ไบเออร์สด๊อรฟ (ประเทศไทย) เดินหน้าสานต่อ “Care Beyond Skin”
จับมือวัตสัน ส่งต่อความแคร์แก่ผู้ป่วยมะเร็ง ผ่านแคมเปญ Supporting Moments of Care
บริษัท ไบเออร์สด๊อรฟ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตผลิตภัณฑ์ดูแลผิวระดับโลก ภายใต้แบรนด์นีเวีย (NIVEA) และยูเซอริน (Eucerin) เดินหน้าสานต่อพันธกิจด้านสังคม ภายใต้แนวคิด “Care Beyond Skin” ผ่านโครงการ “เคียงข้างทุกช่วงเวลาการดูแล” (Supporting Moments of Care) โดยร่วมมือกับวัตสัน ผู้นำร้านเพื่อสุขภาพและความงาม เชิญชวนผู้บริโภคร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการส่งต่อกำลังใจให้ผู้ป่วยมะเร็งในประเทศไทยและครอบครัว ภายใต้แคมเปญดังกล่าว ทุกการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์นีเวียและยูเซอรินที่วัตสัน ระหว่างวันที่ 8 – 14 เมษายน 2569 จะมีส่วนร่วมในการบริจาคเพื่อสังคม โดยนีเวียร่วมบริจาค 5 บาทต่อ 1 ชิ้น และยูเซอรินร่วมบริจาค 10 บาทต่อ 1 ชิ้น รวมยอดบริจาคสูงสุดไม่เกิน 250,000 บาท เพื่อมอบให้แก่มูลนิธิเครือข่ายมะเร็ง สำหรับสนับสนุนกิจกรรมรณรงค์ตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก ซึ่งเป็นหนึ่งในโรคที่สามารถป้องกันและเพิ่มโอกาสในการรักษาได้ หากตรวจพบตั้งแต่ระยะเริ่มต้น การขับเคลื่อนโครงการในครั้งนี้ สะท้อนบทบาทของไบเออร์สด๊อรฟ ประเทศไทย ที่มุ่งดูแลผู้คนอย่างรอบด้าน ไม่เพียงในมิติของผิวพรรณ แต่รวมถึงการดูแลชีวิตในช่วงเวลาที่ต้องการกำลังใจและการสนับสนุนมากที่สุด โดยนโยบาย “Care Beyond Skin” ให้ความสำคัญกับ 2 แกนหลัก ได้แก่ การดูแลผู้ป่วยมะเร็ง และการส่งเสริมการตรวจคัดกรองในระยะแรก ภายใต้แนวคิด “รู้เร็ว รักษาได้” เพื่อยกระดับโอกาสในการรักษาและคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย ในขณะเดียวกัน ความร่วมมือกับวัตสันยังช่วยขยายผลของโครงการสู่ผู้บริโภคในวงกว้าง ผ่านกิจกรรมสร้างการรับรู้และให้ความรู้เกี่ยวกับโรคมะเร็ง อาทิ เวิร์กชอป “Get to know and aware of Cancer” รวมถึงกิจกรรมจิตอาสา เช่น การจัดทำถุงผ้าเพื่อส่งมอบให้ผู้ป่วยมะเร็ง โดยวัตสันทำหน้าที่เป็นช่องทางสำคัญในการเชื่อมโยงผู้บริโภคกับโครงการ ขณะที่ไบเออร์สด๊อรฟใช้ความแข็งแกร่งของแบรนด์นีเวียและยูเซอริน รวมถึงเครือข่ายพันธมิตรด้านสุขภาพ เป็นแรงขับเคลื่อนให้เกิดทั้งการสร้างความตระหนัก (awareness) การให้ความรู้ (education) และการสนับสนุนผู้ป่วย (patient support) อย่างเป็นรูปธรรม โครงการนี้จึงไม่เพียงเป็นการระดมทุนเพื่อสนับสนุนกิจกรรมด้านสุขภาพ แต่ยังสะท้อนพลังของการดูแลที่ “อยู่เคียงข้างในทุกช่วงเวลา” และตอกย้ำบทบาทของภาคธุรกิจในการร่วมสร้างความเปลี่ยนแปลงเชิงบวกให้กับสังคมไทยอย่างยั่งยืน