียอดขายรอรับรู้รายได้ (Backlog) ที่ 20,200 ล้านบาท เป็นยอดรับรู้รายได้ในปี 2565 ที่ 18,700 ล้านบาท และจะมีโครงการแนวสูงที่สร้างเสร็จพร้อมทยอยโอนในปีนี้อีก 7 โครงการรวมมูลค่า 15,200 ล้านบาท

กลยุทธ์ในปีนี้ พฤกษามุ่งผสานความร่วมมือระหว่างธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และธุรกิจเฮลแคร์ โดยมีแผนพัฒนาอสังหาริมทรัพย์แบบ Mixed Use ที่จะผสานบริการด้านสุขภาพไว้ในโครงการเดียวกัน รวมถึงมองหาพันธมิตรใหม่ ๆ เพื่อเข้ามาเติมเต็มบริการตอบสนองผู้บริโภคได้อย่างดีที่สุด ในด้านการลงทุนพฤกษาได้มีการเพิ่มพอร์ตลงทุนที่หลากหลาย นอกจากการลงทุนในไทยที่ผสานความร่วมมือระหว่างธุรกิจเรียลเอสเตท และโรงพยาบาล ซึ่งกำลังจะเปิดให้บริการศูนย์สุขภาพแห่งแรกในชุมชนพฤกษา ขนาด 50 เตียง ตั้งอยู่ด้านหน้าโครงการพฤกษา อเวนิว บางนา-วงแหวน ในเดือนสิงหาคมนี้ ขณะเดียวกันได้มีการสร้างพันธมิตรทางธุรกิจใหม่ โดยโรงพยาบาลวิมุตร่วมกับ JAS ASSET ก่อตั้งบริษัท Senera Vimut Health Service ทำโครงการ SENERA Senior Wellness บริเวณถนนคู้บอน เป็นศูนย์เมดิคอล ขนาด 5,713 ตร.ม. 4 ชั้น ขนาด 78 เตียง มีแผนเปิดให้บริการในเดือนธันวาคมนี้ นอกจากนี้ยังได้มีการลงทุนทั้งในไทย ออสเตรเลีย มาเลเซีย และสิงคโปร์ โดยเป็นกลุ่มธุรกิจประเภทนวัตกรรมด้านการพัฒนาความยั่งยืน (ESG Innovation) ระบบความปลอดภัยในโลกดิจิตอล (Digital Securities) และ เฮลท์เทค พร๊อพเทค ที่รองรับกระแสเทรนด์ที่อยู่อาศัยและการดูแลสุขภาพที่เพิ่มขึ้นในอนาคต

ในขณะเดียวกันพฤกษาเองก็มีการปรับปรุงกระบวนการทำงานในองค์กร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ความรวดเร็วและช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย เช่น การนำ Value Engineering หรือ วิศวกรรมคุณค่ามาใช้ ด้วยการนำวัสดุทดแทนที่มีประสิทธิภาพเทียบเท่ากับวัสดุเดิมมาใช้ เป็นการช่วยลดการใช้ซีเมนต์ที่ไม่จำเป็นไปได้มากกว่า 15,000 ตัน  นอกจากนั้นยังมีการใช้เทคโนโลยีบล็อกเชน ระบบจัดซื้อจัดจ้างทางอิเล็กทรอนิกส์ และการพัฒนาระบบ Streamline ช่วยลดชั่วโมงการทำงานไปได้ มากกว่า 10,400 ชั่วโมง และสุดท้ายใช้การบริหารจัดการต้นทุน (Cost Management) เพื่อควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ โดยสามารถประหยัดต้นทุนและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานได้มากกว่า 460 ล้านบาท หรือ 1.4% ของรายได้


สำหรับแผนงานในไตรมาส 2 นายอุเทน กล่าวว่า พฤกษามีแผนเปิดโครงการใหม่ในไตรมาส 2 อีก 9 โครงการ รวมมูลค่า 5,900 ล้านบาท แบ่งเป็นทาวน์เฮาส์ 8 โครงการและบ้านเดี่ยว 1 โครงการ ซึ่งการออกแบบโครงการจะอิงจากแนวคิด Tomorrow. Reimagined. ที่ได้ต่อยอดสู่ “พฤกษา ลิฟวิ่ง โซลูชั่น” ตอกย้ำแนวทางการดำเนินงานพัฒนาคุณภาพที่อยู่อาศัยตอบโจทย์เทรนด์การอยู่อาศัยใน 3 แกนหลัก ประกอบด้วย เทรนด์สุขภาพ (Health & Wellness) เทรนด์ไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไป (Lifestyle Disruption) และเทรนด์เพื่อความยั่งยืน (Sustainability Development) ซึ่งเป็นตัวสะท้อนถึงความใส่ใจของพฤกษาในทุกมิติทุกช่วงเวลาของชีวิต โดยยังคงรุกตลาดอย่างต่อเนื่องด้วยการพัฒนาบ้านและโครงการมาตรฐานใหม่พร้อมกับใช้เครื่องมือการตลาดดิจิทัลและช่องทางออนไลน์ครบวงจร สื่อสารตรงกับกลุ่มเป้าหมาย

และหนึ่งในแกนที่พฤกษาให้ความสำคัญ คือ การออกแบบบ้าน “ใส่ใจเพื่อสุขภาพ” ( Healthy Home) ซึ่งทางพฤกษาได้ทีมผู้เชี่ยวชาญจากโรงพยาบาลวิมุต เข้ามาร่วมให้คำปรึกษา แนะนำ ในการออกบ้านในแต่ละโครงการ เพื่อให้การออกแบบบ้านนั้นตอบโจทย์ด้านการอยู่อาศัยเพื่อสุขภาพที่ดี โดยเฉพาะการออกแบบที่อยู่อาศัยแบบ Universal Design ที่รองรับคนทุกเจนเนอเรชั่นที่อยู่ร่วมกันในบ้าน เช่น การดีไซน์ประตูขนาดใหญ่เผื่อพื้นที่ไว้รองรับการเข้าออกด้วยรถเข็น บันไดลูกนอนขนาดกว้างขึ้น ช่วยให้ขึ้น-ลงได้สะดวก พื้นภายในดีไซน์เป็นทางเรียบ (Non Step Floor) หมดห่วงเรื่องเดินสะดุดและการใช้วัสดุพื้นลดแรงกระแทก (Absorbtion Floor) ซึ่งเป็นมาตรฐานระดับเดียวกับญี่ปุ่น ยังช่วยป้องกันอุบัติเหตุ หรือลดการบาดเจ็บที่อาจเกิดขึ้นได้กับเด็กและผู้สูงวัย รวมทั้งการเลือกใช้โถสุขภัณฑ์ชั้นนำแบบ Senior Ergonomic Design ที่ออกแบบรองรับสรีระผู้สูงอายุ ยังมีการออกแบบพื้นที่เพื่อส่งเสริมสุขภาพเป็นสวนหินบำบัด (River Healing Stone) ที่คัดสรรหินแต่ละก้อนอย่างพิถีพิถันและจัดวางให้เหมาะสำหรับการเดินนวดฝ่าเท้า เป็นต้น

ในฝั่งธุรกิจด้านสุขภาพ โรงพยาบาลวิมุตซึ่งเป็นโรงพยาบาลเฉพาะทางระดับตติยภูมิ ที่มุ่งให้บริการแบบ New Normal Ecosystem โดยมุ่งเน้นการรักษาแบบบูรณาการองค์รวม ผ่านศูนย์สุขภาพและโมเดลสุขภาพด้วยระบบดิจิทัล เปิดดำเนินงานครั้งแรกในเดือนพฤษภาคม ปี 2564 ซึ่งเป็นช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 โรงพยาบาลได้สร้างการรับรู้ในแบรนด์และส่งมอบบริการด้านสุขภาพ คุณภาพมาตรฐาน ในราคาที่เข้าถึงได้ โดยใช้กลยุทธ์เร่งสร้างการเติบโต (Accelerated Growth Strategy) ทำให้ชื่อโรงพยาบาลวิมุตเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางและรวดเร็วในกลุ่มลูกค้าทั้งชาวไทยและต่างประเทศ


จากการให้บริการเป็นศูนย์ฉีดวัคซีนโควิด-19  ส่งผลให้ในไตรมาส 1 ธุรกิจโรงพยาบาลวิมุตมีรายได้ 244 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 59% จากไตรมาส 4 ปี 2564 และจากการปรับโครงสร้างการบริหารองค์กรและการบริหารจัดการใหม่ของโรงพยาบาลเทพธารินทร์ ทำให้ธุรกิจด้านสุขภาพได้ส่วนแบ่งกำไรจากผลประกอบการโรงพยาบาลเทพธารินทร์ที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ แผนธุรกิจในไตรมาส 2 คาดว่ารายได้หลักจะมาจากการดำเนินงานเต็มรูปแบบของบริการด้านการแพทย์ โรงพยาบาลและบริการศูนย์ฟื้นฟูดูแลสุขภาพครอบครัวและผู้สูงอายุ (ViMut Wellness Services) ซึ่งจะพัฒนาไปพร้อมกับโครงการที่อยู่อาศัยใหม่ของพฤกษาอย่างต่อเนื่องด้วย
2
"บมจ.เคหะสุขประชา" ยกระดับผู้อยู่อาศัย นำทฤษฎีเกษตรสมัยใหม่ Smart Farmer
พัฒนาสร้างรายได้ให้กับ "บ้านเช่าพร้อมอาชีพ" 100,000 หน่วย ทั่วประเทศ


บมจ.เคหะสุขประชา เดินเครื่องตามนโยบายรัฐบาล ยกระดับการผลิตภาคการเกษตรของไทยด้วยนวัตกรรม และเทคโนโลยีการเกษตรแบบครบวงจร หรือ Smart Farmer ภายใต้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอพียง พร้อมหาแนวทางโดยร่วมมือกับ "คูโบต้าฟาร์ม" ในด้านการทำเกษตรสมัยใหม่มาใช้ในโครงการ "บ้านเช่าพร้อมอาชีพ" 100,000 หน่วย ทั่วประเทศ สำหรับผู้มีรายได้น้อย และกลุ่มเปราะบาง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัยอย่างยั่งยืน

นายพิษณุพร อุทกภาชน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม บริษัท เคหะสุขประชา จำกัด (มหาชน) หรือ K-HA เปิดเผยว่า ตามที่นายกรัฐมนตรีมีนโยบายการขับเคลื่อนนวัตกรรม และเทคโนโลยีการเกษตรแบบครบวงจร การส่งเสริมเครื่องจักรกลการเกษตร และต้องการยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกร และภาคเกษตรกรรมภายใต้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอพียงนั้น ทางบมจ.เคหะสุขประชา จึงได้ร่วมมือกับ "คูโบต้าฟาร์ม" พื้นที่สร้างประสบการณ์เกษตรสมัยใหม่ เพื่อหาแนวทางพัฒนาในด้านการทำเกษตรสมัยใหม่ Smart Farmer นำมาใช้ในโครงการสร้างอาชีพของชาวเคหะสุขประชา "บ้านเช่าพร้อมอาชีพ" จำนวน 100,000 หน่วย ทั่วประเทศ



ซึ่ง "คูโบต้าฟาร์ม" จะเป็นต้นแบบของเกษตรสมัยใหม่ หรือ Smart Farming ในการยกระดับการผลิตภาคการเกษตรกรของไทย ย้ำในด้านความร่วมมือของภาครัฐ เอกชน และประชาชน ให้ขับเคลื่อนนวัตกรรมและเทคโนโลยีการเกษตรแบบครบวงจร ด้วยการพัฒนา และจัดสรรการใช้ประโยชน์บนพื้นที่ ๆ มีจำกัดในโครงการสร้างอาชีพของเคหะสุขประชา ด้วยการแบ่งพื้นที่พัฒนาต่อสู่การขยายผลผลิต โดยการแบ่งพื้นที่เป็นส่วน ๆ อาทิ แปลงผลไม้ ซุ้มผักสวนครัว แปลงผักหมุนเวียน บ่อน้ำการเกษตร แปลงนาข้าว เป็นต้น 

เป้าหมายหลักของโครงการบ้านเคหะสุขประชา คือ "บ้านเช่าพร้อมอาชีพ" ที่สามารถสร้างรายได้ให้กับผู้อยู่อาศัย รวมทั้งนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาพัฒนาอาชีพ ซึ่งขึ้นอยู่กับความเหมาะสมในการพัฒนาโครงการของแต่ละพื้นที่ โดยปัจจุบันโครงการบ้านเคหะสุขประชามีรูปแบบอาชีพ 6 ด้านด้วยกัน ได้แก่ เกษตรอินทรีย์ ปศุสัตว์ อาชีพบริการชุมชนและชุมชนข้างเคียง ตลาด อุตสาหกรรมขนาดเล็ก และศูนย์การค้าปลีก – ส่ง เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากของชุมชนให้สามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน รวมถึงสนับสนุนเศรษฐกิจชุมชนตามภูมิสังคมของพื้นที่นั้น ๆ เริ่มตั้งแต่การผลิตไปจนถึงช่องทางการจัดจำหน่ายอีกด้วย



สามารถติดตามความเคลื่อนไหว บมจ.เคหะสุขประชา ได้ที่
www.kha.co.th หรือ www.facebook.com/KHA.Sukpracha
3
"วิวโซนิค" เผยโฉมเทคโนโลยี LED โปรเจคเตอร์ "เจน 3"
พร้อมเปิดตัวนวัตกรรมใหม่ ตอบโจทย์งานประชุมและการเรียนรู้


วิวโซนิค คอร์ปอเรชั่น ผู้นำด้านการให้บริการโซลูชั่นการแสดงภาพระดับโลกจากอเมริกา เปิดตัวโปรเจคเตอร์รุ่นใหม่ล่าสุด "LS500WHE และ LS550WHE" นวัตกรรมแสดงภาพที่ตอบทุกโจทย์การใช้งาน ทั้งในองค์กรขนาดใหญ่และแวดวงการศึกษา ด้วยเทคโนโลยีเจเนอเรชั่น 3 แห่งอุตสาหกรรม LED ให้ผลลัพธ์ระดับผู้นำ ด้วยโปรเจคเตอร์ Lamp-free ลดการใช้หลอดไฟสารปรอทเป็นพิษ ประหยัดพลังงานมากกว่า กินไฟน้อย ช่วยยืดอายุการใช้งานที่ยาวนานขึ้น สร้างความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

นายดีน ไช่ ผู้จัดการทั่วไปกลุ่มโปรเจคเตอร์และจอภาพ LED ของวิวโซนิค กล่าวว่า "วิวโซนิคเป็นผู้บุกเบิกการพัฒนาเทคโนโลยี LED สำหรับการฉายภาพที่เติบโตอย่างรวดเร็ว ในระยะเวลา 3 ปี เราประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ด้วยการก้าวขึ้นมาเป็นแบรนด์อันดับ 2 ของโลก จากการเปิดตัว LED โปรเจคเตอร์ สองรุ่นใหม่ และนั่นจึงทำให้เราเริ่มเดินหน้าขยายธุรกิจกลุ่มผลิตภัณฑ์ LED โปรเจคเตอร์ ไปสู่ตลาดธุรกิจและการศึกษา ภายใต้เทคโนโลยี LED เจเนอเรชั่น 3 ที่ให้ความสว่างสูงขึ้น มีประสิทธิภาพการใช้พลังงานที่ดีขึ้น แต่ลดภาระการบำรุงรักษาน้อยลง เพื่อสร้างประสบการณ์ใช้งานที่เหนือกว่าให้ลูกค้าทุกกลุ่ม"



เทคโนโลยี LED เจเนอเรชั่น 3 ทำงานด้วยความก้าวล้ำของฟีเจอร์ที่ให้ความสว่างและประหยัดพลังงานมากกว่า จากการผสานของ LED drivers และ Optical engines ขั้นสูง ทำให้ LED โปรเจคเตอร์ สองรุ่นใหม่อย่าง LS500WHE และ LS550WHE ให้ผลลัพธ์ความสว่างที่คงที่อย่างน่าประทับใจ ในระดับสว่างถึง 3,000 ANSI Lumens แม้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีแสงจ้าหรือแสงสลัวก็ตาม อีกทั้งด้วยช่วงสีที่ครอบคลุมถึง 125% Rec.709 ของโปรเจคเตอร์ทั้งสองรุ่น จึงสามารถสร้างภาพและสีที่สมจริง พร้อมให้ความคมชัดสูงกว่าเทคโนโลยีเจนเก่าอย่างเหนือชั้น

ทั้งนี้ LED โปรเจคเตอร์รุ่นใหม่อย่าง LS500WHE และ LS550WHE ยังถือเป็นโซลูชันที่ปลอดภัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ด้วยการลดใช้พลังงานลงกว่า 50% เมื่อเทียบกับโปรเจคเตอร์ที่ใช้หลอดไฟแบบดั้งเดิม และยังมีชั่วโมงการใช้งานที่ยาวนานถึง 30,000 ชั่วโมง ช่วยย่นระยะเวลาการเปลี่ยนหลอดไฟใหม่และช่วยลดการบำรุงรักษาได้อย่างต่อเนื่อง รวมไปถึงการเลือกใช้ตัวกำเนิดแสง LED ที่ปราศจากปรอท ยังช่วยลดมลพิษจากสารเคมีที่เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพได้อย่างดี อีกทั้งโปรเจคเตอร์ยังออกแบบให้ผู้ใช้สามารถเปิด-ปิดได้ในทันที โดยไม่ต้องรอให้แสงสว่างเต็มเมื่อเปิดใช้งาน และช่วยลดความร้อนลงก่อนทำการรีสตาร์ท ตอบโจทย์ประหยัดเวลาและพลังงาน พร้อมสร้างประสบการณ์ใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ



ยิ่งไปกว่านั้น LED โปรเจคเตอร์รุ่นใหม่ยังถูกดีไซน์โดยเน้นการทำงานที่ง่ายดายกว่าเดิม ทั้งจากความสามารถในการฉายภาพมุมก้มและเงยได้ถึง 360 องศา รองรับกับการใช้งานที่ยืดหยุ่นและสร้างสรรค์ เช่นการการฉายขึ้นเพดานและการฉายบนพื้นห้อง นอกจากนั้นด้วยปุ่มคีย์สโตนในแนวตั้ง,แนวนอน และฟังก์ชันปรับแต่งทั้ง 4 มุม ยังให้ฟังก์ชันตั้งค่าการฉายภาพจากมุมข้างได้ โดยไม่จำเป็นต้องวางจอแสดงภาพในตำแหน่งตรงกลางอีกต่อไป นอกจากนั้น โปรเจคเตอร์รุ่น LS550WHE ยังมาพร้อมกับคุณสมบัติที่โดดเด่นอื่น ๆ เช่น เลนส์แบบระยะฉายสั้น 0.49 ซึ่งเป็นโซลูชันสำหรับพื้นที่ขนาดเล็ก ทำให้การฉายภาพหน้าจอ 100 นิ้วได้ในระยะเพียง 1.06 เมตร
4
“เจียไต๋” ร่วมสนับสนุน “โปรซูม วิชยานนท์” ต่อยอดสู่ความสำเร็จบนเส้นทางกอล์ฟอาชีพ


เรียงจากซ้ายไปขวา:
1.​ อณิมา ทัศจันทร์ ผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัท เจียไต๋ จำกัด
2.​ มนัส เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร บริษัท เจียไต๋ จำกัด
3.​ วิชยานนท์ โชติหิรัญรุ่งเรือง (โปรซูม) นักกอล์ฟ
4.​ ประวินทร์ คุโรวาท ประธานบริหารด้านการเงินและบริหารกลาง บริษัท เจียไต๋ จำกัด
5.​ ป้อมเพ็ชร สารพุทธิ (โปรป้อมเพ็ชร) ผู้อำนวยการหลักสูตร สถาบัน วัน ดีกรี เซ็นเตอร์


กรุงเทพฯ 9 พฤษภาคม 2565 - บริษัท เจียไต๋ จำกัด ผู้นำธุรกิจนวัตกรรมการเกษตรของไทย ร่วมส่งเสริมและผลักดันศักยภาพนักกอล์ฟไทยด้วยการสนับสนุน โปรซูม วิชยานนท์ โชติหิรัญรุ่งเรือง โปรกอล์ฟหนุ่มรุ่นใหม่ไฟแรง ในการต่อยอดสู่การเป็นนักกอล์ฟอาชีพสู้ศึกบนเวทีระดับโลก โดยร่วมกับสถาบัน วัน ดีกรี เซ็นเตอร์ ขับเคลื่อนวงการกอล์ฟไทยให้ทัดเทียมนานาชาติและเพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนไทยสานฝันสู่ความสำเร็จ

การสนับสนุน โปรซูม วิชยานนท์ ในครั้งนี้ เจียไต๋เชื่อมั่นในศักยภาพของนักกีฬาไทย โดยมุ่งหวังพัฒนาทักษะ ส่งเสริมประสบการณ์ และพร้อมเป็นอีกหนึ่งแรงผลักดันให้นักกอล์ฟไทยก้าวสู่เวทีนานาชาติ เพื่อสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศ

นายมนัส เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร บริษัท เจียไต๋ จำกัด เปิดเผยว่า “เจียไต๋เชื่อมั่นในศักยภาพและความสามารถของโปรซูม จากการได้ติดตามและเห็นความสำเร็จในทัวร์นาเมนต์ต่างๆ และชื่นชมในความทุ่มเท (Passion) ในการพัฒนาตนเองจนเติบโตอย่างก้าวกระโดดสู่นักกอล์ฟมืออาชีพ ซึ่งสอดคล้องกับเจียไต๋ที่มีค่านิยมองค์กรด้าน Innovation และ Passion เพื่อกระตุ้นให้ทุกคนสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองอยู่เสมอเช่นกัน สำหรับการสนับสนุนครั้งนี้ เจียไต๋พร้อมผลักดันและร่วมส่งเสริมรากฐานที่ดีให้โปรซูมได้พัฒนาทักษะและต่อยอดสู่การแข่งขันระดับโลก สร้างชื่อเสียง เป็นต้นแบบและเป็นแรงบันดาลใจให้เยาวชนไทยที่มีความฝันให้ก้าวสู่ความสำเร็จต่อไป”



นายวิชยานนท์ โชติหิรัญรุ่งเรือง นักกอล์ฟวัย 25 ปี จากจังหวัดอุดรธานี กล่าวถึงการได้รับการสนับสนุนจากเจียไต๋ว่า “ผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างมากที่ได้เป็นครอบครัวเดียวกับเจียไต๋ ขอขอบคุณที่เจียไต๋เห็นศักยภาพในตัวผมและให้การสนับสนุน ผมจะพยายามทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด และไม่หยุดที่จะพัฒนาฝีมืออยู่ตลอดเวลา”

สำหรับ โปรซูม วิชยานนท์ โชติหิรัญรุ่งเรือง อดีตนักกอล์ฟทีมชาติไทย ซึ่งเทิร์นโปรในปี 2561 และโชว์ผลงานได้อย่างโดดเด่นในปีแรกของการเป็นนักกอล์ฟอาชีพด้วยการคว้าแชมป์ สิงห์-เอสเอที จันทบุรี ก่อนปิดฤดูกาลได้อย่างยอดเยี่ยมด้วยการครองแชมป์ทำเงินรางวัลสูงสุดของไทยแลนด์พีจีเอทัวร์ในปีเดียวกัน ปัจจุบันเป็นนักกีฬาของสถาบัน วัน ดีกรี เซ็นเตอร์ สถาบันสอนกอล์ฟด้วยเทคโนโลยีทันสมัยแบบครบวงจร และลงแข่งขันกอล์ฟระดับอาชีพในทัวร์ต่างๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ อาทิ ไทยแลนด์ พีจีเอ ทัวร์, ออลไทยแลนด์ กอล์ฟ ทัวร์, ทรัสต์ กอล์ฟ ทัวร์, เอเชียน ดีเวลลอปเมนท์ ทัวร์ และเอเชียน ทัวร์ เป็นต้น

เจียไต๋พร้อมสนับสนุนและเคียงข้างคนไทยในทุกมิติ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืน รวมถึงสร้างความมั่นคงทางอาหาร ส่งเสริมการผลิตแหล่งอาหารปลอดภัย และเพื่อผลักดันขีดความสามารถของคนไทยให้ทัดเทียมนานาชาติ ร่วมติดตามผลงานและส่งกำลังใจเชียร์โปรซูมในทัวร์นาเมนต์ต่างๆ ได้ทาง Facebook: Michael Zoom Fanpage และ เจียไต๋ CHIA TAI หรือเว็บไซต์​
www.chiataigroup.com

###

เกี่ยวกับกลุ่มบริษัทเจียไต๋

บริษัท เจียไต๋ จำกัด ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่พ.ศ. 2464 ปัจจุบันเป็นหนึ่งในบริษัทเกษตรกรรมชั้นนำของเอเชีย ธุรกิจของเจียไต๋ครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ไปสู่ปลายน้ำ โดยมีผลิตภัณฑ์และบริการที่เริ่มต้นตั้งแต่เมล็ดพันธุ์คุณภาพ ปุ๋ย ผลิตภัณท์อารักขาพืช  เทคโนโลยีเพื่อการเพาะปลูก ไปจนถึงการส่งมอบผลิตผลที่ปลอดภัยและมีคุณภาพ 

ด้วยความมุ่งมั่นในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการอย่างต่อเนื่อง เจียไต๋เป็นหนึ่งในบริษัทรายแรกๆ ของไทยที่คิดค้นวิจัยและพัฒนาเมล็ดพันธุ์ไฮบริด  และยังมีศักยภาพในการค้นคว้าวิจัยพัฒนาสายพันธุ์ต่างๆ เพื่อสร้างความมั่นคงให้กับเกษตรกร และมอบความมั่นใจให้กับผู้บริโภค โดยมีสถานีวิจัยและพัฒนาพันธุ์พืชทั้งในและต่างประเทศกว่า 10 แห่ง และบริษัทสาขาอีก 7 แห่งกระจายอยูทั่วภูมิภาคเอเชียและอเมริกา โดยมีพนักงานกว่า 1,300 คน  
ที่เจียไต๋ เรายึดมั่นในการดำเนินธุรกิจบนพื้นฐานของคุณธรรมและจริยธรรม  มีความเป็นมืออาชีพ และมุ่งมั่นสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์และบริการเพื่อส่งมอบนวัตกรรมการเกษตรเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าอย่างยั่งยืนของคนทั่วทั้งภูมิภาค
5
ไทยเวียตเจ็ทรุกตลาดต่างประเทศ เดินหน้าเพิ่มความถี่
เที่ยวบินระหว่างประเทศ พนมเปญ สิงคโปร์




(กรุงเทพฯ, 10 พฤษภาคม 2565) - สายการบินไทยเวียตเจ็ทเดินหน้าปรับเพิ่มความถี่เที่ยวบินระหว่างประเทศ ตอบสนองความต้องการเดินทางหลังจากมาตรการจำกัดการเดินทางในหลายประเทศได้รับการผ่อนปรน รวมทั้งการยกเลิกนโยบาย Test & Go ในประเทศไทย มอบโอกาสการเดินทางที่มากขึ้นแก่ผู้โดยสารชาวไทยและนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก


ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2565 เป็นต้นไป สายการบินไทยเวียตเจ็ทให้บริการเส้นทางบินระหว่างประเทศ กรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ) - พนมเปญ ทุกวัน ด้วยความถี่วันละ 1 เที่ยวบิน พร้อมกันนี้ สายการบินฯ จะปรับเพิ่มความถี่เที่ยวบิน กรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ) - สิงคโปร์ เป็นสัปดาห์ละ 5 เที่ยวบิน ทุกวันอังคาร พฤหัสบดี ศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์ ตั้งแต่วันที่ 2 มิถุนายน 2565 เป็นต้นไป และปรับเพิ่มเป็นวันละ 1 เที่ยวบิน ตั้งแต่วันที่ 16 มิถุนายน 2565 เป็นต้นไป ดังตารางเที่ยวบินต่อไปนี้


นายวรเนติ หล้าพระบาง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบินไทยเวียตเจ็ท​ กล่าวว่า “อุตสาหกรรมท่องเที่ยวและการบินกำลังฟื้นตัวหลังจากได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโควิด-19 เป็นเวลานาน วันนี้ หลายประเทศเริ่มมีการผ่อนคลายมาตรการจำกัดการเดินทาง พร้อมเปิดประเทศเพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวจากต่างแดนอีกครั้ง ไทยเวียตเจ็ทในฐานะผู้นำในการฟื้นตัวตลาดการบิน  เราได้เตรียมพร้อมกลับมาให้บริการเส้นทางบินระหว่างประเทศ โดยในไตรมาสแรกของปี 2565 เรากลับมาให้บริการเส้นทางบินระหว่างประเทศ รวมทั้งเปิดให้บริการหลากหลายเส้นทางบินใหม่ และจะเดินหน้าขยายเส้นทางบินสู่จุดหมายอื่น ๆ เพิ่มเติมในทวีปเอเชีย”


พร้อมกันนี้ สายการบินไทยเวียตเจ็ทร่วมกับสายการบินเวียตเจ็ท (เวียดนาม) ให้บริการเที่ยวบินระหว่างประเทศไทยและประเทศเวียดนาม จาก กรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ) สู่ โฮจิมินห์ ด้วยความถี่สูงสุด 3 เที่ยวบินต่อวัน รวมทั้งกลับมาให้บริการเที่ยวบินจาก กรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ) สู่ ดานัง ตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมา ด้วยความถี่ 3 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ ทุกวันพุธ ศุกร์ และอาทิตย์ มอบโอกาสการเดินทางที่หลากหลายแก่ผู้โดยสารทั้งสองประเทศ


นอกจากนี้ สายการบินฯ จะเริ่มให้บริการเที่ยวบินจาก กรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ) สู่ ฟุกุโอกะ (ญี่ปุ่น) ภายในเดือนกรกฎาคม 2565 โดยจะให้บริการด้วยความถี่ 3 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ ทุกวันจันทร์ พุธ และเสาร์ และจะเริ่มให้บริการเที่ยวบินจากภูเก็ต สู่ สิงคโปร์ ตั้งแต่ต้นเดือนเดือนมิถุนายน เป็นต้นไป มอบโอกาสการเดินทางที่หลากหลาย สะดวกสบาย และราคาบัตรโดยสารที่เข้าถึงได้แก่ผู้โดยสารทั้งชาวไทย และนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติในภูมิภาคเอเชีย ผู้โดยสารสามารถศึกษาข้อมูลตารางบินและโปรโมชั่นเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์​
Code: [Select]
[size=14pt]www.vietjetair.com[/size][/color]

###

เกี่ยวกับไทยเวียตเจ็ท:

นับตั้งแต่การก่อตั้งในปี พ.ศ. 2557 สายการบินไทยเวียตเจ็ทดำเนินงานร่วมกับ เวียตเจ็ท กรุ๊ป มุ่งมั่นขยายเครือข่ายเส้นทางบินและมอบโอกาสในการเดินทางแก่นักท่องเที่ยวสู่หลากหลายเส้นทางทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ ด้วยบริการที่เป็นมิตรและสนุกสนาน โดยให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการต้นทุนและการปฏิบัติการที่มีประสิทธิภาพ มอบโอกาสในการเดินทางที่มากขึ้นด้วยบัตรโดยสารราคาประหยัด พร้อมบริการที่หลากหลาย สอดรับกับความต้องการของผู้โดยสาร

สายการบินไทยเวียตเจ็ทได้รับรางวัล “สายการบินโลว์คอสที่เติบโตเร็วที่สุดแห่งปี 2563” จากนิตยสารโกลบอล บิสซิเนส เอาท์ลุค กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร ทั้งยังได้รับรางวัล “สารการบินที่พนักงานต้อนรับบนเครื่องบินเป็นมิตรมากที่สุดประจำปี 2564” โดยนิตยสารอินเตอร์เนชั่นแนล ไฟแนนซ์ กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร เน้นย้ำบริการที่ยอดเยี่ยม ตอกย้ำพันธกิจหลักของสายการบินฯ ในการให้บริการด้วยความสนุกสนานและเป็นมิตร ควบคู่กับความปลอดภัย ตรงต่อเวลา และราคาที่เข้าถึงได้

ปัจจุบัน สายการบินไทยเวียตเจ็ทให้บริการครอบคลุม 14 เส้นทางบินภายในประเทศ ได้แก่ เส้นทางบินจากกรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ) สู่ เชียงใหม่ เชียงราย ภูเก็ต กระบี่ อุดรธานี หาดใหญ่ ขอนแก่น นครศรีธรรมราช อุบลราชธานี และสุราษฎร์ธานี เส้นทางบินข้ามภูมิภาค จากภูเก็ต สู่ เชียงใหม่ เชียงราย และอุดรธานี รวมถึงเส้นทางบินตรงจาก หาดใหญ่ สู่ เชียงราย พร้อมกันนี้ สายการบินฯ ได้ขยายเส้นทางบินระหว่างประเทศสู่หลากหลายจุดหมายปลายทางในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก เชื่อมต่อประเทศไทย กับ เวียดนาม ไต้หวัน สิงคโปร์ และอีกหลายจุดหมายปลายทางทั่วทั้งภูมิภาค

ติดตามกิจกรรมและข่าวสารล่าสุดได้ทาง www.vietjetair.com
6
เปิดตัว “ดร.บี” เจ้าแม่แห่งวงการสินค้า 20 บาท เจ้าของแบรนด์ทิชชู่สุดฮอต “วีวี่” รั้งเบอร์ 1 ในตลาด พร้อมดันทัพสินค้าอุปโภคบริโภคโตสวนทางตลาด ตั้งเป้า 2 พันล้านบาทในปีนี้


               “เพาเวอร์โอฬาร​” โดย ดร.บี ผู้ผลิตและนำเข้าสินค้าอุปโภคราคาถูกที่จัดจำหน่ายตามร้าน 20 บาท มีสินค้าหลากหลายแบรนด์ ซึ่ง 1 ในนั้นคือ​ ทิชชู่วีวี่ (Vivy) แบรนด์ทิชชู่อันดับหนึ่งที่ครองใจผู้บริโภคระดับกลาง-ล่าง จากสินค้าราคาหลักสิบสู่ยอดขายแตะหลักพันล้าน พร้อมเผยเคล็ดลับความสำเร็จกับเป้า 2 พันล้านบาทในปีนี้


               ดร.พรรณนิภา โอฬารธัมมะกิตติ์ (ดร.บี) ประธานบริหารบริษัท เพาเวอร์โอฬาร จำกัด เจ้าของแบรนด์ “วีวี่” ทิชชู่อันดับหนึ่งที่ครองใจผู้บริโภคระดับกลาง-ล่าง มาตรฐานการผลิตระดับสากล ที่เน้นในเรื่องคุณภาพและราคาประหยัดด้วยสโลแกน “สินค้าคุณภาพคู่คุณธรรม” เปิดเผยว่า กว่า 15 ปีที่เริ่มจากโกดังเล็ก ๆ ที่นำเข้ากระดาษทิชชู่คุณภาพดีจากต่างประเทศมาจำหน่ายให้คนไทย ด้วยกลยุทธ์การขายสินค้าที่ดีมีคุณภาพ ในราคาถูก กำไรจากผู้บริโภคให้น้อยที่สุด แต่เน้นการขายในปริมาณเยอะ ๆ จึงก็ส่งผลให้ปัจจุบันทิชชู่ วีวี่ เป็นที่นิยมเป็นอย่างมาก พร้อมได้ก้าวขึ้นสู่ผู้นำอันดับ 1 ด้านสินค้าราคาถูกที่จัดจำหน่ายตามร้าน 20 บาท และเพจขายของออนไลน์ทั่วประเทศ ด้วยความตั้งมั่นที่แน่วแน่ว่าอยากส่งต่อสิ่งดี ๆ ที่มีคุณภาพและราคาที่จับต้องได้ให้กับพี่น้องชาวไทย


               “แบรนด์ วีวี่ ให้ความสำคัญในเรื่องคุณภาพของสินค้าเป็นอย่างมากตามแนวคิดที่ว่า สินค้าคุณภาพคู่คุณธรรม ทำให้สินค้าเราได้รับการซื้อซ้ำมากที่สุด ซึ่งสิ่งนี้ถือเป็นกุญแจแห่งความสำเร็จที่ทำให้สินค้าที่มีราคาหลักสิบอย่างกระดาษทิชชู่มียอดขายแตะหลัก1,000 ล้านในระยะเวลาไม่กี่ปีจากยอดขายที่เพิ่มขึ้นทุกปี โดยเฉลี่ยในปีที่ผ่านมาจำนวนยอดขายทิชชู่แห้งอยู่ที่ 7,200,000 ชิ้น/เดือน ทิชชู่เปียกวีวี่คิตตี้ 1,000,000 ชิ้น/เดือน และสามารถทำยอดขายแบบก้าวกระโดดแตะที่ 1,234 ล้านบาทในปีที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นนิมิตหมายอันดีและเป็นเครื่องหมายยืนยันแล้วว่าสินค้าทุกตัวของบริษัทฯ มีคุณภาพสามารถตอบโจทย์ผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี สำหรับปีนี้เรามีเป้าหมายที่ชัดเจนและมั่นใจว่าจะทำยอดขายได้ที่ 2,000 ล้านบาทแน่นอน” ดร.พรรณนิภา กล่าว


               นอกจากนี้  บริษัท เพาเวอร์โอฬาร จำกัด ยังคงไม่หยุดนิ่งที่จะเดินหน้าผลิตสินค้าที่ดีและมีคุณภาพในราคาประหยัดออกมาให้ผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นน้ำยาล้างจานปินโต้, น้ำยาทำความสะอาดพื้น INW KLEAN, น้ำยาเช็คกระจก Winnex, น้ำยาล้างห้องน้ำ INW TURBO BY PINTO, ผงซักฟอกวิน, น้ำยาซักผ้า แซนซอฟ,น้ำยาปรับผ้านุ่ม แซนซอฟ,แปลงสีฟันลินลี่ และอื่น ๆ อีกมากมาย รวมถึงยังเป็น OEM และ ODM รับผลิตสินค้าให้กับเจ้าของธุรกิจที่ต้องการมีแบรนด์สินค้าเป็นของตัวเองอีกด้วย


               สำหรับผู้ประกอบการท่านใดที่สนใจอยากจะผลิตสินค้าและมีแบรนด์เป็นของตัวเองหรือเป็นพาร์ทเนอร์ร่วมธุรกิจรวมถึงข้อมูลและช่องทางการสั่งซื้อสินค้าต่าง ๆ สามารถเข้าไปดูรายละเอียดได้ที่เว็บไซด์​ https://www.poweroran.com/ หรือ Email : Poweroran@hotmail.com ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมโทร 02-130-7520
7
กรุงศรี ออโต้ คว้ารางวัล Digital CX Awards 2022
สะท้อนความสำเร็จด้านประสบการณ์ดิจิทัลเพื่อคนยุคใหม่


กรุงเทพฯ, 13 พฤษภาคม 2565 - “กรุงศรี ออโต้” ผู้นำธุรกิจสินเชื่อยานยนต์ครบวงจร เครือธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) คว้ารางวัลชนะเลิศ Digital CX Awards 2022 สาขา​ Excellence in Next-Gen Customer Satisfaction จาก​ The Digital Banker ตอกย้ำความเป็นผู้นำสินเชื่อยานยนต์ที่ให้บริการผ่านนวัตกรรมดิจิทัลที่ตอบสนองไลฟ์สไตล์และพฤติกรรมผู้บริโภครุ่นใหม่ได้อย่างครบครัน

นายคงสิน คงคา ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านธุรกิจสินเชื่อยานยนต์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “กรุงศรี ออโต้ ให้ความสำคัญกับการสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าในทุกจุดบริการ ด้วยการพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์และบริการ การปรับรูปแบบการทำงานให้สอดรับกับการเปลี่ยนไปของพฤติกรรมผู้บริโภค การวางรากฐานองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล ตลอดจนการเดินหน้าสร้างอีโคซิสเต็ม เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ในมิติต่างๆ ของผู้ใช้รถ ปัจจุบัน​ GO Application by Krungsri Auto คือแพลตฟอร์มหลักที่ครบทุกความต้องการด้านการเงินและไลฟ์สไตล์การขับขี่ ทั้งผลิตภัณฑ์และบริการดิจิทัลด้านสินเชื่อยานยนต์ ประกันภัยดิจิทัล และบริการไลฟ์สไตล์อื่นๆ แอปพลิเคชันนี้พัฒนาขึ้นเพื่อผู้ใช้รถในยุคดิจิทัล ซึ่งเป็นกลุ่มคนที่เกิดและโตมาในยุคดิจิทัลอย่างเต็มตัว (Digital Natives) อย่าง Gen Y และ Gen Z ที่มีสัดส่วนมากถึง 69% ของผู้ใช้รถในประเทศไทย ล่าสุด GO Application by Krungsri Auto มียอดดาวน์โหลดมากกว่า 1.8 ล้านครั้ง และมีพาร์ทเนอร์ยานยนต์และไลฟ์สไตล์บนแพลตฟอร์มถึง 28 ราย”


รางวัลชนะเลิศในสาขา Excellence in Next-Gen Customer Satisfaction สะท้อนถึงความสำเร็จในการเป็นแบรนด์ที่สร้างประสบการณ์ดิจิทัลเพื่อคนยุคใหม่ของกรุงศรี ออโต้ ด้วยการยอมรับจากรางวัลที่มีชื่อเสียง Digital CX Awards จัดโดย The Digital Banker เว็บไซต์ด้านการเงินการธนาคารระดับโลก ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนและนำเสนอนวัตกรรมและเทคโนโลยีในธุรกิจการเงินที่สร้างประการณ์ที่ยอดเยี่ยมให้กับผู้บริโภค

“เราเชื่อมั่นว่า GO Application by Krungsri Auto จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการต่อยอดการสร้างอีโคซิสเต็ม ผ่านความร่วมมือกับเครือข่ายพันธมิตรธุรกิจที่แข็งแกร่งของกรุงศรี ออโต้ เพื่อเข้าถึงความต้องการของผู้ใช้รถทั้งในปัจจุบันและอนาคต รวมถึงเป็นแรงผลักดันในการยกระดับมาตรฐานของธุรกิจสินเชื่อยานยนต์ในประเทศไทยต่อไป” นายคงสิน กล่าวปิดท้าย

###

ประสบการณ์ใหม่กับ กรุงศรี ออโต้

“กรุงศรี ออโต้” ผู้นำธุรกิจสินเชื่อยานยนต์ เครือธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ให้บริการสินเชื่อยานยนต์ครบวงจร ได้แก่ สินเชื่อเพื่อคนมีรถ “คาร์ ฟอร์ แคช” สินเชื่อรถบ้าน ”กรุงศรี รถบ้าน” สินเชื่อรถใหม่ “กรุงศรี นิว คาร์” สินเชื่อรถเต็นท์ “กรุงศรี ยูสด์ คาร์” สินเชื่อรถบรรทุกใหม่ “กรุงศรี ทรัค” ซึ่งให้บริการโดยกลุ่มงานธุรกิจสินเชื่อยานยนต์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) สินเชื่อรถจักรยานยนต์ “กรุงศรี มอเตอร์ไซค์” สินเชื่อบิ๊ก ไบค์  “กรุงศรี บิ๊ก ไบค์” สินเชื่อบิ๊ก ไบค์ มือสอง “กรุงศรี มอเตอร์ไซค์มือสอง (ซื้อจากเจ้าของ)” สินเชื่อเพื่อคนมีรถ “คาร์ ฟอร์ แคช มอเตอร์ไซค์” สินเชื่อผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ “กรุงศรี อินเวนทอรี่ ไฟแนนซ์” รวมถึงผลิตภัณฑ์และบริการด้านการประกันภัย “กรุงศรี ออโต้ โบรคเกอร์” ซึ่งให้บริการโดยบริษัท อยุธยา แคปปิตอล ออโต้ ลีส จำกัด (มหาชน)

ลูกค้าสามารถเลือกใช้บริการสินเชื่อของกรุงศรี ออโต้ พร้อมรับคำปรึกษาทั้งเรื่องรถและเรื่องเงิน ช่วยให้เรื่องเงินเป็นเรื่องง่าย ผ่านสาขากรุงศรี ออโต้ 51 สาขาทั่วประเทศ รวมทั้งสาขาของธนาคารกรุงศรีอยุธยาทั่วประเทศ หรือติดต่อ "กรุงศรี ออโต้ คอล เซ็นเตอร์" โทร 02-740-7400 กด 1 ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมที่
www.krungsriauto.com หรือ  www.facebook.com/krungsriauto
8
COWAY เปิดตัวแคมเปญ “O2O EXPERIENCE”
ชูกลยุทธ์สุดว้าวเข้าถึงลูกค้าด้วยบูธโคเวย์ทั่วไทย

ปูพรมโฆษณาในรถไฟฟ้าและสื่อทั่วเมืองไทย รุกสร้างวัฒนธรรมใหม่ของการดื่มน้ำสะอาดในหมู่ผู้บริโภค


กรุงเทพฯ -  พฤษภาคม 2565 – หลังประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่กับการเปิดตลาดเครื่องกรองน้ำดื่มแบบ Subscription ในเมืองไทยเมื่อปีที่ผ่านมา ปีนี้ COWAY แบรนด์เครื่องกรองน้ำและเครื่องฟอกอากาศอันดับ 1 จากประเทศเกาหลี สานต่อความสำเร็จแบบ Non-stop ด้วยกลยุทธ์การตลาดสุดว้าวกับแคมเปญ “O2O EXPERIENCE” กระจายบูธส่งเสริมการขายกว่า 80 จุดตามศูนย์การค้าชั้นนำ โดย COWAY มุ่งดันแบรนด์ส่งตรงถึงผู้บริโภคให้ครอบคลุมทุกจังหวัด ดึง KOLs/Influencers ชื่อดังปลุกกระแสวัฒนธรรมการดื่มน้ำสะอาดรูปแบบใหม่ พร้อมทุ่มงบโฆษณาด้านในและนอกขบวนรถไฟฟ้าบีทีเอสเพื่อสร้างความตระหนักรู้ต่อแคมเปญ รวมถึงบริการเครื่องกรองน้ำดื่มแนวใหม่ที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ของคนยุคนี้ได้อย่างคุ้มค่า​ ตอกย้ำความเชื่อมั่นด้วยเครือข่ายบริการที่ครอบคลุมและมาตรฐานบริการชั้นเลิศจากเกาหลีทำให้ COWAY ได้กระแสตอบรับที่ดีจากกลุ่มผู้รักสุขภาพในเมืองไทย


นายปาร์ค ชุนยง กรรมการผู้จัดการ โคเวย์ ประเทศไทย กล่าวว่า “COWAY ไม่เคยหยุดการพัฒนาทั้งผลิตภัณฑ์ บริการ และกิจกรรมส่งเสริมการตลาด เพื่อให้แบรนด์ของเรามีการเติบโตและเป็นที่เชื่อถือของผู้บริโภคในเมืองไทยมากยิ่งขึ้น ซึ่งทำให้เราประสบความสำเร็จอย่างน่าพอใจมากในปีที่ผ่านมา สำหรับในปี 2565 เราวางแผนการตลาดเป็น 3 แนวทางหลัก ได้แก่ 1) แคมเปญ O2O EXPERIENCE เพื่อกระตุ้นความสนใจของผู้บริโภคในเมืองใหญ่อย่างกรุงเทพฯ และจังหวัดใหญ่ 2) การใช้ KOLs/Influencers ปลุกกระแสน้ำดื่มสะอาดและดีต่อสุขภาพ เพื่อให้ผู้ที่ได้ใช้งานและสัมผัสถึงความแตกต่าง ได้มาบอกเล่าประสบการณ์แก่ผู้บริโภคอย่างเป็นรูปธรรม และ 3) การจัดบูธส่งเสริมการขายทั่วประเทศกว่า 100 จุด เพื่อให้แบรนด์ของเรากระจายสู่ต่างจังหวัดและพร้อมรองรับความต้องการของลูกค้าได้อย่างทั่วถึง การกำหนดรูปแบบการตลาดอย่างเป็นระบบนี้ทำให้เรามั่นใจว่าจะทำให้ COWAY สามารถเข้าถึงและเป็นที่ไว้วางใจของผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น เพื่อมุ่งสู่การเป็นแบรนด์อันดับ 1 ในใจของผู้ที่รักสุขภาพในเมืองไทยต่อไป”


แคมเปญ O2O EXPERIENCE บนรถไฟฟ้าบีทีเอสจะใกล้ชิดกับผู้บริโภคมากกว่าที่เคย เพื่อสร้างภาพจำ และชักชวนให้ทุกคนเข้ามาร่วมสัมผัสประสบการณ์วัฒนธรรมการดื่มน้ำรูปแบบใหม่ที่คุ้มค่า และสะดวกสบายกว่าที่เคย เพื่อส่งเสริมสุขภาพที่ดีแก่คนไทย


โดยแคมเปญจะมุ่งเน้นการนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับประสิทธิภาพเครื่องกรองน้ำระบบ RO และมาตรฐานบริการจากเกาหลีของ COWAY ซึ่งได้แก่

·       การมอบน้ำดื่มที่สะอาดปลอดภัยมากกว่าที่คนไทยคุ้นเคย ด้วยราคาที่คุ้มค่า

·       นำเสนอนวัตกรรมการกรองน้ำมาตรฐานโลก 6 ขั้นตอน กรองได้ระดับอนุภาค 0.0001 ไมครอน

·       ประสิทธิภาพการขจัดสิ่งปนเปื้อนอินทรีย์ รวมถึงโลหะหนัก สารพิษ และสารกัมมันตรังลี จึงได้น้ำดื่มที่สะอาดบริสุทธิ์ถึง 99.99%

·       ระบบปรับอุณหภูมิอัจฉริยะ 8 ระดับ (ขึ้นอยู่กับรุ่นเครื่องกรอง) ตอบโจทย์การใช้น้ำเพื่อการบริโภคทุกรูปแบบ

·       บริการด้วยใจโดยทีมผู้เชี่ยวชาญที่ผ่านการฝึกอบรมมาอย่างเข้มงวด เพื่อมอบบริการชั้นเลิศระดับเอ็กซ์คลูซีฟแก่ลูกค้าทุกราย

นอกจากความโดดเด่นด้านประสิทธิภาพของเครื่องกรองน้ำ สิ่งที่ COWAY ต้องการสื่อสารคือมาตรฐานบริการที่เหนือกว่าผู้ให้บริการเครื่องกรองน้ำทั่วไป COWAY มีผู้เชี่ยวชาญ ที่เรียกว่า Cody คอยมอบการดูแลใส่ใจที่ดีเยี่ยม (Coway Care) โดยมีนวัตกรรม Care Kit และ Heart Kit เอกสิทธิ์เฉพาะของ COWAY สำหรับการดูแลความสะอาด เปลี่ยนไส้กรอง ล้างถังเก็บน้ำ ทำความสะอาดตัวเครื่อง หัวจ่ายน้ำ และทุกจุดสำคัญของเครื่องให้สะอาดอย่างมีมาตรฐานครอบคลุม ไม่เกิดความบกพร่อง เป็นรูปแบบ One Stop Service พร้อมบริการที่เรียกว่า “Before Service” หรือ “บริการก่อนการร้องขอจากลูกค้า”

COWAY ได้รับการันตีคุณภาพระดับโลกมากมาย อาทิ

·       รางวัล IDEA (International Design Excellence Awards) ติดต่อกันเป็นปีที่ 12

·       รางวัล CES Innovation Awards ติดต่อกันเป็นเวลา 6 ปี

·       รางวัล Red Dot Award มากถึง 15 ปีติดต่อกัน

·       รางวัล iF Design Award เป็นปีที่ 14

·       การรับรองคุณภาพโดย Water Quality Association Gold Seal มาตรฐานอุตสาหกรรม NSF JAKM Halal เครื่องหมายฮาลาลที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล

·       รางวัลสุดยอดนวัตกรรมสินค้าและบริการแห่งปี 2564 (Product Innovation Awards 2021)

·       รางวัลสินค้าประเกทผลิตภัณฑ์ทางด้านอุปโภคยอดเยี่ยมแห่งปี 2021 จากนิตยสาร Business+

·       รางวัลสุดยอดแบรนด์จาก Superbrands Thailand 2021

นอกจากการทุ่มงบโฆษณาเพื่อประชาสัมพันธ์แคมเปญ COWAY ยังมีแผนดึง KOLs/Influencers ชื่อดังมาร่วมส่งเสริมวัฒนธรรมการดื่มน้ำสะอาดด้วยบริการเครื่องกรอง Subscription ที่มั่นใจได้และคุ้มค่ากว่า ให้เป็นที่แพร่หลายในหมู่ผู้บริโภคทุกกลุ่ม พร้อมกำหนดโร้ดแมปการจัดบูธกิจกรรมส่งเสริมการขายกว่า 60 จุด เพื่อให้แบรนด์ COWAY ครองใจผู้รักสุขภาพได้อย่างทั่วถึง และยังมีแพลนขยายตลาดให้กว้างยิ่งขึ้นทั่วประเทศไทยต่อไป

สัมผัสประสบการณ์การดื่มน้ำรูปแบบใหม่จาก COWAY ที่ผลิตด้วยนวัตกรรมเครื่องกรองน้ำดื่มระบบ Reverse Osmosis (RO) ได้ที่ตัวแทนจำหน่าย ศูนย์บริการ COWAY ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือดูข้อมูลที่เว็บไซต์ www.coway.co.th หรือโทร. 1421


###

เกี่ยวกับ Coway Co., Ltd.
Coway ผู้นำด้านเครื่องใช้ในบ้านเพื่อสิ่งแวดล้อมชั้นนำจากประเทศเกาหลีใต้ ผู้นำนวัตกรรมผลิตภัณฑ์บริการในรูปแบบ ‘Subscribe’ ที่มาพร้อมบริการหลังการขายที่เรียกว่า ‘Coway Care’ ในฐานะที่เป็นแบรนด์ที่ให้ความใส่ใจในทุกด้านในชีวิต ภายใต้วิสัยทัศน์  ‘The Best Life Solution Company ที่มุ่งมั่นมอบน้ำสะอาดและอากาศบริสุทธิ์  ด้วยนวัตกรรมที่ทันสมัยทั้งด้านการผลิตและดีไซน์เพื่อสุขภาพที่ดีของคนไทย ในปัจจุบัน Coway ตั้งอยู่ในหลายประเทศ อาทิ เกาหลีใต้, สหรัฐอเมริกา, จีน, มาเลเซีย, อินโดนีเชีย, เวียดนาม และไทย เป็นต้น สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.coway.co.th หรือโทร.1421
9
ATLAS ส่งซิงเกิลใหม่ล่าสุด “คุยแก้เหงา” เพราะอยากมีเขาตลอดไป!


              หลังจากกระแสเพลง LOLAY (โลเล) ของ ATLAS ศิลปินค่าย XOXO Entertainment ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี จนตอนนี้มียอดวิวทะลุกว่า 4 ล้านวิวแล้ว ภายใน 1 เดือน!!  ศิลปินวง ATLAS ก็ไม่รอช้าได้ปล่อยซิงเกิลที่ 3 ของอัลบั้มตามมาติดๆ กับเพลง คุยแก้เหงา (Mr.Lonely) เป็นเพลงช้าเพลงแรกของ ATLAS ซึ่งเพลงนี้ได้ URBOYTJ มาเป็นโปรดิวเซอร์ให้ ถือเป็นการร่วมงานกันครั้งแรกของ ATLAS กับ URBOYTJ และกำกับมิวสิควีดีโอโดยสอง - ศาศวัต เลิศฤทธิ์ เพลงคุยแก้เหงา (Mr.Lonely) ถ่ายทอดออกมาเป็นภาพบรรยากาศของ Retro Music Show บอยแบนด์, วงดนตรีในสมัยก่อน ตั้งแต่ยุค 60s - 80s อีกด้วย




              เนื้อหาของเพลง คุยแก้เหงา (Mr.Lonely) ได้ถ่ายทอดเรื่องราวความสัมพันธ์ที่ไม่ชัดเจน จะเป็นแฟนก็ไม่ใช่ จะเป็นเพื่อนก็ไม่เชิง ที่ยอมให้ได้ทุกอย่าง แต่ไม่ได้เป็นอะไรกัน เป็นแค่ “คนคุยแก้เหงา” เพราะอยากมีเขาตลอดไป สำหรับประโยคสั้นๆ ของเพลงนี้ อาจจะเป็นสโลแกนติดปากของใครอีกหลายคน ที่อยู่ในห้วงอารมณ์ความรู้สึกเหมือนกับเพลงนี้ของ ATLAS ก็เป็นได้










              สำหรับเพลง คุยแก้เหงา (Mr.Lonely) เรียกได้ว่าเป็นอีกเพลงที่วง ATLAS จะได้โชว์เสียงร้องที่ถ่ายทอดอารมณ์เหงาๆ เศร้าๆ เป็นครั้งแรก และเพลงนี้ ยังได้รับเกียรติจาก VJ ลูกเกด-จิรดา โยฮารา วีเจรายการเพลงชื่อดังในสมัยก่อน มาเป็นนักแสดงรับเชิญพิเศษ พิธีกรหน้าม่าน เพื่อให้บรรยากาศใกล้เคียงกับวงดนตรีในยุคก่อนมากยิ่งขึ้น เพลงนี้จะเป็นอีกก้าวที่โตขึ้นของวง ATLAS ทำให้ทุกเพลงที่ปล่อยออกมา มีความหลากหลาย มีความหมายที่ต่างกัน และให้ศิลปินได้โชว์ศักยภาพด้านต่างๆ อย่างเต็มที่ แต่ทุกเพลงยังคงเสน่ห์ของความเป็น ATLAS ไว้อยู่นั่นเอง ติดตามผลงานและฟังเพลงเพราะๆ ได้แล้ววันนี้​ https://www.youtube.com/watch?v=fXBOxxhBdL8

###

ข้อมูลเกี่ยวกับวง

แนวทาง :
วง Boyband ที่มีแนวทางดนตรี Hiphop Dance Electronic
สังกัด : XOXO ENTERTAINMENT
ที่มาของชื่อวง : ATLAS  มี 2 ความหมาย  ความหมายที่ทางยุโรปคุ้น คือ เทพ Titan ที่แบกโลกไว้  อีกความหมายคือ แผนที่

ส่วนพวกเรา ATLAS คือ ‘นักสำรวจโลกและดวงดาว และเรื่องราวต่างๆ’  ที่จะพาทุกคนร่วม Explore ไปด้วยกัน


ชื่อแฟนคลับ : ALIS (เอลิซ) ในภาษาลาติน มีความหมายว่า ‘ปีก’ หาก ATLAS คือนักสำรวจ เอลิซก็คือปีก  ที่จะคอยอยู่เคียงข้าง ร่วมสำรวจพื้นที่ใหม่ๆ  ด้วยกันอยู่เสมอ

สมาชิก : จำนวน 7 คน ได้แก่  มิวอ้อน , เออร์วิน, แทด, ไนซ์, ภูมิ, เจ็ท, จูเนียร์

(MUON, ERWIN, TAD, NICE, POOM, JET, JUNIOR)


ข้อมูลเพลง

ชื่อเพลง   คุยแก้เหงา (MR.LONELY)
แนวเพลง    POP R&B
 
    เพลง คุยแก้เหงา (MR.LONELY)  เป็น single ที่ 3 ของอัลบั้ม  เล่าเรื่องราวความสัมพันธ์ที่ไม่ชัดเจน จะเป็นแฟนก็ไม่ใช่ จะเป็นเพื่อนก็ไม่เชิง ยอมให้ทุกอย่าง แต่ไม่ได้เป็นอะไรกัน เป็นแค่ “คนคุยแก้เหงา” เพราะอยากมีเขาตลอดไป ใน Album แรกของ ATLAS จะมีเพลงที่หลากหลาย ครบทุกมิติ ทั้งเท่ ดุดัน อย่าง single แรก (Mayday Mayday) ขี้เล่น สนุกสนาน อย่าง single ที่ 2 Lolay (โลเล) ใน single ที่3  คุยแก้เหงา (MR.LONELY)  นี้ จึงอยากให้ได้เห็นอีกมิติหนึ่ง คือได้โชว์เสียงร้องมากขึ้น นิ่งขึ้น ขี้อ้อน เหงา น้อยใจ สื่ออารมณ์มากขึ้น แต่ก็ยังสามารถเคลื่อนไหวร่างกาย move ได้อยู่ ตามคาแรกเตอร์ของวง นั่นเอง


ช่องทางติดตาม

Facebook : ATLASofficial
Instagram : atlas_official_th
Youtube : ATLAS
Twitter : @ATLASofficialTH
Tiktok : @atlas_official_th , @atlas_members
10
เวียดนามผ่อนปรนมาตรการเดินทางเข้าประเทศ เริ่ม 15 พฤษภาคม นี้


ตั้งแต่วันที่ 15 พฤษภาคม 2565 นักท่องเที่ยวที่เดินทางสู่ประเทศเวียดนามสามารถเดินทางเข้าประเทศได้โดยไม่ต้องแสดงผลตรวจหาเชื้อไวรัสโควิด-19 หรือหลักฐานแสดงการฉีดวัคซีนป้องกันเชื้อไวรัสโควิด-19

มาตรการเดินทางเข้าสู่ประเทศเวียดนามที่เพิ่งได้รับการผ่อนปรนนี้ ทำให้เวียดนามกลายเป็นประเทศแรกในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่เปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติอย่างเต็มรูปแบบ โดยคาดว่าจะดึงนักท่องเที่ยวและนักธุรกิจสู่ประเทศเวียดนามอีกครั้งในอนาคตอันใกล้

ในฐานะสายการบินที่ให้บริการเที่ยวระหว่างประเทศไทยและเวียดนามมากที่สุดในราคาที่เข้าถึงได้ ปัจจุบัน สายการบินไทยเวียตเจ็ทให้บริการเที่ยวบินระหว่าง กรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ) และ โฮจิมินห์ สูงสุดสัปดาห์ละ 10 เที่ยวบิน และเที่ยวบินระหว่าง กรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ) และ ฮานอย สัปดาห์ละ 7 เที่ยวบิน นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวจากกรุงเทพฯ สามารถเดินทางสู่ ดานัง ซึ่งเป็นเมืองศูนย์กลางการท่องเที่ยวของเวียดนาม ด้วยเที่ยวบินตรงของเวียตเจ็ท ซึ่งให้บริการสัปดาห์ละ 3 เที่ยวบิน



พนักงานต้อนรับบนเครื่องบินของสายการบินเวียตเจ็ททำการตรวจสอบช่องเก็บสัมภาระเหนือศีรษะ
ขณะผู้โดยสารออกจากเครื่องบิน

นอกจากนี้ สายการบินฯ ยังให้บริการเที่ยวบินภายในประเทศเวียดนาม โดยมีเครือข่ายเส้นทางบินที่ใหญ่และครอบคลุมมากที่สุดในประเทศเวียดนาม โดยให้บริการเที่ยวบินตรงจาก ฮานอย โฮจิมินห์ และดานัง สู่หลากหลายปลายทางยอดนิยมในเวียดนาม อาทิ ญาจาง ฟู้โกว๊ก เว้ อ่าวฮาลอง เกิ่นเทอ กว๋างบิ่น กวีเญิน เป็นต้น พร้อมกันนี้ นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางด้วยเที่ยวบินระหว่างประเทศของเวียตเจ็ทสู่หลากหลายปลายทางทั่วทวีปเอเชีย อาทิ โซล ไทเป โตเกียว นาโกยา ฟุกุโอกะ นิวเดลี มุมไบ สิงคโปร์ บาหลี และกัวลาลัมเปอร์ เป็นต้น
 
ประเทศเวียดนามเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าสู่ประเทศตั้งแต่วันที่ 15 มีนาคม 2565 โดยขณะนี้ ประเทศเวียดนามเป็นเจ้าภาพจัดมหกรรมกีฬาแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ “ซีเกมส์ 2022” หรือ ซีเกมส์ ครั้งที่ 31 ณ เมืองฮานอย ระหว่างวันที่ 12 - 23 พฤษภาคม 2565 โดยคาดว่าจะสามารถดึงผู้ร่วมงานกว่า 10,000 คน จาก 11 ประเทศ


###

เกี่ยวกับไทยเวียตเจ็ท:

นับตั้งแต่การก่อตั้งในปี พ.ศ. 2557 สายการบินไทยเวียตเจ็ทดำเนินงานร่วมกับ เวียตเจ็ท กรุ๊ป มุ่งมั่นขยายเครือข่ายเส้นทางบินและมอบโอกาสในการเดินทางแก่นักท่องเที่ยวสู่หลากหลายเส้นทางทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ ด้วยบริการที่เป็นมิตรและสนุกสนาน โดยให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการต้นทุนและการปฏิบัติการที่มีประสิทธิภาพ มอบโอกาสในการเดินทางที่มากขึ้นด้วยบัตรโดยสารราคาประหยัด พร้อมบริการที่หลากหลาย สอดรับกับความต้องการของผู้โดยสาร

สายการบินไทยเวียตเจ็ทได้รับรางวัล “สายการบินโลว์คอสที่เติบโตเร็วที่สุดแห่งปี 2563” จากนิตยสารโกลบอล บิสซิเนส เอาท์ลุค กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร ทั้งยังได้รับรางวัล “สารการบินที่พนักงานต้อนรับบนเครื่องบินเป็นมิตรมากที่สุดประจำปี 2564” โดยนิตยสารอินเตอร์เนชั่นแนล ไฟแนนซ์ กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร เน้นย้ำบริการที่ยอดเยี่ยม ตอกย้ำพันธกิจหลักของสายการบินฯ ในการให้บริการด้วยความสนุกสนานและเป็นมิตร ควบคู่กับความปลอดภัย ตรงต่อเวลา และราคาที่เข้าถึงได้

ปัจจุบัน สายการบินไทยเวียตเจ็ทให้บริการครอบคลุม 14 เส้นทางบินภายในประเทศ ได้แก่ เส้นทางบินจากกรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ) สู่ เชียงใหม่ เชียงราย ภูเก็ต กระบี่ อุดรธานี หาดใหญ่ ขอนแก่น นครศรีธรรมราช อุบลราชธานี และสุราษฎร์ธานี เส้นทางบินข้ามภูมิภาค จากภูเก็ต สู่ เชียงใหม่ เชียงราย และอุดรธานี รวมถึงเส้นทางบินตรงจาก หาดใหญ่ สู่ เชียงราย พร้อมกันนี้ สายการบินฯ ได้ขยายเส้นทางบินระหว่างประเทศสู่หลากหลายจุดหมายปลายทางในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก เชื่อมต่อประเทศไทย กับ เวียดนาม ไต้หวัน สิงคโปร์ และอีกหลายจุดหมายปลายทางทั่วทั้งภูมิภาค

ติดตามกิจกรรมและข่าวสารล่าสุดได้ทาง www.vietjetair.com
Pages: [1] 2 3 ... 10