Show Posts

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - fh400

Pages: [1] 2 3 ... 145
1
เตรียมรวมพลเปิดประสบการณ์ความสุขในงานสุดยิ่งใหญ่
"วันแห่งเกียรติยศซูเลียน DAY OF HONOUR 2024"


ร่วมเปิดประสบการณ์เป็นส่วนหนึ่งกับงานประจำปีสุดยิ่งใหญ่ของ บริษัท ซูเลียน (ประเทศไทย) จำกัด กับงานที่นักธุรกิจธุรกิจซูเลียน ต่างรอคอย วันแห่งเกียรติยศซูเลียน DAY OF HONOUR 2024 ที่จะจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 6 กรกฎาคม 2567 นี้ ตั้งแต่เวลา 8.00 น. เป็นต้นไป ณ สำนักงานใหญ่ บริษัท ซูเลียน (ประเทศไทย) จำกัด อำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี

ในงานพบกับขบวนเกียรติยศ พร้อมเหล่าผู้บริหาร ผู้นำจากกลุ่มประเทศอาเซียน ปิดท้ายด้วยพาเหรดสุดยิ่งใหญ่ตระการตา โดยมี นักธุรกิจซูเลียน ที่มารวมตัวพูดคุยและแลกเปลี่ยนทัศนคติอย่างเป็นกันเอง โดยร่วมเป็นสักขีพยาน และลุ้นการประกาศผลกับตำแหน่งไดมอนด์สตาร์ และ Distributor of The Year 2024 ผู้จัดจำหน่ายยอดเยี่ยมแห่งปี พร้อมสิทธิ์ลุ้นรางวัลใหญ่ รถยนต์, รถจักรยานยนต์ และรางวัลอื่น ๆ อีกมากมาย รวมมูลค่ากว่า 1 ล้านบาท เมื่อซื้อคูปองลุ้นรางวัลมูลค่า 100 บาท จากเอเจนซี่ใกล้บ้านคุณ พิเศษสุด! กระทบไหล่ศิลปินดัง นูโว ที่จะมาเปิดคอนเสิร์ตขนเพลงสุดฮิตและนักดนตรีเต็มวง มามอบความสุขความบันเทิงในงานนี้ ห้ามพลาดมามิตติ้งกันให้ได้นะ

สนใจร่วมงาน วันแห่งเกียรติยศซูเลียน DAY OF HONOUR 2024 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง Line:@zhulianthailand, Fanpage Facebook : zhulianmarketing, www.Zhulian.co.th

2
โฮมโปรร่วมกับกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ส่งมอบอุปกรณ์สนับสนุนสำหรับฝึกซ้อมเยาวชนตัวแทนของประเทศไทย เข้าร่วมการแข่งขันฝีมือแรงงานนานาชาติ ครั้งที่ 47


นายธีรพล รอดเฉื่อย ผู้จัดการทั่วไป สายบริการงานจัดส่งและติดตั้ง บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นต์เตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ "โฮมโปร" มอบอุปกรณ์สนับสนุนการเก็บตัวฝึกซ้อมของเยาวชนไทยสาขาเทคโนโลยีระบบทำความเย็นซึ่งฝึกซ้อมที่สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 1 สมุทรปราการ ก่อนเข้าร่วมการแข่งขันฝีมือแรงงานนานาชาติ ครั้งที่ 47 ณ เมืองลิยง สาธารณรัฐฝรั่งเศส ได้แก่ ท่อทองแดง 3 ขนาด จำนวน 54 ม้วน รวมมูลค่ากว่า 100,400 บาท เพื่อส่งเสริมมาตรฐานฝีมือแรงงานไทยให้แพร่หลายในกลุ่มกำลังแรงงานและเยาวชนที่จะก้าวเข้าสู่ตลาดแรงงานในอนาคต รวมถึงการแสดงศักยภาพของทักษะฝีมือของเยาวชนไทยสู่สายตาชาวต่างชาติ โดยมี นางสาวบุปผา เรืองสุด อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน รับมอบอุปกรณ์ พร้อมด้วยผู้บริหารกรมพัฒนาฝีมือแรงงานร่วมเป็นเกียรติ ณ บริเวณโถง ชั้น 2 กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน

3
รพ.พระรามเก้า ร่วมรณรงค์ "ทิ้ง E-Waste ให้ถูกที่ สร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีไปด้วยกัน"


นพ.เสถียร ภู่ประเสริฐ กรรมการผู้อำนวยการ โรงพยาบาลพระเก้า พร้อมด้วย พญ.กีรติ์นุช เรียวโชติสกุล ผู้ช่วยผู้อำนวยการ จัดกิจกรรม "ทิ้ง E-Waste ให้ถูกที่ สร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีไปด้วยกัน" ร่วมรณรงค์สร้างความตระหนักรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้องในการคัดแยกอย่างถูกวิธี โดยเชิญชวนให้ผู้รับบริการ และเจ้าหน้าที่โรงพยาบาล นำขยะอิเล็กทรอนิกส์ หรือ E-Waste มาทิ้งในจุดรับทิ้ง ที่โรงพยาบาลจัดเตรียมไว้ทั้งอาคาร A และอาคาร B เพื่อนำไปรีไซเคิลตามกระบวนการที่ถูกต้อง โดยโรงพยาบาลพระรามเก้าให้ความสำคัญปัญหาสิ่งแวดล้อม ชุมชน และความรับผิดชอบต่อสังคม เนื่องจากขยะอิเล็กทรอนิกส์เป็นขยะที่มีสารปรอท สารตะกั่ว มีโลหะหนักปนเปื้อน หากนำไปกำจัดไม่ถูกวิธีจะทำลายสิ่งแวดล้อมและส่งผลต่อสุขภาพ การทิ้งขยะอิเล็กทรอนิกส์อย่างถูกที่และถูกวิธี จึงเป็นหนึ่งในการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

4
ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค ประเทศไทย จับมือ ซันโทรี่ เบเวอเรจ แอนด์ ฟู้ด ประเทศไทย
เปิดกิจกรรม "ค่าย มิซุอิกุ ผู้พิทักษ์รักษ์น้ำ" ปลูกฝังเยาวชนอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน
ภายใต้โครงการ "วัน ซันโทรี่ มิซุอิกุ: เรารักษ์น้ำ"


บริษัท ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค เบเวอเรจ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องดื่มภายใต้แบรนด์สินค้าของซันโทรี่และเป๊ปซี่โคในประเทศไทย ร่วมกับ บริษัท ซันโทรี่ เบเวอเรจ แอนด์ ฟู้ด (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำตลาดอาหารเสริมสุขภาพภายใต้ตราผลิตภัณฑ์แบรนด์ในประเทศไทยและภูมิภาคเอเชีย เปิดกิจกรรม "ค่าย มิซุอิกุ ผู้พิทักษ์รักษ์น้ำ" (Mizuiku Water Hero Camp) ภายใต้โครงการ "วัน ซันโทรี่ มิซุอิกุ: เรารักษ์น้ำ" ประจำปี 2567 (One Suntory Mizuiku Program 2024) พร้อมผนึกกำลังพันธมิตรภาครัฐและเอกชน ได้แก่ กรมทรัพยากรน้ำ กรมควบคุมมลพิษ กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม สังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาจังหวัดระยอง และจังหวัดชลบุรี สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ และศูนย์การศึกษาสิ่งแวดล้อม (Environmental Education Centre: EEC) เพื่อส่งเสริมความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนให้กับแกนนำนักเรียนและครูในจังหวัดระยองและจังหวัดชลบุรี เมื่อวันที่ 4-6 มิถุนายน 2567 ณ จังหวัดระยอง


นายอชิต โจชิ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค เบเวอเรจ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า "โครงการ 'วัน ซันโทรี่ มิซุอิกุ: เรารักษ์น้ำ' ประจำปี 2567 มีวัตถุประสงค์เพื่อขยายผลโครงการส่งเสริมการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำของทั้งสองบริษัท มุ่งสร้างความรู้ความเข้าใจถึงความสำคัญของทรัพยากรน้ำและสิ่งแวดล้อมให้กับเยาวชน ผ่านการจัดกิจกรรม 'ค่าย มิซุอิกุ ผู้พิทักษ์รักษ์น้ำ' เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำและสิ่งแวดล้อมผ่านกิจกรรมนอกห้องเรียน รวมถึงมอบเงินสนับสนุนเพื่อพัฒนาและต่อยอดโครงการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำและสิ่งแวดล้อมภายในโรงเรียนแบบบูรณาการ และขยายผลสู่ชุมชนโดยรอบ เพื่อคัดเลือกเป็น 'โรงเรียนต้นแบบรักษ์น้ำ มิซุอิกุ' ประจำปี 2567 ตลอดจนกิจกรรมอนุรักษ์ป่าต้นน้ำ เพื่อปลูกฝังและส่งเสริมการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำและสิ่งแวดล้อมให้แก่คนในพื้นที่ และเปิดโอกาสให้พนักงานของบริษัทฯ ได้มีส่วนร่วม ซึ่งจะช่วยให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืนทั้งในมิติสิ่งแวดล้อมและมิติทางสังคมอย่างเป็นรูปธรรม ตอกย้ำค่านิยมองค์กรของเรา คือ 'การเติบโตอย่างยั่งยืน' (Growing for Good) ซึ่งเป็นสิ่งที่ทั้งสองบริษัทยึดมั่นในการดำเนินธุรกิจตลอดมา"


นายโอเมอร์ มาลิค ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซันโทรี่ เบเวอเรจ แอนด์ ฟู้ด (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า "ความมุ่งมั่นด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำและการนำความเชี่ยวชาญของทั้งสองบริษัทมาปรับใช้เป็นปัจจัยหลักที่จะทำให้โครงการ 'วัน ซันโทรี่ มิซุอิกุ: เรารักษ์น้ำ' ประสบความสำเร็จ เมื่อเรามองภาพรวมในอนาคต เราจะพบว่าการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำนั้นมีความท้าทายเป็นอย่างมาก โดยที่ความท้าทายเหล่านี้เกิดจากการกระทำของมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นมลพิษทางน้ำหรือภาวะโลกร้อนที่ก่อให้เกิดภาวะน้ำท่วมหรือสถานการณ์ภัยแล้ง เราจึงต้องให้ความสำคัญกับการปลูกฝังเยาวชนให้มีจิตสำนึกด้านการอนุรักษ์น้ำตั้งแต่วันนี้ ทั้งนี้ กลุ่มซันโทรี่มีแผนงานที่จะขยายโครงการให้ความรู้ด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำให้ครอบคลุมประชากรเด็กมากขึ้นในแต่ละประเทศที่มีการดำเนินโครงการมิซุอิกุ โดยในประเทศไทย เราทั้งสองบริษัทพร้อมที่จะดำเนินการเพื่อสนับสนุนให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าว ผ่านการขยายพื้นที่เป้าหมาย และเพิ่มกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อให้ครอบคลุมกลุ่มเยาวชนได้มากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ ความมุ่งมั่นของ ซันโทรี่ เบเวอเรจ แอนด์ ฟู้ด ประเทศไทย และ ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค ประเทศไทย ตลอดจนความร่วมมือจากทุกภาคส่วนจะเป็นปัจจัยหลักที่ช่วยให้เราสามารถบรรลุเป้าหมายที่วางไว้ได้"


โครงการ "วัน ซันโทรี่ มิซุอิกุ: เรารักษ์น้ำ" ในปีนี้ ประกอบด้วยกิจกรรมหลัก ได้แก่ กิจกรรม "ค่าย มิซุอิกุ ผู้พิทักษ์รักษ์น้ำ" (Mizuiku Water Hero Camp) และกิจกรรมประกวด "โรงเรียนต้นแบบรักษ์น้ำ มิซุอิกุ" (Mizuiku Water Model School) โดยทำการคัดเลือกโรงเรียนระดับประถมศึกษาในจังหวัดเป้าหมาย ได้แก่ ระยองและชลบุรี รวมทั้งสิ้น 30 โรงเรียน ซึ่งมีแกนนำนักเรียน ตัวแทนคุณครู และพนักงานจิตอาสาจากทั้งสองบริษัทกว่า 500 คน เข้าร่วมกิจกรรม เพื่อให้ความรู้แก่เยาวชนเกี่ยวกับความสำคัญของทรัพยากรน้ำ เข้าใจวัฏจักรของน้ำ และปัญหาของน้ำที่พบในท้องถิ่นส่งเสริมให้เยาวชนมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำและสิ่งแวดล้อมในชีวิตประจําวัน ผ่านฐานกิจกรรม เกมสันทนาการ และสถานีเรียนรู้ต่าง ๆ เพื่อให้น้อง ๆ ได้สัมผัสประสบการณ์และลงมือปฏิบัติจริงด้วยตนเองในห้องเรียนธรรมชาติได้แก่ สวนพฤกษศาสตร์ระยอง ทุ่งโปรงทอง พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาพืชและสัตว์ทะเล จังหวัดระยอง และ หาดแหลมสน นอกจากนี้ แกนนำนักเรียนและตัวแทนคุณครู ยังมีโอกาสแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน พร้อมทั้งได้รับคำแนะนำจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิเกี่ยวกับแนวทางการพัฒนาเป็น "โรงเรียนต้นแบบรักษ์น้ำ มิซุอิกุ" ตามบริบทของแต่ละโรงเรียน เพื่อให้สามารถบูรณาการการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำให้ครอบคลุมทั้ง 4 ด้าน ได้แก่ นโยบาย การมีส่วนร่วมของบุคลากร การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และการขยายผลสู่ชุมชนโดยรอบ โดยเมื่อจบกิจกรรมค่ายฯ โรงเรียนต่าง ๆ จะได้รับเงินสนับสนุนโรงเรียนละ 10,000 บาท เพื่อนำไปจัดทำแผนงานและดำเนินโครงการอนุรักษ์น้ำในโรงเรียน พร้อมจัดตั้ง "มิซุอิกุ คลับ" เพื่อขับเคลื่อนและขยายผลโครงการ โดยแกนนำนักเรียนจากโรงเรียนที่ชนะการประกวด "โรงเรียนต้นแบบรักษ์น้ำ มิซุอิกุ" ในแต่ละจังหวัด จะได้เดินทางไปทัศนศึกษาเพื่อเรียนรู้ต้นกำเนิดของโครงการ "มิซุอิกุ" ณ ประเทศญี่ปุ่น นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมการอนุรักษ์ป่าต้นน้ำที่เปิดโอกาสให้พนักงานของทั้งสองบริษัทได้มีส่วนร่วมอนุรักษ์น้ำไปพร้อม ๆ กับการให้ความรู้และสร้างผลกระทบเชิงบวกให้แก่ชุมชนในพื้นที่


นายอเล็กซานเดอร์ ไซมอน เรนเดลล์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารศูนย์การศึกษาด้านสิ่งแวดล้อม (Environmental Education Centre : EEC) กล่าวว่า "ผมเชื่อว่าการศึกษาเป็นคำตอบและเป็นวิธีที่ทำให้ทรัพยากรธรรมชาติของเรายั่งยืนที่สุด เราจึงต้องเริ่มสร้างตั้งแต่รากฐานของความยั่งยืน ซึ่งก็คือความรู้สึกรัก หวงแหน และอยากปกป้อง สิ่ง ๆ หนึ่ง จากความเชื่อนี้ทำให้ EEC เกิดขึ้นและดำเนินการมาถึงปัจจุบัน ภายใต้ปรัชญาการเรียนรู้แบบ Let Nature be Our Classroom ให้ธรรมชาติเป็นห้องเรียนของเรา โดยกิจกรรมต่าง ๆ ภายใน 'ค่าย มิซุอิกุ ผู้พิทักษ์รักษ์น้ำ' (Mizuiku Water Hero Camp) ถูกออกแบบภายใต้คอนเซปต์ 'ไม่มีน้ำ ไม่มีเรา' เพื่อให้เห็นถึงประโยชน์ของน้ำใน ทุกมิติ และใช้การศึกษาเพื่อปลูกฝังการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำ ผ่านความเข้าใจในหลักการเหตุและผล การลงมือทำ การสังเกตและเก็บข้อมูล การคิดวิเคราะห์ นำมาสู่การตกผลึกเป็นโครงการอนุรักษ์น้ำในโรงเรียนและชุมชนของตัวเอง ผ่านกิจกรรมสนุกสนานและเนื้อหาที่เหมาะสมเข้าใจง่ายที่กระตุ้นให้เด็ก ๆ อยากเรียนรู้ ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่งแวดล้อมจากหน่วยงานภาครัฐและภาคการศึกษา ที่จะเข้ามาแชร์ความรู้และประสบการณ์ต่าง ๆ เพื่อให้ น้อง ๆ นักเรียนเห็นว่าน้ำคือสิ่งสำคัญในทุก ๆ ด้านของชีวิต ทุกคนมีบทบาทในการรักษาน้ำ และต้องร่วมกันลงมืออนุรักษ์น้ำตั้งแต่ตอนนี้ ก่อนที่จะสายเกินไป"


โครงการ "มิซุอิกุ" ถือกำเนิดขึ้นในประเทศญี่ปุ่นเมื่อปี 2547 โดยความริเริ่มของ บริษัท ซันโทรี่ โฮลดิ้งส์ จำกัด ชื่อโครงการมาจากภาษาญี่ปุ่น คือ "มิซุ" แปลว่า น้ำ และ "อิกุ" แปลว่า การศึกษา มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ รวมทั้งทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในชุมชนและท้องถิ่น ตลอดจนต่อยอดองค์ความรู้และปลูกฝังหัวใจแห่งการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำให้แก่เยาวชนเพื่อก่อให้เกิดความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ เป้าหมายที่ 6 (Sustainable Development Goals : SDG 6) เรื่องการสร้างหลักประกันในการจัดให้มีน้ำสำหรับการอุปโภคบริโภค การจัดการน้ำที่ยั่งยืน และสุขาภิบาลสำหรับทุกคน โดยในปีนี้นับเป็นอีกก้าวสำคัญเนื่องในโอกาสฉลองครบรอบ 20 ปีของโครงการ "มิซุอิกุ" ของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นต้นแบบของโครงการ "มิซุอิกุ" ที่ได้ขยายการดำเนินโครงการไปยัง 8 ประเทศทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย ทั้งนี้ มีผู้เข้าร่วมโครงการฯ ทั้งสิ้นกว่า 580,000 คน สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นตั้งใจจริงของซันโทรี่ กรุ๊ป ที่ต้องการสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน เพื่อส่งต่อทรัพยากรธรรมชาติอันล้ำค่านี้ให้แก่คนรุ่นหลังต่อไป


ผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดของกิจกรรมภายใต้โครงการ "วัน ซันโทรี่ มิซุอิกุ: เรารักษ์น้ำ" ได้ที่ Facebook: One Suntory Mizuiku Program Thailand (https://www.facebook.com/OneSuntoryMizuikuProgram)








5
CHANGAN Thailand พบรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน
เพื่อหารือการสนับสนุนยานยนต์พลังงานใหม่


กรุงเทพฯ, ประเทศไทย - นายเซิน ซิงหัว กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฉางอาน ออโต้ เซาท์อีสเอเชีย จำกัด ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้า CHANGAN (ฉางอาน) ได้เข้าพบ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เพื่อหารือเกี่ยวกับการจะร่วมสนับสนุน วิทยาลัยพลังงานแห่งชาติ ของกระทรวงพลังงาน เพื่อร่วมสร้างความสำคัญของพลังงานต่อการดำเนินชีวิต และการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ การจัดหาพลังงานในรูปแบบต่างๆ และกระตุ้นความสนใจในการวิเคราะห์แนวทางเพื่อตอบสนองความต้องการพลังงานในอนาคตอีกด้วย

นายเซิน ซิงหัว กล่าวสรุปว่า "ความมุ่งมั่นของเราที่มีต่อประเทศไทยไม่เพียงแค่การผลิต และการดำเนินธุรกิจเท่านั้น แต่เรายังทุ่มเทในการมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาเทคโนโลยี และการศึกษาของภาคยานยนต์พลังงานใหม่ในประเทศไทยอีกด้วย ซึ่งเรามุ่งหวังที่จะสนับสนุนการเปลี่ยนแปลงสู่อนาคตยานยนต์ที่ยั่งยืนของประเทศ และเสริมสร้างทักษะแรงงานในท้องถิ่นให้พร้อมสำหรับการเปลี่ยนแปลงนี้"

นายเซิน ซิงหัว ยังได้เสริมเรื่องของการถ่ายทอดเทคโนโลยีไปยังกลุ่มผู้ประกอบการผลิตอะไหล่รถยนต์ภายในประเทศ ซึ่งทาง CHANGAN ตั้งเป้าหมายให้ Local Content ของรถยนต์ไฟฟ้า CHANGAN มีสัดส่วนอยู่ที่ 40% และเพิ่มเป็น 80% ภายในปีพ.ศ. 2570 ซึ่งตรงนี้ก็จะเป็นผลดีต่ออุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าของประเทศไทยและส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็น EV Hub อาเซียน

จากความสำเร็จล่าสุดของงาน Sourcing Day ของ CHANGAN Thailand เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2567 ได้แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจของ CHANGAN ในการส่งเสริมความร่วมมือพันธมิตรชิ้นส่วนยานยนต์ของไทย ในงานนี้ CHANGAN Thailand ได้สร้างความสัมพันธ์อันดีกับผู้ประกอบการธุรกิจชิ้นส่วนยานยนต์ของไทยหลายราย รวมถึงเปิดโอกาสให้มีการจ้างงานเพิ่มขึ้น ส่งผลไปยังการเติบโตทางเศรษฐกิจในตลาดไทยด้วย

6
PDPC เปิดเวทีสัมมนาถกประเด็นร้อน
"กฎหมาย PDPA กับเรื่องร้องเรียนติดอันดับ"
ดึงผู้ร้องเรียนร่วมแชร์ประสบการณ์ ถูกละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล


สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) หรือ PDPC เปิดเวทีสัมมนาถกประเด็นร้อน "กฎหมาย PDPA กับเรื่องร้องเรียนติดอันดับ" เผยสถิติเรื่องร้องเรียนจากศูนย์ให้คำปรึกษาและรับเรื่องร้องเรียน หรือ PDPA Center ที่พบมากที่สุด พร้อมตัวอย่างเคสจริง เจอจริง เจ็บจริง ในวันพฤหัสบดีที่ 20 มิถุนายน 2567 เวลา 16.00-17.30 น. เพื่อกระตุ้นให้ภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนทั่วไปร่วมกัน 'ป้องกัน-ระวัง-เข้าใจ' การละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล ภายใต้แคมเปญ Take Control of your Data #ตะโกนให้โลกรู้ข้อมูลส่วนตัวสำคัญที่สุด โดยมี ผศ.ดร.ประพันธ์พงษ์ ขำอ่อน คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) หรือ PDPC พร้อมด้วย คุณษมภูมิ สุขอนันต์ นิติกร ศูนย์ให้คำปรึกษาและรับเรื่องร้องเรียน ฝ่ายรับเรื่องร้องเรียน สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) หรือ PDPC มาร่วมพูดคุยให้ความรู้เกี่ยวกับกฎหมาย PDPA, PDPA Center ช่วยเหลือประชาชนอย่างไร, กระบวนการรับแจ้งร้องเรียนและการพิจารณาเรื่องร้องเรียน พร้อมเปิดประเด็นร้อนที่ประชาชนมักร้องเรียนร้องทุกข์ผ่าน PDPA Center นอกจากนี้ยังผู้เสียหายที่เคยร้องทุกข์ การถูกละเมิดสิทธิส่วนบุคคล มาร่วมพูดคุยแชร์ประสบการณ์ การถูกละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล

สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถรับชมผ่าน LIVE ในช่องทาง Facebook : PDPC Thailand วันพฤหัสบดีที่ 20 มิถุนายน 2567 เวลา 16.00-17.30 น. ติดตามข่าวสารรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง Facebook : PDPC Thailand หรือโทร 02-142-1033

7
CHANGAN ผนึกกำลัง BOI จัดงาน CHANGAN Sourcing Day
ดึงผู้ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ไทย ร่วมเป็นซัพพลายเชนกว่า 60%
และเพิ่มพนักงานไทยมากกว่า 90%


CHANGAN ร่วมกับ BOI เปิดโอกาสให้ผู้ผลิตชิ้นส่วนในประเทศไทย เข้าร่วมงาน "CHANGAN Sourcing Day" โดยเฉพาะกลุ่มผู้ผลิตชิ้นส่วน SMEs ไทย ให้เข้าไปอยู่ในซัพพลายเชน เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า CHANGAN ที่จะประกอบในโรงงานที่จังหวัดระยอง โดยใช้ชิ้นส่วนในประเทศมากกว่า 60% พร้อมวางแผนคัดเลือกพนักงานเข้าร่วมทีมผู้บริหาร และพนักงานของไทยเพิ่มขึ้นมากกว่า 90% ภายในปี 2026 โดยเป้าหมายเพื่อให้ CHANGAN ในประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตรถยนต์พวงมาลัยขวาสำหรับการส่งออกไปยังตลาดพวงมาลัยขวาทั่วโลก

นายเซิน ซิงหัว กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฉางอาน ออโต้ เซาท์อีสเอเชีย จำกัด กล่าวถึง ความโชคดีของ CHANGAN Automobile ที่ได้จับมือกับ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ BOI และ บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ WHA ผู้ร่วมสนับสนุนในการจัดงาน Sourcing Day ซึ่งไม่ใช่แค่แพลตฟอร์มสำหรับผู้ผลิตรถยนต์ และผู้ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ไทยในการเชื่อมต่อทำงานร่วมกัน แต่ยังเป็นโอกาสสำหรับบริษัทอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ที่จะมาร่วมกันหารือเกี่ยวกับการพัฒนาพลังงานใหม่ของโลกปัจจุบันที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม



CHANGAN Automobile เชื่อมั่นเสมอในการทำงานแบบเปิดเผย และได้รับผลประโยชน์ เพื่อความสำเร็จร่วมกัน ซึ่งความเชื่อนี้ เป็นส่วนสำคัญของวัฒนธรรมองค์กร และเป็นรากฐานของการทำงานร่วมกับคู่ค้าทั่วโลก ซึ่งในประเทศไทยเอง เป็นสถานที่ที่เต็มไปด้วยพลังและโอกาส ทางบริษัทมุ่งหวังที่จะสร้างความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่ง และยั่งยืนกับผู้ผลิตชิ้นส่วนในประเทศไทย CHANGAN Automobile ตั้งใจที่จะทำงานใกล้ชิดกับคู่ค้าทั้งหมดเพื่อผลักดันนวัตกรรมในห่วงโซ่อุปทานชิ้นส่วนยานยนต์พลังงานใหม่ และช่วยให้อุตสาหกรรมยานยนต์พลังงานใหม่เติบโตอย่างยั่งยืนทั่วโลก

"ภายใต้แผน VAST OCEAN ของ CHANGAN Automobile ที่ยึดหลักการความยั่งยืน รวมถึงการดูแลสิ่งแวดล้อม โดยในปี 2030 CHANGAN Automobile ตั้งเป้าที่จะลงทุนมากกว่า 10,000 ล้านเหรียญสหรัฐในตลาดต่างประเทศ และมียอดขายรถยนต์มากกว่า 1.2 ล้านคันต่อปีในต่างประเทศ รวมถึงการจ้างงานมากกว่า 10,000 คนในต่างประเทศ ซึ่งจะทำให้ CHANGAN เป็นบริษัทรถยนต์ชั้นนำระดับโลกอีกด้วย"



นายเซิน ซิงหัว กล่าวอีกว่า ในการเริ่มต้นทำตลาดของ CHANGAN Automobile ด้วยแผน แผน "VAST OCEAN" ตั้งแต่ปี 2023 เพื่อเข้าสู่ตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยยกให้ประเทศไทยเป็นฐานะศูนย์กลางของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บริษัทฯ จึงได้จดทะเบียนบริษัทในเครือ 3 แห่ง ด้วยการลงทุนเริ่มต้นกว่า 10,000 ล้านบาท และภายในปี 2030 บริษัทฯ มีแผนที่จะเปิดตัวรถโมเดลใหม่มากกว่า 15 รุ่น เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ที่หลากหลาย และมอบโอกาสเพิ่มเติมให้กับผู้ผลิตอีกด้วย

นอกจากนี้ CHANGAN กำลังสร้างโรงงานใหญ่ในจังหวัดระยอง มีแผนจะแล้วเสร็จ และมีกำลังการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า 100,000 คันต่อปี ในช่วงต้นปี 2025 และเริ่มขยายระยะที่สองในต้นปี 2026 เพื่อให้มีกำลังการผลิตเพิ่มขึ้นเป็น 200,000 คันต่อปี โดยโรงงาน CHANGAN ที่ระยองแห่งนี้ ยังเป็นฐานการผลิตในต่างประเทศแห่งแรกของ CHANGAN และจะกลายเป็นศูนย์กลางการผลิตรถยนต์พวงมาลัยขวาของ CHANGAN สำหรับการส่งออกไปยังตลาดพวงมาลัยขวาทั่วโลก



CHANGAN Automobile มุ่งมั่นที่จะเติบโตไปพร้อมกับประเทศไทย และคู่ค้าชาวไทยของเรา เพื่อประโยชน์ร่วมกัน ที่จะช่วยส่งเสริมเศรษฐกิจ และเทคโนโลยีของประเทศไทย จึงทำให้ CHANGAN มุ่งมั่นที่จะผลักดันการจัดหาผู้ผลิตชิ้นในประเทศไทย สำหรับรุ่นรถรุ่นแรกที่ผลิตในประเทศไทยมากถึง 60% รวมถึงการจ้างงานในประเทศ โดยเฉพาะพนักงานไทยที่จะร่วมเป็นทีมผู้บริหาร และพนักงานทุกระดับมากกว่า 80% โดยจะเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่า 90% ของพนักงานทั้งหมด ภายในปี 2026

"ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีศักยภาพที่ดีในการเป็นศูนย์กลางยานยนต์ระดับโลกได้ ด้วยการสนับสนุนที่แข็งแกร่งจากรัฐบาลไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง BOI ในการร่วมกันผลักดันให้อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าของไทย ให้มีการเติบโต และการพัฒนาที่ยั่งยืนต่อไปในอนาคตด้วย" นายเซิน ซิงหัว กล่าว



ทางด้าน นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ BOI กล่าวว่า ปัจจุบันอุตสาหกรรมของโลกกำลังปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ มีการเคลื่อนย้ายหาแหล่งผลิตที่มีความมั่งคง และปลอดภัย รวมถึง Climate Change ครั้งใหญ่ในภาคอุตสาหกรรม ประเทศไทยเองก็อยู่ในช่วงที่กำลังจะสร้างฐานอุตสาหกรรมใหม่ ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ไฟฟ้า หรืออิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงเรื่องดิจิทัล รวมทั้งออโตเมชั่นโลโบติก ซึ่งในการสร้างอุตสาหกรรมเหล่านี้ คือการสร้างความเข้มแข็งของซัพพลายเชน คือหัวใจหลักสำคัญ รวมถึงการสร้างองค์ความรู้ และเครือข่ายทางธุรกิจ สามารถที่จะเพิ่มศักยภาพของตัวเราเองได้มากขึ้น

สำหรับงาน CHANGAN Sourcing Day ครั้งนี้ ถือว่าเป็นงานที่สำคัญที่จะทำให้มีโอกาสในการซื้อขายชิ้นส่วน การว่าจ้างผลิต รวมถึงการถ่ายทอดเทคโนโลยี หรือว่าการร่วมทุนกันระหว่างผู้ประกอบการไทย และต่างชาติ อีกด้วย

8
ซูเลียน ยกทัพผู้นำธุรกิจร่วมแชร์เส้นทางสู่ความสำเร็จ!
จัดโปรแกรมพิเศษ OPP ลงทะเบียนฟรี!
เตรียมบุก อุดรธานี-นครศรีธรรมราช มิถุนายน67 นี้


บริษัท ซูเลียน (ประเทศไทย) จำกัด นำทีมโดย คุณณัฐชานนท์ จุลล์จักรวงศา ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด เตรียมขนทัพเหล่าผู้นำธุรกิจนับสิบ มาร่วมแชร์ความรู้และแบ่งปันประสบการณ์ พร้อมสร้างแรงบันดาลใจในการทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จ โดยจัดโปรแกรมพิเศษ OPP แนะนำธุรกิจ ประจำเดือนมิถุนายนนี้ เริ่มต้นด้วย โปรแกรมพิเศษ OPP แนะนำธุรกิจ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ณ ศูนย์จัดประชุม มลฑาทิพย์ ฮอลล์ ห้องประชุม ภาสกร จ.อุดรธานี ในวันอาทิตย์ที่ 16 มิถุนายน2567 เวลา 12.00 - 17.00 น. และ โปรแกรมพิเศษ OPP แนะนำธุรกิจ ภาคใต้ ณ โรงแรม ชฎา @ นคร ห้องประชุม RAK CHADA วันอาทิตย์ที่ 23 มิถุนายน 2567 เวลา 12.00-16.30 น. สนใจลงทะเบียนร่วมงาน! ฟรี และลุ้นรับของรางวัลสุดพิเศษมากมายภายในงาน ห้ามพลาดมาเจอกัน!



ติดตามโปรแกรมพิเศษในเดือนมิถุนายน เพิ่มเติมได้ทาง Line: @zhulianthailand , Fanpage Facebook : zhulianmarketing

9
news & activity / "CHANGAN Sourcing Day"
« on: June 06, 2024, 09:59:37 AM »
"CHANGAN Sourcing Day"


CHANGAN ร่วมกับ BOI และ WHA ประกาศ เชิญผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ในประเทศไทยเข้าร่วมงาน "CHANGAN Sourcing Day" เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า CHANGAN ซึ่งจะมีการประกอบในโรงงานที่จังหวัดระยอง โดยใช้ชิ้นส่วนในประเทศมากกว่า 60% โครงการนี้ยังมีเป้าหมายที่จะยกระดับประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าชั้นนำของโลก

10
ไวไว...ร่วมงาน THAIFEX – Anuga Asia 2024
นำสินค้าในเครือให้ประชาชนและคู่ค้าชาวไทยและต่างชาติ ชิม ช้อป แบบจัดเต็ม


นายวีระ นภาพฤกษ์ชาติ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ พร้อมด้วย นายยศสรัล แต้มคงคา ผู้อำนวยการบริหาร ฝ่ายการตลาด และนายวิรกิตติ์ มิ่งโมฬี ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายพัฒนานวัตกรรม บริษัท โรงงานผลิตภัณฑ์อาหารไทย จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปตราไวไว นำทีมยกขบวนผลิตภัณฑ์ในเครือ อาทิ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปตราไวไว ควิกแสบ และเส้นหมี่อบแห้งไวไว ฯลฯ มาให้ประชาชนและคู่ค้าธุรกิจชาวไทยและต่างชาติ ชิม ช้อป แบบจัดเต็ม ในงาน ในงาน THAIFEX – Anuga Asia 2024 ณ บูธไวไว อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี Hall5, Booth A44, Zone Future food โดยมีเชฟชื่อดัง "หมึกแดง-ม.ล.ศิริเฉลิม สวัสดิวัตน์" ร่วมสาธิตการทำเมนูอาหารจากผลิตภัณฑ์ในเครือให้ผู้ที่มาร่วมงานได้ลิ้มลอง

11
NocNoc ดันร้านค้าบนแพลตฟอร์มโต ผ่าน NocNoc Friends เพื่อนคู่คิด…ธุรกิจร้านค้า
เจอป้ายนี้ที่ไหน NocNoc การันตี ร้านนี้ดี ช้อปได้ทันที!


NocNoc ศูนย์รวมสินค้าและบริการเรื่องบ้านออนไลน์ เปิดแนวคิดความสำเร็จในการทำงานร่วมกับร้านค้าบนแพลตฟอร์ม หลังพบว่ามีการเติบโตอย่างต่อเนื่องในแง่มุมของจำนวนผู้ขายรายใหม่ที่ปัจจุบันมีกว่า 6,000 ราย ครอบคลุมทุกหมวดหมู่สินค้าสำหรับพื้นที่การอยู่อาศัย พร้อมส่งเสริมให้ร้านค้าเติบโตต่อเนื่องในตลาดอีคอมเมิร์ซโดยเฉพาะกลุ่ม Home and Living ผ่าน "NocNoc FRIENDS" เพื่อนคู่คิด…ธุรกิจร้านค้า เจอป้ายนี้ที่ไหน NocNoc การันตี ร้านนี้ดี บอกต่อ แล้วช้อปได้ทันที!

นายอนุพงศ์ ทะสดวก ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการค้าและพาณิชย์ บริษัท เบ็ตเตอร์บี มาร์เก็ตเพลส จำกัด หรือ NocNoc กล่าวถึงแนวทางสำคัญในการดูแลร้านค้า หรือผู้ขายบนแพลตฟอร์มให้เติบโตผ่านการสร้างเนื้อหา (Content) ซึ่งเป็นกลยุทธ์สำคัญของการทำตลาดอีคอมเมิร์ซที่นำไปสู่การสร้างยอดขายให้ร้านค้าบนแพลตฟอร์มอย่างต่อเนื่อง ว่ามาจากความเชื่อที่ว่า "ทุกร้านค้ามีเรื่องราว" NocNoc มีหน้าที่ตีแผ่เรื่องราวของร้านค้าในแง่มุมตัวตน คอนเซปต์ สินค้าที่น่าสนใจ เพื่อสร้างประสบการณ์ แรงบันดาลใจ ไปสู่ลูกค้า จนเกิดการเติบโตของยอดขายในระยะยาว



NocNoc ให้นิยามทุกร้านค้าบนแพลตฟอร์มว่าเป็น NocNoc Friends หรือเพื่อนคู่คิด…ธุรกิจร้านค้า ปัจจุบันเรามีร้านค้าบนแพลตฟอร์มที่มีคุณภาพตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์กว่า 6,000 ร้านค้า ตั้งแต่ร้านเฟอร์นิเจอร์ ของแต่งบ้าน เครื่องใช้ไฟฟ้า สินค้าไลฟ์สไตล์ เช่น แม่และเด็ก สัตว์เลี้ยง วัสดุก่อสร้าง และบริการงานช่าง โดยคาดว่าในปี 2568 จะมีร้านค้าเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว NocNoc พัฒนาในสิ่งที่ตัวเองถนัด อย่าง E-Marketplace กลุ่ม Home and Living ให้ทุกร้านค้าได้มีช่องทางการขายที่สามารถแลกเปลี่ยนสินค้าที่ใช่ ตรงสไตล์ ควบคู่ไปกับการทำแคมเปญขนานกันระหว่างออนไลน์-ออฟไลน์ การสร้างสตอรี่ให้น่าสนใจตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้โดยตรง เพื่อให้ทุกฝ่ายได้ประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่ตั้งใจไปพร้อม ๆ กัน

เช่นเดียวกับในมุมของร้านค้าบนแพลตฟอร์มที่ประสบความสำเร็จจากการเข้ามาอยู่บน NocNoc ที่ได้ขยายกลุ่มลูกค้าเพิ่มมากขึ้นจากการสนับสนุนของ NocNoc ที่ให้มากกว่าแค่พื้นที่ขาย แต่ยังนำเครื่องมือทางการตลาดหลายๆด้าน มาช่วยสร้างโอกาส เพื่อเติบโตเป็น Home and Living Destination ในใจผู้บริโภคร่วมกัน

ด้านพาร์ทเนอร์ที่ร่วมเป็น NocNoc Friends มากว่า 3 ปี อย่าง แบรนด์ MAAI Design Furniture ได้เสริมว่าเดิมทีธุรกิจที่ร้านเป็นส่งออกเฟอร์นิเจอร์ไปต่างประเทศเพียงอย่างเดียวมานานกว่า 30 ปี เพื่อขยายธุรกิจให้กว้างขึ้นจึงเริ่มเข้าสู่ธุรกิจค้าปลีก เกิดเป็นแบรนด์ MAAI Design Furniture ที่เน้นขายเฟอร์นิเจอร์ที่ประหยัดพื้นที่ สไตล์มินิมอล เจาะกลุ่มคนที่มีพื้นที่บ้านขนาดเล็กหรือคอนโดมิเนียม ทางร้านมองหาช่องทางการขายที่มีศักยภาพ ตอนนั้น NocNoc เป็นอีกหนึ่งช่องทางออนไลน์ ที่เป็นที่นิยมและรู้จักมาตั้งแต่เริ่มเข้าวงการขายเฟอร์นิเจอร์แบบปลีก ร้านเข้าร่วมเป็น NocNoc Friends ตั้งแต่ช่วงปีแรก จนตอนนี้เป็นเวลา 3 ปีแล้ว ยอดขายของทางร้านเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง "ตลอดการร่วมงานกับ NocNoc เราได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีจากทีมงานที่เข้ามาซัพพอร์ทและให้คำแนะนำเรื่องการทำร้านออนไลน์ มีการดึงเข้าร่วมแคมเปญต่าง ๆ ที่เป็นตัวช่วยเพิ่มยอดขาย ได้สร้างสรรค์สินค้าใหม่ ๆ เพิ่มตัวเลือกให้ลูกค้า และผลักดันให้เราได้พัฒนาหน้าร้าน วางแผนงานเปิดโชว์รูมและคาเฟ่ เพื่อให้ลูกค้าที่ต้องการชมสินค้าจริงได้มาสัมผัสสินค้าด้วยตัวเอง"

เช่นเดียวกันกับด้านของ แบรนด์ BAAN FURNITURE หรือบ้านเฟอร์นิเจอร์ ร้านเฟอร์นิเจอร์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว แข็งแรง คงทน เข้าถึงแหล่งวัตถุดิบจากต้นน้ำ เพื่อให้ลูกค้าเข้าถึงในราคาจับต้องได้ โดยสินค้าส่วนใหญ่เป็น Make to Oder ที่ใช้เวลาการผลิตและจัดส่งให้น้อยที่สุด จุดเริ่มต้นที่ร้านเข้าร่วมเป็น NocNoc Friends เริ่มจาก ทางร้านผลิตตัวอย่างของเฟอร์นิเจอร์แล้ว มีหน้าร้านเฟอร์นิเจอร์เล็กๆ รวมถึงเปิดเพจขายเฟอร์นิเจอร์ร่วมด้วย แต่ยังไม่ได้รับความสนใจจากลูกค้ามากนัก และในช่วงเวลานั้น NocNoc เปิดตัว ทางร้านเลยตัดสินใจเปิดขายสินค้าบนแพลตฟอร์ม NocNoc เป็นที่แรก "ร้านของเราเน้นทำตลาดแบบการบอกต่อ แนะนำจากการใช้งานจริง การกลับมาซื้อซ้ำ รวมถึงการรีวิวจากผู้ใช้งานจริง ซึ่งการที่เรามาร่วมกับ NocNoc ทำให้ทางร้านได้รับการผลักดันและสนับสนุนที่ดี มีทีมงานฝ่ายขายฝ่ายการตลาดคอยช่วยเหลือในเรื่องคอนเทนต์, โซเชียลมีเดีย, คูปองส่วนลด จนช่วยให้แบรนด์มียอดขายเพิ่มและเป็นที่รู้จักมากขึ้น ตอนนี้เรามีคะแนนร้านค้าอยู่ที่ 4.98 คะแนน และมั่นใจว่าจะเติบโตสม่ำเสมออย่างแน่นอน"

แบรนด์เฟอร์นิเจอร์ที่อยู่คู่คนไทยกว่า 50 ปี อย่าง แบรนด์ SB Design Square ก็เป็นอีกพาร์ทเนอร์ที่ร่วมเป็น NocNoc Friends เช่นกัน โดยหลังจากการพัฒนาโชว์รูมให้กลายเป็นศูนย์รวมงานตกแต่งภายในและงานบิ้วอินที่ดีที่สุด หรือ Home Design Solution อย่างครบวงจรแล้ว SB Design Square ได้สานต่อความตั้งใจในการใกล้ชิดผู้บริโภคให้มากกว่าเดิม "ด้วยสังคมที่เปลี่ยนไป ทำให้ลูกค้าหลายกลุ่มต่างมองหาช่องทางการซื้อออนไลน์กันมากขึ้น ซึ่งเราเล็งเห็นว่า NocNoc มีความเชี่ยวชาญในโลกออนไลน์และมีวิสัยทัศน์เดียวกัน เราเชื่อว่า NocNoc เป็นศูนย์รวมการตกแต่งบ้านในโลกออนไลน์ที่สมบูรณ์แบบ จึงตัดสินใจเปิดร้านกับ NocNoc ขึ้นมาทั้งหมด 3 ร้าน ประกอบด้วย SB Design Square , Design & Decor และ Disney Home"

ขณะที่อีกแบรนด์เฟอร์นิเจอร์ที่อยู่ในใจสายแต่งบ้านหลายคน ที่ทำตลาดด้วยแนวคิดกล้าคิด กล้าลอง กล้าออกนอกกรอบ จนสามารถสร้างสรรค์งานดีไซน์สุดชิคเก๋ไก๋ไม่ซ้ำใคร ทำให้ แบรนด์ Chic Republic เติบโตในฐานะ The First Home Fashion Store in Thailand และขยายฐานลูกค้าด้วยการทำแบรนด์ย่อยที่โดนใจผู้ใช้งานทุกกลุ่ม รวมถึงการมุ่งขยายช่องทางขายสินค้าออนไลน์ ด้วยการเข้าร่วมกับ NocNoc Friends "การตัดสินใจร่วมมือกับ NocNoc ทำให้เรามีทางเลือกในการเข้าถึงลูกค้าที่ไม่ได้อยู่ในละแวกหน้าร้านของแต่ละสาขาได้มากขึ้น อีกทั้งแพลตฟอร์ม NocNoc ยังมีจุดแข็งเรื่องโค้ดส่วนลดและโปรโมชั่นอยู่มากมาย ซึ่งสามารถช่วยดึงดูดและส่งเสริมการขายให้กับลูกค้าของเราได้เป็นอย่างดี"

"NocNoc FRIENDS มีขึ้นเพื่อต้องการสื่อสารยกระดับคำว่าพาร์ทเนอร์คำว่าผู้ขาย ไปเป็นคำว่าเพื่อน ที่ต่างฝ่ายต่างใช้ 'หัวใจ' ในการทำงานร่วมกัน เราต้องการเป็นเพื่อนแบบที่เข้าใจธุรกิจเรื่องบ้าน เพื่อนแบบที่สามารถซัพพอร์ทธุรกิจของเพื่อนให้เป็นจริงได้ เพื่อนแบบเป็นที่ปรึกษาที่ส่งเสริมธุรกิจให้เติบโต เพื่อนแบบที่ที่หวังดี คอยสนับสนุน และบอกต่อสิ่งดี ๆ ที่คุณมีให้ลูกค้าของเรา" นายอนุพงศ์ กล่าว

สำหรับร้านค้าที่สนใจเข้าร่วมเป็น "NocNoc Friends" และเติบโตในตลาด Home and Living E-Marketplace สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ Line: @nocnocseller หรือโทร. 02-079-5485 และดูร้านค้าที่ร่วมเป็น NocNoc Friends กับ NocNoc ได้ที่นี่เลย http://bit.ly/3QYZmmL NocNoc Friends เพื่อนคู่คิด…ธุรกิจร้านค้า

12
"สตาร์มาร์ค" ร่วมแสดงความยินดี "ศุภาลัย" ฉลองครบรอบ 35 ปี แห่งผู้นำอสังหาฯ


นางสาวณัฐปภัสร์ ศรีสกุลภิญโญ (ที่ 3 ซ้าย) กรรมการผู้จัดการ บริษัท สตาร์มาร์คแมนูแฟคเชอร์ริ่ง จำกัด ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบชุดครัวและผลิตเฟอร์นิเจอร์ Built-in ตกแต่งระดับพรีเมียม เข้าร่วมแสดงความยินดีพร้อมฉลองความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ ของบริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) เนื่องในโอกาสครบรอบ 35 ปี แห่งผู้นำด้านอสังหาริมทรัพย์ และเปิดตัวโครงการใหม่ "ศุภาลัย ไอคอน สาทร" บน Financial District ใจกลางกรุงเทพมหานคร โดยมี ดร.ประทีป ตั้งมติธรรม (ที่ 4 ซ้าย) ประธานกรรมการบริหาร ให้การต้อนรับเป็นอย่างดี ณ ศุภาลัย ไอคอน สาทร เมื่อวันที่ 18 พ.ค. 2567 ที่ผ่านมา

13
"อินฟอร์มา มาร์เก็ต" แถลงข่าวประกาศความพร้อม
จัดงาน "Cosmoprof CBE ASEAN 2024"


นายสรรชาย นุ่มบุญนำ ผู้จัดการทั่วไป อินฟอร์มา มาร์เก็ต ประเทศไทย พร้อมด้วย นางสาวแองเจิล ฟู ผู้อำนวยการโครงการ อินฟอร์มา มาร์เก็ต , นางสาวฟรานเชสกา โดนาติ ผู้บริหารด้านการตลาดระหว่างประเทศ เอเชีย โบโลญญาเฟียร์ คอสโมพรอฟ และ นางเกศมณี เลิศกิจจา ประธานคลัสเตอร์ผลิตภัณฑ์สุขภาพและความงาม สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และ นายกสมาคมผู้ผลิตเครื่องสำอางไทย แถลงข่าวจัดงาน Cosmoprof CBE ASEAN Bangkok 2024 งานแสดงสินค้าความงามระดับโลก ที่มาพร้อมกับโอกาสทางธุรกิจมากมาย และเครือข่ายทางธุรกิจกับผู้นำในอุตสาหกรรมความงามจากทั่วโลก ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 13-15 มิถุนายน 2567 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ บนพื้นที่จัดงานกว่า 22,000 ตารางเมตร โดยมีผู้ออกแสดงสินค้าความงามเข้าร่วมกว่า 1,500 แบรนด์ จาก 20 ประเทศ ณ โรงแรมอีสติน แกรนด์ พญาไท เมื่อเร็วๆ นี้

ติดตามข่าวสารและรายละเอียดงานเพิ่มเติมได้ที่ http://www.cosmoprofcbeasean.com
ลงทะเบียนออนไลน์เพื่อเข้าร่วมงานได้ที่ https://www.cosmoprofcbeasean.com/registration

14
"ดร.ปิยะวัฒน์" นำทีม ซูเลียน (ประเทศไทย) เที่ยวชุ่มปอด!
สัมผัสธรรมชาติ-มรดกแห่งวัฒนธรรม ณ สแกนดิเนเวีย


มอบของขวัญตอบแทนความเหน็ดเหนื่อยจากการทำงานให้กับทีมงานฯ ด้วยแพ็คเกจท่องเที่ยวสุดหรูเป็นประจำ ล่าสุด ดร.ปิยะวัฒน์ จุลล์จักรวงศา ประธานกรรมการ บริษัท ซูเลียน (ประเทศไทย) จำกัด นำทีมงาน ผู้นำ เเละ สมาชิกซูเลียน กว่า 300 คน บินลัดฟ้าข้ามสู่ทวีปยุโรป ประเทศนอร์เวย์-สวีเดน ในกิจกรรม "ZHULIAN International Diamond Forum 2023 Scandinavia (Norway-Sweden) กองทุนท่องเที่ยวต่างประเทศระดับเพชร ณ สแกนดิเนเวีย" ระหว่างวันที่ 7-15 พ.ค. 2024 ที่ผ่านมา


เริ่มต้นที่ประเทศนอร์เวย์ ด้วยไฮไลท์ของการท่องเที่ยวกับการ ล่องเรือครูซ ชมฟยอช (Fjord) สัมผัสความงดงามของธรรมชาติ ณ บริเวณอ่าวฟยอช กว่า 1 ชั่วโมงเต็มอิ่ม จากนั้นแวะไปเยี่ยมเยียนผู้คน-สัมผัสวัฒนธรรมต่างถิ่น ณ หมู่บ้านฟลอม มีความหมายว่า Little Place Between Steep Mountain ที่ขึ้นชื่อว่าสวยที่สุดแห่งหนึ่ง โดยหมู่บ้านถูกรายล้อมไปด้วยหุบเขาที่สวยงามราวหลุดมาจากเทพนิยาย จากนั้นออกเดินทางกันต่อกับเส้นทางรถไฟสายโรแมนติก Flamsbana ขบวนรถไฟชมวิวอันเลื่องลือของนอร์เวย์ที่ใช้เวลาในการก่อสร้างทั้งหมดกว่า 20 ปี เป็นหนึ่งในเส้นทางเดินรถที่มีความสูงชันที่สุดในโลก โดยมีไฮไลท์สำคัญ การเดินทางระหว่างเมือง Myrdal ไปเมือง Flam ขบวนรถไฟสายนี้จะเคลื่อนที่ผ่านภูเขาสูงใหญ่ น้ำตก และอุโมงค์กว่า 20 จุด


จากนั้นเปลี่ยนโหมด เที่ยวในเมือง ณ ออสโล (Oslo) เมืองหลวงของประเทศนอร์เวย์ ที่มีความสวยงามเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก โดยมีพื้นที่ธรรมชาติที่กว้างขวางถึง 80 เปอร์เซ็นต์ แต่ที่นี่ยังถูกยกให้เป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจของประเทศนอร์เวย์อีกด้วย งานนี้คณะนักท่องเที่ยวจาก ซูเลียน หลังสัมผัสถ่ายรูปธรรมชาติอย่างดื่มด่ำ ก็ไม่ลืมแวะช้อปปิ้งซื้อของฝากกันยกใหญ่ โดยแวะชมความอลังการของ สวนประติมากรรมวิกเกอร์แลนด์ (The Vigeland Park) สวนประติมากรรมที่ใหญ่ที่สุดในโลก ที่เต็มไปด้วยประติมากรรมแกะสลักรูปเหมือนจากหินแกรนิตที่ เต็มไปด้วยอิริยาบทต่าง ๆ ราวกับมีชีวิต พร้อมเก็บตกช้อปปิ้งที่ ถนนคาล โจฮาน (Karl Johan Shopping Street) และเที่ยวอีกหนึ่งจุดแลนด์มาร์ก ศูนย์วัฒนธรรมที่ใหญ่ที่สุดของประเทศนอร์เวย์ ออสโล โอเปร่าเฮาส์ (Oslo Opera House) ที่หลาย ๆ คนได้ถ่ายรูปเช็กอินกันอย่างคึกคัก


ต่อจากนั้นข้ามประเทศไปต่อที่ประเทศสวีเดน เริ่มต้นกันที่ เมืองคาร์ลสตาด (Karlstadt City) เมืองเก่าแก่ของสวีเดน สัมผัสชีวิตผู้คนที่เต็มไปด้วยความสุขและเพลิดเพลินกับกิจกรรมต่าง ๆ ก่อนย้ายเมืองไปยัง สตอกโฮล์ม (Stockholm) เมืองหลวง ที่เป็นศูนย์กลางด้านวัฒนธรรม สื่อ การเมือง และเศรษฐกิจ ของประเทศสวีเดนที่สำคัญ โดยคณะจาก ซูเลียน ยังแวะไปยัง พิพิธภัณฑ์วาซา เรือรบโบราณ (Vasa Museum) เยี่ยมชมซากเรือรบต่าง ๆ ที่เต็มไปด้วยเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญอีกด้วย ปิดท้ายแวะไปยัง ศาลาว่าการเมืองสตอกโฮล์ม สถานที่สำคัญของรัฐบาล ที่เต็มไปด้วยภูมิหลังเรื่องราวทางการเมืองต่าง ๆ นอกจากนี้แล้วที่แห่งนี้ยังเป็นอาคารที่จัดมอบรางวัลสำคัญอย่างเช่น รางวัลโนเบล ที่ชาวซูเลียน ได้โอกาสเปิดโลกการท่องเที่ยวอย่างเต็มรูปแบบในทริปนี้อีกด้วย


บริษัท ซูเลียน (ประเทศไทย) จำกัด เรายังคงให้ความสำคัญกับเครือข่ายนักธุรกิจทุกท่านเสมอ พร้อมมุ่งรักษาคุณภาพสินค้า พัฒนาสินค้าใหม่ตอบโจทย์สุขภาพและมีจรรยาบรรณ อย่างที่เราดำเนินการมาตลอด 27 ปีใครที่อยากเดินทางไปท่องเที่ยวกับ ซูเลียน รอกิจกรรมในครั้งต่อ ๆ ไป เร็ว ๆ นี้ หรือติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Line Official: @Zhulianthailand หรือ www.zhulian.co.th

15
"จระเข้" ส่ง Jorakay Natural Color เจาะกลุ่มลูกค้า
ชูความโดดเด่นด้านความปลอดภัย พร้อมนวัตกรรมที่ช่วยลดภาวะโลกร้อน


"จระเข้ คอร์ปอเรชั่น" ผู้นำผลิตภัณฑ์ปูกระเบื้อง และผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับงานก่อสร้าง เอาใจคนรักษ์โลก ส่งสีจระเข้ หรือ SEE Jorakay Natural Color สีปลอดภัย สีธรรมชาติ มุ่งเน้นเจาะกลุ่ม ลูกค้า ชูจุดเด่นสุดยอดผลิตภัณฑ์สีทาอาคารที่มีความปลอดภัยต่อสุขภาพ พร้อมกับนวัตกรรมรักษ์โลกที่มีส่วนช่วยในการลดภาวะโลกร้อน จากการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ด้วยการคำนึงผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมในทุก ๆ กระบวนการผลิตเพื่อความความยั่งยืน หรือ Sustainability พร้อมลุยตลาดชิงส่วนแบ่งตลาดสีทาอาคารที่มีมูลค่ากว่า 3 หมื่นล้านบาท

นายวิกิจ กันฉาย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่สายงานขายในประเทศ บริษัท จระเข้ คอร์ปอเรชั่น จำกัด กล่าวว่า ภาพรวมตลาดสีทาอาคารในประเทศไทยเมื่อปี 2566 มีมูลค่าประมาณ 3 หมื่นล้านบาท และมีแนวโน้มที่จะขยายตัวต่อเนื่อง



โดยคาดการณ์ว่าในปี 2567 นี้ ตลาดสีทาอาคารในประเทศไทย น่าจะมีการเติบโตขึ้นประมาณ 3-5% ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับหลากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการเติบโตในกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ การลงทุนของรัฐบาล ตลอดจนทิศทางการเติบโตของเศรษฐกิจโดยรวมในประเทศอีกด้วย

อย่างไรก็ตามหลายคนอาจจะคุ้นเคยกับภาพจำว่าจระเข้ เป็นผู้นำในกลุ่มสินค้าผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง ทั้งในกลุ่มผลิตภัณฑ์ปูกระเบื้อง ผลิตภัณฑ์เคมีก่อสร้าง และผลิตภัณฑ์จระเข้อีซี่ แต่จริง ๆ แล้วจระเข้มีผลิตภัณฑ์สีด้วย โดยผลิตภัณฑ์สีจระเข้มีความคลุมทั้งสีทาภายใน สีทาภายนอก สีเท็กเจอร์ สีสร้างลายต่างๆ และสีรองพื้น โดยแต่ละกลุ่มผลิตภัณฑ์ก็จะมีการใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีที่แตกต่างกัน ตามคุณสมบัติของสี ซึ่งผลิตภัณฑ์สีจระเข้นั้นได้รับการตอบรับที่ดีจากกลุ่มลูกค้ามาโดยตลอด



และเพื่อต่อยอดสีที่มีความปลอดภัย เราจึงได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ บนพื้นฐานของผลิตภัณฑ์ที่มีความปลอดภัยต่อผู้ใช้งาน ผู้อยู่อาศัย และมีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม จึงทำให้เกิดกลุ่มผลิตภัณฑ์ Natural Color ขึ้นมา

สำหรับกลุ่มผลิตภัณฑ์ Natural Color หรือกลุ่มสีธรรมชาตินั้นเป็นสีที่ผลิตจากวัตถุดิบที่คำนึงถึงความสมดุลของระบบนิเวศน์ หรือ Ecological คือ ปลอดภัยต่อผู้ใช้ ใส่ใจสิ่งแวดล้อม ด้วยการนำวัตถุดิบจากธรรมชาติอย่างหินไลม์สโตน (Limestone) หรือหินปูนธรรมชาติ คุณภาพสูงมาใช้ในรุ่นเรือธงอย่าง ไบโอสเฟียร์ พรีเมี่ยม (สีทาภายนอก) และอีโคสเฟียร์ พรีเมี่ยม (สีทาภายใน) โดยมีคุณสมบัติน่าสนใจดังนี้



1. สีที่มีความปลอดภัย ปราศจากสารอินทรีย์ระเหยง่าย (Zero VOCs) และไม่มีสารก่อมะเร็ง (Non formaldehyde) ไร้กลิ่นฉุน สามารถเข้าอยู่ได้ทันทีหลังจากทาสีเสร็จเรียบร้อย
2. สีที่ให้ความสบายตา จากเนื้อสีแมตต์ (สีด้าน) ที่ช่วยลดการสะท้อนของแสง ให้ความรู้สึกสบาย สร้างความผ่อนคลาย ให้แก่ผู้อยู่อาศัย
3. สีที่มีส่วนช่วยในการลดภาวะโลกร้อน สำหรับสีจระเข้รุ่นไบโอสเฟียร์ พรีเมี่ยม และรุ่นอีโคสเฟียร์ พรีเมี่ยม สามารถดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ หรือ CO2 ในขณะที่สีแห้งตัว โดยสีจระเข้ขนาด 15 ลิตร จำนวน 3 ถัง มีความสามารถในการดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ เทียบเท่ากับการดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ของต้นไม้ขนาดใหญ่ ที่มีน้ำหนัก 250 กิโลกรัม ในระยะเวลา 1 ปี
4. สีที่มีส่วนช่วยในการรักษาสิ่งแวดล้อมตามแนวคิดของการหมุนเวียนการบริโภค โดยสีจระเข้ รุ่น ไบโอสเฟียร์ พรีเมี่ยม, อีโคสเฟียร์ พรีเมี่ยม และ กราฟคลีน พรีเมี่ยม ผ่านการรับรองมาตรฐาน Cradle to Cradle โดยสถาบัน The Cradle to Cradle Products Innovation Institute เป็นการยืนยันว่าจะไม่มีการทำลายสิ่งแวดล้อมตั้งแต่การออกแบบผลิตภัณฑ์ไปจนถึงเมื่อสิ้นอายุของผลิตภัณฑ์
5. สีที่มีความยืดหยุ่น ด้วยกราฟีนเทคโนโลยี มีความสามารถในยึดเกาะสูง และมีความยืดหยุ่น สามารถปกปิดพื้นผิวจากรอยแตกขนาดเล็กได้เป็นอย่างดี
6. สีที่สามารถระบายความชื้นได้ มีส่วนช่วยในการลดโอกาสในการเกิดปัญหาสีโป่งพอง สีลอกล่อน ช่วยให้สีสวยงามยาวนานยิ่งขึ้น



นายวิกิจ กล่าวอีกว่า ล่าสุดเราได้เปิดตัวกลุ่มสีปลอดภัย สีแมตต์ที่เช็ดล้างง่าย สีจระเข้ อีซี่คลีน พรีเมี่ยม (SEE Jorakay EasyClean) ที่นำมาจัดแสดงในงานสถาปนิก 67 ที่ผ่านมา ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้เข้าร่วมชมบูธเป็นอย่างมาก จะเห็นได้ว่าสีจระเข้เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีความแตกต่างจากสีทาอาคารทั่ว ๆ ไป ในปัจจุบัน ในช่วงนี้ทางบริษัทฯ จึงมุ่งเน้นทำการตลาดด้วยการสื่อสารเพื่อให้ผู้บริโภคทราบถึงคุณสมบัติ จุดเด่นของผลิตภัณฑ์ และตัวตนของสีจระเข้ โดยเฉพาะการผลิตภัณฑ์ที่มีความใส่ใจในสิ่งแวดล้อม มีความตระหนักถึง สุขภาวะอนามัยของผู้ใช้งาน และผู้อยู่อาศัยอย่างครบวงจร

อย่างไรก็ตามในอนาคตอันใกล้นี้ เรามองว่าผลิตภัณฑ์ที่มีความใส่ใจสิ่งแวดล้อมในทุก ๆ กระบวนการจะได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง ตามพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป ทำให้สีทาอาคารไม่ใช่เพียงผลิตภัณฑ์เพื่อความสวยงามเพียงอย่างเดียว แต่จะเปลี่ยนแปลงไปเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อมในอนาคต

ร่วมเปิดไอเดียแต่งบ้านให้โดนใจไปกับโลกแห่งสีสันที่ไม่ตกเทรนด์ ปลอดภัย และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมจากสีธรรมชาติ สีจระเข้ พร้อมติดตามกิจกรรมต่างๆ รวมถึงอัปเดตเทรนด์สีใหม่ๆ ไปกับสีจระเข้ได้ทาง www.seejorakay.com หรือสามารถติดต่อได้ที่ LINE: @seejorakay และ Contact Center 02-720-1112

Pages: [1] 2 3 ... 145