Show Posts

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - happy

Pages: [1] 2 3 ... 2402
1
ไร้สังกัด / ดิสนีย์
« on: April 20, 2024, 09:56:39 PM »
ไอคอนสยาม ร่วมกับ Hong Kong Disneyland Resort สร้างปรากฏการณ์ครั้งสำคัญ
จัดงาน "Journey to Magic! เช็คอินดินเเดนมหัศจรรย์" ครั้งแรกในประเทศไทย!
พบ “Duffy” และ “LinaBell” คาแรคเตอร์แสนน่ารักจากแก๊งค์ Duffy and Friends
พร้อมโปรโมชั่นสุดพิเศษช็อปครบ 35,000 บาท แลกรับบัตรเข้าสวนสนุก Hong Kong Disneyland


ไอคอนสยาม แลนด์มาร์กระดับโลกริมแม่น้ำเจ้าพระยา ร่วมกับ ฮ่องกงดิสนีย์แลนด์รีสอร์ท จัดงาน "Journey to Magic! เช็คอินดินเเดนมหัศจรรย์" ตั้งเเต่ 19 เมษายน ถึง 31 พฤษภาคม 2567 ณ เจริญนคร ฮอลล์ ชั้น M ไอคอนสยาม พบกับการเดินทางสุดมหัศจรรย์ มุ่งสู่ปราสาทจำลอง “คาสเซิล ออฟ เมจิคอล ดรีมส์” (Castle of Magical Dreams) สุดยิ่งใหญ่ และ Duffy and Friends Picnic Bus สุดน่ารักที่เต็มไปด้วยความอบอุ่นของมิตรภาพ ไปจนถึงจุดถ่ายภาพที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก เวิลด์ ออฟ โฟรเซ่น พร้อมสร้างประสบการณ์สุดพิเศษด้วยอีเวนต์สุดพิเศษแบบที่ไม่มีใครเหมือน ครั้งแรกในประเทศไทย! ชวนแฟนคลับทุกคนพบกับ Duffy (ดัฟฟี่) และ LinaBell (ลินาเบลล์) คาแรคเตอร์สุดฮิตจากแก๊งค์ Duffy and Friends แบบสุดเอ็กซ์คลูซีฟครั้งแรกในประเทศไทย ในวันที่ 19 และ 20 เมษายน 2567 เพื่อพบกับแฟนคลับชาวไทยและสร้างความทรงจำอันแสนอบอุ่น ตอกย้ำความเป็น Global Destination หมุดหมายแห่งการท่องเที่ยวที่สำคัญระดับโลก โดยจัดพิธีเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ในวันศุกร์ที่ 19 เมษายน 2567 ณ เจริญนคร ฮอลล์ ชั้น M ไอคอนสยาม โดยศิลปินชื่อดัง เฟย์ พรปวีณ์ นีระสิงห์ มาร่วมพูดคุยถึงอีเวนต์สุดพิเศษนี้




นายสุพจน์ ชัยวัฒน์ศิริกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไอคอนสยาม จำกัด กล่าวว่า ครั้งนี้เป็นอีกความร่วมมือครั้งสำคัญที่สร้างปรากฏการณ์ยิ่งใหญ่ระดับเอเชีย ระหว่าง ไอคอนสยาม และ ฮ่องกงดิสนีย์แลนด์รีสอร์ท ร่วมเปิดประสบการณ์ ในงาน “Journey to Magic! เช็คอินดินเเดนมหัศจรรย์" โดยไอคอนสยามได้เตรียมเนรมิตพื้นที่เจริญนคร ฮอลล์ ชวนทุกคนร่วมออกเดินทางครั้งสำคัญสุดมหัศจรรย์ด้วยกันที่จุดถ่ายภาพที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก เวิลด์ ออฟ โฟรเซ่น ที่ทุกคนจะได้พบกับน้ำพุแห่งมิตรภาพจำลองแห่งเมืองเอเรนเดลล์ พร้อมทั้งอันนา เอลซ่าและ โอลาฟที่รอต้อนรับทุกคนอยู่ ต่อด้วยร่วมปิคนิกฤดูใบไม้ผลิกับ Duffy and Friends ในรถ Duffy and Friends Picnic Bus สุดน่ารัก พร้อมผองเพื่อนตุ๊กตา Duffy and Friends ภายในรถ แล้วชม Duffy and Friends ในเสื้อผ้าชุดใหม่ล่าสุดประจำฤดูใบไม้ผลิที่ทุกคนรอคอย แล้วตื่นตาตื่นใจกับ “คาสเซิล ออฟ เมจิคอล ดรีมส์” (Castle of Magical Dreams) ปราสาทจำลองอันสง่างามของฮ่องกงดิสนีย์แลนด์ ที่รอคุณอยู่ที่เจริญนคร ฮอลล์ จุดประกายแห่งจินตนาการ เป็นสัญลักษณ์แห่งความกล้าหาญ ความหวัง และความเป็นไปได้ คาสเซิล ออฟ เมจิคอล ดรีมส์ คือ สัญลักษณ์สุดฮอตของฮ่องกงดิสนีย์แลนด์ที่ทุกคนห้ามพลาด




เพื่อต้อนรับ Duffy (ดัฟฟี่) และ LinaBell (ลินาเบลล์) และผองเพื่อน ไอคอนสยาม ได้จัดแคมเปญโปรโมชั่นพิเศษ Journey to Magic ระหว่างวันที่ 16 พฤษภาคม – 16 มิถุนายน 2567 สำหรับสมาชิก VIZ ที่มี ONESIAM SuperApp ช็อปครบ 35,000 บาทขึ้นไป แลกรับบัตรเข้าสวนสนุก Hong Kong Disneyland ประเภท 1 วัน จำนวน 1 ใบ มูลค่ารางวัลละ 4,100 บาท (จำกัดการแลกรับสิทธิ์ สูงสุด 2 ใบ / สมาชิก / ตลอดรายการ, จำกัด 40 รางวัลตลอดรายการ) สำหรับการเข้าใช้บริการระหว่างเดือนกรกฎาคม-กันยายน 2567 เท่านั้น และช็อปครบ 350,000 บาทขึ้นไป รับแพ็คเกจที่พัก และบัตรเข้าสวนสนุก ที่ Hong Kong Disneyland มูลค่ารางวัลละ 43,600 บาท จำกัดจำนวนรวม 8 รางวัลตลอดรายการ ประกอบด้วย ที่พัก 1 คืน Standard Room ที่ Disney Explorer’ s Lodge,  Disneyland Hong Kong พร้อมบัตรเข้าสวนสนุก Hong Kong Disneyland แบบ 2 วัน จำนวน 4 ใบ (จำกัดการแลกรับสิทธิ์ สูงสุด 1 สิทธิ์ / สมาชิก / ตลอดรายการ, จำกัดจำนวน 8 รางวัลตลอดรายการ) สำหรับการเข้าใช้บริการระหว่างเดือนกรกฎาคม-ธันวาคม 2567 โดยไม่สามารถใช้ได้ระหว่างวันที่ 17-18 กันยายน 2567, 1-6 และ 11-13 ตุลาคม 2567 และวันที่ 21-31 ธันวาคม 2567 ของรางวัลมีจำนวนจำกัด สงวนสิทธิ์ให้กับผู้ที่มีเงื่อนไขครบตามกำหนดก่อน สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ณ จุดแลกของสมนาคุณ เคาน์เตอร์ Information ไอคอนสยาม




นอกจากนี้ ไอคอนสยามยังได้จัดโปรโมชั่นพิเศษ ONESIAM Journey to Magic: Top Spender 2024 สำหรับสมาชิก VIZ ที่มี ONESIAM SuperApp เมื่อช้อปสินค้า Disney โดยสะสมยอดใช้จ่ายด้วยตนเองผ่าน Snap & Collect สูงสุด 3 ท่าน ที่เจริญนคร ฮอลล์ ชั้น M ไอคอนสยาม ระหว่างวันที่ 19 เมษายน – 31 พฤษภาคม 2567 และที่ Event Space ชั้น M, ไอซีเอส Lifestyle Complex ตรงข้ามไอคอนสยาม ระหว่างวันที่ 19 เมษายน – 3 พฤษภาคม 2567 รับของรางวัลพิเศษสุด Exclusive บินตรงจากฮ่องกง อันดับที่1 รับตุ๊กตา LinaBell – Size L จำนวน 1 ตัว มูลค่า 12,000 บาท อันดับที่ 2 รับตุ๊กตา StellaLou– Size M จำนวน 1 ตัว มูลค่า 4,300 บาท และอันดับที่3 รับตุ๊กตา Duffy –  Size S จำนวน 1 ตัว มูลค่า 1,700 บาท




ห้ามพลาด! กับงาน “Journey to Magic! เช็คอินดินแดนมหัศจรรย์” ในงานครั้งนี้ Duffy และ LinaBell พร้อมมาเพื่อเซอร์ไพรส์แฟนๆ เป็นครั้งแรกในประเทศไทย พร้อมเชิญชวนทุกคนมาร่วมแชร์และรังสรรค์ช่วงเวลาอันแสนอบอุ่นด้วยกัน และสนุกไปกับกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟมากมาย ใน ตั้งแต่วันที่ 19 เมษายน – 31 พฤษภาคม 2567 ณ เจริญนคร ฮอลล์ ชั้น M ไอคอนสยาม สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโทร.1338 และ Facebook: ICONSIAM






2
ไอคอนสยาม ร่วมกับ Hong Kong Disneyland Resort สร้างปรากฏการณ์ครั้งสำคัญ
จัดงาน "Journey to Magic! เช็คอินดินเเดนมหัศจรรย์" ครั้งแรกในประเทศไทย!
พบ “Duffy” และ “LinaBell” คาแรคเตอร์แสนน่ารักจากแก๊งค์ Duffy and Friends
พร้อมโปรโมชั่นสุดพิเศษช็อปครบ 35,000 บาท แลกรับบัตรเข้าสวนสนุก Hong Kong Disneyland


ไอคอนสยาม แลนด์มาร์กระดับโลกริมแม่น้ำเจ้าพระยา ร่วมกับ ฮ่องกงดิสนีย์แลนด์รีสอร์ท จัดงาน "Journey to Magic! เช็คอินดินเเดนมหัศจรรย์" ตั้งเเต่ 19 เมษายน ถึง 31 พฤษภาคม 2567 ณ เจริญนคร ฮอลล์ ชั้น M ไอคอนสยาม พบกับการเดินทางสุดมหัศจรรย์ มุ่งสู่ปราสาทจำลอง “คาสเซิล ออฟ เมจิคอล ดรีมส์” (Castle of Magical Dreams) สุดยิ่งใหญ่ และ Duffy and Friends Picnic Bus สุดน่ารักที่เต็มไปด้วยความอบอุ่นของมิตรภาพ ไปจนถึงจุดถ่ายภาพที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก เวิลด์ ออฟ โฟรเซ่น พร้อมสร้างประสบการณ์สุดพิเศษด้วยอีเวนต์สุดพิเศษแบบที่ไม่มีใครเหมือน ครั้งแรกในประเทศไทย! ชวนแฟนคลับทุกคนพบกับ Duffy (ดัฟฟี่) และ LinaBell (ลินาเบลล์) คาแรคเตอร์สุดฮิตจากแก๊งค์ Duffy and Friends แบบสุดเอ็กซ์คลูซีฟครั้งแรกในประเทศไทย ในวันที่ 19 และ 20 เมษายน 2567 เพื่อพบกับแฟนคลับชาวไทยและสร้างความทรงจำอันแสนอบอุ่น ตอกย้ำความเป็น Global Destination หมุดหมายแห่งการท่องเที่ยวที่สำคัญระดับโลก โดยจัดพิธีเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ในวันศุกร์ที่ 19 เมษายน 2567 ณ เจริญนคร ฮอลล์ ชั้น M ไอคอนสยาม โดยศิลปินชื่อดัง เฟย์ พรปวีณ์ นีระสิงห์ มาร่วมพูดคุยถึงอีเวนต์สุดพิเศษนี้




นายสุพจน์ ชัยวัฒน์ศิริกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไอคอนสยาม จำกัด กล่าวว่า ครั้งนี้เป็นอีกความร่วมมือครั้งสำคัญที่สร้างปรากฏการณ์ยิ่งใหญ่ระดับเอเชีย ระหว่าง ไอคอนสยาม และ ฮ่องกงดิสนีย์แลนด์รีสอร์ท ร่วมเปิดประสบการณ์ ในงาน “Journey to Magic! เช็คอินดินเเดนมหัศจรรย์" โดยไอคอนสยามได้เตรียมเนรมิตพื้นที่เจริญนคร ฮอลล์ ชวนทุกคนร่วมออกเดินทางครั้งสำคัญสุดมหัศจรรย์ด้วยกันที่จุดถ่ายภาพที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก เวิลด์ ออฟ โฟรเซ่น ที่ทุกคนจะได้พบกับน้ำพุแห่งมิตรภาพจำลองแห่งเมืองเอเรนเดลล์ พร้อมทั้งอันนา เอลซ่าและ โอลาฟที่รอต้อนรับทุกคนอยู่ ต่อด้วยร่วมปิคนิกฤดูใบไม้ผลิกับ Duffy and Friends ในรถ Duffy and Friends Picnic Bus สุดน่ารัก พร้อมผองเพื่อนตุ๊กตา Duffy and Friends ภายในรถ แล้วชม Duffy and Friends ในเสื้อผ้าชุดใหม่ล่าสุดประจำฤดูใบไม้ผลิที่ทุกคนรอคอย แล้วตื่นตาตื่นใจกับ “คาสเซิล ออฟ เมจิคอล ดรีมส์” (Castle of Magical Dreams) ปราสาทจำลองอันสง่างามของฮ่องกงดิสนีย์แลนด์ ที่รอคุณอยู่ที่เจริญนคร ฮอลล์ จุดประกายแห่งจินตนาการ เป็นสัญลักษณ์แห่งความกล้าหาญ ความหวัง และความเป็นไปได้ คาสเซิล ออฟ เมจิคอล ดรีมส์ คือ สัญลักษณ์สุดฮอตของฮ่องกงดิสนีย์แลนด์ที่ทุกคนห้ามพลาด




เพื่อต้อนรับ Duffy (ดัฟฟี่) และ LinaBell (ลินาเบลล์) และผองเพื่อน ไอคอนสยาม ได้จัดแคมเปญโปรโมชั่นพิเศษ Journey to Magic ระหว่างวันที่ 16 พฤษภาคม – 16 มิถุนายน 2567 สำหรับสมาชิก VIZ ที่มี ONESIAM SuperApp ช็อปครบ 35,000 บาทขึ้นไป แลกรับบัตรเข้าสวนสนุก Hong Kong Disneyland ประเภท 1 วัน จำนวน 1 ใบ มูลค่ารางวัลละ 4,100 บาท (จำกัดการแลกรับสิทธิ์ สูงสุด 2 ใบ / สมาชิก / ตลอดรายการ, จำกัด 40 รางวัลตลอดรายการ) สำหรับการเข้าใช้บริการระหว่างเดือนกรกฎาคม-กันยายน 2567 เท่านั้น และช็อปครบ 350,000 บาทขึ้นไป รับแพ็คเกจที่พัก และบัตรเข้าสวนสนุก ที่ Hong Kong Disneyland มูลค่ารางวัลละ 43,600 บาท จำกัดจำนวนรวม 8 รางวัลตลอดรายการ ประกอบด้วย ที่พัก 1 คืน Standard Room ที่ Disney Explorer’ s Lodge,  Disneyland Hong Kong พร้อมบัตรเข้าสวนสนุก Hong Kong Disneyland แบบ 2 วัน จำนวน 4 ใบ (จำกัดการแลกรับสิทธิ์ สูงสุด 1 สิทธิ์ / สมาชิก / ตลอดรายการ, จำกัดจำนวน 8 รางวัลตลอดรายการ) สำหรับการเข้าใช้บริการระหว่างเดือนกรกฎาคม-ธันวาคม 2567 โดยไม่สามารถใช้ได้ระหว่างวันที่ 17-18 กันยายน 2567, 1-6 และ 11-13 ตุลาคม 2567 และวันที่ 21-31 ธันวาคม 2567 ของรางวัลมีจำนวนจำกัด สงวนสิทธิ์ให้กับผู้ที่มีเงื่อนไขครบตามกำหนดก่อน สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ณ จุดแลกของสมนาคุณ เคาน์เตอร์ Information ไอคอนสยาม




นอกจากนี้ ไอคอนสยามยังได้จัดโปรโมชั่นพิเศษ ONESIAM Journey to Magic: Top Spender 2024 สำหรับสมาชิก VIZ ที่มี ONESIAM SuperApp เมื่อช้อปสินค้า Disney โดยสะสมยอดใช้จ่ายด้วยตนเองผ่าน Snap & Collect สูงสุด 3 ท่าน ที่เจริญนคร ฮอลล์ ชั้น M ไอคอนสยาม ระหว่างวันที่ 19 เมษายน – 31 พฤษภาคม 2567 และที่ Event Space ชั้น M, ไอซีเอส Lifestyle Complex ตรงข้ามไอคอนสยาม ระหว่างวันที่ 19 เมษายน – 3 พฤษภาคม 2567 รับของรางวัลพิเศษสุด Exclusive บินตรงจากฮ่องกง อันดับที่1 รับตุ๊กตา LinaBell – Size L จำนวน 1 ตัว มูลค่า 12,000 บาท อันดับที่ 2 รับตุ๊กตา StellaLou– Size M จำนวน 1 ตัว มูลค่า 4,300 บาท และอันดับที่3 รับตุ๊กตา Duffy –  Size S จำนวน 1 ตัว มูลค่า 1,700 บาท




ห้ามพลาด! กับงาน “Journey to Magic! เช็คอินดินแดนมหัศจรรย์” ในงานครั้งนี้ Duffy และ LinaBell พร้อมมาเพื่อเซอร์ไพรส์แฟนๆ เป็นครั้งแรกในประเทศไทย พร้อมเชิญชวนทุกคนมาร่วมแชร์และรังสรรค์ช่วงเวลาอันแสนอบอุ่นด้วยกัน และสนุกไปกับกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟมากมาย ใน ตั้งแต่วันที่ 19 เมษายน – 31 พฤษภาคม 2567 ณ เจริญนคร ฮอลล์ ชั้น M ไอคอนสยาม สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโทร.1338 และ Facebook: ICONSIAM






3
ศิลปินวัยรุ่นตัวท็อป ตบเท้าร่วมงาน ! ฟรีคอนเสิร์ตใหญ่เล่นน้ำกลางเมือง
“FWD Music Live Fest 3 #TimeToPlaySongkran” โดย FWD ประกันชีวิต
ฉลองวันไหลสงกรานต์ครั้งแรกที่กรุงเทพฯ สร้างความสุข ระเบิดความมันส์ และเปิดเวทีให้น้องๆ School Bands ปล่อยพลังโชว์ความสามารถทางดนตรี ระหว่างวันที่ 19-21 เมษายน 2567
 ณ  ลานหน้าเซ็นทรัลเวิลด์





               ทัพศิลปินเบอร์ต้นของประเทศ Palmy TATTOO Color,  POLYCAT , SARAH SALORA, ร่วมด้วยศิลปิน วัยรุ่นตัวท็อป  อาทิ Rooftop, Slapkiss, Chili Fish Cigarettes Summer George, Sauce, LYKN, Perses, Atlas, URBOY TJ และ Tillybird  AGAIN, BAMM, NaNon, 4EVE, PSYCHIC FEVER, Proxie มาสร้างความสุข ระเบิดความมันส์ และเปิดเวทีให้น้องๆ School Bands ปล่อยพลังโชว์ความสามารถทางดนตรีพร้อมชวนทุกคนร่วมเล่นน้ำ เติมความสุข สนุกกับการใช้ชีวิตอย่างเต็มที่ กับกิจกรรมตลอด 3 วันเต็ม ตั้งแต่วันที่ 19-21 เมษายน 2567 นี้ ณ  ลานหน้าเซ็นทรัลเวิลด์ โดย FWD ประกันชีวิต จัดฟรีคอนเสิร์ตใหญ่พร้อมสถานที่ให้เล่นน้ำกลางเมือง “FWD Music Live Fest 3 #TimeToPlaySongkran” ฉลองวันไหลสงกรานต์ครั้งแรกที่กรุงเทพฯ ควบคู่กับการสร้างการรับรู้แบรนด์ ผ่านการใช้ กลยุทธ์ Brand Experience สร้างการจดจำแบรนด์ ผ่านประสาทสัมผัสและการมีประสบการณ์ร่วม เพื่อให้แบรนด์เข้าไปอยู่ในใจและไลฟ์สไตล์ของผู้คน มุ่งเจาะกลุ่ม Young Gen




               หลังประสบความสำเร็จกับการจัดงานฟรีคอนเสิร์ตทั้ง 2 ครั้ง เมื่อช่วงปลายเดือนพฤษภาคม และตุลาคม 2566 ที่ผ่านมา ได้กระแสตอบรับเป็นอย่างดี มีผู้เข้าร่วมงานมากกว่า 6,500 คน จากทั้งสองงานที่จัดไป FWD ประกันชีวิต ยังคงเดินหน้าสร้างการรับรู้และการจดจำแบรนด์ผ่านการใช้กลยุทธ์ Brand Experience โดยใช้ Music Experience เป็นสื่อกลางในการคอนเน็กกลุ่ม Young Gen ที่ชื่นชอบดนตรีได้มารวมตัวกัน  โดย FWD ประกันชีวิต ได้ทำการสำรวจผู้บริโภค จากการวัดผลโดย Blackbox Research บริษัทชั้นนำด้านงานวิจัยและสำรวจข้อมูลทางการตลาดจากประเทศสิงคโปร์ พบว่าสามารถผลักดัน Brand Performance ในกลุ่มคนรุ่นใหม่ทั่วประเทศ โดยผลสำรวจด้าน Brand Awareness เพิ่มขึ้น 5% จากการจัด  ฟรีคอนเสิร์ตครั้งที่ 2 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน”

               “FWD Music Live Fest 3 #TimeToPlaySongkran” มีแนวคิดการจัดงานที่ถูกพัฒนาต่อยอดจาก Brand Campaign ในปีนี้คือ ชีวิตคิดแล้วต้องใช้ โดย FWD ประกันชีวิต อยากให้ทุกคนได้ใช้ชีวิตให้เต็มที่ โดยเฉพาะความสนุกระดับประเทศที่เป็นสีสันของหน้าร้อนในประเทศไทยกับเทศกาลมหาสงกรานต์ 2567 ซึ่งถือว่าเป็นการจัดงานวันไหลครั้งแรกในกรุงเทพฯ โดยการจัดงานครั้งนี้ยังคงคอนเซ็ปท์ในรูปแบบของฟรีคอนเสิร์ตใหญ่กลางเมืองที่จัดต่อเนื่อง 3 วันเต็ม และเพิ่มเติมด้วยการเล่นสาดน้ำสงกรานต์ เพื่อเปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่ได้ร่วม Celebrate living ด้วยกันมากขึ้น ควบคู่ไปกับการรับรู้ สัมผัส และมีประสบการณ์กับแบรนด์ FWD ประกันชีวิต นอกจากนี้ FWD ประกันชีวิต ยังเปิดโอกาสสร้างพื้นที่เปิดเวทีให้น้องๆ School Bands ได้แสดงความสามารถด้านดนตรีบนพื้นที่เดียวกับศิลปินชั้นนำ อีกทั้งยังเป็นอีกหนึ่งจุด Check-in ของการเล่นสงกรานต์ที่ทุกคนไม่ควรพลาด”




               กิจกรรม “FWD Music Live Fest 3 #TimeToPlaySongkran” จัดขึ้นทั้งหมด 3 วัน ตั้งแต่วันที่ 19-21 เมษายน 2567  บริเวณลานหน้าเซ็นทรัลเวิลด์ ลงทะเบียนรับสิทธิ์หน้างาน เริ่มตั้งแต่เวลา 13:01 น. และคอนเสิร์ตเริ่มเวลา 14:00 น.เป็นต้นไป จำนวนจำกัด 800 ท่าน / วัน (ลงทะเบียนรับสิทธิ์เข้างานวันต่อวันเท่านั้น) เปิดให้เข้าพื้นที่ร่วมงานได้ตั้งแต่เวลา 12:00 น.

               ภายในงานพบกับ DJ P-U ดีเจชื่อดังจาก EFM94 ที่จะมาร่วมเปิดแผ่นสร้างสีสันตลอด 3 วันเต็ม และเตรียมพบกับศิลปินนักร้องชื่อดัง ได้แก่

วันศุกร์ที่ 19 เมษายน 2567   พบกับ AGAIN, BAMM, NaNon, 4EVE, PSYCHIC FEVER, Proxie และ Palmy

วันเสาร์ที่ 20 เมษายน 2567   พบกับ   Cigarettes Summer George, SARAH SALORA, Rooftop, Slapkiss, TATTOO Color และ POLYCAT

วันอาทิตย์ที่ 21 เมษายน 2567   พบกับ  Chili Fish Sauce, LYKN, Perses, Atlas, URBOY TJ และ Tillybird











4
“ศุภมาส” เปิดนิทรรศการ ณ “Thailand Pavilion” โชว์ผลงานวิจัย สิ่งประดิษฐ์คิดค้น และนวัตกรรมไทยสู่สายตาโลก ในงาน “The 49th International Exhibition of Inventions Geneva” ณ นครเจนีวา สมาพันธรัฐสวิส


เมื่อวันที่ 18 เม.ย. 67 นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานในการเปิดนิทรรศการ “Thailand Pavilion” ในงาน “The 49th International Exhibition of Inventions Geneva” โดยมี ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) นายจิตติพัฒน์ ทองประเสริฐ เอกอัครราชทูต ณ กรุงเบิร์น น.ส.อุศณา พีรานนท์ เอกอัครราชทูต ผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติ ณ นครเจนีวา พร้อมด้วย ผู้บริหารของกระทรวง อว. ผู้บริหารหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ผู้ทรงคุณวุฒิ นักประดิษฐ์ และนักวิจัยจาก 37 หน่วยงาน เข้าร่วมในพิธีเปิด ณ นครเจนีวา สมาพันธรัฐสวิส


นางสาวศุภมาส กล่าวว่า  การส่งเสริมสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมสู่เวทีระดับนานาชาติ เปรียบเสมือนกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนศักยภาพของนักประดิษฐ์และนักวิจัยไทย ผ่านเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ เทคโนโลยี และประสบการณ์อันล้ำค่ากับนักประดิษฐ์และนักวิจัยจากทั่วทุกมุมโลก การมีส่วนร่วมในเวทีระดับสากลนี้ ไม่เพียงแต่เป็นการเผยแพร่ผลงานอันทรงคุณค่า แสดงศักยภาพในการประดิษฐ์คิดค้นของคนไทยต่อสายตาชาวโลก แต่ยังเป็นการเปิดประตูสู่ความร่วมมือด้านการวิจัยและนวัตกรรมระหว่างประเทศ ผลักดันให้ประเทศไทยก้าวขึ้นสู่บทบาทผู้นำด้านการวิจัยและนวัตกรรมบนเวทีระดับโลกอย่างสง่างาม ซึ่งงานในครั้งนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญในการยกระดับสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมไทยสู่ระดับสากล อว. มุ่งมั่นส่งเสริมและสนับสนุนให้นักวิจัยและนักประดิษฐ์ไทย นำผลผลิตจากงานวิจัยและผลงานประดิษฐ์คิดค้น ไปเผยแพร่ศักยภาพบนเวทีการประกวดสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมระดับสากล เพื่อมุ่งเป้าสู่การยอมรับในระดับนานาชาติ


สำหรับ นิทรรศการ “Thailand Pavilion” เป็นการนำเสนอผลงานวิจัย สิ่งประดิษฐ์คิดค้น และนวัตกรรมไทย เข้าร่วมประกวดและจัดแสดงภายในงาน “The 49th International Exhibition of Inventions Geneva” จำนวน 94 ผลงาน จาก 37 หน่วยงานทั้งในระดับเยาวชน และนักวิจัย นักประดิษฐ์ จากสถาบันการศึกษา หน่วยงานรัฐ ภาคเอกชน และรัฐวิสาหกิจต่าง ๆ ซึ่งการจัดงาน จัดขึ้นระหว่างวันที่ 17 – 21 เมษายน 2567 ณ นครเจนีวา สมาพันธรัฐสวิส โดยภายในงานฯ มีผลงานเข้าร่วมประกวดและจัดแสดงนิทรรศการกว่า 1,000 ผลงาน จากนานาประเทศกว่า 40 ประเทศ






5
เปลี่ยนสีสันให้โลกสวยได้ทุกวันกับฟิลเตอร์เลนส์ 4 สีจาก Glassiq ในคอลเลคชั่นใหม่ “Glassiq x BINKO Sky Diary Collection”


“Glassiq” (กลาสสิค) สตาร์ทอัพแว่นตาเจ้าแรกของไทยเพื่อไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ เปิดตัวฟิลเตอร์เลนส์ 4 สีสุดสดใสในคอลเลคชั่นใหม่ “Glassiq x BINKO Sky Diary Collection” ถ่ายทอดสีสันของท้องฟ้าในหลากหลายช่วงเวลา ให้คุณสนุกกับการเปลี่ยนบรรยากาศทุกวันได้ง่ายๆ เพียงแค่เปลี่ยนสีเลนส์ พร้อมมิกซ์แอนด์แมทช์กับกรอบแว่นรุ่นไหนก็ได้ในร้าน




Glassiq x BINKO คอลเลคชั่น “Sky Diary” เป็นเลนส์กันแดดคอลเลคชั่นพิเศษที่ได้ “บิ๊ง–ภาพฟ้า พุทธรักษา” หรือ “BINKO” นักวาดภาพประกอบและ Brand Ambassador ของ Leica ประเทศไทย มาร่วมออกแบบ โดยนำแรงบันดาลใจมาจากสีสันของท้องฟ้าที่แตกต่างกันไปในแต่ละวัน ทำให้ผู้ใส่ได้เห็นโลกที่แตกต่างไปจากเดิม ความพิเศษของเลนส์ฟิลเตอร์ในคอลเลคชั่นนี้คือสีของเลนส์ที่ค่อยๆ ไล่สีไปอย่างสวยงามเสมือนกำลังสะท้อนภาพท้องฟ้าในบรรยากาศต่างๆ ช่วยให้ผู้ใส่เห็นภาพที่สวยขึ้น มองสบายตาขึ้น ประหนึ่งเปิดฟิลเตอร์ IG ในโลกความเป็นจริง มีทั้งหมด 4 สี ซึ่งมาพร้อมคุณสมบัติกันแดดและกัน UV ได้ 100% ได้แก่

●   “Summer Filter” เลนส์โทนสีส้มเหมือนท้องฟ้าที่สดใสในช่วงฤดูร้อน

●   “Forest Filter” เลนส์โทนสีเขียวเหมือนท้องฟ้าที่มีใบไม้และต้นไม้

●   “Ocean Filter” เลนส์โทนสีฟ้าเหมือนท้องฟ้าที่มีหาดทราย

●   “Twilight Filter” เลนส์โทนสีม่วงและสีชมพูเหมือนท้องฟ้ายามพลบค่ำ




นอกจากนี้ ฟิลเตอร์เลนส์ในคอลเลกชั่น Sky Diary Collection ยังสามารถนำไปจับคู่กับกรอบแว่นในร้าน Glassiq ได้ทุกรุ่น ให้คุณเลือกมิกซ์แอนด์แมทช์ได้อย่างสนุกสนาน โดนใจสายแฟที่ไม่ชอบความจำเจ หรือใครที่มีวิถีเน็ตไอดอล ทาง Glassiq ก็มี “Instagram Filter” สำหรับ Instagram Story ซึ่งมีโทนสีเหมือนกับการมองผ่านเลนส์ฟิลเตอร์ทั้ง 4 สีของคอลเลคชั่น ให้ได้เล่นสนุกกันด้วย ตามไปเล่นกันที่ Instagramของ Glassiq ได้เลย




(Embed VDO demo IG Filter) > Link https://goglassiq.com/h4lPhQ

สำหรับใครที่สนใจสามารถซื้อได้ทั้งที่หน้าร้าน 3 สาขา และทางออนไลน์ ราคากรอบแว่นพร้อมเลนส์ เริ่มต้น 1,990 บาท ซึ่งจะได้รับทั้งกล่องบ็อกซ์เซ็ท ถุงใส่แว่น ผ้าเช็ดแว่น และโปสการ์ด ทั้งหมดในลายพิเศษของคอลเลคชั่นนี้

● Store Location: https://goglassiq.com/d5PjlC

● Online Store: https://goglassiq.com/XeDxPs

● Line (@glassiq): https://goglassiq.com/YUXAT9

ติดตาม Glassiq ที่ Facebook , Instagram , Tiktok






6
“อีเอฟจี ไชน่า แอลพีจี คิว ซีรีส์” ดวล 4 รายการในปี 2024 ที่สิงคโปร์


19 เมษายน 2567 – สิงคโปร์เตรียมเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกอล์ฟ “อีเอฟจี ไชน่า เลดีส์ โปรเฟสชันแนล กอล์ฟเฟอร์ส คิว ซีรีส์” 4 รายการ ประเดิมทัวร์นาเมนท์แรกในเดือนพฤษภาคมนี้ โดยมีธนาคาร อีเอฟจี แบงก์ เอจี เป็นผู้สนับสนุนหลักรายใหม่ ร่วมกับ LLD Sports ผู้ดำเนินการจัดการแข่งขัน เพื่อพัฒนาเวทีการแข่งขันกอล์ฟอาชีพหญิงระดับแนวหน้าของจีน ซึ่งผลิตโปรกอล์ฟฝีมือดีสู่เวทีระดับโลกอย่าง หยิน รัวหนิง ที่ก้าวขึ้นไปคว้าแชมป์เมเจอร์และครองมือหนึ่งโลกเมื่อปีที่แล้ว           

สำหรับ อีเอฟจี ไชน่า เลดีส์ โปรเฟสชันแนล กอล์ฟเฟอร์ส (EFG China Ladies Professional Golfers หรือ CLPG) คิว ซีรีส์ เป็นการจัดการแข่งขันนอกประเทศจีนเป็นครั้งแรก โดยรายการแรกจะมีขึ้น ณ สนามลากูน่า เนชันแนล กอล์ฟ รีสอร์ท คลับ ระหว่างวันที่ 27-28 พฤษภาคมนี้ ซึ่งสนามแห่งนี้จะเป็นสนามแข่งขันศึกไชน่า แอลพีจีเอทัวร์ รายการ สิงคโปร์ เลดีส์ มาสเตอร์ส ในเดือนมิถุนายนด้วยเช่นกัน ส่วนกำหนดวันแข่งขันไชน่า แอลพีจี คิว ซีรีส์ ในสิงคโปร์อีก 3 สนามจะมีการประกาศแจ้งให้ทราบในโอกาสต่อไป         

สำหรับ อีเอฟจี แบงก์ เอจี ให้การสนับสนุนกีฬากอล์ฟในภูมิภาคนี้มายาวนาน โดยเป็นผู้สนับสนุน ซอค วี โกะ โปรกอล์ฟสาวชาวสิงคโปร์ และนักกอล์ฟดาวรุ่งของสิงคโปร์ผ่านโครงการต่างๆ ของทีมชาติ นอกจากนี้ยังเป็นผู้สนับสนุนหลักของการแข่งขันระดับอาชีพและระดับสมัครเล่นในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก อีกหลายรายการ รวมถึงรายการ อีเอฟจี สิงคโปร์ จูเนียร์ มาสเตอร์ส และอีเอฟจี ฮ่องกง โอเพ่น


ส่วนในฮ่องกง อีเอฟจีให้การสนับสนุน ทิฟฟานี ชาน ตั้งแต่ระดับเยาวชนผ่านโครงการ EFG Young Athletes Foundation จนถึงปัจจุบัน ชาน กลายเป็นนักกอล์ฟฮ่องกงคนแรกที่ผ่านเข้าไปเล่นในแอลพีจีเอทัวร์         

อัลเบิร์ต ซิว ประธานกรรมการบริหารธนาคารอีเอฟจี ภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก เผยว่า “เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมงานกับ LLD Sports นำการแข่งขัน อีเอฟจี ไชน่า แอลพีจี คิว ซีรีส์ มาจัดที่สิงคโปร์ได้สำเร็จ ความร่วมมือครั้งนี้ตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของเราในการสนับสนุนการพัฒนากีฬากอล์ฟหญิง ไม่เฉพาะแค่ในสิงคโปร์เท่านั้น แต่รวมถึงการพัฒนากีฬากอล์ฟหญิงทั่วทั้งภูมิภาคนี้ อีกทั้งยังแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเราในการเพิ่มเวทีการแข่งขันกอล์ฟในภูมิภาคและเสริมสร้างศักยภาพนักกีฬาเพื่อบรรลุเป้าหมายสูงสุด เราเชื่อมั่นว่าการแข่งขัน อีเอฟจี ไชน่า แอลพีจี คิว สิงคโปร์ ซีรีส์ จะเป็นแรงบันดาลใจให้กับนักกอล์ฟรุ่นใหม่และยังช่วยส่งเสริมการพัฒนาและการเจริญเติบโตของกีฬากอล์ฟโดยรวมในภูมิภาคนี้ด้วย”         

ทั้งนี้การแข่งขันไชน่า แอลพีจี คิว ซีรีส์ เริ่มจัดครั้งแรกในปี 2020 เป็นเวทีรอบคัดเลือกสู่ ไชน่า แอลพีจีเอ ทัวร์ โดยเทียบได้กับเอปสัน ทัวร์ ของสหรัฐอเมริกา ซึ่งให้สิทธิ์นักกอล์ฟที่ทำผลงานในท็อปเท็นผ่านเข้าไปเล่นในแอลพีจีเอ ทัวร์


สำหรับการแข่งขันไชน่าแอลพีจี คิว ซีรีส์ ในสิงคโปร์ แต่ละรายการมีเงินรางวัล 10,000 เหรียญสหรัฐ แบ่งตามลำดับสำหรับนักกอล์ฟที่ทำผลงานจบในท็อป 10 หรือเสมอ นอกจากนี้ยังเปิดโอกาสให้นักกอล์ฟสมัครเล่นชายร่วมแข่งขันอีกด้วย ขณะเดียวกันการแข่งขันกอล์ฟไชน่า แอลพีจีเอ คิว ซีรีส์ สนามแรกที่สิงคโปร์ ยังถูกจัดให้เป็นรายการรอบคัดเลือกเพื่อคว้าสิทธิร่วมชิงชัยในศึก สิงคโปร์ เลดีส์ มาสเตอร์ส ในเดือนถัดไป โดยมีนักกอล์ฟร่วมชิงชัย 72 คน แข่งขันสองวันรวม 54 หลุม ซึ่งนักกอล์ฟจะต้องลงเล่น 36 หลุมในวันแรก และผู้ที่ทำผลงานในท็อป 50 จะผ่านเข้าไปเล่นรอบที่สามซึ่งเป็นรอบสุดท้าย         

หลิน โย่ว ผู้ก่อตั้ง LLD Sports เชื่อว่าการนำ ไชน่า แอลพีจี คิว ซีรีส์ มาจัดที่สิงคโปร์ รวมถึงการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันรายการสิงคโปร์ เลดีส์ มาสเตอร์ส ปีที่ 2 ในเดือนมิถุนายน จะช่วยพัฒนาและยกระดับกีฬากอล์ฟในสิงคโปร์  โดยกล่าวถึงความร่วมมือครั้งนี้ว่า  "ฉันรู้สึกตื่นเต้นที่ได้ร่วมมือกับอีเอฟจี โดยเฉพาะกับ อัลเบิร์ต ซิว เพราะเราทั้งคู่ชื่นชอบกีฬาและมีวิสัยทัศน์ร่วมกันในการพัฒนากีฬากอล์ฟและสร้างแชมป์ในสิงคโปร์ การจัดหาแพลตฟอร์มสำหรับนักกอล์ฟรุ่นใหม่ที่มีความมุ่งมั่น คือเป้าหมายที่ฉันอยากทำมาโดยตลอด เพื่อเปิดโอกาสให้พวกเขาได้แสดงฝีมือและยังได้รับประสบการณ์อันล้ำค่า” 

"การแข่งขัน อีเอฟจี ซีแอลพีจี คิว สิงคโปร์ ซีรีส์ เป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้นักกอล์ฟสมัครเล่นชั้นนำของสิงคโปร์ได้แข่งขันกับผู้เล่นระดับแถวหน้าจากจีนและในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ซึ่งช่วยส่งเสริมการพัฒนาและการเติบโตของพวกเขาในเกมกีฬากอล์ฟ ขณะเดียวกันจะมีการสตรีมมิ่งการแข่งขันผ่านแอปพลิเคชั่น CLPGQ Series ซึ่งโค้ชระดับมหาวิทยาลัยในสหรัฐอเมริกา สามารถติดตามผลงานของนักกอล์ฟ และมีโอกาสได้รับคัดเลือกเข้าไปเรียนและเล่นกอล์ฟในระดับมหาวิทยาลัยในสหรัฐฯ ซึ่งมีนักกอล์ฟจากจีนหลายคนได้รับข้อเสนอหลังจากเข้าร่วมแข่งขันในไชน่า แอลพีจี คิว ซีรีส์ ดังนั้นนักกอล์ฟเยาวชนระดับแถวหน้าของเราอย่าง ทรอย สตอร์ม, บรูซ คว่อง, แพชชั่น ซู และซิดนีย์ อึง ต่างก็มุ่งมั่นที่จะแสดงความสามารถและสร้างผลงานที่น่าประทับใจ เพื่อคว้าโอกาสสำคัญ” หลิน โย่ว กล่าวทิ้งท้าย


ข้อมูลเกี่ยวกับ อีเอฟจี อินเตอร์เนชันแนล

อีเอฟจี อินเตอร์เนชันแนล เป็นบริษัทในกลุ่มธนาคารที่ให้บริการธนบดีธนกิจระดับโลก และการบริหารสินทรัพย์เพื่อการลงทุน มีสำนักงานใหญ่ที่เมืองซูริค ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ SWX Swiss Exchange ปัจจุบันมีสำนักงาน 40 แห่งทั่วโลก

7
วช. นำทัพ สิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรม ร่วมประกวดและจัดแสดงในงาน “The 49th International Exhibition of Inventions Geneva” ณ นครเจนีวา สมาพันธรัฐสวิส


สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พร้อมด้วยหน่วยงานวิจัยภาครัฐ สถาบันการศึกษาในระดับอุดมศึกษา ระดับมัธยมศึกษา พร้อมด้วยภาคเอกชน ร่วมนำผลงานวิจัย สิ่งประดิษฐ์ และนวัตกรรม เข้าร่วมประกวด และจัดแสดงในงาน “The 49th International Exhibition of Inventions Geneva”




ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า การแสดงผลงานสิ่งประดิษฐ์คิดค้นและนวัตกรรมของประเทศ ที่ร่วมประกวดและจัดแสดงในเวทีของงานสิ่งประดิษฐ์นานาชาติเจนีวา ครั้งที่ 49 ณ นครเจนีวา สมาพันธรัฐสวิส ที่จัดขึ้นในระหว่างวันที่ 17 – 21 เมษายน 2567 ในครั้งนี้ มีผลงานจากนานาประเทศทั้งจากทวีปยุโรป เอเชียและอเมริกา เข้าร่วมประกวดและจัดแสดงนิทรรศการมากกว่า 1,000 ผลงาน จากกว่า 40 ประเทศ  นับเป็นโอกาสสำคัญในการส่งเสริมและสนับสนุนนักประดิษฐ์และนักวิจัยไทยในการได้แลกเปลี่ยนความรู้เทคโนโลยีและประสบการณ์กับนักประดิษฐ์และนักวิจัยจากนานาประเทศและได้เผยแพร่ผลงาน รวมถึงได้แสดงความสามารถในการประดิษฐ์คิดค้นสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อสายตาชาวโลกในปีนี้ วช. ได้สนับสนุนหน่วยงานเครือข่าย ด้านสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรม ทั้งจากหน่วยงานภาครัฐ สถาบันการศึกษา รัฐวิสาหกิจ และภาคเอกชน จาก 37 หน่วยงาน มาร่วมนำเสนอ จำนวน 94 ผลงาน วช. มุ่งหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ศักยภาพของนักประดิษฐ์นักวิจัยไทย ณ เวทีการประกวดสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมระดับนานาชาติครั้งนี้ จะเป็นอีกจุดเริ่มต้นสำคัญของการยกระดับให้งานวิจัยและผลงานประดิษฐ์คิดค้นของคนไทยเป็นที่ยอมรับในระดับสากล




หน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน พร้อมด้วยสถาบันการศึกษา ที่มาร่วมนำเสนอผลงานทั้ง 37 แห่ง ประกอบด้วย
-จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
-มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
-มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
-มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
-มหาวิทยาลัยขอนแก่น
-มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
-มหาวิทยาลัยนเรศวร
-มหาวิทยาลัยทักษิณ
-มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
-มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี
-มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี -มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี -มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ
-มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
-ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์





-โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย
-โรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย ตรัง
-โรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย ปทุมธานี
-โรงเรียน พนมสารคาม “พนมอดุลวิทยา”
-โรงเรียนร่วมฤดีวิเทศศึกษา





-สํานักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
-สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย
-กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก
-การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย
-การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค
-การไฟฟ้านครหลวง





-สมาคมกีฬาเครื่องบินจําลองและวิทยุบังคับ
-บริษัท อินโน ไวเทิลเทค จํากัด
-บริษัท ศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหาร ซีพีเอฟ จํากัด
-บริษัท ไบโอ-อัพ จํากัด
-บริษัท เวคิน (ประเทศไทย) จํากัด
-บริษัท ดอกบัวคู่ จํากัด
-บริษัท เทพประทานสมุนไพร จํากัด
-บริษัท ยูไนเต็ต แคร์ เซอร์วิส จํากัด
-บริษัท 7 ดราก้อน อินโนเวชั่น (ประเทศไทย) จํากัด
-บริษัท เอพี 2022 จํากัด
-บริษัท เฮลท์ อินโนวิชั่น จํากัด





วช. หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้แสดงศักยภาพของคนไทยที่มีความสามารถในด้านการวิจัยและการประดิษฐ์คิดค้นที่ไม่แพ้ชาติใดในเวทีการประกวดสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมระดับนานาชาตินี้และเป็นจุดเริ่มต้นของการยกระดับให้ผลผลิตจากงานวิจัยและผลงานประดิษฐ์คิดค้นของคนไทยเป็นที่ยอมรับในระดับสากล










8
lyn around เปิดตัวคอลเลคชั่นสุดพิเศษ “Sakura Spirit”
ผสานกลิ่นอายเฟมินีนแบบฝรั่งเศสเข้ากับป็อปคัลเจอร์สไตล์ญี่ปุ่น




ลิน อราวนด์ (lyn around) แบรนด์แฟชั่นสไตล์เฟมินินที่เติมเต็มจินตนาการของสาวช่างฝัน ได้เปิดตัวคอลเลกชั่นประจำฤดูกาลซัมเมอร์สุดพิเศษ “Sakura Spirit” โดยนำเสนอเอกลักษณ์ของแบรนด์ lyn around ให้ออกมามีความสดใหม่ ผสมผสานทั้งกลิ่นอายความเฟมินีนแบบฝรั่งเศสที่โคจรมาพบกับความขี้เล่นของ ป็อปคัลเจอร์ญี่ปุ่น และนำมาบอกเล่าผ่านแฟชั่นไอเทมชวนหลงใหลที่สอดรับกับฤดูชมดอกซากุระบานของญี่ปุ่น




ความพิเศษของคอลเลกชั่น Sakura Spirit คือ ลวดลายกลีบดอกซากุระ Pinku สีชมพูฟูฟ่องที่น่ารักละมุนใจ ควงคู่มากับคาแรคเตอร์อนิเมะเกิร์ลที่เข้ามาเพิ่มความสดใสแบบยกกำลัง สองลวดลายนี้ได้โลดแล่นอยู่ในแฟชั่นไอเทมสีดำสุดเท่ที่ใส่ความเป็นสตรีทเอาไว้อย่างลงตัว  ไม่ว่าจะเป็นเดรสสั้นสายเดี่ยวที่เข้าคู่กับคาร์ดิแกนลาย Pinku เสื้อบอมเบอร์แจ็คเก็ตคู่กับมินิสเกิร์ตจับพลีต เดรสจับสม็อคแขนตุ๊กตาแบบโอเวอร์ไซส์ และมินิเดรสสายเดี่ยวพิมพ์ลายที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวา นอกจากนี้ เสื้อผ้าทั้งหมดถูกดีไซน์มาให้สามารถนำมาแมตช์กับชุดเครื่องประดับน้อง Pinku ทั้งต่างหูระย้า สร้อยคอ และแฮร์พีซสุดน่ารัก และปิดท้ายลุคด้วยรองเท้าแพลตฟอร์มประดับดอกไม้หลากสีสไตล์ฮาราจูกุ รองเท้าบู้ทสีดำข้อต่ำพิมพ์ลาย Pinku และรองเท้าส้นสูงสีชมพูที่ใส่ความเปรี้ยว เท่และหวานเข้าไปทั้งหมดได้ในชิ้นเดียว






สัมผัสคอลเลคชั่นสุดพิเศษ “Sakura Spirit” ได้แล้ววันนี้ที่ร้าน lyn around ทุกสาขา และออนไลน์ www.lynaround.com

อัปเดตเทรนด์แฟชั่นล่าสุดของ lyn around เพิ่มเติมได้ที่
Instagram: @lynaroundworld
Facebook: Lyn Around (@LynAroundThailand)
LINE Official Account: @Lynaroundworld
TikTok: LynAround_Official









9
สกอตตี เชฟเฟลอร์ ยกแชมป์มาสเตอร์ส สมัยที่ 2 เตรียมเป็นคุณพ่อมือใหม่




18 เมษายน 2567 - สกอตตี เชฟเฟลอร์ โปรกอล์ฟมือหนึ่งของโลก ตอกย้ำสถานะนักกอล์ฟที่ทำผลงานสุดร้อนแรงในขณะนี้ ด้วยการคว้าแชมป์เมเจอร์ มาสเตอร์ส ทัวร์นาเมนท์ เป็นสมัยที่สองในรอบ 3 ปี ซึ่งเป็นแชมป์พีจีเอทัวร์ รายการที่ 9 ในอาชีพ และเป็นแชมป์ที่ 3 ในการออกสตาร์ท 4 รายการหลังสุด (ภาพ: Getty Images)

ทั้งนี้ชัยชนะที่ออกัสต้า เนชันแนล เกิดขึ้นเพียงไม่กี่สัปดาห์ก่อนที่ เมเรดิธ ภรรยาของเขาจะให้กำเนิดลูกคนแรก ซึ่งจะทำให้การจัดลำดับความสำคัญในชีวิตของเชฟเฟลอร์เปลี่ยนไป และนี่คือเรื่องราวความรู้สึกของเชฟเฟลอร์ที่แชร์ผ่าน Player Blog หลังจากสวมกรีนแจ็คเก็ตเป็นครั้งที่สอง

ยอดโปรกอล์ฟมือหนึ่งของโลกเผยว่า เป็นเรื่องยากที่จะบรรยายออกมาเป็นคำพูดถึงชัยชนะครั้งนี้ว่ามีความพิเศษกับผมมากแค่ไหน ถือเป็นสัปดาห์ที่ยาวนานและเป็นสัปดาห์ที่ทำงานหนักมาก เพราะสนามมีความท้าทายสูง การได้สวมกรีนแจ็คเก็ตอีกครั้งและนำกลับบ้านได้จึงเป็นเรื่องที่สุดแสนจะพิเศษ

เมื่อมองย้อนกลับไปถึงการคว้าแชมป์เมื่อสองปีก่อน ผมขึ้นเป็นผู้นำหลังจบรอบสองในวันศุกร์ และสามารถลงเล่นได้อย่างผ่อนคลายและรักษาตำแหน่งผู้นำไว้ได้ตลอด เทียบกับสัปดาห์นี้ผมรู้สึกว่าตัวเองต้องต่อสู้ตลอดทั้งสัปดาห์ เริ่มตั้งแต่รอบแรกในวันพฤหัสบดีที่เจอสภาพลมแรงและผมยังสามารถทำสกอร์ได้ดี ในอีกสองวันต่อมาคือการต่อสู้อย่างแท้จริง ไม่สามารถอธิบายได้ว่าสถานการณ์ในวันศุกร์มีความยากลำบากเพียงใด มันช่างยาวนานเหลือเกินและต้องรับมือกับช่วงขึ้นๆ ลงๆ

ระหว่างการแข่งขัน 4-5 ชั่วโมงในแต่ละวัน มีบางช่วงที่ต้องปล่อยใจออกจากเกมกอล์ฟบ้างเล็กน้อย ผมพยายามซึมซับสิ่งต่างๆ รอบตัว ผมมองต้นไม้บ้าง มองไปที่กลุ่มแฟนๆ ที่เข้ามาเชียร์เป็นครั้งคราวเพื่อซึมซับพลังจากพวกเขา


ผมไม่ปล่อยให้ตัวเองยึดติดกับตำแหน่งผู้นำ พยายามผลักดันตัวเองตลอด ผมคิดว่าหากเล่นแบบประครองตัว บทสรุปตอนจบอาจแตกต่างออกไปจากที่เห็น ที่หลุม 13 ผมทำ 2 ออนและเก็บเบอร์ดี้ได้ ในหลุมที่ 14 ผมตีจี้ธงและทำเบอร์ดี้สำเร็จเช่นกัน ที่หลุม 15 เป้าหมายยังเหมือนเดิม ก่อนเซฟพาร์สำคัญ และในหลุมที่ 16 ผมตีได้ดีสามารถเก็บเบอร์ดี้ได้อีกครั้ง หากผมแค่พยายามเล่นเพื่อพาร์ใน 9 หลุมหลัง ผมคงไปยืนบนกรีนหลุม 18 เพื่อเก็บพาร์ และคาดหวังว่า ลุดวิก เอเบิร์ก จะทำได้แค่พาร์เท่านั้น

ช่วงเช้าวันอาทิตย์ในการแข่งขันครั้งนี้ก็แตกต่างจากเมื่อสองปีก่อน ซึ่งมีภรรยาของผมอยู่ด้วย มาคราวนี้ผมมีเพื่อน ๆ มาให้กำลังใจ เรานั่งคุยกันและพยายามผ่อนคลาย ไม่พยายามคิดถึงเกมกอล์ฟ แต่มันกลับเป็นเรื่องยากมากขึ้น พวกเขาให้การสนับสนุนผมอย่างดีเยี่ยม แม้จะเป็นเช้าที่ยาวนาน แต่ก็คุ้มค่า ผมบอกกับเพื่อนๆ ว่า รู้สึกตื้นตันใจมาก และหวังว่าจะไม่กดดันตัวเองให้คว้าแชมป์มากเกินไป ซึ่งน่าจะทำให้เช้าวันอาทิตย์ง่ายขึ้น อย่างไรก็ตาม ผมชื่นชอบชัยชนะและเกลียดความพ่ายแพ้ เมื่อมาอยู่ที่นี่ในช่วงเวลาที่ยิ่งใหญ่และเป็นผู้นำในวันอาทิตย์ ผมต้องการเป็นผู้ชนะให้ได้

เพื่อนๆ บอกผมว่า ชัยชนะของผมตรึงไว้ที่กางเขนแล้ว (เชฟเฟลอร์ เป็นคริสเตียนที่ศรัทธาในพระเจ้า) ซึ่งเป็นความรู้สึกที่พิเศษที่ได้รู้ว่าผมมีความมั่นคง และไม่สำคัญว่าจะชนะหรือแพ้ในทัวร์นาเมนท์นี้ เพียงลงสนามแข่งขันและสนุกกับเกม ในท้ายที่สุดแล้วไม่ว่าชนะหรือแพ้ ศักดิ์ศรีความภาคภูมิใจของผมยังคงอยู่ ดังนั้นเมื่อลงสู่สนาม ผมจึงพยายามแข่งขันอย่างสุดความสามารถ และรู้สึกว่าผมถูกสร้างมาให้เป็นแบบนี้ ซึ่งผมก็เป็นแบบนี้มาตั้งแต่เด็ก

ผมหวังว่าจะซึมซับชัยชนะให้มากกว่านี้สักหน่อย เมื่อกลับถึงบ้านน่าจะทำได้ แต่ท้ายที่สุดแล้ว เป็นธรรมดาของมนุษย์ทุกคน ล้วนต้องการมากขึ้น ซึ่งผมคงต้องสู้กับสิ่งต่างๆ เหล่านี้และโฟกัสถึงสิ่งดีๆ


ผมรู้สึกว่าผมกำลังเล่นได้อย่างยอดเยี่ยมในขณะนี้ สามารถควบคุมอารมณ์ตัวเองได้ดี มีวุฒิภาวะมากขึ้นในสนาม ซึ่งเป็นเรื่องที่ดี ผลการแข่งขันในช่วง 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมาพิสูจน์ให้เห็นอย่างชัดเจน เมื่อกลับไปบ้านผมจะคิดไตร่ตรองถึงการคว้าแชมป์และดื่มด่ำกับความสำเร็จครั้งนี้ให้ดีที่สุดเท่าที่ทำได้ ผมพยายามไม่คิดถึงอดีตหรืออนาคตมากเกินไป พยายามอยู่กับปัจจุบัน ผมออกสตาร์ทฤดูกาลนี้ได้อย่างยอดเยี่ยม และหวังว่าจะรักษาผลงานที่ดีต่อเนื่องไว้ได้ต่อไป

ผมจะยังคงมุ่งมั่นกับการทำงานที่นำพาผมมาสู่จุดนี้และอยู่ในความสงบ เมื่อกลับมาลงแข่งขันให้บอกกับตัวเองว่าได้ทำทุกอย่างที่สามารถทำได้แล้วเพื่อโชว์ฟอร์มการเล่นที่ดี  และส่วนที่เหลือก็ไม่ได้ขึ้นอยู่กับผมแล้ว

แน่นอนว่าผมตื่นเต้นและมีความสุขที่กำลังจะมีลูกคนแรก ซึ่งลำดับความสำคัญในชีวิตของผมก็คงเปลี่ยนไปในไม่ช้า ลูกชายหรือลูกสาวของผมจะมีความสำคัญเป็นอันดับแรกเช่นเดียวกับภรรยา ดังนั้นกอล์ฟอาจอยู่ในลำดับที่ 4  แต่ผมยังรักการแข่งขันและไม่มีแผนการที่จะห่างหายจากการเล่นกอล์ฟในเร็วๆ นี้ แน่นอน

หมายเหตุ: แฟนกีฬากอล์ฟสามารถติดตามชมผลงานของสกอตตี เชฟเฟลอร์ และบรรดานักกอล์ฟชั้นนำ ในการแข่งขันกอล์ฟพีจีเอทัวร์ รายการ อาร์บีซี เฮอริเทจ ในสัปดาห์นี้ ได้ทางทรูสปอร์ต 5

10
แอ็กซอลตา อบรมหลักสูตรผลิตภัณฑ์สีพ่นรถยนต์   
ร่วมสร้างองค์ความรู้แก่ทีมตรวจสอบ ฝ่ายมาตรฐานงานวิริยะประกันภัย




              บริษัท แอ็กซอลตา โค้ทติ้ง ซิสเต็มส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำสีพ่นรถยนต์ระดับโลก ดำเนินการจัดการอบรมหลักสูตรผลิตภัณฑ์สีพ่นรถยนต์ โครแมกซ์ (Cromax) และการเตรียมพื้น บรรยายโดย อาจารย์รัฐกิตติ์ นิลสันเทียะ ซึ่งผู้เข้ารับการอบรม ได้แก่ ทีมตรวจสอบผลิตภัณฑ์อู่ ฝ่ายมาตรฐานงานคู่ค้าจากวิริยะประกันภัย นำทีมโดย คุณนที ไชยกาล รองผู้จัดการฝ่ายมาตรฐานงานชดใช้ค่าสินไหมทดแทน


              หลักสูตรดังกล่าว ช่วยให้คู่ค้าของแอ็กซอลตาได้นำไปต่อยอดการปฏิบัติงาน ในการประเมินราคาค่าซ่อม รวมถึงได้แสดงชิ้นงานพ่นซ่อมด้วยสีพ่นเคลือบ แรปเตอร์ (Raptor) เพื่อเป็นทางเลือกให้กับลูกค้า อีกทั้งมีการแนะนำวิธีการผสมและพ่นสีรถยนต์มาสด้า V46 ในเฉดสีแดงที่ตรงกับชิ้นงาน




              ผลิตภัณฑ์จากแอ็กซอลตา ให้ประสิทธิภาพสูง ทั้งความเงางาม ความทนทานต่อสภาพแวดล้อม แห้งเร็ว ประหยัดพลังงาน ตอบโจทย์ความต้องการของช่างสีรถมืออาชีพอย่างแท้จริง ให้สามารถพลิกฟื้นรถยนต์ให้เหมือนสีรถที่พ่นใหม่ในพริบตา ด้วยมาตรฐานระดับโลก

###

เกี่ยวกับ แอ็กซอลตา

แอ็กซอลตา เป็นบริษัทชั้นนำระดับโลก ในธุรกิจสีเคลือบสำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ ด้วยการนำเสนอนวัตกรรมแห่งสีสัน สูตรสีที่สวยงามคงทน พร้อมด้วยการพัฒนาอย่างยั่งยืน เพื่อยานพาหนะที่ใช้ในชีวิตประจำวัน ยานพาหนะเพื่อการพาณิชย์ สีเพื่องานพ่นซ่อม อุปกรณ์ ส่วนประกอบที่เป็นไฟฟ้า อาคาร ท่อส่งน้ำ สีของแอ็กซอลตาทนทานต่อการกัดกร่อน เพิ่มประสิทธิภาพ ให้สีติดทนนาน ด้วยประสบการณ์กว่า 150 ปี ในอุตสาหกรรมสีเคลือบ ตอบสนองกลุ่มลูกค้ากว่า 100,000 คน ดำเนินธุรกิจใน 140 ประเทศทั่วโลก แอ็กซอลตาพร้อมตอบสนองลูกค้าด้วยการนำเสนอเทคโนโลยี และนวัตกรรมที่ดีที่สุด ข้อมูลเพิ่มเติมที่ axalta.co.th Twitter @axalta

11
คาเฟ่ แคนทารี เอาใจสายปิ้งย่าง พร้อมเสิร์ฟเมนูใหม่
ข้าวหน้าหมูกระทะ และ ข้าวหน้าเนื้อกระทะ อร่อยนุ่มละมุนลิ้น ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 พฤษภาคม 2567




              คาเฟ่ แคนทารี ขอเชิญชวนทุกท่านมาลิ้มลองเมนูใหม่ เอาใจสายปิ้งย่างอร่อยฟินพร้อมเสิร์ฟไม่ต้องย่างเอง แถมอิ่มครบจบในชามเดียว พลาดไม่ได้กับ 2 เมนูสุดพิเศษ “ข้าวหน้าหมูกระทะ (155 บาทสุทธิ)” หมูสไลด์เนื้อนุ่มสุดพรีเมี่ยม นำมาย่างไฟอย่างพิถีพิถัน ราดซอสสูตรพิเศษชุ่มฉ่ำ เสิร์ฟพร้อมด้วยไข่แดง ผักลวกหลากหลายชนิด บนข้าวสวยร้อนๆ ณ คาเฟ่ แคนทารี สาขาอยุธยา ภูเก็ต ปราจีนบุรี ศรีราชา ระยอง และ ระยองบายเดอะซี (หาดแสงจันทร์) และ “ข้าวหน้าเนื้อกระทะ (185 บาทสุทธิ)” พร้อมเสิร์ฟเฉพาะที่คาเฟ่ แคนทารี สาขาเกาะยาวน้อย ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 พฤษภาคม 2567

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ Call Centre: 1627 หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์ www.cafekantary.com

12
ทรูโฟร์ยู ช่อง 24 ชวนดูผลงาน “ทอม แฮงค์” กับ “ฝ่านาทีพิฆาต โจรสลัดระทึกโลก”


             วันเสาร์นี้ ห้ามพลาดความสนุก “ฝ่านาทีพิฆาต โจรสลัดระทึกโลก” ภาพยนตร์ชีวประวัติดราม่าอาชญากรรมที่สร้างจากเรื่องจริงที่เกิดขึ้นในปี 2009 จากเหตุการณ์จี้เรือเมอส์กอลาบาม่า โดยมีดาราตุ๊กตาทอง “ทอม แฮงค์” และ “บาร์กฮัด อับดี” มาแสดงนำ ตัวหนังได้รับคำชมเชยจากนักวิจารณ์ แถมโกยรายได้ทั่วโลกไปกว่า 218.8 ล้านเหรียญสหรัฐ








             เรื่องราวของ กัปตันริชาร์ด ฟิลิปส์ (ทอม แฮงค์) ที่ได้ลาจากครอบครัว เพื่อมาเดินทางขนสินค้าข้ามโลก และส่วนหนึ่งเป็นอาหารบรรเทาทุกข์ ในขณะเดียวกันที่ มิวส์ (บาร์กฮัด อับดี) หัวหน้ากลุ่มโจรสลัดโซมาเลียติดอาวุธหวังดักปล้นเรือเรือขนสินค้าที่ผ่านน่านน้ำตนเอง ริชาร์ดและมิวส์เดินไปตามเส้นทางที่ต้องปะทะกันอย่างไม่อาจเลี่ยงได้ หลังจากเหตุการณ์การเผชิญหน้า ทำให้ริชาร์ดและลูกเรือที่ไร้อาววุธถูกจับไปเป็นตัวประกัน ไปลุ้นกันต่อในภาพยนตร์ “ฝ่านาทีพิฆาต โจรสลัดระทึกโลก” วันเสาร์ที่ 20 เมษายน 2567 เวลา 14.55 น.ชมฟรีดูสนุกทางทรูโฟร์ยู ช่อง 24 และทาง https://true4u.com/live

13
พบประสบการณ์ใหม่ๆ ในงานแสดงสินค้าอาหารและเครื่องดื่มระดับโลก
“THAIFEX - Anuga Asia 2024” ที่กำลังจะเริ่มขึ้นเร็วๆ นี้


งาน THAIFEX - Anuga Asia 2024 เป็นงานแสดงสินค้าอาหารและเครื่องดื่มที่หลากหลายและน่าสนใจมากที่สุดเท่าที่เคยมีมา จากการที่มีจำนวนผู้แสดงสินค้าถึง 45 ประเทศในหลายภูมิภาคทั่วโลก ซึ่งขณะนี้มีผู้จองบูธเต็มพื้นที่ โดยงานนี้จะทำให้ผู้เข้าร่วมงานสามารถสร้างเครือข่ายที่แข็งแกร่ง เกิดการร่วมมือกันทางการค้า และเพิ่มโอกาสทางธุรกิจต่างๆ มากมาย

กรุงเทพฯ ประเทศไทย - THAIFEX - Anuga Asia 2024 งานแสดงสินค้าอาหารและเครื่องดื่มชั้นนำแห่งภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก กลับมาอีกครั้งพร้อมกับจำนวนผู้แสดงสินค้าระดับนานาชาติมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ โดยจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 28 พฤษภาคม ถึง 1 มิถุนายน 2567 ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี กรุงเทพฯ ประเทศไทย ด้วยพื้นที่จัดแสดงสินค้าที่หลากหลายถึง 11 ฮอลล์ และพื้นที่จัดแสดงสินค้าพิเศษอีก 6 โซน ที่นำเสนอนวัตกรรมใหม่ๆ ที่ช่วยตอบสนองความต้องการที่มากขึ้นของผู้บริโภคในยุคปัจจุบัน พร้อมเน้นย้ำถึง 11 เทรนด์ธุรกิจซึ่งจะจัดแสดงให้เห็นทั่วทั้งพื้นที่การจัดงาน ผู้ซื้อและผู้ค้าจากทั่วทุกมุมโลกจะได้รับโอกาสซึ่งไม่สามารถหาได้จากที่ไหนในการเรียนรู้กลยุทธ์สำหรับเพิ่มมูลค่าให้ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม


Mathias Kuepper กรรมการผู้จัดการและรองประธานของ Koelnmesse Asia Pacific กล่าวถึงการจัดงานในครั้งนี้ว่า "งาน THAIFEX - Anuga Asia ในปีนี้จะแตกต่างจากครั้งอื่นๆ แม้ว่าการจัดงานเมื่อปี 2023 จะประสบความสำเร็จอย่างมาก แต่งานในปี 2024 นี้ บูธจัดแสดงสินค้าได้รับการจับจองเต็มพื้นที่เร็วกว่าทุกปีที่ผ่านมา และยังมีประเทศใหม่ๆ มาเข้าร่วมงานด้วย ผู้เข้าร่วมงานมั่นใจได้ว่างาน THAIFEX - Anuga Asia ปีนี้จะเต็มไปด้วยสินค้าและบริการที่หลากหลายและมีคุณภาพอย่างยิ่ง ในฐานะงานแสดงสินค้าที่มีเป้าหมายเพื่อกระตุ้นธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม เป้าหมายหนึ่งเดียวของเราคือการสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับนิยามของธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก"

การรวบรวมรสชาติที่หลากหลายทั่วโลกไว้ในงานเดียว

งานในปีนี้จะมีผู้แสดงสินค้าจาก 45 ประเทศ จากภูมิภาคต่างๆ โดยมีประเทศใหม่ๆ มาเข้าร่วมงาน ได้แก่ แคนาดา สาธารณรัฐเช็ก อียิปต์ มาเก๊า โมนาโก มาซิโดเนียเหนือ โรมาเนีย อุรุกวัย และเยเมน ซึ่งประเทศเหล่านี้ได้ตอกย้ำว่างานนี้จะเป็นงานแสดงสินค้าที่ทุกคนจะได้สัมผัสประสบการณ์และรสชาติระดับโลกอย่างแท้จริง


ค้นพบความอร่อยจากมาเก๊า: มาเก๊าเข้าร่วมงาน THAIFEX - Anuga Asia 2024 เป็นครั้งแรก โดยเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมงานได้สัมผัสกับวัฒนธรรมของอาหารมาเก๊าและรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์

Vincent U ประธานสถาบันส่งเสริมการค้าและการลงทุนของมาเก๊า (IPIM) กล่าวว่า "การเข้าร่วมงาน THAIFEX - Anuga Asia ครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของมาเก๊าที่จะเข้าสู่ธุรกิจอาหารระดับโลก ปีนี้นับเป็นครั้งแรกที่สถาบันฯ เข้าร่วมออกบูธและช่วยประสานความร่วมมือต่างๆ ให้ผู้ประกอบการธุรกิจ SMEs ของมาเก๊า การนำผู้ประกอบการธุรกิจ SMEs ของมาเก๊ามาร่วมงาน THAIFEX - Anuga Asia ถือเป็นโอกาสที่น่าตื่นเต้นสำหรับเราในการนำเสนออาหารที่มีรสชาติเป็นเอกลักษณ์และช่วยสร้างเครือข่ายการค้าส่งและการกระจายสินค้าที่แข็งแกร่งและมั่นคงต่อไปในเวทีระดับโลก เราหวังว่าจะได้พบกับความร่วมมือใหม่ๆ ทางการค้าและสร้างโอกาสทางธุรกิจที่มีแนวโน้มที่จะประสบความสำเร็จร่วมกัน”


นวัตกรรมจากแคนาดาที่น่าจับตา

ประเทศแคนาดาจะนำบริษัทที่เต็มไปด้วยนวัตกรรมอันหลากหลายเข้าร่วมงานในปีนี้หลายบริษัท เช่น บริษัท Cross Frontier Merchandise จะนำเสนอสินค้าแก่ผู้ค้าปลีกที่กำลังมองหาขนมทานเล่นออร์แกนิกและเครื่องปรุงรสระดับพรีเมียมที่คำนึงถึงเรื่องสุขภาพ บริษัท Padmashri Naturals จะนำเสนอผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสมุนไพรที่ส่งเสริมสุขภาพแบบองค์รวม และบริษัท Royal Classical Agriculture ซึ่งให้ความสำคัญกับวิถีเกษตรยั่งยืน นำเสนอผักและผลไม้ออร์แกนิก

สำรวจความหลากหลายอาหารอเมริกัน:

USDA หรือกระทรวงเกษตรสหรัฐอเมริกาภูมิใจนำเสนอผู้จัดแสดงสินค้าจากองค์กรต่างๆ เช่น กรมวิชาการเกษตรวิสคอนซิน สมาคมถั่วเมล็ดแห้งแห่งสหรัฐอเมริกา  และคณะกรรมการที่ปรึกษาเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์นมแคลิฟอร์เนีย ซึ่งแต่ละองค์กรตอกย้ำให้เห็นถึงการมีส่วนร่วมที่แตกต่างกันไปต่อพื้นที่การเกษตรอันอุดมสมบูรณ์ของอเมริกา ทางด้าน Bamas Gourmet Sauces และสถาบันอลาสก้าซีฟู๊ดมาร์เก็ตติ้ง จะนำซอสจากวัตถุดิบท้องถิ่นและอาหารทะเลอะลาสก้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมานำเสนอ นอกจากนี้ ด้วยความร่วมมือที่มีมาอย่างยาวนาน กระทรวงเกษตรสหรัฐอเมริกายังได้ประกาศครั้งสำคัญว่าจะให้การสนับสนุนงาน THAIFEX – Anuga Asia อย่างเป็นทางการนับตั้งแต่ปี 2025 เป็นต้นไป


"งาน THAIFEX – Anuga Asia ถือว่ามีส่วนสำคัญอย่างมากในการส่งเสริมพันธมิตรทางการค้าและยกระดับธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มอเมริกันให้มีชื่อเสียงระดับโลก เรารู้สึกตื่นเต้นมากที่จะประกาศสนับสนุนงาน THAIFEX - Anuga Asia อย่างเป็นทางการตั้งแต่ปี 2025 เป็นต้นไป เนื่องจากเป็นงานแสดงสินค้าที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในการจัดแสดงสินค้าด้านการเกษตรและอาหารที่ยอดเยี่ยมของสหรัฐอเมริกาให้เป็นที่รู้จักในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้" Kelly Stange ที่ปรึกษาด้านการเกษตรประจำภูมิภาคของ USDA กล่าวเน้นย้ำ

เป็นมากกว่างานแสดงสินค้า

งาน THAIFEX - Anuga Asia 2024 จะเป็นมากกว่างานแสดงสินค้าที่เต็มไปด้วยสีสัน เพราะงานนี้จะมอบโอกาสพิเศษให้แก่ผู้เข้าร่วมงานที่จะได้ค้นพบโอกาสใหม่ๆ ทางธุรกิจ สร้างความร่วมมือระหว่างประเทศ และสร้างความได้เปรียบให้อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกสามารถแข่งขันได้ในเวทีโลก


สำหรับการประชุมและการสัมมนาที่น่าสนใจในงานนี้ จะมีทั้ง Future Food Experience+ การประกวดโปรตีนทดแทนที่เน้นความอร่อยและรสชาติทางเลือก ( Alternative Protein Flavour and Taste Contest ) และการแข่งขันสุดยอดเชฟไทยแห่งปี Thailand Ultimate Chef Challenge ซึ่งจัดขึ้นเพื่อกระตุ้นให้เกิดความร่วมมือและการแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างบุคลากรในอุตสาหกรรมอาหาร ผู้เข้าร่วมงานจะได้รับข้อมูลที่มีประโยชน์เกี่ยวกับเทรนด์ใหม่ๆ ที่กำลังเกิดขึ้น ความต้องการของผู้บริโภค และความเคลื่อนไหวของตลาดที่จะช่วยขับเคลื่อนการเติบโตของกลุ่มอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มในอนาคต"

นอกจากนี้ งาน THAIFEX - Anuga Asia 2024 มีความภูมิใจและยินดีที่ได้รับความร่วมมือจากองค์กรการกุศลชั้นนำ ได้แก่ UNICEF, SOS, ZY Movement, UNHCR และมูลนิธิหัวใจแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นการยืนยันถึงความมุ่งมั่นต่อพันธกิจด้านความรับผิดชอบต่อสังคมของงาน THAIFEX – Anuga Asia

14
ภายใต้การผนึกกำลังของ “กองวัณโรค” “คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล” และ “กรุงเทพมหานคร” 
เร่งขับเคลื่อนแผนยุติวัณโรค “YES! We Can End TB”
ย้ำพบเชื้อเร็วรักษาได้ หลังยอดการติดเชื้อ-เสียชีวิตในไทยพุ่งสูงขึ้น


กรุงเทพฯ — บริษัท ฟูจิฟิล์ม (ประเทศไทย) จำกัด เผยว่าเครื่องเอกซเรย์ดิจิทัลแบบพกพาจาก “ฟูจิฟิล์ม” ได้รับความไว้วางใจจากโครงการคัดกรองวัณโรคเชิงรุกในชุมชน “ดุสิตโมเดล” หลังกองวัณโรค กรมควบคุมโรค เร่งขับเคลื่อนแผนการยุติวัณโรค “YES! We Can End TB ยุติวัณโรค เราทำได้” ด้วยการผนึกกำลังกับคณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาลและกรุงเทพมหานคร นำนวัตกรรมล้ำสมัยอย่าง FDR Xair System เครื่องเอกซเรย์แบบพกพาที่มาพร้อม AI จากฟูจิฟิล์ม ซึ่งจัดซื้อผ่านกองทุนโลก ไปใช้ในภารกิจคัดกรองวัณโรคเชิงรุกในชุมชนดุสิตโมเดล เดินหน้าสร้างความตระหนักรู้ในสังคมไทยเกี่ยวกับสถานการณ์ความรุนแรงของการติดเชื้อวัณโรคในไทย พร้อมเน้นย้ำการตรวจคัดกรองเชิงรุกเป็นหัวใจสำคัญสู่การบรรลุเป้าหมายการยุติวัณโรคของประเทศ


พญ.ผลิน กมลวัทน์ แพทย์ทรงคุณวุฒิกรมควบคุมโรค ที่ปรึกษาและอดีตผู้อำนวยการกองวัณโรค เล่าถึงสถานการณ์วัณโรคล่าสุดในไทยว่า “ไทยมีผู้ป่วยวัณโรค 155 คนต่อประชากรแสนคน และคาดว่ามีผู้ป่วยรายใหม่ในไทยปีละกว่า 111,000 คน ส่วนอัตราการเสียชีวิตอยู่ที่ 12,000-14,000 คนต่อปี หรือคิดเป็นกว่า 40 คนต่อวัน ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงมาก โดยประเทศไทยมีแผนการยุติวัณโรค ซึ่งเป้าหมายคือการควบคุมตัวเลขผู้ป่วยให้เหลือต่ำกว่า 10 คนต่อประชากรแสนคน ภายในปี 2578 แต่ปัจจุบันสถานการณ์ยังน่ากังวลอยู่มาก ความท้าทายหลักที่ต้องสร้างความตระหนักรู้คือ โรคนี้ใช้เวลาฟักตัวนานตั้งแต่ 2 สัปดาห์ขึ้นไปจนอาจนานถึง 5-10 ปี หลายคนไม่แสดงอาการ


ดังนั้นการใช้เครื่องเอกซเรย์ปอดดูความผิดปกติเป็นสิ่งจำเป็นในการคัดกรองค้นหาผู้ป่วยให้เจอและรักษาให้หาย ถือเป็นหัวใจของการต่อสู้กับโรคนี้ หากมีการใช้เครื่องเอกซเรย์พกพาในพื้นที่เสี่ยง ก็จะเพิ่มประสิทธิภาพในการคัดกรองได้เป็นอย่างดี ซึ่งล่าสุดกองวัณโรคได้รับการสนับสนุนจากกองทุนโลก (Global Fund) ในการต่อสู้กับวัณโรค จึงได้จัดซื้อเครื่องเอกซ์เรย์แบบพกพาทั้งสิ้น 16 เครื่อง และได้ส่งมอบให้แก่หลายโรงพยาบาลเพื่อใช้การคัดกรองวัณโรคเรียบร้อยแล้ว ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล โดยระหว่างการออกตรวจในชุมชน เมื่อพบความผิดปกติที่ปอด จะส่งต่อไปตรวจเสมหะเพื่อยืนยันผลการติดเชื้อทันที จากนั้นก็เข้าสู่กระบวนการรักษาด้วยการรับประทานยาทุกวันจนครบ 6-8 เดือนก็สามารถหายจากโรคได้ ถ้าทำให้การออกตรวจคัดกรองเป็นวาระสำคัญแห่งชาติ เราจะเจอผู้ป่วยได้อีกมากและขยับใกล้เป้าหมายการยุติวัณโรคมากขึ้น”


นายแพทย์พิภู ถาวรชีวิน อาจารย์สาขาโรคระบบการหายใจและภาวะวิกฤตระบบการหายใจ ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช กล่าวถึงที่มาของดุสิตโมเดลและการตรวจคัดกรองวัณโรคเชิงรุกในเขตกทม.ว่า “ดุสิตโมเดล เป็นโครงการชุมชนต้นแบบด้านบริการสุขภาพเขตเมืองในโรคต่างๆที่เชื่อมต่อการดูแลและส่งต่อผู้ป่วยระหว่างศูนย์บริการสาธารณสุขในชุมชนกับคณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาลโดยตรง ชุมชนดุสิตโมเดล ดูแลประชากรในพื้นที่ 4 เขต ได้แก่ เขตดุสิต เขตพระนคร เขตบางซื่อ และเขตบางพลัด โดยทำงานร่วมกับศูนย์บริการสาธารณสุข 7 แห่ง และคลินิกชุมชนอบอุ่น 4 แห่งในพื้นที่ซึ่งมีประชากรที่ดูแลอยู่ประมาณ 180,000 ราย หนึ่งในปัญหาสำคัญของประเทศ โดยเฉพาะชุมชนเขตเมืองที่มีความแออัดพบว่าวัณโรค เป็นภัยเงียบที่อยู่กับสังคมไทยมายาวนาน ผู้ป่วยจำนวนมากไม่แสดงอาการ แต่สามารถแพร่เชื้อสู่ผู้อื่นได้ การตั้งรับรอผู้ป่วยเข้ามาโรงพยาบาลอย่างเดียวนั้นไม่เพียงพอ เราจึงริเริ่มโครงการคัดกรองวัณโรคเชิงรุกในชุมชนดุสิตโมเดล (TB V Find) ภายใต้ความร่วมมือและการสนับสนุนจากกองวัณโรค และสำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร โดยอาศัยเครื่องเอกซเรย์แบบพกพาทำให้สามารถเข้าถึงพื้นที่แออัดที่เข้าถึงได้ยาก ประชาชนสามารถเข้ารับการคัดกรองเอกซเรย์โดยไม่จำเป็นต้องเดินทางไปโรงพยาบาล อีกทั้งยังผสานปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการวินิจฉัยโรค เมื่อพบความผิดปกติของปอด เราได้มีระบบส่งต่อผู้ป่วยเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ป่วยได้รับการรักษาที่รวดเร็ว เพื่อแนวทางการยุติวัณโรคในชุมชนเมืองอย่างยั่งยืน เราจะเร่งเดินหน้าโครงการตรวจคัดกรองวัณโรคเชิงรุกต่อไปให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ในดุสิตโมเดล ด้วยเป้าหมายในการยุติการระบาดของวัณโรคในประเทศไทยให้ได้เร็วที่สุด”


พญ.ณัฐินี อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักงานโรคติดต่อทางสาธารณสุข สำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร กล่าวว่า “กรุงเทพมหานคร มีโครงการนำรถเอกซเรย์เคลื่อนที่เข้าค้นหาผู้ป่วยวัณโรคในพื้นที่เสี่ยง เช่น โรงงาน และชุมชนอยู่เป็นประจำ ซึ่งเมื่อตรวจพบผู้สงสัยว่าเป็นวัณโรค จะนัดมาตรวจเสมหะ ซึ่งหากวินิจฉัยว่าเป็นวัณโรค ผู้ป่วยทั้งชาวไทยและแรงงานข้ามชาติ สามารถเข้าสู่ระบบและรับการรักษาฟรีได้เลย ที่ศูนย์บริการสาธารณสุขทุกแห่ง โดยมีคลินิกแม่ข่ายวัณโรคอยู่ 19 แห่งในกทม.ซึ่งมีแพทย์และพยาบาลที่ได้รับการอบรมเพื่อรักษาวัณโรคโดยเฉพาะ ปัจจุบัน พบว่าระบบเอกซเรย์รุ่นใหม่มีขนาดเล็กลงมากและมีเทคโนโลยีล้ำสมัยมากขึ้น ช่วยให้ออกหน่วยตรวจในชุมชนได้แบบไม่ต้องใช้รถคันใหญ่ ๆ มีประโยชน์ในชุมชนแออัดที่รถใหญ่เข้ายาก ซึ่งหากเรานำเครื่องเอกซเรย์แบบพกพานี้มาใช้อย่างแพร่หลาย คาดว่าการตรวจคัดกรองเชิงรุกในชุมชนแออัดจะเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น”


นายแพทย์ธีรฉัฐ ไชยธวัชพงษ์ นายแพทย์ปฏิบัติการ ศูนย์บริการสาธารณสุข 3 บางซื่อ กล่าวถึงสถานการณ์วัณโรคในชุมชนเขตบางซื่อว่า “พื้นที่เขตบางซื่อมีผู้ป่วยวัณโรคราว 50 รายต่อปี และผู้เสี่ยงต่อการติดเชื้อ เช่น ผู้สัมผัสใกล้ชิดและวัณโรคแฝง อีกราว 150 ราย ซึ่งตัวเลขมีแนวโน้มสูงขึ้นทุกๆ ปี เพราะหลายพื้นที่ของเขตเป็นชุมชนแออัด โดยหัวใจสำคัญของการหาผู้ป่วยให้เจอ คือการลงพื้นที่ตรวจคัดกรองภายในชุมชน เพราะเราต้องเข้าใจว่าการเดินทางไปยังศูนย์ฯ หรือโรงพยาบาล มีค่าใช้จ่ายที่ประชาชนอาจไม่พร้อมแบกรับ ดังนั้นเพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาให้ได้เยอะและเร็วที่สุด เราต้องร่วมกันออกตรวจเชิงรุก ซึ่งเป็นวิธีการยุติวัณโรคที่มีประสิทธิภาพสูงสุด”


มร.โซ มารูโอะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟูจิฟิล์ม (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า "ฟูจิฟิล์ม ตระหนักถึงความเร่งด่วนในการยุติการแพร่ระบาดของวัณโรค และได้ร่วมทำงานใกล้ชิดกับหน่วยงานสาธารณสุขต่าง ๆ ในประเทศไทยและในอีกหลายประเทศทั่วโลกเพื่อนำเสนอ FDR Xair System นวัตกรรมเครื่องเอกซเรย์แบบพกพาขนาดเล็กพร้อมระบบประมวลผล AI เพื่อใช้ในการตรวจคัดกรองวัณโรคได้อย่างสะดวก แม่นยำ รวดเร็ว โดยทีมแพทย์สามารถพกไปออกตรวจในชุมชนได้ ใช้เวลาตรวจรวดเร็วเพียง 1 นาที ทั้งยังมีความแม่นยำเหมือนกับเครื่องเอกซเรย์ตัวใหญ่ในโรงพยาบาล นอกจากเครื่องเอกซเรย์ทรงพลังแล้ว เรายังมีทีมงานผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมดูแลช่วยเหลือด้านการใช้งานและติดตั้งอย่างต่อเนื่อง ภายใต้จุดมุ่งหมายใหม่ของฟูจิฟิล์มทั่วโลกในการ “แต่งแต้มรอยยิ้มให้โลกของเรา” เราจะยังคงเดินหน้าแก้ปัญหาทางสังคมและสุขภาพ เพื่อสร้างสุขภาวะที่ดีขึ้นให้แก่ผู้คนทั่วโลก พร้อมเดินหน้าขับเคลื่อนเป้าหมายในการยกระดับคุณภาพชีวิตและสร้างรอยยิ้มให้แก่คนอีกมากมายผ่านนวัตกรรมอันล้ำสมัยของเรา”




“สิ่งที่อยากจะฝากไว้ส่งท้าย คือ การช่วยกันสร้างความตระหนักรู้เรื่องวัณโรค วัณโรคเป็นโรคที่สามารถรักษาให้หายได้ สามารถรักษาได้ฟรีทุกสิทธิ์การรักษาโดยการรับประทานยาเฉลี่ยนาน 6 เดือน และจริงๆแล้วหากผู้ป่วยเริ่มรักษาจนพ้นระยะ 2 สัปดาห์ก็จะเข้าสู่ระยะปลอดภัย ไม่เกิดการแพร่เชื้อให้ผู้อื่น สามารถใช้ชีวิตร่วมกับผู้อื่นได้อย่างปกติ และ อาการที่สงสัยวัณโรคและควรพบแพทย์เพื่อเข้ารับการเอกซเรย์ในทุกที่ ได้แก่ ไอเรื้อรังติดต่อกัน 2 สัปดาห์, น้ำหนักลดลงโดยไม่ทราบสาเหตุ และมีไข้ต่ำ ๆ ตอนกลางคืน โดยเฉพาะประชาชนที่มีประวัติสัมผัสผู้ป่วยวัณโรคในช่วง 3 เดือนควรเข้ารับการตรวจเอกซเรย์ทุก 6 เดือนจนครบ 2 ปี การป้องกันวัณโรคที่ดีที่สุด คือ การรักษาสุขภาพให้ร่างกายแข็งแรงจะช่วยลดโอกาสการเจ็บป่วยเป็นวัณโรคได้มาก แม้ว่าวัณโรคจะยังไม่หายไปจากสังคมไทยในเร็ว ๆ นี้ แต่หากเราช่วยกันสร้างความเข้าใจ รู้เท่าทันวัณโรค เราจะใกล้เป้าหมายยุติวัณโรคได้เร็วขึ้นอย่างแน่นอน” นายแพทย์พิภู ถาวรชีวิน กล่าวทิ้งท้าย

15
จิ๊กซอว์ของเล่นเสริมพัฒนาการทางด้านการคิดและจินตนาการ


หากเอ่ยถึงคำว่าจิ๊กซอว์ แต่ละคนจะรู้จักและทราบว่าคือของเล่นเสริมทักษะ หรือของเล่นเสริมพัฒนาการทางด้านการคิดและจินตนาการ จิ๊กซอว์เหมาะเป็นทั้งของเล่นเด็ก และของเล่นสำหรับผู้ใหญ่ เพราะสามารถเล่นหรือประกอบให้เกิดความสมบูรณ์ของภาพหรือโมเดลนั้นๆ โดยอาศัยทักษะการจำแนก จินตนาการและความจำที่ต้องค่อนข้างดี

จิ๊กซอว์เป็นเกมส์ที่เกิดจากการสร้างภาพที่สมบูรณ์ และภาพสุดท้ายที่ต้องการให้เป็นออกมาก่อน และผู้สร้างจึงทำการแยกหรือแตกออกมาเป็นชิ้นย่อยๆ หลายๆ สิบ ร้อย หรือหลายพันชิ้น โดยแยกออกเป็นรูปทรงต่างๆ ที่แตกต่างกันออกไป โดยเสน่ห์ของเกมส์ฝึกเชาว์ปัญญาชนิดนี้คือการที่ผู้เล่นจะต้องจำภาพหรือจินตนาการถึงภาพแรกที่ชิ้นส่วนต่างๆ เหล่านี้ยังประกอบเข้าล๊อคกันอยู่ และเมื่อชิ้น่สวนต่างๆ ถูกแยกออกจากกันแล้ว ผู้เล่นซึ่งอาจจะเล่นเองหรือช่วยกันเล่นก็ตามแต่จะต้องพยายามนำชิ้นส่วนที่มีเฉด,โทนของสี หรือรูปแบบของชิ้นส่วนที่จะสามารถประกอบเข้ากันได้ แล้วออกมาเป็นภาพหรือรูปทรงต้นแบบ มาลองประกอบเข้าด้วยกันจนสำเร็จ

ในส่วนประวัติของจิ๊กซอว์นั้นมีประวัติย้อนหลังไปถึงสมัยอะคิมิดิส (Archimedes) นักคณิตศาสตร์ในยุคกรีกโบราณ(อ้างอิง :
http://www.vcharkarn.com) ซึ่งจะใช้ภาพแปะลงบรแผ่นไม้หรือกระดาษแข็งแล้วจึงตัดออกมาเป็นชิ้นย่อยๆ เพื่อนำมาประกอบใหม่ให้เป็นภาพตั้งต้น สำหรับชิ้นส่วนรูปแบบจิ๊กซอว์ที่เราเห็นในปัจจุบันและคุ้นเคยกันดีนั้นมีประวัติย้อนไปถึงยุค ค.ศ. 1767 นายจอห์น สปิลบูรี (John Spilbury) เป็นทั้งครูและนักทำแผนที่ได้ประดิษฐ์แผ่นแผนที่ประเทศอังกฤษ ด้วยการทำแผนที่แต่ละเมืองบนกระดาษแต่ละแผ่นแล้วนำมาต่อกันเป็นประเทศอังกฤษ เพื่อใช้ในการสอนนักเรียน ซึ่งต่อมาในปี ค.ศ. 1820 แผนที่ดังกล่าวกลายเป็นอุปกรณ์การสอนหนังสือในโรงเรียนระดับประถมศึกษา และต่อมาเมื่อปี 1880 จิ๊กซอว์ถูกประดิษฐ์ขึ้นมาในลักษณะของเล่นไม้แบบตัวต่อ(Jigsaw Puzzles) และจึงเปลี่ยนและพัฒนาออกมาเป็นจิ๊กซอว์กระดาษแข็งเพื่อให้เกิดความคล่องตัวและง่ายต่อการผลิต และการพกพาในช่วงเวลาถัดมา


ยุคที่การผลิต และการเล่นจิ๊กซอว์เป็นที่แพร่สะพัดมากก็คือช่วงปี ค.ศ. 1920-1930 บรรดาบริษัททั้งหลาย ทั้งในอังกฤษและอเมริกา ก็พากันประดิษฐ์ของเล่น ชิ้นส่วนต่อเป็นภาพต่างๆ ทำด้วยกระดาษแข็ง ในแต่ละระดับวัย จนกระทั่งปี ค.ศ. 1932 ในสหรัฐอเมริกามีการทำจิ๊กซอว์ด้วยการพิมพ์ เริ่มด้วยจำนวน 12,000 ชุด ไม่ช้ากลายเป็น 100,000 ชุด และ 200,000 ชุด ในเวลาต่อมา และในปัจจุบันจิ๊กซอว์ถูกผลิตออกและสร้างออกมาเป็นไลน์จักรอุตสาหกรรมการผลิตของเล่น ซึ่งใช้เครื่องจักรที่ทันสมัยในการผลิต

ยินดีต้อนรับสู่โลกของจิ๊กซอว์ เกมส์ปริศนา Animals Puzzle คือเกมจิ๊กซอว์ที่มีสัตว์น่ารักหลากหลายชนิด พร้อมรูปภาพที่สวยงามและ คุณสามารถอยู่ห่างจากปัญหาของชีวิตมาค้นหาความสงบและเพลิดเพลินไปกับช่วงเวลาที่ผ่อนคลาย! สามารถเลือกความยากได้โดยเลือกจํานวนชิ้นส่วนของปริศนา ที่มีให้เลือกถึง 3 ระดับ นั้นมีให้เลือกน้อยที่สุดแค่ 49 ชิ้น และสูงสุดที่ 123 ชิ้น ซึ่งมีความท้าทายพอสมควร เท่านั้นยังไม่พอยังสามารถเลือกจำนวนชิ้นที่เพิ่มมากขึ้นได้เรื่อยๆ นอกจากนี้แอปปริศนานี้ยังสามารถพกพาไปเล่นได้ทุกที่ทุกเวลาที่คุณต้อง โดยการดาวโหลดที่ jigsawpuzzles.games บน Google Play Store และ App Store รับปริศนาจิ๊กซอว์ฟรีสำหรับโทรศัพท์และแท็บเล็ต

นอกจากนี้ยังมีเกมไขปริศนามากมายที่หยุดคุณจากการกังวลเกี่ยวกับชิ้นส่วนที่หายไป และ มา สนุกกับปริศนาที่ร่าเริงและมหัศจรรย์ของเราทุกวันได้ที่
jigsawpuzzles.games เพื่อฝึกสมองและความผ่อนคลาย เป็นสิ่งที่ดีสำหรับสมอง ในการคิดเชิงตรรกะและช่วยเรื่องความจำของคุณ เกมปริศนาจิ๊กซอว์เป็นเกมที่ดีและเหมาะสำหรับทุกวัย หากใครอยากลองเล่นต่อจิ๊กซอว์แบบนี้ดูบ้างก็สามารถดาวน์โหลดได้ตามช่องทางด้านล่างได้เลย

วิธีการเล่นก็ไม่ยาก หากผู้เล่นเลือกว่าจะต่อจิ๊กซอว์จำนวนกี่ชิ้น ก็กดเข้าไป ซึ่งหลังจากกดเข้าไปในเกม รูป PANDA 123 ชิ้น หลังจากนั้นภาพจิ๊กซอว์จะแยกตัวออกจากกัน เพื่อให้ใช้นิ้วมือคล้ายการหยิบจิ๊กซอว์แต่ละชิ้นมาเรียงกันให้ตรงตามภาพที่กำหนด

ซึ่งคุณต้องเริ่มจากภาพคือรูป
PANDA 123 ชิ้น ก่อนเพื่อปลดล็อคภาพถัดไป เกมส์ปริศนาเป็นหนึ่งในเกมเพื่อความบันเทิง การพัฒนา และการศึกษาที่ต้องใช้ความอุตสาหะ ความแม่นยำ ความอดทน และที่สำคัญที่สุด ความเอาใจใส่ และเมื่อกดเข้ามาในเกม จะเจอกับหน้าหลักของเกมซึ่งจะมีทั้งหมด 3 ตัวเลือก ว่าผู้เล่นจะเลือกที่จะต่อจิ๊กซอว์ในระดับใด

คุณมี 3 โหมดสำหรับแต่ละภาพ :

●    ง่าย 49 ชิ้น
●   ปานกลาง 89 ชิ้น
●   ยาก 123 ชิ้น

Pages: [1] 2 3 ... 2402