Show Posts

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - happy

Pages: [1] 2 3 ... 2391
1
คาเฟ่ แคนทารี เอาใจคนรักมะม่วง พร้อมเสิร์ฟ 4 เมนูเด็ด
ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม – 31 พฤษภาคม 2567




              กลับมาอีกครั้งกับเทศกาลมะม่วงที่ทุกคนรอคอย คาเฟ่ แคนทารี เอาใจคนรักมะม่วง พร้อมเสิร์ฟ 4 เมนูเด็ด ทั้งของหวาน และเครื่องดื่มสุดพิเศษ พลาดไม่ได้ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม – 31 พฤษภาคม 2567 สุดสดชื่นต้อนรับซัมเมอร์ กับมะม่วงพันธุ์ดี สีเหลืองทอง หอมหวาน ที่คัดสรรมาเพื่อหลากหลายเมนูคลายร้อน อาทิ “มะม่วงปั่นพร้อมไอศกรีมกะทิ (145 บาทสุทธิ)” และ “มะม่วงปั่นสาคูกะทิ (120 บาทสุทธิ)” ณ คาเฟ่ แคนทารี ทุกสาขา อีกทั้งเมนูของหวานแสนอร่อย “แบล็กเครป ข้าวเหนียวมะม่วง (195 บาทสุทธิ)” และ “แบล็กฮันนี่โทสต์ ข้าวเหนียวมะม่วง (220 บาทสุทธิ)” ข้าวเหนียวมูนนุ่มๆ เสิร์ฟคู่กับมะม่วงสุกหอมหวานเข้ากันได้ดีกับแบล็กฮันนี่โทสต์ อบสดใหม่กรอบนอกนุ่มใน หรือเลือกจับคู่อีกความอร่อยลงตัวกับแบล็กเครป ท็อปด้วยซอสครีมกะทิ และไอศกรีมพรีเมียมแสนอร่อย ณ คาเฟ่ แคนทารี สาขาอยุธยา ปราจีนบุรี เชียงใหม่ เกาะยาวน้อย โคราช ภูเก็ต ศรีราชา ระยอง และ ระยองบายเดอะซี (หาดแสงจันทร์)

              สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ Call Centre: 1627 หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์ www.cafekantary.com

2
5 สาวไทยพร้อมสู้ศึก เอชเอสบีซี วีเมนส์ เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ ประชันมือท็อปโลก


เอรียา จุฑานุกาล

28 กุมภาพันธ์ 2567 – 5 นักกอล์ฟสาวแถวหน้าของไทยประกอบด้วย ปภังกร ธวัชธนกิจ, ชเนตตี วรรณเสน, เอรียา จุฑานุกาล, จัสมิน สุวัณณะปุระ และ ปาจรีย์ อนันต์นฤการ พร้อมลงสู้ศึก “เอชเอสบีซี วีเมนส์ เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ 2024” ชิงเงินรางวัลรวม 1.8 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 63 ล้านบาท ประชันมือท็อปของโลกที่สนามเซนโตซา กอล์ฟ คลับ พาร์ 72 ประเทศสิงคโปร์ โดยจะเปิดฉากดวลรอบแรกในวันพฤหัสบดีที่ 29 กุมภาพันธ์นี้


ลิเลีย วู

แอลพีจีเอ ทัวร์ จัดการแข่งขันกอล์ฟรายการ เอชเอสบีซี วีเมนส์ เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ 2024 ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็น “เมเจอร์หญิงแห่งเอเชีย” ชิงเงินรางวัลรวม 1.8 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 63 ล้านบาท) โดยแชมป์จะได้รับเงินรางวัล 270,000 เหรียญสหรัฐ หรือราว 9.5 ล้านบาท มีนักกอล์ฟสาวชั้นนำจากทั่วโลกลงประชันวงสวิง 66 คน แข่งขัน 4 วัน แบบไม่มีตัดตัว ระหว่างวันที่ 29 กุมภาพันธ์ - 3 มีนาคมนี้ ที่สนามเซนโตซา กอล์ฟคลับ ตันจงคอร์ส ระยะ 6,749 หลา พาร์ 72 ประเทศสิงคโปร์


เซลีน บูติเยร์

ความเคลื่อนไหวล่าสุดเมื่อวันพุธที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เป็นรอบฝึกซ้อมและการแข่งขันรอบโปรแอม โดยมี ลิเลีย วู โปรสาวมือหนึ่งของโลกจากสหรัฐฯ และ เซลีน บูติเยร์ มือ 3 ของโลกจากฝรั่งเศส เปิดให้สื่อมวลชนสัมภาษณ์ถึงความพร้อมก่อนแข่งขัน โดย ลิเลีย วู กล่าวว่า “ฉันลงเล่นรายการนี้เป็นครั้งที่สอง ครั้งที่แล้วจบที่อันดับ 14 ปีนี้สนามยังสวยเหมือนเดิมและอยู่ในสภาพที่ดีมาก เหมือนจะดีกว่าปีที่แล้วด้วย คิดว่ามีความท้าทายมากขึ้นจากลมที่แรงเล็กน้อย ทำให้ต้องทีออฟออกไปให้ดี และกรีนค่อนข้างเร็ว ซึ่งเป็นการทดสอบฝีมือพวกเราได้ดี สำหรับฟอร์มตัวเองที่ผ่านมาบางครั้งก็รู้สึกหงุดหงิดตัวเองที่ตีไม่ได้ แต่รู้ตัวดีว่าสามารถทำได้ แค่มีความมั่นใจมากขึ้น แผนสำหรับสัปดาห์นี้คือพยายามเล่นให้รอบคอบ ไม่โลภเกินไป และรักษาเกมตัวเองให้ดี”           

ทางด้าน โปรเม-เอรียา จุฑานุกาล ซึ่งปีที่แล้วจบอันดับ 14 ร่วม เช่นเดียวกับ ลิเลีย วู เผยหลังลงเล่นรอบโปรแอมว่า “ยังรู้สึกเหนื่อยจากการเดินทางแข่งขัน 3 สัปดาห์ติด วันนี้ลงเล่นรอบโปรแอมซึ่งเหมือนได้ลงซ้อมเล็กน้อย ดีใจที่ได้กลับมาแข่งรายการนี้ เพราะเล่นรายการนี้ตั้งแต่เด็กๆ ส่วนเรื่องสภาพสนามปีนี้ไม่ค่อยต่างจากปีที่แล้ว แต่ละหลุมมีความท้าทายที่ไม่เหมือนกัน จะมีกรีนที่ค่อนข้างเฟิร์มขึ้น และ หลุม 18 มีบังเกอร์เพิ่มมาทางซ้ายของแฟร์เวย์ ดังนั้นทีช็อตก็จะยากขึ้นไปอีก ส่วนเรื่องฟอร์มตัวเองเหมือนกำลังเริ่มดีขึ้นจากสัปดาห์ที่แล้ว ก็ได้ปรับอะไรค่อนข้างเยอะ และเน้นซ้อมในทุกๆ เรื่อง แต่ก็ยังไม่เข้าที่เข้าทางร้อยเปอร์เซนต์ และยังต้องทำงานต่อหลายอย่าง ก็หวังว่าจะไปในทิศทางที่ดีขึ้น”         

ทั้งนี้กอล์ฟรายการ เอชเอสบีซี วีเมนส์ เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 16 มีนักกอล์ฟลงชิงชัยทั้งสิ้น 66 คน นำโดย ลิเลีย วู โปรสาวมือหนึ่งของโลกจากสหรัฐ, เซลีน บูติเยร์ มืออันดับ 3 ของโลกจากฝรั่งเศส, หยิน รัวหนิง มืออันดับ 4 ชาวจีน, และมินจี ลี มือ 5  ของโลกจากออสเตรเลีย ทางด้านผู้เล่นชาวไทยลงแข่งขัน 5 คน ได้แก่ ปภังกร ธวัชธนกิจ (มือ 27 ของโลก) ซึ่งลุ้นทำทริเปิ้ลแชมป์ติดต่อกันในสัปดาห์นี้, ชเนตตี วรรณเสน (อันดับ 35 ของโลก), เอรียา จุฑานุกาล (อันดับ 45 ของโลก), จัสมิน สุวัณณะปุระ (อันดับ 88 ของโลก) และ ปาจรีย์ อนันต์นฤการ (อันดับ 93 ของโลก)         

สำหรับการแข่งขันรอบแรก (29 ก.พ.) กลุ่มที่น่าจับตามองอยู่ที่ แพตตี้-ปภังกร ธวัชธนกิจ จะลงเล่นกลุ่มเดียวกับ มินจี ลี และ ลิเดีย โค มือ 7 ของโลกจากนิวซีแลนด์ ในเวลา 10.20 น. ตามเวลาท้องถิ่น         

ข้อมูลเพิ่มเติมการแข่งขัน เอชเอสบีซี วีเมนส์ เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ ได้ที่เว็บไซต์
www.hsbcgolf.com/womens

3
เบเยอร์รุก ตลาดสีสเปรย์ เปิดตัว กริปเทคสเปรย์ 2in1 เคลือบเงาพร้อมรองพื้นกันสนิมในตัว พ่นง่าย แห้งไว ไม่ลอกล่อน เข้าถึงทุกพื้นที่


             เบเยอร์ ผู้นำสีนวัตกรรม แนะนำผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุด เบเยอร์ชิลด์ กริปเทค สีสเปรย์พ่นป้องกันสนิม ทูอินวัน (BegerShield GRIPTECH 2in1 SPRAY) สีสเปรย์คุณภาพสูง ที่เป็นได้ทั้งสีเคลือบเงาพร้อมรองพื้นกันสนิมในตัว ด้วยเทคโนโลยี RustProof ช่วยป้องกันการเกิดสนิมเต็มขั้น ไม่ว่าจะเป็นบริเวณรอยเชื่อมหรือพื้นผิวเหล็ก พร้อมเก็บรายละเอียดงานช่างสุดเนี้ยบ พ่นง่าย ยึดเกาะดี ไม่ลอกล่อน เข้าถึงได้ทุกพื้นที่ สะดวกทุกจุด ทุกพื้นผิวโลหะ แม้แต่พื้นผิวมันวาว เช่น เหล็กดำ เหล็กกัลวาไนซ์ เหล็กซุบซิงค์ สแตนเลส อลูมิเนียม รวมถึงพื้นผิวพลาสติก เช่น ABS และ PP แห้งไว สะดวกใช้งานง่าย โดยมีให้เลือกถึง 4 เฉดสี ทั้งสีดำด้าน สีขาวด้าน สีบรอนซ์ และสีทองคำสวิส ซึ่งตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ปัจจุบันนิยมเสริมมงคล ด้วยการเลือกใช้สีที่เป็นมงคลแก่ตน โดยเฉพาะทองคำเป็นสัญลักษณ์ที่บ่งบอกถึงความอุดมสมบูรณ์และโชคลาภ


             และด้วยลิขสิทธิ์เฉพาะของเบเยอร์ สำหรับ “สีทองคำสวิส” ที่ให้สีทองเงางามอร่ามตา เปล่งปลั่งเป็นประกายดุจทองคำแท้ ด้วยผงมุกทองชนิดพิเศษจากสวิสเซอร์แลนด์ ทั้งนี้ การถวายสีทองเสริมบารมีกำลังเป็นที่นิยม เบเยอร์พร้อมสืบทอดศิลปวัฒนธรรมอันงดงามให้คงอยู่คู่สังคมไทย ด้วยการแนะนำผลิตภัณฑ์ เบเยอร์ชิลด์ กริปเทค ทูอินวัน “เฉดสีทองคำสวิส” สำหรับนำไปทำบุญกับวัดหรือสถานที่สำคัญทางศาสนาต่าง ๆ อันเป็นโอกาสดีที่จะสร้างความประทับใจให้กับผู้เยี่ยมชมศาสนสถาน และบอกต่อถึงความงดงามของศิลปะไทย พร้อมช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวอันเป็นเศรษฐกิจหลักของประเทศให้กลับมารุ่งเรืองและเฟื่องฟูอีกด้วย

             สอบถามรายละเอียดและเข้าชมรายละเอียดผลิตภัณฑ์เพิ่มเติมได้ที่ BegerShield GRIPTECH 2in1 SPRAY

Beger #เบเยอร์ #สีนวัตกรรม #สีเคลือบเงา #รองพื้นกันสนิม #เบเยอร์ชิลด์กริปเทคทูอินวัน

4
เช็คฟิตศืกกำปั้น NARIS HIGHLAND SPACEPLUS BOXING PROMOTIONS พบกับ 11 คู่มวยมันส์ ๆ อีกมากมาย


             มวยในฝันของแฟนมวยเป็นการป้องกันแชมป์สหพันธ์มวยแห่งเอเชีย ABF รุ่นฟลายเวท 112 ปอนด์ ซึ่งเป็นการประกบมวยคู่เอกของรายการ โดยสองโปรโมเตอร์คู่เขย ไทย , ฟิลิปปินส์ นายศุภณัฐ จันทร์แรม และ บริโก้ ซานดิก ที่เวทีมวยชั่วคราว RCA Plasa รัชดา เริ่มเวลา 14.00 น.เป็นต้นไป


             เมื่อ่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2567 เวลว 10.00 น. ที่ มิรินท์ คลับ รัชดาภิเษก ได้มีการขั่งน้ำหนักอย่างเป็นทางการโดยมีสักขีพยานยานสองโปรโมเตอร์นายศุภณัฐ จันทร์แรม , บริโก้ ซานดิก และแพทย์ประจำสนาม นายจิระศักดิ์ บุปผาชาติ โดยนักชกทุกคนได้ผ่านการตรวจร่างกายทุกคนสมบูรณ์ ฟิตเปรี๊ยะ โดยการแข่งขันในครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก นายนริส สิงห์วังชา เป็นประธานที่ปรึกษา , พล.ต.ดำรง สิมะขจรบุญ และสองยอดโปรโมเตอร์




             สำหรับคู่มวยในรายการ

คู่ที่ 1. อุ่นเครื่อง 6 ยก รุ่นไลท์เฮฟวี่เวท 175 ปอนด์  แอนดริวส กรีน จากออสเตรเลีย พบ บรรพต เก้าเอี่ยม

คู่ที่ 2. อุ่นเครื่อง 8 ยก รุ่นเฮฟวี่เวท 230 ปอนด์ ทาเยา ทาฟาโร จากออสเตรเลีย พบ ชินณกิจ สิงห์มนัสศักดิ์ยิม

คู่ที่ 3. ดักลาส ลี จากมาเลเซีย พบ วิน ตัน อู ร่นมิดเดิลเวท 160 ปอนด์ ชกกัน 6 ยก

คู่ที่ 4. อาร์เวา อาโรยัน จากอันมาเนีย พบ ประเทือง มานพชัยยิม ชกกัน 6 ยก รุ่นไลท์เฮฟวี่เวท 175 ปอนด์





คู่ที่ 5. รุ่นเฟเธอร์เวท เบนจามิน อินเนส จากออสเตรเลีย พบ นิรันทร์ บัวน็อก ชกกัน 6 ยกพิกัด 126 ปอนด์

คู่ที่ 6. มวยหญิง อุ่นเครื่อง 8 ยกรุ่นซุปเปอร์ฟลายเวท 115 ปอนด์ ชกกัน 8 ยก แองจิลีน่า ลูคัส จากคาซัคสถาน พบ เกสรา สิงห์มนัสศักดิ์

คู่ที่ 7. จตุพล สิงห์วังชา อุ่นเครื่องรุ่นไลท์เวท 135 ปอนด์ พบ กิตติภัค ด้วงนัส

คู่ที่ 8. โมฮัมเห็มด ซามานี่ จากอัฟกานิสถาน พบ อิบราฮิม ชาบาล ขากหรัางเศส

คู่ที่ 9. รุ่นซุปเปอร์มิดเดิลเวท 168 ปอนด์ มิเกล อันตูยัน จากรัสเซีย พบ วีระ มานะขัยยิม 6 ยก และ คู่เอกของรายการเป็นการป้องกันแชมป์สหพันธ์มวยแห่งเอเชีย (ABF) รุ่นฟลายเวท 112 ปอนด์ นักชกจากแดนซามูไรอันตราย โตชิฮิโร่ อีล่า ญี่ปุ่น พบ ผู้ท้าชาวไทยอดีตจอมเก๋า วิชา ภูลายขาว กำหนด 10 ยก







             แฟนมวยชาวไทยอย่าลืมติดตามชมและเชียร์ชิดติดขอบสังเวียนกับคู่มวยมันส์ ๆ ในวันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2567 ที่เวทีมวยชั่วคราว RCA Plasa รัชดา ได้ตั้งแต่เวลา 14.00 น. เป็นต้นไป

5
เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ และ กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต เปิดโรงภาพยนตร์ระดับเวิลด์คลาส
Siam Pavalai Royal Grand Theatre by Krungthai-AXA Life


            กรุงเทพฯ – นายสุรเชษฐ์ อัศวเรืองอนันต์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายสื่อโฆษณา บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วย นางแซลลี่ โอฮาร่า ประธานเจ้าหน้าที่บริหา และ นางสาวบุปผาวดี โอวรารินท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายทรัพยากรมนุษย์ และภาพลักษณ์องค์กรและสื่อสารองค์กร บริษัท กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ร่วมฉลองเปิดโรงภาพยนตร์ระดับเวิลด์คลาส Siam Pavalai Royal Grand Theatre by Krungthai-AXA Life อย่างเป็นทางการ เพื่อสร้างประสบการณ์สุดพิเศษเหนือระดับให้กับลูกค้าคนสำคัญ โดยมี นางสาวรฐา โพธิ์งาม (ญิ๋ง) และ นายเศรษฐพงษ์ เพียงพอ (เต๋า) นักร้อง-นักแสดง ร่วมแสดงความยินดีพร้อมรับชมภาพยนตร์ในโรงขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ณ ชั้น ที่ชั้น 6 พารากอนซีนีเพล็กซ์ ศูนย์การค้าสยามพารากอน

จากซ้ายไปขวา
1.นายกาจบัณฑิต ใจดี (จูเนียร) นักแสดง
2.นางสาวรัตนวดี วงค์ทอง (มิ้ม) นักแสดง
3.นางสาวเจลีลชา คัปปุน (เดนิส) นักแสดง
4.นายสุรเชษฐ์ อัศวเรืองอนันต์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายสื่อโฆษณา บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน)
5.นางแซลลี่ โอฮาร่า ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)
6.นางสาวบุปผาวดี โอวรารินท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายทรัพยากรมนุษย์ และภาพลักษณ์องค์กรและสื่อสารองค์กร บริษัท กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)
7. นางสาวรฐา โพธิ์งาม (ญิ๋ง) นักร้อง-นักแสดง
8. นายเศรษฐพงษ์ เพียงพอ (เต๋า) นักร้อง-นักแสดง

6
"ปภังกร" พร้อมลุยต่อศึก “เอชเอสบีซี วีเมนส์ เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ 2024” สัปดาห์นี้


27 กุมภาพันธ์ 2567 – ทัพนักกอล์ฟสาวชั้นนำของโลกพร้อมลงประชันฝีมือในศึกกอล์ฟอาชีพสตรีรายการสุดยิ่งใหญ่ของเอเชีย “เอชเอสบีซี วีเมนส์ เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ 2024” ชิงเงินรางวัลรวม 1.8 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 63 ล้านบาท แข่งขัน 4 วัน แบบไม่มีตัดตัว ณ สนามเซนโตซา กอล์ฟ คลับ ประเทศสิงคโปร์ ระหว่างวันที่ 29 กุมภาพันธ์ - 3 มีนาคมนี้


ล่าสุดเมื่อวันอังคารที่ 27 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เป็นรอบฝึกซ้อมอย่างเป็นทางการ โดยมีโปรสาวดาวดังของโลกอย่าง มินจี ลี มืออันดับ 5 ของโลกจากออสเตรเลีย, หยิน รัวหนิง มือ 4 โลกชาวจีน, โค จิน-ยอง มือ 6 ของโลก อดีตแชมป์สองสมัยรายการนี้จากเกาหลีใต้ และ ปภังกร ธวัชธนกิจ นักกอล์ฟสาวขวัญใจชาวไทย เปิดโอกาสให้สื่อมวลชนสัมภาษณ์ถึงความพร้อมก่อนที่การแข่งขันจะเปิดฉากดวลรอบแรกในวันพฤหัสบดีนี้           

ปภังกร ธวัชธนกิจ โปรสาวมือ 27 ของโลก เผยว่า “สำหรับชัยชนะสองรายการที่ผ่านมานั้น แชมป์ที่ซาอุฯ เป็นแชมป์แรกในรอบหลายปี ซึ่งนานมากตั้งแต่ฉันชนะ รู้สึกว่าผลจากการที่ทำงานหนักมาตลอดได้ผล ส่วนแชมป์ที่ประเทศไทยมีความพิเศษมาก เพราะการเดินทางของฉันเริ่มต้นที่นั่นตั้งแต่เป็นนักกอล์ฟสมัครเล่น และกลับมาเล่นในฐานะโปรและสามารถชนะที่บ้านต่อหน้าพ่อแม่และแฟนกอล์ฟชาวไทย ช่วงนี้ฟอร์มกำลังเข้าที่เข้าทาง ทั้งไดร์ฟ แอพโพรช และช็อตรอบๆ กรีน แต่ก็ไม่รู้ว่าจะเล่นได้ดีแบบนี้ไปถึงเมื่อไหร่ ตอนนี้แค่ต้องการออกไปเล่นให้สนุกและเป็นตัวของตัวเอง รายการนี้เป็นหนึ่งในการแข่งขันที่ชอบและรอคอยที่จะมาแข่ง แม้จะเหนื่อยแต่ฉันก็จะมีวิธีจัดการกับความรู้สึกตัวเองได้ดี สองสัปดาห์ที่ผ่านมาเป็นช่วงเวลาที่ดีมากๆ ที่เกิดขึ้นกับฉัน แต่มันก็ผ่านไปแล้ว ฉันต้องกลับมามุ่งมั่นกับรายการใหม่ในสัปดาห์นี้”

ทั้งนี้กอล์ฟรายการ เอชเอสบีซี วีเมนส์ เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ ได้รับการยกย่องว่าเป็น “เมเจอร์หญิงแห่งเอชีย” จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 16 มีนักกอล์ฟจาก 20 ประเทศทั่วโลกลงชิงชัยนำโดย ลิเลีย วู โปรสาวมือหนึ่งของโลกจากสหรัฐ, หยิน รัวหนิง มืออันดับ 2 ชาวจีน, เซลีน บูติเยร์ มืออันดับ 3 ของโลกจากฝรั่งเศส และมินจี ลี มืออันดับ 4 จากออสเตรเลีย           

สำหรับผลงานนักกอล์ฟไทยในรายการนี้เมื่อปีที่แล้ว  โปรจีน-อาฒยา ฐิติกุล ทำผลงานดีสุดที่สกอร์รวม 10 อันเดอร์พาร์ 278 จบที่อันดับ 10 ขณะที่ โปรเม-เอรียา จุฑานุกาล รั้งอันดับ 14 ร่วม

ข้อมูลเพิ่มเติมการแข่งขันกอล์ฟเอชเอสบีซี วีเมนส์ เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ ได้ที่เว็บไซต์
www.hsbcgolf.com/womens

7
“มัตสึยาม่า” จารึกประวัติศาสตร์เป็นนักกอล์ฟเอเชียครองแชมป์พีจีเอทัวร์มากสุด 9 รายการ




27 กุมภาพันธ์ 2567 – ฮิเดกิ มัตสึยาม่า ยอดโปรกอล์ฟชาวญี่ปุ่นบันทึกประวัติศาสตร์ใหม่ให้กับวงการกอล์ฟอีกครั้ง เมื่อจารึกชื่อเป็นนักกอล์ฟจากเอเชียที่คว้าแชมป์พีจีเอทัวร์มากที่สุด 9 รายการ จากการชนะเลิศในศึกเดอะ เจเนซิส อินโนเวชัน ทัวร์นาเมนท์ ที่สนามริเวียร่า คันทรี คลับ ซึ่งมี ไทเกอร์ วูดส์ เป็นเจ้าภาพ (ภาพ: Getty Images)

โดยแชมป์เดอะ มาสเตอร์สปี 2021 โชว์ฟอร์มได้อย่างร้อนแรงในรอบสุดท้าย หวดเข้ามา 9 อันเดอร์พาร์ 62 พลิกสถานการณ์จากที่ตามหลัง 6 สโตรก แซงหน้าคู่แข่งคว้าชัยชนะ พร้อมทำสถิติครองแชมป์พีจีเอทัวร์เหนือกว่า เค.เจ. ชอย ตำนานโปรกอล์ฟจากเกาหลีใต้ หลังจากก่อนหน้านี้ครองสถิติร่วมกันที่ 8 รายการ         

หลังทำสถิติคว้าโทรฟี่พีจีเอทัวร์ใบที่ 9 ในอาชีพ ฮิเดกิ มัตสึยาม่า ออกมาเผยผ่าน Player Blog ว่า การคว้าแชมป์รายการเดอะ เจเนซิส อินวิเตชันแนล คือหนึ่งในเป้าหมายนับตั้งแต่เทิร์นโปรสู่การเป็นนักกอล์ฟอาชีพ และหลังจากไทเกอร์ วูดส์ มาเป็นเจ้าภาพรายการนี้ เป้าหมายดังกล่าวก็ใหญ่ขึ้นกว่าเดิม ขณะเดียวกันการชนะในพีจีเอทัวร์ 9 รายการ ก็ถือเป็นความทะเยอทะยานที่ยิ่งใหญ่เช่นกัน โดยหลังจากคว้าแชมป์รายการที่ 8 ผมประสบกับปัญหาอาการบาดเจ็บที่คอและมีหลายครั้งที่ผมรู้สึกว่าอาจไม่สามารถคว้าชัยชนะได้อีก และต้องลุ้นหนักเพื่อจบใน 10 อันดับแรก ดังนั้นผมจึงมีความสุขมากที่สามารถคว้าแชมป์ได้สำเร็จ         

ก่อนที่ผมคว้าแชมป์นั้น ชิเกกิ มารุยาม่า ชนะ 3 รายการในพีจีเอทัวร์ โดยตอนที่ผมได้แชมป์รายการที่ 4 ชิเกกิ บอกกับผมว่า นายต้องแซง เค.เจ. ชอย ให้ได้นะ ผมมีความสุขมากที่ทำสำเร็จ และต้องส่งข้อความไปหาชิเกกิว่าผมทำได้แล้ว


ตั้งแต่บาดเจ็บในปี 2022 ผมก็กังวลตลอดว่าจะเกิดเรื่องแย่ๆ ขึ้น สัปดาห์นี้ในการแข่งขันที่สนามริเวียร่า ผมไม่ได้รู้สึกแบบนั้น ผมเล่นโดยไม่กังวล และมันช่วยได้มากเลย มันเป็นเรื่องที่วนเวียนในหัวผมมานานพอสมควร แต่พอเริ่มเข้าสู่ปีนี้ รู้สึกดีขึ้นมาก ไม่เครียดและนอนหลับดี จึงคิดว่าความรู้สึกดีๆ แบบนี้ น่าจะช่วยให้ผมสามารถทำสิ่งที่พิเศษให้เกิดขึ้นได้ในปีนี้         

ผมไดรฟ์ไม่ดีเท่าไหร่ในรอบสุดท้าย แต่พัตต์และชิพทำได้เยี่ยม การตีช็อต 2 ที่หลุม 15 ขึ้นไปออนห่างหลุมระยะ 8 นิ้ว น่าจะเป็นช็อตที่ดีที่สุดของผม เป็นการตีต้านลมจากระยะ 184 หลา และผมก็ทำได้อย่างสมบูรณ์แบบ หลังจากนั้นทุกอย่างก็เข้าทางผม ที่หลุม 16 ผมตีหลุดจากเป้าหมายไปทางขวาราว 5 หลา แต่กลายเป็นดี ลูกไปตกห่างหลุม 6 นิ้ว ทุกอย่างดีหมดเลย         

ผมคิดเยอะพอสมควรตอนซ้อมช่วงเช้าก่อนออกรอบวันสุดท้าย ผมไดรฟ์ได้ค่อนข้างดี แต่พอเข้าสู่การแข่งขันหลุมแรกของรอบสุดท้าย ผมตีช็อตที่แย่ที่สุดของสัปดาห์เลยก็ว่าได้ อย่างไรก็ตาม ผมยังสามารถเก็บเบอร์ดี้ได้ในการประเดิมพาร์ 5 หลุมแรก         

สนามริเวียร่าเป็นสถานที่ที่มีความพิเศษสำหรับผม ผมรู้จักกับเจ้าของสนามแห่งนี้ ซึ่งเป็นชาวญี่ปุ่นเช่นกัน และเป็นเรื่องดีที่ผมคว้าแชมป์ที่นี่ ผมผิดหวังเล็กน้อยที่ไม่ได้ถ่ายรูปกับไทเกอร์ วูดส์ เนื่องจากเขาถอนตัวเพราะไม่สบาย         

แชมป์รายการล่าสุดของผมมีความสำคัญมากและหวังว่าจะสามารถรักษาโมเมนตัมการคว้าแชมป์แบบนี้ไว้ได้ต่อไป นี่เป็นการจบในท็อป 10 ครั้งแรกของผมนับตั้งแต่รายการเดอะ เพลเยอร์ส แชมเปี้ยนชิพ เมื่อปีที่แล้ว ผมจึงมีความทรงจำที่ดีที่สนามทีพีซี ซอว์กราส และรอคอยที่จะได้กลับไปที่นั่นในเดือนหน้า และหวังว่าจะรักษาฟอร์มแบบนี้ไว้ได้ไปจนถึงการแข่งขันที่ออกัสต้า เนชันแนล ในเดือนเมษายนด้วยเช่นกัน
         
หมายเหตุ: แฟนกีฬากอล์ฟสามารถติดตามผลงานของ ฮิเดกิ มัตสึยาม่า และเหล่าโปรกอล์ฟชั้นนำของโลกในการแข่งขันกอล์ฟพีจีเอทัวร์ ได้ทางทรูสปอร์ต 5

8
เนรมิตงานแต่งงานในฝันให้เป็นจริง
“The Perfect Wedding”
ณ โรงแรมแคนทารี โคราช


             โรงแรมแคนทารี โคราช นำเสนอแพ็กเกจงานแต่งงานสุดพิเศษ “The Perfect Wedding” สำหรับคู่รักที่กำลังเดินทางสู่ช่วงเวลาสำคัญแห่งชีวิตคู่ ด้วยห้องจัดเลี้ยงสุดหรูหรา พร้อมด้วยทีมงานระดับมืออาชีพที่จะคอยดูแลและสร้างความทรงจำอันตราตรึงใจไปตราบนานเท่านาน




             “The Perfect Wedding” แพ็กเกจงานแต่งงานที่ให้บริการทั้งพิธีหมั้นแบบไทยหรือจีน และพิธีเฉลิมฉลองงานมงคลสมรสอย่างครบครัน ในราคาสุทธิ 189,000 บาท ควบคู่มากับอภินันทนาการต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น อาหารบุฟเฟต์นานาชาติพร้อมเครื่องดื่มสำหรับแขกพิธีแต่งงาน 100 ท่าน, อาหารว่างพร้อมเครื่องดื่มสำหรับแขกพิธีหมั้น 50 ท่าน, พิธีสงฆ์, ชุดยกน้ำชาพร้อมบัวลอยมงคล, อภินันทนาการห้องฮันนีมูนสำหรับบ่าวสาว 1 คืน จำนวน 1 ห้อง และห้องสตูดิโอ สวีท 1 คืน จำนวน 2 ห้อง, โฟโต้บูธ, ชุดเพื่อนเจ้าสาว, ซุ้มดอกไม้หน้างานพร้อมการตกแต่งภายในงาน, ดนตรีบรรเลง คาราโอเกะ พร้อมนักร้อง 1 ท่าน, เค้กแต่งงานหรือแชมเปญทาวเวอร์, มาลัยคล้องคอบ่าวสาว,ช่อดอกไม้, ไฟฟอลโลว์เปิดตัวและบับเบิ้ล, ฟรีค่านำเข้าแอลกอฮอล์และวงดนตรี, บัตรกำนัลมูลค่า 5,000 บาท ณ ห้องอาหาร เดอะ กริลล์ รูม และสิทธิพิเศษอื่น ๆ อีกมากมาย  มาร่วมสร้างความสุขอย่างไม่รู้ลืม สามารถจองแพ็กเกจได้แล้วตั้งแต่วันนี้ถึง 31 พฤษภาคม 2567 (สำหรับการจัดงานตั้งแต่วันนี้ถึง 30 พฤศจิกายน 2567)






             สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือนัดหมายเข้าชมสถานที่ ได้ที่โรงแรมแคนทารี โคราช โทร: 044-353-011  Line ID: @kantarykorat  หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์ www.kantaryhotel-korat.com

###

* โรงแรมในเครือเคป แอนด์ แคนทารี โฮเทลส์ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงข้อกำหนดและเงื่อนไข
โดยหากมีการเปลี่ยนแปลงจะแจ้งให้ทราบล่วงหน้าผ่านทางช่องทางการติดต่อสื่อสารของโรงแรมฯ

9
เจนเนอราลี่ ไทยแลนด์ จัดงาน Everyday LOVE สะท้อนแนวคิดและวิถีการทำงาน
พร้อมสนับสนุนทุกความความหลากหลาย และความเท่าเทียม


            เจนเนอราลี่ ไทยแลนด์ ตอกย้ำ Brand essence “ประกันความรักคุณ” ในเดือนแห่งความรัก ชวนผู้บริหาร แชร์แนวคิดการทำงาน เพื่อให้พนักงานทุกฝ่ายได้เรียนรู้และเข้าใจรากฐานของธุรกิจที่มาจากความต้องการที่จะคุ้มครองสิ่งที่เรารักและให้ความสำคัญ ด้วยกิจกรรม “Everyday LOVE เพราะทุกความรักสำคัญเสมอ”


(จากซ้าย) นางสาวชมจันทร์ ศุภจินดากรณ์ รองประธานฝ่ายการสื่อสารและบริหารภาพลักษ์องค์กร,นางสาวอำภา ธีรภัทรสกุล Head of Customer Experience Management , นางสาว ปิยาภรณ์ เหลืองประเสริฐ Head of Digital Solution Management , นางสาวช่อฟ้า ยุกตะนันท์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาดและบริหารลูกค้า กลุ่มบริษัท เจนเนอราลี่ ไทยแลนด์

            โดยภายในงานได้รับเกียรติจากคณะผู้บริหารกลุ่มบริษัทเจนเนอราลี่ ไทยแลนด์ อาทิ นางสาวสายฝน คงจิตต์งาม ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายทรัพยากรบุคคลและสนับสนุนองค์กร นางสาวช่อฟ้า ยุกตะนันท์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาดและบริหารลูกค้า กลุ่มบริษัท เจนเนอราลี่ ไทยแลนด์ พร้อมคณะผู้บริหารและพนักงานจากหลากหลายแผนกเข้าร่วมกิจกรรม เพื่อร่วมแชร์แนวคิดการบริหารงานในด้านต่าง ๆ และตอกย้ำแนวคิดขององค์กรที่ให้ความสำคัญกับบุคคลากร ความหลากหลาย และความเท่าเทียม (DEI) โดยในงานได้มีการแชร์แนวคิด พูดคุยถึงที่มาของการพัฒนาสินค้าและนวัตกรรมใหม่ ๆ เพื่อสร้างการบริการลูกค้าให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความยั่งยืนในการดำเนินธุรกิจ


นางสาวช่อฟ้า ยุกตะนันท์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาดและบริหารลูกค้า กลุ่มบริษัท เจนเนอราลี่ ไทยแลนด์

            โดยกิจกรรมนี้จัดขึ้นภายใต้โครงการ Lunch & Learn ที่จัดขึ้นเพื่อให้ผู้บริหารและพนักงานได้มาร่วมพูดคุย แชร์ความคิดเพื่อเสริมสร้างความเข้าใจ และแนวทางการทำงานในแต่ละแผนก ในบรรยากาศที่เป็นกันเอง เมื่อเร็วๆ นี้ ณ เจนเนอราลี่ ไทยแลนด์ สำนักงานใหญ่










10
Kiddie Art Gallery เชิญชมภาพวาดศิลปินน้อย
ณ ฟิวเจอร์พาร์ค 23 กพ.–24 มีค. นี้


             มูลนิธิ “ลมหายใจไร้มลทิน” และศิลปินน้อย  MOTOR EXPO ส่งผลงานภาพวาด ร่วมงาน “Kiddie Art Gallery – คิดส์ สร้างสรรค์ อนาคต สดใส” นิทรรศการแสดงผลงานภาพวาด ศิลปะเยาวชนสุดสร้างสรรค์ ณ FUTURE ART LAND พื้นที่ศิลปะแห่งใหม่ของกรุงเทพฯ ชั้น G โซนเซ็นทรัล ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค และสเปลล์ ตั้งแต่วันที่ 23 กุมภาพันธ์ – 24 มีนาคม 2567




             ติดตามกิจกรรมต่างๆ ของมูลนิธิ “ลมหายใจไร้มลทิน” ได้ที่ lomhaijai.org และ Facebook.com/LomhaijaiFoundation/






11
เปิดตำนานปฐมบท ต้นกำเนิด “ผีชีวะ” Resident Evil: Welcome to Raccoon City สุดสยองที่ทรูโฟร์ยู ช่อง 24


             แฟนเกม…คอหนังซอมบี้่เตรียมชม “Resident Evil: Welcome to Raccoon City” หรือ “ผีชีวะ: ปฐมบทแห่งเมืองผีดิบ” ภาครีบูท Resident Evil ใหม่ให้ตรงกับเกมต้นฉบับมากที่สุด จากฝีมือของผู้กำกับ โจฮันเนส โรเบิร์ตส์ มาพร้อมนักแสดงดังอย่าง คายา สโคเดลาริโอ แฮนนาห์ จอห์น-คาเมน ทอม ฮอปเปอร์ เรียกว่าหนังถูกใจคนดูจนติดท็อปเท็นสตรีมมิ่งในอเมริกา และสามารถทำรายได้ทั่วโลกถึง 41.8 ล้านดอลล่าร์ จากทุนสร้างเพียง 25 ล้านดอลล่าร์เท่านั้น








             ในปี​ 1998​ ผู้อยู่อาศัยในเมืองแร็คคูนซิตี้ต้องหาทางเอาชีวิตรอดจากค่ำคืนหฤโหด​ขณะที่อัมเบรลล่า คอร์เปอเรชั่น บริษัทยายักษ์ใหญ่พยายาม​ปกปิดความผิดพลาดและลบล้างหลักฐาน​ที่ก่อขึ้น บริษัทได้หายตัวไปมีคนตายมากขึ้นจนแร็คคูนซิตี้กลายเป็นเมืองร้าง  เหลือเพียงแต่ปีศาจร้ายและความลับที่น่ากลัวแฝงอยู่ใต้ดิน เหล่าผู้กล้าจึงรวมตัวกันเพื่อหาความจริงและต่อกรกับองค์กรร้าย ด้วยการบุกเข้าไปในอัมเบรลล่า คอร์เปอเรชั่นยามค่ำคืน ถ้าอยากรู้ว่าหนังจะสนุกสุดมันส์ขนาดไหน อย่าลืมติดตามชม “ผีชีวะ: ปฐมบทแห่งเมืองผีดิบ” ได้ในวันเสาร์ที่ 2 มีนาคมนี้ เวลา 14.55 น. ชมฟรีดูสนุกทางทรูโฟร์ยู ช่อง 24 และทางhttps://true4u.com/live

12
ประธานรัฐสภารับรองพระอัครมเหสีแห่งรัฐกลันตัน


             นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้การรับรองสมเด็จพระราชินี เติงกู อานีส บินตี อัลมัรฮูม เติงกู อับดุลฮามิด แห่งรัฐกลันตัน ประเทศมาเลเซีย และคณะฯ ในโอกาสเดินทางเยือนประเทศไทย ระหว่างวันที่ 22 - 27 กุมภาพันธ์ 2567 โดยมีนายอารีเพ็ญ อุตรสินธุ์ ที่ปรึกษาประธานสภาผู้แทนราษฎร นายมุข  สุไลมาน เลขานุการประธานสภาผู้แทนราษฎร และนายดำรง พุฒตาล ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ประธานสภาผู้แทนราษฎร ร่วมให้การรับรอง ณ ห้องรับรองพิเศษ 205 ชั้น 2 อาคารรัฐสภา เมื่อวันจันทร์ที่ 26 กุมภาพันธ์ 2567 ที่ผ่านมา


             ในโอกาสนี้หลังจากการพบปะหารือเสร็จสิ้น นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา เป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารค่ำเพื่อเป็นเกียรติแก่สมเด็จพระราชินีฯ แห่งรัฐกลันตัน ประเทศมาเลเซีย และคณะฯ ณ ห้องรับรองพิเศษ 207 ชั้น 2 อาคารรัฐสภา ในการนี้ประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎรได้กล่าวสุนทรพจน์ต้อนรับ และกล่าวถึงความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศไทยและประเทศมาเลเซีย และการประสานความร่วมมือระหว่างประเทศต่อไปในอนาคต

เครดิตข่าว : กลุ่มงานพิธีการทูต สำนักความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร







13
วช. ร่วมเปิดศูนย์การเรียนรู้โดรนเพื่อการเกษตร ต้นแบบแห่งแรกของภาคใต้ ณ วิทยาลัยการอาชีพหลังสวน จ.ชุมพร


วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2567 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พร้อมด้วยวิทยาลัยการอาชีพหลังสวน จ.ชุมพร และสมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ ร่วมเปิดศูนย์การเรียนรู้โดรนเพื่อการเกษตรต้นแบบแห่งแรก ณ จังหวัดชุมพร โดยมี ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมนี้ นายประสิทธิ์ วัชรินทร์พร ผู้อำนวยการวิทยาลัยการอาชีพหลังสวน นายจีรศักดิ์ แสงหอย นายอำเภอหลังสวน และนายพิศิษฐ์ มิตรเกื้อกูล นายกสมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ พร้อมด้วยคณาจารย์และนักศึกษาของวิทยาลัยการอาชีพหลังสวนให้การต้อนรับ ณ วิทยาลัยการอาชีพหลังสวน จ.ชุมพร


ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า วช. ได้สนับสนุนการนำเทคโนโลยีโดรนเพื่อการเกษตร มาใช้ยกระดับประสิทธิภาพภาคการเกษตรในพื้นที่จังหวัดชุมพร โดยใช้กลไกการจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้โดรนเพื่อการเกษต เป็นต้นแบบ ณ วิทยาลัยการอาชีพหลังสวน จ.ชุมพร ซึ่งการดำเนินงานในครั้งนี้  วช.ได้สนับสนุนให้มีการดำเนินงานร่วมกันระหว่างสมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับและวิทยาลัยการอาชีพหลังสวน จ.ชุมพร ซึ่งศูนย์การเรียนรู้ที่วิทยาลัย จะเป็นต้นแบบศูนย์แห่งแรกของภาคใต้ ที่ให้บริการแบบครบวงจร อาทิ การถ่ายทอดองค์ความรู้ การประกอบ การซ่อม และการให้บริการการบินโดรนเพื่อการเกษตร เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของพี่น้องประชาชนในพื้นที่จังหวัดชุมพร


อาจารย์พิศิษฐ์ มิตรเกื้อกูล กล่าวว่า โครงการศึกษาประยุกต์ใช้โดรนเพื่อการเกษตรในพื้นที่ต้นแบบจังหวัดชุมพร ได้รับการสนับสนุนทุนวิจัยจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เพื่อนำเทคโนโลยีโดรนไปใช้ประโยชน์กับเกษตรกร ในการเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร ซึ่งพื้นที่ต้นแบบจังหวัดชุมพร เป็นพื้นที่ภูเขาสูงและมีพืชสวนที่มีต้นไม้สูง โดยเฉพาะทุเรียน ที่มีผลผลิตมากเป็นอันดับ 1 ของประเทศ มีเกษตรกรผู้ปลูกทุเรียนมากกว่า 24,000 ราย การพัฒนาเทคโนโลยีโดรนมาประยุกต์ใช้เพื่อเป็นต้นแบบในการพัฒนาภาคการเกษตรในภาคใต้ จึงเป็นการบูรณาการร่วมกันหลายภาคส่วนในการก่อตั้งศูนย์การเรียนรู้โดรนเพื่อการเกษตรในพื้นที่ต้นแบบ ณ วิทยาลัยการอาชีพหลังสวน จ.ชุมพร โดยศูนย์แห่งนี้ ดำเนินการครบวงจร โดยมีการพัฒนาจัดทำเป็นหลักสูตรในการอบรม  ประกอบด้วย การประกอบการบินโดรน การฝึกบินโดรน การลงพื้นที่จริงเพื่อฝึกให้สามารถบินโดรนในพื้นที่จริง โดยใช้โดรนขนาดใหญ่ที่มีเรดาร์ป้องกันการชน เพิ่มฟังก์ชันใส่ถังในการหวานเมล็ดและยาฆ่าแมลงต่าง ๆ  และการบริการให้กับเกษตรกรในการพ่นสารเคมียาฆ่าแมลงโดยใช้โดรน


นอกจากนี้ ยังมีการแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารจัดการ เพื่อให้เกิดการใช้งานอย่างยั่งยืน มีนักศึกษาหมุนเวียนต่อยอดอย่างต่อเนื่อง  มีการถ่ายทอดองค์ความรู้การอบรมเชิงปฏิบัติด้านการประกอบอากาศยานโร้คนขับเพื่อการเกษตรกรรม สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการทำเกษตรกรรมในหลายด้านทั้งการลดระยะเวลาในการฉีดพันสารชีวภาพให้แก่พืช ทำให้เทคโนโลยีโดรนเป็นเครื่องมือที่สำคัญในการแบ่งเบาภาระในการทำงานของเกษตรกรได้


นายจีรศักดิ์ แสงหอย นายอำเภอหลังสวน กล่าวว่า การจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้ โดรนเพื่อการเกษตร ในพื้นที่ต้นแบบจังหวัดชุมพร เป็นการบูรณาการงานในพื้นที่สามารถช่วยเหลือเกษตรกรได้  เพื่อช่วยลดต้นทุนและเพิ่มผลผลิต โดยเฉพาะการนำโดรนมาใช้ในการฉีดพ่นยาฆ่าแมลง การหว่านเมล็ดพันธุ์พืช การใส่ปุ๋ย เป็นต้น ช่วยลดเวลาในการทำงานและลดปัญหาการจ้างแรงงานลงไปได้ ซึ่งถือเป็นความยั่งยืนในการทำการเกษตรต่อไป




ทั้งนี้ คณะผู้บริหาร ผู้ทรงคุณวุฒิ วช. และคณะนักวิจัย ได้ลงพื้นที่ชมการสาธิตการใช้งานโดรนระบบอัตโนมัติเพื่อการเกษตร ณ แปลงปลูกในสวนทุเรียน  ซึ่งพบว่าโดรนเพื่อการเกษตรสามารถใช้งานได้อย่างดี ทั้งนี มุ่งหวังว่าโครงการนี้จะยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดชุมพร และพื้นที่ใกล้เคียงในเขตภาคใต้  โดยการนำเทคโนโลยีโดรนมาประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร ลดต้นทุน ลดปัญหาการจ้างแรงงาน และเป็นการต่อยอดองค์ความรู้ให้ยั่งยืนต่อไป
















14
กรุงเทพมหานครจัดงานสัมมนา “Sustainable Buildings & Cities”
พร้อมเสวนาภายใต้หัวข้อ “บ้าน เมือง และอสังหาริมทรัพย์ คาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์”



               กรุงเทพมหานครร่วมกับองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD), สถาบันวิจัยเศรษฐกิจสำหรับอาเซียนและเอเชียตะวันออก (ERIA) และ Japan International Association for the Industry of Building and Housing (JIBH) จัดงานสัมมนา “Sustainable Buildings & Cities” เพื่อการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่สอดคล้องกับความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อมขึ้นในวันที่ 18 มกราคม ณ กรุงเทพมหานคร และมีการถ่ายทอดสดผ่านทางออนไลน์ไปพร้อมกัน ทั้งนี้ ภายในงานได้รับเกียรติจากสถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย, องค์กรส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (JETRO Bangkok), หอการค้าญี่ปุ่น-กรุงเทพฯ (JCC) และองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ่น (JICA) สำนักงานประเทศไทย ร่วมสนับสนุน

               งานสัมมนา “Sustainable Buildings & Cities” จัดขึ้นภายใต้ความร่วมมือจากหน่วยงานรัฐบาล องค์กรที่เกี่ยวข้อง สถาบันวิจัย และภาคเอกชน มีผู้เข้าร่วมงานกว่า 227 ราย ผ่านทางระบบออนไลน์เฉพาะช่วงการบรรยายเกี่ยวกับนโยบาย 161 ราย หัวข้อในการบรรยายครั้งนี้ถือเป็นประเด็นสำคัญในการสร้างเมืองของกรุงเทพมหานคร ผู้เข้าร่วมในงานให้ความสนใจเป็นอย่างยิ่ง นอกจากนี้ ยังมีการประกาศแต่งตั้ง รศ. ดร.ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครให้เข้ารับตำแหน่ง OECD Champion Mayor ซึ่งถือเป็นผู้นำจากรัฐบาลท้องถิ่นที่ไม่ได้เป็นประเทศสมาชิกของ OECD จากทวีปเอเชียประเทศแรกที่ได้รับตำแหน่งนี้


               ภายในงานได้รับเกียรติจาก นายนาชิดะ คาซูยะ เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย เข้าร่วมงานในครั้งนี้พร้อมย้ำถึงความสำคัญของการพัฒนาอย่างยั่งยืน การพัฒนาอย่างครอบคลุม และการลดปริมาณการปล่อยคาร์บอน ท่ามกลางการเติบโตอย่างโดดเด่นของกรุงเทพมหานคร นอกจากนี้   ยังกล่าวแสดงความยินดีกับตำแหน่ง  OECD Champion Mayor ของ  ท่านผู้ว่าชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และปิดท้ายด้วยความคาดหวังถึงการหารือและถกเถียงที่มีประโยชน์ในงานสัมมนาครั้งนี้


               ภายในงานสัมมนาแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ประกอบไปด้วยการบรรยายเกี่ยวกับนโยบายโดยหน่วยงานจากประเทศญี่ปุ่น  รวมทั้งสิ้น 6 หัวข้อหลักในการสัมมนาช่วงต้น เพื่อเป็นการแนะนำประสบการณ์และเทคโนโลยีของหน่วยงานญี่ปุ่นมาปรับใช้เพื่อให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่มีความยั่งยืนและน่าอยู่มากขึ้น ทั้งนี้ ผู้เข้าร่วมสัมมนาจะได้รับฟังข้อมูลเชิงนโยบายที่ประสบความสำเร็จในการดำเนินการ ผ่านการใช้งาน พัฒนา และสามารถตอบโจทย์ต่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนของประเทศญี่ปุ่น อันพร้อมที่จะส่งมอบเป็นองค์ความรู้ต่อรูปแบบการปรับใช้งานในอนาคตของประเทศไทย โดยประกอบไปด้วยหัวข้อ (1) วิธีสร้างเมืองที่ยั่งยืนเพื่อการเปลี่ยนแปลงที่เป็นธรรมและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมโดยเรียนรู้จากประสบการณ์ของญี่ปุ่น (2) การสร้างฐานข้อมูลเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ และความพยายามในการลดคาร์บอน  (3) เทคโนโลยีล่าสุดของ Taisei เพื่อสร้างสังคมที่ยั่งยืนและใส่ใจสิ่งแวดล้อม (4) การส่งมอบที่อยู่อาศัยที่ดีขึ้นผ่านเทคโนโลยีอุตสาหกรรมขั้นสูง (5) การสร้างสังคมไร้คาร์บอนและให้ความสำคัญกับการรีไซเคิล (6) การริเริ่มอุปกรณ์เครื่องปรับอากาศเพื่อสุขภาพและประหยัดพลังงานโดยมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน และปิดท้ายด้วย ผศ.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ ที่ปรึกษาผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ขึ้นกล่าวขอบคุณทุกภาคส่วนที่จัดงานสัมมนาในครั้งนี้ และหวังว่าเนื้อหาในงานจะเป็นประโยชน์ต่อการสร้างความยั่งยืน ส่งเสริมการเปลี่ยนผ่านเข้าสู่เศรษฐกิจสีเขียว และการลดปริมาณการปล่อยคาร์บอน เพื่อให้กรุงเทพมหานครเป็นเมืองที่น่าอยู่อาศัยสำหรับทุกคน ทั้งนี้


               ดร. ฮิโรโตะ อิซุมิ ศาสตราจารย์โครงการแห่งมหาวิทยาลัยโตเกียว ปริญญาเอก วิศวกรรมศาสตร์ อดีตที่ปรึกษาพิเศษนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น และที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ JIBH นำเสนอการเจราจาหารือเกี่ยวกับนโยบายระหว่างประเทศเพื่อการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์และเมืองที่สอดคล้องกับความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อม  พร้อมแนะนำนโยบายของประเทศญี่ปุ่นที่สอดคล้องกับ 3 ประเด็นปัญหาท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างประชากรและสภาพภูมิอากาศ ได้แก่ “อนาคตของ Green Transformation และ Net Zero”,  “Digital Transformation และ Smart City”, “ความหลากหลายและการเติบโตอย่างครอบคลุม” จากนั้นจึงขอแรงสนับสนุนในการผลักดันประเด็นปัญหาเหล่านี้ด้วยกันเพื่ออนาคตของเมืองที่สดใส

               นอกจากนี้ นายโคจิ ฮาชิยามะ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ ERIA ได้ขึ้นกล่าวถึงบทบาทหน้าที่ของ ERIA ในฐานะองค์กรระดับนานาชาติที่พร้อมผลักดันเรื่องนวัตกรรมด้านดิจิทัล, เศรษฐกิจเพื่อความยั่งยืน, ความเป็นกลางทางคาร์บอน และสมาร์ทซิตี้ของภูมิภาคอาเซียนและเอเชียตะวันออก พร้อมประสานงานกับสถาบันวิจัย ภาครัฐ และภาคเอกชนที่หลากหลาย ปิดท้ายด้วยการเน้นย้ำความคาดหวังและความสำคัญที่มีต่องานสัมมนาด้านนโยบายในครั้งนี้  เพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนาสำหรับผู้ประกอบการธุรกิจ วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ภูมิภาคและเมือง (OECD) ซึ่งให้ข้อมูลในหัวข้อ “เมืองที่ยั่งยืนและการเติบโตอย่างครอบคลุม” มีการแนะนำตำแหน่ง OECD Champion Mayor แนะนำมาตรการสำคัญ 5 ประการในระดับเมืองและภูมิภาค (เช่น การเพิ่มศักยภาพของรัฐบาลกลางและการปกครองส่วนท้องถิ่น) โดยชี้ให้เห็นนโยบายของเมืองเพื่อแก้ไขปัญหาเรื่องการลดปริมาณการปล่อยคาร์บอนในวงการอสังหาริมทรัพย์จากกลุ่มประเทศสมาชิก OECD, ประโยชน์และประเด็นสำคัญเกี่ยวกับสมาร์ทซิตี้เพื่อการบรรลุเป้าหมาย Net Zero, การพัฒนาอย่างครอบคลุมในสังคมผู้สูงอายุและสังคมที่มีจำนวนประชากรลดน้อยลง



               ทั้งนี้ รศ.ดร ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ร่วมบรรยายพิเศษในหัวข้อ “กรุงเทพฯ : เมืองน่าอยู่สำหรับทุกคน” โดยชี้ให้เห็นความสำคัญของการพัฒนาบุคลากรซึ่งถือเป็นประเด็นสำคัญและจุดแข็งของกรุงเทพฯ พร้อมตั้งเป้าหมายให้กรุงเทพฯ ติดอันดับ “50 เมืองน่าอยู่ของโลก” ภายในปี 2027 (ปัจจุบันอยู่ในอันดับที่ 98) กรุงเทพมหานครวางแผนจะยกระดับศักยภาพในการผลิต, พัฒนาคุณภาพชีวิต, มอบโอกาสสู่ทุกคน และสร้างความเชื่อมั่นให้เกิดขึ้น พร้อมกันนี้ ยังได้กล่าวถึงรัฐบาลญี่ปุ่นที่เป็นต้นแบบให้ไทย รวมถึงแนะนำโครงการกำลังดำเนินการอยู่เกี่ยวกับระบบคมนาคม, สวนสาธารณะ, การจัดการขยะ, การป้องกันอุทกภัย และการเปลี่ยนแปลงกฏระเบียบเกี่ยวกับการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ตอกย้ำความมสำคัญของโครงการขนาดเล็กที่เน้นการปฏิบัติงานที่เป็นรูปธรรมและเข้าถึงวิถีชีวิตของชาวเมืองอย่างแท้จริง สุดท้าย ได้ชี้ให้เห็นว่าการร่วมมือกับเมืองอื่นๆ คือกุญแจสำคัญที่นำไปสู่ความสำเร็จดังกล่าว
   
               ดร. ทัตสึโอะ อิการาชิ นายกเทศมนตรีเมืองสึคุบะ ประเทศญี่ปุ่น และแชมป์นายกเทศมนตรีแชมป์ กล่าวว่า “โครงการริเริ่มเมืองอัจฉริยะของเมืองสึคุบะ เพื่อสร้างภูมิภาคที่ลดการปล่อยคาร์บอน” เมืองสึคุบะชูวิสัยทัศน์เรื่อง “เมืองที่มองเห็นอนาคตของโลก” และวางมาตรการให้เกิดสังคมเพื่อทุกภาคส่วนอย่างครอบคลุม พร้อมผลักดันสมาร์ทซิตี้ตามแนวคิด “Tsukuba Super Science City” มีการจัดตั้งระบบความร่วมมือระหว่างภาคอุตสาหกรรม ภาครัฐบาล ภาคการศึกษา และชุมชน เพื่อลดปริมาณการปล่อยคาร์บอน เช่น ระบบระบบไมโครกริด ฯลฯ และย้ำให้เห็นว่าเมืองสึคุบะพัฒนาร่วมกับชาวเมืองอย่างใกล้ชิด


               การเสวนาภายใต้หัวข้อ “บ้าน เมือง และอสังหาริมทรัพย์ คาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์” เพื่ออธิบายเกี่ยวกับแผนงานเพื่อลดปริมาณการปล่อยคาร์บอนในวงการอสังหาริมทรัพย์ของประเทศญี่ปุ่น เช่น การส่งเสริมเรื่องการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรไม้ นวัตกรรมการลดปริมาณการปล่อยคาร์บอน และความสำคัญของกระบวนการพัฒนาเมืองภายใต้มาตรการการลดปริมาณการปล่อยคาร์บอน พร้อมชี้ให้เห็นถึงนโยบายเรื่องอาคารคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ของรัฐบาลไทย แนะนำเรื่องความสำคัญของอสังริมทรัพย์ที่มีประสิทธิภาพในการประหยัดพลังงานสูง กรณีศึกษาเกี่ยวกับข้อมูลแบบสำรวจระดับนานาชาติของ OECD ที่ชี้ให้เห็นว่ามาตรการการลดปริมาณการปล่อยคาร์บอนในอสังหาริมทรัพย์จะทวีความสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ พร้อมตอกย้ำถึงความสำคัญของความร่วมมือระหว่างรัฐบาลส่วนกลางและรัฐบาลท้องถิ่น จากนั้นจึงแนะนำกรณีศึกษาเรื่องการลดปริมาณการปล่อยคาร์บอนของประเทศเนเธอร์แลนด์กับพื้นที่ใกล้เคียง และปิดท้ายด้วยผู้เชี่ยวชาญแต่ละท่านได้ร่วมอภิปรายถึงลักษณะการร่วมมือกันของภาครัฐบาลและภาคเอกชนเพื่อเร่งมาตรการการลดปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ของอสังหาริมทรัพย์ในเมืองและมุ่งสู่เป้าหมาย NET ZERO รวมถึงประเด็นปัญหาว่ารัฐบาลจะส่งเสริมกิจกรรมในระดับชุมชนได้อย่างไรเพื่อการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานในอสังหาริมทรัพย์ด้วยวิธีการที่ครอบคลุม

              ปิดท้ายด้วยการเสวนาหัวข้อ “แนวทางการสร้างเมืองอัจฉริยะ” กล่าวถึงเทคโนโลยีล้ำสมัยเพื่อการพัฒนาอย่างครอบคลุม เช่น การลงคะแนนทางอินเทอร์เน็ต, หุ่นยนต์เพิ่มศักยภาพในการเคลื่อนไหว ฯลฯ พร้อมอธิบายเกี่ยวกับมาตรการและสถานการณ์ปัจจุบันของสมาร์ทซิตี้ในประเทศอินโดนีเซีย รวมถึงลักษณะของการก่อสร้างในเขตเมืองหลวงใหม่ พร้อมย้ำถึงความสำคัญของการพัฒนาอย่างยั่งยืนและการเติบโตที่มีผู้คนเป็นศูนย์กลางในสมาร์ทซิตี้ รวมไปถึงแนะนำมาตรการเพื่อผู้สูงอายุและผู้พิการ เช่น การปรับปรุงอาคารสาธารณะตามหลักการ Universal Design และบทบาทของสมาร์ทซิตี้ในสังคมสูงวัยและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พร้อมเน้นย้ำถึงความจำเป็นของนโยบายสำหรับสถานการณ์ที่ไม่คาดฝันในอนาคตและกลุ่มผู้เปราะบาง

15
มรภ.สุราษฎร์ธานี พัฒนาห้องเรียน“วิศวกรสังคม” วช.หนุนการนำวิจัยและนวัตกรรม ร่วมพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนด้วยกระบวนการวิศวกรสังคม


วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2567 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ(วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ลงพื้นที่ติดตามผลการดำเนินงานโครงการบ่มเพาะวิศวกรสังคมด้วยวิจัยและนวัตกรรมของมหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี


ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า วช. ได้สนับสนุนทุนวิจัยแก่มหาวิทยาลัยราชภัฏ ในการบ่มเพาะวิศวกรสังคมด้วยกระบวนการวิจัยและนวัตกรรม เพื่อแก้โจทย์ปัญหาเชิงพื้นที่  โดย มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี ได้เลือกประเด็นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนด้วยทักษะกระบวนการวิศวกรสังคมเพื่อนำความรู้มาพัฒนาเชิงพื้นที่ โดยวิศวกรสังคมเข้ามามีส่วนร่วมกันพัฒนาโจทย์และการปฏิบัติงานร่วมกับท้องถิ่นได้อย่างมีส่วนร่วม เป็นต้นแบบที่ดีในการพัฒนาชุมชนในพื้นที่


ดร.พลกฤต แสงอาวุธ รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนักศึกษาและศิษย์เก่า หัวหน้าโครงการวิจัย ได้กล่าวถึง การดำเนินงานวิจัยโครงการห้องเรียนวิศวกรสังคม สำหรับพัฒนานักศึกษาและการยกระดับ นวัตกรรมชุมชนท้องถิ่น ด้วยกระบวนการวิศวกรสังคม ว่า
มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี ได้ส่งเสริมและพัฒนาให้นักศึกษามีคุณลักษณะที่สำคัญ 4 ประการตามพระบรมราโชบายด้านการศึกษา ได้แก่

1. มีทัศนคติที่ดีและถูกต้องต่อบ้านเมือง
2. มีพื้นฐานชีวิตที่มั่นคง
3. มีงานทำมีอาชีพ
4. เป็นพลเมืองดี



เพื่อพัฒนานักศึกษาให้มีทักษะวิศวกรสังคม 4 ประการ คือ นักคิด นักสื่อสาร นักประสาน และนักนวัตกร และสร้างนวัตกรรมให้แก่ชุมชนท้องถิ่นโดยการขับเคลื่อนของนักศึกษาเพื่อยกระดับผลิตภัณฑ์ชุมชนท้องถิ่นของ จังหวัดสุราษฎร์ธานี




พร้อมนี้ คณะได้เยี่ยมชมผลงานของวิศวกรสังคมในโครงการที่ร่วมดำเนินการกับวิสาหกิจชุมชน ได้แก่
- ยาดมสมุนไพรจากบ้านคีรีสมุนไพร ตำบลท่าขนอน อำเภอคีรีรัฐนิคม จังหวัด สุราษฎร์ธานี
- ผลิตภัณฑ์ก้านปาล์มจักสาน ตำบล บ้านยาง อำเภอคีรีรัฐนิคม จังหวัดสุราษฎร์ธานี





ทั้งนี้ คณะผู้บริหาร ผู้ทรงคุณวุฒิ วช. คณะนักวิจัย  และนักศึกษาได้ร่วมกันแลกเปลี่ยนความคิดเห็นจากการดำเนินของโครงการเพื่อให้มีการต่อยอดความรู้ที่ยั่งยืนในอนาคต










Pages: [1] 2 3 ... 2391